ตกเลือด

ตกเลือด ขณะตั้งครรภ์! อีกหนึ่งภาวะอันตรายที่แม่ท้องต้องระวัง

ตกเลือด ขณะตั้งครรภ์ ภาวะอันตรายที่สามารถเกิดขึ้นได้ แม่ท้องจึงควรมีความรู้ความเข้าใจถึงความผิดปกติต่างๆ จะทำให้สามารถสังเกต ป้องกัน ดูแลตนเองอย่างถูกวิธี

ตกเลือด ขณะตั้งครรภ์ อันตรายแค่ไหน?

เนื่องจากความผิดปกติระหว่างการตั้งครรภ์นี้มีหลายประการ ซึ่งหนึ่งในภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์และเป็นอันตรายทั้งต่อแม่และทารกคือ “ตกเลือดก่อนคลอด” เช่นเดียวกับ คริสซี ทีเกน ภรรยาของนักร้องดัง จอห์น เลเจนด์ ซึ่งได้ออกมาเผยภาพ พร้อมบอกว่าตนนั้นได้สูญเสียลูกไป เนื่องจากมีเลือดออกผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์ทำให้คลอดก่อนกำหนดไม่สามารถยื้อชีวิตลูกไว้ได้

คริสซี ทีเกน นางแบบสาวลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์ ภรรยาสุดที่รักของนักร้องดังระดับโลก จอห์น เลเจนด์ หลังจากที่ประกาศข่าวดีจากการเล่าเรื่องราวผ่านมิวสิควิดีโอเพลง “Wild” ว่ากำลังจะมีสมาชิกใหม่คนที่ 3 มาเพิ่มสีสันให้บ้าน เรียกว่าทุกคนต่างตั้งตารอคอยเด็กน้อยกันอย่างใจจดใจจ่อ โดย คริสซี และ จอห์น นั้นได้มีลูกสาวคนโต ชื่อน้องลูนาร์ และลูกชายคนแรก ไมลส์ ธีโอดอร์ สตีเฟน

แต่ล่าสุดก็มีเรื่องราวไม่คาดคิดที่ทำเอาหลายคนช็อกและเศร้าไปตามๆ กัน เมื่อ ทีเกน ได้โพสต์ข้อความสุดสะเทือนใจผ่านอินสตาแกรม ว่าสูญเสียลูกชายคนที่ 3 ที่ทั้งคู่ตั้งชื่อว่า แจ็ค โดยเธอบอกว่า…

พวกเราช็อกและเจ็บปวดหัวใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” หลังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลจากการตกเลือดระหว่างตั้งครรภ์และเผยว่าลูกชายอยู่ในอาการวิกฤต ไม่สามารถห้ามเลือด และให้ของเหลวที่จำเป็นกับทารกได้ ลูกต้องการเลือดมาก แม้เราจะให้เลือดหลายต่อหลายถุงมันก็ยังไม่พอ
เราไม่เคยตั้งชื่อลูกเอาไว้ก่อนที่พวกเขาจะคลอด แต่ลูกคนนี้ เรามีเหตุผลบางอย่างที่ตั้งชื่อเขาเอาไว้ว่า แจ็ค ตั้งแต่อยู่ในท้อง เขาจะเป็นแจ็คของเราตลอดไป เขาเหนื่อยมามากกับการที่เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของเรา และเขาจะเป็นครอบครัวของเราตลอดไป
เราขอบคุณสำหรับชีวิตน้อยๆ ที่เรามี สำหรับลูกๆ ที่น่ารักของเรา ลูนา และ ไมล์ และสำหรับประสบการณ์ที่ผ่านมา แต่อย่างที่รู้ว่าไม่ใช่ทุกวันจะมีแต่ความสดใส และในวันนี้ที่มืดมนที่สุด เราคงทุกข์ระทม เราคงร้องไห้เหมือนลูกตาจะหลุดออกมา และเราก็ยังจะกอดและรักกันและกันเอาไว้ให้แน่นขึ้น เพื่อจะผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้

https://www.instagram.com/p/CFyWQLWpJ3u/

อย่างไรก็ตามทีมแม่ ABK ก็ขอแสดงความเสียใจ และร่วมส่งกำลังใจ ให้ คริสซี และครอบครัวเข้มแข็งและผ่านเหตุการณ์อันโศกเศร้าได้ในเร็ววันนะคะ

ขอบคุณภาพจาก IG @chrissyteigen

ตกเลือด

สาเหตุของภาวะ ตกเลือด ขณะตั้งครรภ์

ภาวะ ตกเลือด ขณะตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ตั้งแต่เลือกออกจากการตั้งครรภ์นอกมดลูก ที่อาจทำให้มีเลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติ หรืออวัยวะภายใน และ/หรือเส้นเลือดฉีกขาดจากความดันในเส้นเลือดสูง ความดันโลหิตสูง จนทำให้เส้นเลือดบางแห่งแตกได้ เป็นต้น

นอกจากนี้ด้านพญ.ปวีณา ศรีมโนทิพย์ สูติ-นรีแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี ได้กล่าวถึงการตกเลือด ก่อนคลอดว่า คือการที่มีเลือดออกทางช่องคลอดตั้งแต่ตั้งครรภ์ได้ 28 สัปดาห์ เป็นต้นไป จนถึงก่อนการเจ็บครรภ์คลอด การตกเลือดก่อนคลอดเป็นภาวะฉุกเฉินที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของแม่ท้องและทารก ทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดสูงขึ้น พบได้ประมาณ 3-4 % ของการตั้งครรภ์ สาเหตุมากกว่า 50% เกิดจากภาวะรกเกาะต่ำ และรกลอกก่อนกำหนด

การปฏิบัติตัวของแม่ท้องที่มีภาวะ ตกเลือด ก่อนคลอด

  1. สังเกตอาการตั้งแต่ขณะเริ่มมีเลือดออกทางช่องคลอด ระยะเวลา จำนวนและลักษณะของเลือดที่ออกว่าเป็นสีแดงสดหรือสีคล้ำ มีเศษเนื้อเยื่อหรือชิ้นเนื้อปน หรือมีมูกปน มีเลือดไหลตลอดเวลา หรือไหลกระปริบกระปรอย มีอาการไม่สุขสบายร่วมด้วยหรือไม่ เช่น อาการปวดท้อง ปวดบิด หรือปวดตื้อๆ หรือปวดเฉียบพลัน หรือมีอาการเวียนศีรษะ เป็นต้น หากมีอาการดังกล่าว ให้รีบมาโรงพยาบาลทันที
  2. เข้มงวดกับการนอนพักลดการกระเทือนจากการเคลื่อนไหวเมื่อเลือดหยุดไหลแล้วยังจำเป็นต้องจำกัดกิจกรรมต่างๆเป็นเวลาหลายวัน ไม่ทำงานหนักเกินไป ไม่เดินทางไกลๆติดต่อกันเป็นเวลานานๆ และไม่ออกกำลังกายหักโหม
  3. หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์หลังเลือดหยุดไหลแล้วอย่างน้อยประมาณ 2 สัปดาห์ และห้ามสวนอุจจาระ หรือสวนล้างช่องคลอด เพราะจะกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก
  4. ส่งเสริมภาวะสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และได้สัดส่วน เพื่อป้องกันภาวะเลือดจาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่มีธาตุเหล็ก โปแตสเซียมสูง เช่น ผักใบเขียว ไข่ นม งดสูบบุหรี่ งดอาหารและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  5. ระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันการติดเชื้อ โดยการดูแลความสะอาดของร่างกายและอวัยวะสืบพันธุ์
  6. หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีเลือดออกมากขึ้น มดลูกหดรัดตัวถี่ขึ้น มีอาการปวดท้อง มีน้ำคร่ำซึมออกมาทางช่องคลอด หรือลูกดิ้นน้อยลง ควรมาพบแพทย์ทันที
  7. มาตรวจตามนัดสม่ำเสมอ เพื่อเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้คุณแม่ท้องที่มีความเสี่ยง ตกเลือด ตั้งแต่ช่วงที่เริ่มตั้งครรภ์ หรือคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ในช่วงอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป ควรพบแพทย์เป็นระยะๆ เพื่อเช็กสุขภาพทั้งตัวคุณแม่ และเด็กในครรภ์เรื่อยๆ ตามเวลาที่แพทย์นัด หากมีความผิดปกติก่อนเวลาแพทย์นัด ควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันภาวะอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้


ขอบคุณข้อมูลจาก : www.khaosod.co.thsriphat.med.cmu.ac.thwww.thairath.co.thwww.sanook.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิกที่ภาพด้านล่าง ⇓

แม่ท้องต้องรู้! เลือดล้างหน้าเด็ก อันตรายไหม? มีผลต่อลูกในท้องหรือไม่

คนท้องกินยาพาราได้ไหม คนท้องกินยาอะไรได้บ้าง ยาที่คนท้องห้ามกิน มีอะไรบ้างเช็กเลย!

ทำไมคนท้อง ปัสสาวะบ่อย “ฉี่”แบบไหนไม่ปกติ แม่ต้องระวัง!

magic hold ไม่ทำ กระดูกสันหลังคด

Magic hold อุ้มท่านี้ลูกชอบ..ไม่ต้องห่วง กระดูกสันหลังคด

ท่าอุ้ม Magic hold อุ้มแบบไหน ทำไมลูกถึงชอบ อุ้มแล้วหยุดร้องดีต่อระบบย่อยอาหาร หากอยากทำตาม แต่กังวลกลัวลูก กระดูกสันหลังคด หลังงอ มาหาคำตอบคลายกังวลกันดีกว่า

Magic hold อุ้มท่านี้ลูกชอบ..ไม่ต้องห่วง กระดูกสันหลังคด

เคยไหมเวลาเอาลูกเข้านอน กล่อมนอนเจ้าตัวน้อยอยู่นานสองนาน ลูกก็ไม่ยอมหลับเสียที  แต่พอเวลาอุ้มงอตัวจับให้เรอ กลับหลับคามือคุณพ่อคุณแม่ไปซะได้ ง่าย ๆ แบบนั้น เป็นเพราะอะไรกันนะ วันนี้ทาง ทีมแม่ ABK ขออนุญาตหยิบยกประเด็นจากเพจ นมแม่แฮปปี้ ที่กล่าวถึงการอุ้มลูกแบบที่เรียกว่า Magic hold หรือ Colic hold หรือ Tiger in the tree แล้วแต่ใครจะเรียกชื่อแบบใด แต่จุดประสงค์หลักของท่าอุ้มที่มีชื่อทั้งสามแบบนั้นเหมือนกัน นั่นคือ การให้ทารกสบายตัว สบายท้อง ได้รับความรู้สึกอบอุ่นเหมือนดั่งอยู่ในท้องแม่ มาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้คุณพ่อคุณแม่ได้ใช้สยบเจ้าตัวน้อย ให้หยุดร้องไห้ งอแงกัน

ให้ลูกนอนหงาย ร้องไห้งอแง
ให้ลูกนอนหงาย ร้องไห้งอแง

ท่าอุ้มมหัศจรรย์

ทารกชอบนอนงอเข่า หากเราลองสังเกตลูกในวัยทารกดูแล้ว จะเห็นได้ว่า เจ้าตัวเล็กของคุณพ่อคุณแม่นั้นมักจะนอนงอเข่า นอนคุดคู้ แต่พอเราจับลูกนอนเหยียดตรง เขามักนอนได้ไม่นาน นอนผวา เพราะให้ความเป็นจริงแล้ว ทารกยังคงเลียนแบบท่าเหมือนดั่งตอนที่อยู่ในท้องของแม่ หรือท่าคดตัวให้กระดูกสันหลังอยู่ในท่า C shape นั่นเอง

ท่าอุ้มแบบ Magic hold มีวิธี และหลักการจัดท่าลูกน้อย ดังนี้

  • อุ้มลูกนั่งตักของคุณพ่อ หรือคุณแม่
  • ใช้มือช้อนตัวลูกไว้ ให้ลูกอยู่ในท่านอนคว่ำบนมือของคุณพ่อ หรือคุณแม่
  • มือประคองหัวที่ท้ายทอยของลูกไว้ ให้หน้าลูกหันไปทางด้านใดด้านหนึ่ง นอนซบลงบนแขนของเรา
  • จับขาลูกงอเข่าขึ้นมาชนถึงพุง แล้วใช้มือจับเข่าลูกให้งอไว้ ทำให้มือของเราจะอยู่ตำแหน่งที่ขวางหน้าอกลูก เหมือนสายสะพายนางงาม
ท่าอุ้มงอขาไม่ทำให้ กระดูกสันหลังคด
ท่าอุ้มงอขาไม่ทำให้ กระดูกสันหลังคด

อยากให้คุณพ่อคุณแม่ลองอุ้มลูกท่านี้ดู แล้วจะพบว่าส่วนใหญ่ลูกจะยอมสงบ ไม่ร้องไห้งอแง และช่วยให้ลูกเรอ ผายลม หรือขับถ่ายออกมาได้ง่ายขึ้นด้วย ถ้าหากว่าลูกมีร้องไห้งอแงเพราะมีอาการท้องอืดมาก ๆ ก็สามารถอุ้มให้ก้นลูกอยู่ต่ำกว่าไหล่ อย่าให้ก้นสูงเท่าไหล่ ซึ่งท่านี้จะดีกว่าท่าอุ้มพาดบ่า ตรงที่ถ้าลูกแอ่น และเงยหน้ามาด้านหลัง คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถขยับลูกมาใกล้ตัวชิดอกเรา ทำให้มีอกของคุณพ่อคุณแม่กั้นไว้ไม่ให้ลูกหงายหลังได้

นอกจากนี้ยังสามารถพาลูกเดิน โดยไม่เหวี่ยง ไม่แกว่งลูก แต่ตัวเราเองที่อุ้มลูกเดินโยกซ้ายขวา  ย้ายน้ำหนักจากเท้าซ้ายไปเท้าขวา เหมือน ballroom dancing เท่านี้ลูกก็เหมือนได้ขยับตัวไปมา ก็จะช่วยให้อาการท้องอืดของลูกคลายตัวลงได้ ทำให้ลูกเรอ และผายลมออกมาง่ายขึ้น เมื่อลูกสบายท้อง อาการร้องไห้โยเยก็จะลดลง

นอนงอขาหลับสบาย ไม่ห่วง กระดูกสันหลังคด
นอนงอขาหลับสบาย ไม่ห่วง กระดูกสันหลังคด

โดยหลักการสำคัญของท่าอุ้มแบบ Magic hold นี้คือ ท่านอนคว่ำ และงอขาลูกขึ้นมาชนพุง ทำให้กระดูกสันหลังลูกงอเป็นตัว C (C -shape) ซึ่งเป็นรูปทรงแบบเดียวกันกับท่าที่ลูกนอนขดตัวตอนอยู่ในท้องของคุณแม่ เขาจะรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย จึงสงบ นอนได้ไม่ผวา

อ่านต่อ แนะ 2 วิธีห่อตัวทารก สุดง่ายด้วยผ้าอ้อมเพื่อพ่อแม่มือใหม่โดยเฉพาะ

จาก C ถึง S พัฒนาการกระดูกสันหลังของลูกน้อย

จากข้อกังวลของคุณพ่อคุณแม่ในเรื่องของการอุ้มลูกในท่า Magic hold แล้วจะทำให้ลูกหลังงอ กระดูกสันหลังคด หรือไม่นั้น หากมาดูข้อมูลของพัฒนาการของกระดูกสันหลังของเด็กทารกกันแล้ว จะสามารถตอบข้อสงสัย คลายกังวลในเรื่องนี้ไปได้อย่างแน่นอน

คำว่า “ยืนตัวตรง” นั้นหากพิจารณาถึงรูปทรงของกระดูกสันหลังของมนุษย์แล้วนั้นคงเป็นคำกล่าวที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะกระดูกสันหลังของคนเรานั้นหากมองด้านข้างจะพบว่าไม่ได้มีรูปทรงเป็นเส้นตรงแต่อย่างใด แต่กลับมีรูปเป็นตัว S ที่ยาวขึ้นหากได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้องเป็นปกติ

c-shapeไม่ใช่ กระดูกสันหลังคด
c-shapeไม่ใช่ กระดูกสันหลังคด

เริ่มต้นที่ C-shape

เมื่อทารกแรกเกิดกระดูกสันหลังของเขาจะมีส่วนโค้งนูนเป็นรูปตัวอักษร C การเรียงตัวของกระดูกสันหลังนี้เรียกว่าเส้นโค้งปฐมภูมิและพัฒนาในขึ้นตั้งแต่ในมดลูกของแม่แล้ว เมื่อคลอดออกมาเป็นเด็กทารกแรกเกิด จึงยังไม่สามารถพยุงหัวและคอให้ตั้งขึ้นได้ จึงจะสังเกตได้ว่าทารกแรกเกิดมักจะงอขาขึ้นมา คดตัวนอนคุดคู้ เพราะเป็นท่าที่ทำให้เขารักษาแนวโค้งของหลังของตัวเองได้ ช่วยลดแรงกดที่กระดูกสันหลังและสะโพกการงอตัวของทารกเป็นรูปตัว C ยังเป็นท่าที่สงบที่สุดสำหรับลูกน้อยของคุณ เนื่องจากทำให้ใช้ออกซิเจนน้อยลง และประหยัดพลังงาน ทำให้ร่างกายจะเสียแคลอรี่น้อยลง  และช่วยให้การย่อยอาหารได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดสำหรับการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายอีกด้วย

เดินหน้าสู่ S-shape เริ่มจาก curve ส่วนบน

ช่วงวัย 2-3 เดือนลูกน้อยของคุณพ่อคุณแม่จะเริ่มสร้างปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ด้วยการพยายามเงยหน้า ชันคอขึ้นมามองรอบ ๆ ตัว นั่นคือพัฒนาการพัฒนากระดูกสันหลังของทารกไปสู่ตัว S โดยจะพัฒนาจากโค้งส่วนบนก่อน วิธีการที่จะช่วยกระตุ้นให้ลูกสามารถผ่านพัฒนากระดูกสันหลังในวัยนี้ไปได้ด้วยดี มีดังนี้

  • ให้ลูกได้นอนคว่ำ โดยมีคุณแม่อยู่ใกล้ ๆ นอกจากจะคอยระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงที่ลูกยังไม่สามารถช่วยตัวเองชันคอได้ดีพอแล้ว ยังเป็นตัวกระตุ้นให้ลูกอยากเคลื่อนไหว มองดูรอบ ๆ ตัว โดยคุณแม่อาจใช้ของเล่นมีเสียงช่วยเรียกความสนใจอีกแรงก็ได้
  • ให้ลูกรู้สึกสบายตัวก่อนอยากเรียนรู้ โดยสบายตัวทั้งภายในร่างกาย เช่น กินอิ่ม นอนพอ และปัจจัยภายนอก เช่น พื้นที่นอนคว่ำต้องเรียบ ไม่แข็งไป ใส่เสื้อผ้าที่ขยับตัวได้สะดวก หรืออาจไม่ต้องใส่เลยก็ได้ เพราะเขาจะได้คล่องตัว ไม่ลื่น
  • ตั้งเป้าฝึกลูกอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน โดยอาจแบ่งเป็นช่วง ๆ ช่วงเวลา 5-10 นาทีต่อครั้ง ไม่เร่งลูกจนเกินไป
s shape พัฒนาการกระดูกสันหลังสมบูรณ์
s shape พัฒนาการกระดูกสันหลังสมบูรณ์

เส้นโค้งสุดท้ายก่อนเข้าสู่การเดินตัวตรง

กระดูกสันหลังโค้งสุดท้ายของพัฒนาการกระดูกสันหลัง คือ โค้งส่วนล่างที่เรียกว่า Lumbar Curve เส้นโค้งบั้นเอวเริ่มพัฒนาเมื่อลูกน้อยของคุณเริ่มคืบคลานและคลาน เพื่อให้เส้นโค้งบั้นเอวและกล้ามเนื้อโดยรอบพัฒนาอย่างถูกต้อง และสมบูรณ์ ควรให้ลูกน้อยของคุณมีโอกาสคลานให้มากที่สุด เส้นโค้งบั้นเอวช่วยในการจัดท่าทางที่เหมาะสม ลูกน้อยของคุณแม่จะพัฒนากระดูกสันหลังได้สมบูรณ์ระหว่าง 12-18 เดือนเมื่อเขาสามารถเดินตัวตรงได้แล้ว

จากพัฒนาการกระดูกสันหลังทำให้เราสามารถตอบข้อกังวลของคุณพ่อคุณแม่ได้เลยว่า การที่เราอุ้มลูกแบบงอเข่าเข้าชิดพุงลูก แบบ Magic hold นั้นไม่ได้เป็นการทำให้กระดูกสันหลังคด หรือทำให้ลูกหลังงอแต่อย่างใด ซ้ำยังเป็นการดีต่อการพัฒนากระดูกสันหลังของลูกด้วยอีกต่างหาก ดังนั้น หากลูกมีอาการงอแง ร้องไห้โยเย นอกจากเราจะหาสาเหตุ และช่วยแก้ปัญหาที่ลูกร้องให้ได้แล้ว การอุ้มลูกแบบ C-shape ให้เขารู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัยก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถรับมือกับเจ้าตัวน้อยเวลางอแงได้ดีทีเดียว

อ่านต่อ แชร์ประสบการณ์ผ่าตัด กระดูกสันหลังคดในเด็ก ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

สิ่งที่จะขัดขวางการพัฒนากระดูกสันหลังของลูก 

หากคุณพ่อคุณแม่กลัวว่าลูกจะมีกระดูกสันหลังคด หลังงอ เราควรทำให้ลูกสามารถพัฒนากระดูกสันหลังของเขาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะมาขัดขวางการพัฒนา ก็จะทำให้ร่างกายของลูกพัฒนาได้อย่างเต็มที่ เหมาะสม ไม่ต้องกังวลกับท่าอุ้มงอขาของลูก เพราะถึงแม้ว่าเราจะจับลูกนอนเหยียดตรงสุดท้ายเขาก็จะกลับมาสู่ท่างอตัวดังเดิมอยู่ดี ดังนั้นมาดูสิ่งที่จะเป็นตัวขัดขวางการพัฒนากระดูกสันหลังของลูกกันดีกว่า

กระตุ้นพัฒนาการกระดูกสันหลังเริ่มตั้งแต่ทารก
กระตุ้นพัฒนาการกระดูกสันหลังเริ่มตั้งแต่ทารก
  1. การไม่ปล่อยให้ลูกมีอิสระในการเคลื่อนไหว ของเล่นบางอย่าง เช่น รถหัดเดิน หากเราวางลูกไว้แต่ในรถหัดเดิน เขาจะไม่มีโอกาสได้ขยับร่างกายด้วยตัวเอง การพัฒนากระดูกสันหลังของลูกก็จะไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจทำให้พัฒนาการของลูกน้อยล่าช้าหรือสร้างปัญหากระดูกสันหลังในระยะยาวได้
  2. เมื่อลูกน้อยของคุณอยู่ในท่านั่งก่อนที่เขาจะพร้อมสิ่งนี้จะทำให้น้ำหนักศีรษะของลูกอยู่บนกระดูกสันหลังทั้งหมด เมื่อกระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อโดยรอบยังไม่พัฒนาความแข็งแรงในการรองรับน้ำหนักนี้อย่างเหมาะสมอาจทำให้เสี่ยงต่อการเสื่อมของกระดูกสันหลังหรือมีปัญหากับอวัยวะรอบข้าง ดังนั้นจึงไม่ควรใช้ของเล่น เช่น exersaucers จัมเปอร์ หรือที่นั่งสำหรับเด็กจนกว่าลูกของคุณจะนั่งได้ด้วยตัวเอง แม้กระทั่งเมื่อลูกน้อยของคุณสามารถพยุงตัวในท่านั่งได้แล้วควรใช้ของเล่นเหล่านี้ในปริมาณที่พอเหมาะ เนื่องจากลูกไม่มีอิสระในการเคลื่อนไหว ลูกน้อยของคุณยังมีกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวอื่น ๆ อีกมากมายที่จะต้องพัฒนา เช่น กล้ามเนื้อท้อง เพื่อช่วยส่งเสริมการคลานและการเดินในที่สุด
ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก intellidancemethod.com / Pobpad.com / นมแม่แฮปปี้

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ท่าซุปเปอร์แมน ท่าเซิ้งกระติ๊บ ทำให้ลูกหยุดร้องไห้

ทารกนอนคว่ำ เสี่ยงหลับไม่ตื่น ไหลตายไม่รู้ตัว

ท่าอุ้มทารกที่ถูกต้อง มีกี่ท่า?

6จุดนวดมือลูก…กระตุ้นพลังสมองช่วย ระบบย่อยอาหาร

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ครูตีเด็ก

ครูตีเด็ก ผิดกฎหมายหรือไม่? ตีเด็กอย่างไรไม่ให้ถูกฟ้อง?

จากข่าวที่กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม ทำให้เกิดคำถามว่า ครูตีเด็ก ผิดกฎหมายหรือไม่? ควรลงโทษเด็กอย่างไรเพื่ออบรมสั่งสอนเด็ก?

ครูตีเด็ก ผิดกฎหมายหรือไม่? ตีเด็กอย่างไรไม่ให้ถูกฟ้อง?

คำว่า “ไม้เรียวสร้างคน” เป็นคำที่เรามักได้ยินมาตั้งแต่เด็ก เพราะการอบรมสั่งสอนเด็กที่ทำสิ่งไม่ถูกต้อง นิยมใช้การตีหรือการลงโทษทางร่างกาย โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือเพื่อให้เด็กหลาบจำ และไม่กลับมาทำผิดซ้ำ ๆ จนทำให้การอบรมสั่งสอนเด็กถูกส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่นจนเป็นเรื่องที่ดูปกติกันไปแล้วในสังคมไทย จนในบางครั้งการลงโทษในรั้วโรงเรียน ของคุณครูบางท่านก็ถูกวิจารณ์กันว่าเป็นการทำรุนแรงเกินกว่าเหตุหรือไม่? ไม่ว่าจะเป็นการ ตัดผมหรือกล้อนผม คาบไม้บรรทัด ขว้างด้วยแปลงลบกระดาน วิ่งรอบสนาม ให้ทำงานหนักอื่น ๆ และที่หนักมากที่สุดคือ
การเฆี่ยนตีหน้าเสาธง หรือหน้าชั้นเรียน การลงโทษเหล่านี้ นอกจากจะทำให้เด็กเกิดความเจ็บปวดทางร่างกายแล้ว ยังส่งผลกระทบทางด้านจิตใจ พัฒนาการ และพฤติกรรมของเด็กในอนาคตอีกด้วย (อ่านต่อ เด็กที่ถูกทำร้าย มีผลต่อร่างกาย จิตใจ และพัฒนาการอย่างไรบ้าง?) การกระทำที่รุนแรงเหล่านี้ ก่อให้เกิดคำถามว่า ครูตีเด็ก ผิดกฎหมายหรือไม่? ทีมแม่ ABK จึงขอนำคำตอบจากบทความจาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ  คุณชัชวัสส์ เศรษฐลักษณ์ ที่ปรึกษากฎหมาย-ธุรกิจ/ ทนายความ ที่ได้กล่าวถึงกรณีนี้  ดังนี้

ครูทำโทษนักเรียนโดยการตีผิดกฎหมายหรือไม่ ?

ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 ได้กำหนดวิธีการลงโทษไว้โดย ห้ามลงโทษนักเรียนและนักศึกษาด้วยวิธีรุนแรง หรือแบบกลั่นแกล้ง หรือลงโทษด้วยความโกรธ หรือด้วยความพยาบาท โดยให้คำนึงถึงอายุของนักเรียนหรือนักศึกษา และความร้ายแรงของพฤติการณ์ประกอบการลงโทษด้วย การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาให้เป็นไปเพื่อเจตนาที่จะแก้นิสัยและความประพฤติไม่ดีของนักเรียนหรือนักศึกษาให้รู้สำนึกในความผิด และกลับมาประพฤติตนในทางที่ดีต่อไป

พฤติกรรมเด็ก
พฤติกรรมเด็กที่ถูกทำร้ายทางร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง

ครูตีเด็ก อย่างไรไม่ให้ถูกผู้ปกครองฟ้องร้องเอาผิดทางกฎหมาย?

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 ได้กำหนดวิธีการลงโทษไว้ว่า “การลงโทษ” หมายความว่า การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการอบรมสั่งสอน โดยโทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิดทำได้ 4 สถาน ดังนี้

  1. ว่ากล่าวตักเตือน ใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษากระทำความผิดไม่ร้ายแรง
  2. ทำทัณฑ์บน ใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียนหรือนักศึกษา
    ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา หรือกรณีทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของสถานศึกษา หรือฝ่าฝืนระเบียบของสถานศึกษา หรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือนแล้ว แต่ยังไม่เข็ดหลาบ
    การทำทัณฑ์บน ให้ทำเป็นหนังสือ และเชิญบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาบันทึกรับทราบความผิดและรับรองการทำทัณฑ์บน ไว้ด้วย
  3. ตัดคะแนนความประพฤติ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาของแต่ละสถานศึกษากำหนด และให้ทำบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน
  4. ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้ในกรณีที่นักเรียนและนักศึกษากระทำความผิดที่สมควรต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

จากข้อกำหนด 4 ข้อนี้ หมายความว่าครูไม่ควรลงโทษนักเรียนและนักศึกษา ด้วยวิธีการอื่น ๆ นอกเหนือจาก 4 มาตรการนี้ การลงโทษควรเป็นวิธีการสุดท้ายสำหรับครู/อาจารย์ที่จะพึงกระทำต่อผู้เรียน และการทำโทษต้องอยู่บนเจตนาของความต้องการแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเท่านั้น การทำการบ้านผิด ตอบคำถามผิด หรือมีการเรียนที่ล่าช้า ไม่สมควรได้รับการลงโทษด้วยวิธีการที่รุนแรงมาก

การลงโทษที่เหมาะสมในยุคปัจจุบันจึงควรละเว้นการทำร้ายร่างการและจิตใจ วิธีการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายอย่างสิ้นเชิง ความผิดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอันเป็นผลจากกระบวนการเรียนการสอนนั้น ต้องได้รับการแก้ไขด้วยกระบวนการเรียนการสอนและการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสม ถ้านักเรียนหรือนักศึกษาทำความผิดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนและสมควรต้องได้รับการลงโทษ ครู/อาจารย์ควรหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในการแก้ไขพฤติกรรมด้วยการทำร้าย ร่างกายหรือจิตใจ ด้วยประการทั้งปวง ครู/อาจารย์ควรให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงดำเนินการจะดีกว่า เช่น พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจากหน่วยงานที่ รับผิดชอบในการแก้ไขความประพฤติของ เยาวชน หรือคนในสังคม ซึ่งเจ้าหน้าที่เหล่านั้นเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจ และมีความชำนาญในกระบวนการและวิธีการลงโทษตามลักษณะของพฤติกรรมที่ควรได้รับ

หากการลงโทษที่กระทำโดยยึดตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการที่แก้ไขเป็นปัจจุบันก็จะทำให้ผู้ปกครอง ไม่สามารถฟ้องร้องความผิดกับครูได้ หรือกรณีได้สร้างความเข้าใจอันดีงามระหว่างนักเรียนและผู้ปกครองแล้ว ผู้ปกครองอาจจะไม่ฟ้องร้องเอาผิดกับผู้บริหารและครูได้เพราะลงโทษด้วยเมตตาจิตหวังความดีงามของนักเรียนเป็นที่ตั้ง และการลงโทษที่ไม่เกินเหตุไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจของนักเรียน หรือนักศึกษา

ครูที่ลงโทษด้วยการตีเด็กมีผลอย่างไร?

หากครูฝ่าฝืนก็จะมีความผิดตามกระทรวงศึกษาธิการ อาจถูกปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ และอาจมีความผิดตามกฎหมายอาญาฐานทำร้ายร่างกายบุคคล รวมถึงยังต้องชดใช้ค่าเสียหายตามกฎหมายแพ่งซึ่งคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองสามารถเรียกค่าเสียหายเมื่อบุตรหลานของท่านถูกทำละเมิดร่างกายได้อีกด้วย

โดยการดำเนินคดีอาญา ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น อันเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและใจ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญามาตรา 295 ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการดำเนินคดีทางแพ่งฐานละเมิดนั้น สามารถเรียกค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทนได้ เช่น ค่ารักษาพยาลาลทั้งหมดที่จ่ายไป อันเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น รวมทั้งค่าสินไหมทดแทนหรือที่เราเรียกว่าค่าทำขวัญอีกได้

แต่ในทางปฏิบัติก็คงอยู่ที่ดุลพินิจของผู้ปกครองว่าจะดำเนินคดีเอาเรื่องกับครูที่ทำผิดหรือไม่ ก็ควรพิจารณาตามความเหมาะสม ดูจากเจตนาที่แท้จริง และข้อเท็จจริงจากการกระทำของลูก ซึ่งเหตุผลและมาตรฐานแต่ละครอบครัวก็คงแตกต่างกัน

เด็กมีสิทธิฟ้องร้องแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับครูที่ตีเขาได้หรือไม่ ?

เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ยังเป็นผู้เยาว์อยู่ยังไม่สามารถดำเนินคดีเองได้ คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองของเด็กจึงต้องดำเนินคดีแทนโดยแจ้งความดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่นั้น หรือฟ้องศาลโดยตรงในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ส่วนโทษของครูนั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรม เจตนาของครูและเด็ก รวมทั้งวิธีการลงโทษและการทำร้ายร่างกายว่าทารุณมากน้อยเพียงใด ลักษณะบาดแผล ผลกระทบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นต่อร่างกายและจิตใจของเด็กผู้ถูกกระทำ ซึ่งศาลท่านจะนำมาประกอบกับดุลพินิจในการลงโทษครูผู้กระทำความผิด และ คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองยังมีสิทธิฟ้องร้องค่าเสียหายจากครูและโรงเรียนที่เป็นนายจ้าง ของครูได้อีกส่วนหนึ่ง

 

การลงโทษเด็ก
การลงโทษเด็ก

 

นี่เป็นเพียงคำถามทางด้านกฎหมายที่จะชี้ให้เห็นว่าหากมีการทำรุนแรงเกินกว่าเหตุในรั้วโรงเรียนนั้น คุณพ่อคุณแม่จะสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อเอาผิดกับผู้ที่ทำร้ายร่างกายลูกของเรา แต่หากเกิดเหตุเหล่านี้กับลูกจริง ๆ คุณพ่อคุณแม่อาจต้องมาชั่งน้ำหนักดูถึงผลดีผลเสียต่าง ๆ วัตถุประสงค์ที่ ครูตีเด็ก รวมถึงพฤติกรรมของลูกตนเอง ประกอบกัน เพราะการฟ้องร้องเอาผิดทางกฎหมายนั้น นอกจากจะใช้เวลาแล้ว ยังส่งผลกระทบทางด้านจิตใจและสังคมของลูกอีกด้วย ต้องอย่าลืมว่าลูกของเรายังต้องไปเรียนที่โรงเรียนนี้อีก ดังนั้น เราจึงไม่สามารถบอกได้ว่าคุณพ่อคุณแม่ควรจะเลือกวิธีการฟ้องร้องหรือจะเลือกวิธีการประนีประนอมแบบสันติวิธี ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมและสถานการณ์นั้น ๆ แต่ทาง ทีมแม่ ABK เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่จะต้องเลือกวิธีที่เหมาะที่สุดและส่งผลดีต่อลูกมากที่สุดแน่นอนค่ะ

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ตีลูกบ่อย ไม่สร้างวินัย แต่คือ การทำร้าย ทำลายอนาคตลูก

รวมข่าวครูทำร้ายเด็ก ความรุนแรงในสังคม ที่นับวันมีแต่เพิ่ม

9 วิธีสอนลูก เมื่อลูกทำผิด ลงโทษลูกอย่างไร ถ้าไม่ตี!

ลงโทษ Time out!! วิธีการนี้ดีหรือไม่…ลูกจะรู้สึกอย่างไร?

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: www.settaluck.legal, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, รายการคลายทุกข์ชาวบ้าน AMARIN TVHD

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เลือดล้างหน้าเด็ก

แม่ท้องต้องรู้! เลือดล้างหน้าเด็ก อันตรายไหม? มีผลต่อลูกในท้องหรือไม่

ต้องรู้! เลือดล้างหน้าเด็ก แตกต่างจากเลือดประจำเดือนอย่างไร เลือดที่ไหลออกมาจากช่องคลอดแบบนี้ บ่งชี้ได้ว่า “กำลังจะเป็นแม่คน” หรือเปล่า? แล้วจะอันตรายไหม? มีผลต่อลูกในท้องหรือไม่? มาหาคำตอบนี้กันค่ะ

เลือดล้างหน้าเด็ก vs เลือดประจำเดือน แตกต่างกันอย่างไร

“เลือดล้างหน้าเด็ก” หรือ Implantation bleeding เป็นเลือดที่เกิดจากการที่ไข่ซึ่งผ่านการผสมกับสเปิร์มแล้ว เคลื่อนที่ไปยังมดลูกเพื่อยึดเกาะฝังตัวอ่อนที่โพรงมดลูก จากการฝังตัวนี้เอง ทำให้มีมีหลอดเลือดเล็ก ๆ ภายในผนังมดลูกแตก จึงทำให้มีเลือดออกมาทางช่องคลอดได้ ซึ่งอาการนี้จะเกิดหลังตกไข่ประมาณ 6-12 วัน  ในขณะที่ประจำเดือนจะเกิดขึ้น 14 วันหลังจากไข่ตก เลือดล้างหน้าเด็กและเลือดประจำเดือน จึงเกิดในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน จนทำให้เกิดความสับสน เพราะโดยทั่วไปมักทำให้ผู้หญิงเข้าใจผิดว่าเป็นเลือดประจำเดือนมากกว่า

รู้ได้อย่างไรเลือดออกแบบนี้คือ “เลือดล้างหน้าเด็ก”

เลือดล้างหน้าเด็ก นับเป็นอาการหนึ่งที่เกิดขึ้นได้กับผู้หญิงที่เริ่มตั้งครรภ์ หากพบว่าหลังจากมีเลือดล้างหน้าเด็กแล้วประจำเดือนขาดไป อาจแสดงว่ากำลังจะได้เป็นคุณแม่แล้ว แต่ในแม่ท้องบางรายก็อาจไม่เคยมีอาการเลือดล้างหน้าเด็กเกิดขึ้นก็เป็นได้ ซึ่งเลือดล้างหน้าเด็กจะเกิดขึ้นในการตั้งครรภ์เพียงประมาณ 1 ใน 3 หรือเพียงร้อยละ 30 คุณแม่ที่ตั้งท้องครั้งแรก และมีความเป็นไปได้ว่าในท้องครั้งต่อไปอาจมีเลือดล้างหน้าเด็กไหลออกมามากกว่าเนื่องจากเคยมีการฝังตัวของตัวอ่อนมาก่อนแล้ว

มีเลือดออกทางช่องคลอด แต่ไม่ใช่ประจำเดือน

ความแตกต่างระหว่างเลือดล้างเด็กและประจำเดือน สังเกตได้จาก

1.สีเลือด สีของเลือดล้างหน้าเด็กที่ออกมาจากช่องคลอดจะเป็นเลือดสีชมพูจาง ๆ ไม่เป็นสีแดงสด จากนั้นจะกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีสนิมแบบน้ำตาลอมแดง หรือเป็นสีดำ บางครั้งก็อาจเป็นสีแดงสดใส ส่วนเลือดประจำเดือนที่เป็นสีแดงสดใสหรือสีแดงเข้ม

2.ปริมาณของเลือดที่ออก เลือดล้างหน้าเด็กจะมีออกมาจากช่องคลอดกระปริบกระปรอยในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรือเป็นแค่หยดเลือด เป็นรอยเปื้อนที่ติดกางเกงใน เมื่อมาแล้วบางคนอาจจะไม่รู้สึกอะไรหรือไม่รู้ตัว เพราะเป็นช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับประจำเดือนมาและอาจไม่มีอาการอื่น ๆ ร่วม ในขณะที่เลือดประจำเดือนจะมีปริมาณเลือดออกมามากกว่า

3.ระยะเวลาที่มีเลือดออก เลือดล้างหน้าเด็กจะออกมาช่วงเวลาไล่เลี่ยกับในช่วงที่มีประจำเดือนมา ซึ่งจะเกิดขึ้นประมาณ 6-12 วันหรือเฉลี่ย 9 วันหลังไข่ตก โดยจะมาก่อนมีประจำเดือนประมาณ 1 สัปดาห์หรือจนถึงไม่กี่วันก่อนที่ประจำเดือนปกติจะมา แต่ถ้ามีเลือดออกทางช่องคลอดใกล้กับวันที่คาดว่าจะเป็นประจำเดือนเท่าไหร่ โอกาสที่จะเป็นเลือดล้างหน้าเด็กจะยิ่งน้อย หมายความว่าอาจยังไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้เช่นกัน โดยเลือดล้างหน้าเด็กจะหมดไปภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือมีแค่ภายใน 1 หรือ 2 วัน และจะหยุดไปได้เอง ในขณะที่ประจำเดือนปกติจะเป็นนาน 3-5 วัน แต่ไม่เกิน 7 วัน

ทั้งนี้ ขณะมีเลือดล้างหน้าเด็กอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย อาทิเช่น

อาการเลือดล้างหน้า

  • ปวดเกร็งเล็กน้อยบริเวณท้องน้อย เนื่องจากมดลูกมีการบีบรัดตัว และอาจเป็นสัญญาณของการเริ่มตั้งครรภ์ก็เป็นได้
  • มีอารมณ์แปรปรวนและอาจมีอาการปวดศรีษะ

เลือดล้างหน้าเด็กอันตรายไหม? มีผลต่อลูกในท้องหรือไม่?

เกิดเลือดล้างหน้าเด็ก อาจเป็นอาการที่บ่งบอกว่ามีการตั้งครรภ์ โดยทั่วไปแล้ว เป็นเรื่องปกติ ไม่จำเป็นต้องรักษาหรือเป็นกังวลแต่อย่างใด เพราะเลือดที่ออกมานั้นมีปริมาณน้อยมาก สามารถทำกิจวัตรประจำวันและพักผ่อนได้ตามปกติ แต่หากคุณแม่ไม่มั่นใจว่าเป็นเลือดล้างหน้าเด็กหรือเลือดประจำเดือน และสงสัยว่าตนเองตั้งท้องหรือไม่ ก็สามารถรอประมาณ 1 สัปดาห์หลังจากมีเลือดออกวันแรกเพื่อใช้ชุดทดสอบการตั้งครรภ์ตรวจปัสสาวะหาระดับฮอร์โมน hCG เพื่อสามารถบอกได้ว่าเป็นการตั้งครรภ์จริงหรือไม่ พร้อมทั้งสังเกตอาการตั้งครรภ์อื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน การเจ็บหรือคัดตึงเต้านม เป็นต้น ในกรณีที่คุณแม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น การมีเลือดล้างหน้าเด็กมักไม่มีผลใด ๆ ต่อทารกในครรภ์ ไม่มีผลทำให้ทารกพิการ หรือทารกเสียชีวิตจนแท้งออกมา

เลือดล้างหน้า

เลือดออกทางช่องคลอดที่ไม่ใช่เลือดล้างหน้าเด็ก สัญญาณอันตรายที่ต้องไปพบแพทย์

หากมีอาการเลือดออกทางช่องคลอดที่ไม่ได้บ่งชี้ว่าเป็นเลือดล้างหน้าเด็กหรือเลือดประจำเดือน อาจแสดงถึงปัญหาสุขภาพและภาวะสุขภาพบริเวณช่องคลอดผิดปกติ ซึ่งสาเหตุของอาการเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติในช่วงตั้งครรภ์อาจเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ อาทิเช่น

  • การมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรง หรือการใช้สิ่งแปลกปลอมสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศขณะที่มีเพศสัมพันธ์ก็อาจทำให้ภายในช่องคลอดเกิดการฉีกขาด จนทำให้เลือดออกทางช่องคลอดได้
  • ภาวะฮอร์โมนแปรปรวน ในร่างกายเปลี่ยนแปลงขณะตั้งครรภ์ อาจทำให้คุณแม่เกิดความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้นและเมื่อมีเพศสัมพันธ์ขณะตั้งครรภ์ก็อาจทำให้มีเลือดออกมาจากช่องคลอด รวมถึงภาวะเครียด การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ซึ่งก็เป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้ฮอร์โมนแปรปรวนและเป็นสาเหตุของเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดได้เช่นกัน
  • การรับประทานยาคุมกำเนิดหรือการใช้วิธีคุมกำเนิดด้วยห่วงอนามัย อาจทำให้เลือดออกทางช่องคลอดได้ โดยเฉพาะการกินยาคุมกำเนิดที่ไม่สม่ำเสมออาจทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติด้วย
  • การติดเชื้อหรือการอักเสบของอวัยวะ ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์ ส่งผลให้เกิดการอักเสบของช่องคลอดส่งผลให้มีเลือดออกได้ เช่นในบริเวณปากมดลูก หรือเยื่อบุโพรงมดลูก โดยสาเหตุของการติดเชื้ออาจเกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคซิฟิลิส หนองใน หรือกามโรคอื่น ๆ การสวนล้างช่องคลอด การติดเชื้อในอวัยวะอุ้งเชิงกราน เป็นต้น
  • การทำงานที่ผิดปกติของมดลูกและโรคทางระบบสืบพันธ์เช่น โรคถุงน้ำหลายใบในรังไข่ (PCOS) ที่ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติก็อาจพบเลือดออกจากช่องคลอดได้
  • ภาวะแท้งคุกคามหรือการตั้งครรรภ์นอกมดลูก หากสังเกตว่ามีเลือดออกติดต่อกันเกินกว่า 2 วัน มีปริมาณเลือดที่ออกมากหรือออกเป็นลิ่มเลือดหรือก้อนเลือดหลุดออกมาจากช่องคลอด รวมทั้งสีของเลือดผิดปกติ มีสีแดงสดแทนที่จะเป็นสีชมพูหรือสีน้ำตาล รวมทั้งมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงร่วมด้วย อาจเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นในมดลูก ถือเป็นความผิดปกติที่ค่อนข้างอันตรายต่อแม่และทารกในครรภ์ ซึ่งเมื่อมีอาการลักษณะนี้ควรรีบไปพบแพทย์ในทันที

จะเห็นได้ว่า หากมีอาการเลือดล้างหน้าเด็กเกิดขึ้น ว่าที่คุณแม่สามารถตรวจเบื้องต้นด้วยชุดทดสอบการตรวจครรภ์ว่ามีการตั้งครรภ์หรือไม่ แต่หากพบอาการเลือดที่ออกจากช่องคลอดผิดปกติ และสงสัยว่าคืออะไร ควรรรีบไปพบแพทย์ การพบสาเหตุเร็วจะสามารถวางแผนดูแลตัวเองและรับการรักษาต่อไป เพื่อความปลอดภัยต่อร่างกายคุณแม่และลูกน้อยนะคะ.

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.pobpad.comwww.medthai.comwww.lovecarestation.com

อ่านต่อบทความอื่นที่น่าสนใจ :

คนท้องเลือดจาง ควรกินอะไร และมีวิธีป้องกันอย่างไร

หมอเตือน คนท้องห้ามนวด! เสี่ยงลิ่มเลือดอุดตัน-แท้ง-เสียชีวิต

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

Thailand Sustainability Expo

เชิญเที่ยวงาน “Thailand Sustainability Expo 2020” 1-4 ต.ค. นี้

พร้อมเนรมิตพื้นที่ของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ให้เป็น Big Event ด้านความยั่งยืนแห่งปี ในงาน “Thailand Sustainability Expo 2020 (TSX)” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) มหกรรมที่รวมพลังองค์กรและนักพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของไทยในทุกมิติ ที่จัดโดย 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศไทยที่เป็นผู้นำองค์กรด้านความยั่งยืนระดับโลกกับปรากฏการณ์ความร่วมมือครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่ ภายใต้การนำของ 3 บิ๊ก คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย คุณธีรพงศ์ จันศิริ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) รวมถึงองค์กรชั้นนำในเครือข่าย TSCN (Thailand Supply Chain Network) หรือเครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย ร่วมด้วยองค์กรอื่น ๆ ที่มีการดำเนินธุรกิจตามแนวดัชนีความยั่งยืน Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI โดยงานนี้ได้น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “สืบสาน รักษา และต่อยอด” มาเป็นแนวทางในการจัดงานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมเปิดโอกาส และสร้างเครือข่ายสังคมของการมีส่วนร่วมสู่การนำไปปฏิบัติที่ใช้ได้ผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-4 ตุลาคม 2563 ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ชั้น G ชั้น 3 และ ชั้น 5

TXS2020
TXS2020

เกี่ยวกับรายละเอียดเรื่องนี้ คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของไทยเบฟ ไทยเบฟได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy – SEP) มาเป็นหลักปฏิบัติ อันจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน  17 ประการขององค์การสหประชาชาติ จะเห็นได้ว่าไทยเบฟเป็นบริษัทแรกในภูมิภาคอาเซียนที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่มระดับโลกในดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI) ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 เป็นสมาชิกในดัชนีความยั่งยืน DJSI ระดับโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 3 และเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืน DJSI กลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ติดต่อกันเป็นปีที่ 4  นอกจากนี้ในปี 2562 ไทยเบฟยังได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์โลกให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น ไทยเบฟจึงยึดมั่นและทุ่มเทเพื่อ “สร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต” ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ไทยเบฟมุ่งมั่นที่จะปกป้องสิ่งแวดล้อมเพราะเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมถือเป็นรากฐานของชุมชนและสังคมที่แข็งแกร่ง และส่งผลให้การวางรากฐานทางธุรกิจมั่นคงเช่นกัน ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตทางธุรกิจของไทยเบฟที่เป็นไปตามเป้าหมายการ ก้าวขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มครบวงจรในภูมิภาคอาเซียนอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

TSX2020
TSX2020

ทางด้าน คุณธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า  “ไทยยูเนี่ยนให้ความสำคัญด้านความยั่งยืนมาโดยตลอดและดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี นอกเหนือจากการปฏิบัติตามกฎระเบียบสากลแล้ว เรายังมุ่งมั่นในพันธกิจที่จะเป็นบริษัทแห่งนวัตกรรมและดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบทั่วโลก โดยเรามีนโยบายความยั่งยืนตามกลยุทธ์ SeaChange® ที่เราดำเนินควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปี 2561 และ 2562 ไทยยูเนี่ยนได้เป็นผู้นำอันดับ 1 กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารของโลกจากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์  ปัจจุบันไทยยูเนี่ยนได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ เป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน  ไทยยูเนี่ยนยังมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในภาคีข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact) และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเพื่อความยั่งยืนของอาหารทะเลสากล (International Seafood Sustainability Foundation: ISSF) ในวันนี้ไทยยูเนี่ยนมีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดงาน Thailand Sustainability Expo 2020 (TSX) ในครั้งนี้”

ก้าวคนละก้าว
ก้าวคนละก้าว

และ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ

GC เปิดเผยว่า GC ต้นแบบด้านความยั่งยืนของโลก ภายใต้แนวคิด Circular for Better Living ด้วย 3 นโยบายตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ Smart Operating คือ การนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและนำมาหมุนเวียนอย่างคุ้มค่า Responsible Caring คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์นั้นๆ และ Loop Connecting คือ การเชื่อมโยงทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่อุปทาน สร้างความร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ เพื่อเชื่อมต่อธุรกิจแบบครบวงจร นอกจากนี้ GC ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก อาทิ United Nations Global Compact หรือ UNGC ประเมินให้ GC เป็น GLOBAL COMPACT LEAD หนึ่งเดียวในประเทศไทย จาก 37 องค์กรทั่วโลก และ ในปี 2019 ดัชนีด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ DJSI ได้จัดอันดับให้ GC เป็นที่ 1 ของโลก และ อยู่ในระดับ Top 10 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ใน Chemical Sector”

 

สำหรับงานนี้ โซนไทยเบฟ จะเน้นการสื่อสาร 3 เรื่องหลัก ได้แก่

  1. Water of Life (ธรรมชาติสร้างน้ำ น้ำสร้างชีวิต) ไทยเบฟใส่ใจในการบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่า โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีเหตุมีผล ผ่านโครงการที่เน้นการสร้างต้นน้ำ ปลูกจิตสำนึกของการอนุรักษ์ต้นน้ำ ผืนป่าและธรรมชาติให้แก่ชุมชน การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัยในกระบวนการผลิตแบบองค์รวม รวมถึงโครงการคืนน้ำที่ปลอดภัยกลับสู่ระบบนิเวศ
  2. Quality of Life การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ด้วยการผลิตสินค้าและการให้บริการที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค สร้างภูมิคุ้มกันในการดำเนินธุรกิจด้วยกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างรู้คุณค่า การใช้หลัก 3R (Reduce, Reuse, Recycle) การนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
  3. Sustainable Ways of Life สนับสนุนให้ชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากมีความแข็งแกร่งและยั่งยืน โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ผ่านโครงการที่ให้ความรู้คู่คุณธรรม ผลักดันให้เกิดความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกระดับ เพื่อให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันในแต่ละชุมชน การสร้างอาชีพในท้องถิ่น สนับสนุนการศึกษาให้แก่เยาวชน รวมถึงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นและของชาติ โดยโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของไทยเบฟนั้น ล้วนแต่ส่งผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างให้แก่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

พบกับกิจกรรมมากมาย ได้แก่ Exhibitors รวมมากกว่า 70 บูธที่จัดแสดงภายในงาน Thailand Sustainability Expo แบ่งเป็น 5 โซนหลัก  ดังนี้

  1. โซน Main Exhibition เป็นการจัดแสดงแนวทางการจัดการปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม การบริหารโครงการด้านความยั่งยืน และการลดผลกระทบที่เกิดแก่สังคมในวงกว้างจากเครือข่ายองค์กรภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ รวมไปถึงมูลนิธิขนาดใหญ่ในประเทศไทย จัดบริเวณชั้น 5
  2. โซน Win Win WAR Village เป็นการแสดงไอเดียธุรกิจเพื่อสังคมจาก 12 นักธุรกิจแบ่งปันจากรายการ Win Win WAR Thailand ที่จะบอกเล่าเรื่องราวของการทำธุรกิจที่สร้างผลกระทบด้านดีให้กับสังคม จัดบริเวณชั้น 5
  3. โซน Sustainable Lifestyle เป็นการให้ความรู้และจัดแสดงแนวคิดการนำหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาใช้ในการทำธุรกิจ พร้อมกันนี้มีการจัดแสดงภาพถ่ายที่ได้รับรางวัลจากโครงการ Sustainability Action Hero Photo Contest จัดบริเวณชั้น 3
  4. โซน Food and Drinks for Sustainability เป็นการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมกันนี้ได้มีการให้ความรู้เรื่องการผลิตอาหารให้มีระบบที่ยั่งยืน เพื่อลดปัญหาเรื่องอาหารขาดแคลนในอนาคตด้วย การนำเรื่องระบบนิเวศมาเชื่อมโยงเข้ากับการทำเกษตรของมนุษย์ จัดบริเวณชั้น G
  5. โซน Design for Sustainability เป็นการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าประเภทของใช้ พร้อมกันนี้ได้มีการให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องการทำ Sustainable Design หรือการออกแบบสินค้าที่ลดปริมาณการใช้ทรัพยากร การนำกลับมาใช้ใหม่ รวมไปถึงการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อโลกให้น้อยที่สุด จัดบริเวณชั้น G

โดยแบ่ง Highlight แต่ละวันดังต่อไปนี้

วันที่ 1 ตุลาคม 2563 

  • พิธีเปิดเปิดตัว Thailand Sustainability Expo 2020
  • พบกับ อเล็กซ์ เรนเดล ผู้ก่อตั้ง “ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา” (EEC Thailand) ทอล์ค​เรื่อง​ศูนย์​การเรียนรู้​และกิจกรรม​ที่​ ทำกับเยาวชน​ เช่น​ เห็น​การเปลี่ยนแปลง​อย่างไรบ้าง​จากตลอด​เวลา​ที่ทำงานด้านนี้มา​ รวมไปถึงการปลูกฝังจิตสำนึกสิ่งแวดล้อม​ด้วย​กิจกรรม​นอกห้องเรียน​ ส่งผลต่อการเรียนรู้​อย่างไร​
  • กิจกรรม Policy Talk หัวข้อ “The Global Scale: Global Scorecard & Way Forward”
    โดย Renaud Meyer, UNDP Resident Representative to Thailand ใน
    หัวข้อ “ความก้าวหน้าของไทยในการอนุวัติเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

วันที่ 2 ตุลาคม 2563 

  • เปิดตัวรายการ Win Win WAR Special Online Edition การกลับมาอีกครั้งของรายการแข่งขันเฟ้นหาและบ่มเพาะผู้ประกอบการเพื่อสังคมหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่สร้างความรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับการทำ “ธุรกิจแบ่งปัน” (Social business) ในสังคมวงกว้าง
  • พบกับกลุ่มคนที่ “ลงมือทำ” ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจด้านความยั่งยืน งานอนุรักษ์ด้านความยั่งยืน งานศิลปะเพื่อสื่อสารและสร้างแรงบันดาลใจ งานสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อนร่วมสังคม มาร่วมรับฟังแนวคิดเปลี่ยนโลก อาทิ ศิลปะและความยั่งยืน โดย ม.ล. จิราธร จิระประวัติ , การเสวนา “การพัฒนารูปแบบวัสดุสำหรับการฟื้นฟูปะการัง” โดย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ เอสซีจี , การเสวนา “ทะเลไทยในยุคหลังโควิด-19” โดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ฯลฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

วันที่ 3 ตุลาคม 2563

  • CEO Panel Discussion “Decade of Sustainability Actions” โดยผู้บริหารจาก ไทยเบฟ จีซี และ ไทย ยูเนี่ยน ดำเนินรายการโดย คุณสุทธิชัย หยุ่น
  • “Barriers to Sustainable Innovations (Sustainnovation)” โดย รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต

วันที่ 4 ตุลาคม 2563

  • Trash to Treasure workshop: กิจกรรมเวิร์คช็อปสร้างสรรค์สิ่งของ/ ของเล่น จากเศษวัสดุเหลือใช้ ซึ่งสามารถนำไปตกแต่งบ้านหรือสร้างรายได้จริงกับผู้เข้าร่วมงาน และลดปัญหาด้านขยะที่มีมากขึ้นในปัจจุบัน
  • ประกวดสุนทรพจน์เยาวชนอาเซียนรอบชิงชนะเลิศ “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (ASEAN Youth Speech Contest “Sufficiency for Sustainability”) เวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แบ่งปันมุมมองและชี้ให้เห็น

ความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของโลก รวมทั้งแสดงความคิดเห็นและเสนอวิธีแก้ปัญหาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

งานเดียวที่ผู้เข้าร่วมชมงานจะได้เปิดประสบการณ์และเรียนรู้ผ่านนิทรรศการด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนจากบริษัทชั้นนำของประเทศไทย การเข้าร่วมโครงการจิตอาสาต่างๆ ทำความเข้าใจและโอกาสสายอาชีพด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน และกิจกรรมมากมายที่มุ่งเน้นให้เกิดแรงบันดาลใจให้ทุกคนร่วมมือกันเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ยั่งยืน Inspirational Talks เกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืนจากผู้บริหารระดับสูงขององค์กรชั้นนำ และ sustainability influencers/celebrities และเวทีแห่งโอกาสด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนที่หาจากที่ไหนไม่ได้ นอกจากนั้นยังมี Marketplace ที่เปิดโอกาสให้กับธุรกิจรายย่อยได้นำเสนอสินค้าหรือแนวคิดด้านการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนที่สร้างผลกระทบเชิงบวกให้เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมและสังคม

เรียกได้ว่าเป็น Big Event ด้านความยั่งยืนแห่งปีที่เป็นการรวมตัวขององค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนของประเทศไทยที่จะมาร่วมกันสร้างพลังร่วมในครั้งนี้ เพื่อบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนอย่างแท้จริง

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

มือ เท้า ปาก หน้าฝน

มือ เท้า ปาก หน้าฝน ระบาดหนัก! เจอ 8 อาการนี้ต้องพาลูกไปหาหมอ

ฟ้าครึ้ม ๆ ฝนลงเม็ดทีไร พาโรคร้ายมาด้วยทุกครั้ง หนึ่งในโรคฮิตที่แพร่ง่าย ติดได้ไว เด็กเล็กต้องระวัง มือ เท้า ปาก !!!

มือ เท้า ปาก หน้าฝน ระบาดหนัก!

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกโรงเตือนพ่อแม่ผู้ปกครอง ให้ระวังโรคมือ เท้า ปาก ในช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะทารกหรือเด็กเล็กที่เรียนอยู่ เพราะในสถานศึกษา เด็ก ๆ ติดโรคกันได้ง่าย สิ่งสำคัญคือต้องหมั่นสังเกตอาการลูกทุก ๆ วัน หมั่นทำความสะอาดของเล่นของใช้ และถ้าลูกอยู่ในวัยที่ต้องไปสถานศึกษา หากเด็กป่วยให้หยุดรักษาตัวอยู่บ้านจนกว่าจะหาย เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กคนอื่น ๆ ติดโรคมือ เท้า ปาก ไปด้วย สำหรับสถานการณ์ โรคมือ เท้า ปาก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 21 กันยายน 2563 พบผู้ป่วย 9,442 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ช่วงอายุที่พบมากที่สุดคือเด็กแรกเกิด-4 ปี (ร้อยละ 84.37) รองลงมาคืออายุ 7-9 ปี (ร้อยละ 4.29) และอายุ 5 ปี (ร้อยละ 4.25) ตามลำดับ

จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อแสนประชากรสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. นราธิวาส
  2. ยะลา
  3. น่าน
  4. เชียงราย
  5. แม่ฮ่องสอน

นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค แจ้งเตือนพ่อแม่ผู้ปกครองให้ระมัดระวังโรคร้ายในช่วงฤดูฝน โดยกล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนและสถานศึกษาอยู่ในระหว่างเปิดเทอม เปิดการเรียนการสอน ในหลาย ๆ พื้นที่ของประเทศไทยมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง จนอากาศเย็นลง ทำให้เกิดความชื้นที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ในหน้าฝนอย่างนี้ โรคที่ต้องระมัดระวังคือ โรคมือ เท้า ปาก เพราะเป็นโรคที่พบบ่อยในช่วงนี้

มือ เท้า ปาก หน้าฝน
มือ เท้า ปาก หน้าฝน

ช่วงอายุที่พบโรคมือ เท้า ปาก ได้บ่อย

โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่พบมากในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เนื่องจากเจ้าตัวน้อยมีภูมิคุ้มกันต่ำ ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเตอโรไวรัส ซึ่งมีอยู่หลายสายพันธุ์ ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง กรณีที่มีสมองอักเสบร่วมด้วย มักเกิดจากเชื้อเอนเตอโรไวรัส 71 หรือ อีวี 71 มีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้

การติดต่อของโรค มือ เท้า ปาก

โรค มือ เท้า ปาก สามารถติดต่อจากการได้รับเชื้อไวรัสเข้าทางปากโดยตรง ซึ่งเชื้อไวรัสจะติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากแผลตุ่มพองหรืออุจจาระของผู้ป่วย หรือติดต่อจากการไอ จาม รดกัน

มือ เท้า ปาก หน้าฝน
มือ เท้า ปาก ต้องระวัง

รู้ได้อย่างไรว่าลูกติดเชื้อ มือ เท้า ปาก

หากลูกได้รับเชื้อจะมีอาการเล็กน้อย ตั้งแต่มีไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย ต่อมา 1-2 วัน มีอาการเจ็บปาก และตุ่มพองเล็ก ๆ ก็จะค่อย ๆ เกิดขึ้น ที่บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ตุ่มแผลในปาก เพดานอ่อน กระพุ้งแก้ม ลิ้น เด็กเล็ก ๆ ก็จะเจ็บมากจนทานอะไรไม่ได้ ทำให้มีอาการซึม ร่วมกับการร้องไห้งอแงด้วยความเจ็บปวด

8 อาการของโรค มือ เท้า ปาก ที่ต้องรีบพาลูกไปหาหมอ

  1. ไข้สูง
  2. ซึม
  3. อ่อนแรง
  4. ชักเกร็ง
  5. มือสั่น
  6. เดินเซ
  7. หายใจหอบเหนื่อย
  8. อาเจียน
มือ เท้า ปาก หน้าฝน
มือ เท้า ปาก หน้าฝน

วิธีป้องกันโรคมือ เท้า ปาก

  • พ่อแม่ผู้ปกครองต้องคอยสังเกตอาการของเด็กก่อนมาสถานศึกษา หรือไปโรงเรียน ในส่วนสถานศึกษา ก็ต้องคัดกรองเด็กก่อนเข้าเรียนทุกวัน หากพบเด็กไม่สบายหรือมีไข้ ควรพาไปพบแพทย์และให้พักอยู่ที่บ้าน
  • ให้เด็กสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย ซึ่งเชื้อโรคมือ เท้า ปาก เชื้อจะอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากแผลตุ่มพองหรืออุจจาระของคนที่ป่วย หรือเมื่อเด็กที่ติดเชื้อไปจับของเล่น ของใช้ ก็จะทำให้เชื้อกระจายไปสู่สิ่งของเครื่องใช้หรือของเล่น ส่งต่อเชื้อร้ายสู่เด็กคนอื่นได้ ดังนั้น หากลดการสัมผัสจะสามารถป้องกันการรับเชื้อโรคได้ หรือทำความสะอาดของเล่นของใช้บ่อย ๆ
  • หมั่นทำความสะอาดพื้นที่ที่เด็กใช้ร่วมกัน ของใช้ ของเล่นเด็กเป็นประจำ เพื่อลดเชื้อโรคที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม
  • ให้เด็กล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล ทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร ก่อนและหลังเข้าห้องน้ำ ก่อนและหลังเล่นของเล่น เพื่อลดเชื้อสะสมบนมือ ลดการแพร่เชื้อสู่เด็กคนอื่น พ่อแม่และครูต้องคอยย้ำสอนถึงวิธีล้างมือที่ถูกต้อง ให้สะอาดหมดจด เพื่อป้องกันโรคมือ เท้า ปาก และเชื้อโรคอื่น ๆ
  • จัดให้มีพื้นที่ในการเข้าแถวทำกิจกรรม หรือเล่นกลุ่มย่อย โดยมีการเว้นระยะห่างระหว่างกันอย่างน้อย 1-2 เมตร
  • หากพบเด็กป่วย ขอให้ครูอาจารย์แยกออกจากเด็กปกติ และแจ้งให้ผู้ปกครองรับกลับบ้านหรือไปโรงพยาบาล ส่วนพ่อแม่เอง ถ้าลูกป่วยควรให้หยุดเรียนและพาไปพบแพทย์โดยเร็ว

เพียงทำตามวิธีป้องกัน ก็จะช่วยป้องกันโรคร้ายได้มากมาย ทั้งโรคมือ เท้า ปาก โรคโควิด-19 และโรคติดต่อทางเดินหายใจอื่น ๆ อย่าลืมนะคะ ต้องคอยสังเกตอาการลูกทุก ๆ วัน อย่างใกล้ชิด ถ้าลูกมีอาการไข้ขึ้นสูง ซึม เดินเซ ชักเกร็ง หายใจหอบเหนื่อย อาเจียนมาก ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะนี่เป็นสัญญาณอันตรายว่าอาจติดเชื้อโรคมือ เท้า ปาก ชนิดรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

อ้างอิงข้อมูล : https://ddc.moph.go.th

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

โรคไหลตายในทารก SIDS สาเหตุสำคัญ พร้อมวิธีป้องกันทารกหลับไม่ตื่น

RSV อาการ เป็นแบบไหน ไวรัสอาร์เอสวี เกิดจากอะไร หน้าฝนทีไรมาทุกที

เปิดกฎหมาย 6 ประเทศ ห้ามตีเด็ก ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ครู ถือว่าผิดกฎหมาย!

รวมประเทศที่มีกฎหมาย “ห้ามตีเด็ก” ประเทศที่มีการคุ้มครองเด็ก ป้องกันการกระทำรุนแรงต่อเด็ก ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ครู หรือใครก็ตาม หากทำร้ายเด็ก ถือว่าทำผิดกฎหมายทันที!

เปิดกฎหมาย “ห้ามตีเด็ก” มีในประเทศใดบ้าง?

ความคิดที่ว่าพ่อแม่และครู มีสิทธิหรือแม้แต่หน้าที่ที่จะต้องลงโทษเด็กทางร่างกายมีมานานแล้วในสังคมไทย เพราะเข้าใจกันไปว่าการลงโทษด้วยการตีหรือทำร้ายทั้งทางร่างกายหรือจิตใจ เป็นการสอนให้เด็กรู้จักจำหากทำผิด ต่อไปจะได้ไม่ทำผิดซ้ำอีก แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีมุมมองใหม่ ๆ ที่เล็งเห็นว่าการตีเด็ก หรือทำร้ายเด็กเพื่อสอน เป็นความคิดที่ผิด เพราะนอกจากจะเป็นการทำให้เด็กรู้สึกเจ็บปวดทางร่างกายแล้ว และยังส่งผลกระทบต่อเด็กทางจิตใจอย่างยากที่จะเยียวยาได้ รวมถึงส่งผลต่อบุคลิกภาพ แนวคิด และนิสัยของเด็กในอนาคต ดังนี้

เด็กที่ถูกทำร้าย มีผลต่อร่างกาย จิตใจ และพัฒนาการอย่างไรบ้าง?

  1. กลัว วิตกกังวล จนมีอาการทางกาย เช่น ปวดท้อง อาเจียน เป็นต้น หากอาการกลัว วิตกกังวล ยังไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดโรคซึมเศร้า และอยากฆ่าตัวตายได้
  2. มีความยอมรับนับถือตนเองต่ำ (Low self esteem) ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง (Lacking of self confidence)  ขาดความมั่นคงในจิตใจ (insecure) หวาดระแวงว่าผู้อื่นคิดร้าย (Paranoid) ภาวะรู้สึกว่าตนอ่อนแอ (Powerlessness) มักชอบเรียกร้องความสนใจ (Attention seeking)
  3. อารมณ์แปรปรวน ก้าวร้าว ไม่สามารถคิดเป็นเหตุเป็นผล ไม่สามารถใช้หรือยอมรับเหตุผล ไม่สามารถเข้าใจกฎแห่งเหตุและผล เพ้อฝัน มีกระบวนการทางความคิดที่แตกต่างจากบรรทัดฐานทางสังคม
  4. เด็กที่ถูกทำร้ายจะเกิดการ block หรือขัดขวางการสื่อสารระหว่างสมองส่วนอารมณ์ กับสมองส่วนหน้า หรือระหว่างสมองส่วนหน้ากับสมองส่วนหลัง หมายความว่าอาการที่เกิดขึ้นกับเด็กเหล่านี้ข้างต้นที่เห็นได้ชัดคือ เด็กจะทำอะไรโดยขาดความยับยั้งชั่งใจ

ผลกระทบต่อเด็กที่ถูกทำร้ายมีมากกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้นไม่ควรมีเด็กคนใดต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัว เด็กทุกคนมีสิทธิได้รับการปกป้องคุ้มครองจากความรุนแรง การถูกทำร้าย การถูกละเลยทอดทิ้ง และการถูกแสวงประโยชน์ แนวคิดนี้ จึงได้มีการร่างกฎหมายว่าด้วยการห้ามการลงโทษเด็กในหลาย ๆ ประเทศ และยังมีการให้คำมั่นที่จะห้ามไม่ให้มีการลงโทษเด็ก ในรัฐภาคีสมาชิกของสมาพันธ์ในยุโรปอีกด้วย มีประเทศใดบ้างที่มีกฎหมายนี้? มีการลงโทษอย่างไรบ้าง? อ่านได้ที่นี่

รวมประเทศที่มีกฎหมายห้ามตีเด็ก

  1. ประเทศสวีเดน

ห้ามลงโทษเด็ก
ห้ามลงโทษเด็ก

ประเทศสวีเดน เป็นประเทศแรกที่เริ่มกฎหมาย ห้ามตีเด็ก โดยในปี ค.ศ. 1979 รัฐสภาสวีเดนลงคะแนนเสียงให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายว่าด้วยเด็กและผู้ปกครอง เพื่อให้ครอบคลุมการห้ามการลงโทษทางร่างกายและการปฏิบัติต่อเด็กอย่างไร้ศักดิ์ศรี ปัจจุบันนี้กฎหมาย ระบุไว้ในมาตราที่ 6 วรรคที่ 1 ว่า:

“เด็กทุกคนพึงมีสิทธิที่จะได้รับการดูแล ความมั่นคงและการเลี้ยงดูที่ดีเด็กทุกคนพึงได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพในความเป็นปัจเจกบุคคล และจะต้องไม่ถูกลงโทษทางร่างกายหรือการปฏิบัติอย่างไร้ศักดิ์ศรีใดๆ ก็ตาม”

กฎหมายดังกล่าวห้ามไม่ให้พ่อแม่เลี้ยงดูบุตรโดยใช้ความรุนแรงหรือการปฏิบัติที่เป็นการทารุณจิตใจ แต่มิได้ห้ามไม่ให้พ่อแม่ยับยั้งบุตรในกรณีที่จะเป็นการป้องกันไม่ให้บุตรหรือผู้อื่นได้รับอันตรายใด ๆ ก็ตาม

ขณะที่การห้ามการลงโทษทางร่างกายในประมวลกฎหมายว่าด้วยเด็กและผู้ปกครองมิได้มีบทลงโทษในตัวของมันเอง แต่การกระทำอันขัดต่อข้อห้ามดังกล่าวจะถูกลงโทษตามมาตรา 3 วรรคที่ 5 ของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งกล่าวว่า ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นเกิดอาการบาดเจ็บทางร่างกาย ทุกข์ทรมาน เจ็บปวด หรือทำให้อยู่ในสภาพไร้ความสามารถ ผู้นั้นกระทำความผิดฐาน ทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือหากการทำร้ายร่างกายนั้น ไม่สาหัส ผู้นั้นพึงต้องถูกปรับหรือต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หากผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำจะต้องระวางโทษอย่างน้อยหนึ่งปีจนถึงสูงสุด สิบปี โดยไม่คำนึงว่าผู้ถูกกระทำนั้นจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ โดยกฎหมายนี้ ครอบคลุมถึงผู้ใหญ่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคุณครู หรือญาติ ก็ต้อง ห้ามตีเด็ก

2. ประเทศตุรกี

ในตุรกีการลงโทษเด็กทางร่างกาย ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นการทำร้ายร่างกาย มีโทษจำคุกไม่น้อยกว่า 1 ปีและไม่เกิน 3 ปี นอกจากนี้ยังมีปัจจัยในการพิจารณาเพิ่มโทษ เช่น หากศาลเห็นว่าผู้ถูกทำร้ายอยู่ในภาวะและอายุที่ไม่สามารถป้องกันตนเองได้ หรือเป็นลูกของผู้ทำร้าย หรือการลงโทษนั้น ๆ ทำให้เกิดความทุกข์ทรมานเป็นอันตรายต่อชีวิต ให้ถือว่าเป็นการกระทำที่ร้ายแรง ต้องจำคุกสูงสุดถึง 18 ปี

3. ประเทศสกอตแลนด์

สกอตแลนด์เป็นประเทศแรกในกลุ่มสหราชอาณาจักรที่ออกกฎหมายห้ามทำโทษเด็กด้วยการทำร้ายร่างกาย โดยระบุว่า พ่อแม่และผู้ดูแลเด็กสามารถใช้กำลังอย่างสมเหตุสมผล เพื่อฝึกให้เด็กอยู่ในระเบียบวินัย ในส่วนของการพิจารณาว่าการลงโทษของผู้ปกครองหรือพ่อแม่ เป็นเรื่องสมเหตุสมผลหรือไม่ ศาลจะดูปัจจัยต่าง ๆ เช่น ลักษณะการลงโทษ ระยะเวลาและความถี่ในการลงโทษ อายุของเด็กที่ถูกลงโทษ ตลอดจนผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของเด็ก แต่หากมีการลงโทษที่ไม่สมเหตุสมผล รัฐบาลสกอตแลนด์ สนับสนุนขั้นตอนที่จะทำให้เด็กได้รับการปกป้องจากการถูกทำร้ายร่างกาย เช่นเดียวกับการคุ้มครองผู้ใหญ่ คือ ผู้ที่ทำร้ายเด็ก จะถูกลงโทษเช่นเดียวกับการทำร้ายผู้ใหญ่

ครูตีเด็ก
ครูตีเด็ก

4. ประเทศตุรกี

ในตุรกีการลงโทษเด็กทางร่างกาย ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นการทำร้ายร่างกาย มีโทษจำคุกไม่น้อยกว่า 1 ปีและไม่เกิน 3 ปี นอกจากนี้ยังมีปัจจัยในการพิจารณาเพิ่มโทษ เช่น หากศาลเห็นว่าผู้ถูกทำร้ายอยู่ในภาวะและอายุที่ไม่สามารถป้องกันตนเองได้ หรือเป็นลูกของผู้ทำร้าย หรือการลงโทษนั้น ๆ ทำให้เกิดความทุกข์ทรมานเป็นอันตรายต่อชีวิต ให้ถือว่าเป็นการกระทำที่ร้ายแรง ต้องจำคุกสูงสุดถึง 18 ปี

5. ประเทศแคนาดา

ในแคนาดาพ่อแม่สามารถลงโทษลูกทางร่างกาย เพื่อฝึกวินัยให้แก่ลูกได้ เช่นการตีลูก แต่การลงโทษนั้น มีข้อจำกัดหลายประการ และการลงโทษนั้น ๆ จะต้องเป็นการลงโทษที่สมเหตุสมผล ซึ่งหมายความว่าจะไม่ส่งผลให้เกิดอันตรายหรือมีแนวโน้มที่จะเกิดอันตรายต่อร่างกาย เช่น การลงโทษที่เกี่ยวข้องกับการตบหรือการตีศีรษะ การใช้อุปกรณ์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่มือเปล่าในการลงโทษ และการตีเด็กด้วยความโกรธหรือเพื่อตอบโต้สิ่งที่เด็ก เป็นต้น การกระทำเหล่านี้ ไม่ถือว่าเป็นการกระทำที่สมเหตุสมผลและขัดต่อกฎหมาย

6. ประเทศฝรั่งเศส

ในวันที่ 4 ก.ค. 2562 สมาชิกวุฒิสภาฝรั่งเศสลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายห้ามตีเด็กเพื่อสั่งสอน โดยร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ระบุโทษที่พ่อ-แม่ หรือผู้ปกครองจะได้รับ หากกระทำความผิด แต่กฎหมายฉบับนี้ส่งผลทำให้คู่แต่งงานใหม่ทุกคู่นับตั้งแต่กฎหมายนี้บังคับใช้ จะต้องแลกเปลี่ยนคำสาบานเพิ่มขึ้นอีก 1 ประโยคที่ระบุว่า “ผู้ปกครองไม่มีสิทธิที่จะใช้ความรุนแรงทั้งทางร่างกายหรือจิตใจกับเด็ก ๆ” และประโยคดังกล่าวจะปรากฎอยู่บนหน้าปกของสมุดบันทึกสุขภาพเด็กชาวฝรั่งเศสอีกด้วย

 

การเลี้ยงดูเด็กโดยไม่ใช้ความรุนแรง ห้ามตีเด็ก ไม่ได้หมายความว่าเด็ก ๆ จะสามารถทำทุกอย่างที่ตนต้องการได้ อย่างไรก็ตาม เด็กยังต้องพึ่งพาพ่อแม่ในการให้ความช่วยเหลือและแนะแนวทางที่เหมาะสม การว่ากล่าว ตักเตือนด้วยเหตุผล การเป็นตัวอย่างที่ดี ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะสอนให้เด็กไม่ทำผิดได้เช่นกัน

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

รวมข่าวครูทำร้ายเด็ก ความรุนแรงในสังคม ที่นับวันมีแต่เพิ่ม

วิธีลงโทษลูกเมื่อลูกทำผิด โดยไม่ต้องตี หรือดุด่า

ตีลูก ความเชื่อที่ผิดๆ ของพ่อแม่คนไทยกับการลงโทษลูก

9 วิธีสอนลูก เมื่อลูกทำผิด ลงโทษลูกอย่างไร ถ้าไม่ตี!

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : Ministry of Health and Social Affair – Sweden, www.bangkokbiznews.com, news.thaipbs.or.th, ศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก, Wikipedia

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

น้ำยาซักผ้าเด็ก สูตรออร์แกนิค

ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก เลือกอย่างไรให้เหมาะกับผิวบอบบางของลูกน้อย

มีคุณแม่ Inbox มาเล่าให้ฟังว่าพึ่งคลอดลูกได้เดือนกว่าๆ และสังเกตว่าผิวเนื้อตามตัวลูกขึ้นผื่นแดงบ่อยๆ ไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ตอนนี้จะใส่เสื้อ เปลี่ยนผ้าอ้อม ทาครีมบำรุงผิว ฯลฯ อะไรที่จะมาสัมผัสกับผิวลูกก็กลัวไปหมด

ทีมแม่ ABK เห็นปัญหานี้บ่อยๆ ค่ะ เบื้องต้นเลยให้คุณแม่ลองกลับไปสังเกตก่อนว่าผื่นที่ขึ้นผิวลูก มาจากการใช้อะไรกับผิวลูกหรือเปล่า จนได้คำตอบจากคุณแม่ว่าที่ผื่นขึ้นเยอะๆ น่าจะมาจากการใช้ผลิตภัณฑ์ซักเสื้อผ้า ที่ไม่อ่อนโยนต่อผิวลูก ก็เลยแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ “น้ำยาซักผ้าเด็ก สูตรออร์แกนิค” เดี๋ยวทีมแม่ ABK จะมาแนะให้ค่ะว่าผิวอ่อนๆ ของลูกวัยทารกแรกเกิด แม่ๆ จะใช้น้ำยาซักผ้าเด็กอะไรดี แต่ตอนนี้เรามาทำความรู้จักกับ 4 สารเคมีที่ไม่ควรมีผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเสื้อผ้าเด็กค่ะ

น้ำยาซักผ้าเด็ก สูตรออร์แกนิค

1. พาราเบน (Parabens)

พอจะคุ้นๆ ชื่อกันอยู่บ้างใช่ไหมคะ สำหรับพาราเบน เป็นสารเคมีที่มักถูกนำมาใส่ในเครื่องสำอาง โลชั่น ยาสระผม น้ำยาซักผ้า ฯลฯ ซึ่งสารเคมีชนิดนี้ มีคุณสมบัติคือช่วยยืดอายุผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้มีอายุการใช้งานที่นานขึ้น แต่ข้อดีมักมาพร้อมข้อเสียที่น่ากลัวค่ะ โดยเฉพาะกับคนที่มีผิวแพ้ง่าย โดยเฉพาะกับเด็กทารก เด็กเล็กๆ ผลกระทบต่อสุขภาพ คือสารเคมีตัวนี้หากมีการใช้สะสมมากๆ จะสามารถซึมเข้าสู่ผิวหนัง ก่อให้เกิดการแพ้ระคายเคือง ผิวหนังมีอาการคันอักเสบรุนแรง

2. สีสังเคราะห์ (Synthetic Colors)

เป็นสารเคมีที่สกัดขึ้นมาจากสารอินทรีย์ที่ได้จากการสังเคราะห์ นำมาใช้เจือปนแต่งแต้มทั้งในอาหาร เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งความอันตรายของสีสังเคราะห์ คือ เป็นสารที่กระทบต่อระบบภูมิค้มกัน ระบบสืบพันธุ์ ฯลฯ ทั้งยังเป็นสารเคมีที่ทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคือง อักเสบ และเป็นสารก่อมะเร็ง เป็นต้น

3. สารฟอกขาว (Bleaching Agent)

เป็นหนึ่งในสารเคมีที่มีคุณสมบัติช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกในเสื้อผ้า ช่วยกำจัดคราบสกปรกหนักๆ ให้เสื้อผ้าขาวสะอาด แต่ด้วยที่สารฟอกขาวเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน ซึ่งถ้าในผลิตภัณฑ์ซักทำความสะอาดต่างๆ จะต้องมีการใช้อย่างระมัดระว่งในปริมาณที่เหมาะสม แต่โดยทั่วไปแล้วในผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก ไม่ควรมีสารเคมีชนิดนี้เผ็นส่วนผสม เนื่องด้วยมีผลกระทบต่อสุขภาพผิวหนังที่รุนแรงได้

4. สารเรืองแสง (Optical brightness)

เป็นอีกหนึ่งสารเคมี ที่มีผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์น้ำยาซักผ้าทั่วไป ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยทำให้ผ้าขาว สะอาด ไม่หมอง ซึ่งอันตรายคือเมื่อใช้น้ำยาซักผ้าที่มีส่วนผสมของสารเรืองแสงมากๆ อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง ผลเสียอีกอย่างคือการสูดหายใจจากเสื้อผ้าที่มีสารเคมีชนิดนี้ตกค้างคือสามารถทำให้ระบบทางเดินหายใจมีปัญหา หายใจไม่สะดวก หายใจติดขัด และในระยะยาวยังอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งขึ้นได้

เห็นแบบนี้แล้ว ถ้าคุณแม่ๆ ไม่หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ซักทำความสะอาด ถนอมผ้า ที่ปราศจากสารเคมีอันตรายเหล่านี้ แน่นอนว่าลูกน้อยต้องมีปัญหาสุขภาพตามมาอย่างแน่นอน โดยเฉพาะปัญหาผิว อย่าลืมนะคะว่าผิวลูกทารก ผิวลูกเล็กๆ ยังมีสภาพโครงผิวที่ยังไม่สมบูรณ์ ผิวหนังยังอ่อนแอ บอบบาง ง่ายต่อการระคายเคือง ฉะนั้นควรใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่อ่อนโยนกับผิวสัมผัสของลูกน้อยนะคะ คำถามคือ คุณแม่มือใหม่ คุณแม่ลูกเล็ก จะหลีกเลี่ยงสารเคมีอันตรายนี้ได้อย่างไร ?

 

น้ำยาซักผ้าเด็ก สูตรออร์แกนิค ตัวช่วยที่ดีที่สุดสำหรับคุณแม่

อย่างที่บอกไปตอนแรกว่า ปัญหาที่เกิดกับผิวลูกมาจากนน้ำยาซักผ้าเด็ก ฉะนั้นทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือ ให้เลือกใช้เป็น “น้ำยาซักผ้าเด็ก สูตรออร์แกนิค” ที่เชื่อได้ว่าจะไม่มีสารเคมีอันตรายเหล่านี้แน่ๆ ค่ะ

บ้านทีมแม่ ABK เราเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกๆ ของเรา และเห็นแล้วว่าดีจริง จึงอยากแนะนำให้แม่ๆ ที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ซักผ้าสำหรับเด็ก ที่เป็นออร์แกนิค ได้รู้จักกับ ใหม่ เบบี้มายด์ ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็กผสมปรับผ้านุ่ม 2in1 สูตรออร์แกนิคคาโมมายล์” ที่สามารถใช้ซักพร้อมปรับในสูตรเดียว คุณแม่ไม่ต้องยุ่งยากในการซักทำความสะอาดเสื้อผ้าลูกกันอีกต่อไป ขั้นตอนเดียวได้เสื้อผ้าสะอาด เนื้อผ้าสัมผัสนุ่ม ไม่ระคายเคืองผิวลูก

ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก สูตรออร์แกนิค

 

จุดเด่นของ เบบี้มายด์ ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็กผสมปรับผ้านุ่ม 2in1 สูตรออร์แกนิคคาโมมายล์

  1. สามารถใช้ได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิด 0+
  2. อ่อนโยนด้วยเอสเซ้นส์คาโมมายล์ออร์แกนิค มาตรฐานการรับรอง จาก ECOCERT
  3. ซักสะอาดอ่อนโยนด้วยสารทำความสะอาดจากพืชธรรมชาติ
  4. ผสานความหอมนุ่มด้วย Natural Polymer ที่สกัดจากธรรมชาติช่วยเพิ่มความนุ่มแทนสารเคมีทั่วไปที่มักทำให้เกิดการระคายเคือง
  5. ไม่ใส่สีสังเคราะห์ ไม่ใส่สารฟอกขาว ไม่ใส่สารเรืองแสง ไม่ใส่สารพาราเบน
  6. ผ่านการทดสอบการระคายเคือง (Dermatologically Tested)

บอกได้เลยว่า เบบี้มายด์ ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็กผสมปรับผ้านุ่ม” ใหม่! สูตรนี้อีกหนึ่ง ไฮไลท์ คือ เป็นผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็กผสมปรับผ้านุ่ม ที่ซักผ้าลูกได้สะอาด เสื้อผ้ามีเนื้อสัมผัสนุ่ม ด้วย Natural Polymer ที่เป็นสารสกัดธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความนุ่มแทนสารเคมีทั่วไปที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวค่ะ

คุณแม่สามารถหาซื้อเบบี้มายด์ ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็กสูตรใหม่ เบบี้ทัช
รุ่นเพิ่มปริมาณ +20% ได้สะดวกมากยิ่งขึ้นได้แล้ววันนี้ที่
น้ำยาซักผ้าเด็กเบบี้มายด์

 

คุณแม่มือใหม่ คุณแม่ลูกเล็ก หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็กที่มีสารเคมีอันตรายกันอย่างจริงจัง อย่าลืมนะคะว่าผิวเด็กอ่อนโยน และบอบบาง ฉะนั้น น้ำยาซักผ้า รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กต่างๆ คุณแม่จะเลือกอะไรก็ได้ไม่ได้นะคะ

กิจกรรมเล่นกับลูกระหว่างอาบน้ำ

เสริมพัฒนาการลูกทั้งสมอง และกล้ามเนื้อมัดเล็กให้แข็งแรง “เพียงแค่อาบน้ำ”

รู้ไหมคะว่า ช่วงเวลาอาบน้ำให้ลูกน้อย มีความพิเศษซ่อนอยู่ ที่ไม่ใช่เพียงแค่การทำความสะอาดร่างกาย แต่การอาบน้ำยังเป็นการกระตุ้นให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้ด้วย คุณแม่สามารถส่งเสริมพัฒนาการลูกได้ง่ายๆ เพียงแค่มี “กิจกรรมเล่นกับลูกระหว่างอาบน้ำ”

 

กิจกรรมเล่นกับลูกระหว่างอาบน้ำ ช่วยลูกพัฒนาการดี   

ในช่วงเวลาของการอาบน้ำในทุกๆ วันให้กับลูกน้อย เมื่อลูกน้อยอายุได้ 6 เดือนขึ้นไป การอาบน้ำจะต้องมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกมากขึ้น ต้องฝึกให้ลูกได้สนุกไปกับบริบทรอบๆ ตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการ จับ สัมผัส มองหา เป็นต้น ลองมาดูว่าการอาบน้ำให้ลูกน้อยได้ฝึกพัฒนาการอะไรบ้าง

  • พัฒนาการทางสายตา

การสร้างบรรยากาศให้ลูกน้อยสนุกไปกับการอาบน้ำ  ไม่ร้องไห้โยเย คุณแม่ควรต้องหากิจกรรมเล่นกับลูกระหว่างอาบน้ำ ไปด้วยค่ะ ง่ายๆ เริ่มด้วยการใส่ของเล่นลอยน้ำลงไปในน้ำอาบ ลูกน้อยจะให้ความสนใจกับสีสันที่ลอยอยู่บนน้ำ นอกจากสายที่จดจ้องมองแล้ว มือน้อยๆ ก็จะจับคว้าไปมา ซึ่งจะช่วยพัฒนาการด้านประสาทสัมพันธ์ระหว่างสายตากับมือ (Eye-hand-coordination) ให้ทำงานสอดประสานกันได้ดีมากขึ้น

ทิปส์ : ให้เลือกเป็นของเล่นลอยน้ำที่มีสีสันสดใส และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของลูกน้อย เช่น ตุ๊กตาเป็ดลอยน้ำสีเหลืองตัวเล็ก หรือหนังสือนิทานลอยน้ำ ซึ่งคุณแม่สามารถชี้ชวนให้ลูกดูภาพต่างๆ ในหนังสือ พร้อมกับทำเสียง หรือเล่าเรื่องด้วยภาษาสนุกๆ ไปกับลูกน้อย

  • พัฒนาการด้านการสัมผัส

ช่วงเวลาการอาบน้ำนอกจากจะช่วยให้ลูกสดชื่น ผ่อนคลายไปกับน้ำอาบอุ่นๆ แล้ว คุณแม่ยังฝึกให้ลูกมีพัฒนาการการสัมผัสได้ดีมากขึ้น นั่นก็คือการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กด้วยการฝึกให้ลูกไขว้คว้า จับ ขยำ กำ เล่นกับฟองสบู่ คุณแม่อาจจะเป่าฟองสบู่ให้เป็นรูปทรงต่างๆ หรือสอนให้ลูกหัดเป่าจากหลอด หรือจากมือของ ตัวเอง การได้จับ ได้ขยำสองฝ่ามือน้อยๆ บ่อยๆ จะช่วยให้กล้ามเนื้อมัดเล็ก(สองมือซ้าย ขวา) ใช้งานได้อย่างถนัด คล่องแคล่วแข็งแรงสมบูรณ์มากขึ้น

ทิปส์ : การเล่นฟองสบู่ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพลูกน้อย ให้เลือกใช้เป็นแชมพูสบู่เหลว ที่อ่อนโยนเหมาะสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ซึ่งจะให้ความปลอดภัยผิว และฟองสบู่อ่อนโยนต่อดวงตาของลูก

  • ฝึกการใช้ Crossing the midline (การข้ามแนวกลางลำตัว)

การเล่นกับฟองสบู่ระหว่างอาบน้ำ นอกจากจะได้ในเรื่องพัฒนาการสายตา พัฒนาการการใช้กล้ามเนื้อมัด เล็กแล้ว ยังเป็นการฝึกทักษะการข้ามแนวกลางลำตัวให้แข็งแรงมากขึ้น

คุณแม่เป่าฟองสบู่ให้เป็นลูกโป่งใสขนาดเล็กใหญ่ แล้วลูกใช้มือซ้าย มือขวา ในการไขว่คว้า จับลูกโป่งฟอง สบู่ เป็นกิจกรรมสนุกๆ ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานร่วมกันระหว่างสมองซีกซ้ายและสมองซีกขวา สมองซีกซ้ายสั่งการมือข้างขวา สมองซีกขวาสั่งการมือข้างซ้าย สมองสั่งให้มือข้างที่ลูกถนัดทำงานจับคว้า สลับไปมา  เมื่อมือข้างที่ถนัดได้ทำงานหรือทำกิจกรรมที่ข้ามแนวกลางลำตัว (Crossing the midline) มากเท่าไหร่ ทักษะการทำงานของกล้ามเนื้อมัดเล็กจะดีขึ้นมากค่ะ

ทิปส์ :  คุณแม่อาจหาเป็นการ์ดคำสำหรับเด็กเล่น มาวางเรียงกระจายบนโต๊ะ จากนั้นให้ลูกใช้มือข้างที่ถนัดมือเดียว ในการหยิบ จับ การ์ดคำขึ้นมาทีละใบ ซึ่งการเอื้อมมือ เอี้ยวตัว เป็นการฝึกการใช้แนวกลางลำตัวให้ดีขึ้นแทนการหมุนลำตัวไปเพียงข้างใดข้างหนึ่งค่ะ

 การอาบน้ำเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญก่อเกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ให้กับลูกน้อยตลอดเวลา รวมถึงยังเป็นการส่งเสริมพัฒนา ทักษะสำคัญต่างๆ ให้กับลูกน้อย ฉะนั้นเพื่อให้ช่วงเวลาการอาบน้ำของลูกน้อยแฮปปี้ที่สุด คุณแม่ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำสำหรับเด็กที่ปลอดภัยกับลูกน้อยกันนะคะ

แนะนำนี่เลยค่ะ โคโดโม โอกานิคุ เฮด ทู โท วอช ใหม่!! แชมพูสบู่เหลวออร์แกนิคโอลีฟออยล์ สำหรับเด็กแรกเกิด ที่อ่อนโยนด้วยคุณค่าบริสุทธิ์จากธรรมชาติ ที่ช่วยปกป้องและเพิ่มความชุ่มชื้น พร้อมบำรุงผิว และเส้นผมให้นุ่มมีสุขภาพดี

ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก โคโดโม เป็นผลิตภัณฑ์ที่คุณแม่ไว้วางใจใช้กันมาอย่างยาวนาน เพราะด้วยคุณภาพของผลิตภัณฑ์ต่างๆ คิดค้นมาเพื่อเด็กๆ โดยเฉพาะ ซึ่ง โคโดโม โอกานิคุ เฮด ทู โท วอช ก็เช่นกันค่ะ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ สระผม แบบ  Head To Toe ที่ปลอดภัยกับลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิด

กิจกรรมเล่นกับลูกระหว่างอาบน้ำ

 

จุดเด่นของ โคโดโม โอกานิคุ เฮด ทู โท วอช 

  1. มีคุณค่าออร์แกนิคจากธรรมชาติ (Organic Olive Oil) อุดมด้วยวิตามินบี และวิตามินอี ที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิว และผมของลูกน้อย
  2. ปราศจากสารเติมแต่งทั้ง 5 คือ สบู่ พาราเบน ซิลิโคน สี และแอลกอฮอล์
  3. Hypoallergenic Tested ผ่านการทดสอบ ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ และการระคายเคืองต่อผิวลูกน้อย
  4. No Tears ผ่านการทดสอบว่าไม่ระคายเคืองตา จากประเทศอังกฤษ

อย่าลืมนะคะช่วงเวลาอาบน้ำให้ลูกน้อย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพัฒนาการของลูก คุณแม่ต้องหา กิจกรรมเล่นกับลูกระหว่างอาบน้ำ และที่พลาดไม่ได้คือเลือกใช้แชมพูสบู่เหลว Head To Toe Wash ที่ปลอดภัยกับลูกน้อยค่ะ

Oganiku Head to Toe สูตรออร์แกนิค โอลีฟ ออยล์
#แค่เชื่อมั่นให้ลูกได้ลอง เค้าก็พร้อมโตเต็มศักยภาพ

ซีสต์ในรังไข่

วิธีสังเกตอาการ ซีสต์ในรังไข่ รู้ไว้..รักษาได้ทัน ไม่อันตราย!

ซีสต์ในรังไข่ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว!! ผู้หญิงทุกคนเป็นได้ อาจไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า รู้ตัวอีกทีก็อาจส่งผลกระทบกับร่างกายไปมากแล้ว สังเกตตัวเองให้ดีจะได้รับมืออย่างถูกวิธี

วิธีสังเกตอาการ ซีสต์ในรังไข่
รู้ไว้ รักษาได้ทัน ไม่อันตราย!

ซีสต์ในรังไข่ หรือ ถุงน้ำในรังไข่  (Cystic Ovary ) พบได้ทั่วไปในผู้หญิงที่มีประจำเดือนไม่ปกติ แล้วมีไข่โตเต็มที่พร้อมผสมพันธุ์ แต่ไข่กลับไม่ตกกลายเป็นประจำเดือน ส่งผลให้น้ำในมดลูกมีปริมาณเพิ่มขึ้น มีลักษณะท้องบวม คล้ายตั้งครรภ์ 1-2 เดือน กรณีคนมีปัญหาเกิดโรคนี้บ่อยๆ จะส่งผลต่อการมีลูกในอนาคต

ซีสต์ในรังไข่

อย่างไรก็ตาม ซีสต์ เป็นหนึ่งโรคที่พบได้บ่อยในหญิงไทย หากพบก่อนรีบรักษาก่อนก็จะไม่เป็นปัญหาอะไรให้หนักใจมาก แต่หากปล่อยไว้จนซีสต์อักเสบบวม และแตกในช่องท้อง อาจอันตรายกว่าเดิมมาก เช่นเดียวกับดารานางเอกสาวหน้าใส ออม สุชาร์ ที่ได้นำภาพเหตุการณ์ฟาดเคราะห์ครั้งใหญ่ล้มป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลด่วนนำมาโพสต์แชร์เรื่องราวลงในอินสตาแกรมเพื่อเตือนภัยสาวๆ  โดยคุณออมได้โพสต์ภาพ มือที่ถูกเจาะสายน้ำเกลือลงในอินสตาแกรม @aom_sushar พร้อมกับเล่าเรื่องราวว่า…

“ภาพเมื่อ 4 วันก่อน ฟาดเคราะครั้งใหญ่ค่า ปวดท้องรุนแรงตอนตี 1 รีบมาโรงพยาบาล ทั้ง ฉีดสี ct scan ตรวจทุกอย่าง มาเจออีกวัน คือ ซีสต์ในรังไข่แตกกระจาย (ไม่เคยรู้มาก่อนค่ะว่าตัวเองมีซีสต์) เลือดออกในช่องท้องเยอะมากต้องผ่าตัดด่วนๆๆๆ ตอนนี้ออมเริ่มฟื้นตัวและก็กลับบ้านแล้วค่ะ

เลยหยิบโทรศัพท์มาพิมพ์ เตือนภัยผู้หญิงค่ะ โรคนี้หมอบอกว่า ผู้หญิง 10 คน จะเป็น 3 คนเลยค่ะ อันตรายมากๆ เลย หมั่นตรวจสุขภาพกันบ่อยๆนะคะ 🙂 ปล. ขอบคุณทุกๆกำลังใจที่ส่งมาให้เลยนะค้า”

ซีสต์ในรังไข่

ทั้งนี้อาการที่คุณออมเป็นคือหนึ่งในอาการข้างเคียงของการเป็นซีสต์แบบ “ถุงน้ำ” คือ ถุงน้ำแตก ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้กับโรคถุงน้ำรังไข่ทุกชนิด โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องน้อยฉับพลัน และปวดตลอดเวลา ซึ่งถ้ามีเลือดออกในช่องท้องจำนวนมาก จะทำให้เกิดภาวะช็อกได้

ต้นเหตุของซีสต์ในรังไข่

ซีสต์มีลักษณะเป็นถุงที่เต็มไปด้วยของเหลว ซึ่งสามารถก่อตัวขึ้นได้ในรังไข่ เมื่อเกิดการตกไข่ผิดปกติจะทำให้เกิดการคั่ง มีถุงน้ำในรังไข่หรือไข่ไม่ตก ทำให้เกิดเป็นถุงน้ำขนาดเล็กในรังไข่ทั้งสองข้าง หรือมีการแบ่งเซลล์ในรังไข่ที่ผิดปกติไป ทำให้รังไข่มีโอกาสเกิด ซีสต์ในรังไข่ ได้บ่อยกว่าอวัยวะอื่นๆ หากพบในคนอายุน้อยมักจะเป็นซีสต์ปกติที่หายได้ แต่ถ้าพบในคนวัยใกล้หมดประจำเดือนอาจเป็นซีสต์ผิดปกติที่มีโอกาสเป็นหรือไม่เป็นมะเร็งได้

การผ่าตัดเพื่อรักษาจะต้องพิจารณาเป็นกรณีไป บางกรณีรักษาโดยการฉีดยา หรือบางกรณีต้องผ่าตัด โดยส่วนใหญ่มักผ่าตัดกับก้อนที่มีขนาดใหญ่ ทั้งชนิดที่ไม่ใช่มะเร็งและชนิดที่เป็นมะเร็ง หลังจากรักษาแล้วโอกาสกลับมาเป็นได้อีกหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของถุงน้ำเป็นสำคัญ

หากเป็นช็อกโกแลตซีสต์ มีโอกาสกลับมาเป็นอีกได้ ถ้าร่างกายมีฮอร์โมนอยู่หรือมีตำแหน่งที่ผิดปกติอยู่ แต่ถ้าเป็นชนิดของถุงน้ำทั่วไปและไม่ใช่มะเร็ง มีโอกาสหายขาดได้ และถ้าหากเป็นมะเร็งจะขึ้นอยู่กับระยะที่เกิด โดยในระยะแรกมีโอกาสหายขาดสูงแต่ก็ต้องได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถกลับมาเป็นอีกได้เช่นกัน

ซีสต์ในรังไข่

การสังเกตตัวเอง ว่าเป็น ซีสต์ในรังไข่ หรือไม่ คือ หากมีอาการปวดหน่วงท้องน้อย ปวดประจำเดือน ท้องขยายใหญ่ขึ้น เบื่ออาหาร น้ำหนักลด คลำเจอก้อนที่หน้าท้อง อ้วนขึ้นหรือท้องขยายใหญ่ขึ้นแต่รับประทานเท่าเดิม ให้สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นโรคถุงน้ำรังไข่ได้

สัญญาณเตือน ที่ควรรีบพบแพทย์

  • ปวดท้องน้อย
  • ปัสสาวะบ่อยขึ้นหรือปัสสาวะลำบาก
  • มีอาการหน่วงๆ ท้องน้อย หรือปวดท้องน้อยเฉียบพลัน
  • เจ็บหรือปวดขณะมีเพศสัมพันธ์
  • มีประจำเดือนผิดปกติ คือ มามาก มากระปริบกระปรอย ปวดประจำเดือนมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละเดือน

รวมไปถึงอาการ ประจำเดือนมาไม่ปกติ ท้องขยายใหญ่ขึ้น ท้องอืด เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์

อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่ ซีสต์ในรังไข่ ระยะแรกๆ ผู้หญิงส่วนใหญ่จะไม่รู้ตัวและจะไม่มีสัญญาณเตือนหรือมีอาการใด ๆ กว่าจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อก้อนใหญ่และเกิดภาวะแทรกซ้อนไปแล้ว ถึงแม้โรคนี้ไม่ใช่มะเร็งร้ายแต่ก็สามารถก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและก่อให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นควรให้ความสนใจหากมีอาการผิดปกติ ควรพบสูติ-นรีแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและทำการรักษาต่อไปนะคะ


ขอบคุณภาพจาก : IG @aom_sushar

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.bangpakokhospital.comwww.rama.mahidol.ac.thwww.thonburihospital.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิกที่ภาพด้านล่างได้เลย ⇓

เช็ก 10 สัญญาณมะเร็งปากมดลูก ภัยเงียบใกล้ตัวแม่

ตรวจคัดกรองมะเร็ง ในผู้หญิงควรตรวจเมื่อไหร่?

8 วิธีทาน “อาหารต้านมะเร็ง” กินอย่างไรให้ห่างไกลโรค?

มีบุตรยาก ชี้เป้า 15 ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก ช่วยสานฝันโอกาสให้ได้เป็นพ่อแม่สมปรารถนา

ยาคุมฉุกเฉิน ผู้หญิงรู้ไว้ใช้บ่อยไปผลร้ายตกอยู่กับคุณ!

อย่าอาย! ตกขาวสีเหลือง เขียว เทาสีไม่ขาวผิดปกติแน่นอน

ลูกถูกทำร้าย

3 วิธีดูแลและรับมือ เมื่อ ลูกถูกทำร้าย (ทั้งร่างกาย-จิตใจ) พ่อแม่คือคนสำคัญ!

หากรู้ว่า ลูกถูกทำร้าย จากโรงเรียน! ไม่ว่าจะกับเพื่อนกันหรือคุณครู พ่อแม่จะวิธีรับมือและดูแลจิตใจของลูกอย่างไร? เพื่อไม่ให้กระทบต่อชีวิตของลูกในอนาคต ตามมาดูกันค่ะ

3 วิธีดูแลและรับมือ เมื่อ “ลูกถูกทำร้าย” (ทั้งร่างกายจิตใจ)

จากกรณีข่าว ครูโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์  ทําร้ายร่างกายเด็กอนุบาลอย่างรุนแรง และพฤติกรรมต่างๆ นานาที่เข้าข่ายทำร้ายเด็กทั้งทางร่างกาย ทางคำพูด และทางจิตใจ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแค่เกิดผลกระทบทางร่างกาย แต่ยังส่งผลเป็นบาดแผลทางจิตใจของเด็กๆ ได้ด้วย

ซึ่งการกระทำต่างๆ เด็กบางคนอาจจะเลียนแบบความก้าวร้าวใช้ความรุนแรงเพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ เด็กบางคนอาจจะมีบาดแผลทางจิตใจทั้งเป็นโรควิตกกังวล ซึมเศร้า หวาดผวากลัวการถูกกระทำซ้ำ

อย่างไรก็ตามหากเด็กถูกกระทำรุนแรงบ่อยๆ เป็นเวลายาวนาน โดยเฉพาะเด็กเล็ก ก็อาจจะมีผลกระทบที่มากขึ้น เป็นบาดแผลจิตใจในระยะยาว ทำให้เด็กรู้สึกตนเองมีคุณค่าต่ำ มีความคิดลบต่อตัวเอง อาจจะมีปัญหาทางสุขภาพจิตต่างๆ ทั้ง โรควิตกกังวล โรค phobia เช่น กลัวครู โรคหวาดผวาหลังจากเจอเหตุการณ์รุนแรงทั้ง acute stress disorder,post traumatic stress disorder รวมไปถึงโรคซึมเศร้า ซึ่งการป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขอย่างแน่นอน

สัญญาณซึ่งอาจบ่งบอกถึงการถูกรังแก มีดังต่อไปนี้

  • ลูกกลับมาจากโรงเรียนโดยเสื้อผ้า สมุดหนังสือหรือข้าวของฉีกขาด ชำรุด หรือสูญหายเป็นบางส่วน
  • ร่างกายมีรอยบาดแผล ฟกช้ำ หรือถลอกที่ไม่ทราบสาเหตุชัดเจน
  • มีเพื่อนน้อย หรือไม่มีเลย
  • มีอาการกลัวการไปโรงเรียน กลัวการเดินไป-กลับโรงเรียน การขึ้นรถรับส่งนักเรียน หรือการเข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆ (เช่น ชมรมต่างๆ)
  • ไป-กลับโรงเรียนโดยใช้ทางอ้อม ซึ่งดูแล้วไม่มีเหตุผลสมควร
  • ไม่สนใจทำการบ้านและผลการเรียนตกต่ำอย่างกะทันหัน
  • มีท่าทางเศร้า หงุดหงิดง่าย น้ำตาคลอ หรือหดหู่ หลังกลับมาจากโรงเรียน
  • บ่นว่าปวดหัว ปวดท้อง หรือมีความเจ็บป่วยด้านอื่นอยู่บ่อยๆ
  • มีปัญหานอนไม่หลับ หรือฝันร้ายบ่อยๆ
  • ไม่เจริญอาหาร
  • มีท่าทางกังวลหรือน้อยเนื้อต่ำใจ

ลูกถูกทำร้าย

หากลูกถูกรังแก ลูกถูกทำร้าย พ่อแม่จะทำอย่างไร?

1.ให้กำลังใจ สนใจดูแลลูกเป็นพิเศษ และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการรังแกกันที่เกิดขึ้น 

  • อย่าตำหนิหรือกล่าวโทษลูกที่ถูกรังแก อย่าสันนิษฐานว่าลูกอาจไปทำอะไรให้อีกฝ่ายหนึ่งก่อนที่เป็นการยั่วยุให้เขามารังแกเอา (ลูกไปทำอะไรเขาก่อนหรือเปล่า เขาถึงได้รังแกลูก?)
  • ฟังรายละเอียดจากลูกว่า การรังแกนั้นเกิดขึ้นอย่างไร ซักถามหรือขอให้ลูกเล่าว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง และการรังแกแต่ละครั้งมีพฤติกรรมอะไรเกี่ยวข้อง
  • แสดงความเห็นอกเห็นใจลูก บอกเขาว่าการรังแกเป็นสิ่งที่ผิดและดีใจที่ลูกกล้าเล่าให้ฟัง ถามความเห็นว่าควรดำเนินการอย่างไรจึงจะช่วยได้ ให้คำมั่นกับลูกว่าจะคิดดูให้ดี ว่าควรจะดำเนินการอย่างไร และจะบอกลูกทุกครั้งก่อนที่จะทำอะไรต่อไป
  • อย่าสนับสนุนการตอบโต้ทางกาย (ใส่มันสักหมัดเลยสิ) เพื่อเป็นทางออก การชกต่อยคนอื่นมักจะไม่ทำให้ปัญหายุติลงและอาจทำให้ลูกถูกพักการเรียนหรือไล่ออกได้

2.ติดต่อครูหรือครูใหญ่

  • พยายามควบคุมอารมณ์ แล้วให้ข้อมูลเฉพาะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการถูกรังแกของลูก ลูกถูกทำร้าย เป็นใคร อะไร เมื่อไหร่ ที่ไหน และอย่างไร
  • ย้ำความตั้งใจ ว่าตัวคุณพ่อคุณแม่ต้องการร่วมมือกับบุคลากรของโรงเรียนหาทางออกเพื่อยุติการรังแกกัน
  • หากลูกถูกเพื่อนนักเรียนด้วยกันรังแก อย่าติดต่อกับผู้ปกครองของนักเรียนผู้ลงมือรังแกลูกก่อน การกระทำเช่นนี้มักเป็นการโต้ตอบอันดับแรกของผู้ปกครอง แต่บางครั้งมันอาจทำให้เหตุการณ์รุนแรงกว่าเดิม  บุคลากรของโรงเรียนควรเป็นผู้ติดต่อไปทางผู้ปกครองของนักเรียนผู้ลงมือรังแก
  • มีความคาดหวังให้เรื่องที่ ลูกถูกทำร้าย หรือการรังแกในโรงเรียนยุติลงเสมอ พูดคุยกับลูกและบุคลากรของโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอเพื่อติดตามดูว่าการรังแกได้หยุดลงหรือไม่ หากยังไม่ยุติ ติดต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ในโรงเรียนอีกที

3.ช่วยลูกให้มีการปรับตัวรับมือกับการถูกรังแก

  • ช่วยพัฒนาความสามารถพิเศษหรือพรสวรรค์ที่เขามีอยู่ให้เต็มที่ การทำเช่นนี้จะช่วยให้ลูกมีความมั่นใจมากขึ้น เมื่ออยู่ท่ามกลางหมู่เพื่อน (เพราะคนที่มั่นใจในตนเอง จะมีท่าทางที่ทำให้คนอื่นๆไม่อยากหรือไม่กล้ารังแก)
  • สนับสนุนให้ลูกติดต่อคบหากับเพื่อนนักเรียนที่เป็นมิตรในห้องเรียน ครูของลูกอาจแนะนำได้ว่านักเรียนคนไหนน่าคบเป็นเพื่อน น่าใช้เวลาด้วยหรือทำงานร่วมด้วย
  • สอนวิธีการสร้างความปลอดภัยให้ลูก สอนให้ลูกรู้วิธีขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่เมื่อเขารู้สึกว่าถูกคุกคาม พูดคุยกับลูกเกี่ยวกับบุคคลที่สามารถขอความช่วยเหลือได้และซ้อมบทสนทนาว่าควรพูดอย่างไร ยืนยันกับลูกว่า การแจ้งเหตุรังแกกันนั้นไม่เหมือนกับการ ‘ขี้ฟ้อง’

ทั้งนี้หัวใจสำคัญ คือ บ้าน  พ่อแม่ต้องทำให้ลูกแน่ใจว่าได้รับบรรยากาศในบ้านที่เปี่ยมด้วยความรักและความปลอดภัย ซึ่งสามารถเป็นที่หลบภัยของเขาได้ทั้งทางกายและใจ  สื่อสารกันอย่างสม่ำเสมอ


ขอบคุณข้อมูลจาก : คู่มือรับสถานการณ์เด็กรังแกกันในโรงเรียน สำหรับพ่อแม่ที่ลูกถูกรังแก : ลูกฉันถูกรังแก ทำอย่างไรดี  ผู้เรียบเรียง ผศ.ดร.สมบัติ ตาปัญญา ผู้จัดทำ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งประเทศไทย(มสช.) www.thaichildrights.orgwww.phyathai.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิกที่ภาพด้านล่าง ⇓

7 วิธีสร้างเกราะป้องกัน ลูกถูกบูลลี่ และไม่ให้ลูกบูลลี่คนอื่น

9 วิธีสอนลูกไม่ให้แกล้งเพื่อน หรือไปทำร้ายคนอื่น

ความสัมพันธ์ในครอบครัว สำคัญมากต่ออนาคตลูก

ความรุนแรงในสังคม โรงเรียน

รวมข่าวครูทำร้ายเด็ก ความรุนแรงในสังคม ที่นับวันมีแต่เพิ่ม

โรงเรียนเป็นเหมือนบ้านหลังที่ 2 ของลูก แล้วใยจึงมีข่าวครูทำร้ายเด็กเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ความรุนแรงในสังคม ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม มาเรียนรู้ เฝ้าระวังกันเถอะ

รวมข่าวครูทำร้ายเด็ก ความรุนแรงในสังคม ที่นับวันมีแต่เพิ่ม!!

ลูกเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของพ่อแม่แทบทุกคน เราเฝ้าเลี้ยงดู ประคบประหงมจนแทบเรียกได้ว่า ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม เมื่อถึงวันที่เขาต้องก้าวเท้าไปสู่สังคมภายนอก เรียนรู้ และพัฒนาไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ในโลกแห่งการเรียนแล้วนั้น จึงเลี่ยงไม่ได้เลยที่พ่อแม่จะเฝ้า เฟ้นหาสถานที่โรงเรียนที่คิดว่าดีที่สุด สำหรับลูกของเราจริงไหม?

โรงเรียนที่คุณพ่อคุณแม่วางใจ ส่งมอบลูกไปเรียน มอบหน้าที่การดูแลลูกให้แก่คุณครูแล้วนั้น เป็นสถานที่ที่พ่อแม่วางใจ ไว้ใจได้แล้วจริงหรือ?

หน้าที่ของพ่อแม่มีเพียงขับรถไปรับ ส่งลูกไปยังโรงเรียนเพียงเท่านั้นจริงหรือไม่?

ระหว่างวันที่เราไม่ได้อยู่กับลูก ให้เขาไปใช้ชีวิตที่โรงเรียน ห่างไกลสายตาพ่อแม่ เราควรต้องรับรู้หรือไม่ว่าลูกได้เจอะเจออะไรมาบ้าง?

คำถามมากมายต่าง ๆ เหล่านี้ จะพบคำตอบชัดเจนขึ้นหากคุณพ่อคุณแม่ได้พบกับเรื่องราวตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงในสังคม ทาง ทีมแม่ ABK ได้รวบรวมเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กในสังคมปัจจุบัน ความรุนแรงในสังคม ที่เราไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้กับเด็ก หรือแม้แต่กับเด็กเล็ก ที่แทบไม่น่าเชื่อว่าจะทำกันได้ลงมาฝากเพื่อเป็นข้อคิดเตือนใจ และเป็นแนวทางในการระมัดระวัง ป้องกันมิให้เกิดขึ้นได้กับลูกน้อยของเราได้

อ่านต่อ ทำไม ลูกไม่อยากไปโรงเรียน หรือ “ภาวะไม่ยอมไปโรงเรียน” ที่พ่อแม่ต้องช่วยหาทางแก้

ตัวอย่างข่าวความรุนแรงในสังคม ที่เกิดกับเด็กนักเรียน

ครูทำร้ายเด็กอนุบาล
ครูทำร้ายเด็กอนุบาล
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ amarin TV

สรุปข่าว จากข่าวร้อนประเด็นดังปีนี้ (2563) ผู้ปกครองเด็กอนุบาล 1 โรงเรียนเอกชนชื่อดังรวมตัว เปิดคลิปภาพการทำร้ายร่างกายลูกจากครูผู้ดูแลในชั้นเรียน จนลามไปถึงเด็กทั้งชั้น และห้องอื่นก็โดนทำร้ายเช่นกัน สืบสวนไปมากลับพบว่าครูโรงเรียนดังกล่าวหลายท่านไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู และวุฒิการศึกษาไม่เหมาะสมดูแลเด็ก จนสังคมตั้งคำถามว่า คุณภาพของโรงเรียนในปัจจุบัน คุ้มค่ากับค่าเทอมราคาแพงที่ผู้ปกครองต้องเสียไปไหปม โดยครูต้นเรื่องได้ถูกให้ออกจากโรงเรียนแล้ว

ข่าวความรุนแรงในสังคม
ข่าวความรุนแรงในสังคม
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐออนไลน์

สรุปข่าว ครูได้ทำโทษเด็กด้วยการตี 100 ครั้งกับนักเรียนชั้น ป.4 อายุประมาณ 10 ปี จำนวน 10 คน จริง โดยให้เหตุผลว่าเป็นการลงโทษที่เด็กไม่ได้ทำการบ้านมาส่ง หลังจากได้ตักเตือนหลายหนแล้ว แต่การตีไม่ได้ตีภายในครั้งเดียว แต่เด็กบางคนมีรอยช้ำตามมือจากการโดนตีดังกล่าว สุดท้ายผู้ปกครองไม่ติดใจเอาความด้วยจากเข้าใจเหตุผล และเคยได้ทำข้อตกลงยินยอมให้ครูทำโทษเด็กได้ ล่าสุดครูท่านนี้ได้รับการพักงาน รอการสอบสวนวินัยจากทางโรงเรียนแม้ผู้ปกครองจะไม่เอาโทษก็ตาม

ใส่ใจดูแลลูก ลดความรุนแรงในสังคมกับเด็ก
ใส่ใจดูแลลูก ลดความรุนแรงในสังคมกับเด็ก
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ Bright TV

สรุปข่าว เด็ก 2 ขวบ 8 เดือนมีรอยแผลคล้ายโดนเล็บจิกที่ฝ่ามือ ร้องงอแง ยายไม่ปล่อยผ่านสอบถามจนได้ความพร้อมหลักฐานจากกล้องวงจรปิด พบครูเป็นผู้หยิกเด็ก เหตุเพราะไม่ยอมเขียนหนังสือ ทางโรงเรียนย่านนครปฐมได้ทราบเรื่องและไล่ครูออกแล้ว แต่ทางครอบครัวจะเอาเรื่องทางกฎหมายกับครูต่อให้ถึงที่สุด ล่าสุดเด็กมีอาการผวา ฝังใจร้องไห้ เพียงแค่เห็นชุดนักเรียน

เด็กเป็นเหยื่อแห่ง ความรุนแรงในสังคม
เด็กเป็นเหยื่อแห่ง ความรุนแรงในสังคม

สรุปข่าว โรงเรียนอนุบาลในจังหวัดเชียงราย เกิดเหตุเด็กวัยอนุบาลถูกประตูห้องหนีบจนนิ้วขาดถาวร เบื้องต้นทางโรงเรียนแจ้งว่าเกิดจากอุบัติเหตุลมพัดประตูปิดเอง แต่ภาพในกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นว่าเกิดจากการที่ครูปิดประตูทับมือเด็ก

 

สั่งสอนเด็ก ไม่จำเป็นต้องทำร้าย
สั่งสอนเด็ก ไม่จำเป็นต้องทำร้าย
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ dailynews.co.th

สรุปข่าว เด็กหญิงอายุ 7 ปี ชั้น ป.2 โรงเรียนในเมืองพัทยา ชลบุรี ถูกครูตีที่ศีรษะจนเลือดคลั่งเหตุเพราะ ครูโมโหที่เด็กไม่สามารถทำโจทย์วิชาคณิตศาสตร์ได้ โดยคุณครูได้ถูกพักการสอน รอการสอบสวน ด้านครูยอมรับผิด อ้างว่าทำไปเพราะหวังดีอยากให้เด็กได้ดี โดยในวันเกิดเหตุอาจเพราะเหนื่อยที่ต้องสอนควบสองห้องแทนเพื่อนครู จึงอาจพลั้งมือทำแรงไป

 

ครูตีเด็ก ความรุนแรงในสังคม
ครูตีเด็ก ความรุนแรงในสังคม
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ amarin TV

สรุปข่าว เด็กชายอายุ 7 ปี นักเรียนชั้น ป.1  ถูกครูในโรงเรียนในจังหวัดปทุมธานีตีด้วยไม้พลอง 99 ครั้ง จนเกิดอาการผวาเวลาได้ยินชื่อครู แม่ต้องพาเข้าพบจิตแพทย์

อุทาหรณ์สอนอะไรเราบ้าง?

  • ผู้ปกครองไม่ควรมีการทำข้อตกลงในการให้ความยินยอมให้มีพฤติกรรมทำร้าย ทำความรุนแรงต่อเด็กได้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลที่ว่าเพื่อความหวังดีต่อเด็กก็ตาม การที่ผู้ปกครองได้ทำข้อตกลงยินยอมให้คุณครูสามารถลงโทษลูกตัวเองได้นั้น เท่ากับเป็นการเปิดทางให้มีการกระทำความรุนแรงต่อเด็กได้ อยากขอนำคำกล่าวของคุณหมอ นายแพทย์ ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์และนักเขียน ผู้สนใจทำงานด้านการศึกษา  กล่าวถึงการที่พ่อแม่ที่เป็นคนที่ลูกควรไว้ใจมากที่สุด แต่กลับไม่สามารถปกป้อง ป้องกันอันตรายให้แก่ลูกได้โดยเฉพาะวัยเด็ก จะส่งผลต่อทัศนคติความไว้วางใจต่อโลกของเด็กได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานขั้นแรกต่อพัฒนาการเด็กและวัยรุ่น หากพื้นฐานไม่ดี ผลลัพธ์ของการพัฒนาขั้นต่อ ๆ ไปก็ไม่อาจจะดีได้เช่นกัน ทำให้เด็กอาจมีพฤติกรรมต่อต้านสังคม ก้าวร้าว

ผลลัพธ์ของการละเมิดอีกข้อหนึ่งที่รู้กันคือเด็กจะก่อร่างสร้างตัวพฤติกรรมต่อต้านสังคม (antisocial) มีคำอธิบายสองข้อใหญ่ๆ คำอธิบายทางจิตสำนึก (conscious) ว่าเด็กพัฒนาบุคลิกภาพนี้เพื่อการป้องกันตัว พูดง่ายๆ ว่าการละเมิดได้ทำลายความไว้วางใจ (trust) ที่มีต่อโลกและผู้คน ครูซึ่งวัฒนธรรมใดๆ สอนว่าเป็นคนดีกลับเป็นผู้ลงมือกับเรา พ่อแม่ซึ่งควรจะป้องกันได้กลับไม่อยู่ป้องกัน ความไว้ใจโลกเป็นฐานแรกของพัฒนาการเด็กและวัยรุ่นเปรียบเสมือนฐานแรกของปิรามิดหรือบ้าน เมื่อเราโค่นเสาบ้านเสียแล้ว ข้างบนก็จะล่มลง (collapse) เด็กจึงต้องพัฒนาความสามารถใหม่ๆ ขึ้นมา นั่นคือต่อต้านสังคม

คำกล่าวตอนหนึ่งในบทความ EP.18 กรณีเด็กถูกทำร้าย-เรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำก่อน /the 101.World
  • หมั่นตรวจตรา เอาใจใส่ ดูแลลูก หากเจอผิดปกติ แม้เพียงเล็กน้อยอย่าปล่อยผ่าน เพราะขึ้นชื่อว่าเด็กแล้ว การให้เขาจำเรื่องราวต่าง ๆ มาเล่าให้ผู้ปกครองฟังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก โดยเฉพาะกับเด็กเล็ก ๆ ด้วยแล้ว ความจำของเขามีจำกัด หากคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้เอาใจใส่มากพอ หรือไม่ได้พูดคุยกับลูก ฝึกให้ลูกรู้จักเล่าเรื่องราวของตัวเองออกมาแล้ว กว่าเราจะรู้เรื่องในเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ ความรุนแรงที่ลูกเจอะเจอ ก็อาจสายกลายเป็นความทรงจำอันเลวร้ายของลูก อาจถึงขั้นเป็นโรคทางจิต หรือพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ จนยากที่จะแก้ปัญหาให้กลับคืนมาดังเดิมได้ เหมือนอย่างเคสในกรณีเด็กถูกหยิกที่มือ มีเด็กคนอื่นเคยมีอาการเช่นเดียวกัน แต่ผู้ปกครองคิดกันเองว่าเป็นเพราะเด็กเล่นกันเอง ไม่ได้สนใจสอบถามความจริง ทำให้ไม่สามารถหาหลักฐานภายหลังได้
  • สอนลูกให้รู้จักป้องกันตัวเอง ถึงแม้ว่าเขาเป็นเด็ก แต่หากพ่อแม่ได้สอนให้เขารู้จักการป้องกันตัวเองมิให้โดนทำร้าย ไม่ว่าจะจากคนที่เป็นครู เพราะเราต้องตระหนักว่าครูก็เป็นบุคคลธรรมดาคนหนึ่ง มีอารมณ์ มีเรื่องส่วนตัว มีความเหน็ดเหนื่อย ในบางวันอาจทำให้ครูพลั้งเผลอ แต่ยังไงเสีย พ่อแม่ก็คงไม่อยากให้เกิดเหตุร้ายกับลูกของเรา การสอนให้ลูกรู้ว่านี่เป็นการทำร้ายร่างกาย ที่เขาสามารถหลีกหนีได้มิใช่ความผิด ก็จะทำให้ ความรุนแรงที่เกิดกับลูกอาจเบาบางลง เช่น สอนให้ลูกรู้จักวิ่งหนีไปบอกครูคนอื่น ไม่ควรสอนให้เด็กจำยอมเพียงเพราะว่าคน ๆ นั้นเป็นครู แต่สอนวิธีที่เหมาะสมกับการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังกรณีตัวอย่างของเด็กที่โดนครูตีด้วยไม้พลอง 99 ครั้ง ซึ่งมากเกินคำว่า สอนสั่ง ไปมาก

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งจากหลาย ๆ มุมของประเทศไทย ที่เด็กแบบลูก ๆ ของคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังอยู่ในวัยเรียน ต้องได้รับความไม่เป็นธรรมจากผู้ใหญ่ โดยเฉพาะครูที่พวกเขาไว้ใจ ที่กระทำความรุนแรงต่อเด็ก และยังมีอีกมากที่สังคมไม่ได้รับรู้ ซึ่งนับวันจะพบว่ามีความรุนแรงในสังคมโดยเฉพาะกับเด็กเพิ่มมากขึ้น ๆ เรามาช่วยกันหยุดพฤติกรรม และเรียกร้องการป้องกัน รวมถึงการแก้ไขในระยะยาว ปลูกจิตสำนึกให้แก่คนในสังคมในเรื่องการไม่ใช้ความรุนแรงกับเด็ก และคอยสอดส่องเฝ้าระวัง มาร่วมแรงร่วมใจกันลดความรุนแรงกับเด็ก ทำให้สังคมน่าอยู่ และปลอดภัยกันเถอะ

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

5 สาเหตุ บ่มเพาะความรุนแรงแก่เด็ก

ทำอย่างไรดี? เมื่อพบเด็กถูกใช้ความรุนแรง

5 แมลงมีพิษ และสัตว์ร้ายที่มากับหน้าฝน อันตรายใกล้ตัวลูก ที่พ่อแม่ต้องระวัง!

รวมอุทาหรณ์ เชือกรัดคอลูก เสียชีวิตในบ้าน

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ลูกนิ้วขาด

ลูกนิ้วขาด ทำไงดี วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น ถ้าอวัยวะขาด

ลูกนิ้วขาด ทำไงดี วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น ถ้าอวัยวะขาด ด้วยอุบัติเหตุหรือการถูกทำร้าย พ่อแม่ต้องทำอย่างไร เพื่อรักษาอวัยวะรอเวลาผ่าตัดให้ต่อติด

ลูกนิ้วขาด ทำไงดี

จากคลิปการทำร้ายร่างกายเด็กอนุบาล ทำให้พ่อแม่หลายคนกังวลและเป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้าตัวน้อย หลังจากข่าวแรก คลิปแรก ที่ถูกเผยแพร่ออกมา ในโซเชียลก็มีคลิปอีกหลายคลิป ที่ทยอยเปิดโปงการทำร้ายร่างกายและทารุณเด็กตัวน้อย ๆ ทั้งตั้งใจทำ พลั้งมือเพราะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ หรือแม้แต่อุบัติเหตุจากความประมาท

คลิปล่าสุดที่ออกมา แม้จะไม่ใช่โรงเรียนเดิม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นยิ่งทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองกังวลมากขึ้นไปอีก เพราะหนูน้อยในคลิปนี้ ถูกประตูหนีบจนนิ้วขาด! เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย คุณแม่วัย 37 ปี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย โดยนำหลักฐานเป็นภาพถ่ายและใบรับรองแพทย์ มาให้ดำเนินคดีกับผู้บริหารของโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง อ.เมืองเชียงราย

ครูปิดประตูทับลูกนิ้วขาด

คุณแม่เล่าว่า ลูกชายอายุ 3 ปี 3 เดือน เคยเรียนอยู่ชั้นเตรียมอนุบาลของโรงเรียนนั้น ได้รับบาดเจ็บจากประตูภายในโรงเรียนหนีบตรงปลายนิ้วของมือซ้าย หลังจากเข้าตรวจที่โรงพยาบาล แพทย์ยืนยันว่าปลายนิ้วชี้ด้านซ้ายขาดถาวร เล็บสั้นลง 50% ทำให้นิ้วของน้องสั้นลงไป

ตอนที่เกิดเรื่องขึ้น ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้โทรศัพท์แจ้งว่า น้องเอเคประสบเหตุบาดเจ็บที่นิ้ว และได้นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว ขอให้ไปพบกันที่โรงพยาบาล คุณแม่จึงรีบรุดไปหาลูก พบว่า แพทย์ได้ให้การรักษาอาการบาดเจ็บที่นิ้วแล้วโดยได้พันผ้าเอาไว้ให้เรียบร้อย

สำหรับสาเหตุที่ลูกนิ้วขาด ผู้บริหารโรงเรียนแจ้งว่า เกิดจากประตูไม้ภายในห้องของโรงเรียนหนีบ ขณะที่น้องกำลังจะนำกล่องนมไปทิ้งถังขยะนอกห้อง ก่อนจะเข้านอน เบื้องต้นคุณแม่ไม่ได้ติดใจมากนัก จากนั้นได้พาลูกชายกลับบ้านตามปกติ

“เพียง 1 วันหลังจากนั้น ลูกชายก็มีอาการเจ็บ จนร้องไห้งอแงมากขึ้น พอผ้าพันแผลหลุดออกมา ทำให้เห็นถึงบาดแผลว่าร้ายแรงว่าที่คิด ปลายนิ้วได้หายไป รู้สึกเสียใจอย่างมาก จึงได้ไปพบผู้อำนวยการโรงเรียน และขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด”

ลูกนิ้วขาด
ภาพจากกล้องวงจรปิด

ภาพภายในกล้องเห็นครูพี่เลี้ยงเป็นผู้หญิงอยู่ในห้อง 2 คนกำลังเตรียมให้เด็ก ๆ เข้านอน ส่วนลูกชายได้นำกล่องนมไปทิ้งถังขยะนอกห้อง ขณะที่มือข้างซ้ายจับอยู่กับขอบประตู และเห็นภาพครูพี่เลี้ยงปิดประตูที่เป็นไม้อย่างแรงจนขอบประตูทับกับนิ้วจนปลายนิ้วขาด เมื่อเห็นเช่นนั้น รู้สึกผิดหวังอย่างมากเพราะเหตุการณ์ไม่ใช่ลมพัดตามที่บอก แต่เกิดจากการปิดประตู จึงได้สอบถามไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนก็ได้รับการขอโทษพร้อมแสดงความเสียใจว่าไม่ได้ตรวจดูเหตุการณ์อย่างละเอียด และพร้อมจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ทุกอย่าง

ผู้เป็นแม่กล่าวอีกว่า รู้สึกเสียใจอย่างมาก เพราะเมื่อนิ้วมีสภาพเช่นนี้ก็อาจทำให้ลูกต้องเสียโอกาสในการทำงานในอนาคตไปเพราะนิ้วไม่สมบูรณ์ แม้ปัจจุบันแผลจะหายดีขึ้นและได้ย้ายโรงเรียนไปอยู่ที่อื่นแล้ว แต่ก็อยากได้รับการเยียวยา เมื่อสอบถามไปยังทางโรงเรียนก็มีการรับว่าจะเยียวยาให้ จึงยื่นข้อเสนอไปว่าขอค่าเสียหายจำนวน 400,000 บาท แต่ทางโรงเรียนต่อรองเหลือเพียง 100,000 บาท ล่าสุดก็ได้เจรจากันที่จำนวน 350,000 บาท โดยทางโรงเรียนแจ้งว่าจะติดต่อมาในช่วงเที่ยงของวันที่ 30 ก.ย.นี้ แต่ปรากฏว่าเงียบหายไป เมื่อใช้ไลน์สอบถามไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนก็มีการอ่านแต่ไม่ตอบกลับ จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่

วิธีปฐมพยาบาลนิ้วขาด

เมื่อคนใกล้ตัวเกิดอุบัติเหตุ หรือถูกทำร้ายจนอวัยวะขาด สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีสติ และรู้วิธีปฐมพยาบาล เพื่อนำอวัยวะที่ขาดนั้นไปผ่าตัดต่อให้เร็วที่สุด ทางสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ได้แนะนำวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากพบคนใกล้ตัวนิ้วขาด หรืออวัยวะอื่น ๆ ขาด

ลูกนิ้วขาด
ลูกนิ้วขาด ห้ามเลือดอย่างไร
  1. อันดับแรกต้องขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1669 ให้รีบเข้ามารับตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล
  2. ระหว่างรอรถพยาบาล ควรปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการห้ามเลือดบริเวณที่อวัยวะขาด ใช้ผ้าสะอาดปิดบาดแผล พันแผลบริเวณเหนือแผลให้แน่น เพื่อป้องกันเลือดออก
  3. ห้ามใช้เชือกหรือสายรัดเพราะจะทำให้รัดเส้นประสาทหลอดเลือดเสียได้
  4. สังเกตอาการลูกหรือคนที่ได้รับบาดเจ็บ ให้จิบน้ำได้เล็กน้อย แต่ไม่ควรให้ทานอาหาร เพราะอาจจะต้องผ่าตัดด่วน
ลูกนิ้วขาด
ลูกนิ้วขาด

เก็บอวัยวะอย่างไรให้นำไปต่อได้

วิธีการเก็บรักษาอวัยวะส่วนที่ขาด ให้นำสิ่งสกปรกออกจากส่วนที่ขาด ล้างน้ำเปล่าให้สะอาด ถ้าอยู่บ้านแล้วมีน้ำเกลือใช้น้ำเกลือล้าง ใส่ถุงพลาสติกปิดปากถุงให้แน่น แล้วนำไปใส่ในน้ำแข็ง แต่ไม่ให้อวัยวะโดนน้ำแข็งโดยตรง อาจเป็นกระติกน้ำแข็งหรือภาชนะอื่น ๆ เมื่อไปถึงโรงพยาบาลอาจต้องผ่าตัดทันที โดยเฉพาะอวัยวะที่มีกล้ามเนื้อมาก ๆ เช่น แขน ขา ที่ต้องได้รับการผ่าตัดต่อเส้นเลือดให้เร็วที่สุด ภายใน 6 ชม. ส่วนบริเวณที่ไม่มีกล้ามเนื้อ เช่น นิ้ว สามารถเก็บไว้ได้ 12 – 18 ชม.

สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ จำเป็นต้องเรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมถึงการเก็บอวัยวะที่ขาดอย่างถูกวิธี เพื่อนำมาต่อให้ติดเร็วที่สุด หรือแพทย์อาจวินิจฉัยให้รอแผลหายสนิทก่อนทำการผ่าตัดก็เป็นได้ แล้วแต่กรณี โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ชอบเอานิ้วไปแหย่โน่น จิ้มนี่ จนเกิดอุบัติเหตุนิ้วขาดกันมาแล้วหลายราย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การป้องกันไม่ให้ลูกเอานิ้วไปแหย่สิ่งของที่อาจเกิดอันตรายได้ เพราะการป้องกันไว้ ย่อมดีกว่าแก้เสมอ

 อ้างอิงข้อมูล : mgronline.com และ amarintv

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

RSV อาการ เป็นแบบไหน ไวรัสอาร์เอสวี เกิดจากอะไร หน้าฝนทีไรมาทุกที

หมอชี้!!ลูกขาด วิตามินซี อันตรายกว่าที่คิด เสี่ยงเดินไม่ได้

หมอเตือนโทษร้าย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่ผู้ขายไม่ยอมบอก

‘ฟรีสแลนด์คัมพิน่า’ ร่วมประชุม สภาธุรกิจไทย-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ เตรียมความพร้อมเกษตรกร-อุตสาหกรรมนมไทย รับเปิดการค้าเสรีปี 64

กรุงเทพ – บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นม “โฟร์โมสต์” นำโดย ดร.โอฬาร โชว์วิวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ ได้เข้าร่วมประชุมสภาธุรกิจไทย – ออสเตรเลีย – นิวซีแลนด์ (TANZBC) Thailand-Australia-New Zealand Business Council เพื่อร่วมให้ความเห็นในเรื่อง “สถานการณ์อุตสาหกรรมนมไทยและผลิตภัณฑ์นม” ที่อยู่ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีทางการค้าไทย-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (TAFTA – TNZFTA)  ซึ่งการเปิดเสรีจะเริ่มต้นในหน้า 2564 โดยอัตราภาษีนำเข้าจะค่อยๆ ทยอยลดลงทุกปีจนเป็นร้อยละ 0 ในปี 2568 หรือในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยเกษตรกรโคนม ต้องปรับตัวในเรื่องต้นทุนการผลิตและคุณภาพน้ำนมโค และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนมไทย ต้องมีการปรับทั้งด้านมาตรฐานในการผลิต การขนส่ง รวมถึงการทำการตลาดและการจัดจำหน่าย เพื่อตอบสนองกับกลไลของตลาด ส่วนภาครัฐควรสนับสนุนให้มีการเปิดเสรีด้านกลไกราคาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้อุตสาหกรรมมีการปรับตัวเพื่อพร้อมรับการเปิดเสรีการค้า ทั้งนี้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเชิงบูรณาการอย่างยั่งยืน โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร. สมบัติ ถิรตระกูลชัย ประธานสภาธุรกิจไทย – ออสเตรเลีย – นิวซีแลนด์ (TANZBC) เป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งตัวแทนจากสถานทูตออสเตรเลียและสถานฑูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย, กรมเจรจาการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้เข้าร่วมประชุม ณ บอลรูม 3 โรงแรมรอยัลออคิดส์เชอราตัน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทรศัพท์ 02-620-1900 เว็บไซต์ www.foremostthailand.com และเฟซบุ๊ก www.facebook.com/ForemostThailand

Tags

ประหารชีวิตครูวางยาพิษเด็กอนุบาล

ต้องแบบนี้! ศาลจีนสั่ง ประหารชีวิตครูวางยาพิษเด็กอนุบาล 25 คน

จากกระแสข่าว ครูอนุบาลใจโหด ทำร้ายเด็ก นักเรียนอนุบาลโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนอยู่ในบ้านเราช่วงนี้ ทางด้านประเทศจีนก็มีข่าวประเด็นครูทำร้ายเด็กออกมาเช่นกัน โดยเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา ศาลจีนได้ตัดสินให้ ประหารชีวิตครูวางยาพิษเด็กอนุบาล ยกห้อง 25 คน และเป็นเหตุให้เด็ก 1 คนเสียชีวิต เพียงเพื่อต้องการแก้แค้นเพื่อนครูด้วยกัน

สำนักข่าวบีบีซี รายการว่า เหตุการณ์ ครูอนุบาลใจโหด ทำร้ายเด็กนักเรียนในประเทศจีนเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 โดย หวังหยุน (Wang Yun) ครูอนุบาลโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองเจียวจั๋ว (Jiaozuo) มณฑลเหอหนาน ตอนกลางของประเทศจีน ถูกควบคุมตัวในฐานะผู้ต้องสงสัยวางยาพิษเด็กอนุบาล จนหนึ่งในนั้นถึงแก่ความตาย

เด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 25 คนมีอาการอาเจียน และหมดสติ หลังจากรับประทานโจ๊กตอนเช้า การสอบสวนของตำรวจเกิดขึ้นหลังจากมีข้อสงสัยว่าครูเป็นผู้วางยาเด็ก และมีเด็ก 1 คนที่เสียชีวิตในเดือนมกราคม 2563 หลังจากเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลนานถึง 10 เดือน

ศาลจีนสั่ง ประหารชีวิตครูวางยาพิษเด็กอนุบาล 25 คน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 หวังหยุน ถูกศาลจีนตัดสินประหารชีวิต โดยศาลกล่าวว่า เธอใส่โซเดียมไนไตรต์ (สารเคมีที่มักถูกใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหารสำหรับการบ่มเนื้อสัตว์ แต่อาจเป็นพิษ และทำให้เสียชีวิตได้ถ้าใช้ในปริมาณมาก) ในอาหารเช้าของนักเรียน ซึ่งเป็นเด็กในชั้นเรียนของเพื่อนร่วมงาน เพื่อแก้แค้น เพื่อนคนดังกล่าว หลังจากทะเลาะกัน เรื่องการจัดการนักเรียน และถูกเพื่อนรายงานว่าเธอดูแลเด็กไม่ดี

ศาลยังระบุอีกว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หวังหยุนวางยาพิษผู้คน โดยก่อนหน้านี้เธอซื้อไนไตรต์ทางออนไลน์ และวางยาพิษสามีของเธอในน้ำดื่ม ซึ่งโชคดีที่แพทย์ช่วยชีวิตไว้ได้ทัน โดยมีอาการป่วยเล็กน้อย

จากการก่อเหตุร้ายแรงครั้งนี้ ศาลระบุว่า หวังหยุน เป็น “บุคคลที่น่ารังเกียจ เลวทรามต่ำช้า และผลที่ตามมาจากอาชญากรรมของเธอนั้นร้ายแรงมาก” จึงมีคำสั่งให้ประหารชีวิต และให้จ่ายค่าชดเชยให้กับนักเรียนที่เสียชีวิตและบาดเจ็บทุกคน

สำหรับการประหารชีวิตคาดว่าจะดำเนินการโดยการฉีดยา หรือการยิงเป้า

จากคอมเมนต์ทางเฟซบุ๊คทุบโต๊ะข่าว อมรินทร์ทีวี 34 ผู้ที่ได้เห็นข่าว ประหารชีวิตครูวางยาพิษเด็กอนุบาล ต่างก็มีคอมเมนต์ชื่นชม ในเรื่องความเด็ดขาดของกฎหมายจีน และแสดงความคิดเห็นต่างๆ กัน บ้างก็อยากให้บ้านเรามีการลงโทษที่เด็ดขาดแบบจีนเช่นกัน บ้างก็ขออย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ที่ประเทศเราเลย  ไปดูตัวอย่างกันค่ะ

“กฎหมายเค้าดีจริงๆ แต่ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับเด็กๆสงสารเด็กสงสารพ่อแม่ใจคงแตกสลาย”

“ต้องแบบนี้ กฎหมายถึงจะศักดิ์แท้”

“จีนเขาแน่นอนเรื่องความผิดลงโทษ แบบไม่สนใจหน้าอินหน้าพรหม”

“ทำไม่ไทยไม่เป็นแบบนี้บ้างพวกครูจะได้รู้กันบ้าง”

“นับวันยิ่งโหดร้ายมันน่ากลัวจริงๆขออย่าเกิดขึ้นในประเทศไทยเราเลย”

“มันต้องอย่างนี้สิ (ประเทศจีน)”

“ยังดีนิดนึงที่ครูคนไทยยังไม่ถึงขนาดนั้น จะว่าก็ยังมีครูดีๆๆอีเยอะเราจะเหมารวมก็กระไรอยู่นะ”

คอมเมนต์ชาวเน็ต

คอมเมนต์ชาวเน็ต

ขอบคุณข้อมูลจาก AmarinTV

สำหรับข่าวอัพเดทกรณีครูทำร้ายร่างกายนักเรียนอนุบาลโรงเรียนสารสาสน์วิเศษราชพฤกษ์ ล่าสุด นายวิษณุ เครืองาม ได้เปิดข้อสรุปเยียวยานักเรียนดังนี้

กรณีเรียนต่อ

  • คืนค่าธรรมเนียมการศึกษาให้นักเรียนที่ได้รับผลกระทบ
  • ติดกล้องวงจรปิด และดูออนไลน์ได้
  • ทำป้ายชื่อครู ภาพถ่าย และใบอนุญาต ติดหน้าห้องเรียนและเว็บไซต์
  • รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ทั้งร่างกาย และจิตใจ จำนวนตามจริง
  • จัดนักจิตวิทยาดูแลนักเรียน

กรณีไม่เรียนต่อ

  • ทำเอกสารส่งตัวให้นักเรียนที่ประสงค์จะย้ายออกภายใน 1 วัน
  • คืนค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นๆ (ปีการศึกษา 2563)
  • รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ทั้งร่างกาย และจิตใจ จำนวนตามจริง
  • ค่าชดเชยจะเร่งดำเนินการโดยเร็ว

ขอบคุณข้อมูลจาก ch3thailandnews

บทความแนะนำ ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563 – 2564 โรงเรียนดังที่ไหนย้ายได้ระหว่างเทอม

บทความแนะนำ อัพเดทล่าสุด! ค่าเทอมโรงเรียนอนุบาล 2563 ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล

บทความแนะนำ 12 ค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติ ปีการศึกษา 2562 – 2563

บทความแนะนำ 9 โรงเรียนหลักสูตรภาษาจีน มุ่งสอนลูกเก่ง 3 ภาษา ตั้งแต่อนุบาล

อย่างไรก็ดี เด็กคืออนาคตของชาติ วัยเด็กคือช่วงเวลาที่จะหล่อหลอมเขาให้เติบโตมาเป็นคนเช่นไร หากเด็กได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี เอาใจใส่ ให้ความรัก เด็กก็จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต ในทางกลับกันหากวัยเด็กของเด็กคนหนึ่งเกิดมีรอยแผลบาดลึกภายในจิตใจ ก็จะกลายเป็นปมที่คอยทำร้าย หลอกหลอนเขาไปจนตลอดชีวิตเช่นกัน เด็กไม่ใช่เครื่องมือในการล้างแค้นหรือระบายความเครียดของผู้ใหญ่ และไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายผู้อื่น ขออย่าให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกเลย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

7 วิธีระงับความโกรธ ก่อนเผลอตีลูกด้วยอารมณ์

วิธีคุยกับลูกเมื่อคิดว่าถูกทำร้าย พูดอย่างไรให้เด็กกล้าพูดความจริง

แนะพ่อแม่! สอนลูกหวงตัว “รู้จักสิทธิของตัวเรา” ป้องกันลูกถูกทำร้าย

ยกเลิกสิทธิบัตรทอง 108 แห่ง

ยกเลิกสิทธิบัตรทอง 108 แห่ง อัปเดตด่วน คลินิก-โรงพยาบาล ที่ไหนยังใช้สิทธิได้

อัปเดตด่วน! ยกเลิกบัตรทอง 108 แห่ง ถ้าพ่อแม่ลูก ใช้สิทธิบัตรทองอยู่ที่เหล่านี้ ต้องทำอย่างไรต่อไป

ยกเลิกบัตรทอง 108 แห่ง เหลือที่ไหนใช้ได้บ้าง

จากข่าวก่อนหน้านี้ที่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพิ่งแจ้งยกเลิกคลินิกชุมชนอบอุ่นใน กทม. และโรงพยาบาล รวม 64 แห่ง มีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 8 แสนคน แต่ล่าสุด สปสช.ประกาศอีกว่า ได้แจ้งยกเลิกบัตรทอง คลินิก-รพ.เอกชน เพิ่มเติมอีก 108 แห่ง มีผลวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เรื่องนี้สร้างความกังวลใจให้กับพ่อแม่และครอบครัวที่ใช้สิทธิบัตรทองในการรักษาสุขภาพทั้งครอบครัว ตั้งแต่ปู่ย่าตายายจนถึงพ่อแม่ลูก แล้วหลังจากนี้จะใช้สิทธิที่โรงพยาบาลหรือคลินิกไหนได้อีกบ้าง?

ยกเลิกสิทธิบัตรทอง 108 แห่ง
ยกเลิกบัตรทอง 108 แห่ง

เปิดรายชื่อ 108 คลินิกชุมชนอบอุ่นและโรงพยาบาลเอกชน ถูกยกเลิกสัญญา

ก่อนอื่นมาดูรายชื่อคลินิกและโรงพยาบาล ที่ถูกยกเลิกสัญญาเนื่องจากทุจริตการเบิกจ่ายเงินรายการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เช็คให้ชัวร์ว่า ครอบครัวของเราใช้สิทธิบัตรทองที่นี่หรือไม่

  1. คลินิกเวชกรรมอนันต์พัฒนา
  2. สหคลินิกแพทย์ปัญญา 2
  3. อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม สาขาประชาอุทิศ
  4. คลินิกเวชกรรมแพทย์ศรีนครินทร์
  5. นวมินทร์การแพทย์คลินิกเวชกรรม สาขาหน้านิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง
  6. นวมินทร์คลินิกเวชกรรม สาขาเคหะร่มเกล้า
  7. นวมินทร์คลินิกเวชกรรม สาขาหัวตะเข้
  8. คลินิกเวชกรรมแพทย์ฉัตรลดา
  9. คลินิกเวชกรรมกล้วยน้ำไท สาขาสาทร
  10. คลินิกเวชกรรมกล้วยน้ำไท สาขาชุมชน 70 ไร่
  11. คลินิกเวชกรรมคลองเตย
  12. สาขาราม 2 คลินิกเวชกรรมกล้วยน้ำไท
  13. สาขาสุภาพงษ์ 3 คลินิกเวชกรรมกล้วยน้ำไท
  14. สาขาสุขุมวิท 56 คลินิกเวชกรรมกล้วยน้ำไท
  15. สาขาอ่อนนุช คลินิกเวชกรรมกล้วยน้ำไท
  16. สหคลินิกกล้วยน้ำไท สาขาสุขุมวิท 93
  17. สหคลินิกกล้วยน้ำไท สาขาอโศก
  18. นวมินทร์คลินิกเวชกรรม สาขาม.มหานคร
  19. สหคลินิกกล้วยน้ำไท สาขาทุ่งสองห้อง
  20. เตาปูนสหคลินิก
  21. บางมด 3 คลินิกเวชกรรม
  22. สหคลินิกแพทย์เวชกรรมและแพทย์แผนไทย
  23. อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม สาขาเจริญกรุง
  24. คลินิกเวชกรรมแพทย์ปัญญา สาขาอ่อนนุช 39
  25. สหคลินิกแพทย์ปัญญา 3
  26. คลินิกเวชกรรมจันทน์สะพาน 4
  27. วัชรพลเวชกรรมคลินิก
  28. อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม สาขาตลิ่งชัน
  29. ว.พ.คลินิกการแพทย์
  30. คลินิกเปรมประชาการแพทย์
  31. คลินิกเวชกรรมบางไผ่
  32. คลินิกเวชกรรมอนันต์พัฒนา สาขาทวีวัฒนา
  33. คลินิกเวชกรรมอนันต์พัฒนา สาขาบางอ้อ
  34. นวมินทร์คลินิกเวชกรรม สาขารัตนบัณฑิต
  35. อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม สาขาราษฎร์บูรณะ
  36. นวมินทร์คลินิกเวชกรรม สาขาเคซีรามอินทรา
  37. คลินิกเวชกรรมพุทธบูชา
  38. คลินิกเวชกรรมอนันต์พัฒนา สาขาบางซื่อ
  39. ทับสุวรรณคลินิกเวชกรรม
  40. อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชรรม สาขาคลองสาน
  41. คลินิกเวชกรรมบางไผ่-กระโจมทอง
  42. นวมินทร์คลินิกเวชกรรม สาขาลำผักชี
  43. สหคลินิกบางขุนเทียน 5
  44. วิภาวดี 49 คลินิกเวชกรรม
  45. ศิริพัฒน์สหคลินิก
  46. นวมินทร์สหคลินิก สาขา รามอินทรา กม.8
  47. สายไหมคลินิกเวชกรรม สาขาออเงิน
  48. ธรรศวรรณสหคลินิก
  49. มิตรชุมชนคลินิกเวชกรรม สาขาจันทรุเบกษา
  50. มิตรชุมชนคลินิกเวชกรรม สาขารามอินทรา กม.2
  51. โพธิ์สุวรรณคลินิกเวชกรรม สาขาถนนลาดปลาเค้า
  52. พัฒนเวชสหคลินิก
  53. อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม สาขาบางเขน
  54. ภานพคลินิกเวชกรรม
  55. สายไหมคลินิกเวชกรรม สาขาตลาดวงศกร
  56. เสนานิเวศน์คลินิกเวชกรรม
  57. พหลโยธิน 65 คลินิกเวชกรรม
  58. นวมินทร์คลินิกเวชกรรม สาขา มีนบุรี
  59. สหคลินิกกล้วยน้ำไท สาขาตลาดยิ่งเจริญ
  60. คลินิกเวชกรรมเพชรบุรี 12
  61. งามเจริญคลินิกเวชกรรม
  62. อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม สาขาบางแค
  63. จรัญ44คลินิกเวชกรรม
  64. อิสรภาพคลินิกเวชกรรม
  65. คลินิกเวชกรรมแพทย์ศรีนครินทร์ สาขาสี่แยกศรีนุช
  66. พิบูลวัฒนาสหคลินิก
  67. สุขกมลคลินิกเวชกรรม
  68. อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม สาขาดินแดง
  69. ธมวรรณสหคลินิก (เวชกรรมและการแพทย์แผนไทย)
  70. เพชรคลินิกเวชกรรม
  71. สหคลินิกบางชัน
  72. มิตรชุมชนคลินิกเวชกรรม สาขาจอมทอง
  73. จันทรเกษมคลินิกเวชกรรม
  74. คลินิกเวชกรรมอยู่สุข
  75. คลินิกเวชกรรมใกล้บ้าน
  76. คลินิกเวชกรรมเจริญแพทย์ปิ่นเกล้า
  77. คลินิกเวชกรรมเจริญแพทย์ดุสิต
  78. นวมินทร์คลินิกเวชกรรม สาขาคันนายาว
  79. นวมินทร์คลินิกเวชกรรม สาขาสะพานสูง
  80. นาหลวงคลินิกเวชกรรม
  81. สาขาลาดกระบัง สายไหมคลินิกเวชกรรม
  82. สาขาเสรีไทย (สายไหมสหคลินิก สาขาเสรีไทย) สายไหมคลินิกเวชกรรม
  83. สาขาหทัยราษฎร์ สายไหมคลินิกเวชกรรม
  84. สาขาหมู่บ้านนักกีฬา สายไหมสหคลินิก
  85. โรงพยาบาลเวชกรรมเฉพาะทางอาชีวเวชศาสตร์อินเตอร์เมดขนาดเล็ก
  86. ประชาสุขคลินิกเวชกรรม
  87. ประชาสุขคลินิกเวชกรรม สาขาอินทามระ4 (ประชาสุขคลินิกเวชกรรม)
  88. สุขเจริญสหคลินิก
  89. สหคลินิกซอยเพชรบุรี 35
  90. ดินแดงคลินิกเวชกรรม
  91. สี่แยกมหานาคคลินิกเวชกรรม
  92. สุนันทาคลินิกเวชกรรม
  93. สุขผลินคลินิกเวชกรรม
  94. เจริญกรุง 56 คลินิกเวชกรรม
  95. บางจากคลินิกเวชกรรม
  96. คลินิกเวชกรรมแพทย์ศรีนครินทร์ สาขาประเวศ
  97. เจริญกรุง 91 คลินิกเวชกรรม
  98. คลินิกเวชกรรมแพทย์ศรีนครินทร์ สาขาพัฒนาการ
  99. บางกอกใหญ่คลินิกเวชกรรม
  100. คลินิกเวชกรรมฉัตรลดา
  101. ศิริพัฒน์เมดดิคัลคลินิกเวชกรรม
  102. ศิริพัฒน์เมดดิคัลสหคลินิก
  103. ธนารมย์สหคลินิก(ราชพฤกษ์-สวนผัก)
  104. รพ.เกษมราษฎร์ รามคำแหงโรงพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ่
  105. รังสิยาเมดิคัลคลินิกเวชกรรม
  106. สิทธิเวชร่มเกล้าคลินิกเวชกรรม
  107. สหคลินิกตลาดบัว
  108. พญาไทสิทธิเวชสหคลินิก

 

ขั้นตอนการตรวจสอบและใช้สิทธิกรณีหน่วยบริการถูกยกเลิกสัญญา

คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องตกใจไปนะคะ สามารถตรวจสอบรายชื่อหน่วยบริการที่ออกจากโครงการ และเข้ารับบริการใกล้ ๆ บ้านไปก่อน ยังไม่ต้องมาแจ้งย้ายสิทธิที่สำนักงานเขต

ยกเลิกสิทธิบัตรทอง 108 แห่ง
ยกเลิกสิทธิบัตรทอง 108 แห่ง
  • ตรวจสอบรายชื่อ หน่วยบริการที่ออกจากโครงการได้จาก www.nhso.go.th
  • สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถเข้ารับบริการที่ คลินิก ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลรัฐและเอกชนใกล้บ้าน ที่เข้าร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพได้ก่อน
  • ผู้ที่อยู่ระหว่างนอนรักษาในโรงพยาบาล ที่ถูกยกเลิกสัญญา ท่านสามารถใช้สิทธิรักษาต่อเนื่องได้ จนกว่าแพทย์จะอนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน
  • ผู้ป่วยที่มีหนังสือส่งตัวที่ออกให้จากหน่วยบริการที่ถูกยกเลิกสัญญา ท่านสามารถเข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลที่ได้รับการส่งต่อได้เลย
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ HIV ฯ รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ ให้นำซองยาเดิมไปให้หน่วยบริการแห่งใหม่ เพื่อการรักษาต่อเนื่อง ปัจจุบันศูนย์บริการสาธารณสุข และ รพ.รัฐใน กทม. สามารถสืบค้นประวัติการรักษาได้โดยผู้ป่วยต้องยืนยันตนเองผ่านบัตรประจำตัวประชาชน
  • สามารถขอประวัติการรักษาเดิมจากหน่วยที่ถูกยกเลิกสัญญาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากถูกเรียกเก็บให้แจ้งไปที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) โทร 1426 วันและเวลาทำการ
  • เอกสารประกอบการใช้สิทธิคือ บัตรประจำตัวประชาชน หากเป็นเด็กใช้สูติบัตร โดยแจ้งกับหน่วยบริการที่รับรักษาว่า เป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากกรณีหน่วยบริการถูกยกเลิกสัญญา
  • สำหรับหน่วยบริการที่ให้บริการกับประชาชนกลุ่มดังกล่าว สามารถเรียกเก็บค่าบริการสาธารณสุขมาที่ สปสช.เป็นกรณีสิทธิว่าง

รายชื่อหน่วยบริการ สถานพยาบาล กทม. ที่ยังเปิดให้บริการ

ยกเลิกสิทธิบัตรทอง 108 แห่ง
ยกเลิกสิทธิบัตรทอง 108 แห่ง
ยกเลิกสิทธิบัตรทอง 108 แห่ง
ยกเลิกสิทธิบัตรทอง 108 แห่ง

หากคุณพ่อคุณแม่อยากเซฟเก็บไว้ดูว่าต้องพาครอบครัวหรือลูกไปรักษาตัวที่ไหนได้โดยใช้สิทธิบัตรทอง คลิกที่นี่ เพื่อดูอย่างละเอียดว่า มีโรงพยาบาลหรือคลินิกไหนยังใช้สิทธิบัตรทองได้อีกบ้าง

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

พ่อแม่เตรียมพร้อม! 1 ต.ค.นี้ รัฐแจก คนละครึ่ง 3,000 บาท

ออมสินปล่อยกู้สูงสุด 50,000 บาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์-ไม่ต้องมีคนค้ำ พ่อแม่เช็คสิทธิ์ด่วน

ใช้พร้อมเพย์รับเงินสงเคราะห์บุตร ประกันสังคมชวนลงทะเบียนง่ายๆ

ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563

ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563 – 2564 โรงเรียนชื่อดังในกทม.

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกกำลังจะขึ้นชั้นประถมศึกษา และกำลังเลือกโรงเรียนประถมสำหรับลูกในปีหน้า Amarin Baby & Kids ได้รวบรวม ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563 – 2564 พร้อมข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกโรงเรียนสำหรับคุณพ่อคุณแม่มาฝากกันค่ะ

ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563 – 2564

โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ เขตบางพลัด

ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563
ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563-2564

เว็บไซต์: https://www.khemasiri.ac.th
โทร: 02-424-2244, 02-424-5777 ต่อ 101 (ฝ่ายประชาสัมพันธ์)
ค่าแรกเข้า 80,000 บาท (จ่ายครั้งเดียวเรียนถึง ม.6)
ค่าเทอม 26,000 บาทต่อเทอม ค่าปรับพื้นฐานหรือเรียนซัมเมอร์ไม่เกิน 7,000 บาท

โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ สีลม เขตบางรัก

ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563
ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563-2564

เว็บไซต์: http://ascs.ac.th
โทร: 02-236-4330, 02-635-0136-8
ค่าเทอม 60,000 กว่าบาทต่อปี ไม่มีค่าแรกเข้า เรียนปรับพื้นฐานหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับคะแนนสอบ

โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน

ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563
ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563-2564

เว็บไซต์: http://www.bcc.ac.th
โทร: 02-637-1852
หลักสูตรปกติ 100,000 ต่อปี
หลักสูตร English Program 240,000 ต่อปี
ผู้ปกครองสามารถยื่นความประสงค์บริจาคให้โรงเรียนได้

โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ เขตบางรัก

ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563
ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563-2564

เว็บไซต์: http://www.sjc.ac.th
โทร: 0-2631-0084
ค่าเทอม 50,000 บาทต่อปี ไม่มีค่าแรกเข้า

โรงเรียนราชินี เขตพระนคร

ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563

เว็บไซต์: http://www.rajini.ac.th
โทร: 0-2221-1501
ค่าเทอม 25,000 กว่าบาทต่อเทอม
ผู้ปกครองสามารถยื่นความประสงค์บริจาคให้โรงเรียนได้

โรงเรียนเซนต์ดอมินิก เขตราชเทวี

ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563

เว็บไซต์: https://www.sd.ac.th
โทร: 02-6527478-79
ค่าเทอมแรก 70,000 กว่าบาทต่อเทอม เทอมต่อไป 30,000-40,000 บาท

โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ เขตดุสิต

ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563

เว็บไซต์: https://www.sf.ac.th
โทร: 02-2412604-5
ค่าเทอมแรก 47,000 กว่าบาท เทอมต่อไป 25,000 กว่าบาทต่อเทอม

โรงเรียนราชวินิต เขตดุสิต

ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563

เว็บไซต์: http://www.rachawinit.ac.th
โทร: 02-2812156
ค่าเทอมภาคภาษาไทย 5,000 บาท ภาคภาษาอังกฤษ 20,000 กว่าบาทต่อเทอม ไม่มีค่าแรกเข้า

โรงเรียนราชินีบน เขตดุสิต

ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563

เว็บไซต์: http://www.rajinibon.ac.th
โทร: 0-2241-5925
ค่าเทอม 22,000 กว่าบาทต่อเทอม ค่าแรกเข้า ค่าบำรุง 200,000 บาท (จ่ายครั้งเดียว ใช้ได้ตั้งแต่เริ่มเรียนอนุบาล 2 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6) ถ้ามีเรียนซัมเมอร์ 1,000-2,000 บาท

โรงเรียนอรรถมิตร เขตจตุจักร

ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563

เว็บไซต์: http://attamit-school.com
โทร: 02 930 3497, 02 930 2312, 02 930 2313
ค่าเทอม 35,000 กว่าบาทต่อเทอม ค่าแรกเข้าไม่มี หากต้องเรียนพิเศษ 10,000 บาทเรียน 2 สัปดาห์

โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ เขตคลองเตย

ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563

เว็บไซต์: https://www.shc.ac.th
โทร: 0-2671-9041
ค่าเทอมหลักสูตรสามัญ 38,000 บาทรวมค่าแรกเข้า English Program 82,000 ต่อเทอมรวมค่าแรกเข้า

โรงเรียนกรพิทักษ์ศึกษา เขตหนองแขม

ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563

เว็บไซต์: http://www.kornpitack.ac.th
โทร: 02-806-4156
ค่าเทอมหลักสูตร Mini English Program 13,000 กว่าบาทต่อเทอม หลักสูตร English Program 30,000 กว่าบาทต่อเทอม

โรงเรียนศิรินุสรณ์วิทยา เขตบางขุนเทียน

ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563

เว็บไซต์: http://www.sirinusorn-school.com
โทร: 02-416-5255
ค่าเทอมแรก 18,620 บาท เทอมต่อไป 14,070 บาท
IEP 25,620 บาท เทอมต่อไป 21,070 บาท
ปี 2563 มีส่วนลดค่าเทอมให้ผู้ปกครอง 1,500 เพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายในช่วงโควิด

โรงเรียนโชคชัยหทัยราษฎร์ เขตคลองสามวา

ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563

เว็บไซต์: http://chokchai.ac.th
โทร: 02-1172447-8
ค่าเทอม 51,000 ต่อปี ค่าปรับพื้นฐาน 5,500 บาท English Program 86,700 บาทต่อปี ค่าปรับพื้นฐาน 7,000 บาท เฉพาะปี 2563 มีส่วนลดค่าเทอมให้ผู้ปกครอง 1,500 เพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายในช่วงโควิด

โรงเรียนไผทอุดมศึกษา เขตหลักสี่

ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563

เว็บไซต์: https://www.patai.ac.th
โทร: 0-2521-1457-8
ค่าเทอมแรกเข้า 52,700 เทอมต่อไปไม่เกิน 30,000 บาท

นี่เป็นเพียงค่าใช้จ่ายเบื้องต้น สำหรับค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563 – 2564 บางโรงเรียนอาจมีค่าอื่น ๆ เพิ่มเติม แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังจะพาลูกเข้าเรียนประถมในปี 2564 โทรศัพท์ไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และเข้าเยี่ยมชมโรงเรียนด้วยตัวเอง เพื่อดูบรรยากาศการเรียนการสอน ก่อนตัดสินใจเลือกโรงเรียนให้ลูกค่ะ

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

อยากให้ลูกสมองแอคทีฟ ร่างกายแข็งแรง พร้อมเรียนรู้ทุกวัน ต้องทำไง ?

9 เคล็ดไม่ลับ ปลุกลูก ขี้เซา ให้ตื่นเช้าไปโรงเรียนแบบสดใส พร้อมเรียนรู้อย่างมีความสุข

ทักษะชีวิต 12 ข้อสอนลูกให้ติดตัว พร้อมเผชิญหน้ากับชีวิตในอนาคตได้ดี

โทษของ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

หมอเตือนโทษร้าย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่ผู้ขายไม่ยอมบอก

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารโปรดของลูก เพราะความอร่อย สะดวก คำเตือนจากคุณหมอ แม่ควรชี้ให้ลูกเห็นถึงโทษที่แฝงมาอย่าปล่อยให้ทานมากเกิน ภัยร้ายที่ผู้ขายไม่เคยบอก

หมอเตือนโทษร้าย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่ผู้ขายไม่ยอมบอก

ในสังคมที่เร่งรีบอย่างปัจจุบัน ทำให้วิถีชีวิตของมนุษย์เปลี่ยนไป ในทุก ๆ วันมีแต่ความเร่งรีบ แม้แต่ในมื้ออาหาร ภาพที่เคยเห็นครอบครัวนั่งล้อมวงทานข้าวร่วมกันก็เริ่มลดน้อย หายไป อาหารที่ปรุงสุก สดใหม่ นับวันยิ่งหาทานยากมากขึ้น ทำให้เด็ก ๆ ในปัจจุบันคุ้นเคย คุ้นชินกับอาหารสำเร็จรูปในรูปแบบต่าง ๆ นานา ซึ่งแต่ละชนิดล้วนแล้วแต่มีสารอาหาร และปริมาณโซเดียมมากน้อยแตกต่างกันไป แต่โดยส่วนใหญ่แล้วนั้น มักพบปริมาณโซเดียมในอาหารสำเร็จรูปค่อนข้างมาก ซึ่งหากเราไม่อ่านฉลากปริมาณส่วนประกอบที่ข้างผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ให้ดี อาจทำให้เราได้รับปริมาณสารอาหารไม่เพียงพอ รวมถึงปริมาณโซเดียมที่มากเกินความต้องการของร่างกายได้

อาหารปรุงสุกใหม่ดีกว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
อาหารปรุงสุกใหม่ดีกว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ในเด็กเล็ก หรือแม้แต่เด็กโตก็ตามจะมีสักกี่คนที่อ่านฉลากก่อนบริโภค ส่วนใหญ่เลือกอาหารที่รับประทานจากความชอบ ความเคยชินอยู่เสมอ จึงน่าเป็นห่วงได้ว่า เด็ก ๆ ลูก ๆ ของคุณพ่อคุณแม่อาจมีความเสี่ยงต่อการรับสารอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซ้ำร้ายยังเป็นโทษอีกด้วย

อ่านต่อ เตือนภัยซูซิเรืองแสง เสี่ยงปนเปื้อนจุลินทรีย์ ก่อนซื้อต้องระวัง

วันนี้ทาง ทีมแม่ ABK ได้นำคำเตือนของคุณหมอ ดร.วนะพร ทองโฉม นักวิชาการโภชนาการ ฝ่ายโภชนาการ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ฝากถึงโทษร้ายของบะหมีกึ่งสำเร็จรูปที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ จะได้ระวัง และปรับพฤติกรรมการรับประทานของลูกไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายในอนาคต และให้เขาได้รับสารอาหารที่จำเป็นเพียงพอต่อการเจริญเติบโต

ขอขอบคุณคลิปดี ๆ จาก Rama Channel : รายการRama square ช่วง เปิดตู้เย็น 26 ก.พ. 62

โทษร้ายของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

  • ภาวะทุพโภชนา หรือ การขาดความสมดุลของอาหาร

ในหนึ่งซอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประกอบไปด้วย

เป็นที่ทราบกันดีว่า ในอาหารหนึ่งมื้อคนเราต้องได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ แต่ในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีส่วนประกอบหลัก ดังนี้

  1. แป้งสาลี ให้สารอาหารประเภท คาร์โบไฮเดรต โดยในหนึ่งซอง (60 กรัม) มีปริมาณคาร์โบไฮเดรต 37 กรัม หรือเท่ากับข้าว 3 ทัพพี
  2. น้ำมันปาล์ม ให้สารอาหารประเภท ไขมัน โดยในหนึ่งซอง (60กรัม) มีปริมาณไขมัน 12 กรัม
  3. ผงปรุงรส ประกอบด้วยโซเดียมเป็นหลัก โดยในหนึ่งซอง (60กรัม) มีปริมาณโซเดียม 1490 มล.

**ซึ่งหากในหนึ่งซองมีขนาดใหญ่กว่า 60 กรัม ปริมาณต่าง ๆ ที่ได้รับก็จะเพิ่มมากขึ้นไปอีก

จะพบว่าสารอาหารในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้นมีสารอาหารไม่ครบ 5 หมู่ แถมสิ่งที่น่าห่วงนั่นคือ ปริมาณโซเดียมที่สูง(ปริมาณโซเดียมที่แนะนำต่อวันไม่ควรเกิน 2300 มล.) และคาร์โบไฮเดรตที่มาก หากลูกรับประทานแต่เพียงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเท่านั้น ก็จะทำให้ร่างกายของเขาได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อการพัฒนาของเด็ก อาจนำไปลูกไปสู่ภาวะทุพโภชนา (Malnutrition) เป็นภาวะที่ร่างกายขาดสารอาหารบางชนิดหรือได้รับในปริมาณน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยและนำไปสู่การเกิดโรคอื่น ๆ ได้

มีผลจากการศึกษาชิ้นหนึ่งในผู้ที่รับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นประจำพบว่า สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน แคลเซียม วิตามินเอ วิตามินบี 3 วิตามินซี วิตามินดี รวมไปถึงแร่ธาตุอย่างฟอสฟอรัสและธาตุเหล็กที่ล้วนแล้วแต่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย ดังนั้น หากรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแทนอาหารมื้อปกติเป็นประจำอาจส่งผลให้สารอาหารภายในร่างกายไม่สมดุลและเกิดภาวะทุพโภชนาในที่สุด ท้ายที่สุดอาจเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังตามมา

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อร่อยแต่แฝงโทษร้าย
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อร่อยแต่แฝงโทษร้าย
  • ความดันโลหิตสูง

อาจฟังดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับลูกน้อย แต่การที่คุณหมอให้ลูกรับประทานแต่อาหารที่มีโซเดียมมาก สะสมในร่างกายก็จะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวของลูกได้ ถึงแม้ว่าโซเดียมจะเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ แต่ก็มีปริมาณที่กำหนดในแต่ละวัน โดยเด็กอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป ต้องการโซเดียมประมาณ 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบางยี่ห้ออาจมีโซเดียมต่อหนึ่งหน่วยบริโภคสูงถึง 1,200-2,400 มิลลิกรัม ซึ่งอาจเทียบเท่าปริมาณโซเดียมที่ควรได้รับครึ่งวันหรือทั้งวัน ทำให้การรับประทานอาหารที่มีโซเดียมในมื้ออื่นอาจทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินความจำเป็น

การมีปริมาณโซเดียมมากจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อภาวะความดันโลหิต จะทำให้เกิดความดันโลหิตสูง หากคนเรามีภาวะนี้ต่อเนื่องเป็นเวลานานก็จะทำให้เกิดโรคเรื้อรังอื่น ๆ ตามมาได้ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคไต เป็นต้น

โรคอ้วนภัยร้าย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
โรคอ้วนภัยร้าย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
  • โรคอ้วน

ในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในจะมีปริมาณของคาร์โบไฮเดรตที่ได้จากแป้งสาลีเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งมีมากถึง 37 กรัมหรือเทียบเท่ากับข้าว 3 ทัพพี เมื่อเรานำมาเทียบกับปริมาณของข้าวแล้วจะเห็นว่ามีปริมาณที่มาก หากลูกทานข้าวคงไม่ทานถึง 3 ทัพพีต่อมื้อเป็นแน่ แถมยังมีไขมันอิ่มตัว และเครื่องปรุงรสเป็นส่วนประกอบอีกด้วย ซึ่งแต่ละชนิดล้วนแล้วแต่ทำให้ร่างกายได้รับแป้ง และไขมันมากเกินซึ่งเป็นต้นเหตุให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นได้ หากรับประทานจำนวนมากอาจก่อให้เกิดโรคอ้วนในเด็กได้ด้วยเช่นกัน

จากการศึกษาพบว่าการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบ่อย ๆ อาจเพิ่มระดับของไขมันในเลือดจนส่งผลให้เกิดภาวะไม่ทนทานต่อน้ำตาลกลูโคส (Glucose Intolerence) โดยเฉพาะผู้ที่บริโภคอาหารสำเร็จรูปมากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพและเพิ่มความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคอ้วนลงพุง (Metabolic Syndrome) โรคเบาหวาน เป็นต้น

ทานได้ แต่ต้องลดนิด เพิ่มหน่อย

หากเป็นการยากที่จะห้ามลูกรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้วละก็ คุณแม่ควรมาทำข้อตกลงกับลูกน้อยกันสักหน่อย เพื่อเป็นการดีต่อสุขภาพ และดีต่อใจทั้งสองฝ่าย ดังนี้

  • ลดนิด ลดอะไรบ้าง
  1. ลดความถี่ในการรับประทานลง ไม่ควรเกิน 1 ซอง ต่อ สัปดาห์
  2. ลดปริมาณโซเดียมในอาหารมื้ออื่นลง หากลูกทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปแล้วในวันนั้น เช่น ไม่ทานไส้กรอกพร้อมกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพราะปริมาณโซเดียมของอาหารทั้งสองชนิดสูงเหมือนกัน
  3. ลดน้ำซุป เลือกที่จะลดผงปรุงรสที่ใส่ลงอาจใช้เพียงครึ่งซอง หรือไม่เช่นนั้นก็ไม่ควรซดน้ำซุปของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากเกิน เพราะโซเดียมจะมีอยู่ในผงปรุงรส
  4. ไม่ควรทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบดิบ ๆ จากข่าวที่ว่าการทานแบบดิบนั้นจะทำให้ท้องบวม ท้องอืด ซึ่งคุณหมอได้กล่าวว่า การทานแบบดิบก็เหมือนการทานขนมทอดแบบซองทั่ว ๆ ไป แต่สิ่งที่แตกต่างคือ ปริมาณโซเดียมนั้นมีมากกว่า โดยในขนมซองจะมีปริมาณโซเดียมอยู่ประมาณ 400-700 มล. แต่ในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหากทานแบบดิบจะได้รับผงปรุงรสแบบเต็ม ๆ ทำให้ลูกจะได้รับปริมาณโซเดียมมากกว่าเท่าตัวทีเดียว
เพิ่มผัก โปรตีน เพิ่มสารอาหารใน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
เพิ่มผัก โปรตีน เพิ่มสารอาหารใน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
  • เพิ่มหน่อย เพิ่มอะไรบ้าง
  1. เพิ่มสารอาหารอื่นลงไปให้ครบ 5 หมู่ อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้นมีสารอาหารอยู่เพียงคาร์โบไฮเดรต และไขมัน ดังนั้นหากลูกต้องการรับประทานจริง ๆ คุณแม่สามารถที่จะเพิ่มสารอาหารอื่น เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ ผักสด ลงไป เพื่อให้อาหารมื้อนั้น ๆ ของลูกมีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ แต่ไม่ควรเป็นอาหารที่แปรรูปที่มีปริมาณโซเดียมเยอะ
  2. เพิ่มความใส่ใจ อ่านฉลากบนบรรจุภัณฑ์เสมอ เพราะฉลากจะบอกถึงปริมาณของสารอาหารที่ได้รับจากการรับประทานอาหารชนิดนั้น โดยให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณโซเดียมต่ำ ไขมันต่ำ พร้อมทั้งดูปริมาณสารอาหารชนิดอื่นที่จำเป็นต่อร่างกายประกอบด้วย ซึ่งในปัจจุบันได้มีการใส่ฉลากทางเลือกสุขภาพ เพิ่มในผลิตภัณฑ์อาหารที่จัดจำหน่ายว่าผลิตภัณฑ์นั้น ๆ มีความใส่ใจต่อสุขภาพของผู้บริโภค เช่น หากมีฉลากทางเลือกสุขภาพบนฉลากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปใด ผลิตภัณฑ์นั้นก็ได้รับการรับรองว่าได้ลดปริมาณโซเดียมที่ส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพลงในปริมาณที่พอรับได้ ดังนั้นเวลาคุณแม่จะเลือกซื้อ ก็ควรเพิ่มการมองหาฉลากทางเลือกสุขภาพในสิ่งที่จะซื้อมาให้ลูกด้วยจะเป็นการดีต่อสุขภาพ

อ่านต่อ วิธีการฉลากโภชนาการ เพื่อสุขภาพที่ดีของลูก!

เพิ่มสารอาหารให้ครบหมู่
เพิ่มสารอาหารให้ครบหมู่

การรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นครั้งคราว จำกัดปริมาณรับประทานก็เป็นสิ่งที่กระทำได้ แต่ควรให้ลูกได้รับรู้ถึงพิษภัย โทษร้ายของการไม่เลือกรับประทานอาหาร การเข้าใจถึงสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย รวมถึงปริมาณของสารอาหารเหล่านั้นด้วย เพราะถึงแม้เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์แต่ถ้าหากรับประทานมากเกินความต้องการของร่างกายก็ทำให้เป็นโทษได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่จะช่วยสอนให้ลูกรู้จักการอ่านฉลากข้างผลิตภัณฑ์ และโทษภัยแฝงที่ผู้ขายไม่ได้ชี้แจงละเอียดให้แก่ลูกในการเลือกรับประทานอาหารใด ๆ หากเขาสามารถทำได้ดังกล่าวแล้ว เราก็จะวางใจได้ว่าลูกสามารถรู้เท่าทัน และจะเลือกแต่สิ่งที่มีประโยชน์ต่อตัวเองเท่านั้น

อ่านต่อ ลูกวัยกำลังโตควรเสริมอาหารแบบไหน ?

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก Pobpad.com / รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

อาหารที่มีแคลเซียม สําหรับคนท้อง เมื่อแม่แพ้-ไม่ชอบดื่มนมวัว

วิธีทำให้สูง ด้วยเมนูอาหารวิเศษเสริมแคลเซียมวัยเบบี๋

พยาธิในผักสด ฝันร้ายของคุณแม่สายคลีน!!

กรมอนามัยห่วง! เด็กไทยเตี้ยกว่าเกณฑ์ แนะ 5 วิธีเพิ่มความสูง

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่