โรคปอดอักเสบในเด็ก

ปอดอักเสบ ในเด็ก (ปอดบวม) ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

โรคปอดอักเสบในเด็ก
โรคปอดอักเสบในเด็ก

ปอดอักเสบ แค่ได้ยินชื่อก็น่ากลัวแล้วใช่ไหมคะ ถ้ามาเกิดเป็นกับลูกเล็กๆ ยิ่งน่าเป็นห่วงและน่ากังวลมากเป็นหลายเท่าเลยใช่ไหมคะ ดังนั้นเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้รู้เท่าทันอาการป่วยจากโรคปอดอักเสบให้กับลูกๆ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีข้อมูลที่น่ารู้ของโรคนี้มาฝากกันค่ะ

 

ปอดอักเสบ  ในเด็ก ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

ฝนตกอากาศเย็นๆ ชื้นๆ แบบนี้ระวังลูกป่วยเป็น ปอดอักเสบ กันนะคะ ซึ่งโรคนี้เด็กๆ เจ็บป่วยได้มากทั้งในช่วงฤดูฝน และ ฤดูหนาวเลยค่ะ ดังนั้นเพื่อให้ทุกครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ หรือลูกที่กำลังอยู่ในวัยเรียนได้เข้าใจ สามารถสังเกตอาการเบื้องต้น รวมถึงวิธีป้องกันไม่ให้ลูกป่วยปอดอักเสบกันได้อย่างถูกต้องค่ะ   

โรคปอดอักเสบหรือปอดบวมในเด็ก (Childhood pneumonia) เป็นหนึ่งในโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ที่เกิดจากการ อักเสบ ติดเชื้อของเนื้อปอด รวมทั้งหลอดลมและถุงลม น่ากลัวใช่ไหมคะ เห็นแล้วไม่อยากให้เด็กๆ ป่วยกันเลยค่ะ ทีนี้ไปดู กันต่อว่าเด็กๆ กลุ่มไหนที่มีความเสี่ยงในการป่วยปอดอักเสบมากที่สุด

บทความแนะนำ คลิก>> โรคปอดบวม ภัยร้ายสำหรับลูกน้อยวัยต่ำกว่า 5 ขวบ
ปอดอักเสบ
Credit Photo : Shutterstock

ผู้เขียนขออนุญาตแชร์ข้อมูลจาก พญ.ปราณี สิตะโปสะ กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ ประจำโรงพยาบาลวิภาวดี มาให้คุณพ่อคุณแม่ได้ทราบกันดังนี้ค่ะ สำหรับเด็กๆ ที่มีความเสี่ยงในการเจ็บป่วยด้วยอาการปอดอักเสบง่ายที่สุด สามารถแบ่งได้ตามนี้ คือ…

  • เด็กที่อายุน้อย
  • เด็กที่มีน้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย เด็กคลอดก่อนกำหนด
  • เด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการ
  • เด็กที่มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคทางสมอง
  • เด็กที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำหรืออยู่ในชุมชนแออัด สุขาภิบาลไม่ดี
  • เด็กที่ได้รับควันบุหรี่จากบุคคลรอบข้าง
  • เด็กที่อยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กที่มีเด็กมากๆ

สำหรับโรคปอดอักเสบสาเหตุของโรคนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส  เชื้อแบคทีเรีย หรือทั้งเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียร่วมกัน จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกพบว่า เชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดปอดอักเสบในเด็ก ได้แก่  เชื้อนิวโมคอคคัส (Streptococcus  pneumoniae) และ เชื้อฮิบ  (Hib)  ส่วนเชื้อไวรัสส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อ respiratory syncytial virus (RSV) ซึ่งในแต่ละประเทศอาจมีความแตกต่างกัน[1]

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกป่วยเป็นปอดอักเสบ?

เด็กเล็กๆ ยังมีภูมิต้านทานต่ำอยู่มากเมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ค่ะ แล้วถ้ายิ่งเป็นเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคนี้อยู่แล้ว ด้วยละก็ พ่อแม่ยิ่งต้องให้ความสำคัญและใส่ใจหมั่นสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับลูก โดยเฉพาะในเรื่องของระบบทางเดินหายใจ เพราะโรคนี้ด่านแรกๆ ที่จะรับเอาเชื้อโรคเข้าร่างกายลงสู่ปอด ก็คือการหายใจนั่นเองค่ะ

สำหรับปอดอักเสบในเด็ก อาการที่แสดงออกมา พ่อแม่สามารถสังเกตได้ดังนี้ คือ…

  1. มีอาการเป็น ไข้ ไอ  หายใจหอบเหนื่อย
  2. แต่ในเด็กบางรายอาจมีอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง ได้แก่ มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ กระสับกระส่าย ร้องกวน งอแง หรือมีอาการหนาวสั่น
  3. เด็กบางคนอาจมีไข้หรือไม่มีไข้ก็ได้ หรืออาจจะมีแค่อาการซึม อาเจียน และไม่ยอมดูดนม หรือน้ำ
  4. เด็กที่มีอาการปอดอักเสบจากการติดเชื้อไวรัส อาการแสดง คืด เป็นไข้ มีน้ำมูก ไอมีเสมหะ จากนั้นก็จะหายใจลำบาก หายใจเร็วกว่าปกติ จนจมูกบาน ซี่โครงบาน และมีอาการตัวเขียว
  5. เด็กที่มีอาการปอดอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย อาการที่แสดงขึ้นอย่างเฉียบพลัน คือ ดูป่วยหนัก มีการไออย่างมาก เจ็บหน้าอก

ส่วนการรักษาอาการปอดอักเสบที่เกิดขึ้นในเด็กนั้น แพทย์จะทำการรักษาให้ตามอาการที่เกิดขึ้น ซึ่งเด็กแต่ะคนอาจมีอาการ รุนแรงไม่เหมือนกัน และก็ขึ้นอยู่กับการติดเชื้อโรค หรือไวรัสชนิดใดมาค่ะ

บทความแนะนำ คลิก>> ป้องกันไข้หวัดใหญ่ และปอดบวมให้ลูกน้อยช่วงหน้าฝน
ทารกเป็นหวัด
ทารกเป็นหวัด

แต่ในผู้ป่วยเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปีมักได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ทั้งนี้ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ ความรุนแรงของ ภาวะขาดน้ำ ภาวะพร่องออกซิเจน และยังอาจพิจารณาให้สารน้ำทางหลอดเลือด

  • การให้ออกซิเจน แพทย์จะพิจารณาให้ออกซิเจนในผู้ป่วยที่เขียวหอบมาก ซึมกระวนกระวาย ไม่ยอมกินนมและน้ำ หายใจเร็วมากกว่า 70 ครั้งต่อนาที
  • การให้น้ำและอาหาร ต้องให้พอเพียงกับความต้องการของผู้ป่วย  ช่วยลดความเหนียวของเสมหะ และสามารถขับเสมหะออกจากร่างกายโดยการไอได้ง่ายขึ้น ลดการคั่งค้างของเสมหะที่อุดกั้นทางเดินหายใจในเด็กได้และยังเป็นการ ทดแทนการสูญเสียน้ำจากร่างกายผู้ป่วยซึ่งเกิดจากภาวะไข้สูง หายใจหอบเร็ว
  • ยาปฏิชีวนะ เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุ  การเลือกยาในกลุ่มใดต้องพิจารณาถึงอายุของผู้ป่วย ประวัติการสัมผัสเชื้อ โอกาสที่เชื้อจะดื้อยา และอาศัยข้อมูลจากการซักถามประวัติอาการอื่นๆประกอบ
  • การรักษาอื่นๆ คือ ยาลดไข้ การเคาะปอดเพื่อให้เสมหะออกได้ การให้ยาขยายหลอดลม ฯลฯ[2]

เห็นอาการและการรักษาแล้ว เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่คงไม่อยากให้ลูกๆ ที่บ้านป่วยกันเลยใช่ไหมคะ ฉะนั้นหากไม่อยากให้ลูกป่วยก็ต้องดูแลรักษาสุขภาพ รวมถึงความสะอาดให้ลูกมากๆ ด้วยค่ะ โดยเฉพาะเด็กที่มักป่วยเป็นหวัดบ่อยๆ ก็สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นปอดอักเสบได้เช่นกันค่ะ

4 วิธีปกป้องลูกน้อยให้ห่างไกลจากโรคปอดอักเสบ

การป้องกันลูกๆ ให้ห่างไกลจากการเจ็บป่วยด้วยโรคปอดอักเสบ คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ง่ายๆ ตามคำแนะนำจากคุณหมอ ได้ดังนี้ คือ…

  1. การเลี้ยงดูเด็กให้มีสุขภาพแข็งแรงและสร้างสุขอนามัยที่ดี ด้วยการล้างมือเป็นประจำจะช่วยลดการติดเชื้อที่สัมผัสติดมากับมือได้ หรือใส่หน้ากากอนามัย
  2. ควรเลี่ยงการพาเด็กเล็กไปในที่ชุมชนและสถานที่แออัดเป็นเวลานานๆ
  3. หากบุตรหลานของท่านมีอาการไข้ ไอ หอบ ควรรีบพามาพบแพทย์โดยเร็วเพื่อจะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
  4. ปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาเสริมภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนสำหรับป้องกันโรคปอดบวม (Hib vaccine, Pneumococcal vaccine) รวมทั้งวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza vaccine)[3]

Good to know… “โรคปอดอักเสบเป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่สำคัญโดยเฉพาะในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และเป็นสาเหตุการตายในเด็กที่สูงถึง 1.6 ล้านคนต่อปีจากจำนวนผู้ป่วย 156 ล้านคนต่อปีทั่วโลก”[4]

หากทุกครอบครัวปฏิบัติได้ตามคำแนะนำเบื้องต้นเหล่านี้ เชื่อว่าจะสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยจากโรคปอดอักเสบให้กับเด็กๆ ได้อย่างแน่นอนค่ะ ที่สำคัญการรักษาความสะอาด สุขอนามัยภายในครอบครัวก็เป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน เพราะบ้านคือสถานที่ที่ลูกต้องอยู่ทุกวัน หากบ้านไม่สะอาดนั่นเท่ากับว่าลูกกำลังอยู่กับ ฝุ่น ผง ละอองที่เต็มไปด้วยเชื้อโรค เชื้อรา ไวรัสต่างๆ ที่เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ง่ายค่ะ …ด้วยความใส่ใจและห่วงใย

อ่านต่อบทความเรื่องอื่นที่น่าสนใจคลิก

โรคปอดบวมในเด็ก ภัยของเจ้าตัวเล็กที่มักมากับอากาศหนาว 
ลูกขี้ร้อน นอนเปิดพัดลม เสี่ยงปอดบวม หรือไม่?

 


ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก
1,2,3พญ.ปราณี สิตะโปสะ กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ ประจำโรงพยาบาลวิภาวดี.โรคปอดอักเสบหรือปอดบวมในเด็ก. www.vibhavadi.com
4haamor.com

 

รวม 20 อาการต้องสงสัย ลูกไม่สบาย แบบนี้..! กำลังป่วยเป็นโรคอะไร?

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up