มะเร็งตับ โรคตับ ในเด็ก

ลูกปลอด โรคตับ และมะเร็งร้ายได้เพียงแค่..หยุด!!

มะเร็งตับ โรคตับ ในเด็ก
มะเร็งตับ โรคตับ ในเด็ก

โรคตับ มะเร็งตับ ภัยร้ายที่คืบคลานเข้ามาใกล้เรามากขึ้นทุกที ใครว่าเด็กจะรอดพ้นโรคร้ายเหล่านี้ จากชีวิตประจำวันที่มีแต่ความเสี่ยงจะทำอย่างไรให้ลูกรอดพ้นกันนะ

ลูกปลอด โรคตับ และมะเร็งร้ายได้เพียงแค่..หยุด!!

โดยส่วนใหญ่คนทั่วไปมักจะคิดว่า โรคตับ มะเร็งตับ และโรคที่เกี่ยวข้องกับตับ มีแต่เพียงผู้ใหญ่ที่ดื่มเหล้าเท่านั้น แต่แท้ที่จริงแล้วเด็กเล็ก ๆ ก็ป่วยเป็นโรคตับได้เหมือนกัน นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า มะเร็งตับและท่อน้ำดีเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในคนไทย แต่ละปีมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 20,000 คน มะเร็งตับที่พบมากในประเทศไทยมี 2 ชนิด คือ มะเร็งของเซลล์ตับ และมะเร็งท่อน้ำดีตับ สาเหตุของมะเร็งเซลล์ตับ หลายคนอาจทราบแต่เพียงว่าเกิดจากการดื่มเหล้า แต่ในความเป็นจริงยังมีสาเหตุอื่น ๆ ซึ่งที่พบบ่อยในบ้านเรา คือ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเรื้อรังชนิดบีและซี
มะเร็งตับ ภัยร้ายใกล้ลูกคุณ
มะเร็งตับ ภัยร้ายใกล้ลูกคุณ

มะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดี ภัยร้ายที่ตัวเองเป็นผู้ก่อ

การเกิดมะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดี เป็นโรคร้ายที่มีความเกี่ยวข้องกับตับที่ทำหน้าที่ ดังต่อไปนี้

  • รับเลือดจากลำไส้ซึ่งมีสารอาหารจำนวนมาก และส่งผ่านสารอาหารเหล่านี้ไปยังร่างกายส่วนอื่น ๆ
  • ทำลายสารพิษในเลือดที่มาจากลำไส้
  • ผลิตน้ำดีแล้วส่งน้ำดีผ่านมาตามท่อน้ำดีมาเก็บที่ถุงน้ำดี เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีไขมันถุงน้ำดีจะหดรัดตัว  ทำให้น้ำดีไหลผ่านท่อน้ำดีลงมายังลำไส้เล็กเพื่อช่วยในการย่อยและดูดซึมไขมัน
  • ผลิตสารที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว

มะเร็งตับ (Liver Cancer) เกิดขึ้นเมื่อเซลล์บริเวณตับมีลักษณะหรือการทำงานผิดปกติแล้วพัฒนาเป็นมะเร็งในที่สุด หรืออาจเกิดจากการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งจากบริเวณอื่นมายังตับก็ได้ ซึ่งมะเร็งตับส่วนใหญ่ก็มักมีที่มาจากสาเหตุหลังนี้ ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับมักไม่แสดงอาการจนกว่าจะมีขนาดใหญ่ขึ้นมากซึ่งเป็นระยะที่ยากต่อการรักษา

สาเหตุโรคมะเร็งตับ

มะเร็งที่ตับเกิดขึ้นจากการที่ดีเอ็นเอในเซลล์ตับเกิดการกลายพันธุ์จนทำให้โครงสร้างเซลล์เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้เซลล์เติบโตขึ้นอย่างผิดปกติและพัฒนาเป็นเนื้องอกในที่สุด สาเหตุหลักของการการเปลี่ยนแปลงนี้ยังไม่ปรากฏแน่ชัด แต่มีปัจจัยที่เชื่อว่าทำให้เสี่ยง และส่งผลต่อโรคนี้ ได้แก่

  • ไวรัสตับอักเสบ บี และไวรัสตับอักเสบ ซี ที่ทำให้เป็นโรคตับเรื้อรัง และยังสร้างความเสียหายต่อตับอย่างถาวรและทำให้ตับวายได้
  • โรคอ้วน ทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มสุรา
  • โรคตับที่สืบทอดทางพันธุกรรมที่พบได้ไม่บ่อย ได้แก่ ภาวะธาตุเหล็กในตับมากเกิน(Hemochromatosis) ภาวะทองแดงคั่งในร่างกาย(Wilson’s Disease)
  • โรคเบาหวาน
  • โรคตับแข็ง กว่าครึ่งของผู้ป่วยมะเร็งตับเป็นโรคตับแข็งร่วมด้วย
พยาธิใบไม้ในตับ เสี่ยง โรคตับ
พยาธิใบไม้ในตับ เสี่ยง โรคตับ

มะเร็งท่อน้ําดี (Cholangiocarcinoma) เป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์เยื่อบุผิวภาย ในท่อน้ําดีเจริญเติบโตอย่างผิดปกติ จนอาจไปกดเบียดหรือลุกลามอวัยวะข้างเคียงซึ่ง ประกอบด้วยตับ ตับอ่อน หรือลําไส้เล็กส่วนต้น

สาเหตุของมะเร็งท่อน้ำดี
ปัจจุบันสาเหตุของมะเร็งท่อน้ำดียังไม่เป็นที่ทราบ แน่ชัด แต่พบว่ามีหลายปัจจัยสภาวะที่ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ของเซลล์ท่อน้ำดี จนทําให้เกิดการเติบโตอย่างผิดปกติกลายเป็นมะเร็งท่อน้ำดีได้ เช่น นิ่วในทางเดิน น้ำดีในตับ พยาธิใบไม้ตับ การรับประทานอาหารที่มีดินประสิว และไนไตรท์ เช่น ปลาร้า ปลาจ่อม ปลาส้ม แหนมไส้กรอกเป็นประจำ การอักเสบเรื้อรังภายในท่อน้ำดี ภาวะการอักเสบเรื้อรัง ของลําไส้ใหญ่ และสารเคมีบางชนิด เป็นต้น

ดังจะเห็นได้ว่าโรคร้ายทั้งสองที่เป็นโรคอันดับต้น ๆ ในการคร่าชีวิตคนไทยไปนั้น หากต้องการจะหยุดโรคร้ายมิให้มาคุกคามกับลูกน้อยของเราได้นั้น ความจริงมิใช่เรื่องที่ยุ่งยากแต่อย่างใด เพียงแค่คุณแม่ลองปรับ และเปลี่ยนพฤติกรรมที่คุ้นชิน ที่คนในปัจจุบันละเลย จึงเป็นสิ่งที่ทำให้กล่าวได้ว่าตัวเองเป็นผู้ก่อให้เกิดปัจจัยเสี่ยงขึ้นมาเอง และพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ ที่เราก่อขึ้นมานั้นยังเป็นต้นเหตุสำคัญในการที่เราเป็นคนเปิดประตูให้โรคร้ายเข้ามาคุกคามลูกของเราได้อีกต่างหาก ดังนั้นลองมาปิดประตูดังกล่าวนั้นด้วยการลอง “หยุด”

ปิดประตูห่างไกลมะเร็งตับง่าย ๆ แค่ 5 หยุด

นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเตือนว่า ผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับตับแต่ละรายอาจอาจมีอาการแสดงของโรคแตกต่างกันและมักไม่มีอาการในระยะแรก โดยอาการส่วนใหญ่ที่พบ คือ แน่นท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อเป็นประจำ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ปวดหรือเสียดชายโครงขวา อาจคลำพบก้อนในช่องท้อง ตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องโต และมีอาการบวมบริเวณขาทั้ง 2 ข้าง หากมีอาการเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย และได้แนะวิธีแนวทางป้องกันก่อนเกิดโรค ซึ่งสามารถสรุปมาเป็นแนวทางได้ 5 ข้อควรหยุด ดังนี้

หยุด!!ความเชื่อเก่า ๆ มองหาสัญญาณเตือน “ตัวเหลือง ตาเหลือง”
ความเชื่อที่ว่ามะเร็งตับเป็นโรคที่เกิดเฉพาะในผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ในปัจจุบันพบว่าเด็กมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น โดยพบว่ามีถึง 1 ใน 10 ของโรคมะเร็งที่เกิดกับผู้ใหญ่เชียวนะ เมื่อเราหยุดความเชื่อที่ว่าลูกน้อยไม่มีโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งร้ายได้แล้ว ลองมาสังเกตอาการที่เป็นสัญญาณเตือนในการบ่งบอกว่าตับของลูกเริ่มมีปัญหากันดีกว่า โดยอาการโรคตับที่มักพบอาการในเด็กอันดับแรกอาจมีอาการดีซ่าน คือ ตาเหลือง หรือผิวหนังเป็นสีเหลือง แต่ถ้าเป็นโรคตับเรื้อรัง เด็กอาจมีอาการดังต่อไปนี้ เช่น
  • ท้องโต เกิดจากภาวะท้องมานคือ มีน้ำในช่องท้อง หรือเกิดจากตับและม้ามมีขนาดใหญ่ขึ้น
  • ขาหรือหน้าบวม เกิดจากการที่ตับไม่สามารถสร้างโปรตีนได้
  • ผอม แขนขาลีบ เกิดจากการที่รับประทานอาหารได้น้อยลงร่วมกับร่างกายเผาผลาญสารอาหารมากกว่าปกติ
  • อาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายอุจจาระเป็นสีดำๆ เกิดจากเส้นเลือดในหลอดอาหารหรือกระเพาะอาหารที่โป่งพองขึ้นแล้วแตกทำให้มีเลือดออก
  • เลือดออกเองหรือออกแล้วหยุดยาก เกิดจากตับไม่สามารถผลิตสารที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว

การสังเกตอาการของลูกทำให้เราสามารถรู้ถึงการมาเยือนของโรคได้เร็ว และจะได้รับการรักษาเสียแต่เนิ่น ๆ โอกาสในการที่ตับจะถูกทำลายจนกลายไปเป็นโรคร้ายก็จะน้อยลง ความเสี่ยงก็ลดลง เพราะมะเร็งตับ และมะเร็งท่อน้ำดีนั้น เป็นโรคที่กว่าจะตรวจพบจากการตรวจร่างกายนั้น ก็มักจะพบในระยะรุนแรงแล้ว ทำให้เสียโอกาสในการรักษาให้หายขาดไป

วัคซีนป้องกันไวรัสตับ ช่วยลูกห่าง โรคตับ ได้
วัคซีนป้องกันไวรัสตับ ช่วยลูกห่าง โรคตับ ได้

หยุด!!ไวรัสร้ายด้วยวัคซีนป้องกัน 

อย่างที่กล่าวไว้ในตอนต้นแล้วว่า สาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดมะเร็งตับในเด็กนั้นมิใช่เหล้า แต่เป็นไวรัสตับอักเสบหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ไวรัสตับอักเสบ เอ บี ซี อี และไวรัสเดงกี่ที่ทำให้เกิดไข้เลือดออก และไวรัสอีบีวี ซึ่งเราสามารถหยุดไวรัสร้ายเหล่านี้ได้ด้วยการพาลูกไปฉีดวัคซีนป้องกัน

ไวรัสตับอักเสบA เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด A (Hepatitis A Virus) สามารถติดต่อได้จากการรับประทานอาหาร น้ำดื่ม หรือสัมผัสสิ่งปนเปื้อนเชื้อไวรัส เมื่อเชื้อไวรัสผ่านผนังลำไส้เข้าสู่เส้นเลือดไปยังตับ ทำให้เกิดตับอักเสบเฉียบพลัน การฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบ A จะฉีด 2 ครั้ง โดยฉีดห่างกัน 6 – 12 เดือน

ไวรัสตับอักเสบB ในประเทศไทยเด็กที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี มักเกิดจากติดเชื้อจากมารดาระหว่างคลอด เด็กจะไม่แสดงอาการผิดปกติจนกว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่  เพราะเม็ดเลือดขาวยังไม่ทราบว่ามีไวรัสอยู่ในร่างกาย จนเข้าสู่วัยรุ่นเมื่อเม็ดเลือดขาวเริ่มตรวจพบและทำลายเซลล์ตับที่มีไวรัสอยู่ จึงทำให้มีไวรัสตับอักเสบเกิดขึ้น ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งตับเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 100 เท่า การฉีดวัคซีน เรายังสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีได้โดยการฉีดวัคซีนซึ่งมีประสิทธิภาพดี โดยฉีดเพียง 3 เข็ด สามารถสร้างภูมิต้านทานซึ่งสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ตลอดชีวิต

ไวรัสตับอักเสบC ส่วนใหญ่เด็กที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบC มักเกิดจากได้รับเลือดจากคนที่มีเชื้อไวรัสอยู่ ซึ่งในปัจจุบันจะพบน้อยลงเรื่อย ๆ เนื่องจากการตรวจกรองเลือดหาเชื้อไวรัสก่อนจะนำไปให้ผู้ป่วย ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสนี้จะเกิดภาวะตับอักเสบเรื้อรัง ซึ่งผู้ป่วยมักไม่มีอาการผิดปกติ หากไม่ได้ไปพบแพทย์หรือตรวจเลือดดูค่าการทำงานของตับก็จะไม่ทราบว่าตนเองมีตับอักเสบเรื้อรัง ซึ่งร้อยละ 40-50 ของผู้ป่วยเหล่านี้จะเกิดภาวะตับแข็งภายใน 30-50 ปี และนำไปสู่มะเร็งตับในที่สุด ส่วนวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบซีในปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัย

ไวรัสตับอักเสบ E เป็นเชื้อโรคที่ติดต่อกันโดยการได้รับเชื้อทางปาก จากอาหาร และน้ำดื่มที่ปนเปื้อน ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน

ไวรัสเดงกี่จากยุงลาย สาเหตุ โรคตับ
ไวรัสเดงกี่จากยุงลาย สาเหตุ โรคตับ

ไวรัสเดงกี่ ไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคไข้เลือดออก และภาวะแทรกซ้อนทางตับพบได้บ่อยในผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสเดงกี่โดยอาจพบภาวะตับอักเสบจากการตรวจการทำงานของตับไปจนถึงตับอักเสบรุนแรงและตับวายเฉียบพลัน

ไวรัส EVB ไวรัสตัวนี้สามารถทำให้เกิดได้หลายโรค แต่โรคที่รู้จักกันดีคือโรคโมโน หรือ Infectious mononucleosis, glandular disease, หรือ kissing disease ซึ่งเป็นการติดเชื้อ EBV ครั้งแรกในช่วงวัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ตอนต้น ทำให้มีอาการไข้สูง เจ็บคอ ต่อมทอนซิลโตมาก ต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอโตสองข้าง และอาการร่วมอื่นๆ เช่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย กินได้น้อย ปวดท้อง แน่นท้อง ตับม้ามโต

หยุด!!ทานยาพร่ำเพรื่อ

การใช้ยาพร่ำเพรื่อ การใช้ยาเกินขนาด ได้รับสูตรยาที่ไม่เหมาะสม และความคิดผิด ๆ ที่ว่ากินยากันโรคไว้ก่อนนั้น ส่งผลร้ายต่อตับ การซื้อยามารับประทานเองจากร้านขายยาที่ไม่มีเภสัชกรปฎิบัติหน้าที่ ทำให้ตับต้องทำงานหนัก เพราะตับต้องทำหน้าที่กรองสาร ขจัดสารพิษ และยาออกจากเลือด เป็นเหตุให้ตับเกิดการอักเสบ และอาจกลายเป็นมะเร็งตับได้ ยาที่ส่งผลต่อตับหากใช้ผิดวิธี เช่น คีโตโคนาโซล พาราเซตามอล ยาสมุนไพร เป็นต้น

ใส่ใจเลือกซื้ออาหาร ลดอาหารขยะ ลดไขมันพอกตับ
ใส่ใจเลือกซื้ออาหาร ลดอาหารขยะ ลดไขมันพอกตับ

หยุด!!อาหารขยะต้นเหตุไขมันพอกตับ 

อาหารขยะ (Junk Food) คืออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการน้อย มีแคลอรี่สูง โดยมักประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต ไขมัน หรือโซเดียมในปริมาณมาก เช่น น้ำอัดลม ของหวาน อาหารทอด ขนมขบเคี้ยว ขนมปังกรอบ ซึ่งในปัจจุบันเป็นอาหารที่หาทานง่าย และเป็นที่ชื่นชอบของเด็ก ทำให้เด็กเกิดภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วนตามมา เป็นสาเหตุของไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มสุรา และทำให้มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดมะเร็งตับ

หยุด!!สารพิษที่จะเข้าสู่ตับ

หลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง เช่น อาหารที่อาจปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซิน อาหารที่มีดินประสิว และอาหารหมักดอง เป็นต้น การได้รับสารเคมีอันตรายจากยากำจัดวัชพืช เช่น สารไวนิล คลอไรด์ และสารหนู (Arsenic) ที่ปนเปื้อนในอาหาร เช่น ปลาหมึกแห้ง เมื่อได้รับเป็นเวลานานอาจเกิดการสะสมจนเกิดโรคต่าง ๆ ตามมามากมาย ไม่เว้นแม้แต่มะเร็งตับ

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก si.mahidol.ac.th/สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย/รพ.พญาไท /Pobpad /vejthani / สถานวิทยามะเร็งศิริราช/ Mono29news

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

สุดยอด!แม่สังเกตจนรู้ ลูกไม่ได้เป็น ตากุ้งยิง แท้จริงคือชีสต์

อุทาหรณ์! ลูกติด เชื้อซาโมเนลลา ไข้ขึ้น ถ่ายทั้งคืน เพราะคนอื่นจับอุ้มหอมลูก

พ่อแม่ระวัง! หูชั้นกลางอักเสบ ภัยเงียบ..เด็กทุกคนเสี่ยงเป็น

หมอเตือนโทษร้าย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่ผู้ขายไม่ยอมบอก

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up