ลูกขาด วิตามินซี เสี่ยงเดินไม่ได้

หมอชี้!!ลูกขาด วิตามินซี อันตรายกว่าที่คิด เสี่ยงเดินไม่ได้

ลูกขาด วิตามินซี เสี่ยงเดินไม่ได้
ลูกขาด วิตามินซี เสี่ยงเดินไม่ได้

หากลูกมีรอยช้ำโดนไม่ได้หกล้ม เลือดออกตามไรฟัน เลือดจาง เป็นสัญญาณอันตรายบอกว่าเขาอาจขาด วิตามินซี เรื่องง่าย ๆ ที่ไม่ควรมองข้ามอันตรายอาจถึงขั้นเดินไม่ได้

หมอชี้!!ลูกขาด วิตามินซี อันตรายกว่าที่คิด เสี่ยงเดินไม่ได้

การใส่ใจเรื่องสุขภาพ นอกเหนือจากการระวังไม่ให้เจ็บป่วยจากเชื้อโรคต่าง ๆ รอบตัวแล้ว ในปัจจุบันยังมีแนวคิดเพิ่มขึ้นในเรื่องสุขภาพร่างกาย นั่นคือ การรอบรู้ มีความสามารถ มีความรู้ในเรื่องสุขภาพของตนเอง การรู้จักการดำเนินชีวิตอย่างเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายไม่ทำร้ายร่างกาย อีกทั้งยังส่งเสริมให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้น รวมกันอยู่ในหัวข้อ การมี HQ (Health Quotient) นั่นเอง

HQ (Health Quotient) คือเชาว์สุขภาพ หรือ ความฉลาดทางสุขภาพ หมายถึงความรู้ ความสามารถ และความตระหนัก ในการเลือกสิ่งที่ดีให้กับสุขภาพ และหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นเรื่องของวิถีชีวิต รูปแบบในการใช้ชีวิต(life style) เช่น การเลือกอาหาร การเลือกกิจกรรม ความพอดีระหว่างการทำงานและการใช้เวลาว่าง การเลือกสถานที่ท่องเที่ยว งานอดิเรก เป็นต้น

ดังนั้นการตระหนักรู้ถึงการเลือกสิ่งที่ดีให้กับสุขภาพของตนเองนั้น ก็เป็นเรื่องสำคัญเบื้องต้นในการดูแลสุขภาพ เป็นการป้องกันการเกิดโรคได้ดีที่สุด เพราะไม่ว่าร่างกายเราจะไปพบเจอกับเชื้อโรคร้ายใด ๆ แต่ถ้าเรามีสุขภาพที่แข็งแรงก็ไม่ทำให้ร่างกายเป็นอันตรายได้

แต่ในบางครั้งสิ่งที่เราควรระวังและตระหนักถึงอันตรายสำหรับร่างกาย อาจไม่ได้เป็นเชื้อโรคจากภายนอกเพียงอย่างเดียว โรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ทำให้มีความผิดปกติขึ้นได้นั้น ในบางครั้งอาจมาจากโภชนาการที่ไม่ดี สารอาหารไม่เพียงพอ หรืออาหารที่เรารับประทานเข้าไปนั่นเอง วันนี้ทาง ทีมแม่ ABK ได้ขอนำเรื่องราวตัวอย่างจากประสบการณ์จริงของคุณแม่ท่านหนึ่งที่ประสบปัญหาจากการที่ลูกน้อยไม่ยอมเดิน และมีอาการเดินกระเผกมาก่อนหน้า โดยเข้าใจว่าเกิดจากการหกล้ม แต่แท้จริงแล้วสาเหตุกลับเป็นเพียงแค่เรื่องที่แม้แต่คุณแม่เองก็ยังคาดไม่ถึงว่าจะรุนแรงถึงขนาดทำให้ลูกน้อยเสี่ยงถึงขั้นเดินไม่ได้ ลองมาร่วมรับฟังปัญหาของคุณแม่น้องนารา จากคลิปรายการพบหมอรามา ออกอากาศวันที่ 21/3/60 รศ. ดร. พญ. นลินี จงวิริยะพันธุ์ สาขาวิชาโภชนวิทยา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ขอขอบคุณคลิปดี ๆจาก  RAMA CHANNEL

จากคลิปดังกล่าวได้เล่าถึงประสบการณ์ของคุณแม่น้องนาราที่ไปพบคุณหมอด้วยอาการน้องไม่ยอมเดิน เจ็บเข่า โดยเข้าใจว่าเกิดจากการหกล้มเพียงเล็กน้อย ได้ทำการเข้าเฝือกรักษาตามอาการ แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น จนถึงขั้นน้องไม่ยอมเดิน สุดท้ายเมื่อตรวจเลือดกลับทำให้พบสาเหตุที่แท้จริงว่า เกิดจากการที่น้องนารามีร่างกายที่ขาดสารอาหาร โดยเฉพาะ วิตามินซี จากการที่เป็นเด็กทานยาก ทานน้อย จึงทานแต่นม

คุณหมอนลินี ได้ให้คำชี้แจงไว้ว่า วิตามินซีนั้น มีประโยชน์ต่อร่างกายที่ไม่ควรขาด เพราะวิตามินซีเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความแข็งแรงของเนื้อเยื่อทุกชนิด เช่น เนื้อเยื่อหุ้มกระดูก เนื้อเยื่อหลอดเลือด ซึ่งจะพบว่าหากเนื้อเยื่อไม่แข็งแรงก็จะมีอาการ เช่น เลือดออกตามไรฟัน หรือเลือดกำเดาไหล เป็นต้น ซึ่งกรณีของน้องนาราเกิดจากเลือดออกใต้เยื่อหุ้มกระดูก ทำให้เด็กเจ็บเข่าจนไม่สามารถแตะได้ จึงไม่ยอมเดิน วิธีการรักษาของน้องนารา เริ่มจากการให้ยาวิตามินซี และแร่ธาตุที่ขาด รับประทานก่อนเพราะร่างกายขาดรุนแรง แล้วใช้การปรับพฤติกรรม โภชนาการให้ถูกต้องตามวัย โดยภายใน 3 วันน้องก็จะกลับมาค่อย ๆ ดีขึ้นจนเป็นปกติ อาการงอแง จ้ำเลือดตามตัว รอยช้ำ เลือดออกตามไรฟัน และข้อเข่าที่ปวดก็ดีขึ้น จนหายได้

ประโยชน์ของวิตามินซี

  • วิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ
  • วิตามินซีจะมีส่วนในการสร้าง collagen ซึ่งทำให้ผิวหนังแข็งแรง
  • เมื่อเกิดแผลจะหายเร็ว
  • หน้าที่ ป้องกันการติดเชื้อโดยเฉพาะไข้หวัด
  • ช่วยการเจริญเติบโตของกระดูก ฟัน เหงือก ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก
  • และยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระAntioxidant
  • เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อ หลอดเลือด เม็ดเลือด กระดูก
ลูกงอแงกว่าปกติ ขาดวิตามินซี
ลูกงอแงกว่าปกติ ขาดวิตามินซี

อาการขาดวิตามินซี

  • อาการทั่วไปผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย ปวดตามข้อ ปวดกล้ามเนื้อ น้ำหนักลด
  • มีเลือดออกใต้เล็บ
  • เหงือกจะบวม มีสีม่วงและเลือดออกง่าย ฟันหลุดง่าย เลือดออกตามไรฟัน
  • ผิวหนังมีจ้ำเลือด
  • ต่อมขนจะมีขนาดใหญ่และมีเลือดออก
  • ถ้าขาดวิตามินมาก จะทำให้เกิดโลหิตจาง เนื่องจากการดูดซึมธาตุเหล็กลดลง

 

อาหาร = ยาวิเศษ

ผศ.พญ.อรพร ดำรงวงศ์ศิริ สาขาวิชาโภชนวิทยา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์  ได้ให้แนวทางการรับประทานอาหารสำหรับลูกน้อย เพื่อไม่ให้ขาดวิตามินซี คือ ทานผลไม้สด เพราะ วิตามินจะมีอยู่มากให้ผลไม้ และวิตามินเหล่านี้ถูกทำลายได้ง่ายมาก หากเป็นผลไม้ที่ผ่านกระบวนการแปรรูป เช่น แช่อิ่ม  หรือน้ำผลไม้ที่ผ่านกระบวนการที่ถูกแสง ถูกความร้อน ก็จะไปทำลายวิตามินไปแทบหมดแล้ว เช่น น้ำผลไม้กล่องแบบยูเอชทีจะมีวิตามินหลงเหลือน้อยกว่าน้ำผลไม้แบบพลาสเจอร์ไรท์ แต่อย่างไรก็ตามหากเป็นผลไม้สดจะได้รับวิตามินมากที่สุด

เลือดกำเดาไหล อาการขาด วิตามินซี
เลือดกำเดาไหล อาการขาด วิตามินซี

5 วิตามิน และแร่ธาตุที่ร่างกายไม่ควรขาด

ซึ่งนอกจากวิตามินซีจากตัวอย่างข้างต้นแล้ว ร่างกายก็ยังต้องการสารอาหารที่จำเป็นตัวอื่นด้วยเช่นกัน ซึ่งวิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับร่างกายที่เราไม่ควรขาด ได้แก่

  •  วิตามินซี

ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหาร ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน และทำให้แผลหายเร็วขึ้น อาหารที่มีวิตามินซีสูง ได้แก่ บร็อคโคลี่ มันฝรั่ง พริกหวาน ผักโขม มะละกอ มะม่วง สตรอเบอร์รี่ ฝรั่ง ส้ม

  •  วิตามินดี

ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและป้องกันโรคที่เกี่ยวกับกระดูก โดยปกติร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้เมื่อได้รับแสงแดด สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับแสงแดด ร่างกายอาจสร้างวิตามินดีได้ไม่เพียงพอ ควรรับประทานอาหารประเภทธัญพืช เห็ด และดื่มนมที่เสริมวิตามินดีเป็นประจำ

  • วิตามินเอ

ช่วยรักษาสายตาไม่ให้เสื่อมสภาพเร็ว ช่วยการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย แหล่งของวิตามินเอในอาหาร ได้แก่ ผักโขม แครอท มันเทศ ฟักทอง มะละกอ มะม่วงสุก

  • แคลเซียม

แคลเซียมช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนและสร้างมวลกระดูกให้มีความหนาแน่น อาหารที่เป็นแหล่งของแคลเซียม ได้แก่ นมถั่วเหลืองเพิ่มแคลเซียม นมสด ผลิตภัณฑ์จากนม (เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยวไม่หวานจัด) ถั่วเหลือง ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง (เช่น ฟองเต้าหู้) ปลาตัวเล็กที่รับประทานได้ทั้งกระดูก (เช่น ปลาข้าวสาร) ผักใบเขียวเข้ม ผักสีส้ม (เช่น คะน้า กวางตุ้ง ตำลึง ใบยอ ฟักทอง แครอท)

  • วิตามินอี

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี ช่วยป้องกันเซลล์ในร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย วิตามินอีพบมากในอะโวคาโด ถั่วต่างๆ เมล็ดทานตะวัน เนยถั่ว งา และน้ำมันสำหรับปรุงอาหารทุกชนิด

วิตามินซี มีมากในผลไม้
วิตามินซี มีมากในผลไม้

การรับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการมีความสำคัญต่อการใช้ชีวิต โดยเฉพาะในวัยเด็กซึ่งเป็นวัยที่กำลังเสริมสร้างพัฒนาการ ทั้งในด้านร่างกายและสมอง การได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนจึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจอย่างมาก มิเช่นนั้นอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตได้และนำไปสู่ความผิดปกติของร่างกายได้

จะเห็นได้ว่าพื้นฐานของการพัฒนาด้านต่าง ๆ ของลูกน้อยนั้น คงจะกล่าวได้ว่า การมีพัฒนาการความฉลาดด้านสุขภาพ HQ นั้นก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าพัฒนาการด้านอื่น ๆ  เช่น ความฉลาดด้านสติปัญญา IQ ความฉลาดด้านอารมณ์ EQ เพราะหากว่าสุขภาพร่างกายไม่ดีแล้วนั้น การจะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ หรือออกไปทดลอง เรียนรู้พัฒนาศักยภาพของตนเองให้ดีขึ้น ก็คงทำได้ยาก ดังนั้น ใครว่า ความฉลาดทางสุขภาพ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งดี ๆ เริ่มต้นจากร่างกายที่แข็งแรง

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก RAMA CHANNEL / รพ.บำรุงราษฎร์ / รพ.สมิติเวช ศรีราชา / siamhealth

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

รีวิว “4 วิตามินซีเด็ก วิตามินรวม” อีกหนึ่งตัวช่วยที่แม่ควรรู้จัก!

สุขภาพดีด้วยวิตามินซี ช่วยลูกแข็งแรง เรียนเก่ง เล่นสนุก

7 วิธีเลี้ยงทารกให้มี สุขภาพดี-ไม่ป่วยบ่อย-ภูมิต้านทานสูง

เคล็ดลับ! บำรุงสมอง ลูกน้อย ด้วยการกินที่ถูกต้อง ตั้งแต่แรกเกิด-3 ขวบ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up