ฮักกี้ส์ แพลทินัม เบาสบายเหมือนไม่ได้ใส่ผ้าอ้อม

เปิดตัวผ้าอ้อม “ ฮักกี้ส์ แพลทินัม ” เบาสบายเหมือนไม่ได้ใส่ผ้าอ้อม

เมื่อวันอาทิตย์ 17 มีนาคม 2562ที่ผ่านมา huggies ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผ้าอ้อม “ ฮักกี้ส์ แพลทินัม” ณ Imaginia, Em Playground Zone, The Emporium ซึ่งเป็นผ้าอ้อมระดับซูเปอร์พรีเมี่ยม ด้วย ZeroFeelTM Technology ใหม่ล่าสุดที่ให้สัมผัสเบาสบายจนลูกน้อยรู้สึกเหมือนไม่ได้ใส่ผ้าอ้อม

 

ฮักกี้ส์ แพลทินัม  เบาสบายเหมือนไม่ได้ใส่ผ้าอ้อม

ฮักกี้ส์ แพลทินัม

คุณราตรี สกุลตันติเมธา กรรมการผู้จัดการบริษัท Kimberly – Clark ประเทศไทย จำกัด ได้ขึ้นกล่าวเปิดงาน Huggies Senses of Smile โดยกล่าวถึงการคิดค้นผ้าอ้อมใหม่ในระดับซูเปอร์พรีเมี่ยม “ฮักกี้ส์ แพลทินัม” ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกน้อยรู้สึกสบายตัวทุกครั้งที่สวมใส่ และเบาสบายจนเหมือนกับไม่ได้ใส่ผ้าอ้อม ซึ่งนอกจากความเบาสบายที่เป็นจุดเด่นของผ้าอ้อมฮักกี้ส์ แพลทินัมแล้ว  คุณสมบัติก็ดีเยี่ยมไม่แพ้กัน เพราะให้ในเรื่องของการซึบซับและความยืดหยุ่น ผ้าอ้อมอักกี้ส์ แพลทินัมซึบซับได้นานขึ้นถึง 12 ชั่วโมง

ฮักกี้ส์ แพลทินัม

ต่อมาก็ได้มีการพูดคุยกับทีมฮักกี้ส์และคุณหมอ โดยได้เชิญคุณวรกมล งามอุษาวรรณ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Huggies และแพทย์หญิงสุชาอร แสง นิพันธ์กูล (คุณหมอฟ้า) กุมารแพทย์ จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มาร่วมพูดคุยกัน ซึ่งคุณหมอก็ได้มาให้ความรู้ดีๆ ถึงการเลือกผ้าอ้อมที่มีผลต่อการพัฒนาการของลูกน้อย เพราะเมื่อผ้าอ้อมสามารถซึมซับได้ดีและเบาสบายเหมือนไม่ได้ใส่ ก็จะทำให้ลูกน้อยสนุกไปกับการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ และนำไปถึงพัฒนาการที่ดี

ฮักกี้ส์ แพลทินัม เบาสบายเหมือนไม่ได้ใส่ผ้าอ้อม

จากนั้นในช่วงกิจกรรมได้มีการทดสอบประสิทธิภาพการซึมซับของผ้าอ้อม Huggies Platinum กับผ้าอ้อมยี่ห้ออื่น โดยมีคุณแม่อาสาขึ้นมาทดสอบประสิทธิภาพของผ้าอ้อม

ฮักกี้ส์ แพลทินัม เบาสบายเหมือนไม่ได้ใส่ผ้าอ้อม

มาดูผลลัพธ์ที่ได้จากการทดสอบกันค่ะ จะเห็นได้ว่าผ้าอ้อม Huggies Platinum สามารถซึมซับได้ดีที่สุด และยังคงมีความบางเบา ในขณะที่ผ้าอ้อมยี่ห้ออื่นซึมซับช้าและเริ่มบวมขึ้นเห็นได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแบ่งฐานเล่นกิจกรรมกันอย่างสนุก ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ฐาน ได้แก่

Station 1 : Demonstration

Station 2 : Parachute

Station 3 :  Lumos The Dragon

Station 4 : Musical Rock

ที่ได้ครอบครัวคนดัง อย่างคุณอั๋น-ภูวนาท คุนผลิน , คุณเพชรจ้ากับคุณนิวเคลียร์ และคุณเนย-โชติกา ที่ทั้งสามครอบครัวได้มาพร้อมกับลูกน้อยวัยน่ารัก มาร่วมเล่นสนุกในกิจกรรมทั้งหมดค่ะ

ฮักกี้ส์ แพลทินัม เบาสบายเหมือนไม่ได้ใส่ผ้าอ้อม

 

ฮักกี้ส์ แพลทินัม เบาสบายเหมือนไม่ได้ใส่ผ้าอ้อม

ผ้าอ้อมฮักกี้ส์ แพลทินัม Huggies Platinum ผ้าอ้อมระดับซูเปอร์พรีเมี่ยมมีความบางเบาเพียง 5 มิลลิเมตรเท่านั้น ที่คิดค้นและพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ลูกน้อยได้รับความสบายตัวอย่างแท้จริง ผ้าอ้อมฮักกี้ส์ แพลทินัม มีความยืดหยุ่น กระชับ ไม่ห้อยตุง และซึบซับได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมง

ฮักกี้ส์ แพลทินัม เบาสบายเหมือนไม่ได้ใส่ผ้าอ้อม

 

ฮักกี้ส์ แพลทินัม เบาสบายเหมือนไม่ได้ใส่ผ้าอ้อม

 

 

วันและเวลา ภาษาอังกฤษ

สอนลูกให้เก่งภาษาที่บ้าน กับคำศัพท์ วันและเดือน ภาษาอังกฤษ

อยากให้ลูกเก่งภาษาอังกฤษ ต้องหัดให้ลูกคุ้นเคยกับการพูดและฟังคำศัพท์ต่างๆ ตั้งแต่วัยเด็กเล็ก ในช่วงนั้น พัฒนาการทางภาษาของเด็กพร้อมจะเรียนรู้ จดจำ และพูดตามพ่อแม่ทุกคน อาจเริ่มต้นจากคำศัพท์ง่ายๆใกล้ตัวที่ลูกเห็นของจริง สัมผัสได้ง่าย หรือเรื่องราวในชีวิตประจำวัน เช่น วันและเดือน ภาษาอังกฤษ

วันและเดือน ภาษาอังกฤษ หมวดคำศัพท์ต้องรู้ของเด็กสองภาษา

เด็กอายุ 2-3 ขวบที่เริ่มทำกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้นจะเริ่มรู้จัก “เวลา” ซึ่งอาจมาจากการสอนง่ายๆของพ่อแม่ อย่างการสอนว่า พระอาทิตย์ขึ้นตอนกลางวัน ส่วนพระจันทร์ขึ้นตอนกลางคืน หรือเรียนรู้ผ่านกิจวัตรประจำวันของตัวเอง เช่น เวลากินข้าว 3 มื้อ เวลาอาบน้ำ เข้านอน แม้แต่ตอนที่พ่อแม่ออกไปทำงาน และกลับบ้าน

ทั้งหมดนี้เป็นความรู้พื้นฐานที่เด็กใช้ต่อยอดไปสู่การ “ดูเวลา” จากนาฬิกา และเรียนรู้เรื่อง วัน เดือน ปี ซึ่งจำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และในห้องเรียน ระหว่างอยู่ที่บ้าน คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกรู้จักคำศัพท์เบื้องต้นเกี่ยวกับ วันและเดือน ภาษาอังกฤษ กับภาษาไทยพร้อมๆกัน เพราะการจดจำทั้งสองภาษาช่วยให้ลูกมี “คลังคำศัพท์” ในหัวมากขึ้น เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้พูด เขาจะเลือกพูดได้อย่างเหมาะสมและไม่ติดขัด

รายการ KIDSTALK ช่วง DADDYTALKS ในตอนนี้ อ.คริสพา น้องวิน-วินสตัน และน้องวิลล์ –วิลเบิร์ต พี่น้องตระกูลไรท์ มาทดสอบความรู้เกี่ยวกับ วันและเดือน ภาษาอังกฤษ กันดูสักหน่อย แต่การสอนคำศัพท์แบบให้ท่องจำธรรมดาๆดูน่าเบื่อ และเด็กอาจไม่อยากรู้เท่าไรนัก อ.คริสจึงใช้วิธีเล่นบทบาทสมมติ ครู-นักเรียน แทน

โดยมอบหมายให้น้องวินสตัน รับหน้าที่เป็นคุณครู ช่วยสองน้องวิลเบิร์ต ที่เป็นนักเรียนน้องใหม่ให้รู้จักกับคำศัพท์ วันและเดือน ภาษาอังกฤษ โดยมีคุณพ่อเล่นเป็นคุณครูใหญ่คอยเช็กความถูกต้อง การจะสอนให้เด็กจำคำศัพท์ยาวๆในครั้งแรกอาจยากสักหน่อย พ่อแม่อาจทำการ์ดเป็นสีประจำวัน มาเป็นตัวช่วยให้ลูกจำง่ายขึ้นด้วย

อีกหนึ่งสำคัญที่พ่อแม่ต้องไม่ลืมก่อนจะสอนคำศัพท์ วันและเดือน ภาษาอังกฤษ ให้ลูก คือ ต้องพยายามออกเสียงให้ชัด โดยเฉพาะคำที่มี เสียง s เสียง g หรือเสียง ch ต้องออกเสียงเหล่านี้ให้ชัดด้วย เพื่อให้ลูกจดจำวิธีออกเสียงแบบเจ้าของภาษา ถึงแม้ลูกจะเป็นคนไทยแท้แต่สามารถออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษและคำไทยได้อย่างถูกต้องด้วย

อย่างไรก็ตาม การสอนคำศัพท์ วันและเวลา ภาษาอังกฤษ ซึ่งมีหลายคำที่มีมากกว่า 3 พยางค์ แถมภาษาไทยเองก็ออกเสียงยาก ลูกอาจยังออกเสียงให้ถูกต้องและชัดเจนไม่ได้ในครั้งแรก ขอให้คุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งยอมแพ้ หรือดุลูก เพราะการเรียนภาษาให้ได้ผลจะต้องอาศัย 3 หลัก คือ review repeat remember (ทำให้ดู ทำซ้ำ จนจำได้) ลูกแต่ละคนมีความสามารถในการเรียนภาษาแตกต่าง บางคนจำคำยากๆได้ไว แต่บางคนอาจต้องพูดซ้ำๆจนจำได้

มาลุ้นกันว่า คุณครูวินสตันจะสอนคำศัพท์ วันและเดือน ภาษาอังกฤษ ให้น้องวิลเบิร์ตได้สำเร็จหรือไม่ ตามติดตามความสนุกกันในตอน ฝึกออกเสียงวันและเดือน กับรายการ KidsTalk ช่วง DaddyTalks  กันเลยค่ะ

 

 

มาทบทวนวิธีออกเสียง วันและเดือน ภาษาอังกฤษ กันอีกครั้ง

calendar              ปฏิทิน

Monday               วันจันทร์

Tuesday               วันอังคาร

Wednesday        วันพุธ

Thursday             วันพฤหัสบดี

Friday                    วันศุกร์

Saturday              วันเสาร์

Sunday                วันอาทิตย์

January                เดือนมกราคม

February              เดือนกุมภาพันธ์

March                   เดือนมีนาคม

April                       เดือนเมษายน

May                       เดือนพฤษภาคม

June                     เดือนมิถุนายน

July                        เดือนกรกฎาคม

August                  เดือนสิงหาคม

September         เดือนกันยายน

October               เดือนตุลาคม

November          เดือนพฤศจิกายน

December           เดือนธันวาคม

 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับคำศัพท์ วันและเดือน ภาษาอังกฤษ ที่ใช้สอนลูก เมื่อรู้แล้วคุณพ่อคุณแม่สามารถนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร คุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

เบบี้เลิฟ

เบบี้เลิฟ ร่วมแคมเปญ 3.3 – 4.4 Shopee Brands Festival ใน (BabyLove) X Shopee Super Brand Day วันที่ 20 มีนาคม

เบบี้เลิฟ, ผู้ผลิตผ้าอ้อมเด็กคุณภาพเยี่ยมที่คุณแม่ไว้วางใจ จับมือ ช้อปปี้ ผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ร่วมเฉลิมฉลองในช่วงแคมเปญ 3.3 – 4.4 Shopee Brands Festival พิเศษเฉพาะกับ 24 ชั่วโมงของ (BabyLove) X Shopee Super Brand Day ในวันที่ 20 มีนาคม ให้นักช้อปได้พบกับ (ผ้าอ้อมเด็กยกขบวนมาไม่ว่าจะเป็น เบบี้เลิฟพรีเมี่ยมโกลด์ เบบีเลิฟสไมล์แพนท์ส และเบบี้เลิฟพาวเวอร์แพนท์สในราคาพิเศษลดสูงสุดถึง 50% พร้อมของแถมและโค้ดส่วนลดพิเศษมากมาย) ผ่านทางร้านค้าออฟิเชียลของเบบี้เลิฟบนช้อปปี้ มอลล์.

สำหรับแคมเปญ 3.3 – 4.4 Shopee Brands Festival (เบบี้เลิฟ) ได้เข้าร่วมกับแบรนด์ดังชั้นนำกว่า 1,000 แบรนด์จาก Shopee Mall มาร่วมมอบโปรโมชั่นและดีลสุดพิเศษตลอดทั้งเดือนในช่วงแคมเปญ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึง 4 เมษายน ให้นักช้อปได้ช้อปกันเต็มอิ่มพร้อมมั่นใจได้กับสินค้าคุณภาพของแท้ 100% และยิ่งช้อปยิ่งคุ้มกับโปรโมชั่นรับ Coins คืน 100% ทุกวันตลอดแคมเปญ  3.3 – 4.4 Shopee Brands Festival

 

เข้าชมร้านค้าออฟฟิเชียลของ(เบบี้เลิฟ)บนช้อปปี้ ได้ที่ ( https://shopee.co.th/babyloveofficial )

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม ‘Super Brand Days’ ตลอด 21 วัน ระหว่างวันที่ 4-24 มีนาคม ได้ที่
https://shopee.co.th/m/super-brand-day

บีบดั้ง

บีบดั้ง ดึงจมูกลูก ตั้งแต่เล็ก ช่วยจมูกโด่งจริงหรือไม่

ความเชื่อโบราณที่ว่า “ถ้าแม่ บีบดั้ง ดึงจมูกลูก จะช่วยให้จมูกโด่งได้” เป็นอีกหนึ่งคำถามที่แม่มือใหม่หลายคนสงสัย เพราะไม่ว่าแม่คนไหนก็อยากให้ลูกหน้าตาดี เป็นลูกสาวก็อยากให้หน้าหวานสวย เป็นลูกชายก็อยากให้หน้าตาคมเข้ม  แล้วถ้าทำตั้งแต่ลูกยังเล็กจะช่วยให้จมูกโด่งจริงหรือไม่ ความจริงเป็นอย่างไร

ไขความเชื่อ บีบดั้ง ดึงจมูกลูกบ่อยๆช่วยโด่งสมใจจริงหรือ

ร่างกายของทารกแรกเกิดยังเป็นเนื้อนุ่มนิ่ม แขนขายังเป็นท่อนสั้นๆ จมูกเล็กแบน ไม่มีดั้งเป็นสันนูนออกมาเหมือนผู้ใหญ่ พ่อแม่อาจรู้สึกกังว่าถ้าปล่อยไปแบบนี้ ลูกจะจมูกแบน ไม่มีดั้ง (ดั้งแหมบ) ปู่ย่าตายายหลายบ้านจึงแนะนำให้ใช้มือบีบหรือคลึงเบาๆบริเวณสันจมูก หรือบีบแล้วดึงจมูกให้โด่งขึ้น ด้วยความเชื่อโบราณที่ว่า กระดูกของเด็กแรกเกิดยังอ่อน จับดัด บีบดั้ง ไปทางไหนก็ได้ หากทำบ่อยๆจะช่วยให้ดั้งของลูกโด่งขึ้นได้

บีบดั้ง

แม้ทุกวันนี้ ความก้าวหน้าด้านศัลยกรรมจะช่วยให้คนไร้ดั้ง สามารถเข้ารับการผ่าตัดใบหน้า เติมจมูกให้มีดั้งสูงโด่งได้หลายรูปทรงตามต้องการแล้ว แต่ความเชื่อเกี่ยวกับการบีบดั้ง ดึงจมูกลูก ยังไม่หายไปไหน และยังมีพ่อแม่ทำตามกันมาเรื่อยๆ ทั้งที่บางครั้งก็ไม่มั่นใจว่า ความเชื่อนี้จริงหรือไม่ และจะส่งผลเสียต่อลูกหรือเปล่า

ความจริงของการ บีบจมูก ดึงดั้งลูกให้โด่ง

หากนำความเชื่อนี้มาพิสูจน์ด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จะพบว่า ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ออกมายืนยันว่าการบีบจมูก ดึงดั้ง ช่วยให้ลูกโด่งขึ้น เพราะรูปทรงของจมูกของแต่ละคนมีลักษณะแตกต่างกันไปตามพันธุกรรมที่ส่งผ่านดีเอ็นเอ จากพ่อแม่หรือบรรพบุรุษ  รวมถึงลักษณะการเจริญเติบโตขงกระดูดที่ถูกกำหนดมาแล้วตามธรรมชาติ ฉะนั้นการใช้แรงบีบ คลึงก็ไม่ทำให้จมูกโด่งขึ้น แม้จะทำอยู่บ่อยๆก็ตาม

 

บีบดั้ง

แพทย์หญิง รานี บรรดาประณีต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาโสต คอ นาสิก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช อธิบายถึงความเชื่อดังกล่าวว่า

“การบีบ คลึงจมูกช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูกจมูกก็จริง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ตามธรรมชาติกระดูกจมูกมี 2 ส่วนหลักคือ สันจมูก (กระดูกแข็ง) กับปลายจมูกและปีกจมูก ซึ่งเป็นกระดูกอ่อน การบีบดั้งบริเวณสันจมูกส่วนใหญ่จะไม่ส่งผลกระทบร้ายแรง แต่การมีแรงบีบที่ส่วนกระดูกอ่อน ซึ่งมีเส้นเลือดฝอยอยู่จำนวนมาก อาจทำให้กระดูกอ่อนเกิดการอักเสบ หรือบวมได้ง่าย

ยิ่งบ้านไหนที่ลูกจมูกบวมง่าย เป็นภูมิแพ้ มีก้อนเนื้อ หรือความผิดปกติที่พ่อแม่ไม่ทราบมาก่อน ตอนบีบจมูกทำให้ลูกหายใจไม่สะดวก โดยเฉพาะทารกที่ยังหายใจทางปากไม่เป็น และพูดบอกไม่ได้ อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้”

นอกจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจทำให้ลูกเสี่ยงต่อการปัญหาในระบบทางเดินหายใจแล้ว หากมองแค่ผิวเผินพฤติกรรมนี้ไม่น่าจะมีอันตรายร้ายแรง แต่ถ้าพ่อแม่ไม่ระมัดระวังให้ดี ลูกน้อยวัยแรกเกิดอาจเสี่ยงชีวิตจากการขาดอากาศหายใจได้”

อ่านต่อ บีบดั้ง อันตรายเหมือนดัดขาลูก ความเชื่อแบบนี้พ่อแม่ต้องระวัง หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ฉลอง 1 ล้าน followers

กิจกรรม “ฉลอง 1 ล้าน Followers” กับเพจ Amarin baby & Kids

Amarin Baby & Kids ร่วมกับ 8 แบรนด์สินค้าแม่ลูกชั้นนำ แจกรางวัลสุดพิเศษ “ฉลอง 1 ล้าน Followers”  แทนคำขอบคุณ กว่า 200 รางวัล  รวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท

กิจกรรม “ฉลอง 1 ล้าน Followers” กับเพจ Amarin baby & Kids

กติกาง่ายๆ

✅ ตอบแบบสอบถามสั้นๆ กับเรา คลิกที่นี่ https://bit.ly/2CroRqz

✅ กด Like & Follow เพจ Amarin Baby & Kids

✅ กด Like & Share โพสต์กิจกรรมโดยตั้งค่าเป็น “สาธารณะ” (Public)

✅ แคปหน้าจอการแชร์โพสต์กิจกรรม แล้วโพสต์ภาพลงในช่องคอมเมนต์ใต้โพสต์กิจกรรมเท่านั้น ไปยังหน้าโพสต์กิจกรรมคลิกที่นี่

* จับรางวัลโดยการสุ่ม การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด
** ผู้ร่วมกิจกรรมถือว่าได้อ่านกติกาครบถ้วนแล้ว (ต้องปฏิบัติตามกติกาทุกข้อ)
***ไม่สามารถเปลี่ยนของรางวัลเป็นเงินสดได้

ระยะเวลาการร่วมสนุก

20-31 มีนาคม 2562

ประกาศรายชื่อผู้โชคดี

5 เมษายน 2562

ของรางวัล

1. Trylagina Collagen serum 30 กรัม 20 รางวัล

Trylagina

 

2. บัตรเข้าสวนสนุก Kidzoona มูลค่า 450 บาท 2 ใบ 50 รางวัล

บัตรเข้า Kidzoona

 

3. White Papel

– เจลอาบน้ำเด็ก + เจอล้างก้นเด็ก 30 รางวัล

– ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น สำหรับผู้ใหญ่ 50 รางวัล

White Papel

 

4. Lamoon Baby

– ชุดของขวัญ Welcome Baby Gift Set 10 รางวัล

– ที่ประคบหน้าอก+ลิปบาล์ม 10 รางวัล

Lamoon Baby

 

5. ครีมบำรุงผิวสำหรับเด็ก Cocoro Hanako 100 มล. 20 รางวัล

Cocoro Hanako

 

6. DG Cool & Cutie Jacket 24 รางวัล

DG

 

7. ชุดผลิตภัณฑ์ Tinynose (2 เซ็ต) 25 รางวัล

Tinynose

 

8. ชุดเสื้อผ้าเด็ก miwi สำหรับเด็ก 1-5 ขวบ 6 รางวัล

miwi
miwi

การจัดส่งของรางวัล

ของรางวัลจัดส่งทางไปรษณีย์ ตามชื่อและที่อยู่ ที่ให้ไว้ในแบบสอบถามค่ะ

(เปิดกว้างให้คุณแม่ทุกประเทศมาอวดรูปร่วมสนุกได้ แต่ขอสงวนสิทธิ์ส่งของรางวัลในไทยเท่านั้น)

 

พร้อมแล้ว!! ร่วมสนุกตอบแบบสอบถาม คลิก!

ไปยังหน้าโพสต์กิจกรรม คลิก!

คนท้องต้องรู้! กินน้ำตาล ตรวจเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ทำอย่างไร?

ในขณะตั้งครรภ์ก็สามารถเป็นเบาหวานได้ โดยหากเป็นโรคนี้ จะมีผลกระทบกับทั้งแม่ท้องและลูกในท้อง ดังนั้น แม่ท้องทุกคนจะต้องได้รับการ ตรวจเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ในสัปดาห์ที่ 24-28 ของการตั้งครรภ์

คนท้องต้องรู้! กินน้ำตาล ตรวจเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ทำอย่างไร?

ทำความรู้จักกับเบาหวานขณะตั้งครรภ์

เบาหวานขณะตั้งครรภ์ คือภาวะที่แม่ท้องมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอ เพราะในระหว่างการตั้งครรภ์ ร่างกายจะมีการผลิตฮอร์โมนบางชนิดขึ้น ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับร่างกาย เช่น น้ำหนักเพิ่ม เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ นี้ จึงทำให้ร่างกายไม่สามารถนำอินซูลินไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาวะนี้เรียกว่า ภาวะดื้อต่ออินซูลิน หญิงตั้งครรภ์ทุกคนจะมีภาวะดื้อต่ออินซูลินได้เล็กน้อยในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ แต่ส่วนใหญ่ของหญิงตั้งครรภ์จะสามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอที่แก้ไขปัญหาภาวะดื้อต่ออินซูลินได้ แต่บางรายไม่สามารถทำได้ จึงทำให้เกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ขึ้น

โดยโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ เป็นเบาหวานอยู่แล้วก่อนการตั้งครรภ์ และ เพิ่งเป็นเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกระยะการตั้งครรภ์ แต่โดยทั่วไปมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาครึ่งหลังของการตั้งครรภ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพมารดาและทารกในครรภ์ รวมทั้งอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้

ผลกระทบต่อทารกในครรภ์

ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดที่สูงระหว่างการตั้งครรภ์จะทำให้เกิดปัญหาต่อทารก เช่น

  • ทารกคลอดก่อนกำหนด
  • น้ำหนักทารกแรกคลอดมากกว่าปกติที่ควรจะเป็น เช่น ทารกมีตัวใหญ่มากขึ้นกว่าปกติ ทำให้คลอดยาก หรืออาจเกิดอันตรายขณะคลอด เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดของแม่มีสูง ทารกจึงได้รับน้ำตาลมากไปด้วย
  • ทารกตัวเล็กมีน้ำหนักน้อย สำหรับแม่ท้องที่เป็นเบาหวานมานานจะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของเส้นเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงมดลูกได้น้อยลง ซึ่งอาจจะทำใให้ทารกเสียชีวิตในครรภ์ได้
  • มีโอกาสพิการแต่กำเนิดสูงกว่าทารกปกติ
  • มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำทันทีหลังคลอด
  • อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนในทารกแรกเกิด เช่น เกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ, ภาวะแคลเซียมต่ำในเลือดทารก, ภาวะตัวเหลือง, ภาวะเม็ดเลือดแดงมากเกิน, ภาวะหัวใจโต, ภาวะ Respiratory distress syndrome (RDS), ภาวะขาดออกซิเจนแรกคลอดและการบาดเจ็บจากการคลอด, ระดับเกลือแร่ต่าง ๆ ผิดปกติ เป็นต้น การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของคุณแม่ในระยะใกล้คลอดและช่วงเจ็บครรภ์คลอดจะมีผลต่อภาวะแทรกซ้อนในทารกแรกเกิดดังกล่าวได้

นอกจากนี้ทารกที่คลอดจากมารดาที่มีภาวะนี้จะมีโอกาสที่จะมีน้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคอ้วนในอนาคต และอาจเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคตได้

เบาหวานขณะตั้งครรภ์
เบาหวานขณะตั้งครรภ์ สามารถเกิดขึ้นได้กับแม่ท้องเนื่องจากการผลิตฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปขณะตั้งครรภ์

ผลกระทบต่อมารดา

  • มีโอกาสเกิดความดันโลหิตสูง จนเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ
  • อาจเป็นโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ เพราะในปัสสาวะของแม่ท้องที่เป็นเบาหวานจะมีน้ำตาลสูง ซึ่งเป็นอาหารที่เชื้อแบคทีเรียชอบ
  • ตั้งครรภ์แฝดน้ำ
  • มีน้ำคร่ำมากกว่าปกติ
  • มีโอกาสเป็นเบาหวานหลังคลอด
  • มักจะต้องผ่าตัดคลอด
  • มีอันตรายการเสียชีวิตสูงกว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ไม่เป็นเบาหวาน

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ทราบได้อย่างไรว่าเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และ ขั้นตอนการ ตรวจเบาหวานขณะตั้งครรภ์

Youtube Kids

แม่ต้องรู้! Youtube Kids (ยูทูป คิดส์) คืออะไร กับ 5 ฟังก์ชั่น ควบคุมเนื้อหา เวลาที่ลูกดู

“ห้ามลูกดูยูทูปไม่ได้ ลูกไม่ฟัง หรืองอแงจะดูให้ได้” แม่ๆเคยเจอประสบการณ์แบบนี้ใช่ไหมคะ สำหรับเด็กยุคนี้ ยูทูปเป็นโลกใบใหญ่ที่มีเรื่องสนุกให้เด็กๆเรียนรู้ได้ไม่รู้จบ ถ้าแม่ลองใช้ไม้อ่อนแล้วยังดื้อ สู้ด้วยไม้แข็งยังไม่ได้ผล แอป Youtube Kids เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่แม่ปานใช้เป็นตัวช่วย จำกัดเนื้อหา และควบคุมเวลาที่ลูกใช้ดูยูทูปได้สำเร็จ จะดีแค่ไหน ต้องเริ่มต้นติดตั้งอย่างไร ลองมาดูกันนะคะ

Youtube Kids แอปทางเลือกเมื่อ “ห้ามลูกดูยูทูปไม่ได้” ต้องทำแบบนี้

Youtube Kids เป็นแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาต่อยอดมาจากยูทูปหลักเพื่อแยกคลิปวิดีโอที่เหมาะสมกับเด็กและครอบครัวมาไว้ในที่เดียว เพื่อให้ลูกของเราเข้าไปเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ ดูการ์ตูน หรือรายการสำหรับเด็ก ซึ่งผ่านการคัดกรองแล้วว่าไม่มีเนื้อรุนแรง เป็นพิษกับเด็ก โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ปกครอง

จากการร้องเรียนของครอบครัวจากทั่วโลกพบว่า ท่ามกลางคลิปวิดีโอนับพันล้านคลิปที่เผยแพร่ในยูทูปทกวัน มีเนื้อหาไม่เหมาะสมแฝงอยู่แบบเนียนๆ และการดึงเนื้อหาที่มีประวัติการดูมาไว้ด้วยกัน ทำให้เด็กเข้าถึงคลิปเหล่านั้นได้ง่ายแม้แต่เวลาสั้นๆที่พ่อแม่ห่างจากลูกเพียง 5 – 10 นาที  เช่น มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับฆ๋าหรือทำร้าย ใช้ยาเสพติด ชาเลนจ์ต่างๆที่ท้าให้เกิดอันตรายกับชีวิต การเล่นแกล้งกันแบบรุนแรง เหตุการณ์โศกนาฏกรรม ขโมยของ และการแฮ็กซ์ข้อมูล เป็นต้น

Youtube Kids

Youtube Kids ดีอย่างไร มีติดไว้ปลอดภัยกับลูก

การทำงานของYoutube Kidsถูกออกแบบมีวิธีใช้งานใกล้เคียงกับแอปยูทูปที่เด็กๆคุ้นเคย แต่ปรับดีไซน์ให้สะดุดตา ด้วยสีสันและเสียงเอฟเฟ๊กต์ชวนให้เด็กสนใจ คลิปต่าๆงถูกคัดกรองให้ครอบคลุมเนื้อหาที่มีประโยชน์กับเด็กทั้งจากคนไทยและต่างชาติ โดยแบ่งออกเป็นหมวดหลักๆได้แก่ แนะนำ  (recommend)  โชว์ (show)  เพลง (music) เรียนรู้ (learning) และสำรวจ (explore) ง เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงเนื้อหาเกี่ยวข้อง และง่ายต่อการตรวจสอบของพ่อแม่

นอกจากเนื้อหาโดยรวมที่ปลอดภัยแล้ว แอปYouTube Kidsยังเป็นเครื่องมือให้พ่อแม่สามารถควบคุมการดูยูทูปของลูกแบบ 360 องศา ทั้งด้านเนื้อและเวลา ดังต่อไปนี้

  1. การควบคุมเนื้อหาที่เหมาะกับวัยของลูก

เมื่อเข้าแอปYoutube Kidsจะต้องกรอกปีค.ศ.เกิดของลูกตามความเป็นจริง เพื่อให้แอปสำรวจและค้นหารายการที่เหมาะสมกับวัยของลูกมาโชว์ไว้ในหมวดต่างๆข้างต้นอัตโนมัติ เมื่อพ่อแม่เข้าไปดูแล้วว่าเนื้อหาของช่องนั้นๆเหมาะกับลูก สามารถเลือกติดตามให้ลูกเห็นเนื้อหาเฉพาะช่องได้

ส่วนการเสิร์ชหาคลิปต่างๆพ่อแม่สามารถตั้งได้ว่าจะอนุญาตให้ลูกเสิร์ชได้ด้วยตัวเองหรือไม่ ด้วยคำสั่ง Search on  และ Search off  หากไม่อนุญาตทุกครั้งที่ลูกอยากดูเนื้อหาใหม่ๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากพ่อแม่ด้วยการกดรหัสส่วนตัว หรือตอบคำถามจากแอปเท่านั้น

**ถ้าพ่อแม่เห็นว่าเนื้อหาของคลิปไม่เหมาะสม สามารถบล็อกคลิปหรือเลือกบล็อกทั้งช่องได้ เพียงเลือก block this videoก็ส่วนคัดเนื้อหาไม่ดีทิ้งไปได้แล้ว**

Youtube Kids

2.ตัวจับเวลา ควบคุมเวลาดูที่เหมาะกับลูกคุณ

พ่อแม่ต่างรู้กันดีว่าการปล่อยให้ลูกดูแท๊ปเล็ตหรือมือถือเป็นเวลานาน ส่งผลเสียต่อทั้งสุขภาพและพฤติกรรม  เช่น สายตาเสีย พัฒนาการหยุดนิ่ง ล่าช้า หรือมีพฤติกรรมต่อต้านรุนแรง ถ้าห้ามลูกดูยูทูปไม่ได้ ทางออกที่ดีวิธีหนึ่ง คือการ “กำหนดเวลา” ชัดเจนว่าจะให้ลูกดูยูทูปได้เป็นเวลาเท่าไหร่

สำหรับเด็กเล็กวัยก่อน 6 ขวบ ไม่ควรอยู่หน้าจอเกิน 30 นาทีต่อวัน เพื่อไม่เป็นการขัดขวางพัฒนาการด้านอื่นๆ แต่ถึงจะรู้ดีว่าควรทำอย่างไร หลายครั้งการสั่งให้ลูกดึงตัวเองออกจากหน้าจออาจไม่ง่าย เพราะเด็กเล็กยังควบคุมตัวเองได้ไม่ดีพอ ยิ่งห้าม ยิ่งดุกลายเป็นว่าเด็กมีพฤติกรรมต่อต้าน แถมยังส่งผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว

Youtube Kids

ในแอปYoutube Kidsออกแบบให้สามารถกำหนดเวลาดูสำหรับผู้ปกครองเท่านั้น ผ่านฟังก์ชั่น Timer ที่อยู่ใน Setting  แค่ใช้นิ้วเลื่อนเวลาที่ต้องการให้ลูกดู แล้วกดตกลง เมื่อลูกดูถึงระยะเวลาที่กำหนด หน้าจอจะออกจากแอปทันที ช่วยให้ลูกหยุดดูได้โดยไม่มีเงื่อนไข

 

อ่านต่อ วิธีเช็กว่าลูกดูคลิปปลอดภัยหรือไม่ หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อาหารติดหลอดลม

อุทาหรณ์! อาหารติดหลอดลม เด็ก 2 ขวบดับจากเม็ดมะขามติดคอ

เด็กเล็กอยู่ในวัยที่ยังเคี้ยวและกลืนอาหารได้ไม่ชำนาญเท่าผู้ใหญ่ การป้อนอาหารที่มีขนาดใหญ่ หรือมีเมล็ด ก็อาจทำให้ อาหารติดหลอดลม ได้

อุทาหรณ์! อาหารติดหลอดลม เด็ก 2 ขวบดับจากเม็ดมะขามติดคอ

ทีมงาน Amarin Baby & Kids ขอนำข่าวการเสียชีวิตของเด็กวัย 2 ขวบ ที่มีสาเหตุมาจากเด็กได้ทานมะขามแล้วเผลอกลืนเม็ดมะขามเม็ดเล็ก ๆ ลงไปในคอ พ่อแม่ของเด็กจึงได้พาลูกส่งโรงพยาบาลในทันที แต่หลังจากนั้นไม่ถึง 1 วัน ลูกก็อาการทรุดลงและจากไปอย่างไม่มีวันกลับ โดยมีเนื้อหาข่าวดังนี้

นายประสิทธิ์ ดวงมาลัย อายุ 45 ปี อาชีพกรรมกรก่อสร้าง พร้อมครอบครัวยื่นเรื่องต่อ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อให้เป็นตัวแทนเอาผิดโรงพยาบาลย่านนนทบุรี

หลังเกิดเหตุ เด็กหญิงปริยา ดวงมาลัย บุตรสาววัย 2 ขวบ เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ จากเม็ดมะขามอุดตันหลอดลมภายหลังเข้ารับการรักษาตั้งแต่คืนวันที่ 11 มี.ค. 62 เวลา 19.30 น. ซึ่งลูกยังเดินและซนได้ปกติ แต่ต่อมามีอาการโคม่าและเสียชีวิต ทำให้ญาติข้องใจ ทำไมโรงพยาบาลไม่ผ่าตัดเอาเม็ดมะขามออกให้เร็วกว่านี้ ทั้งที่ถึงมือหมอเกือบหนึ่งวันก่อนอาการทรุดหนักจนเสียชีวิต

โดยในเวลาต่อมา แพทย์จากโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีนี้ว่า

เม็ดมะขามติดคอ
แพทย์แจง รักษาคนไข้กรณีเม็ดมะขามติดคอ ได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอนแล้ว

แพทย์โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ยืนยันรักษาเด็ก 2 ขวบ เม็ดมะขามติดคอตามขั้นตอน และไม่ได้ปล่อยให้กลับไป พบเม็ดมะขามติดบริเวณหลอดลมใหญ่ เอาออกมาไม่ได้ ยอมรับเป็นเคสที่ยากที่สุด เนื่องจากเม็ดมะขามที่ติดอยู่ในตำแหน่งหลอดลมใหญ่ แพทย์ยังอธิบายต่ออีกว่าในวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ผู้ปกครองของเด็กได้เข้ามารับการรักษาด้วยอาการ อาหารติดหลอดลม และเมื่อตรวจสอบผลเอ็กซเรย์ก็ไม่พบสิ่งแปลกปลอมใด ๆ แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจจึงมีความเห็นที่จะให้น้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล และเตรียมการวางแนวทางการผ่าตัด เพื่อนำเม็ดมะขามออก

วันรุ่งขึ้นที่จะมีการผ่าตัด ในช่วงเวลาบ่ายสอง แพทย์จะใช้วิธีการใช้ท่อและนำเครื่องมือพยายามที่จะนำเม็ดมะขามออก แต่เม็ดมะขามมีขนาดใหญ่ และปิดหลอดลมใหญ่ ไม่สามารถกางเครื่องมือที่คีบได้ จึงไม่สามารถนำออกมาได้ แพทย์ประเมินที่จะมีการส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลศิริราช ตอนประมาณ 5 ทุ่ม แต่ระหว่างทางย่อมมีความเสี่ยง เพราะฉะนั้นทางญาติจึงตัดสินใจที่จะเข้ารักษาต่อที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าต่อ ทางทีมแพทย์จึงได้วางแผนการรักษาต่อ แต่ในช่วงตีสามกว่า ของวันที่ 12 มีนาคม น้องมีอาการทรุดลง

ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุข จะหาข้อมูลและทบทวนเรื่องนี้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม อยากฝากเตือนผู้ปกครองให้ระมัดระวังของเล่น หรือ สิ่งของชิ้นเล็กๆ หากเด็กนำเข้าคอก็อาจไดรับอันตรายได้

ข้อมูลข่าวจาก : http://news.ch3thailand.com/local/90234, http://news.ch3thailand.com/local/90289

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ วิธีปฐมพยาบาลลูกเมื่อ อาหารติดหลอดลม

โอกาสท้องของผู้หญิง

โอกาสท้องของผู้หญิง ในแต่ละวัย มีลูกอายุเท่าไหร่ดีที่สุด?

ผู้หญิงเกิดมาพร้อมไข่เพียง 1–2 ล้านฟองเท่านั้น แถมไข่จะสุกและสามารถปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนได้เพียง 300 ฟอง และยังไม่รวมถึงคุณภาพของไข่ที่เสื่อมตามอายุ ดังนั้น โอกาสท้องของผู้หญิง ในแต่ละวัยจึงแตกต่างกัน

โอกาสท้องของผู้หญิง ในแต่ละวัย มีลูกอายุเท่าไหร่ดีที่สุด?

ทำไมอายุถึงมีผลต่อการตั้งครรภ์?

ในที่นี้เราจะกล่าวถึงอายุและสุขภาพร่างกายที่เอื้อต่อการตั้งครรภ์เท่านั้น จะไม่กล่าวรวมถึงความสามารถในการเลี้ยงดู และการเงินของครอบครัว เป็นเรื่องธรรมดาของร่างกายที่จะค่อย ๆ เสื่อมถอยลงเมื่อมีอายุมากขึ้น ระบบของการเจริญพันธุ์ก็เช่นกัน

ผู้หญิงทุกคนเกิดมาพร้อมรังไข่ราว ๆ 1-2 ล้านฟอง เป็นรังไข่ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่เกิด สร้างแล้วสร้างเลย ไม่มีการสร้างเพิ่มในระหว่างที่เจริญเติบโตขึ้น แต่กลับจะเสื่อมสลายหายไปทีละนิด พอเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ไข่ก็จะเหลือเพียง 3-5 แสนฟองเท่านั้น พอผู้หญิงเริ่มมีประจำเดือน ก็จะเข้าสู่วงจรของการเจริญพันธุ์ คือทุก ๆ เดือนจะมีไข่ตกได้เพียง 1 ฟองเท่านั้น แล้วไข่ที่มีถึง 3-5 แสนฟองล่ะ จะทำอย่างไร? ในเมื่อไข่ตกได้เพียง 1 ฟอง จึงเกิดการแข่งขันขึ้น เพื่อให้มีฟองไข่ที่แข็งแรงและสมบูรณ์ที่สุดเพียงฟองเดียวตกออกมาเพื่อรอคอยการปฏิสนธิเป็นตัวอ่อน ส่วนไข่ฟองอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับหน้าที่นี้เกือบพันฟอง ก็จะต้องเสื่อมไป หากนับดูแล้ว ตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยทอง ผู้หญิงจะสามารถมีไข่ที่สามารถตกออกมาได้แค่เพียงไม่เกิน 300 ใบเท่านั้นเอง และยิ่งอายุมากขึ้นจำนวนฟองไข่ที่ลงสนามแข่งขันกันในแต่ละรอบประจำเดือนก็เหลือน้อยลงตามไปด้วย

มาดูที่คุณภาพของไข่ในแต่ละฟอง เนื่องจากไข่นี้ถูกผลิตมาตั้งแต่แรกเกิด เมื่ออยู่ไปนาน ๆ แน่นอนว่าจะต้องเสื่อมสภาพไปตามอายุของเจ้าของด้วย ยิ่งอายุมากขึ้น คุณภาพของไข่ก็จะค่อย ๆ ลดลง เมื่อไข่เสื่อม โอกาสที่จะได้ผสมกับตัวอสุจิก็น้อย หรือหากผสมได้ก็มีโอกาสเป็นตัวอ่อนที่ผิดปกติสูง ส่งผลให้แท้ง หรือพิการตามมาได้ อย่างเช่น เด็กที่เป็นดาวน์ซินโดรม พบว่าสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการนี้นั้นมาจากอายุของมารดานั่นเอง

โอกาสท้องของผู้หญิง ในแต่ละวัย มีลูกอายุเท่าไหร่ดีที่สุด?

โอกาสท้อง
ตาราง โอกาสท้องของผู้หญิง อายุเท่านี้มีโอกาสท้องแค่ไหน

จะเห็นได้ว่าโอกาสในการมีลูกของผู้หญิงนั้นจะค่อย ๆ ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น และจะไม่มีโอกาสในการตั้งครรภ์เลย เมื่อมีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ซึ่งสวนทางกับโอกาสในการมีบุตรยาก ที่มีโอกาสน้อยเมื่อมีอายุน้อย และมีโอกาสสูงเมื่อมีอายุมากขึ้น

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ โอกาสท้องของผู้หญิง ในแต่ละวัย มีลูกอายุเท่าไหร่ดีที่สุด?

พ่อแม่ปรับวิธีเลี้ยงลูกด่วน! 7 พฤติกรรมเด็ก ที่ควรพบจิตแพทย์

ความเชื่อที่ว่าเด็กดื้อเป็นเด็กฉลาด อาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป พฤติกรรมเด็ก บางคนอาจบ่งบอกว่าเป็นโรคจิตเวชในเด็กได้ (ไม่ใช่การป่วยทางจิต) ซึ่งโรคนี้ควรได้รับการรักษาจากจิตแพทย์เพื่อทำความเข้าใจในตัวลูก

พ่อแม่ปรับวิธีเลี้ยงลูกด่วน! 7 พฤติกรรมเด็ก ที่ควรพบจิตแพทย์

เมื่อไรที่ลูกมีพฤติกรรมที่ต่อต้าน หรือ ไม่เชื่อฟัง เรามักจะเคยชินกับการลงโทษ เพื่อให้ลูกไม่ทำอีก วิธีนี้ อาจได้ผลกับเด็กคนหนึ่ง แต่กลับไม่ได้ผลกับเด็กอีกคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อผู้ปกครองลงโทษแล้ว กลับยิ่งต่อต้านขึ้นไปอีก ยิ่งลงโทษหนักขึ้น ก็ยิ่งต่อต้านหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้คุณพ่อคุณแม่หนักใจ พฤติกรรมต่อต้านเหล่านี้ อาจเกิดจากการเลี้ยงดู การเลียนแบบ หรือ เกิดจากการพัฒนาของสมองที่ผิดปกติ ดังนั้น หากสงสัยว่าลูกอาจมี พฤติกรรมเด็ก ที่บ่งบอกว่าลูกอาจเป็นโรคจิตเวชในเด็ก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการยอมรับว่าลูกและตัวคุณพ่อคุณแม่เอง ควรจะได้รับคำปรึกษาจากจิตแพทย์ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญได้วิเคราะห์ถึงปัญหาที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมเหล่านี้ จนนำไปสู่การปรับเปลี่ยนมุมมองและการเลี้ยงดูของทั้งลูกและพ่อแม่ให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น

พ่อแม่ปรับวิธีเลี้ยงลูกด่วน! 7 พฤติกรรมเด็ก ที่ควรพบจิตแพทย์

  1. ชอบใช้ความรุนแรง

ธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนมีความก้าวร้าวอันเป็นผลมาจากแรงขับที่อยากจะทำลายติดตัวมาทุกคนตั้งแต่เกิด แต่ความรุนแรงที่ก่อให้เกิดปัญหานั้นเป็นผลจากการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม พฤติกรรมเลียนแบบความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัว การเรียกร้องความสนใจ รวมถึงการพัฒนาของสมองที่ผิดปกติ และความผิดปกติทางด้านจิตใจ เช่น เป็นโรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ ซึ่งทำให้เด็กไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เมื่อมีคนขัดใจ ก็พร้อมที่จะระเบิดอารมณ์และควบคุมตัวเองไม่ได้ พฤติกรรมนี้ หากพ่อแม่ปล่อยปละละเลยไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ไม่สั่งสอนหรือไม่ฝึกเด็กให้เรียนรู้ว่าพฤติกรรมดีกับไม่ดีเป็นอย่างไร จะส่งผลให้เด็กไม่สามารถแยกแยะความถูกต้องหรือความเหมาะสมได้ไม่รู้จักการควบคุมอารมณ์และไม่สามารถจัดการกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของตนเองได้ เมื่อโตขึ้นลูกก็จะมีพฤติกรรมอันธพาลก้าวร้าวชอบใช้ความรุนแรง ขาดเหตุผล ขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์สร้างปัญหาให้กับตนเองและสังคม

วิธีการรับมือ : เลี้ยงดูลูกด้วยความเอาใจใส่ตั้งแต่แรกเกิด เพราะการแสดงความรักและความใส่ใจอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ลูกมีสภาพจิตใจที่แข็งแรง ไม่ถูกกระทบได้ง่าย สอนให้เด็กรู้จักเหตุผลไม่ใช่อารมณ์ ถ้าจำเป็นต้องลงโทษเด็ก ควรชี้แจงให้ลูกเข้าใจถึงสาเหตุที่ถูกลงโทษ

โรคจิตเวชในเด็ก
พฤติกรรมบางอย่างของเด็ก เป็นสัญญาณเตือนว่าลูกควรได้รับคำแนะนำจากจิตแพทย์

2. ชอบพูดโกหก

สาเหตุสำคัญของเด็กที่ชอบพูดโกหก เป็นเพราะไม่ต้องการถูกทำโทษในความผิดที่ตนเองได้กระทำ เพราะผู้ใหญ่มักทำโทษเด็กคนนั้นแบบรุนแรง จนทำให้เด็กรู้สึกเจ็บปวดไม่ว่าเป็นทางร่างกายหรือจิตใจ จึงเลือกการโกหกเพื่อหลีกหนีการโดนลงโทษที่รุนแรง นอกจากนี้ในเด็กบางคนอาจจะโกหกเพราะต้องการการยอมรับ และเรียกร้องความสนใจ

วิธีการรับมือ : ควรทำให้ลูกไว้วางใจ ว่าถึงแม้ลูกจะทำผิด พ่อแม่จะตำหนิ แต่ตำหนิด้วยความรักและความเข้าใจ และเป็นการตำหนิเพื่อสอน และไม่ควรโกหกให้ลูกเห็น สอนให้ลูกเห็นว่า หากมีอะไรภายในบ้านควรพูดกันตรง ๆ พ่อและแม่พร้อมจะรับฟังปัญหาของลูกได้ เมื่อลูกได้เรียนรู้ในบรรยากาศนี้ ก็จะซึมซับพฤติกรรมไปอย่างอัตโนมัติว่าเขาสามารถพูดความจริงได้อย่างตรงไปตรงมาเมื่อเขาทำผิด และเขาถูกลงโทษอย่างเหมาะสมในส่วนที่เขาทำผิดและในขณะเดียวกันก็มีการชื่นชมเพื่อให้แรงเสริมในส่วนที่เขากล้าพูดความจริงออกมา ซึ่งนั่นเป็นการแสดงให้เด็กเห็นว่าแม้เขาจะทำผิด แต่การที่เขายอมพูดจริงออกมานั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและเขาจะรู้สึกภูมิใจในตนเอง

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ พ่อแม่ปรับวิธีเลี้ยงลูกด่วน! 7 พฤติกรรมเด็ก ที่ควรพบจิตแพทย์

เลือกโรงเรียนให้ลูก

ความจริง 10 ข้อ พ่อแม่ต้องรู้ก่อน เลือกโรงเรียนให้ลูก

จากกรณีเหตุทำร้ายร่างกายและจิตใจเด็กชั้นอนุบาลในโรงเรียนเอกชนชื่อดัง ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับพ่อแม่ทั่วประเทศ ทำให้หลายบ้านที่กำลัง เลือกโรงเรียนให้ลูก หันกลับมาทบทวนกันใหม่ว่า “โรงเรียนดัง โรงเรียนแพง ดีจริงหรือไม่” ทีมแม่abk ขอนำเสนอคำแนะนำจากคุณหมอในการเลือกโรงเรียนอย่างเหมาะสม และสามารถใช้เป็นเกราะป้องกันในระดับหนึ่งว่า เมื่อลูกไปโรงเรียนแล้วจะไม่เกิดเหตุการณ์เลวร้ายซ้ำรอยอีก

เด็กคือผ้าหลากสี เกิดมาต่างกัน และไม่มีความจำเป็นต้องเหมือนกัน การ เลือกโรงเรียนให้ลูก สมัยนี้จึงไม่เหมือนเดิม  อีกต่อไป นี่ทำให้พ่อแม่รู้สึกกังวลมากที่สุดเรื่องหนึ่ง เพราะโรงเรียนที่ดีคือพื้นฐานที่ดีของลูกในอนาคต แต่ “โรงเรียนที่ดี” ควรเป็นอย่างไร และมีหลักพิจารณาอย่างไรกันแน่

ทุกวันนี้มีโรงเรียนหลายหลักสูตร หลากสไตล์ให้คุณพ่อคุณแม่เลือกสรรมากมาย ทั้งโรงเรียนรัฐชื่อดัง โรงเรียนเอกชนหลักสูตรสองภาษา บวกกับข้อมูลทางวิชาการสารพัดจากสื่อต่างๆที่ยื่นเงื่อนไขของการเป็น “พ่อแม่ที่ดี” และ “เลี้ยงลูกให้ดี” ส่งผลให้พ่อแม่หลายคนเกิดความสับสน ไม่รู้จะเริ่มต้น เลือกโรงเรียนให้ลูก อย่างไรดี โดยเฉพาะวัยอนุบาล ที่ลูกจะไปโรงเรียนครั้งแรก

หมอเด็กอยากบอก เลือกโรงเรียนให้ลูก ต้องเน้นมองจาก “ตัวลูก” ก่อนเลือก “โรงเรียนเด่น”

นายแพทย์สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติและการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล อดีตหัวหน้าคลินิกวัยรุ่น สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติราชินี ได้ให้สัมภาษณ์กับทางเว็บไซต์ Amarin Baby And Kids ถึงแนวทางการ เลือกโรงเรียนให้ลูก ที่เหมาะสมไว้ว่า

เลือกโรงเรียนให้ลูก

“หัวใจสำคัญของการพาลูกไปโรงเรียน หรือเลือกโรงเรียน ให้หันกลับมาดูที่ “ตัวลูก” เป็นหลัก และควรพิจารณาลูกเป็นคนๆไป เพราะถ้าบ้านไหนมีลูกมากกว่าหนึ่งคน ก็ไม่ได้หมายความพี่น้องจะมีนิสัยเหมือนกัน ชอบหรือไม่ชอบอย่างเดียวกัน พี่น้องฝาแฝดก็ยังไม่เหมือนกัน เด็กแต่ละคนมีความเฉพาะที่พ่อแม่ต้องคอยสังเกตและใช้เป็นหลักในการเลี้ยงลูก รวมถึงวิธี เลือกโรงเรียนให้ลูก

การ เลือกโรงเรียนให้ลูก ให้สอดคล้องกับพัฒนาและจิตวิทยาเด็ก  ซึ่งเป็นรากฐานที่ดีต่อการเรียนรู้ในอนาคต และไม่เป็นการขัดขวางการพัฒนาด้านต่างๆของเด็ก ควรเริ่มตั้งแต่ชั้นก่อนปฐมวัย หรือเนสเซอรี่ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่ ตัวเด็ก กับ โรงเรียน นพ.สุริยเดลได้ให้หลักคิดที่แบ่งย่อยออกเป็น 10 ข้อหลักๆ ดังต่อไปนี้

1. ลูกอายุ 3 ขวบหรือยัง

วัยที่เหมาะกับการไปโรงเรียนคือ 3 ขวบ แต่ถ้าลูกยังอายุน้อยกว่านั้น หัวใจสำคัญของเขาคือพ่อแม่ แม้ลูกจะท่องก.ไก่-ฮ.นกฮูกได้ A-Z ได้คล่องแคล่ว พูดเก่ง ร่าเริงแจ่มใส แต่ธรรมชาติของเด็กวัยนี้มักกลัวการพลัดพรากจากพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย หรือคนที่เลี้ยงมาตั้งแต่ยังเล็ก

จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นภาพเด็กวัยก่อนสามขวบร้องไห้อยู่เป็นเทอม เมื่อไปโรงเรียน เพราะเด็กไม่เข้าใจเหตุผลของการไปโรงเรียน เขาแค่รู้สึกไม่ปลอดภัย และเกิดความสงสัยว่าทำไมพ่อแม่ต้องเอาเขามาทิ้งกับคนแปลกหน้า เกิดคำถามว่าพ่อแม่ยังรักเขาไหม สิ่งเหล่านี้อาจสะท้อนผ่านพฤติกรรมต่อต้านต่างๆ เช่น ดื้อจัด กรี๊ดร้องเสียงดัง ร้องดิ้น ทำร้ายพ่อแม่หรือตัวเอง เพียงเพราะต้องการพิสูจน์ว่าพ่อแม่ยังรัก ยังสนใจลูกอยู่หรือไม่

ฉะนั้น ขอให้พ่อแม่ปักธงไว้ในใจเลยว่า เด็กอายุน้อยกว่า 3 ขวบยังไม่พร้อมจะไปโรงเรียน แต่สำหรับบ้านไหนที่มีความจำเป็นต้องกลับไปทำงานและให้ลูกไปโรงเรียนก่อนวัยจริงๆ คงต้องพิจารณาจากหลักอื่นร่วมด้วย

เลือกโรงเรียนให้ลูก

2.ลูกเป็นเด็กเลี้ยงง่าย หรือดูแลเป็นพิเศษ

สังคมไทยมักบอกว่าเด็กเปรียบเสมือนผ้าขาวที่ผู้จะใหญ่แต่งแต้มสีอะไร เขาก็จะเป็นแบบนั้น หมอเองก็เชื่อว่าเด็กทุกคนมีจิตใจบริสุทธิ์เหมือนผ้าขาว แต่เด็กคือผ้ามีสีพื้นต่างกัน บางคนเป็นสีชมพู สีฟ้า สีเหลืองต่างเฉดไป ถึงจะวาดลายเดียวกัน แต่บนสีพื้นต่างกัน ลวดลายก็ไม่มีทางเหมือนกัน นี่คือธรรมชาติของเด็กที่พ่อแม่ปรับความเข้าใจสิ่งนี้ก่อน” อ.สุริยเดลเสริม

การสังเกตพื้นฐานอารมณ์ของลูกมีส่วนสำคัญที่บอกได้ว่า ลูกพร้อมไปโรงเรียนหรือยังไง และควร เลือกโรงเรียนให้ลูก แบบไหนดี  ถ้าลูกเป็นเด็กเลี้ยงง่าย ปรับตัวง่าย แม้เขาอาจกลัวการพรากจากพ่อแม่และร้องไห้บางช่วงแรๆ แต่ไม่นานก็ปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ได้ การพาลูกไปโรงเรียนจึงไม่ใช่เรื่องยาก

สำหรับบ้านที่มีพี่น้อง พ่อแม่ไม่ควรใช้เกณฑ์เดียวกันในการกำหนดวัยที่ลูกไปโรงเรียน ถ้าคนพี่เข้าเรียนตอนสองขวบได้ ไม่ได้หมายความว่าคนน้องจะทำแบบเดียวกัน หากคนน้องเป็นอารมณ์อ่อนไหวง่าย เวลาเปลี่ยนที่หรือเจอคนแปลกหน้าจะงอแงมาก  ในทางกลับกันลูกอาจเป็นเด็กพลังเยอะ มีความคล่องแคล่วว่องไว นั่งเฉยไม่ได้ ถ้าเลือกโรงเรียนที่ต้องนั่งเรียน ก็อาจได้รับข้อมูลว่า “ลูกสมาธิสั้น” ทั้งที่ความจริงคือ พื้นฐานอารมณ์ของลูกกับแนวการสอนของโรงเรียนไม่เหมาะกัน เป็นต้น

อ่านต่อ ลูกต้องเก่งแค่ไหนก่อนไปโรงเรียน หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ราคาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2562

ราคาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2562 อัปเดต! กว่า 20 รพ.ชั้นในนำ กทม.

อัปเดต! ราคาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2562 กว่า 20 รพ.ชั้นในนำ กทม. แม่ๆ เช็กด่วน แล้วรีบพาลูกน้อยไปฉีดกันนะคะ ใกล้ รพ.ไหน ไปที่นั้นเลย

รวม ราคาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2562 กว่า 20 รพ.ชั้นในนำ กทม.

เรียกว่าสถานการณ์น่าเป็นห่วงมากในตอนนี้ สำหรับ โรคไข้หวัดใหญ่ โดยองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ออกมาเตือนให้ทุกประเทศทั่วโลก เตรียมรับมือสถานการณ์ ไข้หวัดใหญ่ระบาด 2562 โดยมีการประเมินว่า… ผู้คนอย่างน้อย 1 พันล้านคนทั่วโลก จะล้มป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ทุกๆ ปี และเสียชีวิตราว 290,000-650,000 คน

ทั้งนี้ทางองค์การอนามัยโลก ก็ได้กล่าวว่า… แนวทางป้องกัน ลูกเป็นไข้หวัดใหญ่ ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดยังคงเป็นการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ แต่อุปสรรคสำคัญก็คือ การผลิตวัคซีนที่ป้องกันได้ตรงจุด จะต้องอาศัยการระบุสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ที่ถูกต้องแม่นยำมากพอ โดยต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน

ราคาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2562
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ สามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป โดยฉีดปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะเด็กที่อายุน้อยกว่า 2 ปี ควรต้องฉีดอย่างยิ่ง ซึ่งสามารถฉีดได้ตลอดปี แต่แนะนำในช่วงเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน (มีนาคม-พฤษภาคม) หรือเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว (ตุลาคม-พฤศจิกายน)
– สำหรับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 3 ปี ให้ใช้วัคซีนขนาดครึ่งโดสก็เพียงพอ
– ส่วนเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 9 ปี ซึ่งได้รับวัคซีนเป็นครั้งแรกให้ฉีดทั้งหมด 2 เข็ม โดยทิ้งช่วงห่างกัน 1-2 เดือน หลังจากนั้นให้ฉีดซ้ำทุกปี ปีละ 1 เข็ม

การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่

เนื่องจากไวรัสไข้หวัดใหญ่สามารถแพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็ว และเข้าถึงทั่วทุกมุมโลก ภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือนเท่านั้น เพราะเป็นเชื่อไวรัสที่ติดต่อผ่านได้ทางระบบหายใจ และมีระดับความรุนแรงตั้งแต่น้อยไปจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ไข้หวัดใหญ่ก็สามารถเกิดขึ้นทุกปี และส่วนมากจะมาในช่วงเวลาเดียวกัน เรียกว่าฤดูกาลของไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ สามารถแบ่งได้ 3 ชนิดด้วยกัน คือ

  1. ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A มีความรุนแรงและอันตรายมากที่สุด สามารถแพร่กระจายได้ในวงกว้างและใช้เวลาอย่างรวดเร็ว โดยมีสัตว์เป็นพาหะมาสู่คน
  2. ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B สามารถแพร่ระบาดได้ตามฤดูกาลที่มีสภาพอากาศเอื้ออำนวย เช่น ฤดูหนาวและฤดูฝน เป็นสายพันธุ์ที่รุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์เอ
  3. ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ C เป็นไข้หวัดใหญ่ที่ความรุนแรงน้อยที่สุดใน 3 สายพันธุ์นี้ ผู้ป่วยจะมีอาการป่วยเล็กน้อยหรือบางทีก็ไม่แสดงอาการป่วยเลย และยังไม่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดอีกด้วย จึงไม่นับรวมอยู่ในกลุ่มของไข้หวัดใหญ่ ผิดกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A กับ B ที่สามารถแยกย่อยออกได้ 4 สายพันธุ์ดังนี้
    1. ไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A (H1N1)
    2. ไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A (H3N2)
    3. ไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B ตระกูล Victoria
    4. ไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B ตระกูล Yamagata

อ่านต่อ >> ไขข้อสงสัย ลูกฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ แล้วทำไมยังต้องฉีดซ้ำ!!

ทั้งนี้ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ปัจจุบันมี 2 ชนิด คือ ชนิดครอบคลุม 3 สายพันธุ์ และชนิดครอบคลุม 4 สายพันธุ์ ซึ่งได้ผลดีทั้งสองชนิด แล้วแต่ละโรงพยาบาลจะมี ราคาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2562 เท่าไหร่กันบ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ

 

คลิกดู ราคาแพคเกจวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2562 หน้า 2

โรคซึมเศร้า

4 คาถาเลี้ยงลูกไม่ให้เป็น โรคซึมเศร้า โดย พ่อเอก

ผมเคยเขียนเรื่อง โรคซึมเศร้า ลงในนิตยสาร Amarin Baby & Kids มาแล้ว ขอเอามาปรับแต่งและลงอีกรอบเพราะช่วงนี้ข่าวคราวนักเรียนนักศึกษาพาเลือกตัดสินใจจากโลกใบนี้ไปด้วยการฆ่าตัวตายเข้ามาถี่จนน่าตกใจ และโรคซึมเศร้า ทั้งที่รู้ตัวและแฝงก็เป็นหนึ่งในสาเหตุหลัก

เมื่อก่อนเวลาที่เราได้ยินคำว่า โรคซึมเศร้า เราจะนึกถึงภาพคนในวัยทำงาน ที่มีความเครียดและปัญหาต่างๆ รุมเร้า หรือผู้สูงวัยที่ปรับตัวกับชีวิตบั้นปลายไม่ได้ แต่ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยีพัฒนาก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วแต่ human touch กลับเดินสวนทาง ทุกวันนี้เราจึงเห็นข่าวคนอายุน้อยลง ตัดสินใจจากโลกนี้ไป เพราะ โรคซึมเศร้า ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็กต้องหันมาสนใจการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นกับลูกเราเสียแล้ว

ด้วยการแข่งขันที่สูงขึ้นทำให้คุณพ่อคุณแม่อดไม่ได้ที่จะเงี่ยหูฟังว่าลูกเพื่อนเก่งกว่าลูกเราตรงไหน เทคโนโลยที่ทันสมัยจนทำให้เรารู้สึกว่าสัมผัสเสมือนนั้นเพียงพอแล้ว และความเพลิดเพลินกับหน้าจอที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่า การปล่อยลูกไว้ตรงนั้น ทำให้มีเวลาไปจัดการสิ่งอื่นได้บ้าง แต่สิ่งเหล่านั้นเป็นต้นเหตุของช่องว่างระหว่างคุณพ่อคุณแม่และคุณลูก ผมเคยเขียนไว้ว่า ‘อย่าให้ช่องว่างกว้างกว่าอ้อมกอด’ และนั่นคือวิธีที่จะทำให้ลูกไม่เป็น โรคซึมเศร้า

4 คาถาเลี้ยงลูกไม่ให้เป็น โรคซึมเศร้า

1. ปล่อยให้เด็กได้เติบโตเรียนรู้แบบเด็ก

วิธีที่ทำให้เด็กได้เรียนรู้แบบมีความสุข คือ การเล่น ซึ่งการเล่นในที่นี้หมายถึง การได้เคลื่อนไหวร่างกาย การได้สัมผัสกับโลก ไม่ใช่การเล่นเกมส์ผ่านหน้าจอ (ผมไม่ได้แอนตี้เทคโนโลยี ทุกวันนี้ปูนปั้นก็ได้ดูบ้างตามที่ตกลงกันก่อน ดูในสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่เขาชอบ ในระยะเวลา 5-10 นาทีตามที่ตกลงกัน เพราะเขาโตพอแล้ว เช่น ดูคลิปการ์ตูนสอนเรื่องยานพาหนะต่างๆ) และไม่ใช่การเรียนรู้ผ่านห้องสี่เหลี่ยม สำหรับปูนปั้นทุกวันหยุดจะเป็นวันของเขา ปูนปั้นจะได้ เล่นยิม เรียนว่ายน้ำ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เขาไปดูแล้วขอเรียน (เล่น) เอง นอกจากนั้นปูนปั้นจะได้ขี่จักรยาน รดน้ำต้นไม้ อาบน้ำสุนัข ขุดทราย เอาชอล์กขีดพื้น หรืออะไรก็ตามที่เขาอยากเล่น รวมไปถึงการท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ เคยมีคุณครูเคยมาถามผมว่า ส่งลูกไปติวที่ไหน เพราะคุณครูเห็นว่าปูนปั้นเป็นเด็กที่พร้อมเรียนรู้ แต่เราไม่เคยแม้จะคิดส่งปูนปั้นไปติวที่ไหนเลย ผมไม่เคยเปรียบเทียบลูกตัวเองกับใคร เพราะเด็กทุกคนมีความถนัดต่างกัน แต่เขาจะค่อยๆ เรียนรู้ไปทันกันเมื่อเขาพร้อมทั้งกายและใจ และความพร้อมไม่ได้มาจากการส่งไปติว แต่มาจากความสนุกที่พร้อมจะเรียนรู้ ที่ทำให้เขาไม่เครียดไม่กดดันก่อนวัยอันควร

คาถาป้องกันโรคซึมเศร้า
บ้านของเราจะปล่อยให้ลูกได้เล่นและเติบโตตามวัยของเขา

 

อ่านต่อ>> คาถาป้องกันโรคซึมเศร้า >> คลิก

อุปกรณ์ศิลปะ ภาษาอังกฤษ

มาสนุกกับกิจกรรมขีดๆ เขียนๆ กับคำศัพท์ อุปกรณ์ศิลปะ ภาษาอังกฤษ

ถ้าคุณพ่อคุณแม่ติดธุระหรือไม่มีเวลามากพอให้พาลูกๆไปทำกิจกรรมนอกบ้าน งานอดิเรกในบ้านที่ช่วยให้ลูกได้ฝึกทักษะทางภาษา ความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการ รวมถึงพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กแบบง่ายๆ คือ งานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นวาดรูป ระบายสี ตัดแปะกระดาษ หรือสิ่งประดิษฐ์ทำมือ ซึ่งงานแต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่สะท้อนถึงความชอบ ความถนัดของลูกได้ดี สิ่งหนึ่งที่ต้องเตรียมไว้ให้พร้อม คือ อุปกรณ์ศิลปะ ภาษาอังกฤษ ก็มีคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากมาย

การเรียนศิลปะ กับภาษาใช้ทักษะคล้ายๆกัน นั่นคือจะต้องเป็นมีความช่างสังเกตสิ่งรอบตัว เรียนรู้เร็ว และทำมาถ่ายทอดเป็นงานศิลปะ หรือบทเพลง นิยายซึ่งต้องใช้ทักษะภาษา ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมให้ลูกพัฒนาความสามารถทั้งสองเรื่องได้พร้อมๆกัน โดยเริ่มต้นได้ตั้งแต่วัยเตาะแตะ แต่ต้องเลือก อุปกรณ์ศิลปะ ให้เหมาะกับวัย

เช่น สีเทียนแท่งใหญ่ ให้ลูกเริ่มจับและขีดเขียนบนกระดาษแผ่นโต ถึงจะยังไม่เป็นรูปเป็นเรื่อง แต่ในสมองของลูกจะเริ่มจดจำสีต่างๆ พัฒนาความสามารถของกล้ามเนื้อมัดเล็กที่ต้องควบคุมไม่ให้สีหลุดออกจากมือ ส่วนสมองเองก็พัฒนาขึ้นเพื่อบังคับให้มือเคลื่อนไหวตามต้องการ แต่สำหรับเด็กโตที่เคยเล่นสีมาจนชินแล้ว ถ้าคุณพ่อคุณแม่กลัวว่าอุปกรณ์ศิลปะเหล่านี้ยังไม่น่าตื่นเต้นพอ สมัยนี้มีอุปกรณ์ศิลปะมากมายที่ช่วยเปิดจินตนาการให้กว้างขึ้น

ฝึกลูกเก่งและแกร่งรอบด้าน กับ อุปกรณ์ศิลปะ ภาษาอังกฤษ

รายการ KIDSTALK ช่วง DADDYTALKS ใน EP. นี้ อ.คริสกับน้องวินจะชวนหนูๆทุกคนรู้จักอุปกรณ์ศิลปะสุดว้าว พร้อมกับเรียนรู้คำศัพท์ อุปกรณ์ศิลปะ ภาษาอังกฤษ  ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเด็กทุกคนในแบบสนุกๆ ส่วนคุณพ่อคุณแม่เองก็ได้ไอเดียในการพัฒนาลูกสู่การเป็นเด็กสองภาษาจาก อุปกรณ์ศิลปะ ภาษาอังกฤษ ด้วย ส่วนจะสนุกสนานแค่ไหน ต้องตามมาดูกัน

ทำไมการฝึกฝนกล้ามเนื้อมัดเล็กถึงเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ควรส่งเสริมในเด็กเล็ก?  นอกจากกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น แขน ขา ซึงจะพัฒนาจากการเล่นปีนป่าย วิ่ง หรือกีฬาต่างๆแล้ว กล้ามเนื้อมัดเล็กที่ใช้ในการหยิบจับ ขยับตัว จำเป็นต้องพัฒนาควบคู่กัน เพราะกล้ามเนื้อส่วนนี้เชื่อมโยงกับการทำงานของสมอง ซึ่งพัฒนได้เต็มที่ในช่วง 1,000 วันแรกของเด็ก (นับแต่ปฏิสนธิ) เท่านั้น

การส่งเสริมให้ลูกรู้จักกับ อุปกรณ์ศิลปะ ภาษาอังกฤษ และใช้เวลาร่วมกันเพื่อทำงานศิลปะเล็กๆน้อยๆในแต่ละจึงช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กได้ดี ไม่แน่ว่าอาจได้ค้นพบพรสวรรค์ของลูกจากงานศิลปะอีกอย่างหนึ่งก็เป็นได้

อุปกรณ์ศิลปะนั้นมีทั้งที่เป็นเครื่องเขียน เช่น ดินสอ  ยางลบ ไม้บรรทัด  และอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับงานศิลปะโดยเฉพาะ อย่าง ดินสอสี สีเทียน กระดาษสำหรับวาดรูป เฟรมผ้าแคนวาส อุปกรณ์พวกนี้อาจเหมาะกับเด็กที่โตสักหน่อย เพราะถ้าเป็นเด็กเล็กอาจหยิบเอาสีเข้าปาก หรือเจอสารเคมีอันตรายได้ อุปกรณ์ศิลปะสมัยใหม่ที่น้องวินจะโชว์ให้ดู ช่วยให้เด็กๆสร้างสรรค์งานศิลปะของตัวเองได้ง่ายขึ้น นั่นคือ โปรเจคเตอร์สำหรับเรียนรู้ หรือถ้าเป็น อุปกรณ์ศิลปะ ภาษาอังกฤษ จะเรียกว่า  Leaning Projector

เจ้าอุปกรณ์ศิลปะเครื่องนี้ช่วยให้เด็กๆเริ่มต้นทำงานศิลปะได้ง่ายๆ มีทั้งกระดานให้เขียนลบแบบง่ายๆ ตัวโปรเจคเตอร์พร้อมแผ่นฟิล์มภาพต่างๆ เมื่อเสียบแผ่นฟิล์มแล้วจะฉายภาพลงบนบอร์ดให้เด็กใช้ปากกาสีเมจิควาดหรือระบายตามได้ง่ายๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องความสะอาด นอกจากนี้ยังออกแบบมาในรูปทรงกระเป๋า ใช้จัดเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างได้สะดวก เด็กๆสามารถเก็บอุปกรณ์ศิลปะให้เรียบร้อยได้ด้วยตัวเอง พกพาง่าย ไปเที่ยวที่ไหน เด็กๆ ก็กลายเป็นศิลปะได้

อยากรู้ว่าเจ้า Leaning Projector ใช้ง่ายอย่างไร น้องวินจะสนุกกับงานศิลปะแค่ไหน และมีคำศัพท์ อุปกรณ์ศิลปะ ภาษาอังกฤษ น่าเรียนรู้ ตามมาดู รายการ KIDSTALK ช่วง DADDYTALKS ในตอน อุปกรณ์ศิลปะสุดว้าว  กันเลยค่ะ

 

มาทบทวนคำศัพท์ อุปกรณ์ศิลปะ ภาษาอังกฤษ กันอีกครั้งนะคะ

eraser / rubber    ยางลบ

ruler      ไม้บรรทัด

pencil    ดินสอ

pen        ปากกา

colored pencil   ดินสอสี

crayon    สีเทียน

paintbrush    พู่กัน

paint/ watercolor   สีน้ำ

paper      กระดาษ

canvas     ผ้าใบ

equipment / tools   อุปกรณ์

magic maker    ปากกาเมจิก

magic pen     ปากกาวิเศษ

sketch            วาดภาพร่าง

draw              วาดรูป

draw along the lines  วาดตามเส้น

motor skills   ทักษะการควบคุมกล้ามเนื้อมัดเล็ก

add to your creativity    เติมความคิดสร้างสรรค์

เป็นอย่างไรกันบ้างกับประโยคและคำศัพท์ อุปกรณ์ศิลปะ ภาษาอังกฤษ ที่ใช้คุยกับลูก เมื่อรู้แล้วคุณพ่อคุณแม่สามารถนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร คุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลูกติดจอ

ลูกติดจอ ติดมือถือ แก้ได้ด้วยกฎ 3 ต้อง 3 ไม่

บ้านไหน ลูกติดจอ ลูกติดยูทูป ลูกติดมือถือ ลองใช้ กฎนี้ดู “3 ต้อง 3 ไม่” กฎง่ายๆ ใช้ควบคุมเลี้ยงลูกทุกวัย ช่วยป้องกัน ลูกติดมือถือ ได้ผลชัวร์

“3 ต้อง 3 ไม่” กฎง่าย
ใช้เลี้ยงลูก
ป้องกัน ลูกติดจอ ติดมือถือ

มีรายงานการศึกษาถึงผลกระทบของการติดจอ ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียทั้งต่อตัวลูกน้อยเองและต่อสังคมที่รุนแรงในแต่ละช่วงวัย ดังนี้

ถ้า เด็กติดจอ เป็นกลุ่มวัยก่อนเรียน จะพบปัญหา คือ สมาธิสั้น สูญเสียทักษะสังคม และการเสียการเรียนรู้จากประสบการณ์ และการลงมือทำ

ถ้าเด็กติดจอเป็นกลุ่มวัยเรียน ก่อให้เกิดปัญหาด้านความรุนแรง อ้วน,สายตาเสีย, เสียวินัย, และผลการเรียนลดลง

ถ้าเด็กติดจอเป็นกลุ่มวัยรุ่น ทำให้เกิดค่านิยมการบริโภคติดอินเตอร์เน็ต การรังแกกันทางโซเชียล , การล่อลวงค่านิยม และพฤติกรรมทางเพศ ผิดปกติ เป็นต้น

ลูกติดจอ

สาเหตุที่ ลูกติดมือถือ

คุณพ่อคุณแม่อาจไม่ทันคิด ไม่ทันสังเกต ว่าแท้จริงแล้วพฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่เองว่า เป็นคนหล่อหลอมลูกมากับสิ่งนี้ ซึ่งก่อนที่จะปรับแก้พฤติกรรมลูก คุณพ่อคุณแม่ต้องหันกลับมาส่องกระจกดูพฤติกรรมของตัวคุณเองว่า ทำสิ่งเหล่านี้อยู่หรือเปล่า

  1. เล่นมือถือหรือติดจอเวลาที่อยู่กับลูกหรือเปล่า
  2. จ้องมือถือมากกว่าจะเล่นของเล่นเสริมพัฒนาการกับลูกหรือเปล่า
  3. ใช้มือถือเป็นตัวดึงความสนใจจากลูก เวลาที่ลูกงอแงหรือเวลาที่คุณอยากให้ลูกนิ่งเป็นระยะเวลาหนึ่งหรือเปล่า
  4. ใช้การเล่น application ต่างๆ ในมือถือ เป็นรางวัลเวลาที่ลูกสามารถทำตามเงื่อนไขต่างๆ ที่คุณต้องการได้หรือเปล่า
  5. หยิบยื่นมือถือให้ลูกเพื่อตัดรำคาญเวลาที่ลูกงอแงร้องขอหรือเปล่า

ถ้าคุณหรือคนรอบข้างมีพฤติกรรมข้อใดข้อหนึ่งที่กล่าวมาแล้ว การปรับพฤติกรรมคงต้องเริ่มจากตัวผู้ใหญ่เองก่อน เพราะลูกน้อยจะเรียนรู้และเลียนแบบจากพฤติกรรมของคนครอบครัวและคนที่ดูแลเท่านั้น ดังนั้นพฤติกรรมของผู้ใหญ่จึงมีอิทธิพลกับพฤติกรรมของเด็กอย่างมาก

อ่านต่อ >> 3 ต้อง 3 ไม่ กฎการเลี้ยงลูก เพื่อป้องกันลูกติดมือถือ” คลิกหน้า 2

ลูกลมหายใจเหม็น

ลูกลมหายใจเหม็น นาน 2 สัปดาห์ พบกระดูกไก่ติดจมูก!!

ลูกลมหายใจเหม็น อาจไม่ได้มาจากอาการป่วยหรืออาการอักเสบจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย แต่อาจเป็นเพราะมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอุดตันรูจมูกอยู่ก็เป็นได้

ลูกลมหายใจเหม็น นาน 2 สัปดาห์ พบกระดูกไก่ติดจมูก!!

ทีมงาน Amarin Baby & Kids ขอนำอุทาหรณ์จากคุณแม่ท่านหนึ่งที่ได้ฝากเตือนแม่ ๆ คนอื่น ๆ หลังพบว่า ลูกลมหายใจเหม็น นานถึง 2 สัปดาห์ จึงได้พาลูกไปพบหมอ และได้ยามาทาน แต่ผ่านไป 4 วัน กลับพบว่าลมหายใจลูกกลับมีกลิ่นเหม็นมากกว่าเดิม คุณแม่จึงนึกขึ้นได้ว่าเคยอ่านข่าว เด็กที่มีหนังยางติดอยู่ที่รูจมูก จึงให้ลูกลองสั่งน้ำมูกแรง ๆ พบมีสิ่งแปลกปลอมก้อนเล็ก ๆ หลุดออกมา ซึ่งสิ่งแปลกปลอมนั้นคือกระดูกไก่นั่นเอง! อ่านรายละเอียดข่าวได้ที่นี่

“ปกติลูกสาว ไม่ไช่คนซน หรือชอบเล่นสิ่งของเล็กๆ เข้ารูจมูก” วลัยลักษณ์ แซ่จ๋าว อาศัยในประเทศมาเลเซีย ผู้เป็นแม่ พูดถึงอุปนิสัยของ “เจนนิเฟอร์” ลูกสาวลูกครึ่ง จีน-มาเลเซีย-ไทย วัย 2 ปี 11 เดือน และย้อนเล่าเหตุการณ์ ลูกสาวไม่เคยมีประวัติ “ลมหายใจเหม็น”

แต่ตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. 62 ในช่วง 1-3 วันแรก เวลาลูกหายใจจะมีกลิ่นเหม็นนิดๆ เมื่อใช้ไฟฉายส่องดูรูจมูกก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ จึงสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นเเพราะลูกชอบแคะจมูกที่บางครั้งแคะจนเลือดออก แต่ด้วยความสงสัยจึงให้ผู้เป็นพ่อพาลูกไปโรงพยาบาลของรัฐฯ ใกล้บ้านเพื่อให้แพทย์ตรวจ หลังกลับจาก รพ. ผู้เป็นพ่อ เล่าให้ฟังว่า คนทำบัตรคิวไม่ยอมทำคิวให้ บอกว่าที่ลมหายใจเหม็น เป็นเรื่องปกติมาจากช่องปาก และแพทย์ส่องไฟฉายดูรูจมูก ก็ไม่พบความผิดปกติใด ๆ

แม้ได้รับคำตอบจากแพทย์แล้ว แต่เธอยังไม่วางใจนัก คอยสังเกตอาการของลูกทุกวัน วันละหลายๆ รอบ จากวันที่ 5 ,6,7,8 กลิ่นเหม็นเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเธอรู้สึกทนไม่ไหว และคิดว่า “นี่มันไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว” เพราะลูกชายอีก 2 คน ไม่มีลมหายใจเหม็น มีแต่ลูกสาวคนเดียวที่มีกลิ่นเหม็นจากรูจมูกขวา ผู้เป็นพ่อจึงพาไปพบแพทย์ที่ รพ. เดิม ได้รับการตรวจเบื้องต้นทั่วไป จากนั้นพบอาจารย์แพทย์ ๆ วินิจฉัยว่าลูกชอบแคะจมูกจนอักเสบ ให้ยามากินและหยอด พร้อมพูดให้กำลังใจเดี๋ยวก็หาย ไม่ต้องเครียด ถ้าไม่หายเหม็น ให้กลับมาหา เมื่อกินยาที่ให้หมดแล้ว แล้วจะทำการส่องกล้องดูว่ามีอะไรผิดปกติ

ผ่านไป 4 วัน หลังใช้ยาตามแพทย์สั่ง “กลิ่นเหม็น”จากรูจมูกไม่หาย หนำซ้ำเหม็นเน่ารุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ผู้เป็นแม่นึกขึ้นได้ เคยอ่านเจอข่าวดังเมื่อปี 57 เกี่ยวกับเด็ก 4 ขวบ ยัดหนังยางเข้าจมูก จึงเกิดสงสัยว่าลูกสาวคงเป็นอาการเดียวกัน จึงให้ลูกสั่งน้ำมูกแรง ๆ หลายครั้ง จนพบต้นตอทำให้ลมหายใจลูกเหม็นอยู่นานเกือบ 2 สัปดาห์ ที่แท้เป็นเพราะ “กระดูกไก่ 1 ข้อ” นั่นเอง สร้างความโล่งใจและสบายใจกับเธออย่างมาก

“ตอนแรกนึกว่าเป็นขี้มูกเฉยๆ พอรีบหันไปดู แม่เจ้า หัวใจจะวาย เพราะเป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด กลิ่นมาจากกระดูกจริงๆ เพราะพอกระดูกหลุดออก กลิ่นก็หายเลย ต้องขอบคุณ คุณแม่ท่านนั้นมากที่มาแชร์ประสบการณ์ ไม่เคยคิดว่า วันหนึ่งจะเกิดขึ้นกับลูกตัวเองเลยจริงๆ แต่เกิดขึ้นแล้วเลยอยากมาแชร์ประสบการณ์เพื่อจะเป็นประโยชน์กับแม่ ๆ ทุกคน โดยเฉพาะคนมีลูกเล็กๆ

สิ่งแปลกปลอมติดจมูก
ลูกเอากระดูกไก่ยัดเข้าไปในจมูกจำทำให้ ลูกลมหายใจเหม็น

สำหรับสาเหตุ “กระดูกไก่เข้าไปในรูจมูกลูก” ได้อย่างไรนั้น ผู้เป็นแม่ ไขข้อสงสัยข้อซักถามนี้ว่า ตอนลูกชายอายุ 7 ขวบ กำลังกินข้าว ซึ่งวันนั้นเธอทำตุ๋นขาไก่เป็นกับข้าวให้ลูกๆ กิน ลูกชายกินขาไก่ก็วางกระดูกบนโต๊ะไว้ ลูกสาวก็มาเล่นกับลูกชายตามปกติ แต่ไม่คิดว่าครั้งนี้จะหยิบกระดูกข้อไก่มาเล่น แล้วเผลอใส่เข้าในจมูก ตอนนั้นไม่มีใครรู้ระแคะระคายอะไร ลูกชายไม่ได้สังเกต เนื่องจากหิวมาก หลังเลิกเรียนมาถึงบ้านก็ก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียว ส่วนลูกสาวไม่กล้าบอกใคร เพราะกลัวถูกดุ หลังรู้ต้นตอที่แท้จริง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย เธอจึงสอนลูกสาว ห้ามนำสิ่งของใดๆ เข้าจมูก และฝากเตือนคุณแม่ๆ คนอื่นๆ อย่านิ่งนอนใจยามลูกมีอาการผิดปกติ

“ฝากถึงคุณแม่ทุกท่าน ให้คอยสังเกตเวลาลูกชอบแเคะจมูก ว่ามีกลิ่นเหม็นไหม มีอะไรผิดปกติกับจมูกลูกหรือเปล่า มีของแปลกปลอมเข้าไปไหม ถ้ารู้สึกว่ากลิ่นผิดปกติ หรือถ้ากลิ่นลมหายใจเหม็นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ให้พาไปพบหมอโดยเร็ว อย่าปล่อยไว้นาน บางทีสิ่งที่เรามองไม่เห็น ไช่ว่าจะไม่มีอะไรอยู่ข้างไน หากเข้าตื้น ๆ อาจพอเห็น แต่ถ้าลึก ๆ ไม่เห็นแน่ ๆ” ผู้เป็นแม่ฝากข้อคิดทิ้งท้าย

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก : https://www.thairath.co.th/content/1512451

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ทำอย่างไรเมื่อลูกมีสิ่งแปลกปลอมติดจมูก สาเหตุ ลูกลมหายใจเหม็น

เด็กนอนคว่ำ

สังเวยอีก 1 ชีวิต เด็กนอนคว่ำ ลูกวัย 3 เดือนหยุดหายใจคาเตียง

เด็กนอนคว่ำ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของทารกแรกเกิดอันดับต้น ๆ เนื่องจากกล้ามเนื้อคอของทารกยังไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะยกหัวขึ้นมา หากมีสิ่งใดมาปิดกั้นทางเดินหายใจ

สังเวยอีก 1 ชีวิต เด็กนอนคว่ำ ลูกวัย 3 เดือนหยุดหายใจคาเตียง

เด็กทารกแรกเกิดทุกคน มักจะมีอาการสะดุ้งหรือตกใจขณะนอนหลับ รวมทั้งการตื่นบ่อย ๆ เมื่อไม่มีแม่อยู่ใกล้ ๆ พ่อแม่หลาย ๆ คนมักจะให้ลูกนอนคว่ำเพื่อให้ลูกได้นอนหลับสบายและหลับสนิทมากขึ้น แต่การนอนคว่ำนั้น เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของโรคไหลตาย หรือการหลับไม่ตื่นในเด็กทารก นั่นเอง ดังเช่นข่าวการเสียชีวิตของทารกวัย 3 เดือน จากการนอนคว่ำนี้

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 8 มี.ค. 62 ศูนย์วิทยุกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุทารกน้อยวัย 3 เดือน ไม่หายใจ เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จึงเดินทางไปพร้อมกับหน่วยกู้ชีพลั่นทม โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา

เมื่อไปถึงพี่เลี้ยงเด็ก ได้รีบนำเด็กส่งให้เจ้าหน้าที่กู้ภัย นำตัวส่งโรงพยาบาลโดยทันที ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทำการ CPR เด็กทารกไปด้วย ก่อนจะประสานหน่วยกู้ชีพ ให้ทำการถ่ายเทเด็กทารกให้กันระหว่างทาง และทำการ CPR ต่อไปจนถึงโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เพื่อให้แพทย์ทำการช่วยเหลือ ก่อนที่แพทย์จะแจ้งเมื่อเวลา 12.30 น. ว่าเด็กทารกได้เสียชีวิตลงแล้ว

โรคไหลตาย
สาเหตุหลักของโรคไหลตายในทารกนั้นคือ การนอนคว่ำ

ด้าน นายณัฐวุฒิ ปักษี และนางสาวกัลยา ยมมณี พ่อและแม่ของเด็กทารกที่เสียชีวิต เปิดเผยด้วยน้ำตานองหน้าว่า ตามปกติจะฝากน้องให้พี่เลี้ยงดูแลในทุก ๆ เช้า ก่อนที่ตนเองทั้งสองคนจะออกไปทำงาน โดยทำอย่างนี้มานานกว่าสองเดือนแล้ว ไม่เคยมีปัญหาอะไร ส่วนสาเหตุการณ์เสียชีวิต แพทย์สันนิษฐานคาดว่าเด็กน่าจะนอนคว่ำหน้า แล้วเสียชีวิต โดยน้องมีเสมหะเยอะด้วย โดยก่อนที่เสียชีวิตน้องนอนก็คว่ำหน้า ซึ่งปกติน้องก็นอนคว่ำหน้าอยู่แล้ว พอถึงเวลากินนม พี่เลี้ยงก็ปลุกให้กินนม แต่พบว่าไม่หายใจ จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ ให้มาช่วยเหลือดังกล่าว ซึ่งตนเองก็ไม่ได้ติดใจการเสียชีวิตในครั้งนี้

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก : https://www.thairath.co.th/content/1514408

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ป้าหมอแนะ การนอนหลับที่ปลอดภัยสำหรับทารก เด็กนอนคว่ำ อันตรายแค่ไหน?

คำศัพท์ น้ำผลไม้

คำศัพท์ น้ำผลไม้ ภาษาอังกฤษน่ารู้ คลายร้อนแบบสนุกตามสไตล์เด็กสองภาษา

พอถึงหน้าร้อนทีไร คุณพ่อคุณแม่ต่างพยายามหาเคล็ดลับมาช่วยดับร้อนให้ลูกน้อยมากมาย โดยเฉพาะปีนี้ที่อุณหภูมิจะเพิ่มสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส นอกจากแอร์เย็นๆกับขนมหวานเย็นชื่นใจแล้ว “น้ำผลไม้” อาหารอีกชนิดที่ช่วยคลายร้อนให้เจ้าตัวน้อยได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องปริมาณน้ำตาลเกินขนาด หรือสารเจือปน แถมยังเก็บ คำศัพท์ น้ำผลไม้ เอาไว้สอนลูกๆได้อีกด้วย

มารู้จักกับ คำศัพท์ น้ำผลไม้  กับวิธีทำน้ำผลไม้สนุกๆไปด้วยกัน

ยิ่งในช่วงหน้าร้อนที่ผลไม้ประจำฤดูมีหลายชนิด เลือกซื้อได้ในราคาถูก จึงสามารถนำมาทำเป็นน้ำผลไม้ได้ให้ลูกกินได้ไม่เบื่อ นอกจากจะได้รับวิตามินและเกลือแร่ที่ดีต่อสุขภาพแล้ว ลูกยังได้รู้จักกับผลไม้ รวมถึงวิธีการทำน้ำผลไม้มากขึ้นด้วย ถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกเก่งภาษาอังกฤษ และพัฒนาสู่การเป็นเด็กสองภาษา ยังสามารถสอน คำศัพท์ น้ำผลไม้ ให้ลูกเรียนรู้ผ่านกิจกรรมง่ายๆในบ้านได้

เหมือนกับอ.คริสและน้องวิน ในรายการ KIDSTALK ช่วง DADDYTALKS ที่ใช้เวลาสั้นในวันว่างทำน้ำผลไม้ด้วยกัน  ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี แถมยังเรียนรู้บทสนทนา พร้อมกับ คำศัพท์ น้ำผลไม้ มากมาย สำหรับการทำน้ำผลไม้จะมี 3 วิธีหลักๆ คือ น้ำผลไม้คั้นสด น้ำผลไม้แยกกาก และน้ำผลไม้ปั่น หรือสมูทตี้

เด็กๆจะได้เรียนรู้ คำศัพท์ น้ำผลไม้ แตกต่างกันไป น้ำผลไม้คั้นสด นิยมใช้กับผลไม้ที่มีน้ำมาก เช่น ส้ม มะนาว  โดยจะนำมาปอกเปลือกออกแล้วใช้เครื่องคั้นบีบเพื่อให้น้ำผลไม้ออกมา ดื่มได้ทันทีหรือแช่เย็นก็อร่อยไม่ต่างกัน ชนิดที่สองคือ น้ำผลไม้แยกกาก ส่วนใหญ่นิยมใช้ผักและผลไม้สดมาผสมกัน มักเป็นผักผลไม้เนื้อแข็ง กากใยสูง เช่น แครอท แอปเปิ้ล ฝรั่ง เป็นต้น

โดยใส่ทั้งเปลือกลงในเครื่องคั้นน้ำผลไม้แบบแยกกาก แล้วจะได้น้ำผักผลไม้ที่ยังคงเก็บสารอาหารและเอนไซม์มีชีวิตไว้ได้ที่สุด ควรดื่มทันทีเพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์เต็มที่ อย่างสุดท้ายคือ น้ำผลไม้ปั่น หรือสมูทตี้ เป็นเครื่องดื่มที่เด็กๆน่าจะชอบที่สุด เพราะหอมหวานและได้ดื่มเกล็ดน้ำแข็งเย็นๆด้วย วิธีทำจะต้องนำน้ำผลไม้คั้นมาปั่นเข้ากับน้ำแข็งเกล็ดจนได้เนื้อเนียนละเอียด เด็กๆสามารถผสมรสชาติของสมูทตี้ได้หลากหลายตามใจชอบ ถ้ากินไม่หมดยังแช่ตู้เย็นเก็บไว้กินต่อได้ด้วย

ใน EP นี้ อ.คริสและน้องวินจะชวนมาทำน้ำผลไม้ทั้งสามชนิดนี้ พร้อมๆกับเรียนรู้ประโยคและ คำศัพท์ น้ำผลไม้ มากมาย สิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ลืมคือ การสอนให้ลูกเป็นเด็กสองภาษาที่พูดได้ 1 คำ 2 สำเนียง เช่นคำว่า carrot, strawberry, apple และ syrup เวลาพูดกับคนไทยต้องออกเสียอย่างหนึ่ง แต่เวลาพูดกับฝรั่งต้องใช้สำเนียงอีกอย่าง เพื่อให้เป็นการสื่อสารเหมือนเจ้าของภาษาจริงๆ

อยากรู้กันแล้วใช่ไหมว่า น้องวินจะทำน้ำผลไม้สำเร็จหรือไม่ แล้วจะอร่อยสดชื่นถูกใจอ.คริสหรือเปล่า ตามมาดู คำศัพท์ น้ำผลไม้ กันในตอน ชวนลูกน้ำผลไม้ กับรายการ KidsTalk ช่วง DaddyTalks  กันเลยค่ะ

 

มาทบทวนประโยคและ คำศัพท์ น้ำผลไม้ กันอีกครั้งนะคะ

vegetable    ผัก

fruit            ผลไม้

tangerine   ส้มเขียวหวาน

lemon        มะนาวเหลือง / เลมอน

lime            มะนาวเขียว

peel            ปอกเปลือก

peel the orange   ปอกเปลือกส้ม

pull it         ดึงออก

talk off      ถอด

filter          ตัวกรอง

seed           เมล็ด

take a sip   จิบสักนิด

bottoms up   หมดแก้ว

stem            ก้าน

look it up    หาความหมาย

put on the lid    ปิดฝา

juicer / juice extractor    เครื่องคั้นน้ำผลไม้แยกกาก

watermelon smoothie      น้ำแตงโมปั่น

blender / blending machine    เครื่องปั่นน้ำผลไม้

jug               เหยือกมีหู

jar                 โอ่ง /โหล

dig your finger into the peel      จิกเล็บลงไปในเปลือกส้ม

split it up in half    แบ่งครึ่ง

put your who thumbs in there and split it in half   เอานิ้วจิกลงไปแล้วแบ่งครึ่ง

Throw the orange in another one    ใส่ส้มลงไปในอีกอัน

we are going to make freshly squeezed orange juice   เราจะมาทำน้ำส้มคั้นสด

do it as hard as you can    กดให้แรงที่สุดเท่าที่ทำได้

I want to take off the seed     ผมอยากเอาเมล็ดส้มออก

The seed is in the middle the apple  เมล็ดอยู่กลางผลแอปเปิ้ล

we don’t put in any syrup    เราไม่ใส่น้ำเชื่อม

เป็นอย่างไรกันบ้างกับประโยคและ คำศัพท์ น้ำผลไม้ ที่ใช้คุยกับลูก เมื่อรู้แล้วคุณพ่อคุณแม่สามารถนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร คุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ