สายตา

ลูกฉลาด ถ้าฉลาดดูแลสายตา

สายตา เป็นเรื่องของการมองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัว คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมคะว่า มุมมองของลูกน้อยที่ผ่านกระบวนการคิดมาอย่างดีเยี่ยมมาจากจุดเริ่มต้นในการใช้สายตาในการมองเห็น เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ขึ้นนั่นเองค่ะ อยากให้เด็กๆ สายตาดี สมองฉลาด จะต้องทำไง มารู้พร้อมกันค่ะ

 

ดวงตากับสมอง มีความเกี่ยวข้องกันยังไง ?

สายตา

คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมคะว่า สายตา ที่ดีของลูกต้องมาจากดวงตาที่สมบูรณ์ และดวงตามีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กโดยตรง นั่นก็เพราะว่า “ดวงตา” กับ “สมอง” เป็นอวัยวะที่มีส่วนเชื่อมต่อกันนั่นเองค่ะ 1 ใน 3 ของเซลล์ประสาทบนสมองส่วนคอร์เท็กซ์ (Cortex brain) ถูกเชื่อมโยงด้วยเส้นประสาทที่มาจากดวงตา ซึ่งสมองส่วนคอร์เท็กซ์จะทำหน้าที่ในการคิดวิเคราะห์ เรียนรู้ คำนวณ อ่านเขียน ตัดสินใจ ความมีเหตุและผล เป็นต้น

 

กินอะไรบำรุงสายตาดี สมองฉลาด

อยากให้ลูกน้อยมีสายตาดี ต้องส่งเสริมให้ได้ทานอาหารบำรุงสายตากันค่ะ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่กำลังอยู่ในวัยเรียน จำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์มาบำรุงอย่างหลากหลายครบถ้วน และนี่คือหนึ่งในอาหารที่ดีต่อสุขภาพดวงตาของลูกค่ะ

สายตา

  • ลูทีน

มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยในการชะลอการเกิดต้อกระจก และโรคจอประสาทตาเสื่อม ปกป้องดวงตาจากอนุมูลอิสระรอบด้าน พบมากใน ผักโขม ไข่แดง ข้าวโพด บร็อคโครี่ กีวี (กีวี 1 ลูก 100 กรัม มี    ลูทีนสูงถึง 171 ไมโครกรัม)

สายตา

  • โอเมก้า 3 , 6 , 9 (กรดไขมันจำเป็นร่างกายสร้างเองไม่ได้)

เป็นกรดไขมันชนิดดี ช่วยส่งเสริมพัฒนาการระบบประสาทและสมองให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่  สำคัญยังช่วยบำรุงดวงตาให้มีสุขภาพดี โอเมก้า 3 , 6 , 9 พบมากในปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน และผลกีวี เป็นต้น

ดวงตาเป็นหน้าต่างของสมอง ยิ่งลูกได้เห็นยิ่งได้เรียนรู้ ซึ่งแค่การทานอาหารตามวัยคงไม่พอ โดยเฉพาะ ในด็กวัยเรียน ที่ต้องใช้สมองในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายที่ได้พบเห็นในแต่ละวัน แนะนำว่าในเด็กวัยนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรเสริมนมให้ลูกดื่มทุกวัน ดัชมิลล์ เจ็นไอ วีคิว พลัส Dutch Mill GEN i Vi-Q+ นมสำหรับเด็กวัยเรียนที่อุดมไปด้วย สารอาหารบำรุงสายตา และสมองให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สายตา

ดัชมิลล์ เจ็นไอ วีคิวพลัส Dutch Mill GENi Vi-Q+ มีโอเมก้า 3 6 9 ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบประสาท สร้างความแข็งแรงให้ เซลล์สมอง และยังมีทูลีนธรรมชาติที่ได้จากผลกีวี เป็นลูทีนที่ระบบทางเดินอาหารในร่างกายดูดซึมได้ดี ทำ ให้ส่งผ่านกระแสเลือดไปใช้ประโยชน์กับจุดรับภาพในดวงตา ซึ่งจะส่งผลดีต่อการมองเห็นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

อยากให้ลูกเป็นเด็กฉลาด มีพัฒนาการการเรียนรู้ดี คิดไว้ จำแม่น ต้องบำรุงดวงตาลูกให้แข็งแรงนะคะ

ดัชมิลล์ เจ็นไอ วีคิวพลัส ขอชวนคุณแม่มาช้อปกับโปรโมชั่นสุดคุ้ม ในแคมเปญ Baby Aloha มอบราคาพิเศษที่ Lazada ตั้งแต่วันที่ 17-19 กรกฎาคม 2562 นี้เท่านั้น! คลิกเล้ยย http://bit.ly/KOLAmarinBabyAloha

สายตา

โทษของบุหรี่

น้องชายสั้นลง-เซ็กส์เสื่อม โทษของบุหรี่ ที่ผู้ชายควรรู้

โทษของบุหรี่ นั้นมีมากมายหลายข้อ ทั้งผลเสียทางด้านสุขภาพกับตัวผู้สูบเองและคนรอบข้าง ยังรวมถึงผลเสียต่อสมรรถภาพทางเพศอีกด้วย

น้องชายสั้นลง-เซ็กส์เสื่อม โทษของบุหรี่ ที่ผู้ชายควรรู้

โทษของบุหรี่ ต่อสมรรถภาพทางเพศ

อย่างที่ทราบกันดีว่าบุหรี่นั้นมีโทษมากมายมหาศาล ทั้งกับตัวผู้สูบเองและคนรอบข้าง โดยเฉพาะผลเสียต่อสุขภาพ เพราะบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็งในระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจความดันโลหิตสูง ฯลฯ โดยการสูบบุหรี่ไม่ได้ทำให้เกิดโรคทันทีทันใด แต่สารพิษจะค่อย ๆ สะสมในร่างกายและก่อให้เกิดโรคกับตัวผู้สูบได้ในอนาคต

และนอกจากจะเกิดผลเสียกับตัวผู้สูบเอง ควันบุหรี่ที่พ่นออกมาจากปากและจมูกของผู้สูบนั้น สามารถก่อให้เกิดโรคและผลเสียต่อสุขภาพของบุคคลรอบข้างที่ต้องสูดดมควันและได้กลิ่นควันอีกด้วย โดยควันที่ผู้สูบพ่นออกมาและฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ ทำให้ผู้ที่อยู่โดยรอบต้องสูดดมเข้าไป ควันเหล่านี้คือสารพิษที่สามารถเข้าไปทำลายสุขภาพของผู้ที่สูดดมควันบุหรี่มือสองเข้าไป โดยเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งกว่า 200 ชนิด สำหรับควันบุหรี่มือสาม เป็นควันที่ตกค้างอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ เฟอร์นิเจอร์ สิ่งของ เสื้อผ้า และวัตถุอื่น ๆ ทำให้สารพิษเกาะติดอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการสูบบุหรี่ ส่งผลเสียต่อผู้อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมนั้น ซึ่งสารพิษจากควันบุหรี่มือสามเป็นชนิดที่เหมือนกันกับควันมือหนึ่งและมือสองทั้งหมด ที่เต็มไปด้วยสารก่อมะเร็งกว่า 200 ชนิดด้วยกัน

บุหรี่

การที่บุหรี่ไม่ได้ทำให้เกิดโรคในทันทีทันใด อาจทำให้ผู้สูบยังชะล่าใจว่าก็ยังสูบได้ ทั้งตนเองและคนรอบข้างก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ลองมาดูข้อมูลต่อไปนี้กันค่ะ

ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้ว โดย นพ.เออร์วิน โกลด์สตีน นักวิจัยจากศูนย์วิจัยการแพทย์ มหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา (The Boston University School of Medicine) ซึ่งได้ทำวิจัยถึงผลกระทบของการสูบบุหรี่ต่อภาวะการขยายตัวของอวัยวะเพศในเพศชาย และพบว่า ควันบุหรี่เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้อวัยวะเพศสั้นและหดตัวลงมากกว่าปกติ โดยผลวิจัยดังกล่าวระบุว่า อาการที่ว่านั้นเรียกว่า Penis Shrinkers หรือ “องคชาตหดตัว” ซึ่งเกิดจากการสูบบุหรี่ โดยควันบุหรี่จะเข้าไปทำลายหลอดเลือดและเนื้อเยื่อองคชาตให้มีความยืดหยุ่นน้อยลง ภาวะนี้ไม่ได้ทำให้น้องชายค่อย ๆ สั้นลงไป แต่เป็นภาวะที่อวัยวะเพศจะตื่นตัวได้ไม่เต็มที่เมื่อถึงเวลาต้องปฏิบัติการบางอย่าง ทำให้ดูเหมือนว่าอวัยวะเพศที่เคยดูยาว ๆ จะสั้นลงไป ซึ่งภาวะนี้ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจและความสุขทางเพศของผู้ชายเป็นอย่างมาก

ยังมีการวิจัยอีกหลายชิ้นที่ให้ผลตรงกันว่า ผู้ชายที่สูบบุหรี่เกินวันละ 1 ซอง มีโอกาสที่จะได้รับความทุกข์ทรมานจากภาวะไร้สมรรถภาพทางเพศ มากกว่าผู้ชายซึ่งไม่สูบบุหรี่ถึงเกือบ 40% และในกลุ่มของผู้ที่ไร้สมรรถภาพทางเพศมีประมาณเกือบ 10% ที่มีภาวะอวัยวะเพศไม่แข็งตัว ซึ่งเมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียด ก็พบอัตราส่วนที่แตกต่างกันระหว่างผู้ที่สูบบุหรี่จัดและผู้ที่สูบบุหรี่ในอัตราปกติ โดยพบว่า ผู้ที่สูบบุหรี่ถึงวันละ 20 มวน จะมีภาวะอวัยวะเพศไม่แข็งตัวสูงกว่าผู้ที่ไม่สูบถึง 24% และคนที่สูบบุหรี่เกินวันละ 20 มวน จะมีภาวะอวัยวะเพศไม่แข็งตัวสูงถึง 39%

สาเหตุที่บุหรี่ทำให้เกิดภาวะเหล่านี้ เป็นเพราะสารนิโคตินในบุหรี่จะเข้าไปกระตุ้นการบีบตัวของหลอดโลหิต ทำให้ระดับฮอร์โมนในเลือดลดต่ำลง โดยเฉพาะฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ควบคุมลักษณะทางเพศของเพศชาย ทำให้การผลิตน้ำอสุจิลดลง นอกจากนี้ นิโคตินยังทำให้การรวมตัวของกรดไขมันในเลือดเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อภาวะอุดตันและการไหลเวียนเลือดที่บริเวณอวัยวะเพศชายผิดปกติ

นี่ยังไม่รวมปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ของบุหรี่ที่เกี่ยวข้องกับการหมดความรู้สึกทางเพศ เช่น การสูบบุหรี่ทำให้เกิดกลิ่นปาก กลิ่นตัวแรง ผมและเสื้อผ้ามีกลิ่นเหม็น ทำให้ฟันและนิ้วมือเหลือง ซึ่งถ้าคุณมีอาการหรือลักษณะเช่นนี้ ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายก็เชื่อว่า ความรู้สึกที่อีกฝ่ายหนึ่งอยากมีเพศสัมพันธ์ด้วยคงลดลงไปอีกมากทีเดียว

ขอบคุณข่าวจาก : www.thairath.co.th

นี่เป็น โทษของบุหรี่ ที่เห็นผลเสียในทันทีที่เริ่มสูบเลยนะคะ ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้ความสุขทางเพศหายไปตลอดชีวิต ควรเลิกบุหรี่แล้วหันไปดูแลสุขภาพร่างกายกันดีกว่าค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 7 เทคนิคการเลิกบุหรี่ ที่เลิกได้ขาดและเห็นผล

รีวิวเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson v11 absolute

รีวิวเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson v11 absolute จัดเต็มทุกฟังก์ชั่น

รีวิวเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson v11 absolute ขอบอกว่าจะทำให้ลืมการทำความสะอาดบ้านวิธีเดิมๆ ไปเลยค่ะ รับรองได้บ้านสะอาด ช่วยสุขภาพคนในครอบครัวดีด้วยค่ะ

รีวิวเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson v11 absolute
แบบเน้น ๆ จัดเต็มทุกฟังก์ชั่น

ในเวลาเร่งรีบมีแค่ Dyson v11 absolute เครื่องดูดฝุ่นไร้สายอัจฉริยะ ก็ช่วยให้การทำความสะอาดบ้านกลายเป็นเรื่องง่ายในพริบตาเดียว สะอาดล้ำลึกหมดจดปราศจากฝุ่น เศษผง ไรฝุ่น สิ่งสกปรกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน,โซฟา, พรม ทุกซอก ทุกมุม ภายในบ้าน จะช่วยให้ได้บ้านสะอาด แถมสุขภาพเด็กๆและคนในครอบครัวดีอีกด้วยค่ะ

สำหรับการ รีวิวเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson v11 absolute มีอุปกรณ์มาให้ประกอบไปด้วย

  • ตัวเครื่อง Dyson ดิจิทัลมอเตอร์ รุ่น V11
  • ด้ามอะลูมิเนียมยาว ด้ามจับถอดได้เพื่อการดูดทำความสะอาดจากระยะไกล
  • คลิปใส
  • แท่นวางเครื่องดูดฝุ่น
  • สายชาร์จแบต
  • ถังเก็บฝุ่น กลไกการทิ้งฝุ่นแบบ point & shoot

ซึ่งจากการได้ รีวิวเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson v11 absolute ก็ยังพบว่ามาพร้อมอุปกรณ์หัวดูดทำความสะอาด 2 หัว และอุปกรณ์หัวดูดเสริมอีก 5 ชิ้น

  • หัวดูดทำความสะอาดแรงหมุนสูง
  • หัวดูดแบบลูกกลิ้งนุ่ม
  • หัวดูดมอเตอร์ขนาดเล็ก
  • หัวดูด 2 in 1
  • หัวดูดปากแคบ
  • แปรงดูดฝุ่นฝังแน่น
  • แปรงปัดฝุ่นขนนุ่ม

ความพิเศษของเครื่องดูดฝุ่น Dyson V11 Absolute รุ่นใหม่ล่าสุดนี้นะคะ มีพลังดูดในการทำความสะอาดมากถึง 185 แอร์วัตต์ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในท้องตลาดขณะนี้เลยค่ะ และมาพร้อมกับมี HEPA filter ที่สามารถกำจัดฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงสุด 0.3 ไมครอน ได้ถึง 99.97% เช่น พวกแบคทีเรีย, ฝุ่นละอองและสารก่อภูมิแพ้

โดยมีระบบหน้าจอ LCD กับโหมดการใช้งาน 3 โหมด Eco Auto และ Boost ซึ่งจากการที่บอมเบย์ได้ รีวิวเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson v11 absolute ในครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่สามารถในการใช้งานทำความสะอาดได้หลากหลายตอบโจทย์ความต้องการจริงๆ

คลิป รีวิวเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson v11 absolute
แบบเน้นๆ จัดเต็มทุกฟังก์ชั่น!

ติิดตามคลิปวีดีโอดีๆ กับ Super Nanny จาก Youtube channel : Amarin Baby & Kids

 

อ่านต่อบทความน่าสนใจของ Super Nanny 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ยาลดไข้แบบเหน็บ

แม่สนไหม? ยาลดไข้แบบเหน็บ สำหรับเด็กที่กินยายาก

เมื่อลูกเป็นไข้ อีกงานหนึ่งที่ยากสำหรับคนเป็นแม่คือการป้อนยาลูก โดยเฉพาะเด็กที่ไม่ชอบกินยา กินแล้วอ้วกออกบ้าง หรือไม่ยอมกินบ้าง จึงได้มีการนำ ยาลดไข้แบบเหน็บ มาใช้เพื่อลดไข้ลูก ยาพารานี้จะใช้อย่างไร มาดูกันค่ะ

แม่สนไหม? ยาลดไข้แบบเหน็บ สำหรับเด็กที่กินยายาก

ยาพาราใช้แก้อะไร?

พาราเซตามอลสามารถบรรเทาปวดจากสาเหตุต่าง ๆ ได้หลากหลาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดจากข้อเสื่อม ปวดกล้ามเนื้อ และใช้เป็นยาลดไข้ พาราเซตามอลที่เป็นยาเดี่ยวจะบรรเทาอาการปวดขั้นอ่อนถึงปานกลางเท่านั้น ไม่มีผลต่ออาการปวดขั้นรุนแรง เช่น แผลผ่าตัดใหญ่ หรือมะเร็ง และไม่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ สำหรับ ยาลดไข้แบบเหน็บ ก็สามารถบรรเทาอาการปวดจากสาเหตุต่าง ๆ ได้เหมือนยาพาราแบบทานทั่ว ๆ ไป คือ ใช้บรรเทาอาการไข้ ตัวร้อน ปวดศีรษะซึ่งเกี่ยวเนื่องกับหวัด แต่ขนาดยาพาราเซตามอลจะมีปริมาณยาเพียง 125 มิลลิกรัม เหมาะสำหรับเด็กทารก เด็กที่ไม่ชอบรับประทานยา หรือให้ยาขณะหลับ และผู้ป่วยที่รับประทานยาไม่ได้ เช่น หลังผ่าตัด หรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียนอยู่

วิธีการใช้ ยาลดไข้แบบเหน็บ

  1. ล้างมือให้สะอาด
  2. ให้ลูกนอนคว่ำหรือตะแคงแล้วคว่ำสะโพกลง
  3. ใช้มือข้างที่ไม่ถนัดจับก้นลูกทั้ง 2 ด้าน โดยใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้ช่วยแหวกให้ก้นขยายออก
  4. ใช้มือข้างที่ถนัดจับยาให้ที่มีปลายแหลมชี้ออกมา
  5. ค่อย ๆ สอดยาเข้าไปที่ทวารช้า ๆ และเบา ๆ จนสุด
  6. ปล่อยให้ลูกนอนในท่าเดิมประมาณ 10-15 นาที (สำหรับเด็กทารก ขณะที่ลูกนอนคว่ำ ควรมีผู้ปกครองดูแลอยู่ตลอดเวลา)

ดูคลิปวิธีการใช้ ยาลดไข้แบบเหน็บได้ที่นี่

ขอบคุณ Dr. Pakky หม่ามี้หมอเด็ก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ขนาดการใช้ยา และข้อควรระวังในการใช้ยาพาราแบบเหน็บทวาร

เรียนก่อนเกณฑ์

ส่งลูก เรียนก่อนเกณฑ์ ต้นเหตุ เด็ก 8 ขวบคิดฆ่าตัวตาย

ซึมเศร้าในเด็ก ภัยเงียบที่อาจคร่าชีวิตเด็กคนหนึ่งไป หากพ่อแม่ไม่ทันได้สังเกตและรักษาได้ทัน ดังเช่น อุทาหรณ์จากคุณแม่ท่านหนึ่งที่ลูกวัย 8 ขวบคิดอยากฆ่าตัวตายเพราะ เรียนก่อนเกณฑ์

ส่งลูก เรียนก่อนเกณฑ์ ต้นเหตุ เด็ก 8 ขวบคิดฆ่าตัวตาย

ทีมงาน Amarin Baby & Kids ขอนำอุทาหรณ์จากคุณแม่ท่านหนึ่งที่ให้ลูกเข้าเรียนก่อนลูกจะอายุถึงเกณฑ์หรือ เรียนก่อนเกณฑ์ จนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ลูกเป็นโรคซึมเศร้าในเด็ก จนคิดอยากฆ่าตัวตาย

ลูกของคุณแม่ท่านนี้ เรียนอยู่ในชั้น ป.3 ในขณะที่มีอายุ เพียง 8 ขวบ เนื่องจากเข้าเรียน ป.1 ตั้งแต่อายุ 5 ขวบปลาย ๆ ทำให้เริ่มรู้สึกเก็บกดและเครียดกับการเรียนจากการเข้าเรียนไว และรับวิชาการมากเกินไป จึงเข้ากับเพื่อน ๆ ไม่ค่อยได้ เพราะอายุที่แตกต่างกับเพื่อนร่วมห้องถึง 2 ปี ซึ่งตามเกณฑ์ปกติเข้าเรียน ป.1 ต้องมีอายุ 7 ขวบ แต่ที่ส่งลูกเข้า เรียนก่อนเกณฑ์ เนื่องด้วยต้องทำงาน ตอนลูกเรียนอนุบาลไม่ได้มีปัญหาอะไร ก่อนย้ายมาเข้า ป.1 ที่โรงเรียนแห่งใหม่ สอบถามและแจ้งครูที่รับเข้าเรียนว่าอายุลูกไม่ถึงเกณฑ์เรียนได้ไหม จะให้ซ้ำชั้นหรือเปล่า ครูบอกไม่เป็นอะไร จึงตัดสินใจให้ลูกเข้าเรียน ป.1 โดยระหว่างเรียน คุณแม่ได้คอยถามไถ่ด้วยความห่วงใยกับครูประจำชั้นตลอดว่าลูกเรียนได้ไหม ก็ได้รับคำตอบว่าเรียนได้ดี และยังได้เกรด 4 ทุกวิชาด้วย จึงได้เบาใจและคิดว่าลูกจะมีความสุขกับการเรียน

ตอนเรียน ป.1 เป็นปกติดี พอ ป.2 เริ่มเป็นคนเงียบ ถามไม่ตอบ เวลาเรียนจะนั่งเศร้า เหม่อลอย ต่อมามีอาการชอบเก็บตัวคนเดียวในห้อง ชวนไปไหนก็ไม่ไป ไม่อยากเจอเพื่อน ไม่อยากเข้าสังคม จากเด็กร่าเริงกลายเป็นเด็กที่เงียบ ไม่ค่อยพูดกับใคร

จนเมื่อลูกเรียนอยู่ในชั้น ป.3 พอเปิดเทอมได้ 1 อาทิตย์ ลูกอายุใกล้จะ 8 ขวบ ส่วนเพื่อนร่วมห้องอายุ 9 ขวบ บางทีเล่น หรือหยอกกัน ลูกปรับตัวกับเพื่อนไม่ได้ และเรียนวิชาการเยอะเกินสำหรับเด็กจะ 8 ขวบ จนลูกสาวเครียด เบื่อ รู้สึกไม่รับรู้ และเริ่มมีอาการหนัก คือ ไม่อยากไปโรงเรียน เมื่อถึงเวลาจะไปโรงเรียนลูกจะร้องงอแง พอใกล้ถึงโรงเรียนจะมีอาการสั่น จิกตามเข็มขัดนิรภัย ไม่ยอมลงจากรถ ถึงโรงเรียน เมื่อครูถามจะไม่ตอบไม่พูด มีอาการเหม่อลอย และเมื่อกลับจากโรงเรียน ปกติจะมากอดมาหอมแก้มแม่ทุกครั้ง แต่พอมีอาการลูกจะไม่คุย ไม่มองหน้าใครเลย ชอบขังตัวเองคนเดียวอยู่ในห้อง (อ่าน ฮิคิโคโมริ โรคอันตรายของเด็กที่อยู่แต่ในห้อง กลัวการเข้าสังคม) ชวนไปไหนก็ไม่ไป และสังเกตุได้ว่าลูกชอบเล่นกับหมา แล้วใช้ความรุนแรงกับหมา หลัง ๆ เริ่มมีอาการกัดเล็บเวลาเครียดด้ว

โรคซึมเศร้าในเด็ก
โรคซึมเศร้าในเด็ก

ในที่สุด คุณแม่จึงพาลูกไปหาหมอ และหมอได้วินิจฉัยว่าลูกเป็น “ซึมเศร้าในเด็ก” ซึ่งในตอนแรกคุณแม่ไม่เชื่อ เพราะเข้าใจว่าโรคนี้เป็นแต่กับผู้ใหญ่ และคุณหมอยังบอกอีกว่า ลูกบอกไม่อยากอยู่บนโลกนี้แล้ว คิดจะตายแล้ว ตอนนี้ลูกเหมือนเดินอยู่บนเส้นด้าย มีโอกาสพลัดตก ร่วงหล่นได้ทุกเวลา

หลังทราบข่าวร้ายจากคุณหมอ และได้ฟังเรื่องราวความจริงต่าง ๆ ของลูกที่ต้องเจอในโรงเรียน จึงได้นึกย้อนเหตุการณ์ต่างๆ ตามยิ่งทำให้คุณแม่รู้สึกเสียใจ และไม่คาดคิดว่าความหวังดีของ “พ่อ แม่” จะเป็นอาวุธร้าย ทำลายลูกโดยไม่รู้ตัว สาเหตุของโรค หลังคุณหมอได้คุยกับลูก ระบุว่าเกิดจากปัจจัยหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะ “อายุเข้าเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ (เรียนก่อนเกณฑ์)”

“ตอนหมอบอกว่าลูกเป็นโรคซึมเศร้า แม่ได้ยินร้องไห้ไม่อายหมอเลย ไม่คิดว่าการที่น้องเก็บกดจากการเรียน การที่อายุต่างจากเพื่อนจะมีผลขนาดนี้ รู้ว่าพ่อแม่หวังดีกับลูก แต่สุดท้ายความหวังดีอาจทำร้ายลูกไม่รู้ตัว เด็กบางคนรับได้ แต่เด็กบางคนอาจจะรับไม่ได้ อยู่ที่หลายๆ อย่างด้วย บางคนจำใจรับ ไม่ต้องการแต่ไม่กล้าพูด ไม่กล้าบอก พ่อแม่บางคนคิดว่าไม่เกี่ยว แต่พอเจอกับตัวเองก็เพิ่งมาเข้าใจเหมือนกัน” คุณแม่กล่าวด้วยน้ำเสียงสลด

คุณหมอกล่าวกับคุณแม่ว่า เด็กแต่ละอายุจะมีการพัฒนาการต่างกัน เช่น เด็กอายุ 3 เดือนกับเด็กอายุ 6 เดือน แม้จะห่างกันแค่ 3 เดือน แต่จะมีความแตกต่างกันหลายๆ อย่าง ทั้งอารมณ์ พัฒนาการต่างๆ ความคิด ซึ่งจากการได้พูดคุย ลูกของคุณแม่ เคยโดนเพื่อนแกล้งเล่น ขังในห้องน้ำ จนทำให้ไม่อยากไปเรียน เพราะไม่มีความสุข

ด้านการรักษา คุณหมอให้ยามากิน นัดพบทุก 2 อาทิตย์ และเดือนละครั้ง เพื่อติดตามอาการและประเมินการรักษาผลจากยาที่ให้กิน มีปฏิกิริยาอะไรบ้าง ซึ่งจากเดิมให้กินยาวันละมื้อ แค่ตอนเช้า แต่ยังไม่ได้ผล ตอนนี้หมอเปลี่ยนยา และเพิ่มขนาดยาให้มากขึ้น สำหรับพ่อแม่ในการช่วยบำบัดอาการของลูก คุณหมอแนะนำวิธีเธอว่า ต้องเข้าใจลูกให้มากขึ้น คอยสังเกตอาการลูก ถ้าเริ่มมีอาการ ให้กอดหรือพูดคุยกับลูก หากิจกรรมให้ทำ ไม่กดดันลูก มีเวลาให้ลูกมากขึ้น โดยเธอจะให้ลูกเรียนดนตรี เพื่อดนตรีจะช่วยบำบัดลูกได้อีกทาง และคุณแม่ยังป้องกันด้วยการย้ายให้ลูกมาอยู่โรงเรียนเล็ก ๆ ที่ไม่มีตึกสูง ในห้องมี 10 กว่าคน เพื่อให้ครูได้ดูแลทั่วถึง โรงเรียนมีพักเบรก เรียนแค่ไม่กี่วิชา คุณแม่ยังบอกอีกว่าแม่อยากให้เรื่องนี้ที่เกิดกับครอบครัวแม่ ให้คนอื่นรับรู้ ได้นำไปแก้ไขก่อนที่จะสาย บางทีให้ลูกเข้า เรียนก่อนเกณฑ์ ก็ไม่ได้เป็นผลดี ให้ลูกโตและพัฒนาไปตามวัยดีกว่า ช้าหน่อยแต่ดีกว่าไปกดดันลูก เด็กแต่ละคนไม่ได้เหมือนกันทุกคน

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ เรียนก่อนเกณฑ์ จนเป็นโรคซึมเศร้าในเด็ก จะมีอาการอย่างไร?

ตรวจสุขภาพ ที่ไหนดี

ตรวจสุขภาพ ที่ไหนดี? 8 รพ.รัฐ-เอกชน ที่ราคาไม่เกิน 3,000

ตรวจสุขภาพ ที่ไหนดี? เปรียบเทียบราคาและโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี 2562 ของโรงพยาบาลรัฐ และโรงพยาบาลเอกชน ที่ราคาไม่เกิน 3,000 บาท ได้ที่นี่เลยค่ะ

ตรวจสุขภาพ ที่ไหนดี? 8 รพ.รัฐ-เอกชน ที่ราคาไม่เกิน 3,000

8 โรงพยาบาลรัฐและเอกชน ที่ค่าตรวจสุขภาพไม่เกิน 3,000 บาท

ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

1. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

โปรแกรม 1 สำหรับผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป ราคา 1,180 บาท

  • ตรวจน้ำตาลในเลือด FBS
  • ตรวจสมรรถภาพของตับ AST,ALT,ALP
  • ตรวจสมรรถภาพไต BUN , Cr
  • ตรวจไขมันในเลือด CHO,TG,HDL
  • ตรวจกรดยูริค Uric acid
  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด CBC
  • เอกซเรย์ปอด Chest X-Ray
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG
  • ตรวจปัสสาวะ Urine Examination
  • พบแพทย์ Physical Examination
  • รับสมุดรายงานผลการตรวจสุขภาพ 1 เล่ม

โปรแกรม 2 สำหรับผู้ที่อายุน้อยกว่า 35 ปี ราคา 410 บาท

  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด CBC
  • ตรวจปัสสาวะ Urine Examination
  • เอกซเรย์ปอด Chest X-Ray
  • พบแพทย์ Physical Examination

2. โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี

ตรวจสุขภาพ
ข้อมูลจาก www.nopparat.go.th

3. โรงพยาบาลกลาง

ข้อมูลจาก www.klanghospital.go.th
ข้อมูลจาก www.klanghospital.go.th

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ตรวจสุขภาพ ที่ไหนดี? 8 รพ.รัฐ-เอกชน ที่ราคาไม่เกิน 3,000

ผู้ชายทำงานบ้าน

ผลวิจัยชี้ชัด! ผู้ชายทำงานบ้าน จะทำให้ฉลาด สุขภาพแข็งแรง

วิจัยชี้! ผู้ชายทำงานบ้าน จะทำให้ฉลาด ไอคิวสูง ทางลัดง่ายๆ เพื่อคุณสามีโดยเฉพาะ อยากเป็นคนฉลาด มีไอคิวสูง แถมสุขภาพดี รีบจับไม้กวาดให้ไวเลย!

จริงหรือ? ผู้ชายทำงานบ้าน จะทำให้ฉลาด มี IQ สูง แถมอายุยืน

การที่ ผู้ชายทำงานบ้าน หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา คนไทยเรามักจะติดกับภาพลักษณ์ของคู่สามีภรรยาว่าฝ่ายชายจะต้องทำงานหาเงินเข้าบ้าน ส่วนฝ่ายหญิงจะเป็นคนเลี้ยงลูกดูแลบ้าน

แต่ปัจจุบันภาพลักษณ์แบบนั้นได้เปลี่ยนไปมากแล้ว เพราะทั้งสามีและภรรยาต่างก็ต้องออกไปทำงานนอกบ้านด้วยกันทั้งคู่ เพื่อตั้งหน้าตั้งตาหารายได้มาจุนเจือครอบครัว ทำให้เวลาส่วนใหญ่ต้องหมดไปกับการทำงานและใช้ชีวิตนอกบ้าน จนบางทีคุณภรรยาก็อาจหลงลืม หรือเหนื่อยล้าเกินกว่าที่จะต้องกลับมาทำงานบ้านต่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในครัว เรื่องเงิน เรื่องลูก ฯลฯ เยอะแยะมากมาย ซึ่งถ้าปล่อยให้เป็นแต่หน้าที่ของผู้หญิง หรือภรรยาอย่างเดียว ก็อาจนำไปสู่ความไม่พอใจและทะเลาะกันได้ในที่สุด

ซึ่งเว็บไซต์ Gleeden.com ได้ทำการสำรวจกับผู้หญิงกว่า 10,000 คนที่เข้ามาใช้บริการจากทั่วโลก พบว่า… กว่า 72% ของผู้หญิงทั้งหมด ให้ความเห็นว่าที่พวกเธอนอกใจอีกฝ่ายเป็นเพราะพวกผู้ชายไม่ยอมช่วยเหลือในการทำงานบ้าน

นอกจากนี้ยังมีผู้หญิงอีก 18% ที่ตอบแบบสอบถาม บอกว่า พวกเธอสูญเสียการมีอะไรกับคู่รักไปเป็นระยะเวลานาน เพราะผู้ชายไม่แม้แต่จะยื่นมือเข้ามาช่วยทำงานบ้าน ทำให้พวกเธอเบื่อหน่ายกับเรื่องเหล่านี้มาก

 

Must read :  10 ข้อเช็คเลยเรื่องอะไรที่ สามีภรรยาทะเลาะกัน มากที่สุด

 

นอกจากเหตุผลเหล่านี้ ยังมีเหตุผลอื่นๆ อีกที่คุณผู้หญิงต้องบอกลาคู่รักของตัวเอง เช่น ความสัมพันธ์บนเตียง ที่ฝ่ายชายไม่สามารถพาพวกเธอไปถึงฝั่งฝันได้

จากการศึกษาในปี 2015 ของศาสตราจารย์นิเวศวิทยาในภาควิชานิเวศวิทยา Matt Johnson จาก มหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา พบว่า ผู้ชายที่รับรู้และตระหนักถึงการทำงานบ้านเป็นประจำ จะมีเพศสัมพันธ์บ่อยและสร้างความพึงพอใจให้ผู้หญิงได้มากกว่าผู้ชายที่ไม่ค่อยทำงานบ้าน

ซึ่งถ้าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณผู้ชายต้องหันมาช่วยภรรยาทำงานบ้านบ้างแล้ว และถ้ายิ่งได้อ่านผลวิจัยนี้…กับข้อดีของการที่ ผู้ชายทำงานบ้าน ก็อาจจะยิ่งเห็นด้วยและหันมาช่วยคุณภรรยาทำงานบ้านอย่างขยันขันแข็งก็เป็นได้

อ่านต่อ >> “ผลวิจัยชี้ สามีทำงานบ้านจะทำให้ฉลาด สุขภาพแข็งแรง” คลิกหน้า 2

 


ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.catdumb.com

วิธีสอนลูก

5 ขั้นตอนการดุลูก สอนลูกอย่างไร ไม่ทำให้ลูกพัฒนาการถดถอย

คนเป็นแม่นั้น แม้แต่การดุลูก ก็ยังต้องใช้หลักจิตวิทยาในการสอนลูก เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อลูกในอนาคต ทีมงานจึงนำเคล็ดลับและขั้นตอนในการดุลูก สอนลูกอย่างไร ให้ได้ผล มาฝากกันค่ะ

5 ขั้นตอนการดุลูก สอนลูกอย่างไร ไม่ทำให้ลูกพัฒนาการถดถอย

คำพูดในการดุลูกทุกคำล้วนแล้วแต่มีผลกระทบต่อจิตใจลูกทั้งสิ้น การดุลูกด้วยอารมณ์หรือด้วยเสียงที่ดัง ๆ นอกจากจะทำให้ลูกเสียใจแล้ว ยังส่งผลให้ลูกมีพัฒนาการถดถอยได้อีกด้วย การดุลูกด้วยอารมณ์เพื่อให้ลูกมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น แม้ว่าจะได้ผลในระยะสั้น ๆ เนื่องจากเด็กกลัวที่จะโดนดุ แต่หากสังเกตให้ดีในระยะยาว จะพบว่าลูกจะมีพฤติกรรมที่ดีขึ้นในระยะเวลาไม่นาน สักพักลูกก็จะกลับไปเป็นอย่างเดิมอีก จนทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องดุอีก พฤติกรรมเหล่านี้ นอกจากจะทำให้ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวย่ำแย่ลง ยังส่งผลเสียต่อตัวเด็กอีกหลายอย่าง ดังนี้

ผลเสียของการดุลูกด้วยอารมณ์

1. อาจทำให้ลูกเป็นเด็กขี้กลัว

เด็กทุกคนเกรงกลัวต่อผู้ใหญ่อยู่แล้ว โดยเฉพาะคนที่ลูกรักอย่างคุณพ่อและคุณแม่ การดุด่าว่ากล่าวด้วยถ้อยคำที่รุนแรงและเสียงดังมาก ๆ จะทำให้ลูกเกิดความกลัวมาก ๆ วิธีที่ลูกจะหลีกเลี่ยงต่อสถานการณ์เหล่านี้ คือจะพยายามทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้พ่อและแม่โกรธ ไม่ว่าจะเป็นการหนีปัญหา กลัวจนไม่กล้าทำอะไรก็ตามที่อาจจะถูกดุ กลัวจนต้องโกหก กลัวจนต้องขโมย (เพราะเวลาขอจะโดนดุมาก) สิ่งเหล่านี้ จะส่งผลให้ลูกเป็นคนที่ไม่กล้าคิดกล้าแสดงออก ขาดความมั่นใจในตนเอง เพราะกลัวว่าถ้าแสดงความคิดอะไรที่ผิดไปก็จะถูกดุ

การดุลูก
การดุลูก

2. เลียนแบบการใช้อำนาจของพ่อแม่

พ่อแม่ก็เหมือนกระจกเงาที่สะท้อนตัวตนของลูก พ่อแม่แสดงออกอย่างไร ลูกก็จะเรียนรู้และซึมซับเอาพฤติกรรมเหล่านั้นไปใช้เมื่อเขาอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน หรือเหตุการณ์คล้าย ๆ กัน ดังนั้น เมื่อพ่อแม่ดุลูกอย่างรุนแรง ตะคอกและใช้้เสียงดังกับลูกเพื่อยุติปัญหาต่าง ๆ ก็เท่ากับเป็นการสอนให้ลูกไม่มีเหตุผล ใช้ความรุนแรง ใช้อำนาจที่เหนือกว่าบังคับคนอื่นที่อ่อนด้อยกว่าตนเอง เพื่อแก้ไขปัญหาเช่นกัน

3. มีพัฒนาการบกพร่อง

พ่อแม่ที่ดุลูกด้วยอารมณ์รุนแรง จะทำให้ลูกกลายเป็นคนที่มีความผิดปกติในบุคลิกภาพ ดังนี้

  • เป็นคนขี้กลัว ขี้วิตกกังวล
  • เป็นคนไม่มีเหตุผล ทำอะไรตามอารมณ์
  • ก้าวร้าว รุนแรง ตัดสินใจด้วยกำลังมากกว่าความคิด
  • สมยอมง่าย ไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้าเปิดเผย
  • ไม่ฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
  • ไม่รู้จักประนีประนอม ไม่ปรับตัวเข้ากับคนอื่น
  • ขาดความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง

เรารู้ผลเสียต่าง ๆ ในการดุลูกด้วยอารมณ์ที่อาจส่งผลต่อพัฒนาการของลูกแล้ว แต่จะไม่ดุลูกหรือสอนลูกเลยก็คงจะเป็นไปไม่ได้ ไม่มีเด็กคนไหนที่ไม่เคยทำสิ่งใดผิดหรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเลย แต่จะ สอนลูกอย่างไร ให้ไม่กระทบต่อจิตใจและพัฒนาการของลูก ซ้ำยังทำให้ลูกเข้าใจและรู้จักปรับปรุงพฤติกรรมของตนเองอย่างเต็มใจได้ อ่านต่อหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 5 ขั้นตอนการดุลูก สอนลูกอย่างไร ไม่ส่งผลต่อพัฒนาการ

ไดเอทหลังคลอด

อยากสวยเป๊ะ หุ่นปังแบบถาวร กับวิธีหลุดพ้นจากวงจร ไดเอทหลังคลอด

หลังจากที่เราคลอดลูกแล้ว คุณแม่หลายคนมักรู้สึกกังวลเรื่องหุ่นของตัวเอง และน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาหลายกิโล จึงอยากหาวิธีลดน้ำหนัก เข้าคอร์ส ไดเอทหลังคลอด ให้ได้เร็วที่สุด เพราะผู้หญิงคนไหนก็อยากสวยเหมือนเดิม อยากได้หุ่นเป๊ะปัง หน้าตาสดใสกลับมาเหมือนเคย

อยากสวย หุ่นเป๊ะ แบบถาวรต้องหลุดพ้นจากวงจร ไดเอทหลังคลอด ให้สำเร็จ

คุณแม่หลายคนหันไปพึ่งการไดเอทหลังคลอดหลายรูปแบบ ทั้งการอดอาหาร และการออกกำลังกายอย่างหนัก หรือทำทั้งสองอย่างไปพร้อมกัน  แต่ผลที่ได้กลับไม่เป็นอย่างที่คิด กลายเป็นว่าร่างกายของคุณแม่ไม่มีพลังงานเพียงพอสำหรับผลิตน้ำนม ทำให้น้ำนมน้อยลง รู้สึกเครียด และอยากอาหารมากขึ้นกว่าเดิม

ขณะที่คุณแม่หลายคนสามารถลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วจนแทบจะได้หุ่นเดิมกลับมา แต่พอกลับไปกินอาหารตามปกติอีกครั้ง น้ำหนักก็ดีดกลับขึ้นมาเท่าเดิม หรือมากกว่าในเวลาแค่แป๊บเดียว

ความจริงของการมุ่งมั่นเพื่อหาวิธีว่า ทำอย่างไรจะลดน้ำหนักได้เร็วที่สุด ประเด็นสำคัญที่หลายคนหลงลืมก็คือ เราจะทำอย่างไรให้น้ำหนักที่ลดลงไปได้แล้ว ไม่กลับคืนมาอีก จะมีประโยชน์อะไรเล่าถ้าเราทนทรมานตัวเองเพื่อลดน้ำหนักให้ได้ตามเป้า กินอย่างจำกัด ทุ่มเวลาออกกำลังกาย แต่ไม่สามารถควบคุมตัวเลขบนตาชั่งให้คงที่ไว้ในระยะยาว

เพราะความคิดเพียงสั้นๆแค่ว่าจะเอาน้ำหนักเป็นตัวตั้ง แล้วเน้นการไดเอทหลังคลอด ทุกวิถีทางอย่างสุดขีดนี่เอง เป็นสาเหตุทำให้คุณแม่หลายคนวนเวียนอยู่ในวงจรการไดเอทไม่รู้จบ เริ่มจาก อดอาหาร รู้สึกโหยจนแทบทนไม่ไหว แล้วที่สุดก็ตบะแตก กินไม่ยั้ง จากนั้นกลับมารู้สึกผิด วนกลับไปเริ่มไดเอทใหม่อีกครั้ง ซ้ำแบบนี้ไปเรื่อยๆไม่จบสิ้น

จะเป็นไปได้ไหม ถ้าเราจะหลุดจากวงจรไดเอทหลังคลอดได้อย่างถาวร มาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันได้เลยค่ะ

 

เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับวิธีคิดดีๆแบบคุณแม่ยุคใหม่จากคุณเกล ที่ช่วยให้เข้าใจว่ากุญแจสำคัญของการฟิตหุ่น ลดน้ำหนักให้กลับมาสวยนิ้งเหมือนก่อนมีลูก

จริงๆแล้วการ ไดเอทหลังคลอด ไม่ได้อยู่ที่การลดน้ำหนักให้ได้เร็วที่สุด แต่เป็นการค่อยๆปรับวิธีการกิน การเคลื่อนไหวร่างกาย และที่สำคัญคือการปรับทัศนคติให้เป็นความคิดระยะยาวที่เน้นเรื่องการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพราะการรักที่จะดูแลตัวเอง

นี่คือวิธีที่จะช่วยป้องกันให้น้ำหนักที่ลดลงไปได้แล้ว ไม่กลับคืนมาอีก และทำให้เราสามารถรักษาหุ่นสวย และมีสุขภาพที่ดีไปอย่างถาวร

คุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ My Mummy First ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  ทุกวันพุธ เวลา 19.00 น. หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

 

ตอนกลัวเลี้ยงลูกไม่ดี กลัวเป็นแม่เห็นแก่ตัว กับความกลัวของแม่หลังคลอด

 

บทความน่าสนใจอื่นๆ 

กินน้ำถูกวิธี ลดความอ้วน ช่วยให้สุขภาพดี

สูตรลดน้ำหนักแบบง่าย (อาบน้ำ) ฉบับสาวญี่ปุ่น เห็นผลใน 5 วัน!

จอห์นสันเบบี้สูตรใหม่

4 ความเจ๋งกว่าเดิม! “จอห์นสันเบบี้สูตรใหม่” ที่พ่อแม่ยุคใหม่ต้องรู้

จอห์นสันเบบี้สูตรใหม่ ตัวช่วยดูแลผิวบอบบางของลูกน้อยในทุกช่วงวัย ถ้าจะเอ่ยถึงผลิตภัณฑ์เด็กแรกเกิดในดวงใจของ ครอบครัวไทยที่อยู่คู่กันมายาวนานส่งต่อรุ่นสู่รุ่น ก็ต้อง “จอห์นสัน เบบี้” นี่แหละค่ะ และรู้อะไรไหมคะ ตอนนี้จอห์สันปรับโฉมใหม่ของผลิตภัณฑ์เด็กทั้งหมดจากที่ดีอยู่แล้ว ให้ดียิ่งขึ้น เรียกว่า “อ่อนโยนที่สุด” ปลอดภัยต่อผิวของเด็กๆ ในทุก ช่วงวัยค่ะ

จอห์นสันเบบี้สูตรใหม่

จอห์นสันเบบี้สูตรใหม่ ทำไมถึงดีกว่าเดิม ?   

พ่อแม่ทุกคนต้องการความอ่อนโยนที่สุดให้กับผิวของลูกน้อย จอห์นสันเบบี้สูตรใหม่ จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์  ความต้องการนี้ให้กับทุกครอบครัว จอห์นสันเบบี้สูตรใหม่ให้ความสำคัญกับ 4 เรื่องที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย

1. สูตรใหม่อ่อนโยนมากกว่า  

ผลิตภัณฑ์เด็กจอห์นสันเบบี้ทั้งหมดได้ปรับสูตรให้อ่อนโยนมากขึ้นกว่าเดิม โดยที่ไม่มีส่วนผสมของสารเคมี…

พาราเบน (Parabens) สารกันเสีย ใช้สำหรับป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์เสียง่าย นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์อาบน้ำ แชมพู ผลิตภัณฑ์ ระงับกลิ่นกาย และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผิวเด็กเกิดการระคายเคืองได้ง่าย

พาทาเลต (Pthalate) สารที่เพิ่มความหนืดให้ผลิตภัณฑ์  แต่เด็กๆ อาจแพ้ได้

ซัลเฟต (Sulfates) สารที่ทำให้เกิดฟอง ช่วยให้สิ่งสกปรกและคราบไขมันหลุดออกได้ง่าย ใช้เป็นส่วนผสมในสบู่ แชมพู ซึ่งถ้าหากในผลิตภัณฑ์มีซัลเฟตมากเกินไป ผิวเด็กอาจจะเกิดการระคายเคืองได้

สีสังเคราะห์ (Dyes) อาจทำให้ผิวลูกน้อยระคายเคือง

จอห์นสันเบบี้สูตรใหม่

จอห์นสัน สูตรใหม่สำหรับลูกน้อย เป็นผลิตภัณฑ์เด็กที่มีความอ่อนโยนกับผิวมากเพราะปราศจากสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดความระคายเคืองและ ช่วยลดโอกาสการเกิดอาการแพ้ระคายเคืองที่ผิว ทำให้ผิวลูกน้อยนุ่ม ชุ่มชื้น แล้วยังช่วยในเรื่องการเสริมสร้างกระบวนการสร้างสกิน ไมโครไบโอม (Skin Microbiome) ในผิวเด็กแรกเกิด 0-1 ปี เพื่อรักษาสมดุลของแบคทีเรียบนชั้นผิวให้แข็งแรง มีสุขภาพดี

2. ดีไซน์บรรจุภัณฑ์ใหม่

จอห์นสันเบบี้มีการออกแบบดีไซน์ให้บรรจุภัณฑ์มีความทันสมัยมากขึ้น คุณแม่สามารถหยิบจับใช้งานสะดวก ถนัดมือมีฝาปั๊มแค่บิดก็ล๊อคได้ ขวดใสมองเห็นผลิตภัณฑ์ด้านใน มีรูปภาพสื่อถึงประโยชน์การใช้งานอย่างชัดเจน ฯลฯ

3. ผลิตภัณฑ์แบ่งการใช้งานตามช่วงวัย

ความพิเศษของจอห์นสันเบบี้สูตรใหม่ คือเพิ่มความต้องการใช้งานผลิตภัณฑ์ให้เหมาะตรงกับอายุลูกในแต่ละช่วงวัย…

– เด็กแรกเกิด – 12 เดือน จะเน้นให้ผลิตภัณฑ์อ่อนโยนเป็นพิเศษ สบู่เนื้อบางเบาไร้สารตกค้าง โลชั่นจะเพิ่มในเรื่องการให้ความชุ่มชื้นกับผิวเด็กอ่อน เพื่อลดการเกิดความระคายเคือง

– เด็กวัย 1-3 ขวบ จะเน้นให้ผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพในการใช้ทำความสะอาด เพราะเด็กวัยนี้มีกิจกรรม ร่างกายเริ่มมีเหงื่อ ก็จะเน้นเรื่องการทำความสะอาด และเพิ่มความชุ่มชื้นที่เหมาะพอให้กับผิวของเด็กๆ

– เด็กโต 3 ขวบขึ้นไป เด็กเริ่มไปโรงเรียน มีกิจกรรมนอกบ้านตลอดทั้งวัน ผลิตภัณฑ์จึงเป็นสูตรที่เหมาะกับเด็กวัยกำลังโต เน้นให้ในเรื่องการทำความสะอาดที่มากขึ้น

4. สัญลักษณ์แบ่งอายุชัดเจน

จอห์นสันเบบี้โฉมใหม่ มีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกช่วงวัยลูกน้อย แถมยัง เอาใจคุณแม่ด้วยการเพิ่มสัญลักษณ์แบ่งอายุการใช้ให้เหมาะกับวัยของเด็กๆ ชัดๆ กันไปเลยค่ะ เช่น ถ้าเป็นรูปเด็กอ่อน ก็จะเหมาะกับเด็ก  แรกเกิดถึงขวบปีแรก , รูปแม่และลูก เหมาะกับวัยเตาะแตะ 1-3 ขวบ , รูปตัวการ์ตูน ก็จะเป็นสำหรับเด็กวัย 3 ขวบขึ้นไปค่ะ

 

จอห์นสันเบบี้สูตรใหม่ ที่เหมาะกับทุกช่วงพัฒนาการของลูกน้อย  

พ่อแม่คือคนที่จะอยู่กับลูกน้อยในทุกช่วงพัฒนาการ ป้อนข้าว อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ใส่ผ้าอ้อม เล่นสนุก ฯลฯ ดังนั้นเพื่อให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีสมวัย ไปดูกันค่ะว่าเด็กๆ เหมาะกับกิจกรรมอะไรบ้าง

จอห์นสันเบบี้สูตรใหม่

วัยแรกเกิด – 1 ขวบ

ในช่วงขวบปีแรกทุกอย่างต้องอ่อนโยน น่าทะนุถนอมไปซะทุกอย่างค่ะ ลูกช่วงวัยนี้กล้ามเนื้อมัดเล็ก มัดใหญ่ยังไม่แข็งแรงมากพร้อมที่จะกระโดด หรือเล่นกิจกรรมหนักๆ แนะนำให้เป็นพวกกิจกรรมเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย ให้ลูกได้เคลื่อนไหว หรือเกิดการเรียนรู้ จดจำพ่อแม่

จอห์นสันเบบี้สูตรใหม่

กิจกรรมแนะนำ คือ การเล่นจ๊ะเอ๋ (peekaboo) , ซ่อนลูกบอลสีๆ ไว้ใต้ผ้าห่ม ให้ลูกคืบ คลานเปิดหา , โมบาย หรือลูกปัด ห้อยให้ลูกเอื้อมหยิบจับ , ฝึกเดินบนพื้นผิวสัมผัสที่ต่างกัน เช่น เดินบนหญ้า ดิน ทราย พื้นไม้ พื้นปูน ฯลฯ จอห์นสัน สบู่อาบน้ำ คอตตอนทัช ท็อปทูโท บาธ , จอห์นสัน เบบี้ โลชั่น , จอห์นสัน เฟซ แอนด์ บอดี้ โลชั่น คอตตอนทัช จะเน้นให้ความอ่อนโยนเป็นพิเศษ สบู่เนื้อบางเบาไร้สารตกค้าง  เบบี้ออยล์ และโลชั่นเด็กจะเพิ่มในเรื่องการให้ความชุ่มชื้นกับผิวเด็กอ่อน เพื่อลดการเกิดความระคายเคือง

จอห์นสันเบบี้สูตรใหม่

วัย 1-3 ปี

เข้าสู่ช่วงเตาะแตะ(Toddler) ขอบอกว่าเป็นช่วงวัยที่ทำคุณพ่อคุณแม่เหนื่อยมากหน่อย เพราะลูกจะสนุกกับการเคลื่อนไหวร่างกาย ปีน ป่าย เดิน วิ่ง เด็กๆ จะไม่อยู่นิ่ง ชอบสำรวจ ชอบเรียนรู้อะไรที่แปลกใหม่ตลอดเวลา ระหว่างช่วงวัยนี้ควรส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อมัดเล็ก มัดใหญ่ให้มีความแข็งแรงมากขึ้น รวมถึงพัฒนาการด้านสติปัญญาของลูกน้อยด้วยค่ะ

จอห์นสันเบบี้สูตรใหม่

กิจกรรมแนะนำ คือ โยนบอลใส่ตะกล้า , จักรยานขาไถ่ , ไต่เชือกในสนามเด็กเล่น(พ่อแม่ต้องประครอง) , วิ่งไล่จับ , เล่นซ่อนหา , ว่ายน้ำ , อ่านนิทาน , ร้องเพลง เต้นประกอบดนตรี ฯลฯ  เพราะเข้าใจถึงพัฒนาการของเด็กๆ ในระหว่างวัยนี้ ที่เริ่มมีเหงื่อจากการทำกิจกรรมสนุกต่างๆ จึงเน้นให้ จอห์นสัน มิลค์ + ไรซ์ บาธ และโลชั่น ,จอห์นสัน มิลค์ + โอ๊ต บาธ และ โลชั่น , จอห์นสัน เบบี้ โกลด์  แชมพูให้มีประสิทธิภาพในการใช้ทำความสะอาด โลชั่นบำรุงผิวให้ความชุ่มชื้นที่เหมาะพอให้กับผิวพรรณ

จอห์นสันเบบี้สูตรใหม่

วัย 3 – 5 ปีขึ้นไป  

ช่วงวัยนี้เป็นการเตรียมความพร้อมในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะด้านอารมณ์ และการเข้าสังคมของลูก เพราะเป็นการเริ่มต้นที่จะเข้าสู่วัยเรียน การได้ออกไปสู่โลกใบใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ที่ต่างออกไปจากที่บ้าน

จอห์นสันเบบี้สูตรใหม่

กิจกรรมแนะนำ คือ พาเล่นสนามเด็กเล่นที่มีเพื่อนหลายๆ วัย , เล่นกันเป็นกลุ่ม เล่านิทาน แสดงบทบาทสมมติ, แข่งใส่เสื้อผ้า ใส่รองเท้า , ไปศูนย์การเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ , ท้องฟ้าจำลอง ซึ่งสองที่นี้มักจะมีกิจกรรมสำหรับเด็กๆ ให้ได้ทำร่วมกัน เป็นต้น เพราะเด็กๆ มีกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น สนุกเล่น สนุกเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา มีทั้งเหงื่อ สิ่งสกปรกติดมาตามเนื้อตามตัว แนะนำเป็น จอห์นสัน แอคทีฟ คิดส์ ชายน์นี่ ดร็อปส์ แชมพู , จอห์นสัน แอคทีฟ คิดส์ คลีน & เฟรช บาธ และ จอห์นสัน แอคทีฟ คิดส์ ซอฟท์ & สมูธ แชมพู ซึ่งเน้นให้ทำความสะอาดผิวช่วยขจัดกลิ่นเหงื่อ แชมพูสระเน้นดูแลเส้นผมให้สะอาด นุ่มลื่น หวีง่ายเส้นผมไม่พันกัน

จอห์นสันเบบี้สูตรใหม่

นอกจากนี้จอห์นสันเบบี้ ยังมี จอห์นสันคอตตอนทัช สบู่เหลวอาบน้ำ และโลชั่น ผลิตภัณฑ์น้องใหม่สำหรับเด็กแรกเกิด ความพิเศษของจอห์นสัน คอตตอนทัช คือเป็นสูตรอ่อนโยนที่สุด มีสารสกัดธรรมจากคอตตอนธรรมชาติ มีกลิ่นหอมๆ เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน พร้อมดูแลผิวลูกน้อยอย่างอ่อนโยน

จอห์นสันเบบี้สูตรใหม่

  • จอห์นสันคอตตอนทัช ท๊อป ทู โท บาธ สบู่อาบน้ำเด็ก 

เป็นสูตรอ่อนโยน 100%

ล้างออกง่าย ผิวสะอาดไม่ลื่นหลังใช้

ไม่ทิ้งสารตกค้าง

อ่อนโยนเหมาะกับผิวบอบบางของเด็กแรกเกิด

จอห์นสันเบบี้สูตรใหม่

  • จอห์นสันคอตตอนทัช เฟซแอนด์บอดี้ โลชั่น

สูตรอ่อนโยน 100%

ซึมรวดเร็วและไม่เหนียวเหนอะหนะ

ให้ผิวลูกน้อยเนียนลื่น น่าสัมผัสและไม่รำคาญตัว พร้อมปกป้องผิวให้ชุ่มชื้น

ไม่ทิ้งสารตกค้าง

อ่อนโยนเหมาะกับผิวบอบบางของเด็กแรกเกิด

จอห์นสันเบบี้สูตรใหม่

จอห์นสันเบบี้สูตรใหม่สำหรับทารก แค่เห็นก็น่าให้ลูกน้อยได้ใช้กันแล้วค่ะ คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการมอบความอ่อนโยนที่สุดให้กับลูกน้อย ผลิตภัณฑ์จอห์นสันเบบี้ใหม่ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุดค่ะ

#ChooseGentle #JohnsonsTH

โรงพยาบาลเจ้าพระยา

รีวิว รพ.เปิด 24 ชม. ที่คุณไว้ใจได้ ศูนย์กุมารเวช 24 ชั่วโมง โรงพยาบาลเจ้าพระยา

พ่อแม่ทุกคนไม่ควรพลาด! ศูนย์กุมารเวช 24 ชั่วโมง โรงพยาบาลเจ้าพระยา … ลูกเจ็บป่วยตอนกลางคืนไม่ต้องรอให้ถึงเช้าอีกต่อไปแล้ว Super Nanny ขอแนะนำ โรงพยาบาลเปิด 24 ชั่วโมง ที่คุณไว้ใจได้!

Super Nanny รีวิว ศูนย์กุมารเวช 24 ชั่วโมง
โรงพยาบาลเจ้าพระยา

เมื่อลูกไม่สบาย แน่นอนว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ต้องกระวนกระวายใจอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินลูกเจ็บป่วยไม่สบายตอนกลางคืน ความกังวลใจก็จะยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก เนื่องจากโรงพยาบาลที่มีแผนกกุมารเวชเปิดตลอด 24 ชั่วโมงก็มีไม่มาก เพราะอาการเจ็บป่วยของลูก เป็นเรื่องที่รอไม่ได้! การได้รักษาอย่างทันท่วงที จะช่วยลดความเลี่ยงของอาการแทรกซ้อนอันตรายต่างๆ ได้ค่ะ

ดังนั้น Super Nanny จึงขอแนะนำ ศูนย์กุมารเวช 24 ชั่วโมง ที่นี่เลยค่ะ!! โรงพยาบาลเจ้าพระยา ซึ่งหากคุณพ่อคุณแม่กังวลว่า…ที่นั่นจะมีคุณหมอเด็กอยู่แสตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง หรือไม่? มาค่ะ…บอมเบย์จะพาไปทัวร์ภายใน ศูนย์กุมารเวช 24 ชั่วโมง รพ. เจ้าพระยา เองค่ะ >> รับรองได้เลยว่ามาที่นี่ที่เดียวรักษาอาการได้ทันท่วงที สบายใจได้เล้ย ♥

ติิดตามคลิปวีดีโอดีๆ กับ Super Nanny จาก Youtube channel : Amarin Baby & Kids

โรงพยาบาลเจ้าพระยา ศูนย์กุมารเวช 24 ชั่วโมง

  • เป็นศูนย์การแพทย์ให้บริการรักษาครบวงจรตลอด 24 ชั่วโมง
  • ให้บริการดูแลรักษาเด็กตั้งแต่แรกเกิด ถึงอายุ 18 ปี
  • มีคุณหมอเด็กเฉพาะโรค เฉพาะทางอยู่ตรวจรักษา ทั้งกลางวัน และ กลางคืน
  • โรงพยาบาล เจ้าพระยา ตั้งอยู่ที่เขตบางกอกน้อย โทร. 0-2884-7000

 

อ่านต่อบทความน่าสนใจของ Super Nanny 

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ทำซุปครีมเห็ด

เมนูอร่อยเมื่อแม่ไม่อยู่บ้าน!! กับสูตร ทำซุปครีมเห็ด อร่อยด่วน ทำง่ายใน 15 นาที

งานเข้าแล้วจ้ะพ่อจ๋า! เมื่อคุณแม่คนเก่งไม่อยู่บ้าน แล้วลูกวัยซนดันบ่นหิวข้าวมาแต่ไกล ทำยังไงดี? ถึงคราวอ.คริส ต้องเข้าครัวทำอาหารแก้หิวให้ลูกชายคนเก่ง กับเมนู “แคมเบลล์ซุปครีมเห็ดในถ้วยขนมปัง” ที่ทำง่าย อร่อยด่วน แบบไม่ต้องรอนาน กับเมนู  ลองมาดูกันซิว่า สองพ่อลูกตระกูลไรท์จะ ทำซุปครีมเห็ด ได้สำเร็จหรือไม่ และจะสนุกสนานแค่ไหนกัน

สองพ่อลูกเข้าครัว ทำซุปครีมเห็ด เมนูอร่อยด่วนใน 15 นาที

อีกหนึ่งเรื่องใหญ่เวลาแม่ไม่อยู่บ้าน ที่คุณพ่อหลายคนยกมือยอมแพ้ นั่นคือ การเข้าครัวทำอาหาร เพราะไม่ใช่เรื่องของผู้ชายเอาเสียเลย แต่ถ้าต้องโชว์ฝีมือทำอาหารเองจริงๆ ให้ลูกน้อย คงต้องเลือกเมนูทำง่าย ไม่ซับซ้อน เตรียมของไม่เยอะ และที่สำคัญต้องอร่อยแน่นอน

อย่าง “แคมเบลล์ซุปครีมเห็ดในถ้วยขนมปัง” อีกหนึ่งตัวเลือกความอร่อย ที่คุณพ่อมั่นใจของอร่อยได้ตั้งแต่ครั้งแรก ใช้เวลาปรุงเพียง 15 นาที ก็พร้อมเสิร์ฟให้กินอุ่นๆ  ทันใจ แถมวิธีทำก็แสนง่าย คุณพ่อสามารถชวนลูกน้อย ทำซุปครีมเห็ด สนุกๆ ไปด้วยกันได้ นอกจากจะได้กินของอร่อยแล้ว  ยังช่วยสายสัมพันธ์พ่อ-ลูกให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แถมการเปิดโอกาสให้ลูกได้ลองทำอาหารด้วยตัวเอง ยังช่วยพัฒนาทักษะหลายด้าน เช่น

ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก      เวลาลูกหยิบจับอุปกรณ์ในครัว ล้างผัก หรือช่วย ทำซุปครีมเห็ด  จะได้ฝึกกล้ามเนื้อมือให้แข็งแรงขึ้น ช่วยให้ลูกเขียนหนังสือได้ดี

ฝึกนิสัยรักสะอาด           เพราะทำอาหารต้องสะอาด เวลาอยู่ในครัวจึงต้องปรุงไป ล้างไป หรือชิมอาหารต้องใช้ช้อนกลาง ช่วยฝึกให้ลูกรักสะอาด ซึ่งเป็นวิธีปกป้องลูกจากโรคภัยได้อีกทางหนึ่ง

ฝึกทำอาหารกินเอง            เด็กเล็กๆ สามารถทำอาหารเมนูง่ายๆ เองได้ อย่างแซนด์วิช  หุงข้าว การพาลูกทำครัวด้วยกันบ่อยๆ ช่วยเพิ่มทักษะให้ลูกช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น

เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ          ในครัวมีอุปกรณ์ ส่วนผสม ชื่อเมนูอาหารมากมายที่ให้ลูกได้เรียนรู้คำศัพท์เฉพาะ เพิ่มเติมจากคำทั่วไปทั้งภาษาไทย – ภาษาอังกฤษ

แค่ที่บ้านมี แคมเบลล์ซุปครีมเห็ดกระป๋อง กับเนื้อสัตว์ น้ำสะอาด และนมสด แล้วนำมาต้มเข้าด้วยกันในหม้อเดียว ก็กลายเป็นซุปเข้มข้น อร่อยถูกปากลูกน้อย แบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม ที่สำคัญยังอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสำหรับเด็กๆ  รายการ KidsTalk ช่วง DaddyTalks ในตอนนี้จะพาเด็กๆ เข้าครัวพร้อมกับอ.คริสและน้องวิน ไปทำเมนู “แคมเบลล์ซุปครีมเห็ดในถ้วยขนมปัง”  พร้อมรู้จักคำศัพท์น่ารู้รอบตัวอีกมากมาย มาติดตามกันเลยค่ะ

 

 

สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับ ทำแคมเบลล์ซุปครีมเห็ดในถ้วยขนมปัง (Chicken Cream of Mushroom in Bun Bowl)

Campbell’s Cream of mushroom Soup          แคมเบลล์ซุุปครีมเห็ดชนิดเข้มข้น

chicken breast                                          อกไก่

milk                                                             นมสด

filtered water                                             น้ำกรอง

bun                                                              ขนมปังก้อนกลม

saucepan/ pot                                           หม้อมีด้ามจับ/หม้อมีหู

ladle                                                            ทัพพี

chopping board                                        เขียง

electric cooker                                          เตาไฟฟ้า

วิธีการ ทำซุปครีมเห็ด

1   Cut the bun and scoop it out                 ใช้มีดตัดเนื้อขนมปังตรงกลางให้เป็นรูกว้าง (ถ้วยขนมปัง)

2   Pour the soup in the saucepan              เทซุปครีมเห็ดลงในหม้อ

3   Mix it up and spread it out                    ตีให้ซุปแตกตัวและผสมให้เข้ากัน

4   Pour water half of a can and put into the soup   ตวงน้ำเปล่าครึ่งกระป๋อง แล้วเทลงในหม้อซุป

5   Pour half of the milk                              ตวงนมสดอีกครึ่งกระป๋อง เทลงไป

6   Boil the soup and stir it                         ต้มซุปให้ร้อน และคนให้ทั่ว

7   Put chicken in the soup                         ใส่เนื้อไก่ลงไปต้ม

8  Put the soup in bun bowl                       ตักซุปครีมเห็ดใส่ถ้วย

มาทบทวนภาษาอังกฤษน่ารู้ระหว่าง ทำซุปครีมเห็ด กันเถอะ

It’s raining hard / It’s pouring down      ฝนตกหนัก / ฝนเทลงมา

I’m hungry /I’m starving                          ผมหิว / ผมหิวมากๆ

What would you like to eat?                    ลูกอยากกินอะไร

Let’s go and look in the fridge                ไปดูในตู้เย็น หาอะไรกินกัน

Who is gonna make it?                            ใครจะเป็นคนทำซุป

You don’t know how to cook                  แดดดี้ทำอาหารไม่เป็น

Mommy isn’t here either                        แม่ก็ไม่อยู่

I want to make a bun bowl and put the soup inside   ผมอยากทำถ้วยขนมปังและใส่ซุปลงไป

Why do you have to put milk into the soup        ทำไมแดดดี้ต้องใส่นมลงในซุปด้วย

We can make the soup rich                   เราจะทำให้ซุปเข้มข้น

Our soup is ready                                    ซุปของเราเสร็จแล้ว

It tastes very good                                   ซุปรสชาติอร่อยมาก

Yummy                                                      อร่อยจัง

We can make the soup by ourselves                  เราทำซุปเองได้

It’s easy to make                                     มันทำง่ายมาก

We can make it together                       เราทำซุปด้วยกันได้

 

เป็นอย่างไรกันบ้างการ ทำซุปครีมเห็ด ที่สอนทั้งคำศัพท์ และประโยคกันใน ตอน เมนูเด็ด! เมื่อแม่ไม่อยู่ คุณพ่อคุณแม่สามารถนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร คุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

 

 

วิธีล้างขวดนม

วิธีล้างขวดนม ล้างอย่างไรให้สะอาด ถูกวิธีง่ายนิดเดียว!!

วิธีล้างขวดนม เป็นเรื่องที่พ่อแม่มือใหม่ ขอคำแนะนำกันเข้ามาบ่อยมาก ซึ่งการล้างทำความสะอาดขวดนมเด็ก ถ้าล้างไม่ สะอาดก็อาจเสี่ยงทำให้ลูกน้อยมีอาการปวดท้อง ท้องเสียจากการดื่มนม ขวดนมที่มีคราบนมเหลืองๆ ทำความสะอาด ออกไปไม่หมด มักจะซ่อนไว้ด้วยเชื้อโรค แบคทีเรีย ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพลูกน้อยได้ค่ะ

วิธีล้างขวดนม

วิธีล้างขวดนม ให้สะอาด คราบนมไม่ตกค้างหมักหมม

ก็แค่ล้างผ่านน้ำให้สะอาดก็พอแล้วไหม ?  วิธีล้างขวดนม แก้วหัดดื่ม ถ้วย จาน ชาม ช้อนสำหรับเด็กอ่อน เด็กเล็กๆ  เป็นต้น ของใช้เหล่านี้ต้องเอาเข้าปาก ฉะนั้นจะล้างแค่ผ่านน้ำอย่างเดียวคงไม่ดีแน่ค่ะ โดยเฉพาะขวดนมเด็กที่มีหลายครอบครัวให้ลูกดื่มนมจากขวด ซึ่งขวดนมนั้นอาจจะใส่นมแม่ หรือนมชง ตรงนี้ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยของแต่ละครอบครัวค่ะ

ถ้าเป็นช่วงแรกเกิดถึง 6 เดือน คุณพ่อคุณแม่อาจยังไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ขวดนมเด็กกันมากเท่าไหร่ เพราะลูกจะดื่มนมแม่จากเต้าที่ได้ทั้งคุณค่าสารอาหารครบถ้วน ได้ปริมาณน้ำนมที่เพียงพอต่อร่างกายของลูกน้อย  แต่หลังจาก 6 เดือน ขวดนมเด็กเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งจากการใส่น้ำนมแม่  หรือนมชงให้ลูกดื่ม ซึ่งหากคราบนมที่ล้างทำความสะอาดออกไปไม่หมด หมักหมมอยู่ในขวดนมมากๆ มักซ่อนไว้ด้วยเชื้อโรค แบคทีเรีย ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของลูกน้อย

วิธีล้างขวดนม

วิธีล้างขวดนม

ซึ่งวิธีล้างขวดนมให้สะอาด ต้องไม่ใช่แค่ล้างผ่านน้ำเท่านั้น แต่จำเป็นต้องมีผลิตภัณฑ์ล้างขวดนมมาช่วยในการทำความสะอาด แนะนำว่าควรเลือกใช้เป็นผลิตภัณฑ์ล้างขวดนมเด็กโดยเฉพาะเท่านั้น ไม่ควรใช้น้ำยาล้างทำความสะอาดภาชนะทั่วไปที่ใช้กัน เพราะอาจมีสารเคมีตกค้างได้ค่ะ ผลิตภัณฑ์สำหรับล้างขวดนมเด็กที่ดี ควรปลอดภัยจากสารเคมี มีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของลูกน้อย

วิธีล้างขวดนม

ผลิตภัณฑ์ล้างขวดนม ดีนี่ นิวบอร์น สูตรออร์แกนิค เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ็เด็ก ที่พ่อแม่มือใหม่ส่วนใหญ่ให้ความไว้วางใจในการใช้กันค่ะ ความเด่นของผลิตภัณฑ์ล้างขวดนม ดีนี่ นิวบอร์น คือ…

ขจัดคราบ ไร้กลิ่นสามารถขจัดคราบโปรตีนและไขมันจากนมแม่ และนมวัวได้สะอาดหมดจด ไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์ติดขวดนม ด้วยสารทำความสะอาดจากธรรมชาติ

Organic Aloe-Vera มีส่วนผสมของออร์แกนิค อโรเวร่า ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น ให้ผิวมือคุณแม่ไม่แห้งตึง หรือ ระคายเคือง

Food Grade Flavor ปราศจากน้ำหอม ด้วยการใช้กลิ่นส้ม (มาตรฐาน Food Grade) หอมสะอาดปลอดภัย

Hypoallergenic Tested ผ่านการทดสอบทางการแพทย์ ไม่ทำให้แพ้ ที่สำคัญคือปราศจากสารพาราเบน และสารSLS ที่อาจเป็นอันตรายได้

วิธีล้างขวดนม

วิธีล้างขวดนม

วิธีการล้างขวดนม ขจัดคราบนม และกลิ่นคาวให้สะอาดหมดจด  

  1. แยกฝาขวดนม จุกยาง ขวดนมออกจากกัน แล้วล้างในน้ำร้อน 1 น้ำก่อน เพื่อชำระคราบนมในขวดนม จุกยาง ฝา ขวดนม
  2. จากนั้นนำขวดนม ฝาขวดนม จุกยาง มาทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ล้างขวดนมเด็ก ดีนี่ นิวบอร์น สูตรออร์แกนิคกับน้ำอุ่น หรือ จะผสมในน้ำอุณหภูมิปกติก็ได้(ตรงนี้แล้วแต่สะดวก) ใช้ฟองน้ำถูให้ทั่วทั้งภายในและภายนอก
  3. เสร็จแล้วนำขวดนม จุกยาง ฝาขวดนม ล้างด้วยน้ำสะอาด 2-3 รอบ
  4. ก่อนนำขวดนมที่ล้างทำความสะอาดแล้วมาใช้ใส่นมให้ลูก แนะนำให้ต้มขวดนม ฝาขวดนม (ยกเว้นจุกยาง) ใน น้ำเดือดประมาณ 15 นาที จากนั้นก็นำออกมาคว่ำผึ่งให้แห้งบนตะแกรง  หรือถ้าคุณแม่ไม่สะดวกสามารถใช้เป็น เครื่องล้างนึ่งขวดนมก็ได้เช่นกันค่ะ

วิธีล้างขวดนม

การดูแลทำความสะอาดอุปกรณ์ของใช้สำหรับลูกน้อยที่ต้องเข้าปากทุกวัน เรื่องความสะอาดสำคัญมาก คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาดค่ะ  แต่ถ้าขวดนมเด็ก ต้องผลิตภัณฑ์ล้างขวดนมเด็ก ดีนี่ นิวบอร์น สูตรออร์แกนิคเท่านั้น เพราะ “ขจัดคราบ ไร้กลิ่น อ่อนโยน ปลอดภัย” แน่นอนค่ะ

วิธีล้างขวดนม

แสดงแบบ : คุณแม่หมี-ไพลิน ตั้งสินพูลชัย 
น้องชิป-ด.ญ.เอเวอลิน พลอยไพลิน เลอ บอร์นญ์
น้องเดล-ด.ช.กาเบรียล ภาสกร เลอ บอร์นญ์

ชวนลูกปั่นจักรยาน ภาษาอังกฤษ

เปิดประสบการณ์ใหม่นอกบ้าน กับวิธี ชวนลูกปั่นจักรยาน ภาษาอังกฤษ พูดยังไงดี

เวลาต้องเจอไปสถานที่ไม่คุ้นเคย หรือเริ่มต้นทำอะไรใหม่ เด็กๆมักตอบโต้ด้วยการปฏิเสธ ไม่ว่าจะพูดคะยั้นคะยอแค่ไหน มักได้แค่คำว่า “ไม่” กับท่าส่ายหัวรัวๆกลับมา ทำเอาคุณพ่อคุณแม่ปวดหัวเลยใช่ไหมคะ ที่เป็นแบบนี้เพราะเด็กอาจรู้สึกกลัวและไม่มั่นใจ ถ้าลูกที่บ้านมีอาการแบบนี้ ต้องรีบแก้ ด้วยการเปิดโอกาสให้ลูกได้ลองทำอะไรใหม่ๆอย่าง ปั่นจักรยาน ช่วยเสริมทักษะได้รอบด้าน มาดูกันซิว่า ชวนลูกปั่นจักรยาน ภาษาอังกฤษ พูดยังไงได้บ้าง

ชวนลูกปั่นจักรยาน ภาษาอังกฤษ ฝึกพูดบ่อยๆ ลูกเก่งภาษาได้แบบไม่กดดัน

ปั่นจักรยาน เป็นกิจกรรมยอดฮิตที่เด็กทุกคนต้องเคยทำ เมื่อเด็กน้อยโตพอจนวิ่งสนุกได้คล่องแล้ว การขี่จักรยานด้วยตัวเองเป็นเรื่องท้าทาย ที่รอให้ลูกได้สัมผัส เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนแค่ยืนดูพี่ขี่จักรยานก็พร้อมจะหัดขี่ด้วยตัวเองทันที  มีอีกหลายคนที่ใจก็อยากขี่ แต่กลัวเจ็บ กลัวล้ม พ่อแม่จึงมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้ลูกกล้าพอจะผ่านความกลัวนี้ไปได้

ก่อนจะซื้อจักรยานแล้ว ชวนลูกปั่นจักรยาน มีสิ่งที่พ่อแม่ควรพิจารณาเพื่อดูว่า ลูกพร้อมขี่จักรยาน ด้วยวิธีง่ายๆ ดังต่อไปนี้

1.  ร่างกายลูกพร้อมหรือยัง 

หากลูกเริ่มปีนป่ายได้คล่องแคล่ว วิ่งเล่นนานๆแล้วไม่เหนื่อยง่าย เดินทรงตัวได้ดี แปลว่าลูกพร้อมจะขี่จักรยานแล้ว อาจเริ่มจากการใช้จักรยานสี่ล้อช่วยพยุงก่อน เมื่อขี่จนคล่องดีแล้ว ค่อยถอดให้เหลือ 2 ล้อเหมือนผู้ใหญ๋

2. เตรียมเส้นทางให้ปลอดภัย

เมื่อพาลูกออกไปปั่นจักรยานนอกบ้าน พ่อแม่ต้องแน่ใจว่าถนนเส้นนั้นปลอดภัย เลือกช่วงเวลาที่รถไม่พลุกพล่าน หรือจะพาขี่ไปในสวนสาธารณะที่ปลอดรถน่าจะปลอดภัยที่สุด อีกทั้งควรสอนให้ลูกรู้จักมองทาง มองพื้นถนนว่ามีสิ่งกีดขวางหรือไม่ เพื่อให้ลูกรู้จักแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

3. กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน

วันแรกที่ขี่ถนน ควรกำหนดให้ลูกรู้ว่าจะเริ่มขี่จากจุดไหนไปสิ้นสุดที่จุดไหน เพื่อให้ลูกมีเป้าหมาย ไม่วอกแวก และไม่ทำให้รู้สึกว่าการขี่จักรยานยากเกินไปจนทำไม่ได้

4. ลองทำทีละขั้นไปด้วยกัน

เด็กส่วนใหญ่ไม่กล้าถีบขาด้วยตัวเอง เพราะไม่แน่ใจว่าจะล้มเจ็บหรือเปล่า อาจเริ่มจากการให้ลูกไถขาให้จักรยานเคลื่อนไปข้างหน้า พอจะล้มก็ใช้เท้าวางยันไว้ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนลูกมั่นใจ จากนั่นค่อยเริ่มปั่นทีละข้าง พร้อมกับส่งเสียงเชียร์ให้ลูกกล้าปั่นไปเรื่อยๆ เด็กจะเริ่มมั่นใจและปั่นเร็วขึ้นเอง

**หากยังรู้สึกไม่มั่นใจในความปลอดภัย ควรหาอุปกรณ์ป้องกันสำหรับการขี่จักรยานให้ลูกสวมใส่ไว้ล่วงหน้าด้วย**

 พัฒนาทักษะภาษาได้เร็วปี๊ด แค่ ชวนลูกปั่นจักรยาน ภาษาอังกฤษ

นอกจากการปั่นจักรยานจะช่วยให้ลูกออกกำลังกายแล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่เสริมทักษะหลายด้านไปพร้อมกัน ทั้งการฝึกควบคุมร่างกาย ความคิด และอารมณ์ไม่ให้วอกแวก ฝึกการประเมินตัวเองและสถานการณ์ที่จะเกิดขึัน เพื่อปกป้องตัวเองให้ปลอดภัย ฝึกความมุ่งมั่นเพื่อให้ขี่จักรยานได้สำเร็จ

เมื่อพ่อแม่ ชวนลูกปั่นจักรยาน ภาษาอังกฤษ ยังเป็นอีกทักษะที่ลูกได้เรียนรู้ผ่านการชี้ชวนให้รู้จักกับอุปกรณ์ และชิ้นส่วนต่างๆของจักรยาน วิิธีขี่ และข้อปฏิบัติเมื่ออยู๋บนถนน ซึ่งสามารถสอนให้ลูกได้รู้จักได้ทั้งสองภาษาพร้อมๆกัน  หรือจะใช้การพูดคุยด้วยภาษาอังกฤษ เพื่อเปิดโอกาสให้ได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันมากขึ้น

แต่ทั้งนี้ ก่อนจะพ่อแม่ ชวนลูกปั่นจักรยาน ภาษาอังกฤษ ควรศึกษาคำศัพท์และวิธีออกเสียงที่ถูกต้องก่อน เพื่อให้ลูกเรียนรู้ได้เหมือนเจ้าของภาษา เพราะการออกเสียงไทย-อังกฤษ มีจุดแตกต่างกันตรงที่ ภาษาไทยจะไม่ออกท้ายเสียง แต่ภาษาอังกฤษต้องออกทุกตัว เช่นคำว่า Shin guard  คำว่า Shin ต้องออกเสียงยาว จะแปลว่าสนับแข้ง แต่ถ้าออกเสียงสั้นจะกลายเป็นคำว่า Chin guard ที่แปลว่า สนับคาง แทน

รายการ KidsTalk ช่วง DaddyTalks ในตอนนี้ อ.คริส จะพาน้องวินสตันออกไปปั่นจักรยานเป็นครั้งแรก พร้อมสอนคำศัพท์ ประโยค และบทสนทนาน่ารู้มากมายเกี่ยวกับการ ชวนลูกปั่นจักรยาน ภาษาอังกฤษ กันในตอน ปั่นจักรยานในหมู่บ้าน มาดูกันว่าน้องวินจะปั่นจักรยานได้เฉียบแค่ไหน ติดตามกันได้เลยค่ะ

มาทวนคำศัพท์และประโยค ชวนลูกปั่นจักรยาน ภาษาอังกฤษ 

shin guard       สนับแข้ง

Chin guard      สนับคาง

elbow pad       สนับศอก

golve               ถุงมือ

pedals            ที่ปั่นจักรยาน

saddle            อานจักรยาน

tire                 ยางรถ

wheel            ล้อรถ

spoke           ซี่ล้อจักรยาน

balance bike     จักรยานขาไถ

training wheel / stabilizer   ล้อพยุง

handle bar   แฮนด์จักรยาน

put on your helmet    ใส่หมวกกันน็อค

we are oging to ride the bike   เรากำลังจะขี่จักรยาน

why do you have so much equipment   ทำไมหนูมีอุปกรณ์เยอะจัง

safty first         ปลอดภัยไว้ก่อน

better safe than sorry   ปลอดภัยก่อนเสียใจ

why do we have two kinds of bike?   ทำไมเราถึงมีจักรยานสองคัน

which one would you like to try first?  ลูกอยากลองขี่จักรยานคันไหนก่อน

Are you afraid of rding the bike?  ลูกกลัวที่จะขี่จักรยานไหม

Let Them try something new   ปล่อยให้พวกเราได้ลองอะไรใหม่ๆ

มาเรียนรู้คำศัพท์และประโยคบนท้องถนน

roundabout   วงเวียน

speed bump   ลูกระนาด

make a U-turn   กลับรถ

the front o the Soi   ปากซอย

look to the right and look to the left    มองซ้ายมองขวา

Which side should we look first?    เราควรหันมองรถทางไหนก่อน

There is a care coming / A car is coming  รถกำลังมา

ride along the pavement / side walk   ขี่ตามแนวฟุตบาท

as far as you can   ขี่เร็วเท่าที่จะเร็วได้

you are supposed to go slower   ลูกต้องขี่ให้ช้าลง

Can we do the speed bump thin again?  เราขี่ผ่านลูกระนาดอีกได้ไหมครับ มันสนุกมาก

เป็นอย่างไรกันบ้างการ ชวนลูกปั่นจักรยาน ภาษาอังกฤษ ที่สอนทั้งคำศัพท์ และประโยคกันใน ตอน ปั่นจักรยานในหมู่บ้าน คุณพ่อคุณแม่สามารถนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร คุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

 

นิทานก่อนนอน

อ่าน นิทานก่อนนอน เสริมพัฒนาการลูกน้อยตามวัย เริ่มได้ตั้งแต่แรกเกิด

เพราะเด็กคนไทยก็ชอบเรื่องสนุก นิทานก่อนนอน ที่พ่อแม่อ่านให้ฟังจึงเหมือนโลกอีกใบให้พวกเขาได้เที่ยวเล่น เพลิดเพลินไปกับจินตนาการของตัวเอง ในช่วงเวลาเดียวกัน นิทานยังทำหน้าที่เป็นครูฝึกชั้นเยี่ยมที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการและทักษะหลายด้านไปพร้อมกัน การอ่านนิทานเพียง  1 เล่มจึงมีประโยชน์มหาศาล

อ่าน นิทานก่อนนอน ให้ลูกฟัง แค่ 15 นาที สร้างประโยชน์มหาศาล

ทำไมต้องอ่าน นิทานก่อนนอน

แม้นิทานจะเหมือนหนังสือประเภทอื่น ๆ สามารถหยิบอ่านเมื่อไรก็ได้ แต่ทำไมคุณหมอหลายท่านจึงแนะนำให้เลือกอ่าน นิทานก่อนนอน จริงๆแล้วนิทานมีอยู่หลายประเภท แตกต่างกันไปตามเนื้อหา และจุดประสงค์ เช่น นิทานอีสป นิทานคุณธรรมที่สอดแทรกคำสอน นิทานปรัมปรา ซึ่งเป็นเรื่องเล่าต่อๆกันมาแต่โบราณ เป็นต้น

ส่วนนิทานก่อนนอน มักเป็นเรื่องสั้น ๆ ใช้เวลาอ่านไม่นาน มีภาพวาดสีสันสวยงามให้เด็กดูเพลิน ๆ พร้อมกับฟังเรื่องราวจากน้ำเสียงของคุณพ่อคุณแม่ ทำให้เด็กรู้สึกผ่อนคลายและหลับสบายตลอดคืน นอกจากนี้นิทานยังเป็นอุบายที่สร้างวินัยการนอนตรงเวลาให้ลูกได้ตั้งแต่ยังเล็ก

เพราะเด็กทุกคนควรเข้านอนตรงเวลา ไม่ดึกเกินไป  เพื่อให้ร่างกายพักผ่อน สมองมีเวลาจัดระเบียบข้อมูลและพร้อมเรียนรู้ในเช้าวันใหม่ได้เต็มที่ ช่วงเวลา “นิทานก่อนนอน”  เหมือนการปักหมุดให้เด็กๆรู้ว่าต้องหยุดเล่น แล้วเตรียมเข้านอนได้แล้วแถมยังเป็นบังคับกลายๆให้พ่อแม่ดึงตัวเองออกจากงานแสนยุ่งเหยิง มาใช้เวลากับลูกอย่างน้อยวันละ 15 นาที ก็พอ

ประโยชน์จากการอ่านนิทานกับลูก

ข้อมูลจากหนังสือ เลี้ยงลูกด้วยนิทาน โดยนายแพทย์ประเสิรฐ ผลิตผลการพิมพ์  จิตแพทย์ชื่อดังได้อธิบายถึงประโยชน์จากการอ่านนิทานกับลูกไว้ 6 ด้าน ดังต่อไปนี้

ปลูกสายสัมพันธ์ครอบครัว

ช่วงเวลาทองใน 3 ปีแรก ยิ่งลูกได้อยู่ใกล้ชิด ได้รู้ว่าพ่อแม่ตัวเป็นๆมากเท่าไร จะเกิดเป็นสายสัมพันธ์ที่ติดตัวลูก กลายเป็นพื้นฐาน EF ที่ดี เมื่อถึงเวลาที่ลูกออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น พบเจอกับสิ่งดีและไม่ดี สายสัมพันธ์นี้จะคอยกระตุกความคิด และเป็นกำลังใจให้เขาไปตลอดชีวิต

การอ่าน นิทานก่อนนอน เพียงวันละ 15 นาที จึงเป็นกิจกรรมที่แสนง่าย ประหยัด และรับประกันผลได้ว่าลูกจะได้เห็นหน้า ได้ยินเสียง สัมผัสตัวพ่อแม่มากที่สุด

เสริมทักษะด้านภาษา

ลูกไม่พูด ลูกพูดช้า ลูกพูดไม่เป็นคำ เป็นปัญหาที่พ่อแม่ยุคใหม่กังวล ซึ่งเพราะพ่อแม่พูดกับลูกน้อย หรือปล่อยให้เล่นมือถือ การอ่าน นิทานก่อนนอน ช่วยให้เด็กจดจำน้ำเสียง คำศัพท์ และประโยคไว้ มีการถาม-ตอบ สื่อสารระหว่างกัน เด็กจึงมีทักษะการพูดที่ดี

นอกจากนี้การอ่านนิทานพร้อมกับให้เด็กมองตัวอักษร ทำให้เด็กรู้ว่าเส้นยึกยือไม่ใช่เป็นแค่เส้น แต่เป็นสัญลักษณ์ที่มีความหมาย ยิ่งอ่านบ่อยๆ จะช่วยสร้างรากฐานการใช้ภาษาที่ดีทั้งอ่าน เขียน และเลขโดยอัตโนมัติ

พัฒนาความคิดจากจินตนาการ

ทุกคำที่พ่อแม่อ่านให้ทัน ในหัวของเด็กจะเห็นภาพ เช่น พูดคำว่า ช้าง เด็กจะมองภาพช้าง และจำลักษณะของช้างไว้ เมื่อลูกได้ฟังนิทานช้างเรื่องต่อไป ลูกจะเริ่มต่อภาพของช้างในจินตนาการด้วยตัวอง เมื่อได้รับข้อมูลอื่นๆลูกจะสามารถวาดถภาพช้างในหัวเพิ่มขึ้นเอง สมองของลูกจึงพร้อมเปิดกว้างและเรียนรู้เรื่องใหม่ๆได้อย่างไร้ขีดจำกัด

พัฒนาสติปัญญา

ถ้าพ่อแม่อ่านนิทานให้ลูกฟังทุกวัน สมองของลูกซึ่งมีวงจรประสาทจะเชื่อมต่อกัน  ถ่ายทอดและพัฒนาข้อมูลในหัวไปสู่ความรู้วิชาการต่างๆได้อย่างง่ายดาย

พัฒนาจิตใจ

ก่อนที่ลูกจะโตไปเจอโลกนอกบ้าน นิทานเป็นสนามซ้อมที่ช่วยให้ลูกรู้จักชีวิต เช่น อารมณ์ต่างๆ ความตาย ภูติผี ความดี ความชั่ว มองเห็นผลจากการกระทำดีชั่วผ่านตัวละคร เรื่องราวในนิทาน จิตใจของเด็กๆพัฒนาเกราะป้องกันตัวในระดับจิตใต้สำนึก เพื่อเตรียมรับมือและผ่านพ้นความเป็นสุขทุกข์ที่จะเจอในชีวิตจริง

 

อ่าน นิทานก่อนนอนสำหรับเด็กแต่ละวัย หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

งดแจกถุงพลาสติก

ห้าง ร้านค้าชั้นนำเริ่มแล้ว! งดแจกถุงพลาสติก พกถุงผ้าได้แต้มเพิ่ม

ยังคงรณรงค์อย่างต่อเนื่องกับกิจกรรมลดการใช้ถุงพลาสติก เพื่อสิ่งแวดล้อมและการลดโลกร้อน โดยในครั้งนี้ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าชั้นนำเอาจริงโดยการ งดแจกถุงพลาสติก กับลูกค้าทุกคน

ห้างร้านค้าชั้นนำเริ่มแล้ว! งดแจกถุงพลาสติก พกถุงผ้าได้แต้มเพิ่ม

ประเทศไทยมีปริมาณขยะมูลฝอยจำนวน 27.37 ล้านตัน/ปี และการจัดการขยะถุงพลาสติกเป็นอีกปัญหาหนึ่ง เนื่องจากขยะถุงพลาสติก 1 ใบใช้เวลาย่อยสลาย 450 ปี และทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับถุงพลาสติก ทั้งการเผากำจัดถุงพลาสติกและการนำถุงพลาสติกมาใช้ซ้ำด้วยการนำมาใส่ขยะมูลฝอยจะทำให้เกิด การแปรสภาพเป็นผลให้เกิดก๊าซชีวภาพ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งต้นเหตุที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกและทำให้โลกร้อนขึ้น

งดใช้ถุงพลาสติก
งดใช้ถุงพลาสติก

และจากปัญหาสิ่งแวดล้อมนี้ ทำให้เริ่มตระหนักถึงการใช้ถุงพลาสติก และเริ่มที่จะลดการใช้ถุงพลาสติกโดยการพกถุงผ้า แน่นอนว่าห้างสรรพสินค้าและร้านค้าชั้นนำก็ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์การงดใช้ถุงพลาสติก พร้อมทั้งออกแคมเปญต่าง ๆ เพื่อจูงใจให้หลาย ๆ คนหันมาใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกมาได้ระยะหนึ่งแล้ว จากที่แม่ ๆ ได้เห็นว่า ตามห้างและร้านค้าต่าง ๆ ได้ งดแจกถุงพลาสติก ทุกวันที่ 4 ของเดือน แต่ในปีนี้ห้างและร้านค้าต่าง ๆ ได้ออกนโยบาย เพื่อสานต่อการช่วยบรรเทาปัญหาขยะ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังมากขึ้น ห้างไหนมีนโยบายไหนที่น่าสนใจกันบ้าง มาดูกันค่ะ

9 ห้างและร้านค้าที่ออกนโยบาย งดแจกถุงพลาสติก

รักอ่าน รักษ์โลก
รักอ่าน รักษ์โลก

1.นายอินทร์

‘นายอินทร์’ ชวนคนหนังสือร่วมใจลดใช้พลาสติก มอบคะแนนสะสมเพิ่มพิเศษ สำหรับสมาชิกร้านนายอินทร์

  • 20 คะแนน (ต่อเล่ม) เมื่อไม่รับ ปกพลาสติก
  • 10 คะแนน (ต่อใบเสร็จ) เมื่อไม่รับ ถุงพลาสติก

ไม่เพียงเท่านั้น เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและพัฒนาสังคม ทางร้านนายอินทร์จะร่วมสนับสนุนหนังสือเพื่อมอบโอกาสให้น้องๆ ในโรงเรียนที่ขาดแคลนหนังสือ โดยร่วมมือกับโครงการส่งความรู้ สร้างความสุข ปี 2 ซึ่งมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการกว่า 100 โรงเรียนทั่วประเทศ มาร่วมมือ ร่วมใจ ร่วมกันรักษ์โลก ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดใช้พลาสติกกันนะครับ

ห้าง ลดใช้ถุงพลาสติก
ขอบคุณภาพจาก The Mall Group

2. The Mall Group (Siam Paragon, Emporium, Emquartier, The Mall)

  • งดใช้ถุงทุกวัน
  • มีกล่องหรือลังกระดาษคอยบริการ
  • หากต้องการใช้ถุงพลาสติก ขอความร่วมมือบริจาคเงิน 1 บาท/ถุง
  • Green Lane สำหรับลูกค้าที่ไม่รับถุงพลาสติก

เดอะมอลล์กรุ๊ป ประกาศโครงการเดอะมอลล์ กรุ๊ป โก กรีน (THE MALL GROUP GO GREEN) ; GREEN EVERYDAY เปิดตัวเป็นห้างสรรพสินค้าปลอดถุงพลาสติก ที่งดให้บริการถุงพลาสติกทุกวัน แต่จะมีกล่องหรือลังกระดาษคอยให้บริการแทน ทว่าถ้าหากลูกค้าคนไหนต้องการใช้ถุงพลาสติก ทางห้างขอความร่วมมือบริจาคเงิน 1 บาท/ถุง เพื่อนำไปส่งมอบให้กับ WWF ประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการทำงานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมต่อไป โดยมาตรการนี้ได้ใช้ในทุกกลุ่มธุรกิจทั้ง ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์, พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์, บลูพอร์ต หัวหิน รวมไปถึงกลุ่ม “ซูเปอร์มาร์เก็ต” อย่างกูร์เมต์ มาร์เก็ต และโฮม เฟรช มาร์ท ทุกสาขาก็งดให้ถุงพลาสติกเช่นกัน

พกถุงผ้า ลดโลกร้อน
ขอบคุณภาพจาก Central Group

3. ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและธุรกิจในเครือ

  • งดใช้ถุงทุกวัน
  • มีถุงกระดาษให้บริการตามปกติ
  • มีถุงผ้ารักษ์โลกจัดจำหน่าย
  • หากลูกค้าปฏิเสธการรับถุง ทั้งถุงพลาสติกและถุงกระดาษ จะได้รับคะแนนเพิ่ม 10 คะแนน
  • หากนำถุงผ้ามาเองได้รับคะแนนเพิ่ม 20 คะแนน

แคมเปญนี้เป็นการผนึกกำลังกับทุกกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าเซน, โรบินสัน, ซูเปอร์สปอร์ต, บีทูเอส, ออฟฟิศเมท, ร้านค้าในกลุ่มเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (CMG), เพาเวอร์บาย, ไทวัสดุ, บ้านแอนด์บียอนด์ และออโต้วัน จัดแคมเปญ Central Love the Earth ‘Say No to Plastic Bags’ งดให้บริการถุงพลาสติกกับลูกค้าทุกวัน แต่ยังมีถุงกระดาษให้บริการตามปกติ รวมถึงยังมีถุงผ้ารักษ์โลกจัดจำหน่ายด้วย นอกจากนี้ถ้าหากลูกค้าปฏิเสธการรับถุง ทั้งถุงพลาสติกและถุงกระดาษ จะได้รับคะแนนเดอะ วัน (The 1) เพิ่ม 10 คะแนน และจะได้เพิ่มอีก 10 คะแนน ถ้านำถุงผ้ามาเอง

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 9 ห้างและร้านค้าที่ออกนโยบาย งดแจกถุงพลาสติก

เพจ Amarin Baby & Kids

Let’s Chat This Love ชวนพ่อแม่แชท กับ เพจ Amarin Baby & Kids

กิจกรรม Let’s Chat This Love
#ชวนพ่อแม่แชท
กับ เพจ Amarin Baby & Kids

เพจ Amarin Baby & Kids เปิดช่องทางหลัก!! ให้คุณพ่อคุณแม่ติดตามข้อมูลข่าวสารและพูดคุย-ปรึกษากับแอดมิน ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น … เพียงทักแชทมาก็มีสิทธิ์ลุ้นรางวัล!!! จัดเต็ม 7 สัปดาห์ รวม 70 รางวัล

♦ กติกาลุ้นรางวัลง่าย ๆ ♦

✅ ไปที่แอปพลิเคชัน Facebook Messenger เพจ Amarin Baby & Kids

✅ แล้วกดคำว่า “GET START” หรือ“เริ่มต้นใช้งาน”

✅ จากนั้นพิมพ์คำว่า “loveABK”

(หากเคย  inbox ไปที่เพจ Amarin Baby & Kids แล้ว ไม่ต้องกดคำว่า “GET START” หรือ“เริ่มต้นใช้งาน”
ให้พิมพ์คำว่า “loveABK” ได้เลย)

✅ แล้วรอข้อความตอบกลับ ระบบจะส่งลิงก์ให้ลงทะเบียน เพียงกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ก็มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลทุกสัปดาห์ (สามารถเล่นซ้ำได้สัปดาห์ละครั้งเท่านั้น!!)

 

ร่วมกิจกรรม ไปที่แอปพลิเคชัน Facebook Messenger
หรือ คลิกที่ลิงก์นี้เลย ⇓

http://bit.ly/inboxABK

 

♥ ระยะเวลาการร่วมสนุก ♥
เริ่มวันที่ 8 ก.ค. – 25 ส.ค. 2562

(ประกาศผล ทุกวันจันทร์ เวลา 10.00 น.
ทาง Line@ : @amarinbabyandkids)
(รายชื่อที่ประกาศ คือ “ชื่อ facebook” ตามที่ลงทะเบียนลุ้นของรางวัลไว้)

 

ทั้งนี้เมื่อประกาศผล ให้ผู้โชคดีติดต่อรับของรางวัลทาง inbox เพจ Amarin Baby & Kids
หรือ คลิกที่นี่>> http://m.me/AmarinBabyAndKids
โดยบอกว่า
“รับรางวัลจากกิจกรรม Let’s Chat This Love สัปดาห์ที่เท่าไหร่” และบอกด้วยว่าชื่ออยู่ลำดับที่เท่าไหร่ (แคปภาพรายชื่อที่ประกาศทาง Line@ แนบมาด้วย)
หากประกาศผลแล้วผู้โชคดีไม่มาติดต่อยืนยันรับของรางวัลภายในวันที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์!

* จับรางวัลโดยการสุ่มผู้โชคดี การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด
** ผู้ร่วมกิจกรรมถือว่าได้อ่านกติกาครบถ้วนแล้ว (ต้องปฏิบัติตามกติกาทุกข้อ)
***ไม่สามารถเปลี่ยนของรางวัลเป็นเงินสดได้

หมายเหตุการจัดส่งของรางวัล
ของรางวัลจัดส่งทางไปรษณีย์ ตามชื่อและที่อยู่
ที่ให้ไว้ในลิงก์ลงทะเบียนนะคะ
(เปิดกว้างให้คุณแม่ทุกประเทศร่วมสนุกได้
แต่ขอสงวนสิทธิ์ส่งของรางวัลในไทยเท่านั้น)

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ไข้เลือดออก 2562

ไข้เลือดออก 2562 สายพันธุ์ร้ายที่สุดระบาด! ตายแล้ว 62 คน

สถานการณ์ ไข้เลือดออก 2562 ระบาดหนัก โดยไข้เลือดออกที่พบในปีนี้ ส่วนใหญ่เป็นเชื้อไวรัสเดงกี่สายพันธุ์ที่ 2 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงมากที่สุดใน 4 สายพันธุ์

ไข้เลือดออก 2562 สายพันธุ์ร้ายที่สุดระบาด! ตายแล้ว 62 คน

ในช่วงหน้าฝนของทุก ๆ ปี โรคพ่อแม่ต้องระวังอีก 1 โรคคือโรคไข้เลือดออก ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากยุงที่ชุกชุมในหน้าฝน และยังเป็นโรคที่มีความรุนแรงถึงชีวิตได้ โดยสถานการณ์ ไข้เลือดออก 2562 ในปีนี้ มีข่าวที่น่าเป็นห่วงจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข คือ โรคไข้เลือดออกที่พบในปีนี้ ส่วนใหญ่เป็นเชื้อไวรัสเดงกี่สายพันธุ์ที่ 2 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงมากที่สุดใน 4 สายพันธุ์  โดยหากเป็นการป่วยไข้เลือดออกครั้งที่ 2 จะยิ่งมีความสัมพันธ์กับความรุนแรงของโรคมากขึ้น

ไข้เลือดออก สายพันธุ์เดงกี่ อาการเป็นอย่างไร?

เชื้อไวรัสเดงกีซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 4 สายพันธุ์ คือ DENV-1, DENV-2, DENV-3 DENV-4 นั้นมียุงลายตัวเมียเป็นพาหะนำโรค เมื่อยุงลายดูดเลือดผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสเดงกี เชื้อจะเข้าไปฝังตัวภายในกระเพาะและต่อมน้ำลายของยุง โดยมีระยะฟักตัวประมาณ 8-12 วัน เมื่อยุงที่มีเชื้อไวรัสไปกัดคนอื่นๆ ต่อ เชื้อไวรัสก็จะเข้าสู่กระแสเลือดของผู้ที่โดนกัด ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกตามมา ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกที่เคยได้รับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใดจะมีภูมิคุ้มกันเฉพาะสายพันธุ์นั้น หากได้รับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่ต่างออกไปจากครั้งแรกก็สามารถเป็นไข้เลือดออกได้อีก และโดยทั่วไปอาการของโรคครั้งที่สองมักรุนแรงกว่าครั้งแรก ทั้งนี้ ในแต่ละปีพบว่ามีการกระจายของเชื้อทั้ง 4 สายพันธุ์หมุนเวียนกัน และมีเชื้อที่เด่นแตกต่างกันไป ทำให้มีการระบาดของโรคมาโดยตลอด เนื่องจากประชาชนไม่มีภูมิต้านทานต่อเชื้อไวรัสสายพันธุ์นั้น ๆ โดยอาการของ โรคไข้เลือดออกสายพันธุ์เดงกี่ นั้นจะมีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป แต่จะมีอาการเด่น ๆ ดังนี้

  • มีไข้สูงเฉียบพลันเกิน 38 องศาเซลเซียสประมาณ 2-7 วัน
  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
  • หน้าแดง อาจพบจ้ำเลือดหรือจุดเลือดออกสีแดงเล็ก ๆ ตามผิวหนัง หรือมีเลือดออกบริเวณอื่น เช่น เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน ปัสสาวะ อุจจาระมีเลือดปน
  • ปวดท้องอย่างรุนแรง กดเจ็บชายโครงด้านขวา
  • ในรายที่มีอาการรุนแรงมาก หลังจากมีไข้มาแล้วหลายวันผู้ป่วยอาจเกิดภาวะการไหลเวียนโลหิตล้มเหลวหรือภาวะช็อก และเข้าสู่ระยะที่เรียกว่า กลุ่มอาการไข้เลือดออกช็อก (dengue shock syndrome) โดยผู้ป่วยจะมีอาการกระสับกระส่าย ปลายมือปลายเท้าเย็น ปัสสาวะน้อยลง ไข้ลดลงอย่างรวดเร็ว ความดันโลหิตลดต่ำ วัดชีพจรไม่ได้
อาการไข้เลือดออก
อาการไข้เลือดออก

สำหรับผู้ป่วยที่เกิดภาวะช็อก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องทันท่วงทีอาจเสียชีวิตได้ ดังนั้นขอให้เช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง รับประทานยาพาราเซตามอลลดไข้ ห้ามใช้ยาแก้ปวดลดไข้กลุ่มเอ็นเสด โดยปกติอาการจะดีขึ้นหลังไข้ลด กินอาหาร ดื่มน้ำได้ ปากไม่แห้ง ปัสสาวะปกติ แต่หาก 2 วันแล้วอาการไม่ดีขึ้น ยังมีไข้สูง อ่อนเพลีย ซึมลง ปัสสาวะสีเข้ม หรือไข้ลดแล้วแต่อาการแย่ลง ซึมกว่าเดิม เบื่ออาหาร ขอให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ สธ.เผย ไข้เลือดออก 2562 สายพันธุ์ร้ายที่สุดระบาด! ตายแล้ว 62 คน