ใช้ยาผิดวิธี

เตือนพ่อแม่ระวัง! ใช้ยาผิดวิธี ทำลูกเสี่ยงตายได้

เตือนพ่อแม่ทุกคน!! ดูก่อนหยิบ…อ่านก่อนใช้ หาก ใช้ยาผิดวิธี ผิดประเภท แทนที่จะช่วยรักษา อาจเสี่ยงทำให้ลูกน้อยเสียชีวิตได้โดยไม่รู้ตัว

พ่อแม่ระวัง! ใช้ยาผิดวิธี ทำลูกเสี่ยงตายได้

เมื่อลูกเจ็บป่วย วิธีรักษาเบื้องต้นที่พ่อแม่ทุกคนมักทำคือ การใช้ยารักษา ซึ่งการใช้ยาในการรักษาโรคโดยทั่วไปจะช่วยให้หายและปลอดภัยหรือไม่นั้น ขึ้นกับว่า ใช้ยาอย่างถูกต้องหรือไม่ เพราะหาก ใช้ยาผิดวิธี ก็อาจจะส่งผลร้ายแรงได้ คือนอกจากจะไม่ช่วยรักษาให้หายแล้ว ยังอาจทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้

ใช้ยาผิดวิธี

โดยเฉพาะการใช้ยาในเด็กที่ร่างกายยังเติบโตไม่เต็มที่ ซึ่งลูกน้อยจะมีความอดทนของร่างกายต่ำกว่าผู้ใหญ่ จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังมากกว่าปกติ เพราะหากเกิดความผิดพลาดขึ้นแล้ว ผลเสียที่เกิดกับเด็กจะร้ายแรงกว่าที่เกิดกับผู้ใหญ่หลายเท่า เช่นเดียวกับเหตุการณ์นี้ ที่คุณแม่เผลอหยิบยาทามหาหิงคุ์ ที่เป็นยาใช้ภายนอก ซึ่งตัวคุณแม่เองไม่มีความรู้เรื่องยาชนิดนี้มากเท่าไหร่ จึงทำให้ ใช้ยาผิดวิธี โดยเอามาให้ลูกน้อยวัยขวบกิน จึงทำให้ลูกน้อยเสียชีวิต

โดยเนื้อหาข่าวรายงานว่า… พบเด็ก 1 ขวบนอนเสียชีวิต โดยผู้เป็นแม่ วัย 19 ปีให้การว่าตกดึก ลูกมีอาการอึดอัด งอแง คิดว่า น่าจะท้องอืด เลยซื้อยามาสวนและให้กินยาแก้แพ้ เพราะลูกมีอาการคันที่คอ ต่อมายังมีอาการท้องอืดอีก จึงเอายามหาหิงคุ์ผสมน้ำให้ลูกกิน และกล่อมให้นอน และแม่เองได้เผลอหลับไป กลางดึกสามีตื่นขึ้นมา เข้าห้องน้ำ สามีเห็นลูกนอนแปลกๆนอนตัวงอ จึงจับตัวลูกดู ลูกน้อยได้สิ้นใจแล้ว พยายามปั้มหัวใจ แต่ไม่ทัน

Cr. เพจไทยรัฐ ข่าววันที่ 23 เม.ย.62

 

ซึ่งจากคำให้การที่คุณแม่กล่าวมา ก็สามารถบอกได้เลยว่าหากคนเป็นพ่อเป็นแม่ไม่มีความรู้เรื่องยาที่ถูกต้อง ก็อาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่พ่อแม่ทุกคนควรมีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ยา แต่ละชนิด แต่ละประเภท เพราะยาแต่ละขนานมักมีผลเสียอยู่ในตนเองไม่มากก็น้อยอยู่แล้วด้วย แม้จะใช้ในขนาดธรรมดา (ขนาดรักษา) เช่น ยาแก้อาการแพ้ ทำให้ง่วงนอน ยาแก้ปวดลดไข้ ระคายกระเพาะอาหาร และลำไส้ เป็นต้น

รวมไปถึงการใช้หลายขนานร่วมกัน อาจเป็นยาเม็ดหนึ่ง ที่มีตัวยาหลายขนาน หรือให้ยาหลายขนานแยกเม็ดกัน ในเวลาเดียวกัน หรือในเวลาใกล้เคียงกัน บางคราว แทนที่จะให้ผลดีกลับทำให้เกิดผลเสียในการรักษา และเกิดอาการพิษมากขึ้นได้

อ่านต่อ >> ข้อควรพิจารณาเบื้องต้นสำหรับการใช้ยาในเด็ก” คลิกหน้า 2

น้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล น้ำอัดลม แม่ท้อง

อย่าคิดว่าดีแล้วดื่มไม่ยั้ง น้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล ทำแม่ท้องเสี่ยงเบาหวาน น้ำหนักเกิน

ถึงรู้ดีว่า แม่ท้องไม่ควรดื่มน้ำอัดลม ความซาบซ่านและรสหวานเฉพาะของเครื่องดื่มชนิดนี้ก็เย้ายวนจนยากจะอดใจไหว แต่อีกใจก็กลัวว่าอาจเบาหวานขณะตั้งครรภ์ แม่หลายคนเลือกดื่ม น้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล เพราะยังอร่อยได้แถมไม่มีน้ำตาลให้ต้องกังวล มันจะดีอย่างนั้นจริงใช่ไหม

แม่ท้องต้องรู้ น้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล ก็ยังหวานดื่มมากเสี่ยงเบาหวาน น้ำหนักเกิน

น้ำอัดลมจัดเป็นเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะมีส่วนผสมของกรดคาร์บอนิก กรดฟอสฟอริกในระดับสูง ซึ่งมีผลต่อการดูดซึมแคลเซียมของร่างกาย อาจทำให้ลูกน้อยในครรภ์ได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ ส่วนตัวแม่เองก็เสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน

น้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล น้ำอัดลม แม่ท้อง

นอกจากนี้ในน้ำอัดลมยังมีสารกันบูด สารปรุงแต่งสีและกลิ่น ที่สำคัญคือในน้ำอัดลมทุกชนิดที่มีรสหวานชื่นใจ มีปริมาณน้ำตาลสูงมาก อย่างน้ำอัดลมกระป๋องขนาด 325 มิลลิลิตร มีน้ำตาลสูงถึง 31  กรัม หรือเทียบเท่า 2 ช้อนโต๊ะทีเดียว ดังนั้นการดื่มน้ำอัดลมทำให้ร่างกายของคุณแม่ได้รับน้ำตาลมากเกินไป ยิ่งดื่มบ่อยเท่าไร ก็ยิ่งเสี่ยงที่น้ำหนักตัวเกิน และภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ซึ่งนำไปสู่ภาวะครรภ์เป็นพิษที่อาจต้องคลอดก่อนกำหนดด้วย

น้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล แม่ท้องดื่มได้จริงหรือ

ถ้าน้ำอัดลมธรรมดาหวานเกินไป แม่ท้องดื่มไม่ได้ แต่ถ้าเลี่ยงไปดื่มน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล (No Sugar) หรือน้ำอัดลมน้ำตาลต่ำ (Low Sugar) ที่ไม่ใช้น้ำตาล แต่ยังหวานอร่อยเหมือนเดิม ก็คงไม่ต้องกลัวเป็นโรคเบาหวาน แต่ความจริงแล้ว น้ำอัดลมแบบนี้น่ากลัวกว่าที่คิด

เว็บไซต์ manageronline ได้เสนอข่าวกรมอนามัยออกโรงเตือนเกี่ยวกับการดื่มน้ำอัดลมและน้ำหวานช่วงหน้าร้อนนี้จากการสัมภาษณ์พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย  ระบุว่า

ช่วงนี้อากาศร้อนขึ้นทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เลือกดื่มน้ำหวานและน้ำอัดลมเพื่อดับกระหาย น้ำตาลในเครื่องดื่มเหล่านี้ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายหลั่งอินซูลินออกมามากเกินไป ส่งผลให้ในระยะยาวร่างกายจะผลิตอินซูลินน้อยลงหรือด้อยประสิทธิภาพ จนทำให้เกิดโรคเบาหวานและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังตามมา

น้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล น้ำอัดลม แม่ท้อง

ส่วนน้ำอัดลมแบบไม่มีน้ำตาล จะมีส่วนประกอบเหมือนน้ำอัดลม สูตรปกติ แต่จะใช้สารให้ความหวานหรือน้ำตาลเทียมทดแทนลงไป ซึ่งสารประเภทนี้ให้รสหวาน แต่ไม่ให้พลังงาน สารให้ความหวานเหล่านี้จะกระตุ้นกลไกการทำงานของสมองให้รับรู้ถึงความหวาน ส่งผลให้ร่างกายโหยหาน้ำตาลมากขึ้น เกิดการติดรสหวาน ต้องการกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มรสหวานบ่อยขึ้น ร่างกายหิวง่ายขึ้นและกินมากกว่าปกติ 30% ซึ่งจะเป็นการกินไปแบบไม่รู้ตัว จึงควรกินหวานให้น้อยลงหรือสั่งหวานน้อยเป็นประจำให้ติดเป็นนิสัย เพื่อสร้างความเคยชินในการรับรสของตนเองและกลายเป็นคนไม่ติดหวาน

ฉะนั้นการดื่มน้ำอัดลมไม่มีน้ำตาล ทนแทนน้ำอัดลมแบบทั่วไปจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ช่วยดูแลสุขภาพแต่กลับทำให้ร่างกายของแม่ท้องแย่ลง และเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้

อ่านต่อ อันตรายจากภาวะติดหวาน จากน้ำอัดลมแบบไม่มีน้ำตาล หน้า2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

Tags

หนูเล็กก่อนบ่าย

เคล็ดลับคุณแม่สายสตรอง สไตล์หนูเล็กก่อนบ่าย เมื่อการเป็นแม่ไม่ใช่เรื่องง่าย

คุณแม่ดาราช่วงนี้ก็ทยอยคลอดทายาทออกมาเยอะแยะ แต่ถ้าจะให้พูดถึงคุณแม่ดาราที่ดูจะมีปัญหากับสุขภาพและเป็นที่สนใจของหลายๆคนคงไม่พ้นคุณหนูเล็กก่อนบ่าย ที่พึ่งคลอดลูกชายชื่อว่า ‘น้องวิน’ ให้กับสามีหนุ่มนอกวงการไปหมาดๆ ซึ่งต้องยอมรับว่าคุณหนูเล็กเป็นคุณแม่สุดทรหดอดทนโดยแท้กับการต้องเผชิญปัญหาสารพัด เพราะตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ก็มีอาการแพ้ท้องชนิดที่เรียกว่าหนักมากจนถึงขั้นร้องไห้ ทำให้ช่วงสี่เดือนแรกต้องนอนติดเตียงทั้งวันเพราะแพ้ท้องเดินไม่ไหว ขนาดที่จะลุกไปอาบน้ำยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ จนต้องตัดพ้อกลางไอจีว่า #เราเป็นแม่ที่มีความอดทนต่ำมากที่สุด

หนูเล็กก่อนบ่าย

ถึงแม้จะเจออาการแพ้ท้องหนักมากขนาดนี้ แต่ว่าที่คุณแม่มือใหม่ก็กัดฟันอดทนจนผ่านพ้นมาได้ แต่สุดท้ายก็ต้องมาเจอปัญหาใหม่อีกในช่วงเดือนที่7 เนื่องจากน้องวินเตะท้องคุณแม่หนูเล็กแรงไปหน่อยจนเส้นเลือดฝอยที่รกแตก ถึงกับต้องโร่เข้าโรงพยาบาลเลยทีเดียว

หนูเล็กก่อนบ่าย
คุณแม่ที่ต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะเส้นเลือดฝอยที่รกแตก

และดูเหมือนว่าบททดสอบความเป็นแม่จะยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อเข้าสู่เดือนที่8ของการตั้งครรภ์ คุณหนูเล็กก็ต้องเจอกับข่าวร้ายใหม่เมื่อพบว่าตัวเองเป็นเบาหวาน ซึ่งการเป็นเบาหวานในขณะตั้งครรภ์นั้นส่งผลถึงความเสี่ยงของคุณแม่และคุณลูกหลายอย่าง ทั้งสภาวะครรภ์เป็นพิษ การคลอดก่อนกำหนด และอาจส่งผลต่อระบบหายใจและน้ำหนักตัวของทารกด้วย เล่นเอาคุณหนูเล็กกังวลหนักมากจนถึงกับเสียน้ำตาอีกรอบ แต่ก็ยังประกาศกร้าวว่าจะสู้ต่อไปเพื่อลูกชายของตน โดยมีบรรดาคุณแม่แห่มาให้กำลังใจอย่างล้นหลามในไอจีของเจ้าตัวเอง

หนูเล็กก่อนบ่าย
เสียน้ำตาเพราะตรวจพบว่าเป็นเบาหวาน

แม้ว่าปัญหาจากการตั้งครรภ์หลายอย่างจะรุมเร้าตลกสาวสวยคนนี้ทำให้เกิดความเครียดจนต้องร้องไห้ไปหลายครั้ง แต่ความใจสู้และความอดทนของคุณแม่สายสตรองอย่างคุณหนูเล็กก็ทำให้เธอสามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆได้เป็นอย่างดี จนสามารถคลอดน้องวินออกมาด้วยสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ เรามาดูกันดีกว่าว่าเธอมีเคล็ดลับการดูแลตัวเองอย่างไรกันแน่ถึงสตรองได้เบอร์นี้เชียว

หนูเล็กก่อนบ่าย

  • ของหวานเพิ่มพลังช่วงแพ้ท้อง

หนูเล็กก่อนบ่าย

คุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้องหนักมากๆ มักจะมีอาการวิงเวียนคลื่นไส้อาเจียนจนไม่สามารถพักผ่อนหรือรับประทานอาหารได้ตามปกติ ทำให้อาจไม่มีพลังงานมากพอในการดูแลลูกที่อยู่ในท้อง ซึ่งคุณหนูเล็กแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มพลังงานจากของหวานที่ให้พลังงานสูงและกินได้ง่าย เช่นน้ำหวานสักแก้วหรือไอศกรีม แต่ต้องขอเตือนก่อนว่าไม่ควรกินเยอะและให้อยู่ในการควบคุมของคุณหมอด้วยนะคะ เพราะคุณแม่ที่กำลังท้องมีโอกาสเป็นเบาหวานง่ายมาก อย่างคุณหนูเล็กเองที่แม้ว่าจะทำตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัดก็ยังเป็นเบาหวานได้

หนูเล็กก่อนบ่าย

แต่อย่าพึ่งกังวลจนไม่กล้ากินอะไรนะคะ เพราะคุณแม่สามารถคัดเลือกกินของที่มีประโยชน์และให้พลังงานสูงได้ เช่นคุกกี้ข้าวโอ๊ต กล้วยราดน้ำผึ้ง+เนยถั่ว ดาร์กช็อคโกแลต ซีเรียลธัญพืชเติมนม เอนเนอร์จี้บอล อย่างไรก็ตามควรเน้นของที่คุณแม่สามารถกินได้ไม่ยากและไม่กดดันตัวเองจนเกินไป เพราะช่วงแพ้ท้องจะเป็นช่วงที่คุณแม่ไม่ค่อยจะอยากอาหารและมักจะอาเจียนบ่อยๆ การกินในสิ่งที่อยากกินจึงไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด เอาแค่สามารถกินได้บ้างแค่นั้นก็ดีแล้วค่ะ

  • ผักกับผลไม้อย่าได้ขาด

หนูเล็กก่อนบ่าย

ช่วงหลักจากแพ้ท้องแล้วถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะดูแลตัวเองอย่างจริงจัง ซึ่งคุณหนูเล็กเน้นเรื่องการกินผักผลไม้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะกับผักที่เรียกได้ว่าเห็นแล้วเป็นต้องกินอยู่เสมอ ซึ่งผักและผลไม้นับเป็นอาหารที่จำเป็นต่อคนท้องเป็นอย่างมาก เพราะในผักผลไม้มีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่จะช่วยในการบำรุงครรภ์ แล้วยังเสริมภูมิคุ้มกันให้แม่กับลูกด้วย เพราะในช่วงตั้งครรภ์เป็นช่วงที่ภูมิคุ้มกันของคุณแม่อ่อนแอมาก นอกจากนี้ยังมีการวิจัยด้วยว่าถ้าคุณแม่กินผักตอนที่ท้องบ่อยๆ จะทำให้ลูกชินกับรสชาติผักแล้วชอบกินผักไปด้วย คุณแม่คนไหนที่อยากให้ลูกกินผักง่ายๆไม่งอแงก็รีบฝึกลูกด้วยการกินตั้งแต่ตอนนี้เลยค่ะ

หนูเล็กก่อนบ่าย

สำหรับผักผลไม้ที่เหมาะสำหรับคนท้อง ก็มีตั้งแต่มะละกอ แครอท หน่อไม้ฝรั่ง กุ่ยช่าย ถั่วลันเตา เอามาทำต้มผัดแกงทอดอะไรก็ว่าไป ในส่วนของผลไม้นั้นคุณแม่อาจจะเลือกกินตามความต้องการได้หากเกิดอาการเปรี้ยวปากขึ้นมา แต่ควรระมัดระวังของหมักดองและของที่มีรสชาติเปรี้ยวจนเกินไป ถ้าเป็นไปได้แนะนำว่าควรกิน กล้วย ฝรั่ง มะม่วงสุก แก้วมังกร แอปเปิ้ล อะไรทำนองนี้ดีกว่าค่ะ เพราะเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารที่หลากหลายเหมาะสมกับคนท้องที่สุด

  • บำรุงร่างกายและเพิ่มน้ำนมด้วยอาหารเสริม

 

หนูเล็กก่อนบ่าย หนูเล็กก่อนบ่าย

คุณหนูเล็กก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ประสบปัญหาน้ำนมน้อย ซึ่งเกิดจากความเครียดจากปัญหาต่างๆในช่วงตั้งครรภ์ทำให้ร่างกายผลิตน้ำนมออกมาน้อยกว่าที่ควร ถึงขนาดที่ว่าช่วงแรกๆที่คลอดน้ำนมไม่ไหลสักหยด จนต้องปรึกษากับคุณวิกกี้ สุนิสาที่เป็นคุณแม่เหมือนกัน คุณวิกกี้จึงได้แนะนำให้คุณหนูเล็กทาน Mada อาหารเสริมเพื่อสุขภาพสำหรับคุณแม่โดยเฉพาะเพื่อเป็นตัวช่วยอีกทางหนึ่ง ซึ่งคุณหนูเล็กถูกใจสุดๆถึงกับต้องพกติดตัวไว้ตลอดเวลาเชียวละ

หนูเล็กก่อนบ่าย

Mada เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติที่นำเข้าจากเยอรมันและญี่ปุ่น ปลอดภัยแน่นอนเพราะผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากองค์กรต่างๆทั้งในและต่างประเทศ เหมาะสมกับคุณแม่ที่มีปัญหาน้ำนมน้อย ต้องการเพิ่มน้ำนมให้ลูก นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงสุขภาพหลังคลอด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ฟื้นฟูร่างกายคุณแม่มือใหม่ให้เป๊ะปังเหมือนเก่า ดูได้จากคุณหนูเล็กที่หลังคลอดแล้วออร่าความสวยก็เพิ่มขึ้นสุดๆ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้บอกกล่าวผ่านไอจีว่าตัวช่วยสำคัญก็คืออาหารเสริม Mada นี่แหละ สำหรับคุณแม่คนไหนที่สนใจก็สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ที่เพจ MADA Thailand ได้เลยค่ะ

หนูเล็กก่อนบ่าย

จบไปแล้วนะคะกับเคล็ดลับการดูแลตัวเองจากคุณแม่สายสตรองอย่างคุณหนูเล็กที่ใครๆก็สามารถนำไปใช้ได้ รับรองได้เลยว่าว่าถ้าคุณแม่ท่านไหนทำตามขั้นตอนนี้จะต้องสตรองไม่แพ้คุณหนูเล็กแน่นอนค่ะ สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่กำลังวุ่นวายกับการดูแลลูกก็อย่าละเลยกับการดูแลตัวเองด้วยนะคะ เพราะถ้าสุขภาพไม่ดีก็อาจส่งผลให้เราดูแลลูกได้ไม่ดีเท่าที่ควร ฉะนั้นสุขภาพร่างกายของคุณแม่จึงถือว่าสำคัญไม่แพ้กันเลยค่ะ เพราะถ้าคุณแม่แฮปปี้เจ้าตัวเล็กก็แฮปปี้ไปด้วยนะคะ

หนูเล็กก่อนบ่าย

หนูเล็กก่อนบ่าย

ขอบคุณรูปภาพจาก

Bigstockphoto

Instagram คุณหนูเล็ก

MADA Thailand

ผลิตภัณฑ์ Ezerra

คุณพ่ออั๋น คุณแม่จ๋า กับความประทับใจใน “ผลิตภัณฑ์ Ezerra”

ผลิตภัณฑ์ Ezerra เป็นผลิตภัณฑ์ที่ครองใจคุณพ่อคุณแม่มือทั้งมือเก่าและมือใหม่ เพราะช่วยดูแลผิวลูกน้อยให้มีสุขภาพดี มีติดบ้านไว้แล้วสบายใจ ซึ่งวันนี้เรามีหนึ่งครอบครัวคนดังที่มีความประทับใจต่อผลิตภัณฑ์ Ezerra นั่นก็คือครอบครัวของคุณพ่ออั๋น คุณแม่จ๋า และน้องเบบี้พอล มาพูดคุยแชร์ประการณ์หลังจากได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Ezrra ค่ะ

 

ผลิตภัณฑ์ Ezerra ใช้แล้วดีจึงอยากบอกต่อให้ได้ใช้กัน

จากที่ไม่รู้จักว่าหน้าตาของ ผลิตภัณฑ์ Ezerra เป็นอย่างไร จนได้มาลองใช้กับน้องพอล คุณพ่ออั๋นและคุณแม่จ๋า ถึงกับบอกถูกใจใช่เลย นี่แหละผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้ผลดี เป็นธรรมชาติ และปลอดภัยกับลูกน้อย

  • รู้จัก Ezerra ได้อย่างไร

คุณอั๋น : พี่ได้ยินครั้งแรกจากเพื่อนพี่ที่เป็นคุณหมอ พี่ไม่มีความทรงจำเลยนะว่ากล่องหน้าตาเป็นยังไง เพราะพี่ได้ยินจากปากเปล่า และได้เห็นตัวหนังสือที่เขาเขียนให้ ตอนนั้นมีเพื่อนที่มีลูกมาปรึกษาปัญหากันคนรอบตัวพี่ท้องเยอะมาก เพราะอยู่ในวัยที่พึ่งจะมีกัน แล้วเขาก็เขียนว่าใช้ Ezerra ตัวนี้เลยจบ พี่ก็เลยจำได้แต่จำได้แบบไม่ได้ท่องจำ จนกระทั่งมาเจออีกทีนึง พอเห็นปุ๊บจำได้เลยว่าวิธีการเรียงตัวอักษรคือ Ezerra มันคืออันนี้ เพราะมันไม่ใช่ยี่ห้อที่เราคุ้นเคย  เพราะไม่ได้เห็นโฆษณาตามทีวีหรือที่ไหน แต่ทำไมเขา recommend อันนี้กัน เราเลยรู้สึกว่านี่คือการบอกต่อจากผู้ใช้จริง

  • ความประทับใจต่อผลิตภัณฑ์

คุณอั๋น : โดยส่วนตัว ผมไม่ได้คิดว่าลูกมีปัญหาอะไร แต่เราก็เห็นว่าเขามีผดมีผื่นเกิดขึ้นอยู่บ้าง เราก็สงสัยว่ามันเกิดจากอะไร เราก็คิดว่ามันอาจเกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสมหรือเปล่า ก็เลยต้องลองเริ่มสังเกตมากขึ้น ที่เราคิดว่าโลชั่นอะไรก็เหมือนกัน หรือสบู่ หรือคลีนเซอร์อะไรก็เหมือนกัน มันอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้

คุณจ๋า : ก็เหมือนเรานั่นแหละ ผู้ใหญ่ถูกกับโลชั่นอันไหน พี่ก็ต้องลอง ของเด็กพี่ก็ต้องลองไป พอเจอ Ezerra เหมือนว่ามันทำให้ผิวเขาไม่แห้ง แล้วก็อยู่ได้นานกว่า แล้วก็ทำให้เขาชุ่มชื้นขึ้น จริงๆ ปัญหาของน้องพอลคือที่ตัว หน้าไม่ค่อยมีปัญหา

คุณอั๋น : แล้วพอใช้ปุ๊บเราก็เห็นว่ามันต่าง เราก็ต้องเริ่มตัดแล้ว บางตัวเราอาจไม่ชอบเองด้วยกลิ่น เช่นกลิ่นน้ำหอม บางทีมันหอมไป หอมจนเรามึนไปหมด เราก็เลยค่อยๆ หยิบผลิตภัณฑ์ทีละอันออกไปจากชีวิต ตัดๆๆๆ ก็จะเหลือผู้เข้าชิงอยู่ไม่กี่ตัว แต่ในที่สุดผมว่าตัวนี้เราสบายใจที่สุด เพราะว่าพอเราเริ่มถามมาถามไป ในที่สุดแล้ว มันเหมือนว่าจะปลอดภัยที่สุดสำหรับลูกเรา

อันนี้ไม่ถึงขนาดว่าเราหยิบไปปรึกษาคุณหมอนะ แต่จากการศึกษาด้วยตัวของเราเอง เราเห็นเลยว่ามันไม่ใช่แค่ gentle แต่ extra gentle ผมว่าโลกยุคนี้เราต้องการอะไรที่บริสุทธิ์ที่สุด เพราะฉะนั้นพอเรารู้ว่ามันไม่มีน้ำหอม ไม่มีส่วนของกลิ่น ไม่มีการแต่งเติมใดๆ เลย เราสบายใจแล้ว มันใกล้เคียงกับธรรมชาติที่สุด  พอเรามาดู มันไม่ใช่แค่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ และไม่มีการสังเคราะห์อะไร แต่มันก็สกัดจากธรรมชาติเลย ก็ยิ่งสบายใจ แต่ตอนแรกเราอาจจะแฟนซีกับชื่อหรือแบรนด์ที่เราคุ้นเคย โฆษณาเยอะๆ packaging สวยๆ

คุณจ๋า : พอเป็นโรงพยาบาล recommend หลายอย่างก็ทำให้เรามั่นใจมากขึ้น

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ Ezerra ตัวไหนบ้าง

คุณจ๋า : ก็ใช้ตัวที่อาบน้ำ ใช้โลชั่น แล้วก็ใช้ครีมเฉพาะจุดที่มีปัญหา

คุณอั๋น : ก็เกือบจะครบแล้วมั้งเนี่ย คือเขาไม่ได้มี product เยอะจนเรางง

คุณจ๋า : แต่เราก็ไม่ได้ใช้เยอะมาก จริงๆอยากจะรีบๆ อาบน้ำ ทาโลชั่น แต่งตัวให้น้องพอลเร็วที่สุด เพราะเขาอยู่นานไม่ได้ ดังนั้นอะไรก็ตามที่ง่าย สะดวก และสิ่งที่เรา concentrate ก็คือน้องพอลมีปัญหาที่ขากับหน้า หน้าที่เป็นผด โดนน้ำลายเยอะๆ

คุณอั๋น : ผมไม่ได้ว่า product ที่มี variety แบบ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 อย่างนี้นะ แต่ว่าบางครั้งก็งง พอจะใช้ทีต้องตั้งสติ

คุณจ๋า : อย่างนั้นมันนาน ลูกไม่ทนหรอก

คุณอั๋น : อันนี้มันง่ายดี แล้วก็เวลาจะเดินทางก็ไม่ต้องพกไปทั้งขบวน

คุณจ๋า : อ๋อ แล้วมันก็เบา ชอบอะไรที่มันเล็กและเบา ใส่เป้ไปได้ง่าย

ผลิตภัณฑ์ Ezerra

  • ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์

คุณอั๋น : เมื่อก่อนผิวที่ขาน้องพอลจะสาก ซึ่งมันไม่น่าเชื่อ ทำไมผิวลูกเราเป็นอย่างนี้ ทั้งที่ตรงอื่นนิ่มหมดเลย อาบน้ำเหมือนกันทั้งตัว ฟอกสบู่เหมือนกัน แล้วทำไมเป็นอย่างนี้ ทำไมเป็นแต่ขา

คุณจ๋า : ขาน้องพอลจะเป็นแผ่นปื้นๆ แข็งๆ แล้วก็มีปัญหาเรื่องผดที่หน้าอยู่ช่วงหนึ่ง พอได้ Ezerra มาคือหายเลย ไม่เป็นอีกเลย มีอยู่ช่วงหนึ่งเหมือนเป็นผดน้ำนม

คุณอั๋น : เป็นเล็กๆ ตามไรผม

คุณจ๋า : เป็นที่แก้มด้วย

คุณอั๋น : ซึ่งผมก็ เอ๊ะ ทำไมอยู่ดีๆ เป็น ผมไม่ได้คิดว่าเป็นโรคผิวหนัง เขาไม่ได้ดูเจ็บปวดทรมานหรือน่ากลัว แค่คิดว่าทำไม

คุณจ๋า : จะถ่าย Reality แล้วลูกดูไม่ Healthy เลย ปรากฏว่าทาแป๊บเดียว หายเลย

คุณอั๋น : หายเลยนะ ภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยที่เราไม่ได้ใช้ยา เราแค่เปลี่ยนผลิตภัณฑ์เท่านั้นเอง แล้วหลังจากนั้นเวลาเราถ่ายรูปลูกหรือ Live แม้แต่ตัวผมเองยังเห็นและพูดเลยว่า มันเป็นผิวคุณภาพจังเลย อิจฉาผิวลูกตัวเอง

คุณจ๋า : เขาจะชอบโดนยุงกัด เป็นจุดแดง พอเป็นมันจะแดงมาก แล้วก็จะดำ พี่ก็ใช้ทาๆๆ จนหายดำ ก็เหมือนกับผู้ใหญ่ เราจะหาอะไรที่ใช้ได้ดีที่สุดกับหน้า พอเจอแล้วก็จบค่ะ

  • ฝากเคล็ดลับในการเลือกผลิตภัณฑ์ให้ลูก

คุณจ๋า : พี่มองว่า Fragrance Free เป็นบ่อเกิดของ Allergy สองคือต้องหาอะไรที่เป็นธรรมชาติ ที่ทำให้เขารู้สึกสบายตัว ไม่ใช่ประโคมทุกผลิตภัณฑ์ที่มี อันนี้ตอนอาบน้ำก็ช่วยให้ผิวไม่แห้ง พอมาโลชั่นก็ช่วยเรื่อง Moisturizer แล้วก็ใช้ครีมในส่วนที่เป็นปัญหา แค่สามตัวนี้ก็จบแล้ว

คุณอั๋น : คือผมว่า เราทุกคนอยู่ในยุคที่มีสิทธิ์เลือก อยากเลือกก็เลือก แต่เลือกแล้วก็ต้องสังเกต ผมก็เลือกสิ่งที่ดีที่สุด มันมีบางอันที่เราตัดออกจากตัวเลือกในชีวิตได้เลย แล้วถ้าสมมติมาเจออันที่ดีแล้ว ก็หยุด ผมก็เคยเจออันที่ดีแล้วก็หยุด แล้วก็เกิดอยากจะไปลองอันที่คิดว่าดีกว่า แล้วอยู่ดีๆ ก็แพ้ก็มีนะ สุดท้ายก็กลับมาตายรัง แล้วเราจะเปลี่ยนไปเพื่ออะไร  ก็ถ้าสมมติใครมีปัญหาก็ลองเปลี่ยนมาใช้ตัวนี้ ส่วนใครที่กำลังมอง หา ก็อาจจะแค่เริ่มต้นด้วยตัวนี้ แล้วถ้าสมมติว่ามันดี คุณอาจจะไม่ต้องเสียเวลาหาอีกก็ได้ มันอาจจะจบ เลย ไม่เหนื่อย ผมว่ามันเกี่ยวพันกันหมดเลย อารมณ์ดี สุขภาพดี ผิวพรรณดี ความร่าเริง แล้วพอมันตัดปัญหาออกไปทีละอัน จริงๆ การมีลูกผมไม่อยากบอกว่าเป็นปัญหาหรอก แต่ว่าจะมีเรื่องจุกจิกให้เราต้อง คิดอยู่แล้ว ไอ้โน่นนิดไอ้นี่หน่อย ตรงไหนที่มันจบแล้วเราก็วางไว้ เราจะได้ไปโฟกัสที่เรื่องอื่นแทน ไม่รู้นะ ผมคิดว่าน้องพอลก็ดูเป็นเด็กอารมณ์ดี เป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย หวังว่าจะเป็นอย่างนี้ไปนานๆ นะลูก

เห็นคุณพ่ออั๋นกับคุณแม่จ๋าเล่าถึงความประทับใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของ Ezerra ที่ใช้ได้ดีกับน้องพอลแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่บ้านไหนที่อยากดูแลผิวพรรณลูกน้อยให้มีสุขภาพดี ห้ามพลาดที่จะไปหามาใช้กันนะคะ  

#อย่างนี้ต้องอีเซอร์ร่า #ของแท้ต้องฉลากภาษาไทย

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.ezerrathailand.com

 

ลูกเป็นแผล

ปฐมพยาบาล ลูกเป็นแผล แผลสด แผลแห้ง ทำแผลอย่างไรให้ถูกต้อง?

แผลแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน รวมถึงวิธีการดูแลรักษาก็แตกต่างกันด้วย ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรศึกษาวิธีการดูแลรักษาแผล เพราะเมื่อ ลูกเป็นแผล จะได้รักษาได้อย่างถูกวิธีและปลอดภัย

ปฐมพยาบาล ลูกเป็นแผล แผลสด แผลแห้ง ทำแผลอย่างไรให้ถูกต้อง?

เมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือเป็นอุบัติเหตุที่ค่อนข้างรุนแรง คุณพ่อคุณแม่มักจะตื่นตกใจที่ ลูกเป็นแผล จนทำอะไรไม่ถูก และไม่รู้วิธีการดูแลรักษาที่ถูกต้อง เรามักจะเคยชินกับการล้างน้ำ ทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ปิดแผล กับแผลทุกชนิด แต่รู้หรือไม่ว่า แผลมีหลายชนิด นอกจากนี้ วิธีการดูแลรักษาแผลแต่ละชนิดก็แตกต่างกันไปด้วย มาดูกันค่ะ ว่าแผลมีกี่ชนิด และดูแลรักษาอย่างไรถึงจะถูกวิธีและปลอดภัย

แผลมีกี่ชนิด?

ไม่ว่าจะเป็นแผลมีดบาด แผลน้ำร้อนลวก แผลผ่าตัด แผลถลอก แผลสด และแผลที่เกิดจากอุบัติเหตุอะไรก็ตาม ทางการแพทย์จะแบ่งชนิดของแผลออกเป็น 2 ชนิดเท่านั้นคือ แผลเปียก กับ แผลแห้ง

แผลเปียก คือ แผลใหม่ แผลที่ยังไม่แห้ง มีสารขับหลั่งมาก (ไม่ว่าจะเป็นแผลจากสิ่งใดก็ตาม หากแผลยังไม่แห้งเรียกแผลเปียกเหมือนกันหมด)

แผลแห้ง คือ แผลสะอาด แผลปิดที่ไม่มีอาการอักเสบ ไม่มีน้ำหรือสารขับหลั่งออกมาจากแผล เป็นแผลที่ไม่มีการอักเสบ และเป็นแผลเล็กๆ

แผลสด แผลแห้ง
แผลสด แผลแห้ง ต่างกันอย่างไร?

วิธีการดูแลรักษาและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อ..ลูกเป็นแผล

การดูแลแผลที่ไม่ถูกวิธี จะทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ที่เป็นแผล ทำให้ใช้เวลาการรักษาแผลนาน และอาจสูญเสียอวัยวะได้หากมีอาการติดเชื้อที่รุนแรงมาก เพื่อลดภาวะเสี่ยงในการติดเชื้อ และสูญเสียอวัยวะในภายหลัง เราควรทำแผลและล้างแผลลูกได้อย่างถูกวิธี ดังนี้

อุปกรณ์ที่ใช้ล้างแผล

  1. สำลี ผ้าก๊อซ
  2. น้ำยาฆ่าเชื้อ เบตาดีน หรือโปรวิดีน ไอโอดีน
  3. น้ำเกลือล้างแผล (โซเดียมคลอไรด์) แอลกอฮอล์ 70% ใช้สำหรับเช็ดผิวหนังรอบ ๆ
  4. พลาสเตอร์ และผ้าพันแผล แต่แผลบางชนิดอาจไม่ต้องใช้

ทำไมถึงต้องล้างแผล?

วัตถุประสงค์หลักของการล้างแผลคือ เพื่อให้แผลหายเร็วและไม่ติดเชื้อ นอกจากนี้การล้างแผลยังช่วย ดูดซืมสารคัดหลั่ง (เช่น เลือด น้ำเหลือง หนอง) และให้ความชุ่มชื้นของแผลไม่ให้แห้งจนเกินไป อีกด้วย และสำหรับการปิดแผล ยังช่วยจำกัดความเคลื่อนไหวของแผล เพื่อไม่ให้แผลกระทบกระเทือนต่อสิ่งอื่น ๆ และช่วยป้องกันแผลปนเปื้อนเชื้อโรคจากอุจจาระ ปัสสาวะ หรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ ได้อีกด้วย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ วิธีการล้างแผลแบบเปียก และ แผลแบบแห้ง

วิธีชงนมที่ถูกต้อง

เผยเคล็ดลับ วิธีชงนมที่ถูกต้อง ไม่ไห้เกิดฟอง

หากคุณแม่กำลังเจอปัญหา “ชงนมทีไรฟองเยอะแยะเต็มไปหมด” ลูกกินแล้วท้องอืด ร้องไห้งอแงทุกที ตาม Super Nanny มาค่ะ  เรามี วิธีชงนมที่ถูกต้อง ไม่ไห้เกิดฟอง มาแนะนำ!

Super Nanny เผยเคล็ดลับ วิธีชงนมที่ถูกต้อง ไม่ไห้เกิดฟอง 

พ่อแม่มือใหม่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเรียนรู้ วิธีชงนมเด็กที่ถูกต้อง ไว้ด้วย …ซึ่งแม้ว่าการให้นมแม่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะในนมแม่มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับวัยทารกมากที่สุด แต่บางครั้งคุณแม่บางคนอาจมีความจำเป็นที่ไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ เพราะไม่ค่อยมีน้ำนม หรือเนื่องจากมีปัญหาสุขภาพบางอย่างที่อาจเป็นอันตรายต่อแม่และเด็ก หรือคุณแม่กินยาบางอย่างที่สามารถผ่านมาทางน้ำนมได้ จึงจำเป็นต้องใช้นมผงดัดแปลงสำหรับทารกแทน

วิธีชงนมที่ถูกต้อง+

  1. การชงนมให้ใช้น้ำต้มสุก (สามารถชงด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำในอุณหภูมิปกติก็ได้) เท่านั้นในการผสมนม ส่วนน้ำดื่มบรรจุขวดไม่ใช่ว่าจะสะอาดปราศจากเชื้อโรคไปทั้งหมด เพราะฉะนั้นการต้มน้ำให้เดือดก่อนผสมกับนมผงคือสิ่งที่ควรทำ โดยจะต้องต้มให้เดือดจนเห็นฟองอากาศผุดออกมา ให้เย็นลงก่อน จึงนำไปป้อนทารกได้ … ส่วนน้ำที่ใช้ต้มหาก เป็นน้ำประปา อาจจะเปิดใส่ภาชนะไว้ก่อนเพื่อให้ตะกอนที่อาจมีตกตะกอน แล้วจึงนำมาต้ม
  2. น้ำที่ใช้ชงนมควรจะมีการปนเปื้อนเชื้อโรคน้อย ปลอดภัยจากยาฆ่าแมลง สารตะกั่ว หรือสารปนเปื้อนอื่น หากจะใช้น้ำแร่ที่บรรจุขวดควรตรวจสอบปริมาณโซเดียมที่เป็นส่วนผสม ถ้ามากกว่า 20 มิลลิกรัมต่อลิตรจะสูงเกินไปสำหรับทารก และไม่ควรนำน้ำที่แก้ความกระด้างมาใช้ชงนมทารก
  3.  อย่าใช้น้ำร้อนจัดในการชงนม” เพราะจะไปทำลายโปรตีนและวิตามินบางส่วน  เช่น วิตามิน C ซึ่งจะไม่ทนความร้อนและนมทารกสูตรผสมจุลินทรีย์ที่มีชีวิตแนะนำว่าถ้าต้องการให้ลูกกินนมอุ่น ให้ใช้น้ำอุ่นประมาณ 60 °C ชงนม เพราะถ้าร้อนถึง 70 °C เชื้อจุลินทรีย์ที่ผสมไว้จะตาย  ทำให้ลูกจะไม่ได้ประโยชน์จากจุลินทรีย์สุขภาพและได้รับวิตามินบางชนิดลดลงจนน้อยกว่าที่ควร และการใช้น้ำร้อนจะทำให้ไขมันอาจจับตัวเป็นก้อนทำให้นมไม่ละลาย 
  4. ใส่น้ำลงไปก่อนแล้วตวงนมผงตามมาตราส่วนข้างกระป๋องด้วยช้อนตวงที่บรรจุมากับกระป๋อง
  5. เทคนิคการเขย่าให้เกิดฟองน้อยที่สุด คือ การจับขวดแล้วหมุนมือเป็นวงกลมเหมือนเอาขวดนมแกว่งน้ำ  ซึ่งจะเกิดฟองน้อยกว่าการเขย่าขวดขึ้นลง เพราะฟองที่เกิดขึ้นขณะเขย่านมอาจทำให้เด็กท้องอืดได้
  6. นมที่เหลือจากการดูดควรปิดฝาครอบให้สนิททุกครั้ง และไม่ควรทิ้งนมชงที่เหลือจากการเลี้ยงทารกไว้ในอุณหภูมิห้องนานเกิน 2 ชั่วโมง ถ้านานกว่านี้ควรทิ้งนมในขวดไปเลย เพราะมันจะเริ่มบูด แล้วถ้าเด็กดื่มเข้าไปจะเป็นอันตรายได้

และเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่เห็นภาพวิธีการชงนมไม่ให้เกิดฟองที่ชัดเจน
ตามมาดูคลิปวีดีโอการสาธิิต วิธีชงนมเด็กที่ถูกต้อง ไม่ไห้เกิดฟอง จาก Super Nanny กับ แนนนี่บอมเบย์ กันเลยค่ะ

คลิปวีดีโอจาก : Amarin Baby & Kids

ที่สำคัญหลังดื่มนมทุกครั้ง คุณพ่อ คุณแม่ อย่าลืมจับอุ้มเจ้าหนูน้อยให้เรอก่อนนะคะ …. โดยมีวิธีไล่ลม คืออุ้มลูกนั่งตัก ให้นั่งตัวตรงเอามือรองใต้คางลูกไว้ อีกมือลูบเบาๆที่หน้าท้องบริเวณกระเพาะ หรืออุ้มลูกพาดไหล่ ให้คางลูกเกยบนไหล่ของคุณแม่พอดี เวลาลูกอยู่ในท่านี้ลมจะลอยขึ้นมา คุณแม่เพียงตบหลังเบาๆ ลูกก็จะเรอออกมาโดยง่าย เพื่อลดปัญหาลูกแหวะนม และท้องอืดได้ ลูกน้อยจะได้หลับสบาย ไม่โยเยค่ะ

อ่านต่อบทความน่าสนใจ

วิธีคลายร้อน ภาษาอังกฤษ

รับมือซัมเมอร์ฮอทปรอทแตก ! กับ วิธีคลายร้อน ภาษาอังกฤษ สุดคูล

ร้อนเบอร์นี้มีที่ไหนอีก ถ้าไม่ใช่เมืองไทยเดือนเมษายน ซึ่งจัดว่าเป็นช่วงร้อนสุด ๆของปี ถึงจะมีเทศกาลสงกรานต์มาช่วยให้เด็กๆเล่นน้ำสนุกคลายร้อนได้บ้าง แต่ในใจยังแอบกังวลว่าความร้อนจะทำให้ลูกน้อยป่วยได้ คุณพ่อคุณแม่คงต้องหาวิธีคลายร้อนไว้ป้องกันลูกน้อยก่อนป่วยกันดีกว่า นอกจากจะเอาไว้สอนลูกดูแลตัวเองแล้ว ยังเสริมความรู้ด้วยการแนะนำ วิธีคลายร้อน ภาษาอังกฤษ เพิ่มเติมด้วย

ช่วยลูกหา วิธีคลายร้อน ภาษาอังกฤษ ต้องพูดอะไรบ้าง

ถึงจะเข้าสู่หน้าร้อนกันมาเกือบเดือนแล้ว แต่ดูเหมือนว่าความร้อนระอุของอากาศบ้านเราจะไม่น้อยลงเลย นอกจากจะทำให้ลูกน้อยเหงื่อไหลไคลย้อย อึดอัดไม่สบายตัว แถมยังออกไปเล่นสนุกนอกบ้านไม่เต็มที่แล้ว การอยู่ท่ามกลางอากาศร้อนจัดนานๆยังเสี่ยงต่อการที่ลูกจะล้มป่วยอีกต่างหาก

โดยเฉพาะโรคลมแดด ซึ่งมักเกิดขึ้นแบบทันใจทันใดและมีความรุนแรงมาก เพราะปกติร่างกายคนเรามีอุณหภูมิอยู่ที่  36-37 องศาเซลเซียส ปรับอุณหภูมิให้สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม ถ้าอากาศร้อนขึ้น ร่างกายจะระบายความร้อนออกมาผ่านเหงื่อ หรือปัสสาวะ แต่ในวันอากาศร้อนจัดที่อุณหภูมิพุ่งสูงแตะ 40 องศาเซลเซียสและความชื้น จนร่างกายระบายความร้อนไม่ทันก็อาจเป็นลมแดด ยิ่งเด็กเล็กยิ่งน่าเป็นห่วงเพราะอันตรายกว่าผู้ใหญ่

คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมวิธีคลายร้อนให้ไว้ลูกน้อยเพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้าย และควรฝึกลูกให้ทำเองด้วย เหมือนกับที่อ.คริสสอนให้น้องวิน วินสตันลูกชายคนเก่ง รู้จัก วิธีคลายร้อน ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย มีคำศัพท์และประโยคน่าสนใจมากมาย เพื่อเป็นตัวอย่างให้คุณพ่อคุณแม่นำไปสอนลูกน้อยที่บ้าน

ตัวอย่างเช่นคำง่ายๆ “ HOT” ไม่ได้แปลว่า ร้อนเท่านั้น แต่ยังหมายถึง เผ็ด ของขายดี รูปร่างหน้าตาดี และเร่าร้อนได้อีกด้วย ก่อนเริ่มสอน วิธีคลายร้อน ภาษาอังกฤษ ให้ลูก อาจเริ่มต้นจากประโยคที่พูดถึงสภาพอากาศ ความรู้สึก และสภาพร่างกายของตัวเองก่อน อย่าง

The weather’s hot today?  วันนี้อากาศร้อนไหม        It’s hot today วันนี้ร้อนครับ

 Are you sweating?  ลูกเหงื่อออกหรือเปล่า                Yes, I’m sweating   ครับ ผมเหงื่อออก

นอกจากนี้ยังมีสำนวนและสแลงเกี่ยวกับ วิธีคลายร้อน ภาษาอังกฤษ น่ารู้ที่ช่วยเสริมทักษะภาษาให้เด็กๆ พูดภาษาอังกฤษได้เหมือนเจ้าของภาษาด้วย เช่น sweating like a barbecue pig  –เหงื่อออกเหมือนหมูย่างบาร์บีคิว หรือ  sweating like a pig — เหงื่อออกเยอะ/ เหงื่อท่วม

รายการ KidsTalk  ช่วง DaddyTalks ในEp นี้ ได้รวบรวม วิธีคลายร้อน ภาษาอังกฤษ ให้คุณพ่อคุณแม่ และลูกน้อยทำตามได้ง่ายทั้งหมด  12 วิธี ดังต่อไปนี้

  1. Put on your sunglasses / put on shade ใส่แว่นตากันแดด
  2. Stay in the shade หลบแดดในร่ม
  3. Wear a cap/ sleeveless shirt and sandals ใส่หมวก เสื้อแขนกุด และรองเท้าแตะ
  4. Put on sunblock/ sunscreen ทาครีมกันแดด
  5. Spray mineral water ฉีดสเปรย์น้ำแร่
  6. Drink a lot of water ดื่มน้ำเยอะ
  7. Stay under the tree or misting fan อยู่ใต้ร่มไม้หรือพัดลมไอน้ำ
  8. Stay indoors อยู่ในอาคาร
  9. Turn on AC (air conditional) เปิดเครื่องปรับอากาศ
  10. Close the curtain or blinds ปิดม่านหรือมู่ลี่
  11. Stay refreshed ทำให้ร่างกายสดชื่น
  12. Have ice-cream กินไอติม/ ไอศกรีม

มาติดตามดูกันว่า คุณพ่อคริสกับน้องวิน จะมี วิธีคลายร้อน ภาษาอังกฤษ และภาษาไทยสไตล์เด็กสองภาษาอะไรบ้าง กันในรายการ KidsTalk ช่วง  DaddyTalks ในตอน  12 วิธีคลายร้อนให้ลูก กันได้เลยค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างกับประโยคเด็ดๆก่อน วิธีคลายร้อน ภาษาอังกฤษ ที่ใช้สอนลูก เมื่อรู้แล้วคุณพ่อคุณแม่สามารถนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร คุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

ลูกช่างถาม ลูกชอบถาม

“ลูกช่างถาม” รับมืออย่างไร ไม่ขัดพัฒนาการลูก โดย พ่อเอก

เด็กๆ มักจะมีคำถามมากมายพรั่งพรูออกมาไม่หยุด โดยเฉพาะในช่วงวัย 3-4 ขวบ บางคำถาม ก็เป็นคำถามง่าย แบบเด็กๆ บางคำถาม ก็ยากเกินจินตนาการผู้ใหญ่จะตามทัน และ บางคำถาม ก็หืมมม ตอบยากจัง เราจะมีวิธี “ตอบคำถามลูก” รับมือ “ลูกช่างถาม” ได้อย่างไร

บางครั้ง คำถามถูกยิงมาในเวลาที่เรากำลังยุ่ง มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ปะป๊าหม่ามี๊จะจัดการกับอารมณ์ แต่ช้าก่อน หากคุณพ่อคุณแม่คิดจะให้เขาหยุดถาม ด้วยการดุลูก หรือ หยุดการถามด้วยการอ้างว่ากำลังยุ่ง หรือ ทำอย่างไรก็ตามแต่ให้เขาหยุดถาม

ลองคิดดูดีๆ สักนิดนะฮะ …

การที่ ลูกช่างถาม เป็นสิ่งที่ดี เพราะช่วยส่งเสริมพัฒนาการในด้านต่างๆ เด็กจะช่างสังเกต และได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากคำตอบของพ่อแม่ ยิ่งตั้งใจตอบ ยิ่งให้ความใส่ใจ ลูกก็สนุก เรียนรู้ได้เยอะ แล้วเด็กก็จะอยากเรียนรู้ อยากถามมากขึ้นไปอีก

“ลูกช่างถาม” รับมืออย่างไรดี

ลองนึกภาพสิครับ ว่าเด็กจะสนุกกับการเรียนรู้แบบไหนมากกว่ากัน

ระหว่างแบบแรก เป็นแบบที่คุณพ่อคุณแม่ ตอบให้จบและเสร็จๆ

หรือ

แบบที่สอง คุณพ่อคุณแม่ที่สนุกสนานไปด้วย ยิ้มแย้มกับทุกคำถาม พร้อมตอบพร้อมอธิบาย

คำตอบต้องเป็นแบบที่สอง แหงแซะ …

แม้กระทั่งคำถามที่เราตอบลูกไม่ได้ เราก็ควรบอกลูกว่าติดการบ้านไว้ แล้วปะป๊าหม่ามี๊จะกลับมาตอบ

ส่วนคำถามที่ตอบได้ ก็พยายามต่อยอดออกไป เช่น อาจจะวาดรูปด้วยกันตามจินตนาการเกี่ยวกับเรื่องที่พูดคุย หรือ เพิ่มเติมศัพท์ภาษาอังกฤษเข้าไป หรือ ถ้าคุยภาษาอังกฤษอยู่แล้วก็เพิ่มเติมคำที่มีความหมายเหมือนกัน หรือตรงข้ามกัน พยายามทำให้การตอบคำถามลูก เป็นเรื่องสนุก เหมือนการเล่นเกมส์ แล้วเด็กจะอยากพูดคุยต่อยอด เพราะเด็กเรียนรู้ด้วยการเล่น ดังนั้นแม้การถามตอบความรู้หากเราทำให้เขาได้รู้สึกเหมือนเล่นเกมส์ การเรียนรู้จะไม่จบง่ายๆ

เมื่อเป็นเช่นนั้น และเราก็เชื่อเช่นนั้น เราจึงชอบพูดกับลูกว่า

‘นั่นเป็นคำถามที่ดี’ เวลาที่เขาตั้งคำถามดีๆ

และเราก็ยังชอบบอกลูกว่า

‘นั่นเป็นคำถามที่ดี’ เวลาที่เขาตั้งคำถามที่อาจจะดูไม่มีสาระอันใดสำหรับผู้ใหญ่

ยิ่งไปกว่านั้นเราชอบบอกลูกว่า

‘เราชอบที่เขาตั้งคำถาม เพราะเราจะได้เรียนรู้ไปด้วยกัน’

แต่บางคำถาม ที่เราคิดว่าเขาน่าจะตอบได้ เราก็เลือกจะถามกลับว่า

‘แล้วคิดว่าอย่างไรล่ะ บอกปะป๊าหม่ามี๊หน่อยซิ’

ถ้าเราสนุกไปกับลูก ไม่ว่าคำถามจะเยอะแยะขนาดไหน

ก็จัดการให้สนุกไปด้วยกันได้สบายสบายฮะ


>>แวะไปดู รอยยิ้มหวานฉ่ำ ที่มีแจกฟรีทุกวันได้ที่เฟซบุ๊ค

หมุนรอบลูก – พี่ปูนปั้น กับ น้องปั้นแป้ง นะครับ<<

ปูนปั้น ปั้นแป้ง พ่อเอก
ปูนปั้น ปั้นแป้ง พ่อเอก เพจหมุนรอบลูก

บทความน่าสนใจอื่นๆ

4 คาถาเลี้ยงลูกไม่ให้เป็น โรคซึมเศร้า

แชร์ประสบการณ์ ฝึกวินัยการกินให้ลูก กินข้าวตรงเวลา

“สุภาษิตสอนพ่อแม่” รับมือ ลูกต่อต้าน โดย พ่อเอก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ลงทะเบียนเงินอุดหนุนบุตร

ด่วนมาก! ประกาศ”ระงับ” ลงทะเบียนเงินอุดหนุนบุตร ชั่วคราว

กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ออกประกาศระงับการ ลงทะเบียนเงินอุดหนุนบุตร เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2562 เป็นต้นไป

ด่วนมาก! ประกาศ”ระงับ” ลงทะเบียนเงินอุดหนุนบุตร ชั่วคราว

ในช่วงนี้แม่ ๆ ที่กำลังเตรียมตัวไป ลงทะเบียนเงินอุดหนุนบุตร ให้คอยฟังข่าวจาก กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กันก่อนนะคะ เพราะได้มีประกาศจาก กรมกิจการเด็กและเยาวชน ให้ระงับการลงทะเบียนเงินอุดหนุนบุตรเป็นการชั่วคราว โดยมีรายละเอียดดังนี้

ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการให้เงินอุดหนุนบุตรจาก 3 ปี เป็น 6 ปี และขยายฐานรายได้จาก 36,000 บาท ต่อคน ต่อปี เป็นฐานรายได้ไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคน ต่อปี โดยให้ดำเนินการได้ทันทีกับเด็กที่เกิดใหม่ รวมถึงจะมีการจ่ายเงินย้อนหลังให้กับเด็กที่เพิ่งสิ้นสุดการรับเงินอุดหนุน 0-3 ปี ไปเมื่อตุลาคม 2561 เพื่อให้ได้รับสิทธิ์การขยายฐานเวลาเป็น 6 ปี นั้น ทำให้ทางกรมกิจการเด็กและเยาวชนต้องจัดเตรียมและปรับปรุงระบบฐานข้อมูล เพื่อให้มีประสิทธิภาพและรองรับคุณแม่ที่อยู่ในเกณฑ์ที่เพิ่มมากขึ้น จึงขอระงับการลงทะเบียนเงินอุดหนุนบุตรเป็นการชั่วคราว โดยจะเริ่มงดรับการลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2562 เป็นต้นไป และจะประกาศรับลงทะเบียนอีกครั้งเมื่อระบบพร้อมให้บริการ

ระงับลงทะเบียนเงินอุดหนุนบุตร
ประกาศจากกรมกิจการเด็กและเยาวชนเรื่องระงับการลงทะเบียนเงินอุดหนุนบุตร

ย้ำ! ประกาศนี้เป็นการแจ้งว่าได้ระงับการลงทะเบียนชั่วคราวเพื่อขยายเวลาการจ่ายเงินจาก 3 ปี เป็น 6 ปีเท่านั้น ไม่ใช่ประกาศระงับการจ่ายเงินอุดหนุนบุตรค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ รวมคำถามเกี่ยวกับการ ลงทะเบียนเงินอุดหนุนบุตร

ชื่อเล่นน่ารัก แปลกๆ

ตั้งชื่อเล่นลูกเก๋ๆ ต้องตั้งแบบนี้! รวม 600 ชื่อเล่นน่ารัก แปลกๆ ล้ำสมัยไม่เหมือนใคร

หากคุณกำลังมองหาไอเดีย ตั้งชื่อลูก และอยากได้ ชื่อเล่นไม่เหมือนใคร  ชื่อเล่นน่ารัก ๆ ชื่อเล่นแปลกๆ ชิคๆ เก๋ๆ เราได้รวบรวมมาให้แล้ว จะมี ชื่อเล่นน่ารัก แปลกๆ อะไรบ้าง มาดูกันเลย

รวม ชื่อเล่นน่ารัก แปลกๆ 600 ชื่อ

สำหรับ ชื่อลูก 2021 หรือชื่อเล่น ของเด็กในยุค 5G ที่พ่อแม่มักตั้งให้ ส่วนใหญ่จะเป็น ชื่อเล่นน่ารัก แปลกๆ ชิค ๆ เก๋ ๆ มีการออกเสียงเป็นภาษาต่างประเทศและมีเอกลักษณ์เฉพาะเป็นของตนเอง ซึ่งบางคำบางชื่อ ก็มักจะไม่ค่อยคุ้นหูกันซักเท่าไหร่ เป็นคำเฉพาะบ้าง เป็นคำฮิตบ้าง หรือเป็นชื่อที่มาจากการ ตั้งชื่อลูกตามชื่อพ่อแม่ รวมไปถึง คำอ่านทับศัพท์จากหลากภาษาและหลายประเทศ

ส่วนในเรื่องของความหมาย สำหรับ ชื่อเล่นน่ารัก แปลกๆ ก็จะมีความหมายที่ลึกซึ้งและซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม โดยการตั้งชื่อลูกในสมัยก่อนอาจจะเป็นเพียง คำพยางค์สั้น ๆ  มีความหมายทั่ว ๆ ไป เน้นให้ออกเสียงง่ายหรือจดจำได้ง่าย แต่ปัจจุบัน คุณพ่อคุณแม่มักจะสนใจชื่อที่น่ารักๆ แปลกๆ มีความลึกซึ้ง มีที่มาที่ไป มีเอกลักษณ์ชัดเจนและไม่เหมือนใคร

ทั้งนี้ทางทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงได้ลิสต์รายชื่อจากน้องๆ หนูๆ แฟนเพจ Amarin Baby & Kids ที่แอดมินแม่ฮันน่าห์ได้ทำการจัดโพสต์เพื่อให้คุณแม่ๆ มาอวดรูปลูกน้อยพร้อมบอกชื่อเล่น จากลิงก์นี้ >> http://bit.ly/2Is0a20   ซึ่งก็มีทั้งชื่อแบบหนึ่งพยางค์ สองพยางค์ สามพยางค์ ที่เป็น ชื่อเล่นน่ารัก แปลกๆ ว่าแต่จะมีชื่อใดบ้าง ลองไปอ่านดู เพื่อเป็นไอเดีย ให้คุณพ่อคุณแม่ไว้สำหรับตั้งชื่อลูกน้อยที่กำลังจะคลอดกันเลยค่า

ชื่อเล่นน่ารัก แปลกๆ

ชื่อเล่นน่ารัก แปลกๆ สำหรับ ลูกสาว – ลูกชาย หมวด ก

ชื่อเล่นน่ารัก แปลกๆ
กูเกิ้ล กัปตัน กัสบี กำไล กราฟิค แก้มหอม กาฟิวส์ กัสจัง กองทัพ ก้าวหน้า กอหญ้า กอแก้ว กันตา กำปั่น ก๋วยเตี๋ยว ก๊วยเจ๋ง ก้านธูป แก้มใส กะทิ กัสเบลล์  ไกอา กลัฟ  ก้อนดิน  กำปั้น  กัซ  กระเช้า กะตังค์  กุ้งแก้ว  กั้งแก้ม  ก้อนเมฆ  แกงส้ม  กองปราบ กองพล  เก้าทัพ

ชื่อเล่นน่ารัก แปลกๆ สำหรับ ลูกสาว – ลูกชาย หมวด ข / ค

 

ชื่อเล่นน่ารัก แปลกๆ

ขวัญข้าว ข้าวฟ่าง ข้าวหอม ขนมหวาน เขตแดน ของขวัญ ขนมจีน ขุนเขา ข้าวปั้น ขนมผิง ข้ามฟ้า ขนมปัง  ขุนทัพ  ขุนพล   ข้าวตัง    เข็มทิศ  ขิม  เขม  ขนาน  ขมิ้น   ขนมต้ม  ขุนน้ำ  เขียนฟ้า  ข้าวสวย ขงเบ้ง

คูเปอร์ คณิต เคมี เควิน คิริน  เคนจิ  เคนชิน  เคนตะ  โคเฮ  คิมหันต์  คริสตัล  คาร์เตอร์  แครอท  คินได  คนดี  ควิ๊นซ์  คิวบ์  คิวเท   คนเก่ง  เคนโด้  คะน้า  คอปเปอร์  คิน  คีย์  คัพเค้ก  คิมมี่ ค่าย แคมป์ แคมปัส

ชื่อเล่นน่ารัก แปลกๆ สำหรับ ลูกสาว – ลูกชาย หมวด จ

ชื่อเล่นน่ารัก แปลกๆ
จันทร์เจ้า จริงจริง จริงใจ จัสมิน จอมพล จั่นเจา เจ้าขา เจโน่ จีจ้า จ้ะจ๋า เจได เจบี จาจัง จุ้นห่าว เจ้าขุน เจด้า จูโน่ จั๊มพ์ เจโช เจอาร์ จีเนียส จิ๊กซอว์ จีจ้าเจนนิษฐ์  จูเนียร์  จาจา  เจ้าคุณ  เจ้าสัว  จูเน่  เจแปน  เจ้าจอม จุนอู  จอมทัพ  จั๊มพ์  จีบัน  จีเมล เจ้านางจีน โจโฉ

ชื่อเล่นน่ารักๆ แปลกๆ สำหรับ ลูกสาว – ลูกชาย หมวด ช

ชื่อเล่นน่ารัก แปลกๆ

ชินจิ  ชิกะ ชีวา ชิชา โชเฮ ชอบใจ โชกุน ชินจัง ชีวาส ชิลด์ ชาร์ม ชูใจ ชะเอม เชลซี ชมพู ชารีฟ แชมเปญ ชอปเปอร์ ชอปปิ้ง เชอรีน ชีโตส  เชอร์เบล  ชวนฝัน  แชมเปญ  ชิม่อน ชาเนส  ชิโน  ชีต้าห์  ชีสเค้ก ชิงชิง ชอแป็ง  ชัดเจน  ชาม่อน ชีต้าห์  ชีสเค้ก  ชิโณ  ช่อแก้ว  ชิชา  ช่อฟ้า  ช็อปเปอร์  ชะเอม

ชื่อเล่นน่ารัก แปลกๆ สำหรับ ลูกสาว – ลูกชาย หมวด ซ

ชื่อเล่นน่ารัก แปลกๆ
ซีน ซัน ซานย์ โซฟี ซีดี เซฟวี่ ชันเดย์ แซนวิช ซิดนีย์ ซัมเมอร์ ซูกัส ซิต้า เซียร์ เซนเตอร์ แซลมอน เซอไพรส์ ซีเนียร์ ซีรีน ซุลฟา ซัลโล ซิกเซ้นส์ โซเชียล ซันเป โซล่าร์  ซอโซ่   ซาจิ   โซระ   เซย์จิ   โซตะ  ซีโร่  เซ้นต์   โซดา  เซญ่า  ซันชายน์  ซันนี่  ซันต้า  ซันไชน์  ซานิ  ซิตี้  ซีเกมส์  ซีเจ  ซีดี  ซีแนม   ซูกัส  เซปเป้   เซฟ  แซคส์  โซกู๊ด  โซนิค

 

คลิกดู >> “ชื่อเล่นน่ารัก ๆ แปลกๆ หมวด ฌ – ป” คลิกหน้า 2

ถอนฟันเด็ก

อุทาหรณ์! ถอนฟันเด็ก 4 ขวบรวดเดียว 18 ซี่ เหตุไม่เลิกขวดนม

ทันตแพทย์เด็กโพสอุทาหรณ์ เตือนพ่อแม่เลิกขวดนม ตัวการทำให้ฟันผุ จนเป็นเหตุให้ต้อง ถอนฟันเด็ก วัย 4 ขวบรวดเดียว 18 ซี่ เหลือเพียงฟันกราม 2 ซี่ไว้เคี้ยวอาหาร

อุทาหรณ์! ถอนฟันเด็ก 4 ขวบรวดเดียว 18 ซี่ เหตุไม่เลิกขวดนม

ทีมงาน Amarin Baby & Kids ขอนำอุทาหรณ์จาก ทพ.เสถียร สุรวิศาลกุล หรือ หมอเคน ทันตแพทย์สำหรับเด็ก ที่ จ.ภูเก็ต ที่ได้โพสเตือนบนเฟสบุ๊ค Sathian Ken Suravisankul ถึงงานถอนฟันคนไข้อายุ 4 ขวบ 18 ซี่ในครั้งเดียว ดังนี้

เช้านี้กับคนไข้ 4 ขวบ
งานถอนฟัน 18 ซี่จาก 20 ซี่ เหลือฟันให้น้องใช้งานต่อได้แค่กรามซี่บนข้างละซี่…ทำไปก็แอบคิดไปว่าน้องเค้าจะทานอาหารยังไง ;-(

รักลูก ต้องแปรงฟันให้ลูกนะครับ
ขอเป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่ในการเลิกนมขวดให้น้องนะครับ

เราจะไม่วิจารณ์การเลี้ยงดูเด็กในแต่ละครอบครัว เพราะเราเชื่อว่าพื้นฐานของการดูแลลูกๆของทุกครอบครัวย่อมเกิดจากความรัก ความเอ็นดู ต่างบ้านต่างพ่อแม่ ต่างความพร้อม ย่อมต่างบริบท ไม่มีใครถูกไม่มีใครผิดครับ
#ชาร์จแบตเต็มแล้วทำงานต่อครับ

ถอนฟัน 18 ซี่
เด็กวัย 4 ขวบต้องถอนฟันรวดเดียว 18 ซี่จากการไม่ยอมเลิกขวดนม

โดยคุณหมอได้เปิดเผยว่า การกินนมขวด สามารถเป็นสาเหตุทำให้ฟันผุได้ ถึงแม้จะแปรงฟันสม่ำเสมอ แต่หลังแปรงฟันหากยังมีการกินนมขวดอีก จะทำให้เชื้อโรคในปากเติบโตได้ดี ถึงแม้นมที่กินนั้นเป็นนมจืดที่ไม่มีน้ำตาล ก็ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดฟันผุได้ เพราะไม่ใช่แค่น้ำตาล, คาร์โบไฮเดรต หรือแป้งเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการทำความสะอาดช่องปากที่ไม่ถูกวิธีอีกด้วย ตามความเชื่อที่ว่าเมื่อดื่มนมแล้วให้กินน้ำตาม ก็สามารถทำความสะอาดฟันได้นั้น เป็นสิ่งที่เข้าใจผิด หลักความเป็นจริงแล้ว หลังจากดื่มนม ควรจะมีการแปรงฟัน ขัดสี หรือเอาผ้าเช็ดเพื่อทำคามสะอาดช่องปาก เพื่อไม่ให้เกิดแผ่นคราบจุลินทรีย์ในช่องปาก รวมถึงคราบนมต่างๆ ด้วย

สำหรับสาเหตุที่ต้อง ถอนฟันเด็ก ถึง 18 ซี่นั้น คุณหมอได้เล่าว่า “สิ่งที่ตัดสินใจถอนฟันจำนวนมากนั้น เพราะว่าตัวน้องเองมีอาการปวดฟันแบบย้ายไปย้ายมา เดี๋ยวปวดข้างบน เดี๋ยวปวดข้างล่าง เดี๋ยวปวดตรงกลาง หรือซ้ายที ขวาที วนไปวนมาเพราะฟันผุจำนวนมากและแก้อย่างไรก็ไม่จบ จึงใช้วิธีการดังกล่าว โดยก่อนทำการถอนฟันคณะแพทย์ต้องมีการใช้ยาสลบรวมจำนวน 14 เข็ม เพื่อทำการถอน 18 ซี่ โดยใช้เวลารวมประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งก็ผ่านไปด้วยดี”

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอาการเด็กชายที่เข้ารับการ ถอนฟันเด็ก 18 ซี่ ปัจจุบันมีอาการดีขึ้น กลับมาร่าเริง ยิ้มร่า สนุกสนานตามประสาเด็ก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ วิธีสังเกตอาการฟันผุในเด็ก และผลกระทบต่อสุขภาพและพัฒนาการจากฟันผุ

ทารกหายใจเร็ว

ทำไม ทารกหายใจเร็ว? ปกติต้องหายใจกี่ครั้งต่อนาที?

เพราะการหายใจของทารกแรกเกิด แตกต่างกับการหายใจของผู้ใหญ่หรือเด็กทั่ว ๆ ไป โดย ทารกหายใจเร็ว เป็นอาการปกติของทารกหรือไม่ ทำไม ทารกหายใจเร็ว? มาไขข้อสงสัยกันค่ะ

ทำไม ทารกหายใจเร็ว? ปกติต้องหายใจกี่ครั้งต่อนาที?

ทำไม ทารกหายใจเร็ว?

การที่ทารกหายใจเร็ว เป็นเพราะในวัยที่กำลังเจริญเติบโต กระบวนการเผาผลาญอาหารก็ต้องทำงานหนัก และระบบเผาผลาญอาหารต้องใช้ออกซิเจนในร่างกายจำนวนมาก และต้องกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายเช่นกัน ดังนั้น ทารกจึงหายใจเร็วเพื่อให้ระบบเผาผลาญอาหารทำงานได้ดีนั่นเอง

อัตราการหายใจที่ปกติของแต่ละวัย

  • เด็กแรกเกิด – 2 เดือน อัตราการหายใจที่ปกติจะอยู่ที่ 60 ครั้งต่อนาที
  • อายุ 2 เดือน – 1 ขวบ อัตราการหายใจที่ปกติจะอยู่ที่ 50 ครั้งต่อนาที
  • อายุ 1 – 3 ขวบ อัตราการหายใจของลูกจะเริ่มลดลง และจะเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ ที่ประมาณ 20 – 30 ครั้งต่อนาที

สำหรับวิธีที่ใช้ในการสังเกตการหายใจของลูกว่าผิดปกติหรือไม่ คือการนับอัตราการหายใจนั่นเองค่ะ โดยการจับเวลาพร้อมกับนับการหายใจของลูกให้ครบ 1 นาที (60 วินาที) จะช่วยให้ทราบว่าเด็กมีการหายใจเพียงพอหรือไม่ หรือเกิดสิ่งผิดปกติใดหรือไม่ ซึ่งวิธีนี้ ควรทำขณะที่เด็กพักอยู่นิ่ง ๆ อาจเป็นช่วงนั่ง หรือนอนเฉย ๆ เพราะหากนับตอนที่เด็กร้องไห้ จะได้ค่าคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับความจริงได้

ลูกหายใจเร็ว
การสังเกตการหายใจของทารก เป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรทำ

วิธีสังเกตการหายใจของลูก

  • เอาหูแนบกับจมูกหรือปากของลูก มีเสียงเป็นอย่างไร มีความผิดปกติหรือไม่
  • ใช้หลังมือ หรือแก้มสัมผัสลมหายใจของลูกว่ามีความชื้นหรืออุณหภูมิเป็นอย่างไรบ้าง
  • สังเกตการเคลื่อนไหวของหน้าอกและหน้าท้องของลูกน้อย โดยใช้มือสัมผัสหน้าท้องเบา ๆ ขณะนับการเคลื่อนไหว พร้อมกับจับเวลา 1 นาที (60 วินาที)
  • สังเกตบริเวณหน้าอกของลูก หากพบสิ่งผิดปกติจากการขึ้นลงของหน้าอก ควรปรึกษาแพทย์

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ลูกหายใจแบบไหน เป็นสัญญาณอันตราย

โรคฤดูร้อน

ร้อนจัดระวัง! 2 ภัย 3 โรคฤดูร้อน ในเด็ก

ในช่วงนี้ที่มีอากาศร้อนจัด นอกจากต้องเผชิญกับแสงแดดและอากาศร้อนแล้ว อาการป่วยและอุบัติเหตุต่าง ๆ ก็คงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน มาดูกันว่า 2 ภัย 3 โรคฤดูร้อน ที่ต้องระวังมีอะไรกันบ้าง

ร้อนจัดระวัง! 2 ภัย 3 โรคฤดูร้อน ในเด็ก

แน่นอนว่าเมื่ออากาศร้อน เราทุกคนมักจะหาทางคลายร้อนด้วยวิธีต่าง ๆ แต่ทราบหรือไม่ว่าบางพฤติกรรมที่ใช้ในการคลายร้อนนั้นอาจเป็นพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคร้ายต่าง ๆ รวมถึงอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึงได้ นายแพทย์ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จึงได้ออกมาเตือนถึงพฤติกรรมที่เสี่ยงให้เกิด โรคฤดูร้อน และภัยต่อสุขภาพ ดังนี้

  1. เสี่ยงต่อภาวะอ้วนและโรคเบาหวาน

ผู้อ่านอาจจะสงสัยว่าอากาศร้อนจะเกี่ยวข้องอะไรกับโรคอ้วนและเบาหวาน ตัวการที่สำคัญที่ทำให้เกิดโรคดังกล่าวนั้น มาจากพฤติกรรมการดื่มน้ำหวาน น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง ขนมหวาน และผลไม้รสหวานจัดเป็นประจำ เนื่องจากอากาศที่ร้อนจัด ทำให้รู้สึกเพลียหรือเหนื่อยได้ง่าย วิธีการคลายเหนื่อยและทำให้สดชื่นคลายร้อน ที่ทำได้ง่ายก็คือหาเครื่องดื่มที่มีรสหวานและเย็นมาทาน แต่การทานบ่อย ๆ ก็อาจทำให้ได้รับน้ำตาลมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการจนทำให้น้ำตาลสะสมอยู่ในร่างกายมากจนเกินไปจนนำไปสู่ภาวะอ้วนและโรคเบาหวานได้

2. เสี่ยงไฟไหม้

ในช่วงที่มีอากาศร้อน อากาศมักจะแห้ง จนเป็นสาเหตุให้เกิดไฟไหม้ได้ง่าย การเปิดพัดลมทิ้งไว้นาน ๆ หรือการลืมปิดพัดลมก่อนออกจากบ้าน ก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดไฟไหม้ได้เช่นกัน

เด็กจมน้ำ
ในช่วงที่อากาศร้อน เด็กมักจะชอบเล่นน้ำ โอกาสที่เด็กจะจมน้ำก็มีมากขึ้น

3. เสี่ยงเด็กจมน้ำ

ในช่วงปิดเทอมหน้าร้อน เด็ก ๆ มักจะชอบเล่นน้ำเพื่อคลายร้อน ทำให้เกิดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุจากการจมน้ำได้มากกว่าในช่วงอื่น  เพราะเด็กมักจะขาดความระมัดระวังในการเล่นน้ำ โดยถึงแม้จะเป็นน้ำที่ตื้น คู คลอง ก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

4. เสี่ยงต่อการเกิดโรคท้องร่วง อาหารเป็นพิษ

โรคท้องร่วง อาหารเป็นพิษ เกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด ปรุงไม่สุก อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ โดยเฉพาะอาหารที่มีรสจัด เช่น ส้มตำ ยำต่าง ๆ เป็นต้น

5. เสี่ยงต่อการกระทบกระทั่งจากการใช้อารมณ์

เนื่องจากอากาศร้อน ทำให้หงุดหงิดได้ง่าย ส่งผลกระทบตทางอ้อมต่อสุขภาพจิต โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะเครียด มีปัญหาส่วนตัวอยู่แล้ว อาจเพิ่มความเครียดให้สูงขึ้น ทำให้อารมณ์หงุดหงิด โมโหง่าย ใจร้อน และขาดสติ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ วิธีดูแลสุขภาพเพื่อป้องกัน 2 ภัย 3 โรคฤดูร้อน

เล่นน้ำสงกรานต์ ภาษาอังกฤษ

ฉลองปีใหม่ไทย กับคำศัพท์และประโยค เล่นน้ำสงกรานต์ ภาษาอังกฤษ

ใกล้ถึงช่วงเวลาแสุดสนุกแห่งปีที่ไม่เด็กๆรอคอย จะได้ออกไปสาดน้ำ ฉีดน้ำกันเต็มที่ นอกจากได้เล่นสนุกกันหลายวันแล้ว เทศกาลสงกรานต์ยังเป็นวันหยุดยาวให้ทุกคนในครอบครัวได้มีเวลาอยู่ร่วมกันนานๆ ก่อนจะพากันไปเล่นน้ำ คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนให้ลูกรู้จักกับคำศัพท์และประโยค เล่นน้ำสงกรานต์ ภาษาอังกฤษ ซึ่งมีทั้งมารยาท และข้อห้ามต่างๆ เพิ่มเติมได้ด้วย

ชวนลูกออกไป เล่นน้ำสงกรานต์ ภาษาอังกฤษต้องพูดว่าอะไร

เทศกาลสงกรานต์เป็นประเพณีไทยที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ ซึ่งเด็กๆหลายคนอาจไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว วันที่ 13 เมษายนหรือวันสงกรานต์ คือวันขึ้นปีใหม่ของไทย ไม่ใช่วันที่  1 มกราคม ตามแบบสากล สงกรานต์จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญของทุกครอบครัว ที่ญาติพี่น้องได้กลับมาอยู่พร้อมหน้า กินข้าว ทำบุญร่วมกัน และอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ “พิธีรดน้ำดำหัว” ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้าน

ลูกหลานจะรวมตัวกันรดน้ำลอยดอกมะลิหอมๆให้ผู้ใหญ่ในบ้าน พร้อมกับขอพรเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่ดีของคนไทย หลังเสร็จสิ้นพิธีสำคัญแล้ว หนุ่มสาวและเด็กๆจะออกไปเล่นน้ำกันในช่วงสายๆ เพื่อคลายความร้อนในเดือนแสนร้อนระอุ แต่ดูเหมือนว่าเด็กรุ่นใหม่จะรู้จักแต่การเล่นน้ำอย่างเดียว หากคุณพ่อคุณแม่มีโอกาสควรสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับวันสงกรานต์ให้ลูกเพิ่มเติมด้วย

แม้เทศกาลสงกรานต์จะเป็นประเพณีไทยๆ พ่อแม่สามารถนำมาเพิ่มพูนความรู้ภาษาอังกฤษให้ลูกได้ ทั้งคำศัพท์และประโยค เล่นน้ำสงกรานต์ ภาษาอังกฤษ ที่เกี่ยวกับมารยาท ข้อห้าม และกฎระเบียบต่างๆในช่วงเทศกาลสงกรานต์ควรรู้หลายอย่าง เช่น เมาไม่ขับ ไม่ฉีดน้ำใส่คนที่เขาไม่อยากเล่นน้ำ ไม่เล่นประแป้ง และการแต่งกายให้เหมาะสม เป็นต้น

สำหรับคำศัพท์ที่เกี่ยวกับการ เล่นน้ำสงกรานต์ ภาษาอังกฤษ มีอยู่หลายคำ ที่มีความหมายคล้ายกันและคนไทยมักใช้ผิดบ่อยๆ ตัวอย่างเช่น “เล่นน้ำสงกรานต์”  มีใช้อยู่หลายคำ ถ้าใช้ปืนฉีดน้ำ ต้องเรียกว่า “shoot the water” หรือ “spray the water” แต่ถ้าใช้ขันสาดน้ำ ต้องใช้คำว่า “splash the water” เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีคำศัพท์เกี่ยวกับข้อปฏิบัติต่างๆ ซึ่งใช้ผิดบ่อยๆ เช่น  rule หมายถึง กฎระเบียบ regulation จะหมายถึง ข้อบังคับ แต่ manner จะหมายถึง มารยาท สิ่งเหล่านี้พ่อแม่ควรสอนให้ลูกๆรู้ไว้เพื่อนำไปใช้ได้เหมาะสมสถานการณ์ที่แตกต่างกันด้วย

ถ้าคำศัพท์เหล่านี้ยากเกินไปสำหรับลูกวัยอนุบาล อาจเริ่มต้นจากประโยคหรือบทสนทนาง่ายๆเกี่ยวกับการ เล่นน้ำสงกรานต์ ภาษาอังกฤษ ที่ช่วยให้ลูกพูดตามได้ เหมือนกับที่อ.คริสสอนให้กับสองพี่น้องตระกูลไรท์ วินสตัน และวิลล์เบิร์ตที่มาพร้อมกับอุปกรณ์สำหรับเล่นน้ำสงกรานต์ครบมือ

มาติดตามดูกันว่า สองพี่น้องกับคุณพ่อ คริส จะเล่นน้ำสงกรานต์กันสนุกขนาดไหน และมีคำศัพท์ ประโยค เล่นน้ำสงกรานต์ ภาษาอังกฤษน่าสนใจให้เรียนรู้บ้าง กับรายการ KidsTalk ช่วง  DaddyTalks ในตอน คำศัพท์เล่นน้ำสงกรานต์ กันได้เลยค่ะ

 

มาลองทบทวนคำศัพท์และประโยค เล่นน้ำสงกรานต์ ภาษาอังกฤษ กันอีกครั้งนะคะ

Songkran festival           เทศกาลสงกรานต์

shoot the water/ spray the water       ฉีดน้ำ

splash the water       สาดน้ำ

rule    กฎระเบียบ

regulation  ข้อปฏิบัติ

manner   มารยาท

 get wet  ตัวเปียก

water balloons ลูกโป่งน้ำ

Songkran is the Thai New Year  สงกรานต์คือวันปีใหม่ไทย

Songkran is heald on the 13th -15th of April สงกรานต์จัดขึ้นระหว่างวันที่  13-15 เมษายน

I shoot you/ I spray you  ฉันฉีดน้ำใส่คุณ

Don’t shoot your water gun at the camera อย่าฉีดน้ำใส่ตากล้อง

Who can you shoot waer guns at?  ใครที่คุณฉีดน้ำใส่ได้บ้าง

people who want to play Sonkran with you  คนที่อยากเล่นน้ำกับคุณ

please don’s spray/splash water at me/throw water on  อย่าฉีดน้ำ/สาดน้ำใส่ฉัน

No driving and drinking/ Don’t drink and drive เมาไม่ขับ

Please don’t put powder on me อย่าประแป้งฉัน

Dress appropriately แต่งกายให้เหมาะสม

Don’t trow objects at other people ห้ามโยนของใส่คนอื่น

เป็นอย่างไรกันบ้างกับประโยคเด็ดๆก่อน เล่นน้ำสงกรานต์ ภาษาอังกฤษ ที่ใช้สอนลูก เมื่อรู้แล้วคุณพ่อคุณแม่สามารถนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร คุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

 

สฟิงโกไมอีลิน

ไขความลับ พัฒนาสมองลูกรักด้วย “สฟิงโกไมอีลิน”

สฟิงโกไมอีลิน คืออะไร  นพ.วรสิทธิ์ ศิริพรพาณิชย์ กุมารแพทย์ โรคระบบประสาท มีคำอธิบายมาให้ทราบกันค่ะ

  • สฟิงโกไมอีลิน สารอาหารที่พบมากในนมแม่ นม ผลิตภัณฑ์นม ช่วยในการสร้างปลอกไมอีลิน ซึ่งมีผลต่อการทำงานของสมอง
  • การเชื่อมโยงการทำงานของเซลล์ประสาทในสมองแต่ละส่วน (brain connection) ซึ่งคือกลไกที่สำคัญที่สุดในการทำงานของสมอง ซึ่งต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การทำงานของสมองจึงจะมีประสิทธิภาพ หรือเปรียบเสมือนกับการใช้อินเทอร์เน็ต 5G
  • การเพิ่มความเร็วในการส่งสัญญาณของสมองต้องอาศัยการสร้างปลอกไมอีลิน เริ่มสร้างตั้งแต่อยู่ในครรภ์และสร้างอย่างต่อเนื่องอย่างรวดเร็วภายใน 2 ปีแรกหลังคลอด และถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น

คุณพ่อคุณแม่รู้มั้ยว่า…..ความสามารถของลูกรักของคุณนั้นไม่ว่าจะเป็นการรับรู้ การควบคุมการเคลื่อนไหว หรือการคิดวิเคราะห์และการวางแผนเมื่อเติบโตขึ้นไปนั้นล้วนเกิดขึ้นจากการทำงานของสมอง แต่สมองเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งไม่สามารถที่จะสร้างสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้ได้โดยลำพัง แต่ต้องอาศัย การเชื่อมโยงการทำงานของเซลล์ประสาทในสมองแต่ละส่วน (brain connection) ซึ่งคือกลไกที่สำคัญที่สุดในการทำงานของสมอง ซึ่งต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การทำงานของสมองจึงจะมีประสิทธิภาพ หรือเปรียบเสมือนกับการใช้อินเทอร์เน็ต 5G เพราะสามารถส่งสัญญาณได้เร็วกว่า จึงมีประสิทธิภาพมากกว่านั่นเอง และนี่คือความลับของสมองที่สามารถทำสิ่งที่เหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นการคลาน เดิน การพูด การวิ่งเล่น หรือหัวเราะ ร้องไห้ของลูกรัก นั้น

เป็นเพราะการส่งสัญญาณหากันด้วยความรวดเร็วของสมองแต่ละส่วนนั่นเอง โดยการเพิ่มความเร็วในการส่งสัญญาณของสมองต้องอาศัยการสร้างไมอีลิน (myelin) ซึ่งพบมากในช่วง 2 ปีแรกของชีวิตและมีความสัมพันธ์กับพัฒนาการของเด็กในช่วงวัยนี้ที่จะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยวัตถุดิบในการสร้างไมอีลินจะเป็นสารอาหารกลุ่มไขมัน และไขมันที่มีความจำเพาะต่อไมอีลินโดยเฉพาะ นั่นคือ “sphingomyelin” นั่นเอง

สฟิงโกไมอีลีน

“สฟิงโกไมอีลิน” หนึ่งในสารอาหารสำคัญในการสร้างไมอีลิน การได้รับ สฟิงโกไมอีลิน sphingomyelinในปริมาณที่เหมาะสมจึงเป็นวัตถุดิบสำคัญต่อการสร้างไมอีลินในสมอง ซึ่งช่วยให้การทำงานของสมองเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยสฟิงโกไมอีลินจะพบได้มากในนมแม่ และผลิตภัณฑ์นม เช่น ครีม ชีส ดังนั้นทารกจึงควรได้รับนมแม่อย่างเต็มที่ เพราะนมแม่เป็นแหล่งของไขมันชั้นดี ซึ่งรวมถึงสฟิงโกไมอีลินด้วย นอกจากนี้ยังมีรายงานการวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าทารกที่ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือนจะมีปริมาณไมอีลินในสมองเพิ่มขึ้นและมีความสัมพันธ์กับผลการประเมินการเรียนรู้ที่ดีขึ้นอีกด้วย

สฟิงโกไมอีลีน

โดยสรุป การพัฒนาของสมองเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงที่อยู่ในครรภ์มารดาไปจนถึง2 ปีแรก การส่งเสริมการพัฒนาของสมองสามารถกระทำได้โดยการให้สารอาหารอย่างครบถ้วน และให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นอกจากนี้การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของสมองยังต้องอาศัยการเชื่อมต่อสัญญาณประสาทที่มีความรวดเร็ว ซึ่งการสร้างจะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มความเร็วในการส่งสัญญาณประสาท เปรียบเสมือนการสร้างทางด่วนให้กับสมอง โดยสารอาหารในกลุ่มไขมัน โดยเฉพาะ “สฟิงโกไมอีลิน” จะเป็นวัตถุดิบสำคัญในการสร้างไมอีลินในสมอง

ดังนั้นจะเห็นได้ว่านอกเหนือจากพันธุกรรมและการเลี้ยงดูแล้ว จึงอยากให้คุณพ่อคุณแม่ตระหนักถึงโภชนาการสำหรับลูกรัก เพื่อพัฒนาการทั้งทางร่ายกาย และสมอง ให้เหมาะสมสำหรับแต่ละช่วงวัย

สฟิงโกไมอีลีน

#สฟิงโกไมอีลิน #โคลีน #ดีเอชเอ #สารอาหารเพื่อพัฒนาการทางสมอง #ช่วยสร้างไมอีลิน

 

 

ดาราคลอดลูกปี 2019

รวม 6 ดาราคลอดลูกปี 2019 ต้อนรับสงกรานต์

รวม ดาราคลอดลูกปี 2019 ดาราคลอดลูกปี 62 ต้อนรับสงกรานต์ ปีใหม่ไทย จะดีใครบ้าง และเหล่าทายาทเบบี๋จะน่ารักน่าชังขนาดไหน ตาม มาดูกันเลยค่ะ

รวม 6 ดาราคลอดลูกปี 2019 ต้อนรับสงกรานต์

อาจเรียกได้ว่า พร้อมใจกันมาเกิดเพื่อ ต้อนรับสงกรานต์ ปีใหม่ไทย 2562 ก็ว่าได้ กับเหล่ากองทัพ ลูกดาราเกิดปี 2562 ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงครึ่งปี ก็พากันลืมตาออกมาดูโลกแบบติดๆ กันแล้ว ว่าแต่ ดาราคลอดลูกปี 2019 จะมีครอบครัวใดบ้าง และทายาทซุปตาร์ตัวน้อยจะน่ารักน่าชังขนาดไหน ตามมาดูกันเล้ย แต่งานนี้แอบเตือนไว้ก่อนว่าควรระวังหัวใจกันไว้ให้ดีนะคะ เพราะคุณอาจจะโดนขโมยเข้าให้ไม่รู้ตัว ♥

 

น้องเรน

มากันที่คนแรกกับสาวน้อยสุดน่ารักน่าชังคนแรก น้องเรน ลูกสาวของคุณพ่อ เนม ปราการ นักร้องหนุ่มวง Getsunova และคุณแม่ ป้อ สารชา ซึ่งได้ผ่าคลอดไปเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2562 พร้อมเป็นนางสงกรานต์ที่อายุน้อยที่สุด

ดาราคลอดลูกปี 2019 ดาราคลอดลูกปี 2019 ดาราคลอดลูกปี 2019ขอบคุณภาพจาก IG @nameraiva , @pohsarasha

 

น้องเมดา หรือ น้องอันโดรเมด

ตามมาติดๆ กับนางสงกรานต์ที่อายุน้อยที่สุด น้องเมดา ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2562 ลูกสาวคนแรกของคุณพ่อ เจมส์ เรืองศักดิ์ และคุณแม่ก้อย นัชชา อีกเช่นเดียวกัน ซึ่งหลังน้องเรน เพียงแค่ 6 วัน

ดาราคลอดลูกปี 2019 ดาราคลอดลูกปี 2019

ดาราคลอดลูกปี 2019

ขอบคุณภาพจาก IG @natcha_loychusak

 

Must read : ห้ามพลาด! ฤกษ์คลอดบุตร 2562 ฤกษ์ดี ๆ มีให้เลือกตลอดทั้งปี

น้องบุญ

หนูน้อยทายาทหมื่นล้านแห่งใบหยก น้องบุญ ลูกชายคนแรก ของคุณพ่อ เวฟ สาริน และคุณแม่บุ้ง สะธี เกิดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 ซึ่งได้ฤกษ์เกิดมาเพื่อต้อนรับเดือนแห่งวันสงกรานต์เลยทีเดียว

ดาราคลอดลูกปี 2019 ดาราคลอดลูกปี 2019 ดาราคลอดลูกปี 2019

ขอบคุณภาพจาก IG @bungbaiyoke

 

คลิกดูอีก 3 ดาราคลอดลูกปี 62 ต่อหน้า 2

ซีไลฟ์ แบงคอก 2019

ตามน้องปีใหม่ตะลุย “ซีไลฟ์ แบงคอก” กับ 3 การผจญภัยใหม่ล่าสุด!

ซีไลฟ์ แบงคอก เนรมิตโลกใต้ทะเลให้กลายเป็นดินแดนน้ำแข็ง เปิดตัวโซนเพนกวินใหม่ล่าสุด Penguin Ice Playground Challenge…มหัศจรรย์เพนกวินน้อยผจญภัยในดินแดนน้ำแข็ง” ที่จะทำให้ซัมเมอร์นี้เป็นซัมเมอร์ที่หนาวที่สุดของเมืองไทย

พร้อมเปิดโลกเรียนรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับชีวิตเพนกวินแบบ 360 องศาผ่านกิจกรรมอินเตอร์แอคทีฟคุณภาพสูง พร้อมพบกับความตื่นเต้นและสนุกครั้งใหม่ด้วยภาพยนตร์ 4 มิติเรื่อง SpongeBob SquarePants 4-D” และ Instagram Spot ใหม่ล่าสุดของอควาเรียม NEW Shark Mission” ที่จัดแสงสีของโลกใต้ทะเลอย่างทันสมัยและลงตัว

โดยงานนี้ Amarin Baby & Kids จะพาไปตะลุยทั้งสามการผจญภัย ไปพร้อมๆ กับคุณน้าสุดหล่อ พุฒ-พุฒิชัย เกษตรสิน ที่พา “คุณปี” น้องปีใหม่ ด.ญ. เอวาริณ เตชะณรงค์ หลานสาวสุดน่ารัก

NEW Shark Mission
NEW Shark Mission

พร้อมแล้วไปตะลุยโซนแรกกันเลย เริ่มที่ Instagram Spot โซนใหม่ล่าสุดของอควาเรียม NEW Shark Mission” ที่จัดแสงสีของโลกใต้ทะเลอย่างทันสมัยและลงตัวให้ผู้เยี่ยมชมได้ถ่ายรูปลงโซเชียลกันอย่างจุใจ

Instagram Spot
Instagram Spot ใหม่ล่าสุด ที่ใครๆ ก็อดใจไม่ไหว

เดินไปตามเส้นทางจนถึงไฮไลท์ของวันนี้ นั่นคือ Penguin Ice Playground Challenge…มหัศจรรย์เพนกวินน้อยผจญภัยในดินแดนน้ำแข็ง” เป็นโซนต่อขยายที่สร้างขึ้นใหม่ จากโซนเจนทูเพนกวิน (Gentoo Penguin) ที่มีอยู่เดิม โดยการขยายอาณาจักรเพนกวินครั้งนี้มุ่งสร้างประสบการณ์แบบ 360 องศา เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมได้สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของเพนกวินอย่างรอบด้าน

เริ่มจาก Danger on Ice การใช้เทคโนโลยี Floor Projecting จำลองพื้นน้ำแข็งที่เพนกวินต้องเดินผ่านและเอาชีวิตรอดจากผู้ล่า อาทิ วาฬนักล่าและแมวน้ำ

Danger on Ice
Danger on Ice จำลองพื้นน้ำแข็งที่เพนกวินต้องเดินผ่านและเอาชีวิตรอดจากผู้ล่า

 

Danger on Ice

 

การจำลอง Snow Globe โดมหิมะ จำลองบรรยากาศขั้วโลกใต้ให้ซัมเมอร์นี้เป็นฤดูที่หนาวที่สุด

Snow Globe โดมหิมะ
Snow Globe โดมหิมะ สนุกกับปุยหิมะสีขาวที่โปรยปรายลงมาที่ ซีไลฟ์ แบงคอก

 

ต่อด้วย Forage For Food เกมอินเตอร์แอคทีฟจำลองการหาอาหารของเพนกวินที่เล่นพร้อมกันได้ถึง 4 คน เพื่อแข่งกันว่าใครจับปลาได้มากที่สุด

และปิดท้ายด้วย The Great Penguin Swim Race เกมอินเตอร์แอคทีฟทดสอบความเร็วในการว่ายน้ำ ที่ทั้งเพลิดเพลิน เล่นพร้อมเพื่อนได้ถึง 4 คน และยังให้ความรู้เกี่ยวกับความเร็วของเพนกวินแต่ละประเภทด้วย โดยผู้เล่นจะต้องปั๊มสูบลมเพื่อแข่งความเร็วกัน แบ่งเป็น 4 ระดับ เริ่มต้นที่ระดับความเร็วแบบนักประดาน้ำทั่วไป ต่อด้วยระดับเร็วปกติ หรือระดับ Little Fairy Penguin มีความเร็วอยู่ที่ 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และระดับเร็ว หรือระดับ African Penguin มีความเร็วอยู่ที่ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และระดับเร็วมาก หรือก็คือความเร็วของ Gentoo Penguin นั้นมีความเร็วอยู่ที่สูงกว่า 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือเป็นเพนกวินสายพันธุ์ที่ว่ายน้ำเร็วที่สุดในโลก

The Great Penguin Swim Race
สนุกกับ The Great Penguin Swim Race เกมอินเตอร์แอคทีฟทดสอบความเร็วในการว่ายน้ำ

น้องปีใหม่และน้าพุฒยังไม่เหนื่อย พาไปสนุกต่อที่โรงภาพยนตร์ 4 มิติ ที่มาในลุคใหม่ ภายใต้ธีม SpongeBob SquarePants 4-D” จัดแสดงเรื่องราวการผจญภัยใต้ทะเลของ SpongeBob และผองเพื่อนให้ได้รับชมกันแบบครบมิติ

SpongeBob SquarePants 4-D
ชมภาพยนตร์ 4 มิติ ที่มาในลุคใหม่ ภายใต้ธีม “SpongeBob SquarePants 4-D” ที่ ซีไลฟ์ แบงคอก

คุณพ่อคุณแม่สามารถชวนน้องๆ มาสัมผัสกับซัมเมอร์ที่หนาวที่สุดด้วยตัวคุณเองได้แล้ววันนี้ ที่ ซีไลฟ์ แบงคอก สยามพารากอน สำหรับภาพยนตร์ “SpongeBob SquarePants 4-D” เริ่มฉายตั้งแต่ 10:30 น. เป็นต้นไป (มีรอบฉายทุกครึ่งชั่วโมง) ราคาค่าเข้าชม (ไม่รวมค่าเข้าอควาเรียม) 350 บาท หากเลือกซื้อเป็นแพ็คเกจ COMBO A (รวมค่าเข้าชมอควาเรียม guidebook และภาพยนตร์ 4D) ผู้ใหญ่ 790 บาท จากปกติ 1190 บาท เด็กอายุ 3-11 ปี 690 บาทจากราคาปกติ 1090 บาท

ซีไลฟ์ แบงคอก อควาเรี่ยมมาตรฐานระดับโลก ตั้งอยู่ชั้น บี 1-2 สยามพารากอน (บีทีเอส สถานีสยาม)

บัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ปกติ ราคา 590 บาท และ สำหรับเด็กอายุ 3-11 ปี ราคา 490 บาท

สอบถามข้อมูลและติดต่อได้ที่ http://www.sealifebangkok.com/ โทร. 02-687-2000

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.facebook.com/SEALIFEBangkokOceanWorld

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

การพัฒนาสมองลูก

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองเผยเคล็ดลับใหม่ ! ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ ยิ่งสมองลูกเชื่อมโยงไวลูกยิ่งฉลาด

คุณพ่อคุณแม่อาจจะมีความเชื่อเดิมๆ เรื่องการพัฒนาสมองลูกว่าต้องเป็นเด็กหัวโต หรือมีรอยหยักในสมองมากถึงจะเป็นเด็กฉลาด แต่ด้วยความรู้ใหม่จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองพบว่าจริงๆแล้วนั้น การติดต่อเชื่อมโยงของสมองแต่ละส่วนที่รวดเร็วหรือ Brain Connection ต่างหาก คือสิ่งที่จะช่วยพัฒนาสติปัญญาให้ลูกน้อยฉลาดและมีการเรียนรู้ที่ดีเพื่อประสบความสำเร็จในอนาคต แต่ว่า Brain Connection มันคืออะไรกันนะ…เราจะพาคุณพ่อคุณแม่ไปไขความลับกันค่ะ

 

เจาะลึกการเชื่อมโยงสมองแต่ละส่วน (Brain Connection) กลไกสำคัญของสมองลูกน้อยสู่ความฉลาด

ผศ.นพ.วรสิทธิ์ ศิริพรพาณิชย์ กุมารแพทย์ โรคระบบประสาท อาจารย์ประจำศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ความรู้ใหม่ถึงเคล็ดลับการทำงานของสมอง เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยส่งเสริมลูกน้อยได้ถูกต้อง โดยอธิบายว่า การที่ลูกน้อยเติบโตเป็นเด็กที่ฉลาด มีสติปัญญาหรือการเรียนรู้ที่ดี ไม่ใช่การมีสมองที่โตเร็ว มีสมองขนาดใหญ่ หรือมีรอยหยักในสมองมากเพียงอย่างเดียว แต่กลไกสำคัญที่สุด เพื่อให้สมองทำงานได้ดี คือการที่สมองแต่ละส่วนสามารถติดต่อสื่อสารพูดคุยเชื่อมโยงกัน หรือมี Brain Connection กันได้ดีและรวดเร็วต่างหาก  ซึ่งหากสมองลูกน้อยสามารถส่งสัญญาณในวงจรประสาทได้รวดเร็ว มากเท่าไร ลูกน้อยก็จะยิ่งใช้สติปัญญาได้มีประสิทธิภาพ ฉลาดคิด เรียนรู้ได้ดี และมีพัฒนาการที่ดีในทุกด้านได้นั่นเองแล้วสมองลูกน้อยจะเชื่อมโยงสื่อสารได้ดีต้องทำอย่างไรค่ะ คุณพ่อคุณแม่อาจจะเริ่มสงสัยกันแล้ว

การพัฒนาสมองลูก

“สฟิงโกไมอีลิน” หนึ่งในสารอาหารสำคัญช่วยสมองให้เชื่อมโยงได้ไว

และตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้ Brain Connection ของลูกจะวิ่งฉิวคือต้องมีไมอีลิน (Myelin) ค่ะ เจ้าไมอีลินนี้จะช่วยส่งกระแสสัญญาณผ่านเส้นใยประสาทให้เร็วได้แบบก้าวกระโดด  โดยไมอีลินสามารถสร้างได้มากตั้งแต่คุณแม่ตั้งครรภ์จนถึงช่วง 2 ปีแรกของชีวิต ดังนั้นเราจึงไม่แปลกใจว่าทำไมลูกน้อยวัย 1-2 ปีจึงมีพัฒนาการที่รวดเร็ว เดินวิ่งได้เก่ง ชอบสำรวจ จดจำ และช่างซักถาม  เพราะเจ้าไมอีลินที่มีมากในสมองจะช่วยทำให้สื่อสารได้รวดเร็ว และหนึ่งในสารอาหารสำคัญในการสร้างไมอีลินคืออาหารกลุ่มไขมัน โดยเฉพาะไขมันชนิด สฟิงโกไมอีลิน (Sphingomyelin) นั่นเอง

 

 สฟิงโกไมอีลินพบมากในนมแม่ ดีแน่ต่อสมองลูก

คุณพ่อคุณแม่คงอยากทราบแล้วว่าลูกน้อยจะได้รับสฟิงโกไมอีลินได้อย่างไร สฟิงโกไมอีลินนั้น พบมากในนมแม่ ลูกน้อยควรได้รับน้ำนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดและต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน  เนื่องจากในน้ำนมแม่เป็นแหล่งของไขมันชั้นดีที่เสริมสร้างสมอง และมีสฟิงโกไมอีลินในปริมาณมาก นอกจากนี้สฟิงโกไมอีลินยังมีมากในอาหารต่างๆ เช่น ผลิตภัณฑ์นม ครีม ชีส โดยมีรายงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าลูกน้อยที่ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 3 เดือน  จะมีปริมาณไมอีลินในสมองเพิ่มขึ้น และมีความสัมพันธ์กับผลการประเมินการเรียนรู้ที่ดีขึ้นอีกด้วย

 

ชวนทึ่ง กับภาพสแกนสมองเห็นการเชื่อมโยงกันได้จริง!

 

การพัฒนาสมองลูก

หลังจากได้รู้กันแล้วว่าลูกน้อยของเราจะมีสติปัญญาดี อยู่ที่  Brain Connection คราวนี้จึงชวนคุณแม่มาดูกันว่าสมองทำงานเชื่อมโยงติดต่อกันอย่างไร ด้วยเทคโนโลยี Functional MRI ที่เห็นได้ชัดเจนจริงค่ะ ดร.นพ.วิทยา สังขรัตน์  อาจารย์ประจำภาควิชารังสีวิทยาและศูนย์รังสีวินิจฉัยก้าวหน้า (AIMC) ได้เผยภาพการตรวจสมองขั้นสูงด้วยเครื่องสร้างภาพสนามแม่เหล็ก ที่ก้าวหน้ามากถึงขั้นเห็นการทำงานของสมองที่มีการเชื่อมโยงติดต่อสื่อสารได้จริง โดยภาพสแกนสมองที่ล้ำหน้าถึง 4-5 มิติ บอกให้รู้ว่าแม้คนที่นอนอยู่เฉยๆ ดูมือคนอื่นฉีกกระดาษ สมองยังมีภาพการทำงานสื่อสารร่วมกัน หลายส่วนมาก และสมองส่วนกล้ามเนื้อต่างๆ ก็ยังทำงานไปด้วย หรือแม้แค่เพียงการกระดิกนิ้วซ้ายนิ้วเดียว  แต่สมองก็เชื่อมโยงกันหลายส่วน ไม่ใช่ใช้แค่สมองส่วนใดส่วนหนึ่งอย่างที่เข้าใจกันมาตลอด  นอกจากนี้ความทันสมัยของการทำ MRI ยังสามารถวัด ค่าความสมบูรณ์ของใยสมอง (Brain Fiber Integrity) สร้างรูปความน่าจะเป็นของโยงใยเครือข่ายสมอง แม้แต่ไมอีลินที่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นใยประสาทในสมองก็ยังวัดปริมาตรได้อีกด้วย

การพัฒนาสมองลูก

เมื่อคุณพ่อคุณแม่ได้ทั้งความรู้และความลับอันน่าทึ่ง ในการพัฒนาสมองลูกให้เชื่อมโยงสื่อสาร เพื่อความเก่งฉลาดของลูกกันแล้ว อย่าลืมเลือกโภชนาการที่เสริมสร้างไมอีลินให้ลูก พร้อมกับหมั่นส่งเสริมพัฒนาการในทุกด้าน เท่านี้ก็เชื่อว่าลูกน้อยจะมีสมองที่พร้อมเรียนรู้ ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงแห่งโลกอนาคต และประสบความสำเร็จแน่นอนค่ะ

#สฟิงโกไมอีลิน