รีวิว ปรอทวัดไข้ อุณหภูมิเท่าไหร่? แปลว่า “ลูกมีไข้” กันแน่!

ปรอทวัดไข้
ปรอทวัดไข้

” ปรอทวัดไข้ มีกี่แบบ ??” … หากคุณสงสัยว่า ลูกตัวอุ่นๆ ตัวร้อนรุ่มๆ เอ๊ะ !! หรือจะมีไข้กันแน่ … จะรู้ได้ไงว่า ลูกตัวร้อน มีไข้ ไม่สบาย ตาม Super Nanny มาค่ะ เรามีวิธีวัดไข้ พร้อม รีวิว ที่วัดไข้ มาแนะนำ

รีวิว ปรอทวัดไข้ ใช้ยังไง? แบบไหนดี!

ในช่วงอายุ 5 ปีแรก เด็ก ๆ มักจะเจ็บไข้ได้ป่วยกันบ่อยๆ ส่วนหนึ่งมาจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย และรวมไปถึงอีกหลายๆ ปัจจัย ซึ่งหากอยากจะรู้ว่าลูกป่วยหรือมีไข้ ก็จำเป็นต้องใช้ ปรอทวัดไข้ เพื่อวัดดูอุณหภูมิขิงลูก … แต่บอมเบย์เชื่อว่ามีคุณแม่หลายคนที่น่าจะเคยเจอกับปัญหา เมื่อหยิบ ที่วัดไข้ มาวัดอุณหภูมิให้ลูกแล้ว แต่ได้ค่าที่ต่างกัน … ก็เลยไม่แน่ใจว่าลูกตัวร้อน หรือมีไข้หรือเปล่ากันแน่?

Must read : ปรอทวัดไข้มีกี่แบบ ? เลือกแบบไหนวัดไข้ลูกแม่นยำที่สุด!

ปัญหาตรงนี้อาจกิดจากการวัดไข้ที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นแล้วตามมาดูการใช้ที่วัดอุณหภูมิ ที่ถูกต้องเพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำที่สุดกันค่ะ ซึ่งในท้องตลาดนั้นจะมี ที่วัดไข้ กี่แบบ แล้วจะเลือกใช้ ปรอทวัดไข้ แบบไหนดี … และแต่ละแบบจะใช้ยังไง!? ที่สำคัญคือ อุณหภูมิเท่าไหร่กันแน่ ที่แปลว่า ลูกป่วย หรือกำลังตัวร้อนมีไข้ !! ตามมาดูกันเลยจ้า

ดูคลิป รีวิวปรอทวัดไข้ พร้อมเผย .. อุณหภูมิเท่าไหร่กันแน่ ที่แปลว่า “ลูกมีไข้”
คลิกที่นี่ ⇓


ติิดตามคลิปวีดีโอดีๆ กับ Super Nanny จาก youtube channel : Amarin Baby & Kids

อุณหภูมิเท่าไหร่! เรียกว่า “ลูกมีไข้” กันแน่!!

ทั้งนี้อุณหภูมิร่างกายปกติไม่ว่าเด็ก หรือผู้ใหญ่ จะอยู่ที่ 36.0 – 37.5 องศาเซลเซียส

  •  แต่ถ้าอุณหภูมิที่วัดได้อยู่ระหว่าง 37.6 – 38.4 องศาเซลเซียส ถือว่ามีไข้ต่ำๆ
  • หรืออุณหภูมิที่วัดได้อยู่ระหว่าง 38.5 – 39.4 องศาเซลเซียส ถือว่ามีไข้ปานกลาง
  • และอุณหภูมิที่วัดได้อยู่ระหว่าง 39.5 – 40.4 องศาเซลเซียส ถือว่ามีไข้สูง

การเตรียมตัวก่อนวัดไข้

  1. อาการบ่งชี้ว่าลูกน่าจะไม่สบาย มีไข้ ซึม ตัวรุมๆ ไม่ดื่มนม หรือกินอาหาร เป็นต้น
  2. ควรทิ้งช่วงประมาณ 20-30 นาทีจากกิจกรรมทุกอย่างที่ลูกทำ เช่น กินข้าว วิ่งเล่น ตากแดด แล้วค่อยวัดไข้ให้ลูก
  3. ถ้าอาบน้ำอุ่น ต้องรอเวลา 1 ชั่วโมงก่อน แล้วค่อยวัดไข้

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องควรระวังถ้าลูกมีไข้ คือ ภาวะชักจากไข้ บอมเบย์แนะนำให้เช็ดตัวลดไข้ลูกทุกชั่วโมง พร้อมให้ทานยาลดไข้สำหรับเด็ก แต่ถ้าจะให้ปลอดภัยที่สุดควรพาลูกไปโรงพยาบาล อยู่ในมือคุณหมออุ่นใจที่สุดค่ะ

 

อ่านต่อบทความน่าสนใจ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

keyboard_arrow_up