ทำไมโควิดเข้าข่าย โรคประจำถิ่น

ทำไมโควิดเข้าข่าย โรคประจำถิ่น

สถานการณ์รายวันของโควิด-19 ยังคงไม่ลดความรุนแรงลง ผู้ติดเชื้อยังมีจำนวนมากไม่ลดลง แม้อาการโดยรวมไม่หนักหนา แต่ก็ยังมีผู้เสียชีวิตรายวัน โดยเฉพาะเด็กเล็ก อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ที่กำลังจะถึงนี้ โควิด-19 ก็กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่ง โรคประจำถิ่น ของไทย แม้จะฟังดูไม่หนักหนา แต่ก็ยังคงนิ่งนอนใจไม่ได้ เลยค่ะคุณพ่อคุณแม่ เรามารู้จักกับคำว่าโรคประจำถิ่น คืออะไร โรคระบาดคืออะไร ทำไมโควิดจึงเข้าข่ายโรคประจำถิ่น และโรคประจำถิ่นในไทยมีอะไรบ้างค่ะ

โรคประจำถิ่น (Endemic) หมายถึงอะไร

ข้อมูลจาก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้คำจำกัดความของโรคประจำถิ่นไว้ว่า โรคประจำถิ่น (Endemic) คือ โรคที่เกิดขึ้นประจำในพื้นที่นั้นๆ กล่าวคือมีอัตราป่วยคงที่และสามารถคาดการณ์ได้ โดยขอบเขตของพื้นที่นั้นอาจเป็นเมือง ประเทศ หรือใหญ่กว่านั้นอย่างทวีป

โควิด-19 เป็นโรคระบาดที่อยู่ในประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการสถานการณ์โรคโควิด-19 สู่โรคประจำถิ่น เพื่อให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเตรียมพร้อมรับมือ โดยเป็นวาระต่อเนื่องจากแผนยุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อม ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ

โรคประจำถิ่นกับโรคระบาด ต่างกันอย่างไร

ตามหลักระบาดวิทยาได้แบ่งการระบาดออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่

1. โรคประจำถิ่น (Endemic) คือ การระบาดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งที่สามารถคาดการณ์ได้
2. การระบาด (Outbreak) คือ การระบาดที่เป็นโรคประจำถิ่นอยู่แล้ว แต่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นผิดปกติ เช่น การระบาดของเชื้อไวรัสไข้เลือดออกในปี พ.ศ.2562
3. โรคระบาด (Epidemic) คือ การระบาดที่แพร่กระจายเป็นวงกว้าง มีผู้ติดเชื้อจำนวนเกินคาดการณ์ได้ เช่น โรคอีโบลาที่เกิดการระบาดในทวีปแอฟริกาข้ามไปยังทวีปอื่นๆ พ.ศ.2557-2559
4. การระบาดครั้งใหญ่ทั่วโลก (Pandemic) คือ การระบาดที่เกิดขึ้นครั้งใหญ่ ลุกลามไปทั่วโลก เช่น ไข้หวัดสเปน พ.ศ.2461 และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ พ.ศ.2553 รวมถึงเชื้อไวรัสโคโรนา-2019 ที่กำลังระบาดอยู่ในปัจจุบันด้วย

โรคโควิด-19 จะเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นได้เมื่อใด

โรคโควิด-19 จะเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นได้ ก็ต่อเมื่อ

1. เชื้อลดความรุนแรง วัดจากอัตราการเสียชีวิตที่ลดลงตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยขณะนี้ทั่วโลกตัวเชื้อมีสภาพอ่อนลงแล้ว
2. ประชาชนมีภูมิคุ้มกันดีขึ้นจากการฉีดวัคซีน หรือภูมิที่เกิดขึ้นหลังจากการติดเชื้อมาก่อนแล้ว โดยของไทยต้องการให้ฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 เพราะลดการป่วยหนักและการเสียชีวิตได้มากถึง 50%
3. การดูแลจัดการสาธารณสุขที่ควบคุมและชะลอการระบาดได้ ปัจจุบันไทยยังมีความพร้อม ซึ่งดูได้จากอัตราการครองเตียง ที่ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก แต่ใช้เตียงไปไม่เกิน 30%

ซึ่งเกณฑ์ในการพิจารณาให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น ในที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติได้กำหนดไว้ 4 เกณฑ์ ประกอบไปด้วย

1) ต้องมีผู้ป่วยรายใหม่ไม่เกิน 10,000 คนต่อวัน

2) อัตราป่วยตายน้อยกว่าร้อยละ 0.1

3) การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลน้อยกว่าร้อยละ 10

4) กลุ่มเสี่ยงป่วยรุนแรง (ผู้สูงอายุ-ผู้ป่วยเป็นโรคร้ายแรง) ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 2 โดส มากกว่าร้อยละ 80

โรคประจำถิ่น
โควิดกำลังจะกลายเป็นโรคประจำถิ่น

โรคประจำถิ่นในไทย มีอะไรบ้าง

โรคไข้เลือดออก ได้ถูกประกาศเป็นโรคประจำถิ่นตามนิยามทางระบาดวิทยา หลังจากที่พบว่าเป็นโรคอุบัติใหม่ในช่วงปี พ.ศ.2500 และเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังตามนิยามของกฎหมาย แม้ว่าเป็นโรคที่รักษาให้หายได้ แต่หากเข้ารับการประเมินการรักษาไม่ทันท่วงที ผู้ป่วยก็มีอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

โรคไข้หวัดใหญ่ ถือเป็นโรคประจำถิ่นที่เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่เปลี่ยนแปลงพัฒนาสายพันธุ์ไปเรื่อยๆ พบว่าเป็นเชื้อไวรัสที่มีต้นกำเนิดมาจากสัตว์ตระกูลนก พบการระบาดครั้งใหญ่ที่เกาะฮ่องกง พ.ศ.2540 ทำให้ไก่ที่ติดเชื้อรุนแรงตายจำนวนมาก คนที่ติดเชื้อมาจากอุจจาระไก่เกิดเป็นการระบาดต่อเนื่องในคน

โรคเอดส์

โรคเอดส์ เป็นโรคติดเชื้อไวรัส HIV ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายบกพร่อง โรคนี้พบเป็นโรคอุบัติใหม่ในปี พ.ศ.2527 และเมื่อกลายเป็นโรคติดต่อที่เฝ้าระวัง ก็กลายเป็นโรคประจำถิ่นเช่นกัน

แผนรองรับโควิดเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่น

ทางคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติก็ได้ให้ความเห็นชอบ แผนรองรับการเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่น โดยแบ่งออกเป็น 4 เดือน หรือที่เรียกกันว่า “แผน 3 บวก 1” ดังนี้

ระยะที่ 1 (12 มี.ค.-ต้น เม.ย.) เรียกว่า combatting สาระสำคัญของแผนระยะนี้ก็คือ ต้องออกแรง “กดตัวเลข” ผู้ติดเชื้อไม่ให้สูงไปกว่านี้ เพื่อลดการระบาด ลดความรุนแรงของโควิด-19

ระยะที่ 2 (เม.ย.-พ.ค.) เรียกว่า plateau คือ การคงระดับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไม่ให้สูงขึ้น แต่ให้เป็นระนาบจนตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงเรื่อย ๆ

ระยะที่ 3 (ปลาย พ.ค.-30 มิ.ย.) เรียกว่า declining คือ การลดจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ลง ให้เหลือวันละ 1,000-2,000 ราย

ระยะ 4 ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2565 เป็นต้นไป เรียกว่า post pandemic คือ ออกจากโรคระบาดและเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่น

ทั้งหมดนี้จะถูกดำเนินการภายในระยะเวลา 4 เดือน แต่ประชาชนยังต้องปฏิบัติตามมาตรฐานป้องกันโรคเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นมาตรการ VUCA ซึ่งประกอบไปด้วย V-vaccine, U-universal prevention, C-COVID-19 free setting และ A-ATK

 

แม้ว่าจะใกล้การประกาศให้โรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น ก็ไม่ได้หมายความว่าเชื้อนี้จะหายไป คุณพ่อคุณแม่ยังคงต้องรักษาระยะห่าง ล้างมือตัวเองและลูกน้อยด้วยเจลแอลกอฮอล์ ใส่หน้ากากอนามัยหากต้องออกไปข้างนอก เพื่อป้องกันตัวเองแม้จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นแล้วก็ตามค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก
ไทยรัฐออนไลน์, ประชาชาติธุรกิจออนไลน์, 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

เปลี่ยนแม่เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล รับมือ โอมิครอนในเด็ก

เด็กเล็กติดโควิด ดับรายวัน! มีโรคร่วม แนะรีบหาหมอ

วัคซีนโควิด-19 ในเด็ก : ทำความเข้าใจ ปลอดภัย หายห่วง

แอปพลิเคชัน Monkey Stories

ภาษาอังกฤษกับความสำคัญในการต่อยอดอนาคต “Monkey Stories” แอปพลิเคชันที่ช่วยสร้างพื้นฐานทางภาษาอังกฤษให้แข็งแรงตั้งแต่เยาว์วัย

เพราะการเลี้ยงลูกให้มีอนาคตที่ดีคือหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของคุณพ่อคุณแม่ หนึ่งในปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมให้เด็ก ๆ มีอนาคตที่สดใสคือการมีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดี มีความเป็นเลิศทางวิชาการ และหนึ่งในวิชาความรู้พื้นฐานที่ควรส่งเสริมให้ลูกน้อยค่อย ๆ เรียนรู้จนสามารถฝึกฝนทักษะในระดับที่เก่งขึ้นไปเพื่อต่อยอดการเรียนรู้และอนาคตที่สมบูรณ์ นั่นคือ “ภาษาอังกฤษ” เหตุใด ภาษาอังกฤษจึงมีความจำเป็นต่ออนาคตของบุตรหลาน และจำเป็นหรือไม่ที่คุณพ่อคุณแม่ควรปลูกฝังความรู้ด้านการใช้ภาษาให้บุตรหลานตั้งแต่อายุยังน้อย วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

ในโลกปัจจุบันที่มีความก้าวล้ำทางเทคโนโลยี การติดต่อสื่อสารที่ไร้พรมแดน การเรียนรู้ที่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารในระดับสากล ทุกเรื่อง “ภาษาอังกฤษ” ล้วนเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงข้อมูลให้กับคนทั้งโลก และเมื่อมองในระดับภูมิภาค หลังจากมีการเปิดการค้าเสรีอาเซียน (AEC) ประเทศไทยย่อมจำเป็นต้องปรับตัวในการติดต่อสื่อสารเพื่อขยายวงกว้างในการดำเนินธุรกิจ และนั่นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาษาอังกฤษมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนสิ่งเหล่านั้น บุคลากรที่เป็นอนาคตของประเทศจึงเป็นทรัพยากรสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น การเริ่มปูพื้นฐาน สร้างความแข็งแรงในการใช้ทักษะภาษาอังกฤษให้กับบุตรหลานตั้งแต่ช่วงอายุยังน้อยนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่เกินความจำเป็นอีกต่อไป

อีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่มากกว่า 10 ล้านคนทั่วโลกให้ความไว้วางใจ ในการเข้ามาส่งเสริมทักษะทางภาษาอังกฤษของบุตรหลานให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้นคือ แอปพลิเคชัน “Monkey Stories” เรื่องราวและเกมการเรียนรู้โต้ตอบสำหรับเด็ก แอปพลิเคชันอันดับ 1 ที่จะเข้ามาเสริมทัพให้ลูก ๆ ของคุณได้พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษครบทั้ง 4 ด้าน โดยหลักสูตรเนื้อหาที่อยู่ในแอปพลิเคชันนี้จะเน้นให้ผู้เรียนได้เกิดการบูรณาการทักษะทางภาษาครบทั้ง 4 ด้าน เหมาะสำหรับเด็กในช่วงอายุตั้งแต่ 2 – 10 ปี

แอปพลิเคชัน Monkey Stories

แอปพลิเคชัน Monkey Stories ประกอบด้วยนิทานเชิงโต้ตอบที่มีมากกว่า 1,000 เรื่อง แบ่งระดับตามความยากง่าย โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถวางแผนการเรียนรู้ของบบุตรหลานได้ด้วยตัวคุณเอง พร้อมหนังสือเสียงและเกมสนุก ๆ อีกมากมายที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษให้ได้ครบทั้ง 4 ด้าน ซึ่งเด็ก ๆ  สามารถเพลิดเพลินกับหนังสือเสียง เพลง หรือนิทานได้ตลอดเวลาถึงแม้จะไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตหรือเปิดโหมดเครื่องบิน ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถร่วมสนุกไปกับการเรียนการสอนจากแอปพลิเคชัน Monkey Stories ได้เช่นเดียวกันเพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นภายในครอบครัว

หลักสูตรการเรียนการสอนของ Monkey Stories ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาตามมาตรฐาน CCSS (Common Core State Standards) หลักสูตรการอ่านที่ยึดตามมาตรฐานกลางของสหรัฐอเมริกา ออกแบบการฝึกสะกดตัวอักษรตามธรรมชาติตามระบบการถอดเสียง เรียนรู้คำศัพท์ ไวยากรณ์ เพื่อบูรณาการเข้ากับทักษะการเขียนที่มีประสิทธิภาพ โดยแอปพลิเคชั่น Monkey Stories จะมีหลักสูตรหลากหลายที่เด็ก ๆ จะไม่รู้สึกถึงความกดดันเหมือนการเรียนการสอนในห้องเรียน ทั้งนี้เพื่อความถูกต้องแม่นยำในการฝึกออกเสียง  Monkey Stories ยังมีโปรแกรม Monkey Phonics โปรแกรมที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ให้เด็ก ๆ ได้ออกเสียงได้อย่างถูกต้องซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ มีอยู่ในแอปพลิเคชัน Monkey Stories เพียงที่เดียว เด็ก ๆ จึงหมดกังวลกับการออกเสียงสุดท้ายหรือข้อผิดพลาดอื่น ๆ ในการออกเสียง

ดังจะเห็นแล้วว่า การปูพื้นฐานทางภาษาอังกฤษให้กับบุตรหลานตั้งแต่อายุยังน้อยนั้นไม่ใช่เรื่องที่เกินความสามารถของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ การมีทักษะทางภาษาอังกฤษที่แข็งแรงไว้ตั้งแต่อายุยังน้อยย่อมเป็นข้อได้เปรียบในการปูทางสู่อนาคตที่สดใส ให้เด็ก ๆ ได้มีโอกาสเปิดกว้างทางวัฒนธรรมอย่างไร้ข้อจำกัดทางภาษา ถึงแม้ในบางครอบครัวที่อาจจะไม่มีเวลาในการหาติวเตอร์ที่เชื่อถือได้แต่ด้วยการพัฒนาอันกว้างไกลของเทคโนโลยีในปัจจุบันแอปพลิเคชัน Monkey Stories คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจและช่วยให้บุตรหลานมีความสุขกับการเรียนภาษาอังกฤษไปพร้อม ๆ กัน

 

 

ประกันสังคม รักษามะเร็ง

ประกันสังคม รักษามะเร็ง อะไรได้บ้าง ใครมีสิทธินี้

ประกันสังคม รักษามะเร็ง อะไรได้บ้าง ใครมีสิทธินี้

มะเร็งเป็นโรคเรื้อรัง ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา และค่าใช้จ่ายก็มากขึ้นเรื่อย ๆ เรื่องค่าใช้จ่ายจึงเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบสำหรับผู้ป่วยมะเร็งแน่นอน แต่สำหรับผู้ประกันตนกับสำนักงานประกันสังคมนั้นไม่ต้องห่วง เพราะสิทธิ ประกันสังคม รักษามะเร็ง ได้ค่ะ จะมีมะเร็งชนิดใดที่ได้สิทธิบ้างมาดูกันค่ะ

ประกันสังคม รักษามะเร็ง ใครมีสิทธิบ้าง

สำนักงานประกันสังคมให้ความคุ้มครองผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ 39 สามารถใช้สิทธิประกันสังคมรักษามะเร็งได้ตามข้อกำหนดของโรงพยาบาลตามสิทธิผู้ประกันตน ได้แก่1. ผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 ได้แก่ พนักงานประจำ ลูกจ้าง (มนุษย์เงินเดือน) ที่มีอายุมากกว่า 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์

2. ผู้ประกันตน ตามมาตรา 39 ได้แก่ ผู้ประกันตนโดยสมัครใจที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมหลังผันตัวออกมาจากอาชีพเดิมแต่ยังต้องการสิทธิประโยชน์ของประกันสังคมไว้

สำหรับผู้ที่มีสิทธิประกันสังคม และตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็ง ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการรักษาโรคมะเร็ง 20 ชนิด โดยจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น

โดยสถานพยาบาลที่เลือกไว้จะให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตนจนสิ้นสุดการรักษา โดยไม่จำกัดวงเงินค่าใช้จ่ายและจำนวนครั้งในการรักษา และจะไม่เรียกเก็บเงินจากผู้ประกันตน

ยกเว้นมีค่าใช้จ่ายในการบริการด้านอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือสิทธิประกันสังคม เช่น การใช้ยาที่อยู่นอกบัญชียาหลัก ที่จะทำให้สิทธิการรักษามะเร็งขั้นพื้นฐานไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายยาในส่วนนี้

สิทธิประกันสังคมรักษาโรคมะเร็งชนิดใดได้บ้าง

การรักษาโรคมะเร็ง 20 ชนิด จะต้องให้การรักษาตามแนวทางที่กำหนด (Protocol) และให้จ่ายค่ารักษาพยาบาลตามอัตราที่กำหนดไว้ในแนวทางการรักษาโรคมะเร็ง

  • โรคมะเร็งเต้านม
  • โรคมะเร็งปากมดลูก
  • โรคมะเร็งรังไข่
  • โรคมะเร็งมดลูก
  • โรคมะเร็งโพรงหลังจมูก
  • โรคมะเร็งปอด
  • โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และลำไส้ใหญ่ตรง
  • โรคมะเร็งหลอดอาหาร
  • โรคมะเร็งตับ และท่อน้ำดี
  • โรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
  • โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันแบบลิมฟอยด์ในผู้ใหญ่
  • โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในผู้ใหญ่
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันชนิดมัยอีลอยด์ในผู้ใหญ่
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันในผู้ใหญ่แบบ Acute Promyelocytic leukemia (APL)
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังชนิดมัยอีลอยด์ในผู้ใหญ่
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอีโลมาในผู้ใหญ่
  • โรคมะเร็งกระดูกชนิด Osteosarcoma ในผู้ใหญ่
  • โรคมะเร็งเด็ก
ประกันสังคม รักษามะเร็ง
ประกันสังคมรักษามะเร็งได้ 20 ชนิด

กรณีการรักษาโรคมะเร็ง 20 ชนิดนี้ ที่ไม่สามารถรักษาตามแนวทางที่กำหนด (Protocol) และมีความจำเป็นที่ต้องให้การรักษาด้วยยารักษาโรคมะเร็ง และ/หรือเคมีบำบัด และ/หรือรังสีรักษา ให้สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น แต่ไม่เกิน 50,000 บาทต่อรายต่อปี

กรณีการรักษาโรคมะเร็งชนิดอื่นนอกเหนือจากโรคมะเร็ง 20 ชนิดนี้ ที่มีความจำเป็นต้องให้การรักษาด้วยยารักษาโรคมะเร็ง และ/หรือเคมีบำบัด และ/หรือรังสีรักษา ให้จ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นแต่ไม่เกิน 50,000 บาทต่อรายต่อปี

วิธีการรักษาโรคมะเร็ง

การรักษาที่มีประสิทธิภาพคือการรักษาที่เข้าถึงผู้ป่วยมะเร็งทุกคนได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยเป้าหมายที่ต้องการให้ผู้ป่วยกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างยืนยาว ซึ่งปัจจุบันการรักษามะเร็งมีหลายวิธี ได้แก่

การผ่าตัด (Surgery) เป็นวิธีรักษามะเร็งเฉพาะที่มายาวนาน ซึ่งมีการพัฒนาการผ่าตัดให้ไม่สูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียน้อยที่สุด ที่สำคัญปัจจุบันมีเทคโนโลยีผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็กที่ผลการรักษาเทียบเท่าการผ่าตัดแบบแผลเปิด แต่แผลเล็ก เจ็บน้อย เสียเลือดระหว่างผ่าตัดลดลง ฟื้นตัวไว ลดการเกิดผลแทรกซ้อนและการติดเชื้อจากการผ่าตัด ผู้ป่วยมะเร็งจึงคลายความกังวลจากการผ่าตัดรักษาได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์เป็นสำคัญ

รังสีรักษา (Radiotherapy) หรือการฉายแสงเป็นการใช้รังสีกำลังสูงเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็งในตำแหน่งที่กำหนด โดยแพทย์รังสีรักษาจะวางแผนการให้ปริมาณรังสีที่มีผลข้างเคียงกับผู้ป่วยน้อยที่สุด การใช้รังสีรักษาสามารถรักษามะเร็งบางชนิดให้หายขาด บรรเทาอาการจากมะเร็ง อาทิ ลดความเจ็บปวด หยุดการไหลของเลือด เป็นต้น อีกทั้งยังรักษาภาวะเร่งด่วนที่เกิดจากโรคมะเร็งได้ ซึ่งปัจจุบันรังสีรักษาได้พัฒนาไปมากเพื่อให้รักษาได้ถูกต้องตรงตำแหน่งและลดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย

เคมีบำบัด (Chemotherapy) เป็นการรักษาโดยการให้ยา (สารเคมี) เพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง โดยยาเคมีบำบัดจะเข้าไปขัดขวางการแบ่งเซลล์มะเร็งที่แบ่งตัวเร็วกว่าเซลล์ปกติจึงอาจมีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก การรักษาด้วยยาเคมีบำบัดถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันนอกจากยาเคมีบำบัดจะช่วยให้หายขาด ยังสามารถให้เคมีบำบัดก่อนผ่าตัดเพื่อลดขนาดก้อนมะเร็ง และใช้รักษาเสริมหลังผ่าตัดเพื่อลดโอกาสมะเร็งกลับมาเป็นซ้ำ

ฮอร์โมนบำบัด (Hormonal Therapy) เป็นการใช้ฮอร์โมนเพื่อยับยั้งหรือยุติการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ซึ่งใช้ได้ในการรักษามะเร็งบางชนิดอย่างมะเร็งเต้านมที่อาจต้องกระตุ้นด้วยฮอร์โมนเพศหญิงและมะเร็งต่อมลูกหมากที่กระตุ้นด้วยฮอร์โมนเพศชาย เป็นต้น

การรักษาด้วยยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) จะเข้าไปออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงกับเซลล์มะเร็งเพื่อยับยั้งการแบ่งตัวและแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง มีประสิทธิภาพในการรักษาสูง ผลข้างเคียงน้อยกว่ายาเคมีบำบัด แต่ใช้ได้ดีกับเนื้อเยื่อมะเร็งที่มีเป้าจำเพาะต่อยาเท่านั้น จึงขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งเป็นสำคัญ

การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) ใช้หลักการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายต่อสู้กับเซลล์มะเร็งเพื่อต่อต้านเซลล์มะเร็งได้ดียิ่งขึ้น วิธีนี้ใช้รักษามะเร็งได้หลายชนิด ขึ้นอยู่กับชนิด ลักษณะ และความรุนแรงของโรค ส่วนใหญ่ได้ผลดีในการรักษาและผลข้างเคียงต่ำ แต่ต้องขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็ง

การปลูกถ่ายไขกระดูก (Bone Marrow/Stem Cell Transplantation) มีทั้งแบบการใช้เซลล์ต้นกำเนิดของตัวเองหรือของบุคคลที่มีความเข้ากันได้ของระบบภูมิคุ้มกัน ส่วนใหญ่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งระบบเลือดอื่น ๆ หรือมะเร็งเซลล์สืบพันธุ์บางชนิด

การรักษาแบบผสมผสาน (Combined Modality Therapy) เป็นการรักษาโรคมะเร็งโดยใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อเพิ่มโอกาสหายและรอดชีวิต แต่จะใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับระยะ ความรุนแรงของโรค และสุขภาพของผู้ป่วย โดยแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งจะประเมินการรักษาอย่างละเอียดเพื่อให้ผลการรักษาเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

ทีมบรรณาธิการ ABK อยากให้คุณพ่อคุณแม่ ป้องกันมะเร็งด้วยการดูแลสุขภาพ และหมั่นตรวจเช็กร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะมะเร็งหากรู้เร็ว รักษาเร็ว เพิ่มโอกาสหายได้นะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก
PPTV HD , มูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

เซฟเก็บไว้ดูเลยแม่! ตารางวัคซีน 2565 อัปเดตจากสมาคมโรคติดเชื้อฯ

เช็กเลย! ประกันสังคม ลดเงินสมทบ แต่ละมาตราจ่ายเท่าไหร่

สปสช. มอบ สิทธิบัตรทอง คัดกรองดาวน์ซินโดรม

วิธีสอนลูกจัดการความ ผิดหวัง

ช่วยลูกจัดการความ ผิดหวัง ต้องลดความคาดหวังคุณด้วย

ผิดหวัง อีกหนึ่งอารมณ์ที่ลูกต้องเผชิญในชีวิต พ่อแม่จะช่วยลูกให้จัดการอารมณ์ด้านลบเหล่านี้ได้อย่างไร ไม่เฉพาะเด็กที่ต้องปรับพ่อแม่ต้องไม่คาดหวังเสียเองด้วย

วิธีช่วยลูกจัดการความ ผิดหวัง อย่าลืมลดความคาดหวังของคุณด้วย!!

ความผิดหวังสำหรับเด็กใช่ว่าจะไม่มี ผู้ใหญ่บางคนมักคิดว่า เด็กกับความผิดหวังนั้นไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เด็กพบเจอกับความผิดหวังเช่นกัน ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ไม่ได้ของเล่นอย่างที่ต้องการ พ่อแม่ไม่ทำตามที่เขาอยากให้ทำ เป็นต้น พอโตขึ้นมาหน่อยก็จะเป็นความผิดหวังเรื่องเรียน การสอบ ความรัก เป็นต้น สิ่งเหล่านี้แม้จะฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับพ่อแม่ แต่เป็นความผิดหวังที่สำคัญสำหรับลูกเสมอ

วิธีช่วยลูกจัดการความผิดหวัง
วิธีช่วยลูกจัดการความผิดหวัง

ความผิดหวังในเด็ก จากวิถีชีวิตแบบ New Normal

การระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด-19 ทำให้เกิดวิถีชีวิตแบบใหม่ หรือที่เรามักเรียกกันว่า วิถีชีวิตแบบ New Normal นั้น เป็นวิถีชีวิตที่มีผลต่อเด็ก ๆ ทำให้เกิดความทุกข์จากการสูญเสียโอกาสในการเข้าร่วมในกิจกรรมที่สำคัญ เช่น การแข่งขันกีฬารอบตัดเชือก วันเกิดที่สำคัญ การแสดงของโรงเรียนและการสำเร็จการศึกษา หรือการเดินทางไปดิสนีย์เวิลด์กับครอบครัวใหญ่ เป็นต้น

เมื่อวิกฤตดำเนินไป แม้แต่การพลาดกิจกรรมประจำวันตามปกติ เช่น นอนค้างบ้านเพื่อน หรือออกไปกินพิซซ่า ก็ยังทำให้เด็ก ๆ หลายคนไม่สบายใจ ว่าต่อจากนี้จะได้ทำหรือไม่ ผู้ใหญ่กำลังเผชิญกับความยากลำบากแบบเดียวกัน แต่พวกเราก็มีประสบการณ์มากมายในการจัดการกับความผิดหวังดังกล่าว แต่ในทางกลับกัน เด็กอาจกำลังประสบกับอารมณ์รุนแรงเหล่านี้เป็นครั้งแรก

สอนลูกจัดการกับความ ผิดหวัง
สอนลูกจัดการกับความ ผิดหวัง

เมื่อลูกผิดหวัง เสียใจ ย่อมส่งผลกระทบทางด้านอารมณ์และจิตใจ และด้วยระดับความเข้มแข็งของจิตใจที่แตกต่างกัน พ่อแม่จึงควรทำความเข้าใจ และแนะแนวทางการรับมือกับความผิดหวังแก่ลูก เป็นการช่วยจัดการกับปัญหาที่กระทบต่อจิตใจของลูกได้

อ่านต่อ วิธีคลายปัญหา ลูกขี้กลัว ช่วยลูกปรับตัวในทุกเหตุการณ์

วิธีการสอนให้ลูกรับมือกับความผิดหวัง

1. ในเด็กเล็ก เด็กจะยังไม่สามารถรู้จักอารมณ์ตนเองว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร เป็นอะไร และเมื่อพบกับความผิดหวังก็จะแสดงออกโดยการร้องไห้ กระสับกระส่าย โมโห ก้าวร้าวโดยที่ไม่รู้ว่าขณะนี้ตนเองรู้สึกผิดหวัง

ผู้ปกครองต้องรู้ก่อนว่าเด็กมีอารมณ์ไม่ปกติ ณ ขณะนั้น เพื่อให้ผู้ปกครองรอจังหวะให้ลูกเงียบ สงบ จึงช่วยพูดสะท้อนถึงอารมณ์ของเด็กที่ผู้ปกครองเห็นให้เด็กฟัง โดยการบอกเด็กว่าตอนนี้หนูกำลังเสียใจ โกรธอยู่ใช่ไหม เพราะเหตุการณ์นี้ใช่ไหม และเด็กก็จะเข้าใจความรู้สึกของตัวเองจากการฟัง ผู้ปกครองพูดอธิบาย เพื่อให้เด็กรู้จักอารมณ์ตนเองมากยิ่งขึ้น และเด็กจะรู้ว่าพ่อแม่คือที่พึ่งเมื่อเวลาเสียใจ และรู้สึกอุ่นใจ ซึ่งจะช่วยให้เด็กรับมือกับอารมณ์ของตนเองได้ง่ายขึ้น

เด็กเล็ก ผิดหวัง จะไม่เข้าใจอารมณ์ตนเอง จึงแสดงออกด้วยการร้องไห้
เด็กเล็ก ผิดหวัง จะไม่เข้าใจอารมณ์ตนเอง จึงแสดงออกด้วยการร้องไห้

2. การให้เด็กได้สงบ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่กระตุ้นหรือเร้าให้อารมณ์รุนแรงเพิ่มขึ้น สัก 10-15 นาที จะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้อารมณ์และรู้สภาวะผ่อนคลายของตนเองมากขึ้น เกิดเป็นประสบการณ์เรียนรู้วิธีผ่อนคลายอารมณ์ของตนเอง และรับมือกับตนเองในยามที่ผิดหวังได้ หลังจากที่ให้เวลากับลูกก็จะต้องมีการพูดคุยถึงสาเหตุของความผิดหวัง เพื่อช่วยหาแนวทางในการแก้ปัญหา

3. สำรวจความรู้สึก และผลกระทบที่เกิดกับเด็ก ว่าความผิดหวังจากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอะไรกับเด็กบ้าง เพื่อให้เด็กได้ทบทวนว่าความผิดหวังมีผลกระทบอะไรในมุมมองของเด็ก และเด็กได้ประสบการณ์เรียนรู้อะไรจากความผิดหวังในครั้งนี้ และอะไรเป็นสาเหตุความผิดหวังนี้ ทั้งสาเหตุจากตัวเด็กเอง จากคนรอบข้าง จากสภาพแวดล้อม เช่น เมื่อลูกไม่ได้อ่านหนังสือ หรือไม่ได้ทำการบ้าน อาจมีส่วนให้ได้คะแนนน้อยลง สามารถสะท้อนได้ว่า การไม่ได้ทำบางอย่างก็มีผลกระทบได้ เพื่อให้เด็กมองปัญหารอบด้านได้ และเปลี่ยนแปลงแก้ไขที่ตัวเด็กเองได้

4. การลดความคาดหวังหรือเป้าหมายของเด็ก ที่มากกว่าความสามารถหรือความเป็นจริงที่เด็กจะทำได้ในขณะนั้น เพราะผู้ปกครองย่อมทราบดีว่าเด็กไม่สามารถทำได้ แต่ให้ผู้ปกครองพูดคุยให้เด็กใช้ความสามารถ ศักยภาพด้านอื่นที่ถนัดทดแทน เพื่อแก้ปัญหา และชวนเด็กตั้งเป้าหมายใหม่ที่ท้าทายและเด็กสามารถมีโอกาสทำสำเร็จได้

5. ให้ลูกได้แสดงความคิดเห็นมากขึ้น โดยผู้ปกครองตั้งคำถามให้ลูกได้แสดงความคิดเห็น เพื่อให้ลูกรู้ทิศทางตนเอง และเสริมพัฒนาการเด็กในด้านการใช้ความคิดได้ลึกซึ้งมากขึ้น มีความคิด และตัดสินใจในแบบผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น

พญ.ชนม์นิภา แก้วพูลศรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์ สาขาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลพญาไท 2
พ่อแม่คาดหวังในตัวลูกมากไป ทำให้ลูกกดดัน
พ่อแม่คาดหวังในตัวลูกมากไป ทำให้ลูกกดดัน

“พ่อ(แม่)ผิดหวังในตัวลูก” คำที่สร้างรอยร้าวในใจลูก!!

ในฐานะพ่อแม่ เราอาจผิดหวังกับลูก ๆ ได้ ลูกอาจทำตัวไม่เป็นไปดั่งที่พ่อแม่หวัง หรือประพฤติตนในลักษณะที่ทำลายความคาดหวังของเราที่มีต่อพวกเขา เนื่องจาก เด็ก ๆ ก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สมบูรณ์แบบซึ่งยังคงต้องเรียนรู้ และปรับตัว เด็กส่วนใหญ่มักทำตามที่พ่อแม่แนะนำ หรือทำตามความคาดหวังของพ่อแม่ ไม่ใช่เพื่อผลลัพธ์ที่ดีสำหรับตนเอง แต่ทำเพื่อไม่ให้พ่อแม่ผิดหวัง เสียใจ วิธีที่เราตอบสนอง และแสดงออกถึงความผิดหวังที่พ่อแม่มีต่อลูกอาจมีผลลัพธ์ที่มีผลต่อจิตใจลูก และอาจเป็นสิ่งทำลายความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเองให้แก่ลูกได้

อ่านต่อหยุดโรคแพ้ไม่เป็น โรคร้ายเด็กรุ่นใหม่ในยุคการแข่งขันสูง

เสียงในใจลูกที่คุณอาจไม่เคยได้ยิน!!

เพื่อนสนิทของฉันเคยเล่าให้ฉันฟังว่าพ่อของเธอไม่จำเป็นต้องลงโทษหรือลงมือกับเธอ เพียงแค่พ่อของเธอพูดว่า “ฉันผิดหวังในตัวเธอ” คำพูดเหล่านี้ เป็นเพียงคำง่าย ๆ แต่ทิ่มแทงความรู้สึกของเธอ และเป็นสาเหตุให้เธอยอมทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ได้ยินคำเหล่านั้น

เพื่อนคนนี้ไม่ได้ผลักดันตัวเองในทางบวก ไม่มีสุขภาพจิตที่ดี ไม่ได้ผลักดันตัวเองเพราะต้องการแสวงหาความท้าทายใหม่ และพยายามเรียนรู้จากสิ่งเหล่านั้น ความพยายามของเธอขับเคลื่อนด้วยความวิตกกังวล ความวิตกกังวลที่เกิดจากการพยายามหลีกเลี่ยงความละอายที่ล้มเหลวตามความคาดหวังของพ่อ แม้ว่าเธอจะไม่ใช่เด็กอีกต่อไป และความผิดหวังของพ่อก็ไม่ใช่ภัยคุกคามที่เคยเป็นอีกต่อไป แต่ความวิตกกังวลนั้นติดตามเธอไปสู่วัยผู้ใหญ่ และยังคงเป็นส่วนหนึ่งของความคิดอ่าน และการตัดสินใจของเธออยู่ตลอด

ความจริงแล้วพ่อของเธอมีเจตนาดี ในการที่เขาแสดงความผิดหวัง เขาไม่ได้โหดร้ายหรือหรือแสดงท่าทีที่ใจร้าย แต่เพียงแค่คำพูดเบา ๆ กับท่าทีภายนอกที่บางครั้งพ่อของเธออาจไม่รู้สึกตัวว่าทำลงไปเสียด้วยซ้ำ แต่กลับสร้างรอยแผลในใจลูกที่ยิ่งใหญ่นัก

ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จากประสบการณ์จริงใน www.theblackbeltparent.com
เด็กที่จัดการความรู้สึกดี จะเห็นคุณค่าในตนเอง
เด็กที่จัดการความรู้สึกดี จะเห็นคุณค่าในตนเอง
ภาษากายที่ควรใช้เมื่อจะสื่อสารกับลูก : แม้ไม่มีคำพูด ลูกก็สัมผัสใจแม่ได้
  • การลดระดับความสูงลงให้เท่ากับส่วนสูงลูกด้วยการย่อตัวลง มองสบตาลูก จะทำให้ลูกรู้สึกว่าพ่อแม่ใส่ใจ
  • แววตาของพ่อแม่ต้องสื่อให้ตรงกับใจ อย่างที่มีคนกล่าวว่า แววตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ เราอยากให้ลูกรู้สึกมั่นใจ สายตาพ่อแม่ก็ต้องแสดงความหนักแน่น ให้กำลังใจจึงจะสื่อถึงลูก
  • การสัมผัส หากพ่อแม่สัมผัสลูก เช่น เช็ดน้ำตาให้ลูก โอบบ่าลูก จับหัวให้กำลังใจ เป็นต้น การแสดงออกเหล่านี้จะทำให้ลูกรับรู้ได้ว่าเราใส่ใจ ไม่ใช่คุยกับลูกไปทำงานไปด้วยแบบนี้จะทำให้เขารู้สึกว่าไม่ได้รับความสนใจแม้เราจะนั่งฟังอยู่ก็ตาม
  • น้ำเสียง เป็นส่วนที่จำเป็นอย่างยิ่ง หากเราใช้คำพูดกับน้ำเสียงที่ไม่ตรงกัน ถึงแม้ว่าคำนั้นจะมีความหมายลึกซึ้งเพียงใด แต่ผู้ฟังก็จับน้ำเสียงได้ว่าไม่ได้เป็นอย่างที่พูด ก็ไร้ความหมาย หรือหากเราต้องการให้ลูกมั่นใจ น้ำเสียงที่ใช้ก็ต้องแสดงความหนักแน่น ไม่ใช่พูดเบา ๆ

ในฐานะพ่อแม่ เราต้องการกระตุ้นให้ลูกๆ ของเราเติมเต็มศักยภาพในชีวิตอย่างเต็มที่ โดยวิธีการ หรือคำพูดที่ใช้ต้องไม่สร้างความรู้สึกละอายต่อการทำพลาด หรือรู้สึกผิดต่อการที่ลูกไม่สามารถทำให้พ่อแม่สมหวังจนไปบ่อนทำลายความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองของพวกเขา เมื่อลูกของคุณรู้สึกไม่กดดัน คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถทำตามสูตรง่ายๆ ในการช่วยลูกจัดการความผิดหวังได้โดยอาจมานั่งคุยกันถึงสาเหตุของความผิดพลาดในครั้งนี้อย่างเป็นกลาง จากนั้น กระตุ้นให้ลูกลองคิดสำรวจกลยุทธ์ หรือวิธีการอื่น ๆ ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในครั้งต่อไป โดยขอให้ลูกใช้ความคิดสร้างสรรค์ และมีส่วนร่วม กระตุ้นให้พวกเขามองว่าความล้มเหลวเป็นส่วนสำคัญของการใช้ความพยายาม และเป็นส่วนช่วยในการเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ ให้ประสบผลสำเร็จ ทำให้ลูกรู้สึกถึงความปกติของการผิดหวัง แต่ไม่นิ่งเฉยและยอมแพ้ แต่ที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ต้องระวังในการแสดงความผิดหวังของคุณออกมาด้วยเช่นกัน

ข้อมูลอ้างอิงจาก หมอเสาวภา เลี้ยงลูกเชิงบวก

“ความผิดหวังอาจจะทำให้ทางเดินชีวิตของเราขรุขระไปบ้าง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เราจะไปต่อไม่ได้”

“น้ำตาและความเจ็บปวดจากความผิดหวังจะเป็นบทเรียนบนเส้นทางชีวิต

ที่ทำให้เรามีภูมิต้านทาน พร้อมที่จะรับมือกับความผิดหวังในอนาคต”

“ขอบคุณความสมหวัง โอบกอดความผิดหวัง ทุกเรื่องคือส่วนหนึ่งของชีวิต

มันทำให้เราได้เรียนรู้ และผ่านพ้นไปได้” #เพราะกลัวพ่อแม่จะผิดหวัง

Qute ข้อความจากเพจ เข็นเด็กขึ้นภูเขา

อ่านต่อ⇒ Self Esteem การเห็นคุณค่าในตนเองสิ่งสำคัญที่ต้องสร้างในลูก

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

เมื่อลูกอนุบาลอยากมีแฟน ถึงเวลา สอนลูกเรื่องเพศ หรือยัง

น่าเรียน! 8 วิชา สอนเด็ก ประยุกต์ใช้ชีวิต เอาตัวรอดได้ทุกสถานการณ์

เมื่อ น้ำตา ไม่ใช่ผู้ร้าย!!พ่อแม่ควรอนุญาตให้ลูกร้องไห้

เช็คเงื่อนไข! ออมสิน แจกเงิน 500 บาท เด็กเกิด 1 เม.ย.

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

แม่ช็อก! ลูกบ่นปวดหัว แหวกเจอ เห็บเกาะหัว

แม่ช็อก! ลูกบ่นปวดหัว แหวกเจอ เห็บเกาะหัว

อาการปวดหัวมีมากมายหลายแบบ แต่ที่แปลกคือ ปวดหัวเพราะ เห็บเกาะหัว ค่ะคุณพ่อคุณแม่ ! ล่าสุดคุณแม่ท่านหนึ่งได้แชร์คลิปลูกเพื่อเตือนภัยที่ไม่คาดคิด เนื่องจากลูกชายบ่นว่าปวดหัว คุณแม่ก็ลองหาสาเหตุดู แต่แหวกไปแล้วกลับพบเรื่องที่ไม่คาดคิดมาก่อนค่ะ

เห็บเกาะหัว เป็นเหตุให้ลูกปวดหัว

คุณแม่ท่านหนึ่ง ถ่ายคลิปไว้ขณะกำลังแหวกกลุ่มผมบนศีรษะของลูกชาย แล้วแชร์คลิปเตือนภัย จนกลายเป็นคลิปไวรัลในโลกโซเชียล พร้อมระบุข้อความว่า เมื่อลูกปวดหัว อย่าชะล่าใจ คิดว่าลูกปวดหัวธรรมดา กินยาก็หาย แต่แล้วมันไม่ใช่ โดยสิ่งที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ ขณะที่แม่กำลังแหวกผมลูกชายอยู่นั้น คือ เห็บตัวใหญ่ หลังจากที่คุณแม่เห็น ก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจ หรือรีบจับออกแต่อย่างใด กลับค่อย ๆ หยดแอลกอฮอล์ลงไปในบริเวณที่ตัวเห็บเกาะอยู่ แล้วรอสักพัก จึงใช้แหนบคีบเห็บขึ้นมา

หลังจากที่คลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีชาวเน็ตเข้ามาชม และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก จนมียอดเข้าชมกว่า 3 ล้านครั้ง

คุณแม่ยังได้อัปเดตเพิ่มเติมว่า ไม่ทราบสาเหตุเช่นกันว่าลูกชายนั้นได้เห็บมาจากไหน แต่คาดว่าอาจจะมากับลมหรือสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เจอ จึงมาแชร์คลิปเตือนภัย ให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานของตนเองด้วย

เห็บ เป็นอย่างไร ?

เห็บ เป็นปรสิตที่ใช้ปากกัดแล้วดูดเลือดสัตว์และมนุษย์เป็นอาหาร ซึ่งถูกพบมากกว่า 800 สายพันธุ์ทั่วโลก แบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ ได้แก่ เห็บอ่อน ซึ่งมีผนังลำตัวอ่อนย่นและนุ่ม และเห็บแข็ง ซึ่งมีลักษณะลำตัวเรียบและมีปากยื่นออกมาจากลำตัว ซึ่งเห็บแข็งเป็นสายพันธุ์ที่มักพบว่ากัดและดูดเลือดมนุษย์

นอกจากนี้ เห็บบางชนิดอาจเป็นพาหะแพร่กระจายเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสที่อาจก่อให้เกิดโรคที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้ผ่านทางน้ำลาย เช่น โรคลายม์ (Lyme Disease) โรคไข้เห็บ (Ehrlichiosis) และโรคทูลาริเมีย (Tularemia) เป็นต้น แต่โรคเหล่านี้ไม่ค่อยพบในประเทศไทย

เห็บเกาะหัว
แม่กำลังแหวกผม ไปเจอเห็บเกาะหัวลูกชาย

โดนเห็บกัดจะเป็นอย่างไร ?

โดยส่วนใหญ่ คนมักไม่รู้สึกตัวเมื่อถูกเห็บกัดในช่วงแรก เพราะจะไม่ปรากฏอาการเจ็บหรือคันผิวหนังเหมือนตอนถูกสัตว์ชนิดอื่น ๆ อย่างยุงหรือมดกัด อีกทั้งเห็บยังมีขนาดตัวที่เล็กมาก จึงทำให้สังเกตเห็นได้ยาก แต่เมื่อถูกกัดไปสักระยะหนึ่งแล้ว เห็บจะเริ่มขยายตัวจนทำให้สังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น เพราะเห็บจะยังคงอยู่ในบริเวณผิวหนังที่กัด ไม่ได้หนีหายไปเหมือนสัตว์หรือแมลงอื่น ๆ และหากปล่อยไว้นานประมาณ 7-10 วัน จนดูดเลือดเต็มที่แล้ว เห็บก็จะเลิกดูดเลือดและหลุดออกไปเอง

โดยปกติ การถูกเห็บกัดนั้นไม่ก่อให้เกิดอันตราย หรือมีอาการใด ๆ แต่สำหรับผู้ที่แพ้เห็บ อาจแสดงอาการแพ้ต่าง ๆ เช่น มีอาการบวม หรือรู้สึกแสบร้อนบริเวณที่ถูกกัด เป็นผื่น เป็นแผลพุพอง ในกรณีที่แพ้รุนแรงอาจหายใจติดขัด  เป็นต้น

เห็บบางชนิดอาจแพร่กระจายเชื้อโรคสู่มนุษย์ได้ทันทีที่กัด และโรคติดต่อจากเห็บอาจทำให้ผู้ป่วยปรากฏอาการต่าง ๆ แตกต่างกันไป โดยบางโรคอาจแสดงอาการหลังผ่านไป 2-3 วัน หรือนานเป็นสัปดาห์ตามแต่กรณี

อาการของโรคติดต่อจากเห็บ

อาการที่อาจปรากฏขึ้นเมื่อเกิดโรคติดต่อจากเห็บ มีดังนี้

  • มีจุดสีแดงหรือมีผื่นขึ้นใกล้กับบริเวณที่ถูกกัด
  • มีผื่นขึ้นทั่วร่างกาย
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดข้อต่อกระดูกและกล้ามเนื้อ
  • คอเคล็ด
  • คลื่นไส้
  • อ่อนเพลีย
  • เป็นไข้ หนาวสั่น
  • ต่อมน้ำเหลืองบวม

หากปรากฏอาการเหล่านี้ รวมทั้งมีอาการแพ้หลังถูกกัด หรือหลังจากดึงตัวเห็บออกแล้ว ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

เห็บเกาะหัว
แม่ช็อก! ลูกบ่นปวดหัว แหวกเจอ เห็บเกาะหัว

วิธีกำจัดเห็บด้วยตนเอง

สิ่งสำคัญที่สุดที่ควรทำเมื่อถูกเห็บกัด คือ กำจัดตัวเห็บออกไปทันทีที่พบ ตามวิธีดังต่อไปนี้

  • ก่อนนำตัวเห็บออก ควรฉีดพ่นยากันแมลงที่มีส่วนประกอบของสารไพรีทริน (Pyrethrin) หรือสารไพรีทรอยด์ (Pyrethroids) ลงบนบริเวณที่ถูกกัด หรือทาครีมที่มีส่วนผสมของสารเพอร์เมทริน (Permethrin) รอบ ๆ บริเวณดังกล่าว เพื่อทำให้เห็บเป็นอัมพาตจนสามารถดึงออกมาได้ง่ายขึ้น แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีอื่น ๆ ที่อาจทำให้เกิดการระคายเคือง เช่น เมทิลแอลกอฮอล์ (Methylated Spirit) และน้ำมันก๊าด (Kerosene) เป็นต้น
  • หลังจากฉีดพ่นยาแล้ว ห้ามใช้เข็มหรือไม้สะกิดตัวเห็บเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ดึงเห็บออกมาได้ยากขึ้น แต่ให้ใช้แหนบดึงตัวเห็บด้วยความระมัดระวัง โดยดึงตัวเห็บในบริเวณที่ใกล้กับผิวหนังที่สุด ดึงออกมาด้วยแรงบีบและความเร็วคงที่ ไม่บิด กระชาก บีบ ขยี้ หรือเจาะตัวเห็บ เพราะจะทำให้ของเหลวที่อาจมีเชื้อโรคถูกปล่อยออกมาจากตัวเห็บ

วิธีป้องกันเห็บกัด

เพื่อป้องกันการถูกเห็บกัด ควรระมัดระวังเมื่อต้องเดินป่า ทำสวน หรือไปในบริเวณที่มีเห็บชุกชุม ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการเดินผ่านพุ่มไม้หรือพงหญ้า
  • สวมเสื้อผ้าสีสว่าง เพื่อให้มองเห็นเห็บที่เกาะติดมากับเสื้อผ้าได้ง่ายขึ้น และเลือกสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดมิดชิด
  • ใช้ยากันแมลงที่ปลอดภัย เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารดีอีอีที (DEET) ประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ หรือสารเพอร์เมทริน สารที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับป้องกันเห็บ เป็นต้น
  • หลังกลับจากเดินทาง หรือตอนอยู่ในบริเวณที่มีเห็บชุกชุม ให้หมั่นมองหาเห็บตามร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหลังหู ศีรษะ และคอ
  • รีบถอดเสื้อและอาบน้ำทันที หลังกลับจากบริเวณที่มีเห็บชุกชุม และนำเสื้อผ้าไปใส่ในเครื่องอบผ้า หรือเป่าด้วยไดร์เป่าผมลมร้อนประมาณ 20 นาที เพื่อฆ่าเห็บที่อาจติดมากับเสื้อผ้า
  • ดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัข หรือแมว ให้สะอาดปราศจากเห็บอยู่เสมอ หากพบเห็บให้รีบกำจัดเห็บออก ซึ่งอาจเลือกใช้ยากำจัดเห็บหมัดสำหรับสัตว์เลี้ยงได้

ขอบคุณข้อมูลจาก

ไทยรัฐออนไลน์ , pobpad, TikTok 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

เตือนภัย พยาธิปอดหนู ขึ้นตา ทำตาบอด

แม่เตือนภัย ลูก 2 คนป่วย ลำไส้อักเสบ พร้อมกัน! หลังกิน เยลลี่ลูกตา

แม่เตือนภัย!! ลูกชายเจอ “ตะขาบ” ในหลอดดูดน้ำหวาน!!

โรค Aphasia

โรค Aphasia ที่บรูซ วิลลิสป่วย เกิดจากอะไร รักษาได้ไหม

โรค Aphasia ที่บรูซ วิลลิส ป่วย เกิดจากอะไร รักษาได้ไหม

ข่าวดังในวงการฮอลลีวูดที่พระเอกนักบู๊ บรูซ วิลลิส ป่วยด้วย โรค aphasia (อะเฟเซีย) ที่มีผลทำให้เกิดความผิดปกติในการใช้ภาษา และการสื่อความ เป็นผลทำให้เขาต้องอำลาวงการบันเทิง ซึ่งข่าวอาการป่วยนี้ น่าสนใจมากค่ะว่าเกิดจากอะไร รักษาได้ไหม และจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับคุณพ่อคุณแม่ หรือลูกน้อยหรือไม่ เรามาทำความรู้จักโรคนี้กันค่ะ

โรค Aphasia
โรค Aphasia ทำให้ บรูซ วิลลิส ต้องอำลาวงการ Photo by Angela Weiss / AFP

โรค Aphasia คืออะไร

Aphasia หรือภาวะบกพร่องทางการสื่อความ เป็นความผิดปกติทางการสื่อสาร ซึ่งมักเป็นผลมาจากสมองได้รับความเสียหายจากภาวะเส้นเลือดในสมองแตก หรือการได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ ทำให้มีความผิดปกติในด้านทักษะของการสื่อสารและการใช้ภาษา ไม่สามารถโต้ตอบหรือทำความเข้าใจได้ และอาจมีปัญหาทางด้านการอ่านและการเขียนร่วมด้วย

สาเหตุของ Aphasia

เป็นผลมาจากการที่สมองส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมการใช้ภาษาได้รับความเสียหาย ทำให้การลำเลียงเลือดเข้าสู่ในบริเวณดังกล่าวถูกขัดขวาง จนทำให้เนื้อสมองตายในที่สุด อาจเกิดขึ้นได้อย่างกะทันหันหลังเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตก ภาวะสมองขาดเลือด การได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ หรือการเข้ารับการผ่าตัดสมอง

ในบางรายอาการอาจจะเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ โดยสาเหตุอาจมาจากเนื้องอก การติดเชื้อในสมอง โรคทางระบบประสาท หรือภาวะเสื่อมถอยของสมองอย่างโรคสมองเสื่อม เป็นต้น

ภาวะ Aphasia มักพบในผู้ป่วยที่มีอาการเส้นเลือดในสมองแตกมากที่สุด สำหรับภาวะ Aphasia แบบชั่วคราวมักมีสาเหตุมาจากอาการไมเกรน อาการชัก หรือภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA) ซึ่งเป็นภาวะที่เสี่ยงต่อการเกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตก หรือโรคหลอดเลือดสมองได้ในอนาคต

อาการของ Aphasia

ภาวะ Aphasia ในแต่ละคนจะมีอาการที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับบริเวณที่สมองได้รับความเสียหาย และระดับความรุนแรงของความเสียหายนั้น ภาวะนี้ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาต่อการพูด การทำความเข้าใจ การอ่าน การเขียน การสื่อสารและการรับสาร เช่น พูดได้แค่ประโยคสั้น ๆ หรือพูดไม่จบประโยค เรียบเรียงประโยคในการพูดหรือการเขียนให้คนอื่นเข้าใจไม่ได้ ใช้คำไม่เหมาะสม เลือกใช้คำหนึ่งแทนที่อีกคำ พูดคำที่ไม่มีความหมาย หรือไม่เข้าใจในบทสนทนาของผู้อื่น เป็นต้น

โดยภาวะ Aphasia ในแต่ละรูปแบบจะมีอาการที่แตกต่างกันไปตาม เช่น

ภาวะบกพร่องทางการสื่อความแบบที่สามารถสื่อสารได้ หรือ Wernicke’s Aphasia

เกิดจากส่วนกลางของสมองซีกซ้ายได้รับความเสียหาย ผู้ป่วยพูดได้ปกติ แต่ไม่สามารถเข้าใจในสิ่งที่ผู้อื่นพูด ไม่สามารถใช้ภาษาได้อย่างถูกต้อง มีแนวโน้มที่จะพูดประโยคยาว ๆ หรือประโยคที่ซับซ้อนติดต่อกันโดยไม่มีความหมาย ใช้คำที่ไร้สาระ คำฟุ่มเฟือย หรือใช้คำไม่ถูก และไม่ทราบว่าผู้อื่นไม่เข้าใจ

ภาวะบกพร่องทางการสื่อความแบบที่ไม่สามารถสื่อสารได้ หรือ Broca Aphasia

เป็นผลมาจากส่วนหน้าของสมองซีกซ้ายได้รับความเสียหาย จะเข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นสื่อสารได้ดีกว่าการพูดสื่อสารออกไป ผู้ป่วยจะสื่อสารได้แค่ประโยคสั้น ๆ พูดไม่จบประโยค หรืออาจลืมคำบางคำ และไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นสื่อสารได้ทั้งหมด รู้สึกผิดหวังหรือไม่พอใจหากผู้อื่นไม่เข้าใจสิ่งที่ตนเองต้องการจะสื่อ มีอาการอ่อนแรงหรือเป็นอัมพาตในซีกขวา

ภาวะบกพร่องทางการสื่อความแบบ Conduction

ผู้ป่วยมีความเข้าใจและสามารถใช้ภาษาได้ดีทั้งการพูดและการเขียน พูดได้คล่อง แต่ไม่สามารถพูดตามได้หรือหากพูดตามจะพูดผิด

ภาวะบกพร่องทางการสื่อความแบบ Global

เป็นผลจากสมองซีกซ้ายได้รับความเสียหายทั้งส่วนหน้าและส่วนกลาง จะมีปัญหาทั้งการสื่อสารและการรับสาร ไม่สามารถอ่านหรือเขียนได้ มีภาวะบกพร่องทางการสื่อความแบบที่สามารถสื่อสารได้และไม่ได้รวมกัน

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าตนเองมีปัญหาในการใช้หรือการเข้าใจคำพูด การนึกคำ การเขียน และการอ่าน ควรพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

Aphasia หรือภาวะบกพร่องทางการสื่อความ

การรักษา Aphasia

แพทย์จะรักษาด้วยวิธีการบำบัดทางการพูดและภาษาเป็นหลัก เพื่อฟื้นฟูความสามารถด้านการใช้ภาษาและเสริมทักษะการสื่อสาร มีทั้งการบำบัดกับผู้เชี่ยวชาญ การทำกลุ่มบำบัด และการทำครอบครัวบำบัด

แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจะฝึกหรือทบทวนการใช้คำ ใช้ประโยคที่ถูกต้อง การพูดทวน และการถามตอบที่เหมาะสมให้แก่ผู้ป่วย รวมทั้งมีการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้คำศัพท์และเสียงของคำต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร เข้าร่วมบทสนทนา สื่อสารได้เมื่อถึงเวลาของตนเอง เข้าใจในข้อผิดพลาดทางการใช้คำและแก้ไขบทสนทนาที่ผิดพลาดนั้นได้

อาการของผู้ป่วยจะค่อย ๆ ได้ผลดีขึ้นหลังทำการบำบัดติดต่อกัน แต่บางรายอาจใช้เวลานานกว่าปกติในการบำบัด การบำบัดจะได้ผลที่ดีที่สุด เมื่อเริ่มทันทีหลังจากที่ร่างกายและสมองเริ่มฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บจนอยู่ในอาการที่ปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังมีการใช้ยาเพื่อรักษาภาวะ Aphasia แต่อยู่ในระหว่างการศึกษาและทดสอบ ซึ่งยาดังกล่าวเป็นยาที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดภายในสมอง ช่วยในการฟื้นฟูการทำงานของสมอง หรือเป็นยาที่ช่วยทดแทนสารสื่อประสาทในสมองของผู้ป่วยที่ขาดหรือหมดไป

ภาวะแทรกซ้อนของ Aphasia

ภาวะ Aphasia เป็นภาวะที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เนื่องจากผู้ป่วยจะมีปัญหาด้านการสื่อสาร จึงอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ การทำงาน หรือการทำกิจกรรมในแต่ละวัน อีกทั้งอาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอับอาย หดหู่ เนื่องจากไม่สามารถสื่อสารได้ตามปกติ

การป้องกัน Aphasia

ทำได้โดยหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่สร้างความเสียหายต่อสมองและดูแลสุขภาพของสมองด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • รับประทานอาหารที่มีโซเดียมและไขมันต่ำ
  • งดการสูบบุหรี่ 
  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เหมาะสมและเท่าที่จำเป็น
  • ควบคุมระดับความดันโลหิตและไขมันในเลือด
  • ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน หรือมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบการไหลเวียนโลหิต ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
  • หากสงสัยว่ามีอาการของภาวะเส้นเลือดในสมองแตก ควรเข้าพบแพทย์โดยเร็วที่สุด รวมถึงหากมีภาวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อรักษาอาการเช่นกัน

โรคนี้ไม่ใช่โรคที่คุณพ่อคุณแม่จะประมาทได้เลย ขอให้รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ดูแลสมองด้วยวิธีที่แนะนำ แค่นี้ก็จะห่างไกลจากอาการ Aphasia ได้ค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ,pobpad

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ปวดหัวหนัก เด็ก เส้นเลือดในสมองแตก สุดท้ายเสียชีวิต

5 นิสัยพ่อแม่ที่เป็น อุปสรรค ทำร้ายสมองลูก!

วิจัยสำเร็จ!! ดนตรีพัฒนาสมอง เด็กคลอดก่อนกำหนดได้

เด็ก เส้นเลือดในสมองแตก

ปวดหัวหนัก เด็ก เส้นเลือดในสมองแตก สุดท้ายเสียชีวิต

ปวดหัวหนัก เด็ก เส้นเลือดในสมองแตก สุดท้ายเสียชีวิต

เรื่องน่าเศร้าสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่เสียลูกไปอย่างไม่คาดคิด เมื่อคุณพ่อโพสต์ในโลกออนไลน์ว่า ได้สูญเสียลูกจากอาการ เด็ก เส้นเลือดในสมองแตก หลังจากปวดหัวจนหมดสติ โดยหวังให้เรื่องของลูกชายวัย 12 ปี เป็นอุทาหรณ์ กับครอบครัวอื่น ๆ ค่ะ

เด็ก เส้นเลือดในสมองแตก เรื่องไม่คาดคิดในครอบครัว

คุณพ่อเล่าไว้ว่า เส้นเลือดสมองแตกในเด็ก เป็นอาการที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดกับเด็ก เพราะส่วนใหญ่จะเกิดในผู้ใหญ่ ที่มีปัญหาทางสุขภาพอื่นเป็นปัจจัย เช่น ความดัน หรือ ความเสื่อมของเส้นเลือดในสมอง แต่ลูกผมอายุแค่ 12 ปี เหมือนมีอาการปวดหัว ที่ไม่เรื้อรัง เป็นแล้วหาย นาน ๆ จะเป็นครั้งนึง ปีนึง แค่ 2-3 ครั้ง ให้ไปทานข้าว หรืออาบน้ำก็หาย ไม่มีอะไรผิดสังเกต

อาการ เด็ก เส้นเลือดในสมองแตก เริ่มรุนแรงต้องพาไปโรงพยาบาล

เช้าวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 08.00 น. ลูกชายตื่นมาพร้อมกับอาการปวดหัว ร้องปวดหัวมาก ตื่นลงมาเพื่อให้ผู้ใหญ่ช่วย คุณแม่ลองให้ทานพาราเซตามอลไป 1 เม็ด แล้วใช้เจลเย็น ๆ ประคบ ทุกคนเตรียมตัวพาไปหาหมอ เพราะรู้สึกแปลก ผ่านไปสักครู่ ประมาณ 10 กว่านาที ดูอาการไม่ดีขึ้น ลูกเริ่มบ่นว่าหูอื้อ คุณแม่มาดูอาการ เหมือนเริ่มนิ่ง คุณแม่ถามอาการว่าดีขึ้นไหม ลูกค่อยตอบช้าๆ แค่พยักหน้าแล้วหมดสติไป แล้วทิ้งตัว ตาปรือ เหมือนหลับ แต่ปิดตาไม่สนิท เปิดเปลือกตาดูตาลอย ไม่ทันสังเกตว่าม่านตาเปิดหรือไม่ ทุกคนรีบอุ้มน้องเพื่อจะไป รพ. ในทันที

พี่ชายก็ตัดสินใจ โทรตามพี่อีกคนที่ทำงานอยู่ไม่ไกลให้มาทันที และให้พี่ชายช่วยแจ้งกู้ภัย ให้ติดต่อรถฉุกเฉินให้ทันที ทุกคนพยายามอุ้มน้อง แต่น้องทิ้งตัว ไม่สามารถอุ้มได้ จนต้องเอารถเข็น ที่มีในบ้านให้น้องนั่ง แล้วประคองตัวไปเพื่อลงเรือ ใช้เวลาไม่กี่นาที ก็ข้ามเรือมาที่ฝั่งวัดที่จะออกถนนได้ รถของพี่ชายแฟนก็มารอแล้ว ทุกคนพยายามช่วยอุ้ม จะพาไป รพ.ให้เร็วที่สุด

เด็ก เส้นเลือดในสมองแตก
ลูกปวดหัวหนัก อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบพาไปพบแพทย์

ไทม์ไลน์การรักษาก่อนไปโรงพยาบาล

  1. แวะศูนย์พยาบาล  มีคนในชุมชน ให้แวะเข้าศูนย์พยาบาล ที่อยู่ก่อนออกไปถนนใหญ่ ซึ่งคุณพ่อบอกว่า ถือว่าโชคดีมาก ที่มีสถานพยาบาลที่มีเครื่องช่วยปั๊มหายใจพร้อม และน้องเริ่มหายใจแผ่วลงแล้ว ระหว่างที่รถฉุกเฉินกำลังเดินทางมา น้องเข้ามารอที่ศูนย์ทันที
  2. เจ้าหน้าที่พยาบาลแจ้งว่าต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ คุณพ่อบอกว่า เจ้าหน้าที่แจ้งว่ายังไปรพ.เลยไม่ได้ ต้องให้รถพยาบาลที่มีเจ้าหน้าที่ ใช้เครื่องช่วยหายใจได้ มารับเท่านั้น เพราะถ้าไประหว่างทาง น้องหมดลมหายใจ ภายในไม่กี่นาทีแน่นอน
  3.  รอรถจากศูนย์เอราวัณที่มีเครื่องช่วยหายใจ มีรถกู้ภัยมารอแล้ว รถพี่ชายก็พร้อม แต่ไปไม่ได้ ทุกคนรอรถจากศูนย์เอราวัณ ที่ติดต่อได้เร็วที่สุด กำลังเดินทางมา ใช้เวลารออยู่พอสมควร ช่วงเวลานั้น น้องใช้ที่ช่วยหายใจของศูนย์ฯ ประคองลมหายใจให้น้อง ทุกคนทำดีที่สุดทุกอย่าง ไม่มีเสียเวลาอะไร ทุกอย่างที่ทำดูราบรื่น
  4. รักษาต่อบนรถพยาบาล  เมื่อรถพยาบาลที่มีเครื่องช่วยหายใจมา ก็รับน้องขึ้นทันที เจ้าหน้าที่ประเมินอาการน้อง ต้องไป รพ.ที่ใกล้ที่สุด รีบโทร.ติดต่อล่วงหน้า แต่ถูกปฏิเสธว่าไม่มีเตียงพอรองรับ แต่เจ้าหน้าที่ถามมาว่า จะไปไฟท์ที่หน้าห้องฉุกเฉินนะ ระหว่างทางก็โทรติดต่อ รพ.ใกล้เคียง เพื่อเป็นทางเลือก

ตัดสินใจไปรักษายังโรงพยาบาลที่ไปประจำ

ท้ายที่สุดก็ไป รพ.ที่ใกล้ที่สุด และเป็น รพ. ที่น้องรักษาประจำ ติดต่อหมอที่เคยเป็นเจ้าของไข้ประจำของน้อง ตอนอยู่บนรถติดต่อทุกหนทางที่ช่วยได้ รถฉุกเฉินวิ่งสวนเลนแบบที่อันตรายมาก มาถึง รพ.เร็วมาก พอมาถึงห้องฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ รพ. เห็นอาการน้อง ก็ให้เข้าห้องฉุกเฉินได้ทันที ทุกอย่างยังราบรื่น แพทย์เด็กประจำห้องฉุกเฉินเข้ามาดูอาการทันที เจ้าหน้าที่รถเอราวัณ ส่งแฟ้มการพยาบาลน้อง ที่อยู่บนรถส่งต่อและอธิบายทุกอย่างทันที

แพทย์เด็กประเมินในทันที ว่าเป็นอาการทางสมอง โทรตามแพทย์ทางสมอง และแพทย์ประจำของน้อง ทุกท่านมาทันทีไม่ถึงนาที สรุปให้สแกนสมอง แล้วตามแพทย์เฉพาะทางผ่าตัดสมอง ถึงตอนนี้ใช้เวลาไปกว่า 1ชม. โดยไม่มีอะไรสะดุด

ผลการสแกนสมองต้องรีบผ่าตัด

ใช้เวลา CT scan ไม่นาน แพทย์ผ่าตัดสมองอ่านผล แล้วตามผมและแฟนมาฟังทันทีว่า ต้องผ่าตัดเอาเลือดในสมองออก ตำแหน่งที่เลือดออก ถือว่าเป็นจุดสำคัญมาก อยู่บริเวณ “ก้านสมอง” โอกาสน้อยมาก ต้องดูหลังจากเอาเลือดที่ออกมาก่อน ถึงจะแจ้งได้ว่าอย่างไร ผมเซ็นเอกสารทุกอย่างให้ รพ. ทำการผ่าตัดโดยเร็วที่สุด

เคสนี้อยู่ในข่ายคนไข้วิกฤติ ที่รัฐช่วยค่ารักษาพยาบาลใน 72 ชม. รพ.ไม่ถามอะไรมาก แค่ถ้าน้องมีประกัน ขอบัตรประกันสุขภาพน้อง เพื่อเบิกตามสิทธิ์ก่อน เจ้าหน้าที่ดำเนินการควบคู่กับการเตรียมผ่าตัด ไม่ถึงครึ่ง ชม.จากตอนที่ถึงห้องฉุกเฉิน ทุกอย่างดำเนินการอย่างราบรื่น ผม แฟน และพี่ชายแฟน ทั้งหมดมารอหน้าห้องผ่าตัด แพทย์ทั้งหมดที่มาดูน้องเข้าห้องผ่าตัดทั้งหมด พยาบาลแจ้งว่าใช้เวลา ประมาณ 1-2 ชม.

ย้ายไปห้องไอซียู

เราทบทวนภาพสแกนและคำชี้แจง จากแพทย์ที่ผ่าตัดสมอง เรามีความหวังน้อยมาก ทุกคนทำทุกอย่าง ดีที่สุดแล้ว แต่ความหวังริบหรี่มาก อารมณ์ตอนนั้นบีบหัวใจมาก ลืมหายใจเกือบตลอดเวลาที่นั่งรอ มองไปทุกคนไม่มีอะไรจะพูด น้ำตาคลอกันทุกคน แต่ทุกคนก็ยังให้ความหวัง บอกน้อง “ต้องสู้นะ” เวลาประมาณเที่ยง การผ่าเอาเลือดที่ออกในช่องสมอง ตรงบริเวณก้านสมองเสร็จ พยาบาลเอาเอกสาร การขอฉีดสีมาให้ผมเซ็น ผมไม่รีรอ รู้สึกมีความหวังว่า แพทย์ยังตัดสินใจฉีดสี น้องน่าจะมีอะไรที่บ่งบอกว่า ยังไหวหากฉีดสี เรารออีกประมาณครึ่ง ชม. เจ้าหน้าที่พาน้องมาที่ ICU แพทย์ทุกท่าน ที่เข้าไปยืนรอหน้าเตียงน้อง แล้วแพทย์ผ่าตัดสมอง ได้เริ่มอธิบายเคสน้อง ให้ผมและแฟนฟัง

ฉีดสี ก็ไม่ช่วยในการรักษา

เวลานั้นเรายังหวัง ประโยคแรกที่ผมได้ยินจากแพทย์ที่ทำการผ่าตัด มันบีบอารมณ์มาก “เราเอาเลือดในช่องสมองออกแล้ว แต่ม่านตาน้องไม่ตอบสนองใดๆ ก้านสมองถูกทำลาย ทำให้ไม่สั่งการอวัยวะต่างๆ ที่ทำงานอัตโนมัติ ให้ทำงานได้ ในทางการแพทย์ ถือว่า เสียชีวิตแล้ว” ตอนนี้ชีพจรน้องอยู่ได้ เพราะยากระตุ้นและเครื่องช่วยหายใจ ตกลงน้องไม่ได้ฉีดสี เพราะภาวะของสมองถูกทำลายไปมาก แพทย์ไม่ตัดสินใจที่จะเสี่ยงในการฉีดสี เพราะถ้าฉีดสีก็แค่ช่วยให้รู้ว่าเส้นเลือดแตกที่จุดไหน แต่ไม่ได้ช่วยในการรักษาใดๆ

แพทย์ประจำตัวน้องแจ้งว่า ขอให้โอกาสน้อง ได้มีชีพจรอยู่ต่อไป ให้โอกาสอีก 5-7 วัน โอกาสแม้จะน้อยแค่ไหน แต่น้องยังเด็ก ลองให้โอกาสน้องก่อน

คุณพ่อคุณแม่ทบทวนสัญญาณที่ลูกบอกอาการ

เวลานั้น ไม่มีความคิดใดๆ มีแต่ความสงสัย ว่าทุกอย่างเกิดขึ้นได้อย่างไร เรามองข้ามสัญญาณบางอย่าง ที่น้องเคยบอกไหม ทำให้คิดขึ้นมาได้ว่า น้องเคยถามว่า ทำไมคนเราถึงปวดหัว ซึ่งตอนนั้นน้องเขาไม่ได้ปวดหัว เราก็ค่อยๆ อธิบายว่า ปวดหัวมีหลายอย่างนะ ยกตัวอย่างว่าเขาปวดหัว นอนพัก ไปทานข้าว หรืออาบน้ำก็หาย กรณีแบบนี้ก็แค่ร่างกายมีบางอย่างไม่ปกติ เช่น หิวข้าวไม่มีสารอาหาร หรือ อากาศเย็นไป ร้อนไป

ลูกพยายามอธิบายอาการ

ผมก็เคยถามว่า เวลาปวด ปวดจี๊ด หรือปวดตุ๊บๆ เหมือนหัวใจเต้น น้องเขาอธิบายไม่ถูก ถ้าว่าปวดตรงไหน ข้างซ้ายหรือขวา หรือตรงไหน น้องบอกว่า มันก็ตรงกลางๆ บอกไม่ถูก แล้วก็หันกลับไปดูมือถือ ไม่สนใจที่จะคุยกันต่อ ผมก็ไม่ได้เอะใจอะไร ตรงนี้เหมือนเขาบอกอะไรเรา แต่เราไม่รู้ว่านี่คือจุดสำคัญของเคสนี้เลย ทำไมเราไม่เอะใจ ทำไมเราไม่ได้พาเขามาตรวจ คิดอยู่หลายครั้ง  ในช่วงเวลาที่ออกมารอหน้าห้อง ICU มานั่งคิดทบทวนทุกอย่าง และพยายามถามสาเหตุจากคุณหมอหลายๆ ท่าน เวลาที่เข้ามาตรวจดูรายงานของน้อง

เด็ก เส้นเลือดในสมองแตก
ภาพ CT Scan สมองของน้อง

หมอสันนิษฐานว่าเส้นเลือดโป่งพองมาแต่กำเนิด

เคสนี้แพทย์หลายท่านสันนิษฐาน จากอาการทั้งหมด เป็นที่น้องเกิดมามีปัญหาเส้นเลือดโป่งพองมาแต่กำเนิด ที่พบได้ทั่วไป แต่คนอื่นอาจจะเป็นที่ช่องท้อง หรือจุดอื่นๆ ในร่างกาย แต่น้องเกิดในจุดที่สำคัญมากๆ เป็นจุดที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ เคสลักษณะนี้ น้องมีเวลาแค่ 5 นาทีแรกเท่านั้น เพราะจุดที่เกิดจะอยู่ข้างๆ หรือบนแกนสมองเลย และขนาดของก้อนเลือดใหญ่พอ ๆ กับลูกกอล์ฟ ต่อให้ไม่ทำให้ก้านสมองเสียหาย สมองส่วนล่างตรงท้ายทอยก็ถูกทำลายไปถึง 2/3 ของเนื้อสมองส่วนนั้น ก็ไม่สามารถเดินหรือขยับตัวได้อีกหลาย ๆ ปี

ช่วงเวลาทำใจ

วินาทีนั้นเราก็ยังให้โอกาส ทุกคนยังรออยู่หน้าห้องต่อไป ไม่มีใครกล้าบอกคนภายนอก เพราะแม้แต่ตัวเราเอง ยังไม่รู้ว่าทั้งหมดเกิดอะไรขึ้น แล้วเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วผลต่อไปจะเป็นอย่างไร ไม่มีใครกล้าที่จะพูดว่า “น้องจากไปแล้ว” เป็นคำที่พูดไม่ได้ แม้แต่คิดก็อยากจะเอาความคิดนี้ออกไป น้องยังมีชีพจรอยู่ เหมือนน้องยังหลับอยู่ ช่วงเวลาที่รอนั้นมันหนักมาก ระบายอะไรออกมาไม่ได้ ลืมหายใจ นับครั้งไม่ถ้วน มองหน้าแฟนที่แบกรับความรู้สึกอยู่ อยากช่วยแบ่งเบา แต่ตัวเราเองก็หนัก หนักจนคิดอะไรไม่ออก บอกได้แค่ว่า “ทุกคนทำดีที่สุดแล้ว” , “ธรรมชาติให้เวลาเขาเพียงแค่นี้”

ยิ่งคิดถึงเวลาที่เขาเกิดมา เป็นลูกคนแรก เป็นหลานคนแรกในบ้าน พาน้องๆ ตามมา เป็นพี่ใหญ่ที่ใจดีกับน้องๆ สุภาพตลอด เชื่อฟังพ่อแม่ ดื้อน้อยมาก เป็นที่รักของน้องๆ หน้าเขาดูมีบุญมาก เกิดมาให้ความสุขกับทุกคน ชีวิตนี้ช่างเปราะบางนัก เวลาไม่ได้มีเท่ากันทุกคน ไม่มีใครรู้ว่า เวลาของเราจะสิ้นสุดเวลาใด จงสร้างบุญกุศลในทุกลมหายใจ

แนะให้สังเกตุอาการและรู้จักวิธีบรรเทาอาการเบื้องต้น

เคสนี้ผมอยากแบ่งปัน ให้ทุกคนใส่ใจกับปัญหาเล็กๆ ของ อาการปวดหัว “เส้นเลือดแตกในสมอง” แม้แต่เด็ก อายุยังน้อยก็เกิดขึ้นได้ เด็กหากปวดหัว ต้องถามและสังเกตอาการ ต้องบอกให้เด็กเข้าใจว่า ถ้าเป็นที่จุดเดิมๆ ซ้ำๆ กัน ถึงแม้จะไม่มีอาการหนัก ต้องบอกผู้ใหญ่ ต้องตรวจให้แน่ชัด เพราะตำแหน่งที่เกิดที่เดิมซ้ำๆ จุดนั้นจะเป็นปัญหา ยิ่งเป็นจุดที่สำคัญ ยิ่งต้องรีบหาสาเหตุ

หากเกิดปัญหา เด็กปวดหัวรุนแรง โดยไม่มีสาเหตุ ให้พาไป รพ.ด่วนที่สุด ใช้ความเย็นประคบ ในจุดที่เป็นต้นทาง เช่น ขมับ, กกหู หรือต้นคอ ลดการไหลเวียนเลือด ขึ้นไปที่สมอง ห้ามใช้ในกรณีที่เส้นเลือดตีบ ซึ่งอาการจะต่างจากน้อง ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดูนะครับ ติดต่อกู้ภัยและหน่วยฉุกเฉินต่างๆ พร้อมๆกัน จะช่วยประสานงานได้ดีขึ้น สำคัญคือ รพ.ที่ใกล้ที่สุด และควรมี รพ. ที่ไปเป็นประจำ

คุณพ่อขอแบ่งปันเรื่องราวเพื่อเป็นอุทาหรณ์

ข้อมูลนี้อาจไม่ได้ครอบคลุมทุกกรณี และผมไม่ได้เขียนเพื่อให้พ่อแม่ท่านใด ต้องกังวลหรือวิตกมากจนเกินไป แค่แชร์มาเพื่อเป็นข้อมูลนึง และให้เด็กเขาเข้าใจว่าหากปวดหัว ให้สังเกตตัวเอง ว่าเป็นที่จุดไหน หากเป็นจุดสำคัญจะได้ตรวจก่อนที่จะสายเกินแก้เท่านั้นนะครับ

ผมอยากให้เคสที่เกิดกับน้องเป็นวิทยาทานให้ประโยชน์กับผู้อื่นต่อไป หากข้อความนี้เป็นประโยชน์ ก็จะช่วยสร้างกุศลให้กับน้อง ด.ช.กรวิชญ์ เตชธนดิเรก ด้วยนะครับ

ทำความรู้จักเส้นเลือดในสมองแตก

เส้นเลือดในสมองแตก หรือตีบตัน หรือโรคหลอดเลือดสมอง  เป็นภาวะที่สมองขาดเลือดและออกซิเจน เนื่องจากหลอดเลือดตีบ อุดตัน หรือแตก เลือดจึงไม่สามารถไหลเวียนไปยังสมองได้ เมื่อเซลล์สมองถูกทำลายจนเซลล์ตาย จึงไม่สามารถควบคุมอวัยวะและระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายให้ทำงานได้ตามปกติ หากผู้ป่วยเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที อาจลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้มากขึ้น

อาการของเส้นเลือดในสมองแตก หรือตีบตัน

ลักษณะและความรุนแรงของอาการในแต่ละนจะแตกต่างกันออกไปตามสภาพร่างกาย และขึ้นอยู่กับบริเวณที่เซลล์สมองได้รับความเสียหายด้วย อาการต่าง ๆ อาจเกิดขึ้นทันที หรืออาจใช้เวลาหลายนาทีหรือหลายชั่วโมง ควรไปพบแพทย์ หรือนำตัวส่งแพทย์เมื่อมีอาการที่เป็นสัญญาณของเส้นเลือดในสมองแตก ดังนี้

  • รู้สึกชาตามตัว หรืออวัยวะ แขนขาอ่อนแรง ขยับตัวไม่ได้ หรือเป็นอัมพาตครึ่งซีก
  • ใบหน้าบิดเบี้ยว มุมปากตก น้ำลายไหล กลืนลำบาก พูดลำบาก พูดติดขัด สื่อสารไม่ได้ สับสนมึนงง และไม่เข้าใจในสิ่งที่ผู้อื่นพูด
  • เสียสมดุลการทรงตัวและการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น เดินลำบาก เดินเซ ขยับแขนขาลำบาก
  • มีปัญหาในการมองเห็น สายตาพร่ามัว มองไม่เห็น เห็นภาพซ้อน ตาบอดข้างเดียวในทันทีทันใด
  • ในบางรายอาจพบอาการปวดหัวรุนแรงเฉียบพลัน เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย

การรักษาเส้นเลือดในสมองแตก

Hemorrhagic Stroke: เส้นเลือดในสมองแตก ฉีกขาด หรือได้รับความเสียหาย ทำให้ออกซิเจนในเลือดไม่สามารถไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ในสมองได้  เป้าหมายของการรักษาคือ ควบคุมปริมาณเลือดที่ออกด้วยการรักษาระดับความดันโลหิต ในกรณีที่เลือดออกมาก แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเพื่อป้องกันความเสียหายต่อสมองด้วย

 

กองบรรณาธิการ ABK ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้อง ขอให้น้องไปสู่สุคตินะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก
เฟซบุ๊กTanapol Teshatanadirek, ไทยรัฐออนไลน์,pobpad

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

อุทาหรณ์ เด็กหลงทาง ชุดโกโกวา แนะวิธีป้องกันไม่ให้หลง

อุทาหรณ์ เด็กจมน้ำ อุบัติเหตุอันดับต้น ๆ ที่เกิดกับลูกหลาน

อุทาหรณ์ เด็กติดในรถ! แนะวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น ช่วยลูกรอดในนาทีฉุกเฉิน

ออมสิน แจกเงิน

เช็คเงื่อนไข! ออมสิน แจกเงิน 500 บาท เด็กเกิด 1 เม.ย.

เช็คเงื่อนไข! ออมสิน แจกเงิน 500 บาท เด็กเกิด 1 เม.ย.

ออมสิน แจกเงิน ค่ะคุณพ่อคุณแม่ !! ล่าสุดธนาคารออมสิน ประกาศ ขอมอบ “ขวัญถุง” ให้แก่เด็กที่เกิดในวันคล้ายวันสถาปนาธนาคารออมสิน ครบรอบ 109 ปี ในวันที่ 1 เมษายน 2565 รับไปเลยเงินออม 500 บาทต่อราย นับเป็นการเริ่มต้นเก็บเงินให้กับลูกน้อยที่ดีมาก ๆ เลยนะคะ ทีมกองบรรณาธิการ ABK จึงเห็นว่านอกจากเงินขวัญถุงนี้แล้ว จึงอยากแชร์วิธีเก็บเงิน ออมเงินให้ลูกน้อยด้วยค่ะ เงื่อนไขการรับเงินขวัญถุงเป็นอย่างไร และวิธีเก็บเงินให้ลูกเพิ่มเติมจะมีอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ

ข้อดีของการเก็บเงิน ออมเงิน

การเริ่มต้นเก็บเงิน ออมเงินให้ลูกน้อยมีประโยชน์หลายอย่าง  สรุปประโยชน์หลัก ๆ ของการออมได้ดังนี้

  • ฝึกวินัยในการใช้จ่ายของคุณพ่อคุณแม่
  • รู้จักวางแผนการใช้เงินในอนาคตให้ตัวเองและลูก
  • เห็นคุณค่าของเงิน
  • ฝึกการคิดอย่างเป็นระบบ เพราะการออมต้องทำเป็นลำดับขั้นตอน

วิธีเก็บเงินให้ลูก

นอกจากเงินขวัญถุงจากออมสินที่จะเป็นเงินตั้งต้นที่จะเก็บไว้ให้ลูกแล้ว เรามีวิธีเก็บเงินมาให้คุณพ่อคุณแม่เลือกเก็บออม ตามที่แต่ละท่านสะดวก ดังนี้ค่ะ

  1. เก็บก่อนใช้ 

สมมติว่าคุณพ่อคุณแม่มีเงินเดือน ก็ให้กันเงินไว้คิดเป็น 10% จากเงินเดือน จากนั้น เงินเหลือเท่าไหร่ ค่อยหักลบหนี้สิน และรายจ่ายคงที่ (Fixed Cost) ในแต่ละเดือน เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าโทรศัพท์ แล้วจึงเหลือเป็นค่าใช้จ่ายประจำวัน วิธีนี้อาจจะฟังดูเคร่งครัดไปสักนิด แต่เชื่อเถอะว่า คุณพ่อคุณแม่จะมีเงินเก็บที่แน่นอนในทุก ๆ เดือนค่ะ

  1. เปิดบัญชีฝากประจำ

การฝากประจำ คือ ต้องฝากเงินในจำนวนเท่า ๆ กันทุกเดือน ในระยะเวลาที่กำหนด และเงินจำนวนนี้จะไม่สามารถถอนออกก่อนกำหนดเวลาได้ ทั้งนี้ ระยะเวลาของการฝากประจำก็มีทั้งแบบระยะสั้น 3 เดือน – 1 ปี และแบบระยะยาว 2-3 ปี แนะนำใหุ้ณพ่อคุณแม่ลองเก็บเงินให้ลูกด้วยวิธีนี้ดู ทั้งได้เงินออม ได้ผลตอบแทนจากดอกเบี้ย

  1. หักบัญชีอัตโนมัติ

การตั้งหักบัญชีอัตโนมัติถือเป็นตัวช่วยด้านวินัยอย่างหนึ่ง ให้เราสามารถชำระค่าบริการต่างๆ ได้อย่างถูกต้องและตรงต่อเวลา เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ และค่าบัตรเครดิต แถมยังสามารถหักเก็บไว้ให้ลูกได้ด้วย ใครชอบวิธีนี้ลองนำไปใช้ค่ะ

ออมสิน แจกเงิน
แปะเป้าหมายจากการเก็บเงินไว้ เป็นแรงบันดาลใจ
  1. มีเศษเหรียญ ให้หยอดกระปุก

ลองหากระปุกออมสินน่ารักๆ มาสร้างแรงบันดาลใจสักอัน คอยสำรวจกระเป๋าสตางค์ของเราว่า มีเศษเหรียญอยู่บ้างไหม ถ้ามีก็รีบหยอดกระปุกให้เต็มเร็วๆ กันดีกว่า พอกระปุกเต็มเมื่อไหร่ก็ลองแกะมานับดู เผลอ ๆ ได้เยอะมากเลยนะคะ

5. ตั้งเป้าแล้วแปะบนกระปุก

ต่อยอดจากหยอดกระปุกด้านบน คุณพ่อคุณแม่อาจมีหลายกระปุก เพื่อตั้งเป้าต่าง ๆ เช่น ค่าขนมลูก ค่าเทอมลูก ค่าของเล่นลูก ฯลฯ เพื่อเป็นกำลังใจให้เก็บเงินด้วยวันลัเล็กน้อย นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ได้ค่ะ

6.แบงก์ 50 เป็นของต้องห้าม

แบงก์ 50 ค่อนข้างจะเป็น Rare Item  หายาก มีน้อย เมื่อได้มาลองตั้งกฎว่าเก็บให้ลูก ห้ามนำมาใช้ ไม่นานค่ะ ได้เป็นพันบาทเลย

ออมสิน แจกเงิน 500 บาท ตามเงื่อนไขนี้

ธนาคารออมสิน ประกาศ ขอมอบ“ขวัญถุง”ให้แก่เด็กที่เกิดในวันคล้ายวันสถาปนาธนาคารออมสิน ครบรอบ 109 ปี (วันที่ 1 เมษายน 2565) รับไปเลยเงินออม 500 บาทต่อราย โดยมีเงื่อนไขรับเงินจำนวนดังกล่าวต่อไปนี้

  1. ธนาคารจะจ่ายเงินทุนประเดิมให้แก่เด็กที่เกิดในวันที่ 1 เมษายน 2565 วันออมสิน”จำนวนเงิน 500 บาทต่อราย
  2. ให้บิดาหรือมารดาเป็นผู้ขอรับเงินทุนประเดิม มีหลักเกณฑ์ ดังนี้

2.1 เป็นบิดาหรือมารดาของเด็กที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1.
2.2 บิดาหรือมารดามีสัญชาติไทย
2.3 ขอรับเงินทุนประเดิมได้ที่ธนาคารออมสินสาขา ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2565

  1. เอกสารหลักฐานที่ใช้ในการขอรับเงินทุนประเดิม มีดังนี้

3.1 ต้นฉบับและสำเนาสูติบัตรของเด็ก
3.2 บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรข้าราชการ หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ของบิดาหรือมารดา หรือบัตรอื่นใดที่ทางราชการออกให้เป็นหลักฐานในการยืนยันตัวบุคคลที่ระบุหมายเลขประจำตัวประชาชนไว้
3.3 สำเนาทะเบียนบ้านของบิดาหรือมารดา

  1. ธนาคารจะนำเงินทุนประเดิมฝากเข้าบัญชีเงินฝากประเภทเผื่อเรียกเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์
  2. ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ่ายเงินทุนประเดิมเด็กเกิดในวันออมสินตามประกาศนี้ได้ในภายหลังตามที่เห็นสมควร
ออมสิน แจกเงิน
เช็คเงื่อนไข! ออมสิน แจกเงิน 500 บาท เด็กเกิด 1 เม.ย.

 

นอกจากเงินขวัญถุงของออมสินที่จะได้รับตามเงื่อนไขนี้แล้ว ยังมีช่องทางการเก็บเงินให้ลูกอีกมาก คุณพ่อคุณแม่ลองนำไปใช้ดูนะคะ เก็บได้เยอะแล้วมันดีต่อใจมาก ๆ เลยค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก

ธนาคารออมสิน, ktc, money buffalo

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

รวมลิงก์ ลงทะเบียนคนท้องรับของฟรี พิเศษสำหรับคนท้องและแม่ลูกเล็ก

เช็กเลย! ประกันสังคม ลดเงินสมทบ แต่ละมาตราจ่ายเท่าไหร่

เช็กวิธีรักษา ผู้ป่วยโควิด แบ่งตามสี-สิทธิ UCEP Plus ฟรี

โอมิครอนในเด็ก

เปลี่ยนแม่เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล รับมือ โอมิครอนในเด็ก

โอมิครอนในเด็ก กำลังระบาดพบผู้ป่วยเด็กเพิ่มขึ้น การดูแลอย่างใกล้ชิดยังเป็นสิ่งจำเป็น ชวนเรียนรู้ไปกับเสวนาหัวข้อ ‘ปิดเทอมใหญ่ รับมือโอมิครอนในเด็กอย่างไร?

“เปลี่ยนแม่เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล” รับมือ โอมิครอนในเด็ก

“หากลูกฉันติดโควิด ฉันจะทำยังไง จะพาลูกไปเข้าคิวที่โรง พยาบาล หรือจะเสี่ยงหากอาการลูกแย่หนักกว่าเดิม

มีทางเลือกอื่นอีกหรือไม่?”

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ กรมกิจการเด็กและเยาวชน, กรมการแพทย์, กรมสุขภาพจิต, กระทรวงสาธารณสุข, UNICEF, ไทยพีบีเอส, สํานักงานเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร, คลองเตยดีจัง และ HFocus จึงร่วมกันจัดเสวนาภายใต้หัวข้อ ปิดเทอมใหญ่ รับมือโอมิครอนในเด็กอย่างไร?’

เช็กอาการ โอมิครอนในเด็ก ฉบับพ่อแม่
เช็กอาการ โอมิครอนในเด็ก ฉบับพ่อแม่

เช็กอาการลูกฉบับพ่อแม่!!

ในช่วงต้นของการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับเด็กนั้น ยังไม่น่าเป็นห่วง เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อในเด็กมีไม่มาก และถึงติดเชื้อก็แสดงอาการไม่หนักเท่าผู้ใหญ่ แต่เมื่อการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ เป็นโอมิครอน พบว่า สถานการณ์เด็กที่ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เนื่องจากเด็กเป็นกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนอีกเป็นจำนวนมาก เพราะวัคซีนสำหรับเด็กเพิ่งได้รับการอนุมัติเมื่อไม่นานมานี้ ประกอบกับโอมิครอนเป็นเชื้อไวรัสที่ติดง่ายกว่าเดิมมาก ทำให้ในปัจจุบันเกิดความกังวลใจต่อพ่อแม่ผู้ปกครองที่เป็นห่วงบุตรหลานกลัวว่าจะติดโควิด

“ถ้าเด็กไม่มีโรคร่วม ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีอาการรุนแรงครับ และหากเราสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลง เราก็จะสามารถจำกัดความรุนแรงของโรคได้สำหรับเด็ก เราจะแนะนำให้ทำ Home Isolation เป็นส่วนใหญ่ ไม่ต้อง follow up เด็กจะไม่เหมือนผู้ใหญ่แต่ถ้ามี โรคร่วม และคุณพ่อคุณแม่ไม่สบายใจ ก็สามารถพาไปคัดกรองได้” นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าว

สังเกตอาการลูก อาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล!!

ถึงแม้ว่าในเด็กจะไม่แสดงอาการอย่างเด่นชัดเท่าผู้ใหญ่ และเด็กเล็กไม่สามารถบอกอาการของตนเองกับพ่อแม่ ผู้ปกครองได้ แต่เราสามารถสังเกตอาการดังต่อไปนี้ หากพบควรรีบพาลูกเข้าพบคุณหมอทันที เพื่อป้องกันอาการรุนแรง และเสี่ยงเสียชีวิตได้

  1. มีไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส
  2. เริ่มซึม
  3. ไม่ดูดนม ไม่กินข้าว หรือรับประทานอาหารได้น้อยลงกว่าเดิม
  4. หายใจเร็ว  เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
  5. วัดค่าออกซิเจน พบว่ามีออกซิเจนต่ำกว่า 96

โดยพ่อแม่สามารถใช้วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นเหล่านี้ได้ สำหรับเด็กที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มอาการของโรคที่ทำให้เด็กติดเชื้อโควิดแล้วมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น โรคอ้วน โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคไตวายเรื้อรัง โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และกลุ่มโรคทางพันธุกรรมต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งหากอยู่ในกลุ่มของโรคเหล่านี้ ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

เมื่อลูกมีอาการคล้ายโควิด-19 ควรไปตรวจคัดกรองหรือไม่
เมื่อลูกมีอาการคล้ายโควิด-19 ควรไปตรวจคัดกรองหรือไม่

แพทย์หญิงวารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์ หัวหน้างานโรคติดเชื้อ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี อธิบายว่า จากประสบการณ์ที่สถาบันโรคเด็กแห่งชาติฯ ได้ติดตามคนไข้ที่เข้าสู่การรักษาในระบบบริการแบบ Home Isolation ช่วงแรกนั้น พบว่าจากจำนวนผู้ติดเชื้อ 900 ราย มีเพียง 12 รายที่ต้องกลับมารักษาในโรงพยาบาล คิดเป็นตัวเลขเฉลี่ยอยู่ที่ 1.3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนใหญ่การสังเกตอาการนั้น เด็กจะอยู่โรงพยาบาลไม่เกิน 2-3 คืนแรก เมื่อไข้ลดลงก็สามารถกลับไปสังเกตติดตามอาการต่อได้ที่บ้าน

“จริงๆ แล้วค่อนข้างวางใจได้ เพียงแต่เราก็ไม่ประมาท หมายความว่าในกรณีที่เรารู้ว่าเป็นเด็กกลุ่มเสี่ยง คือเด็กเล็กต่ำกว่า 1 ปี หรือเด็กที่มีโรคประจำตัว อันนี้ถือว่าเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง ในกรณีที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเตียงในการนอนโรงพยาบาล เราก็จะแอดมิทสังเกตอาการ”

คุณหมอเสมือน??

คุณหมอเสมือน คือ หนึ่งในนโยบายจากภาครัฐที่ต้องการให้คุณพ่อคุณแม่มาช่วยแบ่งเบาภาระของแพทย์ในภาวะที่ยังคงมีงานล้นมือ จึงเกิดความคิดว่า “เปลี่ยนแม่เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล” เกิดขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรามาดูความพร้อมของระบบสาธารณสุข และแพทย์โรงพยาบาลต่าง ๆ ว่ามีความพร้อมมากน้อยเพียงใด ในการรับมือกับนโยบายดังกล่าว

นายแพทย์สมศักดิ์ อธิบายว่า ปัจจัยความพร้อมทางด้านสังคมของตัวพ่อแม่เองเป็นสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง หากตัวคุณพ่อคุณแม่มีความรู้ มีการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลเด็กในช่วงโควิดก็จะสามารถคลายความกังวลและทำให้มีเวลาอยู่กับลูกได้อย่างใกล้ชิดมากกว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงปิดเทอม

ตระหนัก ไม่ ตระหนก!!

“เราจะต้องเติมไม้หันอากาศเข้าไป เปลี่ยนตระหนกให้เป็นตระหนักเพราะว่าเด็กส่วนใหญ่มีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ที่ต้องนอนโรงพยาบาล ขณะที่เด็กอีก 95 เปอร์เซ็นต์สามารถอยู่บ้านเองได้ แต่เราบอกไปแล้วว่าเด็กต่ำกว่า 1 ปีมาคัดกรอง กลับไปอยู่บ้าน” นายแพทย์สมศักดิ์กล่าว

สิ่งหนึ่งที่จะทำให้คุณหมอเสมือน ซึ่งก็คือ พ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กไม่ตระหนกตกใจเวลาลูกป่วยด้วยโควิด-19 หรือสงสัยว่าเป็นโควิดนั้น คือ การมีระบบ Line Official Account ที่จะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยตอบคำถาม ตอบข้อสงสัยต่ออาการต่าง ๆ ของลูก เสมือนหนึ่งว่าได้มาพบคุณหมอที่โรงพยาบาลจริง ๆ

Line Official Account สำหรับผู้ป่วย โอมิครอนในเด็ก
Line Official Account สำหรับผู้ป่วย โอมิครอนในเด็ก

การใช้ Line Official Account ของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติฯ จะเข้ามาทำหน้าที่ในการจับมือคุณแม่ให้เปรียบเสมือนเป็นหมอด้วยตัวเองผ่านการวิดีโอคอล เพื่อให้แพทย์ผู้ชำนาญการสามารถให้คำแนะนำได้ตั้งแต่ตรวจวัดสภาพการนอน เพื่อดูอัตราการเต้นของหัวใจ และการทำงานของปอด ดูกิจกรรมต่าง ๆ ของเด็กเมื่อตื่นเพื่อตรวจวัดสภาพร่างกายว่าดีขึ้นหรือไม่

ธรรมชาติของ โอมิครอนในเด็ก

ปัจจัยที่ทำให้บุคลากรมีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยนอก รวมถึงการ Home Isolation ได้ เกิดจากปัจจัยของเด็ก และเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนเอง โดยเชื้อสายพันธุ์นี้ เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะไปแบ่งตัวอยู่ที่เยื่อบุทางเดินหายใจมากกว่าไปลงที่เนื้อปอด ทำให้ลักษณะธรรมชาติของเชื้อตัวนี้จะไม่ไปลงที่เนื้อปอด แต่จะทำให้เด็กมีอาการไอมากขึ้น จึงสามารถรักษาแบบตามอาการได้ในเบื้องต้น

ขณะที่ปัจจัยของตัวเด็กเอง โดยธรรมชาติเด็กจะมีระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายด้วยกัน 2 แบบ

  • แบบแรก เป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด เป็นระบบภูมิคุ้มกันที่จะมีมากในช่วงวัยเด็กแล้วจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นแบบที่สอง
  • แบบที่สอง เป็นภูมิคุ้มกันที่เกิดเมื่อเด็กเติบโต และได้รู้จักเชื้อโรคต่าง ๆ

    เด็กมีภูมิคุ้มกันในการรับมือกับไวรัส โควิด-19
    เด็กมีภูมิคุ้มกันในการรับมือกับไวรัส โควิด-19

อินเตอร์เฟอรอน (IFN) ระบบภูมิคุ้มกันในเด็ก

ระบบภูมิคุ้มกันในเด็ก เรียกว่า ‘อินเตอร์เฟอรอน’ Interferon (IFN) คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อกำจัดเชื้อโรคโดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อไวรัส  เซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสจะผลิตอินเตอร์เฟอรอนซึ่งจะส่งสัญญาณไปยังเซลล์อื่น ๆ ของร่างกายเพื่อต่อต้านการเติบโตของไวรัส มีข้อมูลงานวิจัยออกมามากมายยืนยันว่า อินเตอร์เฟอรอนจะหลั่งออกมามากในเด็กเมื่อมีอุณหภูมิขึ้นสูง ซึ่งเป็นกลไกทางธรรมชาติของร่างกายที่จะเยียวยาตัวเองด้วยการพักผ่อน ดังนั้นเมื่อเด็กเป็นไข้ ตัวร้อน พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องปลุกเด็กมาเช็ดตัวบ่อย ๆ หรือเรียกให้รับประทานอาหารบ่อย ๆ แต่ปล่อยให้ร่างกายได้พักฟื้น อุณหภูมิในร่างกายก็จะลดลงได้เองในช่วง 2-3 วัน

สิ่งสำคัญในการดูแลเด็กที่ป่วยโควิด-19 นั่นคือ การดูแลเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด พ่อแม่ควรศึกษาหาความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับอาการของโรคอยู่สม่ำเสมอ และโปรดวางใจได้หากลูกต้องเข้ารับการรักษาแบบ Home Isolation เพราะ พ่อแม่สามารถปรึกษาคุณหมอถึงอาการต่าง ๆ ของลูกได้ทางไลน์ สะดวก ง่าย ปลอดภัย

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ)/ delphipages.live

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

พ่อแม่ต้องรู้!! อาการโอไมครอนในเด็ก เจอสัญญาณต่อไปนี้ พบแพทย์ทันที

โอไมครอน (Omicron)ในเด็กมีสิทธิ์ติดเชื้อรุนแรงแค่ไหน?

เมื่อคุณและลูก ติดโควิด ทำยังไง ? เปิดขั้นตอนการรักษาที่นี่

วัคซีนโควิด-19 ในเด็ก : ทำความเข้าใจ ปลอดภัย หายห่วง

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

10 ครีมทาผิวเด็ก ผิวนุ่มชุ่มชื่น อ่อนโยน ปลอดภัยต่อลูกน้อย

10 ครีมทาผิวเด็ก ผิวนุ่มชุ่มชื่น อ่อนโยน ปลอดภัยต่อลูกน้อย

คุณพ่อคุณแม่รู้ดีว่าผิวของลูกน้อยบอบบางและยังอ่อนแอ โดนอะไรนิดหน่อย แม้แต่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ผิวก็อาจเกิดการระคายเคืองได้แล้ว หรือบางทีก็มีเจ้ารอยปริศนาบนผิวลูกที่หาสาเหตุไม่ได้ จนทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกกังวลใจ ลูกน้อยของเราจึงต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ด้วยตัวช่วยดี ๆ อย่าง ครีมทาผิวเด็ก ที่มีมากมายหลายสูตรในท้องตลาด สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังลังเลว่าจะเลือกใช้ครีมแบบไหนสำหรับลูกของเราดี วันนี้ทีมแม่ขอรับหน้าที่แนะนำเทคนิคการเลือกครีมทาผิวเด็กให้เหมาะกับลูกของเรา พร้อมแนะนำ 10 แบรนด์คุณภาพให้ลองนำไปเปรียบเทียบตัดสินใจกันค่ะ

10 ครีมทาผิวเด็ก ผิวนุ่มชุ่มชื่น อ่อนโยน ปลอดภัยต่อลูกน้อย

ครีมทาผิวเด็ก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาเพื่อดูแลผิวบอบบางของลูกน้อย มีทั้งรูปแบบเนื้อครีม เนื้อเจล ไปจนถึงออยล์ โดยทำหน้าที่ทั้งบำรุงและรักษาผิว นอกจากนี้ หลายแบรนด์ยังมีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี หรือบางแบรนด์ก็มีตัวยาที่ใช้รักษาปัญหาผิวหนังต่าง ๆ คุณพ่อคุณแม่จึงควรเลือกอย่างพิถีพิถันให้เหมาะสมกับผิวของลูกน้อย และตรงตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการใช้งาน

 

เลือกครีมทาผิวเด็กแบบไหนดี

  • ผิวเด็กบอบบาง เกิดความแห้ง และถูกทำลายง่าย รวมทั้งสภาพอากาศประเทศไทยเป็นเมืองร้อน แดดจัด ครีมที่ดีจึงควรมีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์เป็นหลัก
  • ควรหลีกเลี่ยงครีมที่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ ซึ่งทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นหรือเกิดอาการแพ้
  • ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อผิวเด็ก เช่น พาราเบน (สารกันบูด) สารลดแรงตึงผิว สีสังเคราะห์ เป็นต้น
  • หากความอับชื้นหรือเหงื่อทำให้เกิดผดผื่น ควรเลือกผลิตภัณฑ์แบบเวชสำอาง ที่ช่วยบรรเทาอาการแพ้และลดผื่นคันได้ดีกว่า
  • ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบหรือได้รับการรับรองมาตรฐานโดยสถาบันที่เชี่ยวชาญ โดยมองหาสัญลักษณ์ เช่น Dermatologically Tested, Hypoallergenic Tested, ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค เป็นต้น

 

แนะนำ 10 แบรนด์ครีมทาผิวเด็ก

คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาครีมทาผิวเด็กที่เหมาะสำหรับลูกของเรา วันนี้ทีมแม่มีตัวอย่าง 10 แบรนด์คุณภาพ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยโดยสถาบันที่เชี่ยวชาญมาฝาก เผื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเลือกซื้อครีมคุณภาพให้กับลูกรักของเรา

 

  1. Pigeon Baby Milky Lotion

ครีมทาผิวสำหรับเด็ก แบรนด์ดังจากประเทศญี่ปุ่น เป็นสูตรที่คิดค้นโดยทีมนักวิจัยจากต่างประเทศ ที่มาพร้อมสารสกัดจากดอกซากุระ เนื้อเป็นโลชั่นน้ำนม มีความบางเบา ทาแล้วจึงซึมซาบเร็ว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะไว้บนผิวลูก ช่วยบำรุงให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น สุขภาพดี ปราศจากสีสังเคราะห์ และไม่มีส่วนผสมของพาราเบน จึงผ่านการทดสอบว่าไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้และระคายเคือง

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://web.facebook.com/mypigeonlittlemomentsclub/

ครีมทาผิวเด็ก
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/mypigeonlittlemomentsclub/

 

  1. Eucerin Omega Balm For Problematic Baby Skin

เวชสำอางสำหรับเด็กที่ช่วยลดผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ผดผื่นแดง แก้ปัญหาผิวแห้ง คัน ระคายเคือง ครีมเป็นเนื้อบาล์ม ซึมเร็ว ไม่มัน ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ มีส่วนผสมของ Licochalcone A ที่ช่วยลดการอักเสบใต้ผิวได้ถึง 96% รวมทั้ง Ceramides, Omega 6 Fatty Acids และ NMFs ที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง และคืนความชุ่มชื้นให้ผิวได้ทันที

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.eucerin.co.th/

ครีมทาผิวเด็ก
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.eucerin.co.th/

 

  1. Cetaphil Baby Daily Lotion

เป็นโลชั่นที่สามารถใช้ได้ทุกวันกับผิวลูกน้อย มีส่วนผสมของ Glycerin โปรวิตามิน B5 สารสกัดจากธรรมชาติ 3 ชนิด คือ Shea Butter น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน และน้ำมันเมล็ดถั่วเหลือง รวมทั้งวิตามิน E ที่สามารถช่วยล็อกความชุ่มชื้นกับผิว เนื้อโลชั่นมีความบางเบา ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ง่าย ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ จึงใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cetaphil.co.th/

ครีมทาผิวเด็ก
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.cetaphil.co.th/

 

  1. Babi Mild Ultra Mild Bioganik Baby Lotion

ผ่านการทดสอบไฮโปอัลเลอร์เจนิกจึงเหมาะกับผิวเด็กและผิวแพ้ง่าย เนื้อโลชั่นบางเบา ซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ผสานคุณค่าความอ่อนโยนของเอสเซนส์ออร์แกนิค คือ อาร์แกนออยล์ และน้ำมันมะกอก อุดมไปด้วยวิตามินอี และกรดไขมันจำเป็น ช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรง กักเก็บความชุ่มชื้นในผิว ทำให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื่น ดูสุขภาพดี

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.babimild.com/

ครีมทาผิวเด็ก
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.babimild.com/

 

  1. Johnson’s Baby Lotion Fragrance Free

เนื้อโลชั่นปราศจากสีและน้ำหอม จึงไม่มีกลิ่นฉุนและไม่ทำให้เกิดผดผื่นหรือก่อให้เกิดอาการแพ้ จึงวางใจได้ว่าปลอดภัยกับลูกน้อย เนื้อโลชั่นบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมซาบเร็ว ผ่านการทดสอบแล้วว่าช่วยคงความชุ่มชื่นให้ผิวตลอดวัน สร้างเกราะกักเก็บและชะลอการสูญเสียความชุ่มชื้นของผิวลูกน้อย จึงช่วยปกป้องผิวลูกน้อยให้นุ่มเนียน และดูมีสุขภาพดี

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.johnsonsbaby.co.th/

ครีมทาผิวเด็ก
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.johnsonsbaby.co.th/

 

  1. Sebamed Baby Lotion

ผลิตภัณฑ์จากประเทศเยอรมนี มีส่วนผสมของออยล์คุณภาพสูงจากธรรมชาติ ให้ความเนียนนุ่มชุ่มชื้น ใช้หลังอาบน้ำได้ทุกวัน มาพร้อมสารสกัดจากคาโมไมล์ ช่วยป้องกันการอักเสบ อัลลันโตอิน ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว เนื้อโลชั่นซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ นอกจากนี้ยังมีค่า pH 5.5 จึงอ่อนโยนต่อผิว และยังช่วยพัฒนาแผ่นฟิล์มคุ้มกันผิวตามธรรมชาติอีกด้วย

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://web.facebook.com/SebamedThailand

ครีมทาผิวเด็ก
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/SebamedThailand/

 

  1. Aveeno Baby Daily Moisture Lotion

โลชั่นสูตรอ่อนโยนจากข้าวโอ๊ต ซึ่งมีส่วนผสมจากพรีไบโอติกโอ๊ตธรรมชาติ ช่วยให้ผิวสุขภาพดี เนียนนุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งแตก และยังช่วยปลอบประโลมผิวจากอาการคันเพราะผิวแห้ง เนื้อครีมก็ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่มีน้ำหอม พาราเบน และสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ จึงอ่อนโยนต่อผิวบอบบาง ใช้ได้ทุกวัน คงความชุ่มชื้นได้ยาวนานถึง 24 ชั่วโมง

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.aveeno.co.th/

ครีมทาผิวเด็ก
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.aveeno.co.th/

 

  1. DMP Double Milk & Vitamin E Organic pH 5.5 Baby Lotion

โลชั่นน้ำนมสูตรออร์แกนิค สำหรับดูแลปกป้องผิวบอบบางของลูกน้อย ส่วนผสมมีทั้ง โอ้ตมิลค์ เชียบัตเตอร์ และซอยมิลค์ ที่อุดมไปด้วยโปรตีน กรดอะมิโน วิตามินเอ, บี1, บี2, ดี และอี ช่วยฟื้นบำรุงผิว เก็บกักความชุ่มชื้นตามธรรมชาติได้ยาวนาน พร้อมด้วยค่า pH 5.5 ช่วยรักษาสมดุล และปกป้องน้ำหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://web.facebook.com/dmpbabyclub/

ครีมทาผิวเด็ก
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/dmpbabyclub/

 

  1. Endota Gentle Baby Lotion

โลชั่นออร์แกนิคสำหรับเด็กจากออสเตรเลีย ที่ผ่านการรับรองจาก COSMOS ว่าปลอดภัยและได้มาตรฐาน ปราศจากสารที่เป็นอันตรายต่อผิวเด็ก รวมทั้งผ่านการทดสอบ pH Balance อุดมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ อย่างข้าวโอ๊ตออร์แกนิค ดอกคาเลนดูล่า ว่านหางจระเข้ และน้ำมันดอกทานตะวัน จึงให้ทั้งความเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ลดปัญหาผิวแห้งลอก อ่อนโยนกับผิวบอบบาง

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://web.facebook.com/endotaThailand/

ครีมทาผิวเด็ก
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/endotaThailand/

 

  1. ENFANT Organic Plus Extra Mild Moisture Lotion

โลชั่นเด็กสูตรจากธรรมชาติ เนื้อโลชั่นบางเบาซึมซาบสู่ผิวรวดเร็ว บำรุงผิวอ่อนบาง มีส่วนประกอบของ Ceramide 3 คือ น้ำมันมะกอก น้ำมันสกัดจากรำข้าว และน้ำมันอาแกน จึงช่วยให้ผิวนุ่มนวล มีสุขภาพดี คงความชุ่มชื้นยาวนาน อ่อนโยนเพราะผ่านการทดสอบการระคายเคืองผิวจากประเทศเยอรมนี จึงสามารถทาได้ทั้งใบหน้าและทั่วร่างกาย โดยเฉพาะหลังอาบน้ำเช้าเย็น

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.enfantfamily.com/

ครีมทาผิวเด็ก
ขอขอบคุณภาพจาก http://www.enfantfamily.com/

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

Checklist 7 วิธีเลือกสบู่เหลวเด็ก ครีมอาบน้ำเด็ก โดยคุณหมอนิอร

ครีมทาผื่นผ้าอ้อม เลือกแบบไหน ปกป้องผิวบอบบางลูกน้อยได้อยู่หมัด

16 วิธีดูเเลลูกน้อยให้ไม่เป็น ผื่นแดง ผื่นผ้าอ้อม

ตารางวัคซีน 2565

เซฟเก็บไว้ดูเลยแม่! ตารางวัคซีน 2565 อัปเดตจากสมาคมโรคติดเชื้อฯ

Up date! ตารางวัคซีน 2565  จาก สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย การให้วัคซีนในเด็กไทย ในปี 2022 ตั้งแต่แรกเกิด ถึง 12 ปี ลูกต้องได้รับวัคซีนอะไร ตอนอายุเท่าไหร่บ้าง พ่อแม่เช็กเลย!

ตารางวัคซีน ปี 2565 ที่เด็กไทยควรได้รับ
จากสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย

การฉีดวัคซีน เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรค เพราะก่อนที่จะมีวัคซีนใช้ คนส่วนใหญ่จะเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อ และโรคระบาดไปมากมาย แต่ปัจจุบันโรคติดเชื้อร้ายแรงที่เคยคร่าชีวิตเด็กๆ ไม่ได้เป็นปัญหาแล้ว เพราะมีวัคซีนป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูง และมีวัคซีนป้องกันเชื้อใหม่ๆ พัฒนาขึ้นใหม่ทุกวัน

แล้วลูกของเราต้องได้รับวัคซีนอะไรบ้าง? อายุเท่านี้ ต้องฉีดตัวไหน! แต่ละตัวต้องฉีดห่างจากเข็มแรกนานเท่าไหร่ กับคำถามที่เกิดขึ้นร้อยแปดพันข้อที่เกี่ยวกับเรื่อง การฉีดวัคซีนของทารก

เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หายข้องใจ  ทีมกองบรรณาธิการ ABK จึงมีตารางวัคซีน 2565 จาก สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย มาแนะนำ ซึ่งได้ข้อมูลมาจาก เพจ Infectious ง่ายนิดเดียว เพื่อเป็นแนวทางให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้ใช้ดูและเช็ก ก่อนพาลูกน้อยวัยแรกเกิด – 12 ปี ไปรับวัคซีน

หลักๆที่ปรับจากเดิม ปีที่แล้ว

1) ป้องกันพิษสุนัขบ้าแบบก่อนโดนกัด

  • ฉีด 2 เข็ม0,7 IM หรือ
  • 2 เข็ม ที่ 0,7 วัน หรือ 0,21 วัน (1 ml 2 จุด)

2) วัคซีนไข้เลือดออก

  • ลดอายุเดิม 9-45 ปี
  • แบบใหม่อายุ 6-45 ปี ในคนที่เคยเป็นโรคมาก่อน

3) TdaP ใช้แทน Tdap DTP ได้ตั้งแต่อายุ 4-6 ปี หญิงตั้งครรภ์ทุกการตั้งครรภ์อายุครรภ์ 27-36 สัปดาห์

4) วัคซีนโรต้ามี 4 ชนิด เดิมมี 2 ยี่ห้อ

  • Human monovalent (Rotarix หยอด 2 ครั้ง)
  • Human-bovine monovalent (Rotavac หยอด 3 ครั้ง)
  • Human-bovine pentavalrpent (Rotateq Rotasil หยอด 3 ครั้ง

ตารางวัคซีน 2565

ตารางวัคซีน 2565

เตรียมตัวพาลูกไปรับวัคซีนเด็กอย่างไร

ก่อนพาลูกไปเข้ารับวัคซีนหลักหรือวัคซีนเสริมตามกำหนด พ่อแม่ควรปฏิบัติดังนี้

  • พ่อแม่ควรนำสมุดบันทึกการรับวัคซีนติดตัวมาด้วยทุกครั้ง
  • หากลูกมีอาการแพ้ยา หรือแพ้อาหาร ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ
  • ในกรณีที่เด็กมีไข้ขึ้นสูง ไม่สบาย ควรเลื่อนการรับวัคซีนออกไปก่อนจนกว่าจะหายดี
  • ในกรณีที่ไม่สามารถมาตามนัดได้ ควรแจ้งต่อแพทย์ และสามารถพาลูกมารับวัคซีนเพื่อกระตุ้นให้ครบโดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่
  • หลังรับวัคซีน ควรรอสังเกตอาการอย่างน้อย 30 นาที แล้วจึงกลับบ้าน

ดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่ชัดเจน >> ตารางวัคซีน ในเด็กไทย ปี 2565
แนะนำโดย สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย คลิก!!

ตารางวัคซีน 2565

สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในเด็กที่มีอายุมากกว่า 5 ปีขึ้นไป โดยแนะนำวัคซีนชนิด mRNA ซึ่งจะมีการกำหนดจำนวนโดสที่ควรได้รับตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ดังนี้

  • เด็กอายุ 5 – 11 ปี ฉีด 2 เข็ม (2 ml./โดส) โดยให้เว้นระยะห่างกัน 8 สัปดาห์ (ฝาสีส้ม)
  • เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ฉีด 2 เข็ม (3 ml./โดส) โดยให้เว้นระยะห่างกัน 3-4 สัปดาห์ (ฝาสีม่วง)

และสถานการณ์โควิด-19 ยังคงมีการแพร่ระบาดอยู่ คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจมีความกังวลว่า ลูกจะมีความเสี่ยงได้รับเชื้อเมื่อต้องออกมารับวัคซีน แต่อย่างไรก็ตาม ควรพาลูกน้อยมารับวัคซีนตามปกติ เพราะการเลื่อนรับวัคซีนในช่วงอายุที่เหมาะสม อาจเพิ่มโอกาสการติดเชื้อในโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ซึ่งอาจจะทำให้มีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้!

ซึ่งหากคุณพ่อคุณแม่มีความจำเป็นที่จะต้องเลื่อนรับวัคซีน คุณพ่อคุณแม่สามารถดูคำแนะนำเพิ่มเติมหากมีความจำเป็นที่จะต้องเลื่อนนัดการรับวัคซีน สามารถพิจารณาตามแนวทางของสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย คลิกดูรายละเอียดได้ที่นี่ >> https://www.pidst.or.th/index.php

ขอบคุณคลิปจาก SIKARIN HOSPITAL

ทั้งนี้การพาลูกน้อยไปรับวัคซีน จำเป็นที่เด็กไทยทุกคนต้องได้รับ เพราะเป็นกำหนดออกมาจากกระทรวงสาธารณสุข เป็นวัคซีนพื้นฐานที่ได้จัดหาให้ฟรี คุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูกน้อยไปรับวัคซีนเหล่านี้ได้จากสถานพยาบาลของรัฐ หรือสถานีอนามัยทุกแห่ง โดยอย่าลืมนำสมุดฉีดวัคซีนเล่มสีชมพูติดไปด้วยทุกครั้ง

อย่างไรก็ตาม จากตารางวัคซีน 2565 วัคซีนทุกชนิดสามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ไข้ งองแง ซึ่งมักไม่รุนแรง คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการของลูกน้อยหลังฉีดวัคซีนอย่างใกล้ชิดช่วง 2-3 วัน อาจให้ยาลดไข้แก้ปวดได้ ถ้ามีอาการไข้หรือเจ็บปวดที่ไม่รุนแรง แต่หากมีอาการผิดปกติใดๆ ที่รุนแรงควรรีบไปหาหมอโดยด่วน


ขอบคุณ ภาพและข้อมูล ตารางวัคซีน 2565 จาก https://pidst.or.th/A1150.html

 

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม คลิก ⇓

วัคซีนไข้เลือดออกสำหรับทารก

พัฒนาการทารก แรกเกิด – 1 ขวบ หนูทำอะไรได้บ้างนะ?

ตาราง น้ำหนักส่วนสูงทารก ตามเกณฑ์ ตั้งแต่แรกเกิด – 5 ปี

พาลูกเที่ยวกรุงเทพฯ

19 พิกัด พาลูกเที่ยวกรุงเทพฯ เด็กๆ สนุกแน่นอน โดย พ่อเอก

ในช่วงเวลาที่โควิด-19 ยังไม่จบลง เราพาลูกเที่ยวใกล้ๆ กันก่อน ใครคิดว่ากรุงเทพฯมีเพียงห้างสรรพสินค้า ลองมาหาเส้นทางสนุกๆ  พาลูกเที่ยวกรุงเทพฯ กัน โดยเอามาเฉพาะที่ครอบครัวเรามีประสบการณ์ตรง เพื่อให้เล่าได้เต็มปากว่า เด็กๆ สนุกแน่นอน

19 พิกัด พาลูกเที่ยวกรุงเทพฯ เด็กๆ สนุกแน่นอน

พาลูกเที่ยวกรุงเทพฯ 5 เส้นทางตามรอยพระเจ้าตาก

สำหรับครอบครัวที่มีลูกสนใจประวัติศาสตร์ ทริปเส้นทางนี้สนุกสนานได้ความรู้ ความอร่อย และสถานที่ทั้งหมดอยู่ใกล้ๆ กันเที่ยวเก็บครบในวันเดียว

  • วัดหงส์รัตนาราม ที่นี่มี “ศาลพระเจ้าตากแห่งแรกในไทย” และ สระน้ำมนต์ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จะเสด็จมาสรงน้ำที่เมื่อมีพิธีสำคัญของแผ่นดิน (จากวัดหงส์เดินไม่ไกลจะถึงชุมชนเก่าแก่ของชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกสตั้งริมน้ำเจ้าพระยาชื่อชุมชนกุฎีจีน มีขนมกุฎีจีนสุดอร่อย และมีร้านชิคๆ มีศิลปะบนกำแพงสวยๆให้แวะถ่ายรูป นอกจากนั้นยังมีทั้งโบสถ์, วัดจีน และวัดไทย อยู่เรียงติดกัน เป็นแถวหน้ากระดานริมเจ้าพระยา เป็นภาพที่หาดูไม่ง่าย)
  • วัดระฆังโฆษิตาราม ไหว้สักการะตำหนักแดงที่สมเด็จพระเจ้าตากสินเคยเสด็จมาประทับนั่งวิปัสสนากรรมฐาน (เส้นทางระหว่างวัดระฆังไปท่าพรานนก จะเต็มไปด้วยแหล่งของกินและของช้อปปิ้งของชาวฝั่งธน เพลิดเพลินทั้งเด็กและผู้ใหญ่)
  • วัดอินทาราม เราจะได้ชมพระแท่นบรรทมที่ยังเก็บรักษาไว้ภายในวัด และวัดอินทารามยังเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมศพของสมเด็จพระเจ้าตากสินฯและพระสรีรังคารซึ่งบรรจุไว้ในพระพุทธรูปประจำรัชสมัยประดิษฐานอยู่ในพระวิหารใหญ่
  • พระราชวังเดิม ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สถาปนาขึ้นและประทับจนถึงวาระสุดท้าย ปัจจุบันอยู่ในบริเวณกองทัพเรือ
  • อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน ตั้งอยู่ที่วงเวียนใหญ่ถือเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของฝั่งธนบุรี
สระน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ วัดหงส์รัตนาราม
สระน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ วัดหงส์รัตนาราม
ศาลพระเจ้าตาก
ศาลพระเจ้าตาก

วัดระฆัง

โบสถ์

พาลูกเที่ยวกรุงเทพฯ 4 เส้นทางนั่งเรือข้ามฟากเจ้าพระยา

เป็นทริปที่เด็กๆ สนุกสนาน ค่าเรือก็แสนถูก และเลือกท่าแวะเที่ยวได้ตามที่สนใจ มีทั้งเส้นทางใกล้ไกล สามารถนั่งไปเที่ยวเกาะเกร็ดก็ได้ แต่เราจะเล่าแค่ท่าน้ำเรือข้ามฟากเชื่อม 2 ฝั่งธนบุรีกับพระนครที่คุ้นเคย

  • ท่าเตียน และท่าวัดอรุณวราราม ตามรอย ตำนาน ยักษ์วัดโพธิ์ ยักษ์วัดแจ้ง โดยนอกจากเด็กๆได้ตื่นตาตื่นใจกับยักษ์ทั้ง 2 วัด ก็ยังจะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระปรางค์วัดอรุณ ขาไม่สั่นให้รู้ไป
  • ท่ามหาราช เดินเล่นหาของทานอร่อยๆ มีร้านกาแฟชิคๆเยอะ และมี community mall เก๋ไก๋ ชื่อเดียวกับท่าเรือ หรือเด็กๆที่ชอบพุทธศิลป์ก็จะได้เจอกับแหล่งพระเครื่องเก่าแก่ของกรุงเทพฯ
  • ท่าวัดระฆัง แวะสักการะหลวงพ่อโต และหาของกินอร่อยๆระหว่างทางเดินไปจนถึงท่าพรานนก
  • ท่าช้าง ขึ้นจากเรือออกเดินไม่ไกลก็ถึงวัดพระแก้วและสนามหลวง หรือถ้าเป็นนักเดินทน ก็สามารถไปถึงพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติและโรงละครแห่งชาติได้เลย

ล่องเรือข้ามฟาก

หลวงพ่อโต วัดระฆัง
หลวงพ่อโต วัดระฆัง

ร้านคาเฟ่ ท่ามหาราช
ร้านคาเฟ่ ท่ามหาราช

พาลูกเที่ยวกรุงเทพฯ 7 เส้นทางรถไฟฟ้า

เป็นอีกเส้นทางที่ใช้พาเด็กเที่ยวได้สนุกสนาน ทั้งใต้ดินบนดินบางแห่งสามารถไปได้ทั้ง 2 เส้นทาง แต่สามารถเชื่อมต่อกันได้หมด

  • มิวเซียมสยาม เป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศไทยที่ทำได้น่าสนใจ เหมาะกับเด็กๆและมักมีการจัดกิจกรรมดีๆการแสดงดีๆอยู่เสมอ เราเองเคยไปชมโขนฟรีที่นี่
  • หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตึกโค้งสีขาวตั้งอยู่ใจกลางกรุง ที่มีนิทรรศการดีๆเสมอ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ครอบครัวเราได้ไปสัมผัสมา 2-3 หน เป็นหอศิลปสมัยใหม่ที่จัดได้เหมาะสำหรับทุกวัย เด็กไปก็มีความสนุกสนาน
  • สวนลุมพินี ความสนุกของเด็กๆ นอกจากการเดินเล่นออกกำลังกายแล้วคือ การถีบเรือเป็ด ส่วนที่พลาดไม่ได้สำหรับเด็กๆในการมาสวนลุมคือ การตามหาตัวเงินตัวทอง และอีกจุดที่หลายๆคนไม่รู้ ในสวนลุมมีห้องสมุดที่มีหนังสือดีๆสำหรับเด็กด้วยนะเออ (อีกจุดที่น่าสุกคือเส้นทางที่เรียกว่า green mile ที่เชื่อมต่อระหว่างสวนลุมและสวนเบญจกิตติ สามารถเดินชิลๆชมวิว 2 ข้างทางในมุมมองที่แปลกไป)
  • สวนเบญจกิติ ในส่วนเดิมมีกิจกรรมปั่นจักรยาน ถีบเรือเป็ดที่เด็กๆชอบ แต่ในส่วนที่เปิดใหม่เป็นสวนป่า สวยงามมากๆยกให้เป็นสวนสาธารณะที่สวยที่สุดในกรุงเทพฯ มีทางเดินชมธรรมชาติทั้งเส้นทางลอยฟ้าและบนดิน และมีจุดถ่ายรูปงามๆเยอะไปหมด เป็นโอเอซิสในเมืองอย่างแท้จริง
  • สวนรถไฟ, สวนจตุจักร, พิพิธภัณฑ์เด็ก สามจุดที่อยู่ใกล้ๆกัน กิจกรรมของเด็กๆในสวนรถไฟคือปั่นจักรยาน เล่นว่าว นอกจากนั้นที่นี่มักมีการจัดงานที่น่าสนุกสำหรับเด็กๆเสมอ ส่วนสวนจตุจักรก็คือแหล่งช้อปปิ้งและของกินสำหรับทุกวัย และหากชอบต้นไม้หละก็ที่นี่มีให้ครบทุกประเภทโดยเฉพาะในวันพุธที่เป็นตลาดต้นไม้ สำหรับพิพิธภัณฑ์เด็กนั้น อยากให้ลองไปสักครั้งเพราะมีอะไรให้เด็กๆได้เรียนรู้และสนุกมากกว่าที่คิดไว้
  • สถานีรถไฟหัวลำโพง นอกจากจะเป็นจุดถ่ายรูปสวยๆ ก็มีพิพิธภัณฑ์รถไฟที่เก๋ไก๋ และแน่นอนมีเด็กคนไหนไม่ชอบรถไฟบ้างเอ่ย
  • ท้องฟ้าจำลอง อาจจะรู้สึกว่าเป็นที่ท่องเที่ยวที่เก่าแก่ แต่จริงๆมีการปรับปรุงให้ดูใหม่ ครอบครัวเราไปทีไรก็สนุกทุกครั้ง เพราะท้องฟ้าจำลองไม่ได้มีทีเด็ดแค่โดมที่จำลองท้องฟ้าให้ตื่นตาตื่นใจ แต่มีพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่ทำได้ดี เด็กๆได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์อย่างสนุกสนานและหลายแขนงแบบได้ลงไม้ลงมือทดลองจริง และที่บางครอบครัวอาจจะไม่ทราบที่ท้องฟ้าจะลองมีอควาเรี่ยมให้เด็กๆได้สนุกสนานด้วย

10 พิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพ และใกล้กรุงเทพ เที่ยวสนุก ความรู้จัดเต็ม เด็กเข้าชมฟรี!!

รวมที่เที่ยว พิพิธภัณฑ์ กลางคืนแปลกตาโดนใจ ได้ความรู้!!

สวนเบญจกิติ
สวนเบญจกิติ
หัวลำโพง
หัวลำโพง

แหล่งเล่นกีฬาทางน้ำ ในกรุงเทพฯ

เด็กๆ กับน้ำเป็นของคู่กัน เมื่อก่อนกรุงเทพฯอาจจะมีแค่สวนสาธารณะให้เด็กเล่นถีบเรือเป็ด แต่เดี๋ยวนี้ กรุงเทพฯมีกีฬาทางน้ำทั้ง พาย Sup, Wakeboard และพายคยัคครบถ้วน สามารถเลือกที่ไปสะดวกทั้ง บึงหนองบอน บึงบางบอน บึงตะโก้ หรือชอบทานอาหารทะเลและพายคยัคเล่นไปด้วยก็มีร้านอาหารบริเวณบางขุนเทียนชายทะเลให้เลือกหลายร้านเลย

wakeboard
wakeboard
พาย sup
พาย sup

หวังว่าเส้นทางท่องเที่ยวในกรุงเทพฯจะมีที่ถูกใจเจ้าตัวเล็กทุกครอบครัว และตอนต่อไปลองไปห่างกรุงเทพฯ กันบ้าง รับรองว่าจะมาครบทุกภาคแน่นอน

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 


กิจกรรมยามว่างกับลูก นอกจากได้ความสนุกสนาน ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวแล้ว ยังช่วยให้เกิด Power BQ หลายด้านทั้งความฉลาดจากการเล่น Play Quotient (PQ)  ฉลาดสุขภาพดี Health Quotient (HQ) จากการออกกำลังกาย ฉลาดคิดเป็น Thinking Quotient (TQ)  ผ่านการวางแผนการเล่น ฉลาดเผชิญปัญหา Adversity Quotient (AQ) รวมถึงต่อยอดชวนลูกไปทำกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุดอีกด้วย


>>แวะไปดู รอยยิ้มหวานฉ่ำ ที่มีแจกฟรีทุกวันได้ที่เฟซบุ๊ค

หมุนรอบลูก – พี่ปูนปั้น กับ น้องปั้นแป้ง นะครับ<<

ติดตามเพจหมุนรอบลูก
ปูนปั้น ปั้นแป้ง พ่อเอก เพจหมุนรอบลูก

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

4 ไอเดีย กิจกรรมยามว่างกับลูก ช่วงโควิด โดยพ่อเอก

4 กีฬาน่าเรียนรู้ ชวนพ่อแม่ลูกสนุกไปพร้อมกัน โดย พ่อเอก

เด็กเล็กติดโควิด

เด็กเล็กติดโควิด ดับรายวัน! มีโรคร่วม แนะรีบหาหมอ

เด็กเล็กติดโควิด ดับรายวัน! มีโรคร่วม แนะรีบหาหมอ

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 สายพันธุ์โอมิครอนยังคงรุนแรง คนไทยติดง่าย ติดเร็ว ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก บางคนถึงขั้นติดเชื้อซ้ำ 2 ครั้ง แถมเด็ก ๆ ยังติดเชื้อจำนวนมากขึ้นและล่าสุดกรมควบคุมโรคแจ้งว่า เด็กเล็กติดโควิด อายุต่ำกว่า 5 ขวบ เสียชีวิตจากโควิดเกือบทุกวันค่ะ อาการเมื่อลูกติดโควิด จะเป็นอย่างไรบ้าง หากคุณพ่อคุณแม่ติดพร้อมกับลูก ต้องทำอย่างไร ดูแลกันอย่างไร ทีมแม่ ABK รวบรวมข้อมูลมาให้แล้วค่ะ

สถานการณ์เด็กติดเชื้อโควิดที่ผ่านมา

นพ.อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า ในภาพรวมเด็กติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน เพิ่มขึ้น อยู่ที่ร้อยละ 30 จากจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด ส่วนใหญ่ที่อาการจะรุนแรงจะเป็นผู้ป่วยในกลุ่มที่มีโรคประจำตัวร่วม เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคสมอง อัตรานอนโรงพยาบาล อยู่ที่ร้อยละ 15-17 ส่วนเด็กอีกร้อยละ 50 เด็กไม่มีอาการ

สถานการณ์ล่าสุดของเด็กติดเชื้อ

ในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2565 มีรายงานว่า เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งเป็นวัยที่ยังไม่สามารถรับวัคซีนโควิด-19 เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เกือบทุกวัน โดยวันที่ 19 มี.ค. เป็นเด็กอายุ 2 ขวบ วันที่ 20 มี.ค. อายุ 1 ขวบ วันที่ 22 มี.ค.อายุ 3 ขวบ วันที่ 23 มี.ค. อายุ 2 เดือน วันที่ 24 มี.ค. อายุ 1 เดือน วันที่ 25 มี.ค. อายุ 11 เดือน วันที่ 28 มี.ค. อายุ 9 เดือน โดยติดเชื้อจากการสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน ทั้งจากในครอบครัวและชุมชน เมื่อผู้ใหญ่ติดเชื้อเยอะจึงมีโอกาสมาติดเชื้อในเด็กได้ ซึ่งเด็กที่เสียชีวิตเป็นกลุ่มที่มีร่างกายไม่แข็งแรงหรือมีภูมิต้านทานที่ไม่ค่อยดี เช่น เด็กที่มีความพิการแต่กำเนิด มีโรคประจำตัว หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ ปัจจัยสำคัญคือเมื่อเข้าถึงการรักษาล่าช้าก็อาจทำให้เกิดการเสียชีวิตได้

การป้องกันเด็กเล็กจากโควิด

เนื่องจากขณะนี้การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 ก็ยังไม่มีวัคซีนสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีลงไป ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการป้องกันไม่ให้เด็กเล็กเหล่านี้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งความเสี่ยงในการติดเชื้อของเด็กเล็กยังมาจากผู้ใหญ่ในครอบครัวเป็นหลักที่นำเชื้อมาสู่เด็ก เพราะบางครั้งผู้ใหญ่ก็ติดเชื้อไม่มีอาการ ทำให้ไม่รู้ตัวว่าติดและนำเชื้อมาสู่เด็ก ทำให้เด็กไม่ได้รับการตรวจคัดกรอง

การจะลดการเสียชีวิตในเด็กเล็ก ขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองประเมินดูว่า ลูกมีภาวะเสี่ยงหรือไม่ หากลูกมีภาวะโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง ถือว่ามีความเสี่ยงมาก ให้สังเกตว่ามีอาการไข้สูง ไอ เหนื่อยหอบ อาเจียนหรือไม่ หากมีอาการระบบทางเดินหายใจให้รับพาไปพบแพทย์เพื่อรักษา เพราะมีความเสี่ยงที่อาจเกิดอาการรุนแรงได้
เด็กเล็กติดโควิด
เด็กเล็กติดโควิด แนะรีบหาหมอ

อาการของผู้ป่วยโควิดเด็กที่พ่อแม่ต้องรู้!!

กลุ่มเด็กเล็กได้รับเชื้อโควิด-19 มาจากคนในครอบครัว อาการที่พบมีตั้งแต่ไม่มีอาการ จนถึงมีอาการรุนแรง เช่น ปอดอักเสบซึ่งจะพบในเด็กทารก และเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปี เป็นส่วนมาก จึงแนะนำให้ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ต้องคอยสังเกตอาการโดยรวมของเด็กอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ซึ่งระดับอาการของเด็กแบ่งเป็น 2 แบบ คือ

แบบที่ 1 อาการในระดับที่สามารถเฝ้าสังเกตที่บ้านต่อไปได้ ซึ่งเด็กจะมีอาการป่วย ดังนี้

  • มีไข้ต่ำ
  • มีน้ำมูก
  • อาการไอเล็กน้อย
  • ไม่มีอาการหอบเหนื่อย
  • ถ่ายเหลว
  • ไม่ซึม ยังคงรับประทานนม หรืออาหารได้

โดยกลุ่มนี้ยังสามารถรับการรักษาแบบ Home Isolation (HI) ได้ แต่ต้องมีพ่อแม่ หรือผู้ปกครองที่สามารถดูและประเมินอาการให้เด็กได้ตลอดเวลา โดยใช้อุปกรณ์เพื่อติดตามอาการ ได้แก่ ปรอทวัดไข้ เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว อุปกรณ์ที่สามารถถ่ายภาพหรือคลิปวิดีโออาการของเด็กได้ โทรศัพท์เพื่อติดต่อกับสถานพยาบาลหากมีเหตุจำเป็น และยาสามัญประจำบ้านเพื่อบรรเทาอาการ ได้แก่ยาลดไข้ เช่นพาราเซตามอล ยาแก้ไอ ยาลดน้ำมูก และเกลือแร่

แบบที่ 2 อาการที่ผู้ปกครองควรติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อนำเด็กส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว ซึ่งเด็กจะมีอาการป่วย ดังนี้

  • มีไข้สูงกว่า 39 องศาเซลเซียสขึ้นไป
  • หายใจหอบเร็วกว่าปกติ ใช้แรงในการหายใจ สังเกตว่าเด็กเวลาหายใจหน้าอกบุ๋ม ชายโครงบุ๋ม หรือปีกจมูกบาน
  • ริมฝีปาก เล็บ ปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ ระดับออกซิเจนปลายนิ้วน้อยกว่า 94%
  • ซึมลง ไม่รับประทานนม หรืออาหาร เพลีย ไม่มีแรง

เด็กเล็กติดโควิด พร้อมพ่อและแม่ ทำยังไง

ถ้ามีผลตรวจยืนยันแล้วว่าลูกหรือเด็กในบ้านติดเชื้อโควิด19 แบ่งได้เป็นหลายกรณี

กรณีที่ 1 ลูกติดเชื้อและคุณพ่อคุณแม่ติดเชื้อ สามารถเข้ารับการรักษาโดยเน้นจัดอยู่เป็นครอบครัว ไม่ควรแยกลูกออกจากคุณแม่

กรณีที่ 2 ลูกติดเชื้อ แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ติดเชื้อ ให้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือ Hospitel โดยลูกจะต้องถูกส่งตัวไปรักษาและกักตัวที่โรงพยาบาลหรือ Hospitel อย่างน้อย 14 วัน ซึ่งการกักตัวสำหรับเด็กมีความซับซ้อนกว่าเคสของผู้ใหญ่ในเรื่องของจิตใจ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ต้องแยกห่างจากคุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ปกครอง คุณหมอแนะนำว่า เมื่อลูกต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลควรมีคนเฝ้า เพื่อให้ไม่รู้สึกเคว้งคว้าง โดยผู้เฝ้าต้องมีร่างกายแข็งแรง ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง อายุไม่เกิน 60 ปี และไม่มีโรคประจำตัว

กรณีที่ 3 ลูกไม่ติดเชื้อ แต่คุณพ่อคุณแม่ติดเชื้อ ควรให้ญาติที่ไม่ติดเชื้อเป็นผู้ดูแลลูก หากไม่มีผู้ดูแลควรส่งลูกไปยังสถานสงเคราะห์ หรือบ้านพักในสังกัดกระทรวงเป็นการชั่วคราว

กรณีที่ 4 เกิดการระบาดเป็นกลุ่มในโรงเรียน หรือในเนิร์สเซอรี่ พิจารณาใช้พื้นที่เนิร์สเซอรี่เป็นโรงพยาบาลสนามเฉพาะกิจ โดยดูจากความพร้อมของสถานที่และบุคลากรตามความเหมาะสม

แม้โดยทั่วไปแล้วเด็กจะมีอาการไม่หนักมาก แต่ก็มีเด็กเล็กกลุ่มเสี่ยงที่หากติดโควิดแล้วอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ ขอให้คุณพ่อคุณแม่ระมัดระวังตัวเองให้ดี รวมทั้งระวังลูกน้อยด้วยนะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

ข่าวสด , โรงพยาบาลวิชัยเวช ,ไทยรัฐ ออนไลน์

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

เมื่อคุณและลูก ติดโควิด ทำยังไง ? เปิดขั้นตอนการรักษาที่นี่

เตือนพ่อแม่!!สังเกต อาการโควิดในเด็ก ย้ำดูแลใกล้ชิด

ระวัง ไข้หวัดใหญ่ในเด็ก หวั่นระบาดซ้อนโควิด

ตรวจ Sleep Test ก่อน! ป้องกันเสี่ยงโรคใหลตาย

ตรวจ Sleep Test ก่อน! ป้องกันเสี่ยงโรคใหลตาย

จากข่าวการเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ของนักแสดงหนุ่ม ที่จากไปในวัยเพียง 25 ปี เนื่องจากนอนหลับแล้วไม่ตื่น หรือเรียกกันว่า “ภาวะใหลตาย” ทำให้หลายคน เริ่มตระหนักถึงปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะภัยเงียบ ที่เกิดจากการนอนที่มีสภาวะผิดปกติ เช่น หยุดหายใจขณะหลับ นอนกรนเสียงดังผิดปกติ ฯลฯ ซึ่งในทางการแพทย์ มีการตรวจการนอนหลับ ที่เรียกว่า ตรวจ Sleep Test ถือเป็นอีกหนึ่งวิธี ที่ใช้เพื่อตรวจสุขภาพการนอน ก่อนที่จะเกิดอันตรายขึ้นกับชีวิตค่ะคุณพ่อคุณแม่

Sleep Testคืออะไร?

Sleep Test คือ การตรวจสุขภาพการนอน เพื่อสังเกตความผิดปกติของร่างกายขณะที่นอนหลับ เช่น ระบบหายใจ ระบบกล้ามเนื้อ ฯลฯ โดยจะนำผลการ ตรวจSleep Test ไปให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์เพื่อประเมินสุขภาพ และความรุนแรงของโรค รวมถึงวินิจฉัยโรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะการนอนหลับที่ผิดปกติ

วิธี ตรวจSleep Test 

ผู้ที่ต้องการตรวจวัดสุขภาพการนอนหลับ จะต้องมาพักค้างคืนที่โรงพยาบาล และคลินิกที่ทำการตรวจSleep Test เนื่องจากจำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์ตรวจระหว่างนอนหลับ โดยมีคอมพิวเตอร์ช่วยจับสัญญาณอัตราการหายใจ คลื่นสมอง ค่าออกซิเจนในเลือด รวมถึงตรวจจับพฤติกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายขณะนอนหลับ เช่น การหยุดหายใจ เสียงกรน การขยับของหน้าท้อง การกระตุกของกล้ามเนื้อ เป็นต้น

การตรวจ Sleep test มีแบบใดบ้าง และควรเลือกตรวจอย่างไร

การตรวจสุขภาพการนอนหลับ หรือ sleep test  สามารถแบ่งออกได้ เป็น 4 ระดับ ตามความละเอียดของข้อมูลที่ตรวจ โดยใช้ตามนิยามของสมาคมเวชศาสตร์การนอนหลับของสหรัฐอเมริกา (American Academy of Sleep Medicine หรือ AASM) ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากลดังนี้ 

ระดับที่ การตรวจสุขภาพการนอนแบบสมบูรณ์โดยมีเจ้าหน้าที่เฝ้าตลอดคืน  การตรวจแบบนี้จะประกอบด้วย การวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง  คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ ลูกตา ใต้คาง และขา คลื่นไฟฟ้า หัวใจ การตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด การตรวจวัดลมหายใจ เป็นอย่างน้อย โดยอาจทำภายในห้องตรวจเฉพาะของสถานพยาบาล หรือนอกสถานที่ แต่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตอาการตลอดทั้งคืนที่ตรวจ  

ระดับที่ การตรวจสุขภาพการนอนหลับแบบสมบูรณ์ โดยไม่มีเจ้าหน้าที่เผ้าตลอดทั้งคืน วิธีนี้อาจตรวจตามบ้าน ในห้องนอนของผู้รับการตรวจเองซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย หรือ ตามสถานที่พักต่าง ๆ ทำให้คล้ายกับการนอนในชีวิตประจำวันมากกว่า โดยจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปติดตั้งอุปกรณ์ให้แต่ไม่ได้เฝ้าระหว่างเวลาที่ตรวจ  มีความน่าเชื่อถือได้ใกล้เคียงกับ การตรวจระดับ 1  มีข้อดี เช่น ค่าใช้จ่ายถูกกว่า เนื่องจากไม่มีค่าห้องของโรงพยาบาล  นอกจากนี้ยังใช้เวลาในการรอคิวตรวจน้อยกว่า ผู้ที่เหมาะสำหรับการตรวจวิธีนี้ ได้แก่ ผู้ที่เคลื่อนไหวและเดินทางไม่สะดวก หรือผู้ที่มีอาการมากและต้องการรักษาอย่างรวดเร็ว แต่ต้องรอคิวตรวจในโรงพยาบาลนานมาก เป็นต้น    

ระดับที่ การตรวจสุขภาพการนอนหลับแบบจำกัดข้อมูล  จะมีเพียงการตรวจ ลมหายใจ การเคลื่อนไหวของหน้าอกและท้อง การวัดระดับออกซิเจนในเลือด การวัดระดับเสียงกรน บางครั้งรวมคลื่นหัวใจร่วมด้วย หรือการตรวจการนอนหลับจากระบบหลอดเลือดและประสาทอัตโนมัติ เป็นต้น มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าระดับ 1 และ 2 แต่ผลการตรวจมักได้ค่าความรุนแรงต่ำกว่าความเป็นจริง  เนื่องจากไม่ได้วัดคลื่นสมอง จึงไม่สามารถประเมิน ประสิทธิภาพในการนอน รวมระยะความลึกของการนอน ทำให้ผลตรวจมีความแม่นยำน้อยกว่า

ระดับที่ การตรวจระดับออกซิเจนในเลือด และหรือ วัดลมหายใจขณะหลับ เป็นการตรวจเพียงบางส่วน และได้ข้อมูลไม่เกิน 3 อย่างเท่านั้น  จึงเลือกใช้เฉพาะกรณีที่ไม่สามารถตรวจในแบบต่าง ๆ ที่กล้าวมาแล้ว เนื่องจากข้อมูลที่ตรวจได้มักจะไม่มีความน่าเชื่อถือมากพอที่จะนำมาใช้ยืนยันการวินิจฉัยภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับได้

ตรวจ Sleep Test
นอนหลับไม่ปกติ ควรตรวจ Sleep Test

อาการแบบไหนที่ควรไปตรวจSleep Test

  • นอนกรนเสียงดังผิดปกติ
  • นอนละเมอ ฝันร้ายบ่อย กัดฟัน แขนขากระตุกระหว่างนอนหลับ
  • สะดุ้งตื่นเพื่อหายใจในเวลากลางคืนอยู่บ่อยๆ
  • มีอาการหายใจลำบาก และสงสัยว่าอาจหยุดหายใจขณะนอนหลับ
  • รู้สึกง่วงนอนมากๆ ในตอนกลางวัน ทั้งที่พักผ่อนอย่างเพียงพอ
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนเรื้อรัง ที่ยังหาสาเหตุไม่ได้

ผู้ที่มีอาการข้างต้น และพบว่าส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ควรไปพบแพทย์อายุรกรรมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับ หู คอ จมูก หรือพบแพทย์ด้านโรคนอนไม่หลับโดยตรง

กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับการตรวจsleep test

  • ผู้ที่เสี่ยงจะเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น
  • ผู้ที่เป็นโรคอ้วน หรือมีน้ำหนักตัวเกิน
  • ผู้ที่แพทย์สงสัยว่าอาจมีภาวะชักขณะนอนหลับหรือเป็นโรคลมหลับ (narcolepsy)
  • ผู้ที่ป่วยเป็นโรคต่าง ๆ เช่น หัวใจวาย ไตวาย ความดันโลหิตสูง เบาหวาน
  • ผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับการนอนหลับที่ยังรักษาไม่ได้

การเตรียมตัวก่อนตรวจSleep Test

  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ และเครื่องดื่มกาแฟอีน ประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนมาตรวจ
  • คืนที่จะมาตรวจ ไม่ควรนอนหลับในตอนกลางวัน
  • ก่อนมาตรวจ แนะนำให้ดื่มน้ำน้อย ๆ เพื่อป้องกันการลุกขึ้นไปปัสสาวะระหว่างตรวจสุขภาพการนอนหลับ
  • อาบน้ำ สระผม (งดใส่สเปรย์ผม) และรับประทานอาหารเย็นมาให้เรียบร้อย
  • หากกินยาประจำ เช่น ยานอนหลับ ยาลดความดันโลหิต และยารักษาเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ค่าใช้จ่ายในการตรวจSleep Test ราคาเท่าไร?

Sleep Testที่ไหนดี? ปัจจุบันโรงพยาบาลรัฐ เอกชน และคลินิกด้านสุขภาพการนอนอีกหลายแห่ง มีบริการตรวจ Sleep Test(ควรสอบถามบริการก่อนทุกครั้ง) ซึ่งแบ่งการตรวจออกเป็นหลายระดับ แต่ละระดับก็จะมีราคาแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบและสถานพยาบาล ส่วนใหญ่ราคาSleep Test จะอยู่ที่ประมาณ 7,000-13,000 บาท

Sleep Testเบิกได้ไหม?

ผู้ที่ต้องการตรวจสุขภาพการนอนแบบSleep Test สามารถเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิที่มีอยู่ได้ เช่น เบิกตรงข้าราชการ สิทธิประกันสังคม สิทธิประกันสุขภาพ เป็นต้น แต่ก็ควรสอบถามอย่างละเอียดกับโรงพยาบาลแต่ละแห่ง ทั้งเรื่องรูปแบบระดับการรักษา การจองคิว รวมถึงศึกษาเอกสารการเบิกค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องใช้ ก่อนเข้ารับการตรวจทุกครั้ง

ขอบคุณข้อมูลจาก
ไทยรัฐ ออนไลน์, คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ระวัง! คนท้องนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ ทารกเสี่ยงขาดออกซิเจน!

สามีนอนกรน เสียงดัง แก้ได้ด้วยวิธีนี้!

หมอเตือน! ลูกนอนกรน! เสี่ยงพัฒนาการถดถอย

Tags

ฤกษ์ออกรถ

ฤกษ์ออกรถ ปี 2565 เสริมสิริมงคล แคล้วคลาด ปลอดภัย

ฤกษ์ออกรถ เป็นความเชื่อของคนไทยมายาวนาน เชื่อกันว่าการออกรถใหม่ในวันฤกษ์งามยามดี จะช่วยส่งเสริมดวงชะตาในด้านต่างๆของเจ้าของรถ

ฤกษ์ออกรถ ปี 2565 เสริมสิริมงคล แคล้วคลาด ปลอดภัย

ผู้ที่วางแผนจะออกรถใหม่ และกำลังมองหา ฤกษ์ออกรถ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล ช่วยให้ชีวิตเฮงๆ ปังๆ โดยเฉพาะคุณแม่ลูกอ่อนที่มีลูกเล็กๆ จะได้เสริมความมั่นใจ ขับขี่ปลอดภัย แคล้วคลาดอันตราย ทีมแม่ ABK ได้นำฤกษ์ดีๆ มาฝากแล้วค่ะ

ฤกษ์ออกรถตามวันเกิด

คนเกิดวันจันทร์ ห้ามออกรถวันอาทิตย์ ฤกษ์ออกรถมงคล คือ วันจันทร์ วันศุกร์ และวันเสาร์
คนเกิดวันอังคาร ห้ามออกรถวันจันทร์ ฤกษ์ออกรถมงคล คือ วันศุกร์ วันอังคาร วันพฤหสบดี และวันเสาร์
คนเกิดวันพุธ (กลางวัน)  ห้ามออกรถวันอังคาร ฤกษ์ออกรถมงคล คือ วันจันทร์ และวันศุกร์
คนเกิดวันพุธ (กลางคืน) ห้ามออกรถวันพฤหัสบดี ฤกษ์ออกรถมงคล คือ วันจันทร์ และวันศุกร์
คนเกิดวันพฤหัสบดี ห้ามออกรถวันเสาร์ ฤกษ์ออกรถมงคล คือ วันจันทร์ และวันศุกร์
คนเกิดวันศุกร์ ห้ามออกรถวันพุธ (กลางคืน) ฤกษ์ออกรถมงคล คือ วันจันทร์ วันศุกร์ วันอาทิตย์ และวันอังคาร
คนเกิดวันเสาร์ ห้ามออกรถวันพุธ (กลางวัน) ฤกษ์ออกรถมงคล คือ วันจันทร์
คนเกิดวันอาทิตย์ ห้ามออกรถวันศุกร์ ฤกษ์ออกรถมงคล คือ วันจันทร์ วันพฤหัสบดี วันเสาร์ และวันอาทิตย์

 

ฤกษ์ออกรถ
ฤกษ์ออกรถ

ฤกษ์ออกรถประจำเดือน

ฤกษ์ออกรถประจำเดือนมกราคม

วันอาทิตย์ที่ 2 มกราคม 2565 มหาสิทธิโชค
วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม 2565 ชัยโชค, อำมฤตโชค
วันอังคารที่ 11 มกราคม 2565 ราชาโชค, อำมฤตโชค
วันพุธที่ 12 มกราคม 2565 ชัยโชค, สิทธิโชค
วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม 2565 มหาสิทธิโชค
วันพุธที่ 19 มกราคม 2565 อำมฤตโชค
วันเสาร์ที่ 22 มกราคม 2565 ราชาโชค, อำมฤตโชค
วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2565 ราชาโชค
วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม 2565 ราชาโชค
วันศุกร์ที่ 28 มกราคม 2565 สิทธิโชค

ฤกษ์ออกรถประจำเดือนกุมภาพันธ์

วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 สิทธิโชค
วันพฤหัสบดีที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 สิทธิโชค
วันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 มหาสิทธิโชค
วันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2565 ชัยโชค
วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 สิทธิโชค
วันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565 สิทธิโชค
วันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565 สิทธิโชค
วันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 มหาสิทธิโชค

ฤกษ์ออกรถประจำเดือนมีนาคม

วันอังคารที่ 1 มีนาคม 2565 มหาสิทธิโชค
วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม 2565 สิทธิโชค
วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2565 สิทธิโชค
วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม 2565 มหาสิทธิโชค
วันอังคารที่ 15 มีนาคม 2565 มหาสิทธิโชค
วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม 2565 ราชาโชค, ชัยโชค, อำมฤตโชค
วันพุธที่ 23 มีนาคม 2565 ราชาโชค
วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม 2565 มหาสิทธิโชค

ฤกษ์ออกรถประจำเดือนเมษายน

วันจันทร์ที่ 4 เมษายน 2565 ราคาโชค, ชัยโชค, อำมฤตโชค
วันอังคารที่ 12 เมษายน 2565 ชัยโชค
วันเสาร์ที่ 16 เมษายน 2565 มหาสิทธิโชค
วันพุธที่ 20 เมษายน 2565 มหาสิทธิโชค
วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2565 ชัยโชค, อำมฤตโชค

ฤกษ์ออกรถประจำเดือนพฤษภาคม

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม 2565 มหาสิทธิโชค
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2565 ชัยโชค, อำมฤตโชค
วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม 2565 ชัยโชค, อำมฤตโชค
วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม 2565 ราชาโชค, สิทธิโชค
วันพุธที่ 25 พฤษภาคม 2565 ชัยโชค, อำมฤตโชค
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม 2565 มหาสิทธิโชค

ฤกษ์ออกรถประจำเดือนมิถุนายน

วันพุธที่ 1 มิถุนายน 2565 อำมฤตโชค
วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน 2565 ราชาโชค, อำมฤตโชค
วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน 2565 ราชาโชค
วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน 2565 ราชาโชค
วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน 2565 สิทธิโชค
วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน 2565 สิทธิโชค
วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน 2565 สิทธิโชค
วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2565 มหาสิทธิโชค
วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2565 ชัยโชค
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน 2565 สิทธิโชค

 

ฤกษ์มงคล
ฤกษ์มงคล

ฤกษ์ออกรถประจำเดือนกรกฎาคม

วันเสาร์ที่ 2 กรกฏาคม 2565 มหาสิทธิโชค
วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม 2565 สิทธิโชค
วันเสาร์ที่ 9 กรกฏาคม 2565 ชัยโชค
วันจันทร์ที่ 11 กรกฏาคม 2565 สิทธิโชค
วันเสาร์ที่ 16 กรกฏาคม 2565 มงคลทั่วไป
วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม 2565 สิทธิโชค
วันจันทร์ที่ 25 กรกฏาคม 2565 สิทธิโชค
วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม 2565 อมฤตโชค

ฤกษ์ออกรถประจำเดือนสิงหาคม

วันพุธที่ 3 สิงหาคม 2565 ราชาโชค
วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม 2565 มงคลทั่วไป
วันพุธที่ 10 สิงหาคม 2565 ธงชัย
วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม 2565 มงคลทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม 2565 มงคลทั่วไป
วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม 2565 อมฤตโชค
วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2565 มงคลทั่วไป
วันพุธที่ 24 สิงหาคม 2565 ธงชัย
วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2565 มงคลทั่วไป

ฤกษ์ออกรถประจำเดือนกันยายน

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน 2565  มงคลทั่วไป
วันอังคารที่ 6 กันยายน 2565 ชัยโชค
วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน 2565 ธงชัย
วันเสาร์ที่ 10 กันยายน 2565 มหาสิทธิโชค
วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2565 อมฤตโชค
วันจันทร์ที่ 19 กันยายน 2565 มงคลทั่วไป
วันเสาร์ที่ 24 กันยายน 2565 มงคลทั่วไป

ฤกษ์ออกรถประจำเดือนตุลาคม

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม 2565  มงคลทั่วไป
วันอังคารที่ 4 ตุลาคม 2565 อมฤตโชค
วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2565 มหาสิทธิโชค
วันพุธที่ 12 ตุลาคม 2565 อมฤตโชค
วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม 2565 มงคลทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2565 ราชาโชค
วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม 2565 มงคลทั่วไป
วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม 2565 อมฤตโชค

ฤกษ์ออกรถประจำเดือนพฤศจิกายน

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2565 มหาสิทธิโชค
วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน 2565 มงคลทั่วไป
วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2565 มหาสิทธิโชค
วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2565 ชัยโชค
วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน 2565 มหาสิทธิโชค
วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2565 มงคลทั่วไป

ฤกษ์ออกรถประจำเดือนธันวาคม

วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม 2565 มหาสิทธิโชค
วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม 2565 สิทธิโชค
วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม 2565 อมฤตโชค
วันพุธที่ 21 ธันวาคม 2565 มงคลทั่วไป
วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม 2565 อมฤตโชค
วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม 2565 มงคลทั่วไป

ฤกษ์ออกรถ ที่ ทีมแม่ ABK นำมาฝากนี้ คงเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังวางแผนจะออกรถใหม่นะคะ ครอบครัวที่มีลูกเล็กก็คงอุ่นใจยิ่งขึ้นในการขับขี่รถ แต่ถึงกระนั้นสิ่งนี้ก็เป็นเพียงที่พึ่งทางใจ ยังไงก็ต้องขับขี่ด้วยความไม่ประมาท และไม่ดื่มเครื่องดื่มมึนเมานะคะ

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

รวมวันดี วันมงคล ฤกษ์คลอดลูก ฤกษ์คลอดปี 2565 / 2022 ฤกษ์ผ่าคลอด ปูทางสำเร็จให้ลูกตั้งแต่แรกเกิด

ตัดเล็บวันไหนดี 2565 / 2022 ให้โชคดี มีลาภใหญ่ เป็นมงคลแก่ตัวเอง

เช็คดวงลูกเกิดปีเสือ 2565 เกิดราศีไหน นิสัยยังไง?

เปลี่ยน สีกระเป๋าสตางค์ ตามวันเกิดให้เฮงๆ ตลอดปี2565

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.carsome.co.th

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
Amarin Baby & Kids

โรคผมผลัด

ห่วง! อาการ Long COVID-19 เสี่ยงเกิด โรคผมผลัด

ห่วง! อาการ Long COVID-19 เสี่ยงเกิด โรคผมผลัด

เมื่อติดเชื้อโควิด-19 ความรุนแรงของโรคตอนแสดงอาการย่อมแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละคน และเมื่อหายจากการติดเชื้อ แต่ละคนก็จะมีการฟื้นฟูร่างกายที่ต่างกัน บางคนก็กลับมาเป็นปกติเลย แต่บางคนแม้เวลาจะผ่านไปหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้สึกแข็งแรง รู้สึกว่าร่างกายมีความผิดปกติซึ่งอาจเป็นหนึ่งในอาการของ ‘ลองโควิด’ (LONG COVID) และอาจนำไปสู่อาการผมร่วงจาก โรคผมผลัด ได้ค่ะคุณพ่อคุณแม่

รู้จักภาวะ ลองโควิด (LONG COVID)

ลองโควิด หรือ POST-COVID SYNDROME อาจมีอาการคล้าย ๆ เดิมที่เคยเป็นตอนที่ติดเชื้อโควิด-19 อยู่ หรืออาจจะเป็นอาการใหม่ที่ไม่เคยเป็นตอนที่ติดเชื้อเลยก็ได้ ผู้ติดเชื้อที่มีอาการหนัก อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวมากกว่า แต่อาการลองโควิด นี้ก็ยังสามารถเกิดได้ในผู้ติดเชื้อที่มีอาการน้อย หรือแทบไม่มีอาการเลยก็ได้ โดยอาการที่เกิดขึ้นนั้นอาจยาวนานได้ถึง 3 เดือนขึ้นไป

อาการลองโควิดที่พบมากที่สุด 10 อันดับแรก

ดร.โซเนีย วิลลาพอล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านศัลยกรรมประสาทที่โรงพยาบาลฮูสตัน สหรับอเมริกาและทีมวิจัย ได้ทำการศึกษาผู้ป่วยโควิด-19 เกือบ 48,000 ราย พบผลกระทบระยะยาวหลังหายป่วยโควิด-19 จำนวนมากโดยอาการที่พบบ่อยที่สุดเหล่านี้มีตั้งแต่ไม่รุนแรงจนถึงทำให้ร่างกายทรุดโทรม และมีผลยาวตั้งแต่หลักหลายสัปดาห์จนถึงหลักหลายเดือนหลังหายจากโควิด-19 โดยอาการที่พบมากที่สุด 10 อันดับแรกคือ

  • เหนื่อยล้าอ่อนเพลีย (58%)
  • ปวดศีรษะ (44%)
  • สมาธิสั้น (27%)
  • ผมร่วง (25%)
  • หายใจลำบาก (24%)
  • สูญเสียการรับรสชาติ (23%)
  • สูญเสียการรับกลิ่น (21%)
  • หายใจถี่ (21%)
  • ปวดตามข้อ (19%)
  • ไอ (19%)

นอกจากนี้ยังอาการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคปอด เช่น รู้สึกไม่สบายหน้าอก ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และการเกิดพังผืดในปอด และพบปัญหาหัวใจและหลอดเลือด เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และกล้ามเนื้อหัวใจตาย และปัญหาอื่น ๆ เช่น หูอื้อและเหงื่อออกตอนกลางคืน นักวิจัยรู้สึกประหลาดใจที่พบอาการทางระบบประสาทหลายอาการด้วย เช่น ภาวะสมองเสื่อม ซึมเศร้า วิตกกังวล และโรคย้ำคิดย้ำทำ

โรคผมผลัด (Telogen effluvium) หนึ่งในอาการ Long COVID-19

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย โดย พญ.ชินมนัส เลขวัต, รศ.นพ.รัฐพล ตวงทอง, รศ.นพ. พูลเกียรติ สุชนวณิช และ รศ.ดร.พญ. รัชต์ธร ปัญจประทีป ร่วมเผยข้อมูลโรคผมผลัดหลังจากการติดเชื้อโควิด-19 หรือ ภาวะผมร่วงหลังการติดเชื้อ พร้อมแนวทางการรักษาว่า ภาวะผมร่วงภายหลังการติดเชื้อ โควิด-19 นานเกิน 12 สัปดาห์ขึ้นไป ส่วนใหญ่เกิดจากโรคผมผลัด ซึ่งเป็นอาการ ผมร่วงมากผิดปกติ คือมากกว่า 100 เส้นต่อวัน แต่ไม่มากเกิน 50% ของผมทั้งศีรษะ

โรคผมผลัด
โรคผมผลัด ผมร่วง หนึ่งในอาการ Long COVID-19

สาเหตุของ โรคผมผลัด

เนื่องจากการเจ็บป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 ทำให้ร่างกายเกิดความเครียด และมีการกระตุ้นให้เกิดการอักเสบที่รากผม ซึ่งส่งผลต่อวงจรชีวิตของผม ทำให้มีการเปลี่ยนเร็วกว่าปกติ ทำให้เกิดการหลุดร่วงของเส้นผมได้มากกว่าปกติ นอกจากโรคผมผลัดแล้ว ยังมีรายงานผู้ป่วยโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia areata) ที่เกิดขึ้นใหม่ หรือในผู้ป่วยโรคผมร่วงเป็นหย่อมที่เป็นมากอยู่แล้วมีอาการมากขึ้นภายหลังจากมีการติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากภาวะเครียดจากการเจ็บป่วยด้วยค่ะ

ประเภทของโรคผมผลัด

ภาวะโรคผมผลัดโดยปกติแล้วสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิดได้แก่

  • โรคผมผลัดที่เป็นเฉียบพลัน (Acute telogen effluvium)
  • โรคผมผลัดที่เป็นเรื้อรัง (Chronic telogen effluvium)

จากการศึกษาในต่างประเทศ พบผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อโควิด-19 เกิดโรคผมผลัดหลังจากการติดเชื้อประมาณร้อยละ 25 ซึ่งใกล้เคียงกับข้อมูลของผู้ป่วยในประเทศไทยที่พบร้อยละ 23 นอกจากโรคผมผลัดหลังจากการติดเชื้อโควิด-19 โรคผมผลัดอาจเกิดได้จากสาเหตุอื่น เช่น เกิดภายหลังจากเกิดภาวะการเจ็บป่วยที่เป็นมาก มีภาวะเครียดมาก หรือการขาดสารอาหาร หรือเป็นโรคไทรอยด์หรือการรับประทานยาบางอย่าง โดยอาการอาจเป็นชั่วคราวหรือเป็นต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

การดูแลรักษาโรคผมผลัด

การดูแลรักษาโรคผมผลัดที่สำคัญที่สุดคือ การหาสาเหตุและแก้ไขสาเหตุ ถ้ามีปัจจัยกระตุ้นอื่นนอกเหนือจากภาวะเจ็บป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 ก็ควรจะรักษาร่วมด้วย

  1. ถ้าผู้ป่วยเกิดภาวะผมร่วงภายหลังจากมีการติดเชื้อโควิด-19 โดยไม่มีปัจจัยอื่น โดยทั่วไป ผู้ป่วยที่มีโรคผมผลัดมักหายได้เองหลังจากสาเหตุหมดไปแล้วประมาณ 3-6 เดือน ในกรณีผู้ป่วยที่เป็นโรคผมผลัดหลังจากการติดเชื้อภายหลังการติดเชื้อโควิด-19 อาจจะหายได้เร็วกว่าที่ระยะเวลาประมาณ 2 เดือน
  2. การพรางผมบาง ช่วยทำให้ภาพลักษณ์ของผู้ป่วยดีขึ้นได้ เช่น ทรงผม, การทำสีผมหรือการใส่วิก
  3. การรักษาด้วยยาทาไมน็อกซิดิล อาจแนะนำให้ผู้ป่วยใช้ยาทา ร้อยละ 5 minoxidil solution วันละ 1-2 ครั้ง หรือร้อยละ 2 minoxidil solution วันละ 2 ครั้ง เพื่อกระตุ้นผมให้ขึ้นใหม่ โดยอาจเริ่มใช้ ตอนที่ผมเริ่มจะหยุดร่วง การทายานี้อาจทำให้เกิดผมร่วงในช่วงแรกๆ ที่ใช้ยาได้ และยังไม่จำเป็นต้องทายานี้เสมอไปในโรคผมผลัด เนื่องจาก ในภาวะนี้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นได้เองหลังสาเหตุกระตุ้นหมดไป
  4. ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาที่อาจมีส่วนทำให้ผมร่วง เช่น ยารักษาความดันโลหิตสูงชนิด Beta blockers ยารับประทานวิตามินเอและยากันเลือดแข็งตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานยา ในผู้ป่วยที่รับประทานยานี้อยู่แล้วไม่ควรหยุดยาเองควรปรึกษาแพทย์ก่อน

นอกจากนี้ ควรดูแลสุขภาพให้ดีด้วย เช่น

  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงความเครียด

ในกรณีผมไม่หยุดร่วงใน 6 เดือน หลังจากที่หายจากโรคติดเชื้อโควิด-19 แล้วหรือถ้าผมร่วงมากเกินร้อยละ 50 ของผมบนศีรษะหรือมีอาการผมร่วงจนหมดศีรษะอาจเป็นโรคอื่น เช่น โรคผมร่วงเป็นหย่อมที่มีอาการรุนแรง แพทย์ควรส่งต่อผู้ป่วยเพื่อการวินิจฉัยและรักษากับแพทย์เฉพาะทางเพื่อติดตามการรักษา

ขอบคุณข้อมูลจาก

แนวหน้า, โรงพยาบาลไทยนครินทร์, PPTV HD, สสส.

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

เช็กวิธีรักษา ผู้ป่วยโควิด แบ่งตามสี-สิทธิ UCEP Plus ฟรี

ติดโควิด ใช้สิทธิประกันสังคม ต้องทำยังไง?

ทำความสะอาดบ้าน อย่างไรเมื่อกลับถึงบ้านให้ปลอดโควิด19

10 แหล่งเรียนรู้ พาลูกเที่ยว 2022 Play & Learn เพลินทั้งครอบครัว 

10 แหล่งเรียนรู้ พาลูกเที่ยว 2022 Play & Learn เพลินทั้งครอบครัว 

ได้เวลาพาลูกเที่ยวแล้ว เรามาออกไปท่องเที่ยว สัมผัสประสบการณ์นอกบ้านกันดีกว่า พาลูกน้อยไปเล่นสนุกปลุกเซลล์สมอง  ไปเจอเพื่อน ๆ วัยเดียวกัน เสริมสร้างพัฒนาการ เกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง และยังมีคุณพ่อคุณแม่คอยสอนอยู่ไม่ห่างด้วย มาค่ะ ทีมแม่ขอแนะนำ 10 แหล่งเรียนรู้ หลากหลายแนว ที่ลูก ๆ จะได้ทั้ง Play+Learn แถมยังสนุกเพลินกันทั้งบ้านด้วย มี แหล่งเรียนรู้ ไหนน่าสนใจบ้างไปดูกันเลย

แหล่งเรียนรู้

  1. Get Growing Community Farm 

พื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็ก ๆ บนฝั่งบางกะเจ้า ตรงข้ามท่าเรือคลองเตย ที่เด็ก ๆ จะได้สนุกกับกิจกรรมที่อยู่กับดินกับธรรมชาติอย่างแท้จริง เพราะจะพาเด็ก ๆ ไปคลุกไปลุยโคลน ปีนป่ายบนเครื่องเล่นที่สร้างจากไม้และเชือกอย่างสนุกสนาน มาแล้วคุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมตัวเลอะกับลูก ๆ ด้วยนะคะ แต่ก็สนุกแน่นอน เครื่องเล่นหน้าตาท้าทาย ทั้งมังกร ม้าไม้ขนาดใหญ่ ที่เด็ก ๆ จะมุดเล่นไปมาได้ นอกจากสนุก ได้จินตนาการ เครื่องเล่นแบบนี้ยังทำให้เด็กๆประเมินการเล่นของตัวเองอย่างระมัดระวังด้วย นอกจากเครื่องเล่นยังมีฟาร์มสัตว์ขนาดเล็ก ที่เด็ก ๆ สามารถมาเลี้ยงไก่ และเก็บไข่เองกับมือ รวมทั้งแปลงผักออแกนิกที่มาเก็บเองได้เช่นกัน  

  • ที่ตั้ง : ต.บางกะเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ
  • เวลาเปิด-ปิด : 09:00-17:30 น. ปิดวันจันทร์และอังคาร
  • โทร. 083 136 5004
  • https://web.facebook.com/getgrowingcommunityfarm/
แหล่งเรียนรู้
ขอขอบคุณภาพจาก https://web.facebook.com/getgrowingcommunityfarm/

  1. มินิมูร่าห์ฟาร์ม

ฟาร์มนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ควายสายพันธุ์มูร่าห์ ซึ่งเป็นควายสายพันธุ์ต่างประเทศที่นิยมเลี้ยงในแถบยุโรป น้ำนมของควายชนิดนี้มีแคลเซียมสูง เหมาะกับคนที่แพ้นมวัว แถมยังนำมาทำผลิตภัณฑ์ได้อีกมากมาย เช่น มอสซาเรลล่าชีส นมพาสเจอร์ไรซ์ สบู่ โลชั่น ฯลฯ ส่วนกิจกรรมก็มีเพียบ ทั้งให้นมลูกควายมูร่าห์ ให้อาหารกระต่าย เป็ด หมู และยังมีเวิร์คช็อปทำพิซซ่า ตั้งแต่คลึงแป้งเอง ใส่เครื่องเอง แถมมีชีสจากนมควายให้โรยด้วย รวมไปถึง เพ้นท์กระถาง ทำไข่เค็ม ทำไอศครีมจากนมควาย นอกจากนี้ยังมีห้องอาหารบรรยากาศโรงนาให้มานั่งกินเมนูอร่อย เรียกว่ามาที่เดียวก็สนุกเต็มอิ่มกันได้ทั้งบ้าน

แหล่งเรียนรู้
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/MiniMurrahFarm/

 

  1. Space Inspirium

พาเด็ก ๆ มาเปิดประสบการณ์ให้ไกลไปถึงนอกโลกกันดีกว่า ต้องเรียกว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านอวกาศแห่งใหม่ที่รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศได้ไม่ตกยุค และเข้าใจง่าย มีโซนเรียนรู้เยอะ ตั้งแต่กำเนิดเอกภพ ระบบดวงดาว เทคโนโลยีอวกาศยุคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ยูริ กาการิน ยานอะพอลโล การสำรวจดวงจันทร์ อวกาศยุคปัจจุบัน การนำเทคโนโลยีอวกาศมาใช้กับโลก พร้อมกิจกรรมให้เล่นสนุกอีกเพียบ มีเครื่องเล่นให้เข้าสู่โลกเสมือนจริงท่องโลกอนาคต เครื่องเล่นจำลองการเดินในภาวะไร้น้ำหนัก จำลองการฝึกนักบินอวกาศ โรงภาพยนตร์สามมิติ ห้องจะลองภายในสถานีอวกาศ ส่วนลานด้านนอกยังมีโมเดลยานอวกาศขนาดใหญ่ให้ถ่ายรูปด้วย

  • ที่ตั้ง : ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
  • เวลาเปิด-ปิด : 09:00-16:00 น. (อ.-ศ.) 09:00-17:00 น. (ส.-อา.) ปิดวันจันทร์
  • โทร. 033 005 835, 033 005 836
  • https://web.facebook.com/spaceinspirium/
แหล่งเรียนรู้
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/spaceinspirium/

 

  1. พัทยา ดอลฟินนาเรียม

ชวนเด็ก ๆ มารู้จักสัตว์โลกน่ารักแบบใกล้ชิด กับเหล่าโลมาแสนรู้ที่ผ่านการฝึกและสนิทกับคนฝึกเป็นอย่างดี ที่นี่มีกิจกรรมหลัก ๆ คือ โชว์ความสามารถของโลมาและแมวน้ำแสนรู้ ที่จะเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม โดยเฉพาะเหล่าโลมาอิรวดี หรือโลมาหัวบาตร ซึ่งเป็นโลมาสายพันธุ์ท้องถิ่นของเอเชีย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสนุกยิ่งขึ้นอย่าง ว่ายน้ำกับโลมา พร้อมมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนใครเล่นสนุกในน้ำแล้วยังไม่พอก็มีกิจกรรมบนบกให้เล่นอีก ไม่ว่าจะเป็นขับรถเอทีวี ขี่ม้าหรือนั่งรถม้า ปีนหน้าผาจำลอง โซนทินทอย ของเล่นหาดูยากในยุค 1930-1960 และโซนคาวบอย มาที่เดียวสนุกได้ทั้งบ้านเลยค่ะ

  • ที่ตั้ง : ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
  • เวลาเปิด-ปิด :10:00-19:00 น. ปิดวันพุธ
  • โทร. 064 778 8999
  • https://pattayadolphinarium.com/
แหล่งเรียนรู้
ขอขอบคุณภาพจาก https://pattayadolphinarium.com/

 

  1. บ้านอนุรักษ์ควายไทย

ชวนลูก ๆ มาชมน้องควายแสนรู้ เพื่อนคู่วิถีชีวิตชาวนาไทยกันค่ะ ไฮไลต์อยู่ที่การแสดงความสามารถของควาย วิถีชีวิตชาวนาไทย ขับเกวียน ขี่ควาย กระโดดข้ามหลังควาย รวมทั้งได้ให้อาหารกับมือ และสามารถขึ้นขี่เจ้าทุยถ่ายรูปเก๋ๆ ได้ด้วย แล้วจะรู้ว่าควายเป็นสัตว์ที่มีเสน่ห์และฉลาดขนาดไหน นอกจากนี้ยังห้ามพลาด ควายยิ้มคาเฟ่ ที่นี่มีกิจกรรม จิบแฟดูฟาย เป็นคาเฟ่ล้อมรอบบ่อน้ำ ให้เราไปนั่งดื่มอะไรเย็นๆ ดูน้องควายว่ายน้ำเล่น และมาเกยคางอ้อนให้เราป้อนหญ้า ซึ่งทางร้านก็มีหญ้าจำหน่ายให้ด้วยนะ น้อง ๆ เชื่องมาก

แหล่งเรียนรู้
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/buffalovillages

 

  1. ศูนย์เรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง

นอกจากโรงไฟฟ้าเขื่อนลำตะคองที่ผลิตไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยสุด ๆ ในไทยตอนนี้ เขายังเปิดให้เที่ยวชมเรียนรู้ได้ทุกวันด้วยนะ สามารถพาเด็ก ๆ มาเที่ยวชมบริเวณกังหันลมขนาดใหญ่ และอ่างเก็บน้ำบนเขายายเที่ยง รอบ ๆ มีถนนให้ปั่นจักรยานชมวิวได้สบาย ๆ มีบริการจักรยานให้เช่าด้วย บรรยากาศและวิวดีมาก ๆ ส่วนถัดลงมาจะเป็น ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับพลังงานสะอาด เด็ก ๆ สามารถเล่นสนุกโต้ตอบกับอุปกรณ์ได้ทุกโซน แถมยังมีแอนิเมชั่นอธิบายเรื่องหลักการผลิตไฟฟ้าโดยใช้พลังงานจากไฮโดรเจนที่แยกออกมาจากน้ำในเขื่อนลำตะคองได้อย่างสนุกและเข้าใจง่ายอีกด้วย

  • ที่ตั้ง : ถ.มิตรภาพ ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
  • เวลาเปิด-ปิด : 09:00-16:00 น. ปิดวันจันทร์
  • โทร. : 044 984 007
  • https://www.egat.co.th/learningcenter/lamtakong/
แหล่งเรียนรู้
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.egat.co.th/learningcenter/

 

  1. เขาใหญ่ ฟาร์มวิลเลจ

เป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงเกษตรที่มีกิจกรรมให้เล่นสนุกและเที่ยวชมมากมายเลย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเวิร์คช็อปอย่าง ปั้นดิน เพ้นท์กระถาง เทียนหอม ทำสลัดโรล พิซซ่า ต่อด้วยฐานเรียนรู้ด้านเกษตรอย่าง พิพิธภัณฑ์กล้วยเขาใหญ่ ที่รวบรวมกล้วยสายพันธุ์ไทยและต่างประเทศเอาไว้ให้ชมนับร้อย โรงเพาะพันธุ์แคคตัสและเห็ด ที่สอนเทคนิคให้เอาไปต่อยอดได้ ไปจนถึงหิ้วตะกร้าไปเก็บผักสลัดปลอดสารกันสด ๆ จากแปลงปลูก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแอดเวนเจอร์ต่าง ๆ และฟาร์มสัตว์น่ารัก ๆ ให้เข้าไปให้อาหารได้อย่างใกล้ชิด มีทั้งแกะ หมู ไก่ กระต่าย แถมด้วยมุมถ่ายรูปสวย ๆ แบบ 360 องศา

แหล่งเรียนรู้
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/khaoyai.farmvillage.fanpage/

 

  1. Little Zoo Cafe 

คาเฟ่สำหรับคนรักสัตว์โดยเฉพาะ สาขานี้อยู่ในโครงการ PEOPLE PARK COMMUNITY อ่อนนุช ต่างจากคาเฟ่น้องหมาน้องแมวตรงที่มีสารพัดสัตว์โลกให้เราได้ใกล้ชิด บางชนิดจับได้เล่นได้อย่างใกล้ชิดด้วยนะ เข้ามาก็จะมีเหล่าลูกหมาพันธุ์คอร์กี้วัยกำลังซนมาวิ่งล้อมหน้าล้อมหลังแล้ว และยังมีน้องหมาชิวาว่า แมวหลายสายพันธุ์ เข้าไปยังจะได้เจอกับสัตว์แปลก อย่างนกฮูกไวท์เฟส ลิงกระรอก เมียร์แคต เฟนเน็คฟ็อกซ์ วัลลาบี้ โดยเฉพาะเจ้าแคร็กเกอร์ แรคคูนตัวบิ๊กเบิ้ม ถ้าเค้ากำลังสบายใจก็จะเข้ามานั่งซุก หรือทิ้งตัวให้เกาพุงเลยก็มี และเพื่อความปลอดภัยของทั้งตัวเราและน้อง ๆ พนักงานจะคอยบอกเทคนิคการเล่นกับน้องอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีอาหารและเครื่องดื่มให้บริการด้วย 

  • ที่ตั้ง : ถ.อ่อนนุช แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพมหานคร
  • เวลาเปิด-ปิด : 11:00-20:00 น. เปิดทุกวัน
  • โทร. 02 121 4245
  • www.facebook.com/littlezoocafe
แหล่งเรียนรู้
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/littlezoocafe/photos/3185606244873756

  1. Children Cafe & Playground ประชาชื่น

อยู่แถวบองมาเช่ ย่านประชาชื่น เป็นสนามเด็กเล่นกลางแจ้งสำหรับเด็กเล็กที่คุณพ่อคุณแม่ก็มาชิลได้ ส่วนไฮไลต์คือเครื่องเล่นให้ปีนป่ายสำหรับเด็กตรงกลางร้านบนสนามหญ้าเทียม พร้อมลานเล่นทรายที่เด็ก ๆ จะได้มาสนุกสนานด้วยกัน เหมาะกับเด็กวัยอนุบาล กำลังอยากเล่นกับเพื่อนวัยเดียวกัน ส่วนเด็กเล็กกว่านั้นก็มีมุมเด็กเล่นในร่ม มีตัวต่อเลโก้ ตุ๊กตาต่าง ๆ คุณพ่อคุณแม่ก็นั่งชิลได้ในโซนร้านอาหาร ที่มีเมนูแนะนำอย่าง พิซซ่า สปาเก็ตตี้ เบอร์เกอร์ สเต๊ก อาหารจานเดียว ของกินเล่นต่าง ๆ เครื่องดื่ม เบเกอรี่ เป็นพื้นที่สำหรับครอบครัว เหมาะมาใช้เวลาได้สบาย ๆ ในวันหยุดกัน

  • ที่ตั้ง : แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
  • เวลาเปิด-ปิด : 10:00-21:00 น. ปิดวันจันทร์
  • โทร. 089 744 0446
  • https://web.facebook.com/childrencafeandplayground/
แหล่งเรียนรู้
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/childrencafeandplayground

 

  1. Pumpkin Art Town 

เมืองศิลปะพื้นที่ให้เด็กๆได้บริหารจินตนาการ เพียงก้าวเข้ามาก็จะเจอกับ Play Space กว้างๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีเครื่องเล่นหลากหลาย เด็ก ๆ ต้องวิ่งเข้าใส่แน่นอน ส่วนมุมศิลปะ มีตั้งแต่ห้องเรียนรู้ศิลปะสำหรับเด็ก ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์แฮนด์เมดน่ารักๆ ไปจนถึงบ้านหลังเล็กๆ เปิดเป็นเวิร์คช็อปสอนประดิษฐ์งานศิลปะ เช่น ทำผ้ามัดย้อม โมบาย เสื้อยืดพิมพ์ลาย ผ้าพิมพ์ดอกไม้ ฯลฯ สามารถดูตารางเรียนได้จากเฟซบุ๊กของทางร้าน ด้านในยังมีทั้งร้านอาหาร Pumpkin Spice และ Pumpkin Brown Cafe มีทั้งเครื่องดื่มหลากหลาย และเบเกอรี่โฮมเมดให้สั่งมาละเลียดไปกับวิวแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย

  • ที่ตั้ง : ซอยกะแชง ต.กระแชง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี
  • เวลาเปิด-ปิด : 10:00-18:00 น. ปิดวันจันทร์-อังคาร
  • โทร. : 065 536 6691
  • https://web.facebook.com/pumpkin.art.town/
แหล่งเรียนรู้
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/pumpkin.art.town/

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

10 ที่เที่ยวสำหรับเด็ก ในกรุงเทพและต่างจังหวัด เช้าไปเย็นกลับ

10 พิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพ และใกล้กรุงเทพ เที่ยวสนุก ความรู้จัดเต็ม เด็กเข้าชมฟรี!!

รวมที่เที่ยว พิพิธภัณฑ์ กลางคืนแปลกตาโดนใจ ได้ความรู้!!

วิตามินเด็ก

10 วิตามินเด็ก อร่อย กินง่าย ได้ประโยชน์

10 วิตามินเด็ก อร่อย กินง่าย ได้ประโยชน์

การที่ลูกรักของเราสามารถรับประทานอาหารได้อย่างมีความสุข เอร็ดอร่อย ครบถ้วนทุกมื้อในแต่ละวัน เป็นหนึ่งในสิ่งที่คุณแม่เห็นแล้วก็รู้สึกชื่นใจ และมีความสุขตามไปด้วย แต่บางครั้ง ลูกของเราก็ไม่ยอมกินข้าว เลือกกิน งอแง รวมไปถึงเด็กบางคนอาจแพ้อาหารบางชนิดจนทำให้คุณแม่รู้สึกกังวลว่าลูกของเราจะขาดสารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกายหรือเปล่า หรือจะได้รับสารอาหารเพียงพอต่อการเจริญเติบโต และเสริมสร้างพัฒนาการของลูกหรือไม่ วันนี้ทีมแม่ ABK จึงมี วิตามินเด็ก ที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับลูกรักของเรามาฝากคุณแม่ยุคใหม่กันค่ะ

วิตามินเด็ก

ลูกของเราจำเป็นต้องกินวิตามินเสริมหรือไม่?

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจกำลังลังเลสงสัย ว่าลูกน้อยของเราควรกิน วิตามินเด็ก เสริมหรือไม่ คุณพ่อคุณแม่สามารถพิจารณาการกินอาหารของลูกในเบื้องต้น ก่อนปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ โดยดูจากการกินอาหารของลูก ว่าลูกกินอาหารครบทุกมื้อหรือไม่ อาหารที่กินมีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน ถูกหลักโภชนาการแล้วหรือยัง เพราะบางครั้ง ลูกอาจกินอาหารไม่เป็นมื้อ กินอาหารไม่ครบทุกมื้อ ห่วงเล่นจนไม่ยอมกินอาหาร กินอาหารได้น้อยเกินไป หรืออาจไม่ยอมกินอาหารบางชนิด เช่น ไม่ยอมกินผัก ไม่ยอมดื่มนม หรืออาจมีอาการแพ้อาหารบางชนิด

หากคุณพ่อคุณแม่พบว่า ลูกของเรากำลังมีพฤติกรรมการกินแบบนี้ สามารถสังเกตว่าลูกของเราชอบกนอะไร ไม่ชอบกินอะไร มากน้อยแค่ไหน มีอาหารกลุ่มไหนที่ลูกกินเยอะ อาหารกลุ่มไหนที่ลูกกินน้อย มีความเสี่ยงที่จะขาดสารอาหารอะไรไปบ้าง จดบันทึกการกินอาหารของลูก แล้วนำไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณหมอแนะนำ วิตามินเสริมสำหรับเด็กเพื่อชดเชยสารอาหารที่อาจยังไม่เพียงพอ

 

วิตามินสำหรับเด็ก แตกต่างจากวิตามินสำหรับผู้ใหญ่อย่างไร?

เนื่องจากเด็ก ๆ อาจจะยังไม่เข้าใจถึงความสำคัญของการกินวิตามิน หากวิตามินกลิ่นไม่หอม สีไม่สวย ไม่ดึงดูดใจ รสชาติไม่อร่อย ขนาดเม็ดใหญ่เกินไปจนติดคอ กินลำบาก อาจทำให้ลูกยิ่งต่อต้านไม่ยอมกินวิตามิน ดังนั้นวิตามินสำหรับเด็กจึงถูกออกแบบมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาบรรจุภัณฑ์ที่ดูน่ารัก น่ากิน สีสันที่ดูสวยงาม ดึงดูดใจ กลิ่นหอม รสชาติอร่อยน่ากิน ให้สัมผัสในการกินที่กำลังดี ไม่แข็งจนกลืนลำบาก เสี่ยงที่จะติดคอ ไม่เหนียวหนึบจนเด็กเคี้ยวลำบาก มีปริมาณสารอาหารเหมาะสมกับปริมาณที่ร่างกายของเด็กต้องการในแต่ละวัน โดยวิตามินเสริมหลายแบรนด์มีการออกแบบให้อยู่ในรูปแบบคล้ายขนมหวาน จึงช่วยให้ลูกรู้สึกอยากกิน กินง่ายมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องหว่านล้อมหรือบังคับให้กิน

 

10 แบรนด์ วิตามินเด็ก กินง่าย รสอร่อย มีประโยชน์

วันนี้ทีมแม่ ABK จึงมีวิตามินเด็ก 10 แบรนด์ ที่คัดเลือกมาแล้วว่าอร่อย กินง่าย และมีประโยชน์ เป้นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการเสริมอาหารให้ลูกรักของเรา

 

Bain Syrup

เริ่มต้นกันที่ น้ำมันปลาเบนไซรัป ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากนูทรีมาสเตอร์ น้ำมันปลาทูน่าที่มีโอเมก้า 3 พร้อมสัดส่วนของ DHA ความเข้มข้นสูงถึง 70% เป็น DHA คุณภาพดี และมีค่าทางชีวภาพสูง (High bio – availability) จึงทำให้สามารถดูดซึมและคงตัวอยู่ในกระแสเลือดได้นาน ออกฤทธิ์ได้นาน มีประสิทธิภาพที่สูงกว่าน้ำมันปลาทั่วไป สำหรับคุณแม่ที่กังวลเรื่องกลิ่นคาว รับประทานยาก Bain Syrup ออกแบบมาให้น้ำมันปลาไม่มีกลิ่นคาว อร่อย รับประทานง่าย แถมยังมาพร้อมกับกลิ่นผลไม้รวม หอมหวานน่ารับประทานอีกด้วย ช่วยให้การรับประทานอาหารเสริมกลายเป็นเรื่องง่าย และสนุกมากยิ่งขึ้น โดยรับประทานหลังอาหาร วันละ 1 ช้อนโต๊ะ หรือ 15 มิลลิลิตร เป็นประจำทุกวัน ก็ช่วยเติมเต็มสารอาหารหลักประจำวันของเด็ก ๆ ได้แล้ว

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bainsyrup.com/

วิตามินเด็ก
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.bainsyrup.com

 

Scott’s เม็ดอม ผสมวิตามินซี

วิตามินซีแบบเม็ดอม หอมอร่อย เคี้ยวสนุก รับประทานง่าย เหมาะสำหรับเด็ก มีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมภูมิต้านทาน ทำให้ไม่ป่วยง่าย มีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจน และเนื้อเยื่อของเอ็นกระดูกอ่อน ช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น เนื่องจากวิตามินซีช่วยให้ร่างกายซ่อมแซม และรักษาตัวเองโดยการไปเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง และต่อต้านอาการอักเสบ ช่วยรักษาสภาพของเซลล์ประสาท จึงมีส่วนช่วยในการบำรุงความจำ รับประทานได้ง่ายเพียงแค่เคี้ยวและกลืนวันละ 2 เม็ด

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.tops.co.th/th/scotts-vitamin-c-pastilles-mixed-berries-flavour-100g-8851007192616

วิตามินเด็ก
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.tops.co.th/

 

Seven Sea

อาหารเสริมชนิดน้ำเชื่อมสำหรับเด็ก ที่มาพร้อมหลากหลายสูตร หลากหลายรสชาติ ให้เลือกรับประทานกันได้สะดวก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น “วิตามินรวมผสมไลซีน ชนิดน้ำเชื่อม รสผลไม้” ที่มีส่วนช่วยให้ลูกเจริญอาหาร “วิตามินรวม ชนิดน้ำเชื่อม รสส้ม” ที่ช่วยบำรุงร่างกายให้ลูกน้อยของเราแข็งแรง สดใสอยู่เสมอ และ “โอเชี่ยนโกลด์ น้ำมันตับปลาผสมวิตามินรวม รสส้ม” ที่มีส่วนผสมของโอเมก้า 3 และ DHA

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/sevenseasthailand/

วิตามินเด็ก
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/sevenseasthailand

 

Nat C Yummy Gummyz

วิตามินชนิดเม็ดเคี้ยวและกลืน เคี้ยวง่าย นุ่มหนึบกำลังดี รสอร่อย ทำให้การรับประทานวิตามินกลายเป็นเรื่องที่สะดวก มีวิตามินสูง เพื่อเสริมการขาดวิตามินซี  ประกอบด้วยวิตามินซีปริมาณเพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ น้ำตาลกลูโคส กลูโคสไซรัป เจลาติน กรดซิตริก กรดมาลิก และมีการปรุงแต่งรสส้มเพื่อเพิ่มความอร่อย น่ารับประทาน

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.megawecare.co.th/

วิตามินเด็ก
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.megawecare.co.th/

 

Nutroplex Oligo Plus

นิวโทรเพล็กซ์ โอลิโก พลัส ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มัลติวิตามินผสมไบโอติน เหล็ก แอล-ไลซีน เคซีน ไฮโดรเซท และโอลิโกฟลุคโตส รสส้ม มีส่วนผสมของธาตุเหล็กสูง ป้องกันภาวะซีดจากโรคโลหิตจาง ช่วยเรื่องการบำรุงสมอง และวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายถึง 27 ชนิด เช่น วิตามิน B1 ช่วยกระตุ้นการทำงานของประสาท วิตามิน B2 ช่วยสร้างพลังงานภายในเซลล์ วิตามิน B12 ช่วยบำรุงประสาทและสมอง ทำให้ความจำดี เพื่อพัฒนาการที่ดี และมีสุขภาพที่แข็งแรงสมวัย ช่วยปรับสมดุลลำไส้ทำให้ระบบขับถ่ายดี และไลซีนที่ช่วยในการเจริญเติบโต

ควรรับประทานก่อนอาหารเช้า 30 นาที เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมของธาตุเหล็ก เพราะช่วงเช้าร่างกายเราจะดูดซึมสารอาหารและวิตามินได้ดีโดยเด็กอายุ 1-3 ปี ควรรับประทานวันละครึ่งช้อนชา เด็กอายุ 3-6 ปี ควรรับประทานวันละ 1 ช้อนชา และเด็กอายุ 6 ปีขึ้นไป ควร รับประทานวันละ 2 ช้อนชา

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/nutroplexclub/

วิตามินเด็ก
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/nutroplexclub/

 

Mamarine Omega-3 plus L-Lysine

มามารีน คิดส์ โอเมก้า ทรีพลัส ผสมไลซีนและวิตามิน มีส่วนช่วยเรื่องการเจริญอาหาร บำรุงสมอง พัฒนาความจำ โดยมีส่วนผสมสำคัญ ได้แก่ ไลซีน ที่ช่วยให้เจริญอาหาร โอเมก้า 3 ที่ช่วยบำรุงสมอง และพัฒนาความจำ แอลคอนิทีนที่ช่วยเสริมการเจริญเติบโต เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุ 1 ขวบขึ้นไป ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว ได้แก่

  • น้ำหนัก 7-9 กิโลกรัม รับประทานครั้งละ 1 ช้อนชา (5 CC.) วันละ 1 ครั้ง เวลาใดก็ได้
  • น้ำหนัก 10-14 กิโลกรัม รับประทานครั้งละ 2 ช้อนชา (10 CC.) วันละ 1 ครั้ง เวลาใดก็ได้
  • น้ำหนัก 15 กิโลกรัมขึ้นไป รับประทานครั้งละ 3 ช้อนชา (15 CC.) หรือ 1 ช้อนโต๊ะ วันละ 1 ครั้ง เวลาใดก็ได้

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://mamarinethailand.com/

วิตามินเด็ก
ขอขอบคุณภาพจาก https://mamarinethailand.com/

 

Blackmores Koala Multivitamin + Mineral

แบลคมอร์ส โคอาล่า มัลติวิตามิน และมิเนอรัล มีวิตามินและแร่ธาตุรวมที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินซี และวิตามินบี 6 มีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน วิตามินเอ มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย วิตามินบี 12 สูง วิตามินบี 12 มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง มีส่วนผสมของ ไอโอดีน มาในรูปแบบเม็ดเคี้ยว กลิ่นหอม สตรอว์เบอร์รีและวานิลลา ปราศจากน้ำตาล ใช้สารสกัดจากใบหญ้าหวาน และไซลิทอล ให้ความหวานแทนน้ำตาล วันละ 1 เม็ด พร้อมอาหาร

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.blackmores.co.th/

วิตามินเด็ก
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.blackmores.co.th/

 

Centrum kiddi

เม็ดอม ชนิดเคี้ยว ประกอบด้วยวิตามินและเกลือแร่ 16 ชนิดพร้อมเบต้าแคโรทีน โดยมีจุดเด่นคือ มีปริมาณแคลเซียมสูงถึง 144 มก. ต่อ 1 เม็ด มีสังกะสี ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย และมีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน และไม่มีน้ำตาล คุณพ่อคุณแม่จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการกินน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไป ควรรับประทานวันละ 2 เม็ด เป็นประจำทุกวัน

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.centrum.co.th/

วิตามินเด็ก
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.centrum.co.th/

 

Nubolic DHA Algae oil

ดีเอชเอจากสาหร่าย ที่มาในรูปแบบของซอฟต์เจลใส เม็ดเล็กรูปปลา กินง่าย ไม่คาว มีกลิ่นเลมอนหอม ๆ ด้วยมาตรฐานการผลิตจากประเทศออสเตรเลีย และได้รับการจดทะเบียน 3 หน่วยงาน ได้แก่ องค์การอนามัยโลก รัฐบาลออสเตรเลีย และองค์การอาหารและยา ประเทศไทย

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  https://www.facebook.com/nubolic/

วิตามินเด็ก
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/nubolic/

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/nubolic/photos/3170240643297210

 

Penguin Gummy

เสริมคุณประโยชน์ โดยไม่ต้องกังวลกับน้ำตาล GMO และกลูเตน ปราศจากสารกันเสียและสีสังเคราะห์ ด้วย “เพนกวิน กัมมี่” กัมมี่เคี้ยวสนุก ผสมวิตามิน นวัตกรรมจากประเทศเกาหลี ที่มาพร้อมรถผลไม้ 3 รส ได้แก่ รสองุ่น ที่มีแคลเซียม และวิตามินดี 3 มีส่วนช่วยเสริมสร้างกระดูก ฟัน และกล้ามเนื้อ รสสตรอว์เบอร์รี ที่มีวิตามินบีคอมเพล็กซ์ วิตามินเอ มีส่วนช่วยในการบำรุงสมองและสายตา รสส้ม อุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย 😍 เพนกวิน กัมมี่เป็นสินค้าได้รับมาตรฐานระดับโลกเช่น GMP, HACCP, ISO และ FDA

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/PenguinGummy/

วิตามินเด็ก
ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/PenguinGummy/

 

การกินวิตามินเสริมนั้นควรอยู่ภายใต้การดูของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คุณพ่อคุณแม่ที่ไม่แน่ใจว่าลูกของเราควรต้องกินอาหารเสริมหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก ให้ลูกของเราได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างครบถ้วน เติบโตแข็งแรง มีพัฒนาการดีค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

หมอชี้!!ลูกขาด วิตามินซี อันตรายกว่าที่คิด เสี่ยงเดินไม่ได้

รีวิว “4 วิตามินซีเด็ก วิตามินรวม” อีกหนึ่งตัวช่วยที่แม่ควรรู้จัก!

อาหารที่มีวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นสำหรับเด็กและทารก