แคลเซียมสำหรับเด็ก กินยังไงให้ได้ประโยชน์ - Amarin Baby & Kids
แคลเซียมสำหรับเด็ก

“แคลเซียมสำหรับเด็ก” กินยังไงให้ร่างกายได้ประโยชน์เต็ม ๆ

Alternative Textaccount_circle
event
แคลเซียมสำหรับเด็ก
แคลเซียมสำหรับเด็ก

รู้ไหมคะว่าเด็กที่อยู่ในวัยกำลังโต นอกจากการรับประทานอาหารมื้อหลัก 3 มื้อแล้ว คุณแม่อาจต้องเสริมวิตามินต่าง ๆ ที่มีส่วนสำคัญในการช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการการเจริญเติบโตสมวัยเพิ่มเติมให้ในแต่ละวัน เพราะใช่ว่าทุกมื้อลูกจะกินข้าวได้หมดจานและได้รับสารอาหารครบ!! ทีมกองบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids เรามี “แคลเซียมสำหรับเด็ก” หนึ่งในวิตามินที่สำคัญต่อการเติบโตของลูกน้อยมาแนะนำให้ค่ะ

แคลเซียมสำหรับเด็ก จำเป็นแค่ไหน ?

เด็กในช่วงอายุ 1-10 ปี ถือเป็นช่วงวัยของการเจริญเติบโต ลูกจะแข็งแรง มีรูปร่างที่สูงสมวัยหรือไม่ ส่วนหนึ่งมาจากกรรมพันธุ์ที่ได้รับถ่ายทอดมากจากพ่อแม่ และอีกส่วนสำคัญมาก ๆ ก็คือการได้รับโภชนาการสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยเฉพาะสารอาหารอย่าง “แคลเซียม” ซึ่งเป็นหนึ่งในสารอาหารที่จำเป็นมากต่อมวลกระดูกและการขยายตัวของกระดูกของเด็กที่กำลังเจริญเติบโต ทั้งนี้นะคะอายุเฉลี่ยของเด็ก ๆ ที่มีการสะสมแคลเซียมในอัตราสูงสุดคือ 14 ปี (เด็กชาย) และ 12.5 ปี (เด็กหญิง) สำหรับแคลเซียมที่รับประทานเข้าสู่ร่างกาย ๆ จะดูดซึมได้เพียงร้อยละ 30 คุณพ่อคุณแม่สงสัยไหมคะว่าลูกน้อยในแต่ละวัยนั้น ควรรับประทานแคลเซียมสำหรับเด็กให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน เท่าไหร่กัน ?

:: เด็ก 6 เดือนแรก ควรได้รับแคลเซียม 400 มิลลิกรัม/วัน

:: เด็กอายุ 6 เดือน -1 ปี ควรได้รับแคลเซียม 600 มิลลิกรัม/วัน

:: เด็กอายุ 1-3 ปี ควรได้รับแคลเซียม 700 มิลลิกรัม/วัน

:: เด็กอายุ 4-8 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1000 มิลลิกรัม/วัน

:: เด็กอายุ 9-18 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1300 มิลลิกรัม/วัน

แหล่งอาหารอะไรบ้าง ที่ให้…แคลเซียมสำหรับเด็ก

คุณแม่เปิดตู้เย็น ตู้กับข้าวกันดูสักหน่อยค่ะว่ามีวัตถุดิบ หรืออาหารเหล่านี้อยู่บ้างหรือเปล่า ได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์จากนม โยเกิร์ต เนย ชีส , เต้าหู้ กุ้งแห้ง งาดำ ปลาตัวเล็กตัวน้อย(กินได้ทั้งกระดูก) หรือผักอย่าง ตำลึง คะน้า ผักกวางตุ้ง ผักกาดขาว บร็อกโคลี่ ถั่วลันเตา เป็นต้น

Calcium แคลเซียมสำหรับเด็ก

วัตถุดิบเหล่านี้ล้วนอุดมด้วยแคลเซียมที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเด็ก ๆ คุณแม่สามารถนำมาปรุงทำเป็นเมนูอาหารได้หลากหลายให้ลูกกินในแต่ละมื้อ มาถึงตรงนี้คุณแม่บางท่านอาจกำลังยกมือ บอกว่าไม่ใช่ลูกเราจะกินอาหารที่ทำได้กับวัตถุดิบทั้งหมดนี้  บางทีลูกก็ไม่กิน กินยาก เลือกกิน บางวันก็กินข้าวไม่ค่อยจะหมดชามในแต่ละมื้อ เห็นแล้วแม่กลุ้มใจ!!

เป็นทุกบ้านค่ะ คุณแม่ไม่ต้องกังวลใจไปนะคะ แนะนำให้เปลี่ยนเมนูอาหารให้หลากหลายขึ้นอย่างให้จำเจ สังเกตดูว่าลูกชอบกินอะไร ไม่กินอะไร แล้วค่อยนำสิ่งที่ลูกชอบนั้นมาดัดแปลงโดยให้มีวัตถุดิบที่ลูกชอบเป็นวัตถุดิบหลัก จากนั้นค่อยๆเติมเสริมวัตถุดิบอื่น ๆ ทีละเล็กละน้อยเพิ่มเข้าไปในจานอาหารของลูก

เด็ก ๆ ในวัยระหว่าง 1-10 ปี ร่างกายจะเจริญเติบโตสมวัย นอกจากจะต้องได้รับโภชนาการสารอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ยังต้องออกกำลังกาย เล่นกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อให้รับวิตามินจากธรรมชาติ นั่นก็คือ “วิตามินดี” ที่มีในแสงแดดอ่อน ๆ ช่วงเช้า (6.00 – 8.00 น.) เป็นช่วงเวลาที่แสงแดดไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง หรือการรับประทานอาหารอย่าง ไข่แดง นม ตับ เห็ด ปลาแซลมอน ปลาทับทิม ฯลฯ ก็ล้วนอุดมด้วยวิตามินดี ซึ่งวิตามินดีมีส่วนสำคัญในการช่วยสร้างกระดูก และสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้กับร่างกายด้วยค่ะ กินอาหารแล้ว ออกกำลังกายแล้ว คุณแม่ต้องให้ลูก ๆ นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มในแต่ละวันด้วยนะคะ

แคลเซียม และ วิตามินดี คู่หูที่ต้องทำงานร่วมกัน

แคลเซียม และ วิตามินดี คู่หูที่ต้องทำงานร่วมกัน

อย่างที่รู้กันค่ะว่า “แคลเซียม” ช่วยสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยในการพัฒนาร่างกายของเด็กให้เจริญเติบโตสมวัย และ “วิตามินดี” ช่วยให้กระดูกแข็งแรง ช่วยป้องกันโรคกระดูกบาง

แต่จำเป็น และดีที่สุดถ้า แคลเซียม และ วิตามินดี เขาได้ทำงานเสริมกันในร่างกาย เพราะอะไรรู้ไหมคะ ?

ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียม (Calcium) ไปใช้งานได้ดี ต้องมีวิตามินดี (Vitamin D) ช่วยด้วยนะคะ นั่นก็เพราะว่าวิตามินดีจะช่วยในการดูดซึมแคลเซียม รวมถึงฟอสฟอรัสจากอาหาร ออกฤทธิ์ที่กระดูกช่วยในการเจริญเติบโต และยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนพาราไทรอยด์ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดการสลายกระดูก ซึ่งถ้าหากร่างกายของเด็ก ๆ ขาดวิตามินดี ก็จะส่งผลให้การดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสในทางเดินอาหารลดลง มวลกระดูกลดลง ก็จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว คืออาจทำให้เป็นโรคกระดูกอ่อน (Rickets) ซึ่งจะทำให้ตัวเตี้ยและขาโก่งได้ค่ะ

ฉะนั้นนะคะแนะนำว่าการทำอาหารให้ลูก ๆ รับประทานหากอยากให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้อย่างสมบูรณ์ ควรต้องให้ลูกรับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินดีด้วยเช่นกัน หรือในหนึ่งสัปดาห์(หากไม่ทุกวัน) อย่างน้อยให้ได้ 3-4 วัน ควรพาลูก ๆ ไปออกกำลังกาย ไปเล่นทำกิจกรรมกลางแจ้งกันค่ะ

หรือถ้าไม่มั่นใจว่าลูกจะได้รับแคลเซียม และวิตามินดี ได้มากเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายหรือไม่นั้น นอกจากอาหารมื้ออร่อยฝีมือคุณแม่ที่ทำให้ลูกในทุกวัน แนะนำว่าให้เสริมเป็นวิตามินแคลเซียมสำหรับเด็ก ที่เป็นแคลเซียมผสมวิตดี จะช่วยให้คุณแม่มั่นใจว่าลูกจะไม่ขาดแคลเซียมและวิตามินดี ที่สำคัญคือยังจะช่วยให้สุขภาพร่างกายของเด็ก ๆ แข็งแรง มีพัฒาการการเจริญเติบโตที่สมวัยด้วยค่ะ

Nubolic Calcium + Vit D

Nubolic Calcium + Vit D แคลเซียมสำหรับเด็กผสมวิตดี

มาแล้วแม่จ๋า “แคลเซียมสำหรับเด็ก” ที่แม่อยากได้ ครั้งนี้มาแบบผสมวิตามินดีด้วยนะ!! ว้าว ๆ และนี่ก็คือวิตามินเสริมอาหาร “Nubolic Calcium + Vit D สำหรับเด็ก” เห็นคุณแม่หลาย ๆ ครอบครัวเลยค่ะ มารีวิวแนะนำกันเต็มโซเซียล กองบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids เลยต้องจัดมาสักกระปุกดูให้รู้ว่าทำไม๊ ทำไม คุณแม่ยุคใหม่เขาถึงเลือกให้ลูก ๆ ที่บ้านรับประทานเสริมกันค่ะ

วิตามินเสริมอาหารสำหรับเด็ก NUBOLIC เป็นแบรนด์ชั้นนำจากประเทศออสเตรเลีย เป็นวิตามินที่ได้คุณภาพ มีผู้เชี่ยวชาญคิดค้นและออกแบบวิตามินมาเพื่อสุขภาพร่างกายของเด็กโดยเฉพาะ ฉะนั้นมั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัยค่ะ และที่สำคัญคือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Nubolic ได้รับรองคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์จาก 3 หน่วยงาน นั้นก็คือ

:: เลขสารรบอาหาร (อย.) 10-3-369595-5-0095

:: Australian Register of Therapeutic Goods (ARTG) 370710

:: Certificate of Pharmaceutical Product (CPP) 21/1031 (องค์การอนามัยโลก)

ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของ Nubolic Calcium + Vit D คือเขาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ออกแบบมาในรูปของ “แคลเซียมเหลว” ซอฟเจลนิ่มแตกตัวง่ายพอเข้าสู่ร่างกายจะสามารถดูดซึมได้ทันที แคลเซียมเหลวช่วยให้เด็ก ๆ รับประทานง่ายขึ้นด้วยค่ะ ใน Nubolic Calcium + Vit D 1 เม็ด จะประกอบไปด้วย แคลเซียม 330 mg. และ วิตามินดี 3 0.2 mg. (200 IU) คุณสมบัติที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย คือ ช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง

ทีนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าลูกได้แคลเซียมแล้วขาดวิตามินดี หรือได้วิตามินดีแล้วขาดแคลเซียมอีกต่อไปแล้วค่ะ เพราะใน Nubolic Calcium + Vit D ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคลเซียมเหลวให้ทั้งแคลเซียมและวิตามินดี มีมาให้ครบจบในหนึ่งแคปซูล และนี่ก็คือวิตามินจำเป็นที่เด็ก ๆ ในวัยกำลังโตไม่ควรขาด!!  2 วิตามินที่ทำงานเสริมกันและกัน รับรองว่าร่างกายจะสามารถดูดซึมแคลเซียมไปใช้ประโยชน์เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง และเจริญเติบโตตามพัฒนาการช่วงวัยของเด็ก ๆ ได้อย่างสมบูรณ์ค่ะ

คุณพ่อคุณแม่สามารถดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็กแบรนด์ NUBOLIC เพิ่มเติม หรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคลเซียมเหลวสำหรับเด็ก Nubolic Calcium + Vit D  ได้ที่ 2 ช่องทางดังนี้ค่ะ 

FB : https://www.facebook.com/nubolic/ 

Line : @nubolic

 

 

 

อ้างอิงข้อมูล : Bangkok Hospital  ,  Sunphaet Hospital  ,  Siphhospital

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up