ลดค่าเทอม

ลดค่าเทอม 50% แบ่งเบาภาระผู้ปกครอง ฝ่าวิกฤตยุคโควิดยึดเมือง

ถือเป็นข่าวดีที่ทำให้เหล่าผู้ปกครองยิ้มได้ ในภาวะวิกฤตโควิด-19 ล้อมเมือง เมื่อสมาชิกผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เตรียมยื่นญัตติให้รัฐบาลอนุมัติงบช่วย ลดค่าเทอม ค่าบำรุงการศึกษา 30-50% ให้สถาบันการศึกษา ทั้งเอกชนและรัฐบาล เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19

ลดค่าเทอม 50% แบ่งเบาภาระผู้ปกครอง ฝ่าวิกฤตยุคโควิดยึดเมือง

จากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่ดูแล้วจะหนักกว่าเดิม มีผลให้สถานศึกษา โรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็ก ต้องปิดเทอมยาวอย่างไม่มีกำหนด ทั้งๆ ที่เพิ่งเปิดเรียนได้ไม่ถึงเดือน เนื่องจากเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ด้วยเหตุนี้ผู้ปกครองแต่ละบ้านถึงกับน้ำตาตกใน เพราะจ่ายค่าเทอมไปแล้ว แต่ลูกไปโรงเรียนไม่ได้ แถมยังต้องเปลี่ยนมาเรียนออนไลน์ที่บ้าน เพื่อให้เด็กๆ เรียนทันหลักสูตรอีกด้วย ซึ่งกลายเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทำให้หลายครอบครัวอยากเรียกร้องให้มีการ  ลดค่าเทอม เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย

ลดค่าเทอม

ซึ่งหลังจากมีเสียงเรียกร้องจากผู้ปกครอง เรื่องการขอ ลดค่าเทอม อย่างหนาหู ล่าสุดสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กระบอกเสียงของประชาชน เตรียมยื่นญัตติให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาอนุมัติเงินฉุกเฉิน มอบให้กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุดมศึกษาและวิจัย และกระทรวงมหาดไทย จ่ายเงินค่าเทอม ค่าบำรุงการศึกษา จำนวน 30-50% ให้กับสถาบันการศึกษาทั้งเอกชนและรัฐบาล เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ปกครอง แบ่งเบาภาระในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ได้เสนอแนวคิดควรจะลดค่าเทอมให้กับนักเรียน นักศึกษา อย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์ เพื่อลดภาระให้กับผู้ปกครอง และคืนความสุขให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนในฐานะผู้ปกครองของน้องๆ นักเรียน นักศึกษา ในการช่วยลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากสถานการณ์ช่วงโรคระบาดโควิด-19 เพราะสถานศึกษาทั้งโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยได้ปิดการเรียนการสอน และใช้วิธีการสอนทางออนไลน์แทน โดยตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่มีความเดือดร้อนจากกรณีดังกล่าวว่าควรจะมีข้อเสนอไปยังรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเรื่องการศึกษา เนื่องจากที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือในด้านอื่นๆ มาแล้ว แต่มาตรการเยียวยาทางด้านการศึกษายังพบว่าไม่มี

ลดค่าเทอม

นายสามารถ เผยอีกว่า ตนได้หารือกับอดีตอธิการบดีหลายท่านก็เสนอแนวคิดว่าสามารถทำได้ที่จะลดค่าเทอมอย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากค่าน้ำค่าไฟ ค่าบริหารจัดการ ค่าวัสดุอุปกรณ์นั้นไม่ได้มีการใช้งานเลยในช่วงปิดการเรียนการสอน แต่ใช้เรียนทางออนไลน์ เพราะที่ผ่านมาค่าน้ำค่าไฟในสถานศึกษานั้นถือว่าเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงมาก ยิ่งสถานศึกษาไหนมีการติดเครื่องปรับอากาศจำนวนมากค่าน้ำค่าไฟก็จะเพิ่มขึ้นตามลำดับ แต่เมื่อมีการเรียนออนไลน์แทนค่าน้ำค่าไฟจึงไม่ได้ใช้ ส่วนค่าเงินเดือนบุคลากรนั้นก็ตามเงื่อนไขเดิมอยู่แล้ว หากสอนแบบออนไลน์ได้ก็จะประหยัดทำให้ไม่มีต้นทุนเพิ่ม และก็ไม่มีการใช้ facility ในสถานศึกษาเลยก็ทำให้ต้นทุนตรงนี้ก็ไม่ได้ใช้อีก

“ส่วนภาระค่าใช้จ่ายนั้นจะตกอยู่กับผู้ปกครองหรือนักศึกษา เพราะการเรียนแบบออนไลน์จะทำให้ค่าไฟที่บ้านแพงขึ้น รวมทั้งมีค่าอินเทอร์เน็ต จึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาในการช่วยเหลือเรื่องนี้ เพราะอย่าลืมว่าในค่าเทอมจะมีค่าบำรุงการศึกษาเป็นค่าธรรมเนียมอยู่แล้ว ซึ่งในช่วงเหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องไปเก็บและน่าจะลดคืนให้กับผู้ปกครองหรือนักศึกษา” ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม กล่าว

ลดค่าเทอม

อีกหนึ่งตัวแทนประชาชนที่จะเป็นตัวแทนนำเรื่องขอลดค่าเทอมเข้าสภาฯ คือ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ที่ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า
“เมื่อเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันพุธที่ 20 มกราคม 2564 ผม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ – หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ และ ท่านพิเชษฐ สถิรชวาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ – หัวหน้าพรรคประชาธรรมไท จะเสนอญัตติให้ สภาฯ พิจารณา เสนอให้นายกรัฐมนตรี อนุมัติงบฉุกเฉิน มอบให้กระทรวงศึกษาธิการ – กระทรวงอุดมศึกษาและวิจัย – กระทรวงมหาดไทย จ่ายเงินชดเชยค่าเทอม – ค่าบำรุงการศึกษา ทุกหลักสูตร จำนวน 30%-50% (ที่จ่ายแทนให้กับผู้ปกครอง) ให้กับ มหาวิทยาลัย – โรงเรียน – วิทยาลัย ของรัฐบาลและเอกชน รวมทั้งดอกเบี้ยส่วนต่างการยึดเวลา การชำระค่าเทอม – ค่าบำรุงการศึกษาส่วนต่างที่ผู้ปกครองต้องชำระไปอีก 6-12 เดือน ทุกพื้นที่ทั่วประเทศที่มีผลกระทบโดยตรง โดยอ้อม เนื่งอจากสถานการณ์แพร่ระบาดเชื่อไวรัสโควิด รอบ 2 เพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครองทุกคน นี่คือหน้าที่ของ ผู้แทนราษฎร”

ลดค่าเทอม

เปิดรายชื่อมหาวิทยาลัยที่ลดค่าเทอมช่วย นิสิต – นักศึกษา

ในขณะที่ระดับ อนุบาล ประถม และมัธยม ยังต้องรอมติจากคณะรัฐบาลในเรื่องการลดค่าเทอม ในระดับมหาวิทยาลัย ได้มีหลายสถาบันดำเนินการ ลดค่าเทอม ให้นิสิต นักศึกษาในปีการศึกษานี้เรียบร้อยแล้ว โดยไม่กระทบเงินเยียวยารัฐบาล ซึ่งแต่ละสถาบันก็มีมาตรการและพิจารณาสัดส่วนในการช่วยเหลือแตกต่างกันไป เช่น ขยายเวลาชำระค่าเทอม ลดหรือคืนค่าธรรมเนียมบริการต่างๆ ลดค่าลงทะเบียนเรียนตามอัตราส่วนประมาณ 25%-40% รวมถึงจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือนักศึกษา เป็นต้น

  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ม.ธรรมศาสตร์
  • ม.เกษตรศาสตร์
  • ม.มหิดล
  • ม.ขอนแก่น
  • ม.เชียงใหม่
  • ม.ศิลปากร
  • ม.บูรพา
  • ม.ศรีนครินทรวิโรฒ
  • ม.สงขลานครินทร์
  • ม.อุบลราชธานี
  • ม.วลัยลักษณ์
  • ม.รามคำแหง
  • ม.มหาสารคาม
  • ม.แม่โจ้
  • ม.แม่ฟ้าหลวง
  • ม.นเรศวร
  • ม.เทคโนโลยีสุรนารี
  • ม.พะเยา
  • ม.กาฬสินธุ์
  • ม.ทักษิณ
  • ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
  • ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  • ม.พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  • ม.นวมินทราธิราช
  • ม.สุโขทัยธรรมาธิราช
  • ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • ม.มหามกุฏราชวิทยาลัย
  • ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
  • สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
  • สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา
  • มทร.ธัญบุรี
  • มรภ.ดุสิต
  • มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา
  • มรภ.ลำปาง
  • มรภ.กาญจนบุรี
  • มรภ.ชัยภูมิ
  • มรภ.สงขลา
  • มรภ.นครสวรรค์
  • มรภ.พิบูลสงคราม
  • มรภ.เพชรบุรี
  • มรภ.วไลยอลงกรณ์ฯ
  • มรภ.ธนบุรี
  • มรภ.พระนคร
  • มรภ.นอร์ทกรุงเทพ
  • ม.พายัพ
  • ม.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
  • วิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก
  • วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย
  • ม.ศรีปทุท
  • ม.ธุรกิจบัณฑิตย์
  • ม.หอการค้าไทย

แม้จะยังไม่มีข้อสรุปที่แน่นอนในเรื่องการลดค่าเทอมให้กับเด็กๆ ระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา แต่เหล่าผู้ปกครองก็ยังมีความหวังที่จะได้รับการเยียวยาด้านการศึกษา ไม่ว่าจะทางภาครัฐเอง หรือจากทางภาคเอกชน ซึ่งหากมีความคืบหน้า ทางทีมแม่ABK จะรีบมาอัพเดทให้คุณแม่ได้ทราบนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวช่องวันThe Bangkok Insight

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

ค่าเทอมโรงเรียนประถม 2563 – 2564 โรงเรียนชื่อดังในกทม.

13 ทักษะที่ลูกควรมีก่อนเข้า โรงเรียนอนุบาล

ทำความรู้จัก 7 หลักสูตรอนุบาล เลือกยังไงให้เหมาะกับลูก

 

 

 

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ลงทะเบียนเราชนะ

เราชนะ แจกเงิน 7,000 บาท ลงทะเบียนเราชนะ เมื่อไหร่ ใครมีสิทธิ์บ้าง พ่อแม่เช็กเลย!

พ่อแม่เช็กเลย! ลงทะเบียนเราชนะ รัฐแจกเงินเยียวยาโควิด ระลอกใหม่ 3500 บาท ต่อคนต่อเดือน รวม 2 เดือน ต้องทำยังไงใครมีสิทธิ์บ้าง มาดูกัน

พ่อแม่เช็กเลย! ลงทะเบียนเราชนะ
รับเงิน 3500
บาท เมื่อไหร่ ใครมีสิทธิ์บ้าง?

จากสถานการณ์โควิด-19 กลับมาระบาดระลอกใหม่ ทำให้หลายคนได้รับผลกระทบ รัฐบาลจึงเตรียมออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยมีการเสนอโครงการ เราชนะ เข้าครม. เป็นหนึ่งในมาตรการเยียวยาโควิด-19 ระลอกใหม่ แจกเงินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน พร้อมหวังกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ และการเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการและประชาชน รวมถึงการลดค่าใช้จ่าย

เงินฝากปลอดภาษี

ใครมีสิทธิ์ลงทะเบียนเราชนะ รับเงินเยียวยา 3500 บ้าง

สำหรับการคัดกรองผู้ที่สามารถ ลงทะเบียนเราชนะ ได้รับเงินบรรเทาทุกข์ 3,500 บาท นาน 2 เดือน จากมาตรการ เราชนะ แยกเป็น

กลุ่มที่จะได้รับเงินบรรเทาทุกข์ แบ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ คือ

  • กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) 14 ล้านคน ซึ่งมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว
  • กลุ่มผู้เข้าร่วมมาตรการคนละครึ่ง ที่มีการยืนยันใช้สิทธิ์แล้วกว่า 13.8 ล้านราย หรือไม่เกิน 15 ล้านราย แต่ต้องมาพิจารณาคุณสมบัติว่าจะผ่านเกณฑ์ได้รับเงินบรรเทาทุกข์ด้วยหรือไม่อีกครั้ง
  • กลุ่มต้องลงทะเบียนใหม่ แรงงานนอกระบบ ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่เคยอยู่ในฐานข้อมูลเดิมอยู่เลย

 

ส่วนกลุ่มที่จะได้รับเงินเยียวยาต้องเป็นกลุ่มอาชีพอิสระ เกษตรกร ที่เคยลงทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร อาจจะต้องมาลงทะเบียนใหม่ และจะช่วยเหลือพร้อมกันในรอบเดียว โดยในหลักการนี้ก็จะช่วยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเหมือนมาตรการเราไม่ทิ้งกัน ครั้งก่อน เช่น กลุ่มแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล และมัคคุเทศก์ เป็นต้น

 

นอกจากนี้มีกลุ่มไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ เบื้องต้นจะเป็นกลุ่มที่ได้รับการดูแลอยู่แล้ว

  • กลุ่มข้าราชการกว่า 3 ล้านคน พนักงานและลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ
  • กลุ่มที่อยู่ในฐานระบบกองทุนประกัน ตามมาตรา 33 อีก 11 ล้านคน
  • กลุ่มผู้ที่มีรายได้สูง ซึ่งคลังจะมีเกณฑ์มาวัดว่ารายได้เท่าใด จึงจะไม่ได้รับเงิน 3,500 บาท โดยพิจารณาบัญชีเงินฝาก รายได้เข้าออกเดือนต่อเดือน ฐานข้อมูลผู้เสียเงินภาษี เป็นต้น

ลงทะเบียนเราชนะได้เมื่อไหร่

สำหรับโครงการ เราชนะ จะให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบมาลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ที่คลังเปิดไว้คือ www.เราชนะ.com คาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนเร็วที่สุดภายในสิ้นเดือน ม.ค. นี้ ซึ่งทางครม. ยังได้แจ้งอีกว่า รายละเอียดการ ลงทะเบียนเราชนะ จะไม่ยุ่งยากเหมือนมาตรการ “เราไม่ทิ้งกัน” ที่มีชุดคำถามเชิงลึก เพื่อพิจารณาว่าได้รับผลกระทบจริงหรือไม่

ทั้งนี้จะแจกเงิน 2 เดือน คือก.พ.และ มี.ค. และผู้ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์จะสามารถกดเงินจากตู้เอทีเอ็มในเดือนแรกได้อย่างช้าสุดไม่เกินสัปดาห์แรกของเดือน ก.พ.2564 ครอบคลุม 2 เดือน


ขอบข้อมูลจาก : www.thairath.co.thwww.khaosod.co.th

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิกที่ภาพด้านล่าง ⇓

ป้องกันโควิด-19 ตอนไปตลาด สิ่งไหนเสี่ยง อะไรต้องระวัง

ไขข้อสงสัย ‘หน้ากากอนามัย’ ชนิดไหนป้องกัน ‘โควิด-19’ และ ‘PM2.5’ ไปพร้อมกัน!!

สาวไทยรีวิวฉีด วัคซีนโควิด-19 ฟรีที่แคนาดา ผลข้างเคียงเป็นยังไง

คนท้องตรวจโควิดได้ไหม จำเป็นต้องตรวจไหม อาการแบบไหนไม่ควรปล่อยไว้

 

แคปชั่นคนท้อง

แคปชั่นคนท้อง 2021 รวมคำคมคนเห่อลูก ก็แค่อยากให้โลกรู้ว่าจะมีลูกแล้วจ้า

เมื่อคุณแม่ได้รับรู้ข่าวดีว่า กำลังจะมีลูกแล้ว ความดีใจ ความสุข ความตื่นเต้น ก็ระดมซัดเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว จนไม่สามารถเก็บความรู้สึกไว้คนเดียวได้ อยากจะบอกให้ก้องโลก แต่คิดแคปชั่นเด็ดๆ คำคมเท่ๆ ไม่ออก เพราะมันตื้นตันไปหมด ทีมแม่ ABK ช่วยคุณได้ เพราะรวม แคปชั่นคนท้อง ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ แถมมี Hashtag เก๋ๆ ให้หยิบไปใช้ได้เลย

แคปชั่นคนท้อง 2021 รวมคำคมคนเห่อลูก ก็แค่อยากให้โลกรู้ว่าจะมีลูกแล้วจ้า

  • ลูกเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในท้องเรา 9 เดือน อยู่ในอ้อมแขนเรา 3 ปี แต่จะอยู่ในใจของเราไปตลอดชีวิด ตราบจนหมดลมหายใจ/ A baby is something you carry inside you for nine months, in your arms for three years, and in your heart until the day you die
  • เธอ+ ฉัน = 3 คน / You + me = three
  • ทุกปาฏิหาริย์ต้องใช้เวลา #เจ้าตัวน้อยกำลังจะมาแล้ว / Even miracles take a little time #Babyontheway
  • การเป็นคนท้อง หมายถึง ทุกๆ วัน คือการนับเวลาถอยหลัง เพื่อได้พบหน้าเจ้าตัวน้อย/ Being pregnant means every day is another day closer to meeting the love of my life
  • ช่วงเวลาที่เด็กเกิดขึ้นมา แม่ก็ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกัน ผู้หญิงคนหนึ่งนั้นมีอยู่ แต่ไม่เคยเป็นแม่มาก่อน แม่เป็นสิ่งใหม่อย่างแท้จริง /The moment a child is born, the mother is also born. She never existed before. The woman existed, but the mother, never. A mother is something absolutely new

 

แคปชั่นคนท้อง

Must Read >> ข้ามสามีให้แพ้ท้องแทน ความเชื่อโบราณให้คนท้องกลั้นหายใจข้ามตัวสามี

 

แคปชั่นคนท้องสั้นๆ ขำขัน

  • สงสัยต้องเปลี่ยนเป็นรถใหม่ให้ใหญ่ขึ้นแล้ว #กำลังจะมีสมาชิกใหม่/ We’re going to need a bigger car
  • ตัวคนเดียวแต่ต้องกินเผื่อสองคน/ One of us is eating for two
  • มีอะไรจะบอก เรามีพลังวิเศษ สร้างเจ้าตัวน้อยมาครองโลกได้! / I grow humans. What’s your superpower?
  • รอแป๊ปนะ กำลังดาวน์โหลดเบบี๋อยู่ / Baby is loading up
  • หลายคนเฝ้าอธิษฐานขอลูกสักคน แต่เราโชคดีพระเจ้าให้มาสองคนเลย/ Sometimes you pray for a miracle, and God gives you two
  • สีชมพูก็สวย สีฟ้าก็ดี เลือกไม่ได้ก็จัดทั้งสองสีเลย เพราะเรามีลูกแฝด / Pink or blue? Either will doมันสมอง We just know there are two
  • ครอบครัวของเราำลังจะใหญ่ขึ้น #เดาสิใครกำลังจะมา / Our family is about to get bigger by two feet

 

แคปชั่นแม่ท้อง

Must Read >> รวมดาราท้อง 2563 นักแสดงสาว-ซุปตาร์ ยิ่งท้อง ยิ่งสวยขึ้น

 

แคปชั่นคนท้องซึ้งๆ ความหมายดี

  • ลูกจะมาทำให้ความรักเราแข็งแกร่งขึ้น กลางวันสั้นขึ้น กลางคืนยาวนานกว่าเดิม! / A baby will make love stronger, days shorter, nights longer
  • การตัดสินใจจะมีลูกเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนั่นคือการตัดสินให้หัวใจของเราออกมาเดินเล่นนอกร่างกาย/ Making the decision to have a baby is momentous. It is to decide forever to have your heart go walking around outside your body
  • เจ้าตัวน้อยจะมาเติมเต็มในหัวใจของเรา ทำให้หัวใจเราไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป/ A baby fills a place in your heart that you never knew was empty
  • การได้อุ้มท้องลูก ทำให้เราได้ค้นพบสิ่งเร้นลับที่ซ่อนอยู่ในชีวิต / Pregnancy is a process that invites you to surrender to the unseen force behind all life
  • รักเจ้าตัวเล็กที่สุด รักยิ่งกว่าโลก รักยิ่งกว่าท้องฟ้า/ I love you bigger than the world and sky

 

แคปชั่นแม่ท้อง

Must Read >> ปวดท้องน้อยด้านซ้าย จี๊ดๆ มดลูกข้างซ้าย อันตรายหรือเปล่า

 

  • เราจะไม่มีวันเข้าใจชีวิต จนกระทั่งมีหนึ่งชีวิตมาอยู่ในท้องของเรา / You never understand life until it grows inside of you
  • ความรู้สึกตัวกลมจนแทบกลิ้งได้อยู่แค่ 9 เดือน แต่ความสุขของการเป็นแม่จะอยู่ตลอดไป/ Feeling fat lasts nine months but the joy of becoming a mom lasts forever
  • แปลกจังเลย ที่เรารู้สึกรักคนที่ไม่เห็นหน้ามาก่อน #รักตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า / I am in love with a human I haven’t met yet
  • ความสุขของแม่ เริ่มต้นตั้งแต่รู้ว่ามีหนูมาอยู่ในท้องแล้วนะ/ A mother’s Joy begins when new life is stirring inside
  • ไม่ว่าการตั้งครรภ์จะเกิดขึ้นจากการวางแผน เทนนิคทางการแพทย์ หรือเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือชีวิตของคุณจะไม่เหมือนเดิม / Whether your pregnancy was meticulously planned, medically coaxed, or happened by surprise, one thing is certain  your life will never be the same

ทั้งหมดนี้คือ แคปชั่นคนท้อง ที่รวบรวมมาให้ว่าที่คุณแม่มือใหม่ เอาไว้สื่อความรู้สึกในใจให้โลกรู้ และอย่างที่รู้กันว่าช่วงท้อง คุณแม่มักจะมีอารมณ์อ่อนไหว อันเกิดจากฮอร์โมนส์ที่แปรปรวน ดังนั้นผู้คนรอบตัวโดยเฉพาะคุณสามี ต้องระมัดระวังคำพูดที่จะทำให้คุณแม่น้อยใจ

คำพูดที่สามีห้ามพูดช่วงภรรยาตั้งครรภ์

  • อย่าบอกว่าคนท้องเอาแต่นอน  ในช่วงแรกๆ ของการตั้งครรภ์ ร่างกายคุณแม่จะอ่อนเพลีย อ่อนล้า ทั้งจากอาการแพ้ท้อง และจากฮอร์โมนส์เปลี่ยนแปลง ร่างกายต้องทำงานหนัก จึงต้องนอนมากกว่าปกติ ความจริงแล้วคนท้องควรนอนพักถึงวันละ 17 ชั่วโมง
  • อย่าปฏิเสธความต้องการของคนท้อง ช่วงตั้งครรภ์คุณแม่มักจะมีอาการอยากกินโน่นนี่เป็นธรรมดา บางทีก็เป็นของแปลกๆ ของหายาก หรืออยากกินในช่วงเวลากลางดึก คุณสามีไม่ควรขัดความอยากกินของคุณแม่เป็นอันขาด
  • อย่าพูดเรื่องน้ำหนักให้ช้ำใจ แน่นอนว่าการตั้งครรภ์จะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น และรูปร่างเปลี่ยนไป คุณแม่บางคนก็อดกังวลใจไม่ได้ ดังนั้นคุณพ่อต้องหมั่นเอาใจ และคอยชมเสมอ ไม่ให้เกิดอาการน้อยใจ
  • อย่าถามว่าจะให้อยู่ในห้องคลอดด้วยกันไหม เพราะกำลังใจจากคุณสามีสำคัญที่สุด ว่าที่คุณแม่ย่อมต้องการกำลังใจในทุกช่วงเวลา โดยเฉพาะในเวลาสำคัญที่สุด คือ เวลาที่ต้องให้กำเนิดชีวิตน้อยๆ นั่นเอง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก pinterest, www.great-inspirational-quotes ,www.wisesayings.com

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

9 คำคมให้กำลังใจ จาก การ์ตูนเจ้าหญิงดิสนีย์ ยอดนิยม

รวม คำคมคู่ชีวิต คติสอนใจชีวิตคู่ ข้อคิดดี ๆ เพื่อครอบครัว

23 คำพูดให้กำลังใจ ที่เพิ่มศักยภาพลูก..สู่ความสำเร็จ

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เยียวยาโควิดรอบ 2

ทุกบ้านเฮได้! รัฐ เยียวยาโควิดรอบ 2 ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่าเน็ต + แจกเงิน 3,500 บาท

ครม. ออกมาตรการ เยียวยาโควิดรอบ 2 ช่วย ผู้ที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 รอบใหม่ ลดค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าเน็ต พร้อมแจกเงินคนละ 3,500 บาท 2 เดือน ดูรายละเอียดที่นี่!

รัฐอนุมัติ! เยียวยาโควิดรอบ 2 “ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่าเน็ต
พร้อมแจกเงิน 3,
500 บาท” ดูรายละเอียดที่นี่!

จากการระบาดของ โควิด-19 ระลอกใหม่ นอกจากมาตรการจัดการการระบาดและผลกระทบจาก โควิด-19 แล้ว มาตรการ เยียวยาโควิดรอบ 2 หรือ เงินเยียวยา รวมทั้งความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ก็ได้กลายเป็นอีกประเด็นสำคัญที่สังคมกำลังให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้

เยียวยาโควิดรอบ 2

ซึ่งล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ได้หารือเรื่องกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สภาพัฒน์ และสำนักงานประมาณ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ มีมติอนุมัติมาตรการเยียวยาโควิดรอบ 2 บรรเทาผลกระทบในระยะเร่งด่วน ซึ่งประกอบด้วย

  1. ในส่วนของการเยียวยาโควิดรอบ 2 พ่อแม่จะได้ ลดค่าไฟ 2 เดือน ก.พ. – มี.ค. 2564 บ้านทั่วไปใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วย ให้ใช้ฟรี 90 หน่วย หากเกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้ส่วนลดตามเงื่อนไข ส่วนกิจการขนาดเล็ก (ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ) ให้ใช้ฟรี 50 หน่วยแรก
  2. ลดค่าน้ำประปา 10% เฉพาะบ้านที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก (ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ) ตามใบแจ้งหนี้ ก.พ. – มี.ค. 2564
  3. ค่าอินเตอร์เน็ตโดยความร่วมมือของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และผู้ประกอบการค่ายโทรศัพท์มือถือ มีมติจะ เพิ่มความเร็ว ความแรงอินเตอร์เน็ตบ้าน และโทรศัพท์มือถือ ลดค่าใช้จ่ายให้ผู้ใช้บริการใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ดียิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนการการทำงานจากที่บ้าน Work From Home และโหลดแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” ฟรี ไม่คิดดาต้าเป็นเวลา 3 เดือน

เยียวยาโควิดรอบ 2

เยียวยาโควิดรอบ 2 จ่าย 3,500 บาท 2 เดือน

ให้เยียวยาทุกกลุ่มครอบคลุมอย่างเช่นที่ผ่านมา แรงงานนอกระบบ อาชีพอิสระ เกษตรกร เบื้องต้นพิจารณาวงเงินที่เหมาะสม อยู่ที่ 3,500 บาท ต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 2 เดือน พร้อมทั้งสั่งการให้กระทรวงการคลังเร่งนำเสนอต่อที่ประชุม ครม.พิจารณาในสัปดาห์หน้า โดยคำนึงถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบันและในอนาคต ส่วนโครงการคนละครึ่ง จากการติดตามผลยังเป็นส่วนหนึ่งช่วยเหลือประชาชนและทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปได้ด้วยดี จะเปิดให้ลงทะเบียนใหม่ 1 ล้านสิทธิ ปลายเดือนมกราคมนี้ โดยเบื้องต้นประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดของมาตรการครั้งที่แล้วได้ที่เราไม่ทิ้งกัน.com

ส่วนมาตรการคนละครึ่ง จะให้มีการเปิดลงทะเบียนอีก 1 ล้านสิทธิ์ ปลายเดือนมกราคมนี้

 

รัฐยืนยัน วัคซีนโควิด-19 ฉีดครบทุกคน

นอกจากนี้ในส่วนของมาตรการสาธารณสุข ได้มีการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้น จัดหาหน้ากากให้เพียงพอ อุปกรณ์ทำหน้ากากผ้าเหล่านี้ จะได้ครอบคลุมพื้นที่กลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อจำนวนมาก และในกลุ่มผู้มีกำลังซื้อน้อย


ขอบคุณข้อมูลจาก www.prachachat.netwww.bangkokbiznews.comwww.dailynews.co.th

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ

เด็กติดโควิด ระวังเชื้อจากพ่อแม่ แพร่ Covid-19 สู่ลูก

โควิดรอบใหม่ ไร้อาการ ปอดอักเสบ หมอย้ำ “ติดง่ายเป็นหนัก” วัยทำงานต้องระวัง

คนท้องตรวจโควิดได้ไหม จำเป็นต้องตรวจไหม อาการแบบไหนไม่ควรปล่อยไว้

ป้องกันโควิด-19 ตอนไปตลาด สิ่งไหนเสี่ยง อะไรต้องระวัง

 

เงินชดเชยว่างงาน

5 ขั้นตอน รับ “เงินชดเชยว่างงาน” พิษโควิด-19 จาก ‘ประกันสังคม’

การระบาดใหม่ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้หลายกิจการจำเป็นต้องหยุดกิจการ เพื่อระงับการแพร่เชื้อไม่ให้กระจายเป็นวงกว้าง ซึ่งส่งผลกระทบกับพนักงานหลายๆ คน ที่ถูกให้หยุดงาน Work From Home หรืออาจะถึงขึ้นให้ออกจากงาน กระทรวงแรงงาน จึงมีมาตรการให้ความช่วยเหลือ โดย สำนักงานประกันสังคม จะจ่าย เงินชดเชยว่างงาน เนื่องจากเหตุสุดวิสัย ให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดระลอกใหม่ในไทย

5 ขั้นตอน รับ “เงินชดเชยว่างงาน” พิษโควิด-19 จาก ‘ประกันสังคม’

จากการประเมินของ กระทรวงแรงงาน การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้ภาครัฐ สั่งหยุดกิจการกว่า 6,098 แห่ง มีลูกจ้างต้องหยุดงานกว่า 103,800 คน จึงเร่งรัดการช่วยเหลือคนว่างงาน โดยคาดว่าจะใช้เงินประกันว่างงานเยียวยากว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งหลักการจ่าย เงินชดเชยว่างงาน มีดังนี้

 

เงินชดเชยว่างงาน

เงื่อนไขผู้ได้เงินชดเชยว่างงาน?

  • ผู้ประกันตนที่ไม่ได้ทำงาน หรือนายจ้างไม่ให้ทำงาน เนื่องจากต้องกักตัวหรือเฝ้าระวังการระบาดของโรค
  • ผู้ประกันตนที่ไม่ได้ทำงาน เนื่องจากนายจ้างต้องหยุดประกอบกิจการไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เนื่องจากทางราชการมีคำสั่งให้ปิดสถานที่ และลูกจ้างไม่ได้รับค่าจ้างในระหว่างนั้น
  • ผู้ประกันตนที่มีเงินสมทบครบ 6 เดือนใน 15 เดือน

Must Read >> วิธี เช็คยอดเงินประกันสังคม อย่างละเอียด เช็กง่ายแค่ปลายนิ้ว

เงินชดเชยการว่างงานได้เท่าไหร่

“ลูกจ้าง” ที่ต้องหยุดงานกรณีกักตัว หรือราชการสั่งปิดสถานที่เนื่องจากเหตุสุดวิสัยโควิด-19 มีสิทธิได้รับ เงินชดเชยว่างงาน 50% ของค่าจ้างรายวัน หรือของฐานเงินเดือน แต่ไม่เกิน 15,000 บาท โดยจะได้รับตลอดระยะเวลาที่มีการกักตัวหรือเฝ้าระวัง หรือมีคำสั่งปิดสถานที่ดังกล่าว (แล้วแต่กรณี) รวมกันไม่เกิน 90 วัน

เช่น กรณีค่าจ้างรายวัน มีวิธีคิดเงินชดเชยดังนี้

น.ส. สมสวย พนักงานร้านนวด มีรายได้วันละ 300 บาท เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อโควิดมาใช้บริการที่ร้าน ทางร้านจึงต้องหยุดกิจการเป็นจำนวน 14 วัน น.ส.สมสวย ได้ยื่นขอรับเงินชดเชยกรณีว่างงาน ซึ่งจะคำนวนเงินชดเชยดังนี้

เงินค่าจ้างที่หยุดงาน   300 x 14 = 4,200 บาท

ประกันสังคมจ่ายเงินชดเชย 50% ของ 4,200 บาท เป็นเงิน 2,100 บาท

น.ส. สมสวยจะได้รับเงินชดเชยการว่างงาน 2,100 บาท

กรณีค่าจ้างรายเดือน มีวิธีคิดเงินชดเชยดังนี้

——————————————————————————————–

กรณีค่าจ้างรายเดือน มีวิธีคิดเงินชดเชยดังนี้

นาย พละ พนักงานออฟฟิศ ได้รับเงินเดือน 18,000 บาท แต่เนื่องจากบริษัทปิดกิจการจากการระบาดของโควิด-19 เป็นเวลาสองเดือน  นายพละ จึงได้ยื่นขอรับเงินชดเชยกรณีว่างงาน ซึ่งจะคำนวนเงินชดเชยดังนี้

เงินเดือนที่หยุดงาน 15,000 x 2 = 30,000 บาท (คิดที่ฐานเงินเดือนสูงสุดที่ 15,000 บาทเท่านั้น)

ประกันสังคมจ่ายเงินชดเชย 50% ของ 30,000 บาท เป็นเงิน 15,000 บาท

นายพละ จะได้รับเงินชดเชยการว่างงาน  15,000 บาท

———————————————————————————————

กรณีหยุดงานเกินกว่า 90 วัน มีวิธีคิดเงินชดเชยดังนี้

นาย กิตติ ได้รับค่าจ้างวันละ 350 บาท แต่กิจการหยุดเนื่องจากปัญหาโควิด-19 เป็นเวลา 100 วัน นาย กิตติ ได้ยื่นขอรับเงินชดเชยกรณีว่างงาน ซึ่งจะคำนวนเงินชดเชยดังนี้

เงินค่าจ้างที่หยุดงาน   350 x  90 = 31,500 บาท

ประกันสังคมจ่ายเงินชดเชย 50% ของ 31,500 บาท เป็นเงิน 15,750 บาท

นาย กิตติ  จะได้รับเงินชดเชยการว่างงาน 15,750 บาท

 

ทั้งนี้คำว่า “เหตุสุดวิสัย” หมายถึง ภัยที่เกิดจากการระบาดของโรคติดต่ออันตราย ตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ซึ่งมีผลกระทบต่อสาธารณชนถึงขนาดที่ทำให้ผู้ประกันตนไม่สามารถทำงานได้ หรือนายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ การกำหนดให้กรณีมีเหตุสุดวิสัยและหน่วยงานของรัฐสั่งปิดพื้นที่ เพื่อป้องกันการระบาดของโรคติดต่ออันตรายอันส่งผลให้ลูกจ้าง ซึ่งเป็นผู้ประกันตนไม่ได้ทำงาน และไม่ได้รับค่าจ้างในระหว่างนั้

Must Read >> ตรวจรักษาโควิด ด้วยสิทธิบัตรทองและประกันสังคม

ขั้นตอนลงทะเบียนและรับเงินชดเชย

1.ลูกจ้างผู้ประกันตน เข้าเว็บประกันสังคม  www.sso.go.th เพื่อดาวน์โหลดแบบฟอร์มคำร้อง

ใช้แบบคำร้องขอรับประโยชน์ทดแทน สปส.2-01/7 หรือกดโหลดได้ที่นี่ (ดาวโหลดแบบขอรับประโยชน์ทดแทน กองทุนประกันสังคมกรณีว่างงาน)

แบบขอรับประโยชน์ทดแทน

2. ลูกจ้างกรอก  แบบคำร้อง ระบุเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ และแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากที่ถูกต้อง

3. นายจ้างรวบรวมแบบคำร้องจากลูกจ้าง พร้อมหนังสือรับรองการหยุดงานกรณีราชการสั่งปิด/กรณีกักตัว

4.นายจ้างเข้าระบบ E-services ของสำนักงานประกันสังคม เพื่อบันทึกข้อมูลลูกจ้างตามแบบ สปส 2-01/7

หากนายจ้างเพิ่งเคยใช้ระบบ E-service ของประกันสังคมเป็นครั้งแรกต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าใช้งานก่อน ซึ่งขั้นตอนการลงทะเบียนใช้งาน E-service ของสำนักงานประกันสังคม ทำได้ไม่ยุ่งยาก ดังนี้ ขั้นตอนการลงทะเบียนใช้งาน E-service

 

เงินชดเชยว่างงาน

5. นายจ้างรวบรวมเอกสารทั้งหมด และส่งนำส่งไปยังสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้ง

เอกสารที่ต้องจัดส่ง ประกอบด้วย

  • แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส.2-01/7) ของลูกจ้างที่บันทึกข้อมูลในระบบ e-service 
  • หนังสือรับรองการหยุดงานกรณีราชการสั่งปิด/กรณีกักตัว

จัดส่งภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่บันทึกข้อมูลในระบบ E-services บน www.sso.go.th ไปยังสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ โดยจัดส่งทางไปรษณีย์ (ส่งแบบลงทะเบียน)

Must Read >> ขึ้นทะเบียนว่างงาน ผู้ประกันตน ประกันสังคม ทำได้อย่างไร?

เริ่มลงทะเบียนได้เมื่อไหร่ และได้รับเงินเยียวยาช่วงไหน

สำนักงานประกันสังคม ได้เปิดให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2563 เป็นต้นไป และเมื่อนายจ้างได้ส่งเอกสารครบเรียบร้อย หากข้อมูลถูกต้องครบถ้วน สำนักงานประกันสังคมจะโอนเงินเข้าบัญชีภายใน 5 วันทำการ (ไม่รับรวมเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ) กรณีเงินไม่เข้าบัญชี โทร.สายด่วน 1506

ขอบคุณข้อมูลจาก :  https://www.bugaboo.tv/watch/535054 , www.sso.go.th/eservices/ , ประชาชาติธุรกิจ

ประกันสังคม เพิ่มเงินคลอดบุตร-ฝากครรภ์ ให้แม่รับปีใหม่!!

วิธีเช็คเงินสมทบ-ค่าคลอดบุตร ผ่าน แอพเช็คประกันสังคม

ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี ! ประกันสังคมให้สิทธิผู้ประกันตนอายุ 50 ปีขึ้นไป

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ธนาคาร

คุณแม่ เช็กด่วน ! ธนาคารในห้างปิดกี่โมง ในช่วงโควิดระบาด

คุณแม่ เช็กด่วน ! ธนาคารในห้างปิดกี่โมง ด้วยสถานการณ์โควิด -19 ที่ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีมาตรการงดจัดกิจกรรม เพื่อหลีกเลี่ยงการรวมตัวกัน หลีกเลี่ยงการสัมผัส และเริ่มมีการให้ร้านค้าปรับเปลี่ยนเวลาเปิดและปิด รวมไปถึงธนาคารบางสาขาก็ได้มีการปรับเปลี่ยนเวลาเปิดและปิดเช่นเดียวกัน หากคุณแม่ท่านใดมีธุระจำเป็นที่จะต้องไปธนาคารอย่าพึ่งกังวลใจไปค่ะ  วันนี้ทีมแม่ ABK ได้รวบรวมธนาคารที่มีการปรับเปลี่ยนเวลามาให้คุณแม่ได้เข้าไปเช็กกันแล้วค่ะ จะมีธนาคารอะไรกันบ้างเราไปเช็กกันเลยค่ะ

เช็กด่วน ! ธนาคารในห้างปิดกี่โมง

       ธนาคารออมสิน ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารทหารไทย ธนาคารธนชาต ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และสำนักงานแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ สาขาในห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ ปิดเวลา 18.00 น.

 

ธนาคารออมสิน

       ธนาคารกรุงไทย สาขาในห้างที่อยู่ในพื้นที่ควบคุม 28 จังหวัด ปิดเวลา 18.00 น. สำหรับ นนทบุรี ระยอง สมุทรปราการ ปิดเวลา 17.00 น. ยกเว้น สาขาบิ๊กซี มหาชัย และเซ็นทรัลพลาซา มหาชัย ปิดทำการจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ธนาคารกรุงไทย

       ธนาคารทิสโก้ สาขาในศูนย์การค้า ให้บริการ 10.30 – 18.00 น. และ 11.00 – 18.00 น. สาขาทั่วไป 09.00 – 16.00 น.

ธนาคารทิสโก้

       ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ สาขาในศูนย์การค้า ปิดเวลา 18.00 น. ยกเว้นสาขาโฮมโปร เพชรเกษม, สาขาดิโอลด์ สยาม และสาขาพาร์คเลน (เอกมัย) ปิดเวลา 17.00 น.

ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

       ธนาคารเกียรตินาคินภัทร สาขาในห้างให้บริการเวลา 11.00 – 18.00 น. ยกเว้นสาขาสีลม เวลาทำการ 09.30 – 17.00 น.

จากสถานการณ์การระบาดของโควิด -19 ทำให้เกิดผลกระทบในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในด้านของเศรษฐกิจที่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคุณแม่หลาย ๆ บ้าน ซึ่งทำให้หลาย ๆ ธนาคารเห็นถึงปัญหาสำคัญตรงจุดนี้จึงได้มีการออกมาตรการช่วยเหลือให้กับลูกค้า จะมีธนาคารอะไรบ้างไปคุณแม่ไปเช็กกันได้เลยค่ะ

       ธนาคารออมสิน มีการออกมาตรการพักชำระหนี้ช่วยลูกค้าในพื้นที่สีแดงทั้ง 28 จังหวัด คุณแม่สามารถเข้าไปลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2564 ที่ www.gsb.or.th

       ธนาคารทหารไทย ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยเพิ่มเติมด้วยวิธีการรวมหนี้ มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ SMEs และโครงการ DR BIZ การเงินร่วมใจ ธุรกิจไทยมั่นคง สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ https://www.tmbbank.com/home

       ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ออกมาตรการช่วยเหลือสำหรับลูกค้าสินเชื่อธนาคารกรุงศรี (สินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล) เลือกมาตรการช่วยเหลือได้เพียง 1 มาตรการเท่านั้น ได้แก่

  1. มาตรการพักชำระหนี้              2. มาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้รายย่อยด้วยวิธีการรวมหนี้

สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ https://www.krungsri.com/th/support/coronavirus-covid-19-support

       ธนาคารธนชาต ได้มีโครงการ DR BIZ การเงินร่วมใจ ธุรกิจไทยมั่นคง สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thanachartbank.co.th/TbankCMSFrontend/defaultth.aspx

       ธนาคารกรุงไทย เคียงข้างลูกค้าฝ่าวิกฤติ ด้วยมาตรการช่วยเหลือลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจ มาตรการช่วยเหลือ ระยะที่ 2  ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2564 และโครงการ DR BIZ การเงินร่วมใจ ธุรกิจไทยมั่นคง สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ https://krungthai.com/th/personal/loan/personal-loan//441

       ธนาคารทิสโก้ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ระยะที่ 2สำหรับลูกค้ากลุ่มสินเชื่อรายย่อยดังนี้

                           สินเชื่อเงินกู้ ประเภทจำนำทะเบียนรถ                                                                                                                                                 ลดค่างวด 30% ของค่างวดเดิม โดยขยายเวลาการผ่อนชำระ และอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี

                           สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์                                                                                                                                                                             ปรับลดค่างวด โดยขยายเวลาการผ่อนชำระ

                           สินเชื่อที่อยู่อาศัย                                                                                                                                                                                 เลื่อนการจ่ายเงินต้น 3 เดือน และพิจารณาลดดอกเบี้ยตามความเหมาะสมหรือลดค่างวดโดยขยายเวลาชำระหนี้

สามารถลงทะเบียนเพื่อขอเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือฯ ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ได้ที่ https://www.tisco.co.th/th/fi-support-2.html

28 จังหวัด ที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด มีดังนี้

  1. กรุงเทพมหานคร              15. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  2. จังหวัดกาญจนบุรี             16. จังหวัดเพชรบุรี
  3. จังหวัดจันทบุรี                  17. จังหวัดราชบุรี
  4. จังหวัดฉะเชิงเทรา           18. จังหวัดระนอง
  5. จังหวัดชุมพร                    19. จังหวัดระยอง
  6. จังหวัดชลบุรี                    20. จังหวัดลพบุรี
  7. จังหวัดตราด                    21. จังหวัดสิงห์บุรี
  8. จังหวัดตาก                      22. จังหวัดสมุทรปราการ
  9. จังหวัดนครนายก            23. จังหวัดสมุทรสงคราม
  10. จังหวัดนครปฐม              24. จังหวัดสมุทรสาคร
  11. จังหวัดนนทบุรี                25. จังหวัดสุพรรณบุรี
  12. จังหวัดปทุมธานี             26. จังหวัดสระแก้ว
  13. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์   27. จังหวัดสระบุร
  14. จังหวัดปราจีนบุรี            28. จังหวัดอ่างทอง

หากคุณแม่จะออกไปธุระที่ธนาคารอย่าลืมพกสเปรย์หรือเจลล้างมือแอลกอฮอล์ และสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งก่อนออกจากบ้านด้วยนะคะ

บทความที่น่าสนใจ

ออมเงินให้ลูก สลากออมทรัพย์ธนาคารไหน ผลตอบแทนดี ลุ้นโชคเยอะ

ฝากเงินให้ลูก เทียบเงินฝากปลอดภาษี ธนาคารไหนดอกเบี้ยสูง?

วิธีดึงเงินคืนจากธนาคาร หลังถูกหลอกให้โอน แล้วไม่ได้ของ!

ขอบคุณข้อมูลจาก kapookdotcom

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

คู่มือพ่อแม่ยุคใหม่

บัญญัติ 10 ประการ คู่มือพ่อแม่ยุคใหม่ สไตล์หมอประเสริฐ

การเป็นพ่อแม่ยุคดิจิตอล ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอินเทอร์เน็ตเข้าถึงง่ายแค่ปลายนิ้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างสายสัมพันธ์ที่เหนียวแน่น เพื่อให้สายสัมพันธ์นี้ประคับประคองให้ลูกเติบโตอย่างเข้มแข็ง คู่มือพ่อแม่ยุคใหม่ ได้รวบรวม 10 บัญญัติการเลี้ยงลูก เพื่อเป็นแนวทางในการเลี้ยงลูกของ คุณพ่อ คุณแม่ยุคดิจิตอล

บัญญัติ 10 ประการ คู่มือพ่อแม่ยุคใหม่ สไตล์หมอประเสริฐ

1.พูดตรงกัน สามเหลี่ยมครอบครัวที่แข็งแรง เป็นการเริ่มต้นที่ดี

หลักการข้อแรกๆ ของครอบครัว คือ พ่อแม่พูดตรงกัน เรียกว่า coordination  พ่อแม่พูดตรงกันมีความสำคัญมากกว่าการทะเลาะ หรือถกเถียงกันเอาเป็นเอาตาย ต่อหน้าลูก พ่อแม่พูดตรงกันเสมอ ทำให้ลูกรับรู้ว่าบ้านนี้ใครใหญ่ คำพูดจะมีพลังมากกว่า พ่อหรือแม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือฝ่ายหนึ่งพูดอีกฝ่ายค้าน  หากเป็นแบบนั้นลูกจะสับสน
สามเหลี่ยมครอบครัว หมายถึง พ่อแม่ที่รักกันมากมายแล้วส่งความรักไปที่ลูกเท่าๆ กัน โดยให้ส่งไปน้อยกว่าความรักที่มีต่อคู่สมรสเล็กน้อย ทีนี้พูดอะไรก็เชื่อ สอนอะไรก็ฟัง

คู่มือพ่อแม่ยุคใหม่

2.จะสอนอะไรให้สม่ำเสมอ ต่อเนื่อง ยาวนาน

หลักการข้อที่สอง คือ ความสม่ำเสมอ เรียกว่า consistency ไม่จำเป็นว่าพ่อแม่ต้องมีเวลาว่างให้ลูกตลอด แต่หมายถึงเวลาว่างที่มีนั้นควรสม่ำเสมอ และทุกครั้งที่ว่างควรมีคำสอนหรือวินัยที่สม่ำเสมอ ไม่ใช่เปลี่ยนไปมาตามแต่อารมณ์ในแต่ละวัน เช่น วันนี้ดุ อีกวันนึงปล่อยตามสบาย ความไม่สม่ำเสมอจะทำให้เด็กสับสน และคิดว่ากฎกติกาไม่สำคัญ ยิ่งไปกว่านั้นผู้ใหญ่ทุกคนที่รายล้อมพ่อแม่ ควรแสดงออกให้เห็นว่าเราพูดตรงกัน เรื่องก็จะง่ายขึ้นมาก

 

3.ขวบปีแรก อุ้ม กอด ให้นม นอนด้วยกันมากที่สุด ไม่มีข้อเสียอะไร

ขวบปีแรก หรือสิบสองเดือนแรกของชีวิต เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมาก ต้องทำให้ทารกไว้วางใจโลก มี trust เมื่อทารกไว้ใจโลกแล้วพัฒนาการต่างๆ จะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง หากเด็กไม่ไว้ใจโลก คือ distrust จะมีผลให้พัฒนาการจะหยุดชะงัก หรือเชื่องช้า ถดถอย

วิธีที่ทารกจะไว้ใจโลกมี 2 ขั้นตอน คือ

  • ขั้นตอนที่ 1 คือไว้ใจแม่
  • ขั้นตอนที่ 2 คือไว้ใจโลก

ดังนั้นเราต้องสร้างแม่ที่มีอยู่จริงให้กับทารก ด้วยการเลี้ยงดูอย่างดีที่สุด อุ้ม กอด บอกรัก ให้นม สร้างสายสัมพันธ์แม่ลูกให้มากที่สุด ใน 3 เดือนแรก 6 เดือนแรก และ 12 เดือนแรก แม่ที่มีอยู่จริงคือต้นทุนชีวิตที่เด็กและวัยรุ่นต้องใช้ไปอีกนานแสนนาน

 

คู่มือพ่อแม่ยุคใหม่

4.ไม่ดูหน้าจอใดๆ ก่อน 2 ขวบ

มีรายงานเข้ามาจากทั่วโลก และปรากฏการณ์ที่จิตแพทย์เด็กทุกคนพบเหมือนกัน ในเด็กยุค 4G นั่นคือ เด็กที่ดูหน้าจอมากเกินไปในสองขวบปีแรก อาจจะส่งผลให้พัฒนาการล่าช้า พูดช้า พูดไม่เป็นภาษา หรือพูดเป็นภาษาแต่ใช้สื่อสารไม่ได้  ที่เราเรียกกันว่าภาษาต่างดาว ไปจนถึงภาวะอยู่กับตนเองไม่สังสรรค์กับใคร

เพราะหน้าจอสมัยใหม่มักเป็นภาพเคลื่อนไหวรวดเร็วมากถึงมากที่สุด สีสันจัดจ้านร้อนแรง เปลี่ยนภาพฉับไว เสียงดนตรีเร่งเร้า และสามารถเข้าถึงได้ง่าย มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ใกล้ตัวที่สุดก็คือ มือถือ แท็บเล็ต ห่างออกไปหน่อยก็ จอทีวี บนบิลบอร์ดในท้องถนน

การรับรู้และสมองของมนุษย์ก่อร่างสร้างตัวหรือวางขดลวด คือ wiring ตามกิจกรรมที่ทำ ดูอะไรได้อย่างนั้น อ่านอย่างไรได้อย่างนั้น เล่นอย่างไรได้อย่างนั้น และทำงานอย่างไรได้อย่างนั้น

ดังนั้นกุมารแพทย์ทั่วโลกจึงเห็นตรงกันว่าไม่ควรให้เด็กดูหน้าจอก่อน 2 ขวบ เพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ผ่านสิ่งอื่นๆ ซึ่งทำให้พัฒนาการสมวัย ไม่ถดถอย

Must read >> 7 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับดวงตาของเด็กวัยเรียน ที่เกิดจากหน้าจอ

5.อ่านนิทาน 30 นาทีทุกคืน

การอ่านนิทาน อ่านได้ตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งจุดประสงค์ของการอ่านนิทานให้เด็กวัยทารกฟัง ไม่ใช่เพื่อให้ลูกฉลาด รู้คำศัพท์ไว แต่อ่านนิทานเพื่อเพิ่มเวลาคุณภาพในการอยู่ร่วมกันของ เแม่ลูก หรือพ่อลูก หรือพ่อแม่ลูก ซึ่งควรอ่านอย่างน้อยที่สุดวันละ 30 นาที และจัดเวลาให้ตรงกันทุกวัน เพื่อสร้างความสม่ำเสมอให้กับเด็ก เวลาที่เหมาะกับการอ่านนิทานให้ลูกฟัง คือเวลาก่อนนอนทุกคืน

ทำได้ตามนี้เท่ากับการประกันว่า พ่อแม่จะพร้อมและอยู่ด้วยแน่ๆ และการปรากฏตัวอย่างสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้การมีอยู่จริงของพ่อแม่ สายสัมพันธ์ และตัวตนแข็งแรงทั้งระบบ คือ mother-attachment-self

พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องมีลูกเล่นหรือเล่านิทานเก่ง เพียงแค่อ่าน โดยสามารถทำไปได้เรื่อยๆ จนกว่าเด็กจะโตจนไม่ต้องการฟังนิทานอีกต่อไป

 

คู่มือพ่อแม่ยุคใหม่

Must read >> รวม นิทานหมอประเสริฐแนะนำ พ่อแม่อ่านให้ฟัง เสริมพัฒนาการลูกทุกวัย

 

6.ควรฝึกกินข้าวด้วยตัวเองบนโต๊ะพร้อมหน้ากัน ให้ได้ระหว่าง 1-2 ขวบ

เด็กเล็ก 2 ขวบปีแรกมักเชื่อฟังพ่อแม่โดยไม่มีเงื่อนไข ในขณะเดียวกันกล้ามเนื้อมัดใหญ่คือ gross motor จะทวีความแข็งแรงขึ้นอย่างรวดเร็วระหว่างอายุ 2-3 ขวบ ดังนั้นการฝึกเด็กนั่งกินข้าวจะง่ายกว่ากันมาก หากทำให้ได้ในสองขวบปีแรก เพราะมื่อเข้าสามขวบแล้ว เด็กสามารถลงจากโต๊ะด้วยตนเอง เดินหนี วิ่งหนี ปัดข้าว ปาดจานข้าวทั้งหมดบนโต๊ะลงไปกองที่พื้น สะบัดหน้าแล้วพูดว่าไม่กิน
การกินข้าวด้วยตนเองเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการการดูแลตนเอง โดยเริ่มจากการดูแลร่างกายของตนเองที่เป็นศูนย์กลางคือ self-centered ก่อนที่จะขยายพื้นที่การดูแลออกจากศูนย์กลาง คือร่างกายของตนเองออกไปโดยรอบ จนกระทั่งครอบคลุมของเล่น หรือห้องนอนของตนเอง บ้านทั้งหลังและที่สาธารณะ นั่นคือพัฒนาการของ Executive Function(EF)

7. เล่นให้มากที่สุดช่วง 2-6 ขวบ

เด็กอายุ 2-3 ขวบพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่แข็งแรงขึ้น เพื่อการเคลื่อนไหวอย่างหยาบ คือ gross motor อย่างอัตโนมัติ คือ autonomy แขนขาสามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็ว เดิน วิ่ง ตี ต่อย เตะ กระโดด ปีนที่สูง

จากนั้นเด็กอายุ 4-6 ขวบ จะพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กของนิ้วมือทั้งสิบให้แข็งแรงขึ้น เพื่อการเคลื่อนไหวอย่างละเอียดคือ fine motor รวมทั้งการประสานมือ-สายตา คือ hand-eye coordination อย่างดีที่สุด

ดังนั้นหน้าที่ของเด็กอายุ 2-6 ขวบ จึงเป็นการละเล่นด้วยการใช้แขน ขา และนิ้วมืออย่างมากที่สุด อันจะส่งผลกระทบถึงพัฒนาการของเซลล์สมอง และจุดเชื่อมต่อประสาทคือ synapses และวงจรประสาท คือ neural circuits ที่สำคัญต่อการใช้ชีวิตในอนาคตคือ Executive Function (EF)

และการเล่นยังทำให้พัฒนา PQ ความฉลาดที่เกิดจากการเล่น  หนึ่งในสิบ Power BQ ที่ช่วยติดอาวุธให้ลูกฉลาดรอบด้าน

Must read >> “ยิ่งเล่น ยิ่งฉลาด “ พัฒนา PQ (Play Quotient) สร้างลูกให้ฉลาดแข็งแรงจากการเล่นแสนสนุก

8.มีข้อห้ามไม่มากนัก ที่ต้องห้ามคือ ห้ามทำร้ายคน ห้ามทำลายข้าวของ ห้ามทำร้ายตัวเอง

ในแต่ละบ้านมีข้อห้ามมากน้อยต่างกัน แต่ที่เป็นกติกาสากลในทุกวัฒนธรรม คือ

ห้ามทำร้ายคน

ห้ามทำลายข้าวของ

ห้ามทำร้ายตัวเอง

ส่วนข้อห้ามอื่นๆ อาจจะมีแตกต่างกันไปตามรายละเอียด และพื้นฐานของแต่ละบ้าน อย่างไรก็ดีพบว่า การมีข้อห้ามที่มากมายหลายสิบข้อ หรือหลายร้อยข้อ มักส่งผลให้เด็กไม่เชื่อฟังมากกว่า

ในขณะที่ข้อห้ามน้อยกว่า แล้วปล่อยให้เด็กได้ลองผิดลองถูกเอาเองบ้าง กลับช่วยให้เด็กพัฒนาตนเองดีกว่า เรียนรู้มากกว่า ตัดสินใจดีกว่า และประคองตนให้เป็นไปตามความคาดหวังของพ่อแม่หรือหลบหลีกอันตรายด้วยตนเองได้ดีกว่า

 

คู่มือพ่อแม่มือใหม่

9.ชอบอะไรให้รางวัล ไม่ชอบอะไรให้ไทมเอาท์ พฤติกรรมที่อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตให้ทำโทษ และชมมากกว่าติในแต่ละวัน

หลักการแก้ไขพฤติกรรม 3 ข้อ คือ ให้รางวัล เพิกเฉย และทำโทษ เป็นหลักการสากลที่ผ่านงานวิจัยทั้งในสัตว์ทดลอง และภาคสนามมาช้านาน และพิสูจน์แล้วว่าได้ผลแน่นอน แต่ต้องการความเอาจริงเอาจัง สม่ำเสมอ และต่อเนื่องของพ่อแม่

การให้รางวัล

หากชอบพฤติกรรมใด ให้ให้รางวัล ซึ่งรางวัลอาจเป็นรางวัลที่เป็นวัตถุ หรือไม่ใช่วัตถุก็ได้ การตกรางวัลที่ดีควรทำทันที คือ instantly เด็กจึงสามารถจับคู่ได้ว่าพฤติกรรมที่ดีคือสิ่งที่พ่อแม่ชอบ

การเพิกเฉย

ไม่ชอบพฤติกรรมใดให้เพิกเฉย การเพิกเฉยที่จริงจังไปจนถึงการ Time Out หรือขอเวลานอกที่ถูกวิธี ไทมเอาท์แปลว่า นั่งด้วย รอให้ลูกสงบ ไม่ทิ้ง ไม่หนี ไม่ขัง จะช่วยให้พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์สูญสลาย คือ extinction หายไปโดยไม่หวนกลับคืนมาอีก

การทำโทษ

พฤติกรรมที่มีความเสี่ยงถึงชีวิตหรือพิการ ให้ทำโทษได้ อาจจะด้วยการเตือน ดุ ไปจนถึงการตัดสิทธิ์บางประการของเด็ก และต้องทำทันทีเหมือนการตกรางวัล

และพูดอย่างชัดเจนว่าเด็กถูกทำโทษเรื่องอะไรอย่างเป็นรูปธรรม

Must read >> วิจัยเผย 5 ผลร้าย! ตวาดใส่ลูก บ่อย ๆ ส่งผลต่อพัฒนาการสมอง-ร่างกาย-จิตใจ

10.สอนทำงานบ้าน คือดูแลร่างกายตัวเอง ดูแลพื้นที่รอบร่างกาย และทำงานบ้านของร่วมส่วม

ถัดจากการเล่นคือการทำงาน การเล่นและการทำงาน เป็นการใช้นิ้วมือทั้งสิบเพื่อการพัฒนาสมอง การทำงานมีความยากและไม่สนุกเมื่อเทียบกับการเล่น ดังนั้นการทำงานจึงช่วยพัฒนาความสามารถที่จะตั้งใจจดจ่อคือ focus กับงานตรงหน้า ซึ่งเป็นงานที่ยาก น่าเบื่อและใช้เวลานานกว่าจะทำเสร็จ เท่ากับฝึกเด็กให้รู้จักการควบคุมตนเอง คือ self control และอดเปรี้ยวไว้กินหวานคือ delayed gratification อันเป็นส่วนสำคัญของพัฒนาการ Executive Function(EF)

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

ภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ อิทธิพลด้านร้ายของโซเชียลมีเดียที่ส่งผลต่อลูก

พ่อแม่ต้องรู้!! 3 สิ่งควรทำเมื่อ เลี้ยงลูกขวบปีแรก

มาแล้วจ้า! 25 การ์ตูนเสริมพัฒนาการ เสริมทักษะ สร้างความรู้ คู่ไปกับความสนุก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

แคมป์ปิ้งสำหรับเด็ก

พาลูกเที่ยว ตั้งแคมป์ปิ้ง เรียนรู้ธรรมชาติ พัฒนา IQ และ EQ

เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมแม่ABK ได้พาเด็กๆ ไปเที่ยวในรูปแบบแคมป์ปิ้ง ซึ่งเด็กๆ ตื่นเต้นกันมาก อาจด้วยอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับแคมป์ปิ้งนั้นแตกต่างออกไปจากการไปเที่ยวในทุกครั้ง ทั้ง เสื้อผ้าออกแนวเดินป่า สำรวจธรรมชาติ กล้องส่องดูดาว ชุดทำอาหารปิ้งย่าง และแน่นอน การเปลี่ยนสถานที่จากการนอนในห้องโรงแรม เป็นการนอนเต้นท์ จึงทำให้เด็กๆเฝ้ารอคอยการไปเที่ยวในครั้งนี้มากกว่าครั้งไหนๆ

เพราะอะไร ทำไมครอบครัวเราถึงเลือกไปตั้งแคมป์?

เราลองเปลี่ยนบรรยากาศการพาลูกออกนอกบ้านไปเที่ยวเปิดหู เปิดตา เรียนรู้โลกกว้าง ที่ไม่สะดวกสบาย เหมือนทุกทีที่ผ่านมา เพราะว่าเราอยากจะฝึกให้เด็กๆ รู้จักการปรับตัว ได้รู้วิธีการช่วยเหลือตัวเอง และได้รู้ว่ายังมีรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ๆ ที่ได้จากการท่องเที่ยวที่ต่างไปจากเดิม และที่สำคัญของการตั้ง “แคมป์ปิ้งสำหรับเด็ก” ในครั้งนี้ นอกเหนือจากความสนุกเด็กๆก็จะได้ฝึกทักษะในเรื่องของ IQ และ EQ ด้วยค่ะ ซึ่งสองทักษะนี้จะเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิตในทุกๆ วันค่ะ

แคมป์ปิ้งสำหรับเด็ก ช่วยฝึกทักษะทั้ง IQ และ EQ ยังไง?

กิจกรรมแคมป์ปิ้งสำหรับเด็กในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ได้ความสนุก เพลินเพลินค่ะ แต่ยังเป็นการส่งเสริมทักษะในเรื่องของ IQ ความฉลาดทางความคิด และ EQ ความฉลาดทางอารมณ์ ให้กับเด็กๆ ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ

การไปแคมป์ปิ้ง เป็นการฝึกการวางแผน และแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เราจะต้องเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างจากบ้านไป เด็กๆ จะได้ช่วยคิด ช่วยวางแผนในการเตรียมสิ่งของ ว่าเมื่อไปถึงสถานที่ที่ใช้ในการตั้งแคมป์ ท่องเที่ยว สำรวจธรรมชาติ ส่องดูดาวตอนกลางคืน เราจำเป็นต้องใช้อะไรบ้าง รวมไปถึงการเลือกพื้นที่ทำเลที่เหมาะสมในการวางแคมป์ ให้เด็กๆ ได้ช่วยกันคิดค่ะ ให้เขามีส่วนร่วมในทุกส่วนของกิจกรรม รวมไปถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆในขณะที่ตั้งแคมป์ ซึ่งเหล่านี้นี่เองที่จะช่วยฝึกทักษะกระบวนการคิดและเอาตัวรอด

แคมป์ปิ้ง คือ กิจกรรมที่ทุกคนในครอบครัวได้อยู่ร่วมกันอย่างพร้อมหน้า มีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เด็กๆ จะได้ซึมซับเอาบรรยากาศ ความทรงจำที่ดี เป็นการสร้างพลังความรัก ความอบอุ่น ความสนุก เด็กๆ จะได้รับพลังบวกจากครอบครัว ทำให้ผ่อนคลาย ไม่เครียดค่ะ

แคมป์ปิ้งสำหรับเด็ก

กิจกรรมแคมป์ปิ้ง ลูกได้ประโยชน์อะไร ?

นอกจากช่วยส่งเสริม IQ กับ EQ ให้ลูกแล้ว ในกิจกรรมแคมป์ปิ้ง ยังให้ประโยชน์อีกหลายเรื่องค่ะ ทีมแม่ABK สรุปออกมาได้ดังนี้ค่ะ

1. ช่วยฝึกให้รู้จักหาข้อมูล

สถานที่ที่จะไปตั้งแคมป์ปิ้งกัน เลือกที่ไหนดี สภาพอากาศเป็นอย่างไร ใช้เวลาเดินทางกี่ชั่วโมง อยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวใดบ้าง ฯลฯ ลองฝึกให้ลูกมีส่วนร่วมในการหาข้อมูลค่ะ

2. ฝึกให้รู้จักวางแผน

เช่น มีเวลาแค่ 3 วัน 2 คืน เตรียมเสื้อผ้าไปกี่ชุดดี สามารถทำกิจกรรมอะไรได้บ้าง ลองให้ลูกช่วยเสนอไอเดียค่ะ กิจกรรมที่ลูกช่วยคิด และได้ทำจริง จะช่วยให้ไม่เบื่อ และสนุกตื่นเต้นกันมากขึ้นค่ะ

3. ฝึกให้รู้จักการเคลื่อนไหวร่างกาย

กางเต้นท์ ก่อกองไฟ เตรียมอาหาร จัดที่นอน ฯลฯ ให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมในการช่วยนะคะ เพราะการที่ได้ขยับเคลื่อนไหวร่างกาย จะเป็นการส่งเสริมให้มีการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังเป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้ร่างกายด้วยค่ะ

4. ฝึกให้รู้จักอยู่ร่วมกับผู้อื่น

สถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดให้เข้าไปตั้งแคมป์ปิ้ง พักผ่อน แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่เราครอบครัวเดียวค่ะ แต่ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ตั้งแคมป์อยู่ใกล้ๆ กัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะในโอกาสนี้เราสามารถฝึกให้ลูกเข้าสังคมใหม่ๆ กับผู้คนที่อยู่รอบข้าง ให้ลูกได้สร้างมิตรภาพที่ดีกับคนอื่นๆ ด้วยการพูดคุย แบ่งปันอาหาร ขนม น้ำ เป็นต้น

5. ฝึกให้รู้จักการสำรวจสิ่งรอบตัว

บริเวณที่ตั้งแคมป์ปิ้ง มีลำธาร ต้นไม้น้อย ใหญ่ ดอกไม้ ใบไม้หลากสี นกนานาชนิด เสียงสัตว์ต่างๆ ท้องฟ้า ดวงดาว อุณหภูมิ ฯลฯ  สิ่งแวดล้อมรอบตัวเหล่านี้ เป็นการสำรวจศึกษาเรียนรู้นอกห้องเรียน ให้กับเด็กๆ ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

ครอบครัวไหนที่อยากจะลองเปลี่ยนบรรยากาศการพาลูกออกไปท่องเที่ยวสำรวจโลกกว้าง สร้างการเรียนรู้แปลกใหม่นอกห้องเรียนให้กับลูกๆ แนะนำว่าแคมป์ปิ้งสำหรับเด็ก เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำหรับทริปครอบครัวที่ดีมากๆ ค่ะ

แคมป์ปิ้งสำหรับเด็ก

สำหรับการแคมป์ปิ้งที่ต้องกางเต้นท์นอนโอบล้อมด้วยธรรมชาติ สิ่งสำคัญที่คุณแม่ต้องป้องกันให้กับลูกๆ และสมาชิกทุกคนในครอบครัวก็คือเรื่องของ “ยุง” ค่ะ ไปเที่ยวสนุก แต่ถูกยุงกัด อาจกลับบ้านมาด้วยการป่วยไข้เลือดออกกันได้นะคะ ดังนั้น ตัวช่วยที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือ “ยากันยุง” อย่างที่ทีมแม่ABK มีพกติดกระเป๋าตอนไปแคมป์ปิ้งด้วยก็คือ  “MonkeyPony ยากันยุงสำหรับเด็ก” ค่ะ ขอบอกว่าใช้มาได้สักพักแล้ว มีติดบ้านไว้ใช้ตลอดด้วยค่ะ

ที่แม่เลือกยากันยุงสำหรับเด็ก แบรนด์ MonkeyPony ก็เพราะว่าเป็นยาทากันยุงสำหรับเด็กที่ปลอดภัยต่อผิวที่บอบบางของลูก เพราะยากันยุง MonkeyPony ผลิตจากสารสกัดจากธรรมชาติ 100%  เข้มข้น ไม่เจือจางด้วยน้ำ ทำให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันยุงได้ดีมากๆ อ่อนโยนต่อผิวของลูก แล้วยังสามารถทาหลังยุงกัดเพื่อลดอาการคัน และการอักเสบจากยุงได้อีกด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล BEST MOSQUITO REPELLENT FOR KIDS การันตีสินค้าสำหรับเด็กคุณภาพดีจากงาน Amarin Baby & Kids Award 2020 มาเมื่อเร็วๆ นี้ด้วยค่ะ

แคมป์ปิ้งสำหรับเด็ก

ความพิเศษของ MonkeyPony คือ จะใช้ทาปกป้องผิวไม่ให้ยุงกัด หรือถ้าลูกเกิดโดนยุงกัดแล้วมีตุ่มแดง ก็สามารถทาเพื่อลดรอยบวมจากยุงกัด อาการคัน และช่วยบำรุงผิวไม่ให้ทิ้งรอยดำจากยุงกัดได้ด้วยค่ะ

ตอนนี้เค้าเปลี่ยนแพคเกจใหม่ สะดวกในการพกพา และใช้งานง่ายมากๆ อย่างแบบออยล์ 3 in 1 ที่ทีมแม่ ABK พกติดกระเป๋าตลอดจะมีให้เลือก 2 ขนาด คือ ขนาด 30 ml และขนาด 70 ml นอกจากนี้ยังมีแบบสเปรย์สูตรน้ำเกลือ ที่ใช้ฉีดพ่นกันยุงได้สะดวก และอ่อนโยนด้วยส่วนผสมจากน้ำเกลือเกรดสวนล้าง มีให้เลือกใช้ 2 ขนาดเช่นกัน คือขนาด 60 ml และขนาด 150 ml  ค่ะ

คุณแม่สามารถหาซื้อ MonkeyPony ทาง online กันได้ที่ไลน์ @monkeypony หรือหน้าเพจ Facebook: https://www.facebook.com/monkeypony

Shopee : https://shp.ee/qqkem25  

Lazada : https://s.lazada.co.th/s.03QV6

JD Central : https://www.jd.co.th/shop/pc/20445.html

และ Robinson Online หรือตามร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กชั้นนำ อาทิ สหภัณฑ์นมผง , NG Store, Brown Bunny, Baby First, Kids Corner, Kiddy Store ฯลฯ และ พบกันเร็วๆ นี้ที่ Robinson แผนกสินค้าเด็กค่ะ

และตอนนี้นะคะแบรนด์ MonkeyPony ก็ยังเปิดรับตัวแทนจำหน่ายสินค้าด้วย ถ้าสนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.monkeypony.co.th/    หรือไลน์ @monkeypony ค่ะ

ทีมแม่ABK อยากให้ทุกครอบครัวได้ปกป้องลูกน้อยจากยุงตัวร้าย ห่างไกลจากโรคไข้เลือดออก ฉะนั้นผู้ช่วยสำคัญอย่างMonkeyPony ยากันยุงสำหรับเด็ก ต้องมีพกติดกระเป๋าเวลาไปแคมป์ปิ้งกับลูกๆ และต้องมีติดบ้านกันไว้ใช้กันยุงนะคะ

แคมป์ปิ้งสำหรับเด็ก

หน้ากากอนามัย

ไขข้อสงสัย ‘หน้ากากอนามัย’ ชนิดไหนป้องกัน ‘โควิด-19’ และ ‘PM2.5’ ไปพร้อมกัน!!

ช่วงนี้คุณแม่และคุณลูกต้องรับมือกับศึกหลายด้าน ทั้งเชื้อโควิด-19 และฝุ่น PM 2.5 ประหนึ่งหนีเสือปะจระเข้กันเลยทีเดียว หน้ากากอนามัย จึงกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของสังคมยุค New Normal ไปเรียบร้อย

แม้จะมีหน้ากากอนามัยพกให้ลูกแล้ว คุณแม่ก็ยังกังวลใจว่าหน้ากากอนามัยที่มีอยู่นั้น สามารถปกป้องลูกจากทั้งภัยทั้งปวงได้ไหม และควรเลือกซื้อชนิดไหน? เพื่อให้สามารถป้องกันได้ทั้งเชื้อไวรัสและฝุ่นพิษไปพร้อมกันดี?

ไขข้อสงสัย ‘หน้ากากอนามัย’ ชนิดไหนป้องกัน ‘โควิด-19’ และ ‘PM2.5’

หน้ากากอนามัยทางการแพทย์

หน้ากากทางการแพทย์

ผลิตจากพลาสติกพอลิโพรพิลีนที่มีความปลอดภัย ป้องกันเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสจากคนสู่คนได้ถึง 99% ป้องกันฝุ่นละออง และเกสรดอกไม้ ขนาดเล็ก 3 ไมครอน ได้ถึง 66.37% ถ้าอยากให้ประสิทธิภาพการป้องกันดีขึ้น แนะนําให้ใส่ 2 แผ่น เพราะจะกันได้ถึง 89.75%

หน้ากากคาร์บอน

หน้ากากคาร์บอน

คุณสมบัติเหมือนกับชนิดแรก คือ หน้ากากทางการแพทย์ แต่มีความพิเศษเพิ่มเข้ามาตรงที่มีชั้นคาร์บอน ช่วยกรองกลิ่นไม่พึงประสงค์ หน้ากากคาร์บอนมีความหนา เส้นใยสังเคราะห์ของตัวหน้ากากถึง 4 ชั้น สามารถกรองเชื้อแบคทีเรียได้ถึง 95% กรองฝุ่นละออง ขนาด 3 ไมครอน ได้ถึง 66.37% และถ้า สวมใส่ 2 แผ่น จะกันได้มีประสิทธิภาพถึง 89.75% เช่นเดียวกับหน้ากากอนามัยทางการแพทย์

n95

 

หน้ากาก N95

หน้ากากชนิดนี้มีประสิทธิภาพการป้องกันที่สูงกว่า หน้ากากอนามัยแบบทั่วไป และยังสามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็ก เช่น PM 2.5 และ PM10 ได้ถึง 95% ขึ้นไป สามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 ที่เรากำลังเผชิญได้ในระดับดีมาก เรียกว่าอันเดียวคุ้มครองครอบจักรวาลเลยทีเดียว

 

 

หน้ากาก-FFP2

หน้ากาก FFP1- FFP2

หน้ากากชนิดนี้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับ หน้ากากอนามัย N95 คือ ป้องกันทั้งฝุ่น เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัสได้ในระดับดีมาก และยังดักจับอนุภาคขนาดเล็ก PM 2.5 และ PM10 ได้ถึง 94% ขึ้นไป และหน้ากาก FFP1 ยังมีความพิเศษเพิ่มจาก N95 คือ ป้องกันสารเคมีฟูมโลหะได้ด้วย

 

 

หน้ากากผ้า

หน้ากากผ้า 

หน้ากากผ้า ในท้องตลาดแบ่งเป็น 2 ชนิด ชนิดแรกผลิตจากผ้าฝ้าย ชนิดที่สองผลิตจากใยสังเคราะห์ซ้อนกัน ทั้งสองแบบใช้ป้องกันฝุ่นละออง และป้องกันน้ำมูกหรือน้ำลายจากการ ไอ/จามได้ กรองฝุ่นละอองอนุภาคใหญ่ได้ แต่ไม่สามารถกรองเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กมากๆ ได้

 

Must read >> ญี่ปุ่นเผย! หน้ากากอนามัยแบบผ้า ให้ลูกใช้สีไหนดีที่สุด

หน้ากากฟองน้ำ

หน้ากากฟองน้ำ

หน้ากากที่ผลิตจากโพลียูรีเทนคาร์บอน ใช้กรองอากาศโดยเฉพาะ ข้อดีคือซักทําความสะอาดได้ แห้งเร็ว พับเก็บไม่ยับ สามารถคืนรูปเดิมได้ไม่เสียทรง แต่น่าเสียดายที่หน้ากากชนิดนี้ มีประสิทธิภาพน้อยที่สุด คือ ป้องกันได้แค่ฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็ก และเกสรดอกไม้ได้เท่านั้น

 

หน้ากากป้องกันโควิดและPM2.5

จากหน้ากากทั้งหมด 6 ประเภทด้านบน สรุปได้ว่า หน้ากากอนามัยที่ป้องกันได้ทั้งไวรัสโควิด-19 และ ฝุ่น PM 2.5 คือ หน้ากาก N95 และ หน้ากาก FFP1-FFp2  ซึ่งแน่นอนว่าประสิทธิภาพชนะเลิศแบบนี้ ค่าตัวก็ย่อมสูงกว่าหน้ากากชนิดอื่นๆ ดังนั้นด้วยภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ การซื้อหน้ากากราคาสูงที่ไม่สามารถใช้ซ้ำได้ ก็ดูจะเป็นค่าใช้จ่ายที่สะเทือนกระเป๋าหลายๆ ครอบครัว

แต่ปัญหานี้ยังมีทางแก้ไขด้วยการดัดแปลงและประยุกต์ใช้ นั่นคือ

1. ใช้หน้ากากอนามัยปกติ แต่ใส่เพิ่มเป็น 2 ชั้น

2. ใช้สเปรย์ที่มีคุณสมบัติสะท้อนน้ำ ฉีดพรมบน “หน้ากากผ้า” เพื่อแปลงร่างให้หน้ากากผ้าธรรมดา กลายเป็นหน้ากาก 2in1 ที่ป้องกันได้ทั้งฝุ่นและไวรัสไปพร้อมๆ กัน

Must read >> วิธีทำหน้ากากอนามัย ใช้เองได้ง่ายนิดเดียว

การใส่หน้ากากอนามัย

ซึ่งแนวทางการแก้ไขเรื่องหน้ากากนี้  รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้คำแนะนำผ่านเพจเฟซบุ๊ค “อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์” ไว้ดังนี้

“วิธีการที่ผมประยุกต์ใช้โดยส่วนตัว ก็คือ ใส่หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ไว้ด้านใน แล้วใช้หน้ากากผ้าใยสังเคราะห์ ที่เป็นลักษณะ 3 มิติเข้ากับใบหน้า สวมทับอีกชั้น กดให้หน้ากากแนบกับหน้าไว้ สังเกตว่าเวลาหายใจจะลำบากขึ้นกว่าการใส่หน้ากากอนามัยการแพทย์ธรรมดา เวลาหายใจเข้าจะรู้สึกได้ถึงการดูดของหน้ากากเข้ามาแนบกับใบหน้า ซึ่งถือว่าใช้ได้แล้ว และมีข้อดีคือสามารถถอดหน้ากากด้านในทิ้งได้ โดยที่ยังเก็บหน้ากากด้านนอกเอาไว้หรือซักได้ด้วย”

ขอขอบคุณข้อมูลจาก รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์

 

การใช้หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง

นอกจากความรู้ในการเลือกใช้หน้ากากอนามัยให้เหมาะกับเหตุการณ์ที่เจอ คุณแม่ต้องใช้หน้ากากอนามัยให้ถูกต้อง ทั้งการใส่ การถอดทิ้ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะได้สอนเจ้าตัวเล็กของเราให้ ฉลาดในการดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดี (HQ) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 10 ความฉลาด Power BQ อันเป็นทักษะชีวิตของเด็กยุคใหม่ ที่จะให้ลูกเติบโตไปอย่างมีภูมิคุ้มกันต่อสังคมในอนาคต และประสบความสำเร็จ มีความสุขในชีวิต

วิธีใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง

  • ทำความสะอาดมือก่อนใส่หน้ากาก
  • หันด้านที่มีสีออกข้างนอก หันด้านสีขาวเข้าตัว
  • จับสายจากด้านข้างแล้วคล้องที่หลังหู
  • กดแกนโลหะด้านบนให้แนบกับหน้า
  • ดึงหน้ากากด้านล่างให้ถึงใต้คาง

วิธีถอดหน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง

  • ใช้นิ้วเกี่ยวสายคล้องเพื่อทิ้งลงถังขยะ
  • ห้ามสัมผัสหน้ากากโดยตรง
  • หากสัมผัสหน้ากากที่ใช้แล้ว ให้ล้างมือให้สะอาด

ถ้าไม่มี “หน้ากากอนามัย” ทำอย่างไร

  • หาก ไอ จาม ให้ใช้แขนเสื้อหรือผ้าปิดปากแทน ไม่ควรใช้มือเพราะเชื้อโรคจะติดมากับมือ ทำให้มีโอกาสแพร่เชื้อสูง
  • พกแอลกอฮอล์เจลหรือสเปรย์ ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ที่เหมาะสมคือ 70% หรือไม่ต่ำกว่า 50%
  • เช็ดที่จับประตู หรือสิ่งของที่มีคนจับบ่อย ๆ

การใส่แมสในเด็ก

การใส่หน้ากากในเด็ก

  • สำหรับการใส่หน้ากากในเด็กนั้น หากต่ำกว่า 2 ปี หมอไม่แนะนำให้ใส่ หากมีความจำเป็นต้องใส่หน้ากากให้ลูก เนื่องจากออกไปในที่ชุมชน ให้หมั่นตรวจสอบว่าหน้ากากนั้นปิดกั้นการหายใจของเด็กหรือไม่ เนื่องจากเด็กต่ำกว่า 2 ขวบ ยังเล็กเกินไปที่จะดูแลจัดการกับหน้ากากด้วยตัวเองได้
  • เด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไป ควรใส่หน้ากากผ้า เมื่อต้องออกไปที่ชุมนุมชน หรือไปโรงเรียน
  • สอนให้ลูกใส่หน้ากากผ้า และถอดหน้ากากผ้าอย่างถูกวิธี ไม่เอามือไปจับหน้ากากเวลาสวมใส่
  • สอนให้ลูกรู้จักการล้างมือก่อนและหลังจับหน้ากาก
  • ฝึกให้ลูกคุ้นเคยกับการใส่หน้ากาก เพื่อไม่ให้เด็กรำคาญจนเกิดการจับหน้ากากบ่อย จนเสี่ยงกับเชื้อโรค
  • ตรวจสอบไม่ให้หน้ากากรัดแน่นจนลูกหายใจลำบาก
  • หน้ากากผ้าต้องเปลี่ยนทุกวัน หลังจากใช้แล้วให้ซักทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  • การใช้หน้ากากผ้า และหน้ากากอนามัยในเด็ก ป้องกันโควิด-19 ได้ เมื่อใช้ควบคู่กับการล้างมือ และดูแลสุขอนามัยให้กับเด็ก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ

Must read >> 5 เทคนิคสอนลูกใส่ หน้ากากอนามัย ป้องกันโรค ป้องกันฝุ่น ให้ได้ผล

อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม คลิก!

โควิดรอบใหม่ ไร้อาการ ปอดอักเสบ หมอย้ำ “ติดง่ายเป็นหนัก” วัยทำงานต้องระวัง

 

ร่างกายเตือน! 7 สัญญาณ อาการแพ้ฝุ่น PM 2.5 เช็กเลย

หนีได้หนี! ฝุ่นpm2.5ภาคเหนือ วิกฤตหนัก หมอแนะ วิธีสู้และสังเกตอาการอย่างละเอียด


ขอบคุณข้อมูลจาก www.prachachat.net, www.bangkokbiznews.com, www.rama.mahidol.ac.th

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เงินฝากปลอดภาษี

เงินฝากปลอดภาษี วิธีให้เงินทำงานเมื่อต้องหยุดกักตัว

ไม่ต้องกลุ้มใจว่าเงินทองจะไม่งอกเงยในช่วงกักตัวหยุดเชื้อโควิด19 แม่นักลงทุนทั้งหลายลองดู เงินฝากปลอดภาษี ดอกเบี้ยสูงมาใช้ให้เงินทำงานแทนระหว่างหยุดกันดีไหม

เงินฝากปลอดภาษี วิธีให้เงินทำงานเมื่อต้องหยุดกักตัว(COVID-19)

ใคร ๆ ก็อยากให้เงินที่มีอยู่งอกเงย เบ่งบานกันทั้งนั้น ใช่ไหม ครั้นจะให้เงินเก็บ เงินออมที่แม่ ๆ ทั้งหลายเฝ้าเก็บสะสมไว้ให้เจ้าตัวน้อยของเราในยามเติบโตนั้น นอนนิ่งอยู่เฉย ๆ ก็คงดูจะไร้ประโยชน์ไปเสียหน่อย แต่ครั้นจะเลือกฝากเงินไว้กับการฝากธนาคารเพื่อรอรับดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ในปัจจุบันนั้นก็ต้องเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝากเสียด้วย แล้วมีทางเลือกอื่นไหมกับการวางหลักประกัน เก็บออมเงินเพื่อลูก เพื่อหลานไว้ใช้ในอนาคต หรือแม้แต่ตัวแม่เองที่ต้องการเก็บเงินไว้ในยามแก่เฒ่า วันนี้ทาง ทีมแม่ ABK มีทางเลือกที่จะให้เงินทำงานแทนเรา พร้อมงอกเงยแบบปลอดภาษี ด้วยการลงทุนใน เงินฝากปลอดภาษี ดอกเบี้ยสูงกัน

ลงทุน เงินฝากปลอดภาษี หลักประกันให้ลูกในอนาคต
ลงทุน เงินฝากปลอดภาษี หลักประกันให้ลูกในอนาคต

ภาษีดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารมีด้วยเหรอ?

ปกติการฝากเงินในธนาคาร เป็นการฝากเงินที่มีความปลอดภัยสูง แถมเรายังหวังดอกเบี้ยจากการฝากเงินนั้น มาทำให้เงินของเรางอกเงยเพิ่มขึ้นมา สิ่งที่ควรรู้ไว้จากการหวังดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารนั่นคือ ภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก

ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารแบบไหนไม่เสียภาษี

  1. ดอกเบี้ยเผื่อเรียกของธนาคารออมสิน
  2. ดอกเบี้ยออมทรัพย์ของธกส.
  3. ดอกเบี้ยออมทรัพย์ของสหกรณ์

กรณีดอกเบี้ย 3 แบบข้างต้น ไม่มีภาระภาษีไม่ว่าจะได้รับดอกเบี้ยเท่าไหร่ก็ตาม แต่สำหรับบัญชีเงินฝากแบบอื่น ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่เล็งไว้ในการฝากเป็นเงินเพื่อลูก ๆ ของเรานั้น ควรต้องศึกษาให้ดีเกี่ยวกับผลตอบแทน และภาษีที่ต้องชำระไว้ให้ดีด้วย

บัญชีเงินฝากแบบไหนที่มีภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก?

บัญชีเงินฝากออมทรัพย์

บัญชีเงินฝากในรูปแบบนี้จะต้องเสียภาษีก็ต่อเมื่อ บุคคลนั้นได้รับดอกเบี้ยรวมกันแล้วเกิน 20,000 บาท จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ซึ่งก่อนหน้านี้ เป็นหน้าที่ของผู้ได้รับดอกเบี้ยจำนวนตามเงื่อนไขดังกล่าว เป็นผู้นำส่งรายได้จากดอกเบี้ยส่วนนี้ให้แก่สรรพากร แต่ในปัจจุบันมีประกาศกรมสรรพากรก่อนหน้านี้ที่ระบุให้ ผู้มีเงินฝากที่ต้องการได้รับสิทธิยกเว้น “ภาษีดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์” ต้องแจ้งความยินยอมให้ธนาคารเจ้าของบัญชีทุกธนาคารที่เปิดบัญชีอยู่ เพื่อให้ส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ให้กรมสรรพากร  ซึ่งหากไม่มีการแสดงความยินยอม ไม่ว่าจะเงินฝากมากหรือน้อย ก็จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% แม้จะได้รับดอกเบี้ยไม่ถึง 20,000 บาทก็ตาม จึงเกิดเป็นคำถามว่าเราผู้มีบัญชีเงินฝากออมทรัพย์นั้นต้องทำตัวอย่างไร

บัญชีเงินฝากปลอดภาษี ทางเลือกการออมให้ลูกน้อย
บัญชีเงินฝากปลอดภาษี ทางเลือกการออมให้ลูกน้อย

1. ถ้าหากยินยอมให้ธนาคารส่งข้อมูลให้สรรพากร กรณีนี้ถ้าดอกเบี้ยไม่เกิน 20,000 บาท เราอยู่เฉยๆไม่ไปทำอะไร นั่นคือยินยอมให้ธนาคารส่งข้อมูลให้สรรพากร และธนาคารจะไม่หักภาษีเราไว้สักบาท ดังนั้นถ้าไม่ลำบากใจในการส่งข้อมูลและดอกเบี้ยเราไม่เกิน 20,000 บาทแน่ๆ ก็อยู่เฉยๆ ชิวๆ ไป

2. ถ้าหากไม่ยินยอมให้ธนาคารส่งข้อมูลให้สรรพากร เราต้องถูกธนาคารหักภาษีไว้ 15% ของดอกเบี้ยที่ได้ทันที ไม่ว่าจะได้ดอกเบี้ยเท่าไรก็ตาม ต่อให้ได้ไม่เกิน 20,000 บาทก็ต้องโดนหักภาษีไว้ด้วยนะจ๊ะ

ข้อมูลอ้างอิงจาก aommoney.com

บัญชีเงินฝากประจำ

การฝากประจำคือการเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารใดธนาคารหนึ่ง โดยมีสัญญาว่าผู้ฝากจะฝากเงินจำนวนนี้ไว้โดยไม่ถอนเลยในช่วงเวลาที่ตกลงกันไว้ โดยส่วนใหญ่ช่วงเวลาที่นิยม ได้แก่ ประจำทุก 3 เดือน 6 เดือน 12 และ 24 เดือน หรือมากกว่านั้นก็ตามแต่เงื่อนไขที่ธนาคารนั้น ๆ กำหนด โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยให้ในอัตราที่ตกลงกันไว้ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของเงินฝากออมทรัพย์ โดยอาจมีการจ่ายทุก 6 เดือน 12 เดือน ตามข้อตกลง ยิ่งฝากเป็นระยะเวลานานอัตราดอกเบี้ยยิ่งสูง เพราะธนาคารสามารถนำเงินก้อนนี้ไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่า แต่ถ้าผู้ฝากถอนเงินก่อนครบสัญญาที่ตกลงกันไว้ นับว่าผิดเงื่อนไข ธนาคารมีสิทธิ์จะไม่ให้ดอกเบี้ย หรือให้ดอกเบี้ยในอัตราที่เท่ากับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ก็ได้ แล้วแต่เงื่อนไขที่ได้ตกลงไว้ และการฝากประจำแบบทั่วไป (General Fixed Deposit) นั้นจำเป็นจะต้องเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 15% ของดอกเบี้ยที่ได้รับ

บัญชีเงินฝากประจำมีกี่แบบอะไรบ้าง

บัญชีเงินฝากประจำสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ

1.บัญชีเงินฝากประจำแบบทั่วไป (General Fixed Deposit)

คือการฝากเงินก้อนไปในธนาคารเป็นครั้งๆ โดยมีสัญญาว่าจะไม่ถอนเลยในระยะเวลาหนึ่ง บัญชีฝากประจำแบบทั่วไปจะฝากกี่ครั้งก็ได้ ครั้งละเท่าไหร่ก็ได้ โดยต้องฝากเป็นเงินก้อนใหญ่ๆ และเงินแต่ละก้อนจะนับช่วงเวลาแยกกัน  เช่น

  • ฝากเงินครั้งแรกเดือนมกราคม 200,000 บาท
  • ฝากเงินครั้งที่สอง เดือนมีนาคม 500,000 บาท

สมมติเป็นบัญชีที่จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือนวิธีนับอายุเงินฝากและดอกเบี้ยกรณีที่ไม่ถอนก่อนครบสัญญาคือ

เงินฝากครั้งแรกจะได้ดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนมิถุนายน โดยคิดดอกเบี้ยจากเงิน 200,000 บาท และจะได้ดอกเบี้ยจากการฝากครั้งที่สองในเดือนกันยายน โดยคิดดอกเบี้ยจากเงิน 500,000 บาท

และบัญชีเงินฝากประจำประเภทนี้มีการหักภาษีจากดอกเบี้ย 15% ซึ่งหนึ่งคนสามารถเปิดได้หลายบัญชี

เปรียบเทียบหาผลตอบแทนทีดีทีสุด
เปรียบเทียบหาผลตอบแทนทีดีทีสุด

2. บัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษี (Tax Free Monthly Deposit)

เป็นการฝากประจำที่สัญญาว่าจะฝากเงินจำนวนเท่า ๆ กันทุกเดือนในระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่ถอน และไม่ผิดสัญญา คือไม่มีการเว้นเดือนหรือไม่นำเงินเข้าบัญชีตามกำหนดเวลา โดยมักเริ่มต้นที่ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาทซึ่งบัญชีประเภทนี้เป็นบัญชีประเภท 1 คน 1 บัญชี และเป็นบัญชีได้รับการยกเว้นภาษี

ข้อมูลอ้างอิงจาก peerpower.co.th

จากข้อมูลประเภทของบัญชีเงินฝาก ทำให้คุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจง่ายขึ้นกันแล้วใช่ไหมว่า ในช่วงสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว บนความไม่แน่นอนจากพิษการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ทำให้การลงทุนในด้านต่าง ๆ ชะงักงัน การนำเงินไปพักไว้ หรือฝากไว้กับธนาคารก็นับว่าเป็นทางเลือกที่ดูมั่นคง ปลอดภัย ซึ่งเราควรจะเลือกการฝากแบบบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี เพราะนอกจากจะให้ผลตอบแทนที่สูงแล้ว ยังไม่มีภาระภาษีมาให้ต้องกังวลใจ แต่เนื่องจากว่าบัญชีประเภทนี้เปิดได้แค่ 1 คน ต่อ 1 บัญชีเท่านั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรเลือกฝากกับธนาคารที่เข้ากับเรามากที่สุด เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้น 

คำแนะนำที่ว่าอยากให้คุณพ่อคุณแม่เลือกฝากประจำกับธนาคารที่เข้ากับเรามากที่สุด แทนที่จะเป็นธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยสูงสุดนั้น เนื่องจากว่า คุณพ่อคุณแม่จะต้องรู้ถึงข้อสำคัญ 3 ประการก่อนการเลือกฝากเงินกับบัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษี คือ

  1. หนึ่งคนต่อหนึ่งบัญชี ไม่ใช่ต่อหนึ่งธนาคาร เช่น ถ้าเราเปิดบัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษีกับ ธนาคาร A แล้ว ต้องรอครบกำหนดตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ก่อน ถึงจะสามารถเปิดบัญชีแบบเดียวกันนี้กับธนาคารอื่นได้
  2. เงินที่ต้องการลงทุนในบัญชีเงินฝากปลอกภาษีนี้ แนะนำว่าควรเป็นเงินที่ต้องการเก็บสะสมไว้ให้อนาคตจริง ๆ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นเงื่อนไขในการฝากแบบระยะยาว และสม่ำเสมอ เราจึงต้องแน่ใจก่อนว่าเป็นเงินเย็นที่สามารถนำมาเก็บไว้ รอได้รับผลจากดอกเบี้ยจริง ๆ
  3. ดอกเบี้ยที่สูง มาพร้อมกับเงื่อนไข ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรอ่านเงื่อนไขให้ละเอียด และเลือกธนาคารที่เราสามารถเดินทางไปสะดวก หรือมีวิธีฝากเงินที่สะดวกเหมาะกับตัวเราจริง ๆ เพราะหากผิดเงื่อนไขแล้ว นอกจากจะไม่ได้รับดอกเบี้ยดั่งที่ตั้งใจไว้ อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มในการเดินทางไปที่เคาน์เตอร์ธนาคารเพื่อฝากเงินเป็นประจำ ทำให้ไม่คุ้มกับดอกเบี้ยที่ได้รับก็เป็นได้

แอบส่องดอกเบี้ยบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษีของแต่ละธนาคาร (ข้อมูลปี 2563)

ตารางเปรียบเทียบบัญชี เงินฝากปลอดภาษี ของธนาคารต่าง ๆ
ตารางเปรียบเทียบบัญชี เงินฝากปลอดภาษี ของธนาคารต่าง ๆ
ข้อมูลอ้างอิงจาก sanook/ sale_here/ canva

ตัวอย่างรายละเอียดเปรียบเทียบดอกเบี้ยบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษีที่ได้นำมาให้ดูกันนั้น จะเห็นได้ว่ามีหลากหลายสถาบันการเงินที่รองรับ มีความน่าเชื่อถือของแต่ละสถาบัน พร้อมทั้งดอกเบี้ยสูงที่ไว้ใช้จูงใจในแต่ละธนาคารแตกต่างกันไป แต่ทุก ๆ แบบก็มาพร้อมเงื่อนไข หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปติดต่อกับทางสถาบันการเงินนั้น  ๆ ได้เลย หรือสามารถศึกษารายละเอียดผ่านทางเว็บไซด์ของทางธนาคารก็สะดวกเช่นกัน

แม้ว่าการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น จะทำให้วิถีชีวิตประจำวัน รวมถึงแผนชีวิตของแต่ละคนอาจเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่หากเราตั้งอยู่บนความไม่ประมาท ศึกษาวิธีการหารายได้ หาเงินในช่องทางรูปแบบที่พอจะเป็นไปได้ เช่น การให้เงินทำงานในรูปแบบดอกเบี้ยนี้ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ในช่วงเวลาเปราะบางนี้ ความไม่ประมาท รู้จักวางแผนจะนำพาให้ทั้งชีวิตของทุกคนทั้งในด้านสุขภาพร่างกาย และสุขภาพทางการเงินปลอดภัย สามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้ไปได้ร่วมกัน ขอเป็นกำลังใจให้แก่คุณพ่อคุณแม่ทุก ๆ ท่าน

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ชี้เป้า 4 วิธีประหยัดเงิน เพื่อแม่ถูกและดี มีเงินออมให้ลูก!!

วิธีเก็บเงิน แบบคนรวย เคล็ดลับ 15 ข้อที่ควรสอนลูก

วิธีเก็บเงิน ให้ล้นกระเป๋าสตางค์แบบฉบับคนญี่ปุ่น!!

เรื่องจริงจากหมอ “ทำคลอดแม่ติดโควิด” อันตรายสุด เตือนแม่ อย่าเสี่ยง อย่าปิดข้อมูล

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

แพ็คเกจคลอดปี2564

รวม แพ็คเกจคลอด 2564 โรงพยาบาลในกรุงเทพ

สำหรับคุณแม่ท้องใกล้คลอดท่านไหนที่มีกำหนดคลอดลูกน้อยในปี 2021 นี้ ทีมแม่ ABK ได้รวบรวมราคา      แพ็คเกจคลอด 2564 ค่าคลอดเหมาจ่ายกับโรงพยาบาลเอกชน ในกทม. สำหรับครอบครัวไหนที่มีแพลนจะมีลูก และตั้งใจจะฝากครรภ์กับโรงพยาบาลในกทม. หากอยากทราบราคาค่าคลอดลูกด้วย ก็สามารถศึกษาดูข้อมูลที่นำมาให้ทราบนี้กันก่อนได้เลยนะคะ

หมายเหตุข้อควรรู้ทำความเข้าใจเรื่องราคาค่าคลอดลูก :ทุกโรงพยาบาล จะมีหมายเหตุคือขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคา แพ็คเกจคลอด 2564 โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ซึ่งข้อมูลที่ทีมแม่ ABK ได้รวบรวมของแต่ละโรงพยาบาลมานี้ จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลังได้ ตามความเหมาะสมหรือเพิ่มเติมแล้วแต่กรณี (ตั้งครรภ์ไม่ปกติ) … ดังนั้น ก่อนที่คุณแม่จะเข้ารับบริการ ควรตรวจสอบ หรือ โทรถามรายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละโรงพยาบาลที่ต้องการใช้บริการกันอีกครั้งด้วยนะคะ ตามข้อมูลที่ระบุไว้ด้านล่าง

แพ็คเกจคลอด 2564             

1.โรงพยาบาลหัวเฉียว

แพ็คเกจโรงพยาบาลหัวเฉียว

 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 0-2223-1351   ต่อ 3126

              แพ็คเกจผ่าคลอด ราคาชุดสุดคุ้ม  33,000  บาท ราคาชุดพิเศษ 41,000 บาท

ราคาชุดพิเศษ VIP 52,000 บาท (พัก 3 วัน 2 คืน)

              แพ็คเกจคลอดธรรมชาติ  ราคาชุดสุดคุ้ม 45,000  บาท ราคาชุดพิเศษ 55,000 บาท

ราคาชุดพิเศษ VIP 66,000 บาท (พัก 4 วัน 3 คืน)

หมายเหตุ อัตราค่าบริการนี้จะเป็นไปตามเงื่อนไข โปรแกรมคลอดบุตรเหมาจ่ายไม่กำหนด

2.โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์

แพ็คเกจ โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์

สอบถามรายละเอียดและข้อมูลได้ที่ แผนกสูติ-นรีเวชกรรม โทร. 0 2838 5555 ต่อ 10251,10252

              แพ็คเกจผ่าคลอด ราคา 77,000 บาท (4 วัน 3คืน )

              แพ็คเกจคลอดธรรมชาติ ราคา 50,000 บาท (3 วัน 2คืน )

หมายเหตุ คลอดปกติไม่ได้ต้องผ่าตัดคลอด (4 วัน 3 คืน) 78,000 บาท

3.โรงพยาบาลธนบุรี 2

แพ็คเกจโรงพยาบาลธนบุรี 2

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 487 2100 คลินิกสูติ-นรีเวช ต่อ 5247, 5248 (เปิดให้บริการเวลา 08.00-19.00 น.) แผนกห้องคลอด ต่อ 2600, 2601 (เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง)

              แพ็คเกจผ่าคลอด ราคา 67,900 บาท ( 4 วัน 3 คืน)

              แพ็คเกจคลอดธรรมชาติ ราคา 40,000 บาท ( 3วัน 2 คืน)

4.โรงพยาบาลเปาโลเกษตร

แพ็คเกจ โรงพยาบาลเปาโลเกษตร

สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม แผนกสูตินรีเวช  โรงพยาบาลเปาโลเกษตร โทร. 02 1500 900 ต่อ 5420 Line official account : Paolo Hospital Kaset  Line ID : @paolokaset

              แพ็คเกจผ่าคลอด ราคา Gold 49,900 บาท ราคา Platinum  59,900 บาท ( 4 วัน 3 คืน)

              แพ็คเกจคลอดธรรมชาติ ราคา Gold   39,900 บาท ราคา Platinum  49,00 บาท( 3 วัน 2 คืน)

5.โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน

แพ็คเกจ โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์สุขภาพสตรี  โรงพยาบาลเปาโลพหลโยธิน 0-2271-7000 ต่อ 10498-99       สายด่วน  พว.ภัทรวดี ปานชี (โรส) 081-867-5397

              แพ็คเกจผ่าคลอด  ราคา Gold  69,000 บาท ราคา  Gold Plus  82,000 บาท ราคา

Platinum  120,000 บาท

              แพ็คเกจคลอดธรรมชาติ ราคา Gold  50,000 บาท ราคา Gold Plus  62,000 บาท

ราคา Platinum  89,000 บาท

6.โรงพยาบาลวิชัยยุทธ

แพ็คเกจโรงพยาบาลวิชัยยุทธ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกสุขภาพสตรี ชั้น 12 อาคารศูนย์การแพทย์วิชัยยุทธ

โทร.0-2265-7777

              แพ็คเกจผ่าคลอด ราคา 69,900 บาท ( 4 วัน 3 คืน )

              แพ็คเกจคลอดธรรมชาติ ราคา 45,900 บาท ( 3 วัน 2 คืน )

หมายเหตุ คลอดปกติใช้ยาชาหรือบล็อกหลัง ราคา 59,900 บาท

7.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ

แพ็คเกจโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ

สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่แผนกสูติ-นรีเวชกรรม เบอร์โทรศัพท์ 0-2574-5000 ต่อ 8126, 8128

              แพ็คเกจผ่าคลอด ราคา 51,000 บาท

              แพ็คเกจคลอดธรรมชาติ ราคา 35,000 บาท

8.โรงพยาบาลพระราม9

แพ็คเกจโรงพยาบาลพระราม9

สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ www.praram9.com โทร.1270  Facebook :  praram 9 Hospital

              แพ็คเกจผ่าคลอด ราคา Gold Package 85,000 บาท  ราคา Gold Plus Package 99,000 บาท

ราคา Premium Package 149,000 บาท

              แพ็คเกจคลอดธรรมชาติ ราคา Gold Package 85,000 บาท  ราคา Gold Plus Package   99,000 บาท

ราคา Premium Package 149,000 บาท

9.โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา

แพ็คเกจโรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา

สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-793-5000

              แพ็คเกจผ่าคลอด ราคา 48,000   บาท

              แพ็คเกจคลอดธรรมชาติ ราคา 36,000   บาท

หมายเหตุ  ผ่าคลอด+ทำหมัน 51,000   บาท  คลอดธรรมชาติ +ทำหมัน 41,000 บาท

      

หากคุณแม่อยู่ในระบบประกันสังคม สามารถเช็คสิทธิประกันสังคมของตัวเองก่อน เพื่อวางแผนการเงินก่อนไปคลอดตามโรงพยาบาลข้างต้น โดยคุณแม่สามารถเช็คสิทธิของตัวเองได้โดยเช็คผ่านแอพประกันสังคมแอพประกันสังคม และหลังจากตรวจสอบสิทธิประกันสังคมว่าคุณแม่สามารถใช้ได้แล้ว คุณแม่จะได้รับสิทธิ์ดังนี้

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเกิดสิทธิ

  • จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร
  • จ่ายค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายกรณีคลอดบุตรให้แก่ผู้ประกันตนในอัตรา 15,000 บาทต่อการคลอดบุตรหนึ่งครั้ง สำหรับผู้ประกันตนหญิงมีสิทธิรับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นระยะเวลา 90 วันสำหรับการใช้สิทธิบุตรคนที่ 3 จะไม่ได้รับสิทธิเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นระยะเวลา 90 วัน
  • กรณีสามีและภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ให้ใช้สิทธิในการเบิกค่าคลอดบุตรฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่จำกัดจำนวนบุตร/ครั้ง

พิจารณาสั่งจ่าย

เงินสด/เช็ค (ผู้มีสิทธิมาขอรับด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน) ส่งธนาณัติให้ผู้ประกันตน โอนเข้าบัญชีธนาคารตามบัญชีของผู้ขอรับประโยชน์ทดแทน

เอกสารประกอบการยื่นคำขอประโยชน์ทดแทน กรณีคลอดบุตร

  1. แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน สปส. 2-01 ผู้ประกันตนกรอกข้อความครบถ้วน พร้อมลงลายมือชื่อผู้ยื่นคำขอ
  2. สำเนาสูติบัตรบุตร 1 ชุด (กรณีคลอดบุตรแฝดให้แนบสำเนาสูติบัตรของคู่แฝดด้วย)
  3. สำหรับผู้ประกันตนชายให้แนบสำเนาทะเบียนสมรส กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรสให้แนบหนังสือรับรองของผู้ประกันตนกรณีไม่มีทะเบียนสมรส
  4. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก ซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ยื่นคำขอมีธนาคาร ดังนี้

1) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

2) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

3) ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)

4) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

5) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

6) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

7) ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)

8) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

9) ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน)

หมายเหตุ

หากผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนไม่เห็นด้วยกับการสั่งจ่ายประโยชน์ทดแทน สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

สถานที่ยื่นเรื่อง

ยื่นได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขา ที่สะดวก (ยกเว้นสำนักงานใหญ่ในบริเวณกระทรวงสาธารณสุข)

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.sso.go.th/wpr/main

 

 บทความที่น่าสนใจ

3 วิธี คลอดลูก คลอดแบบธรรมชาติ แบบผ่าคลอด หรือคลอดลูกในน้ำ คลอดแบบไหนดี?

ฤกษ์คลอดลูก กุมภาพันธ์ 2564 วันไหนฤกษ์ดี ผ่าคลอดลูกได้ เช็กเลย

ฤกษ์คลอดลูก มกราคม 2564 ต้นปีฉลู คลอดลูกวันไหนดี พาแม่ร่ำรวย

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

มิสที บาร์ แอนด์ คาเฟ่ เดสติเนชั่นสุดชิค ริมหาดหัวหิน

“มิสที บาร์ แอนด์ คาเฟ่”เดสติเนชั่นสุดชิค ริมหาดหัวหิน พร้อมเสิร์ฟความฟิน ในบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

มิสที บาร์ แอนด์ คาเฟ่ (Miss T Bar & Cafe) สถานที่เช็คอินสุดชิคแห่งใหม่ ริมชายหาดหัวหิน พร้อมเปิดให้บริการ เอาใจเหล่าฮิปเตอร์ สู่เดสติเนชั่นสุดฟิน สร้างประสบการณ์ใหม่ของคาเฟ่คัลเจอร์ที่หลอมรวมความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมไว้ในที่เดียว ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางไปยังคาเฟ่มากมายตามแหล่งอพาร์ทเมนต์สุดฮิบในเวียดนาม และ คอฟฟี่เฮ้าส์นิวยอร์คสู่ร้านกาแฟแสนเก๋สไตล์ฝรั่งเศส  โดยชูจุดเด่นเรื่องการรังสรรค์เมนูอาหารและเครื่องดื่มที่คงรสชาติสูตรคลาสสิก แต่งเติมด้วยความสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่ไม่มีใครเหมือน มาพร้อมกับบรรยากาศการตกแต่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟในพื้นที่บีท ฟร้อนท์ ต้องตราตรึงใจ และมอบประสบการณ์การเที่ยวคาเฟ่ริมหาดมิรู้ลืม

มิสที บาร์ แอนด์ คาเฟ่ เดสติเนชั่นสุดชิค ริมหาดหัวหิน

สำหรับ มิสที บาร์ แอนด์ คาเฟ่ (Miss T Bar & Cafe) เป็นพื้นที่เรือนกระจกแบบโมเดิร์น เพดานสูงโปร่ง ให้ฟีลลิ่งของสไตล์วินเทจ เพิ่มความสดใสด้วยเฉดสีโทนสว่าง ด้านในของร้านรองรับลูกค้าได้มากกว่า 100 ที่นั่ง และบริเวณด้านนอกรองรับได้กว่า 100 ที่นั่งเช่นกัน ส่วนคาเฟ่บนหาดสุดชิลนั้น ตกแต่งในสไตล์ชายหาดซานต้าโมนิก้า ให้คุณได้มาพักผ่อน เสมือนอยู่บนเกาะแห่งความสุข ในส่วนเมนู มิส ที นั้น ได้นำเสนอการปรุงแต่งอาหารไทยแสนอร่อย อย่าง ข้าวซอยไก่ และ ซีฟู้ดจานร้อนปรุงรสด้วยพริกไทยดำ หากคุณกำลังมองหาการผจญภัยใหม่และศิลปะแห่งอาหารฟิวชั่นสไตล์โมเดิร์นที่แสนวิเศษ ขอแนะนำเมนู เบอร์เกอร์รสต้มยำ, กะเพราซอสคาโบนาร่า, แพนเค้กบัวลอยเผือก, และข้าวผัดกระเทียมรูปหมีนอนหลับตาพริ้ม ที่จะทำให้คุณอิ่มอร่อย และอดไม่ได้ที่จะโพสต์ภาพรัวๆ ลงอินสตาแกรม

มิสที บาร์ แอนด์ คาเฟ่ เดสติเนชั่นสุดชิค ริมหาดหัวหิน
{“uid”:”74F54735-DAD5-4803-9985-A681C7815034_1610007402751″,”source”:”other”,”origin”:”unknown”}

อีกหนึ่งเมนูไฮไลท์ เมื่อมาแล้วต้องห้ามพลาด คือ เมนูกาแฟโฮมเมด อาทิ ลาเต้หม้อแกง ที่เกิดจากการผสมของดับเบิ้ลเอสเพรซโซ่ และเผือกจนได้รสชาติที่กลมกล่อม และยังมีเมนูชานม ที่ผสมผสานใบชาพุดดิ้ง ถั่วแดงกับไวท์มอลต์มัทฉะ ซึ่งทำจากชาเขียวมัทฉะญี่ปุ่น ทาโก้ครีมเหนียวข้น และพุดดิ้งถั่วแดง ที่การันตีความอร่อยสุดฟิน ถ้าหากคุณเป็นสายหวาน ที่ชื่นชอบกับการลองเมนูใหม่ๆ ในฝั่งของเครื่องดื่ม Pineapple Yuzu Rose/ น้ำสับปะรดยูซุโรส เป็นอีกหนึ่งเมนูดริงก์ที่เพิ่มความสดชื่น

มิสที บาร์ แอนด์ คาเฟ่ เดสติเนชั่นสุดชิค ริมหาดหัวหิน

เมนู Mashmallow Passionfruit/ มาร์ชเมลโล่แพชชั่นฟรุต เป็นเครื่องดื่มที่ให้คุณได้เติมพลังในช่วงบ่าย สูตรพิเศษนี้ใช้เสาวรส รสจัดจ้านของมะม่วงและท๊อปด้วยมาร์ชเมลโล่ ให้รสผลไม้นุ่มละมุน หากคุณมองหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สักแก้ว ขอแนะนำ Cherry Blossom / เชอร์รี่บลอสซั่ม  นอกจากนี้ยังมีเมนูขนมหวาน ซิกเนเจอร์อย่าง คาราเมลชีสเค้ก หรือชานมไทยทานคู่กับขนมปังน้ำตาลสด รสชาติอร่อยกลมกล่อม ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป เป็นเมนูปิดท้ายที่จะสร้างความฟินในการทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยวิวทะเล

มิสที บาร์ แอนด์ คาเฟ่ เดสติเนชั่นสุดชิค ริมหาดหัวหิน

 

มิสที บาร์ แอนด์ คาเฟ่ (Miss T Bar & Cafe) เดสติเนชั่นสุดชิคริมหาด ตั้งอยู่ในอำเภอหัวหิน พร้อมเปิดประตูรอรับนักท่องเที่ยวแล้ววันนี้ ในทุกวันจันทร์ ถึง วันพฤหัสบดี เวลา 10:00 – 19:00 น. และ วันศุกร์ วันเสาร์ และ วันอาทิตย์ เวลา 10:00 – 21:00 น. มาสัมผัสประสบการณ์แห่งความฟิน ทั้งอาหาร เบเกอรี่ และ เครื่องดื่ม พร้อมพักผ่อน หย่อนใจ เสพบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟริมชายหาดหัวหิน ทั้งนี้สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งได้แล้ววันนี้ที่ โทร 098-3599-325 และ สื่อสังคมออนไลน์ https://www.facebook.com/Misstbarcafe หรือ IG: Misstbarcafe  LINE: @misstbarcafe

OQ: Optimist Quotient

งานวิจัยเผย….อยากให้ “ลูกฉลาด” แม่ต้องมีความสุขก่อน

ความหวังสูงสุดของคนเป็นแม่ คือ ลูกฉลาด มีความสุข พัฒนาการสมวัย ซึ่งแต่ละคนก็ขวนขวายหาสารพัดวิธี ทุ่มเทเพื่อลูกน้อยอย่างเต็มที่ จนลืมความสุขของตัวเองไป  หรือบางทีก็รู้สึกผิดหากจะทำอะไรเพื่อตัวเอง

แต่…. มีงานวิจัยล่าสุดออกมาว่า เมื่อแม่มีความสุข ลูกถึงจะฉลาด ถึงเวลาคุณแม่ปลดล็อคแล้ว

งานวิจัยเผย….อยากให้ “ลูกฉลาด” แม่ต้องมีความสุขก่อน

งานวิจัยดังกล่าวมีที่มาจาก มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่ผ่านวารสารด้านสมอง NeuroImage เนื้อหางานวิจัยมีอยู่ว่า คลื่นสมองแม่มีความสัมพันธ์และส่งผลต่อคลื่นสมองของลูก

ซึ่งงานวิจัยนี้ DR.Vicky Leong ผู้วิจัย ได้ทำการทดสอบกับแม่และลูก จำนวน 15 คู่ โดยให้แม่และลูกทำกิจกรรมร่วมกันไปพร้อม ๆ กับการตรวจคลื่นสมอง dual electroencephalograhy (EEG) เพื่อดูลักษณะการทำงานของคลื่นสมองของทั้งคู่ ระหว่างที่มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันในกิจกรรมต่าง ๆ

หลังจากทดสอบแล้วได้ผลว่า 

  • เมื่อแม่มีความสุข มีอารมณ์เชิงบวก สมองของแม่จะเชื่อมโยงกับสมองของลูกน้อยได้ดี ทำให้การสื่อสารกับลูกได้ดี เมื่อการสื่อสารระหว่างแม่ลูกเป็นไปได้ด้วยดี เด็กๆ ก็จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่แม่สอนได้ไวและง่ายขึ้น พัฒนาการทางสมองของลูกก็ดีขึ้นตามไปด้วย
  • ระหว่างที่มีกิจกรรมรวมกัน มีปฏิสัมพันธ์กัน คู่ที่แม่สบตาและยิ้มกับลูก จะทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์เชิงบวก สมองลูกก็จะยิ่งเรียนรู้ได้ดีขึ้น และมีผลต่อการเรียนรู้ของลูกในระยะยาว เพราะทำงานกับการเปลี่ยนแปลง “โครงสร้างสมอง” ในวัยเริ่มต้น
  • ส่วนแม่ที่ไม่มีความสุข ซึมเศร้า เครียด การเชื่อมโยงคลื่นสมองระหว่างแม่ลูกมีน้อยมาก ทำให้การเรียนรู้ของลูกทำได้ไม่ดี

ดังนั้น ลูกจะฉลาดมีพัฒนาการดี ต้องเริ่มที่ความสุขของแม่ก่อน เพราะอารมณ์เชิงบวก ทำให้เราเชื่อมโยงกับสิ่งมีชีวิตอื่น ได้ดีกว่า โดยมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รับรอง

 

ลูกฉลาด

การสื่อสารเชิงบวกทำอย่างไร

  • แม่ต้องสงบและสื่อสารด้วยอารมณ์เชิงบวกกับลูก
  • สบตา มองหน้า กับลูกบ่อยๆ
  • ดูแลตัวเองก่อนดูแลลูก เมื่อเรามีความสุขความสุขจะแผ่ไปถึงลูก
  • หยุดคำพูดเชิงลบ เช่น คำบ่น ตวาด พูดโดยใช้อารมณ์
  • ชมลูกให้มากกว่าการตำหนิ
  • งดทุบตี ทำร้ายร่างกายลูก

ซึ่งการสื่อสารเชิงบวก เป็นการเลี้ยงลูกที่ส่งเสริม ความฉลาดคิดบวก (OQ: Optimist Quotient) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 10 ความฉลาดของลูกในยุคดิจิตอล ที่จะช่วยให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแรง และประสบความสำเร็จในยุคดิจิตอล ความฉลาดคิดบวก หรือ OQ เป็นการมองในมุมบวก เด็กที่มี OQ นั้นจะมองเห็นคุณค่าในตัวเอง และรู้จักให้คุณค่าต่อผู้อื่นด้วย ทำให้เป็นเด็กที่ร่าเริง แจ่มใส กล้าที่จะยอมรับผิด เพื่อที่จะแก้ไขให้ดีและถูกต้อง เป็นเด็กที่สุขภาพจิตแข็งแรง เมื่อเกิดปัญหาก็มีสติตั้งรับที่จะแก้ไข บริหารความเครียดได้ดี ทำให้สามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างให้ลูกเป็นเด็กฉลาดคิดบวกได้ เริ่มต้นจากการเลี้ยงลูกเชิงบวกนั่นเอง

ลูกฉลาด

Power BQ 10 ความฉลาดของลูกในยุคดิจิตอล

การเป็นแม่ยุคใหม่ที่ต้องรับมือกับเทคโนโลยีรอบตัว ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงเทคโนโลยีได้ แต่เราสามารถหยิบเอาประโยชน์มาใช้ในการเลี้ยงลูกให้ ลูกฉลาด ประสบความสำเร็จในอนาคตได้ เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน มีงานวิจัยค้นคว้าใหม่ๆ เกิดขึ้นมาตลอด เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น

ซึ่งปัจจุบันการจะเลี้ยงลูกอย่างไรให้เติบโต อยู่รอด และประสบความสำเร็จในอนาคตข้างหน้า แม่ยุคใหม่จึงเป็น Power Mom รู้เรื่อง “10 ความฉลาด”  หรือ Power BQ (Power Baby & Kids Quotients) ที่มีส่วนสำคัญให้ลูกเติบโตแบบ ติดอาวุธความฉลาดรอบด้าน ซึ่ง ความฉลาดทั้ง 10 ด้าน มีดังนี้

1.ความฉลาดด้านสติปัญญา (IQ)

2.ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ)

3.ความฉลาดทางคุณธรรม (MQ)

4.ความฉลาดเข้าสังคม (SQ)

5.ความฉลาดคิดสร้างสรรค์ (CQ)

6.ความฉลาดในการเล่น (PQ)

7.ความฉลาดในการเผชิญปัญหา (AQ)

8.ความฉลาดด้านสุขภาพดี (HQ)

9.ความฉลาดคิดบวก (OQ)

10 ความฉลาดในการคิดเป็น (TQ)

บทความแนะนำ : 10 วิธีเลี้ยงลูกให้ฉลาด สอนลูกฉลาดรู้ ฝึกลูกฉลาดทำ โดยรศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์

 

PWQ10

ปีใหม่นี้เรามาปรับ Mindset กันใหม่ แม่มีความสุข ลูกมีความสุข  การทำให้ตัวเองมีความสุขไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัว เพราะเมื่อเรามีความสุข เราจะมีอารมณ์เชิงบวกและทำให้การสื่อสารเชื่อมโยงกับลูกเป็นไปได้ด้วยดี เป็นการเสริมสร้างความฉลาดคิดบวก (OQ: Optimist Quotient) หนึ่งใน Power BQ ความฉลาด 10 ด้าน ที่เด็กยุคใหม่ควรมี ดังน้น แม่มีความสุข ลูกจะฉลาด หรือ ลูกฉลาด … เริ่มต้นที่แม่มีความสุข

วิธีคลายเครียดเพิ่มสุขของแม่ยุคโควิด

เลี้ยงลูกอยู่บ้านเป็นเวลานาน บางทีก็ลืมวิธีหาความสุขใส่ตัวไปบ้าง ยิ่งช่วงโควิดยิ่งกดดัน เรามาแบ่งปันเคล็ดไม่ลับเพิ่มความสุขให้บรรดาแม่ๆ ในยุคโควิดกัน

  1. พบปะพูดคุยกับเพื่อนๆ บ้าง  ถ้าเป็นเวลาปกติก็ออกไปมิตติ้งกับเพื่อนๆ บ้างเป็นครั้งคราว แต่สำหรับยุคโควิดครองเมือง ก็ทักทายพูดคุยทาง ไลน์ เฟซไทม์ หรือ เฟซบุ๊ค ให้พอกระชุ่มกระชวยหัวใจ โลกของแม่ก็ไม่เงียบเหงาจนเกินไป
  2. หาความสนุกใส่ตัวเสมอๆ ลองเปลี่ยนบรรยากาศหาความสนุกด้วยการ ออกกำลังกายเบาๆ ออกไปวิ่ง หรือจะอ่านหนังสือ ดูซีรีย์ เพิ่มสารเอ็นโดรฟินให้กับร่างกาย จะได้มีพลังบวกไว้เลี้ยงลูกสุดแสบ
  3. ลุกขึ้นแต่งตัว ไม่ได้ออกไปไหนก็แต่งตัวสวยๆ ให้ตัวเองดู ให้ลูกดู ให้สามีดูได้ ใครๆ ก็ชอบของสวยๆ งามๆ ลองลุกขึ้นมาแต่งหน้า แต่งตัว เปลี่ยนสีผม เปลี่ยนทรงผมบ้าง เวลาส่องกระจกเราจะเผลอยิ้มให้กับตัวเองโดยไม่รู้ตัว แถมยังทำให้บรรยากาศรอบตัวสดชื่นขึ้นด้วยนะ
  4. จัดบ้านให้สดใส ลองเปลี่ยนมุมจัดวางของ เก็บกวาดบ้านให้โล่งๆ แค่นี้ก็ทำให้อารมณ์ดี มีความสุขขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ การได้อยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ บรรยากาศสะอาด โล่ง ทำให้จิตใจปลอดโปร่ง ผ่อนคลาย สร้างความรู้สึกเบิกบานใจให้ผู้อยู่อาศัยได้จริงๆ

เครดิต หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน

อ่านต่อบทความเรื่องอื่นที่น่าสนใจ คลิก!!

วิจัยชี้!! ลูก นอนกลางวัน ช่วยให้ความจำดี เรียนรู้เร็ว!

ไขความลับ!! พัฒนาสมองลูกใน 1,000 วันแรก ให้มีประสิทธิภาพที่สุด

4 เทคนิคช่วยลูกพัฒนาการดี ด้วย “กิน กอด เล่น เล่า”

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธ

ไอเดีย ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธ 200 ชื่อดี ความหมายมงคล

รวม ชื่อมงคล ไอเดีย ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธ 200 ชื่อ มีทั้ง เกิดวันพุธกลางวัน และ เกิดวันพุธกลางคืน จะมีชื่อดี ความหมายมงคล สำหรับ ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธ ชื่อใดบ้าง มาดูกัน

200 ชื่อดี ความหมายมงคล
ไอเดีย ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธ

นิสัยเด็กผู้ชายเกิดวันพุธ

เป็นคนที่ช่างคิดและมีความรอบรู้สูง มักเป็นนักวิชาการหรือนักคิดเป็นส่วนมากมีความสามารถหลายๆ ด้าน และเป็นคนที่เอาใจใส่สนใจกับความก้าวหน้าของตนเอง จิตใจโอบอ้อมอารีและเป็นคนที่มีน้ำใจ เพื่อนฝูงชอบคบหาเพราะเป็นคนช่างเกรงใจและถนอมน้ำใจผู้คนเป็นอย่างมาก

มักจะเก็บความรู้สึกพึงพอใจ หรือไม่พอใจไว้ข้างในและเป็นคนที่ไม่ช่างพูดเพ้อเจ้อ โวยวาย มักจะเสียเปรียบเพื่อนฝูงอยู่เนืองนิตย์ เพราะชอบอาสารับปากช่วยเหลือผู้คน หากวันข้างหน้าได้เป็นใหญ่เป็นโตเป็นผู้แทนได้อย่างเหมาะสมมาก เพราะเห็นอกเห็นใจคนรอบข้างอย่างดีเยี่ยม แต่เมื่อยามเก็บกดจะหมดที่อดกลั้นก็มักจะเจรจาพูดจาได้เฉียบขาด และเจ็บแสบเหมือนกัน

วัยเด็กมีคนล้อมหน้าล้อมหลังหลงเสน่ห์มากมาย เพราะเป็นคนที่น่ารัก และเรียบร้อยคนหนึ่งมักจะเป็นผู้นำเพื่อนฝูงอยู่เสมอในวัยเด็กดวงตามีเวทมนตร์ขลังอย่างมากหากใครได้มองแล้วจะปลาบปลื้มนิยมชมชอบและพึงพอใจแทบทุกคน

สำหรับบ้านไหนที่กำลังตั้งท้องลูกชาย และมีฤกษ์คลอดลูกที่ตรงกับวันพุธ ต้องห้ามพลาด ทีมแม่ ABK มีชื่อดี ชื่อมงคล สำหรับใช้ ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธ มาฝาก คัดมาให้แต่ชื่อเพราะๆ ความหมายดีๆ กว่า 200 ชื่อ ครบทั้งเด็กชายที่ เกิดวันพุธกลางวัน และ เกิดวันพุธกลางคืน จะมีชื่อดี ความหมายมงคล สำหรับ ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธ ชื่อใดบ้าง มาดูกันเลย

น้ำยาซักผ้าเบบี้มายด์ ออร์แกนิค

หลักการ ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธ

การตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธ ตามที่โบราณที่นิยมยึดถือปฏิบัติกันมากที่สุด จะต้องใช้ความหมายของทักษาที่ดี โดยยึดทักษาปกรณ์เป็นหลัก คือ ต้องใช้อักขระในวรรค บริวาร ,อายุ ,เดช, ศรี ,มูละ ,อุตสาหะ หรือมนตรีเท่านั้น ซึ้งหากจะ ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธ x ห้าม อักขระวรรคกาลกิณี คือ จ ฉ ช ซ ฌ ญ  โดยเด็ดขาด! x ทั้งนี้ชื่อที่ดีควรมีภาษาและความหมายที่ดี ความยาว 2-4 พยางค์ มีอักขระในวรรค/ทักษาอื่น ๆ รวม ๆ กันอยู่ในชื่อ

ทั้งนี้การตั้งชื่อตามหลักทักษาปกรณ์ ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธ นิยมใช้อักขระ วรรคเดช (บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม) นำหน้าหรือตามหลัง หรือใช้อักขระวรรคอื่น ๆ นำหน้าชื่อก็ได้ เพื่อเป็นการแก้ข้อบกพร่องหรือส่งเสริมในเรื่องต่าง ๆ ตามความหมายของวรรคนั้น ๆ

 

บริวาร

(โสณนาม)
ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ

อายุ

(นาคนาม)
ด ต ถ ท ธ น

เดช

(มุสิกนาม)
บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม

กาลกิณี

(ราชสีนาม)
จ ฉ ช ซ ฌ ญ

วันพุธ

ศรี

(คชนาม)
ย ร ล ว

มนตรี

(พยัคฆ์นาม)
ก ข ค ฆ ง

อุตสาหะ

(ครุฑนาม)
อ สระ

มูลละ

(อัชชนาม)
ศ ษ ส ห ฬ ฮ

 

รวม ชื่อลูกชายเกิดวันพุธ

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธ หมวด ก คำอ่าน ความหมาย
1.       กฤตนัน กริด – ตะ – นัน ผู้มีประสบการณ์อันยิ่งใหญ่
2.       กฤตภาส กริด – ตะ – พาด สร้างแสงสว่าง สร้างความรุ่งเรือง
3.       กวีวัธน์ กะ – วี – วัด กวี ผู้เจริญ
4.       กรภูมิ กอ-ระ-พู ผู้สร้างเมือง
5.       กรวิทย์ กอ – ระ – วิด สร้างความรู้
6.       กรินทร์ กะ – ริน เป็นใหญ่ในการทำ
7.       กฤตภัค กริด – ตะ – พัก โชคอันเกิดขึ้นแล้ว
8.       กฤษกร กริด – สะ – กอน ผู้สร้างผู้ทำ
9.       กวิศ กะ – วิด เจ้าแห่งกวี
10.   กษมวัต กะ – สะ – วัด รู้สิ่งถูกต้อง เหมาะสม
11.   กันตยศ กัน – ตะ – ยด มียศเป็นที่รัก
12.   กานต์ปทิต กาน – ปะ – ทิด รุ่งเรืองและเป็นที่รัก
13.   กานต์รวี กาน – ระ – วี พระอาทิตย์ที่น่ารัก
14.   กิตติ์ดนัย กิด – ดะ – ไน ลูกชายผู้เลื่องชื่อ
15.   กิตติ์ธนา กิด – ทะ – นา มีทรัพย์และชื่อเสียง

 

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธ หมวด ข คำอ่าน ความหมาย
16.   เขตภากร เขด – พา – กอน เขตแดนของความเจริญรุ่งเรือง
17.   เขษมศานติ์ ขะ – เสม – สาน มีความสุขความสงบ
ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธ หมวด ค คำอ่าน ความหมาย
18.   คณาธิป คะ – นา – ทิบ เป็นใหญ่ในหมู่คณะ
19.   คณินท์ คะ – นิน เป็นใหญ่ในหมู่คณะ
20.   คณิศร คะ – นิด – สอน ผู้เป็นใหญ่กว่าหมู่คนทั้งหลาย
21.   คณิศราพัทธ์ คะ – นิด – สะ – รา – พัด เกี่ยวพันกับหมู่คณะที่ยิ่งใหญ่
22.   คริษฐ์ คริด ผู้ที่น่าบูชาที่สุด
23.   คริษฐา คะ – ริด – ถา น่านับถือที่สุด,สำคัญที่สุด
24.   คุณนิธิ คุน – นิ – ทิ ขุมทรัพย์คือความดี
25.   คุณภัทร คุน – นะ – พัด เจริญไปด้วยความดี
26.   คุณากร คุ – นา – กอน บ่อเกิดของความรู้

 

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธหมวด ญ คำอ่าน ความหมาย
27.   ญาณพัฒน์ ยา – นะ – พัด เจริญด้วยความรู้
28.   ญาณภัทร ยา – นะ – พัด ดีงามด้วยความรู้
29.   ญาณภาส ยา – นะ – พาด แสงสว่างแห่งปัญญา
30.   ญาณโรจน์ ยา – นะ – โรด รุ่งเรืองด้วยความรู้
31.   ญาณวรุตม์ ยา – นะ – วะ – รุด มีความรู้ประเสริฐสุด
32.   ญาณวิทย์ ยา – นะ – วิด ความรู้ประกอบด้วยปัญญา
33.   ญาณวุฒิ ยา – นะ – วุด เจริญด้วยความรู้
34.   ญาณสิทธิ ยา – นะ – สิด สำเร็จด้วยความรู้
35.   ญาณาธิป ยา – นา – ทิบ เป็นใหญ่ด้วยความรู้
36.   ญาธิป ยา – ทิบ เป็นใหญ่ด้วยความรู้
37.   ญาโนภาส ยา – โน – พาด คำสอนที่ประกอบด้วยความรู้

 

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธหมวด ฐ คำอ่าน ความหมาย
38.   ฐากูร ถา – กูน เทพเจ้าที่กราบบูชา
39.   ฐานทัต ถา – นะ – ทัด ให้หลักแหล่งมั่นคง
40.   ฐานนันท์ ถา – นะ – นัน ยินดีในฐานะ(ของตน)
41.   ฐาพิร์ณัท ถา – พิ – นัด มั่นคงกล้าหาญมีความรู้
42.   ฐิตากร ถิ – ตา – กอน บ่อเกิดแห่งความมั่นคง
43.   ฐิติ ถิ – ติ ความมีชีวิตอยู่,ความมั่นคง
44.   ฐิติกร ถิ – ติ – กอน สร้างความมั่นคง,สร้างชีวิต
45.   ฐิตินันท์ ถิ – ติ – นัน ผู้มีความชื่นชมยินดีในชีวิต
46.   ฐิติพัศ ถิ – ติ – พัด มีอำนาจตั้งมั่น
47.   ฐิติวัฒน์ ถิ – ติ – วัด เจริญมั่นคง
48.   ฐิติวุฒิ ถิ – ติ – วุด เจริญมั่นคงตลอดไป
49.   ฐิติศักดิ์ ถิ – ติ – สัก อำนาจ,ความสามารถมั่นคง
50.   ฐิติสุทธิ ถิ – ติ – สุด ผู้ตั้งอยู่ในความบริสุทธิ์
51.   ฐินันรเมศ ถิ – นัน – ระ – เมด ความรู้มั่นคงเป็นเจ้าแห่งรัก
52.   ฐิรเมธัส ถิ – ระ – เม – ทัด ฉลาดและมั่นคง
53.   ฐิระนันท์ธนา ถิ – ระ – นัน – ทะ – นา ตั้งมั่นอยู่ในความสุขความร่ำรวย

ลูกนอนกลางวัน

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธ หมวด ฑ คำอ่าน ความหมาย
54.   ฑวัต ทะ – วัด เหมือนพระศิวะ
55.   ฑิตถากร ทิด – ถา – กอน ที่มาของความรู้

 

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธหมวด ณ คำอ่าน ความหมาย
56.   ณทัต นะ – ทัด ให้เแล้วซึ่งของขวัญหรือความรู้
57.   ณนันท์ นะ – นัน ยินดีในความรู้ เครื่องประดับ
58.   ณยศ นะ – ยด มีชื่อเสียงทางความรู้
59.   ณรงค์ฤทธิ์ นะ – รง – ริด มีฤทธิ์ในการรบ
60.   ณวัฒน์ นะ – วัด เจริญงอกงามทางความรู้
61.   ณศักต์ นะ – สัก ที่สามารถทางความรู้
62.   ณัฏฐ์ นัด ผู้ตั้งอยู่ในความรู้,นักปราชญ์
63.   ณัฏฐ์ธเนศ นัด – ทะ – เนด ปราชญ์ผู้เป็นเจ้าแห่งทรัพย์
64.   ณัฏฐพงศ์ นัด – ถะ – พง ตระกูลของนักปราชญ์
65.   ณัฏฐวิราม นัด – ถะ – วิ – ราม งดงามและฉลาด
66.   ณัฏฐากร นัด – ถา – กอน บ่อเกิดแห่งนักปราชญ์
67.   ณัฐ นัด ผู้ตั้งอยู่ในความรู้,นักปราชญ์
68.   ณัฐณกิตติ์ นัด – นะ – กิด ปราชญ์ผู้ซึ่งมีชื่อเสียง
69.   ณัฐดนัย นัด – ดะ – ไน บุตรของนักปราชญ์,บุตรผู้ฉลาด
70.   ณัฐนนท์ นัด – ถะ – นน เป็นที่ชื่นชมยินดีของนักปราชญ์
71.   ณัฐนันท์ นัด – ถะ – นัน เป็นที่ชื่นชมยินดีของนักปราชญ์
72.   ณัฐปดัลภ์ นัด – ปะ – คัน ปราชญ์ผู้องอาจ
73.   ณัฐพงศ์ นัด – ถะ – พง วงศ์วานของผู้คงแก่เรียน
74.   ณัฐภัทร นัด – ถะ – พัด นักปราชญ์ผู้ดีงาม
75.   ณัฐภาส นัด – ถะ – พาด ความรุ่งเรืองของปราชญ์
76.   ณัฐยศ นัด – ถะ – ยด นักปราชญ์ผู้มีชื่อเสียง
77.   ณัฐรณ นัด – ถะ – รน การรบของนักปราชญ์
78.   ณัฐรมย์ นัด – ถะ – รม เป็นที่รื่นรมย์ของนักปราชญ์
79.   ณัฐวร นัด – ถะ – วอน นักปราชญ์ผู้ประเสริฐ
80.   ณัฐวัตร นัด – ถะ – วัด ความประพฤติของนักปราชญ์
81.   ณัฐวุฒิ นัด – ถะ – วุด ผู้มีความเจริญเพราะความรู้
82.   ณัฐสม นัด – ถะ – สม เสมอด้วยนักปราชญ์
83.   ณัฐสรรพ์ นัด – ถะ – สัน ความฉลาดทั้งปวง
84.   ณัฐสิทธิ์ นัด – ถะ – สิด ความสำเร็จของนักปราชญ์
85.   ณัฐสุต นัด – ถะ – สุด ลูกนักปราชญ์
86.   ณัทธร นัด – ทอน มีความรู้
87.   ณาศิส นา – สิด ปรารถนาความรู้
88.   ณุฐวุฒิ นุด – ถะ – วุด ความเจริญของปราชญ์
89.   ณุดร นุ – ดอน ความรู้ยิ่งกว่า
ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธหมวด ด คำอ่าน ความหมาย
90.   ดนุสรณ์ ดะ – นุ – สอน มีตนเองเป็นที่พึ่ง
91.   ดรัสพงศ์ ดะ – รัด – พง วงศ์อันเข้มแข็ง
92.   ดารุณัย ดา – รุ – ไน เยาว์วัย
93.   ดำเกิงกฤติ ดำ – เกิง – กิด การกระทำที่รุ่งเรือง
94.   ดิฐภณ ดิด – ถะ – พน คำพูดที่ยังคงอยู่
95.   ดิลกภัทร ดิ – หลก – พัด เป็นยอดแห่งความรุ่งเรือง
96.   ดิษณ์กร ดิด – สะ – กอน ดวงอาทิตย์
97.   ดุษฎีกร ดุด – สะ – ดี – กอน สร้างสิ่งที่ยินดี

 

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธ
หมวด ต-ถ
คำอ่าน ความหมาย
98.   ตรีธรพงศ์ ตรี – ทะ – ระ – พง เผ่าพันธุ์ของผู้ทรงตรีศูล
99.   ถิรคุณ ถิ – ระ – คุณ คงคุณธรรม
100.                        ถิรธนา ถิ – ระ – ทะ – นา มั่นคงในทรัพย์
101.                        ถิรบำรุง ถิ – ระ – บำ – รุง ทำให้งอกงาม

 

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธหมวด ท คำอ่าน ความหมาย
102.                        ทยา ทะ – ยา ความเอ็นดู กรุณา
103.                        ทศวรรค์ ทด – สะ – วัน รวมเป็นจำนวนสิบ
104.                        ทักษ์ ทัก – สะ ฉลาด, มีทักษะดี
105.                        ทักษ์ดนัย ทัก – ดะ – ไน บุตรของผู้ฉลาด
106.                        ทักษิณัตว์ ทัก – สิ – นัด ความซื่อตรง
107.                        ทัตพงศ์ ทัด – พง ได้รับสืบทอดวงศ์ตระกูล
108.                        ทิพากร ทิ – พา – กอน พระอาทิตย์
109.                        ทิษฏิ ทิด – ติ ความสุข
110.                        เทวิษฎ์ เท – วิด ที่ปรารถนาของเทวดา
ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธหมวด ธ คำอ่าน ความหมาย
111. ธงรบ ทง – รบ ธงตอนออกศึก
112.  ธนบดี ทะ – นะ – บอ – ดี ผู้มีทรัพย์, เศรษฐี
113. ธนบูรณ์ ทะ – นะ – บูน มากไปด้วยทรัพย์
114. ธนศักดิ์ ทะ – นะ – สัก ร่ำรวยและมียศศักดิ์
115. ธนัทปกรณ์ ทะ – นัด – ปะ – กอน ร่ำรวยเรื่องตำรา
116. ธนันพัทธ์ ทะ – นัน – พัด ผูกพันกับความร่ำรวย
117.  ธนาคม ทะ – นา – คม การแห่งทรัพย์
118. ธนาดุล ทะ – นา – ดุน มีทรัพย์นับไม่ได้
119. ธนาภูมิ ทะ – นา – พูม พื้นที่แห่งทรัพย์
120. ธนารัศมิ์ ทะ – นา – รัด รัศมีแห่งความร่ำรวย
121. ธนิน ทะ – นิน มีทรัพย์
122. ธมนินทร์ ทะ – มะ – นิน ผู้เป็นยิ่งใหญ่
123. ธรรมภูวัฒน์ ทำ – มะ – พู – วัด สูงส่งด้วยธรรมะและความเจริญ
124. ธรรมาเศรษฐ์ ทำ – มา – เสด ธรรมะอันเจริญยิ่ง
125. ธิติพัทธ์ ทิ – ติ – พัด ผูกพันกับปัญญา
126.ธิบดิ์ธำรง ทิบ – ทำ – รง ทรงไว้ซึ่งความเป็นใหญ่
127. ธิบดิ์ภวิน ทิบ – พะ – วิน ภาวะอันดีงามและยิ่งใหญ่
128. ธิปติพัศ ทิบ – ติ – พัด เป็นใหญ่และมีอำนาจยิ่ง
129. ธีรดนัย ที – ระ – ดะ – ไน ลูกผู้ชายเป็นคนฉลาด
130. ธีร์นพัต ที – นะ – พัด ปราชญ์ผู้ริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ
131.  ธีร์ปพน ที – ปะ – พน ปราชญ์ผู้บริสุทธิ์
132.  ธีรพัฒน์ ที – ระ – พัด ปราชญ์ผู้เจริญ
133.  ธีรวีร์ ที – ระ – วี ปราชญ์ผู้สามารถ
134. ธีรสุต ที – ระ – สุด ลูกชายผู้ฉลาด
135. ธีรุตม์ ที – รุด ปราชญ์ผู้ยอดเยี่ยม
136.  ธีวสุ ที – วะ – สุ ทั้งฉลาดทั้งมีทรัพย์

 

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธหมวด คำอ่าน ความหมาย
137.                        นพณัฐ นบ – พะ – นัด นักปราชญ์ผู้สดชื่น
138.                        นโรตม์ นะ – โรด สูงสดในหมู่คน
139.                        นัทธพงศ์ นัด – ทะ – พง เชื้อสายอันมั่นคง, วงศ์ที่ผูกพัน
140.                        นันทกร นัน – ทะ – กอน สร้างความยินดี
141.                        นันทพงศ์ นัน – ทะ – พง เชื้อสายแห่งความสุข
142.                        นันธนัฐ นัน – ทะ – นัด มีญานมั่นคงน่ายินดี
143.                        นันพัทธ์ นัน – พัด ยินดีและผูกพัน
144.                        นิธิ นิ – ทิ ขุมทรัพย์
145.                        นิรัติศัย นิ – รัด – ติ – ไส พิเศษ,ประเสริฐยิ่ง
146.                        นิษกัณฐ์ นิด – สะ – กัน สร้อยคอทองคำ
147.                        เนติ์ธนัฐ เน – ทะ – นัด ร่ำรวยและน่าสรรเสริญ

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธ

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธหมวด บ คำอ่าน ความหมาย
148.                        บดีศวร บอ – ดี – สวน เจ้าแห่งความเป็นใหญ่
149.                        บรรณวิทิต บัน – นะ – วิ – ทิด ผู้ฉลาดในเรื่องหนังสือ
150.                        บรรณสรณ์ บัน – นะ – สอน ผู้มีความรู้เป็นที่พึ่ง
151.                        บรรยวัสถ์ บัน – ยะ – วัด มั่นคง ไม่หวั่นไหว
152.                        บริณต บอ – ริ – นด ทุนทรัพย์, สิ่งที่มุ่งหมาย, ผู้นอบน้อม
153.                        บริโธวัต บอ – ริ – โท – วัด บริสุทธิ์, หมดจด
154.                        บริปาลิต บอ – ริ – ปา – ลิด ได้รับความคุ้มครอง
155.                        บริพยัต บอ – ริ – พะ – ยัด รอบรู้
156.                        บริวัณณิต บอ – ริ – วัน – นิด สรรเสริญ
157.                        บริวาริต บอ – ริ – วา – ริต ได้รับยกย่อง
158.                        บวร บอ – วอน ประเสริฐ
159.                        บวรทัต บอ – วอน – ทัด ผู้ให้สิ่งที่ประเสริฐ
160.                        บวรนันท์ บอ – วอน – นัน มีความสุขอันประเสริฐ
161.                        บวรภัค บอ – วอน – พัก มีโชคอันประเสริฐ
162.                        บัณฑิตพุทธิ์ บัน – ดิด – ตะ – พุด จิตใจเป็นบัณฑิต
163.                        บัณทัต บัน – นะ – ทัด ผู้ให้ทรัพย์สมบัติ
164.                        บุณยภริต บุน – ยะ – พริด มากด้วยคุณความดี
165.                        บุณโยดม บุน – โย – ดม อุดมด้วยความดี
166.                        บุณวัทน์ บุ – นะ – วัด ผู้มีคำพูดบริสุทธิ์
167.                        บุลกิต บุ – ละ – กิด มีความปลื้มใจ
168.                        บูรณมานัส บู – ระ – นะ – มา – นัด เปี่ยมด้วยความพอใจ
169.                        บูรณศักดิ์ บู – ระ – นะ – สัก อำนาจอันสมบูรณ์
170.                        บูรตธรรม บู – ระ – ตะ – ทำ ทำบุญครบถ้วน

 

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธหมวด ป คำอ่าน ความหมาย
171.                        ปรมะนิธิศ ปะ – ระ – มะ – นิ – ทิด มีขุมทรัพย์อันสูงส่งยิ่ง
172.                        ปรมัตถ์ ปะ – ระ – มัด ประโยชน์สูงสุด, ความเจริญสูงสุด
173.                        ประกรรษวัต ประ – กัด – สะ – วัด ดีเยี่ยม
174.                        ปรีย์ธนัน ปรี – ทะ – นัน เป็นที่รักและร่ำรวย
175.                        ปฤษทัศว์ ปริด – สะ – ทัด ชื่อพระศิวะ
176.                        ปัณฑ์ร ปัน – ทอน ทรงไว้ซึ่งความรู้
177.                        ปัณณทัต ปัน – นะ – ทัด ให้ความรู้

 

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธหมวด พ คำอ่าน ความหมาย
178.                        พงศ์ภีระ พง – พี – ระ วีรบุรุษแห่งวงศ์ตระกูล
179.                        พงศ์สิทธิ พง – สิด ตระกูลแห่งผู้มีสิทธิ์
180.                        พงศ์สุรินทร์ พง – สุ – ริน สกุลพระอินทร์
181.                        พนธกร พน – ทะ – กอน สร้างความผูกพัน, เป็นที่รักเป็นที่ผูกพัน
182.                        พนิต พะ – นิด เป็นที่รักที่ชอบใจ
183.                        พนิตนันท์ พะ – นิด – นัน ชอบความรื่นเริง, มีความยินดีอันเป็นที่รัก
184.                        พงศ์ภีระ พง – พี – ระ วีรบุรุษแห่งวงศ์ตระกูล

 

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธหมวด ภ คำอ่าน ความหมาย
185.                        ภคนันท์ พะ – คะ – นัน ยินดีในโชค
186.                        ภควัต พะ – คะ – วัด ผู้มีโชค นามพระศิวะ
187.                        ภคิน พะ – คิน ผู้มีโชค, มีสิริมงคล
188.                        ภคินทร์ พะ – คิน เจ้าแห่งโชคลาภ และความเจริญรุ่งเรือง
189.                        ภพนิพิฐ พบ – พิ – นิด 3 ผู้ดำรงมั่นในภพหรือในโลก
190.                        ภพสรรค์ พบ – สัน สร้างพบ, สร้างโลก
191.                        ภโรทัย พะ – โร – ไท รุ่งเรืองมาก
192.                        ภวสินธุ์ พะ – วะ – สิน มหาสมุทร
193.                        ภวัต พะ – วัด ผู้เจริญ
194.                        ภวินท์ พะ – วิน เจ้าแห่งภพ, เป็นใหญ่ในโลก
195.                        ภัคคณุตร พัก – คะ – นุด โชคดียิ่งกว่าคนทั้งหลาย
196.                        ภัคศรัณย์ พัก – สะ – รัน มีโชคดีและเป็นที่พึ่ง

 

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันพุธ หมวด อ คำอ่าน ความหมาย
197.                        อิทธิกร อิด – ทิ – กอน ผู้สร้างความสำเร็จ
198.                        อธิคุปต์ อะ – ทิ – คุบ คุ้มครองไว้อย่างดี
199.                        อธิษฐ์ธนัน อะ – ทิด – ทะ – นัน ร่ำรวยด้วยคำอธิษฐาน
200.                        อภิธาร อะ – พิ – ทาน ทรงไว้อย่างยิ่งใหญ่

 


ขอบคุณข้อมูลจาก : www.mongkhon.comwww.myhora.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิกที่ภาพด้านล่าง ⇓

ดวงวันเกิดลูก กับพ่อแม่ วันไหนเป็นมิตร วันไหนเป็นศัตรู

อยากให้ลูกเกิดมาฉลาด พ่อแม่ต้องทำสิ่งนี้ก่อนลูกเกิด!

อยากมีลูกต้องทำไง ? ลอง 9 วิธีแบบธรรมชาติและวิทยาศาสตร์ ลูกมาแน่

รวมหลักเกณฑ์ ตั้งชื่อลูกตามตัวอักษร และวันเกิด จากคัมภีร์ทักษาฯ

 

แม่ติดโควิดคลอดลูก

เรื่องจริงจากหมอ “ทำคลอดแม่ติดโควิด” อันตรายสุด เตือนแม่ อย่าเสี่ยง อย่าปิดข้อมูล

เรื่องเล่าจากห้องคลอด แม่ติดโควิดคลอดลูก นาทีชีวิตที่ต้องเสี่ยงหากผิดพลาดลูกน้อย และเจ้าหน้าที่กว่า 30 ชีวิตต้องติดเชื้อทันที!!

ปกติการคลอดลูกเป็นสถานการณ์ที่มีความเสี่ยง ซึ่งหมอสูติ หมอเด็ก และเจ้าหน้าที่ในห้องคลอดต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อให้คุณแม่และลูกน้อยปลอดภัย แล้วถ้า แม่ติดโควิดคลอดลูก จะเป็นอย่างไร

แพทย์หญิงประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าท่านหนึ่งได้โพสต์เล่าในเฟสบุ๊กส่วนตัวชื่อ Nopparat Sutarapanakit ถึงประสบการณ์สุดระทึกในการทำคลอดคุณแม่ที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 โดยติดเชื้อจากสามีที่ทำงานอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ความว่า

แม่ติดโควิดคลอดลูก
ขอบคุณภาพจาก FB opparat.sutarapanakit

บันทึกไว้เตือนความทรงจำ 6/1/64

“สุขสันต์วันเกิด น้องโควิดา” (ชื่อนี้หมอๆ ตั้งให้เองน้า )

ความตื่นเต้นเริ่มจาก แม่ covid positive GA 36 +2 with IUGRประเมิน น้ำหนักลูก 2100 กรัม ติดมาจากพ่อที่ทำงานตลาดทะเลไท ทั้งแม่ ทั้งหมอทุกคนเครียด แค่ป้องกัน Covid ก็ลำบากแล้วนี่ต้องเตรียมรับแม่ที่จะคลอดได้ตลอดเวลา เวลา 1-2 อาทิตย์ สำหรับการเตรียมการถือว่าน้อยมากๆ มันเครียดสำหรับทุกฝ่าย สำหรับ รพ. อำเภอเล็กๆ ในพื้นที่สีแดงเข้มมมมม ปัญหาเริ่มจาก เด็กตัวเล็ก ไม่ครบกำหนดคลอด อาจจะคลอดเมื่อไหร่ก็ได้ พ่วงมาด้วย Covid ที่ใครๆก็กลัวไม่อยากเป็น

เริ่มต้นด้วย หมอเมด (อายุรแพทย์)บอก คนท้องคือ high risk สำหรับ Covid 19 การยาที่ให้มีข้อจำกัดเพราะอายุครรภ์ยังไม่ 37 weeks หมอเมด หายากันให้วุ่น ไม่รู้ต้องให้เมื่อไหร่ ถึงช่วยลด viral load (ค่าจำนวนเชื้อไวรัส) เนื่องจากยังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แต่โชคยังดี แม่อาการดีไม่มีปอดอักเสบ

พอผล positive ก็ admit หมอทุกแผนก หมอสูติ หมอเด็ก หมอเมด ลุ้นกันทุกคืน ใจก็อยากดึงให้ถึง 38 weeks เพราะไม่อยากให้เด็กเกิดมาแล้วมีปัญหาเรื่องการหายใจ ถ้าต้องใส่ ETT (ท่อหลอดลม)  อาจแพร่ให้เจ้าหน้าที่ดูแลได้ แถมแม่ admit 31 ธันวาคม ยอมรับว่าเป็นวันสิ้นปีที่ลุ้นตลอดเวลา หมอหลายแผนกไปไหนไม่ได้ ต้อง stand by เผื่อภาวะฉุกเฉิน ผ่านไปแต่ละวันอย่างเนิ่นนาน มีการประชุม หาข้อสรุปว่าจะวางแนวทางรักษาทั้งแม่และลูก รวมทั้งแนวทางป้องกันเจ้าหน้าที่ทุกคนให้เสี่ยงน้อยที่สุด

หลังจากยื้อได้ 5 วัน น้องโควิดาก็อยากเกิด แม่เริ่มเจ็บท้อง การประชุมทั้งทีมเกิดความเครียด ตกลงไม่ได้ว่าจะทำไงดี จะเลือกความปลอดภัยของแม่ หรือ ลูก แถมพ่วงด้วยความเสี่ยงของการติดเชื้อของเจ้าหน้าที่ทุกระดับชั้น หมอทุกแผนก ปรึกษาอาจารย์ ในโรงเรียนแพทย์ เผื่อหาแนวทางการดูแลที่ดีที่สุด เรียกว่า อ่านหนังสือ guildline paper เยอะแบบไม่เคยทำมาก่อน และทีมก็ตัดสินใจยอมให้หนูน้อย โควิดา คลอดตอนGA 37 weeks เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เจ็บท้องคลอดกันใน ward Covid ซึ่งสถานที่ไม่อำนวยในการคลอดและเสี่ยงสำหรับเจ้าหน้าที่มากมายนับไม่ถ้วน หมอสูติเองก็คิดหนัก เพราะหมอเด็กอยากรอถึง 38 weeks หมอเมดอยากรอให้ครบ 10 วันหลังจาก positive

หมอสูติบอกไม่ได้เลย “ลูกจะอยากเกิดวันไหน ถ้าเกิดคลอดนอกเวลา เจ้าหน้าที่จะยิ่งไม่พร้อม ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นมหาศาลแล้วยังคิดว่าจะหาใครมาเลี้ยงเด็กเพราะพ่อแม่ยังไม่ครบกักตัว 28 วัน ได้คุณยายวัย 72 ปี ก็ยังดี แต่คงต้องเน้นเรื่องการป้องกันตัว ถ้าพ่อแม่ได้กลับบ้าน ไม่งั้นติดหลังคลอด หมอเด็กก็เครียดอีก

หมอเด็กก็กลัวถ้า C/S 37 week without labour pain ปัญหาของเด็กตัวเล็ก รออยู่อีกมากมายที่กลัวที่สุดคือเรื่องการหายใจ ( TTN ) แต่ต้องยอมแลกกับความเสี่ยงที่จะคลอดแบบฉุกเฉินกลางดึก ซึ่งไม่มีความพร้อม

หมอเมดก็เครียดเรื่องการให้ยาลดการความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ จัดหาที่ให้อยู่ ( เพราะตอนนี้คนไข้ Covidเยอะจนล้น ตอนนี้ก็ให้นอนห้องละ 3 คนอยู่แล้ว)

แม่ติดโควิดคลอดลูก

หลังจากปรึกษากันเสร็จ สรุปได้วันผ่าตัดคลอด ต้องเตรียมการใหญ่ทั้งเตรียมทีม เตรียมห้อง เตรียมอุปกรณ์(พันพลาสติกกันปนเปื้อน เพราะหลายอย่างต้องนำกลับมาใช้ซ้ำ)มหาศาล เจ้าหน้าที่ฝึกซ้อมแผนใหญ่ก่อนผ่าตัด 1 วัน ตั้งแต่set ผ่าตัด เวรเปลพาแม่เข้า OR ปิดทางเดิน แม่บ้านตามทำความสะอาดสถานที่ที่ผ่าน

เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายซ้อมใส่ชุดหมี ยากสุดตอนทำให้หน้ากาก N95 ฟิตกับหน้าไม่ให้มีรูรั่ว ทำไงให้ถอดชุดง่าย ลดการปนเปื้อน คนที่ใส่แว่นหาต้องหาสก็อตเทปติดกันแว่นหลุด ทำยังไงไม่ให้เกิดฝ้าที่แว่นและ face shield มันยากไปหมด พี่หมอสูติติด micropore (เทปแต่งแผล) อยู่หลายรอบ เวลาถอดหน้ากาก N95 ไม่ให้ปนเปื้อน ดึงจนหนังหน้าหนังขอบตาล่างจะหลุดออกมา ถลอกไปหมด ส่วนหมอเด็กทีมรับเด็กก็ต้องหาวิธีคล้อง stet (หูฟังการแพทย์) ไว้ตลอดเวลาจนเจ็บหู รูดชุดหมีคลุมให้มิดที่สุด แค่วันซ้อม ก็ใช้อุปกรณ์มากมาย

พอถึงวันจริง สรุปทั้งหมอสูติ หมอเด็กนอนไม่หลับ กลัวสารพัด คิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันทุกรูปแบบเพื่อหาทางป้องกันไว้ก่อน หมอดมยาก็คงเครียดเหมือนกัน เพราะต้อง spinal block (บล็อกหลัง) ให้สำเร็จอย่างเดียว ทั้งทีมต้องไม่ให้มีข้อผิดพลาด ซึ่งถ้าผิดพลาดนิดเดียวหมายถึงเจ้าหน้าที่เกือบ 30 ชีวิตมีโอกาสติดเชื้อ และคนทำงานคงหายไปหลายคน ในช่วงวิกฤตแบบนี้ ยิ่งขาดใครไม่ได้เลย ไม่คิดว่าจะมาถึงจุดนี้เลยจริงๆ

ที่เล่ามายาว อยากไว้เตือนตัวเองและอยากถ่ายทอดว่า ถ้าคุณแม่เป็น Covid ( ไม่ได้หมายถึงคุณแม่ท่านนี้นะคะ คุณแม่ท่านนี้น่ารักมาก ติดมาจากสามีที่ได้มาจากการทำงาน เจ้าหน้าที่ทุกคนเข้าใจ และอยากให้ทั้งคุณแม่และคุณลูกปลอดภัยค่ะ )

ไม่ใช่แค่ครอบครัวที่เครียด หมอๆ เจ้าหน้าที่ทุกระดับชั้นก็เครียดมากกว่าหลายเท่า ดังนั้นช่วยกันระวังอย่าให้ตัวเองเป็น ถ้าเสี่ยงมาอย่าปกปิด ให้บอกเจ้าหน้าที่ให้หมด  ให้คิดว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนก็มีพ่อแม่ ลูก เมีย ที่เค้าต้องดูแล เค้าเสียสละหลายสิ่งเพื่อทุกคนปลอดภัย

#ใส่ mask ล้างมือ อย่าปกปิดประวัติ นึกว่าช่วยบุคลากรทางการแพทย์นะคะ

#save บุคลากรทางการแพทย์แล้วเราทุกคนจะ save คุณเต็มที่ค่ะ…

ทีมแม่ABK ขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนที่ทุ่มเท มุ่งมั่นรักษาชีวิตของคุณแม่กับลูกน้อยคู่นี้อย่างเต็มที่ และอยากฝากประสบการณ์จากคุณหมอท่านนี้ ที่หลายคนอาจไม่มีโอกาสได้รู้มาก่อนไว้เป็นข้อเตือนใจให้ช่วยกันระมัดระวังตัวเองและคนในครอบครัวห่างไกลจากเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะคุณแม่ท้อง คุณแม่ท้องใกล้คลอด ที่หากติดเชื้อโควิดแล้ว

ดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้เจอสถานการณ์ แม่ติดโควิดคลอดลูก

การดูแลตัวเองตั้งแต่ตอนท้องเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แม้จะยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระบุชัดเจนว่าเชื้อโควิดถูกส่งผ่านจากแม่ไปสู่ลูกในครรภ์ แต่มีผลโดยตรงต่อสุขภาพของแม่ เพราะโควิด-19เป็นเชื้อโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของปอดลดลง ระบบภูมิคุ้มกันจะเปลี่ยนไปและอาจมีความเสี่ยงในการติดเชื้อต่างๆ อย่าง ไข้หวัดใหญ่ หรือ และโรคจากเชื้อไวรัสชนิดอื่นที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจอื่นๆ

แม่ติดโควิดคลอดลูก

ดังนั้นคุณแม่ควรดูแลอย่างเคร่งครัดโดยเฉพาะในช่วงแพร่ระบาด โดยใช้หลักการป้องกัน 3 ล. (เลี่ยง ลด ดูแลตนเอง) อย่างเคร่งครัด ได้แก่

  1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดผู้ที่มีอาการไอ เป็นไข้หรือผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง และในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด หรือรวมกลุ่มกันจำนวนมาก
  2. รักษาระยะห่างในการอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นด้วยการอยู่ห่างกัน 1 – 2 เมตร
  3. หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสบริเวณดวงตา ปาก และจมูก
  4. กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่เสมอหรือปรุงอาหารให้สุกร้อนทั่วถึง
  5. หลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะรับประทานอาหารและของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
  6. หมั่นล้างมือบ่อย ๆด้วยสบู่และน้ำสะอาดนานอย่างน้อย 20 วินาที ทุกครั้งที่มีการไอจาม สัมผัสสิ่งแปลกปลอม ก่อนกินอาหาร หรือออกจากห้องน้ำ หากไม่มีสบู่ ให้ใช้ Alcohol gel 70%
  7. ในขณะไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยถ้ามีอาการไอ จาม ให้ใช้ต้นแขนด้านบนปิดปากทุกครั้ง
  8. คุณแม่ทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหรือมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหากมีอาการป่วย เล็กน้อย ควรพักผ่อนอยู่ที่บ้าน ถ้ามีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจเหนื่อย ควรรีบไปพบแพทย์
  9. คุณแม่ท้องสามารถฝากครรภ์ได้ตามนัด และไม่ควรผิดนัด หากไม่สะดวกควรโทรปรึกษาแพทย์ล่วงหน้า

 

แหล่งข้อมูล : www.matichon.co.th  https://www.facebook.com/nopparat.sutarapanakit

บทความน่าสนใจอื่นๆ

คนท้องตรวจโควิดได้ไหม จำเป็นต้องตรวจไหม อาการแบบไหนไม่ควรปล่อยไว้

 

หมอเตือน! อาการไข้หวัดใหญ่ คล้ายกับโควิด-19 ติดร่วมกันได้ทำให้ป่วยหนัก

 

เผย “ความในใจคนเป็นแม่” หลัง ลิเดียติดเชื้อไวรัสโควิด-19

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อันตรายนอกบ้าน

6 อันตรายนอกบ้าน ที่ควรสอนลูกให้ระวัง!

อุบัติเหตุ อันตรายนอกบ้าน เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่พ่อแม่ต้องระวัง โดยเฉพาะบ้านไหนที่มีลูกวัยซน วัยกำลังเรียนรู้ เพราะหากปล่อยให้คลาดสายตา อาจเกิดเรื่องไม่คาดคิดถึงแก่ชีวิตขึ้นได้

อันตรายนอกบ้าน … บทเรียนจากข่าว! เด็ก 2 ขวบ รอรับ “พ่อ” ได้อภัยโทษ
“ถูกรถทับเสียชีวิต” หน้าเรือนจำ!!

อุบัติเหตุในเด็ก มักเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้เด็กเสียชีวิตหรือพิการ และยังทำให้เกิดผลร้ายต่อจิตใจพ่อแม่และทุกคนที่เกี่ยวข้องด้วย คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าอุบัติเหตุป้องกันไม่ได้ แต่ความจริงแล้วไม่ว่าจะเป็น อันตรายในบ้าน หรือ อันตรายนอกบ้าน พ่อแม่ ผู้ปกครองก็สามารถป้องกันลูกน้อยจากอุบัติเหตุได้ สิ่งสำคัญคือไม่ควรปล่อยให้เด็กเล็กคาดสายตานั่นเอง ไม่เช่นนั้นอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นข่าวนี้

เมื่อเด็กชายอายุ 2 ขวบ ถูกรถกระบะถอยทับเสียชีวิต ขณะเดินทางไปพร้อมกับเครือญาติ เพื่อรับผู้เป็นพ่อออกจากเรือนจำ เรียกได้ว่าเป็นวินาทีความรู้สึกของผู้เป็นพ่อที่หัวใจแหลกสลาย เมื่อก้าวขาออกจากเรือนจำแล้วต้องมาเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เมื่อรู้ว่าลูกชายอายุ 2 ขวบ ที่มารับตนกลับบ้านในวันที่พ้นโทษ แต่กลับเคราะห์ร้ายถูกรถกระบะถอยทับจนเสียชีวิต

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจาก คนขับรถกระบะซึ่งมาเยี่ยมญาติที่เรือนจำเช่นกัน ได้กำลังจะถอยรถเพื่อตั้งลำรถให้ตรง  จากนั้นก็จะตีวงรถเลี้ยวซ้ายเพื่อจะออกไปตามทาง ระหว่างที่ถอยได้ยินเสียงเหมือนเหยียบอะไรบางอย่างทางด้านล้อหน้าซ้าย แต่ก็นึกว่ารถตกหลุมท่อระบายน้ำ จึงเร่งเครื่องต่อจนกระทั่งมีคนตะโกนบอกว่า ขับรถทับเด็ก

ด้าน ลุงของเด็กชายที่เสียชีวิต กล่าวว่า ตนและครอบครัวได้พาหลานชายมารับผู้เป็นพ่อออกจากเรือนจำ เพราะตั้งแต่เด็กเกิดมาไม่เคยได้เห็นหน้าพ่อเลยสักครั้ง ตอนเกิดเหตุหลานนั่งเล่นอยู่ตามลำพัง ส่วนตนเดินไปหยิบอาหารเพื่อนำมาให้หลานกิน ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่รถกระบะคันก่อเหตุถอยหลัง

ขอบคุณข้อมูลข่าวและภาพ จาก : www.amarintv.com / คลิปจาก AMARIN TVHD

 

จากเหตุการณ์ข้างต้นนั้น ทาง Amarin Baby & Kids ก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของหนูน้อยผู้เสียชีวิตด้วยค่ะ

อย่างไรก็ตาม สำหรับอุบัติเหตุ สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ แต่การป้องกันระวังก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยการให้ความรู้แก่เด็กเรื่อง อันตรายนอกบ้าน  ก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง!! เพราะเมื่อโตขึ้นเด็กจะได้เรียนรู้วิธีการที่จะอยู่รอดปลอดภัยด้วยตนเอง เด็กเล็กๆอายุ 1-2 ปี ที่สามารถเข้าใจคำห้ามได้ ก็ควรให้เขาเรียนรู้ว่าไม่ควรเปิด-ปิดสวิตช์ไฟเมื่อตัวเปียก ไม่เอานิ้วแหย่ปลั๊กไฟ ไม่เล่นมีดหรือของมีคม หรือไม่ควรวิ่งเล่นซนบนถนน

ปัจจุบันเป็นยุคสมัยของข้อมูลข่าวสาร เด็กๆและผู้ใหญ่จะใช้เวลาอยู่หน้าจอโทรทัศน์วันละหลายชั่วโมง ดังนั้นการที่โทรทัศน์ หรือสื่ออื่นๆ ให้ความรู้ผิดๆ เช่น ให้เด็กวิ่งเล่นกับหมี การให้เด็กเล่นกีฬาโลดโผน เช่น สเก็ตบอร์ด หรือภาพยนตร์พระเอกเก่งขนาดบินได้ และชอบกระโดดจากที่สูง ภาพต่างๆ เหล่านี้อาจจะทำให้เด็กเอาอย่าง ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองจำเป็นต้องให้ความรู้แก่เด็กด้วย

อันตรายนอกบ้าน

6 อันตรายนอกบ้าน ที่ควรสอนลูกให้ระวัง!!

ทั้งนี้เพื่อป้องกัน อันตรายนอกบ้าน  คุณพ่อคุณแม่จึงไม่ควรละเลยการสอนลูกเรื่อง “ความปลอดภัย” ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ อย่าปล่อยให้เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เจอจริง เพราะมันน่ากลัว เป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ ว่าแต่จะมีเรื่องอันตรายนอกบ้าน อะไรที่ควรสอนลูกให้ระวังบ้าง มาดูกันค่ะ

1. ไม่พูดกับคนแปลกหน้า

สมัยนี้มิจฉาชีพมีรูปแบบการทำงานที่แปลกและแนบเนียนมากขึ้นทุกที ควรสอนลูกว่าใครคือคนแปลกหน้าสำหรับเค้าบ้าง สอนไม่ให้พูดกับคนแปลกหน้า และหัดสังเกต จดจำลักษณะคน

Must read >> เล่ห์เหลี่ยมโจร! ลักพาตัวลูก ต่อหน้าพ่อ โดยไม่รู้ตัว (มีคลิป)

2. ถ้าหลง หรือ คลาดกันควรทำอย่างไร

เมื่อพ่อแม่พาลูกออกไปข้างนอก เช่นเดินชอปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า ควรสอนลูกให้หัดสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น จุดที่เดินเข้าห้าง, ที่จอดรถพ่อแม่, จุดประชาสัมพันธ์, พนักงานรักษาความปลอดภัย สอนลูกว่า ถ้าหลงทางกัน จะให้มาเจอกันตรงไหน หรือให้อยู่ที่เดิม หรือให้ไปบอกประชาสัมพันธ์

Must read >> ทำตามนี้ลูกไม่หาย! 5 วิธีป้องกัน ลูกพลัดหลง ระหว่างเที่ยว

เด็กจมน้ำ

3. อย่าเล่นใกล้สระน้ำ ที่ไม่มีผู้ใหญ่อยู่ด้วย

ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ หรือ คลอง บ่อน้ำ ต่างๆ ก็ควรต้องระวังให้มาก ห้ามไปเล่นคนเดียว ต้องมีผู้ใหญ่ไปด้วย โดยผู้ใหญ่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะว่าเด็กอาจจะพลัดตกน้ำ หรือเป็นตะคริวโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว สอนว่าอย่าประมาท อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ

Must read >> หมอเตือนอันตรายจาก หางนางเงือก-ครีบฉลาม เสี่ยงจมน้ำตาย!

4. ไม่ข้ามถนนคนเดียว

เวลาพาลูกออกไปเดินเล่น พ่อแม่สามารถสอนลูกเรื่องเกี่ยวกับ กฎจราจร การข้ามถนน การรอสัญญาณไฟ ไฟเขียว ไฟแดง สอนให้เค้ารู้จักยืนรอ และที่สำคัญบอกเค้าว่า รถวิ่งมาทุกทาง อย่าข้ามถนนคนเดียวโดยไม่มีพ่อแม่อยู่เป็นอันขาด เพราะอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้

5. ไม่เล่นบันไดเลื่อน

ข่าวเด็กเสียชีวิตจากการเล่นบันไดเลื่อนในห้างสรรพสินค้า แล้วถูกดึงลงมาชั้นล่าง จนตกลงมาเสียชีวิต พบได้ทุกปี เป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิด พ่อแม่ควรดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ไม่ให้คลาดสายตา และสอนเค้าไม่ให้เล่น และอยู่ใกล้บันไดเลื่อน

6. ไม่เล่นกับสัตว์ข้างทาง

เด็กส่วนมากมีแนวโน้มที่จะรักสัตว์ เห็นสัตว์อะไรก็ชอบเข้าไปลูบ เข้าไปอุ้มกอด เราควรสอนเด็กไว้เสมอว่า ไม่ควรเล่นกับสัตว์ข้างทาง เพราะอาจจะถูกกัดได้ แม้ว่าจะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงไว้เองก็ตาม ก็ไม่ควรประมาท ไม่ควรเข้าไปใกล้เมื่อสัตว์กำลังกินอาหารอยู่ อย่าลืมสอนลูกเรื่อง โรคพิษสุนัขบ้า ให้ลูกทราบด้ว

 

อย่างไรก็ตามเรื่อง ไม่ว่าจะ อันตรายในบ้าน หรือ อันตรายนอกบ้าน ก็ล้วนแล้วมีอยู่รอบ ๆ ตัวเรา และเด็ก ๆ เสมอ เรื่องความปลอดภัยดูเหมือนเป็นเรื่องใกล้ตัว จนบางทีพ่อแม่หลงลืมที่จะสอนลูกไป ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงลองอ่านดู แล้วค่อย ๆ นึกตามถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น เพราะผู้ใหญ่ที่ผ่านประสบการณ์มาแล้วอย่างเราจะรู้ดีว่าสิ่งไหนอันตรายหรือไม่อันตราย และควรมีหน้าที่ดูแล อบรมสั่งสอนลูก ไม่ควรประมาทแม้วินาทีเดียว เพราะนั้นหมายถึงชีวิตที่อาจต้องเสียไปโดยไม่ทันตั้งตัว


ขอบคุณข้อมูลจาก  @farmfunbook cities.trueid.net/@7679www.doctor.or.th

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิกที่ภาพด้านล่าง ⇓

รวม ของที่ลูกไม่ควรเล่น 7 อย่าง เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต!

ความปลอดภัย เรื่องสำคัญที่พ่อแม่ควรระวัง

2 ภัยใกล้ตัว เกิดในบ้าน แค่แม่เผลอ ทำลูกถึงตาย

ระวัง! 5 ของเล่นเด็กอันตราย เด็กทุกวัยควรหลีกเลี่ยง

หมอรามาแนะ วิธีสร้างทักษะความปลอดภัยให้ลูกจากกรณี เด็กตกตึก

อาการที่ต้องพาลูกไปหาหมอ

อาการที่ต้องพาลูกไปหาหมอ วิธีสังเกตว่าลูกป่วย ต้องรีบไปโรงพยาบาล

พ่อจ๋าแม่จ๋าสังเกตให้ดี อาการที่ต้องพาลูกไปหาหมอ ลูกเจ็บป่วยแบบไหนควรรีบไปโรงพยาบาล

อาการที่ต้องพาลูกไปหาหมอ ช่วงโควิด

สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีตัวเลขพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลตัวเองและคนในครอบครัวมากเป็นพิเศษ แต่ด้วยอากาศที่เปลี่ยนแปลง ความหนาวเย็นในบางวัน แดดจ้าในบางวัน ทำให้ลูกเจ็บป่วยได้ง่าย แต่จะพาลูกไปโรงพยาบาล ในสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดอย่างรุนแรงเช่นนี้ ก็เป็นสิ่งที่พ่อแม่กังวลใจอยู่ไม่น้อย

พญ.ปุษยบรรพ์ สุวรรณคีรี กุมารแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ และเวชบำบัดวิกฤติ หรือคุณหมอแพมจากเพจหมอแพมชวนอ่าน จึงได้สรุปอาการที่ต้องพาลูกมาโรงพยาบาล เพื่อให้พ่อแม่ใช้เป็นเกณฑ์ในการสังเกตอาการของลูกรัก โดยโพสต์ตอนหนึ่งว่า โรงพยาบาลคือ สถานที่เสี่ยงกับการติด COVID-19 (มีข้อมูลจากจีน เคสปอดอักเสบ 138 ราย พบว่า 41% ผู้ป่วยได้รับเชื้อจากโรงพยาบาล)

ความน่ากลัวของคนไข้เด็กอยู่ที่การเป็นตัวกลางแพร่เชื้อให้คนอื่นในครอบครัว เพราะเด็กแสดงอาการน้อยมาก และเด็กอยู่ไม่ได้โดยไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ ถ้าเชื้อจากเด็กไปติดผู้สูงอายุ จะทำให้เกิดเคสอาการรุนแรงเพิ่มขึ้นมา เพราะฉะนั้น ให้ลูกอยู่บ้าน ดีที่สุด ถ้าจำเป็นต้องออกจากบ้านจริง ๆ ตกลงกับลูกให้เข้าใจว่า ต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอด และต้องล้างมือ อย่าเอามือไปจับสิ่งต่าง ๆ และห้ามจับใบหน้า

อาการที่ต้องพาลูกไปหาหมอ
อาการที่ต้องพาลูกไปหาหมอ

เมื่อไหร่ที่เราต้องพาลูกที่ป่วยไปหาหมอ แยกตามอาการสำคัญ

1.โรคทางเดินหายใจ

โรคทางเดินหายใจ ร้อยละ 90 ของเด็กเล็กเกิดจากไวรัส มักมีอาการหวัดก่อน ซึ่งไข้จะไม่สูงมาก มีน้ำมูก ไอเล็กน้อยเพราะน้ำมูกกับเสมหะหยดลงคอ กลางวันเล่นได้ กินได้ ไข้ต่ำ พอกลางคืน เริ่มซม ไข้สูงขึ้น ซึ่งอาการจะหนักในช่วงวันที่ 2-4 หลังจากนั้นอาการจะดีขึ้นแต่ ถ้ามีอาการดังนี้ก็ควรพามาหาหมอ

  • ไข้สูงตลอดเวลา กลางวันจากที่เคยเล่นได้กินได้ ก็ซมพอๆกับกลางคืน
  • กินนม กินอาหาร กินน้ำได้ลดลง (กินได้น้อยกว่า 50%ของ baseline)
  • หายใจแรง ตอนหลับหายใจอกกระเพื่อมแรง อกบุ๋ม แบบนี้ระวังว่าการติดเชื้อลามไปทางเดินหายใจส่วนล่าง
  • เป็นหวัด โดยที่อาการไม่ดีขึ้นเลย นานเกิน 7 วัน (ย้ำว่า ไม่มีอะไรดีขึ้นเลยมีแต่ทรงกับทรุดเกิน 7 วัน) มีภาวะแทรกซ้อนของหวัด เช่น หูอักเสบ ไซนัสอักเสบ หรือติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติมในร่างกาย
  • หายใจลำบาก

2.ไข้สูงอย่างเดียว ไม่มีอาการอื่นร่วม

นิยามของไข้ในเด็ก คืออุณหภูมิมากกว่า 37.5 C ถ้าไข้อยู่ในช่วง 37.6-38 C แต่ยังเล่นได้ ยังกินอาหารได้ปกติ ให้เช็ดตัวลดไข้ กินยาลดไข้ไป และดูอาการไปก่อน แต่ถ้าเป็นดังต่อไปนี้ควรมาพบแพทย์

  • เด็กอายุน้อยกว่า 1 เดือน ที่แม่วัดว่ามีไข้ > 37.5C ติดต่อกัน 2 ครั้ง โดยที่ไม่ได้เกิดจากการห่อตัวที่หนาเกินไป หรือห้องอุณหภูมิร้อนเกินไป (ทารกยังปรับอุณภูมิกายไม่เก่ง สิ่งแวดล้อมสำคัญ) ต้องพามาพบกุมารแพทย์
  • เด็กอายุน้อยกว่า 3 ปี ที่ไข้สูงลอย แม้จะกินยาลดไข้ หรือเช็ดตัว (อย่างเต็มที่) ก็ไม่สามารถทำให้อุณภูมิกาย < 38 C ได้เลย
  • เด็กมีไข้ ร่วมกับ ซึมมาก จากที่เคยเล่นไม่เล่น เคยกิน ไม่กิน
  • เด็กทุกอายุ เป็นไข้สูงอย่างเดียว นานเกิน 72 ชั่วโมง สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก (ด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม)

3.ระบบทางเดินอาหาร

  • เด็กที่ถ่ายเหลว หรืออาเจียน โดยที่ผู้ดูแล ไม่สามารถป้อนน้ำเกลือแร่ ได้ทันกับที่เด็กถ่ายเหลวหรืออาเจียน ทำให้มีภาวะขาดน้ำปานกลาง ถึงรุนแรง คือ ซึม ตาโหล ฉี่เข้มมาก ปากแห้ง น้ำลายเหนียว ต้องมาให้น้ำเกลือแร่ทดแทนเข้าทางเส้นเลือด
  • เด็กที่ปวดท้องด้านขวาล่าง ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ร่วมกับมีไข้ อาเจียน ท้องอืดขึ้น กินอาหารได้น้อยลง พามาตรวจเพื่อยืนยันว่ามีภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการผ่าตัดหรือไม่ เช่น ไส้ติ่งอักเสบ เป็นต้น
  • เด็กที่ปวดท้อง อาเจียน (กินอะไรก็อาเจียน บางครั้งอาเจียนออกมาเป็นน้ำดี คือ น้ำสีเหลือง ๆ) ท้องอืดมากขึ้นเรื่อย ๆ พามาตรวจประเมินภาวะลำไส้อุดตัน

4.ระบบประสาท

  • เด็กที่มีภาวะชัก ครั้งแรก ไม่ว่าจะมีไข้หรือไม่มีไข้ (เด็กชักจากไข้สูง ที่พ่อแม่ “เก่งเรื่องการดูแล”แล้ว ไม่ต้องพามา ให้กินยาลดไข้ รักษาตามอาการ ยกเว้นมีอาการที่เข้าได้กับคำแนะนำที่หมอบอกว่าให้มาตรวจ)
  • เด็กที่มีการชักนานเกิน 15 นาที หรือ ชักไม่นาน แต่ชักซ้ำๆหลายรอบใน 1 วัน
  • มีการเปลี่ยนแปลงของระดับสติสัมปชัญญะ ที่เรารู้สึกว่า ไม่ได้มาจากแค่ไข้อย่างเดียว

5.อื่น ๆ

เด็กที่มีโรคประจำตัว กลุ่มนี้คุณพ่อคุณแม่มักมีความชำนาญ และสังเกตการเปลี่ยนแปลงของลูกได้ ถ้ารู้สึกว่าอาการลูกแย่ลง

  • อาการแย่มาก ไปพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินได้ตลอดเวลา
  • อาการรอได้ ลองโทรหาคลินิกที่รักษาประจำก่อนเบื้องต้น พยาบาลจะปรึกษาหมอให้ว่าควรทำอะไร

แต่โดยส่วนใหญ่เด็กกลุ่มนี้ติดตามการรักษาที่คลินิกเฉพาะทาง เพราะฉะนั้น ต้องถามข้อมูลว่าคุณหมอประจำออกตรวจมั้ย หรือ จะพบคุณหมอ ได้วันไหนบ้าง

อาการที่ต้องพาลูกไปหาหมอ
อาการที่ต้องพาลูกไปหาหมอ

วิธีดูแลลูกให้ห่างไกลโควิด

นอกจากต้องคอยสังเกตอาการของลูก เพื่อหลีกเลี่ยงการพาลูกไปโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็นแล้ว การดูแลลูกให้ห่างไกลโควิด-19 ก็เป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องใส่ใจ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้แนะนำแนวทางดูแลลูกรัก ห่างไกลโควิด ดังนี้

  1. จัดหาอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หลากหลายชนิดให้ลูก
  2. ดูแลความสะอาดร่างกาย อุปกรณ์ของใช้ในบ้าน
  3. ชวนลูกเล่น / ดูแลการพักผ่อนนอนหลับ
  4. สอนลูกไม่ให้ใช้ของส่วนตัวร่วมกับคนอื่น
  5. สอนลูกล้างมือด้วยสบู่และน้ำ
  6. ลูกอายุ 2 ปีขึ้นไป ฝึกให้ลูกใส่หน้ากากผ้า
  7. หลีกเลี่ยงการพาลูกไปสถานที่แออัดหรือมีคนจำนวนมาก ถ้าไปเว้นระยะห่างจากคนอื่น 1-2 เมตร
  8. หากลูกมีอาการเจ็บป่วย เช่น ไข้ ไอ จามมีน้ำมูก หายใจหอบเหนื่อย ให้พบแพทย์ทันที
  9. ถ้าคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคโควิด หรือกลับจากพื้นที่เสี่ยง ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

ถึงแม้ว่าโรงพยาบาลจะเป็นพื้นที่เสี่ยง แต่ถ้าลูกมีอาการเจ็บป่วยไม่สบาย เข้าข่ายอาการที่ต้องกังวล ควรรีบพาลูกไปโรงพยาบาล โดยสวมใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งเด็กอายุ 1-2 ปี บางคนสามารถถอดหน้ากากเองได้เมื่อรู้สึกอึดอัด จึงต้องคอยสังเกตและให้ใส่เพียงเวลาไม่นาน ส่วนเด็กทารกแรกเกิดถึง 1 ปี พ่อแม่ไม่ควรสวมหน้ากากให้ เพราะเด็กเล็ก ระบบการหายใจยังไม่แข็งแรงพอ เสี่ยงภาวะคาร์บอนไดออกไซด์คั่งได้ เนื่องจากทารกแรกเกิดหายใจทางจมูกเป็นหลัก ยังไม่มีความสามารถในการหายใจชดเชยด้วยการอ้าปากหายใจได้ เมื่อมีการขาดอากาศหรือออกซิเจนจะมีโอกาสเกิดการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เกิดอันตรายต่อระบบประสาทของทารกได้ และในกรณีการใช้วัสดุพลาสติก บังหน้าทารก ความคมของพลาสติกอาจทำให้บาดใบหน้า และดวงตาของทารกได้

นอกจากนี้ ต้องหมั่นล้างมือบ่อย ๆ ทั้งพ่อแม่ลูก ให้ดีที่สุดควรใช้สบู่ถูนานกว่า 20 วินาที แต่ถ้าไม่มีให้ใช้เจลแอลกอฮอล์ พร้อมกับต้องระวังคอยทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อโควิด-19

 

อ้างอิงข้อมูล : เพจหมอแพมชวนอ่าน, facebook.com/amarinnews และ anamai.moph.go.th

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

สาวไทยรีวิวฉีด วัคซีนโควิด-19 ฟรีที่แคนาดา ผลข้างเคียงเป็นยังไง

เล่นอะไรให้ลูกฉลาด หมอแนะ! วิธีเล่นกับลูกตั้งแต่แรกเกิด – 5 ปี

ตรวจคัดกรองการได้ยินทารกแรกเกิด สิทธิบัตรทอง ใครได้บ้างเช็คเลย!

 

ฤกษ์คลอดลูก กุมภาพันธ์ 2564

ฤกษ์คลอดลูก กุมภาพันธ์ 2564 วันไหนฤกษ์ดี ผ่าคลอดลูกได้ เช็กเลย

ฤกษ์คลอดลูก กุมภาพันธ์ 2564 ฤกษ์มงคลคลอดบุตร ฤกษ์ผ่าคลอด  สำหรับแม่ท้องที่กำลังจะคลอดลูก ในเดือนกุมภาพันธ์ จะมีฤกษ์ดี สำหรับคลอดลูก ปี 2564 วันไหนบ้าง มาดูกัน

ฤกษ์คลอด เดือนกุมภาพันธ์ 2564
วันไหนฤกษ์ดี ผ่าคลอดลูกได้ เช็กเลย

ทีมแม่ ABK มี ฤกษ์คลอดบุตร 2564 พร้อมคำทำนาย เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับลูกน้อย จาก อ.ชัญ thelucky  ผู้เชี่ยวชาญในการตั้งชื่อลูก ตั้งชื่อมงคล ให้ฤกษ์คลอด 2564 ฤกษ์มงคลต่างๆ ดูดวง ที่ถูกต้องตามหลักโหราศาสตร์ไทยขั้นสูง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต มาฝากค่ะ ไปดูกันเลย

ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดบุตร ฤกษ์คลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2564
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์
1 2 3 4
เทวีแห่งฤกษ์

5

6
ราชา
แห่งฤกษ์

7 8 9 10

11
ภูมิปาโล
แห่งฤกษ์

12

13
เทวีแห่งฤกษ์

14

15
ราชา
แห่งฤกษ์

16 17 18 19

20
ภูมิปาโล
แห่งฤกษ์

21 22 23 24 25 26

27
มหัทธโน
แห่งฤกษ์

28

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ฤกษ์คลอดลูก กุมภาพันธ์ 2564

  • ฤกษ์คลอดวันพฤหัสบดี ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 45 น. – 21.06 น.
    • ตรงกับ เทวีแห่งฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคงในความรัก ให้ความสำคัญกับความรักเป็นหลัก มุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักและจะทำได้ดี
  • ฤกษ์คลอดวันเสาร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 45 น. – 17.30 น.
    • ตรงกับ ราชาแห่งฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัวชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน
  • ฤกษ์คลอดวันพฤหัสบดี ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 15 น. – 13.06 น.
    • ตรงกับ ภูมิปาโลแห่งฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ
  • ฤกษ์คลอดวันเสาร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 25 น. – 14.18 น.
    • ตรงกับ เทวีแห่งฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคงในความรัก ให้ความสำคัญกับความรักเป็นหลัก มุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักและจะทำได้ดี
  • ฤกษ์คลอดวันจันทร์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 15 น. – 17.06 น.
    • ตรงกับ ราชาแห่งฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัวชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน
  • ฤกษ์คลอดวันเสาร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 45 น. – 20.25 น.
    • ตรงกับ ภูมิปาโลแห่งฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ
  • ฤกษ์คลอดวันเสาร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 18 น. – 20.45 น.
    • ตรงกับ มหัทธโนแห่งฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้ จะเป็นคนที่มีทรัพย์สิน เงินทองสมบูรณ์ตลอดชีวิตจะไม่ขาดเงิน ไม่เดือดร้อน เด่นด้านการเงิน เป็นดวงเศรษฐี

 

ดู >> ฤกษ์คลอดเดือนมีนาคม 2564
คลอดวันไหนดี เพื่อให้เป็นมงคลต่อลูกน้อย คลิก!!

ดู >> ฤกษ์คลอดเดือนมกราคม 2564
วันไหนวันดี ลูกคลอดแล้วพาแม่ร่ำรวย คลิก!!

♦ ดูฤกษ์คลอดบุตร 2564 ครบทั้ง 12 เดือน คลิกที่นี่!! ♦

 

***หมายเหตุ*** หลักสำคัญในการหาฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดบุตร 2564 จำเป็นที่จะต้องเอาดวงของคุณแม่และคุณพ่อและลูกมาวิเคราะห์ประกอบกัน เพื่อใช้ในการหาลัคนาสมพงษ์ และหาเวลาตกฝากแบบละเอียด เพื่อให้เด็กที่คลอดออกมานั้นต้อง มีดวงชะตาที่ดีที่สุด แอดไลน์ อ.ชัญ thelucky เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ >> https://line.me/R/ti/p/%40aiu2029f

 

ฤกษ์ผ่าคลอด 2564

ขอบคุณข้อมูลเรื่อง ฤกษ์คลอดบุตร 2564 อ้างอิงจาก อาจารย์ชัญ เว็ปไซต์ theluckyname.com เว็ปไซต์อันดับ 1 ผู้เชี่ยวชาญด้านการตั้งชื่อลูก-ให้ฤกษ์มงคล >> https://www.theluckyname.com/home.php

 

อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก :