หมอเตือน! อาการไข้หวัดใหญ่ คล้ายกับโควิด-19 ติดร่วมกันได้ทำให้ป่วยหนัก - Amarin Baby & Kids
อาการไข้หวัดใหญ่

หมอเตือน! อาการไข้หวัดใหญ่ คล้ายกับโควิด-19 ติดร่วมกันได้ทำให้ป่วยหนัก

event
อาการไข้หวัดใหญ่
อาการไข้หวัดใหญ่

หมอเตือน!! หน้าฝนนี้ .. ไข้หวัดใหญ่ระบาดหนัก 6 กลุ่มเสี่ยงระวังให้ดี อาการไข้หวัดใหญ่ คล้ายกับโควิด-19 ติดร่วมกันได้ ทำอาการรุนแรงยิ่งขึ้น หากมีอาการควรรีบหามหมอ

หมอเตือน! ไข้หวัดใหญ่ระบาด เสี่ยงติดโควิด-19 ร่วมกันได้
ทำอาการรุนแรงยิ่งขึ้น!!

จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน ได้ส่งผลกระทบและสร้างความวิตกกังวลต่อประชากรทั่วโลกอย่างหนักซึ่งสำหรับประเทศไทยในช่วงเดือน พ.ค. ที่แม้จะมียอดผู้ป่วยที่ติดเชื้อ Covid-19 ลดลง … แต่เมื่อเข้าสู่หน้าฝนก็ยังคงมีอีกหนึ่งโรคต้องระวัง นั่นคือ “โรคไข้หวัดใหญ่” ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจ ที่สามารถแพร่กระจายไปสู่คนทุกเพศทุกวัยได้เช่นเดียวกับโควิด-19

โดยช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม จนถึง 7 พ.ค. 2563 ประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วย อาการไข้หวัดใหญ่ มากกว่าโควิด-19 ถึง 33 เท่า (จํานวน 98,831 ราย) และเสียชีวิตไปแล้ว 3 ราย ซึ่งในปีนี้ก็ถือเป็นครั้งแรกที่มีโรคระบาดทั้ง 2 โรคพร้อมกัน ทำให้เป็นการเพิ่มภาระงานและส่งผลต่อทรัพยากรทางการแพทย์อย่างมาก จึงจำเป็นที่ทุกคนต้องหาวิธีจัดการกับไข้หวัดใหญ่ในช่วงเวลานี้ให้ไม่ซ้ำเติมกันเข้าไปอีก

อาการไข้หวัดใหญ่

ความแตกต่างระหว่าง อาการไข้หวัดใหญ่ และ โควิด 19

นายแพทย์ วีรวัฒน์ มโนสุทธิ รองผู้อำนวยการสถาบัน กลุ่มแผนปฏิบัติการชาติฯ สถาบันบำราศนราดูร ได้กล่าวว่า “โรคไข้หวัดใหญ่มักระบาดในหน้าฝน ซึ่งมีความน่ากังวลเพราะ อาการไข้หวัดใหญ่ และโควิด-19 มีความคล้ายคลึงกันมาก และสามารถแพร่กระจายสู่ผู้อื่นเมื่อมีการไอหรือจามได้เช่นเดียวกัน

ซึ่งถึงแม้ในปัจจุบันวัคซีนไข้หวัดใหญ่จะมีแพร่หลาย แต่พบว่าคนที่ได้รับวัคซีนแล้วยังคงสามารถป่วยจากไข้หวัดใหญ่ได้ เนื่องจากวัคซีนอาจมีประสิทธิภาพเพียง 40-60 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นกับสายพันธุ์ของไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในแต่ละปี แต่ล่าสุดพบมีข้อมูลว่าผู้ป่วยติดเชื้อร่วมกันได้ทั้ง 2 โรค

ทั้งนี้การติดเชื้อทั้ง 2 โรคในเวลาเดียวกันหรือ co-infection จะเป็นการเพิ่มความรุนแรงของโรค ซึ่งเป็นอันตรายในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ โดยการศึกษาที่สหรัฐอเมริกาและจีนพบว่าการติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้ออื่นๆร่วมกันได้สูงถึง 20 และ 80 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และการติดเชื้อร่วมกับโควิด-19 กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ พบเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ และการติดเชื้อร่วมกันนั้นเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตสูงถึง 29-55 เปอร์เซ็นต์

อาการไข้หวัดใหญ่ ที่เข้าเกณฑ์มีการติดเชื้อประกอบด้วย

  • ไข้สูง 38-40 องศาเซลเซียส
  • ปวดศีรษะ คัดจมูกหรือน้ำมูกไหล
  • เจ็บคอ ไอ
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และร่างกายอ่อนเพลีย

อาการไข้หวัดใหญ่

ส่วน 6 กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสติดเชื้อไวรัส และมี อาการไข้หวัดใหญ่ มากที่สุด ได้แก่

  • กลุ่มแม่ท้อง
  • เด็กเล็กอายุระหว่าง 6 เดือน – 5 ปี
  • ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี
  • ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังประจำ
  • ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น เป็นโรคมะเร็ง
  • ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น มีโรคปอดอักเสบเรื้อรัง โรคหัวใจ ไตวายเรื้อรัง หลอดเลือดในสมองตีบ

และกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย ซึ่งเมื่อแพทย์ยังไม่สามารถแยกอาการระหว่างผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่กับผู้ป่วยโควิด-19 ได้อย่าง 100%

ดังนั้นหากใครสงสัยว่ามี อาการของโรคไข้หวัดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น มีไข้สูง ไอ คัดจมูก ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บคอ ร่างกายอ่อนเพลีย และมีน้ำมูลมาก แสดงว่ามีอาการไข้หวัดใหญ่มากกว่าโควิด-19 ต้องรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะในกรณีที่อาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาด้วยยาต้านไวรัส

วิธีรักษาโรคไข้หวัดใหญ่

สำหรับการรักษา จะมีการรับยาต้านไวรัส เพื่อลด อาการไข้หวัดใหญ่ ลดปริมาณเชื้อไวรัสในร่างกาย ทำให้อาการของคนไข้ลดลง ลดภาวะการเป็นโรคแทรกซ้อน โรคปอดอักเสบได้ และลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อไวรัสสู่คนรอบข้าง โดยทางการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่จะแบ่งตามความรุนแรง คือ ถ้าเป็นผู้ป่วยที่อาการรุนแรง จะพิจารณายาต้านไวรัสให้เร็วที่สุด โดยไม่ต้องรอผลการตรวจ ส่วนกลุ่มผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง จะแบ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง จะให้ยาต้านไวรัสเร็วที่สุด ขณะที่กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ จะมีการพิจารณาตามอาการ แต่หากเป็นกลุ่มเสี่ยงต่ำแต่ต้องอาศัยร่วมกับบุคคลเสี่ยงก็จะพิจารณาให้ยาต้านไวรัสเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้การแพร่กระจายเชื้อของไข้หวัดใหญ่ และโควิด-19 มีลักษณะใกล้เคียงกัน ผู้ที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่สามารถแพร่กระจายเชื้อไป 2 คน แต่โควิด -19 กระจายเชื้อ 2-3 คน ซึ่งแม้สถานการณ์ภาพรวมของประเทศดีขึ้น แต่เมื่อเข้าสู่หน้าฝนในเดือน มิ.ย.นี้ ที่อาจมีการระบาดไข้หวัดใหญ่ และมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์โควิด -19 จะทำให้เกิดการประชุม สัมมนา การท่องเที่ยว การคมนาคมมากขึ้น จึงอาจจะทำให้มีแนวโน้มเกิดโควิด -19 รุนแรงกลับมาใหม่ได้ และหากผู้ป่วยมี อาการไข้หวัดใหญ่ ร่วมด้วย จะทำให้ภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น และต้องใช้ยารักษาต้านไวรัสทั้งไข้หวัดใหญ่ และโรคโควิด-19 ไปพร้อมกัน ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายได้

วิธีจัดการรับมือโรคไข้หวัดใหญ่ = สามารถทำได้โดยการรักษาสุขอนามัยที่ดี ล้างมือบ่อยๆ และฉีดวัคซีนประจำปี ซึ่งสามารถป้องกันได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากการจะฉีดวัคซีนแต่ละปีองค์การอนามัยโลกจะคาดการณ์ว่ามีการแพร่ระบาดของไวรัสตัวไหนบ้าง และประกาศให้แต่ละประเทศมีการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสตัวนั้น

และเพื่อลดการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่ ทุกบ้านควรมีความรู้ในการป้องกันตนเอง ซึ่งช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีโควิด-19 ระบาด มาตรการป้องกันดูแลตัวเองของโควิด-19 ก็สามารถป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่ในช่วงหน้าฝนเดือน มิ.ย.นี้ ด้วยเช่นกัน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรดูแล ป้องกันสุขภาพของลูกน้อยและตัวเองให้ดี ต้องระวังการแพร่กระจายเชื้อ ซึ่งหากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกน้อยหรือตัวเองมีอาการผิดปกติ ไข้ ไอ เหนื่อย หรือมีความเสี่ยงต้องอยู่กับกลุ่มเสี่ยงในบ้าน ให้รีบมาพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อนำไปสูการวินิจฉัย รักษา และมีโอกาสในการลดการปลดปล่อยของเชื้อ ไปยังผู้อื่นนะคะ

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิก :


ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.sanook.comwww.bangkokbiznews.comwww.ryt9.comwww.pidst.or.th

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up