10 วิธีเลี้ยงลูกให้ฉลาด สอนลูกฉลาดรู้ ฝึกลูกฉลาดทำ - Amarin Baby & Kids
วิธีเลี้ยงลูกให้ฉลาด

10 วิธีเลี้ยงลูกให้ฉลาด สอนลูกฉลาดรู้ ฝึกลูกฉลาดทำ

Alternative Textaccount_circle
event
วิธีเลี้ยงลูกให้ฉลาด
วิธีเลี้ยงลูกให้ฉลาด

วิธีเลี้ยงลูกให้ฉลาด ความฉลาดของเด็ก นอกจากจะมีที่มาจากพันธุกรรมที่ได้จากพ่อและแม่แล้ว อาหารการกินและการเลี้ยงดู เป็นส่วนสำคัญเช่นเดียวกัน ปัจจุบันพบว่า การเลี้ยงดูและอาหารการกินยังสามารถเปลี่ยนแปลงการแสดงออกของยีนที่ได้รับจากพ่อแม่ได้ด้วย ที่เราเรียกกันว่า “กระบวนเหนือพันธุกรรม หรือ อีพีเจเนติกส์”​ ซึ่งอาจทำให้ผลจากยีนที่ไม่ค่อยดีแสดงออกมาดีขึ้น

อาหารการกินที่ ช่วยลูกอิ่มกายและบำรุงสมองในช่วง 6 เดือนแรก คือ นมแม่เพียงอย่างเดียว หลังจากนั้นต้องเริ่มอาหารตามวัยจนถึงอายุ่ประมาณ 1 ปี จึงรับประทานอาหาร 3 มื้อ ให้ครบถ้วนสมดุลทั้ง 5​ หมู่เหมือนคุณพ่อคุณแม่ และมีนมเป็นอาหารเสริมอย่างน้อยวันละ 2-3 แก้ว คุณพ่อคุณแม่ควรติดตามการเจริญเติบโตจากน้ำหนักและส่วนสูงให้เพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสม เพื่อร่างกายที่แข็งแรงและสมองได้รับอาหารอย่างเพียงพอครับ

วันนี้ผมมีตัวอย่าง การส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาซึ่งคือ ความฉลาดของลูก 10 วิธีเลี้ยงลูกให้ฉลาด ผ่านการสอนลูกฉลาดรู้และฝึกลูกฉลาดทำ มาฝากกันครับ

10 วิธีเลี้ยงลูกให้ฉลาด สอนลูกฉลาดรู้ ฝึกลูกฉลาดทำ

5 วิธีสอนลูกฉลาดรู้

1. สอนลูกรู้เวลากินเวลานอน

ตั้งแต่ยังเล็กเลยครับ ให้ลูกกินเป็นเวลา นอนเป็นเวลา กลางวันกลางคืนมีกิจกรรมที่แตกต่างกัน เป็นเวล่ำเวลา ลูกจะค่อยๆ ปรับตัว และแยกแยะความแตกต่างง่ายๆ รอบตัวได้ครับ เป็นพื้นฐานช่วยให้ลูกเรียนรู้ทักษะควบคุมตัวเองในอนาคตได้ดีขึ้นครับ

2. สอนให้ลูกรู้ของเขาของเรา

โตมาหน่อยวัยเตาะแตะ หยิบของคนอื่นมาก็ค่อยๆ สอน “นี่ของพี่ครับ” “นี่ของหนูนะคะ” วัยนี้กำลังเรียนรู้ตัวตนของตัวเองครับ

3. เหตุผลต้องพอดีพอดี

ไม่จำเป็นต้องพูดมากให้เจ็บคอนะครับ การสื่อสารยิ่งลูกเล็กยิ่งต้องสื่อสารให้ลูกสามารถรับรู้ได้ผ่านสิ่งที่เป็นรูปธรรม เช่น มองเห็น สัมผัสได้ จับต้องได้ ที่สำคัญ พูดแต่ความจริงนะครับ

4. สอนให้ลูกรู้จักบรรทัดฐานจากง่ายๆ ที่บ้านเรา

ผ่านการเป็นแบบอย่างที่ดี อธิบายด้วยเหตุผลง่ายๆ พอที่ลูกจะเข้าใจ พอเข้าใจสิ่งรอบตัวได้มากขึ้น ชี้ชวนให้ลูกได้เรียนรู้บรรทัดฐานในสังคมจากที่โรงเรียนและสังคมรอบตัว สิ่งดีชี้ชวนให้ลูกทำตาม สิ่งไม่เหมาะสมก็ชี้ชวนให้ลูกเรียนรู้ครับ

5​. พูดคุยเล่าเรื่องกัน

อ่านนิทานกัน ช่วยสอนลูกรู้ ผิด ชอบ ชั่ว ดี ได้มากครับ ปฏิบัติให้เป็นกิจวัตรตั้งแต่ยังเล็กจะช่วยได้มาก แถมยังส่งเสริมพื้นฐานของจินตนาการให้ต่อยอดไปได้อีกมากมายครับ

พอจะเข้าใจวิธีฝึกลูกฉลาดรู้แล้วใช่ไหมครับ ขั้นต่อไป ต้องฝึกให้ลูกฉลาดทำด้วยนะครับ

สอนลูกฉลาด

5​ วิธีสอนลูกฉลาดทำ

1. หลัง 6 เดือนไปแล้วสามารถฝึกให้ลูกรู้จักควบคุมตัวเอง

ฝึกลูกรอคอยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ได้มีอันตรายบ้าง เช่น รอนมตอนหิว รอคุณแม่มาเปลี่ยนผ้าอ้อม คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องรีบตอบสนองความต้องการของลูกอย่างรวดเร็วเหมือน 6 เดือนแรกแล้วครับ เขาจะเริ่มเรียนรู้ที่จะอดทนรอคอยได้มากขึ้นครับ

2. โตมาหน่อยวัยเตาะแตะ จะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง

อะไรที่ไม่เหมาะสมและไม่ควรทำ คุณพ่อคุณแม่ต้องหนักแน่นกับการหยุดพฤติกรรมลูกผ่านการตอบสนอง เช่น เบี่ยงเบนความสนใจ กอดเขาไว้ หรือเพิกเฉยในบางเรื่อง

3. การช่วยเหลือตัวเองอย่างเหมาะสมกับวัยและความสามารถ

เช่น ถือกระเป๋าไปโรงเรียนอนุบาลเอง เป็นการฝึกทักษะในการช่วยเหลือตัวเองและการแก้ปัญหาพื้นฐาน ซึ่งเป็นหนึ่งในทักษะทางปัญญาให้กับลูกเป็นอย่างดี เรื่องง่ายๆ เหล่านี้คุณพ่อคุณแม่อย่ามองข้ามนะครับ จากง่ายๆ จะพัฒนาไปสู่ทักษะที่ยากขึ้นในอนาคตครับ

4. ช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว อย่าลืมให้ลูกช่วยแบ่งเบาภาระคุณพ่อคุณแม่อย่างเหมาะสมด้วย

ไม่เพียงแค่เบาแรงคุณพ่อคุณแม่เท่านั้น ยังฝึกให้ลูกรู้จักคิดวิเคราะห์​ วางแผน และแก้ปัญหาด้วยตัวของเขาเอง อีกหน่อยเรื่องยาก ก็ทำได้ครับ

5. สร้างสถานการณ์จำลองผ่านการเล่นและฝึกในบ้าน ก็ช่วยให้ลูกแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีขึ้น

บางเรื่องไม่ได้เกิดกับเรากันทุกวันแต่จะเกิดเมื่อไรคงทำนายได้ยาก เช่น ถ้ามีคนไม่รู้จักเอาขนมมาให้ลูกเพื่อชวนลูกไปด้วย ลูกจะทำอย่างไร หลายเรื่องราวสามารถนำสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมมาสอนลูกผ่านการเล่นและฝึกปฏิบัติได้ครับ

จะว่าไปแล้วการพัฒนาให้ลูกมีทักษะทางปัญญา ฉลาดรู้คู่ฉลาดทำ ทำได้ไม่ยากเลยนะครับ เพียงแต่คุณพ่อคุณแม่มองหาโอกาสรอบตัวมาฝึกฝนลูกอยู่ตลอดเวลาอย่างแยบยล ร่วมกับจัดหาอาหารการกินที่เหมาะสมตามวัย ส่วนอาหารการกินหากคุณพ่อคุณแม่เตรียมอาหารให้ลูกเองก็คงดีที่สุด จะได้สามารถจัดอาหารได้ครบถ้วนทั้ง 5​ หมู่ หากไม่สามารถจัดหาได้ด้วยตัวเอง ก็อย่าลืมหลักการทางโภชนาการที่ดีทั้งความสะอาด โอกาสปนเปื้อนและคุณภาพของอาหาร ส่วนผลิตภัณฑ์นมในท้องตลาดปัจจุบันนี้ ก็มีการเติมสารอาหารลงไปในนมอย่างหลากหลาย เพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารเสริมจากอาหารหลัก หลังพ้นระยะการให้นมแม่แล้ว  ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถพิจารณาเลือกได้ตามความต้องการของร่างกายลูกเลยครับ

บทความโดย : รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ลูกไม่กินข้าว ทําไงดี? หมอแนะ 10 วิธีรับมือเมื่อลูกไม่ยอมกินข้าว

ให้ลูกดูมือถือ แท็บเล็ต โทรทัศน์ ตอนกินข้าวช่วยให้กินง่ายจริงหรือ?

4 เทคนิคแสนง่าย ฝึกวินัยลูก เรื่องกิน + นอน เริ่มได้ตั้งแต่เบบี๋

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up