ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

จีนพบ “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่” แม่เตรียมตัวระวังลูกเล็กให้ดี

 ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ มาซ้ำ ไม่รอให้โควิดจบ เชื้ออุบัติใหม่ก็พร้อมโจมตีผู้คนอีกครั้ง หลังนักวิทยาศาสตร์ชาวจีนค้นพบ โรคไข้หวัดใหญ่ ที่ไม่เคยมีในโลกมาก่อน พร้อมสั่งเฝ้าระวังใกล้ชิด เพราะอาจระบาดรุนแรงไม่แพ้เชื้อโคโรน่าในปัจจุบัน  !! เชื้อโรคจะอันตรายแค่ไหน รักษาได้หรือไม่ มาหทำความรู้จักกับไข้หวัดใหญ่ชนิดนี้กันแต่เนิ่นๆ เพื่อปกป้องลูกน้อยให้ปลอดภัยกันดีกว่า

 เตรียมรับมือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ หลังค้นพบแพร่จากหมูในจีน

หมู”เป็นพาหะแต่อาจร้ายกว่า “ไข้หวัดหมู”

สะพรึงกันทั้งโลก เมื่อนักวิทยาศาสตร์ประกาศว่ามีการค้นพบ “ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่”  ซึ่งมีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า G4 EA H1N1 โดยมีสุกรเป็นพาหะและ “สามารถติดต่อสู่คนได้” 100 % มันสามารถเพิ่มจำนวนไวรัสได้เมื่อเข้าสู่เซลล์ทางเดินหายใจของคน อีกทั้งยังตรวจพบร่องรอยการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ในกลุ่มคนงานโรงฆ่าสัตว์และอุตสาหกรรมสุกรในประเทศจีน

ถึงแม้สถานการณ์ปัจจุบันจะยังไม่น่าเป็นห่วง แต่นักวิทยาศาสตร์ได้ย้ำถึงความอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ นี้มีองค์ประกอบครบทุกอย่างที่จะพัฒนากลายเป็น “ไวรัสที่ติดต่อไปสู่มนุษย์” จึงจำเป็นต้องที่ทั่วโลกจะต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะเหตุผลสำคัญก็คือ  มนุษย์อาจมีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่ำ หรืออาจไม่มีเลย!! ดังนั้นหากมันกลายพันธุ์จนติดต่อสู่คนได้ง่ายเมื่อไร ก็ย่อมจะกลายเป็นการระบาดใหญ่ในที่สุด

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ป้องกัน ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ไม่ได้

เพราะไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคประจำฤดูกาลที่ระบาดหนักในช่วงหน้าฝนและหนาวของทุกปี โดยในแต่ละปีพบผู้ป่วยวัยแรกเกิด จนถึงเด็กเล็ก 5 ขวบเข้ารับการรักษาจำนวนมาก และเสี่ยงติดเชื้อรุนแรงเพราะภูมิคุ้มกันร่างกายยังไม่แข็งแรงพอ  เด็กกลุ่มนี้จึงควรได้รับวัคซีนต่อเนื่องทุกปี เพื่อป้องกันทั้ง ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a และ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ b แม้จะไม่เคยป่วยก็ตาม แต่สำหรับ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ที่เพิ่มค้นพบนี้ยังไม่มีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่สามารถป้องกันเชื้อได้ ซึ่งอาจต้องพัฒนาวัคซีนตัวใหม่ทันทีหากมีความจำเป็น

เป็นแล้วอันตรายแค่ไหน ถ้าไวรัสแพร่จากหมูสู่คน

ถึงเวลานี้การต่อสู้กับเชื้อโควิดเป็นเรื่องสำคัญที่สุด แต่มนุษย์ก็ไม่อาจละเลยไวรัสสายพันธุ์ใหม่ๆที่ร้ายแรงไม่แพ้กันได้  ในอดีตไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์หนึ่ง หรือไข้หวัดหมูเคยระบาดครั้งใหม่มาแล้วเมื่อปี 2009 และมีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่พัฒนาใหม่ทุกปี ส่วน ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จากจีนนี้ก็มีลักษณะคล้ายกับไข้หวัดหมู 2009 เช่นกัน แต่มีลักษณะเปลี่ยนแปลงเพิ่มอีกหลายอย่าง ซึ่งอาจทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้น

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

ไข้หวัดใหญ่มีกี่สายพันธุ์ ?

ปัจจุบันไข้หวัดใหญ่ หรือที่มีชื่อเรียกทางการแพทย์ Influenza เป็นโรคติดเชื้อที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายสายพันธุ์ด้วยกันได้แก่ สายพันธุ์ a สายพันธุ์ b  ซึ่งมีความรุนแรงของเชื้อมาก ขณะที่สายพันธุ์ c มีความรุนแรงน้อยกว่าและไม่ทำให้เกิดการระบาดใด สายพันธุ์ที่พบบ่อยที่สุดคือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a ชนิด H1N1  เกิดจากการผสมผสานของไวรัสสายพันธุ์ของคน หมู และนก ไม่มีการปรากฎแน่ชัดว่าโรคนี้เริ่มติดต่อกับคนเป็นครั้งแรกเมื่อไหร่ แต่เมื่อมีการระบาดเกิดขึ้นก็จะแพร่กระจายและติดต่อจากคนสู่คน  ที่สำคัญเชื้อนี้ไม่ได้พบในหมูทั่วไป จึงไม่ติดต่อโดยการสัมผัสหรือกินเนื้อหมู

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ขณะที่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ b จะพบเฉพาะในคน และไม่ค่อยทำให้เกิดอาการรุนแรง ส่วนมากจะระบาดในช่วงหน้าหนาว เพราะไข้หวัดชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตได้ดีในอากาศเย็น ซึ่งพบมากที่สุดในระหว่างเดือนธันวาคมและมกราคม และในฤดูฝนคือช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งใคร ๆ ก็ป่วยเป็นไข้หวัดสายพันธุ์ bได้ แต่กลุ่มที่เสี่ยงและต้องระวังคือ คนที่ป่วยเป็นโรคปอด โรคหัวใจ และเด็กเล็ก ๆ อายุน้อยกว่า 2 ปี รวมทั้งคนแก่ และคนท้องด้วย

สำหรับ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ที่โลกเฝ้าจับตามองอยู่ยังไม่สามารถระบุสายพันธุ์ที่ชัดเจน รวมถึงคาดคะเนความรุนแรงของโรคได้ในขณะนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญทั่วดลกจำเป็นต้องทำการค้นคว้าและติดตามโรคอย่างละเอียดต่อไป เพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดการระบาดขึ้นในมนุษย์

 

ถึงตอนนี้ไวรัสตัวใหม่จะยังมาไม่เกิดการแพร่ระบาด แต่พอเปิดเทอมที่เด็กได้กลับไปโรงเรียนอีกครั้ง ก็มีโอกาสที่ลูกน้อยจะป่วยด้วยโรคติดต่อต่างๆ ก็มีมากขึ้น โดยเฉพาะ ไข้หวัดใหญ่ และโควิด-19 ซึ่งแสดงอาการใกล้เคียงกัน วิธีแพร่เชื้อเหมือนกัน โอกาสที่ลูกเล็กวัย 6 เดือน -5 ปี จะเป็นได้ทั้งสองโรค หากเป็นแล้วทำให้อาการรุนแรงขึ้น และต้องให้ยารักษาทั้งโรคไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 ที่เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

5 อาการของโรคไข้หวัดใหญ่ ที่มีแนวโน้มจะมีภาวะติดเชื้อร่วมด้วย ได้แก่

ข้สูง 38-40 องศาเซลเซียส

เจ็บคอ ไอ

ปวดศีรษะ

คัดจมูกหรือน้ำมูกไหล

ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และร่างกายอ่อนเพลีย

ฉะนั้นคุณแม่จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมให้ลูกน้อย ทั้งอุปกรณ์ทำความสะอาดและเครื่องใช้ส่วนตัว รวมถึงการฝึกฝนลูกคุ้นเคยกับมาตราการป้องกันโรคต่างๆ ทั้ง ล้างมืออย่างถูกวิธี ใส่หน้ากากอนามัย และการเว้นระยะห่างของเด็กๆ เพื่อที่อย่างน้อยจะเป็นเกราะป้องกันให้ลูกห่างไกลจากการติดเชื้อได้ระดับหนึ่ง หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกน้อยหรือตัวเองมีอาการผิดปกติ ไข้ ไอ เหนื่อย หรือมีความเสี่ยงต้องอยู่กับกลุ่มเสี่ยงในบ้าน ให้รีบมาพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อนำไปสูการวินิจฉัย รักษา และลดการแพร่เชื้อให้กับผู้อื่น


แหล่งข้อมูล  www.bbc.com

 

บทความน่าสนใจอื่นๆ 

หมอเตือน! อาการไข้หวัดใหญ่ คล้ายกับโควิด-19 ติดร่วมกันได้ทำให้ป่วยหนัก

 

ประโยชน์ของนมเปรี้ยว ช่วยเสริมภูมิต้านไข้หวัดใหญ่

 

แม่แชร์! ลูกชายเสียชีวิตเพราะ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ

 

LION SHOP ONLINE

LION SHOP ONLINE ช้อปด้วยใจ ช่วยไทยไปด้วยกัน

LION SHOP ONLINE ให้ทุกการใช้จ่ายซื้อของเข้าบ้าน มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น เพราะทุกการสั่งซื้อสินค้าคุณภาพเยี่ยมของ LION จะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสมทบทุนช่วยเหลือซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์

 

LION SHOP ONLINE

“LIFE GOES ON ช้อปด้วยใจ ช่วยไทยไปด้วยกัน”

มาทำให้ทุกการซื้อของเข้าบ้านของคุณ = การช่วยให้คนอื่นมีชีวิตดีขึ้นได้

ที่ทุกการสั่งซื้อสินค้าคุณภาพเยี่ยมของ LION ผ่าน LION SHOP ONLINE ทั้ง 5 ช่องทางของคุณในวันนี้

จะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสมทบทุนช่วยเหลือซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สุขยิ่งกว่า การรับ คือ การเป็นผู้ให้ มาช้อปช่วยคนไทยไปกับเราด้วยกันนะคะ

ช่องทางเว็บไซต์ lionshoponline.com > https://bit.ly/3emlUsA

ช่องทาง LINE @LIONFAMILY > https://bit.ly/317Pvlr

ช่องทาง Lazada > https://bit.ly/2SnxZEB

ช่องทาง Shopee > https://bit.ly/2CpCzwT

ช่องทาง JD CENTRAL > https://sl.jd.co.th/100-1JvM

 

4 พฤติกรรม “สปอยล์ลูก” สุดเสี่ยงที่พ่อแม่ควรเลี่ยง

สปอยล์ลูก คือการตามใจลูกมากเกินไป จนทำให้เกิดผลเสียตามมาได้ อยากรู้ว่าลูกถูกสปอยล์มากไปหรือไม่? เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้โดนสปอยล์ อ่านได้ที่นี่

4 พฤติกรรม “สปอยล์ลูก” สุดเสี่ยงที่พ่อแม่ควรเลี่ยง

พ่อแม่ทุกคนรักลูก แต่การรักลูกโดยการตามใจลูกจนเกินพอดี มักจะมีผลต่อพฤติกรรมของลูกเมื่อโตขึ้น เช่น เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ตัวเองถูกเสมอ คนอื่นสิผิด หรือ เอาแต่ใจตัวเอง อยากได้อะไรต้องได้ ซึ่งพฤติกรรมผิด ๆ เหล่านี้ ดันเกิดจากพ่อแม่ที่ปลูกฝังให้ลูกเข้าใจผิดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่การ สปอยล์ลูก มากเกินไป ก็อาจทำให้ลูกเสียคนได้เหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่ถูกสปอยล์มาตั้งแต่เด็ก ดังนั้น หากไม่อยากให้ลูกเสียคน พ่อแม่ต้องหยุดพฤติกรรมเหล่านี้ให้ได้ โดยก่อนอื่นมาดูกันว่าลูกของเรานั้น เข้าข่ายเป็นเด็กที่โดนสปอยล์หรือไม่

เช็กลิสต์อาการลูกถูกสปอยล์

ตามที่ สถาบันกุมารเวชศาสตร์จากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้นิยาม อาการของเด็กที่ถูกสปอยล์ ไว้ว่า เด็กในกลุ่มนี้ มักจะเป็นเด็กที่เอาแต่ใจตนเอง มีพฤติกรรมที่ถดถอย (ทำในสิ่งที่เด็กในวัยนั้น ๆ ไม่ทำกันแล้ว) แต่พ่อแม่หลายคนอาจสับสนว่าพฤติกรรมที่ลูกกำลังทำนั้น เรียกได้ว่าเป็นเด็กที่ถูกสปอยล์หรือไม่? หรือเป็นเพียงพฤติกรรมที่ปกติในช่วงวัยนั้น ๆ ? มาดู เช็กลิสต์อาการลูกถูกสปอยล์ กัน

  • หลงตัวเอง หมกมุ่นอยู่กับการโอ้อวดตัวตนของตนเอง
  • ไม่มีความเคารพผู้ใหญ่และเด็กคนอื่น ๆ
  • ไม่เชื่อฟังคนอื่น ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน
  • มีอารมณ์แปรปรวน
  • ไม่มีแรงจูงใจในการเริ่มทำสิ่งใหม่ ๆ
  • ไม่สามารถอยู่คนเดียวได้
  • จอมบงการ
  • พยายามดิ้นรนหาเพื่อน

4 พฤติกรรมพ่อแม่จอม “สปอยล์ลูก”

สาเหตุที่พ่อแม่สปอยล์ลูกมากเกินไปนั้นมีหลายสาเหตุ เช่น ลูกทำเองได้ช้าไม่ทันใจ กลัวลูกไม่อิ่ม กลัวลูกไม่โต กลัวลูกไม่ทันเพื่อน ความหวังดีความกังวลของพ่อแม่เหล่านี้แหละค่ะ ที่เป็นสิ่งที่ทำให้ลูกถูกสปอยล์มากเกินไปโดยไม่รู้ตัว มาดูกันค่ะ ว่าเราได้เผลอทำพฤติกรรมเหล่านี้กับลูกไปหรือเปล่า

  • ทำให้ลูกเป็น “ทุกลมหายใจของพ่อแม่”

เมื่อมีลูก พ่อแม่หลายคนก็ได้อุทิศชีวิตทั้งชีวิตให้กับลูก เป็นทุกอย่าง ทำทุกอย่าง คิดทุกอย่าง ให้ลูกจนลูกไม่มีชีวิตเป็นของตัวเอง พ่อแม่กลุ่มนี้ จะไม่อยู่ห่างจากลูก ยอมทิ้งทุกสิ่งอย่างเพื่อทำตามสิ่งที่ลูกต้องการ และทำให้ลูกเป็นศูนย์กลางจักรวาล

  • ชดเชยความผิดของพ่อแม่ด้วยสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ความรัก

เช่น พ่อแม่ที่ต้องทำงาน มักจะรู้สึกผิดที่ไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับลูกได้มากพอ จึงซื้อของเล่นให้ลูกเยอะ ๆ เพื่อชดเชยความผิดนี้ การทำแบบนี้ สอนให้เด็กรู้ว่าเมื่อคนอื่นทำอะไรผิด เขาจะได้รับสิ่งของเป็นการตอบแทน สำหรับพ่อแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้าน ไม่ต้องกังวลใจไปว่าการมีเวลาอยู่กับลูกเพียงเล็กน้อย จะทำให้ลูกมีปัญหา เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่ใช้เวลาคุณภาพอยู่กับลูก โดยการหากิจกรรมทำร่วมกัน และช่วงเวลาที่อยู่กับลูก ให้คุณพ่อคุณแม่โฟกัสไปที่ลูกเพียงอย่างเดียว ไม่หยิบมือถือ ไม่คิดเรื่องงานหรือเรื่องอื่น ๆ แม้จะเป็นการใช้เวลาร่วมกันเพียงน้อยนิด แต่ก็ช่วยเติมเต็มให้ลูกได้มากกว่าการอยู่กับลูกทั้งวัน แต่พ่อแม่ไม่สนใจลูกอีกค่ะ

  • ใช้ชีวิตแทนลูก

พ่อแม่กลุ่มนี้จะวางแผนชีวิตให้ลูก บงการให้ลูกใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองเลือกไว้เท่านั้น ลูกจะไม่สามารถใช้ชีวิตในแบบที่ตนเองเลือกได้ และพ่อแม่กลุ่มนี้จะเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นไปตามที่พ่อแม่ได้วาดฝันไว้ว่าจะให้ลูกเป็นหรือให้ลูกมี การให้ลูกเรียนในสิ่งที่ตัวเองเคยอยากจะเรียน หรือการซื้อของให้ลูกเพราะในวัยเด็กตนเองอยากได้ ก็เป็นหนึ่งในการสปอยล์ลูกอย่างหนึ่ง เพราะการไม่ถามว่าลูกอยากได้หรืออยากเรียนสิ่ง ๆ นั้นหรือไม่ ก็เรียกได้ว่าเป็นการใช้ชีวิตแทนลูก

  • ไม่เคยปล่อยให้ลูกรอ

เมื่อลูกอยากได้อะไร ชี้อะไร สิ่งของเหล่านั้นจะมาอยู่ตรงหน้าลูกทันที พฤติกรรมที่พ่อแม่ทำนี้จะทำให้ลูกไม่รู้จักการรอคอย การอดทน การอดออม เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการมาเป็นของตน ลูกจะไม่เห็นสิ่งอื่น ๆ มีค่า เพราะไม่เคยต้องอดทนรอหรือคอยเลย บางครั้งการปล่อยให้ลูกได้หิว ร้อน เหนื่อยบ้าง จะทำให้ลูกรู้ว่า อาหารที่อยู่ตรงหน้าอร่อยเพียงใดก็เป็นได้

ต้องเข้าใจว่า เด็กก็คือเด็ก ในบางครั้งลูกอาจจะงอแง อยากมี อยากได้ ตามวัยของเขา และพ่อแม่ทุกคนก็ไม่อยากเห็นลูกเสียใจหรอกค่ะ เพราะเราทั้งรักและห่วงลูกเป็นที่สุด แต่จะตามใจลูกได้แค่ไหน? เพื่อไม่ให้ลูกโดนสปอยล์จนเสียคน

ตามใจลูก
ตามใจลูก

4 เทคนิคเลี้ยงลูกแบบไม่สปอยล์

  • รับฟังความต้องการของลูก แต่แก้ปัญหาตามแนวทางของพ่อแม่

ให้ลองรับฟังลูกว่าลูกต้องการอะไร รู้สึกเสียใจเพราะอะไร แม้ว่าความต้องการนั้น ๆ จะไม่มีเหตุผลเลยก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ก็ควรรับฟังไว้ และไม่ควรต่อว่าลูกว่าไร้สาระ หรือไม่มีความจำเป็น การเป็นผู้ฟังที่จะทำให้ลูกเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจพ่อแม่ และเมื่อรับฟังแล้วสิ่งสำคัญหลังจากนั้นคือแนวทางการช่วยแก้ปัญหาให้ลูก พ่อแม่ควรยึดหลักและกฎเกณฑ์ในบ้านเป็นหลัก ไม่ควรแหวกกฎเกณฑ์เพื่อตามใจลูก เช่น เมื่อลูกอยากได้โทรศัพท์มือถือเพราะเพื่อนมีกันหมดแล้ว ให้คุณพ่อคุณแม่รับฟังว่าลูกรู้สึกอย่างไร ต้องการมากแค่ไหน หลังจากนั้นให้ย้ำถึงกฎเกณฑ์ว่าเราได้ตกลงกันแล้วว่าลูกจะมีโทรศัพท์มือถือได้เมื่อลูกอยู่ในวัยที่เหมาะสมเท่านั้น เป็นต้น

  • อย่ากลัวที่จะให้ลูกผิดพลาด

ผิดเป็นครู ถ้าลูกไม่รู้จักผิดพลาด ผิดหวังเลย จะมีแรงจูงใจอะไรให้พยายามทำสิ่งเหล่านั้นให้สำเร็จได้ และลูกจะรู้จักระมัดระวังไม่ให้เกิดความผิดพลาดหรือไม่ถ้าไม่เคยทำผิดเลย ตัวอย่างเช่น เวลาเล่นเกมกับลูก ไม่จำเป็นต้องยอมแพ้และให้ลูกชนะทุกครั้ง การให้ลูกรู้จักแพ้บ้าง เพื่อให้ลูกได้พยายามทำให้ตัวเองชนะ ก็เหมือนกับการที่พ่อแม่ต่อขั้นบันไดให้ลูกได้ปีนผ่านอุปสรรคต่าง ๆ จนทำสิ่งเหล่านั้นได้สำเร็จนั่นเอง และเมื่อลูกทำสำเร็จได้ด้วยตัวเอง ลูกจะมีความภาคภูมิใจในตัวเอง (Self-Esteem) ซึ่งความภาคภูมิใจนี้ จะเป็นผลดีกับชีวิตของลูกในอนาคต

  • อย่าสรรเสริญเยินยอลูกจนมากเกินไป

การชื่นชมลูกเพื่อเป็นกำลังใจให้ลูกเป็นสิ่งสำคัญ แต่การชมจนมากเกินไปจนถึงขั้นสรรเสริญเยินยอ ก็อาจจะเป็นการทำร้ายลูกได้ เพราะเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมที่หลงตัวเองจนเกินพอดี หรือบางครั้งอาจจะเป็นการกดดันลูกได้ เพราะลูกจะรู้สึกว่าพ่อแม่คาดหวังให้ลูกเป็นแบบนั้น การชมลูกที่ถูกต้อง ควรเน้นที่การชมถึงความพยายามของลูก ว่าการที่ลูกทำสิ่งนั้น ๆ สำเร็จได้ เป็นเพราะลูกพยายาม เช่น เมื่อลูกสอบได้คะแนนดี แทนที่จะชมว่าลูกหัวดี เรียนเก่ง ให้ลองปรับคำพูดเป็น “เป็นเพราะลูกพยายาม ตั้งใจเรียน ตั้งใจทบทวนอ่านหนังสือ เลยทำให้ลูกได้คะแนนดี” เป็นต้น

  • รักษากฎเกณฑ์ภายในบ้าน

อย่าปล่อยให้ลูกแหวกกฎเกณฑ์ภายในบ้านซ้ำ ๆ เพราะจะทำให้ลูกลดความเคารพในสิทธิของคนอื่น ๆ การตั้งกฎเกณฑ์ภายในบ้านของทุกบ้าน เป็นเพราะพ่อแม่ต้องการจำลองสถานการณ์ให้ลูกได้รู้จักกฎของการอยู่ร่วมกันกับคนอื่น ๆ ดังนั้นอย่าปล่อยให้ลูกทำตามใจตนเอง เอาตนเองเป็นศูนย์กลาง ไม่ทำตามกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เมื่อต้องอยู่ร่วมกับคนในครอบครัว เพราะหากลูกทำจนชิน เมื่อลูกต้องออกไปอยู่ร่วมกับสังคม ลูกจะไม่ได้รับการยอมรับจากคนในสังคมนั่นเอง

อ่านมาถึงตรงนี้ พ่อแม่หลายคนอาจจะกลัวจนไม่กล้าตามใจลูกเลย เพราะกลัวจะเป็นการ สปอยล์ลูก อยากบอกว่าเราสามารถตามใจลูกได้นะคะ แต่ควรตามใจแต่พอดี ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป ส่วนการจะตามใจมากน้อยแค่ไหนให้พิจารณาตามความเหมาะสมและโอกาส สิ่งที่สำคัญคือ ควรให้มีการรอคอยบ้างตามความเหมาะสม ทั้งเรื่องของเล่น ขนม อย่าให้ทันทีทุกครั้ง

และเมื่อลูกมีอาการร้องไห้งอแง โวยวาย ให้ตั้งสติก่อนปรับพฤติกรรมลูก อย่าใช้อารมณ์ และเน้นใช้ความสม่ำเสมอ นั่นคือ ไม่ให้ความสนใจกับพฤติกรรมที่ลูกแสดงออก หากอยู่ในที่สาธารณะให้พาไปในที่เงียบสงบ ใช้การอธิบายที่นิ่งและมั่นคง ไม่แสดงอารมณ์ เมื่อพ่อแม่แสดงออกถึงวุฒิภาวะที่มั่นคง ลูกจะค่อย ๆ อาการงอแง และโวยวายจะค่อย ๆ ลดลงไป แต่ความรู้สึกถึงความรักจากพ่อแม่จะยังคงอยู่

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

10 วิธีสร้างวินัยเชิงบวก : เมื่อ ลูกอาละวาด เอาแต่ใจ

ลูกไม่เชื่อฟัง พ่อแม่ต้องรีบสอน 5 อย่างนี้ สร้างให้ได้ก่อน 8 ขวบ!

สอนลูกเรื่องการออมเงิน ควรเริ่มเมื่อไหร่ดี?

ลูก 4 ขวบ เอาแต่ใจ ดราม่าเจ้าน้ำตา แม่ต้องตามใจจริงเหรอ?

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.thebump.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เมนูหัวปลี

เมนูหัวปลี ตัวช่วยเพิ่มน้ำนมแม่ หัวปลีทำอะไรได้บ้าง?

หัวปลี ตัวช่วยเพิ่มน้ำนมแม่ ที่คุณแม่รู้ ลูกน้อยรู้ ทุกคนรู้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะนำหัวปลีมาทำอาหารอย่างไรให้ดูน่ากิน มาดู เมนูหัวปลี กันว่า หัวปลีทำอะไรได้บ้าง?

เมนูหัวปลี ตัวช่วยเพิ่มน้ำนมแม่ หัวปลีทำอะไรได้บ้าง?

ขึ้นชื่อว่า “แม่” แล้วสำหรับลูกน้อยนั้นต้องเฟ้นหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกเสมอ เราเข้าใจและอยากขอร่วมเป็นแรงใจให้กับคุณแม่ทุกคน ที่ตั้งมั่นที่จะให้นมแม่แก่ลูกน้อยของเราให้ได้เต็มที่ และนานที่สุด เพราะน้ำนมแม่มีคุณประโยชน์มากหลาย ลองมาดูประโยชน์ของน้ำนมแม่เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่คุณแม่ ๆ ทั้งหลายว่าเราได้มาถูกทางแล้วกันดีกว่า

ประโยชน์ของนมแม่ ที่มีต่อทารก

  • ทารกที่กินนมแม่จะลดอัตราเสี่ยงการเป็นโรคไหลตายในเด็ก (Sudden Infant Death Syndrome หรือ SIDS)
  • ทารกจะได้รับภูมิคุ้มกันโรคหลายชนิด
  • การดูดที่อกแม่ช่วยกระตุ้นให้เกิดพัฒนาการของฟันและอวัยวะในการออกเสียงอย่างเหมาะสม
  • การให้ลูกดูดนมจากเต้ายังช่วยให้ลูกน้อยได้ใกล้ชิดกับแม่สร้างความผูกพัน อบอุ่นใจ และ ทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัยอีกด้วย

หาข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์นมแม่เพิ่มเติมได้ที่ ประโยชน์ของนมแม่ ข้อดีที่มีต่อสุขภาพทั้งแม่และลูก

คุณแม่ทั้งหลายคงมีคำถามในใจว่า แล้วจะทำอย่างไรให้น้ำนมเรามีพอเพียงต่อลูกน้อยของเรากันนะ วันนี้เรามีตัวช่วยให้คุณแม่ได้คลายกังวลด้วยวัตถุดิบพื้นบ้านแบบไทย ๆ ที่หาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง และที่สำคัญคุณประโยชน์เพียบต่อการกระตุ้นน้ำนมของคุณแม่แน่นอน

หัวปลี
หัวปลี

หัวปลี ผักพื้นบ้านของไทยเราที่ขึ้นชื่อในหมู่ของคุณแม่ที่ต้องการเพิ่มน้ำนม หัวปลี มีสรรพคุณมากมาย ทั้งแก้โรคกระเพาะอาหาร ลำไส้ บำรุงเลือด ตั้งแต่โบราณสอนกันต่อ ๆ มาว่าผู้หญิงที่คลอดลูกใหม่ ๆ ให้กินมาก ๆ จะได้มีน้ำนมให้เลี้ยงลูกนาน ๆ แต่ เมนูหัวปลี มีอะไรบ้าง หัวปลีทำอะไรได้บ้างนั้น ลองมาดู เมนูหัวปลี เพิ่มน้ำนม ที่จะว่าไปก็มีมากมายหลายเมนูให้คุณแม่ได้เลือกทานกัน ดังนี้

ทอดมันปลีกล้วย

ทอดมันปลีกล้วย
ทอดมันปลีกล้วย

ส่วนผสม

  • ปลีกล้วย
  • หมูสับ
  • ไข่ไก่
  • เครื่องปรุงรส เกลือ พริกไทย แป้งทอดกรอบ
  • น้ำมันสำหรับทอด
  • น้ำจิ้มไก่

วิธีทำ

  1. ปลอกปลีกล้วย ซอยปลีกล้วยให้บาง ๆ แช่ทิ้งไว้ในน้ำเกลือ แล้วพักไว้
  2. ขยำปลีกล้วย และบีบน้ำออก วางให้สะเด็ดน้ำ
  3. ใส่เครื่องปรุงรสทั้งหมดคลุกให้เข้ากันแล้วพักไว้
  4. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน รอน้ำมันร้อน ตักส่วนผสม 1 ช้อน ลงทอด เกลี่ยให้แบน ทอดจนเหลืองกรอบน่ารับประทาน
  5. ยกเสริฟ รับประทานทอดมันปลีกล้วยพร้อมน้ำจิ้มไก่…….อร่อย

ยำหัวปลีใส่กุ้ง

ยำหัวปลีใส่กุ้ง
ยำหัวปลีใส่กุ้ง

ส่วนผสม

  • หัวปลีกกล้วยเผา
  • กุ้งสด
  • ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ
  • มะพร้าวขูดคั่ว
  • พริกขี้หนูซอย
  • ไข่ต้ม
  • เครื่องปรุงรสน้ำยำ น้ำพริกเผา กะทิ น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ

วิธีทำ

  1. นำหัวปลีไปเผาทั้งหัว จากนั้นแกะแต่ส่วนด้านในที่เป็นสีขาวออกมาซอยเป็นเส้นยาว ๆ แช่น้ำเตรียมไว้
  2. แกะเปลือก ผ่าหลังกุ้ง แล้วนำไปลวกให้สุก
  3. นำส่วนผสมทุกอย่างมายำรวมกันในอ่างผสมปริมาณตามชอบ
  4. ตักใส่จาน โรยด้วยใบสะระแหน่ ไข่ต้ม พร้อมเสริฟ……..อร่อย

ปลาทับทิมทอด-น้ำยำหัวปลี

ปลาทับทิมทอด น้ำยำหัวปลี
ปลาทับทิมทอด น้ำยำหัวปลี

ส่วนผสม

  • ปลาทับทิม 1 ตัว
  • หัวปลี ครึ่งหัว
  • หอมแดง 6 หัว
  • พริกขี้หนู 8 เม็ด
  • พริกแห้ง 10 เม็ด
  • แป้งทอดกรอบ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  • มะนาว 2 ลูก
  • นมคาเนชั่น 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอน

  1. หั่นเนื้อปลาทับทิมออกเป็นชิ้นๆ ให้เหลือแต่หัวติดกับก้างและหาง
  2. นำเนื้อปลาคลุกแป้งนวลทอดกรอบ และตัวปลาทอดโดยไม่ต้องคลุกแป้ง
  3. ซอยหอมแดง แล้วนำไปเจียว และทอดพริกแห้ง พักไว้
  4. จัดเรียงโดยวางโครงก้างปลา แล้วนำเนื้อปลาวาง จากนั้นโรยด้วยหอมแดงเจียวให้สวยงาม
  5. ซอยหัวปลีแล้วแช่น้ำเปล่าที่ผสมน้ำมะนาวจะช่วยให้หัวปลีไม่ดำ
  6. ทำน้ำยำ ใส่ส่วนผสมลงไปได้แก่ พริกเผา น้ำปลา น้ำมะนาว นมคาเนชั่น และพริกขี้หนูซอยให้ส่วนผสมทั้งนั้นเข้ากัน
  7. นำหัวปลีใส่ลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  8. ตักใส่ถ้วยจัดเรียงให้สวยงาม

ไข่เจียวหัวปลีหมูสับ

ไข่เจียวหัวปลีหมูสับ
ไข่เจียวหัวปลีหมูสับ

ส่วนผสม

  • หัวปลี
  • ไข่ไก่
  • หมูสับ
  • น้ำปลา

วิธีทำ

  1. นำหัวปลีเลือกที่อ่อน มาซอยแล้วแช่น้ำมะนาวพักไว้
  2. ล้างหัวปลีที่ซอยไว้ นำมาผสมรวมกับไข่ไก่ หมูสับ แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลาตามชอบ
  3. ตีไข่จนฟู แล้วนำมาทอดในกระทะที่ตั้งน้ำมันไว้จนร้อน
  4. ทอดไข่เจียวหัวปลีหมูสับจนสุกทั้งสองด้าน
  5. ตักใส่จานพร้อมเสริฟ อาจทานคู่กับน้ำพริกต่าง ๆ ………..อร่อย

แกงหัวปลีใส่กระดูกหมู

แกงหัวปลีใส่กระดูกหมู
แกงหัวปลีใส่กระดูกหมู

ส่วนผสม

  • หัวปลีแกะให้เหลือแต่สีขาวอ่อนๆ 2 หัว
  • กระดูกหมู 200 กรัม
  • ชะอมเด็ด 1 กำ
  • ใบชะพลูหั่นหยาบ 1 กำ
  • มะเขือเทศผ่าซีก 4 ลูก
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 1/2 ลิตร
  • พริกแห้งเม็ดเล็ก 10 เม็ด
  • กระเทียมกลีบเล็ก 10 กลีบ
  • หอมแดง 3 หัว
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผงปรุงรส 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. โขลกพริกแกงรวมกันให้ละเอียด พักไว้
  2. ตั้งหม้อใส่น้ำมันพอร้อน ใส่เครื่องแกงที่โขลกไว้ลงไปผัดให้หอม แล้วใส่หมูลง คั่วพอให้หมูเกือบสุก เติมน้ำเปล่า
  3. เปิดไฟอ่อนค่อยตุ๋น ประมาณ10 นาที จนหมูสุกนิ่ม ใส่หัวปลีและมะเขือเทศลงไป กดหัวปลีให้จม ไม่งั้นจะทำให้หัวปลีดำ แล้วรอเดือดอีกรอบ
  4. ใส่ชะอมเด็ด ใบชะพลูหั่นหยาบ ลงไป คนให้เข้ากันแล้วชิมรสชาติ หากอร่อย พอใจแล้วปิดใฟ ตักใส่ชามเสิร์ฟได้เลยค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างกับเมนู ที่ได้เลือกมาให้ได้ลอง ยังคงมีอีกหลากหลายเมนูที่ทำจากหัวปลี วัตถุดิบชั้นยอดของเหล่าบรรดาแม่ ๆ ในการช่วยเพิ่มน้ำนม คงจะช่วยตอบปัญหาคาใจคุณแม่หลาย ๆ ท่านได้ว่า หัวปลีทำอะไรได้บ้าง? กันเป็นอย่างดี

นอกจาก หัวปลี จะสามารถนำมาเป็นวัตถุดิบในการทำอาหารรับประทานแล้ว สำหรับคุณแม่ท่านไหนที่ต้องการเพิ่มความเข้มข้นในบำรุงร่างกายให้มีน้ำนมเพียงพอต่อลูกน้อย อยากให้น้ำนมแน่นล้นสต๊อกแล้วละก็ ลองนำ หัวปลี มาต้มเป็น น้ำหัวปลี ที่เราก็มี สูตรน้ำหัวปลี เรียกน้ำนมแม่ มาฝากกันด้วย

น้ำหัวปลีเรียกน้ำนมแม่

น้ำหัวปลี
น้ำหัวปลี

ส่วนผสม

  • หัวปลี
  • เกลือ
  • น้ำมะนาว
  • น้ำผึ้ง

วิธีทำ

  1. นำหัวปลีแกะแต่ใบขาวมาแช่น้ำเกลือประมาณครึ่งชั่วโมง
  2. นำหัวปลีมาต้มในน้ำเดือด ใส่เกลือลงไปประมาณ 1 ช้อนชา ต้มจนสุก
  3. นำหัวปลีที่สุกแล้วมาหั่นฝอย แล้วนำไปปั่นกับน้ำต้มหัวปลีให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน
  4. เติมน้ำมะนาว หรือน้ำผึ้งตามชอบ เพื่อลดความฝาดของน้ำหัวปลี

หากคุณแม่ท่านไหนไม่สะดวก หรือมีเวลาไม่มากพอเดี๋ยวนี้ก็มี น้ำหัวปลีสำเร็จรูปขาย เพิ่มความสะดวกสบายจะได้เหลือเวลาไว้เป็นเวลาส่วนตัวกันบ้าง อย่าลืมนะว่า การพักผ่อนที่เพียงพอก็มีผลต่อปริมาณ และคุณภาพน้ำนมของคุณแม่เช่นเดียวกัน ขอเอาใจช่วยให้คุณแม่ทั้งหลายสามารถมีน้ำนมเพียงพอ เพียงแค่ทาน เมนูหัวปลี เหล่านี้ รับรองน้ำนมล้นสต๊อกกันไปเลย

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

12 อาหารบำรุงแม่หลังคลอด ทำอย่างไรให้น้ำนมมีคุณภาพ

เทคนิคเพิ่มน้ำนมแม่ ให้ลูกมีกินได้นานเป็นปี

ผักผลไม้เพิ่มน้ำนม 20 ชนิด เพิ่มน้ำนมให้คุณแม่

แม่ให้นมกินทุเรียน แล้วน้ำนมเหม็น ลูกเมินนมแม่! จริงมั้ย?

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : cookpad.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

พัฒนาการทารกในครรภ์ 2 เดือน

แม่รู้มั้ย? พัฒนาการทารกในครรภ์ 2 เดือน น่าอัศจรรย์เพิ่มขึ้นอย่างไร

เมื่อการตั้งครรภ์เข้าสู่เดือนที่ 2 การเริ่มต้นเป็นว่าที่คุณแม่ยังคงทำให้คุณแม่รู้สึกตื่นเต้น มีความสุข และวิตกกังวลกับสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ในท้องไม่น้อย ซึ่งตอนนี้ พัฒนาการทารกในครรภ์ 2 เดือน มีความอัศจรรย์เพิ่มขึ้นกว่าเดือนที่แล้วในหลาย ๆ ด้าน มาดูไปพร้อม ๆ กันค่ะ

พัฒนาการทารกในครรภ์ 2 เดือน หัวใจลูกเริ่มเต้นแล้วนะ!

เจ้าตัวน้อยในท้องที่ขนาดเท่าเมล็ดงาในเดือนแรก ตอนนี้ลูกน้อยของคุณแม่ได้พัฒนามีขนาดตัวเท่าผลเชอร์รี่แล้วนะ มีขนาดลำตัวยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร ในเดือนนี้คุณแม่สามารถตรวจเพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ได้อย่างแม่นยำ เรียกว่าเป็นว่าที่คุณแม่ได้แล้ว ตลอดระยะเวลา 4 สัปดาห์ในเดือนที่ 2 พัฒนาการของลูกน้อยจะเพิ่มมากขึ้น โครงสร้างใบหน้าของทารกมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หัวใจเริ่มเต้น อวัยวะต่างๆ เริ่มเจริญเติบโต หูแต่ละข้างจะเริ่มขึ้นเป็นรอยพับขนาดเล็กของผิวหนังที่ด้านข้างของศีรษะ มีการสร้างแขนและขาเกิดขึ้น รวมถึงนิ้วมือและนิ้วเท้า สมองซีกขวาและซ้ายของทารกจะเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ และมวลเซลล์สมองเติบโตอย่างรวดเร็ว กระดูกอ่อนเริ่มพัฒนาและตับเริ่มผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง และในช่วงนี้หลอดประสาท สมอง ไขสันหลัง และเนื้อเยื่อประสาทอื่น ๆ มีการพัฒนาเป็นอย่างดี ทางเดินอาหารและอวัยวะรับสัมผัสเริ่มมีการพัฒนาในช่วงนี้ และอายุครรภ์ในแต่ละสัปดาห์ ทารกจะมีพัฒนาการอะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง

แม่รู้มั้ย? พัฒนาการของทารกในครรภ์เดือนที่ 2 น่าอัศจรรย์เพิ่มขึ้นอย่างไร

ทารกในครรภ์ 2 เดือน

พัฒนาการทารกในครรภ์สัปดาห์ที่ 5

  • อายุครรภ์ 5 สัปดาห์หลังจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย ตัวอ่อนในครรภ์จะยังคงมีการแบ่งกลุ่มเซลล์ต่อไปเพื่อที่จะเจริญเติบโตกลายเป็นอวัยวะต่าง ๆ บางส่วนก็จะกลายเป็นสมอง หัวใจ กล้ามเนื้อ หรือกระดูก สร้างหัวใจครบ 4 ห้อง
  • ทารกน้อยในครรภ์ยังคงมีขนาดเล็ก ขนาดประมาณ 4 มิลลิเมตร
  • ในช่วงต้นของสัปดาห์ที่ 5 อวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น หัวใจ ไต ตับ กระเพาะอาหารเริ่มทำงานได้แล้ว สมองและไขสันหลังของลูกน้อยเริ่มพัฒนาเช่นกัน แต่ยังเปิดอยู่และจะปิดสนิทในภายหลัง กล้ามเนื้อ และกระดูก ปอด ลำไส้ รวมถึงตา หู จมูก ปาก เกิดขึ้นแล้ว ส่วนแขนขานั้นก็เริ่มยื่นออกมาจากลำตัวเป็นเพียงแท่งสั้น ๆ โดยรกจะทำหน้าที่นำสารอาหารจากแม่สู่ทารก และถุงน้ำคร่ำจะให้สภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและปลอดภัยกับลูกน้อย ทำให้ทารกสามารถเคลื่อนที่ได้ง่าย และในช่วงนี้จะมีการสร้างสายสะดือขึ้นซึ่งเชื่อมต่อระหว่างทารกกับระบบหมุนเวียนเลือดของคุณแม่
ท้อง 2 เดือน อัลตราซาวด์
ท้อง 2 เดือน อัลตราซาวด์
  • คุณพ่อคุณแม่อาจมองเห็นการเต้นของหัวใจลูกน้อยในครรภ์ผ่านการอัลตร้าซาวด์ครั้งแรก เห็นสัญญาณชีพจากการเต้นของหัวใจ หัวใจลูกเริ่มเต้นสูบฉีด สามารถเต้นได้ 100-160 ครั้งต่อนาที (เต้นมากกว่าหัวใจของคุณแม่ถึง 2 เท่า) ระบบไหลเวียนโลหิตก็เริ่มทำงานแล้วเช่นกัน มองเห็นการเต้นของของหัวใจทารกในครรภ์จากการตรวจอัลตร้าซาวด์
  • หัวใจของทารกยังคงมีขนาดเล็กและยังไม่แบ่ง 4 ห้องชัดเจน แต่หลอดเลือดหัวใจทำงานสมบูรณ์ตามพัฒนาการและส่งผ่านเลือดไหลเวียนไปทั่วร่างกาย
  • ตอนนี้ลูกน้อยสามารถเคลื่อนไหวไปมาได้ แต่ก็เบามากจนคุณแม่ไม่รู้สึก

Tips: สัปดาห์นี้คุณแม่ที่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ ควรได้ไปพบสูตินรีแพทย์ให้เร็วที่สุดเพื่อฝากครรภ์ การเริ่มดูแลสุขภาพครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ ถือเป็นสิ่งควรทำเพื่อสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์จะได้สมบูรณ์แข็งแรงตลอดการตั้งครรภ์

พัฒนาการทารกในครรภ์สัปดาห์ที่ 6

  • ช่วงนี้ทารกจะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 6 ของพัฒนาการแล้ว ตอนนี้ลูกมีความสูงประมาณ 8 มม.
  • แม้หน้าตาของลูกยังเห็นไม่ชัด เพราะเป็นระยะเริ่มแรกของการพัฒนาตัวอ่อน แต่อวัยวะสำคัญหลายอย่างกำลังพัฒนา โดยเริ่มจากดวงตาและจมูกก่อน มีการสร้างเปลือกตาและหูขึ้น สมองและระบบประสาทของทารกในครรภ์พัฒนาอย่างรวดเร็ว มีการพัฒนานิ้วมือและนิ้วเท้าในลักษณะที่ยังติดกันอยู่
  • ทารกเริ่มมีกราม คาง และแก้มแล้ว แต่ก็มีขนาดเล็กจิ๋วตามสัดส่วนของร่างกาย และจะค่อย ๆ เห็นชัดเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น
  • ในส่วนระบบประสาทส่วนกลางมีการพัฒนาหลอดประสาท ซึ่งประกอบด้วยสมอง ไขสันหลัง และเนื้อเยื่อเส้นใยประสาทมากมาย ทำหน้าที่รับส่งสัญญาณกับเซลล์อื่น ๆ เพื่อพัฒนาการตอบสนองและพัฒนากล้ามเนื้อ ทำให้ลูกน้อยเริ่มขยับตัว
  • เมื่อเติบโตจนถึงปลายสัปดาห์ที่ 6 ขนาดลำตัวของลูกน้อยจะมีขนาดลำตัวความยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร หนักไม่ถึง 1 กรัม และอยู่ในท่าขดตัวและงอช่วงเข้ามากลางลำตัวมีลักษณะตัวงอคล้ายกุ้ง หากทำการอัลตร้าซาวน์ก็จะเห็นหัวและกระดูกสันหลังได้อย่างชัดเจน และสามารถเริ่มแยกได้แล้วว่าส่วนไหนเป็นศีรษะซึ่งมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับลำตัว ขณะเดียวกันด้านข้างของร่างกายเริ่มเห็นปุ่มเล็ก ๆ ที่กำลังจะเริ่มพัฒนาต่อไปเป็นแขนและขาของทารกในครรภ์ และสองข้างของศีรษะมีรูเล็ก ๆ ที่จะกลายเป็นช่องหูต่อไป
  • ระบบทางเดินอาหารและระบบหายใจของทารกในครรภ์เริ่มสร้าง หัวใจเริ่มเต้นประมาณ 100–130 ครั้งต่อนาที เลือดเริ่มไหลเวียน

Tips : ในช่วงอายุครรภ์ 6 สัปดาห์ถือว่าเป็นช่วงที่ทารกในครรภ์กำลังพัฒนาอวัยวะต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว จนทำให้คุณแม่รู้สึกว่า ทำไมช่วงนี้ถึงรู้สึกเหนื่อยมากผิดปกติ นั่นก็เพราะว่าพลังงานของคุณแม่ถูกใช้ไปในการสร้างอวัยวะใหม่ของลูกน้อยตลอดเวลา แม้แต่เวลาคุณแม่หลับแล้วพัฒนาการของทารกในครรภ์ก็ยังดำเนินต่อไป ดังนั้นการพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม และรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์และรับประทานวิตามินบำรุงขณะตั้งครรภ์ตามคำแนะนำของคุณหมอก็จะช่วยให้คุณแม่มีพลังงานและสารอาหารที่ช่วยบำรุงร่างกายตัวเองและลูกน้อยในครรภ์นะคะ

อายุครรภ์ 7 สัปดาห์
อายุครรภ์ 7 สัปดาห์

พัฒนาการทารกในครรภ์สัปดาห์ที่ 7

  • ในช่วงนี้ลูกมีส่วนสูงประมาณ 12 มม. จากตัวอ่อนเริ่มดูเป็นเด็กทารกขึ้นอีกเล็กน้อย หลายๆ ส่วนของร่างกายมีการพัฒนาเพิ่มขึ้น คือ หัวใจ ปอด ลำไส้ไส้ติ่ง สมอง ไขสันหลัง และส่วนต่าง ๆ บนใบหน้าเริ่มปรากฏชัดขึ้น  โดยจะสังเกตเห็นจุดสีดำบริเวณดวงตา สีของม่านตามองเห็นได้ชัดเจน ส่วนเลนส์ตาก็กำลังเป็นรูปเป็นร่าง เปลือกตา นิ้วเท้า และนิ้วมือก็เริ่มเป็นรูปร่างแม้จะมีพังผืดหนาๆ เชื่อมอยู่ จมูกเป็นรูปเป็นร่างเห็นรูจมูกชัดเจนขึ้นและเริ่มเห็นปลายจมูก ปากเป็นรอยเว้า เห็นร่องของหูอยู่ที่ด้านข้างของคอและส่วนกลางของหูเชื่อมต่อกับหูชั้นในแล้ว กะโหลกศีรษะด้านหลังของทารกโตเร็วกว่าด้านหน้า มีส่วนแขนและขาขึ้นมาดูคล้ายกับใบพัดหรือพายเล็ก ๆ ยื่นออกมาจากด้านข้างของหน้าอกจะพัฒนาชัดเจนขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์
  • ในสมองของทารกพัฒนาไปเร็วมาก โดยสมองส่วนหน้าซึ่งเป็นส่วนใหญ่ที่สุดและมีรอยหยักมากที่สุดกำลังเจริญเติบโตขึ้น เซลล์ประสาทกำลังเจริญเติบโต มีการแตกกิ่งก้านสาขาและเริ่มเชื่อมต่อกัน โดยเซลล์สมองแบ่งตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 100 เซลล์ทุก ๆ นาที ส่วนกะโหลกนั้นยังคงโปร่งใสอยู่ โดยส่วนหัวของทารกจะมีการขยายออกอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันกับสมอง
  • ระบบการย่อยอาหารพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะลำไส้ส่วนหนึ่งยื่นเข้าไปในสายสะดือ ระบบหัวใจของลูกน้อยจะเต้นเร็วประมาณ 2 เท่าของคุณแม่ ตับของลูกเริ่มฟอกเม็ดเลือดแดงได้และทำหน้าที่ผลิตเม็ดเลือดแดงไปก่อนจนกว่าไขกระดูกจะเจริญเติบโตพร้อมรับหน้าที่ต่อไป
  • สายสะดือสำหรับการรับออกซิเจนสารอาหารจากแม่ และขับของเสียของทารกเริ่มก่อตัวขึ้น รวมถึงร่างกายเริ่มสร้างไตขึ้นมาแล้ว แม้จะยังทำหน้าที่กรองของเสียออกจากระบบเลือดไม่ได้ แต่เริ่มผลิตปัสสาวะที่มาจากการน้ำคร่ำที่ทารกกลืนเข้าไปทางปากในระหว่างลอยอยู่ในท้องแม่ไปตลอดการตั้งครรภ์ ซึ่งถือว่าลูกน้อยเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้นกับการอยู่ในมดลูกของคุณแม่
  • ต่อมเพศของทารกในครรภ์เริ่มสร้างขึ้นในช่วงนี้ แต่การตรวจอัลตราซาวด์ในสัปดาห์นี้ก็ยังเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่าลูกเป็นเพศชายหรือหญิง
  • เส้นใยกล้ามเนื้อก็เริ่มก่อตัวเพื่อให้ร่างกายทารกเริ่มเคลื่อนไหวได้เล็กน้อย

Tips : ในช่วงนี้คุณแม่อาจจะรู้สึกหิวบ่อย เป็นเพราะว่าลูกน้อยในท้องนั้นต้องใช้พลังงานในการสร้างเซลล์สมองและพัฒนาการต่าง ๆ อย่างรวดเร็วนั่นเอง ดังนั้นในแต่ละวันคุณแม่สามารถแบ่งมื้ออาหารทานมื้อละน้อย ๆ ได้แทน 3 มื้อใหญ่ หรือมีมื้อว่างระหว่างวัน ไม่ควรปล่อยให้กระเพาะอาหารว่าง เพราะจะทำให้รู้สึกคลื่นไส้อาเจียนได้

พัฒนาการทารกในครรภ์สัปดาห์ที่ 8

  • ตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์ 8 สัปดาห์ขึ้นไป ลูกน้อยเติบโตจากตัวอ่อนกลายเป็นทารกตัวจิ๋วในครรภ์แม่แล้ว ตอนนี้ลูกมีความสูงประมาณ 6 เซนติเมตร ลักษณะหัวโตตัวเล็ก คล้ายกับลูกอ๊อดตัวกลมที่มีส่วนหหางสั้นลง นอนตัวงอเป็นกุ้งหรือคล้ายกับตัว C ลอยตัวอยู่ในน้ำคร่ำในมดลูกของคุณแม่
  • ในช่วงสัปดาห์นี้ลูกน้อยจะเริ่มมีพัฒนาการบนใบหน้ามากขึ้น อวัยวะทุกส่วนจะเริ่มเข้าที่ ตา ปาก และจมูกจะเริ่มชัดเจนยิ่งขึ้น เห็นปลายจมูก ปลายนิ้วมือ ปลายนิ้วเท้า ริมฝีปาก เปลือกตา และเริ่มเห็นส่วนที่เป็นแขนขาจะเริ่มเห็นได้ชัดเจนขึ้น ส่วนของมือและเท้าเป็นนิ้วชัดเจนขึ้นมีลักษณะคล้ายใบพายเล็ก ๆ จะมีนิ้วมือและนิ้วเท้าให้เห็นแล้วมือและเท้า มีเล็บงอกออกมา แต่ดวงตายังอยู่ห่างกันมากราวกับจะแยกกันอยู่ด้านข้างของใบหน้า หลังจากนั้นจะค่อย ๆ ขยับมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
  • กระดูกสันหลังของลูกจะตรงขึ้น ศีรษะจะมีลักษณะก้มไปข้างหน้าเข้าหาลำตัว และมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับส่วนล่างของลูก
  • เซลล์ประสาทในสมองเริ่มพัฒนาและเติบโต เซลล์กระดูกเริ่มเป็นรูปร่างขึ้นมาแทนที่กระดูกอ่อน ข้อต่อเล็ก ๆ เริ่มเจริญเติบโตขึ้น ปุ่มฟันน้ำนมเริ่มเป็นรูปร่างและลูกจะเริ่มมีลายนิ้วมือในระยะนี้
  • ทารกเริ่มมีลิ้นหัวใจแล้ว มีท่อทางเดินหายใจซึ่งจะช่วยให้อากาศไหลเวียนจากลำคอไหลเข้าสู่ปอด
  • เริ่มเห็นตุ่มที่กำลังจะพัฒนาเป็นอวัยวะเพศ
  • ในช่วงสัปดาห์นี้ทารกในครรภ์เริ่มขยับตัวได้ เริ่มงอแขนช่วงข้อศอกและข้อมือได้ แต่คุณแม่จะยังไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของลูกในท้อง เนื่องจากลูกยังมีขนาดตัวที่เล็กอยุ่

Tips : เข้าสู่อายุครรภ์ 8 สัปดาห์หรือราว 2 เดือน ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญต่อพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ซึ่งเติบโตรวดเร็วมาก อาการแพ้ท้องหรืออารมณ์แปรปรวนขึ้น ๆ ลง ๆ ที่มีผลต่อพัฒนาการลูกในท้องได้ ดังนั้นในช่วงนี้คุณแม่ควรใส่ในในเรื่องการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และหาอะไรทำเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ ไม่ให้เกิดความเครียดมากเกินไป

อาการคนท้อง 2 เดือน
อาการคนท้อง 2 เดือน

ตั้งครรภ์เดือนที่ 2 แม่ต้องเจอกับอะไรบ้าง

ในช่วงเดือนที่สองนี้ หน้าท้องของคุณแม่อาจจะยังไม่ขยายใหญ่มากเท่าไรนัก หรืออาจไม่มีอาการแพ้ท้อง จนคุณแม่บางคนอาจจะยังไม่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ แต่ก็มีสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่ทำให้สัมผัสได้ว่าคุณแม่กำลังมีสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ อยู่ในท้องแล้วนะ โดยอาการของแม่ตั้งครรภ์ที่พบบ่อย เช่น

  • อาการแพ้ท้อง คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ คุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสแรกประมาณ 70%-80% จะมีอาการแพ้ท้องหนักมาก เพื่อลดอาการ “แพ้ท้อง” ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มัน ๆ หรือรสจัด ควรเลือกกินอาหารที่ย่อยง่าย และรับประทานอาหารมื้อเล็ก ๆ ระหว่างมื้ออาหาร หรือก่อนนอน เช่น นม แครกเกอร์ เพื่อช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่และช่วยลดอาการแพ้ท้องตอนเช้าวันรุ่งขึ้นได้ และดื่มน้ำขิงที่มีสรรพคุณช่วยลดอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้อาเจียนได้อย่างดีดี
  • รู้สึกไม่สบาย เมื่อยล้า อ่อนเพลียบ่อย พัฒนาการของลูกในท้องที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้การตั้งครรภ์ต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ช่วงนี้คุณแม่อาจรู้สึกอ่อนเพลียมากกว่าเดิม รู้สึกเหนื่อยล้ามากกว่าปกติ มีความรู้สึกอยากนอนตลอดทั้งวัน ลองหาเวลางีบพักผ่อนระหว่างวันอย่างน้อยสัก 10 นาทีหรือพักผ่อนให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะช่วยให้คุณแม่รู้สึกดีขึ้น รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ก็จะช่วยเติมพลังงานสร้างความกระฉับกระเฉงให้คุณแม่สามารถต่อสู้กับความเหนื่อยล้าได้
  • อาการท้องผูก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ระหว่างตั้งครรภ์ โดยสาเหตุจากการเพิ่มขึ้นของระดับฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนในช่วงตั้งครรภ์ ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและลำไส้ ทำให้ลำไส้เคลื่อนตัวและย่อยอาหารได้ช้าลง รวมทั้งการเจริญเติบโตของลูกน้อยในท้องก็ทำให้คุณแม่ท้องผูกได้ เมื่อคุณแม่ต้องเจอกับอาการท้องผูกควรรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์หรือกากใยสูง เพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่าย ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ หมั่นออกกำลังกายเบา ๆ เช่น การเดิน ว่ายน้ำ โยคะ เป็นต้น ก็จะช่วยให้อาการท้องผูกดีขึ้น
  • อยากกินของแปลก ๆ หรือเบื่ออาหาร ฮอร์โมนที่สูงขึ้นในขณะตั้งครรภ์ช่วงแรก ๆ ทำให้คุณแม่อยากกินอะไรแปลก ๆ ที่ไม่เคยกินได้ หรือกลับมีอาการเบื่ออาหารขึ้นมาก็ได้ อย่างไรก็ตามคุณแม่จำเป็นต้องกินอาหารให้ครบ 3 มื้อ หรือแบ่งเป็นมื้อน้อย ๆ แต่กินให้บ่อย ๆ พยายามดูแลเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อไม่ให้ขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพร่างกายคุณแม่และลูกน้อยในท้อง
  • รู้สึกเหม็นง่ายไวต่อกลิ่น เป็นอาการปกติอีกอย่างหนึ่งของคนท้องที่เกิดขึ้นได้ในช่วงไตรมาสแรก จมูกของคุณแม่จะไวต่อกลิ่นทุกชนิดมากเป็นพิเศษ อาจจะรู้สึกเหม็นกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย เหม็นกลิ่นอาหารบางชนิด แม้กระทั่งกลิ่นตัวคุณพ่อ ได้กลิ่นทีไรก็อยากจะอาเจียนขึ้นมาทันที ในช่วงนี้การได้พักผ่อนมากที่สุดจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ และนอกจากการรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย น้ำอุ่น หรือน้ำขิง ลองเลือกกินสับปะรด และกล้วย ก็เป็นผลไม้ที่ช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียนนี้ได้ดี
  • เต้านมขยายใหญ่ขึ้น ในช่วงประมาณเดือนที่ 2 ของการตั้งครรภ์ คุณแม่จะสังเกตเห็นว่าเต้านมจะขยายใหญ่ขึ้นจากเดิมได้ถึง 1-2 ไซส์ โดยเฉพาะในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เป็นครั้งแรก ซึ่งผิวหนังที่ยืดขยายอาจทำให้คุณแม่รู้สึกคัดตึงเต้านมมาก และมีรอยแตกลายบริเวณเต้านมด้วย อาการนี้เกิดขึ้นมาเพื่อรองรับการตั้งครรภ์และให้นมลูกหลังคลอดนั่นเอง
  • มีอารมณ์แปรปรวนเป็นภาวะปกติที่อาจเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะในช่วง 12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้คุณแม่มีอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ อ่อนไหว ซึมเศร้า อ่อนล้า หรือบางครั้งก็รู้สึกหงุดหงิดได้ง่าย ๆ โดยไม่มีสาเหตุ ในช่วงนี้คุณแม่อาจหากิจกรรมต่าง ๆ ทำเพื่อให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น เช่น การพูดคุยกับสามีหรือเพื่อน ๆ การนั่งสมาธิ ออกกำลังกาย หรืองานอดิเรกที่ชื่นชอบ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนที่ 2   ของการตั้งครรภ์ พัฒนาการของทารกในครรภ์นั้นเริ่มเป็นรูปเป็นร่างได้ชัดขึ้น ในช่วงเดือนนี้คุณแม่มองเห็นพัฒนาการลูกน้อยครั้งและและได้ยินเสียงหัวใจเต้นผ่านการอัลตร้าซาวด์ได้ นับเป็นเดือนที่สร้างความตื่นเต้น ความอัศจรรย์ และเพิ่มความสุขให้กับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ได้ไม่น้อยทีเดียว

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก :www.huggies.co.thwww.scarymommy.comwww.honestdocs.co

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจอื่นๆ

แม่รู้มั้ย! พัฒนาการทารกในครรภ์ 1 เดือน เกิดอะไรขึ้นกับลูกในท้องบ้าง?

พัฒนาการทารกในครรภ์ 9 เดือนมหัศจรรย์ เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตน้อยๆ ของแม่บ้าง

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

วันดื่มนมโลก (World Milk Day) 1 มิถุนายนปีนี้ โฟร์โมสต์ชวนคนไทยร่วมแบ่งปันสุขภาพดีให้น้องๆมูลนิธิกระจกเงา

กรุงเทพ – บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ เพื่อคนไทยมานานกว่า 60 ปี บริจาคนมพร้อมดื่มยูเอชทีตราโฟร์โมสต์ 8,704 กล่อง ให้กับมูลนิธิกระจกเงา เนื่องในโอกาส วันดื่มนมโลก (World Milk Day) ซึ่งองค์การอาหารแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO กำหนดให้วันที่ 1 มิถุนายน ของทุกปีเป็นวันดื่มนมโลก เพื่อให้ประเทศและองค์กรต่างๆ ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์กระตุ้นให้เห็นความสำคัญของการดื่มนม   

โฟร์โมสต์จัดกิจกรรมรณรงค์วันดื่มนมโลกทุกปีอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้เด็กๆรวมถึงคนไทยทุกคน ตระหนักถึงโภชนาการที่ดีและประโยชน์ที่ได้จากการดื่มนมเป็นประจำอย่างน้อย 1-2 แก้วต่อวัน ตามคำแนะนำของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โดยในปีนี้โฟร์โมสต์ได้จัดกิจกรรมออนไลน์ “ปันนมปันน้ำใจ One Like One Share” ผ่านเฟซบุ๊คเพจของโฟร์โมสต์ โดยบริษัทฯ จะบริจาคนมให้กับเด็กๆ มูลนิธิกระจกเงา เท่ากับยอด Like ทั้งหมดที่ได้รับซึ่งปรากฎว่ามียอดกว่า 8,704 Like ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ โดยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2563 คุณชุมาภา ดีสุดจิต ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์โฟร์โมสต์ ได้มอบผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มยูเอชทีตราโฟร์โมสต์ 8,704 กล่อง ให้กับคุณวีราภรณ์ ประสพรัตนสุข ฝ่ายสื่อสารองค์กรมูลนิธิกระจกเงา โดยทางมูลนิธิฯ จะดำเนินการนำผลิตภัณฑ์นมทั้งหมดใส่ใน ‘กล่องแบ่งปัน’ ภายใต้โครงการอาสามาเยี่ยมเฟส 2 ของมูลนิธิฯ ซึ่งเริ่มเปิดให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 สามารถลงทะเบียนรับบริจาคได้ทุกวันตลอดทั้งเดือนมิถุนายนนี้ วันละ 300 ครอบครัว เป็นเวลา 1 เดือนเต็ม โดยตั้งเป้าส่งมอบ ‘กล่องแบ่งปัน’ ให้ได้ 9,000 ครอบครัวทั่วประเทศ

Tags

สอนลูกเก็บของ ฝึกวินัยแบบไม่ต้องบังคับ

5 เทคนิค สอนลูกเก็บของ ฝึกวินัยแบบไม่ต้องบังคับ

กิจกรรมในครอบครัวอย่างหนึ่งที่ทำให้พ่อแม่ลูกได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ คือการชวนลูกให้มาจัดระเบียบข้าวของในบ้านด้วยกัน นอกจากจะได้ พื้นที่ใช้สอย พื้นที่ทำกิจกรรมสนุกๆ ร่วมกันเพิ่มขึ้นแล้ว ยังได้ปลูกฝังความมีระเบียบวินัยให้ลูกตั้งแต่ยังเล็ก ซึ่งเริ่มง่ายๆ ได้จากเรื่องใกล้ตัว สอนลูกเก็บของ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เสื้อผ้าของลูกน้อย ของเล่นของใช้ ตุ๊กตา หนังสือนิทาน เป็นต้น

มาดูเทคนิคง่ายๆ 5 ข้อที่จะทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถชวนลูกมาเพิ่มพื้นที่แหล่งความสุข พร้อมกับ สอนลูกเก็บของ ไปพร้อมๆ กันค่ะ

1. ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง

พ่อแม่คือแบบอย่างที่ดีของลูก  เพียงเริ่มจากการเก็บของให้ลูกเห็นเป็นประจำ ลูกจะเรียนรู้จากการกระทำของพ่อแม่ว่า เล่นแล้วต้องเก็บ ใช้แล้วต้องเก็บ ของใช้ในบ้านไม่ว่าจะเป็นหนังสือนิทาน นิตยสาร แก้วนม ถ้วยกาแฟ ฯลฯ ที่ใช้แล้ว ต้องเก็บให้เรียบร้อย เมื่อลูกเห็นว่าการจัดเก็บของในบ้านให้เป็นระเบียบเป็นเรื่องปกติ เมื่อไรก็ตามที่คุณแม่ชวนลูกมาช่วยกันเก็บให้เรียบร้อย ลูกจะไม่ปฏิเสธ ยิ่งถ้าทำแล้ว คุณแม่ชื่นชม หรือให้กินขนมอร่อยๆ ก็จะยิ่งรู้สึกว่า กิจกรรมงานบ้านเป็นเรื่องสนุก ทำเสร็จแล้วยังได้กินขนมอร่อยๆ ฝีมือคุณแม่อีกด้วย

ตู้เก็บของแบบ 3 ลิ้นชัก

ตู้เก็บของแบบ 3 ลิ้นชัก รุ่นGODISHUS/โกดิสฮุส จากสโตร์อิเกีย
หรือซื้อออนไลน์ที่
https://bit.ly/IKEA_GODISHUS

เริ่มด้วยการแบ่งงานเบาๆ ให้ลูกทำ เช่น เก็บของเล่น หนังสือนิทาน อุปกรณ์ศิลปะ เครื่องเขียนที่วางอยู่บนโซฟา เก็บวางใส่ในชั้นตู้เก็บของให้เรียบร้อย

ทิปส์ : เพิ่มตัวช่วยให้ลูกด้วยสติกเกอร์สีสดใส ที่มาพร้อมกับตู้ ให้ลูกเลือกสีที่ชอบติดที่ตู้แต่ละชั้น เพื่อช่วยให้จดจำได้ง่ายว่าอะไรควรเก็บไว้ชั้นไหน

2. ให้ลูกครีเอทได้เอง

การเปิดโอกาสให้ลูกได้ครีเอทเองว่า อยากจัดเก็บอะไรในรูปแบบไหน และไว้ตรงไหน เป็นการกระตุ้นให้ลูกน้อยเกิดความกระตือรือร้นและอยากจะจัดเก็บของต่างๆ ให้เป็นระเบียบ คุณแม่อาจถามลูกเป็นคำถามปลายเปิด แล้วให้เขาคิดต่อว่า การเก็บของ เช่น ชุดเสื้อผ้า ถุงเท้า ผ้าขนหนู ของใช้ส่วนตัวที่เขาต้องใช้ทุกวัน ควรจะต้องเก็บใส่ไว้ตรงไหน ห้องไหน มุมไหนของบ้าน เมื่อลูกรู้แล้วว่าจะต้องเก็บของใช้เหล่านี้ไว้ตรงไหนได้แล้ว แนะนำให้คุณแม่นั่งเก็บของไปพร้อมกันกับลูก

ชั้นวาง 5 ช่อง

ชั้นวาง 5 ช่อง รุ่น RASSLA/ราสลา จากสโตร์อิเกีย
หรือซื้อออนไลน์ที่ https://bit.ly/IKEA_RASSLA

สอนให้ลูกแยกเสื้อผ้าที่ใส่แล้วไว้ในตระกร้า สำหรับเก็บเอาไปซักทำความสะอาด ส่วนเสื้อผ้าที่ซัก แห้งแล้ว ต้องแยก ต้องพับ หรือแขวนจัดเก็บใส่ไว้ในชั้นตู้เสื้อผ้าอย่างไร เพื่อให้ประหยัดพื้นที่ และดูเป็นระเบียบ หยิบออกมาใช้ง่าย

ทิปส์ : เพิ่มตัวช่วยให้ลูกน้อยเกิดไอเดียใหม่ๆ ด้วยชั้นวางของ 5 ช่องแบบแนวตั้ง ประหยัดพื้นที่ใช้สอยด้วยมุมมองที่ไม่ซ้ำใคร ทำให้ตู้ใบเดิมไม่ธรรมดาแบบเดิมอีกต่อไป

3. ให้รางวัลดาวเด็กดี

เนรมิตพื้นที่กิจกรรมในบ้านที่เพิ่มขึ้น คุณแม่สามารถชวนลูกเก็บของ ด้วยกิจกรรมสนุกๆ แข่งเก็บของกับลูกๆ โดยมีรางวัลเป็นดาวเด็กดี ว่าถ้าลูกเก็บของ เก็บของเล่นเข้าที่ทุกครั้งหลังเล่น หลังใช้เสร็จ จะได้ดาวเด็กดี 1 ดวง เมื่อครบ 10 ดวง จะได้รางวัลเป็นไอติม หรือแล้วแต่ข้อตกลงของแต่ละครอบครัวได้เลยค่ะ กิจกรรมนี้คุณพ่อก็ต้องเล่นด้วยนะคะ เพื่อที่ลูกได้เห็ว่าทุกคนในบ้านมีส่วนร่วมกับกิจกรรมนี้

ชุดตู้เก็บของ

ชุดตู้เก็บของ รุ่น TROFAST/ทรูฟัสท์ จากสโตร์อิเกีย
หรือซื้อออนไลน์ที่  https://bit.ly/IKEA__TROFAST

ทิปส์ : ควรเลือกกล่องจัดเก็บของที่น้ำหนักเบา ช่วยให้ลูกเลื่อนออกมาใช้ และเลื่อนเก็บได้  อย่างง่ายดาย ยกไปไหนมาไหนก็สะดวกสบาย

4. แบ่งปันเพื่อเปลี่ยนแปลง

การสอนลูกให้เก็บของที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงส่งเสริมให้มีพฤติกรรมที่ดีติดตัวลูก ไปจนโตเท่านั้น แต่คุณแม่ยังสอดแทรกเพิ่มเติมให้ลูกได้รู้จักการแบ่งปันสิ่งของให้กับคนที่มีโอกาสน้อยกว่าในสังคม

กล่องเก็บของพร้อมฝาปิด

กล่องเก็บของพร้อมฝาปิด รุ่น GLIS/กลีส จากสโตร์อิเกีย
หรือซื้อออนไลน์ที่ https://bit.ly/IKEA_GLIS

การปลูกฝังลูกว่าสิ่งของบางอย่างที่ยังอยู่ในสภาพดี และลูกไม่ได้ใช้ ไม่ได้เล่นแล้ว สามารถนำไปบริจาค ทำให้เกิดประโยชน์กับเด็กคนอื่นๆ ได้นะ และเพื่อให้ลูกไม่รู้สึกว่าเสียดาย หวงของขึ้นมา คุณแม่อาจต้องอธิบายว่าของๆ เขาชิ้นนั้น เมื่อบริจาคไปแล้ว จะเป็นประโยชน์ต่อผู้รับอย่างไรบ้าง เช่น หนังสือนิทาน ส่งไปมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย เจ้าหน้าที่อาสาสมัครก็จะอ่านเนื้อเรื่องในนิทานอัดบันทึกเสียง ไว้ใช้เปิดให้กับเด็กๆ ผู้พิการทางสายตา ได้เรียนรู้ สนุกไปกับเนื้อหาในหนังสือนิทาน เป็นต้น เมื่อลูกเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการแบ่งปันแล้ว ก็ลงมือช่วยกันคัดแยกของที่สภาพดี แต่ไม่ได้ใช้งานแล้ว มาทำความสะอาดให้เรียบร้อย

อุปกรณ์ของใช้ชิ้นเล็ก ชิ้นน้อย ที่เก็บแยกได้จากตู้เสื้อผ้า โต๊ะเขียนหนังสือที่บ้าน หากชิ้นไหนยังใช้งานได้ให้แยกออกมาค่ะ ชุดเสื้อผ้า หนังสือนิทาน ของเล่น ตุ๊กตา ฯลฯ ที่ต้องการบริจาคให้จัดเก็บใส่ลงกล่องกระดาษใบใหญ่ แนะนำว่าให้เลือกเป็นวันคล้ายวันเกิดลูกปีละครั้ง เพื่อเป็นการสร้างความทรงจำดีๆ ในชีวิตของลูกค่ะ

ทิปส์ : เพื่อให้อุปกรณ์ ของใช้ หรือของเล่นชิ้นเล็กๆ อย่างอุปกรณ์เครื่องเขียน เครื่องคิดเลข การ์ดเกม อุปกรณ์ทำงานฝีมือ เช่น เส้นเอ็น ลูกปัด ฯลฯ ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย และหยิบใช้งานได้ง่าย คุณแม่สามารถใช้เป็นกล่องพลาสติกเล็กๆ หลากสีที่มีฝาปิด แล้วให้ลูกช่วยกันจัดเก็บลงในกล่องใบเล็กค่ะ 

5. คำพูดเสริมพลังบวก

เสริมพลังบวกให้ลูกด้วยคำพูดดีๆ จากพ่อแม่ ใช้ช่วงเวลาก่อนเข้านอน สอบถาม พูดคุยกับลูก อ่านนิทานให้ลูกฟัง บอกรักลูกในทุกๆ วัน สร้างสายใย เชื่อมใจลูกเชื่อมใจแม่เข้าด้วยกัน  ชมลูกบ่อยๆ เมื่อลูกทำดี คือสิ่งที่เขาอยากได้ยิน  “ลูกทำได้ดีแล้ว ทำต่อไปนะ พ่อกับแม่เชียร์ลูกอยู่ข้างๆ นะจ๊ะ”

เตียงเสริมแบบมีลิ้นชักเก็บของ

เตียงเสริมแบบมีลิ้นชักเก็บของแบบนี้ จากสโตร์อิเกีย
หรือซื้อออนไลน์ที่ https://bit.ly/5_SLÄKT_New

ทิปส์ : เลือกเตียงเสริมแบบมีลิ้นชัก ช่วยให้การจัดเก็บของในห้องนอนง่ายและสะดวก เพียงเลื่อนลิ้นชักข้างเตียงออกมา ก็สามารถเลือกหนังสือนิทานเล่มโปรดออกมาอ่านให้ลูกฟังได้ทันที

เพียงเท่านี้ การสอนลูกเก็บของจะง่ายกว่าเคย การฝึกวินัยให้ลูกจะง่ายกว่าที่คิด ด้วยตัวช่วยดีๆ จากอิเกียที่เพิ่มพื้นที่แห่งความสุขในบ้านของคุณ

 

 

การเรียนลูก

การเรียนลูก เป็นเพียงเรื่องของครู จบที่โรงเรียนจริงหรือ?

อยากให้ลูกได้คะแนนดี สอบเข้าโรงเรียนดี ๆ ได้ พ่อแม่ต้องให้ลูกเรียนหนัก เรียนเสริม แต่?? การเรียนลูก ที่เป็นแบบทุกวันนี้ ดีกับลูกจริงหรือ?

การเรียนลูก เป็นเพียงเรื่องของครู จบที่โรงเรียนจริงหรือ?

เร็ว ๆ นี้ทางเพจ Facebook ของ  TEP – Thailand Education Partnership ภาคีเพื่อการศึกษาไทย ได้ปล่อยคลิปที่น่าสนใจสำหรับผู้ปกครองที่มีลูกหลานอยู่ในวัยเรียนอย่างเรา ๆ ให้ได้ฉุกคิดถึงบทบาทของผู้ปกครองต่อการเรียนของเด็กในสมัยนี้ ว่าพ่อแม่ที่คิดว่าจะทำทุกอย่าง ทุกวิธีการ เพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกรักของเราเพื่อให้ได้เรียนเก่ง ๆ  ไม่ว่าจะเป็นติวเตอร์ที่ไหนที่ว่าดี โรงเรียนไหนที่ว่าดัง  สอบยากแค่ไหนก็ต้องฝ่าฟันให้ลูกเข้าไปเป็นหนึ่งในนั้นให้ได้ แต่เพียงแค่นี้จะเพียงพอต่อชีวิตของลูกน้อยของเราแล้วจริงหรือ? การเรียนเป็นแค่เรื่องของตำราเรียน ตัวหนังสือ และการบ้านเท่านั้นจริงหรือไม่?

ดูคลิป!! จัดการลูกได้เลยครู เอาให้หนัก!!

ขอบคุณคลิปจาก : TEP – Thailand Education Partnership ภาคีเพื่อการศึกษาไทย

จากคลิปดังกล่าว ที่แสดงให้ผู้ชมเห็นถึงกลุ่มตัวอย่างผู้ปกครองที่คาดหวังให้ลูกเรียนหนัก ๆ ได้เข้ามาพูดคุยกับทางคุณครูว่าอยากให้ครูดูแลลูกอย่างไรบ้าง ? โดยยังไม่ทราบถึงว่าจะมีการทดลองให้ผู้ปกครองกลุ่มตัวอย่างเหล่านั้นได้เรียนด้วยตนเองเสมือนกับตัวเองเป็นลูกที่ต้องมานั่งเรียนในห้องเรียนจริง ๆ

“ถ้าสมมติเขาไม่ตั้งใจเรียน จัดการได้เลยค่ะครู เอาให้หนัก”

“อยากให้เขามีการบ้านทุกวัน จะได้มีความจำเพิ่มขึ้น เพราะหน้าที่ของเขาคือเรียน”

“อยากให้ครูจี้ให้เขาสนใจเรียนตลอดเวลา”

ประโยคยอดฮิตของเหล่าผู้ปกครองเวลาเข้าพบครูของลูก แต่เมื่อตัวเองต้องมาเจอสถานการณ์เดียวกันกับลูกจะยังคงคิดแบบนี้อยู่หรือไม่ ในคลิปก็มีคำตอบให้เรา ๆ เหล่าบรรดาผู้ปกครองได้เห็น และตระหนักถึงความรู้สึกของลูก เวลาต้องเข้ามาเรียนในห้องเรียนแบบเดิม ๆ ที่ใช้แต่การท่องจำ อ่าน เขียน ตอบ นั่งเฉย ๆ ในห้องสี่เหลี่ยมว่าคงไม่ใช่วิธีการที่ดีในการเรียนรู้เป็นแน่ ขนาดว่าวุฒิภาวะของผู้ใหญ่อย่างแม่ ๆ กลุ่มตัวอย่างในคลิปยังไม่สามารถเก็บเกี่ยวความรู้ไปได้อย่างเต็มที่ในการเรียนการสอนแบบนี้ แต่เมื่อคุณครูได้เฉลย และขอให้เปลี่ยนวิธีการใหม่ ให้มาร่วมกันระดมความคิดว่าต้องการรูปแบบการเรียนรู้แบบไหน และทำตาม บรรยากาศการเรียนการสอนของห้องก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง พร้อม ๆ กับความรู้สึกของบรรดาแม่กลุ่มตัวอย่างที่เห็นด้วยว่าการเรียนไม่จำเป็นต้องท่องแต่ตำราเหมือนดั่งความรู้สึกตอนแรกอีกต่อไป

ลูกเรียนหนัก
ลูกเรียนหนัก

คลิปนี้ สอนอะไรเราบ้าง?

ในคลิปดังกล่าว ถือว่าเป็นการทดลองจำลองสถานการณ์ที่ดีมาก เมื่อได้ดูแล้วจะได้แง่คิดต่าง ๆ มากมายกับ การเรียนลูก เราในปัจจุบัน ทั้งในแง่ของ

  • บทบาทของพ่อแม่ต่อการเรียนของลูก ที่ไม่ใช่เพียงแค่การซับพอร์ตเรื่องค่าใช้จ่าย หาที่เรียน ที่ติวเท่านั้น แต่ควรมีความเข้าใจในหลักสูตรการเรียนของลูกบ้าง จะได้ช่วยเสริมจุดอ่อนของลูกได้ ซึ่งเด็กแต่ละคนก็คงมีปัญหาที่ต่างกันไป ถ้าเรารู้ถึงเนื้อหาที่แท้จริง ก็คงไม่ทำให้ลูกเกิดความรู้สึกว่า แม่ดีแต่สั่งให้เรียน แต่ไม่เคยเข้าใจเขาเลย
  • วิธีการสอนของครู ถึงแม้บางคนอาจจะมองส่วนนี้ควรเป็นหน้าที่ของครูในการจัดการ แต่ถ้าพ่อแม่เข้าใจว่า การเรียนลูก มิได้เป็นเพียงการท่องจำ หรือนั่งอ่านเพียงอย่างเดียวเราก็จะสามารถเลือกครู หรือติวเตอร์ที่มีเทคนิคการสอนที่มาช่วยเสริมการเรียนรู้ของลูกเราได้
  • ความจ้ำจี้จ้ำไชลูกเราจะหมดไป หากเราเข้าใจกับคำว่า “คุณภาพ” ดีกว่า “ปริมาณ” มีพ่อแม่หลายคนที่ต้องการเห็นลูกนั่งทำการบ้านมาก ๆ จะได้รู้สึกว่าเขาตั้งใจเรียน แต่จากในคลิปจะเห็นได้ว่า การนั่งท่องจำทำอย่างไรก็ไม่สามารถจำได้หมดแม้แต่วัยผู้ใหญ่อย่างแม่ในคลิป แต่เมื่อเป็นการเรียนจากการเล่น การทดลองกลับพบว่าประสิทธิผลในการเรียน การจำ ทำได้ดีกว่ามาก

5 สัญญาณที่บอกว่าคุณกำลังกดดันลูกมากเกินไป

เราลองมาสังเกตตัวเองกันดูว่ามีพฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้หรือไม่ ที่อาจเป็นบ่อเกิดสร้างแรงกดดันมากเกินไปในเรื่อง การเรียนลูก หรือไม่? ถ้ามีทั้ง 5 ข้อนี้ ควรปรับพฤติกรรมโดยด่วน!!

  1. คำติมากกว่าคำชม ในพ่อแม่บางคนยึดหลักการว่า “ติเพื่อก่อ” แต่ในปัจจุบันมีงานวิจัย และบทความทางวิชาการมากมายที่แสดงให้เห็นแล้วว่า วัยเด็กนั้น จะมีพัฒนาการที่ดีกว่าหากผู้ปกครองรู้จักชม มากกว่าการตำหนิ เพราะจะเป็นการสร้างแรงจูงใจในการทำสิ่งใด ๆ ได้ดีกว่าที่ต้องคอยรู้สึกว่าตัวเองแย่ไม่ได้เรื่องตลอดเวลา
  2. ไม่ปล่อยให้ลูกได้จัดการกับเรื่องของเขาเอง หากคุณมักจะคอยทำ หรือกำหนดเรื่องต่าง ๆ ให้แก่ลูกคุณ และพวกเขามีหน้าที่ที่แค่คอยทำตามคำสั่งคุณเท่าน้ั้น รู้หรือไม่ว่าจะเกิดผลเสียอย่างมากมายกับพฤติกรรมของลูกน้อยของคุณ อาจทำให้เขากลายเป็นคนไม่มีความมั่นใจในตนเอง ไม่มีภาวะผู้นำ หากคุณกังวลถึงความผิดพลาด ลองค่อย ๆ ให้เขาได้จัดการและตัดสินใจในเรื่องเล็ก ๆ ค่อย ๆ พัฒนาการกันไป
  3. หากคุณพบว่าคุณมักจะพูดถึงผลเสียที่ร้ายแรงหากเขาไม่สามารถทำได้สำเร็จอยู่บ่อย ๆ นั่นเป็นพฤติกรรมที่คุณกำลังกดดันลูกของคุณอย่างไม่รู้ตัว เพราะในโลกของการแข่งขันย่อมมีแพ้ชนะอยู่เสมอ หลักความเป็นจริงถึงเขาจะแพ้ในการแข่งนี้แต่ก็มิได้หมายความว่าเขาจะแพ้ตลอดไป ลองเปลี่ยนเป็นการร่วมกันวิเคราะห์ข้อผิดพลาดเพื่ออนาคตครั้งหน้าจะดีกว่าไหม
  4. คุณมักเปรียบเทียบลูกกับคนอื่น ด้วยความหวังว่าเขาจะได้มีแรงฮึดสู้ แต่ในทางกลับกัน ลูกอาจรู้สึกว่ากดดันจนไม่อยากแข่งขันกับใครอีกต่อไป เขาก็อาจจะทำสิ่งนั้นอย่างระแวง ไม่มีความสุข เมื่อเป็นแบบนี้ผลลัพธ์ที่ได้ก็คงไม่ดีเท่าที่ควร
  5. คุณอารมณ์เสียบ่อย ๆ นั่นเพราะมาจากการที่คุณไปตั้งความหวังกับลูกอยู่ทุกเรื่องตลอดเวลา เมื่อเรื่องใดไม่เป็นไปตามที่คาดหวังก็ทำให้คุณเกิดความหงุดหงิดใจ ซึ่งมันจะแสดงออกและลูกคุณสามารถรับรู้ได้ จึงเป็นพฤติกรรมที่สร้างความกดดันให้ลูกคุณอย่างมาก

ตัวอย่างแง่คิดเพียงเล็กน้อยที่ได้จากคลิปสั้น ๆ  เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ก็ทำให้เราตระหนักถึงว่า การเรียนรู้มิได้หยุดอยู่แค่ตำรา หรือในโรงเรียน และมิใช่เป็นเพียงแค่เรื่องของครู แต่เป็นความร่วมมือทั้งจากครู นักเรียน และเรา ผู้ปกครองที่ต้องร่วมกัน ทำความเข้าใจแล้วจะสามารถพัฒนาระบบการศึกษาของไทยเราไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ มาร่วมกันสร้าง การเรียนของลูก ให้เป็นการเรียนที่มีประสิทธิภาพร่วมกัน

“อนาคตของลูกน้อย อนาคตของชาติ พ่อแม่ผู้ปกครองมีส่วนช่วยสร้าง….เริ่มกันตั้งแต่วันนี้”

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

สิ่งที่ต้องสอนลูกก่อนวัย 3 ขวบ เพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าโรงเรียน

ให้ลูกเรียนออนไลน์ อย่างไร? ถ้าแม่ต้องไปทำงาน?

กดดันเรื่องการเรียน ได้ผลเสียมากกว่าผลดี

ดนตรีพัฒนาสมอง เพิ่มทักษะการเรียนรู้ให้ลูกน้อย

ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก Honestdocs

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

กิจกรรมจิตอาสา

12 กิจกรรมจิตอาสา ปลูกฝังให้ลูกมีน้ำใจ สร้างจิตสาธารณะตั้งแต่เล็ก

กิจกรรมจิตอาสา เป็นอีกกิจกรรมที่พ่อแม่ยุคใหม่ให้ความสนใจพาลูกออกไปเปิดประสบการณ์ที่นอกจากจะได้ความรู้ ความสนุก และน่าตื่นเต้นสำหรับเด็ก ๆ แล้ว การเป็นจิตอาสายังสอนลูกให้รู้จักมีจิตสาธารณะ การแบ่งปัน ความร่วมแรงรว่มใจ และความมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยังเป็นการให้ลูกได้เรียนรู้จักกับการเข้าสังคม มีเพื่อนใหม่ ซึ่งในปัจจุบันนี้โครงการจิตอาสาในหลายกิจกรรมที่สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย

ทีมแม่ ABK ได้รวบรวมกิจกรรมจิตอาสาที่เหมาะสำหรับเด็ก ๆ เดินทางง่าย แบบไปเช้าเย็นกลับ และทำในวันหยุด มาให้คุณพ่อคุณแม่เลือกพาลูกไปเป็น “จิตอาสา” กันค่ะ

12 กิจกรรมจิตอาสา น่าพาลูกไปจอย สร้างจิตสาธารณะตั้งแต่เล็ก

สมุดทำมือ

1.จิตอาสาทำสมุดทำมือจากกระดาษรีไซเคิลให้น้อง ๆ ด้อยโอกาส

บ้านไหนที่เริ่มต้นเป็นจิตอาสามือใหม่ ลองพาลูกมาจอยงานนี้ก่อนดูค่ะ เพราะเป็นการทำงานด้านจิตอาสาผ่านกระบวนการง่าย ๆ และเริ่มต้นทำได้จากเรื่องใกล้ตัว คือการทำสมุดจากกระดาษที่เหลือมาใช้มารีไซเคิลให้เป็นสมุดดี เพื่อนำไปบริจาคต่อให้กับน้อง ๆ ที่ขาดแคลนตามถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ เป็นกิจกรรมดี ๆ ที่มาร่วมกันเป็นจิตอาสาได้ทุกเพศทุกวัยกันเลยค่ะ

สถานที่ : บ้านจิตอาสา มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยฯ จ. กรุงเทพมหานคร
จัดช่วง : วันอาทิตย์ 26 ก.ค. 2563 เวลา 13:00 – 16:00 น. (เช้าไป-เย็นกลับ)
ผู้จัด : Paper Ranger
เบอร์ติดต่อ : 0896704600
Line : paperranger
ค่าใช่จ่าย : สมทบค่าอุปกรณ์ 300 บาท
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

เพ้นท์เสื้อ

2.อาสาเพ้นท์เสื้อสวยบริจาคให้น้องๆ ด้อยโอกาส

พาเด็ก ๆ ไปโชว์ฝีมือวาดรูปสวย ๆ ร่วมกันเพ้นท์เสื้อเพื่อไปมอบให้กับกลุ่มเด็กที่ด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกล โดยกิจกรรมนี้เด็ก ๆ จะได้สนุกไปกับการทำศิลปะ ครีเอทความคิดสร้างสรรค์ลายลงบนเสื้อที่มีเพียงตัวเดียวในโลก ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยฝึกสมาธิเพื่อให้ลูกทำชิ้นงานให้เสร็จ อีกทั้งยังได้รู้จักการแบ่งปันและการช่วยเหลือผู้ที่ขาดแคลน ก่อให้เกิดความสุขใจทั้งกับผู้ให้และผู้รับ

สถานที่ : ศูนย์การค้า Union mall ชั้นG จ. กรุงเทพ
จัดช่วง : วันเสาร์ 11 ก.ค. 2563 เวลา 13:00 – 17:00 น.(เช้าไป-เย็นกลับ)
ผู้จัด : พบมิตร จิตอาสา
เบอร์ติดต่อ : 0814897499
Line : Pobmitvolunteer
ค่าใช่จ่าย : สมทบค่าอุปกรณ์ท่านละ 220 บาท
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

อาสาเก็บขยะ ทะเล

3.อาสาเก็บขยะหาดดงตาล เกาะยอ ที่สัตหีบ

ในกิจกรรมอาสานี้เด็ก ๆ จะได้ขึ้นเรือไปทำกิจกรรมเก็บขยะที่เกาะยอ ซึ่งเป็นหนึ่งในเกาะของทหารเรือสำหรับไว้ซ้อมยิงปืน ไม่มีบ้านพัก ไม่มีร้านค้า และสิ่งปลูกสร้างใดๆ การเข้าเกาะ ต้องไปขออนุญาตจากทหารก่อน ซึ่งจำกัดคนเข้าเกาะต่อวันด้วย บรรยากาศบนเกาะจึงเงียบสงบ กิจกรรมในครั้งนี้จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ใหม่ ๆ ที่ให้เด็ก ๆ ได้ทำประโยชน์เพื่อสาธารณะ และยังได้นั่งเรือชมความสวยงามของรอบอ่าวสัตหีบ พร้อมกิจกรรมดำน้ำดูปะการังและปลานีโม่ด้วย เด็ก ๆ ต้องชอบกิจกรรมนี้แน่นอนค่ะ

สถานที่ : เกาะยอ เกาะหมู กองเรือยุทธการ ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี
จัดช่วง : วันเสาร์ที่ 7 พ.ย. 2563 เวลา 06:00 – 18:00 น. (เช้าไป-เย็นกลับ)
ผู้จัด : one fine day
เบอร์ติดต่อ : 0831919554
Line : navigatorsutee
ค่าใช่จ่าย : 1,180 บาท/ คน
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

จิตอาสา ทาสี

4.อาสาทำดี แต้มสีเติมฝัน ให้น้อง โรงเรียนบ้านหนองพงนก

โครงการจิตอาสานี้ไม่น่ายากเกินไปสำหรับเด็ก ๆ ค่ะ ชวนทั้งครอบครัวไปทาสีปรับปรุงอาคารเรียน โต๊ะเรียน และทาสีสนามเด็กเล่นให้เด็ก ๆ ที่โรงเรียนหนองพงนก รับรองว่าชวนลูกมาทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นแบบนี้ได้ทั้งครอบครัวและสนุกชัวร์ค่ะ

สถานที่ : โรงเรียนบ้านหนองพงนก อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
จัดช่วง : วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2563
ผู้จัด : อาสาบ้านดินไทย
เบอร์ติดต่อ : นายสุรัช สะราคำ 086-770-2233
ค่าใช่จ่าย : สมทบค่าใช้จ่ายท่านละ 690 บาท  เดินทางเอง 390 บาท
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

ทุ่นดักขยะ

5.อาสาทำทุ่นดักขยะ วัดจากแดง จ.สมุทรปราการ

ในโครงการนี้เด็ก ๆ จะได้ช่วยและเรียนรู้วิธีการทำ “ทุ่นดักขยะ” ที่ทำด้วยขวดพลาสติกปิดฝากับโฟมที่ใช้แล้ว ห่อด้วยผ้าจีวรทอจากพลาสติกและตาข่าย เพื่อนำไปดักขยะพลาสติกที่ปากแม่น้ำก่อนลงทะเล เป็นกิจกรรมจิตอาสาที่จะทำให้ทุกคนได้ช่วยกันแก้ไขปัญหาขยะตั้งแต่ต้นทาง และลดปริมาณขยะไหลสู่ทะเล ได้ถึงร้อยละ 30 ของขยะทะเล ที่มีแหล่งกำเนิดจากพื้นที่บนบกไหลผ่านปากแม่น้ำไหลลงสู่ทะเล ซึ่งขยะที่พบมากสุดคือ ถุงพลาสติก รองลงมาคือ แก้วพลาสติก ขวดพลาสติก ชวนลูกมาร่วมกันสร้างจิตสาธารณะเพื่อสังคมกันค่ะ

สถานที่ : วัดจากแดง พระประแดง จ.สมุทรปราการ
จัดช่วง : วันอาทิตย์ที่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 07:00 – 16:00 น. (เช้าไป-เย็นกลับ)
ผู้จัด : one fine day
เบอร์ติดต่อ : 0831919554
Line : navigatorsutee
ค่าใช่จ่าย : 780 บาท/ คน
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

ว่าวไล่นก

6.อาสาทำว่าวไล่นก งดใช้สารเคมี

งานนี้อาจต้องใช้ฝีมือในการประดิษฐ์กันสักหน่อย แต่ก็เหมาะสำหรับเด็ก ๆ ที่จะมาเรียนรู้วิธีการทำว่าวไล่นก เพื่อไล่นกที่มากินเมล็ดข้าวของชาวสวนชาวนา งดใช้สารเคมี ในการกำจัดศัตรูพืช ทั้งยังเป็นสันติวิธีในการอยู่ร่วมกันของคนและสัตว์ กิจกรรมนี้ได้วิทยากร อ.เม่น มหาชัย ผู้อนุรักษ์และสืบสานการละเล่นว่าวไทยและยังเป็นอาจารย์สอนทำว่าวจุฬาให้กับเด็ก ๆ และเยาวชนในจังหวัดสมุทรสาคร อยากหากิจกรรมดี ๆ ทำกับครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ลองพาลูกมาร่วมกิจกรรมจิตอาสานี้ดูนะคะ

สถานที่ : ศูนย์อนุรักษ์ว่าวจุฬา มหาชัย จ.สมุทรสาคร
จัดช่วง : วันอาทิตย์ 16 สิงหาคม 2563
ผู้จัด : one fine day
เบอร์ติดต่อ : 0831919554
Line : navigatorsutee
ค่าใช่จ่าย : 1,100 บาท/คน เดินทางเอง 900 บาท/ คน
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

ทําสีน้ําจากธรรมชาติ

7.อาสาทำสีน้ำมอบให้น้อง ๆ พื้นที่ห่างไกล

การพาลูกไปเป็นจิตอาสา ถือเป็นการได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างมากมาย กิจกรรมอาสานี้เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้วิธีการทำสีน้ำจากวัสดุที่ทำมาจากธรรมชาติ และส่งต่อสิ่งดี ๆ ไปให้กับเด็กในพื้นที่ห่างไกล ทั้งยังได้เกิดความสุขจากการสร้างงานศิลปะร่วมกับคนอื่นด้วย

สถานที่ : ร้าน Let’s say cafe ถนนพญาไท ราชเทวี จ.กรุงเทพฯ
จัดช่วง : วันอาทิตย์ 19 ก.ค. 2563 เวลา 08:30 – 12:30 น. (เช้าไป-เย็นกลับ)
ผู้จัด : พบมิตร จิตอาสา
เบอร์ติดต่อ : 0814897499
Line : Pobmitvolunteer
ค่าใช่จ่าย : สมทบค่าอุปกรณ์ท่านละ 280 บาท
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

อาสาปลูกป่า

8.อาสาปลูกป่า เดินป่าศึกษาธรรมชาติ เขาราวเทียนทอง จ.ชัยนาท

เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อสังคม ที่คุณพ่อคุณแม่จะพาเด็ก ๆ มาปลูกป่า ทำฝายและได้ใกล้ชิดธรรมชาติในพื้นที่ป่าชุมชนเขาราวเทียนทอง ที่เคยเป็นพื้นที่เขาหัวโล้น และต่อมาชาวบ้านจึงร่วมมือกันอนุรักษ์ป่าผืนนี้ซึ่งเป็นป่าไม่กี่ที่ในจังหวัดชัยนาท ที่มีจุดมุ่งหมายให้การปลูกป่าได้สร้างความชุมชื่นให้กับป่าและอยู่คู่ชุมชน งานนี้เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้วิถีชีวิตผู้คนในชนบททำกิจกรรมร่วมกับชุมชน ได้ศึกษาเส้นทางธรรมชาติ รู้จักการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นการปลูกฝังการเสียสละส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมให้กับเด็ก ๆ ด้วยค่ะ

สถานที่ : ป่าชุมชนเขาราวเทียนทอง จ.ชัยนาท
จัดช่วง : วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2563 เวลา 07:00 – 19:00 น. (เช้าไป-เย็นกลับ)
ผู้จัด : one fine day
เบอร์ติดต่อ : 0831919554
Line : navigatorsutee
ค่าใช่จ่าย : 780 บาท/คน
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

สร้างฝายชะลอน้ํา

9.อาสาทำโป่ง + ปลูกป่า + สร้างฝาย

ในกิจกรรมนี้นอกจากเด็ก ๆ จะได้ไปปลูกต้นไม้เพิ่มผืนป่าให้ธรรมชาติ ยังได้ช่วยกันทำฝายหินทิ้งที่จะช่วยชะลอน้ำให้ไหลช้าลงในพื้นที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี ได้เห็นการร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อจะให้ภารกิจเสร็จลุล่วงไปด้วยดี ทั้งยังได้เรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์สัตว์ป่าในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า ปลูกจิตสำนึกในการรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับเด็ก ๆ ได้อีกทางอีกด้วย

สถานที่ : หน่วยพิทักษ์ป่าหน่องยาว สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
จัดช่วง : วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563
ผู้จัด : อาสาบ้านดินไทย
เบอร์ติดต่อ : นายสุรัช สะราคำ 086-770-2233
ค่าใช่จ่าย : เดินทางเอง ท่านละ 390 บาท
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

โครงการจิตอาสา

10.อนุรักษ์สัตว์น้ำ พาฉลามกลับทะเล ณ หาดเตยงาม

กิจกรรมจิตอาสานี้ชวนให้คุณพ่อคุณแม่พาเด็ก ๆ ไปเที่ยวทะเลแบบสนุกและตื่นเต้นเพิ่มขึ้นไปอีก กับการ “ปล่อยปลาฉลามทรายกลับบ้าน” เพื่อเพิ่มจำนวนปลาฉลามในระบบนิเวศให้มากขึ้นและอนุรักษ์ปลาฉลามให้อยู่คู่ท้องทะเลไทยตลอดไป นอกจากปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ธรรมชาติแล้ว เด็ก ๆ ยังได้ความรู้เรื่องแนวปะการัง ปลาฉลามในท้องทะเลไทยที่บางชนิดได้ถูกขึ้นบัญชีอนุรักษ์ปลาฉลามแล้ว เช่น ปลาฉลามวาฬ ปลาฉลามหัวค้อนใหญ่ ปลาฉลามหัวค้อนสีน้ำเงิน ปลาฉลามหัวค้อน ปลาฉลามครีบยาว และปลาฉลาม เป็นต้น

สถานที่ : หาดเตยงาม สัตหีบ จ.ชลบุรี
จัดช่วง : วันอาทิตย์ 30 ส.ค. 2563 เวลา 06:30 – 18:00 (เช้าไป-เย็นกลับ)
ผู้จัด : one fine day
เบอร์ติดต่อ : 0831919554
Line : navigatorsutee
ค่าใช่จ่าย : 1,480/ คน
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

ค่ายอาสา

11.ค่ายอาสาปลูกป่าเขาค้อ สร้างสวนป่าปฏิบัติธรรม

เขยิบพาลูกเดินทางไกลไปเข้าค่ายอาสาปลูกป่าเขาค้อ สร้างสวนป่าปฏิบัติธรรม จ.เพชรบูรณ์ กันค่ะ เป็นโครงการปลูกป่าคืนชีวิตให้แผ่นดินในสถานที่ปฏิบัติธรรมและประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เพื่อให้ต้นไม้เป็นร่มเงาและสร้างความร่มเย็นให้กับชาวบ้านและผู้ที่มาปฏิบัติธรรม และปลูกไว้เพื่อเป็นมรดกแก่ลูกหลาน กิจกรรมนี้เด็ก ๆ จะได้เข้าวัดทำบุญ ปลูกป่า สร้างมหากุศล รวมทั้งได้กางเต็นท์นอนค้างคืน ตื่นมาชมทะเลหมอก ได้สัมผัสกับธรรมชาติ ได้เดินป่าศึกษาธรรมชาติ และสถานที่ท่องเที่ยวบนเขาค้อ เป็นงานอาสาที่ได้ครบรสทีเดียว

สถานที่ : เขาค้อ จังหวัด เพชรบูรณ์
จัดช่วง : วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 18 – 19 ก.ค. 2563
ผู้จัด : อาสาสมัคร อนุรักษ์สิ่งดีงาม
เบอร์ติดต่อ : 0827792256
Line : 0827792256
ค่าใช่จ่าย : 1,450 บาท/ คน
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

ทําเสื้อมัดย้อม

12.อาสาแต้มสีทำเสื้อมัดย้อมบริจาคให้น้องๆ ด้อยโอกาส

กิจกรรมนี้เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้กระบวนการทำมัดย้อมที่ลูกจะต้องชอบกิจกรรมนี้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการทำลายมัดย้อมที่ได้ลวดลายแปลก ๆ จนถึงวิธีการลงสีมัดย้อม ที่นอกจากจะได้สร้างสรรค์ผลงานของตัวเองแล้ว ยังได้ความสนุกและได้บุญกลับบ้านกันด้วย

สถานที่ : ลานกิจกรรมท่าดินแดง บางลำภูล่าง คลองสาน จ.กรุงเทพฯ
จัดช่วง : วันเสาร์ 25 ก.ค. 2563 เวลา 08:30 – 12:30 (เช้าไป-เย็นกลับ)
ผู้จัด : พบมิตร จิตอาสา
เบอร์ติดต่อ : 0814897499
Line : Pobmitvolunteer
ค่าใช่จ่าย : สมทบค่าอุปกรณ์ท่านละ 220 บาท
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

ทั้งหมดนี้คือกิจกรรมจิตอาสาที่คุณพ่อคุณแม่สามารถชวนลูกไปลองทำ เพื่อปลูกฝังความมีน้ำใจ สร้างจิตสำนึกที่ดี และทำให้ลูกได้รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รวมถึงมีจิตสาธารณะที่จะดูแลสิ่งแวดล้อม สังคมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น และยังมีโครงการจิตอาสาให้เข้าร่วมมากมายทั้งแบบไปกลับและค้างคืนที่คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกให้เหมาะสมกับลูกได้ ทีมแม่ ABK เชื่อว่าการไปเป็น “จิตอาสา” ทำแล้วจะได้ความอิ่มอกอิ่มใจกับการเป็น “ผู้ให้” อย่างมีความสุขและสนุกแน่นอนค่ะ.

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจอื่นๆ

8 กิจกรรมยามว่างพัฒนา สมองซีกซ้าย vs ซีกขวา ฝึกลูกใช้เหตุผลและมีความคิดสร้างสรรค์

9 กิจกรรม & เกมพัฒนาสมอง ของลูกวัย 6+ ให้ลูกฉลาดและอารมณ์ดี

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ชื่นใจ บาย มิตรผล

ใหม่! เจลและสเปรย์ทำความสะอาดมือ “ชื่นใจ บาย มิตรผล” ปลอดภัยด้วยแอลกอฮอล์จากอ้อยกลั่นบริสุทธิ์

เพราะการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ การดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากเชื้อโรคร้ายจึงต้องเริ่มจากการรักษาความสะอาด ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน นำมาสู่แนวทางการดำเนินชีวิตแบบ New Normal หรือ ความปกติรูปแบบใหม่ ทำให้หลาย ๆ คนหันมาระวังและดูแลรักษาความสะอาดกันมากขึ้น ชื่นใจ บาย มิตรผล จึงส่งผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือรูปแบบเจลและสเปรย์ ต่อยอดคุณค่าอ้อยและน้ำตาล เพื่อสุขอนามัยที่ดีของทุกคน

ชื่นใจ บายมิตรผล ได้คิดค้นและออกผลิตภัณฑ์ใหม่ 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่

  • CHUENJAI by Mitr Phol Alcohol Hand Sanitizer Gel (ชื่นใจ บาย มิตรผล แอลกอฮอล์ แฮนด์ แซนิไทเซอร์ เจล)
  • CHUENJAI by Mitr Phol Alcohol Hand Sanitizer Spray (ชื่นใจ บาย มิตรผล แอลกอฮอล์ แฮนด์ แซนิไทเซอร์ สเปรย์)

เจลแอลกอฮอล์และสเปรย์แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ แบบไม่ต้องล้างออก สะดวก ปลอดภัยด้วยแอลกอฮอล์ธรรมชาติจากอ้อยกลั่นบริสุทธิ์ ที่มีความบริสุทธิ์สูงระดับเดียวกับที่ใช้ในวงการแพทย์และเภสัชกรรม (Pharmaceutical grade) มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เข้มข้น 77% v/v (หรือเทียบเท่า 70%w/w) ช่วยยับยั้งการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผสานคุณค่าจากอโลเวร่า ทำให้ชื่นใจ และช่วยให้มือนุ่มชุ่มชื้น

อ่านเพิ่มเติม >> เคล็ดลับคุณแม่รับมือวิกฤตโควิด-19

 

1.CHUENJAI by Mitr Phol Alcohol Hand Sanitizer Gel (ชื่นใจ บายมิตรผล แอลกอฮอล์ แฮนด์ แซนิไทเซอร์ เจล)

เจลแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือแบบไม่ต้องล้างออก มี 4 ขนาดให้เลือกตามความสะดวกในการใช้งาน

1. ขวดมินิ ขนาด 50 มล. ราคา 55 บาท

2. ขวดปั๊ม ขนาด 300 มล. ราคา 150 บาท

3. ถุงมีฝา ขนาด 1,000 มล. ราคา 380 บาท

4. แกลลอน ขนาด 1,000 มล. ราคา 380 บาท

CHUENJAI by Mitr Phol Alcohol Hand Sanitizer Gel
เจลแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ ขนาด 50 มล. , 300 มล. และ 1,000 มล.

 

CHUENJAI by Mitr Phol Alcohol Hand Sanitizer Gel
เจลแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือแบบถุงมีฝา ขนาด 1,000 มล.

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

2. CHUENJAI by Mitr Phol Alcohol Hand Sanitizer Spray (ชื่นใจ บายมิตรผล แอลกอฮอล์ แฮนด์ แซนิไทเซอร์ สเปรย์)

สเปรย์แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือแบบไม่ต้องล้างออก มี 3 ขนาดให้เลือกตามความสะดวกในการใช้งาน

1. สเปรย์พกพา ขนาด 100 มล. ราคา 100 บาท

2. สเปรย์ฟ็อกกี้ ขนาด 500 มล. ราคา 200 บาท

3. แกลลอน ขนาด 1,000 มล. ราคา 300 บาท

CHUENJAI by Mitr Phol Alcohol Hand Sanitizer Spray
สเปรย์แอลกอฮอล์ขนาดพกพา ขนาด 100 มล.

 

CHUENJAI by Mitr Phol Alcohol Hand Sanitizer Spray
สเปรย์แอลกอออล์ฟ็อกกี้ ขนาด 500 มล.

สเปรย์แอลกอฮอล์และเจลแอลกอฮอลล์ ชื่นใจ บายมิตรผล สำหรับทำความสะอาดมือ นอกจากจะช่วยยับยั้งการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังปลอดภัยด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ช่วยให้มือนุ่มชุ่มชื้น และอ่อนโยนต่อผิวอีกด้วย นับเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่คุณพ่อคุณแม่ควรมีติดกระเป๋าไว้ให้ลูกรักด้วยนะคะ

 

อ่านเพิ่มเติม >> เปิดเทอมนี้ เตรียมของให้ลูกไปโรงเรียน ต้องมีอะไรบ้าง

 

CHUENJAI Alcohol Hand Sanitizer Gel

 สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ได้ตามช่องทางต่างๆ ดังนี้ :

www.facebook.com/chuenjaibymitrphol

Instagram @chuenjaibymitrphol

Line @chuenjaibymitrphol

 


อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

5 โรคที่มากับมือ ไม่อยากเป็นล้างมือให้สะอาด

24 ยี่ห้อ เจลล้างมือ มีแอลกอฮอล์ไม่ถึง 70% !

ชวนเด็กๆ มา “ล้างมือ” ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่กัน!

เปิดเทอมนี้ เตรียมของให้ลูกไปโรงเรียน ต้องมีอะไรบ้าง

 

 

 

พ่อลูกผูกพัน

พ่อลูกผูกพัน 7 ข้อดีของการให้พ่อเลี้ยงลูก เปลี่ยนชีวิตลูกให้ดีขึ้นได้

พ่อลูกผูกพัน ดีแบบนี้นี่เอง คุณพ่อคุณแม่ควรอ่าน นี่คือ 7 ข้อดีของการให้พ่อเลี้ยงลูก ซึ่งสามารถช่วยเปลี่ยนชีวิตลูกให้ดีขึ้นได้ จะเป็นอย่างไร..ตามมาดูกันเลย

ข้อดีของการให้พ่อเลี้ยงลูก เปลี่ยนชีวิตลูกให้ดีขึ้นได้

พ่อลูกผูกพัน ได้!! ต้องการผู้ช่วยเปิดทาง !!

เพราะการเข้ามามีบทบาทในชีวิตของลูกวัยแรกเกิด จนกลายเป็นความผูกพัน พ่อลูกผูกพัน ที่ลึกซึ้งอาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนเป็นพ่อ ต้องอาศัยแม่เป็นผู้ช่วยส่งเสริม รับรองว่าได้ผลอย่างแน่นอน

มีงานวิจัยกว่าสี่ทศวรรษและการศึกษานับร้อยพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ยิ่งพ่อยื่นมือเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลลูกมากขึ้นเท่าไร ความสำเร็จของลูกก็จะมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว อิทธิพลจากคนเป็นพ่อสามารถส่งผลให้ลูกเข้ากับผู้คนรอบข้างได้ดี เรียนได้ดี และมีอนาคตที่ดี ว่าแต่ข้อดีของการให้พ่อเลี้ยงลูก จะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ

Must read >> กลยุทธ์พ่อลูกผูกพัน 6 เดือนแรก

Must read >> ข้อควรปฏิบัติกับลูกก่อนสายเกินไป ช่วงวัยเด็กคือเวลาทอง

พ่อลูกผูกพัน การเอาใจใส่ดูแลของพ่อ = ความสำเร็จของลูก

พ่อมีอิทธิพลต่อลูกตั้งแต่เริ่มลืมตาขึ้นมาดูโลก การศึกษาโดย Father Involvement Research Alliance พบว่า เด็กที่มีพ่อคอยดูแลเอาใจใส่มักจะมีความมั่นคงทางอารมณ์ มีความมั่นใจเมื่อพบเจอสถานการณ์ใหม่ๆ และมีความกระตือรือร้นที่จะสำรวจสิ่งรอบตัว เมื่อเด็กเติบโตขึ้นก็จะรู้จักเข้าสังคมได้ดี เด็กวัยเตาะแตะที่มีพ่อคอยดูแลเอาใจใส่มักจะแก้ไขปัญหาได้ดีกว่าและมีไอคิวที่สูงกว่าเมื่ออายุเข้า 3 ขวบ อีกทั้งยังมีความพร้อมที่จะเข้าโรงเรียน และสามารถรับมือกับความเครียดเมื่อต้องอยู่ห่างบ้านตลอดทั้งวันมากกว่าเด็กที่ไม่ค่อยได้รับการดูแลใส่ใจจากพ่อ

เมื่อเข้าเรียน เด็กที่มีพ่อคอยดูแลเอาใจใส่จะเรียนหนังสือได้ดีกว่า จากการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการของสหรัฐอเมริกาพบว่าเด็กที่มีพ่อคอยดูแลใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง จะเรียนได้ A มากกว่าเด็กทั่วไปร้อยละ 43 และมักจะมีโอกาสเรียนซ้ำชั้นน้อยกว่าเด็กทั่วไปอยู่ร้อยละ 33 นอกจากนี้เด็กที่มีพ่อดูแลใส่ใจยังมีปัญหาด้านความประพฤติน้อยกว่าและมีปัญหาซึมเศร้าน้อยกว่าด้วย

นอกจากนี้การศึกษายังพบว่า เด็กผู้หญิงที่มีพ่อดูแลใส่ใจจะมีความเคารพเชื่อมั่นในตนเองมากกว่า และเด็กสาววัยรุ่นที่สนิทกับพ่อจะมีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์น้อยกว่า ส่วนเด็กผู้ชายที่ใกล้ชิดกับพ่อก็จะมีความก้าวร้าวน้อยกว่า ใจร้อนฉุนเฉียวน้อยกว่า และควบคุมตัวเอง มีความยับยั้งชั่งใจได้ดีกว่าเมื่อเริ่มเป็นผู้ใหญ่เด็กที่ได้รับการดูแลใส่ใจจากพ่อก็จะมีการศึกษาในระดับที่สูงกว่า ประสบความสำเร็จในอาชีพมากกว่า มีความยอมรับตนเองสูงกว่า และมีสุขภาพจิตที่ดี ผู้ใหญ่ที่ยังคงผูกพันใกล้ชิดกับพ่อมักจะมีความแกร่งและมีความเข้าใจชีวิต มีเพ่อื นสนิทใกล้ชิด และมีชีวิตสมรสที่ยั่งยืน

พ่อลูกผูกพัน มีพ่อทำอะไรด้วย = ความอบอุ่นใจ

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบริกแฮม พบว่า .. การมีกิจวัตรประจำวัน เช่น ร่วมโต๊ะกินอาหารเย็น ดูปลาที่เลี้ยงไว้ เล่นด้วยกันที่สนาม หรือเล่นวิดีโอเกมด้วยกันกับพ่อ มีความสำคัญยิ่งกว่าการเดินทางไปไหนไกลๆ แม้ว่าการเดินทางไกลไปด้วยกันกับพ่อจะมีประโยชน์ต่อพัฒนาการของลูกด้วยเช่นกันก็ตาม พ่อและลูกในงานวิจัยนี้ยังรู้สึกพอใจและรู้สึกถึงความสมัครสมานในครอบครัวเมื่อมีพ่ออยู่ร่วมด้วยในกิจวัตรประจำวัน

นักวิจัยให้ข้อสังเกตว่า “แม้การมีกิจกรรมของครอบครัวจะสำคัญและเป็นเรื่องจำเป็น แต่การมีพ่อคอยร่วมสนุกทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ไม่ต้องพิเศษหรือสำคัญ แต่เน้นว่ามี ‘พ่อร่วมทำด้วยกัน’ ที่บ้านจะสามารถเติมเต็มความรู้สึกให้ลูกได้มากกว่าการมีกิจกรรมพิเศษที่ใหญ่โตหรือสำคัญๆ”

พ่อลูกผูกพันพ่อ” เพื่อนเล่นขาลุย = ลูกได้โอกาสเรียนรู้ควบคุมพฤติกรรมตัวเอง

เมื่อนักจิตวิทยารอสพาร์คไต่ถามพ่อแม่จาก 390 ครอบครัวว่าพวกเขาเล่นกับลูกกันอย่างไรบ้าง ก็ได้คำตอบว่า “การเล่นที่เป็นจุดขายของพ่อกับลูกๆ วัยทารกหรือวัยเตาะแตะก็คือการเล่นที่ทำให้เกิดความเร้าใจตื่นเต้น และคาดเดาไม่ได้” ส่วนแม่จะเป็นแบบ “เป็นเรื่องเป็นราวและเร้าใจน้อยกว่า” ซึ่งเป็นเรื่องที่ตัวผู้เขียนเองรู้แก่ใจดี จากการที่ต้องเล่นกับลูกอยู่คนเดียวในช่วงที่สามีต้องไปประจำการอยู่ที่ปากีสถานเป็นเวลาปีครึ่ง ลูกๆ ทั้งสามได้บ่นกับแม่ว่า “แม่เล่นไม่มันเลย” จนแม่ต้องไปลอกการบ้านวิธีเล่นมาจากพ่อ

คู่มือจากหน่วยงานสำหรับเด็กในสหรัฐอเมริการะบุถึงผลจากการเล่นของพ่อว่า “วิธีเล่นของพ่อทำให้เด็กๆ รู้วิธีจัดการความรู้สึกและพฤติกรรมของตน เช่น การเล่นแรงๆ กับพ่อทำให้ลูกรู้ถึงการแสดงความแรงและการถึงเนื้อถึงตัวกัน โดยที่ควบคุมอารมณ์ของตนเองเอาไว้ได้”

พ่อลูกผูกพัน

พ่อไม่เหมือนแม่ = สิ่งดีที่แตกต่าง

อิทธิพลของพ่อที่มีต่อลูกแตกต่างไปจากแม่อย่างไรบ้าง แค่ความใส่ใจอย่างเต็มที่จากใครสักคนไม่พอหรือ “พ่อและแม่มีบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกันไปในบ้าน” เบรตต์ โคปแลนด์ นักจิตวิทยาคลินิกจากทาโคม่า รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกาอธิบายว่า “พ่อมักเป็นคนที่กระตุ้นให้เกิดการแข่งนัน ความมั่นใจ และความพยายามที่จะบรรลุให้ถึงเป้าหมาย ขณะที่แม่เป็นฝ่ายกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกเสมอภาคมั่นคง และร่วมมือร่วมใจ”

ผศ.ดับเบิลยู แบรดฟอร์ด วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการ National Marriage Project และอาจารย์ด้านสังคมศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย กล่าวว่า สิ่งที่พ่อให้ลูกได้แตกต่างไปจากแม่มี 4 ประการคือ การเล่น ความกล้าที่จะเสี่ยง การปกป้อง และการมีวินัย

พ่อ” ขาเสี่ยง = ลูกได้โอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่

ในขณะที่แม่ๆ มักจะห่วงเรื่องความปลอดภัยของลูก พ่อๆ ทั้งหลายมักจะชอบให้ลูกรู้จักลองเสี่ยงทำอะไรๆ งานวิจัยของนักจิตวิทยาแดเนียล พาเค็ตต์ พบว่า พ่อมักจะชอบให้ลูกลองทำอะไรแปลกๆ ดูบ้าง ซึ่งจะทำให้ลูกได้รู้ศักยภาพในตัวเองมากขึ้น และกล้าที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากขึ้น เช่น คุยกับคนแปลกหน้า หรือลองว่ายน้ำไปไกลๆ ตอนที่เรียนว่ายน้ำ มีการวิจัยเรื่องการที่พ่อแม่สอนลูกให้ว่ายน้ำพบว่า “พ่อมักจะอยู่ด้านหลังลูก ให้ลูกมองเห็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเบื้องหน้าส่วนแม่มักจะยืนตรงหน้าลูกและคอยสบตากับลูก”

พ่อ” ผู้ปกป้อง = ชีวิตที่ปลอดภัย

อาจเป็นเพราะรูปร่างที่ใหญ่กว่า ความแข็งแรง หรือความสามารถในการปกป้องคุ้มครอง ทำให้พ่อคุ้มภัยลูกจากคนแปลกหน้าได้ดีกว่าแม่ นักจิตวิทยาร็อบ พัลโควิทส์ อธิบายว่า การปกป้องคุ้มครองจากพ่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ของเด็กผู้หญิงได้และพ่อยังช่วยคอยดูแลลูกเรื่องการคบเพื่อนและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ได้

พ่อ” ผู้เด็ดขาด = วินัยลูกเข้มขึ้น

แม้ว่าแม่จะเป็นคนอบรมลูกมากกว่าแต่พ่ออบรมลูกได้อยู่มือกว่าแม่ ดร.ไคล์พรูเอทท์ และ ดร.มาร์ชา ไคลน์ ผู้ร่วมแต่งหนังสือ Partnership Parenting ตั้งข้อสังเกตเช่นนั้น โดยให้เหตุผลว่า “พ่อมักจะเอาจริงกับลูกมากกว่าแม่ ทำให้ลูกรู้สึกว่าพ่อเด็ดขาดมากกว่าแม่ ซึ่งมักจะเอออวย หรือใจอ่อนไปกับลูกมากกว่า ทำให้การฝึกวินัยหรือถ้าจะเอาจริงกับลูกเรื่องไหนก็จะเป็นไปได้มากกว่า”

การศึกษาของดับเบิลยู แบรดฟอร์ด วิลค็อกซ์ พบว่า เด็กวัยรุ่นที่อยู่กับแม่เลี้ยงเดี่ยวมีปัญหาทำตัวเหลวไหล ตั้งครรภ์และซึมเศร้า แทบจะไม่ต่างกับเด็กวัยรุ่นที่มีพ่อแม่อยู่ร่วมบ้านแต่พ่อไม่เอาไหนนัก ในขณะที่วัยรุ่นที่อยู่กับพ่อแม่แบบอยู่กันดีไม่มีอะไรจะมีปัญหาน้อยกว่ามาก และยิ่งเป็นวัยรุ่นที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อ ปัญหาของลูกก็จะน้อยลงไปอีกด้วยข้อดีเหล่านี้จึงสรุปความได้ว่า “แค่เพียงพ่อทำหน้าที่พ่อได้อย่างพอใช้ก็สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าให้ลูกได้แล้ว”

หลักการสร้าง พ่อลูกผูกพัน ถึงแม้คุณพ่ออาจจะมีทักษะในการเลี้ยงลูกเพียงระดับ ‘พอใช้’ ก็สามารถเปลี่ยนชีวิตลูกให้ดีขึ้นได้ สิ่งสำคัญคือคุณแม่อย่าลืมช่วยเปิดทางนะคะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิกที่ภาพได้เลย 

ทำไมพ่อแม่ต้อง เล่นสนุกกับลูก ?

14 วิธีเล่นกับลูก กระตุ้นพัฒนาการตามวัย ให้ฉลาด อารมณ์ดี ตั้งแต่เบบี๋

3 ข้อดีของ การกอดลูก สิ่งอุ่นใจที่สุดที่พ่อแม่ควรมอบ!

 

ฝึกลูกนอนยาว

แม่แชร์เทคนิค (สไตล์ฝรั่ง) ฝึกลูกนอนยาว ให้ลูกนอนเองได้ผลจริง!

จะฝึกลูกนอนยาว อย่างไรดี? หากบ้านไหนกำลังประสบปัญหาลูกนอนยาก ตื่นบ่อยตอนกลางดึก ชอบลุกขึ้นมาร้องตอนกลางคืน ลองทำตามวิธี ฝึกลูกนอนยาว จากคุณแม่ท่านนี้กัน

แม่แชร์เทคนิค ฝึกลูกนอนยาวเห็นผลจริง! เริ่มได้ตั้งแต่วัย 5 เดือน

สำหรับเทคนิคฝึกลูกนอนยาว นี้ ทีมแม่ ABK ได้ไปเจอคำแนะนำจากคุณแม่ท่านหนึ่งซึ่งใช้ชื่อเฟซบุ๊ก Chintana Robertson โพสต์เล่าถึงวิธี ฝึกลูกนอนยาว ให้ลูกนอนเอง ซึ่งได้ผลจริง จึงขอนำมาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน … โดยคุณแม่เล่าถึงวิธี ฝึกลูกนอนยาว ว่า เริ่มฝึกครั้งแรกตอนลูกได้ 5 เดือนครึ่ง โดยฝึกเลิกมื้อดึกก่อน เหลือแค่มื้อห้าทุ่มมื้อเดียว แต่น้องยังไม่นอนยาวค่ะ

พอ 7 เดือนครึ่ง ฝึกเลิกมื้อดึกหมด ไม่ให้น้องเข้าเต้าอีก (เต้าล้วน ติดเต้ามากกก) แต่เลิกมื้อดึกก็ใช่ว่าจะนอนยาว ได้ยังตื่นคืนละ 2-3 รอบอยู่ แต่ไม่ได้ตื่นมาขอกินนม ตื่นมาร้องเพราะนอนต่อเองไม่ได้ แม่ก็ได้แต่คาดหวังว่าถึงเวลาคงจะนอนยาวเอง แต่ 4 เดือนผ่านไป ไม่มีอะไรดีขึ้น ประกอบกับเห็นหลายบ้าน 2-3 ขวบแล้วยังตื่นกลางดึกอยู่เลย แถมบ้านนี้น้องนอนแยกห้องอีก แม่ไม่ไหวจะมาอุ้มออกจากเตียงและกล่อมนอน 😴 ต้องทำอะไรสักอย่าง
แล้วก็มาเริ่มเทรนให้น้องนอนยาวอีกทีตอน 11 เดือนครึ่ง โดยแม่ได้ศึกษาวิธีการฝึกนอนต่างๆ ข้อดี ข้อเสีย และแม่ก็มาจบที่ Ferber ค่ะ ไม่โหดเกินไป มีการ check-ins เรื่อยๆ เทรนน้องนอนยาวแม่ต้องใจแข็งกว่าเลิกมื้อดึกอีกค่ะ เพราะเรากล่อมน้องไม่ได้เลย ปล่อยให้น้องร้อง และเราค่อยเข้าไปเช็คทุกๆ 5-15 นาที แต่ไม่เกิน 30 นาที
(หมายเหตุ : ก่อนที่พ่อแม่จะแยกห้องลูกทารกต่ำกว่า 1 ขวบ ควรศึกษาเรื่อง safe sleep)
ฝึกลูกนอนยาว
ตารางการ check-ins สำหรับวิธี ฝึกลูกนอนยาว แบบ Ferber
การเทรนให้นอนยาวคือการเทรนให้น้องนอนเองได้หลังจากเขาตื่นแล้วค่ะ บางคนลืมตาตื่นยื่นขึ้นร้อง นั่งลง นอนลงเองไม่ได้ (บ้านนี้ค่ะ😭) กล่อมตัวเองนอนต่อไม่ได้ เลยร้องเรียกเรา เทรนได้ไม่ถึงอาทิตย์ ทุกวันนี้นอนยาวสองทุ่มถึงตีห้าหกโมงเช้าค่ะ (เมื่อเช้านี้นอน 18:30-06:00 เลย) จะมีบ้างที่ตื่นมาบ่นๆแบบในคลิป แต่ล้มตัวลงนอนเองได้ค่ะ (แต่ก่อนล้มลงนอนเองไม่ได้ นั่งหลับ ยืนหลับก็มี)

Posted by Chintana Robertson on Thursday, June 18, 2020

คืนแรกร้อง 1 ชม 45 นาที เช็ค 5 รอบ
คืนที่สองร้อง 10 นาที เช็คครั้งละ 5 นาที 2 รอบ
คืนที่ 3,4,5 ร้อง ไม่เกิน 10 นาที
พอตื่นกลางคืน แม่ก็เข้าไปวางเขานอนลง ปล่อยให้ร้องสักพัก เช็คดูว่าเพิสไม่เปียก น้องโอเค ก็ปล่อยร้อง แม่ทนฟังไปค่ะ เเล้ว check in ตามเวลาที่กำหนด จนกว่าเขาจะนอนเอง ปกติ check ins ต้องไม่เกิน 1 นาที ตอนนี้จะสองอาทิตย์ แม่คิดถูกค่ะที่ฝึกน้อง วางน้องลงนองชู่ๆ 5-10 นาทีก็นอนเอง ตื่นเช้ามาสดใส ยิ้มแฉ่ง ลืมไปว่าเมื่อวานโกรธแม่แค่ไหน 😆
ปล1. ทิปของแม่ (ได้จาก sleep training consultant) คือการไม่ให้นมจนน้องนอนค่ะ ให้เปลี่ยน Routine เช่น กินข้าว> อาบน้ำ> กินนม> แปรงฟัน> อ่านนิทาน แล้ววางน้องลงนอนตอนน้องง่วงนอนแต่ยังตื่นอยู่นะคะ ไม่ใช่ว่าตอนกำลังหลับๆอยู่ เพราะเวลาน้องหลับแล้ววางน้องลง น้องตื่น ทำให้วงจรการนอนของน้องหยุด น้องเลยตื่นร้องและทำให้น้องหลับอีกยากค่ะ แถมไม่ได้ฝึกกล่อมตัวเองนอนอีก เพราะเขานอนหลับได้เพราะดูดนม บ้านนี้วางน้องลงนอน แรกๆงงหน่อย ลุกนั่งร้อง หลังๆวางลงนอน กอดตุ๊กตา นอนเองเลยค่ะ แรกๆถ้าทำใจไม่ได้ก็อยู่กับเขา กล่อมๆเขาไปก่อนก็ได้ค่ะ แต่ไม่อุ้มออกจากที่นอนนะคะ ให้เขากลับไปนอนหลับเองค่ะ แม่ต้องมั่นคง ไม่เขว ทำสม่ำเสมอ ถ้า 2 อาทิตย์ไม่ดีขึ้น ก็ต้องมาดูว่าเราทำผิดอะไร ใช้วิธีอื่นดีไหม ปกติ 3-4 วันก็เริ่มเห็นผลในทางที่ดีขึ้นค่ะ

Posted by Chintana Robertson on Thursday, June 18, 2020

ปล2. แม่ไม่ได้ทำ cry it out (Extinction) นะคะ อันนั้นแม่ทำใจไม่ได้ คือเอาลูกวางลงนอนแล้วไม่เข้าไปเช็คเลยจนเช้า แต่สำหรับเด็กบางคน การเข้าไปเช็คก็ทำให้เขาร้องหนักกว่าเดิม บางบ้านเลยใช้ Extinction ไปเลย หรือให้พ่อเข้าไปเช็คค่ะ
ปล3. ไม่ควรให้น้องเหนื่อยเกินไปนะคะ ถ้า wake windows นานเกินไป น้องจะนอนยากและตื่นบ่อยค่ะ แม่ๆลองหาข้อมูล wake windows ของเด็กแต่ละวัยได้ในกูเกิ้ลนะคะ
การให้น้องนองยาวนอกจากจะเป็นผลดีกับน้อง growth hormone หลั่งดี น้องตื่นมาสดชื่อ แม่ได้พักผ่อน แม่ก็จิตใจดี เต็มที่กับลูกได้ด้วยค่ะ แม่ๆลองเข้ากลุ่ม sleep training support group ดูได้นะคะ

ฝึกลูกนอนยาว

จะเห็นได้ว่าเทคนิค ฝึกลูกนอนยาว ของคุณแม่ท่านนี้คือใช้ได้ผลจริงๆ ซึ่งทีมแม่ ABK ขอเสริมอีกนิดนอกจากหลักการ ฝึกลูกนอนยาว ให้ลูกหัดกล่อมตัวเองจนหลับได้ เมื่อตื่นร้องขึ้นมากลางดึกแล้ว การสร้างบรรยากาศให้เหมาะกับการนอนในห้องของลูกน้อยก็เป็นเรื่องสำคัญ ถือเป็นตัวช่วยอย่างนึงที่จะทำให้ลูกน้อยของคุณนอนได้ยาว เช่น ไม่ปรับแอร์ให้หนาวเกินไปหรือร้อนเกินไป ไม่เปิดทีวีรบกวนการนอนของลูก ไม่ทำเสียงดังหรือเปิดไฟ เพราะอาจทำให้ลูกสะดุ้งตืนขึ้นมาได้ แต่อาจเปิดไฟสลัวๆ ไม่สว่างมาก ไว้พอมองให้เห็น

รวมไปถึงปล่อยให้ลูกเล่นซนเต็มที่ในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งคุณอาจชวนลูกเล่นหรือทำกิจกรรมเยอะๆ ปล่อยให้เล่นซนเต็มที่เมื่อถึงเวลานอนในตอนกลางคืน ลูกๆจะหมดแรงทำให้หลับได้เร็วและนอนได้ยาวนานขึ้นค่ะ และสิ่งสำคัญของการฝึกฝนลูกน้อยนั้น ต้องทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอทุกๆวันจนลูกคุ้นเคยกับกิจวัตรนั้น ซึ่งการฝึกอาจต้องใช้เวลานานคุณพ่อคุณแม่ต้องอดทน อย่าเครียดหรือกดดันตัวเองและลูกมากเกินไปนะคะ


ขอบคุณข้อมูล ภาพ และคลิปจากคุณแม่ Chintana Robertson

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิกที่ภาพได้เลย 

รวม ตารางการเลี้ยงลูก ครบทั้งการกิน-นอน และพัฒนาการเติบโตของร่างกาย

แม่แชร์เทคนิคจากหมอญี่ปุ่น! 5 วิธี ฝึกลูกเลิกมื้อดึก

“ฝึกลูกนอนคว่ำ” อันตราย! เสี่ยงขาดอากาศหายใจ

เรียกคืนแล้ว! เปลไกวไฟฟ้า คร่าชีวิตทารก 32 คนในสหรัฐฯ

5 เคล็ดลับสร้างนิสัย “การนอนของทารก” ให้มีประสิทธิภาพ

ทรงผมลูกชาย2020

รวม 60 ทรงผมลูกชาย2020 ตัดตามเทรนด์ปังได้ไม่มีเบื่อ

ถึงส้มจะหยุด แต่เทรนด์ ทรงผมลูกชาย2020 ไม่หยุด ความหล่อของลูกต้องไม่มีอะไรมากั้น รวมทรงผมสุดปัง อัปเดตล่าสุดฉบับปีมาให้คุณพ่อ และ คุณลูก ได้ลองติดตามกัน เพิ่มความคูล ความเท่ ตลอดปี ว่าแต่จะมีทรงไหนบ้างตามไปดูกันเลยค่า

***ทั้งนี้ภาพแบบทรงผมผู้ชายที่ทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้รวบรวมมานั้น จะเน้นเป็นภาพเด็กผู้ชาย เพื่อให้คุณแม่เห็นภาพชัดขึ้น ถ้าจะทำทรงผมลูกชายให้เหมือนคุณพ่อจะหล่อแค่ไหนกัน***

 

ทรงผมผู้ชาย พร้อมรอยบากสุดเท่

ตัดผมตามระเบียนมาหลายเดือน ปิดเทอมทั้งทีลูกขอเลือก ทรงผมผู้ชาย เท่ๆ คูลๆ บ้าง

ทรงผมลูกชาย2020

ทรงผมลูกชาย2020

ทรงผมลูกชาย2020

ทรงผมลูกชาย2020

 

 

 

 

ทรงผมผู้ชาย แนววินเทจ เซ็ทอีกนิดเพิ่มความหล่อ

 

ทรงผมลูกชาย2020

 

ทรงผมลูกชาย2020

เซ็ทเนี้ยบ หล่อเรียบหรู 

ทรงผมลูกชาย2020

 

ทรงเซอ ๆ หวีจัดทรงง่าย

ทรงผมลูกชาย2020
IG : laurencooper0813

ทรงผมลูกชาย2020

ทรงผมลูกชาย2020

ทรงผมลูกชาย2020

ทรงผมลูกชาย2020

ทรงผมลูกชาย2020

ทรงผมลูกชาย2020

ทรงผมลูกชาย2020 ทรงผมลูกชาย2020 ทรงผมลูกชาย2020

 

อย่างไรก็ตาม นอกจาก ทรงผมลูกชาย2020 สุดเท่ที่จัดมาให้เลือกกันแบบเต็มๆ ข้างต้นแล้ว คุณพ่อคุณเเม่ต้องไม่ลืม ดูเเลสุขภาพหนังศีรษะเเละผมของลูกน้อยอยู่เสมอด้วย วิธีการดูเเลหนังศีรษะเเบบง่าย ๆ มาฝาก ดังต่อไปนี้ค่ะ

วิธีการดูเเลหนังศีรษะลูกน้อย เพื่อทรงผมลูกชาย สุดเท่ 

เลี่ยงเเชมพูที่มีสารเคมี  

จุดสำคัญของการสระผมให้ลูก คือการเลือกยาสระผมให้เหมาะสมวัยของลูกน้อย ข้อสำคัญคือหนังศีรษะของเด็กยังไม่เเข็งเเรง คุณพ่อคุณเเม่จึงควรเลือกยาสระผมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติเป็นหลัก ควรเลี่ยงสารเคมีจำพวก ซัลเฟตไซโลเซน, แอลกอฮอล์ และ โพรพิลีนไกลคอล เพราะสารเคมีดังกล่าวมารถทำให้เกิดเซลล์มะเร็งในร่างกายได้

แชมพูที่ปราศจากสารเคมีมักจะมีสารสกัดจากพืชจำนวนมากที่ช่วยบำรุงหนังศีรษะและให้ความเงางามแก่เส้นผมและช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมด้วยการให้ความชุ่มชื้นแก่รูขุมขนจากภายใน

เเชทพูไม่ควรมีส่วนผสมของน้ำหอม 

เเม้กลิ่นหอมของเเชมพู จะเป็นอีกส่วนสำคัญที่เราเลือกใช้เเชมพูนั้น ๆ เเต่สำหรับเเชมพูของลูกน้อยน้ำหอมถือเป็นส่วนผสมที่ควรเลี่ยง เนื่องจากน้ำหอมเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการคะคายเคืองต่อหนังศีรษะ

เลือกค่า PH ที่เป็นกลาง 

ค่า pH เป็นค่าที่แสดงความเป็นกรด-เบส ของสารที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ  ระคายเคืองหนังศีรษะ โดยค่า pH จะอยู่ในช่วง 1-14 ถ้าค่า pH น้อยกว่า 7 สารชนิดนั้นก็จะมีฤทธิ์เป็นกรด และถ้าค่า pH มากกว่า 7 สารชนิดนั้นก็จะมีฤทธิ์เป็นเบสหรือด่าง แต่ถ้าค่า pH นั้นมีค่าเท่ากับ 7 แสดงว่าสารชนิดนั้นเป็นกลาง

คุณพ่อคุณเเม่จึงควรเลือกยาสระผมที่มีค่า PH ที่เป็นกลาง ไม่มีค่าเป็นกรดหรือด่างสูง เพราะอาจก่อให้หนังศีรษะเกิดอาการแพ้

 


ที่มาของรูปภาพ :  Hair Cut Inspiration  theunstitchd  menshairstylesnow menhairstylist mrkidshaircuts newhairdesign

ที่มาของข้อมูล : burtsbees powerenrichhair

 

ลูกชอบตัดผมตัวเอง สนุกตรงไหนนะ

ทรงผมลูกชาย เท่ ๆ ตัดง่ายๆ ไม่แหว่งไม่เจ็บ ด้วยสิ่งนี้…!?

10 เทคนิคพาเจ้าเตาะแตะไปตัดผม ให้ราบรื่น

16 ความลับของทารก แม่อาจไม่เคยรู้ หนูทำได้ตั้งแต่เกิด!!

ใครจะนึกว่า ลูกเบบี๋แรกเกิดตัวกลมน่ากอด ที่ร้องให้แม่คอยดูแลอุ้มชูตลอดเวลา จะซ่อน ความลับของทารก ความสามารถที่หนูน้อยทำได้ตั้งแต่แรกเกิดไว้มากมาย จนคนเป็นแม่อยากเราคิดไม่ถึง มาดูกันว่าภายใต้แววตาใสซื่อน่าหลงใหลลูกน้อยมีความจริงอันน่าทึ่งที่พ่อแม่อาจไม่เคยรู้มาก่อนมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

ความลับของทารก น่าทึ่งที่ซ่อนอยู่ในเบบี๋ตัวน้อย

ออกมาเต้น

ใครจะเชื่อว่าลูกน้อยตัวนิดเดียวจะเป็นขาแดนซ์มาตั้งแต่เกิด มีการศึกษาหลายชิ้นระบุว่าทารกเกิดมาพร้อมกับการรับรู้จังหวะ แม้ช่วงเดือนแรกจะขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้เต็มที่ แต่สามารถตอบสนองต่อจังหวะ และเสียงเพลงได้เป็นอย่างดี มิหนำซ้ำเด็กสนใจเสียงเพลงมากกว่าเสียงพูดของแม่ด้วยซ้ำ

 

ความลับของทารก

พร้อมดำน้ำ

หนึ่งใน ความลับของทารก สุดมหัศจรรย์อีกอย่างหนึ่งคือ ทารกทุกคนเกิดมาพร้อมกับ “ปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ระหว่างดำน้ำ” หมายถึงการที่ร่างกายสามารถปรับตัวอัตโนมัติขณะอยู่ใต้น้ำเพื่อลดการใช้ออกซิเจน โดยหัวใจจะเต้นช้าลง หนูน้อยจึงสามารถกลั้นหายใจได้นาน และว่ายน้ำได้ทั้งที่ไม่เคยเรียน ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ ทารกยังหายใจและกลืนไปพร้อมๆ กันในช่วง 2 – 3 เดือนแรก เด็กๆจึงสามารถดูดนมแม่ หายใจเข้าออกและกลืนไปด้วยได้โดยไม่สำลัก  ทักษะเหล่านี้เกิดขึ้นตอนอยู่ในท้อง แต่ละหายไปเมื่ออายุครบ 6 เดือนที่พร้อมจะกินอาหารเสริม

ทารกตัวเล็กที่มีกระดูกถึง 300 ชิ้น

ทารกแรกเกิดมีกระดูกมากกว่าผู้ใหญ่ถึง 94 ชิ้น แล้วกระดูกที่มากมายนี้หายไปไหน? คำตอบคือกระดูกชิ้นเล็กชิ้นน้อยจะ ค่อยๆ เชื่อมต่อกับกระดูกที่อยู่ติดกันเพื่อรองรับขนาดร่างกายและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นตามการเจริญเติบโต

มีแต่ทารกของมนุษย์เท่านั้นที่ยิ้มได้

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่ยิ้มให้กับพ่อแม่ได้ตั้งแต่ยังเป็นทารก น่าชื่นใจจริงๆ

ความลับของทารก

ทารกไม่มีสะบ้าเข่า

ทารกแรกเกิดมีอวัยวะครบทุกส่วนเหมือนผู้ใหญ่อย่างเราหรือเปล่า แล้วจะเป็นอันตรายไหม เบบี๋เกิดมาไม่มีกระดูกสะบ้า ซึ่งอยู่บริเวณหัวเข่า เพราะกระดูกส่วนนั้นยังไม่พัฒนาจนกลายเป็นกระดูกแข็งๆจนกว่าลูกมีอายุราว 3 -5 ปี

ลูกน้อยฉี่เก่ง ประมาณ 3,360 ครั้งในขวบปีแรก

ทารกแรกเกิดจะปัสสาวะทุกๆ 20 นาทีจนกระทั่งกระเพาะปัสสาวะใบน้อยๆ ใหญ่พอจะเก็บปัสสาวะได้มากขึ้น จึงไม่แปลกที่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่ใส่จะตุงแน่นหลังใส่ไปไม่กี่ชั่วโมง คุณแม่ควรเปลี่ยนให้บ่อยๆเพื่อป้องกันความอับชื้น สาเหตุที่ทำให้ลูกน้อยไม่สบายตัว

สีแดงคือสีสันแรกที่ทารกรู้จัก

ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่า ทารกแรกเกิดมองเห็นเฉพาะสีดำ ขาว และเทา ในขณะที่อีกกลุ่มบอกว่า เจ้าตัวน้อยมองเห็นความเข้มของสีอื่นได้แต่ว่าเบลอมาก ถ้าถามว่าสีสันแรกที่ทารกรู้จัก คำตอบคือ สีแดง ส่วนสีสุดท้ายคือสีฟ้าและสีม่วง

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

โตเร็วเหลือเชื่อ

เบบี๋จะหนักกว่าตอนแรกคลอด 2 เท่าในเดือนที่ 5 และหนักเป็น 3 เท่าในช่วงปีแรกโดยประมาณ

สูงขึ้น 1-1.5 เซนติเมตรในแต่ละเดือน

ร่างกายที่สูงขึ้นขนาดนี้ถือเป็นอัตราที่สูงมาก หากคิดเล่นๆ ว่าผู้ใหญ่คนหนึ่งสูงขึ้นในอันตราเท่ากับทารก เราจะสูงไปถึง 51 เมตรเลยทีเดียว

ทารกแรกเกิดไม่มีน้ำตา

ทารกร้องไห้เก่ง และร้องบ่อยช่วงแรกเกิด แม่รู้ไหมว่า ลูกกำลังซ่อน ความลับของทารก อย่างหนึ่งเอาไว้ นั่นคือ พวกเขาไม่ได้มีน้ำตาออกมาจริงๆ น้ำตาหยดแรกของลูกจะเกิดขึ้นเมื่ออายุได้ราว 3 สัปดาห์ ในทางกลับกัน คุณแม่หลังคลอดซึ่งมีฮอร์โมนและอารมณ์แปรปรวน ะมักจะร้องไห้บ่อย ร้องหนักแทนลูกในช่วง 2-3 วันแรก

กระเพาะเท่าลูกเชอร์รี่ ความลับของทารก

กระเพาะของลูกน้อยแรกเกิดขนาดเล็กจิ๋วเทียบเท่าผลเชอร์รี่เท่านั้น จึงไม่แปลกที่ลูกจะร้องขอกินนมบ่อยๆ เพราะกินแค่นิดเดียวก็เต็มกระเพาะ และย่อยหมดในเวลาไม่นาน

ผมลูกจะร่วงหมดหลังคลอด

ผมบนศีรษะของลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิดจะค่อยๆหลุดร่วงไปมีผมเส้นใหม่ทยอยขึ้นมา กระบวนการผลัดเปลี่ยนผมทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นตอนลูกอายุได้ราว 4 เดือน  ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับผมของคุณแม่ที่จะร่วงจนน่าตกใจ หรือที่เรียกว่า “แม่ผมร่วงเพราะลูกจำหน้าแม่ได้” เพราะระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง

ความลับของทารก

นอนนานถึง5,400 ชั่วโมงตลอดขวบปีแรก

1ปีมี 8,760 ชั่วโมง การที่ทารกนอนไปเสีย 5,400 ชั่วโมงนั้นถือว่าเยอะมาก แต่อย่าลืมว่ารอบหนึ่งทารกนอนแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น โดยเฉพาะช่วงสามเดือนแรก อย่างไรก็ตาม นีคือการประมาณแบบคร่าวๆเท่านั้น แถมเด็กแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน หลายคนไม่ค่อยชอบนอนหลับ นอนหลับยาก บางครั้งอาจมีช่วงตื่นยาวถึง 8 ชั่วโมง

วัดใจพ่อแม่ด้วยการให้อดนอนยาวถึง 44 คืน

นี่อาจเป็นข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการของประเทศอังกฤษ ระบุว่า พ่อแม่มือใหม่จะต้องอดนอนราวๆ 44 คืนต่อเนื่องกัน ก่อนที่ลูกน้อยจะเริ่มปรับตัวและมีรูปแบบการนอนที่สม่ำเสมอได้

หนูรู้จักแค่รส “หวานกับเปรี้ยว” เท่านั้น

ความลับของทารกเกี่ยวกับการรับรู้รสชาติต่างๆ เป็นเรื่องที่หลายคนยังไม่เคยรู้ว่า ลูกน้อยจะยังไม่รู้จักรสเค็มจากน้ำปลา หรือเกลือจนกว่าอายุครบ 4 เดือน ไม่เชื่อลองเอาน้ำมะนาวแตะปลายลิ้นเบบี๋ดูก็ได้ว่าจะทำหน้าหยี หลับตาปี๋หรือเปล่า

อวัยวะเพศใหญ่กว่าปกติ

ถ้าบ้านไหนมีลูกชาย ลองสังเกตจุ๊ดจู๋ของลูกดูจะพบว่ามีขนาดใหญ่เป็นพิเศษในช่วงแรกเกิด ซึ่งเกิดจากอาการบวมน้ำ และจะค่อยๆ ลดขนาดลงมาเอง ขณะที่ศีรษะและดวงตาของเด็กๆจะมีขนาดใหญ่โตในช่วงขวบปีแรก

ว่ากันว่าธรรมชาติออกแบบมาให้ทารกดูน่ารักบ้องแบ๊วเป็นพิเศษในช่วงแรกเกิด เพื่อดึงดูดความสนใจของพ่อแม่มากพอที่จะดูแลลูกน้อยอย่างดีที่สุด โดยศีรษะทารกจะมีขนาด 1 ใน 4 ส่วนของร่างกาย ขณะที่กะโหลกศีรษะผู้ใหญ่มีขนาดเพียง 1 ใน 7เท่านั้น ส่วนตาของทารกน้อยนั้นมีขนาดใหญ่เท่ากับ 75 %ของดวงตาผู้ใหญ่เลยทีเดียว

สุดยอด ความลับของทารก เหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความมหัศจรรย์ดเท่านั้น เพราะตลอดช่วงขวบปีแรกของลูกน้อย จะเปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ของพ่อแม่ ซึ่งเต็มไปด้วยความทรงจำดี เรื่องราวน่าประทับใจ และการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นที่กำลังรอคุณพ่อคุณแม่อยู่อีกมากมาย


แหล่งข้อมูล  www.pbcexpo.com.au     www.mother.ly

 

 

7 ภาษากายลูก ที่พ่อแม่ทุกคนควรรู้

 

20 อาการปกติของ ทารกแรกเกิด ที่พ่อแม่ควรรู้มีอะไรบ้าง?

 

พ่อแม่ต้องรู้!! 3 สิ่งควรทำเมื่อ เลี้ยงลูกขวบปีแรก

คนเป็นแม่

25 เรื่องสุดว้าว คนมีลูกชาย ต้องรู้

คนมีลูกชาย ต้องรู้ไว้อาจมีเรื่องสุดเซอร์ไพรส์ให้แม่ประหลาดใจได้ทุกวัน  นอกจากการมีลูกชายจะทำให้คุณปู่ย่าตายายยิ้มแก้มปริที่มีหลานไว้สืบสกุลแล้ว  คุณแม่เองยังมีหนุ่มตัวน้อยๆมาคอยตามแจ ออดอ้อนหยอดคำหวานเหมือนสมัย Fall in love กับคุณพ่อใหม่ๆ

คนมีลูกชาย ต้องเจอกับ 25 เรื่องสุดเซอร์ไพรส์ ที่ทำให้แม่ต้องยิ้ม

แต่รู้ไหมเจ้าลูกชายมีเรื่องมากมายให้ประหลาดใจไม่หยุดหย่อน มาดู 25 เรื่อง สุดเฟี้ยวของลูกชายที่ไม่ว่าบ้านไหนก็ต้องเจอ จะมีอะไรบ้างตามมาดูกันเลย

ช้างน้อยของลูกเปลี่ยนขนาดได้

เมื่อแรกคลอด คุณพ่อหลายๆ คนอาจปลื้มใจที่เห็นว่าช้างน้อยของลูกนั้นมีขนาดใหญ่เกินตัว จนเผลออวดใครๆว่า “ได้จากพ่อล้วนๆ” แต่ความจริงเกิดจากของเหลวในร่างกายทารกแรกเกิดยังมีปริมาณมาก พอผ่านไปสัก 10 วัน องคชาติและอัณฑะของลูกน้อยจะค่อยๆหดเล็กลงกลายเป็น “ช้างจิ๋ว” จนมีขนาดสมวัย

สมองของเด็กผู้ชายแตกต่างจากตอนเกิด

มาร์กาเร็ต แมคคาร์ธี อาจารย์ด้านจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ได้ให้ข้อมูลว่า เมื่อแรกเกิดทารกเพศชายมีจำนวนฮอร์โมนเทสโทนเตอโรนไล่เลี่ยกับผู้ชายอายุ 25 ปี และจะลดระดับลงทันที ถามว่าทำไมต้องมีระดับฮอร์โมนสูงขนาดนั้นด้วย คำตอบคือฮอร์โมนชนิดนี้ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับช่องว่างระหว่างเซลล์สมอง จึงเป็นที่สังเกตได้ว่าสมองของทารกเพศชายโดยเฉลี่ยจะใหญ่และหนักกว่าสมองของทารกหญิง 10-15% ในช่วงแรกเกิด

คนมีลูกชาย

ลูกชายเจ็บป่วยจากการบาดเจ็บมากกว่าโรคภัย

สถิติจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคประเทศสหรัฐฯ อเมริการะบุว่า เด็กผู้ชายเข้าห้องฉุกเฉินบ่อยกว่าเด็กผู้หญิง ส่วนใหญ่มักได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ คอ และใบหน้า เพราะความซนสุดขีดตามสัญชาตญาณ ส่วนเด็กผู้หญิงมักต้องเข้าห้องฉุกเฉินด้วยอาการป่วยอย่าง มีไข้ ไอ อาเจียน เจ็บหูหรือติดเชื้อในหู คนมีลูกชาย ต้องไม่ลืมซื้อประกันอุบัติเหตุไว้ล่วงหน้า

วุ่นที่สุดตอนเปลี่ยนผ้าอ้อม

แม้การทำความสะอาดหลังขับถ่ายของเด็กผู้หญิงจะต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อทางปัสสาวะที่เกิดขึ้นบ่อยๆ แต่ความจริงแล้ว คนมีลูกชาย เองก็ใช้เวลาดูแลเรื่องความสะอาดหลังเปลี่ยนผ้าอ้อมไม่ต่างกัน เพราะต้องรูดเปิดปลายหุ้มอวัยวะเพศมาทำความสะอาดทุกครั้งที่เปลี่ยนผ้าอ้อม รวมถึงการเช็ดอึต้องระวังไม่ให้เปื้อนปลายหนังหุ้ม เพราะอาจติดเชื้อได้ ต้องระวังไม่ให้อึเปื้อนปลายอวัยวะเพศซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการติดเชื้อได้

เปื้อนฉี่ลูกชายเป็นเรื่องธรรมดา

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้คุณแม่หงุดหงิดใจอยู่บ่อยๆ ระหว่างเปลี่ยนผ้าอ้อมเจ้าลูกชายมักฉี่รดทุกครั้ง เพราะเขาพร้อมจะฉี่ได้ทุกที่ ทุกเวลา และทุกทิศทาง ทางที่ดีที่สุดคุณแม่ต้องตะปบผ้าอ้อมผ้าอ้อมหัวก๊อกของลูกให้ไว หรือรีบพับก๊อกเก็บในผ้าอ้อมก่อนอย่างรวดเร็ว

คนมีลูกชาย

ลูกผู้ชายมองเห็นไม่เหมือนลูกสาว

งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ดวงตาของลูกชายมีเซลล์ที่ใช้ในการมองเห็นความเคลื่อนไหว ทิศทาง และความเร็วจำนวนมาก ขณะที่ดวงตาของลูกสาวมีเซลล์สำหรับจำแนกสีและพื้นผิวมากกว่า จึงไม่แปลกที่เด็กผู้ชายจะสามารถเล่นกีฬา และขับขี่ยานพาหนะได้ดี แต่กลับสังเกตแยกเฉดสีที่ต่างกันเพียงเล็กน้อยไม่ออก  นอกจากนี้ตาของเด็กชายตอบสนองกับสีโทนเย็น อย่างเช่น สีฟ้าและเทา ในขณะที่เด็กผู้หญิงมักชอบสีโทนอุ่น อย่างเช่น สีแดง เหลือง และส้ม

เด็กผู้ชายครองโลก

หากนับจำนวนเด็กๆ ทั่วโลก จะพบว่ามีเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิงในอัตราส่วน 107 : 100 คน แต่ตัวเลขนี้จะไม่ยั่งยืนเสมอไป เพราะจำนวนของเพศชายและหญิงจะแปรผันไปในช่วงอายุ 30 และ 75 ปี โดยในช่วงวัยชรากลับพบว่ามีจำนวนผู้หญิงมากกว่าผู้ชายและมีอายุที่ยืนยาวกว่า

“นมแม่” ให้ประโยชน์กับลูกชายมากกว่าลูกสาว

ใครๆก็บอกว่าเด็กผู้ชายกินนมเก่ง นอกจากปริมาณแล้วร่างกายของหนุ่มน้อยยังนำสารอาหารจากนมแม่ไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่าเด็กผู้หญิงอีกด้วย งานวิจัยของมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออสเตรเลีย พบว่านมแม่อาจให้ประโยชน์กับเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง จากการเปรียบเทียบผลการเรียนของเด็กอายุ 10 ขวบที่กินนมแม่หรือนมผสมในสมัยเป็นทารก พบว่า โดยเฉลี่ยเด็กทารกที่กินนมแม่มีจะมีผลการเรียนมาตรฐานที่ดีกว่าใน 10 ปีให้หลัง และที่น่าสนใจคือนมแม่ให้ประโยชน์กับเด็กผู้ชายมากที่สุด เมื่อเทียบกับเด็กผู้หญิงที่กินนมแม่เช่นกัน ทำให้เด็กชายจะมีผลการเรียนที่ดีกว่าอย่างมีนัยยะสำคัญ

ทำไมเด็กผู้ชายหูตึง เรียกไม่ค่อยได้ยิน

การศึกษาจากมหาวิทยาลัยลุยเซียนาสเตต เรื่องการได้ยินของเด็กชายและเด็กหญิงจำนวน 350 คน พบว่าลูกสาวแรกเกิด ได้ยินเสียงไวกว่าลูกชาย โดยเฉพาะในช่วงคลื่น 1,000-4,000 เฮิร์ซ ซึ่งเป็นระดับของการแยกแยะเสียงพูด นอกจากนี้ยังมีการศึกษาต่อเนื่องจากสถาบันจักษุและโสตแห่งพิตซ์เบิร์ก ระบุว่าการได้ยินเสียงแตกต่างกันของทั้งสองเพศนั้นอาจเกิดจากลักษณะทางกายภาพ โดยเด็กผู้หญิงจะกระดูกหอยโข่งในช่องหูสั้นกว่าเด็กชาย จึงได้เสียงแม้เพียงเล็กน้อยได้ดีกว่า นี่เป็นคำตอบให้ คนมีลูกชาย ได้ว่า ทำไมเรียกเท่าไรลูกชายก็ไม่หันสักที

คนมีลูกชาย

ชอบมองการเคลื่อนไหวมากกว่ามองคน

กลุ่มนักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ทดลองให้เด็กชายอายุ 12 เดือน เลือกมองระหว่างกลุ่มคนที่กำลังพูดคุยกัน กับที่ปัดน้ำฝนกำลังเคลื่อนไหว ผลปรากฎว่าเด็กชายส่วนใหญ่ชอบมองที่ปัดน้ำฝน เพราะมันดึงดูดใจกว่าการได้ยินแค่เสียงคนคุยกันเป็นไหนๆ

พูดช้ากว่าเด็กผู้หญิง

เด็กผู้หญิงมักจะมีทักษะทางภาษาดีกว่าเด็กผู้ชาย พูดได้เร็วกว่า มีคลังคำมากกว่า และใช้รูปประโยคที่ซับซ้อนได้มากกว่า แต่ไม่ต้องกังวลเพราะในช่วงชั้นประถม เด็กผู้ชายสามารถไล่ตามความสามารถนี้ได้ทันอย่างรวดเร็ว

ลูกชายฉันมีพัฒนาการเร็วกว่าใคร

คุณแม่หลายคนเชื่อว่าลูกชายตัวเองสามารถ คลาน ยืน กระโดด หรือเดินได้เร็วกว่าลูกสาวในวัยเดียวกัน เพราะความซุกซน อยู่ไม่นิ่ง และท่าทางทะมัดทะเมง แต่งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร  Journal of Experimental Psychology เผยความจริงให้รู้ว่า ไม่ว่าจะเด็กเพศไหนก็ทำสิ่งเหล่านี้ได้ในช่วงอายุเท่ากัน

ลูกชายรู้สึกเห็นอกเห็นใจคนอื่นน้อยกว่า

ไม่ใช่ว่าเด็กผู้ชายไม่น่ารัก แต่เด็กผู้ชายจะแสดงความเข้าใจอารมณ์และเห็นใจผู้อื่นได้ไม่ดีเท่าเด็กผู้หญิง ความแตกต่างนี้เริ่มต้นตั้งแต่ยังเล็กและยิ่งชัดเจนเมื่อเด็กโตขึ้น  ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องสอนให้ลูกรู้จักความอ่อนโยน เมตตากรุณา และเห็นใจผู้อื่นเพื่อไม่ให้โตขึ้นเป็นผู้ชายที่แข็งกร้าวเกินไป

คนมีลูกชาย

ตั้งชื่อลูกชายยากกว่าลูกสาว

ชื่อเล่นของเด็กลูกชาย ฟังอย่างไรก็ไม่น่ารัก และต้องเสียเวลาคิดนานสักหน่อย บางครั้งตั้งมาแล้วดูหวานเกินไปจนคนเข้าไปผิดว่าเป็นเด็กผู้หญิงอีกด้วย

จำเป็นตั้งชื่อน่ารักๆ ให้กับจุ๋ดจู๋ของลูก

คงไม่มี คนมีลูกชาย บ้านไหนเรียกอวัยวะเพศของลูกชายต่อหน้าเด็กว่า “องคชาติ” แต่ละบ้านจะที่มีสรรพนามไว้เรียกขานอวัยวะเพศของลูกต่างกันไป เช่น ช้างน้อย จุ๊ดจู๋ ปิกาจู อย่างไรก็ตาม การตั้งชื่ออวัยวะเพศจะช่วยให้ลูกรู้จักและเข้าใจอวัยวะนี้ของตัวเองได้ง่ายกว่าชื่อทางการเป็นไหนๆ

มุกตดๆ ตลกที่สุด

เด็กผู้ชายวัยประถมเล่นตลก ล้อเลียนในห้องน้ำกันมาก จริงๆ พวกเขาเริ่มหยิบเอาเรื่องการผายลม ยืนฉี่ หรือขนาดของจุ๋ดจู่มาพูดเล่นตั้งแต่วัยอนุบาลด้วยซ้ำ ลูกชายชอบคิดว่าตดเป็นสนุกและตลกมากๆ ยิ่งถ้าตดแล้วเป็นฟองบุ๋งๆในอ่างน้ำด้วยละก็ จะหัวเราะคิกคักชอบใจใหญ่เชียว

ทุกอย่างคืออาวุธ

ดูเหมือนว่าเด็กผู้ชายชอบของเล่นสไตล์ปืนผาหน้าไม้, มีด, ดาบ มาตั้งแต่เกิด ไม่ว่าสิ่งของจะเป็นอะไรก็สามารถเปลี่ยนเป็นอาวุธสำหรับตีใช้ฟาดให้หัวปูดหัวโนได้หมด แม้ว่าจะเก็บบ้านจนเรียบแล้ว แต่เจ้าลูกชายสามารถหยิบ “หัวไช้เท้า” มาแปลงเป็นกระบอก ไล่ฟาดทุกสิ่ง (และทุกคน) ได้อยู่ดี พฤติกรรมเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องน่ากังล เพราะเมื่อโตขึ้นก็จะหายไปเอง

ช่างซ่อมใหญ่ประจำบ้าน

นิสัยชอบแงะแกะรื้อของเด็กผู้ชาย ทำให้พวกเขาดูเหมือนจะมีแววโตเป็นช่างซ่อมใหญ่ในอนาคต โดยเฉพาะเครื่องใช้ต่างๆ ลำโพง โทรศัพท์ กล้องถ่ายรูป ถึงไม่เสียแต่ลูกชายก็อยากหยิบมาซ่อมทันที ถ้าลูกฉายแววช่างเมื่อไร แนะนำให้คุณแม่เตรียมของใช้พังๆ กับไขควงสักชิ้นให้เขาได้ถอดประกอบเพลินๆ ฝึกสกิลช่าง ดีกว่าหยิบของใหม่มาเกินตอนที่แม่ไม่รู้ตัว

พร้อมแปลงร่างเป็นบอดี้การ์ดตลอดเวลา

ทำกับข้าวอยู่ดีๆ คุณแม่อาจต้องสลัดผ้ากันเปื้อนทิ้งไปสวมชุดเกราะไปคุมกันเจ้าลิงน้อยที่กำลังเล่นพิเรนทร์  ไม่ว่าจะเป็น ปีนเครื่องซักผ้า ขี่เครื่องดูดฝุ่น  ปีนป่ายบันได หรืออะไรอีกหลายอย่างตั้งแต่ที่เขาเดินก้าวแรกได้ เพราะเด็กผู้ชายมีสัญชาตญาณในการท้าทายความอันตรายที่ อยากสำรวจทุกอย่างที่ไม่ควรจะเข้าไปอยู่ใกล้ คุณพ่อคุณแม่จึงรับหน้าที่เป็นบอดี้การ์ด คอยป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง

ทั้งนี้คงต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพ่อแม่ด้วยว่าจะปล่อยให้ลูกเล่นได้เสี่ยงแค่ไหน เพราะความเสี่ยงก็ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกเช่นกัน ทางที่ดีควรลงทุนซื้ออุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย อย่างเช่น ราวกั้น ที่อุดรูปลั๊ก หรือยางหุ้มขอบโต๊ะมาติดบ้านไว้บ้างก็ดี

ยอดมนุษย์ลูกชาย

หากความฝันของลูกสาวคือเจ้าหญิงดิสนีย์แสนสวย ความฝันของลูกชายก็คือเหล่าซูเปอร์ฮีโร่จากทุกค่ายมัดรวมกัน ให้กลายเป็นขุมพิเศษสร้างความชุลมุนให้ทั้งบ้านได้ตลดเวลา ถึงซนแค่ไหนก็อย่าเผลอไปห้าม หรือขัดระหว่างที่กำลังสวมบทยอดมนุษย์เชียว เพราะนั่นคือพื้นฐานของการเป็นลูกผู้ชายในตัวลูก

มีเสื้อผ้าให้เลือกน้อย

สิ่งหนึ่งที่ คนมีลูกชาย ต้องทำใจ คือเรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัว ที่มีให้เลือกน้อยกว่าลูกสาวหลายเท่า ตามห้างร้านต่างๆ เสื้อผ้าเด็กผู้หญิงจะกินพื้นที่ราว 2 ใน 3 ในขณะที่เสื้อผ้าเด็กผู้ชายวางอยู่ตรงมุมเล็กๆ ด้านหลัง ที่น่าสงสารกว่านั้นคือ แฟชั่นก็แทบไม่เปลี่ยนเลยตลอด 20 ปี ตัวเลือกของชุดออกงานจะมีเสื้อกั๊ก สูท หูกระต่าย ชุดลายตารางหมากรุก เสื้อยืดลายไดโนเสาร์ ฟุตบอล กับซูเปอร์ฮีโร่ แต่ถ้ามองในแง่ดี ลูกชายก็ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้เยอะ

ซื้อรองเท้าเมื่อไหร่เลือกได้ไม่หยุด

สำหรับคุณพ่อสายกีฬาคงได้ยิ้มออกบ้างเมื่อลูกชายถึงวัยใส่รองเท้าได้ เพราะรองเท้าแบรนด์เนมกีฬาชื่อดังทั้งหลายจะขยันออกรองเท้าผ้าใบและกีฬาคอลเล็คชั่นใหม่เอาใจ (คุณพ่อของ) เด็กผู้ชายอย่างเต็มที่ เป็นรองเท้าสุดเท่คู่จิ๋วที่พ่อต้องหวั่นไหว

มีเรื่องให้คุณแม่กังวลมากกว่า

คุณแม่มักจะคุ้นเคยกับเรื่องน่ากังวลแบบผู้หญิงๆ ในขณะที่ลูกชายต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงที่ต่างไป เช่น อันตรายนอกบ้าน การคบเพื่อน การใช้สิ่งเสพติด ความมุทะลุ จึงทำให้แม่ๆรู้สึกกังวลมากกว่า เพราะไม่อินกับความเป็นผู้ชาย อย่างเช่น จะสอนให้ลูกให้เกียรติผู้หญิงอย่างไร จะสอนลูกให้เป็นสุภาพบุรุษอย่างไร ทิ้งความกังวลนี้ไปแล้วมอบให้เป็นหน้าที่ของคุณพ่อเป็นต้นแบบน่าจะดีที่สุด

แมนๆ คุยกับครับ

ลูกชายจะมีสายสัมพันธ์คนละลักษณะกับลูกสาว คุณพ่อคุณแม่อาจต้องจัดการกับการปีน หัวปูน หกล้ม มากกว่าการงอนหรือน้อยใจดราม่า น้ำตาลูกผู้ชายไหลมาแล้วก็แห้งเร็วกว่า แค่ใช้มือปาดน้ำตาก็พร้อมจะกลับไปปีนป่ายต่อได้แล้ว

รักแม่มาก

เรามักจินตนาการว่าเด็กผู้หญิงจะเป็นเพศที่อ่อนโยนกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้วลูกชายก็รักแม่ และอ่อนโยนกับแม่มากๆ เช่นกัน ส่วนคนเป็นพ่อกลายเป็นคนที่ลูกเอาไว้พูดคุยและหาเรื่องสนุกทำด้วยกันได้ แต่แม่จะเป็นคนที่ลูกชายรักและอยากออดอ้อนมากที่สุด รู้แบบนี้แล้วยิ้มแก้มปริเลยใช่ไหมคะคุณแม่

ถึงลูกชายตัวน้อยจะแสบจะป่วนแค่ไหน แต่พวกเขาก็มีเรื่องที่ทำให้พวกเรายิ้มและมีเสียงหัวเราะได้เสมอ

แหล่งที่มา: https://bestlifeonline.com
https://www.redbookmag.com
https://www.indiaparenting.com

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

ท่าไหนได้ลูกชาย กับสูตรทำลูกชาย ซึ่งว่าที่คุณพ่อคุณแม่ต้องลอง!!

 

10 เรื่องที่ พ่อแม่ต้องเจอ เมื่อมีลูกชาย

ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์กลับมาเปิดอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้

 “เชื่อในความมหัศจรรย์” กับปราสาทสุดอลังการ Castle of Magical Dreams ที่ได้ดำเนินการถึงขั้นตอนสุดท้าย พร้อมเปิดตัวต้อนรับเหล่านักผจญภัยปลายปี 2563 นี้

25 มิถุนายน 2563 – เหล่าเพื่อนดิสนีย์และแคสเมมเบอร์ขอต้อนรับเหล่านักผจญภัยทุกท่านสู่การกลับมาอย่างเป็นทางการของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ โดยทางสวนสนุกได้มีมาตรการเรื่องความปลอดภัยและความสะอาดอย่างเข้มงวด รวมไปถึงการเว้นระยะห่างภายในสวนสนุก เพื่อให้แขกทุกคนได้ #BelieveInMagic หรือ #เชื่อในความมหัศจรรย์ พร้อมผจญภัยและเพลิดเพลินในโลกแห่งเวทมนตร์อย่างไม่ต้องเป็นกังวล

ทางสวนสนุกยังมีกิจกรรมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่ได้กลับมาเปิดอีกครั้ง โดยมีคุณสเตฟานี ยัง กรรมการผู้จัดการฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ รีสอร์ท เป็นผู้เปิดงานบริเวณถนน Main Street ภายในสวนสนุก ซึ่งสามารถมองเห็นปราสาทที่เป็นสัญลักษณ์ของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ได้อย่างเด่นชัด พร้อมกับเหล่าเพื่อนดิสนีย์มากมาย เช่น มิกกี้ เม้าส์ มินนี่ เม้าส์ โดนัลด์ ดั๊ก และ กู๊ฟฟี่ ที่มารวมตัวกันแสดงความยินดีกับการกลับมาเปิดตัวอีกครั้งของสวนสนุก โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความตื่นเต้น สนุกสนานรื่นเริง เพื่อเฉลิมฉลองวันสุดพิเศษนี้

แฟน ๆ ที่ตื่นเต้นกับการกลับมาของสวนสนุกหลังจากที่ปิดไปเป็นเวลาหลายเดือน ต่างได้รับการต้อนรับที่แสนอบอุ่นจากคุณสเตฟานี ยัง และ คุณเมโลดี้ ลึง แบรนด์แอมบาสเดอร์ของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ณ ประตูทางเข้าของสวนสนุก เพื่อพาทุกคนเข้าไปพบกับความมหัศจรรย์ ซึ่งเป็นมนต์เสน่ห์แห่งสีสันตามแบบฉบับของดิสนีย์อย่างแท้จริง

“ฉันรู้สึกขอบคุณสำหรับทุกการสนับสนุนที่น่าทึ่งของคนฮ่องกง และความเสียสละของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ รวมไปถึงแคสเมมเบอร์ของเราทุกคนที่ช่วยกันก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้” คุณสเตฟานี ยัง กล่าว “สุขภาพและความปลอดภัยของแขก รวมไปถึงแคสเมมเบอร์ทุกคนจะเป็นสิ่งที่เราคำนึงถึงเป็นอันดับแรก โดยแคสเมมเบอร์ของเราได้ทำงานอย่างหนักในการวางมาตรการที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อให้แขกทุกคนได้เพลิดเพลินไปกับโลกแห่งเวทมนตร์ของเรา”

การกลับมาของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ มีการวางมาตรการอย่างเคร่งครัดด้านสุขภาพและความปลอดภัย ตามที่หน่วยงานสาธารณสุขและรัฐบาลได้กำหนดไว้ โดยสวนสนุกได้จัดทำมาตรการและขั้นตอนพิเศษต่าง ๆ อาทิ การจำกัดจำนวนคนในพื้นที่ แขกทุกท่านต้องทำการจองตั๋วเข้าสวนสนุกล่วงหน้า รวมไปถึง การเว้นระยะห่างในบริเวณที่ต้องเข้าคิว เช่น ร้านอาหาร เครื่องเล่น และ บริการอื่น ๆ พร้อมดำเนินการเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อโรคภายในสวนสนุก

“การก่อสร้างปราสาท Castle of Magical Dreams ได้ดำเนินการมาถึงช่วงสุดท้าย ด้วยกำหนดการที่จะพร้อมเปิดตัวช่วงปลายปี 2563 โดยปราสาทนี้จะเป็นสัญลักษณ์อันเปล่งประกายแห่งความกล้าหาญ ความหวัง และความเป็นไปได้ ซึ่งจะเป็นสัญลักษณ์ที่อยู่ในหัวใจของพวกเราทุกคนตลอดกาล” คุณสเตฟานี กล่าวเสริม

ถึงเวลาเพลิดเพลินกับเวทมนตร์จากดิสนีย์

คุณสามารถพบเจอกับเวทมนตร์ของดิสนีย์ ได้ทุกหนแห่งภายในสวนสนุก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่น หรือ การแสดง ที่กลับมาให้ทุกคนได้สัมผัสกับประสบการณ์ของความสุขอีกครั้ง นอกจากนี้ ทุกคนควรเตรียมกล้องให้พร้อมเสมอขณะอยู่ในสวนสนุก เพื่อเตรียมเก็บภาพความทรงจำสำหรับการปรากฏตัวของ มิกกี้ เม้าส์ มินนี่ เม้าส์ และผองเพื่อนของเขา เพราะพวกเขาอาจจะโผล่มาเซอร์ไพร์สคุณได้ทุกที่ทุกเวลา!

ชาร์จความสนุกได้ตลอดทั้งวันด้วยอาหารและเครื่องดื่ม รวมไปถึงสินค้าต่าง ๆ มากมาย ที่รอต้อนรับการกลับมาของทุกคน เพื่อสร้างความทรงจำที่แสนประทับใจกับความสุขในช่วงเวลาแห่งเวทมนตร์ไปด้วยกันอีกครั้ง

Tags

ผลไม้เพิ่มน้ำนม

9 ผลไม้เพิ่มน้ำนม แม่หลังคลอดน้ำนมน้อย ต้องกิน!

รวม 9 ผลไม้เพิ่มน้ำนม หาซื้อง่าย กินแล้วช่วยบำรุงนมแม่ ให้ไหลมาเทมา แม่หลังคลอดน้ำนมน้อย มีสต็อกจนล้นตู้ จะมี ผลไม้เพิ่มน้ำนม อะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

9 ผลไม้เพิ่มน้ำนม คุณภาพขับเต้า ได้สต็อกแน่นตู้

การให้ลูกน้อยได้กินน้ำนมแม่ยิ่งนานเท่าไรยิ่งดี เพราะ “น้ำนมแม่” ถือเป็นสุดยอดของอาหาร ซึ่งมีสารอาหารครบถ้วนที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของลูกน้อย อย่างมหาศาลทั้งทางกายและทางใจ แถมมีเกราะเป็นภูมิคุ้มกันโรคอย่างดีเยี่ยม ช่วยไม่ให้ลูกป่วยง่าย มีพัฒนาการการเรียนรู้ด้านต่างๆได้ดี ดังนั้นการที่คุณแม่มีน้ำนมที่เพียงพอและมีคุณภาพ จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ซึ่งปกติแล้วน้ำนมแม่จะมีการผลิตออกมาโดยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ภายในสัปดาห์แรกหลังคลอด น้ำนมจะออกมาก็ต่อเมื่อมีการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากลูกน้อย บีบน้ำนม และการปั๊มนม ซึ่งนอกจากวิธีกระตุ้นดังที่กล่าวมาแล้ว อาหาร ก็เป็นตัวช่วยหนึ่งที่ง่ายที่สุดทำให้ร่างกายผลิตน้ำนมมากขึ้น

หลักการกินของคุณแม่ให้นมลูก ก็จะคล้าย ๆ คุณแม่ท้อง เพียงแต่เพิ่มปริมาณพลังงานอาหารในแต่ละวัน มากกว่าเพื่อสร้างน้ำนมให้พอ ดังนั้นคุณแม่จึงควรกินให้เพียงพอและครบหลัก 5 หมู่ ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักในช่วงนี้ด้วย อาหารเพิ่มน้ำนม เช่น โปรตีนจากเนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น หมู ไก่ เป็นต้น , สมุนไพรฤทธิ์ร้อน , ไขมันดีและไม่อิ่มตัว , สารอาหารโอเมก้า3 จากปลา อาทิตย์ละ 2 ครั้ง และกินผัก ผลไม้เพิ่มน้ำนม

ผลไม้เพิ่มน้ำนม

ทั้งนี้อาหารประเภทผักผลไม้นั้นดีต่อสุขภาพของทุกคนอยู่แล้ว สำหรับคุณแม่หลังคลังคลอด การกินผลไม้หรือเมนูอาหารที่มีส่วนประกอบของพืชผักต่างๆ ยังช่วยลดอาการท้องผูก ปรับสมดุลระบบขับถ่าย และเพิ่มน้ำนมให้คุณแม่ได้ด้วย … ดังนั้นเพื่อเป็นแนวทางให้คุณแม่เลือกกินอาหารเพื่อบำรุงน้ำนม ทีมแม่ ABK จึงได้ รวบรวม ผลไม้เพิ่มน้ำนม 9 ชนิด มาแนะนำ ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณเพิ่มน้ำนมของคุณแม่ให้มีคุณภาพคับเต้า ได้สต็อกแน่นตู้แน่นอน จะมีอะไรบ้างมาดูกัน

ฟักทอง

ผลไม้เพิ่มน้ำนม

มีสรรพคุณในเรื่องของการช่วยบำรุงน้ำนม ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง และมีคุณค่าทางอาหารที่อุดมไปด้วย แบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี และฟอสฟอรัส อีกทั้งฟักทอง ยังเป็น ผลไม้เพิ่มน้ำนม ที่สามารถนำมาประกอบได้อาหารคาวและอาหารหวานได้มากมาย เช่น ฟักทองผัดไข่ ฟักทองนึ่ง ฟักทองแกงบวด เป็นต้น

 

มะละกอ

ผลไม้เพิ่มน้ำนม

อุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามิน A B C ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และมีแคลเซียมสูง รวมทั้งยังมีในเรื่องของเอนไซม์ที่จะช่วยสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกาย โดยมะละกอจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายของคุณแม่ผลิตน้ำนมได้เป็นอย่างดี แถมยังบำรุงเลือด บำรุงกระดูก สายตา สามารถกินเป็นผลไม้แบบสุก น้ำมะละกอปั่น หรือนำมะละกอดิบมาประกอบอาหาร เช่น แกงส้มมะละกอสด มะละกอผัดไข่ เป็นต้น

เม็ดขนุนต้ม

ผลไม้เพิ่มน้ำนม

เม็ดขนุน คือเมล็ดที่ได้มาจากในผลขนุนแล้วนำมาต้มสุก รสชาติจะออกเค็มๆ มันๆ ใช้กินเป็นของกินเล่นเพลิน คล้ายถั่วหรือเกาลัด มีโปรตีน เกลือแร่ และวิตามิน ช่วยรักษาแผลในกระเพาะ ช่วยขับน้ำนม และเพิ่มน้ำนมแม่ให้มีมากขึ้น

 

กล้วยน้ำว้า

ผลไม้เพิ่มน้ำนม

กล้วย อุดมไปด้วยโพแทสเซียม ซึ่งมีความสำคัญสำหรับแม่ท้อง และยังสำคัญมากสำหรับแม่ลูกอ่อน เพราะการกินกล้วยในช่วงที่ให้นมลูกจะทำให้ร่างกายของแม่รักษาสมดุลของเหลวได้ ซึ่งก็ถือเป็นหนึ่งใน ผลไม้เพิ่มน้ำนม ที่ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้แนะนำ โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้า ซึ่งเป็นอาหารฤทธิ์เย็น เมื่อนำไปผ่านความร้อนจะเป็นอาหารฤทธิ์อุ่นถึงร้อน อย่างกล้วยปิ้ง ก็จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนม กระตุ้นให้มีน้ำนมไหลมาเทมาได้เป็นอย่างดี

 

อินทผาลัม

ผลไม้เพิ่มน้ำนม

อินทผลัม ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายทั้ง วิตามิน A, วิตามิน B1 B2 B6 และวิตามิน K, แคลเซียม, ซัลเฟอร์, เหล็ก, โพแทสเซียม, ฟอสฟอรัส, แมงกานิส, แมกนีเซียม และไฟเบอร์ การได้กินอินทผลัม ในช่วงเดือนสุดท้ายของไตรมาสที่ 3 จะช่วยสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมดลูก ช่วยให้การบีบตัวของมดลูกในช่วงการคลอดได้ดี ส่งผลยาวมาถึงคุณแม่ที่ให้นมลูกหลังคลอด เนื่องจากอินทผลัมจะช่วยเพิ่มสารอาหารสำคัญในน้ำนมแม่ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ลูกน้อยมีสุขภาพที่แข็งแรง

แก้วมังกร

ผลไม้เพิ่มน้ำนม

ถือเป็นหนึ่งในเรื่องอาหารเพิ่มน้ำนม ที่แม่หลังคลอดควรกิน เพราะในแก้วมังกรมีธาตุเหล็ก และวิตามิน C สูง ช่วยในการกระตุ้นต่อมน้ำนมให้คุณแม่ได้เป็นอย่างดี

 

พุทธา

ผลไม้เพิ่มน้ำนม

หรือ พุทราจีน เป็นผลไม้ที่มีวิตามิน A วิตามิน B1 B2 B3 วิตามิน C รวมไปถึงมีแคลเซียม เหล็ก และเส้นใยอาหารในปริมาณมาก การกินพุทราจะช่วยบำรุงประสาทและสมอง อีกทั้งยังแก้อาการอ่อนเพลียของคุณแม่หลังคลอด พร้อมบำรุงน้ำนม เพิ่มน้ำนมแม่ให้มีมากขึ้นได้อีกด้วย

 

แอปริคอต

ผลไม้เพิ่มน้ำนม

ผลไม้เพิ่มน้ำนม ที่มีรสชาติเปรี้ยวและหวานแบบกลมกล่อม อุดมไปด้วยไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งจะช่วยเสริมร่างกายในการทำงานของฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยเพิ่มการน้ำนมสำหรับคุณแม่ และในแอปริคอตยังอุดมไปด้วยแคลเซียม,โพแทสเซียม,วิตามิน A และ C ซึ่งทำให้ร่างกายของลูกน้อยแข็งแรงอีกด้วย

 

อะโวคาโด

ผลไม้เพิ่มน้ำนม

สุดท้าย อะโวคาโด เป็น ผลไม้เพิ่มน้ำนม ที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม และยังมีไปด้วยกรดอะมิโน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของโปรตีนจำนวนมากซึ่งจำเป็นต่อแม่ลูกอ่อนและลูกน้อยที่ได้รับน้ำนมจากคุณแม่ด้วย

 

ทั้งนี้คุณแม่หลังคลอดที่ให้นมลูก ควรหลีกเลี่ยงอาหารพวกแอลกอฮอล์  คาเฟอีน หรือกลุ่มอาหารที่ทำให้เกิดการแพ้ ทดสอบโดยการสังเกตว่าลูกแสดงอาการหรือไม่ และอาหารรสหวาน ส่งผลให้น้ำนม มีรสหวาน อาจทำให้ลูกติดหวานได้ สุดท้ายควรดื่มมากๆ โดยเฉพาะน้ำอุ่น เพราะการดื่มน้ำเย็นทำให้ร่างกายคุณแม่เย็น เลือดไหล เวียนไม่ดี มีผลต่อการผลิตน้ำนมค่ะ


ขอบคุณข้อมูลจาก : www.thairath.co.thmgronline.comwomen.trueid.netwww.tpluscare.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิกที่ภาพได้เลย 

10 วิธี รักษาแผลผ่าคลอด ไม่ให้เป็นคีลอยด์

อยากผอมต้องสูตรนี้! 7 สูตร น้ำผักผลไม้ปั่น สูตรลดน้ำหนัก สำหรับแม่หลังคลอด

รวม 10 ท่า ออกกำลังกายลดพุง สำหรับคุณแม่หลังคลอด

white dot คืออะไร ความเจ็บปวดที่แม่ให้นมต้องรู้! พร้อมวิธีรักษาแสนง่าย

เปลือกไม้นมนาง ดีจริง! สมุนไพรเพิ่มน้ำนม บำรุงนมแม่ (มีสูตรวิธีทำ)

รู้ยัง! นมแม่แยกชั้น แบบนี้ลูกกินได้

เทคนิค ปั๊มนมเกลี้ยงเต้า เพื่อลูกได้สารอาหารครบ!

ตารางการเลี้ยงลูก

รวม ตารางการเลี้ยงลูก ครบทั้งการกิน-นอน และพัฒนาการเติบโตของร่างกาย

รวม ตารางการเลี้ยงลูก ที่แม่มือใหม่ต้องรู้! สรุปมาให้แล้ว ตารางเลี้ยงเด็ก วัย 0 – 5 ปี ครบทุกเรื่องทั้ง การกิน การนอน และพัฒนาการเติบโตของร่างกาย เซฟเก็บไว้ดูเลย

รวม ตารางการเลี้ยงลูก ครบทุกเรื่อง ตั้งแต่วัย 0 – 5 ปี

การเลี้ยงเด็ก หรือ วิธีดูแลทารกแรกเกิด ถือเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่มือใหม่ควรรู้ เพราะเมื่อลูกน้อยคลอดออกมา จะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมจากภายในครรภ์ออกมาสู่สภาพแวดล้อมภายนอก จึงต้องมีการปรับตัวเป็นอย่างมากเพื่อให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมภายนอก อีกทั้งลูกทารกยังเป็นวัยแห่งการสร้างรากฐานการพัฒนาบุคลิกภาพในอนาคต ดังนั้นคุณแม่จึงต้องดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ

โดยหลักแล้ว การดูแลทารกแรกเกิด มี 2 เรื่องด้วยกัน คือการดูแลทางจิตใจและด้านร่างกาย สำหรับการดูแลทางด้านจิตใจ คือ การเลี้ยงดูลูกด้วยความรักและความอบอุ่น ซึ่งจะเป็นการสร้างพื้นฐานทางด้านจิตใจที่ดีให้กับลูกตั้งแต่ยังเล็ก และจะมีผลต่อเนื่องไปจนลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่

ส่วนการดูแลทางด้านร่างกาย คือเรื่อง การให้ลูกกินอิ่ม นอนหลับสบาย มีการขับถ่ายที่ดี รวมไปถึงพัฒนาการต่างๆ ที่ต้องเจริญเติบโตตามวัยตามเกณฑ์ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณแม่ควรมีข้อมูลเหล่านี้ไว้ใช้ดูพร้อมกับเลี้ยงลูกน้อยให้เติบโตแข็งแรงซึ่งหากใครที่ยังไม่รู้ถึงแนวทางหรือวิธีในการเลี้ยงดูลูกทารกวัยแรกเกิด

ทีมแม่ ABK ได้รวบรวม ตารางการเลี้ยงลูก ซึ่งเป็นการนำข้อมูลการเลี้ยงเด็ก ที่สรุปทำออกมาให้อ่านจบในภาพเดียว เพื่อที่คุณแม่จะสามารถเซฟเก็บไว้ดูได้ง่ายๆ ซึ่งวิธีดูแลเลี้ยงลูกทารกแรกเกิดนี้ มีทั้งการป้อนนม การเก็บรักษานมแม่ การป้อนอาหาร การนอนหลับ การอึ-ฉี่ รวมไปถึงตารางน้ำหนักส่วนสูงของลูกที่ควรเป็นไปตามเกณฑ์ และลำดับการงอกของฟันน้ำนม ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องสำคัญที่คุรพ่อคุณแม่มือใหม่ควรรู้ เพื่อดูเป็นแนวทางในการวางแผนเลี้ยงดูลูกน้อยในวัยขวบปีแรก ให้เติบโตอย่างสมบูรณ์ นอกเหนือไปจากความรักความอบอุ่น และการอบรมสั่งสอนในเรื่องต่างๆ เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรงทั้งร่างกาย สมอง อารมณ์ และจิตใจ สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างปกติสุข

โดย ตารางเลี้ยงลูก ที่ทีมแม่ ABK จะนำมาให้ดูเป็นไฟล์ภาพทั้งหมด 7 เรื่องด้วยกัน ดังนี้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถกดเซฟภาพเก็บไว้ดูได้เลย

 

ตารางการเลี้ยงลูก กับการป้อนนม

เป็นตารางให้นมลูกน้อย ตั้งแต่แรกเกิด – 1 ขวบ ลูกอายุกี่เดือน ควรกินนมกี่ออนซ์ กี่ครั้งต่อวัน

ตารางการเลี้ยงลูก

ตารางระยะเวลาการเก็บรักษานมแม่

สำหรับตารางนี้จะบอกถึงสถานที่เก็บน้ำนมของคุรแม่ อุณหภูมิ และระยะเวลาที่สามารถเก็บนมแม่ได้นานที่สุดคือเท่าไหร่ เพื่อที่คุณแม่จะได้ วางแผนการทำสต็อกน้ำนมให้ลูกได้ถูก

ตารางการเลี้ยงลูก

ตารางอึ-ฉี่ ของลูก

ข้อมูลเรื่องการขับถ่ายของลูกแรกเกิด – 1 เดือน ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่คุณแม่ควรรู้ โดยลูกอายุเท่านี้ ใน 1 วันต้องปัสสาวะ หรือ อุจจาระ วันละกี่ครั้ง และลักษณะหรือสีควรเป็นแบบไหน นั่นก็เพื่อเช็กสุขภาพร่างกายของลูกน้อยในวัยแรกเกิดที่จะต้องปรับตัวเองหลังคลอดออกมา ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ระบบภายในหลังกินนมไปมีอะไรผิดปกติหรือไม่ ซึ่งถ้าลูกทารกขับถ่ายผิดปกติ หรือมีสีอึอึ๊แปลกๆ คุณแม่ต้องสังเกตให้ดีแล้วรีบไปปรึกษาคุณหมอ

ตารางการเลี้ยงลูก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ตารางเลี้ยงเด็ก เกี่ยวกับเรื่องเวลา ตารางการนอนทารก

เพราะพัฒนาการของลูกจะดีหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการนอนหลับด้วย ซึ่งคุณแม่ต้องรู้ว่าลูกอายุเท่าไหร่ ควรนอนวันละกี่ชั่วโมงแล้วตอนกลางวันควรนอนกี่ชั่วโมง ตอนกลางคืนควรนอนกี่ชั่วโมงถึงจะดี

ซึ่งหากลูกน้อยนอนหลับเพียงพอ ก็จะมีผลต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการต่าง ๆ ทั้งทางร่างกายและสมอง เพราะการนอนหลับจะช่วยเชื่อมต่อสิ่งต่าง ๆ ในสมองของลูก สมองของลูกจะค่อย ๆ พัฒนาและแข็งแรงขึ้นตลอดการนอน

ตารางการเลี้ยงลูก

 

ตารางอาหารสำหรับทารก

สำหรับตารางอาหาร โภชนาการของลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิด – 1 ขวบ ลูกควรกินอะไร เริ่มกินข้าวได้ตอนไหน และข้าว หรือ เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ จะต้องมีปริมาณเท่าไหร่ ต้องป้อนอะไรในแต่ละวัย คุณแม่คววรรู้เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการให้รู้กินอาหารเพื่อการเจริญเติบโตของร่างกาย นอกเหนือจากนมแม่ที่ควรได้รับให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้เช่นกัน

ตารางการเลี้ยงลูก

 

 

ตารางการเลี้ยงลูก  เกี่ยวกับ พัฒนาการทางร่างกายของลูกน้อย
แบ่งเป็น
2 เรื่อง ที่แม่ควรรู้

ตารางน้ำหนักส่วนสูง

โดยอันดับแรกเป็น ตารางเทียบน้ำหนักส่วนสูงของลูกตามเกณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นลูกสาว หรือ ลูกชาย เมื่ออายุเท่านี้ ลูกควรมีน้ำหนักและส่วนสูงเท่าไหร่ ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ได้รู้ถึงเกณฑ์มาตรฐานการเจริญเติบโตของลูกในแต่ละวัย เพื่อนำไปประเมินได้ว่าลูกของเรานั้นอ้วนหรือผอมเกินไปหรือไม่ พร้อมนำไปสู่กระบวนการเลี้ยงดูเพื่อให้ลูกมีอายุพร้อมเกณฑ์ส่วนสูงตามตารางมาตรฐาน ทั้งนี้ขอแนะนำว่า ตารางการเลี้ยงลูก ในเรื่อง น้ำหนักส่วนสูงนี้คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรเอาผลของลูกไปเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น ๆ นะคะ เพราะนอกจากการเลี้ยงดูที่ดี พัฒนาการด้านการเจริญเติบโตของร่างกายนี้ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วย

ตารางการเลี้ยงลูก

 

อันดับที่สอง คือ ตารางลำดับการงอกและหลุดของฟันน้ำนม

ซึ่งเป็นภาพสุดท้ายเป็นเกี่ยวกับตาราง ลำดับการขึ้นของฟันน้ำนม ฟันซี่แรกของลูก จะขึ้นตรงไหน หรืออายุเท่าไหร่ที่ฟันน้ำนมจะเริ่มหลุด เพื่อให้ฟันแท้งอกขึ้นมาแทน เพื่อที่คุณแม่จะได้เตรียมรับมือดูแลฟันลูกอย่างถูกวิธีตั้งแต่ซี่แรก ป้องกันไม่ให้แบคทีเรียกัดกร่อนเคลือบฟันจนทำให้ลูกฟันผุไปก่อนวัยอันควรนั่นเอง

ตารางการเลี้ยงลูก

อย่างไรก็ตาม ตารางเลี้ยงลูก ก็ถือเป็นคู่มือสำคัญที่รู้ เพราะพัฒนาการของลูกน้อยมีการเปี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรปล่อยให้ช่วงเวลาอันมีค่านี้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ควรเรียนรู้และปรับตัวไปพร้อมๆ กันกับลูกน้อย และถึงแม้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจจะยังไม่ค่อยมั่นใจในการเลี้ยงดูลูก แต่ด้วยความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจ และความมั่นใจ ที่สำคัญคือสัญชาตญาณของความเป็นพ่อและแม่นั่นเอง ที่จะช่วยคลายกังวล และสามารถเลี้ยงดูเอาใจใส่ลูกน้อยให้อยู่รอดปลอดภัย เติบโตอย่างมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจได้นะคะ ทีมแม่ ABK ขอเป็นกำลังใจให้

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิกที่ภาพได้เลย 

วิธีทำความสะอาดลูกน้อย ตั้งแต่หัวจรดเท้า (มีคลิป)

“8 ลักษณะนิสัยทารก” ลูกเป็นเด็กแบบไหน? ต้องเลี้ยงให้ถูกทาง!

พ่อแม่ต้องรู้!! 3 สิ่งควรทำเมื่อ เลี้ยงลูกขวบปีแรก

5 แนวทาง การเลี้ยงลูกแบบพ่อแม่ชาวเยอรมัน

10 เคล็ดลับ เลี้ยงลูกให้ฉลาดรอบรู้ เก่ง ดี มีสุข ฉลาดทันคน เอาตัวรอดได้

เคล็ดลับ เลี้ยงลูกให้เก่ง ด้วยวิธีการที่ถูกต้อง เริ่ม 1 – 7 ขวบ