AP เดินหน้าเข้มแข็ง โชว์แบ็คล็อกกว่า 56,100 ล้าน พร้อมรุก 5 หัวเมืองใหญ่ด้วยแบรนด์ ‘อภิทาวน์’

  • ยกสินค้าแนวราบซูเปอร์สตาร์ของปี ครึ่งปีหลังเตรียมเปิด 26 โครงการใหม่ มูลค่า 26,000 ล้านบาท 
  • ส่งแบรนด์ใหม่ ‘อภิทาวน์’ ลุยตลาดต่างจังหวัด ชูจุดเด่นเรื่องการออกแบบพื้นที่ใช้สอยและนวัตกรรมความปลอดภัย นำร่อง 5 จังหวัด นครศรีธรรมราช ระยอง ขอนแก่น อยุธยา และเชียงราย เริ่ม 1.5-9 ล้านบาท
  • ครึ่งปีแรกกวาดยอดขาย 15,085 ล้านบาท หลังเซนติเมนต์ลูกค้าเป็นบวก ดีมานด์คอนโดยังไม่หาย ด้วยความคุ้มค่าของสินทรัพย์ที่มากกว่าการลงทุนรูปแบบอื่น

เอพี ไทยแลนด์ เดินหน้าไปต่อ หลังตลาดเริ่มฟื้นเซนติเมนต์เป็นบวก เชื่อดีมานด์ คอนโดฯ ยังไม่หาย ด้วยความคุ้มค่าของสินทรัพย์ที่มากกว่าการลงทุนรูปแบบอื่น ยกให้สินค้าแนวราบเป็นซูเปอร์สตาร์ของปี เตรียมพร้อมมูฟออนตามโรดแมพ MASTERPLAN FOR TOMORROW ขยายขอบเขตในการสร้างพิมพ์เขียวแห่งการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ด้วยการเปิด 26 โครงการใหม่ มูลค่า 26,000 ล้านบาท พร้อมปั้น ‘อภิทาวน์’ แบรนด์ใหม่บุกตลาดต่างจังหวัด นำร่อง 5 จังหวัด พร้อมเตรียมโอนฯ 2 คอนโดใหม่ LIFE อโศก-พระราม 9 และ ASPIRE อโศก-รัชดา เติบโตอย่างมั่นคงด้วยแบ็คล็อกในมือมากกว่า 56,149 ล้านบาท รับรู้รายได้จนถึงปี 2566

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บมจ. เอพี ไทยแลนด์ กล่าวว่า “วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เปรียบเหมือนเป็นซูเปอร์โนวาที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก สร้างผลกระทบที่ใหญ่และรุนแรงกว่าวิกฤตครั้งไหนในอดีต ซึ่งตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาบริษัทฯ ดำเนินงานด้วยความระมัดระวังควบคู่ไปกับการปรับแผนงานให้สอดรับกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา โดยมี EMPOWER LIVING เป็นจุดมุ่งหมายสำคัญขององค์กร ส่งผลให้ในครึ่งปีแรกบริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายรวมได้ทั้งสิ้น 15,085 ล้านบาท จากการเปิดตัวโครงการแนวราบใหม่ 14 โครงการ มูลค่า 15,500 ล้านบาท และจากโครงการอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการขายอีกกว่า 100 โครงการ มูลค่าคงเหลือขาย 70,000 ล้านบาท พร้อมประสบความสำเร็จในการโอนกรรมสิทธิ์ LIFE ลาดพร้าว คอนโดมิเนียมร่วมทุนที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มทยอยส่งมอบเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เชื่อว่าดีมานด์คอนโดยังไม่หาย ด้วยความคุ้มค่าของสินทรัพย์ที่มากกว่าการลงทุนรูปแบบอื่น

ทั้งนี้ ในครึ่งปีหลังของปี 2563 บริษัทฯ ยังคงดำเนินงานตามโรดแมพ MASTERPLAN FOR TOMORROW  ที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี ด้วยการเดินหน้าขยายขอบเขตในการสร้างพิมพ์เขียวแห่งการอยู่อาศัยคุณภาพให้ครอบคลุมความต้องการของคนไทยที่มากขึ้น ผ่านแผนการเปิดตัวโครงการแนวราบใน 5 จังหวัด ด้วยแบรนด์ ‘อภิทาวน์’ มูลค่ารวม 4,700 ล้านบาท ได้แก่ นครศรีธรรมราช ระยอง อยุธยา ขอนแก่น และเชียงราย ในรูปแบบโครงการแบบมิกซ์ โปรดักส์ (Mix Products) ตอบโจทย์ความต้องการที่อยู่อาศัยทั้งในแบบบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ราคาเริ่มต้น 1.5 – 9 ล้านบาท พร้อมแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในกรุงเทพฯ อีกจำนวน 21 โครงการ โดยเป็นบ้านเดี่ยว 8 โครงการ มูลค่า 7,970 ล้านบาท และทาวน์โฮม 13 โครงการ มูลค่า 13,330 ล้านบาท รวมครึ่งปีหลังบริษัทฯ เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่รวมทั้งสิ้น 26 โครงการ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท

“อภิทาวน์ จะเป็นชื่อแบรนด์สินค้าในกลุ่มต่างจังหวัดที่เพิ่มเข้ามาในพอร์ตเอพี ซึ่งสื่อถึงความตั้งใจของเอพีที่จะสร้างและส่งมอบมาสเตอร์แพลนแห่งการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพให้กับคนไทยทุกคน ด้วยการผสาน 2 จุดแข็งหลัก ได้แก่ 1. การเป็นผู้นำในเรื่องของสเปซดีไซน์ (Leading in SPACE Design) โดยรูปแบบบ้านในแต่ละโครงการจะได้รับการออกแบบเพื่อให้สอดรับกับความต้องการและพฤติกรรมของคนในแต่ละจังหวัดตามคอนเซ็ปต์ Dynamic Personalized Model และ 2. Tech-Life Management การนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ในการอยู่อาศัย ด้วยการติดตั้งนวัตกรรมคัดสรรภายในโครงการ ซึ่งเป็นนวัตกรรมการบริหารจัดการความปลอดภัยภายในหมู่บ้านตลอด 24 ชั่วโมง ทำหน้าที่คัดสรร ดูแลความปลอดภัยในทุกมิติของการอยู่อาศัยภายในหมู่บ้านจัดสรร ผ่านระบบแพลตฟอร์มอัจฉริยะ โดยพร้อมเปิดตัวโครงการแรกที่ อภิทาวน์ นครศรีธรรมราช พรีเซลในช่วงวันที่ 26-27 กันยายน และโครงการอื่นๆ ในช่วงเดือนตุลาคม” นายวิทการ กล่าวเสริม

สำหรับสินค้าคอนโดมิเนียมในครึ่งปีหลังนี้บริษัทฯ มีคอนโดมิเนียมใหม่ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จอยู่ในแผน การส่งมอบอีกจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ LIFE อโศก-พระราม 9 มูลค่าโครงการ 9,800 ล้านบาท สถานะยอดขาย 94% พร้อมส่งมอบเดือนสิงหาคมนี้ และ ASPIRE อโศก-รัชดา มูลค่าโครงการ 2,900 ล้านบาท ยอดขาย 95% พร้อมส่งมอบเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมกันนี้บริษัทฯ ยังมีแบ็คล็อกคอนโดมิเนียมที่รอรับรู้ไปในอีก 3 ปีข้างหน้า (จนถึงปี 2566) มูลค่ามากถึง 42,915 ล้านบาท ด้านโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย บริษัทฯ มีคอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างการขายจำนวน 18 โครงการ มูลค่าคงเหลือขาย 21,000 ล้านบาท จึงมั่นใจว่าจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นถึงแม้จะส่งผลให้ผู้ซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อลงทุนระยะสั้นชะลอการตัดสินใจลงทุน แต่ลูกค้ากลุ่มที่ซื้อเพื่อลงทุนระยะยาวก็ยังคงเห็นถึงความคุ้มค่าของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ มากกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่น และถึงแม้บริษัทฯ จะขยับแผนการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ออกไป แต่ทีมงานทุกคนยังคงทำงานตามแผนเดิม เพื่อให้โครงการพร้อมเปิดตัวทันทีหากสถานการณ์ในไตรมาส 4 มีทิศทางที่ดีขึ้นหรือมีแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ

“ผลกระทบครั้งนี้ไม่เหมือนในอดีต เรายังคงอยู่กับสภาวะความผันผวนเช่นนี้ต่อไป แน่นอนว่าทุกอย่างย่อมไม่เหมือนเดิม Challenge ที่น่าสนใจคือ วันนี้คำว่า New Normal ที่เราพูดถึงกันนั้น ยังเกิดขึ้นอย่างไม่สมบูรณ์แบบ  วิกฤตยังเดินไปไม่ถึงตอนจบ ยังไม่รู้ว่าอีก 6 เดือนข้างหน้าจะมีเซอร์ไพรส์อะไรอีก ดังนั้น เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าไปต่อท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ นอกจากความพร้อมของคนในองค์กร การบริหารกระแสเงินสดแล้ว แผนธุรกิจที่ยืดหยุ่นคือหนทางที่จะผ่านวิกฤตในครั้งนี้ ซึ่งที่ผ่านมาโครงการภายใต้แบรนด์ AP มีพื้นฐานที่แข็งแรงอยู่แล้ว สะท้อนได้จากกราฟการเข้าเยี่ยมชมโครงการและยอดขายที่มีสัญญาณเป็นบวก โครงการแนวราบก็มีสัดส่วนการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนยอดการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ LIFE ลาดพร้าวที่เริ่มทยอยโอนในเดือนมีนาคม จึงเชื่อว่าภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีหลังจะมีการปรับตัวที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และเข้าสู่ภาวะสมดุลในเร็ววัน” นายวิทการ กล่าวเสริม

สรุปแผนการดำเนินงานธุรกิจอสังหาฯ ในปี 2563 ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 ทั้งปี 2563 บริษัทฯ เปิดตัวโครงการใหม่มูลค่ารวม 41,500 ล้านบาท จำนวน 40 โครงการ โดยแบ่งเป็นสินค้าบ้านเดี่ยวจำนวน 18 โครงการ มูลค่ารวม 20,470 ล้านบาท ทาวน์โฮม 17 โครงการ มูลค่า 16,330 ล้านบาท และโครงการในต่างจังหวัด 5 โครงการ มูลค่า 4,700 ล้านบาท และมีสินค้าคอนโดมิเนียมอยู่ระหว่างการขายจำนวน 18 โครงการ มูลค่าคงเหลือขาย 21,000 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายที่ 33,500 ล้านบาท  ตั้งเป้ารายได้รวม 100% โครงการร่วมทุน 40,550 ล้านบาท เปิดตัวไปแล้วในครึ่งปีแรกจำนวน 14 โครงการ มูลค่าประมาณ 15,500 ล้านบาท สร้างยอดขายครึ่งปีแรกเท่ากับ 15,085 ล้านบาท

ในปีนี้บริษัทฯ มีโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จเตรียมส่งมอบจำนวน 4 โครงการ เริ่มส่งมอบไปแล้วในครึ่งปีแรก ได้แก่ LIFE ลาดพร้าว มูลค่า 8,000 ล้านบาท และ ASPIRE สุขุมวิท-อ่อนนุช มูลค่า 1,600 ล้านบาท และเตรียมส่งมอบในครึ่งปีหลังอีก 2 โครงการ ได้แก่ LIFE อโศก-พระราม 9 มูลค่า 9,800 ล้านบาท และ ASPIRE อโศก-รัชดา มูลค่า 2,900 ล้านบาท

ณ วันที่ 31 มิถุนายน 2563 บริษัทฯ มีสินค้ารอรับรู้รายได้รวมโครงการร่วมทุน (Backlog) มูลค่ามากถึง 56,149 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบมูลค่าราว 13,234 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ทั้งหมดภายในปีนี้ และคอนโดมิเนียม มูลค่า 42,915 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปีนี้ประมาณ 15,602 ล้านบาท และที่เหลือจะทยอยรับรู้ไปจนถึงปี 2566

Tags

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์

ไอเดีย ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์ 200 ชื่อมงคลวันศุกร์ เสริมโชคลาภบารมีให้พ่อแม่

รวมชื่อดี 200 ชื่อ สำหรับ ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์ โดยเฉพาะ หากจะตั้งชื่อลูกตามวันเกิด ชื่อมงคลวันศุกร์ จะมีชื่ออะไรบ้างที่ตั้งแล้วเป็นมงคลกับชีวิตลูกและช่วยเสริมโชคลาภบารมีให้พ่อแม่ ตามมาดูกันเลย

ไอเดีย ชื่อมงคลวันศุกร์ 200 สำหรับ ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์

สำหรับชื่อคนเกิดวันศุกร์ เป็นหนึ่งในวันที่คุณพ่อคุณแม่หาข้อมูลกันเยอะมาก ซึ่งการตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์ ตามหลักทักษาปกรณ์ ซึ่งเป็นหลักการที่คนไทยทั่วไปนิยมยึดถือปฏิบัติกันมากที่สุด โดยการตั้งชื่อคนเกิดวันศุกร์ ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์ จะนิยมใช้อักขระ วรรคเดช ได้แก่ ตัวอักษร ก ข ค ฆ ง ส่วนการตั้งชื่อลูกสาวที่เกิดวันศุกร์ นิยมใช้ วรรคศรี ได้แก่ ตัว จ ฉ ช ซ ฌ ญ นำหน้าหรือตามหลัง หรือใช้อักขระวรรคอื่น ๆ นำหน้าชื่อก็ได้ แต่สำหรับคนเกิดวันศุกร์ ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์ ห้ามใช้อักษรที่เป็นกาลกิณีโดยเด็ดขาด คือ ย ร ล ว นั่นเอง

ทั้งนี้หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาไอเดียตั้งชื่อให้ลูกชาย ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์ ที่เป็นชื่อจริง ความหมายดี เป็นมงคล ทีมแม่ ABK ได้คัดชื่อดี สำหรับ ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์ มาแนะนำ จะมีชื่อเพราะๆ อะไรบ้างตามมาดูกันเลย

ชื่อเท่ๆ

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์ ชื่อจริง ชื่อคนเกิดวันศุกร์ ก – ช

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์ คำอ่าน ความหมาย
กฤชณัท กริด – ชะ – นัด มีความรู้เฉียบคม
กชเมธ กด – ชะ – เมด ความรู้ประเสริฐ
กฤติน กริด – ติน ผู้คงแก่เรียน
กันต์พัทธ์ กัน – พัด เป็นที่รักที่ผูกพัน
กันตพิชญ์ กัน – ตะ – พิด ปราชญ์ผู้เป็นที่รัก
กันติทัต กัน – ติ – ทัด ผู้ให้ความรัก, ผู้ให้ความพอใจ
กาญจน์ธนัศ กาน – ทะ – นัด เป็นเจ้าแห่งทรัพย์และมีค่าดั่งทองคำ
กิตติ์ธนัญนภ กิด – ทะ – นัน – นบ มีเกียรติร่ำรวยดั่งฟ้ากว้าง
กิตติ์ธนา กิด – ทะ – นา มีทรัพย์และชื่อเสียง
กิตติพิชญ์ กิด – ติ – พิด นักปราชญ์ผู้มีชื่อเสียง
กิตติพิเชษฐ์ กิด – ติ – พิ – เชด มีชื่อเสียงประเสริฐสุด
กิตติภู กิด – ติ – พู มีชื่อเสียงในแผ่นดิน
กฤตัชญ์ กริ – ตัด ผู้รู้คุณคนอื่น มีความกตัญญู
กฤติธี กริด – ติ – ที นักปราชญ์
กฤษฎิ์ กริด ฉลาด
กฤตัชญ์ กริ – ตัด ผู้รู้คุณคนอื่น มีความกตัญญู
กฤติธี กริด – ติ – ที นักปราชญ์
กฤษฎิ์ กริด ฉลาด
กัญจน์ กัน ทอง
กิตติพศ กิด – ติ – พด มีชื่อเสียงและอำนาจ
กิตติภพ กิด – ติ – พบ ความมีเกียรติ
ขมนัต ขะ – มะ – นัด มีความอดทน
ขันธ์ธิปก ขัน – ทิ – ปก ผู้เป็นใหญ่เหนือกรมกอง
คณนาถ คะ – นะ – นาด ผู้เป็นที่พึ่งของคนทั้งหลาย
คเณศ คะ – เนด เป็นใหญ่ในหมู่,โอรสพระศิวะและพระนางปารวตี
คมชาญ คม – ชาน ฉลาดเฉียบแหลม
คุณานนต์ คุ – นา – นน มีคุณธรรมดีมากมาย
คณิน คะ – นิน เป็นใหญ่ในคณะ เป็นใหญ่กว่าคนทั้งหลาย
คณุตม์ คะ – นุด ประเสริฐกว่าคนทั้งหลาย
คุณัชญ์ คุ – นัด ผู้รู้คุณธรรม ผู้รู้ความดี
จิณณ์ จิน ประพฤติดีแล้ว
เจตนิพิฐ เจด – นิ – พิด มีความคิดมั่นคง
เจตนิพิฐ เจด – นิ – พิด มีความคิดมั่นคง
ฉันทพัฒน์ ฉัน – ทะ – พัด เจริญด้วยฉันทะ เจริญด้วยความพอใจ
ฉันทัช ฉัน – ทัด ผู้เกิดมาด้วยความพอใจ
ชญานนท์ ชะ – ยา – นน ยินดีในความรู้
ชญานิน ชะ – ยา – นิน นักปราชญ์
ชนกันต์ ชะ – นะ – กัน เป็นที่รักของคนทั้งหลาย
ชนาธิป ชะ – นา – ทิบ ผู้เป็นใหญ่กว่าคนทั้งหลาย
ชนุตม์ ชะ – นุด คนที่สูงสุด

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์ ชื่อจริง ชื่อคนเกิดวันศุกร์ ฐ – ท

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์ คำอ่าน ความหมาย
ฐิติชาญ ถิ – ติ – ชาน เชี่ยวชาญและตั้งมั่น
ฐิติสุทธิ์ ถิ – ติ – สุด ผู้ตั้งมั่นอยู่ในความบริสุทธิ์
ญาณพัตน์ ยา – นะ – พัด เจริญด้วยความรู้
ญาณาธิป ยา – นา – ทิบ เป็นใหญ่ด้วยความรู้
ญาณพัฒน์ ยา – นะ – พัด เจริญด้วยความรู้
ญาณัช ยา – นัด เกิดมาเพื่อความรู้
ญาณัท ยา – นัด ผู้ให้ความรู้
ณัช นัด เกิดมาเพื่อความรู้ ผู้ให้เกิดความรู้
ณัฎฐ์ นัด ผู้ตั้งอยู่ในความรู้ นักปราชญ์
ณัฐชนน นัด – ชะ – นน เกิดมาเป็นนักปราชญ์
ณัฐธัญ นัด – ทัน ปราชญ์ผู้โชคดี
ณัฐนันท์ นัด – ถะ – นัน เป็นที่ชื่นชมยินดีของนักปราชญ์
ณัฐสม นัด – ถะ – สม เสมอด้วยนักปราชญ์ สมกับนักปราชญ์
ณัฐสุต นัด – ถะ – สุด ลูกนักปราชญ์
ณัท นัด ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์ ณัท แปลว่า ให้ซึ่งความรู้
ณกานต์พิทักษ์ นะ – กาน – พิ – ทัก ที่ซึ่งเป็นที่รักและความรักษาไว้
ณัฏฐ์ นัด นักปราชญ์
ณัฐกิตติ์ นัด – ถะ – กิด ผู้รุ่งเรืองเพราะความรู้
ณัฐภัค นัด – ถะ – พัก ปราชญ์ผู้มีโชค
ณัฐภาส นัด – ถะ – พาด ความรุ่งเรืองของนักปราชญ์
ณัฐสิทธิ์ นัด – ถะ – สิด ความสำเร็จของนักปราชญ์
เดชทัต เด – ชะ – ทัด ผู้ให้เดชหรือมีเดชมาก
ติณณ์ ติน ผู้ข้ามพ้นความทุกข์แล้ว
เตชสิทธิ์ เต – ชะ – สิด สำเร็จด้วยเดช
เตชทัต เต – ชะ – ทัด ให้เดช,มีเดชมาก
เตชิต เต – ชิด คมกล้า หรือฉลาดเฉียบแหลม
เตชินท์ เต – ชิน เป็นใหญ่ด้วยเดช มีเดชยิ่งใหญ่
เตโชดม เต – โช – ดม มีเดชสูงสุด
เทพฤทธา เทบ – ริด – ทา มีฤทธ์ดั่งเทพ
ทัดธน ทัด – ทน ผู้ให้ทรัพย์ ผู้มีทรัพย์ที่คนอื่นให้
ทัพพ์ ทับ ทรัพย์สมบัติ
ทักษ์ ทัก ขยัน ฉลาด มีทักษะ
เทพทัต เทพ – พะ – ทัด ผู้ที่เทวดาประทานมา
ทิษณุ ทิด – สะ – นุ การให้,การบริจาค
ทีปต์ ทีบ รุ่งเรือง

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์ ชื่อจริง ชื่อคนเกิดวันศุกร์ ธ – บ

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์ คำอ่าน ความหมาย
ธนโชติ ทะ – นะ – โชด รุ่งเรืองด้วยทรัพย์
ธนัญสิชณ์ ทะ – นัน – สิด ความสำเร็จในการสร้างทรัพย์
ธมเชษฐ์ ทม – เชด ผู้เป็นใหญ่
ธมธเนศ ทม – มะ – เนด ยิ่งใหญ่และเป็นเจ้าแห่งทรัพย์
ธมนณัฐ ทะ – มน – นัด นักปราชญ์ผู้มีจิตใจดีงาม
ธัญพิสิฏฐา ทัน – พิ – สิด – ถา โชคดีและเจริญเป็นเยี่ยม
ธามนิธิศ ทาม – นิ – ทิด ขุมทรัพย์แห่งยศศักดิ์
ธามเมธี ทาม – เม – ที ปราชญ์ผู้มียศศักดิ์
ธัญกฤษฏิ์ ทัน – ยะ – กิด ฉลาดเป็นเสิศ
ธนกฤติ ทะ – นะ – กริด สร้างทรัพย์ ทำเงิน
ธนชิต ทะ – นะ – ชิด ชนะด้วยทรัพย์
ธนทัต ทะ – นะ – ทัด มีทรัพย์
ธนพนธ์ ทะ – นะ – พน รวบรวมทรัพย์สิน
ธนภูมิ ทะ – นะ – พูม พื้นที่แห่งทรัพย์
ธนะดี ทะ – นะ – ดี ทรัพย์ดี
ธนัช ทะ – นัด เกิดจากทรัพย์ คนร่ำรวย
ธนัตถ์ ทะ – นัด มีความสำเร็จด้วยทรัพย์ มีกำไรคือทรัพย์
ธนัท ทะ – นัด ผู้ให้ทรัพย์ ผู้ร่ำรวย
ธนิก ทะ – นิก มีทรัพย์ หรือผู้ร่ำรวย
ธนิน ทะ – นิน มีทรัพย์
ธิติ ทิ – ติ ความเพียร ความรู้ ความอดทน
ธิปก ทิ – ปก ผู้เป็นใหญ่ ผู้เป็นหัวหน้า
ธิษณ์ ทิด ฉลาด
ธีทัต ที – ทัด ให้ปัญญา
ธีภพ ที – พบ มีปัญญา
ธีมา ที – มา ผู้มีปัญญา
นนทพัทธ์ นน – ทะ – พัด ผูกพันด้วยความสุข
นันท์ทัต นัน – ทัด ให้ความบันเทิง ให้ความสุข
นันทิช นัน – ทิด ผู้เกิดมาเพื่อความสุข เกิดมาเพื่อความเพลิดเพลิน
นันทิพัฒน์ นัน – ทิ – พัด เจริญด้วยความสุข
นันทิศ นัน – ทิด เจ้าแห่งความสุข
นิชฌาน นิด – ชาน การเพ่งพินิจ ปัญญา
นิทธันต์ นิด – ทัน ผู้ขจัดมลทิน ขจัดความชั่ว
นิธิศ นิ – ทิด เจ้าแห่งขุมทรัพย์
นิปุณ นิ – ปุน มีฝีมือ ฉลาด ละเอียด
นิพพิชฌน์ นิบ – พิด ปัญญา เข้าใจทะลุปรุโปร่ง ตรัสรู้
บัญญพนต์ บัน – ยะ – พน ผู้มีปัญญา
บัณฑัต บัน – นะ – ทัด ผู้ให้ทรัพย์สิน
บัณฑิต บัน – ดิด ผู้ทรงความรู้
บุญสิทธิ์ บุน – ยะ – สิด มีความดีและอำนาจ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์ ชื่อจริง ชื่อคนเกิดวันศุกร์ ป – ภ

ตั้งชื่อลูกเกิดวันศุกร์ คำอ่าน ความหมาย
ปสุต ปะ – สุด ผู้ขยันขันแข็ง
ปองคุณ ปอง – คุน มุ่งหวังสิ่งที่ดีงาม
ปฏิพน ปะ – ติ – พน ผู้มีความสามารถ
ปธานิน ปะ – ทา – นิน ผู้มีความเพียรอันยิ่งใหญ่
ปัญญ์คคนานต์ ปัน – คะ – คะ – นาน ปัญญาดั่งท้องฟ้า
ปัญญพนต์ ปัน – ยะ – พน ผู้มีปัญญา
ปัณณทัต ปัน – นะ – ทัด ให้ความรู้
ปาณัท ปา – นัด ให้ชีวิต, มีจิตเมตตา
ปุญญพัตน์ ปุน – ยะ – พัด เจริญด้วยบุญ
ปุณณัตถ์ ปุน – นัด ผู้สมปรารถนา, สมประสงค์
ปุณมนัส ปุน – มะ – นัด มีใจสะอาด
เปมทัต เป – มะ – ทัด ผู้ให้ความรัก
พงศ์เทพ พง – เทบ ผู้มีสกุลสูง, พวกเทวดา
พศุตม์ พะ – สุด มีอำนาจสูงสุด
พสิษฐ์ พะ – สิด ดีที่สุด, ร่ำรวยที่สุด
พิเชฐชญณ์ พิ – เชด – ชน ความรู้ประเสริฐสุด
พิเชฐธนัท พิ – เชด – ทะ – นัด ร่ำรวยอย่างประเสริฐสุด
พิภู พิ – พู ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์ พิภู แปลว่า มีอำนาจ
พิสิษฐ์ พิ – สิด ดีเลิศ, มั่งมีดีเลิศ
พุทธนิพิชญ์ พุด – ทะ – นิ – พิด มีปัญญาดั่งผู้ตรัสรู้
พิจักษณ์ พิ – จัก มีปัญญาเห็นประจักษ์ ผู้ฉลาดยิ่ง
พิชญ์ พิด นักปราชญ์
พิชญะ พิด – ชะ – ยะ นักปราชญ์
พิชญุตม์ พิด – ชะ – ยุด ฉลาดและยิ่งใหญ่
พิชเญศ พิด – ชะ – เยด จอมปราชญ์
พิพิธธน พิ – พิด – ทน มีทรัพย์มากมาย มีทรัพย์ต่าง ๆ
พิมุกต์ พิ – มุก ผู้หลุดพ้น
พุฒิเมธ พุด – ทิ – เมด เจริญด้วยปัญญา
ภาม พาม ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์ ภาม แปลว่า เดช
ภาณุเมศธนัน พา – นุ – เมด – ทะ – นัน ร่ำรวยยิ่งใหญ่ดุจพระอาทิตย์
ภีมพศ พี – มะ – พด มีอำนาจน่าเกรงขาม
ภูชิต พู – ชิด ผู้ชนะแผ่นดิน
ภูดิศ พู – ดิด เจ้าแห่งความเจริญ
ภูสิทธ์ พู – สิด ผู้สำเร็จแผ่นดิน
โภคิน โพ – คิน ผู้มีทรัพย์สมบัติ

ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์ ชื่อจริง ชื่อคนเกิดวันศุกร์ ม – อ

ตั้งชื่อลูกเกิดวันศุกร์ คำอ่าน ความหมาย
เมธาสิทธิ เม – ทา – สิด สำเร็จด้วยปัญญา
โมกข์ โมก ผู้เป็นหัวหน้า ความหลุดพ้น
มหัทธนะกิตติ์ มะ – หัด – ทะ – นะ – กิด มีชื่อเสียงและร่ำรวยยิ่ง
เมธัส เม – ทัด ผู้มีปัญญา, นักปราชญ์
ศดิศ สะ – ดิด เป็นใหญ่กว่าคนทั้งหลาย
ศตคุณ สะ – ตะ – คุณ ผู้มีความดีตั้งร้อย, ผู้มีความรู้ดีมาก
ศักดิธัช สัก – ดิ – ทัด มีความเข้มแข็งเป็นเลิศ
ศักดินนท์ สัก – ดิ – นน ยินดีในอำนาจ
ศุภ์กฤศธเนส สุ – กริด – ทะ – เนด มีการกระทำที่ดีและร่ำรวย
ศุภเสกข์ สุ – พะ – เสก นักศึกษาผู้ดีงาม
โศธิน โส – ทิน มีความผ่องแผ้ว
ศุภกฤต สุ – พะ – กริด สร้างสิริมงคล สร้างความสุข
ศุภณัฐ สุ – พะ – นัด นักปราชญ์ผู้ดีงาม
ศุภสัณห์ สุ – พะ – สัน ผู้ดีงามและละเอียดสุขุม
ศุภสิน สุ – พะ – สิน สินทรัพย์ที่ดีงาม
สมัชญ์ สะ – มัด มีเกียรติยศ มีชื่อเสียง
สมัตถ์ สะ – มัด ผู้สามารถ องอาจ
สัณห์พิชญ์ สัน – พิด นักปราชญ์ผู้ละเอียดอ่อน
สหัส สะ – หัด ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์ สหัส แปลว่า เข้มแข็ง, มีชัย
สังสิต สัง – สิด อันเขาสรรเสริญแล้ว, ได้รับการสรรเสริญ
สัญชิต สัน – ชิด ผู้ชนะ
สัณหณัฐ สัน – หะ – นัด นักปราชญ์ผู้ละเอียดอ่อน
สัทคุณ สัด – ทะ – คุณ ลักษณะดี
สัทชน สัด – ทะ – ชน คนดี มีคุณธรรม
สาธน สา – ทน นำไปสู่ความสำเร็จ
สาธิก สา – ทิก ผู้ให้สำเร็จประโยชน์ สำเร็จสมประสงค์
สาธิน สา – ทิน ผู้ให้สำเร็จ ผู้ทำอะไรได้รับความสำเร็จ
สาธิษฐ์ สา – ทิด ช่ำชองที่สุด ได้รับความสำเร็จ
สิทธินันท์ สิด – ทิ – นัน ยินดีในความสำเร็จ
สุกนต์ธี สุ – กน – ที มีปัญญาเป็นที่น่าปรารถนายิ่ง
สุกฤษฎิ์ สุ – กริด นักปราชญ์ที่ดี
สุชญาน สุด – ชะ – ยาน ความรู้ดี
สุชัจจ์ สุ – ชัด ผู้มีเชื้อชาติดี, เกิดมาดี
สุตนันท์ สุ – ตะ – นัน ผู้ยินดีในความรุ้ที่ได้เรียนมา
สุทธญาณ สุด – ทะ – ยาน มีความรู้อันบริสุทธิ์
สุทธิฉันท์ สุด – ทิ – ฉัน มีความพอใจ หรือมีความมุ่งหมายบริสุทธิ์
สุทักษ์ สุ – ทัก เชี่ยวชาญ สามารถ ฉลาด เข้มแข็ง
สุธิต สุ – ทิด มีคุณประโยชน์
สุธินันท์ สุ – ทิ – นัน ความยินดีของนักปราชญ์
สุธี สุ – ที คนมีปัญญา, นักปราชญ์
สุนิติ สุ – นิ – ติ มีระเบียบกฏเกณฑ์ที่ดี
สุศันส์ สุ – สัน มีชื่อเสียงดี
สุศาสิต สุ – สา – สิด อยู่ในระเบียบดี
สุศิษฏิ์ สุ – สิด ผู้ช่วยอย่างประเสริฐ
สุสถิต สุ – สะ – ถิด ที่มีสุขภาพดี อยู่ดี
โสนนท์ โส – นน ยินดีในความดี
อธิคม อะ – ทิ – คม ความสำเร็จ
อธิช อะ – ทิด เกิดมายิ่งใหญ่
อเนกศักดิ์ อะ – เหนก – สัก มีความสามารถ
อภิทัต อะ – พิ – ทัด ให้ความยิ่งใหญ่

อย่างไรก็ดีการเลือกชื่อ หรือ ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์ ที่มีความหมายมงคล อาจช่วยส่งเสริมให้ชีวิตของคุณไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ หากคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังหาชื่อมงคลวันศุกร์ ชื่อคนเกิดวันศุกร์ ก็สามารถนำชื่อดังกล่าวไปใช้ในการตัดสินใจได้เลยนะคะ

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจนอกเหนือจากเรื่อง ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันศุกร์ คลิกที่ภาพได้เลย 

โปรแกรมตั้งชื่อลูก ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด ชื่อมงคล ความหมายดี เยอะที่สุด

ตั้งชื่อลูกมงคล 300 ชื่อที่แปลว่าทรัพย์สมบัติ ตั้งแล้วลูกร่ำรวยเงินทอง เรียกโชคให้พ่อแม่

ตั้งชื่อลูกพร้อมความหมาย 200 ชื่อมงคล ความหมายดี ถูกต้องตามหลักโหรศาสตร์

วิธีทำลูกสาว ไม่ใช่เรื่องยาก ต้องลองสูตรนี้!!!

นวดกระตุ้นน้ำนม

นวดกระตุ้นน้ำนม กระตุ้นให้คลอดง่าย ทำได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์!!

อยากคลอดง่าย คลอดแล้วมีน้ำนมให้ลูกทาน มา นวดกระตุ้นน้ำนม นวดเตรียมคลอด กันเถอะ!! นวดได้ง่าย ๆ คุณพ่อก็นวดได้ ช่วยทำให้คลอดง่าย ผ่อนคลาย และเพิ่มความผูกพัน

นวดกระตุ้นน้ำนม กระตุ้นให้คลอดง่าย ทำได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์!!

ทำความรู้จักฮอร์โมน Oxytocin ฮอร์โมนแห่งความรัก

ทำไมแม่ถึงรักลูกตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า? และยิ่งเมื่อลูกดูดน้ำนมจากเต้าแม่ แม่ยิ่งรู้สึกตกหลุมรักลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ความผูกพันอย่างลึกซึ้งระหว่างแม่กับลูก เป็นสิ่งที่ค่อย ๆ ก่อร่างสร้างตัวขึ้นทีละน้อย ตั้งแต่ช่วงหลังคลอดที่แม่ลูกได้พบกัน ลูกเริ่มไซ้หาเต้านม ทำความคุ้นเคยกับแหล่งอาหารใหม่ ที่มีน้ำนมอุ่น เสริมด้วยความรักอันอ่อนโยน แม่ลูกค่อย ๆ ค้นพบตัวตนของกันและกันผ่านผิวสัมผัสบนหน้าอกของแม่นี้ นมแม่ไม่ใช่เป็นเพียงแหล่งอาหารสำหรับลูก แต่นมแม่นำความอบอุ่น ผ่อนคลายมาให้คู่แม่ลูก ผ่านทางขบวนการธรรมชาติ

การที่แม่ลูกคู่หนึ่งถูกดึงดูดเข้าหากัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ร่างกายของเราได้สร้างขบวนการรองรับการผูกสัมพันธ์นี้ผ่านฮอร์โมน 1 ตัว ที่เรียกกันว่า ฮอร์โมน Oxytocin

ฮอร์โมน Oxytocin คืออะไร?

Oxytocin เป็นฮอร์โมนที่ถูกผลิตขึ้นจากต่อมใต้สมอง ซึ่งเป็นส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย โดยฮอร์โมนตัวนี้จะหลั่งออกมาสู่กระแสเลือดของแม่ เพื่อส่งตรงไปสู่มดลูก ในตอนท่แม่เริ่มเจ็บท้องเข้าสู่ระยะคลอด ทำให้มีแรงเบ่ง ทำให้กล้ามเนื้อมดลูกมีการหดตัวบีบเป็นระยะ ๆ เพื่อผลักดันลูกออกสู่โลกภายนอก นอกจากนี้ฮอร์โมนยังช่วยสร้างความผูกพันให้กับแม่และลูก โดยหลังจากคลอดบุตรแล้วฮอร์โมน Oxytocin จะมีผลต่อการให้นมบุตร เพราะมันจะช่วยกระตุ้นการหลั่งของน้ำนมให้เพียงพอต่อลูกน้อยอีกด้วย

หน้าที่ของฮอร์โมน Oxytocin

  1. กระตุ้นการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อเรียบของมดลูกของหญิงมีครรภ์ ในการคลอดบุตร ในระยะใกล้คลอด จะพบว่ามีออกซิโทซิน รีเซฟเตอร์เพิ่มมากขึ้นอย่างมาก ซึ่งจะทำให้มีการหดรัดตัว ของมดลูกถี่ขึ้นในระยะใกล้คลอด และในระยะคลอด ในขณะคลอดถ้ามีการกระตุ้นการถ่ายขยายของ ปากมดลูกจะทำให้มีการหลั่งของออกซิโทซินเพิ่มมากขึ้น
  2. กระตุ้นการหลั่งน้ำนม (milk ejection) ทำให้กล้ามเนื้อของต่อมน้ำนม บีบตัวให้หลั่งน้ำนมออกมา เมื่อน้ำนมถูกสร้างขึ้นจะไปเก็บไว้ในถุงน้ำนม ซึ่งเรียกว่า อะวีโอไล (alveoli) เพื่อเตรียมไว้ให ้ทารก อะวีโอไลจะล้อมรอบด้วยกล้ามเนื้อเรียบที่เรียกว่า เซลล์ไมโออิปิทีเลียม (myoepithelial cell) ซึ่งเป็นเซลล์เป้าหมาย (target cell) ของออกซิโทซิน ออกซิโทซินจะกระตุ้นให้มีการหดรัดตัว ของกล้ามเนื้อเรียบนี้ ทำให้น้ำนมที่สร้างไว้แล้วไหลเข้าไปสู่ท่อน้ำนมเมื่อทารกดูด เมื่อทารกดูดนม จะส่งกระแสประสาทผ่านไขสันหลัง ไปยังเซลล์ประสาท ที่สร้างฮอร์โมน ในไฮโพทาลามัสทำให้มีการสร้างออกซิโทซิน และมาเก็บไว้ที่ต่อมใต้สมองส่วนหลัง และแพร่เข้าไปในกระแสเลือด ไปทำงานโดยกระตุ้นกล้ามเนื้อเรียบที่ต่อมน้ำนม ให้บีบตัวให้น้ำนมที่สร้างไว้แล้วให้ไหลออกมาตามท่อน้ำนมไปที่หัวนมแล้วเข้าปากทารก
  3. ฮอร์โมนออกซิโทซินจะกระตุ้นให้มารดามีพฤติกรรมในการเลี้ยงบุตร บทบาทนี้ทำให้ มนุษย์และสัตว์ดำรงเผ่าพันธุ์สืบต่อมาได้ หลังคลอดจะพบว่ามีออกซิโทซินที่ในสมองและที่ไขสันหลัง เพิ่มมากขึ้น(cerebrospinal fluid ) ซึ่งเชื่อว่าฮอร์โมนนี้เป็นตัวกระตุ้นให้มารดามีความต้องการ ในการเลี้ยงดูทารก นอกจากนี้จะพบว่า ในมารดาที่ให้บุตรดูดนมของตนเอง จะมีความรักใคร่ผูกพัน ทารกมากกว่ามารดาที่ไม่ได้เลี้ยงบุตรด้วยนมตนเอง
ฮอร์โมน Oxytocin
ฮอร์โมน Oxytocin

ฮอร์โมนนี้ นอกจากจะมีความสำคัญต่อมารดาและบุตรแล้ว ฮอร์โมนตัวนี้ยังมีอิทธิพลต่อร่างกายของเราในด้านอื่น ๆ ได้แก่

  • อาจช่วยลดอาการสมาธิสั้น และพฤติกรรมการทำแบบเดิมซ้ำ ๆ ในผู้ป่วยออทิสติก
  • เป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมการย่อยอาหาร ช่วยให้ระบบการดูดซึมสารอาหารดีขึ้น
  • ช่วยให้แผลสมานได้เร็ว
  • ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย
  • ช่วยลดความเครียด ช่วยควบคุมความดันโลหิต และช่วยป้องกันภาวะซึมเศร้า

ทำอย่างไรให้ร่างกายสร้างฮอร์โมน Oxytocin?

เราสามารถกระตุ้นให้ร่างกายหลังฮอร์โมน Oxytocin ได้ง่ายมากเลยค่ะ เพียงแค่นึกถึงคนที่เรารัก คิดถึงประสบการณ์ดี ๆ ที่ผ่านมา การกอด การสัมผัส การเล่น การหัวเราะ การฟังเพลงดี ๆ หรือแม้แต่การให้ การทำบุญทำทาน การเป็นจิตอาสา ก็ช่วยให้ฮอร์โมนตัวนี้หลั่งได้ และการนวด ก็ยังเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ ฮอร์โมน Oxytocin หลั่งได้อีกด้วย

แค่นวดก็ช่วยกระตุ้นน้ำนมได้ นวดกระตุ้นน้ำนม ทำให้คลอดง่าย จริงหรือ?

วิจัยจาก University of Miami ได้แสดงให้เห็นว่าการนวดช่วยเพิ่มการหลั่งของฮอร์โมนระบบประสาท (รวมถึงฮอร์โมน Oxytocin) ได้ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอื่น ๆ ที่สรุปได้ว่าการนวดช่วยลดฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความเครียด และเพิ่มฮอร์โมน Oxytocin ได้อีกด้วย เช่น งานวิจัยจาก Cedars-Sinai Medical Center in Los Angeles ที่ได้ทดลองกับผู้ใหญ่ 53 คน และงานวิจัยจากวารสาร Alternative Therapies in Health and Medicine ได้ทดลองกับผู้ร่วมทดลองจำนวน 95 คน พบว่าผู้ที่ได้รับการนวดเป็นเวลา 15 นาที มีฮอร์โมน Oxytocin ในร่างกายเพิ่มขึ้นเป็นต้น

นวดเตรียมคลอด
นวดเตรียมคลอด

แล้วคนท้องนวดได้หรือไม่? นวดอย่างไรให้ปลอดภัย?

ตอบ คนท้องนวดได้ นวดกระตุ้นน้ำนม ก็ได้เช่นกัน

รศ.นพ.สมชาย ธนวัฒนาเจริญ หน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้กล่าวไว้ว่า การนวดในสตรีตั้งครรภ์ ว่า สตรีตั้งครรภ์ส่วนใหญ่มักจะมีอาการปวดหลัง ปวดขา ปวดน่อง หรือปวดเมื่อยตามตัว เนื่องจากจากกายวิภาคของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไประหว่างที่มีตั้งครรภ์ มดลูกที่มีขนาดใหญ่ขึ้นทำให้ท้องของสตรีตั้งครรภ์โตขึ้น และเพื่อให้ทรงตัวอยู่ได้ สตรีตั้งครรภ์จึงต้องยืนแอ่นหลังเอาไว้ จึงทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณหลัง นอกจากนี้ น้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้นก็ทำให้ขา ข้อเข่า และข้อเท้าต้องรับน้ำหนักมากขึ้น จึงมักมีอาการปวดขา ปวดน่อง โดยเฉพาะสตรีตั้งครรภ์ที่ต้องยืนนาน ๆ ในแต่ละวัน

จึงมักจะมีคำถามจากแม่ท้องว่า นวดตัว นวดเท้า นวดกดจุด หรือเข้าสปาได้หรือไม่ มีผลดี/ผลเสียอย่างไร รศ.นพ.สมชาย จึงมีคำแนะนำว่า

“การนวดตัวในสตรีตั้งครรภ์ควรได้รับการปรับเปลี่ยนจากการนวดทั่วไปเป็นแบบเฉพาะเจาะจงสำหรับสตรีตั้งครรภ์ เริ่มตั้งแต่เตียง/หมอนที่ใช้ การลงน้ำหนัก รวมไปถึงเทคนิคต่าง ๆ ในการนวด เป็นต้นว่าคนนวดต้องมีความชำนาญและได้รับการฝึกฝนเฉพาะ ควรให้สตรีตั้งครรภ์นอนอยู่ในท่านอนตะแคงข้าง หลีกเลี่ยงการนวดบริเวณท้อง หรือต้องนวดอย่างเบามือที่สุด” สตรีตั้งครรภ์หลายคนอาจมีปัญหาเส้นเลือดขอดที่น่อง จึงไม่แนะนำให้ใช้การนวดลงน้ำหนักมากบริเวณน่องและขา เพราะอาจทำให้ลิ่มเลือดที่แข็งตัวหลุดออกไปอุดตันเส้นเลือดในร่างกายได้ โดยทั่วไปคนนวดมักจะหลีกเลี่ยงการนวดกดจุดที่บริเวณเท้า ข้อเท้า หรือข้อมือ เพราะเชื่อว่าอาจไปกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูกและกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกราน ดังนั้น จึงแนะนำให้สตรีตั้งครรภ์ที่มีอาการแพ้ท้องมาก มีความเสี่ยงต่อการแท้งบุตร การเจ็บครรภ์ คลอดก่อนกำหนด มีภาวะความดันโลหิตสูง หลีกเลี่ยงจากการนวด

จะเห็นได้ว่าคนท้องสามารถนวดได้ และสามารถ นวดกระตุ้นน้ำนม ได้ เพียงแต่การนวดควรจะทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่หากต้องการนวดแบบบีบจับทั่วไป นวดเพื่อผ่อนคลายนั้น ก็สามารถทำได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ ให้คุณพ่อช่วยนวดทุกวันก็ได้ เพราะผลพลอยได้จากการนวดเพื่อผ่อนคลายนี้ จะช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน Oxytocin ซึ่งจะช่วยให้คลอดง่าย ช่วยสานความรักและความผูกพันในครอบครัว และยังจะช่วยให้มีน้ำนมหลังคลอดอีกด้วย

เห็นไหมล่ะคะ การนวดมีประโยชน์กว่าที่คิด คุณพ่อที่ได้อ่านบทความนี้ อย่าลืมคอยนวดแม่ท้องกันนะคะ

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

5 ขั้นตอน นวดมดลูก ด้วยตัวเอง ลดปวดประจำเดือน

เต้านมคัด ปวดมาก แก้ไขอย่างไรดี ?

6 อาหาร ช่วยแม่ท้อง เร่งคลอดแบบธรรมชาติ

4 วิธี กระตุ้นปากมดลูก โดยหมอ ที่แม่ท้องควรรู้ก่อนคลอด

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย, สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล, www.somaticservices.com, mgronline.com

คำพูดที่พ่อแม่ไม่ควรพูดกับลูก ข้อคิดสะกิดใจจากคุณหมอ!!

คำพูดที่พ่อแม่ไม่ควรพูดกับลูก ! สั่งสอน หรือซ้ำเติม จนเกิดบาดแผลในใจลูก จากคำเพียงแค่ไม่กี่คำจากคุณแม่คุณพ่อ…ถึงเวลาต้องเปลี่ยน

คำพูดที่พ่อแม่ไม่ควรพูดกับลูก ข้อคิดสะกิดใจจากคุณหมอ!!

ได้มีโอกาสอ่านบทความดี ๆ จากเพจ ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย ในหัวข้อ คำพูดที่พ่อแม่ไม่ควรพูดกับลูก เป็นหัวข้อที่น่าสนใจ เป็นข้อคิดสะกิดเตือนใจจากคุณหมอ ให้เราได้กลับมาคิดทบทวนถึงท่าทีของตัวเองต่อบทบาทความเป็นแม่ที่เราอาจจะรู้สึกว่าได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว แต่แค่เพียงคำพูดง่าย ๆ เพียงไม่กี่คำของคนเป็นแม่อาจก่อให้เกิดรอยร้าว บาดแผลในใจแก่ลูกของเราได้โดยที่ตัวคุณแม่เองอาจจะไม่ได้ตั้งใจ และรู้ไหมว่ามันอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ของคุณกับลูก ความมั่นคงในจิตใจของลูกได้ในระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลร้ายจนถึงเขาโตเลยทีเดียว

เห็นไหมแม่บอกแล้ว คำพูดที่พ่อแม่ไม่ควรพูดกับลูก
เห็นไหมแม่บอกแล้ว คำพูดที่พ่อแม่ไม่ควรพูดกับลูก

#เห็นไหมแม่บอกแล้ว

“ถือดี ๆ นะลูก อย่าวิ่ง ชามจะหล่นแตกเอา”

“เดินระวังหน่อยนะ ตรงนั้นพื้นมันลื่น”

“ทำการบ้านก่อนไหมลูก วันนี้การบ้านเยอะ มัวแต่เล่น จะทำไม่ทันนะ”

เวลาที่เราสั่งห้าม เตือนอะไรไว้ แล้วลูกละเมิด ฝ่าฝืน

จนเกิดผลลัพธ์ทางลบตามมา อย่างที่เราบอก

มันอดไม่ได้เลยใช่ไหมครับ ที่จะพูดว่า

“เห็นไหม แม่บอกแล้ว!!”

แล้วจะตามมาด้วยชุดประโยคเชิงตำหนิ อีกกระบวนใหญ่

“ทำไมถึงไม่เชื่อกันบ้าง”

“ทำไมถึงดื้อแบบนี้”

“อย่างนี้มันน่าตีซ้ำ”

“น่าเบื่อจริง ๆ ที่ต้องพูดซ้ำพูดซาก” ฯลฯ

บางรายพ่อแม่เครื่องติดแล้ว ก็จะตามด้วยการตีเป็นการปิดท้าย

แล้วบอกลูกด้วยประโยคคลาสสิคว่า

พ่อแม่ต้องสอน ลูกจะได้หลาบจำ ไม่ทำอีก

:::::::::::::::::::::::::::::::::::

หลังเหตุการณ์ผ่านไป อารมณ์สงบ ๆ

เรามาทบทวนกันดูครับ ว่าเหตุการณ์เหล่านี้

มันคือการสอนจริง ๆ หรือ

มันเป็นการ “ระบายอารมณ์” หรือ

มันเป็นการ “ซ้ำเติม” ความผิดพลาด มากกว่าการสอนหรือไม่

การซ้ำเติมที่เกิดขึ้นบ่อยๆ อาจมีผลต่อความเชื่อมั่นในตัวเองของเด็ก

และที่แย่กว่านั้น เขาอาจรู้สึกไม่มั่นคงกับความรักของพ่อแม่

เพราะคิดว่าพ่อแม่เป็นห่วงความเสียหายมากกว่าความรู้สึกของเขาหรือ?

หมอคิดว่า เด็กๆส่วนใหญ่ เรียนรู้จากเรื่องนี้ ว่ามันเกิดขึ้นจากอะไร

ตั้งแต่ได้ยินเสียงชามแตก

ตั้งแต่ลื่นก้นกระแทกพื้น

หรือพบว่าตัวเองอาจจะปั่นการบ้านไม่ทันแล้ว

เวลานั้น เป็นช่วงที่เขา รู้สึกผิด รู้สึกกลัว รู้สึกเจ็บตัว รู้สึกลนลาน

แม้ว่าเราจะยังไม่ทันได้พูดอะไรเลยด้วยซ้ำ

หมอคิดว่าจึงไม่มีเหตุผลใดที่เราจะต้องไปซ้ำเติมลูกให้รู้สึกแย่กว่าเดิม

#หมอไปป์_แฮปปี้คิดส์

ซ้ำเติม หรือ สอนสั่ง

คุณแม่เชื่อไหมว่า คำพูดสามารถทำร้ายจิตใจของลูกน้อยเราได้ เป็นการอ้างอิงจากแบบสำรวจความคิดเห็น 10 คำร้ายที่ไม่อยากได้ยินจากคนในครอบครัว ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พบว่าคำที่คนในครอบครัวไม่อยากได้ยิน คือ

อันดับ 1 ไปตายซะ/จะไปตายที่ไหนก็ไป ร้อยละ 20.4

อันดับ 2 คำด่า (เลว/ชั่ว) ร้อยละ 19

อันดับ 3 แกไม่น่าเกิดเป็นลูกฉันเลย ร้อยละ 16.5

และคำอื่น ๆ อีกที่เด็กไม่ต้องการได้ยินจากคนในครอบครัว เช่น ตัวปัญหา ดูลูกบ้านอื่นสิ น่ารำคาญ ตัวซวย น่าเบื่อ ไม่ต้องมายุ่ง และเชื้อพ่อเชื้อแม่มันแรง คำเหล่านี้ล้วนเป็นคำที่ผู้ฟังจะได้รับความรู้สึกในทางลบ ถึงแม้ว่าบริบทในคำพูดอาจแตกต่างกัน แต่ถ้าความหมายที่สื่อออกมานั้นเป็นความหมายในเชิงเดียวกันก็เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรระวัง ถ้าเราจะสื่อคำเหล่านั้นไปถึงลูกน้อยของเราด้วยความหวังดี แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราเลือกใช้คำสักนิด เพื่อให้ความหวังดีของเราไม่กลับกลายเป็นบั่นทอนจิตใจไปเสีย

คำพูดที่พ่อแม่ไม่ควรพูดกับลูก
คำพูดที่พ่อแม่ไม่ควรพูดกับลูก

แต่คุณแม่อย่าพึ่งกังวลจนทำอะไรไม่ถูกจนเกินไปนะคะ  วันนี้ ทีมแม่ABK ได้รวบรวม คำพูดที่พ่อแม่ไม่ควรพูดกับลูก คำพูดที่เราอาจพลั้งเผลอไม่ทันยั้งคิดมาฝากกัน เพื่อเวลาต้องเผชิญกับเหตุการณ์จะได้เลือกใช้คำได้ถูก เหมาะสมกันมากกว่าเดิมอีกสักนิด

แม่จ๋า..หนูไม่อยากฟังคำนี้  “เห็นไหมแม่บอกแล้วว่า…”

ถ้าเกิดขึ้นบ่อยๆ อาจมีผลต่อความเชื่อมั่นในตัวเองของลูก และที่แย่กว่านั้น เขาอาจรู้สึกไม่มั่นคงกับความรักของพ่อแม่ที่มีต่อเขา เพราะคิดว่าพ่อแม่เป็นห่วงความเสียหายมากกว่าความรู้สึกของเขาหรือเปล่า? ลองเปลี่ยน เป็นหยุดอารมณ์ของคุณแม่ แล้วปลอบใจลูกกับเหตุการณ์ที่เขาทำพลาดเสียก่อน จากนั้นค่อยให้เขาได้รับผิดชอบจากผลของการกระทำของเขาเอง โดยมีคุณแม่คอยช่วยชี้แนะหาทางออกแก้ปัญหาด้วยตัวเขาเอง และคุณแม่อาจคอยกระตุ้นให้ลูกพัฒนาหาแนวทางที่จะแก้ไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นได้อีกในอนาคต

แม่จ๋า..หนูไม่อยากฟังคำนี้ หนูต้องทำตาม เพราะแม่สั่งไง”

เมื่อลูกโตขึ้น ความคิดอ่านเริ่มเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เขาก็จะมีเหตุผลเป็นของตนเอง เมื่อคุณแม่มีคำสั่งให้เขากระทำในสิ่งที่เขาไม่เห็นด้วย พอเขาจะอธิบายถึงเหตุผลของตนเอง แต่เรามักจะไม่ให้ความสำคัญกับเหตุผลของเขาเพียงเพราะว่าเขายังเด็กในสายตาคุณแม่ จึงมักตัดบทด้วยคำพูดที่ว่า เพราะนี่เป็นคำสั่งของแม่ไง นานวันเข้า เขาจะเรียนรู้ได้ว่าความคิดเห็นของเขาไม่มีความหมาย ไม่มีประโยชน์ อาจทำให้ลูกกลายเป็นเด็กที่คอยแต่จะทำตามคำสั่งเท่านั้น หรือไม่กล้าบอกความต้องการของตัวเองให้แก่คุณแม่ฟัง ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกก็จะห่างออกไปโดยเฉพาะเมื่อเขาเข้าสู่วัยรุ่น ลองเปลี่ยน เป็นใจเย็นรับฟังความเห็นของลูกบ้าง แล้วคุยกับลูกด้วยเหตุและผล เพื่อให้เขารู้สึกอยากทำตาม เพราะมันดีจริง ๆ ไม่ใช่เพราะตามใจ ตามคำสั่งคุณแม่เท่านั้น

แม่จ๋า..หนูไม่อยากฟังคำนี้ ออกไปไกล ๆ แม่กำลังยุ่ง”

ยิ่งลูกได้ยินประโยคนี้มากเท่าไหร่ เท่ากับเขากำลังรู้สึกว่าถูกผลักไสไปจากคุณมากเท่านั้น เพราะเขาจะคิดว่าแม่ไม่อยากคุยด้วย เมื่อไม่ได้คุยกันบ่อย ๆ เรื่องที่จะคุยก็น้อยลงยิ่งโตขึ้นจะยิ่งห่างกันออกไป ทีนี้เวลามีเรื่องอะไรเขาก็จะไม่คิดจะปรึกษาหรือขอความเห็นจากคุณแม่อีกแน่ ลองเปลี่ยน มาเป็นการกำหนดเวลาให้เขารอ เช่น บอกลูกว่ากำลังทำงานใกล้เสร็จแล้ว ให้ลูกวาดรูปรอแม่สักครู่นะจ๊ะ  เพื่อที่คุณแม่จะได้จัดการกับงานของตัวเองให้เรียบร้อยก่อน แล้วจะได้มีเวลามาเล่นกับเขาได้อย่างเต็มที่ ลูกจะเข้าใจกว่าการที่ต้องรอโดยที่ไม่รู้แน่นอนว่าแม่จะมาเมื่อไหร่

อย่าร้องนะ คำพูดที่พ่อแม่ไม่ควรพูดกับลูก
อย่าร้องนะ คำพูดที่พ่อแม่ไม่ควรพูดกับลูก

แม่จ๋า..หนูไม่อยากฟังคำนี้อย่าร้องนะ!!”

คุณแม่มักจะตีความหมายของการร้องไห้ของลูกว่าเป็นการแสดงความอ่อนแอ เรียกร้องความสนใจ แต่แท้จริงแล้วลูกคิดเช่นนั้นหรือไม่ ความเป็นจริงแล้วการร้องไห้ของเด็กเป็นการปลดปล่อยความรู้สึกความคับข้องใจ ความกังวลภายในใจของลูก การที่คุณแม่ไปห้าม หรือสั่งในหยุดการกระทำนั้น ยิ่งเป็นผลเสียต่อลูกอย่างมาก ลองเปลี่ยน เป็นโอบกอดลูกวลาร้องไห้ แล้วค่อย ๆ ให้เขาบอกความรู้สึกในขณะนั้นออกมา แล้วคุณแม่ก็ช่วยชี้แนะแก้ปัญหาการจัดการกับความรู้สึกของลูก จะช่วยทำให้เขาผ่อนคลาย แล้วต่อไปจะได้รู้วิธีที่จะรับมือกับความรู้สึกของตัวเองในครั้งต่อไป

แม่จ๋า..หนูไม่อยากฟังคำนี้ “ดูอย่างพี่ (ลูกบ้านอื่น) สิ”

การถูกเปรียบเทียบเป็นใครก็คงไม่ชอบกันทั้งนั้น เจ้าตัวเล็กของคุณพ่อคุณแม่ก็เช่นกัน ไม่ว่าคุณจะเปรียบเทียบกับพี่น้องในครอบครัวกันเอง หรือเอาไป เปรียบเทียบกับคนอื่น บ้านอื่น ก็ล้วนแล้วแต่ส่งผลเสียต่อลูกรักเหมือนกัน คุณพ่อคุณแม่อาจจะเปรียบเทียบลูกเพื่อหวังให้เขามีตัวอย่างที่ดีในการนำไปพัฒนาตนเอง แต่ผลที่ได้กลับกลายเป็นว่าคุณจะทำให้ลูก รู้สึกว่าตัวเองแย่ ไม่เก่งถ้าเราไปเปรียบกับคนที่เก่งมากเกินระดับอายุของลูก อาจกลายเป็นว่าไปทำลายความพยายามของลูกไปเสีย หรือในบางครั้งอาจไปทำให้เกิดความอิจฉากันระหว่างพี่น้อง เพียงเพราะคำพูดเปรียบเทียบของคุณพ่อคุณแม่ ลองเปลี่ยน ความเข้าใจของเราซะใหม่ว่า คนเราแตกต่างกัน เด็กแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันแม้ว่าจะเป็นพี่น้องคลานตามกันมาก็ตามที แล้วปรับคำพูดของคุณแม่เป็นการชื่นชมในสิ่งที่ลูกแต่ละคนทำดี ให้เขามีกำลังใจ และอยากแข่งขันกันให้คุณแม่ชื่นชมจะดีกว่าไหม

กฎ 3 ข้อ ที่พ่อแม่ควรยึดเป็นแนวทางก่อนพูด

คำพูดที่ดีสร้างความสัมพันธ์แน่นแฟ้น
คำพูดที่ดีสร้างความสัมพันธ์แน่นแฟ้น
แล้วถ้าคิดในทางกลับกัน
ถ้าเราเป็นลูก เราอยากให้พ่อแม่พูดหรือปฏิบัติต่อเราอย่างไรในสถานการณ์นี้
“ว้าย ลูกกกก” (อันนี้ มาจากสัญชาตญาณ เข้าใจได้ครับ)
✅ตั้งสติ สูดลมหายใจลึกๆ แล้วประคองความรู้สึกลูกก่อน
“ระวังนะลูก อยู่เฉย ๆ ก่อนเดี๋ยวแก้วบาด”
“เจ็บตรงไหนรึเปล่าลูก”
“โอ้โห การบ้านอีกเพียบเลย ลูกคงกลัวที่จะไม่ทันนะเนี่ย”
✅สอนให้ลูกรับผิดชอบจากผลของการกระทำตนเอง
“ลูกจะทำยังไงต่อไปดีจ๊ะ”
“มาช่วยกันเก็บเศษชามแตกกัน”
“ลูกเอาผ้าเช็ดพื้นที่เปียกด้วยนะคะ”
“ยังไงลูกก็ทำการบ้านเท่าที่ทำไหว แค่ไหนแค่นั้น
บอกครูไปตามตรงนะลูกว่าไม่ทันจริงๆ”
✅สอนถึงแนวทางการพัฒนาในอนาคต
“ลูกคิดยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้น”
“ต่อไประวังให้มากขึ้นนะลูก”
“ต่อไปลูกจะวางแผนการทำการบ้านยังไง”
ขั้นสุดท้ายคือ
✅ติดตามผล และชมความพยายามของเขา
เพื่อให้พฤติกรรมบวกเกิดขึ้นต่อไปอย่างยั่งยืน
“ช่วงหลังลูกมีความระมัดระวังดีมากเลยนะ”
“ลูกแบ่งเวลาเล่น กับทำการบ้านได้ดีขึ้นมาก เก่งมากเลยลูก”
นอกจากคุณหมอจะมาให้ข้อคิดสะกิดใจกับคุณพ่อคุณแม่ในเรื่อง คำพูดที่พ่อแม่ไม่ควรพูดกับลูก แล้ว คุณหมอยังได้เสนอแนวทางดี ๆ เป็นกฎหลักไว้ 3 ข้อ ให้เราได้ยึดเป็นหลักปฎิบัติในการเลือกใช้คำพูดเพื่อจะสอนลูก ให้ได้ผลลัพธ์ออกมาตรงตามวัตถุประสงค์ ความตั้งใจดีของคุณพ่อคุณแม่อย่างแท้จริง

กฎหลักข้อที่ 1 สอนหลักแห่งความรับผิดชอบ

ลูกจะทำยังไงต่อไปดีจ๊ะ…เรามาช่วยกันเก็บเศษชามแตกกัน

เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ลูกทำพลาดเกิดขึ้น คุณพ่อคุณแม่ควรหยุดตำหนิ แล้วเริ่มจากการหาคำพูดที่ให้ลูกรับรู้ถึง ความรับผิดชอบที่เขาจะต้องรับจากผลของการกระทำของตนเองเสียก่อน โดยอาจจะกล่าวเป็นคำถามให้เขาได้คิด หรืออาจช่วยบอกว่าเขาต้องทำยังไงต่อไปเพื่อแก้ปัญหานั้นถ้าลูกยังไม่สามารถคิดต่อไปเองได้ แต่เขาต้องเป็นคนที่ลงมือทำ แก้ปัญหาด้วยตัวเองโดยมีคุณพ่อคุณแม่คอยช่วยอยู่ห่าง ๆ

กฎหลักข้อที่ 2 สอนถึงแนวทางการป้องกันในอนาคต

ต่อไปลูกจะวางแผนทำการบ้านยังไงให้ทันดี

เมื่อลูกสามารถผ่านพ้นปัญหาที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้แล้ว เพื่อเป็นการสอนให้เขาพัฒนาตนเองจากเหตุการณ์ผิดพลาดที่เกิดขึ้น เราควรชี้ให้ลูกได้คิดต่อไปว่า จะวางแนวทางปฎิบัติตัวอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำขึ้นมาอีกได้ โดยมีคุณพ่อคุณแม่รับฟังและช่วยคิด ไม่ได้ว่ากล่าวซ้ำเตฺิม ซึ่งก็เป็นการช่วยให้ลูกรู้จักคิดได้อย่างเป็นระบบอีกด้วย

กฎหลักข้อที่ 3 ให้รางวัลกับความพยายามของลูก

ลูกแบ่งเวลาเล่นกับทำการบ้านได้ดีขึ้นมาก เก่งมากเลย

รางวัลเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพในการปรับพฤติกรรมของมนุษย์มากกว่าการลงโทษ แต่รางวัลมิจำเป็นต้องเป็นสิ่งของมีค่าเสมอไป เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่เอ่ยปากชมลูก เวลาเห็นเขาได้พยายามไม่ทำในสิ่งที่เขาเคยทำพลาด โดยไม่ต้องคำนึงถึงผลลัพธ์ ขอเพียงแค่เขาได้พยายามกว่าเดิมที่เคยเป็นมา ก็คุ้มค่ามากพอที่เราคนเป็นพ่อเป็นแม่ควรเอ่ยปากชมให้เป็นรางวัลแก่ลูก

เห็นไหมละว่า…คำพูดของพ่อแม่ แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่น่ามีปัญหาใด ๆ แต่ก็ก่อให้เกิดแผลในใจแก่ลูกน้อยของเราได้โดยไม่รู้ตัว คุณพ่อคุณแม่ลองมาสังเกตพฤติกรรมของตนเองกันดูสักนิดว่าได้เผลอพูดโดยไม่ทันได้ยั้งคิดไปบ้างหรือไม่ ยังไม่สายที่จะหันกลับมาเปลี่ยนเพื่อความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูกของเราจะได้ดียิ่งขึ้น และยังเป็นตัวช่วยยึดเหนี่ยวให้แก่ลูกเวลาที่เขาเกิดปัญหาได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

อ่านบทความอื่นน่าสนใจ คลิก

รวม 20 คําสอนของแม่ ที่ควรสอนลูกสาว!

How to สอนลูกให้มีระเบียบวินัย ต้องไม่ตี ไม่ขู่ ไม่เกิดผลเสียในระยะยาว

[สร้างวินัยเชิงบวก] ชวนพ่อแม่สำรวจ เรา “สั่ง” หรือ “สอน” ลูกอยู่นะ

นี่คือ 12 สิ่งที่พ่อแม่ไม่ควรทำกับลูก!

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

G6PD

เรื่องที่แม่ต้องรู้! G6PD โรคผิดปกติทางพันธุกรรม ถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกได้

โรค G6PD หรือ “โรคพร่องเอนไซม์G6PD” เป็นโรคที่เด็กจะมีโอกาสเป็นจากสาเหตุทางพันธุกรรมที่มีการถ่ายทอดความผิดปกตินี้จากแม่ไปสู่รุ่นลูกได้ มาทำความรู้จักกับโรคนี้ว่าคืออะไรกันค่ะ

เรื่องที่แม่ต้องรู้! G6PD โรคผิดปกติทางพันธุกรรม ส่งต่อจากแม่สู่ลูกได้

โรค G6PD หรือโรคพร่องเอนไซม์จีซิกพีดี คือ โรคที่เกิดจากภาวะการขาดเอนไซม์ “G6PD” ซึ่งเป็นเอนไซม์ในเม็ดเลือดแดงที่มีหน้าที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ มีบทบาทในการช่วยปกป้องเม็ดเลือดแดงไม่ให้แตกง่าย ช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดแดงทำงานได้เป็นปกติ และมีความสำคัญในกระบวนการเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงาน เมื่อเกิดภาวะพร่องเอนไซม์เอนไซม์จีซิกพีดี ก็จะทำให้ได้เอนไซม์ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานน้อยกว่าปกติ  โดยเฉพาะเมื่อได้รับสิ่งที่กระตุ้น เช่น อาหารและยาบางชนิด หรือถั่วปากอ้า ส่งผลให้อนุมูลอิสระเข้าไปทำลายระบบต่าง ๆ ภายในเซลล์ของร่างกาย อาจส่งผลให้เซลล์เม็ดเลือดแดงสลายตัวจนเกิดภาวะโลหิตจางตามมาได้ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อโรคที่หลายๆ คนเรียกว่า “โรคแพ้ถั่วปากอ้า”

สาเหตุของภาวะบกพร่องทางเอนไซม์G6PD

G6PD เป็นโรคติดต่อทางพันธุกรรม ชนิดหนึ่ง เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่มีการถ่ายทอดแบบยีนด้อยของโครโมโซมเพศชนิด X ซึ่งมีการกลายพันธุ์ของยีนที่สร้างเอนไซม์G6PD จากคนเป็นแม่ โดยโอกาสที่ลูกชายจะมีภาวะพร่องจีซิกพีดีอัตราร้อยละ 50 และลูกสาวจะเป็นพาหะร้อยละ 50 ส่งผลทำให้อัตราทารกเด็กเพศชายจะเป็นโรคนี้สูงกว่าทารกเพศหญิง โดยผู้หญิงมักจะไม่แสดงอาการเจ็บป่วยออกมาให้เห็น และส่วนมากจะเป็นพาหนะของโรคนี้ไปสู่รุ่นลูกได้ อย่างไรก็ตาม โรคนี้ยังอาจพบในเพศหญิงที่ได้รับพันธุกรรมที่ผิดปกติมาจากพ่อและแม่ หรือได้รับพันธุกรรมที่ผิดปกติจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงคนเดียวก็ได้เช่นกัน

ภาวะพร่องเอนไซม์ g6pd

รู้ได้อย่างไรว่าลูกเป็นภาวะพร่องเอนไซน์ G-6-PD?

ในทารกแรกเกิดที่มีภาวะเม็ดเลือดแดงขาดเอ็มไซม์จีซิกพีดี จะเกิด “ภาวะตัวเหลือง” มีอาการตาเหลือง ตัวเหลืองตั้งแต่แรกเกิด เนื่องจากมีบิลิรูบินในเลือดสูงกว่าปกติ และโลหิตจางเนื่องจากเม็ดเลือดแดงแตกเฉียบพลัน มีสีอุจจาระซีดลง หรือปัสสาวะสีเหลืองเข้มมากหรือเป็นสีน้ำปลา มีไข้ ซึม ไม่ดูดนม ท้องอืด เกร็ง หรือชัก ทารกที่มีภาวะซีดเหลืองจากโรคจีซิกพีดีในระดับเบา แพทย์จะรักษาด้วยการส่องไฟ เพื่อช่วยลดปริมาณสารสีเหลืองในเลือด และขับสารเหลืองออกจาากร่างกายทางปัสสาวะ และอุจจาระ  แต่หากทารกมีอาการซีดเหลืองจากโรคจีซิกพีดี ในระดับรุนแรง แพทย์จะรักษาด้วยการเปลี่ยนถ่ายเลือด เพื่อลดระดับบิลิรูบินในเลือดลงอย่างรวดเร็ว ป้องกันไม่ให้เกิดความผิดปกติทางสมองของทารก

ข้อมูลจาก : www.si.mahidol.ac.th8

สำหรับเด็กโตและผู้ใหญ่ จะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ เลย จนกว่าร่างกายจะได้รับยาหรืออาหารบางชนิดที่ไปกระตุ้นโรค ซึ่งอาจมีอาการของภาวะโลหิตจางจากการสลายตัวของเซลล์เม็ดเลือดแดง และอาการอาจเกิดขึ้นใน 24-48 ชั่วโมง ดังนี้

  • รู้สึกอ่อนเพลียมาก มีไข้ หนาวสั่น
  • ตัวเหลือง ตาเหลืองมากกว่าปกติ หรือมีภาวะซีดร่วมด้วย
  • ปวดหัว หายใจไม่อิ่ม หัวใจเต้นเร้ว ตับหรือม้ามโต
  • ปัสสาวะมีสีเข้ม สีคล้ายน้ำปลาหรือน้ำโคล่า
  • ไม่สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ

โดยอาการเหล่านี้หากอาการไม่รุนแรงนักหลังได้รับการรักษามักกลับมาหายเป็นปกติ แต่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และจะเป็นได้อีกหากได้รับปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรค ทั้งนี้อาการป่วยของภาวะพร่องเอนไซน์จีซิกพีดีไม่ได้พบเฉพาะในเม็ดเลือดแดง ซึ่งยังพบในเซลล์ชนิดอื่น ๆ ทั่วร่างกาย แต่เม็ดเลือดแดงจะไวต่อภาวะพร่องเอนไซม์นี้มากกว่าเซลล์ชนิดอื่น ด้วยเหตุนี้โรคจีซิกพีดีจึงอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติอื่นได้หลายอย่างเพียงแต่ไม่แสดงอาการที่ชัดเจน หากมีอาการและไม่ได้เข้ารับการรักษา ก็อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะไตวายเฉียบพลันและเสียชีวิตได้

ปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภาวะพร่องเอนไซม์G6PD

  • โรคติดเชื้อ ที่เกิดจากแบคทีเรีย ไวรัส หรือรา เช่น โรคไวรัสตับอักเสบเอ โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคปอดอักเสบ โรคไข้ไทฟอยด์ เป็นต้น นอกจากนี้การติดเชื้อบางอย่าง เช่น ไข้หวัด หรือหลอดลมอักเสบ ก็อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกได้
  • การรับประทานอาหารบางชนิด เช่น ถั่วบางชนิด โดยเฉพาะถั่วปากอ้า บลูเบอร์รี่ รวมทั้งสารอาหารหรือสารปรุงแต่งอื่น ๆ ที่เติมลงไปในอาหาร เช่น ในขนมขบเคี้ยว อาหารหรือน้ำผลไม้บรรจุกระป๋อง ไส้กรอก เป็นต้น
  • ยาบางชนิดที่กระตุ้นให้เกิดภาวะเครียดจากออกซิเดชัน
  • สารเคมีบางชนิด เช่น เมนทอลที่พบได้ในขนมประเภทลูกอมและในยาสีฟัน การบูร ลูกเหม็น เป็นต้น
โรคพร่องเอนไซม์ g-6-pd
โรคพร่องเอนไซม์ g-6-pd

เมื่อลูกเป็นโรค G-6-PD ควรดูแลอย่างไร

“G6PD” หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “โรคแพ้ถั่วปากอ้า” เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม แม้การป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้ในเด็กทำได้ค่อนข้างยาก แต่ก็สามารถดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีและหลีกเลี่ยงปัจจัยเพื่อไม่ให้เกิดอาการของโรคแทนได้

  • ควรดูแลสุขภาพลูกให้เหมือนเด็กปกติทั่วไป รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ป้องกันการติดเชื้อ ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย และไม่เครียด
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ สอนลูกไม่เลือกกินเฉพาะอาหารที่ชอบ เพราะจะขาดความสมดุลของสารอาหาร ซึ่งสารอาหารบางอย่างช่วยต้านการเกิดภาวะเครียดจากออกซิเดชัน
  • ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและพอดี ไม่ควรออกกำลังกายอย่างหักโหม เพราะจะเพิ่มการใช้ออกซิเจนอย่างมากและกล้ามเนื้อทำงานหนัก จนอาจชักนำให้เกิดภาวะเครียดจากออกซิเดชัน
  • เมื่อมีไข้ สังเกตเห็นอาการซีด ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม หรือการติดเชื้อให้ไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรักษาสาเหตุของไข้
  • เมื่อมีอาการเจ็บป่วย ไม่ควรซื้อยารับประทานกินเองไม่ว่ากรณีใด ๆ และควรแจ้งให้คุณหมอหรือพยาบาลทราบทุกครั้งว่ามีอาการป่วยเป็นโรคจีซิกพีดี
  • สอนให้ลูกหลีกการรับประทานอาหารบางอย่างเช่น ถั่วปากอ้า พืชตระกูลถั่วหรือสิ่งกระตุ้นที่มีผลทำให้เกิดภาวะซีดจากเม็ดเลือดแดงแตกเฉียบพลัน รวมทั้งสอนให้สังเกตอาการผิดปกติของร่างกายที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อได้รับสารกระตุ้น เช่น สีของปัสสาวะ สีผิวที่อาจซีดเหลือง เป็นต้น
  • ควรแจ้งทางโรงเรียนและครูประจำชั้นให้ทราบว่าลูกเป็นโรคจีซิกพีดีหรือโรคแพ้ถั่วปากอ้า และเขียนรายชื่ออาหารและยาที่ไม่ควรให้ลูกรับประทาน
  • เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะจีซิกพีดี ในหลายสถานพยาบาลมักให้บัตรประจำตัวแก่ผู้ที่เป็นโรคพร่องเอนไซม์G6PDควรพกบัตรติดตัวไว้

อย่างไรก็ตาม อาการของภาวะโรคจีซิกพีดีจะมีความรุนแรงไม่เท่ากันในแต่ละคน และส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการผิดปกติเลยหากไม่ได้รับหรือสามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการได้ หรือได้รับสารกระตุ้นในปริมาณมาก ๆ จึงจะแสดงอาการป่วย และเนื่องจากโรคทางพันธุกรรมไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้นหากลูกมีสภาวะเสี่ยงหรือผู้ป่วยที่เป็นโรคพร่องเอนไซม์G6PD คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลเป็นพิเศษและให้ความสำคัญในเรื่องอาหารและยาที่มีผลทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกเฉียบพลันได้ คอยสังเกตอาการหากบังเอิญได้รับสารกระตุ้น เมื่อมีอาการรุนแรงหรือผิดปกติควรรีบพามาพบแพทย์เพื่อรักษาอาการโดยทันทีนะคะ

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.pharmacy.mahidol.ac.thwww.thaichildcare.com, www.organicloveskin.comwww.pobpad.com

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจคลิก

5 โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ที่พบได้บ่อยในครอบครัวไทย

ตรวจโรคทางพันธุกรรม ก่อนตั้งครรภ์ จำเป็นไหม?

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ทรงผมสั้นผู้หญิง

45 ทรงผมสั้นผู้หญิง ตัดเเล้วปัง เก๋ไม่ตกเทรนด์

สำหรับคุณเเม่พอมีลูกน้อยเเล้ว อาจไม่ได้เข้าร้านทำผมเหมือนเเต่ก่อน หรือ มีเวลาดูเเลผมน้อยลง การตัดผมสั้น ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ทรงผมสั้นผู้หญิง มีหลากหลายรูปเเบบจะตัดเป็นทรงบ๊อบ เเสกข้าง หรือว่าเพิ่มความพิเศษโดยการดัดลอน ก็มีให้เลือกมากมาย เเน่นอนว่าเเต่ละทรงต่างให้ลุคที่ต่างกัน ซึ่งถ้าใครยังคิดภาพไม่ออกว่าเเต่ละทรงหน้าตาเป็นอย่างไร ทีมเเม่ ABK ก็ได้รวบรวมทรงผมสั้นผู้หญิง 45 ทรงมาฝากให้คุณเเม่ได้เลือกตัดกันเเบบจุใจกันเลยค่ะ

45 ทรงผมสั้นผู้หญิง ตัดตามได้ไม่ตกเทรนด์

ทรงผมสั้นตรง ลุคธรรมชาติ

สำหรับ ทรงผมสั้นที่ให้ลุคดูธรรมชาติ น่ารัก เเละดูเด็ก คงต้องยกให้กับทรงผมสั้นตรงเลยค่ะ ลักษณะของทรงคือการตัดให้ผมสั้นประมาณติ่งหู หรือ ความยาวเลยกว่านั้น อาจเพิ่มความน่ารัก โดยการตัดหน้าม้าซีทรู (หน้าม้าเเบบบาง) เข้าไป เพื่อเพิ่มความเรียวให้กับกรอบหน้า

ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : fahsarika
ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : aokbab
ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : pattieung
ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : sara_legge
ทรงผมสั้นผู้หญิง
kknews.cc

ทรงผมสั้นเเสกข้าง

เพิ่มความเรียบหรู เเละดูเป็นทางการ ด้วยการปรับดีเทลของผมจากการเเสกข้าง สำหรับทรงนี้จะให้ลุคที่ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นกว่าทรงก่อนหน้า ให้ความรู้สึกเรียบร้อย สุขุม เเต่หากต้องการเพิ่มความหวานให้กับทรงผมมากขึ้น อาจดัดลอนปลายผมด้านหน้าให้เข้ากับรูปหน้าของตนเอง จะช่วยเพิ่มความละมุนได้อีกหนึ่งระดับ  หรือถ้าอยากให้ทรงผมมีความเซ็กซี่ อาจใช้เทคนิคของ Messy Hair คือการทำผมให้ดูยุ่งเเบบไม่ตั้งใจ ก็จะช่วยเพิ่มให้ทรงผมสั้นของเราดูพิเศษมากขึ้นค่ะ

ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : chroom_hy
ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : djtonhorm
ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : gggubgib36
ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG: ja_jittapa
ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : jeab_pijittra

ทรงผมสั้น ดัดปลายเพิ่มวอลลุ่ม

การดัดปลายผมเป็นอีกหนึ่งการออกเเบบทรงผม ที่ทำให้ทรงผมสั้นธรรมดาดูมีอะไรมากขึ้น มีทั้งดัดให้ม้วนเข้า เพิ่มวอลุ่มให้ผมดูงุ้มเข้าหาใบหน้า เเละ ดัดให้ม้วนออกเป็นลอน ซึ่งการดัดปลายผมนั้นสามารถทำได้ โดยใช้โรลม้วนผม หรือ เครื่องม้วน หรือ หากรู้สีกขี้เกียจที่ต้องคอยดัดผมทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน ก็สามารถเข้าร้านตัดผมเพื่อให้ทางร้านดัดถาวรให้ได้

ทรงผมสั้นผู้หญิง
www.whowhatwear.com
ทรงผมสั้นผู้หญิง
beauty.hotpepper
ทรงผมสั้นผู้หญิง
beauty.hotpepper
ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : chroom_hy
ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : chroom_hy
ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : chroom_hy
ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : chuu_chloe
ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : sara_legge
ทรงผมสั้นผู้หญิง
blog.daum.net

ทรงผมสั้นผู้หญิง ดัดหยิกสไตล์เกาหลี

ทรงผมเทรนด์สาวเกาหลี ผมทรงสั้นดูหยิก ๆ สไตล์ลอนเมอร์เมด หรือ ลอนมาม่า เป็นอีกหนึ่งทรงที่เพิ่มความน่ารัก ความละมุนให้กับสาวผมสั้น สามรถออกเเบบดีไซน์ความมุ้งมิ่งเพิ่มโดยการเติมกิ๊บ หรือ โบว์เข้าไปช่วยเพิ่มความเก๋ เเละ ไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผมทรงนี้รับประกันได้ว่า จะช่วยปรับลุคให้ดูเด็กลง เป็นสาวหวาน สายอบอุ่น ละมุนมากขึ้นค่ะ

ทรงผมสั้นผู้หญิง
kknews.cc
ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : now_tisanart
ทรงผมสั้นผู้หญิง
kknews.cc
ทรงผมสั้นผู้หญิง
lalahair.co.jp

ทรงสั้นบ๊อบ

เพิ่มลุคสาวมั่นด้วย ทรงผมสั้นบ๊อบ ควายาวของทรงผมบ๊อบก็มีให้เลือกหลายระดับเช่น ยาวประบ่า กลางคอ ระดับกราม หรือว่าบ๊อบเท บ๊อบยาว เเต่ถ้าใครอยากเพิ่มลุคเปรี้ยวเฉี่ยวเเนะนำทรงบ๊อบเทสั้นเลยค่ะ เพราะทรงนี้จะช่วยเพิ่มความเท่ เปรี้ยว เสริมความมั่นใจให้กับสาว ๆ ไม่ว่าจะเเต่งตัวอย่างไรก็ช่วยเสริมให้ลุคนั้นดูเก๋ เเละ ปังมากค่ะ

ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : apinnya
ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : supanareee

ทรงผมสั้นผู้หญิง ตัดเปลี่ยนลุค ออกเเบบทรงผมได้ไม่มีเบื่อ

ผมสั้นซอย

สำหรับทรงผมสั้นซอย เป็นอีกทรงที่ปรับลุคให้ดูมั่นใจ เท่ เก๋ เปรี้ยว ในขณะอีกมุม ก็มีความคูล สไตล์บอย ๆ หากอยากให้หน้าดูเรียวสามารถเพิ่มหน้าม้าเข้าไป หรือ อาจตัดเป็นซอยสไลด์ให้เข้ากับรูปหน้าก็ช่วยให้หน้าดูซอฟต์สวย เพิ่มดีเทลทัดผมไว้ที่หู ก็ช่วยให้ลุคหวานซ่อนเปรี้ยวเเบบพอดี ๆ

ทรงผมสั้นผู้หญิง
lalahair.co.jp
ทรงผมสั้นผู้หญิง
hair.cm
ทรงผมสั้นผู้หญิง
hair.cm
ทรงผมสั้นผู้หญิง
hair.cm
ทรงผมสั้นผู้หญิง
hair.cm
ทรงผมสั้นผู้หญิง
hair.cm
ทรงผมสั้นผู้หญิง
hair.cm
ทรงผมสั้นผู้หญิง
hair.cm
ทรงผมสั้นผู้หญิง
www.allthingshair.com
ทรงผมสั้นผู้หญิง
www.whowhatwear.com
ทรงผมสั้นผู้หญิง
FB :เจี๊ยบ โสภิตนภา
ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG: jeabsopidnapa
ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : apinnya
ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : tanya_liyah
ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : warattaya
ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : caradelevingne
ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : caradelevingne

ทรงผมสั้น ซอยไถข้าง

การใช้ปัตตาเลี่ยนไถผมเปิดข้างเป็นอีกหนึ่งกิมมิคที่ช่วยเพิ่มความเท่ คูล เมื่อเอาผมทัดหูเปิดให้เห็นรอยไถก็จะช่วยความพิเศษให้กับผมซอยมากขึี้นหลายเท่า เป็นอีกทรงที่ไม่ควรพลาด

ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : opalpanisara
ทรงผมสั้นผู้หญิง
www.allthingshair.com
ทรงผมสั้นผู้หญิง
IG : apinnya

จัดไป 45 ทรงผมสั้นผู้หญิง เเบบพอหอมปากหอมคอเผื่อคุณเเม่อยากจะตัดตามทรงไหนจะได้มีเเบบไว้บอกกับช่างทำผม หรือว่า เผื่อใครจะ DIY เซ็ทผม ม้วนผมด้วยตัวเอง เปลี่ยนผมสั้นเเบบธรรมดาให้ดูมีอะไรมากขึ้น ปรับลุค เปลี่ยนสไตล์ตามเเบบที่เราชอบค่ะ


ที่มา : blog.daumkknews.cc lalahair hair.cm whowhatwear allthingshair 

อ่านต่อ

100 ทรงผมลูกสาว ถักเปีย ไปโรงเรียนสุดน่ารักรับเปิดเทอม

เฮได้! เด็กนักเรียนชาย-หญิง “ไว้ผมยาว” ได้ ไม่ผิดกฎ!

ตัดผมวันไหนดี? ตัดอย่างไรให้มีโชคลาภ งาน-เงินปัง!

เบตาดีน

เบตาดีน วิจัยพบสามารถฆ่าเชื้อโควิด-19

เมื่อถูกมีดบาด  ทำความสะอาดแผล แล้วทาแผลด้วยยาฆ่าเชื้อโรคเบตาดีน   นอกจากจะช่วยให้แผลสดปราศจากเชื้อโรคแล้ว ก็ยังทำให้บาดแผลหายเร็วด้วย

แต่ประโยชน์ของยาเบตาดีน ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจคือ สามารถ “ฆ่าเชื้อโควิด-19” ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างน่าทึ่งอีกด้วยค่ะ   ซึ่งมีผลการวิจัยยืนยันจากห้องปฏิบัติการของ Duke-NUS Medical School เทศสิงคโปร์ ทีมแม่ABK ขออนุญาตอ้างอิงจากแหล่งข่าวตามนี้ค่ะ

 

เบตาดีน ฆ่าเชื้อโควิด (coronavirus) ได้ผล 99.99%

มุนดิฟาร์มา ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบตาดีน ประกาศในวานนี้ (10 ก.ค.) ว่า ผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการประเทศสิงคโปร์ได้ยืนยันประสิทธิภาพของ เบตาดีน ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค ในการฆ่าเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (โค วิด-19)

ผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการที่ Duke-NUS Medical School ในสิงคโปร์ ได้เผยให้เห็นฤทธิ์ในการทำลายเชื้อไวรัสอัน แข็งแกร่งของเบตาดีนในหลอดทดลอง (in vitro) โดยฆ่าเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ได้มากถึง 99.99% ในเวลา 30 วินาที

รามาน ซิงห์ ซีอีโอของมุนดิฟาร์มา เปิดเผยว่า เมื่อใช้เบตาดีนอย่างเหมาะสมและควบคู่กับอุปกรณ์ป้องกันอื่น ๆ เช่น ชุด  PPE แล้ว สิ่งนี้จะมีบทบาทในการจำกัดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงโรคโควิด-19

ในการทดสอบ นักวิจัยได้ใช้ผลิตภัณฑ์หลายประเภทได้แก่ ยาฆ่าเชื้อเบตาดีน (Betadine Solution) น้ำยาล้างทำความสะอาด ผิวหนัง (Skin Cleanser) น้ำยาบ้วนปาก (Gargle and Mouthwash) และสเปรย์พ่นปากและคอ (Throat Spray)

นอกเหนือจากผลการวิจัยที่สิงคโปร์แล้ว ยังมีผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการที่ศูนย์ Tropical Infectious Diseases  Research and Education Center (TIDREC) ในสังกัดมหาวิทยาลัย University of Malaya ประเทศมาเลเซียด้วย

ส่วนผลการวิจัยของมาเลเซียเผยให้เห็นฤทธิ์ในการทำลายเชื้อไวรัสของน้ำยาบ้วนปากเบตาดีนในหลอดทดลอง โดยฆ่าเชื้อ ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ได้ 99.99% ในเวลา 15 วินาที โดยผลการวิจัยดังกล่าวได้เผยแพร่เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

เครดิตข่าว : bangkokbiznews

 

เบตาดีน

ถือว่าเป็นข่าวดีมากๆ สำหรับการรักษาเนื่องด้วยอาการป่วยจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้อาจมียาอีกหนึ่งประเภทที่สามารถป้องกัน และรักษาเชื้อไวรัสโควิ-19 ได้ค่ะ ทีมแม่ABK ขอเป็นกำลังใจให้หน่วยงานสาธาณสุขบุคลากรทางการแพทย์ ทีมนักวิจัยของทุกประเทศ เพราะหากมีผลสำเร็จที่ดี ก็น่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้คนทั่วโลกค่ะ

สำหรับยาเบตาดีน Betadine ที่ใช้ประโยชน์กันในปัจจุบันนี้ จะมีคุณสมบัติใช้ทาป้องกัน และรักษาบาดแผลบนผิวหนัง ตัวยามีฤทธิ์ในฆ่าเชื้อแบคทีเรียต่างๆ และยับยั้งการเจริญเติบโตของยีสต์ ไวรัส เชื้อรา และ โปรโตซัว ทั้งนี้วิธีการใช้ยาเบตาดีน คือ หลังจากทำความสะอาดบาดแผลแล้ว จะใช้เบตาดีนทาลงบาดแผล ซึ่งช่วยให้บาดแผลสมานแห้งหายเป็นปกติได้เร็วค่ะ

ทีมแม่ABK…ด้วยความห่วงใย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แม่ต้องระวัง! โรคแทรกซ้อนโควิด-19 ในเด็ก ทำลูกป่วยหนัก

หมอเตือน! อาการไข้หวัดใหญ่ คล้ายกับโควิด-19 ติดร่วมกันได้ทำให้ป่วยหนัก

วิจัยเผย “ยาฟ้าทะลายโจร” ฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้จริง!

 

การ์ตูนน่ารัก

แนะนำ 5 การ์ตูนน่ารัก สนุก ๆ เสริมพัฒนาการลูกน้อยวัยเรียนรู้

เพราะเด็กกับการ์ตูนเป็นของคู่กัน หากลูกได้ดู การ์ตูนน่ารัก ที่มีเนื้อหาเหมาะกับวัย ในระยะเวลาที่เหมาะสม ก็จะทำให้ลูกสนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน วันนี้ ทีมแม่ ABK มีทางเลือกดี ๆ มาแนะนำ กับแอปพลิเคชัน POPS App Thailand ที่จะทำให้ลูกรักสามารถสนุกกับการชมการ์ตูนโดยที่คุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้ว่า ลูกจะได้ชมการ์ตูนที่มีเนื้อหาเหมาะสมกับวัย สนุก และได้ความรู้อีกด้วยนะคะ

แนะนำ 5 คอนเทนต์สนุก ๆ การ์ตูนน่ารัก ได้สาระต้อนรับเปิดเทอม 

ประโยชน์จากการดูการ์ตูน

ฟีดดิ้งไทม์

การให้ลูกได้ใช้เวลากับการดู การ์ตูนน่ารัก ๆ  มีความรู้สอดแทรก และมีเนื้อหาเหมาะสมกับวัย ก็จะเป็นประโยชน์กับลูก อาทิ ถ้าลูกได้ดูการ์ตูนสารคดี ลูกก็จะได้รับความรู้ไปพร้อม ๆ กับความสนุก ถ้าลูกได้ดูการ์ตูนเพลงภาษาอังกฤษ ลูกก็จะได้มีโอกาสซึมซับสำเนียงและได้รู้จักคำศัพท์ต่าง ๆ โดยที่เราไม่ต้องบังคับให้ลูกท่องจำ
ดังนั้น การดูการ์ตูนก็เป็นอีกทางในการเสริมพัฒนาการให้ลูกได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องคอยดูแล เป็นผู้เลือกการ์ตูนให้ลูกดู เพื่อให้ลูกได้รับเนื้อหาที่เหมาะสมกับวัย และที่สำคัญ ต้องเอาใจใส่ ให้ลูกใช้เวลากับการดูการ์ตูนให้พอดี ไม่มากเกินไปด้วยนะคะ

ระยะเวลาที่เหมาะสมกับการดูการ์ตูนในแต่ละช่วงวัย

สมาคมกุมารแพทย์และสมาคมจิตเวชเด็ก แนะนำว่าเด็กแต่ละช่วงวัย ควรใช้เวลาในการดูทีวี ซึ่งรวมถึงการ์ตูน ดีวีดี ยูทูป หรือใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ไอแพด หรือโทรศัพท์มือถือ ตามระยะเวลาดังนี้ค่ะ
  • แรกเกิด – 2 ปี ไม่ควรดูเลย ถึงแม้จะเป็นรายการสำหรับเด็กโดยเฉพาะก็ตาม
  • เด็ก 2 – 4 ปี แนะนำว่า ควรดูวันละไม่เกิน 30 นาที
  • เด็ก 4 ปีขึ้นไป แนะนำว่า ควรดูวันละไม่เกิน 60 นาที

POPS App Thailand รวมคอนเทนต์สนุกๆ สำหรับเด็กๆ

แอปพลิเคชันสำหรับลูกรักที่ทีมแม่ ABK จะมาแนะนำวันนี้ คือแอปพลิเคชัน POPS App Thailand ที่จะมาเป็นผู้ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถคัดกรองเนื้อหาต่าง ๆ ให้ลูกได้ ทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถมั่นใจได้ว่าลูกจะได้ดู การ์ตูนน่ารัก ๆ ที่มีเนื้อหาเหมาะสม แถมยังได้ทั้งสาระความรู้อีกด้วยนะคะ 
pops app thailand

การ์ตูนน่ารัก สำหรับเด็ก 2-6 ปี ดูอะไรดี?

POPS App Thailand เป็นแอปพลิเคชันที่เต็มไปด้วยรายการต่าง ๆ สำหรับผู้ชมทุกวัยในครอบครัว และในวันนี้ ขอแนะนำ 5 คอนเทนต์สนุก ๆ สำหรับเด็กอายุ 2-6 ปี ที่พร้อมมอบทั้งทักษะความรู้และความสนุกเพลิดเพลินที่คุณพ่อคุณแม่สามารถเปิดชมไปพร้อม ๆ กันกับลูกได้ ด้วยเสียงพากย์ภาษาไทยที่สนุกสนานของทีมพากย์มืออาชีพ จะมี การ์ตูนน่ารัก ๆ เรื่องอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ
1. ฮาโรลด์และดินสอสีม่วง (Harold and the purple crayon)
harold and the purple crayon
Harold and the purple crayon
เรื่องราวของเด็กน้อยนามว่า ฮาโรลด์ ที่ในทุกๆ ค่ำคืนจะนำเราไปสำรวจโลกในจินตนาการที่สร้างขึ้นมาจาก “ดินสอสีม่วง” แท่งโปรดของเขา ซึ่งนอกเหนือจากความสนุกสนานที่ ฮาโรลด์ ได้บอกเล่าผ่านการผจญภัยยามค่ำคืนในจินตนาการของเขาแล้วนั้น เรายังพบกับความฉลาดของ ฮาโรลด์ ที่มักตั้งคำถามใหม่ ๆ เพื่อให้เกิดการขบคิด รวมทั้งยังสนใจสิ่งต่าง ๆ รอบตัว รวมทั้งความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ที่เขามักจะเนรมิตขึ้นมาจากดินสอสีม่วงของเขานั่นเอง  มาร่วมกันเปิดโลกแห่งจินตนาการและการสร้างสรรค์กับ ฮาโรลด์ และดินสอสีม่วงกันนะ
 
2. ฟีดดิ้ง ไทม์ (Feeding Time)
feeding time
Feeding Time
สนุกสนานไปกับเรื่องราวในชีวิตประจำวันของ “ลาทิส” พี่สิงโตสุดใจดี ผ่านบทสนทนาที่จะชวนเราไปทำความรู้จักกับเพื่อน ๆ สรรพสัตว์จากทั่วทุกมุมโลกว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน และกินอะไรเป็นอาหารกันบ้าง ซึ่งนอกจากความสนุกสนานและความน่ารักของพี่ลาทิสกับเพื่อน ๆ ที่มักจะแวะมาเยี่ยมเยียนเขาแล้วนั้น เรายังได้เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการกินอาหารของสัตว์แต่ละชนิดอีกด้วย
 
3. ภาษาอังกฤษกับสัตว์โลก (Animal Alphabet)
Animal Alphabet
Animal Alphabet
ร่วมผจญภัยไปกับภารกิจการตามหาตัวอักษรภาษาอังกฤษของ “พี่ขนปุย” น้องหมาสี่ขาที่จะพาเราไปตะลุยดินแดนต่าง ๆ ทั้งในน้ำ บนบก และในอากาศ เพื่อตามหาตัวอักษรภาษาอังกฤษทั้ง 26 ตัว ที่ซุกซ่อนอยู่  ซึ่งนอกจากความตื่นเต้นจากภารกิจการตามหาตัวอักษรแล้วนั้น เรายังได้รู้จักเพื่อนๆ สัตว์จากทั่วทุกมุมโลกอีกด้วย
 
4. รู้ไหมเสียงอะไร (Download this)
Download this
Download this
“ลองมาทายกันดูสิว่า เสียงที่ได้ยินนี้คือเสียงอะไร”  เรื่องราวของสองคู่หู “แฟลช” สุนัขนักผจญภัย ผู้ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวไปทุกมุมโลกเพื่อบันทึกภาพและเสียงของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด และส่งข้อมูลมาให้กับ “ฮูก นกฮูกเจ้าปัญญาผู้ชื่นชอบการเก็บบันทึกข้อมูลเสียงจาก แฟลชเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เสียงของสัตว์ต่าง ๆ ผ่านการเปิดเสียงและภาพถ่ายที่แฟลชส่งมาให้ฮูก พร้อมร่วมสนุกไปกับการทายเสียงของสัตว์แต่ละชนิด
 
5. แดนซ์ ฟีเวอร์ (Dance Fever)
Dance fever
ผ่อนคลายอิริยาบถ พร้อมชวนเด็ก ๆ ลุกขึ้นมาขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกาย ด้วยการเต้นตามจังหวะสนุก ๆ ที่พี่ดีเจคนเก่งจัดให้ซึ่งนอกจากจะได้ร่วมออกสเต็ปแดนซ์ด้วยกันแล้ว ยังได้เรียนรู้ท่าเต้นที่เลียนแบบการเคลื่อนไหวของสัตว์ชนิดต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลกอีกด้วย

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

คุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้ ด้วยระบบคัดกรองการเข้าถึงเนื้อหาสำหรับเด็ก ๆ

ดูการ์ตูนกับลูก

POPS App Thailand มีการจัดหมวดหมู่คอนเทนต์ให้สามารถเลือกรับชมได้อย่างสะดวกและง่ายดาย รวมถึงไฮไลท์สำคัญก็คือ การมีระบบเข้ารหัสบัญชีผู้ใช้ ที่ผู้ใช้บริการทุกคนจะต้องตั้งค่าโปรไฟล์ตามกลุ่มอายุจริง ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของพ็อพส์ฯ ในการนำเสนอสื่อที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ที่จะมีการคัดกรองข้อมูลและเนื้อหาก่อนนำเสนอทุกครั้ง

ผู้ปกครองสามารถตั้งเวลาในการเข้าชมแอปพลิเคชั่น รวมถึงสามารถตั้งรหัสผ่านผู้ใช้งานเพื่อแยกการเข้าถึงเนื้อหาสำหรับผู้ใช้งานได้ตั้งแต่ กลุ่มเด็กเล็ก (อายุไม่เกิน 6 ปี) เด็กโต (7-15) กลุ่มวัยรุ่น และกลุ่มคนวัยทำงานได้ เพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริง

สามารถเข้ารับชมได้ฟรี! เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน POPS จาก App Store สำหรับระบบปฏิบัติการ IOS และจาก Google Play Store สำหรับระบบปฏิบัติการ Android หรือเลือกเข้าชมผ่านทาง www.pops.tv และสามารถกดติดตามข่าวสารการอัพเดทคอนเทนต์ใหม่ๆ ได้ทาง Facebook/Twitter/Instagram: pops app Thailand

 


ขอบคุณข้อมูลจาก เด็กเล็กควรดูทีวีหรือไม่ โดย คุณหมอสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม 

20 นิทานอีสปสั้นๆ เน้นคติเตือนใจ เหมาะกับทุกวัย จบแบบยิ้มได้ไม่รุนแรง

ชวนแม่โหลดฟรี นิทานพี่ข้าวสวย-น้องข้าวต้ม รับมือ โรคติดต่อ หลังเปิดเทอม

คุณทองแดง ฉบับการ์ตูน หนังสือทรงคุณค่าของในหลวง รัชกาลที่ 9 จาก โครงการส่งความรู้ สร้างความสุข ปีที่ 2

โรคมือเท้าปาก

กรมควบคุมโรคเตือน!! โรคมือเท้าปาก ระบาดช่วงเปิดเทอม

สธ.เตือน!! โรคมือเท้าปาก ระบาดช่วงเปิดเทอม โดยในปี 2563 นี้ พบผู้ป่วย 6,202 รายแล้ว โดยพบมากสุดในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้ปกครองควรสังเกตอย่างใกล้ชิด

กรมควบคุมโรคเตือน!! โรคมือเท้าปาก ระบาดช่วงเปิดเทอม

นอกจากการระมัดระวังและป้องโรคติดเชื้อโควิด 19 แล้ว สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรระมัดระวังควบคู่ไปด้วยคือ โรคหน้าฝน โรคที่มักจะมีการระบาดในหน้าฝนทุก ๆ ปี ซึ่งตรงกับช่วงเปิดเทอมของลูก ๆ นั่นเอง และในปีนี้ โรคที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ โรคมือเท้าปาก โดยทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้แนะผู้ปกครองและสถานศึกษา ให้เฝ้าระวัง และป้องกันโรคมือเท้าปาก ดังนี้

วันนี้ (26 มิถุนายน 2563) นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการเปิดภาคเรียน ซึ่งสถานศึกษาอาจมีกิจกรรมรวมกันเป็นกลุ่มที่มีโอกาสใกล้ชิดกันมาก ประกอบกับในช่วงนี้เป็นฤดูฝน สภาพอากาศที่เย็นและชื้น ทำให้มีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ง่าย โดยสิ่งที่ผู้ปกครองและครูควรระมัดระวังไม่ให้เด็กป่วย นอกจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) แล้ว ยังมี โรคมือเท้าปาก ที่ผู้ปกครองและครูควรต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก ซึ่งมีแนวโน้มพบอัตราป่วยมากที่สุด นั้น กรมควบคุมโรค จึงขอให้ผู้ปกครองและครูดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด คัดกรองและสังเกตอาการของเด็กก่อนเข้าเรียน เพื่อเฝ้าระวังการป่วยด้วยโรคมือ เท้า ปาก และโรคโควิด 19 ด้วย

สถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 23 มิถุนายน 2563 พบผู้ป่วย 6,202 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต โดยพบมากที่สุดในช่วงอายุเด็กแรกเกิด – 4 ปี รองลงมาคืออายุ 5 ปี และอายุ 7-9 ปี ตามลำดับ โดยโรคมือ เท้า ปากจะพบมากในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งมีภูมิคุ้มกันต่ำ

มือเท้าปาก
มือเท้าปาก

รู้จักโรคมือเท้าปาก

โรคมือเท้าปากเป็นโรคติดต่อที่พบบ่อยในเด็กโดยเฉพาะเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี มักมีการระบาดช่วงฤดูฝน สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเตอโรไวรัส มีหลายสายพันธุ์ ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง กรณีที่มีสมองอักเสบร่วมด้วย มักเกิดจากเชื้อเอนเตอโรไวรัส 71 หรือ อีวี 71 มีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้

โรคมือเท้าปากติดต่อได้อย่างไร

เชื้อไวรัสชนิดนี้ แพร่ผ่านทางระบบทางเดินอาหารและการหายใจ สามารถติดต่อโดยตรงจากการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย และอุจจาระของผู้ป่วย สามารถติดต่อโดยอ้อมจากการสัมผัสผ่านของเล่น มือผู้เลี้ยงดู น้ำและอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ โรคมือเท้าปากมักระบาดในโรงเรียน ชั้นอนุบาลเด็กเล็ก หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก โรคมีระยะฟักตัวประมาณ 1 สัปดาห์ จึงสามารถติดต่อกันได้โดยที่ยังไม่แสดงอาการ

อาการของโรคมือเท้าปาก

เด็กที่เป็นโรคมือเท้าปาก มีอาการไข้ เจ็บปาก น้ำลายไหล กินอาหารได้น้อย เนื่องจากมีแผลที่กระพุ้งแก้มและเพดานปาก มีผื่นเป็นจุดแดงหรือตุ่มน้ำใสที่บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า รอบก้นและอวัยวะเพศ อาจมีผื่นตามลำตัว แขนและขาได้ มักมีอาการประมาณ 2-3 วันและดีขึ้นจนหายใน 1 สัปดาห์ ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง บางรายอาจมีภาวะขาดน้ำจากกินอาหารและน้ำน้อยลง

โรคมือเท้าปากโดยทั่วไปไม่น่ากลัว สามารถหายป่วยได้เอง ส่วนน้อยที่มีอาการรุนแรง มักเกิดจากเชื้ออีวี 71 มีอาการสมองอักเสบร่วมกับระบบหายใจและระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลว เสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว เด็กที่มีอาการรุนแรงมักมีไข้สูง ซึม อ่อนแรง มือสั่น เดินเซ อาเจียนมาก หายใจหอบ และชัก หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพาพบแพทย์โดยด่วน

การรักษาและป้องกัน โรคมือเท้าปาก

เนื่องจากโรคนี้จะมีอาการดีขึ้นและหายได้เองใน 1 สัปดาห์ การรักษาจะยึดตามหลักการรักษาตามอาการ คือ ให้ยาลดไข้ ยาแก้ปวด ยาชาเฉพาะที่สำหรับแผลในปาก ดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อชดเชยภาวะขาดน้ำ ยกเว้นเด็กที่มีอาการรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด

และเนื่องจากโรคนี้ติดต่อกันได้ง่ายในเด็กเล็ก ผู้ปกครองและสถานศึกษาจึงควรป้องกันไม่ให้โรคนี้แพร่ระบาด ดังนั้น นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค จึงได้แนะนำแนวทางการป้องกันโรคมือเท้าปาก ดังนี้

ผู้ปกครองและครูควรช่วยกันดูแลและสังเกตอาการของเด็กอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ หากพบว่ามีอาการคล้ายโรคมือเท้าปาก ให้พิจารณาหยุดเรียนและรักษาจนหาย และผู้ปกครอง ควรแจ้งให้ทางโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กทราบ เพื่อทำการค้นหาเด็กที่อาจป่วยเพิ่มเติม และขอแนะนำวิธีป้องกัน โรคมือเท้าปาก และโรคโควิด 19 ดังนี้

  1. ให้ผู้ปกครองคัดกรองอาการของเด็ก ก่อนมาสถานศึกษา หากเด็กไม่สบายหรือมีไข้ ควรพาไปพบแพทย์และให้พักอยู่ที่บ้าน

  2. ให้เด็กสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย ซึ่งเชื้อโรคมือ เท้า ปาก จะอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากแผลตุ่มพองหรืออุจจาระของผู้ป่วย หรือเมื่อผู้ป่วยไปจับของเล่น ของใช้จะทำให้เชื้อกระจายสู่ผู้อื่นได้ หากลดการสัมผัส จะสามารถป้องกันการรับเชื้อได้

  3. หมั่นทำความสะอาดพื้นที่ที่เด็กใช้ร่วมกัน ของใช้ ของเล่นเด็กเป็นประจำ เพื่อลดเชื้อโรคที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม

  4. หมั่นให้เด็กล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล ทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหารหรือเข้าห้องน้ำ เพื่อลดเชื้อสะสมบนมือและลดการแพร่สู่ผู้อื่น

  5. จัดให้มีพื้นที่ในการเข้าแถวทำกิจกรรม หรือเล่นกลุ่มย่อย แบบเว้นระยะห่างระหว่างกันอย่างน้อย 1-2 เมตร

  6. หากพบเด็กป่วยขอให้แยกออกจากเด็กปกติและแจ้งให้ผู้ปกครองรับกลับบ้าน ควรให้หยุดเรียนและพาไปพบแพทย์โดยเร็ว แยกของใช้ส่วนตัวเด็กป่วยออกจากเด็กปกติ และไม่ควรคลุกคลีกับคนอื่นๆ ในครอบครัวหรือชุมชน เพื่อชะลอการแพร่กระจายของเชื้อโรค

จะเห็นได้ว่าแนวทางการป้องกัน โรคมือเท้าปาก และโรคโควิด 19 ที่ทางกรมควบคุมโรคได้แนะนำมานั้น สามารถป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินอาหารและการหายใจอื่น ๆ ได้อีกด้วย ดังนั้น การปลูกฝังนิสัยให้เด็ก ๆ หมั่นล้างมือบ่อย ๆ จะช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

วิธีสังเกต อาการมือเท้าปาก และ วิธีดูแลรักษาลูกโดยไม่ต้องแอดมิด

8 โรคฮิตเปิดเทอม พ่อแม่เตรียมไว้เลย เปิดเทอมนี้ เจอแน่!!

ชิคุนกุนยา โรคไข้ปวดข้อยุงลาย โรคร้ายที่มากับยุง

หมอเตือน!! ส่าไข้ ระบาดหนักในเด็กเล็ก ระวังชักจากไข้สูง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : hfocus.org, สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เมกา ฮาร์เบอร์แลนด์ เวสต์เกต

เปิดแล้ว! ฮาร์เบอร์แลนด์ เซ็นทรัลเวสต์เกต ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ

สิ้นสุดการรอคอย! ฮาร์เบอร์แลนด์ เซ็นทรัลเวสต์เกต สนามเด็กเล่นในร่มใหญ่ที่สุดในโลก บนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร เปิดแล้วที่ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต เอาใจครอบครัวโซนกรุงเทพฯ ตะวันตก

ฮาร์เบอร์แลนด์ เป็นสนามเด็กเล่นในร่มที่เด็กๆ ได้เข้าไปแล้วต้องติดอกติดใจ สนุกเพลินจนไม่อยากกลับบ้าน และอยากให้ฮาร์เบอร์แลนด์มาเปิดสาขาใกล้บ้านสักที วันนี้ความฝันเป็นจริงแล้ว สำหรับเด็กๆ ที่อยู่ในโซนกรุงเทพฯ ตะวันตก เพราะศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต ได้เปิดตัว Mega HarborLand Westgate ฮาร์เบอร์แลนด์สาขาใหม่ล่าสุด ที่มาในธีมสดใส “Monster Festival” กับ ไฮไลท์ 5 ที่สุดที่ไม่ควรพลาด

เครื่องเล่นในฮาร์เบอร์แลนด์
เครื่องเล่นสนุกๆ ในฮาร์เบอร์แลนด์

เปิดตัวยิ่งใหญ่ Mega HarborLand Westgate กับ 5 ที่สุดที่ไม่ควรพลาด

1. ใหญ่ที่สุด – เมกา ฮาร์เบอร์แลนด์ เวสต์เกตเป็นสนามเด็กเล่นในร่ม (Indoor Playground) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก บนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ที่มีถึง 7 โซนความสนุก อัดแน่นมากกว่า 100 กิจกรรม

ฮาร์เบอร์แลนด์ เวสต์เกต ใหญ่ที่สุดในโลก
Credit : https://www.facebook.com/harborlandplayground

2. มากที่สุด – มีสไลเดอร์แบบต่างๆ ให้เล่นจนจุใจ มากกว่า 20 รูปแบบ มากที่สุดเท่าที่เคยมาใน HarborLand

ฮาร์เบอร์แลนด์ เวสต์เกต เครื่องเล่นเยอะที่สุด
Credit : https://www.facebook.com/harborlandplayground

3. โซนใหม่ล่าสุด – Harbor Inflatable บ้านลมสุดอลังการ ที่ผลิตและนำเข้าจากยุโรป แห่งแรกในประเทศไทย และ WonderLand เครื่องเล่นมินิไรด์สุดสนุกสำหรับเด็กเล็ก

ฮาร์เบอร์แลนด์ เวสต์เกต โซนใหม่ล่าสุด
Credit : https://www.facebook.com/harborlandplayground

4. เครื่องเล่นใหม่ล่าสุด – Ball Attack เกม Interactive Basketball ให้เด็กๆ แข่งกันชู้ตลูกบาสให้เข้าเป้าในเวลาที่กำหนด และยังมี Interactive Wall, Interactive Trampoline, Valo Jump, และ Arena สนามกีฬาแบบ 2 ชั้น

ฮาร์เบอร์แลนด์ เวสต์เกต เครื่องเล่นใหม่
Credit : https://www.facebook.com/harborlandplayground

5. สดใสสวยที่สุด – ฮาร์เบอร์แลนด์ เซ็นทรัลเวสต์เกต มาพร้อมคอนเซ็ปต์ใหม่ Monster Festival ธีมสดใสที่จะชวนเด็กๆ มาเล่นสนุก ปลุกจินตนาการในสวนสนุกสำหรับเด็กที่มันส์ที่สุด

ฮาร์เบอร์แลนด์ เวสต์เกต ธีม Monster festival
Credit : https://www.facebook.com/harborlandplayground

7 โซนความสนุกใน ฮาร์เบอร์แลนด์ เซ็นทรัลเวสต์เกต

  • โซน HarborLand เป็นโซนไฮไลท์ ที่มีสไลเดอร์มากกว่า 20 แบบให้เด็กๆ ได้เล่นจนจุใจ
  • โซน Roller Land ลานโรลเลอร์สเก็ตสำหรับเด็กๆ ที่มีอุปกรณ์เซฟตี้ให้อย่างครบครัน
  • โซน Harbor Inflatable บ้านลมยักษ์ส่งตรงจากยุโรป โซนใหม่แกะกล่อง ที่นี่ที่แรก
  • โซน Laser Battle เกมเลเซอร์แท็ก สำหรับเด็กๆ ที่มาเป็นก๊วน เข้าไปประลองฝีมือกันหน่อย (พบกันเร็วๆนี้)
  • โซน WonderLand เครื่องเล่นมินิไรด์ สุดสนุกตื่นเต้นสำหรับเด็กเล็ก (พบกันเร็วๆนี้)
  • โซน AdventureLand ฐานไต่เชือกผจญภัย สำหรับเด็กๆ ที่ชื่นชอบปีนป่าย แนวแอดเวนเจอร์ (พบกันเร็วๆนี้)
  • โซน JumpZ Trampoline Park สนามแทรมโพลีนสุดมันส์ โดดได้โดดดี ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

โซน Little Ville สำหรับเด็กเล็ก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ห้ามพลาด! โปรโมชั่นเปิดตัว สุดพิเศษ

พิเศษสุดกับ Grand Opening Promotion Member สมัครสมาชิกในราคาสุดคุ้มถึง 31 ก.ค.63 นี้เท่านั้น! โดยสามารถสมัครบัตร Member ออนไลน์ได้ทาง www.thaitripticket.com หรือลิงค์ตรงที่ https://bit.ly/3ghm7NX

  • สมัครสมาชิกราย 3 เดือน 5,900 บ. (ปกติ 7,900 บ.) เล่นได้ที่โซน HarborLand ฟรีผู้ปกครอง 1 ท่าน
  • สมัครสมาชิกราย 1 ปี 12,900 บ. (ปกติ 15,900 บ.) เล่นได้ที่โซน HarborLand ฟรีผู้ปกครอง 1 ท่าน และโซน RollerLand โดยสมัครบัตร Member 1 ปี จะได้รับ Voucher ห้องพัก Balcony Seaside Family Studio 1 คืนด้วย
สมัครสมาชิก ฮาร์เบอร์แลนด์ เวสต์เกต 3 เดือน
Credit : https://www.facebook.com/harborlandplayground

 

สมัครสมาชิก ฮาร์เบอร์แลนด์ เวสต์เกต รายปี
Credit : https://www.facebook.com/harborlandplayground

นโยบายเรื่องความสะอาดและความปลอดภัย

เมื่อพาเด็กๆ มาสนุกที่ฮาร์เบอร์แลนด์ เด็กๆ และผู้ปกครองจะต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิทุกคนก่อนเข้าพื้นที่, มีเจ้าหน้าที่เดินบริการเจลล้างมือตามจุดต่างๆ ทุกชั่วโมง, เปิดเครื่องฉาย UV-C ฆ่าเชื้อทุก 3 ชั่วโมง และมีการปรับลดจำนวนผู้ใช้บริการ โดยกำหนดจำนวนผู้เล่นเครื่องเล่นในแต่ละโซน 1 คนต่อ 8 ตร.ม. เพื่อลดความหนาแน่น ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าทุกตารางนิ้วใน เมกา ฮาร์เบอร์แลนด์ เวสต์เกต ได้มาตรฐาน ทั้งเรื่องความสะอาดและความปลอดภัย

ราคาค่าเข้า ฮาร์เบอร์แลนด์ เซ็นทรัลเวสต์เกต

สำหรับในช่วงโควิด-19 นี้ ทางฮาร์เบอร์แลนด์ปรับเวลาให้เด็กๆ สามารถเข้าเล่นได้โซน 2 ชั่วโมง ตามมาตรการรัฐ โดยคิดค่าใช้บริการ ดังนี้

  • เด็กที่มีความสูงน้อยกว่า 80 ซม. เข้าฟรี
  • เด็กที่มีความสูงตั้งแต่ 81 ซม.ขึ้นไป และผู้ใหญ่ ราคา 390 บาท
  • ผู้ปกครองที่มาพร้อมเด็ก ราคา 140 บาท ผู้สูงอายุที่มาพร้อมเด็ก เข้าฟรี
ค่าเข้า ฮาร์เบอร์แลนด์ เวสต์เกต ราคา
Credit : https://www.facebook.com/harborlandplayground

เมกา ฮาร์เบอร์แลนด์ เวสต์เกตเปิดให้บริการ ที่ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ทุกวัน โดยสามารถติดตามรายละเอียดและโปรโมชั่นต่างๆ ได้ที่ FB: CentralPlaza Westgate (เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต)

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

8 กิจกรรมยามว่างพัฒนา สมองซีกซ้าย vs ซีกขวา ฝึกลูกใช้เหตุผลและมีความคิดสร้างสรรค์

9 กิจกรรมเล่นกับลูกวัยอนุบาล เพิ่มทักษะ เสริมพัฒนาการรอบด้าน

7 กิจกรรมเล่นกับลูก ได้จินตนาการ เสริมพัฒนาการลูกดีทุกด้าน

นิทานอีสป สิงโตกับหนู

นิทานอีสป สิงโตกับหนู นิทานก่อนนอน สอนลูกมีน้ำใจ ไม่ดูถูกใคร

สิงโตกับหนู เป็นนิทานอีสปสุดคลาสสิก พ่อแม่หลายยุคสมัยนิยมอ่านให้ลูกฟัง นอกจากจะช่วยปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน ส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษา และได้ใช้เวลาทองเพื่อสานสัมพันธ์ในครอบครัวแล้ว เนื้อหาในนิทานมีข้อคิดดีๆ สอนใจลูกให้เป็นเด็กดี มีน้ำใจกับผู้อื่น และไม่ดูถูกใคร ซึ่งเป็นหนึ่งในความฉลาดที่เด็กยุคใหม่ต้องมีติดตัว

สอนลูกเป็นเด็กกตัญญู ไม่ดูถูกใคร ผ่านนิทาน สิงโตกับหนู

 

เพราะความฉลาดรอบรู้ สติปัญหาเฉียบแหลม มีความสามารถรอบตัวอาจไม่เพียงพอให้ลูกเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุขได้ โดยเฉพาะในอนาคตข้างหน้าที่เด็กเจนอัลฟ่าจะต้องทำงานร่วมกับคนจากทั่วโลก ต่างเชื้อชาติ ภาษา วัฒนธรรม และรสนิยม ลูกจำเป็นต้องมีความฉลาดทางคุณธรรม (MQ)  และ ความฉลาดทางสังคม ( SQ) เพื่อให้มีพฤติกรรมที่ดี ทำสิ่งถูกต้องจนเป็นนิสัย เช่น มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่ดูถูกคนอื่นที่ต่างจากตัวเอง สิ่งเหล่านี้ต้องได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ผ่านกิจวัตรประจำวัน การเล่น รวมถึงการเล่านิทาน อย่าง นิทานอีสปสิงโตกับหนู เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ตามมาอ่านกันเลย

 

สิงโตกับหนู นิทานอีสปที่ไม่หนูๆไม่ควรพลาด

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมี “สิงโตเจ้าป่า”กำลังนอนหลับอย่างสบายใจ ขณะเดียวกันนั้น “เจ้าหนูตัวกระจิริด” ที่วิ่งซุกซนอยู่ใกล้ๆ ไม่ทันดูว่าสิ่งที่ตนปีนป่ายอยู่นั้นคืออะไร จนไต่ขึ้นมาบนตัวสิงโต ส่งเสียงจี๊ดๆน่ารำคาญจนทำให้เจ้าป่าจนสะดุ้งตื่น เมื่อลืมตามาเห็นว่าหนูตัวจ้อยเป็นต้นเหตุ

 

สิงโตกับหนู

สิงโตโกรธมากและใช้กรงเล็บตะปบเจ้าหนูได้ทันควัน พร้อมกับพูดด้วยเสียงดุดันว่า

“หน็อยแน่ เจ้าหนูตัวแสบ กล้าดียังไงมาทำให้ข้าตื่นฮึ ข้าจะฆ่าเจ้าเสียเดี๋ยวนี้แหละ”

เจ้าหนูตกใจกลัวจึงวิงวอนร้องขอชีวิต

“ท่านสิงโตเจ้าป่าแห่งสัตว์ทั้งปวง ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด ไม่แน่ว่าวันหนึ่งข้าอาจมีประโยชน์ต่อท่านก็ได้”

 

สิงโตได้ยินดังนั้นก็หัวเราะลั่น

“หนูตัวจิ๋วอย่างเจ้าเนี่ยนะ จะมาช่วยอะไรข้าได้ เฮอะ แต่เอาเถอะ ถือว่าข้าปล่อยเจ้าเอาบุญก็แล้วกัน”

ว่าแล้วสิงโตก็ปล่อยให้หนูเป็นอิสระ ก่อนที่เจ้าหนูจะรีบวิ่งหนีหายไป

 

เมื่อเวลาผ่านไปสิงโตกับหนูไม่ได้พบกันอีก จนมาวันหนึ่งสิงโตเดินเล่นอยู่ในป่า เกิดพลั้งเผลอไปติดบ่วงของนายพรานที่วางดักสัตว์เอาไว้ สิงโตพยายามใช้พละกำลังมหาศาลดิ้นจนสุดกำลัง แต่ดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่หลุด ยิ่งดิ้นบ่วงยิ่งรัดแน่นขึ้น จึงได้แต่ร้องคำรามขอความช่วยเหลือ

เจ้าหนูตัวน้อยที่สิงโตเคยไว้ชีวิตได้ยินเสียงร้องเข้า จึงรีบรุดมาดู เมื่อเห็นเป็นสิงโตเจ้าป่าจึงเข้าไปกัดแทะบ่วงของนายพรานจนขาด สิงโตหลุดออกจากบ่วงและเป็นอิสระในที่สุด

 

นิทาน สิงโตกับหนู เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

ข้อคิดจากนิทานเรื่องนี้มีหลายอย่าง ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนให้ลูกเข้าใจได้ง่าย ทั้ง การไม่ดูหมิ่นคนที่ต่ำต้อยกว่าตน อย่างพฤติกรรมของ สิงโตกับหนู เพราะแม้เจ้าป่าจะเป็นผู้มีพละกำลังวังชามากกว่าหนูตัวน้อย แต่เมื่อพลั้งพลาดติดบ่วงนายพรานจนแทบเอาตัวไม่รอด ฟันเล็กๆของเจ้าหนูจอมแทะบวกกับขนาดตัวที่เล็กจิ๋ว จึงมุดเข้าไปกัดเชือกให้ขาดออกได้อย่างง่ายดาย เปรียบเสมือนคนตัวเล็กหรือมีพละกำลังน้อย แต่แท้จริงแล้วอาจทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่และช่วยเหลือคนที่มีร่างกายสูงใหญ่ ร่ำรวยกว่าได้เช่นกัน

ดังนั้นลูกจึงไม่ควรดูถูกคนที่ด้อยกว่า หรือตัดสินใครเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก ระหว่างที่พ่อแม่อ่านนิทานให้ฟัง ลูกยังได้ซึมซับข้อคิดเกี่ยวกับช่วยเหลือและมีน้ำใจต่อผู้อื่น ก็ย่อมจะได้รับความช่วยเหลือตอบแทน พร้อมกับสอนให้ลูกรู้จัก “ความกตัญญู” รู้บุณคุณคน คุณสมบัติที่ช่วยให้ลูกประสบความสำเร็จในชีวิต เหมือนที่หนูช่วยชีวิตตอบแทนที่สิงโตไว้ชีวิตมัน แม้จะผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่เคยลืมพระคุณ

นิทานสองภาษาสิงโตกับหนูฉบับเด็กสองภาษา ไทย-อังกฤษ

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้ลูกๆมีทักษะภาษาที่ดี ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ก็สามารถชวนลูกมาสนุกกับคลิปนิทานจากนิทานอีสปสิงโตกับหนู ที่ภาพการ์ตูนสีสันสดใส พร้อมกับเสียงเล่าน่าฟัง ให้เด็กๆดูยามว่างเพลินๆ แถมดูจบแล้วยังสามารถตั้งคำถามให้ลูกลองเปรียบเทียบนิทานสิงโตกับหนูที่แม่เล่า กับคลิปนิทานได้ด้วยว่าต่างกันอย่างไร ตอนจบเหมือนกันหรือเปล่า

 

คลิปนิทานสิงโตกับหนู ฉบับภาษาไทย

 

                  เครดิตคลิปจาก Thai Fairy Tales for Kids                                                                  

คลิปนิทานสิงโตกับหนู ฉบับภาษาอังกฤษ

เครดิตคลิปจาก ABCmouse.com Early Learning Academy

  ดูคลิปนิทานสิงโตกับหนูแล้ว อย่าลืมให้ลูกน้อยเรียนรู้คำศัพท์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ภาษาอังกฤษกันด้วยนะคะ

 

โหลดฟรี! 100 นิทานก่อนนอนสำหรับเด็ก

5 นิทานคุณธรรม ปลูกฝังให้ลูกทำดีได้ตั้งแต่เล็ก!

รวม นิทานหมอประเสริฐแนะนำ

 

นิทานเพลงสองภาษาสิงโตกับหนูฉบับภาษาไทย-อังกฤษ

ส่วนลูกบ้านไหนชอบร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ นิทานสิงโตกับหนูก็มีเนื้อเพลงสนุก จำง่ายๆ ใส่ทำนองเพลงน่ารักๆ ให้หัดร้องตาม พร้อมเรียนรู้คุณธรรมจากนิทานเรื่องนี้ไปพร้อมกันได้ คุณพ่อคุณแม่อาจชวนน้องมาออกแบบท่าเต้น คุณแม่เล่นบทบาทสมมติเป็นสิงโต ส่วนลูกน้อยก็เป็นเจ้าหนูใจกล้า ผลัดกันร้อง ผลัดกันเต้น กลายเป็นละครโรงเล็กประจำบ้านที่สนุกได้ทั้งครอบครัว แถมยังช่วยพัฒนาความกล้าแสดงออกและความคิดสร้างสรรค์ให้ลูกอีกด้วย

คลิปนิทานเพลงสิงโตกับหนู ฉบับภาษาอังกฤษ

ขอบคุณคลิปจาก Super Kids Network Nursery Rhymes & Cartoon Songs

 

คลิปนิทานเพลงสิงโตกับหนู ฉบับภาษาไทย

ขอบคุณคลิปจาก  Indysong Kids Nursery rhymes & Cartoon Animation

 

มาดูเนื้อเพลงไว้ร้องตามตรงนี้เลย

“ราชสีห์เจ้าป่าตัวหนึ่ง นอนพักสบายใจ  
หนูตัวหนึ่งซุกซนขึ้นไป บนร่างใหญ่ของราชสีห์
ราชสีห์ตกใจ  คำรามเสียงใหญ่น่ากลัว 
ด้วยความโกรธด้วยความโมโห ตะปบจับหนูเร็วไว
เจ้าหนูตัวน้อยนั้นกลัว วอนขอชีวิตเอาไว้
สักวันข้าจะกลับมารับใช้ ช่วยเหลือท่านตอบแทน
ราชสีห์หัวเราะเสียงดัง หนูน้อยอย่างเจ้าจะช่วยอะไร
แต่ดูเหมือนเจ้าไม่ตั้งใจ จะปล่อยไปเอาบุญ
หลายวันต่อมา ราชสีห์พลาดท่าครั้งใหญ่
ติดกับดักนายพรานที่วางเอาไว้ ดิ้นหนีเท่าไหร่ไม่หลุดเสียมี
เจ้าหนูได้ยินเสียงร้อง รีบวิ่งเข้ามาช่วยเหลือ
แทะบ่วงทีละเส้นจนขาดไม่เหลือ  ราชสีห์รอดตาย
ราชสีห์รู้สึกดีใจ ที่รอดจากนายพราน
ขอบใจเจ้าหนูอยู่นาน  ซึ้งใจที่ยังรอดตาย
นิทานได้สอนเอาไว้  อย่าได้ดูถูกคนที่ด้อยกว่า
สักวันถ้าเราลำบากขึ้นมา เพราะเขาอาจมาช่วยเหลือพวกเรา”

 

รวมภาพวาดระบายสี นิทานอีสปสิงโตกับหนู

ใครฟังนิทานก่อนนอน สิงโตกับหนูแล้วติดใจอยากลองระบายสีสิงโต เจ้าป่าผู้น่าเกรงขาม กับเจ้าหนูน้อยผู้มีความกตัญญูรู้คุณ คุณแม่สามารถนำภาพไปปริ้นซ์ให้ลูกน้อยได้ลงมือระบายสีได้ฟรีๆ กันเลยค่ะ

สิงโตกับหนู
ขอบคุณภาพจาก www.supercoloring.com

 

 

 

 

 

 

สิงโตกับหนู
ภาพจาก www.supercoloring.com
สิงโตกับหนู
ขอบคุณภาพจาก www.supercoloring.com

 

การอ่านนิทานต่างๆ รวมถึงนิทานอีสปเรื่องสิงโตกับหนูไม่ได้จำกัดเฉพาะการอ่านตามเรื่องราวดั้งเดิมของอีสปเท่านั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถปรับเปลี่ยนเนื้อหาของนิทานตามความเหมาะ เพื่อใช้สอนคุณธรรมด้านอื่นๆให้แก่ลูก หรือจะนำนิทานมาต่อยอดเป็นกิจกรรมอื่นๆ เช่น การวาดภาพระบายสี ประดิษฐ์หุ่นเชิด การแสดงละครโรงเล็ก หุ่นนิ้ว หรือการทำตุ๊กตากระดาษ (เปเปอร์มาเช่) ก็ยิ่งช่วยเพิ่มความสนุกสนานไปพร้อมกับส่งเสริมทักษะรอบด้านไปในตัวอีกด้วย

 

ปู่ย่าตายาย “อ่านนิทาน” ให้หลานได้อะไรมากกว่าที่คิด

 

2 นิทาน 2 ภาษา จากโครงการส่งความรู้ สร้างความสุข ปี 2

บอกต่อจ้าแม่!! 50 นิทานสำหรับเด็ก 0-3 ปี ที่ควรอ่านให้ลูกฟังก่อนนอน

Back to School ดัชมิลล์ เดลิเวอรี่ร่วมฉลองเปิดเทอมด้วยโปรโมชั่นพิเศษสุดเพื่อคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่

ดัชมิลล์ เดลิเวอรี่ ร่วมต้อนรับเปิดเทอมด้วยทริคดี๊ดีในการเตรียมกระเป๋าให้ลูกรักสำหรับคุณพ่อคุณแม่สมัยใหม่ เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ New Normal พร้อมด้วยโปรโมชั่นสุดคุ้มค่าที่คุณพ่อคุณแม่ต้องอย่าพลาด

• เคล็ด (ไม่) ลับสำหรับการเตรียมกระเป๋าให้ลูก เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ 

• เริ่มด้วยการเตรียมพร้อมยามเช้า ด้วยนมดัชมิลล์ เจ็นไอ วีคิวพลัส เพื่อบำรุงสายตา และเสริมสร้างสมองให้ลูกรัก เพื่อพร้อมรเรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่โรงเรียนอย่างเต็มที่ นมดัชมิลล์ เจ็นไอ วีคิวพลัส เป็นนมที่มีสารอาหารครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ลูทีนธรรมชาติจากผงกีวี่สกัด, วิตามิน A, และโอเมก้า 3,6,9 สารอาหารครบในกล่องเดียวขนาดนี้ ยิ่มดื่ม ยิ่งดีต่อลูกรักของคุณอย่างแน่นอนค่ะ

เติมพลังยามบ่ายให้กับลูกรักของคุณ ต้องไม่ลืมพกนมดีมอลต์ UHT ไปโรงเรียนทุกวัน เพราะนมดีมอลต์อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุถึง 14 ชนิด โดยเฉพาะโปรตีนที่มีส่วนช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต และยังมีธาตุเหล็ก วิตามิน B12 สูง ช่วยบำรุงสมองและประสาท เสริมสร้างการเรียนรู้ให้ลูกรักของคุณอย่างเต็มที่

หลังเลิกเรียนคุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ลืมที่จะเติมความอร่อย พร้อมความสดชื่น ด้วยดัชมิลล์ คิดส์ ให้กับลูกรักของคุณนะคะ
รับรองว่าได้ประโยชน์เต็มกล่อง เพราะดัชมิลล์ คิดส์ผลิตจากน้ำนมโคและน้ำผลไม้แท้ พร้อมด้วยกรดอะมิโน 9 ชนิด, แคลเซียม, และโอเมก้า ที่สำคัญมีให้เลือกหลายหลายรสชาติด้วยนะคะ

ดูแลลูกรักของคุณด้วยผลิตภัณฑ์อร่อยดีมีประโยชน์จากดัชมิลล์ได้แล้ววันนี้ พร้อมโปรโมชั่นสุดแสนพิเศษจากดัชมิลล์ เดลิเวอรี่ ตั้งแต่วันนี้ – 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 เพียงคลิก https://bit.ly/320oOQ6 ที่สำคัญส่งฟรีทั่วประเทศ ไม่มีขั้นต่ำอีกด้วยค่ะ

#DutchMill
#DutchMillDelivery
#ส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ
#อร่อยดีมีประโยชน์

Tags

สถานที่พาลูกเที่ยว

คัดมาแล้ว! สถานที่พาลูกเที่ยว 8 จังหวัด สุดประทับใจ โดยพ่อเอก

ฉลองเทศกาลปลดล็อค ตอนที่แล้วเราเอาจังหวัดที่ปูนปั้นกับปั้นแป้งเคยไปเที่ยวแล้วชอบ ในระยะเดินทางไปไม่เกิน 3 ชั่วโมงจาก กรุงเทพฯ มาฝาก งวดนี้ขอแนะนำ สถานที่พาลูกเที่ยว ในจังหวัดที่เดินทางเกิน 3 ชั่วโมง มาทำให้ใจหวิวและเท้าสั่นกันนะครับ จะเน้นที่ๆ อาจจะไม่ยอดนิยม แต่ไปแล้วถูกใจเรา (ที่เที่ยวยอดนิยมของแต่ละจังหวัด ทุกท่านทราบกันอยู่แล้ว)

สถานที่พาลูกเที่ยว 8 จังหวัด สุดประทับใจ

1.  ภูเก็ต (หาดไม้ขาว)

หาดไม้ขาว ภูเก็ต
หาดไม้ขาว ภูเก็ต

ภูเก็ต เป็นจังหวัดที่ไปแล้วมีความสุข เราไปภูเก็ตมา 2-3 หน แต่ทีเด็ดของเราคือ ทริปไปพักที่พักที่หาดไม้ขาวซึ่งเราพักในโรงแรมที่มีสวนน้ำด้วย ดังนั้นเราก็เข้าสวนน้ำตั้งแต่เปิด 10.00 น. จนปิด 17.00 น. ตัวดำเมี่ยมแต่คุ้มสุดๆ สไลเดอร์โหดๆ ทุกตัวพี่ปูนปั้นเล่นหมด จนป๊าแปลกใจ ที่เด็ดของหาดไม้ขาวคือ คนไม่มาก ตอนเย็นๆ นอนชิลๆ สงบดี และ วิวเครื่องบินขึ้นลงก็ให้เก็บภาพงามๆ ได้ และอย่าลืมทานโอ้เอ๋วนะเออ

2. เชียงใหม่ (เขื่อนแม่งัด)

พาลูกเที่ยว เขื่อนแม่งัด เชียงใหม่
พาลูกเที่ยว เขื่อนแม่งัด เชียงใหม่

เชียงใหม่ –  ต้องเขื่อนแม่งัดเลยฮะ นั่งเรือออกไปนั่งแพทานอาหาร ชมบรรยากาศ โอ๊ยสุดยอด ไปเชียงใหม่มากี่ทีไม่เคยไปที่นี่ จนกระทั่งมีลูก นั่งแช่บนแพในเขื่อนแม่งัดชิลๆ วันฝนตก ภาพนี้ไม่มีวันลืม

3. เชียงราย (ไร่สิงห์)

zipline ที่เชียงราย
zipline ที่เชียงราย

เชียงราย – ที่นี่อาจจะไม่ใช่ที่แปลกแต่ประทับใจ คือ zip line ที่ไร่สิงห์วัดใจปูนปั้นในวัย 5 ขวบกว่า ใครจะคิดว่า พี่เขาจะกล้าลงเดี่ยว zip line ที่นั่นสูงและยาวพอควรทีเดียว แถมขอซ้ำจนป๊าต้องบอกว่าตังหมด และถ้ามีโอกาสต้องไปเทศกาลบอลลูน มันจะอยู่ในความทรงจำของลูกไปตลอด ยิ่งได้ขึ้นบอลลูนด้วยหละก็แจ่มเลย และอีกที่คือที่ยอดนิยมของผู้ใหญ่แต่อาจจะไม่ใช่สำหรับเด็ก แต่ผมไม่ลืมตอนที่ปูนปั้นกับปั้นแป้งมองลงไปเห็นเมฆก้อนมหึมาลอยต่ำกว่าจุดที่ตัวเองยืนแล้วร้องโอ้วออกมา หาโอกาสพาไปดูเมฆที่ภูชี้ฟ้า และสุดท้ายถ้ำขุนน้ำนางนอน ที่เด็กทุกคนควรไปเห็นสักครั้ง

พาลูกเที่ยว เทศกาลบอลลูน
พาลูกเที่ยว เทศกาลบอลลูน

 

พาลูกเที่ยว เทศกาลบอลลูน
ขึ้นบอลลูนกับครับ

4. บุรีรัมย์ (ปราสาทเมืองต่ำ)

พาลูกเที่ยว บุรีรัมย์
ปราสาทเมืองต่ำ บุรีรัมย์

บุรีรัมย์ – จริงๆ เราไปเพราะผมไปลงวิ่ง full marathon แต่คนและบรรยากาศที่บุรีรัมย์ทำให้ลูกๆ และเราหลงรัก ปราสาทเมืองต่ำ​เป็นอีกที่ที่น่าเที่ยวมีศิลปะงามๆ อีกมากแต่มักไม่อยู่ในแผนที่ท่องเที่ยวทั้งที่ลงจากพนมรุ้งนิดเดียว​ไม่ถึง20นาที​ เงียบสงบถ่ายรูปสบาย และอีกหนึ่งประสบการณ์บนเขากระโดงที่เคยเป็นปากปล่องภูเขาไฟ ทำให้เด็กๆ ตื่นเต้นเมื่อเห็นหินภูเขาไฟรูพรุนลอยน้ำได้ ส่วนสนามของทีมปราสาทสายฟ้าก็ทำให้เด็กๆ ได้เสื้อสวยๆ กลับบ้าน และอย่าพลาดศูนย์อนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำและนกกระเรียนพันธุ์ไทยที่ได้ปีนหอคอยส่องกล้องเห็นนกกระเรียนตัวเป็นๆ

ศูนย์อนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำและนกกระเรียนพันธุ์ไทย
ศูนย์อนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำและนกกระเรียนพันธุ์ไทย

5. สุโขทัย (อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย)

พาลูกเที่ยว สุโขทัย
พาลูกเที่ยว สุโขทัย

สุโขทัย – เพิ่งเคยไปหนเดียวในชีวิตเมื่อปีที่แล้ว แต่ทุกคนในครอบครัวบอกว่าปีหน้าจะไปใหม่ เพราะบรรยากาศปั่นจักรยานในกรุงศรีสัชนาลัยนั้นได้ทั้งความสงบ งาม และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ส่วนพิพิธภัณฑ์แห่งชาติรามคำแหงก็รวบรวมโบราณวัตถุชนิดที่เกินตำราเรียนไปมาก เราได้เห็นพระพุทธรูปปางแปลกๆ มากมาย มาสุโขทัยก็อย่าพลาดประสบการณ์การพิมพ์พระ และแวะไปเที่ยววิถีชาวบ้านที่ บ้านนาต้นจั่น (ปล. เมืองเก่าสุโขทัยเองคงไม่ต้องบอกให้แวะหรอกนะครับ)

ปั่นจักรยาน สุโขทัย
ปั่นจักรยาน ที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย

6. กาญจนบุรี (สังขละบุรี)

พาลูกเที่ยว กาญจนบุรี

กาญจนบุรี – จริงๆในตอนที่แล้วเราก็พูดถึงกาญฯ แต่จะเป็นภาพในเมืองที่ไม่เกิน 3 ชั่วโมงเดินทาง หนนี้เราจะบอกให้ไป ป้อมปี่ สังขละบุรี ด่านเจดีย์สามองค์ (ต้องไปเห็นกับตา หากใครเคยจินตนาการถึงเจดีย์องค์ใหญ่ 3 องค์เรียงกัน) และ น้ำตกเกริงกาเวียร์ (ไม่ได้คาดหวังมากตอนไป แต่พอไปแล้วชอบมาก)

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

7. สงขลา ( มัสยิดกลาง หาดใหญ่)

พาลูกเที่ยว หาดใหญ่
พาลูกเที่ยว หาดใหญ่

สงขลา – ไปสงขลาก็ต้องมาหาดใหญ่ มัสยิดกลางในยามแสงกำลังดี ให้ความรู้สึกเหมือนได้ถ่ายกับทัชมาฮาล (แม้ไม่เคยไปทัชมาฮาลมาก็ตาม ฮ่าๆๆ) น้ำตกโตนงาช้างอาจจะไม่ใหญ่โตมากและไม่ใช่แหล่งที่เที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวจะนึกถึงเมื่อมาเที่ยวหาดใหญ่ แต่ก็ได้บรรยากาศที่ต่างออกไปนะเออ

8. ชัยภูมิ (ปลูกป่าภูหลง)

ปลูกป่าภูหลง ชัยภูมิ
ปลูกป่าภูหลง ชัยภูมิ

ชัยภูมิ – เราไปมา 2 ปีติดๆ กัน เพื่อไปปลูกป่าภูหลง ต้นลำน้ำชี ซึ่งเกิดไฟป่าธรรมชาติเกือบทุกปี เป็นกิจกรรมของท่านหลวงพ่อไพศาลวิสาโล วัดป่าสุคะโต และวัดป่ามหาวัน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีมากสำหรับเด็กทั้งเรื่องปลูกป่า และการเข้าวัดป่าทั้ง 2 แห่ง นอกจากนั้น สถานที่พาลูกเที่ยว สวยๆ ของชัยภูมิที่เราจะต้องแวะคือ มอหินขาว, น้ำตกตาดโตน และจุดชมวิวผาหัวนาค

จริงๆ มีอีกหลายจังหวัด สถานที่พาลูกเที่ยว ที่ลูกๆ ไปแล้วสนุกแต่ไปตามจุดเช็คอินยอดนิยม แต่ก็น่าสนุกทั้งนั้น ทั้ง อุดรธานี (หนองประจักษ์), นครสวรรค์ (ปากน้ำโพ-พาสาน ต้นน้ำเจ้าพระยา), พิษณุโลก (ไหว้พระพุทธชินราช) เลือกกันได้หรือยังเอ่ยว่า วันหยุดหน้าพาลูกไปเที่ยวไหนดี


>>แวะไปดู รอยยิ้มหวานฉ่ำ ที่มีแจกฟรีทุกวันได้ที่เฟซบุ๊ค

หมุนรอบลูก – พี่ปูนปั้น กับ น้องปั้นแป้ง นะครับ<<

ปูนปั้น ปั้นแป้ง พ่อเอก
ปูนปั้น ปั้นแป้ง พ่อเอก เพจหมุนรอบลูก

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บัตรไทยแลนด์ มิวเซียม พาส 299 บาท พาลูกเที่ยวพิพิธภัณฑ์เข้าฟรี! ได้ทั่วไทย

เอาใจคนมีลูก 5 โรงแรมที่มี kids club ใน 5 จังหวัดท่องเที่ยว

เช็คลิสต์! ยาสำหรับเดินทาง พาลูกเที่ยว พกยาอะไรบ้าง?

ทรงผมสั้นประบ่า

ผมสั้นก็ปังได้นะแม่! รวม 40 ไอเดีย ทรงผมสั้นประบ่า สวยได้ ไม่ตกเทรนด์

ใครว่าเป็นคุณแม่แล้วจะต้องหยุดแต่งตัว หยุดทำผมสวย ๆ ไม่จริงเลย เพราะการใส่ใจดูแลตัวเองทั้งภายนอกและภายในเป็นเรื่องสำคัญ การที่คุณแม่จะหันมาเปลี่ยนลุคตัวเองบ้างไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด วันนี้ ทีมแม่ ABK มีไอเดีย ทรงผมสั้นประบ่า ที่เหล่าดาราและเซเลบนิยมทำกัน มาฝากคุณแม่ รวมไปถึงสาว ๆ ทุกคน ถูกใจทรงไหน เลือกไปให้ช่างตัดผมได้เลยค่ะ รับรองว่าปัง

รวม 40 ไอเดีย ทรงผมสั้นประบ่า สวยได้ ไม่ตกเทรนด์

ตัดผมสั้น ดีอย่างไร?

รู้ไหมคะ ว่าการตัดผมสั้นสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือคุณแม่ที่กำลังเลี้ยงลูก มีประโยชน์มากกว่าที่คิด

  • ดูแลง่ายกว่าผมยาว ทั้งเรื่องการจัดแต่งทรงผม หรือการบำรุงผม
  • ประหยัดเวลา เพราะว่าผมที่สั้นลง ทำให้ไม่ต้องใช้เวลานานในการสระผม เช็ดผม หวีผม เรียกได้ว่าสระผมเสร็จ รอไม่นานก็แห้งแล้ว มีเวลาไปทำอย่างอื่นอีกเยอะ
  • ลดปัญหาผมร่วง เนื่องจากช่วงตั้งครรภ์และช่วงหลังคลอด ฮอร์โมนจะมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้คุณแม่ผมร่วงง่ายมาก การตัดผมสั้น จะช่วยลดปัญหาผมร่วงได้ เพราะว่าเราจะไม่ต้องรบกวนผมมากนั่นเอง

 

อ่านเพิ่มเติม >> ผมร่วงหลังคลอด แม่มือใหม่รับได้มั้ย 6 เคล็ดลับป้องกันผมร่วงให้ลูกจำหน้าแม่ได้แบบสวยๆ

 

เห็นข้อดีจากการตัดผมสั้นไปแล้ว เรามาดู 40 ไอเดีย ทรงผมสั้นประบ่า ที่ทำแล้วรับรองว่าสวย ปัง หน้าเด็กลง แถมทำแล้วยังมีเวลาให้ลูกรักได้เต็มที่อีกด้วย จะมีทรงไหนถูกใจคุณแม่บ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

ทรงผมสั้นประบ่า ตัดปลายตรง

ทรงผมยอดฮิตที่สาว ๆ หลายคนน่าจะเคยทำ กับทรงผมสั้น ตัดปลายตรง แล้วปัดผมมาข้างใดข้างหนึ่ง หรือแสกกลาง ทรงผมสุดคลาสสิก เรียบง่าย แต่ไม่เคยตกเทรนด์ ดารานิยมทำกันเยอะมาก แถมทำแล้วเหมือนได้ย้อนวัยกลับไปมัธยมอีกครั้งด้วย

ทรงผมสั้นประบ่า
IG @aum_patchrapa
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @warattaya
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @cherrykhemupsorn
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @khunfour
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @sara_legge

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ทรงผมสั้นประบ่าแบบดัดปลาย

เป็นอีกหนึ่งทรงที่ทำให้ใบหน้าดูดีมากขึ้น ถ้าดัดเป็นลอนใหญ่ก็จะได้ลุคสาวน้อยหวาน ๆ หรือถ้าดัดปลายให้งุ้มเข้าหรือออกแบบเซอร์ ๆ ยุ่ง ๆ หน่อย ก็จะได้ลุคใหม่ที่ดูเฉี่ยว เปรี้ยว ทันสมัยมากขึ้น

ทรงผมสั้นประบ่า
IG @kimmy_kimberley
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @bellacampen
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @cambodia_starsworld
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @davikah
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @cheerny14
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @armytoast

ทรงผมสั้นประบ่า

ทรงผมสั้นประบ่า
IG @toeyjarinporn
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @davikah
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @violettewautier

 

ทรงผมสั้นประบ่าแบบซอยปลาย

ทรงนี้จะเหมาะกับสาว ๆ ที่อยากเปลี่ยนลุคตัวเองให้ดูสบาย ๆ เป็นธรรมชาติมากขึ้น เพียงแค่ตัดสั้นแล้วซอยปลายผมให้ยาวเคลียบ่า สำหรับใครที่ยังไม่มั่นใจว่าการตัดผมสั้นจะเข้ากับตัวเองหรือไม่ ก็อาจจะซอยแบบไล่ระดับความยาวลงมาหน่อยก็ได้ค่ะ เพื่อให้ดูดีและเข้ากับรูปหน้ามากขึ้น

ทรงผมสั้นประบ่า
IG @davikah
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @mintira.q
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @khunfour
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @sara_legge
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @rodmayaloha

 

ทรงผมสั้นประบ่าแบบดัดลอนทั้งศีรษะ

ทรงนี้เข้าได้กับทุกรูปหน้าค่ะ ไม่ว่าจะดัดผมลอนเล็กหรือลอนใหญ่ เพิ่มวอลลุ่มให้ผม ก็ทำให้หน้าดูสวย ละมุนมากขึ้น

ทรงผมสั้นประบ่า
IG @gggubgib36
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @noona_nuengtida
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @koraprim
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @namcha_tea
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @notep

 

อ่านเพิ่มเติม >> คนท้องทำสีผมได้ไหม ดัด ย้อม ทำสีผม อันตรายต่อเบบี๋ในท้องหรือเปล่า?

อ่านเพิ่มเติม >> คนท้องยืดผมได้ไหม ผมหยิก ชี้ฟู อยากให้ผมตรงจัดทรงง่าย ทำแล้วอันตรายมั้ย?

 

ทรงผมสั้นประบ่ามีหน้าม้า

ทรงผมสุดฮิตตลอดกาล กับทรงผมสั้นประบ่ามีหน้าม้าเพิ่มความน่ารัก ใครทำก็หน้าดูเด็กลงไปเป็นกอง อาจจะดัดลอนปลายเล็กน้อยเพิ่มความเก๋ แต่ทรงนี้ต้องเลือกหน้าม้าให้เข้ากับรูปหน้าของตัวเองด้วยนะคะ ถึงจะสวยเป๊ะ

ทรงผมสั้นประบ่า
IG @voguethailand
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @pattieung
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @davikah
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @davikah
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @fayefayeye
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @rachwinwong
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @wawwa_nc
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @noona_nuengtida

 

ทรงผมสั้นประบ่า ทำสี

สีผม ทำให้ลุคของสาว ๆ เปลี่ยนไปได้ จะทำสีให้ดูเปรี้ยว แซ่บ หรือจะทำให้ดูหวาน ละมุน เป็นธรรมชาติ ก็ทำได้หมด จะย้อมสีผมให้เท่ากันทั้งศีรษะ หรือย้อมบางส่วนให้ดูเก๋ก็ได้ บวกกับผมทรงประบ่าแล้ว รับรองว่าเข้ากันแน่นอนค่ะ

ทรงผมสั้นประบ่า
IG @chermarn
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @gypsykeerati
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @ginaa.24
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @kaewjarin
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @icepreechaya
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @rachwinwong
ทรงผมสั้นประบ่า
IG @brandnew_nj

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ 40 ทรงผมสั้นประบ่า ที่ทีมแม่ ABK คัดมาให้ แต่ละทรงสวย ๆ น่ารัก เปลี่ยนลุคให้ได้หลายสไตล์ หวังว่าคุณแม่และสาว ๆ ทุกคนน่าจะได้ไอเดียดี ๆ ไปทำผมกันนะคะ


อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม

คนท้องทำสีผมได้ไหม ดัด ย้อม ทำสีผม อันตรายต่อเบบี๋ในท้องหรือเปล่า?

คนท้องยืดผมได้ไหม ผมหยิก ชี้ฟู อยากให้ผมตรงจัดทรงง่าย ทำแล้วอันตรายมั้ย?

ผมร่วงหลังคลอด แม่มือใหม่รับได้มั้ย 6 เคล็ดลับป้องกันผมร่วงให้ลูกจำหน้าแม่ได้แบบสวยๆ

100 ทรงผมลูกสาว ถักเปีย ไปโรงเรียนสุดน่ารักรับเปิดเทอม

Amarin Total Hybrid Fair

Amarin Group ผุดงานแฟร์สายพันธุ์ใหม่ Amarin Total Hybrid Fair

Amarin Group ตอกย้ำอันดับ 1 Omni Effect ด้านงานแฟร์ ผุดงานแฟร์สายพันธุ์ใหม่ Amarin Total Hybrid Fair ผสานงานแฟร์รูปแบบ On Ground – Online สอดรับวิถี New Normal

Amarin Group (อมรินทร์กรุ๊ป) ผู้นำด้านสื่อครบวงจร Omni Media – Omni Channel อันดับ 1 ของไทย และเป็นผู้นำด้านงานแฟร์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับประเทศด้วยความเชี่ยวชาญประสบการณ์กว่า 45 ปี ฝ่าด่านสถานการณ์ท้าทาย รุกหน้าปรับกลยุทธ์การจัดแสดงงานรูปแบบใหม่ Amarin Total Hybrid Fair” ครั้งแรก! ของการผสานงานแฟร์รูปแบบ On Ground และ Online เข้าด้วยกัน เพื่อสอดรับวิถีชีวิตแบบ New Normal และเสริมประสบการณ์การช้อปปิ้งให้เป็นเลิศแบบ Total Experience Hybrid ทั้งด้าน Shopping Hybrid, ด้าน Search Hybrid, ด้าน Experience Hybrid และด้าน Satisfaction Hybrid ตอบสนองผู้เข้าชมงานแฟร์ นักช้อปทั่วประเทศ และร้านค้าที่ร่วมงานแฟร์ โดยในปี 2563 นี้ วางแผนการจัดงานแฟร์ในรูปแบบ Hybrid Fair รวมทั้งหมด 8 ครั้ง ได้แก่ งานบ้านและสวนแฟร์ 2 ครั้ง งานอมรินทร์เบบี้แอนด์คิดส์แฟร์ 2 ครั้ง งานกินดีอยู่ดี 2 ครั้ง งานสนามอ่านเล่น 1 ครั้ง และ งานมหกรรมนิยาย 1 ครั้ง ตั้งเป้าผู้เข้าชมงานแฟร์รวมทั้งหมดกว่า 10,000,000 คน และเงินสะพัดกว่า 10,000 ล้านบาท

omni media amarin
OMNI MEDIA OMNI CHANNEL

ระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา งานแฟร์ของอมรินทร์กรุ๊ปทุกงาน ได้กระแสตอบรับจากผู้เข้าชมงาน และร้านค้าที่ร่วมออกบูธในงานเป็นอย่างดี โดยในปีนี้เราได้พัฒนางานแฟร์ให้ดียิ่งขึ้นด้วยการหลอมรวมข้อเด่นของงานแฟร์ระหว่างรูปแบบ On Ground และ Online กลายเป็น Amarin Total Hybrid Fair ซึ่งนำ www.Amvata.com เข้ามาเสริมประสบการณ์การช้อปปิ้งให้ดียิ่งขึ้นแบบ Total Experience Hybrid ด้วยช่องทางสื่อที่ทรงพลังที่มีอยู่ในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น สื่อสิ่งพิมพ์ เว็บไซต์ และโซเชียล ของทุกแบรนด์ในอมรินทร์กรุ๊ปและช่องทางสำคัญอย่าง  Amarin TV ซึ่งเป็นอันดับที่ 4 ของทีวีดิจิทัล ที่เข้าถึงกลุ่มคนทุกช่วงวัย และได้รับกระแสตอบรับจากผู้ชมเป็นอย่างดี ด้วยเรตติ้ง 0.711 และมีผู้ติดตามในช่องทางออนไลน์ของ Amarin TV มากกว่า 10 ล้านคน  ครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคและสร้างแรงจูงใจต่อการซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

shopping hybrid amvata
Shopping Hybrid Amvata.com

Total Experience Hybrid ด้านแรก ได้แก่ ด้าน Shopping Hybrid เป็นโมเดลที่ทำให้ร้านค้าที่ร่วมงานแฟร์กับเรา ได้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อแบบครอบคลุมทั่วประเทศ เพราะลูกค้าได้ช้อปปิ้งทั้ง 2 ทาง “ไปช้อปที่งานก็ดี ช้อปอยู่ที่บ้านก็เด็ด” ทำแบบ Hybrid พร้อมกัน สร้างโอกาสการเข้าถึงลูกค้าเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ด้วยโปรโมชั่นสุดคุ้มช้อปที่ไหน ก็ได้โปรโมชั่นแบบเดียวกันกับในงานแฟร์ผ่าน  www.Amvata.com Platform e-Market โดยอมรินทร์กรุ๊ป

โปรโมชั่น amvata.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ฟักทอง เมนูเพิ่มน้ำนม

ฟักทอง ของดีเพิ่มน้ำนมคุณแม่บ้าน พ่อบ้านก็มีดีนะเออ!

ฟักทอง วัตถุดิบชั้นเลิศที่แม่บ้านหลายคนคงรู้ถึงสรรพคุณที่ดีต่อการเพิ่มน้ำนมแม่ แต่คงต้องร้องว้าว ไปอีกหากคุณแม่บ้านรู้ถึงข้อดีที่มีให้คุณพ่อบ้านเหมือนกัน

ฟักทอง  ของดีเพิ่มน้ำนมคุณแม่บ้าน พ่อบ้านก็มีดีนะเออ!!

สรรพคุณของฟักทอง ที่แม่บ้านหลาย  ๆ ท่านคงคุ้นเคยกันดี โดยเฉพาะคุณแม่บ้านที่กำลังให้นมลูกน้อย เพราะเจ้า ฟักทอง อาหารคู่บุญน้ำนมแม่ของเรานั้น เป็นอาหารที่ประกอบไปด้วย วิตามินเอ บี ซี ฟอสฟอรัส และเบต้าแคโรทีน นอกจากจะช่วยขับน้ำนมแล้ว ยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมายที่ดีต่อสุขภาพของคุณแม่ ถ้าสุขภาพดีแล้วก็มีส่วนช่วยเพิ่มสารอาหารที่ดีในน้ำนมที่จะเป็นประโยชน์ต่อลูกน้อยของเราด้วยเช่นกัน แถมยังทานง่าย อร่อยอีกด้วย แหม!ช่างมากไปด้วยคุณประโยชน์ขนาดนี้เรียกได้ว่าสมแล้วที่เป็นอาหารคู่แม่ ๆ อย่างเรา ๆ  แต่วันนี้เราจะพาคุณแม่บ้านมาทราบถึงคุณประโยชน์ของ ฟักทอง กันอย่างลึก ๆ อีกสักหน่อยว่าแท้จริงแล้ว ฟักทองยังมีดีมากกว่าที่คุณรู้ แถมมีของดีซ่อนอยู่เพื่อคุณพ่อบ้าน ที่แสนดีที่เป็นกำลังหนุนให้แม่บ้านอย่างเรา ๆ สามารถเลี้ยงลูกน้อยด้วยนมแม่ไปได้อย่างดีตลอดรอดฝั่งกันอีกต่างหากด้วยนะ

ฟักทอง เพิ่มปริมาณน้ำนมแม่
ฟักทอง เพิ่มปริมาณน้ำนมแม่

3 + 2 คุณประโยชน์ของฟักทอง สำหรับคุณแม่บ้านและคุณพ่อบ้าน

3 ประโยชน์เพื่อคุณแม่

  1. กินฟักทองทำให้ผิวสวย ตาใส และดีต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

เนื่องจากฟักทองอุดมด้วยวิตามินซี และอี แถมยังมีสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นสารอาหารที่สำคัญและมีประโยชน์กับสุขภาพผิว และดวงตาคู่สวยของคุณแม่บ้าน

  • วิตามินซี ไม่ใช่วิตามินธรรมชาติที่ร่างกายจะสามารถสร้างเองได้ จึงจำเป็นที่เราต้องมีการเสริม และกินเพิ่มเข้าไปในร่างกายทุกวัน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างคอลลาเจน ช่วยในการหายของแผลไวขึ้น โดยไม่มีแผลเป็น
  • วิตามินอี เป็นสารแอนติออกซิแดนท์ชั้นยอดที่ทำงานร่วมกับวิตามินซี ในการป้องกันความเสื่อมของเซลล์ และป้องกันผิวจากแสงแดดและทำให้ผิวแห้ง
  • วิตามินเอ หรือเบต้าแคโรตีน เป็นส่วนช่วยป้องกันผิวจากแสงแดด รังสียูวีบี และช่วยป้องกันดวงตา ลดปัจจัยเสี่ยงของดวงตา และโรคเกี่ยวกับตาได้ นอกจากนั้น ในงานวิจัยยังระบุว่า วิตามินเอ มีบทบาทสำคัญในการช่วยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค โดยพบว่าประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ พบในระบบย่อยอาหารของร่างกาย
  1. ฟักทองสามารถช่วยลดความเสี่ยง โรคกลุ่มแมตาบอลิก และป้องกันโรคมะเร็งได้

แมตาบอกลิกซินโดรม  คือกลุ่มของโรคเบาหวาน โรคอ้วน และโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ รวมไปถึงโรคของสมองและหลอดเลือด ข้อมูลงานวิจัย ในปี 2015 จากการศึกษาในประเทศญี่ปุ่น พบว่าอาหารที่มีสารแคโรทีนอยด์สูง สามารถพบได้ในผัก ผลไม้ที่มีสีส้ม เหลือง และเขียวอย่างฟักทอง ซึ่งสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคในกลุ่มของแมตาบอลิกได้ แถมยังมีงานวิจัยพบว่า สามารถป้องกันโรคมะเร็งเต้านมได้อีกด้วย

  1. ฟักทองช่วยลดน้ำหนัก และช่วยให้นอนหลับดีขึ้น

ฟักทองถือเป็นอาหารที่อุดมด้วยสารอาหาร แต่อย่างไรก็ตามพบว่า ฟักทองให้พลังงานแคลอรี่ต่ำมากอย่างเหลือเชื่อ ถึงแม้ว่าจะเต็มไปด้วยสารอาหารก็ตาม ฟักทองปริมาณ 245 กรัม (ถ้วย) ให้พลังงานที่ต่ำกว่า 50 แคลอรี่ต่อถ้วย และประกอบด้วยประมาณของน้ำมากถึง 94 เปอร์เซ็นต์  นอกจากนี้ยังพบว่า ฟักทองยังเป็นแหล่งของใยอาหาร หรือไฟเบอร์ที่ดีอีกด้วย ซึ่งสามารถช่วยลดความอยากอาหารได้

กรดอะมิโนทริปโตฟาน ในเมล็ดฟักทองมีปริมาณที่สูงมาก สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนหลับของเราได้ การกินกรดอะมิโนทริปโตฟานวันละ ประมาณ 1 กรัม สามารถทำให้ประสิทธิภาพการนอนหลับดีขึ้น  คิดเป็นเมล็ดฟักทอง ประมาณ 200 กรัม นอกจากนี้ในเมล็ดฟักทอง ยังมีแร่ธาตุสังกะสี ที่สามารถช่วยแปลงกรดอะมิโนทริปโตฟาน ไปเป็นสารซีโรโทนิน ในการควบคุมฮอร์โมนเมลาโทนินที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามเมล็ดฟักทองยังเป็นแหล่งของเเร่ธาตุแมกนีเซียม ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการนอนได้อีกด้วย

เมล็ดฟักทอง มีดีไม่แพ้กัน
เมล็ดฟักทอง มีดีไม่แพ้กัน

2 ประโยชน์เพื่อคุณพ่อ

  1. เมล็ดฟักทอง ป้องกันต่อมลูกหมากโต และกระเพาะปัสสาวะ

เมล็ดฟักทอง อาจช่วยบรรเทาอาการของต่อมลูกหมากโต (BPH) ได้ เพราะภาวะที่ต่อมลูกหมากโตขึ้น จะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่ายปัสสาวะ ที่ยากขึ้น กะปริดกะปรอย จากข้อมูลการศึกษาในหลาย ๆ คนพบว่า การกินเมล็ดฟักทอง ช่วยลดอาการที่เกิดจากต่อมลูกหมากโตได้ แนะนำให้กินสารสกัดจากเมล็ดฟักทองวันละ 10 กรัม จะช่วยให้อาการต่อมลูกหมากโตดีขึ้นได้

  1. ฟักทอง และเมล็ดฟักทอง ช่วยเพิ่มคุณภาพอสุจิ

สาเหตุที่ทำให้เมล็ดฟักทองมีประสิทธิภาพในการเพิ่มคุณภาพของอสุจินั้น เพราะว่าในเมล็ดฟักทอง มีแร่ธาตุที่สำคัญอย่างสังกะสี เพราะหากปริมาณสังกะสีในเลือดต่ำมีความสัมพันธ์กับคุณภาพของจำนวนอสุจิที่ลดลง และมีความเสี่ยงทำให้ผู้ชายเป็นเพิ่มขึ้น เนื่องจากเมล็ดฟักทองเป็นแหล่งที่อุดมด้วยแร่ธาตุสังกะสี จึงสามารถช่วยเพิ่มคุณภาพของตัวอสุจิได้  และเมล็ดฟักทอง ยังประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารอาหารอื่น ๆ ที่สามารถช่วยในการทำงานของฮอร์โมนเพศชายได้อีกด้วย

เห็นไหมละว่า สารอาหารมากมายในฟักทองที่นอกจากเป็นประโยชน์ในการช่วยขับน้ำนมให้คุณแม่แล้ว ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายที่ล้วนแล้วแต่บำรุง และเป็นปัจจัยเสริมให้ร่างกายแข็งแรงช่วยให้ร่างกายสามารถผลิตน้ำนมที่มีทั้งปริมาณ และคุณภาพที่ดีต่อลูกน้อยของเรา  แถมยังไม่พอยังมีประโยชน์เผื่อแผ่ไปยังคุณพ่อบ้านอีกด้วย ด้วยคุณประโยชน์เหล่านี้นี่เองที่มาช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้แก่ชีวิตครอบครัวของคุณแม่อีกด้วยนะ

ถึงเวลา…เข้าครัวเพื่อสมาชิกในครอบครัวกัน

ทราบถึงประโยชน์ของฟักทองกันมามากแล้ว ถึงคราวลงมือทำกันดีกว่ากับเมนูอาหารจากฟักทองเพื่อทุกคนในครอบครัว

ฉู่ฉี่ดอกฟักทอง

ฉู่ฉี่ดอกฟักทอง
ฉู่ฉี่ดอกฟักทอง

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) 

  • ดอกฟักทองอ่อน 18 ดอก
  • กุ้งแชบ๊วย แกะเอาแต่เนื้อผ่าหลัง 200 กรัม
  • เนื้อปูนึ่งสุก 1 ถ้วย
  • มันกุ้ง 1 ถ้วย
  • รากผักชี สับหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียม 10 กลีบ
  • พริกไทย 1 ช้อนชา
  • กะทิธัญพืช 1 ถ้วย
  • น้ำปลา น้ำตาลทราย
  • แป้งทอดกรอบ 1 ถ้วย
  • น้ำเปล่า ¾ ถ้วย
  • ไข่เป็ด (เฉพาะไข่แดง) 1 ฟอง
  • พริกชี้ฟ้าสีเหลืองและแดงหั่นแฉลบ ¼ ถ้วย
  • ใบมะกรูด หั่นฝอยสำหรับโรยหน้า
  • กะทิธัญพืชผสมกับแป้งข้าวเจ้าเล็กน้อยเคี่ยวจนข้นสำหรับราดบนฉู่ฉี่
  • น้ำมันพืช

ส่วนผสมพริกแกง

  • พริกแห้ง เม็ดใหญ่กรีดเอาเมล็ดออกแช่น้ำจนนิ่ม 7 เม็ด
  • ข่า 7 แว่น
  • ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • หอมเล็กซอยบางตามขวาง 5 หัว
  • กระเทียม 5 กลีบ
  • พริกไทย 20 เม็ด
  • ผิวมะกรูด 1 ช้อนชา
  • กะปิ 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. โขลกส่วนผสมพริกแกงรวมกันให้ละเอียด พักไว้
  2. โขลกรากผักชีกระเทียมและพริกไทยรวมกัน พักไว้ในครก ล้างกุ้งให้สะอาด ซับด้วยกระดาษทิชชูหรือผ้าให้แห้ง ใส่ลงในครกโขลกจนกุ้งละเอียดเหนียวและเข้ากับเครื่องเทศดี ตักใส่อ่างผสมเติมน้ำปลานวดให้เข้ากัน ใส่เนื้อปูลงไป ใช้มือนวดเคล้าพอเข้ากันอย่าให้เนื้อปูแตก
  3. ตัดก้านดอกฟักทองให้ห่างจากฐานดอกประมาณ 3 นิ้ว แล้วจับดอกฟักทองสามดอกรวบเข้าด้วยกัน นำส่วนผสมในข้อ 2 ปั้นหุ้มก้านฟักทองให้ชิดฐานรองดอก เว้นส่วนปลายก้านไว้เล็กน้อยทำอย่างนี้จนส่วนผสมและดอกฟักทองหมด พักไว้
  4. ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำและไข่แดง คนให้เข้ากัน ใส่น้ำมันลงในกระทะ ยกขึ้นตั้งไฟให้ร้อน หรี่ไฟลงเป็นไฟกลาง นำดอกฟักทองที่เตรียมไว้ชุบส่วนผสมแป้งแล้วทอดจนสุกเป็นสีทองสวย ตักขึ้นซับน้ำมัน พักไว้
  5. ตั้งกระทะอีกใบ ผัดน้ำพริกแกงกับน้ำมันพืชเล็กน้อยจนขึ้นสีสวย ใส่กะทิธัญพืชลงไป ผัดจนเข้ากันดี เมื่อกะทิเดือดจัดปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล แล้วใส่ดอกฟักทองทอดลงไปเคล้าโรยพริกชี้ฟ้า ผัดให้เข้ากัน ตักใส่จาน โรยกะทิ ใบมะกรูดซอยตามชอบ เสิร์ฟพร้อมข้าวสวย

พาสต้าเส้นฟักทองชีส

พาสต้าฟักทองชีส
พาสต้าฟักทองชีส

ส่วนผสม(สำหรับ 1 ที่)

  • ฟักทอง ½ ผล
  • แป้งสาลี 2 ช้อนโต๊ะ
  • เนยจืด 2 ช้อนโต๊ะ
  • นมสด 1 ½  ถ้วย
  • เชดด้าชีสขูด ½ ถ้วย
  • ผงลูกจันทน์เล็กน้อย
  • น้ำมันมะกอก เกลือ พริกไทย ตามชอบ
  • พาร์มีซานชีสขูดและพาร์สลีย์สับตามชอบ

วิธีทำ

  1. ขูดฟักทองเพื่อมาใช้แทนเส้นพาสต้า โดยขุดให้เป็นเส้นเหมือนกับเส้นพาสต้า เตรียมไว้
  2. ทำซอสโดย ผัดเนยกับแป้ง แล้วใส่นม ½ ถ้วยลงไป ใช้ตะกร้อมือคนเร็วๆ จนเข้ากัน ใส่นมที่เหลือลงไปคนให้ข้นขึ้นจนเคลือบหลังช้อน ใส่ผงลูกจันทน์ พริกคาเยน เชดด้าชีสลงไป คนให้ ชีสละลาย
  3. ใส่เส้นพาสต้าฟักทองลงในซอส ผัดสักพักอย่าให้เส้นเละ ปิดไฟ จัดใส่จาน โรยพาร์มีซานชีส พริกไทยและพาร์สลีย์สับ

ฟักทองคั่วพริกเกลือ

ฟักทอง คั่วพริกเกลือ
ฟักทอง คั่วพริกเกลือ

ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่)

  • ฟักทองญี่ปุ่น 300 กรัม
  • เมล็ดฟักทองอบ 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือทะเลป่น ½ ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
  • พริกขี้หนูแห้งซอยละเอียด 1 – 3 เม็ด
  • ออริกาโน 1 ช้อนชา
  • น้ำมันสำหรับทอด 3 ถ้วย

วิธีทำ

  1. หั่นฟักทองเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 5 × 1.5 นิ้ว นำไปต้มจนสุกอย่าให้เละ แล้วพักสะเด็ดน้ำให้แห้ง
  2. เติมน้ำมันใส่กระทะตั้งไฟกลางรอให้ร้อนจัด ใส่ฟักทองที่ต้มสุกลงทอดให้ผิวเหลืองกรอบ แล้วเทน้ำมันออกจากกระทะ
  3. ผสมเกลือ พริกไทย พริกแห้งออริกาโน เมล็ดฟักทองอบเข้าด้วยกันใส่ลงในกระทะที่มีฟักทอง (ข้อ 2) แล้วคลุกให้ทั่วตักใส่จาน แต่งให้สวยงาม

สมูทตี้ฟักทองนมถั่วเหลือง

สมูตตี้ฟักทองนมถั่วเหลือง
สมูตตี้ฟักทองนมถั่วเหลือง

ส่วนผสม

  • เนื้อฟักทอง 300 กรัม
  • น้ำแอปเปิล 250 มิลลิลิตร
  • นมถั่วเหลือง 1 ถ้วย
  • น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา
  • ชิ้นฟักทองสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ

  1. หั่นฟักทองเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมใหญ่ (ไม่ต้องปอกเปลือก) นำไปต้มจนสุก ตักขึ้น พักไว้ให้เย็น
  2. ขูดเนื้อฟักทองลงในเครื่องปั่น ค่อยๆเทน้ำแอปเปิลและนมถั่วเหลืองลงไปอย่างละครึ่ง เปิดเครื่องปั่นพอให้ฟักทองละเอียด แล้วค่อย ๆ เทน้ำแอปเปิลและนมถั่วเหลืองที่เหลือลงทีละน้อยจนหมดปั่นต่อจนได้เนื้อเนียนเข้ากันดี เปิดฝา
  3. เติมน้ำผึ้งลงไป ปิดฝา แล้วปั่นให้เข้ากันอีกครั้ง ปิดเครื่อง
  4. เทใส่แก้วเสิร์ฟ ตกแต่งด้วยชิ้นฟักทองให้สวยงาม นำไปแช่ให้เย็นจัดก่อนดื่ม

ช่วงเวลาดี ๆ ของครอบครัวนั้น มักเกิดขี้นบนโต๊ะอาหาร ดังนั้นเรามาช่วยกันทำช่วงเวลาที่ดีให้มีได้ในทุกมื้อ ทุกวันกันเถอะ เพราะนอกจากจะได้การปฏิสัมพันธ์ จากการพูดคุยกันระหว่างทานอาหารแล้ว การที่เรามีอาหารดี ๆ มีคุณภาพเพื่อทุกคนในครอบครัวไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ที่ต้องการเพิ่มปริมาณน้ำนมแล้ว ยังได้รับน้ำนมที่มีคุณภาพเพื่อลูกน้อย แถมท้ายด้วยสารอาหารดี ๆ จากฟักทองเพื่อคุณพ่ออีกต่างหาก เรียกได้ว่า ฟักทอง เป็นอาหารที่มิได้มีดีเพียงแค่ คุณแม่เสียแล้ว แต่เป็นแหล่งสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อทุกคนในครอบครัวเลยเชียวนะ ดังนั้นอย่ารอช้ารีบไปหาทานฟักทองกันเถอะ

ขอบคุณข้อมูลจาก goodlifeupdate.com

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

เทคนิคเพิ่มน้ำนมแม่ ให้ลูกมีกินได้นานเป็นปี

เมนูหัวปลี ตัวช่วยเพิ่มน้ำนมแม่ หัวปลีทำอะไรได้บ้าง?

แจกฟรี!!เมนูขิง เรียกนมแม่ หลากหลายทั้งคาว และหวาน

ผักผลไม้เพิ่มน้ำนม 20 ชนิด เพิ่มน้ำนมให้คุณแม่

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

วิธีล้างจมูก

วิธีล้างจมูก และเทคนิคให้ลูกยอมล้างจมูกง่ายขึ้น

ในปัจจุบันที่มีฝุ่นละออง มลพิษที่แพร่กระจายอยู่ทั่วไปในอากาศ และเชื้อโรคมากมายที่สัมผัสได้ง่ายจากการไอ จาม หรือหายใจรดกัน จนป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการติดเชื้อโรคของระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคไข้หวัด โรคภูมิแพ้ และไซนัสอักเสบ เป็นต้น ซึ่งเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ทำให้มีอาการคัดจมูก ระคายเคืองจมูก น้ำมูกไหล และทำให้เกิดการอุดกั้นในระบบทางเดินหายใจ วิธีล้างจมูก ด้วยน้ำเกลือจึงเป็นตัวช่วยที่ดีกับทุกคนไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในเด็กที่ไม่สามารถสั่งน้ำมูกเองได้ เนื่องจากการล้างจมูกสามารถช่วยขับน้ำมูกเหนียวข้น เชื้อโรค ขี้มูกที่แห้งกรัง และสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ในโพรงจมูกออกมา ทำให้โพรงจมูกหรือไซนัสสะอาดขึ้น ช่วยบรรเทาอาการคัด ระคายเคืองในจมูก และลดน้ำมูกหรือเสมหะที่ไหลลงคอ อีกทั้งยังช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่เยื่อบุจมูก อาการหวัดจะดีขึ้นกว่าการรับประทานยาเพียงอย่างเดียว และทำให้ลูกหายใจได้โล่งขึ้น

ประโยชน์การล้างจมูก

9 ประโยชน์ดี ๆ ของการล้างจมูก

การล้างจมูกมีประโยชน์หลัก ๆ คือ ช่วยชะล้างน้ำมูกเหนียวข้นที่ไม่สามารถระบายออกได้เอง ทำให้โพรงจมูก หรือไซนัสสะอาดขึ้น ยังมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ ด้วย อาทิเช่น

1.ช่วยให้อาการหวัดเรื้อรังหรือเป็นภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ที่คัดจมูก คัน จาม มีน้ำมูกมาก แสบจมูก ปวดจมูกดีขึ้น และลดน้ำมูกหรือเสมหะที่ไหลลงคอ เนื่องจากน้ำเกลือที่ฉีดเข้าไปจะชะล้างน้ำมูกที่อุดตันออกไปได้

2.ช่วยระบายหนองจากไซนัสดีขึ้น แม้ว่าน้ำเกลือจะไม่สามารถเข้าไปชะล้างถึงในโพรงไซนัส แต่น้ำเกลือจะช่วยละลายน้ำมูกเหนียวข้นหรือหนองที่อุดอยู่บริเวณรูทางออกของโพรงไซนัสให้เปิด หนองในโพรงไซนัสจะไหลออกมาง่ายขึ้น ทำให้ผู้ที่มีอาการไซนัสอักเสบหายได้เร็วขึ้น

3.ช่วยลดการคั่งค้างของเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่ซุกซ่อนอยู่ในน้ำมูก มลพิษ ฝุ่นละอองที่ติดค้างในโพรงจมูก สารก่อความระคายเคือง และสารที่เกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายที่มีต่อสารก่อภูมิแพ้ในโพรงจมูกหรือไซนัส ให้หลุดออกไป ช่วยให้มีโอกาสติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนน้อยลง

4.ช่วยป้องกันการลุกลามของเชื้อโรคจากจมูกและไซนัสขึ้นไปหูชั้นกลางหรือลงสู่ปอด

5.ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่เยื่อบุจมูก

6.ช่วยบรรเทาอาการคัดแน่นจมูก บรรเทาอาการระคายเคืองในจมูก และลดการอักเสบในจมูก ทำให้เยื่อบุจมูกยุบบวมและหายใจโล่งขึ้น

7.ช่วยเพิ่มการทำงานของขนกวัดในจมูก ซึ่งทำหน้าที่พัดโบกกำจัดสิ่งแปลกปลอมในโพรงจมูก

8.การล้างจมูกก่อนการพ่นยา หรือหยอดยาในจมูก (ในกรณีแพทย์สั่งยาพ่นจมูกหรือยาหยอดจมูกให้ใช้) จะทำให้ยาสัมผัสกับเยื่อบุจมูกได้มากขึ้น ออกฤทธิ์ได้ดี ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะไม่มีสิ่งสกปรกหรือน้ำมูกเคลือบบดบังอยู่

9.ทำให้ลดปริมาณยาที่ใช้ในการรักษาโรคจมูกหรือไซนัสลงได้

วิธีล้างจมูก ให้ลูกจมูกโล่งขึ้น

การล้างจมูกเมื่อเมื่อมีน้ำมูกเหนียวข้นจำนวนมาก ควรใช้ “น้ำเกลือ” (Normal saline irrigate) ที่มีความเข้มข้น 0.9 % พร้อมอุปกรณ์ล้างจมูกที่สะอาด ได้แก่ กระบอกฉีดยา (ไซริ้งค์) จุกล้างจมูก และถ้วยสำหรับใส่น้ำเกลือ ที่สามารถหาซื้อได้จากโรงพยาบาลหรือตามร้านขายยา โดยน้ำเกลือที่ใช้คุณแม่ไม่จำเป็นต้องซื้อขวดใหญ่ เพราะการเปิดทิ้งไว้และใช้ต่อเนื่องนานกว่าจะหมดจะทำให้มีเชื้อโรคสะสมอยู่ในขวดได้ และที่สำคัญไม่ควรใช้น้ำเปล่าหรือน้ำเกลือที่มีความเข้มข้นต่ำกว่า 0.9 % มาล้างจมูก เพราะจะทำให้ระคายเคืองจมูกเพิ่มขึ้นและอาจมีการอักเสบ แสบจมูก และมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายขึ้นด้วย ทั้งนี้คุณแม่สามารถเลือกใช้น้ำเกลือชนิดซองสำหรับพกพาโดยผสมน้ำสุกอุ่นตามสัดส่วนที่กำหนดที่สามารถใช้คู่กับขวดล้างจมูกซึ่งมีขีดปริมาณชัดเจนในแต่ละยี่ห้อตามความสะดวกได้เช่นกัน

สำหรับเด็กเล็กที่ยังสั่งน้ำมูกเองไม่ได้

  • คุณแม่เตรียมตัวล้างจมูกให้ลูกน้อยโดยการใช้ผ้าห่อตัว จับหน้าลูกให้นิ่ง และใช้ไซริงค์ขนาดเล็กไม่เกิน 5 ซีซี ดูดน้ำเกลือจนเต็ม
  • ค่อย ๆ หยดน้ำเกลือครั้งละ 2-3 หยด หรือสอดปลายกระบอกฉีดยาเข้าไปในรูจมูกข้างที่จะล้าง โดยให้วางปลายกระบอกฉีดยาชิดด้านบนขอบรูจมูก ค่อย ๆ ฉีดน้ำเกลือครั้งละประมาณ 5 ซีซี ทีละข้าง
  • หลังจากนั้นใช้ลูกยางแดงดูดน้ำมูกในจมูกออก ทิ้งช่วงให้ลูกหายใจสักพัก และทำซ้ำแบบสลับข้างกันไปจนไม่เห็นน้ำมูก และเช็ดทำความสะอาดรูจมูกให้แห้งด้วยน้ำเกลือ
  • ทั้งนี้วิธีการล้างจมูกยังไม่ควรทำมาใช้กับทารกที่อายุยังน้อย เมื่อมีน้ำมูกมากคุณแม่ควรพาลูกไปพบคุณหมอเพื่อตรวจร่างกายและรักษาอาการด้วยเครื่องมือแพทย์เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย

วิธีล้างจมูกง่ายๆ

เด็กที่ให้ความร่วมมือและสั่งน้ำมูกเองได้

  • ในเด็กเล็กที่ให้ความร่วมมือในการล้างจมูกหรือเด็กที่สามารถล้างจมูกได้ด้วยตัวเอง ให้ลูกนั่งหรือยืนในท่าสบาย ๆ แหงนหรือก้มหน้าเล็กน้อย และโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ห้ามนอนทำเพราะจะทำให้สำลักได้
  • จากนั้นสอดไซริ้งค์ชิดรูจมูกด้านบน ค่อย ๆ ฉีดน้ำเกลือในระดับที่พอดีครั้งละ 5 cc. หรือมากกว่าเท่าที่ลูกทนได้ ในระหว่างฉีดน้ำเกลือเข้าโพรงจมูกนั้นบอกให้ลูกกลั้นหายใจหรือหายใจทางปาก เพื่อป้องกันการสำลักเข้าหลอดลม แล้วปล่อยให้น้ำมูกไหลออกทางปากหรือทางรูจมูกอีกข้าง สั่งน้ำมูกหรือน้ำเกลือที่ค้างอยู่ในโพลงจมูกออกเบา ๆ พร้อมกันทั้งสองข้าง
  • ค่อย ๆ ทำซ้ำสลับกันไปทีละข้างจนไม่มีน้ำมูกเหนียวข้นอย่างช้า ๆ เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้จังหวะการกลั้นหายใจ ในส่วนน้ำเกลือและน้ำมูกที่ไหลลงคอรงมทั้งเสมหะสามารถบ้วนทิ้งออกมาได้ เมื่อล้างเสร็จจะรู้ว่าจมูกโล่งขึ้น หายใจสะดวกขึ้น สามารถลดเสมหะที่ไหลลงคอได้ ทั้งนี้ควรระมัดระวังหากดันน้ำแรงเกินไปอาจเกิดการสำลักได้และมีผลให้น้ำเกลือหรือน้ำมูกเข้าหูชั้นกลางได้

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะลูกจะสามารถล้างจมูกได้เองแล้ว คุณแม่ควรดูแลอยู่ใกล้ ๆ ห้ามให้ลูกนอนทำเพราะจะทำให้สำลักได้ และสำหรับเด็กเล็กหรือเด็กที่เริ่มต้นล้างจมูกครั้งแรก แนะนำให้ใช้วิธีก้มหน้า หลังจากล้างจมูกเสร็จแล้ว หากมีน้ำเกลือที่เหลือใช้ให้เททิ้ง ไม่ควรนำกลับมาใช้ใหม่หรือเทกลับเข้าขวดน้ำเกลือเดิม ส่วนน้ำเกลือที่อยู่ในขวดควรอยู่ในอุณหภูมิห้องที่ปกติ ถ้าเก็บน้ำเกลือในห้องที่เย็นหรือช่วงที่อากาศหนาว ก่อนใช้ควรอุ่นน้ำเกลือก่อนการล้างจมูกเสมอ เพราะการน้ำเกลือที่เย็นมากเกินไปมาล้างจมูกอาจทำให้เกิดอาการคัดจมูกเพิ่มขึ้นได้ แต่ต้องระวังน้ำเกลือที่ร้อนเกินไปเช่นกัน เพราะอาจเพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่เยื่อบุโพรงจมูกได้ และควรล้างอุปกรณ์ที่ใช้ล้างจมูกทั้งกระบอกฉีดยาและภาชนะที่ใส่น้ำเกลือให้สะอาดด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจาน และล้างออกด้วยน้ำเปล่าจนสะอาดนำไปผึ่งให้แห้ง สำหรับลูกยางแดง หลังจากล้างสะอาดทั้งภายนอก ควรนำไปต้มในน้ำเดือดวันละครั้ง ประมาณ 5 นาที โดยดูดน้ำเดือดเข้ามาในลูกยางแดง จากนั้นบีบน้ำที่ค้างในลูกยางออกจนหมด แล้วนำไปผึ่งให้แห้งโดยคว่ำปลายลูกยางแดงลงในภาชนะที่สะอาด

ลูกไม่ยอมล้างจมูก ทำไงดี

ล้างจมูกให้ลูกดูเหมือนง่ายดูจากขั้นตอนการล้างจมูกแล้วเหมือนว่าไม่มีอะไรยุ่งยาก แต่พอมาถึงภาคปฏิบัติที่ต้องเจอเจ้าตัวน้อยร้องงอแง ไม่ยอมให้ล้างจมูกง่าย ๆ เด็กบางคนแค่เริ่มเห็นคุณแม่ถือไซริ้งค์เข้ามาใกล้ ๆ ก็เริ่มดิ้นแล้ว สำหรับบ้านไหนที่ต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ ลองใช้เทคนิคเหล่านี้ และบางส่วนจากคุณพ่อคุณแม่ในกระทู้ pantip แนะนำกันเอาไว้ค่ะ

1.การใช้ผ้าช่วยห่อตัวในกรณีที่ลูกน้อยไม่ให้ความร่วมมือและดิ้นมาก การห่อตัวเด็กจะช่วยให้คุณแม่สามารถจับตัวลูกล้างจมูกได้สะดวก นุ่มนวล และไม่เกิดการบาดเจ็บ

2.เรียกคุณพ่อมาเป็นผู้ช่วย ให้ช่วยจับลูกอุ้มนั่งไว้บนตักแล้วกอดไว้ เพื่อล็อคหน้าและจมูกไม่ให้เคลื่อนที่ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการล้างจมูก

3.ก่อนล้างจมูก เปิดคลิปวิดีโอของเด็ก ๆ ที่ล้างจมูกเองให้ลูกได้ดู เพื่อเป็นแรงจูงใจและให้รู้ว่าเป็นวิธีที่ไม่น่ากลัว

4.ใช้นิทานสร้างเรื่อง หรือเล่าเรื่อง ร้องเพลงให้ลูกฟังไปเพลิน ๆ เพื่อเป็นการหลอกล่อก่อนฉีดน้ำเกลือล้างจมูก

5.ให้รางวัลเด็กดีล้างจมูกเก่งด้วยคำชมเชย แจกดาว แจกสติ๊กเกอร์ ฯลฯ

6.คุณพ่อคุณแม่อาจจะล้างจมูกโชว์เพื่อเป็นตัวอย่างให้ลูกดูก่อนเริ่มต้นล้างจมูกให้ลูก

และวิธีล้างจมูกให้ลูกจากเพจ หมอเสาวภา เลี้ยงลูกเชิงบวก แนะนำว่า “คุณพ่อคุณแม่ต้องจัดท่าและฝึกลูกให้ชินก่อน เพราะเด็กเล็ก ๆ มักตกใจเวลาสำลักน้ำเกลือ และจะกลายเป็นกลัวล้างจมูกไปเลย พ่อแม่ควรใจเย็น ๆ คุยกับลูกก่อนลงมือทำจริง เล่าให้ฟังเป็นขั้นตอนให้ลูกเห็นภาพ เด็กจะได้เตรียมตัวเตรียมใจ รวมทั้งชื่นชมเมื่อลูกพยายามร่วมมือด้วย”

ล้างจมูกให้ลูกอันตรายไหม

วิธีการล้างจมูกนั้นหากทำได้ถูกต้องและใช้ในกรณีที่เหมาะสม ก็จะเป็นวิธีที่ค่อนข้างปลอดภัยซึ่งสามารถใช้ได้กับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งนี้มีข้อควรระวังที่อาจทำให้เกิดอันตรายหรือผลข้างเคียงขึ้นได้ เช่น

  • เมื่อพบว่าลูกมีน้ำมูกเหนียวข้นหรือก่อนจะใช้ยาพ่นจมูก ควรล้างจมูกในช่วงก่อนรับประทานอาหาร หรือรับประทานอาหารไปแล้วอย่างน้อย 2 ชั่วโมงขึ้นไป เพื่อป้องกันการอาเจียนหรือสำลัก
  • การล้างจมูกอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือ หูอื้อเนื่องจากอาจฉีดแรงเกินไป ไอ คลื่นไส้ และปวดหู มีอาการแสบโพรงจมูกหลังล้าง หรืออาจมีเลือดกำเดาไหลซึ่งพบได้น้อยมาก โดยอาการจะไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่หากมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือพบปัญหาอื่นที่เกี่ยวกับการหายใจ เป็นไข้ ปวดศีรษะตามมา ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการ
  • ควรทำความสะอาดของอุปกรณ์ที่ใช้ล้างจมูก เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยเฉพาะคนที่มีระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานไม่ปกติ
  • น้ำเกลือที่ใช้ล้างจมูกต้องเป็นน้ำเกลือที่อ่อนโยนมากจึงไม่เป็นอันตรายต่อลูก
  • ในกรณีที่มีการติดเชื้อบริเวณหูหรือโพรงจมูกที่มีอาการแน่นจมูกและหายใจลำบาก หรืออุบัติเหตุบริเวณใบหน้าที่ยังไม่หายสนิท ไม่ควรใช้วิธีล้างจมูก

เมื่อคุณพ่อคุณแม่เห็นถึงประโยชน์ดี ๆ ในการล้างจมูก และทราบถึง วิธีล้างจมูก อย่างถูกวิธี ก็จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยลดน้ำมูก บรรเทาอาการระเคืองให้กับลูกลงได้ ทั้งนี้สำหรับเด็กเล็กในช่วงแรก ๆ ก็อาจจะร้องไห้โยเย รู้สึกลำบากนิดหน่อย เมื่อปรับตัวได้แล้วเด็กจะเริ่มชินและรู้สึกสบายจมูกขึ้น จนเรียกว่าการล้างจมูกครั้งต่อไปไม่มีการปฏิเสธเลยละคะ

ตัวอย่างการล้างจมูกสำหรับเด็กเล็ก จากโรงพยาบาลกรุงเทพ ราชสีมา

 

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.theworldmedicalcenter.comwww.honestdocs.cowww.story.motherhood.co.th

อ่านต่อเรื่องอื่นที่น่าสนใจ:

 

เตือนแม่ ของติดจมูกลูก ห้ามล้างจมูกเด็ดขาด

แม่แชร์! ลูกป่วย โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เพราะทำสิ่งนี้ทุกวัน

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

“เอพี ไทยแลนด์” เปิดตัวแคมเปญใหญ่ “HOMEMADE STORY” ยกทัพศิลปินและยูทูปเบอร์ชื่อดังร่วมครีเอทพื้นที่สุดโปรดในคอนเซ็ปต์ “ทำบ้านให้เป็นมากกว่าบ้าน” เติมเต็มทุกการใช้ชีวิตวันนี้และอนาคต

  • นำทีมโดยศิลปินค่าย LOVEiS & FRIENDS และยูทูปเบอร์ชื่อดัง อาทิ ลิปตา, สิงโต นำโชค, ป๊อด ธนชัย, มาร์ช จุฑาวุฒิ, พลอย ชิดจันทร์ และครอบครัว ฯลฯ 
  • ถ่ายทอดไลฟ์สไตล์ใหม่ในวิถี Next Normal พร้อมพลิกพื้นที่ทุกตารางนิ้วในบ้านให้มีความหมายมากกว่าที่เคย ผ่านซีรีย์ 13 ตอนพิเศษ ทางช่องทางหลัก “FACEBOOK และ YOUTUBE APThai” ออกอากาศตอนแรกในวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมนี้ 

กรุงเทพฯ (8 ก.ค. 63) – บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และนวัตกรรมการอยู่อาศัยของคนเมือง เปิดตัวแคมเปญใหญ่ “HOMEMADE STORY” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ทำบ้านให้เป็นมากกว่าบ้าน” จับมือ 8 ศิลปินค่าย LOVEiS & FRIENDS และ 7 ยูทูปเบอร์ชื่อดัง ร่วมภารกิจครีเอทพื้นที่สุดโปรดตอบรับไลฟ์สไตล์ใหม่ของชีวิตยุค Next Normal ในโครงการบ้านเดี่ยวเครือเอพีภายใต้แบรนด์ CENTRO, THE CITY และ THE PALAZZO ร่วมสัมผัสแง่มุมใหม่ของการใช้ชีวิตในบ้านที่ครบครันด้วยสเปซฟังก์ชันที่มากกว่าพร้อมตอบทุกโจทย์การใช้ชีวิตเมืองได้อย่างลงตัว ในซีรีย์ 13 ตอนพิเศษ ทางช่องทางหลัก Facebook และ Youtube “APThai” ประเดิมตอนแรกวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมนี้

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นและคงอยู่ไปอีกสักระยะ ได้ส่งผลให้ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการที่เราทุกคนได้มีเวลาอยู่ที่ ‘บ้าน’ มากขึ้น ได้กลับมาใช้ชีวิตทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว ได้มีเวลาความเป็นส่วนตัวที่บ้านมากกว่าเดิม จากเทรนด์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทำให้ความหมายของ ‘บ้าน’ มีความลึกซึ้งกว่าที่เคยเป็น นำมาสู่การเปิดตัวแคมเปญใหญ่ของเอพีภายใต้ชื่อ ‘HOMEMADE STORY ทำบ้านให้เป็นมากกว่าบ้านเพื่อสื่อสารวิธีคิดและการทำงานของบ้านเดี่ยวเครือเอพี ที่มุ่งส่งมอบ ‘บ้านที่เข้าใจชีวิต’ อย่างแท้จริง ทุกองค์ประกอบภายในบ้านในบริบทใหม่ต่อจากนี้ ทั้งมิติ ‘ขนาดของพื้นที่’ และ ‘สเปซฟังก์ชัน’ ที่จะสามารถรองรับกิจกรรมต่างๆ ของการอยู่อาศัยร่วมกันของสมาชิกหลากหลายช่วงวัยในครอบครัว จะเข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อบ้าน ร่วมกับการพิจารณาทำเลและแพ็คเกจราคาขาย”

“เราเชื่อว่าพฤติกรรมบางอย่างเปลี่ยนไปเพียงชั่วคราว แต่มีพฤติกรรมอีกไม่น้อยที่กลายเป็นพฤติกรรมที่คงอยู่อย่างถาวร ทำให้เราต้องพัฒนาที่อยู่อาศัยให้รองรับวิถีใหม่ที่จะเกิดในอนาคต อาทิ ‘บ้าน’ หนึ่งหลังที่ต้องทำหน้าที่ได้หลากหลาย ทั้งเป็นโรงเรียนของลูก ร้านอาหารของครอบครัว ฟิตเนส ส่วนตัวของคุณแม่ หรือออฟฟิศของคุณพ่อ ซึ่งวิธีคิดการออกแบบพื้นที่เพื่อเพิ่ม ‘สเปซฟังก์ชันที่มากกว่า’ ในบ้านเพื่อให้มั่นใจว่าทุกๆ สเปซในบ้านเครือเอพีจะสามารถเติมเต็มการใช้ชีวิตของครอบครัวเมืองได้ตามที่ปรารถนานั้น นับเป็นแกนหลักการทำงานที่เอพีให้ความสำคัญเสมอมา” นายวิทการ กล่าว 

นางพิมพรรณ ปรีชานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยว บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เอพีร่วมกับ 8 ศิลปินจากค่ายเพลง LOVEiS & FRIENDS และ 7 ยูทูปเบอร์ชื่อดัง ที่เป็นตัวแทนสมาชิกของคนในบ้านครบทุกเจเนอเรชั่น ถ่ายทอดเรื่องราวความประทับใจ และโมเมนต์ความสุขที่เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตจริงในบ้านเดี่ยวเครือเอพี ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ทำบ้านให้เป็นมากกว่าบ้าน’ โดยเรื่องราวต่างๆ จะถูกนำเสนอผ่านเสียงเพลง และกิจกรรมสร้างสรรค์ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ออกมาเป็นซีรีย์ HOMEMADE STORY ทั้งหมด 13 ตอนพิเศษ พร้อมออกอากาศตอนแรกในวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถสร้างความสุข เสียงหัวเราะ พร้อมไอเดียต่อยอดการใช้ชีวิตวิถีใหม่ในบ้านอย่างแน่นอน

นายเทพอาจ กวินอนันต์ ประธานบริหาร บริษัท เลิฟอิส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมถึงการทำงานร่วมกับเอพีภายใต้แคมเปญ HOMEMADE STORY ว่า “ค่ายเพลง LOVEiS ทำงานเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน จนเกิดเป็นความผูกพัน และสะท้อนผ่านเพลงของเรา ที่แต่ละเนื้อร้องและท่วงทำนองมาจากตัวตน ผลงานเพลงของเราจึงเป็นเหมือน ‘พื้นที่’ ในการเชื่อมต่อความรู้สึก ความเข้าใจ ระหว่างศิลปินและแฟนๆ ของพวกเขา ไม่ต่างจากวิธีคิดในการออกแบบบ้านเดี่ยวของเอพีที่ทุกพื้นที่ในบ้าน นอกจากจะรองรับการใช้ชีวิตที่เป็นส่วนตัวแล้ว ยังเป็นเหมือนสะพานในการเชื่อมต่อความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกต่างวัยในครอบครัวนั้นๆ

“สำหรับแคมเปญ HOMEMADE STORY ในครั้งนี้ได้ตัวแทน 8 ศิลปินค่าย LOVEiS & FRIENDS ได้แก่ ลิปตา, สิงโต นำโชค, ป๊อด ธนชัย อุชชิน, ปันปัน ยีย์ยีย์, เบน ชลาทิศ, มาเรียม เกรย์ อัลคาลาลี่, ละมุนแบรนด์ และ วง MEAN จะมาร่วมรับภารกิจทั้งหมด 6 สเปซมิสชั่น (Space Mission) ภายใต้โจทย์การใช้งานสเปซจริงในบ้านเดี่ยวเอพี ซึ่งเชื่อว่าแฟนๆ จะได้เห็นเรื่องราว ไลฟ์สไตล์การสร้างสรรค์ผลงานของศิลปินในบรรยากาศความสวยงามและร่มรื่นภายในโครงการบ้านเดี่ยวเอพี ซึ่งศิลปินแต่ละคนก็จะมีไอเดียต่อยอดความสนุกจากสเปซที่แตกต่างกันไปตามไลฟ์สไตล์และช่วงวัยของเขา รับรองว่าแต่ละตอนเราจะเห็นไอเดียใหม่ๆ ในการใช้งานสเปซในบ้าน รวมถึงเสียงเพลงเล่นสดเพราะๆ และเซอร์ไพรส์ที่จะทำให้คุณผู้ชมอมยิ้มที่มุมปากอย่างแน่นอน” นายเทพอาจกล่าว

ในส่วนของตัวแทนศิลปินจาก LOVEiS & FRIENDS ป๊อด-ธนชัย อุชชิน กล่าวว่า “สถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่างทำให้เราทุกคนได้ปรับตัวและคุ้นชินกับการใช้เวลาและทำกิจกรรมต่างๆ ที่บ้านมากกว่าแต่ก่อน ทำให้ความหมายของบ้านอาจจะไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่บ้านกลายเป็นชีวิต พื้นที่ในทุกตารางเมตรในบ้านที่มีความหมายมากกว่าเดิม และในแคมเปญ HOMEMADE STORY ผมจะมาเผยมุมโปรดในบ้านพร้อมภารกิจแนวอาร์ตๆ ในชื่อตอน Art From Home ให้ทุกคนได้ดูกัน จะเวิร์ค หรือไม่เวิร์คอยากให้ทุกคนคอยติดตามครับ แต่รับรองว่าอาร์ตแน่นอน” 

ปันปัน ยีย์ยีย์ – รสิกา สายแสง กล่าวว่า “ปันปันเติบโตมากับแนวคิดของครอบครัวที่สอนว่าหากชอบอะไร อยากทำอะไร ให้ทำตอนนั้นเลย เพราะทุกอย่างที่ได้ทดลองทำล้วนเป็นประสบการณ์ที่สำคัญ ซึ่งทั้งหมดได้สะท้อนผ่านทั้งการใช้ชีวิตและผลงานเพลงที่เต็มไปด้วยไอเดียที่สร้างสรรค์และสดใหม่ และเมื่อได้รับโอกาสในการร่วมปฏิบัติภารกิจ Art From Home ในแคมเปญ HOMEMADE STORY ร่วมกับพี่ป๊อด ยิ่งตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นการร่วมงานกันเป็นครั้งแรกแล้ว ทั้งปันปันและพี่ป๊อดเรายังมีความชอบที่เหมือนกันนั่นก็คืองานศิลปะ และโจทย์หลักที่ได้รับ คือ เราทั้งคู่จะต้องสร้างสรรค์สเปซแนวอาร์ตๆ ในบ้านของเอพี ซึ่งอยากให้ร่วมติดตามกัน ว่าการที่เราทั้งคู่ได้มาครีเอทสเปซใหม่ที่ผสานไอเดียของงานศิลปะทั้งในสไตล์ของพี่ป๊อดและปันปันจะเป็นอย่างไรบ้าง รับรองว่าน่าตื่นเต้นแน่นอน”

นอกจากนี้ แคมเปญ ‘HOMEMADE STORY ทำบ้านให้เป็นมากกว่าบ้าน’ เอพียังได้ร่วมงานกับ 7 ยูทูปเบอร์ชื่อดัง อาทิ มาร์ช จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล, พลอย ชิดจันทร์ และครอบครัว, อาสาพาไปหลง, มินท์ I Roam Alone, พีช Eat Laek, Spin 9 และ Bearhug ที่จะมาร่วมทำภารกิจ 7 สเปซมิสชั่น (Space Mission) ถ่ายทอดไอเดียใหม่ๆ กับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในบ้านเดี่ยวเอพี ซึ่งจะมีเรื่องราวครบรส ทั้งความอบอุ่น ความสนุกสนาน ความครีเอทีฟ และพลาดไม่ได้กับเรื่องราวสุดอลเวงเมื่อบ้านทั้งหลังถูกเปลี่ยนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในวันที่ ยูทูปเบอร์สายเดินทางต้องเก็บตัวอยู่ในบ้าน” นางพิมพรรณ กล่าวเพิ่มเติม

เต็มอิ่มกับเรื่องราวความสุขพร้อมไอเดียสุดสร้างสรรค์จากการต่อยอดการใช้พื้นที่ในบ้านเดี่ยวเอพี ผ่านแคมเปญ HOMEMADE STORY ทำบ้านให้เป็นมากกว่าบ้าน ถ่ายทอดผ่านซีรีย์ 13 ตอนพิเศษ (ศิลปิน LOVEiS & FRIENDS 6 สเปซมิสชั่น และยูทูปเบอร์ 7 สเปซมิสชั่น) ทางช่องทางหลัก Facebook และ Youtube APTHAI ประเดิมตอนแรกวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม – 31 สิงหาคมนี้ ห้ามพลาด !!!

Tags