ไม่ต้อง “ขู่” หนูก็เชื่อฟังแม่ ด้วย 4 วิธีทำได้ง่ายๆ

ขู่ลูก
ขู่ลูก

Q : ลูกชายวัย 2 ขวบครึ่ง แม่พูด บอก ห้ามอะไรก็ไม่ค่อยฟัง ต้องงัดสิ่งที่เขากลัวขึ้นมาขู่จึงจะยอมเชื่อ เช่น เดี๋ยวเรียกเสือมานะ เรียกหมามากัดนะ แต่คุณแม่ก็กังวลว่าจะเป็นวิธีที่ไม่เหมาะสม จะมีวิธีอะไรดีกว่านี้ในการห้ามปรามลูกไหมคะ

ขู่ลูกให้กลัว “เดี๋ยวตุ๊กแกจะมากินตับ” “เดี๋ยวผีมาเอาไปนะ” “เดี๋ยวให้หมอจับฉีดยาเลย” เป็นหนึ่งในหลายประโยคคลาสสิค ที่หมอเชื่อว่าคุณพ่อคุณเคยได้ยินหรือเคยใช้มาบ้าง บางคนก็อาจมีประสบการณ์โดนขู่มาเหมือนกัน

พบ 4 วิธีพูดที่ดี ไม่ต้อง ขู่ลูก ช่วยปรับพฤติกรรมลูกได้

ขู่ลูก

ข้อดีของการขู่ คือ เมื่อเด็กกลัว เด็กก็จะหยุดทำพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์นั้นๆ และยอมทำตามแต่โดยดี  ผู้ใหญ่จึงติดใจ ใช้วิธีนี้อยู่เรื่อยๆ แต่ทราบไหมคะว่าการขู่นั้นมีผลกระทบต่อเด็กๆ อย่างไร?

ขู่ลูก ให้กลัวผี, งู, ตุ๊กแก (+ สารพัดสัตว์) = ทำให้เด็กกลัวกลางคืน

“ขู่” หมายถึง ทำให้เกรงกลัว  เมื่อเราพูดเด็กจะรู้สึกกลัวสิ่งที่เรานำมาขู่ ซึ่งถ้าโดนเรื่อยๆ ก็จะกลัวมากขึ้น มากขึ้น จนอาจส่งผลให้บางคนอยู่คนเดียวตอนกลางคืนไม่ได้ (เพราะกลัวผีมาเอาไป)  กลัวสัตว์เลื้อยคลานแบบเอาเป็นเอาตาย แค่เห็นก็อาจตื่นตระหนกจนคุมตัวเองไม่อยู่ (เพราะกลัวมันมากินตับ)

ขู่ลูก ให้กลัวหมอ = ทำให้เด็กเกลียดการรักษา

บางคนชอบขู่ว่าจะพาไปให้หมอฉีดยา เด็กจะติดใจกลัวหมออย่างมาก เมื่อไม่สบายต้องไปหาหมอ เด็กก็จะไม่ยอมเข้าห้องตรวจ ไม่ร่วมมือในการรักษา (เพราะกลัวหมอฉีดยา…แหะๆ อันนี้แม้แต่จิตแพทย์ก็เจอบ่อยค่ะ แม้ว่าในความจริง จิตแพทย์ไม่เคยฉีดยาเด็กๆ แต่เด็กก็จะกลัวจนคุยกันไม่ได้เลยก็มี)

เมื่อเด็กกลัวจนส่งผลกระทบต่อชีวิตตามที่หมอเล่าข้างต้น ผู้ใหญ่ที่เป็นคนขู่เองก็จะเดือดร้อนไปด้วย บางคนก็ดุด่าเด็กซ้ำว่า “กลัวอะไรไม่เป็นเรื่อง”ซึ่งลืมไปหรือเปล่าว่าความกลัวของเด็กนี้มาจากใครกันที่สื่อให้เขารู้สึกกลัว

 

อ่านต่อ >> “4 ผลเสียของการขู่ลูก” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

keyboard_arrow_up