ของเล่นเด็กอันตราย

ระวัง! 5 ของเล่นเด็กอันตราย เด็กทุกวัยควรหลีกเลี่ยง

พ่อแม่ระวัง! ปืนอัดลม 1 ใน 5 ของเล่นเด็กอันตราย เด็กๆ ควรหลีกเลี่ยง เพราะหากเล่นไม่ระวังก็อาจทำให้โดนตา เสี่ยงทำตาบอดได้

ระวัง 5 ของเล่นเด็กอันตราย เด็กทุกวัยควรหลีกเลี่ยง

ปืนอัดลม หนึ่งในไอเท็มของเล่นที่เด็กผู้ชายมักร้องให้พ่อแม่ซื้อให้ เพื่อนำมาเล่นแสดงบทบาทสมมุติเสมือนตำรวจจับผู้ร้าย ทั้งดูเท่และสนุก แต่แท้จริงแล้ว ปืนอัดลมที่เด็กๆ ชอบยิงเล่น ก็จัดได้ว่าเป็น 1 ใน ของเล่นเด็กอันตราย ที่เด็กๆควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจทำให้เกิด อันตรายต่อตา ได้ โดยเฉพาะเลือดออกในตา หากกระสุนปืนอัดลมเม็ดเล็กนั้น เผลอไปโดนที่ลูกตาเข้า … ซึ่งบางรายเป็นน้อย ก็โชคดีไป แต่ก็มีบางรายที่รับผลร้ายจาก ปืนอัดลม  นี้ เป็นมากบาดเจ็บจนถึงขั้นตาบอดได้

เช่นเดียวกับน้องคีต ลูกชายของคุณลีโอ พุฒ ซึ่งได้รับบาดเจ็บที่ดวงตา โดยคุณแม่เบส เล่าว่าเป็นอุบัติเหตุ ที่น้องคีตเล่นปืนอัดลมกับเพื่อนแล้วดันไปโดนตา ทำให้ลูกเลือดออกตาชั้นใน ซึ่งอาการของน้อง จากภาพล่าสุดคือ คุณแม่เบสแจ้งว่า รอเลือดที่ตาแห้ง แล้วจึงรักษาแผลที่เกิดขึ้นต่อ แต่น้องก็มีอาการดีขึ้นตามลำดับ

https://www.instagram.com/p/BtfKC65Bwn1/

ของเล่นอันตราย
น้องคีต ถูกปืนอัดลมยิงเข้าที่ตา : ขอบคุณภาพจาก IG @bassjunpim

และเพราะข่าวหรือเหตุการณ์ของเล่นอย่างปืนอัดลมที่เป็นอันตรายต่อตานี้ เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ด้าน นพ.ฐาปนวงศ์ ได้เคยออกมาเตือนคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกหลานทั้งเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงว่า ให้ระมัดระวัง ของเล่นอันตราย ที่อาจเป็นภัยต่อดวงตาได้ เช่น ปืนอัดลม รวมไปถึงปืนฉีดน้ำแรงดันสูงที่ใช้เล่นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ด้วย เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้ป่วยเข้ามาทำการรักษาอาการเกี่ยวกับดวงตาเป็นจำนวนมาก และสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการเล่นของเล่นที่มีภัยแฝงอาจเป็นอันตรายต่อดวงตา โดยที่ไม่มีการระมัดระวังและการป้องกันที่ดี

โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัย ระบุว่า… หากดวงตาถูกน้ำจากปืนฉีดน้ำที่มีแรงดันสูง ก็อาจได้รับบาดเจ็บถึงขั้นตาบอดได้ โดยการเล่นที่ปลอดภัย ควรสวมใส่แว่นตาเพื่อป้องกันดวงตา หรือมีระยะห่างระหว่างปืนฉีดน้ำกับผู้เล่นอย่างน้อย 150 เซนติเมตร จึงจะปลอดภัย

อ่านต่อ >> “5 ของเล่นสุดอันตราย ที่เด็กทุกวัยควรหลีกเลี่ยง” คลิกหน้า 2


ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : IG @bassjunpim , leo_oi

 

รามาฯ แชนแนล

รามาฯ แชนแนล จับมือพันธมิตร มอบสุขภาพดีสู่สังคมไทย

รามาฯ แชนแนล จัดงานแถลงข่าว “รามาฯ แชนแนลจับมือพันธมิตร มอบสุขภาพดีสู่สังคมไทย” และขอบคุณสื่อมวลชน

“รามาฯ แชนแนล จับมือพันธมิตร มอบสุขภาพดีสู่สังคมไทย”

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์ 2562) เวลา 12.00 น. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และ สถานีโทรทัศน์รามาฯ แชนแนล จัดงานแถลงข่าว “รามาฯ แชนแนลจับมือพันธมิตร มอบสุขภาพดีสู่สังคมไทย” และขอบคุณสื่อมวลชนขึ้น เพื่อแนะนำพันธมิตรที่ร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์รามาฯ แชนแนล ในการนำเนื้อหารายการต่าง ๆ ไปเผยแพร่สู่วงกว้างในช่องทางอื่น รวมทั้งขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้ร่วมผลักดันให้สถานีโทรทัศน์รามาฯ แชนแนล เป็นที่รู้จักในวงกว้างมาโดยตลอด ภายใต้สโลแกนของสถานีฯ “รามาฯ แชนแนล ขับเคลื่อนสังคมไทย ให้สุขภาพดี”

รามาฯ แชนแนล
ศ.คลินิก นพ.พรชัย มูลพฤกษ์ รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเปิดงาน

โดยมี ศ.คลินิก นพ.พรชัย มูลพฤกษ์ รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานกล่าวเปิดงานและกล่าวถึงการเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมผ่านรามาฯ แชนแนล และยังได้รับเกียรติจาก นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) บรรยายในหัวข้อ “การป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคไม่ติดต่อโดยใช้ความรอบรู้ด้านสุขภาพ” ให้แก่ผู้เข้าร่วมงานและสื่อมวลชน

รามาฯ แชนแนล

นอกจากนี้ยังมีการเสวนาหัวข้อ “เลี้ยงวัยรุ่น…ให้เป็นวัยรุ่ง” โดย อ. พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และคุณนุสบา ปุณณกันต์ ศิลปินที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์ การเลี้ยงลูกในวัยรุ่น

รามาฯ แชนแนล
คุณนุสบา ปุณณกันต์ ศิลปินที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์การเลี้ยงลูกในวัยรุ่น

รามาฯ แชนแนล

ทั้งนี้ รศ. ดร.พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์รามาฯ แชนแนล ได้ชี้แจงการปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ของสถานีฯ โดยรายการ “ลัดคิวหมอ LIVE” ซึ่งเป็นการตอบปัญหาสุขภาพรูปแบบใหม่ ภายใต้รูปแบบรายการ “พิมพ์ปุ๊บ ตอบปั๊บ”

…โดยเปิดโอกาสให้ผู้ชมทางบ้านพิมพ์คำถามปรึกษาปัญหาสุขภาพผ่านทาง Facebook Fanpage ของ Rama Channel ออกอากาศทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 15.30-16.30 น. และรายการรามาฯ สแควร์ ซึ่งเป็นรายการวาไรตี้ด้านสุขภาพ โดยมีช่วงใหม่ของรายการ ได้แก่ ช่วง Better To Know-Healthy Melody เป็นช่วงใหม่ของรายการ ในท้ายนี้ รศ. ดร.พูลสุข ยังได้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้ร่วมผลักดันให้สถานีโทรทัศน์รามาฯ แชนแนล เป็นที่รู้จักในวงกว้างมาโดยตลอด

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ผลิตภัณฑ์ ของใช้เด็ก

ผลิตภัณฑ์ ของใช้เด็ก “ธรรมชาติ” เท่านั้นที่แม่เลือก

ผลิตภัณฑ์ ของใช้เด็ก หลายคนถามว่าเป็นแม่แล้วทำไมต้อง “เลือกมาก” มีอะไรก็ใช้ๆ กับลูกไปเถอะ คุณค่ะถ้าคุณยังไม่มีลูก คุณอาจจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดของลูกกันตั้งแต่แรกคลอด ยิ่งโดยเฉพาะกับผลิตภัณฑ์ของใช้ต่างๆ จะต้องผลิตขึ้นมาเพื่อใช้กับเด็กเท่านั้น!!

 

ผลิตภัณฑ์ ของใช้เด็ก ต้องเลือกให้ดีที่สุด ก่อนใช้กับลูก

มีลูกเล็กแม่ต้องใส่ใจกับ ผลิตภัณฑ์ ของใช้เด็ก มาเป็นอันดับต้นๆ นั่นก็เพราะว่าในเด็กเล็กตั้งแต่แรกคลอดร่างกายจะยังไม่แข็งแรงพร้อมสมบูรณ์เท่ากับผู้ใหญ่ บ่อยครั้งที่ลูกน้อยเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากหวัด ปวดท้อง ท้องเสีย มีอาการภูมิแพ้ต่างๆ เป็นต้น และรวมไปถึงมีอาการแพ้ระคายเคืองที่ผิวหนังได้ง่าย

การลดภาวะป่วยไข้ ไม่สบายให้กับลูกน้อย คุณแม่สามารถป้องกันได้ด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันทางสุขภาพที่แข็งแรงให้กับลูกได้ด้วยการให้กินนมแม่ตั้งแต่แรกคลอดไปจนถึงขวบปีแรก รวมถึงการดูแลเรื่องความสะอาดสุขอนามัยต่างๆ ให้ลูกน้อย ไม่จะเป็นการอาบน้ำ ที่หลับที่นอน อุปกรณ์ของใช้ของลูกก็ต้องสะอาดด้วยเช่นกัน ส่วนการดูแลเรื่องผิวพรรณไม่ให้เกิดการระคายเคืองจนมีผดผื่นคัน ก็ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีเท่านั้น

ซึ่งหนึ่งในปัญหาน่าหนักใจของแม่ลูกอ่อน ลูกเล็กก็คือลูกมักมีอาการแพ้ระคายเคืองที่ผิวหนังมาจากการสวมใส่เสื้อผ้า รวมถึงชุดเครื่องนอนที่ต้องสัมผัสกับผิวลูกน้อยทุกวัน พบว่าส่วนหนึ่งมาจากการซัก ถนอมเนื้อผ้าได้ไม่สะอาดดีพอจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม

ผลิตภัณฑ์ ของใช้เด็ก

แล้ว ผลิตภัณฑ์ ของใช้เด็ก แบบไหนที่แม่ควรเลือกใช้

เป็นหนึ่งในคำถามที่พ่อแม่มือใหม่ถามมากที่สุด เพราะปัจจุบันนี้ผลิตภัณฑ์ สินค้าสำหรับเด็กมีออกมาให้เลือกมากมาย แต่ควรต้องเลือกใช้แบบไหนถึงจะดีกับลูกน้อย แนะนำว่าสิ่งที่พ่อแม่ต้องให้ความสำคัญอันดับแรกๆ สำหรับผลิตภัณฑ์ ของใช้เด็กอ่อน ก็คือ…

  1. ต้องเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กเท่านั้น
  2. ต้องอ่อนโยน ปราศจากสารเคมี
  3. ต้องมาจากธรรมชาติ
  4. ต้องผ่านการรับรองว่าปลอดภัย

ทีโพล์ เบบี้ คือหนึ่งในผลิตภัณฑ์ ของใช้เด็กที่เหมาะต่อการใช้ดูแลลูกน้อยตั้งแต่แรกคลอด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ซักผ้า ปรับผ้านุ่มและล้างขวดนม ที่อ่อนโยน นุ่มทุกสัมผัส และเต็มไปด้วยความปลอดภัย ดุจอ้อมกอดแรกของแม่ ผลิตภัณฑ์ของทีโพล์ เบบี้ ให้ความสำคัญในเรื่องความอ่อนโยน และปลอดภัยมากที่สุด เพราะถ้าแม่เลือกใช้แล้วก็ต้องได้ใช้ของดีมีคุณภาพจริงๆ เท่านั้น

ผลิตภัณฑ์ ของใช้เด็ก

ซึ่งทั้งผลิตภัณฑ์ซักผ้า ปรับผ้านุ่มและล้างขวดนม ของทีโพล์ เบบี้ ได้ทั้งคุณภาพ และมาตรฐานการใช้ ช่วยให้คุณแม่มั่นใจมากขึ้น เพราะ…

  1. NATURAL EXTRACT สารทำความสะอาดสกัดจากพืชจากธรรมชาติจึงให้ความอ่อนโยนต่อผิวเด็ก
  2. ปราศจากสารอันตราย นั่นคือ
  • Parabens Free ไม่มีสารพาราเบน ที่ก่อให้เกิดการแพ้
  • No SLS ไม่มีสารทำความสะอาดที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง
  • No Dye ไม่มีสีสังเคราะห์สีย้อมที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
  • No Formaldehyde ไม่มีสารฟอร์มาลดีไฮด์ ที่ทำให้เกิดการระคายเคือง และสะสมจน เป็นอันตรายต่อร่างกาย
  1. Dermatological Test ผ่านการทดสอบทางการแพทย์ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวบอบบางของเด็ก

ความอ่อนโยน ปลอดภัยต่อลูกเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่จะมองข้ามไปไม่ได้เด็ดขาดค่ะ ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่ต้องให้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ก็คืออุปกรณ์ของใช้ที่ต้องสัมผัสกับปากของลูก เช่น ขวดนม แก้วหัดดื่ม ถ้วย จาน ชาม ช้อน เป็นต้น ของใช้เหล่านี้จะต้องสัมผัสกับอาหารก่อนที่จะอาหารจะเข้าสู่ร่างกายของลูก แน่นอนว่าถ้าคุณแม่ล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ของใช้เหล่านี้ไม่สะอาด หรือล้างทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมก็อาจส่งผลต่อสุขภาพของลูกน้อยได้ค่ะ

ผลิตภัณฑ์ ของใช้เด็ก

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคราบอาหารฝังติดแน่น และหลีกเลี่ยงจากสารเคมีที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาด แนะนำว่าให้เลือกใช้เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กค่ะ อย่างทีโพล์ เบบี้ แฮปปี้ แคร์ คือผลิตภัณฑ์ล้างขวดนมและอุปกรณ์เครื่องใช้ รวมถึงของเล่นสำหรับเด็กโดยเฉพาะ เป็นผลิตภัณฑ์ที่แม่ลูกเล็กส่วนใหญ่เลือกใช้กันมาก เพราะสะอาด ปลอดภัย กลิ่นหอม อ่อนโยน ทีโพล์ เบบี้ แฮปปี้ แคร์ มีส่วนผสมมาจากธรรมชาติทั้งหมด ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของลูกน้อยเลยค่ะ

มีคุณแม่ที่มีปัญหาล้างขวดนมล้างแล้วก็ยังมีกลิ่น มีคราบน้ำนมติดอยู่ ทีโพล์ เบบี้ แฮปปี้ แคร์ ช่วยคุณแม่ได้ค่ะ เพราะสามารถใช้ล้างทำความสะอาดขวดนมได้อย่างสะอาดหมดจด ไม่เหลือคราบฟิล์มน้ำนม และกลิ่นนมให้หงุดหงิดใจอีกต่อไปค่ะ

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กในการดูแลลูกน้อย ก็เหมือนการมอบอ้อมกอดที่อบอุ่น อ่อนโยน ปลอดภัยจากแม่ ฉะนั้นถ้าจะเลือกเพราะใช้ “ดี” อย่างเดียวคงไม่พอ แต่ต้องเป็นธรรมชาติ สะอาด อ่อนโยน ปลอดภัย แบบนี้ถึงจะเรียกว่า ดี และ คุ้มค่า …อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก ทีโพล์ เบบี้ 

https://www.facebook.com/TeepolPure/

https://www.sherwood.co.th/our-brands/teepol/ 

https://www.sherwood.co.th/our-products/product-list/fw/

 

ผลิตภัณฑ์ ของใช้เด็ก

แสดงแบบ : แม่นอท-พิมพ์ภินันท์ ขจรวรงค์เดช น้องนัยญ่า-ด.ญ.ศรัณภัสร์ หาญตระการพงษ์

รับมือ ลูกต่อต้าน

“สุภาษิตสอนพ่อแม่” รับมือ ลูกต่อต้าน โดย พ่อเอก

เวลาที่เห็น ลูกต่อต้าน ไม่ตอบสนอง เรามักมองว่า ลูกดื้อ บางทีเราก็ลืมไปว่าความใจร้อนของเรามันแปรผกผันกับการประมวลผลของลูก ยิ่งเราคิดว่า ลูกดื้อ ลูกต่อต้าน เราจะยิ่งดุ พอยิ่งดุ เขาอาจจะยิ่งตกใจ นั่นก็ยิ่งทำให้การประมวลผลช้าลง

วิธี รับมือลูกต่อต้าน ที่ผมกับภรรยาได้ทดลองมาแล้วและคิดว่ามันได้ผลดี คือ เมื่อเราอารมณ์กำลังขึ้นให้ เปลี่ยนมือกันเอาคนที่อารมณ์เย็นกว่ามาคุย แต่หากไม่มีคนเปลี่ยน หรือเปลี่ยนแล้วมือรองก็ยังไม่เอาอยู่ ให้หยุดเรื่องนั้นไว้ รอให้เราเย็นลง แล้วคุยกันใหม่กับลูก

พอกลับมาคุยใหม่ บางทีลูกลืมจุดนั้นไปแล้ว เขาเห็นเรามาคุยด้วยเขาก็ดีใจ จุดยากคือ ทิฐิที่บางทีคุณพ่อคุณแม่ (หมายถึงผมเองด้วย) คิดว่าต้องให้ลูกรู้สึกผิดแล้วเดินมาขอโทษก่อนถึงจะยอมคุย ซึ่งบางทีเขาลืมไปแล้ว เขาไปเล่นอย่างอื่นแล้ว ลูกวางไปแล้ว แต่เรายัง เราก็หงุดหงิดว่า ทำไมลูกไม่สำนึกผิดเลย แล้วดีกรีความโกรธเราก็ไม่ลดลงซักที หรือ มีความคิดว่าฉันเป็นคุณพ่อ (/คุณแม่) เป็นผู้ใหญ่ ฉันกำลังสอนทำไมไม่ฟัง หรือนั่นมักเป็นจุดพัง

ผมใช้วิธีรับมือลูกต่อต้าน โดย พอเราคุยกันตอนดีๆ อารมณ์เย็นๆ ลง เราเข้าใจกันแล้ว แล้วค่อยถามลูกว่า เราจะกลับไปคุยเรื่องเมื่อสักครู่ ว่าเกิดอะไรขึ้น เราคิดอย่างไร ลูกคิดอย่างไร แล้วค่อยปรับแต่งกัน แบบนี้ก็ได้สอนได้คุยกัน อย่างสร้างสรรค์ คุยกันเสร็จก็เล่นกันต่อได้

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ผมเขียนกลอนนี้สอนตัวเองไว้นานแล้ว ตอนนี้เข้าหน้าร้อน และฝุ่นเยอะแยะ อารมณ์อาจจะพลุ่งพล่าน คิดว่าเป็นโอกาสที่ดีที่มาแบ่งปันกันนะฮะ

“สุภาษิตสอนพ่อแม่” รับมือ ลูกต่อต้าน

พ่อจ๋าอย่าเพิ่งว่าหนูดื้อ

ที่หนูทำตาปรือเพราะหนูฟังไม่ทัน

ถามมาแล้วหนูไม่ตอบ

ก็เพราะหนูไม่ชอบให้พ่อพูดเสียงดัง

 

แม่จ๋าพูดช้าๆ ลงหน่อย

หนูจะค่อยๆ คิด ค่อยๆ ฟัง

ตอนแม่อารมณ์พรุ่งปรี๊ดดดดดด

คำพูดจี๊ดๆ หนูรู้สึกแย่จัง

 

ตวาดตะคอกใส่หนู

แขนขาหัวหู ไหลลงรูหนี

เก็บกลับเย็บปักอย่างดี

แต่ร่องรอยนี้จะยังมีติดที่หัวใจ

 

พูดเบาๆ อธิบายช้าๆ

รับรองจ้าว่าหนูจะยิ้มให้

เด็กๆ อย่างหนูฟังเข้าใจ

พ่อแม่ถามตัวเองไหม …. เข้าใจหนูหรือยัง

 


>>แวะไปดู รอยยิ้มหวานฉ่ำ ที่มีแจกฟรีทุกวันได้ที่เฟซบุ๊ค

หมุนรอบลูก – พี่ปูนปั้น กับ น้องปั้นแป้ง นะครับ<<

ปูนปั้น ปั้นแป้ง พ่อเอก
ปูนปั้น ปั้นแป้ง พ่อเอก เพจหมุนรอบลูก

บทความน่าสนใจอื่นๆ

เป็น “ดาวฤกษ์” หรือ “หลุมดำ” เลี้ยงลูกแบบไหนดี โดย พ่อเอก

เลี้ยงลูกเชิงบวก คุยกับลูกแบบนี้ ไม่ต้องตี ลูกก็เชื่อฟัง

ทำไมลูกกลัวผี สอนลูกไม่ให้ กลัวผี ทำอย่างไร โดย พ่อเอก

4 ประโยชน์ที่ลูกจะได้จากการเล่น “พับกระดาษ”

พ่อแม่ปล่อยลูกเล็กดู การ์ตูนฮีโร่-แฟนตาซี บั่นทอนทักษะชีวิต

ใครจะคิดว่า แค่ลูกดู การ์ตูนฮีโร่ อย่าง ไอ้แมงมุม มนุษย์ค้างคาว หรือการ์ตูนแฟนตาซียอดฮิตอย่าง โดราเอมอน จะมีผลต่อการพัฒนาของสมองด้านทักษะชีวิต ฟังดูค้านความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่ใช่ไหมคะ ความจริงเป็นอย่างไร เด็กวัยไหนควรหลีกเลี่ยง แล้วพ่อแม่ควรเลี้ยงลูกแบบไหนให้สมดุล Amarin Baby and Kids  มีคำตอบ

แพทย์ชี้ปล่อยลูกเล็กดู การ์ตูนฮีโร่ –แฟนตาซี เสี่ยงบั่นทอนทักษะ EF

เป็นที่รู้กันในวงกว้างว่า การปล่อยให้ลูกน้อยอยู่หน้าจอทุกประเภท ส่งผลต่อพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจของลูกน้อย หลังจากนั้นนักจิตวิทยาได้ทำการวิจัยเจาะลึกไปอีกขั้นเพื่อวิเคราะห์ว่ารายการประเภทไหนที่มีผลต่อพัฒนาการของเด็ก โดยเฉพาะทักษะชีวิตที่สำคัญอย่าง EF

การ์ตูนฮีโร่

รองศาสตราจารย์นายแพทย์วีระศักดิ์ ชลไชยะ หัวหน้าสาขาวิชาพัฒนาการและการเจริญเติบโต และหน่วยปฏิบัติการวิจัยพัฒนาศักยภาพเด็กไทย ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้สัมภาษณ์กับทางเว็บไซต์ Amarin Baby and Kids ว่า จากงานวิจัยในต่างประเทศชี้ชัดว่า เด็กเล็กอายุก่อน 7 ขวบ ที่ดู การ์ตูนฮีโร่ –แฟนตาซีส่งผลให้การพัฒนาด้าน  EF ซึ่งพัฒนาสูงสุดในช่วงนี้ลดลง

EF คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ

EF (effective function) คือ กระบวนการทำงานของสมองระดับสูงเพื่อควบคุม ความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม เพื่อทำสิ่งต่างๆ จนสำเร็จถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานของคนเพื่อต่อยอดพัฒนาการด้านต่างๆ และการใช้ชีวิต

เริ่มต้นจากเรื่องง่ายๆ เช่น การเล่นจ๊ะเอ๋ ลูกจะต้องจำภาพพ่อแม่ได้ และรู้ว่าพ่อแม่จะอยู่หลังผ้าม่าน หรือหลังตู้ เป็นต้น หรือพูดง่ายๆ ว่า  EF คือทักษะด้าน “จดจำ ควบคุม และยืดหยุ่น” ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ช่วยให้ลูกใช้ชีวิตได้อย่างเป็นสุข

การ์ตูนฮีโร่

จดจำ (working memory) หมายถึง ความจำเพื่อใช้งาน เช่น เวลาอ่านหนังสือ เด็กสามารถจำข้อความย่อหน้าแรกที่อ่านไปได้ เพื่อประมวลผลและเชื่อมโยงกับหน้าถัดไป

ควบคุม (inhibitory control) หมายถึง เด็กมีสติ จดจ่อ และควบคุมตัวเองท่ามกลางสิ่งเร้า ไม่ทำอะไรด้วยความหุนหันพลันแล่น

ยืดหยุ่น (cognitive flexibility) หมายถึง ยอมรับความล้มเหลว ผิดพลาด และหาทางออกใหม่ด้วยตัวเอง

“การศึกษาจากประเทศนิวซีแลนด์พบว่า ทักษะชีวิตในวัยเด็กเป็นตัวทำนายพฤติกรรมช่วงวัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่ว่าจะเป็นอย่างไร หากเด็กอายุ 3-4 ขวบ ลงมือทำด้วยตัวเองได้ ควบคุมตัวเองดี ตอนวัยรุ่นมักรอดพ้นจากพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ติดยาเสพติด ท้องไม่พร้อม ได้มากขึ้น สมมุติว่าเพื่อนมาชวนไปดื่มเหล้า ใจหนึ่งลูกอยากไป แต่เกิดความคิดว่าดื่มจนเมาแล้วอันตราย ช่วงเวลาสั้นๆ เพียงเท่านี้ ลูกจะตัดสินใจเลือกอะไร

เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ คนที่ควบคุมตัวเองได้ดีจะประสบความสำเร็จทั้งด้านการเรียน การงาน มีสถานะทางการเงินที่ดี ป่วยเป็นโรคกลุ่ม NCDs (อ้วน เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง) และทำผิดกฎหมายน้อยกว่าคนที่ขาดทักษะด้านนี้”

เชื่อว่า พ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี มีความสุข นอกเหนือจากการมอบคุณภาพชีวิตและการเรียนที่ดีให้ลูกแล้ว วิธีการเลี้ยงดูของพ่อแม่เป็นสิ่งสำคัญ  ซึ่งเราหาซื้อไม่ได้ แต่ “ต้องลงมือทำด้วยตัวเอง”

อ่านต่อ ทักษะชีวิตฝึกได้ตั้งแต่วัย 0 ขวบ หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ตั้งครรภ์คุณภาพ

ชวนคุณแม่มือใหม่ สัมมนา ตั้งครรภ์คุณภาพ ที่ รพ.ธนบุรี

รพ.ธนบุรีชวนร่วมสัมมนา ตั้งครรภ์คุณภาพ จัดขึ้นเพื่อให้คุณแม่รู้จักการดูแลครรภ์ตนเอง และเตรียมความพร้อมและความมั่นใจให้คุณแม่ได้คลอดลูกน้อยอย่างสมบูรณ์และปลอดภัย

รพ.ธนบุรีชวนร่วมสัมมนา ตั้งครรภ์คุณภาพ

ข่าวดีเพื่อคุณแม่มือใหม่ ต้องไม่พลาดงานนี้!!! กับงานสัมมนา ตั้งครรภ์คุณภาพ ครั้งที่ 1 … โดยผศ. วาสนา จิติมา ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติ-นรีเวช โรงพยาบาลธนบุรี ที่จะมาให้เทคนิคดูแลตนเองขณะตั้งครรภ์ ไปจนถึงการดูแลทารกแรกเกิด พร้อมรับของที่ระลึกสำหรับคุณแม่และลูกน้อย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ นะคะ

ตั้งครรภ์คุณภาพ
สัมมนา ตั้งครรภ์คุณภาพ ที่ รพ.ธนบุรี

งานจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ เวลา 08.30 – 12.00 น. ชั้น 6 ห้องประชุมอินทนิล โดยสามารถสำรองที่นั่งหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ 1645 ต่อ 2005-7 …แล้วพบกันนะคะ 😉

#ThonburiHospital #โรงพยาบาลธนบุรี#เป็นห่วงนะ #คุณแม่ตั้งครรภ์ #คุณแม่มือใหม่ #ลูกน้อย #ลูกรัก #ศูนย์สูติ_นรีเวช

คนท้องห้ามนวด

หมอเตือน คนท้องห้ามนวด! เสี่ยงลิ่มเลือดอุดตัน-แท้ง-เสียชีวิต

จากกรณีแม่ท้องที่ไปนวดเท้าแล้วช็อกคาเตียง สุดท้ายแท้งลูก-อาการโคม่านั้น คุณหมอได้ออกมาเตือนว่าทำไม คนท้องห้ามนวด? และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหากนวดเท้าตอนท้อง

หมอเตือน คนท้องห้ามนวด! เสี่ยงลิ่มเลือดอุดตัน-แท้ง-เสียชีวิต

จากข่าวที่แม่ท้องคนหนึ่งได้เข้าไปใช้บริการนวดแผนโบราณแห่งหนึ่ง โดยในขณะที่นวดนั้นได้ช๊อกจนหมดสติ จากนั้นก็มีพยาบาลมาช่วยปฐมพยาบาล โดยการปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิต เมื่อมาถึงโรงพยาบาล จึงได้พบว่าลูกในท้องเสียชีวิตแล้ว ส่วนแม่ท้องก็มีอาการโคม่า โดยแพทย์แจ้งว่ามีอาการลิ่มเลือดไปอุดตันที่ปอดและสมองจึงทำให้เกิดอาการช็อก ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ ยังคงต้องรอผลชันสูตรต่อไปว่าเกิดจากสาเหตุใดกันแน่

อ่านเนื้อหาข่าวได้ที่นี่

(5 ก.พ.) นายบุญมี อายุ 56 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อม นายชัยวัฒน์ พี่ชาย เข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว หลังลูกสาว คือ นางสาววิราวรรณ อายุ 26 ปี ตั้งครรภ์ 6 เดือน เข้าไปใช้บริการนวดแผนโบราณแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ แต่สุดท้ายเกิดอาการช็อกและชักคาเตียงนวดจนหมดสติ ล่าสุดแท้งลูกและอาการโคม่า ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า หลานสาวชื่นชอบการนวดแผนโบราณมากและมักไปใช้บริการอยู่เป็นประจำ ซึ่งหลานสาวก็เป็นคนแข็งแรง ชอบออกกำลังกายและไม่มีโรคประจำตัว เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา หลานสาวได้ไปใช้บริการนวดที่ร้านนวดแผนโบราณแห่งหนึ่ง โดยได้ติดต่อคุยกับเพื่อนทางไลน์ชวนไปนวดด้วยกัน แต่เพื่อนติดเลี้ยงลูก จึงสอบถามว่าไปนวดที่ไหนพร้อมกับให้ส่งภาพถ่ายร้านนวดมาให้ดูทางไลน์ หลานสาวจึงแจ้งไปว่ามาใช้บริการที่ร้านนวดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า จากนั้นก็ขาดการติดต่อไป

คนท้องนวดได้ไหม
อุทาหรณ์! แม่ท้องนวดขาแล้วช๊อกคาเตียง แท้งลูก-อาการโคม่า

กระทั่งผ่านไปหนึ่งวัน เพื่อนคนดังกล่าวจึงทราบข่าวว่าหลานสาว นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่จึงรีบเดินทางไปเยี่ยม และจากการสอบทราบว่า ขณะหลานสาวกำลังนวดอยู่เกิดอาการชักเกร็งและหมดสติคาเตียงนวด ระหว่างนั้นมีพยาบาลที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์จึงเข้าไปช่วยเหลือเพราะหลานสาวมีอาการหยุดหายใจ โดยหลังปั๊มหัวใจขึ้นมาได้ก็แจ้งรถพยาบาลมารับตัวไปรักษา แต่ระหว่างนำส่งโรงพยาบาลหลานสาวมีอาการหยุดหายใจอีกครั้งและเจ้าหน้าที่ก็ช่วยปั๊มหัวใจขึ้นมาได้

จากนั้นแพทย์ตรวจพบหลานสาวมีอาการโคม่าและแท้งลูกในท้อง จึงนำเข้าห้องไอซียู โดยระหว่างนั้นไม่สามารถผ่าตัดนำทารกที่เสียชีวิตในท้องออกมานั้น เพราะจะมีผลกับชีวิตของแม่ จึงต้องให้ยารักษากระทั่งสามารถนำเด็กทารกที่เสียชีวิตในครรภ์ออกมาได้ แต่หลานสาวก็มีอาการโคม่า ไม่รู้สึกตัว ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา โดยแพทย์แจ้งว่าหลานสาวมีอาการลิ่มเลือดไปอุดตันที่ปอดและสมองจึงทำให้เกิดอาการช็อก

ต่อมาเพื่อนของหลานสาวได้แจ้งให้ตนเองที่เป็นลุงทราบ จึงรีบโทรศัพท์แจ้งให้นายบุญมี น้องชายทราบเรื่อง จากนั้นนายบุญมีจึงรีบลางานเดินทางมาติดตามเรื่องของลูกสาว และได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับพนักงานนวด และร้านนวด โดยตลอดระยะเวลาที่พูดคุยเจรจากับร้านนวดได้รับการบ่ายเบี่ยงทุกครั้ง ขณะที่คดีก็ไม่มีความคืบหน้าใดจนล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน

นายบุญมี บอกว่า เหตุที่ต้องร้องเรียนกับสื่อมวลชนเพราะอยากให้คู่กรณีคือพนักงานและร้านนวดแสดงความรับผิดชอบบ้าง และ อยากเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับร้านนวดด้วย เพราะตั้งแต่ลูกสาวเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 11 มกราคม แต่ผ่านไปแล้วกว่า 25 วัน ทางร้านนวดก็ยังไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบ และเมื่อสอบถามว่าใครเป็นคนนวดให้ลูกสาวในวันเกิดเหตุก็ไม่ได้รับความร่วมมือใดๆ

ขณะที่ล่าสุดครอบครัวได้ย้ายลูกสาวออกจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลเอกชนตามสิทธิประกันสังคม ซึ่งตนเองสงสารลูกสาวมากที่ต้องมานอนไม่รู้สึกตัวเช่นนี้ โดยลูกสาวถือเป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องเลี้ยงดูลูกชาย 1 คน เมื่อลูกสาวนอนป่วยอาการโคม่าเช่นนี้ ทำให้ครอบครัวลำบากมาก

สำหรับความคืบหน้าในส่วนของคดี พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ รับทราบเรื่องแล้วและเตรียมเร่งรัดพนักงานสอบสวนให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องและพยานแวดล้อมแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ได้สอบถามผู้เชี่ยวชาญในวงการนวดแผนไทย ให้ข้อมูลว่า หญิงตั้งครรภ์มีข้อห้ามไม่ควรนวดแผนไทย โดยเฉพาะการนวดที่รุนแรง หรือการนวดกดจุดสะท้อนในบริเวณต่างๆ เช่น การนวดเท้าที่เป็นศูนย์รวมประสาท เพราะอาจมีการกระทบกระเทือนต่อการตั้งครรภ์ ถ้ารุนแรงมากก็อาจจะแท้งได้ เพราะการนวดเท้าจะไปกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก :  https://www.sanook.com/news/7669214/

 

อ่านต่อ คนท้องห้ามนวด จริงหรือ?  ทำไมนวดแล้วแท้ง?

อุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟ

อุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟ อย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เสี่ยงมะเร็ง

ปัจจุบันนี้ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า “ไมโครเวฟ” เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความสำคัญ เพราะความสะดวกรวดเร็วในการอุ่นอาหาร ปรุงอาหาร แต่สงสัยกันหรือเปล่าคะว่าการ อุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟ นั้นอันตรายหรือไม่

อุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟ อย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เสี่ยงมะเร็ง

หลักในการ อุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟ

ไมโครเวฟ ใช้แม่เหล็กไฟฟ้าในการทำให้อาหารร้อน หรือ สุก โดยคลื่นไมโครเวฟที่ใช้นั้น จะมีความถี่คลื่นที่ 2,450 ล้านรอบต่อวินาที (หรือ 2,150 เมกะเฮิรตซ์) เมื่อคลื่นพุ่งไปกระทบอาหาร อาหารจะถ่ายทอดพลังงานของมันให้โมเลกุลของน้ำทั้งในและนอกอาหารเกิดการ สั่นสะเทือนเสียดสีกันเป็นความร้อน จึงทำให้อาหารสุกอย่างรวดเร็ว
โดยไม่มีการเปลี่ยนโครงสร้าง หรือ รสชาติของอาหาร

อันตรายจากการ อุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟ

รังสีตกค้างในอาหารจากการอุ่น/ปรุงอาหารด้วยไมโครเวฟ

เมื่อคลื่นไมโครเวฟถูกดูดซับไปในอาหารและทำปฏิกริยากับอาหารให้ร้อนแล้ว จะสลายตัวทันที ไม่มีคลื่นหรือรังสีใด ๆ ตกค้างในอาหาร จึงไม่มีอันตรายกับสุขภาพ รวมถึงไมโครเวฟยังไม่ได้ทำให้คุณค่าของอาหารลดลงมากกว่าการอุ่นหรือปรุงสุกด้วยวิธีอื่น สิ่งที่ทำให้คุณค่าของสารอาหารเปลี่ยนแปลงไปคือความร้อน และเวลาในการปรุงต่างหาก ดังนั้นการรับประทานอาหารที่อุ่นหรือปรุงสุกด้วยไมโครเวฟเป็นประจำจึงไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพแต่อย่างใด เพียงแต่การนำอาหารค้างคืนมาอุ่นซ้ำ สิ่งที่ต้องระวังนั่นคือ อาหารที่นำมาอุ่นซ้ำนั้นไม่บูดหรือเสีย เพราะอาจจะทำให้ท้องเสียได้

ไมโครเวฟอุ่นอาหาร
การอุ่นหรือปรุ่งอาหารในไมโครเวฟ ไม่ทำให้สารอาหารลดลง

การจ้องมองแสงในขณะที่เครื่องกำลังทำงานมีอันตรายต่อดวงตาจริงหรือไม่

ไม่จริง เพราะคลื่นไมโครเวฟไม่สามารถจะทะลุทะลวงผ่านผนังตู้และฝาตู้ออกมาได้ เนื่องจากไมโครเวฟประกอบขึ้นด้วยวัสดุที่สามารถป้องกันคลื่นไม่ให้ออกมาสู่ภายนอก จึงถือว่าเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความปลอดภัย  และแสงที่เรามองเห็นในตู้ไม่ใช่แสงของคลื่นไมโครเวฟ แต่เป็นแสงของดวงไฟฟ้าที่ติดตั้งไว้ให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายในตู้เพื่อให้มองเห็นอาหารขณะเครื่องทำงานเท่านั้นเอง

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 6 อาหารที่ไม่ควรอุ่นหรือปรุงในไมโครเวฟ

วัคซีนไวรัสโรต้า ฟรี เฉพาะแม่กทม.

กทม.ชวนแม่ รับ วัคซีนไวรัสโรต้า ฟรี ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข

กรุงเทพมหานครชวนคุณแม่พาลูกน้อยไปรับ วัคซีนไวรัสโรต้า ฟรี ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข ทั้ง 68 แห่ง ทั้งนี้ ทางกรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัย ได้ให้บริการหยอดวัคซีนไวรัสโรต้าในเด็กไทยอายุ 2 เดือน ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานครเพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคอุจจาระร่วง ฟรี  ณ ศูนย์บริการสาธารณสุข สังกัดสำนักอนามัย ทั้ง 68 แห่ง  ซึ่งสถานการณ์โรคอุจจาระร่วงในกรุงเทพมหานคร ปี 2561 พบว่า

มีผู้ป่วยเด็กแรกเกิด – อายุ 4 ปี จำนวนประมาณ 17,000 คน โดยจากการศึกษาของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ พบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีที่นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยโรคอุจจาระร่วงมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสโรต้าถึงร้อยละ 43 โดย วิธีการป้องกันเด็กจากเชื้อไวรัสโรต้าที่สำคัญคือการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การสร้างสุขอนามัยที่ดี การรักษาความสะอาดด้วยการล้างมือ เป็นต้น อย่างไรก็ตามวิธีการเหล่านี้ไม่สามารถป้องกันได้อย่างครบถ้วน การรับวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าจึงเป็นการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งปัจจุบันมีวัคซีนที่สามารถป้องกันอันตรายจากเชื้อไวรัสโรต้าที่ทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วงในเด็กได้ และในหลายๆประเทศได้บรรจุวัคซีนชนิดนี้ไว้ในแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคเรียบร้อยแล้ว สำหรับประเทศไทย อยู่ระหว่างดำเนินการผลักดันให้บรรจุวัคซีนไวรัสโรต้าในแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคพื้นฐาน

ชวนแม่รับ วัคซีนไวรัสโรต้า ฟรี ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข

วัคซีนไวรัสโรต้า ฟรี เฉพาะแม่กทม.
วัคซีนไวรัสโรต้า ฟรี เฉพาะแม่กทม.ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ วัคซีนไวรัสโรต้าฟรี ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข

ตรุษจีน 2562

ตรุษจีน 2562 รวมภาพแฟชั่นอาตี๋-อาหมวย ลูกดาราแต่งชุดจีน

ต้อนรับ ตรุษจีน 2562 ด้วยกองทัพแฟชั่น อาตี๋ – อาหมวย ซุป’ตาร์ตัวน้อย ที่พากันแต่งตัว ชุดจีน – ชุดกี่เพ้า ให้เข้ากับเทศกาล วันตรุษจีน เพื่อร่วมส่งความสุขให้กับแฟนคลับ บอกเลยว่าน่ารักมาก

ส่อง! ซุปตาร์ตัวน้อย อาตี๋-อาหมวย
ลูกดารา แต่งชุดต้อนรับ ตรุษจีน
2562

ซินเจียยู่อี่ซินนี้ฮวดไช้ เนื่องใน วันตรุษจีน 2562 ปีหมูทอง นี้ หลายครอบครัวไทยเชื้อสายจีนต่างก็มาไหว้เจ้าขอพรตามความเชื่อ เพื่อความเป็นสิริมงคล แถมยังแต่งชุดจีนสีแดงเพื่อรับ ความเฮง กันอีกด้วย รวมทั้งเหล่าบรรดาดาราคนบันเทิงนอกจากจะจัดเต็มทั้งเสื้อผ้าหน้าผม ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนแล้ว ด้านคุณพ่อคุณแม่ดาราที่มีลูกน้อยก็ไม่พลาดที่จะจัดคอสตูม ชุดจีน ให้บรรดาลูกๆ แต่งตัวกันแบบจัดเต็ม ทั้ง ชุดกี่เพ้า และชุดสไตล์จีนแบบเก๋ ๆ ทั้งสีแดงแรงฤทธิ์ และสีมงคล สดใส มากมาย

ช่วยสร้างสีสัน และส่งความสุขให้กับแฟนคลับ ในเทศกาล ตรุษจีน 2562 กันอย่างคึกคัก พร้อมโพสต์ภาพลงอินสตาแกรมให้ชาวเน็ตแฟนคลับพี่ป้าน้าอาได้ชมในความน่ารัก น่าชังของเด็กๆ กันอีกด้วย … ทางทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงได้รวบรวมภาพบรรดาหนูน้อยลูกดาราคนบันเทิง ที่จัดเต็มในชุดจีนมาฝากกัน ซึ่งแต่ละคนก็น่ารักกันมากๆ รวมไปถึงหนูน้อยบางคนก็เพิ่งได้แต่งเป็นปีแรก ว่าแล้วอย่ารอเช้าเรามาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีใครกันบ้าง และจะน่ารักกันขนาดไหน

 

“น้องออกัส – น้องออก้า – น้องออเกรซ – น้องออกู๊ด” 4 ออ ลูกของแม่จูน กษมา และ พ่อเปิ้ล นาคร
กับ ธีมแดงแรงฤทธิ์ ต้อนรับ ตรุษจีน 2562

ตรุษจีน 2562 ตรุษจีน 2562

 

♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦

 

“น้องบีน่า – น้องบรู๊คลิน” ลูกฝาแฝดหญิงชาย ของแม่นานา ไรบีนา และ พ่อเวย์ ไทยเทเนี่ยม

ตรุษจีน 2562 ตรุษจีน 2562

 

♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦

 

“น้องเรย์” ลูกชายของแม่ทาทา ยัง” และ พ่อหมอ ฉัตรอดุลย์

ตรุษจีน 2562 ตรุษจีน 2562

♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦

 

“น้องดีแลน” ลูกชายของแม่ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ และ พ่อแมทธิว ดีน

ตรุษจีน 2562

ตรุษจีน 2562

 

คลิกชมภาพสุดน่ารัก “ลูกดาราแต่งชุดต้อนรับ ตรุษจีน 2019” ต่อที่หน้า 2

ธนาคารกรุงไทย บริการสินเชื่อออนไลน์

ธนาคารกรุงไทย บริการสินเชื่อออนไลน์

ธนาคารกรุงไทย บริการสินเชื่อออนไลน์ แบบครบวงวร นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย และ นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จํากัด (เครดิตบูโร) ร่วมลงนามในสัญญาให้บริการสมาชิก เรื่องการรับความยินยอมในการเปิดเผยหรือให้ข้อมูลโดยวิธีการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตจากเจ้าของข้อมูล

เพื่อเตรียมให้บริการสินเชื่อออนไลน์แบบครบวงจรเป็นธนาคารแรกของประเทศ ผ่านแอปพลิเคชั่นกรุงไทย NEXT โดยคาดว่าจะสามารถให้บริการได้ในปลายไตรมาสแรกนี้

 

ธนาคารกรุงไทย บริการสินเชื่อออนไลน์ ผ่าน Mobile Application

นายผยง ศรีวณิช เปิดเผยว่า หลังจากที่ธนาคารกรุงไทย ได้ให้บริการตรวจข้อมูลเครดิตบูโรผ่านแอปพลิเคชั่น กรุงไทย NEXT โดยลูกค้าสามารถตรวจข้อมูลเครดิตบูโรด้วยตนเอง ได้ทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง

ซึ่งกรุงไทยเป็นธนาคารแห่งแรกที่ลูกค้าสามารถตรวจข้อมูลเครดิตบูโรผ่านทาง  Mobile Application และรับรายงานข้อมูลเครดิตรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Credit Report) ผ่านทางอีเมลภายใน 3 วันทำการ โดยให้บริการเมื่อปลายปีที่ผ่านมา  จากเดิมที่ใช้เวลา 7 วันทำการหากขอข้อมูลผ่านสาขาและเครื่องเอทีเอ็ม และนับว่าเป็นธนาคารแห่งแรกที่ลูกค้าสามารถตรวจข้อมูลเครดิตบูโรได้ครบทุกช่องทางอีกด้วย  ขณะนี้ ธนาคารอยู่ระหว่างเตรียมให้บริการสินเชื่อแบบ Digital Lending หรือสินเชื่อออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชั่น กรุงไทย NEXT  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการเป็น NEXT to Invisible Banking ที่ติดตัวและเคลื่อนที่ไปกับลูกค้าในการทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลา โดยขณะนี้อยู่ในช่วงนำร่องทดสอบ และคาดว่าจะสามารถให้บริการกับลูกค้าทั่วประเทศได้ในปลายเดือนมีนาคมนี้

ธนาคารกรุงไทย บริการสินเชื่อออนไลน์

“ธนาคารกรุงไทย จะเป็นธนาคารแห่งแรกที่สามารถให้บริการสินเชื่อออนไลน์แบบครบวงจรที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งทุกขั้นตอนในการขอสินเชื่อจะเป็น Paperless  และทำผ่าน Mobile Application ตั้งแต่ต้นจนจบ   ตั้งแต่การสมัครสินเชื่อ (e-Application) การส่งเอกสารประกอบสินเชื่อ (e-Document) การให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลเครดิต (e NCB Consent) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำสัญญาสินเชื่อแบบ e-Contract  โดยไม่ต้องเตรียมสำเนาเอกสาร นับเป็นมิติใหม่ในการให้บริการของวงการธนาคารไทย  ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าในยุค Thailand 4.0  อย่างไรก็ตาม สำหรับความยินยอมในการเปิดเผยหรือให้ข้อมูลโดยวิธีการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตจากเจ้าของข้อมูลนั้น บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลซึ่งคือลูกค้าที่มาขอสินเชื่อกับธนาคาร เพื่อการเปิดเผยข้อมูล”

ด้านนายสุรพล โอภาสเสถียร กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า นับเป็นเรื่องดีอย่างยิ่งที่ทั้งสองหน่วยงานจับมือกันพัฒนาและส่งเสริมธุรกรรมการขอสินเชื่อออนไลน์ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ รวมทั้งการเพิ่มบริการตรวจข้อมูลเครดิตออนไลน์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Credit report) เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในสังคมยุคดิจิทัลได้เป็นอย่างดี  ที่ผ่านมา เครดิตบูโรดำเนินการพัฒนาและให้ความสำคัญในการเข้าถึงข้อมูลเครดิตของตนเองมาอย่างต่อเนื่อง โดยอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าของข้อมูลในการตรวจสอบรายงานข้อมูลเครดิต  อันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเตรียมความพร้อมก่อนขอสินเชื่อต่างๆ และช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเครดิตของตนเองอีกด้วย

ความร่วมมือของ 2 สถาบันในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของวงการธุรกิจธนาคารไทย ที่ลูกค้าจะสามารถใช้บริการสินเชื่อออนไลน์ที่ครบวงจรอย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากความสะดวกสบายแล้ว ยังมีความปลอดภัยเช่นเดียวกับการขอสินเชื่อที่สาขาด้วยตนเอง อันเป็นส่วนหนึ่งในการก้าวสู่สังคม Digital Economy

น้ำมันอะไรดีที่สุด

น้ำมันอะไรดีที่สุด? หมอแนะวิธีเลือกกินน้ำมันให้ดีต่อสุขภาพ

ปัจจุบันมีน้ำมันหลากหลายประเภทให้เลือกทาน โดยน้ำมันแต่ละประเภทก็มีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกันไป แล้ว น้ำมันอะไรดีที่สุด? เรามีวิธีเลือกกินน้ำมันให้ดีต่อสุขภาพมาฝากค่ะ

น้ำมันอะไรดีที่สุด? หมอแนะวิธีเลือกกินน้ำมันให้ดีต่อสุขภาพ

น้ำมันเป็นส่วนประกอบสำคัญในการประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็น การผัด ทอด หรือแม้แต่การทานสลัด เราต้องใส่น้ำมันเพื่อเพิ่มรสชาติ นอกจากนี้ 1 ในสารอาหารที่สำคัญที่ร่างกายเราตั้งการนั่นก็คือ ไขมัน ซึ่งไขมันนี้ ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานและยังมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่การทานไขมันที่มากเกินไป หรือการทานไขมันไม่ถูกวิธี ก็อาจเกิดโทษและโรคร้ายกับร่างกายได้ ปัจจุบันนี้มีน้ำมันหลากหลายประเภทให้เลือกทาน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันที่สกัดจากพืชหรือจากสัตว์ ซึ่งน้ำมันแต่ละชนิดก็มีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกันไป ทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงนำข้อมูลของน้ำมันต่าง ๆ มาเปรียบเทียบ เพื่อประกอบการตัดสินใจของแม่ ๆ ในการเลือกน้ำมันมาปรุงอาหารได้อย่างเหมาะสม

รู้จักกับส่วนประกอบของน้ำมัน

น้ำมันทุกชนิดประกอบไปด้วยกรดไขมันทั้ง 3 ชนิดเหมือนกัน คือ

  • กรดไขมันอิ่มตัว (Saturated Fatty Acid)
  • กรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (Mono Unsaturated Fatty Acid) มีกรดไขมันโอเมก้า 9
  • และกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (Polyunsaturated Fatty Acid ) มีกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6

โดยประโยชน์ของกรดไขมัน 3 6 และ 9 นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนี้

  • กรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อระบบการทำงานต่าง ๆ ภายในร่างกาย ซึ่งร่างกายสร้างกรดไขมันชนิดนี้เองไม่ได้ ต้องได้รับจากการรับประทานอาหารอื่น ๆ เช่น ปลา น้ำมันพืช ถั่ว เมล็ดพืชต่าง ๆ หรือผักใบเขียว เป็นต้น โดยกรดไขมันชนิดนี้ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ประสาท ช่วยพัฒนาระบบประสาทและสมองของเด็ก ลดการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และลดการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม
  • กรดไขมันโอเมก้า 6 เป็นกรดไขมันที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้เช่นเดียวกันกับ โอเมก้า 3 แต่เราสามารถได้รับจากการรับประทานอาหาร พบมากในในน้ำมันพืชต่าง ๆ กรดไขมันชนิดนี้ ช่วยให้เลือดแข็งตัวได้ง่ายขึ้น ทำให้ร่างกายมีระบบไหลเวียนโลหิตที่สมบูรณ์ รักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว ลดปัญหาผิวแห้งแตกเป็นขุย
  • กรดไขมันโอเมก้า 9 กรดไขมันโอเมก้า 9 คือกรดไขมันชนิดหนึ่งที่เป็นกรดไขมันแบบไม่อิ่มตัว เกี่ยวข้องกับการสร้างฮอร์โมนโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ซึ่งมีผลต่อสุขภาพมาก ในร่างกาย มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชชูปถัมภ์ แนะนำให้บริโภคน้ำมันและไขมันที่มีสัดส่วนของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว หรือ MUFA สูง (โอเมก้า 9) เพราะจะช่วยลดแต่คอเลสเตอรอลตัวร้าย (LDL – C) โดยไม่ลดคอเลสเตอรอลตัวดี (HDL –C) ในร่างกายซึ่งจะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

น้ำมันประเภทต่าง ๆ มีสัดส่วนของโอเมก้า 3,6,9 ที่ต่างกัน แม่พริมาจึงได้รวบรวมสัดส่วนของกรดไขมันในน้ำมันประเภทต่าง ๆ มาใส่ในกราฟให้ดูง่ายขึ้น ดังนี้

เลือกซื้อน้ำมัน
น้ำมันอะไรดีที่สุด? สัดส่วนของกรดไขมันในน้ำมันชนิดต่าง ๆ

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ น้ำมันอะไรดีที่สุด? หมอแนะวิธีเลือกกินน้ำมันให้ดีต่อสุขภาพ

แอปเปิ้ลแดง

เลือก แอปเปิ้ลแดง พันธุ์ไหนดี คั้นน้ำก็เยอะ กินเนื้อก็อร่อย

แอปเปิ้ลแดง

แอปเปิ้ลแดง เป็นผลไม้โปรดทั้งของแม่ท้องและลูกเล็ก แม้จะราคาสูงหากเทียบกับผลไม้ประจำฤดู เพราะนอกจากรสชาติดี เคี้ยวอร่อย และไม่หวานเกินไปแล้ว ยังมีสารอาหารมากประโยชน์แก่ร่างกายด้วย แอปเปิ้ลแดงที่ขายในตลาดหรือตามซูเปอร์มาร์เก็ตมีหลายพันธุ์ ทั้งผลเล็ก ผลโต เนื้อทราย เนื้อแน่น ที่หน้าตาคล้ายๆกันไปหมด คราวนี้จะรู้ได้อย่างไรว่า แอปเปิ้ลพันธุ์ไหนจะอร่อยถูกใจลูก ซื้อมาแล้วไม่ผิดหวังต้องทิ้งเป็นฟอสซิลคาตู้เย็น

แอดมินแม่ปานหาคำตอบมาให้แล้ว โดยได้คัดแอปเปิ้ลแดงสายพันธุ์ยอดนิยมที่หาซื้อได้ทั่วไปตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั้งหมด 7 พันธุ์ มาทดลองกันให้รู้ว่า พันธุ์ไหนรสชาติดี พันธุ์ไหนกินเนื้ออร่อย หรือคั้นเป็นน้ำแอปเปิ้ลก็ไม่ผิดหวัง จะมีแอปเปิ้ลพันธุ์ไหนบ้าง ตามมาดูเลยค่ะ

 

แอปเปิ้ลแดง
รู้ไหม แอปเปิ้ลแดง ดียังไง

แอปเปิ้ลสีแดง รู้จักพันธุ์ รู้จักเลือกอย่างไรให้อร่อย ไม่ผิดหวัง

แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่มีวิตามินสูง แถมยังเป็นแหล่งวิตามินหลายชนิดทั้งเอ บี1 บี2 บี 6 รวมถึงแร่ธาตุสำคัญๆ อย่างไบโอติน กรดโฟลิก กรดเพนโทเธอนิค คลอไรด์ เหล็ก ทองแดง แมกกานีส แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม ซิลิคอน กรดมาลิคและกรดทาร์ทาริก ซึ่งล้วนมีส่วนสนับสนุนการทำงานของร่างกายทั้งสิ้น

แอปเปิ้ลแต่ละสีให้ประโยชน์ที่ต่างกันไป พบว่าแอปเปิ้ลบนโลกนี้มีทั้ง 4 สีหลักๆ ได้แก่ แอปเปิ้ลเหลือง แอปเปิ้ลเขียว แอปเปิ้ลแดงอมชมพู และแอปเปิ้ลแดง หากคุณแม่กินแอปเปิ้ลเป็นประจำจะมีส่วนช่วยต้านมะเร็งเต้านม ลดคอเลสเตอรอลได้ ขณะที่แม่ท้องได้กินแอปเปิ้ลเป็นประจำได้ประโยชน์ทั้งกับตัวเองและลูกน้องในครรภ์ด้วยทั้งช่วยป้องกันโรคโลหิตจางซึ่งเกิดขึ้นได้ระหว่างตั้งครรภ์ เพิ่มพลังงาน เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและกระดูก บำรุงหัวใจและปอดให้แข็งแรง แถมยังช่วยปกป้องลูกน้อยในครรภ์จากโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจในอนาคตด้วย

Must read: แอปเปิ้ล ผลไม้สร้างสุขภาพสำหรับแม่ท้อง

แอปเปิ้ลแดง

ลูกเริ่มกินแอปเปิ้ลแดงเมื่อไรดี

เมื่อลูกอายุครบ 6 เดือนที่พร้อมจะเริ่มกินอาหารเสริมแล้ว คุณแม่ลองให้ลูกกินแอปเปิ้ลได้แม้จะยังไม่มีฟันจะเคี้ยวด้วยตัวเอง แต่ฟันคู่หน้าสองซี่เริ่มขึ้นทำให้ลูกน้อยอยากกัด อยากเคี้ยวแล้ว การกินแอปเปิ้ลช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านนี้และช่วยกระตุ้นให้ฟันขึ้นง่ายด้วย

สำหรับลูกน้อยวัยก่อนขวบ คุณแม่สามารถเลือกแอปเปิ้ลแดง มาคั้นเป็นน้ำผลไม้สดให้ดื่มระหว่างมื้อ หรือนำมาต้ม/นึ่ง แล้วบดละเอียด ส่วนลูกวัยขวบปีขึ้นไปที่ฟันขึ้นแล้ว สามารถกินได้วันละ 1 ผล โดยหั่นเป็นแท่งเล็กให้ลูกถือกิน หรือปั่นพร้อมเปลือกเป็นสมูทตี้ให้กินเพิ่มกากใยได้ด้วย

อ่านต่อ กินแอปเปิ้ลรักษาโรคแทนยาได้ หน้า2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

Tags

เงินสงเคราะห์บุตร ย้อนหลัง

เงินสงเคราะห์บุตร ย้อนหลัง เริ่มจ่าย 31 ม.ค. 62 เข้าเท่าไหร่ เช็กเลย!

แม่ๆ จ๋า รีบเช็กกันเลย เงินสงเคราะห์บุตร ย้อนหลัง ประกันสังคมเริ่มจ่ายให้วันที่ 31 ม.ค. นี้ บ้านไหนเข้าแล้ว เข้าเท่าไหร่กันบ้าง แล้วจะเช็กได้จากที่ไหน เรามีคำตอบมาให้ค่ะ

เงินเข้าหรือยัง? แม่เช็กเลย!
เงินสงเคราะห์บุตร ย้อนหลัง เข้าเท่าไหร่?

จากประกาศเมื่อต้นปีที่ทางสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวถึงเรื่องการปรับ เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร จากเดิมที่เคยจ่าย 400 บาท เป็น 600 บาทว่า ซึ่งเดิมที สปส. จ่ายเงินสงเคราะห์บุตร ให้กับคุณพ่อคุณแม่ผู้ประกันตน ที่มีลูกตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี จำนวน 400 บาท ต่อเดือนต่อคน

แต่หลังจากวันที่ 31 ม.ค. 62 สปส.จะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่แจ้งไว้ทุกเดือน ในอัตราปรับใหม่จาก 400 เป็น 600 บาท โดยจะจ่ายย้อนหลังให้จนถึงเดือน ม.ค. 2561 เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูลูกน้อยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามนโยบาย

สำหรับการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้คุณพ่อคุณแม่ผู้ประกันตน เป็นการส่งเสริมให้คนไทยมีบุตรมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีอัตราการเกิดน้อย โดยลูกของคุณพ่อคุณแม่ที่มีสิทธิประกันสังคม ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ขวบ (จำนวน 3 คน) จะได้รับเงินสงเคราะห์บุตร จำนวน 600 บาทต่อคน ในวันที่ 31 ม.ค. 62 และรวม เงินสงเคราะห์บุตร ย้อนหลัง เข้าไปด้วย

เงินสงเคราะห์บุตร ย้อนหลัง
ข่าวการจ่าย เงินสงเคราะห์บุตร ย้อนหลัง : ขอบคุณภาพจาก เพจกระทรวงแรงงาน

ไขข้อสงสัย เงินสงเคราะห์บุตรย้อนหลัง ได้กี่ปี

โดย สปส.จะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ประกันตน เป็น เงินสงเคราะห์บุตร ย้อนหลัง ไปจนถึงเดือน ม.ค. 61 จำนวนเดือนละ 200 บาท รวม 12 เดือน เป็นจำนวน 2,400 บาท … ทั้งนี้กรณีปรับอัตราการจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีสงเคราะห์บุตร จาก 400 บาท เป็น 600 บาท จะเริ่มมีผลย้อนหลังตั้งแต่ 1 มกราคม 2561 ซึ่งกฎหมายประกาศเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2562 จึงต้องมีการจ่าย เงินสงเคราะห์บุตร ย้อนหลัง ซึ่งมีคำถามมากมายเกิดขึ้น จึงขอทำความเข้าใจดังนี้

  1. การจ่ายย้อนหลังจะจ่ายเพิ่มเดือนละ 200 บาทจากสิทธิที่ได้รับไปแล้ว 400 บาท คุณพ่อคุณแม่สามารถดูได้ด้วยตนเอง ผ่านทาง แอพประกันสังคม sso connect เนื่องจากใครที่ได้รับ 400 บาทไปแล้วท่านก็จะได้รับเพิ่มอีก 200 บาททุกคน ไม่ว่าบุตรจะเกิดเมื่อไหร่อาจจะเกิดปี 55 ปี 56 ปี 57 ปี 58 หรือปีใดก็ตามที่ยังไม่ครบ 6 ขวบ
  2. การจ่ายย้อนหลังถ้าท่านมีสิทธิรับมาโดยตลอดทุกเดือน จะได้รับตั้งแต่เดือนมกราคม – เดือนกันยายน 2561 ซึ่งคาดว่าจะจ่ายเข้าบัญชีภายในเดือนมกราคม 2562 โดยผู้ประกันตนไม่ต้องดำเนินการใด ๆ ค่ะ ทางสปส. จะประมวลผลจ่ายให้เอง ส่วนใครที่ลูกอายุครบ 6 ขวบ หรือว่าออกจากงานก่อนกันยายน 2561 ก็จะจ่ายย้อนให้เช่นกันตามสิทธิที่พึงได้รับ เช่น บุตรอายุครบ 6 ปีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ท่านก็จะได้รับย้อนหลัง 2 เดือน คือ มกราคม -กุมภาพันธ์ 2561 เป็นเงิน 400 บาท เป็นต้น

 

อ่านต่อ >> ไขข้อสงสัยเรื่อง เงินสงเคราะห์บุตร” คลิกหน้า 2

ไส้เลื่อนในเด็ก

“ไส้เลื่อนในเด็ก” อันตรายถึงชีวิต ทารกและเด็กหญิงก็เป็นได้

โรคไส้เลื่อนเป็นโรคที่ผู้ชายกลัว แต่รู้หรือไม่ว่า ไส้เลื่อนในเด็ก ไม่ว่าจะเป็นทารกหรือเด็กเล็ก เด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง ก็สามารถเป็นโรคไส้เลื่อนได้ อ่านรายละเอียดและวิธีสังเกตอาการไส้เลื่อน ได้ที่นี่

“ไส้เลื่อนในเด็ก” อันตรายถึงชีวิต ทารกและเด็กหญิงก็เป็นได้

ไส้เลื่อนคืออะไร?

ไส้เลื่อน (Hernia) คือ ภาวะที่ลำไส้เคลื่อนตัวออกมาจากตำแหน่งเดิม และทำให้เห็นเป็นลักษณะคล้ายก้อนตุง ซึ่งเกิดจากความอ่อนแอของผนังช่องท้องที่มีมาแต่กำเนิด หรือเกิดภายหลังเช่น จากการผ่าตัด ภาวะแรงดันที่มากผิดปกติภายในช่องท้อง เนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ อาทิ เบ่งจากภาวะท้องผูก การไอหรือจาม การยกของหนัก โดยภาวะไส้เลื่อนสามารถแบ่งออกเป็นประเภทตามบริเวณตำแหน่งการเกิดโรคที่พบได้บ่อย ได้แก่ ไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบ ไส้เลื่อนบริเวณสะดือ ไส้เลื่อนเนื่องจากการผ่าตัด และ ไส้เลื่อนบริเวณต่ำกว่าขาหนีบ

ไส้เลื่อนในเด็กนี้เกิดได้ในทุกช่วงอายุ โดยพบว่าเด็กผู้ชายมีโอกาสเป็นไส้เลื่อนได้มากกว่าเด็กผู้หญิง และเกิดขึ้นในข้างขวามากกว่าข้างซ้าย และพบในเด็กที่คลอดก่อนกำหนดมากกว่าเด็กที่ครบกำหนด

ไส้เลื่อนในเด็ก มีอาการอย่างไร?

อาการของเด็กที่เป็นไส้เลื่อน จะพบว่ามีก้อนบริเวณเหนือขาหนีบและข้างหัวเหน่าเคลื่อนตัวออกมา หรือ เข้า ๆ ออก ๆ เด็กจะมีอาการเจ็บเวลาเบ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเบ่งอุจจาระ ปัสสาวะ ไอ หรือร้องไห้ก็ตาม เด็กบางคนจะรู้สึกแน่นท้อง หรือมีอาการปวดแสบปวดร้อน จนงอแง ก้อนที่ออกมาจะยุบหายไปหมดเมื่อเด็กนอนหลับ บางครั้งคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถดันก้อนไส้เลื่อนกลับเข้าไปในช่องท้องได้ ในเด็กที่เกิดภาวะไส้เลื่อนหนักขึ้น อาจมีอาการอาเจียน ท้องผูก มีแก๊สในกระเพาะอาหาร หรือบริเวณที่ไส้เลื่อนออกมาตุงที่ผนังหน้าท้องมีลักษณะแข็ง จนไม่สามารถใช้มือกดบริเวณที่เป็นก้อนลงไปได้ โดยหากเกิดอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์อย่างเร็วที่สุด เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงลำไส้ในบริเวณที่เป็นไส้เลื่อนได้ เกิดอาการบวม เสี่ยงต่อภาวะลำไส้ตาย ซึ่งจะต้องได้รับการผ่าตัดด่วนเพื่อรักษาอาการ

ไส้เลื่อน
อาการไส้เลื่อนในเด็กที่มีอาการหนัก เด็กจะร้องกวน งอแง และรู้สึกปวด

ไส้เลื่อนในเด็ก มีสาเหตุมาจากอะไร?

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดไส้เลื่อน สามารถเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นความอ่อนแอของเยื่อบุช่องท้อง ความอ่อนแอของกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่กำเนิด เกิดจากการเกิดอุบัติเหตุที่ช่องท้องจนทำให้กล้ามเนื้อบริเวณช่องท้องอ่อนแอลง หรือเกิดขึ้นจากการผ่าตัด นอกจากนี้ แรงดันภายในช่องท้องก็เป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้เกิดภาวะไส้เลื่อนได้อีกด้วย เพราะเมื่อแรงดันในช่องท้องมากขึ้น ลำไส้ที่อยู่ภายในก็จะถูกดันออกมาตุงอยู่ที่บริเวณผนังช่องท้อง

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ อันตรายจากโรค ไส้เลื่อนในเด็ก และ วิธีการรักษาโรคไส้เลื่อน

ฝุ่นพิษ

นายกประกาศ สั่งปิดโรงเรียนทุกรร.ในกทม.หนี ฝุ่นพิษ มีผลทันทีวันนี้!

หนี ฝุ่นพิษ PM 2.5 … นายก ได้ออกประกาศสั่งให้โรงเรียนทุกระดับชั้น ทุกโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร และ 5 จังหวัดปริมณฑล หยุดการเรียนการสอน  มีผลเวลา 12.00 น. วันนี้

นายกประกาศ สั่งปิดโรงเรียนทุกรร.ในกทม.
หนี ฝุ่นพิษ มีผลทันทีวันนี้!

จากสถานการณ์ ฝุ่นพิษ หรืออนุภาคในอากาศขนาดเล็กต่ำกว่า 2.5 ไมโครเมตร (PM2.5) ที่มีปริมาณเกินค่ามาตรฐานที่ปกคลุมในหลายเขตพื้นที่ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองหลายจังหวัด กำลังเป็นภาพสะท้อนวิกฤตมลภาวะและการควบคุมมลพิษของสังคมไทย

วันที่ 30 ม.ค. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงได้ออกมาแถลงข่าวเกี่ยวกับมาตรการควบคุม เบื้องต้น โดยประกาศให้หยุดการเรียนการสอนในโรงเรียนสังกัด กทม.ทั้ง 437 แห่งทั่วกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เที่ยงวันนี้ ถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งในการลดกระทบจากปัญหา ฝุ่นละอองพิษ PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

คลิปแถลงข่าว ผู้ว่า กทม. สั่งปิดโรงเรียน หนีฝุ่นพิษ

ด่วน!!!!-ผู้ว่าฯ แถลง สั่งปิดโรงเรียนกทม. เพื่อป้องกันผลกระทบกับเด็กนร.จากปัญหาฝุ่นจิ๋ว ตั้งแต่ 12.00 น. วันนี้ ถึงวันศุกร์ 1 ก.พ. -นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงผลการประชุมสรุปการบังคับใช้กฎหมายควบคุมฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า)

Posted by สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม. on Tuesday, January 29, 2019

ด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงปัญหาสถานการณ์ ฝุ่นละอองพิษ PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ว่า… พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการถึง ศธ.ว่า >> หากจะดำเนินการปิดสถานศึกษา เพื่อป้องกันเด็กนักเรียนจากวิกฤตฝุ่นละอองจะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ เพราะขณะนี้โรงเรียนสังกัด กทม.ได้สั่งให้เด็กเลิกเรียนตั้งแต่เวลา 12.00 น.ของวันนี้แล้ว

ดังนั้นในส่วนของ ศธ. ได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ข้อสรุปว่า ศธ.มีมาตรการสั่งปิดโรงเรียนขั้นพื้นฐานสังกัด สพฐ. โรงเรียนเอกชนสังกัด สช. วิทยาลัยอาชีวศึกษา สังกัด สอศ. ซึ่งในส่วนของมหาวิทยาลัย สกอ.จะทำหนังสือขอความร่วมมือให้ดำเนินการหยุดการเรียนการสอนต่อไป

ทั้งนี้การปิดสถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนจะปิดเป็นเวลา 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม – วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับในวันที่ 2 – 3 กุมภาพันธ์ ที่จะมีการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระดับ ป.6 และ ม.3 นั้นไม่สามารถเลื่อนการสอบได้ เพราะดำเนินการอะไรไม่ทันแล้ว อย่างไรก็ตามจะมีการสั่งปิดโรงเรียนเพิ่มอีกหรือไม่นั้นจะต้องประเมินเหตุการณ์วันต่อวัน เพราะต้องประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากสัปดาห์หน้ายังวิกฤตอยู่ก็จำเป็นต้องปิดเรียนต่อไปอีก

 

ฝุ่นพิษ

 

ทั้งนี้ในส่วนของมหาวิทยาลัย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จะทำหนังสือขอความร่วมมือให้ดำเนินการหยุดการเรียนการสอนต่อไป

โดย 5 อันดับเขตที่มี ฝุ่นพิษ วิกฤต คือ 1. บางคอแหลม 2. ถนนตก 3. บางเขน (เส้นพหลโยธิน) 4. บางขุนเทียนจนถึงสมุทสาคร 5.ปทุมวัน … ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้กำหนดแหล่งที่ก่อเหตุรำคาญในพื้นที่ คือ รถยนต์ดีเซลที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐาน การเผาในที่โล่ง และกิจกรรมการก่อสร้าง โดยห้ามไม่ให้นำรถเครื่องยนต์ดีเซลที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐานมาวิ่งใช้งานบนท้องถนน ห้ามเผาในที่โล่งทุกประเภทในพื้นที่ควบคุม และต้องปฏิบัติตามมาตรการลดฝุ่นละอองจากกิจกรรมการก่อสร้างอย่างเคร่งครัด

หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศไว้

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิก :


ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก : mgronline.com , www.amarintv.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ฟีนูแคป สมุนไพรเพิ่มน้ำนมแม่

ฟีนูแคป สมุนไพรเพิ่มน้ำนมแม่ เพิ่มความมั่นใจกับงานวิจัยจากมหิดล

ฟีนูแคป สมุนไพรเพิ่มน้ำนมแม่ “ลูกซัด ขิง ขมิ้น” สมุนไพรที่ขึ้นชื่อเรื่องเพิ่มบำรุงน้ำนมแม่ให้มีปริมาณมากขึ้น  สำหรับคุณแม่หลังคลอดลูก ที่ตอนนี้ได้มีการนำมาวิจัยและทดสอบประสิทธิภาพตำรับยาของสมุนไพรทั้ง 3  ชนิด โดยทีมวิจัยจากคณะสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดล

โดยผลงานวิจัยตำรับสมุนไพร ลูกซัด ขิง ขมิ้นที่เป็นสมุนไพรเพิ่มน้ำนมแม่ในครั้งนี้ได้มีการตีพิมพ์ในวรสาร การแพทย์ระดับโลก “Breastfeeding Medicine” นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และได้รับการจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา

 

ฟีนูแคป สมุนไพรเพิ่มน้ำนมแม่ ลูกซัด ขิง ขมิ้น

การรับประทาน ฟีนูแคป สมุนไพรเพิ่มน้ำนมแม่ อย่างลูกซัด ขิง ขมิ้นในแม่หลังคลอดที่มีคำถามว่าการทานสมุนไพร เข้าไปในร่างกายมากๆ จะปลอดภัยต่อสุขภาพ และช่วยให้ปริมาณน้ำนมแม่เพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ วันนี้เราได้  คำตอบที่จะช่วยให้คุณแม่ทุกคนที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และทานตำรับยาสมุนไพรทั้ง 3 ชนิดนี้ได้สบายใจกันมากขึ้นค่ะ

ทีมวิจัยจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะทีมแพทย์โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการ แพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร ได้นำเอาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ฟีนูแคปพลัส (Fenucaps Plus) เลขที่ อย. 13-2-02053-1-0011 ของ บริษัท สมุนไพรบ้านอาจารย์ จำกัด ที่มีส่วนประกอบจากสมุนไพร  ลูกซัด ขิง ขมิ้น ในการทดสอบครั้งนี้  ซึ่งการทดสอบทางคลินิคจะมีกลุ่มควบคุมแบบ Randomized Double-Bilnd Controlled Trial โครงการวิจัยได้ผ่านการตรวจสอบและเห็นชอบ อนุมัติรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ เลขที่เอกสาร COA. NO MUPH 2017-141 จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และเป็นไปตามหลักปฎิบัติของปฎิญญาเฮลซิงกิ (Declaration of Helsinki on Human subject) หลักจริยธรรมการวิจัยทางการเเพทย์ที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ ที่ยอมรับในระดับสากล

ฟีนูแคป สมุนไพรเพิ่มน้ำนมแม่

การวิจัยมีรูปแบบเป็นอย่างไร ?

การวิจัยประสิทธิภาพของสมุนไพร ลูกซัด ขิง ขมิ้น สมุนไพรบำรุงน้ำนม ทางทีมวิจัยได้ทำการทดสอบกับคุณแม่ให้นมลูกที่แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้รับยาหลอก(แป้งข้าวโพด) กับ กลุ่มที่ได้รับฟีนูแคป ซึ่งทั้งสองกลุ่มเป็นคุณแม่ลูกอ่อนที่เพิ่งคลอดมาได้ 1เดือน เเละเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แบบFull time ทั้งสองกลุ่ม

โดยคุณแม่ทั้งสองกลุ่มนี้จะมีการสุ่มเพื่อทำการทดสอบ คือกลุ่มหนึ่งได้รับสมุนไพรฯ ส่วนอีกกลุ่มได้รับยาหลอก ทานต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 1 เดือน

ซึ่งทางทีมวิจัยได้มีการตรวจประเมินร่างกาย วิเคราะห์เลือดทางชีวเคมี และมีการเก็บตัวอย่างน้ำนมทั้งก่อนและหลังการรับประทาน ตลอดจนมีการบันทึกอาหารที่แม่ทานในแต่ละวัน เพื่อศึกษาปัจจัยด้านอาหารร่วมด้วย

  • ค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำนมของคุณแม่ก่อนการทดลอง ในกลุ่มที่ได้รับสมุนไพร อยู่ที่ 710 มล. /วัน และในกลุ่มยาหลอกอยู่ที่ 736 มล./วัน ซึ่งไม่แตกต่างกันทางสถิติ
  • แต่หลังจากการทดลองในสัปดาห์ที่ 2 พบว่า ปริมาณน้ำนมในกลุ่มคุณแม่ที่ทานสมุนไพรฯ เพิ่มขึ้น 49% และเพิ่มสูงขึ้นถึง 103 % ในสัปดาห์ที่ 4 อย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ สูงขึ้นเกือบ 5 เท่า เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก ที่เพิ่มขึ้นเพียง 11% และ 24% ในสัปดาห์ที่ 2 และ 4 ตามลำดับ

 

ตำรับยาสมุนไพรลูกซัด ขิง ขมิ้น มีผลข้างเขียงอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ ?

แน่นอนว่าคุณแม่ที่ทานสมุนไพรต่อเนื่องอาจมีความกังวลเกิดขึ้นได้ สำหรับผลการวิจัยครั้งนี้ซึ่งการวิจัยครั้งนี้ยืนยันว่าการทาน ลูกซัด ขิง ขมิ้น ที่เป็นตำรับยาเพิ่มน้ำนมแม่ ไม่พบรายงานใดๆ ถึงผลกระทบข้างเคียงในทารกที่ทานนมแม่ในกลุ่มทดลอง รวมถึงสุขภาพคุณแม่ด้วยเพราะได้มีการตรวจสุขภาพอย่างละเอียดทั้งก่อนและหลังทดลอง พบว่าการทำงานของตับ และไตไม่แตกต่างกัน

นอกจากนี้ยังพบว่าคุณแม่กลุ่มที่ทานตำรับสมุนไพรลูกซัด ขิง ขมิ้น วิตามินเอในน้ำนมแม่มีปริมาณเพิ่มขึ้น ส่วนคุณแม่ที่ทานยาหลอก วิตามินเอในน้ำนมแม่มีปริมาณลดลง

สามารถดูผลวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับตำรับยาสมุนไพรเพิ่มน้ำนมแม่ ลูกซัด ขิง ขมิ้น ได้ที่ http://www.fenucap.com/ครั้งเเรกของไทย-ม-มหิดล/

หวังว่างานวิจัยที่น่าเชื่อถือจากมหาวิทยาลัยมหิดล ในเรื่องตำรับยาสมุนไพร ลูกซัด ขิง ขมิ้น ที่ช่วยบำรุงเพิ่มน้ำนมแม่ให้มีทั้งปริมาณ และคุณค่าสารอาหาร จะช่วยให้คุณแม่ที่อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มั่นใจกันมากขึ้น หากจะเลือกดูแลสุขภาพหลังคลอดด้วยการทานสมุนไพรทั้ง 3 ชนิดในการเพิ่มน้ำนมแม่อาหารที่มีคุณประโยชน์มหาศาลต่อลูกน้อยตั้งแต่แรกคลอดค่ะ

ฟีนูแคป สมุนไพรเพิ่มน้ำนมแม่

ขอบคุณข้อมูลจากคณะทีมวิจัยฯ

ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์

ผศ.ดร.พร้อมลักษณ์ สมบูรณ์ปัญญากุล

พญ.ศิริพร ธนินทรานนท์

นาง สาลี่ แซ่เบ๊

นางสาว อัญชลี ศิริกาญจนโรจน์

นางสาว สญามล เสนาพรม

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ลูกเป็นมะเร็ง

ลูกเป็นมะเร็ง แม่เล่า จากหวัดธรรมดาสุดท้ายกลายเป็นมะเร็งสมอง

สังเกตลูกให้ดี..โรคมะเร็งไม่ใช่เรื่องไกลตัว! แม่แชร์ประสบการณ์ละเอียด จากลูกป่วยเป็นแค่หวัดธรรมดา สู่โรคทางเดินอาหาร และสุดท้าย ลูกเป็นมะเร็ง

แม่แชร์ประสบการณ์ จากหวัดธรรมดา สุดท้าย ลูกเป็นมะเร็ง

คงไม่มีใครคิดว่าเด็กๆ หรือ ลูกตัวน้อย ๆ ของเราจะเป็นมะเร็งได้ แต่ โรคมะเร็งในเด็ก หรือ การที่ ลูกเป็นมะเร็ง ก็มีความเป็นไปได้ เพราะโรคพวกนี้ไม่เข้าใครออกใครอยู่แล้ว และสามารถพบได้ในเด็กทุกเพศทุกอายุ … เช่นเดียวกับคุณแม่ท่านนี้ที่ลูกน้อยได้ป่วยเป็นโรคมะเร็งสมอง โดยมีอาการเริ่มแรกในวัยเพียงแค่ 8 เดือน ซึ่งเริ่มจากแค่หวัด และจากนั้นก็ไปสู่โรคทางเดินอาหาร สุดท้ายคุณหมอก็แจ้งว่า ลูกเป็นมะเร็ง ซึ่งคุณแม่ได้เล่าประสบการณ์การป่วยของลูกน้อยนี้ในเว็บไซต์พันทิป โดยระบุว่า…

เพื่อนบอกให้ลองมาแชร์ เลยใช้ล๊อกอินแฟนมา อยากจะมาแชร์ประสบการณ์ลูกสาวที่ตอนนี้อายุ 1 ขวบ 5 เดือน ให้ฟังว่าน้องและเราผ่านอะไรมาบ้าง เผื่อเป็นประโยชน์ให้กับทุกคน และอยากให้รู้ว่ายังมีเด็กป่วยด้วยโรคมะเร็งมากกว่าที่คุณคิด

(บทความนี้เป็นการรวมจากที่เคยเขียนในเฟสบุ๊คส่วนตัวมาเรียบเรียงใหม่และใส่รายละเอียดเพิ่มลงไป)

ลิด้า ลูกสาวคนที่ 2 ของเรา เริ่มมีอาการอาเจียนมาตั้งแต่ช่วง 8 เดือน พร้อมอาการเหมือนเป็นหวัดและมีเสมหะใสๆ แหวะออกมาบ่อย ก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าเพราะไม่สบายธรรมดา จนอาเจียนเยอะมากเลยไปแอดมิดรพ.เอกชนประจำใกล้บ้าน

รอบแรกอยู่ไป 2 คืน ได้ยาพ่น ยาแก้อาเจียน ได้น้ำเกลือ พอดีขึ้นก็กลับมา นัดอีก 3 วันไป follow วันนั้นอาการเหมือนกลับมาดูไม่ดีอีก เลยแอดมิด 2 รอบ จับเอ็กซเรย์ดูทางเดินอาหารไป 2 , 3 รอบ เพราะยังมีอาเจียน มีเสมหะใสๆ และอาเจียนจนมีเมือกสีน้ำตาลคล้ายเลือดออกในกระเพาะออกมาด้วย กินได้น้อยลงเพราะอาเจียนออกตลอด น้ำหนักเริ่มลดลงเรื่อยๆ จนเราร้องไห้เมื่อเห็นน้ำหนักลูกเลยทีเดียว

ลูกเป็นมะเร็ง
แม่แชร์ประสบการณ์ จากหวัดธรรมดา สุดท้าย ลูกเป็นมะเร็ง

สุดท้ายหมอได้ให้กลืนแป้งเพื่อเอกซเรย์ดูการกลืนสดๆ ตั้งแต่แป้งที่ผ่านจากปากลงไปสู่กระเพาะและลำไส้ ปรากฎว่าน้องก็ร้องไห้ไม่ค่อยยอมกลืนนัก แต่ก็เห็นผลการเดินทางของแป้ง เลยสรุปวินิจฉัยว่า… เป็นกล้ามเนื้อหูรูดส่วนปลาย (หูรูดก่อนไปลำไส้) มีการเกร็งตัว ทำให้อาเจียนออกมาบ่อย อาหารไหลไปไม่ถึงลำไส้ ค้างที่กระเพาะและบีบออกมา รอบนี้อยู่รพ.ประมาณเกือบ 1 เดือน (ดีที่มีประกันอยู่บ้าง อันนี้แนะนำให้แม่ๆทำตั้งแต่ลูกเกิดเพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้) สุดท้ายอาการเหมือนดีขึ้นหน่อย หมอก็ให้กลับบ้าน รอบนี้ได้ยามาอย่างเยอะ ต้องกินตามเวลาเที่ยงคืน ตี 2 ก็ต้องคอยป้อน ช่วงนั้นอายุประมาน 10 เดือนแล้ว กินบ้างอ้วกบ้าง จนไปตามนัดที่หมอ follow 2 ครั้ง ซึ่งหมอที่เจอก็เป็นหมอทางเดินอาหารจากรพ.รัฐมาเป็นที่ปรึกษาให้กับรพ.แห่งนี้ ตั้งแต่ตอนแอดมิท

ระหว่างกลับมาอยู่บ้าน น้องลิด้ายังอาเจียนเรื่อยๆอยู่ ไม่ดูดีขึ้นเท่าที่ควร แต่หมอยังคงให้คำตอบว่าการที่เป็นโรคทางเดินอาหารต้องใช้เวลาและคิดว่ากระเพาะลำไส้ยังคงอักเสบอยู่ อันนี้เราก็ไม่ได้ว่าหมอนะ เพราะเค้าคงดูจากรูปการณ์ผลสแกนที่ออกมา แต่ตรงนี้เราอยากเตือนเพื่อนๆว่าถ้าเรามีข้อสงสัยในการวินิจฉัยของหมอหรือคิดว่าลูกเราดูไม่ดีขึ้นเลยกับการรักษาหมอคนนี้ เราสามารถหาทางเลือกความเห็นอื่น (Second opinion) ให้ลูกเราอีกได้

 

อ่านต่อ >> แม่แชร์ประสบการณ์จากหวัดธรรมดา
สุดท้าย
ลูกกลายเป็นโรคมะเร็ง” คลิกน้า 2