ลูกไอเรื้อรังไม่หาย ทำยังไงดี

ก่อนเข้าโรงเรียนลูกสุขภาพดีมากแต่พอเรียนอนุบาล 1 ก็เริ่มป่วยบ่อย อาการไข้หรือน้ำมูกไหลจะหายไปหลังจากรับประทานยา แต่อาการไอจะไม่ค่อยหาย และลูกมักอาเจียนเวลาไอมากๆ ด้วย อยากทราบว่าสาเหตุของอาการไอเรื้อรังคืออะไร และมีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้างคะ

ปัญหาที่ลูกคุณแม่เป็นอยู่ เป็นเรื่องที่หมอเด็กทุกคนเจอบ่อยในชีวิตการทำงานทุกวัน  เพราะโรคที่ทำให้เด็กป่วยอันดับหนึ่งคือโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ  เชื้อโรคที่ทำให้เป็นหวัดมีทั้งไวรัสและแบคทีเรียรวมกันมีมากกว่า 200 ชนิด  ตอนที่ลูกยังไม่ได้เข้าเรียนไม่ป่วย  เพราะไม่มีโอกาสรับเชื้อจากผู้อื่น  แต่เมื่อไปโรงเรียนแล้วก็ติดโรคจากผู้อื่นได้  เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของเด็กวัยนี้ยังทำงานไม่เต็มที่  หายจากเชื้อหนึ่งก็เป็นต่ออีกชนิดหนึ่งได้

โดยเฉลี่ยเด็กที่เข้าเรียนปีแรกอาจป่วยได้ 6 – 10 ครั้งต่อปี  แต่หากเป็นการติดเชื้อครั้งใหม่  การเจ็บป่วยควรมีระยะเว้นห่างคือหายสนิทโดยไม่มีอาการหลงเหลืออย่างน้อย 1 เดือน  ก่อนที่จะป่วยครั้งต่อไป  แต่หากลูกของคุณแม่ยังมีอาการไอต่อเนื่อง  และมีอาเจียนเวลาไอมาก  คงเป็นเพราะมีเสมหะที่เหนียวติดอยู่ในคอ  จึงพยายามไอให้ออก  เพื่อจะได้หายใจได้สะดวก  อาจเกิดจากภาวะไซนัสอักเสบ  ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนจากการเป็นหวัดนาน  ทำให้เยื่อบุจมูกบวมและอักเสบเรื้อรังหรือพบได้บ่อยในเด็กที่เป็นโรคแพ้อากาศแล้วมีอาการเป็นหวัดติดเชื้อบ่อยๆ

คงต้องถามเพิ่มเติมว่ามีประวัติโรคภูมิแพ้  หอบหืดในครอบครัวหรือไม่  หากแพทย์สงสัยว่าเป็นไซนัสอักเสบ  อาจส่งเอ็กซเรย์โพรงไซนัสเพื่อช่วยในการวินิจฉัย  การรักษาทำได้โดยการให้ยาปฏิชีวนะให้นานพอและแนะนำการปฏิบัติตัวเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นอาการภูมิแพ้  เพื่อไม่ให้เยื่อบุจมูกบวมจนเกิดไซนัสอักเสบซ้ำ

จริงๆ แล้ว  การป้องกันไม่ให้ลูกป่วยเป็นหวัดบ่อยเมื่อเข้าโรงเรียนปีแรก  ย่อมดีกว่าการรักษา  ทำได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่  วัคซีนป้องกันโรค Strep pneumo และที่สำคัญมาก แต่คนส่วนมากไม่ทราบ  คือการให้ลูกได้กินนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อยนาน 6 เดือน  เพื่อให้ได้ภูมิคุ้มกันเต็มที่ หลังจากนั้นเป็นอาหารเสริมร่วมกับนมแม่  ส่วนนมวัวให้เริ่มหลัง 1 ปี  เพื่อลดโอกาสที่โปรตีนนมวัวจะกระตุ้นร่างกายให้เป็นโรคภูมิแพ้

ตัวหมอเองเป็นโรคภูมิแพ้  จึงพยายามให้ลูกได้กินนมแม่อย่างเดียว  ไม่ให้นมวัวเลยจนถึงขวบครึ่ง พบว่าลูกเป็นหวัดตอนเข้าเรียนปีแรกเพียง  3  ครั้ง และไม่เคยป่วยเป็นโรคท้องร่วงเลยสักครั้ง  (หากคุณแม่ที่ทำงานนอกบ้าน  อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเต็มที่ ปรึกษาได้ที่กลุ่มนมแม่  โทร. 0-2262-0855-6)

อาการไอเรื้อรังอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้อีกหลายอย่าง  เช่น  วัณโรค  โรคหลอดลมอักเสบจากภูมิแพ้  ความผิดปกติของหลอดลมแต่กำเนิดบางอย่างที่อาการ ไม่ชัดเจน  ยกเว้นเวลามีการติดหวัดจึงแสดงอาการ  คุณแม่ควรให้แพทย์ซักประวัติการเจ็บป่วยและตรวจร่างกายลูกอย่างละเอียด  เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องก่อนที่จะทำการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

 

บทความโดย: แพทย์หญิงสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านทารกแรกเกิด

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up