ตารางออมเงิน

แจก ตารางออมเงิน ออมมีวินัยเห็นผลชัวร์ รับเศรษฐีใหม่

ตารางออมเงิน แจกฟรีมีทุกแบบ มีตารางช่วยเตือนให้ออมเงินแบบมีวินัย ทำครบจบเตรียมตัวเป็นเศรษฐีคนใหม่กันได้เลย ใกล้ปีใหม่มาเริ่มต้นสิ่งดีด้วยเงินออมเพื่อลูกกัน

แจก!! ตารางออมเงิน ออมแบบมีวินัยเห็นผลชัวร์รับเศรษฐีใหม่

การออมเงิน เป็นวิธีที่ช่วยให้เรามีเงินเหลือเก็บเหลือใช้ ซึ่งเราสามารถทำความเข้าใจได้ด้วยความหมายของเงินออม เงินออม หมายถึง เงินที่เก็บสะสม เพื่อให้พอกพูนขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามเวลา และควรเป็นเงินก้อนแรกที่เราหักออกจากรายได้ที่มีเข้ามาก่อนที่จะไปใช้จ่าย เรียกว่า เก็บก่อนใช้ เราสามารถเขียนออกเป็นสมการให้จำได้ง่าย ๆ ดังนี้

รายได้ – เงินออม = รายจ่าย

จากสถิติการออมของคนไทยจะพบว่า ในปัจจุบันมีคนไทยร้อยละ 77.4 เท่านั้นที่มีการออมเงิน ในขณะที่อีกร้อยละ 22.6 ไม่มีเงินออม และเมื่อพิจารณาข้อมูลเชิงลึก จะพบว่า รูปแบบการออมเงินของคนไทยส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบของบัญชีฉุกเฉิน หรือบัญชีเงินเก็บระยะสั้น มากกว่าการออมเงินเพื่อใช้หลังเกษียณ

ข้อมูลอ้างอิงจาก www.scb.co.th
การออมเงิน เป็นพื้นฐานของความสำเร็จทางการเงิน
การออมเงิน เป็นพื้นฐานของความสำเร็จทางการเงิน

เงินออม คือ จุดตั้งต้นของความสำเร็จทางการเงิน หากต้องการพิสูจน์คำพูดดังกล่าว คงต้องลองย้อนไปดูชีวิตของเศรษฐี หรือผู้ที่ประสบความสำเร็จทางการเงินดู จะพบว่า แทบทุกคนเริ่มต้นความร่ำรวยมาจากการรู้จัก ประหยัด อดออมเป็นพื้นฐานทั้งสิ้น ดังนั้นหากเราต้องการเป็นผู้หนึ่งที่ประสบความสำเร็จทางการเงิน มีเงินออมเหลือเก็บ เหลือใช้ ไว้เป็นเงินยามฉุกเฉิน และเป็นเงินไว้ใช้ในยามเกษียณ คงต้องเริ่มกันเสียแต่วันนี้

ตารางออมเงิน… ตัวช่วยการออม

หากการออมเงิน เป็นเรื่องยากของใครหลาย ๆ คน หรือเมื่อถึงวันเงินเดือนออกแล้ว ยังไม่ทันข้ามวันเงินแทบเกลี้ยงกระเป๋า คุณเป็นหนึ่งในนั้นหรือไม่ หากใช่วันนี้ ทีมแม่ ABK ขอนำเสนอวิธีการเก็บเงินในรูปแบบที่ง่าย ตั้งเป้าหมายได้ตรงตามความต้องการของรูปแบบการเงินของเราเอง เพื่อไว้เป็นการฝึกฝนให้เราสามารถทำการออมเงินในรูปแบบอื่น ๆ ได้ต่อไป ด้วยการลองใช้วิธีการออมเงินด้วยตารางออมเงิน

ตารางออมเงินคือ การเก็บเงินในรูปแบบฉบับของคนเก็บเงินไม่อยู่ โดยใช้ตารางจำแนกเป็นช่อง ๆ เพื่อป้องกันการลืม และเป็นตัวย้ำเตือนให้เราทำตามแบบค่อยเป็นค่อยไป ในจำนวนที่ไม่มากในแต่ละครั้ง นอกจากจะเป็นการช่วยเตือนให้จำได้แล้ว ยังได้ความรู้สึกสนุกต่อการออมเงินอีกด้วย ว่าเราต้องการเก็บเงินกี่ช่องในแต่ละวัน เมื่อทำครบจบเราจะประหลาดใจว่า “นี่เราก็สามารถเก็บเงินก้อนใหญ่ได้ไม่ยากเหมือนกันนะ” หากเริ่มสนใจกันบ้างแล้ว มาเริ่มลงมือทำกันเลยดีกว่า

 วิธีใช้ตารางออมเงิน 

  1. เลือกจำนวนเงินเป้าหมายที่ต้องการเก็บออม โดยเราอาจจะกำหนดจากเป้าหมายราคาสิ่งของ หรือจำนวนเงินที่เราต้องการใช้ในอนาคตอันใกล้ เช่น ต้องการเก็บเงินไปซื้อของ ต้องการเก็บเงินไปเที่ยวปีใหม่ หรือต้องการเก็บเงินไปท่องเที่ยวทั่วโลก เป็นต้น
  2. เลือกตารางที่มีจำนวนเงินเป้าหมายตรงตามวัตถุประสงค์ของเรา โดยตารางออมเงินนี้มีให้เลือกตั้งแต่ 500 – 10,000 บาท หรืออาจหารูปแบบออมเงินตามวัน เช่น แบบตารางออมเงิน365วัน เป็นต้น
  3. ตัวเลขในช่องตาราง คือ จำนวนเงินที่เราต้องเก็บให้ได้ในแต่ละครั้ง เมื่อเก็บเงินได้ตามจำนวนในช่องแล้ว ก็กากบาทเอาไว้
  4. การกากบาทไม่จำเป็นต้องเรียงจากช่องแรกไปถึงช่องสุดท้าย และไม่กำหนดจำนวนครั้ง จะกากบาทกี่ช่อง ช่องไหนบ้างก็ตามแต่สะดวกได้เลยมีมากเก็บมาก มีน้อยเก็บน้อย แต่ต้องทำทุกวันอย่างน้อย วันละ 1 ช่อง แต่จะทำมากกว่าก็ย่อมได้
  5. เมื่อกากบาทครบทุกช่อง เราก็จะได้จำนวนครบตามเป้าหมายที่เราได้เลือกไว้ในข้อที่ 1

แจกฟรี!! ตารางออมเงินหลากหลายรูปแบบ

มาเริ่มการออมให้เป็นนิสัยด้วยการออมเงินด้วยตาราง ที่วันนี้เรามีมาแจกกันฟรี ๆ เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ ได้ลองฝึกการออม เพื่ออนาคตในวันข้างหน้า อย่ามัวแต่รอช้ารีบดาวน์โหลดกันเลย

ตารางออมเงิน เป้าหมาย 500 บาท
ตารางออมเงิน เป้าหมาย 500 บาท
ตารางออมเงิน 1000 บาท
ตารางออมเงิน 1000 บาท

 

ตารางออม เป้าหมาย 3000 บาท
ตารางออม เป้าหมาย 3000 บาท
ตารางออมเงิน 5000 บาท
ตารางออมเงิน 5000 บาท
ตารางเป้าหมาย 10000 บาท
ตารางเป้าหมาย 10000 บาท
โดยสามารถดาวน์โหลดไฟล์ตารางเงินออมเพิ่มเติมได้จากที่นี่ ตารางออมเงินจาก ศคง.1213
ขอขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลอ้างอิงจาก FB:ศคง.1213

สอนลูกให้รู้จักใช้เงิน!!

การสอนให้ลูกรู้จักคุณค่าของเงินเป็นเรื่องที่ดี และจำเป็น หากเราต้องการเห็นลูกมีความพร้อมทั้งทางด้านแง่คิด และหลักการในการดำเนินชีวิต หนึ่งในเรื่องที่จำเป็นที่ควรสอนลูกตั้งแต่เด็ก คือ ความรู้เรื่องการวางแผนการเงิน เพื่อฝึกให้ลูกเรามีนิสัยประหยัด อดออม
 6 วิธีสอนลูกให้รู้จักคุณค่าของเงิน 
1. หัดหนู
การฝึกลูกใช้เงินในบางคนอาจเข้าใจว่า เด็กคงไม่เข้าใจ และไม่รู้เรื่องเงิน ไม่มีความจำเป็นต้องสอน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัจจุบันการสอนลูกเกี่ยวกับเรื่องการใช้เงินนั้นสามารถทำได้ หากลูกอยู่ในวัยเข้าเรียนชั้นประถมศึกษา คุณอาจเริ่มต้นให้เงินลูกจำนวนหนึ่ง เพื่อให้ลูกฝึกการบริหารการใช้จ่ายด้วยตนเองในโรงเรียน จากนั้นทำการพูดคุยกับลูกว่าใช้เงินไปอย่างไรบ้าง พร้อมสอดแทรกคำสอนลงไป ซึ่งสำคัญ คือ อย่าลืมปรับเพิ่มค่าขนมลูกให้เหมาะสมตามวัย
2. สอนหนู
เด็กรู้จักใช้เงินตั้งแต่เริ่มนับเงินได้ การสอนให้ลูกรู้จักคุณค่าของเงิน การได้มาซึ่งเงิน หรือรายได้ จะทำให้ลูกเข้าใจว่าเงินไม่ได้ได้มาฟรี ๆ ต้องทำงานแลกเงิน โดยคุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มจากการมอบหมายงานบ้านให้เขา แล้วเมื่อเขาทำสำเร็จจะได้รับค่าจ้าง ผลตอบแทนค่าแรงนั้น  ๆ
3. ให้หนู

การให้กระปุกออมสินแก่ลูก จะช่วยให้เขารู้จักกับคำว่า “การออมเงิน” นอกจากจะสอนให้เขารู้จักประหยัด อดออม นำเงินมาหยอดกระปุกเพียงอย่างเดียวแล้ว คุณพ่อคุณแม่อาจเพิ่มการสอน การแบ่งเงินรายได้ของลูกออกเป็นเงินออมอย่างน้อย 10% การปลูกฝังการรักการออมเช่นนี้ จะช่วยให้เขาสามารถจัดการกับรายได้ของตนเองได้ถูกทางในอนาคต

กระปุกออมสิน เครื่องมือช่วยลูกรักการออม
กระปุกออมสิน เครื่องมือช่วยลูกรักการออม
4. ฝึกหนู
เมื่อลูกรู้จักการอดออมจนสามารถมีเงินเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนหนึ่งแล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถเพิ่มการสอนแก่ลูกมากขึ้นด้วยการ หัดให้เขารู้จักลงทุน โดยให้ลูกนำเงินที่หยอดกระปุก เก็บเล็กผสมน้อยมาได้ มาลงทุนเพิ่มเติม เช่น การนำเงินไปฝากธนาคาร แม้ว่าดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารปัจจุบันจะได้ผลตอบแทนไม่สูง แต่การหัดลูกให้นำเงินเก็บเข้าธนาคารเพื่อรับดอกเบี้ย ก็นับว่าเป็นการลงทุนในรูปแบบหนึ่งเช่นกัน
5. เป็นตัวอย่างให้หนู
คำสอนหลายร้อย หลายพันคำ ก็ไม่สู้การลงมือปฎิบัติให้ลูกได้ดูเป็นตัวอย่างที่ดี อยากให้ลูกมีนิสัยทางการเงินอย่างไร คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องมีนิสัยทางการเงินแบบนั้นเช่นกัน เพราะเด็กจะซึมซับสิ่งที่เห็นได้มากกว่าเพียงแค่ฟังจากคำสั่งสอน
6. เตือนหนู
ขึ้นชือว่าเด็กแล้ว ย่อมมีความยับยั้งชั่งใจไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่มีหน้าที่คอยเตือนให้เขาระมัดระวังการใช้จ่าย แม้บางครั้งมีความอยาก ต้องการที่จะได้ของเล่นที่มีราคาแพง พ่อแม่ก็ต้องเตือนให้เขารู้ว่าไม่ควรซื้อของที่มีราคาเกินกว่าเงินในกระเป๋าของตนเอง บางครั้งเราอาจใช้วิธีการอื่นในการเตือน หรือสอนลูกได้นอกจากการสั่งสอนด้วยคำพูดเท่านั้น เช่น การพาลูกไปบริจาคสิ่งของ ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสบ้าง เป็นการปลูกฝังเรื่องคุณค่าของเงินแก่ลูกในทางอ้อม เพราะเมื่อเขาเห็นความขาดแคลน จะทำให้ลูกตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งของ ของเล่น ไม่ซื้อทิ้งซื้อขว้าง รู้จักการให้ และการแบ่งปัน

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

45 ทรงผมสั้นผู้หญิง ตัดเเล้วปัง เก๋ไม่ตกเทรนด์

นี่คือสายตาของเด็กทารกที่มองเห็นพ่อแม่ในแต่ละเดือน จนถึงอายุ 1 ขวบ

ผดร้อนในทารก ป้องกันได้สบายผิว

ส่องความน่ารักลูกดาราเกิดปี 2564 หล่อสวยได้พ่อหรือแม่

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ลูกชอบต่อต้าน

วิธีรับมือ ลูกชอบต่อต้าน ปฏิเสธแม่ไปซะทุกเรื่อง ต้องรับมือยังไง

ลูกชอบต่อต้าน – ปัญหาที่น่าปวดหัวสำหรับคนเป็นพ่อแม่ที่มีลูกวัยกำลังซนที่หลายคนอาจเคยพบเจอ คือ เมื่อลูกเริ่มเข้าสู่วัยที่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออายุย่างเข้า 3 ขวบ ที่เรียกได้ว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเด็กเล็ก ในวัยนี้ เด็กๆ อาจมีพฤติกรรม ดื้อรั้น ปฏิเสธ ไม่เชื่อฟังในสิ่งที่พ่อแม่สั่งสอนและแสดงท่าทีต่อต้านได้ทุกเรื่อง ซึ่งความจริงแล้วพฤติกรรมต่างๆ ที่กล่าวมา ถือเป็นพัฒนาการปกติตามวัยของเด็กที่พ่อแม่ต้องทำความเข้าใจ แม้อาจทำให้ปวดหัว เหนื่อยหน่าย หรือหงุดหงิดได้บ้างก็ตาม แต่ถ้าหากพ่อแม่มีวิธีการรับมือกับพฤติกรรมของลูกได้อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้จัดการกับปัญหาที่น่าปวดหัวต่างๆ ได้เพื่อไม่ให้เกิดการเสียน้ำตาหรือเสียอารมณ์จนเกินไป

วิธีรับมือ ลูกชอบต่อต้าน ปฏิเสธแม่ไปซะทุกเรื่อง ต้องรับมือยังไง

ทำความเข้าใจ ทำไม ลูกชอบต่อต้าน ท้าทายไม่เชื่อฟัง

อย่างที่ทราบกันดีว่าเด็กเล็กที่ก้าวข้ามผ่านช่วงวัยเตาะแตะเข้าสู่ช่วงวัยทองของเด็ก จะค่อนข้างเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ดังนั้นการเรียนรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงของพฤติกรรมด้านลบของเด็ก รวมถึงการมีวิธีจัดการที่เหมาะสมจะช่วยให้พ่อแม่ไม่ต้องคอยต่อกรกับลูกๆ อย่างไม่รู้จบ เพราะคงไม่ใช่เรื่องที่ดีนักหากในแต่ละวันพ่อแม่ต้องมาคอยแก้ปัญหาเรื่องลูกอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสาเหตุที่เด็กแสดงพฤติกรรมดื้อต่อต้านนั้นอาจเป็นไปได้หลายข้อด้วยกัน ต่อไปนี้

  • เรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่

เมื่อพ่อแม่คุยโทรศัพท์ ไปเยี่ยมเพื่อน หรือครอบครัว หรือทำงาน เด็กๆ จะรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง คิดว่าพ่อแม่ไม่สนใจหรือไม่มีเวลาให้ การแสดงความโกรธ การร้องไห้สะอึกสะอื้น หรือลงมือตีพี่น้อง จึงอาจเป็นวิธีที่ดีในการดึงดูดความสนใจจากพ่อแม่ ซึ่งแม้จะเป็นความสนใจเชิงลบ เด็ก ๆ ก็ยังรู้สึกต้องการมัน ดังนั้นการเพิกเฉยต่อพฤติกรรมเชิงลบ และการยกย่องพฤติกรรมเชิงบวก เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจของเด็ก

  • กำลังเลียนแบบ

เด็กเรียนรู้ที่จะประพฤติตนโดยการดูแบบจากพฤติกรรมของผู้อื่น ไม่ว่าพวกเขาจะเห็นเพื่อนที่โรงเรียนประพฤติตัวไม่ดี หรือจากสิ่งที่พวกเขาเห็นในทีวี เด็กๆ จะทำซ้ำในสิ่งที่พวกเขาเห็น ดังนั้นควรจำกัดการได้รับสื่อของเด็ก ทั้งทางทีวี มือถือ หรือวิดีโอเกม ตลอดจนชีวิตจริงของเด็กๆ ที่อาจก่อให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบความก้าวร้าว พร้อมเป็นตัวอย่างในพฤติกรรมที่ดี เพื่อสอนเด็กๆ ให้ประพฤติตนได้อย่างเหมาะสมในสถานการณ์ต่างๆ ที่ต้องพบเจอ

  • ทดสอบขีดจำกัด

เมื่อคุณตั้งกฎเกณฑ์และบอกเด็กๆ ว่าพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ทำอะไรบ้าง พวกเขามักจะตรวจสอบดูว่าคุณจริงจังกับสิ่งที่พูดหรือไม่ พวกเขาอาจทดสอบเพื่อดูว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร ถ้าพวกเขาฝ่าฝืนกฎ ดังนั้นควรกำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน และปฏิบัติตามอย่างจริงจังสม่ำเสมอ  หากคุณแสดงให้พวกเขาเห็นว่าพวกเขาจะได้รับผลเชิงลบทุกครั้งที่ฝ่าฝืนกฎ พวกเขาจะปฏิบัติตามกฎระเบียบของพ่อแม่ได้บ่อยขึ้น จำไว้ว่าเมื่อลูกของคุณประพฤติตัวไม่ดี ควรสอนวิธีที่ถูกต้องให้แก่พวกเขาเสมอ โดยแสดงทางเลือกอื่นแทนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้พวกเขาสามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้

ลูกชอบต่อต้าน
ลูกชอบต่อต้าน
  • เพื่อแสดงความเป็นอิสระ

ในขณะที่เด็กก่อนวัยเรียน เรียนรู้ที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเองมากขึ้น พวกเขามักจะต้องการอวดทักษะใหม่ ๆ ของตนเอง บางครั้งจึงแสดงออกถึงความพยายามที่จะเป็นอิสระ พวกเขาอาจสร้างข้อโต้แย้งต่างๆ มากขึ้น และอาจมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือไม่สุภาพในบางครั้ง

  • ยังไม่รู้จักวิธีการจัดการอารมณ์ที่เหมาะสม

บางครั้งเด็กๆ ไม่รู้ว่าจะจัดการกับความรู้สึกของตนเองอย่างไร เมื่อรู้สึกโกรธ พวกเขาอาจดูก้าวร้าว พวกเขาอาจแสดงท่าทีต่างๆ ที่มากจนเกินไป เมื่อรู้สึกตื่นเต้น เครียด หรือเบื่อ ดังนั้นเด็กจำเป็นต้องได้เรียนรู้วิธีที่ดีนการจัดการกับความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ความเศร้า ความผิดหวัง ความคับข้องใจ และความวิตกกังวล ควรสอนเด็กๆ เกี่ยวกับการแสดงความรู้สึก ให้พวกเขาเห็นได้เข้าใจถึงวิธีที่ดีในการจัดการอารมณ์ของตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาประพฤติตัวไม่เหมาะสม เมื่อเด็กๆ ควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น พวกเขาก็สามารถใช้ทักษะในการการรับมือที่ดีในการจัดการกับความรู้สึกของตนเองได้ แทนที่จะแสดงอารมณ์ออกมาไม่ดี เด็กอาจเรียนรู้ที่จะหาวิธีเพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเองได้ดีขึ้น

เคล็ดลับ รับมือ ลูกชอบต่อต้าน ไม่เชื่อฟัง

  • ควบคุมอารมณ์

สำคัญเหนือข้ออื่น คือการควบคุมอารมณ์ ซึ่งอาจจะพูดง่ายแต่เหมือนจะทำได้ยากสักหน่อย เนื่องจากพ่อแม่ย่อมมีส่วนได้ส่วนเสียในการควบคุมการกระทำที่ดื้อรั้นของลูกๆ การถูกกระตุ้นทางอารมณ์จากพฤติกรรมที่ไม่ดีของลูก จะส่งผลเชิงลบต่อวิธีเลือกท่าทีในการโต้ตอบกับลูก ซึ่งทำให้ยากที่จะเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริง นอกจากนี้ พ่อแม่จำเป็นต้องเป็นแบบอย่างที่ถูกต้องในการแสดงความรู้สึกของตัวเอง เช่น ไม่มีความสุข หรือ หงุดหงิดกับลูกของคุณ เป็นเรื่องยากที่จะเกลี้ยกล่อมเด็กที่ดื้อรั้นว่าพวกเขาควรทำตามคำแนะนำของคุณเมื่อคุณตะคอก หรือ ตะโกนใส่พวกเขา ดังนั้น สำหรับเด็กเล็ก ให้ลองใช้กลวิธี ให้พวกเขานั่งนับจำนวน หรือฝึกหายใจเข้าออกช้าๆ เพื่อช่วยให้ใจเย็นลง

  • ให้ความสนใจในเชิงบวก

การไม่ปฏิบัติตาม ไม่สนใจฟังสิ่งที่พ่อแม่บอก เป็นวิธีเรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นความสนใจในเชิงลบ แต่เด็กบางคนก็ยังต้องการ มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าการเพิกเฉยต่อพฤติกรรมดื้อต่อต้านของเด็กๆ นั้นมีประสิทธิภาพในการทำให้เด็กๆ ปฏิบัติตามกฎระเบียบมากขึ้น นอกจากนี้ อีกวิธีหนึ่งในการรับมือพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจด้วยการไม่ปฏิบัติตาม คือ การให้ความสนใจในเชิงบวกกับลูกในทุกวัน เล่นกับเขา ใช้เวลาพูดคุยอย่างมีคุณภาพ หรือออกไปเดินเล่น เป็นต้น คุณจะพบว่าความสนใจเชิงบวกเพียงไม่กี่นาทีจะช่วยลดการพฤติกรรมดื้อต่อต้านหรือท้าทายรูปแบบต่างๆ ของเด็กๆ ได้

  • ชมเชยเมื่อลูกทำดี

แม้ว่าการสังเกตพฤติกรรมที่น่าชื่นชมของลูกอาจเป็นเรื่องยาก เนื่องจากดูเหมือนลูกจ้องแต่จะต่อต้านพ่อแม่อยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งคือ การค้นหาพฤติกรรมที่ดีของลูก เพื่อสร้างคำชมเชย คุณอาจร้องของ่ายๆ แก่ลูกของคุณเพื่อจุดประสงค์ในการยกย่องในพฤติกรรมที่ดี เช่น บนโต๊ะอาหาร คุณอาจพูดว่า “ช่วยส่งพริกไทยให้แม่หน่อยสิลูก” จากนั้น ทันทีที่พวกเขาปฏิบัติตาม คุณอาจพูดว่า “ขอบคุณที่ส่งพริกไทยให้แม่ทันทีที่ขอนะลูก ” คำชมเชย และ ชื่นชมเหล่า นี้จะช่วยให้เด็กๆ รู้สึกดี และมีท่าทีตลอดจนพฤติกรรมการแสดงออกกับพ่อแม่ที่เหมาะสมขึ้นได้

  • ใช้วิธีการพูดที่ดึงดูด

หากลูกของคุณไม่ได้ยินสิ่งที่คุณพูดหรือสั่ง เพราะพวกเขากำลังสนใจ วิดีโอเกม หรือ สนใจดูการ์ตูนในมือถืออยู่  คุณอาจต้องเปลี่ยนวิธีการสื่อสารกับลูกเสียใหม่ การสบตาหรือวางมือบนไหล่ของพวกเขาจะช่วยให้คุณได้รับความสนใจจากลูกก่อนที่จะพูด ควรจัดการกับสิ่งรบกวนต่างๆ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกของคุณให้ความสนใจในสิ่งที่คุณพูด เพื่อให้พวกเขาซึมซับในสิ่งที่คุณบอกให้ทำ

งานวิจัยชี้! สอนลูกทำงานบ้าน ตั้งแต่เล็ก เด็กจะเก่งวิชาการ!

5 เทคนิค ตามใจลูก [สร้างวินัยเชิงบวก] ฝึกลูกคิดเป็น มีความรับผิดชอบ

ลูกดื้ออาจไม่ใช่เพราะการเลี้ยงดู แต่อาจเป็น โรคดื้อ หรือโรค ODD

  • เสนอทางเลือก

หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการการรับมือกับพฤติกรรมต่อต้านของเด็ก คือ การเสนอทางเลือกสองทาง เมื่อคุณเสนอทางเลือก ลูกๆ ของคุณจะรู้สึกว่าพวกเขาสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงคำถามบางอย่าง เช่น เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่คุณเพิ่งอาบน้ำให้ลูกเสร็จ และเตรียมจะแต่งตัวให้ลูก แต่ลูกดื้อดึงวิ่งไปมาไม่ยอมให้จับแต่งตัวง่ายๆ ในสถานการณ์เช่นนี้ พ่อแม่ไม่ควรถามว่า  “สรุปลูกจะให้แม่แต่งตัวดีๆ ไหมเนี่ย” เพราะเด็กดื้อจะตอบกลับโดยอัตโนมัติได้ทันทีว่า ไม่! ดังนั้น ให้ลองถามคำถามใหม่ ที่ให้ทางเลือกแก่ลูก เช่น “ลูกอยากใส่เสื้อสีแดง หรือเสื้อเหลือง”  เป็นต้น

  • ปรับใช้ตำราของปู่ย่าตายาย

วิธีเลี้ยงลูกของปู่ย่าตายายมีบางเรื่องที่เราสามารถนำปรับใช้ได้เสมอ เช่นเรื่องการกำหนดขอบเขตในการทำสิ่งต่างๆ กรือการสร้างแรงจูงใจแทนที่จะชี้ให้เห็นถึงผลเสีย ซึ่งนี่อาจเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการส่งเสริมให้เด็กๆ ปฏิบัติตามหากใช้เป็นประจำ เด็กๆ จะเห็นว่าตนเองมีอำนาจควบคุมเมื่อได้รับสิทธิพิเศษ ดังนั้นแทนที่จะพูดว่า “แม่ไม่อนุญาตให้ลูกเล่นวิดีโอเกม เพราะลูกยังไม่ได้ทำความสะอาดห้อง”  ให้ลองเปลี่ยนเป็นพูดว่า “ลูกสามารถเล่นวิดีโอเกมได้ทันทีที่ลูกทำความสะอาดห้องเสร็จแล้ว” เพราะอย่างน้อยการเปลี่ยนการสื่อความหมาย เล็กๆ น้อยๆ ในข้อความของคุณจะช่วยกระตุ้นให้ลูกมีพฤติกรรมที่ดีขึ้นได้

  • สร้างระบบการให้รางวัล

สร้างระบบการให้รางวัลที่กระตุ้นให้บุตรหลานของคุณปฏิบัติตาม  เช่น การให้เหรียญรางวัล หรือ ให้ดาว โดยเมื่อลูกทำดีอาจมีสมุดสะสมเหรียญหรือดาวให้ลูก เพื่อนำมาแลกรางวัลต่างๆ จากการประพฤติตัวดี วิธีนี้เป็นรูปแบบหนึ่งของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมที่ดีและให้ความร่วมมือ โดยเสนอสิ่งที่ส่งเสริมกำลังใจในการประพฤติดี (หรือรางวัล)  ตัวอย่างเช่น เด็ก ๆ จะได้รับรางวัลเป็นเหรียญ หรือ ดาว ทุกครั้งที่พวกเขาฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณโดยไม่เถียงหรือโต้แย้ง

ลูกชอบต่อต้าน

  • หลีกเลี่ยงการท้าทายลูก

หลีกเลี่ยงการแย่งชิงอำนาจกับลูก เมื่อคุณต่อสู้ท้าทายลูกเพื่อที่จะเอาชนะ จะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงไปเท่านั้น ให้ใช้คำเตือนเช่นคำสั่ง ถ้าลูกไม่ฟังลูกจะ.. เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม
มันสำคัญมากที่จะไม่ลังเลใจกับคำสั่งและกฏต่างๆ ของคุณ หากคุณทำเช่นนั้นมันจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการท้าทายมากขึ้นเพราะพวกเขาไม่คิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นจริงหากพวกเขาท้าทายคุณ

  • ทำตามกฎที่ตั้งไว้อย่างเคร่งครัด

อย่างที่กล่าวไปบแล้วในตอนต้นว่า สิ่งสำคัญที่จะช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กๆ ให้ดีขึ้นได้ คือ การที่พ่อแม่ยึดถือปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่สร้างขึ้น เมื่อลูกไม่ปฏิบัติตามควรโดนลงโทษอย่างเด้ดขาด เช่น สูญเสียสิทธิพิเศษ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการท้าทาย และไม่ปฏิบัติตาม จำไว้ว่าการมีวินัยอย่างสม่ำเสมอเป็นกุญแจสำคัญในการลดพฤติกรรมดื้อต่อต้านของเด็กๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป็นเรื่องง่ายที่พ่อแม่อาจอารมณ์เสียหรือหงุดหงิดเมื่อลูกดื้อ หรือ ต่อต้าน พูดอะไรไปก็ปฏิเสธไม่เชื่อฟัง แต่สิ่งสำคัญคือ พ่อแม่ต้องเข้าใจ คือ พฤติกรรมด้านลบต่างๆ ของเด็ก เป็นปัญหาด้านพฤติกรรมที่ผู้ปกครองทุกคนต่างก็ต้องประสบพบเจอมากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป แต่จงจำไว้ว่าปัญหานี้จะไม่ได้อยู่ตลอดไป เมื่อลูกโตขึ้นพฤติกรรมต่างๆ ก็จะเปลี่ยนไปตามวัย เมื่อผ่านพ้นช่วงวัยทองของเด็กเล็ก ที่สมองในส่วนของอารมณ์ทำงานมากกว่าส่วนของเหตุผล พวกเขาจะพูดรู้เรื่องมากขึ้น เชื่อฟังพ่อแม่และมีเหตุผลมากขึ้น ดังนั้นความอดทนเพียงเล็กน้อยและกลยุทธ์ด้านวินัยที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณผ่านพ้นช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อของลูกได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างทักษะความฉลาดที่รอบด้าน ด้วย Power BQ ในด้าน ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ได้อีกด้วยค่ะ

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : healthline.com , verywellfamily.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

หมอประเสริฐแนะ บันได 4 ขั้น วิธีจัดการลูกดื้อ อย่างเข้าใจและได้ผลจริง

สุภาษิตสอนพ่อแม่รับมือ ลูกต่อต้าน โดย พ่อเอก

วิธีรับมือ ลูกทะเลาะกับเพื่อน ต้องเตือนหรือสอนลูกยังไง?

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

โอไมครอน ในเด็ก

โอไมครอน (Omicron)ในเด็กมีสิทธิ์ติดเชื้อรุนแรงแค่ไหน?

โอไมครอน ไวรัสกลายพันธุ์โควิด19 ที่ต้องจับตามองจะเป็นเชื้อที่รุนแรงกว่าเดิมหรือไม่ แล้วเด็กเล็กที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนจะติดเชื้อรุนแรงแค่ไหน มาทำความรู้จักกัน

โอไมครอน (Omicron)ในเด็กมีสิทธิ์ติดเชื้อรุนแรงแค่ไหน?

ในช่วงของการระบาด Coronavirus COVID-19 นั้น แม้ว่าจะมีการติดเชื้อแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และมีอัตราการเสียชีวิตสูง แต่กลับพบว่า เด็ก ๆ ที่มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง รวมถึงประชากรวัยหนุ่มสาวส่วนใหญ่ ต่อการติดเชื้อไวรัส COVID-19 นั้นส่วนใหญ่จะมีอาการป่วยเล็กน้อย ถึงปานกลาง ไม่มีสัญญาณอันตราย หรือภาวะแทรกซ้อน อาการที่พบบ่อยที่สุด คือ มีไข้ เหนื่อยล้า ไอ และมีการอักเสบจากระบบหลายระบบภายหลังจากหายจากการติดเชื้อแล้ว เป็นต้น

โอไมครอน ในเด็ก ส่งผลรุนแรงแค่ไหน
โอไมครอน ในเด็ก ส่งผลรุนแรงแค่ไหน

COVID-19 กับอัตราการติดโรคของเด็ก

ในสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา พบเด็กที่ติดเชื้อ SARS-CoV-2 ที่ก่อให้เกิดโรค COVID-19 ประมาณร้อยละ 13 ของผู้ป่วยทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรงหรือไม่มีอาการเลย และพบน้อยมากที่เด็กติดเชื้อแล้วมีอาการรุนแรง และต้องรับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต หรือใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่อย่างไรก็ตาม เด็กก็มีแนวโน้มที่จะเกิดอาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ หากผู้ป่วยเด็กคนนั้นมีภาวะอ้วน เป็นโรคเบาหวาน โรคหอบหืด โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคพันธุกรรมเมตาบอลิก หรือภาวะผิดปกติทางระบบประสาท

ส่วนในเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบ หากติดโควิด-19 จะมีอาการมากกว่าเด็กโต เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายยังพัฒนาได้ไม่ดีพอและช่องทางเดินหายใจยังมีขนาดเล็ก พูดให้เห็นภาพชัดขึ้นก็คือ มีลักษณะเหมือนเด็กที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจะมีปัญหาของระบบทางเดินหายใจ ส่วนเด็กที่ได้รับวัคซีนป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรงก็จะป้องกันได้เฉพาะเชื้อที่ฉีดวัคซีนป้องกันไปเท่านั้น

ข้อมูลอ้างอิงจาก  www.samitivejhospitals.com

โอไมครอน (Omicron) ส่งผลต่อเด็กมากกว่าผู้ใหญ่หรือไม่?

รายงานล่าสุดจากแอฟริกาใต้ชี้ให้เห็นว่า มีเด็กจำนวนมากขึ้นเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยมีอาการปานกลางถึงรุนแรงหลังจากการระบาดของโอไมครอน (Omicron) ในประเทศ

Dr. Rudo Mathivha หัวหน้าแผนก Intensive Care ที่โรงพยาบาล Chris Hani Baragwanath เปิดเผยว่า โรงพยาบาลรับเด็กครั้งละ 5-10 คน แพทย์ยังเน้นย้ำถึงกรณีที่รุนแรงของโควิด-19 อีก 2 ราย โดยในรายที่อายุ 15 ปีติดเชื้อไวรัส ในขณะที่เด็กอายุ 17 ปียังคงเข้ารับการรักษาในห้องไอซียู

อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลยังไม่ได้ยืนยันว่าทั้งสองมีอาการป่วยจากตัวแปร Omicron หรือไม่

“ตอนนี้เราเห็นเด็ก ๆ มาด้วยอาการปานกลางถึงรุนแรงซึ่งต้องการออกซิเจนเสริม ต้องการการบำบัดแบบประคับประคอง และต้องอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลาหลายวัน” ดร. Mathivha กล่าว

เธอยืนยันว่าเด็กที่เกี่ยวข้องไม่มีภาวะสุขภาพมาก่อน มีไข้เพียงสองวันแรก หลังจากนั้นอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว

“และเราสูญเสียผู้ป่วยรายนั้น … นี่เป็นเหตุการณ์แรกของเด็กที่ไม่มีโรคประจำตัว และไม่มีอะไรที่มีอยู่ก่อนหน้าที่ผ่านจากโควิดที่ฉันทราบ” เธอกล่าวเสริม

ข้อมูลอ้างอิงจาก timesofindia.indiatimes.com
เฝ้าระวัง สังเกต โอไมครอน ในโรงพยาบาลในแอฟริกาใต้
เฝ้าระวัง สังเกต โอไมครอน ในโรงพยาบาลในแอฟริกาใต้

จากเหตุการณ์ในแอฟริกาใต้ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญเชื่อกันว่า เด็กอาจมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัส Corona Omicron และมีอาการรุนแรงกว่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์ก่อนหน้า อีกเหตุผลหนึ่งที่นอกเหนือจากการกลายพันธุ์ของไวรัสแล้วนั้น มาจากการที่ในหลาย ๆ ประเทศยังไม่ได้มีวัคซีนให้แก่เด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี

ไม่มีวัคซีนสำหรับเด็กเล็ก!!

แม้ว่าที่ผ่าน ๆ มาเมื่อเด็กติดเชื้อไวรัสโควิด19 เด็ก ๆ ที่ร่างกายแข็งแรงสามารถต่อสู้กับเชื้อได้ด้วยตัวเอง ทำให้มีอาการไม่มาก สามารถดูแลประคับประคองได้ และไม่มีอาการแทรกซ้อนใด ๆ ทำให้ในขั้นต้นนี้จึงยังไม่มีการให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนในเด็ก พบว่าในหลาย ๆ ประเทศที่ยังไม่มีการฉีดวัคซีนให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี หรือมีก็เป็นจำนวนที่น้อย

ถึงแม้ว่าวัคซีนโควิด 19 จะไม่ได้รับประกันว่าจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันที่สมบูรณ์ ทำให้ไม่ติดเชื้อไวรัส แต่วัคซีนก็มีศักยภาพพอที่จะลดความเสียหาย ลดโอกาสของความรุนแรงของโรค และลดความเสี่ยงของการรักษาในโรงพยาบาล ดังนั้นจึงเชื่อว่าวัคซีนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่เด็ก ๆ ควรจะได้รับวัคซีนโดยเร็วที่สุด

วิธีป้องกันโรค COVID-19 ในเด็ก

เป็นที่ยอมรับกันดีอยู่แล้วว่า การป้องกันการติดเชื้อนั้นเป็นวิธีที่ง่าย และดีที่สุดต่อการห่างไกลโรคจากไวรัสโควิด19 ดังนั้นนอกจากการรอคอยวัคซีนให้แก่ลูกน้อยแล้ว การรู้จักวิธีป้องกันโรคโควิด19 หรือไวรัสกลายพันธุ์ โอไมครอน จึงยังเป็นสิ่งจำเป็น และได้ผลเสมอมา

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ได้ให้คำแนะนำแนวทางสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็กในการป้องกันการแพร่เซื้อไวรัส SARS-CoV-2 ที่ก่อโรค COVID-19 จากเด็กที่ติดเชื้อไปสู่บุคคลอื่นไว้ ดังนี้

การดูแลและล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ (Keep your Hands Clean)

  • สอนเด็กให้รู้จักล้างมืออย่างถูกต้องตามมาตรฐาน  7 ขั้นตอน
  • หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่อย่างถูกวิธี นานอย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้แอลกอฮอล์ล้างมือที่มีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ไม่ต่ำกว่า 70%
  • ปฏิบัติตัวให้ถูกสุขลักษณะ ไอ/จามต้องปิดปากและจมูกด้วยการงอศอก หรือใช้กระดาษชำระปิด จากนั้นนำไปทิ้งในที่ที่เหมาะสม และล้างมืออีกครั้งเพื่อทำความสะอาด
  • หลีกเลี่ยงการเอามือสัมผัสบริเวณ ตา จมูก ปาก
  • ให้เด็กล้างมือด้วยน้ำและสบู่ทันทีที่กลับเข้าบ้าน หลังใช้ห้องสุขา และก่อนรับประทานอาหาร รวมถึงพ่อแม่ต้องดูแลความสะอาดก่อนจัดเตรียมอาหารด้วย

    หมั่นล้างมือ ป้องกันโควิด19
    หมั่นล้างมือ ป้องกันโควิด19

การเว้นระยะห่าง (Practice Social Distancing)

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับบุคคลอื่นในบ้าน ทั้งเด็กและสมาชิกในบ้าน
  • ให้เว้นระยะห่าง 6 ฟุตหรือ 1 เมตร กับบุคคลอื่นที่ไม่ได้อยู่ในบ้าน
  • กรณีมีเด็กคนอื่นมาที่บ้าน ควรให้เด็กเล่นกันนอกบ้าน และเว้นระยะห่าง 6 ฟุต
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีการใช้ของเล่นหรืออุปกรณ์ร่วมกัน เช่น ลูกฟุตบอล บาสเก็ตบอล ฯลฯ

การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในบ้าน (Clean and Disinfected your Home)

  • ใช้สบู่กับน้ำสะอาด หรือแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ไม่ต่ำกว่า 70% หรือน้ำยาที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้ เช่น น้ำยาซักผ้าขาวที่มีส่วนผสมของ Sodium Hypochlorite โดยผสมกับน้ำในอัตราส่วนที่ถูกต้อง เช็ดทำความสะอาดบริเวณดังต่อไปนี้
    • พื้นผิวบริเวณที่มีการใช้ร่วมกันทุกวันและบริเวณที่มีการสัมผัสบ่อย เช่น ผ้าปูโต๊ะ ลูกบิดประตู มือจับประตู เก้าอี้ สวิตช์ไฟ  รีโมทคอนโทรล เครื่องใช้ไฟฟ้า หน้าต่าง โต๊ะ ห้องน้ำ อ่างล้างมือ เป็นต้น
    • บริเวณที่สกปรกได้ง่าย เช่น โต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อม โต๊ะอาหาร
    • พื้นผิวบริเวณที่เด็กสัมผัสบ่อยๆ เช่น ขอบเตียงนอน โต๊ะวางของเล่น หรือของเล่นต่างๆ โดยเฉพาะของเล่นเด็กชนิดที่เด็กอาจหยิบใส่ปากได้ ให้ทำความสะอาดโดยใช้สบู่และน้ำสะอาด และระวังอย่าให้มีคราบสบู่ตกค้าง
  • ในกรณีที่จำเป็นจะต้องดูแลเด็กที่ติดเชื้อ COVID-19 ให้พ่อแม่ผู้ปกครองล้างมือทุกครั้งหลังจับต้องสิ่งของและของเล่นที่เด็กใช้ รวมถึงหลังเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือผ้าปูเตียงเด็ก เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อ และควรรักษาระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัยอยู่เสมอ

การสวมใส่หน้ากากอนามัย (Wear Face Mask)

  • แนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน หรือไปในที่สาธารณะ หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดบุคคลอื่น
  • แนะนำให้เด็กอายุ 2 ขวบขึ้นไปสวมหน้ากากอนามัย เมื่อต้องอยู่ท่ามกลางบุคคลอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัว
  • ไม่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ หรือเด็กที่มีปัญหาด้านการหายใจ รวมถึงเด็กที่อยู่ในสภาพที่ถอดหน้ากากเองไม่ได้ สวมหน้ากากอนามัย เนื่องจากระบบทางเดินหายใจของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ เด็กอาจขาดออกซิเจนและเป็นอันตรายได้ ควรใช้การเว้นระยะห่างอย่างต่ำ 2 เมตร หรือเอาผ้าคลุมรถเข็นที่มีเด็กนอนอยู่แทน

ที่สำคัญที่สุดคือ ควรพาเด็กไปรับการตรวจสุขภาพ และรับวัคซีนตามนัด โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ โดยเลือกรับบริการเฉพาะสถานพยาบาลที่แยกบริเวณเด็กป่วยกับเด็กไม่ป่วยออกจากกัน ไม่ให้ปะปนกันอย่างชัดเจน

ข้อมูลอ้างอิงจาก www.samitivejhospitals.com

ติดเชื้อซ้ำ!! เรื่องน่ากังวลของโอไมครอน 

ในการให้สัมภาษณ์ หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ WHO Soumya Swaminathan กล่าวว่าความเป็นไปได้ที่จะติดเชื้อ Omicron ของ COVID เพียง 90 วันหลังจากติดเชื้อ COVID-19 นั้นสูงกว่าตัวแปร Delta ถึงสามเท่า ซึ่งหมายความว่าความเสี่ยงของการติดเชื้อซ้ำอาจสูงกว่าที่เคย

สำหรับข่าวการอัปเดตข้อมูลของ โอไมครอน ในประเทศไทยนั้นก็มิได้นิ่งนอนใจ มีการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

โอไมครอน ไวรัสโควิด19 กลายพันธุ์
โอไมครอน ไวรัสโควิด19 กลายพันธุ์

อัปเดต “โอไมครอน”

ข้อมูลจากการติดตามสายพันธุ์ที่ระบาดในแอฟริกาใต้ของ GISAID สะท้อนภาพที่ชัดเจนว่า “โอไมครอน” นั้น ครองการระบาดแทนที่เดลต้าอย่างรวดเร็ว การติดตามลักษณะการติดเชื้อนั้น

ชี้ให้เห็นสอดคล้องกับคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ว่า มีการติดเชื้อ “โอไมครอน” ในผู้ที่เคยมีประวัติติดเชื้อโรคโควิด-19 มาก่อน หรือที่เรียกว่า การติดเชื้อซ้ำ (Reinfection) มากกว่าการระบาดของสายพันธุ์ก่อน ๆ ไม่ว่าจะเป็นเบต้า หรือเดลต้าก็ตาม ถึงประมาณ 2.4 เท่า

ข้อมูลจาก Trevor Bedford, FHCRC และทีมนักวิชาการอื่น ๆ ชี้ให้เห็นว่า การระบาดในแอฟริกาใต้ของ “โอไมครอน” นั้น เดิมเดลต้าครองพื้นที่อยู่ แต่อยู่ในช่วงขาลงก็จริง แต่การที่ “โอไมครอน” ระบาดขยายวงอย่างรวดเร็ว ก็แสดงถึงศักยภาพการแพร่เชื้อของมันที่เหนือกว่าเดลต้า

โดยจะเกิดจากคุณสมบัติในการแพร่ง่ายขึ้น (R0 มากขึ้น) หรือจะมาจากความสามารถในการดื้อต่อภูมิคุ้มกัน (ไม่ว่าจะจากวัคซีน และ/หรือจากที่เคยติดเชื้อมาก่อน) ก็ตาม ซึ่งคงต้องรอผลการวิจัยว่าจะมาจากเหตุใดกันแน่ และเหตุใดมากว่ากัน

ข้อมูลอ้างอิงจาก www.tnnthailand.com

ถึงอย่างไรแม้ว่าจะมีความเชื่อในเรื่องที่เชื้อไวรัสที่กลายพันธุ์ สามารถส่งผลกระทบที่รุนแรงกว่าเชื้อเดิมในเด็ก แต่ก็อยากให้คุณแม่ทั้งหลายอย่าเพิ่งวิตกกังวลมากเกินไป เพราะไม่ว่าเชื้อไวรัสจะกลายพันธุ์ไปกี่แบบ แต่หากเราทำการป้องกัน ระวัง หมั่นทำตามคำแนะนำที่คุณหมอได้แนะนำวิธีปฎิบัติตัวแล้ว ก็จะเพิ่มโอกาสให้เราห่างไกลเจ้าเชื้อร้ายนี้ไปได้มากพอสมควร นอกจากนั้นควรคอยติดตามข่าวสารจากทางการ จากแหล่งที่เชื่อถือได้อย่างใกล้ชิด แล้วเราจะผ่านพ้นไปด้วยกัน

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

งานวิจัยชี้! เด็กป่วยโควิด ส่วนใหญ่หายเป็นปกติได้ภายในหนึ่งสัปดาห์

เด็กทารก แรกเกิด กับ 10 โรคฮิตที่พ่อแม่ต้องระวัง!

แม่แชร์ลูก ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เพียงเพราะล้างไม่ถูกวิธี

ลูกมีตุ่มคล้ายยุงกัด แต่ไม่คันเฝ้าระวัง โรคฮีน็อค อันตราย!

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

คอกกันกระแทก

เป็นมากกว่า คอกกันกระแทก!! Baby Selfy คอกกั้นเด็ก All in One เล่นสนุก ปั้นลูกเก่งภาษา

คอกกันกระแทก เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของคอกกั้นเด็ก อุปกรณ์ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน นอกจากช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับลูกวัยซน ไม่ให้ปีนบันได ใช้นิ้วแหย่ปลั๊กไฟ หรือทำกิจกรรมสุดอันตรายที่คาดไม่ถึงเท่านั้น แต่ยังช่วยเป็น “สนามเด็กเล่น” ย่อมๆ ให้ลูกหัดคลาน ตั้งไข่เดิน หรือสนุกกับการปีนป่ายเป็นอิสระได้อย่างปลอดภัย

แต่ถ้าใครยังเลือกไม่ใด้ว่าจะเลือกคอกกั้นเด็กแบบไหนที่ปลอดภัยสำหรับลูกน้อย คุ้มค่าคุ้มราคา สามารถใช้ได้ตั้งแต่ลูกอายุไม่กี่เดือนจนโตพอจะปีนเล่นได้สนุก ทีมบ.ก. ขอแนะนำ เบบี้เซลฟี่ (Baby Selfy) คอกกั้นเด็กแบบ All in One   ที่ช่วยให้ลูกเล่นสนุกและเสริมความรู้ไปพร้อมกันได้ จะดีอย่างไร ตามมาดูกันค่ะ

 Amarin Baby & Kids ยกให้ คอกกันกระแทก  Baby Selfy เป็น คอกกั้นเด็ก ที่ได้รับรางวัล RISING STAR สาขา BEST BABY PLAYPEN จาก Amarin Baby & Kids Awards 2021

คอกกันกระแทก

จุดแรกที่คุณแม่ต้องให้ความสำคัญเวลาเลือกซื้อคอกกั้นเด็กคือ คุณภาพ ซึ่งจัดเต็มทั้งผนังของคอกกั้นที่บุฟองน้ำนวมกันกระแทกที่แข็งแรง ทนทาน มาพร้อมเบาะรองคลานหนาถึง 2 นิ้ว นุ่มทุกสัมผัสและยืดหยุ่นดีไม่ขาดง่าย รองรับการเคลื่อนไหวของลูกน้อยได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะคลาน เดิน วิ่ง หรือล้มใส่ได้โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะได้รับบาดเจ็บ ส่วนราวจับถูกออกแบบเด็กจับได้ถนัดมือ ช่วยยึดเวลาหัดยืนได้ง่ายขึ้น

ส่วนวัสดุที่ใช้หุ้มคอกเป็นหนังที่ผ่านมาตรฐาน EN7-1 จากสถาบัน SGS ซึ่งเป็นมาตรฐานการส่งออกของเล่นที่เป็นที่ยอมรับในประเทศยุโรป ไม่มีสารเคมีอันตรายกับเด็ก

คอกกันกระแทก

และอีกหนึ่งความพิเศษ คือ Babyselfy เป็นคอกกันกระแทกแบรนด์แรกที่พิมพ์ “สื่อการสอน” ในหมวดภาษาไว้บนผนังด้านข้างของคอกกั้น เพื่อให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ให้คุณแม่ใช้สอนคำศัพท์ หรือ ทำความคุ้นเคยกับตัวอักษรภาษาต่างๆได้อย่างสนุกสนาน โดยมีสื่อการสอนให้เลือกมากถึง 7 ภาษาให้คุณแม่เลือกได้ว่าอยากให้ลูกเรียนภาษาอะไร

พิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์ที่ได้รับมาตรฐานจาก Greenguard gold และ French-Voc A+ Class ซึ่งปลอดภัยสำหรับเด็ก และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้สีที่คมชัด ไม่หลุดลอกให้คุณแม่ต้องกังวลใจ ตรงตามสโลแกนของ Babyselfy ที่บอกว่า “เป็นคอกกั้นเด็ก ที่มากกว่าแค่กั้นเด็ก“

 

นอกจากความรู้ด้านภาษาแล้ว คอกกั้นเด็ก BabySelfy ยังช่วยเติมเต็มจินตนาการของเด็กๆ ด้วยการแปลงร่างคอกกั้นให้เป็นฉากตัวการ์ตูนตัวโปรด เจ้าชาย เจ้าหญิง ลิตเติ้ลเมอร์เมด หรืออาชีพที่ชอบอย่าง นักบินอวกาศ หรือนักแข่งรถระดับโลก  ให้ลูกเล่นบทบาทสมมุติ สร้างฝันเล็กๆที่อาจเป็นจริงได้ในอนาคต

จากการพิจารณาของกองบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids รางวัล Rising Star เพื่อเฟ้นหา ผลิตภัณฑ์ใช้ดี มีคุณภาพ เหมาะกับคุณแม่ยุคใหม่ ที่เปิดโอกาสให้แบรนด์น้องใหม่ ดำเนินธุรกิจไม่ต่ำกว่า 3 ปี) และผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่วางจำหน่ายในตลาดไม่เกิน 5 ปี คุณภาพดี ใช้ได้จริง และเป็นสินค้าที่สามารถหาซื้อได้ในงาน Amarin Baby & Kids Fair พบว่า แบรนด์ Baby Selfy เป็นคอกกั้นเด็กที่ผ่านเกณฑ์ในการพิจารณาครบถ้วน

ทาง Amarin Baby & Kids “เครือข่ายแม่ลูกใหญ่ที่สุด” ผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพ เข้าใจครอบครัวไทย และตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ จึงคัดเลือกใหh คอกกั้นเด็ก Baby Selfy เป็นคอกกันกระแทก ที่ได้รับ รางวัล  RISING STAR  สาขา BEST BABY PLAYPEN จาก “Amarin Baby & Kids Awards 2021” ซึ่งมอบให้กับสินค้าแม่ลูก “สินค้าใช้ดี และมีประโยชน์จริง”

คุณแม่ที่สนใจผลิตภัณฑ์ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และโปรโมชั่นดี ๆ ได้ที่ https://babyselfy.in.th/

ติดตามออ่านบทความอื่นได้ที่

ประกาศรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2021

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

โลชั่น dmp

ของดีแม่ต้องมี! โลชั่น dmp ออร์แกนิค pH5.5 สูตรดับเบิ้ลมิลค์ แอนด์ วิตามินอี ดูแลผิวลูก อ่อนโยนจากธรรมชาติ

โลชั่นออร์แกนิค สำหรับเด็ก จะให้ลูกใช้โลชั่นทาผิวอะไรดี ตามมาดูรีวิว “โลชั่นสำหรับเด็ก” โลชั่น dmp ออร์แกนิคสูตรดับเบิ้ลมิลค์ ดูแลผิวลูก อ่อนโยนจากธรรมชาติ แถมมีรางวัลการันตี จะดีแค่ไหนมาดูกัน

อีกหนึ่งศัตรูตัวร้ายต่อผิวที่แสนบอบบางของลูกน้อย คือ ความแห้ง และขาดความชุ่มชื้น ซึ่งมักเกิดขึ้นบริเวณข้อพับแขน ตรงศอก และก็ข้อพับของขา อาการแบบนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยมีสาเหตุหลักเกิดจากโครงสร้างของผิวทารกที่เก็บความชุ่มชื้นได้น้อยกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้นการใช้โลชั่นสำหรับเด็กจึงเป็นสิ่งที่คุณแม่ทุกคนละเลยไม่ได้

คุณแม่สามารถใช้โลชั่นบำรุงผิว ทาผิวของลูกน้อยได้ตั้งแต่เด็กๆ แต่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย และเสริมให้ผิวลูกแข็งแรงโดยเน้นที่สองหลักใหญ่ๆ คือ มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้น และไม่ทำอันตรายต่อผิวเด็ก เช่น น้ำมันสกัดจากพืชธรรมชาติ Organic ที่ช่วยบำรุงให้ความชุ่มชื้น เสริมสร้างผิวให้แข็งแรง และลดการระคายเคืองผิวได้ดี ส่วนการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ระคายเคืองและเหมาะต่อสภาพผิว ได้แก่ pH-Balance 5 ช่วยรักษาสมดุล และช่วยปกป้องความชุ่มชื้นของผิวไว้ด้วยน้ำหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ และที่สำคัญให้ดูว่าผ่านการทดสอบจากสถาบันที่น่าเชื่อถือว่าไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองต่อผิวเด็ก

ด้วยคุณสมบัตินี่เองทำให้ ดีเอ็มพี โลชั่นออร์แกนิคสำหรับเด็ก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ผู้ใส่ใจสุขภาพผิวของลูกน้อยได้เป็นอย่างดี

Amarin Baby & Kids ยกให้ ดีเอ็มพี ดับเบิ้ลมิลค์ แอนด์ วิตามินอี ออร์แกนิค พีเอช 5.5 เบบี้ โลชั่น
เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับเด็ก ที่ได้รับรางวัล Editor’s Choice สาขา BEST SKINCARE FOR KIDS
จาก Amarin Baby & Kids Awards 2021

โลชั่น dmp

ความดีงามของ โลชั่น dmp ออร์แกนิค สูตรดับเบิ้ลมิลค์ แอนด์ วิตามินอี สีชมพูขวดนี้ ที่แม่ควรมี!! เป็นโลชั่นสูตรดับเบิ้ลมิลค์ ที่มีทั้ง โอ๊ตมิลค์และซอยมิลค์จากพืช อุดมไปด้วยโปรตีน กรดอะมิโน แร่ธาตุนานาชนิด พร้อมมีวิตามินอี เพิ่มผิวบำรุงชุ่มชื้นยิ่งขึ้นและต่อต้านอนุมูลอิสระ แถมด้วยเชียบัตเตอร์ ช่วยเพิ่มผิวนุ่มชุ่มชื้นยาวนาน

โลชั่น dmp เป็นโลชั่นออร์แกนิคสำหรับเด็ก สูตร ดับเบิ้ลมิลค์ แอนด์ วิตามินดี ช่วยปกป้องผิวบอบบาง ไม่ระคายเคือง และ เนื้อโลชั่นยังมีค่า pH-Balance 5.5 ช่วยในเรื่องการรักษาสมดุล และปกป้องน้ำหล่อเลี้ยงตามธรรมชาติของผิว  ที่สำคัญ ผ่านการทดสอบการแพ้ Hypoallergenic จากสถาบันชั้นนำ DermScan Asia ไม่เป็นอันตรายต่อผิวบอบบางของเด็กเล็ก ในส่วนของเนื้อโลชั่นมีความเข้มข้น ไม่เหนียว ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดี แถมมีกลิ่นหอมอ่อนๆ

โลชั่น dmp

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ความดีงามของ ดีเอ็มพี ดับเบิ้ลมิลค์ แอนด์ วิตามินอี ออร์แกนิค พีเอช 5.5 เบบี้ โลชั่น ยังเหมาะสำหรับลูกน้อยวัยแรกเกิดและลูกผิวแพ้ง่าย เพราะมีความอ่อนโยนเป็นพิเศษ ปราศจากสารเคมี 7 ชนิดทั้ง เช่น แอลกอฮอล์, พาราเบน, SLS, DEA, Phthalate, Triclosan และ Formaldehyde ซึ่งเป็นอันตรายกับผิวลูก มีให้คุณแม่เลือกใช้ 2 ขนาด  คือ ขนาดใหญ่ 480 มล.  ราคา  199 บาท และขนาดเล็ก 200 มล. ราคา 95 บาท

ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดนี้ ทาง Amarin Baby & Kids “เครือข่ายแม่ลูกใหญ่ที่สุด” ผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพ เข้าใจครอบครัวไทย และตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ จึงคัดเลือกให้ สบู่เฮดทูโท ดีเอ็มพี นิวบอร์น สวีท อัลมอนด์ ออยล์ ได้รับรางวัล  EDITOR’S CHOICE BEST SKINCARE FOR KIDS จาก “Amarin Baby & Kids Awards 2021” ซึ่งมอบให้กับสินค้าแม่ลูก “สินค้าใช้ดี และมีประโยชน์จริง”


หากคุณพ่อคุณแม่สนใจ โลชั่น dmp สูตรออร์แกนิค ขวดสีชมพูนี้ สามารถสอบถามและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
DMP babyclub Facebook : www.facebook.com/dmpbabyclub

 

ติดตามบทความอื่นๆ

ประกาศรางวัล Amarin Baby & Kid Awards 2021

DMP Head to Toe สบู่เฮดทูโท ออร์แกนิคสูตรอ่อนโยนต่อผิวลูกน้อยที่แม่ไว้ใจ

ชื่อลูกชาย

100 ชื่อลูกชาย พร้อมความหมายดี ๆ มีสิริมงคล

ว่าที่คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหา ชื่อลูกชาย ให้กับลูกในท้องที่กำลังจะลืมตาดูโลกเร็ว ๆ นี้ ทีมแม่ ABK รวมชื่อ เพราะ ๆ เท่ ๆ มีความหมายดี ๆ มาให้แล้วที่นี่

100 ชื่อลูกชาย พร้อมความหมายดี ๆ มีสิริมงคล

นอกจากการเตรียมของสำหรับการคลอดแล้ว มีอีก 1 สิ่งที่ว่าที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมคือ ชื่อลูก นั่นเอง สำหรับลูกชาย คุณพ่อคุณแม่ก็มักจะเตรียมชื่อที่เท่ ๆ เพราะ ๆ มีความหมายดี ๆ มีสิริมงคล ไว้ให้ลูกชายตัวน้อยที่กำลังจะเกิดมา ทีมแม่ ABK จึงมีตัวอย่างชื่อดี ๆ มาฝากกันค่ะ

เทคนิคการตั้ง ชื่อลูกชาย

  • ตั้งชื่อตามความหมายมงคล

การตั้งชื่อตามความหมายมงคล เมื่อมีคนเรียกชื่อนี้ ก็เหมือนเป็นการอวยพรลูกในสิ่งดี ๆ ไปในตัว ยิ่งเป็นชื่อที่เรียกง่าย สะกดง่าย ออกเสียงได้ง่าย ก็จะยิ่งดี

  • ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด

1 ในความเชื่อเกี่ยวกับการตั้งชื่อ คือการตั้งชื่อตามวันเกิด เช่น วันจันทร์ ควรมีอักษรใด ไม่ควรมีอักขระใด หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการตั้งชื่อตามหลักทักษาปกรณ์ (อ่านต่อ ชื่อลูก สำคัญไหม? หลักในการตั้งชื่อลูก มีอะไรบ้าง?)  แต่ก็เป็นเพียงความเชื่อเฉพาะบุคคล หรือบางคนใช้เพื่อให้เลือกชื่อที่เหมาะสมกับตัวเด็กได้ง่าย ๆ

  • ตั้งชื่อตามตัวอักษรในชื่อพ่อแม่

การผสมอักษรและสระตามชื่อของพ่อแม่ก็เป็นที่นิยม เพราะแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของครอบครัว เมื่อเรียกชื่อเรียงกันแล้วทราบถึงความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน

100 ชื่อลูกชาย พร้อมความหมายดี ๆ มีสิริมงคล

ตั้งชื่อลูก
ตั้งชื่อลูก
ชื่อ คำอ่าน ความหมาย
กมนทัต กะ – มน – ทัด ที่ให้ตามความปรารถนา
กมลเทพ กะ – มน – เทพ เทพแห่งทรัพย์ เทพผู้มีจิตใจสูง
กมลภู กะ – มน – ละ – พู เกิดจากดอกบัว พระพรหม
กมลโลจน์ กะ – มน – โลด ตางามดุจดอกบัว
กรณ์ กอน การกระทำ
กรฤต กอ – ระ – ริด สุกสว่างด้วยรัศมี
กฤตชัย กริด – ไช กระทำชนะแล้ว
กฤตนัน กริด – ตะ – นัน ผู้มีประสบการณ์อันยิ่งใหญ่
กฤติเดช กริด – ติ – เดด ผู้มีอำนาจและมีความสร้างสรรค์
กฤติมา กริด – ติ – มา นักปราชญ์
กวีวัธน์ กะ – วี – วัด กวี ผู้เจริญ
ก่อการ ก่อ – กาน ริเริ่มให้เกิดมีขึ้น
กันต์ธีร์ กัน – ที นักปราชญ์ผู้น่ารัก
กันตภณ กัน – ตะ – พน พูดสิ่งที่น่าพอใจ พูดดี
กันตินันท์ กัน – ติ – นัน ยินดีในความรัก
กัปปน์ กับ ความดำริ การจัดแจง
กัมพล กัม – พน ผ้าทอด้วยขนสัตว์
กาณฑ์ กาน ลูกศร ลำต้นของต้นไม้ ตอนหนึ่งของหนังสือ
กิตติ กิด – ติ คำเล่าลือ คำสรรเสริญ
กิตติธร กิด – ติ – ทอน ทรงเกียรติ
กุมุท กุ – มุด บัว บัวขาว
กุลโรจน์ กุน – ละ – โรด ตระกูลรุ่งโรจน์
เกียรติภูมิ เกียด – พูม เกียรติเพราะความนิยม
ขมนัต ขะ – มะ – นัด มีความอดทน
ขรรค์ ขัน อาวุธคล้ายหอกมีคมสองด้าน
เขมวันต์ เขม – มะ – วัน ที่แห่งความเกษม เจริญรุ่งเรือง
คทาธร คะ – ทา – ทอน ผู้ถือตะบองเป็นอาวุธ
คมน์ คม ไป ดำเนินไป
คมิก คะ – มิก ผู้เตรียมจะก้าวไป
คัมคุณ คำ – คุน มีคุณมา
คำนวร คำ – นวน ควร ถูกต้อง เหมาะ พอดีๆ ชอบ
คิดชอบ คิด – ชอบ มีความคิดที่น่ายินดี
คุณัญญา คุ – นัน – ยา ผู้รู้คุณธรรม ผู้รู้ความดี
ฆนนาท คะ – นะ – นาด เสียงฟ้าร้อง
ฆนรุจ คะ – นะ – รุด ผู้ฉายแสงเหนือเมฆคือพระอาทิตย์
จรณ์ จอน ความประพฤติดี
จริม จะ – ริม ภายหลัง เล็ก น้อง
จักรพันธ์ จัก – กระ – พัน เกี่ยวเนื่องด้วยแว่นแคว้น
จักรภพ จัก – กะ – พบ ประเทศที่รวมกลุ่มกัน
จักริน จัก – กริน พระราชา พระนารายณ์
จิณณะ จิน – นะ ประพฤติแล้ว
จิตรนาถ จิด – ตระ – นาด ผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์คือพระอินทร์
จิตรภณ จิด – ตระ – พน ดูดดี พูดไพเราะ
จิรกร จิ – ระ – กอน กระทำตลอดกาลนาน
จิรกฤต จิ – ระ – กิด ผู้สืบทอด
จิรทีปต์ จิ – ระ – ทีบ รุ่งเรืองตลอดกาลนาน
จิระเดช จิ – ระ – เดด มีอำนาจตลอดกาล
จิระนันท์ จิ – ระ – นัน ผู้มีความเพลิดเพลินยินดีตลอดกาลนาน
จิรัฎฐ์ จิ – รัด ดำรงมั่น อยู่นาน
จุลินทร์ จุ – ลิน ผู้เป็นใหญ่ในสิ่งที่เล็ก

100 ชื่อลูกชาย พร้อมความหมายดี ๆ มีสิริมงคล

ชื่อลูก
ชื่อลูก
ชื่อ คำอ่าน ความหมาย
ฉัตรชนก ฉัด – ชะ – นก ร่มของพ่อ
เฉลิมพล ฉะ – เหลิม – พน เพิ่มกำลัง
ชญตว์ ชะ – ยด ความฉลาด รอบรู้ หลักแหลม
ชนมภูมิ ชน – มะ – พูม บ้านเกิด ภูมิลำเนา
ชนัต ชะ – นัด ฝูงชน ประชากร
ชนุดม ชะ – นุ – ดม คนผู้สูงสุด คนผู้ประเสริฐ
ชนุตต์ ชะ – นุด คนที่สูงสุด
ชนุตร์ ชะ – นุด คนที่ดีกว่า ดีกว่าคนอื่น
ชโนทัย ชะ – โน – ไท ผู้มีความรุ่งเรือง
ชยพล ชะ – ยะ – พน มีพลังคือชัยชนะ
ชยิน ชะ – ยิน ชัยชนะ
ชยุต ชะ – ยุด รุ่งเรือง
ชรัณ ชะ – รัน การต่อสู้ที่มีชัย
ชลทรัพย์ ชน – ละ – ซับ ไข่มุก
ชลธี ชน – ละ – ที ทะเล
ชลนาถ ชน – ละ – นาด เจ้าแห่งน้ำ
ชลัช ชะ – ลัด เกิดในน้ำ หมายถึงปลาหรือดอกบัว
ชลิต ชะ – ลิด ผู้รุ่งเรืองแล้ว
ชวนากร ชะ – วะ – นา – กอน ผู้มีความปราดเปรื่อง
ชวโรจน์ ชะ – วะ – โรด รุ่งเรืองด้วยเชาวน์ปัญญา
ชวัลวิทย์ ชะ – วัน – วิด มีความรู้รุ่งเรือง
ชัยกร ไช – ยะ – กอน การทำให้มีชัยชนะ
ชัยกฤต ไช – ยะก – ริด ประกอบชัยชนะ
ชัยโรจน์ ไช – ยะ – โรด ความรุ่งเรืองของผู้ชนะ
ชานนท์ ชา – นน เพลิดเพลินยินดีในความรู้
ชีวานนท์ ชี – วา – นน ผู้มีชีวิตเป็นสุข
ชุติเดช ชุ – ต – เดด มีเดชอันรุ่งเรือง
ชุติพนธ์ ชุ – ติ – พน เกี่ยวพันกับความรุ่งเรือง มีความรุ่งเรืองมั่นคง
ไชยวัฒน์ ไช – ยะ – วัด มีความเจริญอันประเสริฐ
ฌายิน ชา – ยิน ประกอบด้วยการเพ่ง
ญาณวุฒิ ยา – นะ – วุด เจริญด้วยความรู้
ฐานทัต ถา – นะ – ทัด ให้หลักแหล่งมั่นคง
ฐิติพันธ์ ถิ – ติ – พัน เชื้อสายที่มั่นคง
ณัฏฐ์ นัด ผู้ตั้งอยู่ในความรู้ นักปราชญ์
ณัฏฐกิตติ์ นัด – ถะ – กิด เกียรติของนักปราชญ์
ณัฏฐชัย นัด – ถะ – ไช ความชนะของนักปราชญ์
ณัฏฐพล นัด – ถะ – พน พลังของนักปราชญ์
ณัฐกิตติ์ นัด – ถะ – กิด ผู้รุ่งเรืองเพราะความรู้
ณัฐนันท์ นัด – ถะ – นัน เป็นที่ชื่นชมยินดีของนักปราชญ์
ณัฐวรรธน์ นัด – ถะ – วัด นักปราชญ์ผู้เจริญ
ณัฐวัฒน์ นัด – ถะ – วัด ความเจริญของนักปราชญ์
ณิชพน นิด – ชะ – พน มีใจบริสุทธิ์
ดนวัต ดน – นะ – วัด ที่มีการแพร่ขยาย สืบสายกันไม่
ดัมพ์รงค์ ดำ – รง สีแดง
ตรินัยน์ ตริ – ไน มีสามตา
ตฤณ ตริน หญ้า
ตาณ ตาน ที่พึ่ง ป้องกันภัย
ตีรณ ตี – รน ปัญญาพิจารณา ไตร่ตรอง
ตุนท์ ตุน คล่องแคล่ว ว่องไว
ตุลยากร ตุน – ยา – กอน มีใจเที่ยงธรรม

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ตั้งชื่อจริงลูก 250 ชื่อจริง ความหมายดี ชื่อมงคล ปี 2021

ชื่อจริงลูกชาย 300 ชื่อมงคล ตั้งให้ลูก โตไปมีอำนาจ ได้เป็นเจ้าคนนายคน

ไอเดีย ชื่อลูก 1,000 ชื่อ รวมฮิตชื่อเล่น ชื่อลูกสาว-ลูกชาย หลายภาษา

100+ ชื่ออิสลามผู้ชาย ความหมายดี มีมงคลติดตัวลูก

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.thairath.co.th, www.myhora.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ท่องเอาไว้! อาหารที่คนท้องไม่ควรกิน ห้ามกินเด็ดขาด

อาหารที่คนท้องไม่ควรกิน เมื่อแม่ท้องไม่สามารถกินได้ทุกสิ่งอย่างใจคิด ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกในท้อง แล้วอะไรบ้างที่ห้ามเด็ดขาดท่องให้ขึ้นใจไม่พลาดชัวร์

ท่องเอาไว้! อาหารที่คนท้องไม่ควรกิน ห้ามกินเด็ดขาด

ความสุขของผู้หญิงมีอยู่ไม่กี่อย่าง หนึ่งในนั้นคือเรื่องของอาหารการกิน ที่ไหนเด็ด ที่ไหนดัง อาหารโปรด เมนูประจำที่ไม่เคยพลาด หากสิ่งเหล่านี้คือคติ และพฤติกรรมประจำตัวของคุณ เราขอเตือนว่า โปรดหยุดความคิดเหล่านั้นไว้อย่างเด็ดขาด เมื่อคุณก้าวเข้าสู่ความเป็นคุณแม่

คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ทั้งหลายจงฟังทางนี้ ทีมแม่ ABK ได้รวบรวม อาหารที่คนท้องไม่ควรกิน ห้ามกินเด็ดขาด มาไว้ให้แล้ว โปรดอดใจ อดทนต่ออสิ่งเย้ายวน รสชาติถูกปากไว้เสียสักไม่กี่เดือนนับต่อจากที่รู้ว่าคุณกำลังตั้งครรภ์ เพราะหาไม่เช่นนั้นแล้ว อันตรายอาจเกิดขึ้นกับทารกในครรภ์ อาจส่งผลถึงพัฒนาการในครรภ์ของลูกน้อย และส่งผลถึงตัวคุณแม่เองอีกด้วย

คุณแม่ตั้งครรภ์ดูแลตนเอง และ อาหารที่คนท้องไม่ควรกิน
คุณแม่ตั้งครรภ์ดูแลตนเอง และ อาหารที่คนท้องไม่ควรกิน

ท่องให้ขึ้นใจ!! อาหารที่คนท้องไม่ควรกิน

ในช่วงที่คุณแม่กำลังตั้งครรภ์นั้น อาหารเป็นเรื่องสำคัญในการดูแลตนเองระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อให้ไม่เป็นอันตราย และก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อลูกในท้องได้ ซึ่งเป็นอาหารที่อาจส่งผลต่อร่างกายในเชิงลบ เป็นอาหารประเภทใดบ้างนะ

 อาหารรสจัด 

ผู้หญิงกับอาหารรสจัดจ้านถึงใจมักเป็นของคู่กันเสมอ เพราะเมนูอาหารแซ่บ ๆ ต่าง ๆ นานานั้น ล้วนถูกใจ ถูกปากยิ่งนัก แต่รู้หรือไม่ว่า ในช่วงตั้งครรภ์ระบบการย่อยอาหารของคุณแม่จะผิดปกติไปจากเดิม

แม่ท้องกับระบบย่อยอาหารที่เปลี่ยนไป

  1. เมื่อตั้งครรภ์ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน เพื่อให้ร่างกายได้เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนออกมามากขึ้น เพื่อคลายกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย รวมถึงระบบทางเดินอาหารด้วย ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นท้อง ท้องผูกได้บ่อยขึ้น
  2. การขยายตัวของมดลูกที่มีมากขึ้น จนเบียดกระเพาะอาหาร ทำให้ระบบย่อยอาหารไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ จนเกิดการหมักหมมในท้อง และเกิดแก๊สในท้อง ทำให้ท้องอืดง่ายขึ้น

อาหารรสจัด เผ็ดจัด เค็มจัด เปรี้ยวจัด หวานจัด หรืออาหารที่ปรุงรสจัดนั้น ทำให้เกิดท้องอืด ท้องเฟ้อได้ง่าย ยิ่งคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีระบบย่อยอาหารที่ทำงานไม่ค่อยสมบูรณ์ด้วยแล้วยิ่งทำให้เกิดอาการมากขึ้นไปอีก

 อาหารสำเร็จรูป / อาหารกระป๋อง 

ปัจจุบันอาหารสำเร็จรูปเป็นอาหารที่พบมาก เพราะมีความสะดวก หาซื้อง่าย ยิ่งโดยเฉพาะในสังคมที่เร่งรีบในยุคนี้ด้วยแล้ว เรียกได้ว่าเราแทบจะหลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูปเหล่านี้ได้ยาก ตัวอย่างอาหารสำเร็จรูปเหล่านี้ ได้แก่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง เป็นต้น การรับประทานอาหารเหล่านี้ต่อเนื่องมีผลเสียเนื่องมาจาก เป็นอาหารที่มีส่วนผสมของผงชูรสในปริมาณมาก นอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบของสารเคมีที่ช่วยยืดอายุของอาหารให้เก็บไว้ได้นานเจือปน ซึ่งคุณแม่ท้องควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารชนิดนี้ให้ได้มากที่สุด หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ควรระมัดระวังในการเลือกรับประทาน โดยการอ่านฉลากเพื่อดูวันหมดอายุ และเลือกที่มีส่วนประกอบของสารเคมีให้น้อยที่สุด นอกจากนี้ยังต้องดูสภาพกล่องไม่บุบ บี้ หรือบวมก่อนรับประทานทุกครั้ง

อาหารฟาสฟู้ด อาหารที่คนท้องไม่ควรกิน
อาหารฟาสฟู้ด อาหารที่คนท้องไม่ควรกิน

 อาหารที่กินแล้วแพ้ 

โดยปกติคนที่แพ้อาหารก็ต้องระมัดระวังในการเลือกกินอยู่แล้ว แต่เมื่อตั้งครรภ์ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นทวีคูณ เพราะส่วนมากจะมีอาการแพ้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมในระหว่างตั้งครรภ์ เช่น กุ้ง อาหารทะเล เป็นอาหารที่หลายคนแพ้ นอกจากเกิดอาการแพ้กำเริบแล้ว ยังอาจทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ ท้องเสีย อาเจียน อีกด้วย

อาหารที่ก่อให้เกิดกรดไหลย้อน

อาหารที่ทำให้กินแล้วเกิดกรดไหลย้อน ได้แก่ อาหารประเภทไขมันสูง อาหารทอด อาหารจำพวกแป้งที่ต้องอุ่นซ้ำ ชา กาแฟ น้ำอัดลม แอลกอฮอล์ ชีส หมากฝรั่ง เป็นต้น คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยง

อาหารที่ใส่ผงชูรส 

ผงชูรส มีสรรพคุณตามชื่อเลย นั่นคือ ช่วยเรื่องรสชาติของอาหารให้ดีขึ้น แต่ในทางโภชนาการนั้น ผงชูรสไม่ได้ให้คุณค่าทางอาหารใด ๆ แต่ผงชูรสนั้นกลับส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทางสมองของทารกในท้อง ดังนั้นหากคุณแม่ชอบรับประทานอาหารมีรสชาติ สามารถใช้ความหวานจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น น้ำผัก หรือน้ำซุปกระดูกหมู กระดูกไก่ ที่นอกจากได้รสชาติแล้วยังมีคุณค่าทางอาหารอีกด้วย

อาหารที่ปรุงไม่สุก หรืออาหารดิบ 

ซูซิ ปลาดิบ ลาบก้อย ไข่ดิบ อาหารเหล่านี้เป็นอาหารที่ปรุงไม่สุก หรืออาหารดิบ ที่ช่วงตั้งครรภ์ คุณแม่ควรงดเสียก่อน เพราะมีความเสี่ยงที่อาจทำให้อาหารเป็นพิษ มีพยาธิ ท้องเสียได้

อาหารหมักดอง 

อาหารหมัก ของดอง เป็นอาหารที่มีเกลือ และน้ำตาล หรือขัณฑสกร เป็นส่วนประกอบ อาจส่งผลให้คุณแม่ตั้งครรภ์ที่รับประทานเข้าไปในปริมาณมากเกิน จะเกิดอาการบวม จากเกลือได้ หรือได้รับปริมาณน้ำตาลมากเกินไปเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้เช่นกัน แม้ว่าอาหารจำพวกนี้จะช่วยให้คุณแม่มีอาการดีขึ้นจากการแพ้ท้อง แต่ไม่ควรรับประทานมากเกินไป หรือหากงดได้จะยิ่งดี เพราะนอกจากเรื่องส่วนประกอบที่ไม่มีประโยชน์แล้ว ยังเสี่ยงต่อความสะอาดในกระบวนการทำอีกด้วย หากไม่สะอาดพอจะทำให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องเสียได้

 อาหารแห้ง อาหารที่เก็บไว้ได้นาน 

อาหารที่เก็บไว้ได้นาน เช่น ไส้กรอก แฮม เบค่อน กุนเชียง เนื้อเค็มตาก ผลิตภัณฑ์เนื้อแปรรูปต่าง ๆ จะมีส่วนประกอบของไนเตรทค่อนข้างสูง ซึ่งสารตัวนี้จะทำปฎิกิริยากับสารฮีโมโกบิลในเม็ดเลือดแดงที่คอยลำเลียงออกซิเจนมาเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้ออกซิเจนมาได้น้อยลง และอาจส่งผลกระทบไปถึงลูกในท้องให้ได้รับออกซิเจนน้อยลงตามไปด้วย

อาหารทะเล อาหารที่กินแล้วแพ้ ต้องระวังช่วงตั้งครรภ์
อาหารทะเล อาหารที่กินแล้วแพ้ ต้องระวังช่วงตั้งครรภ์

เครื่องดื่มบางชนิด 

  • เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์นอกจากจะทำลายผู้ดื่มแล้ว หากเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยแล้ว มันจะออกฤทธิ์ทำลายทารกให้มีความเสี่ยงต่อความบกพร่องทางสติปัญญา หรือที่เรียกว่า Fetal Alcohol Symdrome มีผลต่อพัฒนาการ และการสร้างอวัยวะของลูกอีกด้วย
  • ยาจีน หรือยาดอง ถึงแม้ว่าจะเชื่อกันว่าการดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้จะช่วยเพิ่ม และบำรุงกำลัง แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันจากแพทย์ว่าสามารถช่วยได้จริง ดังนั้นหากต้องการดื่มจริง ๆ แล้วจึงควรปรึกษาแพทย์จะดีกว่า ว่ามีส่วนประกอบใดเป็นอันตรายหรือไม่
  • เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมคาเฟอีน คาเฟอีนไม่ได้เป็นส่วนผสมของกาแฟเท่านั้น แต่หากอยู่ในเครื่องดื่มชนิดอื่นด้วย เช่น ช็อกโกแลต ชา โกโก้ เป็นต้น ดังนั้นแม้ว่าคุณแม่บางท่านอาจจะเลี่ยงการดื่มกาแฟแล้ว แต่ยังคงรับประทานเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนอยู่ ก็จะส่งผลให้นอนไม่หลับ หรือหลับไม่ดี ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังมีผลข้างเคียงทำให้ท้องผูกด้วย

ผักผลไม้บางชนิด 

แม้ว่าอาหารประเภทผัก และผลไม้ จะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ มีคุณค่าอาหารทางโภชนาการสูง แต่ผักผลไม้บางชนิดก็ส่งผลต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ และทารกในท้องได้

  • ผักเครือเถา ผักชนิดนี้จะมีสาร Purine สูง และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคเกาต์ ซึ่งอันตรายต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้มีความเชื่อโบราณเตือนแม่ท้องไว้ว่า กินผักเครือเถาจะทำให้คลอดยาก
  • ผลไม้บางชนิด ผลไม้ที่หวานจัด หรือผลไม้ที่ย่อยยาก เช่น ทุเรียน มะม่วงดิบ ลำไย เป็นต้น เนื่องจากน้ำตาลที่ได้รับจากผลไม้นั้นทำให้เสี่ยงต่อเบาหวาน ซึ่งเป็นโรคเสี่ยงในคุณแม่ตั้งครรภ์อยู่แล้ว

อ่านต่อ ผักผลไม้ต้องห้าม สำหรับคุณแม่ท้อง และให้นมลูก

ปลาบางชนิด 

ปลาที่มีปรอทปริมาณมาก เช่น ปลากระโทงแทง ปลาฉลาม เป็นต้น ซึ่งมีคำแนะนำให้คุณแม่ท้องควรรับประทานปลาที่มีสารปรอทต่ำ 8-12 ออนซ์ต่อสัปดาห์

อ่านต่อ ปลาที่แม่ไม่ควรกิน (และทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า)

คุณแม่ตั้งครรภ์เลือกรับประทานอาหารเพื่อลูกในท้อง
คุณแม่ตั้งครรภ์เลือกรับประทานอาหารเพื่อลูกในท้อง

วิธีช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ของคุณแม่ตั้งครรภ์

จะเห็นได้ว่า ปัญหาใหญ่ของคุณแม่ตั้งครรภ์เกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร คือ ท้องอืด ท้องเฟ้อ ดังนั้นเรามาดูวิธีบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ควรทำดังนี้

  • สวมใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ และเบาสบาย ไม่รัดเอว หรือท้องจนแน่น
  • แทนที่จะกินอาหาร 3 มื้อเช่นเดิม ให้ลองแบ่งมื้ออาหารออกเป็นมื้อเล็กหลายมื้อตลอดทั้งวัน และใช้เวลากินให้นานขึ้น รวมถึงเคี้ยวอาหารให้ละเอียดกว่าที่เคย
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สในระบบทางเดินอาหาร หรือทำให้ย่อยยาก เช่น โซดา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื้อสัตว์แปรรูป อาหารรสจัด ของทอด และอาหารที่มีไขมันสูง
  • ห้ามสูบบุหรี่
  • รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับเหมาะสมตามเกณฑ์ ออกกำลังกายและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เสมอ
ข้อมูลอ้างอิงจาก www.petcharavejhospital.com/hd.co.th/

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

17 อาหารที่คนท้องห้ามกิน ห้ามกินจริงหรือ?

10 อาหารที่คนท้องควรกิน พร้อมเมนูอร่อยสำหรับแม่และลูก

ตั้งชื่อลูกพร้อมความหมาย 200 ชื่อมงคล ความหมายดี ถูกต้องตามหลักโหราศาสตร์

เจ็บสะดือจี๊ดๆ ตั้งครรภ์ ลูกในท้องจะเป็นอะไรไหม??

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

แปรงสีฟันเด็ก Kid toothbrush

แปรงสีฟันเด็ก เลือกใช้ยังไงให้เหมาะกับวัยลูก

อยากให้ลูกน้อยมีสุขภาพเหงือกและฟันแข็งแรง คุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มต้นดูแลได้ตั้งแต่ฟันชุดแรก (ฟันน้ำนม) ของลูก ซึ่งอุปกรณ์สำคัญที่ต้องใช้ในการดูแลฟันก็คือ “แปรงสีฟันเด็ก” วันนี้ทีมแม่ABK มีแปรงสีฟันสำหรับเด็กที่ “ออกแบบมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะ” เหมาะกับการใช้แปรงฟันตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรก และค่อย ๆ ไล่ step การแปรงฟันไปจนถึงฟันแท้  รับรองว่าลูกยิ้มแล้วฟันสวย ไม่มีฟันผุ !!

อย่างที่รู้กันว่า “ฟัน” ที่ใช้ในการบดเคี้ยวอาหาร มีอยู่ด้วยกัน 2 ชุด คือ “ฟันน้ำนม” กับ “ฟันแท้” ทีมแม่ABK ขอบอกให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทุกคนรู้พร้อมกันเลยว่า ฟันทั้งสองชุดของลูก มีความสำคัญไม่แพ้กัน ฉะนั้นการดูแลรักษาทำความสะอาดฟัน จำเป็นต้องใส่ใจให้ความสำคัญกันตั้งแต่ฟันชุดแรกค่ะ

สำหรับลำดับการขึ้นของฟันลูกน้อย ที่มีสอบถามกันมาว่า ฟันชุดแรก ที่เป็นฟันน้ำนม จะขึ้นตอนลูกอายุได้กี่เดือน และฟันแท้ ที่เป็นฟันชุดที่สอง จะขึ้นมาแทนที่ตอนลูกอายุได้กี่ขวบ ?

– ฟันชุดแรกหรือฟันน้ำนม : มักจะเริ่มโผล่พ้นเหงือกตอนที่ลูกอายุได้ประมาณ 6 เดือน แต่ทั้งนี้ฟันซี่แรกอาจจะขึ้นเร็ว (ตอน 3 เดือน) หรือ ช้ากว่านั้น (ตอน 12 เดือน) ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องตกใจ ไม่ต้องกังวลว่าทำไมฟันลูกถึงยังไม่ขึ้น ซึ่งฟันน้ำนมจะมีทั้งหมด 20 ซี่แบ่งเป็นฟันบน 10 ซี่ และฟันล่าง 10 ซี่  และจะค่อย ๆ ทยอยขึ้นจนครบ ตอนลูกอายุประมาณราว ๆ  3 ขวบ

– ฟันชุดที่สอง “ฟันแท้” : ช่วงเวลาฟันลูกขึ้น เป็นอะไรที่แม่ ๆ ตื่นเต้นกันมาก แต่ช่วงเวลาฟันจะหลุด ก็ทำให้เด็ก ๆ ตื่นเต้นไม่แพ้กัน ที่ฟันลูกทำท่าจะหลุด ก็เพราะฟันแท้จะค่อยๆ ดันโพล่ขึ้นมาแทนที่ฟันชุดแรกนั่นเองค่ะ เมื่อเด็ก ๆ อายุเริ่มได้ประมาณ 6 ขวบขึ้นไป ฟันแท้จะทยอยขึ้นมาจนเต็ม ซึ่งจำนวนฟันจะอยู่ที่  32 ซี่ ประกอบด้วยฟันตัด 8 ซี่ ฟันเขี้ยว 4 ซี่ ฟันกรามน้อย 8 ซี่ และฟันกราม 12 ซี่ (รวมฟันคุด 4 ซี่) ส่วนใหญ่แล้วฟันแท้จะงอกครบ 32 ซี่เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นค่ะ

เมื่อเด็ก ๆ มีฟันขึ้นในช่องปาก จำเป็นต้องได้รับการดูแลทำความสะอาดอย่างดี เพื่อป้องกันการเกิดฟันผุ และเหงือกอักเสบ ในลูกเล็ก ๆ เขาจะยังแปรงฟันเองไม่ถนัด และแปรงฟันได้ไม่สะอาดแน่ ๆ ค่ะ แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่เป็นพี่เลี้ยงในการช่วยฝึก ช่วยสอน และแปรงฟันไปพร้อมกันกับลูก ทำให้เขาสนุกในการแปรงฟันทุกวัน ( เช้า และ ก่อนนอน)

แต่รู้ไหมคะว่า เด็กเล็ก เด็กโต จะมีลักษณะขนาดช่องปากและฟันที่ไม่เหมือนกัน ฉะนั้นการเลือกผู้ช่วยอย่าง แปรงสีฟันเด็ก คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับช่วงวัยของลูกกันนะคะ

แปรงสีฟันเด็ก เลือกใช้ยังไงให้เหมาะสมกับวัยลูกน้อย 

ทีมแม่ABK ก็มีลูกเล็ก ๆ กันค่ะ จำได้ว่าตอนที่เลือกซื้อแปรงสีฟันเด็ก มาให้ลูกใช้ ก็เลือกไม่ถูกเหมือนกันในตอนแรก เพราะมีหลายหลากแบบ แต่ก็ได้ขอคำแนะนำกับคุณหมอเด็กตอนที่พาลูกไปฉีดวัคซีน สรุปได้ว่าวิธีเลือกซื้อแปรงสีฟันสำหรับเด็กมีอยู่ 3 ข้อดังนี้…

  1. ขนแปรงสีฟันต้องมีความนุ่ม เพื่อความอ่อนโยนต่อเหงือก
  2. ด้ามจับแปรงสีฟัน ต้องจับได้ถนัดมือ
  3. ขนแปรงต้องออกแบบให้เหมาะกับช่องปากตามช่วงวัยของลูก เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดสูงสุด

เพิ่มอีกนิดจากประสบการณ์ตรงของทีมแม่ABK แปรงสีฟันเด็ก ควรจะมีจุดบอกการป้ายปริมาณยาสีฟันที่ชัดเจนไว้ด้วยก็จะดีมาก ๆ ค่ะ แนะนำกันมาถึงตรงนี้ แม่ภูมิใจนำเสนอแปรงสีฟันสำหรับเด็กที่เด็ก ๆ ที่บ้านใช้กันอยู่ ก็จะเป็นแบรนด์นี้เลยค่ะจอร์แดน รุ่น Jordan Kid Steps  แปรงสีฟันเด็ก Jordan Kids Steps ที่ออกแบบมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะ เป็นไอเทมน่ารัก น่าใช้ แถมเป็นแปรงสีฟันคุณภาพดีจากประเทศนอร์เวย์ ที่มียอดขายเป็นอันดับหนึ่งในแถบสแกนดิเนเวีย อยากให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ได้ลองให้เด็ก ๆ ที่บ้านได้ใช้กัน ขอบอกว่าเขามีให้เลือกใช้อยู่ 3 สเต็ป

3 Steps กับแปรงสีฟัน Jordan Kids Steps  แปรงสีฟันที่ออกแบบมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะ

ก่อนจะไปดูว่า แปรงสีฟันเด็ก Jordan Kids Steps มีจุดเด่นอะไรน่าใช้ คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ลืมเปลี่ยนแปรงสีฟันใหม่ให้ลูกทุก 3 เดือนนะคะ เพื่อการแปรงฟันให้สะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

แปรงสีฟันเด็ก Jordan Jordan Kid Step3

  • แปรงสีฟัน Jordan Kid Step1 สำหรับเด็กอายุ 0 – 2 ปี

การดูแลฟันชุดแรกที่เป็นฟันน้ำนม แปรงสีฟันเด็ก Jordan Kid step 1 รุ่นแรกนี้เหมาะมาก ๆ กับช่องปากและฟันของลูกน้อย ขอบอกว่าแปรงสีฟันรุ่นนี้ได้รางวัล Red Dot Design Awards ปี 2016 มาการันตีด้วยนะคะ  และนี่คือคุณสมบัติดีเด่นของแปรงสีฟัน Jordan Kid Step 1 (0-2 ปี)

– มีขนแปรงนุ่มพิเศษ ทำให้อ่อนโยนกับ ต่อฟัน และเหงือก

– มีด้ามจับถนัดมือ การออกแบบด้ามจับจะมีรูตรงกลาง เพื่อช่วยให้เด็ก ๆและคุณพ่อคุณแม่ จับแปรงสีฟันได้ถนัดมือมากขึ้น

– มีคอแปรงสั้น ที่ช่วยป้องกันอันตราย เช่น การสำลักขณะแปรงสีฟัน เนื่องจากแปรงสีฟันเข้าช่องปากเด็กลึกเกินไป

– มีจุดบอกปริมาณยาสีฟัน ทำให้รู้ว่าต้องป้าย ใช้ ยาสีฟันปริมาณเท่าไหร่ที่จะพอดีกับการแปรงฟันของดีช่วงวัยระหว่างนี้

– มีขอบยางฝึกกัด ช่วยลดอาการคันเหงือกใช้ขากรรไกรและการฝึกกัดของลูกได้ดีมาก ๆ ค่ะ สามารถเริ่มใช้ได้ตั้งแต่เด็กยังไม่มีฟันขึ้นเลย เพื่อเป็นการฝึกให้เด็กคุ้นเคยกับแปรงสีฟันด้วย

แปรงสีฟันเด็ก Jordan Jordan Kid Step 2

  • แปรงสีฟัน Jordan Jordan Kid Step 2 สำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี

เด็กช่วงวัยนี้รับประทานอาหารได้มากขึ้น ได้หลากหลายขึ้น ทำให้ต้องดูแลทำความสะอาดเข้มข้น เพราะถ้าแปรงฟันไม่สะอาด ก็สามารถทำให้เกิดฟันผุขึ้นได้ แปรงจอร์แดนถือเป็นตัวช่วยให้ช่วยทำความสะอาดได้ดีขึ้น แปรงสีฟัน Jordan Kid Step 2 มีการออกแบบพิเศษมาสำหรับการทำความสะอาดฟันน้ำนมของเด็กช่วงระหว่างวัยนี้โดยเฉพาะค่ะ

มีการออกแบบให้ด้ามจับแปรงสีฟันมีรูตรงกลาง เพื่อให้จับถนัดมือทั้งคุณแม่และลูกน้อย ทำให้แปรงฟังได้สะอาดยิ่งขึ้น

– มีขนแปรงนุ่ม และขนแปรงแบบ Active tips เพื่อการทำความสะอาดฟันซี่ในอย่างทั่วถึง

– มีลายการ์ตูนบนด้ามจับของแปรงสีฟัน ช่วยให้เด็ก ๆ สนุกกับการแปรงฟัน

– มีจุดบอกปริมาณยาสีฟันที่เหมาะกับเด็กวัยนี้

แปรงสีฟันเด็ก Jordan Jordan Kid Step3

  • แปรงสีฟัน Jordan Jordan Kid Step 3 สำหรับเด็กอายุ 6-9 ปี

ฟันน้ำนมที่ค่อย ๆ ทยอยหลุดออกไป จะถูกแทนที่ด้วยฟันแท้ เด็กในช่วงระหว่างวัยนี้ในช่องปากจะมีทั้งฟันน้ำนม และฟันแท้ ฉะนั้นเพื่อให้ฟันลูกสะอาด เหงือกแข็งแรง แนะนำเป็นแปรงสีฟัน Jordan Kid Step 3 ที่ออกแบบมาให้มีขนแปรง 2 แบบใน 1 ด้าม ที่เหมาะสำหรับทำความสะอาดทั้งฟันน้ำนม และฟันแท้ค่ะ

– มีขนแปรง 2 แบบใน 1 ด้าม ที่ใช้ทำความสะอาดได้ทั้งฟันน้ำนมและฟันแท้ได้ในเวลาเดียวกัน ขนแปรง Magic Tip จะเป็นขนแปรงรูปทรงพีรามิด ทำให้ซอกซอนทำความสะอาดได้ในซอกฟันที่เข้าถึงยากได้ดียิ่งขึ้น

– มีด้ามจับถนัดมือ ด้ามแปรงสีฟันออกแบบมาเป็นทรงสามเหลี่ยม ช่วยให้หมุนทำความสะอาดฟันได้โดยรอบ

– มีจุดบอกปริมาณป้ายยาสีฟันที่เหมาะกับเด็กวัยนี้

แปรงสีฟันที่ออกแบบมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะ มีคุณสมบัติที่น่าใช้ และขนาดทรงของแปรงสีฟัน ก็มีให้เลือกใช้ได้ครอบคลุมกับช่วงวัยของลูกน้อย ทั้งหมดนี้มีได้จาก แปรงสีฟันเด็ก Jordan Kid steps เท่านั้นนะคะ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องลังเลใจเลยค่ะ รีบไปซื้อแปรงสีฟันให้ลูกกันนะคะ

สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์แปรงสีฟัน Jordan Kid steps เพิ่มเติมได้ทาง https://www.facebook.com/jordanthailand/

ชื่อลูก

ชื่อลูก สำคัญไหม? หลักในการตั้งชื่อลูก มีอะไรบ้าง?

ชื่อลูก เป็นสิ่งที่จะติดตัวลูกไปจนโต ไม่ว่าจะเป็นชื่อจริงหรือชื่อเล่น คุณพ่อคุณแม่สมัยนี้จึงให้ความสำคัญกับการ ตั้งชื่อลูก เป็นอย่างมาก มาดูหลักในการตั้งชื่อลูกกันเถอะ

ชื่อลูก สำคัญไหม? หลักในการตั้งชื่อลูก มีอะไรบ้าง?

ในสมัยนี้ คุณพ่อคุณแม่มักจะให้ความสำคัญกับการตั้งชื่อลูกเพราะ ชื่อลูก จะเป็นสิ่งที่ติดตัวลูกไปทุกทีไปจนโต หากตั้งชื่อให้เพราะ มีความหมายดี ก็เชื่อว่าลูกจะได้รับสิ่งดี ๆ ไปด้วย (เพราะอย่างน้อยหากชื่อเรียกแล้วรื่นหู ใครได้ยินใครก็ชอบจริงไหมคะ) ชื่อทุกชื่อ ไม่ว่าจะเป็นจากพระตั้งให้ ผู้ใหญ่ตั้งให้ หรือแม้แต่พ่อแม่ตั้งให้ ล้วนแล้วแต่เป็นชื่อที่ดีกันทั้งนั้น มาดูกันว่าลักษณะของชื่อที่ดีมีอะไรบ้าง?

ลักษณะของชื่อที่ดี

  1. ผู้ตั้ง

ไม่ว่าจะเป็นญาติผู้ใหญ่ที่คุณพ่อคุณแม่เคารพนับถือ หรือพระผู้ใหญ่ หรือแม้แต่คุณพ่อคุณแม่เองเป็นคนตั้งให้ หากการตั้งครั้งนี้เป็นการตั้งด้วยความหวังดีประสงค์ดีต่อตัวลูกของเรา ก็ล้วนแล้วแต่เป็นชื่อที่ดีทั้งนั้น

2. ชื่อที่ไม่เสี่ยงต่อการโดนล้อ

การตั้งชื่อลูก ต้องมองไปถึงอนาคตของเขาด้วย หากชื่อเสี่ยงต่อการโดนล้อ เมื่อลูกโตขึ้น ก็อาจจะมีเพื่อน ๆ มาล้อเลียนจนทำให้เกิดปมด้อยต่อตัวลูกได้เพราะในบางทีชื่อที่พ่อแม่ตั้งนั้นคิดว่าดีแล้ว แต่สำหรับคนอื่นชื่อนั้นๆ อาจทำให้ลูกกลายเป็นตัวตลกก็ได้

อ่านต่อ คิดให้ดีก่อน ตั้งชื่อลูก เมื่อลูกโดนล้อเพราะชื่อฟรุ้งฟริ้ง!!

3. ชื่อที่มีความหมายดี

นอกจากการตั้งชื่อแล้ว ควรคำนึงถึงความหมายของชื่อด้วย หากความหมายของชื่อดี ทุกครั้งที่มีคนเรียกชื่อนี้ ก็เหมือนเป็นการอวยพรลูกไปในตัว

4. ตั้งชื่อให้อ่านง่าย

อย่าพยายามตั้งชื่อลูกให้อ่าน หรือเขียนยากจนเกินไป เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหากับลูกของคุณในอนาคตได้ จริงอยู่หากการเพิ่มเติมตัวสะกดแปลกๆ อาจจะทำให้ชื่อดูมีความแตกต่างและไม่เหมือนใคร แต่การตั้งชื่อที่ยาวและเขียนยากนั้นอาจทำให้รู้สึกหงุดหงิด หรือไม่พอใจเวลาที่โดนเรียกชื่อผิดก็ได้

ตั้งชื่อลูก
ตั้งชื่อลูก

สิ่งต้องคำนึงก่อนตั้งชื่อลูก

  1. ควรคำนึงถึงระยะเวลา ว่าชื่อนี้ เมื่อลูกโตเป็นผู้ใหญ่ หรือเข้าสู่วัยทำงาน และวัยชรา ชื่อนี้จะยังเหมาะกับช่วงอายุนั้น ๆ ด้วยหรือไม่ ชื่อบางชื่อ ตอนเป็นเด็ก เมื่อถูกเรียกก็ดูน่ารัก แต่เมื่อโตแล้ว ชื่อนี้อาจจะดูไม่เหมาะสมก็ได้
  2. การตั้งชื่อลูกที่เป็นภาษาต่างประเทศ ในบางชื่อออกเสียงยากเกินไปจนทำให้คนอื่นเรียกชื่อผิด ๆ ได้ หรืออาจกลายเป็นเรื่องตลก จากที่คิดว่าการตั้งชื่อแบบนี้นั้นโดดเด่น แต่อาจกลับกลายเป็นปมด้อยให้กับเด็กจนขาดความมั่นใจได้โดยไม่รู้ตัว
  3. หากตั้งชื่อลูกจากชื่อผลิตภัณฑ์ หรือชื่อสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน หากเมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า ชื่อที่ตั้งไว้ก็อาจกลายเป็นชื่อเชย ๆ ไปเลยก็ได้ ดังนั้นจึงควรระวังในการตั้งชื่อตามชื่อสินค้า
  4. การตั้งชื่อลูก โดยเฉพาะชื่อที่คล้ายกับสัตว์เลี้ยง อาจทำให้ลูกถูกล้อในอนาคตได้
  5. ควรตั้งชื่อลูกให้เป็นที่ยอมรับของบุคคลในครอบครัวอย่าง ปู่ ย่า ตา ยาย ด้วย หากชื่อนั้น ๆ ปู่ ย่า ตา ยาย เรียกได้ยาก ก็อาจจะทำให้เรียกผิดเรียกถูกได้ และหาก ปู่ ย่า ตา ยาย ไม่ยอมรับ ก็อาจจะทำให้เกิดความไม่พึงพอใจได้

การตั้งชื่อตามหลักทักษาปกรณ์

ทักษาปกรณ์ เป็นหลักการตั้งชื่อพื้นฐานตามโหราศาสตร์ที่สำคัญ คนไทยทั่วไปนิยมยึดถือปฏิบัติกันมากที่สุด ตามที่โบราณาจารย์ท่านได้กำหนด คำว่าทักษา ในทางโหราศาสตร์มีใช้หลายตำรา ทักษาหมายถึงดาวอัฏฐเคราะห์ ทั้ง 8 ที่มีลำดับการจัดเรียงเฉพาะ คือ พระอาทิตย์ (1) พระจันทร์ (2) พระอังคาร (3) พระพุธ (4) พระเสาร์ (7) พระพฤหัสบดี (5) พระราหู (8) และพระศุกร์ (6) ในการใช้ทักษาจะแทนด้วยวันเกิดซึ่งจะมีเพิ่ม พระราหู (8) หรือวันพุธกลางคืนเข้ามาด้วย เพื่อการอธิบายขอแยกเป็น 2 ส่วน คือ ภูมิ และ ทักษา ภูมิ หรือตำแหน่งจะมี 8 ภูมิ แต่ละภูมิหรือตำแหน่ง จะมีเรื่องราว ชื่อความหมายความเป็นมงคล อยู่ โดยจัดเรียงลำดับ ได้แก่

  • บริวาร ส่งเสริม แก้ไขเรื่อง บุตร สามี ภรรยา ลูกน้อง คนในปกครอง คนในบ้าน รวมไปจนถึงเพื่อนและมิตรสหาย สัตว์เลี้ยง การเกื้อหนุนจุนเจือไม่ขาด บารมี ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ความเคารพ น่าเชื่อถือ มีดีมีเด่นในคนหมู่มาก
  • อายุ ส่งเสริม แก้ไขเรื่อง วิถีความเป็นอยู่ สุขภาพดี แข็งแรง อายุยืนยาว ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บร้ายแรงเบียดเบียน ไม่เครียด กายเป็นสุข ใจเป็นสุข
  • เดช ส่งเสริม แก้ไขเรื่อง บารมี เกียรติยศ ชื่อเสียง อำนาจ ให้คนเคารพยำเกรง การควบคุมบังคับบัญชาคนได้ ผู้ใต้บังคับบัญชาเชื่อฟัง กล้าหาญ เด็ดเดี่ยวจริงจังหนักแน่น เข้มแข็ง
  • ศรี ส่งเสริม แก้ไขเรื่อง สิ่งที่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์สิน บ้าน เรือกสวนไร่นา อสังหาริมทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา มีสิริมงคล
  • มูละ ส่งเสริม แก้ไขเรื่อง ทรัพย์ ทรัพย์สินเงินทอง ทุนทรัพย์ผล ประโยชน์ หรือมรดก หลักฐานความมั่นคง ทำมาค้าขึ้น มีกำไร ประสบความสำเร็จในเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ
  • อุตสาหะ ส่งเสริม แก้ไขเรื่อง ความขยันหมั่นเพียร ให้เกิดผลสำเร็จ มีมานะอุตสาหะ หนักเอาเบาสู้ ไม่ท้อถอย มีความพยายามของตนเอง มีความรับผิดชอบ หัวคิดริเริ่มพยายาม แรงจูงใจ ทิฐิมานะ การประกอบกิจการค้า การเกษตรกรรม
  • มนตรี ส่งเสริม แก้ไขเรื่อง การอุปถัมภ์ค้ำชู ส่งเสริม อุปการะ สงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ครูอาจารย์ เจ้านาย และมีผู้ให้การช่วยเหลือ การดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน ครอบครัว ชอบไฝ่รู้
  • กาลกิณี โชคร้าย อัปมงคล ศัตรูคู่แข่ง คู่อาฆาต อุปสรรค ความยุ่งยาก ติดขัด เสียหาย วุ่นวายในการดำเนินชีวิต ความเหน็ดเหนื่อย ไม่มีโชคลาภห้ามนำอักษรในวรรคกาลกิณี นี้มาตั้งชื่อ
ตั้งชื่อจริง
ตั้งชื่อจริง

จะเห็นว่าการตั้งชื่อตามหลักทักษาปกรณ์ จะต้องทราบวันเกิดตามตัวผู้เกิดก่อน ซึ่งจะต้องเป็นวันตามจันทรคติเท่านั้น มาดูกันว่าใครเกิดวันไหน ควรมีตัวอักษรอะไรอยู่ชื่อบ้าง

  • เกิดวันอาทิตย์

บริวาร อ และ สระต่าง ๆ
อายุ ก ,ข ,ค ,ฆ ,ง
เดช จ ,ฉ ,ช ,ซ ,ฌ ,ญ
ศรี ฎ ,ฏ ,ฐ ,ฑ ,ฒ ,ณ
มูละ ด ,ต ,ถ ,ท ,ธ ,น
อุตสาหะ บ ,ป ,ผ ,ฝ ,พ ,ฟ ,ภ ,ม
มนตรี ย ,ร ,ล ,ว
กาลกิณี ศ ,ษ ,ส ,ห ,ฬ ,ฮ
  • เกิดวันจันทร์
บริวาร ก ,ข ,ค ,ฆ ,ง
อายุ จ ,ฉ ,ช ,ซ ,ฌ ,ญ
เดช ฎ ,ฏ ,ฐ ,ฑ ,ฒ ,ณ
ศรี ด ,ต ,ถ ,ท ,ธ ,น
มูละ บ ,ป ,ผ ,ฝ ,พ ,ฟ ,ภ ,ม
อุตสาหะ ย ,ร ,ล ,ว
มนตรี ศ ,ษ ,ส ,ห ,ฬ ,ฮ
กาลกิณี อ และ สระต่าง ๆ
  • เกิดวันอังคาร
บริวาร จ ,ฉ ,ช ,ซ ,ฌ ,ญ
อายุ ฎ ,ฏ ,ฐ ,ฑ ,ฒ ,ณ
เดช ด ,ต ,ถ ,ท ,ธ ,น
ศรี บ ,ป ,ผ ,ฝ ,พ ,ฟ ,ภ ,ม
มูละ ย ,ร ,ล ,ว
อุตสาหะ ศ ,ษ ,ส ,ห ,ฬ ,ฮ
มนตรี อ และ สระต่าง ๆ
กาลกิณี ก ,ข ,ค ,ฆ ,ง
  • เกิดวันพุธ (พุธกลางวัน)
บริวาร ฎ ,ฏ ,ฐ ,ฑ ,ฒ ,ณ
อายุ ด ,ต ,ถ ,ท ,ธ ,น
เดช บ ,ป ,ผ ,ฝ ,พ ,ฟ ,ภ ,ม
ศรี ย ,ร ,ล ,ว
มูละ ศ ,ษ ,ส ,ห ,ฬ ,ฮ
อุตสาหะ อ และ สระต่าง ๆ
มนตรี ก ,ข ,ค ,ฆ ,ง
กาลกิณี จ ,ฉ ,ช ,ซ ,ฌ ,ญ
  • เกิดวันพุธ (พุธกลางคืน)

บริวาร ย ,ร ,ล ,ว
อายุ ศ ,ษ ,ส ,ห ,ฬ ,ฮ
เดช อ และ สระต่าง ๆ
ศรี ก ,ข ,ค ,ฆ ,ง
มูละ จ ,ฉ ,ช ,ซ ,ฌ ,ญ
อุตสาหะ ฎ ,ฏ ,ฐ ,ฑ ,ฒ ,ณ
มนตรี ด ,ต ,ถ ,ท ,ธ ,น
กาลกิณี บ ,ป ,ผ ,ฝ ,พ ,ฟ ,ภ ,ม
  • เกิดวันพฤหัสบดี
บริวาร บ ,ป ,ผ ,ฝ ,พ ,ฟ ,ภ ,ม
อายุ ย ,ร ,ล ,ว
เดช ศ ,ษ ,ส ,ห ,ฬ ,ฮ
ศรี อ และ สระต่าง ๆ
มูละ ก ,ข ,ค ,ฆ ,ง
อุตสาหะ จ ,ฉ ,ช ,ซ ,ฌ ,ญ
มนตรี ฎ ,ฏ ,ฐ ,ฑ ,ฒ ,ณ
กาลกิณี ด ,ต ,ถ ,ท ,ธ ,น
  • เกิดวันศุกร์
บริวาร ศ ,ษ ,ส ,ห ,ฬ ,ฮ
อายุ อ และ สระต่าง ๆ
เดช ก ,ข ,ค ,ฆ ,ง
ศรี จ ,ฉ ,ช ,ซ ,ฌ ,ญ
มูละ ฎ ,ฏ ,ฐ ,ฑ ,ฒ ,ณ
อุตสาหะ ด ,ต ,ถ ,ท ,ธ ,น
มนตรี บ ,ป ,ผ ,ฝ ,พ ,ฟ ,ภ ,ม
กาลกิณี ย ,ร ,ล ,ว
  • เกิดวันเสาร์
บริวาร ด ,ต ,ถ ,ท ,ธ ,น
อายุ บ ,ป ,ผ ,ฝ ,พ ,ฟ ,ภ ,ม
เดช ย ,ร ,ล ,ว
ศรี ศ ,ษ ,ส ,ห ,ฬ ,ฮ
มูละ อ และ สระต่าง ๆ
อุตสาหะ ก ,ข ,ค ,ฆ ,ง
มนตรี จ ,ฉ ,ช ,ซ ,ฌ ,ญ
กาลกิณี ฎ ,ฏ ,ฐ ,ฑ ,ฒ ,ณ

นอกจากนี้ ยังมีหลักในการตั้งชื่ออื่น ๆ อีกมากมาย คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกตั้ง ชื่อลูก ตามสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่เห็นว่าดีได้เลยค่ะ เพราะทุกอย่างที่คุณพ่อคุณแม่ทำให้ลูก ล้วนแล้วแต่เป็นความปรารถนาดีต่อตัวลูกทั้งนั้น

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ชื่อจริงลูกชาย 300 ชื่อมงคล ตั้งให้ลูก โตไปมีอำนาจ ได้เป็นเจ้าคนนายคน

ไอเดีย ชื่อลูก 1,000 ชื่อ รวมฮิตชื่อเล่น ชื่อลูกสาว-ลูกชาย หลายภาษา

100+ ชื่ออิสลามผู้ชาย ความหมายดี มีมงคลติดตัวลูก

ชื่อเล่นผู้หญิง น่ารักไว้ตั้งให้ลูกสาว..ดวงปังเพราะชื่อดี!!

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.myhora.com, www.sanook.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ปั๊มนม อย่างไรให้ถูกต้อง ปั๊มถูกวิธีมีดีกว่าที่คิด!!

ปั๊มนม วิธีเก็บสำรองนมแม่ที่คุณแม่ลูกอ่อนคุ้นเคย แต่วิธีที่ทำอยู่นั้นจะถูกวิธีจริงหรือ ปั๊มนมให้ถูกต้องได้น้ำนมคุณภาพให้ลูกน้อยแถมดีต่อแม่แบบไหนอย่างไรดูกัน

ปั๊มนม อย่างไรให้ถูกต้อง ปั๊มถูกวิธีมีดีกว่าที่คิด!!

คุณแม่ที่มีความตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้น หากนำลูกเข้าเต้าตลอดเวลาแม่คงต้องมีเวลาให้ลูกแทบจะ 24 ชั่วโมง ซึ่งในความเป็นจริงเวลาของคุณแม่แม้ว่าจะตั้งใจอุทิศให้แก่ลูกทั้งหมด แต่เราก็ต้องมีเวลาทำธุระส่วนตัว พักผ่อน และยิ่งในสังคมปัจจุบันที่ผู้หญิงมีภาระที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ไม่ได้อยู่บ้านเลี้ยงลูกเพียงอย่างเดียว ดังนั้นตัวช่วยในการให้คุณแม่สามารถทำตามเป้าหมายในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้สำเร็จ ก็คือ การ ปั๊มนม

เข้าเต้าเพียงอย่างเดียว แม่ไม่มีเวลาส่วนตัว
เข้าเต้าเพียงอย่างเดียว แม่ไม่มีเวลาส่วนตัว

ทำไมต้องปั๊มนม ?

การปั๊มนมเป็นตัวช่วยในการให้นมลูกที่ดี เพราะเป็นวิธีที่สามารถให้ผู้อื่นสามารถให้นมแม่แก่ลูกน้อยได้ และคุณแม่สามารถมีเวลาไปทำกิจกรรมอื่น ๆ รวมถึงสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ เพราะการที่เราพักผ่อนน้อยจะมีผลต่อปริมาณน้ำนมแม่ด้วยเช่นกัน ซึ่งเราสามารถสรุปรวมเป็นข้อดีของการปั๋มนมไว้ ดังนี้

  • การปั๊มนม เป็นวิธีการกระตุ้นการผลิตน้ำนม เมื่อเราสามารถปั๊มน้ำนมแม่ออกมาได้เกลี้ยงเต้าก็จะส่งผลร่างกายผลิตน้ำนมใหม่อยู่เสมอ ทำให้ปริมาณน้ำนมแม่เพิ่มมากขึ้น
  • เป็นการเก็บสำรองน้ำนมแม่ไว้ให้ลูก โดยเฉพาะในกรณีที่แม่ไม่สามารถให้นมจากเต้าโดยตรงไม่ได้ เช่น ลูกคลอดก่อนกำหนดต้องเข้าตู้อบ คุณแม่ต้องใช้ยารักษาที่ส่งผลต่อคุณภาพ และการปนเปื้อนของน้ำนมแม่ เป็นต้น
  • ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากการคัดเต้านม หากคุณแม่ทำการปั๊มนมเป็นเวลา กำหนดไว้ว่าจะปั๊มนมทุกกี่ชั่วโมง ก็จะส่งผลให้เต้านมไม่คัดเพราะสามารถระบายออกได้ก่อน แต่ไม่ควรปั๊มมากเกินไปในช่วงที่คัดเต้านม เพราะจะยิ่งทำให้อาการเจ็บรุนแรงมากขึ้น
  • เปิดโอกาสให้คุณพ่อได้ใกล้ชิดกับลูก เพราะสามารถป้อนนมแม่จากขวดนมให้กับลูกแทนคุณแม่ได้
  • คุณแม่มีเวลามากขึ้น สามารถทำกิจกรรมอื่น ๆ และพักผ่อน ช่วยลดความเครียดในการดูแลลูก ยิ่งจิตใจคุณแม่เบิกบาน ไม่เครียดก็ส่งผลต่อปริมาณน้ำนมแม่ให้มีเพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อย

ควรเริ่มปั๊มนมเมื่อใด ?

การปั๋มนมไม่ใช่แค่เป็นเพียงการเก็บสำรองน้ำนมไว้เท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นการกระตุ้นน้ำนม โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องน้ำนมไม่เพียงพอ โดยสามารถเริ่มปั๊มนมได้ทันทีหลังคลอด เป็นการเสริมการกระตุ้นน้ำนมแม่เพิ่มเติมจากการกระตุ้นจากการดูดนมของลูก จะช่วยให้น้ำนมไหลออกมามากขึ้น

หากคุณแม่จำเป็นต้องกลับไปทำงานหลังครบกำหนดลาคลอด ควรเริ่มฝึกปั๊มนมอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนหน้าที่จะกลับไปทำงาน และฝึกปั๊มให้ถูกวิธีด้วย โดยอาจปั๊มนมหลังจากให้ลูกเข้าเต้าเรียบร้อยแล้ว หรือจะปั๊มนมอีกข้างในขณะที่ลูกกำลังดูดนมอีกข้างเลยก็ได้เช่นกัน

ปั๊มนม เก็บเป็นสต็อกทำให้พ่อมีโอกาสป้อนนมลูก
ปั๊มนม เก็บเป็นสต็อกทำให้พ่อมีโอกาสป้อนนมลูก

ปั๊มนมอย่างไรให้ถูกหลัก!!

การปั๊มนมแม่ สามารถทำได้ด้วยการบีบด้วยมือ หรือใช้เครื่องปั๊มน้ำนม ในระยะแรกคุณแม่อาจจะปั๊มนมออกมาได้ในปริมาณที่ไม่มาก ก็อย่าเพิ่งท้อใจ เพราะการปั๊มน้ำนมนั้นไม่ใช่เรื่องยาก หากรู้วิธีที่ถูกต้อง

วิธีปั๊มนมที่ถูกต้อ

หากคุณแม่อยากมีน้ำนมในปริมาณมาก ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปั๊มนม คือ ช่วงเวลาเช้ามืด ประมาณ 5.00-7.00 น. เนื่องจากว่าเวลาในช่วงนี้ ร่างกายของคุณแม่ได้รับการพักผ่อนมาอย่างเต็มที่ ผ่อนคลาย ร่างกายก็จะสามารถผลิตน้ำนมได้มากที่สุด จึงเหมาะแก่การทำสต็อกน้ำนมแม่เก็บไว้ หากเราทำเป็นประจำสม่ำเสมอ จะยิ่งช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมอย่างแน่นอน

ข้อดีของการปั๊มนมด้วยมือเห็นจะเป็นเรื่อง ความง่าย สะดวก หากคุณแม่เกิดปัญหาเวลาออกไปข้างนอก แล้วลืมเครื่องปั๊มนม การรู้วิธีการปั๊มนมด้วยมือจึงเป็นทางออกที่ดี ไม่ต้องรอหลายชั่วโมงเพื่อกลับมาปั๊มนมที่บ้านให้เต้านมคัดตึง เจ็บเต้าจนแข็งเป็นไต ขั้นตอนการปั๊มนมด้วยมือ มีดังต่อไปนี้
เตรียมตัว
  • ล้างมือ ถุงเก็บน้ำนม และขวดนม หรือภาชนะสำหรับใส่น้ำนมให้สะอาดด้วยการต้ม หรือนึ่งน้ำร้อนฆ่าเชื้อโรค
  • ภาชนะที่ใช้ใส่ควรเป็นขวดปากกว้าง ใช้ภาชนะที่ทำจากแก้วหรือพลาสติกแข็ง ไม่แนะนำโลหะ เนื่องจากเม็ดเลือดขาวที่อยู่ในน้ำนมจะเกาะติดอยู่กับโลหะ ทำให้ภูมิต้านทานที่อยู่ในน้ำนมลดต่ำลง ลูกน้อยได้รับไม่เพียงพอ
  • จัดเตรียมห้องสำหรับปั๊มนมให้โล่งโปร่งสบาย ทำให้จิตใจผ่อนคลาย จะช่วยให้การปั๊มนมสำเร็จได้ด้วยดี
  • ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบบริเวณเต้านม ประมาณ 1-3 นาที ก่อนการปั๊มน้ำนม เพื่อช่วยให้น้ำนมไหลได้ดีขึ้น
  • นั่งลงเอนตัวไปด้านหน้า จัดท่าเพื่อทำการนวด และปั๊มนม

เริ่มปั๊มนมด้วยมือกันเลย!!

  • นวดเต้านมก่อนทำการปั๊มนม ด้วยการคลึงเต้านมเบา ๆ เป็นวงกลม โดยเริ่มจากฐานเต้าเข้าหาหัวนม แล้วใช้นิ้วถึงหัวนม คลึงเบา ๆ ช่วยกระตุ้นการหลั่งของน้ำนมได้ดีขึ้น
  • วางนิ้วโป้งเหนือหัวนม นิ้วชี้อยู่ด้านใต้หัวนม ให้นิ้วทั้งสองห่างจากลานหัวนมประมาณ 1 นิ้ว และมืออยู่ในลักษณะรูปตัวซี (c)
  • กดนิ้วทั้งสองเข้าหาลงไปพร้อมกันช้า ๆ ให้ลึกลงไปด้านหลังของลานนม แล้วปล่อยมือออกเป็นจังหวะ ทำแบบนี้เพื่อเป็นการเลียนแบบการดูดนมของลูก หากน้ำนมยังไม่ออก ให้ค่อย ๆ ปรับทิศทางจนน้ำนมไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง
  • ระวังอย่าบีบแต่ตรงปลายหัวนม รีดคั้นเต้านม กดหรือดึงหัวนม นอกจากจะไม่ช่วยให้น้ำนมไหลออกมาแล้ว ยังทำให้เจ็บ และอาจหัวนมอักเสบได้
  • รออย่างใจเย็น เพราะในบางครั้งน้ำนมอาจยังไม่ไหลออกมาทีเดียว อาจต้องปั๊ม และรอถึง 1-2 นาทีกว่าน้ำนมจะไหลออกมา
  • หากสังเกตว่าน้ำนมเริ่มน้อยลง ให้เปลี่ยนบริเวณที่บีบไปรอบ ๆ ลานนม เพื่อไม่ให้รู้สึกเจ็บจากการบีบน้ำนมบริเวณเดิมซ้ำ ๆ
  • ใช้เวลาในการบีบน้ำนมข้างละประมาณ 5-10 นาที แล้วจึงสลับข้าง
  • บีบน้ำนมสลับไปมาทั้งสอง จนกว่าเต้านมจะนิ่มลง หรือได้น้ำนมในปริมาณที่ต้องการ
  • ใช้เวลาทั้งหมดในการปั๊มนมประมาณ 20-30 นาที ทำทุก ๆ 3 ชั่วโมงจะได้ผลดีที่สุด

    ่ตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่ใช้นมผง ปั๊มนม ช่วยได้
    ่ตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่ใช้นมผง ปั๊มนม ช่วยได้

 การปั๊มนมด้วยเครื่อง 

เครื่องปั๊มนม สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

1. แบบปั๊มมือ เหมาะสำหรับคุณแม่ที่อยู่บ้านเลี้ยงลูกเอง สามารถเอาลูกเข้าเต้าได้ตลอดเวลาที่ลูกต้องการ จึงไม่จำเป็นต้องปั๊มเก็บไว้ในปริมาณมาก จึงมีเครื่องปั๊มนมแบบใช้มือ เผื่อเวลาต้องไปทำธุระนอกบ้านครั้งคราวปั๊มน้ำนมสะสมเก็บไว้ในตู้เย็นบ้าง

  • ข้อดี คือ สามารถปรับความแรงได้ตามแรงบีบของมือ ราคาย่อมเยา
  • ข้อเสีย คือ ทำให้เมื่อยมือ เพราะต้องใช้แรงมือบีบ และปั๊มได้ทีละข้างทำให้เสียเวลา ไม่สามารถปั๊มไปด้วยพร้อม ๆ กับให้ลูกเข้าเต้าได้

2. แบบแบตเตอรี่อัตโนมัติ ลักษณะคล้ายปั๊มมือเพียงใช้มอเตอร์ทำงานด้วยแบตเตอรี่ในการปั๊ม ปั๊มได้ทีละข้าง ไม่ต้องเมื่อยมือ และสามารถปั๊มนมพร้อมกับที่ลูกดูดอีกข้างหนึ่งไปพร้อมกันได้ แต่อาจมีเสียงดังพอสมควร ทำให้รบกวนเวลาปั๊มตอนกลางดึก

3.เครื่องปั๊มนมแบบไฟฟ้า มีให้เลือกทั้งแบบปั๊มทีละข้าง และปั๊มพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง สามารถปรับระดับความแรงในการปั๊มได้ เสียงไม่ดังรบกวน

  • ข้อดี คือ ประหยัดเวลาในการปั๊มนม โดยใช้เวลาปั๊มทั้งสองข้างพร้อมกันนาน 10 นาที แต่ได้ปริมาณน้ำนมเท่ากับการปั๊มนมทีละข้างนาน 30 นาที ทำให้คุณแม่มีเวลาเหลือไปทำอย่างอื่น หรือเพิ่มเวลาพักผ่อนได้มากขึ้น อีกทั้งยังเสียเวลางานน้อยลงอีกด้วยสำหรับแม่ที่ต้องกลับไปทำงานหลังลาคลอด
  • ข้อเสีย คือ ขนาดและน้ำหนักเครื่องไม่สะดวกต่อการพกพา ราคาสูง ทำให้คุณแม่บางคนไม่อยากซื้อมาใช้ เพราะกลัวว่าจะไม่สามารถปั๊มน้ำนมได้มากคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ แต่การใช้เครื่องปั๊มนมแบบไฟฟ้าถ้าใช้ถูกวิธีก็สามารถบีบนมออกมาได้เกลี้ยงเต้าทุกครั้ง ช่วยเพิ่มการผลิตนมของร่างกายคุณแม่ทำให้ปริมาณน้ำนมเพิ่มขึ้นได้

    ปั๊มนม ด้วยเครื่องปั๊มนมไฟฟ้า
    ปั๊มนม ด้วยเครื่องปั๊มนมไฟฟ้า

เริ่มปั๊มนมด้วยเครื่องปั๊มนมกันได้เลย !!

  • ล้างมือ อุปกรณ์ปั้มนม และขวดนมให้สะอาด
  • วางกรวยเต้าสำหรับปั๊มนมบนหัวนม โดยให้กรวยอยู่ตรงกลางหัวนม
  • ประคองเต้านมด้วยมือข้างเดียว โดยให้นิ้วโป้งอยู่ด้านบน ส่วนนิ้วที่เหลือประคองอยู่ด้านใต้เต้านม และระมัดระวังอย่าออกแรงดันหัวนมกับกรวยเต้านมมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดรอยที่ผิวบริเวณเต้านมได้
  • ปรับความเร็ว และอัตราการปั๊มนมตามคู่มือการใช้เครื่อง โดยควรเริ่มต้นจากอัตราการปั๊มที่ต่ำและเร็ว เมื่อน้ำนมเริ่มไหลอย่างคงที่่ ซึ่งปกติจะใช้เวลาประมาณ 1-3 นาที แล้วจึงค่อยปรับความเร็วให้ช้าลง และเพิ่มอัตราการปั๊มขึ้น
  • การปั๊มนมแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที เมื่อเรียบร้อยแล้ว ให้ค่อย ๆ นำกรวยเต้าสำหรับปั๊มนมออกจากเต้านม จากนั้นนำน้ำนมที่ได้ไปเก็บไว้ในที่เย็นทันที เพื่อรักษาคุณภาพของน้ำนม
  • ทำความสะอาดเครื่องปั๊มนมตามคู่มือการใช้ และเก็บให้มิดชิดเพื่อป้องกันเชื้อโรคและสิ่งสกปรก

ทั้งนี้ การใช้เครื่องปั๊มนมจะไม่ทำให้คุณแม่รู้สึกเจ็บขณะปั๊ม หากมีอาการเจ็บแสดงว่าขนาดของกรวยเต้าที่ใช้ปั๊มนมนั้นผิดขนาดหรือตั้งอัตราการปั๊มนมสูงเกินไป ทว่าหากลองปรับเปลี่ยนตามนี้แล้วยังรู้สึกเจ็บขณะปั๊มนม ควรไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านนมแม่ เพื่อช่วยหาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขที่ถูกต้องต่อไป

ปั๊มนมได้ ต้องเก็บรักษาเป็นด้วยนะ!!

คุณแม่บางท่านให้ความสำคัญกับการปั๊มนมให้ได้ปริมาณที่มากพอกับความต้องการของลูก จึงศึกษาค้นคว้าหาวิธีในการปั๊มนมเพื่อให้ได้น้ำนมแม่ให้ได้มากที่สุด แต่บางครั้งเราลืมนึกไปว่า เมื่อได้น้ำนมแม่มาเป็นสต็อกแล้ว การเก็บรักษานมแม่ก็สำคัญไม่แพ้กัน การเก็บรักษาที่ไม่ดีพออาจทำให้คุณภาพของน้ำนมลดลง หรืออาจเสียได้

คลึงนวดเต้านมช่วยให้น้ำนมไหลดี
คลึงนวดเต้านมช่วยให้น้ำนมไหลดี

การเก็บรักษาสต็อกนมแม่

  1. ควรเก็บรักษานมในขวดแก้ว ขวดพลาสติก หรือถุงชนิดปลอดสาร BPA ที่ปิดสนิทโดยทันที
  2. นำไปแช่เย็นในปริมาณ 60-120 มิลลิลิตรต่อ 1 บรรจุภัณฑ์
  3. ระยะเวลาการเก็บรักษานมแม่จะขึ้นอยู่กับลักษณะการเก็บรักษา
  • สามารถเก็บไว้ได้ไม่เกิน 6 ชั่วโมง ในห้องที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส
  • เก็บไว้ได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง ในกระเป๋าเก็บความเย็นที่มีถุงน้ำแข็ง
  • สามารถเก็บนมแม่ไว้ได้ประมาณ 3-8 วัน ในตู้เย็นช่องปกติ
  • เก็บรักษาได้ไม่เกิน 6 เดือน ในช่องแช่แข็ง แต่การแช่แข็งอาจทำให้สารภูมิคุ้มกัน (แอนติบอดี้)ที่อยู่ในนมถูกทำลายได้ ถึงอย่างไรก็ยังคงมีคุณค่าทางอาหารที่จำเป็นแก่ลูกอยู่ สามารถนำมาเลี้ยงทารกได้ โดยต้องระวังวิธีการนำน้ำนมแช่แข็งมาใช้ ควรแกว่งถุงที่ใส่นมเบา ๆ ในน้ำอุ่น ไม่ใช้น้ำร้อนจัด หรืออุ่นนมด้วยเตาไมโครเวฟ เมื่ออุ่นแล้วจะอยู่ในอุณหภูมิห้องได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง และหากใช้ไม่หมดไม่สามารถนำกลับไปแช่แข็งได้อีก เพราะจะทำให้นมเสื่อมคุณภาพ

ทั้งนี้ หากทิ้งนมแม่ไว้ระยะหนึ่ง ไขมันที่อยู่ในนมจะแยกตัวจากน้ำนมและลอยขึ้นมาอยู่ด้านบน ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เช่นเดียวกับสีของนมแม่ที่อาจแตกต่างจากสีนมปกติที่มีสีเหลืองนวล โดยเป็นผลจากการรับประทานอาหารหรือใช้ยารักษาโรคบางชนิด อย่างไรก็ตาม ควรสังเกตลักษณะของนมแม่ก่อนนำมาใช้เสมอ ไม่ควรให้เด็กดื่ม หากนมมีกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นเปรี้ยวผิดปกติ

ข้อมูลอ้างอิงจาก www.pobpad.com/

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

เครื่องปั๊มนม Malish ไอเท็มดาวรุ่ง ตอบโจทย์คุณแม่ยุคใหม่

มิติใหม่ของการปั๊ม ต้องยกให้ imani เครื่องปั๊มนมแบบไร้สาย พกง่าย โดนใจสุด ๆ

การเปลี่ยนแปลงของเต้านมขณะตั้งครรภ์ ความลับที่แม่ท้องควรรู้

10 สัญญาณเตือน มะเร็งปากมดลูก

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก โคโดโม โอกานิคุ

รีวิว 3 ยี่ห้อ “ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก” สูตรออร์แกนิค ยี่ห้อไหนซักผ้าสะอาด กลิ่นหอมติดผ้านาน

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกวัยทารก เด็กเล็ก ใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็กยี่ห้อไหนกันอยู่บ้างคะ บ้านทีมแม่ ABK เราใช้เปลี่ยนสลับอยู่หลายยี่ห้อค่ะ วันนี้ก็เลยจะมารีวิว 3 ยี่ห้อยอดนิยมที่หลายครอบครัวชอบใช้ นั่นก็คือ ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก โคโดโม ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก เบบี้มายด์ และ ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก ดีนี่

ทีมแม่ ABK บอกกับว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อยู่เสมอว่า การดูแลซักทำความสะอาดเสื้อผ้าเด็กทารก เด็กเล็ก ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ซักทำความสะอาด ที่ออกแบบมาสำหรับเสื้อผ้าเด็กเท่านั้น ไม่แนะนำให้นำมาซักรวมกับเสื้อผ้าของผู้ใหญ่ เพราะเสื้อผ้าผู้ใหญ่มีทั้งเหงื่อไคล คราบสกปรกหนัก ๆ ที่ต้องซักทำความสะอาดด้วยผงซักฟอก หรือผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ทำมาเพื่อซักผ้าทั่วไป ที่ก็จะมีสารเคมีในการทำความสะอาดที่มากขึ้น ตรงนี้แหละที่ไม่เหมาะกับเสื้อผ้าเด็ก เพราะอาจมีสารเคมีตกค้างมากับเสื้อผ้าได้ และสามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิวที่บอบบางของลูกน้อยได้ ฉะนั้นเสื้อผ้าเด็ก ควรซักด้วยผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่เป็นสูตรสำหรับเด็กโดยเฉพาะดีกว่าค่ะ

และสำหรับผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก ที่อยากจะแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ ได้เตรียมซื้อไว้ใช้ซักผ้าลูกน้อย ทีมแม่ ABK เลือกมาให้ 3 ยี่ห้อ ที่เป็นสูตรอ่อนโยน มีความเป็นธรรมชาติ บอกเลยว่าทั้ง 3 ยี่ห้อนี้ใช้ดีมาก ๆ แต่ก็จะมีคุณสมบัติเด่นแตกต่างกันอยู่บ้าง โดยเฉพาะเรื่องของกลิ่นหอม ที่คุณแม่มักจะถามมาด้วยว่ายี่ห้อไหนกลิ่นหอมติดผ้าดีที่สุด อย่ารอช้า เราไปเปิดถุง น้ำยาซักผ้าเด็ก พร้อมกันค่ะ

ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก โคโดโม โอกานิคุ

ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก โคโดโม โอกานิคุ สำหรับเด็กแรกเกิด 0+

แค่ชื่อก็น่ารักแล้วใช่ไหมคะ ชื่อเต็ม ๆ ก็คือ “ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็กโคโดโม โอกานิคุ (Oganiku) สูตรนิวบอร์น กลิ่นเนเชอรัล บลูมมิ่ง” ที่มีส่วนผสมจากสารสกัดออร์แกนิค อโล เวร่า บอกเลยว่าเป็นสูตรที่แม่บ้านนี้ชอบมาก ซื้อใช้ซ้ำบ่อยกว่าอีก 2 ยี่ห้อ เพราะว่าช่วยขจัดคราบเลอะได้อย่างสะอาด เดี๋ยวจะหาว่าแม่โม้ พูดเว่อร์เกินไป คืออย่างปกติคราบเลอะบนเสื้อผ้าเด็กทารก ก็จะมีคราบนม คราบฉี่ คราบอึ เป็นคราบเลอะทั่วไปที่ยังไงก็ต้องเจอบนเสื้อผ้า ผ้าอ้อมผ้า ผ้าปูเบาะนอนของลูกอยู่แล้ว โดยเฉพาะคราบอึเนี่ย ถือว่าเป็นคราบหนัก ถ้าไม่รีบซักคราบก็จะฝังแน่น ซักออกยาก แต่แม่ซักด้วย ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก โคโดโม โอกานิคุ คือซักคราบออกง่าย บ้านไหนไม่ได้ซักผ้าลูกที่เลอะในทันที ก่อนซักผ้าที่เลอะแนะนำให้แช่ผ้าในน้ำยาสัก 10 นาที จะช่วยให้คราบเลอะที่ติดแน่นขยี้ซักออกได้ง่ายขึ้น อันนี้ได้ลองกับเสื้อผ้าที่มีคราบเลอะซอส ก็ซักออกได้สะอาดเลยค่ะ

ส่วนกลิ่นหอมของ น้ำยาซักผ้า โคโดโม เป็นกลิ่นหอมอ่อน ๆ จาก Natural Essential Oil กลิ่นธรรมชาติที่สบายจมูกมาก หอมละมุน ที่สำคัญกลิ่นของน้ำยาซักผ้า ยังติดทนเนื้อผ้าอยู่ได้นานเป็นสัปดาห์ด้วยนะคะ

ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก ดีนี่ ออร์แกนิค สำหรับเด็กแรกเกิด 0+

ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก ดีนี่ ออร์แกนิค สำหรับเด็กแรกเกิด 0+

ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก ดีนี่ นิวบอร์น ออร์แกนิค อโลเวร่า มีส่วนผสมสารสกัดออร์แกนิค อโล เวร่า ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก ดีนี่ สูตรนี้ในเรื่องการขจัดคราบสกปรกบนเสื้อผ้าได้ดี แม่ได้ลองซักผ้าที่เลอะซอส ก็ขยี้ซักออกง่ายในทันที และลองทิ้งผ้าที่เลอะคราบซอส ก่อนซักแช่ 10 นาที ขยี้คราบออกค่ะ แต่ใช้เวลานานสักหน่อย กว่าจะขยี้คราบออกหมด ส่วนกลิ่นหอมของ น้ำยาซักผ้า ดีนี่ ออร์แกนิค กลิ่นออกแนวหอมอ่อนโยน กลิ่นหอมจะไม่ติดทนนานบนเสื้อผ้า

ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก เบบี้มายด์ ไบโอแกนิก สำหรับเด็กแรกเกิด 0+

ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก เบบี้มายด์  ไบโอแกนิก สำหรับเด็กแรกเกิด 0+

ถ้าคุณพ่อคุณแม่ต้องการประหยัดเวลาในการซักเสื้อผ้าลูกให้ครบจบพร้อมกันในครั้งเดียว ก็ต้องนี่ค่ะ “ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก อัลตร้ามายด์ 2อิน1 เบบี้ ลิควิด แฟบริค วอช สูตรไบโอแกนิก (Bioganik)” ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็กผสมปรับผ้านุ่ม มีสารสกัดออร์แกนิค คาโมมายล์ และ ฮันนี่ซัคเคิล ช่วยให้ซักผ้าได้สะอาด นุ่มในฝาเดียว จากที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก เบบี้มายด์ กับเสื้อผ้าของเด็ก ๆ ที่บ้าน แม่ว่าการขจัดคราบหนัก ๆ อาจจะสู้ 2 ยี่ห้อแรกไม่ได้ แต่ถ้าเป็นคราบสกปรกเบา ๆ ก็ซักผ้าได้สะอาดเลยค่ะ ส่วนความหอมของน้ำยาซักผ้า จะเป็นความหอมอ่อนละมุน กลิ่นหอมติดเสื้อผ้า แต่กลิ่นอยู่ 2-3 วันก็จะค่อย ๆ จางลงค่ะ

ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก โคโดโม

จากผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็กทั้ง 3 ยี่ห้อ จริง ๆ ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดไม่ต่างกันมาก เพราะซักเสื้อผ้าลูกได้สะอาดเหมือนกัน แต่ถ้าการขจัดคราบหนักฝังแน่น ซักขยี้คราบสกปรกออกง่าย เสื้อผ้าสะอาดหมดจด และมีกลิ่นหอมติดเนื้อผ้าได้นาน หมดปัญหากลิ่นอับในเสื้อผ้า ทีมแม่ ABK ยกให้ “น้ำยาซักผ้าเด็ก โคโดโม โอกานิคุ” ค่ะ

สำหรับผลิตภัณฑ์ น้ำยาซักผ้าเด็ก โคโดโม , น้ำยาซักผ้าเด็ก ดีนี่ และ น้ำยาซักผ้าเด็ก เบบี้มายด์ คุณพ่อคุณแม่สามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้า และร้านค้าชั้นนำทั่วไป รวมถึงช่องทางออนไลน์อย่าง LAZADA และ SHOPEE ก็หาซื้อได้สะดวก สบายเลยค่ะ  

 

 

อยากได้ลูกแฝด

แชร์ 5 ท่ารัก!!เพื่อคน อยากได้ลูกแฝด บอกหมดไม่หมกเม็ด

อยากได้ลูกแฝด ต้องทำอย่างไร ที่นี่มีคำตอบ บอกหมดไม่หมกเม็ดโอกาสได้ลูกแฝดต้องกินอะไร ทำตัวแบบไหน ท่วงท่ารักเช่นใด ช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์มีลูกแฝดปั๊มทีเดียวคุ้ม

แชร์ท่ารัก!!เพื่อคน อยากได้ลูกแฝด บอกหมดไม่หมกเม็ด

เมื่อคู่รักตกลงปลงใจแต่งงาน สร้างครอบครัวกันแล้ว สิ่งที่เป็นความคาดหวังต่อมาคือการได้มีลูก มีเจ้าตัวน้อยมาทำให้ครอบครัวสมบูรณ์แบบ ในสังคมปัจจุบันที่อะไรต่อมิอะไรก็รวดเร็วไปเสียหมด การที่จะมีแนวความคิดในการ อยากได้ลูกแฝด เพื่อที่จะได้สร้างครอบครัวให้สมบูรณ์ด้วยการมีลูกได้เร็วขึ้น เรียกได้ว่าปั๊มทีเดียว ได้ครบไม่ต้องเสียเวลากัน จึงเป็นกระแสที่มีมากขึ้น

อยากได้ลูกแฝด ต้องทำอย่างไร
อยากได้ลูกแฝด ต้องทำอย่างไร

การจะได้ลูกแฝดนั้น คุณแม่ต้องตั้งครรภ์แฝด ซึ่งการตั้งครรภ์แฝด มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ นั่นคือ

  • แฝดแท้ (Identical-monozygotic) 

เป็นแฝดที่เกิดจากไข่ที่มีการปฎิสนธิ 1 ฟอง แต่เกิดการแบ่งตัวออกเป็น 2 ส่วน ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนกัน ทำให้มีความเหมือนกันแทบทุกอย่าง ส่วนใหญ่จะเป็นแฝดเพศเดียวกัน พบได้ราว 30% ของการตั้งครรภ์แฝดทั้งหมด การตั้งครรภ์แฝดแท้มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่าการตั้งครรภ์แฝดเทียม เพราะเป็นการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนจากตัวอ่อนขึ้นมามากกว่า 1 ภายหลังจากที่ตัวอ่อนได้ฝังตัวอยู่ในโพรงมดลูกแล้ว หากการแบ่งตัวนั้นเกิดขึ้นเร็ว ตัวอ่อนก็สามารถแยกจากกันได้อย่างสมบูรณ์ มีถุงน้ำคร่ำอยู่คนละถุงแยกออกจากกัน แต่หากการแบ่งตัวล่าช้า ก็อาจจะต้องมาอาศัยอยู่ภายในถุงน้ำคร่ำเดียวกัน ทำให้มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างรุนแรง เช่น สายสะดือพันกัน เป็นต้น และหากการแบ่งตัวล่าช้าเกินไปทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถแยกจากกันได้ ทารกก็จะมีร่างกายบางส่วนติดกัน (Conjoined twin) อย่างแฝดสยามอินจัน

  • แฝดเทียม (Freternal-dizygotic)

เป็นแฝดที่เกิดจากไข่ที่ได้รับการปฎิสินธิ 2 ฟองที่แยกกัน และมีการฝังตัวในมดลูก ความเกี่ยวข้องทางพันธุกรรมของแฝดชนิดนี้เทียบเท่ากับพี่น้องที่เกิดในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน เป็นกรณีที่พบได้ประมาณ 70% ของการตั้งครรภ์ทั้งหมด

โอกาส…ตั้งครรภ์แฝด

การตั้งครรภ์แฝดนั้นมีทั้งครรภ์แฝดสอง แฝดสาม แฝดสี่ ซึ่งโอกาสก็จะมีน้อยลดหลั่นกันไปตามลำดับ แต่จากสถิติทั่วไปจะพบว่า

  • การตั้งครรภ์แฝดสอง เป็นกรณีที่พบได้บ่อยที่สุด ในอัตรา 1 : 89 ราย แต่จะมีอัตราการเกิดเพียง 1 ใน 250 ของการคลอดครรภ์แฝดทั้งหมด
  • การตั้งครรภ์แฝดสาม จะพบได้ยากขึ้นในอัตราส่วน 1 : 7921 ราย
  • ส่วนการตั้งครรภ์แฝดสี่ จะเป็นกรณ๊ที่พบได้ยากมาก ๆ ในอัตรา 1 : 704969 ราย

เมื่อเห็นสถิติการตั้งครรภ์แฝดกันแล้ว ก็อย่าถึงกับท้อในความตั้งใจอยากได้ลูกแฝดกันไป แม้ว่าอัตราโอกาสการได้แฝดนั้นจะยาก แต่ก็ใช่ว่าไม่โอกาสเลย ทีมแม่ ABK มีข้อแนะนำดี ๆ มาฝาก หากคุณลองทำตามเทคนิคเหล่านี้ดูแล้ว อาจเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสให้สมหวังก็เป็นได้

ท่วงท่ารัก สำหรับคน อยากได้ลูกแฝด
ท่วงท่ารัก สำหรับคน อยากได้ลูกแฝด

 อยากได้ลูกแฝด ปัจจัยที่ช่วยให้สำเร็จ!! 

  1. กรรมพันธุ์ โอกาสตั้งครรภ์แฝดจะมีมากขึ้น เมื่อคนในครอบครัวมีประวัติการตั้งครรภ์แฝด การถ่ายทอดทางพันธุกรรมของครรภ์แฝดนั้นมาจากทางฝ่ายแม่มากกว่าฝ่ายพ่ออีกด้วย
  2. เชื้อชาติ อัตราการเกิดครรภ์แฝดจะแตกต่างกันไปตามเชื้อชาติ ในคนผิวสีจะพบได้ประมาณ 1-4% ส่วนในคนผิวขาวจะพบได้ประมาณ 0.7-1% และในคนผิวเหลือง (ไทยจัดอยู่ในประเภทนี้) จะอยู่ที่ประมาณ 0.3% และเกือบทั้งหมดจะเป็นแฝดเทียม หรือแฝดต่างไข่
  3. จำนวนการตั้งครรภ์ คุณแม่ที่เคยคลอดลูกมาแล้วหลายคน จะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดได้มากขึ้นเช่นกัน เพราะการตั้งครรภ์หลายครั้งจะทำให้ไข่มีโอกาสตกเยอะขึ้น
  4. อายุของแม่ คุณแม่ที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป จะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดมากกว่าการตั้งครรภ์ตอนอายุน้อย ถึง 4 เท่า เนื่องมาจากการที่ไข่เหลือเก็บ ต้องถูกกระตุ้นมาก ร่างกายจึงหลั่งฮอร์โมน FSH ออกมาเยอะ ไข่จึงมีโอกาสตกครั้งละมากกว่า 1 ฟอง แต่การตั้งครรภ์ในอายุเยอะก็มีโอกาสเสี่ยงในด้านอื่น ๆ ได้เช่นกัน
  5. น้ำหนัก และส่วนสูง ผู้ที่มีดัชนีมวลกายมากกว่า 30 และมีรูปร่างสูง จะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดมากขึ้น
  6. รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมช่วยเพิ่มโอกาสได้ลูกแฝด โดยข้อมูลนี้อ้างอิงจาก ศูนย์การแพทย์ืที่เมืองลองไอแลนด์ มลรัฐนิวยอร์ก ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของ ดร.แกรี่ สไตน์แมน กล่าวว่าหญิงที่ดื่มนนมมากกว่าปกติ 5 เท่าจะมีโอกาสได้ลูกแฝดมากกว่าผู้หญิงที่เป็นมังสวิรัติ และยังพบว่าโปรตีน ที่พบได้ในนมวัว และผลิตภัณฑ์ของสัตว์อื่น ๆ เป็นโปรตีนที่มีองค์ประกอบการเติบโตคล้ายอินซูลิน ที่ช่วยให้รังไข่มีปฎิกิริยาไวขึ้น และช่วยเพิ่มจำนวนไข่ให้มากขึ้น
  7. การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คุณแม่ที่เลี้ยงลูกคนแรกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่องจนถึงเวลาจะมีลูกในครรภ์ที่สอจะมีโอกาสได้ลูกแฝดมากกว่าคุณแม่ที่ไม่ได้ให้นมลูก
  8. รับประทานยาคุมเกิน 3 ปีขึ้นไป การทำงานของยาคุมจะไปกดฮอร์โมนใต้สมองทำให้ไข่ไม่ตก พอคุณแม่หยุดกิน ฮอร์โมนที่ถูกกดไว้ก็จะปลดปล่อยออกมา ทำให้ไข่ตกมากขึ้น จึงทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์แฝดได้มากขึ้น
  9. รับประทานกรดโฟลิก งานวิจัยในประเทศออสเตรเลียระบุว่า กรดโฟลิกมีส่วนช่วยให้เกิดการตั้งครรภ์แฝดมากขึ้น ซึ่งกรดโฟลิกก็เป็นสารที่จำเป็นสำหรับผู้หญิงที่เตรียมตัวจะตั้งครรภ์อยู่แล้ว

5 ท่วงท่ารัก ท่า Sex ที่ทำให้ได้ลูกแฝด

ทำไมท่วงท่ารัก กับลูกแฝดจึงมีความสัมพันธ์กัน??

ท่วงท่ารักต่อไปนี้ เป็นท่วงท่าที่ได้วิเคราะห์กันแล้วว่า สามารถช่วยลดระยะทางให้เจ้าอสุจิเข้าสู่เส้นชัยได้ง่ายขึ้น จึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์มากยิ่งขึ้นด้วย  การเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์แฝดด้วยท่วงท่ารัก จะมีท่าไหนบ้าง ไปดูกันเลย

ท่วงท่ารัก ช่วยเพิ่มโอกาสการได้ลูกแฝด
ท่วงท่ารัก ช่วยเพิ่มโอกาสการได้ลูกแฝด

Rear entry style

เป็นท่าที่เน้นตำแหน่งของคุณผู้ชายในการมีเพศสัมพันธ์ โดยต้องเข้าจากทางข้างหลัง ก่อนอื่นคุณผู้หญิงนอนราบบนเตียงในท่าคว่ำหน้า ให้ขาของคุณเปิดให้คุณผู้ชายขึ้นอยู่บนตัว โดยให้ตำแหน่งขาของเขาอยู่ระหว่างกลางขาคุณ การวางตำแหน่งเช่นนี้จะช่วยให้คุณผู้หญิงไม่รู้สึกถูกกดทับ หายใจลำบาก ซึ่งการเข้าจากทางข้างหลัง (ที่ไม่ใช่ประตูหลัง) นั้นจะทำให้เจ้าอสุจิตัวน้อยเข้าใกล้กับปากมดลูกของคุณผู้หญิง ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ การตั้งครรภ์แฝดได้นั่นเอง

Missionary-Style สำหรับคน อยากมีลูกแฝด
Missionary-Style สำหรับคน อยากมีลูกแฝด

Missionary style

ท่ามิชชันนารี เป็นท่าเบสิกที่คุณผู้หญิงจะนอนหงาย และคุณผู้ชายจะขึ้นคล่อมบนตัวเธอ ในขณะที่พวกเขาจะได้เผชิญหน้ากัน เป็นท่าที่ทำให้คู่รักได้สัมผัสผิวต่อผิวที่มากขึ้น และมีโอกาสที่จะได้มองเข้าไปในดวงตาของกันและกัน นับว่าเป็นท่าที่โรแมนติก เชื่อกันว่าเป็นท่วงท่าที่ดีสำหรับการสืบพันธุ์ หากต้องการมีลูก มีลูกแฝด จะทำให้มีโอกาสที่อสุจิจะผสมกับไข่ได้ง่ายกว่าท่าอื่น

Leg-on-Shoulder-Style ท่วงท่ารักสำหรับคน อยากได้ลูกแฝด
Leg-on-Shoulder-Style ท่วงท่ารักสำหรับคน อยากได้ลูกแฝด

Leg on shoulder style

อีกหนึ่งท่วงท่าที่ห้ามพลาด ซึ่งท่านี้ต่อยอดมาจากท่า Missionary แต่ช่วยเพิ่มความฟินไปอีกระดับ โดยตำแหน่งของคุณผู้ชายจะอยู่ด้านบน ส่วนคุณผู้หญิงนอนหงายอยู่ด้านล่าง และนำขาทั้งสองข้างวางพาดไว้บนไหล่แล้วขยับตัวเข้าหากันให้แนบชิดที่สุด ใช้แขนกอดขาเอาไว้ป้องกันการหลุดตำแหน่ง ซึ่งท่านี้จะช่วยให้คุณผู้ชายเข้าถึงได้ง่าย และลึกขึ้นนั่นเอง

The-Anvil-Sex-Style
The-Anvil-Sex-Style

Anvil sex style

เป็นอีกหนึ่งท่าที่ดัดแปลงมาจากท่า Missionary ท่านี้ได้เพิ่มให้พิเศษกว่าเดิมโดยให้ฝ่ายคุณผู้หญิงนอนหงายราบไป พร้อมทั้งยกก้นขึ้นเหนือพื้น อาจใช้หมอนรองที่ด้านหลังเพื่อช่วยให้สะดวกขึ้น การทำแบบนี้จะช่วยส่งให้อสุจิของฝ่ายชายไปผสมกับไข่ของฝ่ายหญิงได้เร็วขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการมีลูก หรือการมีลูกแฝดได้มากขึ้นด้วย

Doggy-Style แบบยืน เพิ่มโอกาสสำหรับคน อยากได้ลูกแฝด
Doggy-Style แบบยืน เพิ่มโอกาสสำหรับคน อยากได้ลูกแฝด

Doggy style

ท่า Doggy style ในแบบสำหรับคน อยากมีลูกแฝด นั้น อาจจะต้องเพิ่มความพิเศษ คือ ให้ทำท่านี้ใน่ายืน หรือเรียกว่า Standing up position ซึ่งท่านี้จะช่วยในการสอดใส่ของเจ้าน้องชายของคุณผู้ชายได้เข้าไปได้ลึกกว่าเดิม เพิ่มโอกาสการท้องลูกแฝดได้

สำหรับคู่รักคู่ไหนที่มีความแน่วแน่ในการมีลูกแฝด ก็ลองนำเคล็ดลับเด็ด ๆ ดี ๆ เหล่านี้ไปใช้กันดูว่าจะสามารถได้ลูกแฝดสมดั่งใจปรารถนาหรือไม่ แต่มีข้อแนะนำสักเล็กน้อยในการตัดสินใจว่า ก่อนการที่จะตั้งใจมีลูกแฝดนั้น คุณและคู่ควรศึกษาให้รอบด้าน เพราะการตั้งครรภ์แฝดนั้นถือเป็นภาวะการตั้งครรภ์ที่เสี่ยงภาวะหนึ่ง หากไม่ได้รับการดูแลที่ดีพออาจอันตรายทั้งตัวคุณแม่ และลูกในท้องได้เช่นกัน อีกทั้งยังต้องคิดถึงการเลี้ยงดูทารก 2-3 หรืออาจจะ 4 คนพร้อม ๆ กัน เราจะสามารถรับมือได้แค่ไหน ความเตรียมพร้อมดีพอหรือยัง จึงเป็นคำถามที่ฝากไว้ให้ได้คิด ได้ค้นหาคำตอบกันดูก่อนการตัดสินใจใด ๆ ถึงอย่างไรเราก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคู่ ให้ประสบความสำเร็จสมดั่งหวังกันทุกคู่เลย

ข้อมูลอ้างอิงจาก  medthai.com/badgirlsbible.com/th.wikipedia.org

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

“ท้องแฝด” ภาวะต้องระวังยิ่ง

8 วิธีช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ที่มีเบบี๋ฝาแฝด

อยากได้ลูกแฝดต้องทำอย่างไร?

เจ็บสะดือจี๊ดๆ ตั้งครรภ์ ลูกในท้องจะเป็นอะไรไหม??

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เจ็บสะดือจี๊ดๆ ตั้งครรภ์

เจ็บสะดือจี๊ดๆ ตั้งครรภ์ ลูกในท้องจะเป็นอะไรไหม??

เจ็บสะดือจี๊ดๆ ตั้งครรภ์ อันตรายหรือเปล่า ลูกในท้องจะเป็นอะไรไหม คำถามคาใจแม่ท้อง ที่เป็นกังวลเมื่อเข้าใจว่าสะดือแม่่เชื่อมต่อกับสะดือลูก ความจริงเป็นเช่นไร

เจ็บสะดือจี๊ดๆ ตั้งครรภ์ ลูกในท้องจะเป็นอะไรไหม??

สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นอาการใด ๆ ที่ดูผิดปกติ เราก็ต้องกังวล คิดไปต่าง ๆ นานา อยู่นานสองนาน เพราะลูกน้อยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับแม่ทุกคน เวลาตั้งครรภ์คุณแม่จึงไม่อยากให้มีอาการใด ๆ ที่อาจเกิดอันตรายต่อลูกในครรภ์ได้ ทำให้เกิดคำถามคาใจเกิดขึ้นมากมายในช่วงเวลาแห่งการตั้งครรภ์นี้

อาการเจ็บสะดือจี๊ด ๆ คันสะดือ หรือพบว่าสะดือของคุณแม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เป็นอีกหนึ่งคำถามคาใจยอดฮิตของบรรดาแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ว่าอาการดังกล่าวจะทำให้ลูกในท้องเป็นอะไรไหม อันตรายใด ๆ หรือไม่ ทางทีมแม่ ABK จึงได้นำข้อมูลมาให้คุณแม่ได้พิจารณากันเอาดูว่าอาการดังกล่าวเป็นเช่นไร

คำถามคาใจแม่ท้อง เจ็บสะดือจี๊ดๆ ตั้งครรภ์ ดีไหม
คำถามคาใจแม่ท้อง เจ็บสะดือจี๊ดๆ ตั้งครรภ์ ดีไหม

 ว่าด้วยเรื่อง”สะดือ” คนท้อง 

ช่วงท้องไตรมาส 2 คุณแม่อาจสังเกตได้ว่า หน้าท้องเริ่มใหญ่มากขึ้นตามอายุครรภ์ และการเจริญเติบโตของลูกในท้อง การขยายใหญ่ขึ้นของท้องของคุณแม่ทำให้สะดืออาจมีการเปลี่ยนแปลงไปได้ ดังนี้

  • สะดือโผล่เล็กน้อย

เมื่อท้องใหญ่ขึ้นจนอาจทำให้สะดือของคุณแม่โผล่ขึ้นมาเล็กน้อย ซึ่งส่งผลให้สะดือที่ยื่นออกมาเสียดสีกับเสื้อผ้าที่สวมใส่ ทำให้เกิดอาการระคายเคือง หรือรำคาญได้ คุณแม่ที่มีสะดือตอนท้องลักษณะนี้ให้วางใจได้ว่าเป็นอาการที่ยังถือว่าไม่เป็นอันตรายมากนัก หากไม่มีอาการเจ็บปวดร่วมด้วย สามารถแก้ไขอาการระคายเคืองได้โดยการหาผ้า หรืออุปกรณ์ห่อหุ้มหน้าท้องมาพันปิดรอบสะดือเอาไว้เพื่อป้องกันการเสียดสี แต่หากมีอาการเจ็บปวดร่วมด้วยจนรู้สึกเป็นกังวล แนะนำให้เข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

  • สะดือแบนราบ

บางครั้งเมื่อหน้าท้องขยายใหญ่ขึ้นอาจทำให้ผิวหนังช่วงหน้าท้องคุณแม่นั้นมีการยืดตึง จนทำให้สะดือดูราบแบน และจะเปลี่ยนกลับไปมีลักษณะเหมือนเดิมอีกครั้งหลังจากคลอดลูกแล้ว

สะดือทารกในครรภ์เชื่อมกับสะดือของแม่หรือไม่??

ภาพแสดงสายสะดือของทารกในหญิงตั้งครรภ์
ภาพแสดงสายสะดือของทารกในหญิงตั้งครรภ์

สายสะดือ (umbilical cord) คือ สายเชื่อมระหว่างทารก กับรกเพื่อทำหน้าที่ส่งผ่านสารอาหาร และออกซิเจนจากเลือดมารดาไปให้แก่ทารก และนำของเสียออกมาสู่มารดา โดยสายสะดือจะประกอบด้วยเส้นเลือด 3 เส้น คือ

  1. หลอดเลือดดำ 1 เส้น เป็นเส้นเลือดที่มีขนาดใหญ่ มีความดันเลือดประมาณ 20 มม. ปรอท ทำหน้าที่นำพาสารอาหาร และออกซิเจนไปสู่ทารก ซึ่งเส้นเลือดชนิดนี้สามารถนำผ่านสารเคมี และยาบางชนิดไปสู่ทารกได้
  2. หลอดเลือดแดง 2 เส้น มีขนาดเล็กกว่าหลอดเลือดดำ มีความดันเลือดประมาณ 60 มม. ปรอท ทำหน้าที่ลำเลียงของเสียที่เกิดในทารกออกมาสู่มารดา ทั้งนี้ ในหญิงตั้งครรภ์บางรายอาจพบหลอดเลือดแดงเพียงเส้นเดียวก็ได้ และถือเป็นความผิดปกติของสายสะดือในหญิงตั้งครรภ์ที่พบบ่อยที่สุด
จากภาพจะทำให้เรามองเห็นได้ชัดเจนขึ้นว่า สะดือของทารกทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อจากช่องท้องของทารกผ่านสายสะดือไปยังรกที่เกาะติดอยู่กับผนังมดลูกของแม่ด้านใน ซึ่งไม่มีการเชื่อมต่อใดใดกับสะดือของแม่เลย
ข้อมูลอ้างอิง และรูปภาพจาก  thai.luxurysocietyasia.com

เจ็บสะดือจี๊ดๆ ตั้งครรภ์ 

อาการเจ็บสะดือจี๊ดๆ ตั้งครรภ์ ของแม่ท้องนั้นมีอยู่จริง ไม่ใช่อาการวิตกจริต หรือคิดไปเองของคุณแม่ โดยจะพบในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสที่สอง เพราะมาจากการเปลี่ยนแปลงของสะดือของคุณแม่ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับลักษณะของสะดือของคุณแม่ก่อนการตั้งครรภ์ด้วย หน้าท้องที่ขยายทำให้เจ็บตรงสะดือ ผิวหนังที่ปกคลุมสะดือจะบางตัวมากขึ้น จึงอาจมีอาการเสียวที่สะดือได้เป็นปกติ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม คุณแม่ต้องสังเกตและจำเป็นต้องแยกโรคอื่นที่อาจมีอาการคล้ายกันให้ได้ด้วย เพราะอาการเจ็บสะดือก็เป็นอาการหนึ่งของโรคที่อันตรายด้วยเช่นกัน

แม่ท้อง เจ็บสะดือจี๊ดๆ ตั้งครรภ์ อันตรายไหม??

แม้ว่าในปัจจุบันยังไม่มีผู้ที่ค้นหาความเชื่อมโยง หรือคำอธิบายถึงสาเหตุของอาการเจ็บสะดือของมารดาระหว่างตั้งครรภ์ได้ว่ามาจากสาเหตุใด เป็นเพียงแค่การคาดคะเนว่าอาจจะมาจากประสาทสัมผัสที่ผิวหนังบริเวณนี้ของแม่ที่ไวมากขึ้น อายุครรภ์ที่มากขึ้น การยืดขยายของเส้นเอ็น หรือเนื้อเยื่อที่ยึดติดกับสะดือของแม่ในระหว่างที่ตั้งครรภ์ หรืออาจจะมีพังผืดยึดลำไส้ หรือไขมันในช่องท้องให้มาติดที่สะดือในรายที่ประวัติเคยผ่าตัดในช่องท้องมาก่อน

อาการปวด หรือเสียวที่สะดือที่เป็นอาการที่ปกติ ที่ไม่น่ากังวลนั้น จะเป็นอาการที่เป็นเพียงแต่อาการเป็น ๆ หาย ๆ แสดงอาการไม่ชัดเจน เมื่อตรวจร่างกายจะไม่พบความผิดปกติ และโดยมากมักพบได้บ่อยในรายที่ตั้งครรภ์แล้วมีการยืดขยายของช่องท้องมาก ๆ เช่น ลูกตัวโต ตั้งท้องแฝด หรือครรภ์แฝดน้ำ เป็นต้น แต่ถึงกระนั้นคุณแม่ก็ควรที่จะสังเกตว่าอาการเจ็บสะดือนั้นไม่ได้เป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายใดใด

ความกังวลใจของแม่ เมื่อมีอาการ เจ็บสะดือจี๊ดๆ ตั้งครรภ์
ความกังวลใจของแม่ เมื่อมีอาการ เจ็บสะดือจี๊ดๆ ตั้งครรภ์

โรคที่ควรเฝ้าระวัง จากอาการเจ็บสะดือของแม่ตั้งครรภ์

Diastasis Recti

ภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกตัว หรือ Diastasis Recti หมายถึง กล้ามเนื้อที่บริเวณหน้าท้องแยกตัวออกจากกัน ทำให้ช่องว่างระหว่างกล้ามเนื้อด้านซ้ายและด้านขวาของช่องท้องกว้างขึ้น

ปกติแล้วหญิงตั้งครรภ์สามารถพบภาวะนี้ได้บ่อย โดยพบได้ประมาณ 2 ใน 3 ของหญิงตั้งครรภ์ทั้งหมด การมีลูกมากกว่าหนึ่งคน ทำให้มีโอกาสเกิดภาวะนี้ได้มากขึ้น โดยเฉพาะหากตั้งครรภ์ใกล้กัน นอกจากนี้คุณยังมีโอกาสที่จะเป็นมากขึ้นหากตั้งครรภ์หลังอายุ 35 ปีไปแล้ว หรือตั้งครรภ์ที่มีทารกน้ำหนักตัวมาก ตั้งครรภ์แฝดตั้งแต่สองคนขึ้นไป

การตั้งครรภ์จะเพิ่มแรงดันบริเวณท้อง ไม่สามารถคงรูปตามเดิมได้ เมื่อกล้ามเนื้อหน้าท้องมีการแยกตัวออกเช่นนี้ ทำให้มดลูก ลำไส้ และอวัยวะอื่นๆ มีเพียงเนื้อเยื่อเกี่ยวพันบางๆ ที่อยู่ด้านหน้าเท่านั้นที่จะคอยยึดอวัยวะเหล่านี้ไว้ หากไม่มีกล้ามเนื้อที่คอยสนับสนุน จะทำให้การคลอดทางช่องคลอดทำได้ยากขึ้น

อาการ
  1. ปวดหลังส่วนล่าง
  2. ท้องผูก
  3. ปัสสาวะเล็ด
  4. หายใจลำบาก และเคลื่อนไหวร่างกายลำบาก
  5. กรณีที่เป็นรุนแรง จะพบอวัยวะภายในโผล่ออกมา หรือที่เรียกว่า ไส้เลื่อน (hernia) เนื่องจากเนื้อเยื่อเกิดการฉีกขาด แต่พบไม่บ่อยนัก

การดูแลให้หน้าท้องฟื้นตัว

การกายภาพบำบัดเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าท้องกลับมาอยู่ในแนวเดิม แต่ก็มีการศึกษาพบว่าการใช้ Tupler technique ส่งผลดีต่อการฟื้นตัว โดยให้ออกกำลังกายด้วยท่าทางเฉพาะร่วมกับการสวมที่รัดหน้าท้องชนิดพิเศษ ซึ่งจะช่วยปกป้อง และช่วยยึดกล้ามเนื้อหน้าท้องไปพร้อม ๆ กัน

สะดือคุณแม่มีการเปลี่ยนแปลงขณะตั้งครรภ์
สะดือคุณแม่มีการเปลี่ยนแปลงขณะตั้งครรภ์
ไส้เลื่อนที่สะดือ
โรคไส้เลื่อนที่สะดือ เกิดจากมดลูกขยายตัวมากจนสร้างแรงดันในช่องท้อง ทำให้อวัยวะภายในลอดผ่านช่อง เปิดออกมาสู่ภายนอก แม้ว่าคุณแม่ที่มีขนาดครรภ์ค่อนข้างใหญ่จะทำให้สะดือยื่นออกมาเองเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วก็ตาม แต่หากสะดือที่ยื่นออกมามากจะผิดสังเกต ให้คอยดูอาการร่วมว่า อาจจะบ่งบอกถึงการเป็นไส้เลื่อนที่สะดือได้
อาการ
อาการที่แสดงออกจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล บางรายอาจไม่มีอาการบ่งชี้ที่แน่ชัด แต่หากสังเกตอาจพอสรุปได้ ดังนี้
  1. สะดือมีรอยนูน หรือยื่นออกมา รอยนูนจะมีขนาดเท่าผลองุ่นไปจนถึงผลส้ม มักจะบวมขึ้นเมื่อไอ นั่ง หรือเข้าห้องน้กตอนเช้า และจะหายไปเมื่อนอนราบ
  2. ปวดท้อง ปวดแบบบิดบริเวณท้อง
  3. ท้องผูก คลื่นไส้ และอาเจียน ซึ่งมักเกิดในกรณีที่มีอาการรุนแรง

การป้องกัน

  • ดื่มน้ำมาก ๆ
  • เลือกรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เพื่อป้องกันอาการท้องผูก หากท้องผูกบ่อย ๆ จะทำให้เกิดแรงดันในลำไส้ ปัจจัยที่ทำให้เกิดไส้เลื่อน หรือหากเป็นอยู่แล้วอาจทำให้อาการแย่ลงได้
  • ห้ามยกของหนัก การยกของหนักจะเป็นการสร้างแรงดันในช่องท้อง ทำให้เกิดไส้เลื่อนได้ง่ายขึ้น
  • สวมเสื้อผ้าที่ใส่สบาย ไม่รัดแน่นจนเกินไป เช่น สวมชุดหลวม ๆ หรือกางเกงเอวต่ำที่ไม่ทำให้คุณแม่รู้สึกอึดอัด

    อาการ เจ็บสะดือจี๊ดๆ ตั้งครรภ์ อันครายไหม
    อาการ เจ็บสะดือจี๊ดๆ ตั้งครรภ์ อันครายไหม

วิธีบรรเทาอาการเจ็บสะดือ

อาการเจ็บสะดือของคุณแม่ท้องสามารถบรรเทาได้ โดยมีหลากหลายวิธีดังนี้

  • นอนตะแคง

ท่านอนตะแคงจะช่วยลดการกดทับของมดลูกบริเวณหน้าท้องได้ จะทำให้คุณแม่รู้สึกดีขึ้น เพราะสามารถบรรเทาอาการเจ็บสะดือได้ดีมาก โดยอาจหาหมอนมาหนุนท้องไว้ด้วย ก็จะช่วยลดอาการเจ็บได้มากขึ้นไปอีก การนอนตะแคงยังช่วยให้คุณแม่หายใจสะดวก และลดอาการอึดอัด แน่นท้องได้อีกด้วย

  • เข็มขัดพยุงครรภ์

การเลือกใช้เข็มขัดพยุงครรภ์ นอกจากจะช่วยพยุง และลดอาการปวดหลังแล้ว เข็มขัดยังช่วยลดอาการเจ็บสะดือได้อีกด้วย โดยให้คุณแม่ใช้เข็มขัดพยุงครรภ์เมื่อต้องเดิน หรือยืนเป็นเวลานาน

ข้อมูลอ้างอิงจาก  www.petcharavejhospital.com/hellokhunmor.com /hd.co.th/konthong.com

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

10 ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ ที่แม่ท้องต้องรู้!!

คลอดลูกธรรมชาติ มีกี่ขั้นตอน? เตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

 

ท่าออกกำลังกายคนท้อง ยืดกล้ามเนื้อแม่ทำไว้คลอดง่าย

ลูกกินไข่ทุกวัน อันตรายไหม ให้กินมากน้อยแค่ไหนถึงจะพอดี

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

Lion

บูสต์ความสุขครั้งใหญ่! ‘ไลอ้อน’ แจกโชคทองเพื่อคนไทย ก้าวสู่ปีใหม่ 2022

ต่อเนื่องสู่ปีที่ 5 พร้อมพาคนไทยฝ่าทุกวิกฤต กับบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค ที่ยังคงเดินหน้าดูแลชีวิตคนไทย พร้อมการร่วมมือกับ “ไลน์ (LINE)” สร้างช่องทางสื่อสารผ่าน LINE Official Account “LION FAMILY” เพื่อเข้าหาคนทุกกลุ่ม เข้าใจคนทุกเพศทุกวัย สร้างการความสัมพันธ์และประสบการณ์ความสะดวกสบายในการเข้าถึงสินค้าแบรนด์ต่าง ๆ ผ่านการสื่อสารที่ครบครันทันใจ ทั้งโปรโมชั่น สิทธิพิเศษ อัพเดทข่าวสาร เคล็ดลับรอบตัว เรื่องครอบครัวน่ารู้ กิจกรรมแจกของรางวัลคืนกำไรอย่างต่อเนื่อง มีการสื่อสารพิเศษเฉพาะบุคคล (Personalization) ที่ตรงจุดโดนใจ ทั้งยังเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าแบบออนไลน์ ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยตามวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

Lion Sticker

ในปลายเดือน พ.ย. นี้ เพื่อเป็นการเตรียมฉลองปีใหม่ 2022 ‘ไลอ้อน’ ได้เตรียมของขวัญมามากมาย เพื่อเติมความสุขให้คนไทยอีกครั้ง กับ LINE Sticker ชุดใหม่ล่าสุด ‘ไลอ้อนคุง x น้องต่าย’ ที่ได้ LINE Sticker Creator ชื่อดังมาร่วมออกแบบให้น่ารักคูณสอง กับ 8 ท่วงท่า ลีลาโดนใจทั้งสายช้อปและสายชิว พร้อมกระจายรอยยิ้มและความสดใสผ่านหน้าจอ  เตรียมรอรับเรื่องดี ๆ ในปีใหม่ ดาวน์โหลดกันได้แล้ววันนี้ ฟรี!!

และเพื่อขยายความสุข ส่งท้ายอีกปีที่ยากลำบาก ‘ไลอ้อน’ จึงขอมอบโชคใหญ่เป็นของขวัญ แจกรางวัลถึง 5 ต่อ! ทั้งทองคำแท้ และชุดผลิตภัณฑ์นำเข้าจากเกาหลี ผลิตภัณฑ์ดี ๆ เพื่อสุขภาพ และรางวัลสุดพรีเมียมจาก Starbucks รวมทั้งสิ้น 79 รางวัล รวมมูลค่าทั้งหมด 52,537 บาท แค่ดาวน์โหลด LINE Sticker ชุดใหม่ ก็ได้ลุ้นฟรีกันข้ามปี ตั้งแต่ 30 พ.ย. 64 – 27 ก.พ. 65

ความคุ้มค่ายังไม่หมด เพราะ ‘ไลอ้อน’ ยังมอบโค้ดส่วนลดให้คุณทันทีแบบไม่ต้องมีลุ้น ให้คุณได้ช้อปสบาย ผ่าน LINE Official Account “LION FAMILY” เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าเครือไลอ้อนที่คุณวางใจ ผ่าน LINE อย่างเต็มรูปแบบตลอด 24 ชม. ครบถ้วนและครอบคลุมทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภค พร้อมระบบสั่งซื้อที่ง่าย ทันใจ และการจัดส่งที่มีประสิทธิภาพทุกขั้นตอน ไม่ตกหล่นจนกว่าจะถึงมือผู้บริโภค เพื่อให้การช้อปออนไลน์กับ ‘ไลอ้อน’ เป็นความสุขของทุกคน สะดวกสบายทุกที่ และคุ้มค่าทุกเวลา

Lion Sticker

Lion Sticker

จัดเต็มรับปีใหม่กันขนาดนี้ รีบไปดาวน์โหลด LINE Sticker ‘ไลอ้อนคุง x น้องต่าย’ ฟรี!! ที่ LINE Sticker Shop หรือคลิกที่ลิงก์ด้านล่าง แล้วมารับของขวัญ ลุ้นของรางวัลใหญ่ไปด้วยกัน พร้อมสัมผัสประสบการณ์ช้อปออนไลน์ที่สะดวกคุ้มสุด ๆ จนคุณต้องประทับใจ ช้อปเพลินปลอดภัย ไม่เสี่ยงโควิด-19 ที่ LINE Official Account “LION FAMILY” ดาวน์โหลด LINE Sticker ‘ไลอ้อนคุง x น้องต่าย’ พร้อมร่วมลุ้นรางวัลกันได้ ตั้งแต่ 30 พ.ย. 64 – 27 ก.พ. 65 นี้เท่านั้น

https://line.me/R/ti/p/%40lionfamily

Lion Family

 

สบู่เฮดทูโท

DMP Head to Toe สบู่เฮดทูโท ออร์แกนิคสูตรอ่อนโยนต่อผิวลูกน้อยที่แม่ไว้ใจ

แม่ทุกคนทราบดีว่าเป็นร่างกายของลูกน้อยต้องการการใส่ใจเป็นพิเศษ ดังนั้นการเลือก สบู่เฮดทูโทสำหรับเด็กอ่อน ซึ่งสัมผัสมกับผิวกายและเส้นผมของลูกโดยตรง หากไม่อ่อนโยนจริง อาจเป็นอันตรายต่อผิวของลูกน้อยได้ง่ายมาก ๆ  เพราะผิวของเด็กบอบบางกว่าผู้ใหญ่ถึง 5 เท่า จึงไวต่อการระคายเคือง ต้นเหตุของอาการแพ้ ผิวแห้ง คันและผื่นแดงดูน่ากลัว

สบู่เฮดทูโท

ปัจจุบันคุณแม่ส่วนใหญ่หันมาใช้ สบู่เฮดทูโท ที่เป็นออร์แกนิคมากขึ้น เพราะมั่นใจในความอ่อนโยนและบริสุทธิ์จากส่วนผสมธรรมชาติ ปลอดภัย แต่ถ้าคุณแม่ยังไม่รู้ว่าควรเลือกสบู่อาบและสระแบบไหนดี ทีมบ.ก. ขอแนะนำสิ่งดีๆ ที่เทสต์แล้วว่าดีต่อผิวลูกมาฝากกัน

         Amarin Baby & Kids ยกให้ DMP NEWBORN ORGANIC PH 5.5 HEAD TO TOE WASH เป็น สบู่เฮดทูโท ที่ได้รับรางวัล EDITOR’S CHOICE สาขา BEST HEAD-TO-TOE WASH จาก Amarin Baby & Kids Awards 2021

สบู่เฮดทูโท

แค่เห็นชื่อแบรนด์ก็สบายใจแล้วค่ะ เพราะดีเอ็มพี เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพ และได้รับการไว้ใจจากคุณแม่มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะกลุ่มสบู่เหลวที่คิดค้นเพื่อทารกโดยเฉพาะ สำหรับสบู่เฮดทูโทที่อยากแนะนำ คือ ดีเอ็มพี นิวบอร์น สวีท ออยล์ ออร์แกนิค พีเอช 5.5 อัลมอนด์ ซึ่งใช้ได้ทั้งอาบน้ำและสระผมในขั้นตอนเดียว สูตรนี้อ่อนโยนและเหมาะกับทารกแรกเกิดสุดๆ เลยค่ะ

ในเนื้อเจลใสของ ดีเอ็มพี นิวบอร์น สวีท อัลมอนด์ ออยล์ เต็มไปด้วยคุณค่าน้ำมันสกัดออร์แกนิคจากสวีตอัลมอนด์  100 % ซึ่งให้ความชุ่นชื้นสูง ลดการสูญเสียความชุ่มชื้นของผิวตามธรรมชาติ แถมในกระบวนการผลิตยังใช้เทคโนโลยีการผลิตสุดพิเศษแบบไม่ผ่านความร้อนและสารเคมี (Natural Power Process) จึงสามารถเก็บรักษาคุณค่าของส่วนผสมออร์แกนิคได้อย่างดีเยี่ยม เพื่อให้คุณแม่มอบสิ่งดีที่สุดให้ลูกทุกครั้งที่ใช้

จุดเด่นไม่เหมือนใครอีกอย่างของ สบู่เฮดทูโทของดีเอ็มพีมีค่าpH-Balanced 5.5 ซึ่งช่วยปกป้องน้ำหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ ลดการสูญเสียน้ำระหว่างอาบน้ำอุ่นๆให้ลูกน้อย ผิวลูกจึงสุขภาพดี ไม่แห้งกร้าน หมดห่วงเรื่องระคายเคือง

[เลือกภาพใดภาพหนึ่ง]

                                 

เพิ่มความมั่นใจให้คุณแม่ไปอีกขั้น ด้วยเครื่องหมาย Hypo allergenic Tested ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบอาการแพ้ ไม่มีสารอันตรายที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และทดสอบทางการแพทย์แล้วว่าจะไม่ทำให้ระคายเคืองตา หนังศีรษะ และผิวหนังของลูกน้อย

ดีเอ็มพี นิวบอร์น สวีท อัลมอนด์ ออยล์ มาในขวดสีชมพูใสน่าใช้พร้อมหัวปั๊มกดสะดวก เนื้อสบู่เป็นเจลใส หนืดเล็กน้อย ผสมเข้ากับน้ำง่าย ฟองน้อย ล้างออกง่าย จะใช้กับฟองน้ำหรือมือของคุณแม่ก็อาบสระได้สะอาด หมดจด ผมไม่พันกัน มีกลิ่นอ่อนๆ ทำให้ลูกน้อยน่ากอดสุดๆ เลยค่ะ

ด้วยคุณสมบัติของสบู่อาบสระจาก DMP ทั้งหมดนี้ ทาง Amarin Baby & Kids “เครือข่ายแม่ลูกใหญ่ที่สุด” ผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพ เข้าใจครอบครัวไทย และตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ จึงคัดเลือกให้ สบู่เฮดทูโท ดีเอ็มพี นิวบอร์น สวีท อัลมอนด์ ออยล์ ได้รับรางวัล  EDITOR’S CHOICE สาขา BEST HEAD-TO-TOE WASH จาก Amarin Baby & Kids Awards 2021 ซึ่งมอบให้กับสินค้าแม่ลูก “สินค้าใช้ดี และมีประโยชน์จริง”

สำหรับคุณแม่ที่สนใจผลิตภัณฑ์ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ www.dmpbaby.com หรือติดตามโปรโมชั่นดีๆ ได้ที่เฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/dmpbabyclub

ติดตามอ่านบทความอื่นๆ

ประกาศผลรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2021

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ตั้งชื่อลูกจากนักกีฬา

ตั้งชื่อลูกแบบอินเตอร์ ชื่อจากนักกีฬา เท่แกร่งหลากสไตล์

ตั้งชื่อลูกแบบอินเตอร์ ชื่อจากนักกีฬาทั่วโลก ได้ชื่อหลากหลายสไตล์ แถมได้ความรู้สึกดูแกร่ง แข็งแรง เป็นที่หนึ่ง จะมีชื่อแบบไหนโดนใจพ่อแม่บ้าง ลองเลือกกันเลย

ตั้งชื่อลูกแบบอินเตอร์ ชื่อจากนักกีฬา เท่แกร่งหลากสไตล์!!

ถ้าหากคุณเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่อยากตั้งชื่อลูกให้ดัง ให้ปัง เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป หรืออาจจะทั่วโลกแล้วละก็ ทีมแม่ ABK ขอแนะนำ ตั้งชื่อลูกแบบอินเตอร์ จากชื่อนักกีฬาจากทั่วทุกมุมโลก รักใครชอบใคร ชื่นชมผลงานของนักกีฬาคนไหนแล้ว ก็ลองหยิบยกชื่อเขามาเป็นตัวเลือกในการตั้งชื่อลูกของเราก็น่าจะตรงกับจุดประสงค์อยู่ไม่น้อย

นอกจากชื่อพวกเขาเหล่านั้นจะเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีแล้ว การตั้งชื่อลูกจากนักกีฬา ยังให้ภาพลักษณ์แก่ลูกเวลาคนเรียกชื่อ ก็จะนึกถึงความแข็งแกร่ง ความว่องไว ความอัจฉริยะ และความเท่ เก๋ไม่ซ้ำใครอีกด้วย เรียกได้ว่า ชื่อ ๆ เดียวนอกจากจะความหมายดีแล้ว ยังมอบความพิเศษอื่น ๆ ให้ลูกเพิ่มขึ้นอีกด้วย มาถึงจุดนี้เริ่มอยากหาชื่อนักกีฬา มา ตั้งชื่อลูกแบบอินเตอร์ ให้เท่แกร่งกันแล้วใช่ไหม เรามาเริ่มกันเลย

ตั้งชื่อลูกแบบอินเตอร์ ด้วยชื่อนักกีฬา
ตั้งชื่อลูกแบบอินเตอร์ ด้วยชื่อนักกีฬา

 สาวกกีฬาฟุตบอล 

ชื่อนักกีฬาฟุตบอลชาติไทย

ธนบูรณ์ ชนาธิป อดิศักดิ์
พรรษา วรวุฒิ ธีระพัฒน์
ศิวะกรณ์ กวินทร์ สุภโชค
ประทุม นัสตพล ชนินทร์
เกียรติศักดิ์ สรรวัชญ์ ธนา
ปกรณ์ ปกเกล้า อภิวัฒน์
อาทิตย์ รัตนากรณ์ เอกนิตย์
ฉัตรชัย ศิวรักษ์ สารัช
พิชา จักรพันธุ์ เจริญศักดิ์
เกริกฤทธิ์ ธนวัฒน์ พิธิวัต

ชื่อนักกีฬาฟุตบอลชาติไทย

อดุลย์ นที ตะวัน
สุรชัย สินทวีชัย กิติศักดิ์
นูรูล ธีราทร รุ่งโรจน์
สรรวัชญ์ ธีรศิลป์ นิเทศ
อานนท์ ศิวรักษ์ วิฑูรย์
ปกเกล้า เทิดศักดิ์ ปิยะพงษ์
จิตปัญญา โชคทวี ดัสกร
จักรพันธ์ สุธี ภานุพงศ์
จักพัน ปฎิวัติ ขวัญชัย
ศุภชัย ศุภณัฎฐ์ พีรดนย์
ตั้งชื่อลูกสาว
ตั้งชื่อลูกสาว

หากอยากให้ชื่อลูกตามแบบนักกีฬาชาติยุโรป ที่เป็นที่รู้จักกันแบบทั่วโลกแล้ว เราขอแนะนำดังนี้

รายชื่อนักกีฬาฟุตบอลยุโรป

ชื่อนักกีฬา

สโมสร

ชื่อนักกีฬา

สโมสร

ดาบิด เด เคอา แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โทนี่ โดรส เรอัล มาดริด
ซูโซ่ เอซีมิลาน อัลบาโร่ โมราด้า เรอัล มาดริด / เซลซี
มัลคอม บอร์กโดซ์ กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน เอฟเวอร์ตัน
เรโม่ ฟลอยเลอร์ อตาลันต้า ปอล ป๊อกบา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ต
โจซัว คิง เอเอฟซี บอร์นมัธ มาร์ค อันเดร แทร์ ชเตเกน บาร์เซโลน่า
อันเดรีย เบล็อตติ โดริโน่ ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมซอง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนต์
ริชาต มาห์เรซ เลสเตอร์ ซิตี้ แฮร์รี่เคน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

สาวกกีฬาว่ายน้ำ

นอกจากกีฬาบนบกยอดฮิตแบบฟุตบอลแล้ว ยังมีอีกหลายท่านที่ชื่นชอบกีฬาทางน้ำอย่างกีฬาว่ายน้ำ ก็เป็นอีกหนึงกีฬายอดฮิตไม่แพ้กัน ดังนั้นการที่เราอยากนำชื่อนักกีฬาในดวงใจมาตั้งให้กับลูกก็คงไม่แปลกอะไร

ชื่อนักกีฬาว่ายน้ำ

ไมเคิล เฟลป์ส

มาร์ค สปิตซ์

คริสติน ออตโต้

คริสติน่า อีเกอร์สเซกี้ อเล็กซานเดอร์ โปปอฟ เคที่ เลเด็คกี้
เจเน็ต อีแวนส์ โคซูเกะ คิตาจิม่า ยานา คล็อตโคว่า
โรแลนด์ แมทธิวส์  อิงเก้ เด บรุย ทามาส ดาร์นยี่
ศรสวรรค์ ณัชฐานันตร์ ณัฐพงษ์
สาริศ วิชา ต่อลาภ
ตั้งชื่อลูกแบบอินเตอร์ ตามแบบนักกีฬาว่ายน้ำ
ตั้งชื่อลูกแบบอินเตอร์ ตามแบบนักกีฬาว่ายน้ำ

สาวกความเร็ว กีฬาแข่งรถ

สำหรับใครที่ชื่นชอบในความเร็ว ท้าทายเพียงชั่วเสี้ยววินาที เห็นทีคงหนีไม่พ้นกีฬาแข่งรถนี้เป็นแน่ กับความเร็วของ F1 ที่ทุกคนทั่วโลกรู้จักดี เรามาดูชื่อของบรรดานักกีฬาระดับตำนาน ที่สามารถเอามาตั้งเป็นชื่อให้ลูกได้

นักกีฬาแข่งรถ

Fernando Alonso Kimi Raikkonen
Sebastian Vettel Nico Rosberg
Lewis Hamilton Jenson Button
Felipe Massa Pastor Maldonado
Sergio Perez Nico Hulkenberg
Yuki Tsunoda Alex Albon
ตั้งชื่อลูกแบบอินเตอร์ ตามนักกีฬาวอลเล่ย์บอล
ตั้งชื่อลูกแบบอินเตอร์ ตามนักกีฬาวอลเล่ย์บอล

กีฬาวอลเลย์บอล

เหล่าบรรดานักกีฬาวอลเลย์บอล ก็มีมากมายหลาย ทั้งแบบชื่อไทย และชื่อสากล

นักกีฬาวอลเลย์บอล

ปลื้มจิตร มลิกา
วิลาวัณย์ อรอุมา
ทัดดาว นุศรา
คิม ฮีจิน พัก จึง อา
โอ จี-ย็อง จอง จี ยุน
นาโอโนบุ ฟุจิ แมททิว แอนเดอสัน
เมอฟี่ ทรอย อีวาน ไซเซฟ

นอกจากกีฬาที่ได้หยิบยกขึ้นมาให้คุณพ่อคุณแม่ได้เลือกกันมาแล้วนั้น ยังมีอีกมากมายหลายตัวเลือกชื่อที่ไพเราะ ฟังดูแล้วเท่แกร่ง ตามแบบฉบับนักกีฬา ลองเลือกกีฬาที่คุณพ่อคุณแม่ชื่นชอบ และนักกีฬาที่เป็นที่ชื่นชอบประจำใจ การนำชื่อของนักกีฬาเหล่านั้นมาใช้ในการตั้งชื่อลูกก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย นอกจากจะมีแนวทางชีวิตให้ลูกได้เรียนรู้ ยังเป็นต้นแบบให้เขามุ่งมั่นฟันฝ่าตาม เหมือนดั่งนักกีฬาที่ต้องอดทนฝึกซ้อมเพื่อฝัน ทั้งหมดนี้ก็จะเป็นแนวทางให้ลูกหากเขามีชื่อที่มีต้นแบบเป็นนักกีฬาที่คุณพ่อคุณแม่นับถือ ชื่นชอบ

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

รวม 80 คำคมปีใหม่ คำอวยพรปีใหม่ โดนใจแม่ ๆ ปี 2565

นมเปรี้ยว เลี้ยงลูกแทนนมแม่อย่าหาทำ หมอเตือนเสี่ยงโรค

300+ ชื่อมงคล ผู้หญิง ตามวันเกิดพร้อมความหมายดี ๆ

212 ชื่อเพราะๆ ตั้งชื่อลูกสาวพร้อมความหมาย เป็นมงคล เน้นเสริมดวงอุปถัมภ์

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ส่องความน่ารักลูกดาราเกิด ปี 2564

ส่องความน่ารักลูกดาราเกิดปี 2564 หล่อสวยได้พ่อหรือแม่

ส่องความน่ารักลูกดาราเกิดปี 2564 ใครเป็นใครกันบ้าง มาดูออร่าความสวย ความหล่อของเหล่าบรรดาลูกเซเลปที่ส่องประกายความหล่อสวยไม่แพ้พ่อแม่กันเลยทีเดียว

ส่องความน่ารักลูกดาราเกิดปี 2564 หล่อสวยได้พ่อหรือแม่!!

ใกล้หมดปี 2564 แต่ความน่ารักของเหล่าบรรดาลูกดารา เซเลปคนดังทั้งหลายยังคงไม่หมดตาม ทีมแม่ ABK ชวนมา ส่องความน่ารักลูกดาราเกิดปี 2564 กันดูว่าใครจะน่ารักทะลุจอ สวยเด่น หล่อเฟี้ยวตามพ่อ ตามแม่กันบ้างนะ งานนี้พ่อแม่หลบไป บรรดาดาราตัวน้อย ๆ กำลังส่องประกายเจิดจรัสกันทั่วฟ้า จนสว่างไสวไปทั่วแน่เลยทีเดียว

นาตาลี เดวิด

มาเริ่มกันตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา กับดาราสาว และนักร้องชื่อดัง นาตาลี เดวิด คลอดลูกชายน่ารักน่าชัง ตัวขาวอมชมพู เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 26 มกราคม 2564 ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยคุณแม่มือใหม่ได้บอกข่าวดีกับแฟนคลับผ่านไอจีพร้อมแคปชั่นว่า

“Ben มาแล้วคร๊าบบ @ourbaby_ben 26 มกราคม 2021 น้ำหนัก 3148 ผมขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนที่เอ็นดูและเฝ้ารอเจอผมครับ ขอบคุณคุณหมอโอ @orawin_rama คุณหมอวิสัญญี กุมารแพทย์ และพี่ ๆ พยาบาบ รพ. รามาฯ ทุกท่านที่ดูแลผมกับแม่อย่างดีนะครับ  #หมั่นโถวเบน”

ส่องความน่ารักลูกดาราเกิดปี 2564
ส่องความน่ารักลูกดาราเกิดปี 2564

น้องเบนของแม่นาตาลี ก็ช่างน่ารักสมกับที่คุณแม่ต้องเฝ้ารอคอยกันมานาน เพราะคุณแม่ต้องนอนพักรักษาอาการท้องแข็ง นอนรอการคลอด และดูแลตัวเองอย่างดีต้องแอดมิทเมื่อช่วงเคานต์ดาวน์ตอนด้นปีที่ผ่านมา เพื่อให้ลูกคลอดออกมาแข็งแรง จนปัจจุบันน้องเบนโตขึ้นมาก็หล่อได้แม่มาเต็ม ๆ แถมหน้าตายังทะเล้น น่ารัก อารมณ์ดีอีกด้วย แม่นาตาลีคงปลื้มอย่างแน่นอน

น้องเบน ลูกชาย นาตาลี เดวิด
น้องเบน ลูกชาย นาตาลี เดวิด รูปภาพจาก @nathalie_davies

กระต่าย พรรณิภา

นักร้องลูกทุ่งสาว กระต่าย พรรณนิภา กับผู้จัดการส่วนตัว ไพบูลย์ แสงเดือน ที่ถึงแม้ช่วงนี้จะมีเรื่องดราม่าให้ได้ปวดหัว แต่ตอนนี้ก็คงมีเรื่องให้ได้สบายใจกันได้บ้างกับการกำเนิดลูกชาย “น้องเพลินเพลงพิณ” เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ก่อนที่เจ้าตัวจะโชว์รูปเปิดตัวลูกชาย พร้อมบอกว่า ลูกคนนี้เกิดจากความรัก และเธอดีใจมากจนลืมความเจ็บปวดในวันคลอดไปหมด ด้วยแคปชั่นที่ว่า

“ด.ช.เพลินเพลงพิณ แสงเดือน 17/06/64 12:19น. น้ำหนักแรกเกิด 2.94 กิโลกรัม แข็งแรงครับ เกิดมาจากความรักและความตั้งใจของปาป๊าเเละมาม๊านะครับ

ม๊าจำวันที่คลอดเพลินเพลงได้เลย ม๊าร้องไห้ม๊าดีใจมากม๊าลืมความเจ็บปวดม๊าอยากเจอหน้าเพลินเพลงที่สุด ป๊าก็คอยนั่งให้กำลังใจม๊าอยู่ข้างๆตลอดเวลา

ป๊ากับม๊ารักเพลินเพลงที่สุด ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าครอบครัวของเรา เราจะทำปัจจุบันให้ดีที่สุด #เพลินเพลงของฝากตัวกับพี่ๆเอฟซีของม๊าเเละป๋านะครับ”

ส่องความน่ารักลูกดาราเกิดปี 2564
รูปภาพจาก @kratai_phannipha

เทย่า โรเจอร์ส

คุณแม่นางแบบ และนางเอกสุดแซ่บ โพสต์ภาพเคียงข้างสามีสุดหล่อ “มิก้า ชูนวลศรี” กับลูกสาวตัวน้อย หลังคลอดที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อวันที่ 2 ก.พ. โดยทั้งคู่ตั้งชื่อลูกสาวว่า น้อง Mila เรียกว่าจิ้มลิ้มน่ารักทีเดียว มาพร้อมกับน้ำหนักแรกเกิด 3.665 กิโลกรัม ส่วนสูง 50.5 เซนติเมตร งานนี้เล่นเอาแฟน ๆ ประหลาดใจไปตาม ๆ กัน เนื่องจากเธอไม่ได้โพสแจ้งข่าวใด ๆ ให้แฟนคลับรู้ จนมาลงภาพอวดลูกสาวแสนสวย สุดจ้ำม่ำ ลงไอจี  tayastarling พร้อมแคปชั่นที่บ่งบอกถึงความสุขที่กำลังเกิดขึ้น

“Completely smitten Thank you all so much for all the love and wishes these last few days I’m still trying to respond to everyone but we are overwhelmed with love and gratitude รักก่อนพบ พบแล้วยิ่งหลง ขอบคุณทุกคนมาก ๆ นะคะ สำหรับทุกคำอวยพร และข้อความ ตอนนี้เราอยู่บ้านกันแล้วค่ะ”

ส่องความน่ารักลูกดาราเกิดปี 2564 เทย่า โรเจอร์ส
ส่องความน่ารักลูกดาราเกิดปี 2564 เทย่า โรเจอร์ส

 

น้อง Mila ลูกแม่เทย่า โรเจอร์ส
น้อง Mila ลูกแม่เทย่า โรเจอร์ส รูปภาพจาก @tayastarling

วิสกี้ สุนิสา เจทท์

คราวนี้มาดูลูกของทั้งพ่อและแม่ที่เป็นดารา กับวิสกี้ สุนิสา เจทท์ ที่คลอดลูกชายคนที่ 2 เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2564 ตั้งชื่อว่า “น้องไทเลอร์” แข็งแรงทั้งแม่และลูก ด้านคุณพ่อสุดหล่อ “ชาย ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ” คอยดูแลเฝ้าไม่ห่าง น้ำตาซึม ซึ้งใจวันรอลูกชาย และก็ไม่ทำให้ผิดหวัง กับความทะเล้น ฉายแววความหล่อแต่เด็ก ที่เรียกได้ว่า ได้พ่อและแม่ มาเต็ม ๆ กันไปเลย

วันคลอดน้องไทเลอร์
วันคลอดน้องไทเลอร์

โมเมนต์ความอบอุ่นของคุณแม่นางเอกนางแบบคนสวย ลูกสองแล้วยังสวยปิ๊ง หุ่นดี กับคุณพ่อสุดหล่อระดับพระเอกที่ส่งต่อความสวยหล่อมายังลูกแบบไม่มีตกหล่น  โดยน้องไทเลอร์ได้ชื่อจริงว่า ด.ช.ทวิรท หิรัณยัษฐิติ

คุณแม่ยังสวยลูกสอง วิกกี้ สุนิสา เจทท์
คุณแม่ยังสวยลูกสอง วิกกี้ สุนิสา เจทท์ รูปภาพจาก @sunisajett

ณัฎฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา

ดาราหนุ่มมากบทบาทที่พึ่งเป็นคุณพ่อป้ายแดง โดยภรรยา นาน่า ธันยา เมี้ยนมนัส ได้คลอดลูกสาว น้องเนล่า ด.ญ. ธัญญณัฐ เทพหัสดิน ณ อยุธยา คลอดก่อนกำหนดเล็กน้อย แต่สุขภาพของทั้งแม่และลูก แข็งแรงดี งานนี้คุณพ่อยิ้มแก้มไม่หุบ เห่อลูกสาวไม่เบา

ณัฐฎ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา กับลูกสาว
ณัฐฎ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา กับลูกสาว
รูปภาพจาก @nut_devahastin
รูปภาพจาก @nut_devahastin

เพชร นาระ

น้องเรย์วิณ” ลูกชายคนที่ 3 ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มี.ค 2564 เรียกว่าเป็นคุณแม่ลูกดก แม้พึ่งฟิตหุ่นกลับมาเฟี้ยวก่อนท้องได้ไม่นาน แต่ก็ได้ผลผลิตแต่ละคนจิ้มลิ้มไม่เบาเช่นกัน รอยยิ้มของคุณแม่ อิ่มสุขอย่างมาก ชีวิตคุณแม่ลูก 3 น้องชาร์วี น้องนาร์วาฬ และล่าสุดน้องเรย์วิณ แฮปปี้มาก

เพชร นาระ และลูกชาย
เพชร นาระ และลูกชาย
รูปภาพจาก instagram.com/petchnla
รูปภาพจาก @petchnla

โอชา แวง

คุณแม่ป้ายแดง โอชา แวง กับสามีนักธุรกิจ “จอน ลอร์” ที่เพิ่งจะคลอดลูกสาวคนแรก เมื่อวันที่ 24 ก.พ.64 ที่ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ท่ามกลางความรู้สึกยินดี ของสามี โดยเจ้าตัวโพสต์ภาพพร้อมชื่อ ที่ตั้งว่า “罗子怡 KAYA HARPER LOR (น้องคาย่า) เรียกว่าสมค่าการรอคอย ล่าสุดได้ควงกันสามคนพ่อ แม่และลูกมาถ่ายรูปครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา โดยน้องคาย่าฉายแววสวยมาตั้งแต่เด็กเลยเชียว

โอชา แวง กับลูกสาว
โอชา แวง กับลูกสาว
รูปภาพจาก @ase_wang
รูปภาพจาก @ase_wang

หยาดทิพย์ ราชปาล

คุณแม่คนสวยคลอดลูกสาว “น้องเมย่า” มาก่อนกำหนด ตั้งใจให้คลอด เดือนกันยายน แต่มาวันที่ 29 ส.ค.2564 แต่สมดั่งรอคอย น้องเมย่าหน้าตาจิ้มลิ้มน่าเอ็นดูมาก คุณแม่ป้ายแดงโพสต์ภาพลูกสาว พร้อมตั้งชื่อจริง “ด.ญ.รามาวดี รัศมีรามา” พี่ป้าน้าอาในวงการบันเทิง ส่งกำลังใจแน่นเลยหลังเห็นภาพหลานในไอจี

หยาดทิพย์ ราชปาล กับลูกสาว
หยาดทิพย์ ราชปาล กับลูกสาว

 

รูปภาพจาก @yardthip
รูปภาพจาก @yardthip

เป็นอย่างไรกันบ้างกับความน่ารัก น่าเอ็นดูของเหล่าบรรดาเซเลปตัวน้อย ที่เกิดมาพร้อมกับความสวย ความหล่อไม่แพ้พ่อแม่ ดูแล้วชื่นตาชื่นใจ จนทำให้คนโสดบางคนอาจอยากรีบหาคู่ จะได้มีเจ้าตัวน้อย ๆ น่ารัก ๆ แบบนี้บ้าง หรือใครที่กำลังตั้งครรภ์การได้ดูภาพเด็ก ก็จะช่วยให้สุขใจ อารมณ์ดี ส่งผลต่อลูกในท้องของเราได้เช่นกัน แบบนี้ต้องขอขอบคุณเหล่าบรรดาดาราที่ได้ลงรูปเจ้าตัวน้อยน่ารัก ๆ มาให้เราเหล่าแฟนคลับได้ชม ได้ชื่นใจกันไม่น้อย แถมตัวคุณพ่อคุณแม่เองก็สวยหล่อ ไม่แพ้ลูกเลยทีเดียว ขนาดหลังคลอดหุ่นแต่ละคนยังแทบไม่เปลี่ยนไปจากตอนก่อนคลอดกันเลยทีเดียว2

ขอขอบคุณภาพจากไอจีดารา ase_wang , tayastarling , sunisajett , nathalie_davies  , petchnla , nut_devahastin ,  yardthip ,kratai_phannipha

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ส่อง “18 ดาราเลี้ยงลูก” อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ! วันๆ ทำอะไรกันบ้าง?

เปิดลิสต์ 4 ดาราชายสุดแซบ ว่าที่คุณพ่อ

รวม 80 คำคมปีใหม่ คำอวยพรปีใหม่ โดนใจแม่ ๆ ปี 2565

ท่าออกกำลังกายคนท้อง ยืดกล้ามเนื้อแม่ทำไว้คลอดง่าย

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

apgar score คือ

apgar score คือ อะไร? การประเมินสุขภาพทารกที่แม่ควรรู้

หลังจากคลอดทารกออกมาแล้ว คุณหมอจะต้องตรวจสุขภาพทารกว่ามีสิ่งใดผิดปกติบ้าง อยากรู้ไหมว่า Apgar Score คือ อะไร? การตรวจนี้บ่งบอกอะไรบ้าง? มาดูกัน

apgar score คือ อะไร? การประเมินสุขภาพทารกที่แม่ควรรู้

ในการคลอดบุตรแต่ละครั้ง นอกจากคุณหมอที่ทำคลอดคุณแม่แล้ว อีก 1 คนที่มีบทบาทสำคัญในการคลอดลูกคือ คุณหมอเด็กแรกเกิด เพราะเมื่อลูกออกมาจากท้องคุณหมอแล้ว คุณหมอที่ทำคลอดก็จะส่งต่อลูกน้อยของเราให้กับคุณหมอเด็ก เพื่อทำความสะอาด และตรวจดูสุขภาพของลูก 1 ในสิ่งที่คุณหมอเด็กตรวจคือการให้คะแนน Apgar Score ซึ่ง apgar score คือ อะไร? ตรวจอะไรบ้าง? การกระเมินสุขภาพทารกในครั้งนี้ บ่งบอกอะไรได้บ้าง? มาดูกันค่ะ

Apgar Score คือ อะไร?

ทารกแรกคลอดทุกรายควรได้รับการประเมินสุขภาพ เพื่อเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ทารกสามารถปรับสภาพร่างกายอยู่ใน
สิ่งแวดล้อมได้ไม่มีปัญหาใดที่ต้องไดรับการช่วยเหลือและแก้ไขรีบด่วน โดยในปี ค.ศ.1952 Dr. Verginia apgar ซึ่ง
เป็นวิสัญญีแพทย์ได้เห็นความสำคัญของการประเมินสุขภาพทารกแรกคลอดนี้ จึงได้คิดค้นวิธีประเมินสุขภาพโดยดู
ลักษณะ คลินิกทารก 5 ประการ ซึ่งวิธีประเมินนี้เรียกว่า “Apgar Scoring System” จากการดูลักษณะทางคลินิกของทารกแล้วนํามาให้คะแนน ความหมายของคะแนนที่ได้รับจะบอกถึงภาวะสุขภาพ และปัญหาของทารกที่ต้องการความช่วยเหลือรีบด่วนและเป็นแนวทางที่จะเลือกวิธีการช่วยเหลือทารกได้อยางเหมาะสม การประเมินสุขภาพทารกนี้มักจะ ทําใน 1 นาที 5 นาที และ 10 นาทีแรกคลอด การประเมินในระยะ 1 นาทีแรกคลอดเพื่อช่วยบ่งชี้ว่าทารก ควรได้รับการแก้ไข และช่วยเหลือเกี่ยวกับภาวะสุขภาพของทารกว่ามีโอกาสรอดชีวิตมากน้อยเท่าใด และจะมีความพิการทางสมองหรือไม่ในอนาคต คะแนนที่ได้รับจากการประเมินสุขภาพนี้ มีตั้งแต่0-10 คะแนน โดย ลักษณะทางคลินิก 5 ประการ ที่ใช้ประเมินสุขภาพ มีดังนี้

  • A = Appearance = ลักษณะสีผิว
  • P = Pulse = Heart rate = อัตราการเต้นของหัวใจ
  • G = Grimace = Reflex irritability = การตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น
  • A = Activity = Muscletone = ความตึงตัวกล้ามเนื้อ
  • R = Respiration = Respiratory effort = การหายใจ

ซึ่งมีค่าคะแนน 10 คะแนน หากทารกมีคะแนนต่ำกว่า 8 คะแนน จะสัมพันธ์กับภาวะขาดออกซิเจนตั้งแต่แรกเกิด ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ทารกจะเกิดความผิดปกติและพิการของสมองตามมาได้

apgar score
apgar score

วัตถุประสงค์ของการประเมินภาวะสุขภาพ

  1. เพื่อตรวจหาความผิดปกติหรือความพิการแต่กำเนิดของทารกแรกเกิด
  2. เพื่อประเมินภาวะการเจ็บป่วยของทารกที่เกิดขึ้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์ หรือความผิดปกติที่เกิดขึ้น ระหว่างคลอด
  3. เพื่อนำผลการประเมินภาวะสุขภาพของทารกมาเป็นแนวทางในการวางแผนการพยาบาล
  4. เพื่อเป็นเกณฑ์สำหรับเปรียบเทียบหรือติดตามการเจริญเติบโตของเด็กต่อไป

หลักเกณฑ์การให้คะแนน Apgar Score ทารกได้คะแนนการประเมินสุขภาพจากอะไรบ้าง?

ลักษณะทางคลีนิค
(Sign)
0 คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน
อัตราการเต้นหัวใจ
(Heart Rate)
ไม่มี
(Absent)
น้อยกว่า 100 ครั้ง / นาที
Slow (below 100/min)
มากกว่า 100 ครั้ง / นาที
(Over 100/min)
การหายใจ
(Respiratory effort)
ไม่มี
(Absent)
ช้า ไม่สม่ำเสมอ
(Slow, Irregulen)
ร้องเสียงดัง
(Good, crying)
ความตึงตัวกล้ามเนื้อ
(Muscle Tone)
อ่อนปวกเปียก
(Flaccid)
แขนขางอ เคลื่อนไหวน้อย
(Some flexion of extrimities)
เคลื่อนไหวดี
(Active motion)
ปฏิกริยาเมื่อถูกรบกวน
(Reflex irritability)
ไม่มีการตอบสนอง
(No response)
มีการเปลี่ยนแปลงสีหน้า
(Grimace)
ร้องเสียงดัง
(Vigorus cry)
สีผิวร่างกาย
(Colour)
เขียว, ซีด
(Blue, pale)
ตัวชมพู ปลายมือเท้าเขียว
(Body pink, Extrimities blue)
สีชมพูทั้งตัว
(Complete pink)
 
ทารกแรกเกิด
ทารกแรกเกิด

การแปลผล

คะแนนรวมใน Apsar Score จะบอกให้ทราบดังภาวะสุขภาพเพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือในการรักษา และการพยาบาลอย่างถูกต้องเหมาะสม และทันต่อเหตุการณ์คือ

  • สภาพปกติ (Good condition) ทารกจะมีคะแนนรวมระหว่าง 7 – 10 ทารกต้องการดูแลตามปกติ ได้แก่ การ
    ช่วยเหลือให้ทารกหายใจได้สะดวก โดยการดูดเมือกออก (Suction secretion) และการดูแลให้ ความอบอุ่นที่เพียงพอ (Provision of warmth)
  • สภาพทารกถูกกดศูนย์การหายใจเล็กน้อยหรือปานกลาง (Fair condition) ทารกจะมีคะแนน ระหว่าง 4 – 6 มีการ หายใจค่อนข้างช้า ไม่หายใจเองใน 1 นาทีความตึงตัวของกล้ามเนื้อไม่มี สีผิวอาจซีดหรือเขียว แต่อัตราการเต้นของหัวใจ และปฏิกิริยาเมื่อถูกกระตุ้นยังดี ทารกประเภทนี้ต้องการ ความช่วยเหลือ คือ การช่วยให้การหายใจได้สะดวก โดยการทําทางเดินหายใจให้โล่ง (Clear air way) และการได้รับ Oxygen เป็นการกระตุ้นการหายใจ และการได้รับความอบอุ่นเพียงพอ
  • สภาพทารกถูกกดศูนย์หายใจรุนแรง (Poor Condition) ทารกจะมีคะแนนรวม 0 – 3 สภาพทารก อัตราการเต้นของ หัวใจค่อนข้างน้อย ผิวอาจซีดหรือขาว ปฏิกิริยา โต้ตอบเมื่อถูกกระตุ้นไม่มีทารกพวกนี้ ต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับการหายใจอย่างรีบด่วน การ Clear air way และการให้ Oxygen อาจ ไม่ได้ผล อาจจะต้องใส่ Endotracheal tube และใช้เครื่องช่วยหายใจ

ทราบกันแล้วว่า Apgar Score คือ อะไร? ตรวจเพื่ออะไร? และตรวจอะไรบ้าง? นอกจากการตรวจ Apgar Score คุณหมอเด็ก ยังตรวจสุขภาพของทารกในเรื่องอื่น ๆ ด้วย เช่น ตรวจการได้ยิน การมองเห็น ตรวจศีรษะ ตรวจใบหน้า ฯลฯ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกน้อยไม่มีสิ่งใดผิดปกติ และหากพบสิ่งผิดปกติ ก็จะได้รับการรักษาได้อย่างทันท่วงทีค่ะ

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ขอบคุณข้อมูลจาก : นางศรัณญา แสนบรรดิษฐ์ พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ หอผู้ป่วยทารกแรกเกิดป่วย ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่