อาการ โอมิครอน ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก

เช็กเลย! อาการ โอมิครอน ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก ต่างกันอย่างไร

แม้จะผ่านมามากกว่า 2 ปีแล้ว แต่การระบาดของโรคโควิด 19 ก็ยังไม่น้อยลงไปเลย โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน ที่ระบาดง่าย ติดง่าย จนยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นแม้จะมีการฉีดวัคซีนมากขึ้นแล้วก็ตาม นอกจากต้องระวังโควิดแล้ว ล่าสุด ไข้หวัดใหญ่กับไข้เลือดออก ก็กำลังระบาดและมีแนวโน้มว่าจำนวนเด็กป่วยจะมากขึ้นทุกวัน แล้วถ้าลูกเราป่วยขึ้นมาเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าลุกเราป่วยเป็นอะไรกันแน่ เราจะมีวิธีการสังเกต อาการ โอมิครอน ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก ว่าเป็นอย่างไร และต่างกัน อย่างไร ทีมแม่ ABK ชวนเช็คอาการของโรคทั้ง 3 ค่ะ

อาการ โอมิครอน ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก ต่างกันอย่างไร

อาการโควิด 19 โอมิครอน

ตอนนี้โควิดสายพันธุ์โอมิครอน กำลังระบาดหนัก จนทำให้มียอดผู้ติดเชื้อต่อวัน ถึงหลักหมื่นราย พบว่า ผู้ติดเชื้อโควิดโอมิครอน แต่ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ โดยอาการที่พบบ่อย เรียงจากมากไปน้อย ได้แก่

  • มีไข้
  • ไอ เจ็บคอ
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • มีน้ำมูก
  • ปวดศีรษะ
  • หายใจลำบาก
  • ได้กลิ่นลดลง

โดยส่วนมากแล้ว การติดเชื้อโควิดโอมิครอน จะเป็นการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบน ไม่ได้ลงปอด จึงทำให้อาจพบเจอผู้ป่วยเหล่านี้ ปะปนกับคนทั่วไป ในที่สาธารณะได้ง่าย แม้จะฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแล้ว ก็ยังสามารถติดเชื้อได้ แต่ก็ช่วยลดความรุนแรงของอาการลงไปได้มาก ดังนั้น จึงควรป้องกันตนเอง ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น โดยไม่ควรเป็นหน้ากากผ้าเพียงอย่างเดียว เพราะป้องกันเชื้อโรคไม่ให้เข้าหาเราไม่ได้ ล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อย ๆ เพื่อเสริมการป้องกัน ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อาการโรคไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ เกิดจากการติดเชื้อ ไวรัสอินฟลูเอนซา เป็นเชื้อที่พบมานานแล้ว ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ในส่วนของจมูก ลำคอ และปอด อาการเบื้องต้นคล้าย ไข้หวัดธรรมดา มีไข้ ตัวร้อน น้ำมูกไหล ไอหรือจาม แต่มีความรุนแรง และมีโอกาสพัฒนาสู่ภาวะแทรกซ้อน ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่พบ ปัจจุบันได้กลายเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ที่พบปะปนกับสายพันธุ์ต่าง ๆ ทั่วไป อาการทั่วไปคล้ายกับโควิดค่อนข้างมาก ในระยะเริ่มต้น ของอาการป่วยลักษณะนี้ เวลาที่ไปพบแพทย์ แพทย์จะทำการส่งตรวจเชื้อไข้หวัดใหญ่ก่อนอันดับแรก เพื่อตัดประเด็นความคล้ายคลึงกันของอาการออกไป

  • มีไข้สูงเกิน 38 องศาฯ
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมาก
  • ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หนาวสั่น
  • เบื่ออาหาร
  • คัดจมูก มีน้ำมูกใส ๆ ไอแห้ง ๆ
  • บางราย มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน

โรคไข้หวัดใหญ่ สามารถป้องกันได้ด้วยการ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ปีละ 1 ครั้ง สามารถฉีดได้ทุกเพศทุกวัย ในเด็กสามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือน ส่วนคุณแม่ตั้งครรภ์ สามารถฉีดได้ เพื่อป้องกันลูกน้อยที่เพิ่งคลอด และยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะฉีดวัคซีนได้

อาการ โอมิครอน ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก
อาการโรคไข้เลือดออก

อาการโรคไข้เลือดออก

สถานการณ์การระบาดของโควิด 19 ทำให้คนอยู่ดูแลบ้าน จึงกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายไปได้มากขึ้น การระบาดของโรค จึงเงียบหายไป 2 ปี แต่ปีนี้ โรคไข้เลือดออก กลับมาระบาดอีกครั้ง เพราะคนเริ่มออกจากบ้าน จนการป้องกันลดลง โรคไข้เลือดออก มียุงลายเป็นพาหะนำโรค โดยยุงลายที่ดูดเลือดของผู้ที่ติดเชื้อไวรัสเดงกี่ จะแพร่เชื้อเข้าสู่ร่างกายผู้ที่ถูกยุงกัดคนต่อไป ไข้เลือดออก เป็นหนึ่งในโรคที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้เป็นโรคที่ควรเฝ้าระวัง อาการของไข้เลือดออก สามารถสังเกตได้ ดังนี้

  • มีไข้สูงแบบเฉียบพลัน และต่อเนื่องเป็นเวลา 2-7 วัน
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยตามตัว
  • ส่วนใหญ่มีอาการหน้าแดง
  • อาจมีจุดแดงเล็ก ๆ ขึ้นตามลำตัว แขน ขา
  • ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก
  • มักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดท้องและเบื่ออาหาร

โดยทั่วไป ผู้ป่วยไข้เลือดออก จะมีไข้สูงมาก และปวดหัวรุนแรง เบื้องต้นจึงใช้ยาระงับอาการ เช่น พาราเซตามอล แก้ปวด และลดไข้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ ยาแอสไพริน ซึ่งจะมีผลต่อเซลล์เม็ดเลือด อาจกระทบต่อภาวะที่มีเลือดออก ซึ่งทำให้อาการแย่ลง หากพบว่ามีอาการไข้ลดลง อย่าเพิ่งชะล่าใจ เพราะอาจเกิดภาวะช็อก จนกระทั่งเสียชีวิตได้ หรือถ้ามีไข้สูงต่อเนื่องกว่า 2 วัน แม้จะเช็ดตัว หรือทานยาลดไข้แล้วก็ไม่ดีขึ้น ให้สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออกไว้ก่อน แล้วควรนำส่งโรงพยาบาล เพื่อตรวจอาการและรักษาได้ทันเวลาค่ะ

ตารางเปรียบเทียบอาการ โอมิครอน ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก ต่างกันอย่างไร

อาการ โอมิรอน ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก

ขอบคุณภาพจาก ไทยรัฐออนไลน์

แม้อาการของทั้ง 3 โรค จะแตกต่างกัน แต่หากเรารู้ข้อมูลเหล่านี้ ก็จะมีจุดสังเกตุ ที่ช่วยให้เราแยกแยะได้ดีขึ้น แต่หากไม่มั่นใจ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องนะคะคุณแม่

 

ขอบคุณข้อมูลจาก
pobpad, ไทยรัฐออนไลน์, kbkclinic

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ระวัง ไข้หวัดใหญ่ในเด็ก หวั่นระบาดซ้อนโควิด

หมอธีระ แนะ เด็กติดโอไมครอน ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

เป็นไข้เลือดออก ได้กี่ครั้ง ซ้ำรอบสองทำไมรุนแรงกว่ารอบแรก

 

นมแพะ

นมแพะ ดื่มดีมีประโยชน์ต่อเด็ก จริงหรือ?

นมแพะ กำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภคในขณะนี้ ผู้ปกครองส่วนหนึ่งก็หันมาให้ลูกดื่มนมแพะแทนนมวัวกันมากขึ้น เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง

นมแพะ ดื่มดีมีประโยชน์ต่อเด็ก จริงหรือ?

มาดูกันว่า นมแพะ มีประโยชน์อย่างไรบ้าง ทีมแม่ ABK ได้รวบรวมข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบระหว่างนมแพะ และนมวัว มาให้คุณพ่อคุณแม่ได้พิจารณาว่าควรให้ลูกได้หันมาดื่มนมแพะกันดีหรือไม่ ได้คุณค่าโภชนาการคุ้มค่ากับราคาที่สูงกว่านมวัวไหม

เปรียบเทียบคุณค่าทางโภชนาการระหว่าง นมแพะและนมวัว

ปริมาณน้ำนม 1 แก้ว (8 ออนซ์) นมแพะ นมวัว
แคลอรี่ 170 90 – 150
โปรตีน 9 กรัม 8 กรัม
ไขมัน 10 กรัม 0 – 8 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 11 กรัม 12 กรัม
แลคโตส 11 กรัม 12 กรัม
แคลเซียม 330 มิลลิกรัม 275 มิลลิกรัม

คุณค่าสารอาหาร

นมแพะ มีคุณค่าสารอาหารมากมาย มีปริมาณวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ใกล้เคียงกับนมวัว โดยมีแคลเซียม วิตามินเอ วิตามินบี 3 ทองแดง โพแทสเซียม และซิลิเนียมมากกว่าเล็กน้อย

แต่ทั้งนี้สิ่งที่นมแพะมีอยู่น้อยกว่านมวัวมากคือ วิตามินบี 12 และกรดโฟลิก

โปรตีนในนมต่อการย่อย

ในกระเพาะอาหารของคนเราจะมีกรดอยู่ ซึ่งเมื่อรวมตัวกับโปรตีนในน้ำนมจะเกิดเป็นลิ่มน้ำนม แต่ลิ่มน้ำนมที่เกิดจากนมแพะนั้นจะมีความอ่อนนุ่มกว่าลิ่มน้ำนมที่เกิดจากนมวัว จึงทำให้ย่อยได้ง่ายกว่า ด้วยเหตุนี้แพทย์บางคนจึงแนะนำคนไข้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน หรือโรคกระเพาะอาหารดื่มนมแพะแทนนมวัว

ทั้งนี้เด็กที่มีอาการแพ้นมวัว ซึ่งเกิดจากการแพ้โปรตีนที่อยู่ในนมวัวอย่าง แอลฟา-แล็กทาลบูมิน (Alpha lactalbumin) ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการแพ้โปรตีนในน้ำนม ในขณะที่น้ำนมแพะไม่มีโปรตีนชนิดนี้  หรือเด็กที่แพ้นมวัวซึ่งเกิดมาจากการแพ้น้ำเหลืองนมวัว (Bivine Serum) ซึ่งจะเกิดอาการแพ้เมื่อรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของนมวัว ในทั้งสองกรณีนี้เด็กอาจสามารถบริโภคนมแพะทดแทนได้โดยไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้

นมแพะมีไขมันที่ย่อยง่ายกว่านมวัว

อนุภาคเม็ดไขมันของนมแพะมีกรดไขมันสายปานกลาง และสายสั้นในสัดส่วนที่สูงกว่านมวัว ซึ่งจะช่วยให้เอนไซม์ในระบบย่อยอาหารย่อยไขมันเหล่านี้ได้ดีขึ้น ซึ่งทำให้การดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและกระบวนการย่อยทำได้ดีกว่าการดื่มนมวัว

นมแพะมีแลคโตสน้อยกว่านมวัว

การแพ้แลคโตสเกิดขึ้นได้ทั้งกับเด็กและผู้ใหญ่ การแพ้แลคโตส (Lactose Intolerance) เกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่สามารถย่อยแลคโตสได้ เนื่องจากร่างกายขาดเอนไซม์แลคเตส (Lactase) ที่จะย่อยแลคโตสในลำไส้เล็ก ทั้งนี้แลคโตส คือ น้ำตาลที่พบในนมหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม คนที่แพ้แลคโตสจะมีอาการหลังจากดื่มนม ดังนี้ ท้องอืด ท้องเสีย มีแก๊สในกระเพาะ ปวดท้อง วิงเวียนศีรษะ ร่วมกับอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวกับทางเดินอาหาร

เนื่องจากนมแพะมีปริมาณแลคโตสน้อยกว่านมวัว จึงเป็นผลดีกว่าเล็กน้อยในเด็กที่มีภาวะย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมผิดปกติ

ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบคุณประโยชน์ และความเสี่ยงต่ออาการแพ้นมวัวและนมแพะแล้วนั้น  ปรากฏว่าไม่ได้มีความแตกต่างกันมาก สำหรับผู้บริโภคทั่วไปหรือเด็กที่สามารถดื่มได้ทั้งนมแพะและนมวัวโดยไม่มีอาการแพ้ การดื่มนมวัวอาจเป็นทางเลือกในการลดค่าใช้จ่ายของครอบครัวเพราะมีราคาที่ย่อมเยาว์กว่า

แต่ทั้งนี้ สำหรับสำหรับผู้บริโภคหรือเด็กที่มีอาการแพ้แลคโตสอย่างรุนแรง หรือหากพบอาการปวดท้อง ท้องอีด มีแก๊สในกระเพาะอาหาร หลังจากดื่มนมแพะ ควรหลีกเลี่ยงและปรึกษาคุณหมอ

นมแพะ
นมแพะ

คุณประโยชน์ของนมแพะ

  • มีผลดีต่อระบบย่อยอาหาร

นมแพะ มีชนิดของไขมันและโปรตีนที่ย่อยง่ายกว่านมวัว ช่วยให้ย่อยและดูดซึมได้ง่ายกว่า มีผลดีต่อผู้ป่วยทางเดินอาหารบางชนิด จากการศึกษาทดลองชิ้นหนึ่งถึงคุณประโยชน์ของนมแพะต่อระบบย่อยอาหาร โดยให้ลูกหมูเพิ่งหย่านมดื่มนมแพะพาสเจอร์ไรส์ที่มีไลโซไซม์ ซึ่งเป็นเอนไซม์ในร่างกายมนุษย์ ทำหน้าที่ต้านเชื้อแบคทีเรีย ผลการทดลองพบว่า ลูกหมูมีระบบการย่อยอาหารที่ดีขึ้น และยังมีสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียอีโคไล (E. Coli) ในลำไส้ ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน และถ่ายเป็นเลือดอีกด้วย จึงมีการคาดการณ์ว่า หากให้เด็กดื่มนมแพะอาจได้ผลลัพธ์เดียวกันกับการทดลองในครั้งนี้

นอกจากการป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียอีโคไลแล้ว ยังมีงานวิจัยในหลอดทดลองอีกชิ้นหนึ่ง ได้ค้นพบว่านมแพะมีคุณประโยชน์ในการช่วยซ่อมแซมความเสียหาย และส่งเสริมการทำงานของเซลล์ของผนังทางเดินอาหารหลังจากเกิดการติดเชื้ออีโคไล โดยมีเอนไซม์ไลโซไซม์เป็นปัจจัยสำคัญ โดยหากนมแพะมีเอนไซม์ไลโซไซม์ยิ่งมากก็จะยิ่งได้ผลดีมากขึ้น หากต่อไปมีการทดลองในคน และได้ผลลัพธ์เหมือนการวิจัยในหลอดทดลองนี้ อาจมีการพัฒนานมแพะให้สามารถป้องกันและรักษาอาการติดเชื้อแบคทีเรียอีโคไลในลำไส้ได้ต่อไป ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับทารกหรือเด็กเล็กที่มีความเสี่ยงกับเชื้อแบคทีเรียนี้เป็นพิเศษ

ควรป้องกันการติดเชื้ออีโคไลในระบบย่อยอาหารด้วยการล้างมือเป็นประจำก่อนการปรุงอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร หลังจากเข้าห้องน้ำ และหลังจากสัมผัสสัตว์ รับประทานอาหารที่ปรุงสุกและสะอาดถูกสุขอนามัย ไม่นำอุปกรณ์ทำครัวและภาชนะที่สัมผัสกับเนื้อดิบมาใช้กับผักผลไม้หรืออาหารที่ปรุงสุกแล้ว ควรดื่มนมและน้ำผลไม้ที่ผ่านการพาสเจอไรซ์

  • ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของเด็ก

มีการกล่าวกันว่า การให้ลูกดื่มนมแพะจะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโต โดยเฉพาะพัฒนาการทางด้านสมอง แต่การศึกษาวิจัยเพื่อพิสูจน์คำกล่าวนี้ยังมีอยู่น้อย มีเพียงงานวิจัยในหนูทดลองที่เพิ่งหย่านมแม่ โดยแบ่งกลุ่มให้กลุ่มนึงดื่มนมสำหรับทารกสูตรนมวัว อีกกลุ่มนึงดื่มสูตรนมแพะ โดยมีความเข้มข้นระดับต่างๆ ผลการวิจัยพบว่า หนูกลุ่มที่ดื่มสูตรนมแพะ มีการเจริญเติบโตของร่างกายและกระดูกรวดเร็วกว่า โดยไม่ส่งผลให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นยังมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวร่างกายและการเรียนรู้มากกว่า รวมทั้งมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น ทั้งนี้ การดื่มนมแพะ จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กจริงหรือไม่นั้น ยังต้องการการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนมากกว่านี้

  • ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

มีการแนะนำว่า นมแพะอาจส่งผลดีต่อผู้ป่วยโรคภูมิแพ้อันเกิดจากสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ กันไป โดยอาการของโรคนี้มีได้ตั้งแต่ระดับไม่รุนแรงไปจนถึงขั้นรุนแรงจนส่งผลถึงชีวิต และแม้แต่อาการในระดับไม่รุนแรง เช่น จาม น้ำมูกไหล คัดจมูก คันตา น้ำตาไหล มีผื่นขึ้น ก็อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยได้ไม่น้อย

คำกล่าวนี้จะจริงหรือไม่ ยังต้องมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมอีกมาก เนื่องจากงานวิจัยเรื่องนี้มีน้อยและไม่ได้ทำการวิจัยกับคน ทั้งนี้ มีงานวิจัยในหลอดทดลองชิ้นหนึ่งที่น่าจะเป็นแนวทางให้เกิดการศึกษาอย่างน่าเชื่อถือ และรัดกุมในขั้นต่อไปในอนาคต ชี้ว่านมแพะ อาจมีส่วนช่วยระบบภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อภายนอก และลดการเกิดสารก่อภูมิแพ้ ทั้งในด่านแรกที่ร่างกายเผชิญสารก่อภูมิแพ้ และเมื่อเริ่มเกิดการผลิตสารภูมิต้านทาน หรือแอนติบอดีออกมาหลังจดจำสารก่อภูมิแพ้ดังกล่าวได้ ซึ่งประสิทธิภาพข้อนี้จะช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้ต่อสู้กับอาการแพ้ได้ดียิ่งขึ้น

  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล

นมแพะมีกรดไขมันสายกลาง (Medium chain fatty acid) อยู่สูง ซึ่งกรดไขมันเหล่านี้มักให้พลังงานที่ส่งเสริมการลดระดับของคอเลสเตอรอลได้ เพราะถ้าหากมีระดับของคอเลสเตอรอลลดลง หรืออยู่ในระดับคงที่พอดี ก็อาจเป็นการช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้อีกด้วย

  • ช่วยเสริมสร้างกระดูก

นมแพะ มีตัวเลขโภชนาการของ ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ที่สูงกว่านมวัว ซึ่งสารอาหารนี้อาจเข้าไปช่วยเสริมสร้าง และบำรุงกระดูก ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน หรือกระดูกเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ ยังอาจช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง และภาวะขาดสารอาหารได้ด้วย

  • ช่วยบำรุงผิวพรรณ

นมแพะ อุดมไปด้วยวิตามินเอ และมีระดับค่า pH ที่ค่อนข้างใกล้เคียงกับร่างกายของมนุษย์ จึงทำให้ระบบต่างๆ ภายในดูดซึมได้ดี ทำให้ผิวพรรณดูเรียบเนียน และยังช่วยให้ห่างไกลจากการเป็นสิวได้อีกด้วย ในปัจจุบันนี้ นอกจากการบริโภคแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ที่นำ นมแพะ ไปแปรรูปอีกหลายหลาย เช่น สบู่ ครีมอาบน้ำ โลชั่น ครีมทาหน้า เป็นต้น

ชีสนมแพะ
ชีสนมแพะ

ชีสนมแพะ (Goat Cheese)

ชีส เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม อาจทำมาจากนมวัวหรือนมแพะก็ได้ น้ำนมที่นำมาทำนั้น จะถูกนำมาผ่านกระบวนการแยกโปรตีนออกจากน้ำนม เพื่อให้น้ำนมมีความเข้มข้นมากขึ้น จากนั้นนำไปหมักกับยีสต์ เชื้อรา หรือแบคทีเรียชนิดดี จนกระทั่งเกิดการแข็งตัว

ชีสนมแพะ นั้นก็ทำมาจากนมแพะ โดยผ่านกระบวนการชีสตามปกติ จะมีหลายรสชาติ มีแบบนุ่ม แบบเนื้อร่วน หรือแบบรสเค็ม นอกจากนี้ยังเป็นชีสที่ให้คุณค่าสารอาหารสูง ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้แลคโตส หรือแพ้น้ำเหลืองนมวัว ยังอาจสามารถบริโภคชีสนมแพะทดแทนชีสที่ทำจากนมวัวได้ด้วย

คุณประโยชน์ของ ชีสนมแพะ

  • เป็นแหล่งสารอาหาร

ชีสนมแพะ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีสารอาหารสำคัญคือ กรดไขมันดี อย่าง กรดไขมันไม่อิ่มตัว กรดอะมิโน และยังมีโปรตีนสูง ซึ่งหากเปรียบเทียบกับชีสนมที่ทำจากนมวัวแล้ว ชีสนมแพะมีปริมาณโปรตีนมากกว่าชีสที่ทำจากนมวัว

กรดไขมันดีในชีสนมแพะ มีส่วนช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ให้พลังงานแก่ร่างกายและสมอง ดีต่อการทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย ลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดและโรคหัวใจ รวมถึงโรคเรื้อรังชนิดต่างๆ ด้วย นอกจากนี้ชีสนมแพะยังให้แร่ธาตุและสารอาหารสำคัญต่อร่างกายอื่นๆ อีก ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม สังกะสี ซีลีเนียม ธาตุทองแดง และธาตุเหล็ก

  • มีผลดีต่อระบบย่อยอาหาร

ชีสนมแพะ อุดมไปด้วยสารอาหารประเภทโพรไบโอติก ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยในการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และจุลินทรีย์ชั้นดีในลำไส้ ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้จะช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร ช่วยลดปัญหาท้องผูกได้ดี

  • ให้พลังงานแก่ร่างกาย

ชีสนมแพะให้ความรู้สึกอิ่มและให้พลังงานแก่ร่างกายได้มากกว่าชีสที่ทำมาจากนมวัว เนื่องจากชีสนมแพะอุดมไปด้วยกรดไขมันที่มีประโยชน์ ทั้งกรดไขมันไม่อิ่มตัว กรดอะมิโน กรดไขมันสายสั้น กรดไขมันสายกลาง กรดคาพริก (Capric acid) และกรดคาไพรลิก (caprylic acid) กรดไขมันเหล่านี้จะถูกร่างกายย่อยอย่างรวดเร็ว ทำให้รู้สึกอิ่มได้มากขึ้น และไม่ทำให้รู้สึกหิวบ่อย

  • ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

ชีสนมแพะอุดมไปด้วยสารอาหารจำพวกกรดไขมันที่มีส่วนช่วยต้านการอักเสบของเซลล์ในร่างกาย ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง

นมแพะนั้นอุดมด้วยสารอาหารมากมาย และยังมีประโยชน์หลายด้าน แต่มีราคาค่อนข้างสูงหากเปรียบเทียบกับนมวัว อย่างไรก็ตาม หวังว่าข้อมูลเกี่ยวกับนมแพะที่ ทีมแม่ ABK รวบรวมมาในบทความนี้คงมีประโยชน์สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังสนใจอยากให้ลูกดื่มนมแพะกันอยู่นะคะ

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

นมพาสเจอร์ไรส์ นมUHT นมสเตอริไลส์ ลูกกินแบบไหนดี?

7 เมนูไข่ง่าย ๆ ทำกินได้บ่อย ทั้งอร่อยและมีประโยชน์!!

14 อาหาร เสริมภูมิคุ้มกันลูก ช่วยให้ลูกไม่ป่วยง่าย!

หมอชี้!!ลูกขาด วิตามินซี อันตรายกว่าที่คิด เสี่ยงเดินไม่ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.pobpad.com, https://hellokhunmor.com

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

Amarin Baby & Kids

LGBTQ สมรสเท่าเทียม

LGBTQ มีเฮ!ใบรับการแจ้งชีวิตคู่แจ้งจดความรักไม่แยกเพศ

LGBTQ มีลุ้น มีเฮ หากอยากแจ้งจดสัญญารัก วันนี้สามารถจดใบรับการแจ้งชีวิตคู่สำหรับคู่รักหลากหลายเพศได้แล้ว มีเงื่อนไข เตรียมตัวอย่างไรควงแขนคู่คุณแล้วไปกันเลย

LGBTQ มีเฮ! ใบรับการแจ้งชีวิตคู่ แจ้งจดความรักไม่แยกเพศ

ทะเบียนสมรส สัญญารักที่คู่รักมาร่วมกันแจ้งจดเพื่อให้ชีวิตคู่สมบูรณ์ขึ้น สำหรับกฎหมายของประเทศไทยยังคงจำกัดอยู่แค่เพศชาย เพศหญิงเท่านั้น แต่ในโลกปัจจุบันต้องยอมรับว่า สังคมได้เปิดกว้างมากขึ้นกว่าแต่ก่อน และเริ่มยอมรับความหลากหลายทางเพศมากขึ้น ความรักก็เช่นกัน

LGBTQคืออะไร

กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือLGBTQ

  • L – Lesbian กลุ่มผู้หญิงรักผู้หญิง
  • G – Gay กลุ่มชายรักชาย
  • B – Bisexual หรือกลุ่มที่รักได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง
  • T – Transgender คือกลุ่มคนข้ามเพศ จากเพศชายเป็นเพศหญิง หรือเพศหญิงเป็นเพศชาย
  • Q – Queer คือ กลุ่มคนที่พึงพอใจต่อเพศใดเพศหนึ่ง โดยไม่ได้จำกัดในเรื่องเพศ และความรัก

    LGBTQ ความรักไม่แบ่งเพศ
    LGBTQ ความรักไม่แบ่งเพศ

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้มีการเปลี่ยนแปลงการจัดประเภทของโรคระหว่างประเทศ หรือ ICD ฉบับล่าสุด โดยย้ายหัวข้อ ‘การมีเพศสภาพไม่สอดคล้องกับเพศกำเนิด’ ออกจากหมวดความผิดปกติทางจิตและพฤติกรรม และย้ายไปอยู่ในหมวด ‘กรณีที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพทางเพศ’ เพราะการมีเพศสภาพไม่สอดคล้องกับเพศกำเนิดนั้นไม่ถือว่าเป็นอาการป่วยทางจิต

เมื่อความรักไม่จำกัดเพศ สมรสเท่าเทียมจึงควรมี!!

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา พรบ.สมรสเท่าเทียม หรือ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่เสนอโดยพรรคก้าวไกลมาตั้งแต่ปี 2563 มีจุดมุ่งหมายเดียวกันกับร่างสมรสเท่าเทียม ที่ภาคประชาชนออกมารณรงค์เมื่อปลายปี 2564 โดย ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายนำเสนอว่า

“เนื่องจากบทบัญญัติในประมวลแพ่งและพาณิชย์หลายมาตราขัดต่อบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 27 วรรคสาม ซึ่งเป็นการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อบุคคลด้วยเหตุความแตกต่างเรื่องเพศ จึงเสนอให้มีการแก้ไขดังนี้

1.แก้ไขให้ชายหญิงหรือบุคคลสองคน ซึ่งเป็นเพศเดียวกันสามารถหมั้น สมรสกันได้ตามกฎหมาย

2.แก้ไขเพิ่มเติมหมวดความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาและคู่สมรส และกำหนดให้ตัดคำว่าสามีและภริยา และให้เพิ่มคำว่าคู่สมรส

3.ความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรส ซึ่งบุคคลสองคนสมรสกัน มีสิทธิ หน้าที่และความคุ้มครองตามกฎหมาย

4.แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 4 จากเดิมทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยา เป็นทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส

5.เรื่องสิทธิและหน้าที่ของคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถจัดการทรัพย์สินและหนี้สินร่วมกัน

6.เรื่องการสิ้นสุดการสมรส การเพิกถอนการสมรส การหย่าขาดจากการสมรส การจัดการทรัพย์สินหลังสิ้นสุดการสมรส การเรียกค่าทดแทน ค่าอุปการะเลี้ยงดูหลังสิ้นสุดการสมรส

ธงสีรุ้ง สัญลักษณ์ LGBTQ
ธงสีรุ้ง สัญลักษณ์ LGBTQ

7.ให้คู่สมรสที่เป็นเพศเดียวกัน ซึ่งจดทะเบียนสมรสโดยชอบด้วยกฎหมายสามารถรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมร่วมกันได้

8.กรณีที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่เป็นผู้ฆ่าคู่สมรส กำหนดให้เป็นผู้ถูกจำกัดมิให้รับมรดก

9.คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายหรือคู่สมรสที่ร้างกันหรือแยกทางกันโดยมิได้หย่าร้างตามกฎหมาย มีสิทธิในการรับมรดกของคู่สมรสที่เสียชีวิต

การที่ชายหญิงตัดสินใจสร้างครอบครัว และจดทะเบียนสมรสใช้ชีวิตร่วมกัน โดยมีสิทธิ ศักดิ์ศรี และสวัสดิการ แต่กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศกลับไม่มีสิทธิขั้นพื้นฐานเหล่านี้

กฎหมายสมรสเท่าเทียมไม่ได้เป็นการเรียกร้องมากกว่าผู้อื่น แต่กลุ่มLGBTQกำลังบอกผู้มีอำนาจว่า พวกท่านพรากสิทธิในการก่อตั้งครอบครัวจากพวกเราไป”

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com

ใบรับการแจ้งชีวิตคู่

ในวันวาเลนไทน์วันแห่งความรักปีนี้ (2565) ทางสำนักงานเขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ได้สร้างความฮือฮาให้กับสังคมด้วยการจัดงาน “บางขุนเทียน แสงเทียนแห่งรัก” ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ได้ร่วมการบันทึกจดแจ้งคู่สมรสเพศเดียวกัน

นายพงษ์จักรินทร์ ถาวรพงษ์ ผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน กล่าวว่า สำหรับการบันทึกจดแจ้งของ LGBTQมีวัตถุประสงค์ให้เป็นพื้นที่กับ LGBTQในระหว่างที่รอกฏหมายมีผลบังคับใช้ในอนาคต ได้แสดงหรือต้องการให้รับรู้ถึงการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันเหมือนคนทั่วไป ทั้งนี้ การจดแจ้งดังกล่าว จะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ และการทำบันทึกจดแจ้งไม่ได้ใช้งบประมาณของกรุงเทพมหานคร เนื่องจากมีภาคเอกชนให้การสนับสนุน ทั้งวัสดุอุปกรณ์และใบเอกสารที่ออกให้ อย่างไรก็ตามใบบันทึกจดแจ้งจะไม่มีผลบังคับทางกฏหมายที่ผูกพันใดๆ แต่เป็นการแสดงออกให้เห็นว่ามี LGBTQจำนวนมากในประเทศไทย ที่ยังรอความเท่าเทียม

อีกหนึ่งคู่รัก LGBTQสัญชาติไทย และอเมริกัน คู่แรกที่ได้จดแจ้งชีวิตคู่ กล่าวว่า เห็นว่าการแต่งงานเพศทุกเพศสำคัญไม่ว่าจะเพศอะไร สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่มีการแบ่งแยก การจัดงานในวันนี้ถือว่าเป็นการเริ่มต้นนำร่องทางกฏหมาย ซึ่งจะช่วยให้ชีวิตคู่สมบูรณ์ขึ้น เช่นในกรณีเจ็บป่วย เราไม่สามารถเซ็นต์ยินยอมให้รักษาได้เพราะโรงพยาบาลไม่ยินยอม เพราะต้องไปตามครอบครัวมาเซ็นต์ยินยอม ซึ่งถ้าข้อกฏหมายนี้ผ่าน เราก็สามารถให้เขาที่คอยอยู่กับเรามีสิทธิเซ็นต์ยินยอมได้ แต่ถ้ายังไม่มีการเริ่มก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ อย่างไรก็ตามอยากขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องอนุมัติ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ให้มีผลบังคับใช้ ขอให้เห็นใจ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในสังคมในทุกๆ ด้าน

ที่มา : https://www.matichon.co.th
ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆจาก สำนักงานเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆจาก สำนักงานเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

ไขข้อข้องใจ ใบรับการแจ้งชีวิตคู่

Question: การบันทึกจดแจ้งทำขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์ใด?

Answer : เพื่อให้เป็นพื้นที่กับคนที่เป็น LGBTQในระหว่างที่รอกฎหมายให้มีผลบังคับใช้ได้ในอนาคต ได้มีการแสดง หรือต้องการให้รับรู้ถึงการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เหมือนบุคคลทั่วไป

Question : มีค่าใช้จ่ายในการจดแจ้งไหม?

Answer : ไม่มีค่าใช้จ่ายใดใด และผู้ที่มาจดทะเบียนสมรส และผู้ที่มาบันทึกจดแจ้ง จะได้รับของที่ระลึกจากผู้สนับสนุน

Question : มีผลบังคับทางกฎหมายหรือไม่ ?

Answer :  การบันทึกจดแจ้งไม่มีผลบังคับทางกฎหมายที่ผูกพันใดใด แต่เป็นการแสดงออกเพื่อส่งเสียงไปยังกลุ่มคนที่ไม่ได้เป็น LGBTQให้ได้เห็นว่าคนกลุ่มนี้มีจำนวนมากพอสมควรในประเทศไทย และกำลังรอความเท่าเทียมในทางกฎหมาย

Question : ใช้งบประมาณมาจากไหน ?

Answer : การจดทะเบียนสมรสปกติ เป็นการจดทะเบียนนอกสถานที่ใช้งบประมาณทางราชการปกติ สำหรับคู่ที่เป็นคู่รัก LGBTQมาจดบันทึกจดแจ้ง มีภาคเอกชนสนับสนุนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวัสดุอุปกรณ์ และแม้แต่ใบเอกสารที่ออกให้

จดทะเบียนสมรสที่ไม่ใช่ชายกับหญิงทำไม่ได้ในประเทศไทย
จดทะเบียนสมรสที่ไม่ใช่ชายกับหญิงทำไม่ได้ในประเทศไทย

Question : มีเจตนาหลอกลวง หรือเอากลุ่ม LGBTQมาล้อเล่นหรือไม่ ?

Answer : เจตนาจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อต้องการให้พื้นที่กับกลุ่มLGBTQที่สมัครใจอยากเข้ามาร่วมกิจกรรม และต้องการบันทึกจดแจ้ง ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก ส่วนกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยได้เร่งทำความเข้าใจว่าไม่ได้ต้องการให้กระทบความรู้สึก หรือเอามาเป็นเรื่องล้อเล่น แต่อยากให้มีความเท่าเทียมได้เกิดขึ้นจริงในสังคม

Question : มีผลกระทบอะไรกับร่างพ.ร.บ.ชีวิตคู่ และร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมหรือไม่ ?

Answer : ผลกระทบถ้าจะมี หวังว่าจะเป็นผลกระทบในเชิงบวกที่จะปักหมุดหมาย หรือส่งเสียงให้ดังเพื่อไปให้ถึงผู้ที่กำลังพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ หรือเป็นแรงกระเพื่อมให้สังคมยกประเด็นของกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาถกกันว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศไทยควรมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม เหมือนกับหลายประเทศในโลก

ข้อมูลอ้างอิงจาก www.petcharavejhospital.com/ www.facebook.com/pr.bangkhunthian

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

จดทะเบียนสมรสใช้อะไรบ้าง? จดออนไลน์ได้ไหม?

6 ข้อดี ของการ มีลูกต่างเพศ สิ่งที่ลูกชายลูกสาวได้เรียนรู้จากกันและกัน

ควรมี เซ็ก สัปดาห์ละกี่ครั้ง มากน้อยแค่ไหนถึงจะฟินและดีต่อชีวิตคู่

คุยเรื่องเพศกับลูก ต้องสอนยังไง จะเริ่มได้เมื่อไหร่ดี?

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

รูปวอลเปเปอร์

รูปวอลเปเปอร์ เด็กๆ น่ารักๆ ดีต่อใจคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์

วันนี้มาชวนคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์โหลดรูปเด็กน่ารักๆไปตั้งเป็น รูปวอลเปเปอร์ บนมือถือกันค่ะ เอาไว้ดูได้บ่อยๆ เวลาที่หยิบมือถือขึ้นมาก็ได้เห็นรูปให้อารมณ์ดี

รูปวอลเปเปอร์ เด็กๆ น่ารักๆ ดีต่อใจคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์

คุณแม่ทั้งหลายคงจะเคยได้ยินความเชื่อที่ว่า ดูรูปเด็กน่ารักๆ บ่อยๆ ตอนท้อง ลูกออกมาจะน่ารักเหมือนเด็กในรูป เรื่องนี้จริงหรือไม่ ทั้งนี้ถ้าหากพูดกันในหลักการทางวิทยาศาสตร์แล้ว ยีนหรือหน่วยพันธุกรรม  ทำหน้าที่กำหนดลักษณะทางพันธุกรรม ควบคุมลักษณะปรากฏที่พบเห็นหรือสังเกตได้ด้วยตาของสิ่งมีชีวิต  เช่น ลักษณะของเส้นผม ลักษณะดวงตา เพศ และสีผิว และควบคุมกระบวนการทางชีวเคมีภายในเซลล์ ในเรื่องนิสัยใจคอ

ถึงกระนั้นก็ตาม ความเชื่อเรื่องการดูรูปเด็กน่ารักๆตอนท้อง ก็ยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบัน เรื่องนี้แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคลนะคะ จะได้ผลหรือไม่ก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ทำให้คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อารมณ์ดี คลายเครียด ลดความวิตกกังวล เนื่องจากคนท้องนั้นอารมณ์มักจะขึ้นๆลงๆ สาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทำให้อารมณ์ไม่คงที่ควบคุมยากและเกิดจากความวิตกกังวล ซึ่งอารมณ์ของคุณแม่จะส่งผลโดยตรงกับทารกในครรภ์ คุณแม่ที่อารมณ์ดีลูกที่คลอดออกมาก็จะเป็นเด็กอารมณ์ดีเช่นกัน ในทางตรงกันข้ามถ้าคุณแม่เครียด ลูกที่คลอดออกมาจะเลี้ยงยาก งอแง ขี้โมโห

สาเหตุความเครียดของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์

  • เกิดจากฮอร์โมนขณะตั้งครรภ์ ทำให้คุณแม่เกิดความเครียด และมีอารมณ์ที่อ่อนไหวมากขึ้น
  • คุณแม่มีความกังวลในระหว่างตั้งครรภ์ และหลังคลอด

ความเครียดส่งผลโดยตรงถึงลูกในครรภ์

คุณแม่ – เมื่อมีอาการเครียดขณะตั้งครรภ์จะทานอาหารไม่ได้ หรือทานได้มากกว่าปกติ นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน เป็นเหตุให้ร่างกายมีภูมิต้านทานต่ำลง จึงมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย นอกจากนี้ร่างกายจะหลั่งสารอะดรีนาลีน ทำให้หลอดเลือดตีบ ความดันสูง และหัวใจเต้นเร็วขึ้น

ลูกในครรภ์ – หากคุณแม่เกิดอาการเครียดขณะตั้งครรภ์ระยะแรกๆอาจทำให้เกิดการแท้งได้ หรือทำให้อาหารที่จะไปเลี้ยงลูกในครรภ์ไม่พอ มีผลต่อการเจริญเติบโตของลูกที่ช้าจนอาจทำให้คลอดก่อนกำหนดได้ ทั้งยังมีผลทำให้หลังคลอดเด็กเลี้ยงยาก ขี้งอแง อ่อนไหวง่าย ขี้โมโห ไวต่อการกระตุ้น ทั้งนี้ในระยะยาวจะมีผลทำให้เด็กเกิดปัญหาการปรับตัวเข้ากับสังคม อีกทั้งยังมีโอกาสเกิดโรคหัวใจ ความดัน และเบาหวาน เป็นต้น

ทำความเข้าใจ เรียนรู้ และยอมรับ

คุณแม่ควรทำความเข้าใจเรื่องความเครียดในระหว่างที่ตั้งครรภ์ เนื่องจากความเครียดที่เกิดขึ้นมาจากฮอร์โมนธรรมชาติและความวิตกกังวลของคุณแม่ ไม่ว่าจะเกิดจากการกลัวการตั้งครรภ์ ความกังวลเรื่องการตั้งครรภ์ต่างๆ สุขภาพของลูกในครรภ์และของตัวเอง ภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ การคลอดลูกหรือหลังคลอดลูก เมื่อทำความเข้าใจและยอมรับแล้ว ก็เรียนรู้ที่จะควบคุมและจัดการกับความเครียดที่จะเกิดขึ้นได้

วิธีลดความเครียดของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์

  • นอนหลับให้เพียงพอ – คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ควรนอนหลับ 8-9 ชั่วโมง ในเวลากลางคืน หากนอนในเวลากลางคืนไม่เพียงพอ ให้นอนเพิ่มในเวลากลางวัน แนะนำให้ยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนเข้านอน และไม่ควรเดินมากเกินไปในเวลากลางวัน นอนตะแคง ใช้หมอนใบเล็กหนุนใต้ท้องด้านซ้ายหรือขวา วางหมอนใต้เข่าหรือขา ก็จะช่วยให้คุณแม่หลับสบายมากขึ้น
  • สวมเสื้อผ้าที่ใส่สบาย – ใส่เสื้อผ้าหลวมๆ สบายๆ เนื้อผ้านิ่ม ทำให้หายใจสะดวกไม่อึดอัด อยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้ดี การอาบน้ำก็ทำให้คุณแม่สบายตัว รู้สึกผ่อนคลายได้ดี
  • ตระเตรียมของใช้สำหรับลูกที่จะคลอด หาข้อมูลต่างๆ พูดคุยกับคุณแม่ท่านอื่นที่กำลังตั้งครรภ์เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น ประสบการณ์ ช่วยทำให้ลดความวิตกกังวลลง
  • ดูหนังหรือซีรี่ย์ที่ชื่นชอบ ควรดูหนังหรือซีรี่ย์ที่ทำให้อารมณ์ดี มีความสุข สนุก หัวเราะ ผ่อนคลาย ไม่ควรดูหนังหรือซีรี่ย์ประเภทฆาตกรรม เนื้อหารุนแรง เครียด หนังเศร้า ที่ทำให้จิตใจหดหู่ เศร้าหมอง
  • หากสำรวจร่างกายแล้วพบว่าร่างกายทรุดโทรมมากขึ้น ผิวแห้ง กระด้าง ผมร่วง อย่าเพิ่งวิตกกังวลไปค่ะ แก้ปัญหาเพื่อลดความเครียด วิตกกังวลโดยการตัดผมสั้น หาครีมบำรุงผิวที่ปลอดสารเคมีเพราะอาจส่งผลไปถึงลูกในครรภ์
  • ไปเที่ยวตามสถานที่ธรรมชาติ เปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนสภาพแวดล้อม สูดอากาศบริสุทธิ์ ทำให้คุณแม่อารมณ์ดี รู้สึกผ่อนคลาย ทั้งนี้แนะนำในช่วงไตรมาสที่ 2 จะปลอดภัยขึ้นเมื่อคุณแม่เดินทางท่องเที่ยว
  • วางแผนการคลอด การเลี้ยงดูลูก และแผนทางการเงิน – การวางแผนล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อม จะช่วยลดความวิตกกังวล และความเครียดลงไปได้มาก
  • คิดบวก มองโลกในแง่ดี
  • การหากิจกรรมต่างๆเพื่อคลายความเครียด ลดความวิตกกังวล เช่น นวดผ่อนคลาย ฟังเพลง(ควรฟังเพลงช้าๆ เบาๆ ช่วยให้ผ่อนคลายทั้งคุณแม่และคุณลูก) เดินเล่นที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน ถักนิตติ้ง จัดดอกไม้ วาดรูป ว่ายน้ำ โยคะ นั่งสมาธิ

การดูรูปเด็กน่ารักๆระหว่างตั้งครรภ์ ก็เป็นกิจกรรมลดความเครียดเช่นกัน ส่วนการที่จะทำให้ลูกออกมาน่ารักเหมือนอย่างรูปที่ดูหรือไม่ คงต้องให้คุณแม่ทั้งหลายพิสูจน์กันเองนะคะ แต่อย่างน้อยก็ทำให้คุณแม่อาณ์ดี มีความสุข จิตใจแจ่มใส ทั้งนี้คุณแม่หลายๆบ้านอาจจะติดโปสเตอร์รูปเด็กๆ น่ารักๆไว้ที่ผนังบ้านจะได้ดูบ่อยๆ แต่บางบ้านอาจกลัวผนังเป็นรอย หรือคุณแม่หลายท่านทำงานนอกบ้านขณะตั้งครรภ์ไม่มีเวลาดูรูปที่บ้าน ฉะนั้นแล้วมาโหลดรูปเด็กน่ารักๆ ที่ทาง ทีมแม่ ABK รวบรวมมาฝาก ไปไว้ดูบนมือถือกันเลยค่ะ จะได้ดูได้บ่อยๆระหว่างวัน

รูปวอลเปเปอร์
รูปวอลเปเปอร์
รูปลูกชาย
รูปลูกชาย
รูปเด็กน่ารัก
รูปเด็กน่ารัก
รูปวอลเปเปอร์
รูปวอลเปเปอร์
รูปวอลเปเปอร์เด็ก
รูปวอลเปเปอร์เด็ก
รูปเด็กจ้ำม่ำ
รูปเด็กจ้ำม่ำ
รูปวอลเปเปอร์
รูปเด็กวอลเปเปอร์
รูปวอลเปเปอร์
รูปวอลเปเปอร์
รูปลูกสาว
รูปลูกสาว
รูปเด็ก
รูปเด็ก
รูปเด็กตาโต
รูปเด็กตาโต
รูปเด็กน่ารักๆ
รูปเด็กน่ารักๆ
รูปวอลเปเปอร์
รูปวอลเปเปอร์เด็ก
รูปเด็ก
รูปเด็ก
รูปวอลเปเปอร์
รูปวอลเปเปอร์

หวังว่ารูปวอลเปเปอร์ เด็กๆ น่ารักๆ ที่ทาง ทีมแม่ ABK นำมาฝากนี้จะถูกใจแม่ๆกันนะคะ คงทำให้คุณแม่อารมณ์ดี จินตนาการถึงลูกในครรภ์อย่างมีความสุขนะคะ

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ไขข้อข้องใจ คนท้องท้องผูก เกิดจากอะไร รับมืออย่างไรให้ปลอดภัยทั้งแม่และลูก

รวม แพคเกจคลอด 2565 โรงพยาบาลรัฐ-เอกชน ปี 2022

ผื่นคันระหว่างตั้งครรภ์ รอยแตกลายที่ท้อง ป้องกันได้

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดลูก คุณแม่มือใหม่ต้องพร้อมรับมือ

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.phyathai.com

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

Amarin Baby & Kids

 

แผ่นรองคลาน

10 อันดับ แผ่นรองคลาน ยอดนิยม หนานุ่ม ทนทาน ปลอดภัย

แผ่นรองคลาน เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้เด็กๆ ได้ฝึกคลานไปจนถึงฝึกเดินในวัยที่กำลังซน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่อย่างเราจึงต้องใส่ใจในการเลือกเป็นพิเศษ เพราะวัยหัดคลานถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับพัฒนาการในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกาย ลูกน้อยจะได้ฝึกแขนและขาเพื่อรับน้ำหนักตัวและการทรงตัว นอกจากนี้เด็กๆ จะได้เสริมพัฒนาการในด้านอื่นร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับการเลือกซื้อแผ่นรองคลานในแบบต่างๆ ให้กับลูกน้อย วันนี้ทีมแม่ ABK นำแผ่นรองคลานแบบต่างๆ และวิธีการเลือกมาฝากกันค่ะ

วิธีเลือกแผ่นรองคลานให้คุ้มค่าและปลอดภัยต่อสุขภาพของเด็กๆ

  1. แนะนำให้เลือกแผ่นรองคลานที่มีหลากสี มีตัวอักษร หรือรูปสัญลักษณ์ เพื่อเสริมพัฒนาในด้านการมองเห็นและการจดจำของลูกน้อย เช่น วงกลม หรือสัตว์ต่างๆ บนแผ่น เพื่อดึงดูดความสนใจและเสริมคำศัพท์ให้กับเด็กๆไปในตัว
  2. เลือกแผ่นรองคลานที่ไม่แข็งหรือนุ่มจนเกินไป เนื่องจากตัวแผ่นต้องนุ่มเพื่อรองรับการกระแทกแต่ต้องคืนตัวได้ ไม่นุ่มจนยุบยวบยาบ หรือแข็งจนทำให้ลูกน้อยไม่สบายตัวขณะคลานเล่น
  3. คำนึงถึงวัสดุที่ดีมีคุณภาพเป็นหลัก ทางที่ดีควรเลือกแผ่นที่ระบุว่าผ่านมาตรฐานความปลอดภัย หรือมีคุณสมบัติปลอดสารพิษ สามารถทนความร้อนได้ ป้องกันความเย็นจากพื้นได้ และสามารถกันน้ำได้ เนื่องจากลูกน้อยอาจเผลอทำอะไรหกใส่ขณะเล่นสนุกอยู่บนนั้น
  4. เลือกแผ่นรองคลานที่มีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ของตัวห้อง เพื่อสะดวกต่อการกางและจัดเก็บ
  5. เลือกแผ่นที่สามารถทำความสะอาดได้ง่าย การเลือกแผ่นที่มีขนาดใหญ่จะทำให้ทำความสะอาดง่ายขึ้นเพราะมีจำนวนแผ่นน้อย หากเลือกแผ่นที่มีขนาดเล็กแบบจิ๊กซอว์ แนะนำให้หมั่นเช็ดทำความสะอาดบริรอยต่อที่หยักของขอบแผ่น เพื่อลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียบริเวณนั้น

10 อันดับ แผ่นรองคลาน ยอดนิยม หนานุ่ม ทนทาน ปลอดภัยต่อเด็ก

1.แผ่นรองคลานเกรดพรีเมี่ยมแบบพับได้ 2 ด้าน 2 ลาย จาก Saker

แผ่นรองคลานเกรดพรีเมี่ยมแบบพับได้ 2 ด้าน 2 ลาย จากSaker
ขอบคุณรูปภาพจาก pumpnom

แผ่นรองคลานพับได้รุ่นใหม่ 1 แผ่นมี 2 ลาย มาพร้อมถุงผ้าสปันบอนด์ ไว้ใช้เก็บและพกพาสะดวก ตัวแผ่นเคลือบด้วย laminated PE 100% เคลือบกันเชื้อรา มาพร้อมคุณสมบัติปลอดสารพิษ ปลอดสารก่อมะเร็ง ไม่มีสารตะกั่ว เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เกรดพรีเมี่ยม ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจากยุโรป ตัวแผ่นนุ่มและมีความยืดหยุ่น ไม่มีกลิ่นและรส และเคลือบกันน้ำจึงทำให้สามารถเช็ดทำความสะอาดง่าย พื้นผิวด้านล่างมีฉนวนป้องกันความร้อนและเย็นจากพื้นและมีคุณสมบัติกันความชื้น ป้องกันการลื่นและลดแรงกระแทก

คุณสมบัติเพิ่มเติม

  • ไซส์ XXL ขนาด 180 x 200 cm. (เตียง 6 ฟุต) หนา 15 mm. มีลาย Wildlife , Prince & Princess , Forest city
  • ไซส์ XL ขนาด 150 x 200 cm. (เตียง 5 ฟุต) หนา 8 mm. มีลาย Zoo Festival , Forest city
  • วัสดุ XPE ผลิตจาก food Grade PE 100% ตัวแผ่นเคลือบด้วย laminated PE 100%

สั่งซื้อคลิกเลย >> pumpnom

 

2.แผ่นรองคลานจาก Parklon รุ่นพับได้

แผ่นรองคลาน จาก Parklon รุ่นพับได้
ขอบคุณรูปภาพจาก sunearthshop

แผ่นรองคลาน parklon รุ่นพับได้ พกพาสะดวก มาพร้อมกระเป๋าพกพาสะพายได้ นำเข้าจากเกาหลี 100%  ผิวด้านไม่ลื่น เคลือบ laminated 2 ชั้น ทนทานพิเศษ กันน้ำ ทำความสะอาดง่าย ปลอดภัยด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก มีลายให้เลือกหลาย มาพร้อมความน่ารักสดใส สำหรับลายการ์ตูนตัวอักษรช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านการเรียนรู้

คุณสมบัติเพิ่มเติม

  • ขนาด 140 x 200 cm. หนา 1 cm.
  • ขนาดเมื่อพับ 40 x 70 x 12 cm.
  • วัสดุ PE เกรดพรีเมี่ยม ตัวแผ่นเคลือบด้วย laminated 2 ชั้น

สั่งซื้อคลิกเลย >> sunearthshop

 

3.แผ่นหรือเบาะรองคลาน BBMM Play Mat

แผ่นหรือเบาะรองคลาน BBMM Play Mat
ขอบคุณรูปภาพจาก babymama.toyshop

ผลิตจากแผ่นโฟม PE คุณภาพสูง หนานุ่มเป็นพิเศษ และมีความเด้งและยืดหยุ่นคืนตัวได้ดี ด้านนอกเคลือบด้วยหนัง PU เนื้อดี ผิวสวย ทนทานปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตด้วยกระบวนการคุณภาพ จึงทำให้การตัดเย็บเรียบร้อย เนื้องานสวย เป็นทั้งแผ่นรองคลานและเบาะรองคลานที่สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับลูกน้อย ช่วยกันกระแทกได้อย่างดี รองคลานได้สบาย และเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย จัดเก็บสะดวกและหยิบออกมาใช้งานง่าย ตัวแผ่นแบ่งออกเป็น 3 ตอน สามารถพับเก็บได้

คุณสมบัติเพิ่มเติม

  • ขนาด 154 x 180 x 4 cm. หนา 4 cm.
  • ผลิตจากแผ่นโฟม PE ด้านนอกเคลือบด้วยหนัง PU

สั่งซื้อคลิกเลย >> babymama.toyshop

 

4.Designskin Transformable House บ้านเเผ่นรองคลาน 3 in 1

Designskin Transformable House บ้านเเผ่นรองคลาน 3 in 1
ขอบคุณรูปภาพจาก bambigarden

แผ่นรองคลานสไตล์โมเดิร์นที่เด็กๆ สามารถปรับเปลี่ยนเป็นรูปแบบต่างๆ ได้เองตามจินตนาการ เป็นทั้ง บ้าน เต้นท์ และแผ่นรองคลาน ผลิตด้วย Technology เฉพาะของประเทศเกาหลีแบบ Design skin คือการใช้ Soft Energy Pad ทำให้รับแรงกระแทกได้ดีกว่า (shock absorption) ปลอดภัยสำหรับเด็ก ดีไซน์มุมมนปลอดภัย เหมาะสำหรับสำหรับเด็ก 2 เดือนขึ้นไป ไม่ยุบตัวน้ำหนักเบา พับเก็บและทำความสะอาดง่ายไม่เปลืองพื้นที่

คุณสมบัติเพิ่มเติม

  • ขนาด 130 × 200 x 4 cm.
  • น้ำหนักประมาณ 4.9 kg.
  • วัสดุที่ใช้ปลอดสารพิษไม่เป็นอันตรายและอ่อนนุ่ม

สั่งซื้อคลิกเลย >> bambigarden

5.แผ่นหรือเสื่อรองคลานเส้นใยโพลีเอสเตอร์

เสื่อรองคลานเส้นใยโพลีเอสเตอร์
ขอบคุณรูปภาพจาก zm099

แผ่นลองคลานที่มาพร้อมกับลวดลายสุดน่ารักมากมายให้เลือก วัสดุด้านบนทำมาจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ ด้านล่างของแผ่นเป็นผ้าหยดกันลื่นความหนาแน่นสูง นุ่มและไม่ลื่น สามารถซักทำความสะอาดได้ง่าย ทั้งเข้าเครื่องและซักมือ หรือใช้แปรงอ่อนๆขัดเบาๆ บริเวณที่จะทำความสะอาดก็ได้เช่นกัน

คุณสมบัติเพิ่มเติม

  • ขนาด 145 x 195 หนา 1.5 cm.
  • วัสดุด้านบนทำมาจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์

สั่งซื้อคลิกเลย >> zm099

6.Pure Soft Mat แผ่นรองคลานเกาหลีเกรดพรีเมี่ยม

แผ่นรองคลาน Pure Soft Mat
ขอบคุณรูปภาพจาก sunearthshop

แผ่นรองคลาน parklon รุ่น  Pure Soft มีความนุ่มและยืดหยุ่นสูง ลดแรงกระแทกได้ดี คืนตัวได้ดีเยี่ยม มีการออกแบบลายพื้นผิวแบบพิเศษ ทำให้ไม่ลื่น และระบายอากาศได้ดีเยี่ยม วัสดุที่ใช้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปราศจากสารพิษ มีลวดลายสีสันมากมายให้เลือก ช่วยเสริมพัฒนาการของลูกน้อยด้วยลายการ์ตูนและคำศัพท์ภาษาอังกฤษ รุ่นนี้มีการเข้ามุมแบบพิเศษ ทำให้ไม่มีขอบเหลี่ยมมุมที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อเด็กๆ แต่ไม่ใช้การเย็บหุ้มขอบ ทำให้ไม่เกิดการสะสมฝุ่น หมดปัญหาเรื่องไรฝุ่น ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ทำความสะอากง่าย เพียงแค่ใช้ผ้าหมาดๆเช็ด กันน้ำได้ 100% หมดปัญหาเรื่องความชื้นและเชื้อรา ทนทาน อายุการใช้งานได้ยาวนาน 10 ปี

คุณสมบัติเพิ่มเติม

  • ขนาด 140 x 210 หนา 1.5 cm.
  • วัสดุเป็น Pure PVC คุณภาพสูงเหมือนยางพารา แต่ไร้กลิ่น ปลอดสารพิษ 100%

สั่งซื้อคลิกเลย >> sunearthshop

 

7.โฟมรองคลานแบบจิ๊กซอว์

โฟมรองคลานแบบจิ๊กซอว์
ขอบคุณรูปภาพจาก nagobag

แผ่นรองคลานที่ออกแบบมามีสีสันสวยงาม สามารถใช้เป็นของตกแต่งเข้ากับโทนสีของห้องได้ คุณภาพและการดีไซน์แบบปลอดภัย แผ่นสามารถตัดให้พอดีพื้นที่ตามมุมต่างๆ เหมาะสำหรับพื้นที่จำกัด ทำความสะอาดง่าย แห้งไว ไม่มีกลิ่นเหม็น น้ำหนักเบาจัดเก็บง่าย ใช้งานได้ถึง 2 ด้าน

คุณสมบัติเพิ่มเติม

  • 1 แผ่นขนาด 30 x 30 cm. หนา 2 cm.
  • ทุกๆ 10 แผ่นมี 9 ขอบ ปิดขอบทั้ง 2 ข้าง
  • แผ่นทำจากโฟม EVA แท้เกรด A แท้ 100% ซึ่งไม่อันตรายต่อเด็ก และมีอายุการใช้งาน 5 ปีขึ้นไป

สั่งซื้อคลิกเลย >> nagobag

 

8.EVAonly แผ่นโฟมรองคลานสีสันสดใสแบบถอดและประกอบได้

EVAonly
ขอบคุณรูปภาพจาก babiesplus.shop

แผ่นโฟมรองคลานดีไซน์พิเศษไม่เหมือนใคร สามารถถอดและประกอบได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อสร้างเสริมทักษะ ให้กับเด็ก และเพิ่มความสนุกให้กับลูกน้อย ช่วยป้องกันลูกน้อยเวลาล้มหรือหงายหลัง ช่วยป้องกันความเย็นของพื้น เสริมทักษะเด็ก และฝึกพัฒนาการในการนับเลข มีหลากหลายลายให้เลือก

  1.  ลายAnimal Train (สามารถถอดประกอบเป็นรถไฟได้) สีน้ำเงินแดง
  2.  ลายAnimal Circle (สามารถถอดประกอบเป็นวงกลมได้) สีฟ้า
  3.  ลายBuild a house (สามารถถอดประกอบเป็นบ้านได้) สีชมพูเหลือง
  4.  ลายLovely Garden number สีชมพู

คุณสมบัติเพิ่มเติม

  • ขนาดประกอบ 88 x 88 cm. หนา 1 cm.
  • 1 ชุดมี 18 ชิ้น (9 แผ่น)
  • แผ่นทำจาก EVA non toxic ปลอดสารพิษ เนื้อหนา ไม่ฉีกขาดง่าย ไม่เปื่อย ไม่ขึ้นรา

สั่งซื้อคลิกเลย >> babiesplus.shop

 

9.แผ่นรองคลานแบบพับได้ รุ่นพรีเมียมขนาด 6 ฟุต

แผ่นรองคลาน แบบพับได้ รุ่นพรีเมียมขนาด 6 ฟุต
ขอบคุณรูปภาพจาก hassan_shop2019

เสื่อรองคลานหรือแผ่นรองคลานแบบพับได้ พกพาง่าย มาพร้อมกระเป๋าเก็บกันฝุ่นอย่างดี สำหรับพกพาและจัดเก็บ ตัวแผ่นเป็นเนื้อโฟมแน่นแต่ให้สัมผัสนุ่ม ไม่แข็งกระด้าง ยืดหยุ่นได้ดีและทนทาน นอนสบายรองรับแรงกระแทกและช่วยลดอาการบาดเจ็บ พื้นผิวมีการพิมพ์ลายแบบตัวนูนกันลื่นทั่วแผ่นทั้ง 2 ด้าน ตัวแผ่นไม่มีกลิ่นและปลอดสารพิษ ขอบรองคลานเป็นแบบรีดปิดรอบด้าน ช่วยป้องกันฝุ่นและการสะสมเชื้อโรค กันน้ำได้ทั้งแผ่น ป้องกันเชื้อราและทำความสะอาดง่ายแค่เช็ดเบาๆ

คุณสมบัติเพิ่มเติม

  • ขนาด 180 x 200 cm. หนา 1 cm.
  • แผ่นทำจาก XPE อัดแน่นใช้ได้นานไม่ยุบ ทนต่อการกัดกร่อนได้ดี

สั่งซื้อคลิกเลย >> hassan_shop2019

10.แผ่นรองคลาน ลายสูตรคูณมีขอบปิด 4 ด้าน

แผ่นรองคลาน ลายสูตรคูณมีขอบปิด 4 ด้าน
ขอบคุณรูปภาพจาก jojotoyshop

ตัวแผ่นดีไซน์และออกแบบมาได้มาตราฐาน มีความทนทานและอายุการใช้งานนาน  นอกจากปูพื้นรองคลานได้แล้ว เด็กๆยังสามารถใช้แผ่นนี้สำหรับฝึกสมองจดจำตัวเลขได้อีกด้วย ตัวแผ่นทำความสะอาดง่าย แห้งไว ไม่เป็นแหล่งสะสมของฝุ่นและเชื้อรา น้ำหนักเบา จัดเก็บสะดวก กันน้ำ กันเหงื่อ น้ำไม่ซึมลงแผ่น สามารถติดตั้งเองได้ง่ายๆ

คุณสมบัติเพิ่มเติม

  • ขนาด 30 x 30 cm. หนา 1.3 cm.
  • วัสดุที่ใช้ดีมีมาตราฐานปลอดภัย

สั่งซื้อคลิกเลย >> jojotoyshop

 

เป็นยังไงบ้างคะกับแผ่นรองคลานที่เราหยิบมาฝากกัน ถึงคุณพ่อคุณแม่จะตัดสินใจเลือกซื้อได้แล้ว ก็อย่าลืมเลือกแผ่นรองคลานให้เหมาะสมกับตนเองและลูกน้อยนะคะ ทีมแม่ ABK ขอแนะนำ วิธีเลือกซื้อเสื่อรองคลานให้ลูกน้อย ที่ดีมีมาตรฐาน เพิ่มค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจ

เช็คลิสต์ 60 ของใช้เด็กแรกเกิด อย่างไหนควรซื้อเลย อย่างไหนไม่ต้องรีบ!

ช่วยฝึกลูกนั่ง คลาน ยืน เดิน อย่างถูกวิธี และไม่เร่งลูก

คอกกั้นเด็กปลอดภัย โดนใจคุณแม่ ถูกใจคุณลูก

 

8 เรื่องควรรู้ก่อนใช้ยาคุม กับ 7 เรื่องยาคุมฉุกเฉินที่รู้ไว้ไม่พลาด

ยาคุม ยาคุมฉุกเฉิน ยาคุมแบบฝัง และอีกหลากหลายชนิดของยาคุมที่คุณสาว ๆ ควรรู้ก่อนใช้ จะได้ไม่พลาด ไม่เสี่ยง ใช้แบบไหนไม่อันตราย กับ 10 เรื่องควรรู้ก่อนใช้

8 เรื่องควรรู้ก่อนใช้ ยาคุม กับ 7 เรื่องยาคุมฉุกเฉินที่รู้ไว้ไม่พลาด!!

เพศสัมพันธ์ พฤติกรรมทางเพศ กับวัฒนธรรมสังคมไทย ยังคงเป็นเรื่องที่ไม่ได้เปิดกว้างทั้งการยอมรับ และการพูดถึงเท่าไหร่นัก แต่ก็คงโต้แย้งไม่ได้ว่าพัฒนาการเรื่องเพศเกี่ยวข้องกับชีวิตตั้งแต่เด็กจนโต การที่เราได้เรียนรู้ธรรมชาติความเป็นจริงทางเพศตามวัยอย่างเหมาะสม จะช่วยให้เรานำความรู้นั้นมาใช้ปรับตัว และมีพฤติกรรมที่ถูกต้องในเรื่องเพศ ดังนั้นเรื่องเพศจึงสามารถสอนได้ เรียนรู้ได้ การมีแนวทางที่ถูกต้อง จะสามารถป้องกันปัญหาทางเพศที่อาจเกิดตามมาทั้งต่อสุขภาพร่างกาย เช่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือปัญหาทางสังคม เช่น การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร เป็นต้น

ยาคุม ยาคุมฉุกเฉิน ถุงยางอนามัย เป็นการคุมกำเนิด
ยาคุม ยาคุมฉุกเฉิน ถุงยางอนามัย เป็นการคุมกำเนิด

ความรู้เรื่องการคุมกำเนิด รู้ไว้..ง่ายกว่าการรับมือ เมื่อตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม

การคุมกำเนิดเป็นความรู้หนึ่ง ที่เราควรทราบ และสอนลูกหลานต่อไป เป็นองค์ความรู้เบื้องต้นที่ทุกคนควรทราบ เพราะการคุมกำเนิดเป็นเรื่องง่ายกว่าการรับมือเมื่อตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม

การคุมกำเนิด (Contraception, Birth Control) หมายถึง วิธีการป้องกันไม่ให้อสุจิ และไข่ผสมกันจนเกิดการปฏิสนธิ หรือป้องกันการฝังตัวของตัวอ่อนที่ถูกผสมแล้ว รวมถึงการทำลายไข่ที่ผสมแล้วและมีการฝังตัวในเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งมีหลากหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการใส่ถุงยางอนามัย การทานยาคุมกำเนิด การทำหมัน

ในที่นี้ขอกล่าวถึง การใช้ยาคุมกำเนิด ในการคุมกำเนิดว่า มียาคุมแบบใด ชนิดใด วิธีการใช้ยา ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ และอาการข้างเคียงของยาคุมแต่ละชนิด เพื่อเป็นความรู้ และเป็นประโยชน์ต่อผู้เลือกใช้การคุมกำเนิดแบบการทานยาคุม จะได้เลือกใช้ได้ถูกต้องเหมาะสมกับตัวเอง และข้อควรระวังต่าง ๆ

ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน

ยาคุมกำเนิด (Contraceptive Pill หรือ Birth Control Pill) เป็นหนึ่งในวิธีการคุมกำเนิดด้วยการรับประทานยาเม็ดซึ่งบรรจุฮอร์โมนเพศหญิงไว้ ออกฤทธิ์ต่อการทำงานของอวัยวะสืบพันธุ์ของเพศหญิง ทั้งปากมดลูก ผนังมดลูก และรังไข่ ผู้หญิงที่รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดอย่างถูกวิธีจะสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ แต่ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ได้

ทั้งนี้ทั้งนั้นการทานยาคุมก็จำเป็นต้องทานอย่างถูกต้องถูกเวลาและสม่ำเสมอ หากลืมทานอาจทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้

มีบุตรเมื่อพร้อม ยาคุม ช่วยได้
มีบุตรเมื่อพร้อม ยาคุม ช่วยได้

8 ข้อควรรู้เกี่ยวกับการใช้ยาคุมกำเนิด

  1. ยาคุมกำเนิดแบบเม็ด (Birth Control Pill) ประกอบไปด้วยฮอร์โมน 2 ชนิด คือ เอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่มีความสำคัญต่อการป้องกันการตั้งครรภ์
  2. ยาคุมกำเนิดมีผลทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง ทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวได้ นอกจากนี้ยังทำให้เมือกบริเวณปากมดลูกมีความเหนียวข้นมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้อสุจิไม่สามารถเข้ามาผสมกับไข่เพื่อปฏิสนธิได้นั่นเอง
  3. ยาคุมกำเนิดแบบเม็ด มีทั้งแบบ 21 เม็ด และแบบ 28 เม็ด โดยแบบ 21 เม็ด เมื่อกินจนหมดแผงแล้ว จะต้องเว้นไป 7 วันจึงจะสามารถเริ่มแผงใหม่ได้ ส่วนแบบ 28 เม็ด จะมีตัวยาจริงเพียง 21 เม็ด และมีเม็ดแป้งอีก 7 เม็ด (ซึ่งเสมือนเป็นยาหลอก) เหมาะสำหรับคนที่กลัวจะนับวันผิด จึงต้องกินต่อกันจนหมดแผง แต่ไม่ว่าจะกินแบบใด21 หรือ 28 เม็ด ก็ได้ผลในการคุมกำเนิดเท่ากัน
  4. สำหรับการใช้ยาคุมกำเนิดครั้งแรก หรือการเริ่มใช้อีกครั้งหลังหยุดคุมกำเนิดไประยะหนึ่ง ควรเริ่มกินภายในวันที่ 1-5 ของช่วงที่มีประจำเดือน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ได้ตั้งครรภ์อยู่ เพราะอาจเสี่ยงทำให้ตัวอ่อนทารกพิการได้หากกำลังตั้งครรภ์อยู่พอดี
  5. การกินยาคุมกำเนิดจะต้องกินเวลาเดิมทุกวัน หากลืมกินยาจะทำให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดลดลง และหากลืมกินยาคุมกำเนิดมากกว่า 3 ชั่วโมง ให้กินทันทีที่นึกขึ้นได้ และกินเม็ดต่อไปในเวลาเดิม
  6. การกินยาคุมกำเนิดอาจมีผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน คัดเต้านม อารมณ์แปรปรวน หรือมีเลือดออกผิดปกติ อาการเหล่านี้บางคนอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้
  7. วิธีกินยาคุมกำเนิดที่ถูกต้อง ควรดูวันที่ตามจริงและวันที่บนแผงอย่างละเอียด ซึ่งบนแผงยาจะระบุวันไว้ตั้งแต่วันจันทร์ถึงอาทิตย์ หากวันที่จะเริ่มกินยาเม็ดแรกเป็นวันพุธก็ให้แกะยาเม็ดแรกของวันพุธมากิน แล้วกินต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดแผง ที่ต้องให้กินแบบนี้เพื่อจะได้ไม่หลงลืมว่าในวันนั้นๆ กินยาไปแล้วหรือยัง
  8. ก่อนกินยาคุมกำเนิดแผงใหม่ทุกครั้ง ควรตรวจเช็คดูวันหมดอายุก่อนใช้ยา เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

    ยาคุมฉุกเฉิน ป้องกันความผิดพลาด
    ยาคุมฉุกเฉิน ป้องกันความผิดพลาด

ประเภทของยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน

  • ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนเดี่ยว
    เป็นยาคุมที่มีฮอร์โมนโปรเจสตินเพียงชนิดเดียว เป็นชนิดที่ผลิตออกมาเพื่อลดอาการข้างเคียงจากฮอร์โมนเอสโตรเจน เหมาะกับคนที่มีปัญหาสุขภาพหรืออยู่ในช่วงให้นมบุตรหลังคลอด เพราะหากทานชนิดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนด้วยจะส่งผลต่อการผลิตน้ำนมของคุณแม่ ผลข้างเคียงคืออาจจะทำให้รอบเดือนไม่มา มาไม่สม่ำเสมอ หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอยเป็นๆ หายๆ ขณะที่ใช้ยา
  • ยาคุมกำเนิดฮอร์โมนรวม
    เป็นชนิดที่นิยมใช้กันมากที่สุดมีส่วนประกอบของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสตินรวมกันในเม็ดเดียว โดยยาคุมชนิดนี้จะมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูงหากรับประทานอย่างถูกต้อง

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาคุมกำเนิด

ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหลังการใช้ยา ดังนี้

  • มีเลือดไหลก่อนรอบประจำเดือน
  • เกิดอาการปวดหัว คลื่นไส้วิงเวียน ปวดหน้าอก อารมณ์แปรปรวน
  • ทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นได้
  • เพิ่มความเสี่ยงปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น การเกิดลิ่มเลือดอุดตัน มะเร็งเต้านม

ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนเดี่ยว อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหลังการใช้ยา ดังนี้

  • มีเลือดไหลก่อนรอบประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่ปกติ
  • อารมณ์แปรปรวน
  • เกิดปัญหาสิวอุดตัน
  • น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
  • ปวดหัว ปวดหัวไมเกรน
  • ปวดหน้าอก หน้าอกขยายใหญ่ขึ้น
  • ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน
  • มีแรงขับทางเพศที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง
  • เกิดถุงน้ำ (ซีสต์) ที่รังไข่
ยาคุม ชนิดรับประทาน
ยาคุม ชนิดรับประทาน

ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน (Emergency pill)

การคุมกำเนิดฉุกเฉิน คือ การป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ขึ้นภายหลังการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน หรือ เกิดการผิดพลาด เช่น ถุงยางอนามัยหลุด การไม่ได้รับประทานยาคุมกำเนิด ลืมกินยาคุมกำเนิด ห่วงคุมกำเนิด หรือยาฝังคุมกำเนิดหลุด รวมไปถึงการถูกข่มขืน การรับประทานยาคุมฉุกเฉินจะต้องเริ่มทานภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ แต่ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินเป็นยาที่มีผลข้างเคียงสูงทั้งผลในระยะสั้น เช่น คลื่นไส้ อาเจียน และผลในระยะยาว หากเกิดการตั้งครรภ์ในขณะที่รับประทานยาคุมฉุกเฉินไป จะทำให้มีโอกาสเกิดการท้องนอกมดลูกได้สูง ซึ่งเป็นอันตรายมาก ไม่ควรใช้ยาคุมฉุกเฉินเป็นประจำ

วิธีกินยาคุมฉุกเฉิน

ในประเทศไทยจะมีขายยาคุมฉุกเฉินชนิด 2 เม็ดในหนึ่งกล่อง ซึ่งตัวยามีขนาดเม็ดละ 0.75 mg โดยสามารถกินยาคุมฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ดังนี้

  • กินยาคุมฉุกเฉินเม็ดแรกให้เร็วที่สุดหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือภายใน 72 ชั่วโมงแรก
  • กินยาคุมฉุกเฉินเม็ดที่สองหลังจากเม็ดแรกภายใน 12 ชั่วโมง

ทั้งนี้การกินยาคุมให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดไม่ควรเกิน 3-5 วัน เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของยาคุมฉุกเฉินไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่างเต็มที่

ยาคุมฉุกเฉิน ใช้ตอนฉุกเฉินเท่านั้น
ยาคุมฉุกเฉิน ใช้ตอนฉุกเฉินเท่านั้น

7 ข้อควรรู้ในการใช้ยาคุมฉุกเฉิน

  1. ยาคุมฉุกเฉินไม่สามารถใช้ในการทำแท้งได้ เนื่องจากยาคุมฉุกเฉินมีกลไกในการยับยั้งการตกไข่ และป้องกันการฝังตัวของไข่ที่เยื่อบุโพรงมดลูก เพราะฉะนั้นหากมีไข่ที่ผสมกับอสุจิ และฝังตัวอยู่ที่ผนังมดลูกเรียบร้อยแล้ว ยาคุมฉุกเฉินจะไม่สามารถเข้าไปทำลาย หรือยุติการตั้งครรภ์ดังกล่าวได้
  2. ยาคุมฉุกเฉินมีผลข้างเคียงสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นอาการหลังกินยาคุมฉุกเฉิน ไปจนถึงผลข้างเคียงระยะยาว ซึ่งระยะแรกอาจจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน แต่ในระยะยาวหากมีการกินยาคุมฉุกเฉินอยู่บ่อยครั้ง อาจส่งผลต่อการท้องนอกมดลูกได้ในอนาคต
  3. ป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึง 75% หากกินยาคุมฉุกเฉินควรกินให้เร็วที่สุดหลังการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน และต้องกินยาเม็ดแรกภายใน 72 ชั่วโมง และตามด้วยยาเม็ดที่สอง แต่อย่างไรก็ตามหากทานภายใน 24 ชั่วโมงหลังการมีเพศสัมพันธ์ จะช่วยเพิ่มการป้องกันการตั้งครรภ์ได้มากถึง 85%
  4. ยาคุมฉุกเฉิน ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
  5. ยาคุมฉุกเฉินไม่เป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์ครั้งใหม่ และไม่ส่งผลให้การตั้งครรภ์ครั้งต่อไปช้าลง หรือมีโอกาสในการตั้งครรภ์น้อยลง
  6. หากต้องการคุมกำเนิดระยะยาวควรรับประทานยาคุมกำเนิดแบบปกติ
  7. ยาคุมฉุกเฉินสามารถกินพร้อมกันสองเม็ด แต่ก็มีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่ต่างกับการกินทีละเม็ด แต่การกินสองเม็ดพร้อมกันอาจจะก่อให้เกิดการคลื่นไส้ อาเจียนมากกว่าการกินทีละเม็ด
ข้อมูลอ้างอิงจาก www.paolohospital.com/www.doctorraksa.com/www.pobpad.com

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ยาคุมฉุกเฉิน ผู้หญิงรู้ไว้ใช้บ่อยไปผลร้ายตกอยู่กับคุณ!

วิธีคุมกำเนิด แบบไหนมีสิทธิภาพและปลอดภัย ถ้าแม่ยังไม่พร้อมมีลูกคนที่ 2

ทำแท้ง อันตรายไหม? สธ.เปิดสายด่วนรับปรึกษาทำแท้งถูกกฎหมาย

อยากมีลูกเพิ่มแต่ทำหมันไปแล้วมี “วิธีแก้หมัน” อย่างไร?

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ที่ตรวจครรภ์

ที่ตรวจครรภ์ มีกี่แบบ? พร้อมวิธีใช้และวิธีอ่านผล

เมื่อสงสัยว่าอาจตั้งครรภ์วิธีที่จะตรวจได้ง่ายที่สุดว่าเราท้องหรือไม่คือการใช้ ที่ตรวจครรภ์ ซึ่งมีวางขายทั่วไปตามร้านขายยา แถมยังรู้ผลไวภายในไม่กี่นาทีอีกด้วย

ที่ตรวจครรภ์ มีกี่แบบ? พร้อมวิธีใช้และวิธีอ่านผล

สำหรับคนที่สงสัยว่าตัวเองอาจจะท้องหรือเปล่า? ไม่ว่าจะเป็นเพราะประจำเดือนขาดไป หรือมีอาการที่คล้ายกับคนตั้งครรภ์ วิธีที่ง่ายและเร็วที่สุด คือการตรวจครรภ์ด้วยตนเองโดยใช้ ที่ตรวจครรภ์ด้วยตนเองแบบตรวจปัสสาวะ ซึ่งมีขายตามร้านขายยาทั่วไป แถมราคาก็ไม่แพง และยังรู้ผลได้เร็วอีกด้วย ก่อนจะไปหาซื้อ ที่ตรวจครรภ์ มาทำความรู้จักกันก่อนว่า ที่ตรวจครรภ์ มีกี่แบบ? ใช้อย่างไร? ควรใช้เมื่อไหร่? อ่านผลอย่างไร? กันก่อนค่ะ

อาการคนท้อง เป็นแบบไหน?

ก่อนจะซื้อ ที่ตรวจครรภ์ มาตรวจกัน มาดูอาการคนท้องกันก่อน ว่าเรามีอาการแบบนี้หรือไม่? ไม่ได้เป็นเพียงอาการก่อนมีประจำเดือนทั่วไป ดังนั้น หากมีอาการต่อไปนี้ แม้เพียง 1 ข้อ ก็ควรซื้อ ที่ตรวจครรภ์ มาตรวจได้เลย

อาการคนท้อง
อาการคนท้อง
  • ประจำเดือนขาด คือ การที่ประจำเดือนไม่มาติดต่อกัน 3 รอบเดือน
  • คลื่นไส้ อาเจียน เนื่องจากมีความรู้สึกไวต่อกลิ่นต่างๆ โดยเฉพาะกลิ่นของอาหาร
  • ท้องอืด ท้องเฟ้อ เพราะการตั้งครรภ์ในช่วงแรกๆ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนจะส่งผลให้เกิดอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย คล้ายกับช่วงก่อนมีประจำเดือน
  • เจ็บหน้าอก ฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ ส่งผลให้ขนาดหน้าอกใหญ่ขึ้นคล้ายกับช่วงมีประจำเดือน
  • ปัสสาวะบ่อย เพราะฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงส่งผลให้เลือดไหลผ่านไปยังไตมากขึ้น กระเพาะปัสสาวะจึงรับน้ำมากขึ้นด้วย
  • อารมณ์แปรปรวนง่าย เป็นลักษณะอาการที่พบบ่อยในคุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ดีใจ เสียใจ หดหู่ หรือกังวล ซึ่งเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
  • เหนื่อยง่าย เพลีย อยากนอนมากขึ้น อาการเหล่านี้มักเกิดจากระดับฮอรโมนโพรเจสเทอโรนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากฮอร์โมนนี้มีส่วนช่วยให้หลับสบายนั่นเอง

ที่ตรวจครรภ์ มีกี่แบบ?

ชุดตรวจครรภ์ คือ การทดสอบหาฮอร์โมน HCG (Human chorionic gonadotropin) ในปัสสาวะของคุณแม่ ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่หลั่งมาจากรกและจะเริ่มผลิตหลังจากเกิดการปฏิสนธิไปแล้วประมาณ 6 วัน และจะขึ้นสูงสุดในช่วง 8 – 12 สัปดาห์ ซึ่งจะมีความแม่นยำมากถึงร้อยละ 90 และสามารถตรวจได้อย่างแม่นยำในรายที่มีการขาดประจำเดือนตั้งแต่วันที่ 10 – 14 ขึ้นไป โดยปกติแล้วในชุดทดสอบจะมีอุปกรณ์ตรวจมาให้พร้อมอย่างเสร็จสรรพ แต่จะมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบ คือ

ที่ตรวจครรภ์แบบจุ่ม
ที่ตรวจครรภ์แบบจุ่ม

1.แบบแถบจุ่ม ( Test Strip) จะประกอบไปด้วย แผ่นทดสอบการตั้งครรภ์ (แผ่นตรวจครรภ์) และถ้วยตวงปัสสาวะ (อาจจะมีถ้วยตวงปัสสาวะมาให้หรือไม่มีก็ได้) ในส่วนของวิธีการใช้นั้น ให้เก็บน้ำปัสสาวะลงในถ้วยตวง แล้วนำแผ่นทดสอบการตั้งครรภ์ด้านที่มีลูกศรชี้ลง จุ่มลงไปในน้ำปัสสาวะเพียง 3 วินาที โดยระวังอย่าให้น้ำปัสสาวะเลยขีดที่กำหนดหรือสูงเกินขีดลูกศรในแผ่นทดสอบ แล้วนำแผ่นทดสอบออกจากน้ำปัสสาวะ และถือหรือวางไว้ในแนวนอน (ควรวางบนพื้นผิวที่แห้งสนิทเท่านั้น) แล้วรออ่านผลการตั้งครรภ์ได้ภายใน 1 – 5 นาที ทางที่ดีให้รอจนกว่าจะครบ 5 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าชุดทดสอบแสดงผลได้อย่างถูกต้อง ข้อดีของแถบตรวจแบบนี้คือมีราคาถูก แต่การใช้ต้องระวังอย่าให้น้ำปัสสาวะสูงเกินกว่าขีดที่กำหนด เพราะจะทำให้แผ่นทดสอบเสื่อมสภาพ

ที่ตรวจครรภ์แบบหยด
ที่ตรวจครรภ์แบบหยด

2. แบบตลับหรือแบบหยด (Pregnancy Test Cassette) จะประกอบไปด้วย ตลับทดสอบการตั้งครรภ์ ถ้วยตวงปัสสาวะ และหลอดหยดสำหรับดูดน้ำปัสสาวะ ในขั้นตอนการใช้ให้เก็บน้ำปัสสาวะลงในถ้วยตวง แล้วนำหลอดหยดดูดน้ำปัสสาวะเข้าไปในปริมาณพอเหมาะ แล้วจึงหยดน้ำปัสสาวะลงบนตลับทดสอบที่วางบนพื้นราบประมาณ 3 – 4 หยด (อย่าหยดมากกว่านี้) แล้ววางชุดทดสอบทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วจึงอ่านผลการทดสอบ ข้อดีของแถบตรวจแบบนี้คือ สามารถช่วยลดโอกาสแผ่นทดสอบเสื่อมสภาพจากวิธีการดูดซับน้ำปัสสาวะของชุดทดสอบได้

ที่ตรวจครรภ์
ที่ตรวจครรภ์

3. ที่ตรวจครรภ์แบบปัสสาวะผ่าน (Pregnancy Midstream Tests) ที่ตรวจครรภ์จะมีแค่แท่งทดสอบการตั้งครรภ์ วิธีก็ใช้ก็คือ ให้ถอดฝาครอบออกพร้อมกับถือแท่งทดสอบโดยให้หัวลูกศรชี้ลง แล้วปัสสาวะให้น้ำปัสสาวะผ่านบริเวณที่ดูดซับน้ำปัสสาวะซึ่งจะอยู่บริเวณต่ำกว่าลูกศรให้ชุ่มประมาณ 5 วินาที แล้วให้ถือหรือวางแท่งทดสอบการตั้งครรภ์ไว้ในแนวราบ และรออ่านผลได้ตั้งแต่ประมาณ 30 วินาทีเป็นต้นไป (เพื่อความชัวร์ควรรออ่านผลภายใน 3 – 5 นาที) มีข้อดีคือสามารถใช้งานได้สะดวกมากกว่าชนิดอื่น เพราะไม่ต้องเก็บน้ำปัสสาวะในถ้วย จึงช่วยลดขั้นตอนในการทดสอบได้ แต่จะมีข้อเสียกว่าสองแบบแรกคือจะมีราคาสูงกว่า

ควรตรวจครรภ์ตอนไหน และช่วงเวลาใด?

โดยปกติแล้วควรรอให้เลยวันที่รอบเดือนควรจะมาเสียก่อนอย่างน้อยประมาณ 7 วัน เพราะบางครั้งความเครียด ความวิตกกังวลด้วยกลัวว่าจะมีลูกก็อาจทำให้ประจำเดือนมาช้ากว่าปกติได้ ถ้ารอจนครบ 7 วัน เมื่อตรวจแล้วพบว่าให้ผลบวก ก็แปลว่าคุณกำลังตั้งครรภ์ แต่ถ้าให้ผลลบก็ยังไม่แน่ใจว่าจะไม่ตั้งครรภ์หรือไม่ หากประจำเดือนยังไม่มาอีกภายใน 7 วันหลังจากตรวจครั้งแรก ควรตรวจซ้ำอีกครั้ง ถ้ายังให้ผลลบอยู่คุณก็น่าจะไม่ตั้งครรภ์ แต่หากประจำเดือนยังไม่มาและมีความกังวล ก็สามารถไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจโดยแพทย์อีกครั้งค่ะ

สำหรับช่วงเวลาที่ควรตรวจ แนะนำให้ใช้ที่ตรวจครรภ์กับปัสสาวะแรกของวัน โดยปัสสาวะช่วงต้นทิ้งไปก่อน แล้วเก็บปัสสาวะส่วนต่อมา เพราะในช่วงเช้า จะเป็นช่วงที่ฮอร์โมน HCG ขึ้นสูงที่สุดสำหรับคนท้องค่ะ

วิธีการอ่านผลที่ตรวจครรภ์

ส่วนมากแล้วในกล่องของชุดทดสอบการตั้งครรภ์ที่ซื้อมาจะบอกวิธีการใช้และวิธีการอ่านค่าไว้แล้วพร้อมรูปตัวอย่างด้วย แต่โดยส่วนมากการอ่านผลที่ถูกต้องจะต้องอ่านภายใน 5 นาที ถ้าทิ้งไว้นานกว่านี้อาจทำให้มีอีกขีดโผล่ขึ้นมาได้ ซึ่งนั่นอาจไม่ใช่การตั้งครรภ์หรือเป็นค่าที่เชื่อถือไม่ได้แล้ว โดยขีด C คือ Control Line ส่วนขีด T คือ Test Line

  • ตรวจแล้วขึ้น 1 ขีด (ขึ้นที่ขีด C อย่างเดียว) คือ ได้ผลลบ แปลว่า “น่าจะไม่ตั้งครรภ์” (หมายความว่า ไม่ตั้งครรภ์ หรือ อาจจะตั้งครรภ์แล้วแต่ยังตรวจไม่พบ)
  • ตรวจแล้วขึ้น 2 ขีด หรือ ขึ้น 2 ขีด จาง ๆ (ขึ้นที่ขีด C และ T) คือ ได้ผลบวก แปลว่า “น่าจะมีการตั้งครรภ์” (ถ้าขีด T ขึ้นจาง ๆ แนะนำว่าให้รออีก 2 – 3 วันแล้วค่อยตรวจใหม่ ถ้าใช้ชุดตรวจยี่ห้อใหม่ได้ก็จะดี)
  • ตรวจแล้วไม่ขึ้นแถบสีหรือไม่ขึ้นสักขีด หรือ ขึ้น 1 ขีดบนตัว T คือ อ่านค่าไม่ได้ แปลว่า “ชุดทดสอบการตั้งครรภ์เสีย” (อาจเกิดจากการผลิต การเก็บไม่ถูกวิธี การใช้ปัสสาวะเก่า หรือชุดทดสอบหมดอายุ ถ้าตรวจแล้วไม่ขึ้นสักขีดจะเท่ากับว่าการตรวจครั้งนั้นใช้ไม่ได้ คุณจะต้องทำการตรวจใหม่อีกครั้ง)
ชุดตรวจครรภ์
ชุดตรวจครรภ์

คำแนะนำในการทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยตนเอง

  • อ่านคำแนะนำและทำความเข้าใจในการใช้ชุดทดสอบการตั้งครรภ์อย่างละเอียด และปฏิบัติตามคำแนะนำนั้น ๆ อย่างเคร่งครัด
  • การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตัวเองเป็นการตรวจหาการตั้งครรภ์เบื้องต้นเท่านั้น คุณควรตรวจยืนยันผลการตั้งครรภ์โดยแพทย์ ด้วยการวินิจฉัยทางคลินิกและห้องปฏิบัติการทางการแพทย์
  • การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตัวเองเพียงครั้งเดียวยังไม่เพียงพอต่อการยืนยันผลเบื้องต้นได้ เนื่องจากระดับฮอร์โมน HCG ในหญิงตั้งครรภ์จะมีระดับที่แตกต่างกันในช่วงกว้าง ซึ่งการตรวจครั้งที่ 2 ในอีก 2 – 3 วันถัดมาจะให้ผลที่น่าเชื่อถือและแน่นอนกว่า เพราะบางครั้งในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าระดับความไวของชุดทดสอบการตั้งครรภ์ (ต่ำกว่า 20 mIU/ml.) จึงทำให้การตรวจในครั้งแรกยังไม่พบว่ามีการตั้งครรภ์ เป็นต้น
  • การตรวจปัสสาวะ ควรใช้ปัสสาวะหลังจากตื่นนอนตอนเช้าซึ่งจะให้ผลดีที่สุด แต่เวลาอื่นก็ได้ผลเหมือนกัน แต่สำคัญว่าต้องใช้ปัสสาวะสด ๆ หรือเป็นปัสสาวะใหม่ ๆ เท่านั้น
  • ชุดทดสอบเมื่อซื้อมาแล้วสามารถเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องตามปกติได้ (ไม่เกิน 30 องศา) หลีกเลี่ยงแสงแดด และความชื้น
  • เมื่อฉีกซองออกแล้ว ต้องตรวจทันทีจึงจะได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ แต่ถ้าฉีกแล้วยังไม่ตรวจก็สามารถเก็บไว้ได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง เพราะหากโดนความชื้น จะทำให้ประสิทธิภาพลดลงและอาจทำให้ผลตรวจเกิดความผิดพลาดได้
    ในการทดสอบซ้ำ ให้เว้นระยะห่างจากการทดสอบครั้งแรกอย่างน้อย 2-3 วัน

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

อาการคนท้อง เริ่มเมื่อไหร่? อาการไหนแปลว่า ท้องชัวร์!!

10 ข้อห้าม คนท้องอ่อนๆ ต้องระวังอะไรบ้าง?

อาการคนท้องระยะแรก คุณแม่มือใหม่รับมืออย่างไร?

อยากมีลูก ทำไงดี? 10 เคล็ด(ไม่)ลับทำให้ท้อง เพิ่มโอกาสมีลูกสมใจ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : medthai.com, www.paolohospital.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

น้องกัณฑ์

5 ข้อคิดสุดแกร่ง จาก น้องกัณฑ์ เด็กน้อยยอดกตัญญู

เรื่องราวที่ทำเอาคนไทยทั้งประเทศบ่อน้ำตาแตกกับ น้องกัณฑ์ เด็กชายวัย 12 ปี ที่ไลฟ์ร้องเพลงเล่นกีตาร์ครั้งสุดท้ายให้คุณพ่อ หลังจากไปอย่างไม่มีวันกลับจากโรคมะเร็งค่ะ

5 ข้อคิดสุดแกร่ง จาก น้องกัณฑ์ เด็กน้อยยอดกตัญญู

น้องกัณฑ์ ชนะเดช เขียวเซ้น เด็กชายวัย 12 ปี ที่มีชื่อเสียงจากการไลฟ์ร้องเพลงเล่นกีตาร์โชว์ แลกกับการรับบริจาคเงินเพื่อเป็นค่ารักษามะเร็งระยะสุดท้ายของคุณพ่อ ล่าสุดได้ออกมาไลฟ์ร้องเพลงครั้งสุดท้ายให้คุณพ่อ บีบหัวใจและสร้างความสะเทือนใจที่สุด

น้องกัณฑ์
น้องกัณฑ์ และคุณพ่อ

จุดเริ่มต้นที่ น้องกัณฑ์ เล่นกีตาร์เปิดหมวก

น้องกัณฑ์เล่าไว้ในรายการโหนกระแสให้คุณหนุ่ม กรรชัยฟังว่า ตอน 4 ขวบ ไปงานลอยกระทงกับพ่อ เห็นคนตีขิมบ้าง เป่าขลุ่ยบ้าง ก็ถามพ่อว่าเขาทำเพื่ออะไร พ่อบอกว่าเขาหาเงินสนับสนุนตัวเองเรียน มีรายได้เสริม น้องกัณฑ์เลยบอกว่าอยากลองทำบ้าง วันต่อมา พ่อพาไปซื้อแอมป์ และไมค์ตัวนึง ก็ร้องเพลงมาเรื่อย ๆ จนอายุ 5 ขวบ เริ่มมีกีต้าร์ พออายุ 8 ขวบเริ่มเล่นกีต้าร์เปิดหมวกหาทุนการศึกษา แล้วช่วงพ่อป่วยเป็นมะเร็งก็เริ่มมาไลฟ์สดเพื่อหาค่ารักษาพ่อที่เป็นมะเร็ง

น้องกัณฑ์
น้องกัณฑ์ เล่นกีตาร์เปิดหมวก

คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว

น้องกัณฑ์เล่าว่า คุณพ่อเลี้ยงน้องกัณฑ์มาคนเดียวตั้งแต่ 4 ขวบ โดยอาศัยอยู่กับคุณพ่อซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว และได้ฝึกร้องเพลงกับคุณพ่อตั้งแต่อายุ 5 ขวบ พร้อมกับฝึกเล่นกีตาร์ไปด้วย จากนั้นจึงรับงานเล่นดนตรี ร้องเพลง และร้องเพลงเปิดหมวก เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของคุณพ่อ

เคยเข้าแข่งขันและเป็นแชมป์รายการ Kidzaaa

น้องกัณฑ์
น้องกัณฑ์ในวัย 6 ปี เข้าแข่งขันในรายการ kidzaaa

น้องกัณฑ์เล่าอีกว่า เคยเข้าแข่งขันรายการ Kidzaaa เมื่อตอนอายุประมาณ 6 ขวบ และได้แชมป์มาด้วยโดยเป็นคลิปแสดงความสามารถโอเวอร์แอ๊กติ้ง โดยมีการพูด ร้องไห้และร้องเพลง โดยน้องพูดกับพ่อว่า พ่ออย่าเป็นอะไรนะ เราสัญญากันไว้แล้วว่าเราจะไม่จากกัน หนูจะหาเงินมารักษาพ่อ มาดูแลพ่อ มาเลี้ยงพ่อ หนูจะไม่ทำให้พ่อเหนื่อย พ่อต้องไม่ตายนะได้ยินไหม แล้วเข้าสู่เพลง ได้ยินไหม และร้องเพลงอินเนอร์มาเต็มมากๆ ขณะที่คุณพ่อซึ่งนั่งดูน้องอยู่ในรายการ ก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่

สูญเสียคุณพ่อไปไม่มีวันกลับ

น้องกัณฑ์เล่าอีกว่า จริง ๆ แล้วคุณพ่อเสียตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ. ศพไปอยู่ในโลงเย็น 7 วัน แล้วจัดงาน 3 วัน โดยวันที่ 14 ก.พ.เป็นวันเผาคุณพ่อ ซึ่งคลิปที่ร้องเพลงแล้วบอกว่าหาเงินมาทำศพให้คุณพ่อนั้น อัดไว้ตั้งแต่วันที่ 14 แต่เพิ่งเอามาลงวันที่ 15 จนทำให้บางคนก็เข้าใจผิด ซึ่งน้องก็ขอโทษทุกคน แต่เพียงอยากแบ่งเบาภาระของพี่ ๆ ทั้งค่ารักษาคุณพ่อในช่วงสุดท้าย และช่วงงานศพ ซึ่งต้องใช้เงินเยอะมาก

5 ข้อคิดสุดแกร่งที่ได้จากน้องกัณฑ์หนุ่มน้อยยอดกตัญญู

น้องกัณฑ์
น้องกัณฑ์และคุณพ่อ
  1. ต้องแข็งแกร่ง

น้องกัณฑ์บอกกับคุณหนุ่มว่า พ่อบอกให้ไลฟ์สดหาเงินให้พ่อ น้องจึงอยากทำเพื่อพ่อ ให้พ่อเห็นว่าน้องแข็งแกร่ง “พ่อบอกให้กันต์ไลฟ์สดหาเงินให้พ่อ กันต์ขอทำให้พ่อเป็นครั้งสุดท้าย อยากให้พ่อเห็นว่ากัณฑ์แข็งแกร่ง อยากให้พ่อรับรู้ อยากสานฝันให้พ่อ ว่ากัณฑ์เล่นกีตาร์สามารถสะกดคนดูได้”

  1. ให้อยู่บนความจริงไม่ใช่ความฝัน

น้องกัณฑ์บอกว่า “ก่อนพ่อเสีย พ่อบอกว่าถ้าพ่อไม่อยู่แล้ว ให้อยู่บนโลกความจริง ไม่ใช่ร้องไห้แล้วคิดถึงพ่อตลอดเวลา ให้เราผ่านอุปสรรคแย่ ๆ ไปให้ได้ เดี๋ยวเราจะกลับมาดีเอง” กัณฑ์ก็รู้สึกว่ามันทำใจยากที่เราต้องเห็นคนที่เรารักที่สุดเสียไป

  1. เปลี่ยนความผิดหวังให้เป็นพลัง

คุณพ่อบอกน้องอีกว่า “ให้เปลี่ยนความผิดหวังให้เป็นพลัง ถึงเราจะผิดหวังแค่ไหนเราก็สามารถกลับขึ้นมาได้ ถ้าเรามีความมั่นใจในตัวเองก็จะก้าวผ่านมันไป เป็นพลังให้เราสู้ต่อไปได้ครับ

  1. ไม่ใช้เวลาไปแบบเปล่าประโยชน์

น้องกัณฑ์บอกว่า เพื่อนกัณฑ์คือกีต้าร์ ใช้เวลากับการซ้อมกีต้าร์ครับ ไม่อยากเสียเวลาไปแบบเปล่าประโยชน์ครับ

  1. หยิบยื่นน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น

น้องกัณฑ์บอกว่า ตัวเองออกมาร้องเพลง มีคนหยิบยื่นน้ำใจเข้ามาเพื่อช่วยเหลือคนในครอบครัว โดยน้องได้บอกว่า

ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน แล้วก็ขอบคุณคนไทยหลายๆ คนเกือบทุกคนที่โอนเงินมาสนับสนุนกัณฑ์ มีอย่างหนึ่งที่อยากบอก กัณฑ์เข้าใจว่าคนเป็นมะเร็ง เขาเจ็บปวดขนาดไหน คนที่เห็นเขาเจ็บปวดจะทรมานขนาดไหน เมื่อเห็นคนที่รักสูญเสียไป ก็อยากบอกว่าคนที่เป็นมะเร็งระยะอะไรก็แล้วแต่ ถ้าอยากได้ความช่วยเหลือ ก็ทักมาหากัณฑ์ได้ กัณฑ์จะเอาเงินส่วนนี้ที่ได้จากไลฟ์สด อยากเอาไปช่วยเหลือคนเป็นมะเร็งเพราะไม่อยากให้เขาสูญเสียคนที่รักไป กัณฑ์เข้าใจความรู้สึกเขาครับ

เพราะพ่อเคยบอกอยากให้กัณฑ์ช่วยเหลือคน กัณฑ์ก็อยากช่วยด้วย ตอนเด็กๆ กัณฑ์ประมาณ 8 ขวบ กัณฑ์ไปโครงการเด็กเล็ก ๆ อายุ 5-6 ขวบ เขาเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย บางคนเบลอ ๆ ไป บางคนผมไม่ขึ้น มีหลายมะเร็งเลยครับ

จากเรื่องราวของน้องกัณฑ์ เด็กชายยอดกตัญญูคนนี้ ทำเอาทีมแม่ ABK ซาบซึ้งจนร้องไห้ไม่หยุด ทั้งเศร้าไปกับน้องที่เสียคุณพ่อ ทั้งตื้นตันใจที่เห็นความรักระหว่างน้องกับคุณพ่อ ทั้งชื่นชมกับสิ่งที่คุณพ่อปลูกฝังน้องมาได้ขนาดนี้ น้องอายุเพียง 12 ปี แต่มีความคิดดีมาก เหมือนกับโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ทีมแม่ ABK ขอให้น้องกัณฑ์เข้มแข็ง  มีอนาคตที่สดใส ได้ทำตามฝันอย่างที่ตัวเองตั้งใจไว้นะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก

FB:กัณฑ์ ชนะเดช, รายการโหนกระแส

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

เพราะ”ลงมือทำ” จึงมีวันนี้ น้องฟิจิ เปิดร้าน “เนื้อแคมป์ไฟ” ในวัย 10 ขวบ

กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ เผยข้อคิด…การเป็นพ่อที่ดี! ที่ได้จากภรรยาและลูกสาว

เคล็ดลับ Happy Life สร้างพื้นที่แห่งความสุขให้ลูกน้อยโดย “คุณแม่อุ้ม นพรรต”

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดลูก คุณแม่มือใหม่ต้องพร้อมรับมือ

การเป็นแม่เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่หลายครั้ง ที่คุณแม่มือใหม่ ต้องทนทุกข์กับ ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดลูก ที่อาจรุนแรงจนถึงขั้น คิดทำร้ายตัวเอง และลูกน้อยได้

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดลูก คุณแม่มือใหม่ต้องพร้อมรับมือ

องค์การอนามัยโลกพบว่า มีคุณแม่ถึง 20% ประสบปัญหา ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดนี้  ซึ่งตัวเลขที่แท้จริงอาจมากกว่านี้ก็เป็นได้  เนื่องด้วยคุณแม่มือใหม่หลายๆ ราย ไม่ได้เข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษา ด้วยอาจไม่เข้าใจว่าเป็นภาวะที่คุกคามชีวิตและจิตใจของคุณแม่ค่ะ ทีมแม่ AฺBK มีมุมมองจากแพทย์แผนจีน เกี่ยวกับปัญหานี้มาฝากคุณแม่ค่ะ

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดลูก
ในทางการแพทย์แผนจีน เมื่อเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจน้อยลง จิตใจจะกระวนกระวาย อารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย ใบหน้าซีดเซียว ยิ่งถ้าก่อนมีลูก คุณแม่เป็นคนที่เจ็บป่วยง่ายอยู่แล้ว อาการจะยิ่งเห็นได้ชัด

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ในมุมของแพทย์แผนจีน

สำหรับปัญหานี้ แพทย์จีนเชน ปรีชาวณิชวงศ์  แพทย์แผนจีนประจำหยินหยางคลินิก เปิดเผยว่า

“การคลอดบุตรนั้นมีแนวโน้ม จะทำให้คุณแม่เสียเลือดมาก และอาจเกิดเลือดคั่งขึ้นในร่างกาย ซึ่งเลือด ในทางแพทย์จีน ไม่ได้หมายถึง เสียเลือดจริง ๆ จนต้องให้เลือดเสริม แต่เรามองว่า เป็นการสูญเสีย พลังงาน ประเภทหนึ่งในร่างกายไป  ยิ่งถ้าเป็นการผ่าคลอด ร่างกายจะยิ่งสูญเสีย และบอบช้ำมาก”

สาเหตุของการเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดบุตร

สาเหตุของการเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดบุตรในทางแพทย์แผนจีน แบ่งออกมาเป็น 3 ประการค่ะ

  1. เลือดหล่อเลี้ยงหัวใจน้อยลง ในทางการแพทย์แผนจีน หัวใจไม่ใช่แค่อวัยวะที่ทำหน้าที่ไหลเวียนเลือด แต่ยังควบคุมความรู้สึกนึกคิดต่าง ๆ ด้วย เมื่อเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจน้อยลง จิตใจจะกระวนกระวาย อารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ ฝันบ่อย ขี้หลงขี้ลืม อ่อนเพลีย ใบหน้าซีดเซียว ยิ่งถ้าก่อนมีลูก คุณแม่เป็นคนที่เจ็บป่วยง่ายอยู่แล้ว อาการจะยิ่งเห็นได้ชัด
  2. เลือดคั่งอุดกั้น เนื่องจากตอนคลอดบุตรไม่ว่าจะผ่าคลอดหรือคลอดธรรมชาติล้วนทำให้คุณแม่สูญเสียพลังงานไป ทำให้การไหลเวียนเลือดช้าลง หรืออาจเกิดการช้ำในจากตอนทำคลอด จนทำให้เลือดคั่งอุดกั้นขึ้น ส่งผลให้เลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ จะมีอาการแสดงออกคล้ายแบบแรก และมีอาการเลือดคั่งเพิ่มเติมขึ้นมา เช่น น้ำคาวปลาออกนาน สีคล้ำ มีลิ่มเลือดเยอะ ใบหน้าหมองคล้ำต่างๆ
  3. ลมปราณตับติดขัด หากเดิมคุณแม่เป็นคนคิดมาก อารมณ์อ่อนไหว เครียดง่าย ยิ่งพอตอนคลอดบุตรเสียเลือดที่หล่อเลี้ยงหัวใจ ยิ่งทำให้สภาพร่างกายแย่ลง คุณแม่จะฉุนเฉียว  ซึมเศร้า ขี้ตกใจ ฝันร้าย ลมปราณติดขัดทำให้แน่นหน้าอก ท้องอืด ลมในท้องเยอะ เมื่อได้เรอหรือถอนหายใจ ลมปราณไหลเวียนสะดวกขึ้นจะรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดลูก
พอตอนคลอดบุตรเสียเลือดที่หล่อเลี้ยงหัวใจ ยิ่งทำให้สภาพร่างกายแย่ลง คุณแม่จะฉุนเฉียว ซึมเศร้า ขี้ตกใจ ฝันร้าย ลมปราณติดขัดทำให้แน่นหน้าอก

ทั้ง 3 สาเหตุเชื่อมโยงถึงกัน

ทั้ง 3 สาเหตุของการเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดบุตร นั้น ล้วนมีความเชื่อมโยงกัน ส่งผลกระทบต่อกันได้ ดังนั้น การรักษาในทางการแพทย์แผนจีน จึงต้องดูแลในทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นการบำรุงเลือด  การไหลเวียนเลือด และลมปราณ หลังจากที่แพทย์แผนจีนตรวจหาสาเหตุพบแล้ว จะใช้ยาสมุนไพรจีน และการฝังเข็ม เพื่อปรับสมดุลให้กับร่างกายและจิตใจ รวมถึงการให้คำปรึกษาหาทางออกทางอารมณ์ต่าง ๆ ควบคู่ไปด้วย

แพทย์แผนจีนกับการดูแลอาการหลังคลอด

นอกจากภาวะซึมเศร้าแล้ว แพทย์แผนจีนยังสามารถช่วยดูแลอาการอื่น ๆ หลังคลอดได้ เช่น การเพิ่มปริมาณน้ำนม น้ำคาวปลาไม่หยุด การปวดตามข้อต่าง ๆ ของร่างกาย อาการกลัวหนาว กลัวร้อนผิดปกติ ซึ่งเมื่อสุขภาพกายคุณแม่ดี และรู้สึกสบายตัวแล้ว อารมณ์ก็จะผ่อนคลายขึ้น  คุณแม่ก็จะสามารถกลับมามีสุขภาพจิตที่ดีได้อย่างปกติสุขค่ะ

 

อยากแนะนำให้คุณแม่หลังคลอดบุตร ควรหาเวลาให้กับตนเอง และควรมีคนใกล้ชิดคอยพูดคุย และรับฟังปัญหาต่างๆ  หากพบว่าภาวะซึมเศร้านี้ไม่ทุเลา ควรรีบปรึกษาแพทย์อย่างทันท่วงทีนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก

หยินหยาง คลินิก  

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

 

ปวดหลังหลังคลอด สัญญาณร้าย “โรคโครงสร้างผิดปกติ”

หมอตอบชัดทุกข้อ! 10 ปัญหาสุขภาพที่แม่ต้องเจอ? ทั้ง ปัญหาคนท้อง และหลังคลอดลูก

ทำความเข้าใจภาวะ โรคจิตหลังคลอด เรื่องที่แม่หลังคลอดควรรู้!

สระน้ำเป่าลม

10 สระน้ำเป่าลม แบบไหนดี ทนทาน ใช้งานง่าย ดีไซน์สุดน่ารัก

สระน้ำเป่าลม ถือเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ช่วยคลายร้อนให้ลูกน้อยได้ดีในช่วงหน้าร้อน นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการและทักษะการเรียนรู้ ช่วยกระตุ้นให้เด็กๆ ได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ถือเป็นกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกันกับครอบครัวในวันว่างเพื่อคลายร้อนได้ดีเลยทีเดียว แต่เมื่อต้องตัดสินใจเลือกซื้อสระน้ำเป่าลมสักหนึ่งสระเพื่อใช้เป็นของเล่นประจำบ้านให้เด็กๆ นั้นต้องคำนึงถึงหลายอย่าง เช่น ราคา สีสัน หรือขนาด แต่จะเลือก สระน้ำเป่าลม ยี่ห้อไหนดี เพราะปัจจุบันนี้มีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ วันนี้ทีมแม่ ABK รวม 10 สระน้ำเป่าลมพร้อมรายละเอียด และเทคนิคการเลือกซื้อสระน้ำเป่าลมมาฝากกันค่ะ

เทคนิคและวิธีเลือกซื้อ สระน้ำเป่าลม อย่างไรให้คุ้มค่า และมีประสิทธิภาพที่สุด

1. ช่วงวัยและอายุของลูกน้อย –  เนื่องจากขนาดตัวของเด็กๆ ในแต่ละช่วงวัยไม่เท่ากัน ควรเลือกซื้อขนาดของสระให้พอดีและเหมาะสมกับเด็กๆ เพราะหากซื้อขนาดใหญ่ไปหรือน้ำลึกเกินไปก็จะเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ทำสำคัญผู้ปกควรอยู่ด้วยอย่างใกล้เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยขณะเล่นน้ำ และแนะนำให้เลือกรุ่นที่มีการระบุไว้ว่าเหมาะกับเด็กอายุเท่าไหร่ก็จะง่ายต่อการตัดสินใจมากยิ่งขึ้นค่ะ

2. ขนาดของสระ – ควรเลือกให้เหมาะสมกับตัวของเด็กๆ และควรเลือกให้เหมาะสมกับพื้นที่ในบ้าน เพื่อการวางที่สะดวก และความปลอดภัยสำหรับเด็กๆ

3. ขนาดพื้นที่วางสระ – ควรเลือกให้พอดีและเหมาะสมกับพื้นที่ในบ้าน หลีกเลี่ยงขนาดของสระที่วางแล้วจะเบียดผนัง เพราะอาจทำให้ขอบของสระเกิดการเสียดสีจนทำให้เกิดเป็นรอยรั่วและชำรุดได้ หรือหากผู้ใช้งานอาศัยอยู่บนตึกที่สูง ก็ควรคำนึงถึงความสูงของระเบียงก่อนการซื้อ หากระเบียงไม่สามารถวางได้ การเลือกสระน้ำเป่าลมที่มีขนาดเล็กสามารถวางได้ในพื้นที่ในห้องน้ำอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

4. วัสดุที่ใช้ผลิต – เลือกสินค้าที่ทำจากวัสดุแข็งแรงทนทาน สามารถรองรับได้ทั้งปริมาณน้ำและน้ำหนักของผู้ใช้ได้ตามจำนวนที่คิดไว้ ดูว่าความหนาของ ไวนิล หรือ PVC ว่าหนาเท่าไหร่ สามารถรองรับได้ไหม เพื่ออายุการใช้งานที่นานขึ้น

5. ปลอดภัยต่อเด็กและผู้ใช้งาน – ดูว่าสระน้ำชิ้นนั้นมีการรับประกันหรือเปล่า

6. เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล – หากเลือกแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจะสามารถทำให้เรามั่นใจได้ว่าสินค้าชิ้นนั้นได้มาตรฐาน และมีผู้ใช้งานยอมรับ ยกตัวอย่างแบรนด์ Intex, Bestway เป็นต้น

7. อุปกรณ์เสริมที่ให้มา – เช็คดูว่ามีอุปกรณ์เสริมที่ให้มาด้วยไหม มีอะไรบ้าง เพื่อความสะดวกในการประกอบอย่างสมบูรณ์แบบ บางรุ่นจะมีวาล์วปิดเปิดเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งาน บางรุ่นมีสไลเดอร์ ลูกบอล ห่วงยางให้เด็กๆได้สนุกกับการเล่นมากยิ่งขึ้น บางรุ่นมีปั้มลมไฟฟ้าแถมมาด้วย บางรุ่นหลังจากหลังจากการเสร็จก็สามารถพับเก็บได้อย่างสะดวกและประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บอีกด้วย

รวม 10 สระน้ำเป่าลม ที่คัดมาแล้วทั้งคุณภาพและดีไซน์สุดน่ารัก

1.สวนน้ำสไลเดอร์หรรษาไดโนแลนด์

สระน้ำเป่าลม สไลเดอร์ฮิปโป
ขอบคุณรูปภาพจาก intexsuperstore

สระน้ำที่มาพร้อมสีสันสวยงามสดใสรูปปากไดโนเสาร์ เด็กๆสามารถเล่นสไลเดอร์ที่ลิ้นของไดโนเสาร์ได้อย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับสเปรย์ฉีดน้ำด้านข้างและมีเกมส์โยนห่วงนกไดโนเสาร์อยู่ด้านหน้า รุ่นนี้มีความแข็งแรงและทนทานมากเนื่องจากใช้ไวนีลที่มีความหนาพิเศษ จึงทำให้มีความยืดหยุ่น มีความนิ่มที่สามารถเพลิดเพลินเย็นชุ่มฉ่ำ มีวาล์วเปิดและปิดระบายน้ำที่พื้นสระเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการจัดเก็บ

คุณสมบัติเพิ่มเติม

  • ขนาดของสระ 1.96 x 1.70 x 1.07 m.
  • ผลิตจากไวนีลเนื้อหาพิเศษถึง 0.3 mm.
  • ความจุน้ำที่ความสูง 40 แกลลอน (150 L)
  • รับน้ำหนักได้สูงสุด 81 กก.
  • เหมาะสำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป

สั่งซื้อคลิกเลย >> intexsuperstore

 

2.สระน้ำเป่าลมทรงสูงลายปลาการ์ตูน 4 ชั้น

สระน้ำเป่าลมสำหรับเด็กเล็ก
ขอบคุณรูปภาพจาก happydeedee4

สระน้ำเป่าลมรุ่นนี้จะแถมที่สูบลมไฟฟ้า ห่วงคอเด็ก กาวปะ ยางปะ และท่อระบายน้ำให้มาด้วยในชุดของสระ เป็นสระน้ำลายน่ารักที่ช่วยให้เด็กได้ออกกำลังกายและบริหารกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ แข็งแรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสระออกแบบมาสูง เด็กสามารถใส่ห่วงลอยคอถีบขาเล่นน้ำได้อย่างสนุกสนาน

คุณสมบัติเพิ่มเติม

  • ขนาดของสระ 143 x 105 x 75 cm
  • ผลิตจากวัสดุคุณภาพดี แข็งแรงและทนทาน

สั่งซื้อคลิกเลย >> happydeedee4

 

3.สระน้ำเป่าลมลายนากทะเลสุดคิ้วท์ sea otter spray pool

sea otter spray pool
ขอบคุณรูปภาพจาก stxdirect

สระน้ำเป่าลมทรงกลม มาพร้อมสเปรย์ฉีดน้ำลายนากทะเลสุดน่ารัก ตัวสระน้ำออกแบบมาสีสันสวยงามน่าเล่น ช่วยสร้างพัฒนาการที่ดีให้กับเด็กด้วยการเล่นน้ำแบบขั้นพื้นฐานที่สนุกสนาน

คุณสมบัติเพิ่มเติม

  • ขนาดของสระ 150 x 41 cm
  • ผลิตจากไวนีลเนื้อหนาคุณภาพดี

สั่งซื้อคลิกเลย >> stxdirect

4.สระน้ำเป่าลม family cabana

 

สระน้ำเป่าลม family cabana
ขอบคุณรูปภาพจาก toyznet

สระรุ่นนี้มีเบาะนั่งเป่าลมทั้งด้านหน้าและด้านหลังให้สำหรับพักจากการเล่น มีเสาโค้งตรงกลางสระเพื่อบังแดด สามารถถอดออกได้ และสามารถต่อยางก๊อกน้ำภายนอกเพื่อต่อน้ำพุให้ลงมาเพิ่มความสดชื่นได้ มีช่องเก็บอากาศที่แยกจากกัน 2 ช่องพร้อมวาล์วสูบลมแบบคอมโบวาล์ว ช่วยให้การสูบลมเข้าและปล่อยลมออกได้รวดเร็วยิ่งขึ้น 

คุณสมบัติเพิ่มเติม

  • ขนาดของสระ 122 x 74 x 51 “
  • ผลิตจากไวนีลเนื้อหาพิเศษถึง 0.32 mm.
  • ความจุน้ำที่ความสูง 33 cm.ของขอบสระ 137 แกลลอน (519 L)
  • เหมาะสำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป

สั่งซื้อคลิกเลย >> toyznet

 

5.สระน้ำเป่าลมแอ๊คชั่นสปอร์ต ACTION SPORTS PLAY CENTER

ขอบคุณรูปภาพจาก intexsuperstore

สระน้ำที่ออกแบบมาให้เด็กๆ ได้เสริมสร้างทักษะทางกายภาพได้อย่างเต็มที่ ช่วยเพิ่มกิจกรรมที่แสนสนุกสุดเหวี่ยงกับเพื่อนๆ หรือคนในครอบครัว เนื่องจากตัวสระเป็นเหมือนสนามจำลองของกีฬาเบสบอล ฟุตบอล และวอลเลบอล เด็กๆ จะได้ฝึกทักษะในการควบคุมอุปกรณ์ที่หลากหลาย 

คุณสมบัติเพิ่มเติม

  • ขนาดของสระ 3.25 x 2.67 x 1.02 m.
  • ผลิตจากไวนีลเนื้อหาพิเศษถึง 0.30 mm.
  • ความจุน้ำที่ความสูง 3.25″ (8 cm.) ของขอบสระ 124 แกลลอน (740 L) 
  • เหมาะสำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป

สั่งซื้อคลิกเลย >> intexsuperstore

 

6.สระน้ำเป่าลม SWIM CENTRE SHOOTIN HOOPS FAMILY

ขอบคุณรูปภาพจาก intexsuperstore

หากยังไม่จุใจกับสระน้ำกีฬารวมมิตรสระน้ำเป่าลมแอ๊คชั่นสปอร์ตล่ะก็ สระน้ำรุ่นนี้มีทั้งแป้นบาสและลูกบาสให้เด็กๆ เล่นได้อย่างสนุกสนาน เด็กๆ จะได้ฝึกการเล่นที่ต้องใช้ความแม่นยำ เหงื่อออกเมื่อไหร่ก็ลงไปเล่นน้ำต่อได้เพื่อเติมความสดชื่น สามารถจุน้ำได้เยอะเนื่องจากมีความสูงถึง 3 ชั้น

คุณสมบัติเพิ่มเติม

  • ขนาดของสระ 257 x 188 x 130  cm.
  • ความจุน้ำที่ความสูง 682 L.
  • เหมาะสำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป

สั่งซื้อคลิกเลย >> intexsuperstore

 

7.สวนน้ำสไลเดอร์ไดโนแลนด์สีสันสดใสแสนสนุก

ขอบคุณรูปภาพจาก shp.suriyong

เด็กๆ สามารถสนุกสนานด้วยสไลเดอร์ลื่นลงตรงสระด้านหน้า มีฝักบัวน้ำพุไดโนเสาร์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ไม่ติดกับตัวสระ ฝักบัวน้ำพุสามารถต่อกับสายยางก๊อกน้ำภายนอกได้ มีเกมส์ให้เล่นทั้ง เกมส์โยนบอลลงห่วงไดโนเสาร์ เกมส์โยนห่วงนกไดโนเสาร์ และเกมส์กลิ้งบอลลอดภูเขาไฟ เด็กๆ สามารถเล่นได้อย่างปลอดภัยเนื่องจากมีการเสริมพื้นเบาะเป่าลมกันกระแทกด้านหน้าของสไลเดอร์ มีวาล์วเปิดและปิดระบายน้ำที่พื้นสระ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการจัดเก็บ

คุณสมบัติเพิ่มเติม

  • ขนาดของสระ 131 x 90 x 44″ (3.33 x 2.29 x 1.12 m.)  
  • ความจุน้ำที่ความสูง 6″ (15 cm.) ของขอบสระ 74 แกลลอน (280 L) 
  • เหมาะสำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป
  • รับน้ำหนักได้สูงสุด 81 kg. (เด็กสามารถเล่นได้ 3 คน)

สั่งซื้อคลิกเลย >> shp.suriyong

 

8.สวนน้ำแสนสนุกเรือโจรสลัด

รวม 10 สระน้ำเป่าลม ที่คัดมาแล้วทั้งคุณภาพและดีไซน์สุดน่ารัก
ขอบคุณรูปภาพจาก shp.suriyong

ประกอบด้วยสไลเดอร์ สระน้ำสองส่วนด้านหน้าและหลัง มีน้ำพุด้านหน้าเรือ มีปืนใหญ่ หีบสมบัติ โล่ห์ ดาบและหมวกโจรสลัด สามารถใช้สายยางถายนอกต่อเข้าวาล์วด้านหน้าเพื่อทำน้ำพุด้านหน้าเรือและปืนใหญ่ด้านข้าง และสนุกมากขึ้นด้วยปืนใหญ่ที่ยิงได้จริง เพราะมีลูกปืนยางในชุด ถือว่าครบครันจริงๆ สำหรับบทบาทสมมุติบนเรือโจรสลัดอย่างแท้จริง มีจุกปิดและเปิดน้ำด้านล่างพื้นสระ

คุณสมบัติเพิ่มเติม

  • ขนาดของสระ 120 x 60 x 64″ (350 x 152 x 163 cm.)  
  • ความจุน้ำที่ความสูง 66 แกลลอน (248 L) 
  • เหมาะสำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี

สั่งซื้อคลิกเลย >> shp.suriyong

 

9.สระน้ำเป่าลม สไลเดอร์ลายผลไม้ Fun Fruity Play Center

ขอบคุณรูปภาพจาก intexsuperstore

นอกจากสีสันที่น่ารักสดใสสมูทตี้ที่สระรุ้นนี้มีแล้ว ตัวสระยังประกอบไปด้วยสไลเดอร์ ลูกบอล 6 ลูก สระน้ำเล็ก สระน้ำใหญ่ในตัวอีกด้วย ทำให้เด็กๆสามารถสนุกได้เต็มที่แถมคลายร้อนสุดๆ

คุณสมบัติเพิ่มเติม

  • ขนาดของสระ 2.44 x 1.91 x 0.91 m.
  • ความจุสระใหญ่ 130 แกลลอน (493 L) 
  • ความจุสระเล็ก 15 แกลลอน (57 L)
  • เหมาะสำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป

สั่งซื้อคลิกเลย >> intexsuperstore

 

10.สระน้ำเป่าลมขนาดใหญ่ EASY SET ขนาด 12 ฟุต

สระน้ำเป่าลม ขนาดใหญ่ สระน้ำ EASY SET
ขอบคุณรูปภาพจากร้าน intexsuperstore

ถึงแม้ว่าสระน้ำรุ่นนี้จะไม่มีสีสันหรือฟังก์ชั่นที่ให้เด็กๆ ได้เพลิดเพลินเหมือนรุ่นอื่น แต่สระน้ำรุ่นนี้มีความพิเศษอยู่ที่ขนาดใหญ่ ที่สามารถจุคนได้เยอะ ทำให้เราสามารถใช้เวลาแสนสนุกนี้ร่วมกับคนที่รักได้หลายๆ คน ไม่ว่าจะชวนคนในครอบครัวมาเล่นหรือจะชวนเพื่อนๆ มาเล่นด้วยก็ย่อมได้ เหมาะสำหรับบ้านที่มีบริเวณบ้านที่กว้าง และเนื่องจากสระค่อนข้างลึกจึงไม่สามารถปล่อยเด็กเล็กให้เล่นตามลำพังได้ หากอยากให้ลูกน้อยเล่นด้วย แนะนำให้ใช้ห่วงยางคอ ห่วงยางที่เด็กสามารถพยุงตัวได้ หรือผู้ปกครองต้องดูแลอย่างใกล้ชิดจะดีที่สุด

คุณสมบัติเพิ่มเติม

  • ขนาดของสระ (เส้นผ่าศูนย์กลาง x สูง) 3.66 x 0.76 m.
  • ความจุน้ำที่ความสูง 1,485 แกลลอน (5,621 L)

สั่งซื้อคลิกเลย >> intexsuperstore

 

เป็นยังไงกันบ้างคะกับ 10 สระน้ำเป่าลมที่เราเอามาฝากกันวันนี้ เห็นแล้วต้องให้ความน่ารักเต็มสิบไม่หักเลยทีเดียว แถมคุณภาพยังเกินราคามากๆ หวังว่าคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังลังเลว่าจะซื้ออันไหนดี บทความนี้จะสามารถช่วยให้ตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายขึ้นนะคะ และสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นห่วงว่าซื้อสระน้ำเป่าลมมาแล้วลูกๆ จะไม่สามารถทรงตัวและเสี่ยงต่อการจมน้ำ ทีมแม่ ABK ขอแนะนำ 10 โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็ก เรียนได้ตั้งแต่เบบี๋ เพื่อเป็นการฝึกทักษะและเตรียมความพร้อมให้กับเด็กๆ ให้พร้อมกับการเล่นน้ำได้อย่างสนุกและเต็มที่ที่สุดค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจ

โชคดีพ่อทำเป็น! ปั๊มหัวใจ ลูกชาย 3 ขวบจมน้ำ รอดหวุดหวิด!

เตือนภัยพ่อแม่! ชุดว่ายน้ำเด็ก สีไม่สดใส อันตรายกว่าที่คิด

4 กิจกรรมสนุก ชวนลูกเล่นกลางแจ้ง กระตุ้นพัฒนาการ เสริมความคิดสร้างสรรค์

 

จักรยานขาไถ

รวม 15 จักรยานขาไถ ช่วยฝึกทักษะการทรงตัวเด็กเล็ก ยี่ห้อไหนดี

Balance Bike หรือที่เรียกว่า “จักรยานขาไถ” เป็นของเล่นในลำดับต้น ๆ ที่แนะนำคุณพ่อคุณแม่ซื้อให้ลูกน้อยในวัยเกือบ 2 ขวบได้เล่นกันค่ะ เพราะประโยชน์ของ Balance Bike ช่วยให้ลูกมีการทรงตัวได้ดี และมีกล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ของขาทั้งสองข้างที่แข็งแรงมากขึ้นด้วยค่ะ ทีมแม่ABK ได้รวบรวม “จักรยานขาไถ” ที่ทนทาน คุณภาพดีมาให้ทั้งหมด 15 ยี่ห้อ ไปดูพร้อมกันค่ะ

 

จักรยานขาไถ BALANCE BIKE เหมาะกับเด็กอายุเท่าไหร่ ?

อายุเด็กเหมาะที่จะให้เล่นจักรยานทรงตัว จักรยานขาไถ แนะนำที่อายุ 2 ขวบขึ้นไปค่ะ หรือถ้าจะอายุน้อยกว่า 2 ขวบ อยู่ที่ 1.8 ขวบ ก็เล่นได้เช่นกันค่ะ ทั้งนี้ให้คุณพ่อคุณแม่ดูที่ความพร้อมของลูกเป็นหลัก และเพื่อความปลอดภัยควรมีอุปกรณ์เซฟตี้ให้ลูกด้วย เช่น หมวกกันน็อค สนับแขน สนับเข่า และร้องเท้าควรเป็นรองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าที่ใส่แล้วไม่หลุดง่ายขณะที่ลูกกำลังไถจักรยาน ไม่อย่างนั้นอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ค่ะ

ก่อนซื้อ Balance Bike ให้ลูก ต้องคำนึงถึงเรื่องใดบ้าง ?

จักรยานขาไถ เป็นเหมือนพื้นฐานก้าวแรกก่อนที่ลูกจะได้เรียนรู้ในเรื่องการปั่นจักรยาน ทำอย่างไรให้สามารถทรงตัว และบังคับจักรยานให้ไปในทิศทางที่กำหนด โดยที่ไม่ล้ม ฉะนั้นการเลือกจักรยานทรงตัวคันแรกให้ลูก คุณพ่อคุณแม่ต้องเลือกที่…

  • โครงสร้างของ Balance Bike ต้องแข็งแรง สามารถรองรับน้ำหนัก และซัพพอร์ตสรีระของเด็ก
  • แฮนด์มือจับ 2 ข้าง มีขนาดจับที่เหมาะกับมือเด็ก
  • อานเบาะนั่ง มีระยะความสูงที่เหมาะกับเด็ก เพื่อที่เวลานั่งอยู่บนจักรยานทรงตัว ขาทั้ง 2 ข้างสามารถไถได้อย่างสมดุลกับพื้นด้านล่าง และอานนั่งต้องนุ่ม สามารถปรับขึ้น-ลงได้

ประโยชน์ของ “Balance Bike”

  • ช่วยทักษะการทรงตัวที่ดี
  • ช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อมัดเล็กของมือ 2 ข้างแข็งแรง
  • ช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ของขา 2 ข้างแข็งแรง ฝึกกำลังเท้า
  • ช่วยกระตุ้นให้สมอง และสายตาทำงานประสานคู่กันได้ดี
  • ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

15 ยี่ห้อ จักรยานขาไถ ช่วยฝึกทักษะและพัฒนาการ น่าซื้อ น่าใช้สำหรับเด็ก

 Baishs Balance Bike

1. Baishs Balance bike รุ่น HS-A313

สำหรับเด็กอายุ :  18 เดือนขึ้นไป

จุดเด่น : โครงเหล็กทนทานออกแบบให้มีการรับน้ำหนักได้ดี โครงเหล็กโค้งมนลดการเกิดอันตรายกับเด็ก แฮนจับถนัดมือลดการลื่นขณะจับ เบาะรองนั่งนุ่ม เบาะนั่งสามารถปรับขึ้นลงได้ ตัวรถจักรยานขาไถมีน้ำหนักเบาเพียง 2 กก.

สี : ขาว

ราคา : 1,460 บาท  SHOP NOW คลิก >>  Amvata

Cruzee Ultralite จักรยานขาไถ

2. Cruzee Ultralite จักรยานขาไถ

สำหรับเด็กอายุ : 18 เดือนขึ้นไป

จุดเด่น : โครงสร้างอลูมินัมอัลลอย ปลอดสนิม แข็งแรง และน้ำหนักเพียง 1.9 กก. มือจับขนาดพอดีมือและนุ่มสบาย

 ล้อโพลิเมอร์ตันเกรดพรีเมี่ยม ทนทาน มีความยืดหยุ่นดี เหมาะกับทุกสภาพถนน ไม่ต้องเติมลม ขอบตะเกียบกลมมน ดุมล้อที่เรียบแบบ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด พักเท้าได้บนตะเกียบล้อหลัง ผ่านการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมของเด็กเล่น (ม.อ.ก.)

สี : Snow White

ราคา :  6,490 บาท SHOP NOW คลิก >> Cruzeethailand

Balance Bike

3. Chillafish จักรยานทรงตัว รุ่น Bunzi

สำหรับเด็กอายุ : 1-3 ขวบ

จุดเด่น : น้ำหนักเบา ปรับโหมดได้เป็นทั้ง 2 ล้อและ 3 ล้อ นำเข้าจากประเทศเบลเยี่ยม โครงสร้างทำจากพลาสติก ABS คุณภาพสูง แข็งแรงทนทาน ตัวจักรยานน้ำหนักเบาเพียง 1.9 กก.

สี : ฟ้า , แดง , ชมพู , เขียว

ราคา : 2,490 บาท SHOP NOW คลิก >> Babygiftretail

จักรยานขาไถ

4. STRIDER BIKES จักรยานทรงตัว

สำหรับเด็กอายุ : 3 – 7 ขวบ

จุดเด่น : จักรยานสไตรเดอร์รุ่น 14x ล้อขนาด 14 นิ้ว ตัวจักรยานสามารถเล่นได้ 2 โหมด 2in1 ได้แก่ โหมดจักรยานทรงตัวโดยใช้ขาไถ และโหมดจักรยานปกติใช้ที่ปั่นในการขี่

สี : เขียว , ฟ้า , ชมพู

ราคา : 7,490 บาท SHOP NOW คลิก >> Amvata

Scoot & Ride

5. Scoot&Ride จักรยานขาไถ

สำหรับเด็กอายุ : 1 ขวบขึ้นไป

จุดเด่น : จักรยานขาไถ 2in1 ที่สามารถปรับเป็นสกูตเตอร์ขาไถ หรือจะเป็นจักรยานทรงตัวได้ โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดใด อีกทั้งยังถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กตั้งแต่ 1 ขวบ จนถึงเด็กโต

สี : ฟ้า

ราคา : 4,450 บาท  SHOP NOW คลิก >> Central

 

Strider จักรยานขาไถ

6. Strider จักรยานขาไถ รุ่น Sport Balance Bike

สำหรับเด็กอายุ : 1.5 – 5 ปี

จุดเด่น : ขนาดเล็ก กะทัดรัด มีน้ำหนักเบา มีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย ไม่คว่ำง่าย สามารถปรับความสูงได้ทั้งส่วนอานและแฮนด์

สี : น้ำเงิน

ราคา : 4,190 บาท SHOP NOW คลิก >> SHOPEE

จักรยานขาไถ Micro G-bike

7. สกู๊ตเตอร์ขาไถ Micro G-bike Chopper Deluxe Pink

สำหรับเด็กอายุ : 2-5 ปี

จุดเด่น : สามารถรับน้ำหนักได้สูงสุด 20 กก. ล้อหน้า เสริมด้วยระบบโช๊ค ช่วยลดแรงกระแทก ล้อหลังสามารถเปลี่ยนถอดใส่ Carver เพื่อใช้เหยียบเป็นรถขาไถได้ แฮนด์บาร์ สูง 60 cm. ปรับระดับสูงต่ำได้

สี : ชมพู

ราคา : 5,600 บาท SHOP NOW คลิก >> Amvata

Royal Baby BALANCE BIKE

8. Royal Baby จักรยานขาไถ รุ่น Chipmunk

สำหรับเด็กอายุ : 2 – 5 ปี

จุดเด่น : ได้มาตรฐาน มอก.685-2540 น้ำหนักเบาและมีความแข็งแรง เฟรมทำจากแมกนีเซียม ล้อเป็นพลาสติก

สามารถปรับความสูงต่ำของเบาะนั่ง

สี : น้ำเงิน , ชมพู , แดง , ฟ้า , ดำ

ราคา : 1,990 บาท SHOP NOW คลิก >>  LAZADA

Go Rider จักรยานทรงตัว

9. Go Rider

สำหรับเด็กอายุ : 1 – 4 ปี

จุดเด่น : โครงสร้างแข็งแรงทนทานงานไฟเบอร์และเหล็ก มีโหมด 3 ล้อ สามารถเล่นได้ตั้งแต่ 1 ขวบขึ้นไป

และปรับเป็น 2 ล้อได้เพื่อฝึกการทรงตัวตอนประมาณ 2 ขวบ ด้ามจับ ปรับสูงต่ำได้3 ระดับ และเบาะที่นั่งสามารถปรับระดับได้ถึง 4 ระดับ

สี : แดง , เขียว

ราคา : 1,450 บาท SHOP NOW คลิก >>  SHOPEE

10.Jumbo Kids จักรยานขาไถ
10. Jumbo Kids จักรยานทรงตัว

สำหรับเด็กอายุ : 1.5 ปีขึ้นไป

จุดเด่น : รับน้ำหนักได้ถึง 50 กก. สีที่ใช้กับตัวถังรถเป็นสีชนิดพิเศษไม่เป็นอันตรายต่อเด็กหากนำเข้าปากหรือถูกผิวหนัง ล้อยาง Eve ยางคุณภาพเยี่ยม ทนทาน และเกาะถนนได้ดี

สี : ชมพู

ราคา : 990 บาท SHOP NOW คลิก >>  SHOPEE

Meadow จักรยานขาไถ รุ่น STEP

11. Meadow จักรยานขาไถ รุ่น STEP

สำหรับเด็กอายุ : 3 – 6 ปี

จุดเด่น : ออกแบบมาเพื่อฝึกทักษะการทรงตัวให้กับเด็กเล็ก ตัวจักรยานมีน้ำหนักเบา สะดวกในการขนย้าย สามารถใช้งานได้ทุกพื้นผิวไม่ว่าจะเป็นทางเรียบ สนามหญ้า พื้นดิน

สี : แดง

ราคา : 1,090 บาท SHOP NOW คลิก >>  SHOPEE

Chillafish Quadie + Trailie จักรยานขาไถ 4 ล้อพร้อมรถพ่วง

12. Chillafish Quadie + Trailie จักรยานขาไถ 4 ล้อพร้อมรถพ่วง

สำหรับเด็กอายุ : 1 – 3 ปี

จุดเด่น : จักรยานขาไถจากประเทศเบลเยี่ยม เพื่อช่วยฝึกในเรื่องการทรงตัว ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นพิเศษ Click & Play Connector ที่ออกแบบมาให้สามารถต่อพ่วงกับ Chillafish Quadie คันอื่น หรือพ่วงกับรถพ่วงคันอื่น ให้เด็ก ๆ สนุกความสนุกทวีคูณ เมื่อต่อเป็นรถไฟยาวไกล Quadie + Trailie

สี : ชมพู

ราคา : 2,590 บาท  SHOP NOW คลิก >> Amvata

BERG Go2 Blue Balance Bike

13. BERG Go2 Blue รถโกคาร์ทสำหรับเด็ก 2in1 เป็นทั้งรถขาไถและขาถีบ

สำหรับเด็กอายุ : 10 เดือนขึ้นไป

จุดเด่น : รถโกคาร์ทสำหรับเด็ก 2in1 เป็นทั้งรถขาไถและขาถีบ จากประเทศเนเธอร์แลนด์ สามารถใช้ได้ทั้ง indoor และ outdoor ล้อทั้ง 4 ล้อ สัมผัสพื้นอย่างมั่นคง ทำให้การเลี้ยวเป็นไปอย่างปลอดภัยไม่พลิกควํ่า ที่นั่งยาวรองรับเมื่อสูงขึ้นตามสรีระของเด็ก และความเบาของที่ปั่นทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างง่ายดาย สามารถขับขี่ถอยหลังได้

สี :ฟ้า

ราคา 5,200 บาท  SHOP NOW คลิก >> Amvata

Berg จักรยานฝึกทรงตัว

14. Berg จักรยานฝึกทรงตัว

สำหรับเด็กอายุ : 2.5 – 5 ปี

จุดเด่น : เฟรมจักรยานแมกนีเซียม แข็งแรง ทนทาน และมีนํ้าหนักเบา ที่นั่งปรับได้ สามารถปรับตํ่าสุดสูงจากพื้น 32 cm. ที่จับปรับองศาวงเลี้ยว ได้ 2 โหมด Safe mode (Beginners) วงเลี้ยวแคบ ง่ายต่อการทรงตัว และ Skill mode (Advanced) วงเลี้ยวกว้างขึ้น นํ้าหนักเบา พกพาสะดวก

สี : ชมพู

ราคา : 7,500 บาท SHOP NOW คลิก >>  Central

QITONG MINI จักรยานขาไถ

15. QITONG MINI จักรยานขาไถ

สำหรับเด็กอายุ : 1 – 2 ปี

จุดเด่น : มีวงล้อ 4 ล้อ เพื่อการทรงตัวอย่างสมดุล และไม่ล้มง่าย สามารถรับน้ำหนักได้สูงสุด 50 กิโลกรัม เบาะนั่งแบบจักรยานหุ้มด้วยฟองน้ำนุ่มนั่งสบาย ปลอกแฮนด์แบบโฟมสังเคราะห์ ช่วยให้จับหรือควบคุมทิศทางได้ง่าย

สี : แดง

ราคา : 1,200 บาท SHOP NOW>>  HomePro

เมื่อลูก ๆ ถึงวัยที่เขาสามารถใช้ร่างกายทุกส่วนสนุกที่จะทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่มอบของเล่นสุดพิเศษอย่าง จักรยานขาไถ จักรยานทรงตัว ฺBalance Bike ของเล่นที่จะช่วยเสริมสร้างทักษะและพัฒนาการด้านร่างกายให้มีความพร้อม และแข็งแรงมากขึ้นค่ะ

 

อ่านบทความเรื่องอื่นที่น่าสนใจ คลิก >> 

รวม 10 คอกกั้น “เด็ก” ยี่ห้อไหนดี

19 อันดับ ถุงเก็บนมแม่ ถุงเก็บน้ำนม ยี่ห้อไหนดี

 

รวม 15 สเปรย์กันยุง สูตรอ่อนโยนสำหรับเด็ก ฉีดกันไว้ก่อนยุงกัด ยี่ห้อไหนดี

เลือดจ๋า ยุงลาก่อน !! ทีมแม่ABK หาสารพัดวิธีป้องกันยุงไม่ให้มากัดลูก และคนในครอบครัว ทั้งปลูกพืชสวนครัวชนิดที่ไล่ยุงได้ ถามว่าไล่ยุงได้จริงไหม ก็ได้อยู่ค่ะ แต่จะให้ชัวร์ต้องหาตัวช่วยอื่น ๆ ด้วยนะ เพราะยุงนั้นร้ายกาจมาก เสี่ยงทำให้ป่วยโรคไข้เลือดออก วันนี้ทีมแม่ABK ได้รวบรวม “สเปรย์กันยุง” มาให้เลือกใช้กันถึง 15 ยี่ห้อ ที่เป็นสูตรธรรมชาติ ขอบอกว่าเป็นตัวช่วยที่ดีมากในการป้องกันยุงกัดค่ะ

ข้อควรรู้…ก่อนจะใช้ สเปรย์กันยุง และผลิตภัณฑ์กันยุงทุกประเภท

ในยากันยุงทั่วไปจะมีสารเคมีที่เป็นสารออกฤทธิ์คือ DEET (ชื่อทางเคมี N,N-diethyl-meta-toluamide or N,N-diethyl-3-methylbenzamide) เป็นสารสำคัญที่นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ไล่แมลง ซึ่งผลิตออกมาในหลายรูปแบบ เช่น โลชั่นสเปรย์ โดยปริมาณ DEET ที่ใช้ทาผิวหนังและใช้ในผลิตภัณฑ์ไล่แมลงคือ 4-100% โดยปกติร่างกายของคนเราจะส่งกลิ่นออกมามาก ซึ่งจะปล่อยสารประกอบต่าง ๆ ออกมาเป็นจำนวนมากเช่นกัน กลิ่นเหล่านี้ก็จะเป็นตัวล่อให้ยุงเข้ามากัด นักวิทยาศาสตร์ได้ติดตามปฏิกิริยาทางไฟฟ้าของเซลล์ประสาทรับกลิ่นของยุงเมื่อปล่อยให้มันได้กลิ่นของ DEET และพบว่า DEET ช่วยปกปิดกลิ่นเหงื่อของร่างกายจากยุงได้ แต่ไม่สามารถปกปิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากลมหายใจได้

ความเข้มข้นของ DEET ในผลิตภัณฑ์ไล่ยุงอยู่ระหว่าง 5-25% โดยน้ำหนัก ปริมาณ % ที่มากขึ้นไม่ได้หมายถึงประสิทธิภาพในการไล่ยุงจะมากขึ้น แต่หมายถึงระยะเวลาในการป้องกันยุงนานขึ้น เช่นที่ 6% จะป้องกันยุงได้ 2 ชั่วโมง ในขณะที่ 20% จะป้องกันยุงได้ 4 ชั่วโมง

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น จากการใช้ผลิตภัณฑ์กันยุงที่มี DEET เป็นองค์ประกอบ

การใช้ยาทากันยุง ยาฉีดกันยุง ยาจุดกันยุง หรือ สเปรย์กันยุง ที่มี DEET หากไม่ได้ใช้ตามคำแนะนำที่ถูกวิธีตามข้างฉลากของผลิตภัณฑ์ ก็อาจได้รับผลข้างเคียงจาก DEET เช่นเสี่ยงทำให้เกิด ลมพิษ ผื่นแดง ระคายเคือง ปากชา มึนงง ไม่มีสมาธิ ปวดหัว คลื่นไส้

ฉะนั้นแนะนำว่าหากมีการใช้ผลิตภัณฑ์กันยุงที่มีสาร DEET  ไม่ว่าจะเป็น ยาจุดกันยุง สติ๊กเกอร์กันยุง สเปรย์ฉีดกันยุง(ฉีดในอากาศ)  สเปรย์กันยุง(ฉีดตามผิวหนัง) เป็นต้น

  • ห้ามใช้กับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 4 ปี
  • ห้ามใช้กับหญิงมีครรภ์ และ คุณหญิงที่ให้นมบุตร
  • ห้ามใช้กับคนชรา หรือผู้ป่วย
  • ห้ามใช้กับสัตว์เลี้ยง
  • ห้ามรับประทาน
  • ห้ามฉีดพ่นบริเวณบาดแผล และผิวหนังที่มีผื่นหรือการอักเสบ
  • ห้ามฉีดพ่นบริเวณเนื้อเยื่ออ่อน เช่น ใบหน้า เปลือกตา ขอบตา ริมฝีปาก จมูก รักแร้
  • หากใช้แล้วเกิดผื่นหรือเกิดผลข้างเคียง ควรล้างออกด้วยน้ำสบู่ แล้วไปพบแพทย์พร้อมกับนำผลิตภัณฑ์ไปด้วย

การผลิตภัณฑ์กันยุงที่มีส่วนผสมของ DEET ควรมีการใช้อย่างถูกวิธีตามคำแนะนำที่เขียนบอกไว้ข้างผลิตภัณฑ์ ก็จะเป็นการใช้อย่างถูกวิธี ลดความเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ

คุณแม่อาจสงสัยว่า การใช้สเปรย์กันยุง ที่ไม่มีส่วนผสมของ DEET จะช่วยป้องกันยุงได้เหรอ เพราะส่วนใหญ่ถ้าใช้กับเด็กมักจะเป็นสูตรธรรมชาติ ออร์แกนิค จริง ๆ ก็มีฤทธิ์ป้องกันยุงได้เช่นกันค่ะ เพราะสารสกัดจากธรรมชาติส่วนใหญ่จะมีคุณสมบัติในการไล่ยุง และแมลงได้ดีค่ะ ได้แก่ น้ำมันตะไคร้หอม น้ำมันหอมระเหยมะนาวเหลือง น้ำมันหอมระเหยส้ม น้ำมันหอมระเหยยูคาลิปตัส น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ น้ำมันหอมระเหยสะระแหน่

สเปรย์กันยุง สูตรธรรมชาติ กับข้อควรระวังในการใช้ !

  1. ห้ามรับประทาน
  2. ห้ามในเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 4 ปี
  3. ห้ามฉีดพ่นบริเวณบาดแผล และผิวหนังที่มีผื่นหรือการอักเสบ
  4. ห้ามฉีดพ่นบริเวณเนื้อเยื่ออ่อน เช่น ใบหน้า เปลือกตา ขอบตา ริมฝีปาก จมูก รักแร้
  5. หากใช้แล้วเกิดผื่นหรือเกิดผลข้างเคียง ควรล้างออกด้วยน้ำสบู่ แล้วไปพบแพทย์พร้อมกับนำผลิตภัณฑ์ไปด้วย

ในคุณแม่ตั้งครรภ์ และคุณแม่ที่ให้นมลูก หากจะใช้ผลิตภัณฑ์กันยุงต่าง ๆ ที่เป็นสูตรธรรมชาติ ควรต้องอ่านที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ก่อนว่ามีระบุข้อห้าม หรือสามารถใช้ได้หรือไม่ แต่ถึงอย่างไรก็ไม่แนะนำให้สูตรดม หรือฉีดบริเวณผิวขณะให้นมลูก !!

เพื่อความปลอดภัยในการผลิตภัณฑ์สเปรย์กันยุง ทั้งสูตรธรรมชาติ และสูตรทั่วไป  ไม่แนะนำให้ฉีดลงที่บริเวณใบหน้านะคะ 

15 สเปรย์กันยุง ยี่ห้อไหนดี ?

สเปรย์ตะไคร้หอมกันยุง อภัยภูเบศร

1. สเปรย์ตะไคร้หอมกันยุง อภัยภูเบศร

สเปรย์กันยุง อภัยภูเบศร ช่วยป้องกันยุงลายบ้าน มีส่วนผสมของน้ำมันตะไคร้หอม สารสกัดจากธรรมชาติ ที่ผ่านการวิจัยว่าสามารถกันยุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ก่อให้เกิดพิษต่อมนุษย์ สัตว์เลี้ยงและสิ่งแวดล้อม เหมาะกับทุกสภาพผิว ปราศจากสาร DEET สามารถใช้ได้กับเด็กอายุ 4 ปี ขึ้นไป

ประสิทธิภาพกันยุง : 2.2 ชม.

ขนาด : 120 มิลลิลิตร

ราคา : 117 บาท  SHOP NOW คลิก >>  อภัยภูเบศร

PURE GREEN สเปรย์กันยุง

2. PURE GREEN สเปรย์กันยุง

เพียวกรีน สเปรย์ตะไคร้หอมกันยุงผ่านการทดสอบจากกรมวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ ในเรื่องของประสิทธิภาพในการป้องกันยุงได้ทั้งในกลางวันและกลางคืน ปราศจากสาร DEET และเคมีทุกชนิด สามารถใช้ได้กับเด็กอายุ 4 ปี ขึ้นไป

ประสิทธิภาพกันยุง : 3 ชม.

ขนาด : 120 ซีซี.

ราคา : 110 บาท SHOP NOW คลิก >> ตั้ง ฮั่ว เส็ง

เพียวรีน สเปรย์กันยุง

3. PUREEN

เพียวรีน สเปรย์กันยุง ปราศจากสาร DEET หรือสารฆ่าแมลง แต่ใช้ IR3535 แทนซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก ใช้ฉีดพ่นบริเวณผิวเพื่อปกป้องจากยุงร้าย สูตรประสิทธิภาพไล่ยุง กลิ่นหอมอ่อน ๆ อ่อนโยน ไม่เป็นอันตรายต่อผิวที่บอบบาง สามารถใช้ได้กับเด็กอายุ 4 ปี ขึ้นไป

ประสิทธิภาพกันยุง : 2-4 ชม.

ขนาด : 70 มล.

ราคา : 129 บาท SHOP NOW คลิก >> watsons

Kindee สเปรย์กันยุง

4. คินดี้ สเปรย์กันยุง ออร์แกนิค

คินดี้ สเปรย์กันยุง สูตรน้ำ เนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ สารสกัดจากธรรมชาติ Essential Oil ยูคาลิปตัสและลาเวนเดอร์ที่มีประสิทธิภาพในการกันยุง ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในการป้องกันยุงกลางคืนจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในห้องทดลองที่มียุง 250 ตัว ได้นานสูงสุด 3 ชั่วโมง ปลอดสาร DEET , สารพาราเบน และน้ำหอม สามารถใช้ได้ตั้งแต่ 1 ขวบขึ้นไป หรือ ผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย

ประสิทธิภาพกันยุง : 3 ชม.

ขนาด : 60 มล.

ราคา : 150 บาท SHOP NOW คลิก >> kindeekids

ละมุนเบบี้ สเปรย์กันยุง ออร์แกนิค

5. ละมุนเบบี้ สเปรย์กันยุง ออร์แกนิค

สเปรย์กันยุงละมุนเบบี้ผ่านการรับรองแล้วว่าป้องกันได้แม้ยุงลายที่เป็นพาหะโรคไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา ไข้ซิกก้า ปลอดภัยด้วยสูตรธรรมชาติ 100% ปราศจาก DEET สารเคมีอันตราย ใช้ได้กับเด็กอายุ 4 ปีขึ้นไป กลิ่นจากธรรมชาติสูตรเฉพาะละมุน ติดทนนาน ไม่ฉุน แต่กันยุงได้ดีเยี่ยม 

ประสิทธิภาพกันยุง : 6 ชม.

ขนาด : 30 มล.

ราคา : 290 บาท SHOP NOW คลิก >> Amvata

สเปรย์กันยุง

6. คายาริ บอดี้การ์ด แฟมิลี่

สูตรอ่อนโยน เหมาะกับผิวบอบบางแพ้ง่ายช่วยปกป้องได้ทั้งยุงรำคาญ และยุงลาย มีส่วนผสมจากอิคาริดิน สารที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกว่าสามารถป้องกันยุงได้ และไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง ไม่มีส่วนผสมจาก DEETสามารถใช้ได้กับเด็กอายุ 4 ปีขึ้นไป คุณแม่ตั้งครรภ์ และทุกคนในครอบครัว กลิ่นบางเบา ไม่ฉุนหรือแสบจมูก 

ประสิทธิภาพกันยุง : 7 ชม.

ขนาด : 40 มล.

ราคา : 86 บาท SHOP NOW คลิก >> Amvata

มามะจัง สเปรย์กันยุง

7. Mamachan

มามะจัง สูตรธรรมชาติ สารสกัดจากธรรมชาติ ปลอดภัย 100% ด้วยส่วนผสมพิเศษ สเปรย์กันยุง สูตรมาม่ะจัง มี Pepper mint oil และ Honey suckle ช่วยลดอาการคัน อักเสบ รอยแดงจากยุง และ แมลงกัดต่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลิ่นหอมเป็นกลิ่นหอมจากสารสกัดธรรมชาติ ปราศจาก DEET และน้ำหอมสังเคราะห์  คำแนะนำการใช้มามะจัง **เนื่องจากผิวเด็กอ่อนบอบบาง ดังนั้นสำหรับเด็กแรกเกิด ถึง 3 ขวบ แนะนำให้ฉีดสเปรย์กันยุงบนเสื้อผ้าแทนการฉีดสเปรย์กันยุงลงบนผิวหนังโดยตรง

ประสิทธิภาพกันยุง : 8 ชม.

ขนาด : 100 มล.

ราคา : 165 บาท SHOP NOW คลิก >> Amvata

สเปรย์กันยุง Mosquito Repellent Liquid Spary

8. BAYBEE ออร์แกนิค

เบย์บี กลิ่นตะไคร้หอม มีส่วนผสมของสารสกัดออร์แกนิคจากน้ำมันมะพร้าว อาร์แกนออยล์(Argan oil) ปราศจากสาร DEET ไม่ทำให้ระคายเคือง สามารถใช้ได้กับเด็กอายุ 4 ปีขึ้นไป

ประสิทธิภาพกันยุง : 3 ชม.

ขนาด : 50 มล.

ราคา : 249 บาท SHOP NOW คลิก >> Amvata

ไอไค สเปรย์กันยุงสำหรับเด็ก

9. AIKAI

ไอไค สเปรย์กันยุงสำหรับเด็ก Organic & Natural 100% เป็นสูตรอ่อนโยนและไม่เหนียวเหนอะหนะ ปราศจากสาร DEET , พาราเบน , แอลกอฮอล์ , น้ำหอมสังเคราะห์ , Steroid , SLS , Silicone , Mineral , Color , GMO สามารถใช้กับเด็กเล็ก คุณแม่ตั้งครรภ์ และทุกคนในครอบครัว

ประสิทธิภาพกันยุง :

ขนาด : 50 มล.

ราคา : 290 บาท SHOP NOW คลิก >> Amvata

สเปรย์กันยุง Mosquito Repellent Liquid Spary

10. Mozzie Block

สเปรย์กันยุงแมลงเด็กทารก ผลิตจากน้ำมันหอมระเหยออแกนิค 100% ถึง 8 ชนิด มีเอกสารงานวิจัยจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  ปราศจาก DEET , พาราเบน และสารเคมีอันตราย สำหรับเด็กทารกตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป

ประสิทธิภาพกันยุง : 4 ชม.

ขนาด : 15 มล.

ราคา : 199 บาท SHOP NOW คลิก >> Amvata

Quokka Mozzie Spray สเปรย์กันยุง

11. Quokka Mozzie Spray

ควอกก้า สเปรย์ไล่ยุง และแมลง สารสกัดจากธรรมชาติ 100% (PMD-สารสกัดธรรมชาติจากเลมอน ยูคาลิปตัส) ผลิตภัณฑ์จากประเทศออสเตรเลีย ให้ความชุ่มชื้นและอ่อนโยนต่อผิว สำหรับเด็ก 6 เดือนขึ้นไป ปราศจาก DEET และสารเคมีอันตรายต่าง ๆ

ประสิทธิภาพกันยุง :

ขนาด : 15 มล.

ราคา : 199 บาท SHOP NOW คลิก >> Amvata

เมอร์ซี่ สเปรย์กันยุง

12. Merci สเปรย์กันยุง

เมอร์ซี่สเปรย์ตะไคร้หอมตามธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี และ DEET ปลอดภัย หมดกังวลเรื่องผลข้างเคียงสามารถใช้ได้ทุกเพศทุกวัย เหมาะสำหรับเด็กอายุ 4 ปีขึ้นไป หรือคนที่มีผิวที่ระคายเคืองง่ายต่อสารเคมีต่าง ๆ ปลอดภัย 

ประสิทธิภาพกันยุง : 3 ชม.+

ขนาด : 120 มล.

ราคา : 71 บาท SHOP NOW คลิก >> Amvata

สเปรย์กันยุงออร์แกนิคส์

 

 

13. Little Bear

 

 สเปรย์กันยุงออร์แกนิคส์ สูตรน้ำแร่ฮิโนกิประเทศญี่ปุ่น ผสานคุณสมบัติ 3 in 1 ปราศจากสาร DEET และสารเคมีอันตรายทุกชนิด Little Bear No More Bite Spray สเปรย์กันยุง เหมาะสำหรับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป

ประสิทธิภาพกันยุง : 7 ชม.

ขนาด : 30 มล.

ราคา : 250 บาท SHOP NOW คลิก >> Amvata

สเปรย์กันยุง

14. Soffell

ซอฟเฟล สเปรย์กันยุง เนเชอรัล สารสกัดจากตะไคร้หอมธรรมชาติ 100% สามารถป้องกัน และไล่ยุงรวมถึงแมลงได้ ไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตราย อ่อนโยนต่อผิว ให้ความรู้สึกบางเบา สามารถใช้กับเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไป

ประสิทธิภาพกันยุง : 5 ชม.

ขนาด : 80 มล.

ราคา : 83 บาท SHOP NOW คลิก >>  TESCO LOTUS

BOTANIKA สเปรย์กันยุง

15. BOTANIKA

สเปรย์กันยุงและแมลงสำหรับเด็ก ออร์แกนิค สูตรน้ำแร่บำรุงผิว ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ 100% มีส่วนผสมของน้ำแร่บริสุทธิ์ มีกลิ่นหอมจากลาเวนเดอร์ ตะไคร้หอม และโรสแมรี่ ปราศจากสาร DEET และสารเคมีอันตราย เหมาะสำหรับเด็กอายุ 3 เดือนขึ้นไป และผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย

ประสิทธิภาพกันยุง :

ขนาด : 85 มล.

ราคา : 250 บาท SHOP NOW คลิก >> CENTRAL

 

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจเรื่องอื่น ๆ คลิก >>

10 สระน้ำเป่าลม แบบไหนดี ทนทาน ใช้งานง่าย ดีไซน์สุดน่ารัก

19 อันดับ ถุงเก็บนมแม่ ถุงเก็บน้ำนม ยี่ห้อไหนดี

 

บอย พิษณุ

เปิดภาพแรก ลูกสาว บอย พิษณุ สุดปลื้ม ยิ้มแก้มปริ

หลังรอคอยที่จะเจอหน้าลูกสาวมาตลอด 9 เดือน เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2565 คุณอแมนด้า ภรรยาสาวสุดที่รักของนักร้อง นักแสดงหนุ่มมากความสามารถ บอย พิษณุ นิ่มสกุล ก็ได้คลอดลูกสาวคนแรกแล้วค่ะ

เปิดภาพแรก ลูกสาวบอย พิษณุ สุดปลื้ม ยิ้มแก้มปริ

บอย พิษณุนั้น ได้เข้าพิธีสมรสกับ “อแมนด้า เพอร์สสัน” แฟนสาวชาวสวีเดน โดยจัดพิธีสมรสที่โบสถ์ ณ ประเทศสวีเดน ในวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2562 ท่ามกลางบรรยากาศสุดชื่นมื่น

บอย พิษณุ
งานแต่งงาน ของบอย พิษณุ และ อแมนด้า ที่ประเทศ สวีเดน

 

จากนั้นบอยได้ประกาศเมื่อตอนไปเที่ยวพักผ่อนที่สมุยว่า เค้ากับอแมนด้า กำลังจะมีทายาท

บอย พิษณุ
บอย พิษณุ และ อแมนด้า ออกมาประกาศข่าวดี ว่า กำลังตั้งครรภ์ เมื่อตอนไปพักผ่อน ที่สมุย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ก.พ.65 ที่เพิ่งผ่านมาหนุ่ม บอย พิษณุ ได้โพสต์ภาพครอบครัวสุดอบอุ่น พร้อมหน้าพ่อ แม่และลูก ลงอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมข้อความว่า

บอย พิษณุ
บอย และ อแมนด้า ออกมาประกาศข่าวดี ว่าคลอดน้องเฟรย่า แล้ว

เฟรยาลูกสาวปาป๊าหม่ามี้มาแล้วคร้าบ  หนูเกิดวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2022 ค้า  #ขอบคุณที่มาเติมเต็มชีวิตปาป๊านะลูก #ขอบคุณทุกคนที่ส่งกำลังใจมาคร้าบ

บอย พิษณุ
บอย กำลัง อุ้ม น้อง เฟรย่า
บอย พิษณุ
อแมนด้า กำลังอุ้ม น้องเฟรย่า

คนในวงการบันเทิงร่วมแสดงความยินดี

หลังจากนั้น เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ในวงการบันเทิงก็เข้ามาแสดงความยินดีกับ บอย พิษณุ อย่างคับคั่ง

บอย พิษณุ
เพื่อน ๆ ในวงการบันเทิง ร่วมแสดงความยินดีในไอจี
บอย พิษณุ
เพื่อน ๆ ในวงการบันเทิง เข้ามาร่วมแสดงความยินดีในไอจี
บอย พิษณุ
เพื่อน ๆ ในวงการบันเทิง เข้ามาร่วมแสดงความยินดีในไอจี
บอย พิษณุ
เพื่อน ๆ ในวงการบันเทิง เข้ามาร่วมแสดงความยินดีในไอจี

เปิดค่าคลอดที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

บอย พิษณุ
บอย ได้พาอแมนด้า มาฝากท้องและคลอดที่ โรงพยาบาล บำรุงราษฎร์

หนุ่มบอย ได้เลือกให้ภรรยาฝากท้อง และคลอดที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โดยใช้วิธีการคลอดเเบบธรรมชาติ โดยค่าคลอดปกติ (Normal Delivery) ราคา 85,000 บาท คลอดปกติ โดยฉีดยาชาที่ไขสันหลัง (Normal Delivery with Epidural Block) ราคา 99,000 บาทผ่าตัดคลอด (Cesarean Section) ราคา 109,000 บาท คลอดในครรภ์แฝด (Twin Cesarean Section) ราคา 199,000 บาท

บอย พิษณุ
บอย – อแมนด้า
บอย พิษณุ
บอย – อแมนด้า

ทางทีมแม่ ABK ขอร่วมแสดงความยินดีกับคุณพ่อและคุณแม่ป้ายแดงอย่างเป็นทางการนะคะ

ขอบคุณภาพจาก IG @boy_pisanu

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

รวม แพคเกจคลอด 2565 โรงพยาบาลรัฐ-เอกชน ปี 2022

สิทธิประกันสังคม กรณีคลอดบุตร ทั้งหมดที่แม่ท้องควรรู้!

หมอสูติตอบเอง ฝากท้องแบบไหนดี? “ ฝากครรภ์พิเศษ VS ฝากครรภ์ธรรมดา ”

ไตรั่ว

แม่แชร์ประสบการณ์ ลูกกินขนมโซเดียมเยอะจน ไตรั่ว!!

คุณแม่ท่านหนึ่งได้มาแชร์ประสบการณ์ลูกสาวตัวน้อย มีอาการ ไตรั่ว หมอบอกว่าเพราะกินขนมที่มีโซเดียมเยอะ อาการไตรั่วเป็นอย่างไร มีสาเหตุและการป้องกันอย่างไร มาดูกันค่ะ

แม่แชร์ประสบการณ์ ลูกกินขนมโซเดียมเยอะจนไตรั่ว!!

จากเหตุการณ์ที่คุณแม่ท่านหนึ่ง ได้มาแบ่งปันเรื่องราวในกลุ่มเฟซบุ๊ก เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้แก่บรรดาคุณพ่อคุณแม่ ที่มีลูกเล็กว่า หากเกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกันนี้ ได้แก่ อยู่ ๆ ลูกตาบวม ตัวบวม น้องฉี่เป็นฟองเลือด อย่าได้อยู่เฉย ให้รีบพาลูกไปพบแพทย์โดยด่วน ทางทีมแม่ ABK เห็นว่าเรื่องนี้มีประโยชน์จึงได้ขออนุญาตนำเรื่องราวมาแบ่งปัน โดยคุณแม่เล่าไว้ดังนี้ค่ะ

ไตรั่ว : อาการแรกเริ่ม ตาบวม ตัวบวม

ขออนุญาตมาแชร์ประสบการณ์ #และฝากเตือนลูกอ้วนอย่าอยู่เฉย

ลูกบ้านนี้เริ่มมีอาการ #ตาบวม เมื่อวันที่ 24ต.ค.64 แม่ก็ยังไม่เอะใจ เพราะคิดว่าลูกอ้วน พอผ่านไป 1-2 วัน #ขาเริ่มบวมบวมจนเห็นได้ชัด จนวันนั้นได้พาน้องไปที่อนามัยใกล้บ้านก่อนแต่คุณหมอไม่ตรวจอะไรเลยแล้วบอกว่าลูกเป็นภูมิแพ้ เเล้วให้ยามากิน พอผ่านไป ประมาณวันที่ 28-29 แม่รู้สึกว่ามันไม่ใช่เพราะ #ฉี่น้องเป็นฟองสีเลือดปน จนแม่กับตาตัดสินใจพาน้องไปคลีนิคแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด แล้วคุณหมอบอกว่าน้องเสี่ยงเป็น #โรคหัว #โรคน้ำท่วมปอด #ไตรั่ว คุณหมอเลยส่งตัวลูกมาที่โรงบาลใกล้บ้าน ผลปรากฏว่าน้องเป็นไตรั่ว แล้วหมอเอ่ยขึ้นว่าทำไมมาช้าจัง แม่นี่ใจสั่นเลยค่ะ

คุณหมอให้งดทุกอย่างที่มีโซเดียม

คุณแม่ยังเล่าต่ออีกว่าน้องยังโชคดีที่ไม่ต้องผ่าตัด และขอให้งดทุกอย่างที่มีโซเดียมค่ะ

แต่หมอบอกโชคดีนะที่น้องยังไม่ถึงขั้นต้องผ่า นอนตรวจฉี่ตรวจเลือดตั้งเเต่วันที่ 30 ต.ค.64 จนถึงวันที่ 5 พ.ย.64 คุณหมอถึงจัดยา สเตียรอยด์มาให้ลูกกิน แต่วันที่ลูกกินลูกมีความดันสูง จนคุณหมอตกใจ ตื่นเช้ามาคุณหมอปล่อยกลับบ้านได้ แต่ให้งดขนมทุกชนิด และงดทุกอย่างที่มีโซเดียม

#สาเหตุ จากกินขนมที่มีโซเดียมเยอะ กินมาม่าดิบ และที่สำคัญคือลูกสาวไม่กินไข่ขาวค่ะ

คุณหมอบอกว่าโรคไตรั่วจะเจอในเด็ก 1-5 ขวบ

ปัจจุบันไตน้องกลับมาทำงานปกติเกือบจะ 100% แล้วค่ะ แต่การรักษาน้องใช้เวลา 1 ปี ถึงจะชัวร์ว่าน้องจะไม่กลับมาเป็นอีก

ไตรั่ว
แม่แชร์ประสบการณ์ ลูกกินขนมโซเดียมเยอะจน ไตรั่ว!!

นับเป็นโชคดีของคุณแม่และน้องนะคะ ที่พาน้องไปรักษาได้ทันเวลา ยังไม่ต้องผ่าตัด และตอนนี้น้องปลอดภัยและอาการดีขึ้นมาก แต่คุณแม่ก็บอกว่า ยังต้องคอยสังเกตอยู่ และฝากบอกว่าขอแชร์เรื่องนี้ให้เป็นอุทาหรณ์กับคุณพ่อคุณแม่ทุกคนด้วยค่ะ

จากเหตุการณ์นี้ ทีมแม่ ABK จึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาการ ไตรั่ว ว่ามีสาเหตุจากอะไร มีอาการ อย่างไร และรักษาอย่างไรมาเพื่อคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านค่ะ

โรคไตรั่ว

โรคไตรั่ว หรือโรคไตอักเสบเนโฟรติก ( nephrotic ) คือ ภาวะของการอักเสบของไต เกิดจากความผิดปกติของไต เนื้อไตหนาจนไม่สามารถกรองโปรตีนได้ ทำให้ปัสสาวะเป็นฟอง เท้าบวม ขอบตาบวม หน้าบวม ไขมันในเลือดสูง ตัวบวม

สาเหตุของโรคไตรั่ว

สาเหตุของไตรั่ว มี 3 สาเหตุ หลักๆ คือ

  • สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก คือ เนื้อไตหนาไม่สามารถกรองโปรตีนได้ หรือแข็งตัวเป็นแห่งๆ หรือเกิดการติดเชื้อที่ไต
  • สาเหตุจากโรคอื่น ที่มีผลต่อโรคไตรั่ว เช่น โรคหัวใจ ภาวะครรภ์เป็นพิษ โรคเบาหวาน โรคติดเชื้อ
  • สาเหตุจากการใช้ยา หรือ สารเคมีบางชนิด เช่น เฮโรอิน ยารักษาโรคมะเร็ง ยาแก้ปวดข้อ ยาที่รักษาโรคกระดูกพรุน

กลุ่มเสี่ยง

พบได้ในคนทุกวัย แต่พบมากในเด็กอายุ 1-5 ปี

อาการของโรคไตรั่ว

อาการของโรคไตรั่ว ได้แก่ หากกดที่ขาจะยุบลงไป ปัสสาวะเป็นฟอง เท้าบวม ขอบตาบวม หน้าบวม ไขมันในเลือดสูง ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มักจะไม่รู้ตัว ส่วนอาการแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคไตรั่ว คือ เกิดภาวะขาดสารอาหาร ขาดโปรตีน ผมและเล็บเปราะ ผมร่วง ภาวะโพแทสเซียมต่ำ ภาวะแคลเซียมต่ำ ภูมิคุ้มกันโรคในร่างกายต่ำ ร่างกายติดเชื้อได้ง่าย เป็นต้น

การรักษาโรคไตรั่ว

การรักษาโรคนี้ เริ่มจากการตรวจเลือดและปัสสาวะ เพื่อตรวจสอบระดับสารไข่ขาวในเลือด ระดับคอเลสเตอรอล และระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด หลังจากทราบระดับสารในเลือดและปัสสาวะแล้ว จะทำให้รักษาได้ง่ายและตรงจุดขึ้น

การรักษาโดยให้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาโรคติดเชื้อ ให้ยาสเตียรอยด์ เช่น เพร็ดนิโซโลน ให้ผู้ป่วยงดใช้ยาที่ผู้ป่วยมีอาการแพ้  ถ้าพบว่าสารไข่ขาวในเลือดสูง แสดงว่าอาการดีขึ้น แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นอาจให้ยาขับปัสสาวะเพิ่ม แต่ถ้าการให้ยาไม่ได้ผล จะต้องเจาะเนื้อไตไปตรวจ

โรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ผู้ป่วยที่มีอาการร้ายแรงอาจเกิดภาวะไตวายแทรกซ้อน อันตรายถึงแก่ชีวิตได้

การดูแลผู้ป่วยโรคไตรั่ว

เนื่องจากผู้ป่วยจะมีการเปลี่ยนแปลงระดับไขมัน น้ำ และเกลือแร่ในร่างกาย ดังนั้น ต้องปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ควบคุมอาหาร โดยลดอาหารแต่ละมื้อลง หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมัน เลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอล  ให้รับประทาน คาร์โบไฮเดรต ร้อยละ 60 ของพลังงานที่รับประทานทั้งหมด รับประทานผักและผลไม้ที่ไม่หวาน ลดการกินอาการรสเค็ม รับประทานผักและผลไม้เป็นหลัก รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมให้มากขึ้น

 

โรคไตรั่ว เป็นแล้วรักษาได้ แต่การป้องกันไว้ก่อนจะเกิดอาการน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพื่อไม่ให้ลูกน้อยต้องทรมานนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก

FB Group HerKid รวมพลคนเห่อลูก, กรมควบคุมโรค, HD

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

กินไส้กรอกไม่มียี่ห้อ เสี่ยง!! ป่วยด้วย ภาวะเมทฮีโมโกลบิน

เคสจริง!อันตราย เมื่อลูกเป็น itp คือ โรคเกล็ดเลือดต่ำในเด็ก

ช่วยด้วย!แม่ร้องลูกเป็น โรคกอร์แฮม คนรู้จักน้อยวอนรักษา

นมกล่อง

10 นมกล่อง UHT สารอาหารสูง เหมาะกับลูกน้อย

10 นมกล่อง UHT สารอาหารสูง เหมาะกับลูกน้อย

นมกล่อง UHT เป็นทางเลือกที่ดีการเลี้ยงลูกให้มีร่างกายที่สมบูรณ์และมีพัฒนาการที่ดี เนื่องจากนมกล่องมีวิตามิน แร่ธาตุและสารอาหารต่างๆ มากมาย ทั้งยังสามารถพกพาได้สะดวก ดื่มได้ง่ายอีกด้วย แน่นอนว่านอกจากการดูแลเอาใจใส่ที่เรามีให้กับลูกแล้ว สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่เหล่าแม่ๆ อย่างเราต้องให้ความสำคัญกับลูกๆ ก็คือ โภชนาการอาหารการกินของเด็กๆ สำหรับลูกน้อยแรกเกิด นมแม่เป็นสารอาหารชั้นเลิศที่มีคุณค่าทางสารอาหารเหมาะกับลูกน้อยที่สุด แต่เมื่อลูกอายุ 1 ขวบขึ้นไป เรื่องโภชนาการเป็นสิ่งที่สำคัญที่ต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ แต่เราควรเลือกนมแบบไหนให้ลูกน้อยของเราดีล่ะ

 

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อนการเลือกซื้อ นมกล่อง ให้ลูกรัก

  1. เลือกซื้อให้เหมาะกับวัยของลูก

เนื่องจากแต่ละช่วงอายุของเด็กๆ มีความต้องการทางสารอาหารที่แตกต่างกันออกไป หากเด็กได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ จะส่งผลต่อพัฒนาการทางสมอง ภูมิต้านทานและการทำงานของร่างกาย ในทางกลับกันหากเด็กได้รับมากเกินไป ก็อาจส่งผลต่อโรคอ้วนและสุขภาพอื่นๆได้เช่นกันค่ะ

  1. ควรเลือกนมรสจืดให้กับลูกน้อย

นมธรรมชาติช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของฟัน แต่นมรสหวานเติมที่น้ำตาลลงไป หากเด็กๆ แปรงฟันได้ไม่ทั่วถึง ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฟันผุได้ การฝึกดื่มนมรสจืดจะช่วยลดพฤติกรรมติดความหวานที่ และลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคอ้วนได้ในอนาคต

  1. ควรเลือกนมกล่องที่มีปริมาณสารอาหารที่เพียงพอต่อเด็ก

เด็กต้องการสารอาหารที่หลากหลายเพื่อไปเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง อย่างเช่น

  • แคลเซียม ช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง, ธาตุเหล็ก
  • วิตามินต่างๆ เช่น วิตามิน B12 ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตและเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย บำรุงประสาทให้แข็งแรงขึ้น
  • ใยอาหารจากธรรมชาติ ช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ลดการท้องเสีย ท้องผูก ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี
  • DHA กรดไขมันจำเป็นในกลุ่ม Omega-3 ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ช่วยส่งเสริมการพัฒนาสมองและสายตา และช่วยป้องกันโรคสมาธิสั้นในเด็กวัยเรียน
  1. เลือกนมกล่องที่มีรสชาติอร่อย เด็กดื่มง่าย

ถึงแม้จะระบุว่าเป็นนมจืดเหมือนกัน แต่รสชาติในแต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือ ลูกน้อยของเราชอบรสชาตินมกล่องนั้นหรือไม่ และสามารถดื่มนมจนหมดกล่องไหม ดังนั้นควรเลือกรสชาติที่ลูกๆ ชอบเพื่อให้เด็กๆ ดื่มแล้วได้รับสารอาหารนำไปใช้พัฒนาสมองและเสริมสร้างความแข็งแรงได้อย่างเต็มที่

 

เมื่อคุณพ่อคุณแม่ไปซูเปอร์มาร์เก็ต จะเห็นได้ว่ามี นมกล่อง UHT หลากหลายยี่ห้อมากมายบนชั้นขายของ เราอาจจะเคยคิดว่ามันก็คงเหมือนๆ กัน แต่ความจริงแล้ว นอกจากรสชาติที่หลากหลาย สิ่งสำคัญที่แตกต่างกันในแต่ละยี่ห้อคือเรื่องของ “สารอาหาร” เนื่องจากนมกล่องของเด็กจะมีสารอาหารที่จำเป็นต่อการพัฒนาการทางด้านร่างกายและสมองที่มากกว่านมกล่องทั่วไป วันนี้ทีมแม่ ABK คัดสรร 10 นมกล่อง คุณประโยชน์สูง มาเป็นข้อมูลในการช่วยตัดสินใจกันค่ะ จะมียี่ห้อไหนบ้าง ไปดูกันเลย

 

1. นมกล่อง Hi-Q3 Supergold สูตร 4

นมกล่อง Hi-Q3 Supergold สูตร 4
ขอบคุณรูปภาพจาก hifamilyclub.com

Hi-Q3 Super Gold สูตร 4 เป็นนมที่เหมาะสำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปและทุกคนในบ้าน โดดเด่นในเรื่องของ DHA ที่มากถึง 27 มิลลิกรัม มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และสารอาหาร วิตามินอีกมากมายที่สำคัญและจำเป็นต่อเด็ก ทำจากนมโคแท้ มีแคลเซียมสูง ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเด็ก

ปริมาณสารอาหาร

พลังงานต่อ 180 มล. 130 กิโลแคลอรี (พลังงานจากไขมัน 50 กิโลแคลอรี)
ไขมัน 6 กรัม เป็นไขมันอิ่มตัว 3.5 กรัม
โปรตีน 4 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 15 กรัม เป็นใยอาหารน้อยกว่า 1 กรัม และน้ำตาล 9 กรัม
แคลเซียม 30%
วิตามิน B12 35%
Omega 3, 6, 9 88 / 423 / 1,591 มก.
DHA 27 มก.
สารอาหารเพิ่มเติม กาแลคโตโอลิโกแซคคาไรด์ และฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์ 1,435 มก. / โคลีน 12 มก. / ทอรีน 15 มก.

 

2. นมกล่องเด็ก Enfagrow A+ Superior สูตร 3

Enfagrow A+ Superior สูตร 3
นมกล่องเด็ก Enfagrow A+ Superior สูตร 3

Enfagrow A+ Superior นมกล่องที่เหมาะสำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป และทุกคนในครอบครัว มีส่วนประกอบ MFGM หรือ Milk Fat Globule Membrane คือ สารอาหารที่พบในนมแม่ ซึ่งมีส่วนช่วยในการพัฒนาสมอง อารมณ์ และเสริมภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุดในเด็ก

ปริมาณสารอาหาร

พลังงานต่อ 180 มล. 140 กิโลแคลอรี (พลังงานจากไขมัน 50 กิโลแคลอรี)
ไขมัน 6 กรัม เป็นไขมันอิ่มตัว 3 กรัม
โปรตีน 5 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 18 กรัม เป็นน้ำตาล 11 กรัม (ไม่มีใยอาหาร)
แคลเซียม 30%
วิตามิน B12 35%
Omega 3, 6, 9 40 / 240 / 900 มก.
DHA 25 มก.
สารอาหารเพิ่มเติม โคลีน 40 มก./ ทอรีน 5.4 มก. / สฟิงโกไมอีลีน 32 มก. / ฟอสโฟลิปิด 167 มก.

 

3. นมกล่อง S – 26 Gold

นมกล่องเด็ก S – 26 Gold
นมกล่องเด็ก S – 26 Gold

S – 26 Gold นมกล่องที่เหมาะสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป และทุกคนในครอบครัว เน้นในเรื่องของสารอาหาร ที่ช่วยในด้านการพัฒนาสมองและช่วยบำรุงร่างกาย มีสฟิงโกไมอีลิน ที่มีส่วนช่วยเรื่องพัฒนาการด้านการเรียนรู้ มี DHA ในปริมาณที่มาก อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการและสารอาหารที่เหมาะสมสำหรับเด็กวัยเรียนรู้

ปริมาณสารอาหาร

พลังงานต่อ 180 มล. 140 กิโลแคลอรี (พลังงานจากไขมัน 60 กิโลแคลอรี)
ไขมัน 7 กรัม เป็นไขมันอิ่มตัว 1.5 กรัม
โปรตีน 5 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 14 กรัม เป็นใยอาหาร 1 กรัม และน้ำตาล 11 กรัม
แคลเซียม 20 %
วิตามิน B12
Omega 3, 6, 9 142 / 884 / 2,127 มก.
DHA 8 มก.
สารอาหารเพิ่มเติม โคลีน 12 มก./ ลูทีน 34มก.

 

4. นมกล่อง Foremost Omega 369 Gold 1 Plus

Dumex Dugro All N one

Foremost Omega 369 Gold 1 Plus นมกล่องที่เหมาะสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป และทุกคนในครอบครัว มีDHA สูงถึง 27 มิลลิกรัมและ Omega 3, 6, 9 ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทั้งร่างกายและสมอง

ปริมาณสารอาหาร

พลังงานต่อ 180 มล. 100 กิโลแคลอรี (พลังงานจากไขมัน 40 กิโลแคลอรี)
ไขมัน 4.5 กรัม เป็นไขมันอิ่มตัว 2.5 กรัม
โปรตีน 4 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 11 กรัม เป็นน้ำตาล 11 กรัม (ไม่มีใยอาหาร)
แคลเซียม 40 %
วิตามิน B12 40%
Omega 3, 6, 9 66 / 277 / 1,253 มก.
DHA 27 มก.
สารอาหารเพิ่มเติม โคลีน 15 มก./ ทอรีน 24 มก. /

สฟิงโกไมอีลีน 7 มก. / ฟอตโฟลิปิต 30 มก.

 

5. นมกล่อง Dumex Dugro All N one

Dumex Dugro All N one
ขอบคุณรูปภาพจาก tops.co.th

Dumex Dugro All N one นมกล่องที่เหมาะสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป และทุกคนในครอบครัว ผลิตจากนมโคแท้ ผสมผงผักและผลไม้ ยังมีส่วนผสมของใยอาหารอีกด้วย ผสาน 5 คุณประโยชน์จากสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุอีก 14 ชนิด คุณประโยชน์ครบถ้วนในกล่องเดียว เพื่อลูกน้อยเติบโตสมวัย

ปริมาณสารอาหาร

พลังงานต่อ 180 มล. 90 กิโลแคลอรี (พลังงานจากไขมัน 35 กิโลแคลอรี)
ไขมัน 4 กรัม เป็นไขมันอิ่มตัว 1.5 กรัม
โปรตีน 4 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 11 กรัม เป็นน้ำตาล 8 กรัม และใยอาหาร 1
แคลเซียม 25%
วิตามิน B12 25%
Omega 3, 6, 9 112 / 536 /1208 มิลลิกรัม
DHA
สารอาหารเพิ่มเติม ใยอาหาร(โอลิโกฟรุกโตส/อินนูลิน) 697 มก.ทอรีน 21 มก./โคลีน 21 มก.

6. นมกล่อง S-26 Omega Plus

นมกล่องเด็ก S-26 Omega Plus
ขอบคุณรูปภาพจาก shopee.co.th

S-26 Omega Plus นมกล่องที่เหมาะสำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปและทุกคนในครอบครัว มีส่วนผสมของ Omega3,6,9 ครบถ้วน และยังมีปริมาณแคลเซียมสูง อุดมไปด้วยคุณประโยชน์สูง

ปริมาณสารอาหาร

พลังงานต่อ 180 มล. 120 กิโลแคลอรี (พลังงานจากไขมัน 60 กิโลแคลอรี)
ไขมัน 6 กรัม เป็นไขมันอิ่มตัว 1.5 กรัม
โปรตีน 4 ก.
คาร์โบไฮเดรต 11 กรัม เป็นน้ำตาล 10 กรัม และใยอาหาร 1
แคลเซียม 20%
วิตามิน B12 20%
Omega 3, 6, 9 115/724/1,858 มก.
DHA
สารอาหารเพิ่มเติม

 

7. Enfagrow A Plus สูตร 4

Enfagrow A Plus สูตร 4
ขอบคุณรูปภาพจาก enfababy.com

Enfagrow A Plus สูตร 4 นมกล่องที่เหมาะสำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปและทุกคนในครอบครัว อุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญ ทั้งกรดไขมัน DHA และ ARA จากผลิตภัณฑ์ เอนฟา ที่มีส่วนช่วยในการควบคุมการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสมองของเด็กๆ

ปริมาณสารอาหาร

พลังงานต่อ 180 มล. 120 กิโลแคลอรี (พลังงานจากไขมัน 60 กิโลแคลอรี)
ไขมัน 6 กรัม เป็นไขมันอิ่มตัว 4 กรัม
โปรตีน 6 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 11 กรัม เป็นน้ำตาล 10 กรัม (ไม่มีใยอาหาร)
แคลเซียม 30%
วิตามิน B12 40%
Omega 3, 6, 9 41 / 58 / 950อมก.
DHA 8 มก.
สารอาหารเพิ่มเติม ARA 12.6 มก. / โคลีน 40 มก.

8. นมตราหมี โพรเท็กซ์ชัน สูตร 3

นมตราหมี โพรเท็กซ์ชัน สูตร 3
ขอบคุณรูปภาพจาก lazada.co.th

นมตราหมี โพรเท็กซ์ชัน สูตร 3 นมกล่องที่เหมาะสำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปและทุกคนในครอบครัว เพิ่มปริมาณโอเมก้า3 ถึง 3 เท่า และยังมีใยอาหาร 1,000 มิลลิกรัม ช่วยลดการท้องเสีย ท้องผูกและกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี

ปริมาณสารอาหาร

พลังงานต่อ 180 มล. 140 กิโลแคลอรี (พลังงานจากไขมัน 60 กิโลแคลอรี)
ไขมัน 7 ก. เป็นไขมันอิ่มตัว 1.5 ก.
โปรตีน 5 ก.
คาร์โบไฮเดรต 14 กรัม เป็นน้ำตาล 11 กรัม และใยอาหาร 1 กรัม
แคลเซียม 20 %
วิตามิน B12
Omega 3, 6, 9 142 / 884 / 2,127 มก.
DHA
สารอาหารเพิ่มเติม

 

9. นมกล่อง Hi-Q1Plus สูตร 3

นมกล่อง Hi-Q1 Plus สูตร 3
ขอบคุณรูปภาพจาก shoponline.tescolotus.com

Hi-Q1Plus สูตร 3 นมกล่องที่เหมาะสำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปและทุกคนในครอบครัว เพิ่มปริมาณ DHA 60% จากสูตรเดิม มีส่วนประกอบที่สำคัญ Patented GOS/lcFOS ในสัดส่วนที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ 9:1 ผสมใยอาหารที่ละลายน้ำได้ และมีวิตามินบี 12 มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมองของเด็กๆ

ปริมาณสารอาหาร

พลังงานต่อ 180 มล. 120 กิโลแคลอรี (พลังงานจากไขมัน 50 กิโลแคลอรี)
ไขมัน 6 ก. เป็นไขมันอิ่มตัว 3.5 ก.
โปรตีน 4 ก.
คาร์โบไฮเดรต 14 กรัม เป็นน้ำตาล 11 กรัม และใยอาหาร 1 กรัม
แคลเซียม 20%
วิตามิน B12 20%
Omega 3, 6, 9 41 / 300 / 1400 มก.
DHA 8 มก.
สารอาหารเพิ่มเติม โคลีน 11 มก. ทอรีน 20 มก.

กาแลคโตโอลิโกแซกคาไรด์ / ฟรุกโตโอลิโกแซกคาไรด์สายยาว (GOS/IcFOS) 720 มก.

10. นมกล่อง Carnatiom Smart Go

นมกล่องเด็ก Carnatiom Smart Go
นมกล่อง Carnatiom Smart Go

 

Carnatiom Smart Go นมกล่องที่เหมาะสำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปและทุกคนในครอบครัว นมรสจืดที่มีรสชาติอร่อยมีความหอมมัน พร้อมไปด้วยแคลเซียมสูง ช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง ทำให้ร่างกายของเด็กๆเติบโตสมวัย

ปริมาณสารอาหาร

พลังงานต่อ 180 มล. 90 กิโลแคลอรี (พลังงานจากไขมัน 35 กิโลแคลอรี)
ไขมัน 4 ก. เป็นไขมันอิ่มตัว 0.5 ก.
โปรตีน 3 ก.
คาร์โบไฮเดรต 11 ก. เป็นน้ำตาล 11 ก. (ไม่มีใยอาหาร)
แคลเซียม 20 %
วิตามิน B12
Omega 3, 6, 9 93 / 557 / 1393 มก.
DHA
สารอาหารเพิ่มเติม

 

หากลูกๆ ชื่นชอบการดื่ม นมกล่อง รสช็อกโกแลตมากกว่านมจืดยี่ห้อที่เราหยิบมาฝากกัน ทีมแม่ ABK ขอแนะนำนม UHT รสช็อกโกแลต สำหรับเด็กวัยเรียน 5 ยี่ห้อ นี้ค่ะ ทั้งนี้ถึงนมกล่อง UHT จะช่วยเติมเต็มสารอาหารที่เด็กๆต้องการในแต่ละวันและยังช่วยส่งเสริมในการสร้างพัฒนาการที่ดีให้ร่างกายแข็งแรงก็จริง แต่ถึงอย่างนั้น ผู้ปกครองอย่างเรายังคงต้องดูเรื่องของโภชนาการให้ครบถ้วนที่รวมไปถึงการบริโภคอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ และให้ลูกน้อยออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ลูกรักของเรามีสุขภาพที่ดีที่สุดค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความอื่นที่น่าสนใจ

3 หัวใจสำคัญที่แม่มือใหม่ต้องรู้ ก่อนเลือกซื้อ “น้ำยาล้างขวดนม” มาใช้

แนะ! วิธีชงนมผง ที่ถูกต้อง ใส่น้ำเท่านี้..ต้องใส่นมกี่ช้อน?

ชี้เป้า..นมกล่อง UHT รสน้ำผึ้ง ดื่มอร่อย ได้ประโยชน์ สำหรับเด็ก 1 ขวบ

 

ศีรษะทารกแรกเกิด บวมโน

ศีรษะทารกแรกเกิด บวมโนอันตรายไหม? จะยุบเมื่อไหร่?

ศีรษะทารกแรกเกิด เป็นอย่างไร กระหม่อมบาง มองเห็นชีพจรเต้นอันตรายไหม ลูกหัวบวมตอนคลอดเป็นอะไรหรือเปล่า แล้วจะยุบได้ไหม เมื่อไหร่ สารพันคำถามมาตอบให้หายข้องใจ

ศีรษะทารกแรกเกิด บวมโนอันตรายไหม? จะยุบเมื่อไหร่?

พ่อแม่หลายคนอาจตกใจเมื่อเห็นลูกตอนแรกคลอดว่ามี ศีรษะมองดูบิดเบี้ยว บวมโน เอียง หรือยังไม่ค่อยได้รูปทรง เพราะ ศีรษะทารกแรกเกิด นั้นสามารถยืดหยุ่นได้ เพื่อใช้ในการรอดผ่านช่องคลอดที่มีการบีบตัวในรายที่คลอดด้วยวิธีการทางธรรมชาติ หรือเบ่งคลอดนั่นเอง ทำให้รูปทรงของกะโหลกอาจดูเหมือนเสียรูปทรง หรือบางคนอาจมีศีรษะบวม โน ได้เช่นกัน

ศีรษะทารกแรกเกิด บวมโน ผิดรูป
ศีรษะทารกแรกเกิด บวมโน ผิดรูป

ศีรษะทารกแรกเกิดยืดหยุ่นได้อย่างไร?

ในทารกแรกเกิดที่กะโหลกศีรษะยังไม่คงรูป เนื่องจากภายในประกอบด้วยกระดูกแผ่นบางๆ ที่แยกออกจากกันเป็นชิ้นๆ  ตรงรอยต่อที่กระดูกสี่ชิ้นมาชนกัน  ซึ่งก็จะเกิดเป็นช่องว่างขึ้น  และช่องว่างเหล่านี้มีทั้งหมดหลายช่อง พอให้สังเกตได้ 6 ช่องด้วยกัน ช่องว่างเหล่านี้มีเนื้อเยื่อเส้นใยที่แข็งแรงพอจนสามารถปกป้องสมองที่อยู่ภายในได้   เราเรียกจุดเปราะบางที่แผ่นกระดูกมาบรรจบกันเหล่านี้ว่า “กระหม่อม”นั่นเอง แบ่งออกเป็นดังนี้

  • กระหม่อมหน้า 1 จุด
  • กระหม่อมหลัง 1จุด
  • กระหม่อมข้างค่อนไปด้านหลัง 2จุด
  • กระหม่อมกกหู 2จุด

กระหม่อมเหล่านี้จะค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยกระดูก และจะปิดตัวอย่างสมบูรณ์ เมื่อทารกอายุได้ประมาณ 8 สัปดาห์  ยกเว้นกระหม่อมหน้าและกระหม่อมหลัง

หน้าที่ของศีรษะทารกแรกเกิด

ภายในกะโหลกศีรษะประกอบด้วยสมอง ทำให้กะโหลกศีรษะต้องทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันการเจริญเติบโต และพัฒนาการของสมอง ถ้ากระหม่อมปิดเร็วเกินไปจะทำให้สมองเจริญเติบโตและขยายไม่เต็มที่ แต่ถ้าหากกระหม่อมปิดช้ากว่ากำหนด ซึ่งมักพบได้ในกรณีที่มีน้ำในสมองหรือโรคทางต่อมไร้ท่อเกิดจากการทำงานของต่อมไทรอยด์บกพร่องแต่กำเนิดก็มีผลต่อพัฒนาการของเด็กเช่นกัน

กะโหลกศีรษะทารกปิดตัวสมบูรณ์เมื่อไหร่??

โดยปกติกระหม่อมส่วนหน้าจะปิดเมื่ออายุประมาณ 1 ปีครึ่ง ส่วนกระหม่อมหลังปิดเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน เร็วกว่ากระหม่อมหน้า กระหม่อมหน้าจะมีขนาดใหญ่ที่สุด และสังเกตเห็นได้ง่าย เมื่ออายุได้ประมาณ 4 เดือน หากเราลองคลำไปที่กระหม่อมหน้าจะรู้สึกถึงชีพจรที่เต้นอยู่ภายในร่างกายได้ จากนั้นกระดูกจะค่อย ๆ ถูกสร้างขึ้นในบริเวณกระหม่อม เกิดเป็นรอยหยัก เรียกว่า รอยประสานในบริเวณที่กระดูกแต่ละแผ่นมาบรรจบกัน เรียกรอยประสานเหล่านั้นว่า ซูเจอร์ (suture) ซึ่งจำเป็นต่อการเคลื่อนไหวในระหว่างคลอด  และเพื่อรองรับการขยายขนาดของสมองในภายหลัง   รอยประสานเหล่านี้จะเริ่มแข็งขึ้นเรื่อยๆ  และกระหม่อมจะปิดตัวอย่างสมบูรณ์โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณช่วงที่อายุ 1-2 ปี

รอยประสาน ศีรษะทารกแรกเกิด
รอยประสาน ศีรษะทารกแรกเกิด

ในระหว่างที่กระหม่อมศีรษะยังไม่ปิด สิ่งที่ต้องระมัดระวัง คือ เรื่องอุบัติเหตุการกระทบกระเทือน ไม่ควรไปกดไปทำอะไรกับกระหม่อมของลูกแต่ก็สามารถสังเกตสิ่งผิดปกติจากศีรษะลูก เช่น เวลาลูกไม่สบาย ท้องเสีย กระหม่อมจะบุ๋มเห็นเป็นแอ่ง ลักษณะเช่นนี้บ่งบอกได้ว่า เกิดภาวะขาดน้ำ หรือถ้ากระหม่อมโป่งนูนขึ้น ก็พบได้ในกรณีที่มีเลือดออกในสมองหรือเกิดการติดเชื้อในสมองต้องไปพบคุณหมอทันที

กระหม่อมปิดช้า หรือเร็วดีกว่ากัน…

การปิดตัวของกระหม่อมของลูกนั้น ทราบหรือไม่ว่าการปิดตัวช้านั้นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพียงแค่ต้องคอยระมัดระวังเรื่องอุบัติเหตุการกระทบกระเทือน แต่กระหม่อมที่ปิดตัวเร็วกว่าปกติจะมีปัญหา เพราะกระหม่อมที่ปิดตัวเร็วเกินไปจะก่อให้เกิดภาวะที่เรียกว่า Carniosynostosis กะโหลกศีรษะเชื่อมติดผิดปกติ เป็นความผิดปกติแต่กำเนิดของกะโหลกศีรษะที่มีการปิดก่อนเวลาอันควรของข้อต่อเส้นใยอย่างน้อยหนึ่งข้อระหว่างกระดูกของกะโหลกศีรษะ (เรียกว่าการเย็บกะโหลก)ก่อนที่สมองจะเติบโตสมบูรณ์ การปิดก่อนเวลาอันควรเป็นการจำกัดการเจริญเติบโตของสมอง ส่งผลให้กะโหลกศีรษะผิดรูป และทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวเนื่องกับอวัยวะสำคัญหลายส่วน เช่น สมอง ดวงตา ระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น

กะโหลกศีรษะเชื่อมติดผิดปกติ จะพบได้ในเด็กทารก 1 ใน 2,500 ราย สิ่งที่เราจะสามารถสังเกตว่าเกิดขึ้นกับลูกของเราหรือไม่ คือ การวัดขนาดของศีรษะของเด็ก (ซึ่งในสมุดจดบันทึกพัฒนาการของลูกจะมีการวัดขนาดศีรษะอยู่) หากไม่ขยายใหญ่ขึ้น หรือสังเกตพบว่ามีรูปร่างที่ผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน

การเชื่อมติดผิดปกติของกระดูกกระโหลกศีรษะมีผลกับอวัยวะสามส่วน คือ

  1. การเชื่อมติดของรอยประสานกะโหลกศีรษะ (craniostenosis) – ทำให้การขยายขนาดกะโหลกศีรษะถูกจำกัด ทั้งยังมีลักษณะรูปร่างผิดไป เช่น มีลักษณะรูปทรงสูง (turricephaly) รูปทรงแหลมขึ้นไปตรงกลางศีรษะ (oxycephaly) หรือ แบนในแนวหน้าหลัง (brachycephaly) หรือบางครั้งรุนแรงจนศีรษะรูปร่างคล้ายดอกจิก (cloverleaf skull)  การที่กะโหลกศีรษะไม่สามารถขยายตัวได้ตามปกติทำให้สมองซึ่งเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงอายุ 2-3 ขวบแรก ไม่สามารถขยายได้ตามปกติ อาจเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยมีปัญหาทางด้านพัฒนาการและสติปัญญาได้
  2. กระดูกเบ้าตาเชื่อมติดผิดปกติ (orbitostenosis) – กระบอกตาไม่สามารถขยายตามลูกตาที่โตขึ้น เป็นผลให้ลูกตาซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นตามปกติไม่มีที่อยู่ จึงมองเห็นโปนมาทางด้านหน้า (exorbitism) จนบางครั้งหลับตาไม่สนิทหรือถลนหลุดออกนอกเบ้า จนเกิดเป็นแผลที่กระจกตา(ตาดำ)และตาบอดได้
  3. ใบหน้าส่วนกลางไม่สามารถขยายขนาด (faciostenosis) – ใบหน้าจึงมีลักษณะเว้าแบน ฟันบนอยู่หลังต่อฟันล่าง  ประกอบกับบางรายมีเพดานที่สูงกว่าปกติ (high-arched palate) ทำให้โพรงจมูกเล็กลง หายใจลำบากจนขาดอ็อกซิเจนได้

    ลูกหัวบวม หัวเบี้ยว ผิดปกติไหม
    ลูกหัวบวม หัวเบี้ยว ผิดปกติไหม

ศีรษะทารกแรกคลอดที่ผิดรูปจากภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด

เราอาจจะพบกับศีรษะของเด็กแรกเกิดที่มีลักษณะบวม ปูด โน ได้จากการคลอดโดยเฉพาะการคลอดที่ไม่ปกติ ต้องใช้เครื่องมือเข้าช่วย เช่น เครื่องสูญญากาศ หรือคีม เป็นต้น ซึ่งอาจพบได้ดังต่อไปนี้

1.Caput Succedaneum คือ ลักษณะศีรษะบริเวณที่เป็นส่วนนำบวม เนื่องจากเมื่อถุงน้ำทูนหัวแตกก่อนกำหนด ศีรษะทารกจึงกดโดยตรงกับขอบของมดลูกที่ยังเปิดไม่หมด ทำให้การไหลเวียนกลับของเลือดที่มาเลี้ยงบริเวณหนังหุ้มกะโหลกศีรษะทารกส่วนนั้นเป็นไปไม่สะดวกน้ำเหลืองจากเลือดจึงซึมออกมาคั่งอยู่ทำให้บวมขึ้นในภาวะนี้ไม่จำเป็นต้องทำการรักษา เนื่องจากจะหายไปได้เองหลังคลอดส่วนใหญ่ภายใน 2-3 วัน

2.Cephalhematoma คือ ภาวะที่เลือดออกที่เยื่อหุ้มใต้กะโหลกศีรษะ เลือดค่อย ๆ ออก ซึมช้า ๆ และคั่งอยู่ภายในกระดูกชั้นใดชั้นหนึ่ง ทำให้คลำได้เป็นก้อนนูน หนังศีรษะไม่เปลี่ยนสี มีขอบชัดเจน ไม่ข้ามรอยต่อกะโหลกศีรษะ มักเป็นที่กระดูก parietal การเกิดภาวะเลือดออกนี้ ถ้าออกมาในบางรายอาจทำให้ทารกซีดลงได้ โดยการเกิดภาวะที่โดยทั่วไปเลือดมักหยุดเองและค่อย ๆ หายไปภายในประมาณ 2 เดือน

3.Subgaleal hemorrhageเป็นภาวะที่มีเลือดสะสมใต้ช่องว่างของเนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่างพังพืดของกะโหลกกับเยื่อหุ้มกะโหลก ซึ่งมีขอบเขตจากหน้าไป หลังเริ่มจากขอบเบ้าตา ไปยังท้ายทอย และด้านข้างจากหูไปยังหูอีกข้าง ก้อนมีลักษณะน่วม  และข้ามแนวประสานกระดูก ก้อนมีขนาดเพิ่มขึ้นช้า ๆ ในหลายชั่วโมงหรือวัน หรือเพิ่มขนาดอย่างรวดเร็ว อาจทำให้ทารกมีช็อคจากการเสียเลือดได้

4.Intracranial hemorrhage คือ ภาวะมีเลือดออกในเนื้อสมอง เลือดออกที่เกิดภายในตัวเนื้อสมอง  โดยเกิดจากการแตกของหลอดเลือดในตัวเนื้อสมอง ทำให้เนื้อสมองส่วนข้างเคียงกับก้อนเลือดที่เกิดจากเลือดออกนั้นถูกกดเบียด ส่งผลให้มีอาการผิดปกติต่างๆ ทางระบบประสาทเกิดขึ้น

หัวเด็กผิดรูปจากการคลอด
หัวเด็กผิดรูปจากการคลอด

ถ้าลูกหัวเบี้ยวแล้วต้องทำอย่างไร

เรามีคำแนะนำจาก นพ.นที รักษดาวรรณ ที่ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง “ลูกหัวไม่ทุย หัวเบี้ยว ทำอย่างไรดี” ดังนี้

  • ในรายที่มีภาวะศีรษะเบี้ยวตั้งแต่แรกคลอด แต่ภายหลังจากคลอด 2 – 3 เดือน ก็จะเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ครับ แต่หากเด็กเหล่านี้ยังนอนหงายโดยใช้บริเวณท้ายทอยที่แบนราบสัมผัสพื้นต่อไป ภาวะดังกล่าวจะยังคงอยู่ครับ และอาจแย่ลงได้ด้วย การแย่ลงนั้นเกิดจากผิวหนังของศีรษะกดทับบริเวณท้ายทอยครับ ดังนั้น ในรายที่เกิดมีภาวะหัวเบี้ยวแล้ว อาจใช้วิธีนอนคว่ำเวลาตื่น หรือใช้วิธีการจัดเตียงแทน โดยให้เด็กนอนหงายนอกเหนือจากนอนคว่ำ แต่จัดท่าให้นอนหงายในท่าที่เด็ก อาจหันเข้าหากลางห้อง เพื่อให้เด็กมีความพยายามที่จะเปลี่ยนท่านอนตนเอง การทำดังกล่าวจะช่วยได้แก้ปัญหาหัวเบี้ยวได้ แต่จะใช้เวลาประมาณ 2 – 3 เดือน
  • ในรายที่ทำตามคำแนะนำดังกล่าวแล้วไม่ดีขึ้นอาจต้องพบแพทย์เฉพาะทางด้านสมอง การรักษาจะได้ผลดี หากมาพบแพทย์ในช่วงอายุของลูกประมาณ 4 – 12 เดือนครับ เนื่องจากเป็นช่วงที่กะโหลกศีรษะของลูกยังมีความอ่อน สามารถจะปรับเข้ารูปได้ง่ายๆ ในรายที่ไม่ได้ผลอาจต้องลงเอยด้วยวิธีการใส่หมวกคล้ายหมวกกันน็อก หรือ (Skull molding helmet) ส่วนการผ่าตัดเป็นทางเลือกสุดท้ายและจะทำในรายที่ไม่ได้ผลจริงๆ หรือมีปัญหาอื่น ซึ่งจะพิจารณาทำน้อยรายมากครับ
ข้อมูลอ้างอิงจาก zeekdoc.com/www.craniofacial.or.th

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

หยุดก่อนแม่!ทำตามเขาแต่หนูเสี่ยง ป้อนกล้วยลูก ถึงตาย

แคปชั่นวันวาเลนไทน์ แคปชั่นพ่อแม่ลูก ของคุณแม่คลั่งรัก!!!

โรคขี้เต็มท้อง ในเด็กก็เป็นได้หากปล่อยให้ ท้องผูก นานไป

แปรงสีฟันเด็ก เลือกใช้ยังไงให้เหมาะกับวัยลูก

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ความรักของเด็กแต่ละช่วงวัย

ความรักของเด็กแต่ละช่วงวัย เด็กๆ อยากได้อะไรที่สุด?

ความรักกับคนอะไรเกิดก่อนกัน ? เริ่มรู้สึกถึงอารมณ์รักเมื่อรู้ความ หรือเป็นสัญชาตญาณติดตัวมาตั้งแต่ลืมตาดูโลก และ “ความรักของเด็ก” เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือสถานการณ์ทางสังคมกันแน่

ความรักเป็นเรื่องมีเหตุผล

#ความรัก มีหลักการและเหตุผลที่สามารถอธิบายได้ อย่างทฤษฎีจิตวิทยาวิวัฒนาการ ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ใช้ในการอธิบายสภาวะจิตใจของคน ว่าการที่มีความรู้สึกเช่นนี้ มีพฤติกรรมแบบนี้ มีผลมาจากอะไร นอกจากนี้ยังมีเรื่องของสารเคมีในสมองที่ส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึก รวมถึงการทำงานของระบบฮอร์โมน อย่างโดปามีน สารแห่งความสุขที่จะหลั่งออกมาเมื่อรู้สึกพึงพอใจ, อะดรีนาลีน สารที่กระตุ้นให้รู้สึกตื่นเต้นหรือเขินอาย, เซโรโทนิน สารที่ส่งผลต่อการแสดงออก ทำให้เกิดพฤติกรรมบางอย่างแบบไม่รู้ตัว เช่น เผลอยิ้มออกมา

ความรักของเด็กในแต่ละช่วงวัย

#ความรัก คืออารมณ์ที่อธิบายได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ความรักของเด็กๆ จะเป็นไปตามธรรมชาติ ที่เกิดจากสถานการณ์แวดล้อม ทั้งจากครอบครัว สังคม รวมทั้งการเรียนรู้ของตัวเด็กเอง เด็กจะรู้สึกรักผู้ที่ดูแลตั้งแต่วัยทารก พอโตขึ้นหน่อยก็จะเริ่มมีความรักต่อสิ่งของ เช่น ของเล่น ตุ๊กตา หรือบุคคลอื่นที่นอกเหนือไปจากพ่อแม่ แต่การแสดงออกถึงความรักต่อผู้อื่นนั้น ขึ้นอยู่กับความรัก ความเอาใจใส่จากพ่อแม่ ครอบครัวใกล้ชิดที่มีต่อกัน หากเด็กๆ ไม่ได้รับความรัก หรือทางกลับกันได้รับแต่แรงกดดัน ความเกลียดชัง อารมณ์ด้านความรักของเด็กจะไม่พัฒนา และนำไปสู่การออกไปหาความรักจากนอกบ้าน เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา

ในส่วนของจิตวิทยาพัฒนาการเด็กและวัยรุ่น Erik Erikson ได้จำแนกพัฒนาการของเด็กไว้ ดังนี้

  • ระยะที่หนึ่ง ช่วงอายุ 1 ขวบ เป็นช่วงระยะของความไว้วางใจหรือความไม่ไว้วางใจ ในระยะนี้ถ้าเด็กได้รับความรักความอบอุ่น ความเอาใจใส่ เด็กจะมีพัฒนาการด้านความไว้วางใจต่อผู้อื่น ถ้าเด็กไม่ได้รับในสิ่งที่ต้องการ เด็กจะเกิดความสงสัย ความกลัว และความไม่ไว้วางใจผู้อื่น
  • ระยะที่สอง ช่วงอายุ 2 ขวบ คือช่วงระยะความเป็นตัวของตัวเองและความสงสัย ถ้าเด็กมีโอกาสได้สำรวจ ทดลองทำในสิ่งที่ตัวเองสงสัยใคร่รู้ เด็กจะมีพัฒนาการในด้านความเป็นตัวของตัวเอง มีความสามารถในการควบคุมตนเอง หากถูกขัดขวางหรือไม่มีโอกาส เด็กจะสงสัยในความสามารถตัวเอง และเกิดความไม่กล้า
  • ระยะที่สาม ช่วงอายุ 3-5 ขวบ เป็นช่วงระยะของความคิดริเริ่มหรือความสำนึกผิด หากมีการกระตุ้นให้เด็กแสดงความสามารถอย่างมีเป้าหมาย เด็กจะมีพัฒนาการทางด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ทางกลับกันหากถูกตำหนิ ถูกห้ามอยู่เป็นประจำ เด็กจะไม่กล้าตัดสินใจ เพราะกลัวจะทำอะไรผิด
  • ระยะที่สาม ช่วงอายุ 6-11 ขวบ เด็กจะอยู่กับการเรียน การปฏิบัติตนตามกฎระเบียบต่างๆ เป็นระยะที่ควรฝึกระเบียบวินัย การรู้จักหน้าที่ แต่ไม่ควรกดดันจนเด็กๆ รู้สึกล้มเหลว เพราะจะส่งผลทำให้เด็กรู้สึกว่าตนมีปมด้อย
  • ระยะที่สาม ช่วงอายุ 12-19 ขวบ ช่วงระยะของความเอาการเอางาน หรือความรู้สึกมีปมด้อย เป็นช่วงวัยรุ่นซึ่งเพื่อนๆ จะเข้ามามีบทบาท และยังเป็นช่วงของการเรียนรู้ที่จะมีเอกลักษณ์ของตนเอง ถ้าเด็กไม่สามารถสร้างเอกลักษณ์ของตนเองได้ ก็จะเกิดการเลียนแบบผู้อื่น

เด็กต้องการความรัก

#เด็กต้องการความรักเสมอ เมื่อเด็กเริ่มจำความได้จะรู้สึกถึงความรักความอบอุ่น อยากได้รับความรัก เด็กที่ได้รับความรักจากพ่อแม่ พี่น้อง คนในครอบครัว เด็กๆ จะมีอารมณ์แจ่มใสคงที่ ไม่เอาเปรียบผู้อื่น ไม่รู้สึกอิจฉาผู้อื่น ซึ่งตรงกันข้ามกับเด็กที่ขาดความรัก ความอบอุ่น

#เด็กต้องการความปลอดภัย เด็กต้องการความเสมอต้นเสมอปลาย หากมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกระทันหัน เด็กจะไม่สามารถปรับตัวได้ทัน จนรู้สึกไม่ปลอดภัย

#เด็กต้องการสังคม เด็กทุกคนต้องการให้ผู้อื่นรับรู้ว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

#เด็กต้องการอิสรภาพ เด็กต้องการทำในสิ่งที่ตนเองสนใจ และมีอิสระตามความสามารถของตน

เพราะความรัก ความเอาใจใส่เป็นสิ่งสำคัญ คนที่ขาด #ความรัก ไม่ว่าจะในฐานะผู้ให้หรือผู้รับ อาจรับรู้ได้ถึงการขาดหายไปของส่วนสำคัญของชีวิต

มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ให้การเลี้ยงดูเด็กที่ขาดพ่อแม่และญาติมิตร ลักษณะครอบครัวทดแทนถาวรระยะยาว เด็กๆ จะได้รับการเลี้ยงดูจากแม่โสสะด้วยความรักความเอาใจใส่ และเติบโตท่ามกลางสายสัมพันธ์ของพี่น้องชายหญิงในบ้านแห่งความรักของเด็กทุกคน ซึ่งอยู่ร่วมกันในชุมชนหมู่บ้านเด็กที่เอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน อีกทั้งเด็กๆ จะได้รับการศึกษาสูงสุดตามความสามารถ ปัจจุบันมีเด็กอยู่ในการดูแลของครอบครัวโสสะประมาณ 700 คน ในหมู่บ้านเด็กโสสะ 5 แห่งทั่วประเทศไทย ได้แก่ บางปู สมุทรปราการ, หาดใหญ่ สงขลา, หนองคาย, เชียงราย และภูเก็ต

…เราไม่เพียงแต่รับเด็กเข้าสู่ครอบครัว

หากแต่เราเน้นสร้างครอบครัวที่อบอุ่นให้เป็นของเด็กทุกคน…

 

ชมคลิป แล้วจะรู้ว่าเด็กๆ อยากได้อะไรที่สุด

ร่วมสนับสนุน

คุณแม่โสสะ และเด็กๆ ทุกคนให้เติบโตด้วยความรักอย่างพึ่งพาตนเองได้อีกครั้ง

https://www.sosthailand.org/donate

ฉีดวัคซีนโควิด19 ในเด็ก

เปิด 5 สูตร ฉีดวัคซีนโควิด19 ในเด็ก อายุต่ำกว่า 18 ปี

ช่วงนี้เด็ก 5 ขวบขึ้นไป ทยอยฉีดวัคซีนกันแล้วนะคะ ทางกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกคำแนะนำในการ ฉีดวัคซีนโควิด19 ในเด็ก ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี  โดยมี 5 สูตรวัคซีนให้เลือก

สธ. เผย 5 สูตร ฉีดวัคซีนโควิด19 ในเด็ก อายุต่ำกว่า 18 ปี

สถานการณ์การติดเชื้อโควิด19 ในเด็กในช่วงระยะเวลานี้ พบการติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา และโอมิครอน มากขึ้นโดยเฉพาะช่วงอายุ 5-11 ปี อยู่ที่ 6 % โดยอาการค่อนข้างน้อย แต่เด็กบางคนที่ติดเชื้อสามารถพบการเกิดภาวะ MIS-C ซึ่งเป็นการอักเสบของอวัยวะหลายระบบที่เกิดหลังติดเชื้อโควิดในกลุ่มผู้ป่วยเด็ก จึงได้มีการเร่งให้เด็กได้ฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด การนำเชื้อไปสู่ผู้สูงอายุในบ้าน และรองรับการเปิดโรงเรียน ซึ่งขณะนี้สธ.ได้ฉีดวัคซีนโควิดในเด็ก 5-11 ปีไปแล้ว  66,165 คน จาก 5.1 ล้านคน

5 สูตร ฉีดวัคซีนโควิด19 ในเด็ก

ตอนนี้วัคซีนโควิดเด็กที่ได้รับอนุญาตในไทย มีทั้งเป็นแบบ mRNA เป็นการสร้างชุดพาหะนำสารพันธุกรรมด้วยก้อนไขมัน ที่เมื่อฉีดไปแล้วร่างกายของเราจะเป็นผู้สร้างโปรตีนของไวรัสขึ้นมา ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงมากในการผลิตภูมิคุ้มกัน ได้แก่ ไฟเซอร์ และแบบเชื้อตาย ที่เป็นการเอาเชื้อโรคมาทำให้มันตาย และฉีดเข้าร่างกาย ซึ่งทำง่าย และมีโอกาสที่ร่างกายจะเกิดผลข้างเคียงไม่สูง ได้แก่ ซิโนแวคและซิโนฟาร์ม โดยการฉีดวัคซีนเด็กนี้ ให้คุณพ่อคุณแม่เลือกฉีดให้ลูกตามความสมัครใจ โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีคำแนะนำในการฉีดวัคซีนโควิด19 กลุ่มเป้าหมายอายุต่ำกว่า 18 ปี  มี 5 สูตรวัคซีน ได้แก่

  • เด็กอายุ 5-11 ปี  วัคซีนไฟเซอร์(ฝาสีส้ม) 2 เข็ม ขนาด  2 มิลลิลิตรต่อโดส  ระยะห่างระหว่างเข็ม 1 และ 2 อยู่ที่ 8 สัปดาห์
  • ด็กอายุ 6-11 ปี สามารถฉีดวัคซีนสูตรไขว้ซิโนแวค-ไฟเซอร์ (ฝาสีส้ม) ระยะห่างระหว่างเข็ม 4 สัปดาห์ ตามคำแนะนำของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ซึ่งได้เผยแพร่คำแนะนำเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565
  • เด็กอายุ 6-17 ปี ซิโนแวค 2 เข็ม ขนาด 0.5 มิลลิลิตรต่อโดส ระยะห่างระหว่างเข็ม 1 และ 2 อยู่ที่ 4 สัปดาห์
  • เด็กอายุ 12-17 ปี วัคซีนไฟเซอร์(ฝาสีม่วง) 2 เข็ม ขนาด 0.3 มิลลิลิตรต่อโดส ระยะห่างระหว่างเข็ม1และ 2 อยู่ที่  3-4  สัปดาห์
  • เด็กอายุ 12-17 ปี วัคซีนสูตรไขว้ซิโนแวค+ไฟเซอร์ โดยเข็มที่ 1 เป็นซิโนแวคขนาด 0.5 มิลลิลิตร และเข็มที่ 2 เป็นไฟเซอร์(ฝาสีม่วง) ขนาด 0.3 มิลลิลิตร  ระยะห่างระหว่างเข็ม 1 และ 2 อยู่ที่ 4  สัปดาห์
ฉีดวัคซีนโควิด19 ในเด็ก
5 สูตร ฉีดวัคซีนโควิด19 ในเด็ก อายุต่ำกว่า 18 ปี

ความกังวลเรื่อง mRNA

ส่วนความกังวลเรื่อง mRNA แล้วเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ไปจนถึงว่าจะเกิดการตกค้างนั้น ปัจจุบันมีข้อมูลจากสหรัฐอเมริกา และ แคนาดา ว่า ฉีดไฟเซอร์เต็มโดสในเด็ก 2 เข็ม ห่างกัน 8 สัปดาห์ ภูมิคุ้มกันขึ้นดีกว่าการฉีดห่าง 4 สัปดาห์ ถึง 10 เท่า และช่วยลดการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบได้ด้วย และ mRNA ไม่ใช่พันธุกรรม DNA ของไวรัส ดังนั้นจึงเข้าไปในระดับพันธุกรรมของคนไม่ได้ จึงมีความปลอดภัย

การฉีดวัคซีนบูสเตอร์ในเด็ก

ในเด็กอายุ 12 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ที่เคยฉีดวัคซีนไฟเซอร์ครบ 2 เข็ม สามารถฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นอย่างน้อย 4-6 เดือน อีก 1 เข็ม ด้วยวัคซีนไฟเซอร์ฝาสีม่วงขนาด 30 ไมโครกรัม โดยแนะนำให้ฉีดกระตุ้นในกลุ่มเสี่ยง 7 โรค ส่วนเด็กที่เคยรับวัคซีนชนิดเชื้อตาย ทั้งซิโนแวคหรือซิโนฟาร์มา 2 เข็ม แนะนำกระตุ้นด้วยไฟเซอร์ 1 เข็ม โดยใช้ขนาดที่รับรองให้ฉีดตามกลุ่มอายุห่างจากฉีดวัคซีนเชื้อตายอย่างน้อย 4 สัปดาห์ค่ะ

อย่างไรก็ตาม ยังไม่แนะนำให้ฉีดบูสเตอร์ในเด็ก 5 – 11 ปี ช่วงนี้ ยกเว้นกรณีเด็กที่มีโรคประจำตัว โรคเรื้อรัง หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ จำเป็นต้องฉีดเข็มกระตุ้นตามช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งสามารถปรึกษาแพทย์ที่ดูแลได้ โดยการฉีดวัคซีนเด็ก ยังคงเป็นไปตามความสมัครใจของผู้ปกครอง

 

สำหรับคุณแม่ที่มีลูกหลานอยู่ในช่วงอายุที่กำหนดให้สามารถฉีดวัคซีนได้แล้ว สามารถพาลูกหลานไปฉีดวัคซีนโควิดเด็กได้ตามสถานที่ฉีดวัคซีนที่กำหนดและตามความสมัครใจนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก

กรุงเทพธุรกิจ, มติชน ออนไลน์ , ฐานเศรษฐกิจ

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

เช็คที่นี่ วอล์คอิน-ลงทะเบียนจองคิว ฉีดวัคซีนเด็กไฟเซอร์ ฟรี

14 เรื่อง คุณแม่ต้องรู้ ก่อนฉีด วัคซีนเด็กไฟเซอร์

หมอขอตอบ!รวมคำถามคาใจ วัคซีนโควิด19เด็ก ฉีดดีไหม