นมพาสเจอร์ไรส์

นมพาสเจอร์ไรส์ นมUHT นมสเตอริไลส์ ลูกกินแบบไหนดี?

นมพาสเจอร์ไรส์
นมพาสเจอร์ไรส์

นมพาสเจอร์ไรส์ นม UHT นมสเตอริไลส์ แตกต่างกันอย่างไร? นมชนิดไหนเหมาะกับเด็ก? ควรทานตอนอายุเท่าไหร่? และลูกควรทานแบบไหนถึงจะดี? อ่านได้ที่นี่

นมพาสเจอร์ไรส์ นมUHT นมสเตอริไลส์ ลูกกินแบบไหนดี?

ตามท้องตลาดนอกจากจะมีนมหลากหลายยี่ห้อแล้ว ยังมีนมอีกหลากหลายชนิดให้แม่ ๆ ได้เลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็น นมสด นมพาสเจอร์ไรส์ นม UHT นมสเตอริไลส์ นมหลากหลายชนิดนี้แตกต่างกันแค่ไหน และลูกควรทานแบบไหนถึงจะดี คำถามเหล่านี้ ทีมแม่ ABK หาคำตอบมาให้แล้ว แต่ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับ “นมวัว” กันก่อน ว่ามีประโยชน์อย่างไร มีสารอาหารอะไรบ้าง

สารอาหารในนมวัว

นมวัวอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณประโยชน์หลายชนิด โดยนมวัว 1 ถ้วยที่หนักประมาณ 244 กรัม จะให้คุณค่าทางโภชนาการเป็นพลังงาน 146 แคลอรี่ โปรตีน 8 กรัม ไขมัน 8 กรัม และยังประกอบไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ดังนี้

  • แคลเซียม ประมาณ 28 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่แนะนำในแต่ละวัน
  • วิตามินบี 2 ประมาณ 26 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่แนะนำในแต่ละวัน
  • วิตามินดี ประมาณ 24 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่แนะนำในแต่ละวัน
  • ฟอสฟอรัส ประมาณ 22 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่แนะนำในแต่ละวัน
  • วิตามินบี 12 ประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่แนะนำในแต่ละวัน
  • ซีลีเนียม ประมาณ 13 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่แนะนำในแต่ละวัน
  • โพแทสเซียม ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่แนะนำในแต่ละวัน

ประโยชน์ของนมวัว

เนื่องจากนมวัวมีคุณค่าทางโภชนาการสูง จึงมีการค้นคว้าเกี่ยวกับประโยชน์ของนมวัวในด้านต่าง ๆ มากมาย โดยมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์บางส่วนได้พิสูจน์ประสิทธิภาพของนมวัวไว้ ดังนี้

  • นมวัวช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง นมวัวอุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ มากมาย ทั้งโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และวิตามินเค 2 ซึ่งสารอาหารเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง
  • นมวัวอาจช่วยป้องกันโรคอ้วน นมวัวมีสารอาหารสำคัญหลายชนิดที่อาจช่วยลดน้ำหนักและป้องกันการมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นด้วย เช่น ไขมัน โปรตีน และแคลเซียม เป็นต้น
  • นมวัวอาจช่วยป้องกันภาวะความดันโลหิตสูง ภาวะความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยมีงานวิจัยหนึ่งที่ศึกษาความสัมพันธ์ของการดื่มนมวัวกับภาวะความดันโลหิตสูง พบว่าการดื่มนมวัวอาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะความดันโลหิตสูง เนื่องจากในน้ำนมวัวมีส่วนประกอบของแคลเซียม โพแทสเซียม และแมกนีเซียมที่นักวิจัยเชื่อว่าอาจมีประสิทธิภาพในด้านดังกล่าว ดังนั้น การรับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุอย่างนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวอย่างโยเกิร์ต อาจส่งผลดีต่อสุขภาพและอาจป้องกันภาวะความดันโลหิตสูงได้ด้วย

ควรดึ่มนมวันละกี่แก้ว?

  1. เด็กก่อนวัยเรียน 1 ปีขึ้นไป และวัยเรียน ควรดื่มนมรสจืด 2 แก้วต่อวัน ช่วยทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง เด็กควรดื่มนมครบส่วนไม่ควรเลือกดื่มนมพร่องมันเนยหรือไร้ไขมัน เพราะมีแหล่งพลังงานคือไขมันและวิตามินเอ ดี อี เค ซึ่งละลายในไขมัน
  2. หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตรควรดื่มนมรสจืดวันละ 2 แก้ว และบริโภคปลาเล็กปลาน้อย 2 ช้อนกินข้าวหรือผักใบเขียวเข้ม 4 ทัพพี หรือเต้าหู้แข็ง 1 แผ่นเพิ่ม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างกระดูกทั้งมารดาและทารกในครรภ์
  3. วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุแนะนำให้ดื่มนมรสจืดวันละ 2 แก้ว เพื่อให้ได้รับแร่ธาตุแคลเซียมเพียงพอ ป้องกันภาวะกระดูกพรุน

เห็นประโยชน์ของนมแล้ว มาดูกันต่อว่านมที่มีขายตามตลาดบ้านเรา มีกี่ชนิดบ้าง และแต่ละประเภท คืออะไร มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง กันต่อเลยค่ะ

นม
นม

นมพร้อมดื่ม มีกี่ชนิด?

  1. นมพาสเจอร์ไรส์ (PASTEURIZED MILK)

หมายถึง นมสดที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนไม่ตํ่ากว่า 63 องศาเซลเซียส และคงอยู่ที่อุณหภูมินี้ไม่น้อยกว่า 30 นาที หรือทำให้ร้อนไม่ต่ำกว่า 72 องศาเซลเซียส และคงอยู่ที่อุณหภูมินี้ไม่น้อยกว่า 16 วินาที แล้วจึงทำให้เย็นลงทันทีที่อุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียสหรือตํ่ากว่า ทั้งนี้จะผ่านกรรมวิธีทำนมสดให้เป็นเนื้อเดียวกันหรือไม่ก็ตาม

ข้อดี นมพาสเจอร์ไรซ์เป็นนมมีคุณค่าทางอาหาร ใกล้เคียงกับนมโคสดมากที่สุดและยังมีรสชาติสดอร่อยอีกด้วย อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่านมสดพาสเจอร์ไรซ์จะเป็นนมที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่ก็ควรใช้เลี้ยงเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 1 ขวบขึ้นไป เด็กแรกเกิดถึง 1 ขวบควรได้รับการเลี้ยงดูด้วยน้ำนมแม่ ที่นอกจากมีสารอาหารครบถ้วนแล้ว ยังมีภูมิคุ้มกันที่จำเป็นสำหรับทารกอีกด้วย

ข้อเสีย กรรมวิธีการพาสเจอร์ไรซ์นั้นสามารถทำลายจุลินทรีย์ได้เพียงแค่บางชนิด เช่น จุลินทรีย์ที่เป็นโทษต่อร่างกาย แต่ไม่สามารถกำจัดจุลินทรีย์ที่ทำให้นมเน่าเสียได้ ดังนั้นจึงต้องเก็บนมพาสเจอร์ไรซ์ไว้ในที่อุณหภูมิ 0-4 องศาเซลเซียส (ตู้เย็น) ตลอดเวลา หลังจาก 3-5 วัน เชื้อจุลินทรีย์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่อาจเพิ่มจำนวนขึ้นจนทำให้นมบูดได้ แต่ถ้าเปิดขวดแล้วควรดื่มให้หมดภายใน 2 วัน

2. นมสเตอริไลส์ (STERILIZATION MILK)

หมายถึง นมสดที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนไม่ตํ่ากว่า 100 องศาเซลเซียส ภายในเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้ต้องผ่านกรรมวิธีทำให้นมสดเป็นเนื้อเดียวกัน

ข้อดี เก็บได้นานโดยไม่ต้องแช่ตู้เย็น แต่ถ้าเปิดกล่องแล้วดื่มไม่หมด ควรนำไปแช่ในตู้เย็น

ข้อเสีย รสชาติ ความสด อร่อยน้อยกว่า เมื่อเทียบนมพาสเจอร์ไรซ์

3. นมยูเอชที (ULTRA HIGH TEMPERATURE MILK)

หมายถึง นมสดที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนไม่ตํ่ากว่า 133 องศาเซลเซียส ไม่น้อยกว่า 1 วินาที แล้วบรรจุลงในภาชนะภายใต้สภาวะที่ปราศจากเชื้อ ทั้งนี้ต้องผ่านกรรมวิธีทำนมสดให้เป็นเนื้อเดียวกัน

ข้อดี เก็บที่อุณหภูมิห้องได้นาน แต่ถ้าเปิดกล่องแล้วดื่มไม่หมดก็ควรนำไปแช่ในตู้เย็น

ข้อเสีย รสชาติ ความสด อร่อยน้อยกว่า เมื่อเทียบกับนมพาสเจอร์ไรซ์ ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่ามีการปรุงแต่งนมประเภทนี้เพื่อให้มีรสชาติอร่อยขึ้น

นมวัว
นมวัว

การดื่มนมอย่างถูกวิธี

  • การอุ่นนมก่อนดื่มที่ถูกต้องคือ ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 60 องศาเซลเซีลส โดยอุ่นประมาณซัก 5-6 นาทีก็พอ ไม่ควรต้มนมจนเดือด เพราะน้ำตาลที่อยู่ในน้ำนมอาจไหม้และกลายเป็นสารก่อมะเร็งได้
  • ไม่ควรดื่มนมจากขวดโดยตรง เพราะจะทำให้นมที่เหลือในขวดเน่าเสียเร็วขึ้น เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นการดื่มจนหมดขวดภายในครั้งเดียว
  • ไม่ควรดื่มนมควบคู่กับยา เพราะนมจะไปเคลือบกระเพาะอาหาร ลดการดูดซึมยา ก่อนหรือหลังรับประทานยา 1-2 ชั่วโมง ไม่ควรที่จะดื่มนม
  • ไม่ควรเลี้ยงทารกด้วยนมเปรี้ยว หรือนมข้นหวาน เพราะนมข้นหวานเป็นแค่หางนมที่ถูกนำมาปรุงแต่งรสด้วยน้ำตาล
  • นมที่เหมาะสำหรับเด็กก็คือนมที่ยังมีปริมาณไขมันอยู่อย่างครบถ้วน
  • ไม่ควรเติมน้ำตาลเกิน 8 กรัมต่อนม 100 มิลลิลิตร ถ้าจะเติมควรใช้น้ำตาลทรายแดงหรือน้ำตาลอ้อยจะดีที่สุด เพราะเป็นน้ำตาลที่ร่างกายดูดซึมได้ง่าย และไม่ควรเติมน้ำตาลในนมร้อน ๆ เกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดสารพิษต่อร่างกายได้ (ควรเติมในขณะที่อุณหภูมิ 40-50 องศา)
  • ไม่ควรรับประทานข้าวต้มพร้อมกับการดื่มนม เพราะจะไปทำลายวิตามิเอในนมได้ และจะส่งผลให้เด็กเจริญเติบโตช้า

จะเห็นได้ว่า นมพาสเจอร์ไรส์ เป็นนมที่สามารถเก็บสารอาหารของนมได้มากที่สุด ดังนั้น เด็กที่ดื่ม นมพาสเจอร์ไรส์ (ที่ยังมีปริมาณไขมันอยู่ครบถ้วน) จะได้รับประโยชน์ทางโภชนาการจากการดื่มนมมากที่สุด ทั้งนี้ข้อเสียของ นมพาสเจอร์ไรส์ คือต้องเก็บอยู่ในตู้เย็น และต้องทานให้หมดภายใน 3-5 วัน ดังนั้นนมชนิดอื่น ๆ ที่แม้แต่จะมีคุณค่าทางโภชนการที่รองลงมา แต่สามารถเก็บได้นานกว่า ก็เป็นอีก 1 ทางเลือก ให้แม่ ๆ ได้ตัดสินใจค่ะ การเลือกนมชนิดใดก็ตามให้ลูกของแต่ละบ้าน ควรเน้นที่ความเหมาะสมของแต่ละครอบครัวค่ะ

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

อาหารเสริมทารก เริ่มด้วยอาหารแบบไหน? ทานอย่างไร?

14 อาหาร เสริมภูมิคุ้มกันลูก ช่วยให้ลูกไม่ป่วยง่าย!

แจกสูตร 12 เมนูอาหารง่ายๆ สำหรับแม่ทำกับข้าวไม่เก่ง เข้าครัวเพื่อลูก!

ช่วยฝึกลูกนั่ง คลาน ยืน เดิน อย่างถูกวิธี และไม่เร่งลูก

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักข่าว Hfocus เจาะลึกระบบสุขภาพ, pobpad.com, ไทยเกษตรศาสตร์www.maanow.com, สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up
X