มดกับตั๊กแตน

นิทานอีสป มดกับตั๊กแตน สอนลูกมีวินัย แบ่งเวลาเป็น ตอนไหนเล่น ตอนไหนเรียน

มดกับตั๊กแตน นิทานอีสป ชื่อดังที่คนทั่วโลกรู้จักดี เรื่องราวสนุกน่าติดตาม คล้ายดูละครโรงเล็ก และยังสอดแทรกข้อคิดดีๆให้คุณพ่อคุณแม่นำไปใช้สอนให้ลูกน้อยมีวินัย รับผิดชอบหน้าที่ รู้จักแบ่งเวลา ตอนไหนเล่น ตอนไหนเรียน เพื่อปูพื้นฐานความฉลาดแบบ TQ (รู้จักคิดไตร่ตรอง) ที่เด็กรุ่นใหม่ควรมี 

โลกของเด็กๆ ทุกวันนี้มีสิ่งกระตุ้นเร้ามากมายทั้งจากกิจกรรมรอบตัว และสื่อบนหน้าจอที่ทำให้สนุกเพลิดเพลินจนลืมหน้าที่ของตัวเอง หากปล่อยนานไปจะกลายเป็นการบ่มเพาะนิสัย “ขาดวินัย” และ “ขาดการยับยั้งชั่งใจ” ทำอะไรตามใจตัวเอง ซึ่งจะส่งผลต่อการเรียน และการใช้ชีวิต ลูกจำเป็นต้องมีความฉลาดคิดไตร่ตรอง (Thinking Quatient) ได้ว่าตอนนี้ควรทำอะไร สามารถอดทนทำสิ่งตรงหน้าได้สำเร็จ โดยไม่ล้มเลิกกลางคัน ขณะเดียวกันต้อง ยุดตัวเองขณะกำลังเล่นสนุกให้กลับมาทำหน้าที่ได้ สองเรื่องนี้เป็นคุณสมบัติสำคัญที่ช่วยให้ลูกประสบความสำเร็จ

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มฝึกฝนวินัยให้ลูกง่ายๆ เริ่มจากการทำตารางเวลาในแต่ละวัน ซึ่งช่วยสอนให้ลูกรู้จักการแบ่งเวลาว่าเวลาไหน ควรทำอะไร กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอน มีทั้งสิ่งต้องทำ เช่น การบ้าน อ่านหนังสือ ทำงานบ้าน และสิ่งที่ลูกอยากทำ มีช่วงเวลาให้เป็นอิสระ ได้ดูการ์ตูน เล่นของเล่น หรือทำกิจกรรมตามวัย การจัดตารางเวลาสามารถทำได้ตั้งแต่วัยก่อนเข้าโรงเรียน โดยปรับให้เหมาะกับวัยของลูก ที่สำคัญคือพ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี จัดสรรเวลาให้เหมาะสมเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีวิธีปลูกฝังความมีวินัยให้ลูกน้อยแบบอ่อนโยนผ่านการเล่านิทานแฝงคติสอนใจ อย่าง นิทานอีสปเรื่อง มดกับตั๊กแตน ซึ่งผุู้เขียนนำนิสัยของสัตว์ในธรรมชาติมาเปรียบกับนิสัยคน โดย “มด” มาเป็นตัวแทนของคนที่ขยันขันแข็ง มีวินัย ส่วน “ตั๊กแตน” เป็นตัวแทนของคนขี้เกียจรักสบาย เดินเรื่องสนุกสนานให้ลูกเห็นว่าสัตว์แต่ละชนิดมีพฤติกรรมแบบไหน และได้ผลลัพธ์กลับมาอย่างไร 

นิทานอีสป มดกับตั๊กแตน สอนใจให้ลูกมีวินัย ไม่เกียจคร้าน

ณ ท้องทุ่งหญ้าริมบึงใหญ่ ยังมีครอบครัวมดจอมขยันอาศัยอยู่ในโพรงใต้ดิน และมีตั๊กแตนเจ้าสำราญอาศัยอยู่ในขอนไม้เก่าริมบึง ในฤดูร้อนอันอุดมสมบูรณ์ ครอบครัวมดต่างช่วยกันออกหาอาหาร แบกขนอาหารเข้าไปกักตุนไว้ในรัง 

มดกับตั๊กแตน

ส่วนเจ้าตั๊กแตนอารมณ์ดี ออกมาเล่นดนตรีร้องเพลงรับลมโชยอย่างมีความสุข เมื่อเห็นพวกมดทำงานกันคร่ำเคร่ง มันก็เอ่ยถามว่านี่เจ้ามด จะเหน็ดเหนื่อยรีบขนอาหารไปทำไมกัน มานี่มา มานั่งฟังดนตรีเพราะๆ ของข้ากันก่อน” 

มดได้ยินดังนั้นก็ตอบกลับไปว่า “ไม่ละ พวกเราต้องเตรียมสะสมอาหารไว้กินในช่วงฤดูหนาว ช่วงนั้นแห้งแล้ง อากาศหนาวจัด จะออกมาหาอาหารก็ไม่ได้ ว่าแต่เจ้าเถิด มัวแต่ร้องรำทำเพลง ไม่ต้องรีบสะสมอาหารหรือยังไง” 

มดกับตั๊กแตน

เจ้าตั๊กแตนหัวเราะร่า “โอ๊ย ไม่ต้องรีบร้อนหรอกน่า ยังมีเวลาเหลือเฟือ ถ้าเจ้าไม่สนใจ ข้าขอเล่นดนตรีก่อนแล้วกันนะ” ว่าแล้วตั๊กแตนก็เล่นดนตรีและร้องเพลงต่ออย่างสบายใจ

เวลาผ่านไป อากาศเริ่มแห้งลง ลมหนาวเย็นยะเยือกพัดมาก่อนที่หิมะจะโปรยปราย สัตว์น้อยใหญ่ต่างหลบความหนาวอยู่ในรังของตน ขณะที่ครอบครัวมดกำลังพักผ่อนอยู่ในบ้าน และกินอาหารที่สะสมไว้ตั้งแต่ฤดูร้อนกันอย่างเอร็ดอร่อย ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูบ้านโพรงใต้ดิน 

มดกับตั๊กแตน

“เอ๊ะ อากาศหนาวเหน็บอย่างนี้ มีใครอุตส่าห์เดินทางมาหาพวกเราถึงที่นะ” มดถามกัน เมื่อเปิดประตูก็เห็นว่าเป็นตั๊กแตนเจ้าสำราญนั่นเอง 

ตั๊กแตนที่เคยสดใสอารมณ์ดี ตอนนี้หน้าซีดเซียว ตัวสั่น ยืนคอตกอยู่หน้าประตู “สหายมดที่แสนดี พอจะมีอาหารแบ่งปันข้าบ้างไหม ข้าหิวเหลือเกิน” ตั๊กแตนวิงวอน 

มดกับตั๊กแตน

มดเอ่ยว่า “อ้าว แล้วเจ้าไม่มีอาหารเก็บสะสมไว้บ้างเลยรึ” 

เมื่อตั๊กแตนส่ายหน้า  มดจึงบอกว่า “เพราะเจ้าเอาแต่เล่นดนตรีร้องเพลงในช่วงฤดูร้อน ไม่ยอมหากินและเตรียมตัวให้พร้อม ข้าช่วยเจ้าไม่ได้หรอกนะ”  

มดกับตั๊กแตน

ว่าแล้วมดก็ปิดประตู เจ้าตั๊กแตนได้แต่ผิดหวังและกลับไปอย่างหิวโหย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

นิทานเรื่องนี้ มดกับตั๊กแตน สอนให้รู้ว่า…

  คนเราควรรู้จักหน้าที่ของตัวเอง รู้จักแบ่งเวลา ว่าเวลาไหนควรทำอะไร จะได้ไม่ลำบากในภายหลัง เหมือนกับการแบ่งเวลา อย่างเช่น เวลาเรียน เวลาเล่น นอกจากนี้ยังสอนให้ไม่ประมาทและควรเตรียมการล่วงหน้าไว้อย่างรอบคอบเสมอ

คลิปนิทาน นิทานเพลง มดกับตั๊กแตนไทย-อังกฤษ เล่าสนุกสไตล์เด็กสองภาษา

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้ลูกเก่งทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ก็สามารถชวนลูกมาสนุกกับคลิปนิทานจากนิทานมดกับตั๊กแตนได้ แถมดูจบแล้วยังสามารถตั้งคำถามให้ลูกลองเปรียบเทียบนิทานที่แม่เล่า กับคลิปนิทานได้ด้วยว่าต่างกันอย่างไร ตอนจบเหมือนกันหรือเปล่า

คลิปนิทานสองภาษา ไทยและอังกฤษ

ขอบคุณคลิปจาก Thai Fairy Tales

 

 

ขอบคุณคลิปจาก ABCmouse.com Early Learning Academy

 

 

คลิปนิทานเพลงสองภาษา ไทยและอังกฤษ

ขอบคุณคลิปจาก Enfa Smart Club

 

ขอบคุณคลิปจากCocomelon – Nursery Rhymes

เกมจิ๊กซอว์มดกับตั๊กแตน

เสริมความสามารถด้านการอ่านสำหรับเด็กโตให้ดีขึ้นด้วยแบบฝึกหัด อ่านจับใจความและตอบคำถามภาษาอังกฤษ น่าสนใจแค่ไหนมาดูกันเลย

ขอบคุณภาพจาก www.dltk-teach.co

แบบฝึกหัดทักษะการอ่านจากนิทานมดกับตั๊กแตน

 

 

 

ขอบคุณภาพจาก www.education.com

ภาพระบายสีมดกับตั๊กแตน

ใครฟังนิทานมดกับตั๊กแตนแล้วยังไม่จุใจ ลองมาระบายสีเจ้าตั๊กแตนจอมขี้เกียจ กับมดงานแสนขยันกันดีกว่า ทำเสร็จแล้วนำไปติดบอร์ดเป็นแกลอรีงานศิลปะฝีมือลูกน้อยให้ภูมิใจได้อีกต่างหาก  

 

 

. ขอบคุณภาพจาก http://clipart-library.com/

การอ่านนิทานอีสป มดกับตั๊กแตน เป็นเพียงส่วนเสริมที่ช่วยให้ลูกเห็นถึงความสำคัญของการมีวินัยและแบ่งเวลาที่ดี ถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกทำตามนั้นได้จริง ต้องฝึกฝนลูกจากกิจวัตรประจำวันด้วย เช่น หัดกินข้าวเอง เข้านอนเป็นเวลา ทำงานบ้าน เป็นต้น  อย่างไรก็ตาม การปูพื้นฐานจิตใจที่ดีจะช่วยให้ลูกทำสิ่งเหล่านี้ได้ไม่ยาก

บทความน่าสนใจอื่นๆ 

นิทานอีสป สิงโตกับหนู นิทานก่อนนอน สอนลูกมีน้ำใจ ไม่ดูถูกใคร

 

12 นิทานอีสป เน้นข้อคิด! “สอนลูกให้ฉลาดทันคน รู้จักเอาตัวรอด”

13 การ์ตูนดิสนีย์ เหมาะกับครอบครัว ดูได้ทั้งเด็กชาย/หญิง

เพลงกล่อมนอน 10 นาที

10 เพลงกล่อมนอน 10 นาที ช่วยให้ลูกหลับปุ๋ยฝันดีตลอดคืน

การนอนในวัยเด็กถือเป็นสำคัญไม่น้อย ยิ่งลูกนอนนานหลับสนิทก็จะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายและสติปัญญา ช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อน และสร้างโกรทฮอร์โมนที่ส่งผลถึงการเจริญเติบโต สร้างภูมิต้านทานโรค และช่วยให้ลูกน้อยตื่นขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี แจ่มใส ไม่งอแง ซึ่งทารกส่วนใหญ่มักจะหลับได้นานขึ้นในช่วงตอนกลางคืนเมื่ออายุเกิน 4-6 เดือน โดยประมาณ 4 เดือน จะเริ่มหลับกลางคืนได้ยาวประมาณ 6 ชั่วโมง และเมื่ออายุ 6 เดือนจะสามารถหลับได้นานถึง 10 ชั่วโมง แต่สำหรับทารกที่มักมีภาวะหลับตื่นสลับกันไปตลอดทั้งวัน หรือบางคนงอแงไม่ยอมนอนง่าย ๆ พาเอาคุณแม่เหนื่อยก่อนนอน ลองเปิด เพลงกล่อมนอน 10 นาที ให้เจ้าตัวน้อยได้ฟังดู เพื่อช่วยกล่อมลูกน้อยให้นอนหลับปุ๋ยง่ายขึ้นภายใน 10 นาที หลับกลางคืนได้ยาวขึ้นช่วยให้เบบี๋ได้นอนอย่างเต็มอิ่ม ตื่นมาอารมณ์ดี กันค่ะ

เพลงกล่อมลูกนอน

10 เพลงกล่อมนอน 10 นาที ช่วยให้ลูกหลับปุ๋ยฝันดีตลอดคืน

ขอบคุณคลิปวิดีโอจาก : เพลงกล่อมเด็๋ก [Sleep Lullaby Music]

ขอบคุณคลิปวิดีโอจาก : เพลงกล่อมเด็๋ก [Sleep Lullaby Music]

ขอบคุณคลิปวิดีโอจาก : เพลงกล่อมเด็๋ก [Sleep Lullaby Music]

 

ขอบคุณคลิปวิดีโอจาก : เพลงกล่อมเด็๋ก [Lullaby BM]

ขอบคุณคลิปวิดีโอจาก : เพลงกล่อมเด็๋ก [Lullaby BM]

 

ขอบคุณคลิปวิดีโอจาก : Trường Lê Văn

ขอบคุณคลิปวิดีโอจาก : สุดยอดเพลงเด็กหลับ [Sleep Lullaby Music]

ขอบคุณคลิปวิดีโอจาก : เพลงกล่อมไทย [Sleep Lullaby Music]

ขอบคุณคลิปวิดีโอจาก : Wonderful Lullabies

ขอบคุณคลิปวิดีโอจาก : Wonderful Lullabies

ข้อดีของการให้ลูกได้ฟังดนตรีตั้งแต่เล็ก

  • เด็กวัยทารกมักมีความพึงพอใจในเสียงดนตรี ทันทีที่ได้ยินเสียงก็จะมีอาการตอบสนองต่อเสียงเพลง ทำให้อาการงอแงหยุดลง และจะทำให้ลูกรู้สึกสงบและผ่อนคลาย
  • ดนตรีช่วยพัฒนาสมอง การฟังเพลงจะมีส่วนช่วยให้สมองซีกซ้ายและซีกขวาทำงานเชื่อมโยงกันได้ดี เพราะเสียงเพลงและจังหวะที่เหมาะสมจะกระตุ้นให้เกิดคลื่นสมอง ที่จะช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และเรียบเรียงเป็นความคิด มีเหตุผล ทั้งยังช่วยพัฒนาระบบต่าง ๆ ภายในสมองของลูกให้มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น มีผลต่อกระบวนการคิดทั้งระยะสั้นและระยะยาว ช่วยส่งเสริมให้ลูกมีความเฉลียวฉลาดได้ตั้งแต่เล็ก
  • ช่วยพัฒนาการด้านการฟังตั้งแต่เล็ก ซึ่งเป็นพัฒนาการลำดับแรก ๆ ที่เกิดขึ้นในตัวทารก จากการฟังเสียงเพลงตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และจะมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นตามแต่ละช่วงวัย
  • ช่วยพัฒนาความฉลาดอารมณ์ เสียงเพลงกล่อมลูกในท่วงทำนองที่เป็นจังหวะช้า ๆ จะช่วยกล่อมเกลาให้เด็กรู้สึกสงบ ลดอาการฉุนเฉียว ขี้โมโห และทำให้ลูกเป็นเด็กเข้าใจง่าย สอนง่าย ส่วนเสียงดนตรีที่มีจังหวะเร็วก็จะช่วยกระตุ้นอารมณ์ให้เด็กรู้สึกตื่นตัว ร่าเริง แจ่มใส เพลิดเพลิน สนุกสนาน อารมณ์ดีได้
  • เสียงดนตรีส่งผลต่อพัฒนาการด้านร่างกาย เช่น การเปลี่ยนแปลงของอัตราการหายใจ อัตราการเต้นของชีพจร ความดันโลหิต การตอบสนองของม่านตา ความตึงตัวของกล้ามเนื้อ การทำงานของปอด และการไหลเวียนของเลือด การได้ฟังดนตรี จึงเป็นเครื่องมือที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บทั้งร่างกายและจิตใจได้ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพในอนาคต
  • การฟังดนตรีบรรเลงเบา ๆ ช้า ๆ ไม่มีเสียงร้อง อย่างเพลงกล่อมนอน หรือเพลงคลาสสิค เสียงดนตรีช่วยกล่อมให้เบบี๋นอนหลับสบาย พัฒนาคุณภาพการนอนของลูกน้อย

เคล็ดลับการเลือกเพลงกล่อมลูกให้นอนหลับปุ๋ย

สำหรับการเลือกเพลงกล่อมนอนที่เหมาะกับลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกเพลงหรือเสียงดนตรีที่มีจังหวะช้า ๆ เบา ๆ นุ่มนวล ฟังสบาย ทำให้ลูกรู้สึกเพลิดเพลินและผ่อนคลาย ซึ่งก็จะช่วยให้ลูกนอนหลับได้ง่ายขึ้น ไม่เพียงแต่เพลงกล่อมเด็กจะช่วยให้เด็กลูกหลับได้ดีขึ้น แต่การได้ฟังเพลงนั้นมีส่วนช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางสมองที่ดีและทักษะในด้านต่าง ๆ เช่น ในด้านการฟัง การได้ยิน ช่วยให้ลูกเป็นเด็กอารมณ์ดี

เคล็ด(ไม่)ลับช่วยให้เจ้าตัวน้อยนอนหลับสบาย

การทำให้ลูกน้อยนอนหลับสนิทตลอดคืนเป็นสิ่งจำเป็นและมีประโยชน์ต่อตัวลูกเป็นอย่างมาก นอกจากการเปิดเพลงกล่อมให้ลูกฟังก่อนนอนจะช่วยให้เจ้าตัวน้อยนอนหลับได้ง่ายขึ้น ยังมีเคล็ดลับที่จะช่วยให้ลูกน้อยได้นอนหลับสบายและหลับสนิทยาวนานขึ้นในช่วงกลางคืนได้มากขึ้น ไม่ตื่นมากวนใจคุณแม่ระหว่างคืนได้อีก อาทิเช่น

  • อาบน้ำอุ่นลูกน้อยก่อนนอน การอาบด้วยน้ำอุ่นจะช่วยให้ลูกน้อยสบายตัว ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และใส่เสื้อผ้าที่เนื้อนุ่ม โปร่งสบายตัว ไม่ระคายเคืองผิว ก็จะช่วยให้ลูกนอนหลับได้สบายขึ้น
  • ให้ลูกดูดนมจนอิ่มก่อนเข้านอน เมื่อกินนมอิ่มจะทำให้ลูกนอนหลับได้อย่างสบายและยาวนานยิ่งขึ้น ไม่ตื่นมางอแงเนื่องจากหิวนม

เพลงกล่อมนอนหลับฝันดี

พาลูกเข้านอนเป็นเวลาและสร้างบรรยากาศก่อนนอน ด้วยการเปิดไฟสลัว ๆ ปรับอุณหภูมิห้องให้พอเหมาะเพื่อให้ลูกน้อยได้เรียนรู้ว่านี่คือเวลานอน และพร้อมที่จะนอนหลับอย่างง่ายมากขึ้น

  • กลิ่นหอมช่วยได้ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นจากตัวคุณแม่ กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหย กลิ่นลาเวนเดอร์ หรือกลิ่นของน้ำยาปรับผ้านุ่มบนที่นอน ก็มีส่วนช่วยให้เจ้าตัวน้อยนอนหลับง่ายและสบายขึ้น
  • นวดตัวลูกเบา ๆ ก่อนเข้านอนประมาณ 15 นาที จะช่วยสร้างความผ่อนคลายและทำให้ลูกน้อยหลับได้ยาวถึงเช้า
  • นอกจากเปิดเพลงกล่อมนอนแล้ว คุณแม่ลองสลับมาเล่านิทานก่อนนอนให้ลูกฟัง เปลี่ยนมาฟังเสียงคุณแม่ที่ลูกคุ้นเคยตั้งแต่อยู่ในท้อง จะช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัยและไว้วางใจทำให้ลูกนอนหลับได้ง่ายและสบาย และยังเป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้ลูกตั้งแต่เล็ก ๆ ด้วย
  • เปิดเพลงกล่อมเบา ๆ ก่อนนอนพร้อมด้วยการสัมผัสเบา ๆ อย่างเช่น การลูบหลัง หน้าอก ตบก้นเบา ๆ สร้างความรู้สึกอบอุ่นที่มีพ่อแม่อยู่ใกล้ ๆ ช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับได้ง่ายขึ้น

จะเห็นได้ว่าทั้งการเปิดเพลงกล่อมนอนหรือวิธีที่หลากหลายเพื่อช่วยให้เจ้าตัวน้อยได้นอนหลับง่ายและสบายขึ้น ได้มีชั่วโมงการนอนอย่างเพียงพอเหมาะสมตามวัย จะเป็นประโยชน์ต่อ “การนอน” ของลูกน้อย ที่จะส่งผลต่อพฤติกรรมการนอนที่ดี ส่งผลต่อพัฒนาการทั้งทางร่างกาย พัฒนาสมอง พัฒนาอารมณ์ เยี่ยมไปด้วยนะคะ.

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.thaikidssong.com

www.thepotential.org

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจ คลิก :

20 เนื้อเพลงกล่อมเด็กพัฒนาสมอง ช่วยลูกเรียนรู้เร็ว และอารมณ์ดี

รวม 12 เพลงกล่อมเด็กพัฒนาสมอง เปิดฟังยาวๆ ลูกหลับลึก ความจำดี

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ฮีโมฟีเลีย

รู้จัก ฮีโมฟีเลีย “โรคเลือดออกง่ายแต่หยุดยาก” โรคทางพันธุกรรมที่รักษาไม่หาย!

ฮีโมฟีเลีย เป็นความผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งส่งผ่านมาจากพ่อแม่สู่ลูก ถึงแม้จะจัดเป็นโรคหายากแต่พ่อแม่อย่านิ่งนอนใจ มาทำความรู้จักโรคนี้กันค่ะ

ฮีโมฟีเลีย  “โรคเลือดออกง่ายแต่หยุดยาก”
มรดกทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดจากพ่อแม่อันตรายสู่ลูก!

“ฮีโมฟีเลีย” (Hemophilia) หรือโรคเลือดไหลไม่หยุด เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากพ่อแม่ไปสู่ลูกได้ ซึ่งเป็นความผิดปกติเฉพาะในโครโมโซม X ส่งผลให้คนที่เป็นโรคนี้มีอาการเลือดออกง่ายและไหลเป็นเวลานานกว่าคนปกติและหยุดยากเมื่อได้รับบาดเจ็บหรืออาการเลือดออกอาจเกิดขึ้นเอง เนื่องจากเลือดไม่แข็งตัวอย่างที่ควรจะเป็น และจะเป็นอันตรายมากขึ้นหากมีเลือดออกในร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณข้อต่อ เช่น ตามข้อศอก ข้อเท้า หัวเข่า อันนำไปสู่ภาวะเลือดออกอย่างรุนแรง อาจมีภาวะแทรกซ้อน หรือหากควบคุมไม่ได้ก็อาจนำไปสู่ความพิการหรือเสียชีวิตได้ เช่น ภาวะเลือดออกในสมอง ซึ่งเป็นภาวะรุนแรง ที่เป็นสาเหตุทำให้เด็กซึ่งป่วยเป็นโรคฮีโมฟีเลียเสียชีวิตมากที่สุด เป็นโรคที่เกิดขึ้นตั้งแต่กำเนิดและเรื้อรังตลอดชีวิตไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยสัดส่วนมากที่สุดของนี้จะพบในเด็กชาย ส่วนในเด็กผู้หญิงที่มียีนฮีโมฟีเลียแฝงอยู่จะเป็นพาหะของโรค

การถ่ายทอดโรคฮีโมฟีเลียทางพันธุกรรมสาเหตุของโรคเลือดไหลไม่หยุด

โรคฮีโมฟีเลีย เกิดขึ้นเมื่อร่างกายขาดโปรตีนซึ่งเป็นปัจจัยการแข็งตัวของเลือดชนิดใดชนิดหนึ่งไป ซึ่งปกติแล้วเมื่อมีเลือดออกร่างกายจะสร้างกลไกการห้ามเลือดขึ้น โดยอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างการหดตัวของหลอดเลือด การเกาะกลุ่มของเกร็ดเลือด และการเกิดลิ่มเลือด ที่เกิดจากการทำงานร่วมกันของโปรตีนหลายชนิด ในกรณีที่เป็นความผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ส่งผลให้การถ่ายทอดโรคฮีโมฟีเลียไปสู่ลูกแตกต่างกัน แบ่งเป็น

  • ฮีโมฟีเลีย เอ หรือฮีโมฟีเลีย บี ยีนที่ทำให้เกิดโรคฮีโมฟีเลียอยู่บนโครโมโซม X ในลักษณะยีนด้อย ซึ่งหมายความว่ามักจะมีการส่งผ่านความผิดปกติจากแม่ซึ่งจะถ่ายทอดไปสู่ลูกชาย โดยผู้หญิงที่มียีนบกพร่องจะเป็นพาหะและไม่มีอาการของโรค ผู้ป่วยที่มีอาการจะเลือดไหลไม่หยุด โดยผู้ป่วยฮีโมฟีเลีย เอ จะพบมากที่สุดเกิดจากการขาดโปรตีนจับลิ่มเลือดที่เรียกว่าแฟกเตอร์ 8 รองลงมาคือ ฮีโมฟีเลีย บี ที่เกิดจากการขาดโปรตีนจับลิ่มเลือด ที่เรียกว่าแฟกเตอร์ 9 ซึ่งโรคฮีโมฟีเลียทั้งสองชนิดนี้พบบ่อยในประเทศไทย
  • ฮีโมฟีเลีย ซี เกิดจากการขาดโปรตีนจับลิ่มเลือด ที่เรียกว่าแฟกเตอร์ 11 อาการของฮีโมฟีเลียชนิดนี้สามารถแสดงออกได้ทั้งในเด็กชายและหญิง ในเด็กผู้ชายจะป่วยเป็นโรคฮีโมฟีเลียเมื่อรับยีน X ที่บกพร่องจากแม่ ส่วนเด็กผู้หญิงนั้นรับยีน X ที่บกพร่องมาจากพ่อหรือแม่ก็ได้

ถึงแม้ว่าฮีโมฟีเลียจะเป็นโรคทางพันธุกรรม โดยทั่วไปแล้วผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ มักมีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคฮีโมฟีเลีย อย่างไรก็ตาม 1 ใน 3 ของผู้ป่วยที่ไม่เคยมีประวัติคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคนี้มาก่อน ก็สามารถเป็นโรคนี้ได้ โดยส่วนใหญ่เกิดจากการกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นเองในยีนที่ผิดปกติ และอาจเกิดจากผู้หญิงที่เป็นพาหะส่งทอดยีนที่ผิดปกติจากรุ่นสู่รุ่นเป็นเวลานานจนแสดงออกในที่สุด

อาการฮีโมฟีเลีย

อาการและสัญญาณเตือนของฮีโมฟีเลีย

อาการของโรคฮีโมฟีเลีย หรือโรคเลือดไหลไม่หยุด ความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับชนิดของโรคและปริมาณโปรตีนที่เป็นปัจจัยการแข็งตัวของเลือดที่ขาด โดยอาการทั่วไปคือ อาจมีภาวะเลือดออกและหยุดยากเมื่อได้รับอุบัติเหตุหรือหลังการผ่าตัด ส่วนในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมาก อาจมีภาวะเลือดออกตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะตามข้อในร่างกายและบริเวณที่ต้องรับน้ำหนัก หรืออาจรุนแรงจนถึงขั้นมีเลือดออกที่อวัยวะภายใน เช่น ระบบทางเดินอาหาร ทางเดินปัสสาวะ และสมอง เป็นต้น ผู้ป่วยเด็กฮีโมฟีเลียในประเทศไทยเริ่มมีอาการเลือดออกโดยพบร้อยละ 48 เมื่ออายุต่ำกว่า 6 เดือน และเริ่มมีเลือดออกเมื่ออายุ 6-12 เดือน พบร้อยละ 31 อาการที่บ่งชี้ว่ามีโอกาสเป็นฮีโมฟีเลียและอาจมีภาวะแทรกซ้อนอื่นร่วมด้วย อาทิเช่น

  • เกิดรอยช้ำจ้ำเขียวตามลำตัวหรือแขนขาได้ง่าย ซึ่งอาจแสดงอาการได้ในเด็กที่เพิ่งเริ่มคลานและหัดเดิน
  • มีเลือดออกในปริมาณมากผิดปกติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เช่น มีดบาด ทำฟัน ฟันหลุด หรือผ่าตัด
  • มีเลือดออกผิดปกติหลังฉีดวัคซีน
  • มีอาการเลือดออกในข้อกล้ามเนื้อเมื่อได้รับแรงกระทบกระแทกเพียงเล็กน้อย แม้การทำกิจกรรมที่ไม่รุนแรง และทำให้แขนหรือขาบวม เช่น ข้อเข่า รองลงมา คือข้อเท้า ข้อศอก ข้อนิ้วเท้า อาการบวมอาจไปกดทับเส้นประสาททำให้ปวดหรือชาได้
  • เลือดกำเดาไหลไม่มีสาเหตุ
  • ปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเลือด
  • ปวดหัวรุนแรง ปวดคอ อาเจียนบ่อย เหนื่อยล้า เห็นภาพซ้อน ปวดและบวมตามข้อแบบเฉียบพลัน
  • ในทารกแรกเกิดที่คลอดปกติมักจะไม่มีอาการเลือดออก แต่บางรายอาจมีจ้ำเขียวตามลำตัวหรือแขนขาได้ ในส่วนคลอดทารกที่คลอดโดยการทำหัตถการ เช่น ใช้เครื่องดูดหรือใช้คีม จะมีเลือดออกใต้ผิวหนังที่ศีรษะ ซึ่งอาการเลือดออกนี้อาจรุนแรงมากจนซีดได้

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตพบว่าลูกมีอาการเหล่านี้ หรือสงสัยว่าลูกป่วยเป็นโรคฮีโมฟิเลียหรือไม่ ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรค อาจมีการตรวจเลือดและเนื้อเยื่อเพื่อหายีนที่บกพร่องทางพันธุกรรมหรือยีนที่กลายพันธุ์ และในส่วนของคุณแม่ตั้งครรภ์ สามารถตรวจวินิจฉัยโรคด้วยวิธี 1) การตรวจชิ้นเนื้อรก เมื่ออายุครรภ์ 11-14 สัปดาห์ โดยแพทย์จะตรวจด้วยการดูดเอารกจากผนังมดลูกไปตรวจ 2) การเจาะน้ำคร่ำ เมื่ออายุครรภ์ 15-20 สัปดาห์เพื่อหาระดับความผิดปกติในยีน อย่างไรก็ตาม หากมีประวัติคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคนี้ควรตรวจสอบและปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับโรคทางพันธุกรรมก่อนวางแผนมีบุตร เพื่อคัดกรองและวินิจฉัยหาความผิดปกติของยีนก่อนตั้งครรภ์ และดูว่ามีความเสี่ยงที่จะมีลูกเป็นโรคฮีโมฟีเลียหรือไม่ เพื่อลดความเสี่ยงการถ่ายทอดยีนผิดปกติจากพ่อแม่สู่ลูกได้

พ่อแม่ควรดูแลลูกที่เป็นโรคฮีโมฟีเลียอย่างไร?

แม้ว่าโรคฮีโมฟิเลียยังไม่มีการรักษาที่ช่วยให้หายขาดได้ แต่นวัตกรรมการรักษาโรคฮีโมฟีเลียได้ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ที่ทำให้อุบัติการณ์ของการเกิดความพิการในผู้ป่วยกลุ่มนี้ลดน้อยลงอย่างมาก หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกเป็นโรคฮีโมฟีเลีย นอกจากไปพบแพทย์เพื่อดูแลอาการและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดแล้ว วิธีที่คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลเพื่อควบคุมอาการของโรค เช่น

  • การดูแลและเอาใจใส่ลูกเป็นพิเศษในการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การดูแลรักษาสุขภาพช่องฟัน เพื่อลดโอกาสที่จะได้รับการรักษาด้วยการทำหัตถการในช่องปากซึ่งเสี่ยงต่อภาวะเลือดออก เช่น การถอนฟัน การรักษารากฟัน เป็นต้น
  • ในบางรายสามารถเล่นกิจกรรมและออกกำลังกายได้ปกติ เช่น เดินหรือว่ายน้ำ แต่ก็ยังต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยหลีกเลี่ยงการเล่นกีฬาที่ต้องปะทะกันอย่างฟุตบอล เป็นต้น เพื่อเลี่ยงต่ออุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่อาจทำให้เลือดออกได้
  • จัดมุมบ้านที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ หรือเลือกเครื่องใช้ในบ้านที่ไม่มีมุมเหลี่ยม
  • ควรให้ลูกพกบัตรประจำตัวที่ระบุว่าเป็นโรคฮีโมฟีเลียพร้อมทั้งระบุกรุ๊ปเลือด กรณีหากเกิดอุบัติเหตุหรือมีเลือดออก เพื่อจะได้รับการช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที

การที่พ่อแม่ดูแลลูกเป็นอย่างดี ก็จะมีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยโรคนี้ดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ นอกจากนี้การให้กำลังใจซึ่งกันและกันในครอบครัวมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากที่จะทำให้เด็กได้ความรักและดูแลตัวเองในการชีวิตได้อย่างมีความสุขเหมือนคนทั่วไป.

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.pobpad.comwww.thaichildcare.com

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจ คลิก :

เอ็ดเวิร์ดซินโดรม โรคทางพันธุกรรมในเด็ก

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA โรคทางพันธุกรรม ที่ต้องรู้จัก! ก่อนคิดมีลูก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

การ์ตูนดิสนีย์

9 การ์ตูนดิสนีย์ มาใหม่!! ที่เด็กควรดู ฉบับล่าสุดปี 2021

บริการสตรีมมิ่งใหม่ล่าสุดจาก Disney+ Hotstar ช่วยให้เด็ก ๆ ที่ต้องอยู่บ้านนาน ๆ ได้มีโอกาสได้ดู การ์ตูนดิสนีย์ ใหม่ ๆ หลายเรื่อง มาดูกันว่ามีเรื่องไหนที่ห้ามพลาด

9 การ์ตูนดิสนีย์ มาใหม่!! ที่เด็กควรดู ฉบับล่าสุดปี 2021

การ์ตูนดิสนีย์ การ์ตูนที่ไม่เคยล้าสมัยแม้จะเป็นการ์ตูนที่ออกฉายตั้งแต่ปี 1937 แต่เราก็ยังกลับมาดู และให้ลูกดูได้เสมอ โดยที่ไม่รู้สึกว่าเรื่อง ๆ นั้น ล้าสมัย หรือไม่สนุกเลย ปัจจุบัน วอลต์ดิสนีย์สตูดิโอ ได้ผลิตการ์ตูนมาให้เราได้ดูกันมาแล้วกว่า 60 เรื่องด้วยกัน ซึ่งนอกจากการ์ตูนเกี่ยวกับเจ้าหญิงดิสนีย์แล้ว ยังมี การ์ตูนดิสนีย์ ในด้านอื่น ๆ ที่ดูสนุกไม่แพ้กัน ทีมแม่ ABK ขอเลือกมา 20 เรื่อง ที่เหมาะที่จะดูด้วยกันทั้งครอบครัว ไม่ว่าจะมีลูกชายหรือลูกผู้หญิง ก็ดูด้วยกันได้ แถมดูแล้วยังมีข้อคิดดี ๆ มาสอนใจเด็ก ๆ ได้อีกด้วย

โดยในปีนี้ทางดิสนีย์ก็ได้เปิดบริการสตรีมมิ่ง Disney+ Hotstar ให้เราได้ดู หนังดิสนีย์ และให้เด็ก ๆ ได้ดู การ์ตูนดิสนีย์ กันได้แบบจุใจจากที่บ้าน และนอกจากจะมีโอกาสได้ดูการ์ตูนดิสนีย์เรื่องเก่า ๆ แล้ว ค่ายนี้ก็ยังเอาใจคนดูโดยการผลิต การ์ตูนดิสนีย์ ใหม่ ๆ มาให้เราได้สนุกกันอีกด้วย มาดูกันว่ามี การ์ตูนเรื่องไหนดูสนุก น่าดู กันบ้าง

1. Raya and the Last Dragon

การ์ตูนดิสนีย์สนุกๆ
การ์ตูนดิสนีย์สนุกๆ

มนุษย์และมังกรอยู่ร่วมกันอย่างสันติในคูมันตรา จนกระทั่งความชั่วร้ายเข้ามาปกคลุมเมือง เจ้าหญิงรายาจึงไล่ล่ามังกรตัวสุดท้ายเพื่อหยุดยั้งพลังชั่วร้ายและรวมดินแดนเป็นปึกแผ่น

ปีที่สร้าง 2021
แนว ครอบครัว
เรต PG
ความยาว 1 ชั่งโมง 47 นาที

2. Soul

การ์ตูนดิสนีย์
Soul

โจ ครูสอนดนตรีชั้นประถมซึ่งชีวิตไม่เป็นไปตามที่เขาคาดหวังแต่เมื่อเขาเดินทางไปยังดินแดนอื่นเพื่อช่วยให้บางคนค้นพบความหลงใหลของตัวเองในไม่ช้าเขาก็ได้เรียนรู้ความหมายที่แท้จริงของการมีจิตวิญญาณ

ปีที่สร้าง 2020
แนว Comedy
เรต PG
ความยาว 1 ชั่งโมง 40 นาที

3. Luca

Luca หนังดิสนีย์
Luca หนังดิสนีย์

เรื่องราวการก้าวผ่านช่วงวัยของสองหนุ่ม ลูก้าและอัลแบร์โต้ ในฤดูร้อน ที่จะตราตรึงในความทรงจำ ท่ามกลางบรรยากาศของเมืองริมทะเลในอิตาลี

ปีที่สร้าง 2021
แนว Family
เรต PG
ความยาว 1 ชั่งโมง 35 นาที

4. Toy Story 4

Toy Story4
Toy Story4

เมื่อของเล่นชิ้นใหม่ที่มีชื่อว่าฟอร์คกี้มาร่วมทีมกับวู้ดดี้และผองเพื่อน การออกเดินทางของเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่ทำให้เห็นว่าโลกใบนี้มีขนาดใหญ่เพียงใดสำหรับของเล่น

ปีที่สร้าง 2019
แนว Kids
เรต All
ความยาว 1 ชั่งโมง 40 นาที

5. Frozen II

FrozenII
FrozenII

ทำไมเอลซ่าถึงเกิดมาพร้อมพลังวิเศษ คำตอบของคำถามนี้กำลังส่งเสียงเรียกหา เอลซ่ากับอันนาและผองเพื่อนจึงต้องออกเดินทางสู่ดินแดนที่ไม่รู้เพื่อไขปริศนาและช่วยอาณาจักรอีกครั้ง

ใครว่า Frozen 2 เป็นหนังเจ้าหญิง เด็กผู้หญิงเท่านั้นที่จะดูได้ ขอบอกว่านี่เป็นหนังในดวงใจของเด็กผู้ชายหลายคนเลยด้วยซ้ำ นั่นเป็นเพราะเนื้อเรื่องของการ์ตูน Frozen 2 นั้นเป็นเรื่องราวของการผจญภัยสุดแสนอันตรายของราชินีหิมะ เอลซ่า และน้องสาว แอนนา ในป่าต้องมนตร์ สถานที่ที่เก็บซ่อนคำตอบของอดีตทั้งหมดไว้ หนังเจ้าหญิงดิสนีย์ ในยุคนี้ไม่ได้เน้นที่ความรักระหว่างเจ้าชายและเจ้าหญิง แต่เน้นที่ความรักระหว่างพี่น้อง และการต่อสู้ ความกล้าหาญ ที่ไม่แบ่งหญิงชาย เรื่องนี้จึงเป็น การ์ตูนดิสนีย์ อีก 1 เรื่องที่เหมาะที่จะดูกันทั้งครอบครัว

ปีที่สร้าง 2019
แนว Musical
เรต All
ความยาว 1 ชั่งโมง 44 นาที

6. Lady and the Tramp

การ์ตูนดิสนีย์
การ์ตูนดิสนีย์

เลดี้ สุนัขพันธุ์ค็อกเกอร์ สแปเนียล ที่ได้รับการดูแลอย่างดีด้วยความรัก มาพบกับไอ้ตูบแทรมพ์ สุนัขจรจัดจากอีกฟากของเมือง ผู้ทำให้เธอได้เรียนรู้ว่าการท่องไปมาโดยไร้สายจูงนั้นมีความหมายอย่างไร

ปีที่สร้าง 2019
แนว Romance
เรต All
ความยาว 1 ชั่งโมง 42 นาที

7. Dumbo

Dumbo
Dumbo

ดัมโบ้ ลูกช้างสุดที่รักของคุณนายจัมโบ้มีหูลู่ขนาดมหึมา ด้วยแรงสนับสนุนของเพื่อนอย่างทิโมธี ดัมโบ้จึงเรียนรู้ว่าหูอันแสนงดงามของเขาทำให้เขาพิเศษและไม่เหมือนใคร

ปีที่สร้าง 2019
แนว Kids
เรต PG
ความยาว 1 ชั่งโมง 52 นาที

8. Incredibles 2

การ์ตูนดิสนีย์
การ์ตูนดิสนีย์

ครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่อันเป็นที่รักกลับมาผจญภัยอีกครั้ง มิสเตอร์อินเครดิเบิ้ลถูกทิ้งให้เลี้ยงลูกน้อย ส่วนภรรยาออกไปปกป้องโลก แต่ครอบครัวกลับต้องลำบากเมื่อวายรายที่ทรงพลังตัวใหม่มาถึง

ปีที่สร้าง 2018
แนว Kids
เรต PG
ความยาว 1 ชั่งโมง 59 นาที

9. Wreck-it Ralph: Ralph Breaks the Internet

การ์ตูนดิสนีย์น่าดู
การ์ตูนดิสนีย์น่าดู

ราล์ฟ วายร้ายในวิดีโอเกมกับวาเนโลปี้ วอน ชวีทซ์เดินทางเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตที่กว้างใหญ่เพื่อตามหาชิ้นส่วนทดแทนมากอบกู้ชูการ์รัช อาณาจักรเกมของวาเนโลปี้

ปีที่สร้าง 2018
แนว Kids
เรต PG
ความยาว 1 ชั่งโมง 53 นาที

 

นอกจาก การ์ตูนดิสนีย์เรื่องใหม่ทั้ง 9 เรื่องที่ทาง ทีมแม่ ABK ได้แนะนำแล้ว ยังมี การ์ตูนดิสนีย์สนุก ๆ อีกหลายเรื่องที่เหมาะที่จะดูกันทั้งครอบครัวอีกมากมาย ใครว่าการอยู่หน้าจอเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำสำหรับเด็ก? การดูทีวีกันทั้งครอบครัว การได้ใช้เวลาร่วมกัน เป็นอีก 1 วิธีที่จะสร้างความสัมพันธ์ดี ๆ ต่อกัน ดังนั้น มาดูการ์ตูนกับลูกเถอะค่ะ

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

5 หนังดิสนีย์ ที่ทำไมคุณแม่ควรให้ลูกดูก่อนโต?

ไอเดีย! ตั้งชื่อลูก ตามหนัง และการ์ตูนดังกว่า 50 ชื่อ

มาแล้วจ้า! 25 การ์ตูนเสริมพัฒนาการ เสริมทักษะ สร้างความรู้ คู่ไปกับความสนุก

12 การ์ตูน Netflix สำหรับเจ้าตัวเล็ก ดูสนุกอยู่กับบ้านเพลินๆ ทั้งครอบครัว

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : Disney+ Hotstar

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

หนังดิสนีย์

5 หนังดิสนีย์ ที่ทำไมคุณแม่ควรให้ลูกดูก่อนโต?

หนังดิสนีย์ เชื่อว่าคุณแม่เคยมีประสบการณ์โตมากับหนังจากค่ายนี้ ตัวการ์ตูนที่เปรียบเสมือนคนในครอบครัว มาส่งต่อความประทับใจดี ๆ เหล่านั้นให้ลูกเรากันเถอะ

5 หนังดิสนีย์ ที่ทำไมคุณแม่ควรให้ลูกดูก่อนโต

เมื่อไม่นานมานี้ ทางฝากฝั่งอังกฤษ จากองค์กร อินทู ฟิล์ม (Into Film)ได้มีโครงการรณรงค์ชื่อ “The must see movie before you grow up” หรือ หนังที่คุณควรดูก่อนโต ได้เผยรายชื่อภาพยนตร์สำหรับเด็กจำนวน 50 เรื่อง ที่ผู้ปกครองควรให้บุตรหลายได้ชมก่อนอายุ 11 ปี โดยระบุว่า เนื้อหามีประโยชน์ต่อพัฒนาการและความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก และช่วงอายุที่เหมาะสมจะชม คือ ในช่วงก่อนถึง 11 ปี และยังเป็นภาพยนตร์ที่เหมาะสำหรับรับชมพร้อมกันทั้งครอบครัว โดยในจำนวน 50 เรื่องดังกล่าวมีภาพยนตร์ดิสนีย์ หนังจากค่ายที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดีติดอันดับอยู่หลายเรื่อง เพราะเชื่อว่าคุณแม่ ๆ ทั้งหลายคงมีโอกาสเติบโตมาพร้อมกับหนังของทางค่ายดิสนีย์ พิกซ่าร์ สตูดิโอ (Disney Pixar Studio) หนังการ์ตูนภาพสวย ให้แง่คิดแก่เด็ก ๆ จนครั้งหนึ่งเราคงเคยคิดว่าตัวการ์ตูนคาแรกเตอร์เหล่านั้นมีตัวตนจริง ผ่านตัวตุ๊กตุ่น ตุ๊กตา และของเล่นทั้งหลายที่คุณแม่คุณพ่อสมัยเด็กเคยสะสมไว้

สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติม 50 อันดับหนังควรดูได้ที่ Intofilm.org

ทาง Amarin Baby&Kids จึงได้คัดเลือก หนังดิสนีย์ หนังจากค่ายคุณภาพดังกล่าว ที่เป็นหนังที่มีคำสอนดี ๆ ไว้สอนลูกน้อยมา 5 เรื่อง หนังที่ได้เข้าฉายในประเทศไทย และมีเนื้อหาสนุก พร้อมแง่คิดที่สอดคล้องกับสังคมไทย มาให้คุณแม่ได้เป็นตัวเลือกที่จะหามารับชมไปพร้อม ๆ กับลูกน้อย หรือทางที่ดีควรเรียกมาร่วมชมกันทั้งครอบครัว ก็จะยิ่งเพิ่มคุณค่าของการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สานสัมพันธ์ในครอบครัว ผ่านหนังดี ๆ สักเรื่องอีกด้วย

5 หนังจากค่ายดิสนีย์ ที่ควรให้ลูกดูก่อนโต

        1. UP ปู่ซ่าบ้าพลัง (2009)

หนังดิสนีย์ ปู่ซ่าบ้าพลัง
หนังดิสนีย์ ปู่ซ่าบ้าพลัง

คุณเคยเห็นภาพโปรโมตหนังรูปบ้านเก่า ๆ ที่ติดลูกโป่งสวรรค์ลอยไปพร้อมคุณปู่คนหนึ่งหรือเปล่า นั่นคือเรื่องราวความฝันของ คุณปู่คาร์ล เฟรดริคเซ่น กับภรรยาเอลลี่ ที่ชื่นชอบเรื่องราวการผจญภัยตามแบบคนดัง ชาร์ล มันท์ซ แต่ด้วยเหตุความจำเป็นของโลกแห่งความเป็นจริงทำให้พวกเขาไม่สามารถทำตามความฝันได้ จนแอลลี่จากไป คาร์ลในวัยรุ่นปู่จึงตัดสินใจทำตามความฝันของภรรยาให้เป็นจริงโดยมีบ้านเป็นตัวแทนเธอ ออกเดินทางโดยลูกโป่งสวรรค์ไปผจญภัยตามรอยคนดัง แต่การผจญภัยครั้งนี้กลับทำให้เขาได้เจอเรื่องราวไม่คาดฝันร่วมกับเจ้าหนูรัสเซล เจ้าหนูลูกเสือสำรองที่บังเอิญติดอยู่ในบ้านนั้น และได้ค้นพบสัจธรรมความเป็นจริงมากมายที่ทำให้เขาต้องกลับมานั่งทบทวนแนวคิดชีวิตใหม่ จะสนุกขนาดไหนนั้นคงต้องไปหามาชมกัน

ตัวอย่างข้อคิดสอนลูกจากหนัง UP

  • การผจญภัยไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทาง แต่หากเป็นเรื่องระหว่างทาง และความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างต่างหาก ผ่านแนวคิดระหว่างคาร์ลที่มองแต่จะไปให้ถึงจุดหมายโดยลืมมองความงามระหว่างทางแบบรัสเซล
  • การผจญภัยของชีวิตไม่มีวันจบ มันเริ่มขึ้นใหม่ได้ในทุกเวลา และทุกช่วงวัยของชีวิต เหมือนที่แอลลี่บอกคาร์ลไว้ในสมุดบันทึก “ถึงเวลาเริ่มผจญภัยเรื่องใหม่”

2. The Lion King (2019)

หนังดิสนีย์ The Lion King
หนังดิสนีย์ The Lion King

เรื่องราวของสิงโตแห่งผาทระนง เมื่อเจ้าป่ามูฟาซาถูกฆ่าตาย และสการ์ น้องชายผู้ริษยา โยนความผิดนี้ให้กับซิมบ้า ลูกชายของมูฟาซา ทำให้ซิมบ้าต้องหนีอดีตอันแสนเจ็บปวดและยึดถือคติการดำรงชีวิตใหม่คือ ฮากูนา มาทาทา กับเพื่อนรักต่างสายพันธุ์สองตัว แต่เขาต้องกลับมาช่วยบรรดาฝูงสิงโตที่อดอยากจากการปกครองของสการ์ ซิมบ้าจะสามารถทวงบัลลังก์คืนได้หรือไม่ มาร่วมลุ้นไปกับหนัง The Lion King ฉบับภาพ CG สมจริง โดยยังคงเนื้อเรื่องเดิมจากฉบับการ์ตูนอมตะสมัย ปีพ.ศ. 2537

ตัวอย่างข้อคิดสอนลูกจากหนัง The Lion King

  • ความอบอุ่น และความสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัว เพื่อน และคนรอบข้าง สามารถเป็นพลังให้เราสามารถลุกขึ้นต่อสู้กับปัญหาใหญ่ ที่คอยกัดกินจิตใจเราได้ เมื่อเรารู้ว่าไม่ได้สู้อยู่คนเดียว เหมือนดั่งซิมบ้า และผองเพื่อน
  • คติ ฮากูนา มาทาทา ปรัชญาสอนใจเวลาต้องเผชิญกับเรื่องหนัก ๆ ในชีวิต การใช้ชีวิตแบบไร้กังวล วางปัญหาไว้ก่อน เมื่อมีพลังทั้งกาย และใจค่อยกลับมาเผชิญหน้าแก้ปัญหาต่อไป ไม่จมอยู่กับความทุกข์

3. Toy Story

Toy_Story
Toy_Story

ทอย สตอรี่ ภาพยนตร์มหากาพย์การ์ตูนแอนิเมชัน เรื่องยาวเรื่องแรกที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งหมด และเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของทางพิกซาร์อีกด้วย ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 ภาค เป็นเรื่องราวของ นายอำเภอวู๊ดดี้ ของเล่นหนุ่มคาวบอย ในฐานะของเล่นตัวโปรดของ แอนดี้ เด็กชายวัย 6 ขวบ จึงทำให้เขากลายเป็นหัวหน้าบรรดาของเล่นทั้งหลายของบ้าน เรื่องราวการผจญภัยของวู๊ดดี้ ทำให้เขาเจอะเจอเรื่องราวมากมาย รวมทั้งได้เพื่อนใหม่อีกด้วย โดย

ภาคแรก เป็นการพบเจอกับของเล่นชิ้นใหม่น่าตื่นตาตื่นใจของ แอนดี้ นั่นคือ นักบินอวกาศ บัซ ไรซ์เยีย ทำให้วู๊ดดี้เกิดความกังวลว่าเขาจะไม่ได้เป็นของเล่นชิ้นโปรดอีกต่อไปหรือไม่ แต่เรื่องราวก็จบลงด้วยมิตรภาพที่สวยงามตามแบบฉบับของดิสนีย์

ภาคสอง เป็นการผจญภัยของวู๊ดดี้ที่ทำให้เขาต้องออกไปเผชิญกับเหตุการณ์นอกบ้านแอนดี้ แต่มันทำให้เขาทราบเรื่องราวความเป็นมาของตัวเอง ได้เจอเพื่อนใหม่อย่าง สาวน้อยคาวบอยเจสซี่ แล้ววู๊ดดี้จะได้กลับมาที่บ้านแอนดี้อีกครั้งไหม เรามาตามลุ้นกัน

ภาคสาม เป็นเรื่องราวเมื่อแอนดี้โตอายุ17 ปีที่ไม่ใช่วัยที่ต้องการเล่นของเล่นอีกต่อไป แล้วบรรดาเหล่าของเล่นอย่างวู๊ดดี้จะเผชิญชะตากรรมเช่นไร เขาจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไรต้องติดตามชมในภาคนี้

ภาคสี่ เมื่อวู๊ดดี้และผองเพื่อนได้กลับมามีชีวิตใหม่ในบ้านเด็กคนใหม่ บอนนี่ แต่การผจญภัยของนายอำเภอวู๊ดดี้ไม่มีที่สิ้นสุด และการกลับมาพบกับเพื่อนเก่าอีกครั้ง มาร่วมลุ้นไปกับการตัดสินใจครั้งสำคัญของวู๊ดดี้ และการลาจากที่จะเป็นใครนั้น คงต้องลองชมกันดู

ตัวอย่างข้อคิดสอนลูกจากหนัง Toy Story

  • ข้อคิดเรื่องเพื่อน ถือเป็นจุดเด่นของหนังเรื่องนี้ ความรัก ความเชื่อใจ ความไม่อิจฉากัน มีข้อคิดดี ๆ ที่คุณแม่จะหยิบยกมาสอนลูกได้ในหลาย ๆ ตอนเลยทีเดียว เพื่อนที่แท้จริงจะอยู่เคียงข้างเสมอ
  • สอนให้รู้จักรัก และถนอมของเล่น เพราะทุกคน ทุกสิ่งก็มีหัวใจ การที่ลูกสามารถจินตนาการได้ว่าของเล่นมีชีวิต จะทำให้เขารู้จักรัก และดูแลข้าวของของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น
  • ทุกคนต่างมีคุณค่าในแบบของตัวเอง หลากหลายตอนที่จะเห็นได้ว่าวู๊ดดี้เริ่มกังวลว่าจะไม่ได้เป็นของเล่นชิ้นโปรด แต่สุดท้ายมันทำให้เขาเรียนรู้ได้ว่าทุกคนมีคุณค่าในแบบฉบับของตนเอง ของเล่นทุกชิ้นไม่ว่าจะเล็ก หรือใหญ่ ทำจากวัสดุอะไรก็สามารถเป็นของเล่นที่ทำให้เด็ก ๆ สนุกได้

4. Inside Out(2015)

มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง
มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง

หนังการ์ตูนแอนิเมชันของดิสนีย์เกี่ยวกับชีวิตของเด็กหญิง “ไรลีย์” วัย 11 ปี ที่นับว่าเป็นช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ ก้าวแรกจากการพัฒนาจากวัยเด็กเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ เพียงแค่การก้าวผ่านช่วงวัยก็เป็นสิ่งที่หนักหนาสำหรับเด็กน้อยคนหนึ่งแล้ว แต่ไรลีย์ยังต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมในชีวิตที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ การย้ายบ้าน ย้ายที่เรียน การต้องเริ่มสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ในวัยที่สังคมเพื่อนเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้เกิดความยุ่งยากขึ้นมาในจิตใจของเด็กน้อยอย่างมาก โดยในหนังได้แสดงให้เราเห็นถึงอารมณ์ต่าง ๆ ของมนุษย์เวลาเจอกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านตัวการ์ตูนเพื่อให้เด็ก ๆ เข้าใจได้ง่าย ๆ

อารมณ์โกรธ ในชื่อ Anger (ฉุนเฉียว)

อารมณ์กลัว ในชื่อ Fear (กลั๊วกลัว)

อารมณ์สุข ในชื่อ Joy (ลั้ลลา)

อารมณ์รังเกียจ ในชื่อ Disgust (หยะแหยง)

อารมณ์เศร้า ในชื่อ Sadness (เศร้าซึม)

มาร่วมกันเชียร์ว่าไรลีย์จะสามารถผ่านเหตุการณ์สำคัญในชีวิตไปได้อย่างไร ต้องใช้อารมณ์ไหนบ้าง

ตัวอย่างข้อคิดสอนลูกจากหนัง Inside Out

  • สอนลูกให้รู้จักอารมณ์ ในปัจจุบันคุณหมอมักจะแนะนำให้แม่คอยสอนให้ลูกเห็นถึงอารมณ์ของตัวเอง เพื่อให้รู้เท่าทันอารมณ์และจะได้จัดการกับพฤติกรรมที่จะเกิดขึ้นได้ เรื่อง Inside Out จึงเป็นตัวช่วยที่ดีที่จะทำให้การสอนเรื่องการรับรู้อารมณ์ของตัวเองกับเด็กเล็กง่ายขึ้น เช่น คุณแม่อาจจะถามลูกว่าตอนนี้อารมณ์ของหนูกำลังเป็นตัวละครไหน สีอะไร เพราะในเรื่องตัวละครทางอารมณ์แต่ละตัวจะถูกอธิบายผ่านทางสีที่แตกต่างกันด้วย ซึ่งเมื่อเด็กเห็นภาพสิ่งที่ยาก ๆ ผ่านตัวละครการ์ตูนที่มีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนแล้ว เขาก็จะสามารถเข้าใจเรื่องเหล่านั้นได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
  • สอนให้เข้ารับรู้ว่า ทุกอารมณ์มีคุณค่ามีหน้าที่ของมัน โดยปกติสังคมไทยมักจะชอบให้เด็กแสดงออกแต่อารมณ์แห่งความสุข สนุกสนาน มักจะให้เก็บกดอารมณ์เศร้า เวลาร้องไห้ คุณแม่ก็มักจะดุเสมอให้เงียบ ห้ามร้อง โดยที่เด็กยังไม่ได้จัดการกับอารมณ์ และระบายความรู้สึกเศร้าของตัวเองผ่านการแสดงออกมาเลย ทำให้ลูกอาจเกิดความคับข้องใจ และเก็บกด หนังเรื่องนี้ช่วยให้ทั้งลูกและคุณแม่ตระหนักถึงว่า ทุกอารมณ์ของมนุษย์มีประโยชน์ และหน้าที่ในตัวเอง เหมือนอย่างที่ตัวละคร Joy ลั้นลา พบความสำคัญของเศร้าซึม

5. Frozen

frozen
frozen

ภาพยนตร์การ์ตูนยอดนิยมที่เด็ก ๆ ในยุคนี้ต่างรัก และรู้จักกันดี หรือที่เด็ก ๆ เรียกติดปากว่า เจ้าหญิงเอลซ่า ที่ปัจจุบันมีอยู่ 2 ภาค เป็นเรื่องราวของเจ้าหญิง 2 สาวผู้ครองอาณาจักรเอเรนเดล คนโต หรือ เอลซ่า ที่มีพลังพิเศษ เธอมีพลังแห่งความเย็นอยู่กับตัว ที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่เข้าใจ และไม่รู้วิธีควบคุมมัน และอันนา น้องสาวผู้ร่าเริง เมื่อพ่อแม่ของทั้งสองเสียไปจากอุบัติเหตุ ทำให้ทั้งคู่ต้องคอยดูแลอาณาจักร แต่ด้วยความที่เอลซ่าคิดว่าพลังวิเศษของเธออันตรายทำให้เธอหนีไป เป็นเหตุให้น้องสาว อันนาต้องไปตามพี่สาวกลับมา ความรัก ความสัมพันธ์ของพี่น้องจะสามารถทำให้เหตุการณ์คลี่คลายไปได้หรือไม่ คงต้องมาช่วยลุ้นกัน ส่วนในภาคที่ 2 นั้นเป็นเรื่องราวที่จะบอกกับคนดูว่าพลังวิเศษของเอลซ่ามาจากไหน และเธอต้องพบกับความจริงอันแสนเจ็บปวดของเรื่องราวในอดีตที่เป็นตำนานที่พ่อและแม่ต่างภาคภูมิใจในตระกูล แต่เมื่อเหตุการณ์ไม่ได้เป็นอย่างที่เธอรับรู้มา เอลซ่า และอันนาจะทำอย่างไรเพื่อช่วยอาณาจักรของพวกเธอให้รอดพ้นจากภัยร้ายครั้งนี้

ตัวอย่างข้อคิดสอนลูกจากหนัง Frozen

  • ความรักใคร่ปรองดองของพี่น้อง นับว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของการที่จะให้ลูก ๆ ในครอบครัวที่มีพี่น้องได้เห็นถึงความสำคัญของการรักกันของพี่น้อง จากความรักของเอลซ่า และอันนาที่สามารถนำความรักของทั้งคู่มาใช้เป็นอาวุธเอาชนะสิ่งชั่วร้ายได้
  • จงเอาชนะความกลัว สักวันลูกคงต้องได้เผชิญกับปัญหาที่เขากลัว ให้เขานำความกล้าหาญของเจ้าหญิงเอลซ่ามาเป็นตัวอย่างในการสร้างพลังให้กับตัวเองเพื่อเอาชนะความกลัวนั้นให้ได้

อ่านจบได้แง่คิดดี ๆ สำหรับสอนลูกแล้ว คุณแม่อย่ามัวรอช้า รีบไปหา หนังดิสนีย์ ที่ยังมีอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจ มารับชมพร้อมกันทั้งครอบครัวดีกว่า สานสายใยรักแห่งครอบครัวด้วยหนังสนุก ๆ สักเรื่องก็ช่วยให้บรรยากาศระหว่างพ่อแม่ และลูกสุขสันต์ไม่ใช่เล่น

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก Walt Disney Picture / eraltd.org

อ่านบทความดี ๆ ต่อ คลิก

อยู่บ้านแต่ไม่หยุดเรียนรู้! รวมลิงค์องค์กรใจดีแจกฟรี แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ สำหรับเด็ก

5 ไอเดีย…กิจกรรมเล่นกับลูกที่บ้าน สนุก ไม่น่าเบื่อ

แนะ!12 กิจกรรมให้ลูกทํา สุดเจ๋ง เมื่อต้องอยู่บ้านหนีโควิด19+ปิดเทอมยาว

8 บทเรียนพ่อแม่จากหนัง The Lion King

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เพลงกล่อมนอนไทย

10 เพลงกล่อมนอนไทย เนื้อหากินใจ ฟังสบาย ได้คติสอนใจลูก

เพลงกล่อมนอนไทย ที่มีมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายายเต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหล ทั้งภาษาสวยงาม ทำนองฟังสบายสอดแทรกคำสอนดีๆ ช่วยคุณแม่หัดร้องตามให้ฟังเวลาเข้านอน ช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย หลับง่ายได้ทุกวัน

เพราะโลกใบใหม่ไม่ใช่สิ่งที่ทารกแรกเกิดคุ้นเคย เด็กหลายคนรู้สึกหวาดกลัว กังวล และร้องโยเยไม่ยอมนอนง่ายๆ การร้องเพลงกล่อมนอนแบบไทยๆ ด้วยเสียงอ่อนโยนของคุณแม่ช่วยให้สบายใจมากขึ้น และหลับสนิทมากกว่านอนเพียงลำพัง ยิ่งลูกนอนหลับสนิทเท่าไร สมองและร่างกายสามารถพัฒนาได้มากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้เนื้อเพลงที่บอกเล่าถึงสิ่งรอบตัว และความรู้สึกรักห่วงใยของแม่ที่มีต่อลูก ได้ฟังเมื่อไรก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจทุกครั้ง

 เพลงกล่อมนอนไทย เนื้อหาดี ทำนองเพราะ กล่อมลูกหลับง่าย

ทุกวันนี้เพลงกล่อมนอนไทยมีให้เลือกทั้งแบบเพลงกล่อมลูกโบราณที่ร้องกันมาตั้งแต่รุ่นคุณทวด กับเพลงกล่อมลูกที่แต่งขึ้นใหม่ ซึ่งมีเนื้อหาแตกต่างกันตามยุคสมัย แต่ไม่ว่าจะเป็นเพลงกล่อมแบบไหนก็น่าฟัง แถมยังเก็บไว้เป็นเพลงประจำตัวสอนลูกให้ร้องตามตอนโตได้อีกด้วย ทีมแม่ABK ได้รวบรวม 10 เพลงกล่อมนอนไทยเนื้อหาดี ทำนองไพเราะ (มีคลิป) มาให้คุณแม่ฝึกร้องให้ลูกๆ ฟังกัน จะมีเพลงไหนที่เคยรู้จักบ้างไหม ตามมาดูกันเลย

10 เพลงกล่อมนอนไทย ๆ ฟังเพลิน ลูกหลับฝันดี

เพลงกล่อมนอนไทย

เพลงนกกาเหว่า

เพลงที่ถ่ายทอดภาพความรักของแม่อย่างลึกซึ่ง กินใจ แม้ว่าจะเป็นสัตว์และไม่ใช่แม่แท้ๆ แต่หากได้ชื่อว่าแม่แล้ว อย่างไรก็มีแต่ความรักและห่วงใยลูกเสมอ ดังเช่นแม่กาที่หลงคิดว่ากาเหว่าคือลูกของตัวเอง คอยป้อนข้าวป้อนน้ำ ทะนุถนอมเลี้ยงดูลูกเป็นอย่างดี

เนื้อเพลงนกกาเหว่า

“เจ้านกกาเหว่าเอ๋ย ไข่ให้ไว้แม่กาฟัก                    แม่กาก็หลงรัก คิดว่าลูกในอุทธรณ์

คาบเอาข้าวมาเผื่อ คาบเอาเหยื่อมาป้อน            ถนอมไว้ในรังนอน ซ่อนเหยื่อมาให้กิน

ปีกเจ้ายังอ่อน คลอแคล ท้อแท้จะสอนบิน            พาลูกไปหากินที่ปากน้ำพระคงคา

ตีนเจ้าเหยียบสาหร่าย ปากก็ไซร้หาปลา            กินกุ้ง กินกั้ง กินหอย กระพังแมงดา

กินแล้วก็โผมา จับที่ต้นหว้าโพธิ์ทอง                    ปีกเจ้ายังอ่อน คลอแคล ท้อแท้จะสอนบิน

พาลูกไปหากินที่ปากน้ำพระคงคา                      ตีนเจ้าเหยียบสาหร่าย ปากก็ไซร้หาปลา

กินกุ้ง กินกั้ง กินหอย กระพังแมงดา                    กินแล้วก็โผมา จับที่ต้นหว้าโพธิ์ทอง”

 

 

เพลงจันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า

เพลงกล่อมเด็กพื้นบ้านของ “พี่” ที่ร้องเพลงกล่อมน้องให้นอนหลับ พี่ที่น่ารักคนนี้อธิษฐานกับพระจันทร์ ขอสิ่งของล้ำค่าต่างๆ ให้น้องมากมาย ลงท้ายขอยายมาดูแลตัวเองด้วยคนหนึ่ง มีพี่น่าเอ็นดูกล่อมนอนแบบนี้ น้องน่าจะหลับสบายฝันดี

เนื้อเพลงจันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า

 

“จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง

ขอแหวนทองแดง ผูกมือน้องข้า

ขอช้างขอม้า ให้น้องข้าขี่

ขอเก้าอี้ ให้น้องข้านั่ง

ขอเตียงตั่ง ให้น้องข้านอน

ขอละคร ให้น้องข้าดู

ขอยายชู เลี้ยงน้องข้าเถิด

ขอยายเกิด เลี้ยงตัวข้าเอง”

 

 

เพลง วัดเอ๋ยวัดโบสถ์

เนื้อหาของ เพลงกล่อมนอนไทย เพลงนี้ บอกเล่าถึงวัฒนธรรมไทยและวิถีชีวิตของผู้คน แม้จะเป็นเนื้อหาสั้นๆ แต่ท่วงทำนองที่อ่อนหวานก็กล่อมให้เด็กนอนหลับในเวลาไม่นอน  แถมคุณแม่สามารถฝึกร้องตามได้ง่ายๆด้วย

เนื้อเพลงวัดเอ๋ยวัดโบสถ์

“วัดเอ๋ย…วัดโบสถ์…ปลูกข้าวโพด สาลี…ลูกเขยตกยาก…

แม่ยายก็พรากลูกสาวหนี…ส่วนข้าวโพดสาลี …ป่านฉะนี้ก็โรยรา…”

 

 

รวมเพลงแปลงทำนองจากเพลง  “Twinkle star”

รวมเพลงเนื้อร้องภาษาไทยที่ดัดแปลงมาจากทำนองเพลงสากลอย่าง “Twinkle Twinkle Little Star”นั่นคือเพลง ดาวดวงน้อย และ 2 เพลงไทยยอดนิยมอย่าง “จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า” และ “นกน้อยเอย” ที่สื่อความหมายถึงเด็กน้อยที่ได้ออกไปมีชีวิตงดงามของตัวเอง แต่ก็คิดถึงแม่นะ

เนื้อเพลงนกน้อยเอ๋ย

“นกเอยนกน้อยน้อย                เจ้าค่อยค่อยเคลื่อนคล้ายมา

พวกเราเฝ้าคอยหา              มาเถิดมาขอให้ข้าชม

นกเอยนกน้อยน้อย                เจ้าบินลอยตามสายลม

ปีกหางกางสวยสม              บินเล่นระเริงใจ

นกเอยนกน้อยน้อย                เจ้าบินลอยตามลมไป

บอกแม่ว่าดวงใจ                แม้อยู่ไกลคะนึงถึง”

 

เพลง ดั่งดอกไม้บาน

เพลงน่ารักๆ สำหรับฝึกสมาธิฝึกกำหนดลมหายใจได้อย่างง่ายๆ สามารถนำมาประยุกต์เป็นเพลงกล่อมเด็ก และเก็บไว้สอนลูกๆตอนโตเกี่ยวกับการทำสมาธิด้วย

เนื้อเพลงดอกไม้บาน

                “ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ดั่งดอกไม้บาน

                ภูผาใหญ่กว้าง ดั่งสายน้ำฉ่ำเย็น ดั่งนภาอากาศ อันบางเบา”   

 

 

 

เพลงเดือนหงาย

นอกจากเหล่าสัตว์ต่างๆ ดวงตาว และพระจันทร์ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยอดนิยมที่พบใน เพลงกล่อมเด็กไทย บ่อยๆ  อย่างเพียงเดือนหงายที่เล่าเรื่องราวของคุณแม่พาลูกใส่รถออกมาชมดาว ชมเดือน แต่ไม่ว่าเดือนดาวที่ไหนก็ไม่งดงามเท่าดาวลูกเราหรอก จริงไหมคะ

เนื้อร้องเดือนหงาย

“เดือนเอ๋ยเดือนหงาย อุ้มเจ้าขึ้นใส่รถ

พิศแลดูดาวไป พิศแลดูเดือน

ดาวกระจายทรงกลดว่าจะพาไปชมเดือน

ดาวก็ไม่งามเหมือน เหมือนนวลอุแม่นา”  

 

 

 

เพลง ลาวดวงเดือน

เพลงไทยเดิมที่คนไทยทุกรุ่นรู้จักกันดี เนื้อหาอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับแม่และลูกโดยตรง แต่ท่วงทำนองและความงดงามของเนื้อเพลง ผสานกับเสียงดนตรีไทยแว่วหวาน ทำให้เพลงนี้เป็นเพลงที่หลายคนนำมาร้องกล่อมลูก เสียงเอื้อนและความเพลิดเพลินของเมโลดี้จะชวนลูกๆ เข้าสู่นิทราได้อย่างง่ายดาย

เนื้อเพลงลาวดวงเดือน

“โอ้ละหนอดวงเดือนเอย พี่มาเว้ารักเจ้าสาวคำดวง

โอ้ว่าดึกแล้วหนอพี่ขอลาล่วง อกพี่เป็นห่วงรักเจ้าดวงเดือนเอย

โอ้ละหนอดวงเดือนเอย พี่มาเว้ารักเจ้าสาวคำดวง

โอ้ว่าดึกแล้วหนอพี่ขอลาล่วง อกพี่เป็นห่วงรัก เจ้าดวงเดือนเอย

ขอลาแล้วเจ้าแก้วโกสุม เฮ้อเออเออเออเอยเฮ้อเออเออเออเอย

เฮ้อเออเออเออเอยเฮ้อเออเออเออเอย พี่นี้รักเจ้าหนาขวัญตาเรียม

จะหาไหนมาเทียม โอ้เจ้าดวงเดือนเอย จะหาไหนมาเทียมโอ้เจ้าดวงเดือนเอย

หอมกลิ่นเกษร เกษรดอก ไม้ หอมกลิ่นคล้ายคล้ายเจ้าสูเรียมเอย

หอมกลิ่นกรุ่นครันหอมนั้นยังบ่เลย เนื้อหอมทรามเชยเอ๋ยเราละหนอ

หอมกลิ่นเกษรเกษรดอกไม้ หอมกลิ่นคล้ายคล้ายเจ้าสู ของเรียมเอย

หอมกลิ่นกรุ่นครัน หอมนั้นยังบ่เลย เนื้อหอมทรามเชยเอ๋ยเราละหนอ”

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เพลงอิ่มอุ่น

เพลงประจำวันแม่อีกหนึ่งเพลง ที่เนื้อร้องทุกถ้อยคำแทนความรู้สึกในใจของแม่หมดสิ้น ระหว่างให้นมลูกไป ร้องเพลงอิ่มอุ่นกล่อมลูก เชื่อว่าแม่ๆ หลายคนอาจมีน้ำตาคลอ

เนื้อเพลงอิ่มอุ่น

“อุ่นใดๆโลกนี้มิมีเทียบเทียม   อุ่นอกอ้อมแขนอ้อมกอดแม่ตระกอง

                รักเจ้าจึงปลูกรักลูกแม่ย่อมห่วงใย       ไม่อยากจากไปไกลแม้เพียงครึ่งวัน

ให้กายเราใกล้กันให้ดวงตาใกล้ตา      ให้ดวงใจเราสองเชื่อมโยงผูกพัน

                อิ่มใดๆโลกนี้มิมีเทียบเทียม                   อิ่มอกอิ่มใจอิ่มรักลูกหลับนอน

น้ำนมจากอกอาหารของความอาทร    แม่พร่ำเตือนพร่ำสอนสอนสั่ง

ให้เจ้าเป็นเด็กดีให้เจ้ามีพลัง                 ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป

                ใช่เพียงอิ่มท้อง                                       ที่ลูกร่ำร้องเพราะต้องการไออุ่น

อุ่นไอรักอุ่นละมุน                                   ขอน้ำนมอุ่นจากอกให้ลูกดื่มกิน

                ให้กายเราใกล้กันให้ดวงตาใกล้ตา      ให้ดวงใจเราสองเชื่อมโยงผูกพัน

                ให้เจ้าเป็นเด็กดีให้เจ้ามีพลัง                 ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป

                ใช่เพียงอิ่มท้อง                                       ที่ลูกร่ำร้องเพราะต้องการไออุ่น

อุ่นไอรักอุ่นละมุน                                   ขอน้ำนมอุ่นจากอกให้ลูกดื่มกิน”

 

เพลงนกขมิ้น

อีกหนึ่งเพลงกล่อมลูกคลาสสิกของไทย ที่ยกเอานกมาแทนตัวเด็กๆ ที่ตกค่ำแล้วลมโชยพัดมาเย็นสบาย เด็กน้อยก็ควรจะนอนหลับปุ๋ยได้แล้ว

เนื้อเพลงนกขมิ้น

“เจ้านกขมิ้นเหลืองอ่อนเอย

ค่ำแล้วจะนอนที่ตรงไหน

นอนที่ไหนก็นอนได้

สุมทุมพุ่มไม้ก็เคยนอน

ลมพระพายชายพัดมาอ่อน ๆ

เจ้าก็จรมานอนรังเอย”

 

 

เพลงกล่อมนอนไทย พื้นบ้านอีสาน

เพลงจากเสียงร้องของแม่เฒ่าชาวอิสาน ที่เนื้อร้องและทำนองฟังเพลิน กล่าวแทนตัวแม่ที่กล่อมให้ลูกนอนหลับเสีย ตื่นมาแล้วแม่จะหาอาหารอร่อยๆ มากมายให้กิน คำร้องของเพลงสะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมของชาวอิสาน ชวนให้คิดถึงคุณย่าคุณยายที่อยู่ไกลกัน เพลงนี้คุณพ่อคุณแม่อาจหัดร้องตามยากหน่อย แต่เปิดให้ลูกฟังน่าจะได้ผลดี

เนื้อเพลงกล่อมพื้นบ้านอีสาน

“อื่อ…อื้อ…อื้อ…นอนสาเด้อหล่าหลับตาแม่สิกล่อม นอนตื่นแล้วเจ้าจั่งแอ่วกินนม แม่ไปไฮหมกไข่มาหา แม่ไปนาจี่ปลามาป้อน แม่เลี้ยงม่อนอยู่ในป่าสวน มอน นอนตะแคงกะอยู่กกไม้เนิ่ง ฟังเสียงเอิ้นกะอ้ายบ่าวสิลา เพิ่นไปนาจับอึ่งมาแล้ว จับอึ่งแล้วเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย ควายกูเสียอีแม่กู่ด่า เต้นเข้าป่าเห็นนกแจ้นแว้น แจ้นแว้นเอ้ยเห็นความยกู่บ่อเห็นบ่อแท้จักว่าโต๋ได๋ อื่อ…อื้อ…อื้อ…

อื่อ…อื้อ…อื้อ…นอนสาเด้อหล่าหลับตาแม่สิกล่อม นอนแต่เซ่าเจ้าอย่าติงคิง นอนจริงจริงหลับตาจ้อยจ้อย ลูกอ่อนน้อนหลับแล้วแม่สิกวย เขาขายกล้วยแม่สิซื่อ ให้กิน อย่าสุติงนอนสาลูกแก้ว นอนอู่แก้วในอู่สายไหม แม่สิไกวไปมาไวไว นอนอู่ไทยกวยไปโตนเต้น กวยโอนเอ้นหลับแล้วอย่าติง อื่อ…อื้อ…อื้อ…

นอนสาหล่าหลับตาแม่กล่อม นอนตื่นแล้วจั่งหลุกกินนม กินนมไฝ่บ่ปานนมแม่ กินนมแม่มันแซบมันหวาน มันหวานลงหวานลงคือกล้วยหวานจ้วยๆใส่ ปากคำแพง เอ้อ ฮะ เอ้อ ฮะ เอ้อ ฮะ เอ้อ ๆ แม่ไปไฮ่เอาไข่มาหา แม่ไปนาเอาปลามาป้อน แม่เลี้ยงม้อนอยู่ในสวนมอน เอ้อ ฮะ เอ้อ ฮะ เอ้อ ฮะ เอ้อ นอนสาหล่าหลับตาแม่ชิกล่อม ขดอ้อมป้อมนอนแล้วอย่าตีง มิดอิ้งติ้งอย่ากวนอย่าแอ่ว นอนตื้อแล้วจังลุกกินนม เอ้อ ฮะ เอ้อ ฮะ เอ้อ ฮะ เอ้อ”

 

 

นอกจาก เพลงกล่อมเด็กไทย จะเป็นตัวช่วยให้เจ้าตัวน้อยรู้สึกผ่อนคลายและพร้อมนอนหลับพักผ่อน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของเด็กทุกวัยแล้ว เพลงกล่อมไม่ว่าจะเป็นของชนชาติใดยังทำให้แม่ลูกรู้สึกผูกกันมากขึ้น เพราะลูกน้อยได้อยู่ในอ้อมแขนอุ่นของแม่ กินนมจากอก สบตาแม่พร้อมกับฟังเสียงกล่อมแสนอ่อนโยน อีกทั้งยังช่วยให้คุณแม่ผ่อนคลายจากการเลี้ยงลูกที่หนักหนามาตลอดวัน ซึ่งกระตุ้นให้น้ำนมผลิตมากขึ้นอีกด้วย


ขอบคุณคลิปจาก Chollada Mantintra ยอดเอยยอดมิ่ง  NongNaai Kids TV 

 

บทความน่าสนใจอื่นๆ 

[Blogger พ่อเอก-02] แม้เจ้าอยู่ในท้อง พ่อก็จะร้องเพลงกล่อม

 

20 เนื้อเพลงกล่อมเด็กพัฒนาสมอง ช่วยลูกเรียนรู้เร็ว และอารมณ์ดี

ชื่อภาษาอังกฤษ ชื่อเล่นลูกสาว

222 ชื่อภาษาอังกฤษ ชื่อเล่นลูกสาว ยอดฮิตและเทรนด์ใหม่ ใช้ตั้งได้ทุกปี!

Popular มากแม่! รวม ชื่อภาษาอังกฤษ ชื่อเล่นลูกสาว 222 ชื่อยอดนิยม ทั้งฮิตและ อินเตอร์สุดๆ แถมมีชื่อที่เป็น เทรนด์ใหม่ น่ารักไม่เหมือนใคร จะมี ชื่อลูกสาวภาษาอังกฤษ อะไรบ้าง ไปดูกัน

รวม 222 ชื่อภาษาอังกฤษ ชื่อเล่นลูกสาว
ยอดฮิตและเทรนด์ใหม่ ใช้ตั้งได้ทุกปี

การตั้งชื่อเล่นลูก โดยเฉพาะ ชื่อลูกสาวแบบอินเตอร์ๆ ก็ช่วยให้ฟังแล้วดูดี ทันสมัย น่ารักไปอีกแบบ >> สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาไอเดียตั้งชื่อให้ลูกสาวอยู่ต้องห้ามพลาดบทความนี้!!! เพราะทีมแม่ ABK ได้รวบรวม ชื่อภาษาอังกฤษ ชื่อเล่นลูกสาว สไตล์อินเตอร์ ทั้งเก๋และน่ารัก … ซึ่งเป็นชื่อยอดนิยม ชื่อสุดฮิตที่มากที่สุดในปี 2020 แถมยังมีชื่อที่เป็นเทรนด์ใหม่ น่ารัก ไม่เหมือนใครเพิ่มมาให้อีกด้วย

เพื่อเป็นแนวทางการตั้งชื่อเล่นเด็กผู้หญิงให้กับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ได้ทราบว่าชื่อเด็กผู้หญิงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปี 2020 คืออะไร โดยรายชื่อเหล่านี้ เป็นการรวบรวม ชื่อภาษาอังกฤษ ชื่อเล่นลูกสาว ที่ได้รับความนิยมจาก 3 หน่วยงานที่ได้รับการตั้งชื่อทารกยอดนิยมของต่างประเทศ คือ Nameberry, SSA และ BabyCenter

จากข้อมูลที่มีรวบรวมมากว่าทศวรรษ จากสามเว็บไซต์นี้ นี่คือกว่า 200+ ชื่อเด็กผู้หญิงที่คาดว่าจะเป็นตัวเลือกที่นิยมมากที่สุดสำหรับผู้หญิงที่เกิดในปี 2020 โดย ชื่อเล่นลูกสาว อังกฤษ กลุ่มแรกจะเป็นเทรนด์ชื่อใหม่ 50 ชื่อ ถัดมาเป็น ชื่อภาษาอังกฤษผู้หญิง 100 อันดับแรกของเด็กผู้หญิงที่ได้รับความนิยมในปี 2020 และที่เหลือคือ ชื่อเล่นภาษาอังกฤษลูกสาว แบบน่ารักๆ ที่เป็นชื่อเฉพาะไม่เหมือนใคร จะมี ชื่อลูกสาวภาษาอังกฤษ อะไรบ้าง ไปดูกัน

ชื่อภาษาอังกฤษ ชื่อเล่นลูกสาว ที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

  1. Astra
  2. Aurora
  3. Juniper
  4. Lily
  5. Luna
  6. Meadow
  7. Nova
  8. Poppy
  9. Sage
  10. Violet

ชื่อภาษาอังกฤษ ชื่อเล่นลูกสาว ที่ได้แรงบันดาลใจจาก ตัวละครและวัฒนธรรมสมัยนิยม

  1. Alessi
  2. Arya (and its anagram, Yara)
  3. Cataleya
  4. Khaleesi
  5. Kira
  6. Leia
  7. Phoebe
  8. Primrose
  9. Rey
  10. Ruth

ชื่อภาษาอังกฤษ ชื่อเล่นลูกสาว ที่ได้แรงบันดาลใจจาก เซเลบคนดังมีชื่อเสียงแห่งปี

  1. Billie
  2. Camila
  3. Isla
  4. Kacey
  5. Kelsea
  6. Maren
  7. Paisley
  8. Reese
  9. Rhett
  10. Scarlett

ชื่อภาษาอังกฤษ ที่เป็นแบบ Non-Binary (หญิงหรือชายก็ใช้ได้)

  1. Ari
  2. River
  3. Cameron
  4. Sam
  5. Tatum
  6. Corey
  7. Frankie
  8. Emery
  9. Freddie (or Freddy)
  10. Skylar (or Skyler)

ชื่อภาษาอังกฤษ ชื่อลูกสาวแบบน่ารักไม่ซ้ำใคร

  1. Alora
  2. Athena
  3. Delta
  4. Emery
  5. Kataleya
  6. Marlowe
  7. Mylah
  8. Riya
  9. Sariah
  10. Valencia

ชื่อภาษาอังกฤษ ชื่อเล่นลูกสาว

Top 100 อันดับ ชื่อเด็กผู้หญิง ชื่อภาษาอังกฤษ ที่ได้รับความนิยมในปี 2020

Emma Lucy
Olivia Paisley
Ava Everly
Isabella Anna
Sophia Caroline
Charlotte Nova
Mia Genesis
Amelia Emilia
Harper Kennedy
Evelyn Samantha
Abigail Maya
Emily Willow
Elizabeth Kinsley
Mila Naomi
Ella Aaliyah
Avery Elena
Sofia Sarah
Camila Ariana
Aria Allison
Scarlett Gabriella
Victoria Alice
Madison Madelyn
Luna Cora
Grace Ruby
Chloe Eva
Penelope Serenity
Layla Autumn
Riley Adeline
Zoey Hailey
Nora Gianna
Lily Valentina
Eleanor Isla
Hannah Eliana
Lillian Quinn
Addison Nevaeh
Aubrey Ivy
Ellie Sadie
Stella Piper
Natalie Lydia
Zoe Alexa
Leah Josephine
Hazel Emery
Violet Julia
Aurora Delilah
Savannah Arianna
Audrey Vivian
Brooklyn Kaylee
Bella Sophie
Claire Brielle
Skylar Madeline

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

72 ชื่อเด็กผู้หญิง ชื่อภาษาอังกฤษ ที่กำลังมาแรงที่สุดในปี 2020

  • Adalee
  • Ailani
  • Aislinn
  • Aitana
  • Alianna
  • Amabel
  • Amaia
  • Anais
  • Annika
  • Antonella
  • Arlette
  • Austyn
  • Berkley
  • Bryleigh
  • Brynleigh
  • Dallas
  • Davina
  • Davina
  • Della
  • Dior
  • Dream
  • Elin
  • Elina
  • Ember
  • Emory
  • Ensley
  • Erina
  • Everlee
  • Everleigh
  • Ezra
  • Giana
  • Haisley
  • Harmoni
  • Itzayana
  • Jessamy
  • Journi
  • Julieta
  • Kailani
  • Kamilah
  • Kamiyah
  • Kataleya
  • Kaylani
  • Kehlani
  • Keilani
  • Keily
  • Kira
  • Legacy
  • Malani
  • Mariam
  • Meadow
  • Meghan
  • Miley
  • Mina ‘
  • Noemi
  • Novah
  • Oaklyn
  • Octavia
  • Opal
  • Palmer
  • Promise
  • Reign
  • Romina
  • Rosalee
  • Saffron
  • Sariah
  • Talia
  • Vera
  • Yara
  • Zariyah
  • Zoie
  • Zora
  • Zuri

ขอบคุณข้อมูลจาก : parade.com

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิกที่ภาพได้เลย 

รวม 20 คําสอนของแม่ ที่ควรสอนลูกสาว!

 

ทำนายฝันแม่ ๆ ฝันแบบนี้ได้ลูกชายหรือลูกสาว?

200 ชื่อเกาหลี ความหมายดีพร้อมคำอ่าน มีครบทั้งลูกสาว-ลูกชาย

ไอเดีย ชื่อลูก 1,000 ชื่อ รวมฮิตชื่อเล่น ชื่อลูกสาว-ลูกชาย หลายภาษา

Dailymotion จับมือ Amarin Group กับบริการเทคโนโลยีวิดีโอระดับโลก

เดลี่โมชั่น (Dailymotion) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีวิดีโอโซลูชั่น (Video Solution) ประกาศความร่วมมือการใช้เทคโนโลยีวิดีโอเพลย์เยอร์​ (Video Player) กับอมรินทร์กรุ๊ปซึ่งเป็นหนึ่งในสื่อสิ่งพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือนี้ เดลี่โมชั่นนำเสนอเทคโนโลยีวิดีโอชั้นนำของตลาดในฐานะวิดีโอเพลย์เยอร์หลักให้กับแพลตฟอร์มดิจิตัลของอมรินทร์กรุ๊ป

การมีแบรนด์สิ่งพิมพ์มากมายทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ในเครือ อมรินทร์กรุ๊ปวางแผนที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านเทคโนโลยีดิจิตอลกับเดลี่โมชั่น ผ่านทางเทคโนโลยีวิดีโอโซลูชั่นของเดลี่โมชั่นที่สามารถปรับแต่งได้อย่างเต็มที่ รวมถึงบริการการโฆษณาที่มีความยืดหยุ่นสูง โดยที่อมรินทร์กรุ๊ปสามารถเสริมและสร้างรายได้ให้กับคอนเทนต์ของตัวเองได้อย่างง่ายดาย สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัท เดลี่โมชั่นจะช่วยอำนวยความสะดวกในการสร้างประสบการณ์การรับชมวิดีโออย่างราบรื่นด้วยเทคโนโลยีวิดีโอสตรีมมิ่งขั้นสูง เพื่อที่อมรินทร์กรุ๊ปจะสามารถขยายกลุ่มผู้อ่านให้มากขึ้น และท้ายที่สุดสร้างรายได้สูงสุดจากคอนเทนต์ของอมรินทร์กรุ๊ปเอง

“ในฐานะที่เราเป็นแพลตฟอร์มเกี่ยวกับเทคโนโลยีวิดีโอ ภารกิจหลักของเราคือการช่วยเหลือในกลยุทธ์การจัดการวิดีโอให้กับกลุ่มสื่อต่างๆ เช่น อมรินทร์กรุ๊ป และเราเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีวิดีโอโซลูชั่นที่มีความครอบคลุม ทั้งเทคโนโลยีชั้นเยี่ยม และวิธีการเสริมสร้างรายได้ให้กับสื่อต่างๆที่ไม่เหมือนใคร จะช่วยและส่งเสริมให้สื่อนั้นๆ ในการทำแพลตฟอร์ม OTT ที่มีประสิทธิภาพ” คุณอองตวน นาซาเรต รองประธานบริหารของเดลี่โมชั่น ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “เรามีความปิติยินดีที่ได้ร่วมมือกับเครืออมรินทร์กรุ๊ป ในการเพิ่มมูลค่าของสื่อ และขยายการเข้าถึงผู้ชมต่างๆในประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่สำคัญของเราในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Tags

ส่งความรู้สร้างความสุข

อมรินทร์กรุ๊ป จับมือไทยเบฟเวอเรจสานต่อโครงการ ส่งความรู้สร้างความสุข ปี3

ส่งความรู้สร้างความสุข ปี3 โครงการดีๆจากอมรินทร์กรุ๊ป และไทยเบฟเวอเรจ ที่ผนึกกำลังจุดประกายรักการอ่านให้เด็กไทยทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิบาย ตั้งเป้าปีนี้ส่งหนังสือเข้าโรงเรียนเพิ่มอีกกว่า 5 หมื่นเล่ม ใน 51 โรงเรียนจาก 17 จังหวัด และมุ่งสู่การมอบหนังสือให้ครบ 77 ทั่วประเทศในปี64

“การอ่านคือกุญแจสำคัญของการเรียนการสอน...” ส่วนหนึ่งจากคำกล่าวของทอมัส พี. โอนีลล์ จูเนียร์ ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกาที่กำลังถูกปิดลงในปี 1985 เพราะผลการเรียนของเด็กๆต่ำกว่ามาตรฐาน เขาตัดสินใจทำสิ่งยิ่งใหญ่จากการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยด้วยการให้เด็กๆอ่านหนังสือที่ชอบเพียงวันละ 15 นาทีก่อนกลับบ้าน ในปีถัดมา ผลการเรียนของเด็กๆ ดีขึ้นอย่างชัดเจน และภายในสามปีนักเรียนกว่า 500 คนสามารถทำคะแนนการอ่านได้สูงสุดของเมืองบอสตัน แนวคิดได้รับการชื่นชอบและถูกถอดบทเรียนไปใช้กับโรงเรียนหลายแห่งทั่วโลก

ส่งความรู้สร้างความสุข

อ่านหนังสือ 15 นาทีดียังไง

  • แค่ให้เด็กอ่านหนังสือ 15 นาทีช่วยให้เด็กมีนิสัยรักการอ่านโดยไม่ต้องยัดเยียด
  • ช่วยให้เด็กสะสมคลังคำศัพท์เพิ่มขึ้นทุกวัน พัฒนาทักษะด้านภาษา และเข้าใจสิ่งรอบตัวได้ดี
  • การอ่าน 15 นาทีเพียงพอที่สมองได้ออกกำลัง คลายเครียดมากกว่าเล่นเกมส์ และไม่ทำให้กล้ามเนื้อตาล้าเท่าจ้องจอในช่วงเวลาเท่าๆ กัน

นี่จึงกลายเป็นที่มาของโครงการ ส่งความรู้สร้างความสุข ด้วยความร่วมมือของอมรินทร์กรุ๊ป บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  และคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยคัดเลือกโรงเรียนเข้าร่วมโครงการจากทั่วประเทศร่วมกิจกรรมดังนี้ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดีตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

ส่งความรู้สร้างความสุข

คุณระริน อุทกะพันธ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เล่าถึงผลของโครงการนี้ว่า “ในปีแรกมีนักเรียนที่ผลการเรียนดีขึ้น 60 % จากผู้ร่วมโครงการ 7,632 คน และในปีที่สองเพิ่มขึ้นเป็น 72 % จากผู้ร่วมโครงการ 7,582 คน ซึ่งเป็นเครื่องตอกย้ำอย่างชัดเจนว่าการสร้างรากฐานแห่งการอ่านแก่เยาวชนไทย นำไปสู่ผลด้านการศึกษาที่ดีขึ้นได้ในอนาคต”

ส่งความรู้สร้างความสุข

ด้านคุณประวิช สุขุม ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารองค์กร บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงโครงการ ส่งความรู้สร้างความสุข ปี 3 ว่า “ตลอดสองปีมานี้ โครงการดังกล่าวถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก มีนักเรียนร่วมกิจกรรมการอ่านมากกว่า 109 แห่งจากทั่วประเทศ  และให้ความสนใจและสมัครเข้าร่วมชมรมรักการอ่านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทางไทยเบฟยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ ขอขอบคุณ กระทรงศึกษาธิการ อมรินทร์กรุ๊ปและเครือข่าวพันธมิตรทุกภาพส่วน ในปีนี้เราพร้อมจะเดินหน้าต่อไปเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีหนังสือคุณภาพดีอ่าน ปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ พัฒนาทักษะ พัฒนาตนเองและสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป”

สำหรับโครงการส่งความรู้สร้างความสุขปี 3 ซึ่งจะเริ่มต้นในปีนี้วางแผนจะส่งมอบหนังสือถึง 51,000 เล่ม ให้กับ 51 โรงเรียน จาก 17 จังหวัดทั่วประเทศที่สมัครเข้าร่วมโครงการ โดยโรงเรียนจะได้รับชั้นวางหนังสือพร้อมหนังสือจำนวน 1,000 เล่ม เช่น หนังสือชุดการ์ตูนความรู้ หนังสือเด็กเล็ก ท่องเที่ยว ศาสนา/ปรัชญา ภาษาต่างๆ วรรณกรรม นวนิยาย กวีนิพนธ์ พระราชนิพนธ์ สารคดี และสุขภาพ เป็นต้น

หลังจากนั้นโรงเรียนจะต้องจัดกิจกรรม “อ่านกันวันละ 15 นาที” ตั้งชมรม “รักการอ่าน” กิจกรรมจดบันทึกคะแนนในสมุดบันทึกการอ่าน และเปิดโอกาสให้เด็กๆได้ร่วมกิจกรรม “พลังนิทานกระตุ้นพลังสร้างสรรค์” ทางออนไลน์ และการประกวดเด็กสุขสร้างสรรค์เพื่อวัดผล และเก็บสถิติการยืม-คืนหนังสือในห้องสมุดเพื่อมอบเกียรติยกย่องให้กับนักเรียนที่มีจำนวนยืม-คืนสูงสุดโรงเรียนละ 5 รางวัล กิจกรรมทั้งหมดนี้จะมีบุคลากรให้คำแนะนำและช่วยเหลือเพื่อให้เปิดประสิทธิภาพสูงสุด

คุณณัฏพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมเชื่อมั่นว่า การอ่านเป็นพื้นฐานสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาการศึกษาได้ การปลูกฝังนิสัยรักการอ่านจึงเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นเรื่องน่ายินดีและเห็นควรให้ส่วนต่างๆที่ภาคส่วนต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชนมาร่วมมือกันทำโครงการดีๆนี้ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืนต่อไป”

 

 

 

ภูมิแพ้ผิวหนัง

“ภูมิแพ้ผิวหนัง” โรคที่พบบ่อยในเด็ก เป็นแล้วรักษาไม่หาย

สังเกตไหมว่าทำไมอยู่ ๆ ลูกถึงมีผื่นขึ้นตามตัว ทั้งคันและแดง ลูกเกาทั้งคืนจนเป็นแผล สักพักผื่นก็เป็นขุย ๆ เหมือนผิวแห้ง นี่คือสัญญาณของโรค “ภูมิแพ้ผิวหนัง”

“ภูมิแพ้ผิวหนัง” โรคที่พบบ่อยในเด็ก เป็นแล้วรักษาไม่หาย

ภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis / eczema) เป็นโรคที่พบได้บ่อยในไทยมากถึง 10-20% เกิดได้กับทุกเพศทุกวัย แต่มักพบได้บ่อยในเด็ก ตั้งแต่วัย 2 เดือนขึ้นไป โดย พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ ได้อธิบายถึงวิธีสังเกตว่าลูกเป็น ภูมิแพ้ผิวหนัง หรือไม่ ดังนี้

วิธีสังเกตุลูกเป็น โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือไม่?

โรคภูมิแพ้ผิวหนัง จะมีอาการผิวแห้งและคัน มีผื่นผิวหนังอักเสบในแต่ละบริเวณของร่างกาย ในแต่ละช่วงอายุ ดังนี้

  1. ช่วงอายุ 2 เดือน-2 ปี มีผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณแก้ม หน้าผาก บริเวณที่มีการเสียดสีในช่วงที่เด็กยังคว่ำหรือคลาน
  2. อายุ 4-10 ปี รอยผิวหนังอักเสบเลื่อนไปสู่ตำแหน่งของข้อพับ บริเวณแขนและขา ข้อพับเข่า ข้อพับข้อศอก ข้อมือหรือข้อเท้า
  3. ช่วงอายุ 12 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่จะมีอาการผิวแห้ง คัน และแพ้ง่าย บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้าแตกระแหง จนมีเลือดออกซิบ ๆ และจะแพ้สารต่าง ๆ ได้ง่าย

อาการเริ่มแรกของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ประมาณร้อยละ 50 จะพบในเด็กช่วงขวบปีแรก และประมาณร้อยละ 85 จะพบในเด็กช่วง 5 ขวบปีแรก อาการโรคมักเป็นเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ ส่วนใหญ่อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น เมื่อผู้ป่วยอายุเพิ่มขึ้น พบว่าประมาณร้อยละ 40-50 ของผู้ป่วย อาการจะดีขึ้นเมื่ออายุ 10 ปี เด็กบางคนอาจยังคงมีอาการเรื้อรังต่อไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ในขณะที่ผู้ป่วยบางคนอาจเริ่มมีผื่นภูมิแพ้ในช่วงวัยผู้ใหญ่

โรคภูมิแพ้ผิวหนัง ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นโรคที่ร้ายแรง อาการจะมีเพียงผื่นขึ้นตามบริเวณต่าง ๆ ของร่างกายเท่านั้น แต่สิ่งที่ร้ายแรงของโรคนี้ กลับเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาได้หายขาด อาการโรคจะเป็นเรื้อรัง ในขณะที่เกิดผื่น จะมีอาการคันมาก ยิ่งเกาผื่นก็จะยิ่งลามเป็นวงกว้างไปเรื่อย ๆ และเมื่อคันมาก ๆ ก็จะเกาจนเป็นแผล และเมื่อหยุดเกา อาการผื่นก็จะดีขึ้นหรือหายไป และเมื่อไปเจอสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดผื่น ผื่นก็จะปรากฏขึ้นมาอีก และจะรู้สึกคันจนต้องเกาอีก ผู้ป่วยจะมีอาการอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ทำให้ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ และถึงแม้ว่าอาการจะดีขึ้นเมื่ออายุ 10 ปีขึ้นไป แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีอาการดีขึ้น หากโรคนี้ไม่ได้รับการรักษาและการดูแลที่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดอาการหนักและเรื้อรังนานขึ้นไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ได้

ทางการแพทย์ได้แบ่งลักษณะอาการของผื่นภูมิแพ้ผิวหนังไว้ 3 แบบ ดังนี้

  • ผื่นระยะเฉียบพลัน คือ มีผื่นบวมแดงมากและคัน มี ตุ่มแดง ตุ่มน้ำ บางรายอาจมีน้ำเหลืองไหลซึมออกมา
  • ระยะกึ่งเฉียบพลัน คือ ผื่นและตุ่มแดง คัน มีขุย อาจมีตุ่มน้ำบ้าง แต่ไม่พบน้ำเหลืองไหลซึมบนผื่น
  • ระยะเรื้อรัง คือ ผื่นจะมีสีไม่แดงมากหรือออกสีน้ำตาล อาจนูนหนา คัน มีขุย และเห็นร่องผิวหนังชัดเจน

สำหรับในรายที่เป็นมาก ๆ ผื่นจะเกิดทั่วร่างกายได้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีภาวะภูมิแพ้ทางจมูก ตา หรือ หอบหืดร่วมด้วย หรือบางรายอาจพบรอยโรคผิวหนังอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น กลากน้ำนม ขอบตาคล้ำและมีรอยย่นใต้ตา ริมฝีปากแห้งเป็นขุย เส้นลายมือชัดลึก ขนคุด ผิวสากเหมือนหนังไก่ ผิวบริเวณหน้าแข้งแตกแห้งเป็นแผ่น เป็นต้น

สาเหตุของโรค ภูมิแพ้ผิวหนัง

สาเหตุของโรคยังไม่ทราบแน่ชัด เชื่อว่าพันธุกรรมอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว เช่น แพ้อากาศ ไอ จามบ่อย ๆ หอบหืด หรือมีโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ร่วมด้วย อย่างไรก็ตามผู้ที่ไม่มีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัวก็อาจเป็นโรคนี้ได้ เนื่องจากความผิดปกติทางพันธุกรรมอาจซ่อนเร้นอยู่โดยไม่เกิดอาการ นอกจากนี้ปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่สำคัญคือสิ่งแวดล้อม ได้แก่

อะไรบ้างที่ทำให้ผื่นนี้กำเริบมากขึ้น ?

  1. สภาวะแวดล้อม เช่น สภาวะที่มีละอองเกสร ขนสัตว์ ไรฝุ่น สิ่งเหล่านี้ทำให้ผื่นมีอาการคันมากขึ้น
  2. เชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา อาจแทรกซ้อนทำให้เกิดการติดเชื้อบนผิวหนังของผู้ป่วย ผิวหนังที่อักเสบอยู่เดิมจะกำเริบมากขึ้น กรณีที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อแทรกซ้อน ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วย
  3. ฤดูกาล ผื่นผิวหนังอักเสบมักมีอาการมากขึ้น ในช่วงฤดูหนาว เพราะความชื้นในอากาศต่ำ อากาศแห้ง เย็น ทำให้ผิวหนังผู้ป่วยคันและเป็นผื่น ผู้ป่วยบางรายจะมีอาการมากขึ้นในช่วงฤดูร้อน เพราะอากาศที่ร้อนทำให้เหงื่อออกมาก เกิดอาการคันและเกิดผื่นเช่นเดียวกับในฤดูหนาว
  4. เสื้อผ้า เครื่องนุ่มห่ม และเครื่องประดับที่มีขน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสื้อผ้าที่ทำจากขนสัตว์ จะทำให้เกิดการคันเพิ่มเติม
  5. สบู่ ครีม โลชั่น และผงซักฟอกที่ใช้เป็นประจำ สารเคมีเหล่านี้มีฤทธิ์ละลายไขมัน หรือ/และอาจมีส่วนประกอบที่ก่ออาการระคายเคืองแก่ผิวหนังทำให้เกิดอาการคันและเป็นผื่นผิวหนังอักเสบได้ง่าย
  6. อาหาร ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ประมาณ 10% พบว่าอาหารบางชนิดเป็นตัวกระตุ้นให้ผื่นแย่ลง มักพบในผู้ป่วยเด็ก เช่น นม ไข่ ถั่วเหลือง เนื้อสัตว์บางประเภท
  7. จิตใจที่วิตกกังวลความเครียดก็สามารถทำให้โรคกำเริบได้
โรคภูมิแพ้ผิวหนัง
โรคภูมิแพ้ผิวหนัง

วิธีการดูแลและรักษา

เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้นเป้าหมายของการรักษาโรคผื่น ภูมิแพ้ผิวหนัง คือ พยายามควบคุมอาการของโรค ป้องกันไม่ให้โรคกำเริบ และให้อยู่ในช่วงสงบนานที่สุดเท่าที่จะทำได้จนกว่าโรคจะหายไป โดยปฏิบัติตามหลักการ ดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้โรคกำเริบมากขึ้น เช่น
    • หลีกเลี่ยงการใช้หรือสัมผัสกับสารระคายเคือง
    • สบู่ควรใช้สบู่อ่อนๆ ไม่ควรใช้สบู่บ่อยเกินไป
    • ผงซักฟอกเลือกชนิดที่ระคายเคืองน้อยควรซักล้างออกให้หมด
    • เสื้อผ้าเลือกใช้เสื้อผ้านุ่มโปร่งสบาย เช่น ผ้าแพร ผ้าฝ้าย หลีกเลี่ยงผ้าขนสัตว์
    • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ทำให้เหงื่อออกมาก ๆ
    • ลดความเครียด ความวิตกกังวล
  2. แนะนำไม่ให้ผู้ป่วยเกา เนื่องจากการเกาจะทำให้ผื่นผิวหนังที่อักเสบกำเริบเห่อมากขึ้น อาจรับประทานยาต้านฮีสตามีนเพื่อช่วยลดอาการคัน
  3. ป้องกันและรักษาผิวแห้งโดยการทามอยซ์เจอไรเซอร์ หรือโลชั่น ควรทาหลังอาบน้ำทันที ถ้าผิวหนังยังแห้งมากควรทาเพิ่ม สามารถทาได้วันละหลายครั้ง
  4. ยาทากลุ่มสเตียรอยด์มีฤทธิ์ลดการอักเสบของผื่นผิวหนัง ควรใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะโรคกลุ่มนี้ต้องใช้ยาเป็นเวลานาน อาจมีอาการข้างเคียงเกิดขึ้นได้ถ้าใช้ยาไม่ถูกต้อง ปัจจุบันมียาทากลุ่มใหม่ ได้แก่ tacrolimus และ pimecrolimus ซึ่งควบคุมอาการของโรคได้ดีพอควรแต่มีราคาแพง การใช้ยากลุ่มนี้ควรปรึกษาแพทย์
  5. กรณีที่มีตุ่มหนองเกิดแทรกซ้อนบนตุ่มหรือผื่นแดง แสดงว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ควรปรึกษาแพทย์เพราะผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อ แบคทีเรีย
  6. การรักษาอื่น ๆ เช่น การฉายแสงอาทิตย์เทียม การรับประทานยากดภูมิคุ้มกัน ใช้ในรายที่เป็นรุนแรงมากและเป็นบริเวณกว้าง ไม่สามารถรักษาได้ผลด้วยวิธีต่าง ๆข้างต้นได้แล้ว ควรปรึกษาแพทย์

ผื่นในเด็กเล็ก เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่เล็ก ดังนั้น เมื่อลูกมีผื่นแดงขึ้น และอาการผื่นไม่ดีขึ้น หรือเป็น ๆ หาย ๆ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง อย่าซื้อยาใช้เองหรือหยุดยาเองในขณะที่ยังไม่หายดี เพราะหากเป็น ภูมิแพ้ผิวหนัง และไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี อาจทำให้อาการแย่ลงได้

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

เช็กลิสต์ 5 ผื่นแพ้ในทารก พร้อมวิธีรับมือที่แม่ต้องรู้

16 วิธีดูเเลลูกน้อยให้ไม่เป็น ผื่นแดง ผื่นผ้าอ้อม

ลมพิษในเด็ก เกิดจากอะไร? และ 3 วิธีรักษาด้วยสมุนไพร

สิวในทารก สาเหตุและอาการที่ควรระวัง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.hfocus.org, news.thaipbs.or.th, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
มหาวิทยาลัยมหิดล, สมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

การมองเห็นของทารก

การมองเห็นของทารก พัฒนาการที่พ่อเเม่ควรรู้

การมองเห็นของทารก คือพัฒนาการที่สำคัญอย่างหนึ่งของเด็ก ทารกปกติสามารถมองเห็นได้ตั้งเเต่เกิด เเละ ยิ่งได้เห็นมากขึ้นเท่าไหร่ ก็เท่ากับเปิดโลกให้ได้เรียนรู้มากเท่านั้น ระยะเวลาในการมองเห็นของลูกน้อยจึงควรเป็นไปตามระยะในเเต่ละเดือน โดยพัฒนาการด้านการมองเห็นของลูก จะเริ่มตั้งเเต่เเรกเกิดจนถึง 1 ขวบ  จะเป็นอย่างไรนั้นตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

การมองเห็นของทารก พัฒนาอย่างไร ? 

การมองเห็นของทารก

เส้นทางพัฒนาการ การมองเห็นของทารก 

1 เดือน

ในช่วงเดือนเเรกของลูก ตาทั้งคู่ของลูกนั้นอาจยังทำงานได้ไม่สามัคคีกันสักเท่าไหร่ เนื่องจากการมองเห็นของเด็กเเรกเกิดนั้น มีลักษณะเบลอ  ๆ ไม่ชัด เห็นได้ในระยะห่าง 8 – 15 นิ้ว สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเด็กน้อยได้ดี คือใบหน้าของพ่อเเม่ เพราะอวัยวะต่าง ๆ บนใบหน้า อย่าง ปาก จมูก ดวงตา ขยับไปมา ทำให้ลูกเริ่มสังเกต

แรกเกิด – เด็กจะมองแทบไม่เห็นอะไรเลย ระยะโฟกัสของเด็กจะอยู่แค่ 8-10 ซม. เท่านั้น

 

การมองเห็นของทารก
1 เดือน – เด็กจะเห็นเป็นสีขาวดำ สายตาของเด็กยังไม่สามารถโฟกัสได้

2 เดือน – 4 เดือน

เเท้ที่จริงเจ้าตัวเล็กสามารถมองเห็นสีได้ตั้งเเต่เกิด เพียงเเต่อาจจะยังไม่สามารถเเยกเเยะโทนสีที่ใกล้เคียงกันได้ เมื่อเข้าสู่วัย 2 เดือน – 4 เดือน ลูกจะเริ่มเเยกเเยะความเเตกต่างของสี โดยสีที่สามารถเเบ่งเเยกได้อย่างชัดเจนคือ สีเเดง สีน้ำเงิน เเละสีเหลือง ไม่ว่าจะอยู่ในรูปเเบบใด จะสามารถดึงดูดสายตาของลูกได้เป็นอย่างดี ดังนั้นในวัยนี้ ควรหาของเล่น หรือ ภาพถ่ายมาให้ลูก ได้ฝึกการมอง

การมองเห็นของทารก
2 เดือน – ภาพที่เห็นยังคงเป็นโทนขาวดำอยู่ แต่เริ่มชัดขึ้น

 

การมองเห็นของทารก
3 เดือน – มองเห็นสีสันมากขึ้น และโฟกัสใบหน้าพ่อแม่ได้ หากเข้ามาใกล้ๆ

4  เดือน – 5 เดือน

ในวัยนี้เจ้าตัวน้อยพัฒนาความสามารถในการมองเห็นได้ละเอียดเเละเเยกเเยะสีมากขึ้น นอกจากนี้ยังควบคุมการใช้เเขนได้ดี ทำให้เวลาที่เเม่อุ้มลูกน้อย มือเล็ก ๆ ของลูก จะพยายามคว้าจับตุ้มหู ที่เเม่ใส่ หรือ คว้าจับผมของคุณเเม่ เป็นต้น

การมองเห็นของทารก
4 เดือน – ระยะโฟกัสของเด็กจะค่อยๆ ไกลขึ้น เด็กเริ่มจดจำใบหน้าพ่อแม่

5 เดือน – 8 เดือน

ลูกวัยนี้เริ่มมองเห็นสิ่งของชิ้นเล็ก ๆ ทั้งยังสามารถเคลื่อนสายตามองตามได้ ความจำดีขึ้น ลูกเริ่มจดจำสิ่งของที่เคยเห็นได้ ดังนั้นลูกในวัยนี้จึงชอบเล่นเกมซ่อนหาสิ่งของ โดยทั่วไป ลูกในวัย 5 เดือนสามารถเเยกเเยะสีได้เก่ง สีที่คล้ายกันลูกก็สามารถมองเห็นถึงความต่าง เเละ รับรู้ว่าสิ่งที่จับนั้นมีความเเตกต่างกัน

การมองเห็นของทารก
5 เดือน – การโฟกัสสายตาดีขึ้นเรื่อยๆ
การมองเห็นของทารก
6 เดือน – สีสันเริ่มชัดมากขึ้น ระยะโฟกัสดีขึ้น
การมองเห็นของทารก
7 เดือน – จากหน้าพ่อที่เห็นเบลอๆ จะเริ่มชัดมากขึ้นแล้วตอนนี้

8 เดือน – 12 เดือน

ในระยะนี้ความสามารถในการมองเห็นของลูกมีความเทียบเท่าผู้ใหญ่  การจำผู้คน หรือสิ่งของต่าง ๆ ก็เริ่มทำได้ดีมากขึ้น สามารถเเยกเเยะสีสันต่าง ๆ ได้หลากหลาย ซึ่งหลังจากนี้ไม่นาน พัฒนาการด้านการมองเห็นของลูกจะสมบูรณ์เช่นเดียวกับผู้ใหญ่

การมองเห็นของทารก
8 เดือน – โลกสดใส แต่ยังมองเห็นระยะไกลไม่ชัด
การมองเห็นของทารก
9 เดือน – พัฒนาการของสายตาดีขึ้นทุกๆ เดือน

การมองเห็นของทารก

12 เดือน – ถึงแม้จะมองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นมาก แต่สายตาของเด็กจะพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งอายุประมาณ 2 ขวบ จึงจะเห็นได้อย่างสมบูรณ์

วิธีการกระตุ้นพัฒนาการ การมองเห็นของทารก

พัฒนาการด้านการมองเห็นของทารก ส่งผลต่อการเรียนรู้ของลูก การเสริมให้ลูกได้ฝึกทักษะทางสายตาและส่งผลดีต่อทักษะในทุกด้าน ลูกสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ได้ พัฒนาการด้านสายตาของลูกตั้งแต่แรกเกิดนี้ จะส่งผลต่อการเรียนรู้ และระดับสติปัญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต คุณพ่อคุณจึงสามารถช่วยเสริมพัฒนาการดังกล่าวได้ผ่านการกระตุ้น ซึ่งมีวิธีการดังต่อไปนี้ค่ะ

1. เเสดงท่าทางใบหน้ากับลูก

การเล่นกับลูกน้อยโดยการจ้องตา เคลื่อนไหว เคลื่อนไหว ขยับอวัยวะบนหน้า หรือส่งเสียง ชวนลูกคุย เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ฝึกให้ลูกได้มีการโฟกัสภาพตรงหน้า

2. ของเล่นกรุ๊งกริ๊งสีสันสดใส

เขย่าให้มีเสียงเคลื่อนไหวให้มองตาม ลูกจะตื่นตามองหาที่มาของเสียงเป็นการฝึกทักษะการสังเกต

3. การเเขวนโมบาย รูปทรงต่าง ๆ

การติดโมบาย จะช่วยให้ลูกฝึกการปรับโฟกัส ควรติดโมบายให้ห่างจากสายตาลูก ประมาณ 8 – 12 นิ้ว ช่วยให้ลูกเเหนมองวัตถุที่เคลื่อนไหว มีกาจดจ่อ

4. หนังสือภาพที่มีสีสันสดใส

การใช้น้ำเสียงโทนต่ำเเละสูงสลับไปมาระหว่างเล่าเรื่อง พร้อมกับหนังสือภาพที่มีสีสดใส จะช่วยเพิ่มพัฒนาการของลูกทั้งเรื่องของการได้ยิน เเละเรื่องของความจำ โดยเฉพาะภาพที่มีตัวอักษรใหญ่ ๆ จะช่วยกระตุ้นการใช้สายตาในการมองขอลูกได้อย่างดี

5. กระจกเงา

การอุ้มลูกเเละเรียกชื่อของลูกหน้ากระจกเงาซ้ำ ๆ จะเป็นการช่วยกระตุ้นการมืองเห็นไปพร้อมกับพัฒนากาของสมองในกาจดจำชื่อของตนเอง

6. เล่นจ๊ะเอ๋

การเล่นซ่อนแอบจะช่วยทำให้ลูกน้อยอารม์ดี ช่วยสร้างความมั่นใจ เพิ่มความใกล้ชิดระหว่างคุณพ่อคุณเเม่เเละลูก นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของพัฒนาการทางอารมณ์ (EQ) เเละช่วยเบนความสนใจเมื่อเด็กงอเเง

7. ลูกบอลสีสันสดใส

ลูกบอลสีสดใสขนาดที่ลูกสามารถหยิบจับได้ หรือถ้ามีเสียงกรุ๊งกริ๊งด้วยยิ่งดี เพราะจะช่วยทำให้ลูกสนใจ เเละ อยากเล่น เพิ่มความเเข็งเเรงของกล้ามเนื้อมัดเล็กเละมัดใหญ่ ให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

นอกจากการพัฒนาการของลูกน้อย อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่เเพ้กัน คือการระวังปัญหาด้านสายตาของทารก ซึ่งมีด้วยกันดังนี้ค่ะ

ปัญหาสายตาที่พบบ่อยที่สุดในทารก

เยื่อบุตาอักเสบ

ลักษณะอาการคือตาขาวมีสีเเดงหรือชมพู เปลือกตาบวม น้ำตาไหล ตาเเฉะมีขี้ตาคล้ายหนองสีเหลือง เกิดจากการติดเชื้อไวรัส หรือ ท่อน้ำตาอุดตัน การรักษาเยื่อบุตาอักเสบของทารก ควรพาไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเเพทย์จะมีการสั่งยาสำหรับรักษาอาการโดยตรง ในกรณีที่มีขี่้ตาออกเยอะให้ใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดจากหัวตาไปหางตา หลังจากเช็ดเเล้วให้นำทิ้งทันทีไม่ควรเช็ดซ้ำ

ตาเหล่เทียม (Pseudostrabismus)

มักพบในเด็กที่บริเวณสันจมูกยังโตไม่เต็มที่ และบริเวณหัวตากว้างจึงแลดูคล้ายตาเหล่เข้าใน ซึ่งเมื่อเด็กโตขึ้นดั้งจมูกสูงขึ้นภาวะตาเหล่นี้จะหายไปได้เองค่ะ

เลซี่อาย (Lazy Eye) หรือ โรคตาขี้เกียจ

เป็นภาวะที่ตาข้างหนึ่งมีโฟกัสมากกว่าตาอีกข้าง ส่งผลให้ตาข้างนั้นๆมองเห็นไม่ชัด และโรคตาขี้เกียจสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการสวมแว่นตาเพื่อกระตุ้นการมองเห็นที่ดีขึ้นค่ะ ในบางรายอาจต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัด

คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมการมองเห็นของทารกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการให้ลูกน้อยได้รับโภชนาการที่เหมาะสมที่ดีต่อระบบสายตา และสุขภาพร่างกายของลูก อย่างวิตามินเอ ทอรีน ลูทีน และกรดไขมัน DHA รวมทั้ง PDX และGOS ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะช่วยในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพและทำให้ลูกน้อยมีระบบขับถ่ายที่ปกติ มีทางเดินอาหารที่ดี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการสร้างพัฒนาการการมองเห็นของลูกน้อย

ที่มา : thaichildcare , โรงพยาบาลวิชัยุทธ, หนังสือเรื่องคู่มือพัฒนาสมองลูก, businessinside

อ่านต่อ :

รวมสุดยอด นมกล่อง UHT สำหรับเด็ก นมดีสำหรับเด็กเจ็นฯ นี้ “ดูแลสายตา บำรุงสมอง” ลูกกินได้ทุกวัน

ลูกฉลาด ถ้าฉลาดดูแลสายตา

เผยสูตรดี “ซุปมะเขือเทศ” เมนูบำรุงสายตา เพื่อลูกน้อยโดยเฉพาะ!

เช็คมือถือแฟน

กฎหมายเอาจริง! เช็คมือถือแฟน – สามี เสี่ยงโดนปรับ-ติดคุก

เช็คมือถือแฟน โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต ผิดกฎหมายนะ รู้ยัง! โดยผิดพรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มาตราที่ 3 และ 7 เสี่ยงโดนปรับ-ติดคุก

เตือนคุณผู้หญิง! เช็คมือถือแฟน เสี่ยงโดนปรับ-ติดคุก

การแอบดูโทรศัพท์ของสามี เช็คมือถือแฟน หรือดูมือถือของผู้อื่น กฎหมายไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงว่าเป็นความผิด แต่มันจะเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พรบ. คอมพิวเตอร์ เพราะเจ้าโทรศัพท์สมัยนี้ดันเป็นสมาร์ทโฟนซะเกือบหมดแล้ว ดังนั้น พรบ. คอม มันจึงเข้ามาคุ้มครองการแอบเข้าไปดูข้อมูลโทรศัพท์เหล่านี้ด้วย!!

พฤติกรรมการเข้ารหัสโทรศัพท์ของแฟนหรือของคนอื่น อาจเข้าข่ายเป็นการเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นก็ไม่ได้มีไว้สำหรับตน ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์โดยหากมีการเอาโทรศัพท์แฟนมาดูโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเค้าตั้งรหัสไว้แล้วเราแอบปลดรหัสเข้าไปส่อง ก็อาจเข้าข่ายมีความผิดได้ ซึ่งต้องดูเป็นกรณีไป

ในยุคที่โซเชียลกำลังมาแรง ดูแล้วอะไร ๆ ก็สะดวกสบายไปซะหมด จนเราลืมไปแล้วว่า มันมีกฎหมายมาควบคุมตรงนี้ด้วย ถ้าเป็นเพื่อนกัน เป็นคู่รักกัน และยังรักกัน อะไร ๆ ก็ดีไปหมด แต่เมื่อไรที่ความรักมันหมดลง กฎหมายมันจะถูกเอามาใช้บังคับทันที การดูโทรศัพท์คนอื่นจึงต้องระวังกันให้มาก

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ใช้ในกรณีที่เป็นสมาร์ทโฟนเท่านั้น โทรศัพท์รุ่นเก่า ๆ ที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟนก็ไม่เป็นความผิดตาม พรบ. คอม เพราะโทรศัพท์รุ่นเก่าๆ มันไม่ใช่คอมนั่นเอง

เช็คมือถือแฟน
กฎหมายเอาจริง! เช็คมือถือแฟน เสี่ยงทั้งจำและปรับ

พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

  • มาตรา 3 “ข้อมูลคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูล ข้อความ คำสั่ง ชุดคำสั่งหรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได้ และให้หมายความรวมถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย
  • มาตรา 7 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สําหรับตน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขอบคุณข้อมูลจาก : ทนายรัชพล ศิริสาคร เพจสายตรงกฎหมาย
แอบดูมือถือแฟน
แอบดูมือถือแฟน

จากที่ทนายรัชพล ศิริสาคร ได้อธิบายไว้ว่า มือถือสมาร์ทโฟนต่าง ๆ ในทางกฎหมาย ได้ตีความไว้ว่าเป็นหนึ่งในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เช่นกัน เพราะมีองค์ประกอบเหมือนคอมพิวเตอร์คือ มี CPU (หน่วยประมวลผล) หน่วยความจำหลัก หน่วยความจำสำรอง ระบบปฏิบัติการ และสามารถเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายเช่น Wi-Fi, Bluetooth ฯลฯ ได้ซึ่งเข้าข่ายนิยามของคำว่า คอมพิวเตอร์ ซึ่ง พรบ.คอมพิวเตอร์นั้นครอบคลุมอยู่

ดังนั้นการที่แฟนได้ตั้งรหัสผ่าน หรือล็อคเครื่องด้วยวิธีอื่น ๆ หากมีการพยายามปลดล็อคไม่ว่าจะวิธีใดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเครื่อง (แฟน) ถือว่าเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ “เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ” นอกจากนี้ ทนายรัชพล ศิริสาคร ยังได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “ในทางปฏิบัติคงไม่น่ามีใครดำเนินคดี แต่ถ้ามีการฟ้องร้องกันจริงคงต้องทะเลาะกันแรงจริง ๆ” (อ่านต่อ ความสัมพันธ์ครอบครัว)

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อีก 1 มุมมองกรณี เช็คมือถือแฟน ควรดูที่เจตนาเป็นหลัก

นอกจากนี้ ทีมงานได้นำอีก 1 บทความที่ได้กล่าวถึงกรณี เช็คมือถือแฟนนี้ โดยเพจ มุมกฎหมายดีๆ ได้กล่าวไว้ว่า เหตุผลในการประกาศใช้พรบ.คอมพิวเตอร์มาตราที่ 3 และ 7 คือ ในปัจจุบันระบบคอมพิวเตอร์ได้เป็นส่วนสำคัญของการประกอบกิจการและการดำรงชีวิตของมนุษย์ หากมีผู้กระทำด้วยประการใด ๆ ให้ระบบคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานตามคำสั่งที่กำหนดไว้หรือทำให้การทำงานผิดพลาดไปจากคำสั่งที่กำหนดไว้ หรือใช้วิธีการใด ๆ เข้าล่วงรู้ข้อมูล แก้ไข หรือทำลายข้อมูลของบุคคลอื่นในระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ หรือใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จหรือมีลักษณะอันลามกอนาจาร ย่อมก่อให้เกิดความเสียหาย กระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของรัฐ รวมทั้งความสงบสุขและศีลธรรมอันดีของประชาชน สมควรกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

แต่สำหรับการ เช็คมือถือแฟน ตรงนี้ให้ดูที่ “เจตนา” เป็นหลัก การแอบดูมือถือแฟน ก็เพราะรัก โดยชอบในการเข้าถึงข้อมูลซึ่งกันและกัน ภาษากฎหมาย “ขาดเจตนา” ที่จะเข้าถึงโดย “มิชอบ” หากแต่ดูเพื่อ “ตั้งคำถาม” ระหว่างกันฉันคู่รัก มิได้มีเจตนาเอาไปกระทำการใดโดยมิชอบซึ่งข้อมูลดังคำนิยามข้างต้น เว้นเสียแต่ การเข้าถึงดังกล่าวนั้น เกิดความเสียหาย ก็ต้องว่าเป็นกรณี ๆ ไป นั่นก็เท่ากับว่า “คู่ครอง” ต้องเปลี่ยนเป็น “คู่คดี”

ความสัมพันธ์ครอบครัว
ความสัมพันธ์ครอบครัว

จากการตีความของทนายทั้ง 2 ท่าน ทีมงานขอสรุปว่าการ เช็คมือถือแฟน ในทางกฎหมายถือว่ามีความผิดจริง แต่ในทางปฏิบัตินั้น ไม่ค่อยเกิดการฟ้องร้องกันหรอกค่ะ เว้นแต่การแอบดูได้สร้างความเสียหายให้กับแฟนตนเอง เช่นการแอบนำข้อมูลในมือถือมาเผยแพร่ ประจาน เป็นต้น แต่ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ถือว่าเป็นพื้นฐานของการใช้ชีวิตคู่ ทุก ๆ คน แม้แต่ตัวเราเอง ยังต้องการพื้นที่ส่วนตัว การเว้นพื้นที่ส่วนตัวให้กันและกัน และการเชื่อใจกัน จะช่วยให้ชีวิตรักยืนยาวขึ้น ดังนั้น แม้จะอยากรู้เพียงใด แนะนำให้อดใจไว้เพื่อรักษาน้ำใจกันไว้ดีกว่านะคะ


ขอบคุณข้อมูลจาก : ทนายรัชพล ศิริสาคร เพจสายตรงกฎหมาย, มุมกฎหมายดีๆ

10 ข้อเช็คเลยเรื่องอะไรที่ สามีภรรยาทะเลาะกัน มากที่สุด

วิธีมัดใจสามี ให้อยู่หมัด ด้วย 5 เคล็ดลับเด็ด

แจ้งเกิดลูก ไม่มีพ่อ ไม่ระบุชื่อพ่อได้ไหม? อนาคตจะมีปัญหาหรือไม่?

เปลี่ยนนามสกุลลูก กลับมาใช้นามสกุลของแม่ทำอย่างไร?

ผักสวนครัว ผักเรียกน้ำนม

ผักสวนครัว ผักเรียกน้ำนม ปลูกง่ายเมนูกระตุ้นน้ำนมสุดเจ๋ง!

น้ำนมมาช้า น้ำนมน้อย กลัวลูกน้อยไม่อิ่ม คุณแม่รู้ไหม? ผักสวนครัว รั้วกินได้ ผักเรียกน้ำนม ที่หาทานง่าย ทำเมนูอร่อยมากมาย แถมปลูกได้เองง่าย ๆ ในกระถาง

ผักสวนครัว ผักเรียกน้ำนม ปลูกง่าย เมนูกระตุ้นน้ำนมสุดเจ๋ง!

กระเพรา ใบแมงลัก คะน้า ตำลึง มะรุม และอีกสารพัดผักสวนครัว ที่ปลูกได้ง่าย ๆ ริมรั้วบ้าน ผักที่ไม่ต้องไปหาซื้อ ไม่ต้องเสี่ยงกับยาฆ่าแมลง ไม่ต้องเพิ่มค่าใช้จ่าย แถมมากด้วยประโยชน์ทั้งต่อร่างกายคุณแม่ ช่วยกระตุ้นในการสร้างน้ำนมแม่ และเพิ่มปริมาณน้ำนมให้เพียงพอต่อลูกรัก  อีกทั้งยังเสริมสร้างคุณค่าของสารอาหารให้แก่น้ำนมแม่ให้มีคุณภาพเพื่อลูกน้อยอีกด้วย รู้อย่างนี้แล้วอย่ามัวแต่ละเลยของดีใกล้ตัว เรามาทำความรู้จักกับของดีมีประโยชน์อย่าง ผักเรียกน้ำนม ผักสวนครัว กันดีกว่า

ผักสวนครัว ผักปลูกง่ายแม้ในกระถางริมรั้ว!!

ผักเรียกน้ำนม ปลูกเองง่าย
ผักเรียกน้ำนม ปลูกเองง่าย

คำว่า ผักสวนครัว ผักเรียกน้ำนม ก็มีอยู่มากมายหลายชนิด วันนี้จะขอหยิบยกผักสวนครัวที่เป็นที่นิยมนำมาทำอาหารรับประทานกัน เพื่อเป็นทางเลือกให้คุณแม่ทั้งหลายได้เลือกหยิบยกเมนูอร่อย ๆ ที่ทาง Amarin Baby&Kids จะมานำเสนอให้ได้เลือกทานกันในช่วงเวลาสำคัญ ช่วงเวลาให้นมลูก ที่เราต่างรู้กันดีว่าเป็นช่วงที่คุณแม่ต้องระมัดระวัง และเลือกทานแต่ของที่มีคุณค่า มีประโยชน์เพื่อให้ร่างกายผลิตน้ำนมที่มีคุณภาพ และปริมาณที่ดีต่อลูกรักของเรานั่นเอง

  • ใบกะเพรา

ใบกะเพรา เมนูอาหารยอดฮิตของใครหลาย ๆ คน ที่เมื่อนำไปประกอบอาหารจะช่วยเพิ่มรสชาติความหอมให้แก่อาหารจานเด็ดได้เป็นอย่างดีเพราะมีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยชูรสชาติอาหาร แต่รู้ไหมว่าใบกะเพรานั้น เป็นพืชที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส และมีเส้นใยอาหารสูง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการผลิตน้ำนมของคุณแม่ได้ดีทีเดียว ความร้อนจากใบกะเพรายังช่วยเรื่องการไหลเวียนของเลือด เป็นส่วนสำคัญให้เกิดการกระตุ้นการผลิตน้ำนม นอกจากนั้นยังช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ซึ่งจะส่งผ่านไปยังน้ำนมแม่ ช่วยให้ลูกน้อยของคุณแม่ได้รับและไม่มีปัญหากับอาการดังกล่าวได้ดี

วิธีปลูกและดูแลใบกะเพรา

สามารถขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดแก่ หรือปักชำด้วยกิ่งแก่ โดยการริดใบออกบางส่วนแล้วปักลงไปในกระถางใส่ดินร่วนที่เตรียมไว้ ดูแลรดน้ำทุกวัน ประมาณ 1 เดือนก็สามารถเก็บเกี่ยวยอดอ่อนมาปรุงอาหารได้

  เมนูอาหารจากใบกะเพรา

ผัดกะเพรากรอบเป็ดย่าง

ผัดกะเพรากรอบเป็ดย่าง
ผัดกะเพรากรอบเป็ดย่าง

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)

  • เป็ดย่างหั่นชิ้นพอดีคำ 200 กรัม
  • กระเทียมโขลก 2 ช้อนโต๊ะ
  • ใบกะเพรา 1 ถ้วย
  • พริกจินดาหั่นแฉลบ
  • เครื่องปรุงรส น้ำตาลทราย พริกไทยป่น น้ำมันพืช
  • ใบกะเพราทอดกรอบ

วิธีทำ

ตั้งกะทะใส่น้ำมันให้ร้อน นำกระเทียม พริกผัดให้มีกลิ่นหอม จากนั้นใส่เนื้อเป็ดลงไป ปรุงรสตามชอบ ผัดให้เข้ากันใส่ใบกะเพราผัดพอสุก ตักใส่จาน โรยด้วยกะเพรากรอบ ทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ

ข้อควรระวัง ใบกะเพรามีรสเผ็ดร้อน และมักจะนำไปทำอาหารที่มีรสจัด คุณแม่ควรลดปริมาณความเผ็ดลง เพราะจะมีผลต่อรสชาติ และคุณภาพของน้ำนมแม่
  • ใบแมงลัก

ผักใบเขียวที่อุดมไปด้วย ธาตุเหล็ก แคลเซียม วิตามินสูง ทั้งวิตามินบี และซี ช่วยเพิ่มน้ำนมของคุณแม่ และยังเพิ่มสารอาหารที่จำเป็นแก่ร่างกายของลูกน้อย ช่วยขับลม ขับเหงื่อ  มาพร้อมกับรสหอมที่เมื่อนำไปทำอาหารยังช่วยเพิ่มรสชาติให้น่ารับประทาน

ใบแมงลัก ผักเรียกน้ำนม
ใบแมงลัก ผักเรียกน้ำนม

วิธีปลูกและดูแลใบแมงลัก

สามารถปลูกได้ทั้งแบบเมล็ด และการปักชำ โดยเลือกกิ่งที่แก่กลางอ่อนแล้วทำการตัดส่วนยอดดอกออก แล้วปักเฉียง 45 องศาในกระถาง ทั้งสองวิธีให้นำฟางมาคลุมบนดิน แล้วรดน้ำให้ชุ่มทั่ว หมั่นคอยดูแลรดน้ำ ประมาณ 7 วัน ต้นก็จะเริ่มเติบโตงอกงาม  ถ้าต้นแมงลักเริ่มมีดอกก็ควรหมั่นเด็ดดอกทิ้ง เพื่อให้ในส่วนที่เป็นลำต้นกับใบแมงลักมีการเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์

เมนูอาหารจากใบแมงลัก

แกงเลียงกุ้งสดใส่ใบแมงลัก

แกงเลียงกุ้งสดใส่ใบแมงลัก
แกงเลียงกุ้งสดใส่ใบแมงลัก

ส่วนผสม

  1. ฟักทอง
  2. บวม
  3. ข้าวโพด
  4. เห็ดออเรนจิ เห็ดเข็มทอง
  5. ใบแมงลัก
  6. กุ้งสด

วิธีทำ

  1. ต้มกุ้งในน้ำเดือดให้สุก แกะกุ้งพักไว้ นำเปลือกกุ้งมาปั่นแล้วใส่ลงไปในน้ำต้มกุ้ง และกรอกเอากากออก
  2. ใส่เครื่องแกงเลียงลงไปในน้ำต้มกุ้ง พอเดือดใส่ผักทั้งหมดลงไปต้ม
  3. ใส่กุ้งที่แกะไว้ ปรุงรสตามชอบ ต้มต่อจนเข้าที่ จึงใส่ใบแมงลักที่เป็นเอกลักษณ์ของแกงเลียงไทย
  4. ตักเสริฟ พร้อมข้าวสวยร้อน ๆ
  • ตำลึง

ตำลึง  เป็นผักที่มีวิตามินหลายชนิด อีกทั้งยังมีธาตุเหล็ก แคลเซียม และเส้นใยอาหารที่มาก ช่วยบำรุงเลือด กระดูก สายตา เส้นผม ระบบประสาท และช่วยบำรุงน้ำนมแม่ด้วย

วิธีปลูกและดูแลตำลึง

  • เตรียมกิ่งพันธุ์ดีโดยเลือกกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อนที่เป็นสีน้ำตาล มีขนาดเท่าดินสอ ใบเต็ม หยักเว้าตื้น ที่เรียกกันว่า “ตำลึงเพศเมีย” ซึ่งมีรสอร่อยกว่า “ตำลึงเพศผู้” กล่าวกันว่าหากกินเข้าไปจะทำให้ท้องเสีย โดยตัดกิ่งแก่ เป็นท่อนให้มี 3 ข้อ ยาว 15-20 เซนติเมตร  ที่โคนกิ่งตัดให้อยู่ใต้ข้อ และริดใบออกเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ
  • ปักชำกิ่งพันธุ์โดยปักในกระถางที่มีดินร่วนที่มีอินทรียวัตถุและระบายน้ำดี ให้ลึกประมาณ แล้วรดนำให้ชุ่มเช้าเย็น วางกระถางในที่มีแสงแดดรำไร อาจปลูกลงดินริมรั้ว บริเวณที่ต้องการให้ตำลึงเลื้อยพันก็ได้แต่ควรพรางแสงไม่ให้กิ่งพันธุ์ได้รับแสงแดดมาก
  • เริ่มเติบโตอีก 1 สัปดาห์ จึงเริ่มแตกใบ รอจนต้นแข็งแรง ผลิใบมากขึ้นเริ่มเลื้อยพัน และแตกรากเต็มกระถาง จึงย้ายปลูกลงดิน ในตำแหน่งที่ได้รับแสงแดดมากขึ้น เมื่อต้นแตกใบอ่อนมากขึ้น ก็เก็บมาปรุงอาหารได้ตามชอบ

เมนูอาหารจากตำลึง

ยำตำลึงกุ้งสด
ยำตำลึงกุ้งสด
ยำตำลึงกุ้งสด
ส่วนผสม
  1. ใบตําลึง 2 กํา
  2. กุ้งสดแกะเปลือกผ่าหลังชักเส้นดําออก 4 ตัว
  3. กุ้งสดสับละเอียด 3-4 ตัว
  4. หอมเล็กหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดเล็ก 8 หัว
  5. พริกขี้หนูเม็ดใหญ่ซอยหยาบ 10 เม็ด
  6. น้ํามะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ําปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ําผึ้ง 1 ช้อนชา
วิธีทํา
  1. ลวกตําลึงในน้ําเดือด ตักขึ้น แช่ลงน้ําเย็นจัดทันที ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ํา
  2. ลวกกุ้งสดที่แกะเปลือกแล้วพอสุก พักไว้ จากนั้นนํากุ้งสับละเอียดมารวนในกระทะจนสุกพักไว้
  3. ทำน้ํายําโดยผสมกุ้งที่รวนไว้แล้ว น้ํามะนาว น้ําปลา และน้ําผึ้ง คนให้เข้ากัน ใส่หอมเล็กและพริกขี้หนู
  4. จัดตําลึงที่ลวกแล้วใส่ชาม เทน้ํายําลงไป เคล้าให้เข้ากัน วางกุ้งลวกตกแต่งด้านบน พร้อมเสิร์ฟ
  • มะรุม

    มะรุม ผักเรียกน้ำนม
    มะรุม ผักเรียกน้ำนม

สมุนไพรสารพัดประโยชน์ มะรุม มีวิตามิน โปรตีนสูง มีแคลเซียมช่วยเสริมกระดูก บำรุงผิวให้หน้าอ่อนกว่าวัย และยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา รวมถึงแบคทีเรียบางชนิด โดยเฉพาะเชื้อราที่หนังศีรษะ ที่เป็นต้นเหตุให้เกิดอาการผมร่วง บรรเทาอาการปวดตามข้อได้อีกด้วย ใบและดอกช่วยในการ เรียกน้ำนม ขับน้ำนม มีสารอาหารที่ดีต่อลูกน้อยให้เขาแข็งแรง เสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย

วิธีปลูกและดูแลมะรุม

เลือกเมล็ดพันธุ์ที่แข็งแรงมาปลูกลงในดินที่ผสมปุ๋ยเรียบร้อยแล้วในถุงเพาะชำ ชำจนโตเป็นต้นกล้าที่แข็งแรงสมบูรณ์ ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน จึงนำลงกระถาง นำฟางมาคลุมหน้าดินในช่วงแรก หมั่นรดน้ำพรวนดิน วางไว้ในที่รับแดดได้เต็มที่ อีกประมาณ 1-2 เดือนก็ออกฝัก เมื่อฝักโตเต็มที่สามารถนำมาปรุงอาหารได้

เมนูอาหารจากผักมะรุม

แกงส้มมะรุมกุ้งสด

แกงส้มมะรุมกุ้งสด
แกงส้มมะรุมกุ้งสด

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)

  1. กุ้งสดขนาดกลาง 10 ตัว
  2. กุ้งต้มสุก 1/2 ถ้วย
  3. ผักกาดหั่นชิ้นพอดีคำ 1 ถ้วย
  4. มะรุมปลอกเปลือก 1 ถ้วย
  5. หัวไช้เท้าหั่นชิ้นพอดีคำ 1 ถ้วย
  6. กะหล่ำปลีหั่นชิ้นพอดีคำ 1 ถ้วย
  7. น้ำพริกแกงส้ม 1/4 ถ้วย
  8. น้ำซุปผักหรือน้ำเปล่า 3 ถ้วย
  9. น้ำปลา 2 ช้อนชา
  10. น้ำมะขามเปียก 3/4 ถ้วย
  11. น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. โขลกน้ำพริกแกงส้มกับกุ้งตุ้มสุกจนเป็นเนื้อเดียวกันพักไว้
  2. ละลายน้ำพริกแกงส้มลงในหม้อน้ำซุป นำไปตั้งไฟจนเดือด ใส่กุ้งสดลงไป ตามด้วยหัวไช้เท้า รอสักพักจนสุกดีแล้วจึงใส่ผักกาดขาวลงไป ตั้งไฟจนส่วนผสมเดือด
  3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะขามเปียก รอจนส่วนผสมเดือดอีกครั้ง ยกลงจากเตา ตักใส่ถ้วย

การปลูกพืชผักไว้รับประทานเอง นอกจากจะได้รับสารอาหารที่ดีไม่ว่าจะเป็นวิตามิน แร่ธาตุต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อคุณแม่ที่กำลังให้นมลูกแล้ว ผลพลอยได้อีกมากมายที่ตามมาจากการที่คุณแม่และคนในครอบครัวได้ลงมือปลูกผักสวนครัวกันเองนั้น คือ การได้มีกิจกรรมเพิ่มความสัมพันธ์ในครอบครัว รวมถึงการที่เราจะได้ผักสด สะอาด ปลอดภัยจากสารเคมี ก็ยิ่งเพิ่มคุณประโยชน์แก่ร่างกาย และน้ำนมของคุณแม่ให้วิเศษมากยิ่งขึ้นไปอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก goodlifeupdate.com / siphhospital.com / บ้านและสวน

อ่านบทความดี ๆ ต่อ คลิก

มะรุม กินอย่างไรให้ปลอดภัยและได้ประโยชน์

แม่แชร์ วิธีเพิ่มน้ำนมแม่ สูตรใหม่ด้วยน้ำต้มใบขนุน

ผักผลไม้เพิ่มน้ำนม 20 ชนิด เพิ่มน้ำนมให้คุณแม่

สุดยอด ผักสวนครัว ปลูกกินเองทั้งปี ลูกกินดี แก้สารพัดโรค

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ดาวน์ซินโดรม

เข้าใจ ดาวน์ซินโดรม โรคทางพันธุกรรมที่พ่อแม่ควรดูแลลูกด้วย “ความรัก” อยู่ด้วยความสุข

ภาวะ ดาวน์ซินโดรม เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกวัย ยิ่งแม่ตั้งครรภ์อายุมากยิ่งมีความเสี่ยงมาก

ดาวน์ซินโดรม โรคทางพันธุกรรมที่พ่อแม่ควรดูแลลูกด้วย “ความรัก”
อยู่ด้วยความสุข

กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม และไม่มียารักษา โดยสาเหตุที่พบมากที่สุดประมาณ 95% เกิดจากความผิดปกติของแท่งพันธุกรรมหรือโครโมโซมคู่ที่ 21 ของเซลล์ไข่หรือเซลล์อสุจิอย่างใดอย่างหนึ่งแบ่งตัวไม่สมบูรณ์ ทำให้โครโมโซมคู่ที่ 21 มีโครโมโซม 2 แท่ง เมื่อมารวมกับอีกเซลล์หนึ่งจึงเกิดเป็นตัวอ่อนที่มีโครโมโซมคู่ที่ 21 สามแท่ง การเกิดโดยสาเหตุนี้ทำให้ทุก ๆ เซลล์ของร่างกายเด็กจะมีโครโมโซม 47 แท่ง ซึ่งในคนที่มีร่างกายปกติทุกคนจะมีโครโมโซมทั้งหมด 23 คู่ (46 แท่ง) จากความผิดปกติที่โครโมโซมในร่างกายเกินมา 1 แท่ง ส่งผลให้ทารกที่เกิดมามีลักษณะผิดปกติของพัฒนาการร่างกายทั้งรูปร่างหน้าตา อวัยวะต่าง ๆ และส่งผลต่อการพัฒนาของเด็กตั้งแต่เป็นทารกในครรภ์มารดาต่อเนื่องไปจนหลังคลอดและตลอดชีวิต

ปัจจัยเสี่ยงมีลูกเป็นดาวน์ซินโดรม

จากสถิติทั่วโลกพบในเด็กเกิดใหม่ที่เป็นดาวน์ซินโดรมประมาณ 1 ต่อ 1,000 คน ส่วนไทยมีหญิงให้กำเนิดลูกที่เป็นกลุ่มอาการดาวน์ปีละ 800-1,000 คนจากหญิงคลอดที่มีปีละประมาณ 800,000 คน (ข้อมูลจาก : www.hfocus.org) อัตราความเสี่ยงของการมีลูกเป็นดาวน์ซินโดรมนั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ ยิ่งตั้งครรภ์ตอนอายุมากขึ้น หรืออายุ 35 ปีขึ้นไป ก็จะมีความเสี่ยงสูงถึง 1 ใน 270 ราย ที่ลูกจะเป็นดาวน์ซินโดรมเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นอีก เช่น คุณแม่ที่มีประวัติเคยมีลูกที่เป็นดาวน์ซินโดรม หรือการมีความผิดปกติในโครโมโซมของพ่อแม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย โอกาสที่ลูกจะเกิดมาเป็นดาวน์ซินโดรมจะสูงถึง 50% อย่างไรก็ตามปัจจัยเสี่ยงของการมีลูกเป็นดาวน์ซินโดรมมีเท่ากันทุกคน ในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ที่มีอายุน้อย แม้จะมีความเสี่ยงน้อย แต่ก็สามารถคลอดลูกที่มีโอกาสเป็นดาวน์ซินโดรมสูงถึง 1 ใน 1,000 ราย ได้เช่นกัน

ดาวน์ซินโดรม โรคทางพันธุกรรม

ลักษณะของเด็กกลุ่มดาวน์ซินโดรม แบ่งได้เป็น

ความผิดปกติทางร่างกาย จะสังเกตเห็นลักษณะทางร่างกายภายนอกที่จำเพาะ เช่น

  • มีโครงสร้างทางใบหน้าที่เด่นชัด เช่น ใบหน้าแบน ศีรษะและใบหูเล็กกว่าปกติ หูบิดผิดรูปร่าง ตำแหน่งของหูจะต่ำกว่าปกติปากเล็ก ดั้งจมูกแบน ตาห่างหางตาเฉียงชี้ขึ้น มีจุดสีขาวอยู่ที่ตาดำ ริมฝีปากเล็ก ลิ้นโตคับปาก
  • คอสั้น แขน-ขาสั้น นิ้วสั้นและกระดูกของนิ้วก้อยผิดปกติ มือ-เท้าสั้น มีผังผืดขึ้นที่มือ ทำให้เห็นเส้นลายมือไม่ชัดเจน
  • ตัวเตี้ยและมักจะมีรูปร่างอ้วนกว่าคนในวัยเดียวกันเมื่อโตขึ้น
  • ตัวอ่อนปวกเปียก มีปัญหาในการใช้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ได้ไม่ค่อยดี กล้ามเนื้อหย่อน ข้อต่อหลวม
  • มีพัฒนาการทางร่างกายช้ากว่าปกติ

ความผิดปกติทางด้านสติปัญญา

  • มีอาการสมาธิสั้น ออทิสติก หรือมีปัญหาทางด้านพฤติกรรม
  • มีระดับเชาวน์ปัญญาต่ำ เด็กกลุ่มอาการดาวน์ส่วนใหญ่ร้อยละ 85 มีระดับของสติปัญญาจะอยู่ในขั้นบกพร่องเล็กน้อยถึงปานกลาง มีระดับไอคิวต่ำอยู่ที่ 50-70 จุด จึงทำให้พัฒนาการเรียนรู้ล่าช้า โดยเฉพาะเรื่องภาษาจึงอาจทำให้เริ่มพูดช้ากว่าเด็กทั่วไป
  • มีปัญหาด้านความจำ และอาจมีโอกาสภาวะสมองเสื่อมเร็วกว่าคนปกติ
  • มีอารมณ์รุนแรง ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย
  • มักมีอาการวิตกกังวล

อย่างไรก็ตาม ดาวน์ซินโดรมเป็นกลุ่มของอาการ ดังนั้นทารกที่มีภาวะนี้ไม่จำเป็นต้องมีอาการทุกอย่าง อาจจะมีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง และความรุนแรงจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคลด้วย

ภาวะแทรกซ้อนของดาวน์ซินโดรม

นอกจากลักษณะภายนอกร่างกายและสติปัญญาที่เกิดขึ้นจากภาวะดาวน์ซินโดรมแล้ว อาจมีอาการหรือโรคอื่นที่จะเกิดขึ้นกับเด็กกลุ่มได้ จึงต้องได้รับการรักษาและดูแลเป็นพิเศษมากกว่าเด็กทั่วไป ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตและติดตามอาการเหล่านี้ หากไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลือโดยเร็วและเหมาะสม อาจเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพที่รุนแรงและรักษาได้ยาก ส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงดูและการใช้ชีวิตของเด็กในระยะยาวได้ อาทิเช่น

  • มีปัญหาสุขภาพตั้งแต่กำเนิด เสี่ยงต่ออาการเจ็บป่วยหลายเรื่อง เช่น โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ลำไส้อุดตัน ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ โรคนอนกรนและหยุดหายใจขณะนอนหลับ มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้นกว่าเด็กปกติ เป็นต้น และมักติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่ายหรือเรื้อรังโดยเฉพาะการติดเชื้อที่ปอด หู หลอดลม ต่อมทอนซิล เป็นต้น เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันอาจไม่ได้พัฒนาไปตามวัยอย่างที่ควรจะเป็น
  • มีปัญหาด้านสายตาและการมองเห็น เช่น สายตาสั้น สายตายาว ตาเหล่ ตากระตุก กระจกตาย้วย เยื่อบุตาอักเสบ ตาติดเชื้อ ต้อหิน ต้อกระจก
  • มีความบกพร่องทางการได้ยิน หูชั้นกลางอักเสบ มีหนองในหู
  • โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร เช่น ท้องผูก ท้องร่วง อาหารไม่ย่อย กรดไหลย้อน หรือแพ้กลูเตน (โรคแพ้กลูเตนที่เป็นโปรตีนในขนมปังต่าง ๆ โดยพบมากถึง 16%) เป็นต้น

นอกจากปัญหาที่เกี่ยวกับสุขภาพร่างกายและการพัฒนาของสมองแล้ว ในกลุ่มเด็กเป็นโรคนี้ก็มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมที่คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องดูแลและใส่ใจอย่างเป็นพิเศษมากกว่าเดิม อาทิเช่น การมีพฤติกรรมต่อต้าน เมื่อไม่พ่อใจมักแสดงออกด้วยอารมณ์รุนแรง การวิ่งหรือเดินไปเรื่อยเปื่อย ชอบทำเสียงประหลาด ชอบอมมือ การย้ำคิดย้ำทำ พูดซ้ำ ๆ  การแสดงออกด้านความรักหรือความชอบที่แตกต่างจากคนปกติทั่วไป เช่น การเดินเข้าไปกอดทักทายคนที่ไม่รู้จัก เป็นต้น

การวินิจฉัยและรักษาดาวน์ซินโดรม

ปัจจุบันสามารถคัดกรองทารกที่มีความเสี่ยงต่อดาวน์ซินโดรมได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่มตั้งครรภ์ เพื่อทำให้ทราบได้ว่าลูกน้อยในครรภ์ของคุณแม่เป็นกลุ่มอาการดาวน์หรือไม่ สามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือการตรวจคัดกรองและการตรวจวินิจฉัย เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงที่เด็กจะเป็นดาวน์ซินโดรมได้จากการตรวจหาความผิดปกติของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ด้วยวิธี

การตรวจคัดกรอง

  • การตรวจอัลตราซาวนด์ หากพบว่าทารกในครรภ์มีความผิดปกติ จะตรวจพบของเหลวสะสมอยู่ที่เนื้อเยื่อบริเวณลำคอของเด็กมากกว่าปกติ
  • การตรวจเลือด สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูงที่ทารกในครรภ์จะเป็นดาวน์ซินโดรม แพทย์จะแนะนำให้ใช้การตรวจเลือดหาดีเอ็นเอทารก สามารถตรวจได้ในเลือดของคุณแม่ที่มีอายุครร์ตั้งแต่ 10 สัปดาห์ขึ้นไป หากตรวจด้วยวิธีนี้แล้วพบความผิดปกติในDNAทารก จะนำไปสู่การตรวจวินิจฉัยซึ่งจะเป็นขั้นตอนการตรวจที่สามารถระบุภาวะดาวน์ซินโดรมได้ชัดเจนกว่า

การตรวจวินิจฉัย เป็นกระบวนการตรวจที่ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยว่าทารกในครรภ์มีภาวะดาวน์ซินโดรมหรือไม่ เพื่อเตรียมการวางแผนรักษาร่วมกับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ต่อไป เช่น

  • การเจาะน้ำคร่ำ ใช้ตรวจในระยะตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 2 และควรตรวจในอายุครรภ์มากกว่า 15 สัปดาห์ขึ้นไป เพื่อนำตัวอย่างน้ำคร่ำไปตรวจหาโครโมโซมที่ผิดปกติ แต่ก็เป็นวิธีตรวจที่เสี่ยงเกิดการแท้ง
  • การตรวจเนื้อเยื่อรก นำตัวอย่างเนื้อเยื่อจากรกมาตรวจหาโครโมโซมที่ผิดปกติ ใช้ตรวจในอายุครรภ์ 10 สัปดาห์ขึ้นไป แต่วิธีนี้มีความเสี่ยงต่อการแท้งสูงกว่าการเจาะน้ำคร่ำ
  • การเจาะเลือดจากสายสะดือทารกนำตัวอย่างเลือดจากเส้นเลือดบริเวณสายสะดือของทารก เพื่อตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซม ใช้ตรวจในอายุครรภ์ 18-22 สัปดาห์ มีความเสี่ยงต่อการแท้งสูงกว่าการเจาะน้ำคร่ำและการตรวจเนื้อเยื่อจากรก จึงเป็นวิธีที่แนะนำต่อเมื่อการตรวจด้วยวิธีการอื่นข้างต้นแล้วไม่ทราบผลที่ชัดเจน
  • การวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมระยะก่อนการฝังตัวเป็นวิธีการที่ใช้ตรวจหาความเสี่ยงการป่วยโรคของตัวอ่อนที่เกิดจากการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว ก่อนจะฝังตัวอ่อนลงไปในมดลูกตามกระบวนการตั้งครรภ์

ทั้งนี้กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ วิธีที่ดีที่สุดเพื่อให้ลดความเสี่ยงที่จะคลอดลูกเป็นดาวน์ซินโดรม คือหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์เมื่ออายุเกิน 35 ปี หรือผู้ที่มีพาหะของดาวน์ซินโดรมหรือเป็นผู้ที่อยู่ในอาการดาวน์ซินโดรมนั้นไม่ควรตั้งครรภ์ เนื่องจากผู้ที่มีอาการในกลุ่มดาวน์ฯ หากตั้งครรภ์ลูกที่คลอดมาจะมีความเสี่ยงเป็นโรคดาวน์ซินโดรมได้ถึง 50% รวมทั้งการเข้ารับการฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อตรวจหาความผิดปกติโดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง

การดูแลดาวน์ซินโดรม

พ่อแม่ควรทำอย่างไรเมื่อมีลูกเป็นดาวน์ซินโดรม

เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนต้องการมีลูกที่ออกมามีร่างกายและสภาวะที่สมบูรณ์ แต่หากมีลูกที่เกิดมาด้วยภาวะที่เป็นดาวน์ซินโดรม สิ่งที่พ่อแม่ทำเพื่อลูกได้ดีที่สุดคือการยอมรับความจริงและการมีความเข้าใจในกลุ่มอาการดาวน์เป็นสิ่งที่สำคัญ และร่วมกันเลี้ยงลูกให้ปรับตัวอยู่ในสังคมได้ เช่น

  • ฝึกทักษะและส่งเสริมให้ลูกมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามศักยภาพ หมั่นกระตุ้นพัฒนาการเด็กตั้งแต่ช่วงขวบปีแรกและต่อเนื่องจนถึงอายุ 5 ขวบ ด้วยกิจกรรมที่ออกแบบอย่างง่าย ๆ จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการและระดับไอคิวดีขึ้น สามารถช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน เช่น หัดกินข้าว หัดเดิน หัดพูด อาบน้ำ แต่งตัว เรียนหนังสือ และทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นตามพัฒนาการตามวัยได้
  • สังเกตอาการและดูแลสุขภาพร่างกาย สอนให้ลูกรู้จักพูดเมื่อเจ็บหรือรู้สึกไม่สบาย และควรพาลูกไปหาคุณหมอเพื่อตรวจเช็กสุขภาพร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
  • สนับสนุนความสามารถพิเศษ สังเกตเห็นความชอบหรือความถนัดของลูก เช่น กีฬา ศิลปะ เด็กที่เป็นดาวน์ซินโดรมสามารถเรียนรู้และฝึกฝนซ้ำ ๆ จนเกิดความชำนาญ ที่อาจช่วยสร้างอาชีพที่จะหารายได้ในอนาคต
  • ดูแลลูกด้วยความรัก การใส่ใจและดูแลลูกด้วยความรัก ความใจเย็นของพ่อแม่และการสื่อสารอย่างง่าย ๆ จะช่วยให้ลูกที่อยู่ในภาวะดาวน์ซินโดรมสามารถควบคุมอารมณ์ได้ มองโลกในแง่ดี และมีความสุข

ในส่วนของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องเผชิญกับความเสียใจ และวิตกกังวลเมื่อลูกเกิดมาเป็นดาวน์ซินโดรมที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตหรือปัญหาครอบครัว แต่การยอมรับและเข้าใจ หลีกเลี่ยงกล่าวโทษกัน และหันมาให้กำลังใจกันและกัน และพยายามมองโลกในแง่ดี พร้อมที่ร่วมกันศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกในภาวะนี้ด้วยความรักต่อลูก หรือการเข้าร่วมกลุ่มพ่อแม่ที่มีลูกเป็นดาวน์ซินโดรมเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ซึ่งก็จะได้ข้อมูลเพิ่มเติม มีทัศนคติต่อการเลี้ยงลูกที่ให้ตัวเด็กรู้สึกว่าไม่แตกต่างจากเด็กทั่วไป ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มีความรู้สึกที่ดีขึ้น และพร้อมรับมือกับการดูแลลูกที่เป็นดาวน์ซินโดรมให้เติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยมีโรงเรียนที่สอนเฉพาะและโรงเรียนที่เปิดรับสำหรับกลุ่มเด็กที่มีอาการดาวน์ซินโดรมที่สามารถเข้าเรียนในชั้นเรียนปกติได้ ที่จะเป็นการเปิดโอกาสให้กับเด็กเหล่านี้ได้ใช้ชีวิตอย่างปกติสุข

ทั้งนี้หากคุณพ่อคุณแม่รู้สึกกับสภาวะทางจิตใจที่ทำให้รู้สึกเป็นทุกข์ สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลลูกที่เป็นดาวน์ซินโดรมอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดความเครียด อาการกังวลลง และสามารถอยู่กับลูกอย่างมีความสุขได้ด้วยความรักและความเข้าใจที่ดีนะคะ.

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.pobpad.comwww.phyathai.comwww.healthsmile.co.th, www.hfocus.orgwww.kapook.com

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจ คลิก :

5 โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ที่พบได้บ่อยในครอบครัวไทย

ตรวจโรคทางพันธุกรรม ก่อนตั้งครรภ์ จำเป็นไหม?

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ชื่อเท่ๆ ชื่อจริงลูกชาย

111 ชื่อเท่ๆ ชื่อจริงลูกชาย ใช้เป็นชื่อเล่นก็ได้ แถมความหมายเป็นมงคล

คัดมาให้แล้ว 111 ชื่อเท่ๆ ชื่อจริงลูกชาย มีความหมายเป็นมงคลตามวันเกิด แถมทันสมัย ใช้เรียกเป็นชื่อเล่นเท่ๆ ก็เก๋ไม่เหมือนใคร จะมี ชื่อจริงลูกชายเท่ๆ ชื่อใดบ้าง มาดูกันเลย

คัดมาแต่ ชื่อเท่ๆ ชื่อจริงลูกชาย 111 ชื่อ
เป็นได้ทั้งชื่อจริงและชื่อเล่น

สำหรับการตั้งชื่อให้ลูก หากในชื่อเดียวกันนั้นสามารถเป็นทั้งชื่อจริงและชื่อเล่นก็คงจะดีไม่น้อย ซึ่งคุณแม่บ้านไหนที่ตั้งท้องลูกชายอยู่และใกล้คลอดแล้ว หากคุณกำลังมองหาไอเดียสำหรับ ตั้งชื่อลูกชาย ต้องห้ามพลาดบทความนี้!! ทีมแม่ ABK ได้คัดสรรพร้อมรวบรวม ชื่อเท่ๆ ชื่อจริงลูกชาย กว่า 111 ชื่อ มาฝาก … ซึ่งเป็น ชื่อเท่ๆ ที่สามารถใช้ตั้งให้ลูกชายแบบ ชื่อจริง และชื่อเล่น แถมยังเป็นชื่อมงคลที่มีความหมายดีอีกด้วย ว่าแต่จะมี ชื่อจริงลูกชายเท่ๆ อะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

ชื่อเท่ๆ ชื่อจริงลูกชาย เกิดวันอาทิตย์

ชื่อ คำอ่าน ความหมาย
กวิน กะ – วิน ดีงาม
กัญจน์ กัน ทอง
เขม เขม ความเกษม
คฑา คะ – ทา กระบอง,อาวุธ
ณัช นัด เกิดมาเพื่อความรู้ ผู้ให้เกิดความรู้
เตวิช เต – วิด มีวิชาสามประการ มีความรู้พิเศษสามประการ
ธนา ทะ – นา มั่งคั่ง,มั่งมี
ปริชญ์ ปริด ผู้รอบรู้
ปัณณ์ ปัน หนังสือ
ไผท ผะ – ไท แผ่นดิน
ภาม พาม เดช
ภูริช พู – ริด แผ่นดิน
วิชญ์ วิด ผู้รู้ นักปราชญ์
ไวทย์ ไว มีความรู้
อธิป อะ – ทิบ ผู้เป็นใหญ่
ไอศูรย์ ไอ-สูน ความเป็นเจ้าเป็นใหญ่, อำนาจสมบัติแห่งพระราชาธิบดี

 

 

ชื่อเท่ๆ ชื่อจริงลูกชาย เกิดวันจันทร์

ชื่อ คำอ่าน ความหมาย
กฤตย์ กรด หน้าที่การงาน, ควรกระทำ
กานต์ กาน น่ารัก น่าพึงพอใจ
ธรรศ ทัด กล้าหาญ
ธัช ทัด ธง
นนท์ นน ความยินดี
ปองธรรม ปอง – ทำ หวังคุณความดี
ปัญญ์ ปัน มีปัญญา
พฤทธ์ พะ – รึด ฉลาด,คงแก่เรียน
ยชญ์ ยด การบูชา

 

ชื่อเท่ๆ ชื่อจริงลูกชาย เกิดวันอังคาร

ชื่อ คำอ่าน ความหมาย
จรณ์ จอน ความประพฤติดี
จิณณ์ จิน ผู้ที่ประพฤติดีแล้ว
ชัช ชัด นักรบ
ชาคริต ชา-คริด ผู้มีความเพียร มีความตื่นตัวอยู่เสมอ
ชานน ชา-นน ผู้รู้, ความรู้
ฌัลล์ ชัน นักมวย
ณัฎฐ์ นัด ผู้ตั้งอยู่ในความรู้ นักปราชญ์
ตาณ ตาน ที่พึ่ง,ป้องกันภัย
ติณณ์ ติน ผู้ข้ามพ้นความทุกข์แล้ว
ทานต์ ทาน ผู้ใจดี, ใจเย็น
ธาวิน ทา – วิน ผู้บริสุทธิ์, วิ่ง, ว่องไว
ธีร์ ที นักปราชญ์
ปัณณ์ ปัน หนังสือ
ปูรณ์ ปูน ผู้เต็มเปี่ยม ผู้สมบูรณ์
ผลบุญ ผล-บุญ ผู้ได้รับผลจากบุญกุศล
พบธรรม พบ – ทำ พบคุณความดี
พาทิศ พา – ทิด ผู้คงแก่เรียน ผู้ฉลาด เจ้าแห่งคารมคมคาย
ภัทร พัด ความเจริญ,ดีงาม
เมธัส เม – ทัด ผู้มีปัญญา, นักปราชญ์
รัญชน์ รัน ความยินดี
รามิล รา – มิน กามเทพ
ราเมนทร์ รา – เมน พระรามผู้ยิ่งใหญ่
สวิทย์ สะ – วิด มีความรู้แตกฉาน
อาชว์ อาด ความซื่อตรง
อิชย์ อิด การบูชา,ครู
อินทัช อิน – ทัด เกิดจากผู้ยิ่งใหญ่ เกิดมาเพื่อยิ่งใหญ่

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ชื่อเท่ๆ ชื่อจริงลูกชาย เกิดวันพุธ กลางวัน

ชื่อ คำอ่าน ความหมาย
กวินท์ กะ – วิน จอมกวี
คริษฐ์ คริด ผู้ที่น่าบูชาที่สุด
ดิษย์ ดิด เป็นมงคล
ณัฐ นัด ผู้ตั้งอยู่ในความรู้, นักปราชญ์
ณัท นัด ให้ซึ่งความรู้
ธงรบ ทง – รบ ธงตอนออกศึก
ธนิน ทะ – นิน มีทรัพย์
ธิษณ์ ทิด ฉลาด
พฤธ พรึด เข็มแข็ง, เพิ่มพูน
ภาคย์ พาก โชคดี
ภวัต พะ – วัด ผู้เจริญ
ภาคิน พา – คิน ผู้มีโชค, มีกำไร
โมกข์ โมก ผู้เป็นหัวหน้า ความหลุดพ้น
โยธิน โย-ทิน นักรบ
สาธุ สา – ทุ ดีแล้ว ชอบแล้ว
อัฑฒ์ อัด ชายผู้ร่ำรวย
อธิศ อะ – ทิด ผู้เป็นใหญ่

 

ชื่อเท่ๆ ชื่อจริงลูกชาย เกิดวันพุธ กลางคืน

ชื่อ คำอ่าน ความหมาย
ขวัญชัย ขวัน – ไช มิ่งขวัญแห่งชัยชนะ
คณิต คะ-นิด การนับ
ชยิน ชะ – ยิน ชัยชนะ
เตโช เต – โช อำนาจ,เดช
ตุลย์ ตุน สมดุล, เที่ยงตรง
เรวัต เร – วัด มีทรัพย์
วิญญ์ วิน ผู้รู้แจ้ง, นักปราชญ์
เวทิศ เว – ทิด ผู้คงแก่เรียน
เวธน์ เวด ปัญญาเฉียบแหลม
เวธัส เว – ทัด ทรงคุณ
ไวทิน ไว – ทิน ผู้รู้
อิชย์ อิด การบูชา,ครู

ชื่อเท่ๆ ชื่อจริงลูกชาย

ชื่อเท่ๆ ชื่อจริงลูกชาย เกิดวันพฤหัสบดี

ชื่อ คำอ่าน ความหมาย
การัณย์ กา – รัน หน้าที่การงาน
ปกรณ์ ปะ – กอน คำภีร์, ตำรา
ปรัณ ปรัน เต็ม บริบูรณ์ พึงพอใจ
ปองคุณ ปอง – คุน มุ่งหวังสิ่งที่ดีงาม
ใฝ่ธรรม ไฝ่-ทำ สนใจในบุญกุศล
ใฝ่บุญ ไฝ่-บุน สนใจในทางธรรม
พิชญ์ พิด นักปราชญ์, ผู้มีความรู้สูง
เพิ่มบุญ เพิ่ม-บุน ทำบุญให้มากขึ้น
ภัฎ พัด นักรบ
ภาคภูมิ พาก-พูม มีสง่า, ผึ่งผาย
ภูริ พู-ริ แผ่นดิน
ศรัณย์ สะ – รัน อันเป็นที่พึ่ง ที่พัก ที่อาศัย

 

ชื่อเท่ๆ ชื่อจริงลูกชาย เกิดวันศุกร์

ชื่อ คำอ่าน ความหมาย
กันต์ กัน น่ารัก น่าพอใจ
ชิน ชิน ผู้ชนะ,พระพุทธเจ้า
ภูมิ พูม แผ่นดิน
ก้องภพ ก้อง-พบ มีชื่อเสียงก้องโลก
เด่นภูมิ เด่น-พูม มีภูมิดีเด่น
ติณห์ ติน กล้าแข็ง, แหลมคม
เตชน์ เตด ว่องไว ฉลาด ลูกศร
พฤกษ์ พรึก ต้นไม้
ม่านฟ้า มาน-ฟ้า เมฆ

 

ชื่อเท่ๆ ชื่อจริงลูกชาย เกิดวันเสาร์

ชื่อ คำอ่าน ความหมาย
กริช กริด หลักแหลม, รู้สองด้านและเข้าถึง
กวี กะ – วี ผู้มีศิลปะในการประพันธ์บทกลอน
การันต์ อ่านว่า กา-รัน
ดนตร์ ดน ดนตรี, เสียงที่ประกอบเป็นทำนองเพลง
เตชัส เต-ชัด เดชหรืออำนาจ
เตชิต เต-ชิด คมกล้า หรือฉลาดเฉียบแหลม
เตชินท์ เต-ชิน เป็นใหญ่ด้วยเดช มีเดชยิ่งใหญ่
ทักข์ ทัก สามารถ, เหมาะ, ขยัน
ทัพพ์ ทับ ทรัพย์สมบัติ
ธัญ ทัน มีโชค
ธาม ทาม ยศศักดิ์
นิธาน นิ – ทาน เก็บไว้, ตั้งมั่น
ปัญ ปัน สติปัญญา

 

รวม ชื่อเท่ๆ ชื่อจริงลูกชาย  อ่านเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมความหมาย

Boone (บุญ, บูรณ์)
ฝรั่งเศส แปลว่า ดี
อังกฤษ แปลว่า ให้พร

Charles (ชาญ, ฌาน)
ฝรั่งเศส, อเมริกัน แปลว่า ที่เป็นลูกผู้ชาย

Chet (เชษฐ์)
อเมริกัน, อังกฤษ แปลว่า ที่มั่น ที่พัก

Chris, Cris (กฤต, กฤษณ์, กริช)
กรีก, อเมริกัน แปลว่า ผู้รับสารจากพระเยซู

Jace, Jade, Jed (เจษฏ์, เจตน์)
Jace กรีก, อเมริกัน แปลว่า การรักษา ผู้รักษา หมอ
Jade สแปนิช อเมริกัน แปลว่า เพชรพลอย
Jade อังกฤษ แปลว่า อัญมณีสีเขียว
Jed ฮิบรู, อเมริกัน แปลว่า เป็นที่รักของพระผู้เป็นเจ้า

Mitch (มิตร)
อเมริกัน, อังกฤษ, ไอริช, ฮิบรู แปลว่า ผู้ที่ละม้ายคล้ายพระเจ้า

Mark (มรรค)
คัมภีร์ไบเบิ้ล แปลว่า สุภาพ ส่องสว่าง
ละติน, ฮังกาเรียน แปลว่า สงคราม ดาวอังคาร

Pat (พัด, ภัทร)
อเมริกัน, ชนพื้นเมืองอเมริกัน แปลว่า ปลา

Rich (ฤทธิ์, ริท)
เยอรมัน แปลว่า ผู้ปกครองที่มีอำนาจ
อเมริกัน, อังกฤษ แปลว่า ร่ำรวย

Seth (เศรษฐ์)
คัมภีร์ไบเบิ้ล, อเมริกัน, ฮิบรู แปลว่า ได้รับการแต่งตั้ง

Shane (เชน)
อังกฤษ, ไอริช, ฮิบรู แปลว่า ของขวัญจากพระเจ้า

 

 

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิกที่ภาพได้เลย 

25 เรื่องสุดว้าว คนมีลูกชาย ต้องรู้

500 ชื่อเล่นสุดฮิต ชื่อลูกแบบอินเตอร์ ใช้ตั้งได้ทุกปี ไม่มีเอ้าท์!

ผิดไหม? ลูกชายชอบเล่นตุ๊กตา ลูกสาวเล่นรถ พ่อแม่ควรทำไงดี!

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ 200 ชื่อมงคล ช่วยเสริมดวงร่ำรวย ฉลาด มีแต่คนเอ็นดู

รวม 200 ชื่อดีสำหรับ ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ โดยเฉพาะ หากจะตั้งชื่อลูกตามวันเกิด ชื่อมงคลวันศุกร์ จะมีชื่ออะไรบ้างที่ตั้งแล้วเป็นมงคลกับชีวิต เสริมดวงลูกสาวให้ร่ำรวย ฉลาดรอบรู้ และมีแต่คนรักใคร่เอ็นดู ตามมาดูกันเลย

ไอเดีย ชื่อดีเป็นมงคล 200 สำหรับ ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์

สำหรับการตั้งชื่อมงคล มีความเชื่อว่าหากตั้งชื่อที่มีความหมายดี ก็จะช่วยเสริมดวงให้ลูกได้ ซึ่งชื่อจริงลูกสาวเกิดวันศุกร์ เป็นอีกหนึ่งเรื่อง ที่พ่อแม่หลายคนค้นหาข้อมูลเพื่อเป็นไอเดีย ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ โดยหลักการ ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ ที่นิยมยึดถือปฏิบัติกันมากที่สุด จะต้องใช้ความหมายของทักษาที่ดี โดยยึดทักษาปกรณ์เป็นหลัก คือ ต้องใช้อักขระในวรรค บริวาร ,อายุ ,เดช, ศรี ,มูละ ,อุตสาหะ หรือมนตรีเท่านั้น เกิดวันศุกร์ ห้ามใช้ อักษรกาลกิณีวันศุกร์ โดยเด็ดขาด คือ ย ร ล ว

ทั้งนี้ในส่วนการตั้งชื่อ ตัวอักษรสำหรับ ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ นิยมใช้ วรรคศรี ได้แก่ ตัว จ ฉ ช ซ ฌ ญ นำหน้าหรือตามหลัง หรือใช้อักขระวรรคอื่น ๆ นำหน้าชื่อก็ได้ เพื่อเป็นการแก้ข้อบกพร่องหรือส่งเสริมในเรื่องต่าง ๆ ตามความหมายของวรรคนั้น ๆ ในส่วนของทักษาอักษร สำหรับชื่อมงคลของคนเกิดวันศุกร์ นอกจากวรรคศรีแล้ว พ่อแม่สามารถเลือกดูตัวอักษรตามวรรคต่างๆที่อยากให้มีในชื่อลูกสาว เพื่อช่วยเสริมดวงด้านอื่นๆ ได้ ดังนี้

  • อักษรที่เป็นบริวาร ได้แก่ ศ ษ ส ห ฬ ฮ อ
  • อักษรที่เป็นอายุ ได้แก่ สระ อะ อา อิ อี อึ อือ อุ อู เอ แอ โอ ไอ ใอ (รวมถึงไม้หันอากาศ และ การันต์)
  • อักษรที่เป็นเดช ได้แก่ ก ข ค ฆ ง
  • อักษรที่เป็นมูละ ได้แก่ ฏ ฎ ฐ ฑ ฒ ณ
  • อักษรที่เป็นอุตสาหะ ได้แก่ ด ต ถ ท ธ น
  • อักษรที่เป็นมนตรี ได้แก่ บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม

ดังนั้นเพื่อเป็นไอเดียสำหรับ ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ ทีมแม่ ABK ได้คัดชื่อดี 200 ชื่อ ที่มีความหมายเป็นมงคล เน้นช่วยเสริมดวงให้ลูกร่ำรวย มีแต่คนเอ็นดู มาฝาก จะมีชื่ออะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

 

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ ชื่อจริง ชื่อคนเกิดวันศุกร์ ก

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ คำอ่าน ความหมาย
กัญญชุดา กัน – ยะ – ชุ – ดา หญิงผู้มีความรุ่งเรือง
กัญญธนัฏฐ์ กัน – ยะ – ทะ – นัด หญิงผู้ร่ำรวย
กัญญปภา กัน – ยะ – ปะ – พา หญิงผู้รุ่งเรือง
กัญญาธิบดิ์ กัน – ยะ – ทิบ หญิงผู้เป็นใหญ่
กัญญานัฐ กัน – ยา – นัด หญิงสาวผู้เป็นนักปราชญ์
กันต์พิชชา กัน – พิด – ชา รักในความรู้
กาญจน์ณัฏฐา กาน – นัด – ถา ปราชญ์ผู้มีค่าดั่งทองคำ
กานต์พิชชา กาน – พิด – ชา มีความรู้เป็นที่รัก
กนกกาญจน์ กะ – หนก – กาน ทองคำล้ำค่า
กนกนาถ กะ – หนก – นาด มีทองเป็นที่พึ่ง
กนกนิภา กะ – หนก – นิ – พา เหมือนทอง
กนกนุช กะ – หนก – นุช หญิงผู้มีค่าดั่งทองคำ
กนกพิชญ์ กะ – หนก – พิด ปราชญ์ผู้มีค่าประดุจทอง

 

 

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ หมวด ช

ชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ คำอ่าน ความหมาย
ชญาณ์พิมพ์ ชะ – ยา – พิม ต้นแบบแห่งความรู้
ชญานิษฐ์ ชะ – ยา – นิด มีความรู้น่าพึงพอใจ
ชนัญชิดา ชะ – นัน – ธิ – ดา ผู้ชนะคนอื่น
ชุติมณฑน์ ชุ – ติ – มน มีความรุ่งเรืองเป็นเครื่องประดับ
ชญานันทน์ ชะ – ยา – นัน ยินดีและมีความรู้
ชญานิศ ชะ – ยา – นิด เจ้าแห่งความรู้, ยอดผู้รู้
ชญานี ชะ – ยา – นี ผู้มีความรู้
ชนันญภัค ชะ – นัน – ยะ – พัก คนผู้มีความรู้และมีความโชคดี
ชนากานต์ ชะ – นา – กาน เป็นที่รักของคนทั้งหลาย
ชนาภา ชะ – นา – พา คนผู้มีความรุ่งเรือง
ชนิษฐา ชะ – นิด – ถา ผู้เป็นที่ปรารถนาแห่งปวงชน
ชัญญา ชัน – ยา ผู้ประเสริฐ, ผู้รู้
ชัญญาภัส ชัน – ยา – พัด รุ่งเรื่องและมีความรู้
ชาญณญา ชาน – นะ – ยา มีความรู้ความชำนาญ
โชติกา โช – ติ – กา ผู้รุ่งเรือง, ผู้มีความรุ่งโรจน์

 

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ ชื่อจริง ชื่อคนเกิดวันศุกร์ ญ

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ คำอ่าน ความหมาย
ญาณี ยา – นี ผู้มีความรู้
ญาณิศา ยา – นิ – สา เป็นใหญ่ด้วยความรู้
ญาดา ยา – ดา ผู้รู้นักปราชญ์

 

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ ชื่อจริง ชื่อคนเกิดวันศุกร์ ฐ

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ คำอ่าน ความหมาย
ฐาณญา ถา – นะ – ยา ความรู้ความมั่นคง
ฐานิต ถา – นิด ถึงซึ่งฐานะ, มีฐานะ, มั่นคง
ฐานิฏฐ์ ถา-นิด เป็นที่น่าพอใจ
ฐิติชญา ถิ – ติ – ชะ – ยา ผู้มีความมั่นคง ผู้รู้ชีวิต
ฐิติกาญจน์ ถิ-ติ-กาน ผู้มีทองเป็นความมั่นคง
ฐิติกานต์ ถิ-ติ-กาน ผู้ที่มีความรักมั่นคง
ฐิติชญา ถิ-ติ-ชะ-ยา ผู้มีความมั่นคง ผู้รู้ชีวิต

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ ชื่อจริง ชื่อคนเกิดวันศุกร์ ณ

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ คำอ่าน ความหมาย
ณัฐกฤตา นัด – กริ – ตา ผู้สร้างให้เป็นนักปราชญ์
ณัฐณิชา นัด – นิ – ชา ฉลาดและบริสุทธิ์
ณธิดา นะ – ทิ – ดา ลูกสาวมีความรู้
ณัชชา นัด – ชา เกิดเพื่อความรู้
ณัฏฐณิชา นัด – ถะ – นิ – ชา ฉลาดและบริสุทธิ์
ณัฐนิชา นัด – นิ – ชา ฉลาดและบริสุทธิ์
ณัทกาญจน์ นัด – ถา – กาน ความรู้มีค่าดั่งทองคำ
ณิชกานต์ นิด-ชะ-กาน บริสุทธิ์และเป็นที่รัก

 

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ ชื่อจริง ชื่อคนเกิดวันศุกร์ ท

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ คำอ่าน ความหมาย
ทิพปภา พิบ – ปะ – พา รุ่งเรืองดียิ่ง
ทัตพิชา ทัด – พิ – ชา ผู้ได้รับประสาทวิชาความรู้ ผู้ได้รับความรู้
ทิพานัน ทิ – พา – นัน ผู้มีใบหน้าสวยงาม
ทีปกา ที – ปะ – กา ผู้ส่องสว่าง

 

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ ชื่อจริง ชื่อคนเกิดวันศุกร์ ธ

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ คำอ่าน ความหมาย
ธนัญญา ทะ – นัน – ยา มีความรู้เรื่องทรัพย์
ธัญพิชชา ทัน – พิด – ชา มีความรู้ยิ่งดี
ธัญชนก ทัน-ชะ-นก ให้เกิดสิริมงคล หรือให้เกิดโชค
ธัญญามาศ ทัน-ยา-มาด โชคลาภยิ่งทองคำ
ธัญมน ทัน – ยะ – มน มีใจดียิ่ง
ธัญสินี ทัน – สิ – นี หญิงสาวงามผู้โชคดี
ธัญสุดา ทัน – สุ – ดา ลูกสาวผู้โชคดี
ธิติสุดา ทิ-ติ-สุ-ดา หญิงผู้มีปัญญา
ธิษณามตี ทิด – สะ – นา – มะ – ตี มีความคิดฉลาด
ธีนิดา ที – นิ – ดา ผู้ถูกนำไปด้วยความรู้ ผู้ได้รับการแนะนำเพื่อปัญญา

 

 

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ ชื่อจริง ชื่อคนเกิดวันศุกร์ น

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ คำอ่าน ความหมาย
นภัสชิชญาณ์ นะ – พัด – ชิ – ชะ – ยา มีความรู้กว้างขวางดั่งท้องฟ้า
นภัสญาณ์ นะ – พัด – สะ – ยา มีความรู้กว้างขวาง
นันท์ธนา นัน – ทะ – นา มีทรัพย์และความยินดี
นิธินันท์ นิ – ทิ – นัน มีขุมทรัพย์ที่น่ายินดี
นิกษ์นิภา นิก – นิ – พา เสมือนแห่งทอง
นิดานุช นิ – ดา – นุด หญิงสาวผู้ได้รับการอบรม
นิตา นิ – ตา ผู้ได้รับการแนะนำ ได้รับการอบรมอย่างดี
นิษฐา นิด – ถา สำเร็จ สมบูรณ์ จุดหมายปลายทาง
นิชกานต์ นิด – ชะ – กาน เป็นของตนเป็นที่รัก
นิชฌาน นิด – ชาน การเพ่งพินิจ ปัญญา
นิชดา นิด – ชะ – ดา ความเป็นตัวของตัวเอง
นิชนันท์ นิด – ชะ – นัน ผู้มีความสุข ความเพลิดเพลิน เป็นของตน
นิพพิชฌน์ นิบ-พิด ปัญญา เข้าใจทะลุปรุโปร่ง ตรัสรู้
นัทธมน นัด – ทะ – มน มีใจผูกพัน
นันทิกานต์ นัน – ทิ – กาน มีความยินที่น่ารัก น่ารักน่ายินดี

 

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ ชื่อจริง ชื่อคนเกิดวันศุกร์ บ

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ คำอ่าน ความหมาย
บัณฑิตา บัน – ดิ – ตา ผู้ฉลาด, ผู้มีความรู้
บุญฐิสา บุน – ทิ – สา ยิ่งใหญ่ด้วยบุญ
เบญญา เบน – ยา ฉลาด
เบญญาภา เบน – ยา – พา รุ่งเรืองด้วยปัญญา

 

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ ชื่อจริง ชื่อคนเกิดวันศุกร์ ป

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ คำอ่าน ความหมาย
ปณิดา ปะ – นิ – ดา ได้รับการสรรเสริญ
ปพิชญา ปะ – พิด – ชะ – ยา ผู้รู้แจ้ง
ปภาพินท์ ปะ – พา – พิน ประสบแสงสว่าง
ปสุดา ปะ – สุ – ดา ผู้ขยันขันแข็ง
ปัญภาณุช ปัน – ยะ – พา – นุด เกิดมามีปัญญาและเจริญ
ปัณชญา ปัน – ชะ – ยา ผู้รู้เกี่ยงกับทรัพย์
ปัณฑา ปัน – ดา ปัญญา
ปัณฑิตา ปัน – ทิ – ตา ผู้ฉลาด
ปัณณทัต ปัน-นะ-ทัด ให้ความรู้
ปทิตตา ปะ – ทิด – ดา รุ่งเรืองแล้ว ส่องแสงแล้ว
ปัณฑ์ชนิต ปัน – ชะ – นิด ให้เกิดปัญญา
ปิญชาน์ ปิน – ชา ทองคำ
ปิ่นมณี ปิ่น – มะ – นี ยอดมณี
ปิ่นมนัส ปิ่น – มะ – นัด จอมใจ ยอดดวงใจ
ปิ่นสุดา ปิ่น – สุ – ดา ยอดหญิง
ปภาณิน ปะ-พา-นิน พูดเก่ง ท่องจำเก่ง
ปองกานต์ ปอง-กาน เป็นที่รักที่หมายปอง
ปุญญพัฒน์ ปุน-ยะ-พัด เจริญด้วยบุญ
ปุณณัตถ์ ปุน-นัด ผู้สมปรารถนา สมประสงค์
ปุณิกา ปุ – นิ – กา มีบุญ มีคุณงามความดี
เปมิกา เป-มิ-กา ผู้มีความรัก ผู้เป็นที่รัก
เปมิศา เป-มิ-สา ผู้มีความรักที่ยิ่งใหญ่
ปานใจ ปาน – ใจ เพียงใจ, เทียบได้กับดวงใจ, ที่รักยิ่ง
ปานชนก ปาน – ชะ – นก เหมือนพ่อ

 

 

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ ชื่อจริง ชื่อคนเกิดวันศุกร์ ผ , พ

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ คำอ่าน ความหมาย
ผกามาศ ผะ – กา – มาด ดอกไม้มีค่ายิ่งทอง
ผกาสินี ผะ – กา – สิ – นี หญิงผู้มีผิวดุจดอกไม้
พัฑฒิดา พัด – ทิ – ดา เจริญแล้ว
พัฒ์ธิดา พัด – ทิ – ดา ลูกสาวผู้มีความเจริญ
พัทธ์ธนามาศ พัด – ทะ – นา – มาด ผูกพันกับความมั่งคั่งและทองคำ
พัศธนัญญา พัด – ทะ – นัน – ยา มีทรัพย์ความรู้และกล้าหาญ
พิชชา พิด – ชา ความรู้
พิชชาภา พิด – ชา – พา มีความรู้รุ่งเรืองด้วยความรู้
พิชฌน์ฐภา พิด – ถะ – พา แสงแห่งความรู้ที่ตั้งมั่น
พิชฌาภัช พิด – ชา – พัด ดีงามด้วยความรู้
พิชญ์สินี พิด – สิ – นี หญิงงามผู้ฉลาด
พิชญา พิด – ชะ – ยา นักปราชญ์
พิชญานันท์ พิด – ชะ – ยา – นัน มีความรู้อย่างน่ายินดี
พิชญาภัค พิด – ชะ – ยา – พัก นักปราชญ์ผู้โชคดี
พิชญาภา พิด – ชะ – ยา – พา ความรู้อันรุ่งเรือง
พิชญธิดา พิด-ชะ-ยะ-ทิ-ดา ลูกสาวผู้เป็นนักปราชญ์
พิชญานิน พิด-ชะ-ยา-นิน ผู้ทรงความรู้
พิชญาภัค พิด-ชะ-ยา-พัก นักปราชญ์ผู้โชคดี
พิชญาภา พิด-ชะ-ยา-พา แสงสว่างของนักปราชญ์
พิชามญธุ์ พิ-ชา-มน ผู้งดงามด้วยความรู้
พิมพกานต์ พิม-พะ-กาน รูปงามน่ารัก
พิมพ์พิสุทธ์ พิม-พิ-สุด มีรูปร่างอันบริสุทธิ์
พิมพ์มาดา พิม-มา-ดา เหมือนแม่
พิตตินันท์ พิด – ติ – นัน เพลิดเพลินในทรัพย์
พุฒิธิดาภา พุด – ทิ – ดา – พา มีความรู้ความเข้าใจที่รุ่งเรือง
พสิกา พะ – สิ – กา ผู้อยู่ในอำนาจ ว่านอนสอนง่าย
พาทินธิดา พา – ทิน – ทิ – ดา ลูกสาวผู้ฉลาด
พิจักขณา พิ – จัก – ขะ – นา มีปัญญาเห็นประจักษ์ ผู้ฉลาดยิ่ง
พิชญธิดา พิด – ชะ – ยะ – ทิ – ดา ลูกสาวผู้เป็นนักปราชญ์
พุธิตา พุ – ทิ – ตา รู้แล้ว เข้าใจแล้ว ฉลาด
พุทธิชา พุด – ทิ – ชา เกิดมาฉลาด
พุทธิมา ทุด – ทิ – มา ผู้มีปัญญา
เพ็ญพิชชา เพ็น – พิด – ชา เต็มไปด้วยความรู้

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ ชื่อจริง ชื่อคนเกิดวันศุกร์ ภ

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ คำอ่าน ความหมาย
ภัคธีมา พัก – คะ – ที – มา ผู้ฉลาดในสิ่งที่เป็นมงคล
ภาพิต พา – พิด ผู้ได้รับการอบรมแล้ว
ภาสินี พา – สิ – นี มีความรุ่งเรืองสว่างไสว
ภานิชา พา – นิ – ชา มีความรุ่งเรืองเป็นของตนเอง
ภคนันท์ พะ-คะ-นัน ยินดีในโชค หรือสิริมงคล
ภานิดา พา-นิ-ดา ผู้ได้รับการแนะนำที่ดี
ภิญญาพัชญ์ พิน-ยา-พัด ผู้มีปัญญารู้ในกรอบ

 

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ ชื่อจริง ชื่อคนเกิดวันศุกร์ ม

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ คำอ่าน ความหมาย
มนตกานต์ มน-ตะ-กาน มีมนต์เป็นที่รัก, เป็นที่รักดั่งมีมนต์
มนัสนันท์ มะ-นัด-สะ-นัน มีใจสุขสำราญ
มณีญาภา มะ – นี – ยา – พา แสงความรู้ดั่งแก้วมณี
มณีกานต์ มะ – นี – กาน มีค่าและน่ารัก
มนชิดา มน – ชิ – ดา ชนะใจ

 

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ ชื่อจริง ชื่อคนเกิดวันศุกร์ ศ

ชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ คำอ่าน ความหมาย
ศจิษฐา สะ – จิด – ถา ที่มีอำนาจมากที่สุด
ศีดา สี – ดา เฉียบคม, มีสติปัญญาเฉียบแหลม
ศิกานต์ สิ – กาน ผู้ที่ทำให้คนรักพอใจ
ศุจิกา สุ – จิ – กา ผู้มีความบริสุทธิ์, ผู้มีความสะอาด
ศุทธนุช สุด – ทะ – นุด หญิงผู้บริสุทธิ์
ศุทธินี สุด – ทิ – นี ผู้มีความหมดจด, ผู้มีความบริสุทธิ์
ศุภกานต์ สุ – พะ – กาน ผู้ดีงามและเป็นที่รัก
ศุภ์ปชัญญา สุ – ปะ – ชัน – ยา ดีงามและมีความรู้
ศุภาพิชญ์ สุ – พา – พิด นักปราชญ์ผู้งดงาม
ศุภณัฐ สุ – พะ – นัด นักปราชญ์ผู้ดีงาม
ศุภดา สุ – พะ – ดา ความงาม
โศภนิศ โส – พะ – นิด เจ้าแห่งความงาม
โศภิตา โส – พิ – ตา นางงาม
โศภิษฐ์ โส – พิด งามยิ่ง, ดียิ่ง
โศภิษฐา โส – พิด – ถา ผู้งามยิ่ง

 

 

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ ชื่อจริง ชื่อคนเกิดวันศุกร์ ส

ชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ คำอ่าน ความหมาย
สจิต สะ – จิด ฉลาด
สฎา สะ – ดา แสงสว่าง เรืองรอง
สาธิดา สา – ทิ – ดา ผู้ให้สำเร็จสมประสงค์
สาธินี สา – ทิ – นี ให้สำเร็จ
สิฏฐิณิศา สิด – ถิ – นิ – สา เจ้าแห่งความรู้และความร่ำรวย
สิทธินี สิด – ทิ – นี มีความสำเร็จ
สินธุนาถ สิน – ทุ – นาด มหาสมุทร
สุชญา สุ – ชะ – ยา ผู้รู้ดี
สุชญาภา สุ – ชะ – ยา – พา มีความรู้ดี
สุชัญญา สุ – ชัน – ยา ประเสริฐยิ่ง, ผู้รู้ดียิ่ง
สุณัฏฐา อ่านว่า สุ-นัด-ถา
สุทัชชา สุ-ทัด-ชา ผู้ให้สิ่งดี
สุธาสินี สุ – ทา – สิ – นี ผู้กินอาหารทิพย์
สุธินี สุ – ทิ – นี นักปราชญ์
สุธิศา สุ – ทิ – สา เป็นใหญ่ในแผ่นดิน
สุธีธิดา สุ – ที – ทิ – ดา ธิดานักปราชญ์, ธิดาผู้ฉลาด
สุธิมนต์ สุ – ทิ – มน ผู้ปัญญาดี
สุธิมา สุ – ทิ – มา ผู้มีปัญญา ผู้ฉลาด
สุธีมนต์ สุ – ที – มน ผู้มีปัญญาดี มีปัญญาอย่างยิ่ง
สุพิชชา สุ – พิด – ชา มีความรู้ดี
สุภคญา สุ – พะ – คะ – ยา โชคดีมีความรู้
สุภาพิชญ์ สุ – พา – พิด นักกปราชญ์ที่ดีงาม
เสฏฐิปภา เสด – ถิ – ปะ – พา มีทรัพย์และรุ่งเรือง
โสชญา โส – ชะ – ยา รู้ดี
โสภณัฐ โส-พะ-นัด นักปราชญ์ผู้ดีงาม
สพิชญา สุ – พิด – ชะ – ยา ฉลาดยิ่ง
สมัชญา สะ – มัด – ชะ – ยา มีเกียรติ มีชื่อเสียง

 

ตั้งชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ ชื่อจริง ชื่อคนเกิดวันศุกร์ อ

ชื่อลูกสาวเกิดวันศุกร์ คำอ่าน ความหมาย
อตินุช อะ – ติ – นุด หญิงสาวผู้ยิ่งใหญ่
อนันตญา อะ – นัน – ตะ – ยา ผู้รู้ไม่สิ้นสุด
อภิชญา อะ – พิด – ชะ – ยา รู้ยิ่ง ฉลาด
อธิกัญญ์ภัค อะ – ทิ – กัน – พัก หญิงผู้มีโชคยิ่งใหญ่
อนัญญภา อะ – นัน – ยะ – พา ผู้มีความรู้เป็นแสงสว่าง
อัญชิสา อัน – ชิ – สา สตรีผู้บังคับบัญชา,ผู้มีอำนาจ
อติกานต์ อะ-ติ-กาน เป็นที่รักยิ่ง
อภิญญา อะ-พิน-ยา ผู้มีปฏิภาณ, ผู้มีปัญญา
อัฐภิญญา อัด-ถะ-พิน-ยา มีความรู้ยิ่งแปดประการ
อภิษฎา อะ-พิด-สะ-ดา เป็นที่รักยิ่ง เป็นที่ปรารถนายิ่ง

 

อย่างไรก็ดีการเลือกชื่อดีที่มีความหมายมงคล อาจช่วยส่งเสริมให้ชีวิตของคุณไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ หากคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังหาชื่อคนเกิดวันศุกร์ ตั้งชื่อลูกก่อนคลอด ก็สามารถนำชื่อดังกล่าวไปใช้ในการตัดสินใจได้เลยนะคะ

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิกที่ภาพได้เลย 

178 ชื่อญี่ปุ่น สำหรับลูกสาว-ลูกชาย ความหมายดี (มีคำอ่าน+คำแปล)

ทำนายฝันแม่ ๆ ฝันแบบนี้ได้ลูกชายหรือลูกสาว?

500 ไอเดีย ตั้งชื่อเล่นลูกสาว ชื่อเล่นผู้หญิง เพราะๆ น่ารักมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร

รวม 20 คําสอนของแม่ ที่ควรสอนลูกสาว!

เนื้อเพลงกล่อมเด็กพัฒนาสมอง

20 เนื้อเพลงกล่อมเด็กพัฒนาสมอง ช่วยลูกเรียนรู้เร็ว และอารมณ์ดี

“เพลงกล่อมเด็ก” ถือว่ามีความสำคัญไม่น้อยต่อพัฒนาการลูกน้อย นับตั้งแต่ที่คุณแม่ได้เปิดให้ลูกน้อยฟังตั้งแต่อยู่ในท้อง ทำนองและเนื้อเพลงจะมีส่วนช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางสมองที่ดีและทักษะในด้านต่าง ๆ ทั้งไอคิวและอีคิวได้ดี นับตั้งแต่การได้ยิน การจดจำ คิดวิเคราะห์ได้รวดเร็ว การใช้ภาษา และอารมณ์ ทั้งยังช่วยเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ให้ลูกมีความเฉลียวฉลาดได้ตั้งแต่เล็ก เนื้อเพลงกล่อมเด็กพัฒนาสมอง ที่คุณพ่อคุณแม่ได้เปิดหรือฝึกร้องเพลงให้ลูกฟัง แถมจังหวะและเนื้อร้องที่แฝงไปด้วยความหมายดี ๆ จะช่วยส่งเสริมทักษะและพัฒนาการด้านต่าง ๆ ให้ลูกน้อยตั้งแต่ยังเล็กด้วย

ในเพลงกล่อมเด็กนั้นจะมีทำนองที่ฟังสบาย อ่อนหวาน ไพเราะ เมื่อฟังแล้วจะรู้สึกสงบ ผ่อนคลายสบายใจ สร้างความเพลิดเพลิน และชวนให้ลูกน้อยได้นอนหลับผักผ่อนอย่างความสุข อีกทั้งในเพลงกล่อมเด็กทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเป็นเพลงที่ใช้ภาษาง่าย ๆ เป็นคำคล้องจอง เมื่อเปิดซ้ำ ๆ ฟังทุกวันจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ด้านภาษาได้เร็วขึ้น ช่วยให้เจ้าตัวน้อยจดจำคำศัพท์ในชีวิตประจำวัน และในส่วนที่เพลงกล่อมเด็กที่เป็นภาษาไทยนั้น เนื้อหายังแฝงไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม คล้ายกับนิทาน ที่จะช่วยกล่อมเกลาจิตใจของเด็กให้อ่อนโยน ได้ซึมซับความดีควบคู่ไปกับการพัฒนาสมองที่ดีด้วย สำหรับแม่ ๆ บ้านไหนที่กำลังมองหาเพลงกล่อมเด็กหรือกำลังประสบปัญหาไม่รู้จะร้องเพลงไหนกล่อมให้ลูกฟังดี คลิกให้ลูกน้อยฟังกันเลยค่ะ

20 เนื้อเพลงกล่อมเด็กพัฒนาสมอง เรียนรู้ภาษาได้เร็ว และอารมณ์ดี

1.เพลงโยกเยก

โยกเยกเอย น้ำท่วมเมฆ กระต่ายลอยคอ

หมาหางงอ กอดคอโยกเยก

 

2.เพลงแมงมุม

แมงมุมขยุ้มหลังคา

แมวกินปลาหมากัดกะพุ้งก้น

3.เพลงกุ๊กไก่

กุ๊ก ๆ ไก่ เลี้ยงลูกมาจนใหญ่ ไม่มีนมให้ลูกกิน

ลูกร้องเจี๊ยบ ๆ แม่ก็เรียกไปคุ้ยดิน

ทำมาหากินตามประสาไก่เอย

4.เพลงจันทร์เจ้า

จันทร์เจ้าเอ๋ย ขอข้าวขอแกง ขอแหวนทองแดง ผูกมือน้องข้า

ขอช้าง ขอม้า ให้น้องข้าขี่ ขอเก้าอี้ ให้น้องข้านั่ง

ขอเตียงตั่ง ให้น้องข้านอน

ขอละคร ให้น้องข้าดู ขอยายชู เลี้ยงน้องข้าเถิด ขอยายเกิด เลี้ยงตัวข้าเอง

5.เพลงเดือนหงาย

เดือนเอ๋ย เดือนหงาย ดาวกระจาย ทรงกลด

อุ้มเจ้าขึ้นใส่รถ ว่าจะพาไปชมเดือน

พิศแลดูดาวไป ดาวก็ไม่งามเหมือน

พิศแลดูเดือน เหมือนนวล อุแม่นา

6.เพลงนกเขาขัน

เจ้านกเขาเอย ขันอยู่แต่เช้าจนเที่ยง

พระสุริยาบ่ายเบี่ยง เที่ยงแล้วเจ้าจงนอนเปลเอย

เจ้านกเขาเอย ขันแต่เช้าจนเย็น

ขันเถอะจะฟังเสียงเล่น เนื้อเย็นเจ้าคนเดียวเอย

7.เพลงนกขมิ้น

เจ้านกขมิ้นเหลืองอ่อนเอย ค่ำแล้วจะนอนที่ตรงไหน

จะนอนไหนก็นอนได้ สุมทุมพุ่มไม้ก็เคยนอน

ลมพระพาย ชายพัดมาอ่อน ๆ เจ้าเคยจร มานอนรังเอย

 

8.เพลงค้างคาว

ค้างคาวเอ๋ย บินมายืด ๆ ค่ำ ๆ มืด ๆ จะไปสวนไหน

จะไปสวนนอก เอาลูกมะกอกมาฝากบ้างนะ

9.เพลงจิงโจ้

จิงเอย จิงโจ้ มาโล้สำเภา หมาไนไล่เห่า จิงโจ้ตกน้ำ

หมาไนไล่ซ้ำ จิงโจ้ดำหนี ได้กล้วยสองหวี ทำขวัญจิงโจ้ โห่ฮิ้ว โห่ฮิ้ว

10.เพลงเก็บดาว

เก็บดวงดาว มาแต่งผม เก็บหมอกลมลง กระออม

เก็บแผ่นฟ้าทำ ผ้าอ้อม เก็บไม้ห้อมล้อมเปลดี

เก็บความรัก จากคนทั้งหล้า เก็บเมตตาไว้ ที่นี่

เก็บไมตรีที่โลกมี เก็บสิ่งดีไว้ในใจ

เก็บทุกสิ่งไว้ให้ลูก แม่สร้างปลูกเอาไว้ให้

แม่เก็บฝันถึงวันไกล ยอดดวงใจเป็นคนดี

11.เพลงดั่งดอกไม้บาน (ประพันธ์โดย แม่ชีศันสนีย์ ณ เสถียรธรรมสถาน)

ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ดั่งดอกไม้บาน

ภูผาใหญ่กว้าง ดั่งสายน้ำฉ่ำเย็น ดังนภากาศอันบางเบา

12.เพลงความสุขเล็ก ๆ

ฉันมีความสุขเล็กๆ ในใจฉัน…ในใจฉัน…ในใจฉัน

ฉันมีความสุขเล็กๆ ในใจฉัน…

I feel a little happiness of my heart…of my heart…of my heart.

I feel a little happiness of my heart…

13.เพลงเจ้าเนื้อละมุน

เจ้าเนื้อละมุนเอย เก็บดอกพิกุลบานเย็น

เก็บมาร้อยกรอง ให้แม่ทองข้าเล่น

เนื้อเย็นแม่คนเดียวเอย

14.เพลงเจ้าเนื้ออ่อน

เจ้าเนื้ออ่อน เจ้าเนื้ออ่อนเอย อ้อนแม่จะกินนม

แม่จะอุ้มเจ้าออกชม กินนมแล้วนอนเปลเอย

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Chang Rai

15.เพลงหนูมาลีมีลูกแมวเหมียว

หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว ลูกแมวเมียว ลูกแมวเหมียว

หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว ขนมันดูคล้ายสำลี

หนูมาลีไปเที่ยวที่ใด เที่ยวที่ใด เที่ยวที่ใด

หนูมาลีไปเที่ยวที่ใด ลูกแมวตามไปทันที

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Happy Channel Kids Song

เพลงกล่อมเด็๋กพัฒนาสมองภาษาอังกฤษ

เนื้อเพลงกล่อมเด็กภาษาอังกฤษง่าย ๆ

16. Hush Little Baby

Hush little baby, don’t say a word,

Mama’s gonna buy you a mockingbird.

And if that mockingbird won’t sing,

Mama’s gonna buy you a diamond ring.

And if that diamond ring turns to brass,

Mama’s gonna buy you a looking glass.

And if that looking glass gets broke,

Mama’s gonna buy you a billy goat.

And if that billy goat won’t pull,

Mama’s gonna buy you a cart and bull.

And if that cart and bull turn over,

Mama’s gonna buy you a dog named Rover.

And if that dog named Rover won’t bark,

Mama’s gonna buy you a horse and cart.

And if that horse and cart fall down,

You’ll still be the sweetest little baby in town!

So hush little baby don’t cry

Mama’s love you and so do I.

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Videogyan – Nursery Rhymes & Songs For Kids

17.Twinkle Twinkle Little Star

Twinkle, twinkle little star. How I wonder what you are

Up above the world so high. Like a diamond in the sky

Twinkle, twinkle little star. How I wonder what you are.

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Super Simple Songs – Kids Songs

18.Lullaby and Goodnight

Lullaby and good night. Now the day time is over.

Time to sleep up to your dreamland.

I will keep your safe and warm.

Lullaby and good night. There is nothing to fear.

Lullaby and good night. When you wake I’ll be near.

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : EFlashApps

19. Itsy-Bitsy Spider

Itsy Bitsy Spider trying to climb up the waterspout?

Down came the rain and washed the spider out.

Out came the sunshine and dried up all the rain.

And itsy-bitsy spider climbed up the spout again.

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Twinkle Little Songs – Nursery Rhymes

 

20. Are You Sleeping (Brother John)

Are you sleeping Are you sleeping.

Brother John Brother John.

Morning bells are ringing. Morning bells are ringing.

Ding ding dong. Ding ding dong.

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : HappyKids

จะเห็นได้ว่าดนตรีจากเพลงกล่อมเด็กนั้นจะช่วยกล่อมเกลาและสร้างความเพลิดเพลินให้ลูกน้อยและคุณแม่ฟังได้ฟังสบาย ๆ อีกทั้งประโยชน์ของการให้ลูกได้ฟังเพลงนอกจากจะช่วยให้สมองของลูกน้อยมีการพัฒนาการที่ดี ยังช่วยลดอาการงอแงและตึงเครียดของลูกให้ค่อย ๆ ผ่อนคลายลงได้ แถมการเปิดเพลงกล่อมให้ลูกฟังยังเหมาะเป็นตัวช่วยสำหรับเจ้าตัวน้อยที่นอนหลับยากให้ได้หลับง่าย ๆ สบาย ๆ ได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม ตื่นมาอารมณ์ดี มีความสุข ที่สำคัญคือจะช่วยเพิ่มเวลาให้คุณพ่อคุณแม่สามารถทำอย่างอื่นได้เต็มที่และได้มีเวลาพักผ่อนที่มากขึ้นอีกนิดด้วยนะคะ.

ขอบคุณคลิปวิดีโอเพลงกล่อมเด็กไทยจาก : wadplengklomthai, เสถียรธรรมสถาน SDS Channel

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจ คลิก :

รวมเพลงเด็กภาษาอังกฤษ ร้องง่าย ฟังติดหู ลูกได้ฝึกคำศัพท์

รวม 9 เพลงเด็ก แบบภาษาอังกฤษ สำหรับเต้นสนุก ฝึกทักษะ เสริมพัฒนาการ

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

โรคผื่นกุหลาบ

หน้าฝนต้องระวัง โรคผื่นกุหลาบ เป็นตอนท้องอันตราย

ในหน้าฝนที่มักจะมาพร้อมโรคสารพัด โรคผื่นกุหลาบ ก็เป็นอีกหนึ่งโรคที่พบได้บ่อยในฤดูฝน โรคชื่อสวยแต่เมื่อเป็นแล้วไม่สวยเลย โดยเฉพาะหากเป็นในขณะตั้งครรภ์

หน้าฝนต้องระวัง โรคผื่นกุหลาบ เป็นตอนท้องอันตราย

“โรคผื่นกุหลาบ” หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า “Pityriasis rosea” เป็นโรคผิวหนังที่คาดว่าสัมพันธ์กับการได้รับเชื้อไวรัส ที่สามารถแพร่กระจายผ่านการไอ จาม และสัมผัสโดนสารคัดหลั่งอย่างน้ำมูกและน้ำลายของผู้ป่วยโดยตรง หรือการรับประทานอาหารโดยไม่ใช้ช้อนกลาง เป็นต้น ในประเทศไทยโรคนี้มักพบได้บ่อยในฤดูฝน โดยจะมีผื่นขึ้นบริเวณผิวหนัง 2-6 สัปดาห์ แต่ในผู้ป่วยบางรายอาจมีผื่นอยู่นานถึง 3-4 เดือนหรือมากกว่า ทำให้โรคนี้มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า “โรคผื่นร้อยวัน” ซึ่งโรคนี้มีโอกาสเป็นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยมากมักพบในช่วงอายุตั้งแต่ 10-35 ปี และมักเป็นในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2 เท่า

แม้ผื่นกุหลาบจะเป็นโรคไม่สามารถติดต่อจากคนสู่คน ผ่านการสัมผัสผิวหนังที่เป็นโรคได้ และไม่เป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต สามารถหายเองได้แม้ไม่ได้รับการรักษาใด ๆ แต่หากเป็นนานเกินไปก็อาจมีความจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติม เช่น การตัดชิ้นเนื้อผิวหนังเพื่อดูรายละเอียดภายใต้กล้องจุลทรรศน์ เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้นและรับการรักษา หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ ตามมาได้ เช่น ผู้ป่วยโรคผื่นกุหลาบจะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ โรคเซ็บเดิร์ม โรคสิว และรังแค สูงกว่าคนทั่วไป และยังพบว่ามักมีการกำเริบของผื่นมากขึ้นในผู้ที่มีความเครียดสูงด้วย โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นกับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ในช่วงแรก ๆ ซึ่งมีรายงานว่า การเกิดผื่นกุหลาบในผู้ป่วยตั้งครรภ์ เป็นความเสี่ยงทำให้เกิดการแท้งหรือคลอดก่อนกำหนดได้ โดยเฉพาะช่วง 15 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์

สังเกตอาการและลักษณะ “ผื่นกุหลาบ” ที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลับ

โรคผื่นกุหลาบเป็นโรคผิวหนังที่จะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน โดยทั่วไปแล้วมีอาการของการติดเชื้อไวรัสนำมาก่อนมีผื่นเป็นสัปดาห์ เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยตามตัว ปวดตามข้อ เจ็บคอหรืออ่อนเพลีย หลังจากนั้นจะพบผื่นขึ้น โดยแบ่งอาการออกเป็น 2 ระยะ คือ

ผื่นกุหลาบ อาการ

  • ผื่นปฐมภูมิ เกิดขึ้นในช่วงแรกประมาณ 1 สัปดาห์หรือนานกว่านั้น ผื่นจะปรากฏเป็นผืนใหญ่ ขนาด 2-10 เซนติเมตร ลักษณะเป็นรูปร่างกลมวงรี หรือรูปไข่ ตรงกลางของผื่นมีลักษณะย่น มีสีชมพู สีส้ม หรือสีเนื้อปลาแซลมอน ส่วนบริเวณรอบนอกของผื่นจะเป็นสีแดงเข้ม ทั้งสองส่วนนี้จะแยกจากกันด้วยขุยล้อมรอบที่ขอบของผื่น บริเวณลำตัว หน้าอก ต้นคอ บางรายอาจมีผื่นขึ้นบนหลังใบหน้า หนังศีรษะ แขน ขา หรือบริเวณใกล้อวัยวะสืบพันธุ์
  • ผื่นทุติยภูมิ หรือผื่นแพร่กระจาย หลังจากเกิดผื่นปฐมภูมิประมาณ 1-2 สัปดาห์ จะมีผื่นขนาดเล็กค่อย ๆ ขึ้นตามมา ลักษณะเป็นขุย ๆ มีชมพูขนาด 5-1.5 เซนติเมตร ผื่นทุติยภูมิมักขึ้นกระจายทั้ง 2 ข้างของร่างกายเท่า ๆ กัน โดยแกนตามยาวของผื่นซึ่งเป็นรูปวงรีจะขนานไปตามแนวลายเส้ของนผิวหนัง แพร่กระจายบริเวณหน้าอก หน้าท้อง หลัง คอ ต้นขา และต้นแขน โดยจะมีอาการคันร่วมตามมาด้วย

ทั้งนี้อาการผื่นกุหลาบจะหายไปเองโดยไม่ต้องเข้ารับการรักษาภายในเวลาประมาณ 2-3 เดือน สำหรับคนที่เคยเป็นโรคนี้แล้วก็มักจะไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก และในบางรายอาจไม่แสดงอาการของการติดเชื้อไวรัสเลยก็ได้ในช่วงแรกของโรค มีสุขภาพทั่วไปแข็งแรง ไม่มีอาการไข้ ก่อนที่จะเกิดผื่นตามมา เนื่องจากการตอบสนองของภูมิคุ้มกันในแต่ละคนแตกต่างกัน ทำให้ปฏิกิริยาต่อการติดเชื้อไวรัสต่างกัน อย่างไรก็ตามประมาณ 20% ของผู้ป่วยโรคผื่นกุหลาบจะมีลักษณะของโรคไม่เหมือนปกติ เรียกว่า atypical PR โดยอาจมีลักษณะ อาทิเช่น

  • ในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี อาจพบการกระจายของผื่นแบบเดียวกันนี้ แต่รอยโรคเป็นปื้นนูนขนาดเล็ก กระจายตามใบหน้า มือ และเท้า นอกจากนี้ยังอาจพบในหญิงตั้งครรภ์หรือคนผิวสี
  • อาจพบผื่นเป็นซีกเดียวของร่างกาย
  • ผื่นมีลักษณะเป็นตุ่มหนอง ตุ่มน้ำ
  • ผื่นมีลักษณะคล้ายผื่นลมพิษ
  • เป็นจ้ำเลือด
  • โรคผื่นกุหลาบที่มีผื่นเฉพาะที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ทำให้ยิ่งดูคล้ายซิฟิลิสระยะออกดอก (ระยะที่ 2)
  • ในรายที่มีอาการคันมากอาจพบว่ารอยโรคเปลี่ยนแปลงทำให้ดูคล้ายผิวหนังอักเสบชนิด Eczema พบรอยโรคในช่องปากได้ อาจมีลักษณะเป็นปื้นนูนแดง จุดเลือดออก และแผลในปาก

ดูแลตัวเองอย่างไรจากโรคผื่นกุหลาบ

แม้โรคผื่นกุหลาบจะเป็นโรคที่สามารถหายได้เอง แต่สำหรับแม่ที่กำลังตั้งครรภ์นั้นไม่ควรมองข้ามเพื่อดูแลตัวเองไม่ให้เป็นโรคนี้ขึ้นมาได้โดยเฉพาะในช่วง 15 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรคผื่นกุหลาบได้ และแพทย์จะให้การรักษาตามอาการเป็นหลัก สำหรับผู้ป่วยทั่วไปในรายที่เป็นไม่มากอาจไม่จำเป็นต้องใช้ยารักษา เพียงแต่รอเวลาให้ผื่นหายเองภายใน 6-8 สัปดาห์  ดังนั้นการดูแลเบื้องต้นในขณะเป็นผื่น อาทิเช่น

  • หลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจทำให้ระคายเคืองต่อผิวหนังและโรคมีอาการกำเริบ เช่น หลีกเลี่ยงการอยู่ในสภาพอากาศร้อนอบอ้าว เพราะการมีเหงื่อออกมากอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น หลีกเลี่ยงการถูกน้ำ เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนจัด เพราะสามารถกระตุ้นให้ผื่นเห่อขึ้นได้ และหลีกเลี่ยงการใช้สบู่ที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ควรใช้สบู่อ่อน ๆ เช่น สบู่เด็กหรือสบู่เหลว
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากเนื้อผ้าสบาย ๆ เช่น ผ้าฝ้าย เพื่อช่วยระบายความร้อน
  • ให้ผิวได้สัมผัสแสงแดดบ้าง จะช่วยให้ผื่นไม่ขึ้นมากและหายเร็ว
  • หากมีอาการคัน ยาแก้ผดผื่นคัน เช่น คาลาไมน์โลชั่น ยาทาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์สำหรับแม่ท้องนั้นควรทาได้เป็นครั้งคราวและควรใช้ในปริมาณน้อย หากมีอาการคันมาก หรือมีความกังวลใจในอาการควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ เนื่องจากอาจเกิดผลข้างเคียงจากยาได้ง่าย
  • พักผ่อนให้เพียงพอและไม่เครียด

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นโรคผื่นกุหลาบโอกาสจะกลับมาเป็นโรคซ้ำอีกพบได้น้อยมาก ๆ เนื่องจากโรคนี้เป็นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกาย ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันไว้ถาวร ทั้งนี้หากดูแลตัวเองในขั้นต้นแล้วยังมีผื่นแพร่กระจายจำนวนมาก หรือผู้ป่วยมีอาการคันรุนแรงจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรไปพบแพทย์เพื่อหาแนวทางในการดูแลรักษาต่อไป

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.siamrath.co.thwww.hd.co.thwww.pobpad.comwww.medthai.com

อ่านต่อบทความเรื่องอื่นที่น่าสนใจ คลิก :

การติดเชื้อ เอนเทอโรไวรัส 71 โรคระบาดสายพันธุ์รุนแรง

สังเกตให้ดี! ลูกขึ้นผื่นเล็กๆ มีตุ่มใสๆ ไม่ใช่ผดร้อน แต่อาจเป็น โรคตุ่มน้ำพอง

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่