เล่นกับลูกไม่เป็น กิจกรรมเสริมพัฒนาการ

เล่นกับลูกไม่เป็น เราช่วยได้กับกิจกรรมเล่นดีสมวัยสร้างสรรค์

เล่นกับลูกไม่เป็น ไม่ต้องกังวล เรามีกิจกรรมดี ๆ โดน ๆ เหมาะสมกับแต่ละวัยของลูก แถมสร้างสรรค์มาฝากกัน เพราะต่างรู้ดีว่าการเล่นเป็นบ่อเกิดแห่ง IQ EQ และ EF

เล่นกับลูกไม่เป็น เราช่วยได้!! กับกิจกรรมเล่นดี สมวัย สร้างสรรค์

งานของเด็ก คือ การเล่น ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น??

การเล่น ไม่ใช่เป็นเรื่องไร้สาระสำหรับเด็ก เนื่องจากว่าการเล่นคือการเรียนรู้ตามวัยที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการ เสริมสร้างจินตนาการ ความอยากรู้อยากเห็น และกระตุ้นพัฒนาการครบทั้ง 4 ด้านให้แก่เขา นอกเสียจากประโยชน์ดังที่กล่าวมาแล้ว ประโยชน์อีกด้านของการเล่น ที่หากพ่อแม่หาเวลาลงมา เล่นกับลูก แล้ว ยังมีประโยชน์ที่สำคัญมากอยู่อีกสิ่งหนึ่ง คือ การเล่นทำให้เกิด พ่อแม่ที่มีอยู่จริง

การเล่น ช่วยพัฒนาสมอง
การเล่น ช่วยพัฒนาสมอง

พ่อแม่ที่มีอยู่จริง สำคัญอย่างไร?

พ่อแม่บอกรักลูกผ่านการเล่น กอด อุ้ม หอม เล่านิทาน และพูดคุยกับลูกแม้ในวันที่เขายังไม่รู้ภาษาก็ตาม การปรากฏตัวของพ่อแม่อย่างสม่ำเสมอและตอบสนองต่อความต้องการขั้นพื้นฐานของลูก ทำให้เด็กรับรู้ว่า ‘พ่อแม่มีอยู่จริง’ และเขาสามารถเชื่อใจพ่อแม่ได้ ซึ่งความเชื่อใจดังกล่าวจะพัฒนาไปสู่ความเชื่อใจที่มีต่อโลกภายนอกในเวลาต่อมา ในทางกลับกันหากพ่อแม่ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการขั้นพื้นฐานของลูก หรือมีเวลาคุณภาพให้กับลูกในช่วงวัยดังกล่าวได้ เด็กจะพัฒนาความไม่เชื่อใจต่อบุคคลหรือโลก (Mistrust) ขึ้นมา

ทำอย่างไร…เมื่อ เล่นกับลูกไม่เป็น !!

การเล่นไม่ใช่เรื่องยาก หากเราสามารถย้อนจิตใจของเราให้กลับไปวัยเด็กได้ และคงไม่ใช่เรื่องผิดอะไรหากเราเล่นเป็นเด็กซะบ้าง สำหรับพ่อแม่บางคน ที่ประสบปัญหากับการเล่นกับลูก เล่นแล้วลูกบอกไม่สนุก หรือดูไม่สนใจ นั่นอาจเป็นเพราะว่า เราไม่เคยให้เวลากับลูกมาก่อน ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่เราต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเอง การเล่นจึงเป็นกิจกรรมที่ดีในการสานสัมพันธ์ของพ่อแม่ และลูกให้กลับมาอีกครั้ง ซึ่งอาจจะต่อกันไม่ติดในช่วงแรก ๆ ก็ขอให้คุณพ่อคุณแม่ยังคงเล่นต่อไป เพียงแค่ลูกหยุดดู หยุดฟังที่เราเล่น หรืออ่านนิทาน นั่นก็แสดงถึงเปิดการเชื่อมต่อระหว่างกันในขั้นแรกแล้ว

เล่นกับลูกไม่เป็น ลองพาไปสนามเด็กเล่น
เล่นกับลูกไม่เป็น ลองพาไปสนามเด็กเล่น

5 ข้อแนะนำในการเล่นกับลูก 

  1. การเล่นเกิดได้ทุกที่ ไม่จำเป็นว่าเมื่อจะเล่นต้องมีของเล่นราคาแพง เพราะใจความสำคัญของการเล่นกับลูก นั่นคือ การทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น ขณะซักผ้า ทำกับข้าว ตากผ้า เป็นต้น เพียงแค่พ่อแม่ดึงลูกเข้ามามีส่วนร่วมกับสิ่งที่เราต้องทำ ให้เขามีส่วนร่วมในกิจกรรมของเราบ้าง นอกจากสนุกแล้ว ลูกยังรู้สึกภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือพ่อแม่อีกด้วย
  2. พ่อแม่ทำงานไม่มีเวลา จะเล่นได้อย่างไร ระยะเวลาในการเล่น ไม่สำคัญเท่ากับคุณภาพของเวลาที่ใช้เล่นด้วยกัน แม้เพียงการอ่านนิทานก่อนนอน สัก 10-15 นาที ก็นับว่าเป็นการใช้กิจกรรมร่วมกันกับลูก แม้เป็นเวลาเพียงไม่มาก แต่หากคุณพ่อคุณแม่ทำด้วยความตั้งใจ ไม่อ่านแบบขอไปที่ เพราะเป็นหน้าที่ เวลาเพียงเล็กน้อยลูกก็รับรู้ได้ถึงความมีอยู่จริงของพ่อแม่แล้ว
  3. อย่าให้การเล่นเป็นเหมือนการเรียน พ่อแม่บางคนคิดว่าเราสามารถยัดความรู้ใส่ลงไปในการเล่นกับลูกเสียเลยดีกว่า จะได้ไม่เสียเที่ยว ความจริงแล้วก็ไม่ผิดเสียทีเดียว แต่หากมากเกินไป เช่น ของเล่นที่มีการวัดผล หรือแม่มีเกณฑ์ที่เข้มงวดเป็นคะแนนเวลาเล่น ไม่พอใจเมื่อลูกทำไม่สำเร็จ เแบบนี้คงไม่ใช่การเล่น แต่เรียกว่าการเรียนน่าจะเหมาะกว่า
  4. พ่อแม่ต้องเล่นกับลูกตลอดเวลาที่เขาต้องการเลยหรือ คงเป็นคำถามที่พ่อแม่อยากทราบ เพื่อคลายความรู้สึกผิดต่อลูก เวลาที่เขาเรียกร้องให้เล่นแทบทั้งวัน แต่คุณมีเวลาให้ลูกไม่ได้ทั้งวัน ความจริงแล้วทักษะชีวิตที่ลูกควรได้รับการเรียนรู้ไม่เพียงแค่ความสุข ความสมหวังเพียงอย่างเดียว พ่อแม่สามารถปฎิเสธ และอธิบายถึงเหตุผลในการไม่มาเล่นให้แก่ลูกฟังตรง ๆ ได้ ลูกก็จะเรียนรู้ในการปรับตัว และยังได้ฝึกให้เขาเข้าใจเหตุและผลของคนอื่นอีกด้วย
  5. ควรมีจิตใจที่ปลอดโปร่ง พร้อมเล่นเสียก่อน มีการศึกษาว่า ความเครียด และความไม่มีความสุขของพ่อแม่นั้นส่งผลลบต่อพัฒนาการของลูก เขาสามารถรับรู้ได้ถึงอารมณ์เหล่านั้น ดังนั้นพ่อแม่จึงควรให้เวลากับตัวเอง เมื่อเราหายเหนื่อย ผ่อนคลาย จึงพร้อมที่จะมาเล่นกับลูก จะทำให้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่มากกว่าการฝืน

    เล่นกับลูกไม่เป็น ระวังเด็กติดเกม ติดจอ
    เล่นกับลูกไม่เป็น ระวังเด็กติดเกม ติดจอ

การเล่นที่มีดีไม่ใช่เล่น ๆ

เด็กในวัย 3 ปีแรก ถือเป็นช่วงทองของการส่งเสริมพัฒนาการ ถ้าส่งเสริมดีในเรื่องอารมณ์ พฤติกรรมและพัฒนาการด้านต่างๆ ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเด็ก ๆ ในวันหน้า” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุนทรี ทวีธนะลาภ  ภาควิชากายภาพบำบัด คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แนะนำการเล่นกับเด็กเล็กเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการในแต่ละช่วง ตั้งแต่ต่ำกว่า 1 ขวบ ถึง 4 ขวบขึ้นไป ดังนี้

“จ๊ะเอ๋” เปิดโลกการเรียนรู้กับเด็กวัยต่ำกว่า 1 ขวบ

สำหรับเด็กวัยแรกเรียนรู้ แนะนำให้เลือกของเล่นที่มีหลากสีหลายรูปทรงที่น่าสนใจ ของเล่นที่มีเสียง หรือขยับเคลื่อนไหวได้ ของเล่นที่ใช้ความสัมพันธ์ระหว่างสายตากับการเคลื่อนไหวของมือ หากเป็นหนังสือควรเป็นหนังสือภาพกระดาษแข็งที่เปิดง่ายเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก

แม้ไม่มีของเล่น ผู้ปกครองก็สามารถชวนลูกเล่นได้อย่างง่ายๆ และเป็นธรรมชาติ อย่างเช่น การเล่นปิดแอบ

“การเล่น ‘จ๊ะเอ๋’ เป็นการสอนให้รู้จักการรอ การคงอยู่ และหายไป รวมทั้งการเดาเหตุการณ์ ซึ่งการเล่นแบบนี้จะตามมาด้วยเสียงหัวเราะของเด็ก หรือจะปรับใช้ของในบ้านมาเล่นซ่อนหาโดยเอาของไปซ่อนใต้ผ้าห่มแล้วชวนให้เด็กๆ ค้นหาก็จะเป็นการเล่นเพื่อกระตุ้นความจำของเด็กๆ” ผศ.ดร.สุนทรี กล่าว

นอกจากนี้ เด็กวัย 9-10 เดือน ที่เริ่มจะยืนเกาะได้แล้ว พ่อแม่อาจใช้เก้าอี้ในบ้านหรือรถเข็นที่ปลอดภัยให้ลูกได้ลองเกาะทรงตัวและเดิน

“สิ่งที่หลายบ้านชอบใช้กับเด็กวัยนี้คือรถหัดเดินที่มีล้อลากซึ่งไม่ขอแนะนำเลย นอกจากจะไม่ทำให้เด็กเดินได้เร็วขึ้นแล้วแต่จะทำให้เกิดปัญหาการเดิน เด็กจะติดการเดินเขย่งส้นเท้า ส่งผลให้กล้ามเนื้อขาตึง เอ็นร้อยหวายหดสั้น ทำให้มีปัญหาต่อลักษณะการเดินในอนาคต รวมทั้งรถหัดเดินนี้มีลูกล้อทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยด้วย” ผศ.ดร.สุนทรี กำชับ

อ่านนิทาน เล่นกับลูก สร้างเสริมพัฒนาการที่ดี
อ่านนิทาน เล่นกับลูก สร้างเสริมพัฒนาการที่ดี

เคลื่อนที่ไปกับเด็กวัยเตาะแตะ 1-2 ปี

วัยนี้คือวัยเตาะแตะ และเริ่มซนบ้างแล้ว เริ่มรื้อสิ่งของ ปืนป่ายขึ้นบันได ไม่อยู่นิ่ง เด็กๆ จะเริ่มออกสำรวจโลกรอบตัวซึ่งถือเป็นการเรียนรู้ ของเล่นสำหรับวัยนี้จึงควรเกี่ยวกับการลากจูง พ่อแม่อาจเพิ่มความสนุกโดยทำทางเดินลากจูงให้แก่เด็กๆ อาจเป็นทางเดินคดโค้ง หรือซิกแซก มีทางเลี้ยวไปมาเพื่อเสริมประสบการณ์การทรงตัว นอกจากนี้อาจให้ลูกปีนป่ายหมอน หรือสร้างอุโมงค์กระดาษให้เด็กมีการเคลื่อนไหว รวมทั้งพาลูกวิ่งเล่นบนพื้นหญ้า หรือเล่นทราย

ผศ.ดร.สุนทรี แนะให้ผู้ปกครองพาเด็กๆ ออกกำลังกายเพื่อเป็นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และความแข็งแรง รวมทั้งการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดเล็กในมือ เช่น การขีดเขียนด้วยมือด้านที่ถนัดและการใช้มือปั้นดินแป้ง หรือจับช้อนตักของก็สำคัญต่อการฝึกฝนทักษะ และความสัมพันธ์ระหว่างตากับมือ การทำงานของสมองกับการควบคุมอวัยวะในร่างกาย

สำหรับเด็กวัยนี้ การเล่นและการทำกิจกรรมในครอบครัวจำเป็นต่อพัฒนาการด้านภาษา และการสื่อสารของพวกเขา นอกจากการอ่านออกเสียงหนังสือนิทานที่มีภาพประกอบแล้ว การใช้เสียงขับร้องเพลงพร้อมท่าประกอบจังหวะยังมีส่วนกระตุ้นพัฒนาการด้านการเรียนรู้ของเด็ก ยิ่งเด็กมีคำถามระหว่างประกอบกิจกรรม พ่อแม่ผู้ปกครองก็ยิ่งต้องชิงโอกาสเพิ่มความอยากรู้อยากเห็นให้แก่พวกเขาผ่านคำอธิบายขยายความ และการเล่าเรื่องด้วยน้ำเสียงที่น่าสนุกชวนติดตาม

ผศ.ดร.สุนทรี กล่าวย้ำในเรื่องนี้ว่า “แม้เด็กวัยนี้จะพูดยังไม่คล่อง แต่การเล่นแบบนี้จะทำให้พัฒนาการด้านการพูดของเด็กเติบโตได้เร็วขึ้น มีความสามารถด้านการอ่านได้ดีขึ้น”

การเล่นที่มีดีไม่ใช่เล่น ๆ
การเล่นที่มีดีไม่ใช่เล่น ๆ

กิจกรรมใช้พลังงานสำหรับเด็กวัย 2-3 ปี

เด็กในวัยนี้ไม่อยู่นิ่งขั้นสุด เด็กมั่นใจในการเคลื่อนที่ของตนมากขึ้น เนื่องจากความพร้อมของกล้ามเนื้อ และการทรงตัวที่ดีขึ้นมาก ของเล่นเด็กจึงควรเป็นของเล่นที่เน้นการใช้พลังงาน เช่น จักรยานสามล้อ จักรยานทรงตัว การเตะลูกฟุตบอล การกระโดด และการโยนลูกบาสเก็ตบอล

“การเล่นโดยใช้พลังงานเป็นการกระตุ้นให้ออกกำลัง ยิ่งช่วงที่ทุกคนต้องอยู่ติดบ้าน ยิ่งต้องกระตุ้นเพื่อไม่ให้เด็กอ้วน และอาจเพิ่มกิจกรรมทางกายอีก เช่น การโยนรับส่งลูกบอล การใช้ตะกร้ารับลูกบอล การคลานพร้อมสิ่งของวางบนหลัง การเต้นประกอบเพลง ที่จริง นอกจากการเล่นจะควบคุมภาวะอ้วนได้แล้วยังช่วยดึงเด็กๆ วัยนี้ให้ถอยห่างจากหน้าจอ หรือเกมได้ด้วย” ผศ.ดร.สุนทรี กล่าว

นอกเหนือจากการเล่นที่ใช้พลังงานดังกล่าวแล้ว การปล่อยให้เด็กวัยนี้วาดเขียนบนผนังหรือกระดาษใหญ่ๆ ที่เตรียมไว้ให้ และการติดแผ่นสติกเกอร์ตามจุดต่างๆ ยังจำเป็นต่อเด็กวัย 2-3 ปีเช่นกัน เนื่องจากกล้ามเนื้อนิ้ว และมือมัดเล็ก ๆ ของพวกเขาต้องการการกระตุ้นพอ ๆ กับจินตนาการ การฝึกร้อยลูกปัดที่ต้องใช้สายตาและนิ้วมือที่แม่นยำจึงเป็นอีกกิจกรรมในบ้านที่เหมาะสมสำหรับพวกเขา

บทบาทสมมติ การเล่นของเด็กวัย 3-4 ปี

การเล่นที่เหมาะสมกับวัยนี้คือบทบาทสมมติ เพื่อกระตุ้นจินตนาการผ่านบทบาทที่ได้รับและฝึกฝนทักษะกระบวนการสื่อสารกับคนอื่น ๆ

“จิ๊กซอว์หรือเลโก้” ก็เป็นอีกชิ้นที่เหมาะกับเด็กวัยนี้ เพื่อฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ นอกจากนี้การเล่นกิจกรรมเกี่ยวกับแสงเงา ไม่ว่าจะเป็นแสงจากดวงอาทิตย์ หรือแสงจากไฟฉาย จะช่วยเสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์ ในเรื่องของการสังเกต การจำแนกระยะทาง ตำแหน่งและขนาดของเงา

เด็กวัยนี้เริ่มทำงานบ้านง่ายๆ ได้บ้างแล้ว พ่อแม่อาจเริ่มชวนลูกมาช่วยงานบ้านเพื่อฝึกความรับผิดชอบร่วมกันในครอบครัว เช่น การรดน้ำต้นไม้ การคัดแยกผ้าก่อนซัก การตากและเก็บผ้า การทำขนมอย่างง่ายๆ เป็นต้น

ใช้เวลาร่วมกันกับลูก ด้วยการเล่น
ใช้เวลาร่วมกันกับลูก ด้วยการเล่น

การเล่นเพื่อเตรียมพร้อมเข้าโรงเรียนของเด็ก 4 ปีขึ้นไป

วัยนี้เริ่มไปโรงเรียน พ่อแม่อาจจัดเวลาเล่นล้อกับแผนการเรียน เช่น ช่วงเช้าถึงเที่ยงเป็นเวลาเรียนรู้ มีพักระหว่างเรียน พักเที่ยง และเวลานอนกลางวัน ช่วงบ่ายจะเป็นเวลาสันทนาการ กิจกรรมกลุ่มฝึกงานฝีมือ ซึ่งน่าจะใช้กรอบนี้กำหนดแผนกิจกรรมในบ้าน ฝึกฝนเด็ก ๆ ให้รู้จักการแบ่งหรือจัดสรรเวลาประกอบกิจกรรมต่างๆ เมื่อไรเรียน ทำงานประดิษฐ์ เมื่อไรพักและเล่น ที่สำคัญกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะการออกกำลังที่เน้นการใช้พลังงาน

ที่มาจาก www.chula.ac.th

มาถึงบทสรุปในจุดนี้ คุณพ่อคุณแม่ที่ได้อ่านมา คงเริ่มมีความเข้าใจต่อการเล่นของลูกมากขึ้นกันแล้ว ว่าถึงแม้เด็กจะมีชีวิตประจำวันส่วนหนึ่งหมดไปกับการเล่น แต่หากพ่อแม่ใส่ใจเพิ่มอีกสักนิด ไม่ปล่อยให้การเล่นของลูกเป็นไปแบบไร้ทิศทาง เราก็สามารถส่งเสริมให้ลูกได้รับประโยชน์จากการเล่นได้มากเลยทีเดียว อ่านมาถึงจุดนี้คำว่า เล่นกับลูกไม่เป็น คงไม่ใช่ปัญหาของพ่อแม่อีกต่อไป

ข้อมูลอ้างอิงจาก www.thaipbskids.com/ เพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ / เพจนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

เล่น = การเรียนรู้แสนสนุก

พ่อแม่ต้องรู้!! อาการโอไมครอนในเด็ก เจอสัญญาณต่อไปนี้ พบแพทย์ทันที

บาดแผล ทางใจในวัยเด็ก ส่งผลกระทบกับลูกมากกว่าที่คิด

สอนลูก สไตล์เอเชีย แบบให้อยู่แต่ในโอวาท ดีจริงหรือ

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

พัฒนาการทารก 5 เดือน

พัฒนาการทารก 5 เดือน เติบโตรอบด้านอย่างไรบ้าง?

พัฒนาการทารก 5 เดือน ในวัยนี้ คุณพ่อคุณแม่จะสามารถเห็นบุคลิค และพฤติกรรมของลูกได้ชัดเจนขึ้น ทารกจะมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว

พัฒนาการทารก 5 เดือน เติบโตรอบด้านอย่างไรบ้าง?

ย่างเข้าเดือนที่ 5 คุณพ่อคุณแม่คงหน้าตาสดใสขึ้นบ้าง เนื่องจากลูกจะเริ่มนอนได้นานขึ้นในเวลากลางคืน แถมยังขยันโปรยเสน่ห์ให้คุณพ่อคุณแม่ ยิ้มเก่ง น่ารัก น่าเอ็นดู ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลงใหลได้ปลื้ม ภูมิใจในฝีมือการเลี้ยงลูกมิใช่น้อย พัฒนาการด้านต่าง ๆ เป็นอย่างไรบ้าง ทีมกองบรรณาธิการ ABK รวบรวมข้อมูล พัฒนาการทารก 5 เดือน มาฝากแล้วค่ะ

พัฒนาการทารก 5 เดือน
พัฒนาการทารก 5 เดือน

พัฒนาการทารก 5 เดือน เติบโตรอบด้านอย่างไรบ้าง?

พัฒนาการทางด้านร่างกาย

น้ำหนัก และส่วนสูงโดยเฉลี่ยตามเกณฑ์ คือ

ทารกเพศชาย น้ำหนักประมาณ 7 กิโลกรัม ส่วนสูงประมาณ 63 เซนติเมตร

ทารกเพศหญิง น้ำหนักประมาณ 6 กิโลกรัม ส่วนสูงประมาณ 62 เซนติเมตร

หากทารกอยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว แสดงว่าทารกมีสุขภาพที่ดี แต่ทั้งนี้ตัวเลขก็เป็นเพียงค่าเฉลี่ยเท่านั้น ทารกบางคนอาจมีสุขภาพแข็งแรง แม้มีตัวเลขน้ำหนัก และส่วนสูงไม่ตรงตามเกณฑ์ดังกล่าว

พัฒนาการทางด้านกล้ามเนื้อ

  • ทารกสามารถนั่งตัวตรงได้นานขึ้น หรืออาจนั่งโดยไม่ตัองจับได้บ้างเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ดี ควรจะมีหมอนช่วยประคองไว้ด้วย
  • สามารถพลิกตัวไป มาได้ จากนอนคว่ำ พลิกมานอนหงาย หรือนอนหงาย พลิกมานอนคว่ำ นอกจากนี้อาจกลิ้งตัวไปรอบห้องได้ ดังนั้นควรระวังอุบัติเหตุ ไม่ควรให้เด็กนอนบนเตียงสูง โดยไม่มีใครดูแล เด็กอาจตกเตียงได้
  • ยื่นมือทั้ง 2 ไปจับสิ่งของ และนำเข้าปาก ควรล้างทำความสะอาดสิ่งของ หรือของเล่น ให้แน่ใจว่าปราศจากเชื้อโรค
  • สามารถจับขวดนมได้เอง
  • สามารถส่งของเล่นจากมือนึงไปอีกมือนึงได้
  • กล้ามเนื้อเท้าแข็งแรงขึ้น สามารถลงน้ำหนักที่เท้า เมื่ออุ้มหรือยกตัวขึ้นบนพื้นแข็ง อาจใช้เท้ากระเด้งตัวขึ้น

พัฒนาการด้านการมองเห็น

  • ทารกสามารถมองเห็นได้ดีขึ้น แต่ระยะทางที่มองเห็น จะแตกต่างกันในทารกแต่ละคน
  • อาการตาเหล่ขณะใช้ตาทั้ง 2 ข้าง มองจุดเดียวกัน จะหายไปในวัยนี้
  • ยังคงชอบสีที่เป็นสีหลัก คือ สีแดง สีน้ำเงิน สีเหลือง แต่จะสามารถแยกแยะสีได้ดีขึ้น กล่าวคือ นอกจากสามารถแยกแยะสีได้แล้ว ยังสามารถแยกสีเดียวกัน ที่มีความเข้มของสีต่างกันได้
  • ชอบดูหนังสือที่มีสีสันสดใส
  • สามารถมองตามวัตถุที่เคลื่อนที่ได้

พัฒนาการด้านการเรียนรู้ และสติปัญญา

  • สามารถจำหน้าคน และสิ่งของที่คุ้นเคย ได้จากระยะไกล
  • สามารถเรียนรู้ได้ถึงวัตถุที่ยังคงมีอยู่ คือ รู้ว่าวัตถุนั้นมีอยู่ ไม่ได้สูญสลาย หรือหายไปไหน ถึงแม้จะนำไปซ่อน ดังนั้น เมื่อเล่นจ๊ะเอ๋ ทารกจะเข้าใจว่าคนยังอยู่ตรงนั้น ไม่ได้หายไปไหน คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมพัฒนาการนี้ได้ โดยการเล่นเกมส์ เช่น นำลูกบอลไปซ่อนใต้ผ้าห่ม แล้วให้ลูกลองหาดู
  • เริ่มที่จะเรียนรู้ถึง เหตุและผล เช่น ทารกรู้ว่าถ้าเค้าทิ้งอาหารลงจากเก้าอี้กินข้าว อาหารจะตกลงที่พื้น
ยิ้มให้คุณพ่อคุณแม่ หรือคนที่คุ้นเคย
ยิ้มให้คุณพ่อคุณแม่ หรือคนที่คุ้นเคย

พัฒนาการด้านการสื่อสาร

  • ในวัยก่อนหน้านี้ ทารกจะเข้าใจความหมายของคำพูดเป็นโทนเสียง แต่ในวัยปัจจุบัน ทารกมีการพัฒนาด้านการฟังมากขึ้น จะสามารถแยกแยะความแตกต่างของเสียงได้ ในไม่ช้า ทารกจะสามารถจำชื่อของตัวเองได้ และหันเมื่อมีคนเรียกชื่อ
  • ถึงแม้ทารกจะยังไม่เข้าใจความหมายของคำพูดก็ตาม แต่สามารถทำเสียงอ้อแอ้ต่าง ๆ ได้มากขึ้น หรือเริ่มออกเสียงคำสั้น ๆ ที่มีการผสมของสระ และ พยัญชนะได้
  • เริ่มเรียนรู้ถึงเสียงต่าง ๆ เช่น เสียงรถยนต์ เสียงสุนัขเห่า เป็นต้น
  • ร้องไห้ด้วยเสียงที่แตกต่าง เพื่อสื่อสารถึงความต้องการที่ต่างกัน เช่น หิว ไม่สบายตัว ง่วง เป็นต้น
  • ชอบเล่นกับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ที่เลี้ยงดูใกล้ชิด
  • ยกมือทั้ง 2 ขึ้น เพื่อส่งสัญญาณว่าอยากให้อุ้ม
  • ยิ้มให้คุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ที่คุ้นเคย

พัฒนาการด้านการนอน

ในวัยนี้ทารกยังคงนอนมากกว่าตื่น อาจนอนประมาณ 15 ชั่วโมงต่อวัน โดยนอนกลางคืนประมาณ 10 ชั่วโมง (อาจบวกลบ 2 ชั่วโมง) ทั้งนี้เด็กบางคนอาจตื่นกลางดึกได้ (อาจหิว หรือต้องการให้เปลี่ยนผ้าอ้อม) และนอนกลางวันประมาณ 5 ชั่วโมงต่อวัน วันละ 2 – 3 ครั้ง ทั้งนี้ระยะเวลาการนอนของเด็กแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของตัวเด็กเอง

พัฒนาการด้านการกิน

อาหารที่เหมาะสำหรับพัฒนาการทารก 5 เดือน คือ นมแม่ ผักบด ผลไม้บด เนื้อสัตว์บด เป็นต้น ในวัยนี้ทารกบางคนอาจเริ่มมี ฟันน้ำนม ขึ้นบ้างแล้ว แต่ทารกบางคนอาจมีฟันน้ำนมขึ้นเมื่ออายุ 1 ขวบ หรือบางคนเร็วที่สุด คือ อายุ 3 เดือน แต่อย่างไรก็ตาม การที่ทารกมีฟันน้ำนมขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่า ทารกจะพร้อมรับประทานอาหารที่ต้องบดเคี้ยวแล้ว

ในวัยนี้ ทารกยังต้องการอาหารเหลว หรืออาหารอ่อนอยู่ โดยอาหารที่เหมาะสมกับทารก ในการเจริญเติบโต อีกทั้งยังได้รับสารอาหารที่เพียงพอ มีดังนี้

  • น้ำนมแม่ ยังคงเป็นอาหารหลักของทารกวัยนี้ เป็นน้ำนมที่ดีทีสุด สำหรับพัฒนาการทารก 5 เดือน มีสารอาหาร และเสริมภูมิคุ้มกัน ทั้งนี้ยังไม่มีนมชนิดใด ที่ให้คุณค่าทางสารอาหารแบบเดียวกันกับนมแม่
  • นมผงสำหรับเด็กทารก ควรเลือกสูตรที่ให้สารอาหารครบถ้วน และไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อทารก
  • ปริมาณการบริโภคของน้ำนมแม่ หรือนมผงสำหรับเด็กทารก ประมาณ 25 – 35 ออนซ์ต่อวัน ประมาณวันละ 4 – 5 ครั้ง ครั้งละ 6 – 8 ออนซ์
  • ผักบด เช่น ถั่วลันเตาบด แครอทบด มันเทศบด ฟักทองบด ผักเหล่าอุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุที่มีประโยชน์ อีกทั้งยังมีโปรตีนและแคลเซียม ที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโต นอกจากนี้ ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ และเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
  • ผลไม้บด เช่น กล้วยบด มะละกอบด อะโวคาโดบด แอปเปิ้ลบด ให้สารอาหารจำพวกวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโต และระบบภูมิคุ้มกัน
  • เนื้อสัตว์บด เช่น เนื้อหมุบด เนื้อไก่บด ตับบด ปลาน้ำจืดบด เช่น ปลาทู ปลาช่อน ช่วยให้ทารกได้รับโปรตีน เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และพลังงานให้แก่ทารก

การให้อาหารเสริมแก่ทารก ควรสังเกตว่าทารกพร้อมรับอาหารเสริมหรือยัง เช่น ทารกรู้สึกสนใจอาหารของผู้ใหญ่ ทารกแต่ละคนมีความพร้อมไม่เหมือนกัน ทารกบางคนอาจเริ่มตอน 4 เดือน ปริมาณการบริโภคไม่ควรเกิน 1 ช้อนโต๊ะต่อมื้อ วันละ 1 – 2 ครั้ง ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่อาจปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มให้อาหารเสริมลูก

ทารกเติบโต และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในแต่ละเดือน หวังว่าบทความ พัฒนาการทารก 5 เดือน ที่ ทีมกองบรรณาธิการ ABK รวบรวมข้อมูลมาฝากนี้ จะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่ ทำให้เข้าใจพัฒนาการของลูกน้อยในวัยนี้ได้ดียิ่งขึ้นนะคะ

ตารางวัคซีน สำหรับเด็กแรกเกิด–อายุ 15 ปี ประจำปี 2565

หยุดก่อนแม่!ทำตามเขาแต่หนูเสี่ยง ป้อนกล้วยลูก ถึงตาย

เอกสารแจ้งเกิด แจ้งช้า คลอดที่บ้าน ลูกครึ่งต้องใช้อะไร

apgar score คือ อะไร? การประเมินสุขภาพทารกที่แม่ควรรู้

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.pobpad.com, https://hellokhunmor.com

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
Amarin Baby & Kids

แบลคมอร์ส

คนแต่ละวัยต้องการสารอาหารแตกต่างกันอย่างไร ?

ในชีวิตที่เร่งรีบ วุ่นวายกับหลายสิ่งในแต่ละวัน ทำให้เราไม่มีเวลาดูแลตัวเอง และคนที่เรารักได้ดีพอ ขอแนะนำ อาหารเสริมแบลคมอร์ส ซึ่งมีสูตรเฉพาะสำหรับแต่ละวัย และยังเน้นดูแลเสริมระบบภูมิคุ้มกันครอบคลุม ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงอายุ

อาหารเสริมแบลคมอร์ส (BLACKMORES) สำหรับแต่ละวัย ทั้ง 8 สูตร

  • แบลคมอร์ส โคอาล่า มัลติวิตามิน + มิเนอรัล

สำหรับเด็ก 3-11 ปีเป็นเม็ดเคี้ยว หอมกลิ่นสตรอว์เบอร์รีและวานิลลา ทานง่าย แถมไม่มีน้ำตาล ใช้สารสกัดจากใบหญ้าหวาน และไซลิทอล ให้ความหวานแทนน้ำตาล ช่วยด้านพัฒนาการ การเจริญเติบโตของร่างกาย บำรุงกระดูก ระบบประสาทและสมอง

  • แบลคมอร์ส มัลติวิตามิน 12+

สำหรับเด็ก 12 ปีขึ้นไป จนถึงนักศึกษา ช่วงวัยรุ่น มีการเติบโตสูงสุด ทั้งส่วนสูง สมอง ควรเสริมไอโอดีน DHA และแคลเซียม ช่วยเรื่องการเจริญเติบโต และบำรุงสมอง

  • แบลคมอร์ส มัลติวิตามิน แอคทีฟ

สำหรับวัยทำงาน มีกรดอะมิโน วิตามินและแร่ธาตุรวมอีก 20 ชนิด และสารสกัดจากอาร์ติโชค ลูทีน ทอรีน และโคเอนไซม์คิวเทน  ช่วยให้พลังงาน ดูแลสายตา และเพิ่มความแอคทีฟ

  • แบลคมอร์ส มัลติวิตามิน นิวทริ 50+

สำหรับวัยผู้ใหญ่ 50 ปีขึ้นไป ขวดนี้จะเน้นวิตามินรวมที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน พิเศษด้วยสมุนไพรสกัดจากเห็ดหลินจือ ใบแป๊ะก๊วย โสม ปักคี้ รวมทั้งลูทีน และซีแซนธิน ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย ป้องกันโรคเรื้อรัง

ในชีวิตที่เร่งรีบ วุ่นวายกับหลายสิ่งในแต่ละวัน ทำให้เราไม่มีเวลาดูแลตัวเอง และคนที่เรารักได้ดีพอ ทีมกองบรรณาธิการขอแนะนำอาหารเสริมแบลคมอร์ส ซึ่งมีสูตรเฉพาะสำหรับแต่ละวัย และยังเน้นดูแลเสริมระบบภูมิคุ้มกันครอบคลุม ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงอายุ

  • แบลคมอร์ส โคอาล่า มัลติวิตามิน + มิเนอรัล

สำหรับเด็ก 3-11 ปีเป็นเม็ดเคี้ยว หอมกลิ่นสตรอว์เบอร์รีและวานิลลา ทานง่าย แถมไม่มีน้ำตาล ใช้สารสกัดจากใบหญ้าหวาน และไซลิทอล ให้ความหวานแทนน้ำตาล ช่วยด้านพัฒนาการ การเจริญเติบโตของร่างกาย บำรุงกระดูก ระบบประสาทและสมอง

  • แบลคมอร์ส มัลติวิตามิน 12+

สำหรับเด็ก 12 ปีขึ้นไป จนถึงนักศึกษา ช่วงวัยรุ่น มีการเติบโตสูงสุด ทั้งส่วนสูง สมอง ควรเสริมไอโอดีน DHA และแคลเซียม ช่วยเรื่องการเจริญเติบโต และบำรุงสมอง

  • แบลคมอร์ส มัลติวิตามิน แอคทีฟ

สำหรับวัยทำงาน มีกรดอะมิโน วิตามินและแร่ธาตุรวมอีก 20 ชนิด และสารสกัดจากอาร์ติโชค ลูทีน ทอรีน และโคเอนไซม์คิวเทน  ช่วยให้พลังงาน ดูแลสายตา และเพิ่มความแอคทีฟ

  • แบลคมอร์ส มัลติวิตามิน นิวทริ 50+

สำหรับวัยผู้ใหญ่ 50 ปีขึ้นไป ขวดนี้จะเน้นวิตามินรวมที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน พิเศษด้วยสมุนไพรสกัดจากเห็ดหลินจือ ใบแป๊ะก๊วย โสม ปักคี้ รวมทั้งลูทีน และซีแซนธิน ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย ป้องกันโรคเรื้อรัง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.blackmores.co.th

โรคต่อมไร้ท่อในเด็ก

โรคต่อมไร้ท่อในเด็ก มีอะไรบ้าง?

โรคต่อมไร้ท่อในเด็ก มีอะไรบ้าง?

ต่อมไร้ท่อ นั้นกระจายอยู่ไปทั่วร่างกาย เช่น ต่อมไทรอยด์ ต่อมพาราไทรอยด์/ต่อมเคียง ไทรอยด์ ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของแคลเซียม, ฮอร์โมนเจริญเติบโต เป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาจากต่อมใต้สมอง หากต่อมใต้สมองไม่ผลิตฮอร์โมนเจริญเติบโตก็จะทำให้อัตราการเจริญเติบโตของเด็กต่ำกว่าที่ควรจะเป็น, ฮอร์โมนไทรอยด์ เป็นฮอร์โมนที่ผลิตจากต่อมไทรอยด์มีหน้าที่ในกระบวนการเมตาบอลิซึมของร่างกาย ทำให้มีการเจริญเติบโตของกระดูกกล้ามเนื้อและเซลอวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย หากต่อมไร้ท่อทำงานผิดปกติไป ก็จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของลูกได้ค่ะ ซึ่ง โรคต่อมไร้ท่อในเด็ก มีหลายโรคดังนี้ค่ะ

โรคต่อมไร้ท่อในเด็ก มีอะไรบ้าง?

มีหลายอาการ เช่น เด็กกินจุ แต่น้ำหนักลด ซึ่งเป็นอาการหนึ่งของ ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (Thyrotoxicosis) ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน เป็นหนุ่มสาวก่อนวัย (Precorcious puberty) เบาหวานชนิดที่ 1 เบาหวานชนิดที่ 2 ภาวะตัวเตี้ย เป็นต้นค่ะ

 

ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ อาการหนึ่งของ โรคต่อมไร้ท่อในเด็ก

เด็กกินจุ แต่น้ำหนักลด อาการหนึ่งของภาวะไทยรอยด์เป็นพิษค่ะ

อาการ

คอโต เหนื่อยง่าย ใจสั่น กินจุแต่น้ำหนักลด บางรายท้องเสีย ถ่ายบ่อย หงุดหงิดง่าย ขี้ร้อน ใจสั่น เหงื่อออกง่าย ตาโปน ประจำเดือนมาผิดปกติ พบบ่อยช่วงวัยรุ่น เด็กผู้หญิงเจอมากกว่าเด็กผู้ชาย

สาเหตุ

ที่พบได้บ่อย คือโรค Graves disease

การรักษา

ลำดับแรกคือการรักษาด้วยยากิน บางรายใช้ยากินแล้วไม่ตอบสนองหรือมีอาการแพ้ยา อาจต้องเลือกการรักษาด้วยวิธีอื่น เช่น การกลืนแร่ หรือการผ่าตัด

ภาวะนี้หากไม่ได้รับการรักษา หรือรับการรักษาช้า อาจทำให้มีอาการรุนแรง ถึงขั้นหัวใจวาย หัวใจเต้นผิดปกติ ต้องเข้ารับการรักษาใน ICU ได้

 

ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน (Hypothyroidism)

เป็นภาวะที่พบได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิด ทำให้เด็กเป็นโรคเอ๋อ หรือเป็นภาวะที่เกิดขึ้นในภายหลังก็ได้ คือพบได้ทุกวัย

  • ในเด็กแรกเกิด อาจพบมีอาการตัวเหลือง บวม ดูดนมได้ไม่ดี ท้องผูก ถ่ายขี้เทาช้ากว่าปกติ กระหม่อมปิดช้า สะดือหลุดช้า พัฒนาการล่าช้าทั้งสติปัญญาความสูง และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  • ในเด็กโต จะพบอาการ ส่วนสูงตกเกณฑ์ ท้องผูก คอโต สติปัญญาไม่ดี เรียนหนังสือไม่ทันเพื่อน
    การรักษา รักษาได้ด้วยการกินยาไทรอยด์ฮอร์โมน ก็จะช่วยอาการดีขึ้น ส่วนสูงดีขึ้น
โรคต่อมไร้ท่อในเด็ก
โรคต่อมไร้ท่อในเด็ก มีอะไรบ้าง?

เป็นหนุ่มสาวก่อนวัย (Precorcious puberty)

คือ สภาวะที่เด็กเข้าวัยหนุ่มสาวเร็วกว่าปกติ พบได้ทั้งในเด็กหญิงและชาย โดยจะพบในเด็กหญิงมากกว่าเด็กชายประมาณ 8-20 เท่า คุณพ่อคุณแม่จำเป็นที่จะต้องหมั่นสังเกตถึงความผิดปกติที่แอบแฝงอยู่ เพื่อให้ลูกมีการเจริญเติบโตตามวัยอย่างเหมาะสม

เด็กผู้หญิง

ที่เป็นสาวเร็ว จะพบมีอาการดังต่อไปนี้ก่อนอายุ 8 ปี มีเต้านมขึ้น มีสิว มีกลิ่นตัว มีขนรักแร้ มีขนบริเวณหัวหน่าวหรืออวัยวะเพศ ตัวสูงเร็วกว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน หรือบางคนมีประจำเดือนก่อนอายุ 91/2 ปี

สาเหตุ

ที่พบบ่อยในเด็กผู้หญิงคือไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด หรือบางรายได้รับฮอร์โมนปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อมหรืออาหาร บางรายเกิดจากภาวะเนื้องอกบางชนิด

เด็กผู้ชาย

ที่เป็นหนุ่มเร็ว จะพบมีอาการดังต่อไปนี้ก่อนอายุ 9 ปี มีอวัยวะเพศขยายขนาด มีสิว มีขนรักแร้ มีขนบริเวณหัวหน่าวหรืออวัยวะเพศ เสียงแตก

สาเหตุ

ที่พบบ่อยในเด็กผู้ชาย คือ เนื้องอกในต่อมใต้สมอง

ผลกระทบหรือผลเสียของการหนุ่มสาวก่อนวัย

  • ผลต่อร่างกาย จะทำให้หยุดสูงเร็ว หรือตัวเตี้ยเมื่อเป็นผู้ใหญ่
  • ผลต่อจิตใจ โดยเฉพาะในเด็กผู้หญิงที่ยังไม่มีความพร้อม ในการดูแลตนเองเมื่อมีประจำเดือน

การรักษา

สามารถรักษาได้โดยการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ แบบเดือนละ 1 ครั้ง หรือ สามเดือนฉีด 1 ครั้ง เพื่อชะลอไม่ให้กระดูกล้ำหน้าไปกว่าอายุกระดูกจริง และไม่ให้หยุดสูงเร็ว หรือป้องกันไม่ให้กระดูกปิดเร็ว หยุดการมีประจำเดือนได้

 

เบาหวานชนิดที่ 1

เป็นโรคเบาหวานที่พบได้บ่อยในเด็กและวัยรุ่น และพบได้มากกว่าเบาหวานชนิดที่ 2

เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากร่างกายมีสารภูมิคุ้มกันของตนเองไปทำลายเซลล์ที่สร้างอินซูลินในตับอ่อน เด็กที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 จะพบมีอาการ ปัสสาวะบ่อย หิวน้ำบ่อย น้ำหนักตัวลด ถ้ามารักษาช้า ปล่อยจนอาการหนัก เด็กจะเริ่มอ่อนเพลีย ซึมลง หายใจหอบลึก ปวดท้อง หากไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดภาวะช็อค และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้

การรักษา

เบาหวานชนิดนี้ต้องรักษาด้วยการฉีดอินซูลิน เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เด็กและครอบครัวจะต้องได้รับความรู้เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในการเลือกกินอาหารที่ถูกต้อง การนับสัดส่วนอาหาร การฉีดอินซูลิน การตรวจน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเอง และ การสังเกตอาการผิดปกติต่างๆ ที่จะนำไปสู่ ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำเกินไป

เบาหวานชนิดที่ 2

เด็กที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ส่วนใหญ่ จะมีลักษณะอ้วน คอดำ ปัสสาวะบ่อย หิวน้ำบ่อย พบได้บ่อยในช่วงที่เข้าสู่วัยรุ่น บางรายอาจมีประวัติเสี่ยงตั้งแต่แรกเกิด คือ น้ำหนักตัวแรกเกิดน้อยกว่า 2500 กรัม หรือมากกว่า 4000 กรัม มารดาเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน

เบาหวานชนิดนี้เกิดจาก ร่างกายมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน รักษาได้ด้วยการกินยาร่วมกับควบคุมอาหารและออกกำลังกาย บางรายมารักษาช้า หรือมีอาการเป็นมาก อาจต้องรักษาด้วยวิธีการฉีดยาควบคู่ไปด้วย

 

ตัวเตี้ย

ภาวะตัวเตี้ยในเด็กหมายถึง เด็กที่มีส่วนสูงน้อยกว่า เปอร์เซ็นต์ไทล์ที่ 3 ตามเกณฑ์ของเพศและอายุ

โดยทั่วไปการเจริญเติบโตปกติของเด็กจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ

  • ช่วงแรกเกิด (อายุ 0-2 ขวบ) การเจริญเติบโตจะอยู่ระหว่าง 30-35 ซม.
  • ช่วงวัยเด็ก อัตราการเจริญเติบโตอยู่ที่ประมาณ 5-7 ซม./ปี
  • ช่วงวัยรุ่น/วัยเจริญพันธุ์ อัตราการเจริญเติบโตอยู่ที่ 8-14ซม./ปี

พ่อแม่มีหน้าที่ช่วยสังเกตถึงความผิดปกติทางร่างกาย ควรติดตามชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงของลูกทุกๆ 3-6 เดือน และควรจดบันทึกการเจริญเติบโตของลูกลงในสมุดบันทึกสุขภาพ เพื่อติดตามดูการเปลี่ยนแปลงของลูกว่าเพิ่มขึ้นตามวัยหรือไม่เพราะโรคเตี้ยอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะซ่อนเร้นบางอย่างที่ต้องการการรักษาอย่างทันท่วงที

สาเหตุ

  • ตัวเตี้ยที่ไม่มีโรคเป็นสาเหตุ ได้แก่ ตัวเตี้ยตามกรรมพันธ์ หรือ เป็นม้าตีนปลาย
  • ตัวเตี้ยที่มีโรคเป็นสาเหตุ ได้แก่ ขาดสารอาหาร เป็นโรคเรื้อรังต่างๆ ขาดฮอร์โมนไทรอยด์ หรือขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโต โรคกระดูกอ่อน โรคทางพันธุกรรม และอื่นๆ

หากสังเกตว่าเด็กมีภาวะตัวเตี้ย ควรพามาพบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุ โดยการตรวจเลือด เอกซเรย์ดูอายุกระดูก และรีบให้การรักษาตามสาเหตุ

 

โรคจากต่อมไร้ท่อนี้มีมากมายหลายอาการนะคะ หากลูกมีอาการผิดปกติคุณพ่อคุณแม่ควรพาพบแพทย์เพื่อรักษาตามอาการเพื่อให้มีสุขภาพดี มีความปกติทางการเจริญเติบโตค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก

โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์ ,โรงพยาบาลศิครินทร์,โรงพยาบาลธนบุรี 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

โรค เป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย ปล่อยไว้อาจตัวเตี้ย!

14 เรื่อง คุณแม่ต้องรู้ ก่อนฉีด วัคซีนเด็กไฟเซอร์

ลูกแคร์เพื่อนมากกว่าแม่ เป็นเพราะอะไร ควรรับมือแบบไหนดี?

ป่วยโรคตับอักเสบเฉียบพลัน

WHOเตือน ! พบเด็ก ป่วยโรคตับอักเสบเฉียบพลัน 

WHOเตือน! พบเด็ก ป่วยโรคตับอักเสบเฉียบพลัน

โรคเกี่ยวกับตับนับเป็นโรคที่มีอาการรุนแรง โดยส่วนใหญ่คนทั่วไปอาจเข้าใจว่า ผู้ที่จะเป็นโรคตับมีแต่เพียงผู้ใหญ่ที่ดื่มเหล้า หรือติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี หรือซี แล้วเกิดตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็งหรือมะเร็งตับ เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว เด็กเล็กๆ ก็ป่วยเป็นโรคตับได้เหมือนกันนะคะ ซึ่งล่าสุด พบเด็ก ป่วยโรคตับอักเสบเฉียบพลัน โดยไม่ทราบสาเหตุในหลายประเทศทั่วโลกเลยค่ะคุณพ่อคุณแม่

พบเด็ก ป่วยโรคตับอักเสบเฉียบพลัน

องค์การอนามัยโลก รายงานว่า พบผู้ป่วยซึ่งเป็นเด็กเล็กที่มีอาการของโรคตับอักเสบเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 169 คน ใน 12 ประเทศ และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 ราย จึงมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขประเทศต่างๆ เพื่อให้ทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคและการป้องกัน

อาการที่ที่พบในเด็ก

โดยข้อมูลในเบื้องต้น พบว่า ผู้ป่วยหลายคนจะมีอาการในระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง ท้องร่วง และอาเจียน ก่อนที่จะมีอาการตับอักเสบเฉียบพลันรุนแรง รวมทั้งระดับเอนไซม์ตับ หรืออะลานีน อะมิโนทรานสซามิเนส และดีซ่านเพิ่มขึ้น และส่วนใหญ่ไม่มีไข้

ป่วยโรคตับอักเสบเฉียบพลัน
WHOเตือน! พบเด็ก ป่วยโรคตับอักเสบเฉียบพลัน

พบเด็ก ป่วยโรคตับอักเสบเฉียบพลัน แล้วใน 12 ประเทศทั่วโลก

สำหรับประเทศที่มีการรายงานว่า พบผู้ป่วยซึ่งเป็นเด็กเล็ก ได้แก่ สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา, สเปน, อิสราเอล, เดนมาร์ก, ไอร์แลนด์, เนเธอร์แลนด์, อิตาลี, นอร์เวย์, ฝรั่งเศส, โรมาเนีย และเบลเยียม เฉพาะในสหราชอาณาจักร พบมากถึง 114 คน โดยเป็นเด็กอายุตั้งแต่ 1 เดือนถึง 16 ปี และ 17 คนที่ต้องปลูกถ่ายตับ

ทั้งนี้ จากจำนวน 169 คน มีการตรวจพบอะดีโนไวรัส (ไวรัสไข้หวัดธรรมดา) 74 คน ตรวจพบเชื้อโควิดจำนวน 20 คนและตรวจพบทั้งเชื้ออะดีโนไวรัส และโควิด 19 คน

สหรัฐฯ แนะนำให้ตรวจหาสาเหตุโดยด่วน

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา หรือซีดีซี ได้ออกคำแนะนำด้านสุขภาพ แก่ผู้ให้บริการด้านสุขภาพและหน่วยงานด้านสาธารณสุข ในการสอบสวนโรคตับอักเสบเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยให้พิจารณาการทดสอบอะดีโนไวรัสในเด็กที่เป็นโรคตับอักเสบโดยไม่ทราบสาเหตุ และการตรวจเลือดโดยรวม ไม่ใช่แค่ในพลาสมาเท่านั้น

ตับสำคัญอย่างไร

ตับเป็นอวัยวะอยู่ในช่องท้องด้านบนขวา มีหน้าที่สำคัญหลายอย่าง เช่น

  • รับเลือดจากลำไส้ซึ่งมีสารอาหารจำนวนมากและส่งผ่านสารอาหารเหล่านี้ไปยังร่างกายส่วนอื่นๆ
  • ทำลายสารพิษในเลือดที่มาจากลำไส้
  • ผลิตน้ำดีแล้วส่งน้ำดีผ่านมาตามท่อน้ำดีมาเก็บที่ถุงน้ำดี เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีไขมันถุงน้ำดีจะหดรัดตัว  ทำให้น้ำดีไหลผ่านท่อน้ำดีลงมายังลำไส้เล็กเพื่อช่วยในการย่อยและดูดซึมไขมัน
  • ผลิตสารที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว

ตับอักเสบ คืออะไร

ตับอักเสบ (Hepatitis) เป็นภาวะที่มีการอักเสบ เกิดการทำลายของเซลล์ตับ ทำให้การทำหน้าที่ต่าง ๆ ของตับผิดปกติ ร่างกายมีการเจ็บป่วย ไม่สบาย พบผู้ป่วยด้วยโรคนี้ได้ในทุกวัย ทั้งชายและหญิง ส่วนใหญ่เป็นโรคตับอักเสบเฉียบพลัน ส่วนน้อยอาจ เป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง อาจมีภาวะแทรกซ้อนของโรคตับแข็ง โรคตับวาย มะเร็งตับ

อาการโรคตับในเด็ก

จริงๆ แล้วเด็กเล็กๆ ก็ป่วยเป็นโรคตับได้เหมือนกัน โดยอาจมีอาการดีซ่านคือตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง ถ้าเป็นโรคตับเรื้อรัง เด็กอาจมีอาการดังต่อไปนี้ เช่น
  • ท้องโต เกิดจากภาวะท้องมานคือ มีน้ำในช่องท้อง หรือเกิดจากตับและม้ามมีขนาดใหญ่ขึ้น
  • ขาหรือหน้าบวม เกิดจากการที่ตับไม่สามารถสร้างโปรตีนได้
  • ผอม แขนขาลีบ เกิดจากการที่รับประทานอาหารได้น้อยลงร่วมกับร่างกายเผาผลาญสารอาหารมากกว่าปกติ
  • อาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายอุจจาระเป็นสีดำๆ เกิดจากเส้นเลือดในหลอดอาหารหรือกระเพาะอาหารที่โป่งพองขึ้นแล้วแตกทำให้มีเลือดออก
  • เลือดออกเองหรือออกแล้วหยุดยาก เกิดจากตับไม่สามารถผลิตสารที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว
  • โรคตับอาจเป็นชนิดเฉียบพลันหรือเรื้อรัง สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคตับเฉียบพลัน ได้แก่ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เช่น ไวรัสตับอักเสบ เอ หรือ อี ซึ่งจริงๆ แล้วในเด็กส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการ
  • การติดเชื้อไวรัสอื่นๆ เช่น ไวรัสเดงกี่ที่ทำให้เกิดไข้เลือดออก ไวรัสอีบีวี
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้อไข้ทัยฟอยด์

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการตับเรื้อรัง

  • ความผิดปกติของท่อน้ำดี เช่น โรคท่อน้ำดีตีบตัน โรคท่อน้ำดีโป่งพอง โรคท่อน้ำดีในตับมีจำนวนลดลง เด็กจะมีอาการดีซ่านตั้งแต่เกิดหรือภายในอายุประมาณ 2-3 สัปดาห์เท่านั้น
  • การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เช่น ไวรัสตับอักเสบ บี หรือ ซี ในประเทศไทยเด็กที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี มักเกิดจากติดเชื้อจากมารดาระหว่างคลอด เด็กจะไม่แสดงอาการผิดปกติจนกว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่
    อย่างไรก็ตาม เด็กบางคนอาจเกิดตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็งหรือมะเร็งตับได้เหมือนผู้ใหญ่ ส่วนเด็กที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี มักเกิดจากได้รับเลือดจากคนที่มีเชื้อไวรัสอยู่ ซึ่งในปัจจุบันจะพบน้อยลงเรื่อยๆ เนื่องจากการตรวจกรองเลือดหาเชื้อไวรัสก่อนจะนำไปให้ผู้ป่วย
  • ภาวะที่มีสารทองแดงสะสมในตับมากกว่าปกติ
  • โรคไขมันในตับ มักพบในเด็กอ้วน

การรักษา

เด็กที่เป็นโรคตับเฉียบพลันส่วนใหญ่จะหายได้เอง ถ้าเกิดจากการติดเชื้อไวรัสและแพทย์จะให้การรักษาประคับประคองตามอาการเท่านั้น ถ้ามีสาเหตุจากยาแพทย์จะแนะนำให้หยุดทานยานั้น ๆ ถ้าเกิดจากทานยาพาราเซตามอลเกินขนาด แพทย์จะรับผู้ป่วยไว้สังเกตอาการในโรงพยาบาลและให้ยาแก้พิษ

ขอบคุณข้อมูลจาก 

จส.100,โรงพยาบาลเวชธานี,สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

เมื่อลูกเป็น มะเร็งเม็ดเลือดขาวในเด็ก ควรดูแลอย่างไร

หมอเตือน! เด็กติดโรคโควิด ทำลายสมอง เสี่ยงเสียชีวิต

น้ำผึ้ง ป้อนทารก ระวังอันตราย!จากภาวะโบทูลิซึม

เทียบ โรคซึมเศร้า-ไบโพลาร์ ผู้ใกล้ชิดต้องทำตัวอย่างไร

เทียบ โรคซึมเศร้า-ไบโพลาร์ ผู้ใกล้ชิดต้องทำตัวอย่างไร

ปัจจุบันผู้ป่วย โรคซึมเศร้า-ไบโพลาร์ มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป หรือแม้กระทั่งดาราศิลปินที่มีหน้าที่การงานที่ดี หากผู้ป่วยไม่สามารถจัดการความรู้สึกหรือแก้ปัญหาได้ จนทำให้เกิดการสะสมความเครียดอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้ อาการของทั้ง 2 โรคเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ผู้ใกล้ชิดควรทำตัวอย่างไร เรามีคำตอบมาให้ค่ะ

โรคซึมเศร้าเกิดจากอะไร

“โรคซึมเศร้า” คือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของสมอง ในส่วนที่มีผลกระทบต่อความคิด อารมณ์ ความรู้สึก พฤติกรรม รวมถึงสุขภาพทางกาย

คนส่วนใหญ่จะคิดว่าโรคซึมเศร้าเป็นเพียงอาการหรือสภาพจิตใจที่เปลี่ยนไป คิดว่าโรคซึมเศร้าเกิดจากความผิดหวัง หรือการได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ ซึ่งหากผู้ป่วยไม่สามารถจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ได้ จะกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียด วิตกกังวล จนพัฒนาไปสู่ภาวะซึมเศร้าและคิดทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายได้

สถิติคนไทยที่ฆ่าตัวตาย

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยสถิติคนไทยที่ฆ่าตัวตาย ตัวเลขย้อนหลังล่าสุดเมื่อปี 2563 เฉลี่ย 7 รายต่อประชากร 100,000 ราย และปี 2564 ที่ผ่านมาได้มีการประมาณการสูงขึ้นใกล้ ๆ กับ 8 รายต่อประชากร 100,000 ราย

โรคซึมเศร้ามีอาการอย่างไร

สำหรับอาการของโรคซึมเศร้า ได้แก่ เศร้า หดหู่ ซึม เบื่อหน่าย หงุดหงิด ฉุนเฉียว อ่อนไหวง่าย ขัดแย้งกับคนอื่นง่าย รู้สึกสิ้นหวัง ดูถูกตนเอง อาจมีอาการวิตกกังวล เครียด นั่งไม่ติด สมาธิลดลง

ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกว่าไม่อยากทำอะไร ไม่อยากกินอาหาร นอนไม่หลับ เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย หมดแรง ขาดความมั่นใจในตัวเอง การตัดสินใจแย่ลง รู้สึกหมดหวัง และมีความคิดอยากตาย หรืออยากฆ่าตัวตาย

การเปลี่ยนแปลงในผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า

การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ อาจเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปเป็นเดือนๆ หรือเป็นเร็วภายใน 1-2 สัปดาห์เลยก็ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัย เช่น มีเหตุการณ์มากระทบรุนแรงมากน้อยเพียงได บุคลิกเดิมของเจ้าตัวเป็นอย่างไร มีการช่วยเหลือจากคนรอบข้างมากน้อยเพียงได เป็นต้น
1. อารมณ์เปลี่ยนแปลงไป ที่พบบ่อยคือจะกลายเป็นคนเศร้าสร้อย หดหู่ สะเทือนใจง่าย ร้องไห้บ่อย เรื่องเล็กๆน้อยๆ ก็ดูเหมือนจะอ่อนไหวไปหมด บางคนอาจไม่มีอารมณ์เศร้าชัดเจนแต่จะบอกว่าจิตใจหม่นหมอง ไม่แจ่มใส ไม่สดชื่นเหมือนเดิม บางคนอาจมีความรู้สึกเบื่อหน่ายไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง สิ่งที่เดิมตนเคยทำแล้วเพลินใจหรือสบายใจ เช่น ฟังเพลง พบปะเพื่อนฝูง เข้าวัด ก็ไม่อยากทำหรือทำแล้วก็ไม่ทำให้สบายใจขึ้น บ้างก็รู้สึกเบื่อไปหมดตั้งแต่ตื่นเช้ามา บางคนอาจมีอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย อะไรก็ดูขวางหูขวางตาไปหมด กลายเป็นคนอารมณ์ร้าย ไม่ใจเย็นเหมือนก่อน
2. ความคิดเปลี่ยนไป มองอะไรก็รู้สึกว่าแย่ไปหมด มองชีวิตที่ผ่านมาในอดีตก็เห็นแต่ความผิดพลาดความล้มเหลวของตนเอง ชีวิตตอนนี้ก็รู้สึกว่าอะไรๆ ก็ดูแย่ไปหมด ไม่มีใครช่วยอะไรได้ ไม่เห็นทางออก มองอนาคตไม่เห็น รู้สึกท้อแท้หมดหวังกับชีวิต บางคนกลายเป็นคนไม่มั่นใจตนเองไป จะตัดสินใจอะไรก็ลังเลไปหมด รู้สึกว่าตนเองไร้ความสามารถ ไร้คุณค่า เป็นภาระแก่คนอื่น ทั้งๆ ที่ญาติหรือเพื่อนๆ ก็ยืนยันว่ายินดีช่วยเหลือ เขาไม่เป็นภาระอะไรแต่ก็ยังคงคิดเช่นนั้นอยู่ ความรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า ความคับข้องใจ ทรมานจิตใจ เหล่านี้อาจทำให้เจ้าตัวคิดถึงเรื่องการตายอยู่บ่อยๆ แรกๆ ก็อาจคิดเพียงแค่อยากไปให้พ้นๆ จากสภาพตอนนี้ ต่อมาเริ่มคิดอยากตายแต่ก็ไม่ได้คิดถึงแผนการณ์อะไรที่แน่นอน เมื่ออารมณ์เศร้าหรือความรู้สึกหมดหวังมีมากขึ้น ก็จะเริ่มคิดเป็นเรื่องเป็นราวว่าจะทำอย่างไร ในช่วงนี้หากมีเหตุการณ์มากระทบกระเทือนจิตใจก็อาจเกิดการทำร้ายตนเองขึ้นได้จากอารมณ์ชั่ววูบ
3. สมาธิความจำแย่ลง จะหลงลืมง่าย โดยเฉพาะกับเรื่องใหม่ๆ วางของไว้ที่ไหนก็นึกไม่ออก ญาติเพิ่งพูดด้วยเมื่อเช้าก็นึกไม่ออกว่าเขาสั่งว่าอะไร จิตใจเหม่อลอยบ่อย ทำอะไรไม่ได้นานเนื่องจากสมาธิไม่มี ดูโทรทัศน์นานๆ จะไม่รู้เรื่อง อ่านหนังสือก็ได้ไม่ถึงหน้า ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ทำงานผิดๆ ถูกๆ
4. มีอาการทางร่างกายต่างๆ ร่วม ที่พบบ่อยคือจะรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง ซึ่งเมื่อพบร่วมกับอารมณ์รู้สึกเบื่อหน่ายไม่อยากทำอะไร ก็จะทำให้คนอื่นดูว่าเป็นคนขี้เกียจ ปัญหาด้านการนอนก็พบบ่อยเช่นกัน มักจะหลับยาก นอนไม่เต็มอิ่ม หลับๆตื่นๆ บางคนตื่นแต่เช้ามืดแล้วนอนต่อไม่ได้ ส่วนใหญ่จะรู้สึกเบื่ออาหาร ไม่เจริญอาหารเหมือนเดิม น้ำหนักลดลงมาก บางคนลดลงหลายกิโลกรัมภายใน 1 เดือน นอกจากนี้ยังอาจมีอาการท้องผูก อืดแน่นท้อง ปากคอแห้ง บางคนอาจมีอาการปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว
5. ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเปลี่ยนไป ดังกล่าวบ้างแล้วข้างต้น ผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะดูซึมลง ไม่ร่าเริง แจ่มใส เหมือนก่อน จะเก็บตัวมากขึ้น ไม่ค่อยพูดจากับใคร บางคนอาจกลายเป็นคนใจน้อย อ่อนไหวง่าย ซึ่งคนรอบข้างก็มักจะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนไป บางคนอาจหงุดหงิดบ่อยกว่าเดิม แม่บ้านอาจทนที่ลูกๆ ซนไม่ได้ หรือมีปากเสียงระหว่างคู่ครองบ่อยๆ
6. การงานแย่ลง ความรับผิดชอบต่อการงานก็ลดลง ถ้าเป็นแม่บ้านงานบ้านก็ไม่ได้ทำ หรือทำลวกๆ เพียงให้ผ่านๆ ไป คนที่ทำงานสำนักงานก็จะทำงานที่ละเอียดไม่ได้เพราะสมาธิไม่มี ในช่วงแรกๆ ผู้ที่เป็นอาจจะพอฝืนใจตัวเองให้ทำได้ แต่พอเป็นมากๆ ขึ้นก็จะหมดพลังที่จะต่อสู้ เริ่มลางานขาดงานบ่อยๆ ซึ่งหากไม่มีผู้เข้าใจหรือให้การช่วยเหลือก็มักจะถูกให้ออกจากงาน
7. อาการโรคจิต จะพบในรายที่เป็นรุนแรงซึ่งนอกจากผู้ที่เป็นจะมีอาการซึมเศร้ามากแล้ว จะยังพบว่ามีอาการของโรคจิตได้แก่ อาการหลงผิดหรือประสาทหลอนร่วมด้วย ที่พบบ่อยคือ จะเชื่อว่ามีคนคอยกลั่นแกล้ง หรือประสงค์ร้ายต่อตนเอง อาจมีหูแว่วเสียงคนมาพูดคุยด้วย อย่างไรก็ตามอาการเหล่านี้มักจะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อได้รับการรักษา อารมณ์เศร้าดีขึ้น อาการโรคจิตก็มักทุเลาตาม
โรคซึมเศร้า-ไบโพลาร์
โรคซึมเศร้า-ไบโพลาร์ ผู้ใกล้ชิดต้องทำตัวอย่างไร

ทำอย่างไรเมื่อต้องอยู่กับผู้ป่วย โรคซึมเศร้า-ไบโพลาร์

แม้โรคซึมเศร้าจะสามารถป้องกันได้ แต่หากเกิดขึ้นแล้วผู้ที่อยู่ใกล้ชิดควรจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรนั้น ผศ.นพ.คมสันต์ เกียรติรุ่งฤทธิ์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลไว้ดังนี้

  • เข้าใจว่าสิ่งที่เกิดไม่ได้แกล้งทำ และผู้ป่วยไม่ต้องการจะเป็น แต่ไม่สามารถห้ามหรือหยุดตัวเองได้
  • คอยให้กำลังใจ รับฟัง แสดงออกถึงความรักความเป็นห่วง ทั้งการพูดบอก โอบกอด ลูบหัว จับมือ
  • แสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะช่วยเหลือเสมอ ช่วยค้นหาปัญหา-ความเครียดของผู้ป่วย
  • ชวนทำกิจกรรมผ่อนคลายต่าง ๆ ส่งเสริมให้ผู้ป่วยทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามปกติ และมีงานอดิเรกหลากหลาย
  • พยายามให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พอเพียง และนอนหลับพักผ่อนอย่างพอเพียง
  • หากทำทุกอย่างไม่ดีขึ้น หรือมีผลกระทบเกิดขึ้น ให้พาไปปรึกษาจิตแพทย์

โรคไบโพลาร์เกิดจากอะไร

มาดูอีกหนึ่งโรคอย่าง “ไบโพลาร์” ที่เกิดขึ้นได้จากสาเหตุใกล้เคียงกับโรคซึมเศร้า โดยกรมสุขภาพจิต ระบุว่า โรคไบโพลาร์เป็นความผิดปกติทางอารมณ์ชนิดหนึ่งที่มีการขึ้นและลงของอารมณ์อย่างรุนแรง

สาเหตุสำคัญเกิดจากสารเคมีในสมองทำงานผิดปกติ หรืออาจเกิดในผู้ที่มีความเครียดสะสม หรืออดนอนบ่อย ๆ ร่วมด้วย มีการแสดงออกทางอาการแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มอาการแมเนีย (Mania) คือ อารมณ์ดี คึกคัก สนุกสนาน และกลุ่มอาการซึมเศร้า (Depress) จึงเรียกโรคนี้ว่า โรคอารมณ์สองขั้ว (ขั้วบวก = แมเนีย และ ขั้วลบ = ซึมเศร้า)

โรคไบโพลาร์มีอาการอย่างไร

กลุ่มอาการแมเนีย เป็นช่วงเวลาที่อารมณดี ครึกครื้น แสดงออกอย่างเต็มที่ พูดมาก พูดเร็ว พูดไม่ยอมหยุด ความคิด พรั่งพรู มีโครงการมากมายเป็นร้อยเป็นพันล้าน รู้สึกว่าตนเองเก่ง มีความสามารถมาก มีความสำคัญมาก ความมั่นใจในตนเองสูง เรี่ยวแรงเพิ่ม นอนน้อยกว่าปกติ บางรายนอนเพียงวันละ 1 – 2 ชั่วโมงเท่านั้น โดยไม่มีอาการอ่อนเพลีย สมาธิไม่ดี วอกแวก สนใจไปทุกสิ่งทุกอย่าง หุนหันพลันแล่น การตัดสินใจไม่เหมาะสม เช่น ใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย ซื้อของแพง มากมายเกินจำเป็น ซื้อทีละเยอะๆ แจกคน เล่นการพนัน ก่อหนี้สินมากมาย ทำเรื่องเสี่ยงอันตราย ผิดกฎหมาย ชอบเที่ยวกลางคืน ความต้องการทางเพศสูง มีพฤติกรรมทางเพศไม่เหมาะสม บางคนหงุดหงิดก้าวร้าวได้ง่ายเมื่อถูกขัดใจ คนที่มีอาการแมเนียจะไม่รู้สึกว่าตัวเองผิดปกติ คิดว่าช่วงนี้ตนเองอารมณ์ดี สบายใจ รู้สึกขยัน อยากทำงาน มักปฏิเสธการรักษา ซึ่งอาการเกิดขึ้นตลอดเวลาเกือบทั้งวัน ติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์

กลุ่มอาการซึมเศร้า ในโรคไบโพลาร์เกิดขึ้นบ่อยกว่ากลุ่มอาการแมเนียเกือบ 3 เท่า โดยมีลักษณะเดียวกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คือ อาการเบื่อหน่าย ท้อแท้ มองทุกอย่างในแง่ลบ ความสนใจหรือเพลิดเพลินใจในสิ่งต่างๆ ลดลงอย่างมาก เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง ไม่มีกำลังใจ ความจำไม่ดี สมาธิลดลง นอนไม่หลับหรือนอนมากกว่าปกติ รู้สึกผิด รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไม่ดี เป็นภาระ รู้สึกไร้ค่า บางรายคิดอยากตาย ซึ่งมีไม่น้อยที่นำไปสู่การฆ่าตัวตาย

ทั้งนี้ อารมณ์ซึมเศร้าที่เกิดขึ้นในโรคไบโพลาร์มีความรุนแรงกว่าในโรคซึมเศร้า ทั้งการสูญเสียความสามารถในการทำงาน สังคม และครอบครัว

ทำอย่างไรเมื่อต้องอยู่กับผู้ป่วยโรคไบโพลาร์

ผู้ใกล้ชิด หรือญาติพี่น้องจะต้องทำความเข้าใจอาการของผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ และต้องปฏิบัติตามวิธีการรับมือ ดังนี้

  • ทำความเข้าใจตัวโรค ยอมรับ รับฟัง และให้กำลังใจผู้ป่วย
  • ดูแลให้ผู้ป่วยทานยาตามแพทย์สั่ง ไม่ให้ผู้ป่วยหยุดยาเองก่อนปรึกษาแพทย์
  • คอยดูแลพฤติกรรมไม่ให้ผู้ป่วยทำกิจกรรมเสี่ยงอันตราย
  • คอยดูแลพฤติกรรมการใช้เงินของผู้ป่วย
  • สังเกตพฤติกรรมของผู้ป่วย หากมีอาการรุนแรงขึ้นให้รีบพาไปพบแพทย์

แม้ทั้ง 2 โรคจะมีอาการทางอารมณ์ความรู้สึกจนถึงจุดที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ แต่สามารถหายเป็นปกติได้หากทำความเข้าใจโรค และเข้ารับการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์

 

ขอบคุณข้อมูลจาก
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ,โรงพยาบาลมนารมย์, ประชาชาติธุรกิจ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดลูก คุณแม่มือใหม่ต้องพร้อมรับมือ

ซึมเศร้าในเด็ก ภัยเงียบจากโควิดที่พ่อแม่ควรระวัง

พ่อเป็นซึมเศร้าหลังคลอดได้ ความเครียด กังวล ของคุณพ่อมือใหม่

ฝันเห็นเสือ

ฝันเห็นเสือ ฝันว่าเสือกัด ทำนายฝันพร้อมเลขมงคล!!

ทำนายฝัน ฝันเห็นเสือ ฝันว่าเสือกัด ฝันว่าเสือวิ่งไล่ ฝันว่าโดนเสือกัด ฝันว่าขี่เสือ ฝันว่าฆ่าเสือ มีความหมายว่าอย่างไร? ทำนายฝันแม่น ๆ พร้อมเลขมงคล!!

ฝันเห็นเสือ ฝันว่าเสือกัด ทำนายฝันพร้อมเลขมงคล!!

ความฝัน คือ การแสดงออกของความนึกคิด ความรู้สึก และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในสมอง ในขณะที่เรากำลังนอนหลับอยู่ คนเรามักจะฝันกันคืนละสองสามครั้ง แต่มีเพียงบางคนเท่านั้นที่จดจำความฝันของตัวเองได้ ความฝันสามารถใช้ในการทำนายเหตุการณ์ดีร้ายล่วงหน้าได้ เสือเป็นสัตว์ใหญ่ ที่คนเชื่อกันว่าเป็นสัตว์มงคล ความฝันเกี่ยวกับเสือ จึงมักจะมีความหมายเกี่ยวกับโชคลาภ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะของความฝัน และรายละเอียดของความฝันด้วย ดังนั้น มาดูกันว่า ฝันเห็นเสือ ฝันว่าเสือกัด ฯลฯ จะหาโชคได้จากที่ไหนบ้าง? มีความหมายว่าอย่างไรกันบ้าง?

ฝันเห็นเสือ ฝันว่าเสือกัด ทำนายฝันพร้อมเลขมงคล!!

ฝันเห็นเสือ

ทำนายฝัน

การเสี่ยงโชค จงแสวงโชคจากที่ที่คุณยังไม่เคยไป จงระวังอุบัติเหตุ ทำอะไรก็อย่าประมาท ช่วงนี้โชคลาภก็พอหาได้จากที่ไกลตัว

ความรัก

คนโสดจะได้พบรักกับคนที่อยู่ทางไกล หรือพบรักในต่างแดน คุณจะมีโอกาสได้ไปร่วมงานมงคลและอาจจะพบคนที่ถูกใจ จนถึงขั้นเกิดเป็นความรักได้ ชอบใคร รักใคร ให้ลุยเลย เพราะช่วงนี้มีโอกาสที่จะสมหวัง

ดวงการเงิน การงาน

จะได้เงินที่มาจากการกู้ยืมและสามารถคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ใครที่รอผลการสัมภาษณ์งานจะมีเกณฑ์ดีได้เซ็นต์สัญญา การจ้างงานเกิดขึ้น คุณอาจจะมีเกณฑ์การเปลี่ยนแปลง ย้ายที่ทำงาน หรือย้ายแผนก หรือมีการปรับตำแหน่งที่สูงขึ้นจากเดิม

เลขมงคล เด่นนำโชค
7 9

เลขมงคล เด่นรอง
01 86 238 60 49 175

ฝันว่าเสือกัด

ทำนายฝัน

การเสี่ยงโชค จงแสวงโชคจากคนที่ไม่รู้จักมาก่อนและมาจากทางทิศตะวันออก มีโอกาสที่จะพบกับเรื่องความทุกข์ ความเศร้า หรือไม่สมหวัง ระวังสัญชาตญาณกล้าได้กล้าเสียของคุณ จะทำให้คุณพลาดพลั้งได้

ความรัก

คนมีแฟนระวังมีปากเสียงกัน ให้หาเวลาไปเที่ยวตากอากาศกันบ้าง เพื่อผ่อนคลายและเปลี่ยนบรรยากาศด้วย ไม่ควรเปิดใจรับใครใหม่ๆ ในตอนนี้ เพราะอาจจะทำให้คุณคิดมากได้ อารมณ์ของคุณในระยะนี้ขึ้นๆลงๆบ่อยมากและมักจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้

ดวงการเงิน การงาน

ช่วงนี้มีคนคอยยุแยงให้เจ้านายเข้าใจผิดในตัวคุณ แต่คน ๆนั้นจะแพ้ภัยตัวเอง คุณแค่ขยันพยายามตั้งใจทำงานอย่างเดิมอย่างที่คุณเป็นก็พอ คนทำงานราชการระวังเรื่องการ ขยับขยายตำแหน่งหน้าที่ อาจจะมีคนไม่พอใจ ขัดแข้งขัดขากันได้ คุณอาจถูกเลิกจ้างโดยไม่รู้ตัวต้องพยายามทำผลงานเสมอต้นเสมอปลาย อย่าชะล้าใจไปเชียว

เลขมงคล เด่นนำโชค
0 1 3

เลขมงคล เด่นรอง
19 20 61 73 75 95

ฝันว่าเสือกัด
ฝันว่าเสือกัด

ฝันว่าเสือวิ่งไล่

ทำนายฝัน

คนในครอบครัวจะมีเรื่องของการเจ็บป่วย เล็กๆ น้อยๆ ไม่หนักหนา เพศตรงข้ามจะนำพาโชคทางการเงินมาให้คุณ โชคดีจะเกิดขึ้นจากคนที่คุณไปช่วยเหลือ

ความรัก

คนโสดจะได้พบรักกับคนที่อยู่ทางไกล หรือพบรักในต่างแดน คบกันแบบเพื่อนมานานจะสวีตหวานแหววขึ้นในพริบตา คิดเตรียมแผนวิวาห์สายฟ้าแลบได้เลย คุณมีโอกาสที่จะพบกับปัญหาความไม่เข้าใจกัน และเกิดอาการบันดาลโทสะได้ง่าย ๆ

ดวงการเงิน การงาน

ต้องหนักแน่นใช้ความอดทนกับการทำงานที่มีแรงกดดันนี้ไปก่อน แล้วทุกคนจะยอมรับในความสามารถของคุณเอง ระวังการวางบิลเก็บเงินจะกลายเป็นหนี้สูญ ไม่สามารถเรียกเก็บได้ต้องทำใจทิ้งเงินก้อนนี้ไป สำหรับคนที่ทำอาชีพค้าขาย หรือทำธุรกิจส่วนตัวในเดือนนี้เป็นเดือนที่กำไรงาม มีเกณฑ์ได้ขยับ ขยายกิจการ

เลขมงคล เด่นนำโชค
5 8 9

เลขมงคล เด่นรอง
28 34 36 60 89 174

ฝันว่าโดนเสือกัด

ทำนายฝัน

ระยะนี้ท่านจะติดต่อกับคนต่างชาติหรือมิตรสหายที่เป็นคนต่างถิ่นต่างภาค พวกเขาเหล่านี้จะนำลาภมาให้ จะมีงานสังสรรค์กับญาติมิตร ระวังสัญชาตญาณกล้าได้กล้าเสียของคุณ จะทำให้คุณพลาดพลั้งได้

ความรัก

คุณควรระวังการมีปากเสียงกับคู่ครอง และกับเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ละแวกเดียวกัน คบกันแบบเพื่อนมานานจะสวีตหวานแหววขึ้นในพริบตา คิดเตรียมแผนวิวาห์สายฟ้าแลบได้เลย คนที่คุณแอบชอบอยู่ เขาเริ่มรู้แล้วว่าคุณกำลังแอบชอบเขา

ดวงการเงิน การงาน

การเงินเข้ามือขวาออกมือซ้าย เก็บเงินไม่ได้ เริ่มเป็นหนี้เป็นสิน กระทบกับชีวิตประจำวัน ระวังให้ดี เรื่องการงานอาจจะมีเรื่องให้ต้องคอยแก้ปัญหาอยู่บ่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น การงานหนักหนาสาหัสเอาการ ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจเต็มที่แล้วผลที่ตามมาคุณจะหายเหนื่อยแน่นอน

เลขมงคล เด่นนำโชค
0 3

เลขมงคล เด่นรอง
55 82 84 49 97 63 725

ฝันว่าขี่เสือ

ทำนายฝัน

ระยะนี้ท่านจะติดต่อกับคนต่างชาติหรือมิตรสหายที่เป็นคนต่างถิ่นต่างภาค พวกเขาเหล่านี้จะนำลาภมาให้ จะมีเรื่องติดขัดไม่ราบรื่นอันเนื่องมาจากคนรอบข้าง ช่วงนี้จะทำอะไรก็ต้องเหนื่อยหน่อย จึงจะสำเร็จได้อย่างไม่มีปัญหา

ความรัก

คุณหรือคนรักฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะมีความลับต่อกัน แต่ก็ไม่มีใครกล้พูดออกมา เพราะกลัวจะโดนอีกฝ่ายโกรธและกลัวจะทะเลาะกัน ช่วงนี้ความรักของคุณยังเป็นไปอย่างเรื่อย ๆ ไม่ค่อยมีอะไรหนักใจเท่าไรนัก อารมณ์ของคุณในระยะนี้ขึ้นๆลงๆบ่อยมากและมักจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้

ดวงการเงิน การงาน

ต้องระวังอย่าใช้จ่ายเกินตัวไป จะส่งผลให้เดือดร้อนได้ในอนาคต หากเริ่มทำงานที่ตัวเองไม่ถนัดจะเดือดร้อนเพราะคนแปลกหน้า ธุรกิจต้องอาศัยผู้ใหญ่คอยเป็นที่ปรึกษาหรือดูแลผลประโยชน์ให้ งานจึงจะไปได้ดี

เลขมงคล เด่นนำโชค
0 1 5 8 9

เลขมงคล เด่นรอง
37 930 016

ทำนายฝัน
ทำนายฝัน

ฝันว่าฆ่าเสือ

ทำนายฝัน

คุณมีเกณฑ์จะต้องระวังในเรื่องของการหลอกลวงจากมิตรใหม่ที่เข้ามาสนิทสนมกับคุณ ศัตรูที่เคยไม่ถูกกันจะมาขอคืนดี จะวุ่นวายใจ เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวอยู่ในช่วงชีวิตหัวเลี้ยวหัวต่อ

ความรัก

คนโสดจับพลัดจับผลูอาจได้เพื่อนรู้ใจมาเป็นแฟน คุณมีแววได้คนอายุน้อยกว่ามาเป็นเพื่อนสนิทและอาจพัฒนาไปเป้นแฟนได้ในอนาคต คุณจะมีโชคจากคนรัก อาจจะเป็นของฝากหรือของขวัญ

ดวงการเงิน การงาน

ได้ลาภจากการพนัน เสี่ยงโชค โอกาศแบบนี้มีไม่บ่อยครั้ง น่าจะลองเสี่ยงดูบ้าง คนรอบข้างหวังจะพึ่งพาบัตรเครดิตของคุณเพื่อรูดซื้อของชิ้นใหญ่ แล้วจะตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก กิจการทั้งปวงซึ่งต้องสัมพันธ์หรือต้องติดต่อกับต่างประเทศอาจมีอุปสรรค เพราะการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน

เลขมงคล เด่นนำโชค
0 3 4 6

เลขมงคล เด่นรอง
45 65 36 65 938

ฝันเห็นเสือตัวใหญ่

ทำนายฝัน

ใครที่คิดจะซื้อของหรือขยับขยายธุรกิจก็ให้รีบทำเพราะโอกาสกำลังดี ระวังจะมีปัญหาความขัดแย้งกับคนใกล้ชิด ระวังเรื่องความเครียดจะส่งผลเสียกับสุขภาพ

ความรัก

อย่าปล่อยให้ตัณหาราคจริตมาครอบงำจิตสำนึกเกินไป เพราะอาจเพลี่ยงพล้ำเสียตัวได้! ความรักของคุณมักจะมาในรูปความเห็นใจซะมากกว่า แต่คุณก็ควรดูด้วยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความรักหรือความสงสารกันแน่ คุณควรลดความขี้หึงลงบ้างในช่วงนี้ เพราะมีโอกาสทำให้คุณเลิกรากับคนที่คุณรักได้ง่ายมาก

ดวงการเงิน การงาน

จะมีโชคทางการเงินหรือมีลาภลอยในช่วงสั้น ๆ แต่ก็ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดอย่าประมาท จะมีคนทำให้เสียทรัพย์สินเช่น รถยนต์ นาฬิกา ทอง เพราะความไว้ใจจึงทำให้เสียรู้คนอื่น หากหวังให้เงินเดือนขึ้นตามการเลื่อนขั้นเห็นทีคงยังไม่ใช่ตอนนี้

เลขมงคล เด่นนำโชค
2 5 6 7

เลขมงคล เด่นรอง
30 61 18 629

ได้แนวทางกันไปบ้างแล้วว่าหาก ฝันเห็นเสือ และมีความฝันที่เกี่ยวกับเสือ จะไปหาโชคลาภได้จากทางไหนได้บ้าง มีความหมายว่าอย่างไร ทีมกองบรรณาธิการ ABK ขอให้แม่ ๆ และผู้ฝันทุกคน โชคดีค่ะ

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ฝันเห็นพระพิฆเนศ เทพความสำเร็จดูคำทำนายให้รวยปังๆ!

ฝันว่าแฟนนอกใจ อ่านคำทำนายพร้อมวิธีตัดไฟแต่ต้นลม!

ฝันว่าแต่งงาน ฝันว่าแต่งงานใหม่ จะได้แต่งจริงๆ ไหม?

ฝันว่าได้อุ้มทารกแรกเกิด ใครฝันแบบนี้รู้ไว้กำลังมีโชค!

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : monohoro.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

แพ็กเกจตรวจ Long covid

รวม แพ็กเกจตรวจ Long covid ที่ไหนเท่าไหร่บ้าง

รวม แพ็กเกจตรวจ Long covid ที่ไหนเท่าไหร่บ้าง

หลาย ๆ บ้านอาจติดโควิด-19 และหายป่วยจากโควิดแล้ว แต่กลัวมีอาการตกค้าง หรือลองโควิด (long covid) อยากตรวจสุขภาพให้ชัวร์ วันนี้กองบรรณาธิการ ABK รวบรวมแพ็กเกจตรวจ Long covid ว่าที่ไหนรับตรวจ ราคาเท่าไหร่บ้าง มาให้แล้วนะคะ

Long covid คืออะไร

อาการ “Long Covid” ลองโควิด เป็นอาการผิดปกติที่มักพบได้บ่อยหลังหายจากโควิด และอาการนี้อาจลากยาวไปหลายเดือนอีกด้วย โดยอาการเบื้องต้นที่พบได้บ่อย คือ อาการอ่อนเพลีย ร่วมกับอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระบบอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น

  • ระบบทางเดินหายใจ : ไอ เจ็บหน้าอก หายใจถี่ หายใจลำบาก
  • ระบบประสาท : สมองเบลอ มึนงง ปวดหัว สมาธิสั้น มีความผิดปกติด้านการนอน
  • ระบบทางเดินอาหาร : ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน น้ำหนักลด
  • ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก : ปวดตามข้อ ปวดกล้ามเนื้อ
  • ปัญหาทางจิตเวช : ซึมเศร้า วิตกกังวล

นอกจากนี้ ในผู้ป่วยบางรายยังอาจส่งผลต่อสุขภาพที่รุนแรงในระยะยาวยิ่งกว่า เช่น

  • สมรรถภาพทางเพศ
  • เพิ่มความเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
  • โรคสมองขาดเลือด
  • โรคเบาหวาน
  • ภาวะไตเสื่อม
  • หรือในเด็กอาจเสี่ยงต่อภาวะ MIS-C ที่ทำให้เกิดอาการอักเสบในอวัยวะต่าง ๆ ทั่วทั้งร่างกายอีกด้วย

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมการแพทย์ ระบุว่า ภาวะลองโควิดมักจะเริ่มมีอาการหลังหายป่วยโควิด 1-2 สัปดาห์ อาการเฉลี่ยจะอยู่ที่ 1-6 เดือน และมักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย รวมถึงคนเป็นโรคอ้วน และคนที่ติดเชื้อโควิดที่มีอาการมาก จะพบภาวะลองโควิดมากกว่าคนที่ติดเชื้อโควิดที่มีอาการน้อย

แพ็กเกจตรวจ Long covid กรุงเทพฯ

  1. โรงพยาบาลรามคำแหง 

  • แพ็กเกจสำหรับผู้ป่วยที่หายจากโควิดอย่างน้อย 1 เดือน อายุ 30 ปีขึ้นไป
  • มี 2 แพ็กเกจ ราคาเริ่มต้นที่ 5,100 บาท
  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : คลิกที่นี่
 แพ็กเกจตรวจ Long covid
แพ็กเกจตรวจ Long covid รพ.รามคำแหง

2. โรงพยาบาลพระราม 9

  • มีให้เลือก 3 แพ็กเกจ ราคาเริ่มต้นที่ 2,500 บาท
  • ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายนนี้
  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : คลิกที่นี่
โรงพยาบาลพระราม 9

3. โรงพยาบาลลาดพร้าว

  • มีให้เลือก 5 แพ็กเกจ ราคาเริ่มต้นที่ 2,300 บาท
  • ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายนนี้
  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : คลิกที่นี่
โรงพยาบาลลาดพร้าว

4. โรงพยาบาลอินทรารัตน์

  • สำหรับผู้ติดเชื้อที่หายแล้ว 4 สัปดาห์ขึ้นไป
  • มีให้เลือก 2 แพ็กเกจ ราคาเริ่มต้นที่ 2,500 บาท
  • ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคมนี้
  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : คลิกที่นี่
โรงพยาบาลอินทรารัตน์

5. โรงพยาบาลวิภาราม

  • แพ็กเกจแบ่งออกตามความรุนแรงของอาการ เริ่มต้นที่ 1,800 บาท
  • ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคมนี้
  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : คลิกที่นี่
วิภาราม

6. โรงพยาบาลศิครินทร์

  • เหมาะกับผู้ที่เคยติดเชื้อโควิดและหายแล้ว 4-12 สัปดาห์ขึ้นไป
  • แพ็กเกจตรวจสุขภาพราคา 4,000 บาท
  • ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : คลิกที่นี่
โรงพยาบาล ศิครินทร์

7. โรงพยาบาลวิภาวดี

โรงพยาบาล วิภาวดี
  • มีให้เลือก 3 แพ็กเกจ ราคาเริ่มต้นที่ 1,805 บาท
  • ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกรฎาคม
  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : คลิกที่นี่

8. โรงพยาบาลกรุงเทพ

โรงพยาบาลกรุงเทพ
  • เหมากับผู้ที่เคยติดเชื้อโควิดและหายแล้วอย่างน้อย 4-12 สัปดาห์
  • มีให้เลือก 2 แพ็กเกจ เริ่มต้นที่ 5,500 บาท
  • ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคมนี้
  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : คลิกที่นี่

9. โรงพยาบาลวิชัยยุทธ

  • มีให้เลือก 3 แพ็กเกจ เริ่มต้นที่ 3,500 บาท
  • ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม
  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : คลิกที่นี่
โรงพยาบาลวิชัยยุทธ

คุณพ่อคุณแม่และรอบครัว สะดวกตรวจที่โรงพยาบาลใด ขอเชิญได้นะคะ หากมีอาการจะได้รักษาได้ทันท่วงทีค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ลองโควิด คร่าชีวิตลูก!แม่ร้องขอตรวจสอบเพื่อเด็กอื่นได้ระวัง

ห่วง! อาการ Long COVID-19 เสี่ยงเกิด โรคผมผลัด

แจงแล้ว!เด็ก2ขวบเสียด้วยภาวะ MIS-C หลังเด็กหายป่วยโควิด

ฝันว่าฟันหลุด

ฝันว่าฟันหลุด ฟันร่วง!! ลางดีหรือลางร้าย? ทำนายฝันแม่นๆ

ทำนายฝันแม่น ๆ พร้อมเลขมงคล ฝันว่าฟันหลุด ฝันว่าฟันร่วง เป็นลางดีหรือลางร้ายกันนะ จะมีลาภหรือเปล่า มาดูคำทำนายฝัน พร้อมเลขเสริมดวงกันค่ะ

ฝันว่าฟันหลุด ฟันร่วง!! ลางดีหรือลางร้าย? ทำนายฝันแม่นๆ

ตามความเชื่อโบราณ เรามักจะเชื่อกันว่าหากฝันเกี่ยวกับฟัน เช่น ฝันว่าฟันหลุด ฝันว่าฟันหัก ฝันว่าฟันร่วง จะเป็นลางที่ไม่ดี อาจจะต้องสูญเสียของรัก คนรักไป จึงทำให้หลาย ๆ คนกังวลใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การฝันเกี่ยวกับฟัน จะต้องดูลักษณะของฝัน ในบางครั้ง ฝันว่าฟันหลุด ก็อาจจะเป็นลางดีได้เช่นกัน มาดูกันว่า ฝันลักษณะไหนบ้างเป็นลางดี ฝันลักษณะไหนบ้างเป็นลางร้าย

ฝันว่าฟันหลุด

ทำนายฝัน

การพบปะคนจำนวนมากมักเจอเหตุการณ์หรือคำพูดที่ไม่ค่อยน่าพอใจนัก มิตรรักจะแปรพักตร์เป็นอย่างอื่น คอยระวังไว้ด้วย โชคดีจะเกิดขึ้นจากคนที่คุณไปช่วยเหลือ

ความรัก

คนมีแฟนระวังมีปากเสียงกัน ให้หาเวลาไปเที่ยวตากอากาศกันบ้าง เพื่อผ่อนคลายและเปลี่ยนบรรยากาศด้วย คุณจะได้รับการแนะนำให้รู้จักกับคนนิสัยดี จิตใจดี ชอบทำบุญ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น อารมณ์ของคุณในระยะนี้ขึ้น ๆ ลง ๆ บ่อยมากและมักจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้

ดวงการเงิน การงาน

ได้ลาภจากการทำงาน หรืออาจจะได้งานพิเศษทำแบบไม่คาดคิด ระวังจะเกิดปัญหากับเพื่อนฝูงที่ไปช่วยเหลือแบบไม่มีเหตุผล เงินทองที่มีอยู่ให้ระวังเรื่องการจับจ่ายใช้สอยเสียบ้าง อย่าใช้จ่ายเกินตัวลืมตัว เพราะผลที่ได้รับคือการมีหนี้สิน

เลขมงคล เด่นนำโชค
3 7

เลขมงคล เด่นรอง
50 83 684 629 593

ฝันว่าฟันร่วง

ทำนายฝัน

การพบปะคนจำนวนมากมักเจอเหตุการณ์หรือคำพูดที่ไม่ค่อยน่าพอใจนัก จะมีโอกาสพบปะสังสรรค์กับเพื่อนเก่าหรือมีงานสังคมอยู่บ่อยครั้ง จะวุ่นวายใจ เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวอยู่ในช่วงชีวิตหัวเลี้ยวหัวต่อ

ความรัก

คนโสดจะได้พบคนที่ต้องตาต้องใจก็ต่อเมื่อได้เดินทางไปไหนสักแห่ง จะต้องระวังเรื่องคนรักมีเกณฑ์นอกลู่นอกทาง คุณต้องเอาใจใส่คนรักให้ดีนะ คนที่เคยทะเลาะกันหรือหึงหวงกันอยู่จะดีขึ้น และกลับมารักใคร่กันดีกว่าเก่า

ดวงการเงิน การงาน

ต้องใช้ความหนักแน่นและพิจารณาปัญหาอย่างรอบคอบในการคิดการวางแผนงาน คุณจะมีเรื่องเสียเงินเพราะความใจอ่อนให้กับเพศตรงข้ามที่ไม่ค่อยจริงใจกับคุณเท่าไหร่ การเงินมีรายรับดีมาก เป็นเดือนที่รู้สึกคล่องตัวเป็นพิเศษ

เลขมงคล เด่นนำโชค
2 7 8

เลขมงคล เด่นรอง
35 88 92 377 418 740

ฝันว่าฟันหัก
ฝันว่าฟันหัก

ฝันว่าฟันหน้าหลุด

ทำนายฝัน

คนอายุน้อยกว่าอาจสร้างปัญหาให้คุณ จะมีโอกาสพบปะสังสรรค์กับเพื่อนเก่าหรือมีงานสังคมอยู่บ่อยครั้ง มีเหตุวิกฤตเกิดขึ้เล็กน้อย ทำให้กิจวัตรประจำวันไม่ราบรื่น

ความรัก

คนโสดจะได้พบคนที่ต้องตาต้องใจก็ต่อเมื่อได้เดินทางไปไหนสักแห่ง คุณควรจะคบหาดูใจกับคนที่มีอายุไล่เลี่ยกับคุณให้มากที่สุด ความรักของคุณค่อนข้างคลุมเครือ ไม่รู้ว่าคุณจะถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งแฟนหรือกิ๊กกันแน่

ดวงการเงิน การงาน

จะต้องระวังเรื่องคำพูดเป็นพิเศษ มีโอกาสที่จะเกิดเรื่องขัดแย้งจนถึงเป็นปากเสียงกันได้ งานธุรกิจจะคล่องตัวขึ้นเพราะมีคนรักคู่ครองและเพื่อนต่างเพศช่วย การเงินขึ้น ๆ ลง ๆ เพราะความฟู่ฟ่า และใช้จ่ายอย่างไม่ประหยัดของคุณเอง

เลขมงคล เด่นนำโชค
2 5 7 8

เลขมงคล เด่นรอง
56 67 768

ฝันว่าฟันร่วงหมดปาก

ทำนายฝัน

ช่วงนี้ระวังทรัพย์สินจะเสียหาย ระวังคำพูด จะนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้ง คุณมีเกณฑ์ได้รับลาภผลจากคนรัก

ความรัก

คนโสดได้ดีใจกระโดดโลดเต้น เพราะเจอคนที่ถูกใจมาสารภาพรักต่อหน้า ความรักหากมีปัญหากันก็ต้องค่อยๆพูด ค่อยๆจา อย่าด่วนตัดสินใจพูดอะไรโดยไม่คิด เพราะจะทำให้คุณมานั่งเสียใจภายหลัง ช่วงนี้คนรักของคุณมีอาการแอบงอน ให้คุณอดทนและควรจะคุยกันดีๆ

ดวงการเงิน การงาน

จะมีโชคทางการเงินหรือมีลาภลอยในช่วงสั้น ๆ แต่ก็ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดอย่าประมาท งานธุรกิจจะคล่องตัวขึ้นเพราะมีคนรักคู่ครองและเพื่อนต่างเพศช่วย คุณมีเกณฑ์ดีในด้านรายรับ หาง่ายจ่ายคล่อง

เลขมงคล เด่นนำโชค

6

37 90 67 573 191

ฝันว่าฟันบิ่น

ทำนายฝัน

ญาติมิตรหรือคนที่อยู่ห่างไกลจะส่งข่าวหรือเดินทางมาหา เคราะห์กรรมตามทันในช่วงนี้ ให้ทำบุญกรวดน้ำ ระวังเรื่องเดือดร้อนอันเกิดจากเพศตรงข้าม

ความรัก

คนโสดมีเพื่อนแปลกหน้าใหม่ๆ เข้ามาอยู่เสมอ ทำให้ไม่เหงาใจ คุณจะพบคนต่างเพศที่มีลักษณะต้องตาต้องใจ ไม่ว่าคุณยังโสดหรือไม่ก็ตาม มีดวงว่าคนรักของคุณจะมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับคนที่คุณสงสัยนั่นแหละ

ดวงการเงิน การงาน

คนทำงานเกี่ยวกับการประมูลแข่งขันจะสำเร็จได้นั้นควรเข้าหาผู้ใหญ่ จะดีช่วยเสริมดวงให้คุณได้ งานราชการดำเนินไปโดยปกติ มีปัญหาบ้างประปรายตามธรรมดาของการทำงาน โดยมากเกิดจากเพื่อนร่วมทีมงานหรือบริวารทำงาน การงานได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ในสายงานเป็นอย่างดี

เลขมงคล เด่นนำโชค
4 7 8 9

เลขมงคล เด่นรอง
12 91 23 241

ทำนายฝัน
ทำนายฝัน

ฝันเห็นคนฟันหลุด

ทำนายฝัน

ใครที่ชอบมีปัญหากับญาติผู้ใหญ่ในบ้าน ช่วงนี้ไม่ควรพาคนนอกเข้ามาบ้าน เพราะจะเกิดเรื่องได้ง่าย ช่วงนี้ชีวิตคุณดูมีความสุข ดูมีชีวิตชีวา ใครเห็นแล้วก็รู้สึกสดชื่นไปตามคุณ อยู่ในช่วงจังหวะชีวิตเปลี่ยนแปลง แต่มันจะทำให้คุณได้รับสิ่งใหม่ ๆ ในชีวิต

ความรัก

คุณควรระวังการมีปากเสียงกับคู่ครอง และกับเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ละแวกเดียวกัน คนที่เป็นแฟนกันมานานจะมีปัญหาเรื่องการมีคนใหม่ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องกับความรักของคุณ ช่วงนี้หากคุณคิดจะมีกิ๊กระวังจะโดนจับได้

ดวงการเงิน การงาน

เป็นช่วงที่รับงานหนักให้อดทนไปก่อน แล้วผลที่ตามมาก็จะดีเอง จะได้รับความเห็นใจจากเจ้านาย คนรอบข้างหวังจะพึ่งพาบัตรเครดิตของคุณเพื่อรูดซื้อของชิ้นใหญ่ แล้วจะตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก การเงินมีรายรับดีมาก เป็นเดือนที่รู้สึกคล่องตัวเป็นพิเศษ

เลขมงคล เด่นนำโชค
9

เลขมงคล เด่นรอง
12 476 672 001 276

ฝันว่าฟันกรามหลุด

ทำนายฝัน

ต้องระวังเป็นพิเศษกับเรื่องสุขภาพของผู้ใหญ่ที่จะไม่ค่อยปกติและเป็นเหตุ ให้ท่านกังวลใจ เป็นช่วงเวลาที่ต้องใช้ความพยายามจึงจะสมหวังในสิ่งที่ต้องการ พูดจาต้องระวัง เพราะมีคนคอยใส่ร้ายป้ายสีอยู่ตลอดเวลา

ความรัก

คนโสดได้แต่รอแล้วรอเล่า ยังไม่เจอคนที่โดนใจ คงต้องใจเย็นอย่างที่โบราณท่านว่าไว้ “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” คนที่มีคู่รักแล้วระวังจะมีคนต่างเพศเข้ามาทำท่าทีเป็นมิตร แล้วเข้ามาแทรกกลางระหว่างความรักของคุณ ชอบใคร รักใคร ให้ลุยเลย เพราะช่วงนี้มีโอกาสที่จะสมหวัง

ดวงการเงิน การงาน

จะเด่นมากในด้านการงานที่เกี่ยวกับการค้าต่างแดน หรืองานที่ต้องพบปะกับคนต่างชาติ ต่างภาษา คนทำธุรกิจอิสระจะมีโอกาส เจริญก้าวหน้า แต่ระวังจะมีคนคิดอยากจะก๊อปปี้งานในแบบของคุณ คุณจะหาเงินได้ก้อนใหญ่จากกิจการที่คุณทำอยู่และอาจมีผู้มาร่วมลงทุนกับคุณเพิ่มจากเดิม

เลขมงคล เด่นนำโชค
2 6 7

เลขมงคล เด่นรอง
57 30 71 680 606

อย่างไรก็ตามการ ทำนายฝัน ก็คือความเชื่ออย่างหนึ่ง หาก ฝันว่าฟันหลุด ฟันหัก หรือฝันอะไรที่เป็นลางไม่ดี ก็อย่าเก็บเอามากังวลใจกันเลยนะคะ เพียงแค่ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ถือเอาความฝันเป็นการเตือนให้เรามีสติอยู่ตลอดเวลาค่ะ

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ทำนายฝัน!! “ฝันว่าฟันหัก” จะเกิดการสูญเสียจริงหรือ?

ฝันเห็นแม่ที่เสียไปแล้ว ฝันดีหรือร้าย ทำนายฝันเลขเด็ด!!

ฝันเห็นคนท้อง ฝันว่าตัวเองท้อง ฝันแบบนี้ ดีหรือร้าย?

ฝันว่าได้ทอง ฝันว่าได้ใส่สร้อยทอง หรืองวดนี้จะมีหวัง?

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : monohoro.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

บาดแผล ทางใจในวัยเด็ก ส่งผลทางกาย

บาดแผล ทางใจในวัยเด็ก ส่งผลกระทบกับลูกมากกว่าที่คิด

บาดแผล ทางใจที่พ่อแม่สร้างให้ลูกในวัยเด็ก ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ ได้สร้างมากกว่าปัญหาทางใจแก่ลูก เพราะปัจจุบันเราพบว่าโรคทางกายบางอย่างเป็นผลมาจากวัยเด็ก

บาดแผล ทางใจในวัยเด็ก ส่งผลกระทบกับลูกมากกว่าที่คิด!!

เด็กจะมีปัญหาอะไรในชีวิตมากมาย นั่นเป็นความคิดของผู้ใหญ่บางคนที่มักมองว่าเด็ก เป็นวัยที่มีแต่ความสุข ความร่าเริง แต่รู้หรือไม่ว่า เด็กก็มีอารมณ์เหมือนกันนะ ปัญหาของเด็กใช่เป็นเรื่องไร้สาระเสมอไป เมื่อปัจจุบันเราพบว่าโรคทางกายหลาย ๆ โรค เป็นผลพวงมาจาก บาดแผล ทางใจในวัยเด็ก

บาดแผล ทางใจ อาจทำให้สมองลูกทำงานได้แย่ลง!

อย่างที่เราทราบกันว่าวัยเด็กเป็นวัยที่สมองกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีการเพิ่มจำนวนเซลล์ประสาทอย่างมาก มีการสร้างการเชื่อมโยงของใยประสาทมหาศาลซึ่งมีผลต่อการเรียนรู้ในด้านต่างๆ ในเด็กที่ประสบเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิต ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความเครียดออกมา และหากในร่างกายมีฮอร์โมนนี้อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ก็จะส่งผลให้สมองมีการเชื่อมโยงใยประสาทลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมองในส่วนการเรียนรู้และการใช้เหตุผล ส่วนใยประสาทที่พัฒนาไปแล้ว ก็จะกลับทำงานได้แย่ลงเช่นกัน โดยเฉพาะสมองส่วนความคิดและเหตุผล แต่ในทางกลับกันใยสมองส่วนการเอาชีวิตอยู่รอด จะกลับทำงานได้แข็งแรงขึ้นส่งผลให้การจัดการเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตไม่ผ่านสมองส่วนการใช้เหตุผล (หรือการมีสตินั่นเอง) แต่กลับใช้สมองส่วนสัญชาตญาณจัดการ (ซึ่งก็คือการใช้ความรุนแรงหรือหลีกหนี)

บาดแผล ทางใจของเด็ก
บาดแผล ทางใจของเด็ก

ฮอร์โมนความเครียด กระทบมากกว่าที่คิด

นอกจากส่งผลกระทบต่อสมองแล้ว การมีฮอร์โมนความเครียดในร่างกายเป็นเวลาต่อเนื่อง ยังทำให้ระบบภูมิต้านทานของร่างกายทำงานแย่ลง เกิดปฏิกิริยาการอักเสบในร่างกายมากขึ้น ส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ เมื่ออายุมากขึ้นได้ เช่น โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดและหัวใจ เบาหวาน มะเร็ง รวมถึงโรคทางจิตเวช เป็นต้น ดังนั้นดีที่สุด เราจึงควรปกป้องเด็กๆ ไม่ให้พบเจอเหตุการณ์ที่ร้ายแรงในชีวิตของเค้า

Fight or Flight สู้หรือหนี

โหมด Fight or Flight สู้หรือหนี เป็นสภาวะของร่างกายที่เวลามนุษย์เราเจอสถานการณ์ที่เครียด ไม่ปลอดภัย  สมองจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ออกมา แต่เมื่อเหตุการณ์กลับสู่สภาวะปกติ โหมด fight or flight ก็จะปิดเองโดยอัตโนมัติ ฮอร์โมนก็จะลดลงกลับสู่ภาวะปกติ เช่น เมื่อเด็กเกิดปัญหาในชีวิต ถูกเพื่อนแกล้ง หากเขาได้รับการจัดการจากครู หรือพ่อแม่จนเด็กรู้สึกปลอดภัย ร่างกายของเขาก็จะเข้าสู่โหมดปกติ

แต่หากปัญหานั้นไม่ได้รับการแก้ไข เด็กยังคงรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย โหมด fight or flight ก็ยังคงไม่ถูกปิด ฮอร์โมนคอร์ติซอลก็ยังคงหลั่งออกมาอ่อน ๆ ตลอดเวลา เพราะร่างกายต้องหลั่งเพื่อตั้งรับกับสถานการณ์เลวร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เมื่อสมองถูกอาบด้วยคอร์ติซอลตลอดเวลามันจะส่งผลโดยตรงต่อระบบภูมิคุ้มกัน มันจะค่อยๆ ทำลายระบบภูมิคุ้มกันลงทีละนิด

บาดแผล ทางใจของเด็กส่งผลต่อทางกาย
บาดแผล ทางใจของเด็กส่งผลต่อทางกาย

มารู้จัก ฮอร์โมนคอร์ติซอล กัน!!

คอร์ติซอล คือ สเตียรอยด์ฮอร์โมน (Steroid hormone) จัดเป็นฮอร์โมนกลุ่มกลูโคคอร์ติคอยด์ (glucocorticoids) ที่ผลิตจากต่อมหมวกไตชั้นนอก และส่งผ่านไปยังอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายผ่านกระแสเลือด เป็นฮอร์โมนที่ร่างกายหลั่งออกมา เพื่อตอบสนองต่อสภาวะเครียดหรือกดดันต่างๆ จึงมักเรียกกันว่า “ฮอร์โมนความเครียด”

หากมีคอร์ติซอลมากเกินไป

การมีคอร์ติซอลในเลือดมากเกินไปเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดกลุ่มอาการคุชชิง (Cushing’s disease) ซึ่งมีลักษณะ หรืออาการดังต่อไปนี้

  • น้ำหนักขึ้นฮวบฮาบ โดยเฉพาะที่ใบหน้า หน้าอก ช่วงท้อง แต่แขนขากลับเรียวลีบ
  • หน้ากลม แก้มแดง
  • ความดันโลหิตสูง
  • กระดูกพรุน
  • ผิวหนังเปลี่ยนแปลง ผิวบางลง ทำให้มีรอยช้ำและรอยแตก
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงลง
  • อารมณ์แปรปรวน เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล ฉุนเฉียวง่าย
  • หิวน้ำและปัสสาวะบ่อย

นอกจากนี้ ระดับคอร์ติซอลที่สูงเกินไปยังอาจส่งผลให้ไม่มีความต้องการทางเพศ ผู้หญิงมีประจำเดือนไม่ปกติ ประจำเดือนมาน้อยลง จนอาจถึงขั้นไม่มีประจำเดือน หรือที่เรียกว่า ภาวะขาดระดู (amenorrhoea)

บาดแผล ทางใจของเด็ก มีผลต่อสมอง
บาดแผล ทางใจของเด็ก มีผลต่อสมอง

หากมีคอร์ติซอลน้อยเกินไป

หากร่างกายมีระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลน้อยเกินไปเป็นเวลานาน อาจทำให้เป็นโรคแอดดิสัน (Addison’s disease) หรือเกิดภาวะต่อมหมวกไตบกพร่อง (adrenal insufficiency) ซึ่งมีอาการดังนี้

  • อ่อนเพลียรุนแรงและเหนื่อยง่าย
  • น้ำหนักตัวลด
  • วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด โดยเฉพาะเวลายืน
  • ความดันโลหิตต่ำ
  • ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ
  • ผิวหนังบริเวณใบหน้า ลำคอ และหลังมือคล้ำขึ้น

บาดแผลทางใจในวัยเด็ก ส่งผลกระทบต่อลูกในอนาคต

จะเห็นได้ว่าเมื่อเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลอ่อน ๆ ออกมา หากมันเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานเกินไป ทำให้เกิดผลเสียต่อภูมิคุ้มกันของร่างกายในระยะยาว นั่นเป็นเหตุว่าทำไมมันยังไม่ส่งผลทันทีแต่ไปส่งผลตอนโต จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ใหญ่จึงไม่ค่อยตระหนักถึงผลเสียเวลาเด็กเจอเรื่องแย่ๆ อะไรมาระหว่างวัน และมักมองข้ามไป

พ่อแม่สามารถปิดโหมด fight or flight ของลูกได้
พ่อแม่สามารถปิดโหมด fight or flight ของลูกได้

บทความ : บาดแผลทางใจที่ส่งผลต่อสุขภาพกาย โดย ดร. เนตรปรียา มุสิกไชย ชุมไชโย (ครูเคท) 

ยุคนี้เป็นยุคที่ผู้คนเอาใจใส่สุขภาพกายกันมากขึ้น ทั้งเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย และการล้างพิษด้วยวิธีการต่างๆ มากมาย แต่ผู้คนสมัยนี้กลับดูเหมือนว่าจะมีความเจ็บป่วยทางกายมากยิ่งขึ้น เรามักพบว่าอายุของผู้ป่วยที่เป็นโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง และเนื้องอก จะมีอายุน้อยลงขึ้นเรื่อยๆ คนหนุ่มสาวเริ่มมีปัญหาปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง หรือ office syndrome และปวดศีรษะไมเกรนกันจนเหมือนกลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว ทั้งๆ ที่คนเหล่านี้ก็ดูแลสุขภาพของตัวเองดี

จากการที่ครูเคทได้ให้คำปรึกษา จิตบำบัด และการฝึกอบรมเรื่องการจัดการความเครียดให้กับผู้คนในองค์กรจำนวนมาก ได้พบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจคือ คนที่มีปัญหาปวดศีรษะไมเกรน มักเป็นคนที่ชอบคิดมาก คิดวนเวียน ย้ำคิดย้ำทำ และวิตกกังวลกลัวไม่ดี ไม่ถูก ฯลฯ ส่วนคนที่ปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง มักเป็นคนที่นิสัยเป็นพ่อพระแม่พระ แบกรับภาระของคนอื่นๆ ไว้มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกในครอบครัวหรือคนสำคัญในชีวิต และคนที่มีอาการปวดเอวหลังร่วมด้วย มักจะเป็นคนที่แบกภาระทางการเงินของครอบครัว หรือวิตกกังวลเรื่องปัญหาการเงิน คนที่มีปัญหาปวดท้อง ท้องเสีย ท้องผูก แผลในกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน มักเป็นคนที่มีความกลัวหรือความวิตกกังวลลึกๆ อยู่ในใจสูง แต่มักไม่รู้ตัว หรือรู้ตัวดีว่ากลุ้มเรื่องอะไร แต่ดูเหมือนว่าจะหาทางออกไม่ได้ จึงจำยอมทนอยู่ในสภาวะที่เป็นทุกข์นั้น ส่วนคนที่มีปัญหาความดันโลหิต เวลาเครียดมักแน่นหน้าอก มักจะเป็นคนที่ไม่ปล่อยวางความผิดหวัง เสียใจ น้อยใจ หรือแม้แต่ความโกรธเกลียดแค้นใจ

ฮอร์โมนความเครียด ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
ฮอร์โมนความเครียด ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

เมื่อได้ค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อหาคำอธิบาย ก็ได้พบงานวิจัยทางการแพทย์ที่มีผู้คนให้ความสนใจสูงมากของเฟลิติและอันดา (1998) ที่พบว่าประสบการณ์เลวร้ายหรือชอกช้ำในวัยเด็ก เช่น การถูกดุด่าตำหนิ หรือถูกเปรียบเทียบ การถูกทอดทิ้ง ห่างเหินจากพ่อแม่ พ่อแม่ทะเลาะตบตีกัน พ่อแม่เสียชีวิต ไปจนถึงการถูกทุบตีทารุณกรรม ฯลฯ ล้วนส่งผลต่อปัญหาทางกายของคนเราเมื่อโตขึ้น โดยมีโอกาสเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน ปวดศีรษะ โรคลูปัส มะเร็ง ซึมเศร้า มากกว่าคนทั่วไปเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ส่วนเด็กที่พ่อแม่หย่าร้างมีโอกาสเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตในอนาคตเพิ่มขึ้นสองเท่า ทั้งนี้เพราะความเครียดสะสมและคาดเดาไม่ได้ในวัยเด็กส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในระดับชีวเคมีของเซลล์ในร่างกาย และแม้แต่ดีเอ็นเอของเรา และเมื่อความไม่สมดุลถึงจุดที่ล้น เซลล์ต่างๆ จึงพยายามปรับตัวและแสดงความผิดปกติไม่สมดุลนั้นออกมาทางกาย นอกจากนี้ความไม่สมดุลระดับดีเอ็นเอของคนเรานั้นสามารถส่งต่อมายังรุ่นลูกหลานได้ ดังจะเห็นได้จากหลายๆ โรคที่ส่งต่อทางพันธุกรรมได้ เช่น เบาหวาน มะเร็ง รวมทั้งโรคทางจิตบางอย่าง เช่น ซึมเศร้า ไบโพลาร์ จิตเภท ฯลฯ

ดังนั้นหากมนุษย์ต้องการมีชีวิตที่มีความสุขอย่างแท้จริง ต้องเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก ด้วยการได้รับการเลี้ยงดูที่สมดุลทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ และเมื่อเติบใหญ่และเกิดอาการเจ็บไข้ได้ป่วยทางกาย ก็อย่ามองข้ามรากของปัญหาทางกายที่อาจเกิดจากปัญหาทางใจที่ถูกสะสมมาตั้งแต่วัยเด็กด้วยนะคะ

ที่มาบทความจาก  www.facebook.com/kateinspirerwww.thairath.co.th

สรุป บาดแผลทางใจในวัยเด็ก ส่งผลกระทบต่อลูกในอนาคตทั้งในด้านสุขภาพร่างกาย และจิตใจ ดังนั้น หากพ่อแม่หันมาใส่ใจ และทำความเข้าใจกับความรู้สึกของลูก เราจะสามารถเป็นพื้นที่ปลอดภัย Safe zone ให้กับเขาได้ เมื่อลูกรู้สึกปลอดภัย ไม่เครียด เขาก็สามารถปิดโหมด fight or flight ของตนเองลงได้ ฮอร์โมนแห่งความเครียดจะได้ไม่ไปส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวของลูกอีกต่อไป

ข้อมูลอ้างอิง www.phyathai.com/www.facebook.com/heartpsychotherapy/hellokhunmor.com

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

สอนลูก สไตล์เอเชีย แบบให้อยู่แต่ในโอวาท ดีจริงหรือ

พัฒนาการทารก 4 เดือน มีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง?

โชคดีที่โชคร้ายเมื่อลูกต้อง ยอมแพ้ จงสอนลูกให้ล้มแล้วลุกไว

บทสวดมนต์วันพระ ชวนลูกสวดมนต์ เสริมสิริมงคลให้ชีวิต

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

พัฒนาการทารก 4 เดือน

พัฒนาการทารก 4 เดือน มีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง?

พัฒนาการทารก 4 เดือน วัยนี้ได้ก้าวผ่านวัยแรกเกิด (Newborn) เข้าสู่วัยทารก (Infant) แล้ว คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตเห็นได้ถึงความเปลี่ยนแปลง ทางด้านต่างๆของลูกน้อย

พัฒนาการทารก 4 เดือน มีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง?

ในวัยนี้ เป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาทางด้านร่างกาย และสมอง ทารกส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ของน้ำหนักในตอนแรกเกิด (หรือมีน้ำหนักมากขึ้น) และจะสามารถนอนหลับได้ยาวนานขึ้นในเวลากลางคืน พัฒนาการทารก 4 เดือน จะเป็นอย่างไร ทีมกองบรรณาธิการ ABK ได้รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว ตามมาดูกันค่ะ

เล่นเท้าตัวเอง และนำเข้าปาก
เล่นเท้าตัวเอง และนำเข้าปาก

พัฒนาการด้านร่างกาย และการเคลื่อนไหว

  • เริ่มพลิกตัวได้เอง ช่วงนี้ควรระวังลูกตกเตียง หรือที่สูง ควรให้นอนบนเบาะนิ่มที่มีพื้นที่
  • กล้ามเนื้อแขน หน้าอก และคอ แข็งแรงขึ้น เมื่อนอนคว่ำ สามารถใช้มือยันหน้าอก และผงกหัวขึ้นได้
  • สามารถนั่งได้ โดยมีเบาะ หรือคน พยุงอยู่ด้านหลัง ควรระวังช่วยประคองศีรษะไว้
  • ตาและมือ จะทำงานประสานกันได้ดียิ่งขึ้น สามารถคว้าของใกล้ตัวได้ และกำของได้แน่น มือสองข้างสามารถมาจับกันตรงกลางได้
  • ไขว่คว้า เหยียดมือและเท้าได้ ทิ้งของเล่นไว้ใกล้ ๆ เพื่อช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านการใช้มือ และสายตา
  • เอื้อมมือคว้าสิ่งของที่มองเห็น และสนใจ เช่น ผม ต่างหู สร้อยคอ หรือถ้วยกาแฟ ควรระวังอาจเกิดอุบัติเหตุได้
  • ชอบเขย่าสิ่งของ และนำสิ่งของเข้าปาก
  • เล่นกับเท้าตัวเอง และนำเท้าเข้าปาก

พัฒนาการด้านการเรียนรู้ และสติปัญญา

  • สามารถจดจำหน้าพ่อ แม่ หรือคนใกล้ชิดได้
  • สามารถมองสิ่งของที่เคลื่อนไหวจากด้านหนึ่ง ไปยังอีกด้านหนึ่งได้
  • ชอบมองดูสิ่งของที่มีหลากหลายสี และหลากหลายรูปทรง
  • แสดงออกให้รู้ว่ากำลังมีความสุข หรือเศร้าอยู่
  • ตอบสนองต่อความรัก และความใส่ใจ

พัฒนาการด้านสังคม และอารมณ์

  • ยิ้มให้กับคนที่รู้สึกคุ้นเคย คุณพ่อคุณแม่ควรยิ้มตอบ และพูดคุยกับลูก
  • เริ่มจดจำวัตถุ และสิ่งของได้ เช่น สุนัข และผ้าห่มผืนโปรด ทั้งนี้สามารถมีส่วนร่วมกับสิ่งที่ลูกน้อยสนใจ ด้วยการมอง และชี้ตาม
  • ทารกจะเรียนรู้การเล่น โดยจะรู้สึกหงุดหงิด หรือร้องไห้ เมื่อให้หยุดเล่น
  • สนใจที่จะเล่นกับผู้คน

พัฒนาการด้านภาษา และการสื่อสาร

  • เริ่มส่งเสียง อ้อแอ้ มีการเลียนแบบเสียง และสีหน้าของผู้ใหญ่
  • สามารถสังเกตได้ถึงเสียงร้องที่แตกต่าง ระหว่างร้องเพราะ หิว เจ็บปวด ง่วง หงุดหงิด หรือไม่สบายตัว เมื่อลูกร้องไห้ ควรตอบสนองให้เร็วที่สุด สังเกตว่าลูกร้อง เพราะต้องการสื่ออะไร

น้ำหนัก และส่วนสูง เฉลี่ยตามเกณฑ์มาตรฐาน

ทารกชาย

น้ำหนักเฉลี่ย 5 – 7.5 กิโลกรัม

ส่วนสูงเฉลี่ย 58.10 – 64.60 เซนติเมตร

ทารกหญิง

น้ำหนักเฉลี่ย 4.5 – 7 กิโลกรัม

ส่วนสูงเฉลี่ย 56.80 – 64.50 เซนติเมตร

สามารถเอื้อมมือจับของเล่นได้
สามารถเอื้อมมือจับของเล่นได้

อาหารสำหรับทารกวัย 4 เดือน

ในวัยนี้ ยังคงให้น้ำนมแม่ หรือนมจากขวด (ในกรณีที่มีความจำเป็น ไม่สามารถให้นมแม่ได้) หรือให้ผสมทั้งนมแม่ และนมจากขวด เป็นอาหารหลัก

นมแม่นั้น สะอาด มีคุณค่า และสารอาหารครบถ้วน ทั้งโปรตีน วิตามิน ไขมัน แร่ธาตุต่าง ๆ ครบ ช่วยให้ทารกเจริญเติบโตทั้งทางร่างกาย และสมอง ลดโอกาสการเกิดภูมิแพ้ มีโคลอสตรัม หรือนมน้ำสีเหลือง ๆ ช่วงแรกหลังคลอด ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรค และยังช่วยระบายขี้เทา ซึ่งค้างอยู่ในลำไส้ทารก น้ำหนักตัวของแม่ลดลงอย่างรวดเร็ว มดลูกเข้าอู่เร็ว

ในวัยนี้ จะสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลง ของพฤติกรรมการบริโภค ร่างกายจะเติบโตขึ้น ทำให้กระเพาะสามารถเก็บปริมาณอาหารได้มากขึ้น จึงมีผลทำให้ การบริโภคในแต่ละมื้อมีปริมาณมากขึ้น

ระยะห่างในแต่ละมื้อจะยาวนานขึ้น จะห่างกันประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง ปริมาณน้ำนมในแต่ละมื้อ ประมาณ 4 – 6 ออนซ์ หรือวันละ 24 – 36 ออนซ์

อาหาร ที่เหมาะสมสำหรับทารก ทั้งชนิดและปริมาณ เป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนา และการเจริญเติบโตของร่างกาย และสมองของทารก

อาหารเสริม

อาจปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มให้อาหารเสริมแก่ทารก ทารกแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทารกบางคนพร้อมที่จะเริ่มทานอาหารแข็ง (solid food) หรืออาหารเสริม เมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนที่ 4 แต่ทารกบางคนพร้อม เมื่อใกล้เข้าเดือนที่ 6 อาจสังเกตความพร้อมของทารกดังนี้

  • เมื่อทารกสามารถนั่งได้บนเก้าอี้ทานข้าวเด็ก
  • คอแข็ง สามารถตั้งศีรษะได้โดยไม่ต้องประคอง
  • สามารถเคลื่อนอาหารเข้าไปในปาก และกลืนได้ โดยไม่ใช้ลิ้นดันอาหารออกจากปาก
  • อ้าปาก เมื่อนำอาหารมาใกล้ปาก
  • มีความเจริญเติบโตเพียงพอ อย่างน้อยมีน้ำหนักตัวเป็น 2 เท่า ของน้ำหนักตัวเมื่อแรกคลอด

หากเริ่มให้อาหารเสริม ปริมาณที่ให้ไม่ควรเกิน 1 ช้อนโต๊ะ ต่อมื้อ วันละ 1 – 2 ครั้ง ทั้งนี้จุดประสงค์เพื่อ ฝึกให้ทารกรับประทานอาหารแข็ง มิใช่เพื่อให้ได้รับสารอาหาร

ควรเริ่มจากอาหารกึ่งเหลว และเริ่มให้อาหารเพียงชนิดเดียวเป็นเวลา 7 วันก่อน เพื่อดูว่ามีอาการแพ้หรือไม่ เช่น อาจเริ่มให้รับประทานข้าวบดก่อน จากนั้นเป็นข้าวบดกับน้ำแกงจืด ข้าวบดกับไข่แดงต้มสุกบด ข้าวบดกับตับบด ข้าวบดกับถั่วต้มเปื่อยบด ข้าวบดกับเต้าหู้ขาวบด กล้วยน้ำว้าบด มะละกอบด หรือซุปฝักทอง

การนอน

ทารกวัย 4 เดือน ควรนอน 12 – 16 ชั่วโมงต่อวัน ทารกบางคนอาจนอนหลับ ในเวลากลางคืนได้ยาวนาน ประมาณ 10 – 12 ชั่วโมง โดยตื่นขึ้นมากินนม 1 – 2 ครั้ง และนอนกลางวัน ประมาณ 3 – 5 ชั่วโมงต่อวัน วันละ 2 – 3 ครั้ง ระยะห่างกัน 1.5 – 2.5 ชั่วโมง

ฝึกให้ลูกนอน

  • ให้ลูกเรียนรู้เวลากลางวัน และกลางคืน ทำบรรยากาศให้แตกต่างกัน ในตอนกลางวันอาจเปิดผ้าม่าน หรือเปิดไฟให้สว่าง เปิดเพลงสำหรับเด็ก พอตกกลางคืนก็เปิดไฟสลัว ๆ เงียบ ลูกจะเรียนรู้ที่จะแยกแยะเวลาที่แตกต่างกันได้
  • สร้างบรรยากาศให้น่านอน อุณหภูมิไม่ควรร้อน หรือหนาวเกินไป ควรอยู่ที่ 25 – 25 องศา ไฟสลัว ๆ เปิดเพลงกล่อมเด็กเบา ๆ พูดคุยกันเบา ๆ ทำอะไรค่อย ๆ
  • ไม่หยอก หรือเล่นกับลูกก่อนนอน การหยอก หรือเล่น จะทำให้ลูกไม่ง่วง และอาจละเมอร้องไห้กลางดึก ทำให้หลับไม่สนิท หากจะพูดคุยกับลูก ควรใช้น้ำเสียงเรียบ ๆ พูดเบา ๆ หรือใช้เสียงโทนต่ำ
  • นอนเป็นเวลาอย่างพอดี การนอนตื่นสาย นอนกลางวันเยอะ จะทำให้ลูกไม่ง่วงเมื่อถึงเวลานอนตอนกลางคืน
  • ฝึกให้ตื่นและนอนเป็นเวลา ลูกจะเรียนรู้ และค่อย ๆ ปรับตัวได้ในที่สุด

เมื่อรู้ถึงรายละเอียด พัฒนาการทารก 4  เดือน ที่ ทีมกองบรรณาธิการ ABK นำมาฝากแล้ว คงช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถเตรียมความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของลูกน้อยกันได้นะคะ

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

พัฒนาการทารก แรกเกิด – 1 ขวบ หนูทำอะไรได้บ้างนะ?

ตารางวัคซีน สำหรับเด็กแรกเกิด–อายุ 15 ปี ประจำปี 2565

ศีรษะทารกแรกเกิด บวมโนอันตรายไหม? จะยุบเมื่อไหร่?

อันตรายถึงชีวิต!! ป้อนข้าวลูกท่านอน ทารกสำลักถึงตาย

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.unicef.org, https://www.si.mahidol.ac.th, https://www.synphaet.co.th

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
Amarin Baby & Kids

ฝันว่าฟันหัก

ทำนายฝัน!! “ฝันว่าฟันหัก” จะเกิดการสูญเสียจริงหรือ?

ทำนายฝัน พร้อมเลขเสริมดวง ฝันว่าฟันหัก ฝันว่าฟันหลุด ฝันว่าฟันแตก หมายความว่าอย่างไร? เป็นเรื่องดีหรือร้าย? จะแปลว่าจะเกิดการสูญเสียจริงหรือ?

ทำนายฝัน!! “ฝันว่าฟันหัก” จะเกิดการสูญเสียจริงหรือ?

คนไทยมีความเชื่อที่ว่า ความฝัน เป็นลางบอกเหตุถึงอนาคตที่จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ ไม่ว่าจะเป็นลางดีหรือลางร้าย ก็สามารถทำนายเหตุการณ์ได้จากความฝัน หากเป็นลางดี ก็จะทำให้เจ้าตัวมีกำลังใจในการใช้ชีวิต แต่หากเป็นลางร้ายก็จะทำให้เจ้าตัวรู้จักระมัดระวังในการดำเนินชีวิตได้นั่นเอง สำหรับความฝันเกี่ยวกับฟัน ฝันว่าฟันหัก นั้นเป็นลางดีหรือลางร้ายกันนะ!! มาดูกัน

ฝันว่าฟันหัก

ทำนายฝัน

ใครที่คิดจะซื้อของหรือขยับขยายธุรกิจก็ให้รีบทำเพราะโอกาสกำลังดี ระวังคำพูด จะนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้ง พูดจาต้องระวัง เพราะมีคนคอยใส่ร้ายป้ายสีอยู่ตลอดเวลา

ความรัก

ความรักออกแนวศึกชิงรักหักสวาท มีเรื่องหึงหวงกวนใจกันตลอดเวลา ผู้ที่มีคนรักแล้วจะได้ของขวัญที่ถูกใจจากคนรัก คนรักก็เอาใจเก่ง พูดจาหวานหู ดูแล้วน่าอิจฉาจัง อย่าเล่นหูเล่นตากับใครเขาเข้าล่ะ เพราะจะมีสัมพันธ์เกินเลย

อ่านต่อ 10 ข้อเช็คเลยเรื่องอะไรที่ สามีภรรยาทะเลาะกัน มากที่สุด

ดวงการเงิน การงาน

การตัดสินใจของคุณจะมีคนกังขา เกิดเป็นประเด็นไม่จบง่าย ๆ ให้ระวังการเผชิญหน้าให้ดี งานราชการดำเนินไปโดยปกติ มีปัญหาบ้างประปรายตามธรรมดาของการทำงาน โดยมากเกิดจากเพื่อนร่วมทีมงานหรือบริวารทำงาน การงานหนักหนาสาหัสเอาการ ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจเต็มที่แล้วผลที่ตามมาคุณจะหายเหนื่อยแน่นอน

เลขมงคล เด่นนำโชค
3 8

เลขมงคล เด่นรอง
19 53 84 39 330 954

ฝันว่าฟันหน้าหัก

ทำนายฝัน

คุณจะมีโชคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และจะเพลิดเพลินกับความรุ่งเรืองอย่างไม่ขาดสาย จะมีเรื่องร้อนใจหรือไม่สบายใจที่มาจากพี่น้องของคุณเอง ช่วงนี้จะทำอะไรก็ต้องเหนื่อยหน่อย จึงจะสำเร็จได้อย่างไม่มีปัญหา

ความรัก

ความรักไม่ได้ดังใจที่คุณคิดไว้ มักได้ยินเรื่องราวที่ทำให้ไม่สบายใจอยู่เป็นประจำ คนที่มีคู่แล้วต้องใจเย็น อย่าหมางเมินกัน หมั่นเติมความรักด้วยคำหวานๆวันละนิด จะมีเรื่องที่เสี่ยงกับปัญหาชู้สาว รักสามเส้า หรือการเปลี่ยนคนรัก

ดวงการเงิน การงาน

อย่าให้ใครยืมเงิน ช่วงนี้โอกาสโดนเชิดเงินสูงต้องคิดตรึกตรองให้ดี ๆ ก่อนตัดสินใจ จะมีคนมาทาบทามให้คุณไปทำงานด้วย แต่ช่วงนี้ดวงขึ้นยังไม่เหมาะกับการโยกย้ายงานรอประมาณช่วงสิ้นปีก่อนจะดีกว่า การงานหนักหนาสาหัสเอาการ ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจเต็มที่แล้วผลที่ตามมาคุณจะหายเหนื่อยแน่นอน

เลขมงคล เด่นนำโชค
0 1 7

เลขมงคล เด่นรอง
18 87 52 272 172

ฝันว่าฟันแตก
ฝันว่าฟันแตก

ฝันว่าฟันแตก

ทำนายฝัน

การพบปะคนจำนวนมากมักเจอเหตุการณ์หรือคำพูดที่ไม่ค่อยน่าพอใจนัก ให้ระวังเรื่องสุขภาพและอาการเจ็บป่วยอย่างไม่คาดคิดมาก่อน ช่วงนี้จะทำอะไรก็ต้องเหนื่อยหน่อย จึงจะสำเร็จได้อย่างไม่มีปัญหา

ความรัก

คนโสดมีเพื่อนแปลกหน้าใหม่ ๆ เข้ามาอยู่เสมอ ทำให้ไม่เหงาใจ ความรักหากมีปัญหากันก็ต้องค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ จา อย่าด่วนตัดสินใจพูดอะไรโดยไม่คิด เพราะจะทำให้คุณมานั่งเสียใจภายหลัง คุณรู้หรือเปล่าว่ามีคนกำลังแอบชอบคุณอยู่

ดวงการเงิน การงาน

งานที่ใช้การเจรจาจะไม่บรรลุผล ต้องหาหนทางอื่น ๆ หรือต้องอาศัยบุคคลอื่น ๆ ยื่นมือเข้ามาช่วย ระวังจะเกิดปัญหากับเพื่อนฝูงที่ไปช่วยเหลือแบบไม่มีเหตุผล สถานะทางการเงินจะมีรายได้เข้ามามากกว่ารายจ่ายส่งผลให้ชีวิตคุณดีขึ้น

เลขมงคล เด่นนำโชค
0 9

เลขมงคล เด่นรอง
41 534 713 916

ฝันเห็นคนฟันหัก

ทำนายฝัน

คุณต้องระวังเคราะห์ร้ายที่จะเกิดแก่คนที่อายุน้อยที่สุดภายในบ้าน จะมีงานสังสรรค์กับญาติมิตร คุณจะเจอเรื่องเครียด และแรงกดดัน ต้องรับภาระหลายอย่าง

ความรัก

มีคนมีอายุมาชอบ หรือเข้ามาคุยกับคุณเยอะ ดูท่าแล้วคุณจะมีใครในใจแล้วด้วยสิ คุณควรจะคบหาดูใจกับคนที่มีอายุไล่เลี่ยกับคุณให้มากที่สุด คุณควรลดความขี้หึงลงบ้างในช่วงนี้ เพราะมีโอกาสทำให้คุณเลิกรากับคนที่คุณรักได้ง่ายมาก

ดวงการเงิน การงาน

ต้องหนักแน่นใช้ความอดทนกับการทำงานที่มีแรงกดดันนี้ไปก่อน แล้วทุกคนจะยอมรับในความสามารถของคุณเอง จะมีคนมาทาบทามให้คุณไปทำงานด้วย แต่ช่วงนี้ดวงขึ้นยังไม่เหมาะกับการโยกย้ายงานรอประมาณช่วงสิ้นปีก่อนจะดีกว่า เงินทองที่มีอยู่ให้ระวังเรื่องการจับจ่ายใช้สอยเสียบ้าง อย่าใช้จ่ายเกินตัวลืมตัว เพราะผลที่ได้รับคือการมีหนี้สิน

เลขมงคล เด่นนำโชค
2 3 6 9

68 71 62 895

ฝันว่าฟันหักหลายซี่

ทำนายฝัน

ใครที่เข้ามาขอความช่วยเหลือก็ลองดูข้อมูลหรือความเห็นของคนอื่นประกอบด้วย ว่าสมควรหรือไม่อย่างไร หวังมีลูกก็จะได้มีลูก หวังคลอดธุรกิจใหม่ก็จะได้ทำดังใจคิด พูดจาต้องระวัง เพราะมีคนคอยใส่ร้ายป้ายสีอยู่ตลอดเวลา

ความรัก

คนโสดหน้าบาน ช่วงนี้เสน่ห์แรงเกินห้ามใจ มีคนมารุมล้อมเอาใจอย่างไม่ขาดสาย ความรักของคุณมักจะมาในรูปความเห็นใจซะมากกว่า แต่คุณก็ควรดูด้วยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความรักหรือความสงสารกันแน่ ถ้าจะมองหาใครใหม่ๆ นั้นเป็นอันล้มเลิกความคิดไปได้เลย ถ้าคิดจะมีใครก็จะแค่ประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้น

ดวงการเงิน การงาน

ได้ลาภจากการพนัน เสี่ยงโชค โอกาสแบบนี้มีไม่บ่อยครั้ง น่าจะลองเสี่ยงดูบ้าง ระวังการวางบิลเก็บเงินจะกลายเป็นหนี้สูญ ไม่สามารถเรียกเก็บได้ต้องทำใจทิ้งเงินก้อนนี้ไป การงานหากเต็มที่กับมัน ได้ผลลัพธ์ดีเกินคาด

เลขมงคล เด่นนำโชค
3 8 9

เลขมงคล เด่นรอง
17 19 412 376

ทำนายฝัน
ทำนายฝัน

ฝันว่าฟันหักเกือบหมดปาก

ทำนายฝัน

สิ่งที่ตั้งใจไว้มากอาจจะยังไม่สำเร็จทันทีทันใดแต่สิ่งที่ไม่ได้คาดฝันอาจจะได้มาแบบฟลุค ๆ ช่วงมารผจญ ระวังการกลับบ้านดึก ๆ และหลีกเลี่ยงการไปงานศพ คุณมักจะถูกนินทาให้ร้ายอยู่เสมอ

ความรัก

คนที่อยากมีกิ๊กบ้างคงต้องร้องเพลงรอเพราะอีกนานกว่าที่คุณจะสมหวัง คุณจะพบคนต่างเพศที่มีลักษณะต้องตาต้องใจ ไม่ว่าคุณยังโสดหรือไม่ก็ตาม ความรักจะมีอุปสรรคทำให้คุณต้องคิดมากเอาแต่ร้องไห้เสียใจ

ดวงการเงิน การงาน

การเงินเข้ามือขวาออกมือซ้าย เก็บเงินไม่ได้ เริ่มเป็นหนี้เป็นสิน กระทบกับชีวิตประจำวัน ระวังให้ดี เงินพิเศษจะมาจากการบริการที่ถูกใจคนอื่น สินค้าที่เกิดจากไอเดียใหม่ ๆ การเงินมีรายรับดีมาก เป็นเดือนที่รู้สึกคล่องตัวเป็นพิเศษ

เลขมงคล เด่นนำโชค

0 1 6 9

73 084

ไม่ว่าการ ทำนายฝัน จะออกมาเป็นอย่างไร ทีมกองบรรณาธิการ ABK ขอเตือนว่า อย่างไรความฝันก็คือความฝัน ความฝันไม่เคยชนะความตั้งใจจริง ความระมัดระวังในการดำเนินชีวิต หากฝันแล้วทำนายออกมาว่าดี ก็จะทำให้มีกำลังใจ แต่หากทำนายออกมาไม่ดี ก็อย่าเก็บเอามาคิดมากนะคะ ควรใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและระมัดระวังที่สุดค่ะ

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ทำนายฝัน ฝันว่าได้แต่งงาน ฝันว่าแต่งงาน หมายถึงอะไร?

ฝันว่าผมร่วง ผมร่วงเต็มพื้นจะดีหรือร้าย..ทำนายฝันแม่นๆ

ฝันว่าโดนยิง ฝันว่าถูกยิง ฝันเห็นคนโดนยิง ลางดีหรือร้าย?

ฝันว่างูกัด ฝันว่าโดนงูกัด ทำนายฝันแม่นๆ พร้อมเลขเด็ด

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : monohoro.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

โรคลีเจียนแนร์

ไม่ล้างแอร์ ลูกเสี่ยงป่วย โรคลีเจียนแนร์ -ไข้ปอนเตียก

ไม่ล้างแอร์ ลูกเสี่ยงป่วย โรคลีเจียนแนร์ -ไข้ปอนเตียก

อากาศเมืองไทยร้อนมากถึงขีดสุดนะคะ สิ่งที่หลายบ้านขาดไม่ได้เลยก็คือ เครื่องปรับอากาศหรือแอร์ ที่คุณพ่อคุณแม่คิดว่าช่วยทำให้เจ้าตัวเล็กหลับสบาย และตื่นขึ้นมาท่ามกลางความสดชื่นอยู่ตลอดเวลา แต่หากไม่ได้มีการตรวจสอบสภาพ และดูแลความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ก็มีโอกาสที่เชื้อไวรัส เชื้อรา และแบคทีเรีย จะเติบโตและแพร่พันธุ์โรคต่างๆ มาสู่ทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียลิจิโอเนลลานิวโมฟิวลา หากหายใจเอาฝอยละอองน้ำที่มีเชื้อนี้ปนเปื้อนเข้าไปจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ  ทำให้เกิด โรคลีเจียนแนร์ -ไข้ปอนเตียก ได้ค่ะ

โรคลีเจียนแนร์ -ไข้ปอนเตียก คืออะไร

เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียชนิดเฉียบพลันจากสิ่งแวดล้อม เชื้อก่อโรค ได้แก่ เชื้อ Legionellae  โรคนี้สามารถก่อให้เกิดอาการทางคลินิกได้ 2 รูปแบบ ได้แก่

1.แบบมีอาการปอดอักเสบรุนแรง มีไข้สูง ไอ หนาวสั่น อัตราป่วยตายสูง เรียกว่า “โรคลิเจียนแนร์ (LEGIONELLOSIS)” 

2.แบบมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ไม่มีปอดอักเสบ เรียกว่า “ไข้ปอนเตียก (PONTIAC FEVER)” 

วิธีการแพร่โรคโดยเชื้อเข้าสู่ร่างกายคนทางระบบทางเดินหายใจ โดยคนหายใจเอาเชื้อนี้เข้าไป

โรคลีเจียนแนร์
ไม่ล้างแอร์ ลูกเสี่ยงป่วย โรคลีเจียนแนร์ -ไข้ปอนเตียก

อาการของโรค

มีอาการเบื่ออาหาร อ่อนเพลียปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ และมีไข้สูง โดยทั่วไปมักพบอาการใน 2 – 5 วัน ปวดท้อง และอุจจาระร่วงเกิดขึ้นตามมา โรคลีเจียนแนร์เป็นสาเหตุของโรคปอดบวมและมีอาการไอ ไม่มีเสมหะ ปอดมีการอักเสบเป็นปื้นหรือจุดขาว ถ้าเป็นมากอาจพบลุกลามได้ในปอดทั้งสองข้าง การป่วยค่อนข้างรุนแรงและอาจจะทำให้การหายใจล้มเหลว

ส่วนผู้ป่วยไข้ปอนเตียกจะสามารถหายได้เองและไม่มีอาการปอดอักเสบหรือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

เชื้อของโรคลีเจียนแนร์ พบได้ที่ไหน?

โรคลีเจียนแนร์ ไม่ใช่โรคใหม่ สามารถพบได้ทั่วโลกทั้งเขตร้อนและเขตหนาว มีเชื้อลีจิโอเนลลา (Legionella) เป็นเชื้อก่อโรค โดยเชื้อจะปนเปื้อนมากับละอองน้ำและเข้าสู่ทางเดินหายใจ

เชื้อชนิดนี้มักพบในบริเวณที่มีน้ำขังนิ่ง มีความชื้นสูงและมีอุณหภูมิค่อนข้างสูง ส่วนใหญ่มักจะพบในระบบเครื่องปรับอากาศหรือถังเก็บน้ำระบายความร้อน ที่ใช้ในอาคารขนาดใหญ่โดยเฉพาะในโรงแรม นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ในก๊อกน้ำ เครื่องทำน้ำร้อน และฝักบัวอาบน้ำที่ไม่มีการดูแลรักษาความสะอาดอย่างถูกต้อง

ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคลีเจียนแนร์

ประชาชนทั่วไปที่มีร่างกายแข็งแรง จะไม่มีอาการป่วยใด ๆ สำหรับกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ และผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรัง เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต โรคปอดเรื้อรัง หรือโรคมะเร็ง

ทำความสะอาดแอร์เป็นประจำ เพื่อป้องกันโรค

ควรมีการล้างทำความสะอาดแอร์เป็นประจำ โดยดูตามความเหมาะสมจากสภาพแวดล้อม และการใช้งาน หากเป็นแอร์ตามบ้าน ควรล้างแผ่นกรองอากาศด้วยน้ำสบู่ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค โดยใช้น้ำฉีดแรง ๆ ที่ด้านหลังและด้านที่ไม่ได้รับฝุ่น ให้ฝุ่นและสิ่งสกปรกหลุดออกอย่างน้อยเดือนละครั้ง และควรล้างแอร์แบบเต็มระบบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เช่นเดียวกัน แต่หากใช้เป็นประจำทุกวัน ควรล้างทำความสะอาดประมาณ 6 เดือนต่อครั้ง เพื่อช่วยลดเชื้อโรคที่อาจสะสมอยู่ในแอร์ และประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้อีกทางหนึ่งด้วย

 สำหรับการล้างแอร์แบบระบบรวม ควรเปิดน้ำทิ้งจากหอหล่อเย็นให้แห้ง เมื่อไม่ได้ใช้ทำความสะอาด ขัดถู คราบไคล ตะกอน เติมน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อฆ่าเชื้อรา และทำความสะอาดหอหล่อเย็นอย่างน้อย 1 – 2 ครั้งต่อเดือน ไม่ให้มีตะไคร่เกาะ

โดยทำลายเชื้อโดยใส่คลอรีนให้มีความเข้มข้น 10 ppm เข้าท่อที่ไปหอผึ่งเย็นให้ทั่วถึงทั้งระบบไม่น้อยกว่า 3 – 6 ชั่วโมง หลังจากนั้นรักษาระดับคลอรีนให้ความเข้มข้นไม่น้อยกว่า 0.2 ppm และสำหรับแอร์ในห้องพักต้องทำความสะอาด ถาดรองน้ำที่หยดจากท่อคอยส์เย็นทุก 1 – 2 สัปดาห์ ไม่ให้มีตะไคร่เกาะ หรือใส่น้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ทั้งนี้ ตามมาตรฐานประกาศกรมอนามัย เรื่อง ข้อปฏิบัติการควบคุมเชื้อลิจิโอเนลลาในหอผึ่งของอาคารในประเทศไทย และสำหรับแอร์ที่ใช้ตามบ้านเรือน เมื่อเปิดแอร์ควรสังเกตว่าอากาศที่ออกมาจากแอร์ มีกลิ่นเหม็น หรือมีกลิ่นอับหรือไม่ หากมีกลิ่น ในเบื้องต้น ควรล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศที่อยู่ในแอร์ด้วยน้ำสบู่ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค หากล้างทำความสะอาดแล้วกลิ่นไม่หาย ควรเรียกช่างเพื่อทำความสะอาดแบบเต็มระบบ

การรักษา โรคลีเจียนแนร์ -ไข้ปอนเตียก

ไข้ปอนเตียกจะจำกัดตัวมันเองและไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ

สำหรับคำแนะนำในการรักษาโรคลีเจียนแนร์ คือ ยาที่ใช้รักษาโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจในกลุ่มฟลูโอโรควิโนโลน (Fluoroquinolones) เช่น ยาลีโวฟลอกซาซิน (Levofl oxacine) หรือยาแมคโครไลด์ (Macrolide) ชนิดใหม่ ยาอะซิโทรมัยซิน (Azithromycin)

การศึกษาจากการสังเกตชี้ให้เห็นว่ายาลีโวฟลอกซาซิน (Levofl oxacine) อาจจะมีผลข้างเคียงมากกว่ายาแมคโครไลด์ (Macrolide) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง ยาไรแฟมปิซิน (Rifampicin) ถูกนำมาใช้ร่วมด้วยในผู้ป่วยที่การรักษาล้มเหลว แต่ข้อมูลที่ใกล้เคียงข้อสนับสนุนนี้ยังมีไม่เพียงพอ

แต่ยาในกลุ่มยาเพนิซิลินเพนิซิลลิน (Penicillin), ยาเซฟาโลสปอริน (Cephalosporins) และยาอะมิโนกลัยโคไซด์ (Aminoglycosides) จะใช้รักษาไม่ได้ผล

แม้เครื่องปรับอากาศจะช่วยให้ลูกน้อยพ้นจากโรคี่อาจเกิดจากวามร้อนได้ แต่หากไม่รักษาความสัอาด ก็อาจทำให้ลูกน้อยเจ็บป่วยรุนแรงได้เช่นกัน ขอให้คุณพ่อคุณแม่รักษาความสะอาดนะคะ เพื่อความปลอดภัยค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย, PPTV HD

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อบทวามดี ๆ คลิก

น้ำผึ้ง ป้อนทารก ระวังอันตราย!จากภาวะโบทูลิซึม

ระวัง! พบจุลินทรีย์ทำให้เกิดโรคใน สาหร่ายหมีแพนด้า

สัตว์เลี้ยงระบบปิดก็มีสิทธิ หมา แมวติดพิษสุนัขบ้า

ซีรีแล็ค จูเนียร์ โจ๊ก

3 เมนูเด็ก พิชิตใจลูก ด้วย “ซีรีแล็ค จูเนียร์ โจ๊ก”

เดี๋ยวนี้เห็นคุณแม่ยุคใหม่เขาเลี้ยงลูกกันแบบสบาย ๆ อย่างอาหารการกินของลูกก็ปรับเปลี่ยนเมนูใหม่ ๆ เพื่อให้ลูกน้อยได้อร่อย และสนุกกับมื้ออาหาร วันนี้ทีมกองบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids ได้ไอเดียการทำเมนูเด็ก น่ากิ๊น น่ากิน มา 3 เมนู ขอบอกว่าวัตถุดิบหลักที่คุณแม่ ๆ เขามาแชร์วิธีทำให้ใน TikTok แค่มี “ซีรีแล็ค จูเนียร์ โจ๊ก สูตรไก่ ผัก และแครอท”ก็ทำอาหารเด็กเมนูง่าย ๆ สุดอร่อยให้ลูกรักกินได้ประโยชน์กันค่ะ

3 เมนูเด็กทำง๊าย ง่าย ด้วย…ซีรีแล็ค จูเนียร์ โจ๊ก

ไข่ตุ๋นโจ๊ก

เมนูที่ 1 : ไข่ตุ๋นโจ๊ก

วัตถุดิบ

ซีรีแล็ค จูเนียร์โจ๊ก สูตรไก่ ผัก และแครอท 3 ช้อนโต๊ะ

ไข่ไก่  3 ฟอง

น้ำซุป 200 ml

วิธีทำ

  1. นำส่วนผสมทั้งหมดผสมคนให้เข้ากัน
  2. นำส่วนผสมที่ได้ นึงไฟอ่อน 15 นาที
  3. แต่งหน้าไข่ตุ๋นโจ๊กให้สวยงาม น่ารับประทานด้วยกุ้ง และลูกชิ้นปลาญี่ปุ่น (หรืออื่น ๆ ตามชอบ)

เมนูไข่ตุ๋นโจ๊ก จาก littleingbaby  https://vt.tiktok.com/ZSd2xMSry/

ซีรีแล็ค จูเนียร์ โจ๊ก

เมนูที่ 2 : โจ๊กคุณหนู

วัตถุดิบ

  1. ซีรีแล็ค จูเนียร์ โจ๊ก สูตรไก่ ผัก และแครอท
  2. กุนเชียง
  3. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  4. ซีอิ๊วขาว
  5. ผงกระเทียม
  6. กระเทียมเจียว

วิธีทำ

  1. กุนเชียงหั่นเต๋า นำเข้าเตาอบ
  2. ต่อยไข่ในชาม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวกับผงกระเทียม
  3. ทอดไข่ใส่สุก ทำไข่เป็นรูปหัวใจด้วยพิมพ์
  4. ผสมซีรีแล็ค โจ๊ก ในน้ำร้อน
  5. จัดจานโจ๊กคุณหนูด้วยกุนเฉียง ไข่ทอด และโจ๊กโรยหน้าด้วยกระทียมเจียว

เมนูโจ๊กคุณหนู จาก ambersmixedfamily   https://vt.tiktok.com/ZSd2m4LbR/

โจ๊กไข่ออนเซ็น ซีรีแล็ค จูเนียร์ โจ๊ก

เมนูที่ 3 : โจ๊กไข่ออนเซ็น

วัตถุดิบ

  1. ซีรีแล็ค โจ๊ก สูตรไก่ ผัก และแครอท
  2. แซลมอนหั่นเต๋า
  3. ไข่ไก่

วิธีทำ

  1. แซลมอนให้สุก ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย
  2. ต้มน้ำ 1 ลิตรให้เดือด ใส่ไข่ลงไปต้ม 17 นาที จะได้เป็นไข่ออนเซ็น
  3. ผสมซีรีแล็ค โจ๊กในน้ำร้อนคนให้เข้ากัน แล้วพักไว้ 3 นาที
  4. จัดถ้วยโจ๊กด้วยแซลมอนและไข่ออนเซ็น

เมนูโจ๊กไข่ออนเซ็น จาก cookingbypat   https://vt.tiktok.com/ZSd2G1mJn/

 

จาก 3 เมนูอาหารเด็กที่คุณแม่ ๆ มาแชร์วิธีทำให้นี้ทำง่ายมาก ๆ ซึ่งจะมีวัตถุดิบหลักเป็นซีรีแล็ค โจ๊ก ซึ่งไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลทราย  ไม่ต้องกลัวว่าให้ลูกกินแล้วจะเสียสุขภาพค่ะ และในซีรีแล็ค โจ๊ก ยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเด็ก ๆ ได้แก่ธาตุเหล็กสูง โอเมก้า 3 & 6 แคลเซียม วิตามินและเกลือแร่อีกกว่า 15 ชนิด ต้องบอกว่าคุณค่าสารอาหารมีให้เต็ม ๆ กล่องกันเลยค่ะ

คุณแม่สามารถหาซื้อ “Cerelac Junior Joke” กันได้ที่ LAZADA  ปทำเป็นเมนูอร่อย ๆ ให้ลูกรักที่บ้านได้รับประทานกันนะคะ

เช็กล่าสุด เด็กฉีดวัคซีนโควิด สูตรอะไรได้ -จุดรับวัคซีน

ปัจจุบันเราต้องร่วมมือกันยับยั้งไม่ให้เชื้อโควิด-19 สร้างความเสียหายไปมากกว่านี้ และสิ่งที่จะทำให้เราสามารถกลับไปใช้ชีวิตเกือบปกติ คือ การรับวัคซีน โดยเฉพาะในเด็ก เพราะเด็กควรได้ไปโรงเรียน ไปเจอสังคม การรับวัคซีนจึงเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่จะทำให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับโควิด-19 ได้ในอนาคต วันนี้เรามาเช็กล่าสุด เด็กฉีดวัคซีนโควิด สูตรอะไรได้ และจุดรับวัคซีนเด้ก ฟรีค่ะ

วิธีการตรวจสอบอาการเบื้องต้นของโรคโควิด-19

อาการของโรคโควิด-19 และการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจอื่นๆ มักมีลักษณะทางอาการคล้ายกัน แยกกันยากด้วยอาการเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งสำคัญคือประวัติการสัมผัสที่มีความเสี่ยงสูง เช่น คนในครอบครัว คนใกล้ชิดติดเชื้อโควิด-19 หรือไปในพื้นที่เสี่ยง สำหรับอาการที่แสดงออก ส่วนมากอาการของโรคติดเชื้อโควิด-19 มักไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย โดยอาการเบื้องต้นที่ควรนำมาพิจารณาว่าเด็กมีอาการติดเชื้อโควิด-19 คือ

เด็กฉีดวัคซีนโควิด
เด็กฉีดวัคซีนโควิด สูตรอะไรได้

วัคซีนโควิด-19 เด็กฉีดวัคซีนโควิด สูตรอะไรได้

ในการพัฒนาวัคซีนในทุก ๆ วัคซีน จะมีการทดลองในผู้ใหญ่ก่อน แล้วจึงค่อยทดลองในวัยรุ่น เด็กโต ไปจนถึงเด็กเล็ก สิ่งที่แตกต่างกันคือปริมาณของวัคซีนในการฉีด เด็กและผู้ใหญ่อาจมีการตอบสนองของวัคซีนที่แตกต่างกัน ทั้งในส่วนของการสร้างภูมิคุ้มกัน และผลข้างเคียงในการรับวัคซีน

เด็กฉีดวัคซีนโควิด เข็ม 1,2 และเข็มกระตุ้น อายุ 5-17 ปี

1. เด็ก 5-6 ปี (กรณีเข็มที่ 1 Pfizer ฝาส้ม)

เข็มที่ 1 Pfizer ฝาสีส้ม
เข็มที่ 2 Pfizer ฝาสีส้ม โดยเว้นจากเข็มที่ 1 อย่างน้อย 8 สัปดาห์
เข็มที่ 3 ยังไม่ถึงกำหนด

2. เด็ก 6-11 ปี

เข็มที่ 1 Pfizer ฝาสีส้ม
เข็มที่ 2 Pfizer ฝาสีส้ม โดยเว้นจากเข็มที่ 1 อย่างน้อย 8 สัปดาห์
เข็มที่ 3 ยังไม่ถึงกำหนด

เข็มที่ 1 Sinovac
เข็มที่ 2 Pfizer ฝาสีส้ม โดยเว้นจากเข็มที่ 1 อย่างน้อย 4 สัปดาห์
เข็มที่ 3 ยังไม่ถึงกำหนด

3. เด็กอายุ 12-17 ปี

เข็มที่ 1 Pfizer ฝาสีม่วง
เข็มที่ 2 Pfizer ฝาสีม่วง โดยเว้นจากเข็มที่ 1 อย่างน้อย 3-4 สัปดาห์
เข็มที่ 3 เป็น Pfizer ฝาสีม่วงครึ่งโดสหรือเต็มโดส โดยเว้นจากเข็มที่ 2 อย่างน้อย 4-6 เดือน

เข็มที่ 1 Sinovac
เข็มที่ 2 Pfizer ฝาสีม่วง โดยเว้นจากเข็มที่ 1 อย่างน้อย 4 สัปดาห์
เข็มที่ 3 Pfizer ฝาสีม่วงเต็มโดส โดยเว้นจากเข็มที่ 2 อย่างน้อย 4-6 เดือน

4. เด็กอายุ 6-17 ปี

เข็มที่ 1 Sinovac หรือ Sinophram
เข็มที่ 2 Sinovac หรือ Sinophram
เข็มที่ 3 Pfizer ฝาสีส้มหรือสีม่วงในขนาดเต็มโดส ตามช่วงอายุ โดยเว้นระยะจากเข็มที่ 2 อย่างน้อย 4 สัปดาห์

ผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด-19

แนะนำให้ฉีดวัคซีนได้ตามหลักเกณฑ์เดียวกับผู้ที่ยังไม่เคยติดเชื้อมาก่อน โดยสามารถเข้ารับวัคซีนได้หลังจากติดเชื้อ เป็นเวลา 3 เดือน

เด็กฉีดวัคซีนโควิด
เช็กล่าสุด เด็กฉีดวัคซีนโควิด สูตรอะไรได้ -จุดรับวัคซีน

ข้อควรระวังในการฉีดวัคซีนในกลุ่มเด็ก

หากมีอาการดังต่อไปนี้ “ยังไม่ควรฉีดวัคซีน”

  • เด็กอยู่ในช่วงกำลังป่วย มีไข้ ร่างกายอ่อนเพลีย ควรรักษาอาการให้หายดีและเลื่อนการฉีดออกไปจนกว่าร่างกายจะกลับมาปกติ
  • เด็กผู้มีโรคประจำตัวรุนแรงที่อาจมีอันตรายถึงชีวิตที่อาการของโรคยังไม่คงที่ ห้ามฉีด นอกจากแพทย์ประเมินว่าฉีดได้เท่านั้น
  • เด็กที่มีอาการแพ้วัคซีนขั้นรุนแรง เช่น หน้าบวม ปากบวม ผื่นขึ้น หายใจไม่ออก ความดันตกจนต้องฉีดยากระตุ้นหัวใจ

สถานที่ฉีดวัคซีนสำหรับเด็ก

  • ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ 

เปิดบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19  ทุกเข็ม (เข็มที่ 1,2,3,4) โดยไม่ต้องจองคิวล่วงหน้า (Walk in) คนไทย / ต่างชาติ / ต่างด้าว ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปี เข้ารับบริการที่ประตู 2 (เลือกวัคซีนไฟเซอร์ หรือ แอสตร้าเซเนก้า) ส่วนเด็กอายุ 5-11 ปี เข้ารับบริการที่ประตู 3 (วัคซีนไฟเซอร์ฝาสีส้ม) ทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น. รอคิวตามลำดับที่เก้าอี้สีแดง

ศูนย์ฉีดวัคซีน ณ อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร

เปิดให้บริการสำหรับผู้ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป ทุกสัญชาติ เปิดจองผ่านแอป QueQ และรับวอล์คอิน (Walk in) ทุกวันเวลา 08.00-16.00 น. ไม่จำกัดจำนวน

  • สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี

เด็กเล็กอายุ 5-11 ปี ไม่จำกัดสัญชาติและพื้นที่อยู่อาศัย เปิดบริการฉีดวัคซีน Pfizer ฝาส้ม เข็ม 1

ขอเชิญลงทะเบียนตามลิงค์ https://xn--o3cdavpl4ezlya.com/nontprompt/nontkids/check.php

เด็กอายุ 6-11 ปี 

สูตร Sinovac เข็ม 1 / Pfizer ส้ม เข็ม 2 Walk in หรือ ลงทะเบียนได้ที่ลิงค์

https://xn--o3cdavpl4ezlya.com/nontprompt/nontkids/check.php

สถานที่ฉีด เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ วันที่ 29 เม.ย. , 5, 20, 27 พ.ค. 2565 บัตรคิว ลานจอดรถชั้น 3

สำหรับในเข็ม 2 จะได้รับใบนัดหมายจากสนามฉีด ในลำดับต่อไป

  • นนท์kids 

เปิดลงทะเบียนฉีดวัคซีน Pfizer booster ฝาสีส้ม เข็ม 3 สำหรับเด็กเล็กอายุ 5-11 ปี ไม่จำกัดเชื้อชาติและที่อยู่อาศัย ที่ฉีดวัคซีนสูตร sinovac หรือ Sinopharmมาแล้ว 2 เข็ม

เปิดลงทะเบียนระหว่างวันที่ 21-30 เม.ย.2565

สนามฉีด lmpact Hall 5-7 เมืองทองธานี วันที่ 7-8 พ.ค. 2565 เวลา 08.00-16.00น. วันละ 4,000 คน

ขอเชิญลงทะเบียนที่ลิงค์ https://www.xn--o3cdavpl4ezlya.com/nontpr…/vcevent/slot/93

เงื่อนไข : ได้รับวัคซีน Sinopharm หรือ Sinovac จำนวน 2 เข็ม ระยะห่างระหว่างเข็มที่2และ3 เวลา 1 เดือนขึ้นไป (ก่อนวันที่ 7 เมษายน 2565)

เด็กอายุ 6-11 ปี สูตร Sinovac เข็ม 1 / Pfizer สัม เข็ม 2

ขอเชิญลงทะเบียนได้ที่ลิงค์https://xn--o3cdavpl4ezlya.com/nontprompt/nontkids/check.php

เด็กฉีดวัคซีนโควิด
เช็กล่าสุด เด็กฉีดวัคซีนโควิด สูตรอะไรได้ -จุดรับวัคซีน
  • Walk in ได้ทั้ง 2 สูตร สำหรับท่านที่ไม่สะดวกลงทะเบียน

สนามฉีด

  1. เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ รับบัตรคิว ลานจอดรถชั้น 3 วันที่ 29 เม.ย. , 5, 20, 27 พ.ค. 2565
  2. เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ รับบัตรคิว อาคารจอดรถ B ชั้น 3 ครึ่ง วันที่ 26 เม.ย., 3,17,24 พ.ค. 2565
  3. สำหรับในเข็ม 2 จะได้รับใบนัดหมายจากสนามฉีด ในลำดับต่อไป

ข้อแนะนำสำหรับเด็ก “หลัง” ฉีดวัคซีนโควิด-19

  • 7 วันแรก ไม่ควรออกกำลังกายหนัก โดยเฉพาะช่วงมีไข้ อ่อนเพลีย ปวดหัว
  • ตัวอย่างการออกกำลังกายหนัก เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ การเดินแบกของหนัก (เช่น กระเป๋านักเรียน) หรือการออกกำลังกายที่มีแรงต้าน
  • ขณะออกกำลังอาจสังเกตอัตราการเต้นของหัวใจไม่ควรเกิน 70% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด หากไม่มีเครื่องมือวัด ให้สังเกตอาการว่า ไม่มีอาการ เหนื่อยหอบมากกว่าปกติ หรือ ไม่มีอาการหัวใจเต้นผิดปกติหรือเจ็บหน้าอก
  • ถ้าห้ามการวิ่งเล่นไม่ได้ ให้คอยสังเกตอาการและจำกัดการวิ่ง หรือให้พักทุก 15 นาที
  • หลัง 7 วัน ค่อยๆ ทำกิจกรรมปกติได้ แต่ให้เริ่มจากกิจกรรมเบาๆ ไปหาหนัก
  • ถ้ามีอาการไข้ ปวด บวมแดงร้อน ให้กินยาลดไข้ แก้ปวด

ขอบคุณข้อมูลจาก

PPTV HD

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

วัคซีนโควิด-19 ในเด็ก : ทำความเข้าใจ ปลอดภัย หายห่วง

ฉีดวัคซีนโควิดตอนตั้งครรภ์ ช่วยทารกเข้า รพ. น้อยลง

หมอขอตอบ!รวมคำถามคาใจ วัคซีนโควิด19เด็ก ฉีดดีไหม

asian parents สอนลูก แบบเข้มงวดดีจริงหรือ

สอนลูก สไตล์เอเชีย แบบให้อยู่แต่ในโอวาท ดีจริงหรือ

สอนลูก แบบเข้มงวดเหมือนดั่งค่านิยมของชาวเอเชีย (Asian Parents) ลูกเชื่อฟังอยู่ในโอวาทแล้วจะดีกับลูกจริงหรือ มาดูข้อดีข้อเสียกับวัฒนธรรมการเลี้ยงดูแบบนี้กัน

สอนลูก สไตล์เอเชีย แบบให้อยู่แต่ในโอวาท ดีจริงหรือ?

Asian Parents ความหมายก็คือ พ่อแม่ผู้ปกครองชาวเอเชีย แล้วทำไมถึงต้องแบ่งความเป็นพ่อแม่ตามเชื้อชาติกันด้วยล่ะ เพราะคำ  ๆ นี้มักจะใช้สื่อถึงความเข้มงวด ค่อนไปทาง Toxic หน่อย ๆ ของการเลี้ยงดู สอนลูก ในสไตล์ของคนเอเชีย ไม่เพียงแค่คนไทยเท่านั้น เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ทั้ง ๆ ที่คนเอเชียมักอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ มีสายสัมพันธ์ครอบครัวกันมาเป็นรุ่น ๆ ไล่เรียงกันแทบไม่หมด

วัฒนธรรมเอเชียมีชื่อเสียงในด้านการเป็นผู้ให้บริการ คนเอเชียใจดี ยิ้มแย้ม รักการบริการ ดังนั้นบทบาทการเป็นผู้ปกครอง พ่อแม่ของพวกเขาก็เช่นกัน มักจะเป็นพ่อแม่แบบนักจัดหา ในเรี่องความต้องการทางร่างกายของลูก เช่น อาหาร เสื้อผ้า การเรียน การตัดสินใจ เรียกได้ว่าวัฒนธรรมของชาวเอเชียส่วนใหญ่มักจะจัดเตรียม จัดหามาให้พร้อม โดยที่ไม่ค่อยใส่ใจในความรู้สึก หรือความคิดอ่านของลูกมากนัก อาจด้วยเพราะโครงสร้างระบบครอบครัวที่ยึดถือลำดับชั้นอาวุโส ได้รับการสั่งสอนให้ “ฟังและเชื่อฟัง”

โครงสร้างครอบครัวใหญ่ของ Asian Parents
โครงสร้างครอบครัวใหญ่ของ Asian Parents

 

ในสังคมสมัยก่อน มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับความสำเร็จในชีวิต การมีหน้าที่การงานที่ดี การเรียนที่มีผลการเรียนดี ดังนั้นการจัดเตรียม วางกรอบชีวิตของลูก จึงทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองรู้สึกได้ถึงความสำเร็จ และเป็นไปตามที่คาดหวัง เป็นการตอกย้ำความคิดที่ว่าการเลี้ยงดูลูกแบบเข้มงวด คิดแทนให้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ถูกทางแล้ว แต่ในปัจจุบันเมื่อสังคมเปลี่ยนแปลงไป เริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตที่ดี มุ่งเน้นการมีความสุขในชีวิตมากกว่าความเป็นที่หนึ่ง อาจเนื่องด้วยสังคมเริ่มเกิด และเล็งเห็นปัญหาทางด้านสุขภาพจิตของเด็กที่มีมากขึ้น เช่น สถิติการฆ่าตัวตาย การที่เด็กมีปัญหาทางจิต และมีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ เป็นต้น

คุณกำลังเป็นพ่อแม่แบบ Toxic อยู่หรือเปล่า?

เมื่อความเป็นพ่อแม่รุกล้ำความเป็นส่วนตัวของลูก แม้ว่าเรื่องนั้นผู้ใหญ่อาจจะมองข้าม และไม่ให้ความสำคัญนัก โดยมีแนวความคิดว่า ลูกเป็นกรรมสิทธิ์ของพ่อแม่ ซึ่งแท้จริงแล้วการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความรู้สึกกับเด็กในแบบที่ว่า รู้ว่าพ่อแม่ทำไปเพราะรัก และหวังดี แต่เขาไม่สามารถสัมผัสถึงความรักนั้นได้ ทำให้เกิดความสับสนทางใจ และขาดความเชื่อโยงทางอารมณ์ที่จะสานต่อเป็นความผูกพันได้

ก่อนที่ความหวังดี ความรักของพ่อแม่จะส่งผ่านไปไม่ถึงลูก เรามาเช็กกันดูเสียหน่อยว่าเรากำลังมีพฤติกรรมของ พ่อแม่ Toxic อยู่หรือไม่

  • กำหนดทิศทางในชีวิตลูก

ไม่ให้อิสระในการตัดสินใจในชีวิตของลูก บางคนอาจเข้าใจผิดว่าอำนาจในการตัดสินใจนั้นเราจะมอบให้เมื่อลูกโตพอแล้วเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว พ่อแม่ควรฝึกลูกให้รู้จัก และทดลองตัดสินใจด้วยตัวเอง โดยค่อย ๆ ปล่อยให้เขามีสิทธิ์ในการเลือกด้วยตัวเขาเอง จากเรื่องเล็ก ๆ ไปจนถึงเรื่องสำคัญมากขึ้นทีละน้อย โดยมีพ่อแม่เป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่ผู้กำหนด และควบคุมทิศทาง

สอนลูก แบบเข้มงวด เน้นผลลัพธ์มากกว่าความสุข
สอนลูก แบบเข้มงวด เน้นผลลัพธ์มากกว่าความสุข
  • เข้มงวดจนขาดอิสระ

เมื่อใดที่คุณเป็นพ่อแม่ที่เข้มงวด นั่นแสดงว่า คุณกำลังเป็นพ่อแม่ที่ไม่ไว้วางใจในตัวลูกเลย การที่คุณเข้มงวดกับลูกเสียจนเขารู้สึกขาดอิสระ จนทำให้ลูกรู้สึกอึดอัดเมื่อต้องอยู่กับพ่อแม่แล้ว ยังเป็นการกระทำที่สร้างปัญหาในเรื่อง การเห็นคุณค่าในตนเองของลูก อีกด้วย เพราะนั่นคือ การที่เราไม่เคารพในการตัดสินใจของเขา และตัดสินไปเสียแล้วว่าลูกไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน จึงต้องทำตามที่พ่อและแม่วางไว้ กำหนดให้เท่านั้น

  • รุกล้ำความเป็นส่วนตัว

เด็กไม่ใช่สิ่งของ ดังนั้นเขามีความคิดอ่าน ความต้องการเป็นของตนเอง พ่อแม่จึงควรมอบความเป็นส่วนตัว และเคารพในความเป็นส่วนตัวนั้น ๆ ของลูก ไม่ควรไปละเมิดข้าวของส่วนตัว หรือแม้แต่เวลาส่วนตัวของลูก เพียงเพราะคำว่า ลูกห้ามมีสิ่งใดปิดบังพ่อแม่ เช่น การแอบอ่านสมุดไดอารี่ของลูก การเข้าห้องส่วนตัวของลูกโดยที่ไม่ได้เคาะห้องขออนุญาต เข้าห้องมาโดยพละการ เป็นต้น ซึ่งความกังวลใจของพ่อแม่ที่กลัวลูกมีเรื่องปิดบัง และเรื่องนั้นอาจเป็นเรื่องอันตรายต่ออนาคตของเขา เราสามารถทำให้ลูกเปิดเผยเรื่องราวของตนเองให้พ่อแม่ได้รับรู้ด้วยการเป็น safe zone เป็นพ่อแม่ที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยของเขา เวลาลูกมีปัญหาใด ๆ เขาต่างหากที่จะเป็นฝ่ายอยากเข้ามาปรึกษา บอกกล่าวเราเองโดยที่เราไม่ต้องไปละเมิดความเป็นส่วนตัวของลูกเลย

4 สิ่งที่พ่อแม่ควรมอบให้ลูกเพื่อให้เขาสัมผัสได้ถึงความรักของเรา

 1. เข้าใจ   

คือความความเข้าใจในความเป็นเขา เข้าใจในตัวตนของลูกในแบบที่ลูกเป็น และต้องรับรู้ได้ว่า เด็กก็มีหลากหลายอารมณ์ในโลกของเขาเช่นกัน เพราะผู้ใหญ่มักมองว่าโลกของเด็กเป็นโลกแห่งความสนุกสนาน จึงรับรู้ได้เพียงว่าเด็กไม่มีความทุกข์ ไม่มีความโกรธ ความคับข้องใจ เหมือนดั่งผู้ใหญ่หรอก จึงทำให้พ่อแม่ไม่สามารถเป็นที่ปรึกษาที่ดีแก่ลูกได้ เพราะความที่เราสร้างกำแพงมากั้นเขาไว้เสียก่อนแล้ว เช่น จะคิดมากไปทำไมเรื่องแค่นี้เอง ไร้สาระ เป็นต้น

สอนลูก คำชมเชย คำปลอบใจ ต้องมี
สอนลูก คำชมเชย คำปลอบใจ ต้องมี

 2. ชมเชย และปลอบโยน

สำหรับครอบครัวคนชาวเอเชีย มักมีความเชื่อผิด ๆ อยู่สิ่งหนึ่งว่า การชมเชยเด็กจะทำให้ลูกเหลิง นั่นเป็นความผิดพลาดมหันต์ เพราะมนุษย์เรานั้นย่อมต้องการกำลังใจ การได้รับความยอมรับนับถือในตัวตน เรียกได้ว่าเป็นอาหารทางใจเลยก็ว่าได้ การที่พ่อแม่รู้จักใช้คำพูดที่เหมาะสม ชมเชยเมื่อลูกทำสำเร็จ หรือปลอบประโลมเมื่อเขาพลาด อย่างจริงใจ ก็จะช่วยเขารู้สึกได้ถึงความรักที่พ่อแม่มีให้แก่เขา และที่สำคัญลูกจะสัมผัสแห่งรักนั้นได้อีกด้วย เช่น “ทำไมลูกไม่ระวังให้มากกว่านี้!” หรือ “ลูกทำอะไรลงไป!” หรือ ” คะแนนสอบก็ใช้ได้แต่แม่ว่ามันน่าจะดีกว่านี้อีก” เป็นต้น คำพูดเหล่านี้นอกจากจะซ้ำเติมลูก ยังไม่สามารถสื่อสารความรู้สึกรัก และห่วงใยของพ่อแม่ไปถึงเขาได้ ลูกอาจไม่เห็นพ่อแม่เป็นที่หลบภัยอีกต่อไปในเหตุการณ์ในอนาคต

 3. safe zone 

จงเป็นพ่อแม่ที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์ให้แก่ลูก การเป็น safe zone ให้กับลูกนั้น ทำได้โดยการ “รับฟัง” เพราะเมื่อลูกเกิดปัญหาบางครั้งเขาเพียงแค่ต้องการคนคอยนั่งฟังความรู้สึกของเขาเงียบ ๆ ไม่ตัดสิน คำว่า ไม่ตัดสิน เป็นส่วนสำคัญของการเป็น safe zone ความปลอดภัยในแง่ของเด็กสามารถแบ่งปันอารมณ์อ่อนไหวของตนเองกับพ่อแม่ผู้ปกครองได้ หากเด็กไม่สามารถบอกความรู้สึกของตนเองได้ เพราะกลัวว่าจะถูกเยาะเย้ย ตำหนิ หรือดูถูกดุ เด็กจะไม่สามารถสัมผัสถึงความผูกพัน ความรักของพ่อแม่ได้

แม้เป็นเด็กก็มีหลายอารมณ์ เศร้า โกรธ ดีใจ สอนลูก ให้จัดการอารมณ์ให้ได้
แม้เป็นเด็กก็มีหลายอารมณ์ เศร้า โกรธ ดีใจ สอนลูก ให้จัดการอารมณ์ให้ได้

4. ความมั่นคงทางอารมณ์ 

พ่อแม่ควรเน้นตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ของลูกไม่ให้สับสน อย่าตีความพฤติกรรมที่ลูกแสดงออกกับเราผิดไปจากความต้องการของลูกไปไกล ลูกจะผิดหวัง เสียใจ โกรธ และหงุดหงิดกับพ่อแม่ซึ่งอาจจะมีพฤติกรรมที่ดูไม่เหมาะสมไปบ้าง แต่นั่นเป็นการแสดงให้เห็นว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา เขาสามารถสบายใจในการแสดงอารมณ์เหล่านั้นออกมาได้ ลูกไว้วางใจพ่อแม่มากพอ แต่เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยระหว่างลูกกับพ่อแม่ที่ต้องคอยรับอารมณ์เหล่านั้น พ่อแม่สามารถรอ และให้เวลา ให้พื้นที่กับลูกในการประมวลผลอารมณ์เหล่านั้น และตรวจสอบความรู้สึกของตัวเองให้เข้าใจเสียก่อน (หากลูกไม่สามารถมองเห็นได้ เราสามารถ สอนลูก ชี้ให้เห็นถึงอารมณ์เขาในขณะนั้นได้เช่นกัน) แล้วพ่อแม่จึงมาพูดคุยถึงกติกา และพฤติกรรมที่เหมาะสมในการจัดการอารมณ์ของลูกเมื่อเกิดขึ้นในครั้งต่อไป

การเป็น Asian Parents ครอบครัวเอเชีย ไม่ได้หมายความว่าทุกครอบครัวจะมีพฤติกรรม การ สอนลูก ในแบบที่ไม่เหมาะสม สอดคล้องกับเด็กเสมอไป เพราะเด็กแต่ละคนก็มีความแตกต่างกันไป ในพื้นฐานอารมณ์ และพฤติกรรมของเด็กบางคนอาจสอดคล้อง และจัดการรับมือทั้งความต้องการของตนเอง และของพ่อแม่ได้อย่างลงตัว การที่มีวัฒนธรรมการเลี้ยงดูแบบคนเอเชียจึงมิได้มีปัญหาใด ๆ ต่อเขา จึงไม่สามารถสรุปโดยรวมได้ว่า การเลี้ยงดูแบบไหนดีกว่ากัน เพียงแค่เราควรนำสิ่งที่ดีของแต่ละแบบอย่างมาปรับใช้ให้เข้ากับครอบครัวของเราให้ได้อย่างลงตัว และเหมาะสม เพื่อให้ทุกคนเดินกันไปได้อย่างมีความสุข และก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เพราะสถาบันครอบครัวเป็นหัวใจหลักของสังคม

ข้อมูลอ้างอิงจาก www.jeban.com / www.psychologytoday.com
อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก
ผู้ป่วยโควิดสีเขียว

69 ศูนย์บริการฯกทม. เจอ แจก จบ ผู้ป่วยโควิดสีเขียว

69 ศูนย์บริการฯกทม. เจอ แจก จบ ผู้ป่วยโควิดสีเขียว

ข่าวดีสำหรับ ผู้ป่วยโควิดสีเขียว ที่อาการไม่หนัก สามารถรักษาเองได้ ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสปสช. นอกจากจะให้วิทธิรักษาฟรีในโรงพยาบาลตามสิทธิแล้ว ยังให้สิทธิผู้ที่อยู่ในเขต กทม. เข้าร่วมโครงการ เจอแจก จบ สามารถวอล์คอิน (Walk in) มาที่ศูนย์บริการสาธารณสุข ทั้ง 69 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้  ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. นะคะคุณพ่อคุณแม่

ขั้นตอนของ ผู้ป่วยโควิดสีเขียว ติดต่อที่ศูนย์ฯ 69 แห่ง

1.ยื่นบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมแสดงผลตรวจ ATK ที่เป็นบวก

2.สามารถรับการรักษาได้ที่จุดบริการ โดยพยาบาลจะสอบถามข้อมูลเพื่อคัดกรองอาการและความเสี่ยงเบื้องต้น

3.หลังจากนั้นแพทย์ให้การรักษา จัดยา พร้อมให้คำแนะนำ

4.เมื่อครบ 48 ชั่วโมงจะมีเจ้าหน้าที่สอบถามอาการ หากมีอาการเปลี่ยนแปลงจะส่งต่อเข้ารับการรักษาตามขั้นตอนต่อไป

ผู้ป่วยโควิดสีเขียว
เจอ แจก จบ ผู้ป่วยโควิดสีเขียว

วิธีการใช้สิทธิ

1. สิทธิบัตรทอง ไปหน่วยบริการตามสิทธิก่อนหรือหน่วยบริการในระบบสปสช.ใกล้บ้านได้ทุกแห่ง ตามนโยบายยกระดับบัตรทอง สามารถเข้ารับบริการในระบบบริการปฐมภูมิที่ไหนก็ได้ทั่วประเทศ

ตัวอย่าง หน่วยบริการปฐมภูมิใกล้บ้านไปรับบริการได้ทุกแห่ง เช่น สถานีอนามัย,รพ.ส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.), หน่วยบริการปฐมภูมิของโรงพยาบาล, ศูนย์สุขภาพชุมชน ศูนย์บริการสาธารณสุข รวมถึง คลินิกชุมชนอบอุ่น เป็นต้น

2. สิทธิประกันสังคม ไปโรงพยาบาลที่ลงทะเบียนเลือกไว้ หรือสถานพยาบาลรัฐและเอกชนในระบบประกันสังคมทุกแห่ง สอบถามเพิ่มเติม สายด่วน 1506/ประกันสังคมเขตพื้นที่

3. สิทธิข้าราชการ ไปสถานพยาบาลภาครัฐทุกแห่ง สอบถามเพิ่มเติมสายด่วนกรมบัญชีกลาง 02-2706400

4.ชาวต่างชาติ/สิทธิอื่น แนะนำเจอ แจกจบ หรือติดต่อสถานพยาบาลภาครัฐใกล้บ้าน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1330 ตลอด 24 ชม. หรือ คลิก https://lin.ee/zzn3pU6 เพิ่มเพื่อนไลน์กับ สปสช. @nhso

ตรวจสอบรายชื่อศูนย์บริการสาธารณสุข

ศูนย์บริการสาธารณสุข 1 สะพานมอญ 02-222-7874
ศูนย์บริการสาธารณสุข 2 วัดมักกะสัน 02-2517735
ศูนย์บริการสาธารณสุข 3 บางซื่อ 025870881
ศูนย์บริการสาธารณสุข 4 ดินแดง 02-246-1553
ศูนย์บริการสาธารณสุข 5 จุฬาลงกรณ์ 02-2141057
ศูนย์บริการสาธารณสุข 6 สโมสรวัฒนธรรมหญิง สี่แยกมหานาค ดุสิต  02282-8493
ศูนย์บริการสาธารณสุข 7 บุญมี ปุรุราชรังสรรค์ 02-284-2331
ศูนย์บริการสาธารณสุข 8 บุญรอด รุ่งเรือง 02-361-6760
ศูนย์บริการสาธารณสุข 9 ประชาธิปไตย 02 282 8494
ศูนย์บริการสาธารณสุข 10 สุขุมวิท 02-2584892
ศูนย์บริการสาธารณสุข 11 ประดิพัทธ์ 022454964
ศูนย์บริการสาธารณสุข 12 จันทร์เที่ยง เนตรวิเศษ เจริญกรุง 107 02-291-7637
ศูนย์บริการสาธารณสุข 13 ไมตรี วานิช ทรงวาด จักรวรรดิ 02-222-7875
ศูนย์บริการสาธารณสุข 14 แก้ว สีบุญเรือง ถ.จันทน์ วัดพระยาไกร 022112353
ศูนย์บริการสาธารณสุข 15 ลาดพร้าว 02-541-8380
ศูนย์บริการสาธารณสุข 16 ลุมพินี 022527776
ศูนย์บริการสาธารณสุข 17 ประชานิเวศน์ 02 591 6306
ศูนย์บริการสาธารณสุข 18 มงคล วอนวังตาล จันทน์ 43 (ซอยวัดไผ่เงิน) 02-2110860
ศูนย์บริการสาธารณสุข 19 วงศ์สว่าง 02-9107314
ศูนย์บริการสาธารณสุข 20 บมจ.นครหลวงไทย วัดเทพศิรินทร์ 02-223-0004
ศูนย์บริการสาธารณสุข 21 วัดธาตุทอง 02-3929278
ศูนย์บริการสาธารณสุข 22 วัดปากบ่อ อ่อนนุช 35 02-349-1817
ศูนย์บริการสาธารณสุข 23 สี่พระยา 02-236 4055
ศูนย์บริการสาธารณสุข 24 บางเขน 02579 8953
ศูนย์บริการสาธารณสุข 25 ห้วยขวาง 02-277-2660
ศูนย์บริการสาธารณสุข 26 เจ้าคุณพระประยูรวงศ์ วัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี 02-4650014
ศูนย์บริการสาธารณสุข 27 จันทร์ ฉิมไพบูลย์ เทอดไท บางยี่เรือ 02-4651000
ศูนย์บริการสาธารณสุข 28 กรุงธนบุรี 02-860-8210
ศูนย์บริการสาธารณสุข 29 ช่วง นุชเนตร (จอมทอง) 02476-6493
ศูนย์บริการสาธารณสุข 30 วัดเจ้าอาม บางขุนนนท์ 02-423-0234
ศูนย์บริการสาธารณสุข 31 เอิบ-จิตร ทังสุบุตร ถนนจรัญสนิทวงศ์ บางอ้อ 02-4347303
ศูนย์บริการสาธารณสุข 32 มาริษ ตินตมุสิก สุขุมวิท 64/1 พระโขนง 02-3311773
ศูนย์บริการสาธารณสุข 33 วัดหงส์รัตนาราม วัดอรุณ 02-472-5895

ตรวจสอบรายชื่อศูนย์บริการสาธารณสุข ที่ตั้ง และเบอร์ติดต่อทั้งหมดได้ที่ >>> https://zhort.link/F52

ผู้ป่วยโควิดสีเขียว
69 ศูนย์บริการฯ กทม. เจอ แจก จบ ผู้ป่วยโควิดสีเขียว

ขอบคุณข้อมูลจาก
FB สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  ,ศูนย์บริการสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

สปสช. ให้ 7 กลุ่มเสี่ยง วอล์กอินฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฟรี

เช็คที่นี่!ผู้ประกันตน ป่วยโควิด เบิกเงินทดแทน อย่างไร

เช็ค! รพ.เอกชนกว่า 100 แห่ง ดูแลผู้ติด โควิดกลุ่มสีเขียว

Omma milku สำหรับคุณแม่หลังคลอด

น้ำนมน้อย ทำสต็อกนมแม่ไม่ได้ ! Ommamilku สมุนไพรเพิ่มน้ำนม ช่วยได้อย่างตรงจุด

จากประสบการณ์ของทีมแม่ABK และจากเพื่อน ๆ ที่เป็นคุณแม่ ในช่วงหลังคลอดมีเรื่องกังวลใจกันอยู่ไม่กี่เรื่อง แต่ที่นำโด่งมาก็คือกลัวว่าจะไม่มีน้ำนมแม่ให้ลูกกิน เพราะส่วนใหญ่มักเจอปัญหาน้ำนมน้อย น้ำนมไม่มา ลูกกินนมแม่ไม่อิ่ม หัวอกคนเป็นแม่สงสารลูก อยากให้ลูกกินนมแม่ล้วนอย่างน้อยได้ 6 เดือนก็ยังดี เพราะน้ำนมแม่คือวัคซีนธรรมชาติหยดแรกของลูก และยังมีสารอาหารที่หลากหลายครบถ้วน ดีต่อสุขภาพและพัฒนาการของลูกมาก ๆ ด้วยค่ะ

นั่นคือปัญหาในอดีตของเรากันค่ะ ตอนนี้ดีใจกับแม่ยุคใหม่สมัยนี้จริง ๆ นะบอกเลย เพราะเขามีตัวช่วยให้น้ำนมแม่มาดี มีเพียงพอให้ลูกกิน แถมยังเหลือเก็บทำสต็อกนมแม่ให้ลูกกินได้กันจนถึงวัยขวบ ฉะนั้นทีมแม่ABK จะไม่พูดถึงไอเทมเด็ด ตัวฮอตที่คุณแม่ ๆ เขาแนะนำกันมาก็คงไม่ได้ นี่ถ้าท้องสองมาเมื่อไหร่ คือต้องจัดแน่นอนค่ะ กับอาหารเสริมสมุนไพรเพิ่มน้ำนมแม่ “Ommamilku” แค่ชื่อก็ซารังเฮโยแล้วค่ะ ♥ จริง ๆ มีน้องสาวของทีมแม่ABK ก็กินอยู่นะคะ แนะนำมาว่าให้กินหลังคลอดได้ทันที รับรองมีน้ำนมแม่ให้ลูกกินอิ่มเพียงพอ ที่สำคัญยังมีเหลือเก็บทำสต็อกนมแม่ให้ลูกได้กินกันไปยาว ๆ ค่ะ

Ommamilku

แต่ก่อนอื่นขอพูดถึงชื่อ “Ommamilku” ก่อนสักนิด ชื่อดูเกาหลี๊ เกาหลี ใช่ไหมคะ ชื่อนี้มีที่มาค่ะ Ommamilku เป็นภาษาเกาหลีที่แปลว่า “เพื่อน้ำนมแม่” ใครติดตามดูซีรีย์เกาหลี จะเห็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของคนเกาหลีคือเขาจะให้ความสำคัญกับสุขภาพมาก ๆ ยิ่งถ้าเป็นแม่หลังคลอดจะใส่ใจกับอาหารที่มีประโยชน์ การพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อให้ร่างกายแม่แข็งแรง เมื่อร่างกายหลังคลอดแข็งแรง แม่ไม่มีภาวะเครียด ก็ส่งผลให้ร่างกายผลิตน้ำนมออกมามีทั้งปริมาณ และคุณภาพ และนี่คือที่มาของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ดีที่สุดเพื่อคุณแม่ให้นมบุตร Ommamilku มีส่วนผสมจากสมุนไพรธรรมชาติ และวิตามินที่คัดสรรมาเพื่อให้คุณแม่หลังคลอดรับประทานได้อย่างปลอดภัยและดีต่อสุขภาพร่างกายค่ะ ความใส่ใจในผลิตภัณฑ์ยังไม่หมดแค่นี้ค่ะ เพราะมีความพิถีพิถันในการคัดสรรเลือกวัตถุดิบที่นำมาเป็นส่วนผสมทุกชนิด เพื่อให้ได้ออกมาเป็น Omma milku สำหรับคุณแม่หลังคลอดได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ประสบผลสำเร็จ ผลิตภัณฑ์ Omma milku ได้รับการวิจัยพัฒนาโดยเภสัชกรเมธัส กวินกุล เภสัชกรเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง แบบนี้คุณแม่มั่นใจได้ค่ะว่าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อคุณแม่ให้นมบุตร ที่มีคุณภาพ และปลอดภัยในการรับประทานอย่างแน่นอนค่ะ  

ว่าที่คุณแม่มือใหม่ หรือคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูก ใครที่กลัวว่าจะไม่มีน้ำนม หรือตอนนี้กำลังเจอกับปัญหาน้ำนมมาน้อย อยากทำสต็อกนมแม่ ก็ไม่มีน้ำนมเพียงพอสำหรับเก็บทำสต็อกนมแม่!!

ปัญหาทุกอย่างเกี่ยวกับน้ำนมแม่ จัดการได้แค่มีตัวช่วยดี ๆ อย่าง Omma milku คุณแม่ให้นมลูกต้องมีติดบ้านไว้รับประทานกันนะคะ ตามคำแนะนำที่ได้สอบถามข้อมูลมา เพื่อให้ร่างกายภายในแข็งแรงพร้อมในการผลิตน้ำนม คุณแม่ที่อยากมีปริมาณน้ำนมเพียงให้ลูกกิน และมีเก็บทำสต็อกนมแม่ ให้กินวันละ 6 แคปซูลค่ะ

ทีนี้มาดูส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูลของ Ommamilku มีส่วนผสมที่มีประโยชน์อะไรบ้าง ?

จากที่ได้ดูข้อมูลฉลากข้างกล่อง และจากข้อมูลที่ได้มา บอกเลยวัตถุดิบที่เป็นส่วนผสมของ Omma milku มีแต่ตัวท็อปเด็ด ๆ ที่ช่วยเรื่องกระตุ้นบำรุงน้ำนมแม่ให้มาไวทั้งนั้นเลยค่ะ มาเริ่มกันที่

Ommamilku

1. หัวปลี

สรรพคุณของหัวปลี คือช่วยในเรื่องกระตุ้นเพิ่มน้ำนม 1มีงานวิจัยที่ประเทศอินโดนีเซีย ได้ใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นคุณแม่ให้นมบุตร จำนวน 16 คนแบ่งเป็นผู้ที่ได้รับประทานหัวปลี 8 คนและกลุ่มที่ไม่ได้รับประทานหัวปลีอีก 8 คน (มีเกณฑ์ในการวัดปริมาณน้ำนมจากการปั๊มนมมีหน่วยเป็นมิลลิลิตร และการวัดคุณภาพน้ำนมโดยใช้วิธีการตรวจสอบระดับฮอร์โมนโปรแลคตินมีหน่วยเป็นนาโนกรัม)  งานวิจัยนี้ได้ให้ผลวิจัยออกมาว่าคุณแม่ที่ได้รับประทานหัวปลีมีปริมาณน้ำนมมากถึง 470.681 ml. ในขณะที่คุณแม่ผู้ที่ไม่ได้รับประทานหัวปลีได้ปริมาณน้ำนมเพียง 364.650 ml. และระดับคุณภาพน้ำนมที่ตรวจสอบโดยวิธีวัดระดับฮอร์โมนโปรแลคตินพบว่าคุณแม่ที่ได้รับประทานหัวปลีมีระดับฮอร์โมนสูงถึง 35.337 นาโนกรัม ในขณะที่คุณแม่ผู้ที่ไม่ได้รับประทานหัวปลีมีระดับฮอร์โมนโปรแลคตินที่ – 38.381 นาโนกรัม

2. ฟีนูกรีก(ลูกซัด)

คุณสมบัติของลูกซัด คือสามารถกระตุ้นต่อมใต้สมองส่วนหน้าเพื่อการสร้างโปรแลคตินที่เป็นฮอร์โมนสำคัญต่อการสร้างน้ำนมแม่ 2งานวิจัยจากประเทศอินเดียให้กลุ่มตัวอย่างรับประทานแคปซูลสมุนไพรผสมฟรีนูกรีก เพียง 50 mg ต่อครั้ง ผลการวิจัยพบว่า คุณแม่ที่มีน้ำนมน้อยหลังจากการคลอด สามารถให้นมบุตรและเพิ่มน้ำหนักทารกได้อย่างเพียงพอ

3. พริกไทยดำ / เหง้าขิง

ทั้งพริกไทยดำและเหง้าขิง เป็นอาหารสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน ซึ่งดีต่อสุขภาพภายในของแม่หลังคลอด ช่วยทำให้หลอดเลือดขยายทำให้ร่างกายสามารถนำส่งเลือดไปบำรุงที่เต้านมได้มากขึ้น ร่างกายคุณแม่มีอุณหภูมิอุ่นขึ้น เป็นสภาวะที่เกิดการเผาผลาญพลังงาน สารอาหารต่างๆ เพื่อกระตุ้นสร้างน้ำนมได้ดีมาก ๆ เลยล่ะค่ะ

4. คาโมมายด์

แม่บ้านนี้ชอบดื่มชาคาโมมายด์ที่สุดค่ะ เพราะดื่มง่าย กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากคาโมมายด์ช่วยให้รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ซึ่งการดื่ม หรือกินคาโมมายด์ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยังให้ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย ช่วยปรับระดับฮอร์โมนให้เป็นปกติ ทำให้หลับง่าย หลับลึก คุณแม่หลังคลอดหากได้พักผ่อนนอนอย่างเติมอิ่ม จะช่วยให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้ดีด้วยนะคะ

5. โฟเลต

ผู้หญิงที่เตรียมตัวมีครรภ์ควรกินโฟเลตเสริมก่อนเริ่มตั้งครรภ์กันนะคะ โฟเลตมีส่วนสำคัญในการสร้างเซลล์ประสาทสมองและลดความพิการของทารกในครรภ์ และโฟเลตยังดีกับสุขภาพแม่หลังคลอด เพราะช่วยทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตของคุณแม่มีคุณค่าที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีกับร่างกายในการผลิตน้ำนมที่ได้คุณภาพออกมาให้ลูกน้อยค่ะ

6. วิตามินบี 12

วิตามินบี 12  มีความจำเป็นต่อพัฒนาการของลูกน้อยทั้งก่อนคลอด และหลังคลอดเลยค่ะ วิตามินบี 12 จะช่วยในเรื่องการทำงานของระบบประสาทและสมองให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ และยังช่วยให้ร่างกายผลิตเซลล์เม็ดเลือดที่แข็งแรงด้วยค่ะ แนะนำว่าคุณแม่ควรได้รับวิตามินบี 12 อย่างเพียงพอ และลูกน้อยจะได้รับวิตามินบี 12 จากคุณแม่ผ่านทางน้ำนมแม่ค่ะ

ทีมแม่ABK ขอเพิ่มเคล็ดลับเพิ่มน้ำนมแม่ง่าย ๆ ให้อีกนิดค่ะ นอกจากตัวช่วยอย่างสมุนไพรเสริมอาหาร Omma milku คุณแม่จะต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ เพราะน้ำมีส่วนสำคัญที่ร่างกายใช้ในการผลิตน้ำนมแม่ นอนหลับให้พอ อย่างแม่ลูกอ่อนช่วง 1-2 เดือนแรก จะนอนได้ไม่เต็มอิ่มเท่าไหร่ เพราะต้องตื่นมาให้นมลูก กับปั๊มนม ทริคคือถ้าลูกนอนหลับ ก็ให้หลับไปพร้อมกับลูก จะช่วยให้ร่างกายตื่นมาสดชื่นไม่เพลียค่ะ

คุณแม่หลังคลอดที่สนใจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับแม่หลังคลอด Omma milku คลิกดูคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และสั่งซื้อสินค้าได้ที่  www.ommamilku.com 

Ommamilku สมุนไพรเพิ่มน้ำนม