แจกผ้าอนามัยฟรี

เขตบางขุนเทียน แจกผ้าอนามัยฟรี รับนโยบายชัชชาติ

account_circle
event
แจกผ้าอนามัยฟรี
แจกผ้าอนามัยฟรี

เขตบางขุนเทียน แจกผ้าอนามัยฟรี รับนโยบายชัชชาติ

ผ้าอนามัยนับเป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ สำหรับเด็กหญิงในวัยที่เริ่มมีประจำเดือนแล้ว ซึ่งค่าผ้าอนามัยในแต่ละเดือนนอกจากคุณแม่จะต้องจ่ายให้ตัวเองแล้ว ยังต้องเตรียมหาไว้สำหรับลูกที่เข้าสู่วัยสาว นับเป็นค่าใช้จ่ายที่มาก จนหลาย ๆ บ้านก็ไม่สามารถจ่ายไหว จนพบว่าเด็กนักเรียนหญิงหลายคนถึงขั้นต้องหยุดโรงเรียนเพราะไม่มีเงินซื้อผ้าอนามัย เรื่องนี้ทางเขตบางขุนเทียนได้จับมือกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ แจกผ้าอนามัยฟรี ให้กับนักเรียนหญิง ตามนโยบายนำร่องผ้าอนามัยฟรี ของ ดร. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คนล่าสุด ค่ะ

เขตบางขุนเทียน แจกผ้าอนามัยฟรี

สำนักงานเขตบางขุนเทียน ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดหาผ้าอนามัยฟรีให้กับนักเรียน ตามนโยบายนำร่องผ้าอนามัยฟรี โดยระบุว่า

“เชื่อหรือไม่ มีเด็กต้องขาดเรียน
…เพราะไม่มีผ้าอนามัย

แจกผ้าอนามัยฟรี
เขตบางขุนเทียน แจกผ้าอนามัยฟรี นำร่องให้นักเรียน รับนโยบายชัชชาติ

 

จากการศึกษาในบางประเทศ และการลงพื้นที่พบว่า การขาดแคลนผ้าอนามัยส่งผลต่อการขาดเรียน หรือขาดงาน รวมถึงการเปลี่ยนผ้าอนามัยน้อยครั้ง หรือใช้วัสดุอื่นที่ไม่เหมาะสมแทน อาจเสี่ยงติดเชื้อและมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมาได้
.
สำนักงานเขตบางขุนเทียน จึงได้จับมือ ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ประกอบด้วย เซ็นทรัล พระราม 2, ชมรมรักบางขุนเทียน, สโมสรกีฬาบางขุนเทียน สโมสรโรตารี กรุงเทพ บางขุนเทียน และเจ้าหน้าที่เทศกิจ กทม. นำร่องจัดหาผ้าอนามัยฟรีให้กับนักเรียน ตามนโยบายนำร่องผ้าอนามัยฟรี (เศรษฐกิจดี, สุขภาพดี) จำนวนกว่า 20,000 ชิ้น เพื่อลดภาระผู้ปกครอง และนักเรียนโรงเรียนสังกัด กทม. 16 โรงเรียน ที่มีนักเรียนหญิงประมาณ 2,000 คน โดยจะนำผ้าอนามัยไปจัดวางในห้องน้ำของโรงเรียน ห้องพยาบาล เพื่อให้เข้าถึงได้สะดวก”

แจกผ้าอนามัยฟรี
เขตบางขุนเทียน แจกผ้าอนามัยฟรี

นโยบายนำร่องผ้าอนามัยฟรี

นโยบายนำร่องผ้าอนามัยฟรี เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายในด้านเศรษฐกิจดี และสุขภาพดี ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เพื่อลดภาระผู้ปกครอง และนักเรียนโรงเรียนสังกัด กทม. รวมถึงแก้ปัญหาความจนประจำเดือน ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน และสุขภาพอนามัยของผู้มีประจำเดือน โดยนโยบายมีรายละเอียดว่า

“ผ้าอนามัย คือปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับผู้มีประจำเดือนทุกคน ในแต่ละเดือนผู้มีประจำเดือนมีค่าใช้จ่ายในการซื้อผ้าอนามัยอยู่ที่ราว 80-150 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็นจำนวนผ้าอนามัยประมาณ 20 แผ่นต่อเดือน ภาระในการจัดหาผ้าอนามัยจำนวนนี้ อาจส่งผลให้เกิดปัญหาที่เรียกว่า ความจนประจำเดือน หรือ Period Poverty ขึ้นได้

Period poverty หมายถึง ความไม่สามารถในการเข้าถึงผ้าอนามัย เช่น ไม่สามารถซื้อได้ เข้าถึงได้แต่ไม่เพียงพอ ไปจนถึงการใช้งานอย่างไม่เหมาะสม เช่น เปลี่ยนผ้าอนามัยน้อยครั้ง หรือใช้วัสดุอื่นที่ไม่เหมาะสมแทน จึงอาจเสี่ยงติดเชื้อและมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาได้

นอกจากนี้ การศึกษาในต่างประเทศเกี่ยวกับ period poverty หลายชิ้นสะท้อนว่า การขาดแคลนผ้าอนามัยส่งผลต่อการขาดเรียนหรือขาดงานด้วย ด้านผลการสำรวจของ BMC Women’s Health ที่ทำการศึกษากับกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา พบว่า ผู้ที่ประสบปัญหา period poverty มีแนวโน้มที่จะมีภาวะซึมเศร้าระดับปานกลางจนถึงรุนแรงมากกว่ากลุ่มที่ไม่เคยประสบปัญหาเลย

เพื่อแบ่งเบาภาระของผู้มีประจำเดือน และครอบครัว และลดความเสี่ยงของปัญหาอื่น ๆ ที่อาจตามมา กทม. จะนำร่องจัดหาผ้าอนามัย ให้กับนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกทม.

โดยจะจัดจุดจัดวางในห้องน้ำของโรงเรียน หรือไว้ที่ห้องพยาบาล เพื่อให้เข้าถึงได้สะดวก และสอดคล้องกับความจำเป็น โดยจะประเมินประสิทธิภาพถึงวิธีการแจก และตัวเลือกผ้าอนามัยที่ตอบสนองต่อผู้ใช้งาน ก่อนจะพิจารณาขยายผลให้ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้มีประจำเดือนต่อไป”

ในต่างประเทศ มีแจกผ้าอนามัยฟรี และยกเลิกภาษีผ้าอนามัยแล้ว

ทั้งนี้มีหลายประเทศพยายามแก้ปัญหาภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับผ้าอนามัย ดังนี้

ประเทศที่แจกฟรี

  • สก๊อตแลนด์ ผ่านกฎหมายให้ผู้มีประจำเดือน ใช้ผ้าอนามัยฟรีเป็นประเทศแรกของโลก

ประเทศที่ยกเลิกภาษีผ้าอนามัย

  • เคนยา ประเทศแรกที่ยกเลิกภาษีผ้าอนามัย ตั้งแต่ปี 2004
  • ไนจีเรีย
  • แทนซาเนีย
  • เลบานอน
  • จาเมกา
  • มาเลเซีย
  • นิการากัว
  • ไอร์แลนด์
  • อเมริกา ยกเลิกภาษีผ้าอนามัยใน 18 รัฐ
  • อังกฤษ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

สำนักงานเขตบางขุนเทียน,ชัชชาติ สิทธิพันธุ์,The Standard

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ไขข้อสงสัย! ใส่ผ้าอนามัยนานๆ เสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูกจริงหรือ?

ประจำเดือนสีดำ &เลือดล้างหน้าเด็กจะมีข่าวดีหรือผิดปกติ?

ประจำเดือนเป็นก้อน เป็นลิ่มเลือด เกิดจากอะไร อันตรายมั้ย ต้องรู้!

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up