พ่อแม่ควรทำสิ่งนี้ก่อนลูก หมด passion

ไม่อยากให้ลูกเป็นคน หมด passion ง่ายพ่อแม่ต้องทำสิ่งนี้

พ่อแม่ควรทำสิ่งนี้ก่อนลูก หมด passion
พ่อแม่ควรทำสิ่งนี้ก่อนลูก หมด passion

หาก หมด passion ในชีวิตง่าย ๆ ทำอะไรก็ไม่สุดไปสักทาง คงไม่ดีแน่กับลูก ที่โตมาในยุคที่อะไรก็รวดเร็ว มาไวไปไว ชวนดูวิธีที่ทำให้ลูกไม่ย่อท้อ สู้แม้อุปสรรคขวาง

ไม่อยากให้ลูกเป็นคน หมด passion ง่าย ๆ พ่อแม่ต้องทำสิ่งนี้!!

ในโลกแห่งการทำงาน คุณพ่อคุณแม่คงเคยได้ยินคำว่า “หมด passion” กันมาหลายครั้ง แต่รู้ไหมว่าเด็กก็หมด passion กันได้เหมือนกันนะ

บ่อยครั้งที่พ่อแม่มักจะเจอปัญหา ชวนลูกออกไปหากิจกรรมอื่น ๆ ทำกันนอกจากการที่วัน ๆ เอาแต่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟน แล้วพบว่าลูกไม่เคยตอบรับ หรือให้ความสนใจที่จะออกไปหากิจกรรมอื่น ๆ ทำกันเลยใช่ไหมล่ะ? เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น…

Passion หมายถึงอะไร ?

Passion (แพชชั่น) เป็นคำภาษาอังกฤษที่มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินว่า Pati ซึ่งมีความหมายว่า To Suffer , Pain แปลความหมายได้หลายอย่างขึ้นอยู่กับบริบทที่จะนำไปใช้ แต่หลักๆ ก็คือ ความเจ็บปวด ความทุกข์ ดังนั้นจึงแปลเป็นไทยได้ว่า ความกระตือรือร้นจากความเจ็บปวดหรือความเกลียด กลายเป็นแรงผลักดันจากภายใน ให้เราทำบางสิ่งบางอย่าง หรือในความหมายว่า ความหลงไหล Passion ก็คือ แรงผลักดันจากภายในให้เราทำบางอย่าง เพื่อให้สิ่งที่เราต้องการหรือปราถนาเกิดขึ้น

ถ้าใช้ในเรื่องเกี่ยวกับการทำงาน การมุ่งสู่ความสำเร็จ Passion  ก็จะหมายถึง ความกระตือรือร้น การมีแรงผลักดันที่จะทำสิ่งที่ตั้งใจนั้นให้สำเร็จ

ข้อมูลอ้างอิงจาก www.si-englishbkk.com
เมื่อลูก หมด passion
เมื่อลูก หมด passion

เมื่อลูกหมด Passion จะเป็นอย่างไร

1. คิดอะไรใหม่ ๆ ไม่ออก ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ เนื่องจากสมองรู้สึกไม่สบายผ่อนคลาย ไม่มีความรู้สึกสนุก สมองรู้สึกถูกบีบบังคับ ไร้ทางออก มองเห็นอะไรก็เป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จ ไม่เห็นโอกาส ไม่สามารถคิดอะไรใหม่ ๆ ที่เป็นความคิดสร้างสรรค์ได้ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงสำหรับเด็ก เพราะวัยเด็กเป็นวัยที่ต้องได้รับการฝึกฝนความคิดสร้างสรรค์ เป็นวัยที่มีจินตนาการ เมื่อเขากลัว ย่อท้อต่ออุปสรรคที่เข้ามาระหว่างทางทำให้ลูกไม่กล้าลองทำสิ่งแปลก ๆ แตกต่างที่อาจจะมีความสำเร็จรอเขาอยู่อีกไม่ไกล แต่เพราะเขาล้มเลิกไปเสียก่อน

2. ทำงานแค่ให้เสร็จแต่ไม่สำเร็จ คนหมด Passion จะทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เพียงงานจบ ปราศจากความใส่ใจ ปราศจากความพยายามความคิดที่อยากจะให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นเลิศ เป็นที่หนึ่ง หรือมักจะทำตาม ๆ กันมา (ลอกเพื่อน) ไม่มีความคิดที่จะสร้างสรรค์ผลงานของตนเอง

3. เครียด เหน็ดเหนื่อย หมดพลัง คนหมด Passion จะรู้สึกหมดสนุก เบื่อหน่ายกับสิ่งที่ทำอยู่ ส่งผลทางร่างกายที่เกิดความรู้สึกไม่ผ่อนคลาย เครียด สร้างพลังและทัศนคติลบ รู้สึกว่างานที่รับผิดชอบอยู่นี้เยอะเกินไป ไม่สามารถรับมือกับการบ้าน หรือภาระงานที่เพิ่มขึ้นหลังจากนี้ได้อีกแล้ว จึงทำให้ไม่คิดที่จะทำกิจกรรมอื่น ๆ เพิ่มขึ้นมา เพราะคิดว่าแค่หน้าที่ เช่น การเรียน ก็หนักหนาสำหรับเขาเสียแล้ว

ช่วยลูกค้นหา passion!!

แรงจูงใจ(Motives) คือ แรงผลักดันที่เกิดจากความต้องการมากระตุ้นให้บุคคลแสดงพฤติกรรม เพื่อไปยังจุดหมายปลายทางหรือเป้าหมาย
แรงจูงใจ มีลักษณะสำคัญ ดังต่อไปนี้
1.เป็นพลังงานที่กระตุ้นให้บุคคลแสดงพฤติกรรม
2.เป็นตัวกำหนดทิศทางและเป้าหมายของพฤติกรรม
3.เป็นตัวกำหนดระดับของความพยายามในการแสดงพฤติกรรม

ดังนั้นแรงจูงใจจึงเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิด passion ของลูกได้ ซึ่งแรงจูงใจของมนุษย์นั้นมีด้วยกันหลายรูปแบบ และก่อให้เกิดพฤติกรรมแตกต่างกันไป ดังนี้

แรงจูงใจช่วยผลักดันไม่ให้ลูก หมด passion
แรงจูงใจช่วยผลักดันไม่ให้ลูก หมด passion
  • เป้าหมายอยู่ที่ผลงาน : แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ (Achievement Motive) หมายถึง แรงจูงใจที่เป็นแรงขับให้คนเราพยายามที่จะทำกิจกรรมให้ประสบผลสำเร็จตามมาตรฐานความเป็นเลิศ (Standard of Excellence) ที่ตนตั้งไว้ บุคคลที่มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์จะไม่ทำงานเพราะหวังรางวัลแต่ทำเพื่อจะประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ก่อให้เกิดบุคลิกภาพ และพฤติกรรมต่าง ๆ ดังนี้ เป็นผู้ที่ตั้งระดับความคาดหวังไว้สูง มีความรับผิดชอบ ทะเยอทะยาน อดทน รู้จักวางแผน เป็นต้น
  • เน้นการเป็นที่ยอมรับ : แรงจูงใจใฝ่สัมพันธ์ (Affiliative Motive) ผู้ที่มีแรงจูงใจใฝ่สัมพันธ์ มักจะเป็นผู้ที่โอบอ้อมอารี เป็นที่รักของเพื่อน มีลักษณะเห็นใจผู้อื่น ซึ่งเมื่อศึกษาจากสภาพครอบครัวแล้วผู้ที่มีแรงจูงใจใฝ่สัมพันธ์มักจะเป็นครอบครัวที่อบอุ่น บรรยากาศในบ้านปราศจาก การแข่งขัน พ่อแม่ไม่มีลักษณะข่มขู่ พี่น้องมีความรักสามัคคีกันดี เมื่อทำสิ่งใด เป้าหมายก็เพื่อได้รับการยอมรับจากกลุ่ม
  • ชอบเป็นผู้นำ : แรงจูงใจใฝ่อำนาจ (Power Motive) สำหรับผู้ที่มีแรงจูงใจใฝ่อำนาจนั้น พบว่า ผู้ที่มีแรงจูงใจแบบนี้ส่วนมากมักจะพัฒนามาจากความรู้สึกว่า ตนเอง “ขาด” ในบางสิ่งบางอย่างที่ต้องการ อาจจะเป็นเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ได้ทำให้เกิดมีความรู้สึกเป็น “ปมด้อย” เมื่อมีปมด้วยจึงพยายามสร้าง “ปมเด่น” ขึ้นมาเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตนเองขาด ทำให้มีบุคลิกชอบเป็นผู้นำ แสวงหาชื่อเสียง
  •  ความคิดตนเป็นใหญ่ : แรงจูงใจใฝ่ก้าวร้าว (Aggression Motive) ผู้ที่มีลักษณะแรงจูงใจแบบนี้มักเป็นผู้ที่ได้รับการเลี้ยงดูแบบเข้มงวดมากเกินไป บางครั้งพ่อแม่อาจจะใช้วิธีการลงโทษที่รุนแรงเกินไป ดังนั้นเด็กจึงหาทางระบายออกกับผู้อื่น หรืออาจจะเนื่องมาจากการเลียนแบบ บุคคลหรือจากสื่อต่าง ๆ ทำให้เป็นคนที่ถือความคิดเห็นหรือความสำคัญของตนเป็นใหญ่ ไม่รับฟังคนอื่น
  • เป็นผู้ตาม ไม่มั่นใจตนเอง : แรงจูงใจใฝ่พึ่งพา (Dependency Motive) สาเหตุของการมีแรงจูงใจแบบนี้ก็เพราะการเลี้ยงดูที่พ่อแม่ทะนุถนอมมากเกินไป ไม่เปิดโอกาสให้เด็กได้ช่วยเหลือตนเอง ทำให้เกิดบุคลิกภาพชอบพึ่งพาคนอื่น ไม่มั่นใจ ลังเล
จะเห็นได้ว่ารูปแบบของแรงจูงใจ ที่ก่อให้เกิดแรงผลักดันในการทำพฤติกรรมต่าง ๆ นั้นมีทั้งในพฤติกรรมทางบวก และลบ จึงเป็นหน้าที่ของเราพ่อแม่ที่จะช่วยลูกค้นหาวิธีการที่จะทำให้เขาเกิดแรงผลักดันไปในทางที่ดี ไม่ทำให้เกิดอาการหมดไฟ (หมด passion) ไปเสียก่อนจะประสบผลสำเร็จ หรือก่อให้เกิดแรงจูงใจในด้านพฤติกรรมทางลบ

ทำอย่างไรให้ลูกไม่หมด passion ง่าย ๆ

ช่วยลูกค้นหาตัวตน

การที่ลูกจะค้นพบตัวตน ค้นพบสิ่งที่เข้าชื่นชอบ ทำแล้วรู้สึกตื่นเต้น สนุกจนจบได้นั้น ลูกคงต้องได้ลองทำกิจกรรมที่หลากหลาย ได้พบเจอสิ่งต่าง ๆ รอบตัวให้มาก ๆ แล้วการค้นพบความชอบของตัวเองจะง่ายขึ้น เมื่อเขารู้จักสิ่งที่ตัวเองชอบแล้ว การที่ลูกจะมีแรงผลักดันในการทำกิจกรรมใด ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก พ่อแม่จึงควรพาลูกออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่สำคัญต้องเปิดโอกาสให้ลูกเลือกทำกิจกรรมด้วยตัวเอง และคอยสังเกตว่า ลูกตื่นเต้น มุ่งมั่น และมีความสุขกับกิจกรรมอะไรบ้าง เพื่อเก็บเป็นลิสต์กิจกรรมที่ลูกชื่นชอบ และหาโอกาสส่งเสริมต่อไป

ช่วยลูกค้นหาตัวตน ก่อนเขา หมด passion ในชีวิต
ช่วยลูกค้นหาตัวตน ก่อนเขา หมด passion ในชีวิต
ไม่กดดันลูก
หากเขายังไม่สามารถพบเจอสิ่งที่ชอบ หรือหากลูกพบกิจกรรมที่ทำให้เขารู้สึกมี passion บ้างแล้ว พ่อแม่ก็ไม่ควรบังคับ หรือกดดันมากเกินไปจนทำให้กลายเป็นว่าลูกกลัว และเบื่อหน่ายกับสิ่งนั้นไปเสีย การกดดันลูกมีหลายวิธีทั้งแบบรู้ตัว และไม่รู้ตัว เช่น การแข่งขัน ประกวดต่าง ๆ เมื่อเราพาลูกเข้าสู่สนามแข่งขันแล้วย่อมมีผลแพ้ชนะ นับว่าเป็นการกดดันสำหรับลูกแม้ว่าเขาอาจจะทำได้ดี แต่นั่นเท่ากับเป็นบรรทัดฐานให้ลูก ทำให้เขาทำสิ่งนั้น ๆ ไม่ใช่เพราะแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์อีกต่อไป เพราะเป็นการทำเพราะหวังรางวัล ไม่ใช่เป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้ เมื่อไม่มีรางวัลลูกก็ไม่อยากทำอีกต่อไป ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อพฤติกรรมระยะยาว ควรปล่อยให้ลูกสนุก และรู้สึกผ่อนคลายกับการทำสิ่งที่ชอบ
เปิดใจในสิ่งที่ลูกเลือก
ในบางกิจกรรม โดยเฉพาะในยุคใหม่ที่โลกเปิดกว้างแบบในปัจจุบัน อาจมีบางกิจกรรมที่พ่อแม่อย่างเราเห็นว่าไร้สาระ แต่เป็นสิ่งที่ลูกชอบ หรือสนใจ ลองเปิดใจให้กับกิจกรรมที่ลูกเลือกทำแล้วมีความสุข บางทีเราอาจจะสามารถเรียนรู้อะไรดี ๆ ใหม่  ๆ ไปพร้อมกับลูก และสามารถชี้แนะ ส่งเสริมลูกให้พัฒนาได้ตรงจุดมากกว่าให้เขาเรียนรู้เองเพียงลำพัง เป็นเหมือนโค้ชคอยอยู่ให้คำแนะนำ และกำลังใจลูกเสมอ
คำชมเมื่อถึงเป้า และคำแนะนำเมื่อผิดพลาด
แม้การมี passion จะเป็นการทำเพราะเป้าหมาย ไม่ใช่รางวัลก็ตาม แต่คำชื่นชอบจากพ่อแม่ก็ยังเป็นสิ่งที่เพิ่มแรงผลักดันให้แก่ลูกได้ดีอยู่เสมอ รางวัลไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของเสมอไป เพียงคำพูดให้กำลังใจไม่กี่คำก็มีส่วนสร้างความฮึกเหิมให้ลูกมีพลังในการทำตามเป้าหมายให้สำเร็จแล้ว และในทางกลับกัน การตำหนิเป็นสิ่งที่เราต้องหลีกเลี่ยง ในโลกแห่งความเป็นจริงความสำเร็จไม่ได้มาง่าย ๆ ดังนั้นเมื่อเกิดการผิดพลาด พ่อแม่จึงควรให้กำลังใจ และชี้แนะแนวทาง ให้คำแนะนำ เพื่อครั้งหน้าเขาจะได้ไปสู่เป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น
เผชิญความผิดหวัง เลือกเองว่าจะสู้หรือไปต่อ

ความผิดหวังไม่ได้มีแต่ข้อเสียเสมอไป ในบางกิจกรรมแม้ว่าลูกจะชื่นชอบ แต่ก็ต้องใช้ความพยายามมากกว่าจะไปถึงเป้าหมายที่ต้องการ ระหว่างทางอาจจะต้องเจอะเจอกับความผิดหวัง หรือเผชิญกับความรู้สึกว่าจะไปต่อดีไหม เช่น ชอบเล่นดนตรี แต่ฝึกเท่าไหร่ก็ไม่เก่งเท่าเพื่อนสักที พ่อแม่ควรให้รู้ได้รับรู้ความจริง และให้เขาเผชิญกับความผิดหวัง โดยคุณแม่ฝึกให้เขายอมรับ และให้เขาเป็นคนตัดสินใจว่าจะเลือกทางใด จะไปต่อ หรือพอแค่นี้ แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยชี้แนะแนวทางได้ เช่น หากยังชอบเล่นดนตรี เขาสามารถฝึกให้หนักขึ้น เพราะคนเราถนัดไม่เหมือนกัน จึงไม่จำเป็นที่เพื่อนฝึกเท่าลูก แล้วจะต้องเก่งเท่ากัน หรือ ลูกอาจจะเล่นดนตรีเพื่อความผ่อนคลาย ความชอบดังนั้นก็ไม่ต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร เป็นต้น

ค้นพบตัวเองเจอแต่เด็ก ก็ประสบความสำเร็จเร็ว
ค้นพบตัวเองเจอแต่เด็ก ก็ประสบความสำเร็จเร็ว
ไม่ได้ทุกคนที่หา Passion เจอ บางคนโชคดีหาเจอตั้งแต่เด็ก บางคนทำงานจนใกล้เกษียณแล้วยังไม่รู้ว่า Passion ของตนเองคืออะไร คนที่ทำสิ่งใด ๆ ด้วย Passion จะทำงานอย่างเพลิดเพลิน รักและสนุกกับสิ่งที่ทำ มีพลังอันล้นเหลือ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ยิ่งกว่านั้นยังได้เติบโต พัฒนาทักษะและความรู้ไปกับงานที่ทำอย่างสนุกสนานอีกด้วย ดังนั้นเรามาช่วยลูกค้นหาแรงจูงใจที่ดี เพื่อไม่ให้เขาหมด passion กับอะไรง่าย ๆ กันเถอะ
ข้อมูลอ้างอิงจาก จิตวิทยาการศึกษา/www.bangkokbiznews.com

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

3 เทคนิค เพิ่ม EQ สร้าง ความฉลาดทางอารมณ์ ให้ลูกตั้งแต่แรกเกิด

ชีวิตเปลี่ยน…เมื่อซื้อมือถือให้ลูกน้อย

Self Esteem การเห็นคุณค่าในตนเอง สิ่งสำคัญที่ต้องสร้างให้ลูก

10 เทคนิค สอนการบ้านลูก ให้สำเร็จ แบบไม่เสียน้ำตา

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up