แบบฝึกระบายสีอนุบาล

แบบฝึกระบายสีอนุบาล แจกฟรี!! มากกว่า 100 แบบ แม่โหลดเลย!

แจกฟรี! แบบฝึกระบายสีอนุบาล ภาพระบายสีอนุบาล download ปริ้นออกมาได้เลย มากกว่า 100 แบบ เสริมทักษะให้ลูกหัดระบายสี โดยไม่ต้องไปหาซื้อให้เปลืองเงิน

ประโยชน์ของการวาดภาพระบายสี

การให้ลูกหัดทำระบายสีเป็นอีกหนึ่งในการฝึกทักษะเริ่มต้นของลูกวัยเรียนในช่วงแรก เพื่อช่วยพัฒนาสมองและเสริมศักยภาพอย่างเต็มที่ ซึ่งภาพระบายสีเด็กอนุบาลต้องมีความดึงดูดสายตาเด็กๆทุกคนพอ นั่นก็เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เด็กเห็นแล้วรู้สึกอยากระบายสีภาพขึ้นมาทันที ซึ่งการให้ลูกหัดทำแบบฝึกหัดระบายสี มีประโยชน์ต่อพัฒนาการในหลายๆ ด้าน ดังนี้

ฝึกการใช้กล้ามเนื้อมือ

การระบายสี คือการเคลื่อนไหวของนิ้วมือและมือ จากการลากเส้นตามรอยปะหรือทาสีไปตามรูปทรงต่างๆ  ซึ่งจะช่วยฝึกการใช้กล้ามเนื้อมือให้กับเด็กได้เป็นอย่างดี

ฝึกความรับผิดชอบ

การระบายสีเป็นกิจกรรมที่มีหลายขั้นตอน เริ่มจากการเตรียมกระดาษ/สมุดภาพ หรือต้องวาดภาพตามเส้นปะให้เรียบร้อยก่อน การเตรียมสี การเลือกสี และการระบายสี เมื่อทำกิจกรรมแล้ว เด็กๆ ก็ต้องจัดเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดให้เข้าที่  ซึ่งถือเป็นการฝึกความมีระเบียบวินัยและทำให้เด็กมีความรับผิดชอบนั่นเอง

Must read : แชร์เทคนิค สอนลูกให้รู้จักรับผิดชอบ ตั้งแต่เด็ก โดย พ่อเอก

เสริมสร้างจินตนาการ

ทำให้เด็กๆ ได้แสดงออกอย่างอิสระ ถือเป็นการส่งเสริมเด็กให้แสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์

แบบฝึกระบายสีอนุบาล

กระตุ้นการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเซลล์สมอง

กล้ามเนื้อนิ้วมือถูกควบคุมด้วยสมอง การใช้นิ้วมือทั้ง 10 ไปพร้อมๆกับการเลือกสีและระบายสีไปตามรูปภาพ ทำให้เกิดการคิด วิเคราะห์ เป็นการกระตุ้นการเจริญเติบโตและพัฒนาเซลล์สมองของลูกได้เนอย่างดี

ช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

เด็กวัยอนุบาลจะแสดงออกทางอารมณ์อย่างชัดเจน บางบางคนที่มีพฤติกรรมเอาแต่ใจ การวาดภาพระบายสีทำให้เด็กได้ผ่อนคลาย และลดความกดดันทางอารมณ์ ทำให้อารมณ์ดีและเป็นเด็กอารมณ์เย็น

ช่วยสร้างสัมพันธ์กับคนในครอบครัว

การระบายสี ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่คุณพ่อคุณแม่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับเด็กได้ ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อแม่และคนในครอบครัว

 

เมื่อรู้แล้วว่าการระบายสี มีประโยชน์ต่อพัฒนาการของลูกในด้านใดบ้าง คุณพ่อคุณแม่ก็อย่าลืมจัดแบ่งหาเวลาว่างมามีส่วนร่วมกับกิจกรรมของลูกด้วยก็ดีนะคะ … และจากประโยชน์ของการให้ลูกระบายสีที่จะช่วยเสริมทักษะต่างๆให้ลูกน้อยดังที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ทางทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงได้รวบรวม แบบฝึกระบายสีอนุบาล กว่า 100 แบบให้คุณพ่อคุณแม่เซฟแล้วปริ้นออกมาให้ลูกระบายเล่นกันได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาหา หรือเสียเงินไปซื้อกันค่ะ จะมีภาพระบายสีภาพน่ารักเสริมการเรียนรู้สำหรับลูกวัยอนุบาลอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย…

แบบฝึกระบายสีอนุบาล ลายการ์ตูนไทย

รูปภาพระบายสีอนุบาล ลายสัตว์น่ารัก

รวมแบบฝึกภาพระบายสีอนุบาล download ต่อ >> คลิกหน้า 2

 


ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก :  premiumtoys.in.th

เวย์โปรตีนที่ย่อยบางส่วน

การได้รับโปรตีนมากเกินไป ทำให้ไตลูกต้องทำงานหนัก และส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโต

  • รู้หรือไม่คะว่า ในเด็กเล็กๆ ระบบย่อยอาหารจะยังไม่แข็งแรงสมบูรณ์ ทำให้ไม่พร้อมในการย่อยอาหารหนักๆ โดยเฉพาะนมที่มีโปรตีนขนาดใหญ่ อย่างนมวัว ซึ่งมีโปรตีนโมเลกุลขนาดใหญ่ ย่อยยาก ที่สำคัญจะไปกระตุ้นให้เกิดการแพ้ได้

Continue reading “การได้รับโปรตีนมากเกินไป ทำให้ไตลูกต้องทำงานหนัก และส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโต”

เทคนิคการเลี้ยงลูก 2 คน

เทคนิคการเลี้ยงลูก 2 คน …พี่น้องรักกัน ไม่อิจฉากัน

เทคนิคการเลี้ยงลูก 2 คน ยังไงไม่ให้ลูกทะเลาะกัน ฟังดูเหมือนจะไม่มีอะไรใช่ไหมคะ แต่ความจริงแล้วการเลี้ยงลูก 2 คน หรือมากกว่าสองคนขึ้นไป ลูกๆ  ในวัยที่ต่างกัน หากคุณพ่อคุณแม่ไม่สอนให้ลูกรักกัน เข้าอกเข้าใจกันตามประสาพี่น้อง ไม่ว่าจะในระยะสั้น หรือระยะยาว ก็อาจต้องพบกับปัญหาลูกทะเลาะกัน ไม่รักกัน หรืออาจมีพฤติกรรมพี่น้องอิจฉากันได้ค่ะ

 

เทคนิคการเลี้ยงลูก 2 คน …ลูกทะเลาะกัน พี่น้องอิจฉากัน ทำไงดี ?

ปัญหาหนักใจของพ่อแม่ในการเลี้ยงลูกที่ต่างวัยกันคือ ลูกทะเทาะกัน พี่อิจฉาน้อง น้องอิจฉาพี่ ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ไม่ควรปล่อยไว้นานจนติดนิสัยลูกไปจนโต ดังนั้นการเลี้ยงลูก 2 คน สิ่งสำคัญคือคนกลางที่ต้องเข้าใจพัฒนาการ พฤติกรรม นิสัย ของลูกแต่ละคนให้มาก และต้องสอนให้ลูกคนโตปรับตัว มีความเข้าใจฐานะของพี่ และเมื่อมีลูกคนเล็กคน ก็ต้องสอนให้ ลูกเข้าในบทบาทความเป็นน้อง ทั้งนี้ก็เพื่อความปรองดองรักสามัคคีกันของลูกทั้งสองคนนั่นเองค่ะ

  1. รักและเอาใจใส่ลูกคนโตเท่าเดิม และแสดงออกอย่างเท่าเทียมต่อลูกทั้งสองคน
  2. ส่งเสริมให้พี่มีความรู้สึกเป็นเจ้าของน้อง มอบบทบาทความเป็นพี่ ให้เขารู้สึกเป็นคนสำคัญของน้อง อาจจะเป็นการ มอบหมายหน้าที่ง่ายๆ ให้เขาดูแล
  3. ไม่เปรียบเทียบระหว่างกัน ไม่ว่าเรื่องอะไรทั้งสิ้น ไม่เน้นถึงปมเด่น ปมด้อยของใคร
  4. สอนให้รู้จักแบ่งปันกัน
  5. สร้างกิจกรรมให้ทำร่วมกัน ด้วยการสร้างเกม หรือหากิจกรรมที่ต้องทำร่วมกัน ใช้ความคิดและการแก้ปัญหาร่วมกัน

 

อยากรู้ว่าจะเลี้ยงลูกยังไม่ให้พี่น้องอิจฉา หรือทะเลาะกัน

มาดูเทคนิคการเลี้ยงลูก 2 คน จาก Mom Pro คุณแม่มือโปรโชว์เหนือ คลิกเลยค่ะ

 

อาหารหลังคลอด

4 สูตร “อาหารหลังคลอด” คัดเฉพาะเมนูที่ปรุงง่าย ไม่ยุ่งยาก

อาหารหลังคลอด มีความสำคัญกับแม่หลังคลอดเป็นอย่างมาก เนื่องจากร่างกายของแม่หลังคลอดต้องการการฟื้นฟูโดยเร็วที่สุด เพื่อให้มีแรงและมีน้ำนมในการเลี้ยงดูลูกน้อย

4 สูตร “อาหารหลังคลอด” คัดเฉพาะเมนูที่ปรุงง่าย ไม่ยุ่งยาก

เราเข้าใจดีว่าแม่หลังคลอดมักจะวุ่นกับการเลี้ยงลูกน้อย จนแทบไม่มีเวลาดูแลตัวเอง แต่อยากจะบอกว่าการดูแลตัวเองหลังคลอดนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะร่างกายของคุณแม่สูญเสียเลือด น้ำ และพลังงานระหว่างการคลอด หากไม่ฟื้นฟูร่างกายตนเองให้ดี ก็อาจกระทบต่อการทำงานของร่างกายได้ ดังนั้น อาหารหลังคลอด จึงมีความสำคัญที่แม่หลังคลอดจะต้องทาน เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ มีแรงและมีน้ำนมคุณภาพที่มีสารอาหารและพลังงานอย่างครบถ้วน

แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าแม่ลูกอ่อนนั้นหมดเวลาทั้งวันทั้งคืนไปกับการเลี้ยงลูก การที่จะมาทำอาหารที่มีความยุ่งยากในการเตรียมและการปรุงนั้น แม่ ๆ อาจจะไม่มีเวลามากพอ ดังนั้น ทีมงาน Amarin Baby & Kids ขอเสนอเมนูและวิธีทำ  อาหารหลังคลอด แบบง่าย ๆ เตรียมง่ายปรุงง่าย มาให้แม่ ๆ ได้ลองทำกันค่ะ

  1. ต้มข่าไก่ใส่หัวปลี

อย่างที่ทราบกันดีว่า หัวปลี มีสรรพคุณที่ช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่ เพราะหัวปลีช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และทำให้น้ำนมแม่เพิ่มขึ้นนั่นเอง สำหรับแม่หลังคลอดที่ต้องการกระตุ้นน้ำนมแม่แนะนำให้ต้มไว้สำหรับทานหลาย ๆ มื้อ

ต้มข่าไก่ใส่หัวปลี
ต้มข่าไก่ใส่หัวปลี

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ท่าน)

  • หัวปลีต้ม 100 กรัม
  • เนื้อไก่ 250 กรัม
  • กะทิ 300 มล.
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  • พริกขี้หนูสด 5 เม็ด
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำซุป 200 มล.
  • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
  • ใบมะกรูด 5 ใบ
  • ตะไคร้ 1 ต้น
  • ข่าอ่อนหั่นแว่น 8 แว่น
  • ผักชี 1 ต้น
  • น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. นำหัวปลีมาแกะเปลือก ด้านนอกออกจนเหลือแต่สีขาวๆ จากนั้นนำไปแช่น้ำผสมน้ำมะนาว หรือน้ำส้มก่อน หัวปลีจะได้ไม่ดำ แล้วจากนั้นนำหัวปลีไปต้ม ในน้ำเดือดจัดใช้เวลาประมาณ 10 นาที จากนั้นตักพักไว้ให้เย็น จากนั้นหั่นหัวปลีต้ม หั่นออกเป็นชิ้นๆ ตามยาว เลือกเอาเฉพาะที่อ่อนๆ เตรียมไว้
  2. เตรียมผักสมุนไพร ได้แก่ ตะไคร้ทุบพอบุบ แล้วหั่นเฉียงขนาด 1 นิ้ว ใบมะกรูดฉีกออกเป็น 4 ซีก หั่นข่าออกเป็นแว่นๆ หั่นผักชีซอยเล็กๆ พริกขี้หนูทุบพอบุบ
  3. เลือกเนื้อไก่ที่สดใหม่ จากนั้นล้างน้ำทำความสะอาด จากนั้นหั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นๆ พอคำ
  4. ตั้งหม้อ ใช้ไฟปานกลาง จากนั้นใส่น้ำซุปลงไป ตามด้วยใส่กะทิครึ่งนึงใส่ลงไปในหม้อ ใส่ข่าหั่นแว่น ตะไคร้หั่น เกลือป่นลงไป รอให้กะทิเดือด จากนั้นใส่เนื้อไก่หั่นลงไป จากนั้นรอให้น้ำเดือด เนื้อไก่สุก
  5. เมื่อกะทิเดือดเนื้อไก่สุกดีแล้ว จากนั้นใส่ใบมะกรูด และหัวปลีต้มลงไป จากนั้นเติมกะทิที่แบ่งไว้ครึ่งนึง ใส่ลงไป แล้วรอให้เดือดอีกครั้ง พอน้ำเดือด จากนั้นใส่เครื่องปรุงรสลงไป น้ำตาลทราย น้ำปลา คนคลุกเคล้าให้เข้ากัน รอให้เดือดอีกครั้ง
  6. ปิดไฟ แล้วเพิ่มเติมรสชาติ ความเข้มข้นหอมอร่อยด้วย ใส่น้ำมะนาว พริกขี้หนูทุบบุบ โรยหน้าด้วยผักชีซอย พร้อมจัดเสิร์ฟ
ขอบคุณสูตรจาก : www.thai-thaifood.com

2. ปลานึ่งซีอิ้ว

เนื้อปลาอุดมไปด้วยสารอาหารและโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นสารอาหารจำเป็นสำหรับคุณแม่หลังคลอด เหมาะสำหรับ อาหารหลังคลอด และเมนูนึ่งซีอิ๊วเป็นเมนูทานง่าย ย่อยง่าย และรสชาติดี โดยปลาที่นำมาทำนั้น สามารถเป็นได้ทั้ง ปลากะพง ปลาแซลมอน ปลาเก๋า ปลาดอลลี่ ปลานิล หรือปลาทับทิม แล้วแต่ว่าจะสะดวกซื้อปลาชนิดไหน เมนูนี้ไม่ได้ทำยากอย่างที่คิด คุณแม่สามารถทำเองได้ง่ายมาก ดังนี้

ปลานึ่งซีอิ๊ว
ปลานึ่งซีอิ๊ว

ส่วนผสม

  • ​​ปลากะพง 300 กรัม
  • เห็ดหอมแห้ง 5 ดอก
  • ขิงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • ต้นหอม (หั่นท่อน) 1 ต้น
  • คื่นฉ่าย (หั่นท่อน) 1 ต้น
  • พริกชี้ฟ้าแดงซอย 1 เม็ด
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
  • น้ำมันงา 2 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ (ใช้ไฟแรง 600 วัตต์)

  1. นำเห็ดหอมแห้งแช่น้ำให้นิ่ม
  2. ล้างปลาให้สะอาด นำปลาใส่จาน ปิดฝานำเข้าไมโครเวฟ 3 นาที พอเนื้อปลาสุกให้วางขิงซอย 1 ช้อนโต๊ะ ต้นหอม ขึ้นฉ่าย และพริกชี้ฟ้าลงไปบนเนื้อปลา เตรียมไว้
  3. นำน้ำตาลทราย น้ำมันงา และซีอิ๊วขาวมาผสมให้เข้ากัน แล้วนำเห็ดหอมแห้งที่นิ่มแล้วใส่ลงไป นำเข้าไมโครเวฟ 2 นาที นำออกมาพักไว้
  4. นำขิง 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันพืชคนให้เข้ากันแล้วนำเข้าไมโครเวฟ 3 นาที
  5. นำน้ำมันหอมจากขิงเทใส่บนเนื้อปลา พอต้นหอมโดนน้ำมันร้อน ๆ จะทำให้สีใบเขียวสดขึ้น
  6. นำส่วนผสมซีอิ๊วที่ปรุงแล้วเทลงบนเนื้อปลา จากนั้นนำเข้าไปไมโครเวฟต่ออีก 1 นาที เป็นอันเสร็จ
ขอบคุณสูตรจาก : www.ritacooking.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 4 สูตร “อาหารหลังคลอด” คัดเฉพาะเมนูที่ปรุงง่าย ไม่ยุ่งยาก

เลี้ยงลูก

สุดยอด แอพพลิเคชั่น “HP Smart App” ผู้ช่วยคุณแม่เลี้ยงลูกอย่างสร้างสรรค์

เลี้ยงลูก ในยุคที่อยู่ท่ามกลางเทคโนโลยีสมัยใหม่ ขอบอกว่าถูกใจคุณแม่มากค่ะ โดยเฉพาะการใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่มี  หลากหลายตัวช่วยให้คุณแม่เลี้ยงลูกได้อย่างสนุก ช่วยส่งเสริมทักษะ จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ให้กับลูกได้อย่างไม่รู้จบ ที่สำคัญยังนำไปต่อยอดการเรียนรู้ในห้องเรียนของลูกได้ด้วยค่ะ

 

เลี้ยงลูก กับ HP Smart App  

จากครั้งที่แล้วเรามีเครื่องพิมพ์ไร้สาย HP DeskJet Ink Advantage 3779 ที่ช่วยคุณพ่อคุณแม่ เลี้ยงลูก ให้มีพัฒนาการทักษะการ เรียนรู้เพิ่มขึ้นผ่านกิจกรรมต่างๆ ซึ่งครั้งนี้ก็จะมาต่อยอดการเลี้ยงลูกของคุณพ่อคุณแม่ให้สะดวก และง่ายขึ้นไปอีก ด้วยการ ใช้แอพพลิเคชั่น ที่ชื่อว่า HP Smart App ขอบอกว่าเป็นแอพพลิเคชั่นเลี้ยงลูกที่อยากให้มีติดมือถือกันไว้เลยค่ะ

เลี้ยงลูก

HP Smart App สามารถโหลดมาใช้งานได้ทั้งระบบ Android  และ IOS การใช้ผ่านมือถือ หรือ ไอแพด ก็ได้

เลี้ยงลูก

ช่วงวันหยุดเด็กๆ สามารถสนุกเพลิดเพลินไปกับงานศิลปะฝึกวาดภาพ ระบายสี หรือจะเป็นการบ้านที่คุณครูสั่งมาเป็นใบ งาน คุณพ่อคุณแม่ก็สั่งพิมพ์ผ่าน HP Smart App ออกมาได้สะดวก รวดเร็วมากค่ะ

เลี้ยงลูก

แต่ความพิเศษของ HP Smart App ยังไม่หมดเท่านี้ เพราะคุณแม่สามารถสั่งงานผ่านแอพพลิชั่น HP Smart App ได้ทุกที่  ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ที่บ้าน อย่างน้องตังค์ตังค์ที่รอคุณแม่อยู่ที่บ้านหลังกลับมาจากโรงเรียน คุณแม่กลัวว่าน้องตังค์ตังค์จะเบื่อ ก็เลยสั่งแบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ และภาพวาดระบายสี ให้น้องตังค์ตังค์เล่นสนุกเพลินๆ ระหว่างรอคุณแม่กลับบ้านค่ะ

เห็นไหมคะว่าแค่มี เครื่องพิมพ์ไร้สาย HP DeskJet Ink Advantage 3779 กับ HP Smart App แอพเลี้ยงลูกสุดสร้างสรรค์ ก็ช่วยให้การเรียนรู้ของลูกเป็นเรื่องสนุกได้ทุกวันแล้วค่ะ

เลี้ยงลูก

 

แสดงแบบ : คุณแม่พิมพ์พินันท์ และ น้องตังค์ตังค์

ติดตามข่าวสารข้อมูลเพิ่มเติม

Advertorial-Baby& Kids

https://www8.hp.com/th/th/printers/ink-advantage.html?jumpid=ba_ynxmgjhqav

 

พัฒนาการเด็ก 1 เดือน

พัฒนาการเด็ก 1 เดือน ลูกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง แม่ต้องรู้!

พัฒนาการเด็ก 1 เดือน ลูกวัยนี้ต้องมีพัฒนาการอะไรบ้าง และพ่อแม่ต้องคอยดูแลเรื่องอะไร หรือมีวิธีการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 1 เดือน อย่างไร ตามมาดูกันเลย

พัฒนาการเด็ก 1 เดือน ลูกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง?

สำหรับทารกวัยแรกเกิดจนถึงอายุ 1 เดือน เป็นช่วงที่คุณพ่อคุณแม่ต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ เพราะลูกน้อยจะมีการปรับเปลี่ยนเป็นอย่างมาก จากที่ต้องอยู่ในท้องแม่เป็นเวลานานกว่า 9 เดือน เมื่อออกมาลืมตาดูโลก ทำให้ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพภายนอกและทำความคุ้นเคยกับโลกใบใหม่ จึงเป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ว่าจะจะมีเรื่องใดบ้าง ตามมาดูกันเลยค่า

พัฒนาการเด็ก 1 เดือน ด้านการเจริญเติบโต

ในช่วง 2-3 วันแรก น้ำหนักตัวของลูกจะลดลงจากตอนแรกเกิด เป็นเพราะในร่างกายลูกมีของเหลวบางส่วน ประมาณ 10% ของน้ำหนักตัวแรกคลอด ที่ต้องถูกกำจัดออกไป แต่หลังจากนี้น้ำหนักตัวลูกจะเริ่มคงที่ และค่อย ๆ เพิ่มขึ้น โดยในช่วงเดือนแรกนี้น้ำหนักตัวลูกจะขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจจะเพิ่มถึง 15-30 กรัมต่อวัน และเมื่อถึงวันครบกำหนดพาลูกไปตรวจ ควรไปอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้คุณหมอช่วยดูว่าน้ำหนักลูกขึ้นตามเกณฑ์ดีไหม

Must read : ระวัง! 4 จุดบอบบางของเบบี๋ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

การกิน : ในช่วง 1 เดือนแรก ลูกจะกินนมมากถึงวันละ 12 ครั้ง โดยกินทุก 2-3 ชั่วโมงเลย ซึ่งสัญญาณที่บอกว่าลูกกินนมพอไหมคือ ลูกขับถ่าย ฉี่ มากน้อยแค่ไหน โดยลูกควรต้องฉี่หรือเปลี่ยนผ้าอ้อมที่เปียกวันละ 4-6 ครั้ง

พัฒนาการเด็ก 1 เดือน

การนอน : นอกจากการกินแล้ว ก็จะใช้เวลาส่วนใหญ่กับการนอน อย่าตกใจหากลูกจะนอนในแต่ละวันถึง 15-16 ชั่วโมง ช่วงนี้ลูกนอนวันละหลายชั่วโมงก็จริง แต่เป็นการนอนหลับแบบ REM Sleep ที่ไม่ได้หลับลึกมาก ทำให้ลูกตื่นง่าย ตื่นบ่อย

Must read : ท่านอนทารก ช่วยลูกฉลาด และพัฒนาการดีจริงหรือ?

Must read : 3 กิจกรรมเล่นกับลูกเสริม พัฒนาการทารก 1 เดือน

 

อ่านต่อ >> “พัฒนาการด้านอื่นๆ พร้อมวิธีส่งเสริมพัฒนาการ” คลิกหน้า 2

 

ดูดวงตามเดือนเกิด 2563

ดูดวงตามเดือนเกิด 2563 ลูกเกิดเดือนไหน นิสัยจะเป็นยังไง?

เคยสงสัยไหมคะว่า ทำไมเด็กบางคนเข้ากับคนง่าย บางคนติดแม่ บางคนช่างพูด บางคนขี้อาย ส่วนหนึ่งมาจากพื้นฐานนิสัยของเด็กเอง ดูดวงตามเดือนเกิด 2563 ลูกเกิดเดือนไหน นิสัยจะเป็นยังไง? จะช่วยเป็นแนวทางให้คุณแม่ทำความเข้าใจกับนิสัยของลูกน้อย และแนวทางการเลี้ยงลูกที่เหมาะกับนิสัยของเด็กแต่ละคน

ทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้รับคำแนะนำจากหมอนุช – นุชนัดดา วัฒนบุตร แม่หมอสุดอารมณ์ดี จากแอป a ดวง ชุมชนดูดวงออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด และเจ้าของเพจ Tarot of the day  ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูดวงด้วยไพ่ทาโรต์ โหราศาสตร์ตะวันตก และอักษรรูน ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มาดูกันเลยค่ะว่า เด็กที่เกิดในปี 2563 ในแต่ละเดือนมีนิสัยเป็นอย่างไรกันบ้าง

ดูดวงตามเดือนเกิด 2563 นิสัยเด็กเกิดเดือนมกราคม

สำหรับเด็กๆ ที่เกิดเดือนมกราคม นิสัยขี้อ้อน และติดคุณแม่เป็นพิเศษ ไม่ชอบเล่นกับคนแปลกหน้า หรือคนไม่คุ้นเคย ในบางสถานการณ์ชอบแกล้งหรือเล่นแรงๆ ประมาณว่าเป็นเด็กน้อยพลังเยอะ ชอบแต่งตัวสวยหล่อ ชุดเจ้าหญิง เจ้าชาย ชอบกันมากเลยค่ะ ไม่ชอบทานผักรสขมหรือผลไม้รสเปรี้ยวจัดๆ จะเข้าหาคุณพ่อเมื่อเวลาอยากได้ของเล่น แต่ถ้าขนมของอร่อยละก็ไปทางคุณแม่เลยค่า เวลางอน ชอบนั่งเหม่อ หน้าเศร้าคนเดียว แต่ไม่งอแง เข้าไปกอด หอมแก้มแป๊บเดียว เดี๋ยวก็หายแล้วค่ะ

ดูดวงตามเดือนเกิด 2563 นิสัยเด็กเกิดเดือนกุมภาพันธ์

สำหรับเด็กที่เกิดเดือนกุมภาพันธ์ ต้องบอกคุณแม่ก่อนเลย ว่าอย่าตามใจหรือสปอยลูกน้อย เพราะน้องอาจจะมีนิสัยชอบโยนข้าวของ หรือทำลายข้าวของ แต่มุมน่ารักๆ ของน้องก็มีนะคะ ชอบเล่นน้ำ ชอบอาบน้ำ เป็นเด็กขี้เซาด้วยนะคะ กินอิ่ม อาบน้ำ หลับปุ๋ย  เวลามีคนมาเล่นเยอะๆ หรือพาน้องไปสวนสนุก น้องก็จะอารมณ์ดี ค่อนข้างติดคนง่าย และเป็นเด็กติดแม่มากด้วยคะ สิ่งที่ต้องระวังคือเรื่องสุขภาพ เกี่ยวกับภูมิแพ้หรือระบบทางเดินหายใจ

 

ดูดวงตามเดือนเกิด 2563 นิสัยเด็กเกิดเดือนมีนาคม

สำหรับเด็กที่เกิดเดือนมีนาคม ค่อนข้างเป็นเด็กเก็บตัว ขี้อาย อยากเล่น อยากทำความรู้จักกับเพื่อน แต่ไม่กล้าเข้าหาใคร แต่พอได้สนิทหรือคุ้นเคยก็จะติดหนึบเลย เด็กๆ ที่เกิดเดือนนี้ มักมีจิตนาการสูง ควรส่งเสริมเรื่องศิลปะการวาดภาพ ระบายสี ข้อดีคือช่วยทำให้น้องมีสมาธิ ฝึกการโฟกัสสิ่งนั้นๆ แต่เวลาน้องเจ็บป่วยไม่สบาย ค่อนข้างกลัวเข็มฉีดยา แต่ถ้าคุณพ่อ คุณแม่เด็ก อธิบายก่อนการฉีดยา ว่าไม่น่ากลัว น้องจะเข้าใจและยอมฉีดโดยง่ายค่ะ

บทความแนะนำ โปรแกรมตั้งชื่อลูก ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด ตั้งชื่อลูกเพราะๆ ความหมายดี

ดูดวงตามเดือนเกิด 2563 นิสัยเด็กเกิดเดือนเมษายน

เด็กๆ ที่เกิดเดือนเมษายน เป็นเด็กขาแดนซ์ เด็กรักเสียงดนตรี สายย่อจริงๆ ค่ะ ชอบเล่นของเล่นที่มีเสียง ซน ชอบรื้อของ ชอบมุด ปีนป่าย วิ่งเล่น จนคนดูแลคว้าตัวไว้แทบไม่ทันเลย  เพราะฉะนั้น ต้องระมัดระวังอุบัติเหตุด้วยนะคะ เด็กเดือนนี้เป็นเด็กช่างสังเกตด้วยนะคะ เห็นผู้ใหญ่ทำอะไร ก็จะเลียนแบบ น่าเอ็นดูจริงๆ ค่ะ

 

นิสัยเด็กเกิดปี 2563
ทายนิสัยเด็กเกิดปี 2563

ดูดวงตามเดือนเกิด 2563 นิสัยเด็กเกิดเดือนพฤษภาคม

เด็กที่เกิดเดือนพฤษภาคมเป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายมากๆ พูดจาเพราะ ช่างพูดช่างเจรจา ฉลาด หัวไว จำเก่ง และยังสนใจเรื่องภาษามากๆ เลย มีพฤติกรรมเลียนแบบโทนเสียงหรือภาษา เพราะฉะนั้น พยายามฝึกเรื่องภาษาอังกฤษ หรือภาษาที่ 3 ให้น้องได้เรียนรู้ตั้งแต่เด็กเลยนะคะ เพราะเป็นประโยชน์กับตัวน้องในอนาคตค่ะ

 

ดูดวงตามเดือนเกิด 2563 นิสัยเด็กเกิดเดือนมิถุนายน

เด็กที่เกิดเดือนมิถุนายน เรียกได้ว่าฉายแววความมั่นใจ ตั้งแต่เด็ก อะไรไม่ชอบก็จะแสดงออกหรือร้องเสียงดังชัดเจน ไม่ค่อยชอบทานข้าว ชอบทานขนม และเวลานอนไม่ค่อยอยากจะนอน ตาใสแป๋ว เอาจริงๆ เลยคือเป็นเด็กที่ไม่ชอบการบังคับและเป็นเด็กที่ไม่ค่อยกลัวอะไร โดยเฉพาะสัตว์เลื้อยคลาน คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลอย่างใกล้ชิดและอธิบายเหตุผลกับเค้าเวลาจะให้เค้าทำอะไรก็ตาม เค้าจะเชื่อฟังและทำตามแต่โดยดีค่ะ

อ่านต่อ >>ทายนิสัยเด็กเกิดเดือนก.ค.-ธ.ค. 2563<< คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

พาลูกเที่ยว สวนสนุกในกรุงเทพ

พาลูกเที่ยว สวนสนุกในกรุงเทพ 9 ที่เล่นในร่ม เหมาะกับเจ้าตัวเล็กวัย 3+

การพาลูกออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน แม้ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้ดีนะคะ พาลูกเที่ยว สวนสนุกในกรุงเทพ ก็เป็นที่เล่นที่ตอบโจทย์ของลูกได้ดีทีเดียว จะมีสวนสนุกที่พาลูกได้ปล่อยพลัง เสริมจินตนาการสนุก ๆ ที่ไหนกันบ้าง มาดูกันค่า

พาลูกเที่ยว สวนสนุกในกรุงเทพ 9 ที่เล่นในร่ม เหมาะกับเจ้าตัวเล็กวัย 3+

#1 สวนสนุก Funarium

สวนสนุกในร่มขนาดใหญ่กลางใจกรุงเทพฯ ที่มีพื้นที่สนามเด็กเล่นกว่า 2,000 ตารางเมตร ให้ทั้งเด็กเล่น เด็กโตได้ปลดปล่อยไปกับของเล่นที่หลากหลายและเครื่องเล่นนำเข้าจากต่างประเทศมากมาย โดยมีการแบ่งโซนสำหรับเด็กเล็ก ที่มีของเล่นเสริมพัฒนาการไว้รอคุณหนูอยู่เพียบบนเบาะพื้นผิวนุ่ม ๆ กิจกรรมระบายสีที่ช่วยเสริมจินตนาการ โซนเด็กโต สนุกกับการปีนป่าย กระโดดโลดเต้น มุด คลาน และทรงตัวกับเครื่องเล่นนานาชนิด โซนกีฬาที่จัดลานจักรยาน บาลานซ์ไบค์ สกู๊ตเตอร์มาให้เหมาะสมกับเด็ก ๆ ทุกวัย มีสนามบาสเก็ตบอล โซนแอดเวนเจอร์ที่ชวนผู้กล้ามาตะลุยผ่านด่านต่าง ๆ หรือมันส์ในห้องเกมส์เลเซอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้ดูแลคำแนะนำอย่างใกล้ชิด และโซนเอาท์ดอร์ที่มีบ่อน้ำบ่อทรายให้เด็ก ๆ สนุกเพลิดเพลินกับการเล่นทราย กระโดดแอ่งน้ำ ความสนุกเพียบแบบนี้น่าพาลูกไปเล่นซักครั้งนะคะ

พาลูกเที่ยว สวนสนุกในกรุงเทพ Funarium
ขอบคุณภาพจาก www.facebook.com/FunariumBangkok

พาลูกเที่ยว สวนสนุกในกรุงเทพ Funarium
ที่ตั้ง: 111/1 สุขุมวิท 26 และห้างสรรพสินค้า Zpell
เวลาเปิด-ปิด: จันทร์ – พฤหัสบดี 9.00 – 18:00 น. ศุกร์-อาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์ 9.00 – 19.00 น
ค่าเข้า: สาขาสุขุมวิท เด็กเล็ก สูงไม่เกิน 105 ซม. 220 บาท /เด็กโต สูงมากกว่า 105 ซม. ที่อายุไม่เกิน 13 ปี 350 บาท/ ผู้ใหญ่ อายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป 130 บาท
สาขา Zpell  เด็กเล็ก สูงไม่เกิน 105 ซม.  180 บาท/ เด็กโต สูงมากกว่า 105 ซม. ที่อายุไม่เกิน 13 ปี 250 บาท/ ผู้ใหญ่ อายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป 70 บาท
เบอร์โทรศัพท์ : 02 665 6555

#2 สวนสนุก Imaginia Playland 

IMAGINIA สวนสนุกแห่งจินตนาการ เชื่อว่าเด็ก ๆ ที่เข้ามาในนี้ทุกคนก็ไม่อยากแทบก้าวขาออกไปเลย เพราะภายในสวนสนุกแห่งนี้เต็มไปด้วยเครื่องเล่นสุดไฮเทคในรูปแบบที่ผสมผสานดิจิตอลอินเตอร์แอ็คทีฟ (digital interactive) ที่สร้างจินตนาการแบบไร้กรอบผ่านเครื่องเล่นมากมาย พร้อมกับพัฒนาการเด็กอย่างสมดุลทั้งสี่ด้าน ทั้งร่างกาย อารมณ์ความรู้สึก กระบวนการคิด และความคิดสร้างสรรค์ ให้กับเด็ก ๆ ตั้งแต่อายุ 1 – 15 ปี

เป็นการเรียนรู้ผ่านการเล่นที่จะช่วยกระตุ้นให้เด็ก ๆ เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตในโลกสมัยใหม่ โดยผ่านกิจกรรมศิลปะ ดนตรี กีฬา ธรรมชาติ และการเล่นแบบคิดวิเคราะห์ อาทิ Shadow Forest ที่ชวนให้เด็ก ๆ โต้ตอบกับเงาตัวเอง ผ่านร่างกายที่ขยับไปมา กลายร่างเป็นนก ต้นไม้ หรือจะเป็นภูตน้อยตัวจิ๋วสร้างจินตนาการให้ลูกได้แบบสุด ๆ Imaginia Fort ป้อมปราการที่จะชวนเจ้าตัวน้อยวัยเตาะแตะไม่เกิน 4 ขวบมาคลาน ปีน หรือลื่นม้าลื่นขนาดเล็กเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ Meteori Peak ชวนเด็ก ๆ มาเป็นนักสำรวจและปีนป่ายพิชิตยอดเขาสูงบนเบาะนุ่มก้อนเมฆสีขาวและสไลเดอร์ผ่านอุโมงค์ลับใต้ภูเขา Magical Theatre เป็นตัวละครในนิทานเรื่องโปรดผ่านเทคนิค Magic Vision ที่ทำให้ฝันของเด็กๆ ปรากฎอยู่ตรงหน้าแล้ว  นี่แค่น้ำจิ้มเท่านั้นเพราะมีนี้ยังมีโซนมากมายให้สนุกกว่า 20 รายการ จัดเป็นสวนสนุกอีกที่ที่ควรพาหนู ๆ มาให้ได้เลยล่ะคะ

พาลูกเที่ยว สวนสนุกในกรุงเทพ Imaginia Playland
ขอบคุณภาพจาก www.imaginiaplayland.com

พาลูกเที่ยว สวนสนุกในกรุงเทพ Imaginia Playland 

ที่ตั้ง : ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม ชั้น 3 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ
เวลาเปิด-ปิด: จันทร์-พฤหัสบดี 10.00-19.00 น. / ศุกร์-อาทิตย์ 10.00-20.00 น.
ค่าเข้า: เด็กเล็ก สูงไม่เกิน 70 ซม. 100 บาท/  เด็กเล็ก สูงไม่เกิน 71-100 ซม. 250 บาท/ เด็ก สูงไม่เกิน 101 ซม. ถึงอายุไม่เกิน 12 ปี 480 บาท/ ผู้ปกครองที่มีอายุ 13 ปีขึ้นไป 200 บาท
เบอร์โทรศัพท์ : 02 664 8338

#3 สวนสนุก Playtime Thailand 

สวนสนุกเพลย์ไทม์ มีเครื่องเล่นหลากหลายที่รอคุณหนูไปปลดปล่อยพลัง และความสนุก สร้างจินตนาการอย่างไร้ขีดจำกัดเพื่อกระตุ้นพัฒนาการของลูกอย่างเต็มที่ เครื่องเล่นทุกชนิดถูกออกแบบมาเพื่อให้เด็ก ๆ ได้สนุกสนานพร้อมกับเสริมสร้างพัฒนาการรอบทิศทาง ตั้งแต่ 6 เดือน จนถึง 14 ปี ซึ่งเครื่องเล่นของที่นี้ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบัน TUV Rhoneland Group of Gemany ในด้านเครื่องเล่นที่มีความปลอดภัยอย่างสูงและมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด โดยแบ่งออกเป็น 6 โซน ได้แก่ Space Ship Adventure Zone, Electric Mini Car on Street Zone, Ball Gun City Zone, Dino Rock and Cliff Zone, Toddler Zone และ Game Zone เรียกว่าพาลูกมาเติมเต็มประสบการณ์และความสนุกกันได้ตั้งแต่เล็ก ๆ กันได้เลยจ้า

พาลูกเที่ยว สวนสนุกในกรุงเทพ Playtime
ที่ตั้ง: โครงการ Park Lane เอกมัย ชั้น 3-4 18 ซอยเอกมัย 18 ถนนสุขุมวิท 63 ตำบลคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เวลาเปิด-ปิด: จันทร์-พฤหัสบดี 9.00-18.00 น. / ศุกร์-อาทิตย์ 9.00-19.30 น.
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 130 บาท / เด็กโต สูงเกิน 105 ซม 390 บาท / เด็กเล็ก สูงไม่เกิน 105 ซม 250 บาท
เบอร์โทรศัพท์ : 02 382 0077

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ 9 สวนสนุกในร่มที่ปล่อยพลังของลูกวัย 3+  คลิกหน้า 2

พาลูกเที่ยว ฟาร์ม

พาลูกเที่ยว ฟาร์ม 5 ห้องเรียนธรรมชาติของเจ้าตัวเล็ก เข้าชมฟรี!!

พาลูกเที่ยว ฟาร์ม เทรนด์ท่องเที่ยวที่พ่อแม่คนเมืองเริ่มสนใจที่จะพาเจ้าตัวเล็กเปลี่ยนบรรยากาศจากในเมืองไปใกล้ชิดกับธรรมชาติให้มากยิ่งขึ้น พ่วงด้วยกิจกรรมที่จะให้ลูกได้เรียนรู้ผ่านวิถีธรรมชาติ (Nature Learn) ไปเป็นเด็กเลี้ยงเป็ด เก็บไข่ ทำนา ปลูกผักกัน และที่ดีต่อใจคือเจ้าของฟาร์มใจดี ให้เข้าชมฟรีด้วย จะมีไหนบ้างไปกันเลยดีกว่า

พาลูกเที่ยว ฟาร์ม 5 ห้องเรียนธรรมชาติของเจ้าตัวเล็ก เข้าชมฟรี!!

#1 Montreux de Café and Farm จ.นครนายก

ขับรถไปจากกรุงเทพชั่วโมงกว่า ใช้เส้นทางรังสิต นครนายก จนมาถึงคลอง 15 แล้วกลับรถ มีป้ายชื่อร้านบอกทางให้เลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าไปยัง Montreux de Café ทันทีก้าวขาเข้าไปจากประตูทางเข้าเล็ก ๆ ก็จะเห็นฟาร์มกว้าง ๆ บรรยากาศวิวสวย ร่มรื่น มีโซนร้านอาหาร คาเฟ่ ที่รับรองว่าถูกอกถูกใจคุณพ่อคุณแม่ พ่วงด้วยกิจกรรมธรรมชาติที่พร้อมให้คุณหนู ๆ ได้สนุก ๆ กันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำไข่เค็มจากไข่เป็ด ให้อาหารเป็ดไก่ ปลูกผัก พายเรือ กิจกรรมลุย ๆ แบบยิ่งเลอะยิ่งได้ประสบการณ์อย่าง เกี่ยวข้าว ดำนา สไลเดอร์โคลน หรือกิจกรรมเวิร์กช้อประบายสีปูนปั้น ทำขนม ผ้ามัดย้อม หลากหลายความสนุกที่คัดมาตอบโจทย์เด็ก ๆ สุด ๆ โดยค่าทำกิจกรรมแต่ละอย่างก็ไม่แพงเลยคะ เริ่มต้นที่ 10 บาทสนับสนุนค่าอุปกรณ์ และบางกิจกรรมก็เล่นฟรี เรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมดีๆ ในหนึ่งวันที่ครอบครัวจะได้ใช้เวลาร่วมกันเต็มที่เลยค่ะ

พาลูกเที่ยว ฟาร์ม Montreux de Café and Farm
Montreux de Café and Farm

พาลูกเที่ยว ฟาร์ม Montreux de Café and Farm จ.นครนายก

พิกัด : 77 หมู่ 4 ตำบลบึงศาล อำเภอองครักษ์ นครนายก
โทร : 087 979 7341
เวลาเปิด-ปิด : อังคาร -อาทิตย์ เวลา 09:00–19:00 ปิดทุกวันจันทร์
ค่าเข้าชม : ฟรี ราคาแต่ละกิจกรรมเริ่มต้นที่ 10 บาท
เฟซบุ๊ก Montreux cafe’ and farm

#2 บ้าน๑๐๐๐ไม้ คาเฟ่ จ.ปทุมธานี

บ้าน๑๐๐๐ไม้ เป็นอีกหนึ่งฟาร์มที่ขับรถไม่ไกลจากกรุงเทพ ก็ทำให้ทุกคนในครอบครัวได้สัมผัสกับธรรมชาติในบรรยากาศร้านคาเฟ่และฟาร์มเล็ก ๆ ที่ติดริมน้ำ มีชิงช้าใต้ต้นไม้ให้นั่งไกวเล่น มีมุมพักผ่อนหย่อนใจให้ได้มานั่งพักผ่อนในวันหยุดกันได้ทั้งครอบครัว และมีกิจกรรมหลากหลายให้เด็ก ๆ ได้ทำมากมาย เช่น แปลงนาสาธิตให้เด็ก ๆ ได้ลงไปดำนาด้วยมือตนเอง ทำไข่เค็ม ปลูกผัก เก็บผัก รดน้ำต้นไม้ พายเรือ เข้าไปให้อาหารเป็ดไก่ในฟาร์ม เล่นดินเล่นทรายเสริมพัฒนาการ ต้นไม้ใหญ่ไว้ให้ปีนขึ้นลง ถือว่าเป็นคาเฟ่แห่งการเรียนรู้ที่เหมาะครอบครัวจริง ๆ ที่ทำให้เด็ก ๆ ปล่อยพลังได้เต็มที่ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์กช้อปในร่มอย่างระบายสีปูนปั้น ทำกรอบรูป ส่วนค่ากิจกรรมก็หยอดกระปุกตามราคากิจกรรมนั้น ๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องเลอะ ๆ เพราะที่นี้มีที่อาบน้ำให้เด็ก ๆ ด้วย อย่าลืมเตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยนกันนะคะ

บ้าน๑๐๐๐ไม้
บ้าน๑๐๐๐ไม้

พาลูกเที่ยว ฟาร์ม บ้าน๑๐๐๐ไม้ คาเฟ่

พิกัด : 48/8 หมู่ 6 ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
โทร : 091 998 2466
เวลาเปิด-ปิด : เสาร์ อาทิตย์ 09.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี ราคาแต่ละกิจกรรมเริ่มต้นที่ 10 บาท
เฟซบุ๊ก : บ้าน๑,๐๐๐ไม้cafe’&farm

#3 Mini Murrah Farm จ.ฉะเชิงเทรา

มินิมูร่าห์ฟาร์ม เป็นฟาร์มควายนมแบบออแกนนิกแห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองไทย เป็นแหล่งเรียนรู้ที่น่าสนุกของเด็ก ๆ ที่ชวนให้ได้มามองเห็นขั้นตอนการเลี้ยงควายพันธ์มูร่าห์อย่างครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูกพืชเพื่อนำมาเป็นอาหารสัตว์ จนถึงการเลี้ยง ขั้นตอนการรีดนม และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากน้ำนมมูร่าห์ ที่นี้ไม่ได้มีแค่ควายให้ดูนะค่ะ ยังมีสัตว์น่ารักหลากหลายชนิดให้เด็ก ๆ ได้ป้อนอาหาร เช่น เป็ด ไก่ ปลา กระต่าย หมูแคระ และแพะ รวมถึงกิจกรรมเวิร์กช้อปที่ให้น้อง ๆ ได้มาสนุกพร้อมชิมความอร่อยจากฝีมือตัวเองด้วยการทำพิซซ่าเตาถ่าน ทำเนย แพนเค้ก หรือลองทำไอศกรีมโฮมเมดสูตรโบราณจากนมมูร่าห์ กิจกรรมเอ้าท์ดอร์ก็มีจ้า ใครอยากลองปลูกผักออร์แกนิค ดำนา ปลูกข้าว เล่นสไลเดอร์โคลน ฯลฯ เรื่องเลอะ ๆ แบบนี้งานสนุกของเด็กจริง ๆ

พาลูกเที่ยว ฟาร์ม มินิมูร่าห์ฟาร์ม
มินิมูร่าห์ฟาร์ม

พาลูกเที่ยว ฟาร์ม มินิมูร่าห์ฟาร์ม

พิกัด : อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา
โทร. 081-819-2819
เวลาเปิด-ปิด :  ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-20.00 น. เสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-21.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี ค่ากิจกรรมขึ้นอยู่กับราคาแพคเกจของทางฟาร์ม
เฟซบุ๊ก : Mini Murrah Farm

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ พาลูกเที่ยว 5 ฟาร์ม เข้าชมฟรี คลิกหน้า 2

13 เกม สำหรับเด็ก 3 ขวบ ช่วยกระตุ้นพัฒนาการเจ้าตัวเล็กก่อนเข้าเรียน

ลูกในวัยก่อนเรียน “การเล่น” ยังคงเป็นหน้าที่สำคัญของเจ้าตัวเล็ก ถ้าคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหา เกม สำหรับเด็ก 3 ขวบ เพื่อสร้างความสนุกและกระตุ้นพัฒนาการให้ลูก มาดูกันค่ะว่าเด็กวัยนี้ชอบเล่นเกมอะไร

เมื่อเข้าสู่วัย  3 ขวบ เจ้าตัวเล็กเริ่มมีพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ทั้งทางด้านร่างกาย กล้ามเนื้อมือมัดเล็กใหญ่ที่พร้อมจะหยิบจับขยับเคลื่อนไหว การใช้สายตาในการมองแยกแยะ พัฒนาการด้านภาษาและสติปัญญาที่สามารถบอกตัวเลข สี พอได้บางแล้ว การมองหาเกม ของเล่นสำหรับลูกวัย 3 ขวบ หรือกิจกรรมต่าง ๆ จึงมีบทบาทที่จะกระตุ้นการพัฒนาของพวกเขาเพิ่มขึ้น ร่วมถึงช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์กับเด็กคนอื่น ๆ ช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะเข้าสังคมในช่วงวัยอนุบาลต่อไปด้วย

13 เกม สำหรับเด็ก 3 ขวบ ช่วยกระตุ้นพัฒนาการเจ้าตัวเล็กก่อนเข้าเรียน

#1 เกมสำหรับเด็ก 3 ขวบ เพื่อกระตุ้นพัฒนาการด้านสังคมและอารมณ์

(1) ปาร์ตี้น้ำชา เด็ก ๆ จะสวมบทบาทสมมติเป็นตัวละครที่เขาขอบ อย่างเจ้าหญิง เจ้าชาย หรือซูเปอร์ฮีโร่ มาร่วมปาร์ตี้น้ำชา รวมถึงบรรดาตุ๊กตาสัตว์น่ารักที่ถูกเชิญมา การเล่มเกมลักษณะนี้จะเป็นส่วนช่วยพัฒนาทักษะทางสังคมและเสริมสร้างจินตนาการให้กับเจ้าตัวเล็ก

เกม สำหรับ เด็ก 3 ขวบ

(2) ทำอาหารหรือขายของ อีกหนึ่งบทบาทสมมติของคุณหนูที่จะช่วยกระตุ้นจินตนาการ ท่าทางที่พวกเขาแสดงอาจจะเกิดจากการเลียนแบบคุณแม่ที่คุ้นเคยจากชีวิตจริง ซึ่งก็จะทำให้ลูกเรียนรู้ที่จะพัฒนาเรื่องเล่า เสริมทักษะด้านภาษาได้ดียิ่งขึ้น

(3) เล่นแต่งตัว เมื่อเจ้าตัวน้อยสนุกกับการหยิบจับชุดมาสวมและถอด หรือแต่งตัวสมมติเป็นอาชีพต่าง ๆ ลองปล่อยให้ลูกได้ลองทำ การเล่นแต่งตัวจะช่วยเสริมการทำงานประสานระหว่างมือกับตา บวกด้วยความคิดสร้างสรรค์ ที่คุณแม่อาจมองเห็นอาชีพในอนาคตของเจ้าตัวน้อยก็ได้นะ

(4) ระบายสี กิจกรรมปลายเปิดที่จะช่วยให้ลูกได้ฝึกจินตนาการวาดภาพแบบอิสระ ไม่ว่าจะเป็นบนแผ่นกระดาษ กล่องกระดาษ แค่ให้ลูกได้ระบายสีจะมีส่วนช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางสังคม อารมณ์ และการใช้มือหยิบจับดินสอสีก็ช่วยพัฒนาด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็ก 3 ขวบได้ดี

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ เกม/กิจกรรมเสริมพัฒนาการลูกวัย 3 ขวบ คลิกหน้า 2

พาลูกเที่ยว ปิดเทอม

8 สถานที่ พาลูกเที่ยว ปิดเทอม สนุกได้ประโยชน์

บ้านไหนมีโปรเจค พาลูกเที่ยว ปิดเทอม หรือไปทำกิจกรรมที่ไหนกันบ้าง ถ้าคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาสถานที่สำหรับพาเด็ก ๆ ไปทำกิจกรรมหรือหาประสบการณ์ใหม่ ๆ มากกว่าการนั่งอยู่หน้าจอหรืออยู่บ้านเฉย ๆ ในช่วงปิดเทอม Amarin Baby & Kids ขอแนะนำ …

8 สถานที่ พาลูกเที่ยว ปิดเทอม สนุกได้ประโยชน์

#1 สวนสัตว์เปิดเขาเขียว

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว Khao Kheow Open Zoo
ขอบคุณภาพจากเพจ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว Khao Kheow Open Zoo

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติที่เปิดโลกอีกใบให้กับเด็ก ๆ ที่จะตื่นตาตื่นใจไปกับสัตว์หลากสายพันธุ์ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ ได้มองเห็นชีวิตสัตว์อย่างใกล้ชิด และบางโซนก็ปล่อยให้สัตว์บางชนิดเดินหากินใช้ชีวิตตามธรรมชาติแบบไม่มีซี่กรงมากัน อย่างเจ้ากวางน้อยหลายตัวตรงลานหญ้าที่รอเด็ก ๆ เดินเข้าไปป้อนหญ้า ครอบครัวเป็ดที่เดินหากินอยู่ริมน้ำ เป็นต้น

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว Khao Kheow Open Zoo
สวนสัตว์เปิดเขาเขียว Khao Kheow Open Zoo

ในสวนสัตว์เขาเขียว เราสามารถขับรถวนรอบสวนสัตว์ไปตามเส้นทางที่ไม่ยากนัก อยากดูโซนไหนก็หาที่จอดรถแล้วเดินเข้าไปดู แต่ละจุดก็จะมีการแสดงโชว์เป็นรอบ ๆ ในเวลาที่แตกต่างกัน เช่น การแสดงโชว์จากสัตว์ในโซนต่าง ๆ อย่าง โชว์ว่ายน้ำจากช้างพังแสงดาว ร้องว้าว ๆ ไปกับการแสดงในโซนเสือ โชว์เจ้าเพนกวินเดินพาเหรดน่ารักๆ  พร้อมกับไปทักทายแม่มะลิ และสัตว์ตัวอื่น ๆ ที่ย้ายมาจากสวนสัตว์ดุสิต ที่นี้จัดว่าเป็นสวนสัตว์ใกล้กรุงเทพที่ไม่ควรพลาดพาเด็ก ๆ มาเที่ยวกันเลย ได้ทั้งความสนุกและเกร็ดความรู้เกี่ยวกับชีวิตสัตว์เติมประสบการณ์ช่วงปิดเทอมได้วิเศษสุดทีเดียวค่ะ

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว Khao Kheow Open Zoo
ขอบคุณภาพจาก : www.facebook.com/kkopenzoo

พาลูกเที่ยว ปิดเทอม สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
ที่ตั้ง : 235 ม.7 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20110
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8:00 – 18:00 น.

หรือหากบ้านไหนเป็นสายเที่ยวรักธรรมชาติแล้วละก็ เราขอแนะนำสถานที่เพิ่มพิเศษให้อีกหนึ่งที่ สถานที่ที่เพิ่งเปิดใหม่กันสด ๆ ร้อน ๆ แต่เป็นขวัญใจเด็ก ๆ มาเนิ่นนานสมัยรุ่นพ่อแม่เสียด้วย “สวนสัตว์ใหม่ปทุมธานี เขาดินคลอง 6 หรือ Mini Zoo ธัญบุรี”

Mini Zoo ธัญบุรี คลอง 6

13 มีนาคม 2665 องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีโครงการ Mini Zoo สวนสัตว์เขาดิน คลองหก ธัญบุรี แห่งใหม่ขึ้น เปิดให้เข้าชมเป็นแรก ในวันที่ 13 มีนาคม 2565 นี้ ที่ย่านคลองหก ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

โดยมีการจัดพื้นที่เป็น 5 โซนการแสดงของสัตว์ ประกอบด้วย

  1. ทุ่งกระเรียนไทย
  2. ส่วนแสดงสัตว์เลื้อยคลาน (เต่าซูลคาต้า, เต่าบึง)
  3. ส่วนแสดงแรคคูน
  4. สัตว์ตระกูลลิง (ลิงลีเมอร์,ลิงกระรอก)
  5. หนูยักษ์คาปิบารา

    Mini Zoo ธัญบุรี
    Mini Zoo ธัญบุรี

โดยหากน้อง ๆ หนู ๆ ได้ไปเยี่ยมชมในช่วงเวลานี้ ฝากไปทักทายลูกนกกระเรียนไทยตัวแรก ที่เพิ่งลืมตาดูโลก อวดโฉมให้เด็ก ๆ มาชื่นชมกัน คุณอาคม มณีกุล ผอ.สำนักพัฒนากายภาพและจัดการสิ่งแวดล้อม (ผู้จัดการโครงการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนจัดแสดงที่ดูแลสัตว์นกกระเรียน ในสวนสัตว์ขนาดเล็ก Mini Zoo ธัญบุรี แจ้งว่า ได้เกิดสมาชิกใหม่เป็นลูกนกกระเรียนพันธุ์ไทย ยังไม่ทราบเพศ ซึ่งเกิดจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์นกกระเรียนที่มีเพียง 1 คู่ที่ทุ่งรังสิต  เป็นลูกนกกระเรียนตัวแรกของทุ่งรังสิต หลังจากที่นกพันธุ์นี้หายสาบสูญจากทุ่งรังสิตไปนานกว่า 100 ปี โดยทางสวนสัตว์พร้อมที่จะโชว์ความน่ารักน่าชังให้กับประชาชน ที่เดินทางมาท่องเที่ยวภายในสวนสัตว์ Mini Zoo ธัญบุรี ฟรีไม่เสียค่าผ่านประตู

พาลูกเที่ยว ปิดเทอม ธัญบุรี Mini Zoo

พิกัด สถานที่ : พื้นที่คลองหก ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี บนที่ดินพระราชทานจำนวน 300 ไร่ โทร. 02 577 5222

เวลาเปิด-ปิด : สอบถามเพิ่มเติมตามวันและเวลาราชการ

#2 ตลาดโอ๊ะป่อย

ตลาดโอ๊ะป่อย แหล่งท่องเที่ยว ตักบาตร ถ่ายรูปสวย อร่อยกับอาหาร กิจกรรม DIY ใต้ร่มไม้ ริมลำธาร เป็นแหล่งวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชนชาวสวนผึ้ง ราชบุรี หากคุณพ่อคุณแม่พาลูกมาเที่ยว ปิดเทอม ที่นี่จะได้สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่จริงของชาวกะเหรี่ยง ที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย และเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ไฮไลท์ของที่นี่ คือ บรรยากาศเช้าใส่บาตรพระล่องแพ เป็นการตักบาตรบนแพไม้ จะมีพระสงฆ์บิณฑบาตมาทางน้ำ โดยการถ่อแพไม้ไผ่มา ให้ชาวบ้านได้รอใส่บาตรกันตรงริมน้ำเลย เรียกได้ว่าได้บรรยากาศชิล ๆ ที่หาที่ไหนไม่ได้ แถมยังให้ลูกได้เรียนรู้วัฒนธรรมของไทย ที่นับวัน จะเลือนหายไป นอกจากนั้นยังสามารถเดินชม ช็อปของอร่อย สะอาด ราคามิตรภาพ ในบรรยากาศใต้ร่มไม้ใหญ่ติดแม่น้ำลำภาชีที่ร่มรื่นให้เพลิดเพลินได้อีกด้วย ได้กลิ่นอายอบอุ่น แบบไทย ๆ แบบนี้ลองหาเวลาพาครอบครัวไปสัมผัส ปิดเทอมนี้กันเลยดีไหม

ขอขอบคุณภาพจาก ตลาดโอ๋ะป๋อย
ขอขอบคุณภาพจาก ตลาดโอ๊ะป๋อย

พาลูกเที่ยว ปิดเทอม ตลาดโอ๊ะป่อย
ที่ตั้ง : 
ตรงข้ามวัดป่าท่ามะขาม ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
เบอร์โทรศัพท์ : 064 985 7533
เวลาให้บริการ เสาร์-อาทิตย์ 7.00-14.00น.

#3 มิวเซียมสยาม

พิพิธภัณฑ์ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้และสถานที่ท่องเที่ยวเหมาะสำหรับเด็ก ๆ ในวัยอยากรู้ อยากเห็น ได้มาสัมผัสกับเรื่องราวต่าง ๆ จากนิทรรศการที่จัดแสดง มิวเซียมสยาม ถือเป็นพิพิธภัณฑ์แนวใหม่ที่เปิดประสบการณ์และมุมมองในการชมพิพิธภัณฑ์แบบไม่น่าเบื่ออีกต่อไป โดยมีแนวคิด “Play + Learn = เพลิน” ผ่านสื่อการเรียนรู้ในด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และกิจกรรมสร้างสรรค์ นำเสนอความรู้ต่างๆ ที่กระตุ้นให้เด็ก ๆ เกิดความสงสัย กระหายใคร่รู้มาก เข้าถึงและเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ทำให้ได้ทั้งความรู้และความสนุกแบบเพลิดเพลินไปเรื่อย ๆ ในแต่ละห้องที่จัดแสดง ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์ประกอบไปด้วยนิทรรศการถาวร นิทรรศการหมุนเวียน และกิจกรรมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้การเรียนรู้ประวัติศาสตร์และเรื่องราวต่าง ๆ เป็นไปอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะเด็กไทยได้รู้จักรากเหง้าตนเอง รู้จักเพื่อนบ้าน และรู้จักโลก ทำให้สามารถมาเรียนรู้เรื่องราวใหม่ ๆ ได้ตลอด ซึ่งตอนนี้การเดินทางไปมิวเซียมสยามนั้นก็แสนจะง่าย เพียงแค่ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT ไปลงที่สถานีสนามไชยก็ถึงจุดหมายปลายทางแล้วคะ

พาลูกเที่ยว ปิดเทอม Museum siam
ขอบคุณภาพจาก www.facebook.com/museumsiamfan

พาลูกเที่ยว ปิดเทอม มิวเซียม สยาม
ที่ตั้ง : 4 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ
เบอร์โทรศัพท์ : 02 225 2777
เวลาให้บริการ : วันอังคาร – อาทิตย์ 10.00 – 18.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์)

อ่านต่อ>> ที่เที่ยวปิดเทอม 8 สถานที่น่าพาลูกไปมาก คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

โปรตีน

“ โปรตีน” สารอาหารสำคัญช่วยให้ลูกสมองดี

“โปรตีน” หนึ่งในอาหารหลัก 5 หมู่ ที่คุณแม่คงคุ้นเคยกันดีว่ามีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและเป็นสารอาหารที่เติมเต็มพลังงานในแต่ละวัน แต่คุณแม่หลายๆ ท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า โปรตีน นั้นยังจำเป็นและสำคัญต่อพัฒนาการและการทำงานของระบบประสาทและสมองของเด็กๆ อีกด้วย โดยเฉพาะเด็กในวัย 5-12 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยกำลังเจริญเติบโตและอยู่ในวัยเรียน ร่างกายมีพัฒนาการทั้งทางร่างกายและสมอง  ดังนั้นจึงจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่เพียงพอโดยเฉพาะโปรตีน ซึ่งจัดเป็นสารอาหารหลักที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับในทุก ๆ วัน

 

ปัญหาที่คุณแม่พบได้บ่อยและเป็นกังวลของเด็กที่อยู่ในวัย 5-12 ปี คือการที่ลูกได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย รับประทานอาหารไม่ครบ  5 หมู่ ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ มาจากพฤติกรรมการเลือกรับประทานอาหาร หรือเบื่ออาหาร เพราะเด็กในช่วงวัยนี้จะเป็นวัยที่เขาสามารถคิด และเลือกได้เองแล้วว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ซึ่งแน่นอนว่าพฤติกรรมการบริโภคเช่นนี้ ส่งผลให้ร่างกายเสี่ยงต่อการได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของร่างกายและสมองเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะโปรตีนซึ่งเป็นสารอาหารที่ร่างกายไม่สามารถเก็บสะสมในร่างกายได้เหมือนอย่างคาร์โบไฮเดรตและไขมัน  ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ลูกของคุณจะต้องได้รับโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวันเพื่อให้เค้าได้มีพื้นฐานทางร่างกายที่ดี ตลอดจนพัฒนาการทั้งทางร่างกายและสมองที่สมวัย

โปรตีน

แล้วในแต่ละวันเด็กต้องการโปรตีนเท่าไหร่ถึงเพียงพอ?

อีกหนึ่งเรื่องเกี่ยวกับ โปรตีน ที่คุณแม่อาจยังไม่ทราบคือ เด็กนั้นต้องการโปรตีนในปริมาณที่มากกว่าผู้ใหญ่หากเทียบกับน้ำหนักตัวที่เท่ากันต่อ 1 กิโลกรัม เด็กต้องการโปรตีนโดยเฉลี่ยในปริมาณ 1.1-1.2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ในขณะที่ผู้ใหญ่นั้นต้องการโปรตีนเพียง 0.8 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

นั่นก็เพราะว่าทั้งสมองและร่างกายของเด็กกำลังมีการเจริญเติบโตอย่ารวดเร็ว

ทราบอย่างนี้แล้ว คุณแม่อย่าลืมคำนวนปริมาณโปรตีนต่อน้ำหนักตัวของลูกน้อย เพื่อให้แน่ใจว่าเขาได้รับในปริมาณที่เพียงพอในแต่วันกันนะคะ

โปรตีน

จะเกิดอะไรขึ้น หากลูกได้รับโปรตีนไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต

คุณแม่คงทราบกันดีว่าโปรตีนนั้นมีอยู่ในแหล่งอาหารประเภทเนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่ว ฯลฯ และเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของสมอง และร่างกาย ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าหากได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ จะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทั้งทางร่างกาย และสมอง ตลอดจนการเรียนรู้ของลูกอย่างแน่นอน

เด็กที่มีภาวะขาดโปรตีนจะส่งผลให้ ร่างกายเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามพัฒนาการตามช่วงวัย ในส่วนของการทำงานของระบบประสาท การขาด โปรตีน อาจส่งผลทำให้เซลล์สมองมีขนาดเล็กลง  และทำให้ประสิทธิภาพของสารสื่อประสาทภายในสมองทำงานได้น้อยลง  ทำให้เด็กๆ ขาดสมาธิในการเรียนรู้ และส่งผลกระทบต่อสมาธิและความจำของเด็กๆ ได้เช่นกัน

โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญที่ไม่ได้แค่ช่วยทำให้ร่างกายของลูกเจริญเติบโตสมวัยเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญต่อระบบภายในร่างกายอื่นๆ อีกด้วย นั่นคือ…

  • ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างให้กลับมาสมบูรณ์ และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยในการสร้างระบบภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกาย ดังนั้นหากขาดโปรตีน อาจทำให้เด็กเจ็บป่วยได้ง่าย
  • มีหน้าที่สร้างมวลกล้ามเนื้อ สังเคราะห์ฮอร์โมน เอนไซน์ให้กับร่างกาย
  • มีหน้าที่สร้างสารสื่อประสาทในสมองให้มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมศักยภาพด้านความจำและการเรียนรู้

เด็กๆ ต้องกินอย่างไร ร่างกายถึงจะไม่ขาดสารอาหาร

ครอบครัวไหนที่ลูกๆ กำลังอยู่ในช่วงวัยกำลังโต การดูแลให้เด็กๆ ได้รับโภชนาการที่ดี ได้รับสารอาหารครบถ้วนจากอาหาร 5 หมู่ เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมาเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะอาหารในกลุ่ม ‘โปรตีน’ ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อทั้งร่างกาย และสมองของเด็กๆ อย่างมาก

โปรตีนที่รับประทานเข้าสู่ร่างกาย เมื่อถูกย่อยจะกลายเป็นกรดอะมิโน(Amino Acid) ซึ่งกรดอะมิโนจะย่อยสลายเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของโปรตีนจะช่วยกระตุ้นให้สมองทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์  มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้  ดังนั้นคุณแม่จึงควรให้ลูกได้รับประทานโปรตีนที่หลากหลายต่อมื้ออาหารในแต่ละวัน เพื่อให้พัฒนาการด้านร่างกาย รวมถึงระบบประสาทและสมองของลูกเจริญเติบโต แข็งแรง สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

สำหรับโปรตีนที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมีอยู่ 2 ชนิด คือ…

  • โปรตีนจากพืช ส่วนใหญ่ได้จากถั่วเหลือง มีสารไอโซฟลาโวนช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง พบมาก ในถั่วเหลือง ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องเซลล์สมองไม่ให้ถูกทำลาย
  • โปรตีนจากสัตว์ ได้จาก เนื้อสัตว์ ไข่ นม มีจุดเด่นตรงที่มีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วน ทั้ง 9 ชนิด   ร่างกายจึงดูดซึม และนำไปใช้ได้ดี เหมาะสำหรับเด็กที่กำลังเจริญเติบโต โปรตีนจากสัตว์จึงเป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายขาดไม่ได้

เด็กๆ ที่อยู่ในวัยกำลังโต ไม่ใช่แค่กินอิ่มแล้วนอนหลับเท่านั้น แต่ยังต้องเรียนหนังสือ มีกิจกรรมระหว่างวัน เช่น การออกกำลัง เล่นกีฬา เรียนดนตรี เรียนพิเศษ เป็นต้น จึงจำเป็นมากๆ ที่จะต้องได้รับสารอาหารครบถ้วนในปริมาณที่สมดุลกัน

โปรตีน

สำหรับคุณแม่ที่กังวลว่าลูกจะได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ แนะนำว่าในเด็กวัยกำลังโตแบบนี้ ลองมองหาวิธีเสริมโปรตีนให้ลูกน้อยด้วยทางเลือกดีดีอย่างเครื่องดื่มโปรตีนชนิดผงก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะเสริมโปรตีนให้ลูกรักในทุกๆ วันได้ง่ายๆ อย่าง ‘PROTTIE’ (พรอตตี้) เครื่องดื่มโปรตีนรสช็อกโกแลตที่มีส่วนประกอบของโปรตีนคุณภาพจากนมและถั่วเหลืองถึง 5,000 มก. มาพร้อมวิตามิน บี12 สูง และ แคลเซียมสูง ถึง 60% ของปริมาณที่แนะนำให้รับประทานต่อวัน (Thai RDI) และยังมีวิตามินและแร่ธาตุรวม 15 ชนิด  ที่ล้วนแต่เป็นสารอาหารที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อร่างกาย   ที่สำคัญมีรสชาติอร่อย ดื่มง่ายที่จะช่วยทำให้เด็กๆ ชอบรับประทาน ด้วยรสชาติที่หอมอร่อยจากช็อกโกแลตเข้มข้น ผสมผสานกับนมผงแท้ ทำให้มีรสชาติอร่อยกลมกล่อมยิ่งขึ้น พร้อมคุณประโยชน์มากมาย ที่รับรองว่าถูกใจกันทั้งคุณแม่และเด็กๆอย่างแน่นอนค่ะ

หากคุณพ่อคุณแม่สนใจจะเสริมโปรตีนคุณภาพด้วยเครื่องดื่มรสชาติอร่อยถูกใจลูกๆ ก็สามารถสั่งซื้อ PROTTIE (พรอตตี้) ได้แล้วที่ Lazada และ Shopee

Lazada:  http://bit.ly/37JsJB4

Shopee: https://bit.ly/2O5g8zu

และอย่าลืมเสริมสิ่งดีดีให้ลูกในทุกๆวันนะคะ

หรือสามารถติดตามประโยชน์ดีๆเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/ProttieThailand/

โปรตีนสารอาหารสร้างพลังสมอง

ในวันที่รีบเร่ง คุณลืมสารอาหารสำคัญสำหรับสมองของลูกหรือเปล่า

โปรตีนสารอาหารมหัศจรรย์สำหรับสมอง ช่วยพัฒนาระบบสื่อประสาทและความจำของลูกสมองของลูกมีเซลล์ประสาทหลายร้อยชนิดที่ทำงานร่วมกัน เซลล์ประสาทในสมองจะพัฒนาและมีการสื่อสาร ภายในเซลล์อยู่ตลอดเวลา  ทำหน้าที่ ช่วยพัฒนา IQ หรือเชาวน์ปัญญา ควบคุมอารมณ์ ระบบการทำงานของเซลล์ประสาท จะต้องอาศัยโปรตีนทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรับส่งข้อมูล ทำให้สมองมีประสิทธิภาพ สามารถรับรู้ข้อมูลได้ดี ทำให้การส่งข้อมูลถึงกันระหว่างเซลล์ประสาทภายในสมอง ทำงานด้วยกันอย่างมีความแม่นยำ และ รวดเร็ว  ซึ่งการเชื่อมต่อข้อมูลถึงกันระหว่างเซลล์ประสาทภายในสมองนี้จะมีความคมชัด และมีประสิทธิภาพดีเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับคุณภาพของโปรตีนจากอาหารที่ลูกรับประทานในแต่ละวัน

 

โปรตีนสารอาหารสร้างพลังสมอง

โปรตีนเป็นสารอาหารที่สร้างจากโมเลกุลของกรดอะมิโน หลังจากร่างกายได้รับอาหารที่เป็นแหล่งของโปรตีนคุณภาพดี เช่น หมู ไก่ ไข่ ปลา ถั่วเหลือง และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของโปรตีน ฯลฯ โปรตีนในอาหารจะถูกย่อยและดูดซึมกลายเป็นกรดอะมิโน  กระบวนการทำงานของร่างกายจะนำกรดอะมิโน ซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของโปรตีนมาสร้างเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ในอวัยวะต่างๆ เช่น กล้ามเนื้อ หัวใจ สมอง เส้นผม เล็บ  เม็ดเลือด นอกจากนี้ยังเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์และฮอร์โมน ทำหน้าที่ควบคุมระบบการทำงาน ต่างๆ ของร่างกาย  ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ สร้างมวลกล้ามเนื้อ ช่วยป้องกันโรค เสริมสร้างสุขภาพที่ดี ทำให้ร่างกายของลูกแข็งแรง เตรียมพร้อมสำหรับพัฒนาการก้าวต่อไปในทุกช่วงวัย

โปรตีนสารอาหารสร้างพลังสมอง

มั่นใจได้อย่างไรว่าลูกของคุณได้รับโปรตีนเพียงพอ

ถึงแม้จะเห็นลูกกินอาหารได้ดี แต่ถ้าพลังงานส่วนใหญ่มาจากขนมขบเคี้ยว หรือของหวานที่มีสารอาหารต่ำ อาจทำให้ร่างกายของลูกได้รับพลังงานส่วนเกิน แต่ขาดสารอาหารที่จำเป็นอื่นๆ โดยเฉพาะโปรตีนซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อทั้งสมองและร่างกายของเด็ก หากร่างกายได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ จะทำให้ลูกเหนื่อยง่าย  ไม่ร่าเริง ขาดสมาธิ ซึ่งภาวะขาดโปรตีนจะส่งผลโดยตรงต่อทั้งร่างกาย และ สมอง  ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ ส่งผลเสียต่อการทำงานของร่างกายทั้งระบบ ทำให้เซลล์สมองมีขนาดเล็กลง ส่งผลทำให้ประสิทธิภาพของสารสื่อประสาทภายในสมองทำงานได้น้อยลง  ทำให้ขาดสมาธิในการเรียนรู้ และอาจมีพัฒนาการที่ช้ากว่าปรกติ

 

โปรตีนสารอาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และความสมดุลของอารมณ์

ถ้าลูกได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ นอกจากจะทำให้มวลกล้ามเนื้อลดน้อยลงแล้ว การขาดโปรตีนยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบภูมิต้านทานโรค  เพราะการสร้างภูมิคุ้มกันโรคต้องอาศัยโปรตีน มาช่วยซ่อมแซมและสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ถ้าภูมิต้านทานโรคลดลงจะทำให้ลูกเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าปรกติ เช่นเป็นหวัดบ่อย  รู้สึกอ่อนเพลียง่าย นอกจากนี้ยังทำให้ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ลดน้อยลง ส่งผลให้รู้สึกฉุนเฉียวและหงุดหงิดง่าย  ซึ่งอาจกระทบต่อระดับสติปัญญา รวมถึงสุขภาพทางกายและใจของเด็กได้

 

โปรตีนสารอาหารสร้างพลังสมอง

โปรตีนสร้างและย่อยสลายทุกวัน ร่างกายจึงต้องเติมเต็มโปรตีนให้เพียงพอต่อวัน

เพราะร่างกายมีกระบวนการสร้างกล้ามเนื้อและสลายมวลกล้ามเนื้อทุกวัน รวมทั้งไม่สามารถเก็บสะสมโปรตีนไว้ใช้ได้เหมือนอย่างคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ดังนั้นปัญหาที่พบส่วนใหญ่คือ การได้รับอาหารประเภทโปรตีนไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ทำให้มวลกล้ามเนื้อต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน  ประกอบกับ โปรตีนในกล้ามเนื้อจะ มีการสลายและสร้างใหม่ตลอดเวลา การรับประทานอาหารให้ถูกวิธี มีปริมาณโปรตีนเพียงพอจึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างกล้ามเนื้อทดแทนที่สลายไปในทุกวัน  แต่หากรับประทานโปรตีนน้อย จะส่งผลทำให้มวลกล้ามเนื้อลดน้อยลง การผลิตเซลล์ภูมิคุ้มกันลดลง เจ็บป่วยง่าย เป็นแผลหายช้า

 

เด็ก กับ ผู้ใหญ่ใครควรได้รับโปรตีนมากกว่ากัน?                                                             

ช่วงวัยที่แตกต่างกันร่างกายก็ต้องการโปรตีนในปริมาณที่ต่างกันด้วย วัยทารก และวัยเด็ก เป็นวัยที่ร่างกายต้องการโปรตีนปริมาณมากกว่าวัยผู้ใหญ่ เหตุผลคือวัยเด็กเป็นวัยที่อวัยวะต่างๆภายในร่างกายกำลังเจริญเติบโต มีการสร้างเซลล์กล้ามเนื้อจำนวนมาก ซึ่งร่างกายจะเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ได้ เด็กต้องได้รับสารอาหารต่างๆ ตลอดจนปริมาณโปรตีนที่เหมาะสม และเพียงพอกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน เพราะร่างกายของเรามีกระบวนการสร้างกล้ามเนื้อและสลายมวลกล้ามเนื้อออกไปทุกวัน

โปรตีนสารอาหารสร้างพลังสมอง

ความต้องการโปรตีนในแต่ละช่วงอายุแตกต่างกัน ดังต่อไปนี้ ทารกต้องการโปรตีนวันละ 2-3 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 ก.ก  เด็กวัย 5-12ปี ต้องการโปรตีนเฉลี่ยวันละ 1.1-1.2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม จากนั้นความต้องการโปรตีนจะลดลงเหลือ 0.8 กรัมต่อน้ำหนักต่อ 1 กิโลกรัม เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นหรือเมื่อมีอายุ 19 ปี ขึ้นไป

โดยในวัยเด็กเป็นวัยที่ร่างกายต้องได้รับโปรตีนคุณภาพดี ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อนำมาเสริมสร้างการเจริญเติบโต  ซ่อมแซมเซลล์ ทำให้เซลล์สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมพัฒนาการด้านการเรียนรู้ และช่วยทำให้มีความจำที่ดี  ป้องกันภาวะขาดโปรตีน ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโต และระดับสติปัญญา

สำหรับเด็กในช่วงวัย 5-12 ปี  ซึ่งเป็นวัยที่เริ่มเข้าโรงเรียนและทำกิจกรรมมากมาย จึงควรได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอ คุณแม่สามารถคำนวณปริมาณโปรตีนที่ลูกควรได้รับใน 1 วันง่ายๆด้วยการนำปริมาณโปรตีนที่เด็กต้องการ (1.1-1.2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) มาคูณกับน้ำหนักตัว เช่น หากเด็กหนัก 20 กิโลกรัม ปริมาณโปรตีนที่เขาควรได้รับต่อวันจะเท่ากับ 20 x 1.1 = 22 กรัม

ทั้งนี้โดยเฉลี่ยแล้ว เด็กช่วงอายุ 5-8 ปีควรได้รับโปรตีนคุณภาพดี วันละ 25-30 กรัม  และสำหรับเด็กช่วงอายุ 9-12ปี ควรได้รับโปรตีนคุณภาพดีวันละ 30-40 กรัม ซึ่งโปรตีนคุณภาพดีควรได้มาจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ปลา และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของโปรตีน

 

ปริมาณอาหารกับคุณค่าโภชนาการที่สมดุล

การรับประทานอาหารปริมาณมาก ไม่ได้หมายความว่าร่างกายจะได้รับสารอาหารเพียงพอ เด็กวัย 5-12 ปี เป็นวัยช่างเลือก  และจะลอกเลียนการรับประทานอาหารของผู้ใหญ่ในครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ควรเป็นแบบอย่างในการสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่ดี  ทุกมื้อควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ และมีปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงาน โปรตีนและสารอาหารอย่างเพียงพอต่อพัฒนาการสมอง และการเจริญเติบโตตามวัยของลูก  การดูปริมาณอาหารที่รับประทานเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ลูกได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ   ดังนั้นคุณแม่จึงควรหมั่นสังเกตการบริโภคอาหารของลูกด้วย ให้เขารับประทานเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดหนังและมัน อย่างน้อยมื้อละ 2 ช้อนโต๊ะ(30กรัม)  ซึ่งจะมีโปรตีนประมาณ 7 กรัม  นอกจากนี้ควรถามลูกเสมอเรื่องปริมาณการรับประทานอาหารกลางวันที่โรงเรียน  เพื่อประเมินว่าลูกได้รับสารอาหารเพียงพอหรือไม่  ถ้ารับประทานได้น้อย หรือไม่ได้สัดส่วนที่เหมาะสมระหว่าง คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน คุณแม่ควรจัดอาหารทดแทนทันที ไม่ต้องรอให้ถึงมื้อต่อไป อาจเป็นอาหารว่างที่มีโปรตีนและสารอาหารที่ดีต่อสมอง เช่นเครื่องดื่มที่ดื่มง่าย และมีรสชาติอร่อย  เพราะถ้าลูกได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ หรือได้รับโปรตีนด้อยคุณภาพ ในระยะยาวอาจเกิดภาวะขาดโปรตีนซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการของร่างกายและสมอง ดังนั้นเพื่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตที่ดี เด็กควรรับประทานอาหารหลักวันละ 3 มื้อ  และมีอาหารว่างวันละ 1-2 มื้อ

ตัวอย่างเมนูอาหาร 1 วัน สำหรับเด็กในช่วงอายุ  5-12 ปี

มื้อ

ชนิดอาหาร

ปริมาณ

เช้า

ข้าวต้มกุ้ง

น้ำส้มคั้นสด

กุ้ง3-5 ตัวขนาดกลาง

150 มิลลิลิตร

อาหารว่าง

เครื่องดื่มเพิ่มโปรตีน

1 แก้ว

กลางวัน

ข้าวสวย

ไข่เจียว

แกงจืดตำลึงหมูสับ

แตงโม

1-2 ทัพพี

1 ฟอง

หมูสับ1-2 ช้อนโต๊ะ

3-4 ชิ้นพอคำ

อาหารว่าง

เครื่องดื่มเพิ่มโปรตีน

1 แก้ว

เย็น ข้าวสวย

ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว

แกงจืดผักกาดขาวไก่ฉีก

มะละกอสุก

1-2ทัพพี

30-60 กรัม

ไก่ 15 กรัม

3-4 ชิ้นพอคำ

 

Meal Plan กลยุทธ์เสริมสร้างพัฒนาการสมองของลูกรัก

การวางแผนรับประทานอาหารให้ลูกล่วงหน้าทุกมื้อ จะช่วยให้คุณแม่มั่นใจได้ว่า ลูกจะได้รับพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วนในทุกๆวัน  เพราะสมองและพัฒนาการของเด็กทำงานตลอดเวลา ไม่มีวันหยุด คุณแม่ควรเน้นความสำคัญของอาหารเช้า ซึ่งเป็นมื้อแรกของวัน ร่างกายควรเริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาหารที่ดี มีโปรตีน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายและสมอง  เพื่อให้ลูกพร้อมสำหรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในทุกวัน  และอย่าลืมจัดอาหารระหว่างมื้อ โดยเลือกอาหารที่มีประโยชน์แทนขนมกรุบกรอบด้วยนะคะ

โปรตีนสารอาหารสร้างพลังสมอง

แต่หากคุณแม่ไม่มั่นใจว่าลูกจะได้รับสารอาหารที่เพียงพอโดยเฉพาะโปรตีนในแต่ละมื้อ คุณแม่สามารถเสริมโปรตีน และสารอาหารที่จำเป็นอื่นๆให้กับลูกน้อยได้ง่ายๆ ด้วย “พรอตตี้”  เครื่องดื่มโปรตีนชนิดผงรสช็อกโกแลต ที่มีปริมาณโปรตีนถึง 5,000 มิลลิกรัม  จาก 2 แหล่งโปรตีนคุณภาพดีที่ผสานความลงตัวจากทั้งนมและถั่วเหลืองไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมสูง ที่นอกจากช่วยทำให้กระดูกและฟันแข็งแรงแล้ว  ยังมีส่วนช่วยทำให้ลูกมีส่วนสูงที่สมวัย โดยใน Prottie (พรอตตี้) 1 ซอง  มีปริมาณของแคลเซียมถึง 500 มิลลิกรัม ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณแคลเซียมที่ได้จากการดื่มนมถึง 2 แก้ว  และมีวิตามินบี 12  ซึ่งเป็นวิตามินผู้พิทักษ์สมองไม่ให้ถูกทำลาย ช่วยเสริมสร้างความจำ  โดยใน Prottie (พรอตตี้) 1 ซอง มี ปริมาณวิตามิน บี12 ต่อหนึ่งหน่วยบริโภคสูงถึง 60 % ของร้อยละปริมาณที่แนะนำให้รับประทานต่อวัน นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุอื่นๆ รวม 15 ชนิด ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและสมองของลูก จึงจัดเป็นเครื่องดื่มทางเลือกใหม่ที่ช่วยเสริมโปรตีนและสารอาหารที่จำเป็นต่อลูกน้อยเพื่อพัฒนาการที่ดีของเขา

PROTTIE

คุณพ่อคุณแม่ท่านใด สนใจอยากเสริมโปรตีนคุณภาพและเติมเต็มสารอาหารอื่นๆให้ลูกในทุกวัน อย่าลืมเสริมด้วย PROTTIE (พรอตตี้) นะคะ สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้แล้วที่

Lazada: http://bit.ly/35I2PMf 

Shopee: https://bit.ly/2O5g8zu

หรือสามารถติดตามประโยชน์ดีๆเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/ProttieThailand/

 

 

 

 

ผลวิจัยล่าสุดจากผู้เชี่ยวชาญด้านสมองระดับโลกชี้ สฟิงโกไมอีลิน ในนมแม่ มีส่วนช่วยสร้างให้ลูกสมองดี เรียนรู้ไว

คุณพ่อคุณแม่ คงได้ยิน ชื่อของ สฟิงโกไมอีลินมากันบ้างแล้ว แต่อาจจะมีคุณพ่อคุณแม่บางคนสงสัยว่า สฟิงโกไมอีลิน คืออะไร มีความสำคัญกับลูกน้อยอย่างไรกันบ้าง ซึ่งเราได้มีโอกาสไปคุยกับศาสตราจารย์ ฌอน ดีโอนี จาก Brown University ที่บินตรงจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่จะมาช่วยไขความลับว่าทำไมคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่จึงไม่ควรมองข้ามสารอาหารชนิดนี้

ความเป็นมาเป็นไปของ สารอาหารที่ชื่อว่า สฟิงโกไมอีลิน

ศาสตราจารย์ฌอน ดีโอนี ศาสตราจารย์ จาก Brown University ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมกันนี้ท่านยังเป็นผู้อำนวยการแผนกวิจัยเครื่องสร้างภาพสนามแม่เหล็ก (MRI) สำหรับผู้หญิงและเด็ก โรงพยาบาล โรดส์ ไอแลนด์ อีกทั้งยังมีผลงานตีพิมพ์เอกสารทางวิชาการมากกว่า 69 ผลงาน และมีหนังสือที่ร่วมเขียนกว่า 10 เล่ม โดยเป็นการศึกษาเกี่ยวกับสมองเฉพาะของเด็ก รวมไปถึงยังได้รับทุนการวิจัยจากสถาบันวิจัยสุขภาพแห่งชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ National Institutes of Health  (NIH) กว่าอีก 20 ล้านเหรียญสหรัฐด้วย

ซึ่งการศึกษาวิจัยที่ทางศาสตราจารย์ฌอนเน้นหนัก คือ ทารกจะโตขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ และสุขภาพดีได้อย่างไร ซึ่งการศึกษาของท่านก็จะมีการศึกษาความสัมพันธ์ของยีน โภชนาการที่เด็กๆและคุณแม่ได้รับ รวมไปถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างคุณพ่อคุณแม่และเด็ก โดยเป็นการศึกษาแบบองค์รวมว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อการพัฒนาของเด็ก และทำอย่างไรจึงจะดีขึ้น การที่ท่านให้ความสำคัญกับเด็ก โดยเฉพาะทารก เพราะทารกในวันนี้ คือผู้ใหญ่ในวันหน้า ท่านจึงเริ่มศึกษาจากสมองที่ทำงานผิดปกติก่อน ว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่สามารถพัฒนาได้มากขึ้น

โดยเปรียบเทียบง่ายๆเหมือนกับการสร้างบ้าน ถ้าโครงสร้างบ้านยังไม่เสร็จ หากเราต้องการย้ายสวิตช์  ย้ายเฟอนิเจอร์ต่างๆเราสามารถทำได้เลย ดังนั้นการเรียนรู้และการพัฒนาตั้งแต่แรกเริ่มตอนเป็นทารก จึงสามารถทำได้สมบูรณ์มากขึ้น ดีกว่าเราจะมาโฟกัสในช่วงที่การพัฒนาสมองเสร็จสิ้นไปแล้ว  จุดเริ่มต้นการวิจัยของศาสตราจารย์ฌอน จึงมี 2 หัวข้อหลักๆ เรื่องแรกคือ เรื่องของความสัมพันธ์ หรือปัจจัยแวดล้อมต่างๆที่ช่วยให้ทารกพัฒนาขึ้นได้ในช่วงแรก ศึกษาในเรื่องของความสัมพันธ์ และสภาพแวดล้อม ทั้งคุณภาพอากาศ ระยะเวลาการนอน รวมไปถึงโภชนาการ 

 ซึ่งการศึกษานี้เป็นการศึกษาแรกโดยดูในเรื่องของภาพรวมการวิจัยของผมจะทำการติดตามเด็ก 1,500 คน ซึ่งเด็ก 500 คน มีการเก็บข้อมูลตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์จนกระทั่งเด็กคลอดและติดตามต่อมา ส่วนเด็กอีก 1,000 คนเข้าร่วมการศึกษาตั้งแต่อายุน้อยกว่า 6 เดือนและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ส่วนอีกการศึกษาเป็นการศึกษาเฉพาะโฟกัสเรื่องของโภชนาการที่มีผลต่อการพัฒนาสมอง จึงศึกษาลงลึกต่อไปอีกว่า ในนมแม่ มีโภชนาการอะไรบ้าง ที่มีส่งผลดังกล่าว โดยเป็นการศึกษากลับไปยังคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกอยู่ในกลุ่มวัยรุ่น ว่าช่วงที่พวกเขาเป็นทารกมีการให้นมแม่มากน้อยแค่ไหน จากการศึกษาที่ค้นพบจากข้อมูลทั้งหมดพบว่า ทารกที่ได้รับนมแม่อย่างเดียวในช่วงแรกของชีวิต มีอัตรา การสร้างไมอีลินสูงกว่าเด็กที่ไม่ได้รับนมแม่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งในการพัฒนาสมอง เพราะช่วยเพิ่มการสื่อสารและเชื่อมโยงของสมอง (Brain Connection) ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ รวมทั้งสติปัญญาที่เพิ่มขึ้นอย่างถาวร

ทั้งนี้โดยตัวของสมองเองจะมีการสร้างไมอีลินจากโภชนาการต่างๆ โดยเฉพาะ นมแม่ เป็นตัวช่วยในการสร้างปลอกไมอีลินให้มากขึ้น และเร็วขึ้น ซึ่งไมอีลินช่วยให้การทำงานของสมองแต่ละส่วนสัมพันธ์กัน เซลล์ในสมองประสานงานและทำงานกันได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามในสมัยก่อน เชื่อกันว่า สมองแต่ละส่วน แต่ละด้านทำงานแยกกัน แต่ในความเป็นจริง สมองทุกส่วนทำงานเชื่อมกันหมด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการมอง การขยับตัว  การฝึกเดิน ทุกอย่างต้องสัมพันธ์กัน ซึ่งเด็กจะทำได้เร็วหรือช้านั้น ขึ้นอยู่กับว่า มีไมอีลินที่เยอะ และทำงานได้ดีมากน้อยแค่ไหน

ซึ่งศาสตราจารย์ฌอนได้มีผลวิจัยด้วยการสแกนสมองผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI นั้น ทำให้ทราบว่า สฟิงโกไมอีลิน ที่อยู่ในนมแม่นั้นสำคัญต่อการพัฒนาสมองของเด็ก โดยผลวิจัยพบว่า สฟิงโกไมอีลิน หนึ่งในสารอาหารสำคัญในการสร้างไมอีลิน ซึ่งพบมากในนมแม่นั้น เป็นโครงสร้างพิเศษที่ทำให้สมองทำงานได้เร็วขึ้น และส่งผลต่อศักยภาพการเรียนรู้และสติปัญญาของเด็ก สมองเด็กที่มีไมอีลินมากกว่าจะเรียนรู้ได้ไวกว่า โดยเฉพาะเด็กที่ได้รับนมแม่จะมีการสร้างไมอีลินที่มากกว่า ส่งผลให้สติปัญญา สูงกว่าเด็กที่ไม่ได้รับนมแม่

สฟิงโกไมอีลิน หนึ่งในสารอาหารสำคัญเพื่อพัฒนาการสมองลูกที่สร้างได้ตั้งแต่ในครรภ์
ช่วง 6-9 เดือน ดังนั้น 1,000 วันแรกของชีวิต (เริ่มปฏิสนธิ 2 ปี)จึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมาก ในช่วงนี้สมองของลูกน้อยจะพัฒนาได้สูง และเร็วที่สุด  สมองของเขาจะพัฒนา และสร้างเซลล์ต่างๆขึ้นมาใกล้เคียงกับสมองของผู้ใหญ่ ซึ่งไมอีลิน ถือเป็นพื้นฐานในการทำงานของสมองในแต่ละส่วน โดยมีการสร้างอย่างมากใน 1,000 วันแรกของชีวิต ช่วยส่งผลต่อพัฒนาการทางความคิด การเรียนรู้ของเด็ก ทำให้ทักษะการเรียนรู้ดีขึ้น และเร็วขึ้นได้ในอนาคต คุณแม่มือใหม่จึงควรใส่ใจโภชนาการ (โดยเฉพาะกินอาหารที่มีสฟิงโกไมอีลินเยอะๆ) เน้นหนักไปนมแม่ หรือ ไข่ ครีม ชีส และการเลี้ยงดูทารกในช่วงเวลานี้เป็นอย่างมาก

ข้อมูลของสมอง และสฟิงโกไมอีลิน
รู้มั้ยว่า สมองประกอบด้วย ไขมันถึง 60% (ในกรณีที่ตัดน้ำออก) ไขมัน เป็นส่วนประกอบของไมอีลินในสมอง เส้นใยประสาทที่มีไมอีลิน จะมีการส่งสัญญาณประสาทเร็วกว่าที่ไม่มีไมอีลินถึง60 เท่า สฟิงโกไมอีลิน เป็นหนึ่งในสารอาหารสำคัญในการสร้างไมอีลินสฟิงโกไมอีลินพบมากในนมแม่

ทำฟันฟรี 2562

เปิดรายชื่อสถานที่ “ทำฟันฟรี 2562” วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ

ในวันที่ 21 ตุลาคม 2562 ซึ่งตรงกับวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ สถานพยาบาลต่าง ๆ จึงมีโครงการ ทำฟันฟรี 2562 ขึ้นมาเพื่อให้บริการกับประชาชน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

เปิดรายชื่อสถานที่ “ทำฟันฟรี 2562” วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ

วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี ตามสถานพยาบาลต่าง ๆ จะจัดโครงการ ทำฟันฟรี 2562 ขึ้นมา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า ซึ่งในแต่ละสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการนี้ ก็ได้จัดให้มีการตรวจรักษาฟัน อุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน ผ่าฟันคุด ขัดฟัน เคลือบฟลูออไรด์ ฯลฯ ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น จะมีสถานพยาบาลไหนบ้าง และมีเงื่อนไขอะไรกันบ้าง ทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้รวบรวมข้อมูลมาไว้ที่นี่แล้วค่ะ

  1. คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ขอเชิญเข้ารับบริการทางทันตกรรมฟรี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ (1 คน ต่อ 1 การรักษา)

ในวันที่ 21 ตุลาคม 2562 ณ โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (พญาไท) และ โรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ศาลายา)

สถานที่ : ณ โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา (พญาไท)

รับผู้ใหญ่ 1500 ราย
เริ่มแจกบัตรคิว เวลา 06.30 น. – จนกว่าบัตรคิวจะหมด
เริ่มรับการรักษา เวลา 08.00 – 15.00 น.

รับเด็ก 200 ราย
เริ่มแจกบัตรคิว เวลา 07.00 น. – จนกว่าบัตรคิวจะหมด
เริ่มรับการรักษา เวลา 08.00 – 15.00 น.

สถานที่ : ณ โรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ศาลายา)

รับผู้ใหญ่ 350 ราย
เริ่มแจกบัตรคิว เวลา 06.45 น. – จนกว่าบัตรคิวจะหมด
เริ่มรับการรักษา เวลา 08.00 – 12.00 น.

รับเด็ก 50 ราย
เริ่มแจกบัตรคิว เวลา 06.45 น. – จนกว่าบัตรคิวจะหมด
เริ่มรับการรักษา เวลา 08.00 – 12.00 น.

ทำฟันฟรี มหิดล
ทำฟันฟรี มหิดล

2. คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนี เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ จัดโครงการ “ทำฟันฟรี 2562” ในวันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 8.00 น.

ณ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถ.อังรีดูนังต์ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

หมายเหตุ เปิดรับบัตรคิวตั้งแต่เวลา 6.30 น. เป็นต้นไป

สำหรับผู้ที่อายุต่ำว่า 20 ปี ที่ต้องการถอนผ่าฟันคุด/ถอนฟัน ท่านสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มยินยอมการผ่าฟันคุดได้ที่ link ด้านล่าง

Download | แบบฟอร์มยินยอมการผ่าฟันคุด |

ทำฟันฟรี จุฬา
ทำฟันฟรี จุฬา

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ เปิดรายชื่อสถานที่ “ทำฟันฟรี 2562” วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ

รู้ได้อย่างไรว่าลูกน้อยเป็น “ภูมิแพ้อากาศ” ?

ภูมิแพ้อากาศ มักเป็นตอนอากาศเปลี่ยนใช่ไหม ใช่ค่ะทุกครั้งที่อุณหภูมิและความชื้นในอากาศมีการเปลี่ยนแปลงอาการภูมิแพ้มักมาทักทายร่างกายได้บ่อยๆ ค่ะ ยิ่งโดยเฉพาะกับเด็กๆ ที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายยังไม่แข็งแรงเท่าผู้ใหญ่ ก็มักจะป่วยแพ้อากาศกันค่ะ แต่ภูมิแพ้อากาศก็ไม่ได้มีสาเหตุมาจากอากาศเท่านั้นนะคะ

ภูมิแพ้อากาศ เกิดจากอะไร ?  

อย่างที่บอกไปค่ะว่า ภูมิแพ้อากาศ หรือที่เรียกว่าโรคภูมิแพ้จมูก (ALLERGIC RHINITIS) สาเหตุหนึ่งมาจากอุณหภูมิและความชื้นในอากาศที่ไปกระตุ้นก่อแพ้ให้กับร่างกาย นอกจากนี้ยังเกิดขึ้นได้จาก…

1. กรรมพันธุ์

โรคภูมิแพ้เด็กๆ มีโอกาสเจ็บป่วยได้สูงถึง 50% ที่ได้รับต่อมาจากคุณพ่อหรือคุณแม่ที่มีประวัติเป็นภูมิแพ้ค่ะ

2. สิ่งแวดล้อม

อากาศเป็นพิษชีวิตจะแย่ สิ่งแวดล้อมทั้งในบ้าน และนอกบ้าน คุณแม่รู้ไหมคะว่าเต็มไปด้วยสารก่อภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเป็น ฝุ่น ควันรถยนต์ ควันบุหรี่ ละอองเกสรดอกไม้ ขนสัตว์ ไรฝุ่น เชื้อราในอากาศ แมลงสาบ ฯลฯ ซึ่งหากเด็กๆ ไปจับสัมผัส กาหายใจเข้าไป ก็มีโอกาสที่จะป่วยเป็นภูมิแพ้อากาศได้ค่ะ

ภูมิแพ้อากาศ

โรคภูมิแพ้จมูกในเด็ก (Allergic Rhinitis) มีอาการอย่างไร ?

คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่เข้าใจว่าลูกๆ เป็นหวัด คัดจมูกเดี๋ยวก็หาย แต่ความจริงแล้วอาการของโรคภูมิแพ้จมูก หรือภูมิแพ้อากาศ มีจุดสังเกตที่แตกต่างไปจากโรคหวัดธรรมดาค่ะ นั่นก็คือ…

  • มีรอยย่นสีคล้ำใต้ตา
  • คัดจมูก น้ำมูกไหล จามบ่อยๆ
  • คันตา เคืองตา ตาบวม น้ำตาไหล
  • หายใจทางปากมากกว่าทางจมูก

โดยอาการเหล่านี้จะเป็นอยู่เกือบตลอดทั้งปี เป็นครั้งนึงก็นานประมาณ 10 วันอาการถึงจะทุเลาลง แล้วก็กลับเป็นขึ้นมาอีกถ้าร่างกายได้รับกระตุ้นจากสารก่อแพ้ค่ะ และที่สังเกตได้ง่ายๆ เลยคือมักจะมีอาการในช่วงเช้าหรือตอนกลางคืน เพราะ 2 ช่วงเวลานี้อากาศจะค่อนข้างเย็นและชื้นนั่นเองค่ะ

ภูมิแพ้อากาศ

โรคภูมิแพ้อากาศจะเห็นว่าไม่ว่าจะผู้ใหญ่ หรือเด็กเล็กๆ ก็ป่วยกันใช่ไหมคะ แต่จริงๆ แล้วเราไม่ควรปล่อยให้ร่างกาย อ่อนแอแล้วเป็นภูมิแพ้กันนะคะ ควรจะรีบรักษา หรือป้องกันไม่ให้เจ็บป่วยจะดีกว่านะคะ โดยเฉพาะกับลูกน้อยหากป่วยเป็นภูมิแพ้อากาศอยู่ตลอดเวลา ก็จะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการการเรียนรู้ ที่อาจทำได้ไม่เต็มที่เท่ากับเด็กๆ คนอื่นที่ร่างกาย   แข็งแรงกว่า ดังนั้นเพื่อให้ลูกน้อยมีพัฒนาการการเรียนรู้ที่สมวัย คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยกันปกป้องลูกจากโรคภูมิแพ้อากาศ ค่ะ นั่นก็คือ…

  1. ให้โภชนาการสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายลูก เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง
  2. ให้ออกกำลังกายทุกวัน หรือ 3 วันต่อสัปดาห์ เด็กๆ ควรได้ วิ่งเล่นกลางแจ้ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ฯลฯ
  3. ให้การนอนพักผ่อนที่เต็มอิ่มทุกวัน เด็กๆ ควรได้นอนหลับอย่างสนิท 8-10 ชั่วโมง
  4. ให้ความสะอาด คุณแม่ต้องดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในบ้านต้องสะอาดปราศจากสารก่อแพ้ต่างๆ
  5. ให้อากาศบริสุทธิ์ เด็กๆ ควรได้รับอากาศที่บริสุทธิ์เข้าสู่ร่างกาย เพื่อให้ออกซิเจนไหลเวียนในกระแสเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แนะนำว่าควรพาลูกๆ ไปสูดรับอากาศสะอาดที่ภูเขา เกาะทะเล น้ำตก ถ้าใกล้ๆ ก็แนะนำที่เขาใหญ่ค่ะ

แต่ที่ทำได้ในทุกๆ วัน เพื่อช่วยให้อากาศภายในทุกห้อง ทุกมุมของบ้านมีอากาศที่สดชื่น สะอาด ลูกน้อยและทุกคนในครอบครัวหายใจได้อย่างโล่งสบาย นั่นก็คือการฉีดน้ำมันยูคาลิปตัสสเปรย์ ตราจิงโจ้ ซึ่งเป็นมาจากน้ำมันยูคาลิปตัสสกัดจากธรรมชาติ 100% จะช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกจากภูมิแพ้ ช่วยให้ลูกน้อยจมูกโล่ง หายใจสบาย นอนหลับได้สนิทตลอดคืนด้วยค่ะ

 

 

 

ภูมิแพ้อากาศ

 

อ้างอิงข้อมูล : รพ.เวชธานี

 

อาหารเด็ก

3 สูตร อาหารเด็ก “ข้าวต้ม ข้าวตุ๋น น้ำสต๊อก” เพื่อลูกวัย 6-9 เดือน

อาหารเด็ก มื้อแรกของลูก ลูกกินอะไรได้บ้าง หรือหากต้องเตรียมอาหารทารก 6 เดือนขึ้นไป จะเริ่มอย่างไร และมีเรื่องใดบ้างเกี่ยวกับ อาหารเด็ก ที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้ มาดูกันเลย

3 สูตร อาหารเด็ก “ข้าวต้ม ข้าวตุ๋น น้ำสต๊อก”
เพื่อลูกวัย
6-9 เดือน โดยเฉพาะ!!

อาหารเด็ก อาหารทารกตามวัย ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มของชีวิตลูกน้อย ในการรับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่จะได้เรียนรู้เรื่องการกิน ซึ่งหลังจากที่ลูกได้กินนมแม่อย่างเดียวใน 6 เดือนแรกแล้ว ก็ควรจะได้รับอาหารเสริมตามวัยที่เหมาะสมควบคู่กับนมแม่ด้วย ทั้งนี้ไม่ใช่ว่า “นมแม่” หมดคุณค่า!! หรือ ไม่มีประโยชน์แล้ว!!

แต่เป็นเพราะเด็กทารกวัย 6 เดือนขึ้นไป ต้องการพลังงานมากขึ้น และระบบการย่อยอาหารของร่างกายลูกน้อยก็เริ่มพัฒนาได้แล้ว ซึ่งสัญญาณที่บ่งบอกชัดเจน คือลูกเริ่มมีฟันน้ำนมงอกขึ้นมา เพื่อใช้ในการบดเคี้ยวอาหารอื่นนั่นเอง

Must read : ทำความสะอาดช่องปาก และฟันน้ำนมลูกน้อย

แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณหมอประจำตัวของลูก ซึ่งเป็นผู้คอยดูแลลูกเป็นระยะมาตลอด พบว่าในช่วง 4-6 เดือน ที่ลูกกินนมแม่อย่างเดียว มีปัญหาน้ำหนักขึ้นน้อยลง และไม่ดีขึ้นแม้ว่าจะมีความช่วยเหลือด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเต็มที่แล้ว คุณหมออาจจะพิจารณาให้ลูกเริ่มกิน อาหารเด็ก อาหารเสริมก่อนอายุ 6 เดือน แต่ไม่ก่อน 4 เดือน โดยควบคู่กับการกินนมแม่ไปด้วย

Must read : นมแม่ป้องกันโรค ช่วยลูกสุขภาพดีตั้งแต่แรกเกิด

ซึ่งที่ต้องบอกประเด็นนี้ เนื่องจากมีคุณแม่ส่วนหนึ่งเข้าใจผิดคิดว่า ทารกก่อน 6 เดือน จะต้องได้แต่นมเท่านั้น ยังไม่สามารถกินข้าวได้ เมื่อมีปัญหานมแม่น้อยลงและไม่ดีขึ้นแม้ว่าจะได้รับการช่วยเหลือจากคลินิกนมแม่แล้ว ก็หันไปเสริมเป็นนมผง แทนที่จะให้กินเพิ่มเป็นอาหารตามวัย ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อการแพ้นมวัวและโรคภัยต่างๆที่เกิดจากการกินนมผงได้นั่นเอง

Must read : อาหาร 6 อย่างนี้ “ห้ามให้ลูกน้อยต่ำกว่า 6 เดือน” กินเด็ดขาด!

อาหารเด็ก มื้อแรก ทำอะไรให้ลูกดี

ทั้งนี้ อาหารเด็ก ควรให้ลูกได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ ที่เหมาะสม โดยทั่วไปแนะนำให้เริ่มอาหารตามวัย ด้วยอาหารที่บดละเอียด หนืดพอควร แบบเกาะช้อนพอประมาณ ไม่เหลวแต่ก็ไม่หนืดหนึบติดช้อน ซึ่งอาหารเด็ก สำหรับลูกน้อยในวัยตั้งแต่ 6 – 9 เดือน จะเน้นข้าวจำพวก ข้าวต้ม ข้าวตุ๋น หรือซุปต่างๆ

ซึ่งสำหรับคุณแม่มือใหม่ที่ไม่เคยทำอาหารเลยและไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ทีมแม่ ABK จึงมีสูตรอาหารเด็กพื้นฐานที่คุณแม่ควรทำให้เป็น ทำให้ได้ก่อน จากนั้นจะได้นำมาปรุงรวมกับวัตถุดิบอื่นๆที่มีสานอาหารที่เป็นประโยชน์กับลูกน้อย ซึ่งสูตร อาหารเด็ก พื้นฐานที่จะแนะนำ คือ วิธีการทำ ข้าวต้ม ข้าวตุ๋น และน้ำซุป จะต้องใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง หรือมีขั้นตอนการทำอย่างไร ตามมาดูกันเลย

อาหารเด็ก

สูตรพื้นฐาน การทำ “ข้าวต้ม”

ส่วนผสม

  • ข้าวสาร 1 ถ้วย
  • น้ำเปล่า 3 ถ้วย
  • ใบเตยหั่นท่อน 2 ใบ

วิธีทำ : ซาวข้าวในน้ำสะอาด 1-2 ครั้ง แล้วเทข้าวลงในหม้อ ตามด้วยน้ำและใบเตย จากนั้นยกขึ้นตั้งไฟ หมั่นคนบ่อยๆ จนข้าวสุกนุ่ม แล้วจึงตักใบเตยออก

Tip : คุณแม่สามารถใช้ข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือแทนได้

 

Must read : 4 ประโยชน์ของ ข้าวต้ม ที่มีดีมากกว่าการให้ลูกกิน

ข้าวต้มผสมนมแม่ (6 เดือน+)

ข้าวต้มผักโขมแครอทแสนรัก ( 6 เดือน+)

แจกสูตรอร่อย ข้าวต้มผักกาดขาวไก่สับ เมนูลูกรัก 9 เดือน

ข้าวต้มทรงเครื่อง (10 เดือน++)

คลิปเมนูข้าวต้มปลาทู อาหารบำรุงสมองลูก เสริมความจำดีเยี่ยม!

“ข้าวต้มหลากสี” อาหารต้านหวัดให้ลูก สูตรดี แสนอร่อย…ช่วยเพิ่มพลัง!

 

อ่านต่อ >> สูตรพื้นฐาน การทำ “ข้าวตุ๋นและน้ำซุป หรือน้ำสต๊อกไก่” คลิกหน้า 2

โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ

บมจ. ยู ซิตี้ ในเครือบีทีเอสกรุ๊ป ทุ่มงบ 5 พันล้าน เปิดตัว “โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ”

โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ พร้อมเปิดประสบการณ์การศึกษาแบบล้ำอนาคต ที่เน้นความถนัดและความต้องการของนักเรียนเป็นหัวใจสำคัญ โดดเด่นด้วยสระว่ายน้ำในร่มมาตรฐานโอลิมปิกที่ควบคุมอุณหภูมิได้ตลอดทั้งปีแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย

บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) ในเครือของ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และพันธมิตร บริษัท ฟอร์จูน แฮนด์ เวนเจอร์ ลิมิเต็ด จากฮ่องกง ประกาศร่วมลงทุน 5 พันล้านบาทเพื่อก่อตั้ง “โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ”

โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซเป็นโรงเรียนนานาชาติแห่งใหม่ล่าสุดในกรุงเทพมหานคร ที่โดดเด่นด้วยอาคารสถานที่ที่ทันสมัยและการเน้นปูรากฐานให้นักเรียนมีทักษะและทัศนคติที่พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอนาคต ด้วยการคิดค้นรูปแบบการเรียนการสอนและอาคารเรียนบนพื้นฐานของแนวคิดใหม่ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อมุ่งจุดประกายให้นักเรียนพัฒนาศักยภาพของตนได้อย่างสูงสุดโดยปราศจากข้อจำกัดของโรงเรียนแบบเดิมๆ

โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ

โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 168 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับโรงเรียนนานาชาติแห่งอื่นๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร ติดกับโครงการธนาซิตี้ ย่านบางนา สามารถรองรับจำนวนนักเรียนได้ถึง 1,800 คน ตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาลจนถึงเกรด 12 และจะเริ่มเปิดสอนตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563 เป็นต้นไป

“เป้าหมายของเราคือต้องการสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่แค่เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ”  กล่าว “ก่อนหน้านี้ บีทีเอสกรุ๊ป และ ยู ซิตี้ มีความมุ่งมุ่นตั้งใจที่จะลงทุนเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มาโดยตลอด และในที่สุดก็ได้มีโอกาสทำวิสัยทัศน์ให้เป็นจริงเมื่อได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่เหมาะสมอย่าง ฟอร์จูน แฮนด์ เวนเจอร์ ในการพัฒนาโรงเรียนนานาชาติที่ให้ประสบการณ์เรียนรู้ที่ทันสมัย ก้าวล้ำทันโลกมากที่สุดในกรุงเทพมหานคร”

“การร่วมมือในการลงทุนครั้งนี้จะนำไปสู่การสร้างโรงเรียนนานาชาติที่นำเสนอการเรียนรู้แบบใหม่ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและสื่อการเรียนการสอนที่ครบวงจร เพื่อช่วยให้นักเรียนประสบความสำเร็จในการพัฒนาศักยภาพของตนและเติบโตเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์พร้อมรับกับอนาคตที่จะมาถึง ขณะเดียวกัน การลงทุนในครั้งนี้ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในยุทธศาสตร์ของ ยู ซิตี้ ที่จะพัฒนาที่ดินในบริเวณใกล้กับโครงการธนาซิตี้ให้กลายเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าอย่างยั่งยืนในอนาคต ทั้งนี้ โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซมีพื้นที่รวมทั้งหมด 168 ไร่ หรือ 66 เอเคอร์ จึงถือเป็นโรงเรียนนานาชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตกรุงเทพฯ ตลอดจนมีพื้นที่สีเขียวรวมมากถึงประมาณ 60% ของพื้นที่ทั้งหมด เพื่อให้นักเรียนได้รับทั้งความผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และช่วยส่งเสริมสติปัญญาและแรงบันดาลใจด้านศิลปะ”

การร่วมลงทุนของบริษัท ฟอร์จูน แฮนด์ เวนเจอร์ จำกัด ใน โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ ถือเป็นการลงทุนจากต่างประเทศที่มีมูลค่าสูงสุดในภาคการศึกษาระบบโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย โดยเงินลงทุนดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาทั้งในด้านการก่อสร้างอาคารเรียนและสถานที่ ตลอดจนการคิดค้นรูปแบบการเรียนการสอนแบบใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์และมีประสิทธิภาพ

ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านการศึกษาที่สั่งสมมาอย่างยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ ฟอร์จูน แฮนด์ เวนเจอร์ มีคุณสมบัติพร้อมอย่างยิ่งที่จะเข้ามาบริหารโรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ โดยมีมิสเตอร์คาเมรอน ฟ็อกซ์ เป็นหัวหน้าผู้บริหารโรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ

โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ

มิสเตอร์คาเมรอน ฟ็อกซ์ หัวหน้าผู้บริหารโรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ เผยว่าโรงเรียนนานาชาติเวอร์โซได้จับมือกับไอดีโอ (IDEO) บริษัทออกแบบและนวัตกรรมระดับโลก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมกันคิดค้นรูปแบบการเรียนการสอนและอาคารเรียนที่เหมาะกับ “โรงเรียนแห่งอนาคต”

“เวอร์โซเป็นโรงเรียนนานาชาติแห่งแรกในโลกที่ร่วมมือกับไอดีโอในการคิดค้นคอนเซ็ปต์และการออกแบบทางกายภาพขอโรงเรียนใหม่ทั้งหมดแต่ต้น โดยไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ” คาเมรอนกล่าว “ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของไอดีโอใช้แนวทางการออกแบบที่มีนักเรียนเป็นศูนย์กลางเพื่อพัฒนาโรงเรียนนานาชาติเวอร์โซให้สอดคล้องกับบริบทของอนาคต เวอร์โซมีความยินดีและภูมิใจที่ได้มีโอกาสออกแบบและสร้างโรงเรียนที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ซึ่งเราคาดหวังว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์และสร้างอิทธิพลเชิงบวกต่อการศึกษาในระบบโรงเรียนนานาชาติทั่วโลกสืบไป”

คาเมรอนกล่าวเสริมว่า “โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซได้นำเอามาตรฐานการศึกษาแบบอเมริกันมาบูรณาการเพื่อสร้างเป็น ‘หลักสูตรเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคต (Future-ready Curriculum)’ ของเวอร์โซ การเรียนการสอนของเวอร์โซจะเป็นแบบสหวิทยาการ เน้นการทำโครงงานและการฝึกทักษะ เพื่อให้นักเรียนได้พาตนเองเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน นักเรียนจะได้รับมอบหมายให้ทำงานกลุ่มกับเพื่อนๆ ที่คละวัยกัน โดยมีทีมอาจารย์ผู้มีความเชี่ยวชาญคอยช่วยแนะนำและสนับสนุนอย่างใกล้ชิด เพื่อค้นหาสิ่งที่ตนเองสนใจและถนัด ตลอดจนได้มีโอกาสแสดงความสามารถ และบ่มเพาะทักษะที่ตอบโจทย์ความท้าทายในอนาคต”

การก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติเวอร์โซมีปัจจัยส่งเสริมทางเศรษฐกิจและสังคม ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มจะโยกย้ายมายังทวีปเอเชียมากขึ้น รวมถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของประเทศไทยในการแปลงระบบเศรษฐกิจให้เป็นดิจิทัล และการที่องค์กรและบริษัทชั้นนำทั่วโลกกำลังมองหาผู้นำและนวัตกรรุ่นใหม่ที่มีทักษะและทัศนคติที่จำเป็นต่อการปรับตัวภายในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสามารถสร้างประโยชน์ให้กับสังคมรอบตัวได้อย่างควบคู่กัน

นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่าโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกของประเทศไทย หรือ อีอีซี จะสามารถดึงดูดชาวต่างชาติเข้ามาได้ปีละประมาณ 100,000 คน ซึ่งเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคและความต้องการโรงเรียนนานาชาติในพื้นที่ภาคตะวันออกของกรุงเทพฯ ที่เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสมาคมโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยยังระบุอีกด้วยว่า ประเทศไทยเป็นตลาดโรงเรียนนานาชาติที่มีการเติบโตมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักตลอดระยะ 8 ปีที่ผ่านมา

โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ

นางปิยพร พรรณเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ด้วยทำเลใกล้กับธนาซิตี้ที่มีปัจจัยภายนอกส่งเสริมรอบด้าน ประกอบกับประสิทธิภาพและความน่าสนใจของรูปแบบการเรียนการสอนของเราที่คำนึงถึงนักเรียนเป็นศูนย์กลาง บริษัทฯ เชื่อว่าโรงเรียนนานาชาติเวอร์โซจะเป็นแบบอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับแวดวงการศึกษาในอนาคต และผลักดันประเทศไทยไปสู่การเป็นประเทศแนวหน้าในด้านการศึกษา”

โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซสะท้อนถึงเป้าหมายของ ยู ซิตี้ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณใกล้เคียงกับเครือข่ายขนส่งมวลชน โดยนางปิยพรกล่าวว่า “โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซตั้งอยู่ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 4 กิโลเมตร หรือใช้เวลาขับรถเพียง 5 นาที มีทางเชื่อมต่อไปยังถนนสายสำคัญมากมาย และในอนาคตจะมีระบบขนส่งมวลชนรางเบาเส้นทางบางนา-สุวรรณภูมิตัดผ่านในบริเวณใกล้เคียง ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้สนามบินนานาชาติขนาดใหญ่นี้เองทำให้ที่ตั้งของโรงเรียนนานาชาติเวอร์โซเอื้อต่อการรองรับนักเรียนจากนานาประเทศและเป็นตัวเลือกโรงเรียนนานาชาติอันดับต้นๆ ของบรรดานักเรียนและครอบครัวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทย”

โครงการธนาซิตี้และพื้นที่โดยรอบมีศักยภาพพร้อมที่จะพัฒนาเป็นชุมชนที่มีความทันสมัย เนื่องจากล้อมรอบไปสิ่งอำนวยความสะดวกและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ โครงการที่อยู่อาศัย รวมทั้งแหล่งช็อปปิ้งและแหล่งไลฟ์สไตล์ในละแวกใกล้เคียง อาทิ เมกาบางนา เซ็นทรัล วิลเลจ สนามกอล์ฟและคลับเฮ้าส์ระดับโลกของธ​​นาซิตี้ คันทรี คลับ ร้านอาหาร และโรงแรมอีสติน ธนาซิตี้ รีสอร์ท ที่เพิ่งเปิดทำการใหม่ล่าสุด

สถาปัตยกรรมอันล้ำสมัยของโรงเรียนนานาชาติเวอร์โซเป็นผลมาจาการศึกษาวิจัยเพื่อคิดค้นวิธีการออกแบบสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ช่วยเสริมสร้างให้เกิดผลสัมฤทธิ์ พฤติกรรม และความเป็นอยู่ที่ดีของนักเรียน โดยพื้นที่การเรียนรู้ของเวอร์โซนั้นเน้นที่ความคล่องตัว ยืดหยุ่น และการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

อาคารทรงกลมที่เป็นสัญลักษณ์ของเวอร์โซ ให้ความรู้สึกของการเรียนรู้ที่เป็นอิสระ แตกต่างจากรูปแบบของอาคารเรียนแบบดั้งเดิม ทั้งนี้ โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นไฮไลต์ อาทิ สระว่ายน้ำในร่มขนาด 50 เมตรมาตรฐานโอลิมปิกที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยพร้อมด้วยระบบเกลือคลอรีนและ 10 เลนการแข่งขัน สนามฝึกซ้อมอเนกประสงค์ที่ใช้งานได้ทุกฤดูกาล สตูดิโอเพื่อการผลิตงานมัลติมีเดียและสตูดิโอบันทึกเสียง สนามกีฬาที่สามารถจุผู้ชมได้ 1,000 ที่นั่ง ห้องเวิร์คช็อปและสตูดิโองานประดิษฐ์ อาคารยิมเนเซียมขนาดใหญ่และศูนย์ออกกำลังกาย สนามฟุตบอลขนาดมาตรฐาน และโคเวิร์คกิ้งสเปซสำหรับคณาจารย์ เป็นต้น

โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ จะก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงต้นปี 2563 และเปิดภาคการศึกษาแรกในเดือนสิงหาคม 2563 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.verso.school หรือติดต่อสำนักงานรับสมัครของโรงเรียน ซึ่งจะเปิดตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 เป็นต้นไป

โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ