ทำแท้ง

ทำแท้ง อันตรายไหม? สธ.เปิดสายด่วนรับปรึกษาทำแท้งถูกกฎหมาย

เมื่อท้องไม่พร้อมการ ทำแท้ง ก็เป็นอีกความคิดหนึ่งที่ผู้หญิงหลายคนคิดจะทำ เด็กผู้หญิงหลายคนก็ตัดสินใจซื้อยาจากร้านที่ขายยายุติการตั้งครรภ์ที่ขายในเน็ตมาทานเพื่อให้แท้ง

ทำแท้ง อันตรายไหม? สธ.เปิดสายด่วนรับปรึกษาทำแท้งถูกกฎหมาย

ทำแท้ง …ผิดกฎหมาย

ตามกฎหมายแล้ว การทำแท้งนั้นไม่ว่าหญิงที่ตั้งครรภ์นั้นจะยอมหรือไม่ยินยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูกก็ตาม ผู้ที่ทำให้หญิงนั้นแท้งลูกมีความผิดฐานทำให้หญิงแท้งลูก

ส่วนตัวผู้หญิง หากทำแท้งเอง หรือยอมให้ผู้อื่นทำแท้งให้ ก็มีความผิดเช่นกัน ที่กฎหมายเขียนอย่างนี้ก็เพื่อคุ้มครองเด็กในท้องนั่นเอง เด็กยังไม่คลอดออกมา ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ก็จะถูกฆ่าปิดปาก กฎหมายเลยมาช่วยไว้

ทำแท้งเถื่อน อันตรายอย่างไร?

วิธีการทำแท้งเถื่อนมีหลายวิธี มาดูกันค่ะว่าแต่ละวิธีก่อให้เกิดอันตรายอย่างไรได้บ้าง

1. กินยา

โดยทั่วไปเวลาไปซื้อยามากิน มักจะเป็นฮอร์โมน หรือที่เรียกกันว่ายาขับเลือด ยาสตรีต่างๆ ยาขับระดู ยาขับเด็ก แต่ขับไม่ออกถ้าตั้งครรภ์จริง

2. เหน็บยา

การกินยาหรือเหน็บยาในอายุครรภ์ 3 เดือนแรก ขณะที่รกยังสร้างขึ้นมาไม่เสร็จจะทำให้รกไม่ลอกตัวออกมาเป็นตัวรกทั้งหมดได้ อาจทำให้เลือดออกกะปริดกะปรอยไม่หยุด จนต้องมาพบแพทย์และจำเป็นต้องขูดมดลูกให้เศษรกหลุดจากผนังมดลูกทั้งหมด เลือดจึงจะหยุดได้

3. ฉีดสารเข้าทางหน้าท้อง

เป็นการฉีดสารเข้าไปในโพรงมดลูกโดยตรง (เช่น สารพิษ) มักจะใช้กรณีที่ตั้งครรภ์และอายุครรภ์ระยะไม่เกิน 6 เดือน เป็นการกระตุ้นให้มดลูกหดรัดตัวให้ทารกแท้งออกมา ส่วนใหญ่ไม่ต้องขูดมดลูกตามมานอกจากบางรายที่ชิ้นส่วนยังมีติดค้างไม่หลุดออกมาหมด แต่การทำแท้งวิธีนี้เสี่ยงต่อแม่มาก เพราะหลายครั้งผู้ทำแท้งก็ฉีดมั่วจนตายทั้งแม่ทั้งลูก

ทำแท้งเถื่อน
ทำแท้งเถื่อน

4. ใส่อุปกรณ์หรือฉีดสารเข้าทางช่องคลอด

อาจเป็นสายยาง หรือใช้สายสวนปัสสาวะใส่เข้าไปผ่านทางช่องคลอดผ่านปากมดลูกเข้าไปในโพรงมดลูก และฉีดสารบางอย่างเข้าไปกัดเซาะเนื้อเยื่อทารกและรกในโพรงมดลูก บางรายใช้น้ำยาล้างพื้นที่มีฤทธิ์เป็นด่างชนิดแรงหรือกรดที่กัดทั้งเนื้อเยื่อปกติของร่างกายด้วย เป็นอันตรายอย่างมาก รวมทั้งวิธีการขูดมดลูกซึ่งเป็นวิธีที่เลียนแบบแพทย์ตัวจริงมาใช้

5. การขูดมดลูก

อุปกรณ์ที่ใช้คือตัวขูดเนื้อยาวประมาณ 1 ฟุต ตรงปลายก้านจะมีลักษณะคล้ายที่ขูดมะพร้าว ผู้หญิงนั่งบนขาหยั่ง ผู้ทำแท้งจะเปิดแหวกช่องคลอดด้วยเครื่องถ่าง แล้วใช้เครื่องมือยึดปากมดลูกไว้ จากนั้นเอาที่ขูดแหย่เข้าไปขูดในมดลูก ปัญหาที่ตามมาหลังขูดมดลูกมีหลายอย่าง คือ

  1. มีเนื้อในมดลูกหลงเหลืออยู่ เนื้อพวกนี้ก็จะพยายามหลุดลอกตัวออก แต่คนที่โชคไม่ดี เนื้อเหล่านี้อาจทำให้หลุดไม่ดี หรือไม่หลุดออก ก็จะมีเลือดไหลออกมาเรื่อยๆ ไม่หยุด บางคนไหลเป็นเดือนๆ กว่าจะหลุดออกมาหมด
  2. เกิดภาวะติดเชื้อ
  3. มดลูกทะลุ การทำแท้งเถื่อนมักขูดมดลูกไม่ถูกวิธี ใช้อุปกรณ์ที่อาจจะไม่ถูกต้อง หรือไม่ได้มีการฆ่าเชื้อโรคที่ถูกวิธี ส่วนใหญ่มักขูดไปเลย และมีไม่น้อยที่ทะลุ โชคดีก็ปิดได้เอง โชคร้ายอาจติดเชื้อในท้องหรือกระเพาะทะลุ ส่วนใหญ่มักจะมีอาการมาด้วยเรื่องเลือดไหลออกทางช่องคลอด

หลัง ทำแท้ง แล้วมีปัญหา ผู้ที่ ทำแท้ง ก็มักจะปล่อยไว้ ไม่กล้าไปพบแพทย์ กว่าจะตัดสินใจไปพบแพทย์ก็มักจะมาช้ามากจนกระทั่งมีการติดเชื้อที่รุนแรงหรือเสียเลือดไปมาก จนอาจทำให้ระบบการแข็งตัวของเลือดผิดปกติไป จนเกิดอันตรายได้

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ทางเลือกในการ “ทำแท้ง” มีอะไรบ้าง?

เมนูอาหารทารก 8-9 เดือน

14 สูตร เมนูอาหารทารก 8-9 เดือน พร้อมวิธีทำสุดง่าย!

แจกสูตร เมนูอาหารทารก 8-9 เดือน เพราะเหงือกของลูกเริ่มแข็งแรงขึ้นและเริ่มมีปุ่มฟันขึ้นบ้างแล้ว คุณแม่จึงควรทำอาหารที่เน้นช่วยลูกฝึกเคี้ยว ซึ่งจะมีเมนูใดบ้าง มาดูกัน

แม่ควรรู้ก่อนป้อน! เมนูอาหารทารกวัย 8-9 เดือน

สำหรับเจ้าตัวเล็กที่อยู่ใน วัย 8-9 เดือน ลูกเริ่มจะอยู่ไม่นิ่ง มีการขยับตัว ซุกซนอยากรู้อยากเห็น และกระฉับกระเฉงมากขึ้น ซึ่งโดยปกติแล้วเด็ก 8 เดือน 9 เดือน นี้ จะมีพัฒนาการและการเจริญเติบโตทางด้านร่างกายที่เป็นก้าวสำคัญ ซึ่งจะสัมพันธ์กับอาหารการกินเป็นอย่างมาก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องทำเข้าใจมากขึ้นว่า  เมนูอาหารทารก 8-9 เดือน ควรกินอะไร ความหยาบเท่าไหร่?

ความหยาบละเอียดของ เมนูอาหารทารกวัย 8-9 เดือน

เมื่อลูกอายุได้ 8 เดือน สามารถกินอาหารที่มีเนื้อสัมผัสหยาบแข็งเป็นก้อนมากขึ้นได้แล้ว และพอเริ่ม 9 เดือน ก็จะสามารถเป็นอาหารที่หยิบกินเล่นได้ ดังนั้นการฝึกให้ลูกเคี้ยวอาหารเนื้อหยาบ จึงเป็นการฝึกนิสัยการรับประทานอาหารที่ดีให้กับลูก แต่อย่างไรก็ตามกล้ามเนื้อเหงือกของลูกเริ่มแข็งแรงขึ้น ฟันเริ่มโผล่เป็นตอ การบดเคี้ยวอาหารทำได้มากขึ้น แต่ต้องไม่ลืมว่าฟันของลูกยังไม่แข็งแรงขนาดที่จะฉีกกัดอาหารชิ้นใหญ่ ๆ หรือบดเคี้ยวให้ละเอียดได้ ความหยาบ/ละเอียดของอาหาร จึงควรยังใกล้เคียงกับช่วงวัย 6-8 เดือน แต่อาจเติมส่วนผสมมากขึ้น เช่น เนื้อสัตว์สับละเอียด ผักที่หั่นหรือสับแบบละเอียด

นอกจากนี้นี่เป็นช่วงที่ฟันเริ่มขึ้น ลูกจะมีอาการคันเหงือก อยากขบกัดลับฟัน คุณแม่อาจนำผักมาต้มให้สุกนิ่มแล้ว ให้เขาถือกัดกินเล่น ก็จะเป็นการกระตุ้นทั้งพัฒนาการการเคี้ยวกลืนและกระตุ้นกล้ามเนื้อนิ้วมือในส่วนของการหยิบจับด้วยค่ะ

Must read : แจกสูตร “สปาเก็ตตี้ผักลวก” เมนูเด็ด! ฝึกลูกกินเอง (มีคลิป)

Must read : ผลไม้สำหรับเด็กเล็ก วัย 6-12 เดือน กินอะไรได้บ้าง?

เมนูอาหารทารก 8-9 เดือน

ลูก 8 เดือน กินข้าวกี่มื้อ

สำหรับ อาหารทารก 8 เดือน และ 9 เดือน ยังจำเป็นทีต้องกินนมอยู่ (นมแม่หรือนมดัดแปลงสำหรับทารก) วันละ 4-5 ครั้ง โดยเฉลี่ย รวมวันละ 25-30 ออนซ์ ส่วนเรื่อง อาหารเสริม อย่างที่บอกไปว่า ลูก 8 เดือน อาหารหยาบ จะเหมาะกับเมนูลักษณะแบบ “สับละเอียด”

*ที่มา- กองโภชนาการ กระทรวงสาธารณะสุข. กินตามวัยให้พอดี

Must read : 3 สูตร อาหารเด็ก “ข้าวต้ม ข้าวตุ๋น น้ำสต๊อก” เพื่อลูกวัย

โดยมี ตารางอาหารทารก 8 เดือน และ อาหารเด็ก9เดือน คือ ให้คุณแม่ป้อนข้าวได้วันละ 2 มื้อควบคู่กับนมแม่ โดยการให้ลูกกินในมื้อเช้าหรือมื้อกลางวันก็ได้ ควรให้ข้าวสวยบดหยาบประมาณ 4-5 ช้อนโต๊ะ บวกด้วยโปรตีน จำพวกไข่แดงหรือเนื้อสัตว์ 1-2 ช้อนโต๊ะ และผักต้มสุกแบบสับละเอียดอีก 1-2 ช้อนโต๊ะ ส่วนมื้อว่างช่วงบ่าย ก็สามารถป้อนผลไม้ประมาณ 3-4 ชิ้น ตัดเป็นชิ้นเล็กให้ลูกหยิบกินเองได้

เมนูอาหารทารกวัย 8-9 เดือน
ตารางอาหารทารก 8 เดือน จากกรมอนามัย

 

ทั้งนี้เมื่อรู้ว่าลูกวัย 8-9 เดือนสามารถกินอะไร อย่างไรได้บ้างแล้ว แต่ก็มีแม่ๆ หลายคนที่อาจมีคำถามว่า แล้วจะทำเมนูอะไรให้ลูกกินดี … ทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงได้รวบรวม เมนูอาหารทารกวัย 8-9 เดือน ทั้งสูตรและวิธีทำสุดง่าย มาฝาก จะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ

 

ดูต่อ >> 14 สูตรเมนู อาหารทารก 8-9 เดือน พร้อมวิธีทำสุดง่าย”
คลิกหน้า
2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ลูก 5 ขวบ อ่านหนังสือไม่ได้

ลูก 5 ขวบ อ่านหนังสือไม่ได้ ทำไงดี? มาช่วยลูกให้ “อ่านออก” กัน

ลูก 5 ขวบ อ่านหนังสือไม่ได้ ทำให้คุณแม่บางคนกังวลใจ กลัวลูกจะอ่านหนังสือหรือเรียนไม่ทันเพื่อนในวัยเดียวกัน ลองดูเทคนิคกระตุ้นเพื่อช่วยพัฒนาทักษะการอ่านให้ลูกกันค่ะ

ลูก 5 ขวบ อ่านหนังสือไม่ได้ มาช่วยลูกให้ “อ่านออก” กัน

ลูก 5 ขวบ อ่านหนังสือไม่ได้
ลูก 5 ขวบ อ่านหนังสือไม่ได้ ทำไงดี

#1 อ่านหนังสือให้ลูกฟังทุกวัน

การสอนให้ลูกเป็นนักอยากอ่านเป็นขั้นตอนที่คุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มต้นกับลูกได้ตั้งแต่วัยทารก เป็นพื้นฐานในการทำให้ลูก “คุ้นเคย” และรู้สึกดีกับการอ่านหนังสือ โดยเริ่มอ่านหนังสือให้ลูกฟังในทุก ๆ วัน อย่างน้อยวันละ 3-4 เล่ม และเมื่อลูกโตพอที่จะนั่งได้นานขึ้น ลองสร้างเป้าหมายการอ่านด้วยกันอย่างน้อย 20 นาทีในแต่ละวัน ซึ่งในขณะที่พ่อแม่อ่านหนังสือให้ฟังก็จะส่งผลต่ออารมณ์ของลูก และปลูกฝังให้เจ้าตัวน้อยรักการอ่าน ต่อยอดสู่ทักษะการอ่านหนังสือดีขึ้นได้ในอนาคต

#2 เลือกประเภทหนังสือให้เหมาะสมกับวัยของเด็ก

ลูกในวัย 5 ขวบจะสามารถรับรู้ถึงความแตกต่างระหว่างความจริงกับเรื่องสมมติได้แล้ว คุณพ่อคุณแม่อาจจะมองหาหนังสืออ่านแบบง่าย ๆ ที่จะให้ลูกหัดอ่าน อาจจะเป็นหนังสือภาพ หนังสือนิทาน ควรมีตัวหนังสือขนาดใหญ่ เห็นชัด แยกเป็นคำ ฯลฯ การเลือกหนังสือให้เหมาะสมกับวัยของลูก และหลากหลายประเภท ก็จะเป็นการกระตุ้นให้ลูกอยากอ่านหนังสือได้ สามารถจดจำตัวอักษรจากคำและประโยคในนิทานได้มากขึ้น เมื่อลูกอ่านคล่องก็สามารถที่จะอ่านหนังสือที่มีประโยคติดกันได้ยาวขึ้น

#3 ถามคำถาม

การตั้งคำถามในขณะที่อ่านหนังสือให้ลูกฟังไม่เพียงแต่เป็นการกระตุ้นให้ลูกมีความสนใจในหนังสือ แต่ยังมีประสิทธิภาพอย่างมากในการพัฒนาทักษะการอ่าน ที่จะมองเห็นว่าลูกเข้าใจในสิ่งที่พ่อแม่กำลังอ่านมากน้อยเพียงใด โดยเริ่มถามคำถามก่อน ระหว่าง และหลังจากอ่านหนังสือ ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ลูกคิด และเพิ่มชุดคำศัพท์ให้ลูกรู้จักอีกมากขึ้นสำหรับพัฒนาการด้านภาษาในวัยนี้

ลูก 5 ขวบ อ่านหนังสือไม่ได้
ลูก 5 ขวบ อ่านหนังสือไม่ได้ ทำไงดี

#4 พ่อแม่เป็นนักอ่านที่ดีของลูก

แม้ว่าคุณพ่อคุณแม่จะไม่ใช่นักอ่านตัวยง แต่การหยิบจับหนังสือให้ลูกได้เห็นว่าพวกคุณกำลังอ่านหนังสืออย่างน้อยวันละ 2-3 นาที ต่อหน้าลูกในวัยที่กำลังเลียนแบบพฤติกรรม ก็แสดงให้ลูกเห็นได้ว่าการอ่านเป็นสิ่งที่น่าทำ ดังนั้นคว้าหนังสือแล้วอ่านกันเถอะ เพื่อประโยชน์ของลูกแน่นอน!

#5 ชวนลูกอ่านผ่านสิ่งของในชีวิตประจำวัน

มองหาตัวอักษรข้างทาง เช่น จากป้ายบิลบอร์ด ป้ายรถเมล์ ป้ายจราจร หรือตัวอักษรอื่น ๆ จากที่ใกล้ ๆ ตัว หรือเห็นคำไหนที่เคยสอนลูกในหนังสือ เมื่อไปเจอคำนั้นนอกหนังสือ ลองชี้ชวนให้ลูกดูคำ ประโยค ตัวอักษร แล้วออกเสียงให้ลูกฟัง ชวนกันอ่าน ให้ลูกลองเปล่งคำสั้น ๆ (พยัญชนะสระหรือพยัญชนะ) ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ลูกจะเรียนรู้ที่จะสะกดคำท่ามกลางบรรยากาศสนุกสนาน ผ่อนคลาย ก็จะช่วยลูกจดจำคำศัพท์ อ่านได้คล่องแคล่วขึ้น

#6 ใช้เกมแฟลชการ์ดหรือบัตรภาพ

กระตุ้นการอ่านด้วยการใช้บัตรภาพพยัญชนะเข้าช่วย โดยเริ่มจากคำง่าย ๆ ให้เรียงภาพเป็นคำ จะช่วยให้ลูกสนุกกับการเรียนและจดจำคำศัพท์ที่ดีขึ้น

#7 ฝึกให้ลูกเขียนชื่อตัวเองและคนในครอบครัว

การฝึกเขียนบ่อย ๆ คือเทคนิคที่จะช่วยการอ่านให้ดีขึ้นได้ อาจเริ่มจากชื่อตัวเองแล้วค่อยไปที่ชื่อของพ่อแม่ การเริ่มจากคนที่ใกล้ตัวจะทำให้ลูกสนใจและจดจำวิธีสะกดคำได้ง่ายขึ้น

ลูก 5 ขวบ อ่านหนังสือไม่ได้
การเขียนอ่านหนังสือนั้นเริ่มตอน 5 ขวบก็ยังไม่สาย

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กังวลว่า ลูก 5 ขวบอ่านหนังสือไม่ได้ หรือยังไม่คล่องในวัยที่ควรทำได้ ลองใช้เทคนิคเหล่านี้ทำกับลูกทุกวัน ฝึกลูกให้ทำซ้ำบ่อย ๆ ก็จะช่วยทำให้ลูกสามารถอ่านหนังสือได้ดีและเร็วขึ้น แต่ถ้าบางวันลูกมีอาการเบื่อ ไม่สนใจ ก็อย่าเพิ่งไปบังคับหรือขัดใจ การเขียนอ่านหนังสือนั้นเริ่มตอน 5 ขวบก็ยังไม่สาย เพราะว่าเด็กแต่ละคนมีพัฒนาการและความสามารถแตกต่างกันไปแม้ว่าจะอยู่ในวัยเดียวกันก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าลูกมีความผิดปกติแตกต่างจากเด็กคนอื่นนะคะ

พญ.สาริณี จุฬาลักษณ์ศิริบุญ ได้เขียนแนะนำไว้ในเพจ Dad Mom and Kids ไว้ว่า “การอ่านออก เป็นเรื่องทางสมองของเด็ก เป็นเรื่องนอกเหนือการควบคุมของพ่อแม่ ถ้าลูกของท่านยังอ่านไม่ได้ทั้งที่พ่อแม่ฝึกการอ่านให้ลูกอย่างถูกต้องแล้ว ท่านเพียงแค่รอเวลาและทำความเข้าใจว่า สมองของลูกไม่มีใครเร่งได้ แม้แต่ตัวลูกเอง”

แต่ถ้าหากพบว่าเป็นความผิดปกติที่เกิดจากสมอง คุณพ่อคุณแม่หรือครูสังเกตเห็น ควรพาลูกไปพบคุณหมอด้านพัฒนาการเพื่อขอคำปรึกษาได้นะคะ.

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.icanteachmychild.com

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจอื่นๆ

รู้ทัน! พัฒนาการ เด็ก 5 ขวบ ลูกเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นแล้วนะ

ลูก 3-5 ขวบเล่นไม่เหนื่อย แต่พ่อแม่ไม่ไหว! ทำอย่างไรดี

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช

สมิติเวช2 สร้างเกราะให้ใจแกร่ง

ในปัจจุบันเมื่อสังคมดูเร่งรีบ ครอบครัวมีเวลาอยู่ด้วยน้อยลงการดูเเลเอาใจใส่คนรอบข้างก็ลดลงตามไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อเเม่ผู้ปกครองที่ต้องทำงานหนักในยุคเศรษฐกิจใหม่ การเลี้ยงลูกอย่างไรให้มี “จิตใจเเข็งเเกร่ง” ที่เเท้จริงไปพร้อมๆ กับมีสุขภาพกายที่เเข็งเเรง จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้

ภาวะการพัฒนาการทางด้านจิตใจของเด็กเเต่ละคนช้าเร็วไม่เหมือนกัน บางครั้งเกิดความผิดปกติขึ้นบ้างเเละมีอยู่มากมายหลายรูปแบบ บางครั้งก็เป็นเพียงอาการทางสุขภาพจิตเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นได้เป็นโรคเเละไม่ต้องกินยา เเต่ต้องอาศัยการปรับพฤติกรรมเเละการดูเเลเอาใจใส่จากพ่อเเม่ ซึ่งจำเป็นที่ต้องช่วยเหลือกันทั้งครอบครัวเเละได้รับคำเเนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

ที่ผ่านมาเราคงเคยได้ยินคำว่า IQ (Intelligence Quotient) , EQ (Emotional Quotient) , AQ (Adversity Quotient) หรือ  CQ (Creativity Quotient) มามากมายหลายคำนิยามในการพัฒนาจิตใจของเด็กเเละเยาวชน

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์" ผู้อำนวยการศูนย์ Samitivej Parenting Center

วันนี้เราจะมารู้จักกับ RQ คำที่เพิ่งคิดขึ้นมาใหม่ในปัจจุบันย่อมาจาก Resilience Quotient จาก “นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์” ผู้อำนวยการศูนย์ Samitivej Parenting Center อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นจากสหราชอาณาจักร ในงานเปิด Samitivej Parenting Centerเมื่อวันเสาร์ที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา

นพ.ธีระเกียรติ อธิบายว่า RQ  เป็นคำนิยามในช่วงที่เราเจอสิ่งที่กระทบกระเทือนจิตใจ เหตุการณ์ร้ายเเรงเเต่เราก็สามารถฟื้นกลับคืนมาได้ เหมือนคนที่ “ล้มเเล้วลุก” ได้ ซึ่งสะท้อนภาพอะไรได้หลายอย่างว่าเด็กที่จิตใจเเข็งเเกร่งนั้น ข้างในต้องมี “Growth Mindset” กรอบความคิดหรือทัศนคติ แนวคิดแบบยืดหยุ่นและเติบโตพัฒนาต่อไปข้างหน้า ประกอบรวมกับ EF ซึ่งย่อมาจาก Executive Function ความสามารถของสมองและจิตใจที่ใช้ในการควบคุมความคิด อารมณ์ และการกระทำเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย ดังนั้นการมี RQ จึงผสมกันทั้งการมี Growth Mindset เเละ EF ซึ่งเด็กทุกคนสามารถมีได้ หากได้รับการดูเเลอบรมที่ดี พ่อเเม่ผู้ปกครองต้องเข้าใจในเรื่องนี้อย่างมาก

“สุขภาพจิตของเด็กเป็นปัญหาสำคัญ เด็กบางคนเริ่มตั้งแต่ ขี้กลัว อ่อนไหว ดื้อ และลุกลามไปจนถึงการฆ่าตัวตาย แสดงให้เห็นถึงความสามารถของเด็กในการปรับตัวต่อสภาวะที่ยากลำบาก หรือความยืดหยุ่นในการปรับตัวลดลง  อย่างไรก็ตาม ความเเกร่งในจิตใจไม่ใช่อยู่ดีๆ จะผุดขึ้นมาต้องสะสมมาเรื่อยๆ สภาพเเวดล้อมก็มีส่วน โดยเด็กที่โตในสังคมเมืองมีอัตราการมีปัญหาทางจิตใจมากกว่าเด็กต่างจังหวัด 2 เท่า ไม่ใช่เเค่ในไทยเเต่เป็นกันทั่วโลก”

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า การทำหน้าที่ของพ่อเเม่ ผู้ปกครองเป็นส่วนสำคัญในการเติบโตทางจิตใจของบุตรหลาน เปรียบเทียบกับการที่คนเรากว่าจะเชี่ยวชาญในอาชีพใดอาชีพหนึ่ง จะต้องผ่านการเทรนนิ่ง สั่งสมประสบการณ์นานนับ 10 ปี เเต่การได้มาเป็นพ่อเเม่ของคนๆหนึ่ง พอลูกคลอดออกมาเรากลายเป็นพ่อเเม่เลย จึงไม่ค่อยรู้ว่าจะเลี้ยงลูกอย่างไรดี ส่วนใหญ่ยังเลี้ยง “ตามความรู้สึก” เลี้ยงตามที่ตัวเองถูกเลี้ยงมา หรือเลี้ยงตามพรรคพวก

“ผมอยากให้มีการดูเเลสุขภาพจิตเด็กอย่างเป็นระบบในเมืองไทย ส่งต่อระบบความรู้ไปให้จิตแพทย์รุ่นน้องเพื่อช่วยเหลือคนในสังคม ถึงเวลาที่ทุกคนต้องมาเรียนรู้ถึงกระบวนการสร้างให้เด็กมีจิตใจที่เเข็งเเกร่งอย่างแท้จริง รู้จักองค์ความรู้ที่จะให้เข้าใจสุขภาพจิตเด็กมากขึ้น เป็นจุดเริ่มต้นที่จะสร้างครอบครัวที่อบอุ่น โดยทุกคนต้องร่วมมือกัน พ่อแม่ก็ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองมี EF มากขึ้นตามลูกด้วย ไม่ว่าอายุเท่าไหร่ก็สามารถเปลี่ยนได้”

สำหรับโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช มีวิสัยทัศน์ที่จะดูแลเด็กแบบ Total Health Solution หรือการดูแลทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ด้วยกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสาขาต่างๆ กว่า 150 คน จึงได้จัดตั้ง SamitivejParenting Center ขึ้น เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้สุขภาพจิตเด็กเเละการรักษาที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน

โดยจะดูแลเด็กในขั้น  Advanced   ที่ไม่ใช่เพียงแค่รักษาอาการต่างๆ ของเด็ก แต่เป็นศูนย์ในการรวมพลังของแพทย์และพ่อแม่ผู้ปกครองในการเรียนรู้วิธีรับมือกับลูกอย่างมีแบบแผนถูกต้อง และตรงจุด ตัวอย่างเช่น เด็กต่ำกว่าอายุ 6 ขวบที่มีปัญหาในเรื่องดื้อหรือสมาธิสั้น จะไม่แนะนำให้ใช้ยา  พ่อแม่เป็นยาที่ดีที่สุดในการปรับพฤติกรรมของลูก  เด็กมีความเก่งอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบในยุคนี้แลัว แต่เด็กต้องเติบโตมาด้วยคุณภาพทางอารมณ์ด้วย

โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช

ในระยะแรก โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช จะเปิดโปรแกรมสำหรับพ่อแม่และผู้ปกครองเพื่อการรักษาเด็กสมาธิสั้น (ADHD) และเด็กดื้อ(ODD) อายุระหว่าง 2-12 ปี โดยเป็นการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการที่มีโครงสร้างลักษณะเฉพาะและมีแบบแผนชัดเจนอิงตาแนวทางของ Russell A. Barkley ศาสตราจารย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสมาธิระดับโลก โดยพ่อแม่และผู้ปกครองจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ เรื่องโรคสมาธิสั้น และพฤติกรรมดื้อต่อต้าน อย่างครบวงจร อาทิ ฝึกสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับลูก ฝึกการออกคำสั่งแบบมีประสิทธิภาพ ฝึกทักษะการปรับพฤติกรรม การเลือกโรงเรียน การรักษาโรคสมาธิสั้น เป็นต้น

“จากผลวิจัยซึ่งทำต่อเนื่องระยะยาวพบว่า เด็กที่มีความสามารถรอได้เมื่อตอน 4 ขวบ เมื่อมีอายุมากขึ้นส่วนใหญ่จะมีชีวิตที่ดี และมีหน้าที่การงานดี มีรายได้สูงกว่าเด็กที่ไม่ได้รับการฝึกให้รอเป็นตั้งแต่เด็ก พ่อแม่จึงต้องฝึกฝน โดยต้องการเลือกสถานการณ์ให้ถูกต้อง ตามหลักพัฒนา 5 Point of EF intervention ได้แก่ Choose Situation – Change Situation – Choose Attention – Change Thoughts – Change Response พัฒนาไปพร้อมกับลูก เพราะถ้าจะเเก้ปัญหาจิตใจเด็ก เเต่ตราบใดที่ความสัมพันธ์ในครอบครัวยังไม่ได้เรื่อง เเม้จะมีเทคนิควิเศษสุดก็จะไม่เปลี่ยน ดังนั้นจึงต้องทุ่มเทให้กับการสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกก่อน แล้วค่อยไปสอนพ่อเเม่ว่าต้องจัดการกับลูกอย่างไร เเต่หลายครอบครัวมักไม่สนใจขั้นตอนพื้นฐานเหล่านี้ อยากกระโดดไปสเต็ปที่ 4-5 เลย แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลา”

นอกจากนี้ นพ.ธีระเกียรติ ได้แชร์ประสบการณ์ที่ได้โอกาสสัมภาษณ์ทีมหมูป่า ผู้รอดชีวิตทั้ง 13 คน โดยเป็นการเข้าไปพูดคุยเรื่องสภาพจิตใจ การเอาตัวรอด การปรับตัว การตัดสินใจเเล้วนำมาวิเคราะห์การก้าวผ่านในปัจจัยต่างๆ แบบไม่อิงเรื่องดราม่าและกระแสสังคมว่า หัวใจสำคัญคือทีมเวิร์ก มนุษย์เราอย่าเเก้ปัญหาคนเดียว เเละความเป็นผู้นำของโค้ชก็มีส่วนช่วยได้มาก เด็กต้องมีตัวอย่างเเละผู้นำที่ดี มีความคิดในเเง่ดีจึงทำให้มีความหวังเเละกำลังใจ เป็นพื้นฐานที่ดีมากของสุขภาพจิตใจเด็ก อีกทั้งการเล่นกีฬาก็มีส่วนในการพัฒนา EF เเละ RQ อย่างมาก ซึ่งถ้ามองถึงสังคมปัจจุบัน เด็กในเมืองกรุง อาจไม่ได้มีความสัมพันธ์เช่นนั้น เนื่องด้วยการอยู่อาศัยเเละการดำรงชีวิตที่เร่งรีบและเป็นปัจเจกกว่า

 

อยากมีลูกต้องทำไง

อยากมีลูกต้องทำไง ? ลอง 9 วิธีแบบธรรมชาติและวิทยาศาสตร์ ลูกมาแน่

อยากมีลูกต้องทำไง อยากท้องต้องกินอะไร อยากมีลูกต้องทำท่าไหน .. หากคุณมีลูกยากและอยากมีลูก มาดูวิธีทำให้มีลูก ทั้งแบบธรรมชาติและแบบใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย ต้องทำอย่างไรไปดูกันเล้ย

อยากมีลูกต้องทำไง กับ “วิธีทำให้มีลูก”
4 วิธี
ธรรมชาติ + 5 เทคโนโลยี ลูกมาแน่!!

เมื่อพูดถึงการมีลูก บางคนโชคดีมีลูกง่ายมาก ซึ่งถ้าเปรียบได้กับพัดลม ก็อยู่ในประเภทเครื่องใหม่ที่เปิดปุ๊บติดปั๊บ ส่วนในบางคนก็อยากมีลูกแทบตาย แต่ทำอย่างไรก็ไม่มีสักที ซึ่งสาเหตุของการมีลูกยาก อาจมาจากปัญหาด้านสุขภาพร่างกาย ทั้งฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงก็ได้ แล้วถ้า อยากมีลูกต้องทำไง หรือหากอยากท้องต้องกินอะไร เพราะความจริงแล้ว การตั้งครรภ์ ต้องใช้ปัจจัยหลายอย่างมาประกอบกันถึงจะทำให้มีลูกได้ง่ายขึ้น อย่าเพิ่งท้อ ทางทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้รวบรวมวิธีทำให้มีลูกมาแนะนำทั้งที่เป็นวิธีแบบธรรมชาติ และการใช้วิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยีเข้ามาช่วย จะต้องทำอย่างไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

Must read : แล้วรีบแก้ไข! พ่อแม่ยุคใหม่ ทำไมจึง มีลูกยาก ?

อยากมีลูกต้องทำไง บ้าง!?

อย่างไรก็ตามหากคุณคิดจะมีลูก ก่อนอื่นควรมีการวางแผนตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะผู้หญิงที่มีลูกดกส่วนใหญ่แล้วจะแต่งงานเร็ว โดยช่วงวัยที่เหมาะสมและมีโอกาสตั้งครรภ์ได้มาก คือ ช่วงอายุ 20-30 ปี เนื่องจากร่างกายมีความสมบูรณ์เต็มที่ ถ้าตั้งครรภ์ได้ก็จะมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนได้น้อยมาก เมื่อวางแผนเรียบร้อยแล้ว อยากมีลูกต้องทำไง ในวิธีแบบธรรมชาติ ให้เริ่มจาก

1. ร่วมรักให้ถูกวัน

การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงไข่ตกจะทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์ได้มากที่สุด เพราะหลังจากไข่ตก 24 ชั่วโมงหากไข่ไม่ได้รับการผสมจะฝ่อหายไป โดยรอบเดือนของคุณผู้หญิงจะอยู่ที่ 28 – 30 วัน การตกไข่จะเกิดประมาณวันที่ 12 – 14 นับจากวันที่ประจำเดือนมาวันแรก ซึ่งอาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อย ดังนั้น สำหรับคู่ที่ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์กันได้บ่อยๆ ช่วงเวลาที่ควรมีเพศสัมพันธ์ก็คือ ช่วง 3 วันก่อนไข่ตก ไปจนถึง 3 วันหลังไข่ตก

ส่วนในกรณีที่มีรอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือมาค่อยตรงเวลา การคำนวณวันไข่ตกก็อาจจะเกิดความคลาดเคลื่อนได้ แต่เราก็มีวิธีหาวันตกไข่ได้อย่างแม่นยำหลากหลายวิธีด้วยกัน เช่น การตรวจวัดอุณหภูมิ, การตรวจมูกที่ปากมดลูก หรือการใช้ชุดตรวจการไข่ เป็นต้น

ข้อด้อยของการมีเพศสัมพันธ์ในวันที่มีการตกไข่ ก็คือเป็นเซ็กช์ตามคำสั่ง ซึ่งทำให้เกิดความเครียดและกังวลใจในการปฏิบัติภารกิจ เมื่อเกิดความเครียดขึ้นจะทำให้สภาพภายในร่างกาย ความเป็นกรดด่างเปลี่ยนไปจนทำให้การตั้งครรภ์เป็นไปได้ยากขึ้น เพราะฉะนั้น ระหว่างการมีเพศสัมพันธ์จึงต้องพยายามปล่อยตัวให้สบาย ๆ และระวังอย่าให้เกิดความเครียด

2. ความถี่ในการร่วมเพศ

มีงานวิจัยพบว่า หากมีเพศสัมพันธ์ทุกวันจะเพิ่มโอกาสติดลูก แต่ก็มีข้อโต้แย้งว่าอาจจะเพิ่มความเครียดและทำให้ปริมาณของอสุจิลดน้อยลงด้วย โดยทั่วไปจึงมีคำแนะนำให้มีเพศสัมพันธ์วันเว้นวันหรือ 2 วันครั้ง จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้มากกว่า เพราะอสุจิมีชีวิตอยู่ได้ถึง 72 ชั่วโมง หลังจากการหลั่ง ซึ่งจะมีความสมบูรณ์แข็งแรงและแหวกว่ายเข้าไปได้ถึงปลายทาง

3. ท่วงท่าในการร่วมเพศ

หลายคนที่สงสัยว่า อยากมีลูกต้องทำไง อยากมีลูกต้องทำท่าไหน ซึ่งแม้บางคนไม่เชื่อว่าท่วงท่าจะมีผลต่อการมีลูกง่าย แต่โดยทั่วไปมีความเชื่อว่าท่ามิชชั่นนารี เป็นท่าที่มีลูกง่ายสุด เพราะสามารถสอดใส่เข้าไปได้ลึก และหลั่งน้ำอสุจิเข้าไปที่ปากมดลูกโดยตรง อีกทั้งยังเป็นท่าที่ทำให้ฝ่ายหญิงได้พักผ่อนนอนสบาย ๆ ไม่ต้องเกร็งตัว โดยหลังมีเพศสัมพันธ์แนะนำให้ฝ่ายหญิงนอนหงายเอาหมอนหนุนสะโพกให้ยกสูง ค้างน้ำอสุจิไว้อย่างน้อย 10-15 นาที เป็นการช่วยให้อสุจิวิ่งไปผสมกับไข่ได้ดีขึ้น

 

Must read : ทำไงให้ท้อง? 12 ทางลัด ที่คนอยากมีลูกไม่ควรพลาด

Must read : วิธีทำลูกแฝด 5 ท่วงท่า อยากได้ลูกแฝด ต้องทำท่านี้?

ท่า Missionary

4. ให้ฝ่ายหญิงไปถึงจุดสุดยอดก่อน (หรือพร้อม ๆ กับฝ่ายชาย)

เพราะการถึงจุดสุดยอดของฝ่ายหญิง จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้มากขึ้น เพราะเมื่อฝ่ายหญิงถึงจุดสุดยอด จะมีการหลั่งน้ำเมือกที่ช่วยนำอสุจิให้ไปถึงไข่ได้ง่ายขึ้น อีกทั้งช่องคลอดยังมีการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อในท้องน้อยหลายครั้ง จึงมีผลทำให้เกิดแรงดูดน้ำอสุจิเข้าไปในโพรงมดลูกได้มากขึ้นด้วย

วิธีนี้มีเคล็ดลับอยู่ว่า.. เมื่อฝ่ายชายหลั่งน้ำอสุจิออกมาในระยะครึ่งชั่วโมงแรกนั้น น้ำอสุจิจะมีลักษณะเป็นเจลที่ยังไม่ละลาย ซึ่งน้ำอสุจินั้นจะต้องละลายเป็นน้ำก่อน ตัวอสุจิจึงจะเคลื่อนไหวได้ เพราะฉะนั้นแล้วผู้หญิงต้องนอนต่อสัก 30 นาที เป็นอย่างน้อย ถ้าจะให้ดีควรรองบริเวณสะโพกด้วยหมอนและนอนในท่าขาชัน ซึ่งจะทำให้ช่องคลอดสามารถเก็บกักน้ำอสุจินานพอและมากพอ โอกาสเกิดการตั้งครรภ์จึงจะมีมาก

Must read : อาหารเพิ่มสเปิร์ม เพิ่มเติมรสชาติชีวิตคู่

Must read : อาหารทำให้ท้อง สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ที่อยากมีลูก

 

ทั้งนี้หากยังสงสัยว่า อยากมีลูกต้องทำไง ปัจจัยด้านสุขภาพร่างกายและจิต ร่วมไปถึงไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิต ก็มีส่วนสำคัญ ควรควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง งดเหล้า บุหรี่ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีและเหมาะสมรวมไปถึงต้องกินอาหารที่มีประโยชน์และครบ 5 หมู่ โดยคุณผู้ชายควรเน้นอาหารที่มีโปรตีน สังกะสี และแมงกานีส เพื่อบำรุงให้อสุจิแข็งแรง เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ อาหารทะเล กล้วยหอม เป็นต้น ส่วนคุณผู้หญิงควรกินโฟลิคทุกวันก่อนคิดที่จะมีลูกอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ลูกในท้องพิการ

Must read : 15 อาหารที่มีโฟเลตสูง ที่แม่ท้องและลูกในท้องควรทาน

 

อ่านต่อ >> “วิธีทำให้มีลูกด้วยการใช้เทคโนโลยีช่วยท้อง” คลิกหน้า 2

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิก :


www.thaihealth.or.th

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ของเล่น เด็ก 4 ขวบ

8 ของเล่น เด็ก 4 ขวบ ฝึกสมอง สร้างสมาธิ เสริมพัฒนาการให้ลูกน้อยวัยอนุบาลโดยเฉพาะ!

สำหรับเด็กทุกวัย “การเล่น” เป็นเหมือนความสุขอันยิ่งใหญ่ของพวกเขา การมองหา ของเล่น เด็ก 4 ขวบ ที่อยู่ในช่วงวัยอนุบาล ซึ่งเป็นวัยที่กำลังเริ่มสนใจเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบด้าน เริ่มเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น “ของเล่น” จึงเป็นอีกตัวช่วยที่ดีต่อการเรียนรู้ของลูก

ของเล่นที่เหมาะสมสำหรับเจ้าตัวน้อยเพื่อเสริมพัฒนาการและทักษะของลูกนั้นมีมากมาย ตั้งแต่ของเล่นดนตรีไปจนถึงศิลปะ งานฝีมือ ของเล่นก่อสร้าง กีฬา เกมกระดาน หนังสือ ตุ๊กตาน่ากอดก่อนนอนและอีกมากมาย มาดูกันค่ะว่าของเล่นแตะละอย่างจะช่วยฝึกสมอง สร้างสมาธิ เสริมพัฒนาการให้ลูกน้อยวัยอนุบาลด้านไหนกันบ้าง

8 ของเล่น เด็ก 4 ขวบ สำหรับลูกน้อยวัยอนุบาลโดยเฉพาะ!

ของเล่นเด็ก 4 ขวบ ฝึกพัฒนาการด้านสติปัญญา

#1 ของเล่นที่มองหาความแตกต่าง เช่น หนังสือเกมส์จับผิดภาพ หรือวงกลมหาภาพที่ซ่อนอยู่ คุณพ่อคุณแม่สามารถชวนลูกเล่มเกมที่หาความแตกต่างด้วยภาพง่าย ๆ เช่น หาภาพสีของเปลือกหอยที่แตกต่างกัน มองหาผู้ชายใส่หมวกสีแดงในภาพ เป็นต้น เกมลักษณะนี้จะช่วยเสริมประสาทสัมผัสระหว่างตาและสมอง ทักษะการวิเคราะห์ และฝึกสมาธิ

ของเล่น เด็ก 4 ขวบ
ของเล่น เด็ก 4 ขวบ

#2 บล็อกสีและตัวเลข ของเล่นที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สอนลูกให้นับตัวเลขด้วยบล็อกตัวเลขและสีอย่างสนุก หรือจะเป็นบล็อกของเล่นทั่วไปเพียงแต่เขียนหรือติดสติ๊กเกอร์ตัวเลขลงบนบล็อกก็จะช่วยให้ลูกได้มีของเล่นที่เพิ่มประสิทธิภาพบูสต์ความฉลาดยิ่งขึ้น ด้วยวิธีการเล่นง่าย ๆ เช่น การเรียงบล็อกตามลำดับตัวเลขที่ถูกต้อง หรือเรียงตามขนาดจากเล็กไปใหญ่ ของเล่นลักษณะนี้จะทำให้ลูกรู้จักตัวเลข เรียนรู้การนับจำนวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้จักขนาด ชื่อสีต่าง ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาความฉลาดด้านคณิตศาสตร์ จัดว่าเป็นของเล่นสำหรับวัย 4 ขวบ อีกหนึ่งอย่างที่มีประโยชน์มาก

#3 รถบังคับ รถยนต์บังคับที่ใช้รีโมทคอนโทรลควบคุมระยะไกล เป็นหนึ่งในของเล่นที่ชื่นชอบมากที่สุดสำหรับเด็กวัยอนุบาล ของเล่นลักษณะนี้จะช่วยสร้างความสนใจและจินตนาการ จากการควบคุมรถเพื่อหักเลี้ยวซ้าย ขวา หาที่จอดรถ ซึ่งยังได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า การเล่นรถบังคับช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้เกี่ยวกับการคำนวณทางเรขาคณิตได้ด้วย

#4 Puzzle หรือจิ๊กซอว์ สำหรับเด็กวัยเล็กจิ๊กซอว์ส่วนใหญ่ประกอบด้วยชิ้นส่วน 10-20 ชิ้น การเล่นจิ๊กซอว์จะช่วยให้เด็ก ๆ ได้ลองใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์ ความสามารถในการแก้ปัญหา และเป็นเกมที่ฝึกความจำได้ดี

ของเล่นเด็ก 4 ขวบ ฝึกพัฒนาการด้านร่างกาย

ของเล่น เด็ก 4 ขวบ
ของเล่น เด็ก 4 ขวบ

 #5 ลูกบอลหรือของเล่นสนาม เด็กวัย 4 ขวบจะมีกล้ามเนื้อมัดใหญ่คือแขน ขาที่แข็งแรงขึ้น การได้วิ่งเล่น กระโดด ปีนป่าย ให้ลูกได้เล่นด้วยของเล่นสนาม เช่น ลูกบอล เล่นซ่อนแอบ เกมวิ่งไล่จับ ฯลฯ เพื่อช่วยเสริมพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ฝึกทักษะการประสานงานของร่างกายในส่วนต่าง ๆ ตา มือ และกล้ามเนื้อ

#6 แป้งโดว์ เป็นของเล่นที่เหมาะสำหรับทุกวัยและให้ประโยชน์ต่าง ๆ อาทิ ช่วยพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์การออกแบบ เสริมจินตนาการ และช่วยฝึกพัฒนากล้ามเนื้อมือ พัฒนากล้ามเนื้อเล็กให้แข็งแรง ทำงานคล่องแคล่วขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเขียนสำหรับเด็ก ๆ ในช่วงอนุบาลและวัย 5-6 ปี

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ  ของเล่นลูกน้อยวัย 4 ขวบช่วยเสริมพัฒนาการสังคมและอารมณ์ คลิกหน้า 2

เรียนเปียโน

เรียนเปียโนดียังไง 6 ข้อดีที่ให้ลูก “เรียนเปียโน” แต่เด็ก

เรียนเปียโนดียังไง ทำไมคุณพ่อคุณแม่หลายบ้านได้สนับสนุนให้ลูกได้เล่นได้เรียนแต่เล็ก ๆ กิจกรรมที่ส่งเสริมลูกยุค 4.0 Amarin Baby&Kids หาคำตอบมาฝากแม่ ๆ แล้วค่า

มีผลวิจัยได้ตีพิมพ์ลงในวารสารทางวิทยาศาสตร์ the Proceedings of the National Academy of Sciences กล่าวว่า “มีหลักฐานว่าการฝึกฝนเล่นเปียโนจะช่วยเพิ่มการทักษะไม่แค่ในด้านดนตรี แต่ยังเป็นทักษะในด้านภาษาด้วย” และจากงานหลายชิ้นก็ระบุว่า คลื่นเสียงเป็นระเบียบอย่างเปียโนนั้นจะช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย สมองส่วนรับรู้เกิดการรับ-ส่ง และเชื่อมโยงเซลล์สมองที่แตกตัวมากขึ้น กระตุ้นสมองเปิดรับสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ดังนั้นไม่เพียงแต่ช่วยให้เรียนรู้ภาษาได้เร็วยิ่งขึ้น แต่การได้เรียนรู้ผ่านเครื่องดนตรีนั้นยังช่วยส่งเสริมทักษะอื่น ๆ อีกหลายด้าน

เรียนเปียโนดียังไง

เรียนเปียโนดียังไง

#1 การเรียนเปียโนช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้

การได้เล่นเปียโนช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสในหลายด้าน เช่น สมองสั่งการ ตามองไปที่ตัวโน้ต มือซ้ายสัมผัสบนคีย์ หูฟัง และเท้าที่ควบคุมความสั้นยาวของเสียง ด้วยวิธีการเล่นของเปียโนเช่นนี้ ทำให้สมองทั้งสองข้างได้พัฒนาไปพร้อมกัน จึงทำให้สมองของเด็กที่เล่นเปียโนแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาที่โดดเด่นมากขึ้น เด็กที่เรียนเปียโนได้สักระยะหนึ่งจะพัฒนาคลังคำศัพท์และจดจำศัพท์ได้ดีกว่าเพื่อนในวัยเดียวกันที่ไม่ได้เรียนดนตรี รวมถึงยังมีทักษะในการทำงานหลายอย่าง เช่น ทักษะในการแก้ไขปัญหา เป็นต้น

#2 การเรียนเปียโนช่วยลดความเครียดและรักษาอาการซึมเศร้าได้

การเรียนเปียโนตั้งแต่เด็ก ดนตรีและเสียงเพลงเปียโนจะช่วยขัดเกลาและเสริมพัฒนาการทางด้านอารมณ์ให้ลูกเป็นเด็กที่อารมณ์ดี มีอารมณ์เชิงบวก สดใส ร่าเริงได้ อีกทั้งมีผลทางวิทยาศาสตร์เผยว่า การเล่นเปียโนสามารถรักษาโรคซึมเศร้าและบรรเทาความเครียดได้ เสียงดนตรีจากเปียโนจึงเป็นผลดีอย่างมากตั้งแต่เด็กเล็กไปจนทุกวัยในครอบครัวที่ช่วยบำบัดอารมณ์ส่งผลให้ครอบครัวมีความสุขได้

เรียนเปียโนดียังไง
pixabay.com

#3 การเรียนเปียโนช่วยเพิ่มพัฒนาการกล้ามเนื้อของมือ

ประโยชน์ของการเรียนเปียโนช่วยพัฒนาการเชื่อมต่อการทำงานประสานระหว่างมือ ตา สมอง และสัมพันธ์กับส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดี เด็กที่เล่นเปียโนเป็นประจำได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีกล้ามเนื้อมือที่แข็งแรงยืดหยุ่นจากการควบคุมมือให้เล่นตรงจังหวะ การทำงานของมือซ้ายที่กดคอร์ด มือขวากดเมโลดี้นั้นทำให้ร่างกายทั้งสองซีกทำงานประสานกัน ทำให้เกิดความคล่องแคล่วมีการเคลื่อนไหวที่แม่นยำ

#4 การเรียนเปียโนส่งผลต่อการเชื่อมโยงกันของเซลล์ประสาทในสมอง

เปียโน เป็นเครื่องดนตรีที่เรียนรู้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ เหมาะสำหรับที่จะเรียนรู้ตั้งแต่เด็ก ภายในไม่กี่นาทีเด็กก็จดจำตัวโนตง่าย ๆ ก่อนที่จะเรียนรู้และเล่นเป็นเพลงในสเต็ปต่อไป การเรียนเปียโนจึงช่วยฝึกทักษะด้านการจำ ส่งผลต่อพัฒนาการด้านสติปัญญา ที่ต่อยอดไปสู่พัฒนาทักษะด้านอื่น ๆ ได้ดีรอบด้านที่จำเป็นต่อความสำเร็จในอนาคต

เรียนเปียโนดียังไง

#5 การเรียนเปียโนส่งเสริมประสิทธิภาพที่ดีขึ้นในโรงเรียน

การเรียนเปียโนมีส่วนช่วยส่งเสริมให้เด็กมีสมาธิที่ดีขึ้น มีการศึกษาแสดงให้เห็นว่าเด็กที่ได้เรียนเปียโนตั้งแต่อายุน้อยสามารถช่วยให้สมองประมวลผลเสียงดีขึ้น เนื่องจากเด็กที่ได้ฝึกฝนเล่นเปียโนนั้นจะทำให้ประสาทการได้ยินทำงานได้ดี หูที่ใช้ในการแยกเสียงโน้ตเปียโนที่แตกต่างกันทำให้มีความสามารถในการแยกความแตกต่างของเสียงต่าง ๆ ได้ดี เมื่ออยู่ในห้องเรียนก็จะทำให้มีสมาธิในขณะที่ครูสอน ซึ่งก็ส่งผลต่อความมั่นใจในการเรียนของลูกได้

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

#6 การเรียนเปียโนส่งผลให้ประสบความสำเร็จ

การเรียนเปียโนจะช่วยสอนให้เด็กมีความรับผิดชอบ ความพยายามต่อการเรียนรู้ในสเกลหรือเพลงที่ยากขึ้น ท้าทายกับการแก้ปัญหา ความขยันฝึกซ้อม ตั้งเป้าหมาย การยอมรับคำติชมจากครูผู้สอน การกล้าแสดงออก ฯลฯ ซึ่งทักษะเหล่านี้สามารถตอบโจทย์และเป็นคุณสมบติจำเป็นที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียน การทำงาน ซึ่งจะช่วยต่อยอดสู่ความสำเร็จในอนาคตได้

จะเห็นว่าพลังของเปียโนนั้นเป็นเครื่องดนตรีที่ช่วยพัฒนาเสริมสร้างพัฒนาการและทักษะต่าง ๆ ให้เจ้าตัวเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่น้อยทีเดียวเลย คงมีหลายบ้านที่ให้ลูกได้เล่นเปียโนตั้งแต่เล็ก คุณแม่ที่สนับสนุนล้วนมองเห็นว่าการให้ลูก เรียนเปียโนดียังไง อาทิเช่น

เรียนเปียโนดียังไง
น้องลูกแพร

คุณแม่ลูกแพร อายุ 6 ขวบ บอกไว้ว่า “การเรียนเปียโนช่วยทำให้น้องมีสมาธิมากขึ้น อารมณ์เย็นขึ้น มีความคิดความจำดี ได้ฝึกความแข็งแรงของนิ้วมื้อ ได้ฝึกความพยายามอดทนในการตั้งใจเรียน ทำให้ลูกมีความกล้าแสดงออก และมองเห็นว่าลูกสามารถนำทักษะที่ได้เรียนไปประกอบอาชีพเสริมได้”

เรียนเปียโนดียังไง
เรียนเปียโนดียังไง

คุณแม่น้องของขวัญ อายุ 7 ขวบ กล่าวว่า “การให้น้องได้เรียนเปียโนจะช่วยกล่อมเกลาจิตใจลูกให้เป็นเด็กอ่อนโยน อารมณ์ดี มีสมาธิ และสามารถที่จะนำความรู้ประกอบเป็นอาชีพในอนาคตได้”

สำหรับการเรียนการเล่นผ่านดนตรีนั้น ไม่ว่าเครื่องดนตรีชนิดใดก็สามารถเสริมทักษะต่าง ๆ ให้กับเจ้าตัวเล็กได้ ขึ้นอยู่กับความถนัดและความชอบของลูก หากคุณพ่อคุณแม่พร้อมส่งเสริมลูกตั้งแต่ยังเด็กก็จะกลายเป็นเล็กพริกขี้หนูที่มาพร้อมกับพัฒนาการที่ดีรอบด้านและนำมาซึ่งความภูมิใจในตัวเอง (Self-Esteeming) ของลูกด้วยนะคะ.

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.khaosod.co.thwww.musikalessons.com

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจอื่นๆ

คลิปเด็ก 5 ขวบเล่นเปียโน มหัศจรรย์แค่ไหนนั้น ให้ข้ามไปดูนาทีที่ 2.58

5 เทคนิคสอนลูกให้เก่ง พรสวรรค์สร้างได้ด้วยสองมือพ่อแม่

“ยิ่งเล่น ยิ่งฉลาด “ พัฒนา PQ (Play Quotient) สร้างลูกให้ฉลาดแข็งแรงจากการเล่นแสนสนุก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ลูกติดมือถือ

ลูกติดมือถือ ติดจอ แก้ไขอย่างไร ?

ลูกติดมือถือ เป็นหนึ่งในปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่มักถามกันเข้ามาบ่อยมากๆ ว่าพอจะมีวิธีแก้ไขพฤติกรรมการเล่นมือถือของลูกบ้างไหม เพราะไม่ว่าจะกินข้าว หรือระหว่างวันจะต้องร้องขอมือถือ ติดมือถือชนิดที่ว่าไม่ให้ก็ร้องงอแง จะเอามือถือให้ได้ พ่อแม่นี่กลุ้มใจกันมาก

 

ลูกติดมือถือ ติดจอ มีแต่ผลเสียต่อสุขภาพ

ความจริงพฤติกรรมการเล่นมือถือของลูก จนกลายเป็นปัญหา ลูกติดมือถือ อาจเป็นเพราะได้ซึมซับพฤติกรรมมาจากพ่อแม่ หรือตัวของพ่อแม่เองนั่นแหละที่หยิบยื่นมือถือให้ลูกเล่น แต่ถ้าจะปล่อยให้เด็กติดมือถือไปแบบนี้เรื่อยๆ เห็นทีจะได้นะคะ เพราะการเล่นมือถือ ติดจออยู่เกือบจะตลอดเวลาของลูก อาจเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบให้สุขภาพแย่ได้ทั้งในระยะสั้น และระยะยาวได้นะคะ

  • สายตาสั้น
  • สายตาพร่า
  • น้ำในตาแห้ง
  • จอประสาทตา , วุ้นในตาเสื่อม
  • สมาธิสั้น
  • อารมณ์แกรี้ยวกราด โมโหง่าย
  • เข้าสังคมไม่เป็น ชอบอยู่กับโลกส่วนตัว
  • นั่งหลังค่อม
  • กระดูกทับเส้น
  • กระดูกต้นคอเสื่อม ฯลฯ

นี่แค่ส่วนหนึ่งของสุขภาพแย่ๆ ผลกระทบจากพฤติกรรมการเล่นมือถือที่สะสมตั้งแต่ที่ลูกเล็กๆ ฉะนั้นเอาเป็นว่าถ้าไม่อยากให้ลูกติดมือถือ ติดจอ แล้วมีสุขภาพพังๆ แบบนี้ เรามาแก้ปัญหาลูกติดมือถือไปพร้อมกันค่ะ อ่อ!!! สิ่งสำคัญคือตัวพ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกเห็นกันด้วยนะคะ แล้วปัญหา เด็กติดมือถือก็จะคล่อยๆ แก้ไขคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ

 

แก้ปัญหาลูกติดมือถือ

มีคำแนะนำ จาก Mom Pro คุณแม่มือโปรโชว์เหนือ คลิกเลยค่ะ

เงินอุดหนุนบุตร เข้าวันไหน

เงินอุดหนุนบุตร เข้าวันไหน? หลัง 15 ต.ค.นี้ ได้เงินแน่ เดือนละ 600 บาท

เงินอุดหนุนบุตร เข้าวันไหน? ได้รับการยืนยันมาแล้วจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่าเงินเด็กแรกเกิดพร้อมเบิกจ่ายให้กับเด็กที่ได้รับสิทธิ์ทุกคน ในวันที่ 15 ตุลาคม นี้

เงินอุดหนุนบุตร เข้าวันไหน? หลัง 15 ต.ค.นี้ ได้เงินแน่ เดือนละ 600 บาท

จากคำถามแม่ ๆ หลายคนว่า เงินอุดหนุนบุตร เข้าวันไหน? เพราะประกาศกรมกิจการเด็กและเยาวชน แจ้งว่า เงินอุดหนุนบุตรเดือนกันยายน 2562 ไม่สามารถเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้กับผู้มีสิทธิฯ ได้ (อ่าน เช็คด่วนเลยแม่! เงินอุดหนุนบุตรเดือนกันยายน 2562 ไม่เข้า ต้องติดต่อที่ไหน?) ในวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมานี้ ก็ได้รับการยืนยันจาก นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ได้เปิดเผยว่า กรณีเรื่องเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดของรัฐบาลมีผู้สอบถามเข้ามามาก ขณะนี้กระทรวงกำลังปรับปรุงระบบฐานข้อมูลและพร้อมเบิกจ่าย 15 ตุลาคมนี้ โดยมีรายละเอียดของข่าว ดังนี้

เนื่องจากทางกระทรวงกำลังปรับปรุงฐานข้อมูล ที่จากเดิมเคยให้เงินอุดหนุนเดือนละ 400 บาท และกำหนดสำหรับครอบครัวที่มีรายได้ไม่เกินปีละ 36,000 บาท ขณะนี้มีการปรับเกณฑ์ใหม่เป็นเดือนละ 600 บาท และรายได้ครอบครัวขยายเป็นไม่เกินปีละ 100,000 บาท นอกจากนี้นยังปรับเกณฑ์จากเด็กอายุไม่เกิน 3 ปี เป็นให้ถึงอายุ 6 ปี

นายจุติ ไกรฤกษ์ กล่าวว่า “จำเป็นต้องปรับฐานข้อมูลให้เท่ากัน เปรียบเสมือนครั้งแรกที่สร้างบ้านให้สร้างสำหรับ 3 ห้องนอนภายหลังปรับเกณฑ์เพิ่มขึ้นว่าจะมีผู้อยู่อาศัยเป็น 10 ห้องนอน จำเป็นต้องต่อเติมบ้านเพื่อรับจำนวนเด็กที่จะมาอยู่เพิ่มขึ้น ขณะนี้กำลังเร่งปรับระบบฐานข้อมูล คาดว่าไม่เกิน 15 ตุลาคมนี้ จะเบิกจ่ายได้ครับ”

เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด
เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด

รมว.พัฒนาสังคมฯ กล่าวด้วยว่า ยังมีบางส่วนที่มาลงทะเบียนแล้ว แต่เอกสารยังไม่ครบ ทำให้ต้องมายื่นเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งหน่วยงานท้องถิ่นและกระทรวงพัฒนาสังคมฯ จะเร่งดำเนินการให้ทุกคน

ทั้งนี้ เด็กที่เกิดตั้งแต่ 1 ต.ค. 2558 – 30 ก.ย. 2561 และเคยรับสิทธิ์แล้ว จะได้ต่อเนื่องเดือนละ 600 บาท จนถึงอายุ 6 ปี โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ส่วนเด็กที่เดิมไม่อยู่ในเกณฑ์เพราะรายได้ครอบครัวเกินปีละ 36,000 บาท แต่เมื่อขยายสิทธิ์เป็น 100,000 บาทแล้ว จะต้องลงทะเบียนใหม่และเริ่มได้รับสิทธิหลังลงทะเบียนถึงอายุครบ 6 ปี

จากข่าวนี้ มีผลให้ครอบครัวที่มีรายได้เกินปีละ 36,000 บาท แต่ไม่เกินปีละ 100,000 บาท ที่มีบุตรอายุไม่เกิน 6 ปี ก็จะสามารถเข้าข่ายที่จะได้รับสิทธิ์ เงินเด็กแรกเกิด ในครั้งนี้ด้วย อ่านเงื่อนไขการลงทะเบียนรับสิทธิ์ เงินอุดหนุนบุตร เข้าวันไหน ได้ที่หน้า 2 ค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ เงินอุดหนุนบุตร เข้าวันไหน? การได้รับสิทธิ์และคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ได้รับ เงินเด็กแรกเกิด สำหรับครอบครัวที่มีรายได้ไม่เกินปีละ 100,000 บาท

ต้นไม้ฟอกอากาศ

ต้นไม้ฟอกอากาศ ช่วยดูดฝุ่น-ลดสารพิษ ได้จริงหรือ?

ทำไม ต้นไม้ฟอกอากาศ ถึงมีความสามารถในการดูดซับฝุ่นละออง PM 2.5 ได้? จะช่วยลดสารพิษได้จริงหรือ? และมีต้นไม้ชนิดไหนบ้างที่ควรปลูกเพื่อลดฝุ่น?

ต้นไม้ฟอกอากาศ ช่วยดูดฝุ่น-ลดสารพิษ ได้จริงหรือ?

ในช่วงนี้ที่ค่าฝุ่น PM 2.5 สูง นอกจากการหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้าน การใช้เครื่องกรองอากาศ การใช้ผ้าปิดจมูกแล้ว การปลูกต้นไม้ก็เป็นอีกวิธี 1 ที่จะช่วยให้ฝุ่น PM 2.5 ลดลงได้

กรมอนามัยแนะวิธีเลี่ยงฝุ่น PM 2.5 ปลูกต้นไม้ก็ช่วยลดฝุ่นได้

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากสถานการณ์หมอกควันในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครหลายจุดมีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน กระทรวงสาธารณสุข จึงมีความห่วงใยประชาชน เนื่องจากคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนอาจสูดดมเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงเจ็บป่วยได้ง่าย เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ รวมทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัว การปฏิบัติตัวที่สำคัญ คือ หลีกเลี่ยงการออกนอกสถานที่รวมทั้งทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงข้างต้น ควรพักผ่อนอยู่ในบ้าน ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด เตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมงดเว้นการสูบบุหรี่ เผาหญ้า ต้นไม้ หรือขยะต่าง ๆ หลีกเลี่ยงกิจกรรมการใช้แรงมาก เช่น การออกกำลังกายในที่โล่งแจ้ง เนื่องจากจะเพิ่มการหายใจเอาอากาศเข้าสู่ร่างกาย 10-20 เท่าตัว ใช้หน้ากากอนามัยปิดปากและจมูก จะทำให้ห่างไกลจากมลพิษทางอากาศได้

นอกจากนี้ นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่าทางกรมอนามัยได้รวบรวมไม้ประดับที่เป็นตัวช่วยในการดักจับสารพิษได้บางส่วน ถือเป็นตัวเสริมที่ทำร่วมกับมาตรการป้องกันฝุ่นละอองอื่นได้ดี เพราะไม้ประดับหลายชนิด สามารถดูดสารพิษในสิ่งแวดล้อมได้ โดยไม้ประดับจะดึงดูดจุลินทรีย์ให้มาอยู่บนหรือรอบๆ ราก และย่อยสลายโครงสร้างอินทรีย์สารที่ซับซ้อนได้ อีกทั้งใบของต้นไม้ยังสามารถดูดซับสารอินทรีย์ที่เป็นก๊าซและย่อยหรือถ่ายโอนของเสียไปยังรากเพื่อใช้เป็นอาหารสำหรับจุลินทรีย์

ต้นไม้กันฝุ่น
ต้นไม้กันฝุ่น ขอบคุณภาพจาก : บ้านและสวน

การปลูกต้นไม้ดักฝุ่น ดักจับสารพิษในอากาศ และสามารถป้องกันฝุ่นละอองได้ เพราะส่วนต่างๆ ของต้นไม้ โดยเฉพาะใบสามารถช่วยดักฝุ่นได้ดี ซึ่งฝุ่นละอองที่ลอยอยู่บนอากาศจะผ่านต้นไม้ติดค้างอยู่บนผิวใบ โดยเฉพาะพืชตระกูลสนจะช่วยดักจับฝุ่นได้ เพราะโครงสร้างของใบมีความละเอียดซับซ้อน แต่หากเป็นไม้เลื้อยจะดักจับฝุ่นได้มากกว่าไม้อื่น เพราะมีพื้นผิวใบมากกว่าต้นไม้อื่น ด้วยลักษณะใบที่เรียวเล็ก ชื้น หยาบ มีขน หรือผิวใบที่เหนียวจะทำให้ฝุ่นเกาะติดใบได้ดี ส่วนลำต้น กิ่งก้านที่มีโครงสร้างพันกันอย่างสลับซ้บซ้อนมีส่วนช่วยดักจับฝุ่นได้เช่นกัน อาทิ ไทรเกาหลี คริสติน่า โมกตะขบ การเวก พวงครามออสเตรเลีย อโศกอินเดีย และสนฉัตร แต่ไม่ควรปลูกไม้ผลัดใบ เพราะบางช่วงไม่มีใบดักฝุ่น ก่อนปลูกจึงต้องเลือกชนิดต้นไม้ให้เหมาะสมกับสภาพหรือบริเวณที่จะปลูก

อยู่ในบ้านหรืออาคารก็เจอฝุ่นได้

จากการศึกษาวิจัยของ ผศ.ดร.สิริลักษณ์ เจียรากร นักวิชาการศูนย์วิจัยมลพิษอากาศในอาคาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กับ ดร.ประพัทธ์ พงษ์เกียรติกุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพื่อศึกษามลพิษอากาศในอาคาร เมื่อปี 2554 พบว่าจากการเก็บตัวอย่างอากาศภายในอาคารที่ติดเครื่องปรับอากาศ มีมลพิษที่เป็นอันตรายไม่น้อยกว่ามลพิษภายนอกอาคาร โดยเฉพาะคนในเมืองใช้ชีวิตอยู่ภายในอาคารที่มีเครื่องปรับอากาศประมาณ 20 ชั่วโมงต่อวัน จากการใช้รถปรับอากาศ ห้องทำงาน ห้องนอน ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ซึ่งคุณภาพอากาศในอาคาร เป็นภัยเงียบที่แฝงอยู่ในชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพโดยไม่รู้ตัว

งานวิจัยชิ้นนี้ได้ตรวจวัดมลพิษที่เกิดจากการใช้เครื่องถ่ายเอกสาร และเครื่องพิมพ์ภายในอาคารสำนักงาน พบสารระเหย ได้แก่ เบนซิน โทลูอีน และโอโซน โดยตรวจพบปริมาณที่มีค่าเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากล ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ มีอาการแสบจมูก ระคายเคืองในเยื่อบุทางเดินหายใจ และอาจทำให้เกิดผื่นแพ้ที่ผิวหนัง เนื่องจากขณะที่ถ่ายเอกสารหรือสั่งพิมพ์นั้น สารที่เป็นองค์ประกอบในผงหมึกเมื่อถูกความร้อนจะระเหยเป็นไอ สารระเหยในผงหมึกดังกล่าวนี้จัดเป็นสารก่อมะเร็ง นอกจากนี้ ยังพบฝุ่นละอองขนาดเล็กต่ำกว่า 2.5 ไมโคร หรือ PM 2.5 ฟุ้งกระจายออกมาในขณะพิมพ์ และเข้าสู่ถุงลมในปอดได้ง่าย เพราะเป็นฝุ่นระดับอนุภาคที่ร่างกายไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการจามเหมือนฝุ่นขนาดใหญ่ ทำให้เป็นโรคภูมิแพ้ เป็นหวัดไม่หาย ไซนัสเรื้อรัง

9 ต้นไม้ฟอกอากาศ และไม้ประดับลดฝุ่นในอาคาร

ไม้ประดับฟอกอากาศ
เฟิร์นบอสตัน

เฟิร์นบอสตัน เป็นไม้ประดับที่ช่วยทำความสะอาดให้แก่อากาศภายในได้ดีชนิดหนึ่ง เป็น ต้นไม้ฟอกอากาศ ที่สามารถกันฝุ่น-ดูดสารพิษได้มาก โดยเฉพาะสารจำพวกฟอร์มาดีไฮด์ และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่อาคารภายในอาคารได้เป็นอย่างดี

เขียวหมื่นปี ไม้ในตระกูลนี้คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้จักกันในชื่อว่านมงคลที่มีสรรพคุณต่างๆ กันตามความเชื่อถือ เช่น ว่านเขียวพันปี, ว่านเขียวหมื่นปี เชื่อว่าจะทำให้ผู้ปลูกเลี้ยงมีอายุยืนนาน ว่านกวักทองคำ เชื่อว่าจะทำให้ค้าขายดีสามารถกวักสิ่งดีๆ ให้มาหาได้ ว่านเงินเต็มบ้าน เชื่อว่าจะทำให้ร่ำรวยเงินตราไม่รู้จบ เขียวหมื่นปีมีคุณสมบัติในการดูดสารพิษในระดับปานกลาง แต่มีอัตราการคายความชื้นสูง และมีประสิทธิภาพสูงในการดูดสารพิษจำพวก ฟอร์มัลดีไฮด์ จึงเหมาะที่นำไปปลูกเป็นไม้ประดับสำหรับดูดสารพิษอีกชนิดหนึ่ง

ยางอินเดีย ในบรรดาต้นไม้ขนาดใหญ่ด้วยกันแล้ว ยางอินเดียเป็นไม้ประดับภายในอาคารที่น่าสนใจ เพราะเจริญเติบโตได้ดีถึงแม้จะมีแสงน้อย ปลูกง่าย ทนทาน ต้องการน้ำไม่มาก แต่ในทางตรงกันข้ามกลับเป็นพืชที่คายความชื้นได้มาก และที่สำคัญเป็นพืชที่สามารถดูดสารพิษช่วยฟอกอากาศภายในบ้านและสำนักงานได้อย่างดีเยี่ยม

ต้นไม้ดูดฝุ่น
เดหลี

เดหลี เป็นไม้ที่คายความชื้นสูง ในขณะที่มีความสามารถสูงในการดูดสารพิษและลดฝุ่นภายในอาคาร ดหลีสามารถดูดสารพิษจำพวกแอลกอฮอล์ อาซีโตน ไตรคลอไรเอทีรีน เบนซีนและฟอร์มาดีไฮด์ และสามารถดูดได้ในปริมาณมาก จึงไม่ควรลืมที่จะปลูกเดหลีเป็น ต้นไม้ฟอกอากาศ ไว้ภายในอาคารสำนักงานหรือภายในบ้านเรือน

ลิ้นมังกร ถึงแม้คุณสมบัติในการดูดสารพิษของลิ้นมังกรจะไม่มากนัก แต่คุณสมบัติเด่นของลิ้นมังกรอยู่ที่เป็นพืชที่คายออกซิเจนออกมาตอนกลางคืนและดูดคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป จึงเหมาะที่จะปลูกไว้ในห้องนอน

ไอวี่ ไม้เลื้อยเนื้ออ่อนขนาดเล็ก ไม้ประดับที่นิยมนำมาปลูกเลี้ยงภายในอาคาร ใบมีความสวยงามต่างกันไปมากมายหลายสายพันธุ์ เหมาะจะปลูกเป็นไม้กระถางหรือไม้แขวน มีประสิทธิภาพสูงในการลดมลพิษในอากาศ โดยเฉพาะฟอร์มาลดีไฮด์

ต้นไม้ดูดสารพิษ
พลูด่าง

พลูด่าง เป็นเหมือนเครื่องกรองอากาศชั้นดี เพราะสามารถฟอกอากาศได้ ช่วยลดปริมาณเบนซินและสารละลายไตรคลอโรเอทิลีนที่ปนในอากาศ และมีคุณสมบัติในการปล่อยความชื้นออกมาให้อากาศไม่แห้งจนเกินไป โดยการปลูก ต้องปลูกในที่สว่าง แต่อย่าให้โดนแสงโดยตรง

ฟิโลหูช้าง มีประสิทธิภาพในการคายความชื้นสูงเนื่องจากมีขนาดใบใหญ่จึงเหมาะที่จะไว้ในพื้นที่ที่เปิดเครื่องปรับอากาศเป็นเวลานาน ๆ เช่นในสำนักงาน และมีอัตราการดูดสารพิษปานกลาง

เสน่ห์จันทร์แดง เป็นไม้ประดับที่มีความสามารถในการดูดสารพิษในอากาศได้ปานกลาง โดยเฉพาะสารพิษจำพวกแอมโมเนีย

ต้นไม้ฟอกอากาศ ก็เหมือนเครื่องฟอกอากาศธรรมชาติที่ราคาไม่แพงและยังดูแลไม่ยาก หากทุกบ้านช่วยกันปลูกต้นไม้คนละต้น 2 ต้น เมื่อมีต้นไม้เยอะขึ้นก็จะช่วยลดฝุ่น PM 2.5 ได้ไม่มากก็น้อยค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : สสส., www.panmai.com, บ้านและสวน, mgronline.com

ลูกสำลักนม

เตือนแม่มือใหม่ “ป้อนนมลูกผิดวิธีผิดท่า” เสี่ยง! ลูกสำลักนม เสียชีวิต

สำลักนม คร่าชีวิต!!! .. พ่อแม่มือใหม่ระวังให้ดี! หากป้อนนมลูก (ทั้งจากเต้าและขวดนม) ผิดท่า ผิดวิธี เสี่ยงทำ ลูกสำลักนม เสียชีวิตได้ แล้วการป้อนนมที่ถูกต้องคือแบบไหน และหาก ลูกสำลักนม ต้องรับมืออย่างไร ตามมาดูกันเลย

พ่อแม่มือใหม่ระวัง! ป้อนนมลูกผิดท่า
เสี่ยง ลูกสำลักนม เสียชีวิต

จากข่าวการหายตัวไปของทารกวัย 18 วัน ซึ่งต่อมาพบว่ากลายเป็นศพ สาเหตุมาจากเห็น ลูกสำลักนม โดยผู้เป็นแม่สารภาพว่า ก่อนที่ลูกจะเสียชีวิต ได้ป้อนนมลูกโดยไม่ได้ใช้มือจับขวดนม แต่ใช้ผ้าอ้อมดันขวดนมแทน ส่วนตัวเองนั่งเล่นมือถืออยู่ข้าง ๆ พอหันกลับมา ก็พบว่าลูกเสียชีวิตแล้ว และไม่รู้จะทำอย่างไร จึงนำศพไปซ่อนในกระเป๋าเดินทางที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าชั้น 2 พร้อมแจ้งความเท็จว่าลูกหาย!

ลูกสำลักนม

 

แต่พอเรื่องเริ่มแดงและศพเริ่มส่งกลิ่น จึงนำศพลูกมาทิ้งหลังห้องน้ำ โดยโยนศพลงมาข้างล่าง ต่อมา ผู้เป็นตาของทารกจึงไปพบศพหลานอยู่หลังห้องน้ำ 

ส่วนเหตุผลที่เห็นลูกเสียชีวิตแล้วไม่นำส่งโรงพยาบาลหรือร้องขอความช่วยเหลือ แต่กลับสร้างเรื่องหลอกคนอื่นนั้น ผู้เป็นแม่ยอมรับว่า ต้องการปัดความผิด และตอนนั้นเครียด สับสน จึงพยายามสร้างสถานการณ์ขึ้นมาว่าลูกถูกฆาตกรรมและโดนหมาคาบไป พร้อมยืนยันว่าตนเองมีอาการเครียดมาก แต่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

ข้อมูลข่าวจาก : hilight.kapook.com

 

ซึ่งจากข่าวนี้ ทางทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงมองเห็นถึงความสำคัญในการเลี้ยงดูลูกทารกที่พ่อแม่มือใหม่ควรมีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการป้อนนมลูกที่ถูกท่าถูกวิธี รวมไปถึงการป้องกันและรับมือเมื่อ ลูกสำลักนม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ข้างต้นได้ โดยประเด็นนี้ทางเพจ Drama-addict ก็ได้พูดถึงเช่นกันว่า การสำลักนมในทารกแรกเกิด เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อย และส่วนมากจะเป็นเด็กที่กินนมขวด (เด็กที่สำลักขณะกินนมแม่ก็มีแต่น้อยกว่า) เนื่องจากเวลาที่ลูกดูดนมจากขวด น้ำนมจะไหลมาเรื่อยๆ ส่วนนมแม่จะไหลตอนที่ลูกออกแรงดูด … ซึ่งถ้าปล่อยให้เด็กทารกดูดนมคนเดียว โดยไม่มีใครดูแล หากขวดนมเปลี่ยนองศาสูง จนน้ำนมไหลทะลักออกมาจากจุกนม ก็เพียงพอที่จะทำให้เด็กสำลักนมจนตายได้

Must read : แนะวิธี การเลือกขวดนม จุกนม ให้ลูกแรกเกิดที่ดีและปลอดภัย

หรือกรณีที่ใช้อุปกรณ์แปลกๆ เช่น พวกไม้ค้ำ แท่นค้ำขวดนม รวมไปถึงการใช้หมอน/ผ้าอ้อม เพื่อให้ขวดนมอยู่ในองศาสูงๆตอนเด็กกิน (พ่อแม่ไม่ต้องลำบากถือให้เมื่อยมือ) และการป้อนนมที่ไม่เหมาะสมก็ทำให้ ลูกสำลักนม ได้ เช่น ป้อนนมเยอะเกินไป คนเลี้ยงเข้าใจว่าเด็กร้องไห้แปลว่าหิว พอร้องปุ๊บ จึงเอาขวดนมป้อนใส่ปาก ทั้งๆ ที่เด็กอาจร้องจากสาเหตุอื่น แบบนี้ก็ทำให้เด็กสำลักนมได้ หรือการใช้จุกนมที่รูใหญ่เกินไป (จุกนมที่ไม่ได้มาตรฐาน) จนน้ำนมไหลออกมามากเกินไป ก็จะทำให้เสี่ยงสำลักมากขึ้น

Must read : แม่ต้องรู้! 9 สัญญาณ บ่งบอกเมื่อ ลูกหิวนม

 

อ่านต่อ >> “วิธีการเอาลูกเข้าเต้าและดูดขวดที่ถูกต้อง” คลิกหน้า 2

 

อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก :


ขอบคุณข้อมูลจากเพจ Drama-addict

โฟร์โมสต์ ปันนมปันน้ำใจ

“โฟร์โมสต์” ปันนมปันน้ำใจ ภารกิจช่วยภัยน้ำท่วม

บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ ที่อยู่เคียงข้างคนไทยมานานกว่า 60 ปี นำโดย ดร.โอฬาร โชว์วิวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ (ที่ 2 จากขวา) เดินหน้าปฏิบัติภารกิจในโครงการ “โฟร์โมสต์ ปันนมปันน้ำใจ ภารกิจช่วยภัยน้ำท่วม” ร่วมใจมอบผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ ยูเอชที จำนวน 14,400 กล่องมูลค่ากว่า 170,000 บาท ให้กับ คุณดวงรัตน์ มหาวนิช รองผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เพื่อส่งน้ำใจไปช่วยเหลือให้พี่น้องจังหวัดอุบลราชธานี ที่กำลังประสบอุทกภัยอย่างหนักในครั้งนี้ ได้อิ่มท้องจากน้ำนมที่เปี่ยมด้วยคุณค่าโภชนาการ พร้อมบำรุงสุขภาพในยามนี้ให้แข็งแรง

บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

โฟร์โมสต์รับประกาศนียบัตร คาร์บอนฟุตพริ้นท์ระดับองค์กร

บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นม “โฟร์โมสต์” นำโดย นายสุทธิพงศ์ ลาภอนันต์ และ นายสงกรานต์ ปิยะวงศ์รุ่งเรือง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัยชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม เข้ารับประกาศนียบัตรคาร์บอนฟุตพริ้นท์ระดับองค์กร พร้อมขับเคลื่อนพันธกิจในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ในงานร้อยดวงใจร่วมใจลดโลกร้อน จากกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยได้รับเกียรติจาก นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีพร้อมมอบประกาศนียบัตร ณ ห้องเมย์แฟร์แกรนด์บอลรูมชั้น 11 โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ กรุงเทพฯ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา

 

พาลูกเที่ยว เดือนตุลาคม

พาลูกเที่ยว เดือนตุลาคม หลากกิจกรรมสุดมันส์ต้อนรับปิดเทอม

ช่วงเวลาแสนสนุกของทุกคนในครอบครัวมาถึงแล้ว กับปิดเทอมที่เด็กๆ จะได้กิจกรรมที่ชอบ แถมเที่ยวสนุกกับคุณพ่อคุณแม่ได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้ายังไม่มีแพลนกิจกรรมเอาไว้ Amarin Baby & Kids คัดสรรกิจกรรมดี ๆ สำหรับ พาลูกเที่ยว เดือนตุลาคม มาไว้ให้เลือกตามความถนัดมากมาย

พาลูกเที่ยว เดือนตุลาคม กับกิจกรรมสนุกทั้งย้อนยุคและโลกอนาคต

กิจกรรม พาลูกเที่ยว เดือนตุลาคม มีความพิเศษมากมายส่วนใหญ่สามารถเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกันได้ทั้งครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นมหกรรมหนังสือแห่งชาติ workshop รักษ์โลก หรือออกไปสัมผัสกับวัฒนธรรม และธรรมชาติในชุมชนอย่างที่เด็กๆ ชอบ นอกจากจะใช้เวลาว่างเป็นประโยชน์แล้ว ยังช่วยพัฒนาทักษะและเสริมประสบการณ์ชีวิตให้ลูกๆ นอกห้องเรียนด้วย จะมีกิจกรรมอะไรบ้างตามมาดูกันเลย

พาลูกเที่ยว เดือนตุลาคม

“อาณาจักรวาล” โซนใหม่ เปิดให้เล่นฟรี @พิพิธภัณฑ์เด็ก จตุจักร

วันที่จัดกิจกรรม : ทุกวันอังคาร – ศุกร์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป

เด็กๆบ้านไหนอยากเป็นนักบินอวกาศต้องไม่พลาด กับโซนใหม่ของพิพิธภัณฑ์เด็ก จตุจักร “อาณาจักรวาล” เปิดให้เด็ก ๆ ไปทดลองเล่นสนุกกันฟรี เพื่อทดสอบระบบ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/bkkchildrensmuseum/photos/a.478511288958410/1550385641770964/?type=3&theater

พาลูกเที่ยว เดือนตุลาคม

เที่ยวสวนนงนุชฟรี @สวนนงนุช

วันที่จัดกิจกรรม : วันนี้ – 31 ตุลาคม 2562

ถึงคิวคุณพ่อคุณแม่ชาวนนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม พาลูกไปเที่ยวสวนนงนุชแบบฟรีๆ ช่วงปิดเทอมนี้ พบกับรูปปั้นไดโนเสาร์เสมือนจริงหลายสายพันธุ์ พร้อมสวนนานาพันธุ์ขนาดใหญ่  เข้าฟรีกันได้ทั้งครอบครัว แค่พกบัตรประชา หรือสูติบัตรไปด้วย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/Garden.Nongnooch/posts/2747416195282935?__tn__=-R

พาลูกเที่ยว เดือนตุลาคม

Workshop เลี้ยงแกะและเกษตรกรรม @ Easy Living Sheep Farm

วันที่จัดกิจกรรม : วันนี้ – 31 ตุลาคม 2562

กิจกรรมสนุกกลางสวนเกษตรในกรุง ที่เด็กๆจะได้แปลงร่างเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ทดลองทำปุ๋ยคอก ปลูกผัก ทำอาหารและน้ำสมุนไพร จากวิทยากรมืออาชีพ สนุกได้ทั้งครอบครัว ถ้าสนใจต้องรีบสมัคร เพราะรับแค่วันละ 20 ครอบครัว ค่าใช้จ่ายไม่แพงอย่างที่คิด

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=371879223716699&id=254356282135661&comment_id=380561666181788&notif_id=1569628472208007&notif_t=comment_mention&ref=notif

 

พาลูกเที่ยว เดือนตุลาคม

ลงทะเบียนแข่งคลาน @Amarin Baby & Kids Fair ครั้งที่ 15

วันที่จัดกิจกรรม : ตั้งแต่วันนี้ – 20 ตุลาคม 2562

กิจกรรมดีๆ ที่คุณแม่ลูกวัยคลานต้องไม่พลาด กับการให้ลูกน้อยลงแข่งคลานพิสูจน์ความแข็งแรง ท่ามกลางบรรยากาศสนุกสนาน ในงาน Amarin Baby & Kids Fair ครั้งที่ 15 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 พฤศจิกายน 2562 ที่ Hall 98 – 99 ไบเทค บางนา

ลงทะเบียนและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.amarinfair.com/brands/amarin-baby-and-kids/fairs/13

 

พาลูกเที่ยว เดือนตุลาคม

มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 24 @อิมแพ็ค เมืองทองธานี

วันที่จัดกิจกรรม :  2- 13 ตุลาคม 2562

มหกรรมหนังสือครั้งใหญ่ประจำปีสำหรับทุกคนในครอบครัว พิเศษกว่าเดิมกับการยกพลไปจัดในสถานที่ใหม่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมกองทัพหลายหมื่นเล่ม

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/bookthai/?__tn__=kCH-R&eid=ARAj1zllTcX03eG41Iwhdr_nwqGdct37LuNRa-DLLxs0wqHSW_nP5gHKeR2vmDkUtedKHi-ImpRqndEU&hc_ref=ARSUGd2PAyvlZIctWFh0ILJ2Nd3YkL00UGY31GRhGRB9lN_7JF862DouhYG18MURkqQ

 

พาลูกเที่ยว เดือนตุลาคม

คลองบางลำพู เฟสติวัล @พิพิธภัณฑ์บางลำพู ถ.พระสุเมรุ

วันที่จัดกิจกรรม : 5-6 ตุลาคม  2562

นิทรรศการชุมชนเก่าแก่ของกรุงเทพฯ ที่มีประวัติศาสตร์และไลฟ์สไตล์มายาวนาน ถ้าไม่อยากเที่ยวไกล ลองพาลูกเดินเล่นแถวบางลำพู มีมุมสวยๆให้ถ่ายรูป ของกินอร่อยๆ แถมกิจกรรมมากมาย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.museumthailand.com/th/3015/activities/คลองบางลำพู-เฟสติวัล/

พาลูกเที่ยว เดือนตุลาคม

CPR สวนณ.อารีย์ @Kid Mai Death Awareness Café

วันที่จัดกิจกรรม : 6 ตุลาคม  2562

กิจกรรมสอนปั๊มหัวใจ CPR และการใช้เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ AED สมัครฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เรียนได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง

สมัครร่วมกิจกรรมและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/events/1097606120436030/

พาลูกเที่ยว เดือนตุลาคม

คุณหมึกนักสร้างนักซ่อม @PlanNeramit

วันที่จัดกิจกรรม: 9,11,15 และ 17 ตุลาคม 2562

ชวนเด็กๆ เล่นสนุกช่วยแก้ไขปัญหาให้คุณกระต่ายช่างตัดเสื้อ ที่ต้องปวดหัวกับการตัดเสื้อและต้องคอยแก้ไขเสื้อให้ฝูงลูกอ๊อดที่ร่างกายเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน กิจกรรมเสริมสร้างสรรค์ คิดซ่อมแซม ฝึกกล้ามเนื้อ และทักษะแก้ปัญหา

สมัครและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/events/529320940974326/

 

พาลูกเที่ยว เดือนตุลาคม

Good Society Expo @Central World

วันที่จัดกิจกรรม : 10 -13 ตุลาคม  2562

ชวนเด็กๆ มาช่วยกันเก็บ คัด แยก ล้าง ตาก ขยะพลาสติก แล้วนำมาบริจาค/ร่วมกิจกรรมมากมายในงาน พบกับกิจกรรมมากมาย ทั้งคัดแยกขยะ บริจาคกล่องนมและถุงพลาสติก ปลูกต้นไม้ และศึกษาความรู้ดีๆจากห้องเรียนธรรมชาติ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/search/top/?q=centralworld&epa=SEARCH_BOX

 

พาลูกเที่ยว เดือนตุลาคม

งานสัปดาห์เลโก้แห่งชาติ BRICKLIVE  @ไอคอนสยาม

เปิดขายบัตรวันที่ : 12 ตุลาคม  2562 เป็นต้นไป

มหกรรมต่อเลโก้กว่าล้านชิ้นกลับมาแล้ว! พร้อมธีมใหม่เอาใจแฟน สตาร์ วอร์ส บัตรเข้าชมและทำกิจกรรมราคา  500 บาท ซื้อได้ที่ไทยทิกเก็ตเมเจอร์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thaiticketmajor.com

พาลูกเที่ยว เดือนตุลาคม
พาลูกเที่ยว เดือนตุลาคม หุ่นมือเล่านิทาน

 The Leaf Puppets Day @Plannaramit

วันที่จัดกิจกรรม: 19 -20 ตุลาคม 2562

ชิญชวนเด็กๆ มาทำหุ่นเงาจากธรรมชาติ นำใบไม้ กิ่งไม้รอบๆ บ้าน มาสร้างสรรค์เป็นตัวหุ่นตามจินตนาการของเด็กๆ ที่ทำเล่นได้ง่ายๆ แล้วมาล้อมวงเล่าเรื่องสนุกๆ จากนิทานใบไม้กัน ปิดท้ายด้วยละครหุ่นเงาของเป็ดกูจีกูจี

สมัครและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/events/2351892685075964/

 

พาลูกเที่ยว เดือนตุลาคม

 1 คืนอัศจรรย์ กับ 1 วันสุดพิเศษ ณ ดินแดนไดโนเสาร์ @ พิพิธภัณฑ์สิรินธร

วันที่จัดกิจกรรม : 22 -23 ตุลาคม  2562

โอกาสพิเศษของหนูๆ วัย 5 – 12 ปีที่จะได้ย้อนรอยไปรู้จักไดโนเสาร์ให้มากขึ้น กับกูรูเรื่องไดโนเสาร์ตัวจริง พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษแบบค้างคืน ถ้าสนใจต้องรีบสมัครด่วน เพราะรับแค่ 20 ครอบครัวเท่านั้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ museumthailand.com/th/2996/activities/ 1-คืนอัศจรรย์-1-วันสุดพิเศษ-ณ-ดินแดนไดโนเสาร์/

พาลูกเที่ยว เดือนตุลาคม

 

นิทานอ่านเล่น @สสส.

วันที่จัดกิจกรรม : 26 ตุลาคม  2562

มาสร้างการเรียนรู้ผ่านการอ่านหนังสือ ให้กลายเป็นเรื่องเล่น เรื่องสนุก สำหรับทุกคนในครอบครัวได้อย่างไร มาร่วมเสวนาหาคำตอบกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญว่าจะอ่านนิทานอย่างไรให้ลูกสนุกและอยากฟังนิทานแบบไม่รู้จบ

สมัครร่วมกิจกรรมและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/Sookcenter/photos/a.1504016363185091/2392224074364311/?type=1&theater

พาลูกเที่ยว เดือนตุลาคม

“Discover The New Shark Family” ออกสำรวจใต้ท้องทะเล  @SeaLife Bangkok

วันที่จัดกิจกรรม: เริ่มเดือนตุลาคมนี้

ออกสำรวจโลกใต้ท้องทะเลพร้อมทำภารกิจตามหาผองเพื่อนสมาชิกใหม่ตระกูลฉลาม 65 ชีวิต จาก 15 สายพันธุ์ เช่น ปลาฉนาก ปลาโรนิน และปลาโรนัน  โชว์ให้อาหารใหม่ และการแสดงของสัตว์ทะเลน่ารักมากมาย

ติดตามกิจกรรมย้อนหลังได้ที่ 

พาลูกเที่ยว เดือนกันยายน กับหลากกิจกรรมสุดว้าวของเด็กทุกวัย

8 วิธีเพื่อพ่อ เล่นกับลูกอย่างไรให้ฉลาด !?

เล่นกับลูกอย่างไรให้ฉลาด !? เพราะการเลี้ยงลูก เล่นกับลูก ก็ทำให้ลูกฉลาดได้ โดยเฉพาะเมื่อลูกได้เล่นหรือได้รับความรักและการเลี้ยงดูจาก “พ่อ”

แนะ!! 8 วิธีเพื่อพ่อ เล่นกับลูกอย่างไรให้ฉลาด

เนื่องจากมีผลวิจัยและการศึกษามากมายยืนยันว่า  “พ่อ” ที่มีปฏิสัมพันธ์กับลูกน้อยมาก ในช่วง 2-3 เดือนแรกหลังคลอด จะส่งผลต่อพัฒนาการทางด้านความคิดของลูก

เพราะเด็กที่มีคุณพ่อเข้ามาช่วยคุณแม่ดูแล หรือคอยเลี้ยงดูตั้งแต่เล็กๆ จะทำให้เขามีพัฒนาการที่ดีในการเรียนรู้ที่ดี และมักประสบความสำเร็จในชีวิตได้ ยิ่งถ้าคุณพ่อเข้ามาช่วยคุณแม่ดูแลได้เร็วเท่าไหร่ อาจมาพูดคุยหรือเล่นกับลูกตั้งแต่ยังอยู่ในท้องเลยก็ได้ ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างพ่อกับลูก ก็จะยิ่งเป็นไปได้ด้วยดีเท่านั้น

Must read : 10 วิธีกระตุ้นให้ลูกดิ้น ต้องเล่นกับลูกในท้อง

โดยผลงานวิจัยที่ว่านี้มาจาก Imperial College London King’s College London ซึ่งได้ร่วมมือกับนักวิจัยของ Oxford University เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกน้อยวัย 3 เดือน และจากการศึกษาก็พบว่า… การมีส่วนร่วมของคุณพ่อในการเลี้ยงดูลูก และเล่นกับลูก ช่วยให้ลูกฉลาดขึ้นได้ เมื่อลูกมีอายุ 2 ขวบ!

ซึ่งนักวิจัยได้ทำการทดสอบ โดยสังเกตจากพฤติกรรมของเด็ก ในระหว่างที่อ่านหนังสือ แล้วนำเกณฑ์เรื่องสี และรูปร่าง มาใช้ในการวัดประเมินพัฒนาการของสมอง เรียกเครื่องมือนี้ว่า Bayley mental development index และผลงานวิจัยยังระบุอีกว่า “หากคุณพ่อมีความใจเย็น และความอ่อนโยนต่อลูกมากเท่าไหร่ พัฒนาการด้านสมองของลูกน้อยก็จะยิ่งดีขึ้นมากเท่านั้น!!!

ข้อมูลอ้างอิงจาก : Thebump

จะลูกสาว หรือลูกชายก็ต้องการพ่อเหมือนกัน

ทั้งนี้ในการเลี้ยงหรือ เล่นกับลูกอย่างไรให้ฉลาด สำหรับลูกชายแล้ว พ่อเป็นต้นแบบของความเป็นพ่อ และความเป็นผู้ชายที่ดี สิ่งเหล่านี้ จะซึมซับในใจของลูก และเป็นต้นแบบให้กับเขาต่อไป ส่วนลูกสาว ถึงจะมีแม่เป็นต้นแบบหลัก แต่ก็ได้ลักษณะที่ดีจากพ่อด้วย คือ ลูกสาวจะได้เรียนรู้ถึงความสัมพันธ์ที่ไว้ใจกับคนต่างเพศ ผ่านความสัมพันธ์กับพ่อ พี่ชาย และน้องชายเป็นด่านแรก ถ้าสิ่งเหล่านี้ดี เด็กก็จะกล้ามีปฏิสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ การเป็นพ่อที่ดี ลูกสาวจะใช้เป็นเกณฑ์เลือกคู่ครองในอนาคตด้วย

ซึ่งหากคุณพ่อไม่รู้ และสงสัยว่า ควรจะเลี้ยง หรือ เล่นกับลูกอย่างไรให้ฉลาด ให้ลูกมีพัฒนาการทางด้านสมอง ร่างกาย และจิตใจที่ดีได้ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีคำแนะนำดีๆ มาฝากค่ะ

เล่นกับลูกอย่างไรถึงจะดี เล่นกับลูกอย่างไรให้ฉลาด !?

วิธีที่ดีที่สุดที่จะพัฒนาเซลล์ประสาทในสมองของลูก คือการให้ในสิ่งที่ลูกต้องการในแต่ละช่วงอายุ ควรเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่จิตใจที่อ่อนโยนของคุณพ่อ รวมไปถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่อบอุ่นและปลอดภัย การเลี้ยงดูหรือเล่นกับลูกที่ใส่ใจ โดยคุณพ่อสามารถทำได้ ดังนี้

1. ช่วยอาบน้ำ ป้อนนม อุ้มเรอ เปลี่ยนผ้าอ้อม

ในช่วงแรกเกิด สิ่งที่คุณพ่อสามารถช่วยคุณแม่เลี้ยงลูก หรือทำแทนคุณแม่ได้ เช่น พาลูกอาบน้ำพร้อมเล่นพูดคุยขณะอาบน้ำให้ลูก การป้อนนมขากขวดโดยให้กอดลูกไว้แนบอก พร้อมส่งยิ้มหวานเสมือนเป็นแม่ หรือจะขออุ้มลูกเรอ หลังคุณแม่ให้นมอิ่ม พาลูกเดินพร้อมลูบหลังไปเพลินๆ ก็ได้ รวมไปถึงการช่วยเปลี่ยนผ้าอ้อม อีกหนึ่งความสัมพันธ์ดีๆ ที่มีแค่พ่อกับลูกเท่านั้น พร้อมพิสูจน์ว่าแม้อึอึ๊ลูกจะเหม็น แต่พ่อก็รัก พ่อก็ทนได้ การกระทำต่างๆ เหล่านี้จะทำให้ลูกคุ้นเคยและรู้จักคุณพ่อมากขึ้นนั่นเอง

อ่าน >> “วิธีเล่นกับลูกอย่างไรให้ฉลาด” คลิกหน้า 2

 

ฝันว่าตัวเองท้อง

ฝันว่าตัวเองท้อง ลางดีหรือลางร้าย? ฝันแบบไหนถึงได้ลูก?

ผู้หญิงที่ ฝันว่าตัวเองท้อง เมื่อตื่นขึ้นมามักจะสงสัยว่ามันแปลว่าอะไร? หมายความว่าเราจะตั้งครรภ์จริงหรือไม่? ฝันแบบนี้จะทำให้มีโชครับทรัพย์หรือไม่? มาดูกันค่ะ

ฝันว่าตัวเองท้อง ลางดีหรือลางร้าย? ฝันแบบไหนถึงได้ลูก?

ฝันว่าตัวเองท้อง เป็นลางดีหรือลางร้าย?

ฝันว่าตัวเองท้อง ทำนายว่า ระวังสิ่งของที่คนแปลกหน้านำมาให้นี้อาจมีเจตนาอื่นแฝงอยู่ ช่วงมารผจญ ระวังการกลับบ้านดึก ๆ และหลีกเลี่ยงการไปงานศพ อาจจะได้เงินคืนจากลูกหนี้แบบไม่คาดคิดมาก่อน

ด้านความรัก คนโสดอดใจรอหน่อย เพราะช่วงปลายนี้มีแววได้โคแก่มาเป็นคู่แน่ ๆ ไม่ควรเปิดใจรับใครใหม่ ๆ ในตอนนี้ เพราะอาจจะทำให้คุณคิดมากได้ อารมณ์ของคุณในระยะนี้ขึ้น ๆ ลง ๆ บ่อยมากและมักจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้

ดวงการเงิน การงาน มีความเสี่ยงที่จะเปลี่ยนงาน ออกจากงาน บางทีถึงขั้นตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพเลยก็เป็นได้ เงิน ๆ  ทอง ๆ ที่เข้ามาอาจต้องใช้ไปอย่างน่าใจหาย หมดกับสิ่งที่จับต้องไม่ได้ อย่าเพิ่งลงทุนร่วมหุ้นกับใครหากยังไม่รู้ใจกันดีพอ ต้องศึกษาประวัติกันให้ดีก่อน ป้องกันปัญหาที่จะตามมา

สรุปว่าหาก ฝันว่าตัวเองท้อง เป็นลางร้ายค่ะ เพราะผลทำนายออกมานั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ซ้ำยังไม่มีความเกี่ยวข้องกับการมีบุตรหรือตั้งครรภ์เลยซักนิด แล้วฝันแบบไหนที่เกี่ยวกับการตั้งท้องจะเป็นลางดี?

ฝันว่าตัวเองท้อง แบบไหนเป็นลางดี?

ฝันว่าท้องใกล้คลอด

ผู้ใหญ่จะช่วยเหลือเกื้อกูลด้วยดี หากหนักใจเรื่องใดก็ตามควรเข้าหาผู้ใหญ่เพื่อขอคำปรึกษา มิตรรักจะแปรพักตร์เป็นอย่างอื่น คอยระวังไว้ด้วย อยู่ในช่วงจังหวะชีวิตเปลี่ยนแปลง แต่มันจะทำให้คุณได้รับสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต

ความรัก คนโสดหน้าบาน ช่วงนี้เสน่ห์แรงเกินห้ามใจ มีคนมารุมล้อมเอาใจอย่างไม่ขาดสาย คนที่มีคนรักคู่ครองแล้วจะมีเรื่องทำให้ไม่สบายใจ ขัดใจกัน ระหองระแหงกันค่อนข้างรุนแรง ง้อแล้วก็ไม่ค่อยหายโกรธ คุณอาจจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับแฟนคนอื่นโดยไม่รู้ตัวจนเกิดปัญหาบ้านแตกได้

ดวงการเงิน การงาน มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาเงินขาดมือได้อยู่ตลอดเวลา ให้ระมัดระวังการใช้จ่ายเงินให้ดี ประหยัดได้ควรประหยัดไปก่อน เรื่องการงานอาจจะมีเรื่องให้ต้องคอยแก้ปัญหาอยู่บ่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น กิจการทั้งปวงซึ่งต้องสัมพันธ์หรือต้องติดต่อกับต่างประเทศอาจมีอุปสรรค เพราะการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน

ฝันว่าคลอดลูก

การเสี่ยงโชค จงแสวงโชคจากคนที่ไม่รู้จักมาก่อนและมาจากทางทิศตะวันออก จะมีแต่คนนำพาโชคลาภมาให้คุณ ระวังจะถูกเอาเปรียบจากคนที่คุณไม่คิดว่าเขาจะทำได้

ความรัก คนโสดมีเกณฑ์ได้พบกับการเริ่มต้นใหม่ในเรื่องความสัมพันธ์กับมิตรต่างเพศ คุณมีแววได้คนอายุน้อยกว่ามาเป็นเพื่อนสนิทและอาจพัฒนาไปเป้นแฟนได้ในอนาคต อย่าเล่นหูเล่นตากับใครเขาเข้าล่ะ เพราะจะมีสัมพันธ์เกินเลย

ดวงการเงิน การงาน จะเด่นมากในด้านการงานที่เกี่ยวกับการค้าต่างแดน หรืองานที่ต้องพบปะกับคนต่างชาติ ต่างภาษา คุณจะใช้จ่ายมากไปสักนิดในสิ่งที่ไร้ประโยชน์ ควรเก็บๆ ไว้บ้าง ต้องแบกภาระงานหลายอย่าง แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ฝันเห็นเด็กทารก
ฝันเห็นเด็กทารก

ฝันเห็นเด็กทารก

ฝันเห็นเด็กทารก ขาวอวบสมบูรณ์ ฝันนี้จะบอกเหตุให้รู้ว่า จะได้ลาภในการเงินหรือได้บุตรในเร็ววัน หากฝันว่าได้อุ้มทารกแดงๆ ภายในบ้าน หรือเห็นทารก ทำนายว่าจะได้โชคลาภ และตำแหน่งการงานดีขึ้น

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ ฝันแบบไหนจะได้ลูก? และฝันจะเป็นจริงหรือไม่ ดูจากวันและเวลาที่ฝัน

เบอร์โทรโรงเรียนนานาชาติ

12 เบอร์โทรโรงเรียนนานาชาติ พาลูกสมัครเรียน ติดต่อที่ไหน?

รวมข้อมูลการติดต่อ เบอร์โทรโรงเรียนนานาชาติ พร้อมแผนที่ สำหรับแม่ ๆ ที่ต้องการพาลูกไปสมัครเรียน โรงเรียนอยู่แถวไหน? ต้องติดต่อที่ไหน? มาดูกันเลย

12 เบอร์โทรโรงเรียนนานาชาติ พาลูกสมัครเรียน ติดต่อที่ไหน?

การศึกษาประวัติ หลักสูตรการเรียนการสอน รวมทั้งเส้นทางที่จะต้องใช้ในการเดินทางไปเรียนของ โรงเรียนนานาชาติ ที่คุณพ่อคุณแม่สนใจก่อนการไปดูสถานที่จริงนั้น จะช่วยประหยัดเวลาในการตัดสินใจเลือกโรงเรียนได้เป็นอย่างดี เราจึงรวมรวมข้อมูลทั้งหมดนี้ มาไว้ในบทความนี้แล้วค่ะ

12 เบอร์โทรโรงเรียนนานาชาติ พาลูกสมัครเรียน ติดต่อที่ไหน?

  1. โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี (Ruamrudee International School : RIS) : เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร

ที่อยู่ : 6 Ramkhamhaeng 184, Minburi 10510 Bangkok Thailand

เบอร์โทรโรงเรียนนานาชาติ : +66(02) 791-8900

e-mail : [email protected]

แผนที่

ค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี อ่านได้ที่นี่

ขั้นตอนการรับสมัคร อ่านได้ที่นี่

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : www.rism.ac.th

2. โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา (Bangkok Patana School : BPS) : เขตบางนา กรุงเทพมหานคร

ที่อยู่ : 643 ถ.ลาซาล (สุขุมวิท 105) แขวง/เขต บางนา กรุงเทพฯ 10260

เบอร์ติดต่อแผนกต้อนรับ เบอร์โทร: +66 (0) 2785 2200, อีเมล์: [email protected]

การรับสมัคร เบอร์โทร: +66 (0) 2785 2206, อีเมล์: [email protected]

แผนที่

ค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา อ่านได้ที่นี่

ขั้นตอนการรับสมัคร อ่านได้ที่นี่

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : www.patana.ac.th

3. โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ (Harrow International School : HIS) : เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

ที่อยู่ : 45 ซอยโกสุมรวมใจ 14 ถนนโกสุมรวมใจ แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210

โทรศัพท์ +66 2 503 7222 แฟกซ์ +66 (0) 2503 7223

EMAIL ADDRESS ADMISSIONS : [email protected]

แผนที่

ค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ อ่านได้ที่นี่

เบอร์โทร แผนที่ และประวัติโรงเรียน อ่านได้ที่นี่

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : www.harrowschool.ac.th

4. โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่ (Shrewsbury International School, Bangkok) : เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร

ที่อยู่ :  1922 ถนน เจริญกรุง ระหว่าง ซอย 70 – 72 แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ 10120

เบอร์โทรโรงเรียนนานาชาติ : +66 2 675 1888

แผนที่

ค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่ อ่านได้ที่นี่

เบอร์โทร แผนที่ และประวัติโรงเรียน อ่านได้ที่นี่

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : www.shrewsbury.ac.th

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 12 เบอร์โทรโรงเรียนนานาชาติ พาลูกสมัครเรียน ติดต่อที่ไหน?

โรงเรียนนานาชาติ รับสมัคร

โรงเรียนนานาชาติ รับสมัคร อย่างไร? เมื่อไหร่? ดูขั้นตอนได้ที่นี่

รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการสมัครเรียน พร้อมทั้งตอบคำถาม โรงเรียนนานาชาติ รับสมัคร อย่างไร? เมื่อไหร่? ทั้ง 12 โรงเรียนนานาชาติ มาไว้ที่นี่ที่เดียว

โรงเรียนนานาชาติ รับสมัคร อย่างไร? เมื่อไหร่? ดูขั้นตอนได้ที่นี่

ลูกอายุกี่ขวบถึงเข้าเรียนได้? ต้องสมัครตอนไหน ใช้เอกสารและมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ทีมงาน Amarin Baby & Kids รวบรวมมาให้แล้วค่ะ

โรงเรียนนานาชาติ รับสมัคร อย่างไร? เมื่อไหร่? ดูขั้นตอนได้ที่นี่

  1. โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี (Ruamrudee International School : RIS) : เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร

โรงเรียนนานาชาติ รับสมัคร

สำหรับนักเรียนชั้น PreK 2 – Grade 1 จะนับตามเกณฑ์อายุ ดังนี้

  • PreK 2 : ต้องมีอายุครบ 2 ขวบ นับจากวันที่สมัคร
  • Pre K 3 : ต้องมีอายุครบ 3 ขวบก่อนหรือในวันที่ 31 สิงหาคม
  • PreK 4 : ต้องมีอายุครบ 4 ขวบก่อนหรือในวันที่ 31 สิงหาคม
  • KG : ต้องมีอายุครบ 5 ขวบก่อนหรือในวันที่ 31 สิงหาคม
  • Grade 1 : ต้องมีอายุครบ 6 ขวบก่อนหรือในวันที่ 31 สิงหาคม
  1. กรอกใบสมัครออนไลน์พร้อมยื่นเอกสารประกอบการสมัคร
  2. เมื่อกรอกใบสมัครพร้อมทั้งยื่นเอกสารครบถ้วนแล้ว เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อนัดสอบเข้า
  3. พบกับ School Director เพื่อรับฟังผลการประเมิน

ค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี อ่านได้ที่นี่

เบอร์โทร แผนที่ และประวัติโรงเรียน อ่านได้ที่นี่

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : www.rism.ac.th

2. โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา (Bangkok Patana School : BPS) : เขตบางนา กรุงเทพมหานคร

สำหรับปีการศึกษา 2020/21 เปิดรับสมัครออนไลน์สำหรับนักเรียนไทย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2019 ถึงวันที่ 15 มกราคม 2020 โดยมีขั้นตอนการรับสมัครดังนี้

  1. เตรียมเอกสารประกอบการสมัคร ดาวน์โหลดข้อตกลงในการสมัครที่นี่
  2. กรอกใบสมัครออนไลน์ ที่นี่ ยังไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัครในขั้นตอนนี้
  3. คัดเลือกผู้สมัครว่าอยู่ชั้นใด
  4. ในเดือนกุมภาพันธ์ ผู้รับสมัครจะได้รับการเชิญเพื่อเข้าร่วมการประเมิน
  5. โรงเรียนจะติดต่อกลับภายใน 1 พฤษภาคม เพื่อแจ้งผลการประเมิน
  6. สมัครเรียน

ค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา อ่านได้ที่นี่

เบอร์โทร แผนที่ และประวัติโรงเรียน อ่านได้ที่นี่

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : www.patana.ac.th

3. โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ (Harrow International School : HIS) : เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

โรงเรียนนานาชาติ รับสมัคร

Open Day โรงเรียนจะเปิดให้เข้าชมการเรียนการสอนตามวัน ดังนี้

  • PRE-NURSERY อายุ 18 เดือน – 5 ขวบ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2019
  • YEAR 1 – YEAR  5  อายุ 5-10 ขวบ วันที่ 25 ตุลาคม 2019
  • YEAR 6 – YEAR 13 อายุ 10-18 ขวบ วันที่ 11 ตุลาคม 2019

ขั้นตอนการรับสมัคร

  1. เยี่ยมชมโรงเรียน
  2. กรอกใบสมัครเข้าเรียน ได้ที่นี่
  3. เข้ารับการทดสอบเพื่อประเมิน วิชาและระยะเวลาในการประเมิน คลิก
  4. สมัครเรียน

ค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ อ่านได้ที่นี่

เบอร์โทร แผนที่ และประวัติโรงเรียน อ่านได้ที่นี่

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : www.harrowschool.ac.th

4. โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่ (Shrewsbury International School, Bangkok) : เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร

โรงเรียนนานาชาติโชรวส์เบอรี่
โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่

โรงเรียนนานาชาติ รับสมัคร

  1. ติดต่อเข้าเยี่ยมชมโรงเรียน
  2. กรอกใบสมัครออนไลน์ โดยสามารถส่งใบสมัครได้ตลอดทั้งปี ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่นี่ (Riverside, City Campus)
  3. จ่ายค่าสมัคร 5,000 บาท ต่อใบสมัคร
  4. ผู้รับสมัครจะได้รับการเชิญเพื่อเข้าร่วมการประเมิน
  5. โรงเรียนจะติดต่อกลับเพื่อแจ้งผลการประเมิน
  6. สมัครเรียน

ค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่ อ่านได้ที่นี่

เบอร์โทร แผนที่ และประวัติโรงเรียน อ่านได้ที่นี่

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : www.shrewsbury.ac.th

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ โรงเรียนนานาชาติ รับสมัคร อย่างไร? เมื่อไหร่? ดูขั้นตอนได้ที่นี่