แม่เตรียมเฮ!! คาดอนุมัติ เด็กไทย หยอดโรต้าฟรี ปี63

ไวรัสโรต้าต้นเหตุของโรคท้องร่วงในเด็กเล็ก สามารถป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพได้ด้วยวัคซีน ภาครัฐจึงส่งเสริมให้ หยอดโรต้าฟรี โดยกำหนดให้ลูเป็นวัคซีนพื้นฐานสำหรับเด็กไทยทุกคนตั้งแต่แรกเกิด วางแผนจะเริ่มต้นปี 2563 เป็นต้นไป

รัฐผลักดัน ปี63 เด็กไทยทุกคน หยอดโรต้าฟรี ปี 2563

ปัจจุบันวัคซีนโรต้า ยังเป็นวัคซีนเสริมนอกเหนือจากวัคซีนพื้นฐาน ที่ทางกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้เด็กไทยทุกคน ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง 12 ปีต้องรับ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค และป้องกันโรคร้ายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นแล้วเป็นอันตรายต่อเด็กได้

หยอดโรต้าฟรี

ที่ผ่าน หากคุณแม่ต้องการพาลูกไปรับวัคซีนโรต้าได้จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง  โดยราคาเริ่มต้นอยู่ประมาณ 2,000 บาทขึ้นไป แตกต่างกันไปตามแต่ละโรงพยาบาล แต่ในปี 2562 มีข่าวดีสำหรับคุณแม่ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานคร สามารถนำลูกอายุ 2 เดือนขึ้นไปเข้ารับการ หยอดโรต้าฟรี ได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขสำนักอนามัยทุกแห่งตลอดทั้งปี

โรต้าเป็นวัคซีนพื้นฐานเมื่อไหร่

ส่วนคุณแม่ในพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศยังไม่ได้รับสิทธิหยอดโรต้าฟรี ซึ่งหลายหน่วยงานได้พยายามผลักดันให้มีการเพิ่มวัคซีนโรต้าเป็นวัคซีนพื้นฐานที่เด็กทุกคนมต้องได้รับ และมีสิทธิรับโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ล่าสุด นายแพทย์ ทวีโชติพิทยสุนนท์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ (บอร์ดวัคซีน) ได้พูดถึงความคืบหน้าถึงเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนี้ผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแล้ว

หยอดโรต้าฟรี

ที่ผ่านมาได้ทำโครงการนำร่อง หลอดโรต้าฟรี ในหลายพื้นที่ของประเทศ เพื่อเก็บข้อมูลดีและข้อเสีย ข้อบกพร่องต่างๆ เช่น การขนส่ง การจัดเก็บวัคซีน และคนให้วัคซีนทำได้ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งพบว่าวัคซีนให้ผลดี และคาดว่าในปี 2563 จะประกาศให้ วัคซีนโรต้า เป็นวัคซีนพื้นฐานของไทยตัวต่อไป เพื่อกำหนดให้เด็กแรกเกิดทุกคนต้องได้รับวัคซีน และหยอดให้ครบทั้ง 3 ครั้ง

วัคซีนโรต้าที่ใช้กันอยู่มี  2 ประเภท คือ แบบ Rotarix หยอด 2 ครั้ง กับแบบ Rotateq หยอด 3 ครั้ง ซึ่งมีประสิทธิภาพเหมือนกัน ส่วนจะเลือกใช้วัคซีนชนิดใดเป็นวัคซีนพื้นฐานต้องอยู่ที่การแข่งขันด้านราคาเป็นสำคัญ สำหรับคุณแม่ท้องที่มีกำหนดคลอดลูกน้อยในปี 2563 ก็เตรียมตัวพาลูกไปรับวัคซีนได้แน่นอน แต่การ หยอดโรต้าฟรี จะให้บริการเฉพาะโรงพยาบาลรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และศูนย์บริการสาธารณสุขสำนักอนามัย ที่ลูกน้อยได้รับสิทธิเท่านั้น ถ้าเป็นโรงพยาบาลเอกชนหรือคลินิคจะต้องเสียค่าใช้จ่ายตามปกติ

อ่าน ทำไมลูกต้องหยอดวัคซีนโรต้า หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต

‘ชมพู่-อารยา’ ควงคู่แฝด ‘สายฟ้า-พายุ’ กลับมาอีกครั้งปีนี้!! เพิ่มเติมกับความมั่นใจผ้าอ้อม “เบบี้เลิฟ ทุกรุ่น” ไม่แพ้ เพราะมี Hypo-Allergenic

คุณแม่ซุปตาร์ “ชมพู่-อารยา  เอ ฮาร์เก็ต ” ควงคู่กลับมาอีกครั้งกับสองหนุ่มสุดหล่อ “สายฟ้า-พายุ” ให้คุณแม่ชมภูมิใจเป็นที่สุด ด้วยความร่าเริง น่ารัก สมวัย แต่เพิ่มเติมคือ โตและเก่งขึ้น ด้วยพัฒนาการที่ดีสมวัย  เพื่อมาตอกย้ำความมั่นใจที่มีต่อผ้าอ้อมสำเร็จรูป เบบี้เลิฟ และคอนเฟิร์มความเก่งและความสบายของผ้าอ้อมสำเร็จรูป เบบี้เลิฟ อีกครั้ง ซี่งปีนี้ พิเศษกว่าเดิมคือ เบบี้เลิฟ ทุกรุ่นผ่านการทดสอบ Hypo-Allergenic ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และเบบี้เลิฟยังคงคอนเซปการสนับสนุนทุกวิถีการเลี้ยงลูกของคุณแม่ทุกรูปแบบ เพื่อความสบายในทุกๆ การเคลื่อนไหวของลูกน้อย ด้วยคุณสมบัติพิเศษของเบบี้เลิฟทุกรุ่นที่ออกแบบมาโดยเฉพาะด้วยความเข้าใจลูกน้อยและคุณแม่

สำหรับผ้าอ้อมสำเร็จรูป เบบี้เลิฟ ทุกรุ่น ให้สัมผัสนุ่มเพื่อลูกน้อย พร้อมการซึมซับดีเยี่ยม แห้งสบายตัว ที่สำคัญผ่านการทดสอบ Hypoallergenic พิสูจน์แล้วว่าไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ อ่อนโยนต่อผิวบอบบางของลูกน้อย

ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต

โดยในปีนี้สองหนุ่มควงคู่คุณแม่ชมมาด้วยความน่ารัก ร่าเริง สดใส และเพิ่มเติมคือ โตขึ้นและเก่งขึ้น ด้วยพัฒนาการที่ดีสมวัย เพื่อมาตอกย้ำความมั่นใจและคอนเฟิร์มความเก่งและความสบายของผ้าอ้อมสำเร็จรูป เบบี้เลิฟ อีกครั้ง และเบบี้เลิฟยังคงคอนเซปการสนับสนุนทุกวิถีการเลี้ยงลูกของคุณแม่ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่สายไหนก็วางใจได้ในผ้าอ้อมเบบี้เลิฟ ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่ออกแบบมาโดยเฉพาะของเบบี้เลิฟทุกรุ่นเพื่อความสบายในทุกๆ การเคลื่อนไหวของลูกน้อย

เบบี้เลิฟ เดย์ไนท์ แพ้นส์พลัส สำหรับคุณแม่ สายชิล เพราะมีประสิทธิภาพในการระบายอากาศดีเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีแอร์โฟล์ว ให้ผิวลูกน้อยแห้ง โล่งสบาย ช่วยให้ลูกน้อยอารมณ์ดี พร้อมเรียนรู้โลกกว้าง เพื่อพัฒนาการที่ดีสมวัย

เบบี้เลิฟ เพลยแพ้นส์ สำหรับคุณแม่ สายคึก  ที่มีการซึมซับที่ดีเยี่ยม พร้อมนวัตกรรมเทคโนโลยีการซึมซับ 4 ชั้น (4X Layer Tech) ที่เพิ่มความสบายให้ลูกน้อยพร้อมทุกการเล่นการเรียนรู้อย่างคล่องแคล่วในทุกการเคลื่อนไหว

เบบี้เลิฟ พรีเมี่ยม โกลด์ สำหรับคุณแม่ สายเป๊ะ ด้วยคุณภาพระดับห้าดาว ที่นุ่มพิเศษและมีพลังซึมซับที่เหนือกว่า ปกป้องได้ทั้งเวลากลางวัน และปกป้องยาวนานแม้เวลากลางคืน ตอบโจทย์คุณแม่ที่มองหาผ้าอ้อมที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย

ซึ่งทุกผ้าอ้อมสำเร็จรูปเบบี้เลิฟ ทุกรุ่นผ่านการทดสอบ Hypoallergenic พิสูจน์แล้วว่าไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ อ่อนโยนต่อผิวบอบบางของลูกน้อย ช่วยให้คุณแม่มั่นใจได้ว่าเบบี้เลิฟ ทุกรุ่น จะเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดให้คุณแม่ทุกท่านเลี้ยงลูกให้เติบโตอย่างมีความสุขและมีพัฒนาการที่สมวัย

ด้านคุณแม่ซุปตาร์ ชมพู่-อารยา’ ตอนนี้กลายเป็นคุณแม่มือโปร ที่เลี้ยงสองหนุ่มสุดหล่อ “สายฟ้า-พายุ” มาตั้งแต่เกิด วันนี้มาตอกย้ำความมั่นใจว่า ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเบบี้เลิฟ ทุกรุ่นสามารถเอาอยู่ทุกสถาณการณ์ ทำให้ สองหนุ่ม “สายฟ้า-พายุ” อารมณ์ดี สดใส ร่าเริง มีพัฒนาการเรียนรู้อย่างสมวัย ทำให้คุณแม่ชมชื่นใจและภูมิใจในสองแฝดซุปตาร์เป็นที่สุด

ในส่วนของการรับงานพรีเซ็นเตอร์ตลอด 1 ปีกว่า ของสายฟ้าและพายุครั้งนี้ คุณแม่ ‘ชมพู่-อารยา’ กล่าวว่า “เบบี้เลิฟ ทุกรุ่น ไม่เคยทำให้ชมผิดหวัง เพราะชมใช้เองจริงและน้องใส่แล้วเราก็มั่นใจเพราะไม่ว่าสองแฝดจะซน เล่นสนุก ขนาดไหน ผ้าอ้อมเบบี้เลิฟก็เอาอยู่ทุกสถาณการณ์ ซึ่งถือว่าเป็นตัวช่วยมือหนึ่งของชม ทำให้ชมสามารถพาสองแฝดจะเดินทางไปด้วยทุกที่อย่างมีความสุข อย่างล่าสุดก็พึ่งพาสองหนุ่มน้อยกลับจาการร่วมงานที่เมืองคานส์ เรียกได้ว่าไม่ว่าจะไปที่ไหน ทำอะไรก็ไม่กังวัล  “ชมมั่นใจในเบบี้เลิฟ ชมเลิฟ เบบิ้เลิฟ”

คุณแม่ ‘ชมพู่-อารยา’ กล่าวทิ้งท้ายฝากคุณแม่ทุกท่านว่า วิถีการเลี้ยงลูกของแม่แต่ละคนอาจจะแตกต่างกัน เพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดและใช่สำหรับเราและลูกของเรา สำหรับชมก็เชื่อว่าแม่ทุกๆคนรู้ว่าอะไรเหมาะกับลูกของเราที่สุด อย่างชมเองก็เป็นคนหนึ่งที่หาข้อมูลเยอะมาก ว่าอะไรจะดีที่สุดสำหรับลูกเรา จะเลี้ยงลูกเราอย่างไรดี ข้อมูลความรู้ต่างๆที่เราหามามันดีๆทั้งนั้น และมันมีสิ่งที่ดีที่สุดที่ใครๆแนะนำเยอะแยะมากมาย แต่สุดท้ายเราก็ต้องปรับให้เข้ากับวิถีของเรา เหมือนเรารวบรวมสิ่งต่างๆทั้งหมดมา แล้วประมวลผลเป็นวิถีของเราเอง ที่เราเชื่อว่าดีที่สุดสำหรับลูกเรา เพราะแม่ย่อมต้องการเหลือสิ่งที่ดีทีสุดให้กับลูกของเราคะ

คุณแม่สามารถเลือกเบบี้เลิฟ ที่เหมาะกับวิถีการเลี้ยงลูกของคุณเอง ได้แล้วที่ร้านค้าและห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศรวมทั้งทางออนไลน์..และติดตามแคมเปญดีๆ จากเบบี้เลิฟ และรูปภาพน่ารักๆของคุณแม่ชมและสายฟ้าและพายุได้ที่ www.babylove.co.th , www.facebook.com/babyloveclub และ IG: babylovethailand

แฟนคลับพลาดไม่ได้เลย เพราะทางเบบี้เลิฟมีภาพเบื้องหลังความน่ารักๆ น้องสายฟ้า-พายุมาฝากอีกเพียบ

 

กินเผื่อลูกในท้อง

กินเผื่อลูกในท้อง ช่วง 6 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เสี่ยงแท้ง!!

ท้องแล้วต้องกินให้เยอะ ๆ ไม่อย่างนั้นลูกจะขาดสารอาหารและไม่โตได้ เป็นความเชื่อที่ผิด โดยเฉพาะการ กินเผื่อลูกในท้อง ในช่วง 6 เดือนแรกของการตั้งครรภ์

กินเผื่อลูกในท้อง ช่วง 6 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เสี่ยงแท้ง!!

ความเชื่อที่ว่าเมื่อตั้งครรภ์แล้ว แม่ท้องต้องกินให้เยอะ ๆ เพราะไม่ใช่การกินเพื่อคน ๆ เดียวอีกต่อไป แต่ต้อง กินเผื่อลูกในท้อง ด้วยนั้น เป็นความเชื่อที่ผิด และนอกจากจะเป็นสิ่งที่เข้าใจกันผิด ๆ แล้วการกินเผื่อลูกยังก่อให้เกิดอันตรายต่อแม่ท้องและลูกในท้องมากกว่าที่คิดอีกด้วย

จากการสำรวจจาก National Charity Partnership ทีร่วมมือกับ British Heart Foundation (BHF) และ Tesco พบว่า

  • 2 ใน 3 ของผู้หญิงตั้งครรภ์ไม่รู้ว่าควรทานอาหารในปริมาณเท่าใดจึงเหมาะสม
  • 1 ใน 3 ของหญิงตั้งครรภ์ คิดว่าพวกเขาต้องได้รับสารอาหารอย่างน้อย 300 แคลอรี่มากกว่าปกติทุก ๆ วันตลอดการตั้งครรภ์
  • 61% ของหญิงตั้งครรภ์ คิดว่าพวกเธอจะต้องทานอาหารมากกว่าเดิมในช่วงไตรมาสที่ 1 และ 2 ของการตั้งครรภ์
  • และ 26% ของหญิงตั้งครรภ์ อ้างคำว่า กินเผื่อลูกในท้อง ในการกินอาหารและขนมที่ไม่มีประโยชน์
กินเพื่อลูกในท้อง
การกินอาหารที่มากเกินไปในระหว่างการตั้งครรภ์ ทำให้เกิดผลเสียต่อแม่ท้องและลูกได้

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว สถาบันสุขภาพและความเป็นเลิศด้านการแพทย์แห่งชาติ (NICE) ของสหราชอาณาจักร แนะนำว่าในช่วง 6 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ร่างกายของหญิงตั้งครรภ์ไม่ต้องการปริมาณแคลอรี่ไปมากกว่าในช่วงก่อนตั้งครรภ์แต่อย่างใด แต่ในช่วง 3 เดือนก่อนคลอด ร่างกายต้องการสารอาหารเพิ่มขึ้นวันละ 200 แคลอรี่ ซึ่งปริมาณสารอาหาร 200 แคลอรี่ที่เพิ่มมานั้น เทียบเท่ากับ ขนมปังธัญพืช 2 แผ่นทาหน้าด้วยครีมน้ำมันมะกอก เท่านั้นเอง

ซึ่งองค์กรเหล่านี้ กำลังดำเนินการลบล้างความเชื่อผิด ๆ เรื่องการ กินเผื่อลูกในท้อง และทำให้ผู้หญิงเข้าใจเรื่องสารอาหารที่ควรได้รับมากขึ้น เพราะ “การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพในปริมาณที่เหมาะสมสำคัญต่อทั้งช่วงก่อน ระหว่าง และหลังคลอด ทำให้การปฏิสนธิเป็นไปตามธรรมชาติ ลดความเสี่ยงอาการแทรกซ้อนช่วงตั้งครรภ์และทำคลอด และช่วยป้องกันปัญหาด้านสุขภาพในระยะยาว”

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ แม่ท้องกินเผื่อลูกในท้องมากเกินไป อันตรายขนาดไหน?

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ไกลโรคสมาธิสั้น

อย่าปล่อยให้เทคโนโลยีเลี้ยงลูก! แชร์ 5 เทคนิคอีซี่ๆ เลี้ยงลูกอย่างไรให้ไกลโรคสมาธิสั้น!?

ปัจจุบัน เด็กไทยมีแนวโน้มสู่การเป็นโรคสมาธิสั้นมากขึ้นโดยเฉพาะในเด็กเล็ก ด้วยเทคโนโลยีใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ เครื่องเกม แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ ล้วนเป็นตัวการสำคัญที่ส่งผลให้เด็กมีพฤติกรรมขาดสมาธิจดจ่อในการทำกิจกรรมทั่วไป จนกลายเป็นเด็กก้าวร้าว และนำไปสู่การเป็นโรคสมาธิสั้นในที่สุด

 

 

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ไกลโรคสมาธิสั้น
ขอบคุณรูปภาพจาก  http://kakandee.blogspot.com/2017/03/9.html

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ไกลโรคสมาธิสั้น ?

โดยเด็กสมาธิสั้นส่วนมากมักจะพบว่า ปัญหาเกิดจากการเลี้ยงดูของผู้ปกครองที่ปล่อยให้เทคโนโลยีเลี้ยงดูลูกหลานของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยเด็กไว้หน้าทีวีจนทำให้เด็กไร้ปฏิสัมพันธ์กับผู้คน การปล่อยให้เด็กใช้แท็บเล็ตเล่นเกมส์ระหว่างรอผู้ปกครองทำกิจธุระจนทำให้เด็กหมกมุ่นอยู่แต่กับเกมส์ เหล่านี้ เป็นสาเหตุง่ายๆที่ทำให้เด็กเล็กมีโอกาสเป็นโรคสมาธิสั้น ในบางรายอาจจะต้องพาไปพบจิตแพทย์และรักษาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนใช้เวลานานเป็นปีกว่าจะหายเลยทีเดียว

แต่จะดีกว่าไหม? หากเราซึ่งเป็นผู้ปกครองจะรู้เท่าทันพฤติกรรมเหล่านี้ และหาวิธีป้องกันไม่ให้เด็กเป็นโรคสมาธิสั้นจากเทคโนโลยีได้ ด้วย 5 เทคนิคง่ายๆที่ไม่ต้องใช้เงินจ่ายค่ารักษามากมาย ไม่ต้องซื้อสิ่งสร้างเสริมประสบการณ์ต่างๆ มาช่วยพัฒนา เพียงแต่แค่มีเวลาและใส่ใจก็พอ

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ไกลโรคสมาธิสั้น
ขอบคุณรูปภาพจาก https://thegolfclub.info/related/mother-toddler-pictures.html

หมั่นพูดคุยและสบตาระหว่างพูดทุกครั้ง

อาการที่เด็กเฉยชาและไม่ส่งผลต่อการตอบสนองเวลาพ่อแม่เรียกหา เกิดจากการปล่อยให้เด็กอยู่กับหน้าจอมากไป จึงทำให้เด็กตัดขาดตัวเองจากโลกภายนอก สร้างโลกที่มีแต่ตัวเองและเกมส์ขึ้นมาเท่านั้น ซึ่งก็นับเป็นอีกหนึ่งอาการที่เรามักจะพบเห็นได้ในเด็กแทบทุกวัย ดังนั้นการที่เด็กแสดงอาการแบบนี้ออกมา ผู้ปกครองจึงไม่ควรขึ้นเสียงซ้ำหรือแสดงอารมณ์โมโหใส่ แต่ควรจะเดินเข้าไปสะกิดเด็กพร้อมทั้งสบตาระหว่างพูดคุย ซึ่งจะทำให้เด็กสนใจ เบี่ยงเบนความสนใจจากโลกหน้าจอ และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ปกครองมากขึ้น

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ไกลโรคสมาธิสั้น

ทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่วมกับเด็กตลอดเวลา

อาจจะไม่ใช่การทำกิจกรรมร่วมกันทุกวัน แต่อาจจะเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกันในทุกสุดสัปดาห์ตามความสะดวกของผู้ปกครองที่จะจัดสรรเวลามาใช้ร่วมกับลูกอย่างเหมาะสม โดยในบางครอบครัวอาจจะกำหนดให้ทำกิจกรรมนอกบ้านร่วมกันทุกสัปดาห์ เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ของเด็กและใช้เวลาร่วมกัน หรือการใช้เวลาสั้นๆ กับเด็กในทุกๆวันได้อย่างสม่ำเสมอ เช่น ป้อนข้าว หรืออาบน้ำ เหล่านี้ล้วนเป็นกิจกรรมที่ทำได้ทุกวัน ซึ่งผู้ปกครองสามารถหาอุปกรณ์มาสร้างเสริมพัฒนาการของลูกระหว่างทำกิจกรรมร่วมกันได้ด้วย

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ไกลโรคสมาธิสั้น

Giraffe & Friends organic head to toe baby foam wash เป็นตัวช่วยที่ดีให้หลายๆ ครอบครัว ได้มีกิจกรรมร่วมกันเป็นประจำ ผ่านทางการอาบน้ำให้เด็ก เป็นที่รู้กันดีว่าการอาบน้ำให้เด็กนั้นเป็นช่วงเวลาที่สุดแสนจะชุลมุนวุ่นวาย แต่หากเลือกใช้อุปกรณ์ในการอาบน้ำที่ทำให้เด็กรู้สึกสนุก เพลิดเพลินไปในตัว ก็จะทำให้เด็กมีแรงจูงใจในการอาบน้ำมากขึ้น

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ไกลโรคสมาธิสั้น

สำหรับครีมอาบน้ำขวดนี้เป็นครีมอาบน้ำที่เหมาะกับเด็กที่มีผิวบอบบางและแพ้ง่าย ผ่านการทดสอบการระคายเคืองได้ค่าการระคายเคืองต่ำ = 0 (เท่ากับศูนย์) จึงทำให้ลดปัญหาผดผื่นจากอาการแพ้ หรือผดร้อนต่างๆได้เป็นอย่างดี มีส่วนประกอบจากข้าวโพดและมะพร้าว ช่วยในการบำรุงผิวเด็กให้นุ่ม ชุ่มชื้น หอมสดชื่นได้ทั้งวัน

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ไกลโรคสมาธิสั้น

ขวดครีมอาบน้ำออกแบบมาจากวัสดุที่ได้รับการการันตีว่า ปลอดภัย และผลิตจากพลาสติก Food Grade เด็กสามารถเล่นได้โดยที่ไม่อันตราย เป็นตัวช่วยในการอาบน้ำได้ดี เพราะมีรูปทรงที่น่ารักเป็นยีราฟสีสันสดใส เด็กเห็นแล้วจะทำให้รู้สึกอยากอาบน้ำทุกครั้ง และมีการสร้างบทบาทสมมุติขึ้นมาว่า “พี่ยีราฟ” จึงทำให้การอาบน้ำเป็นเรื่องที่สนุกมากขึ้น เพียงแค่พ่อแม่ใส่ใจเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและออกแบบมาเพื่อเด็กโดยตรง จะทำให้เด็กได้ใช้ความคิด และฝึกทักษะทางด้านจินตนาการไปด้วยในตัว ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ง่าย และทำได้ทุกวัน นอกจากจะทำให้เด็กหันมาสนใจกิจกรรมนอกเหนือจากการเล่นแท็บเล็ตแล้ว ก็ยังทำให้มีสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับครอบครัวมากขึ้นอีกด้วย

 

สามารถสั่งซื้อ giraffe & friends organic head to toe baby foam wash ได้ที่ https://www.giraffefriends.com/product/organic-head-to-toe-baby-foam-wash/

https://www.facebook.com/GiraffeAndFriends.TH/

Line : @giraffefriends

และมีวางจำหน่ายที่โรงพยาบาลพญาไท และห้างสรรพสินค้า the market ตรงข้าม Central Word

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ไกลโรคสมาธิสั้น
ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.naewna.com/columnonline/28107

กำหนดเวลาในการเล่น

ผู้ปกครองบางคน มักจะปล่อยให้ลูกเล่นเกมส์โดยไม่กำหนดเวลาหรือเวลาที่ตัวเองต้องการเวลาทำธุระ โดยการยัดเกมส์ให้ลูกเล่นระหว่างรอ ซึ่งพฤติกรรมนี้อาจสะดวกผู้ปกครองแต่ไม่ดีกับเด็กเพราะจะทำให้เค้าหมกมุ่นอยู่กับการเล่นเกมส์จนเลยเถิดไปสู่พฤติกรรมในห้องเรียนที่ไม่สนใจบทเรียนหรือคุณครูหน้าห้อง ด้วยในหัวมัวแต่คิดถึงแต่เรื่องการเล่นเกมส์และการเอาชนะ เพราะฉะนั้น จึงควรจำกัดเวลาในการเล่นเกมส์แต่ละครั้งของลูกให้ชัดเจน ซึ่งจะส่งผลให้เด็กได้ผ่อนคลายอารมณ์อย่างเหมาะสมและมีระเบียบวินัยในการจัดการตนเอง

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ไกลโรคสมาธิสั้น
ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.matichon.co.th/lifestyle/news_33746

เล่นได้แต่ไม่ใช่เจ้าของ

การเล็งเห็นถึงประโยชน์ของสมาร์ทโฟนในยุคที่เทคโนโลยี ถือเป็นการส่งเสริมให้เด็กมีความพร้อมในการเรียนรู้มากขึ้น แต่บางครั้งการตามใจอย่างไม่ถูกต้องก็ส่งผลให้เด็กกลายเป็นคนสมาธิสั้นได้เช่นกัน บ่อยครั้งเราจึงเห็นภาพผู้ปกครองโดนเด็กขึ้นเสียงใส่เวลาสั่งให้หยุดเล่นสมาร์ทโฟน นั่นเพราะเราไม่สามารถจำกัดการใช้งานสมาร์ทโฟนของลูกได้ ทำให้เค้ารู้สึกเป็นเจ้าของสิ่งนี้ ดังนั้นผู้ปกครองจึงควรจะแสดงความเป็นเจ้าของ(ในการซื้อ)แต่ให้สิทธิ์ลูกๆในการเล่นบ้าง เพื่อควบคุมเวลาและพฤติกรรมในการเล่นสมาร์ทโฟนของเด็กได้

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ไกลโรคสมาธิสั้น
ขอบคุณรูปภาพจาก https://women.mthai.com/momandchildren/mom-child/277832.html

พ่อแม่คือตัวอย่างที่ดีที่สุดของลูก

อย่าคาดหวังให้ลูกทำอย่างนั้นทำอย่างนี้ ถ้าพ่อแม่ไม่สามารถทำได้ กรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน พยายามอย่าให้ลูกเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่า ผู้ปกครองเองก็กำลังก้มหน้ามองหน้าจอสมาร์ทโฟนอยู่ เพราะเค้าจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบและเกิดการต่อต้าน เมื่อพ่อแม่สั่งให้เค้าหยุดเล่นสมาร์ทโฟน หรือเวลาลูกเรียกหาก็อย่าขานรับแต่ยังให้ความสนใจกับหน้าจออยู่ ดังนั้น ผู้ปกครองจึงจะควรมีวินัยในตัวเองและใส่ใจในทุกการกระทำที่ลูกต้องการการตอบรับจากพ่อแม่อยู่เสมอ

ทั้งนี้การป้องกันย่อมดีกว่าการมารักษาทีหลัง และสามารถป้องกันได้ด้วย 5 เทคนิคง่ายๆ นี้เลย ลองค่อยๆ ใช้เวลาปรับพฤติกรรมของเด็กด้วยความใส่ใจ รับรองว่าเด็กจะห่างไกลโรคสมาธิสั้นได้อย่างแน่นอน

 

ผ้าอ้อมกัดผม

ลูกผมร่วง เพราะ ผ้าอ้อมกัดหัว ผ้าอ้อมกัดผม จริงหรือ?

เมื่อลูกอายุได้ 3-6 เดือน เด็กบางคนเริ่มมีอาการผมร่วงเป็นหย่อม ๆ สร้างความกังวลใจให้กับแม่ ๆ เป็นอย่างมาก  ซึ่งคนเฒ่าคนแก่เรียกอาการนี้ว่า “ผ้าอ้อมกัดผม”

ลูกผมร่วง เพราะ ผ้าอ้อมกัดหัว ผ้าอ้อมกัดผม จริงหรือ?

ผ้าอ้อมกัดผม หรือ ผ้าอ้อมกัดหัว คืออะไร?

ทารกแรกคลอด เมื่อเวลาผ่านไป 2 – 3 เดือน จะเริ่มมีอาการผมร่วง โดยอาจจะร่วงน้อยหรือร่วงมาก แต่ผมที่ร่วงจะมีลักษณะเว้าแหว่งเหมือนโดนหนูแทะ และในเด็กบางคน ผมจะร่วงเรื่อย ๆ จนถึงอายุ 6 เดือน จากนั้น ผมใหม่จะเริ่มงอกขึ้นไม่มากก็น้อย ซึ่งส่วนใหญ่ผมจะงอกเต็มหัว ตอนประมาณ 1-2 ขวบ โบราณเรียกอาการนี้ว่า โดนผ้าอ้อมกัด นั่นเอง

สาเหตุของอาการผมร่วงในทารก

ทารกแรกคลอด – 6 เดือนนั้น อาจมีอาการผมร่วงเป็นหย่อม ๆ ได้ ซึ่งอาการเหล่านี้ ไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวลใจแต่อย่างใด ซึ่งอาการผมร่วงนี้ เรียกว่า Telogen Effluvium (อาการผมร่วงโดยมีสาเหตุมากระตุ้น ทำให้ระยะเส้นผมที่อยู่ในระยะ Telogen ถูกกระตุ้นให้หลุดล่วงเร็วกว่าปกติ สำหรับทารกแรกคลอดถึง 6 เดือนนั้น เป็นเพราะเส้นผมของทารกอยู่ในระยะพักนั่นเอง โดยปกติแล้วเส้นผมของคนเรา มีวงจรการเจริญเติบโตซึ่งแบ่งได้ออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะเติบโต และ ระยะพัก ช่วงที่เส้นผมกำลังเติบโตนั้นใช้เวลา 3 ปีด้วยกัน ในขณะนั้นเองเส้นผมจะเข้าสู่ระยะพัก ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน (ส่วนมากจะอยู่ในช่วงแรกคลอดถึง 6 เดือน) และจะเริ่มกลับเข้าสู่ระยะเติบโตใหม่ได้

นอกจากนี้ การที่เส้นผมหลุดร่วงในทารกนั้น มักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนหลังคลอด โดยการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนนี้เกิดขึ้นกับแม่หลังคลอดด้วยเช่นกัน

ผ้าอ้อมกัด
ผ้าอ้อมกัดผม ทำให้ทารกผมร่วง เกิดจากการเสียดสีของหนังศีรษะกับที่นอน

ทารกผมร่วงเกี่ยวอะไรกับ ผ้าอ้อมกัดผม?

อีกหนึ่งสาเหตุของอาการผมร่วงในทารกนั้นเกิดจากการเสียดสีผมและศีรษะของเด็กกับสิ่งที่หนุนหัว เช่น ที่นอน ผ้าปูที่นอน แต่ที่โบราณว่ากันว่าเป็นเพราะผ้าอ้อมกัดนั้น เป็นเพราะว่าในสมัยก่อนพ่อแม่มักจะนำผ้าอ้อมมาหนุนหัวให้ทารกนอนนั่นเอง และเมื่อทารกสีไปสีมาอยู่ทุกวัน เส้นผมก็จะหลุดได้ง่าย เพราะรากผมเด็กยังอ่อน ไม่แข็งแรง นานเข้าจึงร่อนหายไปเป็นแถบ และเกิดอาการร่วงเป็นหย่อม ๆ ทำให้คนโบราณเรียกว่า โดนผ้าอ้อมกัด นั่นเอง

อาการผมร่วงจากสาเหตุเหล่านี้ (ฮอร์โมน วงจรการเจริญเติบโตของเส้นผม และ ผ้าอ้อมกัดหัว) ไม่สร้างอันตรายใด ๆ กับลูกน้อย เพราะเมื่อหลังจากอายุ 6 เดือนแล้ว ผมจะค่อย ๆ กลับมางอกเต็มหัวได้นั่นเอง แต่ถึงแม้ว่าอาการผมร่วงในทารกนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณอันตรายของร่างกาย แต่อาการผมร่วงที่ไม่ได้มีสาเหตุจากที่กล่าวมาข้างต้นนั้น อาจหมายถึงสัญญาณอันตรายของร่างกายก็เป็นได้

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ สาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้ลูกผมร่วง

ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี 2562

ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี 2562 เช็กวันเวลา-สถานที่ ที่นี่!!

ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี 2562 ของฟรีมาแล้ว “แม่ท้อง และ ลูกเล็กอายุ 6 เดือน – 2 ขวบ” และอีก 4 กลุ่มเสี่ยง เตรียมตัวไป … เช็กวันเวลาและสถานที่ฉีดวัคซีน ได้ที่ด้านล่างนี้เลย ⇓

ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี 25627 กลุ่มเสี่ยง” รีบไป!

จากการคาดการณ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่าในปี 2562 สถานการณ์การระบาดของ โรคไข้หวัดใหญ่ น่าจะรุนแรงขึ้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีการ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี 2562 ไว้ล่วงหน้า ซึ่งล่าสุด ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B ที่ระบาดในไทย ก็พบว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 6 ราย

โดยทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ไข้หวัดใหญ่ ถือเป็นโรคระบาดประจำปี อันหมายถึงเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน โดยกลุ่มเสี่ยงที่สุดคือ เด็กวัย 0-4 ปี

โรคไข้หวัดใหญ่ เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (influenza virus) โดยผู้ป่วยจะมีอาการเล็กน้อยจนถึงขั้นรุนแรง โดยอาการพบบ่อยที่สุด ได้แก่ มีไข้สูง คัดจมูก เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ไอ และรู้สึกเหนื่อย ทั้งนี้ผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งอาจมีภาวะรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง

กลุ่มเสี่ยง 7 ที่ต้อง ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี 2562 ได้แก่

  1. คุณแม่ตั้งครรภ์ โดยมีอายุครรภ์มากกว่า 4 เดือน
  2. ลูกน้อย อายุ 6 เดือน – 2 ปี
  3. ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค คือ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ไตวาย เบาหวาน และผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด
  4. ผู้สูงอายุ มากกว่า 65 ปี ทุกคน
  5. ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
  6. ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ)
  7. ผู้ที่เป็นโรคอ้วน น้ำหนักตัวมากกว่า 100 กก./ BMI มากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

และรวมไปถึงบุคลากรที่เกี่ยวข้อง อันได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่สอบสวนควบคุมโรค เจ้าหน้าที่ทำลายสัตว์ปีก เป็นต้น

ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี 2562เครดิตภาพจากเพจ : สถาบันวัคซีนแห่งชาติ

อ่านต่อ >> “สถานที่ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี” คลิกหน้า 2

 

ปรอทวัดไข้

รีวิว ปรอทวัดไข้ อุณหภูมิเท่าไหร่? แปลว่า “ลูกมีไข้” กันแน่!

” ปรอทวัดไข้ มีกี่แบบ ??” … หากคุณสงสัยว่า ลูกตัวอุ่นๆ ตัวร้อนรุ่มๆ เอ๊ะ !! หรือจะมีไข้กันแน่ … จะรู้ได้ไงว่า ลูกตัวร้อน มีไข้ ไม่สบาย ตาม Super Nanny มาค่ะ เรามีวิธีวัดไข้ พร้อม รีวิว ที่วัดไข้ มาแนะนำ

รีวิว ปรอทวัดไข้ ใช้ยังไง? แบบไหนดี!

ในช่วงอายุ 5 ปีแรก เด็ก ๆ มักจะเจ็บไข้ได้ป่วยกันบ่อยๆ ส่วนหนึ่งมาจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย และรวมไปถึงอีกหลายๆ ปัจจัย ซึ่งหากอยากจะรู้ว่าลูกป่วยหรือมีไข้ ก็จำเป็นต้องใช้ ปรอทวัดไข้ เพื่อวัดดูอุณหภูมิขิงลูก … แต่บอมเบย์เชื่อว่ามีคุณแม่หลายคนที่น่าจะเคยเจอกับปัญหา เมื่อหยิบ ที่วัดไข้ มาวัดอุณหภูมิให้ลูกแล้ว แต่ได้ค่าที่ต่างกัน … ก็เลยไม่แน่ใจว่าลูกตัวร้อน หรือมีไข้หรือเปล่ากันแน่?

Must read : ปรอทวัดไข้มีกี่แบบ ? เลือกแบบไหนวัดไข้ลูกแม่นยำที่สุด!

ปัญหาตรงนี้อาจกิดจากการวัดไข้ที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นแล้วตามมาดูการใช้ที่วัดอุณหภูมิ ที่ถูกต้องเพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำที่สุดกันค่ะ ซึ่งในท้องตลาดนั้นจะมี ที่วัดไข้ กี่แบบ แล้วจะเลือกใช้ ปรอทวัดไข้ แบบไหนดี … และแต่ละแบบจะใช้ยังไง!? ที่สำคัญคือ อุณหภูมิเท่าไหร่กันแน่ ที่แปลว่า ลูกป่วย หรือกำลังตัวร้อนมีไข้ !! ตามมาดูกันเลยจ้า

ดูคลิป รีวิวปรอทวัดไข้ พร้อมเผย .. อุณหภูมิเท่าไหร่กันแน่ ที่แปลว่า “ลูกมีไข้”
คลิกที่นี่ ⇓


ติิดตามคลิปวีดีโอดีๆ กับ Super Nanny จาก youtube channel : Amarin Baby & Kids

อุณหภูมิเท่าไหร่! เรียกว่า “ลูกมีไข้” กันแน่!!

ทั้งนี้อุณหภูมิร่างกายปกติไม่ว่าเด็ก หรือผู้ใหญ่ จะอยู่ที่ 36.0 – 37.5 องศาเซลเซียส

  •  แต่ถ้าอุณหภูมิที่วัดได้อยู่ระหว่าง 37.6 – 38.4 องศาเซลเซียส ถือว่ามีไข้ต่ำๆ
  • หรืออุณหภูมิที่วัดได้อยู่ระหว่าง 38.5 – 39.4 องศาเซลเซียส ถือว่ามีไข้ปานกลาง
  • และอุณหภูมิที่วัดได้อยู่ระหว่าง 39.5 – 40.4 องศาเซลเซียส ถือว่ามีไข้สูง

การเตรียมตัวก่อนวัดไข้

  1. อาการบ่งชี้ว่าลูกน่าจะไม่สบาย มีไข้ ซึม ตัวรุมๆ ไม่ดื่มนม หรือกินอาหาร เป็นต้น
  2. ควรทิ้งช่วงประมาณ 20-30 นาทีจากกิจกรรมทุกอย่างที่ลูกทำ เช่น กินข้าว วิ่งเล่น ตากแดด แล้วค่อยวัดไข้ให้ลูก
  3. ถ้าอาบน้ำอุ่น ต้องรอเวลา 1 ชั่วโมงก่อน แล้วค่อยวัดไข้

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องควรระวังถ้าลูกมีไข้ คือ ภาวะชักจากไข้ บอมเบย์แนะนำให้เช็ดตัวลดไข้ลูกทุกชั่วโมง พร้อมให้ทานยาลดไข้สำหรับเด็ก แต่ถ้าจะให้ปลอดภัยที่สุดควรพาลูกไปโรงพยาบาล อยู่ในมือคุณหมออุ่นใจที่สุดค่ะ

 

อ่านต่อบทความน่าสนใจ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

สกิน ไมโครไบโอม

รู้จักกับ สกิน ไมโครไบโอม (Skin Microbiome) เกราะป้องกันชั้นดี…ตัวช่วยดูแลผิวลูกน้อย

ธรรมชาติของ ‘ทารกแรกเกิด’ นั้นมีความบอบบาง อวัยวะและระบบต่างๆ ของร่างกายยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ แต่ธรรมชาติก็ได้มอบสิ่งพิเศษมาให้ในทารกแรกเกิดเช่นเดียวกัน นั่นคือ จุลินทรีย์ที่เรียกว่า ไมโครไบโอม (Microbiome)

 

แล้วจุลินทรีย์ ไมโครไบโอม (Microbiome) คืออะไร?

จุลินทรีย์ ไมโครไบโอม (Microbiome) เป็นจุลินทรีย์ที่ดีต่อร่างกายที่ถือว่าเป็นองค์ประกอบทางพันธุกรรมทั้งหมดของแบคทีเรียและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่อาศัยอยู่บนผิวหนัง เหงือก และฟัน รวมไปถึงในระบบทางเดินอาหารตั้งแต่ปาก หลอดอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ซึ่งจุลินทรีย์ชนิดนี้เกิดได้ตามธรรมชาติ และมีอยู่ในตัวของเราทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กแรกเกิด

 

เชื่อหรือไม่สกิน ไมโครไบโอม (Skin Microbiome) อยู่กับลูกน้อยตั้งแต่วินาทีแรกที่ลืมตาบนโลกนี้           

คุณแม่รู้ไหมว่าแท้จริงแล้ว สกิน ไมโครไบโอม (Skin Microbiome) หรือจุลินทรีย์ชั้นดีที่อยู่บนบริเวณผิวหนัง ที่เต็มไปด้วยประโยชน์มากมายนั้น อยู่กับตัวลูกน้อยของคุณแม่ตั้งแต่แรกเกิด โดยเริ่มตั้งแต่ในช่วงระหว่างการคลอด ขณะที่ผิวหนังของแม่และลูกได้สัมผัสกัน ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเชื้อจุลินทรีย์ดีเกิดขึ้น นอกจากนี้ ในส่วนของการสัมผัสจากแม่สู่ลูก อาทิ การกอด จูบ นวด หรือลูบไล้อย่างอ่อนโยนบนผิวกายของลูกน้อย ก็สามารถกระตุ้นสร้าง และถ่ายโอนสกิน ไมโครไบโอม (Skin Microbiome) ไปสู่ลูกน้อยได้ด้วยเช่นกัน

ซึ่งประโยชน์ของ สกิน ไมโครไบโอม (Skin Microbiome) นอกจากจะช่วยเสริมพัฒนาการและสร้างภูมิคุ้มกัน ยังจะทำหน้าที่เสมือนเป็น ‘เกราะป้องกัน’ ให้กับผิวอันบอบบางของลูกน้อย ผ่านการช่วยยับยั้งการก่อตัวของเชื้อโรค พร้อมป้องกันการเกิดอาการแพ้และการอักเสบ นอกจากนี้ ยังช่วยรักษาสมดุลและความหลากหลายของแบคทีเรียบนผิว เพื่อช่วยป้องกันมลภาวะ หรือสิ่งสกปรกไม่ให้เข้าสู่ชั้นผิวได้ง่าย ซึ่งหาก สกิน ไมโครไบโอม (Skin Microbiome) ในลูกน้อยยิ่งแข็งแรงมากเพียงใด ก็จะยิ่งส่งผลให้ผิวลูกน้อยมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงในอนาคตไปตามกัน

 

แล้วพวกเราจะเสริมสร้างและรักษา สกิน ไมโครไบโอม (Skin Microbiome) ให้กับผิวลูกน้อยได้อย่างไร

1. ดื่มน้ำนมแม่เป็นประจำ

เนื่องจากในน้ำนมแม่นั้นมีองค์ประกอบที่สำคัญอย่างพรีไบโอติก (prebiotics) ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์กับร่างกายหรือโพรไบโอติคส์ (probiotics) ดังนั้น การได้ดื่มน้ำนมแม่เป็นประจำ จึงส่งผลโดยตรงต่อการสร้างสกิน ไมโครไบโอม (Skin Microbiome) ในผิวของทารก รวมถึงยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้กับลูกน้อยไปในตัว

สกิน ไมโครไบโอม

2. อยู่ในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ และสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

เพียงแค่ให้ลูกน้อยได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีและเป็นธรรมชาติ  มีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม รวมถึงได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และสะอาดปราศจากสารพิษปนเปื่อน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการเสริมสร้างและพัฒนาสกิน ไมโครไบโอม (Skin Microbiome) ในชีวิตประจำวันอย่างง่ายๆ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและทำให้สุขภาพของลูกน้อยของคุณแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาปฎิชีวนะกับลูกน้อย หรือใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น เพราะอาจจะเข้าไปทำลายการพัฒนาและเสริมสร้างสกิน ไมโครไบโอม (Skin Microbiome) ในตัวลูกน้อยได้

สกิน ไมโครไบโอม

3. ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวเด็กทารกที่อ่อนโยนที่สุดเท่านั้น เพื่อป้องกันการสูญเสียสกิน ไมโครไบโอม (Skin Microbiome)

สำหรับในผิวเด็กแรกเกิดสกิน ไมโครไบโอม (Skin Microbiome) ยังคงเปลี่ยนแปลงได้อย่างง่ายดายขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลิตภัณฑ์ที่ต้องสัมผัสกับผิวลูกโดยตรง อาทิ ครีมอาบน้ำและโลชั่นดูแลผิว ควรจะต้อง

สกิน ไมโครไบโอม

อ่อนโยนละมุนต่อผิวมากที่สุด อีกทั้งต้องให้ความชุ่มชื้นให้แก่ผิวลูกน้อย เพื่อช่วยกระตุ้นการเสริมสร้างและรักษาสกิน ไมโครไบโอม (Skin Microbiome) ในผิวลูกน้อยเพื่อสุขภาพผิวที่ดีในอนาคต ที่สำคัญผลิตภัณฑ์นั้นๆ ควรจะต้อง ปราศจากสารเคมี เช่น  พาราเบน (สารกันเสีย) พาทาเลต (สารที่ช่วยเพิ่มความหนืดให้กับผลิตภัณฑ์) ซัลเฟต (สารที่ทำให้เกิดฟอง) และ สีสังเคราะห์ อันเป็นต้นเหตุทำให้ผิวของลูกน้อยเกิดอาการระคายเคืองได้

การดูแลด้วยสบู่เหลวอาบน้ำและโลชั่น สูตรที่อ่อนโยนที่สุดและปราศจาก พาราเบน (สารกันเสีย) พาทาเลต (สารที่ช่วยเพิ่มความหนืดให้กับผลิตภัณฑ์) ซัลเฟต (สารที่ทำให้เกิดฟอง) และ สีสังเคราะห์ ที่เหมาะสมกับเด็กแรกเกิด

อายุ 0 – 1 ปี โดยเฉพาะ พร้อมช่วยเสริมสร้างกระบวนการสร้างสกิน ไมโครไบโอม (Skin Microbiome) เพื่อรักษาสมดุลและความหลากหลายของแบคทีเรียบนชั้นผิว เพื่อผิวของลูกน้อยแข็งแรง และมีสุขภาพดีแถมยังไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง คงความชุ่มชื้น อีกทั้งยังสามารถรักษาค่า pH 5.5 ตามธรรมชาติของผิวทารกได้เป็นอย่างดี 

อย่าลืมตัวช่วยดีๆ ที่จะช่วยเสริมสร้างและรักษาสกิน ไมโครไบโอม (Skin Microbiome) ให้ลูกน้อยได้แบบนี้ คุณแม่ยุคใหม่เบาใจในเรื่องการดูแลผิวลูกน้อยไปได้เลย…

อาหารเช้าสำหรับเด็ก

7 เมนู “อาหารเช้าสำหรับเด็ก” ในวัยเรียน สูตรทำง่ายครบ 5 หมู่

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะพ่อแม่ทำอาหารเช้าให้ลูกทานก่อนไปเรียน กับ 7 เมนูง่าย ๆ ครบ 5 หมู่ ย้ำการงดทาน อาหารเช้าสำหรับเด็ก อาจทำให้เด็กขาดสารอาหารที่จำเป็น

7 เมนู “อาหารเช้าสำหรับเด็ก” ในวัยเรียน สูตรทำง่ายครบ 5 หมู่

อย่างที่ทราบกันดีว่ามื้อเช้า เป็นมื้อที่สำคัญที่สุด แต่ด้วยเวลาที่เร่งรีบ อาจทำให้พ่อแม่ไม่มีเวลาเตรียมอาหารเช้าให้ลูก หรืออาจให้ลูกทานอาหารที่ทานง่าย ซึ่งอาหารสะดวกซื้อที่ขายอยู่ทั่วไป มักไม่ถูกหลักโภชนาการ ทำให้เด็กซึ่งอยู่ในวัยที่ควรได้รับสารอาหารที่จำเป็นในการเสริมสร้างร่ายกายให้เจริญเติบโต กลับได้รับสารอาหารไม่เพียงพอแทน ทางกรมอนามัย กระทรวงสาธารณะสุข ได้เล็งเห็นปัญหานี้ จึงได้แนะนำ 7 ชุดเมนูอาหารเช้า ให้พ่อแม่ทำให้ลูกทานก่อนไปเรียน ดังนี้

แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ช่วงเปิดเทอมหลาย ๆ ครอบครัว พ่อแม่อาจจะรีบออกจากบ้าน จนไม่มีเวลาเตรียมอาหารเช้าสำหรับลูก ซึ่งผลการสำรวจพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของเด็กวัยเรียนของกรมอนามัย ปี 2560 พบว่า เด็กอายุ 10 ปี กินอาหารเช้าทุกวัน ร้อยละ 66.9 ส่วนเด็กอายุ 12 ปี เพียงร้อยละ 54.7 โดยกินอาหารครบทั้ง 3 มื้อ ในเด็กอายุ 10 ปี และ 12 ปี ร้อยละ 47.4 และ 33.2 ตามลำดับ ซึ่งการกินอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการคือ ควรกินอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ โดยเฉพาะมื้อเช้า เพราะช่วงระยะเวลาระหว่างอาหารเย็นถึงเช้า แม้จะเป็นช่วงเวลาที่นอนหลับพักผ่อน แต่ร่างกายก็ยังเผาผลาญสารอาหารตามปกติ ทำให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดลดต่ำลง หากเด็กไม่กินอาหารเช้าเพิ่มเข้าไป ร่างกายจะไปดึงสารอาหารสะสมสำรองในยามจำเป็นมาใช้แทน ทำให้ร่างกายมีอาการอ่อนเพลีย หงุดหงิด อารมณ์เสีย ไม่มีสมาธิในการเรียน อาจถึงขั้นหน้ามืดเป็นลมได้ เนื่องจากสมองได้รับน้ำตาลกลูโคสไปเลี้ยงไม่เพียงพอ และการงดกินอาหารมื้อเช้าอาจทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

เมนูอาหารเช้า
มื้อเช้าเป็นมื้อที่มีความสำคัญที่สุด การงดอาหารเช้าจึงทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นได้

อาหารเช้าสำหรับเด็ก ที่เหมาะสมควรให้พลังงาน 400-450 กิโลแคลอรี่

“โดยเฉพาะในเด็กวัยเรียนเป็นวัยที่ยังเจริญเติบโตมีความต้องการพลังงานและสารอาหารมากกว่าผู้ใหญ่ พ่อแม่ ผู้ปกครองจึงต้องสร้างนิสัยการกินอาหารเช้าของเด็ก โดยกินร่วมกับเด็ก ไม่ควรเร่งรีบ หรือกดดันลูกเวลากินข้าวเช้าหรืออาจเตรียมเป็นเมนูอาหารที่กินระหว่างเดินทางได้ และควรให้กินอาหารเช้าเป็นกิจวัตรประจำวันที่ต้องทำทุกเช้า ซึ่งอาหารเช้าที่เหมาะสมควรให้พลังงานประมาณ 400-450 กิโลแคลอรี ครบ 5 หมู่ หลากหลาย ถูกหลักโภชนาการ และเตรียมได้ง่าย หรืออาจปรุงอาหารพร้อมมื้อค่ำ โดยเก็บในตู้เย็นพร้อมอุ่นกินในมื้อเช้า สำหรับกลุ่มวัยอื่น ๆ การกินอาหารเช้าจะช่วยใน การควบคุมน้ำหนักได้เพราะหลังจากกินมื้อเย็นจนถึงเช้าวันใหม่ ร่างกายอดอาหารมานานเกือบ 12 ชั่วโมง หากไม่กินอาหารเช้าจะทำให้ระบบเผาผลาญเริ่มต้นช้าลง ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง ร่างกายรู้สึกหิวอยู่ตลอดทั้งวันทำให้บริโภคในมื้อถัดไปในปริมาณมากเกินความต้องการจนส่งผลให้เสี่ยงเป็นโรคอ้วนซึ่งนำไปสู่การเกิดโรคเส้นเลือดสมองและโรคหัวใจได้” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ เมนู อาหารเช้าสำหรับเด็ก ทานก่อนไปเรียน ได้รับสารอาหารเพียบ

ท้องแก่ใกล้คลอด

ท้องแก่ใกล้คลอด ห้ามทำ 10 พฤติกรรมผิด ๆ นี้

ร่างกายของแม่ท้องที่อยู่ในช่วงไตรมาสที่ 3 นั้นต่างกับการตั้งท้องช่วงแรก แม่ที่ ท้องแก่ใกล้คลอด จึงควรระวังตนเองมากขึ้น ไม่ควรทำพฤติกรรมผิด ๆ เหล่านี้

ท้องแก่ใกล้คลอด ห้ามทำ 10 พฤติกรรมผิด ๆ นี้

ในช่วงโค้งสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการคลอดบุตร ดังนั้น การดูแลตนเองขณะตั้งครรภ์ในช่วงใกล้คลอดนั้นจึงมีความสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับแม่ท้องและลูกในท้อง แม่ท้องจึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมผิด ๆ เหล่านี้

10 พฤติกรรมผิด ๆ ที่แม่ “ท้องแก่ใกล้คลอด” ไม่ควรทำ

  1. ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

จะสังเกตได้ว่าในช่วงไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ แพทย์จะนัดตรวจครรภ์บ่อยขึ้น โดยเฉพาะในช่วงใกล้คลอด แพทย์จะนัดให้มาตรวจครรภ์ทุกอาทิตย์กันเลยทีเดียว นั่นเป็นเพราะในช่วงที่ใกล้คลอดนั้น คุณแม่มักจะมีสัญญาณและอาการต่าง ๆ ที่อาจจะนำไปสู่การคลอดบุตรได้ตลอดเวลา อีกทั้งในช่วงใกล้คลอด ยังมีอันตรายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับลูกในท้อง เช่น ภาวะลกรอกตัวก่อนกำหนด เป็นต้น ดังนั้น แพทย์จะแนะนำการปฏิบัติตัวให้ห่างไกลจากอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะแม่ท้องที่มีภาวะอันตรายที่ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เป็นพิเศษ เช่น มีความเสี่ยงที่จะมีภาวะครรภ์เป็นพิษ ไม่ควรละเลยคำแนะนำของแพทย์เป็นอันขาด

ไตรมาสที่ 3
ในการตั้งครรภ์ช่วงไตรมาสที่ 3 แม่ท้องควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

2. ใส่รองเท้าส้นสูง

จริงอยู่ที่แม่ท้องสามารถใส่รองเท้าส้นสูงได้บ้างเป็นบางกรณี แต่ในช่วงที่ใกล้คลอด แม่ท้องมักจะมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งท้องก็โตขึ้นมาก การเดินเหินก็มักจะไม่ค่อยสะดวกอยู่แล้ว การใส่รองเท้าส้นสูงในช่วงนี้จึงมักจะเสี่ยงต่ออุบัติเหตุที่แม่ท้องอาจลื่นล้มได้ ดังนั้น ขอให้อดใจไว้อีกไม่กี่เดือน เมื่อคลอดแล้วก็สามารถกลับมาใส่รองเท้าส้นสูงได้อีกครั้งค่ะ

3. เดินทางไกล

การเดินทางไกลในช่วงไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์นั้น อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุต่าง ๆ และการคลอดก่อนกำหนดได้ (อ่าน รวม 12 อุบัติเหตุที่แม่ท้อง ต้องระวัง!)

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 10 พฤติกรรมผิด ๆ ที่แม่ “ท้องแก่ใกล้คลอด” ไม่ควรทำ

ความดันต่ำขณะตั้งครรภ์ ภาวะที่แม่ท้องต้องระวัง

ความดันต่ำขณะตั้งครรภ์ เป็นภาวะที่แม่ท้องหลายคนต้องเผชิญ ภาวะนี้หากไม่เฝ้าระวังอาการผิดปกติต่าง ๆ อาจเกิดอันตรายที่รุนแรงต่อแม่ท้องและลูกในท้องได้

ความดันต่ำขณะตั้งครรภ์ ภาวะที่แม่ท้องต้องระวัง

ภาวะความดันโลหิตต่ำคืออะไร?

ในขณะตั้งครรภ์ ร่างกายของแม่ท้องจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก ภาวะความดันโลหิตต่ำ ก็เป็นอีกหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในขณะตั้งครรภ์ โดยทั่วไปแล้วภาวะนี้มักไม่รุนแรง แต่หากไม่มีการรับมือที่ถูกวิธีและการเฝ้าระวัง ก็อาจทำให้เกิดอันตรายได้ นี่จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่แม่ท้องจะต้องตรวจวัดความดันทุกครั้งที่ไปตรวจครรภ์ โดยค่าที่แพทย์จะวินิจฉัยว่ามีภาวะนี้ จะต้องมีความดันโลหิตตัวบนต่ำกว่า 90 มิลลิเมตรปรอท และความดันโลหิตตัวล่างต่ำกว่า 60 มิลลิเมตรปรอท

ความดันต่ำขณะตั้งครรภ์ เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ภาวะความดันต่ำโดยทั่วไปแล้ว เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การสูญเสียเลือด ภาวะขาดน้ำ ภาวะโลหิตจาง โรคเกี่ยวกับหัวใจ การติดเชื้อ รวมถึงการตั้งครรภ์ด้วย เพราะการตั้งครรภ์ส่งผลโดยตรงต่อระดับความดันโลหิตของผู้หญิงจากสาเหตุ ต่อไปนี้

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนขณะตั้งครรภ์ ในขณะตั้งครรภ์ ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนมากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนดังกล่าวจะทำให้ผนังหลอดเลือดคลายตัวลง
  • การสูญเสียเลือดจากการตั้งครรภ์นอกมดลูก
  • ภาวะขาดน้ำขณะตั้งครรภ์
  • ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ มักเกิดกับผู้หญิงที่เป็นเบาหวาน
  • การยืนนาน ๆ และลุกจากท่านั่งหรือท่านอนเร็วเกินไป

นอกจากนี้ ระดับความดันโลหิตของคุณแม่ยังบ่งบอกถึงสุขภาพของตัวเองและลูกในท้อง โดยระดับความดันโลหิตที่สูงเกินไปอาจเป็นสัญญาณของภาวะครรภ์เป็นพิษ ส่วนความดันโลหิตที่ต่ำเกินไปก็อาจเป็นสัญญาณของการท้องนอกมดลูก ซึ่งอันตรายต่อทั้งแม่และเด็ก ในรายที่มีความดันโลหิตผิดปกติอย่างรุนแรงอาจทำให้แม่และเด็กเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

ความดันโลหิตต่ำ
ผู้ที่เป็นภาวะนี้มักจะมีอาการเวียนหัว เป็นลมบ่อย เหนื่อยง่าย เป็นต้น

ความดันต่ำขณะตั้งครรภ์ มีอาการอย่างไร?

คุณแม่ที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำ มักจะมีอาการต่อไปนี้

  • วิงเวียนศีรษะ โดยเฉพาะเวลาลุกหรือนั่ง
  • เป็นลมบ่อย
  • ไม่มีสมาธิ
  • รู้สึกเหนื่อย
  • คลื่นไส้
  • มองเห็นไม่ชัด
  • กระหายน้ำผิดปกติ
  • หายใจเร็ว หรือหายใจตื้น
  • ผิวหนังซีดเย็น

สำหรับคุณแม่ที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำรุนแรง มักจะทำให้วิงเวียนบ่อยและเสี่ยงหกล้ม ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อทารก รวมทั้งอาจส่งผลให้อวัยวะในร่างกายเกิดความเสียหาย มีอาการช็อก และเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ความดันต่ำขณะตั้งครรภ์อันตรายแค่ไหน?

ออกกำลังกายลดพุง

รวม 10 ท่า ออกกำลังกายลดพุง สำหรับคุณแม่หลังคลอด

หลังคลอด สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือหน้าท้องที่หย่อนคล้อยของคุณแม่นั่นเอง การลดน้ำหนักโดยการควบคุมอาหารอาจไม่เพียงพอ การ ออกกำลังกายลดพุง เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องกระชับ เป็นสิ่งที่ควรทำควบคู่ไปด้วย

รวม 10 ท่า ออกกำลังกายลดพุง สำหรับคุณแม่หลังคลอด

สาเหตุที่ทำให้แม่หลังคลอดมีหน้าท้องที่หย่อนคล้อย

  1. ผิวหนังหย่อนยาน
  2. กล้ามเนื้อหย่อนยาน
  3. ระหว่างตั้งครรภ์มีน้ำหนักตัวมากเกินไป
  4. กล้ามเนื้อหน้าท้องแยกออกจากกัน หรือที่เรียกว่า Diastasis Recti

**คำเตือน** การออกกำลังกายหลังคลอด ควรทำเมื่อร่างกายมีความพร้อมและฟื้นตัวจากการคลอดเสียก่อน โดยปกติแล้วคุณแม่ควรเริ่มออกกำลังกายได้ภายหลัง 6-8 อาทิตย์หลังคลอด อย่างไรก็ตาม ร่างกายของแม่ท้องแต่ละคนไม่เหมือนกัน ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มออกกำลังกายก่อนนะคะ

รวม 10 ท่า ออกกำลังกายลดพุง สำหรับคุณแม่หลังคลอด

  1. เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายเบา ๆ

การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวแต่ไม่ควบคุมอาหารนั้น อาจจะไม่เพียงพอให้พุงยุบลงได้ อย่างไรก็ตาม การที่จะควบคุมอาหารโดยการอดอาหารเหมือนสมัยก่อนท้องนั้น เป็นไปไม่ได้สำหรับแม่หลังคลอด เพราะแม่หลังคลอดยังจำเป็นที่จะต้องได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์และเพียงพอสำหรับการให้นมลูก ดังนั้นจึงควรเน้นสัดส่วนของผักและผลไม้ให้มากขึ้น และสำหรับแม่ที่ให้นมบุตรอยู่นั้น จะหิวได้ง่ายกว่าปกติ ดังนั้น จึงควรทานให้บ่อย แต่ปริมาณน้อย

และสำหรับการเริ่มต้นออกกำลังกายหลังคลอด ควรเริ่มที่การออกกำลังกายเบา ๆ เช่น การเดิน ควรเดินอย่างต่อเนื่อง 15 นาทีเป็นอย่างน้อย และควรเดิน 5 ครั้งต่อสัปดาห์ หากลูกกวนขณะออกกำลังกาย คุณแม่สามารถอุ้มลูกน้อยไปด้วย เดินไปด้วยได้ค่ะ

ลดพุงหลังคลอด
การ ออกกำลังกายลดพุง ควรเริ่มทำเมื่อร่างกายพร้อม และควรทำหลังคลอด 6 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย

2. ยืดคลายกล้ามเนื้อ

ก่อนเริ่มออกกำลังกาย ควรมีการยืดคลายกล้ามเนื้อกันก่อน เนื่องจากร่างกายและกล้ามเนื้อภายในร่างกายจำเป็นต้องมีการปรับตัว เพื่อรองรับการออกกำลังกายที่หนักขึ้น

3. ท่าบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน คือกล้ามเนื้อที่ควบคุมการกลั้นปัสสาวะ อุจาระ และกล้ามเนื้อเกี่ยวกับการคลอดบุตร การตั้งครรภ์ การคลอดบุตร และน้ำหนักเกิน จะทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง ดังนั้นเราควรบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (หรือการฝึกขมิบนั่นเอง) ดังนี้

  • นอนหงายตั้งชันเข่า
  • เกร็งกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน 5-10 วินาที
  • ผ่อนคลายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน 3 วินาที
  • ทำครั้งละ 10 ครั้งต่อ 1 ชุด วันละ 3 ชุด

ข้อสำคัญขณะที่เกร็งกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานต้องไม่เกร็งกล้ามเนื้อกลุ่มอื่นเช่น กล้ามเนื้อขา หรือท้องเพราะจะเป็นการเพิ่มความดันต่อกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ รวม 10 ท่า ออกกำลังกายลดพุง สำหรับคุณแม่หลังคลอด

4U2 Love Me Harder 2

4U2 Love Me Harder 2 ลิควิดลิปสติกสูตรใหม่ ทาแล้ว…เลิฟเลย

4U2 Love Me Harder 2 ขอกลับมาทวงบัลลังก์อันดับ 1 ลิปสติกจากหน้าร้านและออนไลน์อีกครั้ง กับลิควิดลิปสติกสูตรใหม่ ทาแล้ว…เลิฟเลย อีกไอเท็มเด็ดที่แม่ๆ ควรมี!!

ลิควิดลิปสติกสูตรใหม่ ทาแล้ว…เลิฟเลย
4U2 Love Me Harder 2

          เปิดตัวทีไรก็ว้าวตลอดสำหรับลิปสติกของ 4U2  คราวนี้แบรนด์เครื่องสำอางเจ้าตำนานลิควิดลิปสติกที่ดีที่สุดและได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย  ขอกลับมาทวงบัลลังก์อันดับ 1 ลิปสติกจากหน้าร้านและออนไลน์อีกครั้ง  ด้วยการเปิดตัว 4U2 Love Me Harder 2 คอลเลคชั่นต่อเนื่องจาก 4U2 Love Me Harder ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้ว และได้รับความสนใจอย่างปึงปังจากสาวกสาวทุกสายผู้ชื่นชอบปากแมทสีคมชัดสะใจ

4U2 Love Me Harder 2

ซึ่ง ลิควิดลิปของ 4U2 รุ่นนี้มีทั้งหมด 15 เฉดสี โดยโทนสีเน้นออกแบบเพื่อสาวเอเชียโดยเฉพาะ! พิสูจน์แล้วว่าเป็นสีใช้ง่าย ทาแล้วไม่ดูป่วยแน่นอน และมีความดีงามยิ่งขึ้นตรงที่ปรับสูตรใหม่ เพราะ 4U2 ไม่เคยยอมแพ้ต่อการพัฒนา เนื้อมีความแมทในแบบเบาสบายปากยิ่งขึ้น ปากไม่รู้สึกแห้งตึง กลบสีปากที่หมองคล้ำได้อย่างมิดชิด ปาดครั้งเดียวสีคมชัดอยู่ได้ยาวนาน ทาแล้วไม่เป็นขุยหรือตกร่องปาก ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาทาลิปมันก่อน เรียกว่าตัวเดียวเอาอยู่  ยิ่งไปกว่านั้นทางแบรนด์ยังออกแบบปรับหัวแปรงให้เล็กเพื่อควบคุมทิศทางในการวาดปากให้ได้รูปอย่างง่ายดายยิ่งขึ้นด้วย ช้าอยู่ใย รีบคว้าเลยค่ะซิส

4U2 Love Me Harder 2

♥ 5 ข้อควรรู้เมื่อใช้ลิควิดลิปเนื้อแมท

หลายคนที่เป็นสาวกผู้ชื่นชอบการทาปากลุคแมทคงรู้จักวิธีการทาลิควิดลิปกันดีอยู่แล้ว  แต่มีหลายคนที่อาจยังไม่รู้ หรือมองข้ามวิธีการใช้ลิควิดลิปที่ถูกต้องไป ทำให้เกิดความผิดพลาดระหว่างวันได้ ซิสทั้งหลายลองตามวิธีเหล่านี้ดูค่ะ รับรองไม่ผิดหวังช้ำใจหรือปากเลอะระหว่างวัน

1.อย่าใช้ทิชชู่ซับ  เมื่อใช้ลิปสติกธรรมดา สาวๆผู้รักปากแมทก็จะเอาทิชชู่ซับความมันออก เพื่อทำให้ลิปสติกติดทนนานขึ้น  แต่สำหรับลิควิดลิปยิ่งเนื้อแมทด้วยแล้ว ออกแบบมาเพื่อให้เนื้อติดปากยาวนานอยู่แล้ว จึงมีเนื้อที่ค่อนข้างแห้งอยู่แล้ว การซับปากด้วยทิชชู่จะยิ่งซับเอาน้ำมันหรือวิตามินอีที่มีผสมอยู่ในลิควิดลิปออกไปด้วย จะยิ่งทำให้ปากของคุณดูแห้ง และเกิดอาการลิปติดร่องปากได้ ดังนั้นไม่ควรทำเป็นอันขาด

2.อย่าเม้มปาก  เพราะการเผลอทำแบบนั้นบ่อยๆจะทำให้ปากยิ่งแห้ง เนื่องจากลิควิดจะซึมเข้าปากอยู่แล้ว หลังทาก็เพียงเม้มปากให้สีเข้าที่เพียงครั้งสองครั้งก็เพียงพอแล้ว สาวๆที่ชื่นชอบการทาลิควิดลิปจึงควรเตือนตัวเองไว้ตลอดเวลาระหว่างวัน

3.อย่าทาหลายชั้นเกิน  อันที่จริงหากคุณชอบลิปสติกเนื้อครีมการทาซ้ำๆระหว่างวัน หรือทาทับเพื่อให้สีเข้มชัดขึ้นก็จะช่วยให้คุณมีลุคเนี้ยบขึ้น  แต่ไม่จำเป็นเลยสำหรับลิควิดลิป โดยเฉพาะที่มีเนื้อสีคมชัดและติดทนอยู่แล้วอย่างของ 4U2 Love Me Harder 2 (ราคา 129 บาท มีจำหน่ายที่ WATSONS, EVEANDBOY, BEAUTRIUM และ www4u2thailand.com) ควรทาแค่รอบเดียวสีก็จะชุ่มชื้นติดอยู่บนปากยาวนานและไม่ทำให้ปากดูมีเนื้อลิปสติกติดอยู่หนาเกินไปด้วย

4.อย่าปาดลิปสติกที่ริมฝีปากใน  อันนี้เป็นข้อห้ามที่ซีเรียสมาก เพราะอาจทำให้ลุคของคุณพังได้ระหว่างวัน เพราะมีลิปสติกติดฟัน โดยเฉพาะลิควิดลิปที่มีเนื้อครีมทาเท่าไหร่ก็ไม่แห้ง นอกจากการเลือกลิควิดลิปที่มีความบางเบาและแห้งไวติดทนนานแล้ว ก็คือควรเลี่ยงการทาให้ชิดกับฟันหรือขอบปากด้านในมากเกินไป

5.อย่าเช็คออกเฉยๆ  เนื่องจากลิควิดลิปเนื้อแมทจะมีคุณสมบัติติดทนมาก จึงไม่ควรเบิร์นหรือทำร้ายปากตัวเองด้วยการถูไปมาเพื่อหวังจะให้หลุดออก ควรใช้รีมูฟเวอร์ที่มีเบสเป็นน้ำมัน หรือสูตรน้ำซับด้วยสำลีแล้วค้างไว้ประมาณ 30 วิแล้วค่อยเช็ดออก จะช่วยถนอมปากให้อวบอิ่มไร้ริ้วรอยจากแผลถลอก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ชื่อมงคลตามวันเกิด

1,000+ ชื่อมงคลตามวันเกิด โปรแกรมตั้งชื่อมงคล รวมชื่อดีเสริมชีวิต

รวม ชื่อมงคลตามวันเกิด กับไอเดีย ตั้งชื่อลูกพร้อมความหมายตามวันเกิด จาก โปรแกรมตั้งชื่อมงคล หากคุณกำลังมองหา ชื่อจริงลูกสาว-ลูกชาย คลิกเลย!!

ชื่อมงคลตามวันเกิด โปรแกรมตั้งชื่อมงคล รวมชื่อดีเสริมชีวิตลูก

“ชื่อดีเป็นศรีแก่ตัว” การตั้งชื่อตามวันเกิด หรือ ชื่อมงคลตามวันเกิด เป็นอีกหนึ่งความเชื่อของคนไทย ที่คุณพ่อคุณแม่มักตระเตรียมหาไว้ก่อนที่ลูกจะเกิด เพราะ ชื่อหรือนามนั้นเป็นสิ่งแทนบุคคล สามารถเป็นพลังส่งผลถึงชีวิตของเจ้าชะตาให้เป็น ไปในทิศทางที่ดีได้ ซึ่งการจะกระทำสิ่งใดๆ ก็ดี ทำอะไรก็ไม่มีอุปสรรค ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน การเงิน สุขภาพ ความรัก ธุรกิจ การค้า บริวาร มีบารมีเป็นที่นับหน้าถือตา หรือแม้แต่การได้รับความช่วยเหลือจากผู้หลัก ผู้ใหญ่ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลมาจาก ชื่อที่เป็นมหามงคลแทบทั้งสิ้น

โดยตั้งแต่ในสมัยโบราณมีหลักการตั้งชื่อให้เป็นสิริมงคลแก่เจ้าของชื่อ ที่เรียกว่า ทักษา ซึ่งจะแบ่งตามวันเกิด หรือ ชื่อมงคลตามวันเกิด โดยสำหรับท่านที่เกิดวันพุธ จะมีการแยกชื่อสำหรับคนที่เกิดวันพุธกลางวัน และ พุธกลางคืนออกจากกัน ซึ่งนอกจาก ชื่อมงคลตามวันเกิด ที่ใช้หลักทักษาแล้ว ก็ยังมีอีก 4 ศาสตร์ ที่ควรพิจารณาเพื่อให้ชีวิตดียิ่งๆ ขึ้น คือ เลขศาสตร์ อายตนะ ตุ๊กตามอญ และภาษาศาสตร์ เป็นต้น

หลักทักษาปกรณ์ คือ ต้องใช้อักษรในวรรค บริวาร อายุ เดช ศรี มูละ อุตสาหะ และมนตรี โดยห้ามอักษรที่เป็น กาลกิณี อย่างเด็ดขาด การตั้งชื่อที่ดี ควรต้องมีความหมายที่ดีด้วย มีตัวอักษรและสระที่เป็นคุณในหลายๆด้าน

เพื่อให้ตั้งชื่อมงคลตามวันเกิด ถูกต้องตามคตินิยมแต่โบราณ

เพศชาย ให้ใช้อักษรในวรรคเดช นำหน้า

เพศหญิง ให้ใช้อักษรในวรรคศรี นำหน้า

ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถ คลิกใช้ โปรแกรมตั้งชื่อลูก ชื่อมงคลตามวันเกิด ด้วยตัวเอง ซึ่งรวมชื่อดีเสริมชีวิตลูก ที่มีให้เลือกดูตามหมวดตัวอักษร และ ตามวันเกิด ทั้งลูกสาว-ลูกชาย ซึ่งแบ่งออกเป็น ความดี, ความสุข ความรื่นรมย์, ความรู้ความสำเร็จ, อำนาจ บารมี, เงินทอง, ความสวยความงาม โดย โปรแกรมตั้งชื่อมงคล นี้จะแสดง ชื่อลูก การสะกด และความหมายของชื่อ ให้คุณพ่อคุณแม่ได้เลือกชื่อที่ถูกใจด้านล่างค่ะได้ที่นี่ ⇓

www.amarinbabyandkids.com/childname

 

หรือเลือกดู ชื่อจริงลูกสาว-ลูกชาย ที่เป็น ชื่อมงคลตามวันเกิด จากรายชื่อมงคล แต่ละวันที่ลูกน้อยเกิด ได้ที่ภาพด้านล่างเลยค่ะ ⇓

ตาราง ตั้งชื่อมงคลตามวันเกิด ชื่อมงคลตามวันเกิด จันทร์ – อาทิตย์

ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด วันจันทร์
สำหรับ ตั้งชื่อลูกชาย

ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด

ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด วันจันทร์
สำหรับ ตั้งชื่อลูกสาว

ชื่อคนเกิดวันจันทร์ ลูกสาว

ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด วันอังคาร สำหรับ ตั้งชื่อลูกสาว-ลูกชาย

ชื่อคนเกิดวันอังคาร

ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด สำหรับ
คนเกิดวันพุธกลางวัน

ชื่อคนเกิดวันพุธกลางวัน

ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด สำหรับ
คนเกิดวันพุธกลางคืน

ตั้งชื่อลูก เกิดวันพุธกลางคืน

ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด วันพฤหัสบดี สำหรับ ตั้งชื่อลูกสาว-ลูกชาย

ชื่อคนเกิดวันพฤหัส

ตั้งชื่อลูกตามวันเกิดวันศุกร์ สำหรับ ตั้งชื่อลูกสาว-ลูกชาย

ชื่อคนเกิดวันศุกร์

ตั้งชื่อลูกตามวันเกิดวันเสาร์ สำหรับ ตั้งชื่อลูกสาว-ลูกชาย

ชื่อคนเกิดวันเสาร์

ตั้งชื่อลูกตามวันเกิดวันอาทิตย์ สำหรับ ตั้งชื่อลูกสาว-ลูกชาย

ชื่อคนเกิดวันอาทิตย์

 

อ่านต่อ >> แนวทางการตั้งชื่อมงคลตามวันที่เกิด วันที่ 1-31” คลิกหน้า 2

ผื่นผ้าอ้อม

ผื่นผ้าอ้อม ผดผื่นตามซอกจุดอับ ตามซอกข้อพับดูแลผิวลูกน้อยให้สบายง่ายนิดเดียว

ผื่นผ้าอ้อม เป็นปัญหาที่แม่ลูกเล็กเจอกันอยู่บ่อยๆ เลยค่ะ และทุกครั้งที่ลูกน้อยมีอาการคันจากการสวม ใส่ผ้าอ้อม ก็มักจะร้องไห้งอแง นอนหลับไม่สนิท รวมทั้งระหว่างวันก็จะอารมณ์หงุดหงิด ไม่สดชื่น ไม่สบายเนื้อสบายตัว แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้แล้วค่ะ ต้องช่วยคุณแม่มือใหม่ในการดูผิวก้นลูกให้สบายตลอดวันด่วนแล้วล่ะค่ะ

 

ผื่นผ้าอ้อม ปัญหาที่เกิดขึ้นได้เสมอกับลูกน้อย  

ในเด็กตั้งแต่แรกเกิดพบว่ามีปัญหาเกิด ผื่นผ้าอ้อมได้มากที่สุด เพราะเด็กทารกยังไม่สามารถเคลื่อนไหวขยับร่างกายได้มากเหมือนเด็กโต ไม่สามารถบอกได้ว่าปัสสาวะหรืออุจจาระออกมา การใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้ลูกน้อย 1 ผืนใช้ไปอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมงกว่าจะได้เปลี่ยนผ้าอ้อมผื่นใหม่ให้ลูก ตรงนี้แหละค่ะที่ทำให้เกิดการหมักหมมของความเปียกชื้นที่มาจากปัสสาวะ อุจจาระ ลูกน้อยที่ต้องสวมใส่ผ้าอ้อมเป็นเวลานานมักเกิดการเสียดสีระหว่างผิวบริเวณขอบช่วงต้นขา ช่วงเอว ผิวก้นจนระคายเคือง ทำให้มีอาการคันขึ้นได้ค่ะ ดังนั้นเพื่อปกป้องทั้งไม่เกิดผื่นคันตามรอยขอบผ้าอ้อม ขั้นตอนสำคัญอยู่ที่การดูแลทำความสะอาดผิวลูกน้อยก่อนสวมใส่ผ้าอ้อมผืนใหม่ให้ลูกน้อยนั่นเองค่ะ

ผื่นผ้าอ้อม

วิธีดูแลผิวก้นลูกน้อยก่อนใส่ผ้าอ้อม

คุณแม่รู้ไหมคะว่าผื่นผ้าอ้อมที่เกิดจากคราบปัสสาวะ อุจจาระ ความเปียกชื้นที่หมักหมมไว้มากๆ หากทำความสะอาดผิวก้นลูกไม่สะอาดดีก่อนใส่ผ้าอ้อมชิ้นใหม่ อาจทำให้เกิดที่มาจากความอับชื้น ซึ่งจะส่งผลให้ผิวก้น บริเวณขอบช่วงต้นขา ขอบเอวมีการระคายเคือง คัน อักเสบรุนแรงขึ้นตามมาได้ค่ะ ฉะนั้นสิ่งสำคัญ คือ

1. ทำความสะอาดผิวก้นลูก

ทุกครั้งที่ลูกปัสสาวะ หรืออุจจาระ ก่อนมีการเปลี่ยนใส่ผ้าอ้อมผืนใหม่ให้ คุณแม่ต้องล้างก้นลูกให้สะอาด แล้วซับด้วยผ้าขนหนูให้แห้ง แล้วพักผิว 15-20 นาทีก่อนใส่ผ้าอ้อมชิ้นใหม่ ก็จะช่วยให้ผิวก้นลูกไม่อับชื้นเวลาสวมใส่ผ้าอ้อมแล้วค่ะ

2. ทาโลชั่นบำรุงผิว

หลังอาบน้ำให้ลูกเสร็จแล้ว เช็ดตัวลูกพอหมาดๆ คุณแม่ควรหาโลชั่นสำหรับเด็ก เบบี้ออยล์ หรือครีมทาป้องกันผื่นผ้าอ้อม เพื่อบำรุงให้ผิวก้น ผิวบริเวณข้อพับชุ่มชื้น แข็งแรงมากขึ้น ซึ่งก็จะช่วยป้องกันการเกิดการระคายเคือง เกิดผื่นคันจากผ้าอ้อมได้ค่ะ

ผื่นผ้าอ้อม

3. ทาแป้งเด็กที่ผิวก้นลูก

การทาแป้งเด็กช่วยทำให้ผิวลูกแห้งสบายตัว ผ่อนคลาย โดยวิธีการทาแป้งที่ถูกต้อง คือเทแป้งลงฝ่ามือคุณแม่แล้วค่อยๆ ถู ก่อนนำไปทาบนผิวลูก จะช่วยลดการฟุ้งกระจายได้ แต่ที่สำคัญควรทาเป็นแป้งเด็กให้ลูกเท่านั้นนะคะ

ผื่นผ้าอ้อม

อย่างแป้งเด็กดีนี่ ออร์แกนิค ฟอร์นิวบอร์น เป็นแป้งเด็กที่อ่อนโยนจากธรรมชาติ ผ่านการทดสอบ Hypoallergenic Tested จากประเทศฝรั่งเศส ไม่ทำให้เกิดการแพ้ระคายต่อผิว จึงเหมาะสำหรับผิวเด็กทารก และเด็กเล็ก แถมยังเป็นสูตรพิเศษลดการฟุ้งกระจายหมดกังวลเรื่องฝุ่นแป้ง และยังช่วยปลอมประโลมปกป้องผิวจากผื่นคันตามรอยขอบผ้าอ้อม ลดการระคายเคืองผิวเมื่อต้องถูสัมผัสเสียดสีกับเสื้อผ้าได้อย่างดีด้วยค่ะ และช่วยลดผดผื่นด้วยอะลันโทอิน โดยเฉพาะบริเวณข้อพับแขน ขา และก้น นอกจากนี้ยังปราศจากสารอันตราย อย่างเช่น พาราเบน กูลเตน และสีสังเคราะห์

เห็นไหมคะว่าผื่นผ้าอ้อม ผื่นคันตามรอยขอบแพมเพิส ผดผื่นตามข้อพับ สามารถดูแลปกป้องไม่ให้เกิดขึ้นกับลูกน้อยได้ง่ายๆ เพียงแค่ดูแลอย่างถูกวิธี และเลือกใช้แป้งเด็กที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าดีและปลอดภัยที่สุดกับเด็กค่ะ

ผื่นผ้าอ้อม

 

 แสดงแบบ : คุณแม่พิมถินันท์ น้องเรญ่า

เลี้ยงลูกอยู่บ้าน

เมื่อต้อง เลี้ยงลูกอยู่บ้าน คนเดียวทั้งวัน จะชวนคุยภาษาอังกฤษอะไรดี

เมื่อรู้ว่ามีเจ้าตัวน้อย คุณแม่หลายคนวางแผนออกจากงานมา เลี้ยงลูกอยู่บ้าน แบบฟูลไทม์ เพื่อจะได้มีเวลาดูแลลูกน้อยอย่างเต็มที่ นอกจากภารกิจดูแลลูกน้อยตลอด 24 ชั่วโมงกับงานบ้านอีกมากมายแล้ว

สำหรับคุณแม่ที่อยากส่งเสริมให้ลูกเป็นเด็กสองภาษา สื่อสารเก่งทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษตั้งแต่ลูกยังเล็ก ต้องหัดให้พูดสองภาษาตั้งแต่ยังเล็ก ระหว่าง เลี้ยงลูกอยู่บ้าน แม่จะมีเรื่องราวอะไรมาพูดคุยเป็นภาษาอังกฤษกับลูก เพื่อสร้างความคุ้นเคยได้บ้าง มาติดตามเทคนิคดีๆ จากรายการ KidsTalk ช่วง DaddyTalks ในEP นี้กันค่ะ

พ่อรับบทแม่ฟูลไทม์ เลี้ยงลูกอยู่บ้าน คนเดียว ชวนคุยภาษาอังกฤษอะไรดี

เหมือนอ.คริส คุณพ่อสองภาษาที่ได้รับมอบภารกิจจากคุณภรรยาให้ เลี้ยงลูกอยู่บ้าน ดูแลน้องวิลเบิร์ต ลูกน้อยวัยสองขวบ ที่กำลังช่างจ้อ ช่างคนเดียวตลอดวัน แล้วแบบนี้คุณพ่อจะสามารถทำหน้าที่แทนคุณแม่ได้หรือไม่ จริงๆแล้ว เหตุการณ์แบบนี้น่าจะเคยเกิดขึ้นทุกบ้าน  คุณพ่อหลายคนอาจรู้สึกประหม่า ไม่มั่นใจ บางคนกลัวลูกร้องแล้วไม่รู้ว่าจะปลอบยังไง กลัวจะอาบน้ำลูกไม่เป็น ให้นมลูกไม่ได้ สารพัดความกังวลที่ประดังเข้ามา แต่รู้ไหมคะว่า การปล่อยให้คุณพ่อ เลี้ยงลูกอยู่บ้าน มีประโยชน์มากมายกว่าที่คิด

คุณพ่อส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการทำงานหาเงินมาจุนเจือครอบครัว แต่ทราบหรือไม่ว่า ตัวเองสามารถช่วยแบ่งเบาภาระ สับเปลี่ยนบทบาททำหน้าที่กับคุณแม่ เพื่อให้เธอได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ หรือผ่อนคลายจากภารกิจเลี้ยงลูกได้ ที่สำคัญยังเป็นการให้กำลังใจ และแสดงความรักต่อคุณแม่ด้วย

กิจกรรมที่พ่อช่วย เลี้ยงลูกอยู่บ้าน

อาบน้ำ-เปลี่ยนเสื้อผ้า  คุณพ่อตัวโตและมีแรงมากกว่าแม่ จะอุ้มหรือจับลูกอาบน้ำเสื้อผ้าก็ไม่ใช่เรื่องยาก แถมทำได้คล่องแคล่วด้วย

ให้นมจากขวด               คุณพ่ออาจเป็นกะดึก ลุกขึ้นมาให้นมจากขวดแทนการกินจากเต้า เพื่อให้คุณแม่ได้หลับพักผ่อนเต็มที่ ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพและจิตใจของแม่อย่างมากทีเดียว

เล่นสนุกสไตล์พ่อ            เพราะคุณแม่เล่นผาดโผน กล้าเสี่ยง และมีความเป็นเด็ก (ในบางมุม) มากกว่าแม่ การปล่อยให้ลูกเล่นกับพ่อ จึงสนุกเต็มที่ และได้ยินแต่เสียงหัวเราะตลอดเวลา

สอนสิ่งรอบตัวให้ลูก       คุณพ่อมักใจเย็นกว่าแม่ และมักมีมุกตลกๆ ทางลัดที่ช่วยให้ลูกเรียนรู้เรื่องรอบตัวได้อย่างสนุกสนาน การให้คุณพ่อสอนภาษาอังกฤษจึงไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด

ระหว่างที่คุณพ่อ หรือคุณแม่ต้อง เลี้ยงลูกอยู่บ้าน ทั้งวัน อาจใช้โอกาสนี้ฝึกภาษาอังกฤษด้วยการชวนคุยเรื่องต่างๆรอบตัว อย่างที่อ.คริสชวนน้องวิลล์คุยระหว่างทำกิจวัตรประจำวัน ไม่ว่าจะการเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำ ทาแป้ง หรือกินขนมยามบ่าย เชื่อไหมคะว่า เด็กวัยสองขวบก็พร้อมจะเรียนรู้และพูดตามคุณพ่อคุณแม่แล้ว

ตามมาดูกันซิว่า เมื่ออ.คริสต้อง เลี้ยงลูกอยู่บ้าน คนเดียวทั้งวัน คุณพ่อจะปฏิบัติหน้าที่ได้ดีแค่ไหน และมีเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษเด็กสองขวบอย่างไรบ้าง มาเรียนรู้คำศัพท์และประโยคน่าสนใจในชีวิตประจำวัน กันในตอน เลี้ยงลูกเองคุยอะไรได้บ้าง กันได้เลยค่ะ

มาทบทวนคำศัพท์และประโยคที่ใช้พูดคุยเมื่อ เลี้ยงลูกอยู่บ้าน คนเดียว กันอีกครั้งค่ะ

It seems like   ดูเหมือนว่า

He was woken up already  เขาตื่นแล้ว

He is taken his afternoon nap ลูกกำลังงีบหลับในช่วงบ่าย

I am going to take my clothes off  ผมกำลังจะถอดเสื้อออก

Put your hands up in the air    ยกมือขึ้น

It is your aftermoon snack time    ถึงช่วงเวลาของว่างบ่ายแล้ว

Daddy, feed me please พ่อป้อนผมหน่อย

You should ot talk with your mouth full   อย่าพูดตอนข้าวเต็มปาก

Clap your hands     ปรบมือ

Wake somebody up   ปลุกให้ตื่น

Take off your shorts / Take your shorts off  ถอดกางเกงออก

Wipe bum bum เช็ดก้น

Take a bath / Take a shower    อาบน้ำ

keep an eye on you   จับตาดู

dry you with towel    ใช้ผ้าขนหนูเช็ดตัวให้แห้ง

Speak the devil  พูดถึงก็มาเลย

poo poo / poop  อึ

nappy (UK) / diaper (US)    ผ้าอ้อมสำเร็จรูป

towel   ผ้าขนหนู

pillow   หมอนหนุน

cushion   หมอนอิง

bolster   หมอนข้าง

bum (UK) / bottom / butt    ก้น

feed  ให้อาหาร

เป็นอย่างไรกันบ้างกับประโยคเด็ดๆและ คำศัพท์ ที่ใช้คุยกันเวลาต้อง เลี้ยงลูกอยู่บ้าน  เมื่อรู้แล้วคุณพ่อคุณแม่สามารถนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร คุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

สบู่เหลวอาบน้ำ

4 ส่วนผสมใน”สบู่เหลวอาบน้ำ และโลชั่น”อาจทำให้ผิวลูกน้อยระคายเคืองได้

สบู่เหลวอาบน้ำ และโลชั่น ที่ใช้กันอยู่ทุกวัน คุณแม่รู้ไหมว่า ส่วนผสมบางตัวในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเด็ก อาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้ ดังนั้นเราควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เหมาะสมกับช่วงวัยของลูกน้อยหรือผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กเท่านั้น พร้อมอ่านข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนเลือกใช้นะคะ

 

4 ส่วนผสมในสบู่เหลวอาบน้ำ และโลชั่นอาจทำให้ผิวลูกน้อยเกิดความระคายเคืองมีอะไรบ้าง

อย่างที่รู้กันค่ะไม่ว่าจะเป็น สบู่เหลวอาบน้ำ และโลชั่น ถือเป็นของใช้จำเป็นที่ต้องใช้กันค่ะ แต่สำหรับครอบครัวที่มีลูกวัยทารก ลูกเล็ก เด็กน้อย การใช้สบู่เหลวอาบน้ำและโลชั่น หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ควรเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กเท่านั้น ไม่ควรอาบน้ำ หรือทาโลชั่นที่เป็นของผู้ใหญ่ให้ลูกเพราะส่วนผสมบางอย่างอาจก่อให้เกิดความระคายเคืองกับผิวลูกน้อยได้ค่ะ ส่วนผสมที่อาจก่อความระคายเคืองจะมีในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวทั่วๆ ไป

สบู่เหลวอาบน้ำ

สำหรับส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดความระคายเคืองจะมีอยู่ทั้งหมด 4 ตัว คือ

พาราเบน (Paraben) สารกันเสีย พบว่าเป็นหนึ่งในส่วนผสมในเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวต่างๆ ทั้งโลชั่น สบู่ สบู่เหลว ฯลฯ การเติมสารกันเสียก็เพื่อยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์นั่นเองค่ะ

ซัลเฟท (Sulfate)  เป็นสารที่ช่วยลดแรงตึงผิวของน้ำ ทำให้เกิดฟอง เป็นหนึ่งในส่วนผสมที่ใช้ในแชมพูสระผม สบู่ สบู่เหลว

สีสังเคราะห์ (Dye) เป็นอีกหนึ่งส่วนผสมที่อยู่ในเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้กับร่างกาย เป็นสีสกัดที่ไม่ได้มาจากธรรมชาติ

พาทาเลต (Phthalate) เป็นสารที่ช่วยทำให้ยืดหยุ่น และอ่อนนุ่ม

ซึ่งทั้ง 4 ส่วนผสมนี้อาจทำให้เด็กแล็กๆ ระคายเคือง หรือแพ้ได้  หากผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กไม่ว่าจะเป็นสบู่เหลวอาบน้ำ โลชั่น แชมพู ครีมนวด ฯลฯ อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองขึ้นกับผิวหนังหรือหนังศีรษะของลูกน้อยได้ค่ะ เพราะฉะนั้นเราควรมองหาผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่ปราศจากสารเหล่านี้

สบู่เหลวอาบน้ำ

สบู่เหลวอาบน้ำ และโลชั่นสำหรับเด็ก ที่ปลอดภัยต่อผิวลูกน้อย ดีอย่างไร

ธรรมชาติของผิวเด็กยังเป็นผิวที่บอบบาง และอ่อนโยนมากๆ ทำให้เกิดการระคายเคืองขึ้นได้ง่าย เพียงแค่สัมผัสกับเสื้อผ้า หรือกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ไม่เป็นมิตรกับผิว ฉะนั้นสำหรับทารกแรกเกิดหรือเด็กเล็กๆ คุณแม่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนกับผิวลูกน้อย

Johnson’s Cotton Touch จอห์นสัน คอตตอนทัช คือ สบู่เหลวอาบน้ำสำหรับเด็กแรกเกิดสูตร ท๊อป-ทู-โท และโลชั่นบำรุงผิวเด็ก ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากคอตตอนธรรมชาติ มีสัมผัสที่นุ่มละมุน และเป็นสูตรที่อ่อนโยนเป็นพิเศษ ไม่มีส่วนผสมที่ทำให้เกิดความระคายเคืองขึ้นที่ผิว เพราะปราศจากสารที่อาจทำให้เด็กๆ ระคายเคือง และที่สำคัญยังช่วยรักษาค่าสมดุล PH 5.5 ในผิวเด็ก ที่สำคัญยังช่วยเสริมสร้าง และรักษาสกิน ไบรโคมไบโอม (Skin Microbiome) เกราะป้องกันในผิวทารกไว้อีกด้วยค่ะ

สบู่เหลวอาบน้ำ

Skin Microbiome ในเด็กทารกคืออะไร ดียังไง ?

สกิน ไบรโคมไบโอม คือ จุลินทรีย์ชั้นดีที่อยู่บนบริเวณผิวหนังของลูกน้อยมาตั้งแต่แรกเกิด ที่ได้รับมาจากการได้สัมผัส  ผิวหนังของคุณแม่ในระหว่างที่คลอดออกมานั่นเองค่ะ ซึ่งประโยชน์ของสกิน ไบรโคมไบโอม …

– ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทำหน้าที่เสมือนเป็นเกราะป้องกันให้กับผิวที่บอบบางของลูกน้อย

– ช่วยยับยั้งการก่อตัวของเชื้อโรค ป้องกันการเกิดการแพ้และอักเสบ

– ช่วยรักษาสมดุล และความหลากหลายแบคทีเรียบนผิว

– ช่วยป้องกันมลภาวะ สิ่งสกปรกไม่ให้เข้าสู่ชั้นผิวได้ง่าย

และรู้หรือไม่คะว่า ถ้าสามารถทำให้สกิน ไบรโคมไบโอม (Skin Microbiome) บนผิวของลูกน้อยแข็งแรงมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งช่วยทำให้ผิวลูกน้อยมีสุขภาพดี และแข็งแรงมากขึ้นค่ะ

สบู่เหลวอาบน้ำ

จะเสริมสร้างรักษา “สกิน ไบรโคมไบโอม” ให้ผิวลูกน้อยได้อย่างไร ?

อย่างแรกที่สามารถทำได้ง่ายๆ ตั้งแต่เริ่มต้นเลยก็คือ การให้ลูกน้อยได้ทานนมแม่ตั้งแต่แรกคลอดค่ะ เพราะในน้ำนมแม่มีพรีไบโอติกที่เป็นแหล่งอาหารสำคัญของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์กับร่างกายลูกน้อย ซึ่งการให้ลูกทานนมแม่จะยิ่งช่วยเสริมสร้างให้สกิน ไบรโคมไบโอมบนผิวลูกมีความแข็งแรงมากขึ้น

อย่างที่สองควรให้ลูกน้อยได้อยู่ในบรรยากาศที่มีสภาพแวดล้อม และสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม รวมถึงได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สะอาดปราศจากสารพิษปนเปื่อน ซึ่งก็จะทำให้สกิน ไบรโคมไบโอมบนผิวหนังลูกไม่ถูกทำลายไปค่ะ

อย่างสุดท้ายที่คุณแม่สามารถเลือกที่จะปกป้องลูกน้อยจากความไม่ปลอดภัยที่อาจได้รับมาจากการใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากมีสารส่วนผสมที่ไปทำร้ายผิวลูกน้อยให้เกิดการระคายเคือง ขจัดจุลินทรีย์ดีบนผิว สกิน ไบรโคมไบโอมออกไปหมด ดังนั้นควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ โลชั่นบำรุงผิวที่ช่วยในการรักษาสมดุลของสกิน ไบรโคมไบโอม (Skin Microbiome) ให้ผิวลูกน้อยจะดีที่สุดค่ะ

สบู่เหลวอาบน้ำ

โดยเฉพาะ Johnson’s Cotton Touch สบู่เหลวอาบน้ำเด็ก top-to-toe และ โลชั่นบำรุงผิว ที่มีความบางเบา อ่อนโยนเพื่อผิวที่บอบบางของทารกแรกเกิด ปราศจากส่วนผสมของสารที่อาจก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง และที่สำคัญยังผสมสารสกัดจากคอตตอนธรรมชาต เพื่อความอ่อนโยนต่อผิวลูกน้อย และก็ยังช่วยเสริมสร้างรักษาสมดุลให้กับสกิน ไมโครไบโอม Skin Microbiome บนผิวลูกให้แข็งแรงมากขึ้นด้วยค่ะ

เพราะผิวลูกน้อยต้องการการดูแลทะนุถนอมมากเป็นพิเศษ คุณแม่จึงต้องใส่ใจและให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้มากเป็นสองเท่า เพื่อที่ผิวลูกน้อยจะได้นุ่ม ชุ่มชื่น ไม่แห้งกร้าน มีสุขภาพดี แข็งแรงอยู่เสมอค่ะ

สบู่เหลวอาบน้ำ

 

แสดงแบบ : คุณแม่ณีรนุชย์ ทองแย้ม (ฟักแฟง) และ เด็กชายเฌอร์ลัน หงษ์ทอง (น้องของโปรด)

ฝากเงินให้ลูก

ฝากเงินให้ลูก เทียบเงินฝากปลอดภาษี ธนาคารไหนดอกเบี้ยสูง?

เป็นธรรมดาที่พ่อแม่ทุกคนจะห่วงอนาคตของลูกการ ฝากเงินให้ลูก เพื่อสำรองไว้ใช้เมื่อลูกโตขึ้น ก็เป็นสิ่งที่สามารถรับประกันได้ว่าลูกจะมีเงินก้อนไว้ใช้ในยามจำเป็น มาดูกันว่าธนาคารไหนให้ผลตอบแทนสูงที่สุด

ฝากเงินให้ลูก เทียบเงินฝากปลอดภาษี ธนาคารไหนดอกเบี้ยสูง?

การ ฝากเงินให้ลูก เป็นสิ่งที่ดี แต่คุณพ่อคุณแม่จะต้องมั่นใจว่า การเก็บเงินให้ลูกแต่ละบาทนั้น เงินเก็บจะอยู่อย่างปลอดภัย และยังสามารถได้รับผลตอบแทนสูง การฝากเงินในรูปแบบของการฝากประจำหรือฝากออมทรัพย์ อาจได้รับผลตอบแทนที่ต่ำแต่มีความปลอดภัยสูง ในขณะที่การฝากเงินในรูปแบบอื่น ๆ ที่ได้รับผลตอบแทนสูงแต่กลับเสี่ยงที่จะสูญเงินได้เช่นกัน แล้วจะมีไหม? ที่การเก็บเงินสามารถให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจพร้อมทั้งปลอดภัยไปในพร้อม ๆ กัน ขอบอกว่ามีและปลอดภัยแน่นอนค่ะ กับเงินฝากในรูปแบบของ เงินฝากปลอดภาษี นั่นเอง

เงินฝากปลอดภาษีคืออะไร?

เงินฝากปลอดภาษีคือการออมเงินอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 2 ปี ไปจนถึง 5 ปี ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากัน ดอกเบี้ยที่ได้รับอยู่ในระดับสูงกว่า 2% ต่อปี และไม่ต้องเสียภาษี 15% ของดอกเบี้ยที่ได้รับ ยิ่งระยะเวลาเงินฝากยิ่งนาน ผู้ฝากก็ยิ่งได้รับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น  เช่น เงินฝากปลอดภาษีระยะเวลา 2 ปี ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 2.25% ต่อปี แต่ถ้าระยะเวลายาวนานขึ้น อัตราดอกเบี้ยมักจะปรับสูงขึ้นอีกประมาณ 0.25% ปัจจุบันเกือบทุกธนาคารมีการออกเงินฝากปลอดภาษีมาให้เลือกฝาก แต่ต้องฝากอย่างไร ฝากธนาคารไหนถึงจะได้ประโยชน์สูงสุด มาดูกันค่ะ

เงินฝากปลอดภาษี
เงินฝากปลอดภาษี คือการฝากเงินในเงื่อนไขที่กำหนดแล้วจะได้รับดอกเบี้ยโดยไม่ต้องจ่ายภาษีดอกเบี้ยรับ

เงื่อนไขของเงินฝากปลอดภาษี

  1. ต้องฝากเป็นประจำทุกเดือน ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากัน โดยแต่ละธนาคาจะกำหนดจำนวนเงินฝากขั้นต่ำในแต่ละเดือนไม่เท่ากัน แต่จำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องฝากจะอยู่ที่ 300-1,000 บาท เพราะฉะนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถกำหนดได้ว่าต้องการจะฝากเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ไว้ล่วงหน้าได้เลย วิธีการแบบนี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ฝึกวินัยเรื่องการออมเงินได้อีกด้วย
  2.  ต้องฝากในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารกำหนด โดยส่วนมากจะอยู่ที่ 24 เดือนขึ้นไป และยิ่งอายุสัญญาในการฝากเงินยิ่งนานเท่าไร ก็จะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นตามระยะเวลา
  3. ต้องฝากให้ครบจำนวน และฝากให้ตรงเวลา ถ้าอยากจะมั่นใจว่า ดอกเบี้ยของเราจะปลอดภาษีแน่ ๆ ก็ต้องมั่นใจว่า เราจะสามารถฝากได้ครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ได้ทุกเดือนไปจนครบกำหนดอายุเงินฝาก เพราะถ้าเกิดทำผิดเงื่อนไข เช่น ฝากไม่ครบจำนวน หรือ ฝากไม่ครบเวลา (ส่วนใหญ่จะกำหนดให้ขาดการฝากได้ไม่เกิน 2 ครั้ง) เราก็อาจจะไม่ได้ดอกเบี้ยตามที่หวังไว้ เพราะอาจจะได้เท่ากับดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ หรือ กลับไปเสียภาษีดอกเบี้ยเหมือนกับเงินฝากประจำแบบปกตินั่นเอง
  4. จะได้รับยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร หากทำตามเงื่อนไขที่กำหนด
  5. หากถอนหรือปิดบัญชีก่อน 3 เดือน จะไม่ได้รับดอกเบี้ย
  6. สามารถเปิดได้เพียงคนละ 1 บัญชีเท่านั้น (รวมบัญชีประเภทเดียวกันนี้ทุกธนาคาร)

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ตารางเปรียบเทียบดอกเบี้ยและเงื่อนไข ฝากเงินให้ลูก ธนาคารไหนดี?