เริม

เริม อุทาหรณ์เตือนใจ ลูกเป็นเริมเพราะจูบของแม่

เริม
เริม

เริม คือโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส หากเด็กทารกได้รับเชื้อก็อาจจะเป็นอันตรายร้ายแรงได้ เพราะยังไม่มีภูมิต้านทานที่แข็งแรง ซึ่งส่งผลต่อร่างกาย และสมอง ดังนั้นการสัมผัสกับเด็กทารกแรกเกิดโดยตรง จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดเหตุการณ์เช่นนี้

เมื่อลูกเป็น เริม เพราะจูบของแม่

ทางเว็บไซต์เดลี่เมลรายงานข่าวว่า พบเด็กทารกอายุ 3 เดือน มีอาการป่วยหนัก จึงถูกนำตัวส่งคลินิกท้องถิ่น ก่อนเจ้าหน้าที่จะสั่งย้ายไปยังโรงพยาบาลประชาชนเจ้อเจียง ทางภาคตะวันออกของจีน

เมื่อถึงโรงพยาบาล แพทย์ผู้ทำการรักษาระบุว่า ร่างกายของเด็กน้อยเต็มไปด้วยแผลพุพองทั่วร่างกาย และมีอาการไข้สูงจากการติดเชื้อ แต่ยังไม่ได้รับการรักษาเป็นเวลานานหลายวัน โดยแพทย์วินิจฉัยว่า เด็กมีอาการของโรคเริม ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส HSV-1 ผ่านการจูบของแม่ที่เกิดขึ้นซ้ำหลายครั้ง ซึ่งโดยทั่วไปไวรัสชนิดนี้ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใหญ่ แต่มักเป็นอันตรายต่อเด็กทารกที่ยังไม่มีภูมิต้านทาน

เริม
เด็กมีอาการของโรคเริม ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส HSV-1 ผ่านการจูบ

ทางโรงเรียนกุมารเวชของอเมริการะบุว่า โรคเริมสามารถแพร่กระจายง่าย และติดต่อได้ผ่านน้ำลาย การสัมผัสผ่านผิว หรือสัมผัสสิ่งของของผู้ป่วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเด็กน้อยก็มีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ และสามารถกลับบ้านได้แล้ว หลังจากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเพียงระยะเวลาสั้นๆ

โรคเริม โรคที่สร้างความเจ็บปวดให้ลูกน้อย

โรคเริม (Herpes Simplex) เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อไวรัส “Herpes simplex” แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

  1. Herpes simplex virus type 1 (HSV-1) ซึ่งทำให้เกิดแผลที่ริมฝีปาก พบได้ทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่
  2. Herpes simplex virus type 2 (HSV-2) มักจะพบบริเวณอวัยวะเพศ ในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก

หากลูกน้อยเป็นเริม จะเริ่มปรากฏอาการประมาณ 2-3 วัน หรืออาจนานถึง 3 สัปดาห์หลังจากได้รับเชื้อ อาการของโรคเริม คือ มีอาการระคายเคือง ปวดแสบปวดร้อนบริเวณที่จะเกิดตุ่มแผล บางรายอาจมีอาการปวดศีรษะ เป็นไข้สูง รวมไปถึงปวดเมื่อยกล้ามเนื้อก่อนที่จะเกิดตุ่มแผล และมีตุ่มใสๆ เกิดขึ้น พร้อมกับมีอาการเจ็บปวดมากร่วมด้วย ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 10 วัน ก่อนจะยุบตัวลง หลังจากตุ่มแผลยุบหายไปแล้ว ไวรัสนี้จะฟักตัวอยู่ในร่างกายที่บริเวณปมประสาท ดังนั้นผู้ที่เคยเป็นโรคเริมมักจะมีอาการเกิดขึ้นซ้ำ

อ่านต่อ “ปัจจัยเสี่ยงโรคเริม” คลิกหน้า 2

keyboard_arrow_up