การตีลูก

ตีลูกบ่อย ไม่สร้างวินัย แต่คือ การทำร้าย ทำลายอนาคตลูก

ตีลูกบ่อย ไม่สร้างวินัย แต่คือ การทำร้าย ทำลายอนาคตลูก เพราะมีผลการศึกษาพบว่าการ ตีลูก และใช้คำพูดทำร้ายจิตใจ ส่งผลและเติบโตไปกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ก้าวร้าว ใช้ความรุนแรง จากรายงานของ Unicef พบว่า 3 ใน 10 ของประชากรที่เป็นผู้ใหญ่ในโลกนี้ เชื่อว่าการลงโทษทางกายเป็นสิ่งจำเป็นในการเลี้ยงดูเด็ก แต่ก็มีหลักฐานที่แสดงว่า การลงโทษทางร่างกาย และทำให้รู้สึกด้อยค่า ไม่ได้ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็ก อีกทั้ง การตะคอก การ ตีลูก การใช้คำพูดให้รู้สึกด้อยค่า กลับทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูก รวมถึงการสร้างวงจรแห่งความรุนแรง เพราะเมื่อเด็กเติบโตขึ้นไปก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่ชอบใช้ความรุนแรง

ตีลูกบ่อย
ตีลูกบ่อยไม่สร้างวินัย แต่คือ การทำร้าย ทำลายอนาคตลูก

ตีลูกบ่อย ไม่สร้างวินัย แต่คือ การทำร้าย ทำลายอนาคตลูก

รู้หรือไม่ว่า ? เด็กๆ ส่วนใหญ่ต้องการให้ผู้ใหญ่พูดดีๆ และอธิบายว่าทำผิดอะไรหรืออย่างไร โดยที่ไม่ต้องลงโทษ หยุดลงโทษทางกายและใจเด็ก เพราะการตีลูกไม่สร้างวินัย ส่งผลร้ายได้มากกว่าที่คิด

การลงโทษทางร่างกาย จนทำให้เด็กรู้สึกด้อยค่า คือ การลงโทษใดๆ ก็ตามที่มีการใช้กำลัง ตั้งใจให้เกิดความเจ็บปวด หรือความรู้สึกไม่สบาย อึดอัด ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด เช่น  การตี ตบ ทุบเด็ก ไม่ว่าจะด้วยมือเปล่าหรือด้วยวัตถุ เช่น ไม้เรียว ไม้ เข็มขัด รองเท้า ช้อนไม้ หรืออื่นๆ  เช่น การเตะ การจับเขย่า จับโยน ข่วน หยิก กัด ดึงผม ดีดหรือต่อยกกหู บังคับให้เด็กอยู่ในท่าทางที่ผิดธรรมชาติ การนาบด้วยของร้อน จี้ด้วยก้นบุหรี่ การเอาน้ำร้อนลวก การบังคับให้กินหรือกลืนหรือกลั้วปากด้วยสบู่ พริก ยาเส้น

นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการลงโทษเด็กอื่นๆ อีก ที่เป็นการทารุณ และทำให้เด็กรู้สึกด้อยค่าด้วยวาจาหรือคำพูด เช่น การตีตรา การล้อเลียน ทั้งโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ซึ่งขัดต่ออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เช่น การดูถูกดูแคลน ทำให้เด็กอับอาย การใส่ร้ายป้ายสี การขู่ ทำให้กลัว หรือการไม่ใส่เด็ก

เด็กสามในสี่คนทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย เผชิญการกระทำด้วยความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ รวมถึงถูกกระทำความรุนแรงทางเพศ ถูกทอดทิ้งและปล่อยปละละเลย จึงมีองค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  จึงรวมตัวกันสนับสนุนเป็นโครงการรณรงค์ “ประเทศนี้ไม่ตีเด็ก บ้าน รัฐ โรงเรียน ทราบแล้วเปลี่ยน”

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ตีลูกบ่อยไม่สร้างวินัยแต่คือการทำร้ายทำลายอนาคตลูก

คุ้มถูกใจแม่ๆ ด้วย MamyPoko Pants Extra Dry Skin แบบลัง Toy Box ในราคาเพียง 1,499 บาท

คุ้มถูกใจแม่ๆ ด้วย MamyPoko Pants Extra Dry Skin แบบลัง Toy Box ในราคาเพียง 1,499 บาท แต่ Shopee 12.12 Birthday Sale ทั้งทีต้องมีดีลเด็ด กรอกโค้ด MAMY1212 ลดเพิ่มอีก 200 บาททันที คุ้มค่าแบบนี้ไปช้อปคลิก http://bit.ly/2zwDiZ3เฉพาะวันที่ 10-12 ธ.ค.61 เท่านั้นนะจ๊ะ

Tags

คุณแม่อย่าพลาดเด็ดขาด!! ลดพิเศษวันเดียวเท่านั้นที่ MamyPoko Pants Lovely Day&Night ทุกไซส์

ว้าวๆๆๆ คุณแม่อย่าพลาดเด็ดขาด!! ลดพิเศษวันเดียวเท่านั้นที่ MamyPoko Pants Lovely Day&Night ทุกไซส์ (S-XXL)
จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ ลดเหลือลังละ 777 บาท (3 ห่อ) คุ้มสุดๆ ขนาดนี้เฉพาะ 7 ธ.ค. 2561 เท่านั้นนะ
พร้อมแล้วไปช้อปกันเลยที่ Shopee คลิก http://bit.ly/2Sj05yo

Tags

ฝึกลูกกินผัก

ผักต้มจิ้มซอสนม เมนูเด็กฝึกลูกกินผักให้ได้ผลจริง

ฝึกลูกกินผัก เป็นอีกหนึ่งภารกิจสุดหินของคุณแม่หลายบ้าน เพราะเราต่างรู้ดีว่าการกินผักผลไม้มีประโยชน์ต่อร่างกายมากเพียงใด จึงพยายามเตรียมเมนูให้ลูกได้กินผักทุกวัน สำหรับเด็กบางคน ผักคือคู่ปรับตัวฉกาจที่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมเอาเข้าปากแน่นอน หากคุณแม่ตามใจลูกและยอมให้เขาไม่กินผักไปเรื่อยๆจนโต จะส่งผลเสียตามมาอีกมากมาย

ฝึกลูกกินผัก ให้ได้ผล ต้องเริ่มต้นตั้งแต่วัยหัดหม่ำ

การที่ลูกไม่ชอบกินผักส่วนหนึ่งอาจมาจากพฤติกรรมของคุณแม่ที่ทำไปโดยไม่รู้ตัว พอเห็นว่าลูกเขี่ยผักออก หรืองอแงจะไม่กินข้าวถ้าเห็นผักในจาน คุณแม่เลิกใส่ผักเพราะกลัวลูกกินข้าวไม่หมดจาน หรือกินข้าวน้อย ทำให้ลูกคุ้นเคยกับรสชาติอาหารแบบนี้ นานเข้าก็กลายเป็นคนไม่กินผักไม่ตลอดชีวิต

 ลูกกินยากต้อง  ฝึกลูกกินผัก

ลูกไม่กินผักส่งผลเสียอย่างไรบ้าง

จริงๆในช่วงที่เด็กเริ่มกินอาหารเสริม พวกเขามักไม่ติดกับรสชาติอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นพิเศษ คุณม่าสามารถส่งเสริมให้ลูกได้กินผักตั้งแต่วัย 6 เดือนขึ้นไปจะง่ายกว่าการมาบังคับให้ลูกมากินผักตอนโต ขณะเดียวกันหากละเลยที่จะ ฝึกลูกกินผัก จะส่งผลให้ลูกมีปัญหาสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เมื่อลูกกลายเป็นเด็กที่กินอาหารซ้ำๆ เน้นกินแต่ของทอด แป้ง น้ำตา ลและเนื้อสัตว์มากเกินไป ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก

ส่วนระบบขับถ่ายเองก็ทำงานได้ไม่เต็มที่ เพราะขาดกากใยอาหาร จนเกิดการสะสมของอุจจาระในลำไส้ใหญ่ ที่เราอาจแทบไม่รู้ตัว เมื่อปล่อยไว้นานเข้า สิ่งสกปรกที่หมักหมมไว้จะก่อให้เกิดความผิดปกติบริเวณเยื่อบุลำไส้ ต้นเหตของโรคมะเร็งลำไส้ โรคอ้วน และโรคเบาหวานที่คนรุ่นใหม่ป่วยกันมากขึ้น

 

ฝึกลูกกินผัก แก้ท้องผูก

ผลงานวิจัยจาก American Journal of Clinical Nutrition ประจำประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทำการศึกษาค้นคว้าจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นเด็กทารกและเด็กเล็กจำนวนมากถึง 548 คนพบว่า มีเด็กเพียง 52 คนเท่านั้นที่กินผักเป็นประจำทุกวันด้วยความเต็มใจและชื่นชอบ อีก 20 กว่าเปอร์เซ็นต์นั้น เป็นเด็กที่พอจะรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของผักและผลไม้ได้เป็นประจำทุกวัน ส่วนจำนวนเด็กที่เหลืออีกประมาณ​ 30 เปอร์เซ็นต์นั้น ไม่สามารถทานผัก หรือไม่สามารถรับประทานแม้แต่อาหารที่มีส่วนผสมของผักหรือผลไม้ได้เลย นี่เป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก จริงไหมคะ

 

อ่านเคล็ดลับฝึกลูกกินผักเก่งที่หน้า2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

คนท้องกินอะไรดี

คนท้องกินอะไรดี ในแต่ละไตรมาส

คนท้องกินอะไรดี ในแต่ละไตรมาส ทั้งนี้ในแต่ละช่วงของการตั้งครรภ์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในทุกไตรมาส  หากกินมากเกินไปอาจส่งผลต่ออาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และอ้วนได้ แต่หากกินน้อยลูกในท้องอาจได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

คนท้องกินอะไรดี ในแต่ละไตรมาส

คนท้อง กินอะไรดี
คนท้อง กินอะไรดี ในแต่ละไตรมาส

คนท้องกินอะไรดี ไตรมาสที่ 1 ช่วง 0-13 สัปดาห์

3 ข้อควรรู้ จะกินให้ดีท้องนี้เริ่มอย่างไร

1. กินเพื่อลูก สามารถเริ่มได้ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ หากครอบครัวไหนมีความตั้งใจหรือพร้อมจะมีลูก คุณแม่สามารถเริ่มกินเพื่อลูกได้ตั้งแต่เริ่มวางแผนมีลูกเลยค่ะ โดยมีหลักสำคัญในการกินอยู่ 2 อย่าง คือ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และได้รับกรดโฟลิกวันละ 40 ไมโครกรัม

2. โฟลิกสำคัญกับแม่ท้อง การกินกรดโฟลิกเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับแม่ท้อง เพราะกรดโฟลิกเป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อลูกน้อยในครรภ์ตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิ โดยช่วยลดความเสี่ยงความพิการแต่กำเนิด เช่น โรคท่อระบบประสาทไม่ปิด โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เป็นต้น จึงแนะนำคุณแม่กินได้เลยตั้งแต่เริ่มวางแผนจะมีลูก และต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสแรก สำหรับคนทั่วไป ร่างกายต้องการโฟลิกเพียง 100-200 ไมโครกรัมต่อวัน ซึ่งได้รับเพียงพอจากอาหารที่กินเป็นประจำอยู่แล้ว

แต่พอเป็นแม่ตั้งครรภ์ ปริมาณของโฟลิกที่ควรได้รับต้องเพิ่มขึ้น คือ วันละ 400 ไมโครกรัม แนะนำให้กินอาหารที่มีโฟลิกเพิ่ม เช่น ไข่แดง ปลา นมสด โยเกิร์ต ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วต่างๆ ผักและผลไม้ อย่าง บรอกโคลี คะน้า ผักโขม มันฝรั่ง ถั่วลันเตา มะเขือเทศ แครอต ข้าวโพด กล้วย แคนตาลูป และส้ม เป็นต้น

3. ไตรมาสแรกแพ้ท้อง แต่ก็ยังต้องกินนะ อาการแพ้ท้องเป็นอาการที่ชัดเจนในช่วงไตรมาสแรก อาการแพ้จะมากหรือน้อยต่างกันไป แต่หากคุณแม่คนไหนมีอาการแพ้มาก อาจทำให้ไม่อยากกินอะไรเลยได้ แนะนำว่าไม่ควรปล่อยให้หิวหรือท้องว่าง เพราะจะยิ่งทำให้คลื่นไส้อาเจียนได้เหมือนกัน จึงควรแบ่งมื้ออาหารเป็นหลายๆมื้อ กินครั้งละน้อยๆ หรือเท่าที่กินได้ และควรมีของว่างรับประทานง่ายอยู่ใกล้ๆมือ เช่น แครกเกอร์ ผลไม้ เพราะคุณแม่มักจะหิวเร็ว หิวบ่อย

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ แม่ท้องกินอย่างไรให้เหมาะในแต่ละไตรมาส

โลชั่นเด็ก

หน้าหนาวนี้ โลชั่นเด็ก แบบไหนเหมาะกับผิวลูกน้อย

โลชั่นเด็ก แบบไหนเหมาะกับผิวลูกน้อย มีคุณแม่ลูกเล็กชอบถามกันมาบ่อยๆ ว่า หน้าหนาวผิวลูกน้อยแห้งง่าย ควรเลือกใช้โลชั่นแบบไหนมาบำรุงผิวลูกให้นุ่มชุ่มชื่น ยาวนาน ไม่แห้งกร้าน วันนี้เลยจะมาชวนคุณแม่ที่มี  ลูกเล็กไปเลือกซื้อโลชั่นบำรุงผิวสำหรับเด็กด้วยกันค่ะ

 

โลชั่นเด็ก แบบไหนเหมาะกับผิวลูกน้อย ไปเลือกซื้อด้วยกันค่ะ  

เมื่อแม่ๆ อยากรู้กันว่า โลชั่นเด็กแบบไหนเหมาะกับผิวลูกน้อย เราจึงชวนคุณแม่นก พร้อมกับน้องพราวตอนนี้อายุ 8 เดือนกำลังน่ารักเลยค่ะ ไปเลือกซื้อโลชั่นให้เจ้าตัวเล็กด้วยกัน ซึ่งคุณแม่นกเป็นคุณแม่ที่จะให้ความใส่ใจกับการเลือกใช้โลชั่นมากๆ  เพราะผิวเด็กเล็กบอบบาง และระคายเคืองได้ง่ายกว่าผิวผู้ใหญ่ และยิ่งช่วงอากาศเย็นๆ ในหน้าหนาวแบบนี้ ถ้าผิวของเจ้าตัวเล็กแห้งขาดความชุ่มชื้น ก็จะทำให้คัน ผิว ไม่สบาย ตัวได้ค่ะ

โลชั่นเด็ก

ฉะนั้นคุณสมบัติของโลชั่นเด็ก ที่แม่นกให้ความสำคัญเป็นอย่างมากเลย ก็คือ

  1. ต้องเป็นโลชั่นสำหรับทาผิวเด็กโดยเฉพาะ
  2. มีสารสกัดจากธรรมชาติ
  3. ปราศจากสารเคมีรุนแรง
  4. ต้องช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นให้กับผิวได้ตลอดวัน

เห็นคุณแม่ใส่ใจในรายละเอียดของการเลือกใช้โลชั่นกับผิวลูกน้อยแบบนี้ อยากรู้แล้วซิว่าคุณแม่ มีโลชั่นที่ใช้กับผิวลูกน้อยเป็นประจำคือโลชั่นอะไร

คุณแม่นกบอกว่าโลชั่นที่ใช้ทาผิวลูกมาตั้งแต่แรกเกิดเลยก็คือ เบบี้มายด์โลชั่น ที่ติดใจใช้มาตลอดก็เพราะว่า เนื้อโลชั่นบางเบา และซึมซาบเข้าสู่ผิวเร็ว หลังทาโลชั่นแล้วรู้สึกได้ว่าผิวชุ่มชื่นขึ้นทันที ช่วยบำรุงผิวให้ เนียนนุ่มไม่แห้งกร้านยาวนานได้ตลอดวัน นี่รู้มาว่าคุณแม่นกก็ใช้โลชั่นทาผิวเด็กเบบี้มายด์ด้วยเหมือนกัน  คือติดใจใช้ดีทั้งกับผิวลูกและผิวแม่ ว้าว!! สุดยอดไปเลยค่ะ

 

โลชั่นเด็ก

สำหรับเบบี้มายด์โลชั่นเด็กมีให้เลือกใช้กัน 4 สูตรเลยค่ะ

  1. เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ ไวท์ ซากุระ อุดมด้วยคุณค่าจากเอสเซ้นท์ซากุระขาวและวิตามินอี
  2. เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ เพียว แนชเชอรัล อุดมด้วยคุณค่าจากเอาสเซ้นท์จมูกข้าวสาลีและวิตามินอี
  3. เบบี้มายด์ สวีตตี้พิงค์ อุดมด้วยคุณค่าจากเชียร์บัตเตอร์ และวิตามินอี
  4. เบบี้มายด์ ดับเบิ้ลมิลค์ อุดมด้วยคุณค่าโปรตีนจากนม และนมถั่วเหลือง พร้อมวิตามินอี

คุณแม่นกกระซิบบอกมาว่าช่วงนี้แม่ๆ ลูกเล็กที่ใช้เบบี้มายด์โลชั่น สุดคุ้มมากๆ เพราะหากซื้อเบบี้มายด์โลชั่น ไซส์ 400 มล. จะได้โปรโมชั่นพิเศษ คือ ซื้อ 1 แถม 1 ว้าวๆๆๆ อย่างนี้ขอไปช้อปก่อนไม่รอแล้วนะคะ ครอบครัวไหนอยากได้โลชั่นเด็กคุณภาพดี ตามมาช้อปกันด่วนๆๆๆ นะคะ  

โลชั่นเด็ก

เพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ Babi Mild  คลิก http://th.babimild.com/th/

แสดงแบบ : คุณแม่นก กรวลัย ปั้นดี
น้องพราว ณัฐณิชา ปั้นดี

โรค Laryngomalacia

แม่แชร์! ลูกหายใจดังจาก “โรค Laryngomalacia” หลอดลมอ่อนตัว

ลูกหายใจดัง หายใจมีเสียงครืดคราด ไม่ใช่เรื่องปกติในทารก! แชร์อุทาหรณ์จากคุณแม่ที่ลูกหายใจดัง จนตรวจพบว่าลูกเป็น โรค Laryngomalacia หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าโรคหลอดลมอ่อนตัว ทำให้หายใจเหนื่อยหอบจนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ

แม่แชร์! ลูกหายใจดังจาก “โรค Laryngomalacia” หลอดลมอ่อนตัว

ทีมงาน Amarin Baby & Kids ขอแชร์อุทาหรณ์จากคุณแม่ Supattra Salungjan‎ ที่ได้เล่าเรื่องราวของ น้องนิวตัล ลงบนเฟสบุ๊คว่า น้องนิวตัลในวัย 2 เดือน มีอาการหายใจเสียงดังเหมือนคนนอนกรน เมื่อไปพบแพทย์ ก็ได้รับการวินิจฉัยว่าปอดบวม พยาบาลจึงทำการรักษาโดยการดูดเสมหะ แต่ในขณะที่ดูดเสมหะอยู่นั้น น้องนิวตัลได้มีอาการน็อค จึงได้รับการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง จนพบว่าน้องนิวตัลเป็น โรค Laryngomalacia หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โรคหลอดลมอ่อนตัว โรคหลอดลมหย่อน ภาวะกล่องเสียงอ่อนยวบ ท่อลมอ่อน และ กระดูกอ่อนของหลอดลมยังไม่แข็งแรง ทำให้ต้องใส่ท่อช่วยหายใจเป็นเวลานานถึง 16 วันด้วยกัน เพราะมีอาการเหนื่อยหอบ 

โรตหลอดลมอ่อนตัว
โรคหลอดลมอ่อนตัว เกิดจากกระดูกหลอดลมยังไม่แข็งแรง

#ผิดกฏลบได้นะคะ
#แม่อาจจะเล่างงไปหน่อยค่ะ
ผมชื่อ น้องนิวตัลคับ อายุ 2เดือน 21 วัน
วันนี้ผมมีเรื่องจะมาเล่าให้แม่ ๆ ฟังคับ
แม่คลอดผมวันที่ 4 ก.ย. 61 ผมสมบูรณ์ดีทุกอย่างคับ แต่มีหายใจเร็วตอนคลอด ผมอยู่ NICU สามวันและกลับบ้านพร้อมแม่คับ
ผมกลับมายุ่บ้านได้ 1 เดือน
จนวันที่ 12 ต.ค. #ผมเริ่มมีอาการหายใจดัง เสียงเหมือนคนนอนกรน หมอ รพ.แห่งหนึ่งวินิจฉัยว่าผมเปน #ปอดบวมคับ ทำการดูดเสมหะผมอยู่ 4 วัน วันที่ 17 ต.ค. ขณะที่พี่พยาบาลดูดเสมหะให้ผม #ผมน็อคคับ วันนั้นผมถูกส่งตัวเข้า รพ.จังหวัดโดยใส่ท่อช่วยหายใจ หมอที่ รพ.ตรวจแล้วพบว่าผมเป็น #หลอดลมอักเสบ ผมใส่ท่อช่วยหายใจตั้งแต่วันที่ 17-29 ต.ค.คับ
#หลังถอดท่อช่วยหายใจ ผมยังมีอาการหายใจดังอยู่ #หมอเฉพาะทางมาตรวจบอกเปนหลอดลมหย่อนคับ
#โรคนี้จะหายเองในอายุ 1 ขวบครึ่งถึง 2 ขวบ
ผมได้กลับบ้านวันที่ 6 พ.ย.61
วันที่ 9 พ.ย ผมมีอาการหอบเหนื่อยอีก
แม่พาผมไป รพ.หมอสั่งแอดมิด ทำการส่องกล้องดูหลอดลม พบว่าหลอดลมผมอ่อน ทำหั้ยหลอดลมตีบ หายใจเองไม่สะดวกต้องใส่ #ท่อช่วยหายใจอีกครั้ง
#โรคหลอดลมอ่อนตัวหรือหลอดลมหย่อนเปนโรคที่ผมเปนมาแต่กำเนิด
แต่มันเพิ่งมาแสดงอาการตอนที่ผมเริ่มใช้แรงเยอะขึ้นคับ
#ตอนนี้ ผมเข้ารพ.รอบสอง อยู่มา 16 วันแล้วคับ
รวม ๆ แล้วผมยุ่ รพ.เยอะกว่าบ้านอีกคับ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ โรค Laryngomalacia คืออะไร?

คำศัพท์อาหารทะเล 16 ชนิด

squid กับ octopus ต่างกันตรงไหน กับรวมคำศัพท์อาหารทะเล จำง่ายนิดเดียว !!

อาหารทะเล เป็นของอร่อยอีกอย่างที่วางบนโต๊ะอาหารเมื่อไร เด็กต้องตาลุกวาว นอกจากรสชาติหวานอร่อยต่างกันเนื้อสัตว์ชนิดอื่นแล้ว รูปร่างหน้าตาของกุ้ง หอย ปู ปลาที่ไม่มีโอกาสได้เห็น ได้สัมผัสกันบ่อยๆ ยังสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจให้เด็กๆไม่น้อย

ศัพท์บางคำ ความหมายคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน เด็กๆต้องจำให้ดี

นอกจากการกิน อาหารทะเล จะเป็นมื้อพิเศษของทุกคนในครอบครัวแล้ว ลูกน้อยยังมีโอกาสเรียนรู้คำศัพท์ใหม่เกี่ยวกับสัตว์จากท้องทะเลทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษไปพร้อมๆกันด้วย หากคุณพ่อคุณแม่ตั้งใจส่งเสริมให้ลูกพูดภาษาอังกฤษเก่งเหมือนเจ้าของภาษา หรือเป็นเด็กสองภาษาที่สมบูรณ์ การใช้เทคนิค “one picture two languages” กับ  “one word two accents” ที่สอนให้ลูกรู้จักคำศัพท์ของสัตว์ทะเลทั้งสองภาษาในคราวเดียว

เมื่อเด็กได้ฟังซ้ำๆ พูดบ่อยๆ เขาจะจดทั้งวิธีออกเสียงและคำศัพท์ที่ถูกต้องได้เองโดยไม่ต้องนั่งท่องเหมือนการเรียนภาษาอังกฤษสมัยก่อน ขอแค่คุณพ่อคุณแม่คอยทำหน้าที่เป็นโค้ชคอยชี้ชวนให้ลูกเรียนภาษาจากสิ่งรอบตัว รวมถึงเรื่องง่ายๆ อย่าง อาหารทะเล และคอยแนะวิธีออกเสียงของภาษานั้นอย่างถูกต้อง สำหรับใครที่รู้สึกไม่มั่นใจว่าตัวเองออกเสียงภาษาอังกฤษถูกต้องหรือไม่ สามารถเช็กได้จากแอพพลิเคชั่น Dictionary ในมือถือได้ทันที เพียงเท่านี้การเรียนภาษากันทั้งครอบครัวก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

รายการ DaddyTalks ช่วง KidsTalk กับอ.คริส คริสเตอร์เฟอร์ ไรท์ และน้องวินสตันคนเก่ง ใน EPนี้ ขออาสาพาเด็กๆไปเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับ อาหารทะเล กันที่ “ตลาดสด”  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแหล่งช้อปปิ้งที่หลายครอบครัวไปอยู่เป็นประจำในตลาดสดมีทั้งปลา ปู กุ้ง หอย หลายชนิด ซึ่งมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปของแต่ละชนิด ดังต่อไปนี้

คำศัพท์น่ารู้เกี่ยวกับ อาหารทะเล

ปลา

sea bass               ปลากะพง

tilapia                    ปลาทับทิม

salmon                 แซลมอน

snow fish             ปลาหิมะ

cotton fish          ปลาสำลี

pomfret               ปลาจะละเม็ด

catfish                   ปลาดุก

ปลาหมึก

squid                     ปลาหมึก

octopus                 ปลาหมึกยักษ์

ปู

crab                       ปู

crap                       ห่วย

crab claw             ก้ามปู

muscle                  กล้ามเนื้อ

หอย

shell                       เปลือกหอย

shellfish               สัตว์น้ำมีเปลือก

mussel                  หอยแมลงภู่

cockle                   หอยแครง

oyster                   หอยนางรม

scallop                  หอยเชลล์

clam                       หอยลาย

กุ้ง

shrimp                  กุ้งตัวเล็ก

prawn                   กุ้งตัวใหญ่

fresh prawn       กุ้งสด

live prawn           กุ้งเป็น

 

ตามมาดูอ.คริส กับน้องวินเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ อาหารทะเล ในตอน อาหารทะเล  16 ชนิด กับรายการ KidsTalk ช่วง DaddyTalks  กันเลยค่ะ

 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับประโยคและคำศัพท์เกี่ยวกับ อาหารทะเล ที่ใช้คุยกับลูก เมื่อรู้แล้วคุณพ่อคุณแม่กสามารถนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร คุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

 ชมคลิปอื่นๆ ของรายการ Kids Talk : ช่วง Daddy Talks

ช่วง Chinese talk

ช่วง Exclusive Interview

 

เกณฑ์เข้าอนุบาล

สพฐ. ประกาศ เกณฑ์เข้าอนุบาล ใหม่ งดรับอนุบาล 1 เริ่มปี 62

ข่าวด่วนสำหรับแม่ ๆ ที่มีลูกวัย 2-3 ขวบ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประกาศเปลี่ยนแปลง เกณฑ์เข้าอนุบาล โดยให้โรงเรียนในสังกัดสพฐ. งดรับเด็ก 3 ขวบเข้า อนุบาล 1 และจะเริ่มเปิดรับเด็ก 4 และ 5 ขวบเข้าอนุบาล 2 และ 3 ในปี 2562

สพฐ. ประกาศ เกณฑ์เข้าอนุบาล ใหม่ งดรับอนุบาล 1 เริ่มปี 62

ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีข่าวมาฝากแม่ ๆ ที่มีลูกวัย 2-3 ขวบค่ะ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ได้ประกาศเปลี่ยนแปลง เกณฑ์เข้าอนุบาล โดยการรับนักเรียนเข้าเรียนในโรงเรียนสังกัด สพฐ. ว่าจะยกเลิกการรับเด็กอนุบาล 1 หรือเด็กที่อยู่ในวัย 3 ขวบ แต่แม่ ๆ อย่าเพิ่งตกใจไปนะคะว่าลูกจะไม่ได้เรียนอนุบาล 1 แล้ว เพราะทาง สพฐ.ได้มอบหน้าที่นี้ให้เป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และสถานศึกษาเอกชน (สช.) ดูแลแทน เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการรับนักเรียน ซึ่งหมายความว่าเด็กที่อยู่ในวัย 3 ขวบทุกคน ก็ยังสามารถเข้าเรียนอนุบาล 1 ได้เหมือนเดิม เพียงแต่จะให้เข้าเรียนในโรงเรียนในสังกัด อปท. และ สช. เท่านั้น และเมื่ออายุครบ 4 และ 5 ขวบแล้ว ก็สามารถสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนสังกัด สพฐ. ในชั้นอนุบาล 2 และ 3 ได้ ดูรายละเอียดของข่าวได้ที่นี่ค่ะ

ประกาศงดรับเด็กอนุบาล
สพฐ. ประกาศเปลี่ยนแปลง เกณฑ์เข้าอนุบาล โดยงดรับเด็กอนุบาล 1

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกาศชัดเจน ไม่รับเด็กอนุบาล 1 มอบให้เป็นหน้าที่ของ อปท. และสถานศึกษาเอกชนดูแล เพื่อไม่เกิดการซ้ำซ้อนในการรับนักเรียน

วันนี้ (20 พ.ย.) ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมได้หารือถึงการวางแผนการรับนักเรียนในปีการศึกษา 2562 โดยได้มีการเพิ่มเติมบางประเด็น คือ การรับนักเรียนระดับอนุบาล

ซึ่งสพฐ.ขอชี้แจงและทำความเข้าใจให้โรงเรียนได้รับทราบข้อมูลการรับนักเรียนระดับอนุบาลใหม่ว่ามี 3 ระดับ ได้แก่ อนุบาล 1 อายุ 3 ขวบ อนุบาล 2 อายุ 4 ขวบ และอนุบาล 3 อายุ 5 ขวบ

ดังนั้นการดำเนินการต่อจากนี้ไปของการรับนักเรียนอนุบาลนั้น สพฐ.จะไม่รับเด็กอนุบาล 1 แต่จะรับเด็กอนุบาล 2 และ 3 โดยให้โรงเรียนทุกแห่งถือเป็นนโยบายปฎิบัติให้เกิดขึ้นในทิศทางเดียวกันด้วย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ สพฐ. ประกาศ เกณฑ์เข้าอนุบาล ใหม่ งดรับอนุบาล 1 เริ่มปี 62

ขาดธาตุเหล็ก เมนูเด็ก

มันบดครีมสดกับซอสตับ เมนูบำรุงเลือด ลดเสี่ยงภาวะ ขาดธาตุเหล็ก

ขาดธาตุเหล็ก เป็นภาวะผิดปกติที่พบได้บ่อยในเด็กวัย  6 เดือน – 2 ขวบโดยที่คุณแม่ไม่ทันสังเกต เพราะจะไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก แม้จะเป็นเด็กกินเก่ง ตัวอ้วนพี แต่อาจเสี่ยงต่อภาวะขาดธาตุเหล็กได้ หากได้รับสารอาหาร  5 หมู่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอาหารจำพวกโปรตีน

สูตรเมนูจานเดียว บำรุงเลือดเด็กวัยซน ลดเสี่ยงต้นเหตุโรคโลหิตจาง

ร่างกายของลูกน้อยที่อยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโตจำเป็นต้องได้รับสารอาหารสำคัญมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง เพื่อทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปยังอวัยวะต่างๆในร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับธาตุเหล็กเข้าไป ก็จะนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตฮีโมโกลบิน ไมโกลกิน และเอนไซม์สำคัญหลายชนิด

ขาดธาตุเหล็ก

ในแต่ละวันร่างกายจะสูญเสียธาตุเหล็กไปกับผิวหนังและเหงื่อไคลอยู่ตลอดเวลา ทารกแรกเกิดจนถึงวัย 6 เดือนได้รับธาตุเหล็กจากนมแม่เพียงอย่างเดียงก็พอแล้ว เพราะมีส่วนที่สะสมไว้ตั้งแต่ในครรภ์ แต่เมื่อก้าวสู่วัย 7  เดือน คุณแม่จำเป็นต้องให้อาหารเสริมที่มีธาตุเหล็กอย่างสม่ำเสมอ การกินอาหารเข้าไป  1 มื้อจะมีการดูดซึมธาตุเหล็กเข้าสู่กระแสเลือดเพียง  8% เท่านั้น ฉะนั้น ลูกกินน้อย หรือไม่กินอาหารกลุ่มที่มีธาตุเหล็กเลย ยิ่งเสี่ยงต่อภาวะ ขาดธาตุเหล็ก อันเป็นต้นเหตุของโรคโลหิตจางมากขึ้นไปอีก

ภาวะ ขาดธาตุเหล็ก อันตรายอย่างไร

แม้ลูกน้อยกินอาหารครบ 3 มื้อในทุกๆวัน แต่หากเป็นเด็กกินยาก เลือกกิน หรือกินซ้ำๆ อาจทำให้ลูกเผชิญกับภาวะ ขาดธาตุเหล็ก ได้ หากปล่อยให้ร่างกายเผชิญภาวะเช่นนี้ไประยะหนึ่ง กระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดงเริ่มผิดปกติ ปริมาณของเม็ดเลือดแดงค่อยลดน้อยลง จนอาจนำไปสู่การเป็นโรคโลหิตจาง ส่งผลให้ภูมิต้านทานต่ำ ติดเชื้อง่าย ป่วยบ่อย ตัวซีดเหลือง ตาเหลือง เวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย อารมณ์แปรปรวน เรียนรู้ช้า เบื่ออาหาร และขาดสมาธิ

ขาดธาตุเหล็ก

หากคุณแม่พบว่าลูกมีอาการข้างต้น ควรพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาให้เร็วที่สุด เพื่อตรวจหา

 

ภาวะบ่งชี้โรค เช่น ผิวลิ้นขรุขระ อาการคล้ายโรคปากนกกระจอก เล็บบางจนเห็นได้ชัด หลังจากนั้นแพทย์จะสั่งตรวจนับเม็ดเลือด และตรวจปริมาณธาตุเหล็กในร่างกาย หากพบความผิดปกติ แพทย์จะจ่ายยาธาตุเหล็กให้กินต่อเนื่องนานประมาณ 4-6 สัปหกด์ ก่อนเข้ารับการตรวจอีกครั้ง

 

อ่าน วิธีป้องกันภาวะขาดธาตุเหล็กในเด็กจากอาหาร หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

Tags

ป้องกันลูกพลัดหลง

3 ตัวช่วยเด็ด ป้องกันลูกพลัดหลง เมื่อเที่ยวนอกบ้าน

การพาลูกไปเที่ยวนอกบ้านในสถานที่ที่มีคนเยอะๆ ก็อาจทำให้ ลูกพลัดหลง ได้ หากไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น Super Nanny บอมเบย์ มี 3 ตัวช่วยสุดเริ่ด เพื่อ ป้องกันลูกพลัดหลง มาฝากค่ะ จะมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเล้ย!!

3 ตัวช่วยเด็ด ป้องกันลูกพลัดหลง เมื่อเที่ยวนอกบ้าน

การป้องกันเหตุการณ์ พลัดหลงกับลูก ย่อมเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ซึ่งกฎเหล็ก 2 ข้อหลักๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ คือ ไม่ปล่อยให้ลูกคลาดสายตา  และ การหลีกเลี่ยงไปสถานที่พลุกพล่าน  หรือ สถานที่ซึ่งมีสิ่งล่อตาล่อใจเด็กเยอะเกินไป  ซึ่ง 2 ข้อหลังก็อาจเป็นไปได้ยาก แต่การป้องกันไว้ก่อน คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถซักซ้อมกับลูกให้รู้จักช่วยเหลือตนเองเมื่อหลงทางได้ (ใช้ได้กับเด็กที่โตแล้ว อายุ 5 ขวบขึ้นไป) แต่สำหรับลูกเล็ก สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนออกจากบ้าน เพื่อป้องกันพลัดหลงกับลูก มีดังนี้

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินเที่ยว

คุณพ่อคุณแม่ต้องหาข้อมูลเบื้องต้นคร่าวๆ ที่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ ก่อน เช่น ทันทีที่ไปถึงที่หมาย หยิบแผนที่ที่ประชาสัมพันธ์ก่อนและบอกลูกว่า  ถ้าหาแม่ไม่เจอต้องมาเจอกันตรงนี้นอกจากนี้คุณควรพกรูปปัจจุบันของลูกไว้อยู่เสมอ (ใช้วิธีถ่ายไว้ในโทรศัพท์มือถือสะดวกที่สุด)

1. ติดชื่อ (แต่อย่าให้รู้ชื่อ)

การติดป้ายชื่อไว้กับตัวอาจจะดูน่ารักในสายตาผู้ใหญ่ แต่รู้ไหมว่า อาจจะเกิดอันตรายได้เช่นกัน เพราะชื่อนั้นอาจจะเป็นเครื่องมือของคนที่ไม่หวังดี โดยเข้ามาเรียกชื่อที่เห็นจากป้าย เด็กก็จะเข้าใจว่าคนที่เรียกเป็นคนที่รู้จักกันดี ลองใช้ป้ายชื่อที่เป็นลายการ์ตูนน่ารักๆ ข้างนอกและเป็นที่เขียนชื่อด้านในดีกว่า (เหมือนตัวอย่างในคลิปที่ Nanny บอมเบย์ แนะนำ)

2. เน้นแต่งตัวสะดุดตา

การแต่งตัวเหมือนกัน พ่อแม่ลูก หรือหา กิ๊บ โบว์ หมวก ที่มีสีสัน สดใสจี๊ดๆ จะช่วยให้มองเห็นได้ง่าย ดูโดดเด่นสะดุดตา สามารถมองเห็นได้ง่ายขึ้น

3. ใช้สายจูง/เป้จูง

สำหรับในเด็กวัยหัดเดินหลายคนชอบอยู่ใกล้กับพ่อแม่เวลาไปเดินห้าง หรือตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แต่บางคนที่ชอบสำรวจอาจเดินหลงหายไปได้ การใช้สายสำหรับจูงลูกในเด็กกลุ่มนี้จะช่วยได้มาก แถมไม่ต้องคอยวิ่งตามจับ ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่ ควรจูงลูกครั้งละ 1 คนเท่านั้น เพราะถ้าหากจูงลูก 2 คนพร้อมๆกัน อาจดูแลไม่ทันหากอีกวิ่ง  อีกคนเดิน จะเกิดอุบัติเหตุได้ ควรใช้ได้เฉพาะในทางราบเท่านั้น ห้ามใช่ขณะขึ้นบันได หรือทางที่ลาดชัน

ที่สำคัญใช้ในยามที่จำเป็นเท่านั้น เพราะการใช้ตลอดเวลา อาจเป็นการปิดกั้นพัฒนาการเด็ก ในเรื่องการเดิน การวิ่ง ควรใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์

 

ซึ่งจากวิธีที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นเคล็ดลับที่ Nanny บอมเบย์ ได้แนะนำไปและสามารถใช้ได้จริง ซึ่งหากใครมองไม่เห็นภาพ ตามมาชมคลิป 3 ตัวช่วยสุดเริ่ด เพื่อ ป้องกันลูกพลัดหลง ในรายการ Super Nanny by Amarin Baby & Kids

โดย Ep. 1 นี้ Nanny บอมเบย์ พาน้องยูกิ ไปเที่ยวสนุกในงาน Disney’s Endless Celebrations @ King Power รางน้ำ ซึ่งการพาลูกน้อยไปเที่ยวนอกบ้าน ในสถานที่ที่มีคนเยอะๆ ก็อาจทำให้ลูกน้อยคลาดสายตา และพลัดหลงได้!
หากคุณพ่อคุณแม่ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น Super Nanny บอมเบย์ มี 3 ตัวช่วยสุดเริ่ด เพื่อป้องกัน ลูกพลัดหลง มาฝากค่ะ จะมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเล้ย!!

 

คลิปจาก youtube ชาแนล Amarin Baby & Kids

อย่างไรก็ดี อันตรายมักเกิดขึ้นได้โดยที่เราไม่รู้ตัว และถ้าเกิดขึ้นกับลูกของเรา คนเป็นพ่อ เป็นแม่คงใจสลาย เพราะลูกน้อยยังเล็ก ไม่มีประสบการณ์ชีวิต ฉะนั้นสิ่งสำคัญคืออย่าละสายตาจากลูกน้อย หรือคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถใช้วิธี ป้องกันลูกพลัดหลง ที่ Nanny บอมเบย์ แนะนำไปได้ เพราะหากลูกน้อยคลาดสายตาแม้เสี้ยววินาทีเดียว เพราะคุณอาจสูญเสียลูกไปตลอดชีวิตก็ได้

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ

เมื่อไหร่ ต้องพ่นยาให้ลูก

เช็กโรคลูกป่วย…เมื่อไหร่ ต้องพ่นยาให้ลูก

เมื่อไหร่ ต้องพ่นยาให้ลูก หรือลูกป่วยเป็นอะไรทำไมต้องพ่นยา เป็นคำถามที่คุณแม่ลูกเล็กถามกันอยู่บ่อยๆ ค่ะ ฉะนั้นเพื่อให้คลายข้อสงสัย เรามีคำตอบในเรื่องนี้มาบอกให้ได้ทราบ เพื่อจะได้รู้เท่าทันอาการป่วยของลูก และใช้เครื่องพ่นยาได้อย่างทันท่วงทีค่ะ

 

เมื่อไหร่ ต้องพ่นยาให้ลูก ?

ไม่สบายเป็นอะไร มีอาการแบบไหน เมื่อไหร่ ต้องพ่นยาให้ลูก …การพ่นยาเป็นการบรรเทารักษาอาการของโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจค่ะ จากที่คุณหมอวินิจฉัยแล้วว่าจำเป็นต้องพ่นยาเพื่อให้ผู้ป่วยมีการหายใจได้สะดวกมากขึ้น

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็กๆ หรือแม้แต่ในผู้ใหญ่หากเจ็บป่วยด้วยโรคดังต่อไปนี้ ก็มีความจำเป็นต้องมีการใช้เครื่องพ่นยาเข้าช่วยในขั้นตอนการรักษาบรรเทาอาการให้ทุเลาลงค่ะ ไปเช็กกันว่าลูกน้อย และคนใน ครอบครัวมีอาการของโรคเหล่านี้กันหรือไม่…

  • โรคหืด
  • โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
  • โรคหลอดลมอักเสบ
  • โรคถุงลมโป่งพอง (ในครอบครัวที่มีผู้ใหญ่สูบบุหรี่ แล้วมีเด็กเล็กๆ อยู่ด้วย ก็มีความเสี่ยงที่จะ หายใจเอาควันบุหรี่เข้าปอด ซึ่งหากสะสมมากในระยะยาม เสี่ยงต่อการมีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ อย่าง โรคถุงลมโป่งพอง มะเร็งหลอดปอด มะเร็งหลอดลม เป็นต้น)

 

ในเด็กที่ป่วยด้วยกลุ่มอาการของโรคเหล่านี้ สาเหตุเกิดขึ้นมาได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น…  

  1. พันธุกรรมจากพ่อแม่ หรือญาติพี่น้องที่เป็นมาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย เป็นต้น
  2. มลภาวะเป็นพิษ เด็กที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาดตั้งแต่เกิด เช่น บริเวณบ้านอยู่ติดกับโรงงาน ที่มีทั้งควันที่ลอยมากับอากาศ หรือแหล่งน้ำดื่ม น้ำใช้ในชีวิตประจำวันมีปริมาณสารพิษปนอยู่ เป็นต้น
  3. เชื้อโรค แบคทีเรีย ที่อาจปะปนมาในอาหาร หรืออากาศ ก็เป็นความเสี่ยงที่เด็กเล็กๆ จะไปสัมผัสและนำเข้าสู่ร่างกายได้เช่นกัน
  4. ขนสัตว์เลี้ยงในบ้าน เช่น แมว สุนัข ก็เป็นหนึ่งในตัวก่อโรคกระตุ้นให้ระบบทางเดินหายใจมีปัญหาได้ค่ะ
  5. ฝุ่น การรักษาความในบ้านให้สะอาดปราศจากฝุ่นเป็นเรื่องสำคัญมากๆ โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กๆ เพราะฝุ่นจะตัวกระตุ้นให้เกิดโรคเกี่ยวระบบทางเดินหายใจได้ง่าย อย่างอาการแพ้ฝุ่น แพ้อากาศแล้วลุกลามเป็นโรคหอบหืด
  6. ควันบุหรี่ สุขภาพเสี่ยงแย่ทั้งคนสูบและคนที่อยู่รอบข้าง คุณพ่อบ้านไหนที่สูบหรี่แล้วในบ้านมีลูกเล็กๆ อยู่ด้วย แนะนำว่าให้ลดเลิกสูบบุหรี่ไปค่ะ เพราะควันบุหรี่มีผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพของลูกน้อยมากค่ะ
  7. พฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลให้สุขภาพแย่ลงได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดังนั้นการบริโภคอาหารที่สุก สดสะอาดมีประโยชน์ต่อร่างกาย จะช่วยลดการเจ็บป่วยจากโรคร้ายแรงต่างๆ ลงได้ค่ะ

คุณพ่อคุณแม่พอจะทราบถึงสาเหตุของโรคที่เสี่ยงต่อสุขภาพระบบทางเดินหายใจกันไปแล้วนะคะ ทีนี่เราจะไปสังเกตกลุ่มอาการเบื้องต้นที่อาจนำไปสู่โรคทางเดินหายใจของลูกน้อยกันต่อค่ะ

  • หายใจลำบาก
  • ไอแห้งๆ
  • หอบเหนื่อยเจ็บแน่นหน้าอก
  • หายใจตื้นหรือหายใจสั้นขึ้น
  • หายใจมีเสียงดัง

นี่คือกลุ่มอาการและสาเหตุนำไปสู่โรคที่มีผลกระทบรุนแรงต่อระบบทางเดินหายใจ ซึ่งคุณหมอเชี่ยวชาญเฉพาะโรคจะมีการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด จนนำไปสู่ขั้นตอนการรักษาตามอาการของโรคที่ป่วยค่ะ และถ้าหากเด็กๆ ป่วยด้วยโรคใดโรคหนึ่งที่กระทบรุนแรงต่อระบบทางเดินหายใจ นอกจากกระบวนการรักษาตามอาการของโรค ก็จำเป็นต้องมีการใช้เครื่องพ่นยาที่มีตัวยาเฉพาะโรคตามที่คุณหมอแนะนำให้ใช้ในการรักษา อย่างในเด็กที่เป็นโรคหืดนอกจากการรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว เมื่อกลับบ้านไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ คุณหมอก็จะมียาพ่นให้คุณพ่อคุณแม่กลับไปใช้บรรเทาอาการให้ลูกน้อยต่อด้วยค่ะ

เมื่อไหร่ ต้องพ่นยาให้ลูก

สำหรับการพ่นยาในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก หรือลำบากอะไรเลยค่ะ เพราะโดยมากแล้วคุณหมอจะสั่งยาพ่นที่มีตัวยาในการรักษาเฉพาะโรคที่เป็น เช่น โรคหืด โรคหลอดลมอักเสบ ฯลฯ ให้กลับไปใช้ที่บ้านพร้อมเครื่องพ่นยาอย่างเครื่องพ่นยา OMRON ก็เป็นเครื่องพ่นยาที่ในโรงพยาบาลส่วนใหญ่มักจะจ่ายให้ไปพร้อมกับยาพ่นรักษาเฉพาะโรคที่ลูกป่วยค่ะ

สำหรับเครื่องพ่นยา OMRON แบบคอมเพรสเซอร์ (Compressor Nebulizer) รุ่น NE-C101 ใช้ในการพ่นยาขณะอยู่ที่บ้าน และรุ่น NE-U100  รุ่นนี้ตัวเครื่องจะมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบาคุณแม่สามารถพกพาใส่กระเป๋าพร้อมใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลาเมื่อลูกมีอาการกำเริบขึ้นมาค่ะ

 

เมื่อไหร่ ต้องพ่นยาให้ลูก
เช็กโรคลูกป่วย…เมื่อไหร่ ต้องพ่นยาให้ลูก

ข้อดีของการใช้เครื่องพ่นยาออมรอน OMRON  

  1. เหมาะสำหรับเด็ก หรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถกำหนดลมหายใจได้ด้วยตัวเอง
  2. สามารถผสมยาได้ตามที่แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญแนะนำ
  3. ช่วยให้ความชุ่มชื้นต่อทางเดินหายใจ และช่วยขับเสมหะได้ดีขึ้น

เครื่องพ่นยาคือหนึ่งในตัวช่วยสำคัญในการใช้พ่นยากับเด็กเล็กๆ แต่ข้อควรระวังในการใช้แนะนำคุณพ่อคุณ แม่ว่าควรศึกษาถึงวิธีการใช้งานอย่างละเอียดหากไม่เข้าใจให้สอบถามจากแพทย์เจ้าของไข้ หรือจากเภสัชกร ผู้เชี่ยวชาญในร้านขายยาค่ะ

สนใจรายละเอียดเครื่องพ่นยาออมรอน (OMRON) เพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-021-5555 Website :  www.omron-healthcare.co.th Facebook : Omron Healthcare Thailand  Line : @omronhealthcare

*อ่านคำเตือนในฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ก่อนใช้

เมื่อไหร่ ต้องพ่นยาให้ลูกจากอาการป่วยที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ และคุณหมอวินิจฉัยให้มีการใช้ยาพ่นในชีวิตประจำวัน เครื่องพ่นยา OMRON คือหนึ่งในเครื่องมือแพทย์ที่มีคุณภาพ และช่วยให้การพ่นยามีประสิทธิผลมากขึ้นค่ะ

เมื่อไหร่ ต้องพ่นยาให้ลูก

แม่กบ พา ณดล ณดา

แม่กบ พา ณดล ณดา ตีตั๋วตะลุยแหล่งเรียนรู้ราชบุรีสุดหรรษา ลงมือปั้น – เพ้นท์โอ่งครั้งแรก!! กับ สก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัด สำหรับเด็ก

แม่กบ พา ณดล  ณดา ตีตั๋วตะลุยแหล่งเรียนรู้ราชบุรีสุดหรรษา ที่เรียกได้ว่าเป็นแฮปปี้แฟมมิลี่ทริปแสนสนุกและน่าตื่นเต้นสุดๆ เมื่อ 2 หนูน้อยฉลาดสมวัย น้องณดล – ปุญณดล และ น้องณดา- ปุณณดา พรีเซ็นเตอร์ สก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัดสำหรับเด็ก

ได้รับคำเชิญให้ทำภารกิจพิเศษ จากบอสสาว วรวิมล กรรมารางกูร แห่ง บริษัท สก๊อต อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมนำทีมพา ผู้ร่วมทริปอีก 10 ครอบครัว ตีตั๋วไปตะลุยเปิดประสบการณ์กับแหล่งเรียนรู้ที่ราชบุรี และร่วมลงมือโชว์ทักษะการปั้นและเพ้นท์โอ่งเป็นครั้งแรก!! กับกิจกรรม “พาลูกเที่ยวดะสัญจร ตอน…อ.โอ่งของเรา” ณ จังหวัดราชบุรี เมื่อเร็วๆ นี้

แม่กบ พา ณดล ณดา

 

แม่กบ พา ณดล ณดา ตะลุยแหล่งเรียนรู้

ฟินต่อ ไม่รอแล้วนะ! เพราะแค่เริ่มต้นทริปก็สนุกแล้ว เมื่อ แม่กบ – น้องณดล – น้องณดา ส่งสัญญาณความพร้อมเต็มเปี่ยม พกเอนเนอร์จี้มาเกินร้อย ทันทีที่ก้าวขาลงจากรถ น้องณดล – ณดา ก็นำทีมเพื่อนๆ วิ่งตรงไปยัง ‘เรื่องของโอ่ง’ สถานที่ท่องเที่ยวแนวใหม่ เชิงอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมประจำท้องถิ่น พร้อมตั้งอกตั้งใจเรียนรู้ประวัติศาสตร์ กรรมวิธีการผลิต การขึ้นรูป และตกแต่งลวดลายของโอ่งมังกร แบบตาไม่กระพริบ แล้วช่วงเวลาที่ใครหลายคนรอคอยก็มาถึง เพราะทุกคนจะได้ปฏิบัติภารกิจสำคัญในการโชว์ฝีไม้ลายมือ ปั้นและเพ้นท์โอ่ง แม่กบ – น้องณดล – น้องณดา เลยแท็กทีมเรียกพลัง เพราะเป็นการปั้นและเพ้นท์โอ่งเป็นครั้งแรก!! รวมพลังเสร็จก็พร้อมลุย น้องณดล-ณดา ประเดิมหยิบก้อนดินมาปั้นๆ หล่อๆ จนเริ่มเห็นเค้า เป็นโอ่งใบจิ๋วแต่แจ๋วสุดๆ หลังจากนั้นก็นำไปสู่กระบวนการเผาและเคลือบเงา จนเสร็จสมบูรณ์ ขั้นตอนต่อไป แม่กบ – น้องณดล – น้องณดา ตั้งใจเป็นพิเศษ เพราะต้องอาศัยสมาธิอย่างสูง ในการเพ้นท์และสร้างสรรค์จินตนาการออกแบบโอ่งในแบบฉบับของตัวเอง แล้วก็ได้เวลาอวด โชว์ผลงาน งานนี้กินกันไม่ลงจริงๆ โอ่งของแต่ละคน น่ารักน่าใช้สุดฤทธิ์ หลังจบมิชชั่นปั้นโอ่ง แม่กบ – น้องณดล – น้องณดา ก็พาผู้ร่วมทริปไปตะลุยราชบุรีต่อรัวๆ ทั้ง กิจกรรมสำรวจฟาร์ม ตามล่าหา สก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัดสำหรับเด็ก ต่อด้วย เวิร์คช็อปง่าย ๆ ด้วยการทำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ  ฯลฯ จบกิจกรรมไปอย่างน่าประทับใจ

แม่กบ พา ณดล ณดา

 

แม่กบ เผยว่า “วันนี้เตรียมความพร้อมมาเต็มที่เลยค่ะ จริงๆ ณดาเคยมีโอกาสมาทำงานที่ราชบุรีแล้ว ตอนนั้นมาถ่ายละครที่สวนผึ้ง อากาศดีมาก และที่ราชบุรีก็มีแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เยอะมาก ในส่วนของกิจกรรมวันนี้ กบจึงเชื่อว่าต้องเป็นการเรียนรู้ครั้งใหม่ ที่จะช่วยเสริมทักษะด้านความคิด ด้านการใช้จินตนาการให้กับ ณดล – ณดา มากๆ แน่นอน อย่างเรื่องโอ่ง ณดาและณดล ยังมาถามว่า โอ่งคืออะไร คือสมัยนี้ ไม่ค่อยได้มีโอกาสใช้โอ่งแล้ว วันนี้เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องของการทำโอ่งทุกขั้นตอน ได้ลงมือทำ  ทั้งสนุกทั้งได้ความรู้ เด็กๆ ได้ทักษะเรื่องของการเข้าสังคม ไหวพริบ ปฏิภาณ และการสรรสร้างจินตนาการต่างๆ  เป็นกิจกรรมที่ดีมากๆ  ซึ่งโดยปกติกบจะเป็นคนดูแลลูกค่อนข้างใกล้ชิด พอจะออกมาข้างนอก ช่วงนี้อาจทานอะไรยากนิดนึง เพราะเริ่มโตขึ้น จึงจะเลือกแต่อาหารที่มีประโยชน์ สำหรับณดาและณดลจะให้ทาน สก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัดสำหรับเด็ก เป็นประจำอยู่แล้วในทุกๆ เช้า ควบคู่ไปกับอาหารหลัก กบรู้สึกว่าตอนเช้า สมองและร่างกายของเด็ก ๆ ต้องพร้อม ที่จะไปเรียนหนังสือ หรือทำกิจกรรมต่างๆ  ซึ่งเด็ก ๆ ก็ชอบ เพราะ อร่อย ดื่มง่าย ทั้งรสช็อกโกแลตและกลิ่มมิลค์กี้บัตเตอร์ เป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกที่ดีสำหรับเด็ก ๆ เลยค่ะ”

ติดตามกิจกรรมดีๆ และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/scotchkitzsmartclub

ฝึกลูกนอนเอง

พ่อแชร์เทคนิคดี๊..ดี ฝึกลูกนอนเอง นอนยาว แบบ “Cry it out”

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทุกคนมักจะประสบปัญหาลูกตื่นบ่อย กล่อมหลับยาก ตื่นมากินนมทั้งคืน กันใช่ใหมล่ะคะ วันนี้ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีเทคนิค ฝึกลูกนอนเอง นอนได้ยาว โดยวิธี Cry it out มาฝากค่ะ

พ่อแชร์เทคนิคดี๊..ดี ฝึกลูกนอนเอง นอนยาว แบบ “Cry it out”

ทีมงานได้ขออนุญาตนำเรื่องราวจากคุณพ่อ Agent Molder ที่ได้เล่าถึงประสบการณ์การเลี้ยงลูกในเว็บไซต์ Pantip.com ที่ต้องอุ้มกล่อมลูกที่ร้องตื่นทุก 45 – 90 นาทีตลอดคืน เมื่อคุณพ่อและคุณแม่อดนอนมาก ๆ เข้า จึงได้ศึกษาการฝึกลูกให้รู้จักนอนได้เอง และนอนได้ยาว ด้วยวิธี Cry it out หรือจะเรียกได้ว่าเป็นวิธีการ หักดิบ นั่นเอง คือ การฝึกลูกให้นอนคนเดียว โดยหยุดการกล่อมและอุ้มกล่อมตลอดคืน เพื่อฝึกให้ลูกได้รับรู้การนอนได้เอง และไม่ควรจะตื่นขึ้นมากลางดึก ซึ่งวิธีการนี้เมื่อทำแล้ว จะเห็นผลได้ภายใน 3-5 วัน โดยลูกจะสามารถนอนได้เอง และไม่ตื่นขึ้นมาร้องกวนตอนดึกอีกเลย มาดูประสบการณ์ก่อนที่คุณพ่อจะตัดสินใจ ฝึกลูกนอนเอง นอนยาว ด้วยวิธี Cry it out กันค่ะ

ฝึกลูกนอนเอง
ฝึกลูกนอนเอง

คุณพ่อ และแม่มือใหม่หลายท่าน อาจเคยเจอ หรือผ่านตากับการสอนลูกนอนยาว โดยวิธี Cry it out มาบ้างนะครับ ผมเองก็เคย แต่ตอนที่ลองอ่านดูเนื้อหาการสอน มันดูทรมานจิตใจเหลือเกิน แต่สุดท้ายหลายๆกระทู้ หรือหลายๆบทความจากแต่ละเวบ ก็บอกเหมือนกันหมดว่า มันได้ผลดี และใช้เวลาสอนไม่นาน (3-5 วัน) ผมเลยลองดูและได้ผลที่ดีมากๆครับ ผมเลยอยากจะแชร์ เผื่อใครสนใจจะทำ แต่ไม่กล้า

เกริ่นก่อนเลยว่า ที่ผมใช้วิธีนี้ ไม่ใช่เพราะต้องการแยกนอนกับลูก หรือจะสอนการใช้ชีวิตแบบฝรั่งนะครับ แต่ที่ทำเพราะลูกผมตื่นทั้งคืน!!! ณ ตอนที่ผมเริ่มวิธีนี้ ลูกผม 9 เดือนแล้ว ผู้หญิง ตื่นบ่อยมากกกกกกกกก เป็นแบบนี้มาตลอด 9 เดือน จนคนเป็นแม่ และพ่อ กำลังจะตายแล้วครับ โดยเฉพาะแม่ น่าสงสารมากๆ ตื่นบ่อยขนาดไหน เรียกว่าทุก 45 นาที ถึง 90 นาที เป็นเวลาต่อกัน 6 เดือน โดยลูกผมจะนอนตอน 2 ทุ่ม ก่อนนอนก็เดินกล่อมกันไป ให้นมแม่เสร็จ พ่อก็ต้องเดินกล่อม ใช่เวลากว่า 1 ชม.ในการกล่อม พอเริ่มนอนหลับ 2 ทุ่ม ก็จะตื่น 20.45, 21.30, 22.20, 23.30, 1.00, 2.30, 3.30-4.00, 5.00 แล้วก็ไม่นอนแล้ว เป็นแบบนี้ทุกคืน!!! ย้ำ ทุกคืนจริงๆครับ

ฝึกลูกนอนยาว
ลูกตื่นบ่อย กล่อมยาก ตลอดคืน ส่งผลให้ฮอร์โมนในการเจริญเติบโตทำงานได้ไม่เต็มที่

ถ้ามีคำถามว่า งั้นลองใช้วิธีโน่น นี้ นั้น ไหม บลาๆๆ 108-1009 ผมทำมาหมดแล้วครับ ไม่ขอเอ่ยถึงละกัน รวมถึงปรึกษาแพทย์ด้วย ก็ไม่ได้ผล จนสุดท้ายเลยต้องลองวิธีที่ไม่อยากทำที่สุด นั่นคือ Cry it out ต้องขอบคุณ คุณภริม แห่ง blog Bonzaboo เลยครับ http://primlilboo.wixsite.com/bonzaboo ที่ทำให้ผมได้ลองวิธีนี้แบบจริงจัง เลองไปหาอ่านได้เลยครับ เป็นประโยชน์มาก ใน blog นั้นจะบอกละเอียดมากกกกกกกกกก แต่ผมขอยกที่ผมใช้เองมาเล่าสั้นๆแล้วกันครับ

เขาว่าดันว่าอายุที่เหมาะสมคือ 4-6 เดือน แต่ผมว่าตอน 4 – 6 เดือนนั้นลูกยังต้องการนมแม่ 100% และการทำวิธีนี้ลูกจะนอนยาวทั้งคืนโดยแทบไม่ตื่นเลย ถ้าเราไปควักลูกออกมากินนม เขาก็อาจจะตื่นก็ได้ แต่ถ้าทำจนได้ผลแล้ว ลูกจะไม่ตื่น แค่งัวเงียกินนมแล้วนอนต่อได้เอง อันนี้ก็แล้วแต่คุณละว่าจะฝึกตอนไหน ของผมเริ่มตอน 9 เดือนครับ แต่ก็แนะนำว่าไม่ควรรอจนเกิน 1 ปี เพราะลูกรู้เรื่องมากๆแล้ว จะไม่ยอมร่วมมือกับการฝึก และอาจใช้เวลานานมากกว่าจะฝึกสำเร็จ พ่อแม่ถอดใจก่อนแน่ครับ มาเริ่มฝึกกันเลย…

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ เตรียมตัว ฝึกลูกนอนเอง นอนยาว แบบ Cry it out กันเถอะ!

4U2 POM VINIJ

4U2 POM VINIJ แป้งที่ช่างแต่งหน้ามือโปรร่วมคิดค้น

4U2 POM VINIJ Flawless Finishing Powder SPF50 PA+++ แป้งผสมรองพื้นเนื้อบางเบาแต่ปกปิดดีเยี่ยม ทั้งเบลอรูขุมขนให้ดูเรียบเนียน และคุมมันได้ดี

4U2 POM VINIJ Flawless Finishing Powder SPF50 PA+++

พี่ป้อม-วินิจ บุญชัยศรี ขุ่นแม่แห่งวงการเมกอัพไทย ที่นางเอกระดับ A-List ต้องเคยผ่านมือเขามาแล้วทั้งนั้น เพราะงานไหนที่เขาได้ลงมือแต่งรับรองได้เลยว่าสวยประทับใจทุกครั้ง ล่าสุดพี่ป้อมได้เผยเทรนด์แต่งหน้าที่กำลังมาแรงสุดๆ ช่วงปลายปีนี้  คือ การเน้นโชว์ผิวหน้าใสอย่างเป็นธรรมชาติ และแป้งเป็นเครื่องสำอางหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยเตรียมผิว “แป้งที่ดีต้องทำหน้าที่เสมือนผิวที่สองบนใบหน้า ต้องทำให้ผิวดูสวย ปกปิด ปกป้อง และไม่ทำร้ายผิว นี่แหล่ะคือแป้งที่ป้อมเลือก” พี่ป้อมเล่าถึงแป้งในดวงใจ ขั้นตอนสำคัญของการเตรียมผิวให้ดูเนียนไร้ที่ติ

4U2 POM VINIJ

4U2 เครื่องสำอางชื่อดัง จึงขอเกาะกระแสเช่นเคย ด้วยการร่วมมือกับพี่ป้อม รังสรรค์แป้งคุณภาพเลิศ เนื้อบางเบาแต่ปกปิดอย่างเซียน ทั้งเบลอรูขุมขนให้ดูผิวเนียนเรียบอย่างเป็นธรรมชาติ คุมมันได้ดี และที่สำคัญมี SPF สูง ช่วยปกป้องผิว ในชื่อ 4U2 by POM VINIJ Flawless Finishing Powder SPF50 PA+++ ที่ 4U2 ร่วมคิดค้นกับพี่ป้อมนานร่วมปี มาในตลับสีทองโดดเด่นเตะตา ตลับแป้งเป็นแนวตั้งหยิบจับได้ง่าย กระจกเป็นแนวตั้งเช่นกันเพื่อให้ส่องแต่งหน้า ติดขนตา ปัดมาสคาร่า และใส่คอนแทคเลนส์ได้ถนัดมือ พัฟมี 2 ด้าน ด้านกำมะหยี่เน้นปกปิดเฉพาะจุด อีกด้านเป็นฟองน้ำใช้แต้มแป้งได้ทั่วทั้งใบหน้าตลอดวัน มีทั้งหมด 4 เฉดสี รอคุณอยู่วันนี้ที่เคาน์เตอร์ 4U2 ทั่วประเทศ

4U2 POM VINIJ

4U2 POM VINIJ Flawless Finishing Powder SPF50 PA+++ ราคาตลับละ 599 บาท มีจำหน่ายที่ WATSONS, EVEANDBOY, BEAUTRIUM, STARDUST และ www.4U2Thailand.com

⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕

เคล็ดลับเลือกแป้งให้เหมาะกับผิว

การเลือกแป้งควรเน้นที่การแต่งให้ผิวสวยสดใสเป็นธรรมชาติตามเทรนด์ที่กำลังมาแรง และสำเร็จเสร็จได้อย่างรวดเร็ว ตามที่พี่ป้อม-วินิจ บุญชัยศรี คุณแม่แห่งวงการแต่งหน้าแนะนำ

4U2 POM VINIJ

1.ประหยัดเวลา สำหรับสาวๆสมัยใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์รีบเร่ง หรืออยากจะสวยในเวลาจำกัด แป้งทูเวย์ หรือแป้งผสมรองพื้นถือเป็นตัวช่วยแต่งผิวที่ใช้เวลาน้อยสุด และทำให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ เป็นตัวเลือกใหม่สำหรับสาวๆที่ไม่ต้องการให้ผิวดูหนาแบบทารองพื้น

2.องค์ประกอบแป้ง สาวๆทุกคนควรคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ทั้งสีผิว ฝ้ากระ รูขุมขน และสภาพผิวว่าผิวแห้งหรือมัน  หากมีสีผิวเข้มก็ควรเลือกแป้งสีออกน้ำตาล มีฝ้ากระควรเลือกแป้งที่ปกปิดได้ดี หากหน้ามันหรือรูขุมขนกว้างก็ควรเลือกแป้งที่ปกปิดรูขุมขนและคุมมันได้ดี อย่างที่พี่ป้อมแนะนำ 4U2 by POM VINIJ Flawless Finishing Powder SPF50 PA+++ (ราคา 599 บาท มีจำหน่ายที่ WATSONS, EVEANDBOY, BEAUTRIUM, STARDUST และ www.4u2thailand.com)  แป้งนี้ช่วยทั้งปกปิดรูขุมขน คุมมัน และติดทนนาน โดยมีให้เลือก 4 เฉดสี ตามสีผิวของสาวไทย

3. พัฟสำคัญนะ จากประสบการณ์แต่งหน้า 25 ปี พี่ป้อมแนะนำว่า ควรใช้พัฟ 2 แบบคือทั้งแบบเนื้อฟองน้ำที่ใช้ซับหน้า คุมมันระหว่างวันได้ และพัฟเนื้อกำมะหยี่ที่ใช้กดตามจุดฝ้ากระต่างๆช่วยปกปิดได้ดี

4. มี SPF เพื่อให้ตอบโจทย์ชีวิตที่ต้องทำงานโดนแสงแดด และโดนแสงยูวีจากไฟนีออน แป้งควรมีส่วนผสมของ SPF50 PA+++ ซึ่งจะช่วยปกป้องผิวจากแสงยูวีและมลภาวะได้ด้วย

⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕⊕

5 ขั้นตอนเตรียมผิวให้เนียนใสก่อนแต่งหน้า

เมื่อเทรนด์โชว์ผิวมาแรง พี่ป้อม-วินิจ บุญชัยศรี จึงแนะนำให้สาวๆ ทำตามขั้นตอนการเตรียมผิวง่ายๆ ดังนี้

1. บำรุงผิวด้วยน้ำ  หากคุณเป็นสาวหน้าแห้ง หรือมีรอยแข็งจากสิวหรือสะเก็ดแผล สิ่งที่ต้องทำคือการเตรียมผิวก่อนแต่งหน้าด้วยการมาส์กหน้า หรือการฉีดหน้าด้วยน้ำแร่ แล้วใช้น้ำมันบำรุงผิวแตะเบาๆที่ผิว จะช่วยให้แป้งหรือเครื่องสำอางติดทนนานขึ้น

2. ใช้คอนซีลเลอร์  โดยใช้นิ้วแตะคอนซีลเลอร์แล้วเกลี่ยเบาๆที่ใต้ตา และแต้มเฉพาะจุดที่มีฝ้ากระ หรือรอยหลุมสิว

3. ปัดแป้ง หากมีพื้นฐานผิวที่ดีมากอยู่แล้วก็ใช้เพียงแปรงหัวกลมปัดแป้งให้ทั่วใบหน้า แต่หากมีผิวที่มีตำหนิ หรือริ้วรอยต่างๆควรใช้พัฟแบบกำมะหยี่ที่ช่วยปกปิดร่องรอยและจุดบกพร่องต่างๆได้ดี ลอง 4U2 by POM VINIJ Flawless Finishing Powder SPF50 PA+++ (ราคา 599 บาท มีจำหน่ายที่ WATSONS, EVEANDBOY, BEAUTRIUM, STARDUST และ www.4u2thailand.com) ที่มาพร้อม

4U2 POM VINIJ

4. ข้อห้ามหากรูขุมขนใหญ่ สำหรับสาวๆที่มีรูขุมขนบนใบหน้าใหญ่หากมีการปัดแป้ง หรือบลัชออนที่ผสมชิมเมอร์มากเกินไป อาจยิ่งเน้นรูขุมขนให้เห็นชัดขึ้น จึงควรใช้เนื้อแมท หรือควรใช้แปรงปัดชิมเมอร์ลงบนผิวหน้าเพียงเบาๆเท่านั้น

5. ใช้แป้ง 2 สี พี่ป้อมแนะให้สาวๆเลือกแป้งที่เหมาะกับสภาพผิวตัวเอง จากนั้นเลือกซื้อ 2 เฉดสี โดยเลือกเฉดสีที่เข้ากับผิวหน้าได้พอดี เพื่อใช้ปัดให้ทั่วหน้า กับอีกเฉดที่เข้มเท่ากับสีผิวที่ลำคอ เพื่อใช้ทำคอนทัวร์ที่ข้างแก้มและขอบหน้าผากให้ใบหน้าดูมีมิติและเรียวเล็กลง

4U2 POM VINIJ
4U2 POM VINIJ
ตะกอนในน้ำคร่ำ

ตะกอนในน้ำคร่ำ ภาวะอันตราย ที่แม่ท้อง ต้องรู้

ตะกอนในน้ำคร่ำ ภาวะอันตราย ที่แม่ท้อง ต้องรู้ ทั้งนี้ถือเป็น ภาวะอันตรายอีกหนึ่งภาวะที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก ทั้งที่ภาวะนี้สร้างปัญหาให้กับแม่ท้องได้มากที่สุดอีกภาวะหนึ่ง เพราะเป็นสาเหตุให้คลอดก่อนกำหนดได้

 

ตะกอนในน้ำคร่ำ
ตะกอนในน้ำคร่ำภาวะอันตราย ที่แม่ท้อง ต้องรู้

ตะกอนในน้ำคร่ำ ภาวะอันตรายที่แม่ท้อง ต้องรู้

ทั้งนี้การมีตะกอนในน้ำคร่ำคุณแม่นั้น สาเหตุเกิดจาก มีการอักเสบแบบไม่ติดเชื้อ หรือการอักเสบแบบติดเชื้อก็ได้ ซึ่งการจะเห็นว่ามีตะกอนในน้ำคร่ำแพทย์ต้องอัลตราซาวนด์แล้วเห็นเป็นคล้ายตะกอนสีขาวมากมายในน้ำคร่ำและเวลาดูดออกมานั้นน้ำคร่ำจะเป็นสีเขียวคล้ายหนอง ซึ่งการเกิดตะกอนในน้ำคร่ำนี้จะทำให้คุณแม่มีน้ำเดินก่อนคลอด จนอาจเกิดการคลอดก่อนกำหนดได้ เพราะการอักเสบดังกล่าวจะก่อให้เกิดการสร้างเอนไซม์มาทำลายปากมดลูกของคุณแม่ให้อ่อนแอลง และอาจทำให้ถุงน้ำคร่ำแตกและคลอดก่อนกำหนด

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ ตะกอนในน้ำคร่ำภาวะอันตรายที่แม่ท้องต้องรู้

ผู้ชายวัยทอง

เทคนิครับมือ ผู้ชายวัยทอง เพียงแค่เข้าใจชีวิตก็เป็นสุขได้

เมื่ออายุเข้าเลข 4 ฮอร์โมนที่มีอยู่ในร่างกายก็จะเกิดความเปลี่ยนแปลง เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงในผู้หญิง เรียกว่า วัยหมดประจำเดือน แต่หากเกิดความเปลี่ยนแปลงในผู้ชาย เราเรียกว่า “ผู้ชายวัยทอง”

เทคนิครับมือ ผู้ชายวัยทอง เพียงแค่เข้าใจชีวิตก็เป็นสุขได้

ผู้ชายวัยทอง เป็นภาวะที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน หรือแอนโดรเจนที่ลดต่ำลง ฮอร์โมนเหล่านี้เป็นฮอร์โมนเพศชายที่ถูกผลิตจากลูกอัณฑะ ทำหน้าที่เกี่ยวกับระบบเผาผลาญไขมัน (Metabolism) การสร้างกล้ามเนื้อเพศชาย ความแข็งแรงของโครงสร้างกระดูก เสียงที่ทุ้มหรือต่ำลง รวมถึงแรงขับทางเพศด้วย ซึ่งจะมีการผลิตฮอร์โมนดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นในช่วงวัยรุ่นและลดต่ำลงเมื่อแก่ตัวลง ทั้งนี้ การผลิตฮอร์โมนนี้จะค่อย ๆ ลดลงประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ต่อปีเมื่อย่างเข้าสู่อายุ 30 ปีเป็นต้นไป โดยวัยทองผู้ชายอาจเกิดขึ้นได้ในช่วงอายุ 45-50 ปี และอาจมีอาการมากขึ้นในช่วงอายุ 70 ปีขึ้นไป

อาการวัยทองในผู้ชาย
อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เป็นอีกหนึ่งอาการที่เกิดกับผู้ชายวัยทอง

ผู้ชายวัยทอง มีอาการอย่างไร?

ผู้ชายแต่ละคน จะมีอาการวัยทองที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ของแต่ละคน แต่จะมีอาการวัยทองที่คล้าย ๆ กันดังนี้

  • อารมณ์แปรปรวน เครียด มีอาการซึมเศร้า
  • เบื่อง่าย หงุดหงิดง่าย
  • อ้วนลงพุง เพราะการเผาผลาญไขมันในร่างกายลดลง ในบางรายอาจมีไขมันส่วนเกินสะสมที่หน้าอก
  • นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย มีสมาธิลดลง และมีปัญหาเกี่ยวกับการจดจำสิ่งต่าง ๆ
  • มีอาการร้อนวูบวาบ
  • อาจเกิดโรคกระดูกพรุน เพราะมีความแข็งแรงของกระดูกลดลง
  • ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง ทำให้ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงเหมือนก่อน
  • หย่อนสมรรถภาพทางเพศ นกเขาไม่ขัน มีลูกยาก อัณฑะมีขนาดเล็กลง
  • หัวล้าน ผมบาง ผมร่วง รวมถึงขนตามร่างกายก็อาจร่วงได้ด้วยเช่นกัน
  • ไม่มั่นใจในตนเอง ไม่มีแรงจูงใจในการทำกิจกรรมต่าง ๆ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ผู้ชายวัยทอง ต่างจากผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนหรือไม่?

ชวนลูก อาบน้ำ แปรงฟัน

ชวนลูกแปรงฟัน อาบน้ำ ต้องพูดภาษาอังกฤษอย่างไรดี

อาบน้ำ เป็นอีกหนึ่งกิจวัตรประจำวันสนุกๆของครอบครัว ที่พ่อแม่ลูกจะได้ใช้เวลาร่วมกันระหว่างทำความสะอาดร่างกาย พร้อมกับเล่นฟองสบู่ นอนแช่น้ำ หรือร้องเพลงเสียงก้องๆ ในห้องน้ำ นอกจากนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่ได้ใกล้ชิด และมอบสัมผัสอันอ่อนโยนให้กับลูก ที่ไม่ว่าลูกจะโตขึ้นแต่ไหน ความรักของพ่อแม่ยังเป็นสิ่งที่ลูกต้องการเสมอ

แต่บางครั้งการ อาบน้ำ กลับกลายเป็นยาขมสำหรับลูกวัย 2 ขวบ ที่เริ่มเข้าสู่วัยซน สนุกกับการเล่นและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ฉะนั้นเมื่อถึงเวลาอาบน้ำ ลูกอาจปฏิเสธเสียงแข็งขึ้นมาทันที หรือมีเด็กบางคนที่กลัวการ อาบน้ำ ไม่ว่าคุณแม่จะพยายามเท่าไร ลูกน้อยก็ไม่ยอมใจอ่อน ปัญหานี้จำเป็นต้องสืบหาต้นเหตุให้เจอ เพื่อแก้ไขอย่างถูกต้อง

                พูดประโยคภาษาอังกฤษ ชวนลูกแปรงฟัน อาบน้ำ ปั้นลูกสู่เด็กสองภาษา

สาเหตุที่ทำให้ลูกไม่อยาก อาบน้ำ ส่วนใหญ่เกิดจากความกลัว เช่น ลูกเคยลื่นล้มในห้องน้ำ แล้วรู้สึกเจ็บมากจนจำฝังใจ เคยสำลักน้ำขณะสระผม แชมพูหรือสบู่เข้าตา  ตกใจเมื่อโดนน้ำราดหน้าแบบไม่ทันตั้งตัว  น้ำเย็นหรือร้อนเกินไป ขณะที่มีเด็กวัยซนหลายคนไม่อยากให้ใครมาจับตัว จึงพาลไม่อยากชอบที่แม่เป็นคน อาบน้ำ ให้ เป็นต้น

ฉะนั้นการบังคับ หรือต่อว่าให้กลัวจึงไม่ใช่ทางออกที่ดี แต่ควรหันมาสร้างบรรยากาศใหม่ๆให้ลูกรู้สึกว่าการอยู่ในห้องน้ำเป็นเรื่องสนุก เช่นการแปะผนังด้วยสติ๊กเกอร์การ์ตูนตัวโปรด หนังสือลอยน้ำไว้ชี้ชวนกันดูภาพสวยๆ ชวนร้องเพลงเกี่ยวกับการอาบน้ำแปรงฟัน หรือการพูดคุยกับลูกด้วยประโยคภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ เปิดโอกาสให้ลูกได้ฝึกฝนการฟัง โต้ตอบบทสนทนาจากสถานการณ์จริง แค่ช่วงเวลาสั้นๆ นี้พ่อแม่สามารถเพิ่มพูนความรู้และความกล้าในการพูดภาษาอังกฤษให้ลูกน้อยพร้อมจะเป็นเด็กสองภาษา

อ.คริสและน้องวิน จากรายการ KidsTalk  ช่วง DaddyTalks มีคำศัพท์และประโยคเกี่ยวกับการ อาบน้ำ แปรงฟัน ที่คุณพ่อคุณแม่นำไปใช้พูดคุยกับลูกในทุกวันๆมาฝากกัน  เพราะไม่ว่าเราจะทำกิจกรรมอะไรในบ้าน ก็สามารถส่งเสริมให้ลูกเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้ตลอดเวลา

ยิ่งเด็กได้ฟัง ได้พูดบ่อยมากเท่าไร คลังคำศัพท์ในสมองของลูกน้อยจะค่อยๆเพิ่มขึ้น จนพูดภาษาอังกฤษเป็นประโยคยาวๆ หรือโต้ตอบได้อย่างคล่องแคล่ว โดยไม่จำเป็นต้องท่องจำแม้แต่น้อย ประโยคและคำศัพท์ที่นำมาเสนอใน EP นี้ส่วนใหญ่เป็นบทสนทนาที่ชาวต่างชาติใช้สื่อสารกันจริงๆ ซึ่งอาจฟังดูแปลกหูสำหรับคนไทย แต่นี่เป็นการฝึกฝนให้ลูกพูดได้เหมือนเจ้าของภาษาอย่างแท้จริง

ตามมาดู อ. คริส กับน้องวิน พาไปรู้จักกับ ประโยคที่ใช้ตอน อาบน้ำ แปรงฟัน และเข้าห้องน้ำ กับรายการ KidsTalk ช่วง DaddyTalks ตอน 12 ประโยคชวนลูก อาบน้ำ แปรงฟัน กันเลยค่า

 

ชมคลิปรวมคำศัพท์และประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้คุยกับลูก เกี่ยวกับกิจวัตรส่วนตัวของหนูๆ ได้ด้านล่างนี้เลย ⇓

 

 

 

เรามาทบทวนประโยคเมื่อชวนลูกแปรงฟัน อาบน้ำ กันอีกครั้งนะคะ

 

เข้าห้องน้ำ

Do you need to take a pee pee / poop? ปวดฉี่/อึไหม

I have to take a pee / poo. ผมปวดฉี่ / อึ

Did you poo already? ลูกอึหรือยัง

I poop already. ผมอึแล้วครับ

 

สระผม

You need to wash your hair. ลูกต้องสระผม

Close your eyes. หลับตา

Look up. มองขึ้นฟ้า

You have to be careful that shampoo might run down your face.

ลูกต้องระวังแชมพูไหลลงหน้า

Your eyes will hurt. ลูกจะแสบตา

 

อาบน้ำ

It’s time to take a shower/ take a bath. ได้เวลาอาบน้ำแล้ว

We are going to turn on the water. เรากำลังจะเปิดน้ำ

Is the water too hot? น้ำร้อนไปไหม

It’s just right. น้ำกำลังพอดี

Rub the soap on your body. ถูสบู่

We have finished taking a shower already. เราอาบน้ำเสร็จแล้ว

You have to dry yourself with the towel. ลูกต้องเช็ดตัวให้แห้งด้วยผ้าขนหนู

 

แปรงฟัน

You have to brush your teeth. ลูกต้องแปรงฟัน

We have to floss your teeth too. เราต้องใช้ไหมขัดฟันด้วย

 

แต่งตัว

You have to take off your shirt. ลูกต้องถอดเสื้อ

Put on your pyjamas.

 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับประโยคเมื่ออยากชวนลูกแปรงฟัน เมื่อรู้แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถดูเป็นแบบอย่าง และนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ เพื่อเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษให้ลูกน้อยของเรา และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร คุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

 

 ชมคลิปอื่นๆ ของรายการ Kids Talk : ช่วง Daddy Talks

ช่วง Chinese talk

ช่วง Exclusive Interview

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

Tags