มะเร็งในเด็ก

แม่ท้องต้องเลี่ยง! ถ้าไม่อยากเสี่ยงให้ลูกเป็น “มะเร็งในเด็ก”

มะเร็งในเด็ก แม้ว่าจะพบได้น้อยกว่ามะเร็งในผู้ใหญ่ แต่ก็เป็นโรคที่เกิดขึ้นแล้ว จะสร้างความเจ็บปวดให้แก่ลูกน้อยและพ่อแม่เป็นอย่างมาก แต่รู้หรือไม่ว่า โรคมะเร็งในเด็ก สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ หากแม่ท้องหลีกเลี่ยงปัจจัยเหล่านี้

แม่ท้องต้องเลี่ยง! ถ้าไม่อยากเสี่ยงให้ลูกเป็น “มะเร็งในเด็ก”

มะเร็งในเด็ก คืออะไร?

โรคมะเร็งในเด็ก คือ โรคมะเร็งที่เกิดในทารกแรกเกิดจนถึงอายุต่ำกว่า 15 ปี แต่เป็นโรคมีอัตราเกิดน้อยกว่าในผู้ใหญ่มาก คิดเป็นประมาณ 1 ใน 10 ของโรคมะเร็งในผู้ใหญ่ และเกือบทั้งหมด เป็นมะเร็งชนิดแตกต่างจากผู้ใหญ่

ในผู้ใหญ่ มักจัดแบ่งชนิดของโรคมะเร็งตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็งกล่องเสียง โรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งปอด หรือ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่  แต่โรคมะเร็งในเด็ก จะแบ่งตามลักษณะชนิดของเซลล์มะเร็ง โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานการพบการเกิดโรค เรียงตาม 12 ลำดับที่พบบ่อย ดังนี้

โรคมะเร็งในเด็ก
โรคมะเร็งในเด็ก สามารถเกิดได้กับทารกแรกคลอดจนก่อนถึงอายุ 15 ขวบ
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia)
  • โรคเนื้องอก/มะเร็งสมอง (Brain tumors)
  • โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma)
  • โรคมะเร็งประสาทซิมพาทีติค ชนิด นิวโรบลาสโตมา
  • โรคมะเร็งลูกตา ชนิด เรติโนบลาสโตมา (มะเร็งจอตา โรคตาวาว)
  • โรคมะเร็งไตชนิดวิมทูเมอร์/มะเร็งไตในเด็ก/มะเร็งวิมส์ (Wilms’tumor)
  • โรคมะเร็งตับ ชนิด เฮปาโตบลาสโตมา(Hepatoblastoma)
  • โรคมะเร็งกระดูกชนิด ออสติโอซาร์โคมา(Osteosarcoma) และ ชนิด อีวิง (Ewing’s saroma)
  • โรคมะเร็งกล้ามเนื้อ ชนิด แรบโดไมโอซาร์โคมา (Rhabdomyosarcoma)
  • โรคมะเร็งของอวัยวะ/เนื้อเยื่อต่างๆ ชนิด เจิมเซลล์ (เนื้องอกเจิมเซลล์ มะเร็งเจิมเซลล์/Germ cell tumors)
  • โรคมะเร็งเยื่อบุผนังอวัยวะ ชนิด คาร์ซิโนมา
  • โรคมะเร็งชนิดอื่นๆ นอกเหนือจากที่ได้กล่าวแล้วทั้งหมด ซึ่งมักเป็นชนิดพบน้อยมาก ประปราย และมักสัมพันธ์กับการมีพันธุกรรมผิดปกติของเด็ก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ปัจจัยเสี่ยงให้เกิด มะเร็งในเด็ก ที่แม่ท้องต้องระวัง

หยอดโรต้า

หยอดโรต้า ฟรี!! ปี 2562 แม่ๆ อย่าลืมพาลูกไปรับวัคซีน

แม่ๆ จ๋า ม.ค. 2562 อย่าลืม! เตรียมพาลูกน้อยไป หยอดโรต้า วัคซีนป้องกันท้องเสีย ฟรี!! เพื่อป้องกันลูกเป็นโรคอุจจาระร่วง กันนะคะ

หยอดโรต้า ฟรี!! ปี 2562 แม่ๆ อย่าลืมพาลูกไปรับวัคซีน

บ้านไหนที่มีลูกน้อยวัย 2 เดือน และมีภูมิลำเนา อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ คุณแม่สามารถพาไป หยอดโรต้า หรือ วัคซีนป้องกัน โรคอุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัสโรต้าได้ ฟรี!!

โดยเรื่องนี้ นายสุนทร สุนทรชาติ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กรุงเทพมหานคร ได้เปิดเผยว่า ทาง กทม.ตระหนักและให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพเด็กเล็ก โดยเฉพาะวัยแรกเกิด ถึง อายุ 5 ปี

ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง ที่พบว่า… ส่วนใหญ่มักเจ็บป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโรต้า และเนื่องด้วยประเทศไทยในปัจจุบันก็มีสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยทั้งร้อน หนาวและมีฝนตก จึงทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดีและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เด็กเล็กหรือผู้ใหญ่อาจเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ง่าย

ลูกวัยแรกเกิด – 5 ขวบ เสี่ยงติดเชื้อไวรัสโรต้า 

ซึ่งโรคอุจจาระร่วง กุล่มที่เสี่ยงเป็นมากที่สุดคือ ในเด็กเล็กตั้งแต่ แรกเกิดถึงอายุ 5 ปี โดยจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของลูกน้อยที่กำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโต ทำให้เกิดปัญหาด้านสาธารณสุข ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและทรัพยากรบุคคลที่ต้องรับภาระในการดูแลเด็กป่วย

อ่านต่อ >> สถานที่ที่พ่อแม่สามารถพาลูกไปหยอดวัคซีนไวรัสโรต้า ฟรี!” คลิกหน้า 2

เด็กในหลอดแก้ว

จุฬาทำคลอดทายาท เด็กในหลอดแก้ว ชี้คนหลอดแก้วมีลูกได้!

จากทฤษฎีที่ว่า เด็กในหลอดแก้ว เป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่ จะมีความผิดปกติทางด้านร่างกาย สุขภาพ ความรู้สึก และ ความคิด จนอาจทำให้ไม่สามารถมีทายาทสืบสกุลได้นั้น หมอจุฬาได้ล้มทฤษฎีนี้ไปจนหมด โดยการทำคลอดทายาทจากเด็กในหลอดแก้วคนแรกของไทยได้สำเร็จ

จุฬาทำคลอดทายาท เด็กในหลอดแก้ว ชี้คนหลอดแก้วมีลูกได้!

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กังวลว่าการทำเด็กหลอดแก้ว จะมีข้อเสียว่าลูกที่คลอดออกมาแล้วจะผิดปกติ ไม่เหมือนเด็กอื่น ๆ ที่คลอดออกมาด้วยวิธีปกติ ทั้งในด้านสุขภาพร่างกาย อารมณ์ ความรู้สึก และความคิด หรือกลัวว่าลูกจะไม่สามารถมีทายาทตามธรรมชาติได้เหมือนคนอื่น ๆ นั้น ขอให้คลายกังวลได้เลยค่ะ เพราะได้มีข่าวดีแถลงจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ว่าได้มีการทำคลอดทายาทจากเด็กหลอดแก้วคนแรกของไทยแล้ว โดยลูกชายจากเด็กหลอดแก้วนั้น มีสุขภาพแข็งแรงตามปกติ ซึ่งหมายถึง ทฤษฎีที่ว่าเด็กหลอดแก้วจะมีทายาทไม่ได้นั้น ไม่เป็นความจริง เนื้อหาข่าวโดยละเอียด มีดังนี้

คณะแพทย์ จุฬาฯ แถลงข่าวดีเด็กหลอดแก้วคนแรกของไทย มีทายาทสืบสกุลแล้วหลังภรรยาคลอดลูกชายสุขภาพแข็งแรง ชี้เด็กหลอดแก้วมีทายาทได้ตามปกติ ล้มข้อความกังวลเป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่

วันนี้ (18 ธ.ค.2561) ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ์ ผอ.รพ.จุฬาฯ พร้อมด้วย ศ.กิตติคุณ นพ.ประมวล วีรุตมเสน ที่ปรึกษาหน่วยชีววิทยาการเจริญพันธุ์ ฝ่ายสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา รพ.จุฬา และทีมแพทย์ แถลงข่าว “ทายาทเด็กหลอดแก้วคนแรกของไทย”

รศ.นพ.กำธร พฤกษานานนท์ อาจารย์ฝ่ายสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา รพ.จุฬาฯ กล่าวว่า ในอดีตคนจำนวนมากกังวลว่า เด็กที่เกิดจากหลอดแก้วอาจมีความผิดปกติ ทั้งร่างกาย สุขภาพ ความรู้สึก และความคิด จนกลายเป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่ อย่างเด็กหลอดแก้วคนแรกของอังกฤษก็มีคนกังวลจนออกมาประท้วงต่อต้าน แต่ภายหลังพิสูจน์แล้วว่าเด็กหลอดแก้วก็มีความปกติดี

ivf
ทีมแพทย์จากจุฬาฯ ได้ทำคลอดทายาทของเด็กหลอดแก้วคนแรกของไทยได้สำเร็จ

เช่นเดียวกับกรณีนายปวรวิชญ์ ศรีสหบุรี เด็กในหลอดแก้ว รายแรกของประเทศไทยที่มีการติดตามอย่างต่อเนื่อง พบว่ามีสุขภาพแข็งแรงดี และปัจจุบันสามารถมีทายาทสืบพันธุ์ได้ และจากการตรวจติดตามลูกของนายปวรวิชญ์ก็พบว่าปกติดีทุกอย่าง

รศ.นพ.กำธร กล่าวว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีเด็กที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ 7 ล้านคน ส่วนประเทศไทยมีประมาณ 20,000 คน แต่ไม่ทราบว่ามีทายาทกันแล้วหรือไม่ เพราะไม่ได้ติดตามเหมือนของนายปวรวิชญ์ แต่ก็เป็นการพิสูจน์แล้วว่า เด็กหลอดแก้วหรือคนที่จะเกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ก็สามารถเติบโตและมีทายาทสืบสกุลได้

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ควรนำมาใช้อย่างเหมาะสมและจำเป็น ซึ่งมองว่าควรนำมาใช้ในเรื่องของการวางแผนครอบครัวและช่วยให้ผู้ที่ยังไม่พร้อมมีบุตรให้สามารถมีบุตรอย่างมีคุณภาพได้ เช่น การรับฝากไข่ และเนื้อเยื่อรังไข่ เป็นต้น

นายปวรวิชญ์ เด็กหลอดแก้วคนแรกของไทย กล่าวว่า สุขภาพร่างกายของตนแข็งแรงเป็นปกติ ส่วนตัวชอบออกกำลัง เมื่อมีครอบครัว ก็มีความห่วงกังวลเล็กน้อย ว่า จะสามารถมีบุตรตามธรรมชาติได้ตามปกติหรือไม่ แต่เมื่อภรรยาท้องก็มาตรวจครรภ์ ตามปกติ และก็คลอดโดยวิธีธรรมชาติ โดยคลอดเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา เป็นเพศชาย น้ำหนัก 3,223 กรัม ปลอดภัยแข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูก ขณะที่ในอนาคตวางแผนจะมีลูกเพิ่มอีก 1 คน

ขอบคุณข่าวจาก : news.thaipbs.or.th

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ เด็กในหลอดแก้ว คืออะไร? ใครควรทำเด็กหลอดแก้ว?

ฝุ่นละอองกรุงเทพ

ฝุ่นละอองกรุงเทพ วิกฤตหนัก เตือนแม่ท้องสูด กระทบลูกในท้อง

ในวันที่ 14 มกราคม 2562 กรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานสถานการณ์และคุณภาพอากาศประเทศไทยถึงค่า ฝุ่นละอองกรุงเทพ และพื้นที่ปริมณฑลอยู่ในระดับ “เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ” แล้ว ขอความร่วมมือประชาชนงดใช้รถยนต์ส่วนบุคคล

ฝุ่นละอองกรุงเทพ วิกฤตหนัก เตือนแม่ท้องสูด กระทบลูกในท้อง

ในช่วงเช้าของวันนี้ แม่ ๆ และประชาชนที่อาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จะสังเกตเห็นได้ว่ามีหมอกปกคลุมท้องฟ้าแน่นหนา ที่เห็นนั่นไม่ใช่หมอกเพียงอย่างเดียวนะคะ แต่มีฝุ่นที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ หากสูดดมเข้าไปมาก ๆ รวมอยู่ด้วย โดยปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลกลับมาวิกฤติอีกครั้ง จนเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยกรมควบคุมมลพิษได้ออกมาเตือนประชาชนให้สวม หน้ากากอนามัย N95 เพื่อป้องกันอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ

ค่าฝุ่นละอองในกรุงเทพ
ค่าฝุ่นละอองในกรุงเทพ ในวันที่ 14 ม.ค. 62

 

>PM2.5 คือ ฝุ่นละเอียดที่เป็นส่วนหนึ่งของฝุ่นละอองที่แขวนลอยในบรรยากาศ มีขนาดเท่ากับ 1 ใน 20 ส่วนของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ ค่ามาตรฐานควรมีไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3)<<

PM 2.5
ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในวันที่ 14 ม.ค. 62

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ หมอเตือน! ระวังป่วย 4 โรคจาก ฝุ่นละอองกรุงเทพ เกินมาตรฐาน

ของเล่น ภาษาอังกฤษ

ตุ๊กตุ่น ตุ๊กตา ของเล่น ภาษาอังกฤษ ต้องสอนลูกพูดอย่างไร

ของเล่น ภาษาอังกฤษ น่าจะมีเด็กหลายคนอยากรู้ ยิ่งเวลาคุณพ่อคุณแม่พาไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า แล้วได้แวะไปโซนของเล่นสุดโปรด ที่เต็มไปด้วยของเล่นสารพัดชนิด ทั้งของเด็กผู้ชายและเด็กหญิงให้เลือกมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ติดป้ายบอกชื่อของเล่น ไว้เป็นภาษาอังกฤษ หากลูกน้อยมีคลังคำเรื่องนี้ จะช่วยให้ช่วงเวลาแห่งความสนุกกับของเล่นเพิ่มมากขึ้น

ยิ่งในช่วงใกล้เทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่ทุกครอบครัวต่างใช้เวลาเลือกซื้อของขวัญ ของฝากให้กับคนพิเศษกันจนเต็มห้าง เด็กๆเองก็คงหวังจะได้ของขวัญเป็นสิ่งตอบแทนความขยันเรียน และเป็นเด็กดีจากคุณพ่อคุณแม่เช่นกัน  เหมือนประโยคภาษาอังกฤษที่พูดว่า “ If you are a good boy, you will get  a big toy”

ก่อนหน้านั้น คุณแม่อาจพาเด็กๆไปเดินเลือกของเล่นชิ้นโปรดล่วงหน้าไว้สำหรับเป็นของขวัญให้ตัวเองในช่วงเทศกาล เหมือนกับที่อ.คริส คริสโตเฟอร์ ไรท์ ใช้โอกาสพิเศษพาน้องวิน ลูกชายคนเก่งไปเลือกซื้อของขวัญที่ร้านของเล่นด้วยกัน พร้อมกับสอนคำศัพท์และประโยคเกี่ยวกับ ของเล่น ภาษาอังกฤษ ที่น่าสนใจมาฝากคุณพ่อคุณแม่เอาไว้สอนลูกน้อยที่บ้าน ในรายการ  DaddyTalks  ช่วง KidsTalk ตอน บทสนทนาในร้านขายของเล่น กันใน EP นี้

ประโยคน่ารู้ระหว่างเลือกซื้อของขวัญ ของเล่น ภาษาอังกฤษ สำหรับเด็กเก่งภาษา

ในร้านของเล่นขนาดใหญ่ จะมีสินค้าจัดแบ่งเป็นโซนให้เลือกมากมาย ทั้งของเล่นเสริมพัฒนาการ  ของเล่นหมวดอาชีพ ของเล่นเสริมทักษะร่างกาย  ของเล่นส่งเสริมศิลปะ และของเล่นที่มาจากการ์ตูนชื่อดัง ในช่วงเวลา 0-3 ขวบ ของเล่นของเด็กผู้ชายและผู้หญิงจะเหมือนกัน ต่างกันเพียงสีสัน เพราะเด็กยังไม่มีบุคลิกและความชื่นชอบของเพศตัวเองออกมา

เมื่อลูกเข้าสู่วัยอนุบาล ตั้งแต่ 4 ขวบขึ้นไปและเรียนรู้ว่าตัวเองเป็นเพศหญิง หรือเพศชายแล้ว ตัวตนของลูกจะแสดงออกมาผ่านของเล่นชิ้นโปรด สีที่ชอบที่ไม่เหมือนกัน เด็กผู้ชายจะเริ่มสนใจอาวุธจำลอง ยานพาหนะ ตัวต่อ ส่วนเด็กผู้หญิงจะชอบของเล่นพวกทำกับข้าว แต่งหน้า ร้อยลูกปัด  แต่สิ่งหนึ่งที่เด็กทั้งสองเพศยังเล่นเหมือนกัน คือ ตุ๊กตุ่น ตุ๊กตา ซึ่งเป็น ของเล่น ภาษาอังกฤษใช้ไม่เหมือนกัน

คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่ว่า ตุ๊กตุ่น กับตุ๊กตา ไม่เหมือนกัน แม้อาจมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกัน ความจริงแล้ว ตุ๊กตุ่น เป็น ของเล่น ภาษาอังกฤษ เรียกว่า action figure เช่นสัตว์ประหลาด หรือสัตว์ ซึ่งเหมาะสำหรับเด็กผู้ชาย ส่วน ตุ๊กตา เป็น ของเล่น ภาษาอังกฤษ จะเรียกว่า doll  มักเป็นสัตว์หรือคนที่ย่อขนาดให้เล็กลง คุณแม่สามารถสอนให้ลูกรู้จักสองคำนี้ แล้วนำไปใช้ให้ถูกต้อง

นอกจากของเล่นที่เหมาะกับวัยจะช่วยให้เด็กเล่นได้สนุกเต็มที่แล้ว การเลือกของเล่นที่ช่วยพัฒนาทักษะและเสริมศักยภาพของลูกก็เป็นสิ่งสำคัญ ของเล่นที่เหมาะกับเด็กควรเป็นของเล่นปลายเปิด สามารถเล่นได้หลายแบบ เช่นตัวต่อ จิ๊กซอร์ ของเล่นที่ได้ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก และมัดใหญ่ เช่นแป้งโด เครื่องดนตรีจำลอง อุปกรณ์กีฬาจำลอง  ของเล่นเล่นบทบาทสมมุติ เช่น เชฟ ทหาร แพทย์ พยาบาล เป็นต้น

ระหว่างเล่นหรือเลือกซื้อของเล่น คุณพ่อคุณแม่ฝึกพูดคุยกับลูกด้วยภาษาอังกฤษในประโยคที่ง่ายๆ เช่น which one do you want ? กับ Which one would you like ? เพื่อให้เด็กหัดตอบโต้เกี่ยวกับ ของเล่น ภาษาอังกฤษ กลับมา ซึ่งได้ประโยชน์เพิ่มเติมจากการท่องศัพท์เป็นคำๆ หากยังไม่รู้ว่าจะพูดกับลูกอย่างไร ลองมาดูอ.คริส กับน้องวิน กันซิว่าจะมีคำศัพท์ และประโค ของเล่น ภาษาอังกฤษ อะไรน่าสนใจ และนำไปใช้ได้บ้าง ตามมาเลยค่ะ

 

ตามมาดูอ.คริส กับน้องวิน พ่อลูกคนเก่ง เรียนรู้คำศัพท์และประโยค ของเล่น  ภาษาอังกฤษ  ตอน บทสนทนาในร้านของเล่น กับรายการ KidsTalk ช่วง DaddyTalks  กันเลยค่ะ

 

 

มาทบทวนคำศัพท์ กับ ประโยค ของเล่น ภาษาอังกฤษ กันอีกครั้งนะคะ

คำศัพท์ ของเล่น ภาษาอังกฤษ

race car track                     รางแข่งรถ

15 % off                               ลด 15%

doll                                         ตุ๊กตา

action figure                       ตุ๊กตุ่น

robot                                     หุ่นยนต์

radio control robot          หุ่นยนต์วิทยุบังคับ

radio control car               รถยนต์วิทยุบังคับ

construction vehicles     รถก่อสร้าง

backhoe                               รถแบ็คโฮ  (ไม่ใช่แมคโคร)

picky                                      เลือกเยอะ

toy gun                                 ปืนของเล่น

Jedi sword                          ดาบเจได

 

ประโยค ของเล่น ภาษาอังกฤษ

Let’s go inside                   เข้าไปในกันเถอะ

Which one do you like / Which one would you like       ลูกชอบของเล่นชิ้นไหน

Can you get my car please           ลูกหยิบรถให้พ่อหน่อย

What are you making                    ลูกกำลังทำอะไร

I’m making a tunnel                       ผมกำลังสร้างอุโมงค์

Clean your hands                             ทำความสะอาดมือ

I’m sure you will like it                 พ่อมั่นใจว่าลูกต้องชอบมัน

 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับประโยคและคำศัพท์เกี่ยวกับ ของเล่นภาษาอังกฤษ ที่ใช้คุยกับลูก เมื่อรู้แล้วคุณพ่อคุณแม่สามารถนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร คุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

 

ชมคลิปอื่นๆ ของรายการ Kids Talk : ช่วง Daddy Talks

 

 

 

ผู้ชายไม่เจ้าชู้

7 ดาราไอดอล ผู้ชายไม่เจ้าชู้ #สามีที่ดี2018

รวมสุดยอด 7 ดารา ผู้ชายไม่เจ้าชู้ เป็นพ่อของลูกสุดเพอร์เฟค ทั้งหล่อ แมน แฮนซั่ม แต่รักเมียคนเดียว…ไม่เคยมีข่าวฉาวมาก่อน!!นี่แหละที่เรียกว่า ไอดอล #สามีที่ดี2018

7 ดารา ผู้ชายไม่เจ้าชู้ พ่อของลูก
#สามีที่ดี2018 ไม่เคยมีข่าวฉาว!

เขาว่ากันว่า ผู้ชายไม่เจ้าชู้ ก็เหมือนงูไม่มีพิษ ซึ่งหลายคนอาจเคยได้ยินข่าวดาราชายเจ้าชู้ (#หมดpassion) และภาวนาว่าขอให้สามีตัวเองอย่าเป็นเหมือน ดาราชายคาสโนว่า เหล่านั้น

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ดาราชายในวงการบันเทิงบ้านเรา ก็มี ผู้ชายดีเด่น สามีตัวอย่าง และพ่อที่แสนดีของลูก ที่ทั้งหล่อ เพอร์เฟค แต่เป็น ผู้ชายไม่เจ้าชู้ ก็มีอยู่หลายคน ทางทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงได้รวบรวม ดาราชาย ไม่เจ้าชู้ ที่คุณพ่อ หรือคุณสามี ควรดูเป็นแบบอย่าง เลือกเป็น ไอดอล #สามีที่ดี2018 กันไว้ จะมีใครบ้างตามมาดูกันเลย

 

1. เคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์

ต้องยกรางวัล #สามีที่ดี2018 ให้กับเค้าคนนี้เลยกับ คุณ เคน ธีรเดช พระเอกสุดหล่อ ที่คงความฮอตตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ถึงแม้ภายในจะดูแบดบอย แต่จริงๆแล้วเขาเป็นสามีที่ดีและเป็นคุณพ่อลูกสองแสนอบอุ่นมากๆ

ผู้ชายไม่เจ้าชู้
เคน – ธีรเดช และลูกชายทั้งสอง

 

ผู้ชายไม่เจ้าชู้
เคน – ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ #สามีที่ดี2018 ไม่เคยมีข่าวฉาว!

 

ผู้ชายไม่เจ้าชู้
คุณเคน ธีรเดช และภรรยา คุณหน่อย บุษกร

ขอบคุณภาพจาก IG @kun_jun

 

2. ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี

อีกหนึ่ง ดาราชายหล่อตลอดกาล ขวัญใจสาวๆ หลายคน ที่แม้จะแต่งงาน และมีลูกถึง 2 คนแล้วก็ตาม แต่คุณพ่อติ๊ก ก็ยังคงดีกรีความฮอตแรงดีไม่มีตกเลย และไม่ว่าจะเล่นละครประกบคู่กับนางเอกคนไหนที่สวยสดขนาดไหน แต่ข่าวเรื่องเจ้าชู้ก็ไม่เคยมีออกมาสักครั้ง เรียกได้ว่า หล่อแมน แฮนซั่ม สมกับเป็นเจ้าป่าสุดเพอร์เฟคจริงๆ

ผู้ชายไม่เจ้าชู้
ติ๊ก – เจษฎาภรณ์ กับภรรยา

 

ผู้ชายไม่เจ้าชู้
ติ๊ก – เจษฎาภรณ์ ผลดี ดารา ผู้ชายไม่เจ้าชู้

 

ผู้ชายไม่เจ้าชู้
คุณติ๊ก เจษฎาภรณ์ และลูกชายทั้ง 2 คน

ขอบคุณภาพจาก IG @tik_pholdee , @peachystarlight

 

3. เล็ก – จุลจักร จักรพงษ์

ผู้ชายไม่เจ้าชู้ ลำดับที่ 3 ก็คือ ฮิวโก้ คุณพ่อลูกสอง ที่ยังคงความหล่อ เท่ไม่มีเปลี่ยนมาตั้งแต่สมัยเข้าวงการ ซึ่งคุณฮิวโก้ของถือว่าเป็นคนที่จริงจังกับทุกเรื่อง รวมถึงความรัก เพราะก่อนแต่งงานก็ไม่เคยมีข่าวว่าหนุ่มคนนี้ไปหว่านเสน่ห์ให้สาวๆ คนไหนแบบพร่ำเพรื่อ จนกระทั่งสละโสดและแต่งงานเป็นที่เรียบร้อย ผู้ชายคนนี้ก็ยังรักมั่นคงกับภรรยาสาว คุณฮาน่า ทัศนาวลัย มากๆ แม้ว่าจะต้องมีช่วงที่ห่างกันเป็นเดือนๆ แต่ความหวานของคู่นี้ก็ไม่มีลดลงเลย และถ้าใครยังจำประโยคเด็ดที่คุณฮิวโก้ได้ให้สัมภาษณ์ในนิตยสาร GM ได้ ก็ต้องรู้สึกเหมือนกันว่าผู้ชายคนนี้นอกจากจะหน้าตาหล่อแล้ว นิสัยยังเป็นสุภาพบุรุษมากๆ ด้วย

ผู้ชายไม่เจ้าชู้
คุณฮิวโก้ และภรรยาสุดที่รัก คุณฮาน่า

 

ผู้ชายไม่เจ้าชู้
อีกมุมหนึ่งของคุณฮิวโก้

 

ผู้ชายไม่เจ้าชู้
คุณฮิวโก้ พร้อมลูกชาย 2 คน และลูกสาวบุญธรรมสุดน่ารัก

ขอบคุณภาพจาก IG @ hanahugo

คลิกหน้า 2 >> เพื่อดูต่ออีก 5 ดาราชายไม่เจ้าชู้ ไม่เคยมีข่าวฉาว

ลูกมีผื่นแพ้ง่าย

ลูกมีผื่นแพ้ง่าย เลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติช่วยดูแล 

ลูกมีผื่นแพ้ง่าย ผิวของเด็กเล็กโดยเฉพาะวัย 0-5 ขวบ อาจเกิดอาการแพ้ได้ง่าย เนื่องจากโครงสร้างผิวที่ยังไม่แข็งแรงและระบบต่างๆ ของผิวที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ผิวจึงแห้งได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่

ลูกมีผื่นแพ้ง่าย

 

ลูกมีผื่นแพ้ง่าย เลือกใช้ผลิตภัณฑ์อะไรดี?

ผิวของเด็กเล็กโดยเฉพาะวัย 0 – 5 ขวบ อาจเกิดอาการแพ้ได้ง่าย เนื่องจากโครงสร้างผิวที่ยังไม่แข็งแรงและระบบต่างๆ ของผิวที่ ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ผิวจึงแห้งได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ และหากปล่อยให้ผิวขาดการบำรุงจนแห้งมาก สารก่อภูมิแพ้มลภาวะต่างๆ จะแทรกตัวเข้าไปในชั้นผิวจนก่อให้เกิดปัญหาผิว ต่างๆ มากมาย เช่น ระคายเคือง ผื่นคัน ผื่นแดง ผื่นภูมิแพ้ ผิวหนังอักเสบ

เด็กบางคนอาจมีอาการคันและระคายเคือง แม้ไม่รุนแรงแต่อาจส่งผลต่อชีวิตประจำวัน เช่น เกาจนเป็นแผลอักเสบวิตกกังวล นอนหลับไม่สนิทไม่มีสมาธิในการเรียน เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของลูกในระยะยาวได้

ลูกมีผื่นแพ้ง่าย

หัวใจสำคัญคือการทำให้ผิวชุ่มชื้นอยู่เสมอ

เนื่องจาก โครงสร้างผิวของเด็กผิวแพ้ง่ายนั้นขาดความสมดุลสารเคมีที่ผิวหนังสร้างขึ้น เพื่อขจัดแบคทีเรีย จึงทำหน้าที่ไม่เต็มที่ ผิวกักเก็บน้ำได้ไม่ดี เมื่อผิวแห้ง เซลล์ผิวจะเกิดช่องว่างให้สารมลภาวะต่างๆ ลงไปในชั้นผิว ก่อให้เกิดอาการแพ้และระคายเคืองได้

การบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมอยส์เจอไรเซอร์สูงและอ่อนโยน ไม่มีสารกันเสีย น้ำหอม และสารเคมีรุนแรง อย่างน้อยวันละ 2 ครั้งจะสามารถรักษากักเก็บน้ำใต้ผิว เคลือบและปกป้องชั้นผิวและเมื่อเซลล์ผิวอุ้มน้ำเซลล์ผิวจะแข็งแรงขึ้นและ เรียงตัวชิดกัน สามารถลดการแทรกตัวของมลภาวะและสารภูมิแพ้ได้ทำให้อาการแพ้ระคายเคืองต่างๆ ลดลง

ลูกมีผื่นแพ้ง่าย

ลูกมีผื่นแพ้ง่าย เลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติช่วยดูแล 

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับเด็กที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายหลากหลายยี่ห้อ คุณพ่อคุณแม่จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยน จากธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารบำรุงผิวที่เป็นประโยชน์และไม่มีสารเคมีรุนแรง เปรียบเสมือนผู้ช่วยจากธรรมชาติ ที่จะช่วยลดภาระและความวิตกกังวลของคุณพ่อคุณแม่ได้มาก คุณพ่อคุณแม่จึงควรพิถีพิถัน อ่านฉลาก เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้ลูก โดยใส่ใจเรื่องสำคัญต่างๆ ดังนี้

ลูกมีผื่นแพ้ง่าย

  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมอยส์เจอไรเซอร์สูง ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ ปกป้องผิวที่เปราะบางจากมลภาวะ บรรเทาผดผื่นคัน ระคายเคือง
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน เหมาะสำหรับเด็กผิวแพ้ง่าย มีส่วนผสมหลักจากสาร สกัดธรรมชาติ 98 – 99 เปอร์เซ็นต์ หรือออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสารบำรุงผิว อาทิ สารสกัดจากมะพร้าว เชียบัตเตอร์และ น้ำมันจากเมล็ดพืชต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ผิวสมดุลและแข็งแรง
  • เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมซาบเร็ว ทำให้ลูกรู้สึกสบายตัว
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนประกอบของสารกันเสีย ไม่มีสี ไม่มีน้ำหอม ปราศจากสารเคมีรุนแรง
  • ผ่านการทดสอบจากสถาบันด้านผิวหนังว่ามีความอ่อนโยน ค่า pH เหมาะสมและปลอดภัยต่อผิวเด็ก
  • เป็นผลิตภัณฑ์ที่เชื่อถือได้ ได้มาตรฐานว่าใช้ส่วนผสมที่อ่อนโยนจากธรรมชาติอย่างแท้จริง

เพียง เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้ลูกน้อยปลอดภัยจากผื่นแพ้ ผิวหนังลูกเนียนนุ่ม มีสุขภาพดี พร้อมกับมีพัฒนาการที่ดีอยู่เสมอ

ลูกมีผื่นแพ้ง่าย

การอาบน้ำและ 4 นาทีทอง

การอาบน้ำเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของเด็กผิวแพ้ง่าย ไม่ควรใช้น้ำอุ่นเพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้ง อาบเร็วๆ ไม่แช่น้ำ ไม่ขัด ไม่ถู และภายในเวลา 4 นาที หลังการอาบน้ำควรทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ทันที ซึ่งเป็นเวลาที่ผิวเปิดรับสารบำรุงต่างๆ ได้ดีที่สุด เมื่อบำรุงผิว อย่างถูกต้องต่อเนื่อง ผิวจะค่อยๆ แข็งแรงขึ้น อาการแพ้อักเสบแห้งคันต่างๆ จะค่อยๆ ลดลงในระยะยาว แต่หากผื่นแพ้ของลูกไม่หาย มีอาการคันรุนแรง และผื่นกระจายมากขึ้น ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุ

ลูกมีผื่นแพ้ง่าย

รายละเอียดเพิ่มเติม

Line : @kinderpuppets

Facebook   : kinderpuppets_thailand

Instagram : kinderpuppets_thailand

 

ตรวจสอบข้อมูลวิชาการโดย : พญ.นวลรัตน์ หาญศิริพันธุ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและผิวหนังเด็กศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่นโรงพยาบาลพญาไท 3

สุขภาพดีด้วยวิตามินซี

สุขภาพดีด้วยวิตามินซี ช่วยลูกแข็งแรง เรียนเก่ง เล่นสนุก

สุขภาพดีด้วยวิตามินซี …ช่วงนี้อากาศเย็นๆ แนะนำคุณพ่อคุณแม่ให้ดูแลเรื่องอาหารการกินให้ลูกๆ ที่บ้านกันด้วยนะคะ โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินซี จะช่วยส่งเสริมให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายแข็งแรง และป้องกันการเจ็บป่วยจากอาการหวัดได้ด้วยค่ะ

 

สุขภาพดีด้วยวิตามินซี ช่วยลูกแข็งแรง

ประโยชน์ของวิตามินซีนั้นมีมากมายเลยค่ะ แต่ถ้าอยากให้เด็กๆ สุขภาพดีด้วยวิตามินซี คุณพ่อคุณแม่ต้องส่งเสริมให้ร่างกายของเด็กๆ ได้รับวิตามินซีอย่างเหมาะสมตามวัยนะคะ

เด็กๆ ช่วงประมาณ 4-9 ปี เรียกว่าเป็นวัยกำลังสนุกกับสิ่งใหม่ๆ และเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ ช่วงนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่สามารถให้เด็กๆ ฝึกทักษะ รู้จักวิธีการใช้ชีวิต นอกจากการเรียนรู้วิชาต่างๆ ในห้องเรียน เพื่อให้เด็กได้ประสบการณ์ที่หลากหลายมากขึ้น

กิจกรรมที่แนะนำสำหรับเด็กวัยนี้ก็คือ การเล่นสนุกกลางแจ้ง เช่น สนามเด็กเล่น ขี่จักรยาน หรือเล่นก่อกองทรายกับเพื่อนๆ เหมือนสมัยที่เรายังเป็นเด็ก นั่นเพราะว่าการเล่นกลางแจ้งช่วยกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายได้เป็นอย่างดี เมื่อเด็กๆ ได้วิ่งเล่น กระโดด โยนลูกบอล หรือปั่นจักรยาน กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ก็จะได้ออกแรงและทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างจินตนาการและกระตุ้นความคิด รวมถึงรู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และคิดต่อยอดจากสถานการณ์ต่างๆ ที่ต้องเจอจริงๆ อีกด้วย

ซึ่งสิ่งที่อยากเตือนคุณพ่อคุณแม่ในยุคดิจิทัลก็คืออย่าให้ลูกน้อยอยู่ติดกับหน้าจอมือถือหรือไอแพดมากจนเกินไป เพราะในระยะยาวอาจเกิดปัญหาในเรื่องของสมาธิสั้น และการเข้าสังคมได้

ส่วนเรื่องของทักษะที่เด็กๆ สามารถทำได้นั้น มีหลากหลายอย่างเลยทีเดียว ไม่อยากให้มองแค่ว่าลูกยังเด็ก คนเป็นพ่อแม่ก็ต้องดูแลเค้าอย่างดีที่สุด เพราะที่จริงแล้วการดูแลที่ดีที่สุดคือการให้ลูกของเราเค้ารู้จักวิธีการดูแลตัวเองต่างหาก เช่น ทักษะการเตรียมอาหาร คุณพ่อคุณแม่สามารถให้ลูกๆ ช่วยจัดโต๊ะ วางเรียงช้อนส้อม ช่วยตักข้าวและเก็บจานได้ ทักษะการทำความสะอาด เรื่องนี้สำคัญมากๆ เพราะนอกเหนือจากทักษะแล้วยังเป็นการฝึกระเบียบวินัย และความรับผิดชอบอีกด้วย ทั้งการกวาดห้องของตัวเอง เช็ดพื้น หรือทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม หลังจากปล่อยให้เด็กๆ ได้สนุกกับกิจกรรมต่างๆ แล้ว ก็ยังต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรงด้วยสารอาหารที่ดี อย่างวิตามินซี เนื่องจากเป็นสารอาหารสำคัญที่เป็นแอนตี้ออกซิแดนซ์ ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งเด็กสามารถรับเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะที่โรงเรียนที่เด็กต้องใช้เวลาร่วมกับผู้คนมากมายทั้งเรียนและเล่นทุกวัน วันล่ะหลายชั่วโมง ดังนั้นการได้รับวิตามินซีเป็นประจำก็จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ทำให้แข็งแรงขึ้น ไม่ป่วยง่าย

สุขภาพดีด้วยวิตามินซี

นอกจากนี้เด็กวัย 4 – 9 ขวบ จะสนุกกับการเล่นและเคลื่อนไหวเยอะ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้  วิตามินซีจะช่วยเสริมสร้างเส้นเลือดให้แข็งแรง ช่วยลดภาวะเลือดออกง่าย และเวลาหกล้มเลือดออกหรือเลือดกำเดาไหล ก็ช่วยให้หยุดง่ายขึ้น หากขาดวิตามินซี จะทำให้เกิดปัญหาเส้นเลือดเปราะ เส้นเลือดฝอยแตกง่าย

คลิก ชมผิวสวยๆ ฟังเสียงใสๆ ของเบลล่า ในเบื้องหลังเพลง Baby I Love You

 

แม้วิตามินซีจะมีประโยชน์ต่อร่างกายของเด็กมาก แต่ร่างกายคนเราไม่สามารถสร้างวิตามินซีขึ้นเองได้ ต้องรับจากอาหารดีๆ ที่เลือกทานเข้าไปเท่านั้น อย่าง C-vitt เครื่องดื่มวิตามินซี 200% น้ำตาลน้อย เพียง 35 kcal สูตรเฉพาะคุณภาพญี่ปุ่น ที่มีให้เด็กๆ เลือกอร่อยถึง 3 รส ทั้ง ทับทิม ออเร้นจ์  และเลมอน สามารถหาซื้อมาเติมความแข็งแรงให้เด็กๆ ได้ ที่ร้านค้าใกล้บ้าน เช่น 7- Eleven, แฟมิลี่มาร์ท แมคโคร หรือร้านค้าทั่วไป และสามารถติดตามประโยชน์สาระวิตามินซีเพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/Cvitt.vitaminC

สุขภาพดีด้วยวิตามินซี

nicu คือ

NICU คือ? ทำอย่างไรเมื่อลูกอยู่ NICU เพราะคลอดก่อนกำหนด

“หากลูกคลอดก่อนกำหนด ต้องอยู่ห้อง NICU” สำหรับแม่ท้องทุกคนคงไม่อยากได้ยินคำนี้ แต่หากสถานการณ์นี้เกิดขึ้น หรือ มีโอกาสที่จะเกิดขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็ควรจะเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ มาดูกันค่ะ ว่า NICU คือ อะไร? จะต้องทำอย่างไรเมื่อลูกต้องเข้า NICU?

NICU คือ? ทำอย่างไรเมื่อลูกอยู่ NICU เพราะคลอดก่อนกำหนด

NICU คือ หอผู้ป่วยทารกแรกเกิดระยะวิกฤต หรือ Neonatal Intensive Care Unit เป็นแผนกบำบัดพิเศษทารกแรกเกิด ภายใต้ศูนย์เวชศาสตร์มารดาและทารกปริกำเนิด ซึ่งเป็นแผนกที่ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาความผิดปกติของทั้งมารดาและทารกในครรภ์ตั้งแต่ก่อนคลอดจนถึงหลังคลอด โดยทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญในสาขากุมารเวชศาสตร์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด ร่วมกับสูติแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์มารดา และทารกในครรภ์ โดยการทำงานของทีมกุมารแพทย์เฉพาะทางทารกแรกเกิด เริ่มจากการประเมินความเสี่ยงของทารกก่อนคลอดในแต่ละราย จากนั้นทีมแพทย์และพยาบาลที่ผ่านการฝึกอบรมดูแลทารกแรกเกิดภาวะวิกฤตโดยเฉพาะจะประชุมวางแผนการรับมือ การคาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้า ประเมินปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ทารกมีโอกาสเกิดปัญหาหลังคลอด เตรียมอุปกรณ์ และเครื่องมือที่จะใช้ในการเตรียมรับรายที่มีภาวะเสี่ยงหลังคลอดมาดูแล

ทั้งนี้ การติดตามอาการของเด็กอย่างใกล้ชิดมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในทารกแรกเกิดที่มีภาวะวิกฤตภายหลังคลอดอาจจะมีอาการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแล รักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที การเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้ทารกได้รับการดูแลรักษาอย่างรวดเร็วตามไปด้วย ส่งผลให้พ้นจากภาวะวิกฤตและปลอดภัย ทำให้การดำเนินของโรคดีขึ้น ลดภาวะแทรกซ้อน เด็กหายป่วยและกลับบ้านได้

NICU
ทารกที่อยู่ในห้อง NICU จะไดัรับการดูแลเป็นพิเศษจากผู้ที่เชี่ยวชาญ

นอกจากนี้ ทีมแพทย์ NICU จะทำงานร่วมกับแพทย์เฉพาะทางต่างสาขา รวมถึงตัวคุณพ่อคุณแม่ ให้อยู่ในกระบวนการดูแลเท่าที่จะเป็นไปได้ จนมั่นใจว่าทารกแข็งแรงดีแล้ว คุณแม่สามารถดูแลเองได้ จึงจะอนุญาตให้ออกจาก NICU นอกจากนี้ ยังเฝ้าติดตามให้ตัวคุณแม่สามารถดูแลลูกน้อยได้เป็นอย่างดีเมื่อกลับบ้าน คุณแม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ฝึกการเลี้ยงดูทารก การอุ้ม การให้นม ให้ยา การเรียนรู้พฤติกรรมทารก และตอบสนองได้ถูกต้อง เพื่อให้ทารกมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ NICU คือ อะไร? ภาวะใดที่ลูกจะต้องเข้า NICU?

มีอากับมิตรภาพมหัศจรรย์

“แดนิอาห์” โชคดีที่สุดในโลก! ฝ่าด่านออดิชั่นเด็กนับร้อย ร่วมแสดงจริงกับ “สิงโตขาว” ถ่ายทอดความผูกพันสุดมหัศจรรย์ใน “มีอากับมิตรภาพมหัศจรรย์”

“แดนิอาห์” โชคดีที่สุดในโลก! ฝ่าด่านออดิชั่นเด็กนับร้อย ร่วมแสดงจริงกับ “สิงโตขาว” ถ่ายทอดความผูกพันสุดมหัศจรรย์ใน “มีอากับมิตรภาพมหัศจรรย์”

“มีอากับมิตรภาพมหัศจรรย์”
จะเป็นอย่างไร? เมื่อเพื่อนซี้ของคุณเป็น “สิงโต”

ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขกับภาพยนตร์ที่จะเติมเต็มหัวใจของคุณให้อบอุ่นและประทับใจไปกับมิตรภาพของ “เด็กผู้หญิง” และ “สิงโตขาว” ใน “Mia and the white Lion มีอากับมิตรภาพมหัศจรรย์” กับเรื่องราวสุดประทับใจระหว่าง “มีอา” เด็กผู้หญิงวัย 11 ปีที่จำต้องย้ายจากเมืองหลวงอย่างลอนดอน มาใช้ชีวิตเรียบง่ายในดินแดนแอฟริกา ที่นี่เธอได้พบกับ ”ชาร์ลี” ลูกสิงโตขาวที่เกิดในฟาร์มเพาะพันธุ์ ทั้งคู่เติบโตมาด้วยกันจนกลายเป็นเพื่อนซี้แน่นปึ้ก กระทั่งชาร์ลีเติบโตจนเป็นเจ้าป่าที่แข็งแรงสง่างาม มีอาพบความจริงอันโหดร้ายที่พ่อของเธอจะขายมันให้พรานป่า เธอจึงตัดสินใจพาชาร์ลีหนีไปเพื่อให้เพื่อนของเธอรอดพ้นจากชะตากรรมที่รออยู่ และนี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวการผจญภัยแห่งมิตรภาพของคู่เพื่อนซี้ต่างสายพันธุ์

มีอากับมิตรภาพมหัศจรรย์
“หนูน้อยแดนิอาห์” แสดงเป็น มีอาวัยเด็ก

ในการถ่ายทำนั้นก็ท้าทายไม่แพ้กัน เมื่อ “กิลเยส์ เดอ เมส์เตอร์” ผู้กำกับภาพยนตร์ ต้องการให้ภาพทุกภาพ ฉากทุกฉาก เป็นมิตรภาพที่เกิดขึ้นจริง โดยยอมใช้เวลาในการถ่ายทำนานถึง 3 ปี เพื่อให้ แดนิอาห์ เดอ วิลลิเยส์ ผู้รับบท มีอา และ “ธอร์” สิงโตขาว ที่รับบทเป็น ชาร์ลี ได้เติบโตไปด้วยกัน ซึ่งทั้งคู่นั้นเล่นด้วยกันตั้งแต่ธอร์เพิ่งเกิดจนกลายเป็นเพื่อนซี้กันจริง ๆ   ในด้านการแสดง แดนิอาห์ คือคนที่เสี่ยงอันตรายที่สุด เพราะจำเป็นต้องแสดงอารมณ์หลากหลายต่อธอร์ ไม่ว่าจะร่าเริงแล้วพลิกกลับมาร้องไห้หรือโมโห แต่ทว่าทั้งแดนิอาห์และธอร์ได้แสดงถึงผลลัพธ์ของมิตรภาพ ธอร์ไม่เคยทำร้ายแดนิอาห์ เลย ผู้กำกับถึงกับออกปากว่าพวกเขาคือเพื่อนกันจริง ๆ

 

มีอากับมิตรภาพมหัศจรรย์
“แดนิอาห์” โชคดีที่สุดในโลก! หนูน้อยที่ฝ่าด่านออดิชั่นจากเด็กนับร้อย ร่วมแสดงจริงกับ “สิงโตขาว”
ถ่ายทอดความผูกพันสุดมหัศจรรย์ใน Mia and the white Lion

 

แดนิอาห์ เดอ วิลลิเยส์  ถือเป็นนักแสดงเด็กที่โชคดีที่สุดในโลกที่ได้เป็นเพื่อนซี้กับสิงโตขาวตั้งแต่ตอนถ่ายทำจนมาถึงปัจจุบัน เธอเข้ามาแคสท์ร่วมกับนักแสดงเด็ก 300 คน เมื่อเธอได้พบกับธอร์ครั้งแรกกิลเยส์ได้เห็นถึงมิตรภาพและความผูกพันในทันที ซึ่ง แดนิอาห์ ได้เล่าว่า…

กิลเยส์เป็นคนที่ใจดีมากสไตล์การทำงานของเขาแตกต่างมีความสมจริง ความเป็นธรรมชาติ เหมือนทุกอย่างมันเกิดขึ้นจริง ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักแบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ไม่เคยมีใครทำงานกับสิงโตแบบที่พวกเราทำ เราเติบโตและอยู่ด้วยกันจริง ๆ มาตั้งแต่เด็กๆ “ธอร์” เป็นสิงโตที่ฉลาด อยากรู้อยากเห็นในทุก ๆ เรื่อง เด็ก ๆ เรากินด้วยกัน นอนด้วยกัน แต่พอโตขึ้นมาหน่อยทางทีมงานต้องแยกธอร์ไปอยู่ในกรง แต่เวลาที่เราเจอกัน อยู่ด้วยกัน ถ่ายหนังด้วยกัน ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ธอร์ชินกับอุปกรณ์ทุกอย่าง ธอร์สอนให้หนูรู้ว่า สิงโตมันสง่างามขนาดไหน มันเป็นสัตว์ที่น่าทึ่งกว่าที่คนทั่วไปคิดกัน

 

เตรียมหัวใจไว้ให้พร้อม เพื่อพบกับการผจญภัยอันสุดแสนมหัศจรรย์และสายใยแห่งมิตรภาพอบอุ่นที่จะมาทำให้ทุกคนทั้งซาบซึ้งและอิ่มเอมใจไปพร้อม ๆ กัน ใน Mia and the white Lion มีอากับมิตรภาพมหัศจรรย์ 27 ธันวาคม  ในโรงภาพยนตร์

มีอากับมิตรภาพมหัศจรรย์

จะเป็นยังไงหากเพื่อนซี้ของคุณเป็น “สิงโต”

#MiaAndTheWhiteLion  #มีอากับมิตรภาพมหัศจรรย์

คลิปจาก : Mongkol Major Mongkol Cinema

เกร็ดงานสร้าง

  • หนังเรื่องนี้ใช้เวลาสร้างถึงสามปี เพื่อให้ทั้งนักแสดง และสิงโตเติบโตไปพร้อมกัน
  • สิงโต 6 ตัวโตขึ้นมาด้วยกันระหว่างการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ รวมถึงธอร์ สิงโตตัวผู้ที่ได้รับบทชาร์ลี เช่นเดียวสิงโตตัวผู้อีกหนึ่งตัวและสิงโตตัวเมียอีก 4 ตัว
  • เควิน ริชาร์ดสัน ผู้เชี่ยวชาญสิงโตที่ได้ฉายาว่า Lion Whisperer เป็นคนดูแลตลอดการถ่ายทำ เพื่อให้แน่ใจว่าทั้งนักแสดงและสิงโตจะปลอดภัย
  • หลังจากการถ่ายทำสิงโตทั้ง 6 ตัว ได้อาศัยอยู่ที่ศูนย์รักษาพันธุ์ของเควิน ริชาร์ดสัน ต้องขอบคุณกองทุนที่จัดตั้งขึ้นโดยทีมงาน
  • มีแค่สามคนเท่านั้นที่ได้เข้าถึงสิงโต แดนิอาห์ ไรอัน และ เควิน ริชาร์ดสัน เพื่อความปลอดภัยของทีมงานและตัวสัตว์เอง
ทารกขึ้นเครื่องบิน

9 เรื่องที่แม่ต้องรู้! ก่อนพา ทารกขึ้นเครื่องบิน ป้องกันลูกงอแง

เมื่อต้องเดินทางกับลูกเล็ก พ่อแม่ส่วนใหญ่เป็นกังวลในการพา ทารกขึ้นเครื่องบิน กลัวลูกร้องไห้รบกวนคนอื่น และไม่รู้ว่าควรจะเตรียมของอะไรขึ้นเครื่องบินให้ลูกบ้าง

จากประสบการณ์ที่น้องมะเดื่อ ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกตอนอายุ 4 เดือน จนปัจจุบันอายุ 2 ขวบ 9 เดือน ขึ้นเครื่องบินมาแล้วถึง 40 เที่ยวบิน ไม่เคยมีปัญหางอแงบนเครื่องบิน แม่มะเดื่อขอแชร์เทคนิคที่แม่ใช้มาตลอด ในการพาลูกขึ้นเครื่องบินให้ราบรื่นค่ะ

น้องมะเดื่อขึ้นเครื่องบินครั้งแรกตอนอายุ 4 เดือน

ซึ่งเป็นอายุที่ภูมิคุ้มกันร่างกายแข็งแรงพอพร้อมจะออกเดินทางโดยเครื่องบินได้แล้ว เนื่องจากบนเครื่องบินส่วนใหญ่ใช้อากาศแบบหมุนเวียน บนเครื่องบินไม่มีอากาศถ่ายเท ซึ่งเชื้อโรคต่างๆ อยู่ในอากาศ และเด็กเล็กยังไม่มีภูมิต้านทานเชื้อโรค ทั้งเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียซึ่งอยู่ในอากาศทั้งในสนามบินและบนเครื่องบิน

9 เรื่องที่แม่ต้องรู้! ก่อนพา ทารกขึ้นเครื่องบิน ป้องกันลูกงอแง

ทารกขึ้นเครื่องบิน ครั้งแรก สิ่งสำคัญที่ต้องทำก่อนการเดินทางและสิ่งของสำคัญที่ต้องเตรียม สำหรับการเดินทางกับลูกเล็กโดยเครื่องบิน ป้องกันลูกงอแง มีดังนี้ค่ะ

1. ซื้อตั๋วเครื่องบิน

เลือกเวลาที่ตรงกับรูทีน กิจวัตรประจำวันของลูก พยายามเลือกระยะทางการบินที่สั้นที่สุด หรือเลือกแบบบินตรงระหว่างประเทศ หากเลือกต่อเครื่อง ควรเลือกระยะเวลารอเปลี่ยนเครื่องให้สั้นที่สุด

ตรงนี้ถ้าลูกมีวินัยมีรูทีนที่ดี ก็จะทำให้พ่อแม่ สามารถวางแผนและคาดการณ์สถานการณ์การเดินทางได้เป็นอย่างดี อย่างเช่นลูกเล็กตื่นเช้า ก็เลือกจองตั๋วไฟลท์เช้า ตื่นมาสดใสพร้อมออกเดินทาง ไปถึงสนามบิน เมื่อ ทารกขึ้นเครื่องบิน ก็ถึงเวลาหลับรอบเช้าพอดี ตื่นมาก็พร้อมกินอาหารกลางวัน ถ้าไฟลท์หัวค่ำจะงอแงง่วงนอน

2. เลือกจองที่นั่ง 

ควรเลือกที่นั่งติดหน้าต่าง เพื่อเด็กได้ดูวิว หรือในกรณีเด็กโต สามารถเอาสติกเกอร์แบบเจลติดกระจก มาติดเล่น ฆ่าเวลาระหว่างอยู่บนเครื่องบินได้

ไม่ควรนั่งติดห้องน้ำ เพราะคนจะพลุกพล่าน รบกวนลูก ในกรณีที่จะต้องนอน

และสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศระยะไกล พ่อแม่หลายคนไม่รู้ว่าจะเลือกที่นั่งตรงไหนดี ส่วนใหญ่สายการบินหรือเอเจนซี่จองตั๋วเครื่องบิน จะแนะนำให้จองที่นั่งด้านหน้า ที่มี Bassinet หรือเปล สำหรับให้เด็กนอน ตรงนี้พ่อแม่ควรเช็คกับสายการบินให้ดี เพราะว่าเด็กบางคนอาจจะตัวโตเกินกว่าที่จะนอนเปลได้ แต่ถึงอย่างไรบริเวณที่นั่งด้านหน้านี้ มีพื้นที่มากพอสำหรับเด็ก พ่อแม่สามารถเอาผ้าห่มบนเครื่องปูพื้น ให้ลูกนอนหรือนั่งเล่นตรงพื้นที่นี้ได้

เลือกที่นั่งบนเครื่องบินให้ลูก
เลือกที่นั่งบนเครื่องบินให้ลูก ควรเลือกที่มีที่ว่างด้านหน้า

3. เช็คอาหารสำหรับเด็กบนเครื่อง

สำหรับการเดินทางไกลระหว่างประเทศ ควรเช็คอาหารสำหรับเด็กกับสายการบินให้ดีเพราะบางสายการบินไม่มีอาหารให้เด็ก ที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบ พ่อแม่ควรเตรียมอาหารไปเอง อย่าหวังน้ำบ่อหน้า รวมถึงกรณีอาหารบนเครื่องบินอาจจะไม่ถูกปากลูกด้วย

  • เด็กอายุ 0-6 เดือน วัยก่อนอาหารเสริมก็เตรียมนม หากลูกกินนมแม่ก็เปิดเต้าง่ายไม่ต้องพกพาอะไร นมผงก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ขวดนมให้พร้อม อาจจะขอน้ำร้อนบนเครื่อง
  • พอวัยที่กินอาหารเสริม 6-12 เดือน ก็เตรียมอาหารเหลวแบบถุงหรือแบบขวด
  • ถ้าลูกอยู่ในวัย 8 เดือนขึ้นไป ที่สามารถกิน อาหาร finger food ได้ พ่อแม่ก็เตรียมหั่นแอปเปิล เตรียมกล้วยหอม ขนมปังแท่ง ใส่ถุงใส่กล่อง เตรียมไปบนเครื่อง
  • พอหลัง 1 ขวบ กินอาหารได้ทุกสิ่งแล้ว เตรียมผลไม้ แซนด์วิช ขนมปัง

อ่านต่อ เทคนิคพาลูกเล็กขึ้นเครื่องบิน คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เครื่องสำอางผิดกฎหมาย

เครื่องสำอางผิดกฎหมาย ที่มีส่วนผสมของหนังหุ้มปลายองคชาตเด็กทารก อย.เตือน ห้ามใช้

เครื่องสำอางผิดกฎหมาย ที่มีส่วนผสมของหนังหุ้มปลายองคชาตเด็กทารก อย.เตือน ห้ามใช้ รวมถึงไม่อนุญาตให้ผลิตและนำเข้าด้วย

penis facial เครื่องสำอางผิดกฎหมาย อย.เตือน ห้ามใช้

เครื่องสำอาง
อย.เตือนห้ามใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของหนังหุ้มปลายองคชาตเด็กทารก

ทั้งนี้ อย.เตือนประชาชนโดยเฉพาะคุณผู้หญิงอย่าหลงเชื่อเครื่องสำอางที่มีข้อมูลเผยแพร่จากสื่อออนไลน์เรื่องเทคนิคการเสริมความงาม หรือทรีทเม้นต์จากต่างประเทศที่ชื่อว่า  พีนีสเฟเชียล (Penis Facial) หรือ Hollywood EGF Facial ที่นำหนังหุ้มปลายองคชาตเด็กทารกมาผสม พร้อมโฆษณาว่าสามารถชะลอวัย เยียวยา และบำรุงผิวได้ดี  ซึ่งเป็นความเชื่อจากต่างประเทศที่คิดว่า บริเวณปลายองคชาตของทารกนั้นมีเซลล์ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างคอลลาเจน และ อีลาสตินจึงมีความเชื่อว่าเมื่อนำเซลล์นั้นมาผสมทำเป็นทรีตเม้นท์ และฉีดที่ใบหน้าจะช่วยลดริ้วรอย บำรุงผิวและชะลอความเสื่อมของผิวได้ แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่ได้มีการศึกษาวิจัยอย่างชัดเจน

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ เครื่องสำอาง penis facial ผิดกฎหมาย อย.เตือน ห้ามใช้

 

ของเล่นอันตราย

ของเล่นอันตราย ออบีซ หมอเตือนเด็กเผลอกินอาจเสียชีวิตได้

ของเล่นอันตราย ออบีซ หมอเตือนเด็กเผลอกินอาจเสียชีวิตได้ ทั้งนี้มีการเตือนมาจากกุมารแพทย์แล้ว ให้คุณพ่อคุณแม่รู้เท่าทันและหลีกเลี่ยง ออบีซ (orbeez) ของเล่นเม็ดกลมที่ดูดน้ำและขยายใหญ่ได้ เพราะเป็นอันตรายถึงชีวิตลูก

จากกรณีลูกน้อยของคุณแม่ท่านหนึ่งถูกเพื่อนหลอกให้กินของเล่นเม็ดกลมใสหรือ ออบีซ (orbeez) จนต้องไปหาหมอ แต่เอ็กซเรย์ไม่พบ ทาง Amarin Baby & Kids จึงไปสอบถาม นพ.ฉัตรชัย อิ่มอารมย์  ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เกี่ยวกับ ออบีซ ว่าคืออะไร และทำไมจึงทำให้เด็กถึงกับเสียชีวิตได้

ของเล่นอันตราย ออบีซ หมอเตือนเด็กเผลอกินอาจเสียชีวิตได้

 

ของเล่นอันตราย
ของเล่นอันตรายออบีซ หมอเตือนเด็กเผลอกินอาจเสียชีวิตได้

ออบีซ ของเล่นอันตราย อุดกั้นทางเดินหายใจและ ทางเดินอาหาร

ออบีซ (orbeez)  คือ ของเล่นชนิดหนึ่งที่เป็นพอลิเมอร์ (Polymer) หรือสารสังเคราะห์ชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติเด่นคือสามารถดูดซับน้ำ ดูดซับของเหลวได้เยอะมาก คล้ายกับของเล่นประเภทเดียวกัน ที่เรียกกันว่า เบบี้คริสตัล หรือ ไข่ไดโนเสาร์ ซึ่งเป็นวัตถุที่ดูดซึมน้ำหรือทำให้ขนาดของเล่นชิ้นนี้ใหญ่ขึ้นหรือพองขึ้นอย่างชัดเจน โดยลักษณะภายนอกทั่วไปคือเป็นเม็ดกลมๆ สีสันสดใส แต่ถ้าเด็กกลืนกินเข้าไปก็อาจเป็นอันตรายได้ถึงชีวิต

อันตรายของออบีซที่ชัดเจนเลยคือ เมื่อเด็กกินเข้าไป จะทำเกิดผลเสียต่อร่างกาย 2 กลุ่มอาการหลักๆ คือ

1) อุดกั้นทางเดินหายใจ  เพราะเมื่อออบีซเข้าไปขยายใหญ่จนพอเหมาะ หรือแช่น้ำจนมีขนาดใหญ่และมีลักษณะคล้ายเจลลี่ เด็กก็มีโอกาสที่จะกลืนเข้าไปแล้วสำลักเข้าหลอดลมหรือทางกล่องเสียง ปิดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้ขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตได้ในเวลาไม่กี่นาที

2) อุดกั้นทางเดินอาหาร  หากเด็กกลืนออบีซเข้าไป ของเล่นนี้จะไปดูดซึมน้ำที่มีอยู่ในลำไส้ จนพองตัวขยายใหญ่ในลำไส้  และเมื่อขยายใหญ่มากพอก็อาจจะไปอุดตันในทางเดินอาหาร  ทำให้ลำไส้อุดตัน มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในลำไส้รุนแรง ลำไส้อาจเกิดการขาดเลือด ติดเชื้อในช่องท้อง จนลำไส้ฉีกขาดหรือลำไส้แตกในช่องท้องได้  ซึ่งจากรายงานต่างๆ พบว่าส่วนใหญ่เด็กที่กลืนกินของเล่นประเภทนี้เข้าไป จะมีปัญหาการอุดกั้นทางเดินอาหารบ่อยที่สุด เพราะเมื่อเด็กๆ เห็นก็อาจจะลองอมลองกลืน เห็นสีสวยๆ มีลวดลาย จึงเอาเข้าปาก ซึ่งเป็นธรรมชาติของเด็กที่จะเอาสิ่งของเข้าปาก ทำให้กลืนเข้าไปได้

นอกจากอันตรายหลักๆ ของออบีซที่มีต่อร่างกายที่ร้ายแรงทันทีแล้ว ยังมีอันตรายที่เกิดจากความไม่ปลอดภัยของสารเคมีที่ใช้ผลิตของเล่น สีที่ใช้ทำออบีซ ที่อาจมีสารพิษที่เป็นอันตรายและปนเปื้อนสะสมในร่างกายจนทำให้เด็กเจ็บป่วยตามมาได้อีกด้วย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ของเล่นอันตรายออบีซหมอเตือนเด็กเผลอกินอาจเสียชีวิตได้

 

อาการท้องแข็ง

6 วิธีลด อาการท้องแข็ง ไม่อยากคลอดก่อนกำหนด อย่าทำสิ่งนี้

อาการท้องแข็ง เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าใกล้ถึงเวลาคลอดแล้ว แต่หาก อาการท้องแข็ง เกิดในช่วงเวลาที่ยังไม่ควรจะคลอดล่ะ จะมีวิธีบรรเทาอาการอย่างไร

6 วิธีลด อาการท้องแข็ง ไม่อยากคลอดก่อนกำหนด อย่าทำสิ่งนี้

อาการท้องแข็ง คือ อาการที่คุณแม่อาจรู้สึกแน่นท้อง หน้าท้องแข็ง ร่วมกับมีอาการปวดท้องคล้ายปวดประจำเดือนหรือปวดหน่วงคล้ายปวดอุจจาระ แต่หากอาการท้องแข็ง เกิดในช่วงเวลาที่ยังไม่ควรจะคลอด อาการท้องแข็ง อาจเกิดจากความผิดปกติอื่น ๆ เช่น แม่ท้องมีสุขภาพไม่แข็งแรงหรือมีโรคประจำตัว แม่ท้องทานอาหารอิ่มมากเกินไปจนเกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร หรือท้องแข็งเพราะมดลูกบีบตัวเนื่องจากมดลูกไม่แข็งแรง ซึ่งอาการท้องแข็งก่อนกำหนดนั้น อาจนำไปสู่การคลอดก่อนกำหนดได้ โดยมีวิธีสังเกตุอาการท้องแข็งที่อาจเป็นสัญญาณของการคลอดก่อนกำหนด ได้ดังนี้

  • แน่นท้องและรู้สึกว่าหน้าท้องแข็งเมื่อสัมผัส
  • รู้สึกปวดหรือไม่สบายท้อง
  • รู้สึกปวดบริเวณกระดูกเชิงกรานคล้ายถูกกดทับ
  • มีเลือดออกทางช่องคลอด หรือพบมูกเลือดไหลออกมาจากช่องคลอด
  • ถุงน้ำคร่ำแตก ซึ่งจะพบของเหลวใสไหลออกมาจากช่องคลอด
ท้องแข็งขณะตั้งครรภ์
อาการท้องแข็งขณะตั้งครรภ์ เป็นสัญญาณว่าใกล้คลอดแล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องอันตรายหากเกิดในช่วงก่อนกำหนดคลอด

เมื่อมีอาการดังกล่าว คุณแม่ควรรีบไปพบแพทย์ในทันที และสำหรับแม่ท้องที่เริ่มมีอาการท้องแข็งในช่วงเวลาที่ยังไม่ควรจะคลอดนั้น เรามีวิธีลดหรือบรรเทาอาการไม่ให้ท้องแข็ง ดังนี้ค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 6 ย.ช่วยลดอาการท้องแข็งขณะตั้งครรภ์

การดูแลสุขภาพใจของแม่หลังคลอด

5 เทคนิค การดูแลสุขภาพใจของแม่หลังคลอด

การดูแลสุขภาพใจของแม่หลังคลอด ถ้าพูดถึงคำแนะนำในการดูแลตัวเองของคุณแม่หลังคลอดที่เราได้ยินกันบ่อย ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องเน้นการดูแลสุขภาพกายของคุณแม่ เช่น การอยู่ไฟ การดูแลรักษาแผลผ่าตัด การดูแลเต้านม แต่สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าการดูแลสุขภาพกาย ก็คือการดูแลสุขภาพใจของคุณแม่หลังคลอด นี่คือคำแนะนำของคุณเกล Founder ของ My Mummy First โปรแกรมดูแลคุณแม่หลังคลอด

 

การดูแลสุขภาพใจของแม่หลังคลอด

คุณเกลได้ให้เทคนิคใน การดูแลสุขภาพใจของแม่หลังคลอด ไว้อย่างน่าสนใจเลยค่ะ ทีมงาน Amarin baby & kids อยากให้คุณแม่ที่กำลังเตรียมตัวคลอด และคุณแม่ที่อยู่ในช่วงหลังคลอดลูกมาใหม่ๆ ได้ลองนำไปปรับใช้กันค่ะ

1. อย่ารู้สึกผิดที่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่น

It takes a village to raise a child สุภาษิตของชาวแอฟริกัน ที่แปลตรงๆได้ว่า “ต้องใช้ทั้งหมู่บ้านในการเลี้ยงเด็ก”คุณแม่ส่วนใหญ่คิดว่าการเป็นคุณแม่ที่ดีคือการที่ต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่จริงๆแล้วการเลี้ยงเด็กอ่อนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นอย่ารู้สึกผิดเวลาที่คุณต้องการขอความช่วยเหลือจากคนใกล้ตัว มันไม่ได้แปลว่าคุณเป็นแม่ที่ไม่ดี

2. อย่ารู้สึกผิดเวลาที่คุณต้องการมีเวลาเป็นของตัวเอง

คุณแม่ส่วนใหญ่มักจะรู้สึกว่าตัวเองนั้นเห็นแก่ตัว หากต้องทิ้งลูกไปทำธุระส่วนตัว แต่จริงๆแล้วคุณแม่ควรให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง เช่นการหาเวลาไปออกกำลังกาย หรือการทำกิจกรรมผ่อนคลายอื่นๆ เพื่อเป็นการชาร์ตแบตเตอรี่ตัวเอง เพราะถ้าคุณแม่ไม่ดูแลตัวเอง คุณแม่ก็จะไม่สามารถดูแลลูกน้อยได้อย่างเต็มที่

การดูแลสุขภาพใจของแม่หลังคลอด
คุณเกล Founderของ My Mummy First 

3. อย่าละเลยความสัมพันธ์ของคุณและสามี

เวลาที่คุณมีลูก แน่นอนว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณและสามีนั้นจะเปลี่ยนไป เพราะเวลาและความสนใจจะถูกทุ่มเทไปที่ลูก แต่อย่าลืมว่าความสัมพันธ์ของคุณและสามีนั้น คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

4. อย่ากังวลกับน้ำหนักตัวของคุณ

คุณแม่ส่วนใหญ่มักคาดหวังว่าจะต้องลดน้ำหนักให้ได้ภายในระยะเวลาสั่นๆ หลังคลอด แต่สิ่งที่คุณแม่ควรจะใส่ใจมากกว่าน้ำหนักตัวนั้น คือการดูแลตัวเองผ่านการทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะคุณแม่ที่ให้นมลูก เพราะร่างกายต้องกายสารอาหารที่เพียงพอเพื่อมาผลิตน้ำนม

5. อย่ากังวลกับการเป็นแม่ที่สมบูรณ์แบบ

คุณแม่ทุกคนล้วนแต่จะทำสิ่งที่ตัวเองคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกตัวเองทั้งนั้น เพราะฉะนั้นคำแนะนำต่างๆที่มาจากคุณแม่คนอื่นคือสิ่งที่เขาคิดว่ารู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณเห็น ซึ่งก็ไม่ได้แปลว่าใครผิดใครถูก การเลี้ยงลูกเป็นศิลปะไม่ใช่วิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ เพราะฉะนั้นฟังหูไว้หูและหาแบบฉบับที่เหมาะกับคุณและที่คุณสบายใจ

 

โรงเรียนสังกัด สพฐ.

เช็กเลย! รายชื่อ โรงเรียนสังกัด สพฐ. ที่งดรับเด็ก 3 ขวบเข้าเรียน

เมื่อลูกใกล้จะ 3 ขวบแล้ว คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ คนก็เริ่มจะมองหาโรงเรียนอนุบาลใกล้ ๆ บ้านให้ลูกกันแล้ว แต่จากข่าวที่ว่า โรงเรียนสังกัด สพฐ. งดรับเด็ก 3 ขวบเข้าเรียน ทำให้สงสัยว่าโรงเรียนที่เล็ง ๆ กันอยู่นั้นเป็น โรงเรียนสังกัด สพฐ. หรือไม่ เช็กได้ที่นี่

เช็กเลย! รายชื่อ โรงเรียนสังกัด สพฐ. ที่งดรับเด็ก 3 ขวบเข้าเรียน

ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประกาศเปลี่ยนแปลง เกณฑ์เข้าอนุบาล โดยให้โรงเรียนสังกัด สพฐ. งดรับเด็ก 3 ขวบเข้า อนุบาล 1 และจะเริ่มเปิดรับเด็ก 4 และ 5 ขวบเข้าอนุบาล 2 และ 3 ในปี 2562

>อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องได้ที่นี่ สพฐ. ประกาศ เกณฑ์เข้าอนุบาล ใหม่ งดรับอนุบาล 1 เริ่มปี 62<<

ทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดความสงสัยว่าโรงเรียนที่อยู่ใกล้บ้านนั้น อยู่เป็น โรงเรียนสังกัด สพฐ. หรือไม่ ทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงได้รวบรวมโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดของ สพฐ. ทั้งหมด มาให้คุณพ่อคุณแม่ได้เช็กกันค่ะ

วิธีตรวจสอบ รายชื่อโรงเรียนสังกัด สพฐ. ที่อยู่ใกล้บ้าน

เข้าไปที่เว็บไซต์ ของสำนกงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ที่ลิ้งค์นี้

http://data.bopp-obec.info/emis/

โรงเรียนในสังกัด สพฐ.
เว็บไซต์ เพื่อตรวจสอบรายชื่อโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ที่อยู่ใกล้บ้าน

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ วิธีตรวจสอบ รายชื่อโรงเรียนสังกัด สพฐ. ที่อยู่ใกล้บ้าน

ลูกไม่สบายท้อง รับมืออย่างไร

ลูกไม่สบายท้อง รับมืออย่างไร ?

ลูกไม่สบายท้อง รับมืออย่างไร เป็นคำถามที่คุณแม่มือใหม่ถามกันเข้ามาบ่อยเลยค่ะ สำหรับอาการไม่สบายท้องที่เกิดขึ้นกับเด็กเล็กๆ มักเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุเลยค่ะ

 

ลูกไม่สบายท้อง เกิดจากสาเหตุใด พร้อมวิธีแก้ไข

พ่อแม่มือใหม่มักจะเจอกับปัญหากวนใจสุขภาพลูกน้อยนั่นคือ ลูกไม่สบายท้อง ท้องอืด ถามว่าอาการเหล่านี้เป็นปกติที่จะเกิดขึ้นได้กับเด็กๆ หรือไม่  เป็นปกติและอาจเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคนค่ะ ส่วนสาเหตุที่ทำให้ลูกไม่สบายท้อง อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุนั่นคือ…

1. ร้องโคลิก

ในช่วง 3 เดือนแรก เด็กบางรายอาจมีอาการร้องไห้นานเป็นชั่วโมง หรือที่รู้จักกันว่า “ร้องโคลิก” การที่เด็กร้องไห้นานเป็นชั่วโมง อาจทำให้เด็กๆ กลืนเอาอากาศเข้าไปในท้องจำนวนมาก ลมที่เข้าไปในท้องมักทำให้ท้องอืด อัดอัด แน่นจุกเสียด

วิธีแก้ไข : แนะนำให้คุณพ่อ หรือคุณแม่อุ้มพาลูกเดินไปมา เพื่อทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย ซึ่งเป็นการปลอบประโลมช่วยให้ลูกค่อยๆ หยุดร้องไห้ได้เร็วขึ้นค่ะ

2. ดูดนมเร็วเกินไป

เด็กบางคนที่ดื่มนมจากขวด หรือดูดนมจากเต้าแม่ก็ตาม บางครั้งปากลูกปิดสนิทไม่พอดีกับฐานเต้านมแม่ หรือฐานของจุกนมขวด ก็เป็นเหตุให้ลูกดูดเอาอากาศพร้อมกับนมเข้าไปในท้องด้วย  อากาศที่เข้าไปในกระเพาะจะไปทำให้เกิดแก๊ส ท้องอืด แน่นท้อง

วิธีแก้ไข  : ขณะลูกเข้าเต้าดูดนม หรือดูดจากขวด หากเป็นนมแม่ให้ปรับขยับปากลูกให้พอดีกับฐานรอบเต้านมแม่ ส่วนจุกนมสำหรับขวด ให้เลือกใช้จุกนมที่ทำออกแบบมามีฐานเสมือนนมแม่ จะช่วยให้พอดีกับการดูดของปากลูกค่ะ

3. ระบบการย่อยอาหารไม่สมบูรณ์

เด็กเล็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือนแรก ระบบการรับอาหาร ระบบการย่อยอาหารยังพัฒนาไม่เต็มประสิทธิภาพ ยังไม่คุ้นชินกับอาหารเหลวทุกชนิด และน้ำ ซึ่งหากให้อาหารที่ไม่เหมาะสมกับลูกวัยทารก อาจเป็นผลให้เกิดอาการไม่สบายท้อง เนื่องจากอาหารที่เข้าไปในกระเพาะอาหารไม่ถูกย่อย และดูดซึมไปใช้งานได้หมดนั่นเองค่ะ เด็กบางคนอาจมีอาการรุนแรงทำให้เกิดการแพ้อาหาร หรือแพ้นมขึ้นได้ค่ะ

วิธีแก้ไข : อาหารที่เหมาะสมกับลูกน้อยมากที่สุดในช่วง 6 เดือนแรก นั่นก็คือ น้ำนมแม่ แนะนำว่าควรให้ลูกทานนมแม่เพียงอย่างเดียว โดยที่ไม่ต้องให้ลูกกินน้ำ หรืออาหารเหลวเสริมใดๆ ในนมแม่มีน้ำ และสารอาหารครบถ้วน มีโปรตีนขนาดเล็กที่เหมาะกับระบบย่อยอาหาร ทำให้สามารถย่อยนมแม่ และดูดซึมไปใช้หล่อเลี้ยงร่างกายได้หมด

ส่วนเด็กที่ไม่ได้ทานนมแม่ อาจจะด้วยปัญหาทางสุขภาพของคุณแม่ แนะนำว่าควรเลือกนมที่เป็นมิตรกับสุขภาพ และระบบการย่อยของลูกน้อย แนะนำว่าในช่วงขวบปีแรก เพื่อลดการเกิดปัญหาลูกไม่สบายท้อง นอกจากนมแม่ที่เป็นอาหารที่ดีที่สุดของลูกน้อยควรส่งเสริมให้ลูกได้ทานแล้วนั้น ก็มีนมอีกชนิดที่มีโปรตีนย่อยง่าย นั่นก็คือ นมแพะ

นมแพะมีโปรตีนย่อยง่าย เพราะมีสัดส่วนของโปรตีนเบต้าเคซีนที่ย่อยง่ายในปริมาณสูง และมีโปรตีนแอลฟาเอสวันเคซีนซึ่งย่อยยากต่ำ จึงทำให้นมแพะย่อยและดูดซึมได้ง่าย  นอกจากนี้ในนมแพะยังมีพรีไบโอติก ซึ่งเป็นใยอาหารที่เป็นอาหารของจุลินทรียุ์ขภาพในลำไส้ ช่วยในเรื่องระบบการย่อยอาหาร และระบบขับถ่าย ที่สำคัญนมแพะมีแร่ธาตุที่ดีต่อร่างกายการเจริญเติบโตของเด็กๆ ได้แก่ แคลเซียม ธาตุเหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม ฯลฯ ช่วยให้ลูกมีร่างกายแข็งแรง หมดปัญหาเรื่องอาการไม่สบายท้อง

เห็นไหมคะว่าการดูแลลูกน้อยไม่ให้มีอาการไม่สบายท้อง นอกจากจะได้สุขภาพที่ดีแล้ว ยังช่วยให้ลูกมีพัฒนาการ และการเรียนรู้ที่สมวัยด้วยค่ะ

เคล็ดลับ ช่วยลูกน้อยมีพัฒนาการดีสมวัย

เคล็ดลับ ช่วยลูกน้อยมีพัฒนาการดีสมวัย

เคล็ดลับ ช่วยลูกน้อยมีพัฒนาการดีสมวัย น่าจะเป็นตัวช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ได้นำไปปรับใช้กับลูกๆ ที่บ้านกันนะ คะ โดยเฉพาะเด็กที่กำลังอยู่ในช่วงวัยเจริญเติบโต และอยู่ในวัยชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รอบตัวค่ะ

 

เคล็ดลับ ช่วยลูกน้อยมีพัฒนาการดีสมวัย

ในเด็กที่อายุ 1-5 ขวบขึ้นไปจะมีพัฒนาการด้านร่างกาย หรือสมองการเรียนรู้เป็นไปอย่างก้าวกระโดด ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่อยากให้เด็กๆ ที่บ้านมีพัฒนาการดีสมวัย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องส่งเสริมให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีที่สุดในทุกๆ เรื่องค่ะ

1. อาหารต้องดีมีประโยชน์

สารอาหารและโภชนาการเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กๆ ที่อยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโตมากค่ะ เพราะการได้รับอาหารครบ 5 หมู่ จะช่วยให้เด็กๆ เติบโตสมวัย สมองสามารถจดจำ และเรียนรู้ได้อย่างแม่นยำ อาหารที่เป็นคาร์โบไฮเดรตจะให้พลังงานที่จำเป็นสำหรับเด็กในช่วงวัยนี้ที่ต้องการอย่างเพียงพอค่ะ

และเด็กที่อยู่ในวัย 3 ขวบขึ้นไปนอกจากอาหารมื้อหลักที่จำเป็นต่อร่างกายแล้วนั้น แนะนำว่าควรเสริมให้ลูกได้ดื่มนมอย่างต่อเนื่อง อย่างนมแพะก็มีประโยชน์และดีต่อพัฒนาการของเด็กๆ มาก ประโยชน์ของนมแพะคือมีทั้งโปรตีนย่อยง่าย มีไขมัน MCT Oil ที่ย่อยง่าย ที่จะช่วยให้เด็กมีน้ำหนักตัวสมวัย มีแร่ธาตุอย่าง แคลเซียม เหล็ก สังกะสี และแมกนีเซียม ที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโต ที่สำคัญนมแพะมีพรีไบโอติก (Prebiotics) หรือใยอาหารอย่าง Inulin & Oligofructose (อินนูลินและโอลิโกฟรุคโตส) ที่เป็นตัวกระตุ้นการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ช่วยให้ขับถ่ายดี ท้องไม่ผูก เสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี เด็กๆ ที่มีร่างกายแข็งแรง ภูมิคุ้มกันดี จะช่วยให้มีพัฒนาการดีสมวัยค่ะ

2. ของเล่นตามช่วงวัย

การส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เล่นของเล่นที่เหมาะสมกับวัยของพวกเขา ก็ถือเป็นหนึ่งในเคล็ดลับ ช่วยลูกน้อยมีพัฒนาการดีสมวัยด้วยค่ะ เด็กวัย 1-5 ปี ควรส่งเสริมให้เล่นของเล่นประเภท จับภาพคู่สี จับภาพคู่เหมือน เล่นเรียงคำศัพท์ทั้งไทย อังกฤษ และสอนเล่นเกี่ยวกับบวก-ลบตัวเลขง่ายๆ หรือจะเป็นของเล่นประเภทต่อบล็อกเลโก้ เป็นต้น การได้เล่นของเล่นเหล่านี้จะช่วยให้เด็กๆ มีสมาธิ ฝึกความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ ช่วยให้สมองจำได้แม่น

3. ออกกำลังกาย

การส่งเสริมให้เด็กๆ ได้ยืดเส้น ยืดสายออกกำลังกายจะด้วยการเดิน วิ่งเหยาะๆ ว่ายน้ำ เป็นต้น จะช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อมัดใหญ่แข็งแรง ทําให้มีความคล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง ที่สำคัญได้ในเรื่องของภูมิคุ้มกันร่างกาย เมื่อร่างกายมีภูมิที่แข็งแรง

4. ท่องเที่ยวนอกสถานที่

ในวันหยุดสุดสัปดาห์แนะนำคุณพ่อคุณแม่ให้พาเด็กๆ ออกไปเรียนรู้โลกกว้าง ไปอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ด้วยการพาไปเที่ยวสวนสัตว์ เดินป่า กางเต้นท์นอนดูดาว ชมสวนเก็บผลไม้ พายเรือชมหิ่งห้อย หรือเที่ยวทะเล เป็นต้น สถานที่แปลกใหม่เต็มไปด้วยความรู้ที่เป็นประโยชน์ไว้ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้สิ่งรอบตัวกันอย่างไม่รู้จบเลยละค่ะ

การส่งเสริมเด็กๆ ในทุกเรื่องที่เป็นประโยชน์จะช่วยกระตุ้นให้ทุกทักษะพัฒนาการ อย่างพัฒนาการด้านสมองการเรียนรู้ พัฒนาการด้านร่างกาย ทักษะการเข้าสังคมการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ฯลฯ ค่อยๆ เติบโตและพัฒนาขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ หวังว่าเคล็ดลับ ช่วยลูกน้อยมีพัฒนาการดีสมวัยจะเป็นประโยชน์ให้กับทุกครอบครัวได้ลองนำไปปรับใช้ในการดูแลส่งเสริมสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับลูกน้อยที่บ้านกันนะคะ