โรงแรมสำหรับเด็ก

10 โรงแรมสำหรับเด็ก พาลูกเที่ยวทั่วไทย สนุกได้ทั้งครอบครัว

เมื่อใกล้เทศกาลช่วงวันหยุดยาวหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ การท่องเที่ยวพักผ่อนของแต่ละครอบครัวก็คงเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยม ดังนั้น สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของการท่องเที่ยวที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือ การเลือกโรงแรม คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกโรงแรมที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนทั้งครอบครัว มีสโมสรสำหรับลูก ๆ มีสระว่ายน้ำ มีเครื่องเล่นที่เหมาะกับเด็ก ๆ โดยเฉพาะ ให้ทุกคนในครอบครัวได้สนุกกับกิจกรรมตลอดทั้งวัน ทีมกองบรรณาธิการ จึงรวบรวม โรงแรมสำหรับเด็ก ที่เลือกมาแล้วว่าเหมาะสำหรับการพาเจ้าตัวเล็กมาพักผ่อนทั่วไทย เพื่อเป็นตัวเลือกให้คุณพ่อคุณแม่ได้พาเจ้าตัวเล็กไปพักผ่อนกันอย่างสนุกสนาน ในวันหยุดสุดหรรษานี่กัน มีที่ไหนน่าสนใจบ้าง มาดูกันเลย

10 โรงแรมสำหรับเด็ก พาลูกเที่ยวทั่วไทย สนุกได้ทั้งครอบครัว

โรงแรมสำหรับเด็ก

  1. Grande Centre Point Space Pattaya

โรงแรมสำหรับเด็ก สุดล้ำที่เพิ่งเปิดให้บริการ โรงแรมจัดตกแต่งมาในธีมอวกาศอลังการ มีมุมถ่ายรูปสวยๆ Spectrum Tree ต้นไม้แห่งจิตวิญญาณ เหมาะกับการถ่ายรูปสวยทั้งกลางวันกลางคืน ตอนกลางคืนจะมีไฟเปลี่ยนสีสลับไปเรื่อยๆ ที่นี่เหมาะกับการมาพักผ่อนทั้งครอบครัวเพราะมีสวนน้ำขนาดใหญ่ Space Water Park มีห้องอาหารหลากหลายรูปแบบ มี Game Room ,Onsen, Spa เข้ามาในโรงแรมคือครบวงจรสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ของทุกคนในครอบครัวได้ทุกเพศทุกวัย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://spacepattaya.com/

โรงแรมสำหรับเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://spacepattaya.com/

 

  1. Amari Pattaya

โรงแรมสำหรับเด็ก ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ที่ได้มาตรฐาน SHA Plus+ แสดงถึงความปลอดภัยด้านสุขอนามัยจากสินค้าและบริการ บรรยากาศภายในโรงแรมตกแต่งสไตล์ไทยแบบร่วมสมัย ห้องพักจะเน้นความเป็นส่วนตัว ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน เหมาะสำหรับครอบครัว มีระเบียงส่วนตัวที่มองเห็นวิวทิวทัศน์อันกว้างขวางของอ่าวพัทยา และแน่นอนว่าที่นี่มี Kids Club สำหรับต้อนรับเด็ก ๆ ที่สำคัญยังมีกิจกรรมอีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกอบรม คอยมอบความสนุกให้กับเด็ก ๆ เช่น กิจกรรมงานฝีมือ ทรีเฮ้าท์คิดส์คลับ ห้องนั่งเล่นในจินตนาการที่จะเต็มไปด้วยความสุข มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ที่มีโซนสำหรับเด็ก ๆ โดยเฉพาะ กับเครื่องเล่นมากมาย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.amari.com/pattaya

โรงแรมสำหรับเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://th.amari.com/pattaya

 

  1. JW Marriott Phuket Resort and Spa

โรงแรมติดกับชายหาดที่เงียบสงบ มี Turtle Shelter and Education Center เพื่อศึกษาเรียนรู้และฟื้นฟูเต่าทะเล Kids club ของทางโรงแรม มีขนาดกว้างขวาง พร้อมด้วยกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับเด็ก ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นห้องเล่นเกมส์ ห้องดูการ์ตูน มุมนั่งเล่นทำกิจกรมต่าง ๆ รวมถึงยังมีเข้าค่ายแบบเดย์แคมป์ที่มีพี่เลี้ยงคอยดูแลและพาออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในพื้นที่โรงแรม นอกจากนี้ยังมี Health Club & Fitness Center, spa กิจกรรมบริเวณชายหาด และ Water Sports เรียกได้ว่ามีกิจกรรมครบเหมาะกับทั้งเด็ก ๆ และผู้ปกครอง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.marriott.com/en-us/hotels/hktjw-jw-marriott-phuket-resort-and-spa/overview/

โรงแรมสำหรับครอบครัว

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.marriott.com/en-us/hotels/hktjw-jw-marriott-phuket-resort-and-spa/overview/

 

  1. Rayong Marriott Resort and Spa

โรงแรมติดหาดแม่พิม กับบรรยากาศหาดส่วนตัวและทะเลสวย ๆ ที่เหมาะสำหรับครอบครัว ที่นี่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น สวยทันสมัย ไฮไลท์ของที่นี่คือ ห้องพักทุกห้องมีอ่างจากุชชี่และเห็นวิวทะเล ในส่วนของ Kids Club ที่นี่ก็มีรองรับเด็ก ๆ มีพื้นที่กว้างขวาง ทั้งโซน Indoor และ Outdoor รวมกิจกรรมต่าง ๆ ไว้ให้กับน้อง ๆ ได้เพลิดเพลินเล่นสนุกได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ที่ยังมีสระว่ายน้ำ Lagoon Pool สระขนาดใหญ่มีทั้ง Slider และ Aquarium ตู้ปลาที่มีสัตว์ทะเลมากมาย นอกจากนี้ยังมีสระเล็ก ๆ สำหรับเด็กที่อยู่ใกล้กับ Kids Club อีกด้วย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.marriott.com/en-us/hotels/bkkrr-rayong-marriott-resort-and-spa/overview/

โรงแรมสำหรับครอบครัว

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.marriott.com/en-us/hotels/bkkrr-rayong-marriott-resort-and-spa/overview/

 

อ่านต่อ… 10 โรงแรมสำหรับเด็ก พาลูกเที่ยวทั่วไทย สนุกได้ทั้งครอบครัว ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ยาแก้ไอ

ยาแก้ไอ สำหรับเด็ก เลือกอย่างไรปลอดภัยต่อลูกรัก

เมื่อลูกเกิดอาการไอ ควรให้ลูกรับประทานยาเมื่อไหร่ ลักษณะอาการไอแบบไหนควรให้รับประทานยา ยาแก้ไอ มีกี่ชนิด เมื่อไหร่ควรพาลูกพบแพทย์

ยาแก้ไอ สำหรับเด็ก เลือกอย่างไรปลอดภัยต่อลูกรัก

การเจ็บป่วยของลูก ทำให้คุณพ่อคุณแม่วิตกกังวล แม้จะมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่หากละเลยไม่รักษา อาจทำให้เกิดอาการเรื้อรังได้ เช่น อาการไอ ซึ่งคุณหมอมักได้รับคำถามว่า ลูกมีอาการไอให้รับประทาน ยาแก้ไอ อะไรดี วันนี้ทีมกองบรรณาธิการ ABK ได้รวบรวมคำตอบมาให้แล้วค่ะ

ยาแก้ไอ สำหรับเด็ก
ยาแก้ไอ สำหรับเด็ก

ยาแก้ไอ สำหรับเด็ก เลือกอย่างไรปลอดภัยต่อลูกรัก

อาการไอ เกิดจากสาเหตุใด

ไอเป็นอาการที่เกิดขึ้นเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในทางเดินหายใจ อาจจะเป็นฝุ่นละอองหรือเสมหะที่เกิดจากไข้หวัด หลอดลมอักเสบหรือปอดอักเสบ ร่างกายจะกำจัดสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ โดยการไอออกมา สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่่ทำให้ไอเรื้อรังคือ การมีเสมหะคั่งค้างในหลอดลม

สาเหตุของการเกิดอาการไอในเด็ก

  • สาเหตุจากการติดเชื้อ เช่น
    • เชื้อไวรัส อาการเฉียบพลันที่เกิดจากเชื้อไวรัส เช่น หวัดโพรงจมูกและโพรงไซนัสอักเสบเฉียบพลันหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน เป็นต้น
    • เชื้อแบคทีเรีย อาจทำให้เกิดโรคหลอดลมอักเสบ โรคปอดบวม
    • เชื้อวัณโรค 
  • สาเหตุที่ไม่ใช่การติดเชื้อ เช่น
    • ภูมิแพ้โพรงจมูก
    • โพรงไซนัสอักเสบเรื้อรัง
    • โรคหืด
    • หลอดลมไวมากกว่าปกติ
    • กรดไหลย้อน
    • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด
    • ความผิดปกติของโครงสร้างหลอดลม
    • นอนกรน
    • สิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจ
    • ภาวะสำลักอาหารเรื้อรัง
    • โรคหัวใจบางชนิด
    • การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่อากาศเป็นพิษ เช่น ควันบุหรี่สารเคมีควันจากการเผาไหม้
    • ความผิดปกติบางอย่างทางจิตใจ 
    • ฯลฯ 

ลักษณะอาการไอ

  • ไอแห้ง ๆ จากการระคายเคือง
  • ไอเปียก ๆ จากมีเสมหะหรือน้ำมูกลงคอ

ควรทำอย่างไรเมื่อเด็กเกิดอาการไอ

เด็กอาจมีอาการไอมาก แต่ไอไม่ออก ไอจนเหนื่อย หรือไอจนปวดท้อง อาการไอก็ยังคงอยู่ ทั้งนี้เนื่องจากเสมหะที่เหนียวมาก

การไอไม่ถูกวิธี มีเสมหะที่ค้างอยู่ในหลอดลม อาจเปรียบเสมหะเหมือนกับซอสมะเขือเทศที่เหลือติดอยู่ที่ก้นขวด การจะเอาออกมาต้องคว่ำขวดแล้วใช้สันมือเคาะที่ก้นขวด  เช่นเดียวกันกับเสมหะที่อยู่ในหลอดลม ต้องจัดท่านอนหรือนั่งในแนวที่ทำให้เสมหะไหลออกมาสะดวก จากนั้นต้องมี การเคาะ เพื่อให้เสมหะหลุดออกจากหลอดลม การสั่นสะเทือน เพื่อกระตุ้นการไอ ตลอดจนฝึก การไอ อย่างมีประสิทธิภาพเสมหะจึงหลุดออกมาได้

ในกรณีเด็กเล็กที่ไม่สามารถเอาเสมหะออกมาเองได้ การเคาะและไออย่างถูกต้อง จะช่วยให้เสมหะหลุดออกจากหลอดลมได้ หากมีเสมหะมาก ๆ ในเด็กเล็กอาจต้องใช้ลูกยางเบอร์ 1 ช่วยดูดเสมหะในปาก หากมีบางส่วนกลืนลงไปบ้าง ร่างกายก็จะขับออกมาเองได้

3 ท่าเคาะปอด กระตุ้นให้เด็กไอหรือระบายเสมหะออกจากหลอดลม

การเคาะควรทำเมื่อเด็กมีอาการ ไอ มีเสมหะมาก หายใจเสียงดังครืดคราด และเด็กยังไม่สามารถระบายเสมหะได้ด้วยตนเอง ทั้งนี้สามารถช่วยลดความเหนียวของเสมหะ โดยการให้เด็กดื่มน้ำมาก ๆ

การเตรียมตัว สั่งน้ำมูก คายหรือดูดเสมหะที่มีในจมูกและปากออกมาก่อน ทั้งนี้ควรทำก่อนอาหารหรือหลังอาหาร  1 ชม.ครึ่ง – 2 ชม. เพื่อไม่ให้อาเจียนหรือสำลัก

ท่าที่1  อุ้มลูกให้หันหน้าเข้าหาอกคุณพ่อคุณแม่ ให้ศีรษะลูกพาดบนไหล่พ่อแม่ แล้วเคาะด้านหลังส่วนบนเหนือกระดูกสะบักขึ้นไป หลีกเลี่ยงการเคาะบริเวณกระดูกสะบัก

ท่าที่ 2  จัดท่านอนหงาย ให้ศรีษะหนุนหมอน ใช้ผ้าบางรองบริเวณหน้าอก เคาะบริเวณระดับไหปลาร้าถึงใต้ราวนม
หลีกเลี่ยงการเคาะบริเวณกระดูกหน้าอก

ท่าที่ 3  จัดท่าให้ลูกนอนตะแคง ยกแขนลูกขึ้นไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วเคาะบริเวณเหนือชายโครงด้านข้าง ต่ำจากรักแร้ลงมาเล็กน้อย

ทั้งนี้ควรนำผ้าบาง ๆ มาวางบริเวณที่เคาะ เพื่อช่วยลดแรงกระแทก ควรเคาะโดยการใช้อุ้งมือ ต้องเคาะเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอ และใช้เวลาเคาะแต่ละท่า 1-3 นาทีข้อควรระวัง ควรสังเกตอาการของลูกให้ดี เช่น ถ้าลูกเจ็บหรือปวดบริเวณที่เคาะ หรือมีประวัติการกระแทกที่หน้าอก มีอาการหอบเหนื่อยมากขึ้น ริมฝีปากซีดคล้ำ หายใจจมูกบาน ร้องไห้งอแงมากกว่าปกติ ให้หยุดก่อน เพราะอาจเป็นอันตรายได้

 

อ่านต่อ…ยาแก้ไอ สำหรับเด็ก เลือกอย่างไรปลอดภัยต่อลูกรัก คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

วิธีเลือกคาร์ซีท

วิธีเลือกคาร์ซีท ปกป้องลูกรักด้วยระบบนิรภัย ปลอดภัยทุกเส้นทาง

ทุกวันนี้เวลาขับรถออกนอกบ้านไปกับลูกน้อย คาร์ซีทกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่รถยนต์ทุกคันจะต้องติดตั้งไปแล้ว ซึ่งการปกป้องลูกน้อยจากอุบัติเหตุไม่คาดฝันก็คือสิ่งสำคัญอันดับแรกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องคำนึงนะคะ วิธีเลือกคาร์ซีท สักตัวจึงต้องพิจารณาหลายองค์ประกอบ ทั้งฟังก์ชั่นต่าง ๆ ระบบเซฟตี้ที่มั่นใจได้ ไปจนถึงวัสดุ และความคุ้มค่า ทีมแม่จึงขอยกคาร์ซีทมาแนะนำ 7 แบรนด์เพื่อเป็นตัวเลือกกันค่ะ

วิธีเลือกคาร์ซีท ปกป้องลูกรักด้วยระบบนิรภัย ปลอดภัยทุกเส้นทาง

วิธีเลือกคาร์ซีท

คาร์ซีท (Car Seat) คือ ที่นั่งสำหรับเด็กติดตั้งในรถยนต์ โดยออกแบบให้รองรับสรีระและขนาดตัวเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ยังมีส่วนสูงไม่ถึง 140 ซม. ซึ่งยังไม่สามารถใช้เข็มขัดในรถตามปกติได้ คาร์ซีทจึงเป็นอุปกรณ์พิเศษที่มาทดแทนเพื่อช่วยป้องกันลูกน้อยจากแรงกระแทก หากเกิดอุบัติเหตุ รวมไปถึงการขับขี่ที่ต้องเจอเหตุไม่คาดฝันต่างๆ 

 

วิธีเลือกคาร์ซีท ให้เหมาะกับลูก

  • เลือกจากประเภทของคาร์ซีทที่เหมาะกับแต่ละช่วงวัย ซึ่งมีหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบที่นั่งเสริม Booster เพื่อเพิ่มความสูงให้เด็กคาดสายนิรภัยรถปกติได้ แต่ควรใช้กับเด็ก 3 ปีขึ้นไป แบบหันเข้าหาเบาะ Rear-Facing สำหรับเด็กแรกเกิด แบบพนักพิงหลังสูงหันหน้าออก Forward-Facing เหมาะกับอายุ 2 ปีขึ้นไป เป็นต้น
  • เลือกตามการติดตั้งกับรถ มีทั้งระบบที่ใช้กับเข็มขัดนิรภัยหรือระบบสายคาด Seat Belt ของรถเอง มีราคาถูกกว่า ส่วนระบบ ISOFIX ติดตั้งได้ง่ายและมั่นคงกว่าระบบเข็มขัด มีความปลอดภัยสูง ช่วยป้องกันเบาะลื่นไหลเมื่อได้รับแรงกระแทกจากด้านหลัง แต่จะต้องใช้ร่วมกับรถยนต์ที่มีอุปกรณ์รองรับ ISO-FIX เท่านั้น 
  • ควรมีมาตรฐานความปลอดภัยสากลรับรอง อย่างตรา ECE R44/04 ควบคู่กับ ECE R129 (i-Size) ที่แสดงว่าผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยของสหภาพของยุโรปมาแล้วผ่านการทดสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวดโดย ADAC หรือสมาคมรถยนต์เยอรมัน ไปจนถึง FMVSS 213 (Federal Motor Vehicle Safety Standard 213) ซึ่งเป็นมาตรฐานประเทศสหรัฐอเมริกา  
  • เลือกจากฟังก์ชั่นการใช้งานต่าง ๆ เช่น ปรับระดับและความกระชับของที่นั่งได้ ระบายอากาศได้ดี ถอดซักทำความสะอาดได้ ตัวคุชชั่นหนานุ่มนั่งหรือนอนหลับสบายแม้การเดินทางยาวนาน ปรับเอนนอนได้ มีช่องวางขวดหรือแก้วน้ำ เป็นต้น

 

  1. Recaro รุ่น Young Sport Hero

คาร์ซีทดีไซน์เท่จากแบรนด์เยอรมัน ที่ได้รับรางวัล German Design Award การันตีคุณภาพ ตัวเบาะนั่งสบาย มีซับพอร์ตที่ศีรษะ หัวไหล่และสะโพก ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัย รวมถึงลดแรงกระแทกได้ดี ปรับเอนได้ และยังปรับความสูงของส่วนรองรับศีรษะได้หลายระดับ จึงรองรับได้หลายช่วงวัย ซื้อใช้ได้นาน เป็นคาร์ซีทแบบติดตั้งและถอดออกได้โดยใช้ระบบเข็มขัดนิรภัย จึงเหมาะกับรถทุกรุ่นทุกแบรนด์ นอกจากนี้วัสดุยังใช้เนื้อผ้าระบายอากาศอย่างดี ลูกน้อยจะนั่งหรือนอนก็สบายตัว 

วิธีเลือกคาร์ซีท

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.recaro-kids.com/products/toddler-car-seat-young-sport-hero/

 

  1. Britax รุ่น Endeavours

รุ่นนี้เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด สำหรับติดตั้งแบบหันหน้าเข้าหาเบาะเท่านั้น เรื่องความปลอดภัยผ่านการทดสอบและผลิตจากสหรัฐอเมริกา มาพร้อมสุดยอดเทคโนโลยี SafeCell Impact Protection มีทั้งระบบดูดซับแรงกระแทกจากด้านข้าง 2 ชั้น ฐานรองช่วยดูดซับแรงกระแทกจากการชนได้ดี สายรัดนิรภัยแบบ 5 จุด ชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการแข่งรถสูตร 1 หรือฟอร์มูล่าวันช่วยลดอาการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุ รวมไปถึงกรณีที่รถพลิกคว่ำด้วย นอกจากนี้ยังปรับการเอนนอนได้ถึง 3 ระดับ ทำให้เปลี่ยนระดับความสูงของสายรัดได้ง่ายถึง 6 ระดับ เนื้อผ้าเย็นสบายตลอดการเดินทาง

วิธีเลือกคาร์ซีท

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.britaxthailand.com/product/Endeavours

 

  1. Chicco รุ่น Nextfit Zip Baby Car Seat

คาร์ซีทแบรนด์คุณภาพจากอิตาลีที่สามารถปรับให้นั่งได้ 2 รูปแบบ จึงเหมาะกับเด็กทารกและเมื่อเด็กโตขึ้น ทั้งแบบนั่งแบบหันหน้าเข้าเบาะได้สูงสุด 18 กิโลกรัม และแบบหันหน้าออกได้สูงสุดถึง 29.5 กิโลกรัม เบาะนั่งปรับได้ถึง 9 ระดับง่ายๆ ด้วยมือเดียว มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอย่าง DuoGuard® Side-impact Protection ช่วยปกป้องแรงกระแทกจากด้านข้าง ทั้งศีรษะและลำตัว

โครงสร้างเสริมเหล็ก มีความแข็งแรง ทนทาน สายล็อกแน่นหนาและแข็งแรง ปรับความกระชับได้ ทั้งสายรัดตรงอกและตรงเป้าเด็กสามารถปรับให้เข็มขัดนิรภัยสำหรับรัดตัวเด็กกว้าง-ยาวขึ้นได้ แถมมีที่วางแก้วน้ำ หรือขวดนมสามารถถอดเข้าออกได้ เก็บอุณหภูมิได้ด้วย

คาร์ซีท

ข้อมูลเพิ่มเติม https://chicco.co.th/product/chicco-nextfit-zip-baby-car-seat-carbon/

 

  1. Combi รุ่น Joytrip EG

ออกแบบมาเพื่อรับกับสรีระของเด็กตั้งแต่ 1-11 ปี พร้อมการปกป้องด้วยเข็มขัดนิรภัยล็อกถึง 5 จุด โดยมีสัญลักษณ์สีแดง-เขียวเพื่อเตือนการล็อกเข็มขัด การันตีด้วยมาตรฐานด้านความปลอดภัยของสหภาพของยุโรปพร้อมตรา ECE R44/04 จึงยิ่งมั่นใจได้ในคุณภาพ ว่าสามารถปกป้องร่างกายลูกน้อยจากแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนอกจากจะเป็นเบาะมีพนักพิงแล้ว รุ่นนี้ยังสามารถถอดออกให้เป็นที่นั่งเสริม หรือ Booster เมื่อลูกน้อยโตขึ้นได้อีก ตัวเบาะใช้วัสดุผ้าตาข่ายอย่างดี ช่วยระบายอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนปลอกยังสามารถถอดออกมาซักทำความสะอาดได้ด้วย  

คาร์ซีท

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.combi.co.th/TH/productionContent.php?cate=3&pid=160

 

อ่านต่อ.. วิธีเลือกคาร์ซีท ปกป้องลูกรักด้วยระบบนิรภัย ปลอดภัยทุกเส้นทาง ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

พี่น้อง ทะเลาะกัน ช่วยให้ฉลาด

วิจัยเผย!! พี่น้องที่ชอบ ทะเลาะกัน ช่วยให้ฉลาดมากยิ่งขึ้น

ทะเลาะกัน เรื่องน่าปวดหัวของพ่อแม่ ที่ต้องเปิดตำรากี่เล่มถึงจะหาวิธีหยุดพี่น้องทะเลากันได้ แต่ช้าก่อนวิจัยเผยให้เห็นข้อดียิ่งทะเลาะยิ่งฉลาดนะ

วิจัยเผย!! พี่น้องที่ชอบ ทะเลาะกัน ช่วยให้ฉลาดมากยิ่งขึ้น

ลูกทะเลาะกัน เรื่องน่าปวดหัวของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ที่บางทีเป็นปัญหาจนอาจก่อให้เกิดความเครียดของพ่อแม่ขึ้นมาได้ แต่รู้หรือไม่ การ ทะเลาะกัน เป็นสิ่งดีต่อเด็ก ๆ นะ เมื่องานวิจัยได้เปิดเผยถึงข้อดีของการที่พี่น้องทะเลาะกันว่า เป็นส่วนสำคัญของพัฒนาการในวัยเด็ก นักจิตวิทยา และผู้ก่อตั้ง Hey Sigmund ชื่อ Karen Young ได้กล่าวว่าการทะเลาะกันของพี่น้องช่วยให้เด็กสามารถรับมือกันสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ช่วยให้มีความฉลาดในการเข้าสังคมมากขึ้น ได้เรียนรู้การเห็นอกเห็นใจ การควบคุมอารมณ์ตนเอง และการมีน้ำใจต่อกันอีกด้วย

พี่น้อง ทะเลาะกัน มีข้อดีเหมือนกันนะเออ
พี่น้อง ทะเลาะกัน มีข้อดีเหมือนกันนะเออ

ใช่ว่าการทะเลาะกันทุกครั้ง จะส่งผลดีต่อพัฒนาการของเด็กเสมอไป หากคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้ปฎิบัติตามกฎเหล่านี้เสียก่อน

เมื่อพี่น้องทะเลาะกัน พ่อแม่ไม่ได้มีหน้าที่เป็น “ศาล” ที่จะไปตัดสินว่าใครถูกใครผิด!! : นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

เรื่องพี่น้องทะเลาะกันตอนเล็กๆ หลายบ้านเข้าแทรกแซงเร็วมาก สอนนั่นนี่ บราๆๆๆ มากมาย ให้พี่เสียสละ ให้คนนี้ยอมคนนั้น พี่น้องต้องรักกันนะ รักกันมากๆนะ ให้คนนั้นยอมคนนี้ หากเป็นครอบครัวใหญ่ ฝ่ายแทรกแซงมากมาย คนนี้ต้องยอมคนนั้น คนนั้นต้องยอมคนนี้ แล้วจบลงด้วยการเขียนมาถามว่าพี่น้องทะเลาะกันตีกันอยู่ตลอด
เราควรรอ ปล่อยเขาตกลงกันเองนะครับ
เป็นหนึ่งในคำตอบที่นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ตอบคำถามพ่อแม่ในเพจเฟสบุ๊ก ถึงเรื่องราว พี่น้องทะเลาะกัน โดยมีข้อแนะนำว่า คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังเผชิญปัญหาพี่น้องทะเลาะกันนั้น วิธีแก้ที่ดีสำหรับตัวเด็กเอง การปล่อยให้เด็กตกลงกันเอง พ่อแม่มีหน้าที่เพียงดู ปล่อยให้เขาตกลงกันเอง และไม่ควรเข้าไปยุ่งมากเกินไป เว้นแต่จะมีใครได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งยังมีวิธีจัดการเมื่อลูกทะเลาะกันที่น่าสนใจมาฝากอีกด้วย
 “ตอนเล็ก ๆ เวลาเขาทะเลาะกันตามประสาเด็ก ๆ ผมเลือกที่จะอดทนพูดให้น้อยที่สุด รอให้เขาเย็นลง แล้วให้แก้ไขสถานการณ์กันเอง วิธีง่าย ๆ ที่ทำประจำ คือ  ให้เขายืนกอดเอวกัน มองหากัน ครั้งยิ้มก่อนแพ้!! ใช้ได้ผลทุกครั้งครับ โตมาทั้ง 3 คน ไม่เคยทะเลาะกันเลย มากสุดแค่งอนกัน 10 นาทีก็หาย”

เช่นเดียวกับนักจิตวิทยา Karen Young ได้กล่าวสนับสนุนให้พ่อแม่ทำเช่นนี้เมื่อพี่น้องทะเลากัน พ่อแม่อาจให้โอกาสลูกได้อธิบาย และสามารถแนะนำ หรือสอนเพิ่มเติมได้ แต่ต้องหลังจากที่พวกเด็ก ๆ ได้แก้ไขปัญหากันไปได้บ้างแล้ว และเธอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่ว่าการทะเลาะวิวาทจะน่าหงุดหงิดเพียงใด พ่อแม่ไม่ควรเข้าไปตัดสิน และยุ่งมากเกินไป

“เราไม่จำเป็นต้องเข้าไปตัดสินใครผิดใครถูกให้พวกขา ยิ่งเราโดดเข้าไปมากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งรอให้เราเข้าไปยุ่งทุกครั้ง โดยที่พวกเขาไม่แก้ปัญหาของตัวเองด้วยตัวเองกันเลย” Karen Young

เมื่อพี่น้อง ….  ทะเลาะกัน เป็นเรื่องดี!!

เหตุใดจึงดีที่ลูกของคุณพ่อคุณแม่ทะเลาะกัน?? คุณพ่อคุณแม่บางคนคงตอบสวนกลับว่าจะเป็นเรื่องดีไปได้อย่างไรเมื่อลูกทะเลาะกัน โดยปกติแล้วพ่อแม่ทุกคนย่อมอยากเห็นลูก ๆ รักใคร่ปรองดองกัน มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อต่อกัน ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างแน่นอน แต่รู้หรือไม่ว่า ความลับของการทะเลาะกันของพี่น้องนั้น เป็นส่วนสำคัญของพัฒนาการในวัยเด็ก

พี่น้อง ทะเลาะกัน ปล่อยให้เด็กจัดการกันเอง
พี่น้อง ทะเลาะกัน ปล่อยให้เด็กจัดการกันเอง

ทะเลาะกัน เป็นเรื่องปกติของพัฒนาการเด็ก

การศึกษาในต่างประเทศพบว่าเด็กเล็กในวัย 2-4 ปีที่อยู่ร่วมกันจะทะเลาะกัน 6.3 ครั้งต่อชั่วโมง หรือพูดง่าย ๆ คือ ทะเลาะกันทุก 9.5 นาที  และจะค่อย ๆ ลดลงจาก 6.3 เป็น 3.5 ครั้งต่อชั่วโมงในกลุ่มเด็กที่มีอายุ 3-7 ปี จะเห็นได้ว่าการทะเลาะกันของเด็กนั้นเป็นเรื่องปกติตั้งแต่เด็ก เนื่องจากว่าในวัยเด็กนั้น เป็นวัยที่มีความยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง (Egocentric) อยู่เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว เขายังไม่เข้าใจเหตุผลของการอยู่ร่วมกัน จะทำสิ่งใดจะยึดความรู้สึกของตนเองเป็นที่ตั้ง ซึ่งการทะเลาะกันนั้นก็เปรียบเสมือนบทเรียนที่เด็กจะได้เรียนรู้ การเข้าสังคมนั่นเอง

ทุกความขัดแย้งสอนให้เด็กเติบโต!!

แม้ว่าพี่น้องทะเลาะกันจะเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่า พ่อแม่ไม่ต้องทำสิ่งใดเลย เมื่อความขัดแย้งเกิดขึ้น เด็กต้องได้เรียนรู้ผ่านความขัดแย้งนั้น ๆ ด้วย การทะเลาะกันของเด็กนั้น พ่อแม่ต้องคอยสอดส่องว่าพวกเขาสามารถจัดการปัญหา ด้วยการเคารพสิทธิ์ของกันและกัน สามารถปรับตัวเข้าหากัน ยอมรับ และจัดการกับความขัดแย้งนั้นได้อย่างเหมาะสมเพียงพอหรือไม่ โดยพ่อแม่ไม่จำเป็นต้องรีบเข้าไปจัดการปัญหาให้เด็กตั้งแต่ช่วงแรก แต่สามารถเข้าไปสรุป หรือแนะนำเพิ่มเติมเมื่อเห็นพวกเขาจัดการกับเรื่องขัดแย้งกันไปแล้ว เช่น สอนให้ลูกรู้จักโต้แย้ง และอธิบายถึงสิ่งที่เราต้องการได้ ให้ลูกรู้ว่าตอนไหนที่ควรถอย และโอนอ่อนผ่อนตาม รู้ถึงสิทธิในความเป็นพี่ เคารพดูแลในความเป็นน้อง สอนให้อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวที่สามารถช่วยเหลือ อภัยให้กันได้ เป็นต้น วิธีการเช่นนี้จึงสามารถเรียกได้ว่า ความขัดแย้งสอนให้เด็กเติบโตอย่างแท้จริง

 

อ่านต่อ >> วิจัยเผย!! พี่น้องทะเลาะกัน ช่วยให้ฉลาดมากยิ่งขึ้น คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ฝันเห็นพระ

ฝันเห็นพระ ความฝันนี้หมายความว่าอะไร พร้อมเลขเด็ด!!

ฝันเห็นพระ ฝันเห็นพระพุทธรูป ฝันเห็นพระสงฆ์ ฝันเห็นพระสงฆ์บิณฑบาต ฝันเห็นพระสงฆ์ที่รู้จัก ฝันเห็นพระสงฆ์หลายรูป ทำนายฝัน พร้อมเลขเด็ด

ฝันเห็นพระ ความฝันนี้หมายความว่าอะไร พร้อมเลขเด็ด!!

ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูป หรือพระสงฆ์ ถือเป็นสิ่งสิริมงคลแก่พวกเราชาวไทยพุทธ แล้วการฝันเห็นพระ ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูป หรือพระสงฆ์ จะเป็นสัญญาณแห่งความโชคดี ช่วยปัดเป่าสิ่งเลวร้าย นำความมงคลมาให้หรือไม่ ทีมกองบรรณาธิการ ABK รวบรวมคำ ทำนายฝัน มาให้แล้วค่ะ

ฝันเห็นพระสงฆ์หลายรูป
ฝันเห็นพระสงฆ์หลายรูป

ฝันเห็นพระ ความฝันนี้หมายความว่าอะไร พร้อมเลขเด็ด!!

ฝันเห็นพระ

ทำนายว่า หญิงชายใดฝันเห็นองค์พระหรือพระพุทธรูป พระบูชาต่างๆ ความฝันนี้เป็นมงคลแก่ตัวเอง ทายว่า จะได้รับโชคติดตามมาภายหลัง

เลขเด็ด

  • เลขเด็ด ฝันเห็นพระ : ควรมีเลข 8
  • เลขเด็ด 2 ตัว : 88 , 27 , 78
  • เลขเด็ด 3 ตัว : 288 , 287 , 289

 

ฝันเห็นพระสงฆ์

ทำนายว่า ฝันเห็นพระสงฆ์หรือฝันว่าถวายภัตตาหาร คนที่ฝันในลักษณะนี้มีโอกาสที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลงทุน ความรัก การเรียน ส่วนใครที่เป็นคนชอบพูด ชอบเจรจามากๆ ก็ให้ระวัง เพราะคำพูดของเราอาจไปขัดใจคนอื่นได้

ความรัก

  • คนที่กำลังโสดอยู่มีโอกาสจะได้เจอคนที่ถูกใจ แต่อย่าเพิ่งคาดหวังมากจนเกินไป เพราะคนๆ นั้นอาจมีเจ้าของอยู่แล้ว ส่วนคนที่มีคู่ครองอยู่อาจมีเรื่องเข้ามาทำให้ปวดหัวอยู่หน่อยๆ ซึ่งไม่นานทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นเอง

การงาน

  • ระยะนี้อาจจะต้องอดทนเพื่อให้เกิดความสำเร็จในงานที่ทำอยู่สักหน่อย แต่หนทางยังอีกยาวไกล ไม่ว่าจะลงมือทำงานชิ้นไหนก็อาจเกิดข้อติดขัดได้อยู่เสมอเนื่องจากผู้ใหญ่ไม่ได้ให้การสนับสนุน

การเงิน

  • ใครที่กำลังอยู่ในสถานะการเป็นเจ้านี้ นับว่าในเรื่องร้ายๆ ก็ยังมีเรื่องดีอยู่บ้าง เพราะคุณจะได้รับเงินคืนจากลูกหนี้หลายคนพร้อมๆ กัน

เลขเด็ด

  • เลขเด็ด ฝันเห็นพระสงฆ์ : ควรมีเลข 7 และ 8
  • เลขเด็ด 2 ตัว :  88 , 27 , 78
  • เลขเด็ด 3 ตัว :  288 , 287 , 289

 

ฝันเห็นพระพุทธรูป

ทำนายว่า ในช่วงนี้ทั้งตัวคุณและครอบครัวของคุณจะมีการใช้ชีวิตที่เป็นไปอย่างสงบร่มเย็น ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและภัยอันตรายต่างๆ ถือได้ว่าใครที่ฝันในลักษณะนี้จะยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก

เลขเด็ด

  • เลขเด็ด ฝันเห็นพระพุทธรูป : ควรมีเลข 9
  • เลขเด็ด 2 ตัว :  91 , 92
  • เลขเด็ด 3 ตัว : 198 , 199 , 299

 

ฝันเห็นพระสงฆ์หลายรูป

ทำนายว่า ขอเตือนเอาไว้ก่อนว่าคุณอาจได้รับเรื่องที่ทำให้เดือดเนื้อร้อนใจมาจากเพศตรงข้าม มีหลายอย่างที่ทำให้ตัวคุณอึดอัดจนต้องหาทางระบายออก อาจจะได้โชคจากคนผิวสองสี และควรระวังเรื่องเงินทอง อย่าไว้ใจใครมากจนเกินไปจะดีที่สุด

ความรัก

  • ความรักที่คุณคาดหวังอาจไม่เป็นไปดังหวัง จะมีอุปสรรคเข้ามาทำให้ชีวิตคู่ต้องคิดมาก เสียใจ ร้องไห้อยู่เสมอ ทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัด ไม่กล้าบอก เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเสียใจตามไปด้วย

การงาน

  • ให้ระวังเรื่องการใช้คำพูดเป็นพิเศษ เพราะอาจเกิดเรื่องขัดแย้งบานปลายจนมีปากเสียงได้ ถ้าจะให้ดีแนะนำว่าควรไปขอคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ชาย หรือหญิง ท้วม ผิวขาว มีอายุจะช่วยได้

การเงิน

  • หากเกิดการติดขัดเรื่องการใช้เงินในช่วงนี้อาจพอจะหยิบยืมจากเพื่อนสนิทได้บ้าง

เลขเด็ด

  • เลขเด็ด ฝันเห็นพระสงฆ์หลายรูป : ควรมีเลข 4 , 8 และ 9
  • เลขเด็ด 2 ตัว : 84 , 78 , 49 , 94 , 98
  • เลขเด็ด 3 ตัว : 480 , 138 , 248 , 806 , 928

 

ฝันเห็นพระพุทธรูปหลายองค์

ทำนายว่า การฝันในลักษณะนี้เป็นสัญญาณที่บอกให้รู้ว่าอาจเกิดการทะเลาะวิวาทของคนในบ้าน ทำให้เกิดความไม่สบายใจโดยคนที่มีอายุน้อยกว่า

ความรัก

  • เรื่องความรักอาจต้องอาศัยเรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจกันอยู่สักหน่อย ไม่ควรขัดแย้ง หรือทะเลาะกันในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง

การงาน

  • คุณยังคงต้องทำงานเยอะ ต้องแบกรับภาระต่างๆ เอาไว้อยู่หลายอย่าง ถึงแม้จะทำอะไรเป็นก็ปฏิเสธไม่ได้ อีกทั้งยังมีคนชักชวนเข้าให้ไปทำธุรกิจ หากเริ่มลงมือทำแล้วก็จะดี อาจเกิดความสำเร็จได้

การเงิน

  • ไม่มีติดขัด เพราะจะมีคนคอยให้ความช่วยเหลือ ทำให้อุปสรรคต่างๆ ที่คิดว่ายากผ่านไปได้ด้วยดี

เลขเด็ด

  • เลขเด็ด ฝันเห็นพระพุทธรูปหลายองค์ : ควรมีเลข 2
  • เลขเด็ด 2 ตัว : 18 , 33 , 94 , 24 , 92
  • เลขเด็ด 3 ตัว : 253 , 690 , 114 , 786 , 962

 

อ่านต่อ…ฝันเห็นพระ ความฝันนี้หมายความว่าอะไร พร้อมเลขเด็ด!! คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบรองชนะเลิศ

ประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบรองชนะเลิศ MOM INFLUENCER CONTEST SEASON 2

MOM INFLUENCER CONTEST SEASON 2 การประกวดคุณแม่นักรีวิวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย … ใกล้ถึงโค้งสุดท้ายแล้ว ใครจะได้เป็นหนึ่งในทีมคุณแม่ Influencer มืออาชีพกับ Amarin Baby & Kids  ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท

ตามมาดูผล ประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบรองชนะเลิศ 100 คน ซึ่งจะได้รับ “Mystery Box” เพื่อแข่งขันเขียนรีวิวสินค้าและถ่ายภาพ
ใครจะผ่านเข้ารอบการประกวดกันบ้าง…เช็กรายชื่อได้ที่นี่!!

ภาคเหนือ

ฆรณี อ่อนประไพ
ณฐารินทร์ ชีพเพียงสรวง
ทัศนีย์ ใจดี
นรัถภร สายคำฟู
นฤมล พลจรัส
ชญานิศ จิตอารี
บุญยาพร ธรรมกันธร
ประภัสรา ผลเชื้อ
พรรณิกา ศิริ
ไพลิน จันทร์ปัญญา
ศิรินันท์ เขื่อนแก้ว
ศิวิมล พานิชย์วิไล
อมรรัตน์ ชุมภู
ไอลัดดา ทองจูด

ภาคกลาง

กชกร สุวิยานนท์
กรรณิการ์ ศิริคณินทร์
กุลธิดา ชอบประดู่
จิราวดี พลประทีป
ฐนัญญา จงพิศุทธิโสภณ
ณัฐพร จิรศักยกุล
ณิชาภัทร ปึงสุวรรณ
ทัศนีย์ ธาตรีกิติภูมิ
ทิพย์ธัญญา คำกอง
ธิรดา ช่วยสำเร็จ
นิศานาถ สุขประเสริฐ
พรภัส เพชรตระกูลเจริญ
พัชรมัย สวนาพร
พัชราภรณ์ เซ็นสาส์น
รพีพรรณ รัตนโกมุท
รังสิมาลิน หวังศิริ
วรันธร สุวัตถิกุล
วราภรณ์ ทองดอนเปรียง
วริษา รัชตะนาวิน
วิชุภรณ์ บุญธนะไพศาลวงศ์
วิภาดา​ ขัน​โคก​กรวด​
วิลาวรรณ กุศล
วีระยา สุขแระเสริฐ
ศศิพิมพ์ สาระธนะ
ศิโรรัตน์ จริเกษม
สรารัตน์ ศรีชาลี
โสภิดา สุภาจักร์
หทัยชนกก์ แสงภู่
อลิษา ศรนารายณ์
Natthamon Doungla

ภาคอีสาน

กัณต์นันท์ เกินขุนทด
จารุรัตน์ จันทร์วันเพ็ญ
จิราภา หอวิจิตร
ณัฐกฤตา ลิขิตธนพลกุล
นิษฐ์รฐา สกุลชัยเมธีดิลก
ปาริชาติ เสาแก้ว
ภัทรีญา ขวัญเมือง
วรินทราย เจียรนันทรานนท์

ภาคใต้

ณัฐนันท์ ศรีวัฒนานุพงศ์
รัชภร สิทธิเดช
วัลย์ลิกา สุดจันทร์
ศศิภัสสร เนปเปอร์
ศศิภีกดิ์ฤดี สิริสรณ์สิริ
อมรรัตน์ สาตแสงพุฒ
อาวาตีฟ อับดุบกาเดร์

กรุงเทพมหานครฯ

กมลวรรณ โชตินิพัทธ์
กมลวรรณ ศิวะพรพันธ์
กันตพร อุบลวรรณี
กัลยา จะไป
เกวลิน สุระเกษ
จารุทัศน์ ตั้งพานิชดี
จิรนันท์ ขวัญศรี
ชนัญธิดา สมบัติศิริ
ชรินทร์ทิพย์ ทองสุกโชติ
ณิรินทร์ญา เกตุวงษ์
ธนวรรณ เดชชุษณะนาถ
ธัญญ์ธิชา อินปา
นนท์ชยลักษณ์ พรรณาผลากูล
นิศารัตน์ แซ่ฟู
ปภัชญา เลิศอัครธร
ปาณิศา อนุสกุลโรจน์
ปิโร โรหิตเสถียร
พนิดา เต็มเปี่ยมเจนสุข
พลอยนภัส ธนูทอง
พลอยนภัส เลรุ่งพัฒน์
พัทธกานต์ อนุรุทธิกร
พินิจนันท์ คำนวน
พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล
พิมพร วงค์ฝั้น
ภัทราวรรณ คิ้วสุวรรณศรี
ภัสราวดี เผ่าจินดา
มาริตา​ อุดมวงศ์ศิริ
ลักษณ์นารา พ่วงโชคอนันต์
วรณิชชา แสงสุพรรณ
สุดาพร เหนือเมฆิน
สุนทรี จันทร์ผ่อง
สุนทรียา กาบคำ
อนุสรา คงกิตติโสภี
อรชพร​ สวัสดี
อรอนงค์ เฟื่องฟู
Arena Muadthong
Thanatha Phutanakul

ผู้เข้ารอบรองชนะเลิศ

รายละเอียดการประกวดรอบรองชนะเลิศ

  • ผู้เข้ารอบรองชนะเลิศจะได้รับ “Mystery Box” โดยการเขียนรีวิวสินค้าและถ่ายภาพจำนวน 5 ภาพ [จัดส่งถึงบ้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย]
  • โพสต์ลงใน Facebook ส่วนตัว หรือ Fanpage ตั้งเป็น “สาธารณะ” พร้อมใส่ #MomInfluencerContestSS2 #เชื่อมัมมันเวิร์ค #AmarinBabyAndKids และ #แบรนด์สินค้า
  • โดยโพสต์ได้ 1 คน ต่อ 1 ครั้งเท่านั้น ภายในวันที่ 24-30 ตุลาคม 2565
  • ส่ง Link คลิปรีวิว มาที่ใต้โพสต์ “ประกาศรายชื่อผู้เข้าประกวดรอบรองชนะเลิศ” ที่ Facebook Amarin Baby & Kids
  • ผู้เข้าประกวดสามารถแชร์โพสต์รีวิวสินค้าไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลอื่นๆเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ตามความเหมาะสม

ประกาศชื่อผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2565
ผ่านช่องทาง Facebook Amarin Baby & Kids

เกณฑ์การตัดสินรอบรองชนะเลิศ

พิจารณาจำนวนยอดไลค์สูงสุดและคุณภาพของโพสต์รีวิวตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน 2565 โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน (100 คะแนน) ดังนี้

  • การเรียบเรียงเนื้อหา เต็ม 25 คะแนน
  • ความโดดเด่นของสินค้า (ภาพถ่าย) เต็ม 30 คะแนน
  • สื่อสาร Key message ครบถ้วนตามโจทย์ที่กำหนด เต็ม 25 คะแนน
  • สไตล์การเขียนรีวิว เต็ม 20 คะแนน

เงื่อนไขการประกวดรอบรองชนะเลิศ

  • ห้ามคัดลอก ลอกเลียน หรือดัดแปลงงานเขียนรีวิวของผู้อื่นเป็นอันขาด หากพบว่ากระทำการดังกล่าวจะถือว่าตัดสิทธิ์ในการแข่งขัน
  • ข้อความรีวิว ภาพถ่ายและคลิปถือเป็นลิขสิทธิ์ของ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)  และบริษัทในเครือ, พันธมิตร และคู่ค้ารวมถึงสปอนเซอร์ผู้สนับสนุนกิจกรรมในอนาคต สามารถทำการปรับปรุงแก้ไขได้ตามความเหมาะสมกับรูปแบบการใช้งาน นอกจากนี้ สิทธิ์ใดๆ อันเกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวเนื่องกับข้อความรีวิว ภาพถ่ายและคลิป
ตั้งชื่อลูกสาวตามวันเกิด

ตั้งชื่อลูกสาวตามวันเกิด ชื่อมงคล ความหมายดี

ตั้งชื่อลูก ตั้งชื่อลูกสาว ตั้งชื่อลูกสาวตามวันเกิด ชื่อดี มีมงคล ไม่มีอักษะกาลกิณี ชื่อเพราะๆ ความหมายดี ชีวิตราบรื่น เจริญรุ่งเรือง

ตั้งชื่อลูกสาวตามวันเกิด ชื่อมงคล ความหมายดี

คนไทยมีความเชื่อเรื่อง การตั้งชื่อ ตามหลักโหราศาตร์ ยิ่งคุณพ่อคุณแม่สมัยนี้มักให้ความสำคัญกับการตั้งชื่อลูก เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ลูก มีความประสงค์อยากจะให้ชีวิตลูกมีความเจริญก้าวหน้า มีความสุข ทีมกองบรรณาธิการ ABK จึงได้นำการ ตั้งชื่อลูกสาวตามวันเกิด มาฝากคุณพ่อคุณแม่แล้วค่ะ

ตั้งชื่อลูกสาวตามวันเกิด
ตั้งชื่อลูกสาวตามวันเกิด

ตั้งชื่อลูกสาวตามวันเกิด ชื่อมงคล ความหมายดี

เกิดวันอาทิตย์ (เวลา 06.00 น. – เช้าวันจันทร์เวลา 05.59 น.)

ชื่อ อ่านว่า ความหมาย
ดลปพร ดน-ปะ-พอน บันดาลให้เกิดสิริมงคล
ธนัญญา ทะ-นัน-ยา มีความรู้เรื่องทรัพย์
ธัญชนก ทัน-ชะ-นก ให้เกิดสิริมงคล หรือให้เกิดโชค
ธันยวีร์ ทัน-ยะ-วี มีโชคและมีความกล้า
ธัญวรินทร์ ทัน-วะ-ริน โชคดีและประเสริฐยิ่ง
เบญญาภา เบน-ยา-พา รุ่งเรืองด้วยปัญญา
บุณยาพร บุน-ยา-พอน ดีและประเสริฐ ประเสริฐด้วยความดี
ปภาวี ปะ-พา-วี ผู้มีอำนาจ
ปัณณ์ทิชา ปัน-ทิ-ชา ผู้เกิดสองครั้งในความรู้
นัทธ์ณมน นัด-นะ-มน ผูกพันด้วยใจ
นภาธร นะ-พา-ทอน มั่นคงดั่งท้องฟ้า
นันท์ชวัล นัน-ชะ-วัน รุ่งเรืองน่ายินดี
นวินดา นะ-วิน-ดา ความใหม่ ความสดชื่น
นิชาภัทร นิ-ชา-พัด เป็นของตัวเองและดีงาม
พรรษสร พัด-สอน ฝนทิพย์

 

เกิดวันจันทร์ (เวลา 06.00 น. – เช้าวันอังคารเวลา 05.59 น.)

ชื่อ อ่านว่า ความหมาย
นภัทร นะ-พัด มีสิริมงคลและความรู้
นัทธมน นัด-ธะ-มน มีใจผูกพัน
ณหทัย นะ-หะ-ไท หัวใจแห่งความรู้
ดรัลพร ดะ-รัน-พอน ทับทิมอันประเสริฐ
ปภัสสร ปะ-พัด-สอน แสงสว่าง
ปวรรัตน์ ปะ-วอน-รัด รัตนะอันประเสริฐ
ปัณณพร ปัน-นะ-พอน ประเสริฐทางหนังสือ
ปณตพร ปะ-นด-พอน การน้อมไหว้อันประเสริฐ
พรรณปพร พัน-ปะ-พอน มีผิวพรรณประเสริฐ
พรรณวรท พัน-วะ-รด การให้พรเรื่องผิวพรรณงาม
พลอยรัตน์ พลอย-รัด ประสมด้วยเพชรนิลจินดา
ภคพร พะ-คะ-พอน มีโชคเป็นพร
ภรณ์ชนก พอน-ชะ-นก การเลี้ยงดูบิดา
วรรณวนัช วัน-วะ-นัด ผิวพรรณเหมือนดอกบัว
วรวลัญช์ วอ-ระ-วะ-ลัน ผู้มีลักษณะอันประเสริฐ

เกิดวันอังคาร (เวลา 06.00 น. – เช้าวันพุธเวลา 05.59 น.)

ชื่อ อ่านว่า ความหมาย
ดารินทร์ ดา-ริน ดวงดาวอันยิ่งใหญ่ ยอดดารา
ดรัลพร ดะ-รัน-พอน ทับทิมอันประเสริฐ
ติณณา ติน-นา ผู้ข้ามพ้นความทุกข์
ตุลยดา ตุน-ยะ-ดา ความเสมอภาค
ทัตพิชา ทัด-พิ-ชา ผู้ได้รับประสาทวิชาความรู้ ผู้ได้รับความรู้
ธวัลยา ทะ-วัน-ยา บริสุทธิ์
นภาลัย นะ-พา-ลัย ฟากฟ้า
นรียา นะ-รี-ยา สตรี
ภัทรวรรณ พัด-ทระ-วัน มีผิวพรรณดีงาม
หทัยรัตน์ หะ-ไท-รัด แก้วใจ
ธัญสิริ ทัน-ยะ-สิ-หริ โชคดีและมิ่งขวัญ
นิพิษฐา นิ-พิด-ถา ผู้ดำรงมั่น มั่นคง
นิรัชพร นิ-รัด-ชะ-พอน บริสุทธิ์และประเสริฐ
นิศารัตน์ นิ-สา-รัด พระจันทร์
บุญญาพร บุน-ยา-พอน มีบุญเป็นพร

 

เกิดวันพุธกลางวัน (เวลา 06.00 น. – เย็นวันพุธเวลา 17.59 น.)

ชื่อ อ่านว่า ความหมาย
ณัฐนรี นัด-นะ-รี หญิงสาวผู้เป็นนักปราชญ์
ตุลยดา ตุน-ยะ-ดา ความเสมอภาค
ธันยพร ทัน-ยะ-พอน มีโชคอันประเสริฐ
นารา นา-รา รัศมีรุ่งเรือง
บัญฑิตา บัน-ดิ-ตา ผู้ฉลาด ผู้มีความรู้
ณัฏฐา นัด-ถา นักปราชญ์
ฐปิตา ถะ-ปิ-ตา ผู้มีจุดยืนแล้ว ตั้งมั่นแล้ว
ฐานิตา ถา-นิ-ตา ผู้มีฐานะ
คคนางค์ คะ-คะ-นาง ท้องฟ้า
คณิฏฐา คะ-นิด-ถา ยืนหยัดได้ด้วยคณะ
เขมิกา เข-มิ-กา ผู้มีความเกษม
กวินนาถ กะ-วิน-นาด ผู้มีที่พึ่งอันดีงาม
กุลธิดา กุน-ทิ-ดา หญิงผู้เกิดในตระกูลดี
กานต์ธีรา กาน-ที-รา นักปราชญ์ผู้เป็นที่รัก
กมลเนตร กะ-มน-เนด ตางามดุจดอกบัว

 

อ่านต่อ…ตั้งชื่อลูกสาวตามวันเกิด ชื่อมงคล ความหมายดี คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

สำลักอาหาร cpr

นาทีชีวิต!! CPR ช่วยลูกอย่างไรเมื่อลูก สำลักอาหาร

สำลักอาหาร นาทีชีวิต หากลูกเกิดภาวะสำลักไม่ว่าจะเป็นอาหาร หรือสิ่งแปลกปลอม หาก cpr ช่วยชีวิตถูกวิธีมีโอกาสรอด ทักษะช่วยชีวิตที่พ่อแม่ต้องรู้

นาทีชีวิต!! CPR ช่วยลูกอย่างไรเมื่อลูก สำลักอาหาร

การสำลักอาหาร เรื่องเล็ก ๆ ที่ส่งผลไม่เล็กต่อชีวิต การเสียชีวิตจากภาวะทางเดินหายใจ หรือหลอดอาหารถูกอุดกั้นจากสิ่งแปลกปลอม (choking) เป็นสาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยในเด็กเล็ก เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด กะทันหัน  แต่หากคุณพ่อคุณแม่มีความพร้อม ความรู้ความเข้าใจ ในการรับมือและป้องกันเบื้องต้น ก็จะสามารถช่วยลูกได้ทันการณ์ ช่วยให้เด็กมีความปลอดภัยในชีวิตมากขึ้น หรือหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เด็กก็จะได้รับการดูแลและช่วยเหลือด้วยวิธีการที่ถูกต้องได้อย่างทันท่วงที

เด็กทารก สำลักนม ร้องไม่มีเสียง
เด็กทารก สำลักนม ร้องไม่มีเสียง

แค่สำลักอาหาร ทำไมถึงอันตรายถึงชีวิต !!

ในเด็กทารกที่ยังไม่สามารถรับประทานอาหารได้ ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถเกิดอาการ สำลักอาหาร ได้ การสำลักนมในเด็กทารกจนเสียชีวิตนั้น แม้จะเป็นภาวะที่พบได้ไม่บ่อย แต่ก็พบได้เรื่อย ๆ ดังที่เราเห็นได้จากข่าวเศร้าตามหน้าสื่อต่างๆ  ทำไมทารกถึงสำลักนมจนเสียชีวิตได้

  • นมแม่ที่ไหลพุ่งแรงมากจนลูกดูดไม่ทัน ซึ่งโดยปกติเด็กที่ดูดนมแม่จะไม่ค่อยภาวะอันตรายนี้ เพราะนมจะไหลออกมาเมื่อเด็กออกแรงดูดเท่านั้น แต่ในนมแม่ที่มีมาก และไหลพุ่งแรงจนทำให้ลูกดูดไม่ทัน จนสำลักก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน
  • ทารกที่มีความผิดปกติของอวัยวะที่เกี่ยวกับการดูดกลืน เช่น เป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีภาวะความผิดปกติของการกลืน เป็นต้น
  • ขวดนม การใช้ขวดนมให้ลูกดูด จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการสำลักนมได้มากกว่าดูดจากเต้านมแม่โดยตรง
  • จุกขวดนมที่ผิดขนาด ไม่ได้มาตรฐาน มีรูที่ใหญ่เกิดไปไม่เหมาะสมกับช่วงวัย ทำให้ปริมาณน้ำนมไหลออกมามากกว่าปกติ ทารกจึงสำลักนมได้ ปริมาณน้ำนมที่มากนั้น อาจผ่านเข้าไประบบทางเดินหายใจ คือ ผ่านกล่องเสียงลงไปในสายเสียง ถ้าปริมาณน้ำนมมากจนเกินไปก็จะทำให้หายใจไม่ออก เพราะลมเข้าไปไม่ทัน จึงเกิดภาวะขาดออกซิเจน หรือน้ำนมปริมาณมากเข้าไปกระตุ้นให้เกิดกล่องเสียงหดตัวเฉียบพลัน ทำให้เกิดอาการทางเดินหายใจอุดกลั้นฉับพลัน อันนำมาซึ่งการเสียชีวิตได้

เด็กโตที่สามารถรับประทานอาหารได้แล้ว อาการสำลักอาหารมักเกิดจากการที่เด็กนำอาหาร หรือสิ่งของเข้าปากด้วยความอยากรู้อยากเห็น หรือเกิดการสำลักขณะที่กินอาหารเร็วเกินไป หรือพูดขณะที่กำลังมีอาหารอยู่ในปาก ส่วนสาเหตุที่ทำให้ผู้ใหญ่สำลักนั้นมักเกิดจากการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด หัวเราะขณะกินอาการหรือดื่มน้ำเร็วเกินไป

อาหารที่มักทำให้เกิดอาการสำลัก ได้แก่ ถั่วลิสง หมากฝรั่ง ป๊อปคอร์น ลูกอม ไส้กรอก ผักและผลไม้ชิ้นใหญ่ๆ เช่น มะเขือเทศเชอรี่ ลูกองุ่น และวัสดุเล็ก ๆ อย่างยางลบ

สัญญาณเตือน เมื่อลูก “อาหารติดคอ”

  1. สำลัก หรือมีอาการไออย่างรุนแรง และต่อเนื่อง
  2. หายใจไม่ออก หรือหายใจเสียงดังเหมือนคนเป็นโรคหอบหืด
  3. พูดไม่มีเสียงออกมา หรือพูดได้ลำบาก
  4. หายใจเร็วผิดปกติ
สำลักอาหาร วิธีปฐมพยาบาลลูกน้อย
สำลักอาหาร วิธีปฐมพยาบาลลูกน้อย

วิธีการปฐมพยาบาลเมื่อสำลักอาหาร

เมื่อ “ตัวคุณเอง”สำลักอาหาร

ในกรณีที่เรารับประทานอาหารอยู่คนเดียว แล้วจู่ ๆ เกิดสำลักอาหารขึ้นมา ควรปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดังนี้

  1. รวบรวมสติ แล้วดื่มน้ำ แต่หากไม่มีน้ำ พยายามยืดคอตรง ๆ เพื่อเปิดหลอดอาหารให้กว้างขึ้น แล้วไอออกมาแรง ๆ
  2. กำมือหนึ่งข้างนำมาวางบริเวณเหนือสะดือ (กรณีคนอ้วนหรือคนท้อง เปลี่ยนตำแหน่งเป็นร่องอก ) แล้วใช้มือข้างที่เหลือนำมากุมมือที่กำไว้ กระทุ้งให้สิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกาย หากแรงกดไม่พอ ลองใช้ขอบโต๊ะ หรือเก้าอี้ช่วยเพิ่มแรงกด
  3. ออกไปหาคนช่วยเหลือ หรือโทร. เรียกหน่วยกู้ชีพ

เมื่อ “คนอื่น”สำลักอาหาร

ต้องสังเกตอาการ หากเห็นว่า เขาจะหายใจไม่ออก เอามือกุมคอ พยายามจะพูดแต่ไม่มีเสียง ต้องรีบถามเลยว่าสำลักอาหารใช่หรือไม่ หากเขาส่งสัญญาณว่าใช่ ปฏิบัติดังนี้

  1. ไปทางด้านหลังของผู้ที่สำลักอาหาร
  2. เอามือสองข้างโอบรอบพุงของคนที่กำลังสำลัก
  3. มือข้างหนึ่งกำไว้แล้วเอามือที่เหลือมากุม บริเวณเหนือสะดือ แต่ใต้ลิ้นปี่
  4. ออกแรงกระทุ้งแรง ๆ ในลักษณะกระชากสองมือเข้าหาตัวเอง
  5. ทำเรื่อย ๆ จนผู้ที่สำลักอาหารมีอาการไอ หรือพูดให้ได้ยินเสียง ก็ถือว่าดีขึ้น

เมื่อ “เด็กเล็ก”สำลักอาหาร

  1. สังเกตอาการ อ้าปากร้องแต่ไม่มีเสียง แสดงว่ามีสิ่งแปลกปลอมกั้นหลอดลม
  2. จับเด็กนอนคว่ำ และตบแรง ๆ บริเวณทรวงอกด้านหลังระหว่างกระดูกสะบัก จนอาหารกระเด็นหลุดออกมา
  3. กรณีที่สำลักแล้วหายใจไม่ออก ริมฝีปากเขียว ให้เด็กนั่งหรือยืนโน้มตัวไปทางด้านหน้าเล็กน้อย ผู้ใหญ่ยืนด้านหลัง ใช้แขนสอดสองข้างโอบลำตัว กำมือวางไว้ที่ใต้ลิ้นปี่ ดันมือลงตรงตำแหน่งลิ้นปี่อย่างรวดเร็ว เพื่อดันให้อาหารหลุดออกมา

    เลือกอาหารให้เหมาะสมกับวัย ป้องกันอาการ สำลักอาหาร ได้
    เลือกอาหารให้เหมาะสมกับวัย ป้องกันอาการ สำลักอาหาร ได้

เมื่อ “ผู้สูงอายุ”สำลักอาหาร

  1. ยืนด้านหลังผู้สูงอายุ
  2. ใช้มืออ้อมจากด้านหลังมากำมือประสานไว้ที่หน้าท้องผู้สูงอายุ เหนือสะดือเล็กน้อย กระแทกมือขึ้นด้านบนบริเวณกะบังลมอย่างรวดเร็ว
  3. โทร 1669 หรือนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล

สำหรับผู้สูงอายุ ต้องเพิ่มความเอาใจใส่ในการรับประทานอาหาร รับประทานแค่พอดีคำ เพราะการทำงานของระบบการกลืนอาหาร การทำงานของช่องปาก กลไกของระบบประสาทที่ควบคุมการกลืนลดลง มีโอกาสที่อาหารจะเหลือค้างในคอหอยนานขึ้นและมากกว่าปกติ เสี่ยงต่อการสำลักอาหาร และหากเกิดเหตุต้องรีบช่วยให้เร็ว จะเพิ่มโอกาสรอดมากขึ้น

อ่านต่อ>>คลิปสาธิตวิธีการช่วยเหลือ เมื่ออาหารติดคอ และข้อพึงระวัง คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เรื่องสั้น

เรื่องสั้น ตำนานไทย เรื่องเล่าแต่โบราณ

เรื่องสั้น นิทาน ตำนาน นิทานก่อนนอน ตำนานไทย พร้อมคติสอนใจ เสริมสร้างความคิด จินตนาการ พัฒนาสมอง และอารมณ์ของเด็ก

เรื่องสั้น ตำนานไทย เรื่องเล่าแต่โบราณ

ตำนานไทย เรื่องที่เล่าต่อ ๆ กันมาแต่โบราณ ถ่ายทอดเรื่องราวของวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ วัฒนธรรม และประเพณี อาจเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงก็ได้ อาจมีหลักฐานหรือไม่มีก็ได้ ในวันนี้ ทีมกองบรรณาธิการ ABK ได้นำมาฝากเป็น เรื่องสั้น ให้คุณพ่อคุณแม่ได้อ่านให้ลูกฟังก่อนนอนค่ะ

เรื่องก่องข้าวน้อยฆ่าแม่
เรื่องก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

เรื่องสั้น ตำนานไทย เรื่องเล่าแต่โบราณ

เรื่องก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

ครั้งหนึ่งนานมาแล้วในฤดูฝน มีการเตรียมปักดำกล้าข้าว ทุกครอบครัวจะออกไปไถนาเตรียมการเพาะปลูก มีครอบครัวของชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำพร้าพ่อ ก็จะออกไปปฏิบัติภารกิจเช่นเดียวกัน วันหนึ่งเขาไถนาอยู่นานจนสายตะวันขึ้นสูงแล้ว เขารู้สึกเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียมากกว่าปกติและหิวข้าวมากกว่าทุกวัน ปกติแล้วแม่ผู้ชราจะมาส่งข้าวให้ทุกวัน แต่วันนี้กลับมาช้าผิดปกติเขาจึงหยุดไถนา เข้ามาพักผ่อนอยู่ใต้ต้นไม้ปล่อยเจ้าทุยไปกินหญ้า สายตาเหมือนมองไปทางบ้านรอคอยแม่ที่จะมาส่งข้าวด้วยความรู้สึกกระวนกระวายใจ  ยิ่งสายตะวันขึ้นสูงแดดยิ่งร้อนความหิวกระหายยิ่งทวีคูณขึ้น

ทันใดนั้นเขามองเห็นแม่เดินเลียบมาตามคันนา พร้อมกับก่องข้าวน้อย เขารู้สึกไม่พอใจที่แม่เอาก่องข้าวน้อยนั้นมาช้ามาก ด้วยความหิวกระหายจนตาลายอารมณ์พลุ่งพล่าน เขาคิดว่าในก่องข้าวน้อยนั้นคงกินไม่อิ่มเป็นแน่ จึงเอ่ยต่อว่าแม่ของตนว่า

“แม่ไปทำอะไรอยู่ถึงมาส่งข้าวให้กินช้านัก ก่องข้าวก็เอามาแต่ก่องน้อยๆ แล้วจะกินอิ่มหรือ”

ผู้เป็นแม่เอ่ยปากตอบลูกว่า

“ถึงก่องข้าวจะน้อยแต่ก็ น้อยต้อนแต้นแน่นใน ดอกลูกเอ๋ย ลองกินดูก่อน”

ด้วยความหิว ความเหน็ดเหนื่อย ความโมโหหูอื้อตาลาย ไม่ยอมฟังเสียงใดๆเกิดบันดาลโทสะอย่างแรง จึงคว้าไม้เข้าตีแม่ที่แก่ชราล้มลง แล้วเดินไปกินข้าวจนอิ่ม แต่ข้าวยังไม่หมดก่อง จึงรู้สึกผิดชอบชั่วดี รีบไปดูอาการของแม่ และเข้ามาสวมกอดแม่ ชายหนุ่มร้องไห้โฮ สำนึกผิดที่ฆ่าแม่ของตนด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบ เมื่อชายหนุ่มปลงศพแม่แล้ว ขอร้องชักชวนญาติมิตรชาวบ้าน ช่วยกันปั้นอิฐก่อเป็นธาตุเจดีย์บรรจุอัฐิแม่ไว้จึงให้ชื่อว่า “ธาตุก่องข้าวน้อยฆ่าแม่” จนตราบทุกวันนี้

คติสอนใจ

ทำดีกับพ่อแม่เมื่อยามท่านยังมีชีวิตอยู่ดีกว่าไปสำนึกได้เมื่อยามจากไป

 

เรื่องเซียงเมี่ยง ตอนหลอกเจ้าเมืองลงน้ำ

เซียงเมี่ยงเป็นคนที่เกลียดคร้านและก็โกหกเก่ง เจ้าเมืองได้ยินชื่อเสียงของเซียงเมี่ยง ก็เลยอยากลองเชาวน์เซียงเหมี่ยงดูว่าเซียงเมี่ยงจะโกหกท่านเจ้าเมืองได้หรือไม่  เจ้าเมืองก็เลยเดินทางไปที่หมู่บ้านที่เซียงเมี่ยงอยู่ เจ้าเมืองก็นั่งครุ่นคิดหาวิธีจะทดลองปัญญาของเซียงเหมี่ยง เจ้าเมืองเหลือบไปเห็นหนองน้ำก็เลยคิดออก

ท่านเจ้าเมืองพูดว่า “อ้าวเซียงเมี่ยง ข้าได้ยินชื่อเสียงเจ้ามามาก เจ้าลองมาโกหกข้าลงน้ำดูสิว่าเจ้าจะโกหกข้าได้มั้ย” เจ้าเมืองพูดไปหัวเราะไป

เซียงเมี่ยงก็เลยพูด “โอ้ยตัวข้านี้จะโกหกท่านเจ้าเมืองลงน้ำไม่ได้หรอก เว้นจากโกหกท่านเจ้าเมืองขึ้นจากน้ำ”

เจ้าเมืองได้ยินเช่นนั้นก็เลยลงไปในน้ำเจ้าเมืองก็เลยพูดว่า “ข้าลงน้ำแล้วเอ้าเจ้าลองโกหกข้าขึ้นจากน้ำดูสิ”

เซียงเมี่ยงก็เลยหัวเราะชอบใจ “ข้าน้อยก็โกหกท่านเจ้าเมืองลงน้ำได้แล้ว”

ท่านเจ้าเมืองได้แต่เจ็บใจที่เสียรู้เซียงเมี่ยง

คติสอนใจ

อย่าดูถูกใครโดยที่ยังไม่รู้จักเขาจริงๆ ความประมาทมักเป็นบ่อเกิดแห่งความไม่ดี

 

เรื่องหลวงพ่อกับเณรน้อย

วันหนึ่ง ตอนเช้าก่อนหลวงพ่อจะออกไปบินฑบาตร ก็ได้สั่งเณรน้อยว่า “น้อยน้อย หลวงพ่อจะไปบิณฑบาตรนะ อยู่กุฏิก็ให้ดูดีๆ อย่าให้ไก่มาขี้ใส่เด้อ ถ้าไก่มาขี้ใส่ได้ จะลงโทษอย่างหนัก” แล้วก็เข้าไปบิณฑบาต

เณรน้อยก็เลยวางแผนอุบายแกล้งหลวงพ่อ ก็คือเอาน้ำอ้อยไปหยอดไว้ตรงนั้นตรงนี้ เริ่มตั้งแต่ที่บันได ขึ้นมาหยอดให้เหมือนกองขี้ไก่ หยอดแล้วก็คอยเฝ้าไล่ไก่ไม่ให้ขึ้นกุฏิ พอประมาณเวลาหลวงพ่อจะกลับมา เณรน้อยก็ทำท่าว่าไม่ได้อยู่เฝ้ากุฏิ ไปเดินเล่นที่อื่น

หลวงพ่อกลับมาเห็นกองน้ำอ้อย นึกว่าเป็นกองขี้ไก่ หลวงพ่อเลยโกรธมากร้องเรียกหาเณรน้อยว่า “น้อยเอ้ยน้อย ไปทำอะไรอยู่ไหนมา ทำไมไม่มาเฝ้ากุฏิ ปล่อยให้ไก่มาขี้ใส่เต็มเลยเนี่ย”

พอเณรน้อยมาแล้วหลวงพ่อก็ลงโทษให้กินขี้ไก่ เณรน้อยก็ทำเป็นอิดออดไม่อยากกิน แต่ในที่สุดก็เอามือลงไปปาดกองขี้ไก่กองนั้นกองนี้ ฮู้อร่อยๆ ฮู้หวานดีอร่อย พอหลวงพ่อเห็นเณรน้อยกินน่าอร่อยก็เลยถามว่า มันอร่อยจริงๆเหรอน้อยมันไม่เหม็นหรอ อร่อยจริงๆหลวงพ่อลองชิมดู หลวงพ่อก็เลยเอามือปาดลงมาชิม โฮ้หวานหอมอร่อยดี ขี้ไก่มันอร่อยอย่างนี้ ปล่อยให้ไก่มาขี้ใส่กุฏินานแล้ว พรุ่งนี้ไม่ต้องไล่มันนะน้อย

เณรน้อยก็หัวเราะอยู่ในใจ วันต่อมาก็สั่งเณรน้อยว่า น้อยๆ วันนี้ปล่อยให้ไก่มันมาขี้ใส่เยอะๆนะ เณรน้อยเลยหนีไปเล่นที่อื่น พอหลวงพ่อกลับมาเห็นไก่อยู่กุฏิกะดีใจ หลวงพ่อติดใจรสชาติขี้ไก่ หลวงพ่อจึงเอามือเอาขี้ไก่มาเลียกิน เอ๊ะ กองนี่มันทำไมไม่อร่อยว่ะ เป็นเหม็นๆด้วย สงสัยก็เลยไปหาชิมกองอื่น

เณรน้อยร้องถามหลวงพ่อว่า เป็นยังไงหลวงพ่ออร่อยไหมหลวงพ่อ เป็นเหม็นๆเปรี้ยวๆหลวงพ่อเผยอปากตอบ เณรน้อยก็หัวเราะ ใครว่าขี้ไก่มันอร่อยขี้ไก่มันไม่อร่อยหรอก ฮ่าๆๆ หลวงพ่อเสียรู้เณรน้อย

คติสอนใจ

อย่าหลงเชื่อกลอุบายของผู้อื่นโดยง่ายต้องได้จากการรู้จริงๆไม่ใช่เพียงการบอกเล่า

 

อ่านต่อ…เรื่องสั้น ตำนานไทย เรื่องเล่าแต่โบราณ คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

พยาธิตัวตืด

ระวัง! พยาธิตัวตืด ขึ้นสมองเพราะกิน ผักดิบ ผักสด ปนเปื้อนไข่พยาธิ!

พยาธิตัวตืด – แม้ว่าพืชผักผลไม้จะเป็นแหล่งของสารอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ แต่หากก่อนรับประทานเราล้างไม่สะอาดทำความสะอาดไม่ดี ก็อาจทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อปรสิตหรือมีพยาธิได้ โดยเฉพาะพยาธิตืดหมู ที่มนุษย์สามารถรับไข่พยาธิตัวตืดได้โดยตรงจากผักสด หรือน้ำสกปรก ที่มีไข่พยาธิตัวตืดปนเปื้อนอยู่ ซึ่งไข่พยาธินี้จะพัฒนากลายเป็นตัวอ่อนซีสต์หรือที่เรียกว่าตัวอ่อนเม็ดสาคู ไปอยู่ตามตำแหน่งต่าง ๆ ในร่างกายที่ค่อนข้างอันตราย ได้แก่ ตา ปอด หัวใจ กล้ามเนื้อ และที่อันตรายที่สุด คือ สมองค่ะ

ระวัง! พยาธิตัวตืด ขึ้นสมองเพราะกิน ผักดิบ ผักสด ปนเปื้อนไข่พยาธิ

โรคจากไข่ของ พยาธิตัวตืด ( Cysticercosis, Neurocysticercosis)

เป็นโรคติดเชื้อปรสิตหรือพยาธิชนิดหนึ่ง เป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อปรสิตในระบบประสาทส่วนกลางที่พบมากที่สุดทั่วโลก ผู้ป่วยเป็นโรคนี้ได้จากการกินไข่ของพยาธิตืดหมู Taenia solium  หรือ  ไข่ของพยาธิตืดวัว Taenia saginata ที่อาจปนเปื้อนกับน้ำหรืออาหารเข้าไป โดยทั่วไปสามารถแบ่งการติดเชื้อได้เป็นสองแบบ ได้แก่

  • ติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง (Neurocysticercosis)
  • การติดเชื้อนอกระบบประสาท (Extraneural Cysticercosis)  

การติดเชื้อปรสิตหรือพยาธิ สามารถบุกรุกส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายได้ ปรสิตที่ติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง รวมถึงสมอง อาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้ไม่เพียงแต่อาจถึงแก่ชีวิตในบางครั้งเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ทุพพลภาพตลอดชีวิตอีกด้วย การรู้เท่าทันอาการผิดปกติ และการรักษาอย่างทันท่วงทีมีความสำคัญในการลดทั้งอัตราการเสียชีวิตและผลที่ตามมาของการติดเชื้อ ซึ่งการติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทส่วนกลางอาจเกิดขึ้นกับทุกคนแม้ในผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง โดยการติดเชื้ออาจใช้เวลาระหว่าง 8 ถึง 14 สัปดาห์ในการพัฒนาโรค

สาเหตุของการติดเชื้อ

ปรสิตสามารถพบได้ในอาหาร ทั้งผักดิบ ผักสด และเนื้อสัตว์ และ น้ำที่ปนเปื้อน หากเรากินอาหาร หรือเครื่องดื่มที่ปนเปื้อนพยาธิ พวกมันจะเข้าสู่ร่างกายและสามารถมีชีวิตบางครั้งก็เติบโตและสืบพันธุ์ภายในร่างกายมนุษย์ได้เป็นเวลานาน การศึกษาทางระบาดวิทยาได้ชี้ให้เห็นว่าในพื้นที่ของโลกที่โรคหนอนพยาธิมีเฉพาะถิ่น และมีการใช้น้ำเสียดิบที่ไม่ผ่านการบำบัดเพื่อรดน้ำผักโดยทั่วไป ซึ่งการบริโภคผักที่มีการชลประทานของเสียดังกล่าวอาจนำไปสู่การเกิดโรคจากปรสิตหรือพยาธิ การปฏิบัติที่ไม่ถูกสุขลักษณะระหว่างการขนส่ง การแปรรูปและการเตรียมโดยผู้ดูแลรวมทั้งผู้บริโภคก็มีส่วนทำให้เกิดการปนเปื้อนในผักได้ อีกสาเหตุหนึ่งของการติดเชื้อคือการล้างมืออย่างไม่เหมาะสมหลังจากสัมผัสกับพยาธิตัวตืดหรือไข่พยาธิตัวตืด

นอกจากนี้ การรับประทานเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุกหรือสุกๆ ดิบๆ เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดที่ทำให้ผู้คนติดเชื้อพยาธิตัวตืด หากสัตว์นั้นมีพยาธิตัวตืด ผู้ที่กินเนื้อสัตว์ก็อาจติดเชื้อได้เช่นกัน วงจรชีวิตของพยาธิตัวตืดเริ่มต้นด้วยไข่ ไข่พยาธิตัวตืดสามารถอาศัยอยู่ภายนอกในสิ่งแวดล้อม (เช่น ในน้ำหรือบนพืช) เป็นเวลาหลายวันหรือหลายเดือน สัตว์อาจติดเชื้อหลังจากกินพืช หรือให้อาหารหรือดื่มน้ำที่มีไข่พยาธิตัวตืด เมื่อเข้าไปในตัวสัตว์ ไข่จะฟักตัวและโตเป็นพยาธิตัวตืด เคลื่อนที่ได้และสามารถอพยพออกจากลำไส้และเข้าสู่เนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อของสัตว์ได้

อาการของโรคติดเชื้อพยาธิตัวตืด 

ผู้ป่วยมักมีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งโดยทั่วไปอาจไม่แสดงอาการ เมื่อไข่เข้าสู่ร่างกาย และพัฒนากลายเป็นตัวอ่อนเม็ดสาคู จะสามารถตรวจพบได้จากการค้นพบทางรังสีโดยบังเอิญเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากตัวอ่อนเม็ดสาคูไปอยู่ในสมองและไขสันหลัง อาจสัมพันธ์กับผลกระทบบางอย่าง เช่น ความผิดปกติของประสาทสัมผัสหรือความบกพร่องทางสติปัญญา อาการชัก ภาวะน้ำคั่งในไขสันหลังโพรงสมอง เยื่อหุ้มสมองอักเสบเรื้อรัง  นอกจากนี้ อาจทำให้เกิดความทุพพลภาพร้ายแรง หรือเสียชีวิตได้แม้พบได้ไม่มาก  

ในกรณีส่วนใหญ่ การติดเชื้อพยาธิตัวตืดทำให้เกิดอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย ผู้ป่วยจำนวนมากอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีพยาธิตัวตืดอยู่ในร่างกาย

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการและอาการแสดง จะสังเกตุได้จากความผิดปกติต่อไปนี้

  • มีอาการปวดท้อง
  • ท้องเสีย
  • ความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย
  • เบื่ออาหาร
  • คลื่นไส้
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
ติดเชื้อพยาธิตัวตืด
ติดเชื้อพยาธิตัวตืด จากผักดิบ

 

การติดเชื้อที่ไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่การขาดวิตามินบี 12 ซึ่งในทางกลับกันอาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้ ภาวะนี้อาจเกิดขึ้นได้เมื่อร่างกายของคุณขาดเซลล์เม็ดเลือดแดงที่แข็งแรงเพียงพอที่จะนำออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อในร่างกายได้เพียงพอ

สัญญาณและอาการของโรคโลหิตจางอาจรวมถึง

  • ภาวะซึมเศร้า
  • เวียนหัวบ่อย
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดหัวบ่อย
  • รู้สึกไม่ค่อยมีแรง
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • มีเสียงในหู

นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจมีอาการระคายเคืองบริเวณรอบทวารหนัก (Perianal Area)  เนื่องจากหนอนหรือไข่ที่ถูกขับออกจากอุจจาระทำให้เกิดอาการระคายเคือง ซึ่งจะรู้ได้ว่าเรามีมีพยาธิตัวตืดเมื่อเห็นส่วนของตัวพยาธิหรือไข่ในอุจจาระ

โรคพยาธิตัวตืด มีแนวโน้มที่จะพัฒนาในผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอและไม่สามารถต่อสู้กับการติดเชื้อได้ อาทิผู้ที่กำลังป่วยหรือรักษาตัวต่อไปนี้

  • ติดเชื้อเอชไอวี
  • โรคเอดส์
  • ผู้ที่มีการปลูกถ่ายอวัยวะ
  • โรคเบาหวาน
  • ผู้ที่ต้องให้เคมีบำบัด

อ่านต่อ…ระวัง! พยาธิตัวตืด ขึ้นสมองเพราะกิน ผักดิบ ผักสด ปนเปื้อนไข่พยาธิ คลิกที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

แบบฝึกหัดภาษาไทย ป.2

แจกฟรี!! แบบฝึกหัดภาษาไทย ป.2 ยิ่งฝึก ยิ่งเก่ง

แบบฝึกหัดภาษาไทย ป.2 ใบงานภาษาไทย ป.2 ช่วยเสริมสร้างทักษะการใช้ภาษาไทย พัฒนาการใช้ภาษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

แจกฟรี!! แบบฝึกหัดภาษาไทย ป.2 ยิ่งฝึก ยิ่งเก่ง

นอกจากการเรียนในโรงเรียนแล้ว การทำ แบบฝึกหัด หรือ ใบงาน เพื่อทบทวนบทเรียน จะช่วยให้เด็กได้ฝึกฝน เข้าใจ จดจำ และพัฒนาทักษะในวิชานั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยให้เด็กได้เตรียมความพร้อมในการเรียนบทเรียนต่อไป ทีมกองบรรณาธิการ ABK จึงได้รวบรวม แบบฝึกหัดภาษาไทย ป.2 เพื่อให้เด็ก ๆ ได้ฝึกฝน ยิ่งฝึก ยิ่งเก่งนะคะ

วิธีฝึกให้ลูกทำแบบฝึกหัด

1. จัดมุมทำแบบฝึกหัดโดยเฉพาะ

การจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะแก่การเรียนรู้ มีโต๊ะ มีเก้าอี้ มีอุปกรณ์การเรียนและเครื่องเขียนที่จำเป็น โดยไม่ควรมี ของเล่น โทรทัศน์ เกม หรือสิ่งอื่น ๆ ที่อาจจะเบี่ยงเบนความสนใจของลูกมาอยู่ใกล้ ๆ การจัดสภาพแวดล้อมแบบนี้ จะช่วยให้ลูกมีสมาธิต่อการทำแบบฝึกหัดได้ดีค่ะ

2. ทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน

คุณพ่อคุณแม่ควรมีกฎ กติกา ที่ชัดเจน ว่าในทุกวัน ควรใช้เวลาเท่าไหร่ในการทำแบบฝึกหัด แต่กฎ กติกา นั้น ๆ ควรจะจัดให้เหมาะสมกับช่วงวัยของเด็กด้วย เช่น เด็ก 3-5 ขวบ จะสามารถมีสมาธิกับสิ่งใด สิ่งหนึ่งได้เพียง 30 นาที – 1 ชั่วโมง ดังนั้น คุณแม่อาจจะกำหนดว่าหลังทานข้าวกลางวันเสร็จ จะเป็นเวลาในการทำแบบฝึกหัดกัน และจะทำแบบฝึกหัดให้ครบ 30 นาที เป็นต้น และกฎ กติกา เหล่านี้ คุณแม่จะต้องทำเป็นประจำทุกวัน ไม่ควรใจอ่อน หรือทำบ้างไม่ทำบ้าง เพราะจะทำให้เด็กรู้ว่าการทำแบบฝึกหัด ไม่จำเป็น ไปเล่นดีกว่า

3. ทำแบบฝึกหัดไปพร้อมกับลูก

การทำแบบฝึกหัด คุณพ่อคุณแม่ต้องทำด้วยค่ะ เพื่อแสดงให้ลูกเห็นว่าแบบฝึกหัดที่อยู่ตรงหน้านั้น น่าสนใจแค่ไหน ลูกจะรู้สึกสนุกกับการทำแบบฝึกหัดมากขึ้น หากคุณพ่อคุณแม่เพียงยื่นแบบฝึกหัดให้ลูกทำ โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่สนใจ ลูกจะรู้สึกว่า พ่อแม่ยังไม่สนใจจะทำเลย แสดงว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นไม่น่าสนใจ

ในช่วงที่ต้องอยู่บ้านกันนาน ๆ แบบนี้ เด็กต้องเสียโอกาสในการได้ไปเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่นอกบ้าน นอกห้องเรียน ไปมากมาย ดังนั้น เราในฐานะพ่อแม่ มาเปลี่ยนบ้านให้เป็นที่สำหรับเรียนรู้ของลูกกันดีกว่าค่ะ ลองแบ่งเวลาซักวันละ 1 ชั่วโมง ในการเล่นกับลูก ทำแบบฝึกหัดไปพร้อมกับลูก เพื่อให้ลูกได้ฝึกทักษะต่าง ๆ ได้จากในบ้านกันเถอะ

แบบฝึกหัดเสริมที่1 คำและความหมาย
แบบฝึกหัดเสริมที่1 คำและความหมาย
แบบฝึกหัดเสริมที่ 2 เส้นสาย ลายมือสวย
แบบฝึกหัดเสริมที่ 2 เส้นสาย ลายมือสวย
แบบฝึกหัดเสริมที่ 3 สระเสียงสั้น สระเสียงยาว
แบบฝึกหัดเสริมที่ 3 สระเสียงสั้น สระเสียงยาว
แบบฝึกหัดเสริมที่ 4 ตัวสะกด สดใส
แบบฝึกหัดเสริมที่ 4 ตัวสะกด สดใส
แบบฝึกหัดเสริมที่ 5 สระเอียะ สระเอีย พาเพลิน
แบบฝึกหัดเสริมที่ 5 สระเอียะ สระเอีย พาเพลิน

 

อ่านต่อ…แจกฟรี!! แบบฝึกหัดภาษาไทย ป.2 ยิ่งฝึก ยิ่งเก่ง คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เสริมภูมิคุ้มกัน

เทคนิค..บำรุงสมองไบรท์ เสริมภูมิคุ้มกัน ให้ลูกฟิตทุกวัน

ถ้าโลกยังไม่หยุดหมุน ก็ไม่มีอะไรมาหยุดเด็ก ๆ ออกไปสนุกเรียน สนุกเล่นนอกบ้านกันได้ค่ะ แต่ด้วยยุคนี้แวดล้อมไปด้วยเชื้อโรค ก็อาจเป็นอุปสรรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้พัฒนาการการเรียนรู้ที่ได้จากนอกบ้านของลูกสะดุดไปบ้าง คุณพ่อคุณแม่อย่าให้ปัญหานี้มาขวางกั้นการเรียนรู้ของลูกได้ค่ะ เรามีไอเทมเพื่อเด็กยุค New Normal ช่วยให้สมองเรียนรู้ดี  เสริมภูมิคุ้มกัน ให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมออกไปสนุกเล่น สนุกเรียนรู้ค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ตลอด 365 วัน

นี่เลย สก๊อต คิตซ์ เบต้ากลูแคน กลิ่นมอลต์ สูตรใหม่ล่าสุด เป็นสูตรที่เสริมภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด*เมื่อเทียบกับสก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัดทุกสูตร ให้เด็ก ๆ เรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนได้แบบไร้กังวล  และสก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัดผสมนม รสช็อกโกแลต ได้คุณประโยชน์มากกว่านมธรรมดา จากการผสานคุณค่าของซุปไก่สกัดเข้ากับนม บำรุงทั้งสมองและร่างกาย ให้เด็ก ๆ เตรียมพร้อมทุกเช้าก่อนไปโรงเรียน และสก๊อต คิตซ์ ช็อกโก ซุปไก่สกัดสูตรเข้มข้น บำรุงสมองล้ำลึกก่อนเข้านอนให้เด็ก ๆ พร้อมรับวันใหม่อย่างสดใส สก๊อต คิตซ์ ทุกสูตรนั้นมีไทโรซีน  ตัวช่วยเด็ด ๆ บำรุงสมอง และเสริมภูมิคุ้มกันให้เด็กแข็งแรง ที่กองบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids มาแนะนำกัน แต่ก่อนอื่นสังสัยกันมั้ยว่า ทำไมต้องพาลูกออกไปเปิดหู เปิดตา เล่นสนุกนอกบ้าน ?

การอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน จะส่งผลเสียต่อพัฒนาการ การเรียนรู้ และขาดทักษะการใช้ชีวิตได้ค่ะ การให้ลูกอยู่บ้านโดยไม่มีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ให้ทำ ดูแต่ทีวี เล่นมือถือ เล่นเกมคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ซึ่งการไม่ได้ขยับร่างกาย นั่ง ๆ นอน ๆ กินตลอดเวลา ก็เสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนได้ด้วยนะคะ  ฉะนั้นเพื่อส่งเสริมให้เด็ก ๆ มีสุขภาพกาย ใจที่ดี ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ควรหากิจกรรมที่มีประโยชน์ให้ลูกทำ เช่น พาไปตั้งแคมป์ ไปเที่ยวสวนสัตว์ หรือพาไปแหล่งการเรียนรู้สำหรับเด็ก ฯลฯ หรือหากคุณพ่อคุณแม่มีเวลาให้ลูกทุกวันได้ เช่น ช่วงเช้า หรือ ช่วงเย็น ควรพาลูกออกไปเดินเล่นนอกบ้าน พาไปสวนสาธารณะใกล้บ้าน ให้เด็ก ๆ เดินเล่น วิ่งเล่น ออกกำลังกาย เป็นต้น

องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ให้คำนิยามเกี่ยวกับ กิจกรรมทางกาย (Physical Activity) สำหรับเด็กอายุ 1 – 17 ปี คือการได้เคลื่อนไหวร่างกายในอิริยาบถต่าง ๆ เพื่อเกิดการใช้พลังงานจากกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการใช้และเผาผลาญพลังงานของร่างกายนับตั้งแต่กิจกรรมทางกายที่เกี่ยวกับการทำงาน การเดินทางในชีวิตประจำวัน เด็กควรมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ หรือมีเวลาในการทำกิจกรรมเคลื่อนไหวออกแรงในระดับปานกลางถึงระดับหนักสะสมให้ได้อย่างน้อย 60 นาทีทุกวัน  ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมให้ลูกได้ใช้เวลาอยู่นอกบ้าน มีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 60 นาที เช่น เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และพัฒนาการตามวัยของลูกกันค่ะ

ประโยชน์ที่เด็กได้จากการเล่นนอกบ้าน

1. ช่วยเพิ่มพัฒนาการทางอารมณ์ (EQ) การเล่นสนุก ช่วยให้เกิดการผ่อนคลาย การได้ออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งที่สวนสาธารณะ มีพื้นที่กว้าง โล่ง เต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ จะทำให้เด็ก ๆ รู้สึกถึงการมีอิสระ สามารถลดความเครียดสะสมที่อาจมาจากการเรียนในห้องเรียน หรือในช่วงที่ต้องกักตัวอยู่แต่บ้าน ต้องเรียนออนไลน์ ตื่นมาก็เจอแต่บรรยากาศในบ้านซ้ำ ๆ ทุกวัน จนเกิดความเบื่อหน่าย เป็นต้น การที่ลูกได้ออกมาทำกิจกรรมนอกบ้าน ต่อมใต้สมองจะหลั่งฮอร์โมนความสุข (Endorphin) ช่วยทำให้เกิดการผ่อนคลาย มีความสุข มีอารมณ์ที่ดี เพิ่มพลังความรู้สึกในแง่บวก

2. ช่วยให้มีทักษะการเข้าสังคม การพาลูกออกไปเล่นนอกบ้าน เป็นการฝึกทักษะการเข้าสังคมที่ดีมาก ลูกจะเรียนรู้การเป็นผู้ให้และผู้รับที่ดี รู้จักที่จะสื่อสารกับคนรอบข้าง สามารถทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนวัยเดียวกัน หรือเพื่อนต่างวัยได้ ซึ่งจะส่งผลดีในอนาคตเมื่อเด็ก ๆ เติบโตขึ้น

3. ช่วยต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ การพาลูกออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน เช่น ปลูกผัก ทำแปลงนาข้าว หรือค่ายศิลปะ วิทยาศาสตร์ ฯลฯ เมื่อเด็ก ๆ เกิดความสงสัย สมองจะเกิดการเรียนรู้ที่จะตั้งคำถาม เพื่อหาคำตอบ กระบวนการทางความคิดมีส่วนสำคัญในการสร้างเสริมประสบการณ์รอบตัวให้กับลูก ทำให้ได้ความรู้ใหม่ ๆ นอกเหนือจากที่บ้าน และในห้องเรียน

4. ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง การพาลูกออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งตอนเช้า ๆ ในช่วงเวลา 00 – 8.00 น. ร่างกายจะได้รับวิตามินดีธรรมชาติจากแสงแดด ช่วยเสริมสร้างให้กระดูกมีความแข็งแรง และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย วิตามินดีจากแสงแดด จะไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาว ส่งผลให้ภูมิคุ้มในร่างกายดีขึ้น เมื่อภูมิคุ้มกันแข็งแรง การเจ็บป่วยไม่สบายก็จะลดน้อยลง

อยากให้ลูกออกไปเล่น ไปทำกิจกรรมนอกบ้านได้อย่างสนุก เกิดการเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์อย่างไม่รู้จบ คุณแม่ต้องเตรียมความพร้อมให้ลูกทั้งสมองและร่างกายให้แข็งแรงมีภูมิคุ้มกัน ไม่ป่วยง่าย ขอแนะนำไอเทมของเด็กยุคใหม่ New Normal ที่คุณแม่สามารถเตรียมพร้อมให้ลูกในทุกวัน ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ให้ร่างกายมีความแข็งแรงพร้อมลุยเล่นสนุก เรียนรู้ไปกับทุกกิจกรรมใหม่ ๆ กองบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids ขอแนะนำ…

เสริมภูมิคุ้มกัน

สก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัดทั้ง 3 สูตร ไอเทมสำหรับเด็กยุคใหม่

  • เริ่มต้นทุกเช้าด้วยความสดใส เด็ก ๆ ต้องได้รับประทานอาหารเช้าที่มีประโยชน์นะคะ สารอาหารที่ได้จากมื้อเช้าจะเป็นการเติมพลังงานให้ร่างกาย และสมอง ทำให้มีสมาธิในการเรียน ทำกิจกรรมได้ตลอดทั้งวัน

เสริมภูมิคุ้มกัน

ทิปส์ : สำหรับเด็กวัย 4-12 ปี แนะนำให้เสริมด้วยเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ สก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัดผสมนมรสช็อกโกแลต อร่อย ได้ประโยชน์มากกว่านมธรรมดาถึง 2 เท่า จากการผสานคุณค่าของซุปไก่สกัดเข้ากับนม พร้อม DHA , OMEGA3 และวิตามินบีคอมเพล็กซ์ถึง 8 ชนิด มีไทโรซีนบำรุงสมอง  และบำรุงร่างกาย ดื่มตอนเช้าเตรียมพร้อมสำหรับทุกการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนแบบ new normal

  • เริ่มต้นวันใหม่สมองต้องพร้อม เด็ก ๆ ที่อยู่ในวัยกำลังเรียน คุณแม่ต้องบำรุงสมองลูกด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ สมองจะได้เรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่รู้สึกสมองตื้อระหว่างวัน

เสริมภูมิคุ้มกัน

ทิปส์ : สำหรับเด็กวัย 4-12 ปี ต้องบำรุงสมองให้พร้อมอยู่เสมอ เพื่อการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนะนำให้เสริมด้วยเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ สก๊อต คิตซ์ ช็อกโก ซุปไก่สกัด ซุปไก่สกัดเข้มข้นบำรุงสมองสำหรับเด็ก ได้คุณค่าจากซุปไก่สกัดเข้มข้น พร้อม DHA , OMEGA3 และวิตามินบี 12  พร้อมมีไทโรซีน  บำรุงสมองเข้มข้น  แนะนำให้ดื่มก่อนนอน เพื่อให้สมองได้รับการบำรุงอย่างล้ำลึก ตื่นมาพร้อมรับเช้าวันใหม่อย่างสดใส

  • ภูมิคุ้มกันดี ไม่มีป่วย จะเล่น จะเรียน ร่างกายต้องพร้อม คุณแม่สามารถ เสริมภูมิคุ้มกัน ให้ลูกฟิตได้ตลอด 365 วัน ด้วยการให้ได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

เสริมภูมิคุ้มกัน

ทิปส์ : สำหรับเด็กวัย 4-12 ปี ร่างกายที่แข็งแรงช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยได้  คุณแม่ไม่อยากให้พัฒนาการการเรียนรู้ลูกสะดุด แนะนำให้ เสริมภูมิคุ้มกัน ลูกทุกวันด้วย  สก๊อต คิตซ์ เบต้ากลูแคน กลิ่นมอลต์ ซุปไก่สกัดสินค้าใหม่ล่าสุดจาก สก๊อต คิตซ์!! เป็นสูตรที่เสริมภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด *เมื่อเทียบกับสก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัดทุกสูตร ซุปไก่สกัดเข้มข้นบำรุงทั้งสมองและช่วยเสริมภูมิคุ้มกันสำหรับเด็ก จากเบต้ากลูแคนและวิตามินซี มีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน พร้อมได้คุณค่าจากซุปไก่สกัดเข้มข้น มี DHA , OMEGA3 และมีไทโรซีน  บำรุงสมองเข้มข้น พร้อมมีวิตามินซี และเบต้ากลูแคน เสริมภูมิคุ้มกัน ให้เด็กแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย เสริมภูมิ และ บำรุงสมอง อร่อยง่าย ๆ ได้ประโยชน์ทุกวัน สก๊อต คิตซ์ เบต้ากลูแคน กลิ่นมอลต์ ซุปไก่สกัด จำหน่ายก่อนใครที่ 7-11 เท่านั้น ให้แม่ ๆ ได้ลองซื้อให้ลูกดื่มกัน

เด็กยุคใหม่ไลฟ์สไตล์แบบ New Normal ก็พร้อมออกสตาร์ตเรียนรู้ตลอด 365 วัน เพราะมีเครื่องดื่มบำรุงทั้งสมองและร่างกายแข็งแรง สำหรับเด็กที่ดื่มง่ายได้ทุกวัน ทั้งเช้าและก่อนนอน อย่างสก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัดที่มีไทโรซีน สมองสดชื่น ร่างกายแข็งแรงมีภูมิคุ้มกันไม่ป่วยง่าย สามารถสั่งซื้อเครื่องดื่มสก๊อตคิตซ์ซุปไก่สกัด มีประโยชน์จากไทโรซีนเต็ม ๆ ขวด กับ 3 สูตร ที่อร่อยไม่แพ้กัน รสชาติคุ้นเคย ที่เด็กทุกคนชื่นชอบ ได้ตามรายละเอียดของช่องทางดังนี้เลย สำหรับสก๊อต คิตซ์ เบต้ากลูแคนกลิ่นมอลต์  สินค้าใหม่ล่าสุด มีจำหน่ายก่อนใครที่ 7-11 เท่านั้น ไปลองกันได้เลยที่ 7-11 ทุกสาขา หรือ กดสั่งผ่าน 7-Delivery ได้ที่

สก๊อต คิตซ์ เบต้ากลูแคน https ://7eleventh.page.link/ixzb

และสำหรับสก๊อต คิตซ์ สูตรอื่น ๆ ช้อปง่าย ๆ ได้ที่นี่เลย

Shopee : https://bit.ly/3dXG8O7

Lazada : https://bit.ly/3SFWcDr

JD Central: https://bit.ly/3M3EOoK

#วัยสตาร์ตต้องสก๊อตคิตซ์ซุปไก่

#สก๊อตคิตซ์ซุปไก่มีไทโรซีน

#บำรุงสมองและร่างกาย

#อร่อยดื่มง่ายไม่คาว

#ดื่มสก๊อตคิตซ์แล้วไบร์ท

 

 

 

 

 

เครดิตข้อมูล : whothaipost  , thairath  ,  thairath , VichaiyutHospital

ตกขาวเกิดจากอะไร

ตกขาวเกิดจากอะไร สีบอกโรคได้ คุณมีสีไหนปกติไหมนะ

ตกขาวเกิดจากอะไร มีตกขาวผิดปกติไหมนะ คุณหมอขอแจงเรื่องของ ตกขาว แบบละเอียดยิบ สีของตกขาวแบบไหนผิดปกติ น้ำยาทำความสะอาดช่องคลอดจำเป็นไหม รู้กัน

ตกขาวเกิดจากอะไร สีบอกโรคได้ คุณมีสีไหนปกติไหมนะ??

เรื่องของตกขาว กับคุณสาว ๆ เห็นจะเป็นเรื่องปกติคู่กัน เชื่อว่าสาว ๆ ทุกคนคงคุ้นเคยกับตกขาวเป็นอย่างดี แต่จะมีสักกี่คนที่ได้ทำความรู้จักกับ ตกขาว กันอย่างละเอียด อ. พญ.สิริลักษณ์ ตันธนาวิภาส สาขาวิชาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวไว้ในรายการ RAMA Channel ว่า “ปกติแล้วผู้หญิงจะมีตกขาวกันเกือบทุกวันแหละ แต่จะมากจะน้อยจะลักษณะยังไง ก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา” ซึ่งรู้หรือไม่ ตกขาวสามารถบอกสุขภาพภายในของคุณผู้หญิงได้ด้วยนะ

ตกขาวเกิดจากอะไร คุณมีตกขาวแบบไหน
ตกขาวเกิดจากอะไร คุณมีตกขาวแบบไหน

ตกขาวเกิดจากอะไร ??

ตกขาว (Vaginal Discharge) อาการที่มีเมือกเหลว ไหลออกมาจากช่องคลอดของผู้หญิงโดยไม่ใช่เลือดประจำเดือน ถูกขับออกจากปากมดลูกมายังช่องคลอด เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้บริเวณช่องคลอด และช่วยป้องกันการติดเชื้อภายในช่องคลอด

สีของตกขาว หรือ ระดูขาว อาจมีสีอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นสีขาว เดิมเรียกว่า leukorrhea โดยมีรากศัพท์มาจากภาษากรีก (leuko แปลว่า white, rheo แปลว่า flow) แปลตามตัวว่า ของเหลวสีขาวที่ไหลออกมา ปัจจุบันมักใช้คำว่า vaginal discharge แทน

อาการตกขาวเป็นอาการที่นำผู้ป่วยมาตรวจทางนรีเวชได้บ่อยที่สุด  อย่างไรก็ตามตกขาวเป็นเพียงอาการไม่ใช่โรค ซึ่งอาจมีอาการอื่น ๆ ที่พบร่วมด้วย เช่น อาการคัน ช่องคลอดมีกลิ่น หรือเจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งจะแบ่งอธิบายออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คืด

  1. ตกขาวปกติ (Physiologic vaginal discharge)
  2. ตกขาวผิดปกติ (Pathologicvaginal discharge)

ลักษณะตกขาว แบบนี้ไม่ต้องกังวลนะสาว ๆ !!

ตกขาวปกติ

เกิดจากส่วนผสมของสารคัดหลั่งจากอวัยวะสืบพันธุ์และอื่นๆ ได้แก่

  1. สารคัดหลั่งจากอวัยวะสืบพันธุ์ส่วนนอก ได้แก่ ต่อมไขมัน sebaceous ต่อมเหงื่อ ต่อมเมือก Bartholin และต่อม skene glands
  2. สารคัดหลั่งผนังช่องคลอด
  3. เซลล์ล์ที่หลุดลอกลอก (exfoliated) จากช่องคลอดและปากมดลูก
  4. มูกของปากมดลูก (cervical mucous)
  5. น้ำจากโพรงมดลูก (Endometrial fluid)
  6. น้ำจากท่อนำไข่ (Oviductal fluid)
  7. จุลชีพและ metabolite product ของจุลชีพ

ช่องคลอดปกติมีเชื้อแบคทีเรียอาศัยอยู่  เชื้อที่พบมากที่สุด คือ  Lactobacillus  acidophilus มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับระบบนิเวศวิทยาภายในช่องคลอด ฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นตัวกระตุ้นให้เซลล์ล์เยื่อบุช่องคลอดสะสมไกลโคเจนเพิ่มขึ้น   แล้วย่อยสลายเป็น monosaccharides ซึ่งภายหลังถูกเปลี่ยนเป็นกรดแลคติก (lactic acid) โดย lactobacilli เป็นตัวการสำคัญทำให้สภาพแวดล้อมภายในช่องคลอดเป็นกรด และมีค่า pH ปกติน้อยกว่า 4.5 (3.8-4.2) มีผลทำให้แบคทีเรียก่อโรค และปาราสิตอื่นถูกยับยั้งไม่สามารถเจริญเติบโตได้

สีของตกขาว บอกโรค
สีของตกขาว บอกโรค

ลักษณะของตกขาวปกติ

ตกขาวปกติมีลักษณะสีขาว เนื้อหยาบ (floccular) ไม่มีกลิ่น มักอยู่บริเวณที่ dependent portion ของช่องคลอดคือ posterior fornix ต่างจากตกขาวผิดปกติที่มักอยู่ที่บริเวณผนังช่องคลอดด้านหน้าหรือด้านข้าง โดยสามารถสรุปไว้ได้ ดังนี้

  • มีสีขาวหรือใส และไม่มีกลิ่นเหม็น
  • ตกขาวจะใสและมีปริมาณมากในช่วงวันที่มีการตกไข่ ส่วนในช่วงที่เป็นประจำเดือน ตกขาวจะหนาและเหนียวข้น
  • ในระหว่างการตั้งครรภ์ ผู้หญิงจะมีตกขาวมากกว่าปกติ
  • หลังวัยหมดประจำเดือน ผู้หญิงจะมีตกขาวน้อยลง

ตกขาวผิดปกติ

ตกขาวผิดปกติ (Pathologic vaginal discharge) มีสาเหตุจากอาการอักเสบ การติดเชื้อ เนื้องอก การแพ้สารเคมีและยา การบาดเจ็บของอวัยวะสืบพันธุ์  และอาการป่วยต่าง ๆ ทำให้เกิดภาวะช่องคลอดอักเสบ การแพร่กระจายของเชื้อรา การติดเชื้อไวรัสทำให้เกิดเริมที่อวัยวะเพศ เป็นต้น

ลักษณะของตกขาวผิดปกติ

  • มีสีที่ต่างไปจากเดิม เช่น สีเทา สีเขียว สีเหลือง สีชมพู สีน้ำตาลหรือตกขาวมีเลือดปน และมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ คล้ายกลิ่นเนื้อหรือปลาเน่า
  • ตกขาวเป็นก้อนหนา หรือมีตกขาวมากผิดปกติ
  • มีอาการอื่นปรากฏร่วมกับตกขาว เช่น มีอาการคันหรือเจ็บปวดบริเวณปากช่องคลอด เจ็บปวดตอนปัสสาวะ มีเลือดที่ไม่ใช่ประจำเดือนไหลออกจากช่องคลอด

อ่านต่อ>> คุณกำลังมีตกขาวแบบไหน สีอะไร เช็กด่วน คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

โรคทางจิตเวช เหตุกราดยิง

เมื่อผู้เสพคือผู้ป่วย แนะ 7สัญญาณเตือนเฝ้าระวังผู้ป่วย โรคทางจิตเวช

โรคทางจิตเวช จากยาเสพติด นอกจากจะให้โทษแก่ผู้เสพแล้ว ยังส่งผลต่อผู้อื่นได้ในเหตุกราดยิงจากอาการหลอนยา สัญญาณเตือนระวังผู้ป่วยอันตรายจึงต้องมา

เมื่อผู้เสพคือผู้ป่วย !! แนะ 7 สัญญาณเตือนเฝ้าระวังผู้ป่วย โรคทางจิตเวช

“ผู้เสพคือผู้ป่วย” เป็นแนวนโยบายใหม่ที่พยายามไม่จับผู้เสพยาเสพติดเข้าคุก แต่เปิดช่องให้เข้าสู่ระบบบำบัด การแก้พรบ. ยาเสพติด  เปิดช่องให้ผู้พิพากษาใช้ดุลพินิจแยกแยะ “ผู้เสพ” กับ “ผู้ขาย” จากเดิมที่ใช้วิธีการนับเม็ดและปริมาณสาร เช่น ในอดีตหากผู้ต้องหาครอบครองยาบ้าเกิน 15 เม็ด ศาลจะตัดสินโดยอัตโนมัติว่ามีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งโทษหนักกว่าการมีไว้เพื่อเสพมาก ประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่ ได้ปรับปรุงบทบัญญัติจากเดิมที่มีการใช้บทสันนิษฐานในทางที่เป็นโทษกับผู้กระทำความผิด เปลี่ยนเป็นการพิจารณาตาม “พฤติการณ์” และความร้ายแรงที่ผู้กระทำผิดได้กระทำ กล่าวคือ หากเป็นผู้ลักลอบค้าแม้จะมีปริมาณยาเสพติดน้อยในขณะจับกุมแต่ก็ต้องดำเนินคดีในลักษณะที่เป็นความผิดร้ายแรงร่วมกับการดำเนินการริบทรัพย์สิน แต่หากพฤติการณ์เป็นเพียงผู้เสพก็จะยึดหลัก “ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย” ที่จะช่วยเหลือให้ได้เข้ารับการบำบัดรักษา โดยมีการเพิ่มบทสันนิษฐานการมีไว้ครอบครองเพื่อเสพ ซึ่งเป็นบทสันนิษฐานในทางที่เป็นคุณ เพื่อให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจใช้เป็นแนวทางในเบื้องต้นในการพิจารณาช่วยเหลือผู้เสพยาเสพติดที่ครอบครองยาเสพติดในปริมาณเล็กน้อยให้เข้าสู่การบำบัดรักษาโดยไม่ต้องส่งตัวไปดำเนินคดี เปิดโอกาสให้ผู้เสพได้รับการบำบัดเพื่อให้มีโอกาสกลับคืนสู่สังคม

อันตรายจาก ผู้ป่วย โรคทางจิตเวช จากยาเสพติด
อันตรายจาก ผู้ป่วย โรคทางจิตเวช จากยาเสพติด

ส่งผู้ป่วยไปให้ใครดูแล?

ระบบบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

เมื่อผู้เสพยาเสพติดถูกจับกุม และได้รับการประเมินตามขั้นตอนจากอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาแล้วว่าเข้าข่ายเป็น ผู้ป่วย ก็จะจำแนกผู้ป่วยออกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. แบบควบคุมตัว ผู้รับการบำบัดจะถูกควบคุมตัวอยู่ในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ รวม 90 แห่ง และเข้าโปรแกรมบำบัดเป็นระยะเวลา 4-6 เดือน เป้าหมายของการควบคุมตัวก็เพื่อกันผู้ป่วยออกจากยาเสพติดให้ได้มากที่สุด
  2. ระบบไม่ควบคุมตัว ผู้รับการบำบัดจะต้องเข้าโปรแกรมเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามศูนย์ฟื้นฟูฯ เป็นเวลา 12 วัน หลังจากเสร็จโปรแกรมแล้วต้องเข้ารายงานตัวทุกเดือน และรับการสุ่มตรวจปัสสาวะเป็นเวลา 1 ปี หากหลบหนี หรือพบสารเสพติดระหว่างกระบวนการดังกล่าว ผู้ป่วยจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด 90 แห่ง 

  • ค่ายทหารตำรวจ 57 แห่ง
  • ศูนย์ของสาธารณสุข 20 แห่ง
  • ศูนย์ของมหาดไทย 11 แห่ง
  • ศูนย์ยุติธรรม 2 แห่ง

ปัญหาใหญ่ของระบบบังคับบำบัดก็คือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ได้รับการดูแลโดยแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข หากแต่เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง แม้กระทรวงสาธารณสุขจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการวางโปรแกรมบำบัดฯ และอบรมวิทยากร ท้ายที่สุดแล้ว แต่ละค่ายก็จะมีวิธีปฏิบัติตามศักยภาพและความถนัดของหน่วยงานนั้นๆ ซึ่งค่ายทหารก็จะเน้นการฝึกวินัยเสียเป็นส่วนใหญ่

เฝ้าระวังผู้ป่วยจิตเวชรุนแรงจากยาเสพติด เพื่อลดการก่อเหตุความรุนแรงในสังคม

จากนโยบาย “ผู้เสพคือผู้ป่วย” ที่ได้แสดงข้อมูลมาข้างต้น และมีผลบังคับใช้มาระยะหนึ่ง ได้เกิดผลตอบรับดังที่เราเห็นกันในสังคม จนมีคำวิพากษ์วิจารณ์ต่อนโยบาย และแนวทางการปฎิบัติกันไปต่าง ๆ นานา แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์กราดยิงเด็กเล็ก ในศูนย์เด็กเล็ก จังหวัดหนองบัวลำพู จากผู้ก่อเหตุที่มีประวัติการติดยาเสพติด ทำให้เราต้องกลับมาทบทวนแนวทางการปฎิบัติของนโยบายดังกล่าวว่า กำลังมีปัญหาหรือไม่ โดยเพจดัง Drama-addict ก็ได้โพสแสดงความคิดเห็นไว้ ดังนี้

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจากเพจ Drama-addict
ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจากเพจ Drama-addict
โดยคอนเซ็ปท์แล้ว การใช้นโยบายที่ยึดถือว่า ผู้เสพยาเสพติดเป็นผู้ป่วย ลดโทษทางอาญา เพิ่มโทษทางปกครอง เน้นการเอาไปบำบัดให้หาย แล้วเน้นจัดการคนขายหนักๆ เป็นคอนเซ็ปท์ที่ดี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็หวังว่ามันน่าจะช่วยแก้ไขปัญหายาเสพติดและคนล้นคุกได้
ปรากฏว่าพอปฎิบัติจริง มันไม่ได้สวยหรูขนาดนั้น
เริ่มจาก คนที่เสพยาจนสติสตังค์พังไปหมดแล้ว มีพฤติกรรมรุนแรงก้าวร้าว จะทำร้ายคนใกล้ตัวและคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่
หลายๆเคส คนในครอบครัวพยายามติดต่อตำรวจให้พาไปบำบัดหน่อย
ตำรวจก็มักไม่ทำอะไรถ้ายังไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ทั้งๆที่จริงๆแล้วตาม พรบ สุขภาพจิต แค่มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงที่มีความเสี่ยงต่อทั้งตัวเองและคนอื่นๆ ก็ใช้กฏหมายบังคับพาไปบำบัดได้
หรือต่อให้ตำรวจพาไปบำบัด บุคลากรในระบบสาธารณสุข ก็รับไม่หวาดไม่ไหว เพราะคนติดยาเยอะมาก งานปรกติก็ล้นมืออยู่แล้ว ต้องมาบำบัดเคสติดยาเพิ่ม แถมพวกนี้ก็มักไม่ต่อเนื่อง ไม่มีระบบติดตามการบำบัดยา ติดตามเฝ้าระวังพฤติกรรม เหมือนมาบำบัดพอเป็นพิธี แล้วก็กลับบ้าน ไม่มีความผิดกฏหมายใดๆ
แล้วพอไม่มีระบบการติดตามตัว เฝ้าระวังพฤติกรรม ที่มีประสิทธิภาพ ก็กลับไปเสพยาต่อ วนไปวนมาอยู่แบบนี้ วันดีคืนดี ก็ไล่ฆ่าคน กราดยิง ไล่แทงคน ปาดคอคน
เมื่อคอนเซ็ปท์ดูดี สวยหรู แต่องค์ประกอบอื่นๆที่จะทำให้คอนเซ็ปท์นั้นเป็นความจริง มันไม่ทำงาน หรือไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
ผลก็จะออกมาเป็นบ้านเมืองเราอย่างทุกวันนี้ นัน่คือความล้มเหลว
เอาไงกันต่อดีครับ กับแนวคิดว่า ผู้เสพยา = ผู้ป่วย เมื่อผลลัพธ์มันออกมาเป็นแบบนี้
ปกป้องลูกน้อยจากอันตรายรอบด้าน
ปกป้องลูกน้อยจากอันตรายรอบด้าน

ดังนั้นในระหว่างรอการพัฒนาปรับปรุงแนวทางการปฎิบัติของนโยบายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และการพบสถิติการระบาดของยาเสพติดที่มีในปัจจุบัน เราบรรดาพ่อแม่ที่ต้องทำทุกวิถีทางในการปกป้องลูกน้อยของเราให้ห่างไกลภยันตรายร้ายต่าง ๆ จึงควรมีวิธีป้องกัน สังเกต และช่วยเหลือลูกของเราให้ห่างไกลอันตรายให้ได้มากที่สุด

อ่านต่อ>> 7 สัญญาณเตือนเฝ้าระวังผู้ป่วยทางจิตรุนแรงจากยาเสพติด คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ชื่อจีน

ชื่อจีน ลูกชาย ลูกสาว พร้อมความหมายดีๆ

ตั้งชื่อลูก ชื่อลูกสาว ชื่อลูกชาย ชื่อจีน ชื่อ 1 พยางค์ ชื่อ 2 พยางค์ เพราะๆ ความหมายดี ถูกใจคุณพ่อคุณแม่ นำไปตั้งให้ลูกน้อยได้เลย

ชื่อจีน ลูกชาย ลูกสาว พร้อมความหมายดีๆ

ตอนนี้ภาษาจีนเริ่มมีความสำคัญมากขึ้นในสังคมไทย เนื่องจากคนไทยมีการติดต่อค้าขายกับประเทศจีนมากขึ้น อีกทั้งคนจีนในประเทศไทยก็มีอยู่มาก การ ตั้งชื่อ ลูกเป็นภาษาจีนจึงนิยมมากขึ้น วันนี้ทีมกองบรรณาธิการ ABK จึงได้รวบรวม ชื่อจีน มาฝากคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาชื่อมาตั้งให้กับลูกน้อยที่กำลังจะคลอดกันค่ะ

ชื่อจีน
ชื่อจีน

ชื่อจีน ลูกชาย ลูกสาว พร้อมความหมายดีๆ

1. ต้าเหนิง
ภาษาจีน : 大能
ความหมาย : ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

2. อัน
ภาษาจีน : 安
ความหมาย : ความสงบสุข

3. เป่าเป้ย
ภาษาจีน : 宝贝
ความหมาย : ของมีค่า, ลูกรัก, สุดที่รัก

4. ไฉ่หง
ภาษาจีน : 彩红
ความหมาย : สายรุ้ง

5. ชุน
ภาษาจีน : 春
ความหมาย : ฤดูใบไม้ผลิ

6. เยี่ยนฟาง
ภาษาจีน : 艳芳
ความหมาย : สวยงาม, หรูหรา, มีกลิ่นหอม

7. เหลียน
ภาษาจีน : 莲
ความหมาย : ดอกบัว

8. ป๋อเหวิน
ภาษาจีน : 博文
ความหมาย : มีความรู้

9. หมิง
ภาษาจีน : 明
ความหมาย : แสงสว่าง

10. ซินอี๋
ภาษาจีน : 欣怡
ความหมาย : มีความสุข, ความเบิกบาน

11. ซินหยาน
ภาษาจีน : 欣妍
ความหมาย : งดงาม มีชีวิตชีวา

12. ตงหยาง
ภาษาจีน : 东阳
ความหมาย : พระอาทิตย์ตะวันออก

13. ซิน
ภาษาจีน : 新
ความหมาย : ใหม่

14. ฮุ่ยเฟิน
ภาษาจีน : 慧芬
ความหมาย : ฉลาดหลักแหลม

15. เจียลี่
ภาษาจีน : 佳丽
ความหมาย : ความดีงาม, ความสวยงาม

16. กั๋ว, เจี้ยนกั๋ว
ภาษาจีน : 国, 建国
ความหมาย : ประเทศชาติ, สร้างประเทศชาติ

17. เฉิง
ภาษาจีน : 成
ความหมาย : ความสำเร็จ

18. เต๋อ
ภาษาจีน : 德
ความหมาย : กตัญญู

19. ถิงถิง
ภาษาจีน : 婷婷
ความหมาย : สง่างาม

20. เหมยลี่
ภาษาจีน : 梅丽
ความหมาย : สวยงาม, ดอกไม้ที่งดงาม

21. ฟู่
ภาษาจีน : 富
ความหมาย : ร่ำรวย

22. อี้เฉิน
ภาษาจีน : 奕辰
ความหมาย : พระจันทร์

23. เหวิน
ภาษาจีน : 文
ความหมาย : วัฒนธรรม

24. หย่งเล่อ
ภาษาจีน : 永乐
ความหมาย : สุขนิรันดร์

25. มู่หยาง
ภาษาจีน : 沐阳
ความหมาย : อาบแสงพระอาทิตย์

26. จิน
ภาษาจีน : 金
ความหมาย : ทองคำ

27. อีนั่ว
ภาษาจีน : 一诺
ความหมาย : คำสัญญา

28. หนิงอัน
ภาษาจีน : 宁安
ความหมาย : สันติภาพที่สงบสุข

29. อ้าย, อ้ายฉิง
ภาษาจีน : 爱, 爱情
ความหมาย : รัก, ความรัก

30. เจียฮุ่ย
ภาษาจีน : 佳慧
ความหมาย : มีสติปัญญา

 

อ่านต่อ…ชื่อจีน ลูกชาย ลูกสาว พร้อมความหมายดีๆ คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ฝันเห็นช้าง

ฝันเห็นช้าง หมายความว่า พร้อมเลขเด็ด

ความฝัน ฝันเห็นช้าง ฝันเห็นช้างเดิน ฝันเห็นช้างวิ่ง ฝันเห็นช้างเผือก ฝันเห็นช้างหลายตัว ฝันเห็นช้างขี้ ฝันเห็นลูกช้าง ทำนายฝัน เลขเด็ด

ฝันเห็นช้าง หมายความว่า พร้อมเลขเด็ด

ช้างมีความผูกพันธ์กับสังคมไทยมาตั้งแต่โบราณ ทั้งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนทั่วไป สัตว์คู่บุญบารมีของกษัตริย์ก็คือ ช้างเผือก คนไทยมีความเชื่อว่า ช้างเป็นสัตว์มงคล แล้วหาก ฝันเห็นช้าง จะหมายความว่า เราจะได้พบเจอสิ่งดี ๆ หรือไม่ ทีมกองบรรณาธิการ ABK ได้รวบรวมการ ทำนายฝัน มาฝากแล้วค่ะ

ฝันเห็นช้าง
ฝันเห็นช้าง

ฝันเห็นช้าง หมายความว่า พร้อมเลขเด็ด

ฝันเห็นช้าง

ทำนายว่า คุณมีเกณฑ์ได้เจอเรื่องหนักใจ มีเกณฑ์เจอคนมาเบียดเบียนเวลาของคุณ มีคนมาสร้างภาระและความรำคาญใจให้ในช่วงนี้ ต้องคอยเอาอกเอาใจคนรอบข้างอยู่เสมอ จนไม่มีเวลาให้กับตัวเองเท่าใดนัก เวลาส่วนใหญ่จะต้องอุทิศให้กับการงาน ธุระของคนอื่น ถือเป็นช่วงที่เหน็ดเหนื่อยกว่าปกติ

  • เลขเด็ดฝันเห็นช้าง : ควรมีเลข 1 6 และ 7
  • เลขเด็ด 2 ตัว : 11 16 67 71
  • เลขเด็ด 3 ตัว : 117 216 676 671

 

ฝันเห็นช้าง 1 ตัว

ทำนายว่า ญาติผู้ใหญ่ที่คุณเคารพนับถือ หรือผู้ใหญ่ในบ้าน อาจมีเหตุให้ต้องล้มหมอนนอนเสื่อ มีแนวโน้มเป็นอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย เช่น ภูมิแพ้ขึ้น สะดุดล้ม แต่ก็ต้องพักผ่อนสักระยะเลย ดังนั้นถ้าช่วงนี้คุณมีเวลาว่างก็ควรประกบพวกท่านไว้ให้ดี

  • เลขเด็ดฝันเห็นช้าง 1 ตัว : ควรมีเลข 2 4 และ 6
  • เลขเด็ด 2 ตัว : 14 52 62 64
  • เลขเด็ด 3 ตัว : 245 652 156 412

 

ฝันเห็นช้างตัวใหญ่

ทำนายว่า ขอให้คุณระมัดระวังในเรื่องของการเสียทรัพย์ ทรัพย์สินเสียหาย มีเกณฑ์ที่จะพบกับเรื่องของความทุกข์ ความเศร้า หรือผิดสมหวัง เพื่อนหรือผู้ที่คุณคุ้นเคยจะทำตัวห่างเหิน ควรระวังเรื่องการมีปากเสียงกับคนรอบข้าง การเงินหลังจากนี้ 1 เดือนจะมีโชคมีลาภจะได้รับเงินหรือส่วนแบ่งจากการงานในช่วงนี้

  • เลขเด็ดฝันเห็นช้างตัวใหญ่ : ควรมีเลข 3 9 และ 4
  • เลขเด็ด 2 ตัว : 43 49 35 95
  • เลขเด็ด 3 ตัว : 249 352 435 694

 

ฝันเห็นช้างหลายตัว หรือหลุดเข้าไปอยู่กลางโขลงช้าง

ทำนายว่า ให้ระวังเคราะห์ร้ายที่จะเกิดแก่คนที่อายุน้อยที่สุดภายในบ้าน ผลของการกระทำทั้งทางดี และทางไม่ดี จะย้อนกลับมาหาคุณอย่างรวดเร็ว มีเกณฑ์จะได้รับโชคจากคนรัก คนโสดจะได้พบรักกับคนที่อยู่ทางไกล การงาน ช่วงนี้มีคนคอยยุแยงให้เจ้านายเข้าใจผิดในตัวคุณ แต่คน ๆ นั้นจะแพ้ภัยตัวเอง

  • เลขเด็ดฝันเห็นช้างหลายตัว : ควรมีเลข 2 3 และ 7
  • เลขเด็ด 2 ตัว : 23 27 37 72
  • เลขเด็ด 3 ตัว : 572 397 823 107

 

ฝันเห็นช้างวิ่งไล่

ทำนายว่า ฝันนี้กำลังบอกคุณว่าคุณจะต้องเจอเรื่องบางอย่างที่ไม่ดีกับใจเอาเสียเลย แถมยังมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นอย่างกะทันหันอีกด้วย แม้จะไม่ได้เตรียมใจแต่เมื่อต้องเจอ สิ่งที่คุณควรทำก็คือตั้งสติ อยู่กับปัจจุบัน และมองหาทางออกของปัญหานี้ อย่ามัวแต่จมอยู่กับความคิดเพราะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น

  • เลขเด็ดฝันเห็นช้างวิ่งไล่ : ควรมีเลข 5 9 และ 0
  • เลขเด็ด 2 ตัว : 05 09 59 90
  • เลขเด็ด 3 ตัว : 254 908 506 693

 

ฝันเห็นช้างเผือก

ทำนายว่า คุณมีเกณฑ์ได้รับทรัพย์ แต่จะเป็นเงินร้อน เงินที่อยู่กับคุณได้ไม่นาน เช่น มีคนโอนเงินมาผิดบัญชี เงินที่มีที่มาอย่างผิดกฎหมาย ขอแนะนำให้คุณไม่ละโมบคิดอยากได้ของที่ไม่ใช่ของเรา มิเช่นนั้นชีวิตคุณอาจจะเดือดร้อนได้

  • เลขเด็ดฝันเห็นช้างเผือก : ควรมีเลข 3 5 และ 8
  • เลขเด็ด 2 ตัว : 35 55 58 83
  • เลขเด็ด 3 ตัว : 135 568 743 805

 

ฝันเห็นช้างเข้าบ้าน

ทำนายว่า ฝันนี้กำลังบอกว่าช่วงนี้ให้ระวังคนในบ้านจะเจ็บป่วย เริ่มมีอาการที่สังเกตได้ หรือหากไปตรวจสุขภาพช่วงนี้ก็จะเจอกับอาการเจ็บป่วยที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แนะนำให้ไปทำบุญปล่อยปลา แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร จะช่วยให้เรื่องร้ายนั้นดีขึ้น

  • เลขเด็ดฝันเห็นช้างเข้าบ้าน : ควรมีเลข 5 7 และ 2
  • เลขเด็ด 2 ตัว : 25 27 52 57
  • เลขเด็ด 3 ตัว : 462 965 782 775

 

ฝันเห็นช้างเอราวัณ

ทำนายฝัน – ถ้าคุณฝันเห็นช้างเอราวัณ ฝันนี้ทำนายได้ว่าผู้ที่มีอำนาจ บารมี หรือมีอาวุโสกว่ากำลังเพ่งเล็ง จับตาความประพฤติของคุณอยู่ คุณอาจรู้สึกว่าช่วงนี้ไม่เป็นที่พอใจ ทำอะไรก็ผิด ขอแนะนำให้คุณพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะ ไม่ต้องโต้ตอบอะไร การไม่ต่อความยาวสาวความยืดเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องนี้

  • เลขเด็ดฝันเห็นช้างเอราวัณ : ควรมีเลข 6 9 และ 1
  • เลขเด็ด 2 ตัว : 16 61 66 91
  • เลขเด็ด 3 ตัว : 168 914 610 591

 

ฝันเห็นช้างขี้

ทำนายว่า คุณต้องระวังเคราะห์ร้ายที่จะเกิดขึ้นกับคนที่อายุน้อยที่สุดในบ้าน เป็นช่วงเวลาที่ต้องใช้ความพยายามจึงจะสมหวังในสิ่งที่ต้องการ กำลังอยู่ในช่วงจังหวะชีวิตเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อผ่านมันมาได้คุณได้รับสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิต ให้ระวัง เพราะมีคนจ้องทำร้าย หรือขโมยข้าวของ ต้องระมัดระวังให้ดี

  • เลขเด็ดฝันเห็นช้างขี้ : ควรมีเลข 4 0 และ 7
  • เลขเด็ด 2 ตัว : 40 70 74 77
  • เลขเด็ด 3 ตัว : 304 047 731 653

 

อ่านต่อ…ฝันเห็นช้าง หมายความว่า พร้อมเลขเด็ด คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ที่เที่ยวสำหรับเด็ก ปิดเทอม

ที่เที่ยวสำหรับเด็ก ปิดเทอมนี้ ทั้งสนุก ได้เรียนรู้ ใกล้กรุง!

ที่เที่ยวสำหรับเด็ก กับปิดเทอมนี้ มีดีมากกว่าที่คิด เมื่อสถานที่เที่ยวที่มอบทั้งความสุข สนุก อีกทั้งยังมากด้วยแหล่งเรียนรู้ ไม่ไปไม่ได้แล้ว

ที่เที่ยวสำหรับเด็ก ปิดเทอมนี้ ทั้งสนุก ได้เรียนรู้ ใกล้กรุง!!

ปิดเทอม ช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้นอกห้องเรียนของเด็ก ๆ ช่วงเวลาแห่งความสนุก แถมได้ประโยชน์ เพราะการเรียนรู้นั้นไม่ได้มีแต่ในตำราเรียน การเรียนรู้ที่ดีจากประสบการณ์ การได้ลงมือทำ การได้สัมผัสของจริง เป็นการเรียนรู้ที่จะทำให้เด็ก ๆ ได้จดจำ และเพิ่มพูนทักษะที่จำเป็นในชีวิตได้อย่างไม่น่าเบื่อ วันนี้หากคุณพ่อคุณแม่กำลังหา ที่เที่ยวสำหรับเด็ก ที่ไม่ได้มีดีแค่เที่ยวสนุกแล้วละก็ เราขอแนะนำสถานที่เที่ยวเหล่านี้ ที่รับรองว่าทั้งสนุก ทั้งได้เรียนรู้อย่างแน่นอน

พิพิธภัณฑ์สถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พิพิธภัณฑ์สถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เที่ยวสำหรับเด็ก
พิพิธภัณฑ์สถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เที่ยวสำหรับเด็ก

มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมและรื้อฟื้นตัวอย่างสิ่งมีชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติที่ได้สะสมไว้ตั้งแต่ดั้งเดิม และที่ได้วิจัยและค้นพบใหม่ เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าอ้างอิงทางวิชาการด้านอนุกรมวิธาน และร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ในปี พ.ศ. 2530 และฉลองการครบรอบ 70 ปีแห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จัดแสดงตัวอย่างสัตว์ชนิดต่างๆ จำนวนมาก ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก ปลา สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก สัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งได้รับการจัดเก็บรักษาในรูปแบบที่เหมาะสมกับลักษณะของสัตว์ประเภทนั้นๆ อย่างน่าสนใจ รวมทั้งจัดแสดงหินและสินแร่ต่างๆ ที่สำคัญ และตัวอย่างทางมานุษยวิทยาอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ตั้งอยู่ ณ ตึก ชีววิทยา ๑ ชั้น ๒ มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมตัวอย่างสิ่งมีชีวิตและทรัพยากรธรรมชาติที่สะสมมาแต่เดิมรวมทั้งที่มีการวิจัยและค้นพบใหม่เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าอ้างอิงทางวิชาการและการอนุรักษ์ ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงตัวอย่าง สิ่งมีชีวิตและทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ โครงกระดูกของสิ่งมีชีวิต ตัวอย่างเปลือกหอยต่างๆ ของไทย ซากดึกดำบรรพ์ที่พบในประเทศไทย ชีววิทยาของผึ้ง ตัวอย่างปลาในวรรณคดี ตัวอย่างตะพาบ ม่านลาย ซึ่งพบในประเทศไทยแห่งเดียวในโลกเป็นต้น นับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ทางธรรมชาติแห่งแรกของประเทศไทย

ที่ตั้ง :

ตึกชีววิทยา 1 ห้อง 230 ชั้น 2 ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

254 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

โทรศัพท์
0 2218 5266

พาลูกเที่ยว ได้เรียนรู้
พาลูกเที่ยว ได้เรียนรู้

เวลาทำการ

  • วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-16.00 น.
  • ปิดวันหยุดนักขัตฤกษ์

ค่าเข้าชม
ไม่เสียค่าเข้าชม

website : พิพิธภัณฑ์สถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ซีไลฟ์ แบงคอก : Sea Life Bangkok Ocean World

ซีไลฟ์ แบงคอก ที่เที่ยวสำหรับเด็ก
ซีไลฟ์ แบงคอก ที่เที่ยวสำหรับเด็ก

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ซี ไลฟ์ โอเชียน เวิลด์ กรุงเทพ หรือ บางกอก ซี ไลฟ์ โอเชียนเวิลด์ เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำใต้ดิน พื้นที่รวม 10,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ที่ชั้น B1 และ B2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

“ด้วยการแบ่งปันความมหัศจรรย์และความงามของมหาสมุทรของเราเราหวังว่าคุณจะได้เรียนรู้ที่จะรักพวกเขามากเท่าที่เราทำ ซีไลฟ์ แบงคอก ให้ผู้เยี่ยมชมได้สัมผัสกับความมหัศจรรย์ที่ซ่อนอยู่ในมหาสมุทรและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราทุ่มเทและกระตือรือร้นเกี่ยวกับการอนุรักษ์” นี่คือ คำอธิบายตัวเองของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ที่น่าสนใจ และห้ามพลาดแห่งหนึ่ง ที่คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังหา ที่เที่ยวสำหรับเด็ก ควรพาลูกจูงหลานไปสัมผัสสักครั้ง เพราะนอกจากจะมีปลาสวยงาม สัตว์น้ำแปลกตาแล้ว ยังมีโชว์แสดงให้หาอาหารสัตว์น้ำ ที่จะแตกต่างกันไปแต่ละวันอีกด้วย (สามารถหารายละเอียดของการแสดงได้ที่เว็บไซต์) การแสดงที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ ตื่นตาตื่นใจ อีกทั้งยังได้รับความรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำใต้ทะเลกลับบ้านไปอีกด้วย

ที่ตั้ง:
สยามพารากอน B2 Floor, Siam Paragon Building, B1, 991 ถ. พระรามที่ ๑ แขวง ปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
โทรศัพท์:

 02 687 2000

โชว์หลากหลายใน ซีไลฟ์ แบงคอก
โชว์หลากหลายใน ซีไลฟ์ แบงคอก
เวลาทำการ:
เปิดให้บริการทุกวัน 10.00-20.00 น.
ค่าเข้าชม
บัตรสามารถซื้อได้ที่หน้างาน หรือจองออนไลน์ได้ที่เว็บไซด์ เริ่มต้นที่ 650 บาท

ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง

ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง
ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง

เป็นแหล่งที่เด็กจะได้ศึกษา เรียนรู้ และซึมซับเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับคุณค่าของระบบนิเวศป่าไม้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ สร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นเตือนให้คนในเมืองหลวงเกิดความสำนึกรักและหวงแหนในทรัพยากรป่าไม้ที่หลงเหลืออยู่ไม่มากนัก และหันมาปลูกต้นไม้กันมากขึ้น

เรียนรู้การปลูกป่านิเวศ ซึ่งหมายถึง “ป่าที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อให้มีสภาพใกล้เคียงสภาพป่าธรรมชาติ” โดยประยุกต์การสร้างป่านิเวศตามแนวคิดของ ศาสตราจารย์ ดร.อาคิระ มิยิวากิ (Miyawaki’s Method) มีหลักการ คือ การสร้างป่าธรรมชาติดั้งเดิมด้วยพันธุ์ไม้ธรรมชาติดั้งเดิม (Building Native forest of Native trees) และจัดการโดยใช้แนวคิด “ การจัดการที่ดีที่สุดคือการปล่อยให้ป่าจัดการตัวเอง (No management is The best management)” ร่วมกับองค์ความรู้การปลูกป่าของ ปตท. ในการวิเคราะห์และปรับปรุงคุณภาพดิน ศึกษาพันธุ์ไม้ดั้งเดิมของกรุงเทพฯ รวมถึงการเลือกใช้พันธุ์ไม้ที่เหมาะสมกับสภาพของดิน
กิจกรรมการเรียนรู้ ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง มีกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับป่าไม้ ระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อมประจำทุก ๆ เดือน รวมถึงสามารถเข้ามาติดต่อทำกิจกรรมธรรมชาติอื่น ๆ ตามที่สนใจ เช่น เกมเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าและสิ่งมีชีวิต, กิจกรรม Workshop ประดิษฐ์สิ่งของธรรมชาติ, หรือกิจกรรมอาสาสมัครต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและเรียนรู้ถึงการใช้ทรัพยากรเหล่านั้นอย่างรู้คุณค่า และร่วมตระหนักในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

โดยจุดเด่นของที่นี่ ต้องอย่าลืมไปแวะ หอชมป่า หอคอยที่จะได้เห็นวิว 360 องศา เห็นต้นไม้สีเขียวเต็มตา และยังมีกิจกรรม workshop ให้ได้ร่วมสนุกกันอีกด้วย

ที่ตั้ง : 

เลขที่ 8 ถนนสุขาภิบาล 2 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250

โทรศัพท์ : 02 136 6380

เส้นทางเดินชมเรือนยอด ที่เที่ยวสำหรับเด็ก
เส้นทางเดินชมเรือนยอด ที่เที่ยวสำหรับเด็ก

เวลาทำการ :

เปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ให้บริการเยี่ยมชม 2 รอบ/วัน
รอบเช้า : 9.00 – 12.00 น.
รอบบ่าย : 13.00 – 16.00 น.
ค่าเข้าชม
เข้าชมฟรี

อ่านต่อ >>ที่เที่ยวสำหรับเด็ก ได้สนุกได้เรียนรู้ แถมใกล้กรุง คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ชื่อลูกแฝด

ชื่อลูกแฝด ภาษาอังกฤษ ชื่อเพราะๆ คล้องจองกัน

ชื่อลูกแฝด ชื่อลูกแฝดภาษาอังกฤษ ชื่อลูกแฝดผู้หญิง ชื่อลูกแฝดผู้ชาย ชื่อลูกแฝดคล้องจองกัน ชื่อลูกแฝดพยัญชนะขึ้นต้นเหมือนกัน

ชื่อลูกแฝด ภาษาอังกฤษ ชื่อเพราะๆ คล้องจองกัน

ตอนนี้คนไทยเริ่มตั้งท้องลูกแฝดกันมากขึ้น เพราะท้องครั้งเดียวมีลูก 2 คนเลย บ้านไหนที่กำลังจะมีสมาชิกใหม่เป็นลูกแฝด และกำลังมองหา ชื่อลูกแฝด ภาษาอังกฤษ เพราะ ๆ เตรียมไว้ให้ลูก ๆ ไม่ว่าจะชื่อลูกแฝดผู้ชายหรือผู้หญิง ชื่อคล้องจองกัน หรือชื่อที่พยัญชนะขึ้นต้นเหมือนกัน วันนี้ทีมกองบรรณาธิการ ABK นำชื่อเพราะ ๆ มาให้ได้เลือกกันแล้วค่ะ

ชื่อลูกแฝด ผู้หญิง
ชื่อลูกแฝด ผู้หญิง

ชื่อลูกแฝด ภาษาอังกฤษ ชื่อเพราะๆ คล้องจองกัน

ชื่อแฝดผู้หญิง คล้องจองกัน

  1. Aida (ไอด้า) และ Ava (เอว้า)
  2. Gabriella (กาเบรียล่า) และ Isabella (อิซซาเบลล่า)
  3. Chloe (โคลอี้) และ Zoe (โซอี้)
  4. Abbie (แอบบี้) และ Gaby (เกบี้)
  5. Lily (ลิลี่) และ Millie (มิลลี่)
  6. Leah (ลีอา) และ Mia (มีญ่า)
  7. Molly (มอลลี่) และ Polly (พอลลี่)
  8. Sara (ซาร่า) และ Cara (คาร่า)
  9. Jess (เจส) และ Tess (เทส)
  10. Emma (เอ็มม่า) และ Gemma (เจ็มม่า)
  11. Belle (เบล) และ Elle (แอล)
  12. Stacey (สเตซี่) และ Gracie (เกรซี่)

 

ชื่อแฝดผู้หญิง พยัญชนะขึ้นต้นเหมือนกัน

  1. Abigail (อบิเกล) และ Amy (เอมี่)
  2. Amelia (อมีเลีย) และ Ava (เอว่า)
  3. Bailey (เบลี่) และ Bella (เบลล่า)
  4. Beatrice (เบียทริซ) และ Bethany (เบธธานี)
  5. Callie (คาลี่) และ Camilla (คามิลล่า)
  6. Charlotte (ชาล็อตต์) และ Clara (คลาร่า)
  7. Dakota (ดาโคต้า) และ Daniella (แดเนียลล่า)
  8. Deborah (เดโบร่าห์) และ Delilah (เดไลลาห์)
  9. Emilia (เอมิเลีย) และ Erin (เอริน)
  10. Emma (เอ็มม่า) และ Ella (เอลล่า)
  11. Fiona (ฟิโอน่า) และ Freya (เฟรยา)
  12. Francesca (ฟรานเชสก้า) และ Frida (ฟรีดา)
  13. Gabriella (กาเบรียล่า) และ Grace (เกรซ)
  14. Gemma (เจ็มม่า) และ Georgia (จอร์เจีย)
  15. Hailey (เฮลีย์) และ Hannah (ฮันนาห์)
  16. Hazel (เฮเซล) และ Heidi (ไฮดี้)
  17. Iris (ไอริส) and Ivy (ไอวี่)
  18. Isla and Isabelle (อิซาเบลล่า)
  19.  Jessica (เจสซิก้า) and Jemma (เจมม่า)
  20.  Josie (โจซี่) and Jacqueline (แจ็คเกอลีน)
  21. Katie (เคธี่) and Kayla (เคย์ล่า)
  22. Kitty (คิตตี้) and Kendra (เคนดร้า)
  23. Laura (ลอร่า) and Lana (ลาน่า)
  24. Lauren (ลอเรน) and Leslie ((เลสลี่)
  25. Maya (มาญ่า) and Mia (มีญ่า)
  26. Megan (เมแกน) and Millie (มิลลี่)
  27. Nadia (นาเดีย) and Natalia (นาทาเลีย)
  28. Nora (นอร่า) and Natasha (นาทาชา)
  29. Olivia (โอลิเวีย) and Odette (โอเด็ต)
  30. Olive (โอลีฟ) and Ophelia (โอฟีเลีย)
  31. Paige (เพจ) and Payton (เพย์ตัน)
  32. Piper (ไพเพอร์) and Paris (แพรีส)
  33. Quinn (ควิน) and Quella (เควลล่าร์)
  34. Rachael (ราเชล) and Rebecca (รีเบคก้า)
  35. Rachel (ราเชล) and Rosie (โรซี่)
  36. Sadie (เซดี้) and Sasha (ซาช่า)
  37. Samantha (ซาแมนธา) and Stella (สเตลล่า)
  38. Tamara (ทามาร่า) and Tess (เทส)
  39. Tracey (เทรซี่) and Theresa (เทเรซ่า)
  40. Uma (อูม่า) and Ursula (เออร์ซูลา)
  41. Una (อูน่า) and Ula (อูล่า)
  42. Vera (เวร่า) and Vivian (วิเวียน)
  43. Victoria (วิกตอเรีย) and Vanessa (วาเนสซ่า)
  44. Willow (วิลโล่) and Winona (วิโนน่า)
  45. Whitney (วิทนีย์) and Wren (เร็น)
  46. Xabrina (ซาบริน่า) and Xandra (แซนดร้า)
  47. Yana (ญาน่า) and Yvonne (อีวอน)
  48. Yasmine (ยัสมิน) and Yvette (อีแวตท์)
  49. Zainab (ไซนับ) and Zuri (ซูริ)
  50. Zoe (โซอี้) and Zoelle (โซเอล)

 

อ่านต่อ…ชื่อลูกแฝด ภาษาอังกฤษ ชื่อเพราะๆ คล้องจองกัน คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่