รวมเป้อุ้มเด็ก

รวมเป้อุ้มเด็ก 10 แบรนด์ เหมาะกับสรีระลูก อุ้มสบาย ไม่ปวดหลัง

ในปัจจุบันนี้คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่หันมาใช้เป้อุ้มเด็กกันมากขึ้น อาจจะด้วยรูปแบบของการใช้ชีวิตที่ต้องมีการทำกิจกรรมในหลายรูปแบบพร้อมกัน เช่น สามารถอุ้มลูกไปด้วยเดินช็อปปิ้งไปด้วย หรืออาจจะทำงานบ้านไปด้วยอุ้มลูกน้อยไปได้ด้วย นอกจากนั้นการนำรถเข็นเด็กไปด้วยอาจจะไม่สะดวกต่อการเดินทางในบางครั้ง เป้อุ้มเด็กจึงเป็นของใช้สำหรับเด็กที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่เลือกใช้งานเพื่ออุ้มลูกน้อย และช่วยให้สามารถเคลื่อนไหวได้คล่องตัว ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มีเป้อุ้มเด็กมาให้เลือกมากมายหลายรูปแบบ วันนี้ทีมกองบรรณาธิการจึง รวมเป้อุ้มเด็ก 10 แบรนด์ ที่คัดเลือกมาแล้วว่าดี และมีมาตรฐาน มาให้คุณพ่อคุณแม่เลือกกัน

รวมเป้อุ้มเด็ก 10 แบรนด์ เหมาะกับสรีระลูก อุ้มสบาย ไม่ปวดหลัง

รวมเป้อุ้มเด็ก

วิธีเลือกเป้อุ้มเด็ก

  • เลือกจากประเภทของเป้อุ้มเด็ก ในปัจจุบันเป้อุ้มเด็กจะมีหลากหลายรูปแบบ แต่สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ เป้อุ้มเด็กแบบมีโครงและผ้าอุ้มเด็กหรือเบบี้สลิง
  • เป้อุ้มเด็กแบบมีโครง (Structured Baby Carrier) เป้อุ้มลักษณะนี้จะพบได้บ่อย เหมาะกับเด็กหลายหลายวัย ลักษณะคล้ายกระเป๋าเป้สามารถสะพายได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง บางรุ่นจะออกแบบให้มีสายประคองเอวของผู้สะพายเพื่อช่วยถ่ายเทน้ำหนักของลูกน้อยจากบริเวณบ่า ลดการเมื่อยล้าทำให้อุ้มได้นานขึ้น นอกจากนี้จะมีโครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อประคองบริเวณด้านหลังและศีรษะของเด็กทารก เป้ลักษณะนี้อาจจะมีขนาดใหญ่ยากต่อการพับเก็บและพกพาไม่ค่อยสะดวก
  • ผ้าอุ้มเด็กหรือเบบี้สลิง (Baby Wrap/Baby Sling) เป็นเป้อุ้มเด็กแบบคลาสสิก ลักษณะเป็นการใช้ความยืดหยุ่นของผ้าผืนยาวมาเป็นตัวช่วยโอบอุ้มและกระชับตัวลูกน้อยไว้ ทำให้เด็กรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเหมือนอยู่ในครรภ์ของแม่ จึงลดอาการงอแงของลูกน้อยได้ดี รวมถึงกระจายน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวกต่อการให้นมลูกและการพกพาอีกด้วย แต่การใช้เป้อุ้มลักษณะนี้จะต้องใช้ให้ถูกท่าถูกวิธีเพราะไม่เช่นนั้นอาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้
  • เลือกเป้อุ้มให้เหมาะสมกับอายุของลูกน้อย เมื่อพิจารณาตามอายุของเด็กในช่วงวัยต่างๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญในกาเลือกใช้เป้อุ้ม เด็กแรกเกิด – 4 เดือน การพยุงช่วงคอเป็นสิ่งสำคัญควรเลือกเป้อุ้มที่ออกแบบเฉพาะให้มีส่วนที่พยุงคอและวางตำแหน่งของเข่าและสะโพกได้ถูกต้อง เด็กที่มีอายุ 4 เดือนขึ้นไปสามารถชันคอได้เองแล้ว แนะนำให้เลือกเป้อุ้มเด็กที่สามารถใช้ได้ทั้งหันหน้าเข้าและออก หากเด็กยังชันคอได้ไม่แข็งแรงควรอุ้มเด็กแบบหันหน้าเข้า และเมื่อเด็กเริ่มควบคุมการหันคอได้แล้วจึงค่อยเปลี่ยนเป็นอุ้มแบบหันหน้าออก
  • เลือกเป้อุ้มเด็กที่ทำมาจากวัสดุที่ช่วยระบายอากาศได้ดี เพื่อปกป้องลูกน้อยจากการเกิดผดผื่นจากความอับชื้น จึงขอแนะนำว่าหากเป็นไปได้ให้เลือกเป้ที่ผลิตจากวัสดุที่เป็นตาข่ายเพราะช่วยระบายอากาศได้ดี แถมยังลดปัญหาอบอ้าวและกลิ่นอับชื้นได้อีกด้วย
  • เลือกเป้อุ้มเด็กที่อุ้มได้ถูกสรีระร่างกาย ทดสอบดูว่าเมื่อใช้เป้อุ้มเด็กแล้วรูปร่างของเป้เข้ากับสรีระของผู้อุ้มหรือไม่ มีส่วนซัพพอร์ตที่ช่วยลดการเมื่อยล้า ลูกน้อยอยู่ในท่าทางการอุ้มที่เหมาะสม
  • เลือกเป้อุ้มเด็กที่มีความปลอดภัย ความปลอดภัยในแง่ของโครงสร้างเป้อุ้มเด็ก มีการออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักตัวเด็กได้ในช่วงน้ำหนักเท่าไหร่ วัสดุที่ผลิตเป้อุ้มเด็กมีความปลอดภัยต่อผิวหนังลูกน้อย การตัดเย็บมีความหนาแน่นปลอดภัยไม่ฉีกขาดง่าย สายรัดและตัวล็อกมีความหนาแน่นและกระชับเมื่อใช้งาน

เมื่อทราบถึงวิธีการเลือกซื้อเป้อุ้มเด็กที่ทางทีมแม่ ABK ได้รวบรวมข้อมูลไว้ให้แล้ว หวังว่าจะใช้เป็นทางเลือกหนึ่งให้คุณพ่อคุณแม่ใช้เป็นวิธีเลือกเป้อุ้มเด็กสำหรับลูกน้อย ต่อมาเรามาดูกันว่ามีแบรนด์ไหนน่าใช้งานกันบ้าง

  1. Sunveno

Sunveno รุ่น Multi-function Baby Carrier – SV22094 เป้อุ้มเด็กที่ทำมาจากวัสดุ Polyester และผ้าฝ้ายที่ให้สัมผัสสบายผิว ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ สามารถใช้กับเด็กแรกเกิดถึง 3 ปี รองรับน้ำหนักได้สูงสุดที่ 20 kg จุดเด่นของรุ่นนี้คือ มีสายแบบสะพายไขว้แบบเฉพาะของแบรนด์ช่วยกระชับและเสริมแรงในการอุ้มมากขึ้น มีช่องระบายอากาศพิเศษ เปิด/ปิดได้ มีซิลิโคนกันลื่นปลอดภัยต่อลูกน้อย เบาะนั่งถูกออกแบบให้มีการรับกับสรีระของเด็ก มีช่องเก็บของมากมาย มีผ้าคลุมศีรษะ กันแดด กันลม และป้องกันคอสำหรับเด็กแรกเกิด

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sunveno.in/

รวมเป้อุ้มเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.sunveno.in/c

 

  1. Todbi

Todbi รุ่น Air Peacell All-in-one Carrier เป้อุ้มเด็กที่รองรับการใช้งานตั้งแต่แรกเกิดถึง 3 ขวบ Hip seat Ergonomic design ด้วยการออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ซึ่งเป็นกลไกการกระจายจุดศูนย์ถ่วง ช่วยลดอาการปวดเมื่อยและลดแรงกดทับ ตัวเป้อุ้มผลิตจากผ้า Bamboo Rayon ที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ ให้ผิวสัมผัสที่นุ่มนวล จุดเด่นของรุ่นนี้คือนวัตกรรม Air Cell Shoulder Pads เพิ่มความสบายให้คุณแม่มากขึ้นด้วยสายรองไหล่ที่มาพร้อมกับความนุ่มสบายและช่วยกระจายน้ำหนักได้ดีเยี่ยมประกอบกับการนวดด้วยปุ่ม Air Cell ให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายและลดความเมื่อยล้า

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/Todbi.thailand.official/

รวมเป้อุ้มเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/Todbi.thailand.official/

 

  1. Punnita

Punnita รุ่น XP Hipseat เป้อุ้มเด็กแบรนด์ไทยที่ผ่านการทดสอบมาตราฐานความปลอดภัยสากล ASTM F2236-16a จากประเทศสหรัฐอเมริกา ใช้ในเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 18 kg ตัวเป้อุ้มทำจากผ้า super soft cotton USA นุ่มสบายผิวลูกน้อย จุดเด่นของรุ่นนี้คือไม่มีก้อนโฟมมากดหน้าท้องผู้อุ้มหรือกดแผลผ่าคลอด จะมีแผ่นรองขาลูกน้อยให้นั่งสบายเหมือนนั่งเก้าอี้ พกพาได้สะดวก

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.punnita.com/

รวมเป้อุ้มเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.punnita.com/

 

  1. Camera

Camera รุ่น Hippa 5 เป้อุ้มเด็กที่สามารถใช้งานได้ตั้งแต่แรกเกิดถึง 2 ขวบ รองรับน้ำหนักเด็กได้ 20 Kg ได้รับการรับรองจาก สถาบัน IHDI (International Hip Dysplasia Institute) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าเป็น Hip seat Healthy Product สามารถรองรับสรีระช่วงสะโพกและขาของเด็ก ช่วยป้องกันภาวะข้อต่อสะโพกเคลื่อน เนื้อผ้าของเป้อุ้มมี 2 ชนิดพิเศษ ทั้งผ้า Polyster  และ  cotton 100 % จุดเด่นของรุ่นนี้คือใช้ฟองน้ำชนิดพิเศษที่ใช้เป็นตัวดันทรงของสายคาดเอวซึ่งจะช่วยให้ไม่กดทับรอบเอว มีผ้าเสริมฟองน้ำชนิดพิเศษที่ป้องกันการเสียดสีบริเวณขอบขาเด็กไม่ให้เจ็บ ฐานนั่งใช้โฟม EPP ที่มีความแข็งแรงน้ำหนักเบาไม่แตกหัก

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th-th.facebook.com/camerababy/

รวมเป้อุ้มเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://shopee.co.th/tdmthailand

อ่านต่อ.. รวมเป้อุ้มเด็ก 10 แบรนด์ เหมาะกับสรีระลูก อุ้มสบาย ไม่ปวดหลัง ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

รีวิวทิชชู่เปียก

รีวิวทิชชู่เปียก สำหรับเด็ก สะอาด อ่อนโยน ไม่ระคายเคือง

เนื่องจากผิวของเด็กมักบอบบางมากกว่าผู้ใหญ่ คุณพ่อคุณแม่จึงควรพิถีพิถันในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวเด็ก โดยเฉพาะทิชชูเปียกทำความสะอาดผิวเด็กที่เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกให้คุณพ่อคุณแม่ เพราะสามารถพกพาไปได้ทุกที่ และใช้แล้วสามารถทิ้งได้เลยไม่ต้องซักแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ให้ยุ่งยาก และด้วยเหตุนี้เองหลายแบรนด์จึงผลิตทิชชูเปียกออกมาหลายสูตร ซึ่งถ้าเราไม่ศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้ดีก่อนซื้อ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวของลูกน้อยได้ มาดู รีวิวทิชชู่เปียก ที่อ่อนโยนสำหรับเด็ก และทุกคนในครอบครัวกันค่ะ

รีวิวทิชชู่เปียก สำหรับเด็ก สะอาด อ่อนโยน ไม่ระคายเคือง

รีวิวทิชชู่เปียก

การใช้ทิชชู่เปียกกับเด็ก

การเลือกใช้ทิชชูเปียกทำความสะอาดผิวเด็กจำเป็นต้องคำนึงถึงหลายเรื่อง โดยเฉพาะการตรวจสอบคุณสมบัติของทิชชูเปียกให้ดีก่อนเลือกซื้อ ซึ่งจะมีเรื่องใดที่ควรใส่ใจบ้าง เราไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

  • การเลือกใช้ทิชชูเปียกทำความสะอาดผิวเด็กที่ผ่านการทดสอบทางการแพทย์ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะผิวของเด็กนั้นบอบบางและเกิดอาการแพ้ได้ง่าย การเลือกทิชชูเปียกสูตรอ่อนโยนอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากอาจมีสารเคมีบางตัวที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวจนเกิดผื่นแดงหรืออาการคันได้ จึงควรมองหาผลิตภัณฑ์ที่ระบุแน่ชัดว่าผ่านการทดสอบทางการแพทย์ เพื่อให้สามารถใช้ได้อย่างวางใจ และสามารถใช้เช็ดทำความสะอาดได้แม้บริเวณที่มีผิวบอบบางอย่างรอบดวงตาหรือใบหน้าได้
  • เลือกใช้ทิชชูเปียกที่ปราศจากสารเคมีที่ทำให้เกิดอาการแพ้ เนื่องจากผิวของเด็กบอบบางและแพ้ง่ายกว่าผู้ใหญ่มาก ทางที่ดีจึงควรเลือกซื้อทิชชูเปียกที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอมและสารกันเสีย (Paraben) นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงปริมาณความชุ่มชื้นและความหนาของทิชชูเปียกว่าเพียงพอหรือไม่ ถ้าหยาบหรือแห้งจนเกินไป เวลาเช็ดอาจบาดผิวของลูกน้อยได้ แนะนำให้เลือกรุ่นที่ผลิตมาจากฝ้ายเพราะเนื้อสัมผัสจะค่อนข้างนุ่มนวล ใช้แล้วอ่อนโยนมากกว่า
  • เลือกทิชชูเปียกทารกให้เหมาะสมกับการใช้งาน ทิชชูเปียกนั้นมีขนาดและจำนวนที่บรรจุต่อหนึ่งห่อแตกต่างกันออกไป ซึ่งมีทั้งแบบที่มีฝาล็อกบรรจุทิชชูในปริมาณมาก (80-100 แผ่น) และแบบพกพาที่เหมาะสำหรับใช้งานนอกบ้าน (10-20 แผ่น)

ในครั้งนี้ทีมกองบรรณาธิการจึงเลือก 10 อันดับทิชชู่เปียกทำความสะอาดผิวเด็ก ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองแพ้ต่อผิวเด็ก มาให้คุณพ่อคุณแม่ได้ศึกษาข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อ ซึ่งจะมีเนื้อหาอย่างไรบ้าง เราตามมาอ่านกันเลยดีกว่าค่ะ

  1. Karisma

Baby Water Wipes ผ้าเปียกหรือทิชชูเปียกที่มีส่วนผสมของน้ำมากกว่า 99% แถมยังไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ปราศจากสารกันเสียและพาราเบน ที่สำคัญใช้แล้วไม่เหนียวเหนอะหนะแน่นอน เหมาะกับเจ้าตัวน้อยตั้งแต่แรก 0 – 3 ปี เก็บรักษาได้ 2 ปี จากวันที่ผลิต

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://karisma.co.th/

รีวิวทิชชู่เปียก

ขอขอบคุณภาพจาก https://karisma.co.th/

 

  1. Pigeon

ทิชชูเปียกสูตรผสมมอยส์เจอร์ไรเซอร์ถนอมผิว เหมาะสำหรับทารกแรกเกิดและทารกอายุไม่เกิน 6 เดือนมีส่วนผสมน้ำมันลาโนลินธรรมชาติ-ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและเกราะป้องกันจากอาการระคายเคือง พื้นผิวหมากรุกพิเศษ-ทำความสะอาดอุจจาระแบบเหลวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้งานง่ายด้วยมือข้างเดียว ไม่มีแอลกอฮอล์ ผ่านการทดสอบ Microbiologically tested

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://pigeon.co.th/th/baby-wipes.php       

รีวิวทิชชู่เปียก

ขอขอบคุณภาพจาก https://pigeon.co.th/th/baby-wipes.php

 

  1. Pureen

Pureen ผ้าเช็ดทำความสะอาด สูตรเซนซิทีฟ เหมาะสำหรับทารกแรกเกิด และผิวบอบบางแพ้ง่าย มีส่วนผสมของคาโมมายด์ ป้องกันการระคายเคืองผิว ปราศจากแอลกอฮอล์ พาราเบน คลอรีน และน้ำหอม จึงอ่อนโยนปลอดภัยต่อผิวทารกและผิวแพ้ง่าย เนื้อผ้ามีความหนานุ่ม ชุ่มชื่น ผ่านการทดสอบไฮโปอัลเลอร์เจนิกทางการแพทย์ผิวหนัง ว่าไม่ก่อให้เกิดการแพ้ระคายเคืองผิว

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.pureen.co.th/baby/

ทิชชู่เปียก

ขอขอบคุณภาพจาก http://www.pureen.co.th/baby/

 

  1. HUGGIES

ฮักกี้ส์ เพียว คลีน เบบี้ ไวพ์ หนาหนุ่มเหมือนใช้สำลี ทำความสะอาดได้มากถึง 4 เท่าเมื่อเทียบกับกระดาษเปียกใยสังเคราะห์ทั่วไป 4 แผ่น ผลิตโดยใช้น้ำบริสุทธิ์ 100% ที่ผ่านกระบวนการกรองให้บริสุทธิ์ 8 ขั้นตอน ทำความสะอาดได้หมดจดและอ่อนโยนต่อผิวลูกน้อย โดยผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแล้วว่า ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองแม้ผิวบอบบางของเด็กแรกเกิด สามารถใช้ได้ทั้งใบหน้า มือ และก้นของลูกน้อย ไม่มีการเติมน้ำหอมและแอลกอฮอล์ (เอทานอล & ไอโซโพรพานอล แอลกอฮอล์)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.huggies.co.th/

ทิชชู่เปียก

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.huggies.co.th/

อ่านต่อ.. รีวิวทิชชู่เปียก สำหรับเด็ก สะอาด อ่อนโยน ไม่ระคายเคือง ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ประกันสำหรับเด็ก

ประกันสำหรับเด็ก เลือกอย่างไรให้คุ้มครองครอบคลุม

ช่วงวัยเด็กเป็นวัยที่จำเป็นอย่างมากที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากผู้ปกครองเป็นอย่างดี เพราะเป็นวัยที่ยังไม่สามารถดูแลตนเองได้ รวมไปถึงมีภูมิต้านทานและสมรรถภาพของร่างกายที่ยังมีไม่เทียบเท่าผู้ใหญ่ ส่งผลให้เด็ก ๆ มักจะไม่สบายหรือเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าปกติ ยิ่งเป็นวัยที่ต้องเข้าเรียนมีการพบปะกับผู้คนมากขึ้นทั้งเพื่อน ๆ และคุณครูอาจ จะทำให้เด็ก ๆ มีโอกาสติดเชื้อโรคแล้วไม่สบายได้ง่ายขึ้น ซึ่งถ้าหากเด็ก ๆ ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อย ๆ ไม่ใช่แค่สุขภาพจิตใจของคุณพ่อคุณแม่จะย่ำแย่ หากแต่ความมั่นคงทางการเงินของครอบครัวก็อาจจะแย่ไปตาม ๆ กัน เพราะเหตุนี้การทำ ประกันสำหรับเด็ก จึงสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องค่ารักษาตรงนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะประกันสุขภาพเด็กจะครอบคลุมทั้งค่ารักษาโรค ค่ายา หรือแม้แต่หากเด็กป่วยจนต้องแอดมิทเข้าโรงพยาบาล ดังนั้นเพื่อเป็นการวางแผนป้องกันความเสี่ยงทางการเงินที่ดีของครอบครัว รวมไปถึงความสบายใจของทั้งคุณพ่อ คุณแม่ และเจ้าตัวน้อย จึงเป็นเหตุผลที่เราควรทำประกันสุขภาพเด็กนั่นเอง

ประกันสำหรับเด็ก เลือกอย่างไรให้คุ้มครองครอบคลุม

ประกันสำหรับเด็ก

วิธีการเลือกประกันสุขภาพเด็ก

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังวางแผนจะซื้อประกันสุขภาพเพื่อลูกน้อย ทีมกองบรรณาธิการขอแนะนำวิธีการเลือกซื้อประกันสุขภาพสำหรับเด็ก ดังนี้

  • เลือกเบี้ยประกันสุขภาพเด็กที่เหมาะสม โดยเราควรเลือกเบี้ยประกันสุขภาพให้สอดคล้องและเหมาะสมกับทุนทรัพย์หรือสถานะทางการเงินด้วย ทั้งนี้ เบี้ยประกันจะสอดคล้องกับทุนประกัน หากเราเลือกทุนประกันสูง เบี้ยก็จะสูงตามไปด้วย เราแนะนำให้หาประกันที่สามารถผ่อนชำระเป็นรายงวดได้ ก็จะช่วยให้เรามีสภาพคล่องที่ดี ภายใต้ทุนประกันที่มากพอนั่นเอง
  • พิจารณาทุนประกันสุขภาพเด็กและค่ารักษาพยาบาลต่างๆ ซึ่งทุนประกันที่ดีควรที่จะครอบคลุมการรักษาต่าง ๆ อย่างครบครัน ครอบคลุมค่าห้อง ค่ายา ค่าธรรมเนียม ค่าผ่าตัดจำนวนเท่าไร ทั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรตรวจสอบสถานพยาบาลใกล้บ้านด้วยว่า สามารถใช้กับประกันสุขภาพเด็กของที่ไหนได้บ้าง แล้วมีรายละเอียดค่ารักษาต่าง ๆ เท่าไร
  • ตรวจสอบอายุขั้นต่ำที่รับประกันสุขภาพเด็ก โดยแต่ละบริษัทประกันก็จะมีอายุขั้นต่ำที่รับประกันไม่เท่ากัน สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ลูกเพิ่งจะคลอด อย่าลืมตรวจสอบเรื่องนี้เป็นอันดับแรก เพราะถ้าอายุไม่ครบกำหนด จะได้สามารถเตรียมพร้อมหรือมองหาแบบประกันอื่นๆ ได้ทันที
  • ตรวจสอบเงื่อนไขต่างๆ และข้อยกเว้นในการเคลมประกัน โดยสำหรับประกันสุขภาพเด็ก คุณพ่อคุณแม่ควรตรวจสอบให้ดีว่า ประกันมีความคุ้มครองโรคยอดฮิตในเด็ก เช่น โรคมือเท้าปาก โรคไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก ฯลฯ หรือไม่ รวมถึงมีเงื่อนไขใดที่ประกันจะไม่จ่ายค่าชดเชยบ้างด้วย ทั้งนี้ อย่าลืมตรวจสอบระยะเวลาที่ประกันจะเริ่มคุ้มครอง เพราะบางประกันก็จะมีระยะเดินเรื่องที่ทำให้ช่วงนั้นจะไม่ได้รับสิทธิ์การคุ้มครองจากประกันสุขภาพด้วย

นอกจากนี้ประกันสุขภาพเด็กบางบริษัทยังมาในรูปแบบของการออมเงินด้วย กล่าวคือ ทำประกันไว้แล้วมีเงินออมคืนให้เมื่อถึงกำหนดอายุที่ลูกของเราโตขึ้นในรูปแบบของปันผล รวมไปถึงประกันสุขภาพเด็กบางประเภทที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีของผู้ปกครองได้อีกด้วย ซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีในเรื่องการวางแผนทางการเงินของครอบครัวนั่นเอง

ดังนั้น เพื่อความสบายใจของคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองทั้งหลายที่กำลังมีเด็กเล็กอยู่ในครอบครัว ทีมกองบรรณาธิการ ขอนำเสนออีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีสำหรับลูกก็คือ ประกันสุขภาพเด็ก ที่ออกแบบมาเพื่อเด็ก ๆ โดยเฉพาะ โดยเราจะมานำเสนอวิธีการเลือกประกันสุขภาพเด็ก พร้อมคำแนะนำบริษัทประกันสำหรับสุขภาพเด็กที่เราคัดสรรมาแนะนำแก่ทุกครอบครัวด้วยค่ะ

 

  1. Aetna

แผนประกันเด็กที่มอบความคุ้มครองในวงเงินสูงถึง 5 ล้านบาทต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งการรักษาต่อปี ให้ความคุ้มครองค่าห้อง ระหว่างการรักษาในโรงพยาบาลสูงสุดถึงคืนละ 12,000 บาท (ขึ้นอยู่กับแผนที่เลือก) ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั่วไปสูงสุดถึง 200,000 บาท ต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง (ขึ้นอยู่กับแผนที่เลือก) ให้ความคุ้มครองสำหรับการรักษาพยาบาลที่มีค่าใช้จ่ายสูง (Major Medical) (ขึ้นอยู่กับแผนที่เลือก) ให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุสูงถึง 100,000 บาท ให้ความคุ้มครองทั้งการเจ็บป่วย และอุบัติเหตุตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก (ยกเว้นประเทศสหรัฐอเมริกาจะให้ความคุ้มครองเฉพาะค่ารักษาพยาบาลที่เกิดจากอุบัติเหตุเท่านั้น) สามารถเลือกซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับความคุ้มครองผู้ป่วยนอก สูติกรรม และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลเพิ่มเติมได้ อุ่นใจกับเครือข่ายสถานพยาบาลกว่า 400 แห่งทั่วประเทศไทย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.aetinsure.com/our-product/

ประกันสำหรับเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/aetnathailand/

 

  1. กรุงเทพประกันชีวิต

ประกันสุขภาพ แวลู เฮลธ์ (คิดส์) รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 1 เดือน – 10 ปี คุ้มครองครอบคลุมค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการในโรงพยาบาลสูงสุด 5,000 บาทต่อวัน ค่าแพทย์ผ่าตัด และค่าหัตถการ สูงสุด 400,000 บาท คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน ผู้ป่วยนอก กรณีอุบัติเหตุ 24 ชม. รับเงินชดเชยรายวัน สามารถเลือกแผนความคุ้มครองแบบ มี/ไม่มี ความรับผิดส่วนแรก ความรับผิดส่วนแรก คือ ความเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับภาระตามข้อตกลงของสัญญาประกันภัย ทั้งนี้ แผนความคุ้มครองแบบมีความรับผิดส่วนแรก จะให้ความคุ้มครองจนถึงก่อนวันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 11 ปี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.bangkoklife.com/th/products/detail/239

ประกันสำหรับเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.bangkoklife.com/online/th

 

  1. TOKIO MARINE

ประกันสุขภาพเด็ก โตเกียวมารีน ประกันสุขภาพสำหรับเด็ก ช่วงอายุ 0-15 ปี มีหลายแผนที่ครอบคลุมผลประโยชน์ผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) รวมทั้งการรักษา ค่ายา ค่าห้องค่าแพทย์ ฯลฯ ซื้อประกันสุขภาพต่อเนื่อง 10 ปี คุ้มครองชีวิต 1 ล้านบาท มาตรฐานใหม่ตลอดสัญญาไม่เพิ่มเบี้ยประกัน ไม่บอกเลิกสัญญา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.tmm-insurance.com/

ประกันสุขภาพ

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.tmm-insurance.com/

 

  1. เมืองไทยประกันชีวิต

โครงการ ดี คิดส์ พลัส จากเมืองไทยประกันชีวิต เหมาจ่ายในวงเงินเดียวสูงสุด 5 ล้านบาท ที่ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ทั้ง ค่าห้องเดี่ยวมาตรฐาน ค่าห้องผู้ป่วยหนัก (ไอ.ซี.ยู) มั่นใจทุกการรักษาคุ้มครองค่ารักษาตอนแอดมิท รวมถึงการรักษาฟื้นฟูต่อเนื่องแบบ OPD สมัครได้ตั้งแต่อายุ 30 วัน – 10 ปี คุ้มครองถึงอายุ 99 ปี เมื่อโตขึ้นอายุ 11-15 ปีหรือ ถึงวัยเกษียณ ระหว่างอายุ 55 – 65 ปี ให้สิทธิ์เลือกปรับลดความรับผิดส่วนแรก รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องแถลงสุขภาพใหม่ การชำระเบี้ยแบ่งจ่ายรายเดือนได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.muangthai.co.th/th/

ประกันสุขภาพ

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.muangthai.co.th/th

อ่านต่อ.. ประกันสำหรับเด็ก เลือกอย่างไรให้คุ้มครองครอบคลุม ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ตกขาวแบบไหนท้อง

ตกขาวแบบไหนท้อง !! สัญญาณเตือนนี้น่าเชื่อไหมนะ

ตกขาวแบบไหนท้อง ประจำเดือนไม่มา แต่มีตกขาว แบบนี้กำลังตั้งครรภ์หรือเปล่านะ ตกขาวลักษณะแบบใดที่เป็นสัญญาณเตือนว่าจะมีข่าวดี จะแม่นไหมดูเลย!!

ตกขาวแบบไหนท้อง !! สัญญาณเตือนนี้น่าเชื่อไหมนะ

สำหรับสาว ๆ ที่กำลังลุ้นว่าจะมีข่าวดี อยากตั้งครรภ์ เมื่อไหร่นะจะได้มีเด็กน่ารัก ๆ มาเรียกว่า “แม่” คงจะตั้งหน้าตั้งตารอคอยเจ้าตัวเล็กมาอยู่ในท้องกันอย่างใจจดใจจ่อกันแล้ว ใช่ไหม?? เรามาลองเช็กอาการกันดูสักหน่อยดีไหมว่า คุณเข้าข่าย อาการคนท้อง หรือยังนะ

ตกขาวแบบไหนท้อง สัญญาณเตือน
ตกขาวแบบไหนท้อง สัญญาณเตือน

สัญญาณเตือน อาการคนท้อง แบบนี้จะท้องแล้วหรือยังนะ??

  • ประจำเดือนไม่มา

สาเหตุของการที่คุณ ประจำเดือนไม่มา นั้นก็มีสาเหตุหลากหลาย มีปัจจัยมากที่จะทำให้การมาของประจำเดือนคลาดเคลื่อน ลองเช็กกันดูเสียหน่อยว่าช่วงนี้กำลังมีความเครียด ความวิตกกังวลสูงหรือเปล่า หรือเป็นช่วงเวลาไม่สบาย ใกล้กับรอบวันของการมีประจำเดือน ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้ ประจำเดือนไม่มา หรือเลื่อนไปไม่ตรงกำหนดก็เป็นได้ แต่หากว่าไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวมา แต่ประจำเดือนก็ยังคงไม่มาเสียที ชักเริ่มมีลุ้นแล้วละ ในบางรายที่มีประจำเดือนมาสม่ำเสมอ หากประจำเดือนของคุณขาดไป ก็แสดงว่าคุณอาจตั้งครรภ์ เพราะหลังจากปฏิสนธิ ประจำเดือนจะไม่มา แต่มีในบางรายที่ ตั้งครรภ์แล้ว อาจจะมีเลือดออกเล็กน้อยทางช่องคลอดในช่วงเวลาที่ครบรอบประจำเดือน ที่มักจะเรียกกันว่า “เลือดล้างหน้าเด็ก”

  • ปัสสาวะบ่อย และมีสีเข้มขึ้น

อาการคนท้องนี้เกิดขึ้นเนื่องจากมดลูกที่โตกดกระเพาะปัสสาวะ และฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้น ระหว่างตั้งครรภ์มีผลทำให้เลือดมาคั่งในเชิงกรานมาก เพื่อไปหล่อเลี้ยง ตัวอ่อนมากขึ้น ระบบปัสสาวะที่ต่อเนื่องถึงกันจึงได้รับผลกระทบไปด้วย กระเพาะปัสสาวะ จึงระคายเคือง และบีบตัวบ่อยขึ้น ทำให้ปวดปัสสาวะบ่อย รวมทั้งต้องลุกมาเข้าห้องน้ำใน ตอนกลางคืนบ่อย ๆ ด้วย ลองกลับไปสังเกตปริมาณการเข้าห้องน้ำกันดูนะสาว ๆ

  • คัดเต้านม เจ็บ ตึงเต้านม

ในช่วงเวลาประจำเดือนใกล้มา ผู้หญิงบางคนอาจมีความรู้สึกคัดตึง เต้านมใหญ่ขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงของเต้านม กดแล้วเจ็บ แต่อาการเช่นนี้ก็มักพบได้ในคนตั้งครรภ์เช่นกัน เนื่องจากมีการเจริญเติบโตของไขมัน และต่อมน้ำนม เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงขยายใหญ่ขึ้นจนสังเกตเห็นได้ หัวนมเจ็บ และไวต่อสิ่งสัมผัส มีเส้นเลือดดำสีเขียว ๆ ปรากฎขึ้นที่บริเวณผิวหนังรอบเต้านม หัวนมมีสีคล้ำขึ้น และตั้งชู

  • มีการท้องผูกกว่าปกติ

สาเหตุเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อตั้งครรภ์ เช่น การบีบตัวของลำไส้ลดลง มดลูกทับลำไส้ใหญ่ การแก้ไขภาวะท้องผูกในคนท้องที่ดีที่สุด คือ การพยายามรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง ดื่มน้ำให้เพียงพอ และออกกำลังกายพอเหมาะ ก็จะช่วยในการแก้ไขอาการท้องผูกได้

  • เหนื่อยง่าย และง่วงนอนบ่อย

ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ คุณผู้หญิงจะสังเกตได้ว่า เราจะมีอาการเหนื่อยง่าย และอ่อนเพลีย เพราะร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ด้าน เป็นอาการที่เกิดจาก ร่างกายหลั่งฮอร์โมนออกมา อาการเช่นนี้ดีสำหรับคุณแม่ เพราะเท่ากับช่วยลดกิจกรรมต่างๆ ลง จะได้พบปะเจอะเจอผู้คนน้อยลง หรือไม่ค่อยอยากเดินทางไปไหนมาไหน ช่วยให้คุณแม่ได้รับเชื้อโรคและสารพิษจากสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษน้อยลง อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่เพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่กำลังจะมาถึง

แบบนี้เรียกว่าจะมีข่าวดี ตั้งครรภ์หรือเปล่านะ
แบบนี้เรียกว่าจะมีข่าวดี ตั้งครรภ์หรือเปล่านะ
  • รู้สึกขมๆ เฝื่อนๆ มีรสชาติแปลกๆ ในปาก

เป็นอาการของโรคกรดไหลย้อน เพราะผู้หญิงตั้งครรภ์มักเป็นโรคกรดไหลย้อน เนื่องจากฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นขณะตั้งครรภ์ทำให้หูรูดหลอดอาหารอ่อนแอลง รวมทั้งเมื่อตั้งครรภ์ในช่วงท้าย ๆ มดลูกที่ขยายตัวขึ้น จะไปเพิ่มแรงกดต่อกระเพาะอาหาร ซึ่งหากคุณมีอาการของโรคกรดไหลย้อนในขณะตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์

  • รู้สึกเหม็นกับกลิ่นบางอย่างที่ไม่เคยไม่ชอบมาก่อน

หลาย ๆ คนคงเคยเห็นนางเอกในละครที่เวลาตั้งครรภ์จะรู้สึกเหม็นกลิ่นตัวพระเอกบ้าง เหม็นกลิ่นอาหารที่เคยชอบบ้าง หรือเหม็นของที่แปลก ๆ ดมแล้วอยากอาเจียน อาการเหล่านี้ไม่ได้มีแค่ในละครนะ เพราะหากคุณกำลังจะมีข่าวดี กับการตั้งครรภ์ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภายในร่างกาย ทำให้มีปฎิกิริยากับสิ่งที่สัมผัสได้ ทั้งกลิ่น รส เสียง สัมผัส คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หลายรายจึงมักจะมีอาการแพ้ท้องเมื่อได้กลิ่นเหล่านั้น เพราะว่าระบบธรรมชาติได้พยายามปกป้องร่างกายของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนมากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ทารกในครรภ์กำลังพัฒนาและเจริญเติบโต เป็นช่วงที่สำคัญที่สุดเลยทีเดียว ดังนั้นหลายๆ คนที่แพ้ท้องมากๆ ก็อาจจะต้องหยุดพัก ได้แต่กิน นอน และอาเจียนกันเลยทีเดียว

  • อารมณ์แปรปรวน อ่อนไหวง่าย

ผลมาจากฮอร์โมนใน่างกายที่เปลี่ยนแปลง บางครั้งได้ยิน ได้ฟังเรื่องเศร้า ๆ ก็ร้องไห้ น้ำตาซึม ดูหนังเศร้าก็ร้องไห้เสียใจอย่างสุดซึ้ง โดยที่เมื่อก่อนไม่ใช่คนแบบนี้ ผู้หญิงบางรายอาจไม่มีอาการดังกล่าวนี้เลยก็เป็นไปได้เช่นกัน

  • มีไข้ต่ำตอนเย็น

หากคุณแม่มือใหม่รู้สึกไม่สบายตัวเหมือนจะมีไข้ อาการนี้ไม่ถือว่าผิดปกติ เพียงแต่ต้องดื่มน้ำเยอะ ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ อาการก็จะดีขึ้นเอง

  • ปวดหลัง 

ปวดหลังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนโดยจะปวดบริเวณหลังล่าง ร่วมถึงมีตะคริวร่วมด้วย ซึงมีสาเหตุมาจากการขยายตัวของกล้ามเนื้อหลังส่วนกลาง แนะนำว่าให้ปรับท่านอน นอนตะแคงหรือใช้หมอนข้างสำหรับรองขา หากปวดจนทนไม่ไหว ไม่ควรซื้อยากินเอง ให้รีบพบแพทย์จะดีที่สุด

อ่านต่อ >>ตกขาวแบบไหนท้อง สัญญาณเตือนนี้เชื่อถือได้ไหมนะ คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

hydrocele คือ โรคถุงน้ำอัณฑะ ในเด็ก

hydrocele คือ ถุงน้ำลูกอัณฑะจะเป็นอย่างไรเมื่อลูกไข่บวม

hydrocele คือ ถุงน้ำลูกอัณฑะ ที่อาจเกิดอาการบวม ทำให้แม่ตกใจเหตุใด ลูกไข่บวม มารู้จัก โรคถุงน้ำอัณฑะในเด็ก จะอันตรายกับลูกไหมหากเป็นทำอย่างไร

hydrocele คือ ถุงน้ำลูกอัณฑะจะเป็นอย่างไรเมื่อลูกไข่บวม!!

ช่วยด้วย !! ลูกไข่บวม เมื่อคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นลูกชาย มีลูกอัณฑะบวม มีลูกอัณฑะลูกเดียว สร้างความกังวลใจอย่างมาก และเริ่มคิดไปต่าง ๆ นานา ลูกเราจะเป็นอะไรไหม ความผิดปกตินี้จะส่งผลต่อลักษณะทางเพศลูกหรือไม่ หรือ ลูกเราเป็น มะเร็งอัณฑะ หรือเปล่า คำถามล้านแปดผุดขึ้นในหัวของคุณพ่อคุณแม่อย่างแน่นอน แต่ความจริงเป็นเช่นไร วันนี้เรามาหาคำตอบไปพร้อมกัน

Hydrocele คือ อะไร??

ถุงน้ำในอัณฑะ (hydrocele) เป็นภาวะที่มีปริมาณของเหลวอยู่ในถุงอัณฑะมากเกินไป อาการนี้พบได้ในทุกวัยแต่พบได้บ่อยที่สุดในทารกแรกเกิดโดยเฉพาะทารกที่คลอดก่อนกำหนด ส่วนใหญ่ภาวะถุงน้ำในอัณฑะในทารกแรกเกิดเพศชายจะดีขึ้นด้วยตัวเอง หากไม่สามารถหายได้เองจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด และสบายใจได้ว่าถุงน้ำในอัณฑะบวมนี้ไม่มีผลกระทบระยะยาว ไม่ส่งผลกระทบต่อลูกอัณฑะหรือภาวะเจริญพันธุ์ของเด็กชายในอนาคต โล่งใจขึ้นมาบ้างแล้วใช่ไหม แต่คุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งวางใจ ยังมีส่วนที่ต้องระวังกันอีกสักนิด หากพบลูกไข่บวม

hydrocele คือ โรคถุงน้ำอัณฑะ ในเด็ก
hydrocele คือ โรคถุงน้ำอัณฑะ ในเด็ก

ลูกไข่บวม แบบไหนถึงต้องระวัง!!

Hydrocele จะไม่ส่งผลกระทบต่อการมีบุตร แต่อาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ถุงอัณฑะขยายใหญ่ขึ้น การติดเชื้อหรือเนื้องอกที่อาจส่งผลต่อการผลิตและการทำงานของอสุจิ ภาวะอัณฑะบิดขั้ว และโรคไส้เลื่อนที่ขาหนีบที่อาจเป็นอันตรายจนทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต

เมื่อลูกไข่บวม อัณฑะบวม อาจเกิดได้จาก

  • อัณฑะบิดขั้ว เกิดอาการปวดทันทีเมื่ออัณฑะบิดขั้วบริเวณส่วนปลายของหลอดอสุจิซึ่งประกอบไปด้วยเลือดที่เลี้ยงอัณฑะ และเมื่อเกิดการบิดขั้วเลือดจะไม่สามารถมาเลี้ยงอัณฑะทำให้ขาดเลือดและเซลล์ตายได้ อัณฑะบิดขั้วเกิดในชายอายุ 12-20ปี และเด็กทารก เป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องรีบรักษา มีอาการปวดบริเวณอัณฑะทันทีร่วมกับอาจจะมีปวดท้องคลื่นไส้อาเจียนด้วย อัณฑะจะบวมและกดเจ็บและถูกดึงกลับในช่องท้อง
  • ไส้เลื่อนขาหนีบ (Inguinal hernia) เป็นโรคที่เกิดขึ้นมาแต่กำเนิดในเพศชาย และถูกกระตุ้นด้วยกิจกรรมที่ส่งผลต่อความแข็งแรงของหน้าท้อง เช่น การออกกำลังกาย การยกของหนัก และปัญหาการขับถ่าย นอกจากนี้ยังพบว่าหญิงตั้งครรภ์มีความเสี่ยงโรคนี้ด้วยเช่นกัน หากปล่อยไว้จะเสี่ยงไส้เน่า หรือลำไส้อุดตัน สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด จะพบมีก้อนบวมที่อัณฑะเวลายืน นั่ง หรือไอ และยุบหายเวลานอนราบ คลำดูมีลักษณะนิ่ม ไม่เจ็บ แต่ถ้าเกิดภาวะแทรกซ้อน กลายเป็นไส้เลื่อนชนิดติดคา ก็จะทำให้มีอาการเป็นก้อนบวมและมีอาการปวดได้
  • อัณฑะอักเสบ ซึ่งอาจเกิดจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคคางทูม หรือเชื้อแบคทีเรียที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในแท้ หนองในเทียม อาการคือ ปวดเจ็บอัณฑะ อัณฑะบวม ปวดหรือเจ็บเวลาปัสสาวะหรือหลั่งน้ำอสุจิ น้ำอสุจิเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด มีหนองตรงปลายท่อปัสสาวะ เป็นต้น
  •  มะเร็งอัณฑะ (Testicular Cancer) เป็นมะเร็งที่พบได้ไม่บ่อยนัก ส่วนใหญ่พบในเพศชายอายุระหว่าง 15-35 ปี สาเหตุเกิดจากการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของลูกอัณฑะซึ่งเป็นอวัยวะที่อยู่ภายในถุงอัณฑะ บริเวณด้านหลังอวัยวะเพศชายหรือองคชาต มีภาวะลูกอัณฑะไม่ลงถุง ซึ่งเป็นภาวะที่ลูกอัณฑะหนึ่งหรือสองข้างไม่เข้าไปอยู่ในถุงอัณฑะตั้งแต่เป็นทารกก่อนคลอด ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเพศชายและสเปิร์มที่ใช้ในการสืบพันธุ์ อาการบ่งชี้ คือมีก้อนนูนที่รู้สึกเจ็บบริเวณลูกอัณฑะ ลูกอัณฑะบวม เจ็บปวดภายในถุงอัณฑะ หรือรู้สึกหนักภายในถุงอัณฑะ ซึ่งมะเร็งอาจเกิดขึ้นกับลูกอัณฑะเพียงข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง โดยเซลล์มะเร็งอาจลุกลามไปยังอวัยวะอื่นของร่างกายได้

Hydrocele สามารถเกิดได้กับเพศชายทุกวัย แต่พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิด โดยอาการบวมที่เกิดขึ้นอาจหายไปเองภายในอายุ 1 ปี โดยไม่ต้องเข้ารับการรักษา แต่บางรายอาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดนำของเหลวออกจากถุงอัณฑะ นอกจากนี้ Hydrocele จะไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดหรืออันตรายใด ๆ หากไม่เกิดการติดเชื้อ การอักเสบ หรือเกิดภาวะอื่น ๆ ร่วมด้วย

ส่องไฟฉายที่ไข่ลูก !! ลองดูมีแบบนี้หรือเปล่า??

ลูกไข่บวม
ลูกไข่บวม

เนื่องจากโรคถุงน้ำในอัณฑะ hydrocele คือ โรคที่พบได้บ่อยในทารก และไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดใด ๆ ดังนั้นหากลูกทารกไม่สามารถพูดบอกอาการได้ และไม่สามารถสังเกตจากความเจ็บปวดของลูกได้ อาการเดียวที่คุณจะสังเกตได้ คือ ลูกอัณฑะของลูกชายของคุณบวม มีลูกอัณฑะลูกเดียว มีลักษณะเป็นก้อนนุ่มที่ลูกอัณฑะข้างหนึ่งข้างใดโดยไม่ยุบหาย และหากมีอาการเหล่านี้ เราจะสามารถแยกว่า อาการบวมของอัณฑะลูกนั้นเกิดจากน้ำ หรือเป็นอาการไส้เลื่อน ไฟฉาย คือ อุปกรณ์ช่วยให้เราสังเกตได้ หากว่าเมื่อใช้ไฟฉายส่องเห็นว่าก้อนบวมในอัณฑะนั้น โปร่งแสง แสดงว่าเกิดถุงน้ำในอัณฑะ แต่หากเป็นทึบแสง อาจเกิดจากภาวะไส้เลื่อน ไส้ที่ไหลลงมาจึงทำให้เมื่อใช้ไฟฉายส่องจึงเห็นเป็นทึบ ไม่เหมือนกับน้ำ

สาเหตุของถุงน้ำในอัณฑะในเด็ก

Hydrocele ในเด็กเกิดขึ้นตั้งแต่ในช่วงเดือนที่เจ็ดของการพัฒนาของทารกในครรภ์ ตามปกติแล้วร่างกายจะสร้างถุงน้ำหุ้มล้อมรอบลูกอัณฑะ หลังจากนั้นถุงอัณฑะจะปิดตัว และของเหลวดังกล่าวจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายในช่วง 1 ปีแรกหลังคลอด แต่เด็กที่มีภาวะ Hydrocele จะเกิดความผิดปกติภายในถุงอัณฑะ โดยแบ่งออกตามสาเหตุดังนี้

  • ถุงน้ำอัณฑะชนิดไม่ติดต่อกับช่องท้อง เป็นภาวะที่มีของเหลวค้างอยู่ในถุงอัณฑะหลังจากที่ถุงปิด แต่ของเหลวดังกล่าวไม่ถูกดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกาย
  • ถุงน้ำอัณฑะชนิดมีทางติดต่อกับช่องท้อง เกิดขึ้นเนื่องจากถุงน้ำที่ล้อมรอบลูกอัณฑะยังคงเปิดอยู่ ส่งผลให้ของเหลวสามารถเข้าและออกภายในถุงดังกล่าวได้ มักพบในทารกที่คลอดก่อนกำหนด

สำหรับ Hydrocele ในวัยผู้ใหญ่มักมีสาเหตุจากถุงอัณฑะปิดตัวไม่สนิท โดยอาจเกิดจากการอักเสบที่ถุงอัณฑะ การได้รับบาดเจ็บบริเวณถุงอัณฑะ หรือการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ส่งผลให้ของเหลวบริเวณท้องสามารถไหลเข้าสู่ถุงอัณฑะได้ ส่วนมากมักพบในผู้ชายที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป

เด็กชาย กับ อัณฑะบวม สาเหตุจากอะไร
เด็กชาย กับ อัณฑะบวม สาเหตุจากอะไร

ลูกอัณฑะจะย้ายจากช่องท้องไปยังถุงอัณฑะ เมื่อลูกอัณฑะเคลื่อนตัวลงมันจะนำเยื่อบุที่คล้ายถุงของช่องท้องไปด้วย ซึ่งโดยปกติเยื่อหุ้มของถุงอัณฑะจะมีอยู่ 2 ชั้นและจะมีของเหลวเล็กน้อยเพื่อหล่อลื่น และถุงนี้มักปิดก่อนคลอดป้องกันไม่ให้ของเหลวเพิ่มขึ้นจากช่องท้องเข้าไปในถุงอัณฑะ

อ่านต่อ>> ประสบการณ์จริง!! เมื่อลูกต้องผ่าตัด โรคถุงน้ำในอัณฑะ คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

พาลูกเที่ยว สวนน้ำ

พาลูกเที่ยว ตะลุย 6 สวนน้ำ เปิดใหม่&ยอดฮิตสุดมันส์!!

สวนน้ำ เปิดใหม่น่าเล่น หรือจะที่เก่ายอดฮิตก็ไม่น่าพลาด พาลูกเที่ยว ปิดเทอมนี้ อย่าลืมที่เที่ยวสวนน้ำ สถานที่ท่องเที่ยวที่หนึ่งในใจเด็กเสมอ

พาลูกเที่ยว ตะลุย 6 สวนน้ำ เปิดใหม่&ยอดฮิตสุดมันส์!!

ไม่ว่าจะร้อน จะหนาว จะฝน เชื่อได้เลยว่า เหล่าบรรดาเด็ก ๆ ต่างก็ยังคงเลิฟ การเที่ยว สวนน้ำ ปิดเทอม หรือมีวันหยุดทีไร ไม่เคยพลาด !! ถ้าแบบนั้น คุณพ่อคุณแม่อย่ามัวรอช้า รีบไปดู ที่เที่ยว สวนน้ำ ที่เราจะพาไปแนะนำ ทั้ง สวนน้ำเปิดใหม่ หรือสวนน้ำยอดฮิต รับรองได้ว่าเด็ก ๆ ได้ปล่อยพลัง สนุกสนานกันจนลืมเหนื่อยเลยทีเดียว

6 สวนน้ำ พาลูกเที่ยว ตะลุยกันให้สุดเหวี่ยง!!

Columbia Pictures Aquaverse

โซนี่ พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จับมือ อเมซอน ฟอลส์ เปิดธีมพาร์ค และสวนน้ำโคลัมเบีย พิคเจอร์สแห่งแรกของโลกที่ประเทศไทย!! Wow!!แบบนี้ไม่ไปไม่ได้เสียแล้วละ แม่ ๆ จ๋า

Columbia Pictures Aquaverse
Columbia Pictures Aquaverse

เพิ่งเปิดตัวกันไปกับ สวนน้ำ แห่งใหม่บนที่ตั้ง ที่อยู่บนถนนสุขุมวิท ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ประเทศไทย เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ปีนี้ หากใครเป็นแฟนหนังพันธุ์แท้ของ Hotel Transylvania, Jumanji, Ghostbusters, Zombieland, Spiderman และอีกหลาย ๆ เรื่องของทางโคลัมเบีย พิคเจอร์ส แล้วละก็ห้ามพลาดกับบรรยากาศ สวนน้ำ ธีมเหล่าตัวการ์ตูนในหนัง ที่จะมาโลดแล่น รวมสนุกสุดเหวี่ยงไปกับเรากับเครื่องเล่นต่าง ๆ มากมาย สไลเดอร์ที่เยอะมากมีทั่วทั้งสวนน้ำ จนคุณต้องร้อง “เล่นยังไงหมด ครบทุกอัน”

โซน wave pool ที่มีคลื่นยักษ์ให้ได้ลุ้นระทึก พร้อมด้วยห่วงยางสวย ๆ น่ารัก พร้อมโต้คลื่นเก็บภาพสวย ๆ ได้อีก ปาร์ตี้โฟมก็น่าสน เรียกว่าสนุกจนไม่อยากจะเปลี่ยนโซนกันเลยทีเดียว แต่อย่าเพิ่งเพลิดเพลินเราต้องห้ามพลาดกับ Surf ‘ up โซนเล่นเซริฟที่แม้มือใหม่ก็เล่นได้ เจ้าหน้าที่จะคอยดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

เล่นเซริฟ พาลูกเที่ยว ปิดเทอม
เล่นเซริฟ พาลูกเที่ยว ปิดเทอม

นอกจากความมันส์ในน้ำแล้ว ยังมีสนามโกคาร์ท ให้ได้ลิ้มลองรสชาตินักแข่งรถ ท้าทายความเร็ว เอาใจขาซิ่งกันสุด ๆ ไปเลย ปิดเทอมนี้ หรือวันหยุด อย่าพลาด พาลูกเที่ยว สวนน้ำแห่งใหม่นี้ที่เพิ่งเปิดตัวสด ๆ ร้อน ๆ แต่ความสนุกไม่ได้น้อยหน้า สวนน้ำยอดฮิตแห่งอื่น ๆ เลยนะ

เวลาเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน เวลา10.00 – 18.00 น.

ค่าบัตร : เช็คราคาค่าบัตร พร้อมเครื่องเล่นมากมายในสวนน้ำ จากทางหน้าเว็บเพจได้เลย

พิกัด : พัทยานาจอมเทียน โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส 888 หมู่ 8 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 20250

ช่องทางการติดต่อ : โทร 033-004999 LINE ID @aquaverse
เว็บไซต์ : Columbia Pictuers Aquaverse
ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Columbia Pictures Aquaverse

สวนสยาม Siam Amazing Park : ทะเลกรุงเทพ

เมื่อพูดถึงสวนน้ำ ใครหลาย ๆ คนคงต้องนึกถึงสถานที่แห่งนี้ สวนสยาม ทะเลกรุงเทพ  ที่ปัจจุบันได้ทำการเปลี่ยนชื่อเป็น Siam Amazing Park หากใครทันได้เห็นสปอร์ตโฆษณาในยุคก่อนคงจะคุ้นหูกับคำว่า “ดีนะกรุงเทพก็มีทะเล” แต่สวนน้ำยอดฮิตแห่งนี้ ไม่ได้มีดีแค่ทะเลเท่านั้น ต้องไปลองสำรวจความสนุกสนาน แบบสุดเหวี่ยงด้วยตัวเอง แล้วจะรู้ว่า โลกแห่งการผจญภัยสุดอะเมซิ่ง เป็นอย่างไร

siam amazing park สวนน้ำ สวนสยาม
siam amazing park สวนน้ำ สวนสยาม

สยามอะเมซิ่งพาร์ค ได้เปิด 6 โลกแห่งการผจญภัย นำโดยแมวสยามสองพี่น้องสุดแก่นแก้ว ไชและแอมที่จะพาเราไปพบกับบรรดาผองเพื่อนในดินแดนต่าง ๆ ดังนี้

  1. Water World โซนสวนน้ำที่สมบูรณ์ที่สุด มาพร้อมด้วยพี่วาฬใจดี Ranger the Whale ที่จะพาไปพบทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ธารน้ำวน สปาคลับ และเครื่องเล่นทางน้ำมากมายให้ได้ลอง เช่น สไลเดอร์ยักษ์สายรุ้ง 7 สี  /Super Spiral/Si-Am Lagoon คอมเพล็กซ์ สไลด์สำหรับครอบครัวที่ได้รับความนิยม เป็นต้น
  2. Extreme World โซนดินแดนแห่งความมันส์ กับพี่เสือสีทอง Golden the Tiger ที่จะพาคุณไปเปิดประสบการณ์ความสนุก กับเครื่องเล่นสุดหวาดเสียวระดับโลก เช่น Vortex รถไฟเหาะตีลังกาเกลียวสว่านที่ใหญ่ที่สุด 1 ใน 2 ของโลก /Giant Drop ยักษ์ตกตึกขนาดมหึมา /Log Flume ล่องแก่งมหาสนุกขนาดยักษ์จากประเทศเยอรมันนี เป็นต้น
  3. Adventure World ดินแดนแห่งการผจญภัยไปกับพี่ Dino the Dinosaur ที่จะพาไปตะลุยในดินแดนไดโนเสาร์ และเครื่องเล่นแฟนตาซีสุดสนุก เช่น Twin Dragon /Monster /Astrofighter เป็นต้น
  4. Family World ม้าวิลลี่สุดเท่ห์ Willy the Horse จะพาทุกคนไปเปิดประสบการณ์ความสุขกับเครื่องเล่นที่เหมาะกับคนทุกวัย เช่น Africa Adventure ท่องป่าแอฟริกาในดินแดนที่น้อยคนนักจะได้ไปเยือน ตื่นตาตื่นใจกับสัตว์ป่าที่เคลื่อนไหวได้ดุจมีชีวิตกว่า 300 ตัว /หอคอยชมวิว และไฮไลต์ The Merry Go Round ม้าหมุนสองชั้นสุดคลาสสิกที่เป็นขวัญใจหนู ๆ มานานหลายปี
  5. Small World ดินแดนของป้าหงส์แซลลี่ที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นไซส์มินิของนักผจญภัยตัวน้อย เช่น ม้าหมุนเด็ก เพลย์พอร์ท มอเตอร์ไซค์เล็ก เรือหงส์ เรือหมุน เป็นต้น
  6. Bangkok World การรวบรวมความอะเมซิ่งที่ดีที่ของกรุงเทพฯ จำลองความรุ่งเรืองความสวยงามของเมืองหลวง ผ่านสถาปัตยกรรม 13 อาคาร และแลนด์มาร์คขึ้นชื่อของพระนคร พร้อมสินค้าวิสาหกิจชุมขนจากทั่วประเทศที่พร้อมจำหน่ายให้คุณได้สัมผัส

    ม้าหมุนสองชั้น ที่ siam amazing park
    ม้าหมุนสองชั้น ที่ siam amazing park

เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-18.00 น. (สวนน้ำเปิดถึง 17.00 น.)

ค่าบัตร :  บัตรผู้ใหญ่รายวัน (สูง 131 ซม.ขึ้นไป) = 900 บาท (ราคาปกติที่ไม่มีโปรโมชั่น)
บัตรเด็กรายวัน (ความสูง 101-130 ซม.) = 200 บาท (ราคาปกติที่ไม่มีโปรโมชั่น)
เด็กสูงต่ำกว่า 101 ซม. และผู้สูงอายุ เข้าฟรี

ค่าเข้ารายปี เล่นสนุกได้ทั้งวัน ทั้งปี เพียง 2500 บาท

พิกัด : 203 ถนนสวนสยาม แขวง/เขตคันนายาว กรุงเทพฯ
ช่องทางติดต่อ : เพจ Facebook : Siam Amazing Park สยามอะเมซิ่งพาร์ค

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Siam Amazing Park

Pororo AquaPark Bangkok

สวนน้ำลอยฟ้า pororo aquapark bangkok เป็นสวนน้ำแห่งแรกของโลกที่จับมือกับการ์ตูนดังของประเทศเกาหลีอย่าง Pororo เจ้าเพนกวินน้อยขั้วโลก ที่สุดแสนน่ารักเป็นขวัญใจของเด็ก ๆ หลาย ๆ คน การได้มาเล่น สวนน้ำ พร้อมเหล่าตัวการ์ตูนที่พวกเด็ก ๆ ชื่นชอบนับว่าเป็นเรื่องที่สุขที่สุดแล้ว

pororo aquapark bangkok
pororo aquapark bangkok

โพโรโระ อควา พาร์ค กรุงเทพฯ (Pororo Aquapark Bangkok) กับอาณาจักรแห่งความสนุกใจกลางเมือง ติดตั้งบนความสูงของศูนย์การค้าชั้น 6 เซ็นทรัลพลาซา บางนา ใช้พื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร เนรมิตเป็นสวนน้ำ ลอยฟ้าแห่งเดียวที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และตกแต่งด้วยธีมการ์ตูนซีรี่ส์ฮิตอันดับ 1 จากเกาหลี “โพโรโระ เพนกวินป่วน ก๊วนขั้วโลก” (Pororo The Little Penguin) ซึ่งเป็นการพบกันครั้งแรกของ เพนกวินตัวจิ๋วและเหล่าผองเพื่อนที่ยกแก๊งค์มาโลดแล่นบนสวนน้ำ เพื่อเติมเต็ม และ สร้างสีสันความสนุกให้ฟินกันแบบเต็มขั้น

ภายในสวนน้ำ นอกจากธีมงานที่น่ารัก สวยงามแล้ว ยังมีโซนต่าง ๆ ให้เล่นมากมาย เช่น Pororo Playground Pool ว่ายน้ำกับปลาวาฬวิลลี่ตัวใหญ่ สุดยอดสไลเดอร์ด้วยความสูงกว่า 13.6 เมตร เป็นระยะทางยาวถึง 158 เมตร ที่เรียกได้ว่าท้าทายแบบสุด ๆ สวนน้ำแห่งนี้ยังมอบความสนุกสุดซี๊ดด้วย 4 สไลเดอร์ที่การันตีรางวัลระดับโลก และ 9 สระน้ำ ที่เสิร์ฟความสนุกครบทุกไลฟ์สไตล์

เวลาเปิด – ปิด : วันจันทร์ – ศุกร์    เวลา 10.30 – 19.00 น.เสาร์-อาทิตย์   เวลา 10.00 – 19.00 น.
** ปิดจำหน่ายบัตรผ่านประตูเวลา 17.00 น.

 

pororo aquapark bangkok
pororo aquapark bangkok

ค่าบัตร :

เด็ก (ต่ำกว่า 90 ซม.)ฟรี

เด็ก (ความสูง 90-120 ซม.) 280 บาท / ท่าน

ผู้ใหญ่ 400 บาท / ท่าน

ผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) 280 บาท / ท่าน

พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา บางนา (ชั้น 6) 587,589 ถนนเทพรัตน แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260

ช่องทางการติดต่อ : โทร. (02) 745 7377
เว็บไซต์ : www.pororoaquapark.com

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก www.pororoaquapark.com

อ่านต่อ >>6 สวนน้ำ เปิดใหม่ &ยอดฮิต พร้อมตะลุยให้สุดเหวี่ยง คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

Tops CLUB

หนังใหม่จาก VMLY&R หยิบ Insight มาขยี้ ของที่เราชอบมันมักจะติดอยู่ในใจ ผ่านเพลงฮิตติดหูระดับโลก

เวลาเคยได้สัมผัสของดี ๆ มันจะติดอยู่ในใจ หนังใหม่จาก VMLY&R จับ Insight คนชอบของนอก แต่หาซื้อไม่ได้ หรือมีก็ราคาแรงเกินทน ผ่านเพลงดังติดหู “I don’t want to miss a thing” ไปดูกันเลย

เคยมั้ย เวลาอยากได้อะไรแล้วไม่ได้ไม่ว่าจะเพราะมันไม่มีขาย หรือมีขาย แต่ราคาก็แพงเกินกว่าจะซื้อมาใช้ในชีวิตประจำวัน เตาบาร์บีคิวแบบที่เห็นในหนังฝรั่ง ผงซักฟอกกลิ่นหอมติดทนแบบที่เคยใช้ตอนเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยอยู่เมืองนอก หรือ Snack ยี่ห้อที่อร่อยจนต้องซื้อกลับมาตุนทุกครั้งที่กลับจากต่างประเทศ ความรู้สึกโหยหามันติดอยู่ในใจ ไม่เคยจางหายไป

Tops CLUB อิมพอร์ตสโตร์แห่งแรกในไทย นำเข้าสินค้าชั้นนำจากทั่วโลกมารวมไว้ในสโตร์รูปแบบมใหม่

วันนี้ ความรู้สึกเหล่านั้นจะหมดไป Central Retail เปิดตัวแบรนด์ใหม่ Tops CLUB อิมพอร์ตสโตร์แห่งแรกในไทย นำเข้าสินค้าชั้นนำจากทั่วโลกมารวมไว้ในสโตร์รูปแบบใหม่ ไม่มีการตกแต่งที่เกินจำเป็น ทำให้สามารถทำราคาได้อย่างสมเหตุสมผลที่สุดเพื่อให้คนไทยได้เข้าถึงสินค้าที่ดีที่สุด จากทั่วโลก ได้ใช้ชีวิตในแบบที่ทุกคนอยากใช้ในราคาที่ไร้กังวล

โฆษณาเปิดตัวแบรนด์ได้เอเจนซี่ VMLY&R รัมาบหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้สึกโหยหา ของคนที่อยากได้แต่ซื้อไม่ได้จนออกมาเป็นหนังที่เล่นใหญ่ ใส่เต็ม ทั้ง Insight ของ Consumer ภาพที่คาดเดาไม่ได้ รวมไปถึงเพลงประกอบที่ฟังครั้งแรกก็แทบจะร้องตามได้ทันที

เล่นกับ Insight ความติดอยู่ในใจ

ทีม VMLY&R หยิบ Insight ของ Consumer ที่ลงตัวกับโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ของ Tops CLUB คือการที่คนเราเวลาอยากได้อะไรแล้วไม่ได้ ความอยากนั้นมันจะติดอยู่ในใจ มันจะตามหลอกหลอน เราจะคิดถึงมันเสมอไม่ว่าจะทำอะไร ที่ไหน ในชีวิตประจำวัน ซึ่งพอดีกับสิ่งที่ Tops CLUB ต้องการนำเสนอ คือของนำเข้าที่หาไม่ได้ในไทยแถมมาในราคาที่แทบจะเท่ากับซื้อจากเมืองนอก

Tops CLUB อิมพอร์ตสโตร์แห่งแรกใน

ภาพมีเซอร์ไพรซ์ทุกซีน

หนังตรึงคนดูไว้ด้วยภาพที่แปลกตาตั้งแต่ซีนแรก ไม่ว่าจะเป็นแพ็คขวดน้ำแร่ที่นอนหายใจอยู่ข้างสามีบนเตียงหุ้นที่เรียงตัวกันเป็นรูปขวดน้ำยาทำความสะอาด หรือแม้แต่รูปปั้นท่านประธานบริษัทที่กลายเป็น…เว้นไว้ให้ไปดูเอาเองจนถึงช่วงท้ายของหนังปลดปล่อยอารมณ์ความโหยหา ด้วยการวิ่งเข้าไปกอดสินค้าใน Tops CLUB ราวกับเป็นคนรักที่พลัดพรากจากกันไปนาน

Central Retail

เพลงฮิตติดหูระดับโลก

ภาพทั้งหมดถูกร้อยไว้ด้วยเพลงฮิตระดับโลกอย่าง I don’t want to miss a thing ของวงระดับตำนานอย่าง Aerosmith หรือเราอาจจะคุ้นหูเพลงนี้จากภาพยนตร์กู้โลกสุดคลาสสิก Armageddon ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร แต่การได้ยินเพลงนี้ดังขึ้นมาทำให้เราฮัมทำนอง ร้องตามได้ในทันที นอกจากความคุ้นหู เพลงนี้ยังช่วยส่งให้หนังมีความรู้สึก International ตามคอนเสปของ Tops CLUB รวมทั้งเนื้อร้องยังเข้ากับเรื่องราวในหนังเป็นเนื้อเดียวกัน

โดยสรุป หนังเรื่องนี้คือส่วนผสมของ Insight ที่ใช่ Execution สดใหม่ชวนให้ติดตามบวกกับเพลงที่ติดหู ดูหนังจบแล้ว อย่าลืมไปช้อปของนำเข้าจากทั่วโลก ในราคาที่คุณไม่ต้องกังวล Tops CLUB เปิดแล้ววันนี้ หลังเซ็นทรัลพระราม 2

Facebook : https://fb.watch/fPyqvj9epa/

 

Tops CLUB อิมพอร์ตสโตร์

บอร์ดเกม

เจาะลึก! หลากหลายประโยชน์ของ บอร์ดเกม ที่ส่งผลดีต่อเด็ก!

บอร์ดเกม – ในช่วงของการแพร่ระบาดของ Covid-19 ที่ผ่านมา เนื่องจากผู้คนมีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น ทำให้กิจกรรมหลายอย่างได้รับความนิยม อาทิ  อ่านหนังสือ ปลูกต้นไม้ ปลูกผักสวนครัว ทำงานฝีมือ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ได้แก่ การเล่น บอร์ดเกม ที่หลายๆ บ้านได้โอกาสปัดฝุ่นหยิบขึ้นมาร่วมเล่นไปพร้อมๆ กันทั้งครอบครัว หรือบางบ้านอาจซื้อเกมมาใหม่ที่ยุคนี้มีให้เลือกมากมาย

ว่าแต่คุณเคยลองหยุดคิดเกี่ยวกับประโยชน์ของบอร์ดเกมสำหรับเด็กๆ แบบจริงจังมั้ยคะ หากคุณลองเสิร์ชในอินเทอร์เน็ตจะเห็นได้ว่ามันน่าแปลกใจไม่น้อยเลยค่ะ ที่กระดานเกมง่ายๆ ที่มีลูกเต๋า สำรับไพ่ หรือโทเค็น จะมีผลอย่างมากต่อการเจริญเติบโตของเด็กๆ ที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือ เกมที่ออกแบบมาเพื่อความบันเทิงเหล่านี้ ช่วยให้เด็กๆ ได้พัฒนาทักษะทางสังคมและการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง บอร์ดเกมบางเกมยังใช้เป็นเครื่องมือในการสอนทักษะเฉพาะได้ เช่น ทักษะด้านภาษาและทักษะการคำนวณ ที่สำคัญการเล่นเกมกระดานทำให้ผู้คนใกล้ชิดกันมากขึ้น ช่วยกระชับความสัมพันธ์  ช่วยให้ได้พบปะผู้คนใหม่ๆ  ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดเกี่ยวกับประโยชน์ของ Board Game โดยเฉพาะสำหรับเด็กๆ กันค่ะ

เจาะลึก! หลากหลายประโยชน์ของ บอร์ดเกม ที่ส่งผลดีต่อเด็ก!

Board Game  มีความสำคัญต่อการพัฒนาทางด้านจิตใจและสังคมของเด็ก รวมถึงการ พัฒนาด้านสมาธิ ไปจนถึงการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เด็ก ๆ จะได้รับทักษะที่หลากหลายขณะเล่นเกม ซึ่งให้ทั้งความบันเทิงและการเรียนรู้ นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะต่างๆ เช่น การตัดสินใจ การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และการคิดเชิงวิพากษ์ ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่มีความสำคัญต่อการเอาชีวิตรอดใน “โลกแห่งความเป็นจริง” ต่อไปนี้เป็นประโยชน์หลายประการที่เด็กๆ จะได้รับจากการเล่นบอร์ดเกม

1. บอร์ดเกม ช่วยให้เด็กเรียนรู้ทักษะทางสังคมที่สำคัญ

การเล่น Board Game มีความสำคัญต่อการพัฒนาทักษะการเข้าสังคมของเด็กๆ มันคือสภาพแวดล้อมที่น่าตื่นเต้นในการแข่งขัน และ การสร้างแรงจูงใจ ที่ช่วยส่งเสริมการแสดงออกทางวาจาไปพร้อมกับการได้พัฒนาทักษะ อื่นๆ เช่น ความอดทนและความมุ่งมั่น สมาธิและความจำ เนื่องจากพวกเขาต้องจำกฎเกณฑ์ต่างๆ ในการเล่น นอกจากนี้ เกมกระดานยังมีประโยชน์สำหรับการพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ความสามารถในการเพ่งสมาธิที่นานขึ้น และการรับรู้เชิงพื้นที่ที่แม่นยำอีกด้วยค่ะ

นอกจากนี้ Board Game ยังช่วยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ทักษะทางสังคมที่สำคัญ เช่น การรอ การตอบรับ การแบ่งปัน วิธีรับมือกับความล้มเหลว การสนทนา การแก้ปัญหา การประนีประนอม การร่วมมือกัน และความยืดหยุ่น ซึ่งทักษะเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเด็กวัยเรียนรู้ เพื่อให้พวกเขาสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ทางสังคมทั้งภายในและภายนอกบ้านได้อย่างเหมาะสม

เกมอย่าง Candyland and Chutes and Ladders สอนเด็กๆ ว่าความยืดหยุ่นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะโชคสามารถเปลี่ยนแปลงได้เร็วมากมันคือการฝึกให้เด็กๆ ได้รับมือกับความเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ที่สนุกสนาน

ที่สำคัญ  Board Game ช่วยเด็กๆ ลดความวิตกกังวลในการเรียนรู้ทักษะการเข้าสังคมให้พัฒนาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ลองนึกภาพลูกของคุณไปโรงเรียนวันแรกและเขารู้สึกไม่สบายใจเมื่อต้องพบกับผู้คนที่ไม่คุ้นเคยจำนวนมาก ในสถานการณ์เช่นนี้ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมในร่ม เช่น Board Game สามารถทำให้เด็กพัฒนาความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ได้ง่ายขึ้น เพราะพวกเขาจะได้ทำตามรูปแบบการโต้ตอบที่มีโครงสร้าง และอนุญาตให้เด็กๆ ดำเนินการตามที่คาดหวัง  เด็ก ๆ ที่มีปัญหากับการสนทนากับผู้อื่น เกมเช่น เกมแนวคาดเดาจะช่วยส่งเสริมโอกาสที่มีโครงสร้างสำหรับการพูดคุยและการโต้ตอบที่สนุกสนานมากขึ้นได้

ประโยชน์ของบอร์ดเกม
ประโยชน์ของบอร์ดเกม

2. บอร์ดเกม ช่วยให้เด็กได้ฝึกทักษะในการตัดสินใจ

ตัวอย่างเช่น เกมที่ใช้กลยุทธ์ต้องการให้ผู้เล่นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะต้องใช้ทักษะในการตัดสินใจ ผู้เล่นต้องคิดอย่างมีวิจารณญาณในระดับที่สูงมาก แทนที่จะเล่นไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้า ทักษะการตัดสินใจที่ขัดเกลาด้วยบอร์ดเกมจะมีความสำคัญมากสำหรับเด็กๆ ต่อไปในโลกแห่งความเป็นจริงเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น

3. บอร์ดเกม ช่วยให้เด็กเรียนรู้จากความล้มเหลว

ความยืดหยุ่น (Resilience) หรือ ความสามารถในการปรับตัว และ กล้าที่จะเริ่มต้นอีกครั้งหลังจากความล้มเหลว เป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับเด็กๆ ที่ต้องใช้ในชีวิตทั้งในโรงเรียนและสังคม  ซึ่งบอร์ดเกมจะช่วยให้เด็กๆ เรียนรู้จากความล้มเหลวในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เป็นเสมือนเวทีที่ให้โอกาสในการล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าพร้อมการเดิมพันต่ำ เมื่อเด็กๆ รู้สึกสบายใจกับความล้มเหลวมากขึ้น พวกเขาจะเรียนรู้จากมัน ก่อนที่จะลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่

เด็กๆ จะสามารถวิเคราะห์ว่าเหตุใดพวกเขาถึงแพ้ และทำไมผู้เล่นคนอื่นถึงชนะ เด็กๆ จะเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการตัดสินใจของตนเอง เด็กบางคนพบว่าเป็นเรื่องยากที่ต้องพบเจอกับความล้มเหลวหรือพ่ายแพ้ แต่บอร์ดเกมจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการกับความพ่ายแพ้เหล่านี้ได้อย่างเหมาะสมนำไปสู่ความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา หากคุณปล่อยให้ลูกของคุณชนะแบบตั้งใจ แสดงว่าคุณปฏิเสธโอกาสในการเรียนรู้จากความล้มเหลว แม้พวกเขาจะแพ้ให้ชมเชยความพยายามที่พวกเขาทำลงไป และสนับสนุนการสนทนาเกี่ยวกับสิ่งที่ผิดพลาด และพวกเขาจะเริ่มเห็นว่าความล้มเหลวกำลังสอนให้พวกเขาประสบความสำเร็จได้อย่างไรในอนาคต

4. บอร์ดเกม ช่วยพัฒนาความสามารถในการอ่านออกเขียนได้

การเล่นเกมกระดาน ช่วยให้เด็กๆ พัฒนาทักษะที่สำคัญทั้งหมดที่เกี่ยวกับการอ่านออกเขียนได้ เพราะพวกเขาต้องอ่านคำแนะนำและสิ่งที่เขียนบนการ์ดเกม  พวกเขามักจะต้องพูดให้ชัดเจน อธิบายสิ่งของโดยไม่ต้องใช้คำสำคัญ และฟังข้อมูลที่ผู้เล่นคนอื่นให้มา หลายๆ เกม เด็กๆ อาจต้องจดบันทึกข้อมูล และใช้ตัวอักษรแบบสุ่ม เพื่อสร้างคำ เช่น ใน Scrabble, Boggle และเกมที่ใหม่กว่า เช่น Letter Jam และ Frenetic เป็นต้น

 5. บอร์ดเกม อาจช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคสมาธิสั้น

เด็กที่เป็น โรคสมาธิสั้น (ADHD) มักมีความแตกต่างในการทำงานของสมองส่วนหน้าซึ่งมีบทบาทในการควบคุมความสนใจ พฤติกรรม และอารมณ์ มีหลักฐานสนับสนุนการใช้เกมแนวกลยุทธ์เชิงนามธรรม เช่น Chess หรือ Go สามารถเพิ่มความสนใจในเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นได้

6. ช่วยให้เด็กห่างจากหน้าจอ

ผู้ปกครองส่วนใหญ่ทราบดีถึงผลเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้เวลาอยู่หน้าจอมากเกินไปต่อพัฒนาการของลูก การจัดโครงสร้างกิจกรรมของครอบครัวให้ห่างจากหน้าจอสามารถช่วยปรับอารมณ์ของเด็ก คุณภาพการนอนหลับ และช่วยส่งเสริมความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างสมาชิกในครอบครัว ที่สำคัญการเล่น Board Game เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะช่วยให้เด็กๆ อยู่ห่างจากหน้าจอได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากการดึงเด็กออกจากหน้าจอแล้ว เกมกระดานยังใช้ทักษะทางสังคมต่างๆ ซึ่งรวมถึงความร่วมมือ การผลัดกันเล่น และพฤติกรรมส่งเสริมสังคมอื่นๆ การวิจัยในเด็กก่อนวัยเรียนพบว่า ทั้งเกมกระดานและเกมไพ่ที่ต้องใช้ความร่วมมือและการแข่งขันกันจะช่วยเพิ่มพฤติกรรมทางสังคม เช่น การแบ่งปัน การชมเชย หรือช่วยเหลือผู้อื่น เป็นต้น

ลูกเล่นบอร์ดเกม
ลูกเล่นบอร์ดเกม

สรุป : เกมกระดานช่วยพัฒนาทักษะอะไรแก่เด็กบ้าง?

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น จะเห็นได้ว่าประโยชน์ของเกมกระดานมีมากมาย แต่ประโยชน์ที่สำคัญ คือ มันสามารถพัฒนาทักษธที่สำคัญในการใช้ชีวิตของเด็กๆ ได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของแต่ละเกม  อาทิ

  • ความอดทน – เด็ก ๆ ต้องรอให้ถึงตาของตัวเอง
  • เข้าใจแนวคิดเรื่อง “พื้นที่ส่วนตัว” – เพราะเด็ก ๆ ต้องอยู่ในพื้นที่ของตนเองขณะรอเล่น
  • ทักษะทางคณิตศาสตร์ขั้นพื้นฐาน เช่น การรู้จำตัวเลข และ การนับเลข
  • ทักษะการอ่านออกเขียนได้  เช่น การระบุตัวอักษร คำ การอ่าน และคำศัพท์
  • การคิดแบบนิรนัย หรือการหาข้อสรุปจากเหตุผลที่มีอยู่
  • การแก้ปัญหา
  • ทักษะการรับรู้ทางสายตา
  • การวางแผนเชิงกลยุทธ์
  • ทักษะทางสังคม
  • การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก – การถือและเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนเกมบนกระดาน
  • การพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ – เกมบางเกมต้องมีการออกกำลังกาย เช่น Twister

อ่านต่อ…เจาะลึก! หลากหลายประโยชน์ของ บอร์ดเกม ที่ส่งผลดีต่อเด็ก! คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

รีวิวรถเข็นเด็ก

รีวิวรถเข็นเด็ก แข็งแรง ทนทาน ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทุกคน การเตรียมความพร้อมให้ลูกตั้งแต่ก่อนจะออกมาลืมตาดูโลกเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งรถเข็นเด็กก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับเด็กอันดับแรก ๆ ที่จะต้องเตรียมพร้อมไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม รถเข็นเด็กที่จำหน่ายในปัจจุบันก็มีหลากหลายประเภทให้เลือก และเหมาะกับการใช้งานที่ต่างกันไป ยิ่งกับเด็กวัยแรกเกิดที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ อาจจะกังวลหรือไม่เข้าใจวิธีการใช้งานที่เหมาะกับสรีระเด็ก จึงถือว่าเป็นเรื่องยากพอสมควรในการเลือกซื้อรถเข็นเด็กครั้งแรกนั่นเอง นอกจากนี้คุณแม่แต่ละคนต่างก็มีกิจวัตรประจำวันที่ไม่เหมือนกัน บางคนอาจต้องการรถเข็นเด็กน้ำหนักเบาเพราะต้องเข็นหรือไปไหนมาไหนเอง บางคนอาจต้องการรถเข็นเด็กพับได้เผื่อเวลาที่ต้องเดินทาง วันนี้กองบรรณาธิการจึงมี รีวิวรถเข็นเด็ก ที่แข็งแรง ทนทาน ได้มาตรฐาน มาให้คุณพ่อคุณแม่พิจารณากัน

รีวิวรถเข็นเด็ก แข็งแรง ทนทาน ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

รีวิวรถเข็นเด็ก

วิธีการเลือกรถเข็นเด็ก

เราควรพิจารณาจากคุณสมบัติของรถเข็น ได้แก่ น้ำหนัก, การพับเก็บ, ความยากง่ายในการเข็น หรือแม้แต่ฟังก์ชันที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางก็เป็นอีกเหตุผลที่ควรคำนึงถึง นอกจากนี้อุปกรณ์ประเภทนี้ต้องได้รับมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย

เลือกจากประเภทของรถเข็นเด็ก

รถเข็นเด็กที่เห็นขายอยู่ทั่วไปนั้น สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ แบบมาตรฐาน, แบบน้ำหนักเบา, แบบ 2 ที่นั่ง และแบบคาร์ซีท ซึ่งแต่ละแบบมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน การเลือกจึงขึ้นกับจุดประสงคของการใช้งานเป็นหลัก

  • รถเข็นเด็กมาตรฐาน (Full-Size Stroller) เป็นรถเข็นเด็กที่นิยมมากที่สุด เหมาะสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ดีไซน์เรียบง่ายแต่ฟังก์ชันพื้นฐานครบครัน โครงสร้างของรถเข็นแข็งแรงมั่นคงกว่ารถเข็นแบบพกพา มักมาพร้อมที่เก็บของใต้เบาะนั่ง, ที่วางแก้ว หรือถาดสำหรับวางสิ่งของเล็ก ๆ สามารถใช้ได้ตั้งแต่วัยแรกเกิดถึงวัยหัดเดิน ส่วนใหญ่จะออกแบบมาให้ใช้เข็นบนที่พื้นผิวเรียบ ไม่เหมาะกับการเข็นบนพื้นขรุขระ
  • รถเข็นเด็กแบบน้ำหนักเบา (Lightweight Stroller) เป็นรถเข็นเด็กที่ออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก เหมาะกับการพกพาไปใช้นอกบ้าน เช่น ไปเดินเล่นที่ห้าง, ไปเที่ยวต่างจังหวัด บางรุ่นมาพร้อมสายสะพายเพื่อการพกพาที่สะดวกยิ่งขึ้น ถึงแม้ฟังก์ชันและความแข็งแรงอาจจะไม่เท่ากับรถเข็นเด็กแบบมาตรฐาน แต่ก็เป็นตัวช่วยให้การพกพารถเข็นเด็กไปใช้นอกบ้านสะดวกยิ่งขึ้น
  • รถเข็นเด็กแบบ 2 ที่นั่ง (Double Stroller) หรือที่เรียกว่า รถเข็นเด็กแฝด เหมาะกับบ้านไหนที่มีลูกแฝด หรือเด็กหลายคน รถเข็นจะมาพร้อมที่นั่ง 2 ที่นั่ง โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แบบที่นั่งติดกันด้านข้าง และแบบที่นั่งด้านหน้า-ด้านหลัง ซึ่งรถเข็นประเภทนี้เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยทุ่นแรงให้คุณแม่ลูกแฝดหรือบ้านที่มีเด็กเยอะได้ดีทีเดียว
  • รถเข็นเด็กแบบคาร์ซีท เป็นรถเข็นเด็กที่มาพร้อมคาร์ซีท เหมาะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่เดินทางด้วยรถยนต์บ่อย แน่นอนว่าจุดประสงค์หลักในการเลือกซื้อรถเข็นแบบเซ็ตนี้ คือ ความสะดวกในการเคลื่อนย้าย เพราะสามารถยกคาร์ซีทจากรถเข็นไปติดตั้งบนรถยนต์ได้โดยไม่ต้องอุ้มเด็กออกจากคาร์ซีท

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับรถเข็นเด็ก คือ ความปลอดภัยในการใช้งาน คุณพ่อคุณแม่จึงควรเลือกรถเข็นเด็กที่มีฟังก์ชันที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ลูกน้อย เพื่อให้สบายใจในการใช้งานและความปลอดภัยของเด็ก ฟังก์ชันเบาะนั่งของรถเข็นเด็กนั้นมักจะมีการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม สามารถป้องกันการกระแทกด้วยหมอนอิง มีระดับความสูงของเบาะรองนอนห่างจากพื้นไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร ซึ่งช่วยป้องกันความร้อนจากพื้นดินไม่ให้สะท้อนกลับหาลูกน้อย นอกจากนี้ เราขอแนะนำรถเข็นเด็กที่มีหลังคากันแสง UV ที่ไม่เพียงกันแดดได้เท่านั้น แต่ยังกันฝน ลมแรงและฝุ่นต่าง ๆ รวมถึงแสงจากหลอดไฟได้ดีอีกด้วย ความสบายใจของลูกน้อยเป็นสิ่งที่แม่ ๆ ไม่ควรมองข้าม เพราะลูกน้อยของเราก็อาจจะไม่สบายตัวและไม่มีความสุขตลอดเวลาที่นั่งรถเข็นเป็นต้นเหตุให้ลูกไม่ยอมนั่งรถเข็นไปด้วย

สายรัดนิรภัยเรียกได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้เด็กระหว่างนั่งรถเข็น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสายรัดนิรภัยรถเข็นเด็กจะออกแบบให้มีลักษณะเป็นเข็ดขัดนิรภัยแบบ 5 จุด หรือแบบ 3 จุด รวมถึงในบางรุ่นสามารถปรับระดับสายรัดนิรภัยให้เหมาะสมกับวัยและการเจริญเติบโตของร่างกายเด็กได้ ซึ่งสายรัดนิรภัยจะช่วยกระชับตัวเด็กให้นั่งได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงขึ้น ควรตรวจสอบความแน่นหนาให้กระชับตัวลูกน้อยกำลังดีไม่แน่นจนเกินไปและหลวมจนเกินไป เพื่อความสบายและความปลอดภัยของลูกน้อย

เมื่อทราบข้อมูลเบื้องต้นของการเลือกรถเข็นเด็กแล้ว ทีมกองบรรณาธิการ จึงจะมาแนะนำ 10 อันดับ รีวิวรถเข็นเด็ก ที่มีทั้งรุ่นที่มีเข็มขัดนิรภัยและรุ่นพับได้ เพื่อช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

  1. CAMERA

CAMERA รุ่น Rocker 9s รถเข็นเด็กที่เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด- 3 ปี รองรับน้ำหนักได้ 25 kg สามารถ ปรับด้ามเข็นได้ 2 ทิศทาง ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เบาะรองนอน 2 ชั้น เบาะหนานุ่มพร้อมตาข่ายระบายอากาศ สามารถถอดออกซักได้ มีถาดวางแก้วน้ำและป้อนอาหาร สามารถถอดออกได้ สายเข็มขัดนิรภัย 5 จุด ปรับความสูงตามระดับของหัวไหล่การใช้งานได้ง่าย พนักพิงปรับนั่ง เอน นอนได้ 3 ระดับสามารถปรับเอนนอนได้180 องศา ล้อหน้า – ล้อหลัง ปรับล็อคได้ ด้านล่างมีตระกร้าขนาดใหญ่บรรจุของได้จำนวนมาก ขนาด 52*78*100 cm คุณสมบัติพิเศษรถเข็นสามารถปรับเป็นเปลโยกได้ หลังคารถเข็น ป้องกันน้ำได้ดี ปรับได้หลายระดับและหลังคายังป้องกันรังสี UV ล้อคู่ แบบ 8 ล้อ ล้อหน้าล้อหลังหมุนอิสระ 360º สะดวกต่อการเข็นซึ่งออกแบบพิเศษเฉพาะ CAMERA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/camerababy/

รีวิวรถเข็นเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://shopee.co.th/tdmthailand?categoryId=100632&itemId=11524801415

 

  1. Joie

Joie รุ่น Pact Lite รถเข็นเด็กที่เหมาะสำหรับเด็กวัยแรกเกิดจนถึงน้ำหนัก 15kg พร้อมเบาะนั่งปรับเอนราบได้ พับเก็บง่ายสะดวก กะทัดรัด ได้ด้วยมือเดียว มีสายสะพายเพื่อความสะดวกสบาย และคล่องตัวสำหรับการเดินทาง หลังคาพับได้ พร้อมกันแสงแดด และรังสียูวี UPF50+ พนักพิงหลังปรับเอนได้หลายระดับบาร์กันตกหุ้มด้วยผ้า และสามารถถอดออกได้ เบาะนั่งเนื้อผ้าหนานุ่ม ตะกร้าใส่ของขนาดใหญ่อยู่ใต้เบาะนั่ง ระบบกันสั่นสะเทือน 4 ล้อ ลดการกระแทกขณะเข็นบนพื้นผิวขรุขระ ระบบ Sweet Stride™ ช่วยให้ล้อหน้าหมุนได้ 360 องศา เลี้ยวง่าย ระบบล็อคล้อโดยใช้เท้าเหยียบที่ล้อหลังเพียงครั้งเดียว เข็นขัดนิรภัยแบบ 5 จุด ตามมาตรฐานสากล สามารถปรับระดับได้ สำหรับล็อกตัวเด็ก ขนาดสินค้ารถเข็นเมื่อกางออก:  l 82 x w 46.8 x h 99cm น้ำหนัก: 5.5kg

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.joiebaby.com/product/pact-lite/       

รีวิวรถเข็นเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://th.joiebaby.com/product/pact-lite/

 

  1. Keenz

Keenz รุ่น Air Plus U-Bar รถเข็นเด็กขนาดพกพา Cabin Size ที่จุของได้มากที่สุด นำเข้าจากเกาหลี  สามารถใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด – 5 ขวบโดยประมาณ พับเก็บง่าย พกพาสะดวก เหมาะกับการเดินทางและใช้ในชีวิตประจำวัน ตะกร้าสัมภาระขนาดใหญ่มาก จุของได้เยอะมาก รับน้ำหนักได้มากถึง 60 Kg. (รวมสัมภาระ) โครงรถเข็นวัสดุอลูมิเนียมดีมาก มีความทนทานและแข็งแรง ล้อหน้าหมุน 360 องศา สามารถ
ล็อกล้อได้ ล้อรถเข็นแบบตลับลูกปืน เข็นลื่น ทนทาน มีระบบโช้คกันกระแทก ทั้ง 4 ล้อ ที่กั้นด้านหน้าแบบ U-BAR เข็มขัดนิรภัย 5 จุด มีหลังคาแบบ Full Canopy ปิดเต็ม มีช่องระบายอากาศ ไม่ร้อน เบาะที่นั่งสามารถปรับเอนนอนได้ง่าย ได้มากถึง 175 องศา ความยาวเบาะ 82 cm ความกว้างเบาะ 35 cm  ที่พักขาปรับระดับได้และล็อกอัตโนมัติ น้ำหนักรถเข็น 6.8 kg  ขนาดเมื่อกางออก 42 x 70 x 101 cm

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.keenzthailand.com/

รถเข็นเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก http://www.keenzthailand.com/

 

  1. Oyster

Oyster รุ่น 2 รถเข็นเด็กที่เน้นดีไซน์สวยหรูคลาสสิค แตกต่างไม่เหมือนใคร ด้วยสี limited Edition พร้อมโครงรถสีบรอนซ์ที่ทำให้ดูโดดเด่นเวลาเข็นไปในที่ต่างๆ พับง่าย ฐานล้อรองรับการกระแทก ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงน้ำหนัก 20 kg สามารถปรับนอนราบได้ รองรับ travel system ด้วยการปรับใส่กระเช้าคาร์ซีทได้ ดีไซน์สวยเท่ห์ ด้วยวัสดุเนื้อผ้าและด้ามจับหนัง โดดเด่นไม่เหมือนใคร ล้อใหญ่แข็งแรงระบบโช้คลดแรงสั่นสะเทือน ปลอดภัยเพื่อลูกน้อย ที่นั่งสูงจากพื้น 85 cm ขยายผ้าคลุมออกได้ 99% UV cut ผ้าระบายอากาศ พับเก็บได้ง่าย ตะกร้าใส่ของขนาดใหญ่ เข็นได้ 2 ทาง ที่นั่งเปลี่ยนหน้าหลังได้ ยืดความสูงของผ้าคลุมได้ ทำให้ไม่ติดศีรษะน้องที่ตัวสูง ปรับระดับที่พักขาได้ lock และ unlock ล้อได้ง่าย  เหมาะกับคุณพ่อคุณแม่ที่ชื่นชอบความสวยแบบคลาสสิค

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.babyinstylethailand.com/

รถเข็นเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.babyinstylethailand.com/

 

อ่านต่อ.. รีวิวรถเข็นเด็ก แข็งแรง ทนทาน ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

แนะนำผ้าอ้อมสำเร็จรูป เลือกอย่างไร แบรนด์ไหนใช้ดี

แนะนำผ้าอ้อมสำเร็จรูป เลือกอย่างไร แบรนด์ไหนใช้ดี

คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังสับสนว่าจะเลือกผ้าอ้อมเด็กอย่างไรดี ให้เหมาะกับลูกน้อย วิธีง่าย ๆ ที่สามารถเลือกผ้าอ้อมเด็กให้พอดีกับตัวลูกน้อยได้ โดยเลือกตามลักษณะการนำไปใช้งานหรือดูจากน้ำหนักตัวของลูก วันนี้กองบรรณาธิการขอ แนะนำผ้าอ้อมสำเร็จรูป เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่นำไปใช้ตัดสินใจก่อนเลือกซื้อให้ลูกรักของเรา

แนะนำผ้าอ้อมสำเร็จรูป เลือกอย่างไร แบรนด์ไหนใช้ดี

แนะนำผ้าอ้อมสำเร็จรูป เลือกอย่างไร แบรนด์ไหนใช้ดี

การเลือกตามลักษณะการนำไปใช้งาน

  • ลักษณะแบบสายคาดเอวหรือแบบเทปกาว

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปลักษณะนี้เหมาะกับเด็กทารกแรกเกิด เพราะสะดวกสบายในการใช้งาน เด็กวัยนี้จะนอนได้อย่างเดียวจึงง่ายในการถอดและสวมใส่ และวิธีการใช้ก็ง่ายสามารถสอดผ้าอ้อมสำเร็จรูปเข้าไปที่สะโพกเด็ก แล้วจึงรัดสายคาดเอวให้กระชับพอดีกับตัวเด็กได้เลย

  • ลักษณะแบบกางเกง

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปลักษณะนี้จะมีรูปร่างคล้ายกางเกงขาสั้น วิธีการสวมใส่ก็ง่าย สามารถสวมใส่ให้เด็กเหมือนกางเกงขาสั้นทั่วไปได้เลย เหมาะกับเด็กที่สามารถยืนเองได้แล้ว

 

การเลือกผ้าอ้อมสำเร็จรูปโดยพิจารณาจากน้ำหนักตัวของเด็ก

  • น้ำหนักเมื่อแรกเกิด – 4 กิโลกรัม ใช้ขนาด New Born Size (ผ้าอ้อมสำหรับเด็กแรกเกิด)
  • น้ำหนัก 4 – 8 กิโลกรัม ใช้ขนาด Size S (ไซส์เล็ก)
  • น้ำหนัก 7 – 12 กิโลกรัม ใช้ขนาด Size M (ไซส์กลาง)
  • น้ำหนัก 9 – 14 กิโลกรัม ใช้ขนาด Size L (ไซส์ใหญ่)
  • น้ำหนัก 12 – 17 กิโลกรัม ใช้ขนาด Size XL (ไซส์ใหญ่มาก)
  • น้ำหนัก 15 – 25 กิโลกรัม ใช้ขนาด Size XXL (ไซส์ใหญ่ที่สุด)

นอกจากนี้อย่าลืมตรวจสอบความพอดีของขนาดผ้าอ้อมอยู่เสมอด้วย เพราะลูกน้อยมีน้ำหนักและส่วนสูงเพิ่มขึ้นทุกวัน ผ้าอ้อมสำเร็จรูปขนาดเดิมอาจจะไม่พอดีอีกต่อไป ควรจะเปลี่ยนไปตามขนาดตัว น้ำหนัก และส่วนสูงของลูกน้อย เคล็ดลับการเลือกซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็ก คือเลือกไซส์ให้เหมาะกับวัยของเด็ก ที่มีตั้งแต่ ขนาด แรกเกิด ไปจนถึง XXL นอกจากนี้อาจเลือกผิวสัมผัสที่นุ่ม กลิ่นไม่แรง ผิวเด็กจะได้ไม่ระคายเคือง เมื่อใช้แล้วลูกน้อยไม่เกิดผื่นแพ้ผ้าอ้อมเด็ก ระบายอากาศได้ดี หรืออาจจะเลือกใช้ให้ถูกประเภทเพราะบางยี่ห้อมีให้เลือกทั้งแบบชนิดกลางวัน และกลางคืน

 

ผ้าอ้อมเด็กสำเร็จรูป เป็นสินค้าที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนกำลังตัดสินใจว่า ควรจะซื้อแบบไหน หรือยี่ห้ออะไรเพราะเป็นสินค้าที่จำเป็นสำหรับลูกน้อย วันนี้ทีมบรรณาธิการ ขอ แนะนำผ้าอ้อมสำเร็จรูป พร้อมรวบรวมมาให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทุกคนแล้ว ว่า 10 อันดับ ผ้าอ้อมเด็กสำเร็จรูปที่เหมาะกับลูกน้อย มีอะไรบ้าง

  1. Mamy Poko

มามี่โพโค รุ่น ซุปเปอร์ พรีเมี่ยม ออร์แกนิค ผ้าอ้อมที่มีทั้งแบบเทปและผ้าอ้อมแบบกางเกงที่นุ่มและอ่อนโยนเป็นพิเศษต่อผิวลูกน้อยแรกเกิด ด้วยเทคโนโลยี “ออร์แกนิค สปีด เวฟ” แผ่นซึมซับแบบลอนคลื่นที่มีส่วนผสมของ “ออร์แกนิค คอตตอน” ปุยฝ้ายธรรมชาติ จึงซึมซับปัสสาวะได้รวดเร็วและให้สัมผัสที่นุ่มและอ่อนโยน ลดสาเหตุการระคายเคืองและคลายกังวลเรื่องผดผื่น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.mamypoko.com/th/products.html#mp-super-premium-organic-id

แนะนำผ้าอ้อมสำเร็จรูป

ขอขอบคุณภาพจาก https://th.mamypoko.com/th/products.html#mp-super-premium-organic-id

 

  1. N

กูนน์ รุ่น พรีเมียม มัมมี่ คิส ผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่มีทั้งรูปแบบเทปกาวและแบบกางเกง ให้สัมผัสนุ่มละมุมจากส่วนผสมของฝ้ายธรรมชาติ ให้ความรู้สึกอ่อนโยนต่อผิว การซึมซับดีเยี่ยมให้ลูกน้อยใส่สบายได้ยาวนานซึมซับเร็ว แห้งสบายผิวเพราะมีแผ่นฟิล์มระบายอากาศรอบทิศทางหมดกังวลเรื่องการอับชื้นให้ลูกน้อยรู้สึกแห้งสบายผิว

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://goon-thailand.elleair.co.th/goonpremiummommykiss

แนะนำผ้าอ้อมสำเร็จรูป

ขอขอบคุณภาพจาก http://goon-thailand.elleair.co.th/goonpremiummommykiss

 

  1. Baby Love

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่มาพร้อมรุ่นอีซี่เทปรูปแบบเทปกาว มาพร้อมแผ่นปกป้องด้านหลัง ระบายอากาศ ให้ก้นของลูกน้อยแห้งสบาย ไม่อับชื้น มีขอบเอวยางยืดด้านหลัง กระชับรับสรีระ และ ขอบขาที่ออกแบบมาพิเศษ ป้องกันการรั่วซึม นุ่มสบาย ซึมซับยาวนานถึง 10 ชม.ผ่านการทดสอบไฮโปอัลเลอร์เจนิก ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และรุ่นเพลย์แพ้นท์พรีเมียมรูปแบบกางเกง เพิ่มประสิทธิภาพการซึมซับได้ดี มาพร้อมกับเทคโนโลยียางยืดใหม่ ที่นุ่มกระชับตัวลูกน้อย ทำให้สวมใส่ง่าย รูปทรงกระชับตัว เคลื่อนไหวได้อิสระ สบายตัว แห้งสบายผิว ยาวนาน 10 ชม.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mambabythailand.com/

แนะนำผ้าอ้อมสำเร็จรูป

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.mambabythailand.com/

 

  1. Huggies

ผ้าอ้อมแบบเทปรุ่น ฮักกี้ส์ ซอฟท์ แอนด์ สลิม นุ่มสบายด้วยวัสดุที่นุ่มดุจปุยฝ้าย ช่วยลดการเสียดสีในขณะที่ลูกน้อยสวมใส่ มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ Complex Core Technology ทำให้ผ้าอ้อมมีความบาง แต่ยังสามารถซึมซับได้ยาวนาน ไม่รั่วซึม ให้ลูกน้อยสบายตัว แห้งสบายตลอดทั้งวัน และรุ่นซูเปอร์ คอมฟอร์ทแบบกางเกง ที่ให้สัมผัสที่แตกต่างและเหนือกว่าด้วย 5 สัมผัสสบาย ทั้งแห้งสบาย ด้วยระบบระบายอากาศ 360 องศา, ซึมซับยาวนาน 12 ชม. ทั้งกลางวัน กลางคืน ไร้กังวัลเรื่องซึมเปื้อน พร้อมผิวสัมผัสนุ่ม ช่วยลดรอยแดงบนผิว, ผสานสารสกัดจากอโลเวร่า, แถมยังกระชับสบาย โอบรับสรีระอย่างอ่อนโยน และโปร่งสบาย ไม่อับชื้น ให้ลูกน้อยสบายตัวยิ่งขึ้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.huggies.co.th/

ผ้าอ้อมเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.huggies.co.th/

 

  1. Drypers

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่แต่ละรุ่นแบ่งตามน้ำหนักของตัวเด็ก ดรายเพอร์ส ซอฟท์ที่ผลิตด้วยวัสดุอ่อนละมุน และแผ่นรองด้านนอกที่นุ่มสบายคล้ายผ้า ระบายอากาศได้ถึง 100% พร้อมระบบ สตูล ล็อค ซิสเต็ม ระบบการกักเก็บอุจจาระ ซึมซับของเหลวอย่างรวดเร็วและดักเก็บไม่ให้ไหลย้อนกลับ และยังมี เฟล็กซี่-เทป แถบเทปใหม่ ปรับกระชับได้อย่างง่ายดาย และติดซ้ำได้หลายครั้ง แม้ใช้ร่วมก้บแป้ง หรือออยล์ กระชับกับรูปร่างของลูกน้อยมากขึ้น เพื่อความสบายที่มากกว่าเดิม

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.drypers.co.th/products/

ผ้าอ้อมเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.drypers.co.th/products/

 

อ่านต่อ… แนะนำผ้าอ้อมสำเร็จรูป เลือกอย่างไร แบรนด์ไหนใช้ดี …ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

รีวิวคอกกั้นเด็ก

รีวิวคอกกั้นเด็ก ลูกนอนสบาย ปลอดภัย ไม่ตกเตียง

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกในวัย 3 เดือน – 2 ขวบจะสังเกตได้ว่าลูก ๆ เริ่มอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น โดยจะคลานหรือเดินไปทั่วบ้านและอาจหยิบจับอะไรเข้าปาก แน่นอนว่า ในยุคสมัยปัจจุบันที่คุณพ่อและคุณแม่เลี้ยงลูกด้วยตัวเองโดยที่ไม่มีพี่เลี้ยงคอยช่วยเหลือตลอดเวลา เด็ก ๆ ก็อาจจะคลาดสายตาจากคุณพ่อคุณแม่ได้ง่าย ซึ่งการคลาดสายตาเพียงเสี้ยววินาทีก็อาจทำให้เด็ก ๆ เกิดอุบัติเหตุจากการเล่นซนได้ ดังนั้น “คอกกั้นเด็ก” จึงเป็นของใช้ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะเราสามารถควบคุมและกำหนดให้ลูกน้อยอยู่ในพื้นที่และของเล่นที่เราจัดสรรไว้ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าลูก ๆ จะได้รับอันตรายจากการเดินเล่นไปทั่ว โดยประโยชน์ของคอกกั้นเด็ก ก็จะเป็นการเพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้กับลูกน้อย ให้ลูกมีอิสระทำกิจกรรมของเขาไปในคอกกั้นนี้ ช่วยฝึกพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก มัดใหญ่ เมื่อลูกถึงวัยเริ่มพลิกคว่ำ คืบ คลาน เกาะยืน เดิน (อายุ 6 เดือนขึ้นไป) แนะนำให้เริ่มจากในคอกกั้นเด็กก่อนเพื่อให้ลูกใช้เป็นที่เกาะยืน ช่วยเป็นพื้นที่นอนหลับได้อย่างสบายมีคุณภาพ

รีวิวคอกกั้นเด็ก ลูกนอนสบาย ปลอดภัย ไม่ตกเตียง

รีวิวคอกกั้นเด็ก

คอกกั้นเด็กที่วางขายตามท้องตลาดก็มีหลากหลายแบบ ในวันนี้ทางทีมกองบรรณาธิการ จึงมีวิธีเลือกคอกกั้นเด็กและ 10 อันดับ คอกกั้นเด็กที่น่าสนใจมาฝากคุณพ่อและคุณแม่ทุกคน เพื่อให้ได้คอกกั้นเด็กที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อลูกน้อยของเรามากที่สุดค่ะ

วิธีการเลือกคอกกั้นเด็ก

ของใช้ของเด็กทุกชนิดคุณพ่อคุณแม่จะต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ รวมทั้งคอกกั้นเด็กที่ในปัจจุบันมีมากมายหลายแบบ ดังนั้น เราไปดูกันว่าการเลือกซื้อคอกกั้นเด็กที่เหมาะสมและปลอดภัย จะต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

เลือกตามประเภทของคอกกั้นเด็ก

คอกกั้นเด็กส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือแบบโปร่ง แบบทึบ และแบบเป่าลม ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีลักษณะและข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกัน

  • คอกกั้นเด็กแบบโปร่ง จะมีลักษณะคล้ายกับรั้วเป็นซี่ ๆ ซึ่งเป็นแบบที่นิยมและหาซื้อได้ง่ายที่สุด มีข้อดีตรงที่คุณพ่อคุณแม่สามารถเฝ้าดูเด็ก ๆ ให้อยู่ในสายตาได้ตลอด เพราะมองเห็นได้รอบด้าน หากเกิดอุบัติเหตุก็จะมองเห็นและช่วยเหลือได้ทันเวลา อย่างไรก็ตาม วัสดุที่นำมาทำคอกเด็กแบบรั้วมักจะมีความแข็ง จึงไม่สามารถปกป้องเด็ก ๆ จากแรงกระแทกได้ และควรเลือกความถี่ของรั้วให้เหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาเด็ก ๆ นำศีรษะหรือมือเข้าไปติดกับช่องว่างระหว่างรั้ว
  • คอกกั้นเด็กแบบทึบ มักจะมาในรูปแบบที่เป็นเบาะ มีข้อดีในเรื่องของการช่วยให้เด็กฝึกเดินสามารถป้องกันไม่ให้ลูกน้อยได้รับบาดเจ็บจากการล้มและกระแทก แต่ก็มีข้อเสียในเรื่องของความทึบที่ผู้ปกครองจะมองไม่เห็นว่าเด็ก ๆ กำลังทำอะไรอยู่ จึงอาจต้องคอยเดินไปดูอยู่บ่อย ๆ
  • คอกกั้นเด็กแบบเป่าลม เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด เพราะสามารถปล่อยลมออกและพับเก็บได้เมื่อไม่ใช้งาน และยังสามารถป้องกันเด็ก ๆ จากการล้มและกระแทกได้อย่างรอบด้านอีกด้วย นอกจากนี้ อย่างไรก็ตาม คอกเด็กประเภทนี้จะไม่เหมาะสำหรับนำมากั้นเพื่อให้เด็ก ๆ ฝึกเดิน เพราะจะทรงตัวได้ยาก และจะต้องเลือกวัสดุที่มีคุณภาพ

การเลือกคอกกั้นเด็กที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะสีหรือวัสดุที่นำมาใช้อาจเจือปนสารเคมีและเข้าสู่ร่างกายลูกน้อยทางปากได้ นอกจากนี้การผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานก็อาจจะเป็นอันตรายต่อเด็กเช่นกัน จึงแนะนำว่าให้เลือกซื้อคอกเด็กยี่ห้อที่ไว้ใจได้ และระบุว่าใช้วัสดุแบบ Non-Toxic ที่ปลอดภัยกับเด็ก หากวัสดุเป็นพลาสติกก็อาจเน้นที่ระบุไว้ว่า BPA-free หรือถ้าเลือกวัสดุไม้ก็ควรเลือกไม้ที่มีผิวเรียบลื่น ไม่มีเสี้ยน เพียงเท่านี้คุณพ่อคุณแม่ก็จะคอกกั้นเด็กที่มีคุณภาพและเหมาะกับการใช้งานกับลูกน้อย ทำให้มีเวลาทำกิจวัตรประจำวันกันบ้างแล้วละคะ

 

  1. Ggumbi

คอกกั้นที่ออกแบบมาสำหรับคุณแม่ยุคใหม่ ที่มีช่องระบายอากาศและช่องสำหรับมองเจ้าตัวน้อยได้ตลอดเวลา ความสูงระดับมาตรฐานที่ 60 ซม. สามารถเกาะยืนเดินได้ระดับพอดี มั่นคงแข็งแรง รองรับน้ำหนักของเด็กๆได้ดีด้วยการประกอบ 3 ขั้นตอน กันลื่น ข้อต่อ และมัดเชือกมาพร้อมขนาดใหม่ล่าสุด 200×140 cm. สร้างอาณาจักรส่วนตัวอันอบอุ่นของเจ้าตัวน้อยได้ใหญ่ขึ้น และมั่นคงมีเชือกและแผ่นรองกันลื่นเพิ่มความคงทนแข็งแรงของ Baby Roomคอกกั้นทำจาก PP พลาสติก ปลอดภัยต่อลูกน้อย ได้รับรอง BPA FreePeanut Guard เพิ่มความแข็งแรงและปรับการใช้งานได้อเนกประสงค์ design เข้าได้กับทุกเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน พร้อมลวดลายสุดน่ารัก สำหรับใส่ของตกแต่งคอกกั้น เพิ่มความน่ารักให้ Baby Room ของลูกน้อย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th-th.facebook.com/Ggumbi.thailand/

รีวิวคอกกั้นเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://th-th.facebook.com/Ggumbi.thailand/

 

  1. Bebeplay

คอกกั้นเด็กที่ผลิตด้วยวัสดุ HDPE Food Grade (ได้รับมาตราฐาน EU Directive 2009/48/EC) และเม็ดสี ที่คิดค้นด้วยนวัตกรรม Food Grade Pigment ซึ่งเป็นสีที่ใช้ในการผลิต ขวดนมและยางกัด ผ่านมาตรฐาน Food Contact เจ้าเดียวในประเทศไทย ช่วยฝึกการทรงตัว การยืน และการเดิน บานประตู สามารถเปิด-ปิด ล็อคจากด้านนอก มีแผ่นกิจกรรมเสริมพัฒนาการ ช่วยบริหารข้อมือ การ มองเห็น และความจำ สามารถต่อประกอบได้หลายรูปแบบ เช่น วงกลม ผืนผ้า จัตุรัส เป็นต้น เหมาะวางบนพื้นเรียบ เช่น พื้นกระเบื้อง เพราะจะยึดติดแบบสุญญากาศ คอกมีขนาดสูงถึง 62 ซม. เด็กเล็กปีนไม่ได้ สามารถเพิ่มของเล่น เพื่อเป็น Play Yard ได้ในอนาคต

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bebeplay.co/

รีวิวคอกกั้นเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.bebeshop.co/products/bebeplay-hugbear

 

  1. Bestway

คอกกั้นเด็กแบบเป่าลมแบรนด์ Bestway เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด การันตรีด้วยการผลิตจากไวนิลคุณภาพดีหนา 0.26/0.24 ปลอดภัย ปลอดสารพิษ นุ่มกันกระแทกรอบด้าน ไม่ล้มไม่คว่ำเพราะฐานกว้างเป็นทรงกลม คอกกั้นเด็กแบบเป่าลมขนาด 43″ x 41″ มาพร้อมของเล่นเด็กหลากสี มีพื้นสัมผัสนิ่ม ไม่ระคายเคืองต่อผิวเด็ก เหมาะสำหรับเด็กอายุ 1-3 ปีขึ้นไป

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://shopee.co.th/bestway_officialshop

คอกกั้นเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://shopee.co.th/bestway_officialshop

 

  1. GEKO

คอกกั้นเด็กยี่ห้อนี้ออกแบบโครงสร้างผลิตภัณฑ์โดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ สามารถมั่นใจในความแข็งแรงและความปลอดภัยในการใช้งาน มีความสวยงามการตัดเย็บมีความประณีตเสมือนเป็นหนึ่งในเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน ใช้วัสดุที่ผ่านการตรวจสอบจากแลป SGS ว่าไม่มีสารอันตรายที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของลูกน้อย เช่น Phthalate, BPA, DMF และโลหะหนัก คุณพ่อคุณแม่วางใจในเรื่องของความปลอดภัยของคอกกั้นได้อย่างแน่นอน คอกเด็กที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบได้หลากหลาย เลือกใช้งานได้เหมาะสมตามช่วงวัย วัสดุที่ใช้ปลอดภัยต่อเด็กมากที่สุด หนัง PU / Silicone non toxic ซิป Vislon ที่ YKK แนะนำให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เด็กทั่วโลก EPE foam โฟมกันกระแทกเกรดสูงที่มีใช้อยู่ใน Playpen Playmat ทั่วโลก Velcro tape ตีนตุ๊กแกเกรดเหนียวที่ทำให้คอก Geko แข็งแรงกว่าแบรนด์อื่นๆ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gekoforchild.com/

คอกกั้นเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.gekoforchild.com/

 

อ่านต่อ.. รีวิวคอกกั้นเด็ก ลูกนอนสบาย ปลอดภัย ไม่ตกเตียง ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ดวงตา ดูแลตาลูก

10 วิธีทางรอดดูแล ดวงตา ลูกให้ปลอดภัยในยุคนี้

ดวงตา เป็นอวัยวะที่สำคัญ จะดูแลดวงตาอย่างไรให้รอดปลอดภัยจากโลกในยุคปัจจุบัน ที่หน้าจอมีอยู่รายล้อมตัวลูก มาฟัง 10 ทางรอดเพื่อสุขภาพตาที่ดีกัน

10 วิธีทางรอดดูแล ดวงตา ลูกให้ปลอดภัยในยุคนี้!!

พูดถึงเรื่อง “ปัญหาสายตา” คงเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่กำลังหนักใจกันใช่ไหม เมื่อลูกของเราอยู่ในยุคเทคโนโลยี ที่ไม่ว่าอะไร ๆ รอบตัวก็เต็มไปด้วยแสงจากจอ ไม่ว่าจะเป็นจอคอมพิวเตอร์ที่ต้องใช้ในการเรียนออนไลน์ในช่วงที่ โควิด-19 ระบาดที่ผ่านมา หรือหน้าจอสมาร์ทโฟนที่แทบเป็นอวัยวะอีกชิ้นหนึ่งของร่างกายของผู้คนในยุคปัจจุบัน และแนวโน้มต่อ ๆ ไปที่อะไร ๆ ก็เป็นสมาร์ทไปเสียหมด สมาร์ทโฮม สมาร์ทคาร์ แล้วแบบนี้จะส่งผลเสียต่อ ดวงตา ของลูกน้อยของเราไปมากขนาดไหนกันนะ

ดูแลดวงตาคู่น้อยอย่างไร??

คุณพ่อคุณแม่ควรเฝ้าสังเกตดวงตาของลูกน้อย หากพบอาการผิดปกติหรือสงสัยควรพาลูกน้อยของท่านมาพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และดูแลรักษาทันที หรือพาเด็กตรวจคัดกรองทางตาทั่วไป

  • อายุ 3-6 เดือน ควรตรวจคัดกรองภาวะผิดปกติทางตา
  • อายุ 3-6 ปี ควรตรวจคัดกรองระดับการมองเห็น (Visual acuity) และภาวะผิดปกติทางตา วัดค่าสายตาในบางราย
  • ระดับอายุ 6 ปีตรวจคัดกรองระดับการมองเห็น และวัดค่าสายตา เพื่อประโยชน์ต่อดวงตาของลูกน้อย และพัฒนาการด้านการมองเห็นของเด็กทุกคน
ดวงตา นั้นสำคัญไฉน
ดวงตา นั้นสำคัญไฉน

ทางเลือกทางรอดของ ดวงตา

เมื่อเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตประจำวันโดยปราศจากการทำร้ายดวงตา ด้วยอุปกรณ์หน้าจอต่าง ๆ แล้วนั้น เราลองมาอยู่ร่วมกับสิ่งเหล่านี้กันอย่างสันติ และหาความลงตัวกันดูดีไหม หากคุณพ่อคุณแม่กำลังกังวลใจกับเรื่อง ปัญหาสายตา ของลูกกันอยู่แล้วละก็ ลองใช้วิธีทางเลือก ทางรอดของดวงตา ที่เราได้รวบรวมจากนักจักษุแพทย์ที่ได้ให้คำแนะนำ วิธีการถนอมดวงตา มาปรับใช้ทั้งกับตัวคุณพ่อคุณแม่เอง และให้ลูกน้อยได้ปฎิบัติกันดูสักทีจะดีไหม

10 ทางรอด ฝึกนิสัยการใช้หน้าจอของลูก

1. กฎ 20-20-20

เมื่อมีการใช้สายตามองใกล้ หรือกิจกรรมของการใช้หน้าจอ ควรใช้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 20 นาที จากนั้นควรพักสายตา 20 วินาที ด้วยการมองระยะไกลอย่างน้อย 20 ฟุต

2.ตั้งเวลาเตือน ตัวช่วยที่ซื่อสัตย์

หากเราไม่สามารถอยู่เฝ้าดูลูกใช้สายตากับหน้าจอต่าง ๆ ได้ตลอดเวลาแล้ว คุณแม่มีตัวช่วยในการทำให้ลูกปฎิบัติตามกฎของ 20-20-20 ได้ ด้วยนาฬิกาจับเวลา ตั้งเวลาปลุก เพื่อเตือนให้ลูกน้อยพักสายตามองออกไปไกล ๆ 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที นาฬิกายังเป็นตัวช่วยที่ดีที่ไม่มีความเอนเอียง หรือใจอ่อนต่อการร้องขอต่อเวลาของลูกอีกด้วยนะ

3. อ่านหนังสือก็ต้องพักตานะ

เมื่ออ่านหนังสือ เราใช้สายตาในการมองระยะใกล้ ซึ่งก็ยังคงต้องให้ ดวงตา ได้พักเช่นเดียวกันกับการใช้หน้าจอ เราสามารถกำหนดให้ลูกได้ว่า เมื่ออ่านหนังสือจบบทย่อย ๆ ให้มองออกไปไกล ๆ เช่น มองออกไปนอกหน้าต่าง ให้ทำประจำจนเป็นนิสัย

4.พักตา เมื่อจบด่าน

เกมออนไลน์ เกมในมือถือ เกมจากเครื่องเล่นเกม หรือเกมต่าง ๆ ที่ใช้หน้าจอเป็นอุปกรณ์ในการเล่น เมื่อเล่นจบแต่ละด่าน บอกให้ลูกมองออกไปข้างนอก มองหน้าต่างออกไปไกล ๆ เป็นเวลา 20 วินาที ให้ทำจนเป็นนิสัย

5. ที่คั่นหนังสือ Bookmark ตัวช่วยเตือนพักตา

ตัวช่วยที่จะช่วยลูกเตือนความจำว่าถึงเวลาพักตาได้แล้ว คุณพ่อคุณแม่อาจลองใช้ที่คั่นหนังสือ คั่นหน้าด้วยคลิป แบ่งเป็นส่วนย่อย ๆ ถ้าเป็น e-book ให้ใช้ตัว bookmark แทนได้

6.หลีกเลี่ยงการใช้หน้าจอในที่แสงจ้า

เนื่องจากว่าแสงสะท้อนจากหน้าจอในที่มีแสงจ้ามาก ๆ จะทำให้เกิด ภาวะตาล้า หรือ digital eye strain ได้

สมาร์ทโฟน กับ ดวงตา ลูก
สมาร์ทโฟน กับ ดวงตา ลูก

7. พยายามปรับความสว่างของหน้าจอให้รู้สึกสบายตามากที่สุด

การปรับความสว่างของหน้าจอ หรือความเข้มของสีของหน้าจอ จะต้องปรับตามสภาพแวดล้อมรอบข้าง ความสว่าง และความเข้มของหน้าจอในที่ที่มีแสงจ้า หรือในที่ร่ม มีระดับความแตกต่างกันที่จะทำให้สบายตา ควรเลือกปรับให้กับลูกให้พอดีกับแสงในขณะนั้น ก่อนอนุญาตให้ลูกเล่น

8. ใส่ใจท่านั่งเล่นของลูกสักนิด

การเลือกท่าที่ถูกต้อง ในการนั่งเล่นเกม หรือทำกิจกรรมกับหน้าจอต่าง ๆ นอกจากจะช่วยให้ไม่เกิดอาการปวดคอ ปวดหลังแล้ว เรายังสามารถจัดระยะห่างระหว่างหน้าจอที่เหมาะสมให้กับลูกได้ด้วย เช่น การดูทีวี ไม่ควรนอนดู หรือนั่งในระยะใกล้เกินไป

9.การดูมือถือ สมาร์ทโฟน ควรห่างจากสายตาประมาณ 40 เซนติเมตร

ปัจจุบันสมาร์ทโฟนนับเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันของคนยุคนี้ไปเสียแล้ว มีคนจำนวนมากที่ใช้สมาร์ทโฟนดูหนัง ดูละคร หรือเด็ก ๆ ก็ใช้เวลาดูคลิปใน Tiktok ซึ่งใด ๆ ทั้งหลายเหล่านี้ จะทำให้รู้สึกเพลิดเพลินจนลืมเวลา ไม่รู้ว่าเราดูหน้าจอไปนานแค่ไหนแล้ว นอกจากจะต้องคอยเตือนตัวเองให้พักสายตาแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังต้องจัดท่าทางการดูมือถือของลูก ให้สายตาห่างจากจอ ประมาณ 40 เซนติเมตร เพื่อถนอมสายตาอีกด้วย

10. กระพริบตาบ่อย ๆ ขณะเล่น ดีต่อดวงตา

คนเราปกติจะกระพริบตาประมาณ 15 ครั้งต่อนาที การกระพริบตาแต่ละทีทำให้น้ำตามาเคลือบที่ดวงตาได้ทั่ว แต่เวลาที่เราทำอะไรเพลิด ๆ เช่น อ่านหนังสือ เล่นเกม ดูทีวี เราจะกระพริบตาน้อยลงมาก เรียกได้ว่าสนุกจนลืมกระพริบตากันทีเดียว เมื่อไม่ค่อยได้กระพริบตา จะทำให้เกิดอาการตาแห้งได้ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อดวงตาเลย

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก คุยกับหมอตาเด็ก by หมอพี

อ่านต่อ>> จักษุแพทย์แนะ วิธีดูแลสุขภาพตา ทำอย่างไร คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ASMR

ASMR คืออะไร? มีประโยชน์ หรือไม่ อย่างไร สำหรับเด็ก

ASMR เป็นคำที่คุณอาจเคยได้ยินมาบ้าง แต่บางคนอาจไม่รู้หรือยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร  แต่ความจริงมันได้รับความนิยมอย่างมากในสื่อกระแสหลักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วันนี้เราจะพูดถึงสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับ เอเอสเอ็มอาร์ ว่ามันคืออะไร ทำงานอย่างไร ตลอดจนประโยชน์ และข้อดีข้อเสียสำหรับเด็กๆ ค่ะ

ASMR คืออะไร? มีประโยชน์ หรือไม่ อย่างไร สำหรับเด็ก

ASMR คืออะไร? มีประโยชน์อย่างไร

ตั้งแต่ลืมตาดูโลกทารกและเด็กจำนวนมากได้รับการปลอบประโลมทันทีด้วยการลูบแก้ม หรือ ร้องเพลงเบาๆ ในหู แม้ว่าวิทยาศาสตร์จะยังพิสูจน์ไม่ได้ แต่ประสบการณ์อันเงียบสงบนี้ มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า “Autonomous Sensory Meridian Response” มันเป็นความรู้สึกทางกายภาพที่โดดเด่นด้วยความรู้สึกผ่อนคลายที่มักจะเริ่มต้นที่หนังศีรษะแล้วเชื่อมต่อไปที่กระดูกสันหลัง มันสามารถถูกกระตุ้นผ่านสิ่งเร้าทางหู การมองเห็น หรือการสัมผัส ที่ทำให้ร่างกายตอบสนองในลักษณะที่ทำให้ระบบประสาทส่วนกลางสงบลง

ลองนึกถึงอาการขนลุกที่อาจเกิดขึ้นเมื่อมีคนกระซิบข้างหูคุณ นั่นแหละค่ะ คือประเด็นที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้

ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่าความรู้สึกผ่อนคลายที่เกิดขึ้น มาจากการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่นำไปสู่ความรู้สึกมีความสุข อย่างไรก็ตามสิ่งกระตุ้นอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการกระซิบ การแตะ เสียงขีดข่วน เสียงพลิกหน้าหนังสือ มีการค้นพบว่าเด็ก ๆ สามารถสัมผัสกับประสบการณ์ที่ผ่อนคลายนี้ได้เช่นกัน และประโยชน์ที่ได้ก็ลึกซึ้งเกินกว่าที่เราคาดคิด ดร.เครก ริชาร์ด ศาสตราจารย์ด้านชีวเภสัชศาสตร์ กล่าวว่า “เด็ก ๆ อาจได้รับประโยชน์จากสิ่งนี้ในโลกแห่งความเป็นจริงตลอดเวลา เช่น “เมื่อคุณแม่กล่อมลูกให้นอนโดยเอามือลูบไล้อย่างแผ่วเบา ปลอบประโลมเด็กด้วยความรักและการสัมผัสที่นุ่มนวล เสียงกระซิบที่อ่อนโยน และการจ้องมองที่ห่วงใย”

ดร.ริชาร์ดเชื่อว่ามันเป็นวิธีที่สมองของเราสร้างขึ้นในการบอกให้เรารู้ว่าเราปลอดภัยและอยู่ในความดูแลของคนที่ห่วงใยเรา จากการศึกษาพบว่าการดูแลด้วยความรักเป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจ ดังนั้น เอเอสเอ็มอาร์ ในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ก็ควรเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเด็กๆ

Autonomous Sensory Meridian Response ได้รับการยอมรับว่าช่วยลดความวิตกกังวล ซึมเศร้า และการนอนไม่หลับ การศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ยังชี้ให้เห็นว่าการใช้ เอเอสเอ็มอาร์ เป็นเพลงประกอบในขณะที่เด็กๆ ทำการบ้านหรือทบทวนบทเรียน สามารถสงบสติอารมณ์เด็กๆ และช่วยให้พวกเขาเพิ่มประสิทธิภาพศักยภาพทางวิชาการและความคิดสร้างสรรค์ได้

ประโยชน์ของ ASMR
ประโยชน์ของ ASMR

อย่างไรก็ตามประสบการณ์สำหรับเด็กควรเริ่มต้นที่บ้าน พ่อแม่อาจแนะนำบุตรหลานให้รู้จักกับ เอเอสเอ็มอาร์ โดยที่ไม่รู้ตัว “การสัมผัสที่นุ่มนวล การดูแลเอาใจใส่ การเอาใจใส่อย่างจดจ่อ และเสียงกระซิบที่อ่อนโยน ล้วนเป็นจุดเด่นของผู้ปกครองที่ห่วงใยและเป็นตัวกระตุ้นที่เหมาะสม

แม้ว่าจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อค้นหาว่า จะปรับให้เหมาะสมเพื่อการพัฒนาที่ดีสำหรับได้อย่างไร จุดเริ่มต้นที่ดี คือบน YouTube ซึ่งทั้งช่องและเพลย์ลิสต์ เช่น WhispersRed และ ASMR Angel มีไว้สำหรับเด็กๆ ทั้งของเล่น เกม และรูปภาพ ทั้งหมดประกอบเข้าด้วยกันเป็นเพลง เรื่องราว และเสียงที่สงบ

เนื้อหาลักษณะนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เด็กๆ ผ่อนคลาย แต่ยังทำหน้าที่เป็นประตูสู่กิจวัตรก่อนนอนอย่างอ่อนโยน อีกวิธีที่ดีในการแนะนำบุตรหลานของคุณให้รู้จักกับ เอเอสเอ็มอาร์ แบบเสมือนจริง อาจเป็นการให้คุณบันทึกเสียงตัวเองกระซิบหรือพูดเบา ๆ แล้วเล่นเสียงที่บันทึกไว้ในขณะที่ลูกของคุณหลับ

ที่สำคัญ ว่ากันว่าวิดีโอ เอเอสเอ็มอาร์ สามารถช่วยพัฒนาด้านสุขภาพจิตของเด็กๆ ได้ ตั้งแต่การคลายความวิตกกังวล ไปจนถึงการผ่อนคลายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเรียน  ผลการศึกษาล่าสุดโดยนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์และมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์เมโทรโพลิแทนพบว่าการดูวิดีโอ เอเอสเอ็มอาร์ ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจในกลุ่มผู้ที่ประสบกับปรากฏการณ์ดังกล่าวได้อย่างมาก ซึ่งผู้ถูกทดสอบยังรายงานถึงอารมณ์เชิงบวกมากขึ้น เช่น ความตื่นเต้นและความสงบ และความคิดแง่ลบ เช่น ความเครียดและความเศร้าลดน้อยลงและรู้สึกมีความเชื่อมโยงทางสังคมที่เพิ่มขึ้น

อ่านต่อ…ASMR คืออะไร? มีประโยชน์ หรือไม่ อย่างไร สำหรับเด็ก คลิกหน้า2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

GEN ME กับ การ หลงตัวเอง

GEN ME!!Genที่ หลงตัวเอง คุณกำลังเลี้ยงลูกให้เป็นอยู่หรือเปล่า

หลงตัวเอง เมื่อเด็ก GEN ME ถูกนิยามตัวตนไว้เช่นนี้ อะไรทำให้เด็กเป็น ส่งผลกระทบอย่างไรต่อชีวิตของลูก แล้วคุณกำลังเลี้ยงให้เขาหลงตัวเองอยู่ไหม

GEN ME!!Genที่ หลงตัวเอง คุณกำลังเลี้ยงลูกให้เป็นอยู่หรือเปล่า

ว่าด้วยเรื่องการแบ่งกลุ่มคนออกเป็น Generation ตามช่วงเวลาที่เกิดนั้น เป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 20 นี้เอง จากงานของ Kar Mannheim นักสังคมศาสตร์ชาวฮังกาเรียนตีพิมพ์งานชื่อ The Problem of Generations ในปี 1923 ที่ศึกษาว่า ผู้คนในสังคมที่ได้รับอิทธิพลจากบริบททางสังคม และประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ใหญ่ ๆ บางอย่างร่วมกันก็จะมีลักษณะความคิดอ่าน หลักการใช้ชีวิตที่คล้ายคลึงกัน และลักษณะนั้น ๆ ก็จะมากำหนดอนาคตของคนในรุ่นต่อ ๆ ไป จึงทำให้เกิดการจัดกลุ่มแบ่งลักษณะของผู้คนจากช่วงเวลาที่เกิด ดังนี้

  • Baby Boomer (พ.ศ. 2489-2507) เป็น Gen ที่ให้ความสำคัญงานเป็นหลัก ครอบครัวเป็นรอง มีความอดทนสูงมาก ทุ่มเทกับการทำงาน จงรักภักดีต่อองค์กร และไม่ชอบพัฒนาตนเอง
  • คนGeneration X (พ.ศ.2508-2522) เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความสมดุลของการทำงาน และการใช้ชีวิต มีความอดทน เชื่อมั่นในตนเองสูง กล้าคิด กล้าทำ ปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้ยาก
  • Generation Y (พ.ศ.2523-2540) ต้องการความมั่นคงในงานมาก รักตัวเอง และชอบอิสระ มีความคิดสร้างสรรค์ มีความกระตือรือร้น ชอบทำงานเป็นทีม ไม่มีความอดทน เปลี่ยนงานบ่อย
  • คนGeneration Z (พ.ศ.2540 ขึ้นไป) เป็นคนที่เติบโตมากับสิ่งอำนวยความสำดวก และเทคโนโลยีต่าง ๆ ทำให้มีความเชี่ยวชาญ พัฒนาและเรียนรู้ได้เร็ว มองโลกในแง่ดี ขี้เกียจ เบื่อหน่ายง่าย
  • Generation C (แบ่งกลุ่มตามพฤติกรรมการใช้โซเซียลเน็ตเวิร์ค) ให้ความสำคัญ และสนใจกับการใช้เทคโนโลยี โซเซียล มี internet เป็นเพื่อนคู่ใจ ฉลาด มีความรู้รอบตัว ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้เร็ว ชอบปฎิสัมพันธ์กับผู้คน ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้ ไม่มีสมาธิ

    คุณเป็นคน GEN ไหน
    คุณเป็นคน GEN ไหน

สำหรับแนวคิดเรื่องเจนเนอเรชั่นนี้ก็ใช่ว่าจะอธิบายถึงบุคลิกลักษณะของคนแต่ละช่วงเวลาได้อย่างสมบูรณ์ เพราะถึงแม้คนในวัยเดียวกันจะเผชิญเหตุการณ์เดียวกัน แต่ประสบการณ์ของคนแต่ละคนก็ยังแตกต่างกันไปอย่างหลากหลาย เช่น พื้นเพภูมิลำเนา ชนชั้น วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ดังนั้นท่าทีหรือทัศนคติของคนนั้นถึงจะเจอเหตุการณ์เดียวกัน แต่สุดท้ายก็มีความจำเพาะเจาะจงอยู่ดี

Generation ME อยู่ไหนในช่วงเวลานะ!!

Generation ME หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Gen Me เป็นคำที่นักจิตวิทยาของอเมริกาหลายคน ใช้เรียกเด็กยุคมิลเลนเนียล คือเด็กที่เกิดหลังปี 2000 พบว่าเด็กยุคนี้จะเติบโตมาแบบที่รู้สึกว่า ตัวเองเป็นศูนย์กลาง โซเชียลมีเดียจะทำให้เด็กคิดถึงแต่เรื่องของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ มักไขว่คว้าหายอดไลก์ เด็กมองว่าการมียอดไลก์มันเสริมสร้างความรู้สึกดีกับตัวเอง ยิ่งจำนวนยอดไลก์มากเท่าไหร่เด็กยิ่งจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นที่ชื่นชมชื่นชอบมากเท่านั้น แล้วก็มักจะยอมรับคำตำหนิไม่ค่อยได้ ใช้เรียกคนที่เข้าข่ายหลงตัวเอง จากข้อมูลที่ศึกษาคนรุ่นใหม่ชาวอเมริกันของ The National Institutes of Health โดย Joel Stein พบว่าคนที่เกิดที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1980 – 2000 นั้นหลงตัวเองเป็นสามเท่าของคนรุ่นพ่อแม่  สนใจเรื่องจริยธรรมและศาสนาน้อยลง มีสัดส่วนว่าจะไม่นับถือศาสนากันมากขึ้น

เมื่อดูทั้งลักษณะ และช่วงวัยของคนที่จะอยู่ในช่วง GEN ME นี้ ก็อยู่ในช่วงประมาณคน GEN Y ทั้งหมดมาจนช่วงต้น GEN Z

ว่ากันว่า… GEN ME เจนที่หลงตัวเองที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ จริงหรือ!!

เดือนพฤษภาคม 2013 ที่ผ่านมามีข่าวที่ฮือฮามากในนิตยสาร “TIME” ที่ทำสกู๊ปหน้าปกเรื่อง “ME ME ME Generation” พร้อมภาพเด็กหญิงวัยสาวกำลังนอนราบกับพื้น และยกกล้องจากโทรศัพท์มือถือขึ้นโน้มลงมาถ่ายรูปหน้าตัวเอง เนื้อหาเกี่ยวข้องกับคนรุ่นใหม่ ที่อ้างข้อมูลของโจเอล สไตน์ จาก “The National Institutes of Health” (สถาบันสุขภาพแห่งชาติอเมริกา) พบว่า คนรุ่นใหม่กว่า 80 ล้านคนในอเมริกาที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1980-2000 นั้นหลงตัวเองเป็นสามเท่าของคนรุ่นพ่อแม่ และกว่า 80% ของคนรุ่นนี้ที่มีอายุต่ำกว่า 23 ปี ต้องการได้งานที่มีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ คนรุ่นใหม่นั้นได้รับการปลูกฝังเลี้ยงดูภายใต้วัฒนธรรม “แค่เข้าร่วมก็ได้ประกาศนียบัตร” โดยไม่สนใจถึงประสิทธิผลหรือวิธีการหรือความสำคัญของการเข้าร่วม ซึ่งทำให้พวกเขามักคิดว่า หากทำงาน พวกเขาควรได้รับการโปรโมตเลื่อนขั้นทุกๆ สองปีโดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาที่ผลงานหรือประสิทธิภาพ และจากข้อมูลดังกล่าว เขาเรียกคนกลุ่มนี้ว่า Generation ME หรือกลุ่มที่มองตัวเองสำคัญที่สุด มองว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งอย่าง หรืออีกคำที่เขาเรียกว่าเป็นกลุ่มหลงตัวเอง
ที่มา : ดร. สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
GEN ME เจนที่หลงตัวเองที่สุด
GEN ME เจนที่หลงตัวเองที่สุด

อ้ตลักษณ์ของคน GEN ME

  • คนที่มักจะปฏิเสธประเพณี ตั้งแต่การชอบใส่เสื้อผ้าที่ไม่เป็นทางการ การทำงาน รสนิยมทางเพศ Generation Me ไม่สนใจว่าสิ่งที่ทำในอดีตเป็นอย่างไร และสนใจต่อเมื่อสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เขาต้องการ และคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขา
  • Generation Me เชื่อมั่นในตัวเองมากเกินพอดี และเชื่อในศักยภาพของตนเองที่จะทำให้เขาได้รับความมั่งคั่ง และชื่อเสียง พวกเขารู้สึกว่าสมควรได้รับมัน
  • ให้ความสำคัญกับการศึกษา
  • สนใจแต่เรื่องของตัวเอง พวกเขามักจะบอกคุณอย่างชัดเจนว่าเขาหรือเธอคิดอย่างไรกับคุณ และมีแนวโน้มที่จะแบ่งปันทุกรายละเอียดในชีวิตของเขากับคุณ ไม่ว่าคุณจะสนใจหรือไม่ก็ตาม
  • ไม่ชอบทำงานหนักบวกกับทัศนคติที่ว่า “ฉันคู่ควรกับงานที่ยอดเยี่ยมและเงินเดือนที่ดี แต่ฉันจะไม่สละชีวิตส่วนตัวเพื่อทำสิ่งนั้น และฉันจะไม่ยอมจำนนต่อเจ้านายของฉันด้วย”
  • ชอบแสดงตัวให้เด่นกว่าคนอื่น ๆ  เช่น ทำการสักและเจาะร่างกาย สวมเสื้อผ้าหรือทรงผมที่แปลกตา หรือแสวงหาความบันเทิงรูปแบบใหม่ๆ อยู่เสมอ สมาชิก Gen Me ได้ทุ่มเทความพยายามอย่างมากในการสร้างความโดดเด่นจากฝูงชน
  • มีปฎิกิริยาต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ในทางไม่ดี ไม่ชอบ ไม่รับฟัง
แน่นอนว่าคนที่เกิดในช่วงเวลาปี ค.ศ. 1980 – 2000 ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคน Generation ME นั้น ไม่ใช่ทุกคนจะมีอัตลักษณ์ดังที่กล่าวมาทั้งหมด แม้ว่างานวิจัยบางชิ้นได้แสดงให้เห็นว่าคุณลักษณะดังกล่าวมีความถูกต้อง แต่งานวิจัยอื่นๆ กลับขัดแย้งกับทัศนะของ Generation Me ว่ามีความเป็นตัวของตัวเองมากกว่าคนรุ่นใหม่คนอื่นๆ ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าแต่ละรุ่นตลอดศตวรรษที่ 20 ถูกมองว่าโง่เขลา และไม่ชอบการทำงานหนักของคนรุ่นก่อน ขยายความได้ว่า คนรุ่นถัดจากคนรุ่นก่อนทุกยุคมักจะมีแนวความคิดที่รู้สึกว่าคนรุ่นตนเองดีกว่ารุ่นก่อน และไม่ต้องทำงานหนักเช่นเดียวกับคนรุ่นก่อนตนเอง ไม่จำเพาะว่าจะเป็นคนยุค GEN ME เท่านั้นที่คิดว่าตนเองดีกว่าคนอื่น นอกจากนี้ ผลการศึกษาอื่น ๆ เปิดเผยว่า Generation Me มีแนวโน้มที่จะทำงานการกุศลมากกว่าคนรุ่นก่อนหรือมีเป้าหมายระยะยาวนอกเหนือจากความเจริญรุ่งเรืองทางวัตถุอีกด้วย
เด็ก GEN ME เป็นอย่างไร
เด็ก GEN ME เป็นอย่างไร

ในโลกปัจจุบันที่เทคโนโลยีกลายเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็เข้าถึงได้ ไม่ว่าคุณพ่อ คุณย่า หรือคุณยาย เราต่างก็มีลักษณะการใช้ชีวิตที่ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและทัศคติใหม่ๆ ไม่ต่างกัน ดังนั้นการแบ่งคุณลักษณะของคนด้วยปีที่เกิด อาจจะไม่สำคัญเท่าการแบ่งโดยภูมิศาสตร์ โดยการเข้าถึงเทคโนโลยี ไปจนถึงพฤติกรรมและทัศนคติส่วนบุคคลมากกว่า

อ่านต่อ >>ทำไมเด็ก GEN ME ถึงหลงตัวเอง และทำความรู้จักโรคหลงตัวเอง คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ครีมทาแก้ท้องแตกลาย

10 ครีมทาแก้ท้องแตกลาย ผิวเนียนสวย ชุ่มชื่น สุขภาพดี

ครีมทาแก้ท้องแตกลาย เป็นอีกหนึ่งไอเท็มชิ้นสำคัญที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรต้องเตรียมพร้อม เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายขณะตั้งครรภ์ ท้องลายหรือรอยผิวแตกลาย เป็นเส้นที่ปรากฏบริเวณผิวหนังหน้าท้อง ส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่มาพร้อมกับการขยายขนาดของหน้าท้องอย่างรวดเร็ว รอยแตกลายจะเป็นริ้วสีขาว สีชมพู สีแดง สีม่วง หรือสีน้ำตาล ตามแต่สภาพผิวหนัง และความตึงของผิวหนังบริเวณนั้นของแต่ละคน ท้องลายเป็นการฉีกขาดของผิวหนังชั้นหนังแท้ที่อยู่ลึกลงไปบริเวณหน้าท้อง ซึ่งเกิดจากการขยายขนาดของท้องทำให้เห็นเส้นเลือดที่อยู่ในชั้นลึกลงไป จึงเห็นเป็นลายเข้ม ต่อมาเส้นเลือดหดตัวจึงเห็นพื้นที่ขาวมากขึ้น โดยท้องลายเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 3 (อายุครรภ์ 7-9 เดือน) น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างกายมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ท้องลายเป็นเพียงรอยแตกลายที่เกิดขึ้น และจะค่อย ๆ จางลงเมื่อเวลาผ่านไป แต่ไม่สามารถกำจัดรอยที่เคยมีออกไปได้ทั้งหมด หรืออาจรักษาได้เมื่อได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

10 ครีมทาแก้ท้องแตกลาย ผิวเนียนสวย ชุ่มชื่น สุขภาพดี

ครีมทาแก้ท้องแตกลาย

ท้องแตกลาย เกิดจากอะไร?

คนท้องผิวแตกลายเกิดได้จากสาเหตุหลัก คือ ฮอร์โมนช่วงตั้งครรภ์มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งส่งผลต่อสภาพผิว และขนาดท้องที่ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่วงอายุครรภ์ 7 เดือนขึ้นไป ทำให้ผิวคุณแม่ต้องขยายยืดไว ซึ่งหากผิวขาดความยืดหยุ่น ขาดความชุ่มชื้นก็จะทำให้ผิวท้องแตกลายง่าย และมีรอยแดงอย่างชัดเจน

 

วิธีป้องกันผิวท้องแตกลาย และ ลดเลือนริ้วรอยผิวแตกลาย

  • ลดการเกิดผิวท้องแตกลายด้วยการทาครีมบำรุงผิวหรือออยล์ เป็นประจำ

คุณแม่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ป้องกันและลดเลือนริ้วรอยแตกลาย สูตรพิเศษของคุณแม่ท้องโดยเฉพาะ ช่วยให้ความชุ่มชื่น ลดการเกิดแผลใต้ชั้นผิว คุณแม่ท้องใช้ทาหลังอาบน้ำ เช้า-เย็น หรือทาเมื่อรู้สึกคันบ่อยครั้งตามต้องการ ที่สำคัญอย่าลืมทาไปให้ถึงหน้าอก สะโพก ก้น และต้นขา เพราะเป็นส่วนที่ผิวมักจะแตกลายเช่นกัน

  • ลดการเกิดผิวท้องแตกลายด้วยการนวดน้ำมันจะช่วยให้ผิวเกิดความยืดหยุ่น

การนวดเบา ๆ บริเวณหน้าท้อง รอบๆ เอว สะโพก และหน้าขาทั้งสองข้างด้วยน้ำมันมะกอกเช้า-เย็นเป็นประจำทุกวัน ควรเริ่มทาตั้งแต่ตั้งครรภ์ช่วงแรก ๆ และสามารถทำได้จนกระทั่งไตรมาสสุดท้าย

  • ไม่เกาผิวเมื่อคัน เพื่อป้องกันการเกิดผิวท้องแตกลาย ท้องลาย

เมื่อผิวหนังของคุณแม่ขยายออกมากๆ เข้า ก็เริ่มจะคันยุบยิบ ชวนให้เกาแก้คัน แต่คุณแม่อย่าเกาเด็ดขาด เพราะการเกาจะทำให้ท้องลายได้ง่าย

  • เลี่ยงการอาบน้ำอุ่นที่ร้อนจัด เพื่อป้องกันการเกิดผิวแตกลาย ท้องลาย

น้ำอุ่นร้อนจัดจะทำให้ผิวแห้งและแตกได้ง่าย แต่หากคุณแม่อยากอาบน้ำอุ่นจริง ๆ เพราะทำให้รู้สึกสบาย ก็ควรทาโลชั่นป้องกันและลดเลือนริ้วรอยแตกลายทุกครั้งหลังอาบน้ำ

  • ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ เพิ่มความชุ่มชิ้นให้ผิว ป้องกันและลดผิวท้องแตกลาย

การน้ำดื่มมีความสำคัญต่อคุณแม่มาก  เพราะช่วยให้สุขภาพครรภ์ดีได้ และแม่ท้องควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 12 แก้ว เพื่อสร้างความชุ่มชื่นให้ผิว และสร้างความยืดหยุ่นให้กับผิว

 

สำหรับคุณแม่ที่ดูแลตัวเองอย่างดีทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและชุ่มชื้นสูง หลังคลอดแล้วผิวจะค่อย ๆ กลับมากระชับ รอยแตกลายจะจางลง แต่อาจจะไม่เนียนสวยเหมือนเดิมและในรายที่ผิวแตกลายรุนแรงจนกลายเป็นร่องลึก รอยสีขาวหรือรอยย่น เมื่อคลอดแล้วรอยจะไม่หายไป ซึ่งทางรักษาหลักคือการทำเลเซอร์ที่มีค่าใช้จ่ายสูง และไม่การันตีว่าผิวจะกลับมาสวย 100% เช่นกัน ดังนั้นการเลือกใช้ครีมบำรุง ควรเลือกครีมหรือโลชั่นชนิดที่มีเนื้อข้น เพราะสามารถเก็บความชุ่มชื้นได้ดีและนานกว่าแบบทั่วไป อาจใช้เบบี้ออยล์ หรือน้ำมันมะกอกทาผิวเพื่อป้องกันผิวท้องแตกลายตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ ทีมกองบรรณาธิการจึงได้รวบรวม ครีมทาแก้ท้องแตกลาย มาให้คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์เป็นตัวเลือกเพื่อใช้ป้องกันอาการท้องแตกลายกันค่ะ

 

  1. Palmer’s Cocoa Butter Formula Massage Lotion for Pregnancy Stretch Marks

ครีมลดรอยแตกลายที่มีส่วนผสมของ Cocoa Butter & Shea Butter ที่เป็นมอยส์เจอไรเซอร์จากธรรมชาติ ซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว ให้ความชุ่มชื้น Collagen & Elastin มีส่วนช่วยให้ผิวแข็งแรง ยืดหยุ่น กระตุ้นให้ผิวกระชับ Vitamin E & Argan Oil ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยป้องกันรอยแตกลาย และ Lutein & Youth 360 ที่ช่วยกระตุ้นให้คอลลาเจน และ Elastin ใต้ผิวของคุณแม่ทำงานได้ดียิ่งขึ้น และป้องกันไม่ให้ผิวคล้ำระหว่างตั้งครรภ์ ที่สำคัญยังปราศจากสารที่อันตรายต่อคุณแม่และเด็กในครรภ์ เช่น Mineral Oil, Parabens, Phthalates, Phenoxyethanol, Artificial Dyes และ Fragrance Allergens เพราะฉะนั้นมั่นใจเรื่องส่วนผสมได้เลยว่าปลอดภัยอย่างแน่นอน

ครีมทาแก้ท้องแตกลาย

ขอขอบคุณภาพ https://www.palmers.com/58-stretch-marks-scar-products

 

  1. Burt’s Bees Mama Bee Belly Butter

เบลลี่บัทเทอร์จากธรรมชาติสูตรไร้กลิ่น ช่วยรักษาความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิวคุณแม่ในช่วงการตั้งครรภ์ ช่วยให้ผิวรู้สึกสบายในระหว่างการตั้งครรภ์และป้องกันผิวหย่อนคล้อย ช่วยกระชับผิวคุณแม่ให้กลับมาเป็นดังเดิมหลังคลอด ใช้ทาให้ทั่วท้องทุกครั้งหลังอาบน้ำ หรือบ่อยเท่าที่ต้องการ และควรใช้ต่อเนื่องแม้หลังคลอด เป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารปิโตรเคมีและสารสังเคราะห์ต่าง ๆ อาทิ พาราเบนส์ (Parabens), ปิโตรลาทั่ม (Petrolatum), โซเดียม ลอริล ซัลเฟต (Sodium Lauryl Sulfate) และ ธาเลตส์ (Phthalates) ทำให้ปลอดภัยต่อทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์

ครีมทาแก้ท้องแตกลาย

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.burtsbees.co.th/product-detail/61/Mama-Bee-Belly-Butter

 

  1. Bio-Oil Skincare Oil

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่พัฒนาขึ้นมาอย่างเฉพาะเจาะจง เพื่อช่วยในการลดเลือนรอยแผลเป็น ผิวแตกลาย และสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ให้ดูจางลง ซึ่งมีส่วนผสมของ PurCellin Oil™ สารประกอบล้ำยุค ยังช่วยให้มีประสิทธิภาพสูงสำหรับผิวเสื่อมสภาพ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ มีประสิทธิภาพในการซึมซาบเร็ว ใช้ได้กับผิวแพ้ง่าย และทุกสภาพผิว ไม่มีสารกันบูด ไม่เหนียวเหนอะหนะ มีส่วนผสมของ วิตามิน A และ E ใช้ได้ทั้งบนใบหน้าและลำตัว เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการปกป้องผิวแห้ง ผิวแตกลาย และรอยแผลเป็น สีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวเสื่อมสภาพ และผิวที่ขาดความชุ่มชื้นจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ใส่ใจดูแลสุขภาพผิว และคุณแม่ตั้งครรภ์

ครีมทาท้องแตกลาย

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.bio-oil.com/th

 

  1. Clarins Tonic Body Treatment

น้ำมันบำรุงผิวกายที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากพืชธรรมชาติ 100% ด้วยเอสเซนเชียลออยล์ที่ได้จาก Rosemary, Geranium และ Mint ช่วยให้ผิวกระชับ เต่งตึง และเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว ลดรอยแตกลาย น้ำมันเฮเซลนัทกักเก็บความชุ่มชื้นและช่วยให้ผิวนุ่มละมุนน่าสัมผัส นอกจากนี้ยังมีกลิ่นอโรมาที่จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ที่สำคัญปราศจากสารกันเสีย

ครีมทาท้องแตกลาย

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.clarins.co.th/skincare/body-care/body-treatment-oils-390/tonic-body-treatment-oil-C020101003.html

 

10 ครีมทาแก้ท้องแตกลาย ผิวเนียนสวย ชุ่มชื่น สุขภาพดี

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

โรงแรมสำหรับเด็ก

10 โรงแรมสำหรับเด็ก พาลูกเที่ยวทั่วไทย สนุกได้ทั้งครอบครัว

เมื่อใกล้เทศกาลช่วงวันหยุดยาวหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ การท่องเที่ยวพักผ่อนของแต่ละครอบครัวก็คงเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยม ดังนั้น สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของการท่องเที่ยวที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือ การเลือกโรงแรม คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกโรงแรมที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนทั้งครอบครัว มีสโมสรสำหรับลูก ๆ มีสระว่ายน้ำ มีเครื่องเล่นที่เหมาะกับเด็ก ๆ โดยเฉพาะ ให้ทุกคนในครอบครัวได้สนุกกับกิจกรรมตลอดทั้งวัน ทีมกองบรรณาธิการ จึงรวบรวม โรงแรมสำหรับเด็ก ที่เลือกมาแล้วว่าเหมาะสำหรับการพาเจ้าตัวเล็กมาพักผ่อนทั่วไทย เพื่อเป็นตัวเลือกให้คุณพ่อคุณแม่ได้พาเจ้าตัวเล็กไปพักผ่อนกันอย่างสนุกสนาน ในวันหยุดสุดหรรษานี่กัน มีที่ไหนน่าสนใจบ้าง มาดูกันเลย

10 โรงแรมสำหรับเด็ก พาลูกเที่ยวทั่วไทย สนุกได้ทั้งครอบครัว

โรงแรมสำหรับเด็ก

  1. Grande Centre Point Space Pattaya

โรงแรมสำหรับเด็ก สุดล้ำที่เพิ่งเปิดให้บริการ โรงแรมจัดตกแต่งมาในธีมอวกาศอลังการ มีมุมถ่ายรูปสวยๆ Spectrum Tree ต้นไม้แห่งจิตวิญญาณ เหมาะกับการถ่ายรูปสวยทั้งกลางวันกลางคืน ตอนกลางคืนจะมีไฟเปลี่ยนสีสลับไปเรื่อยๆ ที่นี่เหมาะกับการมาพักผ่อนทั้งครอบครัวเพราะมีสวนน้ำขนาดใหญ่ Space Water Park มีห้องอาหารหลากหลายรูปแบบ มี Game Room ,Onsen, Spa เข้ามาในโรงแรมคือครบวงจรสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ของทุกคนในครอบครัวได้ทุกเพศทุกวัย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://spacepattaya.com/

โรงแรมสำหรับเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://spacepattaya.com/

 

  1. Amari Pattaya

โรงแรมสำหรับเด็ก ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ที่ได้มาตรฐาน SHA Plus+ แสดงถึงความปลอดภัยด้านสุขอนามัยจากสินค้าและบริการ บรรยากาศภายในโรงแรมตกแต่งสไตล์ไทยแบบร่วมสมัย ห้องพักจะเน้นความเป็นส่วนตัว ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน เหมาะสำหรับครอบครัว มีระเบียงส่วนตัวที่มองเห็นวิวทิวทัศน์อันกว้างขวางของอ่าวพัทยา และแน่นอนว่าที่นี่มี Kids Club สำหรับต้อนรับเด็ก ๆ ที่สำคัญยังมีกิจกรรมอีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกอบรม คอยมอบความสนุกให้กับเด็ก ๆ เช่น กิจกรรมงานฝีมือ ทรีเฮ้าท์คิดส์คลับ ห้องนั่งเล่นในจินตนาการที่จะเต็มไปด้วยความสุข มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ที่มีโซนสำหรับเด็ก ๆ โดยเฉพาะ กับเครื่องเล่นมากมาย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.amari.com/pattaya

โรงแรมสำหรับเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://th.amari.com/pattaya

 

  1. JW Marriott Phuket Resort and Spa

โรงแรมติดกับชายหาดที่เงียบสงบ มี Turtle Shelter and Education Center เพื่อศึกษาเรียนรู้และฟื้นฟูเต่าทะเล Kids club ของทางโรงแรม มีขนาดกว้างขวาง พร้อมด้วยกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับเด็ก ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นห้องเล่นเกมส์ ห้องดูการ์ตูน มุมนั่งเล่นทำกิจกรมต่าง ๆ รวมถึงยังมีเข้าค่ายแบบเดย์แคมป์ที่มีพี่เลี้ยงคอยดูแลและพาออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในพื้นที่โรงแรม นอกจากนี้ยังมี Health Club & Fitness Center, spa กิจกรรมบริเวณชายหาด และ Water Sports เรียกได้ว่ามีกิจกรรมครบเหมาะกับทั้งเด็ก ๆ และผู้ปกครอง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.marriott.com/en-us/hotels/hktjw-jw-marriott-phuket-resort-and-spa/overview/

โรงแรมสำหรับครอบครัว

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.marriott.com/en-us/hotels/hktjw-jw-marriott-phuket-resort-and-spa/overview/

 

  1. Rayong Marriott Resort and Spa

โรงแรมติดหาดแม่พิม กับบรรยากาศหาดส่วนตัวและทะเลสวย ๆ ที่เหมาะสำหรับครอบครัว ที่นี่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น สวยทันสมัย ไฮไลท์ของที่นี่คือ ห้องพักทุกห้องมีอ่างจากุชชี่และเห็นวิวทะเล ในส่วนของ Kids Club ที่นี่ก็มีรองรับเด็ก ๆ มีพื้นที่กว้างขวาง ทั้งโซน Indoor และ Outdoor รวมกิจกรรมต่าง ๆ ไว้ให้กับน้อง ๆ ได้เพลิดเพลินเล่นสนุกได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ที่ยังมีสระว่ายน้ำ Lagoon Pool สระขนาดใหญ่มีทั้ง Slider และ Aquarium ตู้ปลาที่มีสัตว์ทะเลมากมาย นอกจากนี้ยังมีสระเล็ก ๆ สำหรับเด็กที่อยู่ใกล้กับ Kids Club อีกด้วย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.marriott.com/en-us/hotels/bkkrr-rayong-marriott-resort-and-spa/overview/

โรงแรมสำหรับครอบครัว

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.marriott.com/en-us/hotels/bkkrr-rayong-marriott-resort-and-spa/overview/

 

อ่านต่อ… 10 โรงแรมสำหรับเด็ก พาลูกเที่ยวทั่วไทย สนุกได้ทั้งครอบครัว ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ยาแก้ไอ

ยาแก้ไอ สำหรับเด็ก เลือกอย่างไรปลอดภัยต่อลูกรัก

เมื่อลูกเกิดอาการไอ ควรให้ลูกรับประทานยาเมื่อไหร่ ลักษณะอาการไอแบบไหนควรให้รับประทานยา ยาแก้ไอ มีกี่ชนิด เมื่อไหร่ควรพาลูกพบแพทย์

ยาแก้ไอ สำหรับเด็ก เลือกอย่างไรปลอดภัยต่อลูกรัก

การเจ็บป่วยของลูก ทำให้คุณพ่อคุณแม่วิตกกังวล แม้จะมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่หากละเลยไม่รักษา อาจทำให้เกิดอาการเรื้อรังได้ เช่น อาการไอ ซึ่งคุณหมอมักได้รับคำถามว่า ลูกมีอาการไอให้รับประทาน ยาแก้ไอ อะไรดี วันนี้ทีมกองบรรณาธิการ ABK ได้รวบรวมคำตอบมาให้แล้วค่ะ

ยาแก้ไอ สำหรับเด็ก
ยาแก้ไอ สำหรับเด็ก

ยาแก้ไอ สำหรับเด็ก เลือกอย่างไรปลอดภัยต่อลูกรัก

อาการไอ เกิดจากสาเหตุใด

ไอเป็นอาการที่เกิดขึ้นเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในทางเดินหายใจ อาจจะเป็นฝุ่นละอองหรือเสมหะที่เกิดจากไข้หวัด หลอดลมอักเสบหรือปอดอักเสบ ร่างกายจะกำจัดสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ โดยการไอออกมา สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่่ทำให้ไอเรื้อรังคือ การมีเสมหะคั่งค้างในหลอดลม

สาเหตุของการเกิดอาการไอในเด็ก

  • สาเหตุจากการติดเชื้อ เช่น
    • เชื้อไวรัส อาการเฉียบพลันที่เกิดจากเชื้อไวรัส เช่น หวัดโพรงจมูกและโพรงไซนัสอักเสบเฉียบพลันหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน เป็นต้น
    • เชื้อแบคทีเรีย อาจทำให้เกิดโรคหลอดลมอักเสบ โรคปอดบวม
    • เชื้อวัณโรค 
  • สาเหตุที่ไม่ใช่การติดเชื้อ เช่น
    • ภูมิแพ้โพรงจมูก
    • โพรงไซนัสอักเสบเรื้อรัง
    • โรคหืด
    • หลอดลมไวมากกว่าปกติ
    • กรดไหลย้อน
    • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด
    • ความผิดปกติของโครงสร้างหลอดลม
    • นอนกรน
    • สิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจ
    • ภาวะสำลักอาหารเรื้อรัง
    • โรคหัวใจบางชนิด
    • การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่อากาศเป็นพิษ เช่น ควันบุหรี่สารเคมีควันจากการเผาไหม้
    • ความผิดปกติบางอย่างทางจิตใจ 
    • ฯลฯ 

ลักษณะอาการไอ

  • ไอแห้ง ๆ จากการระคายเคือง
  • ไอเปียก ๆ จากมีเสมหะหรือน้ำมูกลงคอ

ควรทำอย่างไรเมื่อเด็กเกิดอาการไอ

เด็กอาจมีอาการไอมาก แต่ไอไม่ออก ไอจนเหนื่อย หรือไอจนปวดท้อง อาการไอก็ยังคงอยู่ ทั้งนี้เนื่องจากเสมหะที่เหนียวมาก

การไอไม่ถูกวิธี มีเสมหะที่ค้างอยู่ในหลอดลม อาจเปรียบเสมหะเหมือนกับซอสมะเขือเทศที่เหลือติดอยู่ที่ก้นขวด การจะเอาออกมาต้องคว่ำขวดแล้วใช้สันมือเคาะที่ก้นขวด  เช่นเดียวกันกับเสมหะที่อยู่ในหลอดลม ต้องจัดท่านอนหรือนั่งในแนวที่ทำให้เสมหะไหลออกมาสะดวก จากนั้นต้องมี การเคาะ เพื่อให้เสมหะหลุดออกจากหลอดลม การสั่นสะเทือน เพื่อกระตุ้นการไอ ตลอดจนฝึก การไอ อย่างมีประสิทธิภาพเสมหะจึงหลุดออกมาได้

ในกรณีเด็กเล็กที่ไม่สามารถเอาเสมหะออกมาเองได้ การเคาะและไออย่างถูกต้อง จะช่วยให้เสมหะหลุดออกจากหลอดลมได้ หากมีเสมหะมาก ๆ ในเด็กเล็กอาจต้องใช้ลูกยางเบอร์ 1 ช่วยดูดเสมหะในปาก หากมีบางส่วนกลืนลงไปบ้าง ร่างกายก็จะขับออกมาเองได้

3 ท่าเคาะปอด กระตุ้นให้เด็กไอหรือระบายเสมหะออกจากหลอดลม

การเคาะควรทำเมื่อเด็กมีอาการ ไอ มีเสมหะมาก หายใจเสียงดังครืดคราด และเด็กยังไม่สามารถระบายเสมหะได้ด้วยตนเอง ทั้งนี้สามารถช่วยลดความเหนียวของเสมหะ โดยการให้เด็กดื่มน้ำมาก ๆ

การเตรียมตัว สั่งน้ำมูก คายหรือดูดเสมหะที่มีในจมูกและปากออกมาก่อน ทั้งนี้ควรทำก่อนอาหารหรือหลังอาหาร  1 ชม.ครึ่ง – 2 ชม. เพื่อไม่ให้อาเจียนหรือสำลัก

ท่าที่1  อุ้มลูกให้หันหน้าเข้าหาอกคุณพ่อคุณแม่ ให้ศีรษะลูกพาดบนไหล่พ่อแม่ แล้วเคาะด้านหลังส่วนบนเหนือกระดูกสะบักขึ้นไป หลีกเลี่ยงการเคาะบริเวณกระดูกสะบัก

ท่าที่ 2  จัดท่านอนหงาย ให้ศรีษะหนุนหมอน ใช้ผ้าบางรองบริเวณหน้าอก เคาะบริเวณระดับไหปลาร้าถึงใต้ราวนม
หลีกเลี่ยงการเคาะบริเวณกระดูกหน้าอก

ท่าที่ 3  จัดท่าให้ลูกนอนตะแคง ยกแขนลูกขึ้นไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วเคาะบริเวณเหนือชายโครงด้านข้าง ต่ำจากรักแร้ลงมาเล็กน้อย

ทั้งนี้ควรนำผ้าบาง ๆ มาวางบริเวณที่เคาะ เพื่อช่วยลดแรงกระแทก ควรเคาะโดยการใช้อุ้งมือ ต้องเคาะเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอ และใช้เวลาเคาะแต่ละท่า 1-3 นาทีข้อควรระวัง ควรสังเกตอาการของลูกให้ดี เช่น ถ้าลูกเจ็บหรือปวดบริเวณที่เคาะ หรือมีประวัติการกระแทกที่หน้าอก มีอาการหอบเหนื่อยมากขึ้น ริมฝีปากซีดคล้ำ หายใจจมูกบาน ร้องไห้งอแงมากกว่าปกติ ให้หยุดก่อน เพราะอาจเป็นอันตรายได้

 

อ่านต่อ…ยาแก้ไอ สำหรับเด็ก เลือกอย่างไรปลอดภัยต่อลูกรัก คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

วิธีเลือกคาร์ซีท

วิธีเลือกคาร์ซีท ปกป้องลูกรักด้วยระบบนิรภัย ปลอดภัยทุกเส้นทาง

ทุกวันนี้เวลาขับรถออกนอกบ้านไปกับลูกน้อย คาร์ซีทกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่รถยนต์ทุกคันจะต้องติดตั้งไปแล้ว ซึ่งการปกป้องลูกน้อยจากอุบัติเหตุไม่คาดฝันก็คือสิ่งสำคัญอันดับแรกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องคำนึงนะคะ วิธีเลือกคาร์ซีท สักตัวจึงต้องพิจารณาหลายองค์ประกอบ ทั้งฟังก์ชั่นต่าง ๆ ระบบเซฟตี้ที่มั่นใจได้ ไปจนถึงวัสดุ และความคุ้มค่า ทีมแม่จึงขอยกคาร์ซีทมาแนะนำ 7 แบรนด์เพื่อเป็นตัวเลือกกันค่ะ

วิธีเลือกคาร์ซีท ปกป้องลูกรักด้วยระบบนิรภัย ปลอดภัยทุกเส้นทาง

วิธีเลือกคาร์ซีท

คาร์ซีท (Car Seat) คือ ที่นั่งสำหรับเด็กติดตั้งในรถยนต์ โดยออกแบบให้รองรับสรีระและขนาดตัวเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ยังมีส่วนสูงไม่ถึง 140 ซม. ซึ่งยังไม่สามารถใช้เข็มขัดในรถตามปกติได้ คาร์ซีทจึงเป็นอุปกรณ์พิเศษที่มาทดแทนเพื่อช่วยป้องกันลูกน้อยจากแรงกระแทก หากเกิดอุบัติเหตุ รวมไปถึงการขับขี่ที่ต้องเจอเหตุไม่คาดฝันต่างๆ 

 

วิธีเลือกคาร์ซีท ให้เหมาะกับลูก

  • เลือกจากประเภทของคาร์ซีทที่เหมาะกับแต่ละช่วงวัย ซึ่งมีหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบที่นั่งเสริม Booster เพื่อเพิ่มความสูงให้เด็กคาดสายนิรภัยรถปกติได้ แต่ควรใช้กับเด็ก 3 ปีขึ้นไป แบบหันเข้าหาเบาะ Rear-Facing สำหรับเด็กแรกเกิด แบบพนักพิงหลังสูงหันหน้าออก Forward-Facing เหมาะกับอายุ 2 ปีขึ้นไป เป็นต้น
  • เลือกตามการติดตั้งกับรถ มีทั้งระบบที่ใช้กับเข็มขัดนิรภัยหรือระบบสายคาด Seat Belt ของรถเอง มีราคาถูกกว่า ส่วนระบบ ISOFIX ติดตั้งได้ง่ายและมั่นคงกว่าระบบเข็มขัด มีความปลอดภัยสูง ช่วยป้องกันเบาะลื่นไหลเมื่อได้รับแรงกระแทกจากด้านหลัง แต่จะต้องใช้ร่วมกับรถยนต์ที่มีอุปกรณ์รองรับ ISO-FIX เท่านั้น 
  • ควรมีมาตรฐานความปลอดภัยสากลรับรอง อย่างตรา ECE R44/04 ควบคู่กับ ECE R129 (i-Size) ที่แสดงว่าผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยของสหภาพของยุโรปมาแล้วผ่านการทดสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวดโดย ADAC หรือสมาคมรถยนต์เยอรมัน ไปจนถึง FMVSS 213 (Federal Motor Vehicle Safety Standard 213) ซึ่งเป็นมาตรฐานประเทศสหรัฐอเมริกา  
  • เลือกจากฟังก์ชั่นการใช้งานต่าง ๆ เช่น ปรับระดับและความกระชับของที่นั่งได้ ระบายอากาศได้ดี ถอดซักทำความสะอาดได้ ตัวคุชชั่นหนานุ่มนั่งหรือนอนหลับสบายแม้การเดินทางยาวนาน ปรับเอนนอนได้ มีช่องวางขวดหรือแก้วน้ำ เป็นต้น

 

  1. Recaro รุ่น Young Sport Hero

คาร์ซีทดีไซน์เท่จากแบรนด์เยอรมัน ที่ได้รับรางวัล German Design Award การันตีคุณภาพ ตัวเบาะนั่งสบาย มีซับพอร์ตที่ศีรษะ หัวไหล่และสะโพก ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัย รวมถึงลดแรงกระแทกได้ดี ปรับเอนได้ และยังปรับความสูงของส่วนรองรับศีรษะได้หลายระดับ จึงรองรับได้หลายช่วงวัย ซื้อใช้ได้นาน เป็นคาร์ซีทแบบติดตั้งและถอดออกได้โดยใช้ระบบเข็มขัดนิรภัย จึงเหมาะกับรถทุกรุ่นทุกแบรนด์ นอกจากนี้วัสดุยังใช้เนื้อผ้าระบายอากาศอย่างดี ลูกน้อยจะนั่งหรือนอนก็สบายตัว 

วิธีเลือกคาร์ซีท

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.recaro-kids.com/products/toddler-car-seat-young-sport-hero/

 

  1. Britax รุ่น Endeavours

รุ่นนี้เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด สำหรับติดตั้งแบบหันหน้าเข้าหาเบาะเท่านั้น เรื่องความปลอดภัยผ่านการทดสอบและผลิตจากสหรัฐอเมริกา มาพร้อมสุดยอดเทคโนโลยี SafeCell Impact Protection มีทั้งระบบดูดซับแรงกระแทกจากด้านข้าง 2 ชั้น ฐานรองช่วยดูดซับแรงกระแทกจากการชนได้ดี สายรัดนิรภัยแบบ 5 จุด ชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการแข่งรถสูตร 1 หรือฟอร์มูล่าวันช่วยลดอาการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุ รวมไปถึงกรณีที่รถพลิกคว่ำด้วย นอกจากนี้ยังปรับการเอนนอนได้ถึง 3 ระดับ ทำให้เปลี่ยนระดับความสูงของสายรัดได้ง่ายถึง 6 ระดับ เนื้อผ้าเย็นสบายตลอดการเดินทาง

วิธีเลือกคาร์ซีท

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.britaxthailand.com/product/Endeavours

 

  1. Chicco รุ่น Nextfit Zip Baby Car Seat

คาร์ซีทแบรนด์คุณภาพจากอิตาลีที่สามารถปรับให้นั่งได้ 2 รูปแบบ จึงเหมาะกับเด็กทารกและเมื่อเด็กโตขึ้น ทั้งแบบนั่งแบบหันหน้าเข้าเบาะได้สูงสุด 18 กิโลกรัม และแบบหันหน้าออกได้สูงสุดถึง 29.5 กิโลกรัม เบาะนั่งปรับได้ถึง 9 ระดับง่ายๆ ด้วยมือเดียว มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอย่าง DuoGuard® Side-impact Protection ช่วยปกป้องแรงกระแทกจากด้านข้าง ทั้งศีรษะและลำตัว

โครงสร้างเสริมเหล็ก มีความแข็งแรง ทนทาน สายล็อกแน่นหนาและแข็งแรง ปรับความกระชับได้ ทั้งสายรัดตรงอกและตรงเป้าเด็กสามารถปรับให้เข็มขัดนิรภัยสำหรับรัดตัวเด็กกว้าง-ยาวขึ้นได้ แถมมีที่วางแก้วน้ำ หรือขวดนมสามารถถอดเข้าออกได้ เก็บอุณหภูมิได้ด้วย

คาร์ซีท

ข้อมูลเพิ่มเติม https://chicco.co.th/product/chicco-nextfit-zip-baby-car-seat-carbon/

 

  1. Combi รุ่น Joytrip EG

ออกแบบมาเพื่อรับกับสรีระของเด็กตั้งแต่ 1-11 ปี พร้อมการปกป้องด้วยเข็มขัดนิรภัยล็อกถึง 5 จุด โดยมีสัญลักษณ์สีแดง-เขียวเพื่อเตือนการล็อกเข็มขัด การันตีด้วยมาตรฐานด้านความปลอดภัยของสหภาพของยุโรปพร้อมตรา ECE R44/04 จึงยิ่งมั่นใจได้ในคุณภาพ ว่าสามารถปกป้องร่างกายลูกน้อยจากแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนอกจากจะเป็นเบาะมีพนักพิงแล้ว รุ่นนี้ยังสามารถถอดออกให้เป็นที่นั่งเสริม หรือ Booster เมื่อลูกน้อยโตขึ้นได้อีก ตัวเบาะใช้วัสดุผ้าตาข่ายอย่างดี ช่วยระบายอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนปลอกยังสามารถถอดออกมาซักทำความสะอาดได้ด้วย  

คาร์ซีท

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.combi.co.th/TH/productionContent.php?cate=3&pid=160

 

อ่านต่อ.. วิธีเลือกคาร์ซีท ปกป้องลูกรักด้วยระบบนิรภัย ปลอดภัยทุกเส้นทาง ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่