ไส้ติ่งอักเสบ

ไส้ติ่งอักเสบ ตอนท้อง อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม!

ไส้ติ่งอักเสบ – ไส้ติ่งอักเสบหรือการติดเชื้อของไส้ติ่งในระหว่างตั้งครรภ์เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ต้องทำการผ่าตัดฉุกเฉินระหว่างตั้งครรภ์ หนึ่งในปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของไส้ติ่งอักเสบในระหว่างตั้งครรภ์คือการวินิจฉัยที่ล่าช้า เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพในร่างกายระหว่างตั้งครรภ์ การวินิจฉัยไส้ติ่งอักเสบจึงค่อนข้างลำบาก ซึ่งการตรวจพบและรักษาในไตรมาสที่หนึ่งและสองอาจทำได้ง่ายกว่า เหตุผลสำคัญที่ต้องวินิจฉัยแต่เนิ่นๆ คือ ยิ่งรอช้านานเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์มากขึ้น โดยเฉพาะหากไส้ติ่งแตกอัตราการสูญเสียของทารกในครรภ์อาจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์

ไส้ติ่งอักเสบ ตอนท้อง อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม!

สาเหตุของไส้ติ่งอักเสบ ระหว่างตั้งครรภ์

สาเหตุของการเกิดไส้ติ่งอักเสบในหญิงตั้งครรภ์นั้นไม่ต่างจากคนทั่วไป ซึ่งการอุดตันในไส้ติ่งสามารถนำไปสู่โรคการอักเสบและการติดเชื้อที่ไส้ติ่งได้ การอุดตันอาจเป็นผลมาจากการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย จากเศษอาหารหรือเมล็ดผักผลไม้ที่ไม่ย่อย ปรสิต หรืออุจจาระ เป็นต้น เมื่อเกิดการอุดตัน เชื้อแบคทีเรียจะสามารถเพิ่มจำนวนทวีคูณได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ไส้ติ่งเกิดการระคายเคืองและบวมในที่สุดและนำไปสู่ไส้ติ่งอักเสบ

ไส้ติ่งอักเสบเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยของการผ่าตัดฉุกเฉินที่ไม่ใช้การผ่าตัดทางนรีเวชและไม่ใช่ทางสูติกรรม บางครั้งอาจเป็นเรื่องยากที่จะยืนยันโรคในผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์โดยเฉพาะเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น เนื่องจากลักษณะทางกายภาพของผู้ป่วยที่อาจทำให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้ลำบาก เช่น ยิ่งอายุครรภ์มากไส้ติ่งอาจถูกเบียดจนลอยสูงไปอยู่บริเวณใต้ชายโครงก็เป็นได้ อย่างไรกก็ตามอาการที่สำคัญที่พบได้ในหญิงตั้งครรภ์ที่มีอาการไส้ติ่งอักเสบ ได้แก่ อาเจียน อาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ มีไข้ และปวดที่ด้านขวาล่าง ไส้ติ่งอาจเลื่อนขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์และผู้ป่วยอาจมีอาการปวดในด้านขวาบนหรือด้านขวาของช่องท้อง

อาการปวดท้องเป็นเรื่องปกติในการตั้งครรภ์ มักเกิดจากการขยายของมดลูกและการยืดเส้นเอ็น อย่างไรก็ตาม อาการที่ไม่เฉพาะเจาะจงที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ตามปกติ เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ และอาเจียน ทำให้ไส้ติ่งอักเสบนั้นวินิจฉัยได้ยาก เมื่อมดลูกโตขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ ลำไส้จะเคลื่อนตัวและไส้ติ่งจะเคลื่อนตัว  อาการปวดอาจแผ่ไปที่ด้านขวาบนของช่องท้อง และตำแหน่งของไส้ติ่งอาจเปลี่ยนไป เมื่อเทียบกับผู้ป่วยทั่วไปที่มีอาการปวดบริเวณช่องท้องด้านขวาล่าง การได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบในสตรีมีครรภ์อย่างถูกต้อง จำเป็นต้องมีแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงและเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ นอกจากปวดท้องแล้ว อาการอื่นๆ อาจรวมถึงคลื่นไส้ เบื่ออาหาร ท้องอืด และปวดท้อง ต้องทำการวินิจฉัยแยกโรคเพื่อระบุเงื่อนไขที่เป็นไปได้อื่นๆ หากไส้ติ่งติดเชื้อผู้ป่วยอาจมีไข้และหนาวสั่น หากไม่ได้รับการรักษา ไส้ติ่งอักเสบจะแตกในที่สุดจนเชื้อกระจายในช่องท้องทำให้เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ซึ่งถ้าไม่ผ่าตัดรักษา จนไส้ติ่งแตกก็อาจจะมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เป็นเหตุให้เสียชีวิตทั้งแม่และทารกในครรภ์ได้  ดังนั้นหากสงสัยว่าตัวเองมีอาการของไส้ติ่งอักเสบในระหว่างตั้งครรภ์ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

อาการที่พบได้บ่อยของ ไส้ติ่งอักเสบ ขณะตั้งครรภ์

  • เริ่มจากปวดท้องบริเวณสะดือแล้วย้ายมาปวดท้องน้อยด้านขวา
  • ปวดท้องตื้อๆ เป็นๆหายๆ แต่ปวดตลอดเวลาและปวดมากขึ้นเรื่อยๆ
  • ปวดท้องมากขึ้นเมื่อไอ หรือขยับตัว
  • มีไข้ต่ำๆ
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • เบื่ออาหาร
  • ท้องผูก
  • มวนท้องและถ่ายกะปริดกะปรอย
  • ท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด
ไส้ติ่งอักเสบตอนตั้งครรภ์
ไส้ติ่งอักเสบตอนตั้งครรภ์

การวินิฉัย ไส้ติ่งอักเสบ ขณะตั้งครรภ์

อาการปวดท้องน้อยด้านขวาเป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดของไส้ติ่งอักเสบทั้งสำหรับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์และผู้ที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ หากไส้ติ่งอักเสบ อาจทำให้คนท้องมีอาการปวดรุนแรงขึ้นในช่องท้องหรือบริเวณท้องด้านขวาบน  นอกจากการซักประวัติและตรวจร่างกายแบบละเอียดเพื่อแยกอาการปวดท้องภาวะตั้งครรภ์อื่น ๆ และตรวจปัสสาวะหาเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวเพื่อแยกการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือดูตามอาการและผลการตรวจร่างกาย และคลำดูบริเวณท้องว่ามีการตอบสนองต่อภาวะอักเสบเฉพาะที่หรือไม่แล้ว แพทย์มักแนะนำให้ทำอัลตราซาวนด์ช่องท้องด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound Upper Abdomen) หากสงสัยว่าไส้ติ่งอักเสบคือสาเหตุของอาการปวด

การรักษาด้วยการ ผ่าตัดในไตรมาสที่หนึ่งและสองมักไม่ส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์และได้ผลในการรักษาที่ดีเท่ากับในผู้ที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตามไส้ติ่งอักเสบในหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างทันท่วงที อาจส่งผลให้อาการรุนแรงถึงขั้นไส้ติ่งแตกและอาจทำให้มีโอกาสคลอดก่อนกำหนดหรือแท้งลูกได้

เมื่อผู้ป่วยตั้งครรภ์ถึงมือแพทย์ และมีอาการบ่งชี้ถึงไส้ติ่งอักเสบ แพทย์จะใช้อัลตราซาวนด์เพื่อวินิจฉัย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความยากลำบากในการดูไส้ติ่งในผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์ การอัลตราซาวนด์ด้วยการ MRI จึงเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการวินิจฉัย  ด้วย วิธี MRI ไม่มีความเสี่ยงต่อการแผ่รังสีต่อทารกในครรภ์ เช่นเดียวกับ CT Scan และให้ความแม่นยำในการวินิจฉัยที่เทียบเท่ากัน

สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบการวินิจฉัยที่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการตัดไส้ติ่งที่ล่าช้าอาจนำไปสู่การแตกของไส้ติ่งและอัตราการเสียชีวิตของทารกในครรภ์ที่สูงขึ้น มาตรฐานการดูแลหลังการวินิจฉัยไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลันในผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์ คือ การให้คำปรึกษาการผ่าตัดไส้ติ่งฉุกเฉิน เนื่องจากประสิทธิภาพและความปลอดด้วยการให้ยาปฏิชีวนะควบคู่กับการผ่าตัดในผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์ยังคงต้องมีการศึกษาถึงผลกระทบที่รุนแรงในยิ่งตั้งครรภ์ต่อไป

อ่านต่อ…ไส้ติ่งอักเสบตอนท้อง อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ ป.1

แจกฟรี!! แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ ป.1 พัฒนาด้านภาษา

แบบฝึกหัด แบบฝึกหัด ป.1 ใบงาน แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ ป.1 ใบงานภาษาอังกฤษ ป.1 ทบทวนบทเรียน ฝึกทำแบบฝึกหัดซ้ำๆ ฝึกฝนทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ

แจกฟรี!! แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ ป.1 พัฒนาด้านภาษา

นอกจากภาษาไทยแล้ว ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาที่ 2 ที่มีความจำเป็นในยุคปัจจุบัน การติดต่อค้าขายกับต่างชาติยังคงใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านจึงส่งเสริมการเรียนภาษาอังกฤษของลูก โดยการให้เริ่มเรียนตั้งแต่ยังเล็ก ซึ่งจะทำให้เด็กพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ทีมกองบรรณาธิการ ABK จึงได้นำ แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ ป.1 มาฝากคุณพ่อคุณแม่ในวันนี้ค่ะ

แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ ป.1
                        แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ ป.1

แจกฟรี!! แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ ป.1 พัฒนาด้านภาษา

แบบทดสอบท้ายบทเรียน – วิชาภาษาอังกฤษ ป.1

Lesson 1 Alphabet                        เรื่องพยัญชนะ

Lesson 2 Number                         เรื่องตัวเลข

Lesson 3 Day of the week            เรื่องวัน

Lesson 4 Months of the Year      เรื่องเดือน

Lesson 5 Colors                              เรื่องสี

Lesson 6 Greeting                          เรื่องการทักทาย

Lesson 7 Family                              เรื่องครอบครัว

Lesson 8 Friends                             เรื่องเพื่อน

Lesson 9 Body                                  เรื่องร่างกาย

Lesson 10 animals                           เรื่องสัตว์

Lesson 11 Food and Drink             เรื่องอาหารและเครื่องดื่ม

Lesson 12 School                             เรื่องโรงเรียน

Lesson 13 Classroom                      เรื่องห้องเรียน

Lesson 14 Expression                     เรื่องลักษณะท่าทาง

 

แบบฝึกหัดท้ายบทเรียน – วิชาภาษาอังกฤษ ป.1

Lesson 1 Alphabet                                       เรื่องพยัญชนะ

Lesson 2 a/an                                               เรื่อง a/an

Lesson 3 Singular Noun/Plural noun      เรื่องคำนามเอกพจน์ คำนามพหูพจน์

Lesson 4 This/That                                      เรื่อง นี่ โน่น

Lesson 5 These/Those                                 เรื่อง เหล่านี้ เหล่าโน้น

Lesson 6 Greeting                                         เรื่องการทักทาย

Lesson 7 Number                                          เรื่องตัวเลข

Lesson 8 a e i o u                                           เรื่องสระ

Lesson 9 Pronoun                                         เรื่องคำสรรพนาม

Lesson 10 Food and Drink                          เรื่องอาหารและเครื่องดื่ม

Lesson 11 in/on/under                                 เรื่อง ใน บน ใต้

Lesson 12 Careers                                          เรื่องอาชีพ

Lesson 13 Place                                               เรื่องสถานที่

 

อ่านต่อ…แจกฟรี!! แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ ป.1 พัฒนาด้านภาษา คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

รีวิวกางเกงคนท้อง

รีวิวกางเกงคนท้อง สวยเก๋ เดินสะดวก สวมสบาย

สำหรับคนท้องการเลือกเสื้อผ้าให้เข้ากับสรีระที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาสำคัญมาก ทุกครั้งต้องใส่แล้วสบาย เคลื่อนไหวสะดวก และยังเสริมความมั่นใจให้คุณแม่ได้ด้วย นอกจากชุดคลุมท้องที่คุ้นเคยแล้ว กางเกงคนท้องที่ออกแบบมาเพื่อสรีระคุณแม่ตั้งครรภ์โดยเฉพาะ จึงใส่แล้วเคลื่อนไหวสะดวก กระฉับกระเฉงกว่า โดยเฉพาะคุณแม่ที่ยังต้องออกไปทำงานหรือทำกิจกรรมประจำวันต่าง ๆ ทีมแม่จึงขอพาไป รีวิวกางเกงคนท้อง 7 แบรนด์ ที่คัดเลือกมาแล้วว่าใช้ดี แต่ละแบรนด์มีคุณสมบัติอะไรที่น่าสนใจบ้าง เลือกอ่านเพื่อเก็บไว้ตัดสินใจกันนะคะ  

รีวิวกางเกงคนท้อง สวยเก๋ เดินสะดวก สวมสบาย

รีวิวกางเกงคนท้อง

กางเกงคนท้อง คือกางเกงที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อรองรับสรีระคุณแม่ตั้งครรภ์ ดังนั้นเส้นใยหรือเนื้อผ้าที่ใช้จึง้ป็นชนิดที่มีความยืดหยุ่นสูงทำให้สวมใส่ได้อย่างสบาย และบางแบรนด์ยังออกแบบกางเกงให้สามารถช่วยพยุงครรภ์ จึงช่วยลดปัญหาการปวดหลังได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยให้การเคลื่อนไหวสะดวกและมั่นใจกว่าใส่ชุดคลุมแบบเดเรส

 

เลือกกางเกงคนท้องแบบไหนดี 

  • ควรเลือกกางเกงที่ออกแบบมาเพื่อคนท้องโดยเฉพาะ เพื่อการขยายตัวตามสรีระเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น
  • เมื่อหน้าท้องเริ่มขยายใหญ่ ควรเลือกแบบที่ช่วยพยุงครรภ์ได้ด้วย เพราะจะช่วยลดอาการปวดหลัง
  • ควรเลือกเนื้อผ้ายืดหยุ่น ไม่รัดแน่นจนเกินไป ใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี ไม่ระคายผิว อย่างเช่น ผ้าฝ้าย และผ้าป่าน
  • เลือกแบบที่เหมาะกับกิจกรรม ใส่แล้วคล่องตัว ซึ่งกางเกงคนท้องมีให้เลือกทั้งแบบกางเกงคนท้องขาสั้น กางเกงคนท้องขายาว และกางเกงคนท้องแบบเลกกิ้ง 

 

  1. Uniqlo ยีนส์ Ultra Stretch

ถึงจะท้องก็เท่ได้นะ อย่างแบรนด์นี้ก็ขึ้นชื่อในเรื่องสไตล์ที่ดูดี ใช้เนื้อผ้าคุณภาพเยี่ยมอยู่แล้ว รุ่นนี้ตัวกางเกงเป็นผ้ายีนส์ยืดหยุ่นได้ดี ขอบกางเกงเป็นผ้าเจอร์ซีย์ ยืดหยุ่นรับขนาดครรภ์ได้พอดี และนุ่มนวล เนื้อผ้าดีไม่ระคายผิว และยังช่วยซัพพอร์ตครรภ์ ลดแรงกระแทกด้วย ใส่แล้วดูดี มั่นใจ เหมาะกับคุณแม่ที่ต้องออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ใส่ไปเที่ยว หรือทำงานในวันสบายๆ

รีวิวกางเกงคนท้อง

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.uniqlo.com/

 

  1. Mother Care รุ่น Black Over-the-bump Maternity Leggings

หนึ่งในกางเกงที่คุณแม่นิยมสวมช่วงตั้งครรภ์ก็คือเลกกิ้ง เพราะใส่สบาย ยืดหยุ่นรับสรีระดี โดยเฉพาะรุ่นนี้เป็นเลกกิ้งแบบเต็มตัว ทำจากผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มผสม Elastane จึงยืดหยุ่นดี มีขอบเอวยางยืดที่สามารถสวมใส่ได้พอดีกับทุกรูปร่าง จะใส่กับเดรส หรือกับเสื้อก็เข้ากัน ใส่สบายได้ทุกโอกาส มีสีโทนเข้มให้เลือกหลายสี ซักเครื่องก็ได้ แถมใน 1 แพ็คมีให้ถึง 2 ตัว

รีวิวกางเกงคนท้อง

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.mothercarethailand.com/

 

  1. H&M รุ่น MAMA กางเกงยีนส์ขาสั้น

แบรนด์ที่คุณแม่หลายคนคงมีประดับตู้กัน ถึงจะกำลังท้องแฟชั่นก็ยังต้องมา H&M เขามีไลน์เสื้อผ้าคุณแม่โดยเฉพาะ อย่างรุ่นนี้เป็นกางเกงคนท้องแบบขาสั้น เอาไว้ใส่ในวันสบายๆ ตัดเย็บด้วยผ้ายีนส์คอตตอนฟอกยืดได้ คอตตอน 99%, อีลาสเทน 1% เย็บแบบพับขึ้นที่ขากางเกง มีกระเป๋าาด้านหลัง ส่วนช่วงท้องเป็นผ้าร่องเจอร์ซีย์แบบกว้าง เพื่อให้พอดีกับหน้าท้องมากที่สุด รับรองคุณแม่ใส่สบายแน่นอน  

กางเกงคนท้อง กางเกงคนท้อง

ข้อมูลเพิ่มเติม https://th.hm.com/th_th/mama-denim-shorts-0810744003009.html

 

  1. Nitan รุ่น กางเกงพยุงครรภ์ BONNIE

สำหรับคุณแม่ที่กำลังหากางเกงเท่ๆทรงสวยๆใส่ รุ่นนี้เป็นกางเกงพยุงครรภ์ขายาวพริ้ว ออกแบบมาอย่างดีเพื่อโค้งรับช่วงท้องของคุณแม่ ให้คุณแม่สวมใส่ได้สบายตลอดทั้งวัน บริเวณช่วงเอวสามารถยืดได้ตามสัดส่วนของหน้าท้องที่ขยายใหญ่ขึ้น จึงใส่ได้นานตามสรีระ และไม่ระคายเคืองผิว ดีไซน์ขาบานสวยเก๋ สาวออฟฟิศจะใส่ไปทำงาน หรือออกงานก็ดูดี  

กางเกงคนท้อง

ข้อมูลเพิ่มเติม Nitan รุ่น กางเกงพยุงครรภ์ BONNIE

 

อ่านต่อ.. รีวิวกางเกงคนท้อง สวยเก๋ เดินสะดวก สวมสบาย ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

นิทานเด็ก

นิทานเด็ก นิทานก่อนนอน เสริมสร้างพัฒนาการด้านสมอง

นิทานเด็ก นิทานอีสป นิทานสอนใจ นิทานก่อนนอน ลูกน้อยฟังสนุก มีความสุข ได้รับความอบอุ่นจากคุณพ่อคุณแม่ พร้อมช่วยพัฒนาทางด้านสมอง และอารมณ์

นิทานเด็ก นิทานก่อนนอน เสริมสร้างพัฒนาการด้านสมอง

การอ่าน นิทานก่อนนอน ให้ลูกฟังของคุณพ่อคุณแม่ มีประโยชน์กับลูกในหลาย ๆ ด้าน นิทานจะช่วยเสริมพัฒนาการด้านสมอง เสริมสร้างจินตนาการ การสร้างบุคลิกภาพของเด็ก และยังสอนเด็กผ่านนิทานในด้านต่างๆ เช่น เรียนรู้ในการแบ่งปัน การประนีประนอม ความอยากรู้ ความใฝ่รู้ ดังนั้นทีมกองบรรณาธิการ ABK จึงได้นำ นิทานอีสป ซึ่งมีคติสอนใจ มาฝากคุณพ่อคุณแม่ในวันนี้ค่ะ

นิทานเรื่องผูกกระดิ่งแมว

นิทานเรื่องผูกกระดิ่งแมว

นิทานเด็ก นิทานก่อนนอน เสริมสร้างพัฒนาการด้านสมอง

นิทานอีสป เรื่องผูกกระดิ่งแมว

ณ บ้านหลังหนึ่งที่ดูเหมือนจะสงบสุข หัวหน้าของพวกหนูได้ลั่นระฆังเรียกพวกพ้องมาประชุมหารือ เกี่ยวกับการป้องกันตัวจากเจ้าแมวตัวแสบที่เจ้าของบ้านเลี้ยงไว้ ซึ่งถือเป็นศัตรูตัวร้ายที่ชอบระราน ไม่มีทีท่าว่าจะเลิกลา

วันนี้เราจะมาหารือกันเรื่องวิธีรับมือกับเจ้าแมวตัวแสบ ที่คอยกลั่นแกล้งพวกเรากัน หัวหน้าของพวกหนูกล่าว

ข้าว่าเราจะต้องมีมาตรการป้องกันที่เด็ดขาดกันแล้วล่ะท่าน ไม่อย่างนั้นพวกลูก ๆ ของข้าจะต้องอยู่อย่างหวาดกลัวแบบนี้ไปตลอดแน่ ๆพ่อหนูตัวหนึ่งกล่าว

หลังจากนั้นเหล่าผู้นำของพวกหนูก็ประชุมหารือกันอย่างจริงจัง พร้อมช่วยกันเสนอวิธีจัดการกับเจ้าแมว จนเวลาผ่านไปเกือบครึ่งวันก็ยังไม่ได้ข้อสรุป ทำให้หัวหน้าของพวกหนูต้องขอความคิดเห็นจากบรรดาสมาชิกหนูตัวอื่น ๆ

พวกเราประชุมกันมาครึ่งวันแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ข้าจึงอยากถามความคิดเห็นของสมาชิกคนอื่น ๆ ว่าพวกเราควรจะจัดการกับเจ้าแมวตัวนี้อย่างไรดี หากใครมีความคิดดี ๆ ก็สามารถเสนอมาได้เลย หัวหน้าของพวกหนูกล่าว

เมื่อได้ยินดังนั้น บรรดาสมาชิกหนูทุกตัวก็ช่วยกันออกความคิดเห็นอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปเสียที ทันใดนั้นเองก็มีเจ้าหนูตัวหนึ่งลุกขึ้นและพูดว่า

ข้าคิดว่าที่พวกเราโดนกลั่นแกล้งแบบนี้เป็นเพราะว่าเราเป็นแค่หนูตัวเล็ก ๆ ส่วนเจ้าแมวตัวใหญ่ก็ชอบหลบอยู่ตามมุมต่าง ๆ เพื่อเฝ้ารอพวกเราเดินออกมาหาอาหาร แล้วจากนั้นก็วิ่งไล่เหมือนพวกเราเป็นของเล่น โดยไม่มีสัญญาณเตือน เจ้าหนูตัวนั้นกล่าว

ก็จริงอย่างที่เจ้าพูด แล้วแบบนี้เราควรจะมีวิธีป้องกันเจ้าแมวตัวนี้อย่างไรล่ะ ? หัวหน้าของพวกหนูกล่าวถาม

ข้ามีความคิดว่าเราต้องมีเครื่องส่งสัญญาณ เพื่อที่จะได้รู้ว่าเจ้าแมวตัวนั้นอยู่ตรงบริเวณไหนของบ้าน โดยนำริบบิ้นคล้องกระดิ่งไปผูกไว้ที่คอของเจ้าแมวตัวแสบ เจ้าหนูกล่าว

เหล่าสมาชิกหนูทุกตัวที่อยู่ในที่ประชุมต่างลุกขึ้นปรบมือ และเห็นต้วยกับความคิดของเจ้าหนูตัวนั้น แต่ทุกอย่างกลับเงียบลงอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงของหนูชราตัวหนึ่ง

ความคิดของเจ้านั้นเฉียบแหลม แต่ทว่าใครจะเป็นคนเอากระดิ่งไปผูกคอเจ้าแมวตัวนั้นกันล่ะ ? หนูชรากล่าวถาม

เมื่อหนูชราพูดจบ บรรดาหนูทุกตัวต่างเงียบและมองหน้ากัน เนื่องจาก ไม่มีใครกล้าที่จะเอากระดิ่งไปผูกคอแมวตัวนั้น รวมถึงเจ้าหนูที่ออกความคิดเห็นด้วย การประชุมจึงจบลงโดยไม่ได้ข้อสรุป และไม่ได้วิธีรับมือกับเจ้าแมวตัวแสบ พวกหนูจึงต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงเหมือนเช่นเคยต่อไป

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :

การที่เจ้าหนูตัวหนึ่งออกความคิดให้นำกระดิ่งไปผูกไว้ที่คอของแมว แต่กลับไม่มีใครกล้าที่จะนำกระดิ่งไปผูก รวมถึงเจ้าหนูที่ออกความคิดเห็นนั้นด้วย เรียกว่า ดีแต่พูด แต่ทำไม่ได้ ซึ่งตรงกับสุภาษิตที่ว่า “ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก” หมายถึง คนที่มักพูดจาเหมือนกับว่าอะไรต่าง ๆ สามารถทำได้ง่าย หรือดูง่ายไปเสียหมด แต่ในความจริงแล้วเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก แถมตัวเองก็ทำไม่ได้อีกด้วย ดังนั้นเรื่องใด ๆ ก็ตาม หากคิดว่าตัวเองก็ยังทำไม่ได้ ไม่ควรพูดจะดีกว่า เพราะผู้อื่นจะมองว่าเราเป็นคนชอบโอ้อวดนั่นเอง

 

นิทานอีสป เรื่องลมกับพระอาทิตย์

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว วันที่อากาศแจ่มใสท้องฟ้าปลอดโปร่ง พระอาทิตย์ออกมาส่องแสงเจิดจ้าอย่างที่เคยเป็น เจ้าลมเพื่อนเก่าได้ผ่านมาเห็นเลยหยุดแวะทักทาย เป็นอย่างไรบ้างพระอาทิตย์มิตรแห่งเรา ไม่เจอกันเสียนานสบายดีหรือไม่ เจ้าลมตะโกนทักทายสหายเก่าสุดเสียง พระอาทิตย์ก็ตอบรับอย่างดีใจด้วยไม่เจอลมตนนี้มาเนิ่นนานเหลือเกิน

ขณะนั้นเองก็มีชายหนุ่มนักเดินทางสวมเสื้อคลุมกำลังเดินเล่นเตร็ดเตร่อยู่ เจ้าลมเห็นอย่างนั้นก็นึกสนุก พูดท้าทายบางสิ่งออกมา พระอาทิตย์สหายรัก เรามาแข่งขันวัดความแข็งแกร่งกันสักหน่อยไหม ลมกล่าวชักชวน ได้สิ ๆ แข่งอะไรดีเล่า พระอาทิตย์ตอบกลับแบบไม่คิดอะไร ด้านเจ้าลมก็ชี้ลงไปยังหนุ่มนักเดินทางคนนั้นพร้อมกล่าว ง่ายมากเลย ทำยังไงก็ได้ให้เสื้อคลุมของพ่อหนุ่มคนนั้นหลุดออกมาจากตัว ใครทำสำเร็จถือเป็นผู้ชนะและแข็งแกร่งที่สุดพระอาทิตย์พยักหน้าตอบรับ ลมเห็นว่าสหายรักรับคำท้าจึงโผไปหาหนุ่มนักเดินทาง พลางตะโกนไล่หลัง ฉันขอเริ่มก่อนเลยนะ

เจ้าลมใช้กำลังทั้งหมดรวบรวมมาเป็นพายุขนาดย่อม หวังทำให้เสื้อคลุมตัวนั้นปลิดปลิว แต่หนุ่มนักเดินทางก็ไม่หวั่นไหวแถมยังจับเสื้อเอามาคลุมไว้แน่น ลมเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งใช้แรงบีบบังคับมากขึ้นไปอีก จนหนุ่มคนนั้นแทบไม่มีแรงก้าวเดิน ทำไมลมในวันนี้ถึงได้มีความโหดร้ายกับฉันนักนะ หนุ่มนักเดินทางบ่นอย่างท้อใจแล้วดึงเสื้อคลุมตัวแน่นกว่าเดิม เจ้าลมจึงรวบรวมพลังอีกครั้งพร้อมกับเป่าไปยังหนุ่มคนนั้น ถึงขั้นเดินเซเกือบล้ม

พอเถิดหนาลมเอ๋ย เราขอลองแข่งบ้างเถิด พระอาทิตย์กล่าวกับลม ด้วยแรงที่ใกล้จะหมดไป ลมจึงยอมให้พระอาทิตย์มาแข่งต่อ คราวนี้อากาศแจ่มใสไร้พายุใด ๆ มาก่อกวน หนุ่มนักเดินทางเลยเดินต่อจนใกล้ถึงแนวป่า ด้านพระอาทิตย์เองก็เริ่มแผนการอย่างแยบยล เขาค่อย ๆ เปล่งแสงให้ร้อนทีละนิด ทีละนิด จนหนุ่มคนนั้นเริ่มรู้สึกอุ่นขึ้น อุ่นขึ้น จากความอบอุ่นกลายเป็นความร้อน พอเจอแนวต้นไม้เงียบสงบ หนุ่มนักเดินทางเลยเลือกที่จะเข้าไปนั่งพัก พร้อมถอดเสื้อคลุมตัวที่ลมท้าพระอาทิตย์วางไว้ข้างกายอย่างสบายใจ

ความอ่อนโยนของเธอเหนือกว่าพละกำลังที่ฉันมีจริง ๆ ลมชื่นชมในสิ่งที่พระอาทิตย์ทำลงไป ไว้มีโอกาสคราใด เราจะแวะมาหาใหม่นะพระอาทิตย์เพื่อนรัก ทั้งคู่จึงยิ้มร่ำลากันอย่างมีความสุข

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :

การใช้กำลังและความรุนแรงแข่งขันกันไม่ทำให้เราได้ในสิ่งที่ต้องการเสมอไป บางครั้งอาจจะต้องสูญเสียสิ่งเหล่านั้นเพราะการกระทำอันก้าวร้าวของเราก็เป็นได้ แต่ถ้าเปลี่ยนความรุนแรงมาเป็นความอ่อนโยนและมีเมตตา ไม่ว่าจะทำอะไรย่อมได้ผลสำเร็จตอบแทนอย่างที่หวังแน่นอน

 

อ่านต่อ…นิทานเด็ก นิทานก่อนนอน เสริมสร้างพัฒนาการด้านสมอง คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

รีวิวชุดคลุมท้อง

รีวิวชุดคลุมท้อง ดีไซน์สวย นุ่มสบาย ใส่ได้ทุกวัน

สำหรับคุณแม่เวลาปกติเรื่องแต่งตัวนี่จัดว่าไม่ยอมออกจากบ้านถ้าไม่เป๊ะ อย่างนี้ช่วงตั้งครรภ์ ก็คงต้องยิ่งใส่ใจเป็นพิเศษใช่มั้ยล่ะคะ พอสรีระเริ่มเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะหน้าอกที่ขยาย ขนาดท้องที่โตขึ้น ก็ต้องถึงเวลาเปลี่ยนคอลเล็คชั่นในตู้เสื้อผ้า ให้เหมาะกับช่วงเวลาพิเศษนี้ ทีมแม่เลยยก รีวิวชุดคลุมท้อง มา 10 แบรนด์ ให้ว่าที่คุณแม่ได้ลองเลือกสไตล์ที่เหมาะกับตัวเอง และการต้อนรับสมาชิกใหม่ในครอบครัว กับชุดคลุมท้องที่ใส่สบาย คล่องตัว และยังได้สวยฉ่ำ คุณแม่จะได้แฮปปี้ ลูกน้อยก็จะได้มีความสุขไปด้วยค่ะ 

รีวิวชุดคลุมท้อง ดีไซน์สวย นุ่มสบาย ใส่ได้ทุกวัน

รีวิวชุดคลุมท้อง

ชุดคลุมท้อง คือชุดสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ออกแบบมาเพื่อให้รับกับสรีระที่เปลี่ยนแปลงของคุณแม่ และเพื่อให้คุณแม่สบายตัว ไม่อึดอัด เวลาทำกิจกรรมประจำวันต่างๆ รวมทั้งช่วยหลีกเลี่ยงการใส่ชุดที่บีบรัดหน้าท้องเกิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับลูกน้อยในครรภ์ได้

 

ควรเลือกชุดคลุมท้องแบบไหน

  • เลือกแบบชุดคลุมท้องที่เหมาะกับช่วงอายุครรภ์ โดยช่วง 1-3 เดือนแรกอาจจะยังแต่งตัวปกติได้ เพียงแค่เน้นความสบาย เดือนที่ 4-6 รูปร่างเริ่มขยาย ควรเลือกกางเกงเลกกิ้งหรือแบบมียางยืด เดือนที่ 7-9 ท้องจะขยายอย่างชัดเจน ควรเลือกใส่เป็นเดรสแบบปล่อย ไม่รัดช่วงตัว 
  • เลือกชุดที่ปรับขนาดได้ตามอายุครรภ์ และยังใส่ได้ไปจนถึงหลังคลอด เพราะสัดส่วนคุณแม่ยังไม่เข้าที่ดี รวมทั้งปรับใช้งานได้ เช่น ชุดที่สามารถเปิดให้นมลูกได้สะดวก 
  • เนื้อผ้าควรเบาสบาย ใส่แล้วไม่รัดช่วงตัวมาก ระบายอากาศดี หรือเข้ากับสภาพอากาศ รวมทั้งไม่ระคายเคืองผิวคุณแม่ 
  • เลือกชุดที่ใส่แล้วรู้สึกดี รู้สึกสวย ใส่สบาย เข้ากับสไตล์ตัวเอง จะได้เก็บไว้ใส่ต่อได้แม้จะผ่านช่วงตั้งครรภ์ไปแล้ว

 

  1. H&M

แบรนด์แฟชั่นชั้นนำที่มีคอลเล็คชั่น MAMA หรือชุดคุณแม่ให้เลือกหลากหลายแบบ อย่างเดรสที่มีสายผูกตัวนี้ ออกแบบมาให้ใส่ได้สบายในทุกช่วงอายุครรภ์ สามารถปรับโบว์ใต้อกได้ตามขนาดร่างกาย ตัดเย็บด้วยผ้าไลโอเซลล์ สีเดนิมฟ้าอ่อน ดูนุ่มนวล สวยหวาน ดีไซน์เป็นคอวี เอวยางยืด แขนสั้นมีดีเทลน่ารักๆ เหมาะใส่ไปเที่ยว หรือใส่ออกงานสบาย ๆ     

รีวิวชุดคลุมท้อง

ข้อมูลเพิ่มเติม https://th.hm.com/th_th/mama-tie-belt-dress-1084143001009.html

 

  1. Muko 

แบรนด์ชุดคลุมท้องคุณแม่โดยเฉพาะ มีให้เลือกหลากหลายดีไซน์ให้เข้ากับความชอบและสถานการณ์ คุณแม่นอกจากจะได้ลุคสวยหวานแล้ว ชุดยังมีฟังก์ชั่นเสริมที่มากกว่าชุดคลุมท้องด้วย อย่างตัวนี้เป็นรุ่น MACY หรือเดรส 2 in 1 ที่ใส่คลุมท้องก็ได้ เมื่อถึงช่วงให้นมลูกน้อยก็ยังสามารถเปิดให้นมหรือปั๊มนมได้สบายๆด้วย ดีไซน์เป็นชุดป้าย มีระบายน่ารัก สีกรมท่า มาพร้อมเชือกไว้ปรับความกระชับตามรูปร่าง ตัดเย็บด้วยผ้าไหมอิตาลีพรีเมี่ยม เนื้อนุ่ม ใส่สบาย   

รีวิวชุดคลุมท้อง

ข้อมูลเพิ่มเติม Muko MACY เดรส 2 in 1 

 

  1. Minirin

ตัวเลือกชุดคลุมท้องแสนเก๋ที่คุณแม่ติดใจเพราะไม่ต้องรีดค่ะ แบรนด์นี้เค้าเคลมว่ายืนหนึ่งเรื่องผ้าพลีท ซึ่งผ้าชนิดนี้คุณแม่คงรู้ว่ามีความนิ่ม ลื่น เบา สบาย ทิ้งตัวตามสรีระ โดยเฉพาะ M10 Pleat dress รุ่นนี้เป็นพลีทเดรส ตัดเย็บจากผ้านิ่มอัดพลีทอย่างดี ใส่ซับในทั้งชุด ช่วงอกที่ป้ายกันสามารถแหวกให้นมหรือปั๊มนมได้อย่างง่ายดาย สไตล์ชุดก็ดูเรียบหรู จะใส่ชิวๆไปเที่ยวหรือออกงานก็ได้หมด 

ชุดคลุมท้อง

ข้อมูลเพิ่มเติม https://minirinbrand.com/product/m10-pleat-dress/

 

  1. Cara

รุ่นนี้มาจากเซ็ท Radiant เป็นชุดคลุมที่ดีไซน์ได้น่ารักมาก เป็นเดรสคอกลมแขนบอลลูนถึงศอก ลายผ้าเป็นดอกไม้เล็กๆ มีให้เลือกทั้งสีขาวและสีชมพูอ่อน ตัดเย็บด้วยผ้า 100% Cotton เนื้อบางและเย็นสบาย ไม่ระคายผิวเมื่อสวมใส่ พิเศษคือสามารถเปิดให้นมลูกหรือปั๊มนมได้สะดวก คุณแม่จะใส่ลำลองออกไปเดินเล่นนอกบ้าน หรือใส่เป็นชุดนอนก็ได้หมด  

ชุดคลุมท้อง

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.cherilondansmate.com/th/product/802929/product-802929?category_id=124909

 

อ่านต่อ.. รีวิวชุดคลุมท้อง ดีไซน์สวย นุ่มสบาย ใส่ได้ทุกวัน ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

รีวิวรองเท้าคนท้อง

รีวิวรองเท้าคนท้อง ยึดเกาะพื้นดี เดินสบายหายห่วง

สำหรับผู้หญิงเรา รองเท้าก็เป็นอีกไอเทมที่ชอบซื้อชอบสะสมกันอยู่แล้วใช่ไหมคะ แต่พอเริ่มเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์รองเท้าแฟชั่นอาจไม่เหมาะกับสรีระที่เปลี่ยนไปของคุณแม่ การเลือกรองเท้าที่เหมาะและช่วยซับพอร์ตการเดินจะช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์สบายตัวสบายเท้าขึ้นเยอะมาก เพราะสรีระตอนนี้ต้องรองรับน้ำหนักลูกในท้อง การเดินเหินจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ รวมทั้งรองเท้าที่ดีจะช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้ดีด้วย มาค่ะ ทีมแม่จะพาไปดู รีวิวรองเท้าคนท้อง เพื่อสุขภาพกัน ใส่แล้วนุ่มสบาย แถมบางรุ่นใส่แล้วยังดูดีมีสไตล์ด้วย  

รีวิวรองเท้าคนท้อง ยึดเกาะพื้นดี เดินสบายหายห่วง

รีวิวรองเท้าคนท้อง

รองเท้าสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ คือรองเท้าที่เหมาะสำหรับสรีระของคนที่กำลังตั้งครรภ์ ช่วยให้รู้สึกสบายเท้าเวลาเดิน และกระจายแรงให้การลงน้ำหนักแต่ละก้าวไม่ก่อให้เกิดความปวดเมื่อยหรือการบาดเจ็บของร่างกาย รวมทั้งโอบอุ้มสรีระเท้าได้ดี เพื่อการเดินที่สะดวก ไม่เกิดการสะดุด หรือข้อเท้าพลิก ซึ่งอาจเป็นนอันตรายต่อคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ได้   

 

ควรเลือกรองเท้าสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์แบบไหน

  • พื้นรองเท้าไม่ควรหนาเกิน 1 นิ้ว เพราะพื้นรองเท้าที่หนาเกินไปจะรองรับสรีระเท้าได้ไม่ดี และอาจมีโอกาสให้ข้อเท้าพลิกได้ง่าย
  • ส้นรองเท้าควรมีความยืดหยุ่นและสามารถกระจายแรงกดได้ดี ซึ่งจะช่วยลดปัญหาอาการปวดขา ปวดหลัง และปวดเข่าได้
  • ควรสวมใส่และถอดง่าย แต่ไม่หลุดง่าย มีสายคล้องส้นจะยิ่งดี เพราะเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น การใส่และถอดรองเท้าจะเป็นเรื่องที่ยากขึ้น
  • ระบายอากาศได้ดี ยืดหยุ่นรับการขยายตัวของเท้าได้ ช่วยให้ใส่สบาย ไม่อับชื้น
  • หากเป็นแบบหุ้มปลายเท้า ควรมีหัวรองเท้าใหญ่ ไม่บีบรัด เพื่อรองรับการขยายหรืออาการบวมของเท้า ซึ่งเกิดกับผู้หญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่

 

  1. CROCS รุ่น LiteRide Stretch 

จากแบรนด์ยอดนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องสวมใส่สบาย รุ่นนี้ดีไซน์ดูดีน่าใช้มาก เรียบง่ายสไตล์มินิมอล มีสีสันพาสเทลให้เลือก สายคาดหรืออัปเปอร์มีความยืดหยุ่น ขยายตามเท้า ไม่ต้องปรับสายให้วุ่นวาย ผลิตจากวัสดุที่เน้นน้ำหนักเบาและนุ่ม ผลิตด้วยวัสดุโฟม LiteRide ที่พื้นรองเท้าส่วนบน ทำให้มีน้ำหนักเบาและนุ่มเป็นพิเศษ ส่วนที่พื้นรองเท้าเป็นโฟม Croslite ด้านนอกซัพพอร์ตความสบายเท้า นอกจากนี้พื้นรองเท้ายังมีปุ่มนวดเล็กๆ และยังออกแบบให้โค้งโอบอุ้มเท้า จึงรองรับทุกก้าวอย่างเต็มประสิทธิภาพ เหมาะกับ Everyday Look ใส่ไปทำงานก็ได้ ใส่ลำลองก็สบาย

รีวิวรองเท้าคนท้อง

ข้อมูลเพิ่มเติม CROCS LiteRide Stretch 

 

  1. Dortmüend รุ่น JF120 

แบรนด์คุณภาพจากเยอรมนี ตัวนี้เป็นโมเดลหนึ่งในซีรี่ส์ Smart Mom Series รองเท้าสำหรับคุณแม่ที่ทางแบรนด์ผลิตขึ้นโดยเฉพาะ โดดเด่นด้วยดีไซน์เก๋ เป็นรองเท้ารัดส้นที่ใส่ได้ทุกวัน แต่สำคัญกว่านั้นคือวัสดุที่ใช้เป็นวัสดุพรีเมี่ยม ไม่ว่าสายรัดทำจากหนัง พื้นรองเท้าเป็นไมโครไฟเบอร์ รองรับสรีระคนท้องได้ดี ช่วยไม่ให้เกิดอาการปวดเมื่อยล้า ส่วนพื้นรองเท้าก็ไม่หนาเกินไป ด้านนอกหุ้มด้วยยางอย่างดี มีน้ำหนักเบาและยังเกาะพื้นผิวได้ดี เหมาะมากสำหรับคุณแม่ที่อยากได้รองเท้าเพื่อสุขภาพที่ใช้ได้นานๆซักคู่ 

รีวิวรองเท้าคนท้อง

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.dortmuend.com/p/6171/JF120-haze.html

 

  1. Scholl รุ่น Mela

ได้ยินชื่อก็รู้เลยว่าเป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพ ซึ่งรุ่นนี้จะออกแบบให้มีความเรียบเก๋แบบใส่ได้ทุกสถานการณ์ มาพร้อมเทคโนโลยีไบโอปรินท์ (Bioprint) ซึ่งนวัตกรรมที่ออกแบบให้รองรับรูปเท้าได้ทุกส่วน ทั้งนิ้วเท้า อุ้งเท้า และส้นเท้า จึงให้ความรู้สึกกระชับ นุ่ม ใส่สบาย สายคาดและรัดส้นทำจากหนังสังเคราะห์คุณภาพดี ปรับความกระชับได้ง่าย ส่วนพื้นรองเท้าด้านบนทำจากไฟลอน (Phylon) ขึ้นรูป ให้ความนุ่มและแน่น กระจายแรงกด น้ำหนักเบา ส่วนพื้นล่างเป็นพื้นยางชนิดพิเศษ มีความทนทานสูง และทำความสะอาดง่าย 

รีวิวรองเท้าคนท้อง

ข้อมูลเพิ่มเติม https://schollshoesthailand.com/products/mela-ivory?variant=42523128103065

 

  1. Skechers รุ่น Breathe-Easy Active Shoes

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ชอบใส่สไคล์คัตชูส์ แนะนำรุ่นนี้ของ Skechers จัดเป็นอีกรุ่นที่ใส่สบายด้วยดีไซน์ Stretch Fit วัสดุหุ้มเท้าเป็นเส้นใยยืดหยุ่นสานต่อกันให้ความรู้สึกนุ่มสบาย เข้ารูปเท้า เบาเหมือนใส่ถุงเท้า และยังช่วยระบายอากาศได้ดี พื้นรองเท้าเป็นคูชั่นผลิตจาก Air-Cooled Memory Foam จึงรองรับและกระจายแรงกดของเท้าได้ดี หัวรองเท้ามีพื้นที่ให้นิ้วเท้าวางสบาย ไม่บีบรัด ส่วนพื้นรองเท้าด้านนอกก็ทำจากวัสดุยืดหยุ่นดี โอบอุ้มเท้าได้มั่นคง จะสวมใส่ไปไหนก็ดูดี เข้ากับทุกลุค

 

ข้อมูลเพิ่มเติม Skechers Breathe-Easy Active Shoes

 

อ่านต่อ.. รีวิวรองเท้าคนท้อง ยึดเกาะพื้นดี เดินสบายหายห่วง ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

Tags

ที่ตรวจครรภ์ ยี่ห้อไหนดี

ที่ตรวจครรภ์ ยี่ห้อไหนดี? ตรวจแม่นยำ เชื่อถือได้ ไม่ต้องลุ้น

สำหรับคนที่กำลังวางแผนจะมีลูก หรืออยากตรวจเช็คเบื้องต้นเพื่อความมั่นใจก่อนไปพบแพทย์ อุปกรณ์ตรวจการตั้งครรภ์จึงเป็นไอเทมที่ต้องซื้อไว้เลยนะคะ เพราะเมื่อถึงเวลาที่ต้องการทราบผลก็จะได้มีไว้ใช้ได้ทันที ซึ่งลักษณะการใช้งานแต่ละแบรนด์ก็แตกต่างกันไปให้เลือกได้ตามถนัด ทีมแม่รู้ว่าคนที่อยากมีลูก ลุ้นผลอยู่ทุกเดือนคงอยากได้อุปกรณ์ตรวจตั้งครรภ์ที่มีคุณภาพ ความแม่นยำสูง ใช้งานง่าย ไม่ต้องรอผลนาน เราจึงรวบรวมมาให้ 10 แบรนด์แนะนำ พร้อมข้อมูลผลิตภัณฑ์ไปประกอบการตัดสินใจค่ะ 

ที่ตรวจครรภ์ ยี่ห้อไหนดี? ตรวจแม่นยำ เชื่อถือได้ ไม่ต้องลุ้น

ที่ตรวจครรภ์ ยี่ห้อไหนดี

อุปกรณ์ตรวจการตั้งครรภ์ คืออุปกรณ์ทดสอบภาวะตั้งครรภ์ที่ใช้ตรวจหาผลได้ด้วยตัวเอง หลักการคือการตรวจหาฮอร์โมน hCG (Human Chorionic Gonadotropin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายจะเริ่มสร้างขึ้นจากรกหลังเกิดการปฏิสนธิได้ 6 วัน และจะสูงมากในช่วง 8-12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ โดยลักษณะอุปกรณ์จะมีทั้งแบบหยด แบบจุ่ม และแบบปากกา (ดิจิตัล) และการแสดงผลก็มีทั้งขึ้นขีด และข้อความดิจิตัล 

 

เลือกอุปกรณ์ตรวจการตั้งครรภ์แบบไหนดี

  • ควรเลือกชุดตรวจที่ดูการแสดงผลได้ง่าย อย่างเช่นแบบดิจิตัล เพราะจะขึ้นเครื่องหมายบนหน้าปัดเป็น + หรือ – ไม่ก็ข้อความ ซึ่งชัดเจนกว่าแบบขีด แต่ข้อเสียคือมีราคาสูงกว่าแบบแสดงผลเป็นขีด
  • เลือกใช้ชุดตรวจตั้งครรภ์แบบหยด จุ่ม หรือปากกาตามถนัด ซึ่งแบบจุ่มจะต้องคอยดูระดับปัสสาวะไม่ให้เกินขีดที่กำหนด ขณะที่แบบหยดจะใช้เพียงหลอดดูดหยดปัสสาวะลงในตลับตรวจ ส่วนแบบปากกานั้นเพียงปัสสาวะผ่านแผ่นตรวจก็ใช้ได้เลย จึงสะดวกกว่าแบบอื่น
  • หากต้องตรวจการตั้งครรภ์บ่อยๆ แนะนำให้ซื้อแบบหลายชิ้นในแพ็คเดียวจะคุ้มกว่า
  • ตรวจสอบการเก็บรักษา รอยฉีกขาด หรือวันหมดอายุ ให้ดีก่อนซื้อ และเมื่อแกะจากห่อแล้วควรใช้งานเลย

 

  1. Nano Preg Test 

ชุดตรวจตั้งครรภ์จาก NanoMed คุณสมบัติเด่นคือ มีความไวสูงในการตรวจหาระดับฮอร์โมน hCG แม้ร่างกายจะสร้างเพียง 20 mIU/ml. จึงสามารถใช้ทดสอบการตั้งครรภ์ได้ 3 วันก่อนวันครบรอบประจำเดือนปกติ และยังแสดงผลเร็ว สามารถอ่านผลทดสอบว่ามีการตั้งครรภ์ ได้ในเวลา 40 วินาที หรือเพื่อความแน่ใจ หากครบ 40 วินาทีแล้วแสดงผลว่าไม่ตั้งครรภ์ ควรรออ่านผลในระยะ 5 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าชุดทดสอบแสดงผลว่าไม่ตั้งครรภ์ สามารถเลือกชุดอุปกรณ์แบบที่ถนัดได้ เพราะผลิตมาทั้งแบบจุ่ม หยด และแแบปัสสาวะผ่านให้เลือก  

ที่ตรวจครรภ์ ยี่ห้อไหนดี

ข้อมูลเพิ่มเติม Nano Preg Test 

 

  1. Clearblue Pregnancy Digital Test 

เป็นเครื่องตรวจตั้งครรภ์แบบดิจิตัลที่รู้ผลไวและมีความแม่นยำสูงอีกแบรนด์นึงเลย โดยมีความแม่นยำในการตรวจสอบมากกว่า 99% และที่โดดเด่นคือสามารถบอกอายุครรภ์เบื้องต้นได้ด้วยตั้งแต่ 1 ถึง 3 สัปดาห์ขึ้นไป แถมผลตรวจยังจะคงอยู่บนหน้าจอได้นานถึง 6 เดือนด้วย ทำให้สะดวกในการนำไปอ้างอิงกับแพทย์ ขั้นตอนการใช้ก็ง่าย เพียงปัสสาวะผ่าน 5 วินาที หรือจุ่มในถ้วยรองปัสสาวะ 20 วินาที ภายใน 3 นาที หน้าจอดิจิตอลก็จะแสดงผลออกมา เช่น Not Pregnant : ไม่ตั้งครรภ์, Pregnant 1-2 : ตั้งครรภ์มาแล้วเป็นระยะเวลา 1-2 อาทิตย์ เป็นต้น 

ที่ตรวจครรภ์ ยี่ห้อไหนดี

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.clearblue.com/pregnancy-tests/digital

 

  1. Recare hCG Pregnancy Test

ชุดตรวจแบบตลับหรือแบบหยดที่ใช้ง่ายและมีความแม่นยำสูง รู้ผลเร็วเพียง 1 สัปดาห์หลังตั้งครรภ์ ตัวอุปกรณ์สามารถแสดงผลตั้งแต่ 30 วินาทีแรก ถึง 2 นาที ด้วยปัสสาวะเพียง 4 หยด หรือค่า hCG ในปริมาณเพียง 25 mlU/ml โดยในชุดมีอุปกรณ์ทั้งตลับทดสอบ ถ้วยรองปัสสาวะ หลอดหยด และคู่มือแนะนำการใช้ นอกจากนี้ชุดอุปกรณ์ยังเก็บได้นานถึง 3 ปี และยังคงแม่นยำถึง 99% หลังวันหมดอายุด้วย   

ที่ตรวจครรภ์ ยี่ห้อไหนดี

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.recaretest.com/en/product/product-78-102.html

 

  1. Exact Pregnancy Test 

อีกรูปแบบของอุปกรณ์ตรวจตั้งครรภ์แบบปากกา หรือแบบปัสสาวะผ่าน เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการขั้นตอนยุ่งยาก ซึ่งแบรนด์ Exact นี้ก็เป็นแบรนด์ที่หลายคนนิยม เพราะมีความไวต่อฮอร์โมน hCG สูง คือสามารถใช้ทดสอบได้เลยตั้งแต่ 1 วันหลังจากที่รอบประจำเดือนขาดหาย โดยอุปกรณ์จะบรรจุสารที่มีความจำเพาะต่อฮอร์โมน hCG เท่านั้น ทำให้มั่นใจในผลที่ได้ 100% ส่วนขนาดแท่งปากกาก็ใหญ่กระชับมือ จับสะดวก และยังแสดงผลเร็วในเวลาเพียง 3 นาที

ตรวจครรภ์

ข้อมูลเพิ่มเติม Exact Pregnancy Test

อ่านต่อ.. ที่ตรวจครรภ์ ยี่ห้อไหนดี? ตรวจแม่นยำ เชื่อถือได้ ไม่ต้องลุ้น ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ฝันว่าจับปลา

ฝันว่าจับปลา หมายความว่าอย่างไร เลขเด็ดนำโชค

ฝันว่าจับปลา ฝันว่าจับปลาตัวใหญ่ ฝันว่าตกปลา ฝันว่าจับปลาได้หลายตัว ฝันว่าจับปลาดุก ฝันว่าจับปลาช่อน หมายความว่าอย่างไร พร้อมเลขเด็ด

ฝันว่าจับปลา หมายความว่าอย่างไร เลขเด็ดนำโชค

คนไทยมีความเชื่อเรื่อง ความฝัน มาแต่โบราณ มักเชื่อว่าเป็นการบ่งบอกถึงเหตุการณ์บางอย่างที่จะเกิดขึ้น แล้วหาก ฝันว่าจับปลา ทำนายฝัน ว่าอย่างไร เชื่อกันว่า ปลา หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ ฝันนี้เป็นลางบอกเหตุดีๆ ใช่หรือไม่ ทีมกองบรรณาธิการ ABK นำ คำทำนาย มาฝากแล้วค่ะ

ฝันว่าจับปลา
ฝันว่าจับปลา

ฝันว่าจับปลา หมายความว่าอย่างไร เลขเด็ดนำโชค

ฝันว่าจับปลา

ทำนายว่า หากใครฝันในลักษณะนี้ ถือได้ว่าเป็นฝันที่ดี เพราะอาจจะได้รับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไปในทางที่ดีขึ้น เป็นไปได้ทั้งด้านเงินทอง ที่อาจจะมาจากการค้าขายกำไรดีหรือลาภลอย ตลอดจนการได้เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง ทำให้ชีวิตมีความสุข และมีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

เลขเด็ด : ควรมีเลข 7 และ 8

เลขเด็ด 2 ตัว : 87 25 63

เลขเด็ด 3 ตัว : 335 817 852

 

ฝันว่าจับปลาไหล

ทำนายว่า หากใครฝันแบบนี้ จะได้ลาภหรือได้ข้าวของ ทั้งหน้าที่การงานจะดีขึ้น แต่ต้องใช้ความพยายามพอสมควรจึงจะได้มา ให้ระมัดระวังเรื่องความรักใคร่สามัคคีกับคนใกล้ตัว ระวังจะแตกคอกันจากเรื่องไม่เป็นเรื่อง จนกลายเป็นแผลใจกันได้ หากชีวิตดีอยู่แล้ว อย่าเสี่ยงกับเรื่องที่ไม่มั่นใจ เพราะอาจนำความวุ่นวายมาให้ครอบครัว

เลขเด็ด : ควรมีเลข 0 และ 8

เลขเด็ด 2 ตัว : 00 38 62

เลขเด็ด 3 ตัว : 512 368 914

 

ฝันเห็นปลาไหลหลายตัว

ข้าวหน้าปลาไหลจัดเป็นอาหารญี่ปุ่นยอดนิยม หลายครั้งที่ความประทับใจในรสชาติถูกเก็บไปเป็นนิมิตฝันว่าเห็นปลาไหลหลายตัว เยอะมากจับไม่ถูกลื่นมือไปหมด ทำนายทายทักว่าความตั้งใจทั้งหมดอาจยังไม่สำเร็จผล แต่จะได้รับโชคลาภบางอย่างที่ส่งเสริมให้ประสบความสำเร็จในวันข้างหน้า

เลขเด็ด : ควรมีเลข 4 5 และ 8

เลขเด็ด 2 ตัว : 15 16 61 85 88

เลขเด็ด 3 ตัว : 815 418 115

 

ฝันว่าจับปลา 2 มือ

ทำนายว่า ถ้าใครฝันว่าจับปลา 2 มือ หากฝันแบบนี้ไม่ต้องตกใจไป เพราะคุณอาจจะได้เจอมิตรภาพใหม่ หรือคนที่ห่างหายกันไปนานจะวนกลับมา ทั้งยังอาจจะได้รับโชคดีจากคน ๆ นั้น ซึ่งเป็นไปได้ทั้งหน้าที่การงาน การเสี่ยงโชค และเงินทอง มีโอกาสที่จะสุขสมหวังกับเรื่องที่ปรารถนา แต่เรื่องของความรักอาจต้องระวังปัญหานอกใจกันให้ดี

เลขเด็ด : ควรมีเลข 2 และ 9

เลขเด็ด 2 ตัว : 29 72 54

เลขเด็ด 3 ตัว : 913 650 275

 

ฝันว่าจับปลาได้หลายตัว

ทำนายว่า หากใครฝันแบบนี้ ในช่วงนี้มีเกณฑ์ได้รับลาภก้อนใหญ่จากการเสี่ยงโชค  จะประสบความสำเร็จในสิ่งที่หวัง การงานแม้จะเหนื่อยและมีอุปสรรคเข้ามาบ้าง แต่สุดท้ายผลลัพธ์จะออกมาน่าพึงพอใจ

เลขเด็ด 2 ตัว : 78 88

เลขเด็ด 3 ตัว : 287 808 878

 

ฝันว่าจับปลาช่อน

ทำนายว่า หากใครฝันว่าจับปลาช่อน จะได้โชคลาภในเร็ววัน หรือได้เงินทองเข้ามา ธุรกิจการงานต่าง ๆ ก็จะมีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น มีคนอุปถัมภ์ หรือให้ความช่วยเหลือ

เลขเด็ด : เลข 8 เด่น เลข 7 รอง

เลขเด็ด 2 ตัว : 88 78

เลขเด็ด 3 ตัว : 287 878 808

 

ฝันว่าจับปลาตะเพียน

ทำนายว่า หากใครฝันว่าจับปลาตะเพียน จะได้รับของกำนัลที่มีค่า เช่น เงินทอง ข้าวของเครื่องใช้ หรือได้ลาภเป็นของมีชีวิต เช่น สัตว์เลี้ยง หากเป็นผู้ที่แต่งงานแล้วก็จะได้บุตรสมปรารถนา

เลขเด็ด : เลข 8 เด่น เลข 4 รอง

เลขเด็ด 2 ตัว : 47 48

เลขเด็ด 3 ตัว : 748 708 418

 

ฝันเห็นปลาช่อนตัวใหญ่

นอกจากปลาช่อนจะมีความเชื่อคู่คนไทยมาอย่างยาวนาน ยังมีพิธีแห่ปลาช่อนขอฝนอีกด้วย ดังนัั้นปลาช่อนจึงเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ผู้ที่ฝันเห็นปลาช่อนตัวใหญ่ ดวงความรักมีเกณฑ์ได้สานสัมพันธ์กับคนที่ถูกตาต้องใจ แนะนำให้รีบรุกแสดงความชัดเจนของความสัมพันธ์

เลขเด็ดฝันเห็นปลาช่อนตัวใหญ่ : ควรมีเลข 4 8 และ 9

เลขเด็ด 2 ตัว : 48 84 86 64

เลขเด็ด 3 ตัว : 948 884 478 849

 

อ่านต่อ…ฝันว่าจับปลา หมายความว่าอย่างไร เลขเด็ดนำโชค คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง โควิด 19

โควิดปรับเป็น โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ติดมาต้องทำไง !!

โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง คืออะไร เมื่อประกาศปรับลดโควิด 19 เหลือแค่ให้เฝ้าระวัง หากติดโควิดช่วงนี้แล้วจะต้องปฎิบัติตัวอย่างไร เรามีคำตอบ

เมื่อโควิดปรับเป็น โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ติดมาต้องทำไง !!

โควิด 19 โรคติดต่อที่แพร่ระบาดรุนแรงในช่วงปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีประกาศให้ โรคโควิด 19 ปรับลดจาก “โรคติดต่อร้ายแรง” เป็น ” โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ” เริ่ม 1 ตุลาคม 2565 นี้ โรคทั้งสองแบบมีความแตกต่างกันอย่างไร ข้อปฎิบัติในการติดเชื้อแตกต่างกันหรือไม่ คงเป็นคำถามที่ชวนสงสัย หากเราติดเชื้อโควิดขึ้นมาในช่วงนี้ ไม่ต้องกังวล เรามีคำตอบให้คุณ

“หมอยง”ชี้ 8 เหตุผล ทำไมโควิด-19 ถึงเป็น โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง!!

หมอยง ยก 8 เหตุผล ทำไม “โควิด-19” ถึงเป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวัง เช่นเดียวกับ “ไข้หวัดใหญ่” พร้อมเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยๆ คนส่วนใหญ่จะมีภูมิต้านทาน ยาที่ใช้รักษาก็จะดีขึ้น

ที่มา : Yong Poovorawan
ที่มา : Yong Poovorawan

วันที่ 2 ต.ค. 2565 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความเรื่อง “โควิด-19 เป็นโรคประจำฤดูกาล หรือโรคที่ต้องเฝ้าระวัง” โดยระบุว่า เมื่อโควิด-19 เป็นโรคประจำฤดูกาล หรือโรคที่ต้องเฝ้าระวัง เช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่ หรือโรคทางเดินหายใจอื่นๆ อีกหลายโรค ทั้งนี้เพราะ

  1. ประชากรส่วนใหญ่มีการติดเชื้อไปแล้ว น่าจะถึง 70 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด ร่วมกับการได้รับวัคซีนเป็นบางส่วน เมื่อรวมผลภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากการได้รับวัคซีนและการติดเชื้อ ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจะสามารถลดความรุนแรงของโรคได้ ทำให้ความรุนแรงของโรคลดลง
  2. ประชากรที่ได้รับวัคซีน ไม่ว่าจะได้กี่เข็ม ก็สามารถติดเชื้อได้ แต่ความรุนแรงลดลงเป็นที่ยอมรับได้ ต่อไปเราจะมุ่งเน้น เรื่องของการกระตุ้นด้วยวัคซีน เฉพาะในกลุ่มเสี่ยงเท่านั้น เช่นเดียวกับ “ไข้หวัดใหญ่”
  3. การระบาดของโรคนี้ จะอยู่ในรูปแบบของโรคทางเดินหายใจประจำฤดูกาล จะระบาดมากในฤดูฝนตั้งแต่เดือน มิ.ย. ถึงกลางเดือน ก.ย. แล้วก็จะลดลงเป็นประจำทุกปี และจะไประบาดเพิ่มอีกครั้งหนึ่งแต่ไม่สูงมาก ในเดือน ม.ค. ถึงเดือน มี.ค. แล้วจะเป็นวงจรเช่นนี้ทุกปี การลดลงของโรคตั้งแต่เดือน ก.ย. ถึงเดือน ธ.ค. เป็นเหตุปัจจัยปกติของโรคประจำฤดูกาล ทุกปีอยู่แล้ว เช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่
  4. การให้วัคซีนในอนาคต ไม่มีวัคซีนไหนเป็นวัคซีนเทพ อย่างที่เคยเรียกร้อง วัคซีนทุกตัวไม่ต่างกันเลย และวัคซีนที่ควรให้ ควรให้ก่อนฤดูฝน เพื่อป้องกันการเพิ่มขึ้นในฤดูฝน และกลุ่มเสี่ยง เป็นกลุ่มแรกที่ควรจะได้รับวัคซีนเช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่ วัคซีนในอนาคตไม่ว่าจะเป็น 2 สายพันธุ์ หรือ 3 สายพันธุ์ ก็เป็นเพียงแค่ลดความรุนแรงของโรคเท่านั้น ไม่ได้หวังเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  5. ในผู้ที่ติดเชื้อและเป็นกลุ่มเสี่ยง ควรได้ยาต้านไวรัสให้เร็วที่สุดทันที ที่ตรวจเอทีเคเป็น 2 ขีด ถ้าให้เร็วจะลดระยะเวลาการดำเนินโรคลงได้ 3 วัน
  6. ผู้ที่เคยติดเชื้อมาแล้ว มีโอกาสเป็นซ้ำได้อีก เช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่ และในอนาคตเมื่อประชากรส่วนใหญ่มีพื้นฐานภูมิต้านทาน ความรุนแรงของโรคในกลุ่มที่มีร่างกายแข็งแรงปกติ จะน้อยลง เช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่
  7. ในอนาคตที่แย่งกันจองวัคซีนจากต่างประเทศ จะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว เพราะไม่มีวัคซีนไหนเป็นวัคซีนเทพ ซึ่งขณะนี้วัคซีนที่อยู่ในประเทศไทย ก็มีเหลือเป็นจำนวนมากมาย และในที่สุดก็จะต้องหมดอายุไปตามกาลเวลา โรงงานวัคซีนหลายแห่งลดการผลิต บางแห่งก็ปิดไปก็มี
  8. การปฏิบัติตนให้แข็งแรง ป้องกันโรค ลดการแพร่กระจายโรค อย่างที่เรารู้จะช่วยลดการระบาดของโรคลง แต่ไม่สามารถที่จะทำให้โรคหมดไป และเราจะต้องอยู่ด้วยกัน ด้วยความจริง และเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยๆ คนส่วนใหญ่จะมีภูมิต้านทาน ยาที่ใช้รักษาก็จะดีขึ้น โควิด-19 จะเป็นโรคทางเดินหายใจโรคหนึ่

    โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง
    โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง

โรคติดต่ออันตราย แตกต่างจาก โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง อย่างไรกันนะ??

ความหมาย

  • โรคติดต่ออันตราย หมายถึง โรคติดต่อที่มีความรุนแรงสูง และสามารถแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้อย่างรวดเร็ว ได้แก่ กาฬโรค  โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา เป็นต้น
  • โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง หมายถึง โรคติดต่อที่ต้องมีการติดตาม ตรวจสอบ การวิเคราะห์ข้อมูล จัดเก็บข้อมูล ตลอดจนการรายงาน และการติดตามผลของการแพร่ของโรคอย่างต่อเนื่อง ด้วยกระบวนการที่เป็นระบบเพื่อประโยชน์ในการควบคุมโรค

ระยะเวลาสังเกตอาการ

ระยะเวลาที่กำหนดให้รายงานสถานการณ์/ผู้ป่วยต้องสงสัย เปลี่ยนจากทุก 3 ชม. เป็นรายวัน หรือไม่เกิน 7 วัน

  • โรคติดต่ออันตราย ต้องรายงานให้กรมควบคุมโรคทราบทันที อย่างช้าไม่เกิน 3 ชม. ผู้สัมผัสต้องโดนกักตัว หรือคุมไว้สังเกตอาการตามระยะการฟักตัวของเชื้อ และจะมีการประกาศ “เขตติดโรค” นอกราชอาณาจักร โดย รมต.กระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ หากพบผู้ป่วยต้องสงสัยแล้วไม่รายงานโรค หรือ ผู้สัมผัสไม่ให้ความร่วมมือ หรือ มีผู้ขัดขวางการปฏิบัติงาน จะมีความผิดทั้งจำและปรับ (โทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท)
  • โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ต้องรายงานให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทราบ โดยรายงานสัปดาห์ละ 1 ครั้ง บังคับให้ทุกโรงพยาบาล และห้อง Lab ทั้งรัฐและเอกชนมีหน้าที่รายงานสถานการณ์/ผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อ ไม่มีมาตรการกักกันหรือคุมไว้สังเกตของผู้สัมผัส หากไม่รายงานตามหน้าที่ก็จะมีความผิด โทษปรับ 20,000 บาท

    หมั่นล้างมือ หนึ่งในมาตรการป้องกัน โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง
    หมั่นล้างมือ หนึ่งในมาตรการป้องกัน โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง

ขั้นตอนการแจ้งเหตุ

  • โรคติดต่ออันตราย หากพบผู้ป่วยต้องสงสัย เจ้าบ้าน แพทย์ผู้ทำการรักษา เจ้าของ หรือผู้ควบคุมสถานประกอบการ ผู้ทำการชันสูตร มีหน้าที่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ สังกัดกรมควบคุมโรคในส่วนกลาง หรือเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคในพื้นที่นั้นๆ โดยต้องแจ้งด้วยวิธีที่เร็วที่สุดภายใน 3 ชั่วโมง นับแต่พบผู้ที่เป็นโรคโควิด-19 หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็น
  • โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง หากพบผู้ป่วยต้องสงสัย มีหน้าที่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ในสังกัด สสจ. หรือแจ้งต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ สังกัดสำนักอนามัย กทม. ภายใน 7 วัน นับแต่พบผู้ที่เป็นโรคโควิด-19 หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็น โดยสามารถแจ้งได้หลากหลายช่องทาง ได้แก่
      1. แจ้งโดยตรงต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ
      2. แจ้งทางโทรศัพท์
      3. แจ้งทางโทรสาร
      4. แจ้งเป็นหนังสือ
      5. แจ้งทางอีเมล
      6. แจ้งโดยวิธีการอื่นที่อธิบดีกรมควบคุมโรคกำหนดเพิ่มเติม

 

อ่านต่อ >>ข้อแนะนำการปฎิบัติตัว เมื่อติดเชื้อโควิด-19 ที่ถูกปรับเป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวัง คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

แบบฝึกหัด

ดาวน์โหลดฟรี!! แบบฝึกหัด ป.1 พัฒนาทักษะวิชาต่างๆ

แบบฝึกหัด ป.1 ใบงาน ป.1 วิชาภาษาไทย วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม วิชาพระพุทธศาสนา เสริมการเรียน ฝึกทักษะวิชาต่างๆ

ดาวน์โหลดฟรี!! แบบฝึกหัด ป.1 พัฒนาทักษะวิชาต่างๆ

การทำ แบบฝึกหัด หรือใบงาน ช่วยเสริมการเรียน ฝึกทักษะการใช้ภาษา ฝึกฝนวิชาต่างๆ นอกเหนือจากหนังสือเรียน วิชาไหนที่ลูกยังไม่ค่อยเข้าใจ คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถนำแบบฝึกหัดมาให้เด็กฝึกทำบ่อยๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และจำบทเรียนได้ดีขึ้น ในบทความนี้ ทีมกองบรรณาธิการ ABK ได้นำข้อมูล แบบฝึกหัด ป.1 มาให้คุณพ่อคุณแม่ได้นำไปให้ลูกได้ฝึกฝนกันค่ะ

แบบฝึกหัด ป.1
                                           แบบฝึกหัด ป.1

ดาวน์โหลดฟรี!! แบบฝึกหัด ป.1 พัฒนาทักษะวิชาต่างๆ

วิชาภาษาไทย

แบบทดสอบท้ายบทเรียน ป.1 – วิชาภาษาไทย (ภาษาพาที และวรรณคดีลำนำ)

ภาษาพาที

บทที่ 1 ใบโบก ใบบัว                                     บทที่ 7 เพื่อนรักเพื่อนเล่น

บทที่ 2 ภูผา                                                   บทที่ 8 พูดเพราะ

บทที่ 3 เพื่อนกัน                                            บทที่ 9 เกือบไป

บทที่ 4 ตามหา                                               บทที่ 10 เพื่อนรู้ใจ

บทที่ 5 ไปโรงเรียน                                        บทที่ 11 ช้างน้อยน่ารัก

วรรณคดีลำนำ

บทที่ 1 เจ้าเนื้ออ่อนเอย                                 บทที่ 5 เรารักเมืองไทย

บทที่ 2 มาเล่นกันไหม                                   บทที่ 6 ตั้งไข่ล้ม ต้มไข่กิน

บทที่ 3 ของเธอ ของฉัน                                บทที่ 7 แมวเหมียว

 

ข้อสอบมาตรฐานชั้น ป.1 – วิชาภาษาไทย – หน่วยที่ 1               ข้อสอบมาตรฐานชั้น ป.1 – วิชาภาษาไทย – หน่วยที่ 9

ข้อสอบมาตรฐานชั้น ป.1 – วิชาภาษาไทย – หน่วยที่ 2               ข้อสอบมาตรฐานชั้น ป.1 – วิชาภาษาไทย – หน่วยที่ 10

ข้อสอบมาตรฐานชั้น ป.1 – วิชาภาษาไทย – หน่วยที่ 3               ข้อสอบมาตรฐานชั้น ป.1 – วิชาภาษาไทย – หน่วยที่ 11

ข้อสอบมาตรฐานชั้น ป.1 – วิชาภาษาไทย – หน่วยที่ 4               ข้อสอบมาตรฐานชั้น ป.1 – วิชาภาษาไทย – หน่วยที่ 12

ข้อสอบมาตรฐานชั้น ป.1 – วิชาภาษาไทย – หน่วยที่ 5               ข้อสอบมาตรฐานชั้น ป.1 – วิชาภาษาไทย – หน่วยที่ 13

ข้อสอบมาตรฐานชั้น ป.1 – วิชาภาษาไทย – หน่วยที่ 6               ข้อสอบมาตรฐานชั้น ป.1 – วิชาภาษาไทย – หน่วยที่ 14

ข้อสอบมาตรฐานชั้น ป.1 – วิชาภาษาไทย – หน่วยที่ 7               ข้อสอบมาตรฐานชั้น ป.1 – วิชาภาษาไทย – หน่วยที่ 15

ข้อสอบมาตรฐานชั้น ป.1 – วิชาภาษาไทย – หน่วยที่ 8               ข้อสอบมาตรฐานชั้น ป.1 – วิชาภาษาไทย – (เฉลย)

 

วิชาคณิตศาสตร์

แบบทดสอบท้ายบทเรียน – วิชาคณิตศาสตร์ ป.1

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 จำนวนนับ 1 – 5 และ 0                                               หน่วยการเรียนรู้ที่ 9 การตวง

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 จำนวนนับ 6 – 10                                                       หน่วยการเรียนรู้ที่ 10 จำนวนนับ 21 – 100

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 9        หน่วยการเรียนรู้ที่ 11 การเตรียมความพร้อมทางเรขาคณิต 

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การลบจำนวนสองจำนวนที่มีตัวตั้งไม่เกิน 9             หน่วยการเรียนรู้ที่ 12 เงิน

หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 จำนวน 11 – 20                                                           หน่วยการเรียนรู้ที่ 13 เวลา

หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 การบวก และการลบจำนวนที่มีผลลัพธ์ และตัวตั้งไม่เกิน 20

หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 การวัดความยาว                    หน่วยการเรียนรู้ที่ 14 การบวก และการลบจำนวนที่มีผลลัพธ์ และตัวตั้งไม่เกิน 100

หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 การชั่ง                                    หน่วยการเรียนรู้ที่ 15 การบวก ลบ ระคน

 

วิชาประวัติศาสตร์

ใบงานทบทวนเนื้อหา – วิชาประวัติศาสตร์ ป.1

เรื่องที่ 1 เรียนรู้เรื่องเวลา

เรื่องที่ 2 ประวัติข้อมูลของตนเอง และครอบครัว

เรื่องที่ 3 เรียนรู้เรื่องชาติไทย

 

แบบทดสอบท้ายบทเรียน – วิชาประวัติศาสตร์ ป.1

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เวลาและเหตุการณ์

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การเปลี่ยนแปลงรอบตัวเรา

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ความเป็นไทย

 

 

อ่านต่อ…ดาวน์โหลดฟรี!! แบบฝึกหัด ป.1 พัฒนาทักษะวิชาต่างๆ คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

น้ำตาลในเลือดต่ำ

คนท้อง น้ำตาลตก น้ำตาลในเลือดต่ำ อาการแบบไหนต้องระวัง!

น้ำตาลในเลือดต่ำ – ความผิดปกติของร่างกาย และอาการต่างๆ ที่คนท้องอาจต้องเจอตลอดการตั้งครรภ์ นั้นอาจเหมือนและแตกต่างกันออกไปได้ในแต่ละคน หนึ่งในอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนท้องหลายคน คือ เรื่องของภาวะน้ำตาลต่ำระหว่างตั้งครรภ์ ด้วยร่างกายของคนท้องจะผลิตอินซูลินมากขึ้นเพื่อช่วยให้ลูกน้อยในครรภ์ใช้เพื่อพัฒนาการเจริญเติบโตแต่ในขณะเดียวกันมีคนท้องหลายคนที่ร่างกายเกิดการดื้อต่ออินซูลิน ส่งผลให้ผู้หญิงจำนวนมากต้องเผชิญกับการเป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ แม้ว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะพบได้บ่อยในหญิงตั้งครรภ์ แต่การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระหว่างตั้งครรภ์ และวิธีที่ร่างกายของคนท้องตอบสนองต่ออินซูลิน อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงจนเป็นอันตรายซึ่งทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า น้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) ที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

คนท้อง น้ำตาลตก น้ำตาลในเลือดต่ำ อาการแบบไหนต้องระวัง!

ภาวะ น้ำตาลในเลือดต่ำ ระหว่างตั้งครรภ์

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำส่วนใหญ่เกิดจากความไม่สมดุลของการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการปรับอินซูลินที่ไม่เหมาะสม การรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญในระหว่างตั้งครรภ์ เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดที่มากเกินไปอาจนำไปสู่โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และปัญหาที่เกี่ยวข้องได้ ในทางกลับกัน หากน้ำตาลในเลือดต่ำอาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต และหากเกิดขึ้นบ่อยๆ ก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายต่อคุณแม่และลูกในครรภ์ได้

ทำความเข้าใจอินซูลิน ตัวแปรสำคัญต่อระดับน้ำตาลในเลือด

อินซูลินผลิตจากเซลล์เบต้าของตับอ่อน หน้าที่สำคัญของ อินซูลิน คือ ช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือดโดยการเปลี่ยนกลูโคสเป็นพลังงาน ที่ให้พลังงานแก่สมองและร่างกายมนุษย์ ซึ่งในหญิงตั้งครรภ์บางรายร่างกายอาจผลิตอินซูลินได้ไม่เพียงพอต่อการรับมือกับกลูโคสที่เพิ่มขึ้น

ในระหว่างตั้งครรภ์ รกจะผลิต แลคโตเจน (Lactogen) ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญในระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งทำหน้าที่ในการสร้างสารอาหารและลำเลียงออกซิเจนให้แก่ทารกในครรภ์ เมื่อทารกในครรภ์เติบโตขึ้น ระดับฮอร์โมนแลคโตเจนในครรภ์จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นเพื่อที่จะทำให้กลูโคสในกระแสเลือดของคนท้องนั้นเพิ่มมากขึ้นเพื่อนำไปหล่อเลี้ยงทารกในครรภ์ ซึ่งฮอร์โมนแลคโตเจนที่เพิ่มมากขึ้นอาจทำให้ร่างกายของคนท้องเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ร่างกายคนท้องดื้ออินซูลิน

ดังนั้นสตรีมีครรภ์อาจต้องการอินซูลินมากเป็นสามเท่า เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดสูง หรือ ป้องกันโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในหญิงตั้งครรภ์ยังสามารถขัดขวางการทำงานของอินซูลิน ส่งผลให้เกิดการดื้อต่ออินซูลินและขัดขวางการควบคุมกลูโคสได้

โดยทั่วไปอินซูลิน มักเป็นตัวเลือกแรกสำหรับการจัดการระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานทุกประเภท รวมทั้งเบาหวานในระหว่างตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 1 ทุกคนต้องการอินซูลิน แต่เนื่องจากยารักษาโรคเบาหวานชนิดรับประทานโดยทั่วไปอาจไม่เพียงพอที่จะเอาชนะการดื้อต่ออินซูลินในระหว่างตั้งครรภ์ ผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 จึงมักต้องการอินซูลินด้วย

อินซูลินถือว่าปลอดภัยสำหรับทารกในครรภ์ที่กำลังพัฒนาการเจริญเติบโต ดังนั้นสตรีมีครรภ์ที่เป็นเบาหวานมักได้รับการสั่งอินซูลิน (แม้ว่ายาหลายชนิดจะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างเหมาะสมก่อนตั้งครรภ์) เป็นผลให้ผู้ที่เป็นเบาหวานในระหว่างตั้งครรภ์ต้องติดตามและปรับปริมาณอินซูลินอย่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

สาเหตุของการเกิดภาวะ น้ำตาลในเลือดต่ำ ขณะตั้งครรภ์

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดของคุณลดลงต่ำลงน้อยกว่า 70 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dL) มักเกิดในผู้ป่วยเบาหวานเรื้อรัง และผู้ที่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์  น้ำตาลในเลือดต่ำอาจทำให้คนท้องมีอาการอ่อนแรง ใจสั่น ตัวเย็น และเป็นลมหมดสติได้ ในกรณีรุนแรงอาจส่งผลให้เกิดอาการชักหรือโคม่า หากรักษาไม่ทันอาจถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำส่วนใหญ่สามารถพบได้ใน 3 ลักษณะ ดังต่อไปนี้

  • คนท้องกินอาหารไม่เพียงพอ หรือ กินอาหารไม่เหมาะสมเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่และเพียงพอต่อความต้องการของทารกในครรภ์ ไม่ว่าคุณจะกินมากหรือบ่อยแค่ไหนลูกน้อยของคุณก็จำเป็นต้องใช้กลูโคสจากร่างกายของคุณอยู่ตลอดเวลา
  • คนท้องออกกำลังกายมากเกินไป ร่างกายจึงใช้กลูโคสจนหมด หากร่างกายของคุณมีกลูโคสไม่เพียงพอ หรือไม่ได้รับคาร์โบไฮเดรตเพิ่มเติม คุณอาจเกิดอาการภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้
  • ยารักษาโรคเบาหวาน ทั้งประเภทฉีดและทานที่มีประสิทธิภาพในการลดน้ำตาลในเลือดมากเกินไป ในกรณีนี้จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อปรับเปลี่ยนตัวยา ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดสำหรับภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำในระหว่างตั้งครรภ์

นอกจากนี้ ตามมาตรฐานการดูแลทางการแพทย์ในผู้ป่วยเบาหวานโดยสมาคมโรคเบาหวานแห่งอเมริกา (ADA)  ความรุนแรงของภาวะ น้ำตาลในเลือดต่ำ สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับ ได้แก่

  • ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 70 มก./ดล. แต่เท่ากับ 54 มก./ดล. หรือสูงกว่า
  • ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำปานกลาง ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 54 มก./ดล.
  • ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอย่างรุนแรง ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 40 มก./ดล. และผู้ป่วยมีอาการแย่ลงทั้งทางร่างกายและจิตใจ
คนท้องน้ำตาลต่ำ
คนท้องน้ำตาลต่ำ

 

โรคเบาหวานแต่ละประเภทต่อไปนี้ ทำให้คุณมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ:

  • เบาหวานชนิดที่ 1
  • เบาหวานชนิดที่ 2
  • เบาหวานขณะตั้งครรภ์

เมื่อน้ำตาลในเลือดต่ำอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อทารกได้ทั้งก่อนและหลังคลอด อย่างไรก็ตามปัญหานี้มักสามารถจัดการได้ด้วยโภชนาการและยา การป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดของคุณลดลงอย่างกะทันหันถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

ปัจจัยเสี่ยงของภาวะ น้ำตาลในเลือดต่ำ ขณะตั้งครรภ์

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในระหว่างตั้งครรภ์  และมีปัจจัยบางอย่างที่จะเพิ่มความเสี่ยง ได้แก่ :

  • เป็นเบาหวาน ทั้งชนิดที่เป็นระหว่างตั้งครรภ์และโรคเบาหวานก่อนตั้งครรภ์ อาจทำให้ระดับอินซูลินของคุณผันผวน เพื่อหลีกเลี่ยงการมีน้ำตาลมากเกินไปหรือน้อยเกินไป คุณจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างรอบคอบและอาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนยารักษาโรคเบาหวานของคุณ น้ำตาลในเลือดสูงและต่ำอาจเกิดขึ้นได้ในระยะต่างๆ ระหว่างตั้งครรภ์ ขึ้นอยู่กับอินซูลินและยารักษาโรคเบาหวาน สตรีมีครรภ์ต้องติดตามและปรับขนาดอินซูลินระหว่างตั้งครรภ์ เนื่องจากระดับอินซูลินอาจผันผวนได้ หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1  อาจมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอย่างรุนแรงในช่วงไตรมาสแรกได้มากกว่าช่วงก่อนตั้งครรภ์ถึง 3 เท่า ช่วงที่มีโอกาสเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอย่างรุนแรงที่สุดคือระหว่าง 8 ถึง 16 สัปดาห์ ของการตั้งครรภ์
  • ตั้งครรภ์ไตรมาสแรก  ที่เกิดจากการได้รับคาร์โบไฮเดรตไม่เพียงพอ ผู้หญิงที่แพ้ท้องอย่างรุนแรงอาจมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำหาก อาเจียนบ่อยๆ ผู้หญิงที่อาเจียนทุกวัน น้ำหนักไม่ขึ้น หรือเวียนหัวบ่อย ควรปรึกษาแพทย์
  • เคยมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ก่อนตั้งครรภ์
  • กำลังป่วย การเจ็บป่วยหลายอย่างอาจทำให้คนท้องรู้สึกไม่อยากอาหาร และหากไม่ได้รับประทานอาหารที่เพียงพอหรือสม่ำเสมอ ร่างกายอาจพัฒนาให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้
  • เป็นโรคขาดสารอาหาร สิ่งสำคัญคือต้องได้รับแคลอรีเพียงพอในระหว่างตั้งครรภ์ อาหารที่คุณกินก็ควรมีคุณค่าทางโภชนาการเช่นกัน
  • ความอยากอาหารลดลง  น้ำตาลในเลือดต่ำอาจเกิดขึ้นจากการอาเจียน ความผิดปกติของการกิน และการขาดสารอาหาร
  • น้ำตาลต่ำจากยา ยาบางชนิดอาจลดน้ำตาลในเลือด เช่น  ซาลิไซเลตหรือยาแก้ปวด รวมทั้งแอสไพริน ซึ่งแพทย์ส่วนใหญ่ไม่แนะนำให้ใช้ในระหว่างตั้งครรภ์  รวมทั้งยาปฏิชีวนะซัลฟา เพนทามิดีน ยารักษาโรคปอดบวม และยารักษามาเลเรียที่เรียกว่าควินิน เป็นต้น

ความผิดปกติทางการแพทย์บางอย่างที่อาจส่งผลให้น้ำตาลในเลือดต่ำได้

ซึ่งอาการผิดปกติต่อไปนี้ อาจส่งผลต่อทารกที่กำลังพัฒนา ดังนั้นจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง

ความผิดปกติที่อาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ได้แก่

  • มีเนื้องอกในตับอ่อน
  • ความไม่สมดุลของฮอร์โมน โดยเฉพาะ คอร์ติซอล และกลูคากอน (ฮอร์โมนที่ผลิตโดยเซลล์ของตับอ่อน มีหน้าที่กระตุ้นให้ตับสลายไกลโคเจนเป็นน้ำตาลกลูโคส)
  • ความบกพร่องของเอนไซม์ในร่างกายบางชนิด

อาการ น้ำตาลในเลือดต่ำ

อาการน้ำตาลในเลือดลดลง เมื่อน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไปอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจและร่างกาย อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้จะหายไปเมื่อน้ำตาลในเลือดคงที่อีกครั้ง

อาการเริ่มต้น

  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • ความหิว
  • มึนศรีษะ
  • สั่น
  • ใจสั่น
  • เหงื่อออก
  • รู้สึกวิตกกังวล
  • ผิวสีซีด

อาการอันตราย ที่ต้องระวัง!

  • รู้สึกสับสน มึนงง การประสานงานของอวัยวะบกพร่อง
  • ปวดศีรษะมาก
  • มีอาการชาในปากและลิ้น
  • เป็นลม หรือมีอาการชัก
  • หมดสติ

อ่านต่อ…คนท้อง น้ำตาลตก น้ำตาลในเลือดต่ำ อาการแบบไหนต้องระวัง! คลิกที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เตียงนอนเด็ก

10 เตียงนอนเด็ก แข็งแรง ปลอดภัย หลับสบายทั้งคืน

เตียงนอนเด็ก หรือ ที่นอนสำหรับเด็ก เป็นอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับเด็กโดยเฉพาะ มีลักษณะเป็นเตียงนอนขนาดเล็ก มีที่กั้นทั้งสี่ด้านเพื่อป้องกันเด็กกลิ้งตกเตียงระหว่างนอนหลับหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น เช็ดตัว เปลี่ยนผ้าอ้อม หัดคว่ำหงาย พลิกตะแคงตัว นอนดูดนม จึงเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับเด็กที่ผู้ปกครองต้องใช้ความใส่ใจในการเลือกให้เหมาะสม คุณแม่และผู้ดูแลต้องใช้งานได้อย่างสะดวก และนอกจากจะช่วยให้เด็กนอนสบาย ต้องมีความปลอดภัย มั่นใจได้เมื่อปล่อยให้เด็กนอนอยู่ลำพังเป็นครั้งคราวหรือในช่วงตอนกลางคืน 

10 เตียงนอนเด็ก แข็งแรง ปลอดภัย หลับสบายทั้งคืน

เตียงนอนเด็ก

ประเภทของเตียงนอนเด็ก

  • เตียงนอนเด็กแบบไม้ ง่ายต่อการอุ้มวาง แข็งแรงเรียบง่าย มีความทนทานสูง โครงสร้างของเตียงเป็นพื้นไม้แผ่นเรียบและตรง ซึ่งส่งผลต่อโครงสร้างและร่างกายของลูกตอนโต
  • เตียงนอนเด็กแบบ Playpen (เตียงนอนเด็กแบบผ้าพับเก็บได้) ใช้งานง่าย และสามารถปรับเปลี่ยนใช้งาน ได้อเนกประสงค์ เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด เพราะเคลื่อนที่และโยกย้ายได้สะดวก
  • เตียงนอนเด็กแบบเปลไกวหรือเปลโยกกล่อมนอน รูปร่างเปลไกวสมัยนี้มีวิวัฒนาการมาจากเปลสมัยโบราณ ใช้แล้วลูกนอนเพลิน หลับได้นาน ผ่อนแรงพ่อแม่ในการอุ้มกล่อม มีส่วนช่วยในการกระตุ้นพัฒนาการด้านสมองและการทรงตัว 

ปัจจัยในการเลือกเตียงนอนเด็ก

  • กำหนดและเลือกพื้นที่ว่างสำหรับวางเตียงนอนเด็ก ต้องเป็นบริเวณที่มองเห็นได้ชัดอยู่ในสายตาผู้ดูแล
  • เลือกขนาดของเตียงนอนให้สัมพันธ์กับขนาดตัวและพัฒนาการของเด็ก ไม่มีขนาดเล็กเกินไปจนเด็กนอนไม่สบาย หรือใหญ่เกินจนเด็กรู้สึกไม่อบอุ่น
  • วัสดุที่ใช้ทำเตียงนอนเด็กต้องแข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี ทนทานต่อการใช้งาน ข้อต่อแน่นหนาไม่หลุดร่อน และน้ำหนักเบา (แต่ต้องไม่เบามากจนพลิกคว่ำได้ง่าย) ไม่มีมุมแหลมเป็นอันตราย ไม่มีช่องหรือรูให้เด็กแหย่นิ้วเข้าไปได้ รวมถึงเตียงนอนเด็กควรผลิตจากวัสดุที่ไม่เป็นอันตรายต่อตัวเด็ก เช่น ไม่มีสารตะกั่ว
  • เคลื่อนย้ายไปบริเวณที่ต้องการใช้งานได้สะดวก
  • เลือกซื้อแบบที่เปิด-ปิด หรือดึงขึ้น-ลงได้หลายด้าน เพื่อความสะดวกต่อการใช้งาน
  • เลือกเตียงนอนเด็กที่สามารถปรับความสูงต่ำของที่นอน ที่กั้น หรือขาเตียงได้ เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย และสะดวกต่อผู้ดูแลเด็ก
  • กรณีเลือกเตียงนอนเด็กแบบมีล้อเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายไปยังจุดต่างๆ ได้ง่าย เช่น ข้างเตียงนอนคุณพ่อคุณแม่ หรือย้ายไปห้องต่างๆ ต้องเลือกรุ่นที่มีวัสดุห้ามล้อป้องกันการเลื่อนไถลด้วย
  • ราวกั้นเตียงนอนเด็กที่เหมาะสมต้องมีราวกั้นสูงไม่ต่ำกว่า 65 เซนติเมตร เพื่อป้องกันเด็กปืนออกจากเตียง หากเป็นลูกกรงควรเป็นลูกกรงแนวตั้งที่มีระยะห่างไม่เกิน 6 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้เด็กลอดตัวออกมาได้

แนะนำ 10 เตียงนอนเด็ก ใช้งานสะดวกเหมาะกับลูกรัก

  1. GRACO เตียงนอนเด็ก PNP ON THE GO-TWISTER

เริ่มต้นกันที่ เตียงนอนเด็กแบบผ้าพับเก็บได้ (Playpen) ขนาดกะทัดรัด มีล้อ 2 ข้าง ขนย้ายได้สะดวก ตาข่ายโปร่ง 4 ด้านทำให้อากาศถ่ายเท เด็กและคุณแม่มองเห็นกันและกันได้รอบด้าน มีโมบายตุ๊กตาน่ารักสีสันสดใสช่วยกระตุ้นความสนใจและเสริมสร้างพัฒนาการ ทำความสะอาดได้ง่าย สะดวก

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.kiddopacific.com/

เตียงนอนเด็ก

อ้างอิงรูปภาพ: https://www.kiddopacific.com/

 

  1. Chicco เตียงนอนเด็ก Chicco Lullaby Dream Playard-Minerale

เตียงนอนเด็กที่ต้องประกอบเอง แต่ประกอบง่าย สามารถพับเก็บได้ ที่นอนยกออกมาวางข้างนอกแยกจากเตียงได้ ขอบตาข่ายทั้ง 4 ด้านช่วยระบายอากาศ เบาะนอนถอดซักทำความสะอาดได้ มีโมบายตุ๊กตาน่ารักและแสงไนท์ไลท์ช่วยสร้างความเพลิดเพลินให้ลูกและกระตุ้นพัฒนาการ แต่แม่นอนมองแล้วจะหลับตาม ถือว่าช่วยผ่อนคลายได้ดี

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.kiddopacific.com/

เตียงนอนเด็ก

อ้างอิงรูปภาพ: https://www.kiddopacific.com/

 

  1. Nuebabe

พกพาสะดวก ด้วยเตียงนอนเด็กแบบผ้าพับเก็บได้เพลย์เพน (playpen) สามารถปรับระดับชั้นการนอนได้ มีตัวล็อกปรับระดับแข็งแรง โมบายมีสีสดใสและมีเสียงสร้างความเพลิดเพลินเสริมสร้างพัฒนาการลูกน้อย ปรับเปลี่ยนเป็นคอกกั้นเด็กได้เมื่อลูกโตขึ้นและอยู่ในวัยหัดเดิน มีตัวล็อคล้อหลัง ทดสอบการใช้งานจากผู้ผลิตแล้วว่าปลอดภัยไม่มีลื่นไถล ขอบตาข่ายช่วยกันตกรอบทิศทาง และช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี นอนสบาย ไม่ร้อน

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.facebook.com/513104438786586/posts/3067688513328153/

เตียงเด็ก

อ้างอิงรูปภาพ: https://scontent.fbkk28-1.fna.fbcdn.net/v/t1.6435-9/107800611_3067687383328266_842868629310469310_n.jpg?_nc_cat=102&ccb=1-7&_nc_sid=730e14&_nc_ohc=mgneSArokiwAX8mVphZ&tn=NX2ekxK9qoGK32Ad&_nc_pt=1&_nc_ht=scontent.fbkk28-1.fna&oh=00_AT-p8n56yU5JHNtFm6LX5D4eJDE30dXE9ms_VsHgoxAwHg&oe=635858FC

 

  1. PAPA รุ่น CAR-1008

หากคุณกำลังวลเรื่องยุง และแมลงกัดต่อย เตียงนอนเด็กมีมุ้งครอบ ปรับความสูงได้ ทำให้นอนยกหัวสูงหลังทานนมกันกรดไหลย้อนได้ มีขนาดพอเหมาะ ปรับโยกได้ น้ำหนักเบา ล้อสามารถใส่และถอดได้ ทำให้เคลื่อนย้ายสะดวกไปตามพื้นที่ต่างๆ พับเก็บง่าย ถอดซักทำความสะอาดได้ ผ้าไม่เป็นขุย

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.babiesplusshop.com/

เตียงเด็ก

อ้างอิงรูปภาพ: https://image.makewebeasy.net/

 

อ่านต่อ.. 10 เตียงนอนเด็ก แข็งแรง ปลอดภัย หลับสบายทั้งคืน ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

รีวิวครีมอาบน้ำเด็ก

รีวิวครีมอาบน้ำเด็ก 10 แบรนด์ อาบสะอาด อ่อนโยนต่อผิว

ประเทศไทยอากาศร้อน และเด็กอยู่ในวัยต้องขยับยุกยิก หรือวิ่งเล่นไปมา ร่างกายของเขาจึงมีเหงื่อออกซึ่งสามารถสะสมเชื้อแบคทีเรียและทำให้เกิดกลิ่นได้ หรือเรื่องเลอะเทอะสกปรกที่ผู้ใหญ่อาจไม่สนุกด้วย เด็ก ๆ ก็อาจเล่นหรือทำลงไปด้วยความสนุกสนาน ทุกบ้านที่มีเด็กจึงควรมีครีมอาบน้ำดี ๆ ติดบ้านไว้เพื่อรักษาสุขภาพพลานามัยของเด็ก วันนี้กองบรรณาธิการจึงมี รีวิวครีมอาบน้ำเด็ก มาให้คุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจเลือกให้กับลูรักของเรากัน

รีวิวครีมอาบน้ำเด็ก 10 แบรนด์ อาบสะอาด อ่อนโยนต่อผิว

รีวิวครีมอาบน้ำเด็ก

เด็กสามารถแบ่งได้หลายช่วงวัยตามพัฒนาการ แต่เมื่อดูลักษณะของครีมอาบน้ำในท้องตลาดแล้ว อาจแบ่งเด็กออกเป็นเพียง 2 กลุ่มใหญ่ ๆ นั่นคือวัยทารก (0 – 3 ขวบ) และวัยกำลังซน (3 ขวบขึ้นไป) 

  • เด็กทารก คือเด็กเล็กตั้งแต่แรกเกิดซึ่งคุณแม่อาจต้องใช้เวลาอยู่บ้างในการอาบน้ำและดูแลผิว ผิวของเด็กทารกบอบบาง ระคายเคืองง่าย และอาจแพ้ต่อสารเคมีต่าง ๆ ได้ง่ายเพราะระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ การเลือกครีมอาบน้ำให้เด็กทารกจึงควรหลีกเลี่ยงสิ่งปลอมปนที่ไม่ได้มาจากธรรมชาติ
  • เด็กวัยกำลังซน คือเด็กวัย 3 ขวบขึ้นไปที่สามารถเคลื่อนที่ไปมาได้เอง เด็กกลุ่มนี้มีเหงื่อและกลิ่นตัวมากกว่าเด็กทารก และตลอดทั้งวันยังเผชิญกับมลภาวะและเชื้อโรคมากกว่าด้วยเพราะออกไปทำกิจกรรมกับผู้อื่น ครีมอาบน้ำที่เหมาะกับเด็กวัยนี้นอกจากจะดีต่อผิวแล้วยังต้องปกป้องพวกเขาจากแบคทีเรีย หรือระงับการเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้ด้วย

อาบน้ำอย่างไรถึงดี

กรณีเป็นเด็กทารก ไม่มีกิจกรรมระหว่างวันมาก ควรอาบน้ำอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง และอุณภูมิของน้ำควรจะอุ่นสักหน่อย จะได้สบายตัวและไม่เป้นหวัด แต่ถ้าเป็นเด็กโต ควรอาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรืออาจจะต้องอาบมากกว่านั้นถ้ามีกิจกรรมที่เหงื่อออกมาก หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เลอะเทอะมา

การอาบน้ำควรจะถูทำความสะอาดร่างกายบริเวณที่เป็นซอกหลืบ รักแร้ ขาหนีบ ซอกคอ หรือหลังหู ควรถูนวดวนให้สะอาด เพราะเป็นจุดที่ไคลหรือเชื้อแบคทีเรียจะไปสะสมอยู่ได้ และหลังอาบน้ำทุกครั้ง ควรจะทาผิวด้วยครีมบำรุงอีกที เพื่อไม่ให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น และเช็ดตัวให้แห้ง

ส่วนการสระผม จำนวนครั้งมาตรฐานควรเป็นอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อวัน แต่ถ้าช่วงที่อากาศร้อน สำหรับเด็กโตจะสระมากกว่าหนึ่งครั้งก็ได้ 

ผลของการไม่อาบน้ำ หรือไม่ใส่ใจเลือกครีมอาบน้ำ

เชื้อโรคต่าง ๆ ที่ไม่ถูกชำระล้างออกไป อาจเข้าสู่ร่างกาย เป็นสาเหตุให้เกิดอาการไข้ หรือท้องเสีย นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจะเกิดโรคผิวหนัง ทั้งโรคกลากเกลื้อน และเชื้อราบนผิวหนัง นอกจากนี้ยังมีผลต่อคุณภาพผิว ผิวแห้ง ผิวลอก หรือเป็นผดผื่นคัน และอาการสำคัญที่ปรากฎอย่างแน่นอนคือไม่สบายตัว และหลับไม่สบาย ดังนั้นคนในครอบครัวจึงละเลยไม่ได้เลยถึงการเลือกครีมอาบน้ำที่มีคุณภาพ

 

5 ครีมอาบน้ำสำหรับเด็กทารก เด็กโตก็ใช้ได้

ครีมอาบน้ำสำหรับเด็กทารก ควรหลีกเลี่ยงที่มีสาร SLS ที่ทำให้เกิดฟอง ไม่มีซิลิโคนซึ่งสามารถสะสมบนผิว ไม่มีพาราเบนที่เป็นสารกันเสีย ไม่ใส่แอลกอฮอล์เพราะอาจเกิดการระคายเคืองและแพ้ รวมถึงอาจหลีกเลี่ยงกลูเตนเพราะมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่แพ้กลูเตน ก่อนซื้อครีมอาบน้ำมาใช้ ต้องเช็คจากฉลากก่อนว่าไม่มีองค์ประกอบดังที่กล่าวไป

สำหรับครีมอาบน้ำ 5 ยี่ห้อ ขอแนะนำดังนี้

  • Baby Mild Ultra Mild Bioganik

สูตรยอดนิยมขวดเขียว สามารถใช้เป็นสบู่เหลวและสระผมได้ สูตรอ่อนโยนต่อผิวด้วยเอสเซ้นส์ออแกนิกจากพืชธรรมชาติ ไม่มีสารกันเสีย สารก่อฟอง จึงอ่อนโยนต่อผิว และไม่ระเคืองตาอย่างแน่นอน และยังเปี่ยมด้วยวิตามินอี บำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่น ล้างออกง่าย กลิ่นหอมอ่อน ๆ มี pH Balance รักษาสมดุลผิวให้ลูกน้อย 

เว็บไซต์: www.babimild.com

รีวิวครีมอาบน้ำเด็ก

ที่มารูปภาพ: www.babimild.com/

 

  • D-NEE Organic for Newborn Head & Body

สบู่เหลวใช้อาบน้ำและสระผม มีสารสกัดจากธรรมชาติถึงเจ็ดชนิดที่ช่วยในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยดูแลผิวอย่างอ่อนโยน ผิวของลูกจะนุ่มนิ่มมีสุขภาพดี และให้ความสำคัญกับ pH Balance ทำให้ผิวของลูกสะอาด อีกทั้งยังล้างออกง่าย นี่เป็นอีกแบรนด์ที่ผ่านการทดสอบเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ทำให้แพ้และระคายเคือง เป็นผลิตภัณฑ์เป็นมิตรและปลอดภัยต่อทารกอย่างแน่นอน

เว็บไซต์: dnee.co.th/index.php/th/

รีวิวครีมอาบน้ำเด็ก

ที่มารูปภาพ: http://dnee.co.th/

 

  • Pureen Head to Toe Wash

สบู่เหลวอาบน้ำและสระผม ผสมผสานวิตามินบี 5 และวิตามินอี ช่วยบำรุงผิว ผม และเล็บ ให้แข็งแรง ไม่มีสารระคายเคืองต่อผิวหรือดวงตา มั่นใจในตอนอาบน้ำได้ว่าลูกจะไม่ร้องโยเย ปราศจากสารที่ควรหลีกเลี่ยงทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสารกันเสีย Paraben หรือสารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่ายอย่าง SLS และ MIT และได้รับการรับรองคุณภาพว่าไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองด้วยการทดสอบทางการแพทย์โดยแพทย์ผิวหนัง

เว็บไซต์: www.pureen.co.th/

ครีมอาบน้ำเด็ก

ที่มารูปภาพ: http://www.pureen.co.th/

 

  • Enfant Organic Shampoo & Body

ครีมอาบน้ำเนื้อเจลที่ใช้อาบน้ำและสระผมได้ในขวดเดียว มีคำว่า Organic กำกับทำให้มั่นใจในส่วนผสมว่ามาจากธรรมชาติ โดยมีทั้งสารสกัดจากข้าวโอ๊ต และน้ำมันมะกอก อ่อนโยนกับลูกน้อย ปลอดภัยต่อผิว และด้วยสารสกัดจากคาโมมายล์ ดูแลผมกับผิวหนังให้แข็งแรง แบรนด์นี้เหมาะใช้ยาว ๆ เพื่อดูแลปกป้องและดูแลผิวลูกน้อยจากมลภาวะในปัจจุบัน

เว็บไซต์: enfantfamily.bentoweb.com/th

ครีมอาบน้ำเด็ก

ที่มารูปภาพ: http://www.enfantfamily.com/

 

  • Johnson’s Top-To-Toe Hair & Body Baby Bath

แบรนด์นี้เน้นย้ำว่าผิวเด็กซึมซับและสูญเสียความชุ่มชื้นได้เร็วกว่าผิวของผู้ใหญ่ มีการทดสอบกับกลีบกุหลาบว่าอ่อนโยน และการทดสอบกับหัวไชเท้าถึงความชุ่มชื้นที่ซึมซับได้ง่าย มีค่า pH ที่เหมาะสมกับผิว ความกระด้างของน้ำที่ทำให้อาบแล้วชำระล้างออกได้สะอาดหมดจรด ผ่านการทดสอบโดยกุมารแพทย์ เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากสำหรับคุณแม่ลูกอ่อนใช้อาบน้ำให้แก่ทารกแรกเกิด

เว็บไซต์: www.johnsonsbaby.co.th

ครีมอาบน้ำเด็ก

ที่มารูปภาพ: https://www.johnsonsbaby.co.th/

 

อ่านต่อ.. รีวิวครีมอาบน้ำเด็ก 10 แบรนด์ อาบสะอาด อ่อนโยนต่อผิว ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

รีวิวถุงเก็บน้ำนม

รีวิวถุงเก็บน้ำนม สะอาด พกพาสะดวก

ถุงเก็บน้ำนม จัดเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้คุณแม่วัยทำงานหรือคุณแม่ที่ไม่มีเวลาให้นมลูกจากเต้า รวมถึงคุณแม่ที่มีปริมาณน้ำนมมากกว่าปกติ สามารถเก็บสต็อกน้ำนมของตัวเองไว้ เพื่อให้ลูกได้ทานในช่วงเวลาที่ต้องการ หรือเก็บสะสมไว้ตอนที่มีน้ำนมออกมาน้อย การใช้ถุงเก็บน้ำนมเมื่อเทียบกับการเก็บน้ำนมไว้ในขวด การใช้งานถุงเก็บน้ำนมจะประหยัดพื้นที่มากกว่า ง่ายต่อการจัดเก็บ ง่ายต่อการพกพาระหว่างเดินทาง สามารถจัดเก็บได้ในระยะยาว และน้ำนมที่ถูกเก็บไว้ในถุงเก็บน้ำนมจะมีความสะอาด สด ใหม่ สามารถให้ทารกดื่มได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสิ่งเจือปนจากการจัดเก็บ มาดู รีวิวถุงเก็บน้ำนม ที่สะอาด ปลอดภัย และพกพาสะดวก เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่กันค่ะ

รีวิวถุงเก็บน้ำนม สะอาด พกพาสะดวก

รีวิวถุงเก็บน้ำนม

ประเภทน้ำนมแม่ ระยะเวลาการนำมาใช้และอุณหภูมิในการจัดเก็บ

  • น้ำนมแม่ที่ลูกทานไม่หมด ต้องใช้ภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากลูกทานนมเสร็จ ถ้ายังใช้ไม่หมดต้องทิ้ง
  • น้ำนมแม่ปั๊มเสร็จใหม่ เก็บที่อุณหภูมิห้อง (25°C) อยู่ได้สูงสุด 4 ชั่วโมง เก็บในตู้เย็นช่องธรรมดา (4°C)  อยู่ได้สูงสุด 4 วัน เก็บช่องแช่แข็ง (-18°C) อยู่ได้และควรใช้ภายใน 6 เดือนดีที่สุด แต่สามารถเก็บได้สูงสุดถึง 12 เดือน
  • น้ำนมแม่ที่ละลาย หรือ แช่แข็งก่อนหน้านี้แล้วนำมาะลาย เก็บที่อุณหภูมิห้อง (25°C) อยู่ได้สูงสุด 1-2  ชั่วโมง เก็บในตู้เย็นช่องธรรมดา (4°C) อยู่ได้สูงสุด 1 วัน โดยห้ามนำนมแม่ไปแช่แข็งซ้ำอีกหลังจากละลายแล้ว เพราะจะเกิดกลิ่นหืนและสูญเสียคุณค่าทางสารอาหาร รวมถึงมีเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีเกิดขึ้น

 

ทำไมถึงต้องใช้ถุงเก็บน้ำนม

  • ช่วยยืดอายุน้ำนมแม่ คุณค่าสารอาหารในนมแม่ไม่เสียหาย สามารถนำมาให้ลูกทานได้ในวันอื่นๆ เช่น ในวันที่คุณแม่มีธุระไม่อยู่บ้านหรือต้องกลับไปทำงาน โดยไม่ว่าใครจะอยู่ดูแลเด็ก ก็สามารถนำน้ำนมแม่มาให้ลูกทานได้
  • ช่วยให้น้ำนมแม่ไม่ปนเปื้อนจากเชื้อโรค หรือแบคทีเรียต่างๆ ทำให้น้ำนมแม่คงความสด สะอาด ปลอดภัย
  • ช่วยให้ลูกมีน้ำนมแม่ไว้ทานมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป
  • สามารถเก็บฟรีซ (Freeze) ไว้ได้นานในตู้แช่เย็น ทำให้มีสต๊อกน้ำนมให้ลูก ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อนมผง
  • ประหยัดพื้นที่ในตู้แช่นมได้มากกว่าการเก็บแบบกล่องหรือขวด รวมถึงเวลานำมาใช้ ถุงเก็บน้ำนมที่ตั้งทิ้งไว้จะละลายเร็วกว่าเก็บในขวดนม หรือกล่องพลาสติก
  • สามารถใช้ถุงเก็บน้ำนมใส่น้ำลงไปแล้วแช่แข็ง ใช้แทนน้ำแข็ง แช่น้ำนมในกระติกได้ เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องปั๊มนมที่ทำงาน แล้วแช่ใส่กระติกกลับบ้าน ทำให้กระติกและถุงบรรจุน้ำนมไม่เปียกแฉะหรือน้ำหยดจากน้ำแข็งที่ละลาย และไม่สิ้นเปลือง

เลือกถุงเก็บน้ำนมอย่างไร

  • ทนทาน ตะเข็บที่ใช้ปิดเปิดเหนียวแข็งแรง ทำจากวัสดุพลาสติก 2 ชั้น เพื่อรองรับแรงกระแทกและการขีดข่วน
  • ออกแบบให้เหมาะกับการทำละลายน้ำนมในน้ำอุ่น หรือทนทานต่อการแช่แข็ง
  • ตัวถุงควรตั้งตรงเพื่อง่ายในการใส่น้ำนมแม่ และฐานของตัวถุงเก็บน้ำนมแม่ควรวางราบได้เพื่อง่ายต่อการจัดเก็บ
  • ควรเลือกแบบมีซิปล็อค 2 ชั้นขึ้นไป เพื่อป้องกันการรั่วของน้ำนม
  • ขนาดถุงเก็บน้ำนมสามารถบรรจุน้ำนมแม่ได้ตามปริมาณที่ต้องการ โดยขนาดที่เป็นที่นิยมคือ 8 ออนซ์ (240 มิลิลลิตร) เพราะเป็นปริมาณที่คุณแม่ส่วนใหญ่ปั๊มได้และทารกสามารถดื่มได้ประมาณ 2 มื้อ แต่บางคนอาจชอบที่จะเก็บในถุงเล็กมากกว่า เนื่องจากสะดวกต่อการนำออกมาละลายครั้งต่อครั้ง
  • มีฉลากที่สามารถใช้เขียนวันเดือนปีและเวลาการปั๊มนมหรือเวลาบรรจุนมลงไปแต่ละครั้ง มีตัวเลขหรือฉลากบอกปริมาณน้ำนมที่บรรจุในถุงน้ำนม
  • ผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัย ไม่มีส่วนผสมของสาร BPA (BPA: Bisphenol A) สาร BPA นั้น พบได้ในบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม  เมื่อโดนความร้อนจะละลายออกมาปนเปื้อนอาหาร โดยปริมาณการปนเปื้อนอาหารจะสูงขึ้นเมื่ออุณหภูมิแวดล้อมรอบภาชนะที่บรรจุสูงขึ้น

แนะนำ 10 ถุงเก็บน้ำนม ทนทานคุณภาพดีใช้งานสะดวก

  1. Philips Avent

ขนาด 6 ออนซ์ (180 มิลลิลิตร) จุดเด่นของถุงเก็บน้ำนมรุ่นนี้คือ ช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ทำให้การจัดเก็บน้ำนมและการนำน้ำนมออกมา ง่าย รวดเร็ว สะดวก วัสดุปราศจากสาร BPA ตัวถุงเหนียว ซิปและตะเข็บข้างแข็งแรง ซีลเก็บน้ำนมถึง 2 ชั้น จัดเก็บหรือพกพาในการเดินทางทำได้สะดวก ถุงสามารถวางตั้งอยู่ได้ด้วยตนเองและวางราบเพื่อให้ง่ายต่อการจัดเก็บในตู้เย็นหรือช่องแช่แข็ง

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.philips.co.th/

รีวิวถุงเก็บน้ำนม

อ้างอิงรูปภาพ: https://www.philips.co.th/

 

  1. Nanny

ขนาด 5 ออนซ์ (150 มิลลิลิตร) และขนาด 8 ออนซ์ (240 มิลลิลิตร) เป็นถุงเก็บน้ำนมคุณภาพสูงที่ได้รับการรับรองจากสถาบันทั้งในไทยและต่างประเทศ วัสดุระดับพรีเมี่ยม สะอาดและปลอดภัยสูงสุด ระบบซีลปิดปากถุงเป็นแบบดับเบิ้ลซิปล็อค โดยมีพื้นที่เขียนบันทึกอยู่ด้านบนของตัวถุง และพื้นที่เขียนไม่กินบริเวณที่บรรจุน้ำนม ป้องกันการปนเปื้อนจากหมึกปากกา ตัวถุงวางตั้งได้ทำให้สะดวกเวลาเทนมใส่ และวางนอนเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บได้

เว็บไซต์อ้างอิง: http://www.nannyproducts.com/

รีวิวถุงเก็บน้ำนม

อ้างอิงรูปภาพ: https://www.facebook.com/nannybabyproduct/

  1. Nanobébé 

ขนาด 5 ออนซ์ (150 มิลลิลิตร) ถือว่าเป็นขนาดกะทัดรัด วัสดุในการผลิตปลอดสาร BPA ตัวถุงแต่ละถุงสามารถวางซ้อนกันได้อย่างพอดี สามารถจัดเรียงเข้าช่องแช่เย็นได้แบบไม่กินพื้นที่ มีตัว Storage (ซื้อคู่กันพร้อมถุงน้ำนม) ที่เป็นการออกแบบสำหรับการจัดเก็บถุงน้ำนมให้จัดเรียงตามวันที่จัดเก็บและนำออกมาใช้ตามวันหมดอายุได้อย่างสะดวก คุณแม่ที่ชอบแนว minimal น่าจะถูกใจถุงเก็บน้ำนมแบรนด์นี้

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.facebook.com/nanobebethailand/

รีวิวถุงเก็บน้ำนม

อ้างอิงรูปภาพ: https://www.facebook.com/nanobebethailand/

 

  1. Lamoon

ขนาด 8 ออนซ์ (240 มิลลิลิตร) มีสีสันที่น่ารัก 3 รูปแบบ เกรดเดียวกับที่นำไปใช้ผสมอาหาร ไม่ต้องกังวลว่าสีจะไปปนเปื้อนกับนมและเป็นอันตรายต่อสุขภาพเด็ก มีซิปล็อค 2 ชั้นและตัวถุงป้องกันการปนเปื้อนด้วยช่องเทเข้า-ออก แยกจากกัน สินค้าถุงเก็บน้ำนมนี้โดดเด่นด้วยตัวบอกสถานะอุณหภูมิของน้ำนมช่วยบอกอุณหภูมิที่เหมาะสม (เย็นเกินไป/ร้อนเกินไป/พร้อมดื่ม) โดยแสดงเป็นสีให้คุณแม่เห็นสะดวก ผิวสัมผัสด้านทั้งถุงทำให้จับไม่ลื่นมือ มีช่องข้อมูลขนาดใหญ่ที่เขียนง่ายด้วยปากกาลูกลื่นและมองเห็นข้อมูลได้ชัดเจน

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.lamoonbaby.com/press/7350/

ถุงเก็บน้ำนม

อ้างอิงรูปภาพ: https://www.lamoonbaby.com/

 

อ่านต่อ.. รีวิวถุงเก็บน้ำนม สะอาด พกพาสะดวก ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

คาร์ซีทแรกเกิด คาร์ซีท

คลิปจำลองเหตุรถชน 5 แบบเผยให้เห็น คาร์ซีทแรกเกิด ปกป้องลูกได้

คาร์ซีทแรกเกิด สำหรับเด็ก ของจำเป็นที่คุณจะเห็นประโยชน์เมื่อยามเกิดอุบัติเหตุ มาดูคลิปแสดงความปลอดภัย สาธิตการชน 5 แบบแล้วจะรู้ว่าคาร์ซีทสำคัญ

คลิปจำลองเหตุรถชน 5 แบบเผยให้เห็น คาร์ซีทแรกเกิด ปกป้องลูกได้!!

คาร์ซีท (Car Seat) ของควรมีหากคุณพ่อคุณแม่ต้องการพาลูกนั่งรถ คาร์ซีทแรกเกิด ที่ใคร ๆ หลายคนต่างกังวลว่าควรมีหรือไม่ ลูกจะสามารถนั่งคาร์ซีทได้ตอนอายุเท่าไหร่ หรือเด็กเล็ก ทารกแค่ให้แม่อุ้มไว้ขณะนั่งรถก็เพียงพอแล้ว ไม่อันตรายหรอก ก่อนจะด่วนสรุปสิ่งใด ขอแนะนำให้ทุกท่านลองรับชมคลิปต่อไปนี้ คลิปดีดี ที่จะทำให้คุณพ่อคุณแม่มีมุมมองที่เปลี่ยนไปกับ คาร์ซีท

 

คลิปแสดงความปลอดภัยเมื่อให้เด็กทารกนั่งบนรถที่มีการชน หรือเบรคกระทันหัน โดยจำลองสถาณการณ์ 5 แบบ
  1. ไม่คาด seat belt
  2. คาด seat belt (แบบนี้จะไปอันตรายที่สมอง และกระดูกสันหลังแทน)
  3. ให้แม่ของเด็กอุ้มเอาไว้
  4. นั่ง car seat แบบหันหน้า
  5. นั่ง car seat แบบหันหลัง
ที่มา : ถึงบางอ้อกับหมอเอ

พ.ร.บ.จราจรทางบก เด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ต้องนั่งคาร์ซีท บูสเตอร์ซีท ขณะ เด็กสูงไม่เกิน 135 ซม. ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย ห้ามอุ้มนั่งเด็ดขาด ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 2 พัน!!

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2565 บัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 120 วันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

มาตรา 7 ให้ยกเลิกความในมาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 14/2560 เรื่อง มาตรการ เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก ลงวันที่ 21 มีนาคม พุทธศักราช 2560 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา 123 ภายใต้บังคับมาตรา 123/1 ในขณะขับรถยนต์ ผู้ที่อยู่ในรถยนต์ต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

1) ผู้ขับขี่ ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่งตลอดเวลาในขณะขับรถยนต์

(2) คนโดยสาร

(ก) คนโดยสารที่นั่งแถวตอนหน้าและที่นั่งแถวตอนอื่น ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัย ไว้กับที่นั่งตลอดเวลาในขณะโดยสารรถยนต์

(ข) คนโดยสารที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ต้องจัดให้นั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือนั่งในที่นั่งพิเศษสำหรับเด็กเพื่อป้องกันอันตราย หรือมีวิธีการป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ

(ค) คนโดยสารที่มีความสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร ต้องรัดร่างกายด้วย เข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่ง หรือมีวิธีการป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะนั่งแถวตอนใด

ในกรณีที่ผู้ขับขี่หรือคนโดยสารมีเหตุผลทางสุขภาพอันไม่สามารถรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัย ไว้กับที่นั่งได้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง แต่บุคคลนั้นต้องมีวิธีการป้องกันอันตราย ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ

ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กและที่นั่งพิเศษสำหรับเด็กเพื่อป้องกันอันตรายตาม (2) (ข) และวิธีการ ป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุตามที่บัญญัติไว้ในมาตรานี้ ให้เป็นไปตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติประกาศกำหนด

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565” มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ทั้งนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com
คาร์ซีทแรกเกิด จำเป็น
คาร์ซีทแรกเกิด จำเป็น

8 จุดสำคัญของเด็กที่พ่อแม่ต้องรู้ก่อนให้ทารกนั่งรถ มีดังนี้ 

  1. สมองและศีรษะที่เปราะบาง เด็กแรกเกิด จะมีขนาดศีรษะเท่ากับ 1 ใน 4 ของร่างกาย ถือได้ว่ามีน้ำหนักมากเมื่อเทียบกับ ขนาดของร่างกายโดยรวม คาร์ซีทจึงควรมีที่ปกป้องบริเวณศีรษะ
  2. ระบบหายใจที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทารกจะใช้ท้องเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่ช่วยในการหายใจ บ่อยครั้งเมื่อบริเวณท้องงอตัวหรือถูกกดทับ จะเกิดสภาวะหายใจติดขัดได้ง่าย คาร์ซีทจึงควรที่จะมีองศาการนอนที่เหมาะสม โดยองศาที่เหมาะสมอยู่ที่ 135-170 องศา
  3. กระดูกสันหลังที่ยังไม่สามารถทรงตัวได้ เด็กแรกเกิดจะมีแนวกระดูกสันหลังเป็นเส้นตรง สะโพกสามารถเคลื่อนได้ง่าย ดังนั้นเราจึงควรดูแลจัดให้สรีระอยู่ในท่านั่งและนอน ที่เหมาะสมสามารถขยับแขนและขาได้ง่ายเป็นธรรมชาติ คาร์ซีทแรกเกิดจึงเป็นสิ่งที่ควรมีเพื่อช่วยปกป้องเด็กในเรื่องนี้
  4. ระบบควบคุมอุณหภูมิในร่างกายที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่เด็กแรกเกิด มีความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิในร่างกายต่ำ ดังนั้นการช่วยปรับอุณหภูมิแวดล้อมให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คาร์ซีทควรมีการระบายอากาศที่ดีโดยเฉพาะด้านหลังของตัวเด็ก เพราะเป็นจุดที่เหงื่อออกง่ายและมากกว่าจุดอื่น ๆ
  5. การนอนที่ยังไม่เป็นระบบ เด็กแรกเกิด จะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอน และเมื่อเข้าสู่เดือนที่ 4 จะเริ่มเรียนรู้ความแตกต่างของกลางวันกลางคืน
  6. ผิวหนังบองบางไวต่อสิ่งสัมผัส ผิวหนังของเด็กมีความหนาเพียงครึ่งเดียวของผิวผู้ใหญ่ จึงไวต่อสิ่งสัมผัสและแห้งง่าย ด้วยรูขุมขนที่ละเอียดเล็ก จึงทำให้คลายความร้อนได้ช้า มีเหงื่อออกมาก เนื้อผ้าของคาร์ซีทก็ควรที่จะปลอดภัยต่อผิวเด็ก ไม่ก่อเกิดอาการแพ้ และก็ควรระบายอากาศไม่กักเก็บเหงื่อ เพราะจะทำให้เด็กรู้สึกไม่สบายตัว หรืออาจเกิดอาการแพ้เหงื่อตัวเอง
  7. ประสาทสัมผัสที่อ่อนแอ ทารกจะมีระยะการมองเห็นสั้นๆ สายตา การมองเห็นยังไม่ดีพอ เด็กจะรับรู้ข้อมูลส่วนใหญ่ ผ่านการสัมผัสทางด้านร่างกาย คาร์ซีทจึงควรมีหลังคาที่สามารถปิดบังแสงแดด และสามารถป้องกันรังสี UV ที่เป็นอันตรายต่อทั้งผิวและสายตาของเด็ก
  8. ระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ สิ่งแวดล้อมรอบตัว เด็กแรกเกิด จะมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน และก่อให้เกิดภูมิแพ้ที่ติดตัวเด็กไปเป็นระยะเวลาหลายปี ทารกจะมีระยะมองเห็นสั้นๆ รับรู้ข้อมูลผ่านการสัมผัสทางด้านร่างกาย

อ่านต่อ>> เคล็ดลับวิธีการฝึกลูกให้นั่งคาร์ซีท คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

รีวิวนมกล่อง

รีวิวนมกล่อง UHT หอม อร่อย มีประโยชน์

เมื่อเด็กโตขึ้น ข้าวจะเข้ามาเป็นอาหารหลักแทนที่นม ส่วนนมจะกลายเป็นอาหารเสริมเพื่อเพิ่มแคลเซียม โปรตีนและวิตามินต่าง ๆ ให้แก่เด็กในแต่ละช่วงวัย อย่างไรก็ตามนมยังถือเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงตลอดกาล หาดื่มได้ง่าย โดยเฉพาะนมวัว ซึ่งนมวัวจะมีแคลเซียมสูงกว่านมชนิดอื่น ๆ ตัวแคลเซียมในนมจะส่งผลต่อพัฒนาการด้านร่างกายของเด็ก มีผลต่อการเพิ่มความสูง เป็นส่วนประกอบหลักในการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน เป็นแร่ธาตุสำคัญในกระบวนการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหานมกล่องที่ช่วยเสริมสารอาหารให้ลูกรัก วันนี้กองบรรณาธิการมี รีวิวนมกล่อง UHT 10 แบรนด์ที่น่าสนใจ มาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ

รีวิวนมกล่อง UHT หอม อร่อย มีประโยชน์

รีวิวนมกล่อง

ประเภทของนมกล่อง

  1. นมยูเอชที (UHTหรือ Ultra-High Temperature Milk) ขั้นตอนการผลิตมีการฆ่าเชื้อจนจุลินทรีย์ตายเกือบทั้งหมด สามารถเก็บไว้ได้นานประมาณ 6-8 เดือน มีสารอาหารครบถ้วน เพราะแทบจะไม่สูญเสียวิตามินใด ๆ จากการผลิต และมีการใส่สารอาหารที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมลงไปด้วย
  2. นมสเตอริไลซ์ (Sterilized Milk) ขั้นตอนการผลิตใช้ความร้อนสูงในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์จนตายหมด สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 1 ปี แต่นมประเภทนี้จะสูญเสียวิตามินที่สำคัญบางอย่างไปในกระบวนการผลิต จึงมีสารอาหารไม่ครบถ้วน
  3. นมสดพาสเจอร์ไรซ์ (Pasteurized Milk) ขั้นตอนการผลิตมีการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อน แต่ก็ยังมีจุลินทรีย์บางชนิดหลงเหลืออยู่บ้าง จึงต้องเก็บไว้ในตู้เย็นเท่านั้น และมีอายุประมาณ 7-10 วัน มีรสชาติที่หอมมันอร่อย ใกล้เคียงนมสดที่สุด

เลือกนมกล่องอย่างไรถึงเหมาะกับเด็ก

  • ผลิตจากแหล่งที่มีคุณภาพ ผ่านขั้นตอนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย
  • ก่อนเลือกซื้อ ต้องอ่านฉลากโภชนาการที่กล่องด้วยทุกครั้ง แต่เนื่องจากนมเป็นอาหารเสริมจากมื้อหลัก ไม่จำเป็นต้องเน้นดื่มนมกล่องที่เห็นว่าให้ปริมาณสารอาหารหรือพลังงานมากที่สุด นมกล่องที่ดีควรมีสารอาหารที่สำคัญอย่างครบถ้วน ในปริมาณที่เหมาะสมกับวัยของเด็ก เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการและการเติบโตอย่างเต็มที่
  • กล่องนมมีสภาพปกติ ไม่มีส่วนไหนบุบ บวม หรือรั่วออกมา ต้องมีวันเดือนปีที่ผลิตและวันหมดอายุระบุไว้อย่างชัดเจน
  • ความชอบของเด็ก ควรรู้หรือสอบถามมาก่อนว่าเด็กชอบรสชาติแบบไหน เลือกแบบที่เด็กชอบ เด็กจะมีความสุขกับการดื่มนมโดยไม่ต้องบังคับ ดื่มได้ทุกวัน

แนะนำ 10 นมกล่อง แคลเซียมสูง ช่วยส่งเสริมพัฒนาการสำหรับเด็ก

  1. Enfagrow A+ Superior สูตร 3

นมเอนฟาโกร เอพลัส ซุพีเรียร์ เป็นนมกล่อง UHT แบบเติมสารอาหาร ขนาดบรรจุ 1 กล่อง มีปริมาณ 180 มิลลิลิตร นอกจากรสจืดยอดนิยมแล้ว ยังมีอีก 3 รส ได้แก่ รสวานิลลา, รถช็อกโกแลต และรสน้ำผึ้ง ตัวนมมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ดื่มง่าย อิ่มท้องนานหลังดื่ม จากฉลากโภชนาการที่กล่องมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ครบถ้วน มีแคลเซียม, ดีเอชเอ, โอเมก้าสูง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างเซลล์สมอง ที่สำคัญมีการใส่ธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่เด็กๆ มักขาดลงในนมด้วย แต่เพราะมีสารอาหารเพิ่มเติมครบถ้วนในปริมาณสูง ราคาถ้าเทียบกับนมกล่องยี่ห้ออื่นจึงจัดว่าราคาสูง

เว็บไซต์อ้างอิง: www.enfababy.com/ยูเอชทีเอนฟาโกรเอพลัสซุพีเรียร์สูตร3

รีวิวนมกล่อง

อ้างอิงรูปภาพ: www.enfababy.com/ยูเอชทีเอนฟาโกรเอพลัสซุพีเรียร์สูตร3

 

  1. Thai-Danish UHT Fresh Milk

นม UHT ไทยเดนมาร์ค หรือที่เรียกว่านมวัวแดง (เรียกตามรูปวัวสีแดงบนกล่องนม) ทำมาจากน้ำนมโคสดแท้ ไม่ผสมนมผง มีหลายขนาดและราคา ตั้งแต่ปริมาณ 125 มิลลิลิตร 200 มิลลิลิตร และ 250 มิลลิลิตร มีแคลเซียมจากธรรมชาติและโปรตีนสูง เป็นนมที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน รสชาติอร่อย ดื่มง่าย มี 3 รส คือ รสจืด รสหวาน และรสช็อกโกแลต ถ้าเด็กทานอาหารครบมื้อครบถ้วน การดื่มนม UHT ไทยเดนมาร์คที่เป็นน้ำนมโคสดแท้ ก็เพียงพอที่จะช่วยเสริมในเรื่องของแคลเซียมและโปรตีนให้แก่ร่างกาย ราคาไม่แพง หาซื้อได้ง่าย

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.dpo.go.th/product/นม-ยู-เอช-ที/

รีวิวนมกล่อง

อ้างอิงรูปภาพ: https://f.btwcdn.com/store-49776/product/d7b59592-ca2c-98b7-ed1f-61f7ff660e20.jpg

 

  1. Hi-Q UHT 1 Plus ซูเปอร์โกลด์ 

นมไฮ-คิว 1 พลัส ซูเปอร์โกลด์ เป็นนมกล่อง UHT แบบเติมสารอาหาร ขนาดบรรจุ 1 กล่องมีปริมาณ 180 มิลลิลิตร มีรสจืดที่หอมมันอร่อย จากฉลากโภชนาการที่กล่องมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ครบถ้วน โดยมีโอเมก้าในปริมาณสูง ด้วยรสชาตินมที่หอมมันอร่อย เลยเป็นนมกล่องที่เด็ก ๆ ชื่นชอบและมักจะดื่มบ่อยครั้งต่อวัน

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.hifamilyclub.com/products/toddler-products.html

นมกล่อง UHT

อ้างอิงรูปภาพ: https://danonecareplus.com/th/product/detail/hiq-uht-1-plus-super-gold

 

  1. นมจิตรลดา

นมจิตรลดารสจืด UHT ทำมาจากน้ำนมโคสดแท้ 100% ไม่ผสมนมผง ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล ขนาดบรรจุ 1 กล่องมีปริมาณ 200 มิลลิลิตร รสชาติจืดเข้มมันอร่อย ทานง่าย มีแคลเซียมสูง ไม่ทำให้ท้องผูก ราคาไม่แพง มีขายในร้านสะดวกซื้อ แต่หาซื้อยากเพราะมักจะถูกซื้อยกแพ็คทำให้หมดเร็ว

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.theroyalproject.org/product-category/uht/

นมกล่อง UHT

อ้างอิงรูปภาพ: https://www.theroyalproject.org/wp-content/uploads/2020/09/FP-01_UHT-1000.png

 

อ่านต่อ.. รีวิวนมกล่อง UHT หอม อร่อย มีประโยชน์ ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

นิทานภาษาอังกฤษ

นิทานภาษาอังกฤษ สนุก และได้ฝึกทักษะด้านภาษา

นิทานอีสป นิทาน 2 ภาษา นิทานภาษาอังกฤษ นอกจากความสนุกสนานเพลินเพลิดแล้ว ยังได้ฝึกพัฒนาการทางด้านภาษา และได้คติสอนใจดีๆ จากนิทานอีกด้วย

นิทานภาษาอังกฤษ สนุก และได้ฝึกทักษะด้านภาษา

การอ่าน นิทานก่อนนอน ให้ลูกฟังมีประโยชน์หลายด้าน เด็กจะมีพัฒนาการทางด้านอารมณ์ ความคิด สติปัญญา ได้รับความสุข ความอบอุ่นจากคุณพ่อคุณแม่ หากเล่า นิทานภาษาอังกฤษ ลูกก็จะได้ประโยชน์ในการพัฒนาด้านภาษาเพิ่มขึ้นอีกด้วย ดังนั้น ทีมกองบรรณาธิการ ABK จึงได้นำนิทานอีสป แบบ 2 ภาษา มาฝากในวันนี้ค่ะ

นิทานเรื่อง เด็กเลี้ยงแกะกับหมาป่า
นิทานเรื่อง เด็กเลี้ยงแกะกับหมาป่า

นิทานภาษาอังกฤษ สนุก และได้ฝึกทักษะด้านภาษา

นิทานอีสป : เด็กเลี้ยงแกะกับหมาป่า (The Shepherd Boy & the Wolf)

ณ หมู่บ้านชายป่า มีเด็กเลี้ยงแกะคนหนึ่งชอบพูดโกหกเป็นประจำ วันหนึ่งเกิดนึกสนุกอยากแกล้งชาวบ้านจึงร้องตะโกนว่า “ช่วยด้วย ๆ หมาป่ามันจะมากินแกะแล้ว” ชาวบ้านต่างพากันมาช่วย พอเด็กเลี้ยงแกะเห็นชาวบ้านวิ่งหน้าตาตื่นก็หัวเราะด้วยความชอบใจ แล้วชอบเล่นสนุปแบบนี้อีกหลายครั้ง ชาวบ้านก็พากันวิ่งหน้าตาตื่นมาช่วยเขาทุกครั้ง และพบว่าพวกเขาถูกหลอกอีกเช่นเคย จนวันหนึ่งหมาป่าก็มาจริง ๆ คราวนี้เด็กเลี้ยงแกะตะโกนให้คนมาช่วยสุดเสียง “ช่วยด้วย ๆ หมาป่ามันจะมากินแกะแล้ว” แต่ครั้งนี้กลับไม่มีชาวบ้านออกมาช่วยเด็กเลี้ยงแกะอีกแล้ว เพราะคิดว่าเขาคงจะโกหกอีก สุดท้ายเจ้าหมาป่าจึงกินแกะของเด็กเลี้ยงแกะไปทีละตัว ๆ จนหมด

A Shepherd Boy tended his master’s Sheep near a dark forest not far from the village. Soon he found life in the pasture very dull. All he could do to amuse himself was to talk to his dog or play on his shepherd’s pipe.

One day as he sat watching the Sheep and the quiet forest, and thinking what he would do should he see a Wolf, he thought of a plan to amuse himself.

His Master had told him to call for help should a Wolf attack the flock, and the Villagers would drive it away. So now, though he had not seen anything that even looked like a Wolf, he ran toward the village shouting at the top of his voice, “Wolf! Wolf!”

As he expected, the Villagers who heard the cry dropped their work and ran in great excitement to the pasture. But when they got there they found the Boy doubled up with laughter at the trick he had played on them.

A few days later the Shepherd Boy again shouted, “Wolf! Wolf!” Again the Villagers ran to help him, only to be laughed at again.

Then one evening as the sun was setting behind the forest and the shadows were creeping out over the pasture, a Wolf really did spring from the underbrush and fall upon the Sheep.

In terror the Boy ran toward the village shouting “Wolf! Wolf!” But though the Villagers heard the cry, they did not run to help him as they had before. “He cannot fool us again,” they said.

The Wolf killed a great many of the Boy’s sheep and then slipped away into the forest.

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

คนที่ชอบโกหก แม้พูดความจริงก็ไม่มีใครเชื่อ

Liars are not believed even when they speak the truth.

 

อ่านต่อ…นิทานภาษาอังกฤษ สนุก และได้ฝึกทักษะด้านภาษา คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

รีวิวแป้งเด็ก

รีวิวแป้งเด็ก ผิวลื่น แห้งสบาย ปลอดภัยต่อเด็ก

แป้งเด็กเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งานและต้องไม่เป็นอันตรายต่อผิวอันบอบบาง ไม่ระคายเคืองผิว ลดความอับชื้น ใช้แล้วสบายตัว แต่ในสมัยก่อนเมื่อไม่มีการวิจัยทางการแพทย์อย่างถี่ถ้วน แป้งเด็กทาตัวหรือแป้งฝุ่นโรยตัวนิยมผสมสารทัลคัมเป็นส่วนประกอบ เพราะคุณสมบัติเด่นของสารทัลคัม คือ ดูดซับความเปียกชื้นและลดการเสียดสีของผิวหนัง อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการวิจัยทางการแพทย์อย่างละเอียด กลับพบว่าแม้สารทัลคัมจะช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น แต่สารทัลคัมที่มีลักษณะเป็นผงละเอียด จะทำให้แป้งที่ผสมกับทัลคัมฟุ้งในอากาศและเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของเด็ก จะก่อให้เกิดอาการระคายเคือง และด้วยทัลคัมเป็นสารอนินทรีย์ไม่สามารถย่อยสลายเองได้ หากเด็กใช้ในระยะเวลานาน จึงไปสะสมในร่างกายจนเป็นผลให้เด็กเป็นโรคระบบทางเดินหายใจได้ วันนี้กองบรรณาธิการ จึงมา รีวิวแป้งเด็ก พร้อมวิธีการเลือกแป้งเด็กให้ปลอดภัยกับลูกรักของเรากันค่ะ

รีวิวแป้งเด็ก ผิวลื่น แห้งสบาย ปลอดภัยต่อเด็ก

รีวิวแป้งเด็ก

ทำไมต้องปลอดสารทัลคัม (Talcum หรือ Talc) 

สารทัลคัม เป็นสารอนินทรีย์หรือแร่หินทัล (Talc) เป็นแร่ที่พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ เป็นสารอนินทรีย์ ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ด้วยจุลินทรีย์ในธรรมชาติ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO ) และ U.S. Environmental Protection Agency จัดเป็นสารก่อมะเร็งที่ไม่สามารถจัดจำพวกได้ โดยในกระบวนการผลิตแป้งเด็ก ทัลคัมจะถูกนำมาใช้โดยการนำมาบดให้ละเอียด ทำให้แห้ง แล้วฆ่าเชื้อในกระบวนการผลิต

ดังนั้น การเลือกแป้งเด็กควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากแจกแจงส่วนประกอบอย่างชัดเจนเพื่อความปลอดภัย ซึ่งผู้ผลิตทั้งในประเทศและต่างประเทศหลายรายในปัจจุบันหันมาเลือกใช้ผงแป้งจากพืชทดแทนการใช้ทัลคัมแล้ว 

ประโยชน์ของแป้งเด็ก

  • ดูดซับความชื้น ช่วยดูแลผิวของเด็กให้แห้งสบายตลอดวัน ทำให้สบายตัว
  • ลดการเสียดสีจากผ้าอ้อม ลดการระคายเคือง ปกป้องผิวจากความเปียกชื้นและลดการเกิดผดผื่น
  • ควบคุมการระเหยของน้ำในชั้นผิวให้เป็นไปอย่างพอเหมาะ คงความชุ่มชื้นให้ผิวที่บอบบาง

เลือกแป้งเด็กอย่างไรให้ปลอดภัยต่อลูกรัก

  • ผ่านการทดสอบการแพ้จากแพทย์ โดยสังเกตว่ามีสัญลักษณ์ไฮโป-อัลเลอร์เจนิกกำกับ สัญลักษณ์ Hypo-Allergenic ช่วยยืนยันถึงการทดสอบทางการแพทย์ที่เป็นมาตรฐานสากลที่ควบคุมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังอย่างใกล้ชิด ทำให้แน่ใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการทดสอบนั้นมีความอ่อนโยน จะไม่ก่อให้เกิดการแพ้และระคายเคือง สามารถใช้ได้กับทั้งผิวแพ้ง่ายหรือผิวที่บอบบาง
  • เลือกแป้งที่มีเนื้อเนียนละเอียด ไม่ฟุ้งกระจาย มีคุณสมบัติป้องกันความเปียกชื้นซึ่งจะช่วยลดผดผื่นและความระคายเคือง
  • เลือกแป้งเด็กที่ผลิตจากพืช เช่น ข้าวโพด หรือ ข้าวเจ้าที่สามารถย่อยสลายได้ ลดการสะสมตามเสื้อผ้า หรือในระบบทางเดินหายใจ

ใช้แป้งเด็กอย่างไรให้ปลอดภัยและถูกวิธี

  • ระวังอย่าให้แป้งเข้าจมูก และปาก ขณะใช้ต้องระมัดระวังไม่ให้ฟุ้งกระจาย ป้องกันเด็กสูดดมแป้ง
  • ใช้แป้งเด็กในปริมาณที่เหมาะสม เทแป้งเด็กลงบนฝ่ามือครั้งละน้อยๆ ก่อน แล้วค่อย ๆ ทาแป้งเด็กให้ทั่วตัว ห้ามโรยแป้งเด็กไปที่ตัวแล้วทาแป้งเด็กไปให้ทั่ว ๆ ตัว ซึ่งวิธีการทาแป้งเด็กแบบนี้แป้งเด็กจะฟุ้งกระจายไปทั่ว และสามารถเข้าปากและจมูกของเด็กได้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้
  • ห้ามโรยแป้งเด็กที่สะดือ โดยเฉพาะในเด็กวัยแรกเกิด เพราะแป้งเด็กจะเข้าไปอุดตันในสะดือและทำให้เกิดการอักเสบ
  • เก็บแป้งให้ห่างไกลมือเด็ก เพราะเด็กอาจเอาไปเขย่าเล่น ทำให้แป้งหกหรือเผลอสูดดมเข้าไปจนสำลักแป้งเข้าปอด
  • เช็ดแป้งที่สะสมตามข้อพับออกเพื่อป้องกันการหมักหมมจากเหงื่อไคล
  • ไม่ควรใช้กับบริเวณจุดซ่อนเร้น

 

แป้งเด็กที่ปลอดภัยจะต้องไม่มีส่วนผสมดังนี้

  • น้ำหอม (Fragrance) เป็นสาเหตุทำให้เกิดการระคายเคือง
  • พาราเบนส์ (Paraben) เป็นสารกันเสียทำให้ผิวแพ้ง่าย
  • น้ำมันมิเนอรัล (Mineral Oil) เป็นสารเคลือบผิวก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน
  • สารทัลคัม (Talcum หรือ Talc) เป็นสารอนินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจเมื่อใช้เป็นระยะเวลานาน ทำให้เด็กอาจเป็นโรคหอบหืดได้

10 แบรนด์แป้งเด็ก ปลอดภัยจากสารเคมี อ่อนโยนต่อผิวทารก

  1. แป้งเด็กแคร์คลาสสิค สูตรไฮโป-อัลเลอร์เจนิก (Care Classic Baby Powder สีฟ้า)

ผ่านการทดสอบไฮโป-อัลเลอร์เจนิก โดยแพทย์ผิวหนังประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วว่าเป็นสูตรที่อ่อนโยน มีส่วนประกอบเป็นสารสกัดธรรมชาติจากขมิ้น ช่วยลดผดผื่นที่เกิดจากการเปียกชื้น ไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง ไม่กระตุ้นให้เด็กเกิดอาการผิวแพ้ง่าย มีกลิ่นหอมอ่อนโยน เนื้อแป้งเนียนสีขาว

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.care.co.th/

รีวิวแป้งเด็ก

 อ้างอิงรูปภาพ: https://www.care.co.th/

 

  1. Absorba (แอ็บซอร์บา)

แป้งเด็กสูตรอ่อนโยน สินค้าแบรนด์จากฝรั่งเศส กลิ่นหอมละมุน ผงแป้งไม่ฟุ้งกระจายตอนเท ใช้แป้งข้าวโพดซึ่งเป็นเกรดเดียวกับที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและยา เน้นความปลอดภัยต่อผิวและทำให้ผิวเรียบนุ่มลื่น แน่นอนว่าไม่มีส่วนผสมของ Talcum ซึ่งเป็นสารอนินทรีย์ที่ไม่สามารถย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติ รวมถึงไม่มีการทดลองหรือใช้ส่วนผสมจากสัตว์ จึงมีคุณสมบัติเป็นสินค้าที่เป็นมิตรต่อกลุ่มวีแกน (Vegan)  เนื้อแป้งสามารถซึมซับความชื้นได้ดีมาก ไม่สร้างความระคายเคืองให้แก่ผิว  

เว็บไซต์อ้างอิง: https://sahagrouponline.com/absorba

รีวิวแป้งเด็ก

อ้างอิงรูปภาพ: https://sahagrouponline.com/absorba

 

  1. ReisCare Baby Powder Extra Mild

แป้งเด็กไรซ์แคร์ มีเนื้อแป้งที่ขาวเนียนละเอียด อีกหนึ่งแบรนด์ที่มั่นใจได้ว่าปราศจากส่วนผสมของแป้งทัลคัม ผลิตจากแป้งข้าวบริสุทธิ์ ผ่านกระบวนการผลิตและฆ่าเชื้อด้วยกรรมวิธีทันสมัย สะอาดปลอดภัย ไม่ระคายเคืองต่อผิวที่บอบบาง ไม่สะสมในปอดหรือเกาะตัวเป็นคราบให้ไม่สบายตัวใต้ร่มผ้า ไม่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.reiscare.com/

แป้งเด็ก

อ้างอิงรูปภาพ: https://www.facebook.com/commerce/products/reiscare

 

  1. Srichand Newborn Powder

แป้งโรยตัวสำหรับเด็กจากศรีจันทร์ เนื้อเนียนละเอียด หากทาให้เด็กสม่ำเสมอ ผิวเด็กจะเนียนนุ่ม ส่วนผสมผสานคุณค่าจากน้ำผึ้งและโปรตีนจากน้ำนมอัลมอนด์  อ่อนโยนจนใช้กับเด็กทารกตั้งแต่วัยแรกเกิดได้เลย แป้งดูดซับความเปียกชื้นส่วนเกินบนผิวได้ดี ปกป้องผิวให้แข็งแรงจนไม่ระคายเคืองได้ง่ายหรือเกิดภาวะผดผื่นคัน

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.facebook.com/srichandbaby/

แป้งเด็ก

อ้างอิงรูปภาพ: https://www.facebook.com/srichandbaby/photos/3534849056602389

 

อ่านต่อ.. รีวิวแป้งเด็ก ผิวลื่น แห้งสบาย ปลอดภัยต่อเด็ก ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่