ชื่อภาษาอังกฤษ

102 ชื่อภาษาอังกฤษ สุดอินเตอร์ ทันสมัย ความหมายดี๊ดี

คุณพ่อคุณแม่กำลังมองหา ชื่อภาษาอังกฤษ หรือ ชื่อกลุ่มภาษาอังกฤษ ความหมายดีๆ  สำหรับตั้งชื่อลูกให้ลูกสาว ลูกชาย เรามี ชื่อภาษาอังกฤษ เท่ๆ เก๋ๆ สุดอินเตอร์มาฝากค่ะ จะมีชื่ออะไรบ้างมาดูกันเลย

102 ชื่อภาษาอังกฤษ สุดอินเตอร์ ทันสมัย ความหมายดี

บ้านไหนเป็นลูกครึ่ง หรือหากคุณพ่อคุณแม่เบื่อชื่อแบบไทยๆ โบราณ แล้วล่ะก็ ลองดูไอเดีย ชื่อภาษาอังกฤษ ที่พ่อแม่คนไทยในยุคใหม่นิยมนำมาตั้งเป็น ชื่อเล่น หรือ ชื่อจริง ให้ลูก ซึ่ง ชื่อภาษาอังกฤษ ความหมายดีๆ ก็มีอยู่มากมายหลายชื่อ ซึ่งแม้ลูกของเราจะไม่ใช่เด็กต่างชาติโดยแท้หรือไม่ใช่ลูกครึ่ง ก็สามารถตั้งได้

ชื่อภาษาอังกฤษ
102 ชื่อภาษาอังกฤษ สุดอินเตอร์ ทันสมัย ความหมายดี

โดย การเลือกชื่อที่ดี สิ่งที่สำคัญสำหรับคุณพ่อคุณแม่บ้านไหนที่ไม่ได้เป็นเจ้าของภาษา คือ การใช้ชื่อแบบคลาสสิคจะดีที่สุด เพราะยิ่งอยากใช้ชื่อแปลกมากเท่าไร ก็จะยิ่งเลือกยากมากขึ้นเท่านั้น และอาจจะจบลงตรงที่ได้ชื่อที่มีความหมายไม่พึงประสงค์ก็เป็นได้

Amarin Baby & Kids จึงมี ชื่อภาษาอังกฤษ แบบอินเตอร์ มาแนะนำถึง 102 รายชื่อ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกไปใช้ หรือ ดัดแปลงเป็นได้ทั้ง ชื่อจริง และ ชื่อเล่นภาษาอังกฤษ โดยแยกมาให้สำหรับชื่อลูกสาวและลูกชาย โดยเฉพาะ ตั้งแต่ A-Z พร้อมคำอ่านและความหมาย ให้เอาไปเลือกตั้งได้แบบปัจจุบันทันด่วน ให้ลูกน้อยของคุณมีชื่อน่ารักไว้ให้ใครๆ เรียก รับรองไม่แพ้ดารา Hollywood เลยทีเดียว ว่าแต่จะมี ชื่อภาษาอังกฤษ อะไรบ้างมาดูกันเลยค่า

ชื่อภาษาอังกฤษ

ชื่อภาษาอังกฤษ ผู้หญิง ชื่อสำหรับลูกสาว

ชื่อ คำอ่าน ความหมาย
Athena อะธีนา เทพีแห่งปัญญา
Arista อริสตา ดีที่สุด
Aria เอเรีย เสียงเพลง, ท่วงทำนอง
Ammie เอมมี่ ผู้เป็นที่รักของคน
Alyssa อลิสสา มีคุณค่า, ชนชั้นสูง
Angela แองเจล่า ทูตสวรรค์
Abigail อาบิเกล ความปลาบปลื้มของพ่อ
Amber เอมเบอร์ สีเหลืองอำพัน
Amelia อมีเรีย สิ่งที่ไม่เหมือนใคร
Amy เอมี่ สุดที่รัก
Ava เอวา ภาษาฮิบรู หมายถึง พ่อ
Anne แอนน์ ความสง่างาม, ความกรุณา
Alice อลิซ จากชาติกำเนิดสูงส่ง
Anissa เอนิซซา เพื่อนเพื่อนที่ดีที่สุด
Andrea แอนเดรีย มีความเป็นผู้หญิง

อ่านต่อ >> “ชื่อภาษาอังกฤษสำหรับลูกสาว” คลิกหน้า 2

 

เด็กฟันผุ

ทันตาภิบาลเตือน! พบ เด็กฟันผุ ทะลุโพรงประสาทฟันจนติดเชื้อ

อุทาหรณ์สำหรับพ่อแม่! อย่าคิดว่า เด็กฟันผุ เป็นเรื่องเล็ก! ทีมงาน Amarin Baby & Kids ขอนำคำเตือนจากทันตาภิบาล ที่พบเคสเด็กฟันผุจนทะลุโพรงประสาทฟันจนติดเชื้อ จึงต้องเจาะระบายหนองออกและถอนฟัน ต้องนอนโรงพยาบาลถึง 1 อาทิตย์

ทันตาภิบาลเตือน! พบ เด็กฟันผุ ทะลุโพรงประสาทฟันจนติดเชื้อ

อุทาหรณ์นี้ได้นำข้อมูลมาจาก คุณ Pitayarat Sitkongkhajorn ทันตาภิบาลจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแห่งหนึ่ง ได้โพสต์ภาพและข้อความดังนี้

#อุทาหรณ์ สำหรับพ่อแม่ที่คิดว่าฟันผุแค่เรื่องธรรมดา . #เคสนี้เนื่องจากฟันผุทะลุโพรงประสาทฟัน และเกิดการติดเชื้อ จึงต้องถอนฟันและเจาะระบายหนองให้ยาฆ่าเชื้อนอนโรงพยาบาล 1 อาทิตย์ และ ส่งล้างแผลต่อที่ รพ.สต.
.
🙏🏻รักลูกช่วยลูกแปรงฟันทุกวัน รักลูกอย่าเลี้ยงลูกด้วยขนมไปวันๆ ด้วยความปราถนาดีจากเรา #ทันตภิบาล ประจำรพ.สต

ปล. รูปได้รับอนุญาติจากผู้ปกครองเด็กแล้วนะคะ
….โปรดอย่าใช้คำรุนแรงในการคอมเม้นต์ นะคะ. โพสต์นี้ตั้งใจให้เป็นแค่อุทาหรณ์จริงๆค่ะ🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻.

ฟันผุทะลุโพรงประสาทฟัน
การรักษาฟันผุที่ผุทะลุโพรงประสาทฟันจนติดเชื้อ ต้องระบายหนองออกจนหมด

นอกจากนี้ คุณ Pitayarat Sitkongkhajorn ได้แจ้งกับทางทีมงานเพิ่มเติมอีกว่า เคสที่ได้โพสต์ไป คนไข้ได้ไปรักษาที่โรงพยาบาลและแพทย์ได้ส่งกลับมารักษาต่อ(ล้างแผล)ใน รพ.สต.ไกล้บ้านเท่านั้น ที่โพสต์ไปเพียงต้องการกระตุ้นให้ผู้ปกครอง ครูในเครือข่ายได้ตระหนักถึงการดูแลสุขภาพช่องปากเท่านั้นไม่ได้มีเจตนาเผยแพร่ข้อมูลแต่อย่างได

ทีมงาน Amarin Baby & Kids ขอขอบคุณสำหรับอุทาหรณ์ในครั้งนี้ด้วยนะคะ และขอเอาใจช่วยให้น้องอาการดีขึ้นในเร็ววันค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ เด็กฟันผุ เป็นอย่างไร? วิธีสังเกตว่าอาการฟันผุของลูกอยู่ในระยะไหน

ข้าวตุ๋น นมแม่ เติมพลังมื้อแรกของหนูน้อย (มีคลิปพร้อมสูตร)

ข้าวตุ๋น เป็นอาหารง่ายๆ ที่เหมาะสำหรับทุกคนในบ้าน เมื่อลูกน้อยอายุ 6 เดือนที่พร้อมจะเริ่มกินอาหารเสริมแล้ว คุณแม่สามารถดัดแปลงข้าวต้มที่เสิร์ฟในตอนเช้ามาทำเป็นอาหารมื้อแรกของลูกได้เช่นกัน นอกจากไม่ต้องเสียเวลาเตรียมอาหารนาน และทำง่ายแล้ว ใน ข้าวตุ๋น หนึ่งชามยังมีสารอาหารมีประโยชน์ที่ลูกน้อยต้องการ แถมกินง่าย ไม่ต้องกังวลกับว่าลูกจะแพ้อาหารด้วย

เมื่อเข้าสู่วัย 6 เดือน ลูกน้อยจะมีพัฒนาการทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ลูกน้อยจะสามารถพลิกคว่ำ พลิกหงายได้คล่องแคล่วขึ้นจากที่เริ่มทำได้ตอน 4 เดือนเพราะกระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นมาก หลายคนเริ่มคืบไปข้างหน้า บางคนชันเข่าคลานเล่นไปทั่วบ้าน เล่นเอาคุณแม่เหนื่อยกับการไล่จับตลอดทั้งวัน  เมื่อเคลื่อนไหวมากขึ้น ร่างกายย่อมต้องการสารอาหารเพิ่มขึ้นกว่าแค่นมแม่  นี่เป็นสัญญาณบอกให้คุณแม่รู้ว่าลูกพร้อมกินอาหารเสริมแล้ว

ข้าวตุ๋น นมแม่ เริ่มมื้อแรกของลูกน้อย ด้วยสารพัดประโยชน์จากข้าว

 

วัยหกเดือนเริ่มคืบคลาน
พัฒนาการของลูกน้อยวัย 6 เดือน

เมื่อลูกน้อยมีเห็นสิ่งรอบตัวได้มากขึ้นเวลาคืบคลาน จึงเริ่มแสดงความสนใจด้วยการหยุดฟัง หยุดดูของสีสันสะดุดตา หรือวัตถุเคลื่อนไหว เริ่มคว้าจับสิ่งของ หรือจับของเข้าปากบ่อยๆ  บางครั้งอาจเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะเพลง ออกเสียงรากยาว เริ่มเลียนแบบน้ำเสียง คำพูด และท่าทางของพ่อแม่ได้มากขึ้น

ที่สำคัญที่สุดคือ เด็กวัยนี้จะมีฟันซี่แรกขึ้นมา จึงมักมีอาการคันเหงือก หรือร้องงอแงโดยไม่มีเหตุ ลองหายางกัดหรือผลไม้ให้ถือกัดเล่นเองเพื่อกระตุ้นฟัน เมื่อฟันขึ้นเด็กวัย 6 เดือนจึงพร้อมสำหรับการหัดกินอาหารเสริมมื้อแรก คุณหมอมักแนะนำไห้ลูกเริ่มกินข้าว ผักหรือผลไม้ก่อน โดยให้กินทีละอย่าง ซ้ำหลายครั้งเพื่อดูว่าลูกแพ้อาหารหรือไม่ หากลูกท้องเสีย อาเจียน หรือมีผื่นขึ้น ให้หยุดอาหารทันที

ทารกส่วนใหญ่ยังไม่ยอมกินอาหารในครั้งแรก เพราะมีรสชาติแปลกใหม่ที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน แต่คุณแม่ไม่ควรล้มเลิกง่าย ๆแล้วกลับไปให้ลูกกินนมอย่างเดียวอีก ซึ่งอาจส่งผลให้พัฒนาการด้านการกินล่าช้า และมีปัญหาเรื่องโภชนาการในระยะยาวด้วย

เทคนิครับมือลูกหัดหม่ำ

เหตุผลที่ลูกน้อยยังไม่ยอมกินอาหารในครั้งแรก ไม่ใช่เพราะอาหารไม่อร่อยทำให้คุณแม่หลายคนเข้าใจผิดแล้วใช้เครื่องปรุงรส เพื่อหวังให้อาหารอร่อยขึ้น แต่กลับทำให้ลูกได้รับโซเดียมมากเกินความจำเป็น ความจริงแล้วอาหารเสริมสำหรับทารกไม่จำเป็นต้องปรุงรสใดๆ เด็กยังไม่รู้ว่าอาหารแบบไหนอร่อย หรือไม่อร่อย

ฟันเริ่มขึ้น วัยเริ่มหม่ำ
ทารกเริ่มกินอาหารเสริมได้ในวันนี้

การให้เวลาลูกได้สัมผัสรสชาติของอาหารแต่ละชนิดว่าเป็นอย่างไร ผักผลไม้ชนิดไหนมีรสหวาน มีรสเปรี้ยว มีกลิ่นอย่างไร ช่วยให้เด็กยอมรับอาหารได้ง่ายขึ้น อีกหนึ่งตัวช่วยชั้นดี ที่ช่วยให้ลูกน้อยกินอาหารเสริมมื้อแรกได้ง่ายขึ้น คือการผสมนมแม่กับอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเมนู ข้าวตุ๋น กล้วยบด หรือผักบด เพราะเมื่อลูกได้กลิ่นและรสชาติของนมแม่ที่คุ้นเคย ก็จะกล้ากิน จากนั้นเมื่อให้ลูกลองกินอาหารจนคุ้นเคยแล้ว จึงค่อยๆลดปริมาณนมแม่ลงทีละน้อย จนไม่ต้องใส่เพิ่มอีก อย่างไรก็ตาม คุณแม่ต้องใจเย็น และอดทนพอให้ลูกน้อยปรับตัว การต่อว่า หรือบังคับให้กินยิ่งทำให้ลูกปฏิเสธอาหารมากกว่าเดิมได้

อ่านต่อ ข้าวตุ๋นมีประโยชน์ต่อลูกน้อยมากกว่าที่คิด หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

โรงเรียนอาร์บิส รัศมีนานาชาติ

โรงเรียนอาร์บิส รัศมีนานาชาติ จัดกิจกรรม Open Morning 2018

โรงเรียนอาร์บิส รัศมีนานาชาติ จัดกิจกรรม Open Morning 2018 ให้ผู้ปกครองและผู้สนใจเข้าร่วมงานฟรี ในวันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2561 ตั้งแต่เวลา 09.00-13.00 น.

 

ด้วยโรงเรียนอาร์บิส รัศมีนานาชาติ จะจัดกิจกรรม Open Morning 2018 เพื่อประชาสัมพันธ์โรงเรียนและเปิดบ้านให้ผู้ปกครองและผู้สนใจเข้าร่วมงานฟรี ในวันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2561 ตั้งแต่เวลา 09.00-13.00  น. ภายในงานจะมีกิจกรรมนำชมโรงเรียน พบปะกับคุณครูประจำชั้นเรียน อาจารย์ใหญ่ รวมถึงคณะผู้บริหารอย่างใกล้ชิดถึงแนวทางการเรียนการสอนโดยอาจารย์เจ้าของภาษาที่มีคุณภาพทุกระดับชั้นเรียนพร้อมสื่อการเรียนการสอนสมวัย ใน รั้วโรงเรียนของเราที่มีสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น ปลอดภัย

โรงเรียนอาร์บิส รัศมีนานาชาติ

ภาพกิจกรรมสนุกๆ ของทางโรงเรียนภายใต้กรอบ Round Square ให้เด็กๆ มีภาวะผู้นำและใส่ชุดฮีโร่ในดวงใจมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาค่ะ

ภายในงานจัดกิจกรรมและมอบส่วนลดพิศษให้กับผู้ปกครองที่จองสิทธิ์การเรียนให้บุตรหลานในวันดังกล่าวซึ่งมีส่วนลดมากมาย และร่วมลุ้นรับสิทธิ์การเรียนคอร์สภาษาอังกฤษภาคฤดูร้อนฟรีเป็นเวลา 1 เดือน สงวนสิทธิ์เฉพาะผุ้เข้าร่วมงานเท่านั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมลงทะเบียนออนไลน์เพื่อร่วมงานได้จากทาง

https://www.facebook.com/RBIS.School/photos/p.1996566000411342/1996566000411342/?type=1&theater

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-644-5291-2 Ext 101, 102

E-mail: [email protected]

 

โรงเรียนอาร์บิส รัศมีนานาชาติ

ทารกหายใจเสียงดัง

ทารกหายใจเสียงดัง หายใจเสียงดังครืดคราด เกิดจากอะไร?

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลาย ๆ ท่านมักจะเกิดความกังวลเมื่อได้ยิน ทารกหายใจเสียงดัง หายใจเร็ว และ หายใจแรง ว่าการหายใจแบบนี้มีความผิดปกติอะไรหรือไม่ อันตรายหรือไม่ เกิดจากอะไร และควรรีบไปหาหมอไหม ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีคำตอบค่ะ

ทารกหายใจเสียงดัง หายใจเสียงดังครืดคราด เกิดจากอะไร?

การหายใจของทารก เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ในเด็กแรกเกิดบางคน ขณะนอนหลับหรือดูดนม คุณพ่อคุณแม่มักจะได้ยินเสียงหายใจผิดปกติ บางคนก็หายใจเร็ว บางคนก็หายใจแรง หรือ ทารกหายใจเสียงดัง ฟี้ ๆ ครืดคราด เป็นต้น สิ่งนี้ สร้างความกังวัลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ไม่น้อย เพราะไม่สามารถทราบได้ว่าอาการที่เป็นอยู่นั้นเกิดจากอะไร และควรไปพบแพทย์หรือไม่ ทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงขอนำคำตอบจากป้าหมอ สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ มาไขข้อข้องใจ ดังนี้

#ลูกหายใจเสียงดังครืดคราดเกิดจากอะไร
.
“ลูกวัย 2 เดือน มีเสียงดังครืดคราดในลำคอตอนหายใจ ตอนดูดนมจะยิ่งหายใจแรงขึ้น และดูดนมได้ไม่ต่อเนื่อง เพราะต้องหยุดหายใจเป็นระยะ อยากทราบว่าเกิดจากเหตุใด และจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี”

จากอาการ ป้าหมอนึกถึงสาเหตุได้ 6 กรณีต่อไปนี้ จะวินิจฉัยได้แน่นอนต้องพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายเพิ่มเติม เพื่อช่วยในการวินิจฉัย

1.แพ้โปรตีนนมวัว
2.กระดูกอ่อนของหลอดลมยังไม่แข็งแรง (laryngomalacia)
3.ความผิดปกติแต่กำเนิดของท่อหลอดลมหรือสายเสียง
4.ภาวะกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease หรือ GERD)
5.เพิ่งหายจากเป็นหวัดหรือโรคหลอดลมอักเสบ
6.ดื่มนมมากเกินไป (overfeeding)

ลูกหายใจเสียงดัง
ทารกที่หายใจเสียงดัง เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ

อาการแบบไหน? เรียกว่า ทารกหายใจเสียงดัง

โดยปกติแล้วเด็กเล็กมักจะหายใจเร็ว โดยเด็กตั้งแต่แรกเกิด-2 เดือน จะมีอัตราการหายใจอยู่ที่ 60 ครั้งต่อนาที เมื่ออายุ 2 เดือน-1 ปี อยู่ที่ 50 ครั้งต่อนาที และเมื่ออายุ 1-3 ปีขึ้นไป อัตราการหายใจของลูกจะเริ่มลดลง และจะเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 20-30 ครั้งต่อนาที ดังนั้น ทารกที่หายใจเร็ว แต่ไม่มีเสียง หรืออาการผิดปกติอื่น ๆ นั้นถือว่าปกติค่ะ แต่สำหรับทารกที่หายใจเสียงดังที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องคอยสังเกตอาการให้ดี ขณะนอนหลับหรือดูดนม  ทารกจะมีอาการหายใจลำบาก ต้องใช้แรงในการหายใจมากกว่าปกติ นอนอ้าปากหายใจ ทำให้ไม่สามารถดูดนมได้อย่างต่อเนื่อง นอนดิ้นกระสับกระส่าย อาจหายใจสะดุด หยุดหายใจ หายใจเฮือก เป็นต้น

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ทารกหายใจเสียงดัง มีสาเหตุมาจากอะไร?

ชื่อเท่ๆ

100 ชื่อเท่ๆ เก๋ๆ ไม่ซ้ำไม่เชย อ่านได้ทั้งภาษาอังกฤษและไทย

การตั้งชื่อให้ลูก ไม่ว่าจะเป็นชื่อจริงหรือชื่อเล่น ล้วนเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องคิดให้ดี เพราะเป็นสิ่งที่ลูกของเราจะต้องใช้ไปตลอดชีวิต และสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการให้ลูกมี ชื่อเท่ๆ เก๋ๆ ไม่ซ้ำใคร ลองดูไอเดียต่อไปนี้ดูนะคะ

100 ชื่อเท่ๆ เก๋ๆ ไม่ซ้ำไม่เชย อ่านได้ทั้งภาษาอังกฤษและไทย

ชื่อเท่ๆ ภาษาอังกฤษ

ชื่อเท่ๆ ภาษาไทย

คำแปล

Aileen ไอริน แสงสว่าง (อเมริกัน)
Alia, Aliyah อลิยา, อารียา สูงค่า, คนชั้นสูง (อาหรับ)
Alisha อลิชา มีคุณค่า, ชนชั้นสูง (เยอรมัน, ฝรั่งเศส)
Aliz, Alice อลิส มีคุณค่า, ชนชั้นสูง (เยอรมัน, ฝรั่งเศส)
Aliza อลิสา ความรื่นเริง (ฮิบรู)
Arlan อารัญ, อารัณย์ คำสาบาน คำสัญญา (อเมริกัน, ไอริช)
Ashira อชิรา, อชิระ ความมั่งคั่ง หรือ กำลังจะร้องเพลง (ฮิบรู)
Akira อคิราห์ แสงสว่าง (ญี่ปุ่น)
Annmarie อัญญ์มาลี มีมารยาทและเป็นที่รัก (อังกฤษ)
Anya อัญญา, อัณยา ความชื่นชอบ ความดีงาม (รัสเซียน)
Alinda อลินดา, อรินดา สวย (อังกฤษ)
Anika อณิกา, อนิกา, อัณณิกา ความดีงาม ความชอบ (ละติน, ฮิบรู)
Bourne บอน ลำธารสายเล็ก (อังกฤษ)
Benjamin  (เบญจมินทร์) บุตรชายแห่งมือขวาของข้าพเจ้าพระเจ้า (คัมภีร์ไบเบิล)
ชื่อเก๋ๆ
ตั้งชื่อเก๋ๆ ให้ลูกสาว ลูกชาย เรียกง่ายความหมายดี ต้องนี่เลย

ชื่อเท่ๆ ภาษาอังกฤษ

ชื่อเท่ๆ ภาษาไทย

คำแปล

Chana (ชนา) ชนา นิ่มนวล สง่า (อเมริกัน, ฮิบรู)
Chanda จันดา, ชันดา ดวงจันทร์ที่กำลังส่องสว่าง (ฮินดิ)
Charissa ชาลิสา, ชาลิสสา ความงาม ความรัก (กรีก)
Chris, Cris กฤต, กฤษณ์, กริช ผู้รับสารจากพระเยซู (กรีก)
Crystalyn, Kristalyn กฤตรินทร์, กฤตลิน น้ำแข็ง (กรีก) คริสตัล (อังกฤษ)
Candice, Candide กัลย์ดิษฐ์, กัณณ์ดิษฐ์ พร่างพราว แวววับ (กรีก)
กระจ่าง ชัดเจน (ละติน)
แจ่มจ้า เจิดจรัส (ฝรั่งเศส
Dorothy ดลธี, ดลลธี ของขวัญของพระเจ้า (กรีก,ละติน, อังกฤษ)
Danica, Danika ดานิกา ดวงดาวในตอนเช้า, ดาวศุกร์ (อเมริกัน)
Darin ดาริน ของขวัญ (กรีก)
Darwin ดาวิน เพื่อนรัก (อังกฤษ, อเมริกัน)
Dan แดน การตัดสิน การพิจารณาของพระเจ้า (ฮิบรู)
Darla ดาหลา ที่รัก (อังกฤษ, อเมริกัน)
Dawn ดอน รุ่งเช้า, แสงแรกของวัน (อังกฤษ)

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 100 ชื่อเท่ๆ เก๋ๆ ไม่ซ้ำไม่เชย อ่านได้ทั้งภาษาอังกฤษและไทย

พ.ร.บ.ปฐมวัยฉบับแรก ห้ามจัด สอบเข้า ป.1 ฝ่าฝืนปรับ 5 แสน

พ่อแม่เฮได้! ร่าง พ.ร.บ.ปฐมวัย ฉบับแรก ผ่าน ครม. แล้ว ขีดเส้นชัด! ห้ามทุกโรงเรียนจัด สอบเข้าอนุบาล และ ยกเลิก สอบเข้า ป.1 หากฝ่าฝืน โทษปรับ 5 แสน

พ.ร.บ.ปฐมวัยฉบับแรก ห้ามจัด สอบเข้า ป.1 ฝ่าฝืนปรับ 5 แสน

ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ รองประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาในฐานะกรรมการคณะอนุกรรมการเด็กเล็ก เปิดเผยว่า มติร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย ผ่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!

โดยเนื้อหาสาระกำหนดไว้ว่า… คณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นผู้กำหนดแนวทางการรับเด็กเข้าเรียนทั้งในระดับอนุบาลและประถมศึกษาปีที่ 1 จะไม่มีการสอบ เรียกได้ว่าไม่มีการ สอบเข้าอนุบาล และ ยกเลิก สอบเข้า ป.1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากสถานศึกษาใดฝ่าฝืน จะถูกปรับไม่เกิน 5 แสนบาท โดยนำเข้ากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายยังมีข้อห่วงใยในประเด็นค่าปรับในกรณีที่มีการละเมิดไม่ปฏิบัติตามกฎหมายนั้น ซึ่งคาดว่าอาจจะสามารถไปปรับแก้ในขั้นตอนของคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือการพิจารณาขั้นกรรมาธิการของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ หากเห็นว่าอาจจะมีวิธีการอื่นที่เหมาะสมที่จะนำมาใช้แทนการปรับในกรณีที่มีการละเมิดไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

สอบเข้า ป.1
เด็กปฐมวัย

ทั้งนี้จากที่ คณะรัฐมนตรียังได้มีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ… โดยมีสาระสำคัญที่จะช่วยในเรื่องการปฏิรูปการศึกษา 5 ประเด็นที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ คือ

กำหนดให้มีระบบการพัฒนา เด็กปฐมวัย เป็น 4 ช่วง ครอบคลุมตั้งแต่

  1. ช่วงก่อนคลอด หรือ ทารกในครรภ์แม่
  2. ช่วงแรกเกิด ถึง ก่อนอายุ 3 ปีบริบูรณ์ หรือ ช่วงวัยเด็กเล็ก
  3. ช่วงอายุ 3-6 ปี หรือ ช่วงเด็กก่อนวัยเรียน หรือ ช่วงวัยอนุบาล
  4. ช่วงอายุ 6-8 ปี หรือ ช่วงวัยรอยต่อระหว่าง วัยอนุบาลกับวัยประถมศึกษาปีที่ 1-2

 

อ่านต่อ >> สาระสำคัญที่จะช่วยในเรื่องการปฏิรูป
การศึกษาคุณพ่อคุณแม่ควรรู้”
คลิกหน้า 2

 

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิก :

วิธีซักเสื้อผ้าลูกให้สีสันสดใส

เคล็ด(ไม่)ลับ ฉบับแม่บ้านสมัยใหม่ กับ วิธีซักเสื้อผ้าลูกให้สีสันสดใส สะอาด หอม ไม่เหม็นอับ ไม่แพ้ !!!

วิธีซักเสื้อผ้าลูกให้สีสันสดใส ในแบบฉบับแม่ต้องเก่งครบ จัดการได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องซักเสื้อผ้าลูกน้อย ที่นอกจากจะต้องทำความสะอาดได้อย่างหมดจด ก็ต้องเลือกใช้สินค้าที่ไม่ระคายเคืองผิวลูกและมียูวีโปรเทคชั่นปกป้องผ้าให้มีสีสันสดใสเสมอ

วิธีซักเสื้อผ้าลูกให้สีสันสดใส ไม่เหม็นอับ!!

อย่างที่บอกไปค่ะเราเป็นแม่สมัยใหม่ วิธีซักเสื้อผ้าลูกให้สีสันสดใส สะอาด หอม ไม่เหม็นอับ ไม่ใช่เรื่องยากเลยจริงๆ นะ แค่ต้องเลือกใช้น้ำยาซักผ้ากับน้ำยาปรับผ้านุ่มให้เหมาะกับเสื้อผ้าเด็ก จะเอาเสื้อผ้าลูกมาซักด้วยผลิตภัณฑ์ซักผ้าทั่วไปที่ใช้กันอยู่ทุกวันไม่ได้ค่ะ ถามว่าทำไมจะใช้ด้วยกันไม่ได้  คุณค่ะ!!…อย่าลืมว่าในผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่เราใช้กันนั้นมีสารเคมีที่รุนแรงกว่า และไม่อ่อนโยนต่อเนื้อผ้า เวลาที่ผ้าแห้งก็จะเกิดการตึงผิว เนื้อผ้าจะไม่ทิ้งตัว เวลาเอาเสื้อผ้าที่ซักแล้วมาให้ลูกใส่ เขาก็จะไม่สบายผิว ไม่สบายตัวเพราะเนื้อผ้าเสียดสีกับผิวแล้วคันระคายเคืองจนเป็นรอยแดงๆ

วิธีซักเสื้อผ้าลูกให้สีสันสดใส

ฉะนั้นแม่ๆ ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักและถนอมเนื้อผ้าที่คิดค้นเพื่อเด็กทารกโดยเฉพาะจะดีกว่าค่ะ อยากรู้ไหมที่แม่ใช้วันนี้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับซัก ดูแลถนอมเนื้อผ้าสำหรับเสื้อผ้าเด็กโดยเฉพาะค่ะ

ซึ่งนั่นก็คือ… เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ ซักผ้าและปรับผ้านุ่ม ที่เป็น 2 กลิ่นใหม่ คือ เพียว แนชเชอรัล และ ไวท์ ซากุระ แค่เห็นก็น่าใช้แล้วค่ะ

วิธีซักเสื้อผ้าลูกให้สีสันสดใส

เรามาเริ่มกันที่กลิ่นแรกของ เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ ซักผ้าและปรับผ้านุ่ม กลิ่น เพียว แนชเชอรัล กลิ่นนี้หอมอ่อนๆ เป็นธรรมชาติ แค่ได้กลิ่นก็ทำให้รู้สึกหอมสะอาด แม่นี่อยากซักผ้าลูกทุกวันเลย

วิธีซักเสื้อผ้าลูกให้สีสันสดใส

มาต่อด้วยเบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ ซักผ้าและปรับผ้านุ่ม กลิ่นไวท์ ซากุระ ขอบอกว่าแม่ก็รักกลิ่นนี้ไม่แพ้ไปจากกลิ่นแรกค่ะ เพราะเป็นกลิ่นหอมหวาน ละมุน เหมือนกลิ่นสบู่เหลว อัลตร้ามายด์ ไวท์ ซากุระเลยค่ะ

เราพูดถึงกลิ่นหอมอ่อนละมุน ที่หลากหลายกันไปแล้วในทั้ง 2 สูตร แม่ๆ อาจมีคำถามว่า เอ๊ะ!! จะปลอดภัย มีสารเคมีหรือเปล่า?  สำหรับเบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ เขาคิดค้นสูตรมาเพื่อมาเพื่อผิวเด็กทารกโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับทำความสะอาดพร้อมถนอมเสื้อผ้าของเด็ก ผ่านการทดสอบไม่ระคายเคืองผิวและปราศจากสารเคมีอันตราย คุณแม่ๆ จึงวางใจได้ว่าอ่อนโยนและปลอดภัยต่อผิวคุณลูกแน่นอน

วิธีซักเสื้อผ้าลูกให้สีสันสดใส

เรามาเช็กทวนความพิเศษหลังจากได้ใช้ผลิตภัณฑ์ เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ ซักผ้าและปรับผ้านุ่ม กันค่ะ อันนี้ความรู้สึกหลังจากได้ซักเสื้อผ้ามาได้ 2-3 ครั้งนะคะ

  1. มีกลิ่นหอมอ่อนโยนไม่หอมฉุนขึ้นจมูกเกินไป กลิ่นหอมอ่อนละมุนให้ความรู้สึกละมุนผิว สบายใจ
  2. ชุดเสื้อผ้าหลังจากซักและปรับผ้านุ่มแล้ว เนื้อผ้าทิ้งตัว ไม่แข็งกระด่าง ทำให้สบายผิว สบายตัว
  3. หมดปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นอับของเสื้อผ้า ด้วยเทคโนโลยีลดกลิ่นอับ มีแต่กลิ่นหอมอ่อนๆ ติดเนื้อผ้า
  4. ผ้าก็สีสันสดใส ไม่ซีดจาง สามารถตากแดดจัดๆ ได้โดยไม่กลัวแล้ว

และนี้คือเคล็ดลับในการซักผ้าและถนอมเนื้อผ้าให้เสื้อผ้าชุดโปรดของลูกมีความสะอาด ไม่ทำร้ายผิวขณะสวมใส่ค่ะ

วิธีซักเสื้อผ้าลูกให้สีสันสดใส

แม่ๆ บ้านไหนที่มีลูกอ่อน ลูกเล็กๆ เราแนะนำให้ดูแลเสื้อผ้าลูกด้วย เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ ซักและปรับผ้านุ่ม (เพียว แนชเชอรัล และ ไวท์ ซากุระ) กันนะคะ เชื่อว่าถ้าได้ใช้แล้วแม่ต้องชอบกันแน่นอน การันตีค่ะ นี่เราก็ใช้เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ ซักผ้าและปรับผ้านุ่มสำหรับดูแลเสื้อผ้าลูกคนโต แล้วก็จะใช้กับเสื้อผ้าลูกคนที่สองที่กำลังจะคลอดในเร็ววันนี้แล้วค่ะ  เบบี้มายด์ผลิตภัณฑ์ของเขาดีจริงๆ จึงอยากบอกต่อให้ได้ใช้กันค่ะ

วิธีซักเสื้อผ้าลูกให้สีสันสดใส

 

แสดงแบบ : คุณแม่บุณฑริก สินพัฒนานนท์ และ น้องเอมิลี่ สุวรรณพิมลกุล

บ๊าย บาย เขาดิน

รำลึก เขาดิน กับภาษาอังกฤษน่ารู้ในสวนสัตว์

เขาดิน สวนสัตว์แห่งแรกของประเทศไทย และอาจเป็นสวนสัตว์แห่งแรกในชีวิตของลูกน้อยหลายคน จะเปิดตัวไปแล้ว แต่ความทรงจำสนุกๆที่ได้เที่ยวชมสัตว์ป่านานาชนิด พันธุ๋ไหม้ต้นใหญ่โต เครื่องเล่นและกิจกรรมมากมาย คงทำให้หลายครอบครัวยังคงคิดถึง เขาดิน อยู่ไม่หาย

ใน EP. นี้ อ. คริส และน้องวิน ขออาสาพาคุณพ่อคุณแม่ย้อนกลับสัมผัสบรรยกาศของสวนสัตว์ พร้อมกับคำศัพท์และประโยคภาษาอังกฤษน่ารู้สำหรับฝึกลูกน้อยเป็นเด็กสองภาษา ส่วนจะมีอะไรบ้าง ตามมาดูอ. คริส แนะนำกันค่ะ

รวมคำศัพท์กับประโยคภาษาอังกฤษในสวนสัตว์ ย้อนรำลึก เขาดิน

หลังจากสวนสัตว์ เขาดิน ประกาศปิดให้บริการถาวร ช่วงสิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อย้ายสัตว์ทั้งหมดไปอยู่ในสถานที่ใหม่พื้นที่แถวรังสิต ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางถึง 300 ไร่ ให้สัตว์ได้อยู่กันอย่างสบาย หลายครอบครัวต่างพาลูกน้อยแวะเวียนไปเยี่ยมชมสัตว์ต่างๆ และรำลึกบรรยากาศสมัยคุณพ่อคุณแม่ยังเป็นเด็กกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

ในสวนสัตว์ เขาดิน เป็นแหล่งรวมสัตว์ป่าต่างๆ ทั้งที่พบได้ในประเทศไทย และนำมาจากต่างประเทศมากกว่าพันตัว โดยแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ปีก สัตว์น้ำ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง แวดล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่กว้างขวาง ร่มรื่นราวกกับยกป่าทั้งผืนมาไว้กลางกรุง

เด็กๆ จึงมีโอกาสได้รู้จักชื่อ และเรียนรู้พฤติกรรมของสัตว์ทุกชนิดอย่างใกล้ชิดแถมยังได้ทำกิจกรรมสนุกๆ มากมาย เช่น เรือเป็ดในสระน้ำขนาดใหญ่กับวิวอันสวยงามของพระที่นั่งอนันตสมาคม หรือ การแสดงโชว์ของแมวน้ำ เป็นต้น ระหว่างรอการเปิดของสวนสัตว์ใหม่ สัตว์ต่างๆ ได้นำไปฝากดูแลไว้ตามสวนสัตว์สาขาทั่วประเทศ

ตัวอย่างเช่น “แม่มะลิ” ฮิปโปโปเตมัส นางเอกของเขาดิน “เจ้าตาหวาน และเจ้าบินลาเดน” ยีราฟ และ “ลุงจู๊ด” สมเสร็จ ถูกย้ายไปพักอาศัยที่สวนสัตว์เขาเขียว ส่วนช้างทั้งหมดไปยังคชอาณาจักร สุรินทร์  ขณะที่ “ลุงจ๊อบ” อุรังอุตังตัวโตกับละมั่งไทยจะย้ายไปอยู่ที่สวนสัตว์อุบลราชธานี คุณพ่อคุณแม่สามารถพาเด็กๆ แวะเวียนไปเยี่ยมชมได้ทุกเมื่อ

นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่อาจชวนลูกๆ พูดคุยถึงสวนสัตว์ เขาดิน ระหว่างนั่งดูภาพถ่าย หรือคลิปวิดีโอที่ถ่ายไว้ ด้วยคำศัพท์และประโยคภาษาอังกฤษเพื่อทบทวนความจำให้ลูกได้ พร้อมกับเสริมทักษะทางภาษาเกี่ยวกับสวนสัตว์เพิ่มเติมได้ด้วย  แต่ถ้ายังนึกไม่ออกลองนำเทคนิคของอ. คริส จาก EP มาใช้ก็ได้ค่ะ

ตามมาดูอ. คริสกับน้องวิน ก่อนอำลา เขาดิน กับรายการ KidsTalk ช่วง DaddyTalks ตอน บ๊าย บาย เขาดิน กันเลยค่ะ

มาทบทวนคำศัพท์ในสวนสัตว์เขาดิน กันอีกครั้งนะคะ

Zoo       สวนสัตว์

going to / about to          กำลังจะทำ…

check out            ไปดู

Asiatic black bear             หมีควาย

roar        คำราม

tiger       เสือ

lion         สิงโต

leopard                เสือดาว

jaguar                   เสือจากัวร์

Cheetah               เสือชีต้าร์

puma                    เสือพูม่า

monitor lizard    ตัวเงินตัวทอง

white tiger          เสือขาว

orangutan           อุรังอุตัง

ape                        วานร

giraffe                   ยีราฟ

zebra                     ม้าลาย

final farewell      การอำลาครั้งสุดท้าย

close down         ปิดตัวลง

ประโยคน่ารู้ที่ใช้ในสวนสัตว์เขาดิน

I am scary of bear            ผมกลัวหมี

a scary bear                        หมีน่ากลัว

We are in a dangerous zone right now   ตอนนี้เราอยู่ในพื้นที่อันตราย

We are going to see it again        เราจะไมได้เห็นมันอีกต่อไป

See you animal in your new home soon                 แล้วพบกันที่บ้านใหม่อีกไม่นานนี้

 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับประโยคและคำศัพท์พอจะทำให้หายคิดถึงสวนสัตว เขาดิน บ้างไหมคะ คุณพ่อคุณแม่สามารถนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกพูดภาษาอังกฤษให้เก่งๆ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร คุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

 

⇒ ชมคลิปอื่นๆ ของรายการ Kids Talk : ช่วง Daddy Talks

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ครบเครื่องเรื่องคุณแม่ กับสุดยอดแอปพลิเคชัน ที่จะเปลี่ยนคุณแม่มือใหม่ ให้เป็นคุณแม่มือโปรฯ

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ สำหรับการมีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาในครอบครัว นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสุขที่ได้มามักแอบแฝงไปด้วยความกังวลใจ ตั้งแต่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ จนกระทั่งถึงการเลี้ยงลูก จะดีกว่าไหมหากคุณแม่ทราบถึง พัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ และอาการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตลอดการตั้งครรภ์ และสามารถเตรียมพร้อมวิธีการเลี้ยงดูลูกที่ถูกต้องได้ล่วงหน้า เพื่อเสริมพัฒนาการที่ดีของเจ้าตัวน้อยตั้งแต่ในครรภ์

 

วันนี้ Amarin Baby & Kids จึงขอแนะนำแอปพลิเคชันสุดเจ๋ง “Hi-Family Club” แอปคุณแม่มือใหม่ ที่จะมาเป็นสุดยอดคู่มือการเลี้ยงลูกของแม่ เพราะเจ้า appเลี้ยงลูกตัวนี้จะให้ความสำคัญในเรื่องของโภชนาการ ควบคู่ไปกับการเลี้ยงดูลูกน้อยตั้งแต่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ โดยแอปจะคัดสรรบทความที่มีประโยชน์ตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนลูกน้อยอายุ 5 ปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโภชนาการ พัฒนาการของลูก รวมไปถึงวิธีรับมืออาการต่างๆ ระหว่างตั้งครรภ์ ตลอดจนเคล็ดลับในการเลี้ยงลูกที่คุณแม่หลายคนอาจไม่เคยรู้ และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่มีเพียงใน appเลี้ยงลูกตัวนี้เท่านั้น คือ การเลี้ยงลูกเชิงบวก จากแพทย์หญิงเสาวภา พรจินดารักษ์ ที่จะแนะนำเคล็ดลับสุดพิเศษที่เหมาะสมกับช่วงวัยของลูก เพื่อให้พ่อแม่ใช้เป็นแนวทางในการเลี้ยงลูก เตรียมพื้นฐานให้ลูกพร้อมดำเนินชีวิตในแต่ละวัน และพร้อมต่อยอดชีวิตให้ประสบความสำเร็จในอนาคต

แต่ความเจ๋งของแอปไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีฟังชั่นก์ “วัดแวว” (Potential Seeking) ที่สามารถวัดความถนัดของลูกน้อยได้ตั้งแต่ 1 – 3 ขวบ โดยแอปพลิเคชันจะมีแบบสอบถามพิเศษให้คุณแม่สังเกตพฤติกรรมของลูกน้อยเพื่อวัดแววความสามารถเด่นๆ 7 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นความสามารถทางด้านนักคิด การเป็นผู้นำ ภาษา คณิตศาสตร์ กีฬา ศิลปะ และดนตรี หลังจากรู้แล้วว่าลูกมีแววทางด้านไหน คุณแม่ก็มีหน้าที่ส่งเสริมแววด้านนั้น เพื่อให้ลูกไปได้อย่างถูกทางในสิ่งที่ตัวเขาชอบและถนัด สู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต ยิ่งไปกว่านั้นยังมีฟังก์ชั่นที่เรียกว่า“เบบี้ โมเมนต์” (Baby Moment) เปรียบเสมือน ไดอารี่ สำหรับคุณแม่ได้เก็บภาพในโมเมนต์ต่างๆ ของลูกน้อย พร้อมบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในขณะนั้นได้ด้วย และยังสามารถแชร์โมเม้นต์เหล่านี้บนเฟซบุ๊กได้แบบ Real time และยังมีฟังชั่นก์ในการติดตามการเจริญเติบโตของลูกน้อยพร้อมคำแนะนำในการดูแลลูกให้มีน้ำหนักที่เหมาะสมอีกด้วย

ด้วยยอดดาวน์โหลดกว่า 4 แสนดาวน์โหลด จำนวนคุณแม่ที่เข้าใช้เดือนละ 40,000 คน ก็สามารถการันตีได้ว่านาทีนี้ appเลี้ยงลูก Hi-Family Club  คือ สุดยอดคู่หูตัวจริงสำหรับคุณแม่มือใหม่

สามารถดาวน์โหลด Hi-Family Club Application ได้ที่นี่ทั้งระบบ iOS และ Android:

 

 

Tags

ทายเพศลูก

5 วิธีทำนาย ทายเพศลูก ในท้องแบบโบราณ

นอกจากการอัลตร้าซาวด์ที่สามารถ ดูเพศลูกในท้อง ได้แล้ว ก็ยังมีวิธีทำนาย ทายเพศลูก อีกหลายวิธีในแบบของคนโบราณ แล้วในสมัยก่อนจะสามารถคาดเดาเพศลูกได้จากอะไรบ้าง ตามมาดูกันค่ะ

เผยวิธีทำนาย ทายเพศลูก ในท้องแบบโบราณ

ปัจจุบันการอัลตร้าซาวด์ สามารถดูและรู้เพศของลูกในท้องได้ ซึ่งกว่าจะรู้ว่าเราได้ลูกเพศอะไรก็ต้องรอจนอายุครรภ์ประมาณ 4-5 เดือน ถึงจะอัลตร้าซาวด์ได้ นั้นก็เพื่อเตรียมพร้อมในการซื้อเสื้อผ้าหรือของใช้ต่างๆให้กับลูกน้อย หรือคุณแม่บางคนก็อาจจะเตรียมการตั้งชื่อลูกว่าถ้าได้ลูกสาวจะตั้งชื่อลูกสาวว่าอะไรดี หรือถ้าได้ลูกชายจะตั้งชื่อว่าไหนดี

แต่หากเวลานั้นเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้องของคุณแม่ดันตื่นเต้น อายคุณหมอ นอนขดตัว หุบขามิดชิด ไม่ให้คุณพ่อคุณแม่เห็นเลย ก็อาจเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและหนักใจแทนสำหรับครอบครัวที่อยากรู้

ทายเพศลูก

สิ่งที่กำหนดเพศของลูก

ทั้งนี้สิ่งที่กำหนดเพศของลูกในท้องนั้น แท้จริงคือ ยีนส์พันธุกรรม โดยไข่ของคุณแม่จะมีโครโมโซม X เท่านั้น ส่วนอสุจิของคุณพ่อจะมีทั้งโครโมโซม X และ Y ดังนั้น อสุจิของคุณพ่อจึงเป็นตัวกำหนด เพศของลูก ถ้าผลจากการที่อสุจิรวมกับไข่ได้เป็นโครโมโซม XX คุณแม่ก็จะได้ลูกสาว แต่หากเป็น XY คุณแม่ก็จะได้ลูกชาย

แต่ถึงอย่างนั้นคุณแม่ก็ยังมิอาจสามารถรู้ได้ว่า อสุจิของคุณสามีจะมารวมโครโมโซมเป็น XX หรือ XY ซึ่งหากไม่สามารถพึ่งพาคุณหมอด้วยการอัลตร้าซาวด์ได้แล้ว หรือหากคุณแม่อยากรู้เพศลูกก่อนไปหาคุณหมอ ก็สามารถทำได้ เพราะจริง ๆ แล้วยังมีอีกหลากหลายวิธีที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รู้เพศลูกได้ว่าจะเป็น ลูกสาวหรือลูกชาย ด้วย วิธีทำนาย ทายเพศลูกแบบโบราณ

ซึ่งวิธี ทายเพศลูกแบบโบราณ เป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมาจากคนในสมัยก่อน …ซึ่งหากคุณแม่ อยากรู้เพศลูก จะมีวิธีไหน บ้างที่สามารถ ทายเพศลูก ได้นอกจากการอัลตร้าซาวด์ ตามมาดูกันเลยค่ะ

 

อ่านต่อ “5 วิธีทำนายทายเพศลูกแบบโบราณ” คลิกหน้า 2

ข้าวชุบไข่สอดไส้ไก่ แก้ เบื่ออาหาร

แจกสูตรมื้อเช้า แก้ลูก เบื่ออาหาร กับ “ข้าวชุบไข่สอดไส้ไก่” (มีคลิป)

เบื่ออาหาร ไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ใหญ่เท่านั้น เจ้าตัวน้อยที่บ้านก็มีอารมณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้เช่นกัน โดยเฉพาะเด็กวัยขวบไปขึ้นไปที่กินอาหารได้ใกล้เคียงกับผู้ใหญ่ เวลา เบื่ออาหาร ลูกมักจะกินข้าวน้อยลง หรือไม่กินเลยในบ้างมื้อ ซึ่งทำให้คุณแม่ปวดหัวเลยทีเดียว

พัฒนาทางร่างกายและจิตใจของเด็กวัย 3-5 ขวบ เติบโตอย่างเห็นได้ชัดเจนและค่อยข้างเป็นไปแบบก้าวกระโดด เพราะพวกเขารู้แล้วว่าตัวเองสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้มากมาย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะสนใจกับการเล่นสนุกในแต่ละวันมากกว่าการกินอาหารในมื้อหลัก และมีวิธีปฏิเสธด้วยวิธีแตกต่างกันไป เช่น อมข้าว เขี่ยข้าว หรือเลือกเฉพาะของกินที่ชอบ คุณแม่ทั้งหลายต่างเป็นห่วงมากว่า ถ้าลูกเบื่ออาหาร และไม่อยากกินข้าวบ่อยๆ จนร่างกายขาดสารอาหาร ทำให้น้ำหนักและส่วนสูงไม่เป็นไปตามเกณฑ์

ข้าวชุบไช่สอดไส้ไก่ เมนูรับมือลูก เบื่ออาหาร กินข้าวน้อยให้อยู่หมัด

ด้วยความกังวลว่าลูกจะผอมกว่าเด็กคนอื่นๆ คุณพ่อคุณแม่หลายบ้านมักหายาบำรุงหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมาให้ลูกกิน เพราะหวังว่าจะช่วยให้กินข้าวได้มากขึ้น ความจริงแล้วเด็กวัย 1-3 ขวบยังไม่ต้องการสารอาหารมากเท่าผู้ใหญ่ เทียบเท่าปริมาณ 1 ใน 4 ที่ผู้ใหญ่กินเท่านั้น เพียงแต่ต้องรับประทานอาหารที่หลากหลาย และครบทั้งห้าหมู่ในแต่ละวัน

เมื่อลูก เบื่ออาหาร
อาหารอร่อยแค่ไหน ถ้า เบื่ออาหารก็ไม่อร่อยแล้ว

สาเหตุทำให้ลูก เบื่ออาหาร

1 ลูกวัยนี้ชอบวิ่งเล่น ปีนป่าย ไม่อยู่นิ่ง สนุกกับการได้เล่นสนุกก จึงไม่ค่อยสนใจการกินอาหารเหมือนวัยก่อนขวบ

2 ลูกแสดงความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ชอบการบังคับ และเริ่มแสดงท่าทีต่อต้าน ซึ่งเป็นพัฒนาการตามวัย เมื่อเขาว่าตัวเองควบคุมร่างกายได้มากขึ้น เช่น การวิ่งหนีเมื่อบอกให้กินข้าว อมข้าว หรือบ้วนทิ้ง

หาสาเหตุลูก เบื่ออาหาร
หากลูกกำลังป่วยหรือมีกำลังกังวลใจ อาจเบื่ออาหารได้

3 ขนาดร่างกายของเด็กแต่ละคนไม่เท่ากัน เด็กตัวเล็กกินอาหารไม่เท่ากับเด็กตัวโต ฉะนั้นจึงไม่ควรเปรียบเทียบปริมาณอาหารที่ลูกกินกับเด็กคนอื่น

4 ลูกไม่คุ้นเคยกับอาหารที่มีหลายแบบ หลายรสชาติ จึงเลือกกินเฉพาะรสชาติที่ตัวเองชอบ เช่น เด็กบางคนจะไม่ยอมกินข้าวเลยถ้าไม่ใส่แกงจืด หรือ จะกินแต่ไข่เจียวเท่านั้น

อ่านต่อเทคนิครับมือลูกเบื่ออาหาร อย่างเข้าใจและได้ผลคลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

Tags

ใหม่! MamyPoko Pants Lovely Day & Night

 

ใหม่! MamyPoko Pants Lovely Day & Night ผ้าอ้อมเด็กสำเร็จรูปแบบกางเกงสวมใส่ง่าย ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

ราคาโดนใจเพียงลังละ 999.- (3 ห่อ) ช้อปได้แล้ววันนี้ที่ JD Central >> http://bit.ly/2M332Q2

#JDCENTRAL #ช้อปของดีการันตีของแท้

เงินอุดหนุนบุตร ปี62

เงินอุดหนุนบุตร ปี62 เปิดรับลงทะเบียนแล้ว แม่ท้องเตรียมตัว!!

ข่าวด่วน! กรมกิจการเด็กและเยาวชนเปิดให้ลงทะเบียน เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด หรือ เงินอุดหนุนบุตร ปี62 แล้ว โดยงบประมาณนี้ สำหรับเด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 – 30 กันยายน 2562 สามารถติดต่อขอลงทะเบียนได้ที่ สำนักงานเขต อบต. และสำนักงานเทศบาล ตามภูมิลำเนาได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2562

แม่ท้องเตรียมตัว!! เงินอุดหนุนบุตร ปี62 เปิดรับลงทะเบียนแล้ว

ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และ กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินงานโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เพื่อให้เด็กแรกเกิดที่อยู่ในครัวเรือนที่ยากจนและเสี่ยงความยากจน ได้รับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดจากรัฐบาลเป็นเงินเดือนละ 600 บาท ต่อเนื่องจนอายุครบ 3 ปีนั้น โครงการนี้ได้จัดทำขึ้นตั้งแต่ปี 2559 และเปิดรับลงทะเบียนทุก ๆ ปี ในปีนี้ กรมกิจการเด็กและเยาวชน ก็ได้ประกาศรับลงทะเบียนโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ประจำปีงบประมาณ 2562 ในวันที่ 16 ตุลาคม 2561 เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินงานโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ กรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้รับงบประมาณ เป็นเงิน 3,485,036,800 บาท

เงินอุดหนุนบุตรปี62
ประกาศจากกรมกิจการเด็กและเยาวชน เปิดรับลงทะเบียน เงินอุดหนุนบุตรปี62

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ผู้มีสิทธิ์ลงทะเบียนขอรับ เงินอุดหนุนบุตร ปี62 (เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด)

9 วิธีสอนลูกไม่ให้แกล้งเพื่อน หรือไปทำร้ายคนอื่น

พ่อแม่อ่านด่วน! … หากคุณไม่อยากให้ลูกมีเรื่องดราม่า เป็นที่เป็นที่โจษจันของสังคมหรือในโรงเรียน นี่คือ 9 วิธีสอนลูกไม่ให้แกล้งเพื่อน หรือมี พฤติกรรมเกเร ชอบรังแก ทำร้ายคนอื่น

วิธีสอนลูกไม่ให้แกล้งเพื่อน หรือทำร้ายคนอื่น

บ่อยครั้งที่เรามักได้ยินข่าว เด็กถูกแกล้ง ที่โรงเรียน และพ่อแม่ต่างก็สรรหาวิธีรับมือหรือวิธีแก้ปัญหาเมื่อ ลูกถูกเพื่อนแกล้ง แต่แท้ที่จริงแล้ว เราควรมองถึงสาเหตุและแก้ปัญหาที่ต้นเรื่องจะดีกว่า ซึ่งการแก้ปัญหาที่ถูก คือ ต้องเริ่มจากการให้พ่อแม่ได้รู้ถึง วิธีสอนลูกไม่ให้แกล้งเพื่อน หรือ การสอนไม่ให้ลูกมี พฤติกรรมเกเร ไปรังแกคนอื่น จะเป็นการดีที่สุด

สาเหตุที่ ลูกชอบแกล้งเพื่อน

สำหรับต้นเหตุที่ เด็กชอบรังแกกัน อาจเป็นเพราะเมื่อถึงวัยที่เขาเริ่มออกไปเรียนรู้โลกภายนอกบ้าน เช่น การเข้าโรงเรียน เด็กบางคนอาจจะเริ่มมีพฤติกรรมใหม่ ๆ หรือมีพฤติกรรมบางอย่างที่เปลี่ยนไป ซึ่งเกิดขึ้นจากการเรียนรู้จากสิ่งรอบตัวที่มากระทบจิตใจ เช่น การอยากเป็นที่รัก การอยากเป็นที่สนใจของใครบางคน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคุณพ่อคุณแม่ คนในครอบครัว หรือคุณครู

บางครั้งเด็กไม่ตั้งใจจะแกล้งเพื่อน แต่การกระทำบางอย่างของเด็กอาจได้รับความสนใจจากครู ซึ่งการกระทำนั้น ๆ อาจเป็นได้ทั้งแง่ลบและแง่บวก เด็กอาจได้เรียนรู้ว่าเมื่อตีเพื่อน หรือกัดเพื่อน แล้วได้รับความสนใจจากคุณครู  (โดนคุณครูดุก็ถือว่าเป็นความสนใจ) เด็กก็เลยทำซ้ำอีก

หรือในบางกรณีเด็กบางคน ใช้การกลั่นแกล้งคนอื่นเป็นเครื่องสร้างความสบายใจ หรือเป็นที่ระบายความคับข้องใจของตัวเอง เช่น ถูกพี่ที่โตกว่าแกล้งมา หรือถูกพ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูลงโทษด้วยวิธีรุนแรงจนเกิดความเครียด จึงทำให้เด็กแสดงพฤติกรรมรุนแรงกับผู้อื่น

ซึ่งหากปล่อยให้ ลูกชอบแกล้งเพื่อน หรือ ลูกรังแกเพื่อน  ชอบทำร้ายคนอื่นไปจนโต ก็มีโอกาสเป็นอย่างมากที่ลูกจะเพิ่มขีดความสามารถในการกลั่นแกล้งไปสู่การข่มขู่ ข่มเหงน้ำใจ หรือล่วงละเมิดคนอื่นได้รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ และคุณครู ต้องรีบแก้ไขปัญหาและปรับพฤติกรรมของเด็กอย่างจริงจัง

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ได้ยินหรือแอบสังเกตเห็นว่าลูกของเรามีพฤติกรรมชอบแกล้งเพื่อนละก็ ทางทีมงาน Amarin Baby & Kids มี วิธีสอนลูกไม่ให้แกล้งเพื่อน มาแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ทำตามดังนี้ค่ะ

 

หาต้นตอของปัญหาด้วยการสอบถาม

ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะทราบถึง วิธีสอนลูกไม่ให้แกล้งเพื่อน อันดับแรกให้ลองหาที่มาหรือต้นตอของปัญหาด้วยการสอบถามลูกดูก่อน

โดยการสืบหาต้นตอของปัญหานั้น คุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งดุด่าว่ากล่าวเมื่อ ลูกแกล้งเพื่อน ให้ลองพูดคุยกับลูก ถามลูกว่าทำไมถึงทำพฤติกรรมแบบนี้ โดยใช้การสังเกตสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปร่วมด้วย

  • ลูกตั้งใจที่จะทำให้คนอื่น ๆ ไม่สบายใจหรือเสียใจหรือเปล่า
  • ลูกรู้ตัวหรือเปล่าในขณะที่กำลังรังแกคนอื่น
  • ลูกมีปัญหาที่บ้านหรือโรงเรียนไหม เช่น มีใครกำลังรังแกเด็กอยู่หรือเปล่า
  • เวลาอยู่ที่โรงเรียน ลูกรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง หรือทำให้เหงาไหม
  • ลูกรังแกใครบางคนแบบเฉพาะเจาะจงไหม
  • ลูกคบเพื่อนที่เป็นอันธพาล ชอบรังแกคนอื่นหรือเปล่า
  • ลูกรู้สึกตื่นเต้นหรือสนุกกับการได้ทำร้ายคนอื่นหรือไม่
  • ลูกเคยเป็นคนที่ถูกรังแกมาก่อนหรือเปล่า

เมื่อลูกเปิดใจอธิบายถึงปัญหา จึงค่อยหาทางแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ซึ่ง วิธีสอนลูกไม่ให้แกล้งเพื่อน ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถเลี้ยงและสั่งสอนลูกได้ตั้งแต่ยังเล็กๆ ในตอนที่ลูกยังไม่มีพฤติกรรมแกล้งเพื่อน หรือรังแกคนอื่น มีด้วยกัน 9 ข้อดังนี้

1. สอนให้เด็กรู้ว่าการรังแกผู้อื่นเป็นพฤติกรรมรุนแรงที่ไม่ได้รับการยอมรับ

ทั้งจากทุกคนในบ้านและในสังคมภายนอก ตั้งกฎที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กจะถูกลงโทษหากรังแกเพื่อนและเข้มงวดกับกฎนั้น อาจลงโทษเด็กโดยการจำกัดสิทธิ์ในกิจกรรมที่เด็กชอบทำ เช่น งดใช้คอมพิวเตอร์ หรือ งดขนมที่เด็กชอบ

2. สอนให้เด็กเคารพสิทธิของผู้อื่น

และปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเหมาะสม ตลอดจนสนับสนุนให้เด็กได้มีกิจกรรมร่วมกับเด็กที่มีความแตกต่างกับตัวเอง

3. สอนให้ลูกรู้จักควบคุมอารมณ์

หากเด็กแกล้งเพื่อน หรือแสดงความรุนแรงกับเพื่อน เพราะความโกรธ หรือมีปัญหาด้านการควบคุมอารมณ์ ต้องสอนให้เด็กรู้จักวิธีควบคุมความโกรธด้วยวิธีอื่นโดยไม่ไปทำร้ายคนอื่น เช่น นับ 1-10 หรือให้เด็กมาบอกคุณครูว่ากำลังโกรธ เพื่อให้คุณครูเป็นผู้แก้ปัญหาให้

4. การใช้นิทานเข้าช่วย

สมัยนี้มีนิทานต่าง ๆ มากมาย ที่จะสอนให้เด็กเป็นคนที่มีจิตใจดี ดังนั้น หากคุณพ่อคุณแม่มีเวลา ลองไปร้านหนังสือ ดูหนังสือนิทานเด็กสักเล่มสองเล่มนะคะ แล้วมาเล่าให้ลูกฟังก่อนนอน ค่อย ๆ ปลูกฝังพวกเขาไปวันละนิดละหน่อย อีกไม่นาน ลูก ๆ ก็จะมีพฤติกรรมที่ดีขึ้นเองค่ะ

5. เป็นที่ปรึกษาที่ดี

หากลูกบอกถึงสาเหตุแล้วว่า ที่ลูกทำไปนั้น เพราะอยากเรียกร้องความสนใจจากเพื่อน หรือว่ากลัวลูกไม่รัก คุณพ่อคุณแม่อย่ารอช้านะคะ รีบอาศัยจังหวะนั้น ค่อย ๆ แนะนำพวกเขาว่า มีหลากหลายวิธีมากที่จะทำให้เพื่อนรักเรา ยกตัวอย่างเช่น การรู้จักแบ่งปัน การเสียสละ และการให้เกียรติซึ่งกันและกัน เป็นต้น

6. ลองเสนอทางเลือกเพื่อแก้ไขสถานการณ์

การเริ่มต้นรังแกเพื่อนไม่ควรเป็นชนวนให้ลูกเป็นอันธพาล มิตรภาพต่อกันติดได้ เพียงให้ลูกนำของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ไปให้เด็กที่เขารังแก หรือชวนกันเล่นเกมเพื่อกู้มิตรภาพกลับมา

7. หลีกเลี่ยงการลงโทษเด็กด้วยวิธีรุนแรง

คุณพ่อคุณแม่อาจจะใช้วิธีบอกให้เด็กรู้ถึงผลเสียที่จะตามมาเวลาแกล้งผู้อื่น เช่น ไม่เป็นที่รัก ไม่ได้ดาวจากคุณครู หรือลงโทษด้วยการตัดสิทธิ์บางอย่าง เช่น ให้ขนมน้อยกว่าคนอื่น ให้ออกจากห้องเป็นคนสุดท้าย

8. สนใจเฉพาะพฤติกรรมที่ดี

หากเด็กแกล้งเพื่อน เพราะอยากเรียกร้องความสนใจจากคุณครูมีวิธีแก้ คือ คุณครูจะต้องปรับพฤติกรรมการแสดงออกต่อเด็กใหม่ โดยเมื่อเด็กทำพฤติกรรมที่ดี ให้รีบให้ความสนใจ หรือกล่าวชมเชย และเมื่อเด็กมีพฤติกรรมด้านลบให้เพิกเฉยกับเด็กในระยะหนึ่ง โดยให้ความสนใจกับเด็กที่ถูกแกล้งมากกว่า เมื่อโดนเพิกเฉยบ่อยครั้ง เขาจะเรียนรู้ว่าพฤติกรรมนี้ไม่เป็นที่ยอมรับ และจะเลิกแกล้งเพื่อนได้ในที่สุด

9. ลองปรึกษาคุณหมอ

ข้อสุดท้ายของวิธีสอนลูกไม่ให้แกล้งเพื่อน หากคุณพ่อคุณแม่พยายามสอนและบอกลูกแล้ว แต่ลูกยังไม่เลิกพฤติกรรมนี้ ก็อาจจะพาลูกไปปรึกษากับคุณหมอ เพื่อให้ช่วยตรวจดูว่าลูกมีปัญหาพัฒนาการการเข้าสังคมหรือไม่ อย่างไร

เพียงเท่านี้กับวิธีการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ที่วิธีการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนของพ่อแม่ หรือที่ปัญหาพฤติกรรมของลูกน้อยตั้งแต่ต้น ก็จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์เด็กแกล้ง หรือรังแก ทำร้ายกันได้แน่นอนค่ะ

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิก :


ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.trueplookpanya.com , www.thaihealth.or.th

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อยากมีลูกแต่ไม่มีสามี

อยากมีลูกแต่ไม่มีสามี! วิจัยเผย อนาคตหญิงท้องได้ ไม่ง้อผู้ชาย

ข่าวดีสำหรับผู้หญิงที่ อยากมีลูกแต่ไม่มีสามี! โดยนักวิจัยจากออสเตรเลียเผยว่า อีก 20 ปีข้างหน้า ผู้หญิงสามารถใช้เทคโนโลยีในการช่วยให้ตั้งครรภ์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้สเปิร์มของฝ่ายชาย

อยากมีลูกแต่ไม่มีสามี! วิจัยเผย อนาคตหญิงท้องได้ ไม่ง้อผู้ชาย

ในปัจจุบัน การใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ มาช่วยให้คู่รักที่มีบุตรยากได้มีลูกตามที่ต้องการนั้น ยังคงต้องใช้ ไข่จากฝ่ายหญิง และสเปิร์มจากฝ่ายชาย มาปฏิสนธิทั้งภายในและภายนอกร่างกาย แต่วิธีการที่ว่ามานี้ยังไม่สามารถตอบโจทย์ของคู่รักที่ฝ่ายชายมีสเปิร์มคุณภาพต่ำ หรือไม่มีเชื้ออสุจิ คู่รักเพศหญิงด้วยกัน และผู้หญิงที่ อยากมีลูกแต่ไม่มีสามี ได้ แต่เนื่องจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น ในประเทศจีนได้มีการทดลองการใช้เทคโนโลยีเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ หรือเจริญพันธุ์ ในหนูทดลองเพศเมีย 2 ตัว โดยผลปรากฏว่าหนูทดลองได้ตั้งท้องและให้กำเนิดลูกหนูที่แข็งแรงหลายตัว

โดยนักวิทยาศาสตร์จีนเผยว่า ได้ใช้วิธีการสร้าง “สเปิร์มเทียม” ที่เพาะเลี้ยงในห้องทดลอง โดยเซลล์ที่นักวิทยาศาสตร์จีนได้สร้างขึ้นมานั้นมีชื่อเรียกว่า สเปอร์มาทิดส์ (Spermatids) ซึ่งมีกรรมวิธีการทำโดยเปลี่ยนแปลงมาจากสเปอร์มาโทไซต์ระยะที่สอง ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงต่อไปเป็นตัวอสุจินั้น เป็นเซลล์ที่ไม่มีหางและไม่สามารถว่ายน้ำได้

ส่วนวิธีการคร่าว ๆ ในการสร้างสเปิร์มเทียมที่ถูกเผยแพร่ออกมานั้น เริ่มต้นด้วยการนำสเต็มเซลล์ที่ได้จากตัวอ่อนของหนู มาแช่ในสารเคมีหลากหลายชนิด จนกระทั่งมันพัฒนาเป็นไพรมอร์เดียล เจอร์มเซลล์ (primordial germ cell) ซึ่งเป็นเซลล์เริ่มแรกที่จะพัฒนาไปเป็นอสุจิ ต่อจากนั้น ก็จะนำเจอร์มเซลล์มาอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่สร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบเซลล์ลูกอัณฑะและฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) และจึงนำสเปอร์มาทิดส์ฉีดเข้าไปในรังไข่ของหนูทดลองเพศเมีย เซลล์ที่ถูกฉีดเข้าไปภายในก็จะเจริญเติบโตขึ้นเป็นตัวอ่อนตามปกติ

และเมื่อทดลองฉีดอสุจิเทียมเหล่านี้เข้าสู่ตัวหนูทดลองตัวเมีย ผลปรากฏว่าหนูตั้งท้อง และให้กำเนิดครอกลูกหนูที่มีสุขภาพแข็งแรง

การทำสเปิร์มเทียม
เทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ สามารถพัฒนาไปจนถึงการทำสเปิร์มเทียม

อย่างไรก็ดี ด้าน ดร.เจียห่าว ซา จากมหาวิทยาลัยการแพทย์หนานจิง ซึ่งเป็นผู้นำทีมวิจัย ได้กล่าวว่า ถ้ามีข้อพิสูจน์แล้วว่ากรรมวิธีสเปอร์มาทิดส์นั้นปลอดภัยและใช้ได้ผลกับมนุษย์ ทีมงานอาจพัฒนาต่อยอดมันไปจนถึงขั้นที่สามารถผลิตอสุจิที่สมบูรณ์สำหรับการผสมเทียม หรือการทำเด็กหลอดแก้ว และจะช่วยเหลือคู่รักที่ประสบปัญหาเป็นหมัน ยิ่งไปกว่านั้น อาจช่วยให้หญิงสาวสามารถมีบุตรได้โดยไม่ต้องพึ่งอสุจิจริงจากเพศชาย

โดยงานวิจัยนี้ได้สอดคล้องกับสิ่งที่ ดร. เดวิด มอลลอย ผู้เชี่ยวชาญด้านการเจริญพันธุ์ จากประเทศออสเตรเลียเผยว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า ผู้หญิงจะสามารถตั้งครรภ์ได้โดยไม่ต้องผ่านการสอดใส่ของอวัยวะเพศชาย หรือไม่จำเป็นต้องมีสามีเป็นผู้ชายเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตเลยก็ได้ ดร.มอลลอย ตั้งข้อสังเกตว่า การทดลองที่สำเร็จในประเทศจีน สามารถประสบความสำเร็จในการเจริญพันธุ์ของมนุษย์ ภายใต้สถานการณ์เดียวกันได้

แม้ว่าในปัจจุบันนี้ หลาย ๆ ประเทศทั้งในอังกฤษ และออสเตรเลีย การทำสเปิร์มเทียม ยังขัดต่อกฏหมายด้านจริยธรรมอยู่ แต่ดร.มอลลอย กล่าวว่า ทัศนคติต่าง ๆ จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เพราะเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์จะยังคงก้าวหน้าและสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และไม่มีใครที่จะไปหยุดยั้งความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ได้  แต่ก็บอกว่า เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งที่ต้องมีการตรวจสอบเรื่องความปลอดภัย และประเมินจริยธรรมอย่างจริงจัง

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ อยากมีลูกแต่ไม่มีสามี! ท้องไม่ง้อผู้ชาย ทำได้ในไทยหรือไม่?

วัคซีน HPV

ใหม่! วัคซีน HPV กันมะเร็งได้ 9 สายพันธุ์ ฉีดได้ถึง 45 ปี

มะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง เป็นมะเร็งที่พบได้มากเป็นอันดับสองรองจากมะเร็งเต้านม คิดเฉลี่ยต่อวันมีผู้หญิงไทยได้รับการวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูก 27 คน และเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกถึงวันละ 14 คน การฉีด วัคซีน HPV ซึ่งเป็นวัคซีนที่ป้องกันการติดเชื้อ HPV ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเป็นมะเร็งปากมดลูก จึงมีความจำเป็นสำหรับเด็กผู้หญิงอายุ 9 ขวบขึ้นไป

ใหม่! วัคซีน HPV กันมะเร็งได้ 9 สายพันธุ์ ฉีดได้ถึง 45 ปี

HPV คืออะไร?

HPV (human papillomavirus) เป็นเชื้อที่ติดจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ โดยเชื้อ HPV นี้ มีเป็น 100 กว่าสายพันธุ์ ซึ่งบางสายพันธุ์ที่อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ สายพันธุ์ 16, 18, 31, 33, 35, 39, 41, 42, 45, 52, 55, 58, 66 และ 68 เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูก โดยสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งปากมดลูกได้มากที่สุด (ประมาณ 70-80%) คือ สายพันธุ์ 16 และ 18

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก
วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV

การที่ร่างกายจะติดเชื้อเอชพีวีได้ต้องมีบาดแผลเล็ก ๆ บริเวณเยื่อบุผิวที่ปากมดลูก ปากช่องคลอด รอบทวารหนัก หรือปลายองคชาติ  โดยผู้ที่ติดเชื้อเอชพีวีจะไม่มีอาการใด ๆ ผู้ที่ร่างกายแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันดีจะสามารถกำจัดเชื้อเอชพีวีได้เอง โดย 10% ของผู้ที่ติดเชื้อเอชพีวีกลุ่มความเสี่ยงสูงที่เชื้อจะอาศัยอยู่ในเซลล์ปากมดลูกแบบฝังแน่นนานกว่า 6 เดือน มีเพียง 1% เท่านั้น ที่เชื้อเอชพีวีกลุ่มความเสี่ยงสูงทำให้เซลล์ปากมดลูกเปลี่ยนเป็นเซลล์ผิดปกติระยะก่อนเป็นมะเร็ง และมีเพียง 1 ใน 1,000 ของผู้ที่ติดเชื้อเอชพีวีกลุ่มความเสี่ยงสูงเท่านั้น ที่เชื้อเอชพีวีจะสามารถทำให้เซลล์ปากมดลูกกลายเป็นมะเร็งได้หากมีการติดเชื้อแบบฝังแน่นเป็นเวลานาน 10-15 ปี

และเชื้อ HPV บางสายพันธุ์สามารถทำให้เกิดหูดที่อวัยวะเพศได้ โดยเฉพาะเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6 และ 11 เป็นสาเหตุของการเกิดหูดที่อวัยวะเพศมากถึง 90% ของผู้ป่วยทั้งหมด

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ วัคซีน HPV คืออะไร? ใครจำเป็นต้องฉีดบ้าง และควรฉีดตอนไหน?

ถุงน้ำรังไข่

ถุงน้ำรังไข่ หรือ เดอร์มอยด์ซีสต์ อีกหนึ่งโรคใกล้ตัวที่ผู้หญิงต้องระวัง!

เตือนคุณแม่ๆ และคุณผู้หญิงทุกคน หากรู้สึกว่าตัวเองมีหน้าท้องยื่นออกมา อย่าชะล่าใจคิดว่าตัวเองอ้วน หรือกำลังตั้งท้องเพราะแท้จริงคุณอาจกำลังป่วยเป็นโรค ถุงน้ำรังไข่ หรือ เดอร์มอยด์ซีสต์ อีกหนึ่งโรคใกล้ตัวที่ผู้หญิงต้องระวัง

เตือนผู้หญิงทุกคน! มีหน้าท้องยื่นออกมา
เสี่ยงเป็น ถุงน้ำรังไข่ หรือ เดอร์มอยด์ซีสต์

เชื่อว่า คุณผู้หญิงแทบทุกคน น่าจะเคยได้ยินชื่อโรคซีสต์ หรือ ถุงน้ำรังไข่ แต่หลายคนอาจไม่คุ้นเคยกับ โรคถุงน้ำเดอร์มอยด์ (Dermoid Cyst) ที่เกิดจากเซลล์ที่มีความสามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์ชนิดต่าง ๆ มาอยู่ที่บริเวณรังไข่ตั้งแต่แรกเกิด แล้วมีการพัฒนาหรือถูกกระตุ้นด้วยปัจจัยบางอย่างให้เจริญไปเป็นเซลล์ไขมัน เส้นผม กระดูกอ่อน หรือฟัน จนเกิดเป็นถุงน้ำที่รังไข่เรียกว่า เดอร์มอยด์ซีสต์

ซึ่งลักษณะอาการที่ปรากฏมักทำให้คิดว่าโดนของหรือคุณไสยฯ ทั้งที่ความจริงคือ โรคถุงน้ำรังไข่ ที่พบได้บ่อย ๆ ในคุณผู้หญิง ที่น่าสนใจคือ มักจะไม่มีอาการใด ๆ เลย และพบได้แม้อายุยังน้อย ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์

ซึ่งสำหรับโรค ถุงน้ำรังไข่ หรือ เดอร์มอยด์ซีสต์ ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ได้ถูกแชร์ต่อในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก หลังเพจเฟซบุ๊ก อรัณ ไตรตานนท์ โต๊ะทำงาน หรือ พ.ต.ต.อรัณ ไตรตานนท์ นายแพทย์ สบ 2 กลุ่มงานสูตินรีเวชกรรม โรงพยาบาลตำรวจ ได้ออกมาโพสต์เตือน เนื่องจากมีคนไข้รายหนึ่งเป็นเนื้องอกบริเวณหน้าท้อง โดยระบุว่า…

วันนี้มีเรื่องราวของ ถุงน้ำรังไข่ ชนิดที่เรียกว่า Dermoid cyst มาเล่าให้ฟังครับ , ผู้ป่วยรายนี้เป็นสุภาพสตรีอายุ 38 ปี สุขภาพดีแข็งแรง ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เรื่องราวเริ่มมาจากมีหน้าท้องยื่นซึ่งตอนแรกเข้าใจว่าตัวเองอ้วน จึงมีหน้าท้องยื่นออกมา (ผู้อ่านลองคลำหน้าท้องตัวเองดูไหมครับ?)

ถุงน้ำรังไข่
ภาพประกอบบทความ : ลักษณะหน้าท้องยื่นออกมา เสี่ยงเป็น ถุงน้ำรังไข่ หรือ เดอร์มอยด์ซีสต์

ต่อมา..ได้ไปนวดแผนไทย พนักงานนวดทักว่ามีเนื้องอกหรือเปล่า เหมือนก้อนจะกลิ้งไปมาได้นะ! ผู้ป่วยจึงเข้าพบแพทย์ ได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยการทำ Ultrasound พบว่า มีถุงน้ำในท้องน้อย

แพทย์จึงส่งตรวจ เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์เพิ่มเติม สรุปว่า… มีถุงน้ำรังไข่ ขนาด 16 ซม. ในท้องน้อย จากภาพทางรังสีจะเห็นว่า ถุงน้ำมีลักษณะผิวเรียบ เป็นวงรีคล้ายไข่ไก่ ภายในมีของเหลวแยกเป็น 2 ชั้นชัดเจน

ถุงน้ำรังไข่
ภาพเอ็กซเรย์ ถุงน้ำในรังไข่

เมื่อทำการผ่าตัดพบว่า…

ภายในถุงน้ำนี้ประกอบด้วย ไขมัน ผิวหนัง เส้นผม กระดูก ฟัน อยู่ภายในก้อนครับ น้ำหนักรวมประมาณ 1.2 กิโลกรัม ในผู้ป่วยรายนี้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น Dermoid cyst เรียกอีกอย่างว่า “Mature cystic teratoma”

ถุงน้ำรังไข่
เดอร์มอยด์ซีสต์ (Dermoid Cyst) หรือ โรคถุงน้ำเดอร์มอยด์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีความสามารถในการพัฒนาไปเป็นเซลล์ชนิดต่างๆ โดยอยู่ที่บริเวณรังไข่ของผู้หญิงตั้งแต่แรกเกิด แล้วมีการพัฒนาหรือถูกกระตุ้นด้วยปัจจัยบางอย่างให้เจริญไปเป็นเซลล์ไขมัน เส้นผม กระดูกอ่อน หรือฟัน จนเกิดเป็นถุงน้ำที่รังไข่เรียกว่า เดอร์มอยด์ ซีสต์

Dermoid cyst เดอมอยซีสอันตรายไหม ?

สำหรับโรค Dermoid cyst คุณหมอบอกว่า พบได้ในทุกช่วงอายุ

  • แต่พบบ่อยในวัยเจริญพันธุ์ อายุเฉลี่ยที่พบคือประมาณ 30 ปี
  • ส่วนใหญ่จะพบเป็นข้างเดียว
  • และจากสถิติทั่วไปพบเป็นสองข้างร้อยละ15, ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการ แต่อาจมาด้วยอาการปวดท้อง หรือก้อนในช่องท้อง

เนื้องอกชนิดนี้มีโอกาสเกิดการบิดขั้ว (torsion) ได้บ่อย เนื่องจากขั้วของ ถุงน้ำรังไข่ ชนิดนี้มักจะค่อนข้างยาว และถ้าเป็นที่รังไข่ข้างขวาจะมีโอกาสบิดมากกว่าข้างซ้าย อาจารย์แพทย์บางท่านเชื่อว่าถุงน้ำรังไข่ข้างซ้าย มีลำไส้ใหญ่ส่วนที่เรียกว่า sigmoid ขวางและป้องกันการบิดขั้ว

 

ทำไมต้อง ผ่าตัด dermoid cyst

เดอร์มอยด์ซีสต์ สามารถพบขนาดได้หลายขนาดตั้งแต่ 1-30 ซม. ผนังด้านในของถุงน้ำมักมีส่วนนูน ค่อนข้างแข็ง เรียกว่า Rokitansky protuberance , ภายในก้อนประกอบด้วยส่วนที่เป็นผิวหนัง กระดูก กระดูกอ่อน เส้นผม เนื้อเยื่อประสาท สารไขมัน และฟัน เป็นต้น

ซึ่งส่วนใหญ่ถุงน้ำชนิดนี้จะมีความหนาจึงไม่ค่อยแตก ผิวเรียบตึง เคลื่อนไหวได้ บางทีก้อนอาจจะเคลื่อนที่มาอยู่หน้าต่อมดลูก เรียกว่า Kustner’s sign. , หากเกิดการแตกของถุงน้ำ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องมากจากภาวะ Peritonitis

การรักษาที่เหมาะสม คือ การผ่าตัด ซึ่งในปัจจุบันมีทั้งการผ่าตัดผ่านกล้อง และการผ่าตัดวิธีมาตรฐาน ผู้ป่วยสามารถขอคำแนะนำได้จากสูตินรีแพทย์ผู้ดูแล

สูตินรีแพทย์ มักจะทำการผ่าตัดเลาะถุงน้ำออกจากรังไข่ที่ปกติ (cystectomy) เพื่อเก็บเนื้อรังไข่ที่ดีเอาไว้ ในขณะผ่าตัดแพทย์ทุกท่านมักจะระวังไม่ให้ถุงน้ำเกิดการรั่วหรือแตก และจะตรวจดูรังไข่ด้านตรงข้ามว่ามีความผิดปกติหรือไม่

ถุงน้ำรังไข่
ภาพคุณหมออรัณ ไตรตานนท์ หลัง ผ่าตัด dermoid cyst

ถุงน้ำรังไข่ หรือ เดอร์มอยด์ซีสต์ กลายเป็นมะเร็งได้หรือไม่?

ผู้ป่วยที่เป็น Dermoid cyst แทบทุกคนกังวลว่าจะมีโอกาสเป็นมะเร็งหรือไม่ ซึ่งจากสถิติที่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยทั่วไปพบว่า Dermoid cyst พบการเปลี่ยนแปลงเป็นมะเร็ง (malignant transformation) ร้อยละ1 เท่านั้นนะครับ และมักจะเป็นชนิดที่เรียกว่า squamous cell carcinoma arising in Dermoid cyst

 

ทั้งนี้คุณหมอยังบอกอีกว่า : โดยความเห็นส่วนตัว จะแนะนำให้สุขภาพสตรีตรวจสุขภาพ รวมถึงพบสูตินรีแพทย์ใกล้บ้าน เพื่อตรวจภายใน หากพบความผิดปกติ แพทย์มักจะแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมต่อไป เพื่อนำไปสู่การวางแผนดูแลรักษาที่เหมาะสมต่อไป

 

ขอบพระคุณที่ติดตาม เพจ : อรัณ ไตรตานนท์ โต๊ะทำงาน
เนื้อหาบางส่วนดัดแปลงมาจากหนังสือชื่อ : เนื้องอกทางนรีเวชในเด็กและวัยรุ่น โดยอาจารย์จิตติหาญประเสริฐพงษ์

ขอบคุณเรื่องราวและภาพจาก Facebook : อรัณ ไตรตานนท์ โต๊ะทำงาน

แต่อย่างไรก็ดี ถุงน้ำรังไข่เดอร์มอยด์ ไม่สามารถป้องกันการเกิดได้ และเมื่อเป็นแล้วไม่ควรออกกำลังกายหักโหมมาก เนื่องจากอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การบิดขั้วของถุงน้ำรังไข่ แต่ภายหลังการรักษาด้วยการผ่าตัดแล้ว การดูแลตนเอง คือ ปฏิบัติตามแพทย์พยาบาลแนะนำ ซึ่งโดยทั่วไปคือการดูแลตนเองตามปกติก็ไม่มีข้อจำกัดเป็นกรณีเฉพาะ

ทั้งนี้หากพบ ถุงน้ำรังไข่เดอร์มอยด์ ก่อนตั้งครรภ์ ควรผ่าตัดรักษาก่อน แต่หากตั้งครรภ์ไปแล้วจึงทราบว่ามีถุงน้ำรังไข่ เดอร์มอยด์แพทย์จะให้ตั้งครรภ์ต่อไปและจะพิจารณาผ่าตัดเลาะถุงน้ำตอนอายุครรภ์ประมาณ 14 – 16 สัปดาห์ ซึ่งจะไม่มีผลต่อการพัฒนาการทางด้านสมองหรือด้านร่างกายของทารก แต่หากเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น มีการบิดขั้วหรือแตกของถุงน้ำแล้วมีอาการปวดท้องเฉียบพลัน แพทย์จำเป็นต้องผ่าตัดรักษาด่วน

 

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิก : 


ขอบคุณข้อมูลจาก : healthunlocked.com , getyourimage.clubhaamor.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่