พัฒนาการ เด็ก 6 ขวบ

ลูกไม่ได้เป็นเบบี๋อีกต่อไป พัฒนาการ เด็ก 6 ขวบ ที่พ่อแม่ต้องรู้

พัฒนาการ เด็ก 6 ขวบ ตอนนี้ ลูกเติบโตมากกว่าที่ผ่าน ๆ มา ถือว่าเป็นช่วงเวลาของการเรียนรู้สุด ๆ ทั้งร่างกาย ความคิด ที่พร้อมสำหรับเผชิญโลกใบกว้าง หากคุณพ่อคุณแม่เข้าใจธรรมชาติของลูกวัย 6 ขวบได้ดี และส่งเสริมพัฒนาการอย่างถูกทาง ลูกก็จะเติบโตได้อย่างมั่นคงสำหรับอนาคตข้างหน้า

มาดูกันดีกว่าว่า พัฒนาการ เด็ก 6 ขวบ วัยนี้ก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว

พัฒนาการเด็ก 6 ขวบ ทางด้านร่างกาย

พัฒนาการ เด็ก 6 ขวบ
www.pexels.com

ดูเหมือนว่าพอเข้าสู่อายุ 6 ขวบลูกของเราไม่ใช่เบบี๋อีกต่อไป จากเด็กวัยหัดเดินในสายตาของพ่อแม่ก็เปลี่ยนไปเป็นเด็กวัยประถมที่มีฟันขึ้นครบทุกซี่แล้ว แขน ขา เริ่มยาว สูงขึ้น และค่อย ๆ เติบโตขึ้นทุกวัน พัฒนาการของร่างกายในช่วงนี้เด็กสามารถเติบโตเฉลี่ย 2 ถึง 2.5 นิ้วต่อปี และน้ำหนักเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.8-3 กิโลกรัมต่อปี

เด็ก ๆ ในวัย 6 ขวบเริ่มมีทักษะทางกายภาพที่หลากหลาย เริ่มมีพละกำลังที่แข็งแรง เด็กบางคนแสดงศักยภาพทางด้านกีฬาให้คุณพ่อคุณแม่ได้เห็นเด่นชัด เช่น เตะฟุตบอล ไอซ์สเก็ต ว่ายน้ำ เทควันโด ฯลฯ แต่เนื่องจากเด็กในวัยนี้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องเรียน การสนับสนุนให้ลูกได้ออกกำลังกายหรือการให้ลูกได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อพัฒนาการด้านร่างกายของวัยนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ

กล้ามเนื้อมัดเล็กของลูกวัยนี้พร้อมบังคับให้จับดินสอได้แล้ว ลูกจะมีความชำนาญในการเขียนการวาดรูปมากขึ้น และรูปภาพที่วาดก็ดูเป็นเรื่องราว เข้าใจ และมีตัวหนังสือที่อ่านง่ายขึ้น

ทักษะการประสานของร่างกายในส่วนต่าง ๆ ก็สามารถทำงานได้ดีขึ้น เช่น ใช้กรรไกรตัดกระดาษเป็นรูปทรง การผูกเชือกรองเท้าได้เอง การเดินทรงตัวที่แม่นยำขึ้น

พัฒนาการเด็ก 6 ขวบ ทางด้านภาษาและสติปัญญา

พัฒนาการ เด็ก 6 ขวบ
www.pexels.com

ช่วงวัย 6 ขวบถือว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับพัฒนาการด้านภาษาการฟัง พูด อ่าน เขียน มีพัฒนาการได้ดีขึ้นหรือไม่สังเกตได้จากในช่วงวัยนี้

พวกเขารู้เรื่องพอที่จะพูดให้พ่อแม่หรือคนอื่นเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยประโยคที่เรียบง่ายแต่สมบูรณ์ด้วยคำ 5-7 คำ และเข้าใจในสิ่งที่พ่อแม่พูด ดังนั้นการใช้คำพูดกับลูกจึงควรเป็นคำที่สุภาพ ไม่ใช้คำพูดหยาบคาย เพราะเด็กกำลังมีพฤติกรรมเลียนแบบ พูด เขียน ตามคนใกล้ชิด ซึ่งก็อาจทำให้ติดคำพูดของพ่อแม่ไปใช้กับเพื่อนที่โรงเรียนหรือกับคนอื่นได้ และด้วยทักษะการใช้ภาษาที่เพิ่มขึ้นทำให้เด็ก ๆ สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้ดีไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกหรือสิ่งที่พวกเขาคิด การพูดโกหก การโกง และการขโมย อาจจะเกิดขึ้นในวัยนี้ได้เช่นกัน

สำหรับ พัฒนาการ เด็ก 6 ขวบ ด้านทักษะการอ่าน ลูกพอจะอ่านหนังสือเองได้ ซึ่งทำให้ลูกเริ่มหยิบหนังสืออ่านอย่างอิสระ สนุกกับการอ่านนิทานที่ใช้คำง่าย ๆ  และสามารถเล่าโครงเรื่องของนิทานและตัวละครได้ ลูกจะเริ่มสนุกกับการเขียนเรื่องราวโดยเฉพาะเกี่ยวกับตัวเอง คุณพ่อคุณแม่ควรมีสมุดซักเล่มให้ลูกได้ลองเขียนบันทึกอย่างอิสระเพื่อส่งเสริมพัฒนาการความคิดความอ่านของลูกเพิ่มเติม และควรหาเวลาอ่านหนังสือให้ลูกฟัง เพื่อเพิ่มเติมคลังคำศัพท์ และพวกเขาจะสามารถสะกดคำได้มากขึ้น เริ่มเห็นว่าบางคำมีความหมายมากกว่าหนึ่ง  การอ่านออกเขียนได้ในวัยนี้จะนำไปสู่พัฒนาการทางด้านภาษาของลูกที่ดีขึ้นได้

ลูกในวัย 6 ขวบสามารถทำตามคำสั่งสามชุดต่อเนื่องกันได้และรับรู้ความหมายเกี่ยวกับสิ่งที่ถูกและผิด และอาจบอกต่อกับเพื่อนหรือคนอื่นที่คิดว่าไม่ได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง เริ่มรู้ลำดับเวลา เช่น เช้า กลางวัน เย็น กลางคืน สามารถบอกเวลาได้ บอกทิศทางได้ เริ่มรู้จักตัวเลขและวิธีคิดมากขึ้น มีความสามารถในการคิดที่ซับซ้อนเริ่ม มีความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับโลกรอบตัวและจะเพิ่มความทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ

พัฒนาการ เด็ก 6 ขวบ ทางด้านสังคมและอารณ์

พัฒนาการ เด็ก 6 ขวบ
www.pexels.com

เด็ก 6 ขวบก็คือเด็กที่เพิ่งพ้นวัยอนุบาลก้าวเข้าสู่ชั้นประถม เป็นช่วงวัยที่กำลังปรับตัวเพื่อก้าวไปสู่สังคมขนาดใหญ่ที่มีพี่ประถมชั้นอื่น ๆ และต้องเจอกับคนที่มีอายุมากกว่าเป็นส่วนใหญ่ ลูกจะรู้สึกตื่นตัวกับสังคมที่แปลกใหม่ทั้งของตัวเองและผู้อื่น

ความสัมพันธ์ในทางสังคมกับเพื่อนและผู้ใหญ่จะมีความซับซ้อนและมีความหมายมากขึ้น เช่น รู้ว่าเด็กผู้ชายมักจะเล่นกับเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงเล่นกับเด็กผู้หญิง ไม่ทำร้ายความรู้สึกของใครบาง รู้จักปลอบโยนเพื่อน มีการเล่าเรื่องและแสดงออกด้วยอารมณ์ขัน เป็นต้น เพื่อให้เกิดการยอมรับจากคนรอบข้าง สิ่งที่แสดงออกในตอนนี้คือเด็ก ๆ กำลังเรียนรู้ที่จะปรับตัว

ดังนั้นในช่วงวัยนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกลูกให้เรียนรู้วิธีการเข้าสังคม เช่น การพาลูกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน เล่นกีฬา และแสดงการเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกได้เห็น เช่น การยืนรอคิว การเล่นกับเพื่อน การมีน้ำใจ ฯลฯ เพื่อให้ลูกเป็นเด็กที่น่ารักในสายตาคนอื่นและเกิดความภาคภูมิใจในตัวเองตามมาด้วย

อ่านต่อ วิธีส่งเสริมพัฒนาการลูก 6 ขวบที่พ่อแม่ต้องรู้  คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อาหารเด็ก 7 เดือน

15 สูตรอร่อย อาหารเด็ก 7 เดือน เน้นพัฒนาสมองโดยเฉพาะ!

อาหารเด็ก 7 เดือน .. ลูก 7 เดือน กินอะไรได้บ้าง Amarin Baby & Kids ได้รวบรวมสูตรอร่อยอาหารเสริม เมนูเด็ก 7 เดือน โดยเฉพาะ! ทั้งทำง่าย แถมลูกได้รับแต่สารอาหารที่พัฒนาสมองแน่นอน

แจกเมนู 15 สูตรอร่อย อาหารเด็ก 7 เดือน เน้นพัฒนาสมอง!

หากคุณแม่ต้องการ ทำอาหารทารก 7 เดือน ควรเน้นเป็นเมนูที่ย่อยง่ายก่อนเหมือนกับลูกวัย 6 เดือน อย่างอาหารบด/ปั่นละเอียด เช่น ข้าวบด ข้าวตุ๋น หรือ ซุป แต่ค่อยๆ ปรับให้ข้นขึ้น และให้รับประทานวันละ 1 มื้อก็เพียงพอ ทั้งนี้ประมาณต่อมื้อให้ป้อนมื้อละ 5-7 ช้อนโต๊ะ

Must read : อาหารเสริมลูกน้อย เริ่มเมื่อไหร่ถึงจะเหมาะสม?

ทั้งนี้ อาหารเด็ก 7 เดือน ที่สามารถป้อนได้ให้เริ่มจากเนื้อสัตว์ เช่น หมู ไก่ ตับไก่ ตับหมู ส่วนปลาต้องเป็นปลาน้ำจืด ก่อน เช่น ปลาสวาย ปลาช่อนนา ปลานิล และสำหรับการเริ่มกินไข่ ลูกวัยนี้ต้องให้กินได้แต่เพียงไข่แดงอย่างเดียวเท่านั้น!! (ไข่ขาว กินได้หลัง 1 ขวบ)

**แต่อย่างไรก็ดี อาหารเด็ก 7 เดือน พวกเนื้อสัตว์ ปลาน้ำจืด และไข่แดง ควรทำการเทสกับลูกน้อยก่อนด้วยว่าแพ้หรือไม่แพ้ โดยทดสอบ 5-7 วัน ไม่ต้องรีบ ควรให้ลองกินทีละน้อยๆ ก่อน และเริ่มป้อนทีละอย่าง ถ้าลูกไม่แพ้ก็ให้ป้อนซ้ำไปอีก 5-7 วัน เพื่อให้มั่นใจว่าลูกไม่แพ้อาหารชนิดนี้จริงๆ

ส่วนพวกธัญพืชที่ลูกวัย 7 เดือน สามารถกินได้ คือ ถั่วแดง,ถั่วดำ,งาดำ,งาขาว,ลูกเดือย และผักที่เริ่มกินได้ก็เช่นผักกาดขาว,ตำลึง,แครอท,ฟักทอง,มันหวาน(มันเทศ),บล็อกโคลี,กวางตุ้ง,ผักบุ้ง,คะน้า … สำหรับผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล,ลูกพีช,ลูกแพร์,สาลี่,มะละกอ,อะโวคาโด,มะม่วงสุก,แก้วมังกร (ช่วงนี้ยังไม่เน้นให้ลูกกินผลไม้มาก เพราะอาจจะติดหวานได้ แนะนำให้เน้นกินพวกผักเป็นหลักก่อน)

Must read : อาหาร 6 อย่างนี้ “ห้ามให้ลูกน้อยต่ำกว่า 6 เดือน” กินเด็ดขาด!

นอกจากนั้นการทำ อาหารเด็ก 7 เดือน คุณแม่สามารถเริ่มใส่น้ำมันมะกอก extra virgin ลงในอาหารก่อนป้อนให้ลูกน้อยกินได้ ประมาณครั้งละ ½ ช้อนชา เพื่อช่วยเพิ่มน้ำหนัก

รวมไปถึงอาหารที่เราทำให้ลูกช่วง 7 เดือนนี้ ยังคงใส่นมแม่ลงไปด้วยได้ โดยจะเอานมแม่มาราดลงในอาหารก่อนกิน และห้ามนำนมแม่ไปปรุงอาหารโดยผ่านความร้อน หรือนำไปปั่นเด็ดขาด เพราะจะทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวแตกตัว และทำให้คุณค่าสารอาหารในนมแม่ลดลงด้วย

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.thaibabyfoodblender.com

อาหารเด็ก 7 เดือน

สุดท้ายเมื่อคุณแม่รู้ถึงการเตรียมทำอาหารให้ลูกวัย 7 เดือน แล้วว่ากินอะไรได้บ้าง แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะทำเมนูอะไรให้ลูกกินดี Amarin Baby & Kids จึงมีสูตรอาหารสำหรับเด็กอายุ 7 เดือน มาฝาก ซึ่งส่วนผสมแต่ละเมนูก็คัดสรรมาแบบที่บำรุงสมองให้ลูกวัยนี้โดยเฉพาะ จะมีเมนูใดบ้าง ตามไปดูกันเลยค่า…

 

อาหารเด็ก 7 เดือน เมนูข้าวต้มไข่แดง

อาหารเด็ก 7 เดือน

ส่วนผสม

  • ข้าวต้ม ½ ถ้วย
  • ไข่แดงต้มสุก ½ ฟอง
  • แครอทสับละเอียด ½ ช้อนโต๊ะ
  • ใบตำลึงสับละเอียด ½ ช้อนโต๊ะ
  • น้ำซุปกระดูกหมูหรือโครงไก่ 1 ถ้วย

วิธีทำ

  1. ผสมข้าวต้มกับน้ำซุป แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อน
  2. ใส่ไข่แดงลงไป คนจนเป็นเนื้อเดียวกัน
  3. ใส่แครอทกับใบตำลึงลงไปเคี่ยวจนเปื่อยนุ่ม แล้วยกลง ตักใส่ถ้วยพร้อมเสริมให้ลูกน้อยหม่ำ

 

 

อาหารเด็ก 7 เดือน เมนูข้าวตุ๋นตำลึงเต้าหู้ไข่

อาหารเด็ก 7 เดือน

ส่วนผสม

  • ข้าวตุ๋น ½ ถ้วย
  • ปลาเนื้ออ่อนต้มสุก (เฉพาะเนื้อ) 1 ช้อนโต๊ะ
  • เต้าหู้ไข่ กดเป็นรูปต่างๆ ½ หลอด (หนาประมาณข้าวต้ม ½ เซนติเมตร)
  • ตำลึงสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำซุป 1 ถ้วย

Must read : วิธีทำ เต้าหู้ไข่ออแกนิกส์ ไร้สารกันบูดแน่นอน!

วิธีทำ

  1. ผสมข้าวตุ๋นกับน้ำซุปเข้าด้วยกันในหม้อ จากนั้นยกขึ้นตั้งไฟให้เดือด
  2. ใส่เนื้อปลาลงไป แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อน จนนุ่ม
  3. ใส่เต้าหู้ไข่และตำลึงลงไป คนเบาๆ ให้เข้ากัน จากนั้นตักใส่ถ้วย พักพออุ่นแล้วจึงป้อนให้ลูกน้อย

 

อาหารเด็ก 7 เดือน เมนูโจ๊กข้าวโอ๊ตผักกวางตุ้ง

อาหารเด็ก 7 เดือน

ส่วนผสม

  • ข้าวสวย 1 ถ้วย
  • ข้าวโอ๊ต 2 ช้อนโต๊ะ
  • ตับหมูต้ม บดละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผักกวางตุ้ง สับหยาบ 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำซุป 1-2 ถ้วย

วิธีทำ

  1. ต้มข้าวสวยกับนำซุปจนนุ่ม เติมข้าวโอ๊ตลงไปแล้วคนให้เข้ากัน
  2. ใส่ตับหมูและผักกวางตุ้งลงไปคนพอเดือด ตักใส่ถ้วย พักให้อุ่นก่อนป้อน

 

 

อาหารเด็ก 7 เดือน เมนูข้าวต้มใบเตยหมูบด

อาหารเด็ก 7 เดือน

ส่วนผสม

  • ข้าวสารหอมมะลิ ¼ ถ้วย
  • น้ำเปล่า 2 ถ้วย
  • ใบเตย หั่นเป็นท่อนยาว 2 นิ้ว 3-4 ท่อน
  • เนื้อหมูบด ¼ ถ้วย
  • ปวยเล้ง ต้มสุกสับหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น ¼ ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ต้มข้าวสารหอมมะลิกับน้ำและใบเตยจนสุกนุ่ม
  2. ตักใบเตยออก ใส่เนื้อหมูลงไป แล้วปรุงรสด้วยเกลือ
  3. ใส่ปวยเล้งลงไป คนพอเข้ากัน ตักใส่ถ้วยแล้วพักให้อุ่นก่อนป้อน

 

ดูต่อ >> สูตรอาหารสำหรับเด็ก 7 เดือน” คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

นักร้องยุค 90

15 นักร้องยุค 90 (ผู้ชาย) มีลูกแล้ว!

ยังจำพวกเขาเหล่านี้ได้ไหม? นักร้องยุค 90 ในยุคที่พวกเขาโด่งดัง  ปัจจุบัน นักร้องชาย ยุค90 เหล่านี้ มีครอบครัว มีลูกกันหมดแล้ว จะเป็นใครบ้าง ตามมาดูกันเลย

รวม นักร้องยุค 90 (ขวัญใจสาวๆ) ปัจจุบันมีลูกกันหมดแล้ว!

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่สมัยนี้น่าจะทันกับการเป็นวัยรุ่นยุค 90 ซึ่งในยุค 90 นั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นยุคคลาสสิกที่สุดก็ว่าได้สำหรับวงการเพลงในเมืองไทย และโดยเฉพาะนักร้องชายก็มีหลายคนที่ทำให้สาวๆ สมัยนั้นตามกรี๊ด กับใบหน้าที่หล่อใส รวมไปถึงน้ำเสียงและทำนองเพลงที่ทำให้ฮิตติดหูโด่งดังและเป็นตำนานจนมาถึงยุคนี้

และปัจจุบัน นักร้องยุค 90 ไอดอลรุ่นสมัยที่คุณแม่ตามกรี๊ดก็ไม่ได้หายไปไหน บางคนก็ทำงานเบื้องหลัง บ้างก็ไปเป็นพิธีกร ดีเจ หรือทำธุรกิจส่วนตัว และก็มี นักร้องชาย ยุค 90 หลายคนที่แต่งงานมีลูกไปก็เยอะแล้ว … ซึ่งหลังมีข่าวว่า นักร้องชายยุค 90 เหล่านั้นแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ก็ทำเอาสาวๆหลายคนน้ำตาตกไปตามๆ กัน ว่าแต่จะมี นักร้องยุค 90 ผู้ชายเจ้าของเพลงฮิต เพลงดังคนไหนบ้าง ที่เคยเป็นขวัญใจสาวๆ แต่ปัจจุบัน มีลูกไว้เชยชมกันแล้วบ้าง ทางทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้รวบรวมมาให้ดูตรงนี้กับ 15 นักร้องยุค 90 ตามมาดูกันเลยค่า…

15 นักร้องยุค 90 (ผู้ชาย) ปัจจุบัน มีลูกแล้ว

มากันที่คนแรก นักร้องยุค 90 กับเจ้าพ่อเพลงแดนซ์ “อ๊ะๆๆ อ๊าว อะ อาว อะ อะ อะ อาว อะ อ๊าว!” คุณเจ เจตริน ที่สาวๆ ต่างพากันกรี๊ดและสมัครเป็นสะใภ้มะโนมากมาย เพราะพ่อเจ มีลูกชายสุดหล่อหน้าดี ที่ได้ DNA มาจากตัวเองและภรรยาสาว แม่ปิ่น เก็จมณี แบบเต็มๆ ถึง 3 คนด้วยกัน คือ “น้องเจ้านาย เจ้าขุน และเจ้าสมุทร”

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งสาว ก็คือ “น้องเจด้า” ซึ่งเป็นลูกสาวคนโตคนเดียวของคุณพ่อเจ และอดีตนางงาม จีด้า จิดาภา ณ ลำเลียง และถึงแม้ทั้งคู่จะเลิกรากันไปแล้ว แต่ก็ไปมาหาสู่กันบ้าง โดยเฉพาะช่วงที่น้องเจด้าปิดเทอม ก็จะเดินทางจากประเทศสหรัฐอเมริกามาเยี่ยมคุณพ่อและน้อง ๆ ที่เมืองไทย พร้อมทำกิจกรรมร่วมกันมากมาย กลายเป็นครอบครัวใหญ่อันแสนอบอุ่นสุด ๆ

นักร้องยุค 90

ขอบคุณภาพจาก :  www.tvpoolonline.com

นักร้องยุค 90
คุณเจ เจตริน และ ลูกทั้ง 4 คน

ขอบคุณภาพจาก : IG @jjetrin , @jjayda

 

 

นักร้องชายคนที่ 2 ก็ถือเป็นอีกหนึ่งศิลปินที่กร้าวใจสาวๆ ยุค 90 แบบสุดๆ เลยก็ว่าได้ นั่นคือ คุณตุ้ย ธีรภัทร์ กับเพลง “ใจบอกว่าใช่เธอ…เพียงได้เจอก็เพ้อก็หวั่นไหว” ซึ่งก็ได้แต่งงานกับนางแบบสาว นาตาชา และให้กำเนิดลูกชายหัวแก้วหัวแหวนชื่อ “น้องไตตั้น” ออกมาเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้ชีวิตครอบครัว

นักร้องยุค 90

ขอบคุณภาพจาก :  @boutique10s

นักร้องยุค 90

ขอบคุณภาพจาก : IG @tuipptitan

 

ถัดมาเป็น คู่แฝดขวัญใจวัยรุ่นที่ดังที่สุดจนเป็นหนึ่งในไอดอล นักร้องยุค 90 กับเพลงฮิตสุดกวน “หัวก็ยังไม่ล้าน ก็ยังไม่โล้น ก็ยังไม่เหน่ง” นั่นคือ คุณใหญ่-ฝันดี และคุณเล็ก-ฝันเด่น จรรยาธนากร นั่นเอง โดยทั้งคู่เปิดตัวด้วยการเป็นนักร้อง ในลุคเจแปนนิสคิวท์บอย ใสๆ ตี๋ๆ ดูกวนหน่อยๆ ซึ่งในปัจจุบันทั้งคู่ก็แต่งงานมีครอบครัวแล้ว

นักร้องยุค 90

ขอบคุณภาพจาก : teen.mthai.com

 

โดยคุณใหญ่-ฝันดี ได้แต่งงานกับคุณสา ธนวรรณ และมีลูกด้วยกัน 2 คน คือ “น้องจินนี่” จุฑาภัค วัย 20 ปี และ “น้องเจแปน” อภิชา วัย 17 ปี ลูกสาวและลูกชายของ ที่บอกเลยว่าโตไวมากแถมงานดีทั้งคู่ ลูกสาวก็สวย ร้องเพลงเสียงดีเป็นลูกไม้หล่นใต้ต้น ด้านลูกชายก็หล่อไม่แพ้พ่อ เพราะคุณแม่สา ธนวรรณ ก็เป็นถึงอดีตนางงาม

นักร้องยุค 90

นักร้องยุค 90

ขอบคุณภาพจาก : IG @ fundee.j

 

ด้านคุณเล็ก-ฝันเด่น ก็ได้แต่งงานกับนักร้องสาว โบ สุนิตา และมีลูกสาวเป็นโซ่ทองคล้องใจ คือ “น้องฮานิ” สาวน้อยแก้มป่อง น่ารัก ตาโตได้คุณแม่มาเต็มๆ เรียกว่ายิ่งโตก็ยิ่งสวย ทำเอาแฟนคลับของคุณพ่อคุณแม่แอบปันใจไปเป็นแฟนคลับของลูกสาวกันหลายคนเลยทีเดียว

นักร้องยุค 90

ขอบคุณภาพจาก : IG @beau_sunita

 

มากันที่ นักร้องยุค 90 ผู้ชายคนที่ 5 ซึ่งก็คือ คุณฟลุค เกริกพล คุณพ่อสุดหล่อของ “น้องอชิ” กับแม่โบ ชญาดา อดีตภรรยาสาวสวย ซึ่งถ้าย้อนวันเวลากลับไปในยุค 90 วัยรุ่นยุคนั้น ไม่มีใครไม่รู้จักฟลุคในฐานะนักแสดงที่แจ้งเกิดเปรี้ยงปร้างจากละครทอฝันกับมาวิน (ปี 2539) แถมยังร้องเพลงประกอบละครเองจนฮิตติดทุกชาร์ต อย่างเพลงรักเธอเหลือเกิน นอกจากหน้าตาจะหล่อแนวหน้า การแสดงชั้นเยี่ยม เสียงยังเลิศอีกต่างหาก

นักร้องยุค 90

นักร้องยุค 90

ขอบคุณภาพจาก : IG @ fluke777

 

 

ถัดมากับนักร้องชายยุค 90 ที่ได้เป็นเบอร์ 1 ตลอดกาลในช่วงนั้น นั่นคือ คุณเต๋า สมชาย ที่มีเพลงขึ้นหิ้งหลายเพลง เช่น โลกทั้งใบให้นายคนเดียว, บอดี้การ์ด สมชายฯ (สมชายจดปลายเท้า) ซึ่งเส้นทางรักสำหรับหนุ่มเต๋าก็เคยแต่งงานกับสาวนัท มีเรีย ดารานักร้องสาวดาวค้างฟ้าและได้หย่ากันเรียบร้อย และปัจจุบันหนุ่มเต๋าก็ได้แต่งงานใหม่กับสาวคนเก่งในแวดวงหนังสือ คุณยุ้ย อัฐมาศ พร้อมมีโซ่ทองคล้องใจ 2 คน คือ “น้องสมใจ” และ “น้องสุขใจ” โดยคุณแม่ยุ้ย มักมีภาพครอบครัวน่ารัก ๆ มาให้แฟนคลับได้ตามชมในอินสตาแกรมอยู่เรื่อย ๆ

นักร้องยุค 90

ขอบคุณภาพจาก : www.instazu.com @love_dara_90_and_ps

นักร้องยุค 90

ขอบคุณภาพจาก : IG @yui_athamard

 

 

ดูต่อนักร้องชายยุค 90 ที่ปัจจุบันมีลูกแล้ว” คลิกหน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

พาลูกเที่ยว นนทบุรี

5 แลนด์มาร์ก นนทบุรี พาลูกเที่ยว เช้าไปเย็นกลับสบายๆ

สำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ถ้าคุณพ่อคุณแม่มองหาที่เที่ยวใกล้ ๆ กรุงเทพ วันเดียวก็เที่ยวสนุกได้แบบเช้าไปเย็นกลับ มาลอง พาลูกเที่ยว นนทบุรี กันค่ะ มีแลนด์มาร์กน่าสนใจในจังหวัดนนทบุรีอยู่หลายแห่งที่จะมาเติมเต็มและเปิดประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ ให้เจ้าตัวเล็กได้สนุกสนานกัน เผื่อไว้เป็นตัวเลือกพาลูก ๆ ไปเที่ยวกันเลย

5 แลนด์มาร์ก พาลูกเที่ยว นนทบุรี เช้าไปเย็นกลับสบายๆ

#1 พิพิธภัณฑ์ของเล่น Tooney museum

พาเด็ก ๆ มาตื่นตาตื่นใจไปกับของเล่น ของสะสม ตุ๊กตา จากการ์ตูน ภาพยนต์ จากทุกมุมโลกที่ครอบครัวโพธิ์อยู่ ผู้ก่อตั้ง Tooney museum แห่งนี้ได้สะสมมาเรื่อย ๆ กว่าแสนชิ้น ซึ่งก็เป็นความตั้งใจทื่อยากจะแบ่งปันให้ทุกคนได้ร่วมสัมผัสความน่ารัก สวยงาม และย้อนวันวานไปกับของเล่นวัยเด็กในยุคคุณพ่อคุณแม่ด้วย แถมของบางตัวก็ถือว่าเป็นลิมิเต็ด อิดิชั่นด้วยนะ

ภายใน Tooney museum สร้างบรรยากาศให้สนุกตื่นเต้นทุกวินาทีที่สัมผัสกันเลยค่ะ โดยแบ่งเป็นโซน ให้เดินชม อาทิ โซนตุ๊กตาที่ต้องถูกใจลูกสาวแน่ ๆ รับรองเจอต้องร้องกรี๊ดแน่ เพราะว่ามีทั้งตุ๊กตาเหล่าบรรดาเจ้าหญิงดิสนีย์ บาร์บี้ บลายด์ มินนี่ มิกกี้เม้าส์ ฯลฯ

อีกโซนต้องถูกใจลูกชายทั้งหลายที่ชวนให้ร้องว้าวไม่แพ้กัน ทั้งหุ่นเหล็กกันดั้ม หน้ากากเสือ หุ่นยนต์รบอวกาศสุดเท่ หุ่นของเล่นในยุคคลาสสิคสมัยคุณพ่อคุณแม่ ไดโนเสาร์ และอีกหลายหุ่นอีกเพียบ รวมถึงโซน Nano Block ที่มีตัวต่อขนาดจิ๋วที่จะทำให้ทุกคนทึ่งไปกับสิ่งจำลองขนาดเล็ก

และอีกโซนที่จะทำให้เด็ก ๆ ตื่นตาตื่นใจไปกับเหล่าตัวการ์ตูนในหนังสุดฮิตต่าง ๆ ที่ขนมารวมกันอยู่ที่นับพัน ๆ หมื่น ๆ ชิ้น ไม่ว่าจะเป็นสตาร์วอร์ ทอยส์ มินเนียน ซูเปอร์ฮีโร่ต่าง ๆ สเมิร์ฟ วอลล์-อี หมีพูห์ นีโม่ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริง ฟลิ้นท์สโตน ฯลฯ และตุ๊กตาจากตัวการ์ตูนต่าง ๆ ทั้งเอเชียและยุโรป อย่าง พาวเวอร์พัฟเกิร์ล สนูปปี้ โดเรม่อน ฯลฯ หลากหลายคาแรคเตอร์ที่อัดแน่นกันมาโชว์ทุกตู้ เรียกว่าเปิดจินตนาการ ได้ทั้งความสุข และสนุกสนานกลับบ้านไปแบบสุด ๆ เลยก็ว่าได้

พาลูกเที่ยว นนทบุรี ที่ Tooney museum

ที่ตั้ง : หน้าปากซอยศรีสมาน 8 ถ.ศรีสมาน ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ 10.00-21.00 น.
อัตราค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 100 บาท (ส่วนสูงไม่เกิน 120 ซม.) เด็กส่วนสูงต่ำกว่า 90 ซม. เข้าฟรี
โทร. 
089-103-6303 , 02-961-8597-8

#2 ชมเฌย

ชมเฌย เป็นสตูดิโอขนาดใหญ่ที่จำลองอาคารบ้านเรือนสมัยก่อนย้อนไปในยุค ร. 5 บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตในอดีต ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในสมัยก่อน ตั้งแต่ร้านค้า โรงหนัง ร้านตัดเสื้อ ร้านอาหาร ฯลฯ แน่นอนว่าที่มีมุมสวย ๆ แทบทุกจุด ให้ทั้งครอบครัวได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นภาพประทับใจเพียบ จัดเป็นสถานที่ชิค ๆ ที่ครอบครัวสายเที่ยว สายถ่ายรูป ไม่ควรพลาดที่นี่เลยนะ

พาลูกเที่ยว นนทบุรี
ชมเฌย

พาลูกเที่ยว นนทบุรี ที่ชมเฌย

ที่ตั้ง : 68 หมู่ 4 ซอยกำนันทินกร ตำบลศาลากลาง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี
เวลาเปิด-ปิด :  วันอังคาร-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. (ปิดวันจันทร์)
อัตราค่าเข้าชม: เข้าฟรี
โทรศัพท์ : 08 9415 2038

#3 เกาะเกร็ด

เกาะเกร็ด ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพแค่เอื้อมสมัยคุณพ่อคุณแม่ยังเล็กก็เคยต้องมาเที่ยวกันซักครั้ง ผ่านไปกี่ปีความเป็นวิถีเกาะเกร็ดก็ยังเหมือนเดิมค่ะ การเดินทางก็ง่ายแสนสะดวก แถมเจ้าตัวเล็กยังสัมผัสกับวิถีธรรมชาติ วัฒนธรรมของชุมชนคนมอญอย่างใกล้ชิดด้วย พาลูกสำรวจเส้นทางบนเกาะเกร็ดด้วยการเดินหรือจะเลือกเช่าปั่นจักรยานปั่นรอบเกาะก็ได้ บนเกาะเกร็ดมีสิ่งที่น่าสนใจเยอะมาก อาทิ วัดปรมัยยิกาวาส เจดีย์เอียงทรงรามัญ ขนมไทยต่าง ๆ เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และขนมหวานอื่น ๆ อีกมากมาย  อาหารต่าง ๆ ที่มีให้เลือกชิมทั้งคาวหวานที่ขึ้นชื่อมากมาย อาทิ ทอดมันหน่อกะลา ข้าวแช่ ฯลฯ พ่วงด้วยกิจกรรมอย่าง นั่งเรือเที่ยวชมรอบเกาะ เรียนรู้การปั้นดินเผา หรือทำผ้าบาติก เป็นต้น เดินเหนื่อย ๆ ก็ไปนั่งพักริมน้ำ มีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ ให้เลือกเยอะทั้งสองข้างทาง วันเดียวเที่ยวเกาะเกร็ดสนุกแบบครบรสและเพลินเพลินบนเกาะได้ทั้งวันเลยเชียวล่ะ

เกาะเกร็ด
เกาะเกร็ด

พาลูกเที่ยว นนทบุรี ที่เกาะเกร็ด

ที่ตั้ง : เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-19.00 น. ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะมีร้านค้าเปิดให้บริการมากกว่าวันธรรมดา
โทรศัพท์ : องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเกร็ด โทรศัพท์ 02-583-9544, 02-960-9063

อ่านต่อ 5 ที่เที่ยวนนทบุรี พาลูกเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

หวัดลงกระเพาะ

หวัดลงกระเพาะ ระบาดในเด็กเล็ก! วิธีรับมือเมื่อลูกอาเจียน-ท้องเสีย

หวัดลงกระเพาะ หรือ ไวรัสลงกระเพาะ โรคที่มีอาการคล้ายเป็นไข้หวัด แต่มีอันตรายมากกว่าหากไม่รีบรักษา โดยเฉพาะหากโรคนี้เกิดขึ้นกับทารก และเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี

หวัดลงกระเพาะ ระบาดในเด็กเล็ก! วิธีรับมือเมื่อลูกอาเจียน-ท้องเสีย

หวัดลงกระเพาะ คืออะไร?

แม่ ๆ มักจะคุ้นชินกับโรคไวรัสลงกระเพาะ ซึ่งโรคนี้มักจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ถ่ายเป็นน้ำ ทำให้คิดว่าเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือระบบทางเดินอาหารอักเสบ แต่จริง ๆ แล้ว ตัวร้ายของโรคไวรัสลงกระเพาะ คือเชื้อไวรัส ซึ่งเชื้อไวรัสนี้นอกจากอาการไอ จาม มีไข้ และมีน้ำมูกแล้ว ไวรัสนี้ยังทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียน และถ่ายเป็นน้ำร่วมด้วย นี่เป็นเพราะเชื้อไวรัสได้เข้าไปเกิดอาการอักเสบที่บริเวณกระเพาะอาหาร หรือบริเวณลำไส้ เมื่อมีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไปแล้ว ทำให้โรคนี้ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโรคหวัดธรรมดา ไม่ได้อันตรายร้ายแรงอะไร แต่ทราบไหมคะว่าเมื่อเป็น หวัดลงกระเพาะ แล้ว หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

ไวรัสลงกระเพาะ หรือ หวัดลงกระเพาะ คือ ภาวะติดเชื้อไวรัสในกระเพาะอาหารและลำไส้ อาจเกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อไวรัสซึ่งเป็นสาเหตุของโรค หรือใช้เครื่องใช้ที่มีอุจจาระ อาเจียน หรือน้ำลายปนเปื้อนเชื้อโรคติดอยู่ รวมทั้งการคลุกคลีกับผู้ป่วยโรคนี้โดยตรง ผู้ป่วยมักอุจจาระเป็นน้ำ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และอาจมีไข้ โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักหายจากโรคนี้ได้เอง แต่เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจมีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิตได้ อีกทั้งยังไม่มีวิธีรักษาภาวะนี้โดยตรง ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับการรักษาประคับประคองตามอาการจนกว่าจะหายดี ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารและน้ำดื่มที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรค และล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอเพื่อป้องกันโรค

ไวรัสลงกระเพาะ
ไวรัสลงกระเพาะ

เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคหวัดลงกระเพาะ มีหลายชนิดด้วยกัน แต่ที่พบได้บ่อยในเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ได้แก่

  1. โรต้าไวรัส หรือ Rotavirus มักจะพบได้บ่อยในเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะทารกที่มีอายุ 3-15 เดือน เนื่องจากเด็กในวัยนี้จะชอบเอามือเข้าปาก หรือหยิบสิ่งของเข้าปาก ผู้ป่วยมักมีอาการปรากฏหลังได้รับเชื้อแล้ว 1-3 วัน และอาจป่วยนาน 3-7 วัน แม้ผู้ป่วยวัยผู้ใหญ่มักไม่แสดงอาการ แต่อาจเป็นพาหะแพร่เชื้อสู่เด็กเล็กได้เช่นกัน เมื่อผู้ป่วยติดเชื้อโรต้าไวรัสแล้ว จะทำให้มีส่งไข้ อาเจียน ท้องเสีย และปวดท้อง และในเด็กเล็กที่ภูมิคุ้มไม่มากพอ อาจมีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง หรือมีสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ลำตัวเย็น ปัสสาวะลดลง ตาโหล ได้ (อ่านต่อ รู้จัก ไวรัสโรต้า ต้นเหตุลูกน้อยท้องร่วง พร้อมราคาวัคซีน)
  2. โนโรไวรัส หรือ Norovirus เป็นไวรัสในกลุ่มที่ก่อ “โรคหวัดลงกระเพาะหรือ สต็อมมัค ฟลู (stomach flu)” โรคนี้จะปรากฏอาการของโรคหลังได้รับเชื้อเข้าไปเพียง 24-48 ชั่วโมง หรือเกิดอาการได้เร็วกว่านั้น หากเริ่มมีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเนื้อปวดตัว อาเจียน ปวดท้องมาก ท้องเสีย อ่อนเพลีย อาการของโรคจะเป็นอยู่ไม่นานเพียงวันสองวัน และอาการมักไม่หนัก แต่ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกว่าไม่สบายเอามาก ๆ ทีเดียว สำหรับเด็ก ผู้สูงวัย ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอมักมีอาการหนักกว่าหนุ่มสาว (อ่านต่อ แม่แชร์! ลูกอึเป็นเมือกจาก ไวรัส โนโร หากเป็นหนัก อาจตายได้)
  3. อะดีโนไวรัส หรือ Adenovirus เชื้อไวรัสอะดีโน ทําให้เกิดอาการ ผิดปกติได้หลายแบบ ทั้งในระบบทางเดินหายใจ ระบบ ทางเดินอาหาร และตา การติดเชื้อไวรัสอะดีโนทําให้เกิดอาการได้หลายแบบ เช่น คออักเสบ ตาแดง ปอดอักเสบ และอุจจาระร่วง นอกจากนั้น ยังอาจทําให้เกิดอาการรุนแรงโดยเฉพาะเกิดปอดอักเสบ ในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และในเด็กเล็ก

จะเห็นได้ว่าไวรัสแต่ละชนิด ล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดอาการร้ายแรงถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะภาวะขาดน้ำ ดังเช่นข่าวที่พบกันได้บ่อย ๆ ว่ามีผู้ป่วยท้องเสียจนเสียชีวิต ดังนั้น ทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงนำข้อมูลเกี่ยวกับการแพร่ระบาด อาการ และการป้องกัน หวัดลงกระเพาะ มาฝากค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ หวัดลงกระเพาะ ติดต่อกันได้อย่างไร? มีอาการอย่างไร? และวิธีการป้องกัน

รู้ทัน! พัฒนาการ เด็ก 5 ขวบ ลูกเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นแล้วนะ

เมื่อลูกอายุ 5 ขวบ คุณพ่อคุณแม่จะเริ่มเห็นว่าเจ้าตัวเล็กเติบโตจากเด็กเบบี๋อย่างเห็นได้ชัดทั้งขนาดน้ำหนัก ส่วนสูงของร่างกาย รวมถึงพัฒนาการของเด็กวัย 5 ขวบในตอนนี้ ที่เต็มไปด้วยพลัง อารมณ์ ความคิดสุดขั้ว มาเช็กลิสต์กันดูว่า พัฒนาการ เด็ก 5 ขวบ มีการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นบ้าง?

พัฒนาการ เด็ก 5 ขวบ ลูกเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นแล้วนะ

ในวัย 5 ขวบของลูกนั้น เริ่มที่จะเป็นตัวของตัวเองแล้ว เพราะสามารถที่จะพึ่งพาตัวเองได้ เริ่มให้ความสนใจกับสังคม สิ่งเร้า ผู้คน ฯลฯ นอกจากคนในครอบครัวมากขึ้น รวมถึงมีความคิด มีคำถามกับสิ่งรอบตัว ในขณะเดียวกันเด็กวัยนี้ยังคงเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเอง แต่ก็ยังคงมีการงอแงตามประสาเด็กที่เพิ่งพ้นวัยเตาะแตะมาไม่นาน ลองมาสังเกตพัฒนาการลูกแต่ละด้านกันค่ะ

พัฒนาการ เด็ก 5 ขวบ ด้านร่างกาย

พัฒนาการ เด็ก 5 ขวบ
www.pexels.com
  • ร่างกายของเด็ก 5 ขวบเต็มเปี่ยมไปด้วยการประสานงานที่ดีขึ้น โดยเฉพาะแขน ขา และลำตัว
  • มีการเคลื่อนไหว ปีนป่ายอย่างคล่องแคล่ว
  • ยืนทรงตัวด้วยขาเดียวได้
  • วาดรูปได้เป็นรูปภาพสื่อความหมายได้ชัดขึ้น สามารถวาดรูปทรงเรขาคณิตตามต้นแบบได้
  • มีทักษะการใช้ดินสอ พู่กัน เขียนหนังสือระบาย และอุปกรณ์ง่าย ๆ เช่น กรรไกรตัดกระดาษได้แล้ว
  • สามารถใช้สองมือจับช้อนและส้อมในการรับประทานอาหารได้
  • เข้าห้องน้ำได้เอง
  • มีพัฒนาการด้านการมองเห็นอย่างสมบูรณ์เทียบเท่ากับผู้ใหญ่
  • เด็กบางคนเริ่มมีฟันแท้ซี่แรกขึ้น

พัฒนาการ เด็ก 5 ขวบ ด้านสติปัญญาและภาษา

  • บอกแสดงความต้องการด้วยคำพูด เล่าเรื่อง ที่สื่อสารกับผู้อื่นให้เข้าใจได้
  • ลูกเริ่มพูดเป็นประโยคได้ตั้งแต่ 5 คำขึ้นไป และพูดชัดมากขึ้น
  • รู้จักคำศัพท์ต่าง ๆ และเข้าใจความหมายของคำเยอะมากขึ้น ทั้งคำนาม สรรพนาม กริยา บุพบท และคำอื่น ๆ
  • แยกแยะความแตกต่างของสีธนบัตรและเหรียญบาท เหรียญห้า เหรียญสิบ ได้
  • สามารถนับเลขได้ถึง 10 หรือมากกว่า
  • รู้ที่อยู่ของตัวเองจำหมายเลขโทรศัพท์ของพ่อแม่หรือทั้งสองคนได้
  • รู้จักชื่อสีอย่างน้อย 4 สีหรือมากกว่านั้น
  • เขียนตัวอักษรและเริ่มเขียนเป็นคำง่าย ๆ ได้
  • รู้จักสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้าน เช่น เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ
  • เข้าใจกับลำดับของเวลา เช่น เช้า สาย เย็น ค่ำ เด็กบางคนเริ่มรู้จักความหมายของการใช้คำ “พรุ่งนี้”
  • เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคนกับวัตถุต่าง ๆ ได้ เช่น “เด็กผู้ชายที่กำลังกระโดดเชือก”
  • สามารถเรียกผู้คน (หรือวัตถุ) โดยความสัมพันธ์กับผู้อื่นเช่น “แม่ของแจ็ค” / “ยางลบของน้อยหน่า” เป็นต้น
  • สามารถนั่งเป็นระยะเวลานาน ๆ ในห้องเรียนและฟังคำแนะนำของครู

พัฒนาการ เด็ก 5 ขวบ ด้านสังคมและอารมณ์

พัฒนาการ เด็ก 5 ขวบ
www.pexels.com
  • เด็กในวัยนี้เริ่มมีความคิดเป็นอิสระ เริ่มที่จะสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ ๆ นอกเหนือจากคนในครอบครัว
  • เริ่มเลือกมีเพื่อนสนิทสองหรือสามคนในห้องเรียนมาพูดถึงให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง
  • ต้องการเป็นแบบอย่างให้เพื่อนทำตาม หรือเอาใจเพื่อทำให้เพื่อนพอใจ
  • มีความรับผิดชอบมากขึ้น รู้จักทำตามกฏ เงื่อนไขที่ตกลง และมีพฤติกรรมก้าวร้าวน้อยลง
  • ชอบเต้นและร้องเพลง มีความสุขและกล้าแสดงออกเวลาได้ยินเสียงเพลง
  • รู้จักเพศของตนเองและเข้าใจความหมายของคำว่า เพศหญิง เพศชาย
  • มีวิธีการเล่นที่แตกต่างกันตามเพศ เช่น แบ่งกลุ่มเล่นชาย/ หญิง เด็กผู้ชายในวัย 5 ขวบส่วนใหญ่จะเล่นกิจกรรมที่เน้นพละกำลังหรือเคลื่อนไหวร่างกาย ในขณะที่เด็กผู้หญิงในวัยเดียวกันอาจสนุกกับการเล่นแต่งหน้าและแต่งตัว
  • รู้จักกล่าวคำขอโทษเมื่อทำผิด
  • สามารถแยกแยะจินตนาการจากความเป็นจริงได้มากขึ้น แต่ก็ยังมีจินตนาการและเล่นบทบาทสมมติ
  • เด็กวัยนี้ยังคงเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์แต่ก็ยังมีอารมณ์งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เหมือนเด็กที่กำลังพ้นวัยเตาะแตะมาไม่นาน

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ เทคนิคส่งเสริม พัฒนาการวัย 5 ขวบ ที่พ่อแม่สร้างได้ คลิกหน้า 2

ทรงผมผู้ชาย

หล่อโดนใจแม่! 50 ทรงผมผู้ชาย สุดฮิตประจำปี “พ่อลูก” ควรตัดคู่กัน!

พ่อตัดได้ ลูกชายตัดดี รวม 50 ไอเดีย ทรงผมผู้ชาย สุด cool ต้องทำคู่ ตัดทรงผมผู้ชาย เหมือนกันทั้งพ่อและลูกถึงจะเท่! จะมีทรงไหน แบบใดบ้าง ตามไปดูกันเล้ย!

จัดเต็ม 50 ทรงผมผู้ชาย สุดฮิต สุดเท่
“พ่อลูก” ควรตัดคู่กัน!

หากคุณแม่ กำลังมองหาไอเดีย ทรงผมสุดเท่ สำหรับลูกชาย ไว้สำหรับเอาไปเป็นแบบให้ช่าง ตัดผมลูกชาย หรือตัดให้คุณพ่อ ต้องห้ามพลาดเลยจ้า!!! ทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้รวบรวม ทรงผมผู้ชาย กับเทรนด์ ทรงผมพ่อ และทรงผมลูกชาย 2020 สุดเท่ มากกว่า 50 รูปแบบ ซึ่งคุณแม่สามารถพาคุณสามีและลูกชายไปตัดพร้อมกันได้ ก็จะกลายเป็น คู่พ่อลูกสุด cool ดูแล้วชื่นตาชื่นใจแม่แน่นอน ว่าแต่จะมีทรงผมพ่อลูก แบบใดบ้าง ตามมาดูกันเลยค่า…

***ทั้งนี้ภาพแบบทรงผมผู้ชาย ที่ทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้รวบรวมมานั้น จะเน้นเป็นภาพเด็กผู้ชาย เพื่อให้คุณแม่เห็นภาพชัดขึ้น ถ้าจะทำทรงผมลูกชายให้เหมือนคุณพ่อจะออกมาหน้าตาแบบไหน

Must read : ลูกชอบตัดผมตัวเอง สนุกตรงไหนนะ

Must read : 4 ทรงผมเด็ก สุดฮิตในสมัยโบราณ

เชตแรกจะเป็นทรงผมลูกชายที่พร้อมหล่อได้ในช่วงอายุ 1-5 ขวบ

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

>> ดูไอเดียแบบทรงผมผู้ชายสำหรับตัดคู่พ่อลูก คลิกหน้า 2 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

พาลูกเที่ยว พิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพ

พาลูกเที่ยว พิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพ 5 มิวเซียมเข้าฟรี มีแต่คุ้มกับคุ้ม!!

ปัจจุบันนี้ “พิพิธภัณฑ์” จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้น่าสนใจที่หลายครอบครัวเริ่ม พาลูกเที่ยว พิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพ กันแล้ว เป็นเทรนด์ที่เที่ยวที่มาแรงไม่น้อยเลยนะ เพราะนอกจากจะได้ซึมซับความรู้แล้วยังสนุก เพลิดเพลิน แบบไม่น่าเบื่อเลยล่ะ หลายพิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพก็เปิดให้บริการแบบไม่เสียค่าเข้าชมกันด้วย มีที่ไหนบ้าง มาดูกันเลย!!

พาลูกเที่ยว พิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพ 5 มิวเซียมเข้าฟรีดีต่อใจ

#1 พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ

พาลูกเที่ยว พิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพ
ขอบคุณภาพจาก พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ

พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน โดยกองทัพอากาศจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2495 เพื่อรวบรวมอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ตามยุคสมัย เช่น เครื่องบิน เครื่องยนต์ เครื่องมือสื่อสารที่เคยใช้ในกองทัพอากาศ อาวุธ บริภัณฑ์ประจำตัวนักบิน เครื่องแบบ เอกสาร และอุปกรณ์อื่น ๆ เกี่ยวกับการบินที่หายาก หาค่าไม่ได้ในทางประวัติศาสตร์ มาจัดแสดงให้บุคคลที่สนใจได้เข้าชม ไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ เครื่องบินแบบต่าง ๆ ในอดีตที่คนไทยออกแบบและสร้างขึ้นเอง และเครื่องบินรบต่างๆ มากมาย และบางลำก็เหลือเพียงลำเดียวในโลก

นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการภาพถ่าย บอกเล่าความเป็นมาต่าง ๆ มีห้องปรับบรรยากาศความดันต่ำที่จำลองสภาพบรรยากาศความดันต่ำเวลาขึ้นบิน มีห้องสมุดประวัติศาสตร์การบินที่รวบรวมหนังสือ จดหมายเหตุ รูปภาพ และเอกสารทางประวัติศาสตร์ของกิจการบินไว้ให้ศึกษาค้นคว้า ทั้งยังมีกิจกรรมที่สอดแทรกความรู้เกี่ยวกับการบินให้ได้ร่วมสนุกอีกด้วย แถมยังสามารถถ่ายรูปกับเครื่องบินลำเจ๋ง ๆ เก็บภาพประทับใจกลับบ้านด้วย น้อง ๆ บ้านไหนที่มีความฝันอยากเป็นนักขับเครื่องบิน คุณพ่อคุณแม่ พาลูกมาเที่ยวที่นี้ต้องชอบมาก ๆ เลยละค่ะ

พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ

ที่ตั้ง : เลขที่ 171 ถนนพหลโยธิน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ
เวลาเปิด-ปิด : วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น. (ปิดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2534 1853, 0 2534 1764, 0 2534 4846
www.facebook.com/royalthaiairforcemuseum

#2 พิพิธบางลำพู

พาลูกเที่ยว พิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพ
ขอบคุณภาพจากเพจ พิพิธบางลำพู

พิพิธบางลำพู จัดเป็นพิพิธภัณฑ์เสมือนจริง ที่พากันมาย้อนมองบางลำพูในอดีต บอกเล่าเรื่องราวของเสน่ห์วิถีชีวิตชุมชนคนบางลำพูประวัติศาสตร์ความเป็นมาชุมชนหลากหลายเชื้อชาติในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ด้วยการจำลองบรรยากาศแบบสมจริงผ่านห้องจัดแสดงต่าง ๆ ที่นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลได้อย่างน่าสนใจ เช่น

ห้องเบาะแสจากริมคลอง จัดฉายภาพยนตร์ลงบนผนังและพื้นผิวน้ำที่จำลองเป็นคลองบางลำพู ให้เห็นผู้คนหลากเชื้อชาติที่อาศัยร่วมกัน ทั้งชาวไทย มอญ ลาว เขมร แขกตานี และจีน

พระนครเซ็นเตอร์ จำลองวิถีชีวิตของชาวย่านบางลำพูในอดีต มีทั้งโรงภาพยนตร์บุศยพรรณ โรงลิเกหอมหวน ห้าง ต.เง็กชวน  ถนนสิบสามห้าง  และร้านค้าเก่าแก่ในย่านบางลำพู

ย่ำตรอกบอกเรื่องเก่า จัดแสดงเรื่องราวของชุมชนและตรอกซอกซอยต่างๆ ของบางลำพู ที่คนภายนอกอาจไม่เคยรู้ อาทิ การปักชุดโขน ของชุมชนตรอกเขียนนิวาสและตรอกไก่แจ้ บ้านดุริยประณีต เจ้าตำรับแห่งดนตรีไทยในชุมชนวัดสังเวชวรวิหาร เครื่องถม ตีทองคำเปลว การแทงหยวก

ถิ่นคนดีศรีบางลำพู จัดแสดงประวัติของบุคคลมีชื่อเสียงและที่สร้างคุณูปการให้แก่สังคม จำลองต้นลำพูซึ่งนำส่วนหนึ่งมาจาก “ลำพูต้นสุดท้าย” จัดแสดงพร้อมกับ “ขุมทรัพย์บางลำพู” ที่เด็ก ๆ จะสามารถสนุกกับการค้นหาคำตอบได้ด้วยแผนที่ เป็นต้น

จุดเด่นภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือการออกแบบพื้นที่ในรูปแบบ “ยูนิเวอร์แซล ดีไซน์” คือสร้างพื้นที่ที่สามารถรองรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือเด็ก และทุกคนสามารถเข้าเยี่ยมชมได้อย่างสะดวกเที่ยวชมกันทั้งครอบครัวกันเลยค่ะ

พิพิธบางลำพู

ที่ตั้ง : ถนนพระสุเมรุ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ
เวลาเปิด-ปิด :  ห้องจัดแสดงชั้น 1 เปิดเวลา 10.00-18.00 น.  โดยสามารถเดินชมได้ด้วยตนเอง
ห้องจัดแสดงชั้น 2 เปิดเข้าชมเป็นรอบ ทุกๆ 30 นาทีโดยมีเจ้าหน้าที่นำชม รอบแรกเวลา 10.00 น. รอบสุดท้าย
เวลา 16.30 น. (หยุดทุกวันจันทร์)
เบอร์โทรศัพท์ : 02-281 0345-51 ต่อ 1223 , 1224
www.facebook.com/pipitbanglamphu

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ พาลูกเที่ยว 5 พิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพ เข้าชมฟรี !! คลิกหน้า 2

ผ้าอ้อมสําเร็จรูปยี่ห้อไหนดี

รีวิว 5 แบรนด์ดัง! ผ้าอ้อมสําเร็จรูปยี่ห้อไหนดี ซึมซับเยี่ยม แห้งไวกว่ากัน?

จะเลือกซื้อ ผ้าอ้อมสําเร็จรูปยี่ห้อไหนดี !!! เพราะผ้าอ้อมสำเร็จรูปในท้องตลาดมีหลากหลายยี่ห้อ ต่างก็ชูจุดเด่นว่าซึมซับดีเยี่ยม แห้งไว แล้วยี่ห้อไหนจะสามารถรองรับฉี่ของลูกน้อยและซึมซับได้ดีกว่ากัน มาดูเลย

รีวิว ผ้าอ้อมสําเร็จรูปยี่ห้อไหนดี ซึมซับเยี่ยม แห้งไว!!

การเลือกผ้าอ้อมสําเร็จรูปให้กับลูกน้อย เป็นปัญหาหนึ่งที่แม่ๆ ส่วนใหญ่มักจะตัดสินใจไม่ถูกสักที เพราะไม่รู้ว่าจะเลือก ผ้าอ้อมสำเร็จรูปยี่ห้อไหนดี ยี่ห้อไหนที่ลูกใช้แล้วจะไม่เกิดอาการแพ้ระคายเคือง รองรับฉี่ได้ดี หรือเรียกง่ายๆ คือ ซึมซับเร็ว แห้งไว รวมไปถึงก่อให้เกิดความคุ้มค่ากับการใช้งานมากที่สุด

Must read : วิธีเลือกซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูป ให้เหมาะกับวัยและน้ำหนักของลูกน้อย

Must read : รีวิว ผ้าอ้อมสาลู ผ้าฝ้าย และผ้าสำลี เลือกแบบไหนให้ลูกดี!

ดังนั้นเพื่อเป็นข้อมูลให้กับคุณแม่มือใหม่ Super Nanny จึงได้รวบรวม ผ้าอ้อมสําเร็จรูป 5 แบรนด์ดัง!! ในท้องตลาดซึ่งเป็นแบบพรีเมี่ยม ได้แก่ BabyLove, GooN, Huggies, MamyPoko และ Rascal + Friends มาทดสอบเรื่องการซึมซับให้ดูกันแบบเน้นๆ ค่ะ ผ้าอ้อมสำเร็จรูปยี่ห้อไหนดี สามารถรองรับฉี่ของลูกน้อยและซึมซับได้เร็วกว่ากัน ไปดูกันเลย

 

ติดตามคลิปวีดีโอดีๆ กับ Super Nanny จาก Youtube channel : Amarin Baby & Kids

อย่างไรก็ดี จาก รีวิว ผ้าอ้อมสําเร็จรูปยี่ห้อไหนดี ซึมซับเยี่ยม แห้งไว!! ที่บอมเบย์แนะนำไปข้างต้น คุณพ่อคุณแม่ ไม่ควรมองกันที่คุณสมบัติเด่นต่าง หรือการซึมซับดีเยี่ยมของผ้าอ้อมมากนัก เพราะสุดท้ายแล้วเด็กแต่ละคนเขาจะเหมาะกับการใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่ขึ้นอยู่กับว่าทำให้ผิวก้นแพ้หรือเปล่าค่ะ

 

อ่านต่อบทความน่าสนใจของ Super Nanny :

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ท้องแข็ง

ท้องแข็ง เป็นอย่างไร? ท้องแข็งบ่อยเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดไหม?

ท้องแข็ง หนึ่งในอาการที่แม่ท้องในไตรมาสที่ 3 ต้องเจอ และอาการท้องแข็งก็เป็น 1 ในสัญญาณของอาการใกล้คลอดอีกด้วย ทำให้แม่ท้องที่มีอาการท้องแข็งเร็วเกิดความกังวลว่าอาจจะทำให้คลอดก่อนกำหนดได้

ท้องแข็ง เป็นอย่างไร? ท้องแข็งบ่อยเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดไหม?

ท้องแข็ง เป็นอย่างไร?

แม่ท้องหลาย ๆ คน โดยเฉพาะแม่ท้องท้องแรก มักจะไม่แน่ใจในอาการท้องแข็งที่เกิดขึ้นกับตน ว่าใช่อาการท้องแข็งหรือไม่ หรือเป็นเพียงอาการท้องอืดทั่ว ๆ ไป พญ.ธาริณี ลำลึก สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ศูนย์สุขภาพหญิง รพ.พญาไท ได้อธิบายเกี่ยวกับอาการท้องแข็งเอาไว้ว่า อาการท้องแข็ง คือ เมื่อเอามือไปจับบริเวณท้องจะรู้สึกได้ว่าเป็นก้อน ๆ ตึง ๆ และมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ เป็นพัก ๆ ในบางรายอาจมีความแข็งมาก-น้อยแตกต่างกันออกไป หรือมีอาการปวดเกร็งเสียวช่วงท้องน้อยด้วย โดยทั่วไปแล้วจะมีอาการท้องแข็งได้ วันละ 3-4 ครั้ง ในช่วงไตรมาส 3 แต่จะไม่สม่ำเสมอ

โดยอาการท้องแข็ง ท้องจะแข็งไปทั่วทั้งท้อง แตกต่างจาก ท้องแข็ง เพราะลูกโก่งตัว อาการท้องแข็งเพราะลูกโก่งตัว ลักษณะท้องที่แข็งจะแข็งไม่ทั่วท้อง หากคุณแม่จับดูที่ท้องจะพบว่าท้องมีลักษณะทั้งแข็งและนิ่มอยู่ในเวลาเดียวกัน ซึ่งท้องแข็งแบบนี้เป็นเพราะลูกในท้องดิ้น หรือโก่งตัวขึ้น ที่คุณแม่จะเห็นว่าหน้าท้องนูนแข็งเด่นขึ้นมาเป็นจุดเล็กๆ  โดยปกติแล้วท้องแข็งลักษณะนี้ไม่ถือว่าเป็นเรื่องปกติไม่ได้มีอันตรายอะไรกับคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ค่ะ

อาการท้องแข็ง
อาการท้องแข็ง

สาเหตุของอาการท้องแข็ง (ที่ไม่ใช่ท้องแข็งในช่วงใกล้คลอด)

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ท้องแข็ง บ่อยและถี่ เลี่ยงคลอดก่อนกำหนดหรือไม่?

โรงพยาบาลสมิติเวช

โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ เปิด Parenting Center วันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2562

โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ร่วมแก้ปัญหาวิกฤตเด็กไทย ขี้กลัว อ่อนไหว ดื้อ ต่อต้าน ขาดความมั่นใจ สร้าง RQ (Resilience Quotient) ให้เด็กแข็งแกร่ง

โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช เชิญชวนพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกระหว่างอายุ 2-12 ปี ร่วมงานเสวนาหาทางออกวิกฤตความ บกพร่องทางอารมณ์ของบุตรหลาน เพื่อรวมพลัง #สร้างเกราะให้ใจแกร่ง กับ 6 เทคนิคที่จะทำให้เด็กๆ แข็งแกร่ง โดยมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์ Samitivej Parenting Center อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และจิตแพทย์เด็กและวันรุ่นจากสหราชอาณาจักร ที่จะมาถอดบทเรียนปัญหาของเด็กไทยและแนว ทางแก้ไขปัญหาที่ BBC ได้ตีแผ่ไปทั่วโลกและเปิดเผยทางแก้ไข วิกฤตเด็กไทยมีปัญหา RQ เสี่ยงฆ่าตัวตายสูง ปรับตัวเข้าสังคมยาก มีปัญหาทางอารมณ์ของบุตรหลาน

“สุขภาพจิตของเด็กเป็นปัญหาสำคัญ เด็กบางคนเริ่มตั้งแต่ ขี้กลัว อ่อนไหว ดื้อ และลุกลามไปจนถึงการฆ่าตัวตาย นั่น แสดงให้เห็นถึงความสามารถของเด็กในการปรับตัวต่อสภาวะที่ยากลำบาก หรือความยืดหยุ่นในการปรับตัวลดลง ดังนั้น เรามีความประสงค์จะเป็นผู้นำในการดูแลพัฒนาสุขภาพจิตเด็กไทย” นายแพทย์ธีระเกียรติ กล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจมาร่วมกันซักถามและหาทางออกให้กับวิกฤตนี้ร่วมกันได้ในงาน เปิด  Samitivej Parenting Center เพื่อการเรียนรู้ด้านอารมณ์ RQ ย่อมาจาก Resilience Quotient #สร้างเกราะให้ใจแกร่ง วันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2562 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมออดิทอเรียม ชั้น 7 โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์(จำกัดแค่ 100 ท่านเท่านั้น) สำรองที่นั่งได้ที่ 0-2022-2222 ไม่เสียค่าใช้จ่าย

โรงพยาบาลสมิติเวช

white dot

white dot คืออะไร ความเจ็บปวดที่แม่ให้นมต้องรู้! พร้อมวิธีรักษาแสนง่าย

white dot จุดขาวๆ เล็กๆ ที่หัวนม! แท้จริงสาเหตุเกิดจากอะไร? ทำไมถึงเป็นไวท์ดอทได้  แล้วไวท์ดอท ทำไงหาย มาดูวิธีการป้องกันไม่ให้เกิด white dot รวมถึงวิธีการรักษาด้วยตัวเองกันค่ะ

white dot รักษาได้ด้วยตัวเอง! ความเจ็บปวดที่แม่ให้นมต้องรู้!

ปัญหา white dot  ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของคุณแม่ที่ให้นมลูกด้วยตัวเอง ซึ่งถ้าเกิดขึ้นแล้ว คุณแม่ต้องรีบแก้ไขให้ไวที่สุด เพราะถ้าปล่อยไว้อาจส่งผลให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมา นั่นก็คือ ท่อน้ำนมตัน และ เต้านมอักเสบ ได้

ไวท์ดอท (white dot) คือ?

ไวท์ดอท หรือเรียกว่าเป็นชื่อเล่นของ milk blister และเวลาที่เป็น milk blister ส่วนใหญ่จะมีอาการ ไวท์ดอท หรือจุดขาวๆ เกิดขึ้น (milk blister เกิดจากการอุดตันของท่อน้ำนมที่หัวนม) ซึ่งสร้างความปวดเต้าพร้อมปวดร้าวดวงใจให้คุณแม่ให้นมเป็นอย่างมาก

โดย ไวท์ดอท จะมีลักษณะเป็นจุดขาวๆ บางคนสีอมเหลือง บางคนมีเป็นเหมือนหนังบางๆ คลุมด้านบน ข้างในจะเห็นแผ่นขาวๆ ปกคลุม ซึ่งตำแหน่งที่เกิด white dot สามารถเกิดได้ทั้งหมดบนหน้าตัดหัวนมของคุณแม่ แล้วแต่ว่าใครจะมีท่อใหญ่ตรงไหน โดยจุดที่เกิดนี้สามารถโยงไปหาตำแหน่งของก้อนที่อุดตันในเต้านมได้ ดังนั้นจึงบอกได้ว่า คุณแม่ให้นมที่เป็นไวท์ดอท ก็เนื่องมาจากท่อน้ำนมอุดตันนั่นเอง

Must read : กลไกการหลั่งน้ำนมที่แม่มือใหม่ควรรู้!

Must read : 13 สาเหตุที่ทำให้น้ำนมแม่มาน้อย

white dot

white dot เกิดจาก ?

ไวท์ดอท ไม่ใช่หนอง แต่เป็นน้ำนมที่ถูกผิวหนัง เนื้อเยื่อ หรือเศษไขมันไปปิดที่รูของท่อน้ำนมไว้ ทำให้เห็นเป็นจุดขาวๆ เหมือนสิวหัวหนอง หรือตุ่มใสๆ (นมส่วนหน้าจะใส) ส่งผลให้น้ำนมไหลออกไม่ได้ ซึ่งมันจะทำให้คุณแม่รู้สึกปวดจี๊ดๆ แปล้บๆ เหมือนโดนเข็มแทง ทั้งนี้อาจมีไตเป็นลำหรือเป็นก้อนในเต้านม และบางคนถึงขั้นเต้านมอักเสบได้ เพราะเนื่องจากในเต้า ซึ่งมีน้ำนมแต่มันอยู่ข้างใน ไม่ได้หายไปไหน แค่มันออกมาไม่ได้นั่นเอง

Must read : 6 เทคนิคแก้ไข “หัวนมบอด”

โดยเจ้าจุดสีขาวนี้ เกิดได้จากสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการที่ลูกดูดไม่เกลี้ยงเต้า , เข้าเต้าผิดท่า , คุณแม่ปั้มนมไม่สม่ำเสมอ หรือปล่อยทิ้งให้เต้าเป็นก้อนแข็งบ่อยๆ นั่นเอง แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องของการกินอาหารที่เป็นของทอด ของมัน จะส่งผลต่อการเกิดน้อยมากๆ เพราะคนที่ชอบกินของมันๆ หวานๆ มักจะเป็น Inspissated milk ซะมากกว่า คือ อาการที่น้ำนมข้นกลายเป็นไขมันเส้นๆ บีบออกมาได้ ซึ่งจะสังเกตได้ว่าคนที่ไม่ชอบกินมัน กินหวาน ก็ยังเป็น ไวท์ดอท ได้

Must read : นมเกลี้ยงเต้า บันไดสู่การให้นมแม่สำเร็จ

Must read : ท่าให้นมลูกที่ถูกต้อง ช่วยให้ลูกน้อยได้รับน้ำนมอย่างเต็มที่

 

อ่านต่อ >> “อาการเมื่อเป็นไวท์ดอท
พร้อมวิธีรักษาและป้องกันไม่ให้เกิดไวท์ดอท” คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เด็กไหลตาย

โรคไหลตาย ทำเด็ก 5 เดือนดับ! หมอชี้อัตราตายสูงมักเกิดกับเด็กชาย

จากกรณี ทารกเพศชายวัย 5 เดือน เสียชีวิตถูกผ้าห่มคลุมหน้า ในวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมานั้น หมอได้เผยผลชันสูตรแล้วว่าเสียชีวิตจาก “โรคไหลตาย”

โรคไหลตาย ทำเด็ก 5 เดือนดับ! หมอชี้อัตราตายสูง มักเกิดกับเด็กชาย

จากกรณี ทารกเพศชายวัย 5 เดือน เสียชีวิตถูกผ้าห่มคลุมหน้า ในวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ร.ต.ท.ณัฐกิตติ์ จารัตน์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์วิทยุกู้ภัย สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี ว่ามีเด็กทารกวัย 5 เดือน เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ ภายในบ้านพักคนงานพื้นที่หมู่ 11 บ้านเสม็ดงาม ต.หนองบัว อ.เมือง จ.จันทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.พระปกเกล้าฯ และกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย

ที่เกิดเหตุพบเป็นห้องแถวปลูกติดกันเป็นบ้านพักคนงานโรงงานแกะสลัก จากการตรวจสอบภายในห้องที่เกิดเหตุ พบศพทารกเพศชาย อายุ 5 เดือน 3 วัน นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนฟูกที่นอน ศีรษะตะแคงหันไปทางซ้าย โดยมีฟองน้ำลายออกมาทางปากและจมูก และมีผ้าห่มสีแดงลายการ์ตูนวางอยู่ข้างศพ

จากการสอบสวน น.ส.นัฎชา ไพรัตน์ อายุ 27 ปี แม่ของทารกที่เสียชีวิต ซึ่งให้การทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.ที่ผ่านมา ตนได้นอนให้นมลูกชายบนที่นอนตามปกติ จนลูกหลับจึงได้นำผ้าห่มมาคลุมไว้ที่หน้าอก จากนั้นได้เผลอหลับไปพร้อมลูก โดยมี นายลิขิต เพ็งเดช อายุ 27 ปีสามีตนนอนอยู่บนพื้นข้างที่นอน

โรคไหลตายในทารก
โรคไหลตายในทารก

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 2 ก.ย. ที่ห้องพยาธิ โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี แพทย์นิติเวชได้ผ่าชันสูตรศพของ ด.ช.วัย 5 เดือน เพื่อสรุปหาสาเหตุที่แน่ชัด สำหรับผลการชันสูตรสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตนั้น ไม่ได้เกิดจากการขาดอากาศหายใจเพราะมีผ้าห่มคลุมปิดหน้า แต่เกิดจากโรค SIDS หรือ โรคไหลตาย ในทารก หรือโรคการเสียชีวิตเฉียบพลันในเด็กทารก ซึ่งเป็นการที่เด็กทารกเสียชีวิตในทันใด โดยไม่ได้คาดคิดของเด็กในขวบปีแรก โดยยังเปิดเผยอีกว่า ทารกมีอัตราการตายจากโรคนี้สูง มักเกิดกับเด็กชาย ในช่วงอายุ 6 เดือนแรก เด็กคลอดก่อนกำหนด และคนใกล้ชิดสูบบุหรี่

ขอบคุณข่าวจาก : https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_2854888

โรคไหลตาย คืออะไร?

โรคไหลตายในทารก หรืออาการหลับไม่ตื่นในทารก มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า Sudden Infant Death Syndrome (SIDS) อาจเรียกว่า cot death หรือ crib death เป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตลูกน้อยมากกว่าสามพันคนต่อปี โดยที่คุณพ่อคุณแม่อาจไม่ทันเตรียมใจกับการสูญเสียครั้งนี้ เนื่องจากโรคไหลตายในเด็กสามารถเกิดขึ้นในทารกที่มีสุขภาพแข็งแรง และอาจเกิดขึ้นขณะพ่อแม่นำลูกเข้านอนและเมื่อตื่นมาพบว่าปลุกลูกไม่ตื่นอีกเลย เป็นการเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุและสามารถเกิดได้กับทารกทุกคนและทุกช่วงเวลา โดยทั่วไปแล้วจะเกิดกับทารกที่อายุตั้งแต่ 1 เดือน ถึง 1 ขวบ ช่วงเวลาที่เกิดคือเที่ยงถึงสามโมงเช้าของวันใหม่ โรคไหลตายในทารกจะเกิดในทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือนประมาณร้อยละ 90 โดยทารกจะไม่ปรากฏอาการใดนำมาก่อน เช่น ร้องงอแงหรือเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้นก่อนเสียชีวิต

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ โรคไหลตาย เกิดจากอะไร? และป้องกันได้อย่างไร?

พัฒนาการ เด็ก 4 ขวบ

ชวนแม่มาเช็ก พัฒนาการ เด็ก 4 ขวบ ลูกวัย 4 ขวบ ควรส่งเสริมทักษะอะไรดี

เมื่อลูกก้าวเข้าสู่วัย 4 ขวบถือว่าเป็นอีกช่วงเวลาที่สำคัญของวัยเด็ก คุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตเห็นถึง พัฒนาการ เด็ก 4 ขวบ ที่เริ่มจะเดิน วิ่งเล่น พูด คิด และเริ่มใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ พร้อมที่จะเรียนรู้และเติบโต เตรียมพร้อมที่จะใช้ชีวิตในวัยอนุบาล

ชวนแม่ ๆ มาเช็ก พัฒนาการ เด็ก 4 ขวบ ของลูกทำอะไรได้บ้าง

การทำความเข้าใจกับพัฒนาการที่สำคัญในช่วงนี้เป็นการต่อยอดมาจากหนูน้อยวัยเตาะแตะ ที่เริ่มจะมีการเปลี่ยนแปลงจากพ่อแม่ ญาติพี่น้องที่คุ้นเคย ไปสู่การมีสังคม มีเพื่อนในห้องเรียน มีการเรียนรู้แบบใหม่ ๆ เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของเจ้าตัวเล็กที่กำลังเข้าสู่วัยอนุบาล มาดูกันค่ะว่าพัฒนาการลูกในวัย 4 ขวบสามารถทำอะไรได้บ้าง และคุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมทักษะอะไรเพื่อกระตุ้น พัฒนาการ เด็ก 4 ขวบ ให้เจริญเติบโตได้อย่างแข็งแรงสมวัย

พัฒนาการ เด็ก 4 ขวบ ด้านร่างกาย

พัฒนาการ เด็ก 4 ขวบ
www.pexels.com
  • เด็กในช่วงนี้จะมีทักษะการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้น เรียนรู้วิธีควบคุมร่างกาย ทรงตัว
  • มีพัฒนาการทางกล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ที่แข็งแรงขึ้น ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น
  • เริ่มวาดรูปหน้าคนและแขนขา รูปทรงต่าง ๆ เช่น วงกลม สี่เหลี่ยม
  • สร้างผลงานตามความคิด จินตนาการของตัวเองโดยมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น
  • เขียนหนังสือเป็นตัวอักษรได้
  • เรียนรู้ที่จะกินอาหารได้ด้วยตัวเอง
  • สามารถแต่งตัวได้เองและไปเข้าห้องน้ำเองได้แล้ว
  • มีการทรงตัวที่ดีขึ้น เช่น สามารถกระโดดด้วยสองเท้า กระโดดขาเดียวอยู่กับที่ได้ และยืนบนเท้าข้างหนึ่งถึงห้าวินาที เป็นต้น
  • ขึ้นบันไดแบบสลับเท้าเองได้แล้ว
  • เดิน วิ่ง หรือเคลื่อนที่ไปข้างหน้าและข้างหลังด้วยความคล่องตัว และสามารถหยุดเมื่อเจออุปสรรคหรือสิ่งกีดขวาง
  • เล่นลูกบอลโดยใช้ร่างกายประสานงานได้ดีขึ้น เช่น โยนลูกบอลไปข้างหน้า รับลูกบอลได้ด้วยมือสองมือ เตะบอลไปข้างหน้า
  • สามารถใช้กรรไกรตัดกระดาษเป็นเส้นตรงหรือตัดตามรูปภาพได้
  • สามารถเหยียบและบังคับรถสามล้อหรือเริ่มหัดขี่จักรยานสองล้อ
  • เริ่มสนุกที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบด้าน มีความกระตือรอร้น กระฉับกระเฉง ไม่ชอบอยู่นิ่ง ชอบเล่นกิจกรรมเป็นเวลานาน ๆ

พัฒนาการ เด็ก 4 ขวบ ด้านสติปัญญาและภาษา

พัฒนาการ เด็ก 4 ขวบ
www.pexels.com
  • ในช่วงนี้ลูกจะกลายเป็นคนช่างพูด สามารถพูดได้อย่างคล่องแคล่วและชัดเจนขึ้น
  • รู้จักชื่อ นามสกุล และชื่อเล่นของตัวเอง และสามารถบอกเล่าเรื่องราวส่วนตัวให้คนอื่นฟังได้อย่างต่อเนื่อง
  • เรียนรู้คำศัพท์เพิ่มมากขึ้น เริ่มใช้ประโยคที่ซับซ้อน และพูดเป็นประโยค 5-6 คำ
  • เริ่มเป็นเจ้าหนูจำไม ช่างซักถามและตั้งคำถาม เช่น ทำไม อะไร ใคร เมื่อไหร่ สามารถตอบคำถามบางอย่างได้ เช่น เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างวัตถุ 2 ชนิดได้ เหมือนกันหรือแตกต่าง โดยดูจากขนาด น้ำหนัก หรือความสูง
  • วางสิ่งต่าง ๆ ตามลำดับ เช่น จากมากไปหาน้อยที่สุด สั้นที่สุดถึงสูงที่สุดได้
  • สามารถจำแนกสิ่งต่าง ๆ ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้
  • เริ่มรู้จักสนทนาโต้ตอบ แม้ว่าการโต้แย้งอาจไม่สมเหตุสมผล หรือใช้คำที่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจดีพอ และเริ่มเลียนแบบการใช้คำไม่สุภาพ/คำหยาบคาย หรือเริ่มต้นพูดโกหกเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ตัวเองผิด
  • พูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่ตนชอบและสนใจ
  • ร้องเพลงง่าย ๆ ได้
  • สามารถฟังและทำตามคำสั่งง่าย ๆ ได้ เช่น เก็บของเล่น
  • สามารถท่องพยัญชนะและจดจำรูปทรงและสีได้ เริ่มนับเลขได้เพิ่มขึ้น
  • พยายามทำสิ่งต่าง ๆ และพยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเองเมื่อได้รับคำแนะนำ
  • ยังไม่สามารถแยกว่าอะไรถูกอะไรผิด
  • เริ่มเข้าใจช่วงเวลามากขึ้น

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ พัฒนาการด้านสังคม อารมณ์ และเทคนิคกระตุ้นพัฒนาการลูกวัย 4 ขวบ คลิกหน้า 2

วัยทอง 2 ขวบ Terrible Two

วัยทอง 2 ขวบ Terrible Two จะรับมืออย่างไร ?

วัยทอง 2 ขวบ Terrible Two ภาวะทางอารมณ์ พฤติกรรมของลูกน้อยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว คุณ พ่อคุณแม่ หรือแม่แต่คนรอบข้างยังต้องตกใจว่าทำไมลูกน้อยผู้น่ารัก ว่านอนสอนง่ายหายไป ทำไมตอนนี้ไม่ฟังกันบ้างเลย !!

 

วัยทอง 2 ขวบ Terrible Two สาเหตุเพราะอะไร ?

รู้ไหมคะว่าสาเหตุของ วัยทอง 2 ขวบ Terrible Twoนั่นมาจากการที่สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ และ ความรู้สึกเติบโตเร็วกว่าส่วนที่ควบคุมเหตุผล จึงทำให้เด็กๆ เมื่อย่างเข้าสู่วัย 2 ขวบ มักจะมีอารมณ์ พฤติกรรมที่ผิดแปลกไปจากเดิม หากลูกๆ ที่บ้านใกล้เข้าสู่วัยนี้ หรืออยู่ในช่วงวัย 2 ขวบ มาลองดูว่าลูกมีอาการเหล่านี้กันหรือไม่…

หงุดหงิด เจ้าอารมณ์

เอาแต่ใจ ร้องโวยวาย

ไม่ยอม ดื้อรั้นสุดๆ

ชอบกรีด กระทืบเท้า โยนของทิ้ง

ควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้

เด็กวัยทอง 2 ขวบ Terrible Twoภาวะอารมณ์ พฤติกรรมที่จะเป็นอยู่แค่ช่วงวัยหนึ่งของลูกเท่านั่น ซึ่งเพื่อให้กระทบต่อพฤติกรรมของลูกในระยะยาว แนะนำให้ช่วยกันแก้ไขกันนะคะ

อยากรู้เทคนิครับมือลูกวัยทอง 2 ขวบ
จาก Mom Pro คุณแม่มือโปรโชว์เหนือ คลิกเลยค่ะ⇓

 

คลิปรายการ Mom Pro Mom Pro คุณแม่มือโปรโชว์เหนือ จาก Youtube : Amarin Baby & Kids

 

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิก :

ลูกเข้าสู่ วัยทอง 2 ขวบ งอแงไร้เหตุผล เพราะอะไรต้องดู!
หมอชี้! วิธีปราบ เด็กร้องไห้ ลูกร้องแบบไหนเรียกเอาแต่ใจ
หมอชี้! วิธีปราบ เด็กร้องไห้ ลูกร้องแบบไหนเรียกเอาแต่ใจ 
กฎ 3 ข้อรับมือลูกเล็กร้องไห้เอาแต่ใจให้ได้ผล!
เตาะแตะงอแงแต่เช้า! ไม่เอานะลูก
เทียบชัดๆ มีลูกคนเดียว กับ มีลูกสองคน ต่างกันแค่ไหน?

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

Tags

ฝึกเขียนอนุบาล

แบบฝึกหัด ฝึกเขียนอนุบาล แจกฟรี!! กว่า 50 ใบงานอนุบาล 1-3

แจกฟรี!! แบบฝึกหัด ฝึกเขียนอนุบาล ฝึกกล้ามเนื้อมืออนุบาล แม่ๆ ไปโหลดกันเลยกว่า 50 แบบฝึกเขียน เพื่อเตรียมความพร้อมให้ลูก ทั้ง ฝึกเขียน ก.ไก่ และ abc เพื่อลูกวัยอนุบาล 1-3

แจกฟรี!! ใบงาน ฝึกเขียนอนุบาล กว่า 50 แบบฝึกหัด

ฝึกเขียนอนุบาล การขีดเขียน ฝึกเขียนหนังสือ ถือเป็นอีกหนึ่งทักษะที่จำเป็นต่อลูกน้อย เพราะเป็นทักษะที่มีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวันตั้งแต่เล็กไปจนโต โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถเสริมสร้างทักษะการเขียนให้กับลูกน้อยได้เอง ด้วยการเริ่มฝึกลูกจากการเขียนชื่อของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นชื่อเล่น ชื่อจริง นามสกุล ทั้งชื่อที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพราะการเขียนชื่อเป็นเรื่องใกล้ตัว เมื่อเขียนได้เด็กจะเกิดความภูมิใจและกระตุ้นความสนใจในการเขียนได้ดีที่สุด

แต่การที่ลูกน้อยจะเริ่มฝึกเขียนหรือหยิบจับดินสอได้คล่องนั้น ก็ต้องมีกล้ามเนื้อมือที่แข็งแรงพร้อมสำหรับการเขียนแล้วจริง ๆ เสียก่อน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถพัฒนากล้ามเนื้อมือเด็กได้ด้วยการหากิจกรรมที่ใช้มือในการทำเป็นหลักให้เด็กได้ลองทำ เช่น การให้เด็กขยำกระดาษ การปั้นต่างๆ การกรอกน้ำใส่ขวด การร้อยลูกปัด การใช้กรรไกรตัดกระดาษ การฝึกขีดเขียน เป็นต้น

โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสรรหานำมาให้ลูกลองฝึกลองทำกันได้ ไม่ว่าจะเป็นแบบฝึกหัดอนุบาลขั้นพื้นฐาน เพื่อฝึกขีดเขียน อย่างใบงาน ฝึกเขียน ก.ไก่ อนุบาล หรือ ใบงาน ฝึกเขียน abc อนุบาล ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยในการเสริมสร้างทักษะการควบคุมจัดการกับประสาทนิ้วมือ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจับดินสอของเด็ก

ดังนั้น เพื่อช่วยเสริมทักษะการเขียนให้กับลุกน้อย ทางทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงได้รวบรวม ไฟล์ PDF แบบฝึกหัด ใบงาน ฝึกเขียนอนุบาล ฝึกกล้ามเนื้อมืออนุบาล ให้คุณพ่อคุณแม่ดาวน์โหลดกันได้ฟรี!!! กว่า 50 แบบฝึกเขียน เพื่อเตรียมความพร้อมให้ลูก ทั้ง ฝึกเขียน ก.ไก่ และ abc สำหรับลูกวัยอนุบาล 1-3 โดยเฉพาะ

รวมใบงาน ฝึกเขียนอนุบาล หัดเขียนรูปทรง 

ขอขอบคุณ :ฝึกเขียนอนุบาล

 

 

ดาวน์โหลดไฟล์ แบบฝึกหัด ลากเส้น ลีลามือ สำหรับเด็กเตรียมอนุบาลและอนุบาล 1 คลิกที่นี่!!

 

ดาวน์โหลดไฟล์ แบบฝึกหัดการม้วนหัวพยัญชนะไทย สำหรับชั้นอนุบาล 1 คลิกที่นี่!!

 

ดาวน์โหลดไฟล์ แบบฝึกหัดทักษะภาษาไทย เรียนรู้สระและวรรณยุกต์
ชุดที่ 1 ชั้นอนุบาล 2 คลิกที่นี่!!

 

ดาวน์โหลดไฟล์ แบบฝึกหัดทักษะภาษาไทย เรียนรู้พยัญชนะ ชุดที่ 1 ชั้นอนุบาล 3 คลิกที่นี่!!

 

ดาวน์โหลดไฟล์ แบบฝึกลีลามือ ชุดที่ 1 ชั้นอนุบาล 3 คลิกที่นี่!!

 

 

>> ดาวน์โหลดไฟล์ใบงานฝึกเขียนอนุบาล คลิกต่อหน้า 2 <<

 


ขอบคุณไฟล์ใบงาน ฝึกเขียนอนุบาล ทั้งหมด จาก www.youngciety.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

4U2 BETTER SKIN FOUNDATION

4U2 BETTER SKIN FOUNDATION เสกหน้าแม่..ให้เนียนแน่นในพริบตา!

4U2 BETTER SKIN FOUNDATION SPF50 PA+++ รองพื้นเนื้อเนียน นวัตกรรมใหม่ปกปิดได้ดี ทาแล้วมีเนื้อเนียนเสมือนแป้ง คุมมันได้ยาวนาน หมดความกังวลเรื่องผิวหน้าไม่เรียบ

4U2 BETTER SKIN FOUNDATION
เสกหน้าแม่..ให้เนียนแน่นในพริบตา!

กาลครั้งหนึ่งเมื่อความเนียนมาเยือน…ใบหน้าใสเนียนแน่นตลอดวัน ต่างเป็นความฝันของสาวๆ (หรือหนุ่มๆ) มาเนิ่นนานโดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา แต่คงไม่ต้องมโนอีกต่อไป เพราะความฝันได้กลายเป็นจริงแล้ว! เมื่อ 4U2 แบรนด์เครื่องสำอางชื่อดังช่วยขจัดความกังวลต่างๆเกี่ยวกับผิวหน้าที่ไม่เรียบเนียนทั้ง ฝ้า กระ หลุมสิว ริ้วรอยและรูขุมขน ให้ถูกปกปิดได้อย่างง่ายดายด้วยรองพื้นเนื้อเนียนตัวใหม่ล่าสุด 4U2 Better Skin Foundation SPF50 PA+++ ทาปุ๊บ หน้าเนียนแน่น คุมมันได้ยาวนาน หมดความกังวลเรื่องผิวหน้าไม่เรียบ ที่ประทับใจอีกอย่างคือมีกันแดดสูง ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะได้อย่างครบครัน

รองพื้นนวัตกรรมใหม่ปกปิดได้ดี ทาแล้วมีเนื้อเนียนเสมือนแป้ง มีทั้งหมด 4 เฉดสี ออกแบบสีมาเพื่อผิวของสาวเอเชียโดยเฉพาะ ตั้งแต่สีผิวขาวชมพู ขาวเหลือง ผิวสองสี จนถึงผิวคล้ำ รับรองผิวหน้าไม่โดด ไม่ลอย ไม่โดนเพื่อนล้อ  เมื่อผิวหน้าแม่..ไม่เพอร์เฟ็คก็ปกปิดสิค่ะ!! ด้วย 4U2 BETTER SKIN FOUNDATION #รองพื้นหน้าเนียน

4U2 BETTER SKIN FOUNDATION

4U2 BETTER SKIN FOUNDATION SPF50 PA+++ มี 4 เฉด
ราคาชิ้นละ 599 บาท โปรโมชั่นเหลือ 399 บาท มีจำหน่ายที่ WATSONS, EVEANDBOY, BEAUTRIUM และ

www.4U2Thailand.com

 

6 เคล็ดลับ หน้าเนียนใสไม่มีพลาด!

หลายคนมักสงสัยว่า ทำไมเมื่อใช้รองพื้นเนื้อดีตัวเดียวกับเพื่อน แต่กลับหน้าไม่เนียนเหมือนนาง คุณอาจพลาดขั้นตอนบางอย่างไปก็ได้ ลองมาทำตามเคล็ดลับนี้กันดีกว่า ผลลัพท์ที่ได้รับรองคุ้มเว่อร์

1.รอให้โลชั่นซึมก่อน  สำหรับสาวๆหลายคนที่ใจร้อน เร่งทารองพื้นหลังพึ่งทาครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวเลย อาจทำให้รองพื้นและแป้งจับตัวเป็นก้อน ดูไม่เนียนสวย ลองรอให้ครีมบำรุงซึมเข้าผิวให้ดีก่อน จากนั้นค่อยเริ่มลงรองพื้น แล้วจะพบว่ารองพื้นดูเนียนขึ้นเยอะ

2.ทาไพรเมอร์หรือคอนซีลเลอร์  สำหรับสาวๆที่มีปัญหาหลุมสิว แผลเป็น หรือฝ้ากระ แม้รองพื้นจะดีขนาดไหนก็ไม่สามารถปกปิดได้ดีเท่าการใช้ไพรเมอร์หรือคอนซีลเลอร์ปกปิดเฉพาะจุดนั้นๆ โดยทาหลังจากทามอยเจอร์ไรเซอร์ และก่อนทารองพื้น

3.เลือกรองพื้นคุณภาพ ไม่ว่าคุณจะมีสภาพผิวแบบไหน รองพื้นที่มีเนื้อเนียนปกปิดได้ดีก็ย่อมให้ผลลัพธ์น่าประทับใจเสมอ ยิ่งหากคุณมีผิวที่มีรอยหลุมสิว ฝ้า กระ การใช้รองพื้นที่ช่วยปกปิดดีอย่าง ก็จะช่วยปกปิดให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นได้

4U2 BETTER SKIN FOUNDATION

4.อย่ารีบเลือกสีรองพื้น การเลือกสีรองพื้นให้เหมาะกับผิว ต้องดูตามอันเดอร์โทน หรือที่เข้าใจกันว่าเป็นเฉดผิวที่ซ่อนอยู่ภายใน เช่นสาวไทยส่วนใหญ่มีอันเดอร์โทนเป็นสีเหลือง ก็ควรเลือกรองพื้นที่มีสีอมเหลือง สาวเชื้อสายจีนที่มีผิวขาวชมพู ก็ควรเลือกรองพื้นสีชมพู สาวผิวคล้ำควรเลือกรองพื้นสีเหลืองอมน้ำตาล เป็นต้น เรื่องการเลือกรองพื้นควรเลือกเคาน์เตอร์ที่มี Beauty Advisor ประจำอยู่จะดีที่สุด เพื่อจะได้ขอคำแนะนำเรื่องการเลือกเฉดสีที่เหมาะกับคุณได้ง่ายขึ้น

5.เริ่มจากจำนวนน้อยก่อน เริ่มทารองพื้นในจำนวนน้อยๆโดยเริ่มตรงจุดที่มีรอยหลุมสิว หรือฝ้า กระ ก่อนแล้วค่อยเกลี่ยไปตรงจุดอื่นๆบนใบหน้า หากรู้สึกว่ายังปกปิดได้ไม่ดีพอ ค่อยทารองพื้นทับอีกครั้ง

6.เซทรองพื้นให้ติดทน  รองพื้นไม่ควรเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการแต่งหน้า เพราะแป้งจะช่วยให้รองพื้นเซทตัวได้ดีขึ้น สำหรับสาวผิวแห้งควรปัดทับรองพื้นด้วยแป้งคอมแพ็คพาวเดอร์ ส่วนสาวผิวมันควรปัดแป้งฝุ่นหรือแป้งคุมมันทับ

อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก :

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

คุมน้ำหนักแม่ท้อง

คนท้องกินอย่างไรไม่ให้อ้วน กับ 9 วิธีคุมน้ำหนักตอนท้องให้ได้ผล

คนท้องกินอย่างไรไม่ให้อ้วน คุมน้ำหนักตอนท้อง ยังไงไม่ให้มากเกินเกณฑ์  กลายเป็นเรื่องยากสำหรับแม่ท้องหลายคน เพราะความอยากอาหารมันรุมเร้า จะหยุดกินตามใจปากไม่ใช่เรื่องง่ายแถมยังกังวลว่า ถ้ากินไม่มากพอลูกอาจตัวเล็ก เติบโตไม่เต็มที่ กว่าจะรู้ตัวอีกทีน้ำหนักก็พุ่งพรวดจนคุณหมอสั่งเบรดไปคุมน้ำหนักด่วน

แม่ท้อง คุมน้ำหนักตอนท้อง ได้ไม่ดีเสี่ยงอันตรายทั้งตัวเองและลูกน้อย

คุมน้ำหนักแม่ท้อง

แม่ท้องทราบหรือไม่ว่า การกินมากเกินไปหรือเพิ่มการกินเป็น 2 เท่าเพราะมีอีกคนในท้องต้องกินด้วย ความจริงแล้ว ปริมาณอาหารที่มากเกินความต้องการของร่างกายกลับสะสมอยู่ในตัวแม่ และแม้จะรู้สึกว่า “ถ้าชั้นกินเยอะตอนท้องไม่ใช่เรื่องผิด เพราะยังไงน้ำหนักต้องขึ้นอยู่” น้ำหนักส่วนเกินนี้กลายเป็นต้นเหตุของโรคอ้วน ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ คลอดยาก และสุขภาพของลูกน้อยในครรภ์ เรื่องการ คุมน้ำหนักตอนท้อง ให้อยู่เกณฑ์เป็นสิ่งที่แม่ควรใส่ใจตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์

น้ำหนักที่เหมาะสมสำหรับแม่ท้อง

ถึงจะมีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในท้อง แต่ร่างกายขณะตั้งครรภ์ต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นเพียง 20 % จากตอนปกติเท่านั้น การกินมากเกินไปทำให้แม่อ้วนขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกๆ เดือน แม่ท้องจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองน้ำหนักมากเกินไปหรือยัง

หากแม่อยากรู้ว่าตัวเองตอนนี้ “น้ำหนักเกิน” จนต้องถึงเวลาคุมน้ำหนักตอนท้องหรือยัง สามารถวิธีการคำนวนดัชนีมวลกาย (BMI) ดังต่อไปนี้

                                 ดัชนีมวลกาย = น้ำหนัก(กิโลกรัม)

                                                              ส่วนสูง(เมตร)2

ตัวอย่าง  แม่ท้องน้ำหนัก 60 กิโลกรัม สูง 155 เซนติเมตร

ดัชนีมวลกาย  =             60_______

1.55 2

ดัชนีมวลกาย  =            25.39

เทียบผลลัพธ์ดูว่าน้ำหนักอยู่ระดับไหน

BMI 18.5 – 24.9    น้ำหนักปกติ      ควร คุมน้ำหนักตอนท้อง ให้อยู่ระหว่าง 11 – 15 กิโลกรัม

BMI 25 – 29.9        น้ำหนักเกิน        ควร คุมน้ำหนักตอนท้อง ให้อยู่ระหว่าง 6.7-11.2 กิโลกรัม

BMI มากกว่า 30      อ้วน                     ควร คุมน้ำหนักตอนท้อง ให้อยู่ระหว่าง 4.9-9.0 กิโลกรัม

คุมน้ำหนักแม่ท้อง

9 วิธีช่วยแม่คุมน้ำหนักตอนท้องให้ได้ผล

  1. ห้ามอดอาหาร แต่ให้เลือกกินแทน

พฤติกรรมการกินของแม่มีผลต่อพัฒนาการของลูกในท้อง การลดน้ำหนักที่นิยมกันทั่วไปอย่าง การอดอาหารบางมื้อ หรือการงดข้าวเย็น จึงไม่เหมาะสมกับแม่ท้อง และห้ามทำเป็นอันขาด แต่ควรหันมาใช้วิธีเลือกอาหารที่กินให้เหมาะสมแทน เพราะนอกจาก คุมน้ำหนักตอนท้องได้ดีแล้ว ตัวแม่และลูกน้องยังได้สารอาหารมีประโยชน์ครบถ้วนด้วย

  1. ควรปรึกษาแพทย์ก่อนคุมน้ำหนัก

โดยปกติแล้ว การลดน้ำหนักตอนท้องควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้ดูแลเท่านั้น แม่ไม่ควรตัดสินใจจากความรู้สึกเวลาส่องกระจกแล้วเป็นว่าตัวบวมขึ้น หรือใส่เสื้อผ้าตัวเดิมไม่ได้ เพราะต้องไม่ลืมว่าน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา นอกจากนี้แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการ คุมน้ำหนักตอนท้อง ที่ถูกต้องและไม่กระทบต่อสุขภาพของลูกน้อย

คุมน้ำหนักหลังคลอด

 3.รู้ก่อนว่าตัวเองต้องกินเท่าไรใน 1 วัน

ผู้หญิงที่มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติต้องการพลังงานอยู่ที่ 1900 – 2500 กิโลแคลอรีต่อวัน  เมื่อตั้งครรภ์จะต้องการพลังงานเพิ่มเฉลี่ย 300 กิโลแคลอรี่ ในช่วงไตรมาสที่ 2 -3 หรือเพียง 20 % เท่านั้น ยกเว้นกรณีที่น้ำหนักก่อนท้องน้อยหรือสูงกว่าเกณฑ์ หรือมีลูกแฝด จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน หลังจากแม่ท้องทราบแล้วว่าตัวเองควรกินเพิ่มอีกเท่าไร ก็สามารถจัดสรรอาหารในแต่ละวันได้เหมาะสมต่อไป

 4.เลี่ยงอาหารให้พลังงานสูง และของหวาน

อาหารจำพวกแป้งกินแล้วรู้สึกอิ่มท้อง แต่การกินแป้ง และของหวานที่ให้พลังงานสูงยิ่งทำให้น้ำหนักตัวแม่เพิ่มเร็วขึ้นด้วย แม่ท้องหลายคนชอบขนมหวาน เพราะกินแล้วรู้สึกสดชื่น มีแรง มีความสุข โดยเฉพาะช่วงแพ้ท้อง แต่น้ำหวาน ขนมหวาน หรือเบเกอรี่กลับเป็นเมนูที่ไม่มีสารอาหารที่ลูกน้อยต้องการ  แถมอาจทำให้แม่ท้องเสี่ยงต่อ ภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ ด้วย

เมนูที่แม่ท้องควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ น้ำอัดลม ของหวาน อาหารทอดน้ำมัน ชีสหรือนมสด (สูตรไม่พร่องไขมัน) เนื้อติดมัน คาเฟอีน แอลกอฮอล์ อาหารทะเลสด และของหมักดอง เป็นต้น

อ่าน เทคนิคการดูแลน้ำหนักแม่ท้องให้ได้ผล หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่