นิทานหมอประเสริฐ

รวม นิทานหมอประเสริฐแนะนำ พ่อแม่อ่านให้ฟัง เสริมพัฒนาการลูกทุกวัย

ถ้าอยากให้ลูกมีพัฒนาการดีรอบด้าน เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการอ่านนิทานให้ลูกฟัง แต่จะเลือกหนังสือนิทานให้ลูกอย่างไร หมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ แนะนำไว้เป็นหนังสือนิทานที่พ่อแม่หลายคนชื่นชอบและใช้เป็นไกด์สำหรับเลือกนิทานให้ลูก

นิทานหมอประเสริฐ

หลายคนอาจสงสัยว่า ถ้าอ่านนิทานให้ลูกเล็กๆที่ยังพูดไม่ได้ อ่านไม่ออกจะมีประโยชน์อะไร หรือควรรอถึงวัยเข้าเรียนก่อนจะดีกว่า ความจริงแล้ว การอ่านหนังสือให้ลูกฟังไม่ได้ทำเพื่อให้ลูกอ่านหนังสือเป็นเร็ว หรือฉลาดกว่าคนอื่น แต่มันคือช่วงเวลาที่ทุกคนในครอบครัวจะได้ใช้ร่วมกัน ที่สำคัญ ยังช่วยพัฒนาสมองของลูกน้อยให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้เพื่อโตขึ้นด้วย

รวมหนังสือ นิทานหมอประเสริฐ อ่านให้ลูกฟัง ช่วยเสริมพัฒนาการ

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ หรือที่พ่อแม่เรียกว่า “หมอประเสริฐ” จิตแพทย์ชื่อดังประจำโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ อธิบายถึงการอ่านนิทานเพื่อกระตุ้นสมองไว้ในหนังสือ เลี้ยงลูกด้วยนิทาน ว่า “ระหว่างให้ลูกนั่งบนตักแล้วอ่านหนังสือไปพร้อมกัน เด็กเล็กที่อ่านไม่ออก แต่ดูภาพตรงหน้า ฟังเสียงจากปากแม่ ระหว่างภาพกับเสียงมีช่องว่าง ใจเด็กจะเติมอะไรบางอย่างในช่องว่างนั้น ผลที่ได้คือแขนมของเส้นประสาทที่ยืดยาวไปแตะกันและกันเป็นร่างแห  ซึ่งมีประโยชน์เชิงพัฒนาการของเด็ก”

นิทานหมอประเสริฐ
เครดิตภาพ: www.mascoops.com

นิทานหมอประเสริฐ ที่แนะนำไว้ในแฟนเพจส่วนตัวตั้งแต่ปี 2559 เป็นจุดเริ่มต้นเพื่อส่งเสริมให้คุณพ่อคุณแม่อ่านหนังสือกับลูก ขณะเดียวกันเป็นเหมือนเข็มทิศที่คอยชี้นำว่า นิทานแต่ละเล่มให้ประโยชน์อะไร เหมาะกับวัยไหน จนถึงปัจจุบันมี นิทานหมอประเสริฐ เขียนแนะนำไว้มากมาย Amarin Baby & Kids ได้รวบรวมนิทานดีชวนอ่านสำหรับเด็กทุกวัยมาไว้ ดังต่อไปนี้

นิทานหมอประเสริฐ

ห้องนอนกลางดึก สำนักพิมพ์แพรวเพื่อนเด็ก

นิทานเรื่องนี้ช่วยพัฒนาความสามารถ้านอุปมาอุปไมย หรือการสร้างโลกในจินตนาการของเด็กขึ้นมา เล่าเรื่องราวของเด็กที่ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนด้วยตัวเอง ภาพและเนื้อหาทำให้เด็กคิดตามไปว่า ในห้องน้ำกลางคืนมีอะไร รู้จักกับความมืด ความเงียบวังเวง สอนให้ลูกรู้ว่าการเข้าห้องน้ำกลางคืนไม่น่ากลัวอย่างที่คิด และกล้าทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง

นิทานหมอประเสริฐ

ยีราฟจ๋าขอจุ๊บหน่อย สำนักพิมพ์นิทานเพื่อนรัก

เป็นนิทานที่ไม่พยายามสอนหรือเพิ่มทักษะอะไรซับซ้อน นำเสนอเรื่องราวน่ารักของยีราฟที่อยากขอจุ๊บหมูน้อย  ที่ถอดแบบพฤติกรรมของเด็กวัยเดียวกัน ซึ่งมักไปขอจุ๊บเพื่อน เพราะเลียนแบบพฤติกรรมของพ่อแม่ที่มักจุ๊บลูกๆ อยู่ตลอดเวลา

นิทานหมอประเสริฐ

ม้าน้ำพรางตัว สำนักพิมพ์เก้าแต้ม

เล่าเรื่องม้าน้ำตัวหนึ่งที่ชอบแกล้งคน และชอบพรางตัว เหมือนกับทารกเกิดใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองมีตัวตนอยู่จริง จึงมักทำอะไรตามใจชอบ หรือที่เรียกว่า “เห็นตัวเองเป็นศูนย์กลาง” แต่เมื่อลูกโตขึ้น รู้ว่าตัวเองมีอยู่บนโลกใบนี้จริง จึงพลางตัวไม่ได้ และไม่สามารถ ทำอะไรตามใจตัวไม่ได้อีกแล้ว

นิทานหมอประเสริฐ

 เอ๊ะ! ไม่ได้ไม่เดี๋ยวต้องตั้งใจ สำนักพิมพ์ I.S Practical

นิทานกลอนสี่เล่าเรื่องราวของข้าวตังที่ต้องไปส่งขนมให้กับคุณป้า แต่ข้าวตังมีคำพูดติดปากว่า “เดี๋ยวก่อน” แต่เมื่อออกเดินทางข้าวตังได้เจอเรื่องราวสนุกมากมาย คล้ายหนูน้อยหมวกแดง เด็กๆจะได้เรียนรู้ “การควบคุมตนเอง” ไม่ให้ “ว่อกแว่ก” ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดกับเด็กทุกคน

นิทานหมอประเสริฐ

 ใครกินพายแอ๊ปเปิ้ลของฉันไป สำนักพิมพ์แพรวเพื่อนเด็ก

เรื่องน่าอ่านตั้งแต่หน้าปก ตัวสัตว์น่ารัก เล่าเรื่องราวของสัตว์  3 ตัว หนู แม่น และมด ที่ไม่น่ามาเกี่ยวข้องกันได้ กับหางของสัตว์ปริศนาของเจ้าหัวขโมย ชวนให้เด็กๆติดตามไปด้วยกันว่าใครคือเจ้าของหางที่แท้จริง ท้ายที่สุดจะสอนให้เด็กเข้าใจความทุกข์ยากของคนอื่น มีจิตเมตตา และให้อภัยคนอื่น

นิทานหมอประเสริฐ

ถ้วยฟูกลัวจังเลย สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ คิดดี

นิทานเล่าผ่านเรื่องราวของกระต่ายน้อยขี้กลัวตัวหนึ่ง สอนให้เด็ก ๆ รู้ว่าความกลัวไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือเรื่องผิด เพราะแต่ละคนมีความกลัวไม่เหมือนกัน สามารถเล่าสู่กันฟังได้ ลูกจำเป็นต้องกล้าหาญเหมือนซูเปอร์ฮีโร่ พ่อแม่จะคอยอยู่เคียงข้างให้ลูกก้าวข้ามความกลัวนี้ให้สำเร็จ

นิทานหมอประเสริฐ

หนูอยากเป็นหมอฟัน  สำนักพิมพ์แปลนฟอร์คิดส์

นิทานดี ๆ จากประเทศเบลเยี่ยม ขนาดกะทัดรัด ไม่มีมุมแหลมแทงมือลูก เหมาะกับเด็กเล็กวัย 0-3 ขวบ เล่มนี้เป็นหนึ่งในชุดอาชีพ เล่าเรื่องราวของหมอฟันเริ่มจากอุปกรณ์ในห้องหมอฟัน การแต่งตัวของหมอฟัน และวิธีไปหาหมอฟัน ช่วยเตรียมตัวลูกน้อยให้พร้อมไปเจอหมอฟันครั้งแรกอย่างมั่นใจ ไร้ความกังวล

นิทานหมอประเสริฐ

ท้องร้องจ๊อกๆ สำนักพิมพ์แพรวเพื่อนเด็ก

นิทานหมอประเสริฐ แนะนำไว้เป็นภาพวาดแนวขำๆ เล่าเรื่องราวคาดไม่ถึงของหมาป่าหิวโซตัวหนึ่งกับลูกแมวห้าตัวที่พยายามหลอกลูกแม่เข้าป่าไปกินเป็นอาหาร แต่กลับเกิดเรื่องราวผกผันหลายตลบ จนเดาไม่ถูกว่าจะจบอย่างไร ให้ข้อคิดเรื่องการแบ่งปันที่ไม่อยู่ในกรอบวิชาศีลธรรม แต่แบ่งปันเพราะความจำเป็นทางสังคม

อ่านต่อ รวมนิทานหมอประเสริฐแนะนำ (ต่อ) หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

แม่เตรียมจดเช็คลิสต์ รายการอาหารที่มีสารอาหารที่จำเป็นสำหรับเด็กและทารก

รวม อาหารที่มีวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นสำหรับเด็กและทารกที่อยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโต เมื่อลูกได้ทานอาหารเหล่านี้แล้ว รับรองว่าจะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอต่อการเจริญเติบโตแน่นอน

อาหารที่มีวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นสำหรับเด็กและทารก

แม้ว่าเด็กทารกวัยแรกเกิด – 6 เดือน ควรจะทานนมแม่เพียงอย่างเดียว และเริ่มทานอาหารเสริมควบคู่กับนมแม่เมื่อถึงวัย 6 – 12 เดือน แต่เมื่ออยู่ในวัย 12 เดือนขึ้นไป อาหารจะมีหน้าที่หลักในการเสริมสร้างร่ายกายลูกน้อยให้เจริญเติบโต ทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงรวบรวม อาหารที่มีวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นสำหรับลูกน้อยมาให้แม่ ๆ ได้เลือกให้ลูกทานกันค่ะ

สารอาหารอะไรบ้างที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาของลูกน้อย?

  1. ธาตุเหล็ก

ธาตุเหล็ก เป็นแร่ธาตุที่พบมากในเนื้อสัตว์ ถั่ว และผลไม้แห้ง ธาตุเหล็กจะช่วยเสริมการพัฒนาทางร่างกายและจิตใจของทารก ทารกที่ขาดธาตุเหล็กอาจนำไปสู่ภาวะโลหิตจาง ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่อาจส่งผลต่อพัฒนาการของลูกน้อยได้ ในทารกแรกเกิดทุกคน จะมีธาตุเหล็กที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์ หลังจาก 6 เดือน ธาตุเหล็กในร่างกายจะเริ่มลดน้อยลง และเนื่องจากน้ำนมแม่ยังมีธาตุเหล็กไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อย การให้ลูกน้อยได้ทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ควบคู่ไปกับการทานนมแม่จึงมีความจำเป็นอย่างมาก

รวมอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก

  • เนื้อสัตว์ และเนื้อปลามัน เช่นปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน
  • ผักใบเขียว เช่น ผักคะน้า ผักโขม
  • ถั่ว
  • ผลไม้แห้ง

เคล็ดลับ วิตามินซีสามารถช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะธาตุเหล็กจากพืชซึ่งรายกายดูดซึมได้ยาก ดังนั้น แม่ ๆ จึงควรทำอาหารที่มีสารอาหาร 2 อย่างนี้อยู่ในมื้อเดียวกัน เพื่อให้ลูกได้รับประโยชน์สูงสุดในการทานอาหารมื้อนั้น เช่น ให้ลูกทานโจ๊ก แล้วเสริมด้วยผลไม้เล็ก ๆ ตุ๋น เป็นต้น

อ่าน สูตรโจ๊กหมู อย่างง่าย เมนูเพิ่มธาตุเหล็กให้ลูกรัก (มีคลิป)

วิตามินสำหรับเด็ก
วิตามินสำหรับเด็ก

 2. สังกะสี

สังกะสีมีบทบาทสำคัญในการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารกเป็นอย่างมาก มีหน้าที่ในการทำงานร่วมกับเอนไซม์ต่าง ๆ มากกว่า 300 ชนิดในร่างกาย การรับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุชนิดนี้อย่างเพียงพอ จะช่วยรักษาร่างกายให้ทำงานได้อย่างสมดุล นอกจากนี้ สังกะสียังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยในการรักษาและซ่อมแซมรอยขีดข่วนหรือบาดแผล และเช่นเดียวกับธาตุเหล็ก ปริมาณสังกะสีของน้ำนมแม่นั้นยังมีไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของทารก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทารกจะต้องได้รับสังกะสีจากอาหาร

อาหารที่อุดมไปด้วยสังกะสี

  • เนื้อสัตวฺ์
  • นมและชีส
  • ขนมปัง
  • ธัญพืช

อ่าน เผยสูตร! ชีสสติ๊ก อาหารว่างสุดอร่อย ช่วยเพิ่มน้ำหนักลูกรัก (มีคลิป)

3. แคลเซียม

แคลเซียมจำเป็นต่อการพัฒนากระดูกและฟันของทารก สารอาหารที่สำคัญนี้ช่วยในการสร้างโครงกระดูกของลูกน้อยเมื่อโตขึ้น การได้รับแคลเซียมส่วนใหญ่ของทารกมาจากนมไม่ว่าจะเป็นการให้นมแม่หรือนมผง แต่คุณแม่ก็สามารถเสริมแคลเซียมที่มีในอาหารให้แก่ลูกน้อยได้ด้วยเช่นกัน

แหล่งแคลเซียมในอาหาร

  • นม ชีส และผลิตภัณฑ์นมอื่น ๆ
  • ผักใบเขียว เช่น บรอคโคลี่ กะหล่ำปลี
  • ถั่วเหลืองและเต้าหู้
  • ถั่ว
  • ปลาที่สามารถกินได้ทั้งกระดูก

อ่าน รีวิวนมวัว 100% (รสจืด) ห้ามพลาด!! สำหรับลูกวัย 1 ขวบขึ้นไป

เศษแก้ว-พลาสติก สารเคมี สิ่งแปลกปลอมเข้าตา รักษาให้ถูก ช่วยป้องกันลูกตาบอด

อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับเด็กวัยซน มักเล่นสนุก ปีนป่าย หรือนำของอันตรายมาเล่นอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือไม่ทันระวังตัว หนึ่งในอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยๆและเสี่ยงต่อการสูญเสียอวัยวะ เมื่อเศษแก้ว เศษพลาสติก หรือสารเคมี สิ่งแปลกปลอมเข้าตา ลูก หากไม่รู้จักวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ถูกต้อง หรือทำผิดวิธี มีโอกาสสูญเสียการมองเห็นไปตลอดชีวิต

ส่ิงแปลกปลอมเข้าตา ต้องรักษาอย่างไรให้ลูกปลอดภัย ไม่เสี่ยงตาบอด

สิ่งแปลกปลอมเข้าตา

ปิดเทอมเป็นช่วงเวลาที่เด็กได้อยู่บ้านอย่างอิสระ มีเวลาให้ทำกิจกรรมต่างๆได้เต็มที่  แต่ก็เป็นเวลาเดียวกับที่พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับเด็ก ๆ บ่อยที่สุด หากเป็นอุบัติเหตุไม่รุนแรงแค่หกล้ม เป็นแผลถลอกคงไม่น่าห่วง แต่บางครั้งเกิดมีเศษแก้ว เศษพลาสติก สารเคมี หรือสิ่งแปลกปลอมเข้าตา ลูกน้อยอย่างไม่ทันตั้งตัว คุณพ่อคุณแม่ควรรู้วิธีดูแลเบื้องต้นให้ลูกปลอดภัยก่อนไปถึงมือแพทย์ เพราะดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญ ถ้าสูญเสียไปแล้วไม่อาจกลับมาแก้ไขได้

ประเภทของอุบัติเหตุทางตา

สาเหตุที่ทำให้ดวงตาบาดเจ็บไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อมี สิ่งแปลกปลอมเข้าตา เท่านั้น แต่อุบัติเหตุที่ไม่ตั้งใจอาจเป็นสาเหตุให้ดวงตาเกิดความผิดปกติสามารถแบ่งออกเป็น  3 ประเภทหลักๆ ได้แก่

  • โดนกระแทกที่ดวงตา

เวลาลูกวิ่งซน หรือเล่นกีฬากลางแจ้ง อาจมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา จากการกระแทกหรือกระเด็นได้จากหลายสาเหตุ เช่น โดนชกที่เบ้าตา ลูกบอลกระแทกตา มีเศษหิน ฝุ่น หรือใบไม้ลอยเข้าตา ซึ่งทำให้เกิดอาการจากเบาไปถึงหนักดังต่อไปนี้

               หนังตาฟกช้ำ จากการกระแทกที่ไม่รุนแรง ทำให้หนังตาบนบวมช้ำเขียวเพราะมีเลือดออกใต้หนังตาบน-ล่าง หากบวมมากจะทำให้ตาปิด

วิธีปฐมพยาบาล : ใช้ประคบเย็นด้วยผ้าชุบน้ำหรือผ้าห่อน้ำแข็งบนหนังตาใน  24 ชั่วโมงแรกเพื่อลดอาการบวม ทั้งนี้ต้องแน่ใจว่าไม่มีรอยแตกหรือฉีกขาดที่ดวงตา

               ตาขาวเลือดออก มักเกิดขึ้นหลังโดนกระแทกหรือไอจามแรงๆ ทำให้มีเลือดออกที่ตาขาว หากไม่มีอาการร่วม เช่น เจ็บหรือระคายเคือง ไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ รอยเลือดจะหายได้เองใน 1-2 สัปดาห์

สิ่งแปลกปลอมเข้าตา

               สิ่งแปลกปลอมเข้าตา หากลูกออกไปเล่นในวันที่ลมแรง หรือนั่งรถต้านลมโดยไม่ต้องอาจ อาจมีเศษไม้ เศษฝุ่น แมลงตัวเล็กๆ หรือ สิ่งแปลกปลอมเข้าตา โดยเฉพาะตาขาว ทำให้ระคายเคืองตา เจ็บตา หรือน้ำตาลไหล แต่ถ้าสิ่งแปลกลมนั้นขูดบนกระจกตาจนถลอกจะยิ่งรู้สึกเคืองตามากขึ้น

วิธีปฐมพยาบาล: ล้างตาลูกด้วยน้ำสะอาด แต่ถ้าเยื่อบุตามีบาดแผล ไม่ควรล้างตาด้วยตัวเอง และควรรีบพาไปพบจักษุแพทย์

               กระจกตาถลอก เป็นแผลจากการขีดข่วนหรือมีวัตถุติดด้านในหนังตาบน ทำให้ระคายเคืองและเจ็บมาก

วิธีปฐมพยาบาล : หยอดยาป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียและปิดตาไว้ 24 ชั่วโมงรอให้แผลถลอกหายไปเอง ทั้งนี้ควรพาไปพบจักษุแพทย์จะดีที่สุด

เศษโลหะหรือแก้วติดกระจกตา วัตถุเหล่านี้มีความคมและแข็งมาก มักทำให้ระคายเคือง น้ำตาไหล และล้างออกยาก

สิ่งแปลกปลอมเข้าตา

             วิธีปฐมพยาบาล : ไม่ควรล้างตาหรือหยิบเศษโลหะหรือแก้วออกเอง เพราะบางครั้งสิ่งที่เห็นว่าเป็นเศษสีดำอาจไม่ใช่ฝุ่นหรือสิ่งสกปรก แต่เป็น “เนื้อเยื่อลูกตา” ที่หลุดออกมาเมื่อกระจกตาฉีกขาด หากดึงออกมาทำให้สูญเสียการมองเห็นทันที

            ดังนั้นควรพาลูกไปพบจักษุแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง ด้วยการหยอดยาชา ใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำค่อยๆเชี่ยออก หากมีสนิมเกาะด้วย ต้องหยอดยาป้องกันเชื้อแบคทีเรียแล้วรอ 24 ชั่วโมงจนกระจกตานิ่มลงจึงค่อยเอาสนิทออก

             เลือดออกในลูกตา มักเกิดจากโดนลูกบอลกระแทก หรือกระสุนปืนอัดล ทำให้ม่านตาเลือกออกและขังอยู่ในช่องด้านหน้าลูกตา ทำให้มองเห็นภาพเหมือนมีระดับน้ำในแก้ว

วิธีปฐมพยาบาล: หากไม่มีบาดแผลไม่จำเป็นต้องพบแพทยญ์ แต่ควรนอนพักนิ่งๆประมาณ 5 วันเพื่อให้เลือดแห้งสนิทและไม่เกิดภาวะเลือดออกซ้ำ

อ่านต่อ สารเคมีเข้าตาลูกต้องดูแลอย่างไรดี หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

วิธีเลือกซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูป

วิธีเลือกซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูป ให้เหมาะกับวัยและน้ำหนักของลูกน้อย

ผ้าอ้อมสําเร็จรูป ในท้องตลาดมีหลากยี่ห้อ หลายแบบ มากไซส์ ถ้าจะเลือกให้เหมาะกับลูกน้อยแต่ละวัย หรือหากต้องการ
เลือกผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้ลูกแรกเกิดครั้งแรก จะมี วิธีเลือกซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูป อย่างไรบ้าง บอมเบย์มีคำตอบค่ะ

Super Nanny แนะ วิธีเลือกซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูป
ให้เหมาะกับวัยและน้ำหนักของลูก

คลิปนี้เพื่อพ่อแม่มือใหม่โดยเฉพาะ! เปิดทางสว่าง กับ วิธีเลือกซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูป ให้ลูกแรกเกิดครั้งแรก!!! ต้องดูอะไรบ้าง เทียบไซส์ตรงไหน หรือต้องเลือกอย่างไร? ให้เหมาะกับวัยและการใช้งาน ทั้งลูกสาวและลูกชาย … ตาม Super Nanny มาค่ะ บอมเบย์มี วิธีเลือกซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูป (ให้ลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิด – 6 ขวบ) มาฝาก >> รับรองข้อมูลแน่น..ซื้อผ้าอ้อมได้ถูกต้องเหมาะกับลูกน้อยแน่นอน

Must read : รีวิว ผ้าอ้อมสาลู ผ้าฝ้าย และผ้าสำลี เลือกแบบไหนให้ลูกดี!

ติดตามคลิปวีดีโอดีๆ กับ Super Nanny จาก Youtube channel : Amarin Baby & Kids

โดย ขนาดผ้าอ้อม ก็จะมีตั้งแต่

  • ผ้าอ้อมสำเร็จรูปไซส์ NewBorn เหมาะสำหรับลูกน้อยที่มีน้ำหนักตั้งแต่ แรกเกิด – 5 กิโลกรัม
  • ไซส์ S ก็ใช้กับเด็กน้ำหนักประมาณ 4-8 กิโลกรัม >> ซึ่งผ้าอ้อมไซน์ NewBorn กับ ไซน์ S ส่วนใหญ่จะเป็นแบบเทปกาวแบบนี้ค่ะ
  • ผ้าอ้อม ไซส์ M ก็จะใช้กับเด็กที่มีน้ำหนักตัวประมาณ 7-12 กิโลกรัม
  • ไซส์ L เหมาะกับเด็กน้ำหนัก 9-14 กิโลกรัม
  • ไซส์ XL เหมาะกับเด็กน้ำหนัก 12-17 กิโลกรัม
  • ผ้าอ้อมสำเร็จรูปไซส์ XXL เหมาะกับเด็กน้ำหนักประมาณ 15-25 กิโลกรัม
  • และสุดท้ายผ้าอ้อมสำเร็จรูป บางยี่ห้อก็มีถึงไซส์ XXXL เหมาะกับเด็กน้ำหนักประมาณ 18-35 กิโลกรัม หรือ 6 ขวบ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจาก วิธีเลือกซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูป ที่บอมเบย์แนะนำนั้น ก่อนซื้อหากคุณแม่ไม่มั่นใจกับขนาดผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่อาจมีความเหลื่อมล้ำ ให้ซื้อไซส์ที่คิดว่าใกล้เคียงที่สุดแบบแพ็คเล็กมาลองดูก่อน  และต้องคอยระวังตรงง่ามขาไม่ให้รัดจดเกิดเพราะจะทำให้คันระคายเคือง เจ็บ เป็นรอยแดง เกิดผื่นผ้าอ้อมได้ หรือไม่ให้หลวมจนเกิดไปเพราะฉี่ลูกก็อาจจะทะลักออกมาได้ค่ะ

อ่านต่อบทความน่าสนใจของ Super Nanny 

ดวงแม่ 12 ราศี

เปิดชะตา! ดวงแม่ 12 ราศี พร้อมวิธีเลี้ยงลูกให้เหมาะกับราศีแม่

ดวงแม่ 12 ราศี … ความเป็นแม่ของแต่ละราศี จะเป็นอย่างไร เมื่อผู้หญิงธรรมดากลายมาเป็น “แม่” จะมีสไตล์การเลี้ยงลูกแบบไหน ตรงเหมือนกับที่คุณเป็นอยู่หรือไม่ มาเช็กกัน

เผย! ดวงแม่ 12 ราศี พร้อมวิธีการเลี้ยงลูกให้เหมาะกับราศีนั้น!

ดวงแม่ 12 ราศี ว่าด้วยเรื่องของดวงชะตา เป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่คุณผู้หญิงมักให้ความสนใจกัน และเพื่อให้คุณแม่รู้จักตัวเองมากขึ้น จากผู้หญิงธรรมดาที่ต้องกลายมาเป็นแม่ ดวงชะตา สไตล์ ความเป็นแม่ ของแต่ละราศีเกิด หรือ ดวงแม่ 12 ราศี จะยังเป็นอย่างไร … จะเหมือนก่อนหน้าที่ยังไม่ได้เป็นคุณแม่หรือไม่?? และถ้าทราบถึงความเป็นแม่ในราศีของตัวเองแล้ว จะมีวิธีการเลี้ยงลูกอย่างไร ให้เป็นเด็กดี ว่านอนสอนง่าย สอดคล้องไปกับดวงชะตาราศีเกิด

ตามมาดู ดวงแม่ 12 ราศี ซึ่งทางทีมงาน Amarin Baby & Kids คำแนะนำจาก อาจารย์ดาริณ ปักธง จากแอป a ดวง  www.aduang.co นักโหราศาสตร์ อาจารย์เจ้าของสถาบันบ้านเด็กปลื้ม และสุดยอดคุณแม่ลูกสอง เกี่ยวกับ สไตล์คุณแม่แต่ละราศี เกิดราศีนี้จะเป็นคุณแม่แบบไหน และจะมีวิธีการเลี้ยงดูลูกสไตล์เป็นอย่างไร เพื่อให้คุณแม่จะได้เข้าใจตัวเอง พร้อมมีแนวทางในการเลี้ยงลูกที่ชัดเจนขึ้น เช็กกันตรงนี้ได้เลยค่า…

ดวงแม่ 12 ราศี

ความเป็นแม่ ของสาว “ราศีเมษ”

คุณแม่ราศีเมษ เป็นคุณแม่สุดเปรี้ยว ทันสมัย แถมยังแอคทีฟสุดๆ ดังนั้น คุณจึงเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กสดใส ร่าเริง ส่งเสริมให้ลูกรู้จักรักการผจญภัย โลดโผน ทำให้ลูกเป็นเด็กที่มุ่งมั่น มีความกล้าหาญ และเชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก ๆ

วิธีการเลี้ยงดูลูกสไตล์คุณแม่ราศีเมษ จะเป็นการเลี้ยงลูกแบบค่อนข้างให้อิสระ ไม่บงการ สั่งลูกให้หันซ้ายขวาหน้าหลัง คุณแม่ราศีเมษมักจะทำตัวเป็นตัวอย่างให้ลูกดู ผสมกับเทคนิคในการเลี้ยงดูแบบสมัยใหม่ เช่น การท้าทาย และใช้เทคนิคการให้รางวัล เพื่อให้คุณลูกรู้สึกสนุกและพยายามทำสิ่งนั้นๆ ให้สำเร็จ

 

ดวงแม่ ของชาว “ราศีพฤษภ”

คุณแม่ราศีพฤษภ เป็นคุณแม่ที่รักความสนุกสนาน รักสวยรักงาม  ชอบแต่งตัวสวยๆ น่ารักๆ ให้ลูก นอกจากนั้น คุณแม่ราศีพฤษภ ยังเป็นชอบพูดจาไพเราะอ่อนหวานกับลูก จึงไม่แปลกที่คุณลูกเป็นเด็กช่างเจรจา น่ารัก ขี้อ้อน

วิธีการเลี้ยงลูกสไตล์คุณแม่ราศีพฤษภคือ การพูดคำหวาน นุ่มนวล ในการตะล่อมคุณลูก ทำให้คุณลูกเชื่อฟังและปฏิบัติตามคุณแม่อย่างดี  ถือว่าเป็นคู่แม่ลูกที่น่ารักมุ้งมิ้งราศีหนึ่งเลยทีเดียว

 

ดวงแม่ ของชาว “ราศีเมถุน”

คุณแม่ราศีเมถุนค่อนข้างชอบพูด ทั้งการพูดเชิงวิชาการ พูดสอน เตือน ไปจนถึงการบ่นเลยทีเดียว แต่โชคดีที่คุณแม่ราศีเมถุนนั้นเป็นอีกราศีหนึ่งที่เข้ากับลูกได้ดี … ดังนั้น ลูกจึงรักและเชื่อฟังคุณแม่มาก เขาชอบจะรับฟังคำสอน คำเตือน และปฏิบัติตามได้ดี

ดวงแม่ 12 ราศี

ดวงแม่ ของชาว “ราศีกรกฎ”

คุณแม่ราศีกรกฎเป็นคุณแม่ที่อ่อนหวาน ค่อนข้างเซนซิทีฟ ในขณะที่ลูกของคุณแม่กรกฎกลับเป็นเด็กที่กล้าหาญ กล้าพูดมากๆ จนบางครั้งอาจทำให้คุณแม่ช็อกกับการกระทำหรือคำพูดของลูกได้เลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม คุณแม่กรกฎก็มักจะแพ้ลูกอ้อนของลูกเสมอ

วิธีการเลี้ยงลูกที่เหมาะกับคุณแม่กรกฎคือ การพูดจาดีๆ อ่อนหวาน ถ้าลูกอ้อนมา แม่ก็ต้องอ้อนกลับ เพราะลูกของชาวกรกฎนั้นไม่ชอบการบังคับ ข่มขู่ หรือการสั่งให้ลูกทำตาม  แต่หากพูดจาดีๆ กับลูก ลูกก็จะรับฟังและเชื่อฟังคุณแม่อย่างดี

 

ดวงแม่ ของชาว “ราศีสิงห์”

คุณแม่ราศีสิงห์เป็นสาวมั่นสุดๆ  หากเธอเชื่อมั่นในเรื่องอะไรแล้ว เธอก็จะไม่ฟังใครและไม่มีวันเปลี่ยนแปลงความคิดไปได้ แม่ราศีสิงห์จึงค่อนข้างเผด็จการมากๆ เรียกว่าเมื่อสั่งอะไรแล้ว ลูกต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตาม แต่อย่างไรก็ตาม คุณแม่ราศีสิงห์ก็ค่อนข้างโชคดี เพราะในดวงชะตาแล้ว ลูกของราศีสิงห์จะเป็นเด็กที่เชื่อฟังคุณแม่ พร้อมฟังคำสอนของผู้ใหญ่ เป็นเด็กดี มีสติปัญญา แต่ก็จะมีความไม่มั่นใจในตัวเอง ขี้กลัว ไม่กล้าคิดตัดสินใจ และค่อนข้างกังวลง่าย ซึ่งก็เกิดจากการที่มีคุณแม่คอยสั่ง คอยกำกับอยู่เสมอนั่นเอง … คำแนะนำคือ คุณแม่ควรจะเปิดโอกาสให้ลูกได้คิดตัดสินใจด้วยตัวเอง จะทำให้ลูกกล้าคิดและกล้าหาญยิ่งขึ้น

 

ดวงแม่ ของชาว “ราศีกันย์”

คุณแม่ราศีกันย์เป็นคุณแม่ที่ค่อนข้างเจ้าระเบียบ ชอบพูด ชอบสอน และชอบบ่นคล้ายๆ กับคุณแม่ราศีเมถุน แต่ต่างกันตรงที่ลูกของชาวราศีกันย์ค่อนข้างเป็นเด็กจริงจัง มุ่งมั่น ซึ่งหากคุณมัวแต่ไปตำหนิ หรือบ่นลูก จะทำให้เขารู้สึกอึดอัด คับข้องใจ และเครียดได้ในระยะยาว

วิธีการเลี้ยงลูกที่อยากแนะนำคือ การพูดในเชิงบวก คอยสนับสนุนลูก เพื่อให้คำพูด คำสอนของแม่กลายเป็นแรงผลักดันให้ลูกมีมานะ อดทน ทำให้ลูกมีกำลังใจในการต่อสู้กับอุปสรรคและอยากจะสำเร็จ

คลิกอ่านต่อหน้า 2 เพื่อเช็กสไตล์แม่แต่ละราศี (ตุลย์ – มีน)

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เงินอุดหนุนบุตร 2562

อัพเดท! เงินอุดหนุนบุตร 2562 รวมทุกคำถาม ตอบทุกข้อสงสัย ที่นี่

อัพเดททุกข้อมูลเกี่ยวกับ เงินอุดหนุนบุตร 2562 สมัครอย่างไร? ลงทะเบียนที่ไหน? ทำไมเงินถึงไม่เข้า? ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อลงทะเบียน ดูได้ที่นี่!!

อัพเดท! เงินอุดหนุนบุตร 2562 รวมทุกคำถาม ตอบทุกข้อสงสัย ที่นี่

เงินอุดหนุนบุตร 2562 คืออะไร?

โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เป็นนโยบายเพื่อการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ซึ่งเป็นการสร้างระบบคุ้มครองทางสังคม (Social Protection) โดยจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนให้กับเด็กแรกเกิดในครัวเรือนยากจน หรือครัวเรือนที่เสี่ยงต่อความยากจน รวมทั้งเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เป็นการประกันสิทธิให้เด็กได้รับสิทธิโดยตรง ทั้งด้านการอยู่รอด แล้วยังเป็นการสร้างช่องทางให้เด็กเข้าถึงสิทธิในเรื่องอื่น ๆ ตามมา เป็นมาตรการให้พ่อแม่นำเด็กเข้าสู่ระบบบริการของรัฐ เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด สามารถนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ทั้งทางด้านสุขภาพ โภชนาการ เครื่องนุ่มห่ม และอุปกรณ์เครื่องมือในการกระตุ้นพัฒนาการเด็ก โดยเงินอุดหนุนฯ จะเป็นเงินที่รัฐจ่ายให้กับผู้เลี้ยงดูเด็กอย่างสม่ำเสมอ เช่น รายเดือน โดยผู้รับไม่ต้องจ่ายเงินสมทบ

สถานที่รับลงทะเบียน

  • ผู้มีสิทธิ์ที่อาศัยอยู่กรุงเทพมหานคร ลงทะเบียนได้ที่ สำนักงานเขต
  • ผู้มีสิทธิ์ที่อาศัยอยู่ส่วนภูมิภาพ ให้ลงทะเบียนได้ที่ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล หรือเทศบาล
  • และผู้มีสิทธิ์ที่อาศัยอยู่ที่เมืองพัทยา ให้ลงทะเบียนได้ที่ ศาลาว่าการเมืองพัทยา
  • กรณีมาทำงานต่างจังหวัด ให้ลงทะเบียนตามที่อยู่ปัจจุบันของเด็ก เด็กอาศัยอยู่ที่ไหนให้ลงทะเบียนที่นั่น

คุณสมบัติของผู้ได้สิทธิ์รับ เงินอุดหนุนบุตร 2562

เด็กแรกเกิด ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • มีสัญชาติไทย
  • เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาค 2558 เป็นต้นไป จนอายุครบ 6 ปี
  • ต้องอาศัยอยู่กับบิดา มารดา ผู้ปกครองที่อยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้น้อย
  • ต้องไม่เป็นผู้ได้รับเงินช่วยเหลือในการเลี้ยงดูบุตร จากหน่อยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรืออยู่ในความอุปการะของหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน
  • เด็กที่ได้รับเงินสงเคราะห์เป็นครั้งคราว หรือเบี้ยความพิการ หรือเงินสงเคราะห์บุตรจากกองทุนประกันสังคม มีสิทธิ์รับเงินอุดหนุนได้

ผู้ปกครอง ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • มีสัญชาติไทย
  • เป็นบุคคลที่รับเด็กแรกเกิดไว้ในความอุปการะเพื่อเลี้ยงดูอย่างบุตร
  • เด็กแรกเกิดต้องอาศัยรวมอยู่ด้วย
  • อยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้น้อย คือ รายได้เฉลี่ยไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคน ต่อปี

คุณเข้าข่ายได้รับเงินอุดหนุนหรือไม่?

ตรวจสอบสิทธิ์ได้ที่นี่ >>https://csg.dcy.go.th/th/eligibility-test<<

การได้รับสิทธิ์ เงินอุดหนุนบุตร 2562

  • เด็กที่รับสิทธิ์ในปีงบประมาณ 2559 – 2561 (เด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 – 30 กันยายน 2561) ได้สิทธิ์อย่างต่อเนื่องเดือนละ 600 บาท จนอายุครบ 6 ปี โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่
  • เด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 – 30 กันยายน 2561 แต่ไม่มีคุณสมบัติตามระเบียบ คือ มีรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยไม่เกิน 36,000 บาท ต่อคน ต่อปี (ตามประกาศเก่าทำให้ไม่มีสิทธิ์ได้รับเงิน) ซึ่งปัจจุบันได้ขยายเป็นรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคน ต่อปี จึงมีสิทธิ์ได้รับเงินนับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 เดือนละ 600 บาท จนอายุครบ 6 ปี
  • สำหรับเด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 – 30 กันยายน 2562 และผู้ปกครองได้มายื่นขอรับสิทธิ์ภายในวันที่ 30 กันยายน 2562 จะได้รับสิทธิ์ตั้งแต่เดือนที่เกิด จนอายุครบ 6 ปี
  • เด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 – 30 กันยายน 2562 และผู้ปกครองได้มายื่นขอรับสิทธิ์ภายหลังวันที่ 30 กันยายน 2562 จะได้รับสิทธิ์ตั้งแต่เดือนที่ลงทะเบียน จนอายุครบ 6 ปี
  • เด็กแรกเกิดที่เกิดตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไปให้ได้รับเงินเดือนละ 600 บาท นับตั้งแต่เดือนที่ยื่นขอรับสิทธิ์ จนอายุครบ 6 ปี

ขั้นตอนการลงทะเบียนรับ เงินอุดหนุนบุตร 2562

เงินอุดหนุนบุตร 62
เงินอุดหนุนบุตร 62

เอกสารประกอบการ ลงทะเบียน เงินอุดหนุนบุตร 2562

  1. แบบคำร้องขอลงะเบียน (ดร.01)
  2. แบบรับรองสถานะของครัวเรือน (ดร.02)
  3. บัตรประจำตัวประชาชนของหญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ปกครอง
  4. สำเนาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  5. สำเนาสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก(เฉพาะหน้าที่มีชื่อหญิงตั้งครรภ์)
  6. สำเนาสูติบัตตรเด็กแรกเกิด
  7. สำเนาหน้าาสมุดบัญชีเงินฝาก ของผู้ที่ขอรับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

หมายเหตุ

  • ในกรณีที่พ่อและแม่เป็นผู้เลี้ยงดูเด็กแรกเกิด และเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้ง 2 คน หรือ แม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และเป็นผู้เลี้ยงดูเด็กแรกเกิดคนเดียว ไม่ปรากฎพ่อที่ชอบด้วยกฏหมาย หรือ พ่อเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และเป็นผู้เลี้ยงดูเด็กแรกเกิดคนเดียว ไม่ปรากฎแม่ที่ชอบด้วยกฏหมาย ไม่ต้องมีผํู้รับรองสถานะของครัวเรือน
  • ในกรณีที่ พ่อและแม่เป็นผู้เลี้ยงดูเด็กแรกเกิด แต่ไม่ได้เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้ง 2 คน หรือ ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพียง 1 คน หรือหญิงตั้งครรภ์ ที่ไม่ได้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ ผู้ปกครองที่ไม่ใช่พ่อหรือแม่ เป็นผู้ที่เลี้ยงดูและอาศัยอยู่กับเด็กแรกเกิดไม่ได้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องมีผู้รับรองสถานะของครัวเรือน

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ รวมคำถามคำตอบ และข้อสงสัยเกี่ยวกับ เงินอุดหนุนบุตร 2562

ประโยคซื้อขายภาษาอังกฤษ

ชวนลูกขายขนมกับ ประโยคซื้อขายภาษาอังกฤษ แสนสนุก

คุณพ่อคุณแม่ต้องการสอนให้ลูกเห็นคุณค่าของเงิน และฝึกความอดทนตั้งแต่ยังเล็ก นอกจากการหัดลูกหยอดกระปุกแล้ว  การสอนให้ลูกหารายได้ด้วยตัวเอง เช่น ของเล่นมือสองหรือชวนลูกทำขนมขาย ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกสนุกกับการหาเงิน และสามารถสอดแทรก ประโยคซื้อขายภาษาอังกฤษ ให้ได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงได้ด้วย

ชวนลูกขายขนม เสริมทักษะภาษาด้วย ประโยคซื้อขายภาษาอังกฤษ

การสร้างพื้นฐานที่ดีด้านการเงินให้ลูกเป็นสิ่งสำคัญต่อการใช้ชีวิตในอนาคต ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรฝึกฝนให้ลูกรู้จักการใช้เงินตั้งแต่เด็ก อาจเริ่มจากเรื่องง่ายๆ ด้วยการหยอดกระปุก และทำบัญชีรายจ่าย-เงินออม เพื่อให้พวกเขารู้จักอดออมและใช้เงินเฉพาะที่จำเป็น

เมื่อลูกทำสำเร็จแล้ว ต้องไม่ลืมหยิบยื่นโอกาสให้ได้ “หาเงินด้วยตัวเอง” แม้ครอบครัวจะมีฐานะการเงินดี ไม่จำเป็นต้องให้ลูกออกไปหาเงินเอง ทราบหรือไม่ว่า การฝึกให้ลูกหาเงินด้วยตัวเองเป็นกระบวนการที่ช่วยให้ลูกเห็นคุณค่าของเงินอย่างชัดเจน เพราะเขาต้องทำทุกกระบวนการด้วยตัวเอง จึงจะทราบดีว่า กว่าที่พ่อแม่จะหาเงินมาเลี้ยงดูลูกได้นั้นยากลำบากเพียงใด ที่สำคัญยังเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจเล็กๆ ที่ลูกนำไปต่อยอดเป็นอาชีพในอนาคตได้ด้วย

อ.คริส และสองพี่น้องตระกูลไรต์ ช่วยกันทำภารกิจ “ขายมัฟฟินหาเงินไปซื้อของเล่น” พร้อมกับเรียนรู้ ประโยคซื้อขายภาษาอังกฤษ ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปใช้ฝึกฝนทักษะภาษาให้ลูกๆที่บ้านเป็นเด็กเก่งรอบด้านด้วย มาติดตามกันเลยดีกว่า รายการ KidsTalk ในช่วง DaddyTalks ใน EP นี้จะมีประโยคและคำศัพท์สนุกๆ อะไรบ้าง พร้อมลุ้นไปด้วยกันน้องวินจะขายมัฟฟินสำเร็จหรือไม่ ตามมาดูกันเลยค่ะ

 

 

มาทบทวนคำศัพท์และ ประโยคซ้ื้อขายภาษาอังกฤษ กันเลยค่ะ

piggy bank          กระปุกออมสิน

entrepreneur    ผู้ประกอบการ

partner/ shareholder   หุ้นส่วนธุรกิจ

vendor/seller    พ่อค้า

sour cream         ซาวร์ครีม

muffin                  มัฟฟิน

baking soda        เบกกิ้งโซดา

oven                      เตาอบ

change                 เศษตังค์

cash                       เงินสด

praise/compliment         คำชม

overpaid              ให้เงินเกิน

rip off                    ขูดรีด

sold out                ขายหมด

save money       เก็บเงิน

earn money       หาเงิน

invest                    ลงทุน

fake bank note แบงก์ปลอม

return money    เงินทอน

ประโยคซื้อขาย ภาษาอังกฤษ

Do you have money?     ลูกมีเงินไหม

we are going to invest in a business         เราจะลงทุนทำธุรกิจกัน

I would like to sell muffin             ลูกอยากขายมัฟฟิน

Make some money                         หาเงิน

Do you have any cash?                  ลูกมีเงินสดไหม

twenty baht for  a piece                                ชิ้นละ 20 บาท

Which one would you like            รับชิ้นไหนดีครับ

I’ll give you special deal                 ผมมีข้อตกลงพิเศษให้

Thank you for buying                     ขอบคุณที่อุดหนุน

 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับกิจกรรมขายมัฟฟินของน้องวินสตันที่สอนทั้งคำศัพท์และ ประโยคซื้อขายภาษาอังกฤษ ให้คุณพ่อคุณแม่สามารถนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร คุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

แม่เตรียมเฮ! ผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้เงินอุดหนุนบุตรเพิ่ม 300!

จากมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2562 ครม.เศรษฐกิจ ได้เห็นชอบให้แจกเงินแก่ผู้ที่ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อช่วยเหลือการเลี้ยงดูบุตร 300 บาท มีเงื่อนไขและรายละเอียดอย่างไรบ้าง มาดูกัน

แม่เตรียมเฮ! ผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้เงินอุดหนุนบุตรเพิ่ม 300!

วันที่ 16 ส.ค. 2562 ที่ผ่านมานี้ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการ สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจพิจารณา สถานการณ์เศรษฐกิจโลกกระทบจีด​ีพีไตรมาส 2 ชะลอตัวต่ำต่อเนื่องจากไตรมาสแรกของปี ประกอบกับ ความผันผวนในตลาดเงิน และตลาดทุน หลังผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ระยะสั้น และระยะยาวติดลบเป็นครั้งแรกในรอบ กว่า 10 ปี สร้างความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย พร้อมทั้ง ปัญหาภัยแล้งกระทบรายได้เกษตรกร กระทบเศรษฐกิจฐานราก

ขณะที่ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจเห็นชอบกรอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กระทรวงการคลังเสนอ 3 ด้าน ได้แก่

  1. มาตรการบรรเทาผลกระทบภัยแล้ง
  2. มาตรการบรรเทาค่าครองชีพ กระทรวงการคลังมีแผนจะเติมเงินไปยังบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มเติมจากวงเงินเดิมโดยจะเพิ่มเงินในบัตรสำหรับใช้จ่ายผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือ กดเป็นเงินสดคนละ 200 – 300 บาท รวมวงเงินจับจ่าย 500 บาท สำหรับผูัถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกคน ตามเงื่อนไขและกรอบเวลาที่กำหนด
  3. มาตรการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ

ทั้งนี้ ผลประชุมนี้จะนำเสนอใน ครม.ชุดใหญ่ สัปดาห์หน้า เพื่อขอใช้งบประมาณ 50,000 ล้านบาท แต่หากรวมวงเงินสนับสนุนสินเชื่อจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐจะเกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 100,000 ล้านบาท และเม็ดเงินรวมจากทุกมาตรการไม่น้อยกว่า 316,000 ล้านบาท

ขอบคุณข่าวจาก : https://news.thaipbs.or.th/content/282990
เงินอุดหนุนบุตร
เงินอุดหนุนบุตร

โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนี้ แม่ ๆ ที่ได้รับเงินอุดหนุนบุตรอยู่ ก็อาจจะเข้าข่ายได้รับเงินเพิ่ม เพื่อช่วยเหลือการเลี้ยงดูบุตรเป็นจำนวน 300 บาท ด้วยเช่นกัน แต่จะมีเงื่อนไขอะไรบ้าง และได้รับเงินจำนวนเท่าไร เป็นเวลากี่เดือน อ่านต่อได้ที่หน้า 2 ค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ เงื่อนไขการรับเงินอุดหนุนบุตรเพิ่มจากมาตรการบรรเทาค่าครองชีพ

ฝันว่าตั้งท้อง

6 เรื่องจริงของความฝัน ฝันว่าตั้งท้อง หมายความว่าอย่างไร?

คนทุกคนเคยฝัน ไม่ว่าจะเป็นฝันดีหรือฝันร้าย โดยเฉพาะผู้หญิงที่มักจะ ฝันว่าตั้งท้อง อยากรู้ไหมคะว่าฝันแบบนี้ หมายถึงอะไร? แสดงว่าจะมีลูกจริงหรือไม่?

6 เรื่องจริงของความฝัน ฝันว่าตั้งท้อง หมายความว่าอย่างไร?

6 เรื่องจริงเกี่ยวกับความฝัน

1. ความฝันเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ความฝันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสมองของคนเราขณะนอนหลับ โดยความฝันไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ผู้ฝันเคยพบเจอมาก่อนในชีวิตจริง ความฝันอาจเกิดจากจินตนาการของผู้ฝันได้ ดังนั้น ความฝันในบางเรื่องจึงดูแปลกตาและห่างไกลจากความเป็นจริง เรื่องราวในความฝันเป็นสิ่งที่ค่อนข้างไม่แน่นอน ไม่ต่อเนื่อง คาดเดาไม่ได้ และไม่มีเหตุผล อย่างไรก็ตาม ความฝันมักส่งผลต่อความรู้สึกเมื่อตื่นขึ้น ทั้งฝันดีและฝันร้าย ความฝันจึงอาจเป็นเรื่องที่หลายคนสงสัยว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร?

จากคำถามนี้ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญและนักวิทยาศาสตร์หาคำตอบกันว่าความฝันเกิดขึ้นได้อย่างไร จนมีทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ออกมามากมายแตกต่างกันไป เช่น ความฝันนั้นเป็นกระบวนการจัดการความจำของสมอง ความฝันเป็นผลกระทบจากความคิด ความเครียด อารมณ์ หรือสิ่งที่เคยพบเห็น ความฝันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีและกระแสไฟฟ้าภายในสมอง รวมถึงความฝันยังอาจเป็นสัญญาณของการเจ็บป่วยของร่างกายได้อีกด้วย เป็นต้น ความฝันสามารถเกิดขึ้นขณะใดก็ได้ในระหว่างนอนหลับ แต่มักเกิดขึ้นในช่วง REM หรือช่วงมีการเคลื่อนไหวดวงตาอย่างรวดเร็วขณะนอนหลับซึ่งเป็นช่วงที่สมองจะมีการตื่นตัวมากที่สุด ในอีกด้านหนึ่ง

2. ความฝันคืออะไร?

ความฝัน คือการสะสมของมโนภาพ ความประทับใจ เหตุการณ์ต่างๆ และอารมณ์ที่เรารู้สึกขณะหลับ บางครั้งความฝันก็มีพื้นฐานมาจากเรื่องราวในชีวิตจริง แต่หลายครั้งความฝันก็ออกมาในรูปแบบนามธรรมที่เต็มไปด้วยอารมณ์และภาพในจินตนาการ

3. ทำไมเราจึงจำเรื่องที่ฝันไม่ได้?

การเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนในร่างกายช่วงกลางคืนอาจมีผลต่อการจดจำความฝันได้เช่นกัน ช่วงหลับ REM Sleep ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลจะสูงขี้น และอาจเกิดจากการแทรกแซงการสื่อสารระหว่างพื้นที่สมองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมความทรงจำได้

4. ความฝันมีกี่ประเภท?

  • ฝันแบบรู้ตัว เป็นความฝันที่ผู้ฝันทราบว่าตนเองกำลังอยู่ในความฝัน บางคนสามารถควบคุมเรื่องราวในความฝันได้
  • ฝันซ้ำ ฝันซ้ำมักมีรูปแบบความฝันที่เกี่ยวข้องกับความผิดพลาดหรือล้มเหลว อย่างการถูกทำร้าย ถูกไล่ล่า ถูกขัง ล้ม สอบตก หรือพลาดงานสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าฝันซ้ำอาจสะท้อนถึงปัญหาในชีวิตจริงที่ยังหาทางออกไม่ได้ ซึ่งอาจหายไปเองเมื่อปัญหานั้นคลี่คลายหรือผู้ฝันมีแนวทางที่จะรับมือกับปัญหานั้น
  • ฝันร้าย เป็นการนิยามลักษณะของความฝันที่น่าหวาดกลัวหรือสร้างความรู้ในด้านลบกับผู้ที่ฝัน ฝันร้ายสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนและฝันร้ายอาจสะท้อนหรือบ่งบอกถึงสิ่งที่น่ากังวลได้หลายอย่างในชีวิตจริง

5. ความฝันที่พบมากที่สุดคืออะไร?

ปัจจุบันความรู้เกี่ยวกับความฝันเกิดจากการรวบรวมรายงานต่าง ๆ และการทำแบบสอบถาม ทำให้พบว่ามีบางเรื่องที่คนต่างวัยและต่างวัฒนธรรมฝันถึงเหมือน ๆ กัน นั่นก็คือความฝันเกี่ยวกับการเรียน (หน้าที่การงาน หรือภารกิจที่ได้รับมอบหมาย), ถูกไล่ล่า , ความฝันเรื่องเพศ, ตกจากที่สูง, ไปทำงานหรือไปเรียนสาย, บินได้, ถูกทำร้ายร่างกาย และฝันถึงคนที่ตายไปแล้ว หรือฝันว่าคนรู้จักตาย

ฝันว่าท้อง
ฝันว่าท้อง

6.ความฝันที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวัน เกิดขึ้นได้มากแค่ไหน?

การใช้ชีวิตของเราส่งผลถึงความฝันอย่างใหญ่หลวง ผู้คนที่อยู่ในความฝันส่วนมากจะเป็นคนที่เรารู้จัก มีงานวิจัยหนึ่งพบว่า ผู้ฝันรู้จักชื่อของคนที่ปรากฏในความฝันถึงร้อยละ 48 อีกร้อยละ 35 คือคนที่มีความคุ้นเคยหรือมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ฝัน เช่น เพื่อน ส่วนที่เหลือน้อยกว่าร้อยละ 16 คือคนแปลกหน้า

เรื่องราวความฝันส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับประสบการณ์ในชีวิตเราเอง เช่น แม่ท้องมักจะฝันเรื่องเกี่ยวกับการตั้งท้องและการคลอดลูก คนดูแลเด็กและคนแก่มักจะฝันถึงเรื่องคนที่เคยอยู่ในความดูแล นักดนตรีจะฝันถึงเรื่องราวเกี่ยวกับดนตรีมากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า

อย่างที่ได้กล่าวกันไว้ว่าความฝันเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้น แม่ ๆ หรือผู้หญิงที่มีคู่แล้วจึงมักจะ ฝันว่าตั้งท้อง ทำให้เกิดความสงสัยว่าฝันอย่างนี้มีความหมายว่าอย่างไร และหมายความว่าจะมีลูกจริงหรือไม่ อ่านต่อได้ที่หน้า 2 ค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ฝันว่าตั้งท้อง แปลว่าจะท้องจริงหรือ?

Eye Gym Eye Genius

คุณแม่ต้องไม่พลาด “เลี้ยงลูกให้ตาดีสู่อัจฉริยะ” กับครั้งแรกของประเทศไทย!! ที่งาน Eye Gym Eye Genius

ลานสนุกเสริมสร้างพัฒนาการสายตาและสมอง ที่มาพร้อมของรางวัลมากมายที่คุณแม่ต้องพาลูกมา!! ครั้งแรกของประเทศไทย กับงาน Eye Gym Eye Geniusภายใต้คอนเซ็ปต์  “ตาดีสู่อัจฉริยะ” ที่เต็มไปด้วยความรู้และความสนุกสนานจากกิจกรรมต่างๆ บอกเลยว่างานนี้ ห้ามพลาดเด็ดขาด!!

 

Eye Gym Eye Genius เลี้ยงลูกให้ตาดีสู่อัจฉริยะ

ดัชมิลล์ เจ็นไอ วีคิวพลัส ชวนคุณแม่และน้องๆมาร่วมงาน Eye Gym Eye Genius ในวันเสาร์ ที่ 24 สิงหาคม 62 ที่เมกะบางนา โซน Food walk ตั้งแต่เวลา 10.00น – 19.30น.

📌งานดีอย่างไร ? ทำไมคุณแม่ต้องพาลูกมา

  • พาลูกมา…เสริมศักยภาพการเรียนรู้ ผ่านการรับฟังเทคนิค “เลี้ยงลูกให้ตาดีสู่อัจฉริยะ” โดยพญ.มัณฑนา ชลานันต์กุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรม จากโรงพยาบาลกรุงเทพ และ พญ.ประกายรัตน์ ทองผิว จักษุแพทย์ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก

Eye Gym Eye Genius

  • พาลูกมา..ตรวจวัดระดับพัฒนาการสายตาสู่สมอง โดยเครื่องมือทดสอบทักษะการรับรู้ด้วยสายตา พัฒนาโดย Academic Therapy Publication Assessments จากประเทศสหรัฐอเมริกา
  • พาลูกมา..ลานเล่นสนุกและฐานกิจกรรมเสริมสร้างกระตุ้นการเรียนรู้จากตาสู่สมอง พร้อมรับของรางวัลมากมาย
  • พาลูกมา…Meet & Greet กับคุณเมย์ น้องมายู และเหล่าเซเลป Blogger และ YouTuber ขวัญใจน้องๆ

Eye Gym Eye Genius

  • และยังมีโอกาสแจ้งเกิดสำหรับน้องๆ มาโชว์ความสามารถ รับการคัดเลือกไปร่วมรายการ Davinci เด็กถอดรหัส ในงานบริเวณ Eye Talent Zone

Eye Gym Eye Genius

พิเศษ!! สำหรับแม่ๆ ที่กดเข้าร่วมงาน 50 ท่านแรก ที่ลิงค์นี้ http://bit.ly/AmarinEvent

รับไปเลย ชุดเครื่องเขียนพรีเมี่ยม ดัชมิลล์ เจ็นไอ วีคิวพลัส มูลค่า 99 บาท จำนวน 50 รางวัล (รับของรางวัล ณ จุดลงทะเบียนในงานEye Gym Eye Genius)

ซึมเศร้าหลังคลอด Baby Blue

ซึมเศร้าหลังคลอด Baby Blue อยากตาย ทำไงดี?

ซึมเศร้าหลังคลอด Baby Blue รู้ไหมผู้หญิงหลังคลอดลูกทุกคนมีสิทธิ์เป็นได้นะ !!  ดังนั้นเพื่อให้คุณแม่ได้คลายความกังวล ใจ และมีความสุขกับการเลี้ยงลูก เรามาทำความเข้าใจ เพื่อจะได้รับมือกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอดกันได้อย่างถูกวิธีค่ะ

 

ซึมเศร้าหลังคลอด Baby Blue  มีอาการอย่างไร ?

ชีวิตใหม่หลังคลอดลูกของคุณแม่ อาจมีความผิดปกติเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะกับอาการ ซึมเศร้าหลังคลอด Baby Blue แน่นอนว่าอาการนี้จะรบกวนการใช้ชีวิต และการทำหน้าที่แม่ของคุณด้วย สำหรับคุณแม่ที่ใกล้คลอด หรือคุณแม่คลอดลูกมาใหม่ๆ ลองมาเช็กตัวเองกันสักนิดค่ะว่า มีอาการซึมเศร้าหลังคลอดลูกกันไหม

  • รู้สึกเศร้า เสียใจ หมดหวัง
  • อารมณ์สวิงขึ้นๆ ลงๆ หงุดหงิด โกรธง่าย หรืออยู่ไม่สุข
  • มีความวิตกกังวล
  • นอนไม่ค่อยหลับ
  • ร้องไห้อย่างไม่มีเหตุผล
  • ไม่ค่อยมีสมาธิ
  • ไม่อยากให้นมลูก ไม่อยากกอดลูก
  • มีความรู้สึกว่าไม่ใช่ลูกของตัวเอง ไม่รู้สึกผูกพันกับลูก
  • รับประทานอาหารน้อยลง
  • มีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง หรือทำร้ายลูก เป็นต้น

แค่เห็นอาการเบื้องต้นแล้ว ก็น่ากังวลใจอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ แต่เรื่องนี้คุณแม่สามารถรับมือกันได้นะคะ เพื่อไม่ให้ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดรุนแรง จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า ลองมาดูคำแนะนำจาก Mom Pro คุณแม่มือโปรโชว์เหนือกันค่ะ

อยากรู้เทคนิครับมือภาวะ ซึมเศร้าหลังคลอด Baby Blue
จาก Mom Pro คุณแม่มือโปรโชว์เหนือ คลิกเลยค่ะ⇓

 

คลิปรายการ Mom Pro Mom Pro คุณแม่มือโปรโชว์เหนือ จาก Youtube : Amarin Baby & Kids

 

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิก :

5 วิธีการดูแลตัวเองหลังคลอด ร่างกายฟื้นฟู ฟิตเร็ว
คลอดรก เรื่องสำคัญหลังคลอด ที่คุณแม่ควรรู้
5 วิธีเอาชนะ ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด
ซึมเศร้าหลังคลอด อาการ ที่แม่หลังคลอดควรรู้ !
แนะนำเมนูสำหรับคุณแม่หลังคลอด ลดอาการเจ็บปวด+ฟื้นฟูร่างกาย+กระตุ้นน้ำนม

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เลี้ยงลูกนอกบ้าน

8 เทคนิคดีๆ เริ่มต้นวางแผนเพื่อ 60 นาทีเลี้ยงลูกนอกบ้าน

“เลี้ยงลูกนอกบ้าน” กันค่ะ อยากให้พ่อแม่ครอบครัวสมัยใหม่หันมาเลี้ยงลูกนอกบ้านให้มากขึ้น องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่าเด็กอายุระหว่าง 1-4 ปีขึ้นไปควรเรียนรู้ เล่นนอกบ้าน เพื่อลดพฤติกรรมการติดหน้าจอ การนั่งนิ่งๆ ที่แทบไม่ค่อยได้ขยับ เคลื่อนไหวร่างกายใดๆ เลย เด็กๆ ควรได้ใช้เวลาอยู่นอกบ้านมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 60 นาที เพื่อทำกิจกรรมกลางแจ้งที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และพัฒนาการตามวัยค่ะ

 

เลี้ยงลูกนอกบ้าน

เลี้ยงลูกนอกบ้าน ได้ประโยชน์ หรือทักษะอะไรบ้าง ?

ยิ่งเลอะ ยิ่งเยอะประการณ์ค่ะ เล่นสนุกนอกบ้านผ่านกิจกรรมที่เหมาะสมตามวัย ได้อะไรหลายๆ อย่างทั้ง ในเรื่องของพัฒนาการการเรียนรู้ จินตนาการความคิดสร้างสรรค์ ที่สำคัญยังเป็นการกระตุ้นพัฒนาทักษะนอกบ้านในเรื่องเหล่านี้ด้วยค่ะ

– พัฒนาความคิด การไตร่ตรอง พร้อมกับวิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในสถานการณ์จริง

– ส่งเสริมพัฒนาการแบบองค์รวมของเด็ก

– พัฒนาทักษะการทำงานร่วมกัน การเข้าสังคม และการสื่อสารกับคนรอบข้าง

– ให้ประโยชน์เชิงบวกต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ ฯลฯ

ดังนั้นพ่อแม่ต้องเป็นทีมเวิร์คที่ดีในการเตรียมความพร้อมให้ลูกออกไปเรียนรู้ เล่นนอกบ้าน เพื่อทำให้ 60 นาทีที่อยู่นอก  บ้านในทุกวัน เกิดประโยชน์สูงสุดกับลูกๆ ค่ะ ลองเริ่มต้นไปด้วยกันกับ 8 เทคนิคง่ายๆ ตามนี้ค่ะ

เลี้ยงลูกนอกบ้าน

1.เตรียมพร้อมพ่อแม่ เทคนิคหลักสร้างผลสำเร็จ

การเลี้ยงลูกนอกบ้านวันละ 60 นาที จะไม่เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อตัวลูกเลยค่ะ การจัดการตารางงานให้เสร็จก่อนที่จะใช้เวลา คุณภาพร่วมกับลูกเป็นสิ่งสำคัญ การเตรียมพร้อมทางสภาพจิตใจและอารมณ์ เพื่อให้เกิดความราบรื่นระหว่างกิจกรรม ที่ สำคัญ การลดใช้โทรศัพท์ของพ่อแม่ระหว่างกิจกรรมก็เป็นเรื่องที่ต้องวางแผนเช่นกันค่ะ

2. ค่อยๆ ลดเวลาหน้าจอ

การหักดิบลูกไม่ให้เล่นมือถือก็คงเป็นเรื่องยากสำหรับหลายๆ ครอบครัว ลองค่อยๆ ลดเวลาที่ลูกจะอยู่กับหน้าจอลงค่ะ  จากนั้นให้คุณพ่อคุณแม่แทรกตัวเองเข้าไปแทนที่มือถือ แล้วชวนลูกเล่น พูดคุย สร้างบทสนทนาในหัวข้อที่ลูกสนใจที่สำคัญพ่อแม่ต้องการจัดตัวเองด้วยการไม่หยิบยื่นมือถือให้ลูกหรือลดการใช้มือถือเวลาอยู่กับลูกนะคะ

3. หลากหลายบรรยากาศพ่อแม่สร้างได้

ไม่ใช่เด็กทุกคนที่ชอบออกไปสนุกนอกบ้านฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องซ้อมเปลี่ยนบรรยากาศให้ลูกค่ะ เริ่มต้นจากพื้นที่รอบ บ้าน ลองพากันกางเต้นที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ชวนกันดูดาวบนท้องฟ้า หรือปิ้งบาบีคิวกินกันในครอบครัว เมื่อลูกเริ่มสนุกและคุ้นเคยกับบรรยากาศการได้อยู่นอกบ้าน ก็ลองเปลี่ยนทุกวันหยุดสุดสัปดาห์สิ้นเดือน พาลูกออกไปกางเต้นนอนดูดาวที่ เขาใหญ่ หรือต่างจังหวัดที่มีธรรมชาติสวยๆ กันค่ะ

4. แทคทีมกับเพื่อน เติมความสนุก

เพื่อนวัยเดียวกันจะทำให้การเลี้ยงลูกนอกบ้านง่าย และสนุกขึ้นค่ะ เพราะเมื่อเด็กๆ เขาได้ออกไปทำกิจกรรมที่ชอบด้วยกัน ไม่ว่าจะเล่นกีฬา เที่ยวสวนสัตว์ ไปท้องฟ้าจำลอง หรือเรียนรู้ผ่านธรรมชาติ ฯลฯ เด็กจะรู้สึกว่ามีคนที่สนใจในแบบเดียวกัน มาเล่นและเรียนรู้ไปด้วยกันและสนุกกับการอยู่นอกบ้านมากขึ้นค่ะ

เลี้ยงลูกนอกบ้าน

5. สังเกตและช่วยลูกเลือกกิจกรรมที่ลูกชอบ

คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มสังเกตุและช่วยลูกเริ่มต้นเลือกหรือทำกิจกรรมที่ลูกสนใจแล้วเพิ่มเติมรายละเอียดหรือทักษะที่อยากให้ลูกมีผ่านกิจกรรม บางครั้งกิจกรรมที่เด็กเลือกอาจมีคราบเลอะเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ค่ะ เพราะคราบเลอะสกปรกสามารถซักล้างออกไปได้ แต่ประสบการณ์การเรียนรู้ที่ลูกได้จากสิ่งที่เขาชอบได้ลงมือทำจริงนั้นมีคุณค่ามากกว่า สามารถนำไปต่อยอดการเรียนรู้ในอนาคตให้กับเด็กๆ ได้ค่ะ

6. เช็กสภาพอากาศ และร่างกายลูกต้องพร้อม

การเช็กสภาพอากาศก่อนพาลูกออกบ้านเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ เพราะถ้าออกไปในวันที่ฝนตก อาจจะต้องเตรียมร่มเพิ่ม หรืออากาศร้อนจะได้เตรียมน้ำเพิ่มเคล็บลับง่ายๆ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ให้ทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ทีนี่ไม่ว่าจะร้อน ฝน หนาวสุขภาพของลูกก็จะแข็งแรง ไม่เป็นอุปสรรคในการพาลูกออกเรียนรู้ เที่ยว เล่นสนุกนอกบ้านแล้วค่ะ

7. เตรียมพร้อมก่อนออกเดินทาง

การวางแผนการเดินทางมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดอาการหงุดหงิดของเด็ก ที่ต้องเจอสภาพรถติดเป็นเวลานาน หากลูกต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้า หรือ รถสาธารณะ อาจต้องเตรียมรองเท้าที่ใส่สบาย หรือเพิ่มการสื่อสารให้เข้าใจว่าลูกจะต้องเจออะไรที่คาดเดาได้ ก่อนออกเดินทางจะช่วยทำให้ลูกเข้าใจและลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางได้

8. ค่อยๆ เพิ่มเวลาวันละ 60 นาที

การเลี้ยงลูกนอกบ้านสำหรับครอบครัวที่ลูกเพิ่งเริ่มวัย 1 ขวบขึ้นไป การพาออกไปอยู่นอกบ้านควรเริ่มจาก 30 นาที 45 นาที 60 นาที เป็นต้น ค่อยๆ เพิ่มเวลาทีละนิดจนลูกคุ้นชินกับการอยู่บ้าน เขาก็จะไม่งอแงอยากกลับบ้านตลอดเวลา โดยเฉพาะถ้าลูกออกไปทานข้าวนอกบ้าน ที่ร้านอาหาร ฯลฯ เขาก็จะอยู่ในนานขึ้นไม่ป่วนให้เสียบรรยากาศค่ะ

เลี้ยงลูกนอกบ้านวันละ 60 นาที ไม่ใช่เรื่องยากค่ะ แต่จะยากที่การเริ่มต้นเอาทฤษฎีไปปรับใช้ คุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้ลูกออกไปเล่นสนุก เรียนรู้นอกบ้าน ลองนำเอา เทคนิคที่แนะนำให้ทั้งหมดนี้ลองไปปรับใช้กับลูกๆ กันนะคะ เพราะการพาลูกออกนอกบ้านเร็วเท่าไหร่ ก็เท่ากับเป็นการเปิดโลกกว้าง เปิดมุมมองใหม่ๆ ให้ลูกได้เร็วเท่านั้น ที่สำคัญยังเป็นการเสริมสร้างพัฒนาการ กระตุ้นทักษะรอบด้านให้กับ ลูก ได้เติบโตขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและศักยภาพค่ะ

สนับสนุนเรื่องยิ่งเลอะ ยิ่งเยอะประสบการณ์ให้ลูก คลิก บรีสoutdoorlearning  

เลี้ยงลูกนอกบ้าน

 

เครดิต :  https://www.thaipost.net/main/detail/37941

www.thaihealth.or.th  , www.who.int  , aboutmom.co 

www.independentschoolparent.com

สัมผัสรักจากแม่

เทคนิคการสร้างสายใยรักแม่ลูกจากการสัมผัส

สัมผัสรักจากแม่ ที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน น่าทะนุถนอม ช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยทุกครั้งที่ได้รับการสัมผัสจากแม่ และเพื่อให้ลูกเติบโตมีพัฒนาการที่ดี เรามีเทคนิคการสร้างสายใยรักระหว่างคุณแม่กับลูกน้อย ด้วยการสัมผัสมาแนะนำกันค่ะ

สัมผัสรักจากแม่

สัมผัสรักจากแม่ พลังรักพิเศษที่แม่มอบให้ลูกน้อย

ลูกน้อยตั้งแต่แรกคลอดต้องการการทะนุถนอมเป็นอย่างมาก และคนที่จะดูแลใกล้ชิดลูกน้อยมากที่สุดก็คือ “แม่” คนเป็นแม่จะมีพลังรักพิเศษที่ “ลูก” เท่านั้นถึงจะสัมผัสได้ แม่คือผู้เต็มไปด้วยความอ่อนโยน ความอบอุ่น นุ่มนวล รู้สึกปลอดภัย การมอบสัมผัสแรกที่เต็มไปด้วยความรักให้กับลูกน้อยตั้งแต่แรกคลอดจึงจำเป็นมากค่ะ

การสัมผัสอย่างแรกที่แม่ทุกคนมอบให้ลูกน้อย คือการให้นมแม่ ที่เป็นสุดยอดอาหารสำหรับลูกวัยทารก น้ำนมแม่ครบถ้วนไปด้วยคุณค่าสารอาหารที่มีประโยชน์ ช่วยให้ลูกน้อยเติบโตสมวัย มีพัฒนาการด้านร่างกายสมบูรณ์ พัฒนาการสมอง และสติปัญญา นอกจากนี้การสัมผัสจากสิ่งต่างๆ รอบตัวก็เป็นส่วนสำคัญไม่ว่าจะอุปกรณ์ของใช้ต่างๆ แม่จะคัดสรรเป็นอย่างดี ต้องปลอดภัยกับลูกน้อยเท่านั้น ยิ่งโดยเฉพาะกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวพรรณของลูกนั้นต้องเลือกสรรเป็นพิเศษ และแม่ต้องคิดแล้วว่าเหมาะกับลูกที่สุด ต้องไม่มีสารอันตรายที่ทำร้ายผิวลูก อย่าง กูลเตน , สาร SLS , พาราเบน , ซิลิโคน , สีสังเคราะห์

 

เทคนิคการสร้างสายใยรักแม่ลูกจากการสัมผัส

รู้ไหมคะว่าการสร้างสายใยรักระหว่างแม่ลูก สามารถทำได้ง่ายๆ ทุกวันด้วยการสัมผัสค่ะ  D-nee Organic ผลิตภัณฑ์เด็กสูตรอ่อนโยนเพื่อเด็กแรกเกิด ที่จะช่วยเติมเต็มให้ช่วงเวลาพิเศษระหว่างคุณแม่กับลูกน้อยได้มีความสุขกันมากยิ่งขึ้น

สัมผัสรักจากแม่

1. ช่วงเวลาอาบน้ำ

ช่วงเวลาอาบน้ำ เป็นช่วงเวลาที่คุณแม่จะได้สัมผัสและใกล้ชิดลูกน้อยมากในทุกวัน มีเทคนิคอย่างหนึ่งที่จะให้ลูกน้อยมีความสุขกับการอาบน้ำ ไม่ร้องงอแง คือให้คุณแม่หยอกล้อเล่นกับลูก เล่นฟองสบู่อาบน้ำ หรือหาของเล่นอย่าง หนังสือลอยน้ำ ตุ๊กตาเป็ดน้อย ลูกบอลยางเล็กๆ ฯลฯ ให้ลูกจับ ถือโยนเล่น ทำให้ลูกน้อยสนุก อารมณ์ดีไปกับการอาบน้ำ แล้วก็ยังช่วยกระตุ้นพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กให้แข็งแรงขึ้นด้วยค่ะ ซึ่งการเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน จะเป็นตัวช่วยคุณแม่ได้อย่างดี ให้คุณแม่สะดวกขึ้น สบู่เหลวอาบน้ำ และสระดีนี่ออร์แกนิค ฟอร์นิวบอร์น มีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติถึง 7 ชนิด ทำความสะอาดผิวและผมอย่างอ่อนโยน มีมอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยเคลือบผิวปกป้องผิว และผมลูกน้อยให้นุ่มลื่น สูตรล้างออกง่าย มีกลิ่นหอมอ่อนๆ แค่นี้ก็ทำให้ลูกน้อยอารมณ์ดี สบายตัวไปตลอดทั้งวันแล้วค่ะ

สัมผัสรักจากแม่

2. ช่วงเวลาผ่อนคลาย

การนวดตัวให้ลูกน้อยเป็นการสัมผัสรักที่ส่งมอบความรักของแม่สู่ลูกน้อยได้ดีอีกวิธีหนึ่งเลยค่ะ การนวดตัวจะทำให้ลูกน้อยอารมณ์ดี สบายตัว ช่วยกระตุ้นให้ระบบการหมุนเวียนของเลือดรวมถึงออกซิเจนในร่างกายให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การนวดหน้าอกลูกน้อยเบาๆ เป็นเทคนิคหนึ่งที่ส่งเสริมช่วยให้ปอด หัวใจทำงานได้ดี ช่วยให้หายใจได้อย่างโล่งสบาย การวางมือนวดหน้าอกลูกน้อย ให้คุณแม่ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้าง ลูบไล้จากบริเวณกลางหน้าอก แยกมือออกจากกัน ไปทางด้านข้างของลำตัว แล้วให้สองมือลงมาบรรจบกันที่กลางท้องน้อย ท่านวดจะเหมือนการวาดรูปหัวใจค่ะ การใช้เบบี้ออยล์นวดตัวให้ลูกน้อย จะทำให้ผิวลูกน้อยได้รับการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นไปด้วย ซึ่งดีนี่ เบบี้ออยล์ ออร์แกนิค ฟอร์นิวบอร์น เบบี้ออยล์ใสบริสุทธิ์ สูตรอ่อนโยนพิเศษสำหรับทารก ซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ มีสารสกัดจากดอกคาโมมายล์ น้ำมันดอกทานตะวัน อโลเวล่า อ่อนโยนสำหรับใช้นวดตัว หรือผสมน้ำอาบให้ลูกน้อย

สัมผัสรักจากแม่

3. ช่วงเวลาถนอมผิว

การปกป้องผิวและการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวลูกน้อยหลังจากอาบน้ำเสร็จ หรือในระหว่างวันที่อยากให้ลูกสดชื่น สบายผิว ผิวนุ่มลื่น การทาโลชั่นหรือแป้งเนื้อโลชั่นเป็นตัวช่วยที่ดีมากๆ ค่ะ สำหรับคุณแม่ที่มีลูกอยู่ในวัยทารก เลือกเป็นแป้งเนื้อโลชั่นจะสะดวกและเหมาะมากๆ อย่าง ดีนี่แป้งเด็กเนื้อโลชั่น ออร์แกนิค ฟอร์นิวบอร์น แห้งสบายเหมือนทาแป้ง และยังช่วยให้ผิวลูกน้อยเนียนนุ่ม ชุ่มชื้นเหมือนทาโลชั่นช่วยลดผดผื่นด้วยอะลันโทอิน คุณแม่ไม่ต้องกังวลเรื่องฟุ้งกระจายของแป้ง ซึมซาบเร็วปลอดภัยและอ่อนโยนด้วยสารสกัดจากธรรมชาติถึง 7 ชนิด

สัมผัสรักจากแม่

ช่วงเวลาพิเศษที่แม่กับลูกได้อยู่ด้วยกันแบบนี้เป็นการเสริมสร้างสายใยรักระหว่างแม่ลูกได้ดีมากๆ ค่ะ เพราะไม่ว่าจะอาบน้ำ นวดตัวลูก เล่นกับลูก ฯลฯ เป็นสัมผัสรักจากแม่ที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน มีความบริสุทธิ์ แม่ลูกได้มองตา ได้สัมผัสกัน ส่งความรัก ความห่วงใย ก่อเกิดความอบอุ่นทั้งกาย และใจที่มีให้กันของแม่ลูก ช่างเป็นช่วงเวลาที่อิ่มเอมเต็มไปด้วยความสุขล้นจริงๆ ค่ะ

สัมผัสรักจากแม่

เมื่อถึงวัยที่ลูกเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ คุณแม่อาจทำได้แค่มองดูและเป็นกำลังใจให้ลูกอยู่ข้างๆ เท่านั้น ในวันที่ลูกน้อยยังเล็กอยู่มาทำให้ทุกช่วงเวลาให้มีความพิเศษ และมีความหมาย ด้วยการมอบสัมผัสรักจากแม่ให้กับลูกน้อย เพื่อเป็นการสร้างความทรงจำที่ดีของคุณแม่คุณลูกไปด้วยกันนะคะ

สัมผัสรักจากแม่

 

แสดงแบบ : คณแม่ชิดชนก ธรรมมารักษ์ และ น้องมาวิน ธรรมมารักษ์

วิธีทำความสะอาดลูกน้อย

เทคนิคเช็ดทำความสะอาด จุดอ่อนไหวให้เบบี๋น้อย

สำหรับคุณแม่มือใหม่ การทำความสะอาดจุดบอบบาง ให้ลูกน้อยวัยทารกเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ และเลือกอุปกรณ์ที่ใช้อย่างดีที่สุด เพราะการทำความสะอาดจุดต่างๆ จะต้องมีความพิถีพิถัน ระมัดระวังให้มาก เพราะจะส่งผลต่อสุขอนามัยและความปลอดภัยของลูกน้อย ซึ่งหากคุณแม่ทำได้ดี ลูกก็จะสุขภาพดี และปลอดภัยจากโรคร้ายและการติดเชื้อ ดังนั้นเราจึงขอนำเสนอเทคนิคการเช็ดทำความสะอาดจุดอ่อนไหวต่างๆ ของลูกน้อยที่ต้องใส่ใจ พร้อมกับการเลือกสำลีทำความสะอาดที่อ่อนโยนปลอดภัยต่อลูกวัยทารก

วิธีทำความสะอาดเด็กแรกเกิด

 

วิธีทำความสะอาดเด็กแรกเกิด  : เตรียมอุปกรณ์ให้สะอาดปลอดภัยที่สุด

1. เลือกสำลีที่บริสุทธิ์อ่อนโยน ปลอดภัย ไร้สารเคมี

คุณแม่ควรเลือกสำลีที่ผลิตจากฝ้ายธรรมชาติบริสุทธิ์ 100% มีผิวสัมผัสนุ่ม อ่อนโยน เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวของลูกน้อยทารกที่บอบบาง ต้องระคายเคืองและแพ้ สำลีต้องมีความเหนียวแน่น ซึมซับได้ดี ไม่เป็นขุยเพราะหากเป็นขุยจะทำให้ติดค้างที่ผิวหนังของลูกได้ สำลีต้องมีความปลอดภัยจากสารเคมีต่างๆ ปราศจากใยสังเคราะห์ สารเรืองแสงสารฟอกขาว เพราะหากใช้สำลีที่มีสารเคมีตกค้าง อาจทำให้สารอันตรายติดที่ผิวหนังหรือดวงตา จนเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้ เลือกสำลีที่ได้รับการยอมรับและมีมายาวนาน เพื่อความมั่นใจ ในการใช้งานกับลูกน้อยและครอบครัว

วิธีทำความสะอาดเด็กแรกเกิด

 

2. ใช้สำลีให้เหมาะสมกับการทำความสะอาดบริเวณอวัยวะต่างๆ

นอกจากความปลอดภัยของสำลีที่คุณแม่ต้องตระหนักแล้ว สำลีที่ใช้ทำความสะอาดลูกน้อย ควรต้องเลือกใช้ให้ถูกประเภทด้วย เพราะลูกน้อยมีรูปร่างที่เล็กนิดเดียวและยังมีซอกเล็กซอกน้อยที่อาจทำความสะอาดไม่ทั่วถึงจึงควรเลือกสำลีที่เหมาะสมกับการเช็ดในส่วนต่างๆ ของลูกวัยทารก เช่น ใช้สำลีแผ่นหรือสำลีก้อน สำหรับเช็ดดวงตา ใช้สำลีพันก้านหรือคอตต้อนบัดเช็ดใบหูและสะดือลูก นอกจากนี้หากคุณแม่เลือกสำลีที่สะอาด ปลอดภัย ผ่านการฆ่าเชื้อถึง 2 ครั้ง จะช่วยป้องกันแบคทีเรียที่เกิดขึ้นจากความชื้น และ ทำความสะอาดตามซอกรอบร่างกายลูกได้ดี

วิธีทำความสะอาดเด็กแรกเกิด

 

3. เตรียมน้ำต้มสุก อุปกรณ์ที่สะอาด และล้างมือก่อนเสมอ

อีกเรื่องสำคัญคือ การเตรียมน้ำเพื่อทำความสะอาดลูก ซึ่งควรเป็นน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว หรือหากไม่สะดวกก็ต้องมั่นใจว่าน้ำที่ใช้สะอาดจริงๆ  จากนั้นใส่น้ำในภาชนะที่ผ่านการทำความสะอาดแล้ว พร้อมกับคุณแม่ต้องล้างมือตัวเองก่อนทำความสะอาดลูกน้อยเสมอ

 

“เริ่มทำความสะอาดเบบี๋”

วิธีทำความสะอาดเด็กแรกเกิด

 

เช็ดรอบดวงตา อุปกรณ์ : สําลีก้อน หรือสำลีแผ่น

  1. จัดเบบี๋ให้อยู่ในท่านอนหงาย
  2. ใช้สําลีก้อนหรือสําลีแผ่นชุบน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว บีบให้หมาด เช็ดจากหัวตาไปหางตา ไม่เช็ดย้อนไปย้อนมา
  3. หากจะเช็ดซ้ำอีกเพื่อให้หมดคราบขี้ตาของลูก ให้เปลี่ยนสําลีใหม่

 

วิธีทำความสะอาดเด็กแรกเกิด

เช็ดอวัยวะเพศคุณหนู  อุปกรณ์ : สําลีแผ่น หรือสำลีม้วน ดึงให้เพียงพอต่อการใช้ (เพราะมีพื้นที่ในการทำความสะอาดมาก)

  1. เริ่มต้นเช็ดบริเวณใต้สะดือของลูกให้ทั่ว
  2. สำหรับลูกชายใช้มือข้างที่ไม่ถนัดค่อยๆ รูดหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศลง อย่างเบามือจนเห็นรูเล็กๆ ที่ปลายองคชาต (ปลายท่อปัสสาวะ) แล้วใช้อีกมือจับสำลีชุบน้ำบิดหมาดๆ เช็ดให้ทั่ว แล้วเปลี่ยนสําลีแผ่นใหม่ เช็ดบริเวณลูกอัณฑะให้สะอาดเกลี้ยงเกลา
  3. สำหรับลูกสาว เริ่มเช็ดจากด้านในก่อนอย่างรวดเร็ว เช็ดจากบนลงล่างทั้งซ้ายและขวา แล้วเปลี่ยนสําลีแผ่นใหม่เช็ดด้านนอกที่บริเวณแคมเล็กๆ ทั้งสองข้างซ้ายและขวา
  4. หลังจากนั้นให้เปลี่ยนสําลีแผ่นใหม่ เช็ดบริเวณขาหนีบและข้อพับของลูกให้ทั่ว ควรทําอย่างนุ่มนวลแต่รวดเร็ว
  5. เสร็จแล้วเปลี่ยนสําลีแผ่นใหม่ เช็ดบริเวณร่องก้น โดยเช็ดจากด้านบนลงล่าง แล้วตามด้วยการใช้สำลีแห้งเช็ดให้แห้งสะอาด อย่าให้มีความชื้นเหลืออยู่ เพราะจะทำให้เกิดการอับชื้นและสกปรกได้

 

วิธีทำความสะอาดเด็กแรกเกิด

เช็ดใบหูลูกรัก อุปกรณ์ : สำลีพันก้านหรือคอตต้อนบัด , สำลีแผ่น 

 

  1. ใช้คอตต้อนบัด เลือกขนาดที่พอดีกับรูหูของลูกหรือใหญ่กว่า ค่อยๆ เช็ดจากบริเวณใบหูด้านในออกมาจนถึงบริเวณใบหูด้านนอก ไม่ล้วงเข้าไปในรูหูของลูก
  2. บริเวณด้านหลังใบหูสามารถใช้สําลีแผ่น เช็ดทําความสะอาดเบาๆ หลังการอาบน้ำได้ หากพบว่าบริเวณหลังหูเป็นเมือกๆ หรือขุยขาวๆ ให้ใช้สำลีแผ่นหรือผ้าอ้อมเช็ดทำความสะอาดเบาๆ

 

เช็ดสะดือหนูน้อย อุปกรณ์ : คอตต้อนบัด,แอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ หรือน้ำยาที่ทางโรงพยาบาลให้มา

  1. หากสะดือลูกยังไม่หลุด ให้ใช้แอลกอฮอล์หรือน้ำยาเทลงบนปลายคอตต้อนบัดพอชุ่ม แล้วจับที่ปลายสะดือลูกยกขึ้น จากนั้นใช้สำลีเช็ดบริเวณโคนสะดือลูกให้รอบ โดยเช็ดวนให้รอบจากด้านในออกด้านนอก และเปลี่ยนคอตต้อนบัดชุบน้ำยาใหม่เช็ดจากล่างขึ้นบน (จากโคนสะดือถึงปลายตัด) แล้วใช้คอตต้อนบัดแห้งเช็ดให้แห้งอีกครั้ง
  2. หากสะดือเจ้าตัวน้อยหลุดแล้ว ให้สังเกตก่อนว่าลักษณะสะดือแนบไปกับผิวหน้าท้องของลูกหรือนูนออกมา
  3. หลังจากนั้นใช้คอตต้อนบัดชุบน้ำต้มสุกเช็ดทําความสะอาดรอบสะดือ แล้วใช้คอตต้อนบัดแห้งเช็ดเพื่อให้สะดือแห้ง  ป้องกันการติดเชื้อ

 

วันแม่

รวมโมเม้นท์สุดซึ้ง 10 ดาราฉลอง วันแม่ ปีแรก!

ปีแรก..ในฐานะ “แม่” จะมีดาราคุณแม่มือใหม่คนไหนบ้าง ที่ได้เลื่อนตำแหน่งจากลูก เป็น “แม่” กับโมเม้นท์สุดซึ้งใน วันแม่ ปี 2019 นี้ ตามมาดูกันค่ะ

รวมโมเม้นท์สุดซึ้ง 10 ดาราฉลอง วันแม่ ปีแรก!

อาจเรียกได้ว่า “วันเกิดของลูก คือ วันแม่ ของคุณผู้หญิงทุกคน” ซึ่งช่วงที่ผ่านมาก็มีเหล่าบรรดา ดาราสาวสวยหลายคนเป็นคุณแม่มือใหม่ มีสมาชิกใหม่มาให้ชุ่มชื่นหัวใจ  เติมเต็มความรักเกินร้อย ว่าแต่จะมีดาราคุณแม่มือใหม่คนไหนบ้าง ที่ได้ เลื่อนตำแหน่งจากลูก เป็น “แม่” ฉลอง วันแม่ ด้วยภาพสุดประทับใจกับลูกน้อยเป็นปีแรก  Amarin Baby & Kids ได้รวบรวมความน่ารักมาให้ชมกันค่ะ

มากันที่คุณแม่คนแรก นั่นก็คือ “แม่บุ้ง สะธี” กับ “น้องบุญ” ซึ่งคุณแม่บุ้งก็ได้โพสต์ข้อความเป็นกำลังใจให้กับคุณแม่ทุกคนใน IG ด้วยนะคะ

 

♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

 

และคุณแม่คนที่ 2 ที่ได้เลื่อนตำแหน่งจากลูก เป็น “แม่” ก็คือ “แม่อีฟ พุทธธิดา” กับ “น้องมีบุญ”

https://www.instagram.com/p/B0R8q72BdJ9/

https://www.instagram.com/p/B1GgrtHBz5t/

 

 

♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

 

ต่อด้วยคุณแม่สุดสวยคนที่ 3 ก็คือ “แม่บัว สโรชา” กับลูกแฝด “น้องวายุ และน้องวาตะ”

https://www.instagram.com/p/B1EQ8R7H_D3/

https://www.instagram.com/p/BzcYcO5HzMG/

 

 

♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

 

มากันที่คุณแม่มือใหม่คนที่ 4 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาวสวยที่มีดีกรีเป็นถึงนางงาม นั่นคือ “แม่เมญ่า” กับ “น้องเบฬิน”

https://www.instagram.com/p/B1C-EiXHATC/

https://www.instagram.com/p/B1EXho0H14u/

 

 

♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

 

ส่วนคุณแม่มือใหม่คนที่ 5 ที่เห่อลูกสุดๆ นั่นคือ “แม่หนูเล็ก” กับ “น้องวิน”

https://www.instagram.com/p/B1Acyz7BE-c/

 

 

ดูต่อ “โมเม้นท์สุดซึ้งของอีก 5 ดารากับปีแรกในฐานะแม่” คลิกหน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย

เคล็ด(ไม่)ลับ กู้ !! “ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย” ให้กลับมาสวยสุขภาพดี

ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย เป็นปัญหาหนักใจของคุณแม่หลายๆ คนเลยค่ะ เพราะหลังจากมีลูกก็ไม่ค่อยมีเวลาได้ดูแลบำรุง   ปรนนิบัติผิวกันสักเท่าไหร่ แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้แล้วค่ะ เป็นแม่มีลูกก็ต้องสวยจะปล่อยให้ผิวโทรมไม่ได้เด็ดขาด ฉะนั้นมาดูแลฟื้นฟูผิวเสียแห้งกร้านให้กลับมาสุขภาพดีพร้อมกันค่ะ

 

ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย สาเหตุ 

มีคุณแม่และสาวๆ ถามกันมามากว่าทำไมถึงมีปัญหา ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย เป็นเพราะอะไร แล้วจะดูแลให้ความชุ่มชื้นผิว กลับมามีสุขภาพดีได้ยังไงบ้าง ฉะนั้นเพื่อจะได้ดูแลบำรุงแก้ปัญหาผิวกันได้อย่างถูกจุด เรามาดูสาเหตุที่ทำให้เกิด ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย กันก่อนค่ะ

ผิวแห้ง มีสาเหตุเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยค่ะ ไม่ว่าจะมาจาก สภาพอากาศ (ร้อน หนาว) , การอาบ-แชร์น้ำอุ่น น้ำร้อน ,  การขัดผิวทุกวัน , การใช้สบู่ ครีมอาบน้ำที่ดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว ฯลฯ  ซึ่งอาการของผิวแห้งที่จะ สังเกตได้ด้วยตัวเองก็คือ ผิวดูหยาบกร้าน ผิวลอกเป็นขุยๆ คันตามผิว หรือหลังอาบน้ำเสร็จผิวจะตึงๆ เป็นต้น

ผิวแพ้ง่าย ในผู้ใหญ่สาเหตุหลักๆ มีอยู่ 2 ปัจจัยที่มักก่อให้เกิดปัญหาผิวแพ้ง่าย อย่างแรกมาจากอายุผิวที่มากขึ้นทำ โครงสร้างผิวอ่อนแอลง ยิ่งถ้าไม่ค่อยได้บำรุงดูแลผิวก็จะทำให้ผิวค่อยๆ อ่อนแอลง ผิวเกิดการระคายเคืองได้ง่าย เป็นผื่น  เกิดสิว ใช้ผลิตภัณฑ์อะไรจากที่ไม่เคยมีอาการแพ้ก็แพ้ขึ้นมาง่ายๆ ค่ะ

สำหรับสาเหตุต่อมาเกิดจากสิ่งเร้าภายนอกที่ส่งผลให้มีปัญหาผิวแพ้ คือ สภาพอากาศ หรือในเรื่องของการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว โฟมล้างหน้า สบู่ ครีมอาบน้ำที่อาจมีส่วนผสมบางอย่างทำลายสมดุล pH ของผิวจนทำให้ผิวระคายเคือง ไวต่อการแพ้ อักเสบค่ะ

ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย

วิธีฟื้นฟูผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ให้กลับมามีสุขภาพดี

การดูแลฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรงผิวสุขภาพดี นุ่ม ชุ่มชื้น สิ่งสำคัญที่อยากให้คุณแม่เริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้เลยก็คือ…

  1. การดื่มน้ำเปล่าต่อวันให้มากขึ้น อย่างน้อย 8-10 แก้ว (1.5- 2 ลิตร)/วัน การรักษาสมดุลน้ำในร่างกายจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน แนะนำว่าควรงด เลิกเครื่องประเภท ชา กาแฟ หรือแฮลกออล์นะคะ
  2. ทานอาหารที่มีประโยชน์ อาหารบำรุงผิวที่ดีมากๆ ก็เช่น อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง มีวิตามินซี วิตามินอี ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบของผิว ไม่ว่าจะเป็นปลาทะเลต่างๆ (ปลาแซลมอล ปลาแมคเคอเรล ปลาซาดีล ปลาทูน่า) ชาเขียว(ชงธรรมชาติ) มะเขือเทศ ฟักทอง แครอท บร็อกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง ส้ม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ถั่วต่างๆ อะโวคาโด้ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ นมจืด เป็นต้น
  3. พักผ่อนนอนหลับให้ได้ 6-8 ชั่วโมง ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 2-3 วัน แนะนำการบริหารอย่าง โยคะ ว่ายน้ำ วิ่ง (ช่วงเช้าๆ ผิวจะได้ไม่ถูกทำร้ายจากแสงแดด)
  4. เติมความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณทั่วเรือนร่างด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ ข้อนี้ก็สำคัญไม่แพ้ข้อ 1-3 เลยค่ะ ทุกครั้งที่อาบน้ำ เสร็จคุณแม่ควรทาบำรุงผิวด้วยครีม โลชั่นที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ เพราะจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น นุ่ม ไม่แห้ง กร้าน เมื่อผิวไม่แห้ง ผิวก็จะไม่คันระคายเคือง สภาพผิวที่แข็งแรงขึ้นผิวก็จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการแพ้ด้วยค่ะ

ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่ายที่เกิดขึ้น คุณแม่อาจกังวลจนไม่กล้าใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวต่างๆ เพราะเกรงว่าใช้แล้วจะไปก่อให้เกิดการแพ้ระคายเคืองมากยิ่งขึ้น จึงแนะนำเป็น Physiogel Soothing Care A.I cream ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว ช่วยฟื้นฟูผิวแห้ง แดง คัน ระคายเคืองได้ดีมากๆ ค่ะ Physiogel Soothing Care A.I cream ไม่มีสารเคมีรุนแรง เช่น น้ำหอม สี และสารกันเสีย(Paraben) จึงเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผิวแห้งแดงคัน ที่สำคัญคือ Physiogel Soothing Care A.I cream เป็นครีมที่มีความอ่อนโยนต่อผิวมาก นอกจากจะใช้กับผิวของแม่แล้ว แม้แต่ผิวของเด็กๆ ก็ใช้ได้อย่างอ่อนโยนปลอดภัยเช่นกันค่ะ คือถ้าจะมองหาผลิตภัณฑ์ดูแลบำรุงผิวสำหรับคุณแม่คุณลูกที่ใช้ด้วยกันได้เลยก็ต้อง Physiogel นี่แหละค่ะ ยิ่งตอนนี้ยังมีสูตรโลชั่น ที่ให้เนื้อสัมผัสเบาบางมากๆ เหมาะสำหรับใช้ดูแลผิวกายคุณแม่และลูกน้อยค่ะ

ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย

ทำไม Physiogel Soothing Care A.I. cream จึงดีกับผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย

อย่างที่บอกไปค่ะว่าไม่มีส่วนผสมของสารเคมีรุนแรงที่จะไปทำร้ายผิว ดังนั้นจึงมั่นใจได้เลยว่าอ่อนโยนต่อผิวจริงๆ คุณแม่ที่ใช้อะไรก็แพ้ถ้าได้ลองใช้ Physiogel Soothing Care A.I. cream แล้วจะถูกใจค่ะ Physiogel Soothing Care A.I. cream ช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรงสุขภาพดี เพราะมีไขมันจำเป็นที่ช่วยเสริมเกราะความชุ่มชื้นให้กับผิว มี PEA พาลมิตาไมด์ เอ็ม อี เอ(Palmitamide MEA) ช่วยลดปัญหาผิวแห้ง และระคายเคือง ช่วยลดอาการคันที่เกิดจากผิวแห้ง ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน

คุณแม่ หรือสาวๆ ที่มีปัญหาผิวอยู่ แต่ยังไม่เคยใช้ Physiogel Soothing Care A.I. cream แล้วมีความกังวลเล็กๆ ว่าจะใช้ได้ดีกับผิวตัวเองจริงหรือเปล่า แนะนำเป็นขนาดทดลอง 30 ml. ก่อนค่ะ

อยากให้ผิวพรรณแข็งแรง ไม่มีปัญหาผิวมากวนใจ คุณแม่อย่าลืมนำวิธีฟื้นฟูดูแลบำรุงผิวที่แนะนำให้ไปลองใช้กันนะคะ เป็นแม่ผิวต้องสวย สุขภาพดี ไม่โทรมนะคะ 

ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย

แมลงเข้าช่องคลอด

แมลงเข้าช่องคลอด แม่แชร์เตือน! มีลูกสาวต้องระวัง

แมลงเข้าช่องคลอด ในเด็กผู้หญิงวัย 5 ขวบ จนมีเลือดไหลออกมาจากช่องคลอด และช่องคลอดมีกลิ่น แม่โพสต์เตือนควรใส่กางเกงในให้ลูกตลอดเวลา

แมลงเข้าช่องคลอด แม่แชร์เตือน! มีลูกสาวต้องระวัง

🌟🌟คุณแม่ว่างแล้วคะ🌟🌟
สาเหตุที่น้องเข้าโรงพยาบาล⏩น้องมีเลือดไหลออกมาจากช่องคลอดคะ ช่องคลอดมีกลิ่น
ซึ่งเด็กแค่อายุ 5 ขวบไม่น่าจะมีเลือดไหลได้
⏩น้องไม่มีอาการไข้ ไม่ซึม ไม่มีอาการอะไรที่บ่งบอกจะเป็นโรค น้องบอกแค่เจ็บแต่ทนได้
⏩พ่อกับแม่น้องพาไปหาหมอ
⏩⏩คุณหมอจะต้องวางยาสลบและตรวจช่องคลอด เข้าไป 6 ชั่วโมงเต็มๆคะ (คุณแม่นั่งรอจนรากงอกไปเลยคะ)
⏩⏩ผลปรากฏว่ามีแมลงอะไรก็ไม่ทราบได้ เข้าไปอยู่ในช่องคลอดของน้อง เอาออกมาได้หมดเรียบร้อยคะ
☑️☑️ฝากเตือนคุณแม่ที่มีลูกสาวให้ระวัง ใส่กางเกงชั้นในให้ลูกตลอดนะคะ เพราะมันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ตลอดเวลา 🙏🙏🙏
ปล. น้องใส่กางเกงในตลอดเลยนะคะ ไม่ว่าจะเข้านอน หรือเวลากลางวัน

โพสต์เตือนภัยจากคุณแม่ Pannipa Sasanthia ที่ได้โพสต์อุทาหรณ์ของลูกสาวที่อยู่ในวัย 5 ขวบนี้ ล่าสุด นายสุรัตน์ วัชรทอง พ่อของเด็กหญิงวัย 5 ขวบ ได้เผยว่า

ช่องคลอดมีเลือดไหล
ช่องคลอดมีเลือดไหล

ก่อนหน้านี้ลูกสาวได้บอกว่าคันบริเวณอวัยวะเพศ รู้สึกเหมือนถูกมดกัด เมื่อแม่ของน้องได้ตรวจสอบดูก็ไม่พบอะไร ซึ่งลูกสาวมีอาการคันอยู่ประมาณ 3-4 วัน หลังจากนั้นก็เริ่มมีน้ำเหลืองและมีกลิ่นเหม็นออกมา เวลาผ่านไปตั้งแต่เริ่มมีอาการประมาณ 7 วัน ก็พบว่าที่กางเกงในของลูกสาวจะมีเลือดออกมาด้วย ทั้งที่ไม่มีอาการป่วย ไม่มีไข้ ยังร่าเริงปกติทุกอย่าง ลูกสาวบอกแค่ว่าเจ็บแต่ทนได้เท่านั้น

โดยหลังจากที่พบเลือดไหลออกจากช่องคลอดก็รีบพาลูกสาวไปหาหมอทันที ซึ่งหมอบอกว่ามีการรักษา 2 แบบ คือกินยาแก้อักเสบ และถ้ายังไม่หายก็จะต้องตรวจภายใน จากนั้นก็กลับมาบ้านและให้ลูกสาวกินยาแก้อักเสบได้เพียงวันเดียว แต่ยังคงมีเลือดออกอยู่และออกมากขึ้นกว่าเดิม จึงตัดสินใจพาลูกกลับไปตรวจอีกภายในตามที่หมอแนะนำ หลังจากหมอใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ก็พบว่าสิ่งแปลกปลอมลักษณะคล้ายกับแมลงบางชนิดเข้าไปอยู่ภายในช่องคลอด จึงได้คีบออกมา หลังจากนำสิ่งแปลกปลอมดังกล่าวออกจากช่องคลอดแล้ว น้องก็ไม่มีเลือดไหลจากช่องคลอดและไม่มีอาการเจ็บอีก

ทั้งนี้ ตอนแรกที่เห็นลูกมีเลือดไหลออกจากช่องคลอดก็รู้สึกตกใจมาก เพราะคิดว่าลูกถูกกระทำทางเพศ แต่พอหมอตรวจอย่างละเอียด และพบว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมลักษณะคล้ายแมลง เข้าไปอยู่ในช่องคลอด ไม่ได้เกิดจากการกระทำชำเราก็รู้สึกโล่งใจ ส่วนที่นำเรื่องราวไปโพสต์ ก็เพราะอยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานที่ยังเล็กได้ดูแลอย่างใกล้ชิด หากพบมีอาการผิดปกติ ควรรีบพาไปให้แพทย์ตรวจในทันที ซึ่งสิ่งแปลกปลอมอาจจะมากับเสื้อผ้าที่เราซักแล้วนำไปตาก พอเอามาสวมใส่อาจจะไม่ทันได้สังเกต หรืออาจจะเป็นช่วงที่บุตรหลานไปเล่นตามสถานที่ต่าง ๆ ก็เป็นไปได้เช่นกัน

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก : https://www.amarintv.com/news-update/news-21662/411539/

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ วิธีป้องกันแมลงเข้าบ้าน

แอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ Lazada

แอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ Lazada ที่แม่ยุคใหม่ต้องมี !!

แอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ Lazada ที่อยากแนะนำให้คุณแม่แฟนเพจ Amarin Baby & Kids รวมถึงเพื่อนๆ ที่เป็นแม่ มือใหม่ได้รู้จักกันค่ะ แอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ Lazada ได้รวมดีลร้านค้าไว้มากถึง 100,000 ร้านค้าที่เป็นสินค้าแม่และเด็ก พิเศษสุดๆ กับ “Monday Mom Day” ดีลดีๆ ถูกใจคุณแม่ทุกวันจันทร์

 

แอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ Lazada ที่คนเป็นแม่ต้องมี

ครอบครัวที่มีลูกเล็ก เด็กโตไม่อยากให้พลาดเลยจริงๆ กับ แอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ Lazada เพราะเป็นแอพซื้อของ ออนไลน์ที่ช่วยให้ชีวิตคุณแม่สะดวก สบายมากขึ้น ยิ่งถ้าคุณแม่ที่ต้องทำงานด้วย เลี้ยงลูกไปด้วย เวลาที่ของกิน ของใช้ลูก  หมดก็มักจะไม่มีเวลาไปซื้อของเข้าบ้าน แต่ถ้ามีแอพพลิเคชั่น Lazada คุณแม่สามารถช้อปปิ้งเลือกซื้อสินค้าได้ทันที ทุกที่ ทุกเวลา สะดวกมากๆ ค่ะ

สำหรับลาซาด้าแอพพลิเคชั่นมีสินค้าแม่และเด็กให้เลือกซื้อมากกว่า 100,000 ร้านค้า คุณแม่สามารถช้อปสินค้าได้ตาม   ช่วงอายุ ตามประเภทสินค้า ที่จะแยกหมวดหมู่ให้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น

 

  • กลุ่มสินค้าช่วงตั้งครรภ์

ผลิตภัณฑ์บำรุงครรภ์(นมผง) อุปกรณ์เกี่ยวกับการให้นม(เครื่องปั๊มนม เครื่องนึ่งขวดนม) เครื่องแต่งกายสำหรับแม่ตั้งครรภ์    ผลิตภัณฑ์ดูแลบำรุงผิวพรรณ ฯลฯ

  • กลุ่มสินค้าช่วงเด็กแรกเกิด  

ผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ดูแลเสื้อผ้าลูก ชุดเครื่องนอน คาร์ซีท รถเข็นเด็ก เครื่องแต่งกาย ฯลฯ

  • กลุ่มสินค้าช่วงทารก

ผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ดูแลเสื้อผ้าลูก ชุดเครื่องนอน คาร์ซีท รถเข็นเด็ก เครื่องแต่งกาย กลุ่มผลิตภัณฑ์นมผง ฯลฯ

  • กลุ่มสินค้าช่วงเด็กเล็ก

ผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับเด็ก นมพร้อมดื่ม UHT ของลูก, เครื่องแต่งกายสำหรับเด็ก หนังสือเด็ก ฯลฯ

เรียกได้ว่า เป็นคู่มือที่เหมาะสำหรับคุณแม่มือใหม่มากๆ ค่ะ แล้วยิ่งตอนนี้มีแคมเปญสุดพิเศษสำหรับกลุ่มสินค้าแม่และเด็ก นั่นก็คือ “Monday Mom Day ดีลถูกใจแม่ทุกวันจันทร์” วันสำหรับแม่และเด็ก เพื่อให้คุณแม่สนุกกับการช้อปปิ้ง ได้สินค้าดี ราคาถูกใจ เพราะทางลาซาด้า แจกคูปองส่วนลดซื้อสินค้ามากถึง 500 บาท พร้อมด้วยไลฟ์สด โชว์สินค้าราคาพิเศษจากร้านค้า  หากคุณแม่ท่านใดติดตามดีๆ รับรองว่าได้รับสินค้าในราคาสุดพิเศษมากขึ้นไปอีกแน่นอน!

แอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ Lazada

 

ช้อปปิ้งออนไลน์ กับ ลาซาด้า ชีวิตแม่ดี๊ดี !!

ชีวิตแม่ดีสุดๆ ไปเลยกับการช้อปปิ้งผ่าน Lazada เพราะอะไรรู้ไหมคะ …

1. ประหยัดเวลา

แน่นอนว่าการเป็นคุณแม่นั้นไม่ง่าย กว่าจะซื้อของได้แต่ละที ต้องออกไปซื้อที่ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต รอเวลาเลิกงาน หรือช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ รอลูกหลับ หรือส่งลูกไปโรงเรียนเท่านั้นถึงจะออกไปซื้อได้ เห็นไหมคะว่าชีวิตยากไปอีก ซึ่งการช้อปผ่านลาซาด้านั้น สามารถซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง เวลาไหนก็ได้ที่เราสะดวก แถมยังส่งของไว ของที่ได้ก็เหมือนกัน สะดวกสุดๆไปเลยค่ะ

2. ได้เปรียบเทียบสินค้า

บนแพลตฟอร์มลาซาด้า มีสินค้าหลากหลายแบรนด์ หลากหลายประเภท ลูกค้าภายใน 5-10 นาที ก็รู้แล้วว่าสินค้าราคาถูกกว่า หรือแพงกว่ากันเท่าไหร่ ง่ายต่อการตัดสินใจซื้อทันที แต่ถ้าไปซื้อที่ห้างสรรพสินค้าเราคงไม่มีเวลาขับรถ นั่งรถทั้งวันเข้า-ออกห้างนั้น ห้างนี้เพื่อดูว่าซื้อของจากห้างไหนได้ราคาดีกว่ากันว่าไหมคะ

3. ได้ราคาดีกว่า

สินค้าเด็กจำพวก ผ้าอ้อม นมผง ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก (โลชั่น สบู่อาบน้ำ น้ำยาซัก-ปรับผ้านุ่ม) เป็นต้น สินค้าเหล่านี้มักจัด โปรโมชั่นราคาพิเศษถ้าซื้อผ่านลาซาด้า อย่างที่เราซื้อบ่อยๆ ได้ราคาดีๆ  และดีลสุดคุ้ม ประหยัดเงินในกระเป๋าแบบสุดๆ ขอบอกว่าถูกใจแม่มากค่ะ

4. มีเวลาเหลือมากขึ้นให้คุณลูก

แค่ทำงานนอกบ้านก็แทบจะไม่มีเวลาอยู่กับลูกแล้ว เวลาที่เหลือเต็มวันช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ถ้าไม่ต้องออกไปซื้อของนอกบ้าน ถามว่าจะแฮปปี้กว่าไหม ใช่ค่ะแฮปปี้มากๆๆๆ ฉะนั้นไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะไม่เปลี่ยนมาซื้อของออนไลน์แทนการออกไปซื้อของนอกบ้าน แล้วยิ่งแม่ที่เพิ่งคลอดลูก บอกเลยว่าช้อปปิ้งออนไลน์แล้วคุณจะมีเวลาเหลือให้ตัวเองอีกเยอะเลย มีเวลานอน มีเวลากินข้าว ไม่เหนื่อยสลบจากการเลี้ยงลูกแน่นอนค่ะ

นี่แหละค่ะแอพพลิเคชั่นที่คนเป็นแม่ต้องมี ลาซาด้า แอพพลิเคชั่น ที่จะทำให้คุณแม่สนุกกับการซื้อของออนไลน์มากยิ่งขึ้น  และที่ต้องห้ามพลาดเด็ดขาดในทุกวันจันทร์  “Monday Mom Day” วันสำหรับแม่และเด็กทุกๆวันจันทร์ที่ลาซาด้า ที่มนุษย์แม่ยุคใหม่อย่างเราๆ จะต้องถูกใจ สุขจนล้นอกกันเลยหล่ะ

เอ้า…ใครยังไม่มีแอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ Lazada ไปโหลดกันมาไว้บนมือถือด่วนๆ เลยน๊า ไม่งั้นพลาดสินค้าแม่และเด็ก ราคาดีๆ คุณภาพเยี่ยม แล้วจะสินใจกันนะจ๊ะ  

ส่วนเราขอตัวไปซื้อของใช้ลูกกับแอพพลิเคชั่น ลาซาด้า ก่อนล่ะนะ ช้อปต่อไม่รอแล้ว ไปจ้า…