วิธีสังเกต อาการมือเท้าปาก และ วิธีดูแลรักษาลูกโดยไม่ต้องแอดมิด

กรมควบคุมโรคออกเตือน ช่วงหน้าฝนพบเด็กป่วยเป็น โรคมือเท้าปาก เฉลี่ยเดือนละ 1 หมื่นคน แล้วจะมีวิธีสังเกต อาการมือเท้าปาก หรือวิธีรักษาและป้องกัน โรคมือเท้าปาก ให้ลูกน้อยได้อย่างไร ตามมาดูกันเลยค่ะ

หน้าฝนพบ! เด็กป่วยเป็น มือเท้าปาก
เฉลี่ยเดือนละ 1
หมื่นคน

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้กล่าวถึงสถานการณ์ “ โรคมือเท้าปาก ” ว่า … มักพบโรคนี้ในช่วงหน้าฝน และหากลูกน้อยได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย อันเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) ส่วนใหญ่เกิดจากไวรัสสายพันธุ์ค็อกซากี้ เอ16 (Coxsackie A16 Virus) และบางส่วนอาจเกิดจากเอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71) โดยเชื้อไวรัสสามารถติดต่อกันได้ผ่านการไอหรือจาม การสัมผัสของเหลวหรือของเสียที่ปนเปื้อนเชื้อ ซึ่งกลุ่มเสี่ยงที่พบบ่อยคือ เด็กทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปีมักมีอาการรุนแรงมากกว่าเด็กโต ส่วนสำหรับผู้ใหญ่ก็สามารถเป็นโรคนี้ได้บ้าง

อาการไข้เลือดออก
โรคมือเท้าปาก เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม เอนเทอโรไวรัส

ทั้งนี้มีข้อมูลเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา ได้เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 20 สิงหาคม 2561

  • พบผู้ป่วย 41,702 ราย แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต
  • ทั้งนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กเล็ก (อายุ 1-3 ปี)

จากข้อมูลตั้งแต่เข้าฤดูฝน (มิ.ย. – ก.ค. 61) มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพบผู้ป่วยเดือนละกว่า 10,000 ราย (10,008 และ 13,802)

ซึ่งนายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า… ขอเน้นย้ำให้คุณพ่อคุณแม่และสถานศึกษา ช่วยกันดูแลสังเกตอาการเด็กในความปกครองอย่างสม่ำเสมอ

 

อ่านต่อ “วิธีสังเกตอาการเมื่อลูกกำลังจะป่วยเป็นมือเท้าปาก” คลิกหน้า 2


ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก : www.fm91bkk.com

ไวรัส RSV ระบาด หนัก

ไวรัส RSV ระบาด เสียลูก 5 เดือน เพราะเสมหะอุดหลอดลม

ช่วงหน้าฝน ที่ RSV ระบาด หนักใน เป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อทางเดินหายใจในเด็ก ที่กำลังพบมากทั้งในกลุ่มเด็กวัยเรียน และทารก 0 – 1 ปี  ซึ่งแม้จะไม่ได้อยู่ในแหล่งรวมเด็กเยอะๆ แต่อาจรับเชื้อโดยตรงจากการไปสถานที่คนพลุกพล่าน เช่น ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ  โดยเฉพาะลูกวัยเล็กเป็นแล้ว อาการหนักกว่าเด็กในวัยอื่น เพราะภูมิคุ้มกันต่ำ จึงอาจเกิดการติดเชื้อรุนแรงและเสียชีวิตได้

            ทารกวัย 5 เดือน เสียชีวิต ช่วง RSV ระบาด

เหมือนเหตุการณ์น่าสลดใจที่ไม่น่าเกิดขึ้นของครอบครัวหนึ่ง ที่ต้องเสียลูกน้อยในวัยเพียง 5 เดือน เพราะเชื้อ RSV ระบาด จนทำให้เสมหะเหนียวข้นไปอุดหลอดลม โดยสมาชิกเฟสบุ๊กชื่อ ศิริมา ศิริชัยนาคร ได้โพสต์สุดเศร้าของครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวหนึ่ง พร้อมภาพทั้งระบุเรื่องราวว่า

 

MUST READ : ไวรัส RSV วายร้ายต่อสุขภาพของเด็กเล็ก!!

 

นี่คือครั้งแรกในอาชีพตัวแทนของเก๋ ที่ต้องทำเคลมมรณกรรมให้น้อง น้องได้เสียชีวิตลงเมื่อเช้าด้วยไข้ RSV ในวัยแค่ 5 เดือน พ่อแม่ต้องเข้มแข็งนะ เก๋กลับมาจากสุราษฏร์เมื่อคืน ก็อยากกลับไปอีกรอบ แต่ทางญาติแจ้งว่าจะไว้ศพแค่วันเดียว ทำไมคนที่เรารักต้องจากไปทีละคน หลับให้สบายนะตัวเล็กของป้า….ไม่เคยร้องไห้ขนาดนี้มาก่อน ใจหายมาก น้องไปสบายแล้วนะพ่อเจแม่เบ…”

ขณะที่สมาชิกเฟสบุ๊กอีกคนได้โพสต์ถึงอาการเจ็บป่วยของหนูน้อยหลังจากติด เชื้อไวรัส RSVระบาด ว่า

“…น้องเพิ่ง 5 เดือน จากไปด้วยโรคยอดฮิตในเวลานี้ RSV ซึ่งอาการในตอนแรกดูคล้ายเป็นหวัดธรรมดา แต่เด็กจะมีน้ำมูก และไอมากขึ้น หายใจเหนื่อยหอบ สามารถสังเกตได้จากการดูดนมของเด็ก ไม่มีวัคซีน รักษาตามอาการ ซึ่งเด็กในวัยขนาดนี้ยังไม่สามารถที่จนนำเสมหะออกมาเอง ต้องอาศัยหมอ และนักกายภาพในการเคาะปอด และดูดเสมหะออกจากปอด กินยา พ่นยาจนกว่าอาการจะดีขึ้น…

ข่าวจากโพสต์เฟสบุ๊ก

ข่าวจากผู้โพสตเฟสบุ๊ก
คำบอกเล่าเหตุการณ์จากผู้โพสเฟสบุ๊ก

อ่านต่อ “ไวรัส RSV เหมือนหวัดหรือไม่” คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ติดไข้ออกผื่นจากลูก

เตือนคุณแม่ ติดไข้ออกผื่นจากลูก กินแต่ยาเขียว เสี่ยงปอดอักเสบ

เตือนแม่ระวังให้ดี มัวดูแลลูกป่วย แล้วลืมสนใจสุขภาพตัวเอง พักผ่อนน้อยจนภูมิคุ้มกันต่ำ มีโอกาส ติดไข้ออกผื่นจากลูก แถมเป็นหนักกว่าและเสี่ยงเป็นโรคปอดอักเสบแบบไม่รู้ตัว

ไข้ออกผื่น มักระบาดในฤดูฝน และพบมากในกลุ่มทารกอายุวัย 6 เดือน – 6 ปี ที่ แต่เด็กๆ ส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนกันครบตั้งแต่ก่อนวัยเรียน จึงไม่แปลกที่ คุณแม่หลายๆ คนหลงเข้าใจผิด (เหมือนกับแม่ปาน) ว่า ลูกคงไม่เป็น และตัวแม่เองก็ไม่มีทาง ติดไข้ออกผื่นจากลูก แน่นอน แต่ความจริงแล้ว ผลลัพธ์แย่กว่านั้นมาก

แม่แชร์ประสบการณ์เป็น ติดไข้ออกผื่นจากลูก

แม่ปานขอแชร์ประสบการณ์ของตัวเอง ที่ไม่คิดว่าตัวเองที่มีร่างกายแข็งแรง จะต้องมานอนซมจากพิษไข้ ผื่นแดงเห่อทั้งตัว เพียงเพราะ ติดไข้ออกผื่นจากลูก ชายตัวน้อย แถมพลาดซ้ำสอง กับการกินยา ที่ทำให้อาการทรุดหนักลงจนเกือบเป็นปอดอักเสบ เพียงเพราะอยากหายไวแท้ๆ เชียว

หลังจากไปรับลูกชายวัย 6 ขวบกลับจากโรงเรียนตามปกติ เขาดูซึมๆ ไม่ร่าเริงเหมือนกับทุกวัน พร้อมกับบ่นว่าไม่มีแรง และอยากนอนพัก ก่อนที่ช่วงหัวค่ำจะมีไข้สูง แต่พอให้ยาลดไข้และเช็ดตัวสักพัก ตัวเย็นลง นอนหลับสบายได้ทั้งคืน แม่คิดว่า คงเป็นไข้เพราะอาการเปลี่ยนแปลง หรืออย่างมากก็แค่โรคหวัด

ตอนเช้าของอีกวัน ลูกชายเริ่มเจ็บคอ (แม่เองก็เริ่มเจ็บคอนิดๆ ) กินข้าวไม่ได้ บ่นปวดตามแขนขา แม่สังเกตเห็นจุดแดงๆ ขึ้นตามตัว จึงตัดสินใจพาไปหาคุณหมอ ในใจเองก็กลัวเหลือเกินว่าเจ้าลูกชายจะเป็นไข้เลือดออก!! คุณหมอตรวจอาการทั่วไป ขอดูสมุดวัคซีน เพราะอาจเป็นได้ทั้ง ไข้เลือดออก หรือไข้ออกผื่น พร้อมกับขอเจาะเลือด

ลูกเป็นไข้ออกผื่น
พอไข้เริ่มซา ผื่นแดงก็เริ่มขึ้นตามส่วนต่างๆของร่างกาย เป็นตัวบ่งชี้หนึ่งของโรคไข้ออกผื่น

ระหว่างนั่งรอผลเลือด แม่ปานก็รู้สึกตัวรุม เริ่มปวดเมื่อยตามเนื้อตัว แล้วก็เหลือบไปเห็นผื่นแดงขึ้นที่แขนทั้งสองข้าง อ้าว… แม่ปานคง ติดไข้ออกผื่นจากลูก ซะแล้ว และผลเลือดของลูกชายก็บ่งชี้ตามนั้น ในใจก็คิดว่า “โตแล้ว ไม่น่าจะเป็น ไข้ออกผื่น ผู้ใหญ่ ได้เลย ช่างมันเถอะ คงเป็นนิดหน่อย กินยาเขียว ไม่กี่วันก็หาย”

หลังจากนั้น อาการของแม่ปานกลับทรุดหนักกว่าเดิม ไข้ขึ้นสูง ปวดแขนขาและข้อนิ้วจนแทบทุกยืนไม่ไหว ที่สำคัญ ผื่นแดงกระจายไปทั่วตัว” เห็นท่าไม่ดีต้องยอมไปหาคุณหมออีกครั้ง  แต่ยังไม่ทันได้ตรวจอาการ คุณหมอบอกทันทีว่า “นี่กินยาเขียวมาใช่ไหม ผื่นถึงเห่อขนาดนี้”  พร้อมกับสั่งให้หยุดกินยาเขียวทันที เพราะหากกินต่อไปอาจเสี่ยงต่ออาการ “ไข้ออกผื่น ลงปอด” จนกลายเป็น ปอดอักเสบ ได้ เกือบไปแล้วไหมล่ะ….แม่ปาน

 

อ่านต่อ “ทำไมผู้ใหญ่ติด ไข้ออกผื่นจากเด็กได้?” คลิกอ่านหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส 

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี เปิดแคมปัสใหม่ใจกลางเมืองมูลค่า 2,600 ล้านบาท

แคมปัสใหม่ได้รับความเชื่อมั่นจากพ่อแม่ผู้ปกครองอย่างล้นหลาม ส่งบุตรหลานสมัครเข้าเรียนจนเต็มจำนวน 168 คน ที่เปิดรับในปีการศึกษา 2561 – 2562

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส  โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส  

กรุงเทพฯ (31 สิงหาคม 2561) – วันนี้ นายไบรอัน เดวิดสัน เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย พร้อมด้วย เซอร์เดวิด ลีส์ ประธานคณะกรรมการโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ และ นายทิม เฮนส์ ประธานคณะกรรมการโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี ประเทศอังกฤษ ให้เกียรติร่วมงานเปิดโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษาแห่งใหม่ล่าสุดของประเทศไทย ตั้งอยู่บนพื้นที่ 15 ไร่ ระหว่างถนนสุขุมวิทและถนนพระราม 9 โดยมีนักเรียนเข้าใหม่ในปีการศึกษาแรก 168 คน

โชรส์เบอรี แคมปัสแห่งใหม่ใจกลางเมืองแห่งนี้ สร้างขึ้นด้วยเงินลงทุนมหาศาลจำนวน 2,600 ล้านบาท เพื่อรองรับเด็กนักเรียน อายุ  3-11 ปี และจะช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นให้กับโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ริเวอร์ไซด์ แคมปัส ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงมาโดยตลอด โดยมีเป้าหมายที่จะรองรับเด็กๆ จำนวนมากที่อยู่ระหว่างรอคิวเพื่อเข้าศึกษาที่ริเวอร์ไซด์ แคมปัส

 

นางสาวอแมนด้า เดนนิสสัน ครูใหญ่ โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส กล่าวว่า “เราเปิดการเรียนการสอนด้วยการต้อนรับและดูแลเด็กนักเรียนรุ่นแรกที่สมัครเข้าเรียนกันเป็นจำนวนมากถึง 168 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากเหนือความคาดหมาย จนทำให้เราตัดสินใจเปิดห้องเรียนเพิ่มขึ้นอีก 3 ห้องเรียน คือสำหรับเด็กนักเรียนชั้น Year 1 จำนวน      1 ห้อง สำหรับเด็กนักเรียนชั้น Year 2 จำนวน 1 ห้อง และสำหรับเด็กนักเรียนชั้น Year 3 จำนวน 1 ห้อง ซึ่งเราต้องขอขอบคุณพ่อแม่ผู้ปกครองทุกท่านเป็นอย่างสูงสำหรับความไว้วางใจที่มอบให้กับโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ซิตี้ แคมปัส และบุคลากรครูผู้สอนทุกคน”

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส  โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส 

นางสาวอแมนด้า ซึ่งก่อนหน้านี้ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ฝ่ายอนุบาล ที่โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ริเวอร์ไซด์ แคมปัส กล่าวว่า ความสำเร็จอันยาวนานตลอดระยะเวลา 15 ปี ของโชรส์เบอรี และการรักษามาตรฐานระหว่างสองแคมปัสให้อยู่ในระดับเดียวกัน คือปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้พ่อแม่ผู้ปกครองตัดสินใจส่งบุตรหลานเข้าเรียนที่โชรส์เบอรี ซิตี้ แคมปัส

นางสาวอแมนด้า กล่าวว่า “พ่อแม่ผู้ปกครองชื่นชอบโรงเรียนแห่งนี้เนื่องจากถูกออกแบบรังสรรค์มาอย่างพิถีพิถันเพื่อรองรับความต้องการของเด็กวัยแรกเรียนโดยเฉพาะ นอกจากนั้นเรายังทราบมาว่าพ่อแม่ผู้ปกครองเห็นคุณค่าความสำคัญที่เราคัดเลือกบุคลากรครูผู้สอนที่มีคุณภาพจากประเทศอังกฤษ และครูหลายท่านย้ายมาจากโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ริเวอร์ไซด์ แคมปัส”

 

นางสาวอแมนด้า กล่าวว่า นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับอนุบาลและประถมศึกษาจากโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส จะได้รับสิทธิเข้าศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ริเวอร์ไซด์ แคมปัส

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส  โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส 

นายไบรอัน เดวิดสัน เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลกเนื่องจากเป็นระบบที่สามารถมอบการศึกษาที่รอบด้าน ซึ่งช่วยเตรียมความพร้อมสู่การเติบโตเป็นผู้นำให้แก่เยาวชน ที่สำคัญ ระบบการศึกษาของอังกฤษยังให้ความสำคัญกับการช่วยให้เยาวชนพัฒนาค่านิยมของความเป็นมนุษย์ตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อให้เยาวชนสามารถเติบโตขึ้นเป็นคนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและดำรงชีวิตอย่างมีเป้าหมาย”

นายไบรอัน กล่าวว่า “โรงเรียนโชรส์เบอรี ประเทศอังกฤษ เป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาชั้นเลิศในประเทศอังกฤษ ซึ่งโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ที่ประสบความสำเร็จมาอย่างท่วมท้นในประเทศไทยนั้น จึงได้รับการยอมรับและยกย่องเสมือนเป็นทูตชั้นเลิศของระบบการศึกษาจากอังกฤษ ในประเทศไทย นอกจากนั้น โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ยังมอบโอกาสให้เยาวชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถเข้าถึงการศึกษาระบบอังกฤษที่แท้จริงได้ง่ายขึ้น ซึ่งการศึกษาระบบอังกฤษจะส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือ การอภิปรายโต้แย้งหาเหตุผล และการแบ่งปันความคิดเห็นในกระบวนการเรียนการสอน”

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส 

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส จะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการเรียนการสอน โดยบุคลากรครูเกือบทั้งหมดเป็นชาวอังกฤษ นอกจากนั้น ที่สำคัญก็คือมีการผนวกหลักสูตรภาษาไทยและภาษาจีนที่มีความโดดเด่นเข้าไปในกระบวนการเรียนการสอนอีกด้วย

 

ดร. ปาริตา เสือพันธ์ นักการศึกษาชื่อดังและกรรมการโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ กล่าวว่า “คุณภาพของการศึกษาระดับอนุบาลและประถมศึกษาเป็นรากฐานสู่ความสำเร็จของเยาวชนในระดับมัธยมศึกษา อุดมศึกษา และในการดำรงชีวิตหลังเรียนจบ การขยับขยายเพิ่มจำนวนแคมปัสระดับอนุบาลและประถมศึกษาในประเทศไทยของสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงระดับโลก จะช่วยสร้างเยาวชนที่มีจิตใจดีและสร้างคนคุณภาพให้แก่สังคม”

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส 

“นอกจากนั้นยังช่วยยกระดับความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาวของประเทศไทยด้วยการศึกษาที่ดีที่สุด นั่นคือการสร้างโอกาสที่มากยิ่งขึ้นในการเข้าถึงการศึกษาระดับอนุบาลและประถมศึกษาที่ได้มาตรฐานโลก ในประเทศไทย จะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่พอร์ตโฟลิโอด้านตัวเลือกทางการศึกษา สำหรับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เลือกเข้ามาทำงานในประเทศไทย”  ดร. ปาริตา กล่าว

ดร. ปาริตา กล่าวว่า “ที่สำคัญ โชรส์เบอรียังให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับหลักสูตรภาษาไทย เพื่อให้เด็กนักเรียนมีทักษะการใช้ภาษาไทยที่แตกฉาน ทั้งการเขียน การอ่าน และการสนทนา เช่นเดียวกับภาษาอังกฤษ ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสมากมายในการเชื่อมโยงกับระบบการศึกษาของไทย โรงเรียนไทย และครูชาวไทยได้อีกด้วย”

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส  โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส 

นายชาลี โสภณพนิช ผู้ก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ กล่าวว่า “เรามุ่งที่จะสร้างโรงเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานการศึกษาระดับอนุบาลและประถมศึกษาในประเทศไทยให้ก้าวขึ้นไปอีกขั้น โดยมุ่งหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้แก่ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางทางด้านการการลงทุนสำหรับธุรกิจและผู้บริหารระดับสูงจากนานาประเทศ”

นายชาลี กล่าวว่า การออกแบบโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส เป็นการบุกเบิกคอนเซ็ปต์ใหม่ของการจัดวางผังภายในสถานศึกษาด้วย “สภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่ทันสมัย ปลอดภัย และมีพื้นที่สีเขียวของธรรมชาติอันร่มรื่น ซึ่งได้รับการคิดและออกแบบรังสรรค์อย่างละเอียดรอบคอบตั้งแต่ขั้นตอนแรกเริ่มเพื่อให้ทุกองค์ประกอบผสานเข้ากันอย่างลงตัวและมีประสิทธิภาพมากที่สุด”

นายชาลี กล่าวว่า “ห้องเรียนถูกจัดวางผังเป็นกลุ่มภายในอาคารสูง 3 ชั้น ซึ่งจะกระตุ้นให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้นระหว่างชั้นเรียนต่างๆ  พร้อมทั้งส่งเสริมให้เด็กทุกคนมีโอกาสผูกมิตรกับเด็กวัยใกล้เคียงกันได้ดียิ่งขึ้น เพื่อสานต่อมิตรภาพที่เริ่มต้นในช่วงวัยที่สำคัญต่อไปในระยะยาวตลอดชีวิตกับเพื่อนๆ กลุ่มนี้”

ห้องเรียนสำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี ถูกจัดสรรไว้ในอาคารและพื้นที่ที่แยกเป็นสัดส่วน มีห้องรับประทานอาหารและโรงครัวเฉพาะ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับช่วงวัยของเด็กๆ และมีระบบรักษาความปลอดภัยพิเศษที่เพิ่มเติมขึ้นสำหรับเด็กเล็กโดยเฉพาะ รวมทั้งมีสภาพแวดล้อมที่ทำให้เด็กๆ รู้สึกสบายใจเมื่ออยู่กับเพื่อน

 

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส  โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส 

“ด้วยการจัดวางโครงสร้างอาคารเรียนและสภาพแวดล้อมในลักษณะนี้ เรามุ่งที่จะตอกย้ำชื่อเสียงของโชรส์เบอรีในฐานะโรงเรียนที่ให้ความรู้สึกเสมือนเป็นชุมชนที่สร้างสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่เป็นมิตรให้กับนักเรียน ซึ่งจะช่วยสร้างความตั้งใจไฝ่เรียนรู้ในระยะยาวและวางรากฐานสู่ความสำเร็จตลอดชีวิตให้แก่นักเรียน” นายชาลี กล่าว

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส มีพื้นที่ภายในอาคารรวม (GFA) ทั้งหมด 25,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยห้องประชุมขนาด 520 ที่นั่ง ห้องสมุดที่ทันสมัย ห้องแสดงดนตรี ห้องการแสดงและเต้นรำ ศูนย์ยิมนาสติก และห้องรับประทานอาหาร นอกจากนั้น ภายพื้นที่ 15 ไร่ของโรงเรียนยังมีอาคารออกกำลังกายขนาดใหญ่ซึ่งมีสระว่ายน้ำ รวมทั้งสนามเด็กเล่นที่เป็นสนามหญ้าธรรมชาติ และลู่กีฬาในร่มและกลางแจ้ง

ทั้งนี้ ผู้ปกครองที่สนใจส่งบุตรหลานเข้าศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส สามารถติดต่อสอบถามหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.shrewsbury.ac.th/city และสามารถทำการนัดหมายเพื่อเข้าพบพูดคุยกับนางสาว อแมนด้า เดนนิสสัน ครูใหญ่ของโรงเรียน   พร้อมพบปะครูผู้สอน รวมทั้งเยี่ยมชมห้องเรียนและบรรยากาศการเรียนการสอน

 

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส มีกำหนดจัดงานโอเพ่น เฮาส์ และกิจกรรมต่างๆ เพื่อต้อนรับผู้ปกครองที่กำลังมองหาสถานศึกษาคุณภาพให้แก่บุตรหลาน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2561 เป็นต้นไป โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ทางเฟสบุ๊คและทวิตเตอร์ของโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส

เนยจืด ยี่ห้อไหนเป็น เนยแท้

รีวิว เนยจืด เนยแท้ 100% ให้ลูกกินอร่อย แคลเซียมสูง ปลอดไขมันทรานส์

เนยจืด เป็นหนึ่งในของกินที่มีติดครัวแทบทุกบ้าน เพราะรสชาติดี กินง่าย แค่ทาบางๆบนขนมปังก็กินเป็นของว่าง ถูกปากลูกน้อย แถมคุณแม่ยังใช้เป็นวัตถุดิบทำขนมได้อีกหลายเมนู แต่จะรู้ได้อย่างไรว่า เนยจืด ยี่ห้อไหน เป็น เนยแท้ คุณภาพดี และปลอดภัย 100% Amarin Baby & Kids ได้รวบรวม เนยจืด ยี่ห้อต่างๆ ที่หาซื้อสะดวก มารีวิวให้คุณแม่ดูกันชัดเลยว่า ควรจะเลือกใช้ เนยแท้ แบบไหนดี

 

เนยจืด เนยแท้ 100%ต้องกินอร่อย
มีแคลเซียมสูง และปลอดไขมันทรานส์

หมายเหตุ: เนยจืด เป็นเนยที่เหมาะเป็นอาหารสำหรับเด็กๆ เพราะไม่มีรสเค็มจากเกลือ การบริโภคโซเดียมมากเกินไปส่งผลเสียต่อสุขภาพ และกลายเป็นคนติดเค็มในอนาคต

เนยจืด เนยแท้

เนย (butter) เป็นผลิตภัณฑ์จากนมเช่นเดียวกับโยเกิร์ต และชีส โดยมีปริมาณไขมันนมตั้งแต่ 80%ของน้ำหนักสุทธิ เมื่ออยู่ในอุณหภูมิต่ำจะเป็นก้อนแข็ง และจะเริ่มละลายเมื่อนำมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง (32-34 องศาเซลเซียส) เนยที่เห็นในท้องตลาดมีอยู่หลายประเภท แตกต่างกันไปตามกระบวนการผลิต รสชาติ แหล่งที่มา และจุดประสงค์ที่ใช้

กระบวนการผลิตเนย

การทำเนยแบบดั้งเดิมจะนำนมวัว 100% หรือไขมันนมมาปั่นเพื่อแยกเอาหางเนยออกไป จนได้ไขมันเนยเป็นเม็ดเล็กๆ  แล้วกรองส่วนผสมของเหลวออกจนได้ก้อนเนยแข็งๆ  แบบนี้เรียกว่า “เนยสด”

ส่วนกระบวนการผลิตเนยอีกแบบเรียกว่า “เนยหมัก” เมื่อกรองของเหลวออกแล้วจะเติมแบคทีเรีย ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ชนิดดีลงไปเพื่อหมักบ่ม ก่อนจะเติมเกลือ เพื่อดูดเอาความชื้นออกไปและเพิ่มรสชาติ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะเรียกว่า “เนยเค็ม” ส่วนเนยที่ไม่ใส่เกลือจะเรียกว่า “เนยจืด”

เนยแท้
กระบวนการผลิต เนยแท้

ชนิดของเนย

นอกจากเนยจะแบ่งตามกระบวนการผลิตแล้ว เนยยังสามารถแบ่งออกตามวัตถุดิบใหญ่ๆได้ 3 ประเภท ได้แก่

เนยแท้ หรือเนยชนิด dairy  คือ เนยที่ผลิตจากนมวัวหรือไขมันนม 80 – 100 % ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนและแคลเซียมสูง โดยไม่มีส่วนผสมจากไขมันพืช  เช่น เนยแท้

เนยเทียม หรือเนยชนิด non-dairy  คือเนยที่ผลิตจากไขมันพืช โดยจะแต่งกลิ่นและสีให้คล้ายกับเนยแท้ นิยมใช้ทำเบเกอรี่เพราะมีราคาถูกกว่าเนยชนิดแรก เช่น เนยขาว หรือมาการีน

เนยผสม (blend) คือ เนยที่ผสมกันระหว่างไขมันนมกับไขมันพืชให้มีปริมาณไขมันไม่น้อยกว่า 80% แต่งรส สี และกลิ่น ใกล้เคียงกับเนยแท้

นอกจากนี้ยังมีเนยอีกหลายชนิดและรสชาติเพื่อเลือกให้ให้เหมาะกับการทำอาหารแต่ชนิด เช่น เนยปรุงรส และเนยถั่วด้วย  ส่วนสีของเนยแต่ละชนิดก็ไม่เหมือนกัน บางชนิดเป็นสีเหลืองอ่อน บางชนิดเป็นสีเหลืองเข้ม หากเป็นเนยแท้ที่ทำจากนมวัว สีของเนยจะเปลี่ยนไปตามอาหารที่วัวนมกินในแต่ละฤดูกาล นมที่ได้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะให้สีเหลืองเข้มที่สุด แต่เนยเทียมหรือเนยผสมจะมีการเจือสีและแต่งกลิ่นเพื่อให้ใกล้เคียงกับเนยแท้ จนแทบดูด้วยตาเปล่าไม่ออก ดังนั้นคุณแม่ควรพิจารณาให้ดีก่อนเลือกซื้อ

เนยจืด ยี่ห้อไหนเป็น เนยแท้

เนยจืด ยี่ห้อไหนเป็น เนยแท้

 

อ่านต่อ วิธีเลือกเนยจืด ให้เป็นเนยแท้ คุณภาพดี มีประโยชน์ คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

BPA

อันตรายจากสาร BPA ในขวดน้ำดื่ม ที่แม่ท้องต้องระวัง

ก่อนหน้านี้ เราเริ่มตื่นตัวกับสาร BPA ที่อยู่ในขวดนมเด็ก ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายกับเด็กทารกที่ได้รับสารนี้เข้าไป แต่สำหรับเด็กที่อยู่ในครรภ์ล่ะ หากแม่ท้องได้รับสาร BPA สารนี้จะถูกส่งต่อเข้าไปยังทารกในครรภ์หรือไม่?

อันตรายจากสาร BPA ในขวดน้ำดื่ม ที่แม่ท้องต้องระวัง

ในขณะที่ตั้งครรภ์ นอกจากการทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว การดื่มน้ำให้เพียงพอ ก็สำคัญไม่น้อยกว่าการทานอาหาร เพราะน้ำ มีส่วนสำคัญในการป้องกันไม่ให้แม่ท้องเกิดภาวะขาดน้ำ และยังช่วยให้ลูกท้องเจริญเติบโตอีกด้วย แต่ในสมัยนี้ที่แม่ท้องต้องทำงานนอกบ้าน ส่วนใหญ่ก็จะซื้อน้ำดื่มที่วางขายกันในท้องตลาดมาทาน เราได้ยินกันมาว่าขวดหรือบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกบางชนิดนั้น สามารถก่อให้เกิดอันตรายกับเด็กทารกและเด็กเล็กได้ ทำให้แม่ท้องหลาย ๆ คนเกิดคำถามว่า การดื่มน้ำจากขวดพลาสติกนั้น ปลอดภัยหรือไม่? คำตอบคือ การดื่มน้ำจากขวดพลาสติกที่ไม่มีสาร BPA นั้นปลอดภัยค่ะ แม่ท้องสามารถดื่มได้ ไม่ต้องกังวลใด ๆ

สารBPA คืออะไร?

BPA(Bisphenol A) เป็นสารเคมีที่พบในบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่ทำมาจากพลาสติก สารนี้นิยมใช้กันทั่วไปเพื่อทำให้ขวดพลาสติก เช่น ขวดนม มีความใส โดยสารเคมีชนิดนี้จะถูกกรองออกและแทรกซึมลงในของเหลวและอาหารที่บรรจุอยู่ภายในได้เมื่อใช้งาน สาร Bisphenol A จำนวนเพียงเล็กน้อย มีผลทำให้ก่อมะเร็ง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง การเริ่มเป็นหนุ่มสาวเร็วเกินไป โรคอ้วน โรคเบาหวาน ไฮเปอร์ (hyperactivity) เป็นต้น โดยบางประเทศ ได้ประกาศให้สาร Bisphenol A เป็นสารเคมีอันตรายต้องห้าม

สารBPA ทำอันตรายกับลูกในท้องได้อย่างไรบ้าง

สารBPA นี้สามารถทำอันตรายกับทั้งแม่ท้องและลูกในท้องค่ะ สารชนิดนี้อาจเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพของแม่ท้องและลูกในท้อง ดังต่อไปนี้

  • BPA เพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้งบุตร
  • และยังเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดได้อีกด้วย
  • สารนี้ส่งผลกระทบต่อลูกในท้อง ทำให้ลูกในท้องไม่โต
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในแม่ท้อง
  • เพิ่มความเสี่ยงต่ออาการครรภ์เป็นพิษ
  • จากการทดลองในสัตว์ สารBPA เป็นสาเหตุให้สูญเสียปลายประสาทกระดูกสันหลังและสมอง ได้ถึง 70-100% เนื่องจากสารนี้เข้าไปกดฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนแอนโดรเจน
  • ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ควรดื่มน้ำจากขวดแบบไหนปลอดภัยที่สุด

กิจกรรมที่เหมาะกับเด็ก 4-12 ปี

กิจกรรมที่เหมาะกับเด็ก 4-12 ปี สนุกได้ประโยชน์ พัฒนาการดี

กิจกรรมที่เหมาะกับเด็ก 4-12 ปี เล่นสนุกมีประโยชน์ ช่วยส่งเสริมพัฒนาการ โดยเฉพาะพัฒนาการด้านสติปัญญา ซึ่งเด็กๆ วัยนี้ต้องบอกว่ากำลังอยู่ในช่วงวัยเรียน และก็ชอบทำกิจกรรมเสริมกันมากๆ ด้วยค่ะ ดังนั้นเพื่อช่วยให้คุณแม่มีไอเดียในการหากิจกรรมดีๆ ให้ลูก มาลองดูกิจกรรมที่นำมาฝากกันค่ะ

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกกำลังอยู่ในช่วงวัย 4-12 ปี แนะนำว่านอกจากจะสนับสนุนให้ลูกๆ ได้เรียนรู้วิชาการในห้องเรียนกันอย่างเต็มที่แล้ว กิจกรรมเสริมพัฒนาการต่างๆ ก็จำเป็นนะคะ เพราะการส่งเสริมให้ได้เด็กได้ทำกิจกรรมที่ชอบและสนุก จะช่วยให้พัฒนาการในทุกด้านมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

กิจกรรมที่เหมาะกับเด็กวัย 4-12 ปี ช่วยกระตุ้นพัฒนาการดีรอบด้าน

คุณพ่อคุณแม่อาจสงสัยกันว่าทำไมจะต้องเป็น กิจกรรมที่เหมาะกับเด็กวัย 4-12 ปี ก็เพราะว่าเด็กๆ ในช่วงวัยระหว่างนี้ กำลังฉลาดเรียนรู้ในประสบการณ์ต่างๆ ที่แปลกใหม่ สื่อสารเก่ง มีความฉลาดด้านอารมณ์ และสมองก็เรียนรู้เก่ง จำแม่น ด้วยค่ะ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้มีประโยชน์ ดีต่อพัฒนาการของเด็กๆ นั่นก็คือ…

1. ศิลปะสร้างสรรค์

งานศิลปะวาด ลากเส้น ตัดแปะ พับ ระบายสี ถึงจะดูเลอะๆ แต่ก็ช่วยให้เด็กๆ มีจินตนาการอย่างไม่รู้จบ ที่สำคัญช่วยสร้างสมาธิให้มีใจจดจ่ออยู่กับชิ้นงานที่กำลังทำอยู่ ซึ่งยังจะส่งผลดีไปถึงการเรียนในห้องเรียนที่ทำให้เด็กมีสมาธิในการเรียน เขียน อ่านหนังสือมากขึ้นด้วยค่ะ

2. ธรรมชาติบำบัด

บำบัดในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเด็กๆ ป่วยนะคะ แต่เป็นการเล่นกับธรรมชาติรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นปั้นดิน ขุดทราย เล่นน้ำเปียกปอน วิ่งเหงื่อไหล ซึ่งการเล่นในธรรมชาติที่มีทั้งแสงแดดอ่อนๆ สายลมพัดเย็นๆ เสียงนก เสียงแมลงร้องจะช่วยทำให้เด็กมีสุขภาพอารมณ์ที่แจ่มใส สดชื่น เด็กที่ได้เล่น ได้อยู่กับธรรมชาติบ่อยๆ จะช่วยลดภาวะความเครียด ความกดดันต่างๆ ช่วยให้ผลการเรียนหนังสือได้ดีขึ้นค่ะ

3. บทบาทสมมติพาเพลิน

เด็กในช่วงวัยระหว่าง 4-12 ปี ควรฝึกให้เขาได้มีสังคม มีเพื่อนวัยเดียวกัน ได้เล่นอย่างสนุกสนานสมวัย ซึ่งการเล่นบทบาทสมมติด้วยการเล่านิทานแล้วได้แสดงเป็นนางฟ้า หุ่นยนต์ แม่มด คนแก่ กระต่าย นก แมว ฯลฯ นอกจากจะได้ความสนุกสนานแล้ว เด็กๆ ยังได้เรียนรู้ด้วยว่าสิ่งที่เขากำลังสวมบทบาทเป็นอยู่นั้น มีอารมณ์ ความรู้สึกอย่างไร แสดงยังไงให้รู้ว่าเป็นคนแก่ ต้องทำเสียงแบบไหนถึงเป็นนก เป็นแมว เป็นต้น การเล่นบทบาทสมมติเป็นการเล่นกิจกรรมที่ต้องทำเป็นกลุ่มหลายๆ คน ซึ่งตรงนี้จะส่งเสริมให้เด็กรู้จักทักษะการเข้าสังคม การอยู่ร่วมกัน การแบ่งปันกัน

4. ดนตรีสร้างสุข

เด็กๆ จะเติบโตและมีความคิดที่ซับซ้อนขึ้นตามวัยค่ะ ดังนั้นกิจกรรมควรต้องปรับเปลี่ยนไปตามพัฒนาการของเด็กๆ ด้วย อย่างดนตรีก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เหมาะกับเด็กวัย 4-12 ปี โดยเฉพาะเด็กที่อายุ 6-7 ขวบขึ้นไปที่เขาจะสามารถเรียนรู้ตัวโน้ตสูง ต่ำ การจับจังหวะ การแยกแยะที่ชัดเจนมากขึ้นว่านี่คือเสียงกลอง เสียงเบส เสียงกีตาร์ คีย์เปียโน ฯลฯ คุณพ่อคุณแม่ลองดูว่าลูกชอบ หรือสนุกกับเสียงดนตรีประเภทไหน ถ้าชอบดนตรีไทยก็ควรหาเครื่องดนตรีที่ลูกชอบให้เขาได้เล่นได้เรียนรู้ แต่ถ้าชอบดนตรีสากล ก็อาจจะเป็นกลอง เปียโน ไวโอลิน เป็นต้น

นี่เป็นเพียงตัวอย่างของกิจกรรมที่มาในรูปแบบของการเล่น ซึ่งการเล่นจะส่งเสริมให้สมองของเด็กๆ เกิดการเรียนรู้ คิดเป็นระบบ ส่งเสริมให้พัฒนาการทักษะด้านต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ แต่การเรียนรู้ดี กิจกรรมเด่นของเด็กๆ จะไม่เกิดประโยชน์เลยหากขาดโภชนาการสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสมองและร่างกาย ดังนั้นหากอยากให้ลูกมีสมองดี ร่างกายแข็ง เก่งเรียน เก่งกิจกรรม คุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลเรื่องอาหารการกินให้ลูกกันด้วยนะคะ

สำหรับเด็กช่วงระหว่าง 4-12 ปี นอกจากการได้รับประทานอาหารหลักครบ 5 หมู่แล้ว คุณแม่ก็ยังสามารถเสริมให้ลูกๆ ได้ด้วยการดื่ม สก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัดผสมนม ที่เป็นเครื่องดื่มบำรุงทั้งสมองและร่างกายสำหรับเด็กโดยเฉพาะ

กิจกรรมที่เหมาะกับเด็ก 4-12 ปี

สก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัดผสมนม มีประโยชน์ อร่อย ดื่มง่าย ช่วยบำรุงทั้งสมองและร่างกาย เพราะได้ผสานคุณค่า ของ 2 คุณประโยชน์ ระหว่าง ซุปไก่สกัดกับนม เข้าด้วยกัน ประโยชน์ครบจบในขวดเดียว ที่สำคัญยังอุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารอื่นๆที่มีประโยชน์ต่อสมองและร่างกายของเด็กๆ ได้แก่ DHA, Omega3  แคลเซียม และวิตามินบีคอมเพล็กซ์ 8 ชนิด ได้แก่ B1, B2, B6, B12, กรดแพนโทธินิค, โฟเลต, ไนอะซิน, ไบโอติน

รับรองว่าเด็กๆ ดื่มแล้วได้ประโยชน์ดีต่อสมอง และร่างกายอย่างแน่นอน สำหรับ สก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัดผสมนม มี 2 รสชาติให้ได้เลือกดื่มเลือกอร่อยกันค่ะ ดื่มง่ายมากๆ ทั้ง สก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัดผสมนม  รสช็อกโกแลต และ สก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัดผสมนม กลิ่นเมลอน เป็นเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ครบถ้วนด้วยคุณค่าสารอาหารดีต่อสมองและร่างกายของเด็กๆ ดีครบแบบนี้ คุณแม่ต้องไปหามาให้ลูกๆ ที่บ้านได้ดื่มกันนะคะ

ออฟฟิศซินโดรม

อุทาหรณ์! ปล่อยลูกเล่นเกม 6 ชม. ติด ป่วยโรค ออฟฟิศซินโดรม

ออฟฟิศซินโดรม โรคที่มักจะเป็นกันในวัยทำงาน เนื่องจากต้องนั่งทำงานอยู่ในท่าเดิมนาน ๆ ซึ่งจะเกิดอาการปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดต้นคอ และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี อาจทำให้เกิดโรคร้ายแรงตามมาได้ ล่าสุดโรคนี้เกิดขึ้นในเด็กป.6 เท่านั้น

อุทาหรณ์! ปล่อยลูกเล่นเกม 6 ชม. ติด ป่วยโรค ออฟฟิศซินโดรม

จากที่คุณแม่ “Bumm Montira” ได้โพสต์ลงบนเฟสบุ๊คเล่าถึงอาการว่าลูกปวดหัวจนอาเจียน ปวดหัวหนักเหมือนมีไข้  ต้องประคบร้อนตรงต้นคอ นวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ โดยคุณแม่ได้กล่าวถึงรายละเอียด ดังนี้

อย่าให้ลูกเล่นโทรศัพท์เยอะนะค่ะ เด็กไม่สมควรจะมาเป็นโรค ออฟฟิศซินโดรม ที่จริงมันจะเกิดกับผู้ใหญ่ที่ทำงานหน้าคอมนานๆแต่ตอนนี้มันมาเกิดกับเด็กแค่ ป.6 แล้ว อย่าให้ลูกจับโทรศัพท์เกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน รักลูกต้องดูแลเค้าดีๆนะค่ะ ฮาดี้ปวดหัวจนอาเจียนปวดหัวหนักเหมือนมีไข้ คนเคยเป็นไมเกรนจะเข้าใจ ต้องประคบร้อนตรงต้นคอ
นวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ โรคนี้น่ากลัวกว่าที่พวกเราคิด เดียวนี้เด็กเป็นกันเยอะมาก หนึ่งในนั่นลูกของฉัน นางกลัวโทรศัพท์ไปเลยจร้า555 ประสบการณ์สอนให้นางได้เรียนรู้ ไม่เจ็บไม่ปวดไม่จำ รักลูกอย่าให้เล่นโทรศัพท์เป็นดีที่สุด

ออฟฟิศซินโดรมในเด็ก
คุณ Bumm Montira ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่ลูกเป็นออฟฟิศซินโดรม

โดยคุณแม่ได้เปิดเผยเพิ่มเติมกับรายการทุบโต๊ะข่าว ที่ช่อง AmarinTV ว่า ในวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา ลูกชายซึ่งมีอายุ 12 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เล่นเกมมือถือและเกมคอมพิวเตอร์อย่างหนัก จนกระทั่งวันต่อมาลูกชายมีอาการปวดหัว เมื่อยตามตัว และมีไข้ คุณแม่จึงให้กินยาพารา จนอาการไข้ลดหายไป แต่อาการปวดเมื่อยคงอยู่ จนกระทั่งเมื่อวันพุธที่ 22 ส.ค. 61 ลูกบ่นว่า ปวดหัวอย่างหนักจนอาเจียน จนบอกให้พาไปหาหมอ เมื่อถึงโรงพยาบาล หมอแจ้งว่าลูกป่วยเป็น ออฟฟิศซินโดรม ตอนนั้นก็ตกใจว่าอาการนี้เป็นในเด็กได้ด้วยหรือ ซึ่งแพทย์ก็ระบุว่า เด็กสามารถเป็นได้ หลังใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ซึ่งคุณแม่ยอมรับว่า ได้ปล่อยให้คอมพิวเตอร์เลี้ยงลูก เพราะต้องทำงานเป็นแม่ค้า โดยภายหลังลูกเข้ารับการรักษา ตอนนี้ลูกอาการเป็นปกติแล้ว ซึ่งแพทย์แนะนำให้เล่นโทรศัพท์ไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งลูกตนก็เข็ดและไม่เล่นเกมเลย โดยส่วนตัวก็สงสารลูก พร้อมฝากบอกครอบครัวอื่นให้หากิจกรรมให้กับลูก โดยเฉพาะการออกกำลังกาย ซึ่งดีกว่าให้สื่อออนไลน์เลี้ยงลูกแน่นอน

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ดูคลิปรายการทุบโต๊ะข่าว และ อ่านต่อ ออฟฟิศซินโดรม คืออะไร?

ชือผักภาษาอังกฤษ

รวมคำศัพท์ ชื่อผักภาษาอังกฤษ จำง่าย ลูกใช้ได้จริง

การเรียนภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องยาก คุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกฝนให้ลูกน้อยคุ้นเคย และสนุกกับการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันได้จากเหตุการณ์รอบตัว เช่น ระหว่างเลือกซื้ออาหารในตลาดสด หรือซูเปอร์มาร์เก็ต ก็สามารถเล่นเกมทายหรือสอนคำศัพท์จาก ชื่อผักภาษาอังกฤษ ที่น่ารู้ น่าจำ ไปพร้อมกันได้ด้วย มีอะไรกันบ้างตามมาดู อ. คริส แนะนำกันเลยค่ะ

 

ความฝันของคุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้ลูกเป็นเด็กสองภาษา ฝึกให้ลูกพูดภาษาอังกฤษเก่งไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่หมั่นสอดแทรกการเรียนภาษาอังกฤษไว้ในกิจกรรมของครอบครัว หมั่นพูดคุย พร้อมชี้ชวนให้ลูกจดจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษพร้อม ๆ กัน ทั้งสนุกและได้ความรู้แบบไม่เปลืองเงิน คุณพ่อคุณแม่คนไหนก็ชอบใช่ไหมคะ วันนี้ รายการ Kids Talk ในช่วง Daddy Talks  อาจารย์คริส คริสโตเฟอร์ ไรท์ จะมาช่วยแนะนำ คำศัพท์และประโยคภาษาอังกฤษให้คุณพ่อคุณแม่สอนคำศัพท์และประโยคภาษาอังกฤษให้กับลูก ๆ ได้เก่งกันทั้งครอบครัวแน่นอน

 

รวมคำศัพท์จาก ชื่อผักภาษาอังกฤษ ที่ลูกคุ้นเคย

เมื่อคุณพ่อคุณแม่ต้องไปซื้ออาหารที่ตลาดสด หรือซูเปอร์มาร์เก็ต ลูกน้อยหลายคนรู้สึกว่านี่เป็นช่วงเวลาแสนน่าเบื่อ เพราะใช้เวลาค่อนข้างนาน ความจริงแล้วเราสามารถเปลี่ยนช่วงเวลาที่ต้องเดินวนไปวนมาให้สนุกขึ้น ด้วยการเล่นเกมทายคำศัพท์จาก ชื่อผักในภาษาอังกฤษ ที่มีหลากหลายชนิด ทั้งผักที่เป็นใบ หัว และผล เพื่อเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่ ๆ นอกห้องเรียน พร้อมกับเสริมสร้างความรู้รอบตัวให้มากขึ้นด้วย

 

ระหว่างกำลังสอน ชื่อผักในภาษาอังกฤษให้กับลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่อาจเล่าเรื่องเสริมเกี่ยวกับลักษณะ การเพาะปลูก ประโยชน์ รวมถึงเมนูอาหารที่ทำจากผักแต่ละชนิดให้ลูก ๆ เรียนรู้เพิ่มเติมได้ด้วย ที่สำคัญคือ คุณพ่อคุณแม่ควรเช็กคำศัพท์และการออกเสียงของชื่อผักที่ถูกต้องก่อน เพื่อให้ลูกจดจำและนำใช้อย่างถูกต้องเช่นกัน

 

>> ตามมาดู อ. คริส กับน้องวิน พาไปรู้จักชื่อผักภาษาอังกฤษ กับรายการ KidsTalk ช่วง DaddyTalks ตอน ชื่อผัก 20 ชนิด กันเลยค่า

ชมคลิปรวมคำศัพท์และประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้คุยกับลูก เกี่ยวกับชื่อผัก 20 ชนิด ได้ด้านล่างนี้เลย

 

ทวน คำศัพท์ภาษาอังกฤษในร้านหนังสือ กันเถอะ

lettuce                                ผักกาดหอม

iceberg lettuce                  ผักกาดแก้ว

cos lettuce                          ผักกกาดคอส

tomato                                 มะเขือเทศ

mushroom                          เห็ด

lime  มะนาวเขียว / lemon มะนาวเหลือง

long bean                            ถั่วฝักยาว

cucumber                            แตงกวา

Chinese cabbage               ผักกาดขาว

cabbage                               กะหล่ำปลี

pumpkin                             ฟักทอง

winter melon                     ฟักเขียว

eggplant / aubergine       มะเขือ

carrot                                   แครอท

celery                                    คื่นช่ายฝรั่ง

morning glory                    ผักบุ้ง

holy basil                             กะเพรา

sweet basil                         โหระพา

lemongrass                         ตะไคร้

kaffir lime leaf                   ใบมะกรูด

เป็นอย่างไรกันบ้างกับประโยคและคำศัพท์เกี่ยวกับ ชื่อผักภาษาอังกฤษ ที่ใช้คุยกับลูก เมื่อรู้แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถดูเป็นแบบอย่าง และนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่ง ๆ เพื่อเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษให้ลูกน้อยของเรา และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร คุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

 

 ชมคลิปอื่นๆของรายการ Kids Talk :

ช่วง Daddy Talks

ช่วง Chinese talk

ช่วง Exclusive Interview

เข็มน้ำเกลือหลุด

พ่อเล่าอุทาหรณ์! แขนลูกพุพอง เพราะรพ. ทำ เข็มน้ำเกลือหลุด

พ่อเล่าอุทาหรณ์…เตือนพ่อแม่ทุกคนระวัง! หากลูกต้องแอดมิดเข้ารักษาที่โรงพยาบาล หมั่นดูสายน้ำเกลือให้ดี เพราะหาก เข็มน้ำเกลือหลุด อาจทำให้แขนลูกเป็นแผลพุพองได้

อุทาหรณ์! แขนลูกพุพอง เพราะรพ. ทำ เข็มน้ำเกลือหลุด

เมื่อลูกน้อยไม่สบาย … เชื่อว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่ทุกคน แทบจะนอนไม่หลับเพราะความเป็นห่วง และถ้ายิ่งเห็นลูกร้องไห้เพราะเจ็บปวด พ่อแม่แทบใจสลาย เช่นเดียวคุณพ่อท่านนี้ ที่อยากเจ็บแทนลูก เพราะแทนที่ลูกตัวน้อยวัย 8 เดือนป่วยเป็นหวัดจนต้องแอดมิท แต่กลับต้องมาเจ็บปวดเพิ่มอีก เพราะโดนเจาะให้น้ำเกลือ แต่ เข็มน้ำเกลือหลุด ทำให้มือลูกน้อยบวม และเป็นแผลพองน่าสงสารมาก

คุณพ่อจึงออกมาแชร์อุทาหรณ์โดยใช้เฟซบุ๊กชื่อ ธีระพงษ์ แสงสุวรรณ โพสต์ข้อความผ่านกลุ่ม Her kid รวมพลคนเห่อลูก เพื่อเตือนคุณพ่อคุณแม่ให้ระวังเรื่องการเจาะน้ำเกลือในเด็กเล็ก ซึ่งคุณพ่อเล่าว่า …

มาเตือนแม่ๆ พ่อๆ ให้ระวังเรื่องการเจาะน้ำเกลือในเด็กเล็กๆ เนื่องจากพาลูกไปรักษาอาการไข้+หวัดมีน้ำมูก วันที่ 12-8-61 คุณหมอดูอาการแล้วแจ้งว่าให้แอดมิด หลังจากนั้นเจาะให้น้ำเกลือ+ยา ฆ่าเชื้อ

เข็มน้ำเกลือหลุด
ภาพมือน้องที่สามารถดูเข็มได้เลยว่าหลุดหรือไม่

จะเห็นได้จากรูป เราไม่สามารถดูเข็มได้เลยว่าหลุดหรือไม่ ลูกร้องไห้ตั้งแต่23.00น.-02.00 น. พ่อ+แม่เข้าใจว่าลูกร้องเพราะไม่สบาย จนลูกหลับไป ลูกขยับตัวพ่อเอานมให้ดูดจับแขนจึงเห็นว่า #แขนลูกบวมเต่งจนเหมือนพลาสติกจึงกดออดเรียกพยาบาลให้มาดู พยาบาลมาดูแจ้งว่าอาการบวม 1-2 วันก็หายเราก็เบาใจ จากนั้นหมอเข้ามาดูอีกครั้งแจ้งแบบเดียวกันคือ 1-2 วันก็ยุบก็หาย #พ่อกับแม่สบายใจว่าเดี่ยวก็หาย

เข็มน้ำเกลือหลุด
ภาพแขนน้องพุพอง เพราะรพ. ทำเข็มน้ำเกลือหลุด วันที่ 13 ก.ย.

อ่านต่อ “พ่อเล่าอุทาหรณ์! แขนลูกพุพองเพราะเข็มน้ำเกลือหลุด” คลิกหน้า 2

พีเจ้นสานต่อแคมเปญ

พีเจ้นสานต่อแคมเปญ“Thailand Breastfeeding Day By Pigeon อุ่นรักจากอกแม่ร่วมสร้างสถิติแห่งความภาคภูมิใจ”

พีเจ้นสานต่อแคมเปญ ในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ผ่านแคมเปญปีที่ 4 กับ “Thailand Breastfeeding Day By Pigeon อุ่นรักจากอกแม่ ร่วมสร้างสถิติแห่งความภาคภูมิใจ” เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ และร่วมรณรงค์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในประเทศไทย สร้างการตระหนักถึงคุณค่าและสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่

 

โดยได้รับความร่วมมือจากคุณแม่ทั่วเมืองไทยในการเข้าร่วมแสดงพลังแห่งความรักของคุณแม่กว่า 1,120 แม่ลูก ที่พร้อมทุบสถิติการให้นมลูกจากอกแม่พร้อมกันเป็นเวลา 3 นาที บันทึกใน Thailand Records โดยภายในงานยังได้แขกรับเชิญสุดพิเศษ คุณพ่อ-คุณแม่ ซูเปอร์สตาร์ อย่างตู่-ภพธร และ นุ้ย-สุจิรา ร่วมแชร์ประสบการณ์ล้ำค่าในการเลี้ยงลูกผ่านมุมมองของคุณพ่อ คุณแม่มืออาชีพ และครั้งแรกของครอบครัวจารุจินดา หลังผ่านมรสุมครรภ์เป็นพิษ คุณพ่อเติ้ล ตะวัน คุณแม่กระแต หอบลูกสาวสุดน่ารัก น้องมียา เปิดตัวครั้งแรกพร้อมแชร์ประสบการณ์เพื่อเป็นกำลังใจ ส่งพลังบวกสร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณแม่ที่มาร่วมงาน

พีเจ้นสานต่อแคมเปญ

คุณสุวรรณา โชคดีอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กแบรนด์ “พีเจ้น” กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ ซึ่งได้รับการตอบรับและประสบผลสำเร็จมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แคมเปญ “Thailand Breastfeeding Day By Pigeon อุ่นรักจากอกแม่ร่วมสร้างสถิติแห่งความภาคภูมิใจ” ได้รับการตอบรับจากคุณแม่เป็นอย่างดี โดยมีจำนวนแม่ลูกเข้าร่วมทำสถิติในงานเพิ่มมากขึ้นทุกปี ได้สร้างแรงบันดาลใจให้คุณแม่หันมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากขึ้น โดยในปีแรกมีคู่แม่ลูกจำนวน 410 แม่ลูก, ในปีที่สองจำนวน 796 แม่ลูก, ในปีที่สามจำนวน 1,018 แม่ลูก และในปีนี้มีมากถึง 1,120 แม่ลูก พีเจ้นให้ความสำคัญในเรื่องประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เสมอมา และอยากส่งต่อคุณค่านี้ให้ยาวนานที่สุด เป็นช่วงเวลาดีๆ ที่คุณแม่กับลูกน้อยได้ใกล้ชิดและสานสัมพันธ์ความรักกันอย่างลึกซึ้งจากแม่สู่ลูก เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรงและมีพัฒนาการที่ดีในอนาคต เพราะนมแม่คืออาหารทรงคุณค่าที่ประกอบไปด้วยสารอาหารทุกชนิดที่ลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิดต้องการ ซึ่งในปีนี้ พีเจ้นรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดงานนี้ขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยที่ยังได้รับการสนับสนุนและการตอบรับเข้าร่วมงานอย่างดีเสมอมา กิจกรรมครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์และสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ที่จะช่วยส่งเสริมให้สังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญ และหันมาใส่ใจกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากขึ้น และถึงแม้ว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย แต่พีเจ้นก็ยังมุ่งมั่นในเจตนารมณ์ที่จะสนับสนุนกิจกรรมในการรับรู้และร่วมรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีอัตราที่สูงขึ้น และเป็นทางเลือกอันดับแรกในการวางแผนเลี้ยงลูกของทุกครอบครัว” คุณสุวรรณากล่าว

พีเจ้นสานต่อแคมเปญ

การสร้างสถิติการร่วมให้นมลูกจากอกแม่พร้อมกันทั่วประเทศ ในครั้งนี้ได้จัดกิจกรรมขึ้นพร้อมกัน 2 แห่ง คือ กรุงเทพมหานคร และเชียงใหม่ โดยที่เชียงใหม่ได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เปิดโอกาสให้คุณแม่ในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียงได้เข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้คุณแม่ที่ไม่สะดวกเดินทางมาเข้าร่วมในงานทั้งที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่มีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมในการทำสถิติผ่านทางเฟสบุ๊กพีเจ้นอีกด้วย ซึ่งจำนวนแม่ลูกที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ทั้งหมด จะถูกบันทึกลงใน Thailand Records ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงแค่การทำสถิติของจำนวนเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมและจุดยืนของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกัน ซึ่งเป็นวิธีการเลี้ยงลูกตามธรรมชาติที่มีประโยชน์และส่งผลดีต่อทั้งลูกและแม่มากที่สุด  พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำและเป็นผู้เชี่ยวชาญพัฒนาการเด็กและทารกของพีเจ้น ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มาตลอดระยะเวลามากกว่า 35 ปี โดยคาดหวังว่าการจัดงานครั้งที่ 5 ในปีหน้า จะสามารถทำลายสถิติการให้นมลูกจากอกแม่ในจำนวนที่เพิ่มสูงขึ้น” คุณสุวรรณากล่าวปิดท้าย

ภายในงานได้รับเกียรติจากทีมผู้เชี่ยวชาญจากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มาให้ความรู้การดูแลคุณแม่และลูกน้อยถึงในงาน นอกจากนี้คุณแม่ผู้ร่วมทำสถิติยังได้รับประกาศนียบัตรแห่งความภาคภูมิใจจากพีเจ้น และในปีนี้ได้มีการมอบ Pigeon “Best Breastfeeding Moments” Awards ให้กับคุณแม่ที่ส่งเรื่องราวความสุขอุ่นรักจากอกแม่เข้ามากว่า 600 เรื่องราว จำนวน 4 รางวัล พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์อีกมากมาย

สิ่งล้ำค่าที่สุดสำหรับลูกมีอยู่แล้วในคุณแม่ทุกคน นั่นคือ “น้ำนมแม่” พีเจ้นอยากส่งต่อคุณค่านี้ให้นานที่สุด เพราะการได้ให้นมลูกจากอกแม่คืออีกหนึ่ง “True Love True Breastfeeding Moments” ความสุขอุ่นรักจากอกแม่

“พีเจ้นสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่”

#PigeonSupportBreastfeeding

 

domperidone

Domperidone ยาเพิ่มน้ำนม ปลอดภัยจริงหรือ?

หนทางสู่นมแม่ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ สำหรับแม่บางคนที่ไม่ได้มีน้ำนมไหลมาเทมาเหมือนแม่คนอื่น ๆ การทานยาเพิ่มน้ำนม Domperidone ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่จะทำให้มีน้ำนมเพิ่มขึ้นอย่างเพียงพอให้ลูกได้ทานอิ่ม แต่สำหรับแม่ให้นมบุตร การทานยาบางชนิด อาจส่งผลกระทบถึงลูกที่ทานนม ทำให้แม่ ๆ เกิดความสงสัยว่ายา Domperidone ที่จะทานเพื่อเพิ่มน้ำนมนั้น ปลอดภัยจริงหรือไม่ มาดูกันค่ะ

Domperidone ยาเพิ่มน้ำนม ปลอดภัยจริงหรือ?

Domperidone คือยาอะไร?

ดอมเพอริโดน (Domperidone) เป็นยาที่ใช้รักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน โรคกรดไหลย้อน ลดอาการแน่นท้องที่เกิดจากการรับประทานอาหารมากเกินไป เป็นต้น ยานี้ได้รับอนุมัติทะเบียนยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สามารถใช้ได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิด สำหรับประเทศไทยของเรามักจะรู้จักยาดอมเพอริโดนในยาชื่อการค้าว่า ‘ยาโมทิเลียม (Motilium)’ กลไกการออกฤทธิ์ของยานี้จะกระตุ้นให้หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก มีการบีบและเคลื่อนตัวได้มากขึ้น ทำให้มีการขับเคลื่อนของอาหารที่รับประทานเข้าไปผ่านกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กได้อย่างปกติ

ยาเพิ่มน้ำนม
ยาเพิ่มน้ำนม ดอมเพอริโดน ยาที่มีผลข้างเคียงในการกระตุ้นน้ำนมแม่

Domperidone มีฤทธิ์ในการเพิ่มน้ำนมได้อย่างไร?

เนื่องจาก ยาDomperidone ออกฤทธิ์ต้านการทำงานของ dopamine (สารประกอบอินทรีย์ที่มีความสำคัญกับสมองและร่างกาย หน้าที่หลักของฮอร์โมนตัวนี้คือยับยั้งการหลั่งโปรแลคติน (prolactin) จากต่อมใต้สมองส่วนหน้า) เมื่อการทำงานของ dopamine ลดลง จึงเกิดผลข้างเคียงคือ ทำให้ระดับฮอร์โมนโปรแลคตินในกระแสเลือดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งโปรแลคตินเป็นฮอร์โมน ในการกระตุ้นเซลล์ต่อมน้ำนมในการสร้างน้ำนม จึงทำให้มีน้ำนมเพิ่มขึ้น จึงมีการใช้ยานี้มาเป็นยากระตุ้นการสร้างน้ำนมนั่นเอง อย่างไรก็ตาม การทานดอมเพอริโดนในขนาด 1 – 2  เม็ดวันละ 3 – 4 ครั้ง (30 – 80 มก./วัน ) เพื่อให้ยาช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมนั้น เป็นการใช้ยานอกข้อบ่งใช้การขึ้นทะเบียนกับ อย. ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนทานยาชนิดนี้ค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ คำแนะนำและผลข้างเคียงของยาดอมเพอริโดน

อาหารฟาสต์ฟู้ด

ระวัง! คุณผู้หญิง กินฟาสต์ฟู้ด บ่อย เสี่ยงมีลูกยาก

คุณผู้หญิง หรือใครที่กำลังเตรียมตัวอยากเป็นแม่ ต้องระวังให้ดี อยากคุณกินอาหารขยะ หรือ อาหารฟาสต์ฟู้ด บ่อยเกินไป อาจเสี่ยงทำให้ มีลูกยาก ได้นะคะ

วิจัยชี้! ว่าที่คุณแม่กิน อาหารฟาสต์ฟู้ด มาก เสี่ยงมีลูกยาก

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เรื่องอาหารการกิน ก็ส่งผลต่อการมีลูกได้เหมือนกัน หากใครอยากมีลูกต้องระวัง หากอยากมีลูกคุณผู้หญิงต้องปรับเปลี่ยนอาหารการกินกันไม่มากก็น้อย เพราะการกินอาหารฟาสต์ฟู้ด เป็นจำนวนมาก อาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่จะไม่มีลูก หรือ ทำให้ มีลูกยาก ได้มากถึงร้อยละ 41 เมื่อเทียบกับการไม่กินอาหารฟาสต์ฟู้ดเลย

ซึ่งเรื่องนี้มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย ได้เผยแพร่ในวารสารการแพทย์อย่าง Human Reproduction ซึ่งทำการวิเคราะห์อาหารการกินของผู้หญิง 5,598 คนในออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร และไอร์แลนด์ เผยว่า …

คุณผู้หญิงที่หลีกเลี่ยงการกินผลไม้ หรือ ชอบกิน อาหารฟาสต์ฟู้ด (อาหารขยะ) มากเกินไป อาจส่งผลต่อการ มีบุตรยาก รวมไปถึงอาจทำให้ใช้ระยะเวลานานมากขึ้นกว่าจะเริ่มตั้งครรภ์ได้

โดยงานวิจัยของศาสตราจารย์แคลร์ โรเบอร์ จากมหาวิทยาลัยแอดิเลต ในออสเตรเลีย รวบรวมข้อมูลจากแบบทดสอบระหว่างปี 2547 – 2554 ในประเทศออสเตรเลีย อังกฤษและนิวซีแลนด์ เพื่อศึกษาผู้หญิงเกือบ 500 คน ที่ตั้งครรภ์แรก ว่าพวกเธอรับประทานอะไรหลายเดือนก่อนที่จะเริ่มตั้งครรภ์

 

อ่านต่อผลวิจัย “กินฟาสต์ฟู้ดมาก” เสี่ยงมีลูกยาก คลิกหน้า 2

ผลไม้ที่คนท้องห้ามกิน

คุณแม่ท้องโพสต์เตือน เกือบแท้งลูก เพราะกินมะม่วงหาวมะนาวโห่

อุทาหรณ์ คนท้องระวังให้ดี … คุณแม่ท้องโพสต์เตือน เกือบแท้งลูก เพราะกิน มะม่วงหาวมะนาวโห่  มากเกิน หนึ่งในกลุ่ม ผลไม้ที่คนท้องห้ามกิน

อาหารการกิน เป็นหนึ่งเรื่องสำคัญที่แม่ท้องต้องใส่ใจ เพราะเมื่อท้องแล้วก็ใช่ว่าจะสามารถกินอะไรได้ตามใจปากอย่างที่เคย เนื่องจากมีอาหารบางชนิด บางอย่างที่อาจส่งผลร้ายต่อคุณแม่ท้องเองและลูกน้อยในครรภ์ได้ เช่นเดียวกับคุณแม่ท่านนี้ที่บังเอิญกิน มะม่วงหาวมะนาวโห่ เข้าไปโดยไม่รู้ว่าสรรพคุณคือ มีฤทธิ์ช่วยขับเลือด

คุณแม่โพสต์เตือน เกือบแท้งลูกเพราะกินมะม่วงหาวมะนาวโห่

ผลไม้ที่คนท้องห้ามกิน
มะม่วงหาวมะนาวโห่

โดยคุณแม่ได้โพสต์เรื่องราว พร้อมภาพ ผ่านเฟซบุ๊ก ส่วนตัวว่า…

#ถ้ามันเป็นความรู้สามารถแชร์บอกต่อเพื่อนๆได้นะค่ะเพราะเราคิดว่าเพื่อนๆที่ตั้งครรภ์บางคนอาจจะไม่รู้
เข้าเรื่องเลยนะคะ พอดีเมื่อวานเรากินมะม่วงหาวมะนาวโห่ แล้วถ่ายรูปลงเฟสพี่เค้าก็คอมเมนท์ว่า คนท้องเค้าห้ามกินนะคะ เราก็คิดทำไมวะเข้ากูเกิลหาดูเลยค่ะ จริงๆ คือมันเป็นยาและมีสรรพคุณหลายอย่าง มันเป็นยาขับเลือดด้วยซึ่งไม่เหมาะแก่คนท้อง

ด้วยความที่เราหิวเลยให้แฟนไปเก็บมาให้ กินไปประมาน 10 เม็ดกว่าๆ มานั่งเล่นเฟสพอพี่เค้าคอมเม้นแบบนั้นเราก็รู้สึกกังวลใจมาก ไปอ่านในพันทิปในเพจคนท้องเค้าบอกแล้วแต่คนค่ะ แต่ไม่กินจะดีกว่าบางคนก็บอกแท้งบาง บางคนก็บอกออกมาแข็งแรงดี แต่เอาจริงๆคนเป็นแม่มันมีความกังวลสูง

 

อ่านต่อ “คุณแม่โพสต์เตือน เกือบแท้งลูกเพราะกินมะม่วงหาวมะนาวโห่” คลิกหน้า 2

Benja Chicken

Benja Chicken เนื้อไก่ 100% Natural เพราะดีกว่า แม่จึงเลือกให้ลูกกิน

Benja Chicken ชื่อนี้ดีน่าค้นหา และยังตอบโจทย์คนเป็นแม่ที่ใส่ใจครอบครัวอย่างมาก เพราะนอกจากจะเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ธรรมชาติ 100% ไม่มีฮอร์โมนและยาปฏิชีวนะ แถมยังมีคุณลักษณะเด่นถึง 5 ประการ คือ เลี้ยงด้วยข้าวกล้อง หอม นุ่ม ฉ่า และปลอดสาร ปลอดภัย

เนื้อไก่ที่มีข่าวเยอะแยะว่ามีฮอร์โมนมั้งละ มียาปฏิชีวนะมั้งละ กินมากไม่ดีมั้งละ แล้วแม่อย่างเราจะรู้ได้ยังไงว่าไก่ที่เราเลือกปลอดภัย!?

 

Benja Chicken ทำไมถึงดีกว่าสำหรับครอบครัวของเรา ?

หลังจากที่ตามไปสืบเสาะข้อมูลรู้มาว่านี่เป็นครั้งแรกของโลกที่เขาเลี้ยงไก่ด้วย “ข้าวกล้อง !!” คุณค่ะแล้วแบบนี้จะไม่ให้เรียกว่าไก่ไฮโซได้ยังไงล่ะคะ เพราะข้าวกล้องถือเป็นสุดยอดซุปเปอร์ฟู๊ดมีคุณค่าสารอาหารอัดแน่นเต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งก็ดีต่อสุขภาพมากๆ ลองคิดภาพตามค่ะ ถ้าเรากินเนื้อไก่ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีด้วยข้าวกล้องคัดพิเศษ สูตรเฉพาะ ที่มีคุณค่าทางอาหารมากมาย ทั้ง Gaba, Anti-Oxidants, วิตามิน B3, B6, B9 และถูกเลี้ยงด้วยวิถีแบบธรรมชาติภายในโรงเรือนที่มีระบบป้องกันโรค และมีระบบควบคุมอุณหภูมิ อากาศถ่ายเทอย่างดี จึงเรียกได้ว่าเป็นไก่ที่กินหรู อยู่สบาย จึงทำให้เนื้อไก่นูน แน่น มีสีอมชมพู แล้วเราก็ทานเนื้อไก่นั้นเข้าสู่ร่างกาย คิดดูสิคะว่าร่างกายเราจะได้ประโยชน์ขนาดไหน

ดังนั้นขอบอกคุณแม่ไว้ตรงนี้เลยค่ะว่าความเลิศของเนื้อไก่ นอกจากเป็นไก่ที่ธรรมชาติ 100% ปลอดสารปลอดภัยแล้ว ยังเป็นไก่กินข้าวกล้อง ที่มีหอม นุ่มและฉ่า มากกว่าไก่ทั่วไป ถึง 55% (เค้าการันตีด้วยผลทดสอบจากห้องแลป) …ดีงามค่ะคุณแม่

Benja Chicken

และเมื่อเร็วๆ นี้ก็ได้มีโอกาสไปร่วมชมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Benja Chicken ภายในงานมีการไขข้อข้องใจเรื่องไก่ๆ มากมาย โดยคุณหมออร กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องต่อมไร้ท่อ และฮอร์โมนในเด็ก, นายสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านปศุสัตว์ และผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารสัตว์มาอธิบายให้ฟังแบบหายสงสัยกันไปเลย

Benja Chicken

โดยงานนี้ได้ครอบครัวอารยะสกุล คุณหมอโอ๊ค-สมิทธ์ คุณโอปอล์-ปาณิสรา พร้อมน้องอลิน-อลัน ครอบครัวที่ใส่ใจสุขภาพและอาหารการกินของลูกเป็นอันดับหนึ่ง พร้อมทั้งแขกรับเชิญว่าที่คุณแม่ลูกสอง คุณเบนซ์ พรชิตา ซึ่งทั้งสองคุณแม่มีข้อสงสัยมากมายเรื่องการให้ลูกกินไก่ไม่ต่างกัน

คำถามเกี่ยวกับการกินไก่ที่ขึ้นมาในใจคุณแม่แน่นอนว่าต้องไม่พ้นคา ถามที่ว่า “กลัวลูกหน้าอกขึ้นเร็ว มีประจำ เดือนเร็ว ต้องงดกินไก่มั๊ย ?” ซึ่งคุณหมออรก็ได้ให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่เป็นประโยชน์กับคุณแม่อย่างเรามากค่ะ โดยคุณหมออรยืนยันแล้วว่า มีข้อมูลทางการแพทย์ปัจจุบันที่ยืนยันว่า อกขึ้นเร็ว การเป็น สาวก่อนวัยอันควร ไม่เกี่ยวข้องกับการกินไก่เลย! มันเป็นแค่ความเชื่อฝังรากลึกในอดีต ปากต่อปากมา ทำให้เราเข้าใจกันผิด! ปัจจุบันเราเลิกเชื่อเรื่องนั้นไปแล้ว ขอยืนยันเลยว่า คุณสามารถกินไก่ได้ แลtมาตรฐานไก่ในปัจจุบันไม่มีฮอร์โมนแล้ว แล้วทำไมเด็กถึงเป็นสาวกันเร็ว? ส่วนหนึ่งก็เชื่อว่า เกิดจากไขมันที่สะสมในร่างกายสามารถผลิตฮอร์โมนเพศหญิงได้ ทำให้เด็กเป็นสาวก่อนวัย วิธีป้องกันไม่ให้ลูกเป็นสาวก่อนวัย คืออย่าเลี้ยงลูกให้อ้วนมากเกินไป ควบคุมน้ำ หนักให้พอดี กินอาหารให้หลากหลาย โดยเฉพาะโปรตีน เพราะร่างกายเด็กยังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต บางคนเอาแต่งดกินไก่ เพราะกลัวมากเกินไป แต่ไม่ได้ควบคุมเรื่องน้ำหนักของลูก ก็อาจจะทำให้ลูกเป็นสาวเร็วได้

Benja Chicken

ภายในงานครั้งนี้ คุณหมอโอ๊ค-สมิทธ์ คุณโอปอล์-ปาณิสรา ได้เผยถึงเบื้องหลังการเยี่ยมชมฟาร์มที่มีระบบป้องกันโรคตั้งแต่หน้าประตูฟาร์มที่มีหลายกระบวนการป้องกันกว่าจะเข้าไปถึงในฟาร์มไก่ แล้วก็ไม่ผิดหวังเพราะเขาให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยต่อไก่มากๆ เรียกได้ว่ายุงไม่ให้ไต่นก แมลงไม่ให้เข้าใกล้ที่จะนา เอาเชื้อโรคมาติดไก่ที่เลี้ยงในฟาร์ม จึงเป็นไก่ที่ไม่เคยป่วยเลย ทำให้ทางฟาร์มไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะเลยตลอดการเลี้ยงดู

จากคำยืนยันจากคุณหมออรและเหล่าผู้เชี่ยวชาญ ก็สามารถเพิ่มความมั่นใจให้กับพ่อแม่ ทุกครอบครัวที่รักสุขภาพได้เลยว่า Benja เป็นไก่ธรรมชาติ 100% ที่ปลอดสาร ปลอดภัย ครอบครัวคุณหมอโอ๊ค คุณโอปอล์ น้องอลิน-อลัน ก็ทานเนื้อไก่ Benja เท่านั้นค่ะอยากให้ทุกครอบครัวได้ดูคลิปด้านล่างนี้ แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมคุณหมอโอ๊ค คุณโอปอล์ถึงมั่นใจในสินค้าขนาดนี้ค่ะ

อยากให้ทุกครอบครัวได้ดูคลิปด้านล่างนี้ แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมคุณหมอโอ๊ค คุณโอปอล์ถึงมั่นใจในสินค้า

คุณแม่ทุกคนสามารถหาซื้อ Benja Chicken ได้แล้วที่ Central Food Hall, Tops Market, Gourmet Market, Home Fresh Mart, Foodland, MaxValu, Villa Market, CP Freshmart และ Rimping เชียงใหม่ค่ะ ใกล้ที่ไหน สะดวกตรงไหนแวะซื้อเลยค่ะ ถ้าทานแล้วอร่อยยังไง มาแชร์ให้ทราบกันด้วยนะคะ

 

ตั้งครรภ์หลังคลอด

ตั้งครรภ์หลังคลอด หลังคลอดกี่เดือน ถึงตั้งท้องใหม่ได้

สำหรับแม่ ๆ ที่กำลังสงสัยว่า จะสามารถ ตั้งครรภ์หลังคลอด ไปแล้วนานเท่าไร แม่ ๆ หลายคนคิดว่าร่างกายหลังคลอดจะยังไม่เข้าที่ ยังไม่สามารถที่จะท้องต่อได้ ขอบอกว่าคุณคิดผิดค่ะ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีข้อมูลเกี่ยวกับการ ตั้งครรภ์หลังคลอด มาฝากค่ะ

ตั้งครรภ์หลังคลอด หลังคลอดกี่เดือน ถึงตั้งท้องใหม่ได้

หลังคลอดกี่เดือน ถึงจะตั้งท้องใหม่ได้

ก่อนจะตั้งท้องได้ ร่างกายของคุณแม่จะต้องมีไข่ตกเสียก่อน โดยปกติแล้วร่างกายของผู้หญิงหลังคลอดแล้ว จะยังไม่มีไข่ตก แต่สำหรับแม่บางคน หลังคลอดประมาณ 3-5 สัปดาห์ ก็สามารถมีไข่ตกได้ตามปกติแล้ว แม้ประจำเดือนครั้งแรกจะยังไม่มาก็ตาม ดังนั้นหากมีเพศสัมพันธ์กันในช่วงนี้ อีกประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากนั้น คุณแม่ก็จะสามารถตั้งท้องใหม่ได้ทันที การคุมกำเนิดหลังการมีประจำเดือนครั้งแรกนั้น เป็นสิ่งที่ช้าเกินไปสำหรับแม่ ๆ ที่ยังไม่พร้อมจะตั้งท้องลูกคนต่อไป

ท้องต่อเนื่อง
หลังคลอดกี่เดือน ถึงจะตั้งท้องใหม่ได้ จะสามารถท้องต่อเนื่องได้ไหม

และสำหรับแม่ ๆ ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จะมีโอกาสในการตั้งท้องใหม่ได้น้อยกว่าแม่ที่ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่มาก เพราะ เมื่อลูกดูดนมแม่ ฮอร์โมนโปรแล็กติน (Prolactin) จะหลั่งออกมาจากต่อมใต้สมอง และจะระงับการทำงานของฮอร์โมนที่ทำให้ไข่ตก แต่การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ก็ไม่ใช่วิธีคุมกำเนิดที่ได้ผล 100% เพราะฮอร์โมนโปรแล็กติน ที่หลั่งออกมานี้ จะขึ้นอยู่กับความถี่ของการดูดนมและระยะเวลาหลังคลอด ถ้าลูกดูดนมถี่ ๆ ทุก 3-4 ชั่วโมงก็จะได้ผลดีมาก แต่คุณแม่บางคนที่จำเป็นต้องทำงานนอกบ้านในตอนเช้า ให้ลูกดูดนมเฉพาะในตอนกลางคืน ส่วนกลางวันใช้นมผงช่วย โอกาสที่จะตั้งครรภ์ก็มีสูงมากขึ้นหากไม่ได้ใช้วิธีการคุมกำเนิดอย่างอื่นร่วมด้วย โดยทั่วไปแล้ววิธีนี้จะใช้ได้ผลในระยะ 6 เดือนแรกหลังคลอด แต่หลังจาก 6 เดือนไปแล้ว แม้ว่าลูกจะยังดูดนมอยู่ก็มีโอกาสที่จะตั้งครรภ์ได้ เพราะฮอร์โมนดังกล่าวจะมีน้อยลงในช่วง 6 เดือนหลังคลอดค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่่านต่อ ความเสี่ยงในการ ตั้งครรภ์หลังคลอด ที่เร็วเกินไป

ผักเพิ่มน้ำนมแม่

เผย 5 ซูเปอร์ ผักเพิ่มน้ำนม ให้แม่ สุดยอดวัคซีนหยดแรกของลูก

กรมอนามัยเผย นี่คือ 5 ซูเปอร์ ผักเพิ่มน้ำนม ให้คุณแม่หลังคลอดมีน้ำนมพุ่งปี๊ด ซึ่งเป็นสุดยอดวัคซีนหยดแรกของลูกน้อย ว่าแต่ จะมี ผักที่จะช่วย เพิ่มน้ำนมแม่ อะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

กรมอนามัยเผย ผักเพิ่มน้ำนม 5 ชนิด สุดยอดวัคซีนหยดแรกของลูก

นมแม่ ถือเป็นอาหารที่มีคุณค่าที่สุดสำหรับลูกน้อย ซึ่งมีสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโต พัฒนาสมอง จอประสาทตา ทำให้ลูกน้อยสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

โดยนมแม่ในระยะ  1-7 วันแรก จะมียอดน้ำนม ที่เรียกว่า หัวน้ำนม ซึ่งถือเป็นยอดอาหาร อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย อีกทั้งเป็นช่วงที่น้ำนมแม่มีภูมิคุ้มกันสูงสุด ลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิด คือหลังคลอดควรได้กินหัวน้ำนมก็เสมือนได้รับวัคซีนหยดแรกของชีวิต เพราะลูกแรกเกิดนั้นไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเองได้

การกินนมแม่จึงมีภูมิต้านทานในการต่อต้านเชื้อโรค ช่วยลดอัตราเสี่ยงเกิดโรค เช่น ติดเชื้อของระบบทางเดินอาหาร ติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ ลดภาวะเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ หอบหืด หูอักเสบ … นอกจากนี้ยังพบว่า >> เด็กกินนมแม่มีพัฒนาความสามารถทางสมองดีกว่าทารกที่ไม่กินนมแม่ อีกด้วย

⇒ Must read : ให้นมแม่ไม่ถึง 6 เดือน กลัวลูกไม่ฉลาด

⇒ Must read : เทคนิคเพิ่มน้ำนมแม่ ให้ลูกมีกินได้นานเป็นปี

ผักเพิ่มน้ำนม
เผย 5 ซูเปอร์ ผักเพิ่มน้ำนม ให้แม่ สุดยอดวัคซีนหยดแรกของลูก

นมแม่รากฐานแห่งชีวิต

ด้านองค์การอนามัยโลก ได้ให้คำแนะนำ เกี่ยวกับเรื่อง นมแม่ ว่า … เด็กต้องได้กินนมแม่หลังจากคลอด 1 ชม. และถ้าเป็นไปได้ควรกินนมแม่อย่างเดียว ไปจนถึงอายุ 6 เดือนแรกของชีวิต และกินนมแม่ควบคู่กับอาหารตามวัยจนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามสูตร 1-6-2

ทั้งนี้ จากการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติร่วมกับองค์กรเด็กแห่งสหประชาชาติ ในปี 2559 พบว่า … เด็กไทยที่ได้กินนมแม่หลังจากคลอด 1 ชม. มีร้อยละ 40 ได้กินนมแม่อย่างเดียวจนครบ 6 เดือน มี 23 % และเด็กที่ได้กินนมแม่อย่างต่อเนื่องจนอายุครบ 2 ปี มีเพียงร้อยละ 23 เท่านั้น

ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับนานาประเทศ สธ. และเครือข่าย ได้ตั้งเป้าไว้ว่า … ภายในปี 2568 ทารกที่ได้กินนมแม่อย่างเดียวต้องเพิ่มมากขึ้นเป็นร้อยละ 50

ด้าน พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย ยังได้กล่าวอีกว่า … สืบเนื่องจากสัปดาห์เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เมื่อต้นเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา กรมอนามัยพบว่า …

แม่ส่วนหนึ่ง น้ำนมไม่เพียงพอ จึงแนะนำเรื่องการสร้างเสริมโภชนาการ ให้กิน ผักเพิ่มน้ำนม ซึ่งหัวใจสำคัญของคุณแม่หลังคลอด และควรกินอาหารที่หลากหลายให้ครบ 5 หมู่ในแต่ละมื้อ ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายด้วย

หากกินอาหารมื้อหลักได้น้อย ก็ควรเพิ่มมื้อว่างที่มีประโยชน์ เพิ่มโปรตีน ไอโอดีน ธาตุเหล็ก แคลเซียม โฟเลท เพราะสำหรับคุณแม่ให้นมบุตรแล้ว ต้องการพลังงานมากกว่าคนปกติ 500 กิโลแคลอรี ซึ่งหากคุณแม่กินอาหารครบทุกหมู่ สุขภาพร่างกายแข็งแรงและไม่เครียด น้ำนม ก็จะมีเพียงพอสำหรับลูกน้อย โดยเฉพาะควรเลือกอาหารเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำนม ซึ่งหากคุณแม่หลังคลอด อยาก เพิ่มน้ำนมแม่ ให้ดีมีคุณภาพ แถมพุ่งปี๊ดแบบไหลมาเทมา ก็มี ผักเพิ่มน้ำนม อยู่ 5 ชนิด ที่เป็นอาหารประเภทหลัก ที่คุณแม่ควรกินได้แก่

ผักเพิ่มน้ำนม 5 ชนิด ที่แม่ควรกินหลังคลอด

หัวปลี

ผักเพิ่มน้ำนม
หัวปลี 1 ใน ผักช่วยเพิ่มน้ำนม ที่แม่หลังคลอดควรกิน

มีธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัสมาก ช่วยบำรุงน้ำนมได้ดี ได้แก่ แกงเลียง ยำหัวปลี ทอดมันหัวปลี ต้มข่าไก่ใส่หัวปลี หัวปลีชุบแป้งทอด ต้มหัวปลีจิ้มกับน้ำพริก

ผักเพิ่มน้ำนม
เมนูจาก หัวปลี 1 ใน ผักเพิ่มน้ำนม ที่แม่ควรกินหลังคลอด

 

อ่านต่อ >> ผักช่วยเพิ่มน้ำนม 5 ชนิด ที่แม่ควรกินหลังคลอด” คลิกหน้า 2

Babi Mild Official Store @Lazada

Babi Mild Official Store @Lazada ช้อปเบบี้มายด์ โปรฯเด็ด สะดวกส่งฟรีถึงหน้าบ้านได้แล้ววันนี้

Babi Mild Official Store @Lazada เบบี้มายด์ เอาใจคุณแม่ขาช้อปออนไลน์ เพราะอะไรนะเหรอ? ก็ได้ส่วนลดเด็ดๆ มากมาย และไม่ต้องวุ่นวายไปซื้อถึงที่ห้างสรรพสินค้า เพียงแค่คลิกนิ้วไปที่ Lazada ก็สามารถสั่งผลิตภัณฑ์เบบี้มายด์มาใช้กับเจ้าตัวเล็กอย่างง่ายๆ แล้วค่ะ

 

Babi Mild Official Store @Lazada เบบี้มายด์เอาใช้ขาช้อปออนไลน์ แม่ๆ ห้ามพลาดเข้าไปช้อปแบบชิวๆ ส่งฟรี พร้อมโปรฯเด็ดกันได้เลย!!

เพราะเบบี้มายด์ เข้าใจว่าคุณแม่ๆ มีสิ่งที่ต้องทำมากมายในแต่ละวัน บางครั้งไปห้างสรรพสินค้าก็ไม่สะดวกเสมอไป เอาใจคุณแม่ๆ ตอนนี้เบบี้มายด์ ขายออนไลน์แล้วที่ Lazada คุณแม่คนไหนอยากซื้อของลูกครบจบที่เดียว ส่งฟรีเก็บเงินหน้าบ้าน เชิญเข้าไปเลือกช้อปกันได้เลยค่ะ

Babi Mild Official Store @Lazada

เราก็เป็นแม่คนนึงที่ยุ่งตัวเป็นเกลียว เพราะต้องเลี้ยงลูกด้วย ทำงานประจำด้วย ทำให้เหนื่อยทุกครั้งกับการซื้อของเข้าบ้าน พอรู้ว่าเบบี้มายด์ได้เปิด Babi Mild Official Store @Lazada ในช่วงที่ผ่านมามนุษย์อย่างเราก็สะดวกมากยิ่งขึ้น ยิ่งตอนนี้เขาขยายบ้านเพิ่มสินค้าให้ครบครันหลากหลายมากขึ้น ถูกใจ๊ ถูกใจแม่อย่างเรายิ่งนัก เบบี้มายด์เขาก็ช่างรู้ใจดิฉันมากค่ะคุณ

Babi Mild Official Store @Lazada

แอบกระซิบ!!! ด้วยว่า ช้อปตอนนี้ครบ 499 บาท ลดเพิ่มกันไปเลยอีก 5% จากราคาลดอยู่แล้วยิ่งคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม แค่ใส่โค้ด BABIBEST ตอนชำระเงินง่ายๆ แค่นี้เอง โปรเด็ดแบบนี้จำกัดแค่วันที่ 23-26 สิงหาฯ นี้ เท่านั้นนะจ๊ะ

Babi Mild Official Store @Lazada

เอาเป็นว่าใครยังไม่ลองช้อปปิ้งแบบสบายๆ มีโปรฯสุดคุ้ม ส่งฟรีเก็บเงินหน้าบ้าน อย่ามัวแต่รอช้า คลิกเลยที่ https://www.lazada.co.th/babi-mild-official

Babi Mild Official Store @Lazada