แชร์ประสบการณ์ผ่าคลอดลูก เกือบตาย คุณแม่ต่างแดนเล่าระทึก!!!

แชร์ประสบการณ์ผ่าคลอดลูก เกือบตาย
แชร์ประสบการณ์ผ่าคลอดลูก เกือบตาย

แชร์ประสบการณ์ผ่าคลอดลูก เกือบตาย จากเรื่องจริงของคุณแม่ท่านหนึ่งที่แต่งงานและไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนกับสามี การใช้ชีวิตทุกอย่างดูเหมือนจะไม่มีอุปสรรคใดๆ แต่แล้ววันหนึ่งที่คุณแม่ท่านนี้อุ้มท้องจนมาถึงช่วงเวลาของการคลอดลูก เหตุการณ์เจ็บป่วยเสี่ยงอันตรายทั้งต่อตัวเธอและลูกน้อยในครรภ์ก็เกิดขึ้น!!!

 

แชร์ประสบการณ์ผ่าคลอดลูก เกือบตาย ฝันร้ายที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากเจอ

จากเหตุการณ์คลอดลูกทั้ง 3 ครั้งของคุณแม่ท่านนี้ที่มา แชร์ประสบการณ์ผ่าคลอดลูก เกือบตาย จะเป็นหนึ่งในอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้หญิงหลายๆ คนได้หันกลับมาดูแลใส่ใจกับสุขภาพรวมถึงทุกๆ เรื่องที่ควรให้ความสำคัญทั้งก่อน-ระหว่างตั้งครรภ์ และหลังคลอดลูก

ทีมงานได้รับเรื่องราวจากคุณแม่ลูก 3 ที่ตอนนี้เธอพักอาศัยอยู่ในประเทศออสเตรเลียกับครอบครัวที่น่ารัก หลังจากต้องผ่านประสบการณ์การผ่าคลอดทั้ง 3 ครั้งมาอย่างโหดร้ายด้วยเหตุที่ทำให้เกือบต้องสูญเสียชีวิตมาแบบไม่คาดคิด วันนี้คุณแม่จึงอยากมาแชร์ถึงการดูแลตัวเองหลังคลอด ที่เธอว่าสำคัญมากๆ เพราะสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่รอไม่ได้ ถ้าไม่เริ่มดูแลซะตั้งแต่วินาทีนี้กันค่ะ

แชร์ประสบการณ์ผ่าคลอดลูก เกือบตาย

 

คุณแม่ลูก 3 ขอเล่า ประสบกาณ์ผ่าคลอดลูก ที่เกือบสูญเสียชีวิต!!!  

ที่เห็นพี่แข็งแกร่ง สามารถทำหน้าที่เป็นแม่ลูกสามในต่างแดน ไม่มีครอบครัวทั้งของสามีและของตัวเองอยู่ใกล้ๆ เป็นเพราะเวลาตั้งท้องทุกครรภ์ มีปัญหาเจ็บป่วย จนถึงขั้นเกือบตายทุกครั้งน่ะค่ะ และเพราะเจออะไรๆ มาเยอะเลยคิดว่าชาตินี้ “คงไม่มีอะไรมาทำให้รากฐานของฉันสั่นไหวได้อีกแล้ว”

– ผ่า(ฉุกเฉิน)คลอดลูกคนแรกตอนอายุ 24 ปี ครรภ์เป็นพิษและก่อนกำหนดคลอดไป 2 เดือน

– ผ่าคลอดคนที่สองตอนอายุ 27 ปี เป็นเบาหวานตอนตั้งครรภ์

– ผ่า(ฉุกเฉิน)คลอดลูกคนที่สามตอนอายุ 30 ปีเป็นเบาหวานตอนตั้งครรภ์ ความดันสูงและมีอาการเกร็ดเลือดไม่แข็งตัว เนื่องมาจากแอสไพรินที่ต้องทานตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์เพื่อลดความเสี่ยงครรภ์เป็นพิษ

ลูกคนที่สามนี่ร่างพังมากค่ะ แพ้ท้องหนักมาก กระดูกเชิงกรานเคลื่อนจนต้องใช้ไม้เท้าพยุงเวลาเดิน …อาจจะเป็นเพราะพี่ไม่เคยดูแลตัวเองเลยทุกครั้งหลังผ่าคลอด ไม่เคยได้อยู่ไฟอยู่เดือนอะไร ไหนจะต้องดูแลลูกๆ อีกสองคนที่กำลังเริ่มไปโรงเรียน จึงทำให้เจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดไป 3 สัปดาห์ …หมอต้องผ่าฉุกเฉินเพราะกลัวแผลเก่าปริ หลังผ่าเลือดไหลไม่หยุด ต้องเปลี่ยนผ้าพันแผลทุกๆ 2-3 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ถึงจะออกรพ. แล้วก็ต้องกลับไปตรวจเลือดอยู่เรื่อยๆ เพื่อดูว่าจำนวนเม็ดเลือดแดงกลับมาเป็นปกติหรือยัง …2 เดือนผ่านไป อาการดีขึ้น ผลเลือดออกมาดีขึ้น แต่ยังไม่พอใจหมอ เลยต้องทำ Iron transfusion ในที่สุด

ตอนนี้ พอมานึกแล้ว “ฉันทำร้ายตัวเองมาหลายครั้งนะเนี่ย 555” วิตามิน อาหารเสริมอะไรไม่เคยแตะ เพราะเป็นคนไม่ชอบกินยา และถึงจะกิน ก็กินๆ หยุดๆ ไม่ค่อยมีวินัยอะไร  แล้วพอมาคิดถึงตัวเลขอายุที่ย่างเข้าหลัก 30 เลยคิดว่า คงต้องดูแลตัวเองบ้างแล้วล่ะ …อีกอย่าง ลูกคนนี้จะเป็นลูกคนสุดท้ายของพวกเรา พี่อยากจะให้น้องได้กินนมแม่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

แชร์ประสบการณ์ผ่าคลอดลูก เกือบตาย

พอดีตอนนั้นมีคนแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ชื่อ Prim (พริม) เป็นสมุนไพรแทนการอยู่ไฟ …ตัวพี่นี่เป็นเจ้าแม่กูเกิ้ล ชอบอ่านชอบค้นคว้าอยู่แล้วเลยลองเข้าไปศึกษาดู …พอรู้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ผ่านอย. เลยขอให้คุณนายแม่ที่กำลังฮอลิเดย์อยู่ไทยหิ้วกลับมาให้ด้วย

ความประทับใจแรกคือ แพ็คเกจน่ารักมากกกก ก.ไก่ล้านตัว เห็นหน้าดุๆ ตัวใหญ่ๆ แบบนี้แต่ใจหวานแหววนะคะ 555

เริ่มทานไปอาทิตย์แรก สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ หน่มน้มตูมมาก น้ำนมไม่ลดลงเลย ปกติช่วงรอบเดือนน้ำนมจะ ลดลงเนื่องมาจากฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง พออาทิตย์ที่สองหมดไป นี่เริ่มลุ้นแล้ว เพราะปกติเป็นคนไม่มี ปัญหาเรื่องปวดท้องประจำเดือน แต่จะปวดท้องหนักช่วงก่อนมีประจำเดือนหรือช่วงไข่ตก ผลปรากฏว่าเดือนนี้ ไม่ปวดท้องเลยค่ะ

ทานต่อไปได้สองเดือน แต่อย่างที่เคยเกริ่นไว้ข้างต้นนะคะ ว่าเป็นคนที่ไม่มีวินัยในตัวเอง 555 อีกอย่างยุ่ง มาก ลูกเยอะ  เลยเริ่มลืมทาน นานวันไปก็หยุดไปเลย

ไม่กี่เดือนต่อมา เจ้าตัวเล็กอายุได้ 7 เดือนแล้ว(และยังกินนมแม่อยู่) ประเทศออสเตรเลียเริ่มเข้าฤดูหนาว อากาศหนาวเย็นมาก ทั้งฝนทั้งพายุ ช่วงนี้อุณหภูมิลดลงต่ำ บางวันไม่ถึง 10 องศา อาการปวดหัวที่มาจากไหนก็ไม่รู้เริ่มมาเยือน ปวดแบบปวดมาก เหมือนมียางยืดอะไรมารัดรอบๆ หัว เหมือนตอนพระถังซำจั๋งสวดคาถาแล้วซุนหงอคงดิ้นพล่านๆ เพราะโดนรัดเกล้าบีบหัว ทนปวดอยู่อย่างนั้นเกือบอาทิตย์นึงจนไปหาหมอ ถึงได้รู้ว่าเป็นเพราะอากาศเย็นและเป็นที่ฮอร์โมนของเราเอง …หาได้เกี่ยวข้องกับไซอิ๋วไม่

อีกครั้ง ไม่ชอบทานยาค่ะ หมอแนะนำว่าให้ใช้ยาแก้ปวดเวลาทนไม่ได้ แต่เป็นห่วงลูกไง เพราะยังให้นมอยู่  บังเอิญนึกได้พอดีว่ายังเหลือพริมอีกกล่อง และจำได้ลางเลือนๆ ว่าสมุนไพรของพริมมีฤทธิ์ร้อนจะช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น พี่เลยลองกลับไปทานพริม ปรากฏว่ามันได้ผลค่ะ อาการปวดเริ่มลดลง จนตอนนี้หายเป็นปกติสุขแล้ว

สรุปคือ ตัวพี่เองที่มีปัญหาทั้งเรื่องเลือดจาง เรื่องฮอร์โมน เรื่องปวดท้องช่วงไข่ตก ณ จุดนี้ สภาพร่างกายดีขึ้น พอร่างพร้อม เราก็ทำหน้าที่แม่ให้ลูกๆ ทั้งสามได้เต็มที่ยิ่งขึ้น ปัญหาอย่างเดียวที่มีตอนนี้คือ พอทานหมดแล้ว ฉันจะไปหาซื้อที่ไหนหว่า

อ้อ…ลืมไป! เค้ามีตัวแทนและจัดส่งทั่วโลก

Add line ID: @prim หรือ คลิกเลย https://line.me/R/ti/p/%40prim

เฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/primpremium

เว็บไซต์ https://www.marketherballize.com/prim.php

 

หวังว่าเรื่องราวของคุณแม่ลูก 3 ครอบครัวนี้จะเป็นกำลังใจให้อีกหลายๆ ครอบครัวที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนได้มีความอุ่นใจมากยิ่งขึ้นหากต้องพบกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการอุ้มท้อง การคลอดลูก และการเลี้ยงลูกใช้ชีวิตในต่างแดนว่าจะต้องดูแลสุขภาพร่างกายอย่างไร เพื่อจะได้มีสุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดี แข็งแรงอยู่กับครอบครัว เลี้ยงลูกที่น่ารักให้เติบโตขึ้นอย่างมีอนาคตที่สดใสค่ะ

keyboard_arrow_up