เมจิ อีซี่คิวบ์ ผลิตภัณฑ์นมผงสูตร 3 ในรูปแบบก้อน ตัวช่วยที่ตอบโจทย์คุณแม่เทรนดี้ ชงง่าย ใคร ๆ ก็ชงได้

ในเด็กช่วงวัยหัดเรียนรู้ควรดื่นม ซึ่งเป็นอาหารหลักที่สำคัญของลูก แน่นอนว่านมแม่นั้นดีที่สุดอย่างไร้ข้อสงสัย แต่สำหรับคุณแม่ที่มีความจำเป็น การเลือกนมผง ก็เป็นหนี่งในทางเลือกที่ได้รับความนิยมเสมอมา แต่ทว่านมผงนั้น ก็ยังมีข้อเสียที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ ไม่ว่าจะเป็น การชั่งตวง ที่คุณแม่ โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ มักประสบกับปัญหา ตวงมาน้อยไปบ้าง หรือเยอะไปบ้าง หรือหกเลอะเทอะ ซึ่งถ้าเป็นการชงตอนอยู่ในบ้านก็ไม่เป็นปัญหาเท่าไร แต่เวลาที่ต้องเดินทาง พาลูกไปข้างนอกแล้วนั้น ปัญหาเหล่านี้ที่กล่าวมาทั้งหมด จะทวีคูณความลำบาก และน่าหงุดหงิดขึ้นไปอีก ในวันนี้เราจึงอยากแนะนำให้คุณแม่ได้รู้จักกับ ขั้นกว่าของนมผง ที่ได้ถูกพัฒนาเพื่อความสะดวกในการใช้งานจริง นั่นก็คือ นมก้อน นั่นเอง

ผลิตภัณฑ์นมชนิดก้อน ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องรู้จักกันในวันนี้ก็คือ เมจิอีซี่คิวบ์ (Meiji EZcube) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์นมผงสำหรับเด็ก จากแบรนด์เมจิที่มียอดขายอันดับ 1 ในญี่ปุ่น เมื่อพูดถึงนมก้อน หรือนมแบบก้อน คุณแม่อาจเข้าใจผิดว่า มันเหมือนกับนมอัดเม็ดหรือเปล่านะ? ต้องตอบเลยว่า ไม่เหมือนกันเลย นมก้อนเมจิอีซี่คิวบ์นั้น ผลิตขึ้นจากการนำนมผงมาผลิจโดยใช้กรรมวิธีเฉพาะ บีบอัดนมผงให้เป็นก้อนด้วยอากาศ ปราศจากการใช้สารเติมแต่งเพื่อให้จับตัวเป็นก้อน แต่อย่างใด

ในส่วนของสารอาหารซึ่งเป็นเรื่องสำคัญต่อพัฒนาการของลูก คุณแม่ก็ไม่ต้องกังวลไป  เพราะนมก้อนนี้ มีสารอาหารที่เหมาะสมต่อพัฒนาการของเด็ก ไม่ต่างจากนมผงเลย โดยมีปริมาณสารอาหารสำคัญต่อแกว ดังนี้

  • DHA 20 มก. ต่อแก้ว
  • มีธาตุเหล็กสูง
  • ใยอาหาร FOS 0.53 กรัม ต่อแก้ว
  • แลคตาเดริน (Lactadherin) 2.8 มก. ต่อแก้ว
  • นิวคลีโอไทด์ (Nucleotides) 3.9 มก. ต่อแก้ว
  • มีแคลเซียม โอเมก้า 3 และ 6
  • มีวิตามินเอ, วิตามินบี 6. วิตามินบี 12, วิตามินซี

ที่สำคัญสะดวกทั้งในการชง และการพกพา ประหยัดเวลาในการชงลง เพราะคุณแม่ไม่ต้องมานั่งตวง ให้ต้องกังวลว่า น้อยไป มากไป หรือจะหกละเทอะหรือไม่ เพราะเจ้านมก้อนนี้ถูกบรรจะอยู่ในห่อที่พกพาได้ง่าย สะอาด ถูกหลักอนามัย และมีปริมาณที่คงที่ 1 ก้อน สามารถชงได้ปริมาณนม 40 มล. เพียงแค่ ฉีกซอง เทใส่แก้วหรือขวด เติมน้ำร้อน คนให้ละลาย ก็พร้อมดื่มได้เลยทันที เหมาะกับคุณแม่ยุคใหม่ ที่มีกิจกรรมต้องทำใน 1 วันมากมาย และถูกใจลูกที่ไม่ต้องรอนานจนอารมณ์เสียอย่างแน่นอน

 

ชงง่าย ไม่ต้องตวง ใคร ๆ ก็ชงได้

1. เพียงฉีกซองตามรอยปรุ สามารถฉีกออกได้ง่ายด้วยมือเปล่า

2. เทนมก้อนลงไปในแก้ว หรือภาชนะ ให้ได้ปริมาณที่ต้องการโดย 1 ก้อน = ปริมาณนม 40 มล.

3.เทน้ำร้อนลงไปประมาณ 2/3 ของแก้ว แล้วเติมน้ำต้มสุกที่อุณหภูมิปกติ ให้เท่ากับปริมาณนมที่ต้องการ โดยนมก้อนทั้งหมด 1 ซอง สามารถชงผสมกับน้ำปริมาณ 172- 180 มล. ก็จะได้นมประมาณ 200 มล. ซึ่งเป็นปริมาณของ 1 แก้วขนาดทั่วไปพอดี

 

4.คนให้ละลาย แค่นี้ก็พร้อมดื่มแล้วค่า

เห็นได้ว่าวิธีการชงง่ายมาก คุณพ่อ คุณย่า หรือคุณยายก็ชงได้ ไม่ต้องตวงให้ยุ่งยาก ไม่ต้องกังวลเรื่องชงขาดหรือเกิน เท่านี้คุณแม่ก็พร้อมอัพเดทเทรนด์ใหม่ ๆ ให้คุณลูกได้แล้ว นอกจากนี้หากชงไม่หมดซอง ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บรักษา หรือความสะอาด เพราะสามารถพับด้านบนของซองลง ปิดให้สนิทด้วยคลิปหนีบ และนำไปเก็บได้

สำหรับคุณแม่ที่สนใจผลิตภัณฑ์นมผงรูปแบบก้อน  เมจิ อีซี่คิวบ์ สามารถหาซื้อได้ที่ Lotus’s, Big C, TOPS, Home fresh Mart, Central  และร้านค้าชั้นนำ รวมถึงช่องทางออนไลน์ของเมจิได้เลย

ที่พักบางแสน

ที่พักบางแสน ทะเลใกล้กรุงเทพ ในวันหยุดสั้นๆ

ที่พัก โรงแรม บ้านพัก ที่พักบางแสน ที่พักติดทะเล โรงแรมติดทะเล บ้านพักติดทะเล ที่พักใกล้ทะเล เที่ยวทะเลใกล้กรุงเทพ ทะเลบางแสน

ที่พักบางแสน ทะเลใกล้กรุงเทพ ในวันหยุดสั้นๆ

บางแสน ทะเลใกล้กรุงเทพอีกแห่งหนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวไทยนิยมไปพักผ่อนมาตั้งแต่อดีต อาจลดความนิยมไปบ้างในช่วงเวลาหนึ่ง เนื่องจากความสะอาดของน้ำทะเล แต่ในปัจจุบันน้ำทะเลได้กลับมาสวยใสอีกครั้ง จึงได้เห็นนักท่องเที่ยวกลับมาหนาตาเช่นเดิม วันนี้ทีมกองบรรณาธิการ ABK จึงได้นำบทความ ที่พักบางแสน มาฝากค่ะ

ที่พักบางแสน ทะเลใกล้กรุงเทพ ในวันหยุดสั้นๆ

The Marina Seaview Bangsaen

เดอะ มาริน่า ซีวิว บางแสน
เดอะ มาริน่า ซีวิว บางแสน ขอบคุณภาพจากเพจ Marina Sea View Bangsaen

เดอะ มาริน่า ซีวิว บางแสน ที่พักติดริมทะเล บริเวณหาดวอนนภา ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เป็นอาคารสีขาว 5 ชั้น ไม่มีลิฟท์ ออกแบบตกแต่งสไตล์มินิมอล บรรยากาศอบอุ่น สบายตา เห็นวิวทะเลสวยๆจากห้องพัก มีบาร์บนชั้นดาดฟ้า สามารถนั่งชมวิวสวยๆได้ มีห้องพักหลายแบบให้เลือก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ฟรี wifi ที่จอดรถ

ที่อยู่ : 108/19 ถนนบางแสนล่าง ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี 20130

โทร : 094 486 9910

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.marinabangsaen.net

 

Kalm Bangsaen Hotel

Kalm Bangsaen Hotel

โรงแรมคาล์ม บางแสน
โรงแรมคาล์ม บางแสน ขอบคุณภาพจากเวบ Kalm Bangsaen Hotel

โรงแรมคาล์ม บางแสน ที่พักติดหาดวอนนภา ออกแบบตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เก๋ๆ เหมือนเอากล่องสี่เหลี่ยมมาวางสับหว่างซ้อนทับกัน เดินทางสะดวก ใกล้แหล่งท่องเที่ยว มีห้องหลายแบบให้เลือก อยากจะเห็นวิวสระว่ายน้ำ หรือวิวทะเล ก็เลือกได้ตามชอบ แถมมีห้องสำหรับครอบครัว สามารถพักได้สูงสุด 4 คนอีกด้วย ไฮไลท์ของที่นี่คือชั้นบนสุดสามารถชมวิวบางแสนได้แบบ 360 องศา ชมพระอาทิตย์ตกกันแบบชิลๆ มีสระว่ายน้ำแบบน้ำเกลือ ที่จอดรถ ฟรี wifi

ที่อยู่ : 6 บางแสน สาย 1 ซอย 10 เทศบาลเมืองชลบุรี 20130

โทร : 038 383 250

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : http://kalm-bangsaen-hotel.chillholiday.com

 

Coco Beach Resort

Coco-Beach-Resort

โรงแรมบางแสน โคโค่ บีช รีสอร์ท
โรงแรมบางแสน โคโค่ บีช รีสอร์ท ขอบคุณภาพจากเวบ Coco Beach Bangsaen

โรงแรมบางแสน โคโค่ บีช รีสอร์ท ที่พักติดริมทะเล หาดวอนนภา เดินทางสะดวก ห้องพักสไตล์โมเดิร์น พร้อมเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน สามารถเลือพักห้องวิวทะเล หรือห้องวิวเมือง มีห้องประชุม สระว่ายน้ำในร่ม ที่จอดรถกว้างขวาง ฟรี wifi

ที่อยู่ : 20/9 ถนนบางแสนสาย 1 ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี จ. ชลบุรี, 20130

โทร : 038-383994-5, 092-201-9444

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.cocobeachbangsaen.com

 

อ่านต่อ…ที่พักบางแสน ทะเลใกล้กรุงเทพ ในวันหยุดสั้นๆ คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

10 แหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก สร้างทักษะชีวิต เน้นความคิดสร้างสรรค์

10 แหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก สร้างทักษะชีวิต เน้นความคิดสร้างสรรค์

แหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก เป็นแหล่งข้อมูลข่าวสาร และประสบการณ์ ที่จะช่วยสนับสนุนส่งเสริมให้เด็กอยากเรียนรู้ หรือทำให้เด็กสนใจหาความรู้และสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองเพิ่มเติม ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็กทั้งความคิด ร่างกายและจิตใจ 

แหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก มีหลากหลายรูปแบบ เช่น ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์การกีฬา สถานประกอบการ องค์การภาครัฐ และภาคเอกชน แหล่งข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ

10 แหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก สร้างทักษะชีวิต เน้นความคิดสร้างสรรค์

10 แหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก สร้างทักษะชีวิต เน้นความคิดสร้างสรรค์

ข้อดีของการพาเด็กไปแหล่งเรียนรู้

  • ทำให้เด็กได้พบเจอสิ่งใหม่ ๆ การไปตามแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ได้ร่วมทำกิจกรรม เป็นการเปิดประตูแห่งประสบการณ์ ทำให้เด็กได้พบเจอสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ และผู้คนที่นอกเหนือไปจากคนในครอบครัว
  • ทำให้เด็กได้เรียนรู้และได้ความรู้เพิ่มขึ้น การไปแหล่งเรียนรู้ ทำให้เด็ก ๆ เกิดการเรียนรู้นอกห้องเรียน เด็กต้องออกไปเจออะไรเยอะ ๆ ถึงจะเกิดการเรียนรู้ ระหว่างทางเด็กจะพบสิ่งแปลกใหม่และสถานที่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ได้ทำกิจกรรม ได้สัมผัสและลงมือทำเองจริง ๆ ได้ความรู้ผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ จากแหล่งเรียนรู้ที่คุณพ่อคุณแม่พาไป
  • ทำให้เด็กได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ไม่ว่าจะไปฟาร์ม สำรวจป่า วิ่งในทุ่งนา ขี่ควาย  ล้วนเป็นการเปิดประสบการณ์ให้เด็กได้เข้าไปใกล้ชิดธรรมชาติ เพราะการใช้ชีวิตในปัจจุบันโดยเฉพาะครอบครัวในเมือง โอกาสที่จะได้สัมผัสและใกล้ชิดธรรมชาติค่อนข้างน้อย
  • ทำให้เด็กรู้จักปรับตัว การร่วมกิจกรรมในแหล่งเรียนรู้ เด็กอาจเจอเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง หรือเจอปัญหาที่เด็ก ๆ จะต้องหาวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เด็กเรียนรู้การปรับตัวและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี
  • ทำให้เด็กรู้จักอดทน ปกติเด็ก ๆ จะรู้สึกเบื่อหน่ายเมื่อต้องนั่งรออยู่กับที่นาน ๆ หรือต้องรอคอยอะไรบางอย่าง การไปแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ต้องร่วมกิจกรรมตามเวลา หรือตามคิว มีกฎกติกาที่ชัดเจน ต้องรอเวลาที่จะได้เล่น ทำกิจกรรม พักทานอาหาร เด็กจะได้เรียนรู้กติกาหรือข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามารถเอาแต่ใจตัวเองได้

แนะนำ 10 แหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก สร้างทักษะชีวิต เน้นความคิดสร้างสรรค์

1. G Farm at Sam Khok

แหล่งเรียนรู้ที่นี่ เด็ก ๆ จะได้ครบทั้งความสนุก ความรู้ และความคิดสร้างสรรค์ โดยที่นี่จัดกิจกรรม 2 แบบ คือ กิจกรรมในฟาร์ม ได้แก่ ให้อาหารสัตว์ (เต่าบก แพะ ปลา กระต่าย ห่าน เป็ด ไก่) เดินเล่นในฟาร์มพื้นที่กว่า 8 ไร่ ถ่ายรูปตามมุมต่าง ๆ ไต่สะพานเชือกเล่นชิงช้า ขึ้นบ้านต้นไม้ชมบรรยากาศมุมสูง และ กิจกรรมพิเศษ เช่น กิจกรรมเรียนรู้เรื่องดิน ปลูกผักสวนครัว กิจกรรมจับสัตว์จริง (กบ/ปลา/ไส้เดือน/ปูนา) กิจกรรมเก็บไข่ในเล้า แล้วเอากลับบ้าน กิจกรรมดำนาแปลงสาธิต เล่นโคลน กิจกรรมทำไข่เค็มอารมณ์ดี กิจกรรมตะลุยฟาร์ม  ซึ่งระหว่างเด็ก ๆ ทำกิจกรรม คุณพ่อคุณแม่สามารถนั่งรอได้สบาย ๆ เพราะมีร้านอาหารและเครื่องดื่มอร่อย ๆ เปิดให้บริการ

เหมาะสำหรับ: เด็กอายุ 5 ปีขึ้นไป (กรณีเด็กเล็ก 3 – 4 ปี ต้องมีผู้ปกครองดูแล)

ที่ตั้ง: 80/1 หมู่ 3 หัวถนน ตำบลกระแชง อำเภอสามโคก ปทุมธานี

วัน-เวลาให้บริการ: เปิดให้บริการวันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดทำการทุกวันจันทร์) โดยแบ่งเป็น

  • วันอังคาร-วันศุกร์ เวลา 9.30 – 18.30 น.
  • วันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 9.00 – 19.00 น.

ค่าบริการ: เข้าฟาร์มฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย กรณีสนใจเข้าร่วมกิจกรรม สอบถามค่าใช้จ่ายกับทางฟาร์มอีกครั้ง

เบอร์โทร: 095-790-1424

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.facebook.com/gfarm.samkhok/

10 แหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก สร้างทักษะชีวิต เน้นความคิดสร้างสรรค์

อ้างอิงรูปภาพ: www.facebook.com/

 

2. Pa Jeep Farm

ป้าจิ๊บฟาร์มเป็นอีกแหล่งการเรียนรู้ที่แสนสนุกของเด็ก ๆ กิจกรรมของที่นี่มีชื่อว่า ชาวนาตัวจิ๋ว “JUNIOR FARMER PROGRAM” โดยกิจกรรมประกอบด้วย ให้อาหารควาย และให้เด็ก ๆ สัมผัสควายและขี่ควาย ทำไอติมหลอด สัมผัสลูกเจี๊ยบ และได้อุ้มแม่ไก่ ดูกรรมวิธีฟักไข่ เก็บไข่เป็ดแล้วให้เด็ก ๆ นำมาทำไข่ครกกันเอง พาไปส่องวิถีชีวิตปูนา การเพาะเลี้ยงกบนา ลงโคลน ดำนาปลูกข้าว ฝึกลุยโคลนจับปลาจับกบกันจริง ๆ ลุย เล่น เลอะ ไปกับสไลเดอร์โคลน และปิดท้ายด้วยปาร์ตี้โฟม โดยคุณพ่อคุณแม่ดูอยู่ห่าง ๆ สามารถไปช่วยได้บ้าง แต่ที่นี่เน้นให้เด็กได้ลองทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตัวเอง เด็ก ๆ ส่วนใหญ่พอเห็นกิจกรรม เห็นคลอง เห็นไก่ ก็วิ่งพุ่งเข้าใส่แล้ว กิจกรรมสนุกจนลืมคุณพ่อคุณแม่ที่รอไปเลย

เหมาะสำหรับ: เด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป

ที่ตั้ง: ถนนฉลองราชย์ ร.9 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี

วัน-เวลาให้บริการ: เปิดให้บริการเฉพาะ วันเสาร์ ถึง วันอาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์

กิจกรรมจัดเป็นรอบ มี 2 รอบ/วัน ใช้เวลาต่อรอบ 4 ชั่วโมง (จำนวนเด็กต่อรอบ 20 – 25 คน) แบ่งเป็น รอบเช้า เวลา 9.00 – 13.00 น. และ รอบบ่าย เวลา 14.00 – 18.00 น.

ค่าบริการ: JUNIOR FARMER PROGRAM เด็ก ราคา 800 บาท ผู้ปกครอง ราคา 250 บาท (มีบริการอาหารและเครื่องดื่ม 1 มื้อ)

เงื่อนไขการเข้ารับบริการ: จองล่วงหน้าเท่านั้น งด walk in

เบอร์โทร: 064-636-9656

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.facebook.com/pajeepfarm

10 แหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก สร้างทักษะชีวิต เน้นความคิดสร้างสรรค์

อ้างอิงรูปภาพ: www.facebook.com/pajeepfarm/

 

3. Farm de Lek

ฟาร์ม เดอ เล็ก หรือที่เด็กๆ เรียก ฟาร์มตาเล็ก เป็นฟาร์มเกษตรที่เรียกตัวเองว่า educational farm ที่นี่จัดกิจกรรมเรียนรู้มากมาย ให้เด็ก ๆ ในเมืองได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตในฟาร์มใกล้ชิดธรรมชาติ กิจกรรมที่นี่จะกำหนดรูปแบบให้เข้ากับอายุของเด็กๆ ตามความเหมาะสมของช่วงวัย แบ่งกิจกรรมหลัก ๆ เป็น กิจกรรมเช้าไปเย็นกลับ กิจกรรมครึ่งวันเช้าหรือบ่าย แคมป์เช้าไปเย็นกลับช่วงปิดเทอม แคมป์ค้างคืน กิจกรรมจิตอาสา กิจกรรมคอกม้า และอื่น ๆ อีกมากมาย เด็กมาที่นี่จะได้รับความสุข มีเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ลองให้เด็ก ๆ มาที่นี่ จะรู้สึกว่าคุ้มค่าคุ้มเวลาแน่นอน

เหมาะสำหรับ: เด็กเล็กจนถึงวัยรุ่น กิจกรรมจัดทั้งในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เป็นโปรแกรมให้เลือก

ที่ตั้ง: 43 หมู่ 3 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอองครักษ์ นครนายก

วัน-เวลาให้บริการ: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 9.00 – 17.00 น.

ค่าบริการ: กรุณาสอบถามประเภทกิจกรรมที่สนใจและค่าใช้จ่ายกับทางฟาร์มอีกครั้ง

เงื่อนไขการเข้ารับบริการ: จองล่วงหน้าเท่านั้น และรับจำนวนจำกัดต่อวัน

เบอร์โทร: 098-463-8223

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.facebook.com/farmdelek/

10 แหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก สร้างทักษะชีวิต เน้นความคิดสร้างสรรค์

อ้างอิงรูปภาพ: www.facebook.com/farmdelek/

 

4. Get Growing Community Farm

แหล่งเรียนรู้แนวผจญภัยกับห้องเรียนธรรมชาติ เป็นสนามเด็กเปื้อน ยิ่งเลอะยิ่งเยอะประสบการณ์ อัดแน่นไปด้วยฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ ถึง 20 ฐาน มีจุดเด่นเป็นไม้สลักรูปตัวเงินตัวทองเป็นทางเข้า เปิดให้เด็กปีนเข้าปากทะลุไปหาง มุ่งสู่การผจญภัยที่มากขึ้น มีม้าไม้เมืองทรอยตั้งเด่นเป็นฐานความสนุกแรก ๆ เด็ก ๆ สามารถเลือกทั้งโหนสลิงโรยตัวและสไลด์เดอร์น้ำคลุกโคลนแสนสนุก ลึกเข้าไปด้านในเป็นบึงน้ำพร้อมเครื่องเล่นให้ออกแรง เช่น กำแพงเชือกสำหรับปีนข้าม หรือแพเล็กไว้ให้ดึงข้ามฝั่งบึงไปมา สามารถเล่นสนุกกับดินทราย ให้อาหารสัตว์ เก็บไข่ไก่ มีกิจกรรมเช่าพื้นที่ปลูกผัก/เลี้ยงไก่ 

เหมาะสำหรับ: เด็กทุกช่วงวัยและผู้ใหญ่

ที่ตั้ง: 22 ตำบลบางกะเจ้า อำเภอพระประแดง สมุทรปราการ

วัน-เวลาให้บริการ: ฟาร์มเปิดให้บริการ วันพุธ ถึง วันอาทิตย์ เวลา 9.00 – 17.30 น. (ปิดทำการทุกวันจันทร์ ถึง วันอังคาร)

ค่าบริการ: สนามเด็กเปื้อนใกล้ชิดธรรมชาติ เปิดให้บริการ เวลา 9.00 – 17.00 น.

  • เด็กอายุ 0-3 ปี               ฟรี
  • เด็กอายุ 4-5 ปี               วันธรรมดา 200 บาท / วันเสาร์, วันอาทิตย์ 300 บาท
  • เด็กอายุ 6-18 ปี             วันธรรมดา 400 บาท / วันเสาร์, วันอาทิตย์ 500 บาท
  • ผู้ใหญ่ (ผู้สังเกตการณ์)   วันธรรมดา 100 บาท / วันเสาร์, วันอาทิตย์ 100 บาท
  • ผู้ใหญ่                          วันธรรมดา 300 บาท / วันเสาร์, วันอาทิตย์ 400 บาท
  • กิจกรรม Creative DIY Space, Animal feed, Plot rental, Collect eggs, Adopt Laying Hens และ Workshops อื่น ๆ กรุณาสอบถามค่าใช้จ่ายกับทางฟาร์มอีกครั้ง

เบอร์โทร: 083-136-5004

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.facebook.com/getgrowingcommunityfarm

ที่เที่ยวสำหรับเด็ก

อ้างอิงรูปภาพ: www.facebook.com/

 

5. Mushroom Cottage Farm – ฟาร์มกระท่อมเห็ด 

เป็นฟาร์มเกษตรท่องเที่ยวและศูนย์เรียนรู้การเพาะเห็ด มีกิจกรรมสันทนาการสร้างความรู้และความสนุกสนานเพลิดเพลินเกี่ยวกับเห็ด เช่น ทดลองทำก้อนเห็ด เปิดดอกเห็ด สอนเก็บเห็ด ได้มาที่นี่เด็ก ๆ จะมองเห็ดเป็นเพื่อน ได้ฝึกเรียนรู้ ทดลองทำอาหารจากเห็ด ได้อิ่มอร่อยก่อนกลับ ในฟาร์มมีส่วนของร้านอาหารนำเสนอเมนูเห็ดและเครื่องดื่มไว้คอยบริการ

เหมาะสำหรับ: เด็กและผู้ใหญ่

ที่ตั้ง: 25/17 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ตำบลคลองขวาง อำเภอไทรน้อย นนทบุรี

วัน-เวลาให้บริการ: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 9.00 – 18.00 น.

ค่าบริการ: ไม่มีค่าเข้าชม สนใจเข้าร่วมกิจกรรมที่ฟาร์มจัด กรุณสอบถามค่าใช้จ่ายกับทางฟาร์มอีกครั้ง

เบอร์โทร: 081-903-1331

เว็บไซต์อ้างอิง: www.facebook.com/Mushroom-Cottage-Farm

ที่เที่ยวสำหรับเด็ก

อ้างอิงรูปภาพ: www.facebook.com/Mushroom-Cottage-Farm

 

อ่านต่อ.. 10 แหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก สร้างทักษะชีวิต เน้นความคิดสร้างสรรค์ ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ชื่อจีน ชื่อภาษาจีน ตั้งชื่อลูก

รวมความหมายดี ๆ ชื่อจีน ชื่อภาษาจีน เปิดทางมังกร

ชื่อจีน ชื่อภาษาจีน ความหมายมงคลตามความเชื่อชาวจีนเป็นอย่างไร ตั้งชื่อลูก เสริมดวงเปิดทางมังกร ค้าขายร่ำรวย เฮงดีตลอดชีวิตหาไอเดียได้ที่นี่

รวมความหมายดี ๆ ชื่อจีน ชื่อภาษาจีน เปิดทางมังกร

ประเทศจีน ประเทศมหาอำนาจของทางฝั่งเอเซีย ที่วันนี้ไม่มีใครกังขาถึงความยิ่งใหญ่ของจีน จีนได้เข้ามามีบทบาทในสังคมโลกมากขึ้นอย่างมาก และมีแนวโน้มว่าจะมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง หรือแม้แต่ทางสังคม ที่เราเห็นคนจีนออกมาค้าขาย ทำการค้า ติดต่อกับหลาย ๆ ประเทศ รวมทั้งไทย

ภาษาจีนจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เปิดประตูสู่การติดต่อค้าขาย การที่คุณพ่อคุณแม่จะพาลูกไปเรียนภาษาจีนเพิ่มเติมจึงเป็นเรื่องที่เป็นที่นิยมกันในยุคนี้ เรามาดูเหตุผลสนับสนุนแนวคิดเรื่องความยิ่งใหญ่ของจีนกันเสียก่อน เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมยุคนี้เราจึงควรให้ลูกเรียนภาษาจีนเพิ่มเติม เป็นภาษาที่จะได้ใช้ในการติดต่อสื่อสารได้ นอกเหนือจากภาษาอังกฤษ

ประเทศจีน ชื่อจีน นั้นสำคัญไฉน
ประเทศจีน ชื่อจีน นั้นสำคัญไฉน

1. จีนเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ

คงต้องยอมรับว่าประเทศจีนกำลังก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่มีอิทธิพลระดับโลกมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ภาษาจีนเป็นภาษาที่มีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนหนึ่งเนื่องจากจีนเป็นประเทศขนาดใหญ่มีกำลังการผลิตสูง และมีธุรกิจต่างๆ ที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง รวมทั้งนักลงทุนชาวจีนที่ไปทำธุรกิจในประเทศต่างๆ ดังนั้นหากมีโอกาสในการเรียนภาษาจีนก็ควรเริ่มต้นศึกษาให้ได้มากที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาส และช่องทางการทำงานในอนาคตนั่นเอง

2. ภาษาจีนมีผู้ใช้งานมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก

จากผลสำรวจล่าสุดในปี 2019 พบว่าภาษาจีนเป็นภาษาที่มีผู้คนทั่วโลกใช้งานกว่า 1 พันล้านคน ซึ่งมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากภาษาอังกฤษ เนื่องจากประเทศจีนเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ทำให้ผู้คนนิยมใช้ภาษาจีนในการติดต่อเจรจาธุรกิจ และมีแนวโน้มว่าจะมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการพูดภาษาจีนได้ จะช่วยต่อยอดให้กับเด็กๆ ได้ในอนาคต

3. บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งกำเนิดขึ้นในประเทศจีน

จีนเป็นประเทศที่มีบริษัทชื่อดังจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น อาลีบาบา (Alibaba) เจ้าของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่คนไทยรู้จักกันดีอย่างลาซาด้า (Lazada) หรือจะเป็น เทนเซ็นต์ (Tencent) บริษัทไอทีที่ทำธุรกิจมากมายเกี่ยวกับแอปพลิเคชั่นที่คุ้นหูคุ้นตา เช่น WeChat, RoV, PUBG, Clash of Clan, JOOX, WeTv, Shopee, JD.com และ QQ รวมทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่อื่นๆ อีกมากมายที่มีจุดกำเนิดมาจากประเทศจีน ดังนั้นในอนาคต หากเราให้ลูกสามารถพูดภาษาจีนได้ย่อมมีข้อได้เปรียบในสายอาชีพ การเติบโตอย่างมั่นคงในหน้าที่การงานมากกว่าอย่างแน่นอน

ที่มา : https://www.lingoace.com

เมื่อคุณพ่อคุณแม่เห็นถึงประโยชน์ของการให้ลูกเรียนภาษาจีนเพิ่มเติมกันไปแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถเตรียมไว้ให้ลูกล่วงหน้า นั่นคือ ชื่อจีน นั่นเอง สิ่งนี้อาจฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่อยากลองให้คุณพ่อคุณแม่ลองคิดตามดูว่า หากเราพูดภาษาจีนได้ และต้องติดต่อสื่อสารกับคนจีน แต่ชื่อเรียกแทนตัวของเรานั้นเป็นคำที่พูดยากสำหรับคนจีน หรือการออกเสียงฟังดูแปล่ง ๆ หู ไม่สมูทไปตามภาษา อาจเกิดการสะดุด หรือได้ชื่อมาใหม่ แบบแปลก ๆ ก็เป็นได้ ดังนั้น ชื่อจีน สำหรับลูกจึงสำคัญฉะนี้แล

เว็บไซต์ช่วยตั้งชื่อภาษาจีน ง่าย ๆ แค่กรอก!!

ก่อนอื่นเลย เข้าเว็บนี้ >> http://www.mandarintools.com/chinesename.html  เป็นเว็บไซต์ที่มีหน้าให้บริการในการที่เราจะต้องกรอกข้อมูลเพื่อให้เขาสร้างชื่อจีนให้ มีขั้นตอนดังนี้

เว็บไซต์ช่วยตั้งชื่อลูก ชื่อจีน
เว็บไซต์ช่วยตั้งชื่อลูก ชื่อจีน
  • ใส่ชื่อจริง เป็นภาษาอังกฤษ ในช่อง Given Name
  • ใส่นามสกุล เป็นภาษาอังกฤษ ในช่อง Family Name
  • ช่อง Desired of Essence of the Name มีให้เลือก 4 ข้อ ให้เลือกมาเพียง 1 ข้อ
    • Wealth and Fortune = ความมั่งคั่งร่ำรวย
    • Beauty and Appearance = ความงดงาม และ รูปร่างหน้าตา
    • Mind and Intelligence = จิตใจ และ สติปัญญา
    • Strength and Power = ความเข้มแข็ง และ พลัง…
  • ใส่เพศ ลงในช่อง Your Gender
  • ใส่ วัน เดือน ปีเกิด (ค.ศ.) ในช่อง Your Birthdate
  • กดปุ่ม Get a Name!
เด็กชาวจีน ชื่อภาษาจีน ที่ต้องมี
เด็กชาวจีน ชื่อภาษาจีน ที่ต้องมี

ง่าย ๆ เพียงเท่านี้ ก็เสร็จแล้วระบบจะเลือกชื่อมาให้ โดยมีความหมายของชื่อเป็นภาษาอังกฤษด้วย สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว กันดีใช่ไหม แต่อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ที่แนะนำมานี้เป็นเพียงการเลือกชื่อตามโปรแกรมที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งยังไงมันก็คงจะไม่ละเอียด และพิถีพิถัน หาชื่อที่ตรง ความหมายมงคล เพื่อลูกได้ดีเท่าคุณพ่อคุณแม่เลือกให้อย่างแน่นอน ดังนั้นอย่าเพิ่งกังวลใจกันไปเรามีไอเดียชื่อจีนดี ๆ มาให้ได้เลือกกันตามสบาย เลือกให้ดี เลือกให้เหมาะสม แล้วชื่อจีนดี ๆ จะนำพาสิ่งดีๆ เปิดทางมังกรมาสู่ลูกน้อยของคุณ

อ่านต่อ >> ไอเดีย ชื่อจีน พร้อมความหมายดี มงคล เพื่อลูกน้อย คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เมนูสลัด

ส่องไอเดีย เมนูสลัด อร่อยดี เฮลตี้ไม่มีเบื่อ

เมนูสลัด กับไอเดียเมนูอาหารสายเฮลตี้ อยากให้ลูกกินผัก ผักมีประโยชน์มากมาย แต่จะมีวิธีทำแบบไหนให้ลูกกินผักสลัดได้อย่างดี ไม่มีเบื่อไม่มีคาย

ส่องไอเดีย เมนูสลัด อร่อยดี เฮลตี้ไม่มีเบื่อ!!

เมนูสำหรับคนรักสุขภาพ ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเมนูสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น วันนี้อยากเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่ มาลงมือเข้าครัวทำ เมนูสลัด ให้เจ้าตัวเล็ก ลูก ๆ ที่บ้านได้รับประทานผักกัน เพื่อเสริมสร้างสิ่งดี ๆ ให้แก่ร่างกาย ใครว่าเด็กไม่ชอบกินผัก หากเราทำ เมนูผัก ต่าง ๆ ให้อร่อย และน่ารับประทาน ฝึกให้ลูกได้กินผักตั้งแต่เขายังเล็ก ทำให้มื้ออาหารของครอบครัวต้องมีผักเป็นอาหารจานหนึ่งที่ต้องมีในแต่ละมื้อ ทำเป็นประจำเป็นนิสัย รับรองว่าการกินผักของเด็ก จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

เมนูที่ทำให้การรับประทานผักเป็นเรื่องน่าอร่อย คงหนีไม่พ้น เมนูสลัด ผักสดกรอบ ๆ อร่อย ราดด้วยน้ำสลัดข้น มัน เพิ่มรสชาติ ทำให้เมนูผักมื้อนั้น ๆ กลายเป็นสวรรค์ไปเลย วันนี้เรามาแนะนำไอเดีย เมนูสลัด เมนูเฮลตี้ที่ไม่ซ้ำ ทำให้อาหารสุขภาพของครอบครัว ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป กับหลากหลายเมนูสลัดที่พร้อมเสริฟ และมากด้วยประโยชน์ ดังนี้

ผัก 5 สี : เลือกผักครบสี ห่างไกลโรค

ผัก 5 สีต้านโรค ใครเคยไดยินคำ ๆ นี้บ้าง เคล็ดลับที่เรานำมาบอกต่อคุณพ่อคุณแม่ นอกจากจะฝึกลูกให้คุ้นเคย เคยชินกับการรับประทานผักแล้ว เพียงเลือกผักในจานให้มีครบ 5 สี คือ สีแดง, สีม่วง, สีเหลือง, สีเขียวและสีขาว ก็จะช่วยเติมเต็มคุณค่าสารอาหารได้ครบ ห่างไกลโรคอีกด้วย

  1. ผักสีแดง เช่น มะเขือเทศ, พริกหยวกสีแดง, หอมแดง, บีทรูท ฯลฯ มีไลโคปีน (Cycopene) และ เบตาไซซีน (Betacycin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนสำคัญในการป้องกันการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งที่ต่อมลูกหมาก รองลงมาคือมะเร็งปอด และมะเร็งที่กระเพาะอาหาร ทั้งยังช่วยบำรุงสายตา ดูแลเรื่องหัวใจ หลอดเลือด  บำรุงผิวให้เปล่งปลั่ง ลดการเกิดสิว
  2. ผักสีม่วง เช่น กะหล่ำม่วง, มะเขือม่วง, มันเทศสีม่วง ฯลฯ สีม่วงมาจากสารแอนโทไซยานิน ที่มีคุณสมบัติช่วยทำลายสารก่อมะเร็ง ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ต่างๆ ชะลอความเสื่อมถอย ลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ ช่วยยับยั้งเชื้ออีโคไลที่ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ แถมยังช่วยบำรุงเส้นผมให้เงางาม
  3. ผักสีเหลือง-ส้ม มีสารเบต้าแคโรทีนที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล,ไขมันในเส้นเลือด ช่วยให้ผิวพรรณสดใส รักษาความชุ่มชื่นให้ผิว ลดความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย ช่วยส่งเสริมและสร้างภูมิคุ้มกัน และยังมีลูทีน ซึ่งมีประโยชน์โดยตรงกับดวงตาในการป้องกันและชะลอความเสื่อมของจอประสาทตาในผู้ใหญ่ และช่วยพัฒนาการมองเห็นในเด็กเล็ก ซึ่งผักในกลุ่มนี้ได้แก่ แครอท, ฟักทอง, ข้าวโพด, มันฝรั่งหวาน, พริกสีเหลือง
  4. ผักสีเขียว ได้แก่ ผักใบเขียวทั้งหลาย ผักกลุ่มนี้มีคลอโรฟิลด์และเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต่อต้านโรคมะเร็ง ทำให้ผิวพรรณสดใส ยับยั้งการเกิดริ้วรอย ช่วยให้ระบบขับถ่ายดี ลดอาการท้องผูก เพราะ เป็นกลุ่มผักที่มีกากใยสูง ทั้งยังมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก เพราะให้พลังงานต่ำ
  5. ผักสีขาว เป็นผักที่มีแซนโทน ซึ่งเป็นสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ที่ช่วยลดอาการอักเสบ ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด และยังมีกรดไซแนปติกและอัลลิซิน ที่มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดไขมันในเลือด ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตและโรคหลอดเลือดหัวใจได้ ซึ่งผักที่อยู่ในกลุ่มที่มีเนื้อสีขาว ได้แก่ ขิง ข่า  กระเทียม  กุยช่าย  ขึ้นช่าย เซเลอรี่  เห็ด ลูกเดือย หัวไชเท้า ถั่วเหลือง ดอกกะหล่ำ ถั่วงอก และงาขาว

นอกจากผัก 5 สี จะช่วยให้เราห่างไกลโรค เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายแล้ว ยังมีสีสันสวยงาม หากเรานำมาทำเป็นเมนูสลัด ราดด้วยน้ำสลัดอร่อย เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการด้วย เนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีนสูง เช่น อกไก่ ทูน่า ปูอัด ด้วยแล้ว เมนูสลัด จานนั้น คงนับเป็นยอดอาหารเลยทีเดียว

เมนูสลัด เมนูสุขภาพ ดีได้อร่อยด้วย!!

สลัดผัก 5 สี

ที่มา : Rama Channel

ส่วนผสม

  • แตงกวาหั่นแว่น 1 ทัพพี
  • มะเขือเทศหั่นเป็นแว่น 1/2 ลูก
  • ถั่วแดงต้ม 1 ช้อนกินข้าว
  • กะหล่ำปลีเขียว หรือม่วง ซอย 1/2 ทัพพี
  • ผักกาดหอม หรือผักสลัด 1/2 ทัพพี
  • ฟักทอหั่นสี่เหลี่ยมต้ม 1/2 ทัพพี
  • ข้าวโพดต้มแกะเม็ด 1/2 ทัพพี
  • หอมหัวใหญ่หั่นเป็นแว่น 1/2 ลูก
  • แครอทซอย 1/2 ทัพพี

ส่วนผสมน้ำสลัด

  • โยเกิร์ตไขมันต่ำ รสจืด 4 ช้อนกินข้าว
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
  • น้ำเชื่อม หรือน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
  • เกลือ และพริกไทป่น

วิธีทำ

  1. เรียงผักสลัด 5 สีทั้งหมดในจานจัดเสริฟ
  2. นำส่วนผสมของน้ำสลัด โยเกิร์ต น้ำมะนาว น้ำเชื่อม เกลือ และพริกไทยป่น ลงในชามผสม คนเข้าด้วยกัน
  3. ราดน้ำสลัดลงบนจานผักสลัดที่เตรียมไว้ พร้อมเสริฟ

 

อ่านต่อ >>  เมนูสลัด อร่อยได้ ประโยชน์เยอะ พร้อมสำหรับเด็ก คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

แข่งขัน ผิดหวัง กลัวการแข่งขัน

8 วิธีช่วยลูก เมื่อลูกกลัวผิดหวังจากการ แข่งขัน

แข่งขัน คำที่เด็กยุคนี้ต้องพบเจอ กับโลกของการเปรียบเทียบ ชิงตำแหน่ง ที่ไม่ว่าอย่างไรลูกต้องเผชิญ เมื่อเขาพลาดพ่อแม่จะมีวิธีการช่วยอย่างไรดี

8 วิธีช่วยลูก เมื่อลูกกลัวผิดหวังจากการ แข่งขัน !!

การแข่งขัน กับวิถีชีวิตของมนุษย์ มีความเกี่ยวพันกันมาเสมอ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ดังนั้นการเปรียบเทียบ การแก่งแย่ง แข่งขัน กันจึงเป็นพฤติกรรมปกติของเรา ที่จะต้องพบเจอ แต่สำหรับลูกแล้ว เขาพร้อมสำหรับการแข่งขันในชีวิตหรือยัง??

เด็ก กับการแข่งขัน อาจฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่ความจริงแล้ว แม้ลูกยังเด็กเล็กอยู่ก็เกิดการแข่งขันกันขึ้นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันกันระหว่างพี่น้อง เพื่อน หรือแม้แต่การแข่งขันระดับใหญ่ในชีวิตเด็ก นั่นคือ การสอบแข่งขันเข้าเรียน การสอบแข่งขันระหว่างชั้น เป็นต้น ในเมื่อเราไม่สามารถหลีกหนีจากการแข่งขันไปได้ แล้วจะมีวิธีรับมืออย่างไรเมื่อลูกกลัวการผิดหวัง มีชนะก็ย่อมมีแพ้ เรามาดูวิธีการ และเหตุแห่งการแข่งขันกันว่าเกิดจากอะไรเพื่อทำความเข้าใจ และพร้อมรับมือเมื่อลูกต้องเผชิญ

ทฤษฎีบุคลิกภาพของอิริคสัน

มีการศึกษาเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิด และพฤติกรรมของมนุษย์มากมาย ศึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการของบุคลิกภาพในแง่มุมต่างๆ จนมีทฤษฎีบุคลิกภาพหลายทฤษฎีเกี่ยวกับจิตใจ สิ่งแวดล้อม และสังคม ทุกทฤษฎีก็พยายามอธิบายเรื่องของความรู้สึกนึกคิด และการแสดงพฤติกรรมของมนุษย์ ทฤษฎีบุคลิกภาพของอีริคสัน (Erik Erikson) จำแนกพัฒนาการของมนุษย์ออกเป็น 8 ระยะหรือ 8 ขั้น เริ่มตั้งแต่วัยแรกเกิดจนถึงวัยสูงอายุ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่สามารถตอบได้ว่า เหตุใดมนุษย์จึงมีพฤติกรรมเช่นนั้น

การแสดงออกเมื่อเด็กกลัว
การแสดงออกเมื่อเด็กกลัว

ขั้นที่ 1 ความไว้วางใจหรือความไม่ไว้วางใจ (TrustVS Mistrust)

ในช่วงขวบปีแรกของชีวิต ถ้าเด็กได้รับความรักความอบอุ่น ความเอาใจใส่จากพ่อแม่ เด็กจะพัฒนาความรู้สึกไว้วางใจคนอื่น แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าเด็กไม่ได้รับในสิ่งที่เขาต้องการ เด็กจะเกิดความสงสัย ความกลัว และความไม่ไว้วางใจคนอื่น

2. ความเป็นตัวของตัวเองหรือความสงสัย (Autonomy VS Doubt & Shame)

ในช่วงขวบปีที่ 2 ถ้าเด็กได้มีโอกาสสำรวจ และลงมือกระทำตามความอยากรู้อยากเห็น ความสามารถของตน เด็กก็จะพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง รู้จักควบคุมตนเอง แต่ถ้าเด็กถูกขัดขวางหรือไม่มีโอกาส เขาจะเกิดความไม่กล้าทำสิ่งใด เกิดความสงสัยในความสามารถของตัวเอง เกิดความละอายว่าไม่มีความสามารถแต่อย่างใด

ขั้นที่ 3 ความคิดริเริ่ม หรือความสำนึกผิด (Initiative VS Guilt)

ช่วง 3-5 ขวบ ถ้ามีการกระตุ้นให้เด็กได้แสดงความสามารถอย่างมีเป้าหมาย และทิศทางที่แน่นอน เด็กก็จะพัฒนาการมีความคิดริเริ่ม แต่ถ้าเด็กถูกตำหนิ ถูกห้ามก็จะรู้สึกผิดหวัง รู้สึกกลัวว่าตัวเองจะทำอะไรผิดๆลงไป ไม่กล้าตัดสินใจ

ขั้นที่ 4 ความเอาการเอางาน หรือความรู้สึกมีปมด้อย (Industry VS Inferiority)

ช่วง 6-11 ขวบ เด็กจะยุ่งอยู่กับการศึกษาเล่าเรียน การปฏิบัติตนตามกฎเกณฑ์ต่างๆ การฝึกฝนระเบียบวินัย ทำให้เกิดความขยันขันแข็ง ความเอาการเอางานอย่างไรก็ตาม ถ้าเด็กประสบความล้มเหลวในการเรียนหรือในการคบเพื่อน เด็กจะเกิดความรู้สึกมีปมด้อย ผลที่ตามมาอาจเป็นการหนีเรียน หรือไม่ตั้งใจเรียน

5. ความมีเอกลักษณ์แห่งตน หรือความไม่เข้าใจตนเอง (Identity VS Identity diffusion)

วัยรุ่นหรือ 12-19 ปี เป็นช่วงที่เด็กมีบทบาทต่างๆกับเพื่อน กับครูผู้ที่ตนชื่นชม เช่น ดารา เด็กจะเรียนรู้ที่จะมีแบบอย่างหรือเอกลักษณ์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย กิริยาท่าทางการพูดจา ถ้าเด็กไม่สามารถสร้างเอกลักษณ์ให้ตนเองได้ก็จะทำให้เกิดความสับสน ความไม่เข้าใจ เกิดการเลียนแบบผู้อื่น

ขั้นที่ 6 ความสนิทชิดชอบหรือความเปล่าเปลี่ยว(IntimacyVS Isolation)

วัยผู้ใหญ่ตอนต้น เป็นระยะของการมีเพื่อนร่วมงาน เพื่อนต่างเพศ การแสดงความรัก ทำให้เกิดความสนิทชิดชอบ แต่ถ้าไม่มีเพื่อนสนิท หรือคนรักที่จะแต่งงานด้วย จะมีความรู้สึกว้าเหว่ หงอยเหงา เปล่าเปลี่ยว

การ แข่งขัน มีอยู่รอบตัวลูก
การ แข่งขัน มีอยู่รอบตัวลูก

7..ความเสียสละ หรือความเห็นแก่ตัว (Generativity VS Self Absorption)

ในช่วงวัยกลางคน ชีวิตจะผูกพันกับครอบครัว สังคม และทรัพย์สมบัติ การพัฒนาบุคลิกภาพจะเป็นไปในด้านใดด้านหนึ่ง คือการเห็นแก่ส่วนรวม การเสียสละ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ หรือในทางตรงกันข้าม คือ การคำนึงถึงแต่ตัวเองเป็นใหญ่ การเห็นแก่ตัว การไม่ร่วมมือกับคนอื่น

ขั้นที่ 8 ความมั่นคงทางจิตใจ หรือ ความสิ้นหวัง (Integrity VS Despair)

วัยสูงอายุตอนปลาย จะคิดถึงอดีตที่ผ่านมา ความสมหวังหรือความล้มเหลวในหลายๆด้าน ถ้ามีความสมหวังมากกว่าความล้มเหลว จะมีความรู้สึกมั่นคงในจิตใจ แต่ถ้ามีความล้มเหลวมากกว่าจะมีความรู้สึกสิ้นหวัง ท้อแท้ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาทางจิตใจในวัยสูงอายุได้

จากทฤษฎีจึงจะเห็นได้ว่า ในทุกช่วงวัยของมนุษย์ จะมีพฤติกรรมที่จะนำไปสู่การพัฒนาไปเป็นบุคลิกภาพของตัวเอง แต่จะออกมาเป็นเช่นไรจะขึ้นไปตามแต่ประสบการณ์ที่แต่ละคนได้รับมา โดยจะพบว่าแม้ว่าในวัยเด็กที่เรามักคิดว่าเป็นวัยที่ไม่มีอะไรให้เครียด หรือกังวล แต่เขาก็มีภาระงานที่จะต้องฟันฝ่าให้ผ่านพ้นไป หากทำได้ไม่สำเร็จ หรือไม่ดี ก็จะส่งผลต่อบุคลิกภาพของเด็กได้ด้วยเช่นกัน

สภาพจิตใจของเด็ก

ในที่นี้ เด็ก หมายถึง วัยแรกเกิดจนถึง 12 ปี ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะเข้าสู่วัยรุ่น ทั้งนี้อาจจะพิจารณาเป็น 3 ระยะ คือ วัยทารก วัยก่อนเรียน และวัยเรียนในแต่ละวัยมนุษย์เรามีความต้องการตามธรรมชาติแตกต่างกันไป ถ้าได้บรรลุความต้องการก็จะเกิดความพึงพอใจ เชื่อมั่นในตนเอง มานะพยายาม และเกิดการพัฒนาบุคลิกภาพในทางที่เหมาะสมต่อไป ถ้าผิดหวังก็เกิดขัดเคือง หมดความมั่นใจ ท้อถอยรู้สึกเป็นผู้แพ้ 3 สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของมนุษย์

เด็กเล็กมีความต้องการทางร่างกาย ได้แก่อาหาร อากาศ น้ำ สัมผัส ฯลฯ เมื่อโตขึ้นมีการเรียนรู้มากขึ้นก็เกิดความต้องการทางอารมณ์ สังคม ความต้องการของเด็กเล็กแบ่งได้เป็น 4 อย่าง คือ

  1. ความต้องการความรัก (Need for Affection) เมื่อเด็กจำความได้จะรู้สึกว่าความรักความอบอุ่นนั้นเป็นของสำคัญอยากให้คนอื่นรักและได้รักคนอื่น เด็กที่มีความอบอุ่นได้รับความรักจากพ่อแม่ พี่น้อง จะมีอารมณ์แจ่มใสคงที่ ไม่มีการเอาเปรียบอิจฉาริษยา ซึ่งตรงข้ามกับเด็กที่ขาดความรัก ความอบอุ่น
  2. ความต้องการความปลอดภัย (Need for Security) เด็กต้องการความเสมอต้นเสมอปลาย หากมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เด็กไม่สามารถปรับตัวได้ทัน จะทำให้รู้สึกว่าตัวเองอยู่ในฐานะไม่ปลอดภัย
  3. ความต้องการสถานะในสังคม (Need for Status) เด็กทุกคนต้องการให้ผู้อื่นรับรู้ว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของสังคม อยากให้คนอื่นเอาใจใส่ และชมเชย
  4. ความต้องการอิสรภาพ (Need for Independence) เด็กต้องการรับผิดชอบการงาน ต้องการทำงานเป็นอิสระตามความสามารถของตนความต้องการ

เหล่านี้เป็นแรงผลักดันให้เด็กเกิดมีการกระทำต่างๆหรือแสดงพฤติกรรมต่างๆออกมา เพื่อสนองความต้องการที่เกิดขึ้นอารมณ์ของเด็ก อารมณ์ที่เกิดขึ้นในวัยเด็ก และมีการพัฒนาไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ จนกระทั่งมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ (Emotional maturity) ได้แก่ ความโกรธ ความกลัว ความรัก และความริษยา

เมื่อลูกกลัวผิดหวัง จากการ แข่งขัน
เมื่อลูกกลัวผิดหวัง จากการ แข่งขัน

ทำเข้าใจความกลัวของลูก

ความกลัวของเด็ก เกิดขึ้นเมื่อเด็กรู้สึกว่าตนเองขาดความปลอดภัย (insecurity) ซึ่งจะเกิดต่อเมื่อมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาทำให้เกิดขึ้น เด็กจะแสดงความกลัวโดยการร้อง และแสดงอาการกระเถิบหนีตามธรรมชาติ ความกลัวมักมีสาเหตุจากการที่เด็กต้องเผชิญกับสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ โดยทันทีทันใดหรือไม่คาดฝัน เด็กอายุ 1-3 ขวบ จะแสดงอาการกลัวความมืด กลัวฝันร้าย ความกลัวของเด็กอาจเนื่องมาจากผู้ใหญ่ก็ได้ถ้าผู้ใหญ่แสดงอาการกลัวต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เด็กก็จะพลอยกลัวไปด้วย หรือ เกิดจากการที่ผู้ใหญ่หลอกให้เด็กกลัวสิ่งที่ไม่มีเหตุสมควร

โดยทั่วไปความกลัวของเด็กขึ้นกับอายุและการเรียนรู้ วัยทารกนั้นยังมีความกลัวไม่มาก แต่เมื่อโตขึ้น รับรู้แยกแยะได้มากขึ้น ความกลัวก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น ยิ่งเริ่มจินตนาการได้บางทีเด็กก็จะมีความกลัวจากจินตนาการของตนเองเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เด็กก็จะสามารถใช้สติปัญญาความรู้ความเข้าใจต่างๆ ขจัดความกลัวในบางสิ่งบางอย่างที่เคยกลัวลงได้

ส่วนอิทธิพลของการเรียนรู้ที่มีต่อความกลัวของเด็กนั้น มองเห็นได้ค่อนข้างชัดเจน การเรียนรู้นี้อาจมาจากประสบการณ์ของเด็กโดยตรง เช่น เคยถูกสุนัขกัด ทำให้กลัวสุนัข หรือมาจากคำบอกเล่าของคนอื่น หรือมาจากจินตนาการของเด็กเอง เมื่อเด็กเกิดความกลัว ปฏิกิริยาตอบสนองโดยทั่วไป คือ พยายามหนีสิ่งที่กลัว หรือเผชิญหน้ากับมัน

ความกลัวเป็นพฤติกรรมปกติ แต่จะสอนลูกให้เผชิญหน้ากับความกลัวอย่างไร?

ในส่วนการเผชิญหน้า หรือกำจัดสิ่งที่กลัวนั้น เด็กไม่ค่อยจะทำ มักเลือกที่จะหนีสิ่งที่กลัวเสียมากกว่า หากไม่มีผู้ช่วย แต่ถ้าหนีทุกครั้งไป ก็ทำให้ขาดประสบการณ์บางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการได้ การหนีสิ่งที่กลัวโดยไม่มีเหตุผลอันควรแสดงว่าเด็กยังขาดความรู้ความเข้าใจ ยิ่งหากพบเจอกับผู้ใหญ่ หรือพ่อแม่บางคนที่ไม่สามารถสอนให้ลูกรับมือกับความกลัวได้ ตัดปัญหาด้วยการบอกให้เด็กหลบหลีกสิ่งที่กลัวเสีย เมื่อโตขึ้นก็กลายเป็นคนหวาดกลัวสิ่งต่างๆ ที่ไม่มีเหตุผลอยู่เสมอ

ถ้าเด็กรู้จักสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น และมีแนวทางในการควบคุมสถานการณ์ต่าง ๆ ได้มากขึ้น เด็กก็จะค่อย ๆ หายกลัว เด็กที่ขีกลัวต้องการคนปลอบใจมากกว่าการดุด่า เด็กต้องเอาชนะสถานการณ์นั้น ๆ ด้วยตัวของเขาเอง และจะดียิ่งขึ้นหากมีคำแนะนำที่ดีจากพ่อแม่ ถ้าเด็กได้พบเห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ มาก และพ่อแม่คอยช่วยแนะนำอธิบาย เด็กก็จะมีเหตุผลเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง และสามารถจัดการกับความกลัวที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตได้ สามารถแปรเปลี่ยนความกลัวเป็นการเตรียมตัว เตรียมพร้อมรับมือได้ต่อไป

 

อ่านต่อ >> 8 วิธีช่วยลูก เมื่อลูกกลัวการผิดหวังจากการแข่งขัน คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

10 คาเฟ่สำหรับเด็ก เที่ยวเพลิน พักผ่อนได้ทั้งครอบครัว

10 คาเฟ่สำหรับเด็ก เที่ยวเพลิน พักผ่อนได้ทั้งครอบครัว

คาเฟ่สำหรับเด็ก คือ พื้นที่รวมตัวของเจ้าตัวเล็ก เป็นแหล่งให้เด็ก ๆ มาปลดปล่อยพลังที่เหลือล้น สนุกไปกับการเล่นนอกบ้านที่หลากหลายอย่างปลอดภัย โดยทางคาเฟ่จะจำหน่ายทั้งของว่าง อาหาร ขนม และเครื่องดื่มสำหรับรับรองเด็ก ๆ เมื่อเล่นแล้วเกิดหิวขึ้นมา ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็มีที่นั่งรอสบาย ๆ ระหว่างที่เจ้าตัวเล็กเล่น มีบริการอาหารและเครื่องดื่มให้สั่งได้ระหว่างนั้น สามารถมองเห็นลูกน้อยอยู่ในสายตาได้ตลอดเวลา บางครั้งก็สามารถเข้าไปดูแลถึงตัว ร่วมเล่น และทำกิจกรรมร่วมสนุกกับลูกและเด็ก ๆ ได้อีกด้วย

10 คาเฟ่สำหรับเด็ก เที่ยวเพลิน พักผ่อนได้ทั้งครอบครัว

10 คาเฟ่สำหรับเด็ก เที่ยวเพลิน พักผ่อนได้ทั้งครอบครัว

ข้อดีของการพาลูกไปคาเฟ่สำหรับเด็ก

  • ใช้บริการอย่างสะดวก สบายใจ เพราะออกแบบมาเพื่อเด็ก คาเฟ่สำหรับเด็ก เป็นคาเฟ่สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้เด็กร่วมโต๊ะกับคุณพ่อคุณแม่และครอบครัว เด็กทำเลอะเทอะ ร้องไห้งอแง ก็เป็นที่ที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องรีบลุกหรือกังวลใจกับพฤติกรรมของเด็ก รวมถึงอาหารสำหรับเด็กก็มาในจาน ชาม ช้อนก็น่ารักดึงดูดใจเด็ก ดูน่ารับประทาน ปลอดภัยและอร่อยเหมาะกับเด็ก ๆ ด้วย
  • มีเครื่องเล่นและของเล่นที่เหมาะสม ช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็ก เพราะคาเฟ่สำหรับเด็กเป็นที่ให้เด็ก ๆ ได้เล่นสนุก มีของเล่นที่หลากหลายและได้รับการเลือกสรรมาแล้วว่าดีและเหมาะสมสำหรับเด็ก ให้เด็ก ๆ ได้เลือกเล่นตามที่เด็กชอบ ไม่น่าเบื่อ ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวกระตุ้นทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่
  • ฝึกการเข้าสังคม เพราะเด็กไม่ได้อยู่แค่ที่บ้านกับครอบครัว การมาคาเฟ่สำหรับเด็กทำให้เด็กเรียนรู้กฎระเบียบเมื่ออยู่ร่วมกันในสังคม ได้เจอเด็กคนอื่น ๆ ได้เล่นด้วยกัน รู้จักแบ่งปันของเล่น หรือได้เจอเพื่อนใหม่ ๆ และรู้จักการเข้าสังคมเพราะมาคาเฟ่สำหรับเด็ก
  • สร้างจิตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้เด็ก นอกจากพาเด็กมาที่คาเฟ่สำหรับเด็กเพื่อปลดปล่อยพลังอันมีเหลือล้น การมาเล่นในที่ใหม่ กว้าง แปลกตา จะช่วยเสริมสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ให้เด็ก เช่น การเล่นสวมบทบาททำครัว เล่นเป็นอาชีพในฝัน แต่งตัวเป็นเจ้าหญิง ไต่สะพานเชือกสุดตื่นเต้น เล่นสไลด์เดอร์แสนสนุก กิจกรรมเหล่านี้ล้วนสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้เด็ก ทำให้พร้อมเรียนรู้ในทุก ๆ วัน

แนะนำ 10 คาเฟ่สำหรับเด็ก ลูกเล่นเพลิน คุณแม่ชอบใจ

1. Safari Garden Playground & Cafe

คาเฟ่สำหรับเด็กที่มีความหลากหลาย ให้เด็ก ๆ สนุกได้ตามใจคิด จินตนาการได้เต็มที่ บรรยากาศแบบซาฟารีไม่ซ้ำใคร เป็นคาเฟ่สำหรับเด็กท่ามกลางธรรมชาติ ที่มาพร้อมการผจญภัยเล็ก ๆ น่าตื่นเต้น ให้วัยรุ่นฟันน้ำนมหรือวัยรุ่นฟันแท้เล่นสนุกได้ทุกวัน นอกจากนี้ยังมี workshop น่ารัก ๆ อาหาร ขนม และเครื่องดื่มรสชาติอร่อยไว้คอยบริการด้วย

พิกัด: 430 อ่อยนุช ซอย 17 แยก 10 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร

วัน-เวลาให้บริการ: เปิดให้บริการทุกวัน ส่วน Café เวลา 10.00-22.00 น. ส่วน Playground เวลา 10.00-21.00 น. Water play เวลา 10.00-20.00 น.

ค่าบริการ: ซื้อบัตรครั้งเดียว อยู่ยาวได้ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ

  • ส่วน Playground เด็ก: วันธรรมดา 200 บาท, วันหยุดเสาร์-อาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์ 250 บาท, ผู้ใหญ่ 50 บาท
  • ส่วน Water play เด็ก: วันธรรมดา 200 บาท, วันหยุดเสาร์-อาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์ 250 บาท

เบอร์โทร: 064-826-3179

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.facebook.com/safarigardencafe

10 คาเฟ่สำหรับเด็ก เที่ยวเพลิน พักผ่อนได้ทั้งครอบครัว

อ้างอิงรูปภาพ: www.facebook.com/

 

2. Little Sheep Kids Cafe

เป็นคาเฟ่เด็กที่ลูกชอบมาก คุณแม่หลาย ๆ บ้านบอกลูกชอบจนแม่เหนื่อย เพราะต้องพามาปล่อยพลังบ่อย ๆ มีที่เล่นให้ผจญภัยมากกว่า 20 โซน ช่วยฝึกทักษะได้รอบด้าน มีระดับความยาก-ง่าย สร้างความท้าทายให้เด็ก และช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ ในบทบาทต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับช่วงวัย คาเฟ่มี Wi-Fi บริการ อาหารอร่อยและเครื่องดื่มหลากหลาย​ ให้คุณพ่อคุณแม่และเด็ก ๆ เลือกความอร่อยได้ตามชอบใจ

พิกัด: 401​/2​ ถนน​ทวีวัฒนา ​แขวง​หนอง​ค้าง​พลู​ เขต​หนองแขม​ กรุงเทพมหานคร

วัน-เวลาให้บริการ: เปิดให้บริการทุกวัน 10.00-20.00 น. โดยแบ่งเป็น 3 รอบ/วัน ได้แก่ 10.00-13.00 น., 13.30-16.30 น. และ 17.00-20.00 น.

ค่าบริการ: เด็ก: 480 บาท/รอบ (เล่นได้ 3 ชั่วโมง), ผู้ใหญ่ 120 บาท/รอบ, เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี และ ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) เข้าฟรี

เงื่อนไขการเข้ารับบริการ: ต้องจองรอบล่วงหน้าเท่านั้นและตรวจ ATK แสดงผลไม่เกิน 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน โดยนำผลหรือรูปภาพมาแสดงหน้าร้าน ทุกท่านที่เข้ารับบริการต้องสวมถุงเท้ากันลื่น (กรณีไม่มีถุงเท้า ทางร้านมีจำหน่าย)

เบอร์โทร: 093-353-6356

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.facebook.com/littlesheepkidscafe/

10 คาเฟ่สำหรับเด็ก เที่ยวเพลิน พักผ่อนได้ทั้งครอบครัว

อ้างอิงรูปภาพ: www.facebook.com/littlesheepkidscafe/

 

3. Children Cafe & Playground

คาเฟ่ในฝันสำหรับคุณพ่อคุณแม่และเด็ก ๆ มีสนามเด็กเล่นตั้งอยู่กลางร้านอาหาร ไม่ว่ามองจากมุมไหนโต๊ะไหนก็มองเห็นเด็ก ๆ ขณะกำลังเล่นได้ตลอด เพราะในโซนกลางแจ้ง (Outdoor) โต๊ะอาหารตั้งอยู่รอบสนามเด็กเล่น ส่วนโซนในร่ม (Indoor) ห้องแอร์ ก็เป็นกระจกใสบานใหญ่ ให้คุณพ่อคุณแม่มองเห็นเด็ก ๆ ได้ตลอดเวลา สนามเด็กเล่นกลางแจ้งที่นี่ มีบ่อทราย มีที่ปีนป่าย สะพานเชือก ชิงช้า และยังมีสไลเดอร์อีก 2 อันใหญ่ พื้นเป็นหญ้าเทียมให้เด็ก ๆ ได้วิ่งเล่น ปล่อยพลังกันได้เต็มที่ ส่วนโซนในร่มด้านใน มีที่สามารถเล่นขายของ ทำกับข้าว เล่นได้นานทั้งวันแบบลืมเวลากลับบ้านกันเลย

พิกัด: ถนนเทศบาลรังสรรใต้ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

วัน-เวลาให้บริการ: เปิดให้บริการวันอังคาร-อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์) โดย วันอังคาร-ศุกร์ เปิดเวลา 11.00-20.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 10.00-20.00 น.

ค่าบริการ: เด็กมารับประทานอาหารกับครอบครัว เข้าเล่นได้ไม่มีค่าบริการ

เบอร์โทร: 089-744-0446

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.facebook.com/childrencafeandplayground

10 คาเฟ่สำหรับเด็ก เที่ยวเพลิน พักผ่อนได้ทั้งครอบครัว

อ้างอิงรูปภาพ: www.facebook.com/

 

4. Twinkle Kids Cafe and Playhouse

คุณพ่อคุณแม่จูงมือลูกไปปล่อยพลังได้อย่างสบายใจ เป็นพื้นที่สำหรับเด็ก ๆ และทุกคนในครอบครัว มีชุดอาชีพต่าง ๆ ทั้งหมอ ตำรวจ เชฟ คาวบอย ให้เด็ก ๆ เล่นสวมบทบาทสมมติและเรียนรู้ผ่านการเล่น มี Zone outdoor ให้เด็ก ๆ ได้ฝึกประสาทสัมผัสต่าง ๆ แบบกล้าเลอะยิ่งเยอะประสบการณ์ เป็นคาเฟ่ที่สะอาดมาก ทำความสะอาดทุก ๆ 30 นาทีระหว่างวัน เปิดเครื่องฟอกอากาศสำหรับกำจัดไวรัสและฝุ่น PM 2.5 ตลอดเวลา รวมถึงฆ่าเชื้อด้วยไฟ UV-C ซึ่งช่วยกำจัดจุลินทรีย์ ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อหรือแพร่กระจายเชื้อไวรัสและแบคทีเรียทุกวัน มีอาหารอร่อย ๆ และเครื่องดื่มบริการ คุณพ่อคุณแม่สามารถนั่งรับประทานอาหาร จิบกาแฟ หรือนั่งทำงานได้ มี Wi-Fi ฟรี รวมถึงคุณพ่อคุณแม่สามารถนั่งเล่นกับลูกเลยก็ได้

พิกัด: K SPACE Minimall 99/3 เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร

วัน-เวลาให้บริการ: เปิดให้บริการทุกวัน 10.00-18.45 น. โดยแบ่งเป็น 4 รอบ/วัน ได้แก่ 10.00-12.00 น., 12.15-14.15 น., 14.30-16.30 น. และ 16.45-18.45 น.

ค่าบริการ: เด็ก: 250 บาท/รอบ (เล่นได้ 2 ชั่วโมง), เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี 100 บาท/รอบ, ผู้ใหญ่ 50 บาท/รอบ

เงื่อนไขการเข้ารับบริการ: เหมาะสำหรับเด็กอายุ 0-6 ขวบ, ต้องจองวันและรอบเล่นก่อนเข้ารับบริการ (จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ)

เบอร์โทร: 083-779-5228

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.facebook.com/Twinklekidscafeandplayhouse/

คาเฟ่เด็ก

อ้างอิงรูปภาพ: www.facebook.com/Twinklekidscafeandplayhouse/

 

5. Wonder Woods Co-Learning Space & Kids Cafe

โดดเด่นว่าเป็นคาเฟ่เด็ก Play-Based Learning ด้วยหลักสูตรฟินแลนด์เพื่อการเรียนรู้ของเด็ก ๆ พื้นที่ด้านใน (Indoor) มีของเล่นต่าง ๆ ทั้งบ่อบอล ที่ปีนป่าย สไลเดอร์ มุมหนังสือ มุมของเล่นไม้ เล่นได้เพลิน ๆ ไม่มีเบื่อ พื้นที่ด้านนอก (Outdoor) มีสะพานเชือกตาข่าย และสนามหญ้าเทียม โซนบ่อทราย มี 2 บ่อด้วยกัน ทรายละเอียดสะอาดน่าเล่นมาก ส่วนโซนเปียกมีของเล่นน้ำหลายอย่าง มีจุดอาบน้ำพร้อมสบู่ให้บริการ เด็ก ๆ สามารถเตรียมชุดมาเปลี่ยนได้เลย คุณพ่อคุณแม่นั่งรอ มีจุดให้บริการทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ รอบคาเฟ่มีที่จอดรถค่อนข้างเยอะ

พิกัด: 991/12-15 Floraville Complex ซอย พัฒนาการ 51 แขวง สวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพมหานคร

วัน-เวลาให้บริการ: เปิดให้บริการทุกวัน 9.00-19.00 น.

ค่าบริการ: เด็ก 350 บาท (ต่อการเล่น 2 ชม.), ผู้ใหญ่ 100 บาท (ต่อการเล่น 2 ชม.), เด็กต่ำกว่า 6 เดือนเข้าฟรี

บริการเสริม: ในวันเสาร์-อาทิตย์ ทางคาเฟ่มีบริการถ่ายภาพโดยช่างภาพมืออาชีพโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

เบอร์โทร: 087-823-2223

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.facebook.com/wonderwoodskidscafe

คาเฟ่เด็ก

อ้างอิงรูปภาพ: www.facebook.com/

 

อ่านต่อ.. 10 คาเฟ่สำหรับเด็ก เที่ยวเพลิน พักผ่อนได้ทั้งครอบครัว ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เมนูเส้น

เมนูเส้น อร่อยง่ายๆ เด็กๆทานเพลิน พร้อมวิธีทำ!!

เมนู สูตรอาหาร เมนูทำง่ายๆ เมนูเส้น เมนูก๋วยเตี๋ยว ก๋วยเตี๋ยวผัด ก๋วยเตี๋ยวแห้ง ก๋วยเตี๋ยวน้ำ เมนูพาสต้า เด็กๆชอบทาน ผู้ใหญ่ก็ทานได้ไม่เบื่อ

เมนูเส้น อร่อยง่ายๆ เด็กๆทานเพลิน พร้อมวิธีทำ!!

เด็ก ๆ ส่วนใหญ่มักชื่นชอบก๋วยเตี๋ยว ไม่ว่าเส้นใหญ่ เส้นเล็ก เส้นหมี่ บะหมี่ หมี่ซั่ว ราเม็ง พาสต้าเส้นต่าง ๆ หรือเราเรียกกันว่า เมนูเส้น ไม่แต่เฉพาะเด็ก ๆ เท่านั้น ผู้ใหญ่ก็ชื่นชอบกันไม่ใช่น้อยทีเดียว วันนี้ทีมกองบรรณาธิการ ABK  จึงได้นำสูตรมาฝากให้ได้ลองทำกันดูค่ะ

เมนูเส้น อร่อยง่ายๆ เด็กๆทานเพลิน พร้อมวิธีทำ!!

มะกะโรนีผัดแซลมอน

มะกะโรนีผัดแซลมอน
มะกะโรนีผัดแซลมอน ขอบคุณภาพจากเวบ www.kapook.com

วัตถุดิบ

  • มะกะโรนีต้มสุก
  • เนยจืด
  • มะเขือเทศหั่นเต๋า
  • ถั่วลันเตาแช่แข็ง
  • ปลาแซลมอน
  • ชีสขูด

วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะ ใส่เนยจืด ตามด้วยมะเขือเทศ ผัดจนมะเขือเทศนิ่ม ตามด้วยถั่วลันเตา
  2. ใส่เนื้อปลาแซลมอน ผัดให้เข้ากัน ใส่เส้นมะกะโรนีลงไป โรยชีสลงไป รอละลาย ลดไฟอ่อนไม่ต้องคน ตักขึ้น

 

กวยจั๊บญวน

กวยจั๊บญวน
กวยจั๊บญวน ขอบคุณภาพจากเวบ www.kapook.com

วัตถุดิบ

  • ซี่โครงหมู 500 กรัม
  • ผงปรุงรสหมู สำหรับหมักหมู 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 1 ลิตร
  • เส้นกวยจั๊บญวน 1 ห่อ
  • หมูยอหั่นเป็นเส้น 200 กรัม
  • ผงปรุงรสหมู สำหรับปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
  • หอมเจียว 1 ช้อนชา
  • ต้นหอมซอย 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. หมักซี่โครงหมูกับผงปรุงรสหมู พักทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที
  2. เทน้ำในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ ลวกเส้นกวยจั๊บญวนจนสุกนิ่ม ใส่ซี่โครงหมูที่หมักไว้ และหมูยอ
  3. ปรุงรสด้วยผงปรุงรสหมู ตักใส่ชาม โรยหน้าด้วยหอมเจียว และต้นหอมซอย พร้อมเสิร์ฟ

 

สปาเกตตีคาโบนารา

สปาเกตตีคาโบนารา
สปาเกตตีคาโบนารา ขอบคุณภาพจากเวบ www.kapook.com

วัตถุดิบ

  • เบคอนหั่นชิ้น (ปริมาณตามชอบ)
  • นมสด 200 มิลลิลิตร
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • พาร์มีซานชีสขูด 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำ (สำหรับต้มเส้นสปาเกตตี)
  • เส้นสปาเกตตี 25 กรัม
  • เกลือป่น
  • น้ำมันมะกอก
  • กระเทียมสับ
  • พริกไทยดำ

วิธีทำ

  1. ทำซอสคาโบนารา โดยตีผสมนมสดกับไข่ไก่เข้าด้วยกัน จากนั้นใส่พาร์มีซานชีสลงไป ตีให้เข้ากันอีกครั้ง เตรียมไว้
  2. ใส่น้ำลงในหม้อ ตามด้วยเกลือป่นและน้ำมันมะกอกเล็กน้อย พอเดือดใส่เส้นสปาเกตตีลงไปต้ม ประมาณ 5 นาที ตักใส่ลงในน้ำเย็นสักครู่ จากนั้นตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน ใส่น้ำมันมะกอกลงไปเล็กน้อย เคล้าผสมเพื่อให้เส้นไม่ติดกัน เตรียมไว้
  3. นำเบคอนไปทอดในกระทะที่ใส่น้ำมันไว้เล็กน้อย ทอดจนเหลืองกรอบ (ตักแบ่งเบคอนกรอบเล็กน้อยไว้สำหรับโรยหน้าก่อนเสิร์ฟ)
  4. ใส่กระเทียมลงไปผัดจนหอม ใส่เส้นสปาเกตตีลงไปผัดจนเส้นสุกนุ่มตามต้องการ ตักส่วนผสมซอสคาโบนาราลงไป ผัดให้เข้ากันและส่วนผสมเดือด ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยพาร์มีซานชีส พริกไทยดำ และเบคอนทอดกรอบ พร้อมเสิร์ฟ

 

อ่านต่อ…เมนูเส้น อร่อยง่ายๆ เด็กๆทานเพลิน พร้อมวิธีทำ!! คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

3 ไอเทม ดูแลจุลินทรีย์บนผิวหน้า พร้อมจบ ปัญหาสิว ด้วยผิวที่สมดุล

ทำไมเราควรดูแลจุลินทรีย์บนผิวหน้า?

แม้ว่าเราจะมองไม่เห็นแต่ผิวหน้าของเรามีจุลินทรีย์อาศัยอยู่มากมายหลายพันล้านตัวเป็นระบบนิเวศน์ (Skin Microbiome) และสภาพผิวหน้าของเราขึ้นอยู่กับความสมดุลของระบบนิเวศน์จุลินทรีย์เหล่านี้

▸ ถ้าระบบนิเวศน์ของจุลินทรีย์บนผิวไม่สมดุล ผิวหน้าเราจะอ่อนแอ และอาจมีอาการต่างๆ เช่น หน้าแห้ง หน้ามัน ผื่นแพ้ เป็นสิว ฯลฯ

▸ การแก้ปัญหาผิวหน้าแบบยั่งยืน คือการปรับระบบนิเวศน์ผิวหน้าให้สมดุล เพื่อผิวหน้าที่แข็งแรง

Probiotics (โพรไบโอติกส์) คือจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่บนส่วนต่างๆของร่างกาย และมีประโยชน์ต่อร่างกายของเรา ซึ่งคนส่วนมากรู้จัก Probiotics จากระบบทางเดินอาหาร แต่รู้หรือไม่ ว่าอีกส่วนของร่างกายที่มี Probiotics อยู่มากคือผิวหนัง ซึ่งรวมถึงผิวหน้าของเราด้วย

ผิวหน้าของเรามีจุลินทรีย์อาศัยอยู่มากมายหลากหลายสายพันธุ์ รวมกันเป็นระบบนิเวศน์ (Skin Microbiome) ซึ่งผิวหน้าที่ดี คือผิวหน้าที่ระบบนิเวศน์นี้สมดุล มีจุลินทรีย์ที่ดีต่อผิวอาศัยอยู่มากและเจริญเติบโตดี ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้จะทำงานร่วมกับเซลล์และระบบของร่างกาย ปกป้องผิวจากจุลินทรีย์ไม่ดี มลภาวะ และสิ่งแปลกปลอม ส่งผลให้

▸ ผิวสุขภาพดี ชุ่มชื้น ไม่แห้ง ไม่มัน จนเกินไป

▸ รูชุมขนกระชับ เรียบเนียน

▸ ไม่เป็นสิว ผิวกระจ่างใส

▸ ผิวแข็งแรง ไม่แพ้ง่าย

ซึ่ง Probiotics หรือจุลินทรีย์ดีเหล่านิ้จะเติบโตได้ดี ต้องมี 3 ส่วนประกอบด้วยกันคือ

1) Prebiotics – สารอาหารของจุลินทรีย์ดี เพื่อให้จุลินทรีย์ได้เจริญเติบโด

2) Probiotics – เหล่าจุลินทรีย์ดีที่ดูแลและปกป้องผิว

3) Postbiotics – สารชีวภาพสำคัญที่ได้จากกระบวนการย่อยอาหารของเหล่าจุลินทรีย์ดี

และข่าวดีคือ ด้วย Biotechnology เราสามารถนำ Biotic ทั้ง 3 ตัวมาใส่ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้แล้ว และนี่คือสารประกอบสำคัญของ neleta Biotic³ ที่มีทั้ง Prebiotics, Probiotics, และ Postbiotics เพื่อระบบนิเวศน์ผิวที่สมดุล และการดูแลผิวหน้าให้ดีจากพื้นฐาน

neleta Biotic³ Cleansing Gel ดูแลจุลินทรีย์ที่ดีต่อผิว พร้อมจบปัญหาสิวด้วยผิวที่สมดุล

▸ ช่วยสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศน์ของจุลินทรีย์ที่ดีต่อผิว ด้วยนวัตกรรม Biotic³ ที่มี Prebiotics, Probiotics, Postbiotics

▸ ทำความสะอาดหมดจดแต่อ่อนโยน มีค่า pH5 ที่พอเหมาะต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ดี

▸ ลดสิว ลดอาการแพ้ระคายเคือง คงความชุ่มชื่น แถมปกป้องผิว

▸ เนื้อเจลใสไม่มีฟอง กลิ่นหอมผ่อนคลายแบบสปา ล้างออกง่าย

▸ ผลิตจากส่วนผสมธรรมชาติที่ได้รับการรับรองในระดับนานาชาติ

▸ ปราศจากสารอันตราย 100%

 

neleta Biotic³ Serum ฟื้นฟูผิวหน้าให้ดีด้วยจุลินทรีย์จากธรรมชาติ ให้ผิวหน้าเรียบเนียน กระจ่างใส สร้างสุขภาพผิวที่ดีจากพื้นฐานอย่างยั่งยืน

▸ ช่วยสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศน์ของจุลินทรีย์ที่ดีต่อผิว ด้วยนวัตกรรม Biotic³ ที่มี Prebiotics, Probiotics, Postbiotics

▸ ช่วยลดเลือนริ้วรอย ปรับผิวหน้าให้สมดุลกระจ่างใส เร่งกระบวนการฟื้นฟูผิว

▸ คงความชุ่มชื่น ปกป้องผิวจากการสูญเสียน้ำได้ยาวนาน

▸ เสริมสร้างเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ให้ผิวแข็งแรง ลดอาการแพ้

▸ เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมง่าย ไม่เหนอะหนะ กลิ่นหอมผ่อนคลายแบบสปา

▸ ผลิตจากส่วนผสมธรรมชาติที่ได้รับการรับรองในระดับนานาชาติ

▸ ปราศจากสารอันตราย

 

neleta Biotic³ Cream ครีมบำรุงผิวหน้าที่ผสานจุลินทรีย์จากธรรมชาติ ให้ผิวหน้าชุ่มชื้น อิ่มน้ำ

▸ ช่วยสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศน์ของจุลินทรีย์ที่ดีต่อผิว ด้วยนวัตกรรม Biotic³ ที่มี Prebiotics, Probiotics, Postbiotics

▸ ช่วยคงความชุ่มชื้น ลดเลือนริ้วรอย ให้ผิวหน้าเฟิร์มอิ่ม เรียบเนียน

▸ ผสานเทคโนโลยี Liquid Crystal ที่ให้เนื้อครีมซึมผ่านช่องว่างระหว่างเซลล์ผิว ซึมลึก รวดเร็ว ถึงผิวชั้นใน

▸ เนื้อครีมเนียนนุ่ม แต่สัมผัสบางเบาไม่หนักหน้า พร้อมกลิ่นหอมผ่อนคลายแบบสปา

▸ ผลิตจากส่วนผสมธรรมชาติที่ได้รับการรับรองในระดับนานาชาติ

▸ ปราศจากสารอันตราย 100%

โดยพื้นฐานแล้วสภาพผิวหน้าของเราจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับระบบนิเวศน์ของจุลินทรีย์บนผิว ดังนั้นการดูแลผิวที่ดีที่สุด คือการทำให้ระบบนิเวศน์ของจุลินทรีย์ที่ดีต่อผิวอุดมสมบูรณ์

หากสาวๆ คนไหนสนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.neletaofficial.com

หรือสั่งซื้อง่ายๆได้ที่

LineShop: https://bit.ly/neletaCleansingLine

Shopee: https://bit.ly/neletaCleansingShopee

Lazada: https://bit.ly/neletaCleansingLazada

10 ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็ก ซึมซับเยี่ยม แห้งสบาย

10 ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็ก ซึมซับเยี่ยม แห้งสบาย

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็ก มีหน้าที่ดูแลเรื่องการการขับถ่ายของเด็กให้เป็นเรื่องง่ายและสะดวกขึ้นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ โดยผ้าอ้อมสำเร็จรูปในปัจจุบันมีให้เลือกมากมายหลายแบบ หาซื้อง่าย ส่วนราคาจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ ขนาด ชนิด ปริมาณ และประเภทการใช้งาน เป็นของใช้จำเป็นสำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย มีการออกแบบการใช้งานให้สอดคล้องตามกิจกรรมหรือกิจวัตรประจำวันที่เด็กทำ

10 ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็ก ซึมซับเยี่ยม แห้งสบาย

10 ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็ก ซึมซับเยี่ยม แห้งสบาย

ชนิดของผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับลูกรัก

คุณพ่อคุณแม่ในปัจจุบันนิยมผ้าอ้อมสำเร็จรูปเป็นอย่างมาก เพราะใช้งานได้สะดวก ใช้แล้วลูกไม่เลอะเทอะ ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน สามารถใช้ได้ทั้งเวลาอยู่ในบ้านและเวลาออกนอกบ้านตามแต่ที่คุณพ่อคุณแม่สะดวก

โดยผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กสามารถแบ่งออกเป็นชนิดใหญ่ ๆ ได้ดังนี้

  • ผ้าอ้อมสำเร็จรูปชนิดเทปกาว (Tape) เหมาะสำหรับทารกแรกเกิดที่สะดือยังไม่หลุด และเด็กน้อยวัยแบเบาะที่ยังมีกิจกรรมไม่มาก การใช้ผ้าอ้อมแบบเทปจะสวมใส่ได้ง่าย โดยเฉพาะช่วงเดือนแรกทารกจะถ่ายอุจจาระค่อนข้างบ่อย วันละ 2-3 ครั้งหรือหลายครั้งต่อวัน โดยจะค่อย ๆ ลดความถี่ของการถ่ายอุจจาระลงเมื่อมีอายุ 3 เดือนขึ้นไป
  • ผ้าอ้อมสำเร็จรูปชนิดกางเกง หรือกางเกงผ้าอ้อม (Pants) เหมาะสำหรับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไปที่เริ่มมีกิจกรรมต่างๆ มากขึ้นตามวัย เช่น พลิกตัว กลิ้ง คลาน หัดเดิน วิ่ง หรือมีกิจกรรมนอกบ้านอื่น ๆ การใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปชนิดกางเกง ซึ่งสวมใส่สะดวก มีความนุ่มและยืดหยุ่น กระชับกับสรีระของเด็ก จะทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลเรื่องการรั่วซึมหรือเลื่อนหลุด เหมาะให้เด็กใส่ทำกิจวัตรประจำวันของเด็กตามวัย

วิธีการเลือกผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้ลูกรัก

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กที่มีในปัจจุบัน มีหลากหลายชนิด หลากหลายแบบ โดยในแต่ละยี่ห้อ แต่ละแบบต่างมีข้อดี ข้อเด่นแตกต่างกันออกไป ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงต้องมีหลักในการเลือกซื้อ เลือกใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับลูกในแต่ละช่วงวัย หรือตามกิจกรรมที่ทำ

 

วิธีการเลือกผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้ลูกรัก อยากให้คุณพ่อคุณแม่พิจารณาข้อมูลดังนี้

  • ขนาดตัวและน้ำหนักของลูก เด็กมีน้ำหนักและส่วนสูงเพิ่มขึ้นทุกวัน ผ้าอ้อมสำเร็จรูปขนาดเดิมจะไม่พอดีอีกต่อไป ควรเปลี่ยนไปใช้ตามขนาดตัวและน้ำหนักที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้เด็กที่มีน้ำหนักตัวใกล้เคียงกันอาจมีรอบเอวและรอบขาที่แตกต่างกัน คุณพ่อคุณแม่ควรซื้อผ้าอ้อมห่อเล็กมาทดลองใช้ก่อนที่จะซื้อห่อใหญ่มาใช้ประจำ
  • เลือกตามการใช้งานหรือกิจกรรมในชีวิตประจำวัน โดยช่วงอายุ 0-6 เดือน ส่วนใหญ่มักกินนมและนอนเป็นหลัก การใช้ผ้าอ้อมแบบเทปจะสวมใส่ได้ง่ายกว่า ส่วนเด็กอายุมากกว่า 6 เดือน ควรเลือกใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปชนิดกางเกง เพราะเริ่มมีกิจกรรมคลาน กลิ้ง เดิน วิ่ง  
  • ทำจากวัสดุคุณภาพดี มีผิวสัมผัสที่นุ่ม ผิวสัมผัสของผ้าอ้อมควรมีความนุ่มลื่น ไม่ระคายเคืองหรือเสียดสีผิว วัสดุที่ใช้ทำผ้าอ้อมควรเป็นผ้าที่ใช้เส้นใยธรรมชาติ อย่างผ้าฝ้าย ใยไผ่ หรือสาลู ถ้าผ้าอ้อมเป็นผ้าผสมใยสังเคราะห์ ก็ควรมีส่วนประกอบของเส้นใยธรรมชาติที่มากกว่า ให้หลีกเลี่ยงผ้าอ้อมที่ทำมาจากเส้นใยสังเคราะห์ล้วน เพราะก่อให้เกิดความระคายเคือง ทำให้ผิวหนังอักเสบหรือแพ้ได้ และควรสังเกตผิวหนังของเด็กอย่างใกล้ชิดหลังใช้งานผ้าอ้อมสำเร็จรูปทุกครั้ง
  • มีคุณสมบัติซึมซับของเหลวและระบายอากาศได้ดี การซึมซับของเหลวได้ดี แห้งไว และการระบายอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดโอกาสการเกิดผื่น ลดการสะสมของเชื้อโรค ลดการระคายเคืองต่อผิวที่บอบบางเด็ก โดยเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ใยไผ่ จะมีประสิทธิภาพในด้านการซึมซับของเหลวและระบายอากาศได้มากกว่าเส้นใยสังเคราะห์หรือพลาสติก
  • เลือกซื้อและใช้ให้ถูกประเภท ผ้าอ้อมสำเร็จรูปมีทั้งแบบชนิดกลางวัน แบบชนิดกลางคืน และชนิดที่ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน เลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเด็กและความสะดวก
  • เลือกผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้เหมาะสมกับเพศของเด็ก กรณีเป็นผ้าอ้อมแบบระบุเพศ คือ ผ้าอ้อมที่เพิ่มการดูดซับให้ตรงตำแหน่งท่อปัสสาวะมากขึ้น โดยผ้าอ้อมของเด็กผู้ชาย จะเพิ่มการซึมซับมาทางด้านหน้า ส่วนผ้าอ้อมของเด็กผู้หญิง จะเพิ่มการซึมซับส่วนที่ต่ำลงไปกว่าของเด็กผู้ชาย นอกจากนี้ในปัจจุบันหลาย ๆ ยี่ห้อจะมีแบบที่ใช้ร่วมกันได้ทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาอ่านฉลากอธิบายคุณสมบัติของผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่เลือกทุกครั้ง

แนะนำ 10 ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ลูกใส่สบาย แม่ใช้สะดวก

  1. Molfix Natural Pants

แบรนด์นี้โดดเด่นเรื่องผ้าอ้อมสำเร็จรูประดับพรีเมียม บรรดาคุณแม่เรียกกันในชื่อผ้าอ้อมศรีริต้า ขอบเอวเป็นเส้นใยไหมที่อ่อนนุ่มและไม่ทำให้เกิดรอยแดงรอบตัว สัมผัสนุ่มละมุนเพราะผลิตจากฝ้ายธรรมชาติร่วมกับนวัตกรรมการซึมซับขั้นสุดจากเส้นใยไผ่ทำให้ซึมซับดีเยี่ยม ดูดซึมของเหลวได้ยาวนานถึง 14 ชั่วโมง ไม่อับชื้น ใส่แล้วทำให้ลูกสบายตัว สวมใส่ง่าย รุ่น Natural Pants แพ็กเกจสีเขียวสบายตาเป็นแบบชนิดกางเกงหลากหลายขนาดให้เลือก มีตั้งแต่ขนาด S (4-8 กก.), M (6-11 กก.), L (9-13 กก.), XL (12-17 กก.), XXL (15-25 กก.) และ XXXL (20-35 กก.)

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.facebook.com/Molfix.Thailand/

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็ก

อ้างอิงรูปภาพ 1: www.facebook.com/

อ้างอิงรูปภาพ 2: www.molfix.co.th/

 

  1. ENFANT PANTS ขนาด Super Jumbo รุ่น Ultra Soft&Slim

รุ่นนี้เป็นผ้าอ้อมสำเร็จรูปแบบกางเกง เวลาเปียกไม่จับตัวเป็นก้อน แห้งสบาย ซึมซับได้ดีเยี่ยมด้วยชั้นผ้าอ้อม 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นบนสุดที่นุ่มให้สัมผัสดุจเนื้อผ้า ไม่ก่อให้เกิดการแพ้และระคายเคือง ชั้นที่สองมีแผ่น Absorbent Pad ซึมซับได้รวดเร็ว แห้งไว กระจายตัวทั่วแผ่น ทำให้ไม่จับตัวเป็นก้อน และชั้นที่สามล็อกเก็บของเหลวได้ยาวนาน ไม่รั่วซึม ไม่อับชื้น ไม่ไหลย้อนกลับ แพ็กเกจสีเขียว มีตั้งแต่ขนาด S (3-8 กก.), M (6-11 กก.), L (9-14 กก.) และ XL (12-17 กก.)

เว็บไซต์อ้างอิง: http://www.enfantfamily.com/enfant

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็ก

อ้างอิงรูปภาพ: http://www.enfantfamily.com/enfant

 

  1. MamyPoko Pants Happy Day&Night

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปชนิดกางเกงแบบใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน เป็นผ้าอ้อมในดวงใจของคุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ บ้าน ซึมซับได้ยาวนาน 8 ชั่วโมง ระบายอากาศได้ดีไม่อับชื้น ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ขอบขาซูเปอร์ล็อก 2 ชั้นป้องกันการรั่วซึม จะวิ่งเล่น หรือนอนกลิ้งไปมาไม่มีปัสสาวะหรืออุจจาระเล็ด แพ็กเกจสีส้มสดใส มีตั้งแต่ขนาด S (4-8 กก.), M (7-12 กก.), L (9-14 กก.), XL (12-17 กก.) และ XXL (15-25 กก.)

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.facebook.com/MamyPokoThailand/

ผ้าอ้อมสำเร็จรูป

อ้างอิงรูปภาพ: www.facebook.com/commerce/products/mamypoko-pants

 

  1. Huggies Magic Comfort Pants Diapers

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปชนิดกางเกงแบบสวมใส่ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ใส่ง่ายถอดสะดวก โดดเด่นด้วยขอบเอวและขานุ่ม ไม่บาดระคายเคืองทำให้ไม่เกิดรอยแดงบนผิว ซึมซับไวและซึมซับได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมง แห้งสบาย ระบายอากาศได้ดี เวลาใส่โอบกระชับรอบด้าน แพ็กเกจรูปเด็กน่ารักสดใส มีหลากหลายขนาดให้เลือก ตั้งแต่ขนาด S (4-8 กก.), M (7-12 กก.), L (11-15 กก.) และ XL (14-18 กก.)

เว็บไซต์อ้างอิง: www.huggies.co.th/th-th/products/magic-comfort-and-super-comfort-diaper

ผ้าอ้อมสำเร็จรูป

อ้างอิงรูปภาพ: www.facebook.com/HUGGIESThai/

 

  1. BabyLove รุ่น DayNight Pants

เป็นผ้าอ้อมสำเร็จรูปชนิดกางเกงแบบสวมใส่ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ผลิตตามมาตรฐานญี่ปุ่น ได้รับการรับรองว่าไม่ก่อให้เกิดการแพ้ (Hypoallergenic) ซึมซับได้ดีและเร็วด้วย Miracle gel ช่วยซึมซับได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง ระบายอากาศได้ดีเยี่ยมจึงไม่ทำให้อับชื้น แพ็กเกจสีเขียวสดใส มีหลากหลายขนาดให้เลือกใช้ ตั้งแต่ขนาด S (4-8 กก.), M (7-12 กก.), L (9-14 กก.) และ XL (12-17 กก.)

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.facebook.com/babyloveclub/

ผ้าอ้อมสำเร็จรูป

อ้างอิงรูปภาพ: www.facebook.com/commerce/products/เบบี้เลิฟ-เดย์ไนท์แพ้นท์/

 

อ่านต่อ.. 10 ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็ก ซึมซับเยี่ยม แห้งสบาย ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เมนูเห็ด

แจกสูตร!! เมนูเห็ด สารพัดเห็ด เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี

อาหาร เมนู สูตรอาหาร อาหารง่ายๆ เมนูอาหารเย็น เมนูเห็ด เมนูเห็ดต่างๆ ทำง่าย สุขภาพดี อร่อยได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เมนูครอบครัว

แจกสูตร!! เมนูเห็ด สารพัดเห็ด เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี

เห็ด มีประโยชน์หลายอย่าง เป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง ช่วยในการขับถ่าย มีไขมัน 0% ไม่มีคอเลสเตอรอล สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายอย่าง ทั้งอิ่ม อร่อย และมีประโยชน์ เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ไปดู เมนูเห็ด ที่ทีมกองบรรณาธิการ ABK นำมาฝากกันเลยค่ะ

แจกสูตร!! เมนูเห็ด สารพัดเห็ด เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี

เริ่มกันด้วยเมนู ซุปเห็ด เมนูโปรดของเด็กๆ หลายคน ยิ่งทานคู่กับขนมปังกระเทียม หรือขนมปังปิ้ง จิ้มลงในซุปร้อนๆ ก็ยิ่งเพิ่มความอร่อยให้กับมื้อเช้าของครอบครัว

ซุปเห็ด

ซุปเห็ด
ซุปเห็ด ขอบคุณภาพจากเวบ bestreview.asia

วัตถุดิบ

  • เห็ดแชมปิญองหรือเห็ดกระดุมสด
  • หอมใหญ่
  • เกลือ
  • พริกไทยป่น
  • เนยจืด
  • ครีมสด
  • ซุปก้อน
  • น้ำเปล่า

วิธีทำ

  1. นำเห็ดมาล้างทำความสะอาด แล้วนำเห็ดมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตามด้วยหอมใหญ่หั่นเป็นชิ้นเท่า ๆ กัน
  2. นำกระทะขึ้นตั้งไฟกลางค่อนแรง แล้วนำเนยลงกระทะ เมื่อเนยละลายดีแล้วนำหอมใหญ่ลงไปผัดจนสุกใส ตามด้วยเห็ด ผัดจนเห็นสุก
  3. ใส่ซุปก้อน เกลือนิดหน่อย และพริกไทยอีกเล็กน้อย ตอนผัดไปเรื่อย ๆ น้ำที่อยู่ในเห็ดจะค่อย ๆ ออกมา เมื่อเห็ดสุกได้ที่แล้วปิดเตา
  4. ตักเห็ดใส่เครื่องปั่นแล้วปั่นจนได้เนื้อเนียนละเอียด
  5. นำเห็ดกลับมาผัดอีกครั้ง เพิ่มความเข้มข้นด้วยครีมสด ตัดความเข้มด้วยน้ำเปล่าอีกเล็กน้อย
  6. คนให้เข้ากันแล้วลองชิมรสชาติให้มีความมัน ๆ ออกเค็มเล็กน้อย และได้รสหวานจากหอมใหญ่ ถ้าได้รสชาติที่ใช่แล้วปิดเตา ตักใส่ภาชนะเสิร์ฟตอนร้อน ๆ

 

ข้าวอบเห็ด

ข้าวอบเห็ด
ข้าวอบเห็ด ขอบคุณภาพจากเวบ bestreview.asia

เมนูนี้นอกจากเด็กจะทานได้แล้ว ยังเหมาะสำหรับผู้ทานเจหรือมังสวิรัติอีกด้วย

วัตถุดิบ

  • ข้าวสาร
  • ขิง
  • กระเทียม
  • แครอท (จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
  • ผักชี
  • เห็ด (ใช้เห็ดอะไรก็ได้ แต่ถ้าอยากให้หอมน่ารับประทาน แนะนำเป็นเห็ดหอมแห้ง)
  • เกลือ
  • พริกไทยป่น
  • ซีอิ๊วขาว
  • ซีอิ๊วดำ
  • น้ำเปล่า
  • น้ำมันพืช

วิธีทำ 

  1. นำเห็ดหอมมาแช่น้ำให้นิ่ม
  2. ซอยรากผักชี กระเทียม และขิงให้ละเอียด
  3. แครอทปอกเปลือก และหั่นเต๋าเล็ก ๆ เตรียมไว้
  4. หยิบเห็ดหอมที่นิ่มได้ที่แล้วมาบีบน้ำออก เก็บน้ำแช่เห็ดไว้ก่อน ส่วนเห็ดเราจะนำมาตัดขาแล้วหั่นเป็นชิ้นเตรียมไว้
  5. นำกระทะขึ้นตั้งเตา เปิดไฟกลาง ๆ แล้วใส่น้ำมันมันลงไปพอเคลือบหน้ากระทะ นำรากผักชี, ขิง และกระเทียมลงผัดให้หอมก่อน ตามด้วยแครอท และเห็ดหอม ผัดจนสุก
  6. ล้างข้าวสารแล้วตักลงในกระทะ ผัดจนเมล็ดข้าวเริ่มขุ่นเล็กน้อย ปรุงรสด้วยเกลือ, พริกไทยป่น, ซีอิ๊วขาว และซีอิ๊วดำเล็กน้อย ผัดให้เข้ากัน ขณะเดียวกันก็เตรียมเตานึ่งให้ร้อน
  7. ผัดจนเมล็ดข้าวเริ่มขุ่นและเครื่องปรุงทุกอย่างเข้ากันดีแล้ว ปิดเตา ตักข้าวใส่ภาชนะทนความร้อน
  8. เทน้ำที่ใช้แช่เห็ดหอมลงไป เทแค่ให้นำพอท่วมข้าวก็พอ ระวังเทเยอะไปข้าวจะแฉะ จากนั้นนำภาชนะเข้าหม้อนึ่ง
  9. นึ่งไฟกลางค่อนแรงประมาณ 35–40 นาทีขึ้นอยู่กับความหนาและปริมาณของข้าว ครบเวลาแล้วนำข้าวออกมาเปิดฝาเสิร์ฟร้อน ๆ

 

สามชั้นพันเห็ดเข็มทอง

สามชั้นพันเห็ดเข็มทอง
สามชั้นพันเห็ดเข็มทอง ขอบคุณภาพจากเวบ bestreview.asia

วัตถุดิบ

  • หมูสามชั้นสไลซ์บางๆ
  • เห็ดเข็มทอง
  • เกลือ
  • พริกไทยป่น
  • ซีอิ๊วขาว

วิธีทำ

  1. นำหมูสามชั้นสไลซ์หมักกับเกลือ, พริกไทยป่น และซีอิ๊วขาวเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วหมักไว้ประมาณ 30 นาที
  2. นำเห็ดเข็มทองมาตัดโคนส่วนที่ใกล้กับเชื้อเห็ดก่อน แล้วแบ่งเป็นช่อเล็ก
  3. นำสามชั้นที่หมักไว้มาพันโคนเห็ด (เห็ดพอประมาณไม่มากเกินไป หากหนาไปเวลาทอดจะไม่สุก) กลัดไม้จิ้มฟันเพื่อยึดให้หมูไม่หลุดออกจากกัน
  4. เตรียมเตาย่างให้ร้อน ใช้ไฟอ่อน ๆ แล้วนำเบคอนพันเห็ดเข็มทองลงไปย่าง ค่อย ๆ ย่าง ค่อย ๆ พลิกไปเรื่อย ๆ จนหมูสุกกรอบดี หยิบใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

 

อ่านต่อ…แจกสูตร!! เมนูเห็ด สารพัดเห็ด เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เมนูเต้าหู้ไข่

เมนูเต้าหู้ไข่ เด้งดึ๋งนุ่มหอมชวนกิน

เมนู เต้าหู้ไข่ เต้าหู้สีเหลืองนวล เด้งดึ้งชวนกิน จะมารังสรรค์เมนูอาหารอร่อย ๆ อะไรได้บ้าง ที่จะเชื้อเชิญเจ้าตัวเล็กมาลิ้มลอง แม่บ้านต้องลอง

เมนู เต้าหู้ไข่ เด้งดึ๋งนุ่มหอมชวนกิน!!

เต้าหู้เมนูที่ทำง่าย ย่อยง่าย ได้ประโยชน์จากโปรตีนสูงไม่แพ้เนื้อสัตว์ จึงเป็นที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คน ก่อนที่จะมาเข้าครัวทำ เมนูเต้าหู้ไข่ เราขอมาแนะนำเจ้าเต้าหู้กันเสียก่อนว่า มีกี่ชนิด เพื่อที่คุณแม่บ้านจะได้เข้าใจในเต้าหู้ วัตถุดิบติดตู้เย็น ที่ทุกบ้านต้องมีกันเสียหน่อย

8 ชนิดของเต้าหู้

โต้วฝุ ( 豆腐 ) ชื่อของเต้าหู้จากถิ่นดั้งเดิมของมัน คือ ประเทศจีน เดิมทีเต้าหู้นั้นทำมาจากถั่วเหลืองที่ถูกบดจนละเอียดแล้วกลั่นกรองออกมาเป็นน้ำ ถูกเช็ตตัวให้แข็งในภาชนะ แต่ปัจจุบันมีการดัดแปลงเติมอย่างอื่นเข้ามาให้มีความอร่อยมากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดเต้าหู้ขึ้นมาหลายชนิด มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

1.เต้าหู้ขาว มี 2 แบบ

  • เต้าหู้ขาวแบบแข็ง เป็นเต้าหู้ที่เกิดจากการตกตะกอนของน้ำนมถั่วเหลือง แล้วถูกนำมากดทับในแม่พิมพ์ เพื่อรีดเอาน้ำส่วนเกินออกจนเหลือแต่เนื้อเต้าหู้ ทำให้เนื้อสัมผัสของเต้าหู้ชนิดนี้มีความแน่น มีรสค่อนข้างจืด ส่วนมากจะเหมาะกับการนำไปเป็นส่วนประกอบของเมนูอาหารอย่าง พะโล้ ผัดผัก แกงจืด รวมถึงการนำไปทอดเพื่อรับประทานคู่กับน้ำจิ้มถั่ว
  • เต้าหู้ขาวชนิดนิ่ม เป็นเต้าหู้ชนิดที่มีปริมาณน้ำมากกว่าเต้าหู้แข็งจึงทำให้เนื้อสัมผัสนิ่ม มีกลิ่นหอมที่ชัดเจนกว่าแบบแข็ง มีความเด้งดึ๋งกว่า แต่ว่ามีโปรตีนน้อยกว่าแบบแข็งนะ ส่วนใหญ่นิยมนำไปทำสเต็กเต้าหู้ย่าง เอาไปใส่ในแกงจืด นำไปนึ่งจิ้มกับซีอิ้ว หรือ ทำเมนูอาหารที่ต้องการรสสัมผัสที่อ่อนนุ่ม กินแล้วสบายลิ้นไม่บาดคอ

ปริมาณพลังงานและโปรตีน

เต้าหู้ขาวแข็ง 100 กรัม พลังงาน 145 กิโลแคลอรี โปรตีน 16 กรัม
เต้าหู้ขาวอ่อน 100 กรัม พลังงาน 76 กิโลแคลอรี โปรตีน 8 กรัม

เต้าหู้ไข่ วิธีทำอาหาร
เต้าหู้ไข่ วิธีทำอาหาร

2.เต้าหู้เหลือง

เต้าหู้ชนิดนี้ก็มีทั้งแบบอ่อน และแบบแข็ง มาในลักษณะเป็นก้อนสี่เหลี่ยมสีเหลืองอร่ามจากขมิ้นเพื่อช่วยเพิ่มกลิ่น รสชาติ รวมถึงช่วยยืดอายุในการเก็บรักษา เต้าหู้ชนิดนี้ให้อยู่ทนอยู่นานกว่าเต้าหู้ชนิดอื่น เนื้อด้านในจะมีสีขาวนวล รสชาติออกเค็มกว่าเต้าหู้ขาว ส่วนมากเราจะเจอเต้าหู้เหลืองแบบนี้ในเมนูหมี่กะทิ , หมี่กรอบ , ผัดไทย , ก๋วยเตี๋ยวหลอด หรือ ผัดกับถั่วงอก ส่วนเต้าหู้เหลืองอีกชนิดนึงคือ เต้าหู้เหลืองแบบนิ่ม ส่วนมากเราจะเจอตอนที่ถูกทอด และตัดมาเป็นลูกเต๋า มีเนื้อสัมผัสที่กรอบนอกและนุ่มด้านใน

ปริมาณพลังงานและโปรตีน

เต้าหู้เหลืองนิ่ม 100 กรัม พลังงาน 76 กิโลแคลอรี โปรตีน 6 กรัม
เต้าหู้เหลืองแข็ง 100 กรัม พลังงาน 145 กิโลแคลอรี โปรตีน 16 กรัม

3.เต้าหู้หลอด มี 2 แบบ

  • ชนิดที่ทำมาจากถั่วเหลืองล้วน
  • ชนิดที่ทำมาจากไข่ไก่หรือมีไข่ไก่เป็นส่วนประกอบ

ซึ่งทั้งสองชนิดนี้ถูกบรรจุอยู่ในหลอดสุญญากาศ ทำให้มีอายุการเก็บรักษาได้นานกว่าเต้าหู้อ่อนแบบทั่วไป เรียกว่าดึงข้อดีมาไว้ในหลอดนี้จนหมด ราคาก็ถูก หาซื้อง่าย รสอร่อย มีประโยชน์เทียบเท่าเต้าหู้ชนิดอื่น ๆ

ปริมาณพลังงานและโปรตีน

เต้าหู้หลอด 120 กรัม (1 หลอด) พลังงาน 60-70 กิโลแคลอรี โปรตีน 13 กรัม

4.เต้าหู้ญี่ปุ่น มี 2 แบบ

  • คินุ เป็นเต้าหู้ที่มีหน้าตาคล้ายกับเต้าหู้ขาวชนิดอ่อนของบ้านเรา เต้าหู้ญี่ปุ่นแบบคินุเกิดจากการนำนมถั่วเหลืองร้อนมาเทลงรวดเดียวในแม่พิมพ์ จึงทำให้มีลักษณะพื้นผิวที่เรียบเนียนกว่า มีรสสัมผัสที่อ่อนนุ่มเหมาะกับการนำมาทำแกงจืด ต้มใส่ลงไปในซุป ใส่ในเมนูสุกี้ หรือจะปั่นเป็นซอส ทำเป็นน้ำสลัดโรยงาขาว หรือจะผสมลงไปในไข่ตุ๋นก็ได้ทั้งนั้น
  • โมเมน เต้าหู้ขาวแบบแข็ง เป็นเต้าหู้ที่ผ่านการแยกน้ำโดยใช้เบสตัวเดียวกับแบบนิ่ม แต่มีการคลุมด้วยผ้าฝ้ายหรือผ้าขาวบาง แล้วจึงกดทับจากด้านบน เพื่อเป็นการรีดน้ำออกจากเต้าหู้ ลองสังเกตุดูว่าเนื้อของเต้าหู้ชนิดนี้จะมีรอยของผ้าติดอยู่ที่ผิว ส่วนมากจะนิยมนำมาใส่ในสุกี้ ผัดกับถั่วงอก หรือ ใส่ในก๋วยเตี๋ยวหลอด

ปริมาณพลังงานและโปรตีน

เต้าหู้คินุ 100 กรัม             พลังงาน 50 กิโลแคลอรี โปรตีน 5 กรัม

เต้าหู้โมเมน 100 กรัม        พลังงาน 90 กิโลแคลอรี โปรตีน 10 กรัม

เมนูเต้าหู้ไข่ อร่อยหลากหลาย
เมนูเต้าหู้ไข่ อร่อยหลากหลาย

5.เต้าหู้ทอด มี 3 แบบ

  • เต้าหู้ทอดธรรมดา หรือเต้าหู้พวง จะมีลักษณะเป็นเต้าหู้ที่หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า นำไปทอดจนได้ที่วางขายมาในลักษณะร้อยเชือกเป็นพวง ส่วนใหญ่นิยมใช้ใส่ในก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ , พะโล้ , ต้มจับฉ่าย หรือก๋วยเตี๋ยวแคะ
  • เต้าหู้ทอดอีกชนิดแต่เนื้อด้านในจะแน่น ลักษณะคล้ายกับเต้าหู้ขาวแข็ง แต่แตกต่างกันที่ชนิดนี้มีความอ่อนนุ่มกว่า นิยมใส่ในเมนูผัดไทย พะโล้
  • เต้าหู้ทอดแบบแผ่นบาง หรือที่เรียกว่าอะบุราอาเกะ (Aburaage) จะมีลักษณะเนื้อบางเบา เพราะด้านในเต็มไปด้วยโพรงอากาศ นิยมทำออกมาเป็นทรงกระเป๋าสี่เหลี่ยม เพื่อใช้ในเมนูข้าวปั้นญี่ปุ่น

ปริมาณพลังงานและโปรตีน

เต้าหู้ทอดเนื้อแน่น 100 กรัม พลังงาน 228 กิโลแคลอรี โปรตีน 17 กรัม

6.ฟองเต้าหู้ มี 2 แบบ

  • ฟองเต้าหู้แบบแห้ง ที่สามารถยืดอายุการเก็บรักษาได้นานขึ้น จะนำออกมาทำเป็นเมนูอร่อย ๆ รับประทานตอนไหนก็ได้ แต่เนื้อสัมผัสก็จะเปลี่ยนไป ไม่ได้รับความชุ่มฉ่ำแบบที่ทำใหม่ ๆ ส่วนใหญ่นิยมนำไปปรุงเป็นต้มจืด ใส่ในเมนูสุกียากี้ ห่อแฮกึ๊น หรือ หอยจ๊อ
  • ฟองเต้าหู้แบบสด วิธีทำ คือ ต้มน้ำนมถั่วเหลืองในกระทะปากกว้างใบใหญ่ โดยต้องตั้งทิ้งไว้เฉย ๆ อยู่อย่างนั้นจนกว่าจะเกินเป็นแผ่นฟิล์มบาง ๆ ที่ผิวด้านบน จากนั้นจึงค่อยทำการช้อนแผ่นฟองออกเรียกว่าฟองเต้าหู้สด นิยมนำไปทานคู่กับวาซาบิและโชยุ , ผัดโป๊ยเซียน ใส่ในแกงจืด หรือจะใส่ในน้ำเต้าหู้เพิ่มรสสัมผัสให้กับน้ำเต้าหู้ก็ได้

ปริมาณพลังงานและโปรตีน

ฟองเต้าหู้แห้ง 100 กรัม พลังงาน 461 กิโลแคลอรี โปรตีน 47 กรัม

7.เต้าหู้ผสมเห็ดหอม

เนื้อสัมผัสจะคล้าย ๆ กับเต้าหู้ขาว มีส่วนที่เพิ่มเติมมาเป็นพวกแป้งมันฝรั่ง บุก และเห็ดหอม ที่ใช้แทนสารที่ทำให้เกิดการจับตัวกันเป็นก้อน ซึ่งก็เป็นผลดีในเรื่องการทำให้เต้าหู้ไม่เละง่าย เนื้อเนียน เหนียว สามารถนำไปปรุงอาหารได้อย่างหลากหลายมากขึ้น

ปริมาณพลังงานและโปรตีน

เต้าหู้ผสมเห็ดหอม 100 กรัม พลังงาน 130 กิโลแคลอรี โปรตีน 11 กรัม

เต้าหู้ไข่ อร่อยได้ประโยชน์เพื่อลูกน้อย
เต้าหู้ไข่ อร่อยได้ประโยชน์เพื่อลูกน้อย

8.เต้าหู้หิมะ

มีส่วนผสมของถั่วเหลืองอยู่มากถึง 80% เลยทำให้เต้าหู้หิมะมีกลิ่นของถั่วเหลืองชัดเจนมาก เนื้อค่อนข้างแน่น และหยาบแต่ก็ไม่ถึงกับแข็ง มีรูพรุนคล้ายฟองน้ำ ซึ่งอาจเกิดจากกระบวนการในการผลิต หรือการรีดน้ำออก สามารถซึมซับรสชาติของอาหารและเครื่องปรุงต่าง ๆ ได้อย่างดี ส่วนใหญ่นิยมนำไปทอด หรือใช้ปรุงเมนูอาหารจีน

ปริมาณพลังงานและโปรตีน

เต้าหู้หิมะ 100 กรัม พลังงาน 100 กิโลแคลอรี โปรตีน 14 กรัม

 

อ่านต่อ >> เมนู เต้าหู้ไข่ อร่อยได้ประโยชน์ รสชาติที่มาพร้อมกับความเด้งดึ้ง คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

นิสัยไม่ดี ลูกนิสัยไม่ดี เลี้ยงลูก

10 สัญญาณเตือนว่าคุณกำลังบ่มเพาะ นิสัยไม่ดี แก่ลูก

นิสัยไม่ดี ก้าวร้าว งอแง หากลูกนิสัยไม่น่ารัก อย่าลืมว่าพฤติกรรมเขาเกิดจากพ่อแม่ มาสังเกตสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังทำให้ลูกนิสัยไม่ดีหรือเปล่า

10 สัญญาณเตือนว่าคุณกำลังบ่มเพาะ นิสัยไม่ดี แก่ลูก!!

คำว่า “พ่อแม่” ไม่เพียงเป็นแค่ผู้ให้กำเนิดเท่านั้น แต่หากหมายรวมถึง ผู้ที่มีหน้าที่ดูแลลูก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัจจัยพื้นฐาน อาหารการกิน การศึกษาเล่าเรียน ความปลอดภัยความเป็นอยู่แล้ว การที่จะเป็นพ่อแม่ที่ดีได้ต้องไม่ควรละเลยการอบรมสั่งสอนให้ลูกมีนิสัยที่ดี เช่น ความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง และสังคม ความซื่อสัตย์ สุภาพเรียบร้อย อ่อนโยน เห็นอกเห็นใจผู้อื่น เป็นต้น

การเลี้ยงลูกสำหรับพ่อแม่ทุกคนไม่ใช่เรื่องง่าย ในบางครั้งเรามีความตั้งใจที่จะอบรมเลี้ยงดูลูกเป็นอย่างดี แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่เป็นดั่งหวัง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น??? อยากให้คุณพ่อคุณแม่ลองย้อนกลับมามองที่วิธีการของตัวคุณดูว่า วิธีการดังกล่าวใช้ได้ผลกับลูกเราจริงหรือไม่ เพราะบางทฤษฎีอาจเหมาะกับเด็กคนหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะสมกับเด็กทุกคน นอกจากนี้อยากให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนเข้าใจว่า ตัวเราเองก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีลักษณะการดำเนินชีวิตที่ไม่ได้ถูกต้องไปเสียทุกเรื่อง ในบางครั้งเราอาจทำนิสัยบางอย่างจนเคยชิน จนลืมดูไปว่าสิ่งเหล่านี้อาจเป็นต้นเหตุให้เกิดการบ่มเพาะนิสัยที่ไม่ดีแก่ลูกก็เป็นได้

10 สัญญาณเตือนว่าคุณกำลังบ่มเพาะ นิสัยไม่ดี แก่ลูก !!

1. ยอมเสมอเมื่อลูกต่อรอง

ทักษะแรกๆ ที่เด็กๆ ทดสอบกับพ่อแม่ คือ การเจรจาต่อรอง เมื่อพวกเขายังเล็ก พวกเขาจะขอขนมเพิ่มหรือนิทานอีกหนึ่งเรื่องเพื่อเลื่อนเวลาเข้านอน โตขึ้นมาหน่อยก็อาจจะเป็นการขอต่อเวลาเล่นเกมส์อีกสักนิด หรือแม้แต่ขอนอนต่ออีกห้านาทีในตอนเช้าเวลาตื่นไปโรงเรียน และอีกห้านาทีไปเรื่อย ๆ เป็นต้น ถึงแม้ว่าทักษะการเจรจาเป็นเรื่องปกติของพัฒนาการในวัยเด็ก (และเป็นทักษะที่ดีเมื่อพวกเขาเข้าทำงาน ) แต่หากคุณพ่อคุณแม่ยอมให้ลูกต่อรองตามใจของเขาเสมอ จนเสียวินัย และเป็นพ่อแม่เองที่ต้องคอยมาแก้ปัญหา สิ่งเหล่านี้จะทำให้ลูกขาดระเบียบวินัย และโยนความรับผิดชอบของตนเองไปเป็นภาระคนอื่นได้

หยุดพฤติกรรมนี้ได้อย่างไร?

กำหนดขอบเขตกับลูกของคุณให้ชัดเจน หากลูกต่อรองต้องยอม และตั้งอยู่บนเหตุผลของทั้งสองฝ่าย พ่อแม่จะต้องไม่ยอมทำตามข้อต่อรองของลูกไปเรื่อย ๆ การปล่อยให้พวกเด็กต่อรองทำตามแต่ในสิ่งที่ต้องการ และพ่อแม่ยอมจะไม่ช่วยให้ลูกเลิกนิสัยนั้น และอาจติดตัวเป็น นิสัยไม่ดี ในอนาคตเมื่อเขาโตขึ้น แบบสำนวนที่ว่า “ผลัดวันประกันพรุ่ง”

ลูกเรา นิสัยไม่ดี หรือเปล่า?
ลูกเรา นิสัยไม่ดี หรือเปล่า?

2.เมินเฉย การตี ซึ่งเป็นพฤติกรรมเริ่มต้นของการเกิดความรุนแรง

คุณเป็นพ่อแม่ที่ทำให้พวกลูกไม่เข้าใจว่าทำไมการตีจึงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อยู่หรือเปล่า?? ในช่วงวัยเด็ก วัยเตาะแตะ เป็นวัยที่เด็กกำลังเรียนรู้พฤติกรรมทางสังคม เด็กจะบ่มเพาะนิสัย และแสดงออกตามความเข้าใจของตนเองที่ได้รับการเลี้ยงดูมา บ่อยครั้งที่เรามักเห็น คุณพ่อคุณแม่บางคนหยุดเสียงร้องไห้ลูกด้วยการลงโทษคนอื่น หรือสิ่งอื่น ให้ลูกรู้สึกพอใจ เช่น เมื่อลูกหกล้มร้องไห้ ก็ให้เดินไปตีพื้นว่าเป็นต้นเหตุให้เขาล้ม ต้องโดนทำโทษ หรือการที่ยอมให้ลูกตีตัวเอง เมื่อโกรธเพียงเพราะเห็นว่าเขายังเด็ก พ่อแม่ทนได้ เป็นต้น พฤติกรรมเหล่านี้จะเป็นการบ่มเพาะ นิสัยที่ไม่ดีแก่ลูกในเรื่องของการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา

หรือแม้แต่ในทางกลับกัน การไม่แก้ไขลูกของคุณเมื่อถูกตี ก็เป็นสัญญาณเตือนถึงการบ่มเพาะนิสัยการยอมจำนนต่อความรุนแรงที่ไม่เป็นธรรมเช่นกัน

หยุดพฤติกรรมนี้ได้อย่างไร?

สิ่งสำคัญคือต้องสอนลูกให้มีความรับผิดชอบอย่างเหมาะสมตามวัย ใช้การแบ่งปันเป็นเครื่องมือในการหยุดการปะทุที่รุนแรง เมื่อเราแบ่งปัน ทุกคนมีความสุข และนั่นคือบทเรียนสำคัญที่เด็กๆ (หรือแม้แต่ผู้ใหญ่) หลายคนต้องได้เรียนรู้ว่าการแก้ปัญหาไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงเสมอไป

3.คุณไม่เคยมอบหมายงานให้ลูกทำ ได้ด้วยตนเอง

แม้ว่าในปัจจุบันหน้าที่หลัก ๆ ของเด็ก คือ การเรียน พ่อแม่บางคนจึงเข้าใจว่าความรับผิดชอบของลูก คือ การเรียนหนังสือให้ได้เกรดดี ๆ ไม่ต้องทำอย่างอื่น แต่ในความจริงแล้ว หากคุณพ่อคุณแม่ลองสอนให้ลูกรู้จักรับผิดชอบตนเองง่าย ๆ ด้วย “งานบ้าน” คุณจะประหลาดใจในพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูก

หยุดพฤติกรรมนี้ได้อย่างไร?

หนึ่งในงานหลักที่เราต้องสอนลูก ๆ ของเรา คือ การดูแลทรัพย์สิน ข้าวของเครื่องใช้ และ ห้องส่วนตัวของพวกเขาอย่างไร การมอบหมายหน้าที่ในการดูแล รักษา จัดการข้าวของเครื่องใช้ตัวเอง การทำความสะอาดห้องส่วนตัว การจัดกระเป๋าไปเรียนเอง หรือการจัดกติกาในการซื้อเครื่องเขียนว่าจะซื้อได้เมื่อไหร่ ไม่ใช่ว่าซื้อใหม่ทุกครั้งที่ลูกทำหาย พฤติกรรมประจำวันต่าง ๆ  เหล่านี้ นอกจากจะเป็นการสอนลูกในเรื่องความรับผิดชอบแล้ว ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูก ในเรื่องของการเห็นคุณค่าในตนเอง เขาสามารถจัดการชีวิต (บางเรื่อง) ของเขาได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่คอยแต่รับฟังคำสั่งจากพ่อแม่เท่านั้น

สิ่งที่พ่อแม่ควรระวัง คือ การที่ไม่ถูกใจเมื่อเห็นลูกเก้ ๆ กัง ๆ ในการจัดการเรื่องที่เรามอบหมายให้ แล้วรีบเข้าไปช่วย หรือจัดการเสียเอง สิ่งนั้นจะเป็นสัญญาณบอกลูกของคุณว่าคุณไม่ไว้วางใจในความสามารถของพวกเขาที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง สิ่งสำคัญคือต้องถอยหลัง และปล่อยให้พวกเขาลงมือทำในงานประจำวันง่าย ๆ อย่ากลัวที่จะสอนลูกให้รู้จักวิธีหั่นผักและผลไม้ ช่วยลูก ๆ ของคุณในการวางแผนว่าพวกเขาต้องการให้ห้องของพวกเขาถูกจัดอย่างไร หรือแม้แต่ให้พวกเขาช่วยล้างจาน ซักผ้า หรืองานอื่น ๆ มันอาจจะขัดกับลัทธินิยมความสมบูรณ์แบบของคุณ แต่ในระยะยาว มันจะสอนให้ลูกเคารพตัวเองเหนือสิ่งอื่นใด

4.หยุดพฤติกรรมอาละวาดของลูกด้วยการตามใจ

Temper Tantrum คือ การร้องอาละวาด โวยวาย ล้มตัว ชักดิ้นชักงอของลูกน้อยเป็นการแสดงอารมณ์โกรธหรือไม่พอใจของเด็ก พบได้บ่อยหลังอายุ 1 ขวบ พบมากขึ้นเมื่ออายุ 2-3 ปี และควรจะดีขึ้นหลังอายุ 4 ปี
เด็กอาจมีปัญหาจากการเลี้ยงดูที่เข้มงวดเกินไป และการที่เด็กมีความเป็นตัวของตนเองมากเกินไปจึงเกิดอารมณ์โกรธที่รุนแรง เมื่อไม่ได้ดั่งใจ

หยุดพฤติกรรมนี้ได้อย่างไร?

หากคุณเป็นพ่อแม่ที่อดทน อับอายต่อการอาละวาดของลูก และเลือกที่จะใช้การตามใจลูกเป็นการแก้ปัญหา สิ่งนั่นคือ การบ่มเพาะ นิสัยไม่ดี ให้กับลูกโดยไม่รู้ตัว เรามีคำแนะนำจากคุณหมอเมื่อลูกอาละวาดมาฝาก ดังนี้

  • ระหว่างที่เด็กร้องอาละวาด ไม่ควรตามใจ เพราะหากร้องแล้วได้รับความสนใจ หรือ การตอบสนองเด็กจะไม่เลิกทำสิ่งเหล่านี้ เพราะเข้าใจว่าทำแล้วได้สิ่งที่ต้องการ
  • ผู้ปกครองอาจเลือกใช้วิธีเมินเฉย ให้เด็กอยู่ในมุมสงบ จนกว่าเด็กจะนิ่งลง โดยผู้ปกครองอาจอยู่ใกล้ ๆ ในระยะที่มองเห็นเด็กได้
  • บางครั้งอาจให้ใช้วิธีเบนความสนใจของเด็ก เพราะโดยทั่วไปอาการเหล่านี้ใช้วลาไม่นาน
  • ไม่ควรโวยวาย ดุหรือตำหนิเด็กในขณะนั้น เพราะจะยิ่งทำให้เด็กอาละวาดรุนแรงขึ้น และไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง
  • เมื่อเด็กสงบลงแล้ว ผู้ปกครองควรเข้าไปปลอบโยนชักชวนทำกิจกรรมอื่น อาจจะอธิบายเหตุผลสั้น ๆ เพื่อให้เด็กเข้าใจว่าเพราะเหตุใดจึงไม่อนุญาตให้ทำสิ่งนั้น
  • ทุกคนในบ้านที่มีส่วนเลี้ยงดูเด็ก ควรปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน
ที่มา : ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
สัญญาณเตือนว่าคุณอาจบ่มเพาะ นิสัยไม่ดี ให้กับลูก
สัญญาณเตือนว่าคุณอาจบ่มเพาะ นิสัยไม่ดี ให้กับลูก

5. คุณทำตามข้อเรียกร้องของลูก เมื่อลูกบอกว่า “เบื่อ”

บ่อยครั้งที่คุณมักพบว่า ลูกของคุณไม่สนใจทำกิจกรรมอื่นใด นอกจากสิ่งที่เขาชอบเพียงอย่างเดียว เช่น เมื่อพ่อแม่ให้หยุดห่างออกจากหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโซเซียล การเล่นเกม การดูยูทูป หรือกิจกรรมอื่นใดก็ตาม เด็กมักจะบ่นว่า เบื่อ ไม่มีอะไรทำ ในบางกรณี ความเบื่อนั้นเกิดจากการไม่แน่ใจว่าต้องทำอะไร แสดงให้เห็นว่าลูกไม่มีความใส่ใจในโลกภายนอก หรือตัวคุณเองที่ไม่ได้สร้างบรรยากาศภายในบ้านที่มีความน่าสนใจพอที่จะทำให้ลูก ๆ ของคุณสนใจได้เลย

หยุดพฤติกรรมนี้ได้อย่างไร ?

แทนที่จะทำตามข้อเรียกร้องเมื่อพวกเขาบ่นว่าเบื่อ ปล่อยให้ลูกกลับไปทำกิจกรรมเดิม ให้ใช้โอกาสนี้สร้างพลังให้กับลูกๆ ของคุณ ลองเสนอคำแนะนำที่เป็นทางเลือกสองทาง สองข้อเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาทำได้ (เช่น ช่วยพับผ้าหรือทำการบ้านให้เสร็จ หรือแม้แต่อ่านหนังสือ) การให้อำนาจในการเลือกแก่เด็ก โดยมีตัวเลือก จะช่วยให้พวกเขามีความรู้สึกร่วมได้มากกว่า เด็กจะรู้สึกว่าพวกเขาได้ทำตามสิ่งที่ตนเองต้องการ มากกว่าทำตามคำสั่ง และทำให้ลูก ๆ ได้ตระหนักข้อหนึ่งว่า พวกเขามีความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้ แม้จะกำลังเบื่อแต่เขาก็สามารถหาอะไรมาทำแก้เบื่อได้ และจะดีขึ้นในครั้งต่อ ๆ ไป

 

อ่านต่อ >>> นิสัยไม่ดี ของลูก อาจเกิดจากการบ่มเพาะนิสัยจากพ่อแม่ แต่จัดการได้ คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ตั้งชื่อลูก พร้อมความหมาย

ตั้งชื่อลูก พร้อมความหมาย รวมชื่อจริง ลูกสาว ลูกชาย

ชื่อลูก ชื่อจริง ชื่อลูกสาว ชื่อลูกชาย ชื่อจริงลูกสาว ชื่อจริงลูกชาย ตั้งชื่อลูกสาว ตั้งชื่อลูกชาย ตั้งชื่อลูก พร้อมความหมาย ความหมายดี

ตั้งชื่อลูก พร้อมความหมาย รวมชื่อจริง ลูกสาว ลูกชาย

ว่าที่คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาชื่อจริงลูกสาว หรือชื่อจริงลูกชาย ที่มีความหมายดีๆ เป็นสิริมงคลแก่ลูกน้อย แต่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี มาทางนี้เลยค่ะ ทีมกองบรรณาธิการ ABK ได้นำการ ตั้งชื่อลูก พร้อมความหมาย มาให้ได้แล้ว เพื่อเป็นไอเดียในการตั้งชื่อลูกค่ะ

ตั้งชื่อลูก พร้อมความหมาย รวมชื่อจริง ลูกสาว ลูกชาย

หลักการตั้งชื่อที่สำคัญมีดังนี้

  1. บริวาร หมายถึง คนภายในครอบครัวและคนใกล้ชิดในชีวิต
  2. อายุ หมายถึง การเป็นอยู่ การใช้ชีวิต และสุขภาพ
  3. เดช หมายถึง อำนาจ บารมี การได้ลาภยศ การมีชื่อเสียง และตำแหน่งหน้าที่การงาน หน้าตาทางสังคม
  4. ศรี หมายถึง เรื่องของโชคลาภและความสำเร็จ รวมไปถึงเรื่องของเสน่ห์ มีคนรักและเอ็นดู
  5. มูลละ หมายถึง การมีทรัพย์สิน มีมรดกเงินทอง และความมั่นคงทางการเงิน
  6. อุตสาหะ หมายถึง การทำงาน ความขยันหมั่นเพียร การประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและการใช้ชีวิตที่มีความกระตือรือร้น
  7. มนตรี หมายถึง  การมีผู้หลักผู้ใหญ่สนับสนุน ช่วยเหลือ ค้ำจุนเกื้อกูลด้วยความเอ็นดู ทั้งพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ครู อาจารย์ เจ้านาย ผู้ที่อาวุโสกว่า
  8. กาลกิณี หมายถึง ตัวอักษรที่ไม่เหมาะสมต่อชื่อและวัน-เดือน-ปีเกิดของตัวผู้ที่ถูกตั้งชื่อ เพราะจะนำมาซึ่งความอัปมงคล ความทุกข์ ความทรมาน เคราะห์ร้าย และเรื่องราวที่ไม่ดีต่างๆ

อักษรกาลกิณีของคนแต่ละวัน

  1. ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ มีอักษรที่เป็นกาลกิณี คือ ศ ษ ส ห ฬ ฮ
  2. ผู้ที่เกิดวันจันทร์ มีอักษรที่เป็นกาลกิณี คือ อ
  3. ผู้ที่เกิดวันอังคาร มีอักษรที่เป็นกาลกิณี คือ ก ข ค ฆ ง
  4. ผู้ที่เกิดวันพุธ มีอักษรที่เป็นกาลกิณี (กลางวัน) คือ จ ฉ ช ซ ฌ ญ
  5. ผู้ที่เกิดวันพุธ มีอักษรที่เป็นกาลกิณี (กลางคืน) คือ บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม
  6. ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี มีอักษรที่เป็นกาลกิณี คือ ด ต ถ ท ธ น
  7. ผู้ที่เกิดวันศุกร์ มีอักษรที่เป็นกาลกิณี คือ ย ร ล ว
  8. ผู้ที่เกิดวันเสาร์ มีอักษรที่เป็นกาลกิณี คือ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ
ชื่อจริงลูกสาว
ชื่อจริงลูกสาว

ชื่อจริงลูกสาว

ชื่อ อ่านว่า ความหมาย
กชนิภา กด – ชะ – นิ – พา เสมือนดอกบัว บริสุทธิ์เหมือนดอกบัว
กชพร กด – ชะ – พอน ดอกบัวประเสริฐ ประเสริฐดุจดอกบัว
กชพรรณ กด – ชะ – พัน มีผิวพรรณดุจดอกบัว
กนกจันทร์ กะ – หนก – จัน พระจันทร์ดั่งทองคำ
กนกนุช กะ – หนก – นุช หญิงผู้มีค่าดั่งทองคำ
กนกพร กะ – หนก – พอน ทองประเสริฐ
กมลฉันท์ กะ – มน – ละ – ฉัน ความพอใจ ชื่อของฉันทลักษณ์
กมลาภา กะ – มะ – ลา – พา เหมือนดอกบัว
กิจพร กิด – พอน สิ่งที่พึงกระทำอันดี
กิรณา กิ – ระ – นา รัศมีเรืองรอง
กุลจิรา กุน – จิ – รา มีตระกูลอันมั่นคง ตระกูลที่ตั้งอยู่ตลอดกาลนาน
กุลนันท์ กุน – ละ – นัน เป็นที่ยินดีแห่งสกุลวงศ์
กุลนิดา กุน – นิ – ดา ผู้นำตระกูล ผู้ได้รับการแนะนำในตระกูล
กุลนิภา กุน – นิ – พา เหมือนสกุลวงศ์ เป็นดุจแสงสว่างแห่งสกุล
กุลภรณ์ กุน – ละ – พอน ค้ำจุนวงศ์สกุล
แก้วขวัญ แก้ว – ขวัน สูงค่าดังจิตที่เป็นมิ่ง
ขยาดี ขะ – ยา – ดี ทัศนะ ความคิด มุมมอง
ขยานี ขะ – ยา – นี มีความรู้
ขรินทร์ทิพย์ ขะ – ริน – ทิบ เทวดาผู้เป็นใหญ่และเก่งกล้า
ขวัญรัตน์ ขวัน – รัด ขวัญแก้ว
เขมิกา เข – มิ – กา ผู้มีความเกษม
จันทร์กะพ้อ จัน – กะ – พ้อ พันธุ์ไม้ป่ากลิ่นหอม
จันทรชา จัน – ทระ – ชา ดวงพระพุธ
จันทร์ทิพย์ จัน – ทิพ มีความนิ่มนวลอย่างดีวิเศษ
จันทรรัตน์ จัน – ทระ – รัด ไข่มุก
จันทรวิมล จัน – ทระ – วิ – มล บริสุทธิ์ดังดวงจันทร์
จันทรัตว์ จัน – ทะ – รัด ความเป็นพระจันทร์
จันทราภา จัน – ทรา – พา แสงจันทร์
จารวี จา – ระ – วี ผู้งดงาม
จิรณัฐ จิ – ระ – นัด ผู้มีความรู้ตลอดกาลนาน
จิราพร จิ – รา – พอน พรที่ดำรงอยู่ตลอดไป
เจิมจันทร์ เจิม – จัน แต่งแต้มด้วยเครื่องหอม
ใจภักดิ์ ใจ – พัก จิตใจงามหาที่เปรียบไม่ได้
ฉัตรชยา ฉัด – ชะ – ยา ร่มอันมาซึ่งชัยชนะ
ชนาธินาถ ชะ – นา – ทิ – นาด เป็นที่พึ่งของคนทั้งหลาย
ชนิตรา ชะ – นิ – ตรา ผู้ให้กำเนิด
ชมนาด ชม – นาด ชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่งมีกลิ่นหอม
ชมพูนุท ชม – พู – นุด ทองคำบริสุทธิ์
ชยานี ชะ – ยา – นี ผู้มีปัญญา ผู้มีความคิด
ชยุตรา ชะ – ยุด – ตรา มีชัยชนะอันประเสริฐสุด
ชลนิภา ชน – นิ – พา เปรียบประดุจน้ำ
ชัญญา ชัน – ยา ผู้ประเสริฐ ผู้รู้ชาติ
ชามา ชา – มา ลูกสาว
ชิดชนก ชิด – ชะ – นก ผู้ใกล้ชิดพ่อ
ณฤดี นะ – รึ – ดี ยินดีในความรู้
ณัฏฐ์ นัด ผู้ตั้งอยู่ในความรู้ นักปราชญ์
ณัฏฐกานต์ นัด – ถะ – กาน นักปราชญ์ผู้เป็นที่รัก
ณัฏฐนันท์ นัด – ถะ – นัน เป็นที่ชื่นชมยินดีของนักปราชญ์
ตั้งชื่อลูกสาว
ตั้งชื่อลูกสาว

ชื่อจริงลูกสาว

ชื่อ อ่านว่า ความหมาย
ณัฐวดี นัด – ถะ – วะ – ดี หญิงสาวผู้มีความรู้
ณัฐวีร์ นัด – ถะ – วี นักปราชญ์ผู้กล้าหาญ
ณัท นัด ให้ซึ่งความรู้
ณิชนันทน์ นิช – ชะ – นัน เพลิดเพลินยินดีในสิ่งที่บริสุทธิ์
ดรัลพร ดะ – รัน – พอน ทับทิมอันประเสริฐ
ถวดี ถะ – วะ – ดี ยกย่อง สรรเสริญ
ทมโภลี ทม – โพ – ลี สายฟ้าพระอินทร์
ธนิดา ทะ – นิ – ดา หนักแน่น
ธมกร ทะ – มะ – กอน แสงจันทร์
ธยาดา ทะ – ยา – ดา คิดถึง คิดคำนึง
ธรรมคุปต์ ทัม – มะ – คุบ รักษาธรรม
ธรรมิกา ทัน – มิ – กา ผู้ประกอบด้วยธรรม
ธัญญรัตน์ ทัน – ยะ – รัด รุ่งเรืองด้วยความประเสริฐ
ธัญพร ทัน – ยะ – พอน มีโชคอันประเสริฐ
ธันยกานต์ ทัน – ยะ – กาน เป็นที่รักที่โชคดีมีความสุข
ธารมิกา ทา – ระ – มิ – กา ทรงคุณธรรม
ธิติรัตน์ ทิ – ติ – รัด แก้วแห่งความเพียร
นรีรัตน์ นะ – รี – รัด นางแก้ว นางผู้ประเสริฐ
นวตา นะ – วะ – ตา ความสดชื่น
นวพร นะ – วะ – พอน พรใหม่ พร 9 ประการ
นวมล นะ – วะ – มน ดอกมะลิ
นวรัตน์ นะ – วะ – รัด แก้ว 9 อย่างคือ เพชร ทับทิม มรกต บุศราคัม โกเมน นิล มุกดา เพทาย และไพฑูรย์
นวิยา นะ – วิ – ยา สาวเสมอ สดชื่นเสมอ
นัทธ์ นัด ขันเกลียว ผูกพัน
นันท์นพิน นัน – ทะ – พิน ผู้มีความสุขใหม่ๆ มีความสุขเสมอ
นาถินี นา – ถิ – นี มีผู้คุ้มครอง
นิตย์รดี นิด – ระ – ดี มีความยินดีเป็นนิจ มีความสุขเสมอ
บงกชเพชร บง – กด – เพ็ด ดอกบัวที่งดงามและมีค่า
บรรณวรรณ บัน – นะ – วัน ไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง
บารมิตา บา – ระ – มิ – ตา บรรลุผลคุณ
บาลิกา บา – ลิ – กา ผู้ดูแล (เพศหญิง)
บุญญาพร บุน – ยา – พอน มีบุญเป็นพร
บุริมนาถ บุ – ริม – นาด เป็นที่พึ่งคนแรก เป็นที่พึ่งสำคัญ
ปริรม ปะ – ริ – รม ยินดี พึงพอใจ
ปรียาวดี ปรี – ยา – วะ – ดี หญิงอันเป็นที่รัก
ปวันรัตน์ ปะ – วัน – รัด รัตนะอันบริสุทธิ์
ปวิชญา ปะ – วิด – ชะ – ยา นักปราชญ์ ผู้รู้ทั่วถึง
ปวิมล ปะ – วิ – มน บริสุทธิ์อย่างยิ่ง
ปัณฑา ปัน – ดา ปัญญา
ปัถย์ ปัด ผู้เหมาะสม
ปิยรมย์ ปิ – ยะ – รม เป็นที่รักที่รื่นรมย์
ปิยาพร ปิ – ยา – พอน น่ารักและเป็นคนดี
ปีวรา ปี – วะ – รา อ้วน สมบูรณ์ น้ำดื่ม
พรพินิต พอน – พิ – นิด ได้รับการแนะนำอันประเสริฐ
พฤธา พรึด – ทา ยินดี
เพชรี เพ็ด – ชะ – รี เพชร
เพ็ญนีติ์ เพ็น – นี แสงจันทร์นำทาง
แพรพิไล แพ – พิ – ไล แพรงาม
แพรววนิด แพ – วะ – นิด งามเป็นที่รัก งามน่ารัก

 

อ่านต่อ…ตั้งชื่อลูก พร้อมความหมาย รวมชื่อจริง ลูกสาว ลูกชาย คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ฝากครรภ์ที่ไหนดี? แนะนำ 10 สูตินรีแพทย์ คนเก่ง ที่คุณแม่ไว้วางใจ

ฝากครรภ์ที่ไหนดี? แนะนำ 10 สูตินรีแพทย์ คนเก่ง ที่คุณแม่ไว้วางใจ

เมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ สิ่งแรกที่คุณแม่ต้องนึกถึงและทำทันที คือ การฝากครรภ์ ซึ่งคุณแม่จะต้องเลือกและเข้ารับการฝากครรภ์กับสูตินรีแพทย์ หรือ สูติแพทย์ ที่มักเรียกย่อ ๆ ว่าหมอสูติ โดยสูตินรีแพทย์ สูติแพทย์หรือหมอสูตินั้น เป็นแพทย์เฉพาะทางที่ให้การดูแล ตรวจวินิจฉัย และรักษาโรคที่พบในผู้หญิง ให้การดูแลและตรวจสุขภาพแก่หญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ รวมถึงคัดกรองอาการผิดปกติของทารกในครรภ์ และทำคลอดให้คุณแม่และทารกอย่างปลอดภัย

ฝากครรภ์ที่ไหนดี? แนะนำ 10 สูตินรีแพทย์ คนเก่ง ที่คุณแม่ไว้วางใจ

ฝากครรภ์ที่ไหนดี? แนะนำ 10 สูตินรีแพทย์ คนเก่ง ที่คุณแม่ไว้วางใจ

เลือกสูตินรีแพทย์อย่างไรให้ตรงใจคุณแม่

การฝากครรภ์เร็วหน่อยตอนอายุครรภ์ยังไม่เยอะจะยิ่งดี แต่นั่นหมายถึงคุณแม่ต้องไว้วางใจฝากสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์ให้คุณหมอดูแลไปจนถึงวันคลอด ดังนั้นการเลือกสูตินรีแพทย์ที่ตรงใจคุณแม่ เป็นการตัดสินใจซึ่งสำคัญมาก ควรต้องหาข้อมูลและวางแผนไว้ก่อน

การตัดสินใจเลือกสูตินรีแพทย์ หรือ สูติแพทย์ อยากให้คุณแม่พิจารณาข้อมูลดังนี้

  • ประวัติสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะคุณแม่ตั้งครรภ์ที่สุขภาพปกติกับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีโรคประจำตัวหรือมีความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ จะมีรายละเอียดและความซับซ้อนในการเฝ้าระวังดูแลคุณแม่และทารกในครรภ์แตกต่างกัน ตามแต่ประวัติสุขภาพของคุณแม่แต่ละคน
  • ประเภทการคลอดบุตรที่วางแผนไว้ เพราะคุณแม่แต่ละรายเลือกวิธีการคลอดไม่เหมือนกัน เลือกคลอดธรรมชาติ เลือกผ่าคลอด เลือกคลอดพร้อมทำหมัน เลือกคลอดพร้อมทำหมันหรือตัดไส้ติ่ง ซึ่งต้องวางแผนและปรึกษากับทางสูตินรีแพทย์ที่ดูแล
  • โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่ให้บริการและตารางการออกตรวจของสูตินรีแพทย์ คุณแม่ส่วนใหญ่มักเลือกโรงพยาบาลที่ฝากครรภ์เป็นโรงพยาบาลที่คลอดด้วย หรือฝากครรภ์ที่สถานพยาบาลแต่นัดมาทำคลอดที่โรงพยาบาล ซึ่งช่วงฝากครรภ์จะต้องเดินทางมาพบสูตินรีแพทย์และตรวจตามนัด รวมถึงเข้ารับการให้ความรู้เตรียมตัวเป็นคุณแม่ จึงควรเลือกสูตินรีแพทย์ในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่คุณแม่สะดวกเดินทาง และมีตารางการออกตรวจของสูตินรีแพทย์ที่คุณแม่สะดวกมาพบตามนัด รวมถึงกรณีหากคุณหมอไม่ออกตรวจ หรือเกิดกรณีฉุกเฉินก็มีสูตินรีแพทย์ท่านอื่นให้การดูแลแทนได้
  • สัมพันธภาพที่ดีระหว่างคุณแม่และสูตินรีแพทย์ เลือกสูตินรีแพทย์ที่คุณแม่สบายใจที่จะพูดคุยหรือปรึกษาและสอบถาม แม้ว่าเลือกแล้วในภายหลังเกิดไม่สะดวกหรืออยากเปลี่ยนสูตินรีแพทย์ที่ดูแลก็สามารถทำได้ ให้เลือกสูตินรีแพทย์ที่คุณแม่สะดวกใจในการเข้ารับการฝากครรภ์ เพื่อให้การดูแลต่อเนื่องตลอดอายุครรภ์เป็นไปอย่างมีคุณภาพ

แนะนำ 10 สูตินรีแพทย์ ที่คุณแม่ไว้วางใจ

  1. ผศ. นพ. ศักนัน มะโนทัย

อยู่ที่ : MedPark Hospital

สูตินรีแพทย์

คุณหมอเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ เป็นที่เลื่องลือในหมู่คุณแม่ว่าใจดี ใจเย็นและให้คำแนะนำดีมาก อธิบายละเอียด ให้เวลาในการซักถามตอบข้อสงสัยเยอะด้วย คุณแม่สบายใจได้เมื่อนัดพบ กรณีคุณแม่ต้องการคลอดธรรมชาติ หลายท่านบอกว่าคุณหมอเย็บแผลสวยมาก

ตารางวันออกตรวจของแพทย์ : วันเสาร์

สามารถนัดหมายวัน-เวลาเพื่อตรวจได้ที่ : 02-023-3333

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.medparkhospital.com/

อ้างอิงรูปภาพ: www.medparkhospital.com/doctor/assist-prof-dr-saknan-manotaya

 

  1. อ. ดร. พญ. ปิยา แช่มสายทอง

อยู่ที่ : โรงพยาบาลนวเวช

สูตินรีแพทย์

คุณหมอเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาทารกในครรภ์และทารกปริกำเนิด ดูแลและให้คำปรึกษาทั้งมารดาที่ตั้งครรภ์ปกติและตั้งครรภ์มีความเสี่ยงสูง คุณหมอใจเย็น เอาใจใส่ดี มีข้อสงสัยซักถามได้ ดูแลการฝากครรภ์และตรวจดูทารกในครรภ์อย่างละเอียดทุกเดือน และทุกครั้ง ให้คุณแม่มั่นใจตลอดการฝากครรภ์จนคลอด

ตารางวันออกตรวจของแพทย์ : วันอาทิตย์

สามารถนัดหมายวัน-เวลาเพื่อตรวจได้ที่ : 02-483-9999

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.navavej.com/

อ้างอิงรูปภาพ: www.navavej.com/doctordetail/5890

 

  1. ศ. นพ. อภิชาติ จิตต์เจริญ

อยู่ที่ : โรงพยาบาลวิมุต

สูตินรีแพทย์

คุณหมอชำนาญการด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ดูแลและให้คำปรึกษาทั้งมารดาที่ตั้งครรภ์ปกติและตั้งครรภ์มีความเสี่ยงสูง รับผิดชอบเอาใจใส่ดูแลคุณแม่ที่มาฝากครรภ์จนถึงวันคลอด ใจดีมาก ตรวจแบบไม่รีบร้อน ถามอะไรก็ตอบ ไม่แสดงความรำคาญ อธิบายละเอียด คุณแม่สบายใจได้ถ้าเลือกจะไปฝากครรภ์ด้วย และคุณแม่หลายท่านบอกว่าจะคลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอด คุณหมอเย็บแผลสวยมาก

ตารางวันออกตรวจของแพทย์ : วันอังคาร-วันพุธ และ วันเสาร์

สามารถนัดหมายวัน-เวลาเพื่อตรวจได้ที่ : 02-079-0000

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.vimut.com/home

อ้างอิงรูปภาพ: www.vimut.com/doctors/Dr.Apichart-Chittacharoen

 

  1. พญ. อรสา เหมะจันทร

อยู่ที่ : โรงพยาบาลลาดพร้าว

ฝากครรภ์ หมอสูติ

คุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช-เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ คอยดูแลให้คำแนะนำสำหรับคุณแม่ที่มาฝากครรภ์ อธิบายวิธีการตรวจต่าง ๆ เป็นขั้นตอน แนะนำคุณแม่ในการดูแลตนเองระหว่างตั้งครรภ์เพื่อให้คุณแม่สบายใจ เน้นให้คุณแม่ปฏิบัติตนให้เหมาะสมตามอายุครรภ์ตลอดการตั้งครรภ์และคลอดอย่างปลอดภัย

ตารางวันออกตรวจของแพทย์ : วันเสาร์

สามารถนัดหมายวัน-เวลาเพื่อตรวจได้ที่ : 02-530-2556

เว็บไซต์อ้างอิง: https://ladpraohospital.com/th/

อ้างอิงรูปภาพ: https://ladpraohospital.com/th/content/doctors/พญ-อรสา-เหมะจันทร-2/

 

  1. พญ. อังสุมาลิน ศรีหล้า

อยู่ที่ : โรงพยาบาลสุขุมวิท

ฝากครรภ์ หมอสูติ

คุณหมอเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ใจเย็น ใส่ใจตรวจครรภ์และตรวจคัดกรองทารกในครรภ์หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่จะส่งผลกระทบถึงทารกในครรภ์ได้เป็นอย่างดี อธิบายและตอบข้อซักถามของคุณแม่ด้วยความเต็มใจ มีประสบการณ์การดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์มานาน สร้างความประทับใจให้กับแม่ ๆ ที่ไปฝากครรภ์ทุกครั้ง

ตารางวันออกตรวจของแพทย์: วันอังคาร สัปดาห์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 17.00 – 20.00 น. และ วันเสาร์ สัปดาห์ที่ 2 และ 4 ของเดือน 09.00 – 12.00 น.

สามารถนัดหมายวัน-เวลาเพื่อตรวจได้ที่ : 02-391-0011

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.sukumvithospital.com/home.php

อ้างอิงรูปภาพ: www.sukumvithospital.com/doctorprofile.php?id=70

 

อ่านต่อ.. ฝากครรภ์ที่ไหนดี? แนะนำ 10 สูตินรีแพทย์ คนเก่ง ที่คุณแม่ไว้วางใจ ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เมนูไข่ง่ายๆ

เมนูไข่ง่ายๆ อาหารโปรดของเด็กๆ โปรตีนสูง!!

อาหาร สูตรอาหาร เมนู เมนูไข่ เมนูไข่ง่ายๆ ทำง่าย ใช้เวลาทำไม่นาน อร่อย ทานได้ไม่เบื่อ เด็กๆทานง่าย ไม่ว่าจะต้ม ทอด ผัด ตุ๋น โปรตีนสูง

เมนูไข่ง่ายๆ อาหารโปรดของเด็กๆ โปรตีนสูง!!

ไข่ มีประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะสำหรับเด็กที่กำลังเจริญเติบโต เมนูยอดฮิตสำหรับคนไทยคงหนีไม่พ้น ไข่เจียว ไข่ต้ม ไข่ดาว วันนี้ทีมกองบรรณาธิการ ABK จึงได้นำ เมนูไข่ง่ายๆ มาฝากคุณแม่ เพื่อเป็นไอเดียในการทำเมนูไข่ ให้เกิดความหลากหลายมากขึ้น

เมนูไข่ง่ายๆ อาหารโปรดของเด็กๆ โปรตีนสูง!!

ขอบคุณภาพจาก http://nutrition2.anamai.moph.go.th/
ขอบคุณภาพจาก http://nutrition2.anamai.moph.go.th/

ประโยชน์ของไข่ไก่

  1. ไข่ มีสารอาหารทุกอย่างที่ร่างกายของมนุษย์ต้องการ โดยไข่ 1 ฟองประกอบไปด้วย วิตามินเอ โฟเลท วิตามินบี 5 วิตามินบี 12 วิตามินบี 2 ฟอสฟอรัส ซีลีเนียม รวมไปถึง วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเค วิตามินบี 6 แคลเซียม และซิงค์
  2. ช่วยเพิ่มค่าคลอเรสเตอรอล HDL ซึ่งเป็นคลอเรสเตอรอลประเภทดี ที่สามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ สโตรค และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้
  3. อุดมไปด้วยสารโคลีน โคลีนเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของเรามาก เพราะมันช่วยสร้างเยื่อบุเซลล์ และทำหน้าที่ช่วยในการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง ทำให้คุณมีความจำที่ดีขึ้นได้
  4. ช่วยลดค่าคลอเรสเตอรอล LDL
  5. ช่วยบำรุงสายตา ในไข่ไก่มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง ลูทีน และซีแซนทิน อยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้คุณมีสุขภาพตาที่ดีขึ้นได้
  6. มีโปรตีนสูง พร้อมด้วยกรดอมิโนในสัดส่วนที่เหมาะสม ทำให้ร่ายกายแข็งแรง กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นสูง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ร่างกาย ทำให้ไม่เหนื่อยง่าย
  7. ลดความเสี่ยงจากอาการเส้นเลือดในสมองตีบ
  8. ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด ไข่มีซีลีเนียมสูงถึง 25% ซึ่งเป็นสารมีฤทธิ์ป้องกันการอักเสบ ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด และภาวะหัวใจวาย
  9. ป้องกันอาการตาเสื่อม สารอาหารในไข่อย่างลูทีน และซีแซนทิน จะช่วยยับยั้งการเสื่อมสภาพของจอประสาทตา
  10. ลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม สารต้านมะเร็งนั้นมีอยู่มากในผัก ผลไม้ และธัญพืชต่าง ๆ ซึ่งไข่แดง ก็มีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งเต้านมได้เช่นกัน

ไข่ +ขนมปังฝรั่งเศสกับแฮมและผักชีฝรั่ง

ไข่ +ขนมปังฝรั่งเศสกับแฮมและผักชีฝรั่ง
ไข่ +ขนมปังฝรั่งเศสกับแฮมและผักชีฝรั่ง

เมนูนี้อาจจะเพิ่มชีส นม เกลือ และพริกไทย นิด ๆ หน่อย ๆ และเสริมด้วยผักที่ชอบเป็นเครื่องเคียงที่เพิ่มแร่ธาตุและวิตามิน ถูกหลักโภชนาการ

วัตถุดิบ

  • ไข่
  • แฮม
  • ผักชีฝรั่ง
  • ชีส (ตามชอบ)
  • นม (ตามชอบ)

วิธีทำ

  1. ผัดผักที่เป็นเครื่องเคียง โดยใส่ผักต่างๆ ที่ชอบลงไป และพริกหยวกนำมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอคำ คลุกน้้ามันมะกอกในกระทะและมะเขือเทศขนาดเล็ก คนประมาณ 1 นาที โรยด้วยเกลือ และพริกไทยเล็กน้อย
  2. นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ชามและผสมให้เข้ากัน สับแฮมพอประมาณ ผสมกับผักชีฝรั่ง ใส่เนยในกระทะที่ความร้อนต่ำถึงปานกลาง จากนั้นใส่ลงในกระทะ
  3. ใส่ขนมปังไปอบ กลับอีกด้านให้สุกดี พร้อมเสิร์ฟ

ไข่ทอดนุ่มหนาแบบญี่ปุ่น

ไข่ทอดนุ่มหนาแบบญี่ปุ่น
ไข่ทอดนุ่มหนาแบบญี่ปุ่น

เมนูนี้อาจต้องใช้ความสามารถในการทอดไข่แบบญี่ปุ่นนะคะ โดยการทอดแล้วม้วนไข่ไปเรื่อยๆ จนได้ความหนาตามต้องการ

วัตถุดิบ

  • ไข่
  • ซุปดาชิ
  • สาเก
  • หัวไชเท้าขูด
  • น้ํามันงา
  • ซอสโชยุ

วิธีทำ

  1. แบ่งไข่ลงในชามและผสมกับน้ำตาล เกลือเล็กน้อย ใส่ซุป dashi และสาเกญี่ปุ่น ตั้งไฟ ใส่น้ำมัน 1 ช้อนชา ทอดไข่ โดยเอียงไข่ให้ทั่วกระทะ ทอดให้ความหนาพับทบไปประมาณสุกทั่วถึง และเตรียมทำชั้นที่สองสามต่อไป
  2. เพิ่มน้ํามันงา 1/2 ช้อนชาลงในกระทะส่วนที่ว่างและเทไข่อีกครึ่งหนึ่งที่เหลือ ให้ความหนาเท่ากัน ทอดต่อให้เหลืองอร่อย
  3. เมื่อสุกดีแล้ว นำขึ้นจาน หั่นเป็นชิ้นพอคำ เสิร์ฟพร้อมกับหัวไชเท้าขูดและเพิ่มซอสโชยุเล็กน้อย

 

อ่านต่อ…เมนูไข่ง่ายๆ อาหารโปรดของเด็กๆ โปรตีนสูง!! คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ที่เที่ยวนครปฐม

ที่เที่ยวนครปฐม ต้องแวะ!ขอพรองค์พระปฐม ชื่นชมธรรมชาติ

ที่เที่ยวนครปฐม อัพเดทที่เที่ยว จุดเช็กอิน แบบไม่มีเอาท์ แหล่งท่องเที่ยวที่ต้องไปเยือน ต้องแวะ มีครบจบทุกสไตล์ ทั้งสายกิน สายลุย สายมู

ที่เที่ยวนครปฐม ต้องแวะ!ขอพรองค์พระปฐม ชื่นชมธรรมชาติ

นครปฐม เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางของประเทศไทย เป็นหนึ่งในห้าจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร จังหวัดนี้มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนาน เชื่อว่าเป็นที่ตั้งเก่าแก่ของเมืองในสมัยทวารวดี โดยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีเป็นจำนวนมาก

จังหวัดนครปฐมจึงมีดีไม่ใช่เล่น ๆ เพราะความที่ประวัติมีมาอย่างยาวนาน จึงทำให้มี ที่เที่ยวนครปฐม มากมายหลากหลายรูปแบบ ที่เราขอแนะนำให้คุณพาครอบครัวมาแวะเที่ยวเยี่ยมชม แต่ละที่ล้วนแล้วแต่น่าไปเยือน เที่ยวชมความงาม และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไปพร้อมๆ กัน

ที่เที่ยวนครปฐม เมืองน่าเที่ยว สำหรับสายมู

อำเภอเมือง : พระปฐมเจดีย์

วัดพระปฐมเจดีย์ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร[1] ตั้งอยู่ที่ ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม มีจุดเด่นที่สำคัญคือ พระปฐมเจดีย์ หรือ พระธมเจดีย์ ซึ่งเป็นเจดีย์ที่ใหญ่และสูงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย (120.45 เมตร) องค์พระปฐมเจดีย์ เป็นพระเจดีย์ใหญ่ รูป ระฆังคว่ำ ปากผายมหึมา โครงสร้างเป็นไม้ซุง รัดด้วยโซ่เส้นมหึมาก่ออิฐ ถือปูน ประดับด้วยกระเบื้องปูทับ ประกอบด้วยวิหาร 4 ทิศ กำแพงแก้ว 2 ชั้น ถือเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุด เป็นอันดับ 1 ของประเทศไทยอีกด้วย เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้า เป็นที่เคารพสักการบูชาของบรรดาพุทธศาสนิกชนทั่วโลก

องค์พระปฐมเจดีย์ปัจจุบันนี้ เป็นพระเจดีย์ทรงลังกา แบบสุโขทัย สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งสร้างครอบเจดีย์เดิมถึงสององค์ ได้แก่ เจดีย์ทรงสถูปสาญจีตามแบบอินเดียยุคพระเจ้าอโศกมหาราช และเจดีย์ทรงขอมโบราณ

นอกจากองค์พระปฐมเจดีย์แล้ว ในลานชั้นลดด้านทิศใต้องค์พระปฐมเจดีย์และพระอุโบสถมีพระประธาน พระพุทธรูปศิลาขาว ซึ่งเป็นสองในสี่พระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท ปางแสดงธรรม ที่สร้างขึ้นในยุคทวารวดี

ที่เที่ยวนครปฐม ภาพจาก พระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร
ที่เที่ยวนครปฐม ภาพจาก พระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร

ตำนานเล่าขาน : พระยากง พระยาพาน

การได้พาครอบครัวไปเที่ยวในที่ที่เป็นโบราณสถาน สิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจ คือ ค้นหาประวัติที่มา เรื่องเล่าขาน ตำนาน ของสถานที่นั้น ๆ เพราะการเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ผ่านการเยือนสถานที่จริง เป็นการเรียนรู้ที่เข้าถึงเด็ก ๆ ได้ดี เรียกได้ว่าไม่เสียเที่ยวกับการท่องเที่ยว แถมได้สอนความรู้ในลูกได้อีกด้วยนะ

ครั้งหนึ่ง กษัตริย์ครองเมืองศรีวิชัย (นครไชยศรี) นามว่าพระยากง มีพระมเหสีทรงครรภ์และให้กำเนิดโอรสองค์หนึ่ง ขณะที่ข้ารับใช้นำพานมารองรับพระกุมาร บังเอิญขอบพานไปกระทบกับหน้าพากของพระกุมาร เกิดเป็นรอยแผล จึงได้พระนามว่า “พระยาพาน” โหรหลวงทำนายว่าเมื่อเติบโตขึ้นพระกุมารจะมีบุญญาธิการมาก แต่จะทำการปิตุฆาต (ฆ่าพ่อตัวเอง) ทำให้กุมารน้อย ถูกนำไปทิ้งไว้กลางป่า ยายพรหมไปพบเข้า เกิดความสงสารจึงเก็บมาเลี้ยง ต่อมายายพรหมยกกุมารน้อยให้กับยายหอม น้องสาวของตนเป็นผู้รับเลี้ยง เพราะเห็นว่ายายหอมไม่มีลูก

เมื่อพระยาพานเติบโตขึ้น ได้ร่ำเรียนวิชาอาคมจนสำเร็จ และมีโอกาสได้ปราบช้างที่ไล่อาละวาดทำร้ายผู้คนในเมืองสุโขทัย พระเจ้าแผ่นดินเมืองสุโขทัยเห็นในความดีความชอบ และเห็นว่าพระยาพานมีลักษณะของผู้มีบุญ จึงรับไว้เป็นบุตรบุญธรรม ต่อมาพระเจ้าแผ่นดินเมืองสุโขทัยต้องการขยายดินแดน รวบเอาเมืองนครไชยศรีเป็นเมืองขึ้น จึงให้พระยาพาน ผู้เป็นบุตรบุญธรรม ออกศึกท้ารบชนช้างกับพระยากง พระยากงโกรธมากที่มีแม่ทัพหนุ่มมาท้ารบ จึงสั่งจัดทับทันที ระหว่างทางมีกิ่งโพธิ์หักตกลงมาทับทหารตายไปหลายนาย ราวกับเป็นลางบอกเหตุ สถานที่ที่กิ่งโพธิ์หักลงมานั้น ต่อมาเรียกกันว่า “บ้านโพธิ์หัก” ในที่สุดเรื่องราวที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นจนได้ ณ เเขวงเมืองไชยศรี กองทัพทั้งสองเคลื่อนเข้าประจันหน้ากัน เกิดศึกยุทธหัตถีขึ้น โดยที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่รู้ว่าเป็นพ่อลูกกัน พระยากงขับช้างเข้าประทะช้างของพระยาพาน แต่เสียที! ถูกพระยาพานฟันด้วยของ้าว คอขาดตายบนคอช้าง กองทัพพระยากงพ่ายแพ้อย่างราบคาบ สถานที่ที่พระยากงถูกฟันคอขาด ปัจจุบันคือ ตำบลถนนขาด อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

พระยาพานบุกเข้ายึดเมืองนครไชยศรี และต้องการจะครอบครองมเหสีของพระยากงมาเป็นภรรยาตามธรรมเนียมของผู้ชนะสงคราม เทวดาเห็นว่าผิดศีลธรรมจึงแปลงกายเป็นเเมวแม่ลูกอ่อนนอนขวางบันไดทางเข้าปราสาทของมเหสี ขณะที่พระยาพานก้าวข้ามแมวสองแม่ลูก ได้ยินลูกแมวพูดว่า “ท่านเห็นเราเป็นสัตว์เดรัจฉาน ท่านจึงข้ามเราไป ” แม่แมวตอบว่า “นับประสาอะไรกับเราที่เป็นสัตว์เดรัจฉาน แม้แต่มารดาของท่าน ท่านยังจะเอาเป็นเมีย” ด้วยความรู้สึกแปลกใจ พระยาพานจึงตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าพระมเหสีเป็นพระมารดาของตนจริง ขอให้น้ำนมไหลออกมาจากอกทั้งสองข้าง สิ้นคำอธิษฐานเหตุการณ์ก็ปรากฎดังนั้น พระมเหสีเห็นรอยแผลเป็นที่หน้าผาก จึงรู้ทันทีว่าพระยาพานเป็นพระโอรสของตน พระมเหสีจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พระยาพานฟัง

พระยาพานสลดใจมากที่ฆ่าพ่อแท้ๆของตน จึงโกรธแค้นยายหอมที่ไม่บอกความจริงให้รู้ จึงจับยายหอมฆ่าเสีย ซึ่งสถานที่ที่ยายหอมสิ้นใจ ได้ขุดพบเสาหลักแปดเหลี่ยมที่มีลวดลายแบบทวารวดีที่บริเวณวัดเนินพระ ปัจจุบันถูกย้ายมาเก็บไว้ที่วัดดอนยายหอม เมื่อพระยาพานสำนึกได้ทำบาปใหญ่หลวงนักทั้งฆ่าพ่อ และฆ่ายายหอม ที่เปรียบเสมือนแม่ จึงจัดประชุมพระอรหันต์ เพื่อหาทางไถ่บาป พระอรหันต์ชี้ทางให้สร้างเจดีย์ที่สูงที่สุดเท่าที่นกเขาจะบินได้ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้มีการสร้าง “พระปฐมเจดีย์” ขึ้น ซึ่งพระปฐมเจดีย์เป็นปูชนียสถานเก่าแก่ที่สูงที่สุดในดินแดนสุวรรณภูมิ ถ้าหากได้มีโอกาสแวะไปเที่ยวก็จะเห็นพระเจดีย์องค์นี้ ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองนครปฐม

ที่มา : https://blog.takemetour.com

อำเภอนครชัยศรี : วัดกลางบางแก้ว

ภาพจาก วัดกลางบางแก้ว ที่เที่ยวนครปฐม
ภาพจาก วัดกลางบางแก้ว ที่เที่ยวนครปฐม

เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำนครชัยศรี ในหมู่ที่ 2 บ้านปากคลองบางแก้ว ตำบลนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นวัดโบราณเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยา หรือตอนปลายยุคอู่ทอง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัยตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายและเจริญรุ่งเรืองในยุครัตนโกสินทร์ตราบจนปัจจุบัน ในอดีต อุโบสถหลังเก่ามีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติที่งดงามมาก โดยเฉพาะตอนมารผจญ แต่เกิดเพลิงไหม้เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2541 ทำให้อุโบสถเสียหายหมดทั้งหลัง จากสภาพโบราณวัตถุภายในวัด เป็นต้นว่าอุโบสถ ใบเสมา และวิหาร ตลอดจนพระพุทธรูปหินทรายแดงซึ่งเป็นพระประธานในอุโบสถ คือ หลวงพ่อโต ทำให้ทราบว่าวัดกลางบางแก้วนี้ไดรับการปฏิสังขรณ์ซ่อมสร้างสืบต่อกันเรื่อยมา

อำเภอสามพราน : วัดไร่ขิง

ภาพจาก วัดไร่ขิงพระอารามหลวง
ภาพจาก วัดไร่ขิง พระอารามหลวง

วัดไร่ขิง หรือ วัดมงคลจินดาราม เป็นพระอารามหลวงของจังหวัดนครปฐม ตั้งที่ริมแม่น้ำท่าจีน ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม วัดไร่ขิงเป็นวัดที่มีประวัติเก่าแก่มายาวนาน และมีพระพุทธรูปประจำวัดที่รู้จักกันในชื่อ หลวงพ่อวัดไร่ขิง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ซึ่งผู้คนให้ความเคารพศรัทธาความศักดิ์สิทธิ์ ที่มีเรื่องเล่าต่อ ๆ  กันมาว่าเป็นผู้ที่มีความขลัง เมตตา ในด้านเวทมนตร์คาถา ให้เกิดความแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี และให้พรตามความปรารถนาของผู้ที่นับถือ ยังมีตำนานกล่าวขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ในเหตุอัศจรรย์ของหลวงพ่อวัดไร่ขิงว่า “ปรากฏครั้งแรกตั้งแต่วันที่ชาวบ้านได้มีการอัญเชิญหลวงพ่อวัดไร่ขิงขึ้นมาจากแม่น้ำ พระอาทิตย์ที่กำลังส่องแสงจ้าหายไปในทันใด แล้วปรากฏเมฆดำทะมึน ลมปั่นป่วน ฟ้าคะนองกึกก้อง และฝนก็ตกลงมาแทน ทำให้ชาวบ้านเกิดความปีติยินดี และอธิษฐานเป็นเสียงเดียวกันว่า “หลวงพ่อจักทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข ดับความร้อน คลายความทุกข์ ให้หมดไป ดุจสายฝนที่เมทนีดลให้ชุ่มฉ่ำ เจริญงอกงามด้วยธัญญาหาร ฉะนั้น”

ที่เที่ยวนครปฐม เมืองน่าเที่ยว สายนักชิม นักช็อป

อำเภอสามพราน : ตลาดน้ำดอนหวาย

ที่เที่ยวนครปฐม ตลาดน้ำดอนหวาย
ที่เที่ยวนครปฐม ภาพจาก ตลาดน้ำดอนหวาย

ตลาดน้ำที่ตั้งอยู่ในตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ตลาดเก่าแก่ที่คงสภาพของตลาดเก่าสมัยรัชกาลที่ 6 ลักษณะตัวอาคารเป็นอาคารไม้เก่าริมแม่น้ำท่าจีน เป็นตลาดน้ำที่มีสินค้ามากมายทั้ง อาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ของฝาก เป็นการจับจ่ายตลาดท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น มีเรือขายของมากมาย มีของกินสารพัดตลอดริมสองฟาก ให้คุณและครอบครัวได้ตื่นตาตื่นใจ

 

อ่านต่อ >> ที่เที่ยวนครปฐม เมืองเก่าแก่ มากแหล่งท่องเที่ยว ที่ต้องมาเยือนสักครั้ง คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

10 รายชื่อคุณหมอเด็ก เชี่ยวชาญการรักษา ดูแลเจ้าตัวเล็ก

10 รายชื่อคุณหมอเด็ก เชี่ยวชาญการรักษา ดูแลเจ้าตัวเล็ก

วันนี้ทีมกองบรรณาธิการรวบรวม รายชื่อคุณหมอเด็ก ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา หลายโรงพยาบาลมาให้คุณพ่อคุณแม่ได้พิจารณากัน โดย หมอเด็ก หรือ กุมารแพทย์ มีหน้าที่หลักทั่วไปในการดูแลเด็ก ทั้งเด็กสุขภาพดีและเด็กที่เจ็บป่วย โดยในส่วนของเด็กสุขภาพดีจะเป็นการดูแล และติดตามการเจริญเติบโต ประเมินพัฒนาการตามวัย ให้คำแนะนำคุณพ่อคุณแม่เกี่ยวกับการดูแลเด็ก แนะนำการรับวัคซีนตามช่วงวัย คอยเฝ้าระวังและให้ความรู้ในการป้องกันโรค ส่วนเด็กที่เจ็บป่วย กุมารแพทย์จะตรวจ ให้การวินิจฉัย และรักษา รวมถึงติดตามผลการรักษาและอาการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ หมอเด็กหรือกุมารแพทย์ยังมีแยกย่อยเป็นกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านต่าง ๆ เพื่อเจาะจงดูแลรักษาอาการหรือโรคที่มีความซับซ้อนในเด็ก เช่น กุมารแพทย์ด้านโรคหัวใจเด็ก กุมารแพทย์ด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม ซึ่งการมีหมอเด็กหรือกุมารแพทย์สาขาเฉพาะต่าง ๆ ก็เพื่อให้เกิดการดูแลเด็กได้อย่างเฉพาะเจาะจงตามอาการหรือความเจ็บป่วยของเด็กแต่ละคน

รายชื่อคุณหมอเด็ก เชี่ยวชาญการรักษา ดูแลเจ้าตัวเล็ก

10 รายชื่อคุณหมอเด็ก เชี่ยวชาญการรักษา ดูแลเจ้าตัวเล็ก

ทำไมต้องตรวจกับหมอเด็ก

เพราะการดูแลเด็กที่สุขภาพดีและเด็กที่เจ็บป่วย หมอเด็ก หรือ กุมารแพทย์จะมีความรู้ ความสามารถในการสังเกตพฤติกรรมและอารมณ์ของเด็ก ให้การดูแลเด็กอย่างละเอียดถี่ถ้วน สามารถรับมือกับการร้องไห้งอแงและอารมณ์ของเด็กที่มารับการตรวจได้เป็นอย่างดี 

หมอเด็กคือผู้มีประสบการณ์ในการสร้างความคุ้นเคยและความไว้ใจแก่เด็ก วุฒิภาวะของเด็กไม่เหมือนกับผู้ใหญ่ ความกลัว ความไม่เข้าใจ การแปลกที่และต้องเจอคนแปลกหน้า รวมถึงเครื่องมือในการตรวจร่างกาย จะมีส่วนทำให้เด็กอาจไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจหากไม่ได้พบกับหมอเฉพาะทาง 

หมอเด็กมักเลือกสื่อสารเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย อธิบายให้คุณพ่อและคุณแม่หรือคนที่คอยดูแลเด็กให้เข้าใจเกี่ยวกับภาวะสุขภาพที่มารับการตรวจในแต่ละครั้ง รวมถึงให้การแนะนำการมาพบตามนัดในครั้งต่อ ๆ ไปอย่างเหมาะสม ซึ่งในหลาย ๆ บ้านหรือหลายครอบครัวจะรู้สึกวางใจหรือสนิทสนมกับหมอเด็กหรือกุมารแพทย์ด้วยความต่อเนื่องในการเข้าพบ 

หลักการเลือกหมอเด็กหรือกุมารแพทย์ให้ลูกรัก

โดยปกติคุณพ่อคุณแม่จะเป็นคนเลือกตรวจกับหมอเด็ก หรือกุมารแพทย์จากโรงพยาบาลที่ไปคลอดลูกน้อย หรือโรงพยาบาลที่คุณพ่อคุณแม่สะดวกไปรับบริการ รวมถึงอาจได้รับการแนะนำจากคนสนิทไม่ว่าจะเพื่อนหรือผู้ใหญ่ในครอบครัว หรือเพราะชื่อเสียงของกุมารแพทย์ในโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่ได้รับฟังมา 

หลักเบื้องต้นในการเลือก อยากให้คุณพ่อคุณแม่พิจารณาดังนี้

  • ความสะดวกในการพาเด็กเดินทางไปรับบริการและรับการตรวจ เช่น เลือกเป็นโรงพยาบาลใกล้บ้านเพราะต้องไปบ่อย ๆ เพื่อรับวัคซีนและตรวจสุขภาพตามช่วงวัยจนเด็กโต หรือเลือกโรงพยาบาลที่เด็กเกิดเพราะมีประวัติตั้งแต่เกิด ให้กุมารแพทย์ได้ประเมินความปกติและพัฒนาการต่อเนื่องต่าง ๆ ของเด็กได้จนโต
  • ความเชี่ยวชาญของแพทย์และความพร้อมของโรงพยาบาล โดยมีกุมารแพทย์หลากหลายสาขาและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะ รวมถึงโรงพยาบาลมีการแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์การตรวจและกิจกรรมต่าง ๆ ให้คุณพ่อคุณแม่ทราบเป็นระยะอยู่เสมอ
  • มีกุมารแพทย์ประจำ หรือมีศูนย์กุมารเวช 24 ชั่วโมง เพราะการเจ็บป่วยในเด็กไม่เลือกเวลาและมักทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลใจ เด็กต้องได้รับการดูแลรักษาทันทีเมื่อเจ็บป่วย
  • เลือกโรงพยาบาลที่มีเครือข่ายประกันสุขภาพครอบคลุม เพราะเด็กเล็กมักเจ็บป่วยบ่อย ส่วนใหญ่นอกจากสิทธิการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐานที่รัฐจัดให้แล้ว คุณพ่อคุณแม่มักซื้อประกันสุขภาพเพื่อให้ความคุ้มครองด้านสุขภาพเพิ่มเติมกับลูก ถ้าโรงพยาบาลมีเครือข่ายประกันสุขภาพที่ครออบคลุม เด็กจะได้รับความสะดวก และการดูแลตามสิทธิที่ครอบถ้วนเวลาเจ็บป่วย  
  • เลือกกุมารแพทย์ที่เข้ากับเด็กได้ดีหรือเด็กชอบ และคุณพ่อคุณแม่สะดวกในการขอรับคำปรึกษา เพราะต้องรับการตรวจและเจอกันอีกนาน ความพึงพอใจทั้งของเด็กและคุณพ่อคุณแม่ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้การมาพบหมอเด็กราบรื่นและไม่เหนื่อยหรือน่าหวาดกลัวสำหรับเด็ก
  • อย่าเลือกเพียงเพราะคนบอกว่าดี หรือมีชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว ให้เลือกตามความสะดวกสบายใจและการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหมอเด็ก ตัวเด็ก และครอบครัว

แนะนำ 10 หมอเด็ก เชี่ยวชาญดูแลเจ้าตัวเล็ก ที่คุณแม่ควรรู้

  1. นพ.รัฐพล สุจิพิธธรรม

อยู่ที่ : โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์

10 รายชื่อคุณหมอเด็ก เชี่ยวชาญการรักษา ดูแลเจ้าตัวเล็ก

กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบการหายใจในเด็ก, โรคเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก

เด็ก ๆ มักเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ และอาจส่งผลให้มีปัญหาระบบการหายใจทั้งจากการเจ็บป่วย หรือสภาพร่างกาย คุณหมอรัฐพลขึ้นชื่อเรื่องใจเย็นและเชี่ยวชาญในการดูแลเด็กเล็ก รวมถึงให้คำอธิบายคุณพ่อคุณแม่อย่างชัดเจนและดูแลเด็กให้ยอมเข้ารับการตรวจได้เป็นอย่างดี กรณีต้องรับการตรวจที่ซับซ้อนหรือการดูแลต่อเนื่องในภาวะวิกฤต คุณหมอจัดเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยตรง

ตารางวันออกตรวจของแพทย์ : วันจันทร์-วันพฤหัสบดี และ วันอาทิตย์

สามารถนัดหมายวัน-เวลาเพื่อตรวจได้ที่ : 02-793-5000

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.synphaet.co.th/children-ramintra/

อ้างอิงรูปภาพ: www.synphaet.co.th/children-ramintra/doctor/รัฐพลสุจิพิธธรรม/

 

  1. นพ.กัลย์ กาลวันตวานิช

อยู่ที่ : โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

10 รายชื่อคุณหมอเด็ก เชี่ยวชาญการรักษา ดูแลเจ้าตัวเล็ก

กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบการหายใจ, โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน

เด็กมักเป็นโรคภูมิแพ้ และโรคทางเดินหายใจอย่างโรคหอบหืดกันมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องหาสาเหตุเพื่อหลีกเลี่ยงการแพ้ และรับการรักษาที่ถูกต้องจากกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ส่วนใหญ่ต้องรักษาต่อเนื่อง คุณหมอกัลย์เป็นคุณหมอที่ได้รับการพูดถึงจากแม่ ๆ ว่าใจเย็นและเข้ากับเด็กได้ดีในการดูแลและให้การรักษา รวมถึงผลการรักษาออกมาดี เป็นที่น่าพอใจ

ตารางวันออกตรวจของแพทย์ : ทุกวัน (วันจันทร์-วันอาทิตย์)

สามารถนัดหมายวัน-เวลาเพื่อตรวจได้ที่ : 02-066-8888

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.bumrungrad.com/th

อ้างอิงรูปภาพ: www.bumrungrad.com/doctors/Karl-Kalavantavanich?lang=th

 

  1. พญ.ชลลดา ตระกูลภาคย์

อยู่ที่ : โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง

10 รายชื่อคุณหมอเด็ก เชี่ยวชาญการรักษา ดูแลเจ้าตัวเล็ก

กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซึม

การเจ็บป่วยด้วยโรคต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซึมในเด็ก เช่น โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ ต้องได้รับการตรวจและวินิจฉัยจากกุมารแพทย์เฉพาะทางให้ทันท่วงที เพราะตรวจเจอเร็วและรักษาได้เร็ว ทำการรักษาได้ถูกต้องก็จะดีกับคุณภาพชีวิตของเด็ก ๆ ด้วย คุณหมอชลลดาเป็นผู้เชี่ยวชาญทางสาขานี้โดยเฉพาะ คุณพ่อคุณแม่ที่มีความกังวลใจเรื่องการเจ็บป่วยของลูก คุณหมอมีวิธีการอธิบายให้เข้าใจเกี่ยวกับโรคและการรักษาที่ถูกวิธี รวมถึงการดูแลและการรักษาในระยะยาว คุณพ่อคุณแม่ที่กังวลหรือต้องการรับคำแนะนำและพาลูกมาตรวจเกี่ยวกับโรคต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซึม แนะนำให้ทำนัดมาพบคุณหมอท่านนี้เลย

ตารางวันออกตรวจของแพทย์ : วันอังคาร-วันเสาร์

สามารถนัดหมายวัน-เวลาเพื่อตรวจได้ที่ : 02-220-7999

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.thonburibamrungmuang.com/th/

อ้างอิงรูปภาพ: www.thonburibamrungmuang.com/th/our-centers/22/pediatric-center

 

  1. พญ.ธนิกา สุจริตวงศานนท์

อยู่ที่ : โรงพยาบาลเจ้าพระยา

หมอเด็ก

กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม

หนึ่งในการประเมินการเติบโตของเด็ก จะรวมถึงประเด็นเรื่องพัฒนาการและพฤติกรรมที่เหมาะสมตามวัยด้วย เพราะมีส่วนช่วยในการเรียนรู้และส่งเสริมทั้งร่างกาย อารมณ์ และจิตใจของเด็กให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ คุณหมอธนิกาเป็นผู้เชี่ยวชาญและให้คำแนะนำ ในการดูแลและส่งเสริมพัฒนาการและพฤติกรรม รวมถึงประเมิน แก้ไขพัฒนาการและพฤติกรรมเด็กให้เหมาะสมและเป็นไปตามช่วงวัย เนื่องจากเป็นการตรวจที่ต้องใช้เวลาและทำความเข้าใจ รวมถึงมีการซักถามจากหมอต่อเด็กรวมถึงครอบครัว แนะนำให้นัดหมายล่วงหน้าและเผื่อเวลาในการเข้าพบคุณหมอเพื่อปรึกษาและซักถาม

ตารางวันออกตรวจของแพทย์ : วันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 2 และ 4 ของเดือน

สามารถนัดหมายวัน-เวลาเพื่อตรวจได้ที่ : 02-884-7000

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.chaophya.com/

อ้างอิงรูปภาพ: www.chaophya.com/doctor-search/?doctor_name=Dhanika+Sucharitwongsanont%2C+MD

 

  1. พญ.ภัทราภา เหล่าธารณาฤทธิ์

อยู่ที่ : โรงพยาบาลกรุงเทพ

หมอเด็ก

กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินอาหารและโรคตับ

กลุ่มอาการที่มีอาการตั้งแต่เบา ๆ แต่ไม่เบาสำหรับเด็ก เช่น ท้องอืด ปวดท้อง ผายลมบ่อย อาเจียน แหวะนม ไปจนถึงอาการแพ้นมวัว ภาวะโคลิคร้องกวน ถ่ายอุจจาระผิดปกติ รวมถึงการกลืนสิ่งแปลกปลอมในเด็ก คุณหมอภัทราภาเป็นหมอเฉพาะทางที่ดูแลเรื่องเหล่านี้โดยเฉพาะ ค้นหาสาเหตุและให้การรักษาที่ตรงจุด แนะนำทำนัดหมายก่อนเข้ารับการตรวจจะได้ไม่ต้องรอนาน

ตารางวันออกตรวจของแพทย์ : วันจันทร์-วันพฤหัสบดี

สามารถนัดหมายวัน-เวลาเพื่อตรวจได้ที่ : 1719

เว็บไซต์อ้างอิง: https://www.bangkokhospital.com/

อ้างอิงรูปภาพ: https://www.bangkokhospital.com/doctor/dr-pattarapa-laotharanarit

 

อ่านต่อ.. รายชื่อคุณหมอเด็ก เชี่ยวชาญการรักษา ดูแลเจ้าตัวเล็ก ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

Tags