สีชุดว่ายน้ำสดใส ช่วยให้มองเห็นป้องกันการ จมน้ำ ได้

สีของชุดว่ายน้ำสำคัญ! ช่วยลูกรอดจากการ จมน้ำ ได้

event
สีชุดว่ายน้ำสดใส ช่วยให้มองเห็นป้องกันการ จมน้ำ ได้
สีชุดว่ายน้ำสดใส ช่วยให้มองเห็นป้องกันการ จมน้ำ ได้

ชวนดูผลการทดสอบ สีของชุดว่ายน้ำที่มีผลต่อการมองเห็นจากผิวน้ำ สีไหนควรให้ลูกใส่ สีไหนควรเลี่ยง เพื่อความปลอดภัย ให้ลูกรอดจากการ จมน้ำ ที่อาจเกิดได้อย่าประมาท

สีของชุดว่ายน้ำสำคัญ! ช่วยลูกรอดจากการ จมน้ำ ได้

ชุดว่ายน้ำ นอกจากจะใส่เพื่อความคล่องตัว สะดวกสบาย เหมาะสมกับกิจกรรมทางน้ำแล้ว ยังเป็นแฟชั่นที่มีสีสันให้แก่ชายหาด สระว่ายน้ำ และสถานที่นั้น ๆ ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ทำให้บรรดาผู้ผลิตต่างจัดหา รูปแบบ สีสัน ลวดลายต่าง ๆ มาประชันกันให้เรามีได้เลือกหลากหลายมากมาย แต่รู้หรือไม่ว่า ?? สีของชุดว่ายน้ำ นอกจากจะเพื่อความสวยงามดึงดูดแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้ผู้ใส่รอดจากอุบัติเหตุการ จมน้ำ เสียชีวิตได้

ชุดว่ายน้ำระบายสีขาวสดใส ชุดว่ายน้ำสีลายเจ้าหญิง หรือลายตัวละครการ์ตูนที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ หรือหากชอบสีเรียบ ๆ เช่น สีฟ้า สีน้ำเงิน สีเทา สีดำ เป็นต้น ก็มีให้เห็นหลากหลาย แต่ชุดไหนละที่เหมาะแก่การว่ายน้ำในสระน้ำ ชุดไหนที่เหมาะกับการว่ายน้ำในแหล่งธรรมชาติ เรามาดูสีของชุดว่ายน้ำที่ช่วยให้คุณรอดจากการ จมน้ำ กันดีกว่าว่ามีสีอะไรกันบ้าง

สีของเสื้อผ้า สีของชุดว่ายน้ำ ช่วยลูกจากการ จมน้ำ ได้
สีของเสื้อผ้า สีของชุดว่ายน้ำ ช่วยลูกจากการ จมน้ำ ได้

ทำไมสีของชุดว่ายน้ำจึงช่วยให้เรารอดจากการจมน้ำกันนะ??

สีของชุดว่ายน้ำนั้นมีผลต่อการมองเห็นจากผิวน้ำ เมื่อมีคนจมน้ำ เด็กจมน้ำ ผู้คนรอบตัวจะสามารถสังเกตเห็นได้ถึงตำแหน่งของบุคคลนั้น โดยเราได้นำผลการทดลองของบริษัทความปลอดภัยทางน้ำจากสหรัฐอเมริกา Alive Solutions มาฝากกันว่า สีของชุดว่ายน้ำสีไหนที่ควรใส่เพื่อความปลอดภัยทางน้ำ

Alive Solutions ได้ทำการทดลองสีของชุดว่ายน้ำที่สามารถมองเห็นได้จากใต้น้ำลึก 18 นิ้ว ทั้งตอนผิวน้ำเรียบ และผิวน้ำเป็นคลื่นริ้ว ๆ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ทำให้เราต้องประหลาดใจ

alive solutions ทำการทดสอบสีของชุดว่ายน้ำ ในน้ำลึกในสระที่สีแตกต่างกัน
alive solutions ทำการทดสอบสีของชุดว่ายน้ำ ในน้ำลึกในสระที่สีแตกต่างกัน

โดยการทดสอบดังกล่าว ได้ใช้สถานที่ทดสอบสีต่าง ๆ ในสระสีขาว สระสีเข้ม และทะเลสาบสีเทา พร้อมกันเทียบกับสภาพผิวน้ำที่เรียบ และมีคลื่นริ้ว โดยพบว่ามีเพียงชุดว่ายน้ำไม่กี่สีที่สามารถมองเห็นได้จากผิวน้ำ บางสีมองจากผิวน้ำแทบไม่สามารถทราบได้ว่าเป็นเด็กที่อยู่ใต้น้ำ คล้ายเศษใบไม้ หรือขยะเสียมากกว่า และบางสีหายไปในน้ำเลย จนเราไม่สามารถสังเกตเห็นได้ว่ามีคนอยู่ใต้ผิวน้ำ โดยหากคุณพ่อคุณแม่สนใจที่จะดูรายละเอียดการทดสอบดังกล่าว สามารถตามไปศึกษาต่อได้ในลิงก์ aquaticsafetyconnection

สีชุดว่ายน้ำนี้แหละใช่เลย!!

เพื่อความปลอดภัยของผู้สวมใส่จากการทดลองดังกล่าว ทำให้เราต้องหันมาใส่ใจในการเลือกสีของชุดว่ายน้ำกันเสียหน่อย โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็ก การพาลูกไปว่ายน้ำ สิ่งสำคัญที่เราพ่อแม่ควรคำนึงถึงเป็นอันดับแรก คือ ความปลอดภัย ดังนั้นก่อนซื้อชุดว่ายน้ำให้ลูกลองใช้คำแนะนำเหล่านี้เป็นตัวช่วยในการเลือกซื้อชุดว่ายน้ำให้ลูกกันดีกว่า

สระสีเข้ม

ชุดว่ายน้ำที่แนะนำ : เมื่อมองจากผิวน้ำในสระน้ำสีเข้ม และสามารถอ้างอิงได้ถึงทะเลสาบสีน้ำเงิน หรือทะเล แม่น้ำ บ่อน้ำ ที่สีของแหล่งน้ำโดยรวมมีความเข้ม และค่อนไปทางสีเทามากกว่าน้ำในสระ สีที่มองจากผิวน้ำได้อย่างชัดเจนที่สุดเมื่ออยู่ใต้น้ำ คือ สีเหลืองนีออน(เรืองแสง) สีเขียวนีออน (เรืองแสง) และสีส้ม เป็นสีที่สว่าง และตัดกับสีสระน้ำได้ โดยที่เราไม่มองเห็นเป็นขยะ หรือเศษใบไม้

สีของชุดว่ายน้ำที่ควรระวัง : เมื่อมองจากผิวน้ำในสระน้ำสีเข้ม ในทะเล ทะเลสาบ แม่น้ำ บ่อน้ำ สีของชุดว่ายน้ำที่ไม่ควรใส่ คือ สีที่ใกล้เคียงกับสีพื้นสระน้ำ เช่น สีฟ้า สีขาว สีเขียว สีน้ำเงิน และที่น่าประหลาดใจคือ สีที่สะท้อนสีพื้นสระได้อย่าง สีโทนเย็น สีขาวนั้น ถึงแม้จะมองเห็นได้ง่ายในระยะใกล้ แต่เมื่อเราเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้ผิวน้ำที่เป็นคลื่น หรือว่ายดำลึกลงไป สีโทนนี้สามารถหาย หรือจางจนแทบมองไม่เห็นจากผิวน้ำ อาจทำให้การช่วยเหลือไม่ทันท่วงทีหายเกิดการ จมน้ำ โดยเฉพาะเด็ก ๆ

สระสีอ่อน ควรใส่ชุดสีใด ให้ปลอดภัยจากการ จมน้ำ
สระสีอ่อน ควรใส่ชุดสีใด ให้ปลอดภัยจากการ จมน้ำ

สระสีขาว สีอ่อน

ตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของสีชุดว่ายน้ำที่จะแนะนำ คือ สีชมพูนีออน และสีส้มนีออน แม้ว่าสีที่เข้มกว่าจะปรากฏที่พื้นสระสีอ่อน แต่มักถูกมองข้ามเพราะเป็นเหมือนกองใบไม้ ดิน หรือเงา ดังนั้นคนมักจะอยู่ห่างจากสีเหล่านั้นเมื่อคิดเช่นนั้น โดยอาจเพิ่มการมองเห็นนั้นมากยิ่งขึ้นด้วยการใส่สีสดใสให้ตัดกัน ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

สีของชุดว่ายน้ำที่ควรระวัง : เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าสีของชุดว่ายน้ำสีขาว และสีฟ้าอ่อนในสระน้ำสีอ่อน แทบจะทำให้ผู้อื่นมองไม่เห็น ยิ่งโดยเฉพาะเวลาที่เราตีน้ำให้กระเพื่อม หรือว่ายห่างออกไป มันแทบหายไปเหมือนดั่งเวทมนตร์เลย

แหล่งน้ำธรรมชาติ (แม่น้ำ ทะเลสาบ)

ในแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างทะเล ทะเลสาบ แม่น้ำ บ่อน้ำ ที่สีของแหล่งน้ำโดยรวมมีความเข้ม และเจือไปทางเทามากกว่าน้ำในสระ เหตุที่จำเป็นต้องแยกออกจากสีของสระสีอ่อน เพราะว่าแหล่งน้ำธรรมชาตินั้นจะมีความขุ่น และมีแสงเงาสะท้อนของท้องฟ้า ทำให้ความสามารถในการมองเห็นใต้ผิวน้ำแตกต่างไปจากในสระน้ำสีที่ชัดเจนที่สุดเมื่ออยู่ใต้น้ำจะเป็นสีเหลืองเรืองแสง เขียวเรืองแสง และส้มเรืองแสง

สีของชุดว่ายน้ำที่ควรระวัง : ถึงแหล่งน้ำที่มีสีเข้มจะทำให้สีขาวเห็นได้ชัด แต่อาจทำให้ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเงาสะท้อนจากก้อนเมฆได้ และอาจทำให้หาตัวยากเมื่ออยู่ท่ามกลางคนจำนวนมาก สีชมพูนีออนกลับไม่เป็นที่แนะนำในแหล่งน้ำธรรมชาติเหมือนดังสระสีอ่อน

สรุปได้ว่า การเลือกสีชุดว่ายน้ำนั้นมีความสำคัญอย่างมากต่อความปลอดภัยของผู้สวมใส่ สีที่แนะนำโดยหลักแล้ว แนะนำให้เลือกสีชุดสีสด ๆ เข้าไว้ เพราะจะเป็นจุดสังเกต และง่ายต่อการมองเห็นหากเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดมากเสียยิ่งกว่า สีของชุดว่ายน้ำ คือ การดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เมื่อพาลูกไปเล่นน้ำ

สีชุดว่ายน้ำที่แนะนำเวลาเล่นน้ำทะเล
สีชุดว่ายน้ำที่แนะนำเวลาเล่นน้ำทะเล

ปลอดภัยก็ต้องมี ประโยชน์ก็ต้องได้จากการ…ว่ายน้ำ

แม้ว่าเราจะกล่าวถึงเรื่องอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ จากการจมน้ำ และความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็ใช่ว่าจะทำให้พ่อแม่กลัวการพาลูกไปว่ายน้ำ เนื่องจากว่า การว่ายน้ำนั้นยังคงเป็นการออกกำลังกายที่มากด้วยประโยชน์ เสริมสร้างพัฒนาการที่ดีสำหรับเด็ก สำหรับประโยชน์ที่เจ้าตัวเล็กจะได้รับจากการว่ายน้ำ มีดังนี้

  1. การฝึกให้ลูกคุ้นเคยกับการว่ายน้ำตั้งแต่ยังเล็ก จะช่วยให้ลูกมีความมั่นใจ ไม่กลัวน้ำ และเมื่อถึงวัยที่สามารถเรียนว่ายน้ำอย่างจริงจัง เขาก็สามารถเรียนรู้ทักษะต่างๆ ในการว่ายน้ำได้ง่ายขึ้น และเมื่อลูกสามารถว่ายน้ำได้ เขาจะมีความภูมิใจในตัวเอง และมีความกล้าที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
  2. ช่วยฝึกกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกายให้มีความแข็งแรง และทำงานประสานกันได้ดี ซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาการการยืนและเดิน รวมทั้งพัฒนาการทางสมองของลูกด้วย ซึ่งการว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ปลอดภัยต่อกล้ามเนื้อ เพราะน้ำจะช่วยลดแรงกระแทก ที่อาจทำให้กล้ามเนื้อ และข้อต่างได้รับบาดเจ็บ
  3. ช่วยเสริมสร้างทักษะการทรงตัว และการลอยตัว
  4. น้ำช่วยกระตุ้นให้ลูกมีประสาทสัมผัสที่ไวขึ้น ทั้งการมองเห็น การได้ยิน การรับรส และการดมกลิ่น
  5. การว่ายน้ำช่วยสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างคุณพ่อ คุณแม่ และลูกให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพราะทำให้ได้ใช้เวลาร่วมกัน ได้เรียนรู้กันและกันมากขึ้น ได้รับความไว้วางใจซึ่งกันและกัน การได้รับการสัมผัสโอบกอดจากคุณพ่อคุณแม่เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ลูกมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย

เคล็ดลับในการสอนเด็กว่ายน้ำ

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเรียน พ่อแม่ควรพาเด็กมาถึงสระก่อนชั่วโมงเรียนว่ายน้ำเริ่ม 15 นาที เพื่อให้เด็กคุ้นชินกับสถานที่ รวมถึงมีเวลาปรับตัวและทำสมาธิก่อนลงน้ำ

หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารก่อนว่ายน้ำ พ่อแม่ไม่ควรให้เด็กรับประทานอาหารก่อนว่ายน้ำ หากเพิ่งรับประทานอาหารเสร็จ ควรให้เด็กนั่งพักและรอประมาณ 1 ชั่วโมงจึงค่อยลงว่ายน้ำ

ไม่บังคับให้เด็กลงน้ำ เด็กบางรายอาจลังเลหรือยังไม่พร้อมว่ายน้ำ ซึ่งพ่อแม่ไม่ควรบังคับให้ลูกน้อยทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ เพราะการบังคับฝืนใจอาจส่งผลให้เด็กเกิดทัศนคติด้านลบต่อการว่ายน้ำ หากเด็กเริ่มร้องไห้โยเยหรือแสดงอาการไม่พอใจเมื่ออยู่ในน้ำ ให้นำเด็กขึ้นจากสระทันที

เริ่มต้นด้วยการแช่น้ำในอ่าง ในช่วงแรกเริ่ม พ่อแม่ควรลงไปแช่น้ำในอ่างกับลูกน้อยด้วย เพื่อทำให้เด็กคุ้นเคยกับน้ำ รู้สึกปลอดภัย และสนุกสนาน โดยอาจเทน้ำจากขันรดบนศีรษะและใบหน้าของเด็กทีละน้อย

อย่าไว้ใจอุปกรณ์ช่วยว่ายน้ำ ผู้ปกครองต้องดูแลใกล้ชิดเสมอ
อย่าไว้ใจอุปกรณ์ช่วยว่ายน้ำ ผู้ปกครองต้องดูแลใกล้ชิดเสมอ

เลือกสระน้ำอุ่น เด็กและทารกยังไม่สามารถปรับอุณหภูมิร่างกายได้ดีเท่าผู้ใหญ่ การว่ายน้ำในสระที่มีอุณหภูมิน้ำเย็นเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ พ่อแม่จึงควรนำลูกลงว่ายน้ำในสระน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิประมาณ 32-33 องศาเซลเซียส แต่หากจำเป็นต้องลงว่ายน้ำในสระปกติ ให้นำเด็กขึ้นจากสระทุก ๆ 10 นาทีเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น ทั้งนี้ พ่อแม่จำเป็นต้องสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของเด็กในระหว่างที่แช่น้ำอยู่เสมอ หากริมฝีปาก นิ้วมือ หรือนิ้วเท้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วง ให้นำเด็กขึ้นจากสระน้ำทันที

สร้างบรรยากาศให้สนุกสนาน พ่อแม่ควรลงไปว่ายน้ำกับเด็กและสร้างบรรยากาศที่สนุกสนานไปด้วย อย่างการร้องเพลงหรือเล่นเกม และมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มอยู่เสมอ เพื่อทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัยและคิดว่าการว่ายน้ำเป็นเรื่องสนุก

หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ช่วยลอยตัว การใช้อุปกรณ์ช่วยลอยตัวอย่างห่วงยางหรือปลอกแขนว่ายน้ำ อาจทำให้เด็กรู้สึกว่าการว่ายน้ำนั้นไม่ปลอดภัย นอกจากนั้น การใช้อุปกรณ์ดังกล่าวยังบังคับให้เด็กว่ายน้ำโดยจัดร่างกายให้ตั้งฉากกับน้ำ แต่จริง ๆ แล้วท่าว่ายน้ำที่เหมาะสม คือ จัดร่างกายให้ขนานกับน้ำ

ว่ายน้ำให้ปลอดภัย ต้องเตรียมตัวอย่างไร ไม่ให้ จมน้ำ
ว่ายน้ำให้ปลอดภัย ต้องเตรียมตัวอย่างไร ไม่ให้ จมน้ำ

อุ้มเด็กด้วยท่าที่เหมาะสม วิธีอุ้มเด็กในน้ำนั้นมีหลายวิธี ซึ่งควรเลือกท่าที่ผู้อุ้มและเด็กรู้สึกสบายที่สุด อย่างการอุ้มโดยใช้มือประคองด้านหลังศีรษะและก้นของเด็ก หรือการอุ้มโดยใช้มือทั้ง 2 ข้างประคองใต้รักแร้จากทางด้านหน้าหรือด้านหลัง รวมทั้งผู้อุ้มควรพาเด็กเดินวนรอบสระ เพื่อให้เด็กรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของน้ำ หากเป็นสระเด็กหรือสระที่มีน้ำไม่ลึกมากนัก ให้ผู้อุ้มย่อตัวลงและใช้มือทั้ง 2 ข้างประคองใต้รักแร้ของเด็ก เพื่อให้ตนเองอยู่ในระดับเดียวกันกับเด็ก

คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก พ่อแม่หรือผู้ดูแลที่ลงไปในสระน้ำกับเด็กต้องอุ้มเด็กด้วยวิธีที่ถูกต้องอยู่เสมอ สำหรับเด็กที่ว่ายน้ำเป็นแล้วอาจปล่อยให้เด็กว่ายน้ำเองได้ แต่จำเป็นต้องเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา และพร้อมเข้าช่วยเหลือทันทีหากเกิดอุบัติเหตุใด ๆ

ข้อมูลอ้างอิงจาก www.pobpad.com/new.camri.go.th

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

พูดเรื่องความปลอดภัย ให้ลูกเข้าใจง่าย

เตือนภัยพ่อแม่! ชุดว่ายน้ำเด็ก สีไม่สดใส อันตรายกว่าที่คิด

พ่อแม่ต้องระวัง! 5 โรคฮิตมาพร้อมเปิดเทอม

ลูกขยี้ตา คันตาบ่อย ๆ ระวังเป็นตาแดงรับเปิดเทอม

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up