ยาจุดกันยุง

ยาจุดกันยุง 2 ยี่ห้อดัง อย. ประกาศเพิกถอนทะเบียนยา!!!

ยาจุดกันยุง 2 ยี่ห้อดัง ที่ล่าสุดทางอาหารและยา (อย.) ได้ออกมาประกาศยืนยันในการเพิกถอนทะเบียนยา เนื่องจากมีการพบว่าใช้สารที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. รวมทั้งไม่ได้รับขึ้นทะเบียนยา ไม่ผ่านการประเมินด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย จึงเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้…

 

ยาจุดกันยุง 2 ยี่ห้อที่ทาง อย. ประกาศถอนทะเบียนยา

ข่าวล่าสุดจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ประกาศเพิกถอน ยาจุดกันยุง 2 ยี่ห้อดัง เพื่อเตือนผู้บริโภคให้เลิกใช้ทันที รวมถึงห้ามจำหน่ายออกสู่ตลาดด้วย ซึ่งรายละเอียดข้อความประกาศ ดังนี้

ด่วน ! อย. เพิกถอนทะเบียนและใบอนุญาต

ผลิตภัณฑ์ยาจุดกันยุง เรนเจอร์ สเก้าท์และอาท พลัส ยาจุดกันยุง 1 แล้ว

***************************************

อย. เพิกถอนทะเบียนและใบอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาจุดกันยุง เรนเจอร์ สเก้าท์ และผลิตภัณฑ์อาท พลัส ยาจุดกันยุง 1 หลังพบสารที่ใช้ เป็นสารที่ อย. ยังไม่เคยรับขึ้นทะเบียนมาก่อน และยังไม่ผ่านการประเมินด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย จึงขอให้ผู้นำเข้าเรียกเก็บคืนไปยังประเทศผู้ผลิต หรือทำลาย สำหรับผู้ขายให้คืนกับผู้ที่ตนซื้อมา ส่วนผู้ใช้ไม่ควรใช้และห้ามส่งมอบต่อให้บุคคลอื่นเพื่อใช้จุดกันยุงเด็ดขาดเภสัชกร สมชาย ปรีชา ทวีกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้มีคำสั่งเพิกถอนทะเบียนและใบอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาจุดกันยุง เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2561 ที่ผ่านมาโดยตรวจพบผลิตภัณฑ์ยาจุดกันยุง เรนเจอร์ สเก้าท์ ทะเบียนเลขที่ 537/2555 ใบอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตรายเลขที่ 126/2555 ใบอนุญาตส่งออกวัตถุอันตรายเลขที่ 8/2558 และผลิตภัณฑ์อาท พลัส ยาจุดกันยุง 1 ทะเบียนเลขที่ 9/2558 ใบอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตรายเลขที่ 2/2558 (ปัจจุบันหมดอายุแล้ว) ใบอนุญาตส่งออกวัตถุอันตรายเลขที่ 74/2559 นำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดย บริษัท ธนัทกร อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผลการตรวจไม่พบสารสำคัญ d-Allethrin ตามที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ นอกจากนี้ ยังตรวจพบสาร Bioallethrin สาร Meperfluthrin และสาร Heptafluthrin ซึ่งไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ สำหรับสาร Meperfluthrin และสาร Heptafluthrin เป็นสารที่ อย. ไม่เคยรับขึ้นทะเบียนมาก่อน ประกอบกับองค์การอนามัยโลกยังไม่มีการบรรจุสารนี้ในรายชื่อให้ใช้ได้ในการกำจัดและไล่แมลง โดยไม่มีการศึกษาปริมาณการใช้ที่เหมาะสม และสารนี้ยัง ไม่ผ่านการประเมินด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความเหมาะสมของอัตราการใช้สำหรับคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ได้ ซึ่งสารทั้ง 3 ชนิดนี้จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ต้องขึ้นทะเบียนก่อนนำเข้า เมื่อได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนแล้วจึงออกใบอนุญาตนำเข้าได้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่พบสารสำคัญตามที่ขึ้นทะเบียน แต่กลับพบสารอื่นที่ อย.ไม่เคยรับขึ้นทะเบียนมาก่อนเข้าข่ายเป็นสิ่งที่ทำเทียมวัตถุอันตรายแท้ทั้งหมดหรือบางส่วน และจัดเป็นวัตถุอันตรายปลอม ดังนั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค อย.จึงได้เพิกถอนทะเบียนและใบอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาจุดกันยุงดังกล่าว ตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 478/2561 ลงวันที่ 21 กันยายน 2561

จึงขอให้ผู้นำเข้าเรียกเก็บคืนผลิตภัณฑ์ยาจุดกันยุง เรนเจอร์ สเก้าท์ และผลิตภัณฑ์ อาท พลัส ยาจุดกันยุง 1 จากผู้มีไว้ในครอบครอง และรวบรวมส่งคืนไปยังประเทศผู้ผลิต หรือหากไม่ประสงค์คืนไปยังประเทศผู้ผลิตให้แจ้ง อย. ทราบเพื่อควบคุมการทำลาย สำหรับผู้ขายให้คืนผู้ที่ตนซื้อมา หรือขายคืนให้กับผู้นำเข้าสำหรับผู้บริโภคไม่ควรใช้และห้ามส่งมอบต่อให้บุคคลอื่นเพื่อใช้ รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในที่สุด

*****************************

วันที่เผยแพร่ 26 กันยายน 2561 ข่าวแจก 116 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561

จากการประกาศเตือนของทาง อย. เว็บไซต์ Amarin Baby & Kids ขอให้คุณพ่อคุณแม่ หรือครัวเรือนไหนที่มีการใช้ยากันยุงแบบจุดอยู่ ขอให้เช็กดูยี่ห้อที่กำลังใช้งานอยู่ว่าปลอดภัยหรือไม่กันด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของทุกคนในครอบครัวค่ะ 

เครดิต : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา , kapook.com

ห้ามพลาด..ข้อควรรู้สำคัญสารเคมี DEET ในยากันยุง อ่านต่อ หน้า 2

ทำไงให้ท้อง

ทำไงให้ท้อง? 12 ทางลัด ที่คนอยากมีลูกไม่ควรพลาด

ทำไงให้ท้อง? สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากเปิดอู่ปุ๊ป ลูกมาปั๊บ ฟังทางนี้ค่ะ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีทางลัดดี ๆ ที่ทำให้มีลูกง่าย เหมือนสั่งได้ มาบอกค่ะ

ทำไงให้ท้อง? 12 ทางลัด ที่คนอยากมีลูกไม่ควรพลาด

อยากมีลูก ทำไงให้ท้อง?

การจะมีลูกยากหรือง่ายนั้น ร่างกายของทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในสมัยนี้ ที่นิยมแต่งงานกันช้า เพราะรอให้มีความพร้อมในด้านต่าง ๆ ก่อน เช่น ความพร้อมทางด้านการเงิน ความพร้อมทางด้านการศึกษา เป็นต้น แต่หลาย ๆ คู่ กลับมองข้ามความพร้อมที่สำคัญไปอย่างหนึ่งคือ ความพร้อมทางด้านร่างกายนั่นเอง ดังนั้น เมื่อพร้อมที่จะมีลูกแล้ว แต่สภาพร่างกายกลับไม่เอื้ออำนวย ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากได้ แล้วแค่ไหนล่ะที่เรียกว่ามีลูกยาก? หากคู่สมรสไม่สามารถตั้งครรภ์ได้หลังจากพยายามมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 วัน โดยไม่ได้คุมกำเนิดมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี จะเรียกได้ว่าชายหญิงคู่นั้นอยู่ในภาวะมีบุตรยาก เพราะโดยทั่วไป 85% ของคู่รัก มักจะตั้งครรภ์ได้เองภายใน 1 ปี หลังจากหยุดการคุมกำเนิดทุกชนิด โดยใน 85% นี้ 50% ของคู่รัก สามารถตั้งครรภ์ได้เลยภายใน 3 เดือน, 25% สามารถตั้งครรภ์ได้ภายใน 4-6 เดือน, และ อีก 10% สามารถตั้งครรภ์หลัง 6 เดือนขึ้นไป

ดังนั้น สำหรับคู่รักที่อยากจะตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ หากอยากมีลูกได้เร็ว ทำไงให้ท้อง? เรามีทางลัดดี ๆ มาให้ปฏิบัติตามกันค่ะ

อยากมีลูก
ทำไงให้ท้อง? คำถามสำหรับคนอยากมีลูก

12 ทางลัด ที่ทำให้มีลูกง่ายเหมือนสั่งได้

  1. เตรียมตัวให้พร้อม วางแผนให้ดี

อายุ เป็นปัจจัยสำคัญของโอกาสในการมีลูกยากหรือง่าย โดยช่วงวัยที่เหมาะสมของการมีโอกาสในการตั้งครรภ์สูงคือ ช่วงอายุ 20-30 ปี เนื่องจากในช่วงวัยนี้ ร่างกายของฝ่ายหญิงจะมีความสมบูรณ์ แข็งแรง เต็มที่ นอกจากนี้ การตั้งครรภ์ในช่วงวัยนี้ ยังมีโอกาสในการเกิดโรคแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ได้น้อยกว่าช่วงวัยอื่น ๆ อีกด้วย

อ่านต่อ ตั้งครรภ์อายุมาก กว่า 30 อย่างไรให้ปลอดภัย?

2. นับวันไข่ตก

การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงไข่ตกจะทำให้มีโอกาสท้องได้มากที่สุด แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าไข่จะตกวันไหน? โดยปกติแล้ว ไข่จะตกในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนประจำเดือนรอบใหม่จะมา โดยให้นับช่วงวันที่รอบเดือนของตนเองว่ามีรอบเดือนทุก ๆ กี่วัน โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 28-35 วัน ดังนั้น หากต้องการนับวันไข่ตก และมีรอบเดือนมาสม่ำเสมอทุก ๆ 28 วัน วันไข่ตกก็จะอยู่ในช่วงวันที่ 14 ของรอบเดือน โดยนับวันที่ประจำเดือนมาวันแรกเป็นวันที่ 1 ของรอบเดือน โดยฝ่ายชายสามารถเริ่มมีเพศสัมพันธ์ในช่วงก่อนวันไข่ตกได้ประมาณ 2 วัน จนถึง 2 วันหลังไข่ตก เพราะอสุจิจะมีชีวิตอยู่ในร่างกายฝ่ายหญิงได้ประมาณ 2 วันก่อนการตกของไข่ โดยวิธีนี้จะได้ผลดีในกรณีที่ฝ่ายหญิงมีรอบเดือนมาสม่ำเสมอ แต่สำหรับฝ่ายหญิงที่มีรอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ก็สามารถใช้วิธีนับวันไข่ตกได้ โดยใช้วิธีดังต่อไปนี้

  • การตรวจวัดอุณหภูมิของร่างกาย เพราะในวันที่ไข่ตก ร่างกายของฝ่ายหญิงจะมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นจากปกติเล็กน้อย
  • การใช้ชุดตรวจไข่ตก โดยชุดตรวจนี้ทำได้โดยนำปัสสาวะตั้งแต่วันที่ 9 ของประจำเดือน (นับรอบเดือนโดยเฉลี่ยไข่จะตกก่อนประจำเดือนมา 14 วัน หากมีรอบเดือนทุก 29 วัน ไข่จะตกวันที่ 15 ของประจำเดือน)
  • การตรวจมูกไข่ตก ในวันที่มีไข่ตกจะสังเกตได้ว่า ฝ่ายหญิงจะมีตกขาวเป็นมูกใส ๆ ลื่น ๆ ออกมาเยอะ ซึ่งมูกนี้หากสังเกตดี ๆ จะมีลักษณะแตกต่างจากตกขาว โดยหากลองใช้มือจับเอามูกนี้ติดมือออกมาก็จะพบว่ามันใส ลื่น แล้วก็สามารถจับยืดได้กว่า 10 เซนติเมตรโดยไม่ขาดจากกัน

อ่านต่อ การนับวันไข่ตก เขานับกันยังไง?

นับวันตกไข่ ให้ดีถ้าอยากมีลูกในวัย 30+

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ทำไงให้ท้อง? 12 ทางลัด ที่คนอยากมีลูกไม่ควรพลาด

อ.คริสกับ ภาษาอังกฤษในโรงแรม

พาลูกเที่ยวปิดเทอมให้สนุก กับ ภาษาอังกฤษในโรงแรม น่ารู้

ภาษาอังกฤษในโรงแรม เป็นอีกหนึ่งวิธีเรียนภาษาอังกฤษนอกห้องเรียน ที่น่าจะเหมาะกับช่วงปิดเทอม เวลาอันแสนสุขที่เด็กทุกคนรอคอย นอกจากจะได้หยุดพักจากการเรียน คุณพ่อคุณแม่ยังพาไปเที่ยวนอกบ้านหลายวันได้ด้วย บางครอบครัวจัดทริปขับรถตะลอนเที่ยวหลายจังหวัด หรือทริปเที่ยวไกลต่างแดน เด็กจึงมีโอกาสได้นอนพักที่โรงแรม ซึ่งน่าจะสร้างความตื่นเต้นให้กับหนูๆ ไม่น้อย

ลูกน้อยมักตื่นเต้นกับความพิเศษของโรงแรมตั้งแต่ก้าวแรกเมื่อไปถึง ทั้งสถานที่หลากหลายโซน  ผู้คนมากหน้าหลายตา อาหาร และห้องพัก ซึ่งแตกต่างไปจากบ้าน โรงเรียน หรือร้านอาหารที่คุ้นเคย คุณพ่อคุณแม่สามารถแนะนำข้อปฏิบัติ ในโรงแรมให้ลูกทราบเป็นภาษาอังกฤษได้ไม่ยาก อ.คริส และน้องวิน ขออาสาเป็นตัวช่วยในการสอนภาษาอังกฤษ ให้เด็กๆ ได้รู้จักกับการใช้ ภาษาอังกฤษในโรงแรม ทั้งคำศัพท์น่ารู้ และประโยคน่าใช้ กันมากขึ้น

รายการ Kids Talk ในช่วง Daddy Talks โดยอาจารย์คริส คริสโตเฟอร์ ไรท์ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษชื่อดัง และในฐานะคุณพ่อลูก 2 พาทุกคนไปเรียนรู้คำศัพท์ ภาษาอังกฤษในโรงแรม น่ารู้ ด้วยเทคนิคแบบง่ายๆเพื่อใช้สอนลูกน้อย ส่วนจะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ

มารู้จักกับ ภาษาอังกฤษในโรงแรม ใช้เด็กฝึกพูดตอนเที่ยวช่วงปิดเทอม

โรงแรมเป็นอีกหนึ่งสถานที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ชีวิตให้กับลูกน้อย เพราะนอกจากพื้นที่กว้างขวาง และการตกแต่งที่สวยงามแปลกตา ทั้งห้องอาหารขนาดใหญ่ สระว่ายน้ำใสแจ๋ว กับสนามหญ้า สนามเด็กเล่นกว้างๆแล้ว การใช้ชีวิตในโรงแรมยังมีกฎกติกา มารยาท และสิ่งของหลายอย่าง ที่พวกเขาได้เรียนรู้ ทั้งการเช็กอินเข้าห้องพัก การรับประทานอาหาร การใช้บริการต่างๆ รวมถึงห้องพักสุดหรู ที่เต็มไปด้วยเครื่องมือเครื่องใช้สารพัดชนิดให้ลูกน้อยได้หยิบจับ ทดลองใช้

สำหรับเด็ก แล้วโรงแรมอาจไม่ใช่แค่ที่พักชั่วคราวเท่านั้น ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแสนวิเศษได้ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ช่วยเติมความสนุกให้มากขึ้นด้วยการสอนคำศัพท์และประโยค ภาษาอังกฤษในโรงแรม แบบง่ายๆ ให้กับลูกน้อย

ทัั้งนี้มีคำศัพท์หลายคำที่ใช้เป็นคำทับศัพท์ และเป็นคำเฉพาะสำหรับโรงแรม เช่น  key card, double bed, twin bed แต่เวลาพูดกับคนไทย และคนต่างชาติ ใช้สำเนียงต่างกัน  หากเด็กรู้วิธีพูดที่ถูกต้อง ก็จะช่วยพัฒนาพวกเขาให้เป็นเด็กสองภาษา และเรียนภาษาอังกฤษได้อย่างเก่งกาจ

ที่สำคัญในโรงแรมยังเป็นเวทีให้ลูกได้พูดคุยภาษาอังกฤษจากสถานการณ์จริง เพราะแขกที่พักในโรงแรมไม่ได้มีเฉพาะคนไทยเท่านั้น แต่ยังมีชาวต่างชาติ ต่างภาษา ที่พร้อมจะพูดคุยกับหนูน้อยมากมาย ถ้าลูกยังไม่กล้าจะเริ่มบทสนทนาด้วยตัวเอง พ่อแม่อาจเริ่มต้นจากประโยคพูดแนะนำตัวเอง หรีือสอบถามเกี่ยวกับการมาเที่ยวเมืองไทย ก่อนจะชวนให้ลูกมาร่วมวงสนทนาด้วย

บรรยากาศการพูดคุยที่สนุกสนาน หรือถ้าเป็นครอบครัวของชาวต่างชาติที่มีลูกวัยเดียวกันด้วยแล้ว ลูกของคุณพ่อคุณแม่จะยิ่งรู้สึกว่าการใช้ภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องยาก ที่สำคัญยังทำให้เขาได้เพื่อนใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกด้วย

ตามมาดูอ. คริสกับน้องวิน ไปทำความรู้จักกับ ภาษาอังกฤษในโรงแรม กับรายการ KidsTalk ช่วง DaddyTalks ตอน  Check in ห้องพักโรงแรม กันเลยค่ะ

 

มาทบทวน ภาษาอังกฤษในโรงแรม และประโยคน่ารู้กันอีกครั้งนะคะ

คำศัพท์น่ารู้ ภาษาอังกฤษในโรงแรม

คำศัพท์ คำแปล
go on vacation ไปพักร้อน
reception / front desk แผนกต้อนรับ
guest แขก
fill in / fill out กรอกแบบฟอร์ม
key card คีย์การ์ด
card การ์ด
suite room ห้องสวีต
family suite แฟมิลีสวีต
living room ห้องนั่งเล่น
cushion หมอนอิง
double bed เตียงใหญ่เตียงเดียว
twin bed เตียงเล็กสองเตียง
bath tub อ่างอาบน้ำ
wash basin อ่างล้างมือ
walk-in closet ตู้เสื้อผ้าที่ไม่มีประตูปิด
scale เครื่องชั่งน้ำหนัก

 

ประโยคน่าจำ ภาษาอังกฤษในโรงแรม 

เช็กออกจากโรงแรม เช็กออกจากโรงแรม
check out the hotel ไปตรวจดูโรงแรม
we are vacation/ we are on holiday เราไปพักร้อน
which room are we staying in? เราไปพักร้อน
It’s so big มันใหญ่มาก
It’s so nice มันดีมาก
don’t sleep yet อย่าเพิ่งหลับ
If you are sleepy, why don’t you check out the bedroom? ถ้าลูกง่วงนอน ทำไมเราไม่ไปสำรวจห้องนอนกัน
let’s go and check out the balcony เราไปดูระเบียงห้องกัน

 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับประโยคและคำศัพท์เกี่ยวกับ ภาษาอังกฤษในโรงแรม ที่ใช้คุยกับลูก เมื่อรู้แล้วคุณพ่อคุณแม่สามารถนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร คุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

 

 ชมคลิปอื่นๆ ของรายการ Kids Talk :

ช่วง Daddy Talks

 

พับกระดาษ

4 ประโยชน์ที่ลูกจะได้จากการเล่น “พับกระดาษ” โดย พ่อเอก

ในวันอาทิตย์วันหนึ่งเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ขณะที่กำลังทำกิจกรรมต่างๆ กันอยู่ข้างนอกบ้าน พี่ปูนปั้นพูดขึ้นมาว่า “ปะป๊า … พับเรือให้หน่อยครับ” นี่คือจุดเริ่มต้นของกิจกรรม พับกระดาษ ของผมกับปูนปั้น

วันนั้นผมรับปากปูนปั้นไว้ แต่กลับถึงบ้านค่อนข้างดึก น่าจะเกิน 2 ทุ่ม ซึ่งปกติจะเป็นเวลานอนของปูนปั้นแล้วเพราะต้องตื่นเช้าไปโรงเรียน จึงตกลงกับปูนปั้นว่า

“กินนมหมดให้ไวไว แล้วปะป๊าพับเรือให้”

ปรากฏว่าดูดนมเร็วจี๋ปรู๊ดเดียวหมดกล่องเลย ปะป๊าก็พับเรือให้ตามสัญญา ปูนปั้นดีใจมากตอนได้เรือกระดาษที่ปะป๊าพับให้ ถึงกับเอาไปวางไว้ข้างหมอนนอนหลับไปด้วยกันเลยทีเดียว และพอตื่นเช้ามาอาบน้ำก็เอามาลอยในกะละมัง

หลังจากนั้นไม่กี่วัน ก็เลยชวนปูนปั้นว่า

“ปะป๊าสอนพับเรือให้เอามั้ย”

ปูนปั้นยิ้มและพยักหน้าตอบรับ

เราถือกระดาษคนละแผ่น

ปะป๊า พับกระดาษ ทีละขั้น

แล้วให้ปูนปั้นพับตาม

ในตอนนั้น ถือว่าเป็นงานยากของเด็กวัย 3 ขวบกว่า

อ่านต่อ ประโยชน์จากการสอนลูกพับกระดาษ คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

มูลนิธิเอสซีจี

มูลนิธิเอสซีจี ชวนสัมผัสพลังมหัศจรรย์หนังสือภาพ เสริมสร้างพัฒนาการ กระตุ้นการเรียนรู้เด็กปฐมวัย ผ่านโครงการนำหนังสือดีสู่เด็กไทย ปีที่ 11

มูลนิธิเอสซีจี ร่วมกับกองบรรณาธิการผู้ทรงคุณวุฒิและนักประพันธ์หนังสือภาพชื่อดังระดับประเทศ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและเชื่อมั่นในการใช้หนังสือภาพ อาทิ ครูชีวัน วิสาสะ นักประพันธ์และบรรณาธิการหนังสือภาพสำหรับเด็ก

คุณพรอนงค์ นิยมค้า เลขาธิการมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก/นักเขียน/นักแปล คุณอัจฉรา ประดิษฐ์ ประธานหลักสูตรศิลปบัณฑิต สาขาวิชาวรรณกรรมสำหรับเด็ก ศูนย์การศึกษาระดับปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คุณวิภาวี ฉกาจทรงศักดิ์ นักประพันธ์และบรรณาธิการหนังสือภาพสำหรับเด็ก มาร่วมคัดสรรหนังสือภาพชั้นนำระดับโลก (World Class Picture Books) มาแปลและจัดจำหน่ายในราคาย่อมเยาเพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถเข้าถึง และใช้หนังสือภาพกับลูกได้ ซึ่งหนังสือภาพที่คัดสรรมานั้น ล้วนได้รับการยอมรับจากนักวิชาการด้านการศึกษาและนักสร้างสรรค์หนังสือเด็กจากทั่วโลกว่า มีทั้งความงามในด้านสาระเนื้อหา และมีความงดงามทางศิลปะ เหมาะแก่การอ่านให้ลูกน้อยวัยแรกเกิด – 6 ปี

โดยมูลนิธิเอสซีจี ได้กำหนดเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกหนังสือภาพสำหรับเด็กในโครงการนำหนังสือดีสู่เด็กไทย ว่าต้องเป็นหนังสือที่ได้รับการยอมรับจากนักวิชาการการศึกษาด้านหนังสือภาพสำหรับเด็ก เป็นหนังสือที่ได้รับการกล่าวขานถึงในเชิงคุณภาพและคุณค่าในแง่ดีอย่างสม่ำเสมอ ต้องเป็นหนังสือที่มอบสุนทรียทางอารมณ์ให้แก่เด็กและเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว และเป็นหนังสือภาพชั้นดีที่สำนักพิมพ์ในประเทศไทยไม่จัดพิมพ์

 

ปัจจุบัน มูลนิธิเอสซีจี ได้ดำเนินโครงการนำหนังสือดีสู่เด็กไทย มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ในปีนี้ โดยมูลนิธิฯ ได้จัดพิมพ์หนังสือภาพสำหรับเด็ก จำนวน 5 เรื่อง ได้แก่

มูลนิธิเอสซีจี

1. บ้านบนต้นไม้ เรื่องและภาพ : มาไรย์ โทลมัน และ โรนัล โทลมัน

เรื่องย่อ: บ้านบนต้นไม้ น่าอัศจรรย์อยู่กลางทะเล สัตว์สารพัดชนิดเดินทางมาเพื่ออยู่ เพื่อพักพิง มีกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งทำร่วมกัน และต่างตัวต่างทำ แต่ดูเหมือนทุกตัวล้วนมีความสุขเมื่อมาที่บ้านบนต้นไม้ เมื่อเวลาผ่านไป คล้ายกับเวลาแห่งการจากลามาถึง สัตว์ต่าง ๆ จากไป เหลือแต่หมีขาวและหมีสีน้ำตาลสองตัวที่ยังอยู่ในบ้านบนต้นไม้

จุดเด่น: หนังสือเรื่อง บ้านบนต้นไม้ ไม่มีตัวอักษรสำหรับให้อ่าน แต่มีภาพที่แสนงดงามเล่าเรื่องได้อย่างน่าอัศจรรย์ เรื่องราวที่ผู้อ่านบอกเล่าให้ตนเองฟังขณะไล่เรียงดูตัวละครในเรื่อง เหตุการณ์ต่าง ๆ บนหน้าหนังสือ ไม่ถูกจำกัดด้วยตัวอักษร(ที่มองไม่เห็น) เพราะภาพและเรื่องราวของ บ้านบนต้นไม้ เปิดโลกจินตนาการ โลกแห่งภาษาของผู้อ่านให้บรรเจิดและไม่รู้จบ

มูลนิธิเอสซีจี

2. พระจันทร์ ฝันดี เรื่อง : มาร์กาเร็ต ไวส์ บราวน์ ภาพ : เคลเมนต์ เฮิร์ด แปล : รพินทร ณ ถลาง

เรื่องย่อ: เรื่องราวชี้ชวนให้ดูสิ่งต่างๆ ในห้องสีเขียวสดใสสว่างตา ด้วยลีลาถ้อยคำคล้องจอง ให้ดูให้มอง ตั้งแต่โทรศัพท์ ลูกโป่งสีแดง ภาพวัวกระโดด ภาพลูกหมีสามตัว ถุงมือ ถุงเท้า กองไฟ ลูกแมว ลูกหนูตัวจ้อย…เหล่านี้ ดูเหมือนสิ่งของทั่วไป ซึ่งแท้ที่จริงแล้วล้วนมีความหมายมีความสัมพันธ์กันในเรื่องราว มีความผูกพันกับชีวิตของตัวละครในหนังสือ และจากนั้นก็ชวนเด็ก ๆ กล่าวคำก่อนนอนไล่เรียงตามลำดับกับสิ่งที่ผูกพันเหล่านั้นว่า “ฝันดีนะ…”

จุดเด่น: เรื่องเล่าด้วยคำคล้องจองซึ่งเดิมเป็นภาษาอังกฤษนั้นสวยงามด้วยถ้อยคำและเรื่องราวเป็นเอกลักษณ์ของผู้ประพันธ์ระดับโลก ซึ่งเมื่อแปลเป็นภาษาไทยก็ยังคงลีลาของการเล่าเรื่องได้อรรถรสไม่แพ้ต้นฉบับ ทำให้ผู้อ่านในภาคภาษาไทยสัมผัสถึงความอบอุ่น ละมุนละไมจากการแปลด้วยหัวใจ ของ รพินทร ณ ถลาง จุดเด่นอีกประการที่สำคัญมาก ๆ ของ พระจันทร์ ฝันดี คือการออกแบบ สร้างสรรค์ภาพประกอบเล่าเรื่องที่แฝงความมหัศจรรย์อย่างคาดไม่ถึง คือ เมื่อดูภาพในหน้าหนังสือในตอนที่เริ่มมีเงาดำทาบทา ให้ดูภาพนั้นโดยไม่กระทบแสงไฟโดยตรงจะเห็นความสว่างของ แสงไฟจากบ้านหลังน้อย ความจรัสแสงจากดวงดาว อย่างน่าตื่นตา

มูลนิธิเอสซีจี

3. วันนี้ วันดี เรื่องและภาพ : น็อนนี่ ฮ็อกโกรเกียน แปล : งามพรรณ เวชชาชีวะ

เรื่องย่อ: นิทานพื้นบ้านอาร์เมเนียนเรื่องนี้เล่าเรื่องวันดีวันหนึ่งของหมาจิ้งจอกตัวหนึ่งที่ไปกินนมในถังของหญิงชรา จนถูกหญิงชราจับตัดหาง หมาจิ้งจอกต้องหาทางให้ได้หางของตนคืนมา ด้วยการทำตามเงื่อนไขต่างๆ เช่น หานมมาคืนให้หญิงชรา หาหญ้าให้แม่วัวเพื่อแลกกับนม หาน้ำมารดหญ้า หาคนโทไปใส่น้ำ หาลูกปัดไปให้หญิงงาม….ท้ายที่สุดหญิงชราก็ได้น้ำนมคืนมาและเย็บหางกลับคืนให้หมาจิ้งจอก

จุดเด่น: วันนี้ วันดี ผู้เขียนใช้วิธีการเล่าเรื่องในรูปแบบของการสะสมถ้อยคำเพิ่มขึ้น กับเหตุการณ์ที่ตัวละครสำคัญไปพบเจอ ทำให้ผู้อ่านและผู้ฟังติดตามการแก้ปัญหาของหมาจิ้งจอกไปตามลำดับของเงื่อนไขและการแก้ปัญหา การอ่านนิทานเรื่องนี้ให้เด็กฟังต้องอ่านออกเสียงชัดๆ ไม่เร่งรีบ พร้อมกับให้เด็กได้ดูภาพไปช้าๆ เพื่อสังเกตรายละเอียดลายเส้น สี พื้นผิวของภาพฝีมือศิลปินชั้นเยี่ยม และสัมผัสถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร ความสนุกจากเสียงที่ได้ฟังความคิดเชื่อมโยงเป็นลำดับผ่านการใช้ภาษา และความเยี่ยมยอดของงานศิลปะจะซึมซับอยู่ในตัวตนของเด็กๆ อย่างยากจะลบเลือน

มูลนิธิเอสซีจี

4. บา บา เรื่องและภาพ : กฤษณะ กาญจนภา วชิราวรรณ ทับเสือ

เรื่องย่อ: เพื่อนรักทั้งสี่ตัว เสือดาว หมี ฮิปโป และช้าง ไปหาผลไม้ในป่า(ที่สวยงามอย่างอัศจรรย์) เมื่อได้ผลไม้เต็มตะกร้าก็แวะเล่นกันเสียหน่อย และบังเอิญไปพบตะกร้าปริศนาใบใหญ่ที่ว่างเปล่า เพื่อนรักทั้งสี่ตัวจึงแบ่งผลไม้ใส่ตะกร้าใบใหญ่แต่ว่างเปล่านั้น และเหตุการณ์ระทึกขวัญก็เกิดขึ้นในแทบจะทันทีทันใด เสือดาว หมี ฮิปโปถูก บาบา สัตว์ยักษ์ปริศนาจับไป แล้วจะโดน บาบา ต้มกินไหม หรือกินทั้งดิบๆ ส่วนช้างตัวน้อยที่บังเอิญไม่ถูกจับไป จะทำอย่างไร…

จุดเด่น: จุดเริ่มต้นของความดีงามในหนังสือเล่มนี้ที่ควรกล่าวถึงเป็นลำดับแรก คือ นักประพันธ์หนังสือภาพคู่ขวัญ วชิราวรรณ ทับเสือ และ กฤษณะ กาญจนาภา ที่สร้างสรรค์หนังสือถาพเข้าไปอยู่ในใจเด็กมาแล้วหลายต่อหลายเล่ม บา บา คือการสื่อถึงธรรมชาติของความเป็นเด็กที่เริ่มต้นด้วยการกิน(เพื่อเติบโตแข็งแรง)ตามด้วยความสนุก ความซน ผสานจินตนาการ ที่ลึกลับ ท้าทาย และปลูกฝังสิ่งที่สำคัญของความเป็นมนุษย์ (ถึงแม้ตัวละครอยู่ในรูปสัตว์) คือ ความมีน้ำใจ ความเอื้ออาทร ความกล้าหาญ เพื่อนไม่ทิ้งเพื่อน สิ่งเหล่านี้อยู่ในหนังสือที่มีการใช้ภาษาไม่ฟุ่มเฟือย ภาพประกอบที่งดงามชวนตะลึง

มูลิธิเอสซีจี

5. กอด เรื่องและภาพ : มากิ ซาซากิ แปล: มารินา โคบายาชิ จัดทำต้นฉบับภาพนูน : ทองย้อย เชืองทอง หนังสือภาพนูนอักษรเบลล์ สำหรับเด็กบพร่องทางการเห็น

เรื่องย่อ: เรื่องราวของตัวละครน่ารักๆ หลายคู่มาพบกันบนชายหาด เช่นคุณอูฐกับคุณม้าลาย
นกเพนกวินกับจระเข้ ปลาหมึกกับคุณลุง ทุกคู่ทักทายกันด้วยถ้อยคำง่ายๆ แต่กินใจ พร้อมกับวิ่งเข้าหากันด้วยความคิดถึงและกอดกันอย่างมีความสุข

จุดเด่น: กอด เป็นเรื่องเรียบง่าย ตรงไปตรงมา แต่สามารถสร้างความรู้สึกอบอุ่น เป็นมิตร และน่าประทับใจ เพราะผู้ประพันธ์หนังสือภาพออกแบบลายเส้น สีสันที่มีชีวิตชีวา มีพลังจนกระทั่งส่งความรู้สึกมายังผู้อ่านให้รู้สึกถึงความสุขของตัวละครได้ด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถหาซื้อหนังสือภาพดังกล่าวได้แล้วตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป โดยรายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายนำเข้า ‘กองทุนนำหนังสือดีสู่เด็กไทย’ เพื่อจัดพิมพ์หนังสือภาพและมอบให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลในชนบทที่ขาดแคลนต่อไป

สำหรับหนังสือภาพเรื่อง “กอด ไม่มีวางจำหน่าย ทั้งนี้มูลนิธิฯ ได้จัดพิมพ์ทั้งหมดจำนวน 500 เล่ม เพื่อมอบให้โรงเรียนสอนคนตาบอดทั่วประเทศ

นอกจากมูลนิธิฯ จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์หนังสือภาพให้ครอบครัวไทยได้นำหนังสือไปใช้พัฒนาลูกแล้ว ช่วงปลายปีลมเย็นๆ อย่างนี้ มูลนิธิฯ ยังจัดกิจกรรมสุดหรรษาสำหรับครอบครัวอีกหนึ่งงานใหญ่ นั้นคือ งานเทศกาลนิทานในสวน งานนี้พ่อแม่ไม่ควรพลาดที่จะอุ้มลูกจูงหลานมาอ่านหนังสือใต้ต้นไม้ใหญ่ยามเย็น เพลินชมตัวละครในโลกนิทานที่ออกมาโลดแล่นแต่งแต้มความคิดสร้างสรรค์ กระตุ้นจินตนาการของน้องๆ หนูๆ พร้อมฟังคำแนะนำเทคนิคการเล่านิทานจากผู้เชี่ยวชาญ และพูดคุยไขข้อข้องใจเรื่องการเลี้ยงลูกกับนักจิตวิทยาเด็ก พร้อมร่วมกิจกรรมแสนสนุกมากมายในบรรยากาศยามเย็น เริ่มวันเสาร์ที่ 15 และ 22 ธันวาคม 2561 ณ สวนลุมพินี  และวันเสาร์ที่ 5  และ 12 มกราคม 2562 ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.scgfoundation.org หรือ Facebook มหัศจรรย์หนังสือภาพ

 

 

 

 

ดาวน์ซินโดรม

แม่ท้อง ตรวจดาวน์ซินโดรม ฟรี แถมไม่ต้องเจาะน้ำคร่ำ

ตรวจดาวน์ซินโดรม ฟรี แคมเปญสนับสนุนดีๆ จากภาครัฐ คงเป็นอีกหนึ่งข่าวดีสำหรับคุณแม่มือใหม่หลังทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ โดยเฉพาะแม่ท้องที่มีอายุ 35 ขึ้นไป ซึ่งมักได้รับคำแนะนำให้เข้าตรวจคัดกรองความผิดปกติของลูกน้อยในครรภ์ เพื่อให้ทราบว่าลูกน้อยเสี่ยงเป็นดาวน์ซินโดรมหรือไม่

แม้คนกลุ่มดาวน์ซินโดรมสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้ แต่ความผิดปกติที่ไม่อาจรักษาให้หายขาดนี้ ทำให้ลูกน้อยที่เกิดมามีพัฒนาการล่าช้ากว่าคนปกติ และต้องดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งหากครอบครัวไม่พร้อม ก็จะส่งผลกระทบระยะยาวต่อทั้งตัวเด็กเอง ครอบครัว รวมถึงสังคมที่ต้องรับภาระดูแลพวกเขาให้เติบใหญ่ ฉะนั้นการ ตรวจดาวน์ซินโดรม ฟรี จึงเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อป้องกันปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น

แม่ท้องวัย 35 ปี ตรวจดาวน์ซินโดรม ฟรี รู้ผลเร็วใน 7 วัน

ปัจจุบันจำนวนของแม่ท้องคลอดลูกในแต่ละปีราว 700,000 คน พบว่ามีทารกที่อยู่ในกลุ่มอาการดาวน์ ถึงปีละ 800 – 1,000 ทำให้ขณะนี้เมืองไทยมีคนที่เป็นโรคดังกล่าวอยู่ราว 80,000 คนทั่วประเทศ ทารกที่เกิดจากแม่อายุ 35 ปีขึ้นไป เสี่ยงเป็นดาวน์ซินโดรมประมาณ 1 ต่อ 800 คน ขณะที่แม่อายุน้อยกว่าเสี่ยงเพียง 1 ต่อ 1,000 คน เท่านั้น

ตรวดาวน์ซินโดรม ฟรี ตั้งแต่ในครรภ์
การตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมจากแม่กลุ่มเสี่ยง ช่วยป้่องกันปัญหาได้ตั้งแต่เริ่มต้น

การดูแลลูกกลุ่มดาวน์ซินโดรมต้องมีค่าใช้จ่ายตลอดชีวิตคนละ 2.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นภาระค่อนข้างหนักสำหรับครอบครัว แถมคุณพ่อคุณแม่ยังต้องมีเวลาดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดเพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็กดาวน์ซินโดรมให้สามารถใช้ชีวิตด้วยตัวเองในอนาคต

 MUST READ: ดาวน์ซินโดรม รู้ล่วงหน้า..หยุดความเสี่ยงได้ตั้งแต่ลูกอยู่ในครรภ์

นายแพทย์ วัช สุนทราจารย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองอาการดาวน์ซินโดรมในแม่ตั้งครรภ์มาตลอด โดยเฉพาะแม่ท้องกลุ่มเสี่ยง ซึ่งมีโอกาสที่จะคลอดทารกเป็นโรคนี้สูง 2 – 3 เท่าจากคนทั่วไป หากคุณแม่ไปฝากครรภ์ตามโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขก็จะได้รับการตรวจคัดกรองภาวะดาวน์อยู่แล้ว แต่แม่ส่วนใหญ่ค่อนข้างกังวลเรื่องความปลอดภัยและภาวะเสี่ยงจากการเจาะน้ำคร่ำ

ในปีนี้กระทรวงจึงเปิดบริการให้แม่ท้องวัย 35 ปีขึ้นไปเข้ารับการ ตรวจดาวน์ซินโดรม ฟรี ในโรงพยาบาลรัฐภายใต้สังกัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ทราบปัญหาอย่างรวดเร็ว และช่วยวางแผนครอบครัวต่อไปโดยเปลี่ยนจากการเจาะน้ำคร่ำ มาใช้การตรวจคัดกรองด้วยการเจาะเลือดแทน ซึ่งได้รับการยอมรับจากราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย

ก่อนหน้านี้ มีการนำร่องตรวจคัดกรองแบบเจาะเลือดไปแล้วใน 3 พื้นที่ จาก 3 มหาวิทยาลัยประจำภูมิภาคนั้นๆ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะทำงานได้ทำการคัดกรองอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559-2561 รวม 3 ปีเต็ม พบว่าวิธีการนี้คุ้มค่า และควรขยายการบริการให้ทั่วถึงทั้งประเทศ

อ่านบริการตรวจดาวน์ซินโดรมฟรีไม่ต้องเจาะน้ำคร่ำคลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เพิ่มความสุขของคุณแม่

4 เคล็ดลับ เพิ่มความสุข ลดความกังวล สำหรับคุณแม่เลี้ยงลูกวัยเตาะแตะ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีลูกคือหนึ่งในสิ่งอัศจรรย์ของชีวิต ที่ทำให้ครอบครัวสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่เราเชื่อว่าสำหรับคุณแม่มือใหม่ทุกคน นอกเหนือจากความสุขที่เกิดจากเจ้าตัวเล็กแล้ว ความวิตกกังวลต่างๆ ก็เข้ามาพร้อมๆ กันด้วย โดยเฉพาะคุณแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกวัยเตาะแตะ ก็มักจะมีเรื่องให้กังวลอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ลูกลืมตาตื่นตอนเช้า จนเข้านอน ก็ยังหยุดคิดเรื่องลูกไม่ได้ ไหนจะเป็นเรื่องของอาหารการกิน ลูกร้องไห้ ไปจนถึงการเจ็บป่วย จะพาออกไปข้างนอกก็กลัวเชื้อโรค จะฝากคนอื่นเลี้ยงก็ไม่ไว้ใจ นานวันความวิตกกังวลเหล่านี้สะสมจนกลายเป็นความเครียด อาจส่งผลต่อพัฒนาการและพฤติกรรมของลูกน้อย วันนี้เราจึงมี 4 เคล็ดลับ เพิ่มความสุข หยุดความกังวลง่ายๆ มาฝากกันค่ะ

1. บันทึกทุกโมเมนต์ สังเกตทุกพัฒนาการของลูก
ความสุขเกิดขึ้นได้ง่ายๆ จากการได้เห็นพัฒนาการผ่านการบันทึกภาพของลูกในโมเมนต์ต่างๆ  ดังนั้น คงจะดีไม่น้อยถ้าคุณแม่มือใหม่อย่างเราๆ มีไดอารี่ออนไลน์ฉบับพกพา ที่หยิบขึ้นมาดูกี่ครั้งๆ ก็สามารถเพิ่มความสุขในตัวคุณแม่ได้ ดังนั้น เราจึงขอแนะนำ แอปพลิเคชัน ที่ชื่อว่า Hi-Family Club applicationสุดยอดแอปคุณแม่มือใหม่ ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่น “เบบี้ โมเมนต์” ที่คอยบันทึกภาพลูกน้อยผ่านโมเมนต์ต่างๆ และติดตามความเปลี่ยนแปลงทุกพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงวัย พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการดูแลลูกน้อยผ่านโมเมนต์ที่ถูกบันทึกได้อีกด้วย และนอกจากการเพิ่มความสุขจากการดูภาพถ่ายเจ้าตัวเล็กแล้ว การได้เห็นลูกน้อยได้เรียนรู้ในสิ่งที่เขาชอบก็เป็นอีกทางหนึ่งในการเพิ่มความสุขเช่นกันค่ะ ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยให้คุณแม่รู้ได้ว่าลูกน้อยชอบหรือสนใจด้านอะไร นั่นก็คือ ฟังก์ชัน “วัดแวว” ที่จะเป็นตัวช่วยให้กับคุณแม่มือใหม่ในการสังเกตพฤติกรรมที่เป็นแววความสามารถของลูกผ่านแบบสำรวจที่ถูกออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อเป็นแนวทางให้กับคุณแม่ได้เตรียมความพร้อมแก่ลูกได้ถูกต้องและเหมาะกับสิ่งที่ลูกสนใจได้เหมือนกันนะคะ ซึ่งแน่นอนทั้ง 2 ฟังก์ชั่นนี้มีอยู่ในแอป  Hi-Family Club application เท่านั้น! และขอแอบกระซิบว่าตอนนี้เขามีกิจกรรมสำหรับคุณแม่อยู่ด้วยนะคะ อย่าลืมเข้าไปร่วมสนุกกันได้ที่ Hi-Family Club

2. มองมุมบวก
เพราะทุกความคิดและทุกการกระทำของคุณแม่มีผลต่อพัฒนาการของลูกค่ะ เนื่องจากลูกน้อยวัยเตาะแตะเป็นวัยที่ต้องพึ่งพาคุณแม่ในทุกๆ เรื่อง คุณแม่จึงกลายเป็นปัจจัยหลักที่จะกระตุ้นให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีขึ้น หากคุณแม่มีความคิดที่เป็นบวก มองโลกในแง่ดี ไม่คิดเรื่องร้าย หรือเอาแต่วิตกกังวลถึงเรื่องที่ยังมาไม่ถึง แค่คุณแม่ลองคิดถึงความสุขวันแรกที่รู้ว่ากำลังจะมีลูก คิดวางแผนการเลี้ยงลูกให้เจ้าตัวเล็ก เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณแม่มีกำลังใจที่ดีขึ้น ส่งผลให้การปฏิบัติต่อลูกดีตามไปด้วย

3. เล่นกับลูก
แน่นอนว่าความกังวลของคุณแม่มือใหม่มีมากมายร้อยแปด ดังนั้นอะไรที่มันทำให้คุณแม่กังวลใจ ก็พยายามมองข้ามไปบ้าง แล้วหันมาใช้ช่วงเวลาในการเล่นสนุกกับลูกของเรากันดีกว่าค่ะ การได้เห็นลูกยิ้ม หัวเราะ สนุกกว่าเยอะเลย เพราะนอกจากจะช่วยให้หัวใจแม่ได้อิ่มเอม พองโตมากขึ้นแล้ว คงไม่มีของเล่นชนิดใดที่เล่นแล้วมีความสุข อบอุ่น ไว้วางใจ เท่ากับคุณแม่อีกแล้วล่ะ แถมการเล่นกับลูกยังช่วยพัฒนาศักยภาพของเด็กในด้านต่างๆ อีกด้วยนะ

4. หาเวลาผ่อนคลาย
นอกจากความสุขที่ได้มีเจ้าตัวเล็กแล้ว คุณแม่ก็อย่าลืมหาความสุขมาสู่ตัวคุณเองบ้าง หมายถึงหากิจกรรมอะไรที่ตนเองชอบทำ หรือเคยทำเป็นประจำตอนที่ยังไม่ท้องนั่นเอง อาจจะไม่ต้องโลดโผนมากมาย ไม่ต้องไปไหนไกล แค่หาของอร่อยๆ มารับประทานเพื่อเป็นการเติมพลังให้ร่างกาย หรือแค่เปิดน้ำอุ่นใส่อ่างอาบน้ำ ตีฟองสบู่ แล้วนอนแช่สักครึ่งชั่วโมงก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้แล้ว หรือง่ายๆ แค่หาเพื่อน – ญาติพี่น้องที่พอจะพูดคุย ระบายความอัดอั้น ความเครียดวิตกกังวลของการเลี้ยงลูกดูบ้าง เผื่อว่าคุณอาจจะได้คำแนะนำดีๆ กลับมาก็ได้นะ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลี้ยงลูกสำหรับคุณแม่มือใหม่ช่างกังวล คือต้องโยนความเครียดทุกอย่างทิ้งไปให้หมด คุณแม่ต้องมั่นใจในสัญชาตญาณ และเลือกสิ่งที่เข้ากับธรรมชาติของลูกเราที่สุด เพราะการเลี้ยงลูก “ไม่มีสูตรตายตัว” ลองนำวิธีข้างต้นไปปรับใช้กันดูนะคะ รับรองว่ามันจะทำให้คุณแม่มีความสุขในการเลี้ยงลูกมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นยังส่งผลดีต่อลูกอีกด้วย

Nikori Cycle ทฤษฎีเลี้ยงลูกให้มีความสุข ที่คนในครอบครัวสามารถทำได้

Nikori Cycle ทฤษฎีเลี้ยงลูกให้มีความสุข ได้ยินแล้วรู้สึกน่าสนใจไปกับทฤษฎีนี้มากค่ะ ดังนั้นเพื่อให้ทุกครอบครัวได้เข้าใกล้การเลี้ยงลูกน้อยให้เขามีความสุขที่สุด เราจะไปทำความรู้กับทฤษฎีที่ว่านี้พร้อมกันค่ะ

 

Nikori Cycle ทฤษฎีเลี้ยงลูกให้มีความสุข คืออะไร?

ชาวญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญกับครอบครัวมาเป็นอันดับต้นๆ ซึ่ง Nikori Cycle ทฤษฎีเลี้ยงลูกให้มีความสุข คือทฤษฎีจากชาวญี่ปุ่นที่ให้นิยามของทฤษฎีนี้ขึ้นมา สำหรับ Nikori Cycle เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “รอยยิ้มของความสุข” ที่เชื่อว่าความรัก ความอบอุ่นจากครอบครัวจะส่งผลให้เด็กได้รับพลังแต่ด้านดี และทำให้พวกเขากลายเป็นเด็กอารมณ์ดีเพราะสัมผัสกับบรรยากาศในครอบครัวที่มีแต่ความสุข มีภูมิต้านทานที่ดีที่มาจากทุกสเต็ปการเลี้ยงดูที่ได้รับจากพ่อและแม่ ขอย้ำว่าเป็นการเลี้ยงดูที่ได้รับความเอาใจใส่ทั้งพ่อและแม่ที่ทำหน้าที่ได้ดีเท่าๆ กัน และก็เป็น Team Work ช่วยกันในการเลี้ยงลูก

และด้วยทฤษฎีนี้เองจึงทำให้เกิดการคิดค้นของผู้เชี่ยวชาญจาก Pigeon ที่ต้องการให้เด็กได้อยู่ใกล้และได้รับความรัก ความอบอุ่นจากแม่อยู่ตลอดเวลา ถึงแม้บางครั้งจะได้รับการดูแลจากคนอื่นๆ ในครอบครัว ที่อาจจะเป็นคุณพ่อ คุณย่า คุณยาย เป็นต้น มาช่วยกันสลับสับเปลี่ยนกันดูแลเลี้ยงลูก

ในช่วงแรกเกิดถึง 6 เดือนแรก เป็นช่วงเวลาที่แม่ลูกจะได้อยู่ใกล้ชิดกันแทบจะ 24 ชั่วโมง เพราะแม่ต้องให้น้ำนมจากเต้าแก่ลูกน้อย ทำให้ลูกคุ้นเคยกับสรีระบริเวณรอบเต้านมของแม่จากการดูดและสัมผัส แต่เมื่อถึงเวลาที่แม่ต้องกลับไปทำงาน หรืออาจจะต้องห่างลูกด้วยจำเป็นในบางวัน การยังคงให้ลูกได้กินน้ำนมแม่ก็ยังเป็นสิ่งที่แม่ทุกคนปราถนาจะให้เกิดขึ้นได้มากและนานที่สุด แล้วจะทำอย่างไรในช่วงที่แม่ไม่สามารถให้ลูกเข้าเต้าดูดนมจากอกได้

Nikori Cycle ทฤษฎีเลี้ยงลูกให้มีความสุข

จึงเป็นที่มาของการคิดค้นออกแบบ “จุกนมเสมือนนมมารดา” ที่ชาวญี่ปุ่นใช้เวลาในการคิดค้นมาอย่างยาวนานและวิจัยอย่าง ละเอียดอ่อนถึงพฤติกรรมตามขั้นตอนการดูดนมตามธรรมชาติเด็กเสมือนได้ดูดนมจากอกแม่ และการเจริญเติบโตให้ เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย ทำให้ทุกการดื่มพอดีกับรูปปากของเด็ก และผิวสัมผัสจุกนมที่ทำให้ดูดนมได้อย่างสม่ำเสมอ และยังเพิ่มระบบควบคุมการไหลเวียนของอากาศ Air Ventilation System (AVS) ช่วยปรับสมดุลความดันอากาศ ภายในขวด จึงทำให้เด็กดูดกลืนง่าย ไม่สำลักระหว่างทานนม หรือเกิดอาการกินนมเยอะเกินไป (Over Feeding) ซึ่งมีอยู่ในนวัตกรรมเฉพาะจากพีเจ้น เด็กจึงไม่สับสนระหว่างจุกนมกับเต้านมแม่

ต่อไปนี้ทุกคนในครอบครัวก็ช่วยคุณแม่เลี้ยงลูกได้อย่างสบายใจ โดยเฉพาะการให้ลูกกินนมแม่ที่ถึงแม้จะต้องใช้จุกนมช่วยให้ลูกได้ดูดนมแม่จากขวดนมแทนก็ตาม เพราะทุกการดูดจะยังคงให้ความรู้สึก และสัมผัสที่เสมือนว่ากำลังได้กินนมจากเต้าแม่อยู่นั่นเองค่ะ

เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่จากพ่อแม่ และรวมถึงทุกคนในครอบครัวที่มีแต่ความรัก ความอบอุ่น จะช่วยให้เด็กๆ เติบโตขึ้นมามีภูมิต้านทานชีวิตที่ดี ซึ่งนั่นก็จะส่งผลทำให้ทุกพัฒนาการของลูกน้อยเต็มไปด้วยประสิทธิภาพค่ะ

ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และกิจกรรมดีๆ จากทางพีเจ้นได้ที่ https://www.facebook.com/mypigeonlittlemomentsclub/

#Pigeon #คิดมาจากรักเพื่อคนที่รักมากที่สุด

Nikori Cycle ทฤษฎีเลี้ยงลูกให้มีความสุข

นาทีชีวิต แม่คลอดลูกตาย เพราะภาวะน้ำคร่ำอุดตันหลอดเลือด (มีภาพประกอบ)

แม่คลอดลูกตาย !! เป็นฝันร้ายที่ไม่มีคุณแม่คนไหนอยากเจอ แต่มันกลับเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นภายในเสี้ยวนาทีจากภาวะแทรกซ้อนขณะคลอดลูก คุณแม่รู้ไหมว่า มันมีความเสี่ยงเทียบเท่ากับการผ่าตัดใหญ่อื่นๆ จนเคยมีคำไว้ว่า “หากผู้ชายต้องเสี่ยงอันตรายในสนามรบ ผู้หญิงต้องเสี่ยงอันตรายในสนามคลอดไม่ต่างกัน”

“ภาวะน้ำคร่ำอุดตันในหลอดเลือด” หนึ่งในภาวะแทรกซ้อนระหว่างคลอด ที่ทำให้คุณแม่ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงตลอดการตั้งครรภ์ เหลือเพียงร่างไร้วิญญาณ ทั้งที่อีกไม่กี่อึดใจจะได้พบหน้าเจ้าตัวน้อย ได้อยู่กันพร้อมหน้าพ่อ แม่ ลูก อย่างที่ฝันไว้  มีแม่ท้อง 1 ใน 20,000 คนทั่วโลกจะต้องพบกับเรื่องน่าเศร้านี้

 

ชั่วโมงวิกฤต ภาวะน้ำคร่ำอุดหลอดเลือด ทำ แม่คลอดลูกตาย นับร้อยต่อปี

 

หลายคนอาจคิดว่า เทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัยขนาดนี้ ยังมีแม่ต้องตายเพราะคลอดลูกอีกหรอ นี่กลายเป็นประเด็นของการฟ้องร้องระหว่างครอบครัวของแม่เสียชีวิตกับโรงพยาบาลมาหลายเคส ความจริงก็คือ แม้ในเวลานั้นอยู่ในมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลมีชื่อ มีเครื่องมือครบครันก็ตาม  ก็ไม่อาจทำนายล่วงหน้าได้ว่าฝันร้ายแบบนี้จะเกิดขึ้นกับใคร และพอเมื่อเกิดขึ้นแล้วทำให้มีโอกาสที่ แม่คลอดลูกตาย สูงมากด้วย

MUST READ: แชร์ประสบการณ์ผ่าคลอดลูก เกือบตาย คุณแม่ต่างแดนเล่าระทึก!!!

MUST   READ: ฉีกกฎทุกการรีวิว! คุณแม่แชร์ประสบการณ์ การคลอดลูก แบบไร้ความเจ็บปวด

เพื่อเป็นการไขข้อสงสัยให้กระจ่าง ทางแพทยสภา จึงได้จัดทำการ์ตูนชุดด็อกเตอร์ซีรีส์ ตอนคลอดลูก…ตายได้ไง? เผยแพร่ในแฟนเพจแพทยสภา เพื่อให้เห็นเหตุการณ์จริงในห้องคลอดที่คุณแม่อาจไม่เคยรู้มาก่อน และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการคลอด เนื้อหาจะเป็นอย่างไร ตามมาดูกันเลยค่ะ

 

คลอดลูก ตายได้ไง 1

 

คลอดลูก...ตายได้ไง 2

 

อ่าน การ์ตูนชุดด็อกเตอร์ซีรีส์ ตอนคลอดลูก…ตายได้ไง? (ต่อ) คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อาบน้ำลดไข้

เพจดังยืนยัน! “ลูกตัวร้อน” อาบน้ำลดไข้ ได้ผลจริง!

เมื่อลูกตัวร้อน เชื่อว่าพ่อแม่ต่างก็กังวลและสรรหา วิธีลดไข้ลูก เพื่อให้ลูกหายตัวร้อน Amarin Baby & Kids จึงมี วิธีลดไข้เบื้องต้น ที่เพจ Drama-addict ได้ยืนยันด้วยว่า วิธี อาบน้ำลดไข้ นี้ช่วย ลดไข้ลูก ได้จริง!

เพจดังยืนยัน! “ลูกตัวร้อน” อาบน้ำลดไข้ ได้ผลจริง!

เพราะประมาณเดือนกันยายน – ตุลาคม จะเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว ทำให้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย จึงเป็นเรื่องปกติที่ลูกน้อย หรือเด็กเล็กเด็กโต พากันป่วย ตัวร้อน เป็นไข้ แต่สิ่งสำคัญ คือ เมื่อ ลูกตัวร้อน เป็นไข้ คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้จักวิธีดูแล ลดไข้ลูก วิธีเช็ดตัวลดไข้ หรือ การป้อนยาลดไข้ให้ลูก เพื่อให้ลูกหายตัวร้อน เพราะหากลูกน้อยตัวร้อนมากจนมีไข้สูง อาจทำให้ชักได้

ทั้งนี้ในโลกโซเชียล ก็ได้มีคุณแม่ท่านหนึ่ง ออกมาโพสต์แชร์ วิธี อาบน้ำลดไข้ หรือ การทำให้ลูกไข้ลดไวที่สุด เมื่อลูกตัวร้อน คือ
จับอาบน้ำแล้วเอาน้ำราดหัวเหมือนสระผม ขยี้ๆ เพื่อให้ความร้อนมันคลายออกมา

ซึ่งเรื่องนี้ทางเพจดัง อย่างเพจ Drama-addict หรือผู้ติดตามเรียกว่า จ่าพิชิต ที่มีแอดมินเพจเคยรับราชการเป็นหมอ ก็ได้ออกมายืนยันเช่นกันว่า วิธีอาบน้ำลดไข้ เป็นวิธีที่ถูก สามารถทำได้ และช่วยลดไข้ให้ลูกน้อยได้จริง และยังบอกอีกว่า การเช็ดตัวเด็กจะทำให้ไข้ลดได้ แต่ไม่เท่ากับการจับไปอาบน้ำ ถึงอย่างนั้น ถ้าหากอาบน้ำไม่ไหว ก็ควรเช็ดตัว แต่ต้องเช็ดให้แรงๆ ให้ผิวเป็นสีแดงเลยยิ่งดี เพราะจะช่วยให้เส้นเลือดฝอยตรงผิวหนังขยายตัว ไข้จะลดเร็ว และไม่ต้องกลัวว่าลูกจะแสบผิว

มีคนส่งโพสของคุณแม่ท่านนี้มาถามว่า วิธีที่คุณแม่เขาใช้ลดไข้ให้ลูกมันถูกต้องมั้ยเนี่ยก็ตามนั้นเลยครับ ถูกต้องเลย…

Posted by Drama-addict on Wednesday, September 19, 2018

 

อ่านต่อ ข้อควรระวังในการใช้วิธีอาบน้ำลดไข้ให้ลูก” คลิกหน้า 2


ขอบคุณข้อมูลจาก : Drama-addict และ ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก แม่อุ้ม เวียร์ บำรุงสายตา

 

ยา แก้ลูกสมาธิสั้น

แพทย์เตือนอาหารเสริมไม่ใช่ยารักษา แก้ลูกสมาธิสั้น กินแล้วไม่หาย

เมื่อโรคสมาธิสั้นคุกคามเด็กยุคใหม่ พ่อแม่หลายบ้านที่ลูกมีปัญหานี้เลือกใช้อาหารเสริมมาเป็นตัวช่วย แก้ลูกสมาธิสั้น ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมักโพสต์ขายในกลุ่มแม่ๆ โดยระบุสรรพคุณว่า ช่วยพัฒนาสมอง ระบบประสาท และทำให้เด็กมีสมาธิจดจ่อนานขึ้น  พร้อมกับโพสต์ภาพของเด็กที่กินแล้วอาการดีขึ้น เพิ่มความน่าเชื่อถือ

กินอาหารเสริม แก้ลูกสมาธิสั้นได้จริงหรือ

อาหารเสริมไม่ช่วย แก้ลูกสมาธิสั้น
จิตแพทย์เตือนพ่อแม่คิดก่อนซื้ออาหารเสริมเพิ่มสมาธิ หวังรักษาโรคสมาธิสั้น อาจไม่ได้ผลอย่างที่คิด

 

หมอมินบานเย็น เจ้าของเพจเข็นเด็กขึ้นภูเขา ได้โพสต์เตือนพ่อแม่ไว้ในหัวข้อ ข้อชวนคิด: ก่อนที่พ่อแม่อาหารเสริมที่ช่วยเพิ่มสมาธิให้ลูกรับประทาน พร้อมกับยกเคสตัวอย่างของเด็กที่กินอาหารเสริมชนิดนี้ว่า

หมอคิดว่าเป็นหน้าที่ของตัวเองอีกเช่นกันที่ต้องเขียนเรื่องนี้

ที่ผ่านมามีพ่อแม่หลายคนที่ซื้ออาหารเสริมที่บอกว่าช่วยเรื่องสมาธิให้ลูกๆ รับประทานเพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี

ขอเล่าเรื่องของคนไข้คนหนึ่งที่เคยมาหาหมอ สมมติว่าชื่อ อาร์ต ก็แล้วกัน

อาร์ต เด็กชายอายุ 8 ขวบ อุปนิสัยร่าเริงแจ่มใส เป็นที่รักของเพื่อน เหตุเกิดเมื่ออาร์ตขึ้นชั้น ป.3 ครูประจำชั้นบอกว่าอาร์ตไม่ค่อยตั้งใจเรียน ชอบคุยในห้อง เหม่อบ่อยๆ และจดงานไม่ทัน ครูก็บอกแม่ว่าอาร์ตเรียนตามเพื่อนไม่ทัน น่าจะไปลองตรวจเรื่องสมาธิ

แม่ของอาร์ตรักและเป็นห่วงลูกชาย แต่ไม่อยากให้ไปหาหมอ กลัวว่าจะดูไม่ดีและกลัวหมอจะให้ทานยา เลยไปปรึกษาเพื่อน เพื่อนบอกว่าให้ไปลองซื้ออาหารเสริมชนิดหนึ่งที่ขายในเฟซบุ๊กมาทานดูมีสรรพคุณช่วยเรื่องสมาธิสั้น

หลังจากทานไปเหมือนว่าจะดูตั้งใจเรียนขึ้นนิดหน่อย ทานไปหลายเดือน แต่ครูก็ยังคงบอกว่าอาร์ตยังเรียนตามเพื่อนไม่ทัน

 

MUST READ : แชร์ประสบการณ์ พาลูกตรวจเช็ก “โรคสมาธิสั้น” พร้อมวิธีแก้

 

แม่ตัดสินใจพาอาร์ตไปหาจิตแพทย์เด็ก หลังจากซักประวัติและประเมินอาการ พบว่าอาร์ตไม่ได้เป็นสมาธิสั้น แต่มีความเครียดจากการเรียนที่มากเกินไป และดูสมาร์ทโฟนมากเกินไป พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้มีอาการคล้ายสมาธิสั้น ตรงนี้หมอบอกว่าต้องแก้ไขที่การเลี้ยงดู จัดการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตที่พ่อแม่ตายใจให้ดูโทรศัพท์มากเกินไป รวมถึงทำความเข้าใจให้กำลังใจเด็กในเรื่องการเรียนมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องทานยา

 

แก้ลูกสมาธิสั้น ด้วยอาหารเสริมอาจไม่ได้ผล
เมื่อลูกมีอาการคล้ายสมาธิสั้น ควรพาลูกไปตรวจเช็กจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน

 

สำหรับอาร์ตถ้าแม่ไม่พามาตรวจแต่ให้ทานแต่อาหารเสริมไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งไม่ดีขึ้น โชคดีที่แม่เปลี่ยนใจพาอาร์ตมาตรวจในที่สุด

พ่อแม่บางคนบอกว่าก็ไม่อยากให้ทานยา เลยขอลองอาหารเสริมก่อนเผื่อจะช่วยได้ แต่จริงๆ อาจเป็นการทำอันตรายลูกๆ โดยไม่รู้ตัว

อย่างน้อยๆ ก็ควรไปพบจิตแพทย์เด็ก หรือกุมารแพทย์พัฒนาการเด็ก เพื่อหาสาเหตุของปัญหาการเรียนหรือไม่มีสมาธิในเด็กก่อน

เพราะการที่เด็กมีปัญหาการเรียน ใช่ว่าเกิดจากโรคสมาธิสั้นอย่างเดียว อาจเป็นจากสาเหตุอื่นๆ เช่น แอลดีหรือภาวะอื่นๆ ที่ต้องการการดูแลรักษาที่เฉพาะเจาะจง บางครั้งเด็กที่ไม่ตั้งใจเรียนอาจเกิดจากปัญหา เช่นความเครียดจากโรงเรียน การเรียนวิชาการที่หนักเกินไป หรือการที่สมาธิไม่ดี อาจเป็นเพราะการดูสื่อพวกทีวี โทรศัพท์ แท็บเล็ตมากเกินไป หรือการเลี้ยงดูที่ตามใจ การขาดแรงจูงใจ ฯลฯ

เมื่อสาเหตุมันมากมายแบบนี้ ดังนั้นการที่อยู่ดีๆ ไปซื้ออาหารเสริมให้ลูกหลานรับประทาน อาจทำให้การวินิจฉัยที่ถูกต้องล่าช้า และเป็นผลเสียกับเด็ก

และถึงแม้เด็กจะเป็นสมาธิสั้น หรือปัญหาการเรียนรู้ ก็ไม่ได้งานวิจัยที่มีหลักฐานเพียงพอว่าอาหารเสริมจะรักษาภาวะดังกล่าวได้ด้วย

#หมอมินบานเย็น

 

ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะซื้ออาหารเสริมให้ลูกกินเพื่อ แก้สมาธิสั้น เรื่องที่ต้องพิสูจน์เป็นอย่างแรกคือ ลูกน้อยเป็นโรคสมาธิสั้น จริงหรือไม่ เนื่องจากพฤติกรรมของเด็กเล็ก เช่นซุกซน อยู่ไม่สุข ไม่ฟังคำสั่ง หรือไม่ตั้งใจเรียน ไม่ได้แปลว่าเด็กจะเป็นโรคสมาธิสั้นเสมอไป

 

อ่านต่อ อยากรู้ลูกเป็นสมาธิสั้นจริงไหม คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

HONG KONG OCTOBER SHOW 2018

รู้จักสินค้าใหม่ก่อนใครได้ ที่งานมหกรรมสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย HONG KONG OCTOBER SHOW 2018

ใกล้จะถึงแล้วกับงาน HONG KONG OCTOBER SHOW 2018 มหกรรมสินค้าคุณภาพที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ที่จะจัดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ คืองานแสดงสินค้าที่อยากจะชวนคุณแม่และทุกคนที่สนใจเรื่องลงทุนค้าขาย มาชมงานนี้กัน มั่นใจได้เลยว่าคุณแม่จะได้ไอเดียดีๆ และสินค้าที่มีคุณภาพกลับไปต่อยอดธุรกิจของตัวเองได้แน่นอนค่ะ

 

ทุกวันนี้การขายสินค้าทางออนไลน์อยู่กับบ้าน กำลังเป็นที่นิยมของบรรดาคุณแม่ทั้งหลาย เพราะนอกจากจะมีรายได้จากการขายของแล้ว ยังได้อยู่บ้านเลี้ยงเจ้าตัวเล็กได้อย่างเต็มที่อีกด้วย ถือเป็นอาชีพอิสระที่เลือกขายสินค้าได้ตามใจ แต่เพราะการแข่งขันสูง เหล่าคุณแม่จึงต้องตื่นตัวกับทิศทางของสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลา

และด้วยความเป็นคุณแม่ สินค้าจำพวกของเล่น และอุปกรณ์การเรียนจึงเป็นตัวเลือกแรกๆ ในการทำธุรกิจ เมื่อรู้แล้วว่าอยากขายอะไร เรื่องสำคัญอันดับต่อไปก็คือการมองหาผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยอยู่เสมอ วันนี้เรามีช่องทางในการเลือกหาสินค้าใหม่ๆมาฝากคุณแม่กันค่ะ

HONG KONG OCTOBER SHOW 2018

คุณแม่ที่กำลังมองหาสินค้าคุณภาพดีและทันสมัยเพื่อนำมาลงขายออนไลน์ต่อยอดธุรกิจของตัวเอง ต้องห้ามพลาดกับงาน HONG KONG OCTOBER SHOW 2018 งานมหกรรมสินค้าคุณภาพที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย จัดขึ้นในเดือนตุลาคมของทุกปี ภายใต้การจัดการของบริษัท คอมเอเซีย จำกัด โดยในปีนี้จะจัดขึ้น ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมระดับโลก Hong Kong Convention & Exhibition Centre ที่ประเทศฮ่องกง โดยเฉพาะสินค้ายอดฮิตที่เหมาะกับบรรดาคุณแม่ทั้งหลายในมหกรรมครั้งนี้ จะมีอะไรบ้าง ไปชมกันค่ะ

 

ASIAN TOYS & GAMES SHOW

HONG KONG OCTOBER SHOW 2018

งานแสดงสินค้าของเล่นและเกมส์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีการจัดแสดงสินค้าของเล่นคุณภาพพรีเมี่ยมแบบครบครัน โดยสินค้าในกลุ่มนี้ ถือเป็นสินค้าอันดับต้นๆ ที่เหล่าคุณแม่ทั้งหลายเลือก เพราะเข้าใจความต้องการของตลาดจากประสบการณ์ตรงโดยลูกๆ ของเรานั่นเอง

ของเล่นใหม่ที่เราทราบจากเด็กๆ ว่ากำลังนิยม ส่วนใหญ่ก็มักรู้มาจากเพื่อนที่โรงเรียน หรือจากสื่อหลากหลายช่องทาง แต่จะดีกว่าหรือไม่ หากเราได้เป็นผู้นำเข้าสินค้าเจ้าแรกก่อนใคร เพราะในงานนี้ นอกจากคุณแม่จะได้เลือกสินค้าจากผู้ผลิตโดยตรงแล้ว ยังได้พบปะพูดคุยถึงแนวทางของสินค้าที่กำลังดำเนินไปในอนาคตได้อีกด้วย

HONG KONG OCTOBER SHOW 2018

สินค้าคุณภาพที่เหล่าคุณแม่จะได้เลือกซื้อ มีทั้งของเล่นเด็กอ่อน ของเล่นเป่าลม เกมส์และของเล่นเพื่อการศึกษา ตัวต่อแบบจำลอง ตุ๊กตาเป่าลม ของเล่นเชิงกลไก ของเล่นอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ของเล่นสนาม และอุปกรณ์เสริมต่างๆ เป็นต้น

HONG KONG OCTOBER SHOW 2018

ASIAN TOYS & GAMES SHOW จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-23 ตุลาคม 2561  ซึ่งในวันดังกล่าวได้มีสินค้าอีก 3 ประเภท ที่จัดแสดงพร้อมกันคือ ASIAN HOUSEWARES & KITCHEN SHOW, ASIAN GIFTS & PREMIUMS SHOW และ ASIAN FESTIVAL,CHRISTMAS & SEASONAL SHOW

 

ASIAN STATIONERY SHOW

HONG KONG OCTOBER SHOW 2018

นอกจากของเล่นแล้ว สินค้าที่เกี่ยวกับแม่และเด็กลำดับต่อไปก็คงหนีไม่พ้นสินค้าที่เกี่ยวกับการศึกษาอย่างเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงานต่างๆ และนี่คืองานแสดงสินค้ากลุ่มเครื่องเขียนและอุปกรณ์การเรียนคุณภาพพรีเมี่ยมจากผู้ผลิตชั้นนำของเอเชีย

อุปกรณ์การเรียนเป็นที่ต้องการและมีการแข่งขันสูงทั้งความทันสมัย และรูปลักษณ์ที่ดูน่ารักเอาใจเด็กๆ รวมไปถึงบรรดาอุปกรณ์เสริมของคอมพิวเตอร์ทั้งหลาย ก็ยังแข่งกันนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาอวดกันเต็มที่ เรียกได้ว่ามางานนี้ถือว่าได้มาอัพเดตตลาดเครื่องเขียนและอุปกรณ์ไอทีต่างๆ ไปในตัว

HONG KONG OCTOBER SHOW 2018

ในงานนี้ได้รวบรวมสินค้า จำพวกเครื่องเขียนต่างๆ ทั้งปากกา ดินสอ อุปกรณ์ในสำนักงาน อุปกรณ์งานศิลปะ กระดาษสารพัดชนิด อุปกรณ์เพื่อการศึกษาแบบครบวงจร เครื่องเขียนสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เสริม รวมไปถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ทั้งหลายอีกด้วย

HONG KONG OCTOBER SHOW 2018

ASIAN STATIONERY SHOW จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคม 2561 พร้อมกับอีก 2 มหกรรมที่ยิ่งใหญ่และหลากหลายไม่แพ้กัน นั่นคือ ASIAN SANITARY & BATHROOM ACCESSORIES SHOW และ ASIAN GIFTS & TRAVEL GOODS SHOW


หากท่านใดสนใจสินค้าคุณภาพดี มีให้เลือกหลากหลายประเภท ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ มี HONG KONG OCTOBER SHOW หนึ่งในมหกรรมสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ที่ได้รวบรวมสินค้าคุณภาพดี ดีไซน์ที่โดดเด่น ไม่ซ้ำใคร โดยแบ่งสินค้าออกเป็น 7 ประเภทด้วยกัน

ในวันที่ 20-23 ตุลาคม 2561 ได้มีสินค้า 4 ประเภทประกอบด้วย ASIAN TOYS & GAMES SHOWASIAN HOUSEWARES & KITCHEN SHOWASIAN GIFTS & PREMIUMS SHOW และ ASIAN FESTIVAL,CHRISTMAS & SEASONAL SHOW

และในช่วงที่สอง ระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคม 2561 จะนำเสนอสินค้าอีก 3 ประเภท ประกอบด้วยASIAN STATIONERY SHOWASIAN SANITARY & BATHROOM ACCESSORIES SHOW และASIAN GIFTS & TRAVEL GOODS SHOW

จัดขึ้น ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมระดับโลก Hong Kong Convention & Exhibition Centre

 

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
HONG KONG OCTOBER SHOW 2018 งานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

พิเศษสำหรับผู้ซื้อนานาชาติที่ได้ลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้า สามารถสมัครขอรับสปอนเซอร์ เป็นเงินสนับสนุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้าชมงาน มูลค่าสูงสุดถึง 4,600 ดอลล่าฮ่องกง (ตามเกณฑ์และเงื่อนไข)

 


ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่

ASIAN TOYS & GAMES SHOW (www.asiantng.com)
ASIAN HOUSEWARES & KITCHEN SHOW (www.asianhnk.com)
ASIAN GIFTS & PREMIUMS SHOW (www.asiangnp.com)
ASIAN FESTIVAL,CHRISTMAS & SEASONAL SHOW (www.asianchristmas.com)
ASIAN STATIONERY SHOW (www.asianstationeryshow.com)
ASIAN SANITARY & BATHROOM ACCESSORIES SHOW (www.asiansnb.com)
ASIAN GIFTS & TRAVEL GOODS SHOW (www.asiangnt.com)

 

พัฒนาการ กล้ามเนื้อมัดเล็ก

พัฒนาการ กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อ ตา มือ ปาก ในวัย 0-3 ปี

สำหรับเด็กในวัยแรกเกิด ถึง 3 ปีนั้น พัฒนาการ กล้ามเนื้อมัดเล็ก จะไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การจับดินสอหรือขีดเขียน แต่จะเน้นไปที่การหยิบจับสิ่งของเข้าปาก ดังนั้น กล้ามเนื้อ ตา มือ ปาก ของทารกควรจะค่อย ๆ พัฒนาและทำงานประสานกันได้

พัฒนาการ กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อ ตา มือ ปาก ในวัย 0-3 ปี

พัฒนาการ กล้ามเนื้อมัดเล็ก คืออะไร? มีความสำคัญอย่างไร?

พัฒนาการ กล้ามเนื้อมัดเล็ก (Fine Motor Skills) คือ การพัฒนาในด้านกล้ามเนื้อตั้งแต่บริเวณข้อมือ บริเวณฝ่ามือ ตลอดจนถึงนิ้วแต่ละนิ้ว รวมถึง กล้ามเนื้อตา กล้ามเนื้อรอบปาก โดยในเด็กวัยทารกแรกเกิดนั้น พัฒนาการ กล้ามเนื้อมัดเล็ก จะมุ่งเน้นไปในด้านการหยิบจับสิ่งของเข้าปาก และการทำงานประสานกันระหว่าง มือ นิ้ว ตา และ ปาก เพื่อใช้เป็นทักษะในการดำรงชีวิต ได้ต่อไป โดยพัฒนาการกล้ามเนื้อมือนั้น จะมุ่งเน้นไปในด้านการหยิบจับสิ่งของต่าง ๆ พัฒนาการกล้ามเนื้อปาก จะมุ่งเน้นไปในด้านการเปิดหรือปิดปาก การกระดกลิ้น การแลบลิ้นเลียปาก เพราะจะเป็นพื้นฐานในการออกเสียงพูดของเด็กในอนาคต ส่วนพัฒนาการกล้ามเนื้อตา จะมุ่งเน้นไปในด้าน การสบตา การมองหาวัตถุ การจ้องตามวัตถุต่าง ๆ โดยพัฒนาการนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับภาวะโรคอื่น ๆ ได้ เช่น ภาวะลูกไม่สบตา อาจมีภาวะ ออทิสติก ร่วมด้วย

พัฒนาการทารก
พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กในเด็กวัยแรกเกิด จะมุ่งเน้นไปที่การนำของเข้าปาก เพื่อฝึกทักษะในการดำรงชีวิต

โดยทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้นำบทความจาก คู่มือสำหรับพ่อแม่เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการดูแลและพัฒนาเด็ก ซึ่งจัดทำโดย ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยและสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย เกี่ยวกับ พัฒนาการ กล้ามเนื้อมัดเล็ก ดังนี้

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ พัฒนาการ กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อ ตา มือ ปาก ในวัย 0-3 ปี

อาการ ไข้เลือดออก

ลูกป่วยรีบสังเกต! 10 สัญญาณเตือนอาการ ไข้เลือดออก

ไข้เลือดออก หนึ่งในโรคร้ายที่ทำให้ลูกน้อยเสียชีวิตได้ แล้ว อาการ ไข้เลือดออก จะเป็นอย่างไร 10 สัญญาณเตือนโรคไข้เลือดออก หากลูกป่วยรีบสังเกตให้ดี

ไข้เลือดออก ระบาด! กทม. ตายแล้ว 5 คน
พบ
10 สัญญาณเตือน อาการ ไข้เลือดออก ในเด็ก

เมื่อช่วงกลางเดือน ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา นายเมธิพจน์ ชาตะเมธีกุล ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย กทม. ได้ออกมาเปิดเผยว่า… โรคไข้เลือดออก เกิดจาก ยุงลายเป็นพาหะ ซึ่งในฤดูฝนจะเป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคมากที่สุดเนื่องจากมีฝนตกน้ำขังเป็นแหล่งเพาะพันธ์ของโรค

โดยสถานการณ์โรคไข้เลือดออก ในพื้นที่กรุงเทพ ปี 2561 พบผู้ป่วยไข้เลือดออกสะสม จำนวน 5,899 ราย ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจำนวน 5 ราย

  • ในพื้นที่เขต หนองจอก 1 ราย

  • เขตดินแดง 2 ราย

  • เขตปทุมวัน 1 ราย

  • และเขตบางกะปิ 1 ราย

และเป็นผู้เสียชีวิตในกลุ่มคนวัยทำงานทั้งสิ้น ส่วนในปี 2560 มีจำนวนผู้ป่วยตลอดทั้งปีรวม 9,368 ราย มีผู้เสียชีวิตรวม 6 ราย

ซึ่งแนวโน้มผู้ป่วยในปี 2561 มีการคาดการณ์จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น สำหรับพื้นที่เขตหนองจอก เป็นพื้นที่ในระยะ 1 เดือนที่ผ่านมา ที่มีผู้ป่วยมากที่สุด ซึ่งพื้นที่เขตหนองจอกจากการสอบสวนโรคพบเป็นพื้นที่กว้าง และมีแหล่งพื้นที่ริมทาง จุดน้ำขังหลายบริเวณ อีกทั้งในชุมชนบางพื้นที่ มีการทิ้งขยะหมักหมมในบริเวณบ้านซึ่งเมื่อฝนตกเกิดน้ำท่วมขัง จึงเป็นแหล่งเพาะพันธ์ของยุงลายได้จำนวนมาก

⇒ Must read : ไข้เลือดออกเดงกี โรคระบาดที่มากับฤดูฝน

⇒ Must read : ภัยร้าย ไข้เลือดออก ขณะตั้งครรภ์

ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ได้ออกมากล่าวถึงสถานการณ์โรค ไข้เลือดออก ว่า… ปัจจุบันพื้นที่กรุงเทพฯ ได้มีการแพร่ระบาดของ โรคไข้เลือดออก ซึ่งเกิดผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง

ทาง กทม.จึงประสานความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ และประชาชนในพื้นที่ ร่วมดำเนินการควบคุมโรคไข้เลือดออก โดยได้สั่งการให้สำนักอนามัย และสำนักงานเขตพื้นที่ทั้ง 50 เขต วางมาตรการควบคุมโรค … ในเบื้องต้น จะลงพื้นที่ฉีดพ้นสารเคมีกำจัดยุงลายในจุดต่างๆ ซึ่งประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลการแพร่ระบาดของยุงในพื้นที่ ให้กทม.เข้าดำเนินการกำจัดและป้องกันโรคได้

อ่านต่อ >> สัญญาณเตือนอาการไข้เลือดออกในเด็ก” คลิกหน้า 2


ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก : www.khaosod.co.th

ชื่อสัตว์ ภาษาอังกฤษ

รวม ชื่อสัตว์ ภาษาอังกฤษ และ ชื่อลูกสัตว์ น่ารู้ ปั้นลูกเก่งภาษาตัวจริง

ชื่อสัตว์ ภาษาอังกฤษ เป็นชุดคำศัพท์กลุ่มแรกๆ ที่แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ใช้สอนลูกน้อย เพราะเด็กแทบทุกคนสนใจและอยากรู้จักกับสัตว์บนโลกใบนี้ จึงไม่ยากที่จะสอนให้จดจำคำศัพท์และประโยคภาษาอังกฤษได้ในเวลาไม่นาน ส่วนจะมีคำศัพท์น่ารู้อะไรบ้าง ให้อ.คริสช่วยแนะนำกันค่ะ

การส่งเสริมให้ลูกได้สัมผัสกับสัตว์ต่างๆ นอกจากเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่นที่ต่างจากตัวเองแล้ว ยังช่วยปลูกฝังการรักษาสิ่งแวดล้อมในตัวลูกน้อยตั้งแต่ยังเล็กด้วย นอกจากการดูสารคดีอยู่ที่บ้าน ถ้าคุณพ่อคุณแม่พาลูกไปดูสัตว์ตัวจริงจะเป็นเรื่องดีมาก

คงเป็นเรื่องยากที่ลูกจะได้เห็นสัตว์จากต่างทวีป หรือสัตว์แปลกๆ จากสวนสัตว์ทั่วไป แต่ที่นี่ โซนรูปปั้นสัตว์ ที่สวนนงนุช พัทยา คุณพ่อคุณแม่และลูกน้อยจะได้พบกับสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ หลายขนาดนับร้อยตัว แถมทุกตัวยังมีลักษณะท่าทางใกล้เคียงกับสัตว์จริงราวกับมีชีวิต

ในคราวนี้รายการ Kids Talk ในช่วง Daddy Talks โดยอาจารย์คริส คริสโตเฟอร์ ไรท์ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษชื่อดัง และในฐานะคุณพ่อลูก 2 พาทุกคนไปเรียนรู้คำศัพท์ ชื่อสัตว์ ภาษาอังกฤษ และชื่อลูกสัตว์ น่ารู้ ด้วยเทคนิคแบบง่ายๆเพื่อใช้สอนลูกน้อย ส่วนจะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ

 

รวมคำศัพท์ ชื่อสัตว์ ภาษาอังกฤษ และชื่อลูกสัตว์ น่ารู้ ที่ลูกน้อยไม่ควรพลาด

 

ระหว่างที่ครอบครัวเดินชมรูปปั้นสัตว์ขนาดใหญ่ ลูกๆ ได้พบเจอกับสัตว์หลายชนิด ที่คุณพ่อคุณแม่สอดแทรกคำศัพท์ ชื่อสัตว์ ภาษาอังกฤษ ให้หนูน้อยได้รู้จักไปตลอดทาง สำหรับเด็กเล็กที่พอรู้จัก ชื่อสัตว์ ภาษาอังกฤษ บ้างแล้ว อาจใช้วิธีชี้ชวนให้ดูรูปปั้นของสัตว์ชนิดนั้นๆ แล้วบอกคำศัพท์ภาษาอังกฤษให้ลูกจำโดยไม่ต้องแปลเป็นภาษาไทย เพราะพวกเขาจะจดศัพท์คำนั้นจากเสียงและภาพที่เห็นได้ทันที วิธีดังกล่าวเป็นการเรียนภาษาอังกฤษที่ดีต่อเป็นเด็กสองภาษาในอนาคต

ถ้าลูกของคุณแม่โตพอจะรู้จักตัวอักษรภาษาอังกฤษ และสะกด ชื่อสัตว์ ภาษาอังกฤษ ได้แล้ว ลองเพิ่มระดับการเรียนรู้ไปอีกขั้นด้วยการสอนให้เห็นความแตกต่างของสำเนียงอังกฤษ กับอเมริกัน เหมือนกับที่อ. คริสยกตัวอย่างคำว่า zebra ที่ออกเสียงสำเนียงอังกฤษว่า “เซ็บบร้า” แต่สำเนียงอเมริกันออกเสียงว่า “ซีบร้า”

นอกจากนี้ยังต่อยอดความรู้ ชื่อสัตว์ ภาษาอังกฤษ ให้ลูกน้อยเพิ่มเติมด้วยการสอนชื่อภาษาอังกฤษของลูกสัตว์ไปพร้อมกัน เพื่อให้ลูกเข้าใจว่า ไม่ได้ใช้แค่คำว่า baby เท่านั้น แต่ยังมีคำศัพท์น่ารู้ที่ไม่เคยรู้มาก่อนซ่อนอยู่ด้วย หรือจะให้ลูกลองทายคำศัพท์ดูบ้าง ก็กลายเป็นเกมแสนสนุกที่ช่วยให้การท่องเที่ยวกับลูกพิเศษยิ่งขึ้น

 

ตามมาดูอ. คริสกับน้องวิน ตะลุยโซนรูปปั้นสัตว์จากทั่วโลก กับรายการ KidsTalk ช่วง DaddyTalks ตอน ชื่อสัตว์กับลูกสัตว์ กันเลยค่ะ

 

 

มาทบทวนคำศัพท์ ชื่อสัตว์ ภาษาอังกฤษ และประโยคน่ารู้ระหว่างท่องเที่ยวกันอีกครั้งนะคะ

คำศัพท์น่าจำเกี่ยวกับ ชื่อสัตว์ ภาษาอังกฤษ

crocodile              จระเข้ทั่วไป

alligator                จระเข้ที่พบในอเมริกา

owl                         นกฮูก

zebra                     ม้าลาย

camel                    อูฐ

herd                      ฝูง

pouch                   กระเป๋าหน้าท้อง

puppy                   ลูกหมา

kitten                    ลูกแมว

joey                       ลูกจิงโจ้

cub                        ลูกหมี หรือ ลูกเสือ

rainy season       ฤดูฝน

rain jacket/raincoat       เสื้อกันฝน

 

ประโยคภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ ชื่อสัตว์ ภาษาอังกฤษ

It’s huge                                                             มันใหญ่มหึมา

It’s a giant crocodile                                        มันเป็นจระเข้ยักษ์

What is the difference between a crocodile and an alligator?   crocodile กับ  alligator ต่างกันอย่างไร

Where do alligators live?                                alligator อาศัยอยู่ที่ไหน

It is about to rain                                             ฝนกำลังจะตก

It is about to pour down                                 ฝนกำลังจะเทลงมา

The rain is dying down                                   ฝนเริ่มซา

What are you wearing                                     ลูกใส่ชุดอะไรอยู่

 

ตัวอย่างบทสนทนาของชื่อสัตว์ ภาษาอังกฤษ

อ.คริส     :               Where are we?

                                  พวกเราอยู่ที่ไหนกัน

น้องวิน    :               We are in Australia.

                                 พวกเราอยู่ในประเทศออสเตรเลีย

อ. คริส    :               Why do you think so?

                                  ทำไมถึงคิดอย่างนั้น

น้องวิน    :               Because in Australia, they have kangaroos

                                  เพราะในออสเตรเลียมีจิงโจ้

 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับประโยคและคำศัพท์เกี่ยวกับ ชื่อสัตว์และลูกสัตว์ ที่ใช้คุยกับลูก เมื่อรู้แล้วคุณพ่อคุณแม่กสามารถนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร คุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

 

 ชมคลิปอื่นๆ ของรายการ Kids Talk :

ช่วง Daddy Talks

ช่วง Chinese talk

ช่วง Exclusive Interview

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

นอนอ้าปาก

สังเกตด่วน! ลูก นอนอ้าปาก เสี่ยงเป็น 4 โรคนี้!

อันตราย..พ่อแม่สังเกตให้ดี หากเห็นลูกน้อยชอบ นอนอ้าปาก ลูกของคุณอาจเสี่ยงกำลังป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบหายใจ 1 ใน 4 โรคนี้

ระวัง..ลูก นอนอ้าปาก ไม่ใช่เรื่องดี..เสี่ยงเป็น 4 โรคนี้!

การนอน ถือเป็นอาหารสมอง เพราะการนอนหลับอย่างเพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายของลูกน้อยได้พักผ่อน สามารถสร้างภูมิต้านทานโรค พร้อมมีร่างกายที่สดชื่นแจ่มใสอารมณ์ดี คิดอ่านหรือทำอะไรได้หลักแหลม จดจำสิ่งต่างๆ ที่เรียนรู้ไปได้อย่างแม่นยำ ดังนั้นการนอน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรสนับสนุนให้ลูกน้อยนอนให้เพียงพอ

ทั้งนี้ขณะที่ลูกนอน คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยหมั่นสังเกตด้วยว่า  ลูกนอนท่าที่ดีแล้วหรือยัง ห่มผ้าหรือเปล่า หลับสนิทไหม หรือ นอนกรน นอนอ้าปาก หรือเปล่า เพราะหากลูกมีพฤติกรรมการนอนที่ผิดปกติ  โดยเฉพาะ นอนอ้าปาก หรือ นอนหายใจทางปาก ให้คุณพ่อคุณแม่สงสัยได้เลยว่า  ลูกของคุณอาจจะกำลังไม่สบายอยู่ก็เป็นได้

ทำไมลูกทารกถึงนอนอ้าปาก

สำหรับลูกทารกวัยแรกเกิด 2-3 อาทิตย์แรก จะนอนอ้าปาก เพราะยังหายใจทางจมูกเองไม่ค่อยได้ จึงต้องหายใจทางปากร่วมด้วย แต่เมื่อโตมาหน่อยก็จะนอนหลับปากปิดและหายใจทางจมูกได้เอง

วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นหากลูก นอนอ้าปาก ปกติ เวลานอนคนเราจะขากรรไกรหย่อนอยู่แล้ว แต่หย่อนแบบริมฝีปากยังปิดอยู่ เรื่องแบบนี้ ให้ลองฝึกค่ะ เมื่อรู้สึกตัวทุกครั้งให้พยายามปิดปาก หรือนึกถึงอยู่เสมอ นานๆ ไปก็จะชิน

แต่หากมีบางวันที่คุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกมักนอนอ้าปาก และมีอาการกรนออกมาด้วย ให้รู้ไว้เลยว่าลูกของคุณกำลังไม่สบาย

สาเหตุของการนอนอ้าปาก

การที่ลูกน้อยนอนอ้าปาก หรือนอนหายใจทางปาก สาเหตุหลักส่วนใหญ่มาจาก ลูกหายใจทางจมูกไม่ได้ เพราะกำลังป่วย หรือเป็นหวัด คัดจมูก มีน้ำมูกนั่นเอง เมื่อใช้ชีวิตตอนกลางวันตามปกติ ก็มักจะต้องหายใจทางปาก ดังนั้นเวลานอนทำให้ลูกเคยชินกับการหายใจทางปาก หลังจากเป็นหวัด  หรือในเด็กที่เรียนว่ายน้ำมาก็มักจะเคยชินกับการหายใจทางปากนั่นเอง

ทั้งนี้นอกจากความเคยชินกับการหายใจทางปาก หลังจากเป็นหวัดแล้ว ยังมีสาเหตุอื่นที่บ่งชี้ว่าลูกอาจกำลังป่วยเป็นโรคอื่นๆ ได้อีกเช่นกัน

อ่านต่อ >> “ลูกนอนอ้าปากเสี่ยงเป็น 4 โรคนี้” คลิกหน้า 2

พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่

พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ของทารกวัยแรกเกิด ถึง 3 ปี

ในเด็กวัยแรกเกิดนั้น พัฒนาการต่าง ๆ สำคัญมาก คุณพ่อคุณแม่จะสามารถเห็นความแข็งแรงของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างรวดเร็วในวัยนี้ และพัฒนาการที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้ามคือ พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ และ พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นพัฒนาการขั้นพื้นฐานที่จะส่งผลถึงการใช้ชีวิตประจำวันและการเรียนรู้ต่าง ๆ ของลูกได้เลย

พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ของทารกวัยแรกเกิด ถึง 3 ปี

พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ คืออะไร?

พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่
พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่

ทักษะกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor Skills) คือ ความสัมพันธ์กันของอวัยวะต่าง ๆ รวมถึง กล้ามเนื้อบริเวณลำตัว แขน ขา พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ จะช่วยให้เด็กรู้จักการทรงตัว สร้างสมดุลให้กับร่างกายได้ มีความแข็งแรง มีความทะมัดทะแมง ความไวในการเปลี่ยนท่าทาง ได้แก่ การวิ่ง การคลาน การกระโดด เป็นต้น โดย พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ นี้จะเริ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามลำดับ โดยเริ่มตั้งแต่แรกเกิด และจะพัฒนาโดยเริ่มจากส่วนหัวไปสู่ส่วนขา โดย คู่มือสำหรับพ่อแม่เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการดูแลและพัฒนาเด็ก ซึ่งจัดทำโดย ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยและสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึง พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ และกล้ามเนื้อมัดเล็ก ดังนี้

ชันคอ
พัฒนาการกล้ามเนื้อคอ เริ่มพัฒนาได้ตั้งแต่ 1-3 เดือน โดยทารกจะเริ่มชันคอได้
  • ชันคอ (1-3 เดือน) โดยจะเริ่มชันคอได้ชั่วขณะเมื่ออายุได้ 1 เดือน และชันคอได้ 45 องศาเมื่ออายุได้ 2 เดือน และสามารถชันคอได้ตั้ง 90 องศาเมื่ออายุได้ 3 เดือน พัฒนาการในช่วงนี้ จะใช้กล้ามเนื้อคอ แขน ประสานกัน
  • พลิกคว่ำ พลิกหงาย (4-5 เดือน) โดยก่อนจะพลิกคว่ำ พลิกหงายได้นั้น ทารกควรที่จะชันคอได้แข็งและสามารถรับน้ำหนักของศีรษะของตัวเองให้ได้เสียก่อน ถึงจะเริ่มพลิกคว่ำ โดยการพลิกคว่ำนี้ เป็นการพัฒนากล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง ลำตัวส่วนบนขึ้นไป และพัฒนาแขน ขา ไปพร้อม ๆ กัน
ฝึกลูกนั่ง
ลูกจะสามารถนั่งหลังตรงได้เมื่ออายุ 5-7 เดือน
  • นั่งได้ (5-7 เดือน) ทักษะในการนั่งนั้น การทรงตัวมีส่วนสำคัญในทักษะนี้ ดังนั้น ลูกควรฝึกทรงตัวไปพร้อมกับการพัฒนากล้ามเนื้อ ท้อง สะโพก และขา โดยในช่วงแรก ลูกอาจจะเริ่มนั่งโดยการใช้มือยันตัวเองเอาไว้ เมื่อลูกพร้อมที่จะทรงตัวแล้ว จะเริ่มปล่อยมือ จนสามารถนั่งหลังตรงได้
  • คลานและเกาะยืน (7-9 เดือน) เมื่อลูกพลิกคว่ำ พลิกหงายจนคล่องแล้ว และสามารถทรงตัวจากการนั่งได้แล้ว และกล้ามเนื้อ คอ แขน มือ ท้อง สะโพก และ ต้นขา ก็จะเริ่มแข็งแรงขึ้นแล้ว ลูกก็จะอยากที่จะเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเองแล้วค่ะ โดยลูกจะเริ่มจากท่านั่งแล้วเปลี่ยนมาอยู่ในท่าคลาน และค่อย ๆ เคลื่อนไหวได้เอง

(อ่านต่อ 7 ท่าคลานทารก เมื่อลูกน้อยคลาน ลูกเราคลานท่าไหนนะ)

  • เกาะเดิน (10 เดือน) ในตอนนี้ พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ได้ลงมาสู่ช่วงขาแล้วค่ะ โดยลูกจะใช้มือในการช่วยพยุงน้ำหนักแทนการใช้ขา เพราะยังใช้ขาได้ไม่คล่อง และกล้ามเนื้อบริเวณขายังไม่แข็งแรงพอ ในช่วงนี้ ลูกจะเริ่มใช้มือดึงตัวเองให้อยู่ในท่ายืน แล้วค่อย ๆ เกาะ โต๊ะ หรือ เก้าอี้ เพื่อเคลื่อนตัวไปด้านข้าง
  • ยืนเอง หรือตั้งไข่ (12 เดือน) เมื่อกล้ามเนื้อขาเริ่มมีความแข็งแรงจากการเกาะเดินแล้ว ลูกจะเริ่มฝึกการทรงตัวโดยการใช้ขา สะโพก และ ลำตัว ผ่านการยืนนั่นเองค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ของทารกวัยแรกเกิด ถึง 3 ปี

หมดห่วง แม่เป็น 5 โรคหน้าฝน ป่วยรักษาฟรี

แม่หมดห่วง 5 โรคหน้าฝน ใช้สิทธิประกันสังคม ป่วยรักษาฟรี

ป่วยรักษาฟรี ถ้าเห็นคำนี้ที่ไหน คุณพ่อคุณแม่คงมีกำลังใจเพิ่มขึ้นอีกนิด โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน หรือช่วงที่ฝนตกติดต่อกันหลายวัน ที่โรคภัยต่างๆระบาดง่ายขึ้น นอกจากต้องระวังสุขภาพของลูกน้อยหนักกว่าเดิมแล้ว  สภาพอากาศที่เย็นลงกะทันหันและมีความชื้นสูงแบบนี้ ยังทำให้ผู้ใหญ่ร่างกายแข็งแรงล้มป่วยได้เหมือนกัน แถมยังเป็นซ้ำบ่อยๆด้วย

คงไม่ดีแน่ ถ้าคุณแม่ป่วยแล้วยังต้องมากังวลกับค่ารักษา ที่บางโรคอาจรักษาหลายครั้งกว่าจะหาย หรือเกิดเหตุฉุกเฉินจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล คุณแม่หมดห่วงได้

 

หมดห่วงหน้าฝน แม่เป็น 5  โรคฮิตหน้าฝน ป่วยรักษาฟรี

 

แม่ไม่สบายหน้าฝน ป่วยรักษาฟรี
ช่วงหน้าฝน เชื้อโรคแพร่กระจายได้มาก ผู้คนจึงป่วยได้ง่าย

 

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเตือนประชาชนเรื่องสุขภาพในช่วงหน้าฝนว่า สภาพอากาศที่เริ่มเย็นลงและมีความชื้นสูงขึ้น เอื้ออำนวยต่อการเกิดโรคได้ง่ายและรวดเร็ว จึงขอเตือนประชาชนหากใครไม่อยากเจ็บป่วยก็ต้องหมั่นดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง และให้ระมัดระวังป้องกันตัวเองจาก 7 โรคฮิตที่มักพบได้บ่อยในช่วงฤดูฝนได้แก่

โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ คออักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบหรือปอดบวม เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบวกกับเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่ปะปนอยู่ในอากาศชื้นจะเป็นพาหะของโรค และแพร่กระจายของเชื้อโรคง่ายและรวดเร็ว เพียงแค่ไอ จาม หรือสัมผัสน้ำมูกที่ปนเปื้อนเชื้อโรค

โรคฉี่หนู เป็นโรคติดต่อจากหนูและสัตว์เลี้ยงที่มีฟันแทะ เชื้อโรคมักปะปนอยู่ในพื้นที่มีน้ำท่วมขัง เข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล เยื่อบุตา จมูก และช่องปาก

โรคน้ำกัดเท้า เกิดจากการเดินลุยน้ำสกปรกเป็นเวลานาน ทำให้เกิดเชื้อราที่ผิวหนังซอกนิ้วเท้า หากไม่รักษาจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา

โรคไข้เลือดออก มียุงลายเป็นพาหะ มักระบาดหนักในฤดูฝน ในปีนี้มีรายงานผู้ป่วยโรคดังกล่าวแล้วกว่า 5,000 คน และเสียชีวิตแล้ว 5 คน ในพื้นที่กรุงเทพฯ

โรคติดต่อของระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน บิด ไทฟอยด์ และอาหารเป็นพิษ ซึ่งเกิดจากการกินอาหารที่ปนเปื้อนของเชื้อจุลชีพ

โรคเยื่อบุตาอักเสบ เกิดจากเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย เยื่อบางๆรอบดวงตาผลิตเมือกออกมามาก ทำให้เกิดการระคายเคืองจนเส้นเลือดบริเวณนั้นบวมขึ้นและเกิดการอักเสบ ลูกตาจึงมีสีแดงก่ำ

โรคจากพิษของแมลงสัตว์กัดต่อย ซึ่งมักหนีมาอยู่ตามบ้านเรือนเพื่อหนีน้ำท่วม เมื่อถูกกัดอาจเกิดอาการแพ้หรือบาดเจ็บได้

 

อ่านต่อ โรคหน้าฝนอะไรบ้างรักษาฟรี คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่