ทำฟันฟรี 2561

ทำฟันฟรี 2561 ทั้งครอบครัว เช็กรายชื่อรพ. ที่ร่วมโครงการได้ที่นี่!

ข่าวดี..เพื่อทุกคนในครอบครัว พ่อแม่ลูกรีบไปด่วน! ทำฟันฟรี ในวันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม เช็กรายชื่อสถานที่ ทำฟันฟรี 2561 ได้ที่นี่

ทำฟันฟรี 2561 ข่าวดี! เพื่อทุกคนในครอบครัว

เนื่องใน วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชนนี และ วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ได้มีการโครงการรณรงค์ “คนไทยฟันดี สดุดีสมเด็จย่า” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า ในช่วงเดือนตุลาคมโดยเฉพาะ! หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นเดือนแห่งการรณรงค์ดูแลสุขภาพช่องปากคนไทย

ซึ่งในการ ทำฟันฟรี 2561  จะมีสถานพยาบาลและคณะทันตแพทย์ศาสตร์ หรือ โรงพยาบาล อนามัย และคลินิกทำฟัน ที่ไหนบ้างที่เปิดให้บริการประชาชนชาวไทยทุกคน และคุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยไปใช้บริการ ซึ่งจะ พาลูกไปทำฟันที่ไหนดี มาเช็กกันเลยค่ะ

 

♥ สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ ให้บริการ ทำฟันฟรี 2561

ทำฟันฟรี 2561
สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ ให้บริการ ทำฟันฟรี

 

เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ปี 2561 ทางสถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ ได้เปิดให้บริการทางทันตกรรม ตรวจฟัน / อุดฟัน / ขูดหินปูน / ถอนฟัน แก่ผู้ป่วยจำนวน 300 ราย ฟรี ! ในวันที่ 19 ตุลาคม 2561 ณ คลินิกบริการ สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์

โดยจะเปิดรับบัตรคิวตั้งแต่เวลา 06.30 น.เป็นต้นไป คุณพ่อคุณแม่สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0-2547-0333 ต่อ 33348 หรือ เฟซบุ๊ก สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์

 

♥ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำฟันฟรี 2561

ทำฟันฟรี 2561
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดให้บริการ ทำฟันฟรี

 

คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดให้บริการทำฟันฟรีแก่ประชาชน ในวันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม 2561 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

โดยให้บริการ อุดฟัน ขูดหินปูน และถอนฟัน (ผ่าฟันคุดไม่เกิน 70 ซี่) รวมทั้งการให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปากแก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โดยจะให้บริการผู้ใหญ่จำนวน 1,500 ราย และเด็กจำนวน 200 ราย

หากครอบครัวไหนสนใจมารับบริการ สามารถมาลงทะเบียนรับบัตรคิว ทำฟันฟรี 2561 ได้ในวันตั้งแต่เวลา 06.30 น. เป็นต้นไป หรือจนกว่าบัตรคิวจะเต็ม และจะเริ่มให้การรักษาตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป

ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โทร. 0-2218-8705, 0-2218-8635 หรือ dent.chula.ac.th

 

เช็กสถานที่ทำฟันฟรี 2561 ที่อื่นๆ ต่อ คลิกหน้า 2

ทำไมต้องพาลูกไปพบ หมอพัฒนาการเด็ก

ลูกไม่เป็นอะไร ทำไมต้องไปหา “หมอพัฒนาการเด็ก”!? โดย พ่อเอก

“ลูกเป็นอะไร ทำไมต้องพาไปหา หมอพัฒนาการเด็ก” แรกๆ ก็ไม่รู้จะตอบยังไงดีให้คนที่ถามเข้าใจ เพราะเอาจริงๆ ครั้งแรกที่ภรรยาชวนผม ให้พาลูกไปปรึกษา หมอพัฒนาการเด็ก ผมเองก็ไม่ได้เห็นด้วยสักเท่าไหร่ แต่การเลี้ยงลูก ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่งดังนั้นผมจึงรับฟังและตกลงไปด้วย

แต่ครั้งแรกก็เกือบวงแตก เพราะคุณหมอพัฒนาการเด็กคนดัง ถามคำถามแรกว่า

“ลูกเป็นอะไรคะ”

ผมสวนกลับไปทันทีว่า

“ลูกผมไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น ภรรยาแค่อยากให้ผมมาฟัง”

จากนั้นเลยเป็นการสื่อสารระหว่าง ภรรยากับคุณหมออยู่พักใหญ่ จนกระทั่งช่วงที่คุณหมอพัฒนาการเด็กดูพฤติกรรมลูกแล้วสรุป รวมถึงคำแนะนำชี้แนะ ก็ทำให้ผมต้องยอมรับว่า อ๋อ การได้พูดคุยกับผู้ชำนาญการมันมีประโยชน์แบบนี้ แม้จะอยู่กับลูกและคิดว่าเราเข้าใจเขา แต่การปรับอะไรบางอย่างให้เหมาะสมมันส่งผลดีต่อพัฒนาการเด็กด้านต่างๆ

(ฉายภาพความจริงคือ ในการพาไปพบ หมอพัฒนาการเด็ก ครั้งแรก ผมเองก็ไม่รู้ตอนที่ หม่ามี้ โทรนัดหมาย เธอทำเสร็จค่อยมาบอก แล้วกึ่งคุยกึ่งบังคับและล๊อควันปะป๊าว่า ต้องว่างและไปด้วยกัน 555)

ซึ่งอันที่จริงแล้ว เราไม่ได้รู้สึกว่าลูกเรามีอะไรที่เป็นปัญหา น่าจะเข้าข่าย easy child ที่เลี้ยงง่ายประมาณนึงเสียด้วยซ้ำ แต่เราก็อยากพาไปเช็ก เพราะการเลี้ยงลูก มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ (เหมือนที่ปูนปั้นเคยบอก #การเลี้ยงเด็กเป็นงานที่ยาก )

การใช้แค่ความเข้าใจ บางครั้งอาจจะไม่สามารถนำพาสู่ผลลัพธ์ที่ดีได้ ด้วยความที่เด็กแต่ละคนก็มีแตกต่าง ขนาดพี่น้องท้องเดียวกัน ยังมีความแตกต่างกันสุดโต่งเลย เช่น พี่ปูนปั้นเจอสัตว์ที่ไหน เป็นพุ่งเข้าไปหา ชอบให้อาหาร อยากสัมผัส ส่วนปั้นแป้งนั้น แค่เจ้าโกลเด้นที่บ้านก็วิ่งหนีจู๊ด ทั้งๆ ที่รู้จักกันมา 2 ปีกว่าเข้าให้แล้ว

พฤติกรรมหลายๆ อย่าง คุณพ่อคุณแม่เอง ก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำ วิธีการที่เราใช้ มันถูกต้องในระยะยาวมั้ย และสิ่งที่เด็กแสดงออกแต่ละอย่างทั้งดีไม่ดีมีผลมาจากอะไร

การไปหาหมอพัฒนาการเด็ก ก็เหมือนได้ไปตรวจเช็กแนวทางตัวเองด้วยเหมือนกัน

หลังๆ เพื่อตอบให้เข้าใจง่าย หม่ามี้แนทมักใช้วิธีถามกลับ ซึ่งผมว่าน่าสนใจและทำให้ผู้ถามได้คิดตาม

“รถยนต์ที่เราใช้ขับกันทุกวัน เวลาเอารถเข้าศูนย์ รถเสียมั้ย?

นั่นแหล่ะ รถไม่ได้เสีย แต่เมื่อถึงระยะตรวจสอบตามเลขไมล์ หรือถึงช่วงเวลา เรายังเอารถเข้าไปเช็กเลย แล้วลูกเราที่ประเมินค่าไม่ได้เหมือนรถ ทำไมเราถึงปล่อยปละละเลย

เราเป็นพ่อแม่ เราก็ตรวจสุขภาพทุกปี ลูกก็ควรได้รับการตรวจพัฒนาการเหมือนกัน”

เมื่อพบคุณหมอพัฒนาการเด็กแล้ว เราได้ลองเอาสิ่งที่คุณหมอพัฒนาการเด็กแนะนำมาปรับใช้แล้วเราก็ยอมรับว่า มันได้ผลดีทีเดียว นอกจากพบหมอพัฒนาการเด็ก เราก็ยังได้พูดคุยกับนักจิตวิทยาพัฒนาการด้วย ซึ่งก็น่าสนใจเช่นกัน เพราะเด็กแต่ละคนจะมีพฤติกรรมบางอย่างที่เราอาจจะไม่รู้ที่มาที่ไป เช่น ไม่ชอบทำอะไรสักอย่าง ทั้งๆ ที่ดูแล้วเป็นเรื่องธรรมดาแต่ไม่ชอบ ซึ่งนักจิตวิทยาพัฒนาการเขาจะหาวิธีเข้าใจเด็ก ผ่านการเล่น มาคลุกคลี แล้วเขาจะให้คำแนะนำได้ว่าพฤติกรรมเหล่านั้นน่าจะเกิดจากอะไร แล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อแก้ไข ซึ่งของปูนปั้นเองก็มีพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่ใช่สิ่งไม่ดี แต่เราเชื่อว่าเขาจะสนุกกับโลกใบนี้มากขึ้นอีกถ้าแก้ไขได้ ซึ่งสาเหตุที่เราต้องปรับแก้ไขให้ปูนปั้นเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกี่ยวกัน แต่มันก็ได้ผลดีทีเดียว

อ่านจนจบแล้ว ไม่ทราบว่า คุณพ่อคุณแม่มีมุมมองที่ดีต่อ การพาลูกไปพบ #คุณหมอพัฒนาการ และ #นักจิตวิทยาพัฒนาการ หรือยังครับ

 


>>แวะไปดู รอยยิ้มหวานฉ่ำ ที่มีแจกฟรีทุกวันได้ที่เฟซบุ๊ค

หมุนรอบลูก – พี่ปูนปั้น กับ น้องปั้นแป้ง นะครับ<<

หมุนรอบลูก
ปูนปั้น ปั้นแป้ง พ่อเอก เพจหมุนรอบลูก

บทความน่าสนใจอื่นๆ

4 ประโยชน์ที่ลูกจะได้จากการเล่น “พับกระดาษ”

เทคนิค ฝึกลูกเริ่มดื่ม นมกล่อง UHT สำหรับเด็ก

เคล็ดลับ พาลูกเที่ยวธรรมชาติ เดินป่าให้สนุกไม่งอแง

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

กระตุ้นปากมดลูก

4 วิธี กระตุ้นปากมดลูก โดยหมอ ที่แม่ท้องควรรู้ก่อนคลอด

การคว้านช่องคลอด หรือ กวาดปากมดลูก ก็เป็น 1 ในวิธี กระตุ้นปากมดลูก ให้เปิด เมื่ออายุครรภ์ของคุณแม่ครบ  38 สัปดาห์ไปแล้ว ซึ่งหากคุณแม่ถึงกำหนดคลอด (และอยากคลอดเอง) แต่ยังไม่มีอาการเจ็บท้องคลอดเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ทำให้คุณหมออาจจำเป็นที่จะต้องเร่งคลอด หรือ ใช้ วิธีขยายปากมดลูก เพื่อ เร่งปากมดลูกเปิด หรือ อาศัยเทคนิควิธีการต่าง ๆ เพื่อทำให้เกิดการเจ็บครรภ์คลอด

โดยการ คว้านช่องคลอด หรือ กวาดปากมดลูก จะเกิดขึ้นเมื่อคุณแม่ไปตรวจครรภ์ แล้วคุณหมออาจมีความเห็นว่าการคลอดหรือการทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลงนั้นจะส่งผลดีมากกว่าปล่อยให้คุณแม่มีการตั้งครรภ์ต่อไป ซึ่งในปัจจุบันนี้การเร่งคลอด หรือใช้ วิธีกระตุ้นปากมดลูก ก็จะมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน ซึ่งคุณหมอก็สามารถเลือกใช้หลาย ๆ วิธีรวมกันในการทำคลอดก็ได้

ว่าแต่ วิธีขยายปากมดลูก จะมีแบบไหนบ้าง หรือ หมอกระตุ้นปากมดลูกยังไง และ อาการหลังกระตุ้นปากมดลูก จะเป็นอย่างไร คุณแม่ท้องตามมาดูคำตอบกันตรงนี้ได้เลยค่ะ

4 วิธี กระตุ้นปากมดลูก โดยคุณหมอ

วิธี กระตุ้นปากมดลูก เป็นการ เร่งคลอด เร่งปากมดลูกเปิด ซึ่งสามารถทำด้วยตัวเอง หรือให้คุณหมอช่วยก็ได้ และในส่วนของ วิธีเร่งคลอดแบบธรรมชาติที่คุณแม่สามารถทำเองได้ สามารถอ่านต่อได้ที่นี่ >> วิธีเร่งคลอด ด้วยวิธีธรรมชาติ ป้องกันคุณแม่ท้องเกินกำหนด

แต่ในครั้งนี้ผู้เขียนจะขอพูดถึงวิธี กระตุ้นปากมดลูก ทำโดยคุณหมอสูติ เมื่อเวลาที่คุณแม่ท้องไปตามนัดเพื่อตรวจครรภ์ และคุณหมอแจ้งว่าครบกำหนดแล้ว แต่ยังไม่มีอาการใกล้คลอด ซึ่งการกระตุ้นคลอด คือ การที่แพทย์ทำหัตถการ หรือให้ยาเพื่อไปทำให้มดลูกหดรัดตัวเลียนแบบธรรมชาติ เพื่อทำให้เกิดการคลอดตามมา ซึ่งหมอกระตุ้นปากมดลูกยังไง ตามมาดูกันเลยค่ะ

กวาดปากมดลูก / คว้านปากมดลูก

การเซาะแยกถุงน้ำคร่ำ หรือ การกวาดปากมดลูก ไม่เพียงแต่จะเป็น วิธีการเร่งคลอด ที่ทำได้ง่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีที่ที่ปลอดภัยและได้ผลดีอีกด้วย โดยสูติแพทย์จะใช้นิ้วกวาดปากมดลูกเพื่อให้ปากมดลูกค่อย ๆ ขยายกว้างขึ้นและกระตุ้นให้คุณแม่มีอาการเจ็บครรภ์คลอด วิธีนี้เป็นวิธีที่ช่วยให้การตั้งครรภ์เกินกำหนดลดน้อยลง ลดการใช้ยาเร่งคลอด ไม่ทำให้การติดเชื้อเพิ่มขึ้นทั้งในคุณแม่และทารก และทำให้โอกาสที่จะผ่าคลอดลดน้อยลง มีการศึกษาพบว่าคุณแม่ที่มีอายุครรภ์มากกว่า 40 สัปดาห์จำนวน 2 ใน 3 ที่ใช้วิธีนี้ช่วยในการทำคลอด จะทำให้คุณแม่เจ็บครรภ์คลอดภายในเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง

ซึ่ง อาการหลังกระตุ้นปากมดลูก เมื่อคุณหมอทำหัตถการไปแล้ว คุณแม่จะรู้สึกเจ็บ และจุก หลังจากนั้นเมื่อคุณหมอให้กลับมารอดูอาการที่บ้านเพื่อรอปากมดลูกเปิด คือ คุณแม่ท้องอาจมีมูกขาวข้นปนเลือดไหลออกทางช่องคลอด ภายใน 1-2 วัน ซึ่งเกิดจากการบางตัวและเปิดขยายของปากมดลูก หรือบางครั้งคุณแม่อาจจะรู้สึกมีตกขาวมากขึ้น เพราะมูกที่จุกอยู่บริเวณปากมดลูกจะไหลออกมาจากช่องคลอด แต่ปราศจากอาการคันหรือกลิ่น นั้นก็แสดงว่าใกล้เวลากำหนดคลอดที่ธรรมชาติกำหนดไว้แล้วนั่นเอง (ให้รอน้ำคร่ำแตก แต่้าน้ำคร่ำไม่แตก ภายในอีก 1 อาทิตย์หลัง กวาดปากมดลูก ให้ไปหาคุณหมอเพื่อทำการเร่งคลอดอีกครั้ง)

 

อ่านต่อ วิธีกระตุ้นปากมดลูก ให้เปิด เพื่อพร้อมคลอด” คลิกหน้า 3

อาหารก่อมะเร็ง

10 อาหารก่อมะเร็ง ยิ่งกินมาก ยิ่งทำลายสุขภาพ

อาหารก่อมะเร็ง เป็นอาหารที่ไม่ได้ดีและมีประโยชน์กับร่างกาย เพราะนอกจากจะไม่มีคุณค่าทางสารอาหารใด ๆ แล้ว สารเคมีที่อยู่ในอาหารยังไปสะสมในร่างกาย จนก่อให้เกิดสารมะเร็งได้

10 อาหารก่อมะเร็ง ยิ่งกินมาก ยิ่งทำลายสุขภาพ

การรับประทานอาหารที่ดีนั้น ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพื่อที่จะให้ร่างกายมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์พอที่จะต่อสู้กับโรคร้าย หรือ เชื้อโรคต่าง ๆ ที่จะเข้ามาทำร้ายร่างกาย แต่ในปัจจุบัน ที่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ มาปรุงอาหารให้อร่อยมากขึ้น และเก็บรักษาอาหารได้ยาวนานขึ้น ทำให้คนเราเลือกที่จะทานแต่อาหารอร่อย หรือ ทานอาหารที่เก็บได้นาน สะดวกต่อการกิน มากกว่าอาหารในยุคก่อน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า อาหารก่อมะเร็ง ที่มีหน้าตา สีสัน น่าทาน และรสชาติสุดอร่อย 10 อย่างนี้ เป็นมัจจุราชเงียบที่คร่าชีวิตคนจากโรคมะเร็งมานักต่อนักแล้ว

อาหารก่อมะเร็ง
อาหารก่อมะเร็ง

10 อาหารก่อมะเร็ง ยิ่งกินมาก ยิ่งทำลายสุขภาพ

  1. อาหารประเภทปิ้งย่าง

อาหารอันตราย
อาหารประเภทปิ้งย่าง เช่น หมูปิ้ง ปลาหมึกย่าง เป็นอาหารที่ก่อสารมะเร็ง

อาหารก่อมะเร็ง ประเภทนี้ หากินได้ง่าย สะดวก แถมอร่อยอีกต่างหาก แต่ในความอร่อยนั้น อาหารประเภทนี้เป็นอันตรายต่อร่างกายสุด ๆ เลยค่ะ เพราะ อันตรายจากการปิ้ง ย่าง และรมควันนั้น มาจากการทำอาหารที่ต้องใช้ความร้อนสูงจนก่อให้เกิดสารอะคริลาไมด์ (Acrylamide) และการไหม้ของเนื้อสัตว์ที่นำมาปิ้งนั้น อาจเกิดสารไพโรไลเซต (Pyrolysates) ซึ่งความร้ายแรงของสารตัวนี้ นั้นร้ายแรงกว่าสารอะฟลาท็อกซินถึง 6-100 เท่า การทานอาหารประเภทนี้บ่อย ๆ อาจทำให้เป็นมะเร็งได้ และหากอาหารที่นำมาปิ้ง ย่าง รมควัน เป็นอาหารทะเล ก็สามารถทำให้ได้รับสารไนโตรซามีน (nitrosamines) ที่เป็นสารก่อมะเร็งตับ และมะเร็งหลอดอาหารเพิ่มอีกด้วย นอกจากนี้ ควันที่เกิดจากการเผาไหม้ของถ่าน มีสารพีเอเอช (Polycyclic Aromatic Hydrocarbon – PAH) ซึ่งมีความอันตรายเทียบเท่ากับควันรถ ควันบุหรี่ นั้นสามารถลอยขึ้นมาติดกับเนื้อสัตว์ที่เราทานได้ การได้รับสารนี้มากจนเกินไป อาจทำให้เกิดเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหารได้เช่นกัน

นอกจากนี้ เนื้อสัตว์ที่นำมาปิ้ง ย่าง หรือรมควันนั้น มักจะใช้เนื้อสัตว์ส่วนที่มีไขมันเยอะเพื่อเพิ่มความอร่อย ซึ่งอย่างที่ทราบกันดีว่า ไขมัน หากทานมากไป ก็อาจจะทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ ดังนั้น หากต้องการทานอาหารประเภทปิ้ง ย่าง รมควัน จริง ๆ ควรเลือกเนื้อสัตว์ที่มีไขมันน้อยที่สุด และไม่ควรใช้ไฟที่ร้อนจัดจนเกินไป และควรเลือกเตาที่ไร้ควัน

2. ผักและผลไม้ดอง

อาหารอันตรายต่อร่างกาย
อาหารประเภทหมักดอง ซึ่งใช้สารที่อันตรายต่อร่างกายหมัก ดอง อาหาร ทำให้ยืดอายุของอาหารได้นานขึ้น

เดิมทีการหมักดองเป็นหนึ่งในกรรมวิธีการถนอมอาหารที่มีประโยชน์ เนื่องจากในช่วงที่แห้งแล้ง หรือหนาวจัด ลักษณะภูมิอากาศจะไม่เหมาะแก่การเพาะปลูกหรือล่าสัตว์ ทำให้ผู้คนหาอาหารสดมาทานได้ยาก จึงนิยมนำวัตถุดิบสด ๆ เช่น ผัก ผลไม้ ไข่ หรือ เนื้อสัตว์ ต่าง  ไปหมักหรือดอง เพื่อให้อาการสามารถเก็บไว้ได้นานขึ้น แต่ในปัจจุบันซึ่งสามารถหาซื้ออาหารสดได้ง่ายขึ้น การทานอาหารหมักดอง จึงเน้นที่การเพิ่มรสชาติอาหารนั้น ๆ ให้อร่อยยิ่งขึ้น แต่การทานอาหารหมักดองมากไปก็มีผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น

  • กรรมวิธีในการยืดอายุอาหาร มักจะใช้เกลือเป็นจำนวนมากในการหมักดอง ดังนั้น ในอาหารหมักดองมักมีเกลือโซเดียมสูงกว่าอาหารสดถึง 10 เท่า การที่ร่างกายได้รับเกลือโซเดียมมากเกินไป จะทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคไต ร่างกายจะดูบวมขึ้น และทำให้ผิวแห้งหมองคล้ำ
  • คุณค่าอาหารมีไม่เท่าอาหารสด เนื่องจากถูกเก็บไว้นาน วิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆ ถูกชะล้างไปหมด
  • กรรมวิธีในการหมักดองที่ทำในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่สมัยนี้ อาจมีสารกันเสียและสีผสมอาหาร เพื่อยึดอายุอาหารและทำให้สีสันน่าทานมากยิ่งขึ้น การที่สารเหล่านี้สะสมอยู่ในร่างกายมาก ๆ ก็อาจเป็นอันตรายได้
  • กรรมวิธีการหมักดองที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้มีการปนเปื้อนของเชื้อโรคต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายได้

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 10 อาหารก่อมะเร็ง ยิ่งกินมาก ยิ่งทำลายสุขภาพ

จิตแพทย์เด็กเผย! วิธีรับมือเมื่อ ลูกโดนเพื่อนแกล้ง (Bullying)

หากคุณพ่อคุณแม่บังเอิญรู้ว่า ลูกโดนเพื่อนแกล้ง ที่โรงเรียน แต่ไม่รู้จะแก้ไขยังไง ตามมาดูคำแนะนำดีๆ ถึงวิธีรับมือเมื่อ ลูกโดนเพื่อนแกล้ง จากคุณหมอมิน จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น เจ้าของเพจเข็นเด็กขึ้นภูเขา กันค่ะ

จิตแพทย์เด็กเผย! วิธีรับมือเมื่อ ลูกโดนเพื่อนแกล้ง

สำหรับวิธีรับมือ เมื่อ วิธีรับมือเมื่อ ลูกโดนเพื่อนแกล้ง นี้ คงไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากรู้ เพราะแน่นอนว่าไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้กรณีนี้เกิดขึ้นกับลูกหลานของตัวเอง เช่นเดียวกับกระแสคลิปดังจากโลกออนไลน์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ หลังมีคนแชร์คลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก@เสกสรร มหายศ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่หลานสาว ถูกนักเรียนรุ่นพี่หญิงชายรุมทำผมเล่น

แต่กลับมีการดึงผมเด็กหญิงตัวน้อยอย่างรุนแรงไปมา จนหนูน้อยแทบจะทรงตัวไม่ได้ อีกทั้งยังมีการปิดห้องเรียนไม่ให้คนภายนอกเห็นการกระทำดังกล่าวอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางใบหน้าที่เจ็บปวดของเด็กน้อยคนดังกล่าว และอีกหนึ่งคลิปเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่อง

และอีกหนึ่งคลิปที่ถูกโพสต์ลงมาต่อจากคลิปแรก เป็นเหตุการณ์ที่เด็กหญิงตัวน้อยถูกกระตุกจนล้มหงายหลัง และร้องไห้ออกมา ซึ่งก็มีรุ่นพี่เข้ามารุมข่มขู่อย่างสนุกสนานพร้อมปิดปากน้องเพื่อกั้นเสียงสะอื้น อีกทั้งน้องยังถูกรุ่นพี่ใช้เท้าถีบจนหงายหลังและรุ่นพี่ยังใช้เท้าลูบหน้าด้วยจนร่ำไห้ … ซึ่งก็ทำให้โลกออนไลน์ต่างแชร์และวิจารณ์การกระทำของกลุ่มเด็กนักเรียนในคลิปอย่างล้นหลาม

โดยล่าสุดเหตุการณ์นี้ นายนันทพล ฟูสีกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดง จ.พะเยา ได้สั่งทำทัณฑ์บนรุ่นพี่กลุ่มดังกล่าวแล้วพร้อมสั่งการให้ นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ตรวจสอบและหาคำตอบมาให้ได้ ล่าสุดได้รับรายงานว่ากำลังอยู่ระหว่างประชุมร่วมกับผู้ปกครองนักเรียน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

ซึ่งจากเหตุการณ์ข้างต้นนั้นหากเกิดขึ้นกับลูกน้อยของเรา คงทำให้คุณพ่อคุณแม่ เจ็บแทน และเครียดจนทำอะไรไม่ถูก ซึ่งเมื่อรู้ว่า ลูกโดนเพื่อนแกล้ง แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ตามมาอ่านวิธีรับมือเมื่อ ลูกถูก Bullying กับ Expert Account Pantip โดยคุณหมอมิน เจ้าของเพจเข็นเด็กขึ้นภูเขา กันค่ะ


ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก : dailynews.co.th
และภาพจากเฟซบุ๊ก@เสกสรร มหายศ

 

สำหรับวิธีรับมือเมื่อ ลูกโดนเพื่อนแกล้ง หรือ ลูกถูก Bullying นี้ เป็นบทความที่ทางเว็บไซต์พันทิป ได้ไปสัมภาษณ์กับ พญ.เบญจพร ตันตสูติ (หมอมิน) จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น เจ้าของเฟซบุ๊กเพจ เข็นเด็กขึ้นภูเขา ซึ่งเชื่อว่าหากคุรพ่อคุณแม่อ่านจนจบจะได้รู้ถึงคำตอบว่า ถ้าอยู่ดีๆ ลูกของเราก็กลายเป็นเหยื่อของ “การกลั่นแกล้ง” หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่สดใสในโรงเรียน จะต้องรับมือ หรือแก้ปัญหาอย่าไรดี ตามมาอ่านกันค่ะ

ทำความรู้จักกับ Bully + Cyberbullying

อันดับแรกคุณพ่อคุณแม่ต้องรู้จักกับคำว่า Bullying กันก่อน ซึ่งคำอธิบายของปัญหานี้ อ้างอิงมาจากหนังสือ “ผลของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านจอต่อเด็กและวัยรุ่น” เขียนโดย รศ.นพ.วีระศักดิ์ ชลไชยะ ซึ่งคุณหมอมินได้ร่วมเขียนในบทที่ว่าด้วยเรื่อง Cyberbullying ด้วย พร้อมนำมาอธิบายเป็นข้อมูลให้เข้าใจกันว่า…

จากอดีตที่ผ่านมา เด็กและวัยรุ่นประสบกับปัญหาการถูกกลั่นแกล้งที่จำกัดเฉพาะในบางสถานที่ เช่น โรงเรียน ซึ่งการกลั่นแกล้งทั่วๆ ไป (Traditional bullying) นั้น มีลักษณะ 4 ประการ ได้แก่ มีความรุนแรงก้าวร้าว ,มีความตั้งใจ ,มีการกระทำซ้ำๆ ,และมีความไม่เท่าเทียมของพลังอำนาจ

การสื่อสารรูปแบบใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตทำให้เกิดรูปแบบการกลั่นแกล้งนอกเหนือจากการแกล้งทั่วๆ ไป เรียกว่า ‘Cyberbullying’ หรือ ‘การกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์’

ชนิดของการกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์

  1. Harassment ผู้กระทำการกลั่นแกล้งส่งข้อความที่ข่มขู่คุกคาม หรือหยาบคาย ซึ่งอาจจะนำมาสู่การข่มขู่คุกคามทางร่างกายในชีวิตจริงก็ได้
  2. Flaming ผู้กระทำการกลั่นแกล้งจะใช้สื่ออินเทอร์เน็ตที่หลากหลาย เช่น สื่อสังคมออนไลน์ ชุมชนออนไลน์
  3. Exclusion เป็นการกลั่นแกล้งโดยการตั้งใจเพิกเฉยไม่สนใจกับเหยื่อ ทำให้เหยื่อรู้สึกว่าถูกตัดออกจากกลุ่ม เช่น การรวมตัวกันไม่คุยกับเหยื่อในไลน์กลุ่ม และอาจจะมีข้อความหรือรูปภาพที่ส่งกันในกลุ่มนั้นเพื่อข่มขู่คุกคาม ทำให้เหยื่อรู้สึกไม่ดี
  4. Outing เป็นการกลั่นแกล้งที่ผู้กระทำส่งต่อข้อมูลส่วนตัวที่เป็นข้อความลับของเหยื่อ เช่น ข้อความ รูปภาพ คลิปวิดีโอ ออกไปสู่สาธารณะและเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต
  5. Masquerading เป็นสถานการณ์ที่ผู้กระทำการกลั่นแกล้งปลอมแปลงตัวตนในการเป็นเหยื่อในโลกไซเบอร์ เช่น สร้างเฟซบุ๊กโดยใส่ชื่อและรูปภาพให้คนอื่นเข้าใจว่าเป็นเหยื่อ นอกจากนั้นอาจเป็นการปลอมแปลงตัวตนเป็นอีกบุคคลหนึ่งเพื่อการกลั่นแกล้งเหยื่อก็ได้

ระหว่าง Bullying กับ Cyberbullying ปัญหาไหนมีมากกว่ากัน

ซึ่งหมอมินก็ได้บอกว่า… มีคนเข้ามาปรึกษา Bullying เยอะกว่ามาก แต่ในขณะเดียวกัน Cyberbullying ก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในไทยมีงานวิจัยพบว่า… เด็กชั้น ม.ต้นที่บอกว่าตัวเองถูก Cyberbullying อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง มีถึง 45% เพราะการกลั่นแกล้งในโลกไซเบอร์นั้น เป็นสิ่งที่ไม่จำกัดสถานที่ ไม่ต้องไปโรงเรียนแล้วจึงจะถูกแกล้ง บางทีอยู่ที่บ้านในห้องนอน เปิดมือถือมาก็เจอว่าถูกเพื่อนโพสต์ด่า เพราะอินเทอร์เน็ตมันใช้ง่าย เร็วด้วย เผยแพร่ไปได้ทุกที่ แค่อยากพิมพ์มันก็พิมพ์ได้เลย

ตามสถิติ Cyberbullying จะพบมากหน่อยก็ในเด็กมัธยมหรือช่วงวัยรุ่นส่วนใหญ่ ประมาณ ม.1-ม.4 เป็นวัยที่เด็กมีมือถือกันแล้ว และเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่าย และอายุที่พบก็น้อยลงเรื่อยๆ

วิธีสังเกต สัญญาณเตือนเมื่อ ลูกโดนเพื่อนแกล้ง

สำหรับ สัญญาณเตือนเมื่อ ลูกโดนเพื่อนแกล้ง คุณหมอมินอธิบายว่า… เรื่องภายในจิตใจ บางทีจะไม่แสดงออกมาชัดเจน และไม่ได้แสดงออกทันที แต่มันจะเป็นปัญหาที่เก็บเอาไว้นานพอสมควรถึงจะแสดงออกมา ในช่วงแรกเด็กก็จะทนๆ ไปก่อน เพราะบางทีก็กลัวว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ บางคนกลัวว่าพ่อแม่จะริบมือถือ ก็อยากให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตพฤติกรรม ในเรื่องของอารมณ์ เรื่องของการเรียน คือเด็กอาจจะเริ่มด้วยปัญหาไม่ชอบโรงเรียน ไม่อยากไปเรียน

มีอาการทางกายบางอย่างแสดงออกมา เช่น ปวดหัว ปวดท้อง บางทีก็เกิดจากจิตใต้สำนึกที่เด็กไม่อยากไปโรงเรียนนั่นแหละ ในเรื่องของอารมณ์ก็จะซึมเศร้า วิตกกังวล แยกตัว ซึมหรือเงียบไป ไม่เหมือนเดิม หรือเวลาเล่นโทรศัพท์แล้ว ลูกสีหน้าเปลี่ยนไป เพราะอาจเจอ Cyberbullying เข้า บางทีรุนแรงถึงขั้นทำร้ายตัวเองได้

Must read : 5 สัญญาณเตือน “ลูกอาจมีปัญหาที่โรงเรียน”

พ่อแม่ต้องทำอย่างไรให้ลูกเปิดใจพูดปัญหาว่า “ถูกเพื่อนกลั่นแกล้ง”

ถ้าพ่อแม่อยากจะเป็นที่ปรึกษาให้ลูก อยากให้ลูกพูดเปิดใจ พ่อแม่จะต้องสร้างความใกล้ชิด คอยรับฟังเด็กตั้งแต่ตอนเล็กๆ เพราะพอโตขึ้นตามธรรมชาติของเด็กวัยรุ่นมักจะห่างพ่อแม่ติดเพื่อนและเชื่อเพื่อนมากกว่าแล้ว

ดังนั้นเราจะต้องเริ่มตั้งแต่เด็กยังเล็กๆ ยกตัวอย่างวิธีง่ายๆ ตั้งแต่เล็กพ่อแม่ควรมีเวลาพูดคุยเรื่องที่โรงเรียน ถามเด็กว่าตอนไปโรงเรียนเป็นยังไงบ้าง เกิดอะไรขึ้นบ้าง มีใครทำอะไรที่หนูไม่ชอบมั้ย เหมือนเป็นการสร้างสะพานให้เด็กรู้สึกว่าเรื่องแบบนี้มันสามารถคุยกับพ่อแม่ได้นะ พ่อแม่เป็นที่พึ่งพิงให้เขาได้ ก็จะสร้างความไว้วางใจให้เด็กรู้สึกว่าสนิทสนมกับเราได้ค่ะ

***ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องมีเวลาให้เขา ไม่ใช่ทำงานจนไม่มีเวลาให้กับลูกเลย พ่อแม่บางคนทำงานหนักแล้วพอเจอลูกก็มีแต่ดุ ตำหนิเด็ก เด็กก็จะคิดว่าถ้าเล่าให้พ่อแม่ฟังก็อาจจะทำให้เกิดปัญหามากกว่าเดิม เด็กก็จะเลือกที่จะเก็บเงียบค่ะ

Must read :  30 คำถามหลังเลิกเรียน ไขปริศนา ลูกถูกเพื่อนแกล้ง หรือไม่?

ทั้งนี้คุณหมอมินยังบอกอีกว่า … การไปหาจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น เพื่อขอคำแนะนำนั้นไม่ได้หมายความว่าลูกต้องป่วยเป็นโรคทางจิตเสมอไป คิดว่าปัจจุบันมีผู้ปกครองเข้าใจในเรื่องนี้มากขึ้นพอสมควร แต่ก็อยากบอกว่าถึงจะยังไม่ได้เป็นอะไรสงสัยเฉยๆ ก็เข้ามาปรึกษาได้

ซึ่งคุณหมอก็ให้คำแนะนำ และทุกเรื่องที่เข้ามาปรึกษา รวมถึงประวัติต่างๆ ก็จะถูกเก็บเป็นความลับ ถ้าไม่ได้รับการอนุญาตจากผู้ปกครอง แพทย์ก็ไม่มีสิทธิ์เปิดเผยข้อมูลอยู่แล้วค่ะ เพราะฉะนั้นอยากให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจได้เลย และรีบมาปรึกษาดีกว่าปล่อยทิ้งไว้จนมันสายไป

อย่างไรก็ดีคุณหมอมิน ยังได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “การถูกกลั่นแกล้งเป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆ บางคนอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็ก แต่มันก็กระทบถึงจิตใจในระยะยาวได้ หมอไม่อยากให้นิ่งนอนใจ ควรปรึกษาผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดและไว้วางใจ หรือส่งคำถามไปที่เว็บไซต์ stopbullying.lovecarestation.com หรือสายด่วนสุขภาพจิต 1323 จะมีเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญสามารถให้คำแนะนำและวิธีรับมือได้นะคะ”

อ่านต่อบทความอื่นๆที่น่าสนใจ คลิก : 


ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงดีๆ จากกระทู้พันทิป เผยวิธีรับมือเมื่อถูกเพื่อน Bullying กับ Expert Account Pantip : หมอมินเพจเข็นเด็กขึ้นภูเขา pantip.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อาการเหม็นสามีของคนท้อง

“มาร์กี้” ไล่ “ป๊อก” ออกจากห้อง หมอชี้! อาการเบื่อสามีตอนท้อง

อาการเบื่อสามีตอนท้อง เป็นอาการแพ้ท้องอย่างหนึ่ง ที่แม่ท้องก็ไม่ได้อยากจะเป็น แต่เนื่องจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงขณะตั้งครรภ์ ทำให้มีอาการ “เหม็นหน้าผัว” เหมือนกับ “มาร์กี้-ราศรี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์” กำลังประสบอยู่ตอนนี้

“มาร์กี้” ไล่ “ป๊อก” ออกจากห้อง หมอชี้! อาการเบื่อสามีตอนท้อง

เบบี๊อย่าพูดเยอะ!…นี่คือหนึ่งในอาการ “เหม็นผัว”….เหม็นเพราะว่าผัวพูดเยอะ!….ยูไปเหอะ!!! ตามที่ มาร์กี้-ราศรี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์ และ ป๊อก-ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ ได้ประกาศข่าวดีให้กับแฟน ๆ ได้ทราบว่ากำลังจะมีทายาทเร็ว ๆ นี้ โดยทั้งคู่ได้ประกาศข่าวดีผ่านทางรายการเรียลลิตี้ ป๊อกกี้ on the run ไปนั้น โดยได้เล่าถึงความดีใจที่จะได้เป็นคุณพ่อคุณแม่ และในตอนนี้ มาร์กี้ ก็อยู่ในช่วงที่แพ้ท้องหนักมาก ซึ่งอาการแพ้ท้องนี้เป็นสิ่งที่ มาร์กี้ ก็ไม่ทันได้ตั้งตัว ทำให้มี อาการเบื่อสามีตอนท้อง ทำให้ทั้ง ป๊อก และ มาร์กี้เอง ก็ไม่รู้จะรับมือกับอาการนี้อย่างไร ไปชมคลิปรายการ ป๊อกกี้ on the run ได้ที่นี่ค่ะ

 

อาการเบื่อสามีตอนท้อง เป็นเพราะอะไร?

ช่วงเวลาของการตั้งครรภ์ เป้นช่วงที่ร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก รวมถึงฮอร์โมนในร่างกายก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย ส่งผลให้อารมณ์ของแม่ท้องเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน โดยในแม่ท้องบางคนจะมีอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ หงุดหงิด โมโหง่าย และนอกจากฮอร์โมนที่ส่งผลกระทบกับอารมณ์ของแม่ท้องแล้ว ความกังวลก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้แม่ท้องเหม็นหน้าสามีได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นความกังวลในความรับผิดชอบอีกชีวิตหนึ่งเพิ่มขึ้น ความกังวลในรูปร่างผิวพรรณที่เปลี่ยนแปลงไป ความกังวลในการเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิต เป็นต้น จึงทำให้แม่ท้องมี อาการเบื่อสามีตอนท้องได้ และนี่เป็น 9 เหตุผลของแม่ท้องที่มีอาการ เหม็นสามี

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 9 เหตุผลของแม่ท้องที่มี อาการเบื่อสามีตอนท้อง

ผักผลไม้ที่มีสารเคมีตกค้างมากที่สุด

แม่เช็กก่อนซื้อ! นี่คือ 6 ผักผลไม้ที่มีสารเคมีตกค้างมากที่สุด

กระทรวงเกษตรฯ เตือนแม่! เช็กก่อนซื้อ นี่คือ 6 ผักผลไม้ที่มีสารเคมีตกค้างมากที่สุด และ ผักผลไม้ ที่ปลอดสาร 100% จะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันค่ะ

แม่เช็กก่อนซื้อ! นี่คือ 6 ผักผลไม้ที่มีสารเคมีตกค้างมากที่สุด 2561

ผักและผลไม้ ถือเป็นแหล่งอาหารที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับลูกน้อยในวัยที่กำลังเจริญเติบโต เพราะเป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่มีดีต่อร่างกาย และยังมีคุณสมบัติของการเป็นแหล่งใยอาหาร ซึ่งเป็นสารที่ช่วยทำให้ระบบการย่อย ระบบการขับถ่ายของลูกน้อยทำงานได้อย่างปกติอีกด้วย นอกจากนี้ผักและผลไม้บางชนิดยังมีสารพิเศษที่ช่วยทำหน้าที่คล้ายยาป้องกัน และรักษาโรคบางชนิด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนเลือกซื้อผักและผลไม้ให้ลูกน้อยกินคุณแม่ต้องระวังให้ดี เพราะล่าสุดมีการตรวจพบว่าผักผลไม้ในตลาดมีสารพิษตกค้างอยู่หลายชนิด

ซึ่งทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ดำเนินโครงการเฝ้าระวัง สารพิษตกค้าง ในผักและผลไม้สด ตามเกณฑ์มาตรฐานของไทย

โดยการดำเนินงานในปี 2561 คือ มีการเก็บตัวอย่างผักและผลไม้สดทั้งหมด 41 ชนิดพืช รวม 7,054 ตัวอย่างจากทั่วประเทศ ซึ่งมี ผัก ผลไม้ ที่ผ่าน มาตรฐานร้อยละ 88.8 และ ผลไม้ ผักที่มีสารเคมีตกค้างมากที่สุด หรือ ไม่ผ่าน มาตรฐานร้อยละ 11.2

ซึ่งเมื่อนำปริมาณที่ตรวจพบในผักและผลไม้สด มาประเมินความเสี่ยงของผู้บริโภค พบว่า… ร้อยละ 99.86 อยู่ในระดับที่ปลอดภัย

ซึ่งด้านกรมวิชาการเกษตร ได้เก็บตัวอย่างจากแปลงที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) จำนวน 2,007 ตัวอย่าง และแปลงที่อยู่ระหว่างการตรวจรับรองมาตรฐานการปฏิบัติที่ดีทางการเกษตร (GAP) จำนวน 2,372 ตัวอย่าง ผลการตรวจพบว่า… ตัวอย่างที่เก็บจากแปลงเกษตรกรที่ได้รับการรับรอง GAP ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ร้อยละ 93.7

ส่วนแปลงที่อยู่ระหว่างขอรับการรับรอง GAP ผ่านเกณฑ์มาตรฐานร้อยละ 91 ซึ่งทั้ง 2 แหล่ง มีผลการวิเคราะห์ใกล้เคียงกัน เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ปฏิบัติตามมาตรฐาน GAP โดยจะมีเกณฑ์ที่ควบคุมดูแลการใช้สารเคมีอย่างเข้มงวด

 

เช็ก >> “ผักผลไม้ 6 อันดับ สารพิษตกค้าง-ปลอดสาร” คลิกหน้า 2

กิจกรรมปิดเทอม เดอะมอลล์

พบกับ กิจกรรมปิดเทอม สุดหรรษาที่ เดอะมอลล์ ตลอดเดือนตุลาคมนี้

เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์  ต้อนรับปิดเทอมเดือนตุลาคม  ชวนคุณหนูๆ สนุกอย่างสร้างสรรค์ พร้อมใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์กับทุกคนในครอบครัว ด้วย กิจกรรมปิดเทอม สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ต่อเนื่องตลอดเดือนตุลาคมนี้

โปเกมอน ออน ทัวร์ 2018 ภาคใหม่ล่าสุด

โปเกมอน ออน ทัวร์ 2018
โปเกมอน ออน ทัวร์ 2018 ภาคใหม่ล่าสุด ซัน แอนด์ มูน

เริ่มต้น กิจกรรมปิดเทอม ช่วงเวลาแห่งความสุขของคุณหนูๆ ไปกับ โปเกมอน ออน ทัวร์ 2018 ภาคใหม่ล่าสุด ซัน แอนด์ มูน ในงาน “The Mall Shopping Center Family Day” จัดขึ้นโดยเดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ร่วมกับ บัตรเครดิต เอสซีบี เอ็ม วีซ่า (SCB M VISA) และบัตรเครดิต อิออน

พบกิจกรรมไฮไลท์ อาทิ พิคาชู แดนซ์  พิเศษสุด! ทดลองใส่ Z-Ring ลิขสิทธิ์แท้จาก TAKARA TOMY ให้น้องๆ ได้มีส่วนร่วมไปกับเอฟเฟกต์แสง-เสียง-สั่น ของท่าไม้ตาย Z ใน พิคาชู แดนซ์, ตื่นตาไปกับ“พิคาชู แลนมาร์ค” ขนาดยักษ์ สูงกว่า 8 เมตร, เอาใจแฟนคลับรุ่นจิ๋ว พิคาชู มีท แอนด์ กรี๊ด พร้อมสนุกไปกับเกมส์ต่างๆ และพลาดไม่ได้กับสินค้าไฮไลท์โปเกมอนลิขสิทธิ์แท้ที่ยกขบวนมาให้ช้อปอย่างจุใจ

พิเศษสมาชิก M Card เมื่อช้อปภายในศูนย์ฯ ครบ 4,500 บาท รับฟรี !หมอนรองคอโปเกมอนสุดน่ารัก พิเศษเมื่อช้อปครบ 8,000 บาท รับฟรี ! หมอนผ้าห่มโปเกมอน จากแครอท ธนิยตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2561 ที่ เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ทุกสาขา

The Mall Bangkhae Pet Fun Fest

เพ็ทไอดอล
น้องกะเพรา น้องชาเย็น และน้องข้าวซอย”เพ็ทไอดอลที่กำลังดังบนโลกออนไลน์

กิจกรรมปิดเทอม เอาใจคุณหนูๆ ที่รักสัตว์เลี้ยงในงาน “The Mall Bangkhae Pet Fun Fest” จัดขึ้นโดยเดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ร่วมกับ ร้าน เพ็ท เลิฟเวอร์ เซ็นเตอร์ สาขาบางแค และแบรนด์เจอร์ไฮ เตรียมพบ “น้องกะเพรา น้องชาเย็น และน้องข้าวซอย”เพ็ทไอดอลน้องหมาที่กำลังดังบนโลกออนไลน์ ที่มาโชว์ความฉลาดแสนซน ร่วมชมการประกวดชุดน้องหมาคู่กับเจ้าของเพื่อชิงรางวัล, ตรวจสุขภาพน้องหมา และกิจกรรมการกุศลระดมทุนช่วยสัตว์จรเพื่อสนับสนุนมูลนิธิเดอะวอยซ์เสียงจากเรา นำโดยเก๋-ชลดา เพลิดเพลินไปกับ Pet Market ช้อปปิ้งสินค้าไฮไลท์สำหรับสัตว์เลี้ยงสุดน่ารัก

พิเศษสมาชิก M Card ช้อปภายในศูนย์ฯ ครบ 500 บาท ฟรี ! ถ่ายรูปคู่กับสัตว์เลี้ยงและสิทธิพิเศษมากมายระหว่างวันที่ 18 – 21 ตุลาคม 2561 ที่ แกรนด์ ฮอลล์ ชั้นจี เดอะมอลล์  บางแค​

Finn Planet สุดยอดสวนสนุกบ้านลมผจญภัย ที่เดอะมอลล์โคราช

Finn Planet เดอะมอลล์ โคราช
Finn Planet เดอะมอลล์ โคราช สุดยอดสวนสนุกบ้านลมผจญภัยใหญ่ที่สุดในเมืองไทย

เปิดประสบการณ์ความสนุก และความตื่นเต้นสุดเอ็กซ์ตรีมไร้ขีดจำกัด “Finn Planet” สุดยอดสวนสนุกบ้านลมผจญภัยใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ที่ ฝั่งอาคารใหม่ชั้น 3 เดอะมอลล์ โคราช ความมันส์ที่คุณห้ามพลาดแม้แต่ด่านเดียวทั้งด่านขวากหนามวัดใจ บอลยักษ์สังหาร ลานประลอง ผาวัดใจ ฯลฯ พิเศษโปรโมชั่นตลอดเดือนตุลาคมนี้!!! มา 4 จ่าย 3 เท่านั้น สมาชิก M Card และบัตรเครดิต SCB M VISA ลดทันที 20% (จากราคาปกติ) ซื้อบัตรได้ที่ Finn Planet วันธรรมดา 1 ชั่วโมง บัตรราคา 170 บาท และทั้งวัน บัตรราคา 340 บาท วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 1 ชั่วโมง บัตรราคา 190 บาท และ 3 ชั่วโมง บัตรราคา 360 บาท จะเร้าใจขนาดไหน เหล่าวัยทีนต้องมาลองสัมผัส กิจกรรมปิดเทอม สุดฟินด้วยตัวเอง

Fantasia Lagoon – Big Fun Big Journey

สวนน้ำแฟนตาเซีย ลากูน
พบโปรโมชั่นสุดพิเศษที่ สวนน้ำแฟนตาเซีย ลากูน และรับของรางวัลจากพี่ๆ

ส่งท้าย กิจกรรมปิดเทอม กับงาน “Fantasia Lagoon – Big Fun Big Journey” โดยเดอะมอลล์  ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ร่วมกับ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), และบริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด ชวนคุณหนูๆ สนุกไปกับสวนน้ำดินแดนแห่งจินตนาการ ครั้งแรก! กับไอเท็มสุดฮิต   “แพยางยูนิคอร์นยักษ์” ขนาด 3 เมตร ที่จะมาสร้างสีสันให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น และรับของรางวัลจากพี่ๆ Mascot The 4 Fantasia ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์

โปรโมชั่นพิเศษ เมื่อซื้อบัตรเข้าสวนน้ำ ครบทุก 700 บาท รับฟรี! กระเป๋าใส่อุปกรณ์อาบน้ำ Shower Bag Limited Edition จำนวน 1 ใบ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2561 ที่สวนน้ำแฟนตาเซีย ลากูน เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน,บางแค, บางกะปิ และโคราช

โปรโมชั่นสุดพิเศษ ตลอดเดือนตุลาคม ที่ เดอะมอลล์ ทุกสาขา

สมาชิก M Card ช้อปในศูนย์การค้าครบทุก 1,000 บาท (รวมใบเสร็จ) รับ 1 สิทธิ์ ลุ้นผ่าน M Card แอปพลิเคชัน ลุ้นทริปที่พักโซเนวาคีรี เกาะกูด จังหวัดตราด 3 วัน 2 คืน พร้อมตั๋วเครื่องบินไป-กลับ สุด Exclusive จำนวน 4 รางวัล รวมมูลค่า 1,140,000 บาท และลุ้นรับแพ็คเกจที่พัก AVANI Huahin Resort & Villas Deluxe Pool Access Room 2 วัน1 คืน จำนวน 4 รางวัล รวมมูลค่า 22,000 บาท

สิทธิพิเศษลูกค้าบัตรเครดิต SCB M VISA ช้อปในศูนย์ฯ ครบ 5,000 บาทขึ้นไป / เซลส์สลิป รับบัตรกำนัลห้างฯ มูลค่า 500 บาท
สิทธิพิเศษลูกค้าบัตรเครดิตอิออน ช้อปในศูนย์ฯครบ 3,500 บาท ขึ้นไป (รวมใบเสร็จ) รับบัตรกำนัลบาร์บีคิว พลาซ่า สูงสุด 1,000 บาท และรับของสมนาคุณ พิเศษ! เฉพาะวันศุกร์ – วันอาทิตย์ ช้อปในศูนย์ฯ ครบ 3,000 บาทขึ้นไป / เซลส์สลิป รับบัตรกำนัลห้างฯ มูลค่า 300บาท

สนุกทุกวัน ทั้งครอบครัว พร้อมสาระความบันเทิง กับ กิจกรรมปิดเทอม ที่ “เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์” ตั้งใจจัดให้คุณได้ในงาน “The Mall Shopping Center Family Day” ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2561  ที่เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ทุกสาขา

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ปิดเทอมทำอะไรดี มีประโยชน์ต่อร่างกายและสมอง

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

โรคฮิตปลายฝนต้นหนาว

ระวังลูกป่วยแน่! 6 โรคฮิตปลายฝนต้นหนาว

พ่อแม่ระวังลูกน้อยให้ดี นี่คือ 6 โรคฮิตปลายฝนต้นหนาว ที่ลูกน้อยของคุณอาจป่วยแน่ๆ ไม่โรคใดก็โรคหนึ่ง แล้วจะมีโรคใด และวิธีรับมืออย่างไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

ระวังลูกป่วยแน่ 6 โรคฮิตปลายฝนต้นหนาว

เพราะในระหว่างเดือนกันยายน – ตุลาคม มักเป็นช่วงที่อากาศกำลังเปลี่ยนแปลง คือ เริ่มเย็นลง  ซึ่งสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยระวัง และทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มักออกมาเตือนบ่อยๆ ก็คือ โรคฮิตปลายฝนต้นหนาว เพราะด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวน บางพื้นที่ยังมีฝนตกสลับอากาศร้อน และอากาศเริ่มเย็นลงในช่วงเช้า ขณะที่ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อาจทำให้ติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง อย่าง เด็กเล็กและผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งเสี่ยงเจ็บป่วยได้ง่ายกว่ากลุ่มอื่น

โรคฮิตปลายฝนต้นหนาว

ถึงแม้เราจะหลีกเลี่ยงสภาพอากาศ และอาการป่วยของลูกน้อยได้ แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ควรรู้ว่า มี โรคฮิต ช่วง ปลายฝนต้นหนาว อะไรบ้างที่ลูกอาจป่วยได้ พร้อมกับทราบถึงวิธีรับมือดูแลรักษา เพื่อให้ลูกหาย หรือไม่เป็นหนักขึ้นกว่าเดิม ตามมาดูกันเลยค่ะ

โดยมีข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 1 ตุลาคม 2561 พบผู้ป่วย โรคไข้หวัดใหญ่ 130,448 ราย

  • เสียชีวิตแล้ว 21 ราย
  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในช่วงวัยรุ่นและวัยทำงาน อายุ 25-34 ปี
  • รองลงมา 35-44 ปี

ส่วน ผู้ป่วยโรคปอดบวม 214,283 ราย เสียชีวิต 155 ราย

  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
  • รองลงมาคือกลุ่มเด็กเล็ก อายุระหว่าง 5 – 10 ขวบ หรือต่ำกว่า

 

อ่านต่อ “6 โรคฮิต ลูกเป็นแน่ ช่วงปลายฝนต้นหนาว” คลิกหน้า 2

คำศัพท์ใช้ พาลูก เที่ยวทะเล

พาลูก เที่ยวทะเล สไตล์เด็กสองภาษา ต้องพูดยังไงบ้าง

พาลูก เที่ยวทะเล เป็นอีกหนึ่งภารกิจยอดฮิตของครอบครัว ที่ลูกน้อยได้ใช้ช่วงเวลาสั้นๆเล่นสนุกในช่วงปิดเทอม หลังจากเคร่งเครียดกับการเรียนมาตลอดทั้งเทอม แถมยังเป็นโอกาสที่พวกเขาจะได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่จากสถานที่ท่องเที่ยวน่าประทับใจ และมีกิจกรรมแสนสนุกให้ทำตลอดทั้งวัน รวมถึงการฝึกภาษาอังกฤษตามสไตล์เด็กสองภาษาด้วย

อ.คริส และน้องวินขออาสาเป็นตัวช่วยในการสอนภาษาอังกฤษ ตอน พาลูก เที่ยวทะเล  กันมากขึ้น กับ รายการ Kids Talk ในช่วง Daddy Talks โดยอาจารย์คริส คริสโตเฟอร์ ไรท์ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษชื่อดัง และในฐานะคุณพ่อลูก 2 พาทุกคนไปเรียนรู้คำศัพท์และประโยคเวลา พาลูก เที่ยวทะเล  ด้วยเทคนิคแบบง่ายๆเพื่อใช้สอนลูกน้อย ส่วนจะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ

รวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษเวลา พาลูก เที่ยวทะเล แบบเด็กสองภาษา

ต้องพูดยังไงบ้าง

 

ท้องทะเลของเมืองไทยหลายแห่ง เช่น หมู่เกาะสิมิลัน  หมู่เกาะสุรินทร์ เกาะตะรุเตา เกาะหลีเป๊ะ ติดอันดับทะเลที่สุดในโลก ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศทั้งฝั่งอันดามัน และฝั่งอ่าวไทย คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกพาลูกไปสัมผัสกับความอัศจรรย์ของธรรมชาติ ทั้งน้ำทะเลสีเขียวมรกต หาดทรายขาวบริสุทธิ์ ดำน้ำดูปะการัง หรือทิวทัศน์สวยงามของหมู่เกาะต่างๆ เพื่อเก็บไว้เป็นประสบการณ์ที่ดี พร้อมกับปลูกฝังแนวคิดเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติไปได้

 MUST READ :  เทคนิค ฝึกลูกเก่งอังกฤษ แบบไม่น่าเบื่อ

 MUST READ :5 เทคนิครับมือเหตุไม่คาดฝัน! เมื่อพาลูกเตาะแตะเที่ยวนอกบ้าน

สำหรับครอบครัวไหนที่ไม่สะดวกเดินทางไกลหลายวัน ยังมีทะเลใกล้กรุงเทพหลายแห่งที่สวยงามไม่แพ้ทะเลปักษ์ใต้ อย่าง ทะเลพัทยา หรือทะเลหัวหิน ให้ พาลูก เที่ยวทะเล แบบไปเช้าเย็นกลับได้สบายๆ แถมยังมีกิจกรรมริมชายหาด ที่ทุกคนในครอบครัวร่วมสนุกด้วยกันได้ตลอดวัน ได้ฝึกกล้ามเนื้อและเสริมทักษะจินตนาการต่างๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น การก่อปราสาททราย เล่นน้ำทะเล ขี่ม้า เล่นว่าว หรือสอนให้ลูกรู้จักกับปรากฎการณ์ธรรมชาติเกี่ยวกับทะเล อย่าง น้ำขึ้นน้ำลง พระอาทิตย์ขึ้นและลง ที่เด็กๆ อาจไม่ค่อยมีโอกาสเห็นที่บ้านด้วย

ทุกกิจกรรมที่กล่าวมานี้ คุณพ่อคุณแม่ลองเปลี่ยนมาเป็นบทสนทนาแบบง่ายๆ ให้ลูกได้ลองพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในช่วงที่ พาลูก เที่ยวทะเล  พร้อมกับเรียนรู้คำศัพท์และประโยคแปลกใหม่ เสริมสร้างทักษะเพื่อต่อยอดเป็นเด็กสองภาษา สองวัฒนธรรมที่เก่งขึ้นในอนาคต

 

ตามมาดูอ. คริสกับน้องวิน ไปทำความรู้จักกับคำศัพท์ใช้ระหว่างท่องเที่ยวช่วงปิดเทอม กับรายการ KidsTalk ช่วง DaddyTalks ตอน  พาลูกเที่ยวทะเล กันเลยค่ะ

 

 

คำศัพท์ พาลูก เที่ยวทะเล น่ารู้

hydrated                                                          ร่างกายมีน้ำเพียงพอ

dehydrated / dehydration                           ร่างกายขาดน้ำ

sunblock / sunscreen                                    ครีมกันแดด

shell                                                                   เปลือกหอย

shellfish                                                            สัตว์น้ำมีเปลือก เช่น กุ้ง หอย ปู

wave                                                                   โบกมือ / คลื่น

buoy                                                                    มีทุ่นอยู่ในน้ำ

beach                                                                  ชายหาด

high tide                                                             น้ำขึ้น

low tide                                                               น้ำลง

island                                                                   เกาะ

jellyfish                                                               แมงกะพรุน

dig                                                                         ขุด

 

ประโยค พาลูก เที่ยวทะเล น่าใช้

What shall we do?                       เราจะทำอะไรกันดี?

Let’s go to the beach                      ไปชายหาดกัน

It looks like a jelly. That’s why they call the jelly fish

มันดูเหมือนเยลลี่ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงมีชื่อว่า เจลลี่ฟิช (หรือแมงกะพรุน)

It’s dangerous and poisonous    มันอันตรายและมีพิษ

Stay away from the jellyfish        อยู่ห่างๆ แมงกะพรุนไว้

You aren’t allow to touch it, because it’s dangerous and poisonous

ห้ามจับเด็ดขาด เพราะมันอันรายและมีพิษ

You can’t touch this!                       ห้ามจับเด็ดขาด

Are you digging?                              ลูกกำลังขุดทรายอยู่เหรอ

Are you making a sand castle?     ลูกกำลังก่อปราสาททรายอยู่หรอ?

I’m making a volcano mountain.   ผมกำลังสร้างภูเขาไฟ

 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับประโยคและคำศัพท์ที่ใช้พูดคุยเวลา พาลูก เที่ยวทะเล  เมื่อรู้แล้วคุณพ่อคุณแม่สามารถนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร คุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

 

⇒ ชมคลิปอื่นๆ ของรายการ Kids Talk : ช่วง Daddy Talks

 

 

WPP ประกาศความร่วมมือกับ UN Women ร่วมปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์ เพื่อความเสมอภาคทางเพศ

WPP สานต่อความร่วมมือกับ UN Women เพื่อร่วมผลักดันนโยบายตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Global Goals) ภายใต้โครงการ the Common Ground Initiative

นิวยอร์ก, 27 กันยายน 2018 กลุ่มบริษัท WPP โดยเอเจนซี่ในเครือ WPP และ GroupM ทั่วโลกพร้อมให้การสนับสนุนด้านสื่อและความคิดสร้างสรรค์กับ UN Women โดยไม่มีค่าดำเนินการ เพื่อช่วยสร้างแรงผลักดันและเป็นพลังให้กับสตรีและเด็กในสังคม ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของทั้งภาคเอกชนและผู้นำองค์กรการกุศลที่เข้าร่วมการประชุม SDG-5 Summit เพื่อส่งเสริมแนวคิดด้านความเท่าเทียมกันทางเพศตามนโยบายตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ

การสนับสนุนครั้งสำคัญนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนแนวคิดด้านความเท่าเทียมกันทางเพศ รวมไปถึงการส่งเสริมศักยภาพของผู้หญิงทุกช่วงวัยตามนโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติข้อที่ 5 (SDG-5) จากความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ WPP ได้สนับสนุนพื้นที่สื่อเป็นงบประมาณกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ WPP ได้จัดสรรงบประมาณสำหรับซื้อสื่อเพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ไปแล้วกว่า 6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับการสนับสนุนแคมเปญต่างๆ ของ UN Women จนถึงปัจจุบัน

Phumzile Mlambo-Ngcuka, Executive Director จาก UN Women กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงด้านมุมมองและการให้คุณค่าต่อเพศหญิง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมที่มีความเท่าเทียมกัน อุตสาหกรรมด้านการตลาดและโฆษณาถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวของเรา เนื่องจากอุตสาหกรรมนี้สามารถปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมต่างๆ ได้อย่างทรงพลัง UN Women และ WPP จะร่วมกันสร้างทั้งความตระหนักรู้และการเปลี่ยนแปลงค่านิยมเกี่ยวกับความไม่เท่าเทียมทางเพศ และความร่วมกันในโอกาสนี้จะช่วยให้เราได้ประโยชน์จากทั้งความคิดสร้างสรรค์และเครือข่ายด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่กว้างขวางของ WPP ความร่วมมือนี้ยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้หญิงจำนวนมากทั่วทุกมุมโลกกำลังลุกขึ้นมาแสดงพลังของพวกเขาต่อการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่างๆ ทั้งความรุนแรง การคุกคามทางเพศ หรือแม้แต่การเรียกร้องรายได้ที่เท่าเทียมกัน

แถลงการณ์ในวันนี้ถือเป็นการยืนยันว่า WPP จะร่วมมือกับ UN Women องค์กรระดับนานาชาติที่มุ่งส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ เพื่อช่วยส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือ ในโอกาสนี้ Mark Read, CEO ของ WPP ได้ลงนามยอมรับหลักการ the Women’s Empowerment Principles อันเป็นแนวทางสำหรับการประกอบธุรกิจที่จัดทำขึ้นโดย UN Women and UN Global Compact เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของเพศหญิงทั้งในบริบทของการทำงาน ตลาดแรงงาน และสังคม

พันธสัญญาระดับโลกเพื่อการขับเคลื่อนสังคมจากระดับท้องถิ่นแบบระยะยาว

ความร่วมมือครั้งสำคัญของ WPP ในโอกาสนี้เป็นส่วนหนึ่งของพันธสัญญาระยะยาวเพื่อการสร้างสังคมที่มีความเสมอภาคทางเพศ อันหมายรวมถึงการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ความร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติภายใต้โครงการ Common Ground Initiative ที่จัดตั้งขึ้นครั้งแรกในงาน Cannes Lions International Festival of Creativity เมื่อปี 2016

และในปี 2019 ทาง UN Women และ WPP จะเริ่มดำเนินแคมเปญใหม่ในชื่อ Creativity for Equality ซึ่งผสานจุดแข็งของทั้ง 2 องค์กรเข้าด้วยกันเพื่อสร้างพลังเพื่อขับเคลื่อนสังคมในแต่ละประเทศ อีกทั้ง 2 องค์กรยังจะร่วมกันสานต่อแคมเปญต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จอย่าง Stop the Robbery โดย Grey NYC และ Draw the Line โดย J. Walter Thompson รวมถึงการใช้สื่อประชาสัมพันธ์สำหรับ UN Women ที่ได้การสนับสนุนจาก GroupM อีกด้วย

แคมเปญ Creativity for Equality จะเริ่มดำเนินการขั้นทดลองใน 6 ประเทศอันได้แก่สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร อินเดีย ตุรกี ไทย และเม็กซิโก โดยกลุ่มเอเจนซี่ภายใต้การบริหารงานของ WPP กว่า 12 แห่งในทั้ง 6 ประเทศข้างต้นจะร่วมสร้างสรรค์กลยุทธ นำเสนอความคิดสร้างสรรค์ และให้การสนับสนุนด้านสื่อเพื่อช่วยผลักดันแคมเปญหลักของ UN Women ทั้ง 2 แคมเปญ ได้แก่ International Women’s Day ในเดือนมีนาคม และ 16 Days of Activism Against Gender Based Violence ในเดือนพฤศจิกายน สำหรับประเทศเม็กซิโกและสหราชอาณาจักรนั้น เอเจนซี่ภายใต้การบริหารงานของ WPP จะสรรสร้างแคมเปญใหม่ๆ โดยอาศัยรากฐานจากแคมเปญเดิมที่พวกเขาเคยพัฒนาให้กับ Un Women ในทั้ง 2 ประเทศนี้

Lindsay Pattison, Chief Transformation Officer ของ WPP กล่าวว่า หน้าที่ของเราภายใต้การร่วมมือกับ UN Women คือการสร้างพลังให้กับผู้หญิง รวมถึงการสร้างความตระหนักและให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องความเสมอภาคทางเพศ ในฐานะที่เราเป็นผู้นำระดับโลกด้านการให้บริการด้านการสื่อสาร เรามีทั้งพลังและศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ที่ช่วยเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับผู้หญิงในสังคมทั่วโลก

J. Walter Thompson หนึ่งในครีเอทีฟเอเจนซี่ภายใต้ WPP จะเป็นผู้รับผิดชอบด้านการสร้างสรรค์แคมเปญที่น่าสนใจสำหรับทุกๆ ประเทศ พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนด้านกลยุทธ์และช่องทางการสื่อสารจาก GroupM  ทั้งนี้  GroupM ยังมุ่งส่งสริมความเท่าเทียมกันทางเพศ โดยเข้าร่วมเป็นหนึ่งในองค์กรที่สนับสนุนโครงการ Global Charity ของ UN Women อันเป็นโครงการที่เป็นส่วนหนึ่งของ the United Nation’s 2030 Agenda for Sustainable Development จนถึงปี 2030 อันเป็นปีสิ้นสุดโครงการอีกด้วย นอกเหนือจากนี้ องค์กรอื่นๆ ในเครือ WPP เช่น กันตาร์ ผู้ให้บริการการวิจัยตลาดและข้อมูลผู้บริโภค รวมไปถึงที่ปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์ต่างๆ จะช่วยให้การสนับสนุนแคมเปญในแต่ละประเทศโดยเฉพาะอีกด้วย

Kelly Clark, Global CEO จาก GroupM กล่าวว่าการใช้ช่องทางการสื่อสารจาก GroupM เพื่อช่วยให้ UN Women บรรลุเป้าหมายด้านความเท่าเทียมทางเพศนั้นมิใช่เพียงความร่วมมือเพื่อการกุศล แต่เป็นสิ่งสำคัญต่อธุรกิจ โครงการนี้เป็นโครงการที่สำคัญยิ่งทั้งต่อพนักงานของเรา ลูกค้าของเรา และเพื่อโลกใบนี้ ด้วยเหตุนี้เราจริงยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนพัฒนาความเป็นอยู่ของผู้หญิงและเด็กในสังคมทุกหนแห่งให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

ณ ขณะนี้ ได้เกิดโครงการภายใต้ Common Ground Initiative ขึ้นแล้ว 26 โครงการ จากความร่วมกันของเอเจนซี่ในเครือ WPP กว่า 33 แห่ง ที่ต้องการจะขจัดความไม่เท่าเทียมทางเพศให้หมดไป

Reference:

https://www.wpp.com/news/2018/09/wpp-announces-industry-leading-partnership-with-un-women

Tags

ซุปไก่ ใส่นมแม่

“ ซุปไก่ ใส่นมแม่ ” เสริมภูมิคุ้มกัน รับปลายฝนต้นหนาว (พร้อมคลิปละเอียด)

ซุปไก่ ใส่นมแม่ อีกหนึ่งเมนูแนะนำสำหรับเด็กวัยเริ่มหม่ำ ที่เต็มไปด้วยสารอาหารจากผักสารพัดชนิด กับโปรตีนจากเนื้อไก่ อร่อยกลมกล่อม และเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยพร้อมรับกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในช่วงปลายฝนต้นหนาว ด้วย “น้ำนมแม่” ได้อร่อย อุ่นอิ่ม สบายท้องแบบนี้ ไม่แน่ลูกอาจร้องขอกินอีกถ้วยก็ได้นะคะ

                เผยสูตร ซุปไก่ ใส่นมแม่ เมนูอร่อยเสริมภูมิคุ้มกัน ทำตามได้ไม่ยาก

เมื่อเช้าช่วงเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล จากปลายฝนสู่ต้นหนาว ที่อากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลันแบบนี้ คุณแม่ควรเพิ่มความแข็งแรงให้ลูกน้อยวัยก่อนขวบ ที่มักเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ เช่น โรคหวัด โรคไข้หวัด โรคหลอดลมอักเสบ เป็นต้นได้ง่าย โดยไม่ต้องพึ่งวิตามินเสริมราคาแพง ด้วยเมนูซุปแสนอร่อยที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น และเติมเกราะป้องกันพิเศษด้วยน้ำนมจากอกแม่มากประโยชน์ที่หาไม่จากอาหารชนิดใดบนโลก

เป็นเรื่องน่ายินดีเมื่อว่าที่คุณแม่ และคุณแม่มือใหม่ตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้นานที่สุด เพราะนอกจากช่วยประหยัดค่านมผงเป็นพันบาทต่อเดือนแล้ว ลูกยังได้รับประโยชน์มากมายจากนมอุ่นๆ จากของแม่ ทั้งการส่งผ่านความรักความผูกพันระหว่างกัน และยังเป็นอาหารชั้นดี ใหม่ สด สะอาด และมีประโยชน์ตั้งแต่หยดแรกที่ลูกได้กิน

นมแม่ อาหารชั้นเลิศของลูกน้อย
ยิ่งให้นมแม่นาน ยิ่งดีกับลูกน้อย

 

สารพัดประโยชน์จากนมจากอกแม่

งานวิจัยหลายชิ้นชี้ชัดว่า การให้ลูกกินนมแม่อย่างเดียวตลอด 6 เดือน จะทำให้สมองโตขึ้นถึง 20 – 30  % เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กที่กินนมผงเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังมีไอคิวสูงกว่าถึง 7 – 10 จุด ดังนั้นหลายประเทศทั่วโลกจึงส่งเสริมให้คุณแม่ให้นมลูกด้วยตัวเอง โดยมีวันหยุดลาคลอดยาวนานถึง 6 เดือน ถึง 1 ปีเต็ม

 

นมแม่มีผลต่อการเติบโตของสมองลูกน้อย
สมองลูกเติบโตดีด้วยการกินนมแม่

 

เด็กที่ได้กินนมแม่อย่างเดียวได้นานตลอด 6 เดือนแรก จะมีเนื้อสมองสีขาวขนาดใหญ่ ซึ่งบ่งชี้ถึงพัฒนาการด้านสังคม อารมณ์และภาษา ทั้งยังยังช่วยลดวามเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่วง ได้แก่ หลอดลม และปอด ในเด็กขวบปีแรกลงถึง 72 % มีโอกาสเป็นโรคปอดบวมน้อยกว่าเด็กที่กินนมน้อยกว่านั้น

นอกจากนี้นมแม่ยังช่วยปรับสมดุลในระบบย่อยอาหาร และขับถ่าย จึงช่วยลดอาการท้องผูก ท้องเสียต่างๆ เพรามีสารที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้อเยื่อลำไส้ ทำให้ผนังลำไส้เจริญเติบโตดี ช่วยปอ้งกันการแพ้โปรตีน และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ได้ ที่สำคัญที่สุดคือนมแม่มีสารภูมิคุ้มกันชั้นเลิศที่เหมาะสมกับลูก และหาไม่ได้จากนมชนิดอื่น ทำหน้าที่เสมือนวัคซีนหยดแรกเพื่อปกป้องลูกจากโรคภัยต่างๆ

 

อ่านต่อ นมแม่หลัง 6 เดือน ยังมีประโยชน์จริงหรือ คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ชื่อน่ารักๆ

202 ชื่อน่ารักๆ แบบแบ่งหมวดหมู่ เก๋ เท่ ทันสมัยไม่มีเอ้าท์

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหา ชื่อน่ารักๆ ชื่อเล่นลูกแบบน่ารัก ทั้ง ชื่อลูกสาว และ ชื่อลูกชาย ตามมาดูไอเดียการตั้งชื่อลูกสุดน่ารัก แบบแบ่งเป็นหมวดหมู่ ดูง่าย รับรองได้ ชื่อน่ารักๆ ให้ลูกแน่นอน

รวม 202 ชื่อน่ารักๆ แบบแบ่งหมวดหมู่ เก๋ เท่ ทันสมัย ไม่มีเอ้าท์

การมี ชื่อน่ารักๆ ก็ช่วยให้ลูกของเราดูน่ารัก น่าเอ็นดูขึ้นได้นะคะ … ซึ่งสำหรับ การตั้งชื่อลูก ที่เป็น ชื่อจริง ส่วนใหญ่คุณพ่อคุณแม่มักยึดถือตามฤกษ์-ดวงเกิด เพื่อให้เป็นสิริมงคลกับชีวิตของลูกน้อย

แต่สำหรับ ชื่อเล่น มักจะตั้งตามความชอบ เช่น ตั้งให้คล้องกับชื่อจริง / คล้องกับคุณพ่อคุณแม่-พี่น้อง หรือ ตั้งตามสิ่งที่คุณแม่ชอบกินตอนแพ้ท้อง  ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่คนไหนที่อยากได้ ชื่อเล่นลูก แบบ ชื่อน่ารักๆ เก๋ ๆ หรือ ชื่อเล่นแบบแปลก แต่ฟังแล้วดูดี ทันสมัย เชิญทางนี้ค่ะ

ทางทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้รวบรวมรายชื่อ ที่เลือกสรรมาแล้วกว่า 202 ชื่อ ที่เป็น ชื่อเล่นน่ารักๆ โดยแบ่งหมวดหมู่แยกประเภทมาให้เสร็จสรรพเรียบร้อย ซึ่งไอเดีย ชื่อเล่นน่ารักๆ ของลูกสาว-ลูกชาย จะมีชื่ออะไร แบบไหนบ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ

 

ชื่อน่ารักๆ หมวด “อาหาร ของคาว – ของหวาน – เครื่องดื่ม”

ชื่อน่ารักๆ
ชื่อเล่นน่ารักๆ หมวด “อาหาร ของคาว – ของหวาน – เครื่องดื่ม”

 

ก๋วยเตี๋ยว ขนมเค้ก ขนมจีน ขนมปัง ข้างฟ่าง ข้าวหอม
ข้าวปั้น ข้าวปุ้น ข้าวผัด ข้าวโพด คัพเค้ก คุกกี้
แชมเปญ ชีโต้ส โดนัท แตงกวา ทาโร่ บาเล่ย์
ผักกาด ผักบุ้ง ผัดไท แพนเค้ก พริกแกง พายไก่
ฟองเบียร์ มัฟฟิน เมลอน เยลลี่ โยเกิร์ต ลาเต้
ลูกชิ้น วาฟเฟิล แอปเปิ้ล ไอติม    

 

อ่านต่อ >> “ไอเดีย ชื่อเล่นน่ารักๆ แบบแบ่งหมวดหมู่” คลิกหน้า 2

โปรตีนนมแพะ ดีอย่างไร

โปรตีนนมแพะ ดีอย่างไร ?

โปรตีนนมแพะ ดีอย่างไร ทำไมเราจึงควรดื่มนมแพะ เชื่อว่าในหลายๆ ครอบครัวที่ยังไม่เคยดื่มนมแพะ อาจยังไม่ทราบในเรื่องของคุณค่าสารอาหาร ดื่มแล้วดีต่อสุขภาพร่างกายยังไง เราจะไปหาคำตอบพร้อมกันค่ะ

 

โปรตีนนมแพะ ดีอย่างไร ?

อยากดื่มนมแพะแต่ไม่รู้ว่า โปรตีนนมแพะ ดีอย่างไร กับร่างกาย และนอกจากโปรตีนนมแพะ ยังมีสารอาหารอื่นๆ อีกบ้างหรือเปล่า เชื่อว่าในหลายครอบครัวกำลังมีคำถามในเรื่องของสารอาหารในนมแพะ โดยเฉพาะ “โปรตีนนมแพะ” กันอยู่ ดังนั้นเราจะไปหาคำตอบพร้อมกันค่ะ

สำหรับนมแพะถือเป็นหนึ่งในนมที่ให้คุณค่าสารอาหารธรรมชาติอย่างหลากหลายที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย นมแพะเป็นนมสำหรับทุกคนในครอบครัวที่ไม่ว่าจะเด็ก หรือผู้ใหญ่ก็ดื่มแล้วได้ประโยชน์กันทุกคนค่ะ

แต่ในเด็กเล็กๆ แนะนำว่าควรเริ่มด้วยการดื่มนมแม่ก่อนนะคะ เพราะนมแม่นั้นดีที่สุดสำหรับลูกน้อยตั้งแต่ แรกคลอด เด็กที่ดื่มนมแม่จะไม่มีปัญหาเรื่องการแพ้นม เพราะนมแม่มีโปรตีนที่ย่อยง่าย เมื่อกระเพาะอาหารได้รับนมก็จะย่อยและดูดซึมไปใช้ได้หมดค่ะ

ในเด็กที่อยู่ในช่วงหลังหย่านมแม่ หรือวัยตั้งแต่หลัง 1 ขวบขึ้นไป หากให้ดื่มนมแพะ ถามว่าจะมีโอกาสเกิด อาการแพ้นม แพ้อาหารหรือไม่  ตรงนี้ขอตอบเพื่อให้เข้าใจตรงกันก่อนว่า นมแพะ ไม่ใช่นมสำหรับเด็กที่มีปัญหาเรื่องการแพ้นมมาก่อน แต่นมแพะเป็นนมที่หากจะเลือกดื่ม เพราะกังวลเรื่องเกิดอาการแพ้นม สามารถดื่มได้อย่างสบายใจ เนื่องจากนมแพะมีเปอร์เซ็นต์ทำให้เกิดอาการแพ้น้อยกว่า หรือไม่แพ้เลย นั่นเป็นเพราะว่าในนมแพะมีปริมาณโปรตีนก่อแพ้ หรือเบต้าแลคโตกลอบบูลินน้อยกว่านมวัว 3 เท่า โอกาสเกิดการแพ้จึงน้อยกว่าเด็กที่ได้ดื่มนมวัว

 

แล้ว เบต้าแลคโตกลอบบูลีน คืออะไรล่ะ?

เบต้าแลคโตกลอบบูลีน ก็คือโปรตีนก่อแพ้นั่นเองค่ะ ซึ่งจะเป็นโปรตีนที่มีขนาดใหญ่มาก เมื่อโปรตีนชนิดนี้เข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะกับเด็กๆ ร่างกายจะย่อยได้ยาก ทำให้ตกค้างอยู่ในลำไส้เล็ก เมื่อสะสมมากเข้าก็จะกลายเป็นสารก่อแพ้ที่ไปกระตุ้นทำให้ร่างกายเกิดปฎิกิริยาแสดงอาการแพ้ออกมาให้เห็น เช่น อาเจียน ท้องเสีย ผื่นคัน น้ำมูกไหล ไอ หอบหายใจไม่สะดวก เป็นต้น

 

ประโยชน์ของโปรตีนนมแพะ

อย่างแรกที่จะได้เลยก็คือ ช่วยลดโอกาสเกิดการแพ้น้อยกว่า เพราะว่าโปรตีนนมแพะจะเป็นลักษณะอ่อนนุ่ม เพราะมีสัดส่วนของโปรตีนเบต้าเคซีน (Beta Casein) ซึ่งย่อยง่ายในปริมาณสูง โดยเฉพาะในขวบปีแรกที่ระบบการย่อย และการดูดซึมสารอาหารของลูกยังพัฒนาไม่เต็มที่ จึงทำให้นมแพะเมื่อเข้าสู่ร่างกายลงไปยังกระเพาะอาหารแล้วจะถูกย่อยและดูดซึมได้ง่าย ที่สำคัญในนมแพะยังมี CPP หรือ Casein Phosphopeptides ที่เป็นตัวช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม เหล็ก สังกะสี แมกนีเซียมเข้าสู่ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ร่างกกายแข็งแรง และยังไปช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายอีกด้วยนะคะ

ทีนี้รู้กันแล้วใช่ไหมคะว่า โปรตีนนมแพะทำไมถึงดี และนอกจากโปรตีนนมแพะแล้ว นมแพะยังมี Prebiotics คืออาหารของจุลินทรีย์สุขภาพที่สำคัญต่อระบบทางเดินอาหาร ซึ่งมีหลายชนิด เช่น Inulin & Oligofructose เป็นใยอาหารที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ อย่างแล็กโทบาซิลลัส และไบฟิโดแบคทีเรีย ทำให้จุลินทรีย์สุขภาพเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนขึ้น ช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหารให้ทำงานได้เป็นปกติ ขับถ่ายง่าย ลดอาการท้องผูก ลดการอักเสบบริเวณลำไส้ และที่สำคัญยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้ลูกได้เป็นอย่างดี นมแพะมีประโยชน์กับทุกคนในครอบครัว อยากได้สุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เลือกอาหาร และเลือกนมที่มีประโยชน์ให้คุณค่าสารอาหารครบถ้วน เท่านี้ก็สุขภาพดีได้ตั้งแต่เด็กไปจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่เลยค่ะ

ทำอย่างไรให้ ลูกมีน้ำหนักตัวดี

ทำอย่างไรให้ ลูกมีน้ำหนักตัวดี สมวัย

ทำอย่างไรให้ ลูกมีน้ำหนักตัวดี สมวัย เป็นหนึ่งคำถามที่คุณแม่ถามกันมาบ่อยๆ เลยค่ะ ความจริงแล้วการที่เด็กๆ จะมีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมตามแต่ละช่วงวัย ควรต้องมาจากปัจจัยหลายอย่างร่วมกันค่ะ ฉะนั้นแล้วจะมีวิธีไหนที่ช่วยให้ลูกรักมีน้ำหนักตัวสมวัย เรามีคำแนะนำมาฝากันค่ะ

 

ทำอย่างไรให้ ลูกมีน้ำหนักตัวดี สมวัย ?

อยากรู้กันแล้วใช่ไหมคะว่า ทำอย่างไรให้ ลูกมีน้ำหนักตัวดี สมวัย ก่อนอื่นขอให้คุณพ่อคุณแม่ทำความเข้าใจกันก่อนว่า “น้ำหนักตัว” ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงมาได้จากหลายปัจจัย เช่น กรรมพันธุ์ การเจ็บป่วย ระบบเผาพลาญในร่างกาย โภชนาการอาหารการกิน เป็นต้น

แต่ปัญหาหนึ่งที่พบในเด็กที่อยู่ในวัยกำลังโตตั้งแต่ 1 ขวบขึ้นไป เด็กในช่วงวัยนี้เริ่มที่จะเลือกรับประทานอาหารเองได้มากขึ้น รู้ว่าตัวเองชอบ ไม่ชอบกินอะไร หรือในเด็กบางคนอาจจะไม่ค่อยยอมรับประทานข้าว ห่วงเล่นมากกว่ากิน ฯลฯ ฉะนั้นเพื่อให้ลูกรักมีน้ำตัวสมวัย เรามาดูวิธีแก้ไขในการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้กับเด็กๆ กันค่ะ

 

ถามว่าแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าลูกมีน้ำหนักตามเกณฑ์หรือเปล่า ?

คุณแม่สามารถเช็กได้จากสมุดฉีดวัคซีนที่ได้รับมาจากโรงพยาบาลค่ะ ซึ่งในสมุดจะมีแจงข้อมูลว่าลูกควรได้รับฉีดวัคซีนอะไรบ้างตามช่วงอายุ รวมถึงบอกมาตรฐานเกณฑ์น้ำหนัก ส่วนสูงของเด็กแต่ละช่วงวัยไว้ด้วยค่ะ

 

วิธีแก้ไขปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหารให้กับลูกน้อย

เด็กที่อยู่ในช่วงวัยกำลังโต มักจะเลือกกินแต่อาหารโปรดที่ชอบ เอาหมูทอด ไข่ทอด ฯลฯ แต่ไม่กินผัก กินข้าวคำ น้ำคำ อิ่มแล้วแม่!!! แม่เห็นแบบนี้ร่างกายจะได้สารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายได้ยังไง ใช่ไหมคะ

เด็กจะน้ำหนักตัวดี สูงสมวัย สิ่งสำคัญร่างกายต้องได้รับสารอาหารอย่างหลากหลายในสัดส่วนที่สมดุลกัน สารอาหารที่ร่างกายได้รับอย่างเหมาะสมและเพียงพอก็เพื่อนำไปบำรุงสร้างอวัยวะทุกส่วนของร่างกายให้เจริญเติบโต มีน้ำหนัก ส่วนสูงเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ไปดูแนวทางในการแก้ไขพฤติกรรมการกินให้กับเด็กๆ ว่าคุณแม่จะเริ่มปรับเปลี่ยนกันได้อย่างไรบ้าง…

1. ก่อนมื้ออาหาร ต้องงด

ใช่ค่ะก่อนมื้ออาหารหลัก เช้า กลางวัน เย็น คุณแม่จะต้องไม่ให้ลูกรับประทานของว่างใดๆ เพราะก่อนหน้ามื้ออาหารหลักประมาณ 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง ที่เด็กๆ ได้ดื่มน้ำหวาน น้ำผลไม้ ขนมปังต่างๆ ผลไม้ ก็อาจทำให้เด็กยังรู้สึกอิ่ม จนไม่อยากกินข้าวเลยค่ะ ดังนั้นแนะนำว่าไม่ควรให้อาหาร เครื่องดื่ม ฯลฯ กับลูกก่อนหน้ามื้ออาหารหลักค่ะ

2. สร้างวินัยบนโต๊ะอาหาร

พ่อ แม่ ลูก ถ้าเป็นไปได้ควรนั่งรับประทานข้าวด้วยกัน โดยเฉพาะมื้อเช้า และมื้อเย็น เพราะเป็นมื้ออาหารที่ทุกคนในครอบครัวมีเวลาร่วมกันได้ง่ายสุดก่อนที่จะออกไปทำงาน หรือไปโรงเรียน ในหนึ่งมื้ออาหารจะใช้เวลารับประทานข้าว 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมงโดยประมาณ เมื่อทุกคนรับประทานข้าวอิ่มแล้วให้เก็บอาหารบนโต๊ะ ไม่ปล่อยให้ลูกรับประทานต่อไปเรื่อยๆ เด็กที่ใช้เวลาบนโต๊ะอาหารนานเกินไปจะเกิดอาการเบื่อจนไม่อยากรับประทานข้าวเวลาถึงมื้ออาหาร

3. สร้างบรรยากาศบนโต๊ะอาหาร

เมื่อกำหนดการใช้เวลาบนโต๊ะอาหารสำหรับทุกคนในครอบครัวแล้ว ที่จะใช้ประมาณ 45 นาที – 1 ชั่วโมง พ่อแม่ต้องรับประทานอาหารที่มีหลากหลายบนโต๊ะชี้ชวนให้ลูกเห็นว่าอร่อยแค่ไหน มีการพูดคุยกันเล็กน้อย ไม่ปล่อยให้บรรยากาศการรับประทานข้าวตึงเครียดเกินไป วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นให้ลูกเจริญอาหารได้ดีวิธีหนึ่งเลยค่ะ

4. ไม่มีสิ่งเร้ามายั่วยวนลูกขณะรับประทานข้าว

เห็นหลายบ้านเลยค่ะที่ชอบเปิดการ์ตูนจากทีวี หรือเปิดจากมือถือให้ลูกดูขณะรับประทานข้าว ซึ่งแทนที่จะให้ลูกตักข้าวรับประทานได้เอง ก็กลายเป็นว่าลูกสนใจสิ่งที่พ่อแม่เปิดให้ดูมากกว่า แล้วพ่อแม่ก็ต้องมาคอยป้อนข้าวเข้าปากให้ลูกแทน ฉะนั้นหาก อยากให้ลูกรับประทานข้าวได้หมดจาน และเจริญอาหารได้ดีไม่มีการบังคับให้กินข้าว ต้องเริ่มที่พ่อแม่ด้วยการไม่หยิบยื่นสิ่งยั่วยวนดึงความสนใจลูกไปจากโต๊ะอาหารค่ะ

5. ให้อาหารที่มีกรดไขมันธรรมชาติ

นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารให้ลูกน้อยแล้ว การดูแลเรื่องอาหารการกินก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ เด็กๆ ที่รับประทานข้าวได้น้อย แต่จะไปหนักการดื่มนม แนะนำว่าควรเลือกนมที่มีสารอาหารธรรมชาติที่หลากหลายค่ะ

อย่างการดื่มนมแพะก็ให้ทั้งสารอาหารธรรมชาติหลากหลายชนิด รวมถึงกรดไขมันธรรมชาติ อย่างไขมันในนมแพะย่อยง่ายช่วยให้ลูกรักมีน้ำหนักตัวดี

ไขมันในนมแพะ คือ ไขมัน MCT Oil ตามธรรมชาติ เป็นไขมันสายโซ่ปานกลาง (Medium Chain Triglycerides) มีขนาดเล็กกว่าไขมันในนมวัว ซึ่งจะทำให้ร่างกายสามารถย่อยและนำไปใช้ได้รวดเร็ว ไขมันในนมแพะที่ย่อยได้เร็วช่วยทำให้ร่างกายได้พลังงานเพื่อนำไปใช้ในกระบวนดูดซึมโปรตีนต่อได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งโปรตีนจากนมแพะย่อยง่าย ทำให้ลูกสบายท้อง ท้องไม่อืด เพราะมีเบต้าเคซีนซึ่งย่อยง่ายในปริมาณสูง ยิ่งกว่านั้น ในนมแพะยังมีโปรตีน CPP หรือ เคซีน ฟอสโฟ เปปไทด์ (Casein Phosphopeptides) ที่เป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก และสังกะสี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ลูกน้อยเจริญเติบโตแข็งแรง มีน้ำหนักตัวเหมาะสมตามวัย

เห็นประโยชน์ของนมแพะแบบนี้แล้วก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับหลายครอบครัวที่กำลังต้องการหานมให้ลูกดื่มเสริมเพิ่มจากมื้ออาหารหลักกันนะคะ  และคำแนะนำทั้งหมดนี้คือคำตอบของคำถามที่ว่า ทำอย่างไรให้ ลูกมีน้ำหนักตัวสมวัย ที่ถามกันมา ได้คำตอบแล้วก็อย่าลืมนำไปปรับใช้กับลูกรักที่บ้านกันด้วยนะคะ

 

 

เส้นเลือดในสมองแตก

แม่เตือน! แค่ลูกปวดหัวก็เสียชีวิตได้จาก..เส้นเลือดในสมองแตก

เส้นเลือดในสมองแตก โรคที่มักเกิดกับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ แต่ใครจะคิดว่าโรคนี้ สามารถเกิดได้กับเด็กวัยเพียง 5 ขวบเท่านั้น ทีมงานขอนำประสบการณ์ที่สุดเศร้าสลดจากคุณแม่น้องอะตอม มาเป็นอุทธาหรณ์เตือนใจแม่ ๆ กันค่ะ

แม่ฝากเตือน! ลูกเสียชีวิตเพราะ..เส้นเลือดในสมองแตก

เพียงแค่บ่นปวดหัว..ก็เสียชีวิตได้จาก เส้นเลือดในสมองแตก!

เส้นเลือดในสมองแตก เกิดกับผู้ใหญ่ก็ว่าน่ากลัวแล้ว เมื่อเกิดกับเด็ก ยิ่งน่ากลัวยิ่งกว่า เพราะเด็กจะไม่สามารถบอกเราได้เลยว่าเจ็บปวดแค่ไหน รู้สึกอย่างไรบ้าง อย่างเช่น เรื่องราวที่คุณ Supakan Bumrung Giftzii ได้นำประสบการณ์ของหลานวัย 5 ขวบ ที่ร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว กลับบ่นว่ารู้สึกปวดหัวมาก และอาเจียนน ซึ่งเมื่อไปถึงโรงพยาบาลน้องก็ไม่รู้สึกตัว และรักษาไม่ทันแล้ว โดยคุณ Supakan Bumrung Giftzii ได้เล่าถึงเหตุการณ์ ตามรายละเอียด ดังนี้

…ฝากเตือนคุณพ่อคุณแม่นะคะ…
เรื่องมีอยู่ว่า หลานเรา ( น้องอะตอม )อายุ 5 ขวบ เป็นเด็กที่แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ไม่มีอาการอะไรที่บ่งบอกว่าผิดปกติ เมื่อวันพุธที่ 4 ต.ค.61 เวลาประมานตี5 แม่เราตื่นเช้าเพื่อทำกับข้าว แต่หลานเรายังไม่ตื่น แม่เราก็เลยปลุกน้อง และเรียก “อะตอมๆตื่นไปฉี่ไหมลูก” น้องก็ตอบว่า”ไม่” แล้วก็นอนต่อ เวลาผ่านไปประมาน10 นาที น้อง ก็ตื่นมาแล้วก็ร้อง (ร้องแบบเจ็บปวดหนักที่ไม่เคยเห็นมาก่อน )แม่เราก็ถามว่า …อะตอมเป็นไร? หนูๆ!!
อะตอม:ยายหนูปวดหัว ปวดเยอะเลย
แม่:ตอมไปนอนกับแม่ไหม?
อะตอม:ไม่ หนูจะอยู่กับยายหนูจะนอนกับยาย
จากนั้นแม่เราก็รีบพาน้องขึ้นไปหาพี่เรา(แม่อะตอม )ซึ่งนอนอยู่อีกบ้าน พี่เราด้วยความที่คิดว่า เด็ก5ขวบ จะรู้จักคำว่า ปวดหัวแล้วหรอ? พี่เราเลยให้กินยา แล้วให้น้องนอนต่อ แต่น้องร้องพร้อมบอกปวดหัว และอาเจียน ดิ้นสบัดสุดแรง พี่เราตกใจ เลยเรียกน้อง “อะตอม”อยู่หลายครั้ง จึงได้รีบพาไปโรงพยาบาลประจำอำเภอ พอถึงโรงพยาบาลน้องก็หมดสติไปแล้ว…หมอ ที่รพ.อำเภอให้การรักษาเบื้องต้น และเตรียมพร้อมเพื่อส่งต่อไปโรงพยาบาลจังหวัด พอถึงโรงพยาบาลจังหวัดหมอกับพยาบาลก็ช่วยกันหาสาเหตุ เต็มที่ สักพักใหญ่ๆหมอส่งน้องทำ CT Scan สมอง ผลออกมาคือน้อง เส้นเลือดในสมองแตก เลือดคั่งในสมองบริเวณท้ายทอยค่อนข้างเยอะ หมอแจ้งว่าตอนนี้น้องไม่ตอบสนองอะไรเลยทำอะไรไม่ได้นอกจาก ให้ยา ระบายเลือดจากสมอง และสังเกตอาการ แต่ถ้าน้องมีการตอบสนอง หมอถึงจะทำการผ่าตัดได้.. หลังจากนั้นก็เซ็นเอกสารยินยอมการรักษา ซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นวิธีที่ได้ผลหรือไม่ แต่ด้วยความหวัง อะไรก็ได้หมอ ขอให้น้องหายก็พอ หมอถามต่ออีกว่า”ถ้าน้องหัวใจหยุดเต้น จะให้หมอปั๊มหัวใจไหมคะ” ญาติตกลงกันว่าถ้าไม่มีทางเลือกอื่นเลย ก็คงต้องปล่อยให้น้องไปแบบสบายดีกว่า อย่าไปทรมานน้องเลยเป็นเคส 1 ในล้านคนก็ว่าได้ที่เจอเส้นเลือดสมองแตกในเด็ก หมอรู้อยู่แก่ใจว่ายังไงก็ไม่ดีขึ้นแน่นอน แต่ด้วยจรรยาบรรณของหมอก็ต้องให้การรักษาจนสุดความสามารถ หมอให้สังเกตอาการ 2 วัน ถ้าน้องมีปฏิกิริยาตอบสนอง หมอจะทำการผ่าตัด .. พอครบ 2 วัน สภาพของน้องยังนิ่งไม่มีอาการตอบสนองใดๆเหมือนอยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ สภาพร่างกายภายนอกน้องเปลี่ยน ผิวเริ่มเหลืองปนซีด ปากเขียว หมอเรียกแม่ของน้องไปคุยว่าน้องไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วนะคะ.. หลังจากนั้นหมอหยุดยากระตุ้นทุกตัว แล้วก็ปล่อยให้น้องหลับให้สบาย … #คือเสียใจที่สุด เด็กอายุ 5 ขวบ ที่ไม่เคยป่วย ไม่มีอาการผิดปกติ มีแค่อาการปวดหัวมาก แต่ไอ้คำว่าปวดหัวมาก คุณแม่อย่านิ่งนอนใจ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ให้สังเกตอาการของน้องให้ดี แล้วรีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
#ขอบคุณทีมหมอที่ช่วยน้องอย่างเต็มที่นะคะ
#สุดท้ายนี้ขอให้ผู้ที่มีลูก มีหลาน ดูแลเอาใจใส่ลูกหลานของท่านให้ดีรักและเอ็นดูเขาให้มากๆเราไม่วันรู้หลอกว่าอนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น…✌🏻🖤 RIP น้องอะตอม 👧🏻🖤

 

ทีมงาน Amarin Baby & Kids ขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ คุณพ่อคุณแม่รู้หรือไม่คะ ว่าโรคเส้นเลือดในสมองแตกนั้น เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย เพราะเป็นโรคที่มักจะแสดงอาการอย่างเฉียบพลัน และมีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้น เราไปทำความรู้จักกับโรค เส้นเลือดในสมองแตกกันดีกว่าค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ เส้นเลือดในสมองแตก คืออะไร? มีอาการอย่างไร?

Kids การใหญ่

Kids การใหญ่ รายการเด็ก สาระดี ที่พ่อแม่ต้องดู

Kids การใหญ่ รายการน้องใหม่จากช่อง youtube ที่จะพาคุณพ่อคุณแม่ และผู้ใหญ่ไปได้เห็น ความคิดของเด็กยุคศตวรรษที่ 21 ว่าเขาคิดอย่างไรกับสิ่งรอบๆ ตัวในโลกปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และคามคิดของเค้าแตกต่างยังไงบ้างเมื่อเทียบกับยุคเราในอดีต ขอบอกว่าสิ่งที่เด็กคิดในวันนี้ เป็นสิ่งที่พ่อแม่อย่างเราต้องรู้  เพื่อเตรียมลูกให้พร้อมสำหรับอนาคตข้างหน้า ไม่เชื่อก็ลองไปดูไปฟังเด็กๆ เขา Kids การใหญ่กันเลยค่ะ

 

Kids การใหญ่ รายการเด็กสาระดี ที่แบรนด์ จูเนียร์ อยากให้ทุกคนได้ดู…

อย่างที่บอกไปค่ะว่า Kids การใหญ่ เป็นรายการเด็กที่พ่อแม่และผู้ใหญ่ทุกคนต้องดู ถามว่าทำไมต้องดูด้วยล่ะ? ที่อยากให้ดูก็เพราะจะได้รู้ว่าเด็กๆ เขาคิดให้คำตอบกับสิ่งรอบๆ ตัวพวกเขากันยังไง

ด้วยรูปแบบรายการเป็นแบบการให้คำถามปลายเปิด ทำให้เด็กๆ ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น ให้คำตอบกันอย่างสนุกสนาน ในคำตอบของแต่ละคนจะมีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์และความคิดล้ำต่อเรื่องนั้นๆ ซ่อนไว้อยู่ด้วย ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ดูแล้ว ยังต้องอมยิ้มให้กับคำตอบ และความใสซื่อของเด็กทุกคนเลยละค่ะ

สำหรับ Kids การใหญ่ ตอนนี้ออกมาให้ดูกันแล้วถึง 3 ep. อยากรู้ไหมคะว่าเด็กวัยคิดส์เขาคิดมีคำตอบให้กับเรื่องราวเหล่านี้กันยังไงบ้าง…

EP 1. คุณรู้มั้ยว่า เด็กยุค 2018 เค้าเรียนอะไรกันบ้างที่โรงเรียน ?

 

EP 2. อาชีพในฝันของเด็กสมัยนี้ มีอาชีพอะไรบ้างนะ ?

 

EP 3. ถามถึง “ของเล่น” ของเด็กสมัยนี้ เค้าจะนึกถึงอะไรกันบ้างนะ ?

 

อยากให้คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกวัยคิดส์ได้ดูรายการสำหรับเด็ก และครอบครัวรายการนี้กันเยอะๆ ค่ะ เพื่อจะได้รู้ว่าเด็กสมัยใหม่นี้เขามีความคิด กล้าให้คำตอบกับทุกคำถามทุกเรื่องที่มีสาระกันยังไง คำตอบของแต่ละคนจะโดนใจแค่ไหน และความคิดเค้าแตกต่างกับยุคเรามากอย่างไรอย่าลืมมาชมให้กำลังใจกันเยอะๆ นะคะ

Kids การใหญ่

แล้วก็ห้ามพลาด!!! คลิปรายการ EP ใหม่จะออกอากาศทุกวันศุกร์นะคะ สามารถกดติดตาม subscribe “คิดส์การใหญ่” ที่นี่เลยค่ะ >> http://bit.ly/KidsGarnYai_Youtube  หรือที่ FB: Kids การใหญ่

4U2 YOU’RE MINE

แม่ห้ามพลาด! เลี้ยงลูกก็สวยได้ กับ ลิปสติก 4U2 YOU’RE MINE

ลิปสติก 4U2 YOU’RE MINE ลิปสติกตัวใหม่คุณภาพดีที่สุดเท่าที่ทางแบรนด์เคยทำมา ด้วยนวัตกรรมลิปสติกเนื้อครีม สีแน่นคมชัด แต่เนื้อกลับบางเบาเหมือนไม่ได้ทา!

ลิปสติก 4U2 YOU’RE MINE สีแน่นแต่บางเบาเหมือนไม่ได้ทา

เจ้าตำนานลิปสติก 4U2 แบรนด์เครื่องสำอางชื่อดัง เปิดตัวลิปสติกใหม่ทีไรต้องเป็นกระแสโซเชียลแรงทุกครั้งไป มาคราวนี้ 4U2 ขอเปิดตัวลิปสติกนวัตกรรมใหม่ที่ 4U2 ขอยืนยันว่าเป็นลิปสติกดีที่สุดที่ทางแบรนด์เคยทำมา ด้วยเทคโนโลยี Feather Effect ทำให้เนื้อลิปบางเบาเข้ากับปากเหมือนไม่ได้ทา ในคอลเลคชั่นชื่อหวานแหวว 4U2 YOU’RE MINE เหมือนจะประกาศว่าทาลิปสติกนี้แล้วคุณต้องเป็นของฉันอย่างแน่นอน  ลิปสติกเนื้อครีมเม็ดสีแน่นแต่เนื้อกลับบางเบามาก มีทั้งหมด 18 เฉดสี(6 โทน)ให้เลือก รับรองสาวๆต้องถูกใจไม่สีใดก็สีหนึ่ง (หรือหลายสี) อย่างแน่นอน

4U2 YOU’RE MINE
ลิปสติก สีแน่นแต่บางเบาเหมือนไม่ได้ทา

นอกจากเนื้อสัมผัสที่บางเบานุ่มลื่นแล้ว ยังมีความเนียนช่วยปกปิดร่องริมฝีปากได้ดี และที่สำคัญไม่มีน้ำหอมจึงไม่ระคายเคืองผิว วิธีใช้ลิปสติกเนื้อครีมนี้ก็แสนง่าย จะพกพาไปทาที่ไหนก็ได้ เพราะเนื้อบางเบาจึงทาทับได้ตลอดทั้งวัน ทาหลายชั้นจะได้สีเข้มและติดทนนานขึ้น หากทาบางๆก็เหมือนเนื้อสีจะเบลนด์เข้ากับเนื้อปากอย่างเป็นธรรมชาติ เสมือนตื่นมาด้วยสีนั้นเลยทีเดียว รับประกันว่าไม่ไหลเยิ้ม ไม่เลอะใต้ขอบปาก ทากี่ชั้นก็เนียนเรียบกริบ  ส่วนแพ็คเกจตัวลิปสติกไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะเขาดูพรีเมียมมากๆ ด้วยโลโก้และชื่อรุ่นปั๊มนูน ส่วนฝาเป็นแบบหมุนมีระบบล็อคแน่น ไม่หลุดร่วง สะดวกแก่การแต่งเติมสวยนอกสถานที่ สรุป…ชิ้นนี้ไม่มีไม่ได้จริงๆ

4U2 YOU’RE MINE

(4U2 YOU’RE MINE ราคาแท่งละ 199 บาท มีจำหน่ายที่ WATSONS, EVEANDBOY, BEAUTRIUM, STARDUST และ www.4U2Thailand.com)

 

เลือกสีลิปสติกยังไงให้เหมาะกับโทนผิว

ไม่ว่าคุณจะมีผิวคล้ำ ผิวสองสี ผิวเหลือง หรือผิวขาว เพียงทำตามคำแนะนำในการเลือกสีลิปสติกจาก 4U2 รับรองไม่ผิดพลาดค่ะ

1 ผิวคล้ำ   ผิวของคุณมีอันเดอร์โทนหรือเม็ดสีน้ำตาลเยอะ ดังนั้นสีลิปสติกที่จะขับผิวหน้าให้ดูเลิศหรูที่สุด คือเฉดน้ำตาลและเฉดแดงก่ำนั่นเอง สำหรับคุณที่มีเนื้อปากสีเข้มหรือค่อนข้างคล้ำ แนะนำให้ทารองพื้นปากด้วยลิปสติกสีนู้ดก่อนเพื่อปรับสีปาก จากนั้นค่อยทาสีเข้มทับ หากทำตามคำแนะนำนี้ รับรองว่าปากคุณจะโดดเด่นมากเชียว

2 ผิวสองสี   สำหรับสาวที่มีผิวไม่คล้ำแต่ก็ไม่ขาว คุณจัดเป็นสาวที่แต่งหน้าแล้วขึ้นมากๆ และสามารถทาลิปสติกได้หลายเฉด  แต่สีที่จะขับให้ใบหน้าของคุณดูสว่างขึ้นก็ต้องเป็นเฉดส้มพีชเลย เพราะผิวของคุณมีอันเดอร์โทนของสีน้ำตาลและสีเหลืองผสมกัน  อย่างไรก็ตามสีแดงสดและแดงส้มก็ดูจะเข้ากับคุณเช่นกัน

3 ผิวขาวเหลือง   บางคนอาจดูเหมือนผิวขาว แต่พอทาสีนู้ด หรือสีชมพูนมกลับดูซีดเผือดเหมือนป่วยไร้เลือดฝาด ความจริงก็คือคุณมีผิวออกขาว แต่อันเดอร์โทนของคุณกลับมีเม็ดสีเหลืองอยู่ ดังนั้นสีที่เหมาะกับคุณควรเป็นสีส้มหรือชมพูน้ำตาล มากกว่าชมพูนม

4 ผิวขาว   เฉดสีที่สาวผิวสีอื่นไม่สามารถแครี่ได้อย่างสีชมพูนม ขอให้คุณจงโอบรับมันเถิด เพราะคุณทาแล้วจะดูหวานแหววน่ารักน่าเอ็นดูมาก หากต้องการทาสีนู้ดคู่กับตาสโมกกี้เก๋ๆก็พร้อมลุยปาร์ตี้ได้เลย มีเรื่องหนึ่งที่ควรระวังคือเรื่องของความโดดและความดุ หากคุณเกิดอยากทาสีน้ำตาลเข้มขึ้นมา ก็ควรเพิ่มความเข้มให้ใบหน้าด้วยเฉดดิ้งหรือบรอนเซอร์ด้วย

4U2 YOU’RE MINE
4U2 The New Invisible Lipstick ทั้ง 18 เฉด

5 เคล็ดลับห้ามพลาดเกี่ยวกับลิปสติกที่คุณอาจไม่รู้

ตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกลิปสติกจนถึงทายังไงให้ไม่เลอะฟัน  4U2 มีเคล็ดลับห้ามพลาดที่คุณอาจไม่รู้หรือมองข้ามเกี่ยวกับลิปสติกมาฝากจ้า

1 ลองลิปสติกยังไงดี   ถือเป็นมารยาทในการลองลิปสติกตามห้างร้าน ที่จะเอาก้านสำลีแต้มเนื้อลิปสติกขึ้นมาลองทาปาก หรือลองจากลิปสติกโดยตรงแล้วใช้ทิชชู่เช็ดคราบปากของคุณออกจากแท่งลิปสติกนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณสามารถเลี่ยงไม่ให้ปากสัมผัสกับแท่งลิปสติกที่แสนจะเป็นสาธารณะได้ เพียงแต้มลิปสติกลงที่ปลายนิ้ว ซึ่งโทนผิวจะใกล้เคียงกับปากมากกว่าหลังมือเสียอีก แค่นี้ก็สบายใจได้แล้ว

2 ลิปสติกใช้แทนบลัชออนได้นะ   หากพกพาลิปสติกสีนู้ดหรือชมพูอ่อนๆไปไหนมาไหนด้วย อาจกลายเป็นตัวช่วยชีวิตคุณเลยก็ได้ เพราะเมื่อไรที่หน้าซีดเกินไป คุณก็สามารถควักมาทาปากและเกลี่ยเบาๆที่แก้มได้ด้วย แต้มที่โหนกแก้มเพียงเล็กน้อย จากนั้นใช้นิ้วเกลี่ยให้เข้ากับผิว แค่นี้ก็รอดแล้ว

3 แต่งปากให้ดูอวบอิ่ม ทำไงดีให้ปากดูอวบเซ็กซี่เหมือนโดนผึ้งต่อย คำตอบไม่ใช่การฉีดโบท็อกค่ะ เป็นเพียงการทาลิปไลเนอร์ให้เลยขอบริมฝีปากออกไปนิดหน่อยก่อนทาลิปสติกสีโปรด จากนั้นก็แต้มลิปกลอสที่กึ่งกลางปากล่างแล้วก็แค่เม้มปากเบาๆ

4 อย่าแต่งตากับปากจัดเต็มพร้อมกัน   ทางที่ดีที่สุดในการแต่งหน้าคือการเลือกทุ่มเทให้กับบริเวณที่คุณดูดีที่สุด เช่นหากคุณมีรูปปากสวย ก็ควรเน้นทาปากเนื้อแมทสีสด แทนที่จะแต่งตาเข้มๆ อย่างไรก็ตามเรื่องอารมณ์เราเปลี่ยนแปลงกันได้ ในบางเวลาที่อยากแต่งตาเข้มก็ควรทาปากสีอ่อนเพื่อรักษาบาลานซ์ให้ใบหน้านะจ๊ะ

5 เลี่ยงลิปสติกติดฟัน   มีเคล็ดลับง่ายๆที่จะช่วยเลี่ยงไม่ให้ลิปสติกติดฟันได้ โดยเฉพาะเมื่อคุณทาลิปสติกสีสดๆอย่างสีแดง เพียงหลังทาลิปสติกเสร็จก็ใช้นิ้วชี้จิ้มเข้าปากแล้วทำปากเหมือนดูดนม แล้วค่อยๆดึงนิ้วออก วีธีนี้อาจดูไม่สะอาดไปบ้าง แต่รับรองได้ผลดีกว่าการหนีบปากลงบนกระดาษทิชชูอีกนะ

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิก :