ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด

5 วิธีเอาชนะ ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ภาวะเงียบคร่าชีวิตแม่! … อย่าลืมสังเกตตัวเองให้ดี และต้องรู้จักวิธีเอาชนะมันให้ได้!

 

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด … ภาวะที่คนไม่เคยเป็นไม่มีวันเข้าใจ และชอบที่จะพากันต่อว่าต่อขานว่า “ทำตัวเป็นนางเอกเจ้าน้ำตา สำออย และเรียกร้องความสนใจจากคนรอบข้าง” แต่ใครเลยจะรู้ว่า ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดนั้นมันห้ามกันไม่ได้! ซึ่งเป็นภาวะที่คนรอบข้างต้องคอยช่วยสังเกต ให้การดูแล และคอยเยียวยารักษา ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยเพราะมองว่ามันคือเรื่องไร้สาระ … ซึ่งกว่าจะรู้ว่าภาวะนี้ร้ายแรงและน่ากลัวเพียงใด ก็เกิดการสูญเสียก่อนแล้ว!

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทุกท่านคะ … หลาย ๆ ท่านคงจะพอจะทราบกันมาบ้างแล้วว่า ภาว ะซึมเศร้าหลังคลอด นี้คืออะไร แต่สำหรับใครหลาย ๆ คนที่ไม่ทราบ และไม่เคยเป็น รวมถึงคุณสามีทั้งหลายที่ชอบตำหนิคุณภรรยาว่าสำออยบ้างละ เรียกร้องความสนใจบ้างละ … จงฟังให้ดี!! เพราะคุณคงไม่อยากที่จะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตด้วยความเข้าใจที่ผิด ๆ ของคุณแน่!!

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด

วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids รู้สึกเศร้าใจอีกครั้งหลังทราบข่าวการจากไปของคุณแม่ท่านหนึ่ง ที่ตัดสินใจจบชีวิตของตัวเองด้วยการฆ่าตัวตายภายหลังจากที่คลอดลูกได้เพียงแค่ 4 เดือน ด้วยปัญหาความเครียดที่รุมเร้า ประกอบกับภาวะซึมเศร้า ทำให้คุณแม่ท่านนี้ต้องตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด … และนี่ไม่ใช่เคสแรก หรือเคสที่สอง ที่สาม ที่เกิดขึ้น และยังคงมีแนวโน้มว่าในอนาคตอาจจะเกิดขึ้นเรื่อย ๆ หากคนรอบข้างยังไม่ให้ความสำคัญ

เชื่อไหมคะว่า ทีมงานเองพยายามให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเป็นลำดับต้น ๆ แต่ก็ยังมีคุณพ่อคุณแม่บางท่านยังไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควรเนื่องจากคิดว่ามันคือเรื่องไกลตัว แต่หารู้ไม่ว่า พฤติกรรมบางอย่างที่คุณกำลังแสดงออกอยู่นั้น ก็ถือเป็นสัญญาณบอกแล้วละค่ะว่า คุณก็กำลังเป็นหนึ่งในบุคคลที่กำลังมีความเสี่ยงต่อภาวะดังกล่าวด้วยเช่นกัน

ทราบหรือไม่คะว่า ร้อยละ 10 – 15 เปอร์เซ็นต์ของคุณแม่นั้น มีอาการซึมเศร้าปานกลางซึ่งอาการที่แสดงออกนั้นก็ได้แก่

  • เหนื่อยง่าย
  • เบื่ออาหาร
  • นอนไม่หลับ
  • นอนทั้งวัน เป็นต้น

ส่วน ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด หรือที่เราเรียกกันว่า Maternity Blues นั้นเป็นกลุ่มที่พบได้บ่อยที่สุดนั่นคือ 50 – 70 เปอร์เซ็นต์!! ซึ่งอาการนั้นจะเริ่มต้นจาก อาการซึมเศร้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อน และมักจะปรากฎให้เห็นในช่วง 2-5 วันหลังคลอด โดยคุณแม่บางท่านก็มีภาวะดังกล่าวในช่วงเวลาแค่ 2-5 วันหลังคลอด แต่สำหรับบางท่านเป็นนานเป็นเดือนก็มีเช่นกัน เนื่องจากไม่ได้รับการเยียวยาหรือรักษาได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที พอเป็นนานเข้าอาการดังกล่าวก็ทรุดหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนเป็นสาเหตุของการจบชีวิตตัวเองในที่สุด

ภาวะการเติบโตหยุดชะงักในเด็ก

ป้องกันได้ ! ภาวะการเติบโตหยุดชะงักในเด็กวัยเตาะแตะ

ภาวะการเติบโตหยุดชะงักในเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่กำลังอยู่ในช่วงวัยเตาะแตะ เป็นปัญหาสุขภาพร้ายแรงอย่างมากที่คุณพ่อคุณแม่ควรต้องหันกลับมาให้ความสำคัญในการเลี้ยงดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ไปดูกันว่าจะสามารถป้องกันลูกน้อยจากภาวะการเติบโตหยุดชะงักได้อย่างไร…

 

ภาวะการเติบโตหยุดชะงักในเด็ก เกิดขึ้นเพราะสาเหตุใด?

ในช่วง 5 ขวบปีแรกของชีวิตเด็กๆ จะมีพัฒนาการเจริญเติบโตที่รวดเร็วมาก จึงจำเป็นต้องได้รับโภชนาการสารอาหารที่ครบถ้วนอย่างเพียงพอ และเหมาะสมตามช่วงวัย แต่ถ้าหากเด็กๆ ได้รับอาหารในปริมาณที่ไม่เพียงพออย่างที่ควรจะได้รับตามช่วงวัย ก็อาจนำมาซึ่งปัญหาใหญ่ทางสุขภาพที่นอกจากจะเสี่ยงต่อโรคขาดสารอาหารแล้ว ก็ยังมีโอกาสที่จะเกิดภาวะการเติบโตหยุดชะงักในวัยเตาะแตะได้สูงมากเช่นกัน

ผลวิจัยล่าสุดเรื่องโภชนาการเด็กไทยวัยต่ำกว่า 5 ขวบ Thailand MICS 2015-2016 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ  ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และองค์การยูนิเซฟ พบว่า เด็กไทยมีความผิดปกติด้านโภชนาการคือ ภาวะเด็กเตี้ยแคระแกร็น (stunted) ของเด็กไทยสูงที่สุด 13% อยู่ในช่วงวัยเตาะแตะ  ภาวะน้ำหนักเกิน (Overweight) สูงสุด 11% ก็อยู่ในช่วงวัยเตาะแตะเช่นเดียวกับภาวะน้ำหนักน้อย  (Underweight)  ประเทศไทยติดกลุ่มทุพโภชนาการเรื้อรัง มีทั้งน้ำหนักเกินและน้ำหนักน้อย  ขาดสารอาหารกลุ่มวิตามินเกลือแร่ ส่งผลให้เติบโตช้า คุณแม่ต้องใส่ใจอาหารลูกให้มาก  เมื่อลูก  1 ขวบขึ้นไปจัดอาหารตามวัยให้ลูกกินเป็นอาหารหลัก 3 มื้อ และควรเสริมนมรสจืดเป็นอาหารว่างวันละ 2 แก้ว  จะช่วยสร้างสมดุลโภชนาการวัยเตาะแตะซึ่งเป็นช่วงวัยที่มีการเจริญเติบโตทั้งร่างกายและสมองอย่างรวดเร็วอีกช่วงหนึ่ง

ภาวะการเติบโตหยุดชะงักในเด็ก

หลักง่ายๆ ที่จะช่วยให้การจัดโภชนาการที่สมดุลและครบถ้วนให้เด็กวัยเตาะแตะได้รับสารอาหารจำเป็นต่อการเจริญเติบโตทั้งร่างกายและสมองสมวัยก็คือ  หลักการฮีโร่และผู้ช่วย ที่ต้องทำไปพร้อมกัน   ฮีโร่ คือ อาหารหลัก 5 หมู่ จัด 3 มื้อต่อวัน เช้า – เที่ยง – เย็น  ส่วนผู้ช่วยฮีโร่ คือ อาหารว่างระหว่างมื้อจัด  2 มื้อต่อวัน ช่วงสายก่อนมื้อเที่ยงและช่วงบ่ายก่อนมื้อเย็น

ภาวะการเติบโตหยุดชะงักในเด็ก

ยกตัวอย่างการจัดอาหารมื้อหลัก เช้า ข้าวต้มไก่ เที่ยง เส้นใหญ่ราดหน้าทะเลใส่คะน้าแครอท   เย็น ข้าวแกงจืดเต้าหู้หมูสับ+ไข่ตุ๋น  ส่วนอาหารว่างระหว่างมื้อง่ายๆ  เช่น  ชงนมรสจืด 1 แก้ว ประมาณ 100 มล.ให้กินกับกล้วยลูกเล็กๆ  ในช่วงสายหรือจะเป็นนมกับผลไม้อื่นตามฤดูกาล ในช่วงบ่าย และเติมนมอีกแก้วก่อนเข้านอน  ก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยเสริมและเติมโภชนาการที่เด็กวัยเตาะแตะควรจะได้รับในแต่ละวันได้ครบ

ห้องอาหารฟีสท์

จ่ายผ่าน QR Code รับส่วนลดถึง 30% ณ ห้องอาหารฟีสท์

ห้องอาหารฟีสท์ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ขอเอาใจครอบครัวคอบุฟเฟ่ต์ ด้วยส่วนลด 30% เพียงคุณพ่อคุณแม่ชำระเงินโดยการสแกน QR Code ตลอดเดือนมิถุนายนนี้ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่รับประทานบุฟเฟ่ต์นานาชาติ มื้อกลางวัน ในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ และมื้อค่ำ ในวันอาทิตย์ถึงวันอังคาร และสำหรับคนรักอาหารญี่ปุ่น จะได้เต็มอิ่มกับซูชิ ซาชิมิสดใหม่ในมื้อค่ำ ทุกวันพุธ-วันพฤหัสบดี นอกจากนี้ยังเอาใจบ้านที่ชอบทานอาหารทะเล ที่จะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับกองทัพซีฟู้ดสดๆ ที่ขนขึ้นมาบนบก กุ้ง กั้งเนื้อเด้ง ปลาแซลมอนสดๆ และอาหารทะเลอื่นๆ อีกมากมายไม่อั้น ในคืนวันศุกร์ถึงวันเสาร์ หรือจะจัดหนักกับซันเดย์ บรันช์ ที่คัดสรรสารพันเมนูอาหารอบร้อนๆ คัดสรรหลากหลายอาหารมาให้คุณพ่อคุณแม่ได้ลิ้มลอง พร้อมไลฟ์ คุกกิ้ง สเตชั่น ปรุงร้อนโดยเชฟแล้วเสิร์ฟถึงโต๊ะ

คนรักบุฟเฟ่ต์ #สะดวกแบบนี้ จ่ายผ่าน QR Code รับส่วนลดถึง 30% ณ ห้องอาหารฟีสท์

บุฟเฟต์นานาชาติมืื้อกลางวัน

  • ทุกวันจันทร์ – เสาร์ ราคา 677 บาทเน็ต ต่อท่าน (จากราคาปกติ 790++ บาท ต่อท่าน)

บุฟเฟต์นานาชาติมืื้อค่ำ

  • บุฟเฟต์นานาชาติ ทุกวันอาทิตย์ – อังคาร ราคา 934 บาทเน็ต ต่อท่าน (จากราคาปกติ 1,090++ บาท ต่อท่าน)
  • บุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น ทุกวันพุธ – พฤหัสบดี ราคา 1,070 บาทเน็ต ต่อท่าน (จากราคาปกติ 1,250++ บาท ต่อท่าน)
  • บุฟเฟต์บาร์บีคิวและซีฟู้ด ทุกวันศุกร์ – เสาร์ ราคา 1,199 บาทเน็ต ต่อท่าน (จากราคาปกติ 1,400++ บาท ต่อท่าน)

ซันเดย์บรันช์

  • ทุกวันอาทิตย์ ราคา 1,455 บาทเน็ต ต่อท่าน (จากราคาปกติ 2,000 บาทเน็ต ต่อท่าน)

 

ข้อมูลเพิ่มเติม กด http://www.royalorchidsheraton.com/th/qr-code-promo

 

เติ่มอิ่มไปกับบุฟเฟ่ต์ ณ ห้องอาหารฟีสท์ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน และสะดวกสบายกับการใช้จ่ายผ่าน QR Code พร้อมรับส่วนลด30% นี้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 30 มิถุนายน 2561 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่

โทร 0 2266 0123

อีเมลล์: [email protected]

ไลน์แอด: @rosheratonbangkok

เฟสบุ๊ค: www.facebook.com/royalorchidsheratonhotel

หรือ เว็บไซต์: www.royalorchidsheraton.com/th

บริการเรือรับส่งจากสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสินถึงโรงแรมฟรี ทุกครึ่งชั่วโมง

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ลิซ่า อาลิซาเบธ

ลิซ่า อาลิซาเบธ แชร์เทคนิค เลี้ยงลูกให้เป็นเด็ก 2 ภาษา

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาวิธี สอนลูกพูดอังกฤษ หรือ หากอยากรู้เทคนิค สอนลูกเก่งอังกฤษ Amarin Baby & Kids มีเทคนิคการสอนลูกเก่งอังกฤษ  จากคุณแม่ ลิซ่า อาลิซาเบธ ผู้ประกาศข่าวและพิธีกรสาวสวยมากความสามารถ จะมีเคล็ดลับอย่างไร ตามมาดูกันเลยค่ะ

Exclusive Interview
ตอน คุณแม่ ลิซ่า อาลิซาเบธ แชร์เทคนิคแสนง่าย
เลี้ยงลูกให้เป็นเด็ก 2 ภาษา พ่อแม่ไม่เก่งก็ทำได้

หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตาเธอคนนี้เป็นอย่างดีกับ “ลิซ่า – อาลิซาเบธ แซ๊ดเลอร์ ลีนานุไชย” เพราะเธอคือผู้ประกาศข่าวและพิธีกรสาวสวยมากความสามารถ ซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในแวดวงมานานหลายปี มีผลงานระดับชาติมาแล้วมากมาย เรียกว่าเป็นพิธีกรมืออาชีพอีกหนึ่งคนที่ประสบความสำเร็จอย่างมากทีเดียว

แต่จะมีใครรู้บ้างว่านอกจากอาชีพนักข่าวแล้ว คุณลิซ่า อาลิซาเบธ ยังมีอาชีพเป็น “แม่” ที่มีลูกแล้วถึง 2 คนอีกด้วย และด้วยความเก่งรอบด้านทั้งในบ้าน-นอกบ้าน ทางทีมงาน Amarin baby & Kids จึงได้เชิญมาสัมภาษณ์เพื่อบอกเล่าเทคนิคดีๆ กับการเลี้ยงลูกให้เป็น เด็กสองภาษา เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางตัวช่วยดีๆ ให้คุณพ่อคุณแม่ได้ดูและในไปประยุกต์ใช้ สอนลูกพูดอังกฤษ กับรายการ Kids Talk ในช่วง Exclusive Interview

โดยคุณแม่ ลิซ่า อาลิซาเบธ จะมาพูดคุยตั้งแต่

  • ความสำคัญในการสอนลูกให้เป็น เด็กสองภาษา
  • การเริ่มต้นสอนลูกพูดภาษาอังกฤษ
  • ความยาก-ง่าย ในการเริ่มต้น สอนภาษาอังกฤษลูก
  • นอกจากนี้ยังได้เสริมลูกการให้ลูกเรียนถึง 3 ภาษาด้วย
  • และรวมไปถึงเคล็ดลับที่อยากบอกต่อ พร้อมข้อคิดในการอยากสอนลูกให้เป็นเด็ก 2 ภาษา ที่คุณพ่อคุณแม่ควรตระหนักอยู่เสมอ

…ซึ่งหากใครยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงลองมาฟังเทคนิคดีๆ จากคุณลิซ่าดูค่ะ รับรองได้ประโยชน์แน่นอนค่ะ

ชมคลิปสัมภาษณ์ คุณ ลิซ่า อาลิซาเบธ แซ๊ดเลอร์
แชร์เทคนิค สอนลูกเก่งอังกฤษ ได้ที่ด้านล่างนี้เลย ⇓

 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับเทคนิคที่ คุณแม่ ลิซ่า อาลิซาเบธ ได้แชร์ให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง ซึ่งเมื่อแล้วคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถดูเป็นแบบอย่าง และนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ เพื่อลูกน้อยของเราจะได้ทักษะการพูดภาษาอังกฤษ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

⇒ ชมคลิปอื่นๆของรายการ Kids Talk :

ช่วง Daddy Talks

ช่วง Chinese talk

ช่วง Exclusive Interview

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

วิคส์ วาโปรับ

10 คุณประโยชน์ดีๆ ของ วิคส์ วาโปรับ

เชื่อว่า วิคส์ วาโปรับ เป็นไอเท่มที่แม่ๆ ทุกคนต้องมีติดบ้านไว้ เพื่อทาบรรเทาอาการคัดจมูกของลูกน้อย แต่แม่ๆ รู้ไหมคะ ว่า วิคส์ มีดีมากกว่านั้น มาดูกันเลยค่ะ ว่า วิคส์ สามารถทำอะไรได้บ้าง

วิคส์ วาโปรับ เป็นยาที่ใช้ภายนอก มีลักษณะเป็นยาขี้ผึ้งที่มีส่วนประกอบหลักๆ คือ การบูร น้ำมันยูคาลิปตัส และเกล็ดสะระแหน่ ด้วยส่วนประกอบของตัวยาสำคัญในวิคส์ ที่ล้วนแต่เป็นสารหอมระเหยง่าย ประกอบกับมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ การสูดดมวิคส์จะทำให้รู้สึกเย็น โล่ง ในระบบทางเดินหายใจ ร่วมกับลดอาการคัดจมูก น้ำมูกน้อยลง บรรเทาอาการไอ ส่งผลให้หายใจได้สะดวก

10 คุณประโยชน์ดีๆ ของ วิคส์ วาโปรับ

วิคส์ บรรเทาอาการหวัด

  1. ใช้เป็นน้ำมันหอมระเหย เมื่อลูกเป็นหวัดแล้ว การนอนในห้องแอร์ที่แห้งและไม่มีความชื้น อาจจะทำให้ระคายเคืองคอได้ เราจึงสามารถใช้วิคส์ ร่วมกับเครื่องพ่นความชื้น ทำให้ห้องมีกลิ่นที่สดชื่นได้

2. บรรเทาอาการเจ็บกล้ามเนื้อ สำหรับคุณแม่ ที่ต้องอุ้มลูกตลอดเวลา ก็อาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ใช้งานบ่อย เกิดเจ็บปวดขึ้นมาได้ และคุณลูกที่อาจจะเล่นซนจนปวดกล้ามเนื้อโดยไม่รู้ตัว คุณแม่เพียงแค่ใช้วิคส์ วาโปรับ ทาบริเวณที่ปวดจากกล้ามเนื้ออักเสบ ก็จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บกล้ามเนื้อได้

วิคส์ ทาฝ่าเท้า

3. บรรเทาอาการไอ ก่อนนอนเพียงแค่นำ วิคส์ มาทาบริเวณฝ่าเท้าแล้วนวดเบาๆ เพื่อให้ฝ่าเท้าร้อน แล้วใส่ถุงเท้าเพื่อเพิ่มความอบอุ่น ก็จะช่วยให้อาการไอในช่วงกลางคืนลดลง วิธีนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนลองใช้แล้วได้ผลจนนำมาบอกต่อ

4. บรรเทาอาการเจ็บหู หากลูกป่วยแล้วยังรู้สึกว่าหูยังอื้ออยู่ คุณแม่สามารถทาวิคส์ วาโปรับ ทีี่คอตต้อนบัด แล้วทาสำลีที่ชุบวิคส์แล้ว เพื่อบรรเทาอาการเจ็บหูได้เป็นอย่างดี

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

วิธีรับมือลูกชอบกรี๊ด

แพทย์แนะ! วิธีรับมือลูกชอบกรี๊ด โวยวายอาละวาด

หมดปัญหาคาใจคุณแม่ กับคำแนะนำของแพทย์ พบ “วิธีรับมือลูกชอบกรี๊ด” อาลาะวาดเอาแต่ใจได้ที่นี่!

 

 

สวัสดีค่ะทีมงาน Amarin Baby and Kids  … ดิฉันมีลูกสาววัย 2.5 ปีอยู่หนึ่งคน ดิฉันไม่รู้ว่าลูกเป็นอะไรเวลาที่ไม่ได้อะไรดังใจ ก็มักที่จะชอบอาละวาดร้องกรี๊ดกร๊าดตลอดเวลา บางทีถึงขั้นไปนอนชักดิ้นชักงอที่พื้นเลยก็มี ดิฉันควรจะทำอย่างไรดีคะ กลัวคนรอบข้างไม่เข้าใจ แล้วจะมาพลอยว่าลูกดิฉันเป็นเด็กเอาแต่ใจไป ทีมงานพอจะมีคำแนะนำอะไรให้ได้บ้างไหมคะ

หลังจากที่ทีมงานได้รับข้อความหลังบ้านจากคุณแม่ท่านนี้ ทีมงานก็ทราบทันทีเลยค่ะว่า การกระทำของลูกสาวของคุณแม่นั้น ถือเป็นหนึ่งในอาการของเด็กทุกคนที่เราเรียกกันว่า “วัยต่อต้าน” จึงได้รีบค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมทันที พร้อมกับ วิธีรับมือลูกชอบกรี๊ด โวยวายเอาแต่ใจ เพราะคาดว่า ยังมีคุณแม่อีกหลาย ๆ ท่านกำลังประสบกับปัญหาเช่นเดียวกันนี้อยู่แน่นอน

วัยต่อต้าน คือวัยที่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 1 – 3 ปีค่ะ เป็นวัยที่เริ่มมีความคิดความอ่านเป็นของตัวเอง วัยที่พร้อมจะกระทืบเท้า ร้องกรี๊ด โวยวาย อาละวาดลงไปชักดิ้นชักงออยู่ที่พื้น เพื่อต้องการเอาชนะคุณพ่อคุณแม่ เพราะมั่นใจว่า การกระทำนี้คือท่าไม้ตายที่เมื่อไรก็ตามที่เขาทำ คุณพ่อคุณแม่ก็จะต้องใจอ่อนยอมตามใจแต่โดยดี แล้วคุณจะยอมให้เป็นอย่างนั้นหรือ???

ด้านแพทย์หญิงสินดี จำเริญนุสิต กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก โรงพยาบาลเวชธานี ได้กล่าวถึงพฤติกรรมนี้ว่า การแสดงออกเช่นนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการลูก คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกวัยนี้ควรที่จะเข้าใจมากกว่า การดุด่า ว่าทอ หรือตบตีลูก

เนื่องจากพวกเขา เริ่มมีความเป็นตัวของตัวเอง อยากรู้อยากเห็น มีความต้องการที่จะควบคุมทุกอย่าง อยากมีอิสระ และพยายามที่จะทำอะไรก็แล้วแต่ที่เกินความสามารถของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ยังไม่โตพอที่จะรู้จักควบคุมตัวเองได้ดีพอ และเมื่อไรก็ตามที่เหนื่อย หิว หงุดหงิด หรือกลัว ความก้าวร้าวก็เริ่มทวีคูณมากขึ้นตามไปด้วย

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ลูกเป็นเช่นนี้?

  • ข้อจำกัดเรื่องภาษา – ด้วยความที่ลูกยังเล็กเกินไป ลูกก็เลยยังไม่รู้จะสื่อให้คุณพ่อคุณแม่ทราบได้อย่างไรว่า อาการที่ลูกเป็นนั้น เป็นเพราะลูกหิว ลูกร้อน ลูกหงุดหงิด หรือแม้แต่ง่วงนอน ลูกรู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ดี และด้วยสาเหตุดังกล่าวยิ่งส่งผลทำให้พวกเขาหงุดหงิดเพิ่มมากขึ้น
  • อยากทำบางสิ่งบางอย่างแต่ทำไม่ได้ – ยกตัวอย่างเช่น ลูกอยากที่จะเขียนหนังสือ อยากผูกเชือกรองเท้า หรืออยากติดกระดุมเสื้อเอง แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร พอพวกเขามีความมุ่งมั่นที่จะทำ แต่กลับทำไม่ได้เลยยิ่งส่งผลทำให้หงุดหงิด และร้องโวยวายมากขึ้น
  • อยากเป็นหนึ่ง – เด็กวัยนี้ รับรู้มาตลอดว่าทุกคนให้ความรักและความสำคัญเพราะพวกเขาเด็กที่สุด แต่เมื่อไรก็ตามที่มีน้อง หรือมีเด็กคนอื่น หรือบุคคลอื่นมาทำให้ความสำคัญของเขาลดน้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ ลูกก็จะยิ่งแสดงความไม่พอใจออกมา เนื่องจากเกิดอาการหึงหวง และรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญลดน้อยลงด้วย เป็นต้น
  • ไม่สบายตัว – เมื่อไรก็ตามที่ลูกรู้สึกว่าตัวเองไม่สบายตัว ยกตัวอย่างเช่น อยู่ในอากาศที่ร้อนหรือหนาวจัด ง่วงนอนหรือนอนไม่พอ หรือแม้แต่หิวละก็ ลูกก็จะไม่สามารถบอกคุณพ่อคุณแม่ให้เข้าใจได้ ดังนั้น จึงเกิดเป็นพฤติกรรมที่ไม่น่ารักนี้ขึ้น

ปากนกกระจอก

ลูกเป็น ปากนกกระจอก แค่ทาน้ำตาลปี๊บก็หายจริงหรือ

สังเกตลูกให้ดี ลูกมีเม็ด ตุ่ม หรือสะเก็ดขึ้นบริเวณขอบปากไหม? ถ้าใช่! ลูกอาจเป็นโรค ปากนกกระจอก ได้!

 

 

“คุณแม่ครับ…คุณแม่ครับ ปากผมเป็นอะไรก็ไม่รู้ อ้าปากกว้าง ๆ ไม่ได้ แถมมีเลือดออกด้วยครับ เจ็บมาก” พอสิ้นคำพูดลูกเท่านั้นแหละ คนเป็นแม่หรือจะอดใจไม่ดูไม่ได้ … รีบลุกขึ้นดูทันที อุ้ย!! ตายแล้ว ไม่ธรรมดาจริง ๆ ด้วย แผลแบบนี้ อาการแบบนี้ นี่มันโรคที่ฉันเองก็เคยเป็นตอนเป็นเด็กนี่นาและนั่นก็คือโรค “ปากนกกระจอก” นั่นเอง

ว่าแล้วก็นึกได้ว่ามีคำโบราณเคยบอกว่า ให้รักษาด้วยการขโมยน้ำตาลปี๊บในตู้เย็นมาแอบทาปาก แต่ครั้นจะไปหยิบมาให้ลูกทาเลยก็กลัวว่าคำโบราณจะไม่ขลัง เดี๋ยวไม่หาย … ทำไงดีละทีนี้ … เอาเป็นว่าขอหาข้อมูลก่อนแล้วกันว่า โรคนี้เกิดจากอะไร อาการเป็นแบบไหน แล้วจะมีวิธีการรักษาแบบอื่นหรือไม่ โดยสรุปแล้วมีรายละเอียดดังนี้

ปากนกกระจอก เกิดจากอะไร?

ปากนกกระจอกนั้นเขามีชื่อเรียกภาษาอังกฤษกันว่า Angular Cheilitis เป็นภาวะอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณมุมปาก อาการเบื้องต้นที่เห็นก็คือ ปากแห้ง ปากแตก ปากเป็นแผล มีรอยแดง บวม หรือตึงบริเวณมุมข้างในข้างหนึ่งหรืออาจจะทั้งสองข้างเลยก็ได้ค่ะ ซึ่งอาการดังกล่าวนั้นจะเป็นอยู่ประมาณ 3 – 5 วันแล้วแต่ บางคนเป็นนาน 7 วันเลยก็มี

สาเหตุของการเกิด

คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะอยากรู้กันแล้วใช่ไหมละคะว่า ปากนกกระจอก นั้นเกิดจากอะไร แน่นอนค่ะว่า เกิดจากการที่ร่างกายของลูกนั้นขาดวิตามินบี แต่นอกจากการขาดวิตามินแล้ว ยังเกิดจากสาเหตุอื่นได้อีกด้วยนะคะ ดังนี้

  • โรคผิวหนัง ยกตัวอย่างเช่น โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก โรคผิวหนังอักเสบเซบเดิร์ม ซึ่งเป็นสาเหตุของโรค ปากนกกระจอก ที่พบได่บ่อยที่สุด
  • การขาดสารอาหาร อันเกิดจากการที่ร่างกายขาดวิตามินบี 2 หรือไรโบฟลาวิน การขาดธาตุเหล็ก วิตามินซี และโปรตีน เป็นต้น
  • การติดเชื้อโรคบางชนิด เช่น เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัส เช่นเชื้อเริมที่ริมฝีปาก เป็นต้น
  • ภาวะน้ำลายออกมากกว่าปกติ ยกตัวอย่างเช่น การนอนหลับน้ำลายไหลเป็นประจำ หรือเด็กบางคนที่เวลาพูดแล้วชอบมีน้ำลายเอ่อ หรือน้ำลายไหลตลอด ซึ่งอาการดังกล่าวส่งผลทำให้เกิดการระคายเคืองของผิวหนังบริเวณมุมปากจนเกิดเป็นแผลได้ง่ายกว่าปกติ เป็นต้น
  • การแพ้หรือระคายเคือง เช่น แพ้อาหาร หรือแพ้ยาสีฟัน
  • ริมฝีปากแห้งมากเกินไป ทั้งนี้มาจากการที่ชอบเลียปากหรือเกิดจากการที่อาการหนาวเย็น ซึ่งภาวะนี้จะพบได้บ่อยในช่วงฤดูหนาว
  • สาเหตุอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายบกพร่อง ความเครียด หรือแม้แต่การถ่ายทอดทางพันธุกรรม เป็นต้น
ประกันสังคม ปรับขึ้น

ประกันสังคม ปรับขึ้น สูง1,000 พร้อมประโยชน์ที่ได้เพิ่ม

คุณพ่อคุณแม่มนุษย์เงินเดือนมีความคิดเห็นอย่างไร? …หาก ประกันสังคม ปรับขึ้น ทำให้คุณต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มสูงสุดถึง 1,000 บาท

จากกระแสข่าวลือเมื่อปลายปีที่แล้ว ที่ทางประกันสังคมได้ออกมาประกาศว่า จะมีการปรับเพดานเงินเดือน 15,000 บาท เป็น 20,000 บาท โดยจากที่จ่ายเงินสมทบจาก 750 ก็เพิ่มเป็นจ่ายสูงสุด 1,000 บาท ซึ่งทางสำนักงานประกันสังคมก็ได้เตรียมยกร่างข้อเสนอทั้งหมดต่อรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน และหลังจากนั้นก็จะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป ซึ่งหากผ่านขั้นตอนทั้งหมดจะเริ่มบังคับใช้ได้ในต้นปี 2561

ประกันสังคม ปรับขึ้น
ต้องจ่ายเพิ่มสูงสุดถึง 1,000 บาท

และล่าสุด นายแพทย์สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้เปิดเผยถึงนโยบายการเก็บเงินสมทบเข้ากองทุน ประกันสังคม เพิ่มจากเดิม จากการขยายฐานเพดานเงินเดือนในการคำนวณเงินสมทบ โดยระบุว่า มีผู้ประกันตนเกินครึ่งที่เห็นด้วย ที่ ประกันสังคม ปรับขึ้น ทั้งนี้นโยบายดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนการทำความเข้าใจ

โดยที่ผ่านมามีการเปิดเวทีรับฟังความเห็นแล้ว 12 ครั้ง ซึ่งมากกว่าหน่วยงานอื่น ๆ และขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นทางออนไลน์ ที่เบื้องต้นมีผู้ที่เข้าใจแล้วกว่าครึ่ง และหากมีผู้เห็นด้วยกับนโยบายนี้เกิน 80 เปอร์เซ็นต์ ก็จะดำเนินการทันที!!!

ทั้งนี้ในส่วนของการเก็บเงินสมทบ ที่ ประกันสังคม เก็บเพิ่มขึ้นนั้น ยังคงเก็บในอัตราเดิม คือ 5% แต่ที่ทำอยู่คือ การขยายฐานเพดานเงินเดือน ในการคำนวณเงินสมทบจาก 15,000 บาท เป็น 20,000 บาท ขยายความได้ดังนี้

  • คนที่ฐานเงินเดือนอยู่ที่ 15,000 บาท ก็จ่ายเท่าเดิม คือ 750 บาท/เดือน

  • ถ้าเงินเดือน 16,000 บาท ก็จ่ายสมทบเพิ่ม เป็นเดือนละ 800 บาท

  • และถ้าเงินเดือน 18,000 บาท ต้องจ่ายสมทบเพิ่มเป็น 900 บาท

  • สุดท้ายสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีฐานเงินเดือน 20,000 บาทขึ้นไป ก็ต้องจ่ายสมทบเพิ่มเป็น 1,000 บาท

ซึ่งเรื่องนี้สำหรับคนที่จ่ายเงินสมทบมาก กับ คนที่จ่ายเงินสมทบน้อย แน่นอนว่าจะได้ผลประโยชน์ไม่เท่ากัน เช่น กลุ่มที่เงินเดือน 20,000 บาทขึ้นไป และต้องจ่ายเดือนละ 1,000 บาท จะได้รับสิทธิประโยชน์ดังต่อไปนี้…

 

คลิกอ่าน “สิทธิประโยชน์ที่จะได้เพิ่ม
หลังจากต้องจ่ายประกันสังคม เดือนละ 1,000
บาท” ได้ที่นี่!

 

อ่านต่อบทความอื่นที่เกี่ยวข้อง น่าสนใจ ได้ที่นี่ :

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

 


ขอบคุณที่มาข่าวจาก : www.dailynews.co.th

ประกันสังคม ปรับขึ้น

ประกันสังคม ปรับขึ้น สูง1,000 พร้อมประโยชน์ที่ได้เพิ่ม

คุณพ่อคุณแม่มนุษย์เงินเดือนมีความคิดเห็นอย่างไร? …หาก ประกันสังคม ปรับขึ้น ทำให้คุณต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มสูงสุดถึง 1,000 บาท

จากกระแสข่าวลือเมื่อปลายปีที่แล้ว ที่ทางประกันสังคมได้ออกมาประกาศว่า จะมีการปรับเพดานเงินเดือน 15,000 บาท เป็น 20,000 บาท โดยจ่ายเงินสมทบจาก 750 เป็นจ่ายสูงสุด 1,000 บาท ซึ่งทางสำนักงานประกันสังคมก็ได้เตรียมยกร่างข้อเสนอทั้งหมดต่อรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน และหลังจากนั้นก็จะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป ซึ่งหากผ่านขั้นตอนทั้งหมดจะเริ่มบังคับใช้ได้ในต้นปี 2561

พ่อแม่ว่าไง? ประกันสังคม ปรับขึ้น
ต้องจ่ายเพิ่ม…สูงสุดถึง 1,000 บาท

และล่าสุด นายแพทย์สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้เปิดเผยถึงนโยบายการเก็บเงินสมทบเข้ากองทุน ประกันสังคม เพิ่มจากเดิม จากการขยายฐานเพดานเงินเดือนในการคำนวณเงินสมทบ โดยระบุว่า มีผู้ประกันตนเกินครึ่งที่เห็นด้วย ที่ ประกันสังคม ปรับขึ้น ทั้งนี้นโยบายดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนการทำความเข้าใจ

โดยที่ผ่านมามีการเปิดเวทีรับฟังความเห็นแล้ว 12 ครั้ง ซึ่งมากกว่าหน่วยงานอื่น ๆ และขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นทางออนไลน์ ที่เบื้องต้นมีผู้ที่เข้าใจแล้วกว่าครึ่ง และหากมีผู้เห็นด้วยกับนโยบายนี้เกิน 80 เปอร์เซ็นต์ ก็จะดำเนินการทันที

ทั้งนี้ในส่วนของการเก็บเงินสมทบ ที่ ประกันสังคม เก็บเพิ่มขึ้นนั้น ยังคงเก็บในอัตราเดิมคือ 5% แต่ที่ทำอยู่คือ การขยายฐานเพดานเงินเดือน ในการคำนวณเงินสมทบจาก 15,000 บาท เป็น 20,000 บาท ขยายความได้ดังนี้

  • คนที่ฐานเงินเดือนอยู่ที่ 15,000 บาท ก็จ่ายเท่าเดิม คือ 750 บาท/เดือน

  • ถ้าเงินเดือน 16,000 บาท ก็จ่ายสมทบเพิ่ม เป็นเดือนละ 800 บาท

  • และถ้าเงินเดือน 18,000 บาท ต้องจ่ายสมทบเพิ่มเป็น 900 บาท

  • สุดท้ายสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีฐานเงินเดือน 20,000 บาทขึ้นไป ประกันสังคม ปรับขึ้น ก็ต้องจ่ายสมทบเพิ่มเป็น 1,000 บาท

 

โดยนายแพทย์สุรเดช ยังเผยถึง
“สิทธิประโยชน์ที่จะได้เพิ่ม!
หลังจากต้องจ่ายประกันสังคม เดือนละ 1,000 บาท
ว่า…..⇓

ลูกไม่กินข้าว

ลูกไม่กินข้าว ผิดที่คนกินหรือคนป้อน?

เมื่อก่อนก็อ้ำหาย อ้ำหาย อยู่ๆ ก็กลายเป็นเด็กไม่ยอมกินข้าว ขึ้นมาซะงั้น! ลูกไม่กินข้าว เป็นปัญหาที่มักจะเกิดกับเด็กในวัย 1 ปีขึ้นไป โดยเมื่อเด็กอายุครบ 1 ปี จะเริ่มเรียนรู้การปฏิเสธหรือคายอาหาร เนื่องจากมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย สามารถหาและหยิบอาหารต่าง ๆ มากินได้เอง ซึ่งจะทำให้ลูกมีอิสระที่จะเลือกสิ่งที่ตัวเองต้องการและปฏิเสธสิ่งที่ตนเองไม่ต้องการได้ โดยทั่วไปอาการนี้จะเกิดขึ้นไม่นานและจะหายเองได้ แต่หากลูกยังคงปฏิเสธอาหารอย่างต่อเนื่อง ก็อาจเป็นสัญญาณที่จะทำให้เป็นโรคเบื่ออาหารในอนาคตได้ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงไม่ควรมองพฤติกรรม ลูกไม่กินข้าว นี้เป็นเรื่องปกติที่สามารถหายเองได้ มาร่วมกันหาวิธีแก้ไขกับทีมงาน Amarin Baby & Kids กันค่ะ

ลูกไม่กินข้าว ผิดที่คนกินหรือคนป้อน?

ทำไม ลูกไม่กินข้าว?

  • ไม่ชอบลองของแปลกใหม่ การกินข้าวยังคงเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ ที่เด็กวัยเตาะแตะเพิ่งเคยพบเจอ ในเด็กบางคน อาจต้องใช้เวลาในการเรียนรู้รสสัมผัส รูปสัมผัส ของอาหารชนิดใหม่ บางคนที่ชอบลองสิ่งใหม่ๆ ก็จะสามารถทานอาหารชนิดใหม่ได้เลย แต่ในเด็กบางคน จะยังต้องการทำความรู้จักกับอาหารชนิดใหม่จนแน่ใจเสียก่อนถึงจะยอมทาน
  • ห่วงเล่นมากกว่า เด็กในวัยนี้จะเริ่มเดินกันได้แล้ว การมีอิสระในการเคลื่อนไหวไปในที่ต่างๆ ตามที่ต้องการ ทำให้ได้พบเจอสิ่งใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา จึงตื่นเต้นในสิ่งอื่นๆ มากกว่าอาหาร
  • การเลือกกิน เมื่อเด็กในวัยนี้เริ่มมีความคิดที่จะเลือกสิ่งต่างๆ ที่ตัวเองต้องการแล้ว รวมถึงปฏิเสธสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการได้แล้วด้วย อาหารก็เช่นกัน เด็กจะเลือกสิ่งที่ตัวเองอยากจะกิน และคายสิ่งที่ตัวเองไม่อยากกินได้

ในช่วงวัยนี้ เด็กควรได้รับสารอาหารแตกต่างออกไปจากขวบปีแรก เนื่องจากเด็กในวัยนี้จะเคลื่อนไหวตลอดเวลา การที่เด็กคุ้นชินกับพฤติกรรมการปฏิเสธอาหารด้วยเหตุผลที่กล่าวไปข้างต้นนั้น อาจส่งผลให้เป็นโรคเบื่ออาหาร หรือ โรคกลัวอาหาร ในอนาคตได้ในที่สุด

 

สัญญาณของเด็กที่อาจจะเป็นโรคเบื่ออาหาร หรือ กลัวอาหาร

  • กินข้าวได้น้อย กินไปไม่กี่คำก็บอกว่าอิ่ม
  • น้ำหนักไม่ขึ้น
  • ทานแต่อาหารเดิมๆ ซ้ำๆ จะขาดสารอาหารชนิดอื่นๆ ที่่จำเป็นสำหรับเด็กวัยเตาะแตะ
  • ตื่นตัวตลอดเวลา ไม่ยอมกิน และ ไม่ยอมนอน
  • ไม่เคยรู้สึกหิว
  • ชอบที่จะเล่นหรือพูด หรือทำสิ่งอื่นๆ มากกว่าทานข้าว

หากลูกเริ่มมีอาการเหล่านี้ คุณพ่อคุณแม่ควรจะรีบปรับพฤติกรรมและมุมมองในการกินข้าวของลูกโดยด่วนเลยค่ะ

 

เคล็ด(ไม่)ลับ ทำอย่างไรให้ลูกยอมกินข้าว

เด็กทุกคนจะมีสัญชาติญาณมาแต่กำเนิดในการรับรู้ว่าอาหารชนิดใดที่ร่างกายต้องการเพื่อที่จะเจริญเติบโต และเด็กทุกคนก็ยังสามารถเลือกสิ่งที่ตัวเองต้องการจะกินเองได้อีกด้วย ดังนั้น สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำได้คือ จัดหาอาหารที่มีประโยชน์มาให้ สร้างบรรยากาศการกินอาหารที่ดี เพื่อให้ลูกมีความสุขในการทานอาหารที่ตัวเองเลือก ทีมงาน Amarin Baby & Kids ขอบอกต่อเคล็ดลับที่จะทำให้ลูกกลับมาสนใจอาหาร ดังนี้ค่ะ

  • จัดตารางเวลาในการทานอาหารให้อยู่ในเวลาเดิมทุกวัน เพื่อให้ลูกรู้ว่าจะต้องทานข้าวเช้า อาหารว่าง ข้าวเที่ยง อาหารว่าง และข้าวเย็น ในเวลานี้เท่านั้น เมื่อร่างกายรู้แล้วว่าจะกินอาหารในเวลาไหนบ้าง ร่างกายจะสั่งให้รู้สึกหิวในเวลานั้น แต่วิธีนี้ควรจะระวังไม่ให้ทานอาหารมากเกินไปในแต่ละมื้อ และไม่ควรให้ทานขนมระหว่างมื้อ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

คำพูดให้กำลังใจลูก

12 คำพูดให้กำลังใจลูก ที่คนเป็นพ่อแม่ช่วยได้

ลูกท้อแท้หมดกำลังใจ เครียด กำลังจะซึมเศร้า พ่อแม่ช่วยได้!! พบกับ 12 คำพูดให้กำลังใจลูก ได้ที่นี่ค่ะ

 

 

คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่คะว่า เด็ก ๆ ก็เครียดเป็น หลาย ๆ ท่านคิดว่า เด็ก ๆ วัน ๆ ไม่ได้ทำอะไร เอาแต่เล่น กิน แล้วก็นอน แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปเครียด!? ก็อาจจะใช่นะคะ แต่ก็ไม่ใช่เสมอไป เพราะเด็ก ๆ ก็มีหัวใจ มีความคิด และมีความรู้สึกเหมือนกับเรา แล้วทำไมพวกเขาถึงจะเครียดไม่ได้ละ?

จากการตรวจสอบพบว่า จากสถิติพบว่า เด็กในปัจจุบันนั้นมีความเครียดมากถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง 10 เปอร์เซ็นต์ที่ว่านั้นมาจากการที่ “เด็กเครียด” เนื่องมาจากการถูกดุด่า ตำหนิ เห็นคุณพ่อคุณแม่เครียดเลยเครียดตาม นอกเหนือจากนี้ยังสามารถเกิดได้จากการที่ลูกรู้สึกผิดหวังจากบางสิ่งบางอย่างที่ลูกได้ตั้งความหวังเอาไว้ด้วยเช่นกัน

นายแพทย์จอม ชุมช่วย จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นเปิดเผยว่า จากสถิติความเครียดของเด็กในปัจจุบันนั้นพบว่า เด็กผู้ชายจะมีอัตราความเครียดที่เกิดจากความวิตกกังวลมากกว่าเด็กผู้หญิง ส่วนในเด็กที่เป็นวัยรุ่นนั้นพบว่า เด็กหญิงจะเกิดความเครียดซึ่งมาจากโรคซึมเศร้ามากกว่าเด็กผู้ชาย ทั้งนี้อาจสืบเนื่องมาจากฮอร์โมนทางเพศด้วยก็เป็นได้

อาการบอกว่า ลูกกำลังท้อแท้ หมดกำลังใจ และเครียด

  • ลูกไม่มีสมาธิ
  • ผลการเรียนตก
  • ซึมเศร้า
  • มีอาการเหม่อลอย
  • ร่างกายอ่อนแรง เป็นต้น

ซึ่งจากจุดนี้ คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะพาลูกไปหาหมอเพื่อเข้ารับการรักษา หรืออาจจะพาไปอยู่กับญาติพี่น้องคนอื่น ๆ เพื่อให้ลูกจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียวกันใช่ไหมละคะ … ถามว่าเป็นวิธีการที่ถูกต้องไหม ก็ไม่ได้ผิดค่ะ แต่มีคำถาม ๆ คำนึงว่า แล้วตัวของเราเองละ คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “คุณพ่อคุณแม่” นั้นได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสมบูรณ์แล้วหรือยัง ก่อนที่จะไปหวังพึ่งคนอื่น

เชื่อเถอะค่ะว่า ไม่มีใครคนใดในโลกนี้อีกแล้วที่จะช่วยลูกได้ดีเท่ากับคนเป็นพ่อเป็นแม่แล้วละค่ะ แค่เพียงคำพูดไม่กี่คำก็สามารถพลิกชีวิตของลูกได้ไม่ยาก หากเราดุด่าว่าทอลูก ตอกย้ำความเสียใจให้กับลูก ๆ ก็จะผูกใจอยู่กับคำพูดเหล่านั้น ในทางกลับกัน หากเราใช้ คำพูดให้กำลังใจลูก ก็สามารถช่วยเยียวยาหัวใจของลูกให้มีพลังต่อไปได้

และในวันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะขอนำเสนอ 12 คำพูดให้กำลังใจลูก ที่คุณพ่อคุณแม่ควรพูดมาฝากกัน จะมีอะไรบ้างนั้น เราไปดูพร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะ

ชื่อคนเกิดวันอาทิตย์

รวม ชื่อคนเกิดวันอาทิตย์ เสริมดวงเป็นมงคลให้ลูกรัก

หากคุณกำลังมองหาไอเดีย การตั้งชื่อจริง ตั้งชื่อลูก ชื่อมงคล โดยเฉพาะ ชื่อคนเกิดวันอาทิตย์ Amarin Baby & Kids ได้รวบรวมชื่อดี มีมงคล สำรับลูกสาวและลูกชายที่ เกิดวันอาทิตย์ พร้อมคำอ่านและความหมายของชื่อ ตามหลักโหราศาสตร์ หลักการตั้งชื่อตามวันเกิด มาแนะนำ ตั้งแต่ ก-ฮ จะมีชื่อใดบ้าง ตามมาดูกันเลย

รวมชื่อมงคล ชื่อคนเกิดวันอาทิตย์
ชื่อตามวันเกิด สำหรับลูกสาว ลูกชาย โดยเฉพาะ!

ซึ่งตามที่โบราณาจารย์กำหนดไว้สำหรับ ชื่อคนเกิดวันอาทิตย์ จะต้องใช้ความหมายของทักษาที่ดี โดยยึดทักษาปกรณ์เป็นหลัก คือ ต้องใช้อักษรในวรรค บริวาร ,อายุ ,เดช, ศรี ,มูละ ,อุตสาหะ หรือมนตรีเท่านั้น

โดย ชื่อคนเกิดวันอาทิตย์ ต้องห้ามมีอักษรวรรคกาลกิณี
คือ ศ ษ ส ห ฬ ฮ โดยเด็ดขาด!!!

ทั้งนี้การตั้งชื่อตามหลักทักษาปกรณ์ ชื่อคนเกิดวันวันอาทิตย์ ในเด็กชาย วรรคเดช (จ ฉ ช ซ ฌ ญ) นำหน้าหรือตามหลัง ส่วนเด็กหญิงนิยมใช้ วรรคศรี (ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ) นำหน้าหรือตามหลัง หรือใช้อักขระวรรคอื่นๆ นำหน้าชื่อก็ได้ เพื่อเป็นการแก้ข้อบกพร่องหรือส่งเสริมในเรื่องต่าง ๆ ตามความหมายของวรรคนั้นๆ

ที่สำคัญชื่อที่ดีควรมีภาษาและความหมายที่ดี ความยาว 2-4 พยางค์ มีตัวอักษร , สระในวรรค/ทักษาอื่นๆ รวมๆ กันอยู่ในชื่อ เมื่อได้ชื่อตามหลักตามหลักทักษาปกรณ์แล้ว เพื่อความเป็นสิริมงคลควรนำชื่อไปตรวจสอบคำทำนายตาม หลักวิชาเลขศาสตร์ และ อายตนะ 6 ดูว่าผลทำนาย ภาพรวมว่าดีหรือไม่อย่างไร เพื่อเลือกชื่อที่ดีที่สุด

เพื่อเป็นตัวช่วยคุณพ่อคุณแม่ในการตั้งชื่อลูกที่ถูกโฉลกตามวันเกิด Amarin Baby & Kids จึงได้รวบรวม ชื่อคนเกิดวันอาทิตย์ ตั้งแต่ ก-ฮ สำหรับใช้ในการตั้งชื่อลูกสาว ลูกชาย ทั้งการสะกด และความหมายของชื่อ มาให้คุณพ่อคุณแม่ได้เลือกชื่อที่ถูกใจ จะมีชื่อใดบ้างมาดูกันเลยค่ะ…

 

คลิกดู >> รวมชื่อมงคล ชื่อคนเกิดวันอาทิตย์
สำหรับลูกชายและลูกสาว ตั้งแต่ ก-ฮ ได้ด้านล่างนี้ 

ชวนลูกเข้าครัว

ชวนลูกเข้าครัว ลูกเรียนรู้ได้มากกว่าที่คิด

เพราะเชื่อว่าการ ชวนลูกเข้าครัว สามารถสอนให้ลูกได้เรียนรู้มากกว่าที่คุณคิด ผลิตภัณฑ์แม็กกี้ จึงได้จัดกิจกรรม แม็กกี้ มัม แอนด์ มี คุกกิ้ง คลับเวิร์กช็อปสอนทำอาหารกับลูก ที่ให้คุณแม่ ชวนลูกเข้าครัว เพื่อส่งเสริมการใช้เวลาร่วมกัน พร้อมสอนบทเรียนชีวิตให้ลูกผ่านการ ทำอาหารกับลูก ที่จะได้เพลิดเพลินไปกับการฝึกฝนทักษะพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนในทุกๆ ขั้นตอนการทำอาหาร ความใส่ใจในการเลือกสรรวัตถุดิบ และความคิดสร้างสรรค์ผ่านการตกแต่งจาน รวมถึงความรู้เรื่องโภชนาการอาหารและสุขอนามัย พร้อมกันนี้ได้เชิญ คุณพนิดา เอี่ยมศิรินพกุล และลูกสาวตัวน้อย น้องชื่นใจ มาร่วมแชร์ประสบการณ์สานสายสัมพันธ์รักผ่านการเข้าครัว และเมนูพิเศษที่ทำได้ง่าย แต่อัดแน่นไปด้วยโภชนาการสำหรับเด็ก

workshop ทำอาหาร

ชวนลูกเข้าครัว ลูกเรียนรู้ได้มากกว่าที่คิด

คุณพนิดา เอี่ยมศิรินพกุล หรือตุ๊กตา เปิดเผยว่า “ปกติแล้วตุ๊กตาจะชวนน้องชื่นใจเข้าครัวบ่อยๆ เลยค่ะ เพราะตุ๊กตาสัมผัสได้ว่า ชื่นใจได้เรียนรู้อะไรจากการเข้าครัวมากกว่าที่เราคิด  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ 1) การจดจำวิธีการทำอาหาร 2) การสังเกตสีของอาหารตอนไหนกำลังจะสุก รวมถึง 3) การฝึกสมาธิ อย่างเวลาหั่นผัก ตุ๊กตาก็จะให้ชื่นใจได้ทดลองหั่นผักเอง เค้าจะมีสมาธิมากขึ้นว่าต้องหั่นออกมาในรูปทรงไหน และการเข้าครัวร่วมกันเป็นโอกาสดีที่เราจะได้สอนลูกนะคะ ตุ๊กตาว่าแถมยังเป็นการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัวที่ดีทั้งสนุกและมีประโยชน์มากเลยค่ะเพราะเวลาเข้าครัวตุ๊กตาจะให้น้องชื่นใจช่วยหั่นผัก ล้างผัก และหยิบจับวัตถุดิบต่างๆ  เพราะเด็กๆ ในช่วงวัยนี้ จะเป็นช่วงของการจดจำ ชอบฟัง และมักมีคำถามต่างๆ ที่แม่อย่างเราต้องหาคำตอบมาตอบลูกและสอนลูกอยู่เสมอค่ะ”

“เวลา ชวนลูกเข้าครัว ตุ๊กตาก็จะให้น้องได้ทำอาหารโปรดของน้องเพราะน้องจะได้สนุกกับการทำอาหาร ซึ่งเมนูที่ทำบ่อยๆ เลยคือเมนูข้าวผัดฮีโร่ และแซลมอนเทอริยากิ ซึ่งเป็นข้าวผัดผักหลากสีห่อด้วยไข่ และปลาแซลมอนย่างราดซอสเทอริยากิที่มีประโยชน์ด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ให้พลังงาน 448 กิโลแคลลอรี่ อัดแน่นไปด้วยเนื้อสัตว์อย่างปลาแซลมอนที่ให้โปรตีน และไขมันดีต่อร่างกาย และ ผัก อย่างข้าวโพดหวาน แครอท และถั่วลันเตา

วิธีทำแซลมอนเทอริยากิ

วิธีการทำเริ่มจากส่วนผสมสำหรับแซลมอนย่าง ประกอบด้วย

1) เนื้อปลาแซลมอน 2 ชิ้น (น้ำหนักชิ้นละ 50 กรัม)

2) ซอสปรุงอาหารแม็กกี้ 1 ช้อนชา

3) พริกไทย ¼ ช้อนชา

4) น้ำมันพืช 1 ช้อนชา

วิธีทำแซลมอนย่าง

1) เทซอสปรุงอาหารแม็กกี้ และพริกไทยลงในชามผสม คนพอเข้ากัน แล้วนำซอสทาลงบนเนื้อปลาแซลมอนทั้งสองด้าน พักไว้

2) นำกระทะตั้งไฟอ่อน-ปานกลาง ใส่น้ำมันพืชให้ทั่วกระทะพอร้อน ใส่ชิ้นปลาแซลมอนด้านที่ติดหนังปลาลงไปก่อน รอให้สุกเหลือง จึงค่อยกลับด้าน จะได้เนื้อปลาสีสวย น้ำตาลทอง และหนังกรอบน่ารับประทาน

ส่วนผสมซอสเทอริยากิ ประกอบด้วย

1) กระเทียมไทยบุบพอแตก 2 กลีบ

2) ขิงบุบพอแตก 1 ชิ้น (หั่นหนา ½ ซม.)

3) น้ำเปล่า 4 ช้อนโต๊ะ

4) ซอสปรุงอาหารแม็กกี้ 1 ช้อนชา

5) ซอสหอยนางรมแม็กกี้ 1 ช้อนชา

6) น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา

7) มิริน 1 ช้อนชา

8) น้ำเปล่า 4 ช้อนโต๊ะ

9) น้ำมันงา ¼ ช้อนชา

10) งาขาวคั่วบุบพอแตก 1 ช้อนชา

วิธีทำซอสเทอริยากิ

1) นำกระทะตั้งไฟอ่อน-ปานกลาง ใส่ขิงสไลด์ และกระเทียมบุบ ลงคั่วพอหอมแล้วจึงเติมน้ำเปล่าลงไป

2) ปรุงรสด้วยซอสปรุงอาหารแม็กกี้ ซอสหอยนางรมแม็กกี้ ตามด้วยน้ำผึ้ง และมิริน คนพอเข้ากัน แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อนพอเดือด สังเกตสีของซอสเริ่มเข้ม ให้เติมน้ำงาและงาขาวคั่ว คนเล็กน้อย ยกลงพักไว้

วิธีทำข้าวผัดฮีโร่ คลิกหน้า 2

ซิงเกิ้ลมัม

วิจัยยัน! ซิงเกิ้ลมัม ก็เลี้ยงลูกให้ดีได้ไม่แพ้ใคร

ซิงเกิ้ลมัม ทั้งหลายอย่าได้กังวล วิจัยยืนยันแล้ว!! เด็กที่โตมากับแม่เลี้ยงเดี่ยวส่วนใหญ่ มักเข้มแข็ง และอดทน!

 

 

การเป็น “ซิงเกิ้ลมัม” ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนั่นหมายถึงการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ที่จะผู้หญิงคนหนึ่งจะต้องเปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตที่จะต้องเลี้ยงลูกอย่างลำพัง และคุณจะต้องเข้มแข็งมากพอที่จะรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ที่จะต้องเผชิญในอนาคตอันใกล้ได้ ซึ่งปัญหาหลักที่ว่านั้นก็ได้แก่

  • เงิน ถ้าหากคุณไม่ได้มีเงินมากพอ เงิน คือหนึ่งในปัญหาที่คุณจะต้องคำนึงถึง จะต้องจัดสรรปันส่วนอย่างไรในแต่ละเดือน ไหนจะค่าใช้จ่ายลูก ไหนจะค่าเช่าห้อง ค่ากิน ค่าน้ำ ค่าไฟ
  • ลูก คุณจะต้องเกิดความรู้สึกกลัวว่า ลูกจะเกิดความรู้สึกโหยหา รู้สึกขาดความรักและความอบอุ่นจากผู้เป็นพ่อหรือไม่ เพราะมันจะต้องเจ็บปวดแน่ ๆ ถ้าคุณจะต้องเห็นลูกของคุณนิ่งเงียบ หรือร้องไห้ เมื่อเห็นเด็กคนอื่น ๆ เล่นกับพ่อ หรือมีพ่อมารับกลับบ้าน

นี่คือปัญหาสองข้อใหญ่ ๆ ที่คุณจะต้องรับมือและผ่านมันมาให้ได้ ซึ่งทีมงาน Amarin Baby and Kids จะไม่ขอพูดถึงข้อแรก เพราะเชื่อว่า ผู้หญิงที่เป็นซิงเกิ้ลมัม ทุกคนสามารถแก้ปัญหานั้นได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ทีมงานจะพูดถึงนั้นคือ เรื่องของลูก มากกว่าค่ะ เพราะเงินไม่มีเรายังพอหาได้ แต่สภาพจิตใจของลูกนั้น ต่อให้มีเงินมากมายแค่ไหน ก็ยากที่จะเยียวยาได้

คนส่วนใหญ่มักคิดว่า เด็กที่เติบโตมากับซิงเกิ้ลมัม หรือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวนั้นมักจะต้องเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่มีปัญหา และโตมาด้วยความรู้สึกขาด … หากคนเหล่านั้นคิดเช่นนี้ก็คงไปห้ามความคิดของเขาไม่ได้ เพราะคงไม่มีใครบอกพวกเขาว่า “คุณกำลังคิดผิด”

เพราะถ้าหากคุณเปิดใจมองจริง ๆ คุณจะเห็นว่า เด็กที่เติบโตมาจากการเลี้ยงดูของโดย ซิงเกิ้ลมัม นั้นมีความเข้มแข็ง และมีมุมมองที่เป็นผู้ใหญ่มากกว่าที่คุณคิดเยอะจริง ๆ! พวกเขาจะมีความคิดที่แตกต่างกับเด็กที่เติบโตมาด้วยความรักที่สมบูรณ์ … แต่ใครเล่าจะไปบอกคุณว่า ครอบครัวของเขานั้นสมบูรณ์จริง ๆ บางคนอาจจะต้องอดทนกล้ำกลืน ทนอยู่กับความหวาดระแวง ทนยอมให้สามีไปมีเมียน้อย เพราะอยากให้ครอบครัวมีพร้อม โดยหารู้ไม่ว่า เด็กที่เกิดมาในสภาพแวดล้อมที่ต้องเห็นคุณพ่อคุณแม่ทะเลาะตบตีกันทุกวันนั้นอาจจะเติบโตมาเป็นเด็กที่มีปัญหาหรือรู้สึกขาดมากกว่าก็เป็นได้

เชื้อพิษสุนัขบ้า

ระวัง! เชื้อพิษสุนัขบ้า ติดมากับลูกหมาที่เพิ่งซื้อ

ใครจะคิดล่ะคะว่า ลูกหมาที่สุดแสนจะน่ารักน่าชังมี เชื้อพิษสุนัขบ้า!! ใช่ค่ะ เด็กกับสัตว์เลี้ยงเป็นของคู่กัน คุณแม่หลายท่านน่าจะเคยเจอเหตุการณ์ที่ลูกๆ มาขอมีสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็น ลูกหมา ลูกแมว หรือ ลูกกระต่าย กันใชไหมล่ะคะ แถมสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ก็น่ารักน่าชังซะด้วยสิ ทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงมีอุทาหรณ์เตือนใจ จากข่าวเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า มาฝากแม่ๆ กันค่ะ

ระวัง! เชื้อพิษสุนัขบ้า ติดมากับลูกหมาที่เพิ่งซื้อ

จากข่าว สัตวแพทย์ท่านหนึ่งที่ จ.มหาสารคาม ได้ทำหมันสุนัขพันธุ์พูเดิล อายุ 3 ปี แต่ในขณะที่ทำหมันอยู่นั้น สุนัขตัวนี้ก็ได้ตายลง จึงได้ส่งหัวสุนัขไปตรวจเพื่อหาสาเหตุของการตาย และได้พบว่าสุนัขตัวนี้ติด เชื้อพิษสุนัขบ้า จึงได้แจ้งเรื่องนี้ไปยังกระทรวงสาธารณสุข ให้ทางกระทรวงสอบสวนเรื่องนี้ในทันที ทำให้ได้พบอีกว่าสุนัขตัวที่ตายนี้ก่อนตายได้คลอดลูกออกมา 5 ตัว เจ้าของได้ให้ลูกสุนัขกับญาติๆ ไป 2 ตัว ส่วนอีก 3 ตัว ได้นำไปขายที่ตลาดนัด! เมื่อพบดังนี้แล้ว เจ้าหน้าที่ก็เร่งติดตามหาผู้ที่ซื้อสุนัข 3 ตัวนี้ และติดตามญาติๆ ผู้สัมผัส ผู้ที่เกี่ยวข้อง กับสุนัขทั้ง 5 ตัวและแม่สุนัข ทุกคนให้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโดยด่วน

ถูกสุนัขที่มีเชื้อเลีย ก็ติดโรคพิษสุนัขบ้าได้นะ

คนสามารถติดโรคพิษสุนัขบ้านได้จากการรับ เชื้อพิษสุนัขบ้า จากสัตว์ที่มีเชื้ออยู่แล้ว โดยสามารถติดโรคนี้ได้ 2 ทางคือ

  1. ถูกสัตว์ที่เป็นโรคกัด หรือ ข่วน เชื้อไวรัสเรบีส์ (Rabies) จากน้ำลายของสัตว์ที่เป็นโรค จะเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลที่ถูกกัดหรือข่วน
  2. ถูกสัตว์ที่เป็นโรคเลีย โดยทั่วไปแล้วคนที่ถูกสัตว์ที่เป็นโรคเลีย จะไม่ติดโรคพิษสุนัขบ้า แต่ถ้าบริเวณที่ถูกเลียมีบาดแผล หรือเป็นบริเวณเนื้อเยื่อเช่นนัยน์ตา ริมฝึปาก ก็อาจทำให้ เชื้อพิษสุนัขบ้า เข้าไปทางบาดแผลหรือเนื้อเยื่อได้

อาการของโรคพิษสุนัขบ้า เป็นอย่างไร?

ผู้ที่ได้รับเชื้อพิษสุนัขบ้าในระยะแรกจะไม่มีอาการใดๆ เพราะเป็นระยะฟักตัว ซึ่งระยะเวลาการฟักตัวแตกต่างกันไป บางรายอาจใช้เวลาฟักตัวแค่ 4 วัน บางรายอาจใช้เวลาเป็นปี ขึ้นอยู่กับจำนวนเชื้อที่ได้รับและบริเวณที่ถูกกัด โดยเฉพาะหากติดเชื้ออยู่ใกล้ศรีษะ เชื้อก็จะเพิ่มจำนวนและฟักตัวได้เร็ว

โดยอาการเริ่มต้นหลังจากพ้นระยะฟักตัวไปแล้ว ก็จะคล้ายกับโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วไป เช่นมีไข้ กล้ามเนื้ออ่อนแรง เมื่อเชื้อพิษสุนัขบ้าได้เข้าสู่ระยะรุนแรงแล้ว จะมีอาการกลัวน้ำ กลัวแสง ไม่สามารถกลืนน้ำลายและกลืนอาหารได้ลำบาก มีอาการประสาทลอน พูดไม่ชัด น้ำลายและเหงื่อออกมาก มีการเกร็งของกล้ามเนื้อใบหน้าและลำคอ หายใจลำบาก ชัก เกร็ง และเสียชีวิตในที่สุด

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ วิธีเลือกซื้อสุนัข และวิธีดูอาการของสุนัขที่ติดเชื้อ

เด็กท้องผูก

เผยเมนูเด็ด “สลัดปูอัด” สำหรับ เด็กท้องผูก โดยเฉพาะ

ลูก 1 ขวบ ท้องผูก บ่อย เชฟแม่หมี มีเมนูสำหรับ เด็กท้องผูก มาฝาก กับ “สลัดปูอัด” พร้อมสูตรน้ำสลัดแสนอร่อย เพื่อลูกน้อยโดยเฉพาะ จะมีวิธีทำอย่างไร ตามมาดูกันเลย

เด็กท้องผูก เป็นปัญหาที่พบได้มาก ไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง เป็นเพียงอาการหนึ่งซึ่งเกิดจากพฤติกรรมเป็นส่วนใหญ่ โดยพบว่า 95% ของอาการเด็กท้องผูก มักเกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารและนิสัยในการขับถ่าย

โดยเฉพาะในปัจจุบันที่มีอาหารฟาสต์ฟู้ดมากมาย ทำให้ลูกน้อยรับประทานผักและผลไม้น้อยลง ร่วมกับดื่มน้ำน้อย ทำให้อุจจาระแข็ง ถ่ายแล้วเจ็บ เมื่อเจ็บก็ทำให้ลูกกลัวการขับถ่าย จึงกลั้นอุจจาระ ซึ่งถ้ากลั้นอุจจาระจนเป็นนิสัย อุจจาระอยู่ในร่างกายนานๆ ก็จะแข็งขึ้น ก้อนใหญ่ขึ้น จึงเกิดอาการท้องผูกตามมาในที่สุด

เผยสูตรเด็ด “สลัดปูอัดพอดีคำ”
เมนูแก้ปัญหา เด็กท้องผูก

อย่างไรก็ดี การป้องกันไม่ให้ เด็กท้องผูก ก็ยังคงเป็นวิธีการที่ดีที่สุด โดยสามารถเริ่มได้จากการเลี้ยงดูของคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งควรจะเริ่มตั้งแต่ลูกยังเล็ก โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ดังนี้

  • ฝึกการขับถ่ายของลูกให้เป็นเวลา โดยสามารถเริ่มได้ตั้งแต่ในช่วง 2 ขวบปีแรก แต่การฝึกควรทำเมื่อลูกพร้อม
  • สังเกตว่าลูกมีปัญหาเรื่องการขับถ่ายหรือไม่ เช่น อุจจาระแข็ง ชอบกลั้นอุจจาระ ชอบหนีไปซ่อนหรือร้องไห้ หากมีปัญหาเหล่านี้ ให้คุณพ่อคุณแม่ลองปรับเปลี่ยนอาหารที่ให้ลูกรับประทานก่อน
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้อุจจาระแข็ง เช่น ข้าวกล้อง กล้วย ช็อกโกแลต ชีส เมื่อลูกถ่ายได้ดีแล้วและไม่ต่อต้าน จึงค่อยเริ่มฝึกการขับถ่ายให้กับลูกต่อไป
  • เสริมผักและผลไม้ให้กับลูก ด้วยการทำซุปผักและน้ำผลไม้ให้ลูกรับประทาน ซึ่งจะช่วยให้ลูกขับถ่ายง่าย และยังเป็นผลดีให้การฝึกขับถ่ายทำได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการฝึกให้ลูกได้ชิมรสชาติและคุ้นเคยกับกลิ่นรสของผักและผลไม้ ไม่ต่อต้านการรับประทานอาหารเหล่านี้เมื่อโตขึ้น

ข้อมูลอ้างอิงจาก : นพ.มิ่งเมือง วรวัฒนะกุล กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหาร ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์  www.bumrungrad.com

 

และด้วยเหตุนี้เองเชฟแม่หมีจึงมีเมนูเด็ดมาแนะนำ ซึ่งเป็น เมนูสำหรับ เด็กท้องผูก รับรองช่วยแก้ปัญหาลูกท้องผูก ไอย่างแน่นอน กับเมนู “สลัดปูอัดพอดีคำ” จะมีส่วนผสม และขั้นตอนการทำอย่างไร ตามมาดูกันเลย…⇓

ตรวจ DNA

ตรวจ DNA ตอนท้อง เสี่ยงแท้งจริงหรือ?

คำว่าครอบครัว อาจไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการแต่งงานเสมอไป ในบางครั้งสิ่งสวยงามที่มีชีวิตอาจจะมาในช่วงเวลาที่ไม่ถูกจังหวะเท่าไรนัก เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้น การ ตรวจ DNA ก็สามารถนำมาใช้เป็นข้อพิสูจน์ความเป็นพ่อของเด็กในท้องได้ แต่แม่ๆ ทราบไหมคะว่าการ ตรวจ DNA นั้น มีประโยชน์ในด้านอื่นๆ อีกหลายด้าน เช่น วินิจฉัยปัญหาสุขภาพอันเกี่ยวเนื่องกับลักษณะทางพันธุกรรม ตรวจหาพาหะโรคทางพันธุกรรมของพ่อแม่ก่อนตัดสินใจมีบุตร ตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด ตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อหาตัวผู้ร้ายที่ก่อคดีอาชญากรรม เป็นต้น การตรวจ DNA มีประโยชน์มากขนาดนี้ มาดูกันดีกว่าค่ะว่า การตรวจ DNA คืออะไร? ทำได้อย่างไร? ตรวจแล้วเสี่ยงแท้งจริงหรือไม่?

ตรวจ DNA ตอนท้อง เสี่ยงแท้งจริงหรือ?

การตรวจ DNA คืออะไร?

คือ การตรวจการเปลี่ยนแปลงของยีน รวมทั้งตรวจจำนวน การเรียงตัว และโครงสร้างของโครโมโซม โดยใช้ตัวอย่างเนื้อเยื่อ เลือด ปัสสาวะ หรือน้ำลาย DNA (ดีเอ็นเอ) หรือกรดดีออกซีไรโบนิวคลีอิก (Deoxyribonucleic Acid) คือสารพันธุกรรมชนิดหนึ่ง โดยเซลล์เกือบทุกเซลล์ในร่างกายแต่ละคนมี DNA ลักษณะเดียวกันอยู่ในนิวเคลียส รูปร่างเป็นเกลียวคู่คล้ายบันได ภายใน DNA มีสารเคมีที่ประกอบกันเป็นรหัสพันธุกรรม ได้แก่ อะดีนีน (Adenine: A) กัวนีน (Guanine: G) ไซโตซีน (Cytosine: C) และไทมีน (Thymine: T) ซึ่งมีหน้าที่จำลองและถ่ายทอดพันธุกรรม

 

ตรวจ DNA เพื่ออะไร?

การ ตรวจ DNA มีวิธีแตกต่างกันไปตามจุดประสงค์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่

  • พิสูจน์ความเป็นพ่อเป็นการตรวจเพื่อให้เด็กได้รับสิทธิและผลประโยชน์ต่าง ๆ ตามกฎหมาย รวมทั้งช่วยให้พ่อแม่แจ้งข้อมูลสุขภาพของเด็กได้อย่างถูกต้อง ในกรณีที่เด็กป่วยและต้องเข้ารับการรักษา นอกจากนั้นยังเป็นการยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก การตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ความเป็นบิดานั้น อาศัยหลักการที่ว่า ดีเอ็นเอซึ่งเป็นสารพันธุกรรมของลูก ครึ่งหนึ่งจะมาจากพ่อ และอีกครึ่งหนึ่งมาจากแม่
  • ตรวจหาโรคทางพันธุกรรมการตรวจ DNA หาโรคทางพันธุกรรม มีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ดังนี้
    • ตรวจวินิจฉัยโรค แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยที่คาดว่าตนเองเป็นโรคอันเกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนเข้ารับการตรวจ DNA โดยผลตรวจอาจช่วยยืนยันการวินิจฉัยปัญหาสุขภาพบางประการ
    • ตรวจหาพาหะโรค โดยดูว่ามียีนที่ก่อให้เกิดโรคทางพันธุกรรมหรือเสี่ยงเกิดการกลายพันธุ์ขึ้นภายหลังหรือไม่ เนื่องจากผู้ป่วยบางรายอาจได้รับการถ่ายทอดยีนที่มีพาหะของโรคมาจากพ่อแม่ แต่ไม่ปรากฏอาการป่วย เช่น ธาลัสซีเมีย นอกจากนี้ การตรวจนี้ยังช่วยวางแผนการมีบุตรได้ด้วย
    • ตรวจคัดกรองทารกแรกเกิด เป็นการตรวจดูว่าทารกในครรภ์ป่วยเป็นโรคทางพันธุกรรมหรือมีความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดหรือไม่ เพื่อช่วยตัดสินใจในการวางแผนอุ้มท้อง หรือวางแผนการรักษาในกรณีที่ทารกป่วยเป็นโรคร้ายแรง นอกจากนี้ ผู้ที่ต้องการมีบุตรด้วยการทำเด็กหลอดแก้วอาจต้องตรวจหายีนผิดปกติของตัวอ่อนด้วยเช่นกัน หากไม่พบความผิดปกติใด ๆ จึงจะฝังตัวอ่อนเข้าไปในมดลูกของมารดาได้
    • ตรวจหายีนกลายพันธุ์เพื่อวางแผนการรักษา ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพต่าง ๆ อาจเข้ารับการตรวจ DNA เพื่อช่วยระบุว่าควรใช้ยาตัวใดและปริมาณเท่าไรจึงจะรักษาอาการป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์การตรวจลักษณะนี้เกิดขึ้นในกรณีมีเหตุอาชญากรรม มีการเก็บตัวอย่างเลือด อสุจิ ผิวหนัง หรือเนื้อเยื่ออื่น ๆ ที่หลงเหลืออยู่ในที่เกิดเหตุ เพื่อนำมาวิเคราะห์และพิสูจน์ผู้ต้องสงสัย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

การตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ความเป็นพ่อ ทำได้กี่วิธี? อ่านต่อได้ที่นี่

ปวดข้อมือ

แม่ท้อง ปวดข้อมือ สัญญาณเตือน! โรคเดอเกอร์แวง

อาการ ปวดข้อมือ มักเกิดขึ้นบ่อยในผู้หญิง หากคุณแม่ท้อง และคุณแม่ลูกอ่อน หรือผู้ที่มักใช้เม้าส์ทำงานบ่อยๆ มีอาการปวดข้อมือ นี่อาจเป็นสัญญาณเตือน โรคเดอ เกอร์แวง

อาการ ปวดข้อมือ ( เดอกาแวง ) เรียกอีกอย่างว่า โรคเดอเกอร์แวง (De Quervain’s disease หรือ De Quervain หรือ De quervain tendinosis หรือ De quervain’s tenosynovitis หรือ De Quervain tendinopathy) หรือ กลุ่มอาการเดอเกอร์แวง (De Quervain syndrome) คือ

ภาวะมีการเสื่อมของปลอกหุ้มเอ็นกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่กางและเหยียดนิ้วหัวแม่มือ ซึ่งก่อนหน้านี้อาจเกิดจาก การอักเสบ บวม ของปลอกหุ้มเอ็น 2 เส้นดังกล่าว

อาการ ปวดข้อมือ หรือ โรคเดอเกอร์แวง เกิดจาก

เจ็บปวดข้อมือ

สำหรับอาการ ปวดข้อมือ หรือสาเหตุที่แท้จริงของโรคเดอเกอร์แวง “ยังไม่ทราบ” แน่ชัด แต่แพทย์เชื่อกันว่า เกิดจากการใช้ข้อมือบ่อยๆ ทั้งเล่นมือถือ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน และการใช้เม้าส์ คอมพิวเตอร์ รวมไปถึงการยกของหนักบ่อยๆ หรืออาจพบภายหลังการบาดเจ็บบริเวณข้อมือ หรือในบางรายอาจพบว่าเคยมีการบาดเจ็บในตำแหน่งนี้มาก่อน

ซึ่ง อาการปวดข้อมือ หรือโรคเดอเกอร์แวง มักพบในผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป พบในทุกเพศ แต่จะพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชายประมาณ 5-6 เท่า นอกจากนี้ยังมักพบได้ในคุณแม่ตั้งครรภ์  ช่วงใกล้คลอด หรือ หลังคลอดบุตร  และคุณแม่ลูกอ่อน รวมไปถึงผู้ที่เป็นโรคบางอย่าง เช่น โรครูมาตอยด์ โรคเกาต์ หรือ เบาหวาน

โดยอาการปวดและบวมบริเวณข้อมือด้านนิ้วหัวแม่มือ จะปวดมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวนิ้วหัวแม่มือ เช่น เวลาเหยียดและงอนิ้วหัวแม่มือเต็มที่ อย่างการบิดเสื้อผ้า ยกขันน้ำ กวาดพื้น หรืออุ้มลูก เป็นต้น

การตรวจ โรคเดอเกอร์แวง ด้วยตนเอง

กำนิ้วโป้งไว้ในอุ้งมือแล้วหักข้อมือลง ถ้ามีอาการเจ็บแสดงว่ามีการอักเสบของเส้นเอ็นข้อมือ และในผู้ป่วยบางคนอาจคลำได้ก้อนถุงน้ำบริเวณข้อมือด้วย (ก้อนถุงน้ำ บางครั้งอาจจะแข็งคล้ายกระดูก)

อาการ ปวดข้อมือ

อย่างไรก็ดีสำหรับ อาการปวดข้อมือ หรือ โรคเดอเกอร์แวง นี้ จากคุณหมอหมี หมอผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกโดยเฉพาะ ซึ่งได้โพสต์คลิป ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้ไว้ในเพจ ด๊อกเตอร์ หมอหมี ซึ่งจะมีวิธีรักษาอย่างไร ตามมาดูกันเลยค่ะ…⇓