ครีมทาท้องคุณแม่

ครีมทาท้องคุณแม่ ต้องเริ่มทาเมื่อไร ทาแบบไหนกันท้องลายได้ชัวร์

ครีมทาท้องคุณแม่ เป็นของจำเป็นที่คุณแม่ทุกคนต้องมี เพราะท้องที่ใหญ่ขึ้นทุกวันจะทำให้เกิดรอยแตกบนผิวบริเวณหน้าท้อง และกลายเป็นรอยแผลเป็นน่าเกลียด ที่คุณแม่หลายๆคนกลัวหนักหนา แต่เริ่มทาได้เมื่อไรและต้องทาแบบไหนถึงจะกันท้องลายได้อยู่หมัด

ผู้หญิงที่กำลังวางแผนว่าจะต้องครรภ์ มักกังวลว่าพอท้องใหญ่แล้วจะแตกลาย แม้จะคลอดลูกแล้วก็เหลือร่องรอยหน้าเกลียดไว้บนหน้าท้อง จึงจำเป็นต้องถนอมผิวหน้าท้องไว้ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ ครีมทาท้องคุณแม่ ที่รู้จักส่วนใหญ่มักเรียกว่า ครีมทาท้องลาย มีคุณสมบัติเฉพาะเพื่อบำรุงและดูแลลดผิวแตกลายโดยเฉพาะ

รอยท้องลายจัดเป็นแผลชนิดหนึ่ง มีสีแตกต่างกับผิวส่วนอื่นอย่างชัดเจน เกิดจากการฉีกขาดของหนังแท้ โดยเฉพาะบริเวณผิวหนังที่เกิดการยืดขยายตัวอย่างรวดเร็ว เช่น หน้าท้องของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ รวมถึงบริเวณที่มีไขมันสะสม เช่น หน้าอก เต้านม ต้นขา สะโพกและน่องได้ด้วย

ครีมทาท้องคุณแม่

หน้าท้องตากลายมีหลายลักษณะ ตั้งแต่ Striae alba ลานเส้นขยายเป็นสีขาว  Striae rubra ลายเส้นขนานเป็นสีแดง  Striae atrophicans เป็นเส้นขนานและผิวหนังย่น สุดท้ายคือ Striae distensae เส้นขนานที่เกิดการผิวหนังยืดออกอย่างรวดเร็ว  ริ้วรอยที่เกิดขึ้นรอยนี้จะกลายเป็นทางยาวซีดๆ เงาๆ ได้ รอยแตกส่วนใหญ่กว้าง 1-10 มิลลิเมตร และยาวได้หลายเซนติเมตร

แม้ว่าอาการแตกลาย ไม่ได้มีผลต่อสุขภาพโดยรวม แต่ขืนปล่อยไว้นานขึ้นโดยไม่ได้รักษา รอยแตกลายจะมีสีซีดลงจนเป็นสีขาว ผิวบางและบุ๋มลงเหมือนแผลเป็น คงไม่มีคุณแม่คนไหนอยากให้เกิดรอยเช่นนั้น นอกจากจะไม่สวยงามแล้วยังทำให้ขาดความมั่นใจ

 5 วิธีดูแลหน้าท้องให้เรียบเนียน ไร้ริ้วรอย

แค่อาบน้ำก็ช่วยได้

แม้การอาบน้ำอุ่นจะช่วยให้คุณแม่สบายตัวและผ่อนคลาย แต่การอาบน้ำอุ่นบ่อยๆ ทำให้ผิวแห้งเป็นขุย ควรอาบน้ำอุณหภูมิปกติจะดีกว่า

อย่าเกาเด็ดขาด

เวลาผิวเริ่มแตกมักมาพร้อมอาการคัน จนอดเกาไม่ได้ แต่แม่รู้ไหมว่าการเกาทำให้ผิวหนังอักเสบและอาจติดเชื้อได้ ถ้าอดใจไม่ไหวควรพบแพทย์เพื่อรับยาบรรเทาอาการคัน และตัดเล็บให้สั้นแล้วใช้นิ้วถูเบาๆ แทนจะดีกว่า

หมั่นทาครีมบำรุงสม่ำเสมอ

ช่วงแรกของการตั้งครรภ์การทาครีมบำรุงอาจยังไม่จำเป็น แต่เมื่อท้องเริ่มโตขึ้นช่วง 5-6 เดือน หรือสังเกตเห็นรอยแตกลาย ให้เริ่มทาได้ทันที โดยสามารถทาได้บ่อยครั้งตามต้องการ เลือกใช้ได้ทั้งครีมบำรุงหรือน้ำมันบำรุงผิว ที่สำคัญควรหมั่นทาวันละหลายๆครั้ง และทาให้ทั่วท้อง หากท้องใหญ่มากจนทาไม่ถึง อาจต้องให้คุณพ่อมาเป็นผู้ช่วย

หาหมอนรองหน้าท้อง

การนอนตะแคงจะเป็นท่านอนที่สบายที่สุดสำหรับคนท้อง แต่กลับทำให้ผิวหนังดึงรั้งไปด้านด้านหนึ่งมากเกินไป ทางที่ดีควรหาหมอนข้างหรือหมอนกอดมารองรับหน้าท้องไว้ จะช่วยให้ปัญหาท้องลายลดลง

เสริมวิตามินและเกลือแร่

วิตามินอีและคอลลาเจนเป็นสารอาหารที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้มีสุขภาพดี หากต้องการซ่อมแซมผิวที่สึกหรอ ระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่ต้องหมั่นรับประทานอาหารที่มีวิตามินและเกลือแร่เหล่านี้ด้วย

ครีมทาท้องคุณแม่

Amarin Baby & Kids Awards 2019 ยกให้ออยบำรุงผิว Bio Oil ได้รับรางวัล Editor’s Choice Best Stretch Marks Treament

ไบโอออย (Bio Oil) สูตรออยบำรุงผิว เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะทำจากสารสกัดจากพืชและวิตามิน มีสารประกอบ PurCellin Oil™ ลิขสิทธิ์เฉพาะของไบโอออย บวกกับออยที่ซึมซาบเข้าผิวได้รวดเร็วกว่าเนื้อครีม จึงช่วยให้ผิวชุ่มชื่นในทันที ออยเป็นสีใส มีกลิ่นอ่อนๆ ไม่ฉุน

นอกจากนี้  Bio Oil ได้ผ่านการประเมิน ตามระเบียบของสภายุโรปและสภาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง รายละเอียดทางพิษวิทยาว่าปลอดภัยสำหรับการนำไปใช้ในผู้หญิงมีครรภ์ โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับลูกน้อยในครรภ์ ช่วยให้คุณแม่ดูแลผิวพรรณของตัวเองได้อย่างมั่นใจ

ทาง Amarin Baby & Kids “เครือข่ายแม่ลูกใหญ่ที่สุด” ผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพ เข้าใจครอบครัวไทย และตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ จึงคัดเลือกให้ ออยบำรุงผิว Bio Oil TRYLAGINA  ได้รับ รางวัล Editor’s Choice Best Stretch Marks Treament จาก “Amarin Baby & Kids Awards 2019” ซึ่งมอบให้กับสินค้าแม่ลูก “สินค้าใช้ดี และมีประโยชน์จริง”

 

อ่านบทความ Amarin Baby & Kids Awards 2019 

ประกาศผลรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ

ชมภาพบรรยากาศ งานมอบรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ของเล่นไม้

พลังที่ซ่อนอยู่ใน ของเล่นไม้ กระตุ้นประสาทสัมผัส สร้างจินตนาการจากธรรมชาติ

ของเล่นไม้ ถูกมองเป็นของเล่นพื้นๆ ไม่มีกลไกให้ว้าว หรือสีสันสะดุดตา แต่รู้ไหมว่าพลังที่ซ่อนอยู่ในไม้ชิ้นเล็กๆที่มาประกอบเป็นของเล่นในรูปแบบต่างๆ กลับช่วยกระตุ้นพัฒนาของลูกน้อยรอบด้านอย่างเป็นธรรมชาติ และปลอดภัยจากสารอันตรายแอบแฝงด้วย

พ่อแม่คือของเล่นชิ้นแรกที่ดีที่สุดก็จริง แต่เมื่อลูกโตขึ้นเริ่มใช้มือไขว่คว้า มองตามเสียง ยิ้มหัวเราะกับโทนเสียงแตกต่างกันช่วงวัย 4-5 เดือน นั่นเป็นสัญญาณให้พ่อแม่รู้ว่าสามารถหาของเล่นมาให้ลูกเล่นได้แล้ว เพราะนอกจากได้ความสนุกแล้ว ระหว่างเล่นของเล่นลูกยังได้ฝึกฝนและเรียนรู้รอบด้าน ทั้งประสาทสัมผัสทั้ง 5 ฝึกสมาธิ พัฒนาการด้านอารมณ์ จินตนาการ รวมถึงพัฒนาการด้านสังคม การเลือกซื้อควรให้เหมาะกับลูกน้อยในแต่ละวัยซึ่งมีพัฒนาการแตกต่างกัน สรุปคร่าวๆดังต่อไปนี้

ลูกวัย 0-6 เดือน : โมบาย รูปภาพสีตัดกันขาว  น้ำเงิน เหลือง แดง กล่องดนตรี ของเล่นบีบหรือเขย่ามีเสียง และหนังสือภาพ

ลูกวัย 6-12 เดือน : ของเล่นที่มีผิวสัมผัสเรียบ หยาบ ขรุขระ ยางกัด บล็อกไม้ กล่องหยอด หนังสือลอยน้ำ กระจกเงา

ลูกวัย  1-2 ขวบ : ของเล่นลากจูง ของเล่นทุบตอกตี กล่องหยอดรูปเลขาคณิต แป้งโด

ลูกวัย 2-3 ขวบ : ม้าโยก จักรยานสามล้อ ร้อยลูกปัด รถไฟเรียงซ้อน ชุดเครื่องครัว

ลูกวัย 3-4 ขวบ : ม้าโยก จักรยานสามล้อ ชุดแท่งไม้สี ลูกลิงสอนสมดุล บ้านตุ๊กตา ชุดเครนก่อสร้าง

ลูกวัย 4-6 ขวบ : จักรยานสองล้อ เชือกกระโดด ชุดแท่งไม้สร้างเมือง ชุดเครื่องมือช่าง

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงการตัดสินใจซื้อของเล่นให้ลูก คือความปลอดภัย เพราะของเล่นทุกชิ้นไม่ได้เหมาะกับเด็กทุกคน รวมถึงวัสดุที่ใช้ผลิตของเล่นอาจอันตรายต่อสุขภาพของลูกด้วย

ของเล่นไม้

วิธีเลือกของเล่นอย่างไรให้ปลอดภัย

1ใช้วัสดุปลอดภัยในการผลิต

หากของเล่นมีส่วนผสมของเคมี คุณแม่ควรเลือกของเล่นที่ไม่มีสารตะกั่วเจือปน ส่วนใหญ่มักเป็นของเล่นสีสันต่างๆ สามารถสังเกตได้จากเครื่องหมายรับรองมาตรฐานและความปลอดภัย เครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) แสดงอยู่ข้างบรรจุผลิตภัณฑ์

2 ความแข็งแรงของของเล่น

ควรเลือกของเล่นที่มีประกอบแน่นหนา แยกเป็นชิ้นเล็กจิ๋วไม่ได้ เพราะลูกอาจเอาเข้าปาก หู หรือจมูก

3ไม่ควรมีปลายแหลม หรือเหลี่ยมคม

แม้จะเป็นของเล่น แต่ชิ้นส่วนที่มีปลายแหลม หรือเหลี่ยมคมอาจทำให้ลูกบาดเจ็บได้

4 ควรซื้อของเล่นคุณภาพสูง

อย่าคิดว่าซื้อของเล่นราคาถูก ลูกเล่นพังก็ไม่เสียดาย ของเล่นราคา 10 บาท 20 บาทอาจแฝงไปด้วยสารเคมีและอันตรายที่คาดไม่ถึง ฉะนั้นควรลงทุนสักหน่อยไม่จำเป็นต้องซื้อเยอะชิ้น แต่เลือกของเล่นคุณภาพที่สามารถเสริมพัฒนาการ ราคาอาจแพงสักหน่อย แต่เล่นได้ยาวนาน

สำหรับ ของเล่นไม้ ถือเป็นของเล่นคุณภาพอีกประเภทหนึ่งที่ให้ลูกเล่นสนุกไปกับจินตนการกว้างไกล แถมเนื้อสัมผัสจากไม้แท้ๆยังส่งผลดีต่อพัฒนาการด้านประสาทสัมผัสได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะไม้แต่ละชิ้นมาจากต้นไม้แตกต่างกัน เนื้อไม้ที่ลูกสัมผัสได้จึงไม่เหมือนกัน เรียบมาก หยาบมาก ขรุขระมาก ลูกจะได้เรียนรู้และรับรู้ถึงความแตกต่างของสิ่งรอบตัวได้ดี

นอกจากนี้ ของเล่นไม้ ส่วนใหญ่เป็นความรู้ที่ตกทอดจากรุ่นคุณปู่ย่าตายาย ซึ่งไม่มีกลไกซับซ้อน ไม่ต้องใช้ถ่าน หรือเสียบปลั๊ก มีเพียงกฎเกณฑ์ง่ายๆที่เด็กเข้าใจและสนุกได้ทันที แถมไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าไหร่ก็เล่นได้ไมรู้เบื่อ เพราะเมื่อลูกโตขึ้นก็จะมีวิธีเล่นของเล่นชิ้นนั้นๆ เปลี่ยนไปด้วย ที่สำคัญยังทำวัสดุปลอดภัย หมดห่วงเรื่องอันตรายแน่นอน

 

ของเล่นไม้

Amarin Baby & Kids Awards 2019 ยกให้ ของเล่นไม้ แบรนด์แปลนทอยส์ ได้รับรางวัล Editor’s Choice Best Toy For Kid

สำหรับของเล่นไม้แปลนทอยส์ถูกออกแบบให้เหมาะกับเด็ก  0 – 3 ขวบ ทั้งของเล่นเด็กแบเบาะ ของเล่นในน้ำ ของเล่นประเภทดึง-ผลัก ของเล่นเสริมพัฒนาการ เกมส์Puzzle ดนตรีไม้ และบล็อกต่อต่างๆ ผลิตจากไม้ยางพารา ผ่านกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้สีปราศจากสารตะกั่ว และเข้ากับพัฒนาการของเด็ก ไม้ทุกชิ้นกลิ้งเหลาจนไร้ส่วนแหลมเหลี่ยมที่เป็นอันตราย

แบรนด์นี้มีของเล่นที่ขายดีหลายอย่าง เช่น บ้านไม้ตุ๊กตา บอลไม้ สัตว์ติดล้อ ลาดจอดรถ กลองไม้ ระนาดไม้ ถ้วยน้ำตก เกมส์ตีกอล์ฟ เป็นต้น ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดไม่ได้ขายเฉพาะในประเทศเท่านั้น แต่ยังส่งออกไปขายในอีกหลายประเทศ จนได้รับรางวัลมากถึง 70 รางวัล ใน  11 ประเทศทั่วโลก

ทาง Amarin Baby & Kids “เครือข่ายแม่ลูกใหญ่ที่สุด” ผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพ เข้าใจครอบครัวไทย และตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ จึงคัดเลือกให้ ของเล่นไม้ แปลนทอยส์  ได้รับ รางวัล Editor’s Choice  Best Toy For Kid จาก “Amarin Baby & Kids Awards 2019” ซึ่งมอบให้กับสินค้าแม่ลูก “สินค้าใช้ดี และมีประโยชน์จริง”

 

อ่านบทความ Amarin Baby & Kids Awards 2019 

ประกาศผลรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ

ชมภาพบรรยากาศ งานมอบรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เครื่องไล่ยุง

เครื่องไล่ยุง สำหรับเด็ก เลือกแบบให้ปลอดภัย หยุดยุงตัวร้าย ไม่แพร่โรคร้ายสู่ลูก

เครื่องไล่ยุง เป็นอีกหนึ่ง Gadget ที่ขาดไม่ได้สำหรับพ่อแม่ยุคใหม่ เพื่อป้องกันลูกน้อยจาก “ยุง” ตัวร้ายไซส์จิ๋วที่เป็นพาหะนำโรคร้ายหลายชนิด แทนการจุดยากันยุง หรือฉีดสเปรย์กันยุงที่อาจมีสารตกค้างอันตรายต่อสุขภาพทุกคนในครอบครัว แต่จะเลือกเครื่องไล่ยุงอย่างไรให้มีประสิทธิภาพดี และปลอดภัย เรามีวิธีง่ายๆมาฝากกันค่ะ

หนึ่งในวิธีกำจัดยุงสำหรับเด็กที่นิยมมากสุด คือ การใช้สเปรย์กันยุง พ่นลงบนผิวหนังหรือเสื้อผ้าของลูกน้อย สารเคมีชื่อ DEET ในสเปรย์จะปกปิดกลิ่นเหงื่อของลูก ซึ่งเป็นตัวล่อยุงให้เข้ามากัด สเปรย์กันยุงโดยทั่วไปจะมีความเข้มข้นของ DEET อยู่ราว  5-25%  ความเข้มข้นนี้ไม่ใช่ตัวชี้วัดประสิทธิภาพในการไล่ยุง แต่หมายถึงระยะเวลาที่ช่วยปกป้องจากยุงได้นานขึ้น

แม้สเปรย์กันยุงจะใช้สะดวกแต่ DEET ยังเป็นสารเคมีซึ่งก่อผลข้างเคียงให้เกิดขึ้นได้ เช่น ลมพิษ ผื่นแดง ปากชา มึนงง คันตามผิวหนัง ปวดหัว และคลื่นไส้ หากมีความเข้มข้นสูงจะส่งผลต่อระบบประสาทอื่น ๆ คุณพ่อคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยากันยุงทุกประเภทกับลูกอ่อนอายุต่ำกว่า 2 เดือน โดยเฉพาะชนิดที่มีสารเคมีสังเคราะห์ หากมีสาร DEET เข้มข้นเกิน 30%  ไม่ควรใช้กับเด็กทุกกรณี ส่วนมากกว่าเด็กอายุ 2 เดือนขึ้นไปควรเลี่ยงยากันยุงที่มีน้ำมันยูคาลิปตัสเข้มข้น  มากกว่า 3 ขวบยังต้องเลี่ยงน้ำมันเลมอนเข้มข้น

อย่างไรก็ตาม การใช้ยากันยุงเหมาะใช้เวลาลูกอยู่นอนบ้านมากกว่าในบ้าน ซึ่งต้องพิจารณาด้วยว่าลูกอยู่ข้างนอกนานแค่ไหน หากเพียง 1-2 ชั่วโมง ควรใช้ชนิดที่มีสารกันยุงเข้มข้นน้อยก็พอ ถ้าต้องการปกป้องลูกในบ้าน ควรใช้เครื่องไล่ยุง ซึ่งมีหลักการทำงานคล้ายเครื่องพ่นไอน้ำอะโรม่า ด้วยการใช้น้ำมันหอมระเหยที่มีสารไล่ยุงพ่นออกมาเป็นละอองเล็กจิ๋วภายในห้อง

เครื่องไล่ยุง

 

วิธีเลือกซื้อเครื่องไล่ยุง ให้เหมาะกับลูกน้อย

 1 น้ำยาไล่ยุงต้องเป็นสารธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีเจือปน
เพราะต้องใช้งานในห้องนอน ห้องนั่งเล่นที่มีลูกน้อยอยู่ด้วย ฉะนั้นต้องเป็นส่วนผสมจากธรรมชาติ ที่ลูกสูดดมแล้วจะไม่ก่ออันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ และไม่มีสารตกค้างตามเสื้อผ้า หรือเครื่องนอน

2 จำนวนครั้งในการใช้งาน

เครื่องไล่ยุงประเภทนี้ใช้น้ำยาไล่ยุงเป็นส่วนผสมหลัก ต้องพิจารณาว่าน้ำยา  1 ขวด ใช้ได้กี่ครั้ง และตัวเครื่องสามารถเปิดต่อเนื่องได้กี่ชั่วโมง เพื่อให้คุ้มค่า

3 ขนาดพื้นที่ปกป้องยุงได้

ควรเลือกเครื่องไล่ยุงที่สามารถพ่นน้ำยาเป็นละอองเล็กๆ ได้ดี เพื่อให้กระจายออกไปในห้องได้ดี ครอบคลุมพื้นที่ในห้องได้มากขึ้น

4 ตัวเครื่องไม่ควรใหญ่เกินไป

ควรเลือกเครื่องไล่ยุงที่มีขนาดกะทัดรัด สามารถวางหลบให้พ้นจากมือลูกน้อยได้ เพราะหากเครื่องมีขนาดใหญ่เกินไป ต้องวางกับพื้นอาจเป็นอันตรายกับลูกวัยซนได้

 

เครื่องไล่ยุง

Amarin Baby & Kids Awards 2019 ยกให้ เครื่องไล่ยุง Kindee ได้รับรางวัล Editor’s Choice Best Mosquito Repellent for Kids

เครื่องไล่ยุงไฟฟ้าแบรนด์คินดี (Kindee) เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงที่ออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานของทุกคนในครอบครัว เพราะใช้น้ำยาที่สกัดจากธรรมชาติ ปราศจากสาร DEET สารเคมีอันตราย และน้ำหอม ปลอดภัยต่อระบบทางเดินหายใจ เปิดในห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือบริเวณที่ลูกน้อยอยู่ระหว่างวันได้ สามารถใช้ได้กับเด็กตั้งแต่แรกเกิด โดยไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ใดๆ

ตัวเครื่องไล่ยุงออกแบบให้มีขนาดเล็กกะทัดรัด ดีไซน์สวยงามมีให้เลือกทั้งลายธรรมชาติ และลายคาแรคเตอร์ยอดฮิต เหมาะกับทั้งเด็กชายและหญิง ใช้ง่ายถอด-ใส่ขวดน้ำยาได้ไม่ยุ่งยาก แค่เสียบปลั๊กและเปิดสวิตซ์ เครื่องจะพ่นน้ำยาไล่ยุงออกมาเป็นละองเล็กๆข้างบน ให้กระจายไปทั่วห้องขนาด 13 – 15 ตารางเมตร  น้ำยา 1 ขวดสามารถใช้งานได้นาน 70 วัน ถือว่าคุ้มค่าทีเดียว

ด้วยการใช้งานที่ง่ายๆ แค่เสียบปลั๊ก เปิดสวิตซ์ ให้เครื่องพ่นไอน้ำออกมาก็สามารถปกป้องลูกน้อยจากยุงตัวร้ายได้ ที่สำคัญยังปลอดภัยต่อสุขภาพของวัยแบเบาะแบบนี้  ทาง Amarin Baby & Kids “เครือข่ายแม่ลูกใหญ่ที่สุด” ผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพ เข้าใจครอบครัวไทย และตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ จึงคัดเลือกให้ เครื่องไล่ยุงไฟฟ้า Kindee  ได้รับ รางวัล Editor’s Choice  Best Mosquito Repellent for Kids จาก “Amarin Baby & Kids Awards 2019” ซึ่งมอบให้กับสินค้าแม่ลูก “สินค้าใช้ดี และมีประโยชน์จริง”

 

อ่านบทความ Amarin Baby & Kids Awards 2019 

ประกาศผลรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ

ชมภาพบรรยากาศ งานมอบรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ความเห็นใจผู้อื่น

เดนมาร์กสอนวิชา “ความเห็นใจผู้อื่น” ในชั้นเรียน

เมื่อโลกต้องการความเข้าใจ เห็นใจซึ่งกันและกัน โรงเรียนในประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเป็นประเทศที่มีความสุขเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก เพราะจัดให้มีการเรียนการสอนวิชา ความเห็นใจผู้อื่น ในชั้นเรียน

เดนมาร์กสอนวิชา “ความเห็นใจผู้อื่น” ในชั้นเรียน

Empathy มีความหมายว่า “ความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น ความสามารถในการมองจากมุมของผู้อื่น”

ทำไมชาวเดนมาร์ก ซึ่งเป็นประเทศที่องค์การสหประชาชาติ ได้จัดอันดับให้เป็นประเทศที่ประชาชนมีความสุขที่สุด?.…นั่นเป็นเพราะโรงเรียนในประเทศเดนมาร์ก ได้บรรจุวิชาที่สอนเรื่อง “Empathy” หรือวิชาที่สอน “ความเห็นใจผู้อื่น” ให้กับเด็กอายุตั้งแต่ 6-16 ปีนั่นเอง

คลาสนี้มีชื่อเรียกว่า Klassens tid เด็ก ๆ จะได้แบ่งปันปัญหาที่พวกเขาเจอ ทั้งจากในโรงเรียนหรือในชีวิตประจำวัน ให้กับเพื่อนร่วมชั้น รวมทั้งคุณครู ได้ฟัง เมื่อได้รับฟังแล้วทั้งหมดก็จะช่วยกันหาหนทางในการแก้ปัญหา ซึ่งในการที่จะแก้ปัญหาได้ ก็ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการฟังและการทำความเข้าใจอย่างมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้นักเรียนมีความเอาใจใส่ต่อผู้อื่นมากขึ้น การที่เด็กรู้จักเอาใจใส่และเข้าใจผู้อื่นทำให้พวกเขามีการโฟกัสและมุ่งเน้นที่เป้าหมายมากขึ้น โดยนักเรียนที่เข้าใจเรื่องนี้จะช่วยพวกเขาในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ดีขึ้น ซึ่งจะนำไปความสำเร็จในชีวิตในภายหลัง นอกจากนี้ ยังเป็นการป้องกันเรื่องความรุนแรงอย่างการกลั่นแกล้ง (Bullying) ในโรงเรียนอีกด้วย โดยคลาสนี้จะเป็นคลาสเล็ก ๆ ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้น

การแกล้งกันในโรงเรียน
การแกล้งกันในโรงเรียน

นอกจากนี้ การเรียนในเดนมาร์ก จะเน้นการทำงานกันเป็นทีม เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันและทำงานร่วมกัน แทนที่จะเป็นการแข่งกันเพื่อเอาชนะกัน โดยโรงเรียนจะจัดให้มีการแข่งกันตามที่จำเป็นเท่านั้น แต่นั่นก็เพื่อที่จะกระตุ้นให้นักเรียนแข่งกับตัวเอง เพื่อจะได้ตั้งใจและพัฒนาทักษะของตนเองให้ดียิ่งขึ้นไป

ทำไมทักษะนี้ถึงมีความจำเป็นต่อเด็กจนทำให้ประเทศเดนมาร์ก ถึงกับบรรจุวิชานี้ลงในหลักสูตรการเรียนการสอน? นั่นเป็นเพราะทักษะนี้มีความจำเป็นต่อสังคม เมื่อเด็ก ๆ โตขึ้น หากใช้ทักษะนี้ในการทำงาน ในฐานะผู้ขายที่เข้าใจลูกค้า หัวหน้าที่ลูกน้องนับถือ หรือแม้แต่การใช้ทักษะนี้กับคู่ครอง คนรอบข้าง ความเห็นใจผู้อื่น ก็จะช่วยหลีกเลี่ยงการทะเลาะเบาะแว้ง และการไม่เข้าใจกันได้

แม้ว่าประเทศไทย จะยังไม่มีการบรรจุหลักสูตรนี้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะสอนให้ลูกรู้จัก ความเห็นใจผู้อื่น อ่านต่อ 7 ขั้นตอนการสอนลูกให้เอาใจเขามาใส่ใจเราได้ที่หน้า 2 ค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 7 ขั้นตอนการสอนให้ลูกรู้จักเข้าใจและเห็นใจผู้อื่น

เป้อุ้มเด็ก

เป้อุ้มเด็ก ไอเท็มยอดฮิตครอบครัวยุคใหม่ เลือกแบบไหนใช้งานง่าย ลูกนั่งสบายและปลอดภัย

พ่อแม่สมัยใหม่หันมาใช้ เป้อุ้มเด็ก กันมากขึ้น เพราะไม่ต้องอุ้มลูกจนเมื่อยแขน ปวดหลังแล้ว ลูกน้อยรู้สึกสบายและปลอดภัยที่ได้อยู่ใกล้ชิดพ่อแม่มากกว่าการนั่งรถเข็นในบางสถานการณ์ สามาถเคลื่อนที่ได้คล่องตัว ใช้งานสะดวก เหมาะสถานที่จำกัด คนพลุกพล่าน หรือสภาพพื้นที่ไม่เหมาะกับการใช้รถเข็น เช่น สวนสาธารณะ งานแฟร์

เป้อุ้มเด็กในท้องตลาดมีให้เลือกหลายแบบ มีฟังก์ชั่นมากมายที่สามารปรับใช้เหมาะกับการงานของแต่ละบ้าน ซึ่งอาจทำให้พ่อแม่มือใหม่สับสน และตัดสินใจไม่ได้ว่าควรเลือกซื้อ เป้อุ้มเด็ก แบบไหนให้ลูกดีถึงจะคุ้มค่า ปลอดภัยกับลูกน้อย

เป้อุ้มเด็ก คุ้มค่าแค่ไหน

หลายบ้านตัดสินใจไม่ถูกว่าซื้อรถเข็นเด็กแล้ว เป้อุ้มเด็กจำเป็นไหม ความจริงแล้วฟังก์ชั่นการใช้งานของอุปกรณ์ทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกัน มีเงื่อนไขที่ช่วยในการตัดสินใจดังต่อไปนี้

พาลูกเที่ยวนอกบ้านนอนแค่ไหน

ถ้าวันนั้นพาลูกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะแถวบ้านสัก 30 นาที เป้อุ้มเด็กจะเหมาะมาก หากคุณต้องเดินช้อปของในห้างหลายชั่วโมงๆ การแบกน้ำหนักลูกไว้กับตัวคงไม่ไหว รถเข็นเด็กจะช่วยให้ทั้งตัวคุณแม่และลูกสบายมากกว่า

ขนของใช้ลูกเยอะไหม

เป้อุ้มเด็กอาจไม่เหมาะกับการมีสัมภาระจำนวนมาก เพราะคุณแม่ต้องแบกน้ำหนักของลูกและของใช้ไปพร้อมกัน ซึ่งเป้อุ้มเด็กจะกลายเป็นภาระมากกว่าตัวช่วยในการเดินทาง

เดินทางด้วยวิธีไหน

หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคุล เป้อุ้มเด็กอาจไม่จำเป็นนัก แต่ถ้าต้องเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้า เครื่องบิน การอุ้มลูกแนบตัวช่วยให้เคลื่อนไหวได้สะดวกกว่ามาก

เมื่อคุณแม่ตัดสินใจว่าจะใช้ เป้อุ้มเด็ก แล้ว เรื่องต่อไปที่ต้องพิจารณาคือฟังก์ชั่นการใช้ของเป้อุ้มเด็กแต่ละแบบ ซึ่งควรเข้ากับไลฟ์สไตล์ของทั้งคุณพ่อคุณแม่ด้วย จริงๆ แล้วสามารถใช้เป้อุ้มเด็กกับลูกแรกเกิดได้ แตควรเลือกอุ้มแบบนอนราบจะปลอดภัยที่สุด หรือรอให้ลูกชันคอได้อายุราว 3 เดือน ค่อยซื้อเป้อุ้มแบบให้ลูกนั่งได้จะคุ้มค่ากว่า

เป้อุ้มเด็ก
เป้อุ้มเด็ก แบบสลิง เหมาะกับแม่ลูกอ่อนให้นม

เลือกเป้อุ้มเด็กอย่างไรให้ปลอดภัยและคุ้มค่า

อย่ามองแค่ใช้ได้นาน คุ้มราคา

การซื้อเป้อุ้มที่ใช้ได้จนลูกโต จาก 3 เดือนจนถึง 3 ปี ดูคุ้มค่า แต่เด็กแต่ละคนมีรูปร่างและน้ำหนักไม่เท่ากัน และด้วยท่าอุ้มที่ต้องเปลี่ยนไปตามวัยอาจไม่เหมาะกับสรีระของลูกในเวลานั้น จะดีกว่าหากเลือกซื้อเป้ตามอายุและขนาดร่างกายของลูกเป็นหลัก

นอกจากนี้ท่าอุ้มของเด็กแต่ละวัยก็ไม่เหมือนกัน หลักๆ มีด้วยกัน 5 ท่าได้แก่ ท่าอุ้มแบบนอนราบ เหมาะกับเบบี๋แรกเกิดที่คอยังชันไม่ได้ ท่าอุ้มแบบหันหน้าแนบตัว เหมาะกับเด็กวัย3 – 6 เดือน เพื่อให้ลูกรู้สึกปลอดภัย ไม่หวาดกลัว  ท่าอุ้มให้เด็กหันหน้าออกด้านนอก เหมาะกับเด็กวัย 7 เดือนขึ้นไปที่สามารถนั่งได้ และพร้อมเรียนรู้โลกภายนอกแล้ว นอกจากนี้ยังมีท่าทั่วไปอย่างอุ้มเข้าสะโพก หรือสะพายหลังด้วย คุณแม่สามารถเลือกให้เหมาะกับท่าอุ้มลูกที่ตัวเองถนัด เพื่อความปลอดภัย

เลือกเป้แบบสะพาย อุ้มได้หลายท่าและคล่องตัว

นิยมมากที่สุด เพราะทนทานแข็งแรง อุ้มได้หลายท่า เป้อุ้มเด็กในท้องตลาดจะเปลี่ยนได้ 3-5 ท่า อาจมีสายรองสะโพกของลูกน้อยเพื่อช่วยกระจายน้ำหนักจากบ่าไปยังสะโพก ช่วยลดอาการเมื่อยล้าได้ แต่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ พกพาไม่สะดวก

เลือกเป้แบบสลิงสำหรับแม่ให้นม

คล้ายผ้าห่อตัวเด็ก ไม่มีฟองน้ำหนาๆคอยพยุงหลัง คุณแม่ต้องใช้มือประคองแทน สะดวกกับการให้นม จึงเหมาะกับแม่ลูกอ่อน ถอดใส่ง่าย พับเก็บเป็นชิ้นเล็กได้ แต่ระมัดระวังเรื่องการใส่เพราะอาจทำให้กระดูกสะโพกลูกเคลื่อน ถ้าแน่นเกินไปลูกหายใจไม่ออก หลวมเกินไปลูกลื่นหล่นได้

พ่อช่วยอุ้ม เลือกแบบขนาดได้

ถ้าคุณแม่จะคอยอุ้มลูกเป็นหลักเวลาไปนอกบ้าน ควรเลือกเป้อุ้มเด็กที่สามารถปรับขนาดได้มาก เพื่อให้เหมาะกับสรีระของคุณพ่อด้วย อุ้มนานแค่ไหนก็ไม่บาดเจ็บ

ระบายอากาศดี ลดการอับชื้น

วัสดุเป้อุ้มเด็กส่วนใหญ่เป็นผ้า และฟองน้ำ ถ้าอุ้มเป็นเวลานานอาจเกิดความอับชื้น ระคายเคือง หรือเสียดสีผิวบอบบางของลูก ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกเป้ที่ทำจากผ้าฝ้ายจะดีที่สุด

ถอดง่ายด้วยตัวเอง

จุดเล็กๆที่ไม่ควรมองข้ามคือต้องใส่และถอดได้ง่ายด้วยตัวเอง เพื่อความคล่องตัวในการใช้งาน ดังนั้นจึงควรไปทดลองใส่จริงก่อนตัดสินใจซื้อ

เป้อุ้มเด็ก

Amarin Baby & Kids Awards 2019 ยกให้เป้อุ้มเด็ก POGNAE ได้รับรางวัล Editor’s Choice Best Baby Carrier

Pognae เป็นแบรนด์เป้อุ้มเด็กจากประเทศเกาหลี ที่โดดเด่นเรื่องดีไซน์ให้เข้ากับฟังก์ชั่นอย่างลงตัว โดยเฉพาะรุ่น POGNAE No.5 Plus  เป็นเป้แบบ All in One สามารถอุ้มแบบนอนราบด้วยอุปกรณ์เสริมโดยเฉพาะ  หรือนั่งพยุงได้ และมี Hip seat (ฮิปซีท)ที่ช่วยให้ลูกนั่งได้อย่างอิสระ และได้รับการโหวตจากผู้บริโภคทั่วโลกแล้วว่าเป็น Hip seat มีขนาดที่เหมาะสมกับการอุ้มเด็กที่สุด กระจายน้ำหนักได้ดี จึงไม่กดทับหน้าท้องโดยเฉพาะบริเวณแผลผ่าคลอด

เป้อุ้มเด็กแบรนด์นี้ผ่านการออกแบบให้ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์ จึงช่วยให้การอุ้มเด็กอ่อนกระชับปลอดภัย และพยุงไม่ให้เด็กหลังงอด้วยการพยุงหัวไหล่และตรงเอว ด้วยที่เสริมหลัง 4 ชั้น นอกเหนือจากนี้เด็กทารกสามารถเคลื่อนไหวได้และไม่กดทับบริเวณขาและแขน พร้อมทั้งใช้ง่ายด้วยระบบการเกี่ยวที่ไม่ทำให้เกิดเสียงดังต่อเด็ก ใส่ง่ายหลุดยากปลอดภัยมั่นใจ ปรับช่วงขาได้ 3 ระดับ

ใช้ซิปไร้เสียงช่วยให้คุณสวนใส่เป้ตอนที่ลูกหลับได้โดยไม่รบกวน สายสะพายรัดด้านหลัง ช่วยพยุงสะบัก จึงไม่รู้สึกปวดหลัง และกระจายน้ำหนักทั้งสองข้างเท่ากัน  มีช่องระบายอากาศส่วนพยุงหลัง ปิด-เปิดด้วยซิป ทำจากผ้าจึงระบายอากาศได้ดี มีตะขอสำหรับเกี่ยวหมวกอยู่ที่สายสะพาย พร้อมรองรับทุกสถานการณ์

ทาง Amarin Baby & Kids “เครือข่ายแม่ลูกใหญ่ที่สุด” ผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพ เข้าใจครอบครัวไทย และตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ จึงคัดเลือกให้ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า TRYLAGINA  ได้รับ รางวัล Editor’s Choice  Best Facial Skincare จาก “Amarin Baby & Kids Awards 2019” ซึ่งมอบให้กับสินค้าแม่ลูก “สินค้าใช้ดี และมีประโยชน์จริง”

 

อ่านบทความ Amarin Baby & Kids Awards 2019 

ประกาศผลรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ

ชมภาพบรรยากาศ งานมอบรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

 

Tags

อาการภูมิแพ้

5 วิธีเอาชนะ “อาการภูมิแพ้” ลูกน้อยสุขภาพดีไม่ป่วย

อาการภูมิแพ้ ที่ร่างกายเตือนว่ากำลังมีสิ่งแปลกปลอมมากระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ ที่เราพบกันบ่อยๆ ก็คือการ ฮัดเช้ย ฮัดเช้ยออกมา แถมยังทำเอาน้ำหู น้ำตาไหล คันตาจนต้องเอามือมาขยี้ให้หายคัน เด็กๆ และคุณพ่อคุณแม่ กำลังมีอาการภูมิแพ้กันอยู่หรือเปล่าคะ เรามาสังเกตอาการ และปกป้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรง หรือไม่ให้ป่วยภูมิแพ้เลยจะดีที่สุดค่ะ

 

อาการภูมิแพ้ เกิดจากอะไร ?

สาเหตุของอาการภูมิแพ้ มักเกิดขึ้นจาก 2 ปัจจัยนั่นก็คือ พันธุกรรม ที่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นภูมิแพ้ ยิ่งหาก พ่อหรือแม่ คนใดคนหนึ่ง หรือทั้งสองคนมีประวัติว่าเป็นภูมิแพ้ ลูกก็มีความเสี่ยงที่จะป่วยภูมิแพ้ด้วยเช่นกัน ต่อมาคือมาจาก สิ่งแวดล้อม พ่อแม่แข็งแรงไม่มีประวัติเป็นภูมิแพ้ แต่ลูกสามารถที่จะป่วยเป็นภูมิแพ้กันได้ ซึ่งภูมิแพ้ที่พบได้บ่อยๆ นั่นก็คือ อาการภูมิแพ้ ที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งมีเด็กๆ รวมถึงผู้ใหญ่ป่วยกันมาก กับ “ภูมิแพ้อากาศ” เนื่องจากร่างกายได้รับการกระตุ้นจากสารก่อภูมิแพ้ เช่น ควันบุหรี่ สภาพอากาศตามฤดูกาลต่างๆ ฝุ่น ไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง ขนสัตว์เลี้ยง ละอองเกสรดอกไม้  แมลงสาบ เป็นต้น

ดังนั้นสิ่งสำคัญที่จะต่อสู้ และรับมือกับอาการภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจ (ภูมิแพ้อากาศ) คือจะต้องส่งเสริมให้สุขภาพของลูกน้อย รวมถึงคุณพ่อคุณแม่ ทุกคนในครอบครัวแข็งแรงอยู่ตลอดเวลาค่ะ

อาการภูมิแพ้

5 วิธีเอาชนะ “อาการภูมิแพ้” ให้อยู่หมัด

1. ภายในบ้านต้องสะอาด

เพื่อปกป้องร่างกายจากภูมิแพ้ แนะนำให้คุณแม่ทำความสะอาด ปัด กวาด เช็ดถูบ้านทุกซอง ทุกมุม ทุกห้องภายในบ้าน ให้ปราศจากสารก่อภูมิแพ้ที่มาจาก ขนสัตว์ เศษผง ฝุ่นละออง ฯลฯ เมื่อบ้านสะอาดเปอร์เซ็นต์ที่จะป่วยภูมิแพ้ก็ลดลงค่ะ

2. หลีกเลี่ยงพรมปูพื้น

บ้านไหนที่กำลังจะตกแต่งบ้านด้วยพื้นพรม ไม่ว่าในห้องนั่งเล่น ห้องนอน ขอให้หยุดไว้ก่อนค่ะ เพราะพื้นพรมนี่แหละที่เป็นแหล่งสะสมของความสกปรก เต็มไปด้วย ไรฝุ่น เชื้อโรค เวลาที่ลูกๆ ลงไปนั่งเล่นบนพื้นพรม ก็จะทำให้สารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกายผ่านระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเด็กที่ป่วยภูมิแพ้อยู่เป็นทุนเดิมก็ยิ่งป่วยมากขึ้น หรือในเด็กที่ปกติก็เสี่ยงที่จะเป็นภูมิแพ้อากาศค่ะ

3. ออกกำลังวันละนิดสุขภาพแข็งแรง

การสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยลงได้ค่ะ แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่และเด็กๆ พากันไปออกกำลังกายทุกวัน หรือสัปดาห์ละ 3-4 วันก็ได้ค่ะ ออกกำลังที่เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย เช่น การวิ่งเหยาะๆ ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิค ปั่นจักรยาน เตะบอล ตีเทนนิส เป็นต้น

4. อาหารต้านภูมิแพ้

การทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ จะช่วยสร้างภูมิคุ้มภายในร่างกายแข็งแรง เมื่อสุขภาพร่างกายดีแข็งแรง ก็จะสามารถต่อสู้กับเชื้อโรค สารก่อแพ้ต่างๆ ได้ ทำให้เจ็บป่วยเป็นภูมิแพ้ลดลงค่ะ สำหรับแหล่งอาหารที่ช่วยลดอาการอักเสบ ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอม ก็เช่น กลุ่มอาหารโอเมก้า 3 ปลาทู ปลาทูน่า ปลาแซลมอน เป็นต้น กลุ่มอาหารโปรตีน เนื้อไก่ เนื้อปลา ไข่ เนื้อหมู นมวัว นมถั่วเหลือง เป็นต้น กลุ่มอาหารวิตามินซี ผลไม้ตระกูลเบอรี่ต่างๆ ฝรั่ง ส้ม แอปเปิ้ล สับปะรด เป็นต้น แนะนำว่าการรับประทานอาหารในแต่ละมื้ออาหารควรกินให้หลากหลายครบทุกหมู่อาหารนะคะ

อาการภูมิแพ้

5. สเปรย์ปรับอากาศ

ในทุกวัน ทุกช่วงเวลาที่ต้องการให้อากาศภายในบ้านโล่ง สดชื่น แนะนำให้ฉีดปรับอากาศค่ะ สเปรย์ปรับอากาศที่เป็นมิตรกับสุขภาพของลูกน้อย และทุกคนในครอบครัว แนะนำเป็นสเปรย์ปรับอากาศ “น้ำมันยูคาลิปตัส” เพราะมีความเป็นธรรมชาติ
Polar Spray โพลาร์ สปเรย์ สเปรย์ปรับอากาศกลิ่นยูคาลิปตัสแท้จากธรรมชาติ เป็นสเปรย์ที่หลายๆ ครอบครัวเลือกใช้ในการดูแลสุขภาพของคนในครอบครัว เพราะให้กลิ่นหอมสดชื่น เย็นสบาย โล่งจมูก ความพิเศษของโพลาร์ สเปรย์ คือ มีส่วนผสมของ Activ Polar (แอคทีฟ โพลาร์) เทคโนโลยีนในการเปลี่ยนอากาศ วัตกรรมใหม่เพื่อการกำจัดสารก่อภูมิแพ้ และเชื้อโรคในอากาศ ลิขสิทธิ์เฉพาะจาก Nova Health
ทำไมแม่ต้อง Polar Spray ?
• เป็นกลิ่นยูคาลิปตัสแท้จากธรรมชาติ
• มี Tea Tree Oil และสารสกัดจากธรรมชาติหลากหลายชนิด ช่วยเคลียร์อากาศให้สะอาด ช่วยลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และสารก่อภูมิแพ้
• ทดสอบการจำกัดเชื้อโรค จากสถาบันการแพทย์ ศิริราช และ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย
• มีประสิทธิภาพในการกำจัดไรฝุ่น
• กำจัดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ H1N1
• กำจัดเชื้อแบคทีเรียก่อโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ
• กำจัดเชื้อแบคทีเรียก่อโรคติดเชื้อทางเดินอาหาร
• กำจัดเชื้อราก่อโรค
• กำจัดเชื้อโรคของกลิ่นไม่พึงประสงค์

ถ้าเรารู้เท่าทันโรค รู้ทันอาการภูมิแพ้ แล้วรีบปกป้องดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นลูกน้อย หรือคุณพ่อคุณแม่ รับรองว่าไม่ป่วยเพราะเป็น “ภูมิแพ้” อย่างแน่นอนค่ะ

ปั๊มนมแม่

เคล็ด(ไม่)ลับ ปั๊มนมแม่ ง่ายๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา

ปั๊มนมแม่ อาจไม่ใช่เรื่องสนุกสำหรับคุณแม่มือใหม่ทุกคน เพราะถ้ายิ่งเป็นแม่ที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านด้วยแล้ว การปั๊มนมที่ทำงาน ดูเหมือนจะทำได้ไม่เต็มที่ เพราะไม่สะดวกสบายเหมือนบ้าน หรือระหว่างการ ปั๊มนมแม่ อาจมีงานด่วนแทรก เข้ามา เป็นต้น ฉะนั้นเพื่อให้คุณแม่ได้ ปั๊มนมนอกบ้าน อย่างไร้ความกังวล เรามีเคล็ดลับมาฝากกันค่ะ

 

“ปั๊มนมแม่” สำหรับแม่ทำงาน

มีคุณแม่คนไหนบ้างที่ทำงานแล้วต้องเลี้ยงลูกไปด้วย ลองมาดูคำแนะนำการ “ปั๊มนมแม่” ที่ไม่ว่าจะอยู่บ้าน จะไปทำงาน หรือพาลูกเดินเล่นช้อปปิ้ง ฯลฯ ต่อไปนี้การปั๊มนมนอกบ้านจะไม่ใช่ปัญหาให้ต้องกังวลกันอีกต่อไป ที่สำคัญยังทำให้คุณแม่มีเวลาให้ลูก ให้สามี และก็ให้ตัวเองเพิ่มขึ้นด้วยนะคะ

เราพบว่าปัญหาหนึ่งของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คือ คุณแม่จะไม่มีเวลาให้ตัวเอง หรือแม้แต่กับสามีก็แทบจะหมดความกุ๊กกิ๊กกันไปเลย ที่สำคัญในช่วงเวลาของการเลี้ยงลูกก็ไม่มีความสุขเท่าที่ควรจะเป็น รู้ไหมคะว่าสาเหตุเพราะอะไร !?

การปั๊มนม คือหนึ่งในปัญหาของแม่มือใหม่ ที่ยังไม่สามารถจัดการเวลาในการปั๊มนมได้ และไหนจะมีอาการแทรกเข้ามา เช่น ปั๊มนมไม่ออก น้ำนมน้อย  ตึงเจ็บเต้านม หัวนมแตก เต้านมอักเสบ เป็นต้น ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ มาจากการไม่รู้จังหวะช่วงเวลาในการปั๊มนม ร่างกายแม่ก็ยิ่งเหนื่อยล้าเพลียอ่อนแรง จึงทำให้ไม่สามารถโฟกัสไปกับการเลี้ยงลูกได้เต็มที่ ดังนั้นคุณแม่มือใหม่ที่มีลูกเล็ก และก็เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ต้องมาทำความเข้าใจในการ “ปั๊มนมให้เป็นเวลา” เพื่อที่จะได้จัดสรรเวลาในการเลี้ยงลูก พักผ่อนนอนหลับ ฯลฯ ได้ดีมากขึ้นค่ะ

ในช่วงระหว่าง 3 เดือนแรกของการให้ลูกกินนมแม่ แนะนำให้ลูกดูดจากเต้าแม่เป็นหลักนะคะ จากนั้นพอเข้าเดือนที่ 3 ก่อนที่คุณแม่จะต้องกลับไปทำงาน ให้ใช้เครื่องปั๊มนมแม่มาปั๊มสลับกับให้ลูกดูดจากเต้าค่ะ โดยกะเวลา 3-4 ชั่วโมง แล้วปั๊ม 1 ครั้ง หรือในคุณแม่ที่มีน้ำนมมาก คัดเต้าบ่อย อาจปรับเป็นปั๊มนมแม่ทุก 2 ชั่วโมง

ถ้าแม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านก็ให้เซ็ทเวลาในการปั๊มนมให้เป็นเวลาที่แน่นอน เช่น ปั๊มนมที่บ้าน 6 โมงเช้า >> ปั๊มนมที่ทำงานเวลา 10 โมง ให้นับเวลาที่ปั๊มนมแม่ทุก 3-4 ชั่วโมงไปแบบนี้ตลอดทั้งวันค่ะ น้ำนมแม่ที่ปั๊มได้ก็เก็บเป็นสต็อกน้ำนมแม่ให้ลูกกินค่ะ

 

เครื่องปั๊มนม ต้องเลือกที่เหมาะกับการใช้งาน

สำหรับเครื่องปั๊มนมแม่ ถือว่าเป็นผู้ช่วยอันดับหนึ่งที่จำเป็นมากๆ แต่อย่างที่บอกค่ะว่าเครื่องปั๊มนมมักถูกออกแบบมาให้คุณแม่ไม่ค่อยตอบโจทย์ในการใช้งานสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะกับแม่ที่ทำงานนอกบ้าน ต้องการความสะดวก สบายขณะปั๊มนม

เครื่องปั๊มนม Freena Youha Plus  เครื่องปั๊มนมที่มาแรงสุดๆ ณ ขณะนี้ เคล็ดลับในการปั๊มนมแม่ที่อยากบอกต่อ ไม่ว่าแม่จะเลี้ยงลูกอยู่บ้าน หรือแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้านต่างก็ต้องยกนิ้วให้กับ เครื่องปั๊มนม Freena Youha Plus ถามว่าทำไมถึงถูกใจแม่ๆ  ก็เพราะการปั๊มนมที่สามารถปั๊มได้ทุกที่ใต้เสื้อผ้า และเสียงเครื่องขณะปั๊มนมเงียบมาก ไม่ว่าแม่จะนั่งปั๊มนมที่ทำงาน หรือขณะเดินช้อปปิ้งก็ไม่เป็นที่สนใจในสายตาของใครๆ แน่นอนว่าคุณแม่จะไม่เขินและมั่นใจในการปั๊มนมนอกบ้านมากขึ้น และด้วยการทำงานของเครื่องปั๊มนมที่เงียบจึงไม่รบกวนลูกน้อย และสามีด้วยนะคะ

ปั๊มนมแม่

 

คุณสมบัติเด่นของ เครื่องปั๊มนม  Freena Youha Plus 

– ตัวเครื่องเล็ก เบา เงียบ พกพาสะดวก

– มี 3 โหมดปั๊มพร้อมหน้าจอเรืองแสง 3 สี คือ โหมดกระตุ้น โหมดดูด โหมดท่อน้ำนมอุดตัน

– มีแบตเตอรี่ในตัว แบตเตอรี่ลิเธียมเก็บไฟ 3 ชั่วโมง

– ปั๊มได้ทุกที่ ปั๊มใต้เสื้อผ้า  ไม่มีใครรู้ว่ากำลังปั๊มนม

– เดินปั๊ม ทำงานได้  ปั๊มนมแบบไม่ต้องจับขวด

– นวัตกรรมใหม่ล่าสุด กรวยซิลิโคนฟรีน่า นิ่มแนบเต้า (กว่าแบบพลาสติก)

– ผลิตจากซิลิโคนคุณภาพสูงทนทาน ทนความร้อน Food Grade BPA Free

– อุปกรณ์ต่อง่ายไม่ซับซ้อน แรงไม่ตก ไม่รั่วไหล ไม่มีขวดยื่น

– มีระบบป้องกันการไหลย้อนกลับ

– บรรจุน้ำนมได้ 8 oz ต่อถ้วย/ข้าง (รวม 16oz/คู่)

คุณแม่จะทำอย่างไรถ้าปั๊มนมจนไม่มีเวลาเลี้ยงลูก ? เรามีคำตอบที่ช่วยคุณแม่ได้มาบอกให้ค่ะ

เครื่องปั๊มนม Freena Youha Plus

เครื่องปั๊มนม Freena Youha Plus ที่คนเป็นแม่ต้องร้องขอ !!

เครื่องปั๊มนม Freena Youha Plus เป็นเครื่องปั๊มนมที่เห็นครั้งแรก แล้วร้อง ว้าว!! จนคนข้างๆ ตกใจ เพราะอะไรรู้ไหมคะ เราคนนึงที่อยู่รายล้อมไปด้วยคนที่เป็นแม่มีลูกกันแล้วทั้งนั้น ไม่ว่าจะเพื่อน ไม่ว่าจะญาติๆ ได้เห็นทุกวิวัฒนาการของคนเป็น แม่ตั้งแต่ตั้งท้อง คลอดลูก ให้นมลูก

ซึ่งช่วงเวลาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ไม่ใช่แค่ให้ลูกกินนมจากเต้าแล้วจบนะคะ เพราะยังมีเรื่องต้องปั๊มนม เก็บสต็อกน้ำนมแม่ อีก ลองคิดดูซิว่าแม่จะลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันแค่ไหน  ลองคิดตามกันว่าถ้าตัวเราเป็นแม่ให้นมลูกที่บ้าน แล้ว ระหว่างวันต้องปั๊มนมไปด้วยเลี้ยงลูกไปด้วย หรือพอกลับไปทำงาน งานรอเคลียร์เต็มโต๊ะ เจ้านายเรียกประชุมแทรกด่วนเข้ามาอีก เต้านมก็คัดเจ็บไปหมด รอให้ปั๊มออก  แต่ด้วยเครื่องปั๊มนมที่ใช้ๆ กันอยู่ อาจยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานของแม่สัก เท่าไหร่นัก

 

 

เครื่องปั๊มนม Freena Youha Plus ใช่เลยที่แม่ต้องการ

เรากำลังเตรียมตัวเป็นแม่ค่ะ และจากประสบการณ์ที่ได้เห็นจากคนรอบข้าง การเตรียมตัวตั้งท้อง เราเตรียมตัวเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี แต่เรื่องปั๊มนม ขอบอกว่าก็หวั่นๆ ใจอยู่เหมือนกัน เห็นแม่ๆ นั่งปั๊มกันนี่น่าสงสารเลย บางทีมีงานด่วนเข้ามา ถึงกับต้องหยุดปั๊มกันเลยค่ะ ดังนั้นด้วยความที่เป็นสาวออฟฟิศต้องทำงาน เลยอยากได้อะไรที่ใช้ง่าย สะดวก สบาย และทำให้คล่องตัว จนได้มาเจอกับ เครื่องปั๊มนมฟรีน่ายูฮาพลัส เห็นถึงรูปแบบการใช้งาน บอกเลยว่าชอบมาก และคนรอบข้างก็ทยอยเปลี่ยนมาใช้เครื่องปั๊มนม Freena Youha Plusกันหมด

เครื่องปั๊มนม Freena Youha Plus

โดยปกติเครื่องปั๊มนม จะมีแค่ตัวเครื่องปั๊ม ที่มีทั้งแบบปั๊มมือ (ปั๊มนมแม่ทีละข้าง) ปั๊มแบบมอเตอร์ อันนี้ก็จะสะดวกหน่อยไม่เหนื่อยในการปั๊มนมแม่ แต่ด้วยตัวเครื่องปั๊มนมมักจะถูกออกแบบมาให้ใช้งานแบบอยู่กับที่ คือตั้งบนโต๊ะ หรือจะวางที่ตักก็ได้ เสียงมอเตอร์ขณะปั๊มก็จะมีเสียงนิดหน่อย ใครไม่รู้ว่าเป็นแม่กำลังปั๊มนมก็จะมองๆ หน่อยว่า ทำอะไร เสียงดังจริงเชียว

เครื่องปั๊มนม Freena Youha Plus

 

แต่สำหรับเครื่องปั๊มนม Freena Youha Plusไม่ว่าจะนั่งปั๊มนมอยู่ที่บ้าน นั่งปั๊มนมที่ทำงาน หรือพาลูกออกไปนอกบ้าน เดินเล่นสวนสาธารณะ ซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ฯลฯ แม่ก็ปั๊มนมได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันเลยแม้แต่น้อย เพราะนี่คือสิ่งที่ เครื่องปั๊มนม Freena Youha Plusให้คนเป็นแม่ได้มีความสุขกับการเลี้ยงลูกไปด้วย ทำงานไปด้วย พร้อมกับการปั๊มนมแม่ค่ะ เครื่องปั๊มนมฟรีน่ายูฮาพลัส เป็นเครื่องปั๊มนมที่ออกแบบให้ปั๊มนมพร้อมกัน 2 ข้าง ผ่านกรวยปั๊มแบบติดเต้า ที่สามารถสอดไว้กับเสื้อชั้นใน เมื่อปั๊มแล้วน้ำนมจะไหลไปเก็บไว้ในถ้วยพลาสติกที่มีความจุมากถึงข้างละ 8 ออนซ์   ตรงนี้การใช้งานง่ายมากๆ สามารถใส่ติดตัวไปกับแม่ได้ทุกที่ โดยไม่ต้องเอาขวดนมไปด้วยตัวเครื่องก็เล็ก กะทัดรัด เบา เสียงเงียบ พกพาสะดวก สามารถหนีบกับเข็มขัดปั๊มนมไว้กับเอวได้ ทำให้ไม่ต้องคอยเอามือถือเครื่องปั๊มนมไปด้วย

เครื่องปั๊มนม Freena Youha Plus

ตรงจุดนี้ชอบมาก เพราะสามารถปั๊มไปด้วย ล้างจาน ชาม ซักผ้าลูก หรือนั่งประชุม ขับรถ ฯลฯ ก็ยังได้ปั๊มนมแม่ไปด้วยได้ ที่สำคัญราคาไม่แพงค่ะ

พูดได้เลยว่าเครื่องปั๊มนม Freena Youha Plus  เขาไม่ได้มาเล่นๆ นะคะ เพราะนอกจากจะเป็นขวัญใจของแม่ที่เลี้ยงลูกด้วย นมแม่แล้ว เครื่องปั๊มนมฟรีน่ายูฮาพลัส ยังมีรางวัลการันตีถึงคุณภาพ การตอบโจทย์การใช้งานของแม่ที่ครอบคลุม ด้วยการได้ รับ“รางวัลยอดเยี่ยม เครื่องปั๊มนมแม่ AMARIN  BABY & KIDS AWARDS 2019” มาด้วยค่ะ แล้วแบบนี้จะไม่ให้ว่าที่คุณ แม่ หรือแม่ที่มีลูก ร้องขออยากจะใช้ เครื่องปั๊มนม Freena Youha Plus  กันได้ยังไงล่ะคะ นี่เราก็ซื้อมาแล้วครบเซ็ท รอคลอดลูก ก็พร้อมใช้งานไปกับ เครื่องปั๊มนมฟรีน่ายูฮาพลัสค่ะ

เครื่องปั๊มนมฟรีน่ายูฮาพลัสของแท้ไม่แท้ให้แม่ดูที่จุดสังเกต*เครื่องศูนย์ไทยแท้*หน้ากล่องอักษรต้องเป็นภาษาไทย มีคู่มือไทย 4 สี มีใบรับประกันจากศูนย์ยูฮาไทยแลนด์ บริษัท วีรินทร์ จำกัดนะคะ

 

ครีมบำรุงผิวหน้าคุณแม่ยี่ห้อไหนดี

ครีมบำรุงผิวหน้าคุณแม่ยี่ห้อไหนดี 2562 คุณแม่เลือก Smooth-E เป็นแบรนด์ในดวงใจ

ครีมบำรุงผิวหน้าคุณแม่ยี่ห้อไหนดี ช่วยบำรุงผิวหน้าคุณแม่หลังคลอด ให้กลับมาสวยใส ไร้ริ้วรอย  คุณแม่ทั่วประเทศเลือกและได้โหวต ให้ Smooth-E เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอันดับหนึ่งในดวงใจ และรับรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สาขา Mommy’s Choice

 

ครีมบำรุงผิวหน้าคุณแม่ยี่ห้อไหนดี แม่ทั่วประเทศเลือกแล้วใช้ยี่ห้อนี้เป็นแบรนด์ในดวงใจ

Amarin Baby & Kids “เครือข่ายแม่ลูกใหญ่ที่สุด” ผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพ เข้าใจครอบครัวไทย และตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ ไทย ทั้งรูปแบบ Online ผ่านเว็บไซต์ www.AmarinBabyAndKids.com และเฟซบุ๊คแฟนเพจที่มีเนื้อหาตรงใจ ทันสถานการณ์ โดยมียอดผู้ติดตามมากกว่า 1,000,000 Followers และรูปแบบ On print ผ่าน Bookazine ราย 2 เดือน รวมถึง รูปแบบ On ground งานแฟร์แม่ลูก Amarin Baby & Kids Fair ที่จัดมาแล้วถึง 15 ครั้ง

 

เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเครือข่ายแม่ลูกอันดับ 1 ของประเทศที่เข้าใจคุณแม่ไทยมากที่สุด เว็บไซต์ Amarin Baby & Kids จึงได้จัด “Amarin Baby & Kids Awards 2019” ครั้งแรกในเมืองไทย เพื่อเฟ้นหาสุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ  จากคะแนนโหวตของคุณแม่ทั่วประเทศกว่า 10,000 คน ผ่าน www.AmarinBabyAndKids.com เว็บไซต์สื่อกลางข้อมูลคุณภาพจากแม่สู่แม่ Mom to Mom Sharing เพื่อเป็นประโยชน์แก่คุณแม่มือใหม่ที่กำลังมองหา “สินค้าใช้ดี ที่ได้รับการยืนยันจากคุณแม่ตัวจริงทั่วประเทศ”

 

และเพื่อให้สมกับรางวัลที่มาจากความคิดเห็นของแม่อย่างแท้จริง สำหรับแบรนด์สินค้าในสาขา Mommy’s Choice จึงเปิดโอกาสให้แม่ได้ร่วมโหวต  2  รอบ ได้แก่ “รอบเสนอชื่อแบรนด์ที่ชื่นชอบ” จากนั้นทีมงานได้ทำการเลือกแบรนด์ที่ถูกเสนอชื่อมากที่สุด มาจัด “รอบโหวตแบรนด์ในดวงใจ” อีกครั้งหนึ่ง

 

ทำไมแม่โหวตให้ Smooth-E เป็นแบรนด์ครีมบำรุงผิวหน้าในดวงใจ

แม่ ABK เลือกให้ Smooth-E เป็นแบรนด์สุดยอดครีมบำรุงผิวหน้าในดวงใจ โดยคุณแม่ให้เหตุผลในการเลือกแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น

“ชอบตรงที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ ใช้แล้วไม่แพ้ อ่อนโยนต่อผิว ผ่านการทดสอบทางการแพทย์แล้วว่าปลอดภัย”

“เนื้อครีมมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ตามธรรมชาติ ที่สำคัญคือพอทางลงบนผิวแล้วเนื้อครีมซึมซาบดี บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะด้วยค่ะ”

“ราคาไม่แพง หาซื้อมาใช้ได้ง่าย ผลิตภัณฑ์คุณภาพดี ช่วยลดริ้วรอยได้ดี ผิวกระจ่างใส จุดด่างดำจางลง”

 

Smooth-E ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อดูแลทุกสภาพผิวให้มีผิวสุขภาพดี สมูทอี เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่คู่คนไทย มาตั้งแต่ปี 1990 โดยดร.แสงสุขพิทยานุกูล เภสัชกร ที่อยากให้คนไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพดี สำหรับ Smooth-E เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่คงคอนเซ็ปต์ความปลอดภัยจากธรรม จึงทำให้มีกลุ่มผู้บริโภคใช้ผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย ทั้งวัยรุ่น วัยทำงาน และคุณแม่ และด้วยคุณภาพและความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์ จึงทำให้คุณแม่ส่วนใหญ่เลือกใช้ครีมบำรุงผิวของ Smooth-E

 

อ่านบทความ Amarin Baby & Kids Awards 2019 

ประกาศผลรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ

ชมภาพบรรยากาศ งานมอบรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019

เป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดี

เป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดี 2562 คุณแม่เลือก Camera เป็นแบรนด์ในดวงใจ

เป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดี ใช้สะดวก ปลอดภัย คุณภาพเยี่ยม ถูกใจคุณแม่ คุณแม่ทั่วประเทศเลือกและได้โหวต ให้ Camera เป็นแบรนด์เป้อุ้มเด็กอันดับหนึ่งในดวงใจ และรับรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สาขา Mommy’s Choice

เป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดี แม่ทั่วประเทศเลือกแล้วใช้ยี่ห้อนี้เป็นแบรนด์ในดวงใจ

Amarin Baby & Kids “เครือข่ายแม่ลูกใหญ่ที่สุด” ผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพ เข้าใจครอบครัวไทย และตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ ไทย ทั้งรูปแบบ Online ผ่านเว็บไซต์ www.AmarinBabyAndKids.com และเฟซบุ๊คแฟนเพจที่มีเนื้อหาตรงใจ ทันสถานการณ์ โดยมียอดผู้ติดตามมากกว่า 1,000,000 Followers และรูปแบบ On print ผ่าน Bookazine ราย 2 เดือน รวมถึง รูปแบบ On ground งานแฟร์แม่ลูก Amarin Baby & Kids Fair ที่จัดมาแล้วถึง 15 ครั้ง

เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเครือข่ายแม่ลูกอันดับ 1 ของประเทศที่เข้าใจคุณแม่ไทยมากที่สุด เว็บไซต์ Amarin Baby & Kids จึงได้จัด “Amarin Baby & Kids Awards 2019” ครั้งแรกในเมืองไทย เพื่อเฟ้นหาสุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ  จากคะแนนโหวตของคุณแม่ทั่วประเทศกว่า 10,000 คน ผ่าน www.AmarinBabyAndKids.com เว็บไซต์สื่อกลางข้อมูลคุณภาพจากแม่สู่แม่ Mom to Mom Sharing เพื่อเป็นประโยชน์แก่คุณแม่มือใหม่ที่กำลังมองหา “สินค้าใช้ดี ที่ได้รับการยืนยันจากคุณแม่ตัวจริงทั่วประเทศ”

และเพื่อให้สมกับรางวัลที่มาจากความคิดเห็นของแม่อย่างแท้จริง สำหรับแบรนด์สินค้าในสาขา Mommy’s Choice จึงเปิดโอกาสให้แม่ได้ร่วมโหวต  2  รอบ ได้แก่ “รอบเสนอชื่อแบรนด์ที่ชื่นชอบ” จากนั้นทีมงานได้ทำการเลือกแบรนด์ที่ถูกเสนอชื่อมากที่สุด มาจัด “รอบโหวตแบรนด์ในดวงใจ” อีกครั้งหนึ่ง

ทำไมแม่โหวตให้ Camera เป็นแบรนด์ผ้าอ้อมในดวงใจ

แม่ ABK เลือกให้ Camera เป็นแบรนด์สุดยอดเป้อุ้มเด็กในดวงใจ โดยคุณแม่ให้เหตุผลในการเลือกแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น

“สินค้าได้มาตรฐาน มีความแข็งแรง ทนทาน รับน้ำหนักได้ดี ใช้แล้วรู้สึกปลอดภัย ออกแบบได้ดี กระชับและรองรับตัวลูกได้ดี ไม่อึดอัด”

“ชอบมากๆ เพราะเวลาสะพายอุ้มลูกแล้วไม่ทำให้ปวดหลังเลยค่ะ”

“ใช้งานง่าย ดีไซน์ ลวดลายสวยงามมากค่ะ ที่สำคัญคือราคาจับต้องได้ คุณภาพคุ้มกับราคาที่จ่ายไปค่ะ”

Camera เป็นแบรนด์สินค้าแม่และเด็ก ที่มีสินค้าครอบคลุมหลากหลายที่ใช้ได้กับทั้งคุณแม่ และลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็น รถเข็น คาร์ซีท กระเป๋าคุณแม่ รถพยุงเดิน เปลเพน ของใช้เด็กต่างๆ รวมถึงเป้อุ้มเด็ก Camera สำหรับเป้อุ้มเด็กเป็นหนึ่งในสินค้าที่คุณแม่ให้ความสนใจและซื้อใช้กันมาก บอกได้เลยว่า Camera เป็นแบรนด์ที่เข้าใจถึงความต้องการของคุณแม่มากที่สุด ทุกผลิตภัณฑ์จาก Camera จึงเป็นที่นิยมกันมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันนี้

 

อ่านบทความ Amarin Baby & Kids Awards 2019 

ประกาศผลรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ

ชมภาพบรรยากาศ งานมอบรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019

ของใช้เด็กอ่อน

6 Items “ของใช้เด็กอ่อน” ที่แม่มือใหม่ต้องมี

ของใช้เด็กอ่อน ที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องเตรียม และควรมีพร้อมใช้สำหรับสมาชิกใหม่ตัวน้อย ถ้ายังนึกกันไม่ออกว่าควรต้องซื้ออุปกรณ์ของใช้เด็กอ่อนอะไรกันบ้าง วันนี้มีมาแนะนำเป็นไอเดีย กับ 6 Items นี้เลยค่ะ

 

ของใช้เด็กอ่อน 6 อย่าง ที่ต้องมีพร้อมใช้สำหรับลูกน้อย

เชื่อว่าไอเดียเตรียม ของใช้เด็กอ่อน ที่นำมาฝากให้กับทุกครอบครัวที่กำลังมีเจ้าตัวน้อย ต้องถูกใจกันอย่างแน่นอน เพราะแต่ละชิ้นน่าใช้มากๆ ค่ะ เรามาเริ่มกันที่…

ของใช้เด็กอ่อน

1. FICO เครื่องฆ่าเชื้อ สำหรับขวดนม

ตู้อบ UV : ใช้รังสี UV ที่เลียนธรรมชาติ ปลอดภัยต่อสุขภาพลูกน้อย

Sterilize : ฆ่าเชื้อโรคได้ถึง 99.9% ทั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UV กว่า 50 องศาเซลเซียส

Dryer : อบแห้งด้วยแสงอินฟาเรดไม่มีสิ่งปนเปื้อน สามารถใส่ขวดนมได้มากถึง 10-12 ขวด

Storage : สามารถเก็บขวดนมที่อบฆ่าเชื้อแล้วให้อยู่ในสภาพปลอดเชื้อ เพื่อพร้อมกับการใช้งานได้ทันที

ของใช้เด็กอ่อน

2. FICO เครื่องนึง 6 in 1

Sterilizer Dryer : นึ่งฆ่าเชื้อโรค + อบแห้งขวดนม

Sterilizer : นึ่งฆ่าเชื้อโรค

Dryer : อบแห้งขวดนม

Keep warm : อุ่นอาหารด้วยความร้อน

Yogurt maker : อุ่นนม

Food Dehydrator : อบแห้งผลไม้

ของใช้เด็กอ่อน

3. คาร์ซีท Fico รุ่น X70

  • หมุนได้ 360 องศา
  • เหมาะสำหรับเด็ก Group 0+ , 1 , 2 , 3 (เด็กแรกเกิด – 12 ปี)
  • คาร์ซีทรุ่นนี้เป็นระบบ ISOFIX ที่ใช้ติดตั้งกับรถยนต์ที่มีระบบ ISOIX
  • ใช้สำหรับเด็กทารกที่มีน้ำหนักตัวไม่เกิน 36 กิโลกรัม
  • จุดเด่นของคาร์ซีนรุ่นนี้คือ สามารถหมุนได้อย่างอิสระ 360 องศา โดยตัวเบาจะยึดเกาะกับโครงสร้างหลักอย่างแน่นหนาและปลอดภัย
  • เป็นผลิตภัณฑ์ ISOFIX ที่เกาะกับระบบ ISOFIX ของรถยนต์ได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย
  • มีระบบป้องกันการหมุน และยังมีขารับน้ำหนักด้านหน้าสำหรับรับแรงกระแทก
  • มีระบบป้องกันแรงกระแทกจากด้านข้าง ที่จะช่วยปกป้องศีรษะและด้านข้างลำตัวของเด็กทั้งหมดจากแรงกระแทก
  • ผ้าหุ้มเบาะทำจากผ้าที่ไม่ลามไฟ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถถอดซักได้อย่างง่ายดาย
  • มีซัพพอร์ตรองนั่งที่หนาและนุ่ม สามารถถอดซักทำความสะอาดได้
  • มีระบบสายรัดกันกระแทก 5 จุด มาพร้อมซัพพอร์ตรองหัวเข็มขัดเพื่อป้องกันการเสียดสีที่จะเกิดกับผิวลูกน้อย
  • สามารถปรับเอนเบาะได้ 3 ระดับ พนักพิงศีรษะสามารถปรับให้เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของลูกน้อยได้สูงถึง 7 ระดับ สามารถติดตั้งได้ 2 ทิศทาง
  • เด็กแรกเกิด – 4 ปีที่มีน้ำหนักตัวไม่เกิน 18 กิโลกรัม ติดตั้งแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ และใช้ระบบสายรัด แบบ 5 จุด
  • เด็ก 3 – 12 ปีที่มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 15 – 36 กิโลกรัม ติดตั้งแบบหันหน้าออกจากเบาะ และใช้ระบบสายรัดแบบ 3 จุด
  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของยุโรป ECE R44/04
  • สินค้ามีน้ำหนัก 15 กิโลกรัม

ของใช้เด็กอ่อน

4. รถเข็นเด็ก Fico B798 คุ้มสุดคุ้ม เพราะซื้อ 1 ได้ถึง 3 กับรถเข็นเด็ก Fico รุ่น B798

  • รถเข็นเด็ก
  • ตะกร้าแปลนอน
  • กระเช้าคาร์ซีท

ของใช้เด็กอ่อน

5. FICO เปลไกวไฟฟ้า

  • ระบบไกวอัตโนมัติ ปรับระดับการไกวได้ 8 ระดับ
  • ระบบตั้งเวลา 20 นาที , 40 นาที และ 1 ชั่วโมง
  • เสียงเพลงบรรเลงมากถึง 12 เพลง
  • พิเศษเสียงนก และ เสียงน้ำ
  • มีช่องต่อ USB
  • ใช้กับ Power Bank , ถ่านก้อนใหญ่ 4 ก้อน หรือใช้กับไฟฟ้าบ้านได้

ของใช้เด็กอ่อน

6. เตียงไม้เด็ก เหมาะกับเด็กแรกเกิดขึ้นไปถึงอายุ 4 ปี

  • เตียงไม้เด็ก ยี่ห้อ Fico พร้อมอุปกรณ์ที่นอนครบเซ็ท มุ้งกระโจม เบาะที่นอน หมอน ผ้านวม เตียงนอนเด็ก
  • ปรับระดับขึ้นลงได้ 3 ระดับ
  • ขอบหัวเตียงเคลือบไม้ ด้วยสี PU ไร้สารตะกั่ว
  • ปรับระดับขึ้นลงได้ 4 ระดับ
  • สามารถปรับเปิดด้านข้าง และเปิดด้านปลายเตียงเพื่อเปลี่ยนผ้าอ้อม
  • ปรับเป็นโซฟาได้
  • เตียงใช้ไม้สนนิวซีแลนด์ ผ่านการอบแห้งในกรรมวิธีเท่านั้น
  • ขาพับปรับเป็นที่โยกได้ พร้อมขาเปลหุ้มยางพีวีซีกันพื้นเป็นรอย
  • น้ำหนัก 24 KG. (รวมกล่อง 25 KG.)
  • ขนาดของเตียงไม้ ความกว้าง 64 ซม. ความยาว 120 ซม. ความสูง 110 ซม.
  • ขนาดเบาะที่นอน ความกว้าง 64 ซม. ความยาว 120 ซม. ความสูง 5 ซม.
  • สินค้ารับประกัน 1 ปี

เป็นอย่างไรบ้างคะกับอุปกรณ์ของใช้เด็กอ่อนที่นำมาฝากกัน หวังว่าจะเป็นไอเดียในการเลือกซื้อเตรียมของใช้ให้ลูกน้อยได้ ใช้กันนะคะ หากสนใจสินค้าจาก Fico สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.mom2babyshop.com หรือ FB : facebook.com/mom2babyshop และที่ LINE : @mom2babyshop

 

 

ลูกหัวเล็ก

เตือน! อย่าให้ยุงกัดตอนท้อง ระวังไวรัสทำ “ลูกหัวเล็ก”

หมอแล็ปแพนด้าเตือน แม่ท้องต้องระวัง ตั้งครรภ์อยู่พยายามอย่าให้ยุงกัด เพราะอาจทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสที่ทำให้ ลูกหัวเล็ก ได้

เตือน! อย่าให้ยุงกัดตอนท้อง ระวังไวรัสทำ “ลูกหัวเล็ก”

ใครที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ระวังอย่าให้ยุงกัดนะครับ เพราะเราอาจจะติดเชื้อไวรัสซิกาที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรคได้ ไม่ใช่แค่ยุงลายที่นำโรคนะ การให้เลือด หรือการแพร่เชื้อจากแม่ไปยังลูกในท้องก็แพร่เชื้อได้เหมือนกัน
.
ถ้าใครเป็น อาการจะไม่หนักอะไร ส่วนใหญ่จะมีไข้ มีผื่นแดง เยื่อบุตาอักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ เป็นอยู่ประมาณ 2-7 วัน
.
แต่ถ้าตั้งครรภ์อยู่แล้วโดนยุงที่มีเชื้อกัด อาจจะทำให้ลูกที่คลอดมาพิการหัวเล็ก สมองเล็ก (microcephaly) หรือมีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ได้
.
เพราะฉะนั้นการป้องกันอย่าให้ยุงกัดคือหัวใจที่สำคัญที่สุดใช้ยาทาป้องกันยุงกัด นอนในมุ้ง ใช้มุ้งลวดติดป้องกันยุงเข้าบ้าน กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายกันด้วยนะคร้าบ

นี่เป็นข้อความจากโพสของ นักเทคนิคการแพทย์ ภาคภูมิ เดชหัสดิน หรือเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นเจ้าของเพจ หมอแล็บแพนด้า ที่ได้เตือนคุณแม่กำลังตั้งครรภ์ต้องระวังอย่าให้ยุงกัด เพราะจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสซิกา ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำโรค อาจทำให้ลูกที่คลอดมาพิการหัวเล็ก สมองเล็กได้

ไวรัสซิกา
ไวรัสซิกา

ภาวะ ลูกหัวเล็ก คืออะไร?

Microcephaly (ไมโครเซบฟาลี) หรือภาวะศีรษะเล็ก เป็นความผิดปกติทางระบบประสาทที่ทำให้ศีรษะของเด็กมีขนาดเล็กกว่าปกติเมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานของเด็กในวัยและเพศเดียวกัน ซึ่งเป็นผลมาจากสมองหยุดพัฒนาหรือหยุดเจริญเติบโต อาจเกิดกับทารกในครรภ์หรือเกิดหลังเด็กคลอดช่วงแรก ๆ อาจมีสาเหตุจากกรรมพันธุ์ ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม หรือปัจจัยอื่น ๆ เช่น เชื้อไวรัสซีเอ็มวี (CMV) พยาธิในแมว ซิฟิลิส และไวรัสซิก้า เป็นต้น และโดยทั่วไป Microcephaly ไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่หากได้รับการดูแลช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มต้น อาจช่วยเสริมพัฒนาการและช่วยให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้

สำหรับสาเหตุของภาวะศีรษะเล็กที่เกิดจากไวรัสซิกานั้น หากแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ติดเชื้อไวรัสนี้เข้าไป เชื้อไวรัสจะเข้าไปจู่โจมที่สมองของทารกในครรภ์ โดยเฉพาะช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นช่วงที่เซลล์สมองกำลังแบ่งตัวและพัฒนา หากติดเชื้อช่วงนี้ สมองจะถูกเชื้อจู่โจมได้ง่าย อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะได้รับเชื้อในช่วงใดของการตั้งครรภ์ก็ก่อปัญหาทั้งสิ้น

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกหัวเล็ก? และวิธีป้องกันภาวะลูกหัวเล็กในแม่ท้อง

เอ๋ มณีรัตน์

เอ๋ มณีรัตน์ เผยเคล็ดลับหัดอ่านหนังสือวันละ 15 นาที

“หัดอ่านหนังสือวันละ 15 นาที แค่นั้นก็พอแล้ว” คำพูดของทูตรักการอ่านอย่าง คุณเอ๋ มณีรัตน์ คำอ้วน ที่คราวนี้ได้ลงใต้ไปทำกิจกรรม School Roadshow อ่านนิทานกับน้องๆ ชวนเข้าชมรมรักการอ่านและเขียนบันทึกการอ่าน พร้อมกับเยี่ยมเยียนและสร้างแรงบันดาลใจการอ่านให้กับน้องๆ ถึงโรงเรียนอนุบาลกระบี่ จังหวัดกระบี่

เอ๋ มณีรัตน์

โดยกิจกรรม School Roadshow นี้ เป็นหนึ่งในกิจกรรมของ โครงการส่งความรู้ สร้างความสุข ปีที่ 2 ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) มอบหนังสือคุณภาพสำหรับนักเรียนกว่า 1,000 เล่ม ต่อโรงเรียนพร้อมชั้นวางหนังสือให้แก่  57 โรงเรียนทั่วประเทศ  โดยมีจุดประสงค์เพื่อปลูกฝังให้เด็กไทยมีนิสัยรักการอ่าน เพราะเชื่อว่าการอ่านคือรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านการศึกษา การคิดวิเคราะห์ รวมถึงการแก้ปัญหาต่างๆ ในการทำงานและการใช้ชีวิตในอนาคต  ซึ่งกิจกรรมที่โรงเรียนอนุบาลกระบี่ ก็มี คุณเอ๋-มณีรัตน์ คำอ้วนมาเป็นทูตนักอ่าน มาร่วมสนุกสนานและชวนน้องๆ มาเป็นนักอ่านตัวน้อย พร้อมเผยเคล้ดลับการอ่านให้แก่เด็กๆ ดังนี้

*เลือกหนังสือที่ตนเองชอบ จุดเริ่มต้นของการรักการอ่าน *

พี่เอ๋เลือกหนังสือจากหนังสือที่ตนเองชอบ แล้วก็อ่านไปทีละนิด หลังจากนั้นก็เราอ่านหนังสือได้  จากสถิติ เขาบอกว่า การอ่านหนังสือเป็นเล่ม ทำให้เราฉลาดมากกว่า เพราะว่าถ้าเราอ่านหนังสือ อ่านบทความบนแท็บเล็ต จะทำให้เราแค่ผ่านข้อความเท่านั้น จะทำให้เราไม่จดจำอะไรได้มากขึ้น แต่ถ้าเราอ่านหนังสือเป็นเล่ม ทำให้เราสามารถเข้าใจความรวม เวลารู้อะไรเราจะรู้จริง และเวลาที่เราอ่านหนังสือเป็นเล่ม ทำให้เราสามารถขีดหรือเขียนลงไปได้ด้วย เป็นที่มาของคำว่า “จดและจำ” เพราะฉะนั้นจะทำให้เราจำได้มากขึ้น

เอ๋ มณีรัตน์

* เทคนิคการจำ จากการอ่าน *

อยากให้น้องๆ จำเรื่องไปเลยว่า อันนี้เหตุการณ์เป็นอย่างไร เราอ่านบทไปก็จะมีจินตนาการ เวลาเราอ่านหนังสือ อย่างหนังสือการ์ตูนหรือนิทาน จินตนาการของเราจะไม่เหมือนกันทุกคน การแสดงก็เหมือนกัน อ่านบทก็เหมือนกัน แต่ละบทบางทีเราอ่านแบบนี้ คนอื่นมาอ่านบทเราก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราอ่านแล้วเราเข้าใจไปทีละนิดๆ แล้วจะทำให้จินตนาการเราเกิดขึ้น จะทำให้จำง่ายขึ้น

 

* นิสัยรักการอ่านที่ทำได้ง่ายๆ ด้วยตนเอง

เมื่อก่อนพี่เอ๋ไม่ได้ชอบอ่านตั้งแต่แรก แล้วพี่เอ๋ก็ไม่ชอบอ่านหนังสือด้วย การอ่านหนังสือสำหรับพี่เอ๋เป็นอะไรที่ง่วงนอนมาก แล้วเรารู้สึกว่าพอมาวันหนึ่ง เมื่อเราทำงานเราจะรู้ว่า ถ้าเราไม่อ่านหนังสือ เราจะเป็นคนที่โลกแคบมาก เราจะไม่ทันคนอื่นเวลาที่เราทำงาน และพอเมื่อเราโตขึ้น เราก็จะมีความรับผิดชอบที่มากขึ้น เพราะฉะนั้นการอ่านหนังสือเป็นตัวช่วยเราได้ ในการที่เราจะเลือกว่าเราจะทำอะไร เราจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร มีวิธีคิดอย่างไรดี ในหนังสือบอกหมดเลย การอ่านจึงช่วยให้เรามีความรู้พร้อมจินตนาการที่ดีด้วย”

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวและร่วมสนับสนุนโครงการฯ ได้ทาง FB Fanpage : thehappyread และ www.thehappyread.com ร่วมส่งต่อความรู้โดย (โลโก้) ส่งต่อความรู้มอบหนังสือให้เด็กๆกับโครงการ ส่งความรู้สร้างความสุข ปี 2

เอ๋ มณีรัตน์

 

คุณทองแดง ฉบับการ์ตูน

คุณทองแดง ฉบับการ์ตูน หนังสือทรงคุณค่าของในหลวง รัชกาลที่ 9 จาก โครงการส่งความรู้ สร้างความสุข ปีที่ 2

หนังสือที่เราเลือกมารีวิวในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในหนังสือของโครงการส่งความรู้ สร้างความสุข ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) และบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด(มหาชน) ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2   เชื่อว่าเป็นหนังสือที่คนไทยคุ้นเคยมาก่อน เพราะเคยถูกตีพิมพ์และวางแผงขายมาแล้ว ต้นฉบับจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคุณทองแดงในรูปแบบของหนังสือ ส่วนในฉบับนี้ก็ยังคงรวมเรื่องราวของคุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยงในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 แต่เป็นในรูปแบบของการ์ตูนที่อ่านและเข้าใจง่าย   หนังสือเรื่องทองแดงทั้งฉบับเดิมและฉบับการ์ตูนนี้จะช่วยให้เด็กๆ และบุคคลทั่วไปเห็นคุณค่าของการเลี้ยงสุนัข และตระหนักว่าหากเราเลี้ยงเขาด้วยความรักความเอาใจใส่ เราจะได้รับความรักตอบแทนจากเขาเช่นเดียวกัน

คุณทองแดง ฉบับการ์ตูน

เรื่อง ทองแดง ฉบับการ์ตูน (พิมพ์ใหม่) ปกอ่อน

ผู้เขียน : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สำนักพิมพ์ : วังสวนจิตรลดา

195.00 บาท

 

เรื่องราวในฉบับการ์ตูนของ คุณทองแดง สุนัขธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ซึ่งเป็นที่ประทับใจของประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ จากหนังสือทองแดงที่โด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งฉบับการ์ตูนเล่มนี้เกิดขึ้นด้วยพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9  ในการส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้อ่านหนังสือ และปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้กับประชาชนชาวไทย เนื้อเรื่องในหนังสือนั้น เป็นเรื่องราวตั้งแต่ประวัติความเป็นมาของ แม่แดง ซึ่งเป็นแม่ของคุณทองแดง พี่น้องของคุณทองแดง เหตุการณ์วันที่คุณทองแดงได้เข้าเฝ้าฯ ถวายตัว ลักษณะพิเศษของคุณทองแดง อุปนิสัยใจคอและความฉลาดของคุณทองแดง ซึ่งยากที่จะมีสุนัขตัวใดเสมอเหมือน

นอกจากเรื่องราวของคุณทองแดง ยังมีเรื่องราวของสุนัขตัวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณทองแดงอีกด้วย เช่น แม่มะลิ ทองดำ ทองแท้ และทองหลาง เป็นต้น โดยแก่นของเรื่องยังทรงเน้นในเรื่องของความจงรักภักดี ความกตัญญูรู้คุณ ความมีมารยาทที่ดี และการสั่งสอนลูกผ่านทางตัวละครเอกอย่าง คุณทองแดง ซึ่งมีเรื่องราวและเนื้อหาเป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิต ความคิด และการอยู่ร่วมกันในสังคม

คุณทองแดง ฉบับการ์ตูน


เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือเรื่องทองแดง เป็นเรื่องสุนัขทรงเลี้ยงที่เฉลียวฉลาดจงรักภักดี พระราชนิพนธ์เรื่องนี้แฝงข้อคิดคติธรรมที่มีคุณค่า ทั้งยังมีความสนุกสนานเป็นที่ซาบซึ้งตรึงใจบรรดาสมาชิกผู้รักสุนัขทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เนื่องจากทรงพระราชนิพนธ์ภาษาไทยและภาษาอังกฤษพิมพ์ลงในเล่มเดียวกัน

คุณทองแดง ฉบับการ์ตูน


ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวและร่วมสนับสนุนโครงการฯ ได้ทาง FB Fanpage : thehappyread และ www.thehappyread.com ร่วมส่งต่อความรู้โดย (โลโก้) ส่งต่อความรู้มอบหนังสือให้เด็กๆ กับโครงการ ส่งความรู้สร้างความสุข ปี 2

คุณทองแดง ฉบับการ์ตูน

นุ่น ศิรพันธ์ ปลุกไฟรักการอ่าน

นุ่น ศิรพันธ์ ปลุกไฟรักการอ่านให้น้องๆ โรงเรียนอนุบาลบ้านเหนือเขมราฐ อุดรธานี ผ่านโครงการส่งความรู้ สร้างความสุข ปี 2

สำหรับโครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข ปี 2” เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และบริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ที่ได้คัดเลือกหนังสือคุณภาพกว่า 500 ปก  จำนวน1,000 เล่ม มอบให้ในโครงการมากถึง 57 โรงเรียน พร้อมสมุดบันทึกรักการอ่าน เพื่อส่งเสริมและสร้างโอกาสการอ่านให้แก่เยาวชน โดยคณะกรรมการของโครงการฯจะทำการคัดเลือก 10 บันทึกการอ่านที่น่าสนใจของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ และนักเรียนที่มีผลการเรียนดี เข้าร่วมงานหรือเข้ารับรางวัลในพิธีเปิด (เปิดโครงการ) พร้อมแสดงนิทรรศการ “อ่าน 15 นาที ทุกวัน สร้างมหัศจรรย์แห่งชีวิต” เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การอ่านและสร้างแรงบันดาลใจในการอ่านให้ กับเด็ก ๆ ทั่วไปอีกด้วย

นุ่น ศิรพันธ์ ปลุกไฟรักการอ่าน

สำหรับกิจกรรม SCHOOL ROADSHOW ที่อยู่ภายใต้โครงการส่งความรู้ สร้างความสุข ปี 2 มีพี่ๆ ดารานักแสดงมาเป็นทูตการอ่าน ร่วมทำกิจกรรมและสร้างพลังการอ่านให้เด็กๆ อีกเช่นเคย  โดยเมื่อได้ไปเยือนภาคอีสาน ก็มีนักแสดงชื่อดังอย่าง คุณนุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา เดินทางมาร่วมกิจกรรม “แบ่งกันเล่า” โดยเล่านิทานสอดแทรกความรู้ กิจกรรม “แบ่งกันเล่น” ผ่านการร่วมกิจกรรมตอบคำถามระหว่างเด็ก ๆ นักแสดงและพิธีกร เพื่อชิงของรางวัล และปิดท้ายด้วยกิจกรรม “Book Talk” ผ่านการแบ่งปันประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจในการอ่านให้แก่น้อง ๆ โรงเรียนอนุบาลบ้านเหนือเขมราฐ จ.อุดรธานี ด้วยบรรยากาศสนุกสนานและเป็นกันเอง

นุ่น ศิรพันธ์ ปลุกไฟรักการอ่าน

คุณนุ่น – ศิรพันธ์ กล่าวกับน้อง ๆ ด้วยรอยยิ้มว่า

“การที่เราเริ่มต้นอ่านหนังสือ จะทำให้เราได้ความรู้มากขึ้น เพราะความรู้ทุกอย่างล้วนสำคัญ และความรู้เริ่มต้นจากการอ่านหนังสือ ความรู้อยู่รอบตัว ไม่จำเป็นต้องเป็นวิชาเรียนอย่างเดียว ยังมีความรู้อีกหลายสิ่งในโลกที่เราควรรู้ หนังสือเรียนก็จำเป็น แต่หนังสืออื่นก็สามารถนำไปต่อยอดได้ การอ่านหนังสือการ์ตูนไม่ใช่เรื่องผิดหรือเลวร้าย โดยเฉพาะเด็ก ๆ อย่างเราอ่านการ์ตูนจะดี เพราะช่วยเสริมสร้างจินตนาการ อยากให้น้อง ๆ เห็นหนังสือเป็นเพื่อน ไม่ใช่เห็นแล้ววิ่งหนี เชื่อว่าวันหนึ่งน้อง ๆ จะได้ความรู้ที่ดีจากการอ่านกลับไป ซึ่งหนังสือแต่ละเล่มที่ทางบริษัทไทยเบฟฯ และอมรินทร์ฯ จัดหามานั้นล้วนอ่านง่าย สนุก โดยเฉพาะหนังสือภาพ จะทำให้น้อง ๆ สนุก ไม่น่าเบื่ออย่างแน่นอน”

นุ่น ศิรพันธ์ ปลุกไฟรักการอ่าน

 

นุ่น ศิรพันธ์ ปลุกไฟรักการอ่าน

นอกจากนี้กิจกรรม SCHOOL ROADSHOW โครงการส่งความรู้ สร้างความสุข ยังถูกจัดอย่างต่อเนื่องจนครบ57 โรงเรียน เพื่อสร้างแรงบันดาลให้เด็ก ๆ ได้เห็นความสำคัญของการอ่านอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น  พร้อมกันนี้อยากเชิญชวนน้องๆ คนเก่งที่ชอบอ่านหนังสือเข้ามาร่วมแบ่งปันเรื่องราวหนังสือเล่มโปรด และติดตามกิจกรรมข่าวสารของโครงการที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ thehappyread หรือ www.thehappyread.com

นุ่น ศิรพันธ์ ปลุกไฟรักการอ่าน

งานแสดงสินค้าของเล่นและเกม

เตรียมพบกับ งานแสดงสินค้า “ของเล่นเด็กและเกม” ที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย!

กลับมาอีกครั้ง! กับ งานแสดงสินค้าของเล่นเด็กและเกม ที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย Hong Kong Toys & Games Fair ครั้งที่ 46 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-9 มกราคม 2563 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมฮ่องกง (Hong Kong Convention and Exhibition Center)

ในปีนี้คาดการณ์จำนวนผู้แสดงสินค้ากว่า 2,000 บริษัท ที่จะนำเสนอของเล่นและเกมที่หลากหลาย ตั้งแต่ของเล่นแบบดั้งเดิม ของเล่นสุดไฮเทค ไปจนถึงแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักกันดีในตลาดของเล่นและเกม

Hong Kong Toys and Games Fair
Hong Kong Toys and Games Fair

พบกับไฮไลท์ใน งานแสดงสินค้าของเล่นเด็กและเกม (Hong Kong Toys & Games Fair) ผ่านโซนที่น่าสนใจ อาทิ

  • โซน Smart Tech  นำเสนอของเล่นอัจฉริยะที่มาพร้อมเทคโนโลยี รวมถึงการเล่นผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ เป็นการรวบรวมเทคโนโลยีมาไว้ในของเล่น เหมาะสำหรับพ่อแม่และผู้ปกครองที่คำนึงถึงการพัฒนาของเด็กผ่านของเล่นเพื่อการเรียนรู้
  • โซน Brand Name Gallery ของเล่นแบรนด์เนม ที่มาพร้อมของเล่นที่ออกแบบพิเศษพร้อมความมั่นใจในคุณภาพ กว่า 250 แบรนด์
  • โซน Kidult World ที่เหมาะกับผู้ที่มีจิตใจยังเป็นเด็ก กับของเล่นอดิเรก ของเล่นมายากล โมเดล รูปจำลอง ของเล่นแกะสลัก อุปกรณ์ของเล่น สงครามจำลอง และอีกมากมาย
  • โซน Fireworks  จัดแสดงดอกไม้ไฟ ประทัด พลุ เพื่อใช้ในงานต่างๆ
Hong Kong Toys and Games Fair
Hong Kong Toys and Games Fair

 

งาน Hong Kong Toys and Games Fair ยังได้รวบรวมพาวิลเลียนจากทั่วทุกมุมโลก รวมถึง จีน เกาหลี สเปน ไต้หวัน สหราชอาณาจักร และพาวิลเลียน World of Toys จากยุโรป

โดยงาน Hong Kong Toys and Games Fair จะจัดขึ้นพร้อมกับ Hong Kong Baby Products, Hong Kong International Stationery Fair และ Hong Kong International Licensing Show ซึ่งให้โอกาสทางธุรกิจที่สำคัญกับผู้ชมงานจากหลากหลายอุตสาหกรรม

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.hktdc.com/

มาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับผู้เข้าชมงาน

สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมงาน แต่กังวลเรื่องความปลอดภัยในฮ่องกง ทาง Hong Kong Trade Development Council มีการเตรียมมาตรการเพื่อมอบประสบการณ์ในการชมงานอย่างปลอดภัยและไร้ข้อกังวล

  • เคาน์เตอร์บริการของ HKTDC ตั้งแต่ในฮอลล์สนามบินนานาชาติฮ่องกง
  • ฟรี รถรับ-ส่ง ระหว่าง สถานที่จัดงาน สนามบิน และโรงแรมที่กำหนด
  • ความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ของ HKTDC
  • บริการจับคู่ธุรกิจโดยเจ้าหน้าที่ที่คอยให้ความช่วยเหลือ

*ผู้ที่สนใจเข้าชมงานสามารถรับการสนับสนุนที่พักหรือค่าเดินทาง*

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (Hong Kong Trade Development Council)

โทร 02 3439017 หรืออีเมล์ [email protected]

Hong Kong Toys and Games Fair
งานแสดงสินค้าของเล่นเด็กและเกม ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

 

ผ้าอ้อมสำเร็จรูป Cherry Baby

ผ้าอ้อมสำเร็จรูป Cherry Baby เข้าใจทุกช่วงวัยพัฒนาการลูกน้อย

รู้ไหมคะว่าผ้าอ้อมเด็กที่ดีต้องซัพพอร์ตลูกน้อยได้ในทุกช่วงวัยพัฒนาการ อย่างผ้าอ้อมสำเร็จรูป Cherry Baby ที่คุณพ่อคุณ  แม่มือใหม่เลือกให้ลูกน้อยได้ใช้กันตั้งแต่แรกเกิด อยากรู้ไหมคะว่า ทำไมต้อง ผ้าอ้อมเด็ก Cherry Baby  เรามีคำตอบมาให้ค่ะ

 

ผ้าอ้อมสำเร็จรูป Cherry Baby ดีกับพัฒนาการของลูกน้อย  

เชื่อว่าหลายๆ ครอบครัวคงรู้จัก ผ้าอ้อมสำเร็จรูป Cherry Baby กันอยู่บ้างแล้ว แต่อาจจะไม่ทั้งหมด ฉะนั้นวันนี้เราจะมาทำ ความรู้จักกับ Cherry Baby ผ้าอ้อมเด็ก ที่เพิ่งได้รับการการันตีด้วยรางวัล Editor’s Choice Best Disposable จาก “Amarin Baby & Kid Awards 2019” แค่เริ่มต้นก็สัมผัสได้แล้วว่าเป็นผ้าอ้อมเด็ก ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมมากๆ ค่ะ

  • เด็กทารกแรกเกิด

กิจวัตรประจำวันจะมีอยู่แค่ตื่นขึ้นมากินนม นอนหลับ >> ตื่น กินนม นอนหลับ…ซึ่งช่วงเวลานอนหลับจะอยู่ที่ประมาณ  16-18 ชั่วโมงต่อวัน ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมลูกน้อยให้นอนหลับได้อย่างมีคุณภาพ นอกจากสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับได้ดีแล้วนั้น สิ่งสำคัญคือการเลือกใส่ผ้าอ้อมที่ช่วยซัพพอร์ตต่อการนอนหลับของลูกน้อย การที่ได้นอนหลับ สนิท จะช่วยให้พัฒนาการร่างกายเจริญเติบโตได้ดี พัฒนาการสมองสมบูรณ์แข็งแรงมากขึ้น

  • เด็กวัยเตาะแตะ

ในช่วงขวบปีแรกขึ้นไป ลูกน้อยจะไม่ได้ใช้เวลาทั้งหมดในทุกวันที่มีแค่ ตื่นนอน กินนม นอนหลับอีกต่อไปแล้ว เพราะช่วง วัยนี้เป็นช่วงวัยที่อยากเล่นสนุก อยากเรียนรู้ ชอบค้นหาอะไรแปลกใหม่ๆ และยังเป็นช่วงวัยที่ลูกน้อยเริ่มจะหัดคลาน เดิน ยืน วิ่ง ฉะนั้นเพื่อไม่ให้พัฒนาการลูกสะดุด ผ้าอ้อมเด็กมีส่วนสำคัญมากค่ะ ผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่ดีต้องช่วยส่งเสริมในทุกๆ กิจกรรมที่ลูกทำได้ตลอดวันค่ะ

ผ้าอ้อมเด็กสำเร็จรูป Cherry Baby SPEED DRY 4G แห้งซึมซับเร็ว รุ่น New Born เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด

คุณสมบัติเด่น ของผ้าอ้อมเด็ก Cherry Baby แบบเทป

  • เทคโนโลยีจากญี่ปุ่นเย็บตะเข็บออกด้านนอก ป้องกันการเสียดสี ขอบขานุ่ม
  • มีเม็ดเจล SAP ทำให้ผิวสัมผัสแห้งสนิท ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองกับผิวบอบบางของลูกน้อย
  • ขอบขาป้องกันการรั่วไหล มีแถบยางสองเส้น ทำให้ขอบขาป้องกันการรั่วซึมจากด้านขาของทารก ช่วยลดแรงเสียดทาน ทำให้ลูกน้อยรู้สึกสบายมากขึ้นขณะกำลังใส่ผ้าอ้อม
  • รอบเอวยึดหยุ่น ขยายแถบเอวยางยืดกว้าง ทำให้ผ้าอ้อมสามารถยืดได้มากขึ้น และดึงง่ายขึ้น ขณะส่วมใส่ผ้าอ้อมลูกน้อยจะไม่รู้สึกอึดอัดเลย
  • มีแทบติดเป็นรปตัว S (ไร้มุม) ผ้าอ้อมเด็ก Cherry Baby ให้ความใส่ใจในส่วนนี้มาก เพื่อป้องกันการเสียดสีของขอบผ้าอ้อมกับผิวลูก จึงได้นำเอามุมของเทปเวลโครออกไปค่ะ
  • มีความอ่อนนุ่ม และไร้รอยต่อของผ้าอ้อม
  • ช่วยระบายความอับชื้นของปัสสาวะ จึงทำให้ลดความเสี่ยงที่จะเกิดผดผื่นกับผิวลูกน้อย

 

ผ้าอ้อมสำเร็จรูป Cherry Baby SPEED DRY 4G แห้งซึมซับเร็ว รุ่นกางเกง PANTS เหมาะสำหรับเด็กวัยเตาะแตะขึ้นไป

คุณสมบัติเด่น ของผ้าอ้อมเด็ก Cherry Baby แบบกางเกง PANTS

  • เทคโนโลยีจากญี่ปุ่นเย็บตะเข็บออกด้านนอก ป้องกันการเสียดสี ขอบขานุ่ม
  • มีเม็ดเจล SAP ทำให้ผิวสัมผัสแห้งสนิท ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองกับผิวบอบบางของลูกน้อย
  • ช่วยให้ลูกน้อยเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล้ว สบายตัวขณะส่วมใส่ผ้าอ้อม
  • เอวยางยืด สามารถยืดได้ 360 องศา ช่วงขอบเอวยางยืดเป็นการเย็บแบบจัดเรียงที่เหมาะ ทำให้กระชับกับสรีระของลูก ทำให้ลูกรู้สึกเป็นอิสระเหมือนไม่ได้ใส่ผ้าอ้อม
  • ทรงของกางเกงออกแบบเย็บแบบตัว U ข้อดีของการเย็บแบบตัว U คือจะใช้ริบบิ้นที่มียืดหยุ่น เมื่อผ้าอ้อมดูดซับของเหลวในปริมาณมาก ก็จะไม่ทำให้ผ้าอ้อมหย่อนลง จึงไม่กระทบกับการเคลื่อนไหวร่างกายของลูกน้อย
  • รูปร่างพิเศษของแกนภายใน มีการเพิ่มพื้นที่สำหรับการดูดซับของเหลวภายในแกน ทำให้ดูดซึมซับได้แห้งเร็วขึ้น
  • ผิวสัมผัสของผ้าอ้อม เป็นแผ่นบางทำให้ระบายอากาศได้ดี แผ่นไม่ทอ (ทำให้รู้สึกนุ่ม และแผ่นผ้าอ้อมไม่เป็นขุยหลังจากซึมซับปัสสาวะ)
  • ผิวสัมผัสผ้าอ้อมแผ่นหลัง มีช่องระบายอากาศหลายช่อง ช่วยระบายความอับชื้นของปัสสาวะ จึงทำให้ลดความเสี่ยงที่จะเกิดผดผื่นกับผิวลูกน้อย

และด้วยคุณภาพของผ้าอ้อมสำเร็จรูป Cherry Baby จึงทำให้คุณพ่อนักแสดงมากความสามารถ ก็เลือกที่จะให้ลูกน้อยได้ใช้ผ้าอ้อมเด็ก Cherry Baby มาตั้งแต่แรกเกิดด้วยเช่นกัน จนให้สโลแกน “ผมชาคริต คิดให้แล้ว” ถ้าจะมีผ้าอ้อมเด็กคุณภาพดีให้ได้ใช้กันแบบนี้ ว่าที่คุณพ่อคุณแม่อย่าได้ลังเลที่จะเลือกผ้าอ้อมเด็กสำเร็จรูป Cherry Baby สำหรับลูกน้อยกันนะคะ

สินค้าดีใช้ดี  และมีประโยชน์จริง กับผ้าอ้อมเด็ก Cherry Baby สามารถหาซื้อได้ที่ตามร้านสะดวกซื้อ และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไป Big C , Robinson  Online , Tops Market , Central Food Hall , Siam Paragon , The Mall , 24Catalog.com , Catalog Friday , Lazada , Shopee , Shop 24 , We Mall , JD Central