อาการคนท้อง และสัญญาณที่บอกว่ากำลังตั้งครรภ์ - Amarin Baby & Kids

อาการคนท้อง และสัญญาณที่บอกว่ากำลังตั้งครรภ์

Alternative Textaccount_circle
event

ผู้หญิงแต่ละคนอาจมี อาการคนท้อง แตกต่างกันออกไป บางคนมีอาการแพ้ท้องตั้งแต่วันแรกที่ประจำเดือนขาดไป แต่สัญญาณไหนเป็นอาการสำคัญแรกเริ่มที่ผู้หญิงควรรู้ว่าเริ่มตั้งครรภ์

อาการคนท้อง และสัญญาณที่บอกว่ากำลังตั้งครรภ์

อาการของการตั้งครรภ์ หรือ อาการคนท้อง มีลักษณะอย่างไร

  1. ประจำเดือนขาด โดยปกติแล้ว ระยะห่างระหว่างการมีประจำเดือนของผู้หญิงจะอยู่ที่ 25-35 วัน ดังนั้นหากประจำเดือนขาดหายไปเกินกว่า 10 วัน สิ่งที่ต้องสงสัยเป็นอันดับแรกคือการตั้งครรภ์  อย่างไรก็ตามการขาดของประจำเดือนก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องตั้งครรภ์เสมอไป เพราะอาจจะมาจากการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ในร่างกายก็ได้เช่นกัน

2. เต้านมคัด อย่างที่ทราบกันดีว่าผู้หญิงในช่วงก่อนมีประจำเดือนก็จะมีอาการคัดตึงเต้านมอยู่แล้ว แต่หากตั้งครรภ์ อาการคัดตึงเต้านมจะมากกว่าและนานกว่า และอาจรู้สึกเข้าเต้านมและหัวนมด้วย นั่นเป็นเพราะร่างกายกำลังเตรียมสร้างน้ำนมให้ลูกน้อย

3. ปัสสาวะบ่อย ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ไตจะทำงานหนักมากกว่าปกติ เพราะปริมาณของเลือดในร่างกายมีเพิ่มขึ้น (มดลูกที่โตขึ้นจากการตั้งครรภ์ จะต้องการเลือดไปเลี้ยงมดลูกมากกว่าปกติ) ร่างกายจึงปรับตัวให้มีเลือดเพิ่มขึ้น ชีพจรเต้นเร็วขึ้น มีเลือดผ่านไตมากขึ้นกว่าเดิม จึงทำให้ไตกลั่นกรองเอาปัสสาวะมามากขึ้น และในขณะเดียวกันมดลูกที่อยู่ติดกับด้านหลังของกระเพาะปัสสาวะก็มีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย จึงไปเบียดและกดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้พื้นที่ความจุของปัสสาวะมีน้อยลง ส่งผลให้คุณแม่ปัสสาวะบ่อยมากขึ้นนั่นเอง

4. คลื่นไส้อาเจียน อาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ ใจหวิว ๆ ใจสั่น หน้ามืด เป็นลม อาการเหล่านี้เรียกว่า “อาการแพ้ท้อง” โดยทั่วไปจะปรากฏออกมาในช่วงตั้งครรภ์ได้ประมาณ 6-12 สัปดาห์ สาเหตุก็เป็นเพราะฮอร์โมนที่ผลิตขึ้นจากการตั้งครรภ์นั้นไปรบกวนระบบทางเดินอาหาร ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้หรือรู้สึกพะอืดพะอมและอาเจียนออกมา

5. ไวต่อกลิ่น ในช่วงตั้งครรภ์ คุณแม่มักมีอาการที่จมูกจะไวต่อกลิ่นทุกชนิดมากเป็นพิเศษ ทำให้คุณแม่รู้สึกเหม็นหรือไม่ชอบกลิ่นบางชนิด ทั้ง ๆ ที่เคยคุ้นชินกับกลิ่นเหล่านี้มาก่อน จนอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้

6. ความอยากอาหารเปลี่ยนแปลงไป เพราะระดับฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้การรับรู้รสชาติของคุณแม่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้อยากกินของแปลก ๆ ที่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดจึงอยากกิน ทำให้อยากกินอาหารที่แปลกไปจากเดิม

7. ช่องคลอดคล้ำขึ้น อาจรู้สึกว่าอวัยวะภายในอุ้งเชิงกรานบวมน้ำ เยื่อบุช่องคลอดคล้ำขึ้นเป็นสีม่วงแดงหรือสีน้ำเงิน แต่บางครั้งอาจเกิดจากการอักเสบของอวัยวะในช่องคลอดก็ได้

8. มีอาการอ่อนเพลีย รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า อยากนอนหลับตลอดเวลา เนื่องจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่สูงขึ้นมีผลทำให้กล้ามเนื้อในร่างกายคลายตัวเหมือนยากล่อมประสาท ภายในร่างกายมีการเผาไหม้อาหารหรือใช้พลังงานอย่างมากในการพัฒนาทารกในครรภ์ ทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงและสูญเสียพลังงานมากขึ้น และพลังงานเหล่านี้ยังช่วยปรับสภาพแวดล้อมภายในครรภ์ให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์อีกด้วย

9. หายใจถี่ เหนื่อยง่ายและเริ่มหายใจถี่ขึ้นเมื่อทำงานที่ต้องใช้แรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สาเหตุอาจเป็นเพราะมีตัวอ่อนที่กำลังเจริญเติบโตมีความต้องการออกซิเจนจากคุณแม่อยู่

10. ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น รู้สึกร้อนง่ายกว่าปกติ นั่นเป็นเพราะมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและมีการใช้พลังงานมากขึ้นนั่นเอง

11. อารมณ์เปลี่ยนแปลง เป็นผลมาจากฮอร์โมนในร่างกายที่มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้คุณแม่มีอารมณ์อ่อนไหว แปรปรวน หรือหงุดหงิดได้ง่าย

12. ปวดศีรษะ เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนของฮอร์โมน คุณแม่บางคนอาจมีอาการปวดศีรษะบ่อยขึ้น แต่ก็ไม่รุนแรงมากนัก

อาการแบบนี้ท้องไหม
ผู้หญิงบางคนอาจมีอาการปวดเกร็งในช่องท้องในช่วงแรกของการตั้งครรภ์

13. ปวดเกร็งในช่องท้อง คุณแม่จะรู้สึกปวดแบบหน่วง ๆ อาจเป็นเพราะร่างกายกำลังมีการยืดขยายของมดลูกให้พร้อมสำหรับการมีลูก

14. เลือดออกทางช่องคลอด อาจมีเลือดออกเล็กน้อยแบบกะปริดกะปรอยในระยะแรกของการตั้งครรภ์ โดยที่ไม่มีอาการปวดเกร็งท้องร่วมด้วย ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่รกของทารกในครรภ์มีการแบ่งเซลล์และฝังตัวลงไปในเยื่อบุโพรงมดลูก หรือที่คนโบราณเรียกกันว่าเลือดล้างหน้าเด็กนั่นเอง

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ไม่มีอาการคนท้อง แสดงว่าไม่ได้ท้องใช่ไหม? และทำไมมี อาการคนท้อง แต่ที่ตรวจครรภ์ผลเป็นลบ?

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up