Punnita รุ่น XP Hipseat เป้อุ้มเด็กแบรนด์ไทยที่ผ่านการทดสอบมาตราฐานความปลอดภัยสากล ASTM F2236-16a จากประเทศสหรัฐอเมริกา ใช้ในเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 18 kg ตัวเป้อุ้มทำจากผ้า super soft cotton USA นุ่มสบายผิวลูกน้อย จุดเด่นของรุ่นนี้คือไม่มีก้อนโฟมมากดหน้าท้องผู้อุ้มหรือกดแผลผ่าคลอด จะมีแผ่นรองขาลูกน้อยให้นั่งสบายเหมือนนั่งเก้าอี้ พกพาได้สะดวก
Water World โซนสวนน้ำที่สมบูรณ์ที่สุด มาพร้อมด้วยพี่วาฬใจดี Ranger the Whale ที่จะพาไปพบทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ธารน้ำวน สปาคลับ และเครื่องเล่นทางน้ำมากมายให้ได้ลอง เช่น สไลเดอร์ยักษ์สายรุ้ง 7 สี /Super Spiral/Si-Am Lagoon คอมเพล็กซ์ สไลด์สำหรับครอบครัวที่ได้รับความนิยม เป็นต้น
Extreme World โซนดินแดนแห่งความมันส์ กับพี่เสือสีทอง Golden the Tiger ที่จะพาคุณไปเปิดประสบการณ์ความสนุก กับเครื่องเล่นสุดหวาดเสียวระดับโลก เช่น Vortex รถไฟเหาะตีลังกาเกลียวสว่านที่ใหญ่ที่สุด 1 ใน 2 ของโลก /Giant Drop ยักษ์ตกตึกขนาดมหึมา /Log Flume ล่องแก่งมหาสนุกขนาดยักษ์จากประเทศเยอรมันนี เป็นต้น
Adventure World ดินแดนแห่งการผจญภัยไปกับพี่ Dino the Dinosaur ที่จะพาไปตะลุยในดินแดนไดโนเสาร์ และเครื่องเล่นแฟนตาซีสุดสนุก เช่น Twin Dragon /Monster /Astrofighter เป็นต้น
Family World ม้าวิลลี่สุดเท่ห์ Willy the Horse จะพาทุกคนไปเปิดประสบการณ์ความสุขกับเครื่องเล่นที่เหมาะกับคนทุกวัย เช่น Africa Adventure ท่องป่าแอฟริกาในดินแดนที่น้อยคนนักจะได้ไปเยือน ตื่นตาตื่นใจกับสัตว์ป่าที่เคลื่อนไหวได้ดุจมีชีวิตกว่า 300 ตัว /หอคอยชมวิว และไฮไลต์ The Merry Go Round ม้าหมุนสองชั้นสุดคลาสสิกที่เป็นขวัญใจหนู ๆ มานานหลายปี
Small World ดินแดนของป้าหงส์แซลลี่ที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นไซส์มินิของนักผจญภัยตัวน้อย เช่น ม้าหมุนเด็ก เพลย์พอร์ท มอเตอร์ไซค์เล็ก เรือหงส์ เรือหมุน เป็นต้น
Bangkok World การรวบรวมความอะเมซิ่งที่ดีที่ของกรุงเทพฯ จำลองความรุ่งเรืองความสวยงามของเมืองหลวง ผ่านสถาปัตยกรรม 13 อาคาร และแลนด์มาร์คขึ้นชื่อของพระนคร พร้อมสินค้าวิสาหกิจชุมขนจากทั่วประเทศที่พร้อมจำหน่ายให้คุณได้สัมผัส
ทีม VMLY&R หยิบ Insight ของ Consumer ที่ลงตัวกับโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ของ Tops CLUB คือการที่คนเราเวลาอยากได้อะไรแล้วไม่ได้ ความอยากนั้นมันจะติดอยู่ในใจ มันจะตามหลอกหลอน เราจะคิดถึงมันเสมอไม่ว่าจะทำอะไร ที่ไหน ในชีวิตประจำวัน ซึ่งพอดีกับสิ่งที่ Tops CLUB ต้องการนำเสนอ คือของนำเข้าที่หาไม่ได้ในไทยแถมมาในราคาที่แทบจะเท่ากับซื้อจากเมืองนอก
ภาพมีเซอร์ไพรซ์ทุกซีน
หนังตรึงคนดูไว้ด้วยภาพที่แปลกตาตั้งแต่ซีนแรก ไม่ว่าจะเป็นแพ็คขวดน้ำแร่ที่นอนหายใจอยู่ข้างสามีบนเตียงหุ้นที่เรียงตัวกันเป็นรูปขวดน้ำยาทำความสะอาด หรือแม้แต่รูปปั้นท่านประธานบริษัทที่กลายเป็น…เว้นไว้ให้ไปดูเอาเองจนถึงช่วงท้ายของหนังปลดปล่อยอารมณ์ความโหยหา ด้วยการวิ่งเข้าไปกอดสินค้าใน Tops CLUB ราวกับเป็นคนรักที่พลัดพรากจากกันไปนาน
เพลงฮิตติดหูระดับโลก
ภาพทั้งหมดถูกร้อยไว้ด้วยเพลงฮิตระดับโลกอย่าง I don’t want to miss a thing ของวงระดับตำนานอย่าง Aerosmith หรือเราอาจจะคุ้นหูเพลงนี้จากภาพยนตร์กู้โลกสุดคลาสสิก Armageddon ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร แต่การได้ยินเพลงนี้ดังขึ้นมาทำให้เราฮัมทำนอง ร้องตามได้ในทันที นอกจากความคุ้นหู เพลงนี้ยังช่วยส่งให้หนังมีความรู้สึก International ตามคอนเสปของ Tops CLUB รวมทั้งเนื้อร้องยังเข้ากับเรื่องราวในหนังเป็นเนื้อเดียวกัน
เกมอย่าง Candyland and Chutes and Ladders สอนเด็กๆ ว่าความยืดหยุ่นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะโชคสามารถเปลี่ยนแปลงได้เร็วมากมันคือการฝึกให้เด็กๆ ได้รับมือกับความเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ที่สนุกสนาน
Generation ME หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Gen Me เป็นคำที่นักจิตวิทยาของอเมริกาหลายคน ใช้เรียกเด็กยุคมิลเลนเนียล คือเด็กที่เกิดหลังปี 2000 พบว่าเด็กยุคนี้จะเติบโตมาแบบที่รู้สึกว่า ตัวเองเป็นศูนย์กลาง โซเชียลมีเดียจะทำให้เด็กคิดถึงแต่เรื่องของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ มักไขว่คว้าหายอดไลก์ เด็กมองว่าการมียอดไลก์มันเสริมสร้างความรู้สึกดีกับตัวเอง ยิ่งจำนวนยอดไลก์มากเท่าไหร่เด็กยิ่งจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นที่ชื่นชมชื่นชอบมากเท่านั้น แล้วก็มักจะยอมรับคำตำหนิไม่ค่อยได้ ใช้เรียกคนที่เข้าข่ายหลงตัวเอง จากข้อมูลที่ศึกษาคนรุ่นใหม่ชาวอเมริกันของ The National Institutes of Health โดย Joel Stein พบว่าคนที่เกิดที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1980 – 2000 นั้นหลงตัวเองเป็นสามเท่าของคนรุ่นพ่อแม่ สนใจเรื่องจริยธรรมและศาสนาน้อยลง มีสัดส่วนว่าจะไม่นับถือศาสนากันมากขึ้น
เมื่อดูทั้งลักษณะ และช่วงวัยของคนที่จะอยู่ในช่วง GEN ME นี้ ก็อยู่ในช่วงประมาณคน GEN Y ทั้งหมดมาจนช่วงต้น GEN Z
ว่ากันว่า… GEN ME เจนที่หลงตัวเองที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ จริงหรือ!!
เดือนพฤษภาคม 2013 ที่ผ่านมามีข่าวที่ฮือฮามากในนิตยสาร “TIME” ที่ทำสกู๊ปหน้าปกเรื่อง “ME ME ME Generation” พร้อมภาพเด็กหญิงวัยสาวกำลังนอนราบกับพื้น และยกกล้องจากโทรศัพท์มือถือขึ้นโน้มลงมาถ่ายรูปหน้าตัวเอง เนื้อหาเกี่ยวข้องกับคนรุ่นใหม่ ที่อ้างข้อมูลของโจเอล สไตน์ จาก “The National Institutes of Health” (สถาบันสุขภาพแห่งชาติอเมริกา) พบว่า คนรุ่นใหม่กว่า 80 ล้านคนในอเมริกาที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1980-2000 นั้นหลงตัวเองเป็นสามเท่าของคนรุ่นพ่อแม่ และกว่า 80% ของคนรุ่นนี้ที่มีอายุต่ำกว่า 23 ปี ต้องการได้งานที่มีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ คนรุ่นใหม่นั้นได้รับการปลูกฝังเลี้ยงดูภายใต้วัฒนธรรม “แค่เข้าร่วมก็ได้ประกาศนียบัตร” โดยไม่สนใจถึงประสิทธิผลหรือวิธีการหรือความสำคัญของการเข้าร่วม ซึ่งทำให้พวกเขามักคิดว่า หากทำงาน พวกเขาควรได้รับการโปรโมตเลื่อนขั้นทุกๆ สองปีโดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาที่ผลงานหรือประสิทธิภาพ และจากข้อมูลดังกล่าว เขาเรียกคนกลุ่มนี้ว่า Generation ME หรือกลุ่มที่มองตัวเองสำคัญที่สุด มองว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งอย่าง หรืออีกคำที่เขาเรียกว่าเป็นกลุ่มหลงตัวเอง
ที่มา : ดร. สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
GEN ME เจนที่หลงตัวเองที่สุด
อ้ตลักษณ์ของคน GEN ME
คนที่มักจะปฏิเสธประเพณี ตั้งแต่การชอบใส่เสื้อผ้าที่ไม่เป็นทางการ การทำงาน รสนิยมทางเพศ Generation Me ไม่สนใจว่าสิ่งที่ทำในอดีตเป็นอย่างไร และสนใจต่อเมื่อสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เขาต้องการ และคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขา
Generation Me เชื่อมั่นในตัวเองมากเกินพอดี และเชื่อในศักยภาพของตนเองที่จะทำให้เขาได้รับความมั่งคั่ง และชื่อเสียง พวกเขารู้สึกว่าสมควรได้รับมัน
โรงแรมสำหรับเด็ก สุดล้ำที่เพิ่งเปิดให้บริการ โรงแรมจัดตกแต่งมาในธีมอวกาศอลังการ มีมุมถ่ายรูปสวยๆ Spectrum Tree ต้นไม้แห่งจิตวิญญาณ เหมาะกับการถ่ายรูปสวยทั้งกลางวันกลางคืน ตอนกลางคืนจะมีไฟเปลี่ยนสีสลับไปเรื่อยๆ ที่นี่เหมาะกับการมาพักผ่อนทั้งครอบครัวเพราะมีสวนน้ำขนาดใหญ่ Space Water Park มีห้องอาหารหลากหลายรูปแบบ มี Game Room ,Onsen, Spa เข้ามาในโรงแรมคือครบวงจรสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ของทุกคนในครอบครัวได้ทุกเพศทุกวัย