ตรวจไวรัสตับอักเสบบี

แม่ท้อง คือ 1 ใน 7 กลุ่มเสี่ยงที่ต้อง ตรวจไวรัสตับอักเสบบี – ซี

รีบไปด่วน ตรวจไวรัสตับอักเสบบี และซี ฟรี! ระหว่างวันที่ 31 ก.ค. – 3 ส.ค. 2561 ใน 83 โรงพยาบาลทั่วประเทศ คลิกดูรายชื่อรพ. และกลุ่มเสี่ยงที่ต้องตรวจได้ที่นี่

คัดกรองฟรี! กรมควบคุมโรค ชวน ตรวจไวรัสตับอักเสบบี – ซี

กรมควบคุมโรค ร่วมกับสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้แถลงข่าว รณรงค์สัปดาห์ตับอักเสบโลก “ตรวจเร็ว รักษาได้ ห่างไกลมะเร็งตับ” เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนมองเห็นความสำคัญของโรค ไวรัสตับอักเสบ หนึ่งในสาเหตุของโรคตับแข็งและมะเร็งตับ

โดยไวรัสตับอักเสบมี 5 ชนิด ได้แก่ เอ บี ซี ดี และอี แต่ที่พบมากในไทยคือ ไวรัสตับอักเสบบี และ ซี ทั้งนี้สำหรับประเทศไทยเรามีผู้ติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบบี เรื้อรัง ประมาณ 2 – 3 ล้านราย และผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังประมาณ 300,000 – 700,000 ราย …ซึ่งที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก เนื่องจากไม่ทราบว่าตัวเองเป็น หรือ ติดเชื้อ เพราะการติดเชื้อจะไม่แสดงอาการ เมื่อไม่ได้รับการรักษาทำให้ลุกลามแพร่เชื้อเป็นโรคมะเร็ง โดยพบว่าชายไทยมีอัตราการเสียชีวิตด้วยมะเร็ง เป็นอันดับหนึ่ง ขณะที่ เพศหญิง พบเป็นอันดับ 3 โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบมะเร็งตับมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งเพศหญิงและชาย

ตรวจไวรัสตับอักเสบบี
โรคไวรัสตับอักเสบบี

สำหรับ โรคไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง ประเทศไทยได้ดำเนินการป้องกัน ควบคุมและดูแลรักษาอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ ปี 2556 โดยรัฐบาลไทยสนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดหายา Pegylated Interferon และ Ribavirin รักษาผู้ป่วยได้ประมาณปีละ 3,000 ราย แต่ยามีประสิทธิผลในการรักษาเพียงร้อยละ 60-80 ใช้เวลารักษานานถึง 48 สัปดาห์ และมีผลข้างเคียงสูง ทำให้กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และเครือข่าย พยายามจัดหายากลุ่ม Direct Acting Antivirals (DAAs) เช่น Sofosbuvir, Ledipasvir และ Velpatasvir เป็นต้น

ซึ่งเป็นยาที่มีประสิทธิผลรักษาโรคให้หายขาดสูงมากกว่าร้อยละ 90 มีผลข้างเคียงจากยาต่ำ ใช้เวลารักษาประมาณ 12 สัปดาห์ และในปี 2561 นี้ คณะกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติได้บรรจุยาบางชนิดในกลุ่ม DAAs สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบ ซี ไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติแล้ว

คลิกดู “กลุ่มเสี่ยงที่ควรไปตรวจไวรัสตับอักเสบบี – ซี” หน้า 2

ตัดเล็บทารก

อุทาหรณ์จากหมอ! ตัดเล็บทารก ตัดผิดลูกติดเชื้อในกระแสเลือด

ตัดเล็บทารก ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เพราะนิ้วมือที่ยังเล็ก และเนื้อของลูกก็ยังบอบบาง การจะใช้กรรไกรตัดแต่ละทีก็ทำเอาคุณพ่อคุณแม่แทบลืมหายใจ เพราะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างที่สุด วันนี้ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีอุทาหรณ์จากเพจ เรื่องเล่าจากโรงหมอ เกี่ยวกับการ ตัดเล็บทารก พลาด จนทำให้ลูกวัย 10 เดือนติดเชื้อในกระแสเลือด ดังนี้ค่ะ

อุทาหรณ์จากหมอ! ตัดเล็บทารก ตัดผิดลูกติดเชื้อในกระแสเลือด

ตัดเล็บลูก…เรื่องไม่เล็ก…

เมื่อวาน… น้องหมอเด็กส่งเบบี๋วัยสิบเดือนมาปรึกษา… ประวัติว่าพ่อกับแม่ พึ่งพากลับไปเยี่ยมคุณยายต่างจังหวัด…
สองสามวันก่อน.. .คุณยายเห็นหลานเล็บยาว… จะข่วนหน้า… เลยตัดให้ จากนั้นนิ้วโป้งเท้าเริ่มบวม แดง อักเสบ มีไข้สูง… พามาพบคุณหมอเด็ก… ตรวจร่างกาย เจาะเลือด… จำนวนเม็ดเลือดขาวต่ำเตี้ย วินิจฉัยว่า นิ้วอักเสบ และติดเชื้อในกระแสเลือด… ได้ยาปฏิชีวนะมาหนึ่งคืน บริเวณข้างนิ้วเท้าบวมขึ้น เปลี่ยนเป็นสีดำ ไข้สูงลอย 40 องศา ไม่ลดลงเลย Dx periungual cellulitis+necrosis c sepsis

ที่ห้องตรวจนรีเวช… ตรวจดูแล้วนิ้วมีเนื้อเน่าตายด้านข้าง ๆ จริง เท้าบวม เด็กซึมมาก… ทำการผ่าตัดถอดเล็บบางส่วน
เลาะเนื้อตาย มีหนองไม่มาก กรีดระบายหนองและเลือดออก… ระหว่างทำ… ซึ่งน่าจะเจ็บสุด ๆ … แต่คนไข้ซึม นิ่งจนแทบไม่มีเสียงร้อง น่าเป็นห่วง…

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ อุทาหรณ์จากหมอ! ตัดเล็บทารก ตัดผิดลูกติดเชื้อในกระแสเลือด

ลูกนอนหนุนหมอน

แม่อยากรู้ ลูกนอนหนุนหมอน ได้เมื่อไร?

ตอบคำถามแม่มือใหม่…ลูกนอนหนุนหมอน…ได้ตอนอายุเท่าไร ถ้าให้นอนจะปลอดภัยหรือไม่ ที่นี่มีคำตอบ

 

 

คุณแม่มือใหม่ทุกท่านคะ สังเกตเห็นกันไหมคะว่า สมัยนี้หมอน ผ้าห่มเด็กเล็กนี่น่ารักไปเสียหมด ขนาดกระทัดรัด นุ่มน่านอน แถมดูแล้วเหมาะสมกับลูกน้อยเสียนี่กระไร … หลายท่านอาจจะมีซื้อมาเตรียมไว้กันบ้างแล้ว พร้อมกับจัดแต่งที่นอนที่เต็มไปด้วยหมอน หมอนข้าง ผ้าห่ม แต่ตุ๊กตามากมายให้กับลูกน้อยของตัวเอง จนอาจจะเผลอลืมคิดไปว่า ความหวังดีของตัวเราอาจจะทำให้ลูกได้รับอันตรายโดยไม่รู้ตัว

มีข่าวคราวการเสียชีวิตมากมายในเด็กทารกขณะที่นอนหลับ หรือที่เราเรียกกันว่าโรค SIDS หรือโรคไหลตายในทารกที่พบมากในทารกแรกเกิดหรือทารกที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี โดยยกตัวอย่างประเทศสหรัฐอเมริกาที่พบว่ามีทารกเสียชีวิตมากถึง 700 รายเนื่องจากขาดอากาศหายใจในขณะที่นอนหลับ เป็นต้น

ลักษณะของมูกใกล้คลอด

“มูก” แบบไหนใกล้คลอด มี มูกเลือดก่อนคลอด ทำอย่างไร

มูก ไม่ใช่ตกขาว แม่ท้องทุกคนหลายคนมักจะสงสัยว่ามูกที่ออกมาในช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ คือสัญญาณเตือนว่าใกล้จะคลอดหรือยัง ในแม่ท้องบางรายก็มี มูกเลือดก่อนคลอด ทำให้เกิดอาการตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกในท้อง

“มูก” แบบไหนใกล้คลอด มี มูกเลือดก่อนคลอด ทำอย่างไร

มูกคืออะไร?

มูก คือ เนื้อเยื้อหรือเมือกที่ปิดปากมดลูกไว้ป้องกันการติดเชื้อจากภายนอก เมื่อตั้งครรภ์ บริเวณปากมดลูกจะเกิดความเปลี่ยนแปลง มูกที่อยู่บริเวณปากมดลูกจะพัฒนาไปเป็นเมือกเหนียวที่ปิดปากมดลูกขณะตั้งครรภ์ (mucus plug) มูกดังกล่าวจะเริ่มสร้างขึ้นในระยะสามเดือนแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งจะช่วยปิดรูเปิดของปากมดลูก มูกดังกล่าวจะช่วยป้องการการติดเชื้อเข้าสู่มดลูกซึ่งเป็นอันตรายต่อทารก

แม่ท้องจะมีมูกออกมาตอนไหน เพราะอะไร?

ในช่วงสัปดาห์ที่ 37 ของการตั้งครรภ์เป็นต้นไป แม่ท้องจะเริ่มมีสัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกในท้องใกล้จะออกมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาการ ท้องลด ท้องแข็ง ปวดหน่วงท้อง ปวดกระดูกอุ้งเชิงกราน ปวดก้นกบ และรวมถึงมีมูกออกมาจากช่องคลอด มูกที่ออกมาจะมีได้ทั้งสีขาวขุ่น ๆ มูกใส มูกเลือดก่อนคลอด (สีน้ำตาลมีเลือดปน) มูกที่อุดอยู่ปากมดลูก หลุดและไหลออกมาทางช่องคลอด และยิ่งเข้าสู่ระยะใกล้คลอดมากขึ้นเท่าใดก็อาจจะพบว่ามีเลือดออกปนมากับมูกด้วย หรือเรียกว่ามูกเลือดก่อนคลอด เพราะในช่วงนี้ปากมดลูกของแม่ท้องจะบางลงและเปิดขยายตัวมากขึ้น และอาจทำให้เส้นเลือดบริเวณปากมดลูกเกิดการฉีกขาด (ถ้ามีมูกเลือดก่อนคลอด คุณแม่ควรไปพบแพทย์ทันที เพราะเป็นอาการที่แสดงว่าคุณแม่ใกล้จะคลอดลูกเต็มทีแล้ว)

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ มูกใกล้คลอดมีลักษณะใดได้บ้าง?

กินลิ้นจี่ตอนท้อง

ไขข้อข้องใจ กินลิ้นจี่ตอนท้อง ปลอดภัยหรือไม่?

ไขข้อข้องใจแม่! กินลิ้นจี่ตอนท้อง ปลอดภัยต่อตัวเองและทารกในครรภ์หรือไม่?

 

 

ลิ้นจี่ ผลไม้ขึ้นชื่อรสชาติเปรี้ยวอมหวานมีลักษณะเป็นเปลือกสีแดง จัดอยู่ในตระกูลเดียวกับลำไยและเงาะ มีต้นกำเนิดในประเทศจีน เป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย จากการศึกษาพบว่า เนื้อในลิ้นจี่นั้นอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกาย อีกทั้งยังมีกรดไขมันที่สำคัญกับร่างกายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น กรดปาล์มิติก กรดไลโนเลอิก กรดโอเลอิก ซึ่งมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย

แต่ที่แน่ ๆ ประโยชน์ของลิ้นจี่นั้นมีมากมายกว่าที่ทราบ แต่จะมีอะไรบ้างนั้น แล้วหาก กินลิ้นจี่ตอนท้อง จะส่งผลเสียอย่างไรต่อสุขภาพหรือไม่ อยากรู้ไปดูกันเลยค่ะ

แพ้ท้องหนักมาก

แพ้ท้องหนักมาก มีผลอย่างไรกับแม่ท้องและลูกในท้อง

อาการหนึ่งที่แม่ ๆ ทุกคนไม่อยากเจอเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ นั่นก็คือ อาการแพ้ท้อง ในแม่ท้องบางคน อาจมีไม่มีอาการแพ้ท้องเลย หรือ อาจจะมีอาการแพ้ท้องบ้างแต่ไม่รุนแรง แต่สำหรับแม่ท้องบางคน มีอาการแพ้ท้องที่รุนแรงมาก แพ้ท้องหนักมาก จนถึงขั้นกินอะไรก็อ้วก ไม่กินก็ยังอ้วก ลุกขึ้นเดินแทบไม่ไหว ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก แม่ ๆ หลายคนจึงเกิดข้อสงสัยว่าถ้า แพ้ท้องหนักมาก ขนาดนี้จะกระทบต่อลูกในท้องหรือไม่ มาดูกันค่ะ ว่าอาการแพ้ท้องที่แม่ ๆ เป็นอยู่นั้น เข้าข่ายอาการแพ้ท้องขั้นรุนแรงหรือไม่

แพ้ท้องหนักมาก มีผลอย่างไรกับแม่ท้องและลูกในท้อง

อาการแพ้ท้องอย่างรุนแรงคืออะไร?

อาการแพ้ท้องอย่างรุนแรง (Hyperemesis gravidarum) คืออาการที่แม่ท้องมีอาการวิงเวียนศีรษะและอ้วกอย่างหนักมาก จนกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน แม่ท้องที่มีอาการนี้จะอ้วกตลอดเวลา กินอะไรก็อ้วก ไม่กินอะไรก็อ้วก แทบไม่สามารถที่จะกินหรือดื่มน้ำแม้กระทั่งน้ำลายของตัวเองได้เลย ซึ่งอาการเหล่านี้ อาจจะนำมาสู่ปัญหาอื่น ๆ ตามมา เช่น ภาวะขาดน้ำ น้ำหนักลด เป็นต้น

แม่ท้องที่มีอาการแพ้ท้องอย่างรุนแรงอาจมีอาการต่อไปนี้

  • คลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรง
  • วิงเวียนศีรษะ มึนงง และเป็นลม
  • มีน้ำลายมากขึ้น
  • โลหิตจาง
  • ปวดหัว
  • สับสน
  • ผิวหนังและตาเหลือง (ดีซ่าน)
  • ความดันเลือดต่ำ
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • ไทรอยด์หรือพาราไทรอยด์ทำงานมากกว่าปกติ
  • มีภาวะขาดน้ำ (หิวน้ำตลอดเวลา ปากแห้งแตก ปัสสาวะน้อย ปัสสาวะมีสีเข้ม ปวดหัว สับสน มึนงง เหนื่อยง่าย)
  • ขาดสารอาหาร
  • ความผิดปกติทางเมตาโบลิซึม
  • การรับกลิ่นดีขึ้น
  • การรับรสผิดปกติ
  • ผิวหนังเสียความยืดหยุ่น
  • น้ำหนักลดมากกว่า 5 เปอร์เซนต์ และมักจะมากกว่า 10% ของน้ำหนักตัวก่อนตั้งครรภ์
  • มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
  • มีปัญหาทางด้านจิตใจ ผู้หญิงหลายคนที่มีอาการแพ้ท้องรุนแรงจะมีอาการซึมเศร้า อารมณ์เปลี่ยนแปลง วิตกกังวล หรือหงุดหงิดง่ายร่วมด้วย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

แม่ท้อง แพ้ท้องหนักมาก มีสาเหตุมาจากอะไร?

อาการแพ้ท้องอย่างรุนแรงยังไม่ได้รับการยืนยันว่ามีสาเหตุมาจากอะไร แต่สาเหตุต่อไปนี้ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ แพ้ท้องหนักมาก

  • ฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ เช่น ฮอร์โมน HCG, ฮอร์โมนเอสโตรเจน, ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน
  • ระดับ Thyroxine ในเลือดที่เพิ่มขึ้น
  • การตั้งครรภ์แฝด
  • มีความผิดปกติที่ตับ
  • มีการเจริญของเนื้อเยื่อมดลูกที่ผิดปกติ (การตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก)
  • ไขมันในเลือดผิดปกติ
  • การบีบตัวที่ผิดปกติของทางเดินอาหาร
  • การสำรอกของสิ่งที่อยู่ภายในลำไส้เล็กกลับไปยังกระเพาะอาหาร
  • ขาดสารอาหารประเภท Pyridoxine และ Zinc
  • มีปัญหาที่หูชั้นใน
  • มีการติดเชื้อ H. Pylori ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร

แพ้ท้องอย่างรุนแรง

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าอาการที่เป็นอยู่คืออาการแพ้ท้องอย่างรุนแรง?

ความแตกต่างระหว่างอาการแพ้ท้อง กับ อาการแพ้ท้องอย่างรุนแรงที่ทำให้เกิดอันตรายได้นั้น ขึ้นอยู่กับภาวะขาดน้ำและน้ำหนักที่ลดเป็นสำคัญ หากเป็นอาการแพ้ท้องทั่วไป แม่ท้องจะไม่เกิดภาวะขาดน้ำ และน้ำหนักจะเพิ่มขึ้น ในขณะที่แม่ท้องที่มีอาการแพ้ท้องอย่างรุนแรง จะอ้วกจนเกิดภาวะขาดน้ำ และน้ำหนักก็จะลดลง 5% ของน้ำหนักตัวก่อนท้อง

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ แพ้ท้องหนักแค่ไหนถึงควรไปพบแพทย์ทันที?

ลูกดิ้นน้อยลง

ลูกดิ้นน้อยลง อาการนี้ที่แม่ท้องแก่ต้องรู้!

ลูกดิ้นน้อยลง อาการที่น่าห่วงหรือว่าเป็นอาการใกล้คลอด เรื่องจริงที่แม่ท้องแก่ทุกคนต้องรู้!

 

 

คุณแม่ที่กำลังท้องแก่ใกล้คลอดทุกท่านคะ เคยสงสัยกันหรือไม่คะว่าการดิ้นของลูกนั้นสามารถบ่งบอกอาการต่าง ๆ ได้มากมายไม่ว่าจะเป็นอาการใกล้คลอด หรือแม้แต่อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับทารกในครรภ์ คุณแม่ส่วนใหญ่มักจะมองข้ามถึงเรื่องนี้หรืออาจจะกำลังสงสัยว่า ลูกดิ้นน้อยลง เกี่ยวอะไรกับความผิดปกติ และใกล้คลอด ซึ่งวันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะมาอธิบายข้อเท็จจริงนี้ให้ได้ทราบกันค่ะ

อาการใกล้คลอด ถือเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกาย ที่ทำให้คุณแม่เริ่มรู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เกิดขึ้น เพื่อจะได้เตรียมพร้อมสำหรับการคลอดที่จะมาถึงในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งการดิ้นของลูกนั้นสามารถเชื่อมโยงกับอาการดังกล่าวได้

คนท้องกินแตงโม

ห้าม คนท้องกินแตงโม จริงหรือไม่?

ไขข้อข้องใจ ห้าม คนท้องกินแตงโม จริงหรือไม่? ถ้ากินจะส่งผลกระทบอะไรบ้าง?

 

มีความเชื่อมากมายเกี่ยวกับการรับประทานอาหารของคนท้องว่าห้ามทานนู่น ห้ามทานนี่ เพราะถ้าทานไปเดี๋ยวจะส่งผลกระทบมากมายกับทารกในครรภ์ ความเชื่อที่บอกเล่าต่อ ๆ กันมานั้นมีมากมายนับไม่ถ้วนเลยละค่ะ เช่นเดียวกับคำพูดที่ว่าห้าม!คนท้องกินแตงโม เรื่องนี้จะจริงหรือไม่ วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้เตรียมข้อมูลมาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุก ๆ ท่านแล้วละค่ะ

สอนลูกพูดภาษาอังกฤษ

สอนลูกพูดภาษาอังกฤษ ตอนโตทันไหม? สอนอย่างไรให้เป็นเร็ว

สมัยนี้ใคร ๆ ก็พูดภาษาอังกฤษได้ ในยุคนี้ ภาษาอังกฤษสำคัญกับการใช้ชีวิตประจำวัน เด็กที่เติบโตมาในยุคนี้ก็ควรที่จะสื่อสารภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น ๆ ได้ แต่หากคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้ฝึกลูกพูดภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ลูกยังเล็ก ก็มักจะกังวลว่าลูกโตเกินวัยที่จะฝึกหรือยัง สอนลูกพูดภาษาอังกฤษ ตอนโตจะทันไหม

สอนลูกพูดภาษาอังกฤษ ตอนโตทันไหม? สอนอย่างไรให้เป็นเร็ว

ทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้อ่านบทความที่มีประโยชน์จาก คุณหมอภา ทพญ.จีรภา ประพาศพงษ์ เจ้าของ เพจหมอภา/Jeerapa prapaspong เรื่องเกี่ยวกับการ สอนลูกพูดภาษาอังกฤษ ที่ถึงแม่ว่าลูกจะเลยวัยเด็กเล็กมาแล้ว หรือแม้แต่ตัวคุณพ่อคุณแม่เองที่ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษ ก็สามารถ สอนลูกพูดภาษาอังกฤษ ให้ปร๋อได้ ดังนี้ค่ะ

6 ขวบ สอนลูกพูดภาษาอังกฤษ ทันมั้ย ?? 10 ขวบแล้ว ฝึกภาษาทันรึเปล่า

โดยคุณหมอได้พูดอย่างมั่นใจว่าการ สอนลูกพูดภาษาอังกฤษ ในเด็กโตนั้น ทำได้แน่นอนค่ะ!! และไม่ใช่แค่เด็กโตเท่านั้นที่ทำได้ แม่แต่จะเป็นผู้ใหญ่แล้ว หรือจะอายุแค่ไหน ก็ฝึกภาษาได้ค่ะ โดยคุณหมอได้ยกตัวอย่างตัวคุณหมอเอง ที่ถึงแม้จะอยู่ในวัยผู้ใหญ่แล้ว ตอนที่สอนภาษาจึนให้ลูก ซึ่งภาษาจีน เป็นภาษาที่คุณหมอไม่เคยได้เรียนมาก่อน มีพื้นฐานเป็น 0 ก็ยังสามารถฝึกจนตอนนี้พูดได้ในระดับที่สื่อสารได้

พ่อแม่อ่อนอังกฤษขั้นเทพ ก็สอนได้นะ โดยคุณหมอได้เล่าว่าเคยเจอคุณพ่อคุณแม่ที่อ่านภาษาอังกฤษแทบไม่ได้เลย พูดหรือฟังนี่ไม่ต้องพูดถึง แม้แต่คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ก็แทบจะไม่รู้เลย ได้มาปรึกษาคุณหมอ และยังบอกว่าเสียดายที่น่าจะตั้งใจเรียนตอนเด็ก ๆ ก็แหม ใครจะคิดล่ะคะว่า จะต้องกลายมาเป็นคุณครูให้ลูก คุณหมอจึงแนะนำเคล็ดลับและให้ตั้งใจสอนลูกและเรียนไปพร้อมกับลูก จนในที่สุด!! ความพยายามก็ส่งผล ลูกพูดได้ พ่อแม่ก็เก่งไปพร้อมกับลูก
พูดคุย ภาษาอังกฤษกันและเรียนรู้ไปด้วยกันทุกวัน ทั้งครอบครัว

สอนลูกพูดอังกฤษ

3 ด่าน ที่เด็กโตต้องก้าวผ่านให้ได้หากอยากเก่งอังกฤษ

มีเด็กโต (ประถมปลาย/ มัธยม) ที่คุณหมอได้มีโอกาสช่วยเหลือแนะนำ และพบว่า เด็กโต มีบริบทหลายอย่างเพิ่มขึ้นในชีวิต ไม่ได้มีเรื่องในชีวิตไม่กี่เรื่อง เวลาเยอะแยะเหมือนเด็กเล็ก มีปัจจัยภายนอกมากมายมาแทรก เช่น การเรียน และการพัฒนาตัวเองด้านอื่นๆ ดังนั้น เราควรทำความเข้าใจกันก่อน ว่ามีอุปสรรคกี่ข้อบ้าง ที่อาจทำให้การเรียนรู้ภาษาอังกฤษต้องติดขัด

ด่านที่ 1 ในเด็กโต (นิยามคำว่า เด็กโต ของคุณหมอ คือ เด็กที่พูดภาษาไทยหรือภาษาแม่ ได้คล่องแล้ว) ที่ชินและคุ้นเคยกับภาษาไทยมาตั้งแต่เล็ก พอจะเพิ่มภาษาใหม่เข้ามาจะมีความยากมากกว่าการสอนภาษาใหม่พร้อม ๆ กับภาษาไทย เพราะลูกจะรู้แล้วว่า หากสื่อสารด้วยภาษาไทย จะง่ายกว่า เมื่ออยากได้อะไร อยากทำอะไร พอพูดความต้องการออกมา ก็มีคนเข้าใจ แล้วจะถอยหลังไปพูดภาษาที่ฟังไม่รู้เรื่อง เข้าใจยาก ไปเพื่ออะไร? สู้ใช้ภาษาไทยดีกว่า ง่ายกว่าเยอะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 3 ด่าน ที่เด็กโตต้องก้าวผ่านให้ได้หากอยากเก่งอังกฤษ

กลิ่นอาเจียนลูก

กลิ่นอาเจียนลูก กำจัดให้หายขาดได้ด้วยวิธีนี้

อย่าปล่อยให้ กลิ่นอาเจียนลูก ลอยนวล!! พบกับวิธีการจัดกลิ่นให้หายขาดได้ที่นี่!

 

 

ลูกอาเจียนทีไรเจ็บปวดใจคนเป็นพ่อเป็นแม่ทุกที ที่เจ็บน่ะเพราะห่วง แต่อีกนัยหนึ่งก็คือ ความกลุ้มใจเมื่อต้องมาเผชิญกับการสูดดม กลิ่นอาเจียนลูก ตลอดเวลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลูกเกิดอาเจียนในห้องนอนนี่แล้วใหญ่ เพราะนั่นแปลว่าคืนนี้เราคงจะต้องนอนดมกลิ่มนั้นทั้งคืนแน่นอน

ว่าแล้วเรามาดูกันดีกว่านะคะว่าวันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids มีวิธีการกำจัดกลิ่นแบบไหนมาฝากกัน รับรองว่างานนี้คุณพ่อคุณแม่จะต้องประทับใจกับวิธีที่ทีมงานนำเอามาฝากแน่ ๆ

LittleLife จัดแฟชั่นโชว์

LittleLife จัดแฟชั่นโชว์ บนเวที Amarin Baby & Kids Fair ครั้งที่ 12

LittleLife จัดแฟชั่นโชว์ สุดพิเศษที่มีเหล่านางแบบ นายแบบตัวน้อยที่สมัครเข้ามาร่วมแคมเปญนี้กว่า 5,000 คน จนสุดท้ายก็ได้หนูน้อย 100 คนผู้โชคดีได้ร่วมเดินแบบบนเวที Amarin Baby & Kids Fair ครั้งที่ 12 ที่ผ่านไปเมื่อเร็วๆ นี้ค่ะ

 

LittleLife จัดแฟชั่นโชว์ นายแบบ นางแบบตัน้อยกว่า 100 ชีวิต

งาน Amarin Baby & Kids Fair ครั้งที่ 12 ร่วมกับ LittleLife จัดแฟชั่นโชว์ แบรนด์สินค้ากระเป๋า และเป้ลากจูง สำหรับเด็กๆ จัดงานแฟชั่นโชว์ขึ้น กับ “ LittleLife Explorer ภารกิจหนูน้อยนักสำรวจ “ ที่มีนางแบบ นายแบบตัวน้อยผ่านเข้ารอบกว่า 100 คน จากผู้สมัครทั้งหมดกว่า 5,000 คน ซึ่งบรรยากาศในการเดินแบบครั้งนี้ เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ผสานเสียงร้องกระจองอแงของน้องเล็ก แต่ด้วยสปิริต เด็กๆทุกคนสามารถปาดน้ำตา แล้วเดินเฉิดฉายขึ้นบนเวทีได้อย่างสวยสดงดงาม เรียกเสียงเชียร์ และปรบมือจากคุณพ่อคุณแม่ และผู้เข้าร่วมชมงานที่คอยลุ้นอยู่ข้างๆ อย่างกึกก้องทีเดียว โดยเด็กๆ สะพายเป้ และ ลากกระเป๋าสุดน่ารัก จากแบรนด์ LittleLife พร้อมใส่เสื้อผ้าสวยๆจาก Cotton & Friends, Chomme a favor, Hallo Heidi, Small but Chic, Kani Kid’s  และมีการเพ้นท์หน้าตาให้เข้ากับเวทีที่เซ็ทไว้ให้กลายเป็นป่าขนาดย่อมๆด้วย

LittleLife จัดแฟชั่นโชว์

เมื่อการเดินแบบอันแสนสนุกและอลเวงเสร็จสิ้น ก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่งานนี้มีลุ้นกันตัวโก่ง  คือ การประกาศผลเด็กๆ 10 คนที่ผ่านการคัดเลือกได้ถ่ายแฟชั่น และเป็นปกนิตยสาร Amarin Baby & Kids และเด็ก 10 คนที่ได้ร่วมกิจกรรมกับทางแบรนด์ LittleLife ณ ฟาร์มโชคชัย ซึ่งเมื่อประกาศผลรางวัลเสร็จสิ้น ก็ได้รับเกียรติจากคุณทิพย์วรรณ เปรมปัญญา บรรณาธิการนิตยสาร Amarin Baby & Kids และคุณวิมลพรรณ วุฒิพฤกษ์ ผู้บริหาร บริษัท มอร์ เพียว จำกัด เป็นผู้ขึ้นมอบรางวัลแรก  ส่วนรางวัลต่อมา สำหรับเด็กๆทั้ง 10 คนที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม LittleLife One Day Trip ณ ฟาร์มโชคชัย เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ได้รับเกียรติขึ้นมอบรางวัลจาก คุณวิมลพรรณ วุฒิพฤกษ์ และ วิชภา ปริพินิจฉัย  2 คุณแม่และผู้บริหารจาก บริษัท มอร์ เพียว จำกัด  แม้งานนี้จะมีเด็กๆ พลาดโอกาสมากมาย แต่เราเชื่อว่าเด็กๆ ทุกคนจะได้รับประสบการณ์อันมีค่าที่หาจากไหนไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการกล้าแสดงออก เพื่อนใหม่ รวมไปถึงรางวัลปลอบใจดีๆ ที่ทางบริษัท มอร์ เพียว จำกัด มอบให้ติดไม้ติดมือกลับบ้านกันไปด้วย คุณพ่อคุณแม่คนไหนสนใจรอติดตามกิจกรรมดีๆจากเราได้ในครั้งหน้านะคะ

LittleLife จัดแฟชั่นโชว์

โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง สำคัญแค่ไหนกับทารกแรกเกิด!

โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง อีกโรคที่สำคัญกับชีวิตของทารกแรกเกิด ทำความรู้จักกับโรคผ่านเรื่องจริงบาดใจคนเป็นแม่!!

 

 

โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องสำคัญกับชีวิตของลูก … เชื่อหรือไม่คะว่า โรคนี้พบได้บ่อยในวัยเด็ก เป็นโรคที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ผิดปกติ ส่งผลให้ทำให้ร่างกายของลูก ๆ เกิดการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ง่าย และแน่นอนค่ะว่า การรักษาให้หายนั้นก็เป็นไปได้ยากด้วยเช่นกัน แต่ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักกับโรค เรามาดูเรื่องราวของคุณแม่ท่านนี้กันก่อนดีกว่าค่ะ

อาร์เรียลลา หนูน้อยเพศหญิงวัยเพียง 4 เดือนที่เกิดมาพร้อมกับโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ทำให้เธอต้องอยู่แต่ในโรงพยาบาลซึ่งเป็นห้องพักแบบปิดพิเศษ เพื่อป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ ที่จะมากระทบกับร่างกาย เนื่องจากหนูน้อยอาร์เรียลลานั้นอ่อนแอมาก ซึ่งคุณหมอถึงขนาดพูดว่า แม้แต่จูบหรือหอมลูก แม่ของอาร์เรียลลาก็ไม่อาจสามารถทำได้ เพราะนั่นหมายถึงชีวิตทั้งชีวิตของลูกเลยก็ว่าได้

สารตกค้างในไก่

ฉลาดซื้อพบ! สารตกค้างในไก่ เนื้อไก่สด ตับไก่ มากถึง 40%

วันนี้มีบทความที่น่าตกใจจาก มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคมาฝากกันคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ โดยทางมูลนิธิฯ ได้สุ่มซื้อเนื้อไก่สดและตับไก่มาจากตลาดสด ห้างสรรพสินค้า และห้างออนไลน์ มาสุ่มตรวจปริมาณการตกค้างของยาปฏิชีวนะ และได้ผลออกมาอย่างน่าตกใจว่าพบ สารตกค้างในไก่ มากถึง 40% ของกลุ่มตัวอย่างที่นำมาตรวจ! มีจำนวนไม่น้อยเลยนะคะ มาดูรายละเอียดกันดีกว่าค่ะ ว่ามูลนิธิฯ มีวิธีการตรวจอย่างไรบ้าง

ฉลาดซื้อพบ! สารตกค้างในไก่ เนื้อไก่สด ตับไก่ มากถึง 40%

ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 สำนักงานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) นิตยสารฉลาดซื้อ โครงการเฝ้าระวังสินค้าและบริการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ ร่วมมือกับเครือข่ายผู้บริโภคกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จัดงานแถลงข่าวผลทดสอบ ‘การตกค้างจากยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ในเนื้ออกไก่และตับไก่สด’ โดยสุ่มเก็บตัวอย่างจากห้างสรรพสินค้า ตลาดสด และห้างออนไลน์ ระหว่างวันที่ 9 – 15 มิถุนายน พ.ศ. 2561 จำนวนทั้งสิ้น 62 ตัวอย่าง แบ่งเป็นอกไก่สด จำนวน 32 ตัวอย่าง และตับไก่สด จำนวน 30 ตัวอย่าง เพื่อนำมาตรวจวิเคราะห์หาการตกค้างของยาปฏิชีวนะ 3 ชนิด จาก 3 กลุ่ม ดังนี้

  1. กลุ่มฟลูออโรควิโนโลน (Fluoroquinolone Group) คือ เอนโรฟลอคซาซิน (Enrofloxacin) ซึ่งหากได้รับยาปฏิชีวนะกลุ่มนี้มากเกินไป จะทำให้เกิด
  2. กลุ่มเตตราไซคลิน (Tetracycline Group) คือ ด็อกซีไซคลิน (Doxycycline) ซึ่งหากได้รับยาปฏิชีวนะกลุ่มนี้มากเกินไป จะทำให้เกิด
    • การดื้อยา
    • การแพ้ยา
    • อาจทำให้ฟันมีสีคล้ำ สามารถพบเห็นได้ในเด็กมากกว่าในผู้ใหญ่
    • มีอาการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร
    • มีผื่นคันบริเวณผิวหนัง
  3. กลุ่มเบต้า – แลคแทม (Beta – Lactam Groups) คือ อะม็อกซีซิลลิน(Amoxicillin) ซึ่งหากได้รับยาปฏิชีวนะกลุ่มนี้มากเกินไป จะทำให้เกิด
    • การดื้อยา
    • การแพ้ยา
    • ผื่นคัน ลมพิษ
    • มีอาการหอบหืด

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ พบ! สารตกค้างในไก่ เนื้อไก่สด ตับไก่ มากถึง 40%

เข้าวัดทำบุญ ภาษาอังกฤษ

พาลูก เข้าวัดทำบุญ ภาษาอังกฤษ ต้องพูดยังไง?

เข้าวัดทำบุญ ภาษาอังกฤษ ต้องพูดยังไง …หากคุณพ่อคุณแม่พาลูกไปไหว้พระทำบุญที่วัด จะมีประโยค หรือ คำศัพท์ อะไรบ้างที่เกี่ยวข้อง ที่ให้คุยกับลูกเป็นภาษาอังกฤษได้ ตามมาดู อ. คริส แนะนำกันค่ะ

หากคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกเป็นเด็กสองภาษา อยาก สอนภาษาอังกฤษให้ลูก อยากให้ลูกพูดภาษาอังกฤษเก่งๆ เรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณพ่อคุณแม่อีกต่อไปค่ะ เพราะทีมงาน Amarin baby & Kids มีตัวช่วยดีๆมาช่วยคุณแม่แล้ว กับ รายการ Kids Talk ในช่วง Daddy Talks โดยอาจารย์คริส คริสโตเฟอร์ ไรท์ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษชื่อดัง ที่ตอนนี้เป็นคุณพ่อลูก 2 อีกด้วย  ซึ่ง อ.คริส จะมาช่วยคุณพ่อคุณแม่ สอนลูกพูดภาษาอังกฤษ ให้เก่งๆ กันทั้งครอบครัว

พาลูก เข้าวัดทำบุญ ภาษาอังกฤษ ต้องพูดยังไง?

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกบ้านคงอยากปลูกฝังให้ลูกน้อยเป็นคนดี มีคุณธรรมจริยธรรม โดยเฉพาะในครอบครัวชาวพุทธก็หวังจะให้ลูกได้รู้จักการเข้าวัดทำบุญ เพื่อบ่มเพาะคุณงามความดีในตัวตั้งแต่เล็ก ๆ

ซึ่งการพาลูกไปวัดอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เราวางแผนไว้ เพราะถ้าลูกยังเล็ก ก็อาจจะวิ่งไปวิ่งมา หรือไม่บางทีก็อาจจะร้องเสียงดัง หรือไม่ก็งอแงร้องไห้ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องเตรียมรับมือกับปัญหาต่าง ๆ เช่น เตรียมนม เตรียมขนม หรืออุปกรณ์ของลูกให้พร้อม เพื่อที่เวลาลูกต้องการจะได้มีใช้ทันท่วงที นอกจากนี้อาจต้องเตรียมใจกับคำพูดตำหนิและสายตาของคนอื่น ๆ ที่อาจจะพูดหรือทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่สบายใจ

ทั้งนี้การจะปลูกฝังให้ลูกเห็นถึงคุณค่าของการเข้าวัดทำบุญ คนในครอบครัวควรมีโอกาสร่วมทำกิจกรรมทางศาสนาไปพร้อม ๆ กันกับเด็กด้วย เพราะการที่คนทั้งครอบครัวร่วมเดินทางมาทำบุญพร้อม ๆ กันย่อมสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ได้ดี และทำให้ลูกซึมซับนิสัยใฝ่ธรรมไปเองโดยอัตโนมัติ

และหากพาลูกทำบุญทุกวันไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่ก็ควรหาโอกาสพาครอบครัวและลูกน้อยไปวัดทำบุญในวันสำคัญทางศาสนาหลักๆ เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา เป็นต้น …อย่างในตอนนี้ที่ อ.คริส ก็พาน้องวินไปวัดทำบุญ ซึ่งตรงกับช่วงวันอาสาฬหบูชา … และหากคุณพ่อคุณแม่ พาลูก เข้าวัดทำบุญ ภาษาอังกฤษ ต้องพูดยังไง หรือมีคำศัพท์ และประโยคอะไรบ้างที่เกี่ยวข้อง ตามมาดู อ.คริส กับน้องวิน ได้ ในรายการ Kids Talk ในช่วง Daddy Talks ตอน เข้าวัดทำบุญ

ชมคลิป พาลูก เข้าวัดทำบุญ ภาษาอังกฤษ ต้องพูดยังไง? ได้ด้านล่างนี้เลย 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ คำศัพท์ และ ประโยค ที่เกี่ยวข้อง เมื่อพาลูก เข้าวัดทำบุญ ภาษาอังกฤษ ต้องพูดยังไงบ้าง? เมื่อรู้แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถดูเป็นแบบอย่าง และนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ เพื่อลูกน้อยของเราจะได้ทักษะการพูดภาษาอังกฤษ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

⇒ ชมคลิปอื่นๆของรายการ Kids Talk :

ช่วง Daddy Talks

 

ช่วง Chinese talk

 

ช่วง Exclusive Interview

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

โรคไข้สมองอักเสบ

โรคไข้สมองอักเสบ โรคร้ายที่มาพร้อมยุง

โรคไข้สมองอักเสบ อีกหนึ่งโรคที่มาพร้อมยุง พบได้บ่อยในไทย … กับเรื่องจริงที่พ่อแม่ต้องสูญเสียลูกสาวไปจากอก

 

 

ยุง” สิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ที่มีอาณุภาพร้ายแรงและนำมาซึ่งโรคร้ายนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นโรคไข้เลือดออก หรือแม้แต่​ โรคไข้สมองอักเสบ … อีกหนึ่งโรคสุดอันตรายถ้าหากเด็กเป็นแล้ว มีโอกาสเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิต

พบกับเรื่องราวของครอบครัว ๆ หนึ่งที่ต้องสูญเสียลูกสาววัยกำลังน่ารักไป เพราะ​​ โรคไข้สมองอักเสบญี่ปุ่น ที่มีสาเหตุของการเกิดโรคมาจากยุง โรคนี้จะเป็นอย่างไร และน่ากลัวขนาดไหน วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้เพิ่มเติมค่ะ

ไวรัสซิกา คนท้อง

ไวรัสซิกา คนท้อง ห้ามเป็น พบผู้ป่วยในกรุงเทพฯ 124 รายแล้ว

ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีข่าวมาเตือนแม่ท้องกันค่ะ ในหน้าฝนที่มียุงชุมนี้ มีอันตรายที่มาพร้อมกับฝนคือ ไวรัสซิกา ซึ่งเป็นไวรัสที่ทำลายทารกในครรภ์ได้ ทำไม ไวรัสซิกา คนท้อง ถึงห้ามเป็น? แล้วในสถานการณ์ที่มีผู้ป่วยไวรัสซิกาเยอะขนาดนี้ แม่ท้องจะป้องกันได้อย่างไร? มาดูกันค่ะ

ไวรัสซิกา คนท้อง ห้ามเป็น พบผู้ป่วยในกรุงเทพฯ 124 รายแล้ว

ไวรัสซิกาคืออะไร?

ไวรัสซิกา เป็นเชื้อไวรัสตระกูลเฟลวิไวรัส (flavivirus) ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับ ไวรัสไข้เหลือง และไวรัสเดงกี ซึ่งเป็นสาเหตุของไข้เลือดออก รวมถึงไวรัสเวสต์ไนล์อันเป็นสาเหตุของไข้สมองอักเสบ และไวรัสไข้สมองอักเสบเจอี ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนมียุงลายเป็นพาหะนำเชื้อทั้งสิ้น ซึ่งโรคไวรัสซิกา เป็นโรคที่มีอาการคล้ายโรคไข้เลือดออก แต่ไม่ร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต ไม่สามารถติดต่อผ่านคนสู่คน แต่จะติดต่อจากแม่สู่ลูก ผ่านอสุจิด้วยการมีเพศสัมพันธ์ หรือผ่านทางน้ำนมและสายรก ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกมีการเฝ้าระวังการระบาดอย่างต่อเนื่อง เพราะในขณะนี้ยังไม่มียาและวัคซีนที่รักษาได้ให้หายขาด

พบแล้ว ผู้ป่วยไวรัสซิกาในกรุงเทพฯ ป่วยมากถึง 124 ราย พบในเขตบางนามากสุด

และก็มีข่าวไม่สู้ดีนักว่า ในปีนี้กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข ได้ส่งข่าวเตือนมาดังนี้

นพ.เมธิพจน์ ชาตะเมธีกุล ผอ.กองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย กทม. เปิดเผยถึงสถานการณ์ผู้ป่วยโรคไข้ไวรัสซิกา ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 20 ก.ค. พื้นที่กรุงเทพฯพบผู้ป่วยโรคไข้ซิกา 124 ราย โดยเขตที่พบมากที่สุด คือ 1.บางนา 10 ราย 2.บางแค 9 ราย 3.บางขุนเทียนและมีนบุรี 7 ราย ทั้งนี้ โรคไข้ไวรัสซิกาถือเป็นโรคประจำถิ่นของเรามานานเหมือนโรคไข้เลือดออก และมียุงเป็นพาหะนำโรค แต่ที่ผ่านมาไม่มีการตรวจหาเชื้อ ไวรัสซิกา เนื่องจากมีค่าตรวจแพง ราคา 20,000-30,000 บาท กระทั่งมีข่าว ไข้ไวรัสซิการะบาดที่ประเทศบราซิล จึงมีการตรวจมากขึ้นคือ สามารถตรวจหา เชื้อไวรัสจากปัสสาวะได้ และก็พบผู้ป่วยติดเชื้อเรื่อยมา

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ไวรัสซิกา คนท้อง ห้ามเป็น พบผู้ป่วยในกรุงเทพฯ แล้ว 124 ราย

ผักที่มีสารเคมีตกค้างมากที่สุด

พบ! 10 ผักที่มีสารเคมีตกค้างมากที่สุด

พ่อแม่ระวัง ก่อนซื้อผักให้ลูกกิน นี่คือ ผักสดในตลาด 10 ชนิด ซึ่งตรวจพบว่าเป็น ผักที่มีสารเคมีตกค้างมากที่สุด จะมีผักชนิดใดบ้างตามมาดูกันเลย

ผัก ถือเป็นแหล่งอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อุดมไปด้วย วิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารพฤกเคมี ซึ่งมีส่วนสำคัญในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ช่วยสร้างเสริมสุขภาพของลูกน้อยให้แข็งแรง ทั้งยังมีคุณสมบัติในการป้องกันโรคได้อีกด้วย

และถึงแม้ว่าการกินผักเป็นประจำส่งผลดีต่อสุขภาพ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ ปัญหาการตกค้างของสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงในผัก ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายของลูกน้อยเป็นอย่างมาก เพื่อความปลอดภัยคุณพ่อคุณแม่จึงควรใส่ใจเป็นพิเศษในการล้างผักให้สะอาด

พบ! 10 ผักที่มีสารเคมีตกค้างมากที่สุด

ซึ่งข้อมูลจากการตรวจการตกค้างของสารเคมีอยู่ในพืชผักที่จำหน่ายในท้องตลาดล่าสุด พบว่า… มีผักสด ที่เป็น ผักที่มีสารเคมีตกค้างมากที่สุด อยู่ 10 ชนิด ได้แก่

  • กวางตุ้ง
  • คะน้า
  • ถั่วฝักยาว
  • พริก
  • แตงกวา
  • กะหล่ำปลี
  • ผักกาดขาวปลี
  • ผักบุ้งจีน
  • มะเขือ
  • ผักชี

อ่านต่อ “อันตรายที่ลูกจะได้จากผักที่สารเคมีตกค้าง” คลิกหน้า 2

คู่มือเลี้ยงลูก

แม่แชร์ คู่มือเลี้ยงลูก ฉบับสมบูรณ์ ตั้งแต่แรกเกิด – อายุ 90

หากคุณกำลังมองหา คู่มือเลี้ยงลูก ตามมาดูประสบการณ์ของคุณแม่ท่านนี้ที่ได้แชร์ แผนการเลี้ยงลูก ตั้งแต่แรกเกิด – อายุ 90 ปี จะเป็นอย่างไร มาดูกันค่ะ

แม่แชร์แผน คู่มือเลี้ยงลูก ฉบับสมบูรณ์
ตั้งแต่แรกเกิด – อายุ 90

แม้ว่าการเลี้ยงลูก จะไม่มีข้อบังคับ ไม่มีถูกผิด คุณพ่อคุณแม่สามารถเลี้ยงลูกรักได้ตามสัญชาตญาณได้เต็มที่ แต่ก็มีพ่อแม่มือใหม่หลายคนที่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ดังนั้นเพื่อเป็นแนวทางการเลี้ยงลูกให้กับคุณพ่อคุณแม่ ทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงขอนำเอา คู่มือเลี้ยงลูก จากคุณแม่ปริม ซึ่งได้โพสต์ ผ่าน Facebook ชื่อ ครูแม่ปริม เพื่อนเต็มกดติดตามนะคะ มาแนะนำ เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางให้คุณพ่อคุณแม่ได้พิจารณาหรือเอาไปประยุกต์ใช้กับการเลี้ยงลูกในแบบฉบับของตัวเอง โดยแม่ปริมได้เน้นย้ำว่า คู่มือเลี้ยงลูก นี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวที่อยากจะนำมาแบ่งปันเพื่อเป็นวิทยาทานให้กับคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นเท่านั้น โดยคุณแม่โพสต์ว่า…

ต่อไปนี้คือ แผนการเลี้ยงลูก (ฉบับของแม่ปริม) ที่เขียนขึ้นโดยความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ตั้งแต่แรกเกิด จนถึง อายุ 90 ปี

คู่มือเลี้ยงลูก

แรกเกิดถึง 3 ขวบ =>

จง “เลี้ยงลูกเองเป็นหลัก”
แต่อย่าเลี้ยงคนเดียวแบบไม่มีผู้ช่วย
เพราะวันนึงคุณจะระเบิดอารมณ์ความเหนื่อยใส่ลูก แถมยังทำบ่อยขึ้นเรื่อยๆแบบหยุดตัวเองไม่ได้
ใช้เวลากับลูกมากๆ
สัมผัสตัวลูกให้มากที่สุด
#สอนทุกอย่างที่เรารู้และเป็นเรื่องจริงโดยไม่ต้องแคร์ว่าจะยากหรือง่าย
และจงตรวจสอบความเชื่อของคนเฒ่าคนแก่ก่อนทำตามทุกครั้ง (คำว่า“โบราณเค้าว่า”…น่ากลัวมากนะ)

*เตรียมเงิน : ค่าแพมเพิสเดือนละ1000 ค่าของเล่นเสริมพัฒนาการ/ค่าของเครื่องใช้/อาหารเด็ก เดือนละ 2,000 (จงกินนมแม่ ไม่งั้นก็คูณ 2 คูณ 3 เข้าไปเลย)

 

3 ขวบ+ …. เข้าโรงเรียน

อนุบาล 1 – 3 => เลือกโรงเรียนเล็กๆที่มีแค่ อ.1-อ.3 (จะชำนาญเฉพาะทางเด็กเล็กกว่ามากๆ)
#เน้นเล่นสนุก เล่นเอามัน
อย่าเน้นอ่านเขียน(ลูกเป็นเด็กได้แค่ครั้งเดียว)
มีกิจกรรมหลายหลายให้ทำ
#ไม่มีการบ้าน
ได้ฟัง-ใช้ภาษาอังกฤษผ่านหูไปเรื่อยทุกวันๆ
และต้องอยู่ใกล้บ้าน

*เตรียมเงิน : ค่าเทอม + ค่าเรียนกิจกรรมเสริม(ที่ลูกเลือกเองว่าชอบ) เช่น เปียโน ร้องเพลง ว่ายน้ำ วาดรูป ฯลฯ +ค่ารักษาหวัดๆๆๆๆๆและหวัดมันทุกเดือน

(ปล. 4 ขวบครึ่งเป็นต้นไปลูกไม่ค่อยนอนกลางวันแล้ว นั่นหมายถึงช่วงเวลาของการ #พาลูกเที่ยวให้มากที่สุด เท่าที่เวลาและเงินจะอำนวย)

อ่านต่อ “แผนการเลี้ยงลูกของแม่ปริม ตั้งแต่แรกเกิด – อายุ 90” คลิกหน้า 2