นมแม่แยกชั้น

รู้ยัง! นมแม่แยกชั้น แบบนี้ลูกกินได้

นมแม่แยกชั้น แบบนี้แม่จ๋าไม่ต้องตกใจ! ลูกกินได้ปกติ แถมคุณภาพดีไม่มีเปลี่ยน

 

 

คุณแม่มือใหม่หลาย ๆ คนเป็นกันไหมคะ เวลาทำสต็อกนมแม่แล้วเจอพอจะเอาออกมาให้ลูกได้ทาน จากนมที่เป็นเนื้อสีเดียวกันกลับกลายเป็นชั้น ๆ เอาเสียนี่! ตอนแรกคิดว่าเสีย เผลอทิ้งไปบ้างก็มี … ช้าก่อนค่ะ! หากคุณแม่ยังไม่รู้แล้วกำลังจะหยิบน้ำนมตัวเองทิ้งอีก! เพราะวันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากคุณแม่ ๆ ทุกท่านกันค่ะ ซึ่งก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของนมแม่กันก่อนดีกว่านะคะ

สัญญาณ"ปอดอักเสบ"

ลูกเป็นปอดอักเสบ 1 ในโรคร้ายอันตรายถึงชีวิต ที่พ่อแม่ต้องรู้จัก

ลูกเป็นปอดอักเสบ  หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “ปอดบวม” ซึ่งมีลักษณะจากการอักเสบของเนื้อปอด ที่อาจมีอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงนับเป็นโรคร้ายที่พ่อแม่ควรรีบหาทางป้องกัน และวิธีการป้องกันให้แก่ลูกน้อย

ผู้เขียนเชื่อว่าสำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ทุกคน คงไม่ได้หวังอะไรจากลูกมาก นอกจากเห็นลูกเป็นคนแข็งแรง สุขภาพดี แต่เวลาที่ลูกเจ็บป่วยทีไร พ่อแม่ใจแทบสลายทุกที

ทั้งนี้เพราะอาการป่วย เมื่อ ลูกเป็นปอดอักเสบ นั้น ถือเป็นเรื่องน่ากลัว เพราะสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของ โรคติดเชื้อในเด็ก อายุต่ำกว่า 5 ปีของเด็กไทยคือ โรคปอดอักเสบ ซึ่งเกิดจากสาเหตุหลัก 2 กลุ่ม คือ ปอดอักเสบ ที่เกิดจากการติดเชื้อ และ ปอดอักเสบ ที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ และโดยทั่วไปพบปอดอักเสบจากการติดเชื้อมากกว่า

จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้จักเจ้าโรคนี้ และเมื่อ ลูกเป็นปอดอักเสบ จะได้รับมือทัน พร้อมรู้จักป้องกันไม่ให้ ลูกเป็นปอดอักเสบ ได้

 

ลูกเป็นปอดอักเสบ เพราะ?

สาเหตุที่ทำให้ ลูกป่วยเป็นปอดอักเสบ เกิดจากสาเหตุหลัก 2 ประการ คือ ปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ และ ปอดอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ แต่โดยส่วนมากเกิดจากการติดเชื้อ ***ซึ่งในกลุ่มเด็กเล็กนั้นจะพบว่ามีสาเหตุจาก การติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือทั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรียร่วมกัน

โดยเชื้อไวรัสที่พบบ่อย คือ เชื้อ Respiratory Syncytial Virus (RSV) เชื้อ Influenza (ไข้หวัดใหญ่) เชื้อ parainfluenza ส่วนผู้ป่วยปอดบวมในเด็กที่มีเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุนั้น เกิดจากการติดเชื้อ Streptococcus Pneumoniae มากที่สุด เชื้อแบคทีเรียทีเป็นรายอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุ ได้แก่เชื้อ Haemophilus Influenza Type B หรือ ฮิบ,เชื้อ Staphylococcus Aures หรือ กลุ่มเชื้อ Mycoplasma Pneumonia, Chlamydia Pneumonia

โรคหน้าฝนในเด็ก

การติดต่อของโรคปอดอักเสบ

เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุมักจะอยู่ใน “น้ำลายและเสมหะ” ของผู้ป่วยและสามารถแพร่กระจายได้จากการไอ จาม หรือหายใจรดกัน การสำลักเอาสารเคมี หรือเศษอาหารเข้าปอด การแพร่กระจายไปตามกระแสเลือด เช่น การฉีดยา การให้น้ำเกลือ การอักเสบในอวัยวะส่วนอื่นๆ เป็นต้น

อาการ ปอดอักเสบ

  • เมื่อ ลูกเป็นปอดอักเสบ อาการส่วนมากในเด็กมักไม่มีลักษณะเฉพาะ แต่จะมีไข้ ไอ หายใจเหนื่อย หายใจลำบาก หายใจเร็ว รับประทานนมหรือดูดนมลำบาก จมูกบาน ซี่โครงบาน อกบุ๋ม ซึม และอาจมีอาการตัวเขียวได้
  • ในบางรายอาจร้องกวน งอแง กระสับกระส่ายและหน้าสั่น ในบางรายที่มีอาการไม่เฉพาะเจาะจง
  • ในเด็กโตจะมีอาการเจ็บหน้าอกตลอดเวลาหายใจเข้าออก

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้จากปอดอักเสบ

  • การติดเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่กระแสเลือด กรณีที่ติดเชื้อจากเชื้อแบคทีเรีย
  • ภาวะช็อก กรณีติดเชื้ออย่างรุนแรง
  • ภาวะมีน้ำหรือเป็นหนองในเยื้อหุ้มปอด
  • ภาวะมีฝีในปอด

 

อ่านต่อ “วิธีการรักษาและป้องกันไม่ให้ลูกเป็นปอดอักเสบ” คลิกหน้า 2

12อาหารแม่ให้นม

12 อาหารบำรุงแม่หลังคลอด ทำอย่างไรให้น้ำนมมีคุณภาพ

สำหรับแม่หลังคลอดที่ร่างกายสูญเสียพลังงานในการคลอดไปมาก การทานอาหารที่มีประโยชน์มีส่วนช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูได้โดยเร็ว นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงน้ำนมให้มีคุณภาพได้อีกด้วย มาดูกันค่ะว่า อาหารบำรุงแม่หลังคลอด มีอะไรบ้าง

อาหารมื้อแรกที่ดีที่สุดสำหรับเด็กแรกเกิด นั่นก็คือน้ำนมแม่ เด็กแรกเกิดที่ได้รับน้ำนมแม่จนอายุครบ 6 เดือนเป็นอย่างน้อย จะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและมีคุณค่าเพียงพอที่จะทำให้สมองพัฒนาและร่างกายเจริญเติบโต นอกจากนี้ นมแม่ยังทำให้มีภูมิคุ้มกันสูงอีกด้วย น้ำนมแม่มีความมหัศจรรย์อย่างหนึ่งคือ สารอาหารในน้ำนมจะมีคุณค่าทุกหยด ไม่สำคัญว่าแม่จะได้รับสารอาหารที่เพียงพอหรือไม่ หากแม่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ร่างกายของแม่ก็จะไปเอาสารอาหารจากส่วนอื่นของร่างกาย เพื่อให้น้ำนมมีคุณภาพที่สุด แต่จะดีกว่าหรือไม่ หากคุณแม่ทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้แน่ใจว่าแม่จะไม่ขาดสารอาหารจนร่างกายโทรม และลูกจะได้รับน้ำนมที่มีคุณภาพอย่างแน่นอน

12 อาหารบำรุงแม่หลังคลอด ทำอย่างไรให้น้ำนมมีคุณภาพ

1. ปลาแซลมอน

ปลาแซลมอนบำรุงน้ำนม

ปลาแซลมอนเป็นหนึ่งในสุดยอด อาการบำรุงแม่หลังคลอด นั่นเป็นเพราะ ในปลาแซลมอนมีสารอาหารที่แม่หลังคลอดต้องการเป็นอย่างมาก ได้แก่ กรดไขมันโอเมก้า 3 DHA โปรตีน วิตามินบี วิตามินดี โพแทสเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น สารประเภทแคโรทีนอยด์ สารอาหารในแซลมอนที่สำคัญสำหรับแม่หลังคลอด คือ DHA เพราะทารก มีความจำเป็นต้องใช้ DHA ในน้ำนมเพื่อพัฒนาสมอง ในนมแม่ที่มี DHA มากกว่า ก็จะทำให้ทารกได้รับ DHA มากกว่านั่นเอง

นอกจากนี้ ปลาแซลมอน ยังมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคซึมเศร้าหลังคลอดได้อีกด้วย เพราะในปลาแซลมอน จะช่วยให้แม่หลังคลอดนอนหลับสบายขึ้น การนอนหลับพักผ่อนจะทำให้ร่างกายแข็งแรง มีพลังงาน ยังกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น ปรับสภาพอารมณ์ และบรรเทาความเครียดได้ การบริโภคอาหารที่มีประโยชน์อย่างปลาแซลมอนก็อาจช่วยให้นอนหลับได้ง่ายและมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเช่นกัน

Tips : องค์การอาหารและยาแนะนำว่า สำหรับแม่ที่ให้นมบุตร แม่ท้อง และเด็กเล็ก ควรบริโภคเนื้อปลาที่มีโอเมก้า 3 โดยเฉพาะปลาที่มีไขมันอย่างปลาแซลมอนอย่างน้อยประมาณสัปดาห์ละ ประมาณ 200 กรัม เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย แต่เพื่อหลีกเลี่ยง สารปรอท ซึ่งเป็นสารเคมีที่อันตรายต่อร่างกายตกค้าง ไม่ควรบริโภคเนื้อปลาเกินสัปดาห์ละ 340 กรัม เพื่อป้องกันการรับสารเคมีตกค้างอย่างปรอทเข้าสู่ร่างกายจนเกิดอันตราย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 12 อาหารบำรุงแม่หลังคลอด ทำอย่างไรให้น้ำนมมีคุณภาพ

ท้องลด เป็นแบบไหน

อาการ ท้องลด เป็นแบบไหน? ท้องลดตอนกี่สัปดาห์กันนะ

ในช่วงไตรมาสสุดท้าย ร่างกายของแม่ท้องจะเกิดความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอดลูก อาการ ท้องลด ก็เป็นอีกอาการหนึ่งที่แม่ท้องในช่วงไตรมาสสุดท้ายจะต้องเจอ

อาการ ท้องลด เป็นแบบไหน? ท้องลดตอนกี่สัปดาห์กันนะ

ท้องลด คืออะไร?

อาการท้องลด คือ อาการของแม่ท้องที่ท้องเคยสูงถึงระดับลิ้นปี่ มีระดับลดลง เป็นเพราะศีรษะของลูกในท้องเคลื่อนตัวลงต่ำเข้าสู่อุ้งเชิงกราน เพื่อเตรียมพร้อมที่จะคลอด ตำแหน่งที่ศีรษะของลูกจะเคลื่อนตัวลงมีทั้งหมด 11 ตำแหน่ง (+5 ถึง -5) คุณหมอจะใช้ตัวเลขเหล่านี้ระบุตำแหน่งที่ศีรษะของทารกอยู่ ทำให้สามารถทำนายได้ว่าจะใช้เวลากี่วันหรือชั่วโมงจะเริ่มเจ็บท้องคลอด

ตำแหน่งที่ศรีษะลูกอยู่ประมาณสะโพก จะแทนตัวเลขที่ -5 และตำแหน่งที่หัวของลูกเคลื่อนต่ำลงมามากจะสามารถมองเห็นหัวลูกจากด้านนอก จะแทนตัวเลขที่ +5

ท้องลดตอนกี่สัปดาห์

ท้องลดตอนกี่สัปดาห์

ไม่มีช่วงเวลาที่แน่นอนสำหรับแม่ท้องที่ท้องลดค่ะ ในแม่ท้องบางคน ท้องจะเริ่มลดต่ำลงเมื่อเข้าสู่การตั้งครรภ์ในสัปดาห์ที่ 36 หรือ 2-3 สัปดาห์ก่อนคลอด แต่สำหรับแม่ท้องบางคน ท้องจะเริ่มลดก่อนคลอดเพียง 2-3 ชั่วโมง (มักจะเป็นในแม่ท้องที่ท้องครั้งหลัง ๆ ) และก็ยังไม่มีช่วงเวลาที่ระบุได้ว่าท้องลดแล้วจะคลอดภายในกี่วัน แต่โดยทั่วไป อาการเจ็บครรภ์คลอดมักจะตามมาหลังท้องลดได้ 2-3 สัปดาห์

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ท้องลด รู้สึกอย่างไร?

ก่อนที่แม่ท้องจะรู้สึกว่าท้องลด จะไม่มีอาการใด ๆ แสดงออกมาก่อนเลยว่าท้องกำลังจะลดแล้ว แต่เมื่อไรก็ตามที่ท้องลดแล้ว อาการต่อไปนี้จะเป็นสิ่งที่แม่ท้องต้องเผชิญ

  1. หายใจได้สะดวกขึ้น อาการแน่นหรืออึดอัดหน้าอกจะหายไป นั่นเป็นเพราะมดลูกเคลื่อนตัวออกจากกระบังลม ทำให้รู้สึกสบายขึ้น
  2. ทานได้เยอะขึ้น เพราะมดลูกไม่ได้ไปกดทับกระเพาะอาหาร ในช่วงนี้อย่าตามใจปากจนมากเกินไปนะคะ
  3. รู้สึกปวดหน่วงท้อง บริเวณกระดูกเชิงกราน เนื่องจากลูกในท้องเคลื่อนตัวไปกดทับ แม่ท้องจะมีความรู้สึกเหมือนเดินหนีบลูกบอลไว้ที่หว่างขาตลอดเวลา แม่ท้องบางคนอาจจะเดินเหมือนเพนกวิน ดูอุ้ยอ้ายได้
  4. มีตกขาวเพิ่มมากขึ้น เป็นเพราะศีรษะของลูกในท้องเคลื่อนตัวไปกดทับบริเวณปากมดลูก เพื่อให้บริเวณปากมดลูกบางลงและขยายใหญ่ขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอดลูก อาการท้องลดจะทำให้มดลูกบางโดยการดันเนื้อเยื้อหรือเมือกที่ปิดปากมดลูกไว้ป้องกันการติดเชื้อจากภายนอกให้หลุดออก เพื่อให้ปากมดลูกเปิดเพื่อคลอดนั่นเอง
  5. ปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น เพราะศีรษะทารกไปกดเบียดกระเพาะปัสสาวะบวกกับน้ำหนักตัวของลูกที่เพิ่มขึ้น ทำให้แรงกดมีมากขึ้นเรื่อย ๆ แม่ท้องจะต้องเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ ไปจนคลอดเลยทีเดียว
  6. ในแม่ท้องบางรายจะมีอาการปวดกระดูกเชิงกราน ปวดก้นกบ และบริเวณหัวหน่าว จนรู้สึกเหมือนมดลูกจะหลุดออกมาให้ได้ อย่างไรก็ตามอาการปวดเหล่านี้จะไม่มีอาการปวดมาก แต่หากแม่ท้องรู้สึกปวดมาก อาการปวดไม่ลดลง มีไข้ มีเลือดหรือน้ำใส ๆ ไหลออกมาด้วย ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนค่ะ

เป็นตะคริวจากท้องลด

7. มีอาการเท้าบวมมากขึ้น ในแม่ท้องบางรายจะเป็นตะคริวบ่อยขึ้นด้วย เพราะศีรษะของทารกและมดลูกกดทับเส้นเลือดดำในอุ้งเชิงกรานมากกว่าในระยะอื่น จึงทำให้เลือดไหลกลับจากขาไม่สะดวก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ แม่ท้อง ท้องไม่ลด จะคลอดได้ไหม? จะเกิดอะไรขึ้นหากท้องไม่ลด?

ลูกคันก้น

ลูกคันก้น อาการที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

ลูกคันก้น อาการที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่อาจนำมาซึ่งโรคบางชนิดได้!

 

 

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าลูกน้อยของคุณพ่อคุณแม่ชอบมีอาการ “คันก้น” ละก็ … อย่าคิดว่าเป็นเรื่องปกติเด็ดขาด เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณบอกจากลูกว่า อาจจะมีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นกับลูกก็เป็นได้

คันก้น หรือคันทวารหนัก คืออาการคันที่เกิดในบริเวณรอบ ๆ ปากทวารหนักซึ่งอาจเกิดจากอาการเฉียบพลัน หรือเป็นอาการเรื้อรังที่เป็นมานานแล้วก็ได้ ซึ่งสาเหตุจะเกิดจากอะไร แล้วสามารถนำไปสู่โรคอะไรได้บ้างนั้นวันนี้ทีมงาน Amarin Baby And Kids ได้เตรียมเนื้อหาข้อมูลไว้ให้คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านได้ทราบกันแล้วละค่ะ

กลั้นอุจจาระ

สุขภาพแย่แน่ ถ้าลูก กลั้นอุจจาระ บ่อย!

ลูกบ้านไหนชอบ กลั้นอุจจาระ ห้ามพลาด! เพราะโอกาสที่ 3 อาการนี้จะถามหามีสูง!!

 

 

ยุคนี้สมัยนี้การจราจรติดขัดอย่างแสนสาหัส ทำไมผู้คนส่วนใหญรวมทั้งตัวเราเองหรือแม้แต่ลูก ๆ ก็ยังต้องปรับสภาพหากปวดปัสสาวะ อุจจาระก็ต้องเก็บต้องทนไปก่อน เพราะไม่สะดวกหรือรถอาจจะติด … ทราบหรือไม่คะว่า หากเรา กลั้นอุจจาระ หรือปัสสาวะบ่อย ๆ นั้นสามารถส่งผลเสียกับร่างกายของเราและลูกได้มากในระดับนึงเลยละค่ะ และการกระทำเช่นนั้นย่อมไม่ส่งผลดีแต่อย่างใดกับร่างกายเลย

โดยปกติแล้วร่างกายของมนุษย์เรานั้นจะถ่ายอุจจาระประมาณวันละ 1 – 2 ครั้ง ซึ่งปริมาณและลักษณะของอุจจาระนั้นก็ไม่เหมือนกัน เนื่องจากหลากหลายปัจจัย ยกตัวอย่างเช่น รถ อาหารที่รับประทานเข้าไป หรือแม้ร่างกายไม่สบายอยู่ เป็นต้น ซึ่งในวันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะมาขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการ กลั้นอุจจาระ ให้คุณพ่อคุณแม่ได้ทราบถึงผลเสียกันค่ะ

คลอดยาก

คลอดยาก สาเหตุที่ทำให้คลอดยาก ทรมานระหว่างคลอด

คลอดยาก เป็นสิ่งที่แม่ท้องทุกคนกังวลมากที่สุด เพราะแม่ท้องจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเมื่อถึงเวลานั้นจะ คลอดยาก หรือ คลอดง่าย มาศึกษากันก่อนดีกว่าค่ะ ว่ามีสาเหตุใดบ้างที่ทำให้คลอดยาก และจะป้องกันได้อย่างไร

คลอดยาก สาเหตุที่ทำให้คลอดยาก ทรมานระหว่างคลอด

ภาวะคลอดยากคืออะไร?

ภาวะคลอดยาก ดูได้จากปัจจัยดังต่อไปนี้

  1. การคลอดลูกที่ไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ
  2. มีความยากลำบากในการคลอดลูกทางช่องคลอด
  3. ใช้เวลาในการคลอดยาวนานกว่าปกติ (ใช้เวลาในการคลอดนับแต่เจ็บครรภ์จริงมากกว่า 20 ชั่วโมง สำหรับท้องแรก และ 12 ชั่วโมง สำหรับท้องหลัง หรือ ปากมดลูกใช้เวลาในการเปิดมากกว่า 1 เซนติเมตรต่อชั่วโมง)
  4. ไม่มีความก้าวหน้าในการคลอด โดยปกติแล้ว หลังจากเจ็บครรภ์คลอดจริง ปากมดลูกจะค่อย ๆ เปิดกว้างขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด ลูกในท้องก็ควรจะค่อย ๆ เคลื่อนต่ำลงมา

หากแม่ท้องและลูกในท้องมีปัจจัยนี้ แพทย์จะพิจารณาการใช้เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อช่วยในการคลอด เช่น ใช้เครื่องดูดสุญญากาศ (Vacuum extraction) การใช้คีมช่วยคลอด (Forcep extraction delivery) และการผ่าตัดคลอด ซึ่งอาจทำให้มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงหรือผลเสียต่อทั้งมารดาและทารกในภาวะที่มีการคลอดยากเพิ่มมากขึ้นด้วย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ สาเหตุที่ทำให้คลอดยาก และ จะเกิดอะไรขึ้นหากแม่ท้อง คลอดยาก

โรคอุบัติใหม่

โรคอุบัติใหม่ คืออะไร? ทำไมถึงระบาดหนัก?

แพทย์เผย! โรคอุบัติใหม่ ทั่วโลกมีแนวโน้มสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ โรคที่ว่านี้คืออะไร จะน่ากลัวและใกล้ตัวแค่ไหนมาดูกันค่ะ

 

คุณพ่อคุณแม่อาจจะรู้สึกงง ๆ ว่า อะไรคือ โรคอุบัติใหม่ … โลกใหม่อีกแล้วอย่างนั้นหรือ? ทั้งนี้ไม่ใช่หรอกค่ะ จริง ๆ แล้วเป็นโรคที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้วในปัจจุบัน หากแต่อาจจะมีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่รุนแรงขึ้น ซึ่งโรคอุบัติใหม่ที่ว่านี้คืออะไร แล้วจะมีโรคอะไรบ้างนั้น ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้เตรียมข้อมูลนี้ไว้ให้คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านได้ทราบกันแล้วละค่ะ

ทำความรู้จักกับ โรคอุบัติใหม่

โรคอุบัติใหม่หรือ Emerging Disease นั้นสามารถเรียกได้อีกอย่าง่ว่า โรคติดเชื้ออุบัติใหม่ เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก หรืออดีตอาจจะเคยเกิดขึ้นแล้วแต่พบได้น้อยมากบนโลกของเรา ซึ่งในปัจจุบันหรืออนาคตนั้นพบว่ามีการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เกิดจากสภาพภูมิอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป การรุกล้ำที่อยู่อาศัยของสัตว์จากมนุษย์ รวมไปถึงจากผู้คนที่พากันเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งอาจจะกำลังมีโรคระบาดเหล่านี้อยู่ ส่งผลให้เกิดการเจริญเติบโตและแพร่หลายอย่างรวดเร็ว

น้ำหนักเด็กแรกเกิด

น้ำหนักเด็กแรกเกิด ลูกน้ำหนักตัวน้อยเป็นอะไรไหม?

น้ำหนักเด็กแรกเกิด เป็นสิ่งที่คุณหมอให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อลูกคลอดออกมา นั่นเป็นเพราะ น้ำหนักเด็กแรกเกิด สามารถเป็นข้อมูลที่ชี้วัดความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น ความไวต่อการเจ็บป่วย การพิการ และการตายในระยะปริกำเนิด ดังนั้น น้ำหนักลูกในท้องเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสนใจตั้งแต่ลูกอยู่ในท้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ใกล้คลอด

น้ำหนักเด็กแรกเกิด ลูกน้ำหนักตัวน้อยเป็นอะไรไหม?

น้ำหนักเด็กแรกเกิดหนักแค่ไหนเรียกปกติ?

การดู น้ำหนักเด็กแรกเกิด จะจำแนกตามปัจจัยดังต่อไปนี้

  1. จำแนกตามน้ำหนักเมื่อแรกคลอด
    • เด็กทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนัก 2,500 กรัม – 4,000 กรัม เรียกว่าน้ำหนักปกติ
    • เด็กทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักมากกว่า 4,000 กรัม เรียกว่าน้ำหนักมากผิดปกติ
    • ทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักระหว่าง 1,501-2,499 กรัม เรียกว่า น้ำหนักน้อย (Low Birth Weight)
    • ทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักร่ะหว่าง 1,000-1,500 กรัม เรียกว่า น้ำหนักน้อยมาก (Very Low Birth Weight)
    • เด็กทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 1,000 กรัม เรียกว่า น้ำหนักน้อยมาก ๆ (Extremely Low Birth Weight)
  2. จำแนกตามอายุครรภ์
    • ทารกที่เกิดก่อน 37 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ เรียกว่า ทารกเกิดก่อนกำหนด
    • ทารกที่เกิดระหว่าง 37-42 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ เรียกว่า ทารกเกิดครบกำหนด
    • ทารกที่เกิดหลัง 42 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ เรียกว่า ทารกเกิดหลังกำหนด
  3. คำนวณตามน้ำหนักแรกเกิดและอายุในครรภ์ โดยนำน้ำหนักแรกเกิดและอายุในครรภ์มาเปรียบเทียบกัน สามารถกำหนดได้ดังนี้
    • ทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยกว่าอายุในครรภ์ (SGA) หมายถึง ทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเปอร์เซนต์ไทล์ที่ 10 เมื่อเทียบกับทารกปกติที่มีอายุในครรภ์เท่ากัน หรือเรียกว่า ทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักต่ำกว่าอายุครรภ์
    • ทารกแรกเกิดน้ำหนักเหมาะสมกับอายุในครรภ์ (AGA) หมายถึง ทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักอยู่ระหว่างเปอร์เซนต์ไทล์ที่ 10 ถึง 90 เมื่อเทียบกับทารกปกติที่มีอายุในครรภ์เท่ากัน หรือเรียกว่า ทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักเหมาะสมกับอายุครรภ์
    • ทารกแรกเกิดน้ำหนักมากกว่าอายุในครรภ์ (LGA) หมายถึง ทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักมากกว่าเปอร์เซนต์ไทล์ที่ 90 เมื่อเทียบกับทารกปกติที่มีอายุในครรภ์เท่ากัน หรือเรียกว่า ทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักมากกว่าอายุครรภ์

น้ำหนักทารกแรกคลอด

สำหรับเด็กแรกเกิดที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญปัญหาหนึ่งของประเทศไทย เนื่องจากเด็กทารกที่มีน้ำหนักตัวน้อย จะนำไปสู่ปัญหาการตั้งครรภ์สูญเปล่า นำพาไปสู่ความโศกเศร้าของครอบครัวได้

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ เด็กแรกเกิดที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ เสี่ยงต่ออะไรบ้าง?

ยายับยั้งการคลอด

ยายับยั้งการคลอด ช่วยไม่ให้ลูกคลอดก่อนกำหนดได้จริงหรือ?

ยายับยั้งการคลอด คืออะไร? ในช่วงการตั้งครรภ์ก่อนสัปดาห์ที่ 37 แม่ ๆ ทุกคนจะทราบดีว่าลูกน้อยในท้องยังมีร่างกายที่ไม่พร้อมที่จะออกมาจากท้องแม่ แต่หากแม่มีอาการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดล่ะ มียาตัวไหนบ้างที่จะช่วยไม่ให้ลูกคลอดก่อนกำหนดได้

ยายับยั้งการคลอด ช่วยไม่ให้ลูกคลอดก่อนกำหนดได้จริงหรือ?

ภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดคืออะไร?

ก่อนอื่นแม่ ๆ ควรรู้ก่อนว่าทำไมถึงจำเป็นต้องฉีด ยายับยั้งการคลอด ในภาวะปกติ แม่ท้องจะเริ่มเจ็บครรภ์คลอดหลังสัปดาห์ที่ 37 ของการตั้งครรภ์ และการคลอดในช่วงนี้ ร่างกายของลูกในท้องจะพร้อมที่จะออกจากท้องแม่แล้ว แต่การคลอดก่อนกำหนด หมายถึง การคลอดบุตรที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 28 สัปดาห์ (ในประเทศที่พัฒนาแล้วนับตั้งแต่อายุครรภ์ 20 สัปดาห์) และเกิดก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ ในช่วงนี้ ร่างกายของลูกในท้องจะยังไม่พร้อมที่จะหายใจและเจริญเติบโตอยู่นอกท้องแม่หากไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลือจากแพทย์

สาเหตุของภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด

สาเหตุของภาวะนี้ ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าการคลอดก่อนกำหนดมีสาเหตุมาจากอะไร ทำไมถึงเกิดภาวะการคลอดก่อนกำหนดในหญิงตั้งครรภ์บางราย ภาวะการคลอดก่อนกำหนดสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้

  1. ภาวะที่จำเป็นต้องคลอดก่อนกำหนด พบได้ 20-30% ของการคลอดก่อนกำหนด เป็นผลจากโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายต่อแม่ท้องหรือทารกในครรภ์ ทำให้ต้องสิ้นสุดการตั้งครรภ์ก่อนครบกำหนด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนทั้งกับแม่และลูกในท้อง ได้แก่
    • ภาวะครรภ์เป็นพิษชนิดรุนแรง
    • ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง
    • เบาหวาน
    • ภาวะรกเกาะต่ำ
    • ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด
    • ภาวะทารกโตช้าในครรภ์
    • มีปัญหาเกี่ยวกับมดลูก มดลูกหรือปากมดลูกมีรูปร่างผิดปกติ หรือเคยตรวจพบชิ้นเนื้อที่ปากมดลูก
    • มีความผิดปกติในน้ำคร่ำ เช่น มีน้ำคร่ำมากเกินไป
    • มีความพิการเกิดขึ้นกับทารกในครรภ์
    • มีการติดเชื้อ เช่น การติดเชื้อมะเร็งปากมดลูก การติดเชื้อสเตรปโตคอคคัสกรุ๊ปบี (Group B Streptococci) การติดเชื้อทริโคโมแนส หรือช่องคลอดอักเสบจากเชื้อพยาธิ รวมถึงการติดเชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในแท้ หนองในเทียม ซิฟิลิส
  2. ภาวะถุงน้ำคร่ำแตกก่อนการเจ็บครรภ์คลอดที่การตั้งครรภ์ยังไม่ครบกำหนด
  3. ภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด

คลอดก่อนกำหนด

ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่มีผลทำให้เกิดภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด มีดังนี้

  • มีประวัติการคลอดก่อนกำหนด
  • มีประวัติการแท้งลูก
  • ตั้งครรภ์แฝด หรือมีจำนวนบุตรในครรภ์มากกว่า 1 คน
  • ตั้งครรภ์ตอนอายุต่ำกว่า 18 ปีหรือมากกว่า 40 ปี ขึ้นไป
  • มีเลือดออกที่ช่องคลอดระหว่างตั้งครรภ์
  • ได้รับการดูแลในช่วงก่อนการคลอดน้อยเกินไปหรือไม่เคยฝากครรภ์
  • ระยะการตั้งครรภ์จากบุตรคนที่ผ่านมาน้อยกว่า 6 เดือน
  • มีการใช้ยาคุมกำเนิดที่มีส่วนประกอบของ Diethylstilbestrol ระหว่างตั้งครรภ์
  • มีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ก่อนหรือในช่วงการตั้งครรภ์
  • เกิดการตั้งครรภ์ในระหว่างที่ใช้ห่วงอนามัย
  • มีการสูบบุหรี่หรือใช้ยาเสพติด
  • ความเครียด ยกของหนัก หรือได้รับบาดเจ็บในระหว่างตั้งครรภ์

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ เมื่อไรหมอถึงจะใช้ ยายับยั้งการคลอด

สูติบัตรลูกหาย

แม่ควรรู้! ทำอย่างไรเมื่อ สูติบัตรลูกหาย

งานเข้าแน่นอน! เมื่อจู่ ๆ สูติบัตรลูกหาย ขึ้นมา! … งานนี้แม่ ๆ ต้องทำอย่างไร ติดต่อที่ไหน ใช้เอกสารใดบ้าง ที่นี่มีคำตอบ!

 

 

สูติบัตร หรือใบเกิด คือเอกสารสำคัญที่นายทะเบียนออกให้เป็นหลักฐานแสดงถึงสัญชาติ วัน เดือน ปี เวลาสถานที่เกิด และชื่อบิดามารดาของบุคคลนั้น ๆ หรือเรียกง่าย ๆ แบบภาษาชาวบ้านว่า ใบเกิด หรือหนังสือรับรองการเกิด นั่นเอง

ซึ่งวิธีการแจ้งเกิดนั้น คุณพ่อคุณแม่จะต้องแจ้งเกิดภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ลูกลืมตาดูโลกค่ะ เอกสารที่จะต้องเตรียมไปด้วยนั้นก็ได้แก่

  • สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (กรณีที่มีคัดลอกไว้หลายเล่ม)
  • บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง
  • หนังสือรับรองการเกิดจากทางโรงพยาบาล (ถ้ามี)

ขั้นตอนการติดต่อจะเป็นอย่างไร ถ้าหากไม่ได้แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนดจะทำได้หรือไม่ แล้วจะต้องติดต่อที่ไหนถ้าหากเกิดทำ สูติบัตรลูกหาย ขึ้น อยากรู้กันแล้วใช่ไหมละคะ ดังนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปค้นหาคำตอบนั้นพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

มารยาทบนโต๊ะอาหาร ภาษาอังกฤษ

มารยาทบนโต๊ะอาหาร ภาษาอังกฤษ ต้องพูดและสอนลูกยังไงบ้าง?

มารยาทบนโต๊ะอาหาร เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยสอนลูกอยู่เสมอ แต่ถ้าจะพูดหรือสอนลูกเกี่ยวกับ มารยาทบนโต๊ะอาหาร ภาษาอังกฤษ ต้องสอนอะไรบ้าง? หรือมีประโยคใดบ้าง ตามมาดู อ.คริส สอนกันเลยค่ะ

หากคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกเป็นเด็กสองภาษา อยาก สอนภาษาอังกฤษให้ลูก อยากให้ลูกพูดภาษาอังกฤษเก่งๆ เรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณพ่อคุณแม่อีกต่อไปค่ะ เพราะทีมงาน Amarin baby & Kids มีตัวช่วยดีๆมาช่วยคุณแม่แล้ว กับ รายการ Kids Talk ในช่วง Daddy Talks โดยอาจารย์คริส คริสโตเฟอร์ ไรท์ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษชื่อดัง ที่ตอนนี้เป็นคุณพ่อลูก 2 อีกด้วย  ซึ่ง อ.คริส จะมาช่วยคุณพ่อคุณแม่ สอนลูกพูดภาษาอังกฤษ ให้เก่งๆ กันทั้งครอบครัว

มารยาทบนโต๊ะอาหาร ภาษาอังกฤษ ต้องสอนอะไรบ้าง?

สำหรับเรื่อง มารยาทบนโต๊ะอาหาร คือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนสามารถสอนลูกได้ตั้งแต่เล็ก ๆ เพื่อที่จะได้พาลูกเข้าสังคมได้อย่างไม่ต้องอายใคร

มาราลี แมกกี ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกมารยาทบนโต๊ะอาหาร จากศูนย์ให้คำปรึกษาเรื่องบุคลิกภาพ เมืองวินเทอร์พาร์ก สหรัฐอเมริกาให้ความเห็นว่า… เด็กวัยตั้งแต่ 5 ขวบขึ้นไป สามารถบังคับกล้ามเนื้อมัดเล็กให้หยิบจับช้อนส้อมเพื่อตักอาหารส่งเข้าปากเองได้อย่างถนัดมือแล้ว นั่นแปลว่า ลูกจะเริ่มทานข้าวอย่างเป็นระเบียบไม่เลอะเทอะเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม บางครั้งก็อาจจะมีพฤติกรรมบางอย่างหลงเหลืออยู่ให้คุณพ่อคุณแม่ได้กลุ้มใจเล็กน้อยบ้าง ไม่ว่าจะเป็น การเคี้ยวอาหารเสียงดัง หรือพูดขณะที่อาหารเต็มปาก ทั้งนี้การให้ลูกเคยชินเรื่องมารยาทตั้งแต่โต๊ะอาหาร ที่บ้านควรมี “มื้ออาหารของครอบครัว” ที่สมาชิกทุกคนในบ้านจะมานั่งโต๊ะพร้อมหน้ากินอาหารร่วมกัน ลูกก็ได้เรียนรู้ว่าต้องตักข้าวก่อน ใช้ช้อนกลางตักอาหาร และเมื่อไปร่วมโต๊ะกับญาติผู้ใหญ่ ลูกควรจะได้รู้ว่าคุณตาคุณยายจะได้รับเกียรติเป็นคนแรกที่ตักอาหารให้ เป็นต้น

…ว่าแต่ มารยาทบนโต๊ะอาหาร ภาษาอังกฤษ ต้องพูดยังไง และสอนอะไรให้ลูกบ้าง? ตามมาดู อ.คริส กับน้องวิน ได้ ในรายการ Kids Talk ในช่วง Daddy Talks ตอน ฝึกมารยาทบนโต๊ะอาหาร

มารยาทบนโต๊ะอาหาร ภาษาอังกฤษ

มารยาทบนโต๊ะอาหาร ภาษาอังกฤษ มารยาทบนโต๊ะอาหาร ภาษาอังกฤษ มารยาทบนโต๊ะอาหาร ภาษาอังกฤษ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชมคลิป มารยาทบนโต๊ะอาหาร ภาษาอังกฤษ ต้องพูดยังไง ได้ด้านล่างนี้เลย ⇓

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ คำศัพท์ และ ประโยค ที่เกี่ยวกับ มารยาทบนโต๊ะอาหาร ภาษาอังกฤษ ที่อ. คริส ได้แนะนำสอนมาข้างต้น เมื่อรู้แล้วคุณพ่อคุณแม่ ก็สามารถดูเป็นแบบอย่าง และนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ เพื่อลูกน้อยของเราจะได้ทักษะการพูดภาษาอังกฤษ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

⇒ ชมคลิปอื่นๆของรายการ Kids Talk :

♥ ช่วง Daddy Talks

 

ช่วง Chinese talk

 

ช่วง Exclusive Interview

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

คนท้องมีตกขาวไหม

คนท้องมีตกขาวไหม ตกขาวแบบไหนเรียกว่าผิดปกติ?

ตกขาว เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงทุกคนทราบกันดี แต่เมื่อตั้งครรภ์แล้ว มักจะกังวลว่าอาการตกขาวที่เป็นอยู่นั้น เป็นเรื่องปกติของหญิงตั้งครรภ์หรือไม่ คนท้องมีตกขาวไหม หากมีตกขาวแล้วส่งผลไปถึงลูกในครรภ์ได้อย่างไร

คนท้องมีตกขาวไหม ตกขาวแบบไหนเรียกว่าผิดปกติ?

ตกขาวคืออะไร?

ตกขาว คือ อาการที่มีเมือกเหลวไหลออกมาจากช่องคลอดของผู้หญิงโดยไม่ใช่เลือดประจำเดือน เมือกนี้ถูกขับออกจากปากมดลูกมายังช่องคลอด เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้บริเวณช่องคลอดและช่วยป้องกันการติดเชื้อภายในช่องคลอด โดยตกขาวปกติจะมีสีขาวหรือใส และไม่มีกลิ่นเหม็น ส่วนตกขาวที่มีสีเทา สีเขียว สีเหลือง สีชมพู หรือมีเลือดปน และส่งกลิ่นเหม็นคล้ายเนื้อเน่า จะเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นภายใน

ตกขาวตอนท้อง

คนท้องมีตกขาวไหม

คนท้องมีตกขาวไหม คำตอบคือคนท้องก็มีตกขาวได้ค่ะ เป็นเรื่องปกติ ซึ่งในความเป็นจริง การมีตกขาวเป็นเรื่องปกติของผู้หญิงทุกคนอยู่แล้ว เนื่องจากในบริเวณช่องคลอดและปากมดลูก จำเป็นต้องสร้างสารคัดหลั่งเพื่อหล่อเลี้ยงและหล่อลื่นช่องคลอดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสารคัดหลั่งเหล่านี้แหละค่ะ คือตกขาวที่ปกติ ในช่วงที่ยังไม่ตั้งท้อง หากลองสังเกตดูดี ๆ ลักษณะและปริมาณของตกขาวนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปตามรอบเดือน โดยช่วงไข่ตก (หรือช่วงกลางของรอบการมีประจำเดือน) ตกขาวจะเป็นมูกใส เหนียว ยืดได้ดี และมีปริมาณมากขึ้นกว่าในช่วงอื่น ๆ  ซึ่งเป็นผลจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง สำหรับช่วงที่ตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงมาก ฮอร์โมนเพศหญิงหรือฮอร์โมนเอสโตรเจนจะสูงขึ้นกว่าปกติ นอกจากนี้ ในช่วงตั้งครรภ์ เลือดจะไปหล่อเลี้ยงบริเวณช่องคลอดมากขึ้น จึงส่งผลให้ลักษณะและปริมาณของตกขาวในช่วงนี้มีมากกว่าเดิมนั่นเอง ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า คนท้องมีตกขาวไหม คำตอบคือมีได้ และจะมีมากกว่าเดิมจากที่เคยมีก่อนตั้งครรภ์ ถือเป็นเรื่องปกติค่ะ

แต่ไม่ได้หมายความว่าการที่คนท้องมีตกขาว ไม่ว่าตกขาวจะเป็นอย่างไร มีลักษณะใด ก็ถือเป็นเรื่องปกตินะคะ เพราะตกขาวขณะตั้งครรภ์ในบางรายที่มีอาการผิดปกติร่วมด้วย เช่น คันบริเวณช่องคลอด หรือมีปัสสาวะแสบขัดร่วมด้วย หรือตกขาวมีสีและกลิ่นที่ผิดไปจากเดิม เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้อาจหมายถึง การอักเสบติดเชื้อของบริเวณช่องคลอดหรือปากมดลูกได้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ คนท้องมีตกขาวไหม ดูอย่างไรว่าตกขาวแบบไหนปกติ แบบไหนผิดปกติ

พ่อแม่ต้องรู้หาก ลูกคลอดก่อนกำหนด กับ 13 ความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบกับร่างกายลูก

พ่อแม่ต้องรู้หาก ลูกคลอดก่อนกำหนด กับ 13 ความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบกับร่างกายลูก

 

 

ปกติแล้วเวลาที่คุณแม่ไปฝากครรภ์นั้น คุณหมอจะช่วยทำการคาดคะเนวันคลอด หรือวันกำหนดคลอดให้กับคุณแม่อยู่แล้ว ซึ่งอายุครรภ์โดยทั่วไปนั้นจะอยู่ที่ 40 สัปดาห์หรือ 280 วัน ซึ่งวิธีการนับนั้น คุณหมอจะนับจากวันแรกที่ประจำเดือนมาคร้ังสุดท้าย แล้วบอกไปอีก 280 วันค่ะ แต่ถ้าหากคุณแม่เกิดคลอดลูกโดยมีอายุครรภ์ต่ำกว่า 37 สัปดาห์จะ หรือ 259 วันจะถือว่าเป็นการคลอดก่อนกำหนดนั่นเอง

องค์การอนามัยโลกได้ให้คำจำกัดความของคำว่า คลอดก่อนกำหนด หรือการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดว่าหมายถึง การที่ทารกคลอดก่อนกำหนดอายุครรภ์น้อยกว่า 37 สัปดาห์ หรือ 259 วัน โดยให้เริ่มนับจากวันแรกของวันที่มีประจำเดือนครั้งสุดท้าย

ซึ่งการคลอดก่อนกำหนดนั้นถือเป็นปัญหาทางการแพทย์ที่สำคัญอย่างหนึ่ง ที่พยายามหาทางป้องกันอยู่ โดยโรงพยาบาลศิริราชได้เปิดเผยว่า พบอัตราการคลอดก่อนกำหนดในประเทศไทยสูงถึง 12.9 เปอร์เซ็นต์ และพบว่าทารกที่คลอดก่อนกำหนดนั้นมีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 2,500 กรัม ซึ่งถือว่าตัวเล็กเป็นอย่างมาก เนื่องจากอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ และนี่คืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายของลูกเมื่อ ลูกคลอดก่อนกำหนด

ลูกเป็นมือเท้าปาก

4 ข้อ พ่อแม่ต้องรู้ เมื่อ ลูกเป็นมือเท้าปาก โดย พ่อเอก

หนึ่งในเรื่องที่ทำคุณพ่อคุณแม่ทุกครอบครัวปวดหัว ตุบตุบ คือ #โรคระบาดในเด็ก และช่วงนี้ โรคที่กำลังระบาด คือ #โรคมือเท้าปาก ส่วนข้อความที่สามารถเพิ่มระดับความปวดหัวให้คุณพ่อคุณแม่เป็นเท่าตัว คือ “คุณพ่อคุณแม่คะ ที่โรงเรียนมีเด็กป่วยเป็นโรคมือเท้าปากค่ะ” เพราะนั่นหมายถึง การหยุดเรียนของลูกและต่อมาด้วยการหยุดงานของคุณพ่อหรือคุณแม่ เพราะคุณพ่อหรือคุณแม่ต้องผลัดกันหาเวลามาดูแลลูก จากประสบการณ์ลูกเล็ก 2 คน ระดับ #เนอร์สเซอรี และ #อนุบาล จึงขอนำประสบการณ์มาแบ่งปันถึงสิ่งที่ ควรทำ และ ไม่ควรทำ ถ้ารู้ว่า ลูกเป็นมือเท้าปาก

 

ถ้ารู้ว่า ลูกเป็นมือเท้าปาก เราควรหรือไม่ควรทำอะไรบ้าง

  • ลูกเป็นมือเท้าปาก ควรให้ลูกหยุดเรียนทันที เพราะการให้เหตุผลว่า ‘คุณพ่อคุณแม่ทำงานประจำไม่สามารถลางานได้ เพราะที่บ้านไม่มีใครดูแลลูก จึงไม่ให้ลูกหยุดเรียน’ ไม่ควรถูกหยิบยกขึ้นมา เพราะหากคุณไม่ให้ลูกหยุด นั่นหมายถึงคุณอาจจะทำให้ครอบครัวอื่น ต้องเดือดร้อนแทนอีกหลายครอบครัว

 

  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมในที่สาธารณะ โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีเด็กเยอะๆ เช่น การไปเที่ยวสวนสนุก สวนสัตว์ สนามเด็กเล่น สระว่ายน้ำ เป็นต้น แม้จะเสียเงินค่าบัตร ค่าจองไปแล้ว แต่เราควรรับผิดชอบต่อส่วนรวมมากกว่าเห็นแก่ประโยชน์ของตัวเอง
พาลูกไปยิม
การสัมผัสของเล่น ของใช้ร่วมกัน ก็อาจทำให้เด็กคนอื่นๆ ติดเชื้อมือเท้าปากได้
  • นั่นรวมถึงควรเว้นการไปเรียนพิเศษด้วย ไม่ว่ามันจะใกล้สอบขนาดไหน เพราะจะคล้ายกับเหตุผลในข้อข้างบนว่า หากเราไม่ยอมให้ลูกหยุด เพราะกลัวลูกติวไม่ทันเพื่อน นั่นหมายถึงคุณอาจจะทำให้เด็กหลายๆ คนต้องป่วยตามไปด้วย และปัญหาครอบครัวอื่นอาจจะรุนแรงกว่า

 

  • แจ้งทางโรงเรียนให้ทราบว่า ลูกเป็นมือเท้าปาก รวมไปถึงใน Line กลุ่มผู้ปกครอง เพื่อทำให้เกิดการระวังป้องกันหากเพื่อนๆ ที่ได้เล่นกับลูกเราจะได้ไปตรวจ เพราะอาจจะเป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง คือ เด็กอื่นอาจจะติดไปจากลูกเรา หรือ เด็กอื่นอาจจะเป็นผู้ผ่านเชื้อมาให้ลูกเราในตอนที่เขายังไม่แสดงอาการ

อ่านต่อ>> วิธีป้องกันมือเท้าปาก ไม่ให้พี่น้องติดกัน >> คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

คนท้องมือชา

คนท้องมือชา เท้าชา เกิดจากอะไร? มีวิธีรักษาอย่างไร?

คนท้องมือชา เป็นอาการที่พบได้ในหญิงตั้งครรภ์ เมื่อมีอาการแล้วมักจะทำให้แม่ท้องกังวลว่าจะเกิดอันตรายหรือไม่ เป็นอาการเริ่มต้นของโรคที่ร้ายแรงอื่น ๆ หรือไม่ และจะมีวิธีรักษาอย่างไร?

คนท้องมือชา เท้าชา เกิดจากอะไร? มีวิธีรักษาอย่างไร?

อาการมือชา เหน็บชา เป็นอย่างไร

  • อาการชา คือ อาการที่อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งไม่สามารถรับความรู้สึกได้อย่างครบถ้วน หรือทำให้ความรู้สึกต่อการสัมผัสบางอย่างเสียไปชั่วขณะ เช่น การชาต่อความรู้สึกเจ็บ ชาต่อความรู้สึกสัมผัส ชาต่อความร้อนความเย็น หรือชาจนไม่รู้สึกอะไรเลย
  • อาการเหน็บ คือ อาการเจ็บป่วยที่มีลักษณะเหมือนหรือคล้ายกับอาการที่นั่งทับขาตนเองเป็นเวลานาน ๆ เช่น การนั่งพับเพียบเป็นเวลานาน ทำให้เท้าที่ถูกพับและถูกทับเป็นเวลานานเกิดอาการเจ็บปวดและชา จนบางครั้งอาจอ่อนแรงจนเหยียดขาไม่ออกและลุกขึ้นไม่ได้

ซึ่งทั้งสองอาการนี้อาจเกิดขึ้นแบบเดี่ยว ๆ เป็นอาการเหน็บหรืออาการชา หรืออาจเกิดขึ้นร่วมกันเป็น “อาการเหน็บชา” ก็ได้ (ส่วนอาการ “ซู่” หรือ “ซู่ซ่า” ที่ปรากฏเมื่อเวลาขนลุกนั้นไม่ถือว่าเป็นอาการเหน็บชา นอกจากว่าจะมีอาการเหน็บชาเกิดขึ้นร่วมด้วย)

คนท้องมือชา เท้าชา มีสาเหตุมาจากอะไร?

อาการมือชาเท้าชาในคนท้องเกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุได้แก่

  • การขาดวิตามินบี 1 หรือ ไธอามีน (Thiamine Deficiency) โดยปกติแล้วร่างกายคนเราจะไม่สามารถสังเคราะห์วิตามินชนิดนี้ได้เอง จะต้องได้รับจากการทานอาหารหรืออาหารเสริมที่มีวิตามินนี้ ซึ่งวิตามินบี 1 มีส่วนช่วยในการเร่งกระบวนการเผาผลาญอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเพื่อให้ได้น้ำตาลกลูโคส ซึ่งร่างกายต้องนำไปใช้ในการทำงาน การเจริญเติบโตและการเหนี่ยวนำของกระแสประสาทในร่างกาย ทำให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ ในแม่ท้องและแม่ที่ให้นมบุตร ซึ่งอยู่ในช่วงที่ร่างกายต้องการการเผาผลาญอาหารเพิ่มขึ้น จึงต้องการวิตามินบี 1 สูงขึ้นด้วย
  • เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนขณะตั้งครรภ์ เนื่องจากขณะตั้งครรภ์ร่างกายจะได้รับอิทธิพลของฮอร์โมนต่างๆ ทำให้มีการสะสมของน้ำในร่างกายจำนวนมากโดยเฉพาะในเดือนที่ 7 และ 8 ของการตั้งครรภ์ จะมีน้ำในร่างกายสูงสุดทำให้เนื้อเยื่อบวมน้ำเพิ่มขึ้น จนช่องหรืออุโมงค์ที่ข้อมือแคบลง ทำให้เส้นประสาทที่ไปเลี้ยงบริเวณมือถูกกดทับ จากเนื้อเยื่อที่บวมจนรู้สึกชาที่บริเวณปลายนิ้วได้

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ คนท้องมือชา อันตรายหรือไม่?

เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ เพียว แนชเชอรัล

“เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ เพียว แนชเชอรัล” เพราะดีกว่าเดิม แม่จึงไม่เปลี่ยนใจให้ลูกรักใช้

เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ เพียว แนชเชอรัล สูตรใหม่ดีกว่าเดิม ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ 100% เหมาะที่จะใช้ดูแลผิวบอบบางของลูกน้อย อยากรู้ไหมคะว่าสูตรใหม่ดีกว่าเดิมของสบู่เหลวอาบน้ำเด็กเบบี้มายด์ เขามีดีอะไร ทำไมแม่ถึงไม่เปลี่ยนใจ และให้ลูกใช้มาตลอด…

 

เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ เพียว แนชเชอรัล สูตรใหม่ มีจมูกข้าวสาลีคูณ 2 เปี่ยมด้วยวิตามินอีช่วยปกป้องลูกน้อยกันแบบคูณ 2 ไปเลย

วันนี้แม่ได้สบู่เหลว เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ เพียว แนชเชอรัล สูตรใหม่ มาค่ะ ซึ่งขอบอกว่าจากสูตรเดิมที่ดี อยู่แล้ว มาเป็นสูตรใหม่ที่ดียิ่งกว่าเดิม เพราะเพิ่มจมูกข้าวสาลีถึง 2 เท่า !!! แม่นี่เลิฟมากเพราะถึงช่วงเวลาอาบน้ำทีไรเจ้าตัวเล็กแฮปปี้มาก อารมณ์ดีไม่มีงอแงกับการอาบน้ำเลยค่ะ สบู่เหลว เบบี้มายด์สูตรใหม่ดี ขนาดนี้ แม่จะพาไปดูว่าทำไมถึงอยากแนะนำให้ครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ ขึ้นไปได้ใช้กันค่ะ

เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ เพียว แนชเชอรัล

สำหรับ Babi Mild Ultra Mild Pure Natural มีส่วนผสมจากธรรมชาติ100%  จึงอ่อนโยนมาก กับผิวบอบบางของทารก สามารถใช้ได้ทั้งอาบและสระผม โดยไม่ระคายเคืองตา สามารถทำความสะอาดผิวลูกน้อยได้อย่างปลอดภัย

ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่าไม่ก่อให้เกิดการแพ้

เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ เพียว แนชเชอรัล

โดยเฉพาะพ่อแม่มือใหม่ที่มีลูกคนแรก  ทุกอย่างที่เลือกใช้กับผิวลูกน้อยจะต้องใส่ใจเป็นพิเศษในส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เพราะผิวของเด็กแรกเกิดนั้นไม่แข็งแรงเหมือนกับผิวของผู้ใหญ่  จึงง่ายต่อการระคายเคืองผิว และเกิดผื่นแพ้ขึ้นได้ค่ะ

Babi Mild Ultra Mild Pure Natural พัฒนาสูตรใหม่ ที่ดีขึ้นกว่าเดิม มีเอสเซ้นท์จากจมูกข้าวสาลีเข้มข้นถึง 2 เท่า เปี่ยมด้วยวิตามินอี และกรดไขมันจำเป็น จึงปกป้องผิวลูกได้ดี  และผ่านการทดสอบ ไฮโปอัลเลอร์เจนิก ภายใต้การควบคุมของแพทย์ผิวหนัง ปลอดภัยสามารถใช้ได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิด หมดกังวลเรื่องผิวแพ้ง่ายของลูกไปได้เลยค่ะ และนี่คือส่วนผสมจากธรรมชาติ ที่อยู่ในสบู่เหลว เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ เพียว แนชเชอรัล เฮด แอนด์ บอดี้ เบบี้บาธ  ฟองแน่นละเอียด หนานุ่ม ล้างออกง่าย มีกลิ่นหอมอ่อนๆ พร้อมเอสเซ้นท์จากจมูกข้าวสาลีคูณ 2 มั่นใจได้กับส่วนผสมจากธรรมชาติที่จะช่วยปกป้องผิวลูกน้อยได้ดีที่สุด เพราะ

  • อุดมไปด้วยวิตามินอีเข้มข้น และกรดไขมัน จำเป็นที่มีอยู่มากในจมูกข้าวสาลี
  • บำรุงผิวให้แข็งแรง พร้อมเสริมภูมิต้านทาน และป้องกันการสูญเสียน้ำออกจากผิว
  • สูตรอ่อนโยนที่สุด จึงไม่ระคายเคืองตา
  • ผ่านการทดสอบ ไฮโปอัลเลอร์เจนิก ภายใต้การควบคุมของแพทย์ผิวหนัง ปลอดภัยต่อผิวทารก
  • PH Balance 5.5
  • ปราศจากแอลกอฮอล์ พาราเบน สารทำความสะอาด ซิลิโคนและการเจือสี ไม่มี SLS

เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ เพียว แนชเชอรัล

คุณสมบัติดีขนาดนี้ ก็ชนะใจแม่ๆ อย่างเราแล้วค่ะ เพราะมั่นใจว่า สบู่เหลวอาบน้ำ เบบี้มายด์สูตรใหม่ดีกว่าเดิม จะช่วยดูแลและทำความสะอาดผิวลูกอย่างอ่อนโยน ไม่ก่อให้เกิดผื่นแพ้ ระคายเคืองขึ้นแน่นอน นอกจากช่วยปกป้องผิวลูกน้อยให้ แข็งแรงยิ่งขึ้นแล้วยังช่วยบำรุงผิวให้ นุ่ม ชุ่มชื่น สุขภาพดีอยู่ตลอดเวลาด้วยนะคะ ลืมบอกไปว่านอกจากสูตรใหม่ที่ดีกว่าเดิม เบบี้มายด์สบู่เหลวยังมาในขวดโฉมใหม่ อ่านง่ายขึ้น  น่าใช้ มากๆ เลย

เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ เพียว แนชเชอรัล

นอกจาก เบบี้มายด์สบู่เหลวอาบน้ำ-สระผม แล้วในสูตรใหม่ดีกว่าเดิมของ อัลตร้ามายด์ เพียว แนชเชอรัล ก็ยังมีผลิตภัณฑ์ดูแลบำรุงผิวสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ครบเซ็ทเลย ทั้งแป้งเด็กเนื้อเนียนละเอียด สีขาวขึ้น ฝุ่นไม่ฟุ้ง กระจาย ช่วยลดผดผื่น , มีเบบี้ ออยล์ที่ทาแล้วซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว บางเบา ไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะ ไม่ทิ้ง คราบมัน  พร้อมทั้งโลชั่น และครีมบำรุงผิวอีกด้วย ครบเซ็ทขนาดนี้  ถูกใจคนเป็นแม่ยิ่งนัก แล้วแบบนี้จะให้เปลี่ยนใจไม่ใช้เบบี้มายด์กัน ได้ยังไงใช่ไหมล่ะคะ…

เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ เพียว แนชเชอรัล

เอาเป็นว่าเราอยากให้ทุกครอบครัวที่มีลูกได้ใช้ของดีมีคุณภาพอย่าง Babi Mild Ultra Mild Pure Natural ที่เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ สูตรใหม่ที่ดีกว่าเดิม สามารถไปซื้อมาใช้กันได้ที่ห้าง สรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป และสะดวกยิ่งกว่าเดิม เพราะสั่งซื้อออนไลน์พร้อมโปรโมชั่นมากมาย ได้แล้วที่  Babi Mild Official Store ที่ LAZADA  และ Shopee   

ว้าว ว้าว แบบนี้รอช้าไม่ได้แล้วนะคะ

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติข้าวสาลี อ่านได้ที่  http://bit.ly/2uiz2K5

เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ เพียว แนชเชอรัล

แสดงแบบ : แม่กิ๊ฟ พันธกานต์ สินพัฒนานนท์ น้องอลิซ อลิชา บาลมงคล

เจ็บท้องใกล้คลอด

8 อาการที่ทรมานกว่าตอน เจ็บท้องใกล้คลอด

หากคุณคิดว่าการ เจ็บท้องใกล้คลอด นั้นทุกข์ทรมานที่สุดแล้ว … อยากให้ลองดู 8 อาการเหล่านี้ก่อน แท้จริงแล้วอาจเจ็บปวดยิ่งกว่า

 

 

หลายคนคิดว่าการ เจ็บท้องใกล้คลอด คืออาการเจ็บปวดที่ทรมานที่สุด เพราะต้องกินเวลาความเจ็บปวดนานหลายชั่วโมงกว่าที่ลูกจะคลอดออกมา … แต่เชื่อหรือไม่คะว่า จากการสอบถามคุณแม่ที่ผ่านความเจ็บปวดนั้นมาแล้ว หลายท่านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า จริง ๆ แล้วอาการปวดจากการ เจ็บท้องใกล้คลอด นั้นยังเจ็บปวดน้อยกว่า หากเทียบกับ 8 อาการนี้!!

เจ็บท้องใกล้คลอด อาจไม่ทรมานเท่า 8 อาการนี้!

ปวดหัวไมเกรน 

โรคเมเกรน หรือ Migraine นั้นเป็นโรคฮอตโรคฮิตเป็นอย่างมากของหนุ่มสาววัยทำงานที่ต้องเผชิญกับความเครียดสูง  โดยปกติแล้วเราจะพบว่าโรคนี้มักเกิดขึ้นกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 2-3 เท่า และเริ่มปรากฎอาการปวดหัวไมเกรน เป็นครั้งแรกตอนช่วงวัยรุ่นถึงวัยกลางคน

อาการของโรค: อาการแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกันค่ะ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ด้วยกันคือ ไมเกรนที่ไม่มีอาการเตือน กับไมเกรนที่มีอาการเตือน ซึ่งอาการเหล่านี้สร้างความเจ็บปวดทุกทรมานให้กับผู้ป่วยเป็นอย่างมาก ผิดกับอาการ เจ็บท้องใกล้คลอด ที่ถึงแม้ว่าจะปวดทรมานแต่ก็ไม่ได้เป็นกันบ่อย ๆ เหมือนกันการปวดหัวไมเกรน

ซึ่งวิธีการรักษาโรคไมเกรนทำได้แค่เพียงการใช้ยารักษาและป้องกันเท่านั้น แต่ถ้าหากผู้ป่วยทราบถึงปัจจัยที่จะเป็นตัวกระตุ้นอาการของตนให้กำเริบได้นั้น ก็สามารถช่วยป้องกันอาการไม่ให้กำเริบได้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ การหันมาออกกำลังกาย เล่นโยคะ นั่งสมาธิ รวมถึงการเลือกรับประทานอาหารก็มีส่วนในการป้องกันการเกิดโรคได้ดีอีกด้วย