น้ำมันพืช

น้ำมันพืช น้ำมันหมู แบบไหนเหมาะกับเมนู ผัด-ทอด ที่สุด

ก่อนทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเมนูผัดหรือทอด คุณแม่เคยสงสัยไหมคะว่าระหว่าง น้ำมันพืช กับ น้ำมันหมู ชนิดไหนหรือแบบไหน เหมาะกับการใช้ผัด ใช้ทอด ดีกว่ากัน แม่ฮันน่าห์มีคำตอบมาฝากค่ะ

น้ำมันพืช vs น้ำมันหมู
เลือกน้ำมันทำอาหาร แบบไหนดีกว่ากัน

ในท้องตลาดมี น้ำมัน สำหรับทำอาหาร ให้คุณแม่เลือกซื้อมากมาย หลากหลายแบบ หลายชนิด ทั้งนี้ในการทำอาหารให้ลูกน้อย น้ำมัน จัดอยู่ในหมวดของไขมันที่เป็นแหล่งพลังงานและยังมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย และถึงแม้ว่า น้ำมัน จะมีความสำคัญต่อร่างกาย แต่หากลูกน้อย หรือตัวคุณพ่อคุณแม่เองรับประทานมากจนเกินไป หรือเลือกใช้น้ำมันมาทำอาหารไม่ถูกวิธีการ ก็อาจเกิดผลเสียและก่อให้เกิดโรคกับร่างกายได้

ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณแม่ ควรศึกษาหาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบและเลือกชนิดน้ำมันก่อน นำมาปรุงอาหารให้ลูกน้อยได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

น้ำมันชนิดต่างๆ

สำหรับชนิดของ น้ำมัน สำหรับปรุงอาหาร จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ที่เรารู้จัก ได้แก่ น้ำมันพืช และ น้ำมันที่มาจากไขมันสัตว์ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเข้าใจผิดคิดว่า น้ำมันจากพืช ต่างจากน้ำมันหมูหรือน้ำมันสัตว์ ตรงที่ให้พลังงานน้อยกว่าน้ำมันสัตว์ ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด เพราะความจริงแล้วไม่ว่า น้ำมันพืช หรือน้ำมันสัตว์ ก็จะให้พลังงานต่อหน่วยน้ำหนัก เท่ากัน คือ 1 กรัม จะให้พลังงานเท่ากับ 9 kcal ดังนั้นความเชื่อที่ว่ากินน้ำมันพืชแล้วไม่อ้วน จึงไม่เป็นความจริง เพราะไม่ว่าน้ำมันอะไร หากกินมากเกินก็ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้เหมือนกัน

และเมื่อทราบแล้วว่าความอ้วนนั้นไม่ได้เกี่ยวของกับประเภทของน้ำมัน แต่ชนิดของน้ำมัน ก็มีส่วนสำคัญในเรื่องของการเลือกใช้ทำอาหารที่ต้องเหมาะสมกับเมนูแต่ละแบบด้วย ซึ่งถ้าคุณแม่ต้องการจะผัด หรือทอด เพื่อทำอาหารให้ลูกน้อยกิน แท้จริงแล้วน้ำมันชนิดไหน แบบใด เหมาะกับการทำเมนูอะไรบ้าง แม่ฮันน่าห์มีคำตอบมาฝากค่ะ

ซึ่งในครั้งนี้แม่ฮันน่าห์ได้เปิดห้องแลปทดลอง น้ำมันทำอาหารแบบต่างๆ เพื่อดูว่าชนิดไหนเหมาะที่จะทำมา ผัด หรือ ชนิดไหนเหมาะที่จะนำมาทอด มากที่สุด เพื่อไม่ให้คุณแม่ใช้น้ำมันผิดประเภท และน้ำมันที่แม่ฮันน่าห์นำมาทดลองให้ดู มีด้วยกัน 10 ชนิด คือ

  • น้ำมันจากสัตว์ ได้แก่ น้ำมันหมู

  • และ น้ำมันพืช ได้แก่ น้ำมันมะกอก, น้ำมันมะพร้าว, น้ำมันถั่วเหลือง, น้ำมันปาล์ม, น้ำมันคาโนลา, น้ำมันรำข้าว, น้ำมันข้าวโพด, น้ำมันทานตะวัน, น้ำมันงา

น้ํามันประกอบอาหาร ดีที่สุด
น้ํามันพืช vs น้ำมันหมู

อ่านต่อ “ทดลองน้ำมันพืชกับน้ำมันหมู
แบบไหนเหมาะกับเมนู ผัด-ทอด ที่สุด” คลิกหน้า
2

โรคติดเกม

หมอชี้! โรคติดเกม ถือเป็นโรคทางจิตอย่างหนึ่ง

หมอเผย! โรคติดเกม ถูกลงทะเบียนให้กลายเป็นหนึ่งในอาการผิดปกติทางจิตแบบเป็นทางการแล้ว!

 

 

โรคติดเกม โรคยอดฮิตโรคใหม่ที่ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็พาติดกันงอมแงม โรคที่ยังไม่มียารักษา เป็นแล้วน่าเป็นห่วง แถมพบเห็นได้ทั่วไป ล่าสุดถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ระบุขึ้นทะเบียนว่า อาการติดเกม กลายเป็นหนึ่งในอาการผิดปกติทางจิตแบบเป็นทางการแล้ว!!

Dr. Shekhar Saxena ผู้ดูแลฝ่ายสุขภาพจิตและสารเสพติดขององค์การอนามัยโลกได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่าอย่างไรนั้น ติดตามอ่านต่อ พร้อมกับวิธีการป้องกันในเบื้องต้นได้ที่หน้าถัดไปเลยค่ะ

ประโยชน์ของการอาบน้ำเย็น

วิจัยเผย! ประโยชน์ของการอาบน้ำเย็น มีดีมากกว่าทำให้สบาย

ประโยชน์ของการอาบน้ำเย็น อาบแล้วสบายแถมทำสุขภาพดี … จะดีอย่างไร ค้นหาคำตอบได้ที่นี่!

 

บ้านไหนชอบอาบน้ำเย็น มากกว่าอาบน้ำอุ่นบ้างเอ่ย? ทราบหรือไม่คะว่า สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่นั้นสามารถช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน อีกทั้งได้รับประโยชน์อีกมากมาย … ดังจะเห็นได้ในหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประเทศที่อยู่แถบนอร์ดิก ที่ให้ลูก ๆ อาบน้ำเย็นกันตั้งแต่ยังเล็ก หากคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนนึกไม่ออกว่า กลุ่มประเทศนอร์ดิกนั้นได้แก่ประเทศใดบ้างละก็ ลองนึกตัวอย่างกลุ่มประเทศที่อยู่ในเขตพื้นที่หนาวเย็นอย่าง ประเทศรัสเซียดูค่ะ

ประชาชนส่วนใหญ่ของประทศนี้เข้าใจว่า ประโยชน์ของการอาบน้ำเย็นนั้นดีกับร่างกายของพวกเขา จึงไม่แปลกที่พวกเขาชอบที่จะกระโดดลงน้ำเย็นจัดทุกสัปดาห์ในช่วงฤดูหนาว โดยไม่สนใจเสียด้วยซ้ำว่าอุณหภูมินั้นจะติดลบมากขนาดไหน โดยนิตยสาร Good Health ได้รายงานว่า พวกเขารู้ว่าการทำให้ตัวเองได้สัมผัสกับความหนาวเย็นนั้นจะเป็นประโยชน์ และช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของพวกเขาดีขึ้น! เรื่องนี้จะจริงเท็จแค่ไหน เราไปดูงานวิจัยกันต่อเลยค่ะ

เด็กแรกเกิดตัวเหลือง

เด็กแรกเกิดตัวเหลือง อันตรายหรือไม่? รักษาอย่างไร?

เด็กแรกเกิดตัวเหลือง คืออะไร? ทำไมถึงอันตราย? คืออย่างนี้ค่ะ ปกติแล้วหลังจากลูกคลอดออกจากท้องแม่แล้ว คุณหมอจะทำการตรวจร่างกายของลูกว่ามีสิ่งผิดปกติอะไรหรือไม่ อาการตัวเหลืองก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณหมอจะต้องตรวจ เพราะ เด็กแรกเกิดตัวเหลือง ที่ไม่ได้รับการรักษา สารเหลืองนี้จะเข้าไปอยู่ในเนื่อเยื่อสมอง ทำให้เกิดอาการผิดปกติต่าง ๆ ได้ อันตรายมากใช่ไหมล่ะคะ เรามาทำความรู้จักกับภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิดกันดีกว่าค่ะ

เด็กแรกเกิดตัวเหลือง อันตรายหรือไม่? รักษาอย่างไร?

อะไรคือภาวะตัวเหลือง?

เด็กแรกเกิดตัวเหลือง สามารถพบได้ถึง 50% ของเด็กแรกเกิดทั้งหมด หมายถึงครึ่งนึงของเด็กแรกเกิดจะมีภาวะนี้  เด็กที่มีภาวะตัวเหลือง จะมีสารสีเหลืองที่เรียกว่า “บิลิรูบิน” ในเลือดสูงกว่าปกติ บิลิรูบินนี้เกิดจากการสลายตัวของเม็ดเลือดแดง ซึ่งเป็นภาวะปกติของร่างกายทุกคน แต่ในเด็กแรกเกิดที่ยังเจริญเติบโตไม่มากพอที่จะกำจัดสารบิลิรูบินและขับออกจากร่างกายทางอุจจาระและปัสสาวะได้ จึงส่งผลให้ผิวหนังและตาขาวของทารกมีสีเหลือง

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกตัวเหลือง?

อ่านมาถึงตรงนี้ แม่ ๆ หลายคนอาจจะกังวลใจว่าลูกเราจะตัวเหลืองไหม เพราะอาการนี้พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิดทั่วไป อย่าเพิ่งกังวลใจไปค่ะ เพราะถึงจะมีอาการตัวเหลือง ก็ไม่ได้หมายความว่าสารเหลืองจะขึ้นไปทำลายสมองได้ในทันที ปกติแล้วหลังจากคลอดได้ 1-3 วัน คุณหมอจะตรวจค่าของสารเหลืองที่มีอยู่ในร่างกายก่อนค่ะ หากมีค่าสูงเกินระดับที่ 13 คุณหมอจะรีบทำการรักษาโดยการถ่ายเลือดทันที หากค่าของสารเหลืองมีค่าเกินระดับที่ 8 คุณหมอจะรักษาโดยการส่องไฟ และหากมีค่าต่ำกว่านั้น คุณหมอจะให้กลับบ้านเพื่อปล่อยให้กลไกของร่างกายที่เมื่อเจริญเติบโตขึ้นแล้ว จะสามารถขับสารเหลืองออกมาได้เอง

ลูกตัวเหลืองส่องไฟ

แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อได้กลับบ้านแล้ว ค่าของสารเหลืองจะไม่มีทางขึ้นมาในระดับที่เป็นอันตรายได้อีกนะคะ ในวันที่ 5-7 หลังคลอด คุณหมอจะนัดมาตรวจค่าของสารเหลืองอีกครั้ง เพื่อดูว่าร่างกายได้สร้างกลไกการขับสารเหลืองได้ดีพอหรือยัง หากยังไม่ดีพอ คุณหมอก็จะดูสาเหตุว่ามีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่ เช่น ลูกได้รับน้ำนมไม่เพียงพอในการช่วยขับสารเหลือง ลูกติดเชื้อไวรัส ตับอักเสบ เป็นต้น

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ เด็กแรกเกิดตัวเหลือง มีอาการอย่างไร?

ทักษะด้านภาษา

วิจัยชี้! แค่มองตาลูกก็กระตุ้น ทักษะด้านภาษา ได้แล้ว!

อยากให้ลูกมี ทักษะด้านภาษา ที่ดี แข็งแรงตั้งแต่ยังเล็ก … วิจัยชี้! แค่พ่อแม่ทำสิ่งนี้ รับรองดีแน่!

 

 

คงไม่มีคุณพ่อคุณแม่คนไหนหรอกใช่ไหมคะ ที่ไม่อยากให้ลูกพูดได้ไว ๆ ยิ่งยุคนี้สมัยนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ถ้าพูดได้ 2 ภาษา หรือ 3 ภาษานั้นยิ่งได้เปรียบ แต่ทว่ากว่าจะถึงวันนั้นคุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านก็อาจจะยังเริ่มต้นไม่ถูก รู้เพียงอย่างเดียวว่า ตอนนี้ต้องสำรองเงินไว้เพราะเมื่อลูกโตขึ้นจะต้องให้เรียนพิเศษเยอะ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านภาษาด้วยแล้ว ยิ่งอัดภาษาได้มากเท่าไร ลูกก็จะยิ่งสามารถมี ทักษะด้านภาษา มากขึ้นเท่านั้น

แต่ในมุมกลับกันนักวิจัยชาวต่างชาติก็ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการกระตุ้นทักษะด้านภาษาของเด็กพร้อมกับเปิดเผยถึงวิธีการกระตุ้นด้วยวิธีธรรมชาติ​ ซึ่งผลการวิจัยจะเป็นอย่างไรนั้น ไปดูกันเลยค่ะ

ท้องแข็งใกล้คลอด

ท้องแข็งใกล้คลอด เป็นแบบไหน? ท้องแข็งแบบไหนอันตราย

อาการท้องแข็งเป็นอาการที่คุ้นเคยสำหรับแม่ ๆ ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ในช่วงไตรมาสที่ 3 อาการนี้เป็นการส่งสัญญาณว่ามดลูกเตรียมพร้อมสำหรับการบีบตัวเพื่อดันลูกน้อยออกจากท้อง แต่สิ่งที่น่ากังวลสำหรับแม่ท้องก็คือ อาการท้องแข็งที่เป็นอยู่นั้นอันตรายหรือไม่ หรือเป็นเพียงอาการ ท้องแข็งใกล้คลอด แบบปกติ ล้อมวงกันเข้ามาค่ะ ทีมงาน Amarin Baby & Kids จะมาแยกทีละประเด็นว่าอาการที่คุณแม่เป็นอยู่นั้น คือ ท้องแข็งใกล้คลอด หรือ ท้องแข็งแบบอันตรายกันแน่

ท้องแข็งใกล้คลอด เป็นแบบไหน? ท้องแข็งแบบไหนอันตราย

อาการท้องแข็งคืออะไร?

ท้องแข็ง คือ การหดรัดตัวของมดลูก ซึ่งการหดตัวนี้ กล้ามเนื้อมดลูกที่ทำหน้าที่หลักคือ กล้ามเนื้อมดลูกส่วนบน เป็นส่วนที่ทำให้เกิดแรงที่ทารกสามารถคลอดออกไปทางช่องคลอดได้ โดยเซลล์กล้ามเนื้อมดลูกส่วนบน จะหดสั้นเข้าหลังจากการหดรัดตัวในแต่ละครั้ง ซึ่งจะส่งผลให้ความยาวของเซลล์กล้ามเนื้อสั้นลงเรื่อยๆ และมีความหนาเพิ่มขึ้น สำหรับ กล้ามเนื้อมดลูกส่วนล่าง เมื่อมีการหดรัดตัวในแต่ละครั้ง ความยาวของเซลล์กล้ามเนื้อมดลูกจะยาวขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เมื่อขบวนการคลอดดำเนินไปกล้ามเนื้อส่วนล่างจะมีการบางตัวลง เป็นภาวะปกติที่มดลูกเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด

ท้องแข็งใกล้คลอด มีอาการแบบไหน?

อาการ ท้องแข็งใกล้คลอด จะมีอาการเจ็บ ตึง หรือ บีบรัดที่ท้อง โดยจะปวดตื้อ ๆ บริเวณหลังและท้องช่วงล่าง โดยเริ่มปวดไล่มาตั้งแต่มดลูกไล่ไปยังก้น หรือ อาจจะปวดจากก้นไล่ไปยังมดลูกส่วนบน การปวดจาก ท้องแข็งใกล้คลอด จะมีอาการดังต่อไปนี้

  • เมื่อจับบริเวณท้อง จะรู้สึกแข็งตึงไปทั่วทั้งท้อง ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งนิ่ม
  • อาการปวดจะเป็นจังหวะ หรือเป็นช่วง ๆ เช่น ปวดทุก ๆ 10 นาที และในการปวดแต่ละครั้งจะปวดนานถึงครึ่งนาทีถึง 1 นาที เป็นต้น
  • เมื่อมีการเบี่ยงเบนความสนใจโดยการเปลี่ยนท่าทาง หรือ หยุดทำกิจกรรมที่อาจทำให้ท้องแข็ง อาการท้องแข็งก็ยังไม่หาย
  • ท้องแข็งใกล้คลอด นี้จะค่อย ๆ รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยจะปวดนานขึ้น และ ถี่ขึ้นเมื่ออยู่ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนการคลอด
  • มักพบว่ามีอาการปวดร่วมกับน้ำเดินและมีมูกเลือดออกมาทางช่องคลอด

อาการท้องแข็งใกล้คลอด นั้น มักจะมีอาการต่อไปนี้เกิดขึ้นพร้อมกับอาการท้องแข็ง

  • ท้องเคลื่อนต่ำลง หรือเรียกว่าท้องลด หรือ ท้องลง เป็นเพราะทารกเริ่มมีการเคลื่อนตัวลงมาใกล้บริเวณกระดูกเชิงกรานมากขึ้น เพื่อเตรียมตัวที่จะคลอด  ในระยะนี้แม่ท้องที่จากเดิมหายใจไม่ค่อยสะดวกหรืออึดอัดแน่นท้องบ่อย ๆ ก็จะหายใจได้สะดวกขึ้น เพราะลูกเคลื่อนลงต่ำ ทำให้แรงกดที่กระบังลมลดลง
  • ปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น เพราะลูกเคลื่อนตัวมากดกระเพาะปัสสาวะ
  • อาการท้องเสียหรือถ่ายเหลว เพราะร่างกายมีการสร้างสารคล้ายฮอร์โมนที่ชื่อ โพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) เข้าสู่กระแสเลือด เพื่อเตรียมพร้อมกับการคลอด ทำให้มดลูกหดตัวและช่วยขยายปากมดลูกให้กว้างขึ้น แต่ก็กระตุ้นให้เกิดการขับถ่ายมากด้วยเช่นกัน
  • ปวดหลัง ปวดอุ้งเชิงกราน ปวดก้นกบ แม่ท้องส่วนใหญ่จะพบอาการปวดนี้ได้ถึง 1 ใน 3 ของแม่ท้องทั้งหมด เนื่องจากหลังอยู่ในลักษณะโค้งเป็นเวลานานหลายเดือน เพื่อรองรับทารกในครรภ์ และเด็กทารกอาจจะเคลื่อนตัวต่ำลงมา จนทำให้กระดูกอุ้งเชิงกรานต้องรองรับน้ำหนักมากขึ้น และฮอร์โมนที่ร่างกายแม่ท้องสร้างขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด จะทำให้เกิดอาการปวดก้นกบ อาการปวดเหล่านี้จากปวดอย่างต่อเนื่องและปวดมากขึ้นจนกว่าจะคลอด
  • นอนไม่หลับหรือหลับยาก
  • อารมณ์แปรปรวนง่าย หงุดหงิด

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ อาการท้องแข็งใกล้คลอด แบบไหนที่ควรไปพบแพทย์โดยด่วน!!

วิธีทำเฟรนฟรายผัก

คลิป วิธีทำเฟรนฟราย แสนง่าย ของว่างสำหรับเด็กไม่กินผัก

หากคุณแม่กำลังมองหาเมนู ของว่างง่ายๆ ให้ลูกกินเล่น เชฟแม่หมีมีสูตร วิธีทำเฟรนฟราย มาฝาก ทั้งทำง่าย แถมเต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ จะมีส่วนผสมและวิธีทำอย่างไร ตามมาดูกันเลย

แจกสูตร วิธีทำเฟรนฟราย แสนง่าย
ของว่างมีประโยชน์สำหรับเด็กไม่กินผัก

ลูกไม่กินผัก ทำไงดี ?

ก่อนหน้านี้ลูกน้อยในช่วงวัย 1 ขวบ ลูกเคยชอบรับประทานผักมาก ทั้งผักสดที่มีความกรอบและผักที่ต้มจนเปื่อย แต่เมื่อลูกเริ่มรู้เรื่องมากขึ้น กลับช่างเลือกมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจากผักที่เคยชอบก็ไม่ยอมรับประทานอีกต่อไป จะทำอย่างไรดี?

เด็กๆ ก็มักเป็นแบบนี้ละค่ะ แต่ละช่วงวัยก็จะเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ จากที่เคยรับประทานแทบทุกอย่าง กลายเป็นเด็กช่างเลือกและมักเลือกแต่ขนมหวาน ปฏิเสธสิ่งที่เราอยากให้รับประทาน จนทำให้แม่ๆอย่างเราปวดศีรษะไปตามๆ กัน

ซึ่งช่วงนี้ถ้าลูกต่อต้านมากๆ ไม่ยอมรับประทานผักในรูปแบบเดิมที่เคยชอบ คุณแม่อาจต้องลองคิดสูตรเมนูจากผักแบบใหม่ และลองให้ลูกมีส่วนร่วมในการเตรียมอาหาร ตั้งชื่อผักเป็นตัวการ์ตูนที่ลูกชื่นชอบ เล่านิทานเกี่ยวกับประโยชน์ของผักให้ลูกฟัง หรืออาจให้คุณหมอช่วยบอกให้ลูกรับประทานผัก ก็อาจจูงใจให้ลูกรับประทานได้

หรือจะให้ลูกเลือกเองว่าจะรับประทานผักอะไร เพราะลูกอาจไม่ชอบการบังคับ เมื่อหมั่นถามทุกวันก็อาจมีเซอร์ไพรส์ให้คุณแม่ดีใจได้ ลองเสนอผักหลายๆชนิด เพราะแม้เป็นผักที่แม่ไม่ชอบแต่ลูกอาจจะชอบก็ได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อเป็นการจูงใจให้ลูกหันมากินผักแต่โดยดี แบบไม่รู้ตัว เชฟแม่หมีจึงมีสูตร วิธีทำเฟรนฟราย แสนง่าย ใช้เป็นของว่างทานเล่น ที่มีประโยชน์สำหรับเด็กที่ไม่ชอบกินผักแน่นอน ว่าแต่จะมีส่วนผสมและขั้นตอนการทำอย่างไร ตามมาดูกันเลย

 

คลิกดูวัตถุดิบ และ วิธีทำเฟรนฟราย แสนง่ายให้ลูก หน้า 2

ไมอีลิน

“ไมอีลิน” ตัวช่วยส่งกระแสสัญญาณในสมอง เพื่อเตรียมความพร้อมให้ทันโลกยุค 5G

ปลอกไมอีลิน (Myelin sheath) เป็นส่วนที่ห่อหุ้มเส้นใยประสาท ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณประสาท หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เป็นฝ่ายสนับสนุนให้การส่งสัญญาณประสาทภายในสมองให้เป็นไปแบบ “ก้าวกระโดด” จะช่วยทำให้การประมวลผลของสมองเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว 1-3

 

ภายในสมองของเรานั้นประกอบไปด้วยเส้นใยประสาทต่างๆ ที่ทำหน้าที่เหมือน “ถนน”  ในการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาท ทำให้เซลล์ประสาทเชื่อมต่อกันได้ โดยปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการเพิ่มประสิทธิภาพของการส่งสัญญาณประสาทคือ “การสร้างไมอีลิน” เส้นใยประสาทที่มีไมอีลิน จะมีการส่งสัญญาณประสาท เร็วกว่าที่ไม่มีไมอีลินถึง 60 เท่า4

 

เสริมสร้างการทำงานของสมองและกระตุ้นการสร้างไมอีลินด้วยโภชนาการและการเลี้ยงดู

โภชนาการมีบทบาทสำคัญในการสร้างปลอกไมอีลิน และโครงสร้างอื่นของสมอง ที่ช่วยพัฒนาสมอง สารอาหารสำคัญที่มีบทบาทในการสร้างปลอกไมอีลินได้แก่ ดีเอชเอ ธาตุเหล็ก โคลีน วิตามิน บี12  โปรตีน สฟิงโกไมอีลิน เป็นต้น  การเลี้ยงดู กระตุ้นพัฒนาการลูกตามวัย ก็มีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างไมอีลินในสมองลูกด้วยเช่นเดียวกัน

 

สฟิงโกไมอีลินพบได้ในสารอาหารประเภทได้บ้าง ?

เด็ก สามารถได้รับ สารอาหาร สฟิงโกไมอีลิน จากแหล่งต่างๆ เช่น ไข่ ครีม ชีส นม รวมถึงผลิตภัณฑ์นม5

ไมอีลิน

อยากให้ลูกเติบโตขึ้นมีพัฒนาการทางด้านสติปัญญา ร่างกาย และอารมณ์ที่สมบูรณ์ มีประสิทธิภาพสมวัย พ่อแม่ต้องส่งเสริมสร้างให้ลูกตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต ด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ และการฝึกหรือการกระตุ้นพัฒนาการอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงอายุ ถึงจะช่วยให้ลูกน้อยเจริญเติบโตขึ้นอย่างเต็มศักยภาพค่ะ

 

อ้างอิง

  1. Linderkamp O, Janus L., Linder R, et al. Time Table of Normal Fetal Brain Development. J. Prenatal and Perinatal Psychology and Medicine 21 No. 1/2, 4-16 (2009).
  2. Asou H, Murakami K, Toda M, et al. Development of Oligodendrocyte and Myelination in the Central Nervous System. Keio J Med 44(2), 47-52 (1995).
  3. Purves D, Augustine GJ, Fitzpatrick D, et al., editors. Neuroscience. 2nd edition. Sunderland (MA): Sinauer Associates; 2001.
  4. Susuki k.Nature Education 2010, 3(9):59
  5. Vesper et al., Sphingolipids in Food and the Emerging Importance of Sphingolipids to Nutrition. 1999
ชื่อลูกสาว

ชื่อลูกสาว 102 ชื่อ แบบน่ารักๆ เพราะๆ 2 พยางค์

หากคุณพ่อคุณแม่ กำลังมองหาไอเดียสำหรับ ตั้งชื่อลูกสาว Amarin Baby & Kids มีได้รวบรวม ชื่อลูกสาว 102 แบบน่ารักๆ ฟังแล้วดูดี ไพเราะเพราะหู น่าเอ็นดูสุดๆ มาฝาก จะมีชื่อใดบ้าง ไปดูกันเลย

รวม 102 ชื่อเล่นลูกสาว น่ารัก ๆ 2 พยางค์

การมีลูกสาว นอกจากจะดูน่ารักน่าชัง มีความอ่อนหวานแล้ว เมื่อโตขึ้นลูกสาวยังสามารถพึ่งพาเป็นพี่สาว/น้องสาว ที่คอยแบ่งเบาภาระของคุณแม่ ดูแลพี่ ๆ น้องๆ และช่วยงานบ้านได้

ทั้งนี้เด็กผู้หญิงจะดูน่ารัก น่าเอ็นดูได้นั้น นอกจากนิสัย การกระทำ หรือหน้าตาแล้ว “ชื่อ” ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะทำให้ ลูกสาวของคุณดูน่ารักขึ้นได้ ซึ่งหากคุณแม่ได้อยากลูกสาว หรือกำลังตั้งท้องลูกสาวอยู่ แล้วอยากให้ลูกน่ารักทั้งชื่อ ทั้งหน้าตาและนิสัย ครบคุณสมบัติของความน่ารัก …ลองมาดูไอเดีย ชื่อเล่นลูกสาว แบบน่ารักๆ โดยเฉพาะ ที่ทางทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้รวบรวม ชื่อลูกสาว รวม 102 ชื่อ มาให้!

รับรองฟังแล้วดูดี ไปไหนมาใครเรียก ชื่อของลูกสาว เหล่านี้ ก็จะทำให้ทั้งคุณพ่อคุณแม่และตัวลูกน้อยเอง รู้สึกดีต่อใจแบบสุดๆ ไปเลยเมื่อได้ยิน  >> ว่าแต่จะมี ชื่อลูกสาว เพราะๆ น่ารักๆ อะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ

ชื่อลูกสาว ก ชื่อน่ารักๆ

ชื่อลูกสาว
กอบัว , กำไล , แก้มแก้ว , กอแก้ว , กล้วยไม้ , แก้มใส , กุ้งนาง , แก้วใจ , กัสจัง

ชื่อลูกสาว ข , ค

ชื่อลูกสาว
ข้าวทิพย์ , ขวัญข้าว , ไข่มุก , ข้าวฟ่าง / คนดี , คำแพง

คลิกดู “ชื่อลูกสาวน่ารักๆ ตัวอักษร จ-ป” ได้หน้า 2

คลอดธรรมชาติแบบบล็อคหลัง

คลอดธรรมชาติแบบบล็อคหลัง อีกหนึ่งทางเลือกของคุณแม่

คลอดธรรมชาติแบบบล็อคหลัง คืออะไร? ทำไมถึงไม่ทรมาน ไม่เจ็บปวด!?

 

 

ชึ้นชื่อว่าเป็นการคลอดแบบธรรมชาติ คุณแม่ส่วนมากก็จะนึกถึงความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมานในการรอช่องคลอดเปิดแบบข้ามวันข้ามคืน … เสมือนฝันร้ายของคุณแม่ที่มีความประสงค์ที่จะคลอดลูกแบบธรรมชาติ คุณแม่บางท่านหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดนั้นด้วยการเลือกที่จะคลอดลูกด้วยวิธีการผ่าคลอดซึ่งก็มีความสะดวกสบายที่ต่างกัน

และในวันนี้เพื่อความเข้าใจข้อมูลที่ถูกต้องทีมงาน Amarin Baby and Kids จะมาขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวการ คลอดธรรมชาติแบบบล็อคหลัง มาฝากคุณแม่ ๆ ทุกท่านให้ได้ทราบกันค่ะ

ทำความสะอาด ภาษาอังกฤษ

อยากให้ลูกช่วย ทำความสะอาด ภาษาอังกฤษ ต้องพูดยังไงบ้าง?

หากคุณพ่อคุณแม่อยากจะฝึกสอนให้ลูกหัดช่วยทำงานบ้าน กวาดสนามหญ้า หรือรดน้ำต้นไม้ จะมีคำศัพท์ หรือประโยคที่เกี่ยวข้องกับการ ทำความสะอาด ภาษาอังกฤษ อะไรบ้าง และพูดยังไง? ตามมาดูกัน

หากคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกเป็นเด็กสองภาษา อยาก สอนภาษาอังกฤษให้ลูก อยากให้ลูกพูดภาษาอังกฤษเก่งๆ เรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณพ่อคุณแม่อีกต่อไปค่ะ เพราะทีมงาน Amarin baby & Kids มีตัวช่วยดีๆมาช่วยคุณแม่แล้ว กับ รายการ Kids Talk ในช่วง Daddy Talks โดยอาจารย์คริส คริสโตเฟอร์ ไรท์ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษชื่อดัง ที่ตอนนี้เป็นคุณพ่อลูก 2 อีกด้วย  ซึ่ง อ.คริส จะมาช่วยคุณพ่อคุณแม่ สอนลูกพูดภาษาอังกฤษ ให้เก่งๆ กันทั้งครอบครัว

อยากให้ลูกช่วย ทำความสะอาด ภาษาอังกฤษ ต้องพูดยังไงบ้าง?

และสำหรับ Ep. นี้ อ.คริส กับ น้องวิน จะมาชวนคุณพ่อคุณแม่และน้องๆ ทำความสะอาดนอกบ้าน พร้อมเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษไปพร้อมๆ กัน …ซึ่งหากคุณพ่อคุณแม่ ต้องการชวนลูกให้ช่วยทำงาน (รอบ) บ้าน หรือทำกิจกรรมนอกบ้านที่เกี่ยวกับการความสะอาด หรือให้ลูกได้ช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ในสนามหญ้าหน้าบ้าน นอกเหนือจากการวิ่งเล่น ไม่ว่าจะเป็น ทำความสะอาดบ่อปลา กวาดใบไม้ หรือรดน้ำต้นไม้ ซึ่งการฝึกให้ลูกช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นกิจกรรมที่จะช่วยให้ลูกมีความรับผิดชอบไปในตัวอีกด้วย

…ว่าแต่การชวนลูกทำสวน รดน้ำต้นไม้ หรือกวาดสนามหญ้าหน้าบ้าน เหล่านี้ จะมีคำศัพท์ หรือประโยค เรื่องการ ทำความสะอาด ภาษาอังกฤษ อะไรบ้าง ตามมาดูกันเล้ย

ชมคลิป อ.คริส กับ น้องวิน จะมาชวนคุณพ่อคุณแม่และน้องๆ ทำความสะอาด พร้อมเรียนรู้ประโยคและคำศัพท์ เกี่ยวกับการ ทำความสะอาด ภาษาอังกฤษ ต้องพูดยังไง ได้ด้านล่างนี้เลย ⇓

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ คำศัพท์ และ ประโยคที่เกี่ยวกับเรื่องการชวนลูกทำความสะอาด ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใช้พูดกับลูก เมื่อรู้แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถดูเป็นแบบอย่าง และนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ เพื่อลูกน้อยของเราจะได้ทักษะการพูดภาษาอังกฤษ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

⇒ ชมคลิปอื่นๆของรายการ Kids Talk :

ช่วง Daddy Talks

 

ช่วง Chinese talk

 

ช่วง Exclusive Interview

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

สะดือหลุด

สะดือหลุด กี่วันแห้ง? พร้อมวิธีดูแลหลังลูกสะดือหลุด

การดูแลสะดือของทารกแรกเกิด ไม่ใช่เรื่องง่าย คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลาย ๆ คน แทบจะต้องกลั้นหายใจทุกครั้งในเวลาที่ต้องเช็ดสะดือของลูก และจะต้องดูแลสายสะดือของลูกจนกว่าจะหลุด และเมื่อ สะดือหลุด แล้วก็ยังต้องคอยทำความสะอาดต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะแห้ง ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีวิธีดูแลสะดือลูกหลังหลุดแล้ว มาฝากกันค่ะ

สะดือหลุด กี่วันแห้ง? พร้อมวิธีดูแลหลังลูกสะดือหลุด

สะดือหลุด กี่วันแห้ง?

ปกติแล้วหลังจากสะดือหลุดแล้ว ภายใน 7-10 วันสะดือก็จะเริ่มแห้ง หลังจากสะดือหลุดอาจจะมีเลือดซึมออกมาได้นิดหน่อย หรือในเด็กบางคนจะมีก้อนเนื้อเล็ก ๆ ขนาดเท่าถั่วแดงอยู่ด้านในของสะดือ เป็นเรื่องที่ไม่ได้อันตรายอะไรค่ะ เพราะก้อนเนื้อนี้จะหายไปได้เองตามธรรมชาติ สำหรับเด็กบางคนที่สะดือแห้งช้า ไม่ได้หมายความว่า คุณพ่อคุณแม่รักษาความสะอาดของสะดือลูกได้ไม่ดีพอนะคะ ไม่จำเป็นต้องโทษตัวเองค่ะ เพราะถึงแม้ว่าจะทำความสะอาดได้ดีพอแล้ว ก็อาจจะมีเลือดซึม สะดือแห้งช้า หรือมีก้อนเนื้อได้ค่ะ

สะดือหลุด แล้วต้องทำอย่างไรต่อ?

หลังจาก สะดือหลุด แล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ยังต้องดูแลสะดือลูกต่อไปจนกว่าจะแห้งดีค่ะ ขั้นตอนในการดูแลสะดือหลังสะดือหลุดนั้น เหมือนกันกับขั้นตอนการดูแลสายสะดือ มีดังต่อไปนี้

  1. หลังอาบน้ำ ให้ซับสะดือให้แห้งอย่างเบามือ คอยดูแลให้สะดือลูกแห้งเสมอ
  2. เช็ดทำความสะอาดสะดือ ด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่โรงพยาบาลให้มาหลังคลอด โดยชุบน้ำยาลงบนสำลีแล้วเช็ดอย่างเบามือ วันละครั้ง
  3. ไม่จำเป็นต้องล้วงหรือแคะสะดือ เพื่อให้สะดือสะอาดที่สุด เช็ดเฉพาะจุดที่เช็ดได้ก็เพียงพอแล้วค่ะ
  4. ในกรณีที่มีเลือดไหลซึมออกมา อย่าใช้น้ำยาเช็ดไปโดยตรงในบริเวณที่เลือดไหล ให้ใช้สำลีซับออกอย่างเดียว
  5. ไม่จำเป็นต้องปิดแผลบริเวณที่มีเลือดไหลซึม เพื่อไม่ให้เกิดการอับชื้น
  6. การใส่แพมเพิสในช่วงนี้ ยังคงต้องใส่อยู่ใต้สะดือ เพื่อไม่ให้เกิดการอับชื้น จนกว่าสะดือจะแห้ง ถึงสามารถใส่ทับสะดือได้
  7. ไม่ใช้แป้งฝุ่นโรยสะดือเด็ดขาด
  8. ไม่ทาครีมหรือโลชั่นใด ๆ บริเวณสะดือ

แต่หากคุณพ่อคุณแม่พบอาการผิดปกติเกี่ยวกับสะดือของลูกเช่น สะดือบวมแดง มีน้ำหนองไหลออกมา มีเลือดซึมออกมาตลอดเวลา นั่นคือสัญญาณของการติดเชื้อแล้วค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ สะดือลูกติดเชื้อ มีอาการแบบไหน?

ตั้งชื่อลูกชาย

ตั้งชื่อลูกชาย ชื่อมงคล เสริมเรื่องอำนาจ บารมี

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาไอเดียเพื่อใช้สำหรับ ตั้งชื่อลูกชาย Amarin Baby & Kids ได้รวบรวม ชื่อจริง ลูกชาย มีมงคล ความหมายดี เป็นเดช เป็นศรี ช่วยเรื่องอำนาจ บารมี จะมีชื่อใดบ้างคลิกดูเลย

ไอเดียสำหรับ ตั้งชื่อลูกชาย ชื่อมงคล เสริมเรื่องอำนาจ บารมี

สำหรับบ้านไหนที่มีลูกชาย หรือคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่และไปอัลตร้าซาวด์เพศเจ้าตัวน้อยแล้ว รู้ว่าเป็น เด็กชาย แน่ๆ และยังไม่มีชื่อ หรือกำลังมองหาชื่อดีๆ สำหรับ ตั้งชื่อลูกชาย Amarin Baby & Kids ได้รวบรวม ชื่อจริง ชื่อมงคล ตามวันเกิด โดยเน้นหลักทักษาปกรณ์ คือ ใช้อักษรในวรรค บริวาร , อายุ , เดช , ศรี , มูละ , อุตสาหะ หรือมนตรี และยกเว้นอักษร วรรคกาลกิณี

ทั้งนี้ปัจจุบันจะเลือกใช้อักษรในวรรคใดนำหน้าก็ได้ แต่โดยส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญแก่วรรคเดช วรรคศรี และวรรคมนตรีอยู่ แต่จะมีการใช้วรรคมูละบ้าง

ซึ่งหลักการ ตั้งชื่อลูกชาย มักจะใช้ วรรคเดช นำหน้า ตามหลัง หรือเป็นส่วนประกอบ เพื่อเป็นการแก้ข้อบกพร่อง และส่งเสริมในเรื่องต่าง ๆ และการ ตั้งชื่อลูกชาย ชื่อที่ดีควรมีภาษาและความหมาย คำแปลที่ดีเป็นมงคล ความยาว  2-4 พยางค์ มีตัวอักษร สระในวรรค/ทักษาอื่นๆ รวมๆ กันอยู่ในชื่อ

ดังนั้นเพื่อเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตของลูกชายตัวน้อยที่กำลังจะเกิดมา ตามมาดูรายชื่อสำหรับใช้ ตั้งชื่อลูกชาย โดยเฉพาะกันเลยค่ะ ซึ่งผู้เขียนได้รวบรวมชื่อลูก ที่เป็นชื่อมงคลตามวันเกิด ตั้งแต่ ก-ฮ และมีความหมายที่ช่วยเสริมเรื่องอำนาจ บารมี อาจทำให้ลูกชายของคุณเป็นเจ้าคน นายคนที่ดี มีผู้คนนับถือ และรักใคร่ จะมีชื่ออะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

ตั้งชื่อลูกชาย ชื่อมงคลลูกชายเกิดวันจันทร์

ตั้งชื่อลูกชาย สะกด ความหมาย
กฤษณนัยน์ กริด – สะ – นะ – ไน ดวงตาแห่งพระกฤษณะ
ขจรยศ ขะ – จอน – ยด มียศศักดิ์ระบือไกล
คมฉกรรจ์ คม – ฉะ – กัน แข็งแกร่งเฉียบคม
ชนม์พัศนภ ชน – พัด – สะ – นบ ผู้เกิดมากล้าหาญและยิ่งใหญ่ดั่งท้องฟ้า
ชนัศชัย ชะ – นัด – ไช คนผู้เป็นใหญ่ชัยชนะ
ชย ชะ – ยะ ชัยชนะ
ชยรพ ชะ – ยะ – รบ เสียงร้อยด้วยชัยชนะ เสียงแห่งชัยชนะ
ธรณ์ ทอน ทรงไว้ ความทรงจำ แผ่นดิน
บวรยศ บอ – วอน – ยด มียศชั้นยอด
บวรวงศ์ บอ – วอน – วง ตระกูลที่ล่ำเลิศ
ปวรรัชดล ปะ – วอน – รัด – ชะ – ดน บันดาลให้ยิ่งใหญ่และประเสริฐ
พชรพล พด – ชะ – ระ – พน มีกำลังกล้าแกร่งดุจเพชร
พลช พะ – ลด ผู้เกิดจากพลังอันศักดิ์สิทธิ์ เกิดจากอำนาจ
พรรธน์ยศ พัด – ยด มียศและความเจริญ
พลกฤต พน – ละ – กริด ผู้สร้างพลัง
พสธร พด – สะ – ทอน ทรงไว้ซึ่งอำนาจ
พหลวัศ พะ – หน – ละ – วัด มีอำนาจมาก
ยงยศ ยง – ยด มียศยั่งยืนนาน
ยศกร ยด – สะ – กอน ผู้สร้างยศ รุ่งเรืองด้วยยศ
ยศพล ยด – สะ – พน มียศและมีพลัง
ยรรยงนรธน ยัน – ยง – นะ – ระ – ทน ผู้งามสง่าและมีทรัพย์
ยศชยน ยด – ชะ – ยน มียศมีชัยชนะ
ยศนนท์ ยด – สะ – นน ยินดีในยศ
ยศพนธ์ ยด – สะ – พน เกี่ยวข้องด้วยยศ
ยศพร ยด – สะ – พอน มียศอันประเสริฐ
ยศพัฒน์ ยด – สะ – พัด เจริญด้วยยศ
ยศพัทธ์ ยด – สะ – พัด เกี่ยวข้องด้วยยศ
ยศภัทร ยด – สะ – พัด เจริญด้วยยศ
ยศมนวรรธ์ ยด – มะ – นะ – วัด เจริญใจและยิ่งไปด้วยยศ
ยศวร ยด – สะ – วอน มียศอันประเสริฐ
รชณกร ระ – ชะ – นะ – กอน ที่ซึ่งมีความสามารถยิ่งใหญ่
รฐนนท์ ระ – ถะ – นน เป็นที่นิยมของแว่นแคว้น
รณชัช รน – นะ – ชัด ทหารในสนามรบ
รณวร รน – นะ – วอน ประเสริฐในการรบ มีเสียงไพเราะ
รณยศ รน – นะ – ยด มีชื่อเสียงในเรื่องการรบ
รณรัต รน – นะ – รัด การต่อสู้ที่น่ายินดี
วรภพ วอ – ระ – พบ มีภพประเสริฐ เกิดมาดี
วรรณลภย์ วัน – ลบ ได้รับเกียรติ มีชื่อเสียง
วรยศ วอ – ระ – ยด มียศอันประเสริฐ
วฤนท์ธม วะ – ริน – ทม มากมายยิ่งใหญ่
วศพล วะ – สะ – พน พลังอำนาจ
สมรรถชัย สะ – มัด – ถะ – ไช ความสามารถในชัยชนะ
สรพหล สอ – ระ – พะ – หน ใหญ่ยิ่ง,ดีงามมาก
สรรพัชญ์ สัน – พัด นามของพระพุทธเจ้า
อนล อะ – นน ไฟ อัคนีเทพ

 

 

อ่านต่อ “รวมชื่อลูกชายเกิดวันอังคาร” คลิกหน้า 2

ประโยชน์ของนมเปรี้ยว

ประโยชน์ของนมเปรี้ยว ช่วยเสริมภูมิต้านไข้หวัดใหญ่

พบกับ ประโยชน์ของนมเปรี้ยว มีดีมากกว่าอร่อยบอกเลย ลูกกินแล้วมีแต่ดี!

 

 

ขอเสียงคุณพ่อคุณแม่และคุณลูกที่ชอบกินนมเปรี้ยวกันหน่อยค่ะ … ทราบหรือไม่คะว่า นมเปรี้ยวนั้นมีประโยชน์มากมายเหลือคณา ที่ดีไปกว่านั้นคือ ประโยชน์ของนมเปรี้ยวนั้นสามารถช่วยเสริมภูมิต้านทานโรคไข้หวัดใหญ่ได้!!   ซึ่งเรื่องนี้จะจริงหรือเท็จแค่ไหนวันนี้คุณหมอจะมาไขข้อข้องใจนี้ให้คุณพ่อคุณแม่ได้ทราบกันค่ะ

ผศ.ดร.ทพญ.ดุลยพร ตราชูธรรม  อาจารย์ประจำหลักสูตรพิษวิทยา และโภชนาการเพื่ออาหารปลอดภัย สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะหัวหน้าทีมวิจัย ได้ทำการแถลงถึงผลการศึกษานมเปรี้ยวว่ามีผลต่อการเสริมภูมิต้านทานโรคไข้หวัดใหญ่นั้นพบว่า  จากการวิจัยกลุ่มตัวอย่างจำนวน 60 คนที่เป็นอาสาสมัครดีที่ไม่เคยได้รับวัคซีนและไม่เคยป่วยไข้หวัดใหญ่ และมีอายุระหว่าง 18-45  ปี  โดยแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละ 30 คน กลุ่มหนึ่งได้รับนมเปรี้ยวที่มีโพรไบโอติกส์ อีกกลุ่มได้รับนมแต่งกลิ่นรสที่ไม่มีโพรไบโอติกส์ โดยอาสาสมัครนั้นจะไม่ทราบเลยว่าตนได้รับนมเปรี้ยวชนิดใด และจะได้รับวัคซีนป้องกัน จำนวน 1 ครั้ง เพื่อกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อไวรัส H1N1 H3N2

ปวดก้นกบตอนท้อง

สาเหตุ คนท้องปวดก้นกบ พร้อมท่าบริหารสะโพกให้แข็งแรง

คนท้องปวดก้นกบ เป็นอาการที่พบได้ในแม่ท้องแก่ ทำให้นั่งนาน ๆ ก็ไม่ได้ นอนหงายก็ปวด สร้างความอึดอัดกับแม่ท้องเป็นอย่างมาก และยังสร้างความกังวลว่าการปวดก้นกบมาก ๆ เป็นสัญญาณผิดปกติหรือไม่ ไปหาคำตอบกันค่ะ

ก้นกบอยู่ที่ไหน?

ก้นกบ คือ กระดูกส่วนปลายที่ต่อจากกระดูกสันหลังส่วนเอวข้อที่ 5 ลงมา หรือกระดูกที่อยู่เหนือร่องก้น (วิธีหาง่าย ๆ คือ ให้นั่งหลังตรงแล้วใช้มือคลำจากร่องก้นขึ้นไป จนถึงด้านบนของร่องก้น จะเจอกระดูกแข็ง ๆ อยู่ ตรงนั้นแหละค่ะ คือกระดูกก้นกบ กระดูกก้นกบทำหน้าที่รับน้ำหนักและกระจายแรงขณะที่แม่ท้องนั่งนั่นเอง

กระดูกก้นกบ

สาเหตุ คนท้องปวดก้นกบ พร้อมท่าบริหารสะโพกให้แข็งแรง

สาเหตุ คนท้องปวดก้นกบ มาจากอะไร?

อาการปวดก้นกบเกิดจากผล ของฮอร์โมนรีแล็กซิน (Relaxin Hormone) ที่ถูกผลิตขึ้นในขณะตั้งครรภ์ และฮอร์โมนนี้ ยังทำให้เอ็นและข้อต่ออุ้งเชิงกรานเกิดการนิ่มตัว พร้อมที่จะยืดขยายได้เมื่อทารกคลอดผ่าน ถ้าข้อต่อยืดขยายหรือเคลื่อนไหวมากเกินไปก็ทำให้ปวดได้ ดังนั้น กล้ามเนื้อสะโพกต้องแข็งแรงมากพอที่จะกระชับข้อต่อให้มั่นคง การนอนหงายเมื่อทารกโตแล้ว น้ำหนักครรภ์จะกดให้อุ้งเชิงกรานแบะออกจากกระดูกก้นกบ ทำให้ปวดได้

คนท้องปวดก้นกบ อันตรายหรือไม่

จากสาเหตุที่ คนท้องปวดก้นกบ นั้นมาจากการนิ่มตัวของข้อต่อเพื่อเตรียมพร้อมการคลอด และน้ำหนักตัวของทารกในครรภ์ การที่แม่ท้องปวดก้นกบนั้นจึงไม่เป็นอันตรายใด ๆ ทั้งกับเด็กในท้องและคุณแม่ เพียงแต่จะสร้างความรำคาญและอึดอัดในช่วงเวลาท้องแก่เท่านั้น เมื่อคลอดแล้ว อาการปวดก้นกบก็จะหายไปได้เอง

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

11 เคล็ดลับในการบรรเทาอาการปวดก้นกบที่ได้ผลและไม่กระทบลูกในท้อง

แก้อาการปวดก้นกบ

  1. นั่งอย่างถูกวิธี การนั่งผิดวิธีเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ คนท้องปวดก้นกบ ได้ วิธีการนั่งที่ถูกต้องคือ นั่งตัวตรง หลังงอเล็กน้อย เท้าทั้งสองข้างวางติดกับพื้น คอตั้งตรง หากนั่งแล้วยังรู้สึกไม่สบายตัว สามารถนั่งไขว่ห้างได้บ้างเป็นบางครั้ง หรือ นั่งพิงโดยทิ้งน้ำหนักไปที่เอว
  2. นอนให้ถูกท่า นอนตะแคงแทนการนอนหงาย เพราะการนอนหงายจะยิ่งทำให้ปวดก้นกบ ท่านอนที่ดีที่สุดสำหรับคนท้องคือการนอนตะแคงด้านซ้าย เพราะนอกจากจะสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บก้นกบแล้ว ยังไม่เป็นการกดทับรกอีกด้วย หาหมอนข้างมาคั่นระหว่างเข่าก็จะช่วยให้แม่ท้องนอนได้สบายยิ่งขึ้น
  3. สวมเสื้อผ้าที่ใส่ได้สบาย การใส่กางเกงที่แน่นจนเกินไป ยิ่งจะทำให้ปวดก้นกบมากขึ้น เพราะกางเกงที่รัดแน่นจะไปกดทับกระดูกก้นกบ
  4. ไม่นั่งบนพื้นแข็ง หากจำเป็นต้องนั่งที่พื้น แนะนำให้นั่งบนหมอนรองนั่งแทน
  5. ผ้าคาดพยุงท้องช่วยได้ ใช้ผ้าคาดพยุงท้องในช่วงการตั้งครรภ์ในไตรมาสสุดท้าย เพื่อช่วยรองรับการแบกน้ำหนักของลูกในท้อง และลดการกดทับของหลังในช่วงล่าง
  6. เปลี่ยนท่าบ่อย ๆ อย่านั่งหรือยืนเป็นเวลานาน และไม่ควรก้มเก็บของที่ตกอยู่บนพื้น ให้ค่อย ๆ นั่งยอง ๆ แล้วเก็บของแทน (หรือให้สามีเก็บให้จะดีกว่านะคะ)
  7. ประคบร้อน ใช้ถุงน้ำร้อน หรือ ผ้าอุ่น ประกบบริเวณที่ปวด ครั้งละประมาณ 20 นาที 4 ครั้งต่อวัน จะช่วยลดอาการปวดและการอักเสบของข้อต่อได้
  8. ใส่รองเท้าที่เดินได้สบาย ไม่ควรใส่รองเท้าส้นสูงในช่วงตั้งครรภ์ เพราะจะทำให้อาการปวดก้นกบรุนแรงมากขึ้น
  9. อาการท้องผูกทำให้เกิดอาการปวดก้นกบได้ ทานผักผลไม้ที่มีเส้นใยสูง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดอาการท้องผูกขณะตั้งครรภ์ได้ (อ่าน ผัก 8 ชนิดที่ช่วยแก้อาการท้องผูกได้ที่นี่)
  10. เลี่ยงการเปลี่ยนท่าอย่างกระทันหัน การนั่งเร็ว ๆ ในขณะที่ยืนอยู่ หรือ ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว จะทำให้ปวดก้นกบได้ ควรลุกและนั่งให้ช้าลงบ้าง
  11. ให้สามีช่วยนวดให้เบา ๆ นอกจากจะช่วยลดอาการปวดก้นกบได้แล้วยังช่วยให้คุณแม่ผ่อนคลายได้อีกด้วย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ ท่าบริหารสะโพกให้แข็งแรง ลดอาการปวดก้นกบได้

เทคนิค เลี้ยงลูกให้สุขภาพแข็งแรง

เทคนิค เลี้ยงลูกให้สุขภาพแข็งแรง ภูมิคุ้มกันดี ไม่ป่วยบ่อย

อยากให้ลูกมีพัฒนาการรอบด้านที่สมวัย สิ่งสำคัญพ่อแม่ต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้สุขภาพร่างกายลูกแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา เพราะการที่ลูกไม่ป่วยบ่อยจะช่วยให้พวกเขาเติบโต และเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ วันนี้เรามี เทคนิค เลี้ยงลูกให้สุขภาพแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันดี ไม่ป่วยบ่อยมาแนะนำกันค่ะ

 

เทคนิค เลี้ยงลูกให้สุขภาพแข็งแรง

การเสริมสร้างให้ลูกเติบโตขึ้นอย่างสมวัยไม่ใช่เรื่องยากค่ะ สิ่งสำคัญอันดับแรกเลยคือการส่งเสริมให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดี เพราะถ้าเด็กๆ มีภูมิคุ้มกันดีจะช่วยให้ลดอัตราการเจ็บป่วยลงไปได้  เมื่อเด็กๆ มีร่างกายแข็งแรงก็จะทำให้พวกเขาสามารถเติบโตขึ้นอย่างสมวัย ที่สำคัญพัฒนาการในทุกด้านก็พัฒนาการขึ้นอย่างสมบูรณ์เต็มประสิทธิภาพด้วยค่ะ ไปดูกันว่าการเลี้ยงลูกให้มีสุขภาพแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันดี ไม่ป่วยบ่อย มีเทคนิคอะไรกันบ้าง…

1. เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด

ช่วงเวลาตั้งแต่แรกเกิดจนถึงประมาณ 6 เดือนเป็นอย่างน้อย องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าควรให้เด็กๆ ได้รับประทานนมแม่เพียงอย่างเดียว เพราะในน้ำแม่มีสารอาหารที่ครบถ้วน และมีสารภูมิคุ้มกันร่างกายที่จะช่วยลดการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ ลงได้ และหลังจาก 6 เดือนก็ให้ส่งเสริมด้วยอาหารเสริมที่ครบ 5 หมู่ตามช่วงวัยพัฒนาการของลูก

2. อาหารครบ 5 หมู่

การได้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่สมดุล และเหมาะสมตามช่วงวัย จะทำให้ร่างกายของเด็กๆ ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน ซึ่งสารอาหารที่เข้าสู่ร่างกายก็เพื่อไปส่งเสริม และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอให้กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์

3. นอนหลับครบ 8-10 ชั่วโมง

การที่เด็กๆ ได้พักผ่อนนอนหลับครบ 8-10 ชั่วโมง โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนจะส่งผลให้โกรทฮอร์โมนหลั่งออกมาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งฮอร์โมนนี้จะช่วยส่งเสริมให้ร่างกายของเด็กเจริญเติบโตอย่างสมวัย และความสำคัญของการนอนหลับที่เต็มอิ่มก็ จะช่วยให้ระบบเลือด เซลล์ต่างๆ ภายในร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วย

4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากการได้รับอาหารที่ดี การนอนหลับที่เพียงพอแล้ว การส่งเสริมให้เด็กๆ ได้ขยับร่างกายด้วยการออกการบริหาร หรือ เล่นกีฬาที่ชื่นชอบ จะช่วยทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงมากขึ้น ที่ไม่ว่าจะฤดูกาลร้อน ฝน หนาว เด็กๆ ก็ลดอัตราเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยลงไปได้ค่ะ

5. ส่งเสริมให้ได้รับภูมิคุ้มกันจากธรรมชาติ

ภูมิคุ้มกันจากธรรมชาตินอกจากร่างกายจะได้รับจากนมแม่ และอาหารตามวัยแล้ว การส่งเสริมให้ลูกได้ดื่มนมอย่างต่อเนื่องจากนมแม่เป็นเรื่องสำคัญมาก ดังนั้นแนะนำว่าควรเลือกให้ลูกได้ดื่มนมเสริมที่มีประโยชน์ของสารครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ ที่สำคัญนมที่ให้ลูกๆ ได้ดื่มนั้นควรมีส่วนในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงจากภายในด้วย

 

อย่างประโยชน์ของโปรตีนนมแพะ ก็ถือเป็นโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพของเด็กๆ เพราะโปรตีนในนมแพะ มีสัดส่วนของ โปรตีนเบต้าเคซีน (β-casein) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายในปริมาณสูง และมีโปรตีนแอลฟ่า เอสวัน เคซีน (α  s1-casein) ซึ่งเป็นโปรตีนย่อยยากปริมาณต่ำ ทำให้โปรตีนนมแพะ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกย่อยและดูดซึม ไปใช้งานได้ง่าย

นอกจากนมแพะจะมีโปรตีนคุณภาพแล้ว ก็ยังมีสารอาหารครบถ้วนอย่างเช่น…

  • ไขมัน MCT Oil ที่ย่อยง่าย ทำให้ดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานให้กับร่างกายได้อย่างรวดเร็ว และยังช่วยให้น้ำหนักตัวดี สมวัย
  • ใยอาหาร หรือพรีไบโอติก เช่น Inulin & Oligofructose ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพที่สำคัญต่อระบบทางเดินอาหาร ทำให้จุลินทรีย์สุขภาพเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนขึ้น จึงช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหารให้ทำงานได้เป็นปกติ ขับถ่ายง่าย ลดอาการท้องผูก ลดการอักเสบบริเวณลำไส้ และที่สำคัญยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้ลูกได้เป็นอย่างดี

และนี่คือเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยส่งเสริมให้ร่างกายลูกมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ลดอัตราการเจ็บป่วยลงได้ เมื่อลูกไม่ป่วยบ่อยก็จะช่วยให้ร่างกายเติบโตดี พัฒนาการการเรียนรู้ก็ทำได้อย่างเต็มศักยภาพรอบด้านค่ะ

 

อาการแหวะนม เกิดจากอะไร

อาการแหวะนม เกิดจากอะไร อันตรายไหม

อาการแหวะนม เกิดจากอะไร คุณแม่ที่มีลูกเล็กส่วนหนึ่งเลยค่ะที่พบว่าลูกน้อยของตัวเองนั้นมีอาการแหวะนม หรือสำรอกนมออกมา ซึ่งสาเหตุของอาการแหวะนม จะเกิดจากอะไรนั้น และมีวิธีใดในการช่วยลูกน้อยไม่ให้แหวะนม เรามีคำตอบพร้อมคำแนะนำง่ายๆ มาฝากกันค่ะ

 

อาการแหวะนม เกิดจากอะไร ?

แหวะนม หรือ สำรอกนม โดยมากมักเกิดขึ้นกับเด็กทารก และเด็กเล็ก คำถามคือแล้ว อาการแหวะนม เกิดจากอะไร อาการแหวะนมเกิดจากระบบย่อยอาหารของเด็กที่ยังไม่สมบูรณ์ ส่วนของกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่เป็นลิ้น หูรูดระหว่างหลอดอาหารกับกระเพาะอาหารยังปิดไม่สนิท เมื่อทานนมเข้าไปจึงทำให้น้ำนมไหลย้อนกลับออกมา ซึ่งหากสังเกตดูจะพบว่าลูกมัก แหวะนมออกมาหลังทานนมอิ่ม อาการแหวะนมดูเหมือนจะไม่เป็นอันตราย แต่ก็สร้างความไม่สบายท้องให้กับลูกได้ เนื่องจากทุกครั้งที่ทานนมจะมีอาการท้องอืด แน่นท้อง ในเด็กบางคนมักร้องไห้งอแงทุกครั้งหลังมื้อนม ดังนั้นเพื่อช่วยให้ ลูกน้อยสบายท้อง ไม่แหวะนม เรามีคำแนะนำให้กับคุณแม่ลูกเล็กทุกคนค่ะ

วิธีการช่วยลดอาการแหวะนม

  1. ควรให้ลูกวัยทารกทานนมแม่ เพราะนมแม่มีโปรตีนที่ย่อยง่าย เมื่อลูกทานนมแม่ร่างกายจะสามารถดูดซึมไปใช้งานได้หมด 100%
  2. ควรให้ลูกทานนมตามมื้อนม ไม่ควรปล่อยให้ลูกทานนมตอนหิวจัด เพราะเด็กจะดูดนมแรง และเร็ว ทำให้กลืนทั้งอากาศ และปริมาณนมเข้าสู่กระเพาะอาหารต่อหนึ่งมื้อมากไป ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีการแหวะนมออกมา
  3. ขณะป้อนนมลูกไม่ว่าจะทานจากเต้านมแม่ หรือจากขวดนม แนะนำว่าให้จัดท่ากินนมลูกในลักษณะศีรษะตั้งขึ้นเล็กน้อย ไม่ควรในนอนราบ เพราะจะทำให้น้ำนมไหลย้อนออกมาได้
  4. ในกรณีที่ทานนมแม่จากขวด หรือทานนมผงชง ควรเลือกจุกนมให้พอดีกับปากของลูก เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกดูดกลืนอากาศเข้าไป

มีคุณแม่เคยถามว่าถ้าลูกไม่ได้ทานนมแม่หละ จะป้องกันไม่เกิดอาการแหวะนมขึ้นได้อย่างไร อย่างที่ทราบกันดีว่าน้ำนมแม่ดีที่สุด เด็กที่ทานนมแม่มักไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องแหวะนม หรืออาการไม่สบายท้องต่างๆ เพราะนมแม่มีโปรตีนที่ย่อยง่าย เหมาะกับร่างกายมากที่สุด

แต่ถ้าในคุณแม่ที่ไม่สามารถให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ ควรต้องเลือกนมที่ลูกทานแล้วไม่มีปัญหาจากอาการไม่สบายท้อง หรืออาการแหวะนม อย่างนมแพะก็สามารถทานได้ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ในน้ำนมแพะมีสารอาหารอยู่หลากหลายชนิด หนึ่งในนั้นก็คือ “โปรตีน” ซึ่งโปรตีนในนมแพะ มีสัดส่วนของโปรตีนเบต้าเคซีน (β- Casein) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายในปริมาณสูง ซึ่งเบต้าเคซีน เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกย่อยและดูดซึมไปใช้งานได้ง่าย จึงช่วยลดอาการไม่สบายท้อง หรืออาการแหวะนมได้ นอกจากนี้นมแพะยังมีโปรตีน CPP (Casien Phosphopeptides) ช่วยดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ อย่าง แคลเซียม เหล็ก สังกะสี และแมกนีเซียม เข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วยนะคะ และก็คือประโยชน์ของนมแพะที่ดีต่อสุขภาพของเด็กๆ ที่สำคัญการที่กระเพาะสามารถย่อยโปรตีนนมแพะได้ง่ายขึ้น ปัญหาสุขภาพอย่างอาการแหวะนมหลังมื้อนมก็จะลดลงด้วยค่ะ

ลูกกินเผ็ด

ลูกกินเผ็ด ตั้งแต่เด็กอันตรายหรือไม่?

อุทาหรณ์พ่อแม่! ที่ชอบปล่อยให้ ลูกกินเผ็ด ตั้งแต่ยังเด็ก! พร้อมกับวิธีรับมือเมื่อลูกชอบกินเผ็ดมากเกินไป

 

เมื่อลูกเกิดความรู้สึกเบื่อกับรสชาติอาหารเดิม ๆ เริ่มไม่ค่อยชอบกินของจืด ๆ แบบเมื่อก่อน และอยากที่จะหันมาลองรสชาติแบบผู้ใหญ่ คุณพ่อคุณแม่บางท่านอาจจะให้ลูกได้แค่ลิ้มลองเพียงเล็กน้อยเนื่องจากลูกยังเล็กเกินไป แต่บางครอบครัวอาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องตลกและดีจึงอนุญาตให้ลูกกินเผ็ดแบบจริงจังจนอาจจะหลงลืมไปว่า การให้ลูกกินเผ็ดรสชาติเดียวกับผู้ใหญ่เลยนั้นอาจจะส่งผลเสียกับร่างกายลูกยกตัวอย่างเช่น ทำให้กระเพาะของลูกทะลุได้

ซึ่งในวันนี้ทีมงานจะขอยกตัวอย่างเรื่องราวของคุณแม่ท่านหนึ่งที่ป้อนพริกป่นให้ลูกกิน จนเป็นเหตุให้ลูกถึงแก่ความตายในวัยเพียง 2 ขวบเท่านั้น … เพราะอะไรเด็กคนนี้ถึงเสียชีวิต วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้เตรียมเรื่องราวที่สามารถนำมาเป็นอุทาหรณ์ให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้ระวังไว้ที่นี่แล้วค่ะ