ยาพาราเซตามอล

แม่เช็กเลย 25 ตำรับ ยาพาราเซตามอล ถูกระงับทันที ป้องกันแพ้ยา พิษต่อตับ รับยาเกินขนาด

แม่ต้องรู้!!  ประกาศถอดถอน 25 ตำรับยา ที่มี ยาพาราเซตามอล เป็นส่วนผสม หลังพบผู้ใช้เกิดอาการแพ้ยา เป็นพิษต่อตับ และได้รับยาเกินขนาด โดยเฉพาะบางคนที่กินยาร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจเสี่ยงอันตรายต่อชีวิต

ด่วน! ประกาศระงับ ยาพาราเซตามอล 25 ตำรับ หลังพบเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ คำสั่งกระทรวงสาธารณสุช ที่ 780/2562 เรื่องเพิกถอนทะเบียนตำรับยา  โดยระบุว่าด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ปรากฏพบปัญหาจากการใช้ ยาพาราเซตามอล มากขึ้น โดยพบทั้งอาการไม่พึงประสงค์ในลักษณะการแพ้ยา และอาการผลข้างเคียง เช่น การเกิดพิษต่อตับ จากการใช้ยา ไม่เหมาะสม การได้รับยาซ้ำซ้อน การใช้ยาเกินขนาดโดยไม่ตั้งใจ หรือการใช้ยาร่วมกับการดื่มเครื่องดื่ม ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นความเสี่ยงให้เกิดอัน ตรายต่อผู้บริโภค เพื่อคุ้มครองความปลอดภัย ของผู้ใช้ยา

ยาพาราเซตามอล

ภายหลังจากได้มีคำสั่งกระทรวงสาธารณสุข ให้ผู้รับอนุญาตผลิตยา หรือผู้รับอนุญาตนําหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งมี ยาพาราเซตามอล เป็นส่วนประกอบชนิดรับประทาน (ทั้งชนิดเม็ดและน้ำ) ไปแก้ไขฉลาก และเอกสาร กํากับยาตามกำหนด แต่ปรากฏว่าผู้รับอนุญาตไม่ดําเนินการแก้ไขทะเบียนตํารับยาดังกล่าวให้เป็นไปตามคําสั่งข้างต้นจํานวน 25 ตํารับ จึงอาจเกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้ยาได้

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 86 แห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคําแนะนํา ของคณะกรรม การยาในการประชุมครั้งที่ 389-3/2562 เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2562จึงมีคําสั่งเพิกถอนทะเบียนตํารับยาที่มีพาราเซตามอลเป็นส่วนประกอบ ชนิดรับประทาน จํานวน 25 ตํารับ ตามบัญชีแนบท้ายคําสั่งนี้

ยาพาราเซตามอล

ก่อนกรณีที่หน้านี้ทาง องค์การอาหารและยา สหรัฐอเมริกา (USFDA) มีคำสั่งยกเลิกทะเบียน ยาพาราเซตามอล เฉพาะสูตรผสมตามใบสั่งยา (Precription combination durg products) ซึ่งมีปริมาณของพาราเซดามอนเกินกว่า 325 มิลลิกัม เพราะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อตับ  ทางคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทยเองได้เฝ้าระวังพิจารณาตำรับยาต่างๆอย่างใกล้ชิด

ยาพาราเซตามอล

โดยเป็นการศึกษาขนาดยา วิธีใช้ สูตรคำรับยาเดี่ยวและสูตรตำรับยาผสม ร่วมพิจารณากับข้อมูลการพิจารณายกเลิกทะเบียนยาสูตรผสมของ USFDA ด้วย เพื่อปรับขนาดยาให้เหมาะสมกับคนไทย และลดปัญหาอันตรายจากการใช้ยา

ดร.นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ระบุว่า อย.มีกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ยาทุกตำรับที่มีส่วนผสมของพาราเซตามอล ต้องแสดงข้อความคำเตือนเกี่ยวกับพิษต่อตับให้ผู้บริโภครับทราบ พร้อมกับข้อแนะนำไม่ให้กินยาติดต่อกันเกิน 5 วัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการกินยานานเกินไป และเกินขนาด

 อ่านข้อควรระวังเมื่อกินพายาราเซตามอล หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ของเล่น เด็ก 3 ขวบ

12 ของเล่น เด็ก 3 ขวบ เสริมพัฒนาการลูกฉลาด เลือกอย่างไรดี

การเล่นในช่วงอายุ 2-3 ปีที่ถือว่ามีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการของลูก ของเล่น เด็ก 3 ขวบ มีอะไรบ้างที่มีส่วนช่วยเสริมพัฒนาการให้ลูกฉลาด มาเลือกกัน

12 ของเล่น เด็ก 3 ขวบ เสริมพัฒนาการลูกฉลาด เลือกอย่างไรดี??

“งานของเด็กคือการเล่น” นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ นักจิตแพย์และผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช พัฒนาการวัยเด็กและวัยรุ่นกล่าวไว้เป็นประโยคทองที่มองเห็นภาพได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเล่นในช่วงอายุ 2-3 ปีที่ถือว่ามีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการของลูก ของเล่น เด็ก 3 ขวบ มีอะไรบ้างที่มีส่วนช่วยเสริมพัฒนาการลูก ถ้าอยากรู้ตามมาเลย แถมวิธีเลือกของเล่นลูก ถูกใจ ได้ประโยชน์ด้วยนะ

เวลาของการเล่นเป็นส่วนสำคัญต่อพัฒนาการของวัยเด็ก หน้าที่ของเจ้าตัวเล็กคือการได้ตื่นขึ้นมาเพื่อเล่นอย่างจริงจัง เพราะสิ่งที่ลูกจะได้รับจากการเล่นก็คือพัฒนาการในส่วนต่าง ๆ เช่น พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่จากการขยับแขน ขา เคลื่อนไหวเดิน วิ่ง ปีนป่าย กระโดดไปมา ฯลฯ พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กจากการใช้นิ้วจับของเล่น การทำงานประสานระหว่างมือ สายตา ได้อย่างแม่นยำ พัฒนาการด้านสมองและนำไปสู่พัฒนาการด้าน Executive Function หรือ EF ได้ ร่วมถึงพัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจของลูกด้วย

การเลือก ของเล่นเสริม พัฒนาการ 3 ขวบ ที่เหมาะสมกับวัยก็เป็นตัวช่วยส่งเสริมพัฒนาการลูก และมีบทบาทสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับครอบครัว ของเล่นที่มีดีไม่ใช่เล่น ๆ มีอะไรบ้างนะ??

ของเล่นเด็ก 3 ขวบ แบบไหนที่มีดีไม่ใช่เล่น ๆ ??

ของเล่น เด็ก 3 ขวบ
www.pexels.com

1.เลโก้หรือบล็อกตัวต่อ เหมาะสำหรับลูกวัย 3 ขวบขึ้นไป มีประโยชน์ต่อพัฒนาการทางด้านสติปัญญาให้เด็กได้ใช้ความคิด จินตนาการในการสร้างสรรค์ผลงาน ต่อเป็นอาคาร ปราสาท ด้วยการต่อบล็อกซ้อนกันขึ้น ช่วยเชื่อมต่อการทำงานประสานมือและสายตา และยังช่วยฝึกสมาธิได้ดีด้วย

2.จิ๊กซอว์ จิ๊กซอว์สำหรับเด็กวัยก่อนเข้าเรียนควรเป็นชิ้นใหญ่และเริ่มต้นเพียงแค่ 4 ชิ้น 6 ชิ้น 8 ชิ้น หรือ 12 ชิ้น เพิ่มความยากขึ้นไปตามลำดับ การต่อจิ๊กซอว์จะช่วยพัฒนาทักษะการจับคู่และการเรียงลำดับ เสริมทักษะในการแก้ปัญหาให้ลูกได้ฝึกคิด มีสมาธิ ต่อภาพจิ๊กซอว์ตามโจทย์ และเมื่อทดลองทำด้วยตัวเองสำเร็จก็จะทำให้ลูกมีความมั่นใจในตัวเองด้วย

3.บอร์ดเกมหรือเกมส์กระดานสำหรับเด็ก 3 ขวบ เช่น บิงโกหรือโดมิโน จะช่วยเสริมทักษะทางด้านสติปัญญา ความแม่นยำ แยกแยะตัวเลข และสีต่าง ๆ ได้

4.แฟลชการ์ดหรือบัตรคำ ไม่ว่าจำเป็นการ์ดคำศัพท์ต่าง ๆ รูปภาพจับคู่สัตว์ สิ่งของ เหล่านี้จะช่วยเพิ่มชุดคำศัพท์และฝึกความแม่นยำ สอนให้ลูกรู้จักการแยกหมวดหมู่ได้

5.เครื่องดนตรี ของเล่นเกี่ยวกับเครื่องดนตรี เช่น กลอง กีตาร์ คีย์บอร์ด เมโลเดี้ยน ฯลฯ จะเป็นตัวช่วยในการสนับสนุนความถนัดทางด้านดนตรี ร้องเพลง ให้กับเจ้าตัวเล็กได้ฉายแววเป็นศิลปินได้ อีกทั้งจังหวะทำนองที่น่าสนใจจะช่วยให้ลูกอารมณ์ดี และการเล่นดนตรีก็มีส่วนช่วยพัฒนาการด้านสมองฝึกเรื่องความจำได้ดี

6.ชุดอาชีพต่างๆ เด็กวัยนี้เริ่มชอบเล่นบทบาทสมมุติกันแล้ว มีหลายอาชีพที่เด็ก ๆ มักถูกใจ ไม่ว่าจะเป็นคุณหมอ พยาบาล เชฟทำอาหาร ช่างซ่อม ชุดแฟนซี ฯลฯ ของเล่นในชุดอาชีพจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านคำพูดและภาษา ฝึกพัฒนาการด้านสังคมและอารมณ์ที่สามารถเล่นกับคนอื่นได้ ต่อยอดความคิดและจิตนาการในบทบาทสมมติที่ตัวเองสร้างขึ้น

7.ชุดงานฝีมือ DIY ใช้อุปกรณ์ง่าย ๆ เช่น ดินสอสี, สติกเกอร์, กระดาษ, กาว ทำการ์ดหรือภาพตัดปะ งานศิลปะประดิษฐ์เป็นการสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

8.สมุดภาพระบายสี การจับดินสอระบายสีเป็นการฝึกสมาธิและประสาทสัมผัส ช่วยเน้นพัฒนาการกล้ามเนื้อมือเล็กฝึกการควบคุมให้อยู่ในกรอบ การเลือกใช้สีแต่ละสีช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของลูก

หนังสือนิทาน ของเล่น เด็ก 3 ขวบ
หนังสือนิทาน ของเล่น เด็ก 3 ขวบ

9.หนังสือนิทาน การอ่านหนังสือเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ต่อลูกน้อยเป็นอย่างมาก การอ่านหนังสือให้ลูกและชวนเจ้าตัวน้อยเริ่มอ่านหนังสือตั้งแต่เล็ก จะทำให้ลูกเป็นเด็กรักการอ่าน ช่วยเสริมพัฒนาการด้านสมองและภาษาได้เป็นอย่างดี

10.ตุ๊กตา หุ่นยนต์ รถของเล่น ไดโนเสาร์ ของเล่นเหล่านี้มีส่วนช่วยส่งเสริมทักษะการพูดให้กับลูกได้ตั้งแต่เล็ก ๆ ทำให้มีสมาธิที่ดีขึ้น ช่วยฝึกจินตนาการ ฝึกการเข้าสังคมเมื่อเล่นรวมกันเป็นกลุ่ม

11.แป้งโดว์ การใช้มือน้อย ๆ หยิบจับ ขยำปั้นแป้งโดว์จะเป็นการช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อมือยังช่วยเสริมสร้างจินตนาการของเจ้าตัวน้อยได้ให้คิดและพยายามปั้นออกมาเป็นรูปต่าง ๆ ด้วยตัวเอง และเป็นของเล่นที่ช่วยให้การประสานมือและตาทำงานดีขึ้นด้วย

12.Balance Bike จักรยานขาไถหรือบาลานซ์ไบค์ เหมาะตั้งแต่อายุ 18 เดือนถึง 5 ปี ของเล่นชิ้นนี้มีช่วยเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ให้ได้ขยับแขนขาเคลื่อนไหวได้อย่างสนุกสนาน มีการประสานงานระหว่างมือกับเท้าเพื่อให้ลูกรู้จักทรงตัว และเกิดความเชื่อมั่นในตนเองได้

 

อ่านต่อ>> ของเล่นเสริมพัฒนาการ 3 ขวบ เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านหนังสือให้ลูกฟัง

5 เทคนิค อ่านหนังสือให้ลูกฟัง เริ่มตอนไหน? อ่านยังไง? โดย พ่อเอก

‘เราเริ่ม อ่านหนังสือให้ลูกฟัง ตอนอายุเท่าไหร่’ ถ้าจำไม่ผิดคงจะเริ่มตอนอายุประมาณ 3 เดือน แต่เป็น 3 เดือนอายุครรภ์นะฮะ ฮ่าฮ่าฮ่า คือ อ่านให้ฟังตั้งแต่อยู่ในครรภ์หม่ามี๊เลย ซึ่งจริงๆ แล้วอาจจะเร็วไปนิด เพราะตอนนั้น อวัยวะส่วนการฟังของเจ้าปูนปั้นกับปั้นแป้ง อาจจะยังไม่พัฒนาพอ แต่เราเชื่อว่าลูกแฮปปี้เพราะเขารับรู้ความแฮปปี้ผ่านทางอารมณ์หม่ามี้ได้ และ ดังนั้นมีกิจกรรมอะไรที่ทำให้หม่ามี้แฮปปี้ ปะป๊าก็จะพยายามทำให้ เราเล่านิทาน ร้องเพลง กล่อมนอนให้เขาฟังตั้งแต่ตอนนั้น แต่จริงๆ เด็กจะเริ่มได้ยินหลังอายุครรภ์เกิน 3 เดือนไปไม่นานนัก

แล้ว อ่านหนังสือให้ลูกฟัง มันมีประโยชน์ตรงไหน เพราะเขาก็ฟังไม่รู้เรื่องอยู่ดี? มีสิครับ เพราะเขาจำเสียงเราได้ ตอนเขาลืมตาออกมาดูโลก เขาคุ้นเสียงใครมากกว่า คนนั้นกุมความได้เปรียบ อย่าทำเป็นเล่นไป และในตอนที่ยังอยู่ในพุงหม่ามี้ เราก็เชื่อว่า เขารอเวลาที่จะออกมาคุยกับเราเช่นกัน

‘เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในการ อ่านหนังสือให้ลูกฟัง’

  1. เคยเจอปัญหาว่า ลูกไม่ยอมฟังเราเล่านิทานมั้ย

เรื่องนี้ผมว่าปัญหาอยู่ที่ตัวเรา คือ คุณพ่อคุณแม่ ไม่ใช่อยู่ที่ลูก สังเกตตัวเราว่า เวลาเราอ่านนิทานให้ลูกฟัง เราสนุกไปด้วยมั้ย  เพราะถ้าเราสนุกไปด้วย เสียงเราจะไม่โมโนโทน แต่น้ำเสียงในการเล่าจะไปตามอารมณ์เรื่อง เราได้ใส่อารมณ์และท่าทางเข้าไปด้วยมั้ย ถ้าลูกยังไม่สนุก เล่าไปแสดงตามเนื้อเรื่องไปด้วยก็ช่วยได้ แน่นอนบ้านเรา หม่ามี้กับปะป๊าเคยแสดงนิทานหลายเรื่องให้ปูนปั้นกับปั้นแป้งดู

  1. เจอปัญหาว่าลูกจะเอาแต่เปิดข้ามๆ ไปเรื่อยๆ มั้ย

ปัญหานี้ครอบครัวเราต้องขอบพระคุณคุณหมอพัฒนาการเด็กท่านหนึ่งที่ปะป๊าเคยขึ้นเวทีร่วมกับท่าน และท่านได้แนะนำในเรื่องนี้ว่า ‘เราต้องเป็นคนคุมเกมส์’ เราต้องเป็นผู้จับหนังสือ เป็นผู้เปลี่ยนหน้าเอง ไม่ใช่ลูก เท่านั้นเอง กลับมาถึงบ้านเด็กๆ ก็มาอยู่ในเกมส์การอ่านของเรา 555

เทคนิคอ่านหนังสือกับลูก

  1. อ่านหนังสือให้ลูกฟัง เราควรนั่งอ่านหนังสือในลักษณะแบบไหนดี

มีบางท่านแนะนำว่า นั่งตรงข้าม เพื่อที่เราจะได้เห็นสายตาลูก จะได้รู้ว่าท่อนไหน ที่เขาสนใจ ไม่สนใจ เขาสนุกตรงไหน เราจะได้ขยี้ๆๆๆๆ จุดนั้น อย่าให้หลุด เอาให้สุด แต่เราครอบครัวเราเอง ชอบนั่งข้างๆ กัน เพราะปูนปั้นเอง ก็มีส่วนร่วมกับการเล่าเรื่องไปด้วยตลอดทั้งเล่มและปูนปั้นก็ชอบให้นั่งข้างๆ มากกว่าตรงข้าม

  1. เล่าไปถามไป

การเล่าเฉยๆ ไม่สนุกเท่ากับ เล่าไปถามไป จะได้รู้ว่าลูกสนใจมั้ย และเป็นการดึงความสนใจ อีกทั้งเพิ่มความสนุกเข้าไปด้วย แต่ถ้าลูกตอบผิด อย่าได้ใส่ใจ อย่าทำเป็นเรื่องใหญ่ … ให้นึกว่า ‘ปล่อยเจ้าตอบเจ้าเล่าไป ตามใจเจ้าฝัน’

  1. แล้วหนังสือแบบไหนที่น่าอ่าน

สั้นๆง่ายๆ ‘หนังสือที่ลูกเลือกสิครับ’

 

ทำได้ขนาดนี้ รับรองลูกจะสนุกกับการอ่านหนังสือแน่นอน เหมือนเจ้าปูนปั้นกับปั้นแป้งที่จะต้องมี คืนละ 3 เล่มเป็นอย่างน้อย และถือเป็นเรื่องสำคัญก่อนนอนทีเดียว

และแม้ว่าจริงๆ แล้วตอนนี้ปั้นแป้งจะยังอ่านหนังสือไม่ออก แต่ปั้นแป้งสามารถเล่านิทานสนุกๆๆๆๆ จากในเล่ม ที่ไม่เหมือนเนื้อหาในเล่ม ให้เราฟังได้นะเออ เป็นนิทานที่ยังไม่มีใครเคยอ่าน และเป็นนิทานที่จะถูกเล่าครั้งเดียว เท่านั้น

ส่วนพี่ปูนปั้นตอนนี้ทุกคืนสามารถอ่านหนังสือนิทานภาษาอังกฤษสำหรับเด็กที่มีภาพประกอบได้คืนละเล่ม เล่มนึงก็มีเนื้อหาประมาณ 30 หน้า ซึ่งเขาอ่านได้ชิลๆ

เห็นมั้ยครับ ถ้าไม่ให้เขารักการอ่านแต่เด็กจะให้ไปเริ่มตอนไหน และเมื่อเขารักการอ่าน คุณจะรู้ว่านอกจากลูกจะได้ประโยชน์แล้ว เวลาต้องเตรียมสอบ เราผู้เป็นพ่อแม่จะสบายมากขึ้นหลายเท่า


>>แวะไปดู รอยยิ้มหวานฉ่ำ ที่มีแจกฟรีทุกวันได้ที่เฟซบุ๊ค

หมุนรอบลูก – พี่ปูนปั้น กับ น้องปั้นแป้ง นะครับ<<

ปูนปั้น ปั้นแป้ง พ่อเอก
ปูนปั้น ปั้นแป้ง พ่อเอก เพจหมุนรอบลูก

บทความน่าสนใจอื่นๆ

แชร์เทคนิค”สอนลูกให้รู้จักรับผิดชอบ”ตั้งแต่เด็ก

“ลูกทำผิด” เทคนิคสอนลูก แบบไม่ต้อง “ทำโทษ”

แนะนำ 4 “บอร์ดเกม” ฝึกลูกสมองไว ไหวพริบดี

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

วิธีดูแลเสื้อผ้า

เคล็ด(ไม่)ลับ “วิธีดูแลเสื้อผ้า” ลูกน้อยให้สะอาด หอม ไม่มีกลิ่นอับชื้นตลอดวัน

วิธีดูแลเสื้อผ้า “เด็ก” …คุณพ่อคุณแม่ที่พากันไปเลือกซื้อของใช้ให้ลูกน้อย และหนึ่งในนั้นก็ต้องมีเสื้อผ้าเด็ก  รวมถึงผ้าขนหนู ถุงเท้า เป็นต้น แนะนำว่าชุดเสื้อผ้าเด็ก ของใช้ผ้าต่างๆ ที่ซื้อมาใหม่ ต้องนำมาซักทำความสะอาด ก่อนนะคะ เพราะถึงแม้จะเป็นเสื้อผ้าเด็กชุดใหม่ ก็อาจทำให้ผิวลูกน้อยเกิดการระคายเคืองจากเนื้อผ้าได้ค่ะ

 

วิธีดูแลเสื้อผ้า

วิธีดูแลเสื้อผ้า ให้สะอาด ลูกน้อยสวมใส่สบายตัว สบายผิว

การซักทำความสะอาดเสื้อผ้าลูกวัยที่เริ่มทำกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก นอกจากชุดเสื้อผ้าใหม่ที่ต้องซักทำความ สะอาดก่อนสวมใส่ให้ลูกแล้ว ก็ยังมีชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่ใช้แล้วในทุกวัน ที่มีทั้งคราบเหงื่อ คราบสกปรกต่างๆ ทั้งปัสสาวะ อุจจาระ คราบดินโคลน คราบอาหาร คราบเลือด ฯลฯ ก็ต้องซักทำความสะอาดเอาคราบสกปรกออกไปให้หมดด้วยเช่นกันค่ะ

และด้วยความที่ผิวของลูกน้อยยังบอบบาง คุณแม่ไม่ควรซักทำความสะอาดเสื้อผ้าเด็กด้วยผลิตภัณฑ์ซักทำความสะอาดทั่วไป เพราะสารเคมีอาจทำให้ผิวลูกน้อยแพ้ระคายเคืองขึ้นได้ค่ะ ดังนั้นเพื่อให้ชุดเสื้อผ้าของลูกน้อยสะอาด หอม ไม่มีกลิ่นอับชื้น สวมใส่แล้วสบายตัว ไม่ระคายเคืองผิวบอบบาง อ่อนโยน เรามีวิธีดูแลเสื้อผ้าลูกแบบง่ายๆ มาแนะนำกันค่ะ

1. แยกซักทำความสะอาด

เสื้อผ้าลูกไม่ควรซักรวมกับเสื้อผ้าของผู้ใหญ่ เพราะไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผ้าร่วมกัน ควรใช้เป็นผลิตภัณฑ์ซักทำความสะอาดสำหรับเด็กโดยเฉพาะเท่านั้น

2. แยกซักระหว่างผ้าขาว และผ้าสี

ควรแยกเสื้อผ้าเด็ก รวมถึงของใช้ต่างๆ เช่น ผ้าอ้อม ถุงเท้า ผ้าห่ม ปลอกหมอน ฯลฯ ต้องแยกเนื้อผ้าสีขาวต่างหาก ไม่ควรซักรวมกับเนื้อผ้าสี เพื่อป้องกันสีผ้าตกใส่

วิธีดูแลเสื้อผ้า

3. แยกซักผ้าที่มีคราบสกปรก

เสื้อผ้า หรือผ้าอ้อม ผ้าปูที่นอนลูก หากเลอะคราบปัสสาวะ หรืออุจจาระ ให้แยกออกมาแช่ทิ้งไว้ด้วยน้ำเปล่าก่อน เพื่อให้คราบสกปรกหลุดออก จากนั้นค่อยซักขจัดคราบด้วย ผลิตภัณฑ์ซักผ้าสำหรับเด็กโดยเฉพาะ

4. ใช้ผลิตภัณฑ์ซักทำความสะอาดที่อ่อนโยนต่อเนื้อผ้า

สำหรับเสื้อผ้าเด็ก แนะนำให้ใช้เป็นผลิตภัณฑ์ซักผ้าและปรับถนอมเนื้อผ้าสำหรับเด็กเท่านั้น เนื่องจากมีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีอันตราย และอ่อนโยนต่อเนื้อผ้า เมื่อลูกสวมใส่ชุดเสื้อผ้าก็จะไม่เกิดการระคายเคืองต่อผิว ทำให้สบายตัวตลอดวันค่ะ

5. ตากเสื้อผ้าให้แห้ง

เสื้อผ้าเด็กโดยมากจะเป็นเนื้อผ้าฝ้าย เบาๆ นิ่มๆ หลังจากซักทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ให้ตากพึ่งแดด ผึ่งลมให้แห้งสนิท ก่อน เพราะถ้าเนื้อผ้าไม่แห้ง อาจเกิดความอับชื้น และเหม็นอับ ซึ่งเมื่อลูกสวมใส่ก็จะไม่สบายผิว มีอาการคันผิวขึ้นได้ค่ะ

วิธีดูแลเสื้อผ้าลูกที่นอกจากความสะอาดแล้ว การที่เสื้อผ้ามีกลิ่นหอมอ่อนๆ จากธรรมชาติ ก็ช่วยให้ลูกน้อยอารมณ์ สดชื่น ตลอดวันได้ค่ะ ซึ่งเคล็ดลับอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็กค่ะ

วิธีดูแลเสื้อผ้า

ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็กดีนี่ เป็นน้ำยาซักผ้าเด็กที่คุณแม่มั่นใจเลือกใช้กันค่ะ การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1 และมีให้เลือกใช้ถึง 4 สูตร นั่นคือ

  • สูตรสำหรับเครื่องซักผ้าฝาหน้าโดยเฉพาะ มีฟองพอเหมาะ ซักล้างออกง่าย (สีชมพู)
  • สูตรสำหรับซักผ้าขาว ช่วยให้เสื้อผ้าสีขาวสดใส ไม่หมอง (สีขาว)
  • สูตรลดกลิ่นเหงื่อเด็ก ช่วยให้เนื้อผ้าหอมตลอดวัน แม้ลูกเล่นสนุกจนเหงื่อออก (สีแดง)
  • สูตรแอนตี้แบคทีเรีย ยับยั้งแบคทีเรีย 99.99% ช่วยให้เสื้อผ้าไม่เหม็นอับ (สีฟ้า)

วิธีดูแลเสื้อผ้า

ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็กดีนี่ ที่ถูกใจคุณแม่ที่มีลูกวัยซน มีคุณสมบัติเด่น คือ…

  1. เหมาะสำหรับซักเสื้อผ้าเด็ก อายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป
  2. ไม่ระคายเคืองผิว และไม่กัดมือขณะซักผ้า
  3. ล้างฟองออกง่าย ไม่ทิ้งสารตกค้าง
  4. เทคโนโลยี เฟรชล็อค ช่วยลดกลิ่นอับชื้น
  5. ช่วยขจัดคราบสกปรกออกง่าย และป้องกันคราบไหลย้อนกลับ ทั้งคราบอาหาร คราบอุจจาระ คราบน้ำลาย คราบเลือด ฯลฯ
  6. มีกลิ่นหอมจากธรรมชาติ ที่ทำให้รู้สึกสดชื่นเมื่อสวมใส่เสื้อผ้า

 หวังว่าคุณพ่อคุณแม่คงจะถูกใจกับเคล็ดลับวิธีดูแลเสื้อผ้าลูกน้อย ให้สะอาด หอม ไม่มีกลิ่นอับชื้น สวมใส่สบายตัว ที่นำมาฝากกันนี้นะคะ และอย่าลืมเลือกผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็กที่ดีต่อเสื้อผ้าของลูกๆด้วยนะคะ

วิธีดูแลเสื้อผ้า

 

แสดงแบบ : คุณแม่ชนิกานต์ เกียรติมณีศรี และ น้องไนร่า ทาดานี

Kidzooona

ชวนลูกเรียนผ่านการเล่นเป็นภาษาอังกฤษ ที่ Kidzooona

วันหยุดทั้งที่จะให้เด็กวัยซนอยู่บ้านเฉยๆ คงไม่ได้ ถ้าคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาสถานที่สนุก ๆ ให้ลูกได้ปลดปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ และกำลังร่างกายออกมาอย่างเต็มที่ Kidzooona เป็นอีกหนึ่งสถานที่ไม่ควรพลาด นอกจากจะมีของเล่นและกิจกรรมมากมายแล้ว ยังมีมุมสงบสำหรับผู้ใหญ่ ให้ทุกคนในครอบครัวได้อยู่ร่วมกันตลอดทั้งวันด้วย

Kidzooona แหล่งรวมความสนุก ให้เด็กได้ Play & Learn แบบเพลินๆ เสริมพัฒนาการ

การพาลูกออกไปเล่นนอกบ้านช่วงวันหยุด หรือวันว่างของคุณพ่อคุณแม่ นอกจากเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนได้ทำกิจกรรมร่วมกันแล้ว ของเล่นและกิจกรรมต่างๆยังมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างทักษะชีวิตรอบด้านซึ่งจำเป็นสำหรับเด็กวัยซน ไม่ว่าจะเป็นของเล่นฝึกทักษะกล้ามเนื้อ อย่าง กระดานลื่น เทมโพลีน  ลู่วิ่งเป่าลม รวมถึงของเล่นช่วยให้เด็ก ๆ ค้นพบตัวเอง

หนึ่งในกิจกรรมที่เด็ก ๆ มา Kidzooona ทุกคนต้องการเล่น คือ โซนร้านค้า ที่ย่อส่วนเอาร้านค้า ร้านอาหาร มาให้เด็กๆได้ลองแปลงร่างเป็นพ่อค้าขายพิซซ่า หรือสัตวแพทย์ๆ โดยมีอุปกรณ์ ของใช้ที่เกี่ยวข้องกับอาอชีพนั้นๆ ให้ลงมือทำกันจริงๆด้วย สิ่งนี้จะช่วยเปิดโอกาสให้เด็กได้ลองทำอาชีพที่ตัวเองช่ืนชอบ พร้อมกับเรียนรู้ว่าในสังคมมีอาชีพอะไรกันบ้าง ไม่แน่ว่า ลูกน้อยอาจค้นพบอาชีพในฝันที่อยากทำในอนาคตด้วย

รายการ Kidtalks ช่วง DaddyTalks ใน EP. นี้ อ.คริสชวนสองหนุ่ม วินสตัน และวิลเบิร์ตมาระเบิดความสนุก 1 วันเต็มๆ กันที่ Kidzooona ให้เด็กได้มา เรียนผ่านเล่น Play and Learn แบบเพลินๆ เป็นภาษาอังกฤษด้วยกัน ซึ่งมีทั้งประโยคและคำศัพท์ให้คุณพ่อคุณแม่นำไปสอนลูกๆ ที่บ้านได้ด้วย จะมีคำศัพท์อะไรบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

ทบทวนคำศัพท์สนุกจาก Kidzooona

day off     วันหยุด

holiday     วันหยุดสุดสัปดาห์ /นักขัตฤกษ์

come across  เจอเข้าโดยบังเอิญ

admission fee   ค่าเข้า

height         ความสูง (ระยะจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง)

tall              ส่วนสูง  (ความสูงของคน)

silde           ลื่น/กระดานลื่น

never give up    อย่ายอมแพ้

pairs          ใช้กับของที่เป็นคู่ เช่น รองเท้า ถุงเท้า กางเกง

stand straight  ยืนตรง

่jump       กระโดด

jog           วิ่งเหยาะๆ

sprint     วิ่งเร็ว

friendly   เป็นมิตร

outgoing   อัธยาศัยดี

ทบทวนประโยคภาษาอังกฤษเด็ดๆ จาก Kidzooona

What would you like to do today?     วันนี้ลูกอยากทำอะไร

How can you goin , if we haven’t paid the fee yet?   ถ้ายังไม่จ่ายเงิน เราจะเข้าไปได้อย่างไร

We have to meature how tall you are?   เราไปวัดดูว่าลูกลสูงเท่าไรแล้ว

I’m 115 centimeters tall  ผมสูง 115 เซนติเมตร

Would you like to join us?  อยากไปเล่นด้วยกันไหม

คุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

 

 

พาลูกเที่ยว ใกล้กรุงเทพ

5 จุดหมาย พาลูกเที่ยว ใกล้กรุงเทพ กิจกรรมเพียบ ถูกใจเด็กๆ

ปัจจุบันนี้มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เสริมพัฒนาการ สร้างจินตนาการให้เด็ก ๆ เยอะเลยค่ะ ขับรถไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ก็มีที่เที่ยวที่ถูกใจเด็ก ๆ แล้ว พาลูกเที่ยว ใกล้กรุงเทพ กับแหล่งเรียนรู้ใหม่ ๆ มีกิจกรรมเพียบ ที่จะพาเจ้าตัวเล็กไปเปิดประสบการณ์และเต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกกันค่ะ ลองมาดูว่ามีที่ไหนบ้างแล้วเตรียมตัววางแผนไปกันเลยค่า…

5 จุดหมาย พาลูกเที่ยว ใกล้กรุงเทพ กิจกรรมเพียบ ถูกใจเด็กๆ

#1 Pumpkin Art Town จ.ปทุมธานี

พาลูกเที่ยว ใกล้กรุงเทพ Pumpkin Art Town
Pumpkin Art Town

จัดว่าเป็นอีกนิวแลนด์มาร์กใกล้กรุง ที่ตอบสนองโจทย์ไลฟ์สไตล์วันหยุดให้คุณพ่อคุณแม่ได้ พาลูกเที่ยว ใกล้กรุงเทพ แบบสบาย ๆ และใช้วันหยุดทำกิจกรรมดี ๆ ร่วมกัน ที่เมืองฟักทอง Pumpkin Art Town แหล่งเรียนรู้ศิลปะและคาเฟ่สุดชิค รวมถึงที่พักสำหรับครอบครัว ใน อ.สามโคก จ.ปทุมธานี

ในเมืองฟักทองแห่งนี้แบ่งออกเป็น 4 โซนด้วยกัน เริ่มต้นกันที่ Playground  ซึ่งพอมุดประตูทางเข้าเล็ก ๆ เข้ามาก็จะต้องร้องว้าวกับพื้นที่กว้าง ๆ ร่มรื่น ที่มีสนามเด็กเล่นให้เด็ก ๆ ได้วิ่งเข้าใส่ในทันทีที่ได้เห็น  มีทั้งสไลเดอร์ ตาข่าย ที่ปีนป่าย ขึ้นลงไปมา บนสนามหญ้า พร้อมมุมกระบะทราย ครบองค์สำหรับเครื่องเล่นเสริมพัฒนาการแบบ Outdoor ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดเต็มที่ ใกล้ ๆ กันก็จะมีลานที่มีทั้งจักรยานสกู๊ตเตอร์ สามล้อ ขาไถ จัดมาบริการเด็ก ๆ กันโดยเฉพาะ

โซนบ้านศิลปะ บ้านสามหลังเล็ก ๆ สีเหลือง ฟ้า เขียว เป็นโซน workshop โดยเฉพาะ มีกิจกรรมให้เลือกหลากหลายมากหมุนเวียนเปลี่ยนไปในแต่ละสัปดาห์ อย่างมัดย้อม เพ้นท์ถุงผ้า งานปั้นดิน งานปักผ้า ฯลฯ ให้ทั้งเด็ก ๆ และผู้ใหญ่ได้สนุกกับการลองงานคราฟต์และได้ชิ้นงานในแบบของตัวเองกลับบ้านไปเลย

ร้านอาหารและคาเฟ่ มาถึงโซนที่คุณพ่อคุณแม่ปล่อยให้ลูกไปเล่นไปทำกิจกรรมแล้วพาตัวเองมาชิลเอ้าท์นั่งรอกับคาเฟ่ริมน้ำ ที่มองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาสวย ๆ จิบเครื่องดื่มเย็น ๆ รอลูกเล่นวนไปค่ะ หรือถ้าหิวที่นี่ก็ยังมีทั้งของคาว หวาน ของกินเล่นให้บริการอีกด้วย

โซนสุดท้ายที่เพิ่งเปิดบริการบ้านพักสุดน่ารักเอาไว้สำหรับครอบครัวมานอนพักผ่อนหย่อนใจ ใช้เวลาดี ๆ ร่วมกันในวันหยุดกันค่ะ

พาลูกเที่ยว ใกล้กรุงเทพ พิกัด : Pumpkin Art Town
อ.สามโคก จ. ปทุมธานี
🕰 10.00-20.00 น.
📞 065-536-6691

#2 ยายนากะตาหวิน จ.สุพรรณบุรี

ยายนากะตาหวิน จ.สุพรรณบุรี
ยายนากะตาหวิน จ.สุพรรณบุรี

ยายนากะตาหวินออแกนิคฟาร์ม ฟาร์มสเตย์ที่ชวนให้ไปเป็นคนบ้านนอกใกล้กรุงซักวัน เพราะอยู่แค่ อ.บางปลาม้า จ. สุพรรณนี่เองค่ะ ภายในฟาร์มมีบ้านพักหลังขนาดกำลังดีที่จุคนทั้งแฟมิลี่ ไม่ว่าจะมากับครอบครัวเล็ก ๆ แค่ 3 คน ไปจนถึง 6-7-8 คน และมีแค่สองห้องเท่านั้นนะจ๊ะ บ้านหลังใหญ่เป็นสองชั้น ด้านบนเป็นห้องพักที่มีเตียงนอนแบบสองชั้น แบบที่เป็นความฝันของเด็ก ๆ เลย ส่วนด้านล่างเป็นห้องครัวที่คุณแม่สามารถเข้าครัวลงมือทำอาหารเองเลยก็ได้ และไฮไลท์ของบ้านนี้อยู่ตรงสไลด์เดอร์หน้าห้องนี่แหละ สไลด์ลงมาปุ๊บก็มีสนามหญ้ารองรับ มีบ่อทรายให้เล่น มีที่ให้วิ่ง มีชิงช้าให้แกว่งไกว มีลมเย็น ๆ มีวิวธรรมชาติ

นอกจากมาพักแล้วที่ฟาร์มยังมีกิจกรรมให้เด็ก ๆ เรียนรู้เพียบ!!! แบบใกล้ชิดธรรมชาติสุด ๆ ทั้งพายเรือ ให้อาหารปลา รดน้ำผัก กิจกรรมเพ้นท์กระถางก็มี ได้ทำบัวลอยไข่เป็ด ชิมรสเค็ม ๆ จากฝีมือตัวเองด้วย ตื่นเช้ามาก็ไปเข้าฟาร์มไปเก็บไข่เป็ด มีมื้อเย็นกับมื้อเช้าให้ทานกันเต็มอิ่ม สุดสัปดาห์ก็สามารถมาใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ชิล ๆ ที่นี่ได้เลย หรือจะร่วมกิจกรรมแบบ 1 วันก็ได้ (น้องตั้งแต่เบบี้ถึง 6 ขวบฟรีค่ะ)

พาลูกเที่ยว ใกล้กรุงเทพ พิกัด : Yaina&Tawin OrganicFarm
อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
📞 081-9039771

# 3 ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทยนาเฮียใช้ จ.สุพรรณบุรี

ต้องบอกเลยว่าที่สุพรรณบุรีที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับเด็ก ๆ และครอบครัวเยอะจริง ๆ เลยค่ะ ขับรถออกจากกรุงเทพนิดเดียวก็เจอทุ่งนาสีเขียวแล้ว อีกหนึ่งที่ พาลูกเที่ยว ใกล้กรุงเทพ คือ ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทยนาเฮียใช้ อ.เมือง จ. สุพรรณบุรี แหล่งเรียนรู้เชิงเกษตรที่เหมาะสำหรับเด็กและเป็นเหมาะเป็นที่ดูงานด้านการเกษตรสำหรับผู้ใหญ่อีกด้วย

พื้นที่เกษตรน่าเรียนรู้ขนาดใหญ่ ในเนื้อที่ 86 ไร่ ที่โดดเด่นไปด้วยแปลงนาสาธิต พื้นที่ปลูกข้าว เพาะเมล็ด เพาะเห็ด ตลอดจนพืชพรรณ  สัตว์เกษตรกรรมทั้งหลาย ทั้งไก่ เป็ด ปลา วัว ควาย ฯลฯ ให้เดินดูชิล ๆ หมดคงไม่ไหว ดังนั้นที่นี้เลยมีรถรางนำเที่ยวชมและมีจักรยานให้ปั่นเช่าเข้าไปชมอะไรดี ๆ อีกมากมายภายในพื้นที่การเกษตรที่มีหลายสเตชั่นเหลือเกิน ไฮไลท์ของที่นี่มีแทบทุกจุดไม่เฉพาะที่แปลงนาสาธิต แต่ยังเป็นบ้านทรงไทย ที่สร้างตามแบบยุคสมัยโบราณ ร้านโชว์ห่วยย้อนยุคชวนให้คิดถึงวัยเด็ก หอเตือนภัยชาวนาที่ชวนให้ขึ้นไปชมวิวถ่ายรูปมุมสูงสวย ๆ และยังมีจุดทำกิจกรรมอย่างสไลด์เดอร์นา โหนชิงช้าบนหอคอย หรือทำขนมไทย ที่ชวนให้เด็ก ๆ เรียนรู้ไปพร้อมกับความสนุกได้ไม่น้อยเชียวละ (ในส่วนกิจกรรมสำหรับเด็กสามารถติดต่อขอทราบรายละเอียดที่เพจนาเฮียใช้เพิ่มเติม)

พิกัด ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย-นาเฮียใช้ จ. สุพรรณบุรี
🕰 08.00 – 17.00 น.
📞 09 2626 1515

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 5 จุดหมายใกล้กรุงเทพ พาลูกเที่ยว กิจกรรมเพียบ! คลิกหน้า 2

อาหารบำรุงน้ำนม

13 อาหารบำรุงน้ำนม เพิ่มน้ำนม ปลอดภัยจากธรรมชาติ

อาหารบำรุงน้ำนม มีความสำคัญกับแม่หลังคลอดเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้แม่ ๆ มั่นใจได้ว่าอาหารที่ทานเข้าไปนั้นจะช่วยให้มีน้ำนมให้ลูกทานอย่างเพียงพอ และมีสารอาหารที่ครบถ้วน

13 อาหารบำรุงน้ำนม เพิ่มน้ำนม  ปลอดภัยจากธรรมชาติ

13 อาหารบำรุงน้ำนม

  1. ใบกะเพรา

ในใบกระเพรา มีธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส เส้นใยอาหารสูง ความร้อนจากใบกะเพรา จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้มีน้ำนมมากขึ้น แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ หวัด คลื่นไส้ อาเจียน ช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้น ยิ่งถ้าเด็กได้รับจากนมแม่ ก็จะช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อในเด็กด้วย

เมนูแนะนำ แกงเลียง (ใส่ใบกะเพรา) ผัดกะเพรา แกงป่าหรือผัดเผ็ดต่าง ๆ นอกจากได้สรรพคุณทางยาแล้ว ในใบกะเพรายังมีกลิ่นหอมช่วยดับกลิ่นและรสคาวของเนื้อสัตว์ได้ดี

2. กุยช่าย

กุยช่ายอุดมไปด้วย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก คาร์โบไฮเดรต บีตาแคโรทีน วิตามินซี มีฤทธิ์ช่วยขับน้ำนม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม

เมนูแนะนำ นำส่วนดอกมาผัดกับเนื้อสัตว์ หรือนำใบมากินสดแกล้มกับอาหารอื่น ๆ แต่ที่นิยมคือ ใส่ผัดไทย

3. กานพลู

น้ำมันที่อยู่ในดอกกานพลู มีส่วนประกอบสำคัญคือยูจีนอล ซึ่งสามารถช่วยขับน้ำนมได้ดี และยังมีฤทธิ์ช่วยขับน้ำดีเพื่อนำไปย่อยอาหาร ลดอาการบีบตัวของลำไส้บรรเทาอาการแน่น จุกเสียด ได้อีกด้วย

เมนูแนะนำ นำดอกตูมแห้งมา 5-8 ดอก ชงในน้ำเดือด แล้วดื่มแต่น้ำ

อาหารเพิ่มน้ำนม
อาหารเพิ่มน้ำนม

4. ขิง

อาหารฤทธิ์ร้อน ที่มีประโยชน์สำหรับแม่ที่ให้นมบุตรและเหมาะที่จะเป็น อาหารบำรุงน้ำนม เป็นอย่างมาก เนื่องจาก ขิงมีโปรตีน ไขมัน แคลเซียม วิตามินเอ บีหนึ่ง บีสอง คาร์โบไฮเดรต ซึ่งขิงช่วยในการขับลม แก้อาเจียน ช่วยย่อยไขมันได้ดี ลดการบีบตัวของลำไส้ บรรเทาอาการปวดท้องเกร็ง ขับเหงื่อ เพิ่มการไหลเวียนเลือด ทำให้น้ำนมไหลได้ดี ลดอาการอาเจียน และเชื่อว่าเมื่อคุณแม่กินเข้าไป สรรพคุณที่ดีของขิงจะผ่านทางน้ำนมไปสู่ลูก ทำให้ลูกไม่ปวดท้อง

เมนูแนะนำ ยำขิง ยำปลาทูใส่ขิง ไก่ผัดขิง มันหรือถั่วเขียวต้มน้ำขิง ไข่หวานน้ำขิงต้มอุ่น ๆ โจ๊กใส่ขิง

5. ใบแมงลัก

ในใบแมงลัก มีธาตุเหล็ก แคลเซียม วิตามินบี และวิตามินซีสูง เนื่องจากใบแมงลักมีฤทธิ์ร้อนและรสหอม จึงทำให้น้ำนมไหลได้ดี ขับลม ขับเหงื่อ เมื่อได้ทานเข้าไป

เมนูแนะนำ ใส่แกงเลียง กินสดแกล้มกับขนมจีน หรือใส่แกงป่าต่าง ๆ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 13 อาหารบำรุงน้ำนม เพิ่มน้ำนม เพิ่มคุณภาพ ปลอดภัยจากธรรมชาติ

พัฒนาการ เด็ก 6 ขวบ

ลูกไม่ได้เป็นเบบี๋อีกต่อไป พัฒนาการ เด็ก 6 ขวบ ที่พ่อแม่ต้องรู้

พัฒนาการ เด็ก 6 ขวบ ตอนนี้ ลูกเติบโตมากกว่าที่ผ่าน ๆ มา ถือว่าเป็นช่วงเวลาของการเรียนรู้สุด ๆ ทั้งร่างกาย ความคิด ที่พร้อมสำหรับเผชิญโลกใบกว้าง หากคุณพ่อคุณแม่เข้าใจธรรมชาติของลูกวัย 6 ขวบได้ดี และส่งเสริมพัฒนาการอย่างถูกทาง ลูกก็จะเติบโตได้อย่างมั่นคงสำหรับอนาคตข้างหน้า

มาดูกันดีกว่าว่า พัฒนาการ เด็ก 6 ขวบ วัยนี้ก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว

พัฒนาการเด็ก 6 ขวบ ทางด้านร่างกาย

พัฒนาการ เด็ก 6 ขวบ
www.pexels.com

ดูเหมือนว่าพอเข้าสู่อายุ 6 ขวบลูกของเราไม่ใช่เบบี๋อีกต่อไป จากเด็กวัยหัดเดินในสายตาของพ่อแม่ก็เปลี่ยนไปเป็นเด็กวัยประถมที่มีฟันขึ้นครบทุกซี่แล้ว แขน ขา เริ่มยาว สูงขึ้น และค่อย ๆ เติบโตขึ้นทุกวัน พัฒนาการของร่างกายในช่วงนี้เด็กสามารถเติบโตเฉลี่ย 2 ถึง 2.5 นิ้วต่อปี และน้ำหนักเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.8-3 กิโลกรัมต่อปี

เด็ก ๆ ในวัย 6 ขวบเริ่มมีทักษะทางกายภาพที่หลากหลาย เริ่มมีพละกำลังที่แข็งแรง เด็กบางคนแสดงศักยภาพทางด้านกีฬาให้คุณพ่อคุณแม่ได้เห็นเด่นชัด เช่น เตะฟุตบอล ไอซ์สเก็ต ว่ายน้ำ เทควันโด ฯลฯ แต่เนื่องจากเด็กในวัยนี้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องเรียน การสนับสนุนให้ลูกได้ออกกำลังกายหรือการให้ลูกได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อพัฒนาการด้านร่างกายของวัยนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ

กล้ามเนื้อมัดเล็กของลูกวัยนี้พร้อมบังคับให้จับดินสอได้แล้ว ลูกจะมีความชำนาญในการเขียนการวาดรูปมากขึ้น และรูปภาพที่วาดก็ดูเป็นเรื่องราว เข้าใจ และมีตัวหนังสือที่อ่านง่ายขึ้น

ทักษะการประสานของร่างกายในส่วนต่าง ๆ ก็สามารถทำงานได้ดีขึ้น เช่น ใช้กรรไกรตัดกระดาษเป็นรูปทรง การผูกเชือกรองเท้าได้เอง การเดินทรงตัวที่แม่นยำขึ้น

พัฒนาการเด็ก 6 ขวบ ทางด้านภาษาและสติปัญญา

พัฒนาการ เด็ก 6 ขวบ
www.pexels.com

ช่วงวัย 6 ขวบถือว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับพัฒนาการด้านภาษาการฟัง พูด อ่าน เขียน มีพัฒนาการได้ดีขึ้นหรือไม่สังเกตได้จากในช่วงวัยนี้

พวกเขารู้เรื่องพอที่จะพูดให้พ่อแม่หรือคนอื่นเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยประโยคที่เรียบง่ายแต่สมบูรณ์ด้วยคำ 5-7 คำ และเข้าใจในสิ่งที่พ่อแม่พูด ดังนั้นการใช้คำพูดกับลูกจึงควรเป็นคำที่สุภาพ ไม่ใช้คำพูดหยาบคาย เพราะเด็กกำลังมีพฤติกรรมเลียนแบบ พูด เขียน ตามคนใกล้ชิด ซึ่งก็อาจทำให้ติดคำพูดของพ่อแม่ไปใช้กับเพื่อนที่โรงเรียนหรือกับคนอื่นได้ และด้วยทักษะการใช้ภาษาที่เพิ่มขึ้นทำให้เด็ก ๆ สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้ดีไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกหรือสิ่งที่พวกเขาคิด การพูดโกหก การโกง และการขโมย อาจจะเกิดขึ้นในวัยนี้ได้เช่นกัน

สำหรับ พัฒนาการ เด็ก 6 ขวบ ด้านทักษะการอ่าน ลูกพอจะอ่านหนังสือเองได้ ซึ่งทำให้ลูกเริ่มหยิบหนังสืออ่านอย่างอิสระ สนุกกับการอ่านนิทานที่ใช้คำง่าย ๆ  และสามารถเล่าโครงเรื่องของนิทานและตัวละครได้ ลูกจะเริ่มสนุกกับการเขียนเรื่องราวโดยเฉพาะเกี่ยวกับตัวเอง คุณพ่อคุณแม่ควรมีสมุดซักเล่มให้ลูกได้ลองเขียนบันทึกอย่างอิสระเพื่อส่งเสริมพัฒนาการความคิดความอ่านของลูกเพิ่มเติม และควรหาเวลาอ่านหนังสือให้ลูกฟัง เพื่อเพิ่มเติมคลังคำศัพท์ และพวกเขาจะสามารถสะกดคำได้มากขึ้น เริ่มเห็นว่าบางคำมีความหมายมากกว่าหนึ่ง  การอ่านออกเขียนได้ในวัยนี้จะนำไปสู่พัฒนาการทางด้านภาษาของลูกที่ดีขึ้นได้

ลูกในวัย 6 ขวบสามารถทำตามคำสั่งสามชุดต่อเนื่องกันได้และรับรู้ความหมายเกี่ยวกับสิ่งที่ถูกและผิด และอาจบอกต่อกับเพื่อนหรือคนอื่นที่คิดว่าไม่ได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง เริ่มรู้ลำดับเวลา เช่น เช้า กลางวัน เย็น กลางคืน สามารถบอกเวลาได้ บอกทิศทางได้ เริ่มรู้จักตัวเลขและวิธีคิดมากขึ้น มีความสามารถในการคิดที่ซับซ้อนเริ่ม มีความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับโลกรอบตัวและจะเพิ่มความทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ

พัฒนาการ เด็ก 6 ขวบ ทางด้านสังคมและอารณ์

พัฒนาการ เด็ก 6 ขวบ
www.pexels.com

เด็ก 6 ขวบก็คือเด็กที่เพิ่งพ้นวัยอนุบาลก้าวเข้าสู่ชั้นประถม เป็นช่วงวัยที่กำลังปรับตัวเพื่อก้าวไปสู่สังคมขนาดใหญ่ที่มีพี่ประถมชั้นอื่น ๆ และต้องเจอกับคนที่มีอายุมากกว่าเป็นส่วนใหญ่ ลูกจะรู้สึกตื่นตัวกับสังคมที่แปลกใหม่ทั้งของตัวเองและผู้อื่น

ความสัมพันธ์ในทางสังคมกับเพื่อนและผู้ใหญ่จะมีความซับซ้อนและมีความหมายมากขึ้น เช่น รู้ว่าเด็กผู้ชายมักจะเล่นกับเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงเล่นกับเด็กผู้หญิง ไม่ทำร้ายความรู้สึกของใครบาง รู้จักปลอบโยนเพื่อน มีการเล่าเรื่องและแสดงออกด้วยอารมณ์ขัน เป็นต้น เพื่อให้เกิดการยอมรับจากคนรอบข้าง สิ่งที่แสดงออกในตอนนี้คือเด็ก ๆ กำลังเรียนรู้ที่จะปรับตัว

ดังนั้นในช่วงวัยนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกลูกให้เรียนรู้วิธีการเข้าสังคม เช่น การพาลูกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน เล่นกีฬา และแสดงการเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกได้เห็น เช่น การยืนรอคิว การเล่นกับเพื่อน การมีน้ำใจ ฯลฯ เพื่อให้ลูกเป็นเด็กที่น่ารักในสายตาคนอื่นและเกิดความภาคภูมิใจในตัวเองตามมาด้วย

อ่านต่อ วิธีส่งเสริมพัฒนาการลูก 6 ขวบที่พ่อแม่ต้องรู้  คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อาหารเด็ก 7 เดือน

15 สูตรอร่อย อาหารเด็ก 7 เดือน เน้นพัฒนาสมองโดยเฉพาะ!

อาหารเด็ก 7 เดือน .. ลูก 7 เดือน กินอะไรได้บ้าง Amarin Baby & Kids ได้รวบรวมสูตรอร่อยอาหารเสริม เมนูเด็ก 7 เดือน โดยเฉพาะ! ทั้งทำง่าย แถมลูกได้รับแต่สารอาหารที่พัฒนาสมองแน่นอน

แจกเมนู 15 สูตรอร่อย อาหารเด็ก 7 เดือน เน้นพัฒนาสมอง!

หากคุณแม่ต้องการ ทำอาหารทารก 7 เดือน ควรเน้นเป็นเมนูที่ย่อยง่ายก่อนเหมือนกับลูกวัย 6 เดือน อย่างอาหารบด/ปั่นละเอียด เช่น ข้าวบด ข้าวตุ๋น หรือ ซุป แต่ค่อยๆ ปรับให้ข้นขึ้น และให้รับประทานวันละ 1 มื้อก็เพียงพอ ทั้งนี้ประมาณต่อมื้อให้ป้อนมื้อละ 5-7 ช้อนโต๊ะ

Must read : อาหารเสริมลูกน้อย เริ่มเมื่อไหร่ถึงจะเหมาะสม?

ทั้งนี้ อาหารเด็ก 7 เดือน ที่สามารถป้อนได้ให้เริ่มจากเนื้อสัตว์ เช่น หมู ไก่ ตับไก่ ตับหมู ส่วนปลาต้องเป็นปลาน้ำจืด ก่อน เช่น ปลาสวาย ปลาช่อนนา ปลานิล และสำหรับการเริ่มกินไข่ ลูกวัยนี้ต้องให้กินได้แต่เพียงไข่แดงอย่างเดียวเท่านั้น!! (ไข่ขาว กินได้หลัง 1 ขวบ)

**แต่อย่างไรก็ดี อาหารเด็ก 7 เดือน พวกเนื้อสัตว์ ปลาน้ำจืด และไข่แดง ควรทำการเทสกับลูกน้อยก่อนด้วยว่าแพ้หรือไม่แพ้ โดยทดสอบ 5-7 วัน ไม่ต้องรีบ ควรให้ลองกินทีละน้อยๆ ก่อน และเริ่มป้อนทีละอย่าง ถ้าลูกไม่แพ้ก็ให้ป้อนซ้ำไปอีก 5-7 วัน เพื่อให้มั่นใจว่าลูกไม่แพ้อาหารชนิดนี้จริงๆ

ส่วนพวกธัญพืชที่ลูกวัย 7 เดือน สามารถกินได้ คือ ถั่วแดง,ถั่วดำ,งาดำ,งาขาว,ลูกเดือย และผักที่เริ่มกินได้ก็เช่นผักกาดขาว,ตำลึง,แครอท,ฟักทอง,มันหวาน(มันเทศ),บล็อกโคลี,กวางตุ้ง,ผักบุ้ง,คะน้า … สำหรับผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล,ลูกพีช,ลูกแพร์,สาลี่,มะละกอ,อะโวคาโด,มะม่วงสุก,แก้วมังกร (ช่วงนี้ยังไม่เน้นให้ลูกกินผลไม้มาก เพราะอาจจะติดหวานได้ แนะนำให้เน้นกินพวกผักเป็นหลักก่อน)

Must read : อาหาร 6 อย่างนี้ “ห้ามให้ลูกน้อยต่ำกว่า 6 เดือน” กินเด็ดขาด!

นอกจากนั้นการทำ อาหารเด็ก 7 เดือน คุณแม่สามารถเริ่มใส่น้ำมันมะกอก extra virgin ลงในอาหารก่อนป้อนให้ลูกน้อยกินได้ ประมาณครั้งละ ½ ช้อนชา เพื่อช่วยเพิ่มน้ำหนัก

รวมไปถึงอาหารที่เราทำให้ลูกช่วง 7 เดือนนี้ ยังคงใส่นมแม่ลงไปด้วยได้ โดยจะเอานมแม่มาราดลงในอาหารก่อนกิน และห้ามนำนมแม่ไปปรุงอาหารโดยผ่านความร้อน หรือนำไปปั่นเด็ดขาด เพราะจะทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวแตกตัว และทำให้คุณค่าสารอาหารในนมแม่ลดลงด้วย

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.thaibabyfoodblender.com

อาหารเด็ก 7 เดือน

สุดท้ายเมื่อคุณแม่รู้ถึงการเตรียมทำอาหารให้ลูกวัย 7 เดือน แล้วว่ากินอะไรได้บ้าง แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะทำเมนูอะไรให้ลูกกินดี Amarin Baby & Kids จึงมีสูตรอาหารสำหรับเด็กอายุ 7 เดือน มาฝาก ซึ่งส่วนผสมแต่ละเมนูก็คัดสรรมาแบบที่บำรุงสมองให้ลูกวัยนี้โดยเฉพาะ จะมีเมนูใดบ้าง ตามไปดูกันเลยค่า…

 

อาหารเด็ก 7 เดือน เมนูข้าวต้มไข่แดง

อาหารเด็ก 7 เดือน

ส่วนผสม

  • ข้าวต้ม ½ ถ้วย
  • ไข่แดงต้มสุก ½ ฟอง
  • แครอทสับละเอียด ½ ช้อนโต๊ะ
  • ใบตำลึงสับละเอียด ½ ช้อนโต๊ะ
  • น้ำซุปกระดูกหมูหรือโครงไก่ 1 ถ้วย

วิธีทำ

  1. ผสมข้าวต้มกับน้ำซุป แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อน
  2. ใส่ไข่แดงลงไป คนจนเป็นเนื้อเดียวกัน
  3. ใส่แครอทกับใบตำลึงลงไปเคี่ยวจนเปื่อยนุ่ม แล้วยกลง ตักใส่ถ้วยพร้อมเสริมให้ลูกน้อยหม่ำ

 

 

อาหารเด็ก 7 เดือน เมนูข้าวตุ๋นตำลึงเต้าหู้ไข่

อาหารเด็ก 7 เดือน

ส่วนผสม

  • ข้าวตุ๋น ½ ถ้วย
  • ปลาเนื้ออ่อนต้มสุก (เฉพาะเนื้อ) 1 ช้อนโต๊ะ
  • เต้าหู้ไข่ กดเป็นรูปต่างๆ ½ หลอด (หนาประมาณข้าวต้ม ½ เซนติเมตร)
  • ตำลึงสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำซุป 1 ถ้วย

Must read : วิธีทำ เต้าหู้ไข่ออแกนิกส์ ไร้สารกันบูดแน่นอน!

วิธีทำ

  1. ผสมข้าวตุ๋นกับน้ำซุปเข้าด้วยกันในหม้อ จากนั้นยกขึ้นตั้งไฟให้เดือด
  2. ใส่เนื้อปลาลงไป แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อน จนนุ่ม
  3. ใส่เต้าหู้ไข่และตำลึงลงไป คนเบาๆ ให้เข้ากัน จากนั้นตักใส่ถ้วย พักพออุ่นแล้วจึงป้อนให้ลูกน้อย

 

อาหารเด็ก 7 เดือน เมนูโจ๊กข้าวโอ๊ตผักกวางตุ้ง

อาหารเด็ก 7 เดือน

ส่วนผสม

  • ข้าวสวย 1 ถ้วย
  • ข้าวโอ๊ต 2 ช้อนโต๊ะ
  • ตับหมูต้ม บดละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผักกวางตุ้ง สับหยาบ 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำซุป 1-2 ถ้วย

วิธีทำ

  1. ต้มข้าวสวยกับนำซุปจนนุ่ม เติมข้าวโอ๊ตลงไปแล้วคนให้เข้ากัน
  2. ใส่ตับหมูและผักกวางตุ้งลงไปคนพอเดือด ตักใส่ถ้วย พักให้อุ่นก่อนป้อน

 

 

อาหารเด็ก 7 เดือน เมนูข้าวต้มใบเตยหมูบด

อาหารเด็ก 7 เดือน

ส่วนผสม

  • ข้าวสารหอมมะลิ ¼ ถ้วย
  • น้ำเปล่า 2 ถ้วย
  • ใบเตย หั่นเป็นท่อนยาว 2 นิ้ว 3-4 ท่อน
  • เนื้อหมูบด ¼ ถ้วย
  • ปวยเล้ง ต้มสุกสับหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น ¼ ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ต้มข้าวสารหอมมะลิกับน้ำและใบเตยจนสุกนุ่ม
  2. ตักใบเตยออก ใส่เนื้อหมูลงไป แล้วปรุงรสด้วยเกลือ
  3. ใส่ปวยเล้งลงไป คนพอเข้ากัน ตักใส่ถ้วยแล้วพักให้อุ่นก่อนป้อน

 

ดูต่อ >> สูตรอาหารสำหรับเด็ก 7 เดือน” คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

นักร้องยุค 90

15 นักร้องยุค 90 (ผู้ชาย) มีลูกแล้ว!

ยังจำพวกเขาเหล่านี้ได้ไหม? นักร้องยุค 90 ในยุคที่พวกเขาโด่งดัง  ปัจจุบัน นักร้องชาย ยุค90 เหล่านี้ มีครอบครัว มีลูกกันหมดแล้ว จะเป็นใครบ้าง ตามมาดูกันเลย

รวม นักร้องยุค 90 (ขวัญใจสาวๆ) ปัจจุบันมีลูกกันหมดแล้ว!

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่สมัยนี้น่าจะทันกับการเป็นวัยรุ่นยุค 90 ซึ่งในยุค 90 นั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นยุคคลาสสิกที่สุดก็ว่าได้สำหรับวงการเพลงในเมืองไทย และโดยเฉพาะนักร้องชายก็มีหลายคนที่ทำให้สาวๆ สมัยนั้นตามกรี๊ด กับใบหน้าที่หล่อใส รวมไปถึงน้ำเสียงและทำนองเพลงที่ทำให้ฮิตติดหูโด่งดังและเป็นตำนานจนมาถึงยุคนี้

และปัจจุบัน นักร้องยุค 90 ไอดอลรุ่นสมัยที่คุณแม่ตามกรี๊ดก็ไม่ได้หายไปไหน บางคนก็ทำงานเบื้องหลัง บ้างก็ไปเป็นพิธีกร ดีเจ หรือทำธุรกิจส่วนตัว และก็มี นักร้องชาย ยุค 90 หลายคนที่แต่งงานมีลูกไปก็เยอะแล้ว … ซึ่งหลังมีข่าวว่า นักร้องชายยุค 90 เหล่านั้นแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ก็ทำเอาสาวๆหลายคนน้ำตาตกไปตามๆ กัน ว่าแต่จะมี นักร้องยุค 90 ผู้ชายเจ้าของเพลงฮิต เพลงดังคนไหนบ้าง ที่เคยเป็นขวัญใจสาวๆ แต่ปัจจุบัน มีลูกไว้เชยชมกันแล้วบ้าง ทางทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้รวบรวมมาให้ดูตรงนี้กับ 15 นักร้องยุค 90 ตามมาดูกันเลยค่า…

15 นักร้องยุค 90 (ผู้ชาย) ปัจจุบัน มีลูกแล้ว

มากันที่คนแรก นักร้องยุค 90 กับเจ้าพ่อเพลงแดนซ์ “อ๊ะๆๆ อ๊าว อะ อาว อะ อะ อะ อาว อะ อ๊าว!” คุณเจ เจตริน ที่สาวๆ ต่างพากันกรี๊ดและสมัครเป็นสะใภ้มะโนมากมาย เพราะพ่อเจ มีลูกชายสุดหล่อหน้าดี ที่ได้ DNA มาจากตัวเองและภรรยาสาว แม่ปิ่น เก็จมณี แบบเต็มๆ ถึง 3 คนด้วยกัน คือ “น้องเจ้านาย เจ้าขุน และเจ้าสมุทร”

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งสาว ก็คือ “น้องเจด้า” ซึ่งเป็นลูกสาวคนโตคนเดียวของคุณพ่อเจ และอดีตนางงาม จีด้า จิดาภา ณ ลำเลียง และถึงแม้ทั้งคู่จะเลิกรากันไปแล้ว แต่ก็ไปมาหาสู่กันบ้าง โดยเฉพาะช่วงที่น้องเจด้าปิดเทอม ก็จะเดินทางจากประเทศสหรัฐอเมริกามาเยี่ยมคุณพ่อและน้อง ๆ ที่เมืองไทย พร้อมทำกิจกรรมร่วมกันมากมาย กลายเป็นครอบครัวใหญ่อันแสนอบอุ่นสุด ๆ

นักร้องยุค 90

ขอบคุณภาพจาก :  www.tvpoolonline.com

นักร้องยุค 90
คุณเจ เจตริน และ ลูกทั้ง 4 คน

ขอบคุณภาพจาก : IG @jjetrin , @jjayda

 

 

นักร้องชายคนที่ 2 ก็ถือเป็นอีกหนึ่งศิลปินที่กร้าวใจสาวๆ ยุค 90 แบบสุดๆ เลยก็ว่าได้ นั่นคือ คุณตุ้ย ธีรภัทร์ กับเพลง “ใจบอกว่าใช่เธอ…เพียงได้เจอก็เพ้อก็หวั่นไหว” ซึ่งก็ได้แต่งงานกับนางแบบสาว นาตาชา และให้กำเนิดลูกชายหัวแก้วหัวแหวนชื่อ “น้องไตตั้น” ออกมาเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้ชีวิตครอบครัว

นักร้องยุค 90

ขอบคุณภาพจาก :  @boutique10s

นักร้องยุค 90

ขอบคุณภาพจาก : IG @tuipptitan

 

ถัดมาเป็น คู่แฝดขวัญใจวัยรุ่นที่ดังที่สุดจนเป็นหนึ่งในไอดอล นักร้องยุค 90 กับเพลงฮิตสุดกวน “หัวก็ยังไม่ล้าน ก็ยังไม่โล้น ก็ยังไม่เหน่ง” นั่นคือ คุณใหญ่-ฝันดี และคุณเล็ก-ฝันเด่น จรรยาธนากร นั่นเอง โดยทั้งคู่เปิดตัวด้วยการเป็นนักร้อง ในลุคเจแปนนิสคิวท์บอย ใสๆ ตี๋ๆ ดูกวนหน่อยๆ ซึ่งในปัจจุบันทั้งคู่ก็แต่งงานมีครอบครัวแล้ว

นักร้องยุค 90

ขอบคุณภาพจาก : teen.mthai.com

 

โดยคุณใหญ่-ฝันดี ได้แต่งงานกับคุณสา ธนวรรณ และมีลูกด้วยกัน 2 คน คือ “น้องจินนี่” จุฑาภัค วัย 20 ปี และ “น้องเจแปน” อภิชา วัย 17 ปี ลูกสาวและลูกชายของ ที่บอกเลยว่าโตไวมากแถมงานดีทั้งคู่ ลูกสาวก็สวย ร้องเพลงเสียงดีเป็นลูกไม้หล่นใต้ต้น ด้านลูกชายก็หล่อไม่แพ้พ่อ เพราะคุณแม่สา ธนวรรณ ก็เป็นถึงอดีตนางงาม

นักร้องยุค 90

นักร้องยุค 90

ขอบคุณภาพจาก : IG @ fundee.j

 

ด้านคุณเล็ก-ฝันเด่น ก็ได้แต่งงานกับนักร้องสาว โบ สุนิตา และมีลูกสาวเป็นโซ่ทองคล้องใจ คือ “น้องฮานิ” สาวน้อยแก้มป่อง น่ารัก ตาโตได้คุณแม่มาเต็มๆ เรียกว่ายิ่งโตก็ยิ่งสวย ทำเอาแฟนคลับของคุณพ่อคุณแม่แอบปันใจไปเป็นแฟนคลับของลูกสาวกันหลายคนเลยทีเดียว

นักร้องยุค 90

ขอบคุณภาพจาก : IG @beau_sunita

 

มากันที่ นักร้องยุค 90 ผู้ชายคนที่ 5 ซึ่งก็คือ คุณฟลุค เกริกพล คุณพ่อสุดหล่อของ “น้องอชิ” กับแม่โบ ชญาดา อดีตภรรยาสาวสวย ซึ่งถ้าย้อนวันเวลากลับไปในยุค 90 วัยรุ่นยุคนั้น ไม่มีใครไม่รู้จักฟลุคในฐานะนักแสดงที่แจ้งเกิดเปรี้ยงปร้างจากละครทอฝันกับมาวิน (ปี 2539) แถมยังร้องเพลงประกอบละครเองจนฮิตติดทุกชาร์ต อย่างเพลงรักเธอเหลือเกิน นอกจากหน้าตาจะหล่อแนวหน้า การแสดงชั้นเยี่ยม เสียงยังเลิศอีกต่างหาก

นักร้องยุค 90

นักร้องยุค 90

ขอบคุณภาพจาก : IG @ fluke777

 

 

ถัดมากับนักร้องชายยุค 90 ที่ได้เป็นเบอร์ 1 ตลอดกาลในช่วงนั้น นั่นคือ คุณเต๋า สมชาย ที่มีเพลงขึ้นหิ้งหลายเพลง เช่น โลกทั้งใบให้นายคนเดียว, บอดี้การ์ด สมชายฯ (สมชายจดปลายเท้า) ซึ่งเส้นทางรักสำหรับหนุ่มเต๋าก็เคยแต่งงานกับสาวนัท มีเรีย ดารานักร้องสาวดาวค้างฟ้าและได้หย่ากันเรียบร้อย และปัจจุบันหนุ่มเต๋าก็ได้แต่งงานใหม่กับสาวคนเก่งในแวดวงหนังสือ คุณยุ้ย อัฐมาศ พร้อมมีโซ่ทองคล้องใจ 2 คน คือ “น้องสมใจ” และ “น้องสุขใจ” โดยคุณแม่ยุ้ย มักมีภาพครอบครัวน่ารัก ๆ มาให้แฟนคลับได้ตามชมในอินสตาแกรมอยู่เรื่อย ๆ

นักร้องยุค 90

ขอบคุณภาพจาก : www.instazu.com @love_dara_90_and_ps

นักร้องยุค 90

ขอบคุณภาพจาก : IG @yui_athamard

 

 

ดูต่อนักร้องชายยุค 90 ที่ปัจจุบันมีลูกแล้ว” คลิกหน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

พาลูกเที่ยว นนทบุรี

5 แลนด์มาร์ก นนทบุรี พาลูกเที่ยว เช้าไปเย็นกลับสบายๆ

สำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ถ้าคุณพ่อคุณแม่มองหาที่เที่ยวใกล้ ๆ กรุงเทพ วันเดียวก็เที่ยวสนุกได้แบบเช้าไปเย็นกลับ มาลอง พาลูกเที่ยว นนทบุรี กันค่ะ มีแลนด์มาร์กน่าสนใจในจังหวัดนนทบุรีอยู่หลายแห่งที่จะมาเติมเต็มและเปิดประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ ให้เจ้าตัวเล็กได้สนุกสนานกัน เผื่อไว้เป็นตัวเลือกพาลูก ๆ ไปเที่ยวกันเลย

5 แลนด์มาร์ก พาลูกเที่ยว นนทบุรี เช้าไปเย็นกลับสบายๆ

#1 พิพิธภัณฑ์ของเล่น Tooney museum

พาเด็ก ๆ มาตื่นตาตื่นใจไปกับของเล่น ของสะสม ตุ๊กตา จากการ์ตูน ภาพยนต์ จากทุกมุมโลกที่ครอบครัวโพธิ์อยู่ ผู้ก่อตั้ง Tooney museum แห่งนี้ได้สะสมมาเรื่อย ๆ กว่าแสนชิ้น ซึ่งก็เป็นความตั้งใจทื่อยากจะแบ่งปันให้ทุกคนได้ร่วมสัมผัสความน่ารัก สวยงาม และย้อนวันวานไปกับของเล่นวัยเด็กในยุคคุณพ่อคุณแม่ด้วย แถมของบางตัวก็ถือว่าเป็นลิมิเต็ด อิดิชั่นด้วยนะ

ภายใน Tooney museum สร้างบรรยากาศให้สนุกตื่นเต้นทุกวินาทีที่สัมผัสกันเลยค่ะ โดยแบ่งเป็นโซน ให้เดินชม อาทิ โซนตุ๊กตาที่ต้องถูกใจลูกสาวแน่ ๆ รับรองเจอต้องร้องกรี๊ดแน่ เพราะว่ามีทั้งตุ๊กตาเหล่าบรรดาเจ้าหญิงดิสนีย์ บาร์บี้ บลายด์ มินนี่ มิกกี้เม้าส์ ฯลฯ

อีกโซนต้องถูกใจลูกชายทั้งหลายที่ชวนให้ร้องว้าวไม่แพ้กัน ทั้งหุ่นเหล็กกันดั้ม หน้ากากเสือ หุ่นยนต์รบอวกาศสุดเท่ หุ่นของเล่นในยุคคลาสสิคสมัยคุณพ่อคุณแม่ ไดโนเสาร์ และอีกหลายหุ่นอีกเพียบ รวมถึงโซน Nano Block ที่มีตัวต่อขนาดจิ๋วที่จะทำให้ทุกคนทึ่งไปกับสิ่งจำลองขนาดเล็ก

และอีกโซนที่จะทำให้เด็ก ๆ ตื่นตาตื่นใจไปกับเหล่าตัวการ์ตูนในหนังสุดฮิตต่าง ๆ ที่ขนมารวมกันอยู่ที่นับพัน ๆ หมื่น ๆ ชิ้น ไม่ว่าจะเป็นสตาร์วอร์ ทอยส์ มินเนียน ซูเปอร์ฮีโร่ต่าง ๆ สเมิร์ฟ วอลล์-อี หมีพูห์ นีโม่ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริง ฟลิ้นท์สโตน ฯลฯ และตุ๊กตาจากตัวการ์ตูนต่าง ๆ ทั้งเอเชียและยุโรป อย่าง พาวเวอร์พัฟเกิร์ล สนูปปี้ โดเรม่อน ฯลฯ หลากหลายคาแรคเตอร์ที่อัดแน่นกันมาโชว์ทุกตู้ เรียกว่าเปิดจินตนาการ ได้ทั้งความสุข และสนุกสนานกลับบ้านไปแบบสุด ๆ เลยก็ว่าได้

พาลูกเที่ยว นนทบุรี ที่ Tooney museum

ที่ตั้ง : หน้าปากซอยศรีสมาน 8 ถ.ศรีสมาน ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ 10.00-21.00 น.
อัตราค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 100 บาท (ส่วนสูงไม่เกิน 120 ซม.) เด็กส่วนสูงต่ำกว่า 90 ซม. เข้าฟรี
โทร. 
089-103-6303 , 02-961-8597-8

#2 ชมเฌย

ชมเฌย เป็นสตูดิโอขนาดใหญ่ที่จำลองอาคารบ้านเรือนสมัยก่อนย้อนไปในยุค ร. 5 บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตในอดีต ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในสมัยก่อน ตั้งแต่ร้านค้า โรงหนัง ร้านตัดเสื้อ ร้านอาหาร ฯลฯ แน่นอนว่าที่มีมุมสวย ๆ แทบทุกจุด ให้ทั้งครอบครัวได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นภาพประทับใจเพียบ จัดเป็นสถานที่ชิค ๆ ที่ครอบครัวสายเที่ยว สายถ่ายรูป ไม่ควรพลาดที่นี่เลยนะ

พาลูกเที่ยว นนทบุรี
ชมเฌย

พาลูกเที่ยว นนทบุรี ที่ชมเฌย

ที่ตั้ง : 68 หมู่ 4 ซอยกำนันทินกร ตำบลศาลากลาง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี
เวลาเปิด-ปิด :  วันอังคาร-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. (ปิดวันจันทร์)
อัตราค่าเข้าชม: เข้าฟรี
โทรศัพท์ : 08 9415 2038

#3 เกาะเกร็ด

เกาะเกร็ด ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพแค่เอื้อมสมัยคุณพ่อคุณแม่ยังเล็กก็เคยต้องมาเที่ยวกันซักครั้ง ผ่านไปกี่ปีความเป็นวิถีเกาะเกร็ดก็ยังเหมือนเดิมค่ะ การเดินทางก็ง่ายแสนสะดวก แถมเจ้าตัวเล็กยังสัมผัสกับวิถีธรรมชาติ วัฒนธรรมของชุมชนคนมอญอย่างใกล้ชิดด้วย พาลูกสำรวจเส้นทางบนเกาะเกร็ดด้วยการเดินหรือจะเลือกเช่าปั่นจักรยานปั่นรอบเกาะก็ได้ บนเกาะเกร็ดมีสิ่งที่น่าสนใจเยอะมาก อาทิ วัดปรมัยยิกาวาส เจดีย์เอียงทรงรามัญ ขนมไทยต่าง ๆ เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และขนมหวานอื่น ๆ อีกมากมาย  อาหารต่าง ๆ ที่มีให้เลือกชิมทั้งคาวหวานที่ขึ้นชื่อมากมาย อาทิ ทอดมันหน่อกะลา ข้าวแช่ ฯลฯ พ่วงด้วยกิจกรรมอย่าง นั่งเรือเที่ยวชมรอบเกาะ เรียนรู้การปั้นดินเผา หรือทำผ้าบาติก เป็นต้น เดินเหนื่อย ๆ ก็ไปนั่งพักริมน้ำ มีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ ให้เลือกเยอะทั้งสองข้างทาง วันเดียวเที่ยวเกาะเกร็ดสนุกแบบครบรสและเพลินเพลินบนเกาะได้ทั้งวันเลยเชียวล่ะ

เกาะเกร็ด
เกาะเกร็ด

พาลูกเที่ยว นนทบุรี ที่เกาะเกร็ด

ที่ตั้ง : เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-19.00 น. ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะมีร้านค้าเปิดให้บริการมากกว่าวันธรรมดา
โทรศัพท์ : องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเกร็ด โทรศัพท์ 02-583-9544, 02-960-9063

อ่านต่อ 5 ที่เที่ยวนนทบุรี พาลูกเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

หวัดลงกระเพาะ

หวัดลงกระเพาะ ระบาดในเด็กเล็ก! วิธีรับมือเมื่อลูกอาเจียน-ท้องเสีย

หวัดลงกระเพาะ หรือ ไวรัสลงกระเพาะ โรคที่มีอาการคล้ายเป็นไข้หวัด แต่มีอันตรายมากกว่าหากไม่รีบรักษา โดยเฉพาะหากโรคนี้เกิดขึ้นกับทารก และเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี

หวัดลงกระเพาะ ระบาดในเด็กเล็ก! วิธีรับมือเมื่อลูกอาเจียน-ท้องเสีย

หวัดลงกระเพาะ คืออะไร?

แม่ ๆ มักจะคุ้นชินกับโรคไวรัสลงกระเพาะ ซึ่งโรคนี้มักจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ถ่ายเป็นน้ำ ทำให้คิดว่าเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือระบบทางเดินอาหารอักเสบ แต่จริง ๆ แล้ว ตัวร้ายของโรคไวรัสลงกระเพาะ คือเชื้อไวรัส ซึ่งเชื้อไวรัสนี้นอกจากอาการไอ จาม มีไข้ และมีน้ำมูกแล้ว ไวรัสนี้ยังทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียน และถ่ายเป็นน้ำร่วมด้วย นี่เป็นเพราะเชื้อไวรัสได้เข้าไปเกิดอาการอักเสบที่บริเวณกระเพาะอาหาร หรือบริเวณลำไส้ เมื่อมีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไปแล้ว ทำให้โรคนี้ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโรคหวัดธรรมดา ไม่ได้อันตรายร้ายแรงอะไร แต่ทราบไหมคะว่าเมื่อเป็น หวัดลงกระเพาะ แล้ว หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

ไวรัสลงกระเพาะ หรือ หวัดลงกระเพาะ คือ ภาวะติดเชื้อไวรัสในกระเพาะอาหารและลำไส้ อาจเกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อไวรัสซึ่งเป็นสาเหตุของโรค หรือใช้เครื่องใช้ที่มีอุจจาระ อาเจียน หรือน้ำลายปนเปื้อนเชื้อโรคติดอยู่ รวมทั้งการคลุกคลีกับผู้ป่วยโรคนี้โดยตรง ผู้ป่วยมักอุจจาระเป็นน้ำ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และอาจมีไข้ โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักหายจากโรคนี้ได้เอง แต่เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจมีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิตได้ อีกทั้งยังไม่มีวิธีรักษาภาวะนี้โดยตรง ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับการรักษาประคับประคองตามอาการจนกว่าจะหายดี ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารและน้ำดื่มที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรค และล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอเพื่อป้องกันโรค

ไวรัสลงกระเพาะ
ไวรัสลงกระเพาะ

เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคหวัดลงกระเพาะ มีหลายชนิดด้วยกัน แต่ที่พบได้บ่อยในเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ได้แก่

  1. โรต้าไวรัส หรือ Rotavirus มักจะพบได้บ่อยในเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะทารกที่มีอายุ 3-15 เดือน เนื่องจากเด็กในวัยนี้จะชอบเอามือเข้าปาก หรือหยิบสิ่งของเข้าปาก ผู้ป่วยมักมีอาการปรากฏหลังได้รับเชื้อแล้ว 1-3 วัน และอาจป่วยนาน 3-7 วัน แม้ผู้ป่วยวัยผู้ใหญ่มักไม่แสดงอาการ แต่อาจเป็นพาหะแพร่เชื้อสู่เด็กเล็กได้เช่นกัน เมื่อผู้ป่วยติดเชื้อโรต้าไวรัสแล้ว จะทำให้มีส่งไข้ อาเจียน ท้องเสีย และปวดท้อง และในเด็กเล็กที่ภูมิคุ้มไม่มากพอ อาจมีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง หรือมีสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ลำตัวเย็น ปัสสาวะลดลง ตาโหล ได้ (อ่านต่อ รู้จัก ไวรัสโรต้า ต้นเหตุลูกน้อยท้องร่วง พร้อมราคาวัคซีน)
  2. โนโรไวรัส หรือ Norovirus เป็นไวรัสในกลุ่มที่ก่อ “โรคหวัดลงกระเพาะหรือ สต็อมมัค ฟลู (stomach flu)” โรคนี้จะปรากฏอาการของโรคหลังได้รับเชื้อเข้าไปเพียง 24-48 ชั่วโมง หรือเกิดอาการได้เร็วกว่านั้น หากเริ่มมีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเนื้อปวดตัว อาเจียน ปวดท้องมาก ท้องเสีย อ่อนเพลีย อาการของโรคจะเป็นอยู่ไม่นานเพียงวันสองวัน และอาการมักไม่หนัก แต่ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกว่าไม่สบายเอามาก ๆ ทีเดียว สำหรับเด็ก ผู้สูงวัย ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอมักมีอาการหนักกว่าหนุ่มสาว (อ่านต่อ แม่แชร์! ลูกอึเป็นเมือกจาก ไวรัส โนโร หากเป็นหนัก อาจตายได้)
  3. อะดีโนไวรัส หรือ Adenovirus เชื้อไวรัสอะดีโน ทําให้เกิดอาการ ผิดปกติได้หลายแบบ ทั้งในระบบทางเดินหายใจ ระบบ ทางเดินอาหาร และตา การติดเชื้อไวรัสอะดีโนทําให้เกิดอาการได้หลายแบบ เช่น คออักเสบ ตาแดง ปอดอักเสบ และอุจจาระร่วง นอกจากนั้น ยังอาจทําให้เกิดอาการรุนแรงโดยเฉพาะเกิดปอดอักเสบ ในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และในเด็กเล็ก

จะเห็นได้ว่าไวรัสแต่ละชนิด ล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดอาการร้ายแรงถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะภาวะขาดน้ำ ดังเช่นข่าวที่พบกันได้บ่อย ๆ ว่ามีผู้ป่วยท้องเสียจนเสียชีวิต ดังนั้น ทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงนำข้อมูลเกี่ยวกับการแพร่ระบาด อาการ และการป้องกัน หวัดลงกระเพาะ มาฝากค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ หวัดลงกระเพาะ ติดต่อกันได้อย่างไร? มีอาการอย่างไร? และวิธีการป้องกัน

รู้ทัน! พัฒนาการ เด็ก 5 ขวบ ลูกเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นแล้วนะ

เมื่อลูกอายุ 5 ขวบ คุณพ่อคุณแม่จะเริ่มเห็นว่าเจ้าตัวเล็กเติบโตจากเด็กเบบี๋อย่างเห็นได้ชัดทั้งขนาดน้ำหนัก ส่วนสูงของร่างกาย รวมถึงพัฒนาการของเด็กวัย 5 ขวบในตอนนี้ ที่เต็มไปด้วยพลัง อารมณ์ ความคิดสุดขั้ว มาเช็กลิสต์กันดูว่า พัฒนาการ เด็ก 5 ขวบ มีการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นบ้าง?

พัฒนาการ เด็ก 5 ขวบ ลูกเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นแล้วนะ

ในวัย 5 ขวบของลูกนั้น เริ่มที่จะเป็นตัวของตัวเองแล้ว เพราะสามารถที่จะพึ่งพาตัวเองได้ เริ่มให้ความสนใจกับสังคม สิ่งเร้า ผู้คน ฯลฯ นอกจากคนในครอบครัวมากขึ้น รวมถึงมีความคิด มีคำถามกับสิ่งรอบตัว ในขณะเดียวกันเด็กวัยนี้ยังคงเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเอง แต่ก็ยังคงมีการงอแงตามประสาเด็กที่เพิ่งพ้นวัยเตาะแตะมาไม่นาน ลองมาสังเกตพัฒนาการลูกแต่ละด้านกันค่ะ

พัฒนาการ เด็ก 5 ขวบ ด้านร่างกาย

พัฒนาการ เด็ก 5 ขวบ
www.pexels.com
  • ร่างกายของเด็ก 5 ขวบเต็มเปี่ยมไปด้วยการประสานงานที่ดีขึ้น โดยเฉพาะแขน ขา และลำตัว
  • มีการเคลื่อนไหว ปีนป่ายอย่างคล่องแคล่ว
  • ยืนทรงตัวด้วยขาเดียวได้
  • วาดรูปได้เป็นรูปภาพสื่อความหมายได้ชัดขึ้น สามารถวาดรูปทรงเรขาคณิตตามต้นแบบได้
  • มีทักษะการใช้ดินสอ พู่กัน เขียนหนังสือระบาย และอุปกรณ์ง่าย ๆ เช่น กรรไกรตัดกระดาษได้แล้ว
  • สามารถใช้สองมือจับช้อนและส้อมในการรับประทานอาหารได้
  • เข้าห้องน้ำได้เอง
  • มีพัฒนาการด้านการมองเห็นอย่างสมบูรณ์เทียบเท่ากับผู้ใหญ่
  • เด็กบางคนเริ่มมีฟันแท้ซี่แรกขึ้น

พัฒนาการ เด็ก 5 ขวบ ด้านสติปัญญาและภาษา

  • บอกแสดงความต้องการด้วยคำพูด เล่าเรื่อง ที่สื่อสารกับผู้อื่นให้เข้าใจได้
  • ลูกเริ่มพูดเป็นประโยคได้ตั้งแต่ 5 คำขึ้นไป และพูดชัดมากขึ้น
  • รู้จักคำศัพท์ต่าง ๆ และเข้าใจความหมายของคำเยอะมากขึ้น ทั้งคำนาม สรรพนาม กริยา บุพบท และคำอื่น ๆ
  • แยกแยะความแตกต่างของสีธนบัตรและเหรียญบาท เหรียญห้า เหรียญสิบ ได้
  • สามารถนับเลขได้ถึง 10 หรือมากกว่า
  • รู้ที่อยู่ของตัวเองจำหมายเลขโทรศัพท์ของพ่อแม่หรือทั้งสองคนได้
  • รู้จักชื่อสีอย่างน้อย 4 สีหรือมากกว่านั้น
  • เขียนตัวอักษรและเริ่มเขียนเป็นคำง่าย ๆ ได้
  • รู้จักสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้าน เช่น เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ
  • เข้าใจกับลำดับของเวลา เช่น เช้า สาย เย็น ค่ำ เด็กบางคนเริ่มรู้จักความหมายของการใช้คำ “พรุ่งนี้”
  • เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคนกับวัตถุต่าง ๆ ได้ เช่น “เด็กผู้ชายที่กำลังกระโดดเชือก”
  • สามารถเรียกผู้คน (หรือวัตถุ) โดยความสัมพันธ์กับผู้อื่นเช่น “แม่ของแจ็ค” / “ยางลบของน้อยหน่า” เป็นต้น
  • สามารถนั่งเป็นระยะเวลานาน ๆ ในห้องเรียนและฟังคำแนะนำของครู

พัฒนาการ เด็ก 5 ขวบ ด้านสังคมและอารมณ์

พัฒนาการ เด็ก 5 ขวบ
www.pexels.com
  • เด็กในวัยนี้เริ่มมีความคิดเป็นอิสระ เริ่มที่จะสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ ๆ นอกเหนือจากคนในครอบครัว
  • เริ่มเลือกมีเพื่อนสนิทสองหรือสามคนในห้องเรียนมาพูดถึงให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง
  • ต้องการเป็นแบบอย่างให้เพื่อนทำตาม หรือเอาใจเพื่อทำให้เพื่อนพอใจ
  • มีความรับผิดชอบมากขึ้น รู้จักทำตามกฏ เงื่อนไขที่ตกลง และมีพฤติกรรมก้าวร้าวน้อยลง
  • ชอบเต้นและร้องเพลง มีความสุขและกล้าแสดงออกเวลาได้ยินเสียงเพลง
  • รู้จักเพศของตนเองและเข้าใจความหมายของคำว่า เพศหญิง เพศชาย
  • มีวิธีการเล่นที่แตกต่างกันตามเพศ เช่น แบ่งกลุ่มเล่นชาย/ หญิง เด็กผู้ชายในวัย 5 ขวบส่วนใหญ่จะเล่นกิจกรรมที่เน้นพละกำลังหรือเคลื่อนไหวร่างกาย ในขณะที่เด็กผู้หญิงในวัยเดียวกันอาจสนุกกับการเล่นแต่งหน้าและแต่งตัว
  • รู้จักกล่าวคำขอโทษเมื่อทำผิด
  • สามารถแยกแยะจินตนาการจากความเป็นจริงได้มากขึ้น แต่ก็ยังมีจินตนาการและเล่นบทบาทสมมติ
  • เด็กวัยนี้ยังคงเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์แต่ก็ยังมีอารมณ์งอแง ขี้อ้อน เอาแต่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เหมือนเด็กที่กำลังพ้นวัยเตาะแตะมาไม่นาน

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ เทคนิคส่งเสริม พัฒนาการวัย 5 ขวบ ที่พ่อแม่สร้างได้ คลิกหน้า 2

ทรงผมผู้ชาย

หล่อโดนใจแม่! 50 ทรงผมผู้ชาย สุดฮิตประจำปี “พ่อลูก” ควรตัดคู่กัน!

พ่อตัดได้ ลูกชายตัดดี รวม 50 ไอเดีย ทรงผมผู้ชาย สุด cool ต้องทำคู่ ตัดทรงผมผู้ชาย เหมือนกันทั้งพ่อและลูกถึงจะเท่! จะมีทรงไหน แบบใดบ้าง ตามไปดูกันเล้ย!

จัดเต็ม 50 ทรงผมผู้ชาย สุดฮิต สุดเท่
“พ่อลูก” ควรตัดคู่กัน!

หากคุณแม่ กำลังมองหาไอเดีย ทรงผมสุดเท่ สำหรับลูกชาย ไว้สำหรับเอาไปเป็นแบบให้ช่าง ตัดผมลูกชาย หรือตัดให้คุณพ่อ ต้องห้ามพลาดเลยจ้า!!! ทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้รวบรวม ทรงผมผู้ชาย กับเทรนด์ ทรงผมพ่อ และทรงผมลูกชาย 2020 สุดเท่ มากกว่า 50 รูปแบบ ซึ่งคุณแม่สามารถพาคุณสามีและลูกชายไปตัดพร้อมกันได้ ก็จะกลายเป็น คู่พ่อลูกสุด cool ดูแล้วชื่นตาชื่นใจแม่แน่นอน ว่าแต่จะมีทรงผมพ่อลูก แบบใดบ้าง ตามมาดูกันเลยค่า…

***ทั้งนี้ภาพแบบทรงผมผู้ชาย ที่ทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้รวบรวมมานั้น จะเน้นเป็นภาพเด็กผู้ชาย เพื่อให้คุณแม่เห็นภาพชัดขึ้น ถ้าจะทำทรงผมลูกชายให้เหมือนคุณพ่อจะออกมาหน้าตาแบบไหน

Must read : ลูกชอบตัดผมตัวเอง สนุกตรงไหนนะ

Must read : 4 ทรงผมเด็ก สุดฮิตในสมัยโบราณ

เชตแรกจะเป็นทรงผมลูกชายที่พร้อมหล่อได้ในช่วงอายุ 1-5 ขวบ

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

ทรงผมผู้ชาย

>> ดูไอเดียแบบทรงผมผู้ชายสำหรับตัดคู่พ่อลูก คลิกหน้า 2 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

พาลูกเที่ยว พิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพ

พาลูกเที่ยว พิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพ 5 มิวเซียมเข้าฟรี มีแต่คุ้มกับคุ้ม!!

ปัจจุบันนี้ “พิพิธภัณฑ์” จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้น่าสนใจที่หลายครอบครัวเริ่ม พาลูกเที่ยว พิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพ กันแล้ว เป็นเทรนด์ที่เที่ยวที่มาแรงไม่น้อยเลยนะ เพราะนอกจากจะได้ซึมซับความรู้แล้วยังสนุก เพลิดเพลิน แบบไม่น่าเบื่อเลยล่ะ หลายพิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพก็เปิดให้บริการแบบไม่เสียค่าเข้าชมกันด้วย มีที่ไหนบ้าง มาดูกันเลย!!

พาลูกเที่ยว พิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพ 5 มิวเซียมเข้าฟรีดีต่อใจ

#1 พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ

พาลูกเที่ยว พิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพ
ขอบคุณภาพจาก พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ

พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน โดยกองทัพอากาศจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2495 เพื่อรวบรวมอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ตามยุคสมัย เช่น เครื่องบิน เครื่องยนต์ เครื่องมือสื่อสารที่เคยใช้ในกองทัพอากาศ อาวุธ บริภัณฑ์ประจำตัวนักบิน เครื่องแบบ เอกสาร และอุปกรณ์อื่น ๆ เกี่ยวกับการบินที่หายาก หาค่าไม่ได้ในทางประวัติศาสตร์ มาจัดแสดงให้บุคคลที่สนใจได้เข้าชม ไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ เครื่องบินแบบต่าง ๆ ในอดีตที่คนไทยออกแบบและสร้างขึ้นเอง และเครื่องบินรบต่างๆ มากมาย และบางลำก็เหลือเพียงลำเดียวในโลก

นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการภาพถ่าย บอกเล่าความเป็นมาต่าง ๆ มีห้องปรับบรรยากาศความดันต่ำที่จำลองสภาพบรรยากาศความดันต่ำเวลาขึ้นบิน มีห้องสมุดประวัติศาสตร์การบินที่รวบรวมหนังสือ จดหมายเหตุ รูปภาพ และเอกสารทางประวัติศาสตร์ของกิจการบินไว้ให้ศึกษาค้นคว้า ทั้งยังมีกิจกรรมที่สอดแทรกความรู้เกี่ยวกับการบินให้ได้ร่วมสนุกอีกด้วย แถมยังสามารถถ่ายรูปกับเครื่องบินลำเจ๋ง ๆ เก็บภาพประทับใจกลับบ้านด้วย น้อง ๆ บ้านไหนที่มีความฝันอยากเป็นนักขับเครื่องบิน คุณพ่อคุณแม่ พาลูกมาเที่ยวที่นี้ต้องชอบมาก ๆ เลยละค่ะ

พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ

ที่ตั้ง : เลขที่ 171 ถนนพหลโยธิน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ
เวลาเปิด-ปิด : วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น. (ปิดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2534 1853, 0 2534 1764, 0 2534 4846
www.facebook.com/royalthaiairforcemuseum

#2 พิพิธบางลำพู

พาลูกเที่ยว พิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพ
ขอบคุณภาพจากเพจ พิพิธบางลำพู

พิพิธบางลำพู จัดเป็นพิพิธภัณฑ์เสมือนจริง ที่พากันมาย้อนมองบางลำพูในอดีต บอกเล่าเรื่องราวของเสน่ห์วิถีชีวิตชุมชนคนบางลำพูประวัติศาสตร์ความเป็นมาชุมชนหลากหลายเชื้อชาติในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ด้วยการจำลองบรรยากาศแบบสมจริงผ่านห้องจัดแสดงต่าง ๆ ที่นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลได้อย่างน่าสนใจ เช่น

ห้องเบาะแสจากริมคลอง จัดฉายภาพยนตร์ลงบนผนังและพื้นผิวน้ำที่จำลองเป็นคลองบางลำพู ให้เห็นผู้คนหลากเชื้อชาติที่อาศัยร่วมกัน ทั้งชาวไทย มอญ ลาว เขมร แขกตานี และจีน

พระนครเซ็นเตอร์ จำลองวิถีชีวิตของชาวย่านบางลำพูในอดีต มีทั้งโรงภาพยนตร์บุศยพรรณ โรงลิเกหอมหวน ห้าง ต.เง็กชวน  ถนนสิบสามห้าง  และร้านค้าเก่าแก่ในย่านบางลำพู

ย่ำตรอกบอกเรื่องเก่า จัดแสดงเรื่องราวของชุมชนและตรอกซอกซอยต่างๆ ของบางลำพู ที่คนภายนอกอาจไม่เคยรู้ อาทิ การปักชุดโขน ของชุมชนตรอกเขียนนิวาสและตรอกไก่แจ้ บ้านดุริยประณีต เจ้าตำรับแห่งดนตรีไทยในชุมชนวัดสังเวชวรวิหาร เครื่องถม ตีทองคำเปลว การแทงหยวก

ถิ่นคนดีศรีบางลำพู จัดแสดงประวัติของบุคคลมีชื่อเสียงและที่สร้างคุณูปการให้แก่สังคม จำลองต้นลำพูซึ่งนำส่วนหนึ่งมาจาก “ลำพูต้นสุดท้าย” จัดแสดงพร้อมกับ “ขุมทรัพย์บางลำพู” ที่เด็ก ๆ จะสามารถสนุกกับการค้นหาคำตอบได้ด้วยแผนที่ เป็นต้น

จุดเด่นภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือการออกแบบพื้นที่ในรูปแบบ “ยูนิเวอร์แซล ดีไซน์” คือสร้างพื้นที่ที่สามารถรองรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือเด็ก และทุกคนสามารถเข้าเยี่ยมชมได้อย่างสะดวกเที่ยวชมกันทั้งครอบครัวกันเลยค่ะ

พิพิธบางลำพู

ที่ตั้ง : ถนนพระสุเมรุ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ
เวลาเปิด-ปิด :  ห้องจัดแสดงชั้น 1 เปิดเวลา 10.00-18.00 น.  โดยสามารถเดินชมได้ด้วยตนเอง
ห้องจัดแสดงชั้น 2 เปิดเข้าชมเป็นรอบ ทุกๆ 30 นาทีโดยมีเจ้าหน้าที่นำชม รอบแรกเวลา 10.00 น. รอบสุดท้าย
เวลา 16.30 น. (หยุดทุกวันจันทร์)
เบอร์โทรศัพท์ : 02-281 0345-51 ต่อ 1223 , 1224
www.facebook.com/pipitbanglamphu

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ พาลูกเที่ยว 5 พิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพ เข้าชมฟรี !! คลิกหน้า 2

ผ้าอ้อมสําเร็จรูปยี่ห้อไหนดี

รีวิว 5 แบรนด์ดัง! ผ้าอ้อมสําเร็จรูปยี่ห้อไหนดี ซึมซับเยี่ยม แห้งไวกว่ากัน?

จะเลือกซื้อ ผ้าอ้อมสําเร็จรูปยี่ห้อไหนดี !!! เพราะผ้าอ้อมสำเร็จรูปในท้องตลาดมีหลากหลายยี่ห้อ ต่างก็ชูจุดเด่นว่าซึมซับดีเยี่ยม แห้งไว แล้วยี่ห้อไหนจะสามารถรองรับฉี่ของลูกน้อยและซึมซับได้ดีกว่ากัน มาดูเลย

รีวิว ผ้าอ้อมสําเร็จรูปยี่ห้อไหนดี ซึมซับเยี่ยม แห้งไว!!

การเลือกผ้าอ้อมสําเร็จรูปให้กับลูกน้อย เป็นปัญหาหนึ่งที่แม่ๆ ส่วนใหญ่มักจะตัดสินใจไม่ถูกสักที เพราะไม่รู้ว่าจะเลือก ผ้าอ้อมสำเร็จรูปยี่ห้อไหนดี ยี่ห้อไหนที่ลูกใช้แล้วจะไม่เกิดอาการแพ้ระคายเคือง รองรับฉี่ได้ดี หรือเรียกง่ายๆ คือ ซึมซับเร็ว แห้งไว รวมไปถึงก่อให้เกิดความคุ้มค่ากับการใช้งานมากที่สุด

Must read : วิธีเลือกซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูป ให้เหมาะกับวัยและน้ำหนักของลูกน้อย

Must read : รีวิว ผ้าอ้อมสาลู ผ้าฝ้าย และผ้าสำลี เลือกแบบไหนให้ลูกดี!

ดังนั้นเพื่อเป็นข้อมูลให้กับคุณแม่มือใหม่ Super Nanny จึงได้รวบรวม ผ้าอ้อมสําเร็จรูป 5 แบรนด์ดัง!! ในท้องตลาดซึ่งเป็นแบบพรีเมี่ยม ได้แก่ BabyLove, GooN, Huggies, MamyPoko และ Rascal + Friends มาทดสอบเรื่องการซึมซับให้ดูกันแบบเน้นๆ ค่ะ ผ้าอ้อมสำเร็จรูปยี่ห้อไหนดี สามารถรองรับฉี่ของลูกน้อยและซึมซับได้เร็วกว่ากัน ไปดูกันเลย

 

ติดตามคลิปวีดีโอดีๆ กับ Super Nanny จาก Youtube channel : Amarin Baby & Kids

อย่างไรก็ดี จาก รีวิว ผ้าอ้อมสําเร็จรูปยี่ห้อไหนดี ซึมซับเยี่ยม แห้งไว!! ที่บอมเบย์แนะนำไปข้างต้น คุณพ่อคุณแม่ ไม่ควรมองกันที่คุณสมบัติเด่นต่าง หรือการซึมซับดีเยี่ยมของผ้าอ้อมมากนัก เพราะสุดท้ายแล้วเด็กแต่ละคนเขาจะเหมาะกับการใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่ขึ้นอยู่กับว่าทำให้ผิวก้นแพ้หรือเปล่าค่ะ

 

อ่านต่อบทความน่าสนใจของ Super Nanny :

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ท้องแข็ง

ท้องแข็ง เป็นอย่างไร? ท้องแข็งบ่อยเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดไหม?

ท้องแข็ง หนึ่งในอาการที่แม่ท้องในไตรมาสที่ 3 ต้องเจอ และอาการท้องแข็งก็เป็น 1 ในสัญญาณของอาการใกล้คลอดอีกด้วย ทำให้แม่ท้องที่มีอาการท้องแข็งเร็วเกิดความกังวลว่าอาจจะทำให้คลอดก่อนกำหนดได้

ท้องแข็ง เป็นอย่างไร? ท้องแข็งบ่อยเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดไหม?

ท้องแข็ง เป็นอย่างไร?

แม่ท้องหลาย ๆ คน โดยเฉพาะแม่ท้องท้องแรก มักจะไม่แน่ใจในอาการท้องแข็งที่เกิดขึ้นกับตน ว่าใช่อาการท้องแข็งหรือไม่ หรือเป็นเพียงอาการท้องอืดทั่ว ๆ ไป พญ.ธาริณี ลำลึก สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ศูนย์สุขภาพหญิง รพ.พญาไท ได้อธิบายเกี่ยวกับอาการท้องแข็งเอาไว้ว่า อาการท้องแข็ง คือ เมื่อเอามือไปจับบริเวณท้องจะรู้สึกได้ว่าเป็นก้อน ๆ ตึง ๆ และมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ เป็นพัก ๆ ในบางรายอาจมีความแข็งมาก-น้อยแตกต่างกันออกไป หรือมีอาการปวดเกร็งเสียวช่วงท้องน้อยด้วย โดยทั่วไปแล้วจะมีอาการท้องแข็งได้ วันละ 3-4 ครั้ง ในช่วงไตรมาส 3 แต่จะไม่สม่ำเสมอ

โดยอาการท้องแข็ง ท้องจะแข็งไปทั่วทั้งท้อง แตกต่างจาก ท้องแข็ง เพราะลูกโก่งตัว อาการท้องแข็งเพราะลูกโก่งตัว ลักษณะท้องที่แข็งจะแข็งไม่ทั่วท้อง หากคุณแม่จับดูที่ท้องจะพบว่าท้องมีลักษณะทั้งแข็งและนิ่มอยู่ในเวลาเดียวกัน ซึ่งท้องแข็งแบบนี้เป็นเพราะลูกในท้องดิ้น หรือโก่งตัวขึ้น ที่คุณแม่จะเห็นว่าหน้าท้องนูนแข็งเด่นขึ้นมาเป็นจุดเล็กๆ  โดยปกติแล้วท้องแข็งลักษณะนี้ไม่ถือว่าเป็นเรื่องปกติไม่ได้มีอันตรายอะไรกับคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ค่ะ

อาการท้องแข็ง
อาการท้องแข็ง

สาเหตุของอาการท้องแข็ง (ที่ไม่ใช่ท้องแข็งในช่วงใกล้คลอด)

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ท้องแข็ง บ่อยและถี่ เลี่ยงคลอดก่อนกำหนดหรือไม่?

โรงพยาบาลสมิติเวช

โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ เปิด Parenting Center วันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2562

โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ร่วมแก้ปัญหาวิกฤตเด็กไทย ขี้กลัว อ่อนไหว ดื้อ ต่อต้าน ขาดความมั่นใจ สร้าง RQ (Resilience Quotient) ให้เด็กแข็งแกร่ง

โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช เชิญชวนพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกระหว่างอายุ 2-12 ปี ร่วมงานเสวนาหาทางออกวิกฤตความ บกพร่องทางอารมณ์ของบุตรหลาน เพื่อรวมพลัง #สร้างเกราะให้ใจแกร่ง กับ 6 เทคนิคที่จะทำให้เด็กๆ แข็งแกร่ง โดยมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์ Samitivej Parenting Center อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และจิตแพทย์เด็กและวันรุ่นจากสหราชอาณาจักร ที่จะมาถอดบทเรียนปัญหาของเด็กไทยและแนว ทางแก้ไขปัญหาที่ BBC ได้ตีแผ่ไปทั่วโลกและเปิดเผยทางแก้ไข วิกฤตเด็กไทยมีปัญหา RQ เสี่ยงฆ่าตัวตายสูง ปรับตัวเข้าสังคมยาก มีปัญหาทางอารมณ์ของบุตรหลาน

“สุขภาพจิตของเด็กเป็นปัญหาสำคัญ เด็กบางคนเริ่มตั้งแต่ ขี้กลัว อ่อนไหว ดื้อ และลุกลามไปจนถึงการฆ่าตัวตาย นั่น แสดงให้เห็นถึงความสามารถของเด็กในการปรับตัวต่อสภาวะที่ยากลำบาก หรือความยืดหยุ่นในการปรับตัวลดลง ดังนั้น เรามีความประสงค์จะเป็นผู้นำในการดูแลพัฒนาสุขภาพจิตเด็กไทย” นายแพทย์ธีระเกียรติ กล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจมาร่วมกันซักถามและหาทางออกให้กับวิกฤตนี้ร่วมกันได้ในงาน เปิด  Samitivej Parenting Center เพื่อการเรียนรู้ด้านอารมณ์ RQ ย่อมาจาก Resilience Quotient #สร้างเกราะให้ใจแกร่ง วันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2562 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมออดิทอเรียม ชั้น 7 โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์(จำกัดแค่ 100 ท่านเท่านั้น) สำรองที่นั่งได้ที่ 0-2022-2222 ไม่เสียค่าใช้จ่าย

โรงพยาบาลสมิติเวช