การ์ตูนเสริมพัฒนาการ

มาแล้วจ้า! 25 การ์ตูนเสริมพัฒนาการ เสริมทักษะ สร้างความรู้ คู่ไปกับความสนุก

การเปิดการ์ตูนให้ลูกได้ดู โดยเลือกการ์ตูนให้เหมาะสมกับช่วงวัยของลูกและคัดสรรเนื้อเรื่องที่เป็นประโยชน์จะมีส่วนช่วยเสริมสร้างพัฒนาการหลากหลายด้านให้ลูกน้อย อาทิ ด้านความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ เสริมสติปัญญา ฯลฯ รวมถึงเสริมทักษะในด้านต่าง ๆ ทั้งการฟัง ทักษะการใช้ชีวิต ฝึกวินัย เรียนรู้คุณธรรม จริยธรรม ได้เป็นอย่างดี ทีมแม่ ABK ได้รวบรวมคลิป การ์ตูนเสริมพัฒนาการ มาให้คุณพ่อคุณแม่เปิดให้เด็ก ๆ ได้ดูและเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ผ่านตัวการ์ตูนแต่ละเรื่องกันค่า

25 การ์ตูนเสริมพัฒนาการ เสริมทักษะ สร้างความรู้ คู่ไปกับความสนุก

1.นิทานดวงดาว

มาสำรวจและทำความรู้จักกลุ่มดาวทั้ง 12 ราศีที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ประจำเดือนเกิดทั้ง 12 เดือน ผ่านนิทานฟังสนุกที่คุณแม่เล่ากันค่ะ

2.กระต่ายกับเต่า

นิทานเรื่องกระต่ายกับเต่า นิทานคลาสสิคที่ให้คุณแม่มาเปิดกล่อมให้เจ้าตัวน้อยได้ฟังเพลินก่อนนอน เสริมพัฒนาการด้านความคิดและจินตนาการ และยังได้ข้อคิดจากนิทานเพื่อให้คุณแม่สอนลูกอีกด้วย

 

3.เที่ยวบ้านไร่

ไปเที่ยวบ้านไร่กับแมคและแอนนี่กันค่ะ ให้น้อง ๆ ได้ทำความรู้จักกับสัตว์ชนิดต่าง ๆ  ในฟาร์มของของลุงแซมและป้าแมรี่ ผ่านนิทานที่จะช่วยเสริมสร้างความรู้และจินตนาการสำหรับเด็ก ๆ ตั้งแต่ 2-7 ขวบ

 

4.แพะเจ็ดตัว

ชวนลูกน้อยวัยอนุบาลมาดูนิทานเรื่องแพะ 7 ตัว สอนให้เด็ก ๆ รู้จักเอาตัวรอด ให้รู้จักสังเกตสิ่งรอบตัวเพื่อป้องกันอันตราย ไม่เปิดประตูให้คนแปลกหน้า ฝึกษะการใช้ชีวิตให้เจ้าตัวน้อย

 

5.นิทานน้องเป็ดอินดี้ ตอนไม่อยากอาบน้ำ ขี้เกียจอาบน้ำ

เด็กคนไหนไม่ชอบอาบน้ำหรือขี้เกียจอาบน้ำกันบ้าง มีข้อต่อรอง งอแง ไม่ยอมอาบน้ำ คุณแม่ต้องเปิดคลิปนี้ให้ดูเลยค่ะว่าผลลัพธ์ของเด็กไม่อาบน้ำจะเกิดอะไรขึ้นนะ

 

6.นิทานน้องเป็ดอินดี้ ตอนไม่เก็บของให้เป็นระเบียบ

นั่นแน่! เด็กคนไหนเคยไม่เก็บของเล่นหรือของต่าง ๆ จนทำให้ห้องรกและไม่เป็นระเบียบบ้างเอ่ย? แถมยังโดนคุณแม่บ่นเป็นประจำ ลองมาดูการ์ตูนเรื่องนี้เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมให้เด็ก ๆ เล่นเสร็จแล้วเก็บของกันนะคะ

 

7.ลูกหมีไม่ขี้อายแล้วจ้า

ลูกบ้านไหนเป็นเด็กขี้อาย ชอบพูดเสียงเบา ไม่กล้าสบตาคนอื่นเวลาพูดด้วย ทำให้กลายเป็นเด็กไม่มั่นใจในตัวเอง ต้องลองเปิดคลิปนี้ให้เด็ก ๆ ดูกันค่ะว่าถ้าเด็ก ๆ ไม่ขี้อายแล้ว กล้าพูด เพื่อน ๆ ก็จะได้ยินเสียง และถ้าเงยหน้าไม่เอาแต่ก้มหน้าก็จะได้เห็นรอยยิ้มของเพื่อน ๆ กันด้วยนะคะ

 

8.เมืองนิทานมหัศจรรย์สระออ

เรียนรู้สระ ออ จากนิทานการ์ตูนที่มีคำอธิบายเนื้อหา เป็นภาพมีสีสันให้เด็ก ๆ เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง อย่างสนุกสนาน เข้าใจง่าย และมีแบบฝึกหัดท้ายคลิปให้เด็ก ๆ ได้ลองตอบเล่นด้วยนะคะ

 

9.กุ๋งกิ๋งไปโรงเรียน

บ้านไหนกำลังมีเจ้าตัวเล็กจะเข้าโรงเรียน มาเตรียมความพร้อมให้เด็ก ๆ รู้จักกับการไปโรงเรียน หรือถ้าเด็ก ๆ บ้านไหนไม่ชอบไปโรงเรียน เมื่อเปิดเทอมแล้วไม่อยากไปโรงเรียน มาดูกุ๋งกิ๋งไปโรงเรียนกันค่ะ ว่าการไปโรงเรียนจะทำให้เด็ก ๆ สนุกแค่ไหน

 

อ่านต่อ คลิปการ์ตูนเสริมพัฒนาการสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

วิธีถนอมอาหาร

สุดยอดเคล็ด(ไม่)ลับ! 17 วิธีถนอมอาหาร เก็บของสดให้อยู่ในตู้เย็นได้นานๆ

ในช่วงที่ทุกบ้านพยายามถนอมตัวเองด้วยการไม่ออกจากบ้าน ซึ่งแน่นอนว่าการตุนอาหารที่เตรียมไว้หากเป็นอาหารแห้งหรืออาหารกระป๋องก็ยังไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าเป็นของสดการเก็บไว้นานก็มีโอกาสเน่าบูดเหี่ยวแห้งได้ และอาจทำให้เสียรสชาติรวมถึงคุณภาพที่ควรมีไป ทีมแม่ ABK มี วิธีถนอมอาหาร ไม่ว่าจะเป็นพืชผัก ผลไม้ หรือเนื้อสัตว์ เพื่อจะได้เก็บรักษาความสดใหม่ของวัตถุดิบต่าง ๆ ให้เก็บได้นาน ๆ ในช่วงที่ทุกคนต้อง “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” กันค่ะ

สุดยอดเคล็ด(ไม่)ลับ! 17 วิธีถนอมอาหาร เก็บของสดยังไงให้อยู่ในตู้เย็นได้นานๆ

วิธีเก็บเนื้อในตู้เย็น

1.หมู/ เนื้อ/ ไก่

ก่อนที่จะนำเนื้อสัตว์เข้าตู้เย็น ควรนำไปล้างทำความสะอาดและซับให้แห้งเสียก่อน สำหรับเนื้อสดแต่ละชนิด ควรแบ่งออกเป็นชุด ๆ หรือจัดให้จำนวนพอดีต่อการประกอบอาหารแต่ละครั้ง แล้วเก็บเอาไว้ในกล่องอาหารแยกต่างหาก หรือห่อด้วยถุงซิปล็อคโดยไล่อากาศออกและปิดให้มิดชิดก่อนนำไปแช่ไว้ในช่องฟรีซตู้เย็น เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นและเชื้อแบคทีเรียกระจายไปทั่วทั้งตู้เย็น และเมื่อจะนำมาใช้ประกอบอาหารค่อยเอาลงมาแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาเพื่อทำละลาย วิธีนี้จะช่วยรักษาความสดใหม่ของเนื้อสัตว์ได้อีกหลายวันเลยค่ะ โดยเนื้อวัวและหมูถ้าอยู่ในช่องแช่แข็งจะเก็บได้ประมาณ 3-4 เดือน ส่วนเนื้อไก่จะมีอายุการเก็บรักษานานถึง 9 เดือน

2.กุ้ง

ก่อนที่จะนำกุ้งเก็บใส่กล่องหรือถุงซิปล็อค ควรล้างและตัดหนวดทิ้งก่อนหรือจะปอกเปลือกทั้งตัวเพื่อนำไปแช่แข็งแล้วแต่ความชอบ

3.ปลาหมึก

ควรล้างให้สะอาดและหั่นหรือเก็บไว้ทั้งตัวก็ได้ โดยแบ่งเป็นห่อขนาดที่จะใช้ทำในแต่ละครั้ง ใส่ในกล่องหรือถุงซิปล็อกก่อนนำไปแช่ในช่องแข็ง

วิธีเก็บปลาสดในตู้เย็น
วิธีเก็บปลาสดในตู้เย็น

4.ปลาสด

ปลาสดก็ทำความสะอาดแล้วแบ่งเก็บเหมือนเนื้อสัตว์อื่น ๆ ส่วนอายุการเก็บนั้นถ้าอยู่ในช่องแช่แข็ง -12 c ถึง -18 c จะอยู่ได้นานถึง 6 เดือนค่ะ

5.ไข่สด

ไข่สดที่ซื้อมาแล้วไม่ควรล้างไข่ก่อนนำไปเก็บ เพราะจะทำให้สารเคลือบผิวที่รักษาความสดของไข่ถูกทำลายได้ ควรนำไข่ไปเก็บแช่ไว้ในตู้เย็นบริเวณช่องวางไข่ เพื่อป้องกันการแตก โดยให้ด้านป้านอยู่ด้านบน เพราะด้านป้านจะมีฟองอากาศอยู่ภายใน พอพลิกขึ้นด้านบนจะทำให้ไข่แดงไม่แตกเร็ว สามารถช่วยให้ไข่เก็บไว้ได้นานขึ้น และหากพบว่าไข่มีรอยร้าวหรือแตกไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะเชื้อโรคที่เปลือกไข่อาจเข้าไปในไข่ได้ หากยังไม่นำมาทำกินก็ให้ตอกใส่ภาชนะที่มีฝาปิดสนิทแล้วแช่ตู้เย็นจะทำให้เก็บได้นานขึ้นค่ะ

6.พริกหยวก

นำพริกหยวกมาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นสะเด็ดน้ำออกให้หมด แล้วนำมาห่อด้วยกระดาษหรือผ้าขาวบาง ใส่ถุงหรือกล่องพลาสติกก่อนนำไปแช่ตู้เย็น จะเก็บความสดของพริกไว้ได้นานขึ้นค่ะ

วิธีเก็บพริกให้สดนาน

7.พริกสด

วิธีเก็บพริกให้สดนาน เริ่มจากการเด็ดขั้วพริกทิ้งก่อนไปล้างให้สะอาดแล้วนำมาสะเด็ดน้ำผึ่งให้แห้ง จากนั้นนำมาห่อด้วยกระดาษหนา ๆ เช่น กระดาษถุงสีน้ำตาล, กระดาษนิตยสาร ใส่กล่องหรือถุงปิดให้สนิทนำไปแช่ตู้เย็นสามารถเก็บพริกสดได้นานถึง 1 เดือน

อ่านต่อ วิธีถนอมอาหาร กักเก็บความสดให้อยู่ในตู้เย็นได้นานๆ คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ค่าไฟฟ้า

มาตรการลด ค่าไฟฟ้า-ใช้ฟรีทันที 3 เดือน เช็กเลยใครมีสิทธิ์บ้าง

ค่าไฟฟ้า เป็นอีกหนึ่งค่าใช้จ่ายประจำบ้านที่ทุกครอบครัวต้องแบกรับ โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น และเป็นช่วงปิดเทอมของเด็กๆ ทำให้อัตราการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ค่าไฟแพงกันถ้วนหน้า ผนวกกับวิกฤต “โควิด-19” ที่กระทบต่อรายได้ของคนหลายอาชีพ รัฐบาลจึงออกมาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้วยการ “ลดค่าไฟและใช้ฟรี”ทั่วประเทศ นาน 3 เดือน ใครจะได้รับสิทธิ์บ้าง มาเช็กกันเลยค่ะ

 รัฐออกมาตรการบรรเทา ค่าไฟฟ้า แพง ช่วยคนไทยจากพิษโควิด

 

ค่าไฟฟ้า

การประชุมคณะรัฐมนตรี (เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563) ทางกระทรวงพลังงานได้นำเสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 เพิ่มเติม เนื่องจากกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจในหลายส่วน ประชาชนจำนวนมากกลับอยู่บ้านเกิด และหลายหน่วยงานต้องให้พนักงานการทำงานที่บ้าน (Work From Home) การใช้ไฟฟ้าในครัวเรือจึงเพิ่มขึ้น ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีได้รับทราบถึงแนวงทางดังกล่าว โดยให้กระทรวงพลังงานดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และกฎหมายต่างๆให้ถูกต้อง พร้อมทั้งพิจารณาแหล่งเงินสมทบให้รอบคอบ

มาตรการที่ผ่านการเห็นชอบเพิ่มเติมมี 2 ลักษณะ ได้แก่ “ใช้ไฟฟรี“ สำหรับบ้านพักอาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน และ “ลดค่าไฟฟ้า” สำหรับบ้านพักอาศัยที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน ในอัตรา 30 % และ 50 % เป็นระยะเวลาทั้งหมด 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2563

รายละเอียดมาตรการลด ค่าไฟฟ้า เดือนมีค – พ.ค.

แนวทางการช่วยบรรเทาค่าใช้ไฟฟ้านี้เป็นการเพิ่มเติมมาจากมาตรการครั้งแรกที่พิจารณาเพียงขนาดมิเตอร์ไฟ โดยให้มารวมกับจำนวนหน่วยการใช้ไฟฟ้า ด้วยเพื่อให้ความช่วยเหลือครอบคลุมคนไทยทั่วประเทศ โดยมีรายละเอียดที่แม่ๆต้องทราบ ดังต่อไปนี้

1.มาตรการใช้ไฟฟ้าฟรี แยกเป็น 2 ส่วน คือ

บ้านใช้มิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์  และใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ได้รับสิทธิ์ ใช้ไฟฟ้าฟรี ตลอด 3 เดือน

2.มาตรการลด ค่าไฟฟ้า

กรณีที่ 1 บ้านที่ใช้จำนวนหน่วยใช้ไฟฟ้าเดือนมีนาคม –พฤษภาคม น้อยกว่าเดือนกุมภาพันธ์  ให้จ่ายค่าไฟฟ้าตามจริง

กรณีที่ 2 บ้านที่ใช้จำนวนหน่วยใช้ไฟฟ้าเดือนมีนาคม –พฤษภาคม มากกว่าเดือนกุมภาพันธ์แต่ไม่ถึง 800 หน่วย ให้จ่ายค่าไฟเท่ากับเดือนกุมภาพันธ์

 

ค่าไฟฟ้า

กรณีที่ 3 บ้านที่ใช้จำนวนหน่วยใช้ไฟฟ้าเดือนมีนาคม –พฤษภาคมมากกว่าเดือนกุมภาพันธ์ แต่ไม่ถึง 3,000 หน่วย ให้นำยอดเดือนกุมภาพันธ์มาบวกกับ 50 % ของยอดเดือนนั้นๆ

  เช่น เดือนกุมภาพันธ์ใช้ไฟ 1500 หน่วย เดือนมีนาคมใช้ไฟ 2500 หน่วย ( 50% ของ 2500) + 1500 = 2750 หน่วย ซึ่งจะนำมาคำนวนเป็นค่าไฟตามจริง         

กรณีที่ 4 บ้านที่ใช้จำนวนหน่วยใช้ไฟฟ้าเดือนมีนาคม –พฤษภาคมมากกว่าเดือนกุมภาพันธ์ และมากกว่า 3,000 หน่วย ให้นำยอดเดือนกุมภาพันธ์มาบวกกับ 70 % ของยอดเดือนนั้นๆ

   เช่น เดือนกุมภาพันธ์ใช้ไฟ 3500 หน่วย เดือนมีนาคมใช้ไฟ 5000 หน่วย ( 70% ของ 5000) + 3500 = 7000 หน่วย ซึ่งจะนำมาคำนวนเป็นค่าไฟตามจริง

ยการลดหย่อนดังกล่าวจะมีการคืนค่าใช้จ่ายให้ในรอบบิลถัดไป จากมาตรการดังกล่าวกระทรวงพลังงานประเมินว่าจะสามารถช่วยเหลือและบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชนได้จำนวน 22 ล้านราย โดยคิดเป็นวงเงินประมาณ 23,668 ล้านบาท

 

อ่าน วิธีลดค่าไฟฟ้าหน้าร้อนที่ใครก็ทำได้ หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เครื่องดูดฝุ่น Dyson

ในช่วงที่ไวรัสโควิด 19 แพร่ระบาด หลายคนคงตระหนักถึงเรื่องความสะอาดกันขึ้นมา เราอาจจะเริ่มดูแลบ้านของเราเป็นอันดับแรกเพราะนี่คือที่ ๆ เราอาศัยอยู่และทำกิจกรรมทุกวัน ซึ่งความสะอาดในบ้านนั้นมีส่วนส่งผลต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีของเรา

หลายคนอาจกำลังมองหาเครื่องมือในการทำความสะอาดและดูดฝุ่นในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเครื่องดูดฝุ่นไร้สายของ Dyson เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพ

ประสิทธิภาพของเครื่องดูดฝุ่น Dyson

James Dyson เริ่มคิดค้นเทคโนโลยี Cyclone เพื่อใช้ในเครื่องดูดฝุ่นตั้งแต่ปี 1978 ต่อมา Dyson ได้พัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยี Cyclone และการกรองอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลายเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและได้รับสิทธิบัตรหลายพันรายการในส่วนของเทคโนโลยี Cyclone และการกรอง นอกจากนี้ วิศวกรของ Dyson ยังสามารถออกแบบเครื่องดูดฝุ่นที่ไม่ทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายไปในอากาศอีกด้วย ซึ่งผู้ผลิตเจ้าอื่น ๆ อาจจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V11 มีคุณสมบัติพิเศษทางด้านเทคโนโลยีที่สามารถทำความสาดได้อย่างมีประสิทธิภาพปราศจากสารก่อภูมิแพ้

  • หัวทำความสะอาดแบบแรงบิดสูง (High Torque)  มาพร้อมหัวแปรงไนลอนขนแข็ง ช่วยให้กำจัดฝุ่นได้อย่างล้ำลึก แม้ในพื้นที่ที่ทำความสะอาดได้ยากอย่าง เช่น พื้นพรม และมีเส้นใยคาร์บอนที่สามารถดักจับฝุ่นขนาดเล็กจิ๋วได้อย่างดีเยี่ยม
  • ระบบการกรอง 6 ชั้น  สามารถดักจับอนุภาคที่มีขนาดเล็กเพียง 0.3 ไมครอนได้ 99.97% กรองอากาศให้สะอาดมากขึ้น
  • มีระบบการกรองทั่วทั้งเครื่อง สามารถดักจับอนุภาคฝุ่นให้อยู่แค่ภายในเครื่อง ไม่ฟุ้งกระจายไปในอากาศที่เราหายใจ

เราไม่สามารถมองเห็นสารก่อภูมิแพ้ในบ้านของเรา อย่างไรก็ตาม สารเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราได้ ดังนั้น ทางวิศวกรของ Dyson จึงมุ่งเน้นความพยายามในการออกแบบเครื่องดูดฝุ่นที่สามารถดูดฝุ่นได้อย่างดี และใช้พลังเทคโนโลยี Cyclone ในการดูดฝุ่นเข้ามาในเครื่องและตัวกรองที่ปิดสนิท ทำให้เราแน่ใจว่าฝุ่นที่ดูดเข้าไปนั้นจะไม่กระกายฟุ้งกลับออกมา 

ระบบการกรอง

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V11 มีระบบการกรองถึง 6 ชั้น สามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์ 

ขั้นแรก เศษฝุ่นขนาดใหญ่จะถูกดูดเข้ามาในถังฝุ่นหลักและระบบจะทำการแบ่งแยกฝุ่น โดยรูที่มีขนาดเล็กเพียง 400 ไมครอนจะทำการกรองเศษฝุ่นผ่านตัวกรองโลหะที่กัดด้วยเคมี จากนั้นเศษฝุ่นแบบละเอียดจะถูกปั่นด้วยเทคโนโลยี Cyclone 14 ตัว ซึ่งมีกำลังสูงสุดถึง 79,000G  ฝุ่นละอองที่เหลืออยู่จะถูกดักจับโดยกรองผ่านตัวมอเตอร์สองตัว สุดท้าย ตัวกรองหลังมอเตอร์จะดักจับฝุ่นละอองได้ถึง 99.97%  ที่มีขนาดเล็กเพียง 0.3 ไมครอน เช่น ไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา และอากาศที่ถูกขับออกจากเครื่องนั้นก็จะเป็นอากาศที่สะอาด

พลังการดูด

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V11 มีพลังการดูดมากกว่ารุ่น Dyson Cyclone V10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์

หลังจากที่วิศวกรของ Dyson ได้วิเคราะห์ทุกรายละเอียดของตัวดิจิตอลมอเตอร์ V10 แล้ว จึงได้พัฒนาดิจิตอลมอเตอร์ V11 ซึ่งมีประสิทธิภาพการหมุนถึง 125,000 รอบต่อนาที และมี diffuser ทั้งหมด 3 แบบ โดย 2 แบบแรกจะช่วยทำให้ระบบไหลผ่านของอากาศสะดวกมากขึ้น  และยังช่วยเพิ่มพลังการดูดเพิ่มขึ้น ส่วนตัว diffuser อีกตัวจะช่วยในการลดเสียงรบกวน

ใบพัด – เป็นส่วนหนึ่งของมอเตอร์ที่ทำงานโดยการขับเคลื่อนอากาศ – มีการออกแบบใบพัดส่วนนี้ขึ้นใหม่ ซึ่งมีความยาวและบางกว่า เพื่อเพิ่มพื้นที่ที่สัมผัสกับอากาศได้โดยที่ไม่ต้องเพิ่มมวลของใบพัด สามารถช่วยลดการโหลดของใบพัดต่อหน่วยพื้นที่ ลดการรั่วไหลของอากาศ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการเคลื่อนที่ของอากาศได้

อุปกรณ์

เครื่องมือหลากหลายชิ้นที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง สามารถช่วยให้ทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ตามผ้าม่าน ซอกมุมต่าง ๆ และรถยนต์

  • หัวทำความสะอาดแรงบิดสูง – หัวมอเตอร์ทรงพลัง มาพร้อมระบบเซนเซอร์โหลดแบบไดนามิก (DLS) สามารถปรับระบบการดูดฝุ่นได้อย่างชาญฉลาด เช่น การทำงานบนพื้นพรมที่สามารถดูดฝุ่นได้สะอาดล้ำลึก ซึ่งหัวนี้จะมีแค่ในรุ่น V11 Absolute เท่านั้น
  • หัวแปรงดูดแบบลูกกลิ้งนุ่ม – ออกแบบด้วยไนลอนทอแบบอ่อน และเส้นใยคาร์บอนป้องกันไฟฟ้าสถิตสำหรับทำความสะอาดบนพื้นแข็ง หัวนี้จะมีแค่ในรุ่น V11 Absolute เท่านั้น
  • หัวดูดแบบมีมอเตอร์ขนาดเล็กในตัว – เหมาะสำหรับการทำความสะอาดพื้นที่เล็ก ๆ เช่น ภายในรถยนต์ โซฟาและบันได
  • หัวแปรง Two in one  – มีสองแบบในหนึ่งเดียว รวมแปรงและหัวฉีดกว้าง สำหรับสลับการทำงาน
  • หัวแปรงปลายแหลม – ออกแบบมาเพื่อทำความสะอาดบริเวณขอบมุมและช่องแคบ ๆ ได้อย่างดี
  • แปรงปัดฝุ่นขนาดเล็ก – ใช้งานง่าย ช่วยดูดฝุ่นด้วยขนแปรงไนลอนนุ่มเพื่อทำความสะอาดพื้น และเฟอร์นิเจอร์

Tags

กิจกรรมเล่นกับลูกที่บ้าน

5 ไอเดีย…กิจกรรมเล่นกับลูกที่บ้าน สนุก ไม่น่าเบื่อ

ด้วยการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) ทำให้ทุกครอบครัวต้องปรับตัวที่จะอยู่บ้านกันมากขึ้น เด็กๆ ก็ต้องเลื่อนเปิดภาคเรียนออกไป คุณพ่อคุณแม่ก็ต้อง work from home แต่ถึงจะต้องอยู่บ้านนานๆ ในช่วงเวลานี้ก็ยังทำให้ทุกคนในครอบครัวได้มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นค่ะ สำหรับบ้านไหนที่มีลูกเล็ก เด็กวัยเรียน ถ้าจะให้อยู่บ้านเฉยๆ คงเบื่อแย่เลยค่ะ จึงแนะนำว่าคุณพ่อคุณแม่ควรหา “กิจกรรมเล่นกับลูกที่บ้าน” เพื่อจะได้ลดความตึงเครียด และได้ผ่อนคลายกันด้วยค่ะ

ครอบครัวไหนที่ต้อง work from home กันทั้งคุณพ่อคุณแม่ ในระหว่างวันอาจต้องแบ่งเวลาให้กับลูกๆ ด้วยนะคะ จะสลับกันดู หรือเล่นกับลูกก็ได้  ส่วนเสาร์ อาทิตย์ก็ให้เวลาอยู่ด้วยกันพ่อแม่ลูก หากิจกรรมเล่นกับลูก นอกจากจะได้ความสนุกสนานแล้ว ก็ยังเป็นการเสริมสร้างสายใยรักกันในครอบครัวให้เพิ่มมากขึ้นด้วยค่ะ

 

กิจกรรมเล่นกับลูกที่บ้าน กักตัวอยู่บ้านกับลูกเล่นอะไรดีนะ ?

ช่วงเวลานี้พาลูกออกไปเที่ยวไหนก็ไม่ได้ การหา กิจกรรมเล่นกับลูกที่บ้าน น่าจะเป็นอะไรที่เข้ากับสถานการณ์ตอนนี้มากที่สุดแล้วล่ะค่ะ ถึงจะอยู่บ้านกันมากขึ้น เราก็สามารถใช้เวลากับลูกที่บ้านอย่างมีประสิทธิภาพได้ไม่ยาก เพียงแค่มีกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมทักษะพัฒนาการของลูกค่ะ

กิจกรรมเล่นกับลูกที่บ้าน

1. เล่นนอกบ้าน เพิ่มกล้ามเนื้อมัดเล็ก มัดใหญ่ให้แข็งแรง

ไม่ให้ออกนอกบ้าน หมายถึงไม่ให้พาลูกออกนอกบ้านไปยังสถานที่สาธารณะต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า สนามเด็กเล่น ฯลฯ แต่ถ้าจะพาลูกออกมานั่งเล่น วิ่งเล่นกันที่สนามหญ้าหน้าบ้าน หรือพื้นที่บริเวณรอบขอบรั้วบ้าน อันนี้ได้ค่ะ เพราะเป็นสถานที่ที่บ้านปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องไวรัสโควิด-19 การพาลูกออกมาวิ่งเล่น ยืดเส้นยืดสาย ปลูกต้นไม้ รดน้ำต้นไม้ ปั่นจักรยาน ฯลฯ นอกจากจะเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน นั่งดูแต่ทีวี หรือเล่นเกม เป็นต้น เด็กๆ ได้ออกกำลังกาย ได้กระโดด ได้วิ่ง ช่วยให้กล้ามเนื้อมัดเล็ก(มือ ข้อมือ แขน) กล้ามเนื้อมัดใหญ่(กล้ามเนื้อตั้งแต่ช่วงเอวลงไป ขา ข้อเท้า ข้อ) มีความแข็งแรงมากขึ้น ที่สำคัญเป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงด้วยค่ะ

กิจกรรมเล่นกับลูกที่บ้าน

2. เข้าครัว Live โชว์ทำอาหาร

ดูเหมือนจะเป็นกิจกรรมเบสิคที่ใครๆ ก็ทำกันใช่ไหมคะ แต่เชื่อว่ากับครอบครัวที่มีลูก หน้าที่การเข้าครัวเตรียมอาหาร จะ  เป็นคุณแม่ซะส่วนใหญ่ ช่วงเวลานี้แหละค่ะคุณแม่ชวนลูก ชวนสามีเข้าครัว ช่วยกันทำเมนูอาหารจากวัตถุดิบที่มีในตู้เย็น ช่วยกันคิดออกไอเดียว่าจะทำเมนูอะไรรับประทานกันดี เทคนิคเพิ่มความสนุก ให้ตั้งกล้อง VDO ถ่ายไว้ให้ลูกดู หรือจะทำ  เป็นบรรยากาศ FB Live ก็ได้นะคะ อยู่บ้านนานๆ เด็กๆ เบื่อง่ายค่ะ ถ้าคุณแม่ลองเปลี่ยนจากการพาลูกเข้าครัวทำอาหารแบบเดิมๆ มามีคนดูไปด้วย ลูกจะสนุกและไม่เบื่อด้วยค่ะ

กิจกรรมเล่นกับลูกที่บ้าน

3. งานประดิษฐ์ DIY สร้างสมาธิ เกิดประโยชน์

การสอนให้ลูกได้ลองทำงานประดิษฐ์ที่สร้างสรรค์ และสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ถ้าจะให้เข้ากับสถานการณ์ช่วงนี้  ก็ต้องเป็น DIY วิธีทำหน้ากาก Face Shield ทำเสร็จแล้วไว้ใช้ในครอบครัวส่วนหนึ่ง แล้วก็แบ่งส่งต่อไปให้คุณหมอ คุณ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านตามโรงพยาบาลได้ใช้ป้องกันสุขภาพจากการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสCOVID-19   เห็นไหมคะว่าอยู่บ้านเล่นกับลูก นอกจากสนุกแล้วยังได้ประโยชน์ด้วยค่ะ

อุปกรณ์การทำ Face Shield ไม่มีอะไรมาก แค่ที่ แผ่นใส ขนาด A4 , ยางยืด ขนาดความหนา 1 นิ้ว , ฟองน้ำอเนกประสงค์ ตัดให้ได้ขนาด 1x10x1 นิ้ว , เทปกาวสองหน้า ขนาด 1 นิ้ว , แม็ก , กรรไกร ส่วนวิธีทำสามารถดูได้ตามอินเทอร์เน็ต หรือยูทูปนะคะ

กิจกรรมเล่นกับลูกที่บ้าน

4. ทำงานบ้าน ส่งเสริมวินัยเชิงบวก

เด็กๆ อายุ 2-3 ขวบขึ้นไปนี้ หรือที่กำลังอยู่ในวัยเข้าโรงเรียน การสอนให้พวกเขามีหน้าที่ในการช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ถือเป็นการสอนการมีวินัยเชิงบวกที่ดีมากๆ ค่ะ ในหนึ่สัปดาห์อาจแบ่งหน้าที่เบาๆ ที่ไม่เกินกำลังของลูก ให้ได้ลองทำกัน เช่น

– เล่นของเล่นเสร็จแล้วให้เก็บใส่ของ วางบนชั้นให้เรียบร้อย

– หลังรับประทานข้าวอิ่มแล้วให้นำจาน ชามไปในที่อ่างล้างจาน

– ใส่เสื้อผ้า ติดกระดุมเอง

– คุณแม่กวาดบ้าน ลูกปัดฝุ่นบนโต๊ะ คุณพ่อถูพื้นบ้าน

งานทุกอย่างในบ้านให้ลูกมีส่วนร่วมเล็กๆ น้อยๆ ได้นะคะ เป็นการฝึกให้ลูกมีวินัยเชิงบวก ยิ่งช่วงที่ต้องอยู่บ้านนานๆ แบบนี้ ฝึกลูกวันละเล็กวันละน้อย กว่าจะเปิดเทอม ลูกจะมีระเบียบวินัย และรู้หน้าที่ของตัวเองได้ดีมากขึ้นค่ะ

5. เล่านิทาน เล่นบทบาทสมมติ

การอ่านคือรากฐานสำคัญของชีวิตค่ะ ช่วงที่ต้องหยุดอยู่บ้านกันนานๆ แบบนี้ การสร้างเวลาคุณภาพให้กับสมาชิกในครอบครัวได้มีเวลาใกล้ชิดกันมากขึ้นเป็นเรื่องที่ดีค่ะ คุณพ่อคุณแม่ลองหาหนังสือนิทาน หนังสือภาพดีๆ มาอ่าน มาเล่าไปพร้อมกับลูก หรือจะชวนกันเล่นบทบาทสมมติเป็นเจ้าหญิง เจ้าชาย กระรอก นก กระต่าย ต้นไม้ หมาป่า ฯลฯ ตามเนื้อหาในหนังสือนิทาน ก็สนุกตื่นเต้นเรียกเสียงหัวเราะได้ดีนะคะ

สำหรับกิจกรรมเล่นกับลูกที่บ้าน ยังมีอีกหลากหลายกิจกรรม คุณพ่อคุณแม่สามารถสรรหามาเล่นกับลูกๆ ได้นะคะ จะเล่น บ้าน หรืออกมาเล่นหน้าบ้าน สิ่งสำคัญต้องดูแลระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยของลูกด้วยนะคะ ถ้าออกมาเล่นนอกบ้านก็ต้องดูในเรื่องของแมลงสัตว์กัดต่อย อย่าให้มด หรือยุงมากัดลูกได้นะคะ ส่วนถ้าวิ่งเล่นไม่ว่าจะในบ้าน หรือนอกบ้าน ดูอย่า   ให้มีอะไรวางขวางอยู่บนพื้น เดี๋ยวลูกลิ่งหกล้ม ผิวหนังเป็นรอยฟกช้ำขึ้นได้ค่ะ

แต่ถึงแม้ว่าคุณพ่อคุณแม่จะดูแลลูกให้เล่นอยู่ในสายตาตลอด ก็อาจมีบ้างที่จะเกิดอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ หรือโดนยุง แมลง   เล็กๆ กัด ต่อยได้ ฉะนั้นสิ่งสำคัญหากลูกถูกแมลงสัตว์กัดต่อย หรือหกล้มฟกช้ำ ต้องรีบดูแลบรรเทาอาการให้เร็วที่สุด

แซม-บัค ยาหม่องชนิดขี้ผึ้ง ตลับสีเขียว ใช้สำหรับทาเพื่อบรรเทาอาการยุงกัด แมลงสัตว์กัดต่อย ปวดกล้ามเนื้อ เคล็ดขัดยอกตามร่างกาย หาซื้อได้ง่าย ตามร้านขายยาแผงปัจจุบันทั่วไป

โดยใช้ปริมาณเพียงเล็กน้อยทาบางๆ และถูวน นวดบริเวณที่มีอาการ ตัวยาหม่องขี้ผึ้งสีเขียวเข้มนี้ มีส่วนประกอบสำคัญ คือการบูร ซึ่งดูดซึมง่ายบริเวณที่ทา และน้ำมันยูคาลิปตัส ช่วยบรรเทาอาการปวดได้

รู้หรือไม่ แซม-บัค มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหย ยูคาลิปตัส เป็นส่วนประกอบหลัก 

น้ำมันยูคาลิปตัส

Fresh scent

 

แซม-บัค ยาหม่องชนิดขี้ผึ้ง มี 2 แบบให้เลือกใช้ คือ แบบตลับ ขนาด 8 กรัม 18 กรัม และ 25 กรัม และแซม-บัค แบบกระปุกฝาเกลียว ขนาดบรรจุ 36 กรัม คุณแม่สามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายยาในเซเว่นอีเลฟเว่น บู๊ทซ์ ร้านขายยาในบิ๊กซี และ ร้านขายยาชั้นนำใกล้บ้าน

 

แซม-บัค ยาหม่องชนิดขี้ผึ้ง

อีสุกอีใสในเด็ก

อีสุกอีใสในเด็ก ลูกเล็กเสี่ยงแพ้ขั้นรุนแรง พ่อแม่ต้องรู้เท่าทัน!

อีสุกอีใสในเด็ก พ่อแม่ต้องดูแลลูกให้ดี หากเกิดกับลูกที่ยังเล็กมาก อาจทำให้แพ้ขั้นรุนแรง อาการของโรคอีสุกอีใส เป็นยังไง หากลูกเป็นแล้วจะมีวิธีดูแลหรือรักษาอย่างไร ตามไปดูกัน

เมื่อ โรคอีสุกอีใส เกิดกับลูกน้อย

อีสุกอีใสในเด็ก โรคติดต่อทางผิวหนังชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ ทำให้ร่างกายเกิดผื่นคัน มีตุ่มนูนขนาดเล็ก หรือตุ่มน้ำใส ๆ ทั่วร่างกาย ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นได้บ่อยในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15  ปี แต่อย่างไรก็ตามโรคอีสุกอีใสสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว การดูแลลูกที่ป่วยเป็น อีสุกอีใสในเด็ก จึงเป็นเรื่องสำคัญ

ทั้งนี้ส่วนใหญ่อาการจะไม่รุนแรงและหายเองได้ แต่อาจรุนแรงได้ในคุณแม่ตั้งครรภ์ และทารกที่อายุต่ำกว่า 1 ปี ซึ่งหากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกน้อยมีไข้ต่ำๆ และมีผื่นขึ้นตามตัว ควรรีบพาไปหาหมอเพื่อวินิจฉัยโรคทันที เพราะหากพบว่าลูกแพ้มีผื่นรุนแรง ก็อาจมีแนวโน้มที่จะเกิดอาการและภาวะแทรกซ้อน การตรวจวินิจฉัยโรคอย่างทันท่วงที และได้รับยาโดยเร็ว จะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น … เช่นเดียวกับกรณีของหนูน้อยวัย 2 เดือนกว่าคนนี้ ที่ป่วยเป็น อีสุกอีใสในเด็ก

ซึ่งคุณพ่อคุณแม่และหนูน้อยครอบครัวนี้ เป็นคนไทยที่ไปอาศัยทำงานอยู่ที่ประเทศเกาหลี โดยหลังคลอดคุณพ่อคุณแม่ก็ได้พาน้องไปทำใบเกิด แต่หลังกลับมาวันแรก น้องก็เริ่มมีตุ่มขึ้น และไม่คิดว่าลูกจะมีอาการแพ้จนร้ายแรง .. ทั้งนี้คุณพ่อได้โพสต์ภาพและเล่าอาการของน้อง ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ ซับ ซีโร่ ด้วยความที่ชะล่าใจเพราะคิดว่าน้องเป็นแค่ อีสุกอีใส เลยไม่คิดว่าจะร้ายแรงขนาดนี้!!

โดยอาการโรค อีสุกอีใสในเด็ก ของหนูน้อยคนนี้ คือ แรกเริ่มมีตุ่มเล็กๆ ขึ้น ที่หน้าและขา 3 จุด แต่หลังจากนั้นในวันถัดมา ตุ่มเริ่มเยอะขึ้น และน้องก็มีไข้ต่ำๆ ร่วมกับท้องเสีย เมื่อได้พาน้องไปโรงพยาบาล แต่คุณหมอกลับบอกว่าติดไวรัส จึงให้ทานยา กลับมาได้ 3 วัน ทานยาตามหมอสั่ง อาการน้องไม่ดีขึ้น ตุ่มเยอะมากขึ้นจากไม่กี่จุด เต็มฝ่ามือ ฝ่าเท้า ตามตัว ปาก เลยได้พาน้องไปหาหมออีกโรงพยาบาลที่เป็นสำหรับเด็ก  แต่คุณหมอได้ให้ไปที่โรงพยาบาลใหญ่ เนื่องด้วยเครื่องมือไม่พอ จึงสุดท้ายย้ายไปที่โรงพยาบาลใหญ่

ซึ่งคุณหมอก็ได้ทำการตรวจโรค ตามขั้นตอน มีการเจาะเลือด ตรวจปัสสาวะ อุจาระ และเจาะไขสันหลัง พร้อมทั้งตรวจโคโรน่า และคุณหมอประเมินว่าต้องอยู่โรงบาล 10 ถึง 15 วัน

อีสุกอีใสในเด็ก
ภาพเท้าน้องที่เริ่มเปื่อย

วันที่ 17 เมษายน คุณพ่อได้เล่าอัปเดตอาการของน้อง ซึ่งหลังจากหลังจากนอนโรงพยาบาลมา 2 คืน ตอนนี้เท้าน้องเปื่อย และปากแตกเป็นแผลมีเลือดซึม กินนมไม่ได้

วันต่อมา 18 เมษายน อาการน้องยังทรงตัว เหมือนเดิมมีตุ่มเพิ่มขึ้นมาที่หน้า คุณหมอก็ยังบอกไม่ได้แน่ชัดว่าเป็นอะไร เช้านี้คุณหมอก็ได้มาเจาะเพื่อเอาเลือดไปตรวจอีก ซึ่งน้องก็ยังมีอาการไข้ขึ้นตลอดเวลา

อ่านต่อ >> “อาการโรคอีสุกอีใสในเด็กที่แพ้รุนแรง
พร้อมวิธีดูแลรักษาเมื่อลูกเป็นอีสุกอีใส” คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ห่วงลูกมากเกินไป

หมอเตือน!! อย่าเป็นพ่อแม่ที่ห่วงลูกมากเกินไปจนน่ารำคาญ

เมื่อลูกน้อยเริ่มโตขึ้น คุณพ่อ คุณแม่ก็เริ่ม ห่วงลูกมากเกินไป … เวลาที่ลูกจะไปไหนมาไหน บางครั้งก็เกิดปากเสียง ทะเลาะกันรุนแรง เพราะลูกรำคาญที่คุณพ่อคุณแม่คอยโทรตามอยู่บ่อยๆ หรือคอยเช็คว่าลูกอยู่ที่ไหน กับใคร ทำอะไร และเป็นกังวลมาก จนไม่รู้จะหาทางออกกับเรื่องนี้ยังไงดี?

3 วิธีแก้จากหมอ เมื่อพ่อแม่ ห่วงลูกมากเกินไป จนน่ารำคาญ!

สำหรับเรื่อง ห่วงลูกมากเกินไป จนทำให้ลูกรำคาญ นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์แผนกจิตเวช โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้ให้คำตอบของเรื่องนี้เอาไว้ ดังนี้…

สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกในช่วง 3 ขวบแรก

1. คุณพ่อคุณแม่ลองประเมินตัวเอง แล้วจะรู้ว่าเราสามารถเลี้ยงเขาได้ อย่างมากที่สุดคือช่วง 3 ขวบแรก เขาจะมีสายสัมพันธ์ที่แข็งแรงกับคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งเป็นการประกันได้ในระดับหนึ่งว่า ลูกน้อยจะไม่ออกนอกลู่นอกทาง เพราะมีคุณพ่อคุณแม่นั้นอยู่ในใจเสมอ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ใด

เลี้ยงลูกให้ดีที่สุดในช่วง 10 ขวบแรก

2. การเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดในช่วง 10 ขวบแรก จะทำให้ลูกมีฐานความคิดที่ดี และมีความสามารถในการเข้าใจผลลัพธ์ของการกระทำของตัวเอง ก็จะสามารถถอยห่างจากความเสี่ยงต่างๆ เหล่านั้นได้ เมื่อถึงเวลา

Must read >> รู้หรือไม่? แท้จริงแล้ว เรามีเวลาอยู่กับลูก ได้แค่ 10 ปีแรกเท่านั้น!

ห่วงลูกมากเกินไป

ลูกจะเริ่มไม่เชื่อฟังเมื่อเข้าสู่วัยเด็กโต

3. ถ้าคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกได้ไม่เต็มที่ทั้ง 2 ช่วงวัย ก็อาจจะมีความเสี่ยงในการดูแลตัวเองของลูกน้อยสูงกว่า เพราะโดยทั่วไปแล้ว ลูกน้อยจะเริ่มไม่เชื่อฟังคุณพ่อคุณแม่ เมื่อเข้าสู่วัยเด็กโต และกลายเป็นวัยรุ่น

การพูดเรื่องเดิมซ้ำๆ จึงไม่ควรทำกับเด็กในช่วงวัยนี้ เพราะนอกจากจะไม่ทำให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวลดน้อยลงด้วย แล้วคุณพ่อคุณแม่เองจะถูกลูกกล่าวหาว่า “ขี้บ่น” และลูกจะไม่ฟังเราอีกต่อไป

อ่านต่อ “วิธีแสดงให้ลูกรู้ว่าห่วง ด้วยความคาดหวัง” คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ติดโควิดจากแม่

ลูก 2 ขวบ ติดโควิดจากแม่ ที่กลับจากโรงพยาบาล

นพ.จิรชาติ เรืองวัชรินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร ได้แถลงสถานการณ์โควิด-19 รายวันทางเพจ “ชุมพรจัดทัพรับมือโควิด” ของสำนักงานสาธารณสุข จ.ชุมพร รายงานว่าพบ ลูก 2 ขวบ ติดโควิดจากแม่ ที่เป็นไข้เลือดออกและรักษาตัวที่โรงพยาบาลชุมพรเขตอุดมศักดิ์

เห็นข่าวแล้วพาให้ระแวงกันเข้าไปอีกสำหรับคนเป็นแม่ เมื่อเราก้าวออกจากบ้านไปในแต่ละวันไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม เช่น ไปทำงาน ไปทำธุระ เรามีความเสี่ยงที่จะรับเชื้อโควิด-19 ได้ทุกเมื่อ ล่าสุด คุณแม่ป่วยเป็นไข้เลือดออก ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล และติดเชื้อโควิดกลับบ้านโดยไม่รู้ตัว

หนูน้อยวัย 2 ขวบ 8 เดือนที่ติดเชื้อ COVID-19 รายนี้ เป็นลูกสาวของผู้ป่วยรายที่ 12 เพศหญิง อายุ 24 ปี ที่เข้ารับการรักษาตัวเป็นไข้เลือดออก ในตึกอายุรกรรมหญิง ในโรงพยาบาลชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เมื่อวันที่ 3-5 เม.ย.ที่ผ่านมา และแม่ได้ติดเชื้อจากผู้ป่วยข้างเคียง จากนั้นรักษาไข้เลือดออกหายและกลับไปที่บ้าน

ลูก 2 ขวบ ติดโควิดจากแม่ ได้อย่างไร?

ผู้ป่วยเด็กน้อยรายนี้ไม่ได้ไปไหนอยู่บ้านตลอดเวลา รับเชื้อจากแม่หลังกลับไปอยู่ที่บ้าน เริ่มป่วยวันที่ 19 เม.ย. และส่งตัวอย่างตรวจยืนยันผล 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้รับการยืนยันพบเชื้อโควิด-19

ขณะนี้ทีมแพทย์ ได้นำเด็กวัย 2 ขวบ 8 เดือน (ผู้ป่วยรายที่ 16) ไปอยู่ร่วมกับแม่ เพื่อให้ดูแลกัน โดยทั้งคู่มีกำลังใจที่ดี

ทั้งนี้ยังมีรายงานพบความเชื่อมโยงของผู้ป่วยรายที่ 2-16 ของจังหวัดชุมพร ติดเชื้อต่อกันในตึกอายุรกรรมภายในโรงพยาบาลทั้งสิ้น และผู้ป่วยทุกคนอยู่ในกระบวนการสอบสวนโรคแล้ว

ทีมแม่ ABK ขอส่งกำลังใจให้คุณแม่และลูกน้อยหายป่วยไวๆ และขอให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านปลอดภัยนะคะ

เตือน! เด็กมีความเสี่ยงสูงจากคนในบ้าน ญาติใกล้ชิด

ในกรณีที่มีผู้ป่วยยืนยันเป็นเด็ก (โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี) นิยามของผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจะต่างจากผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่ เพราะเด็กไม่ได้ไปไหน ไม่ได้ไปสถานที่ต่างๆ ดังนั้นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงก็จะเป็นคนในบ้าน ญาติที่ใกล้ชิด

เปรียบเทียบอาการ โควิด-19 ในเด็ก vs ผู้ใหญ่ต่างกันอย่างไร?

นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คหมอแก้ว ผลิพัฒน์ ระบุว่า…

ผู้ใหญ่ประมาณร้อยละ 89 จะมีอาการไข้
ร้อยละ 68 จะมีอาการไอ
ร้อยละ 14 จะมีอาการอ่อนเพลีย
มีน้ำมูกพบได้ค่อนข้างน้อยแค่ประมาณร้อยละ 5
ร้อยละ 15 มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
ร้อยละ 38 มีอาการอ่อนเพลีย
และร้อยละ 19 มีอาการหายใจลำบากหรือหายใจเร็ว

ในขณะที่เด็กจะมีอาการน้อยกว่า นั่นคือ
มีเด็กที่ป่วยด้วยโรคโควิดร้อยละ 42 ที่มีอาการไข้
ร้อยละ 49 มีอาการไอ (จะเห็นว่าอาการไอพบได้บ่อยกว่าไข้ ในเด็ก)
ร้อยละ 8 มีน้ำมูก

โควิด อาการ
อาการโควิด-19 ผู้ใหญ่ vs เด็ก

หากติดเชื้อแล้วจะเสียชีวิตมากน้อยแค่ไหน?

ในกลุ่มผู้ที่มีอายุน้อยจะพบผู้ที่มีอาการรุนแรงค่อนข้างน้อย อายุมากขึ้นก็จะพบผู้ที่มีอาการรุนแรงมากขึ้นด้วย นั่นคือ

  • หากมีผู้ป่วยโรคโควิดที่มีอายุน้อยกว่า 39 ปี 100 คน จะมีผู้เสียชีวิตเพียง 0.2 คน
  • หากมีผู้ป่วยโรคโควิดที่มีอายุ 40-49 ปีหนึ่ง 100 คน จะมีผู้เสียชีวิต 0.4 คน
  • หากมีผู้ป่วยโรคโควิดที่มีอายุ 50-59 ปีหนึ่ง 100 คน จะมีผู้เสียชีวิต 1.3 คน
  • หากมีผู้ป่วยโรคโควิดที่มีอายุ 60-69 ปีหนึ่ง 100 คน จะมีผู้เสียชีวิต 3.6 คน
  • หากมีผู้ป่วยโรคโควิดที่มีอายุ 70-79 ปีหนึ่ง 100 คน จะมีผู้เสียชีวิต 8 คน
  • หากมีผู้ป่วยโรคโควิดที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป 100 คน จะมีผู้เสียชีวิต 14.8 คน

จะเห็นได้ว่าหากผู้สูงอายุป่วยด้วยโรคโควิดจะมีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่าผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า

เด็กแม้อาการจะไม่มาก แต่ถ้าในบ้านมีทั้งเด็กและผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วยกัน เด็กที่อาการไม่มากอาจทำให้ผู้สูงอายุติดเชื้อได้ ซึ่งหากผู้สูงอายุติดเชื้อขึ้นมาโอกาสที่จะมีอาการรุนแรงและเสียชีวิตก็จะสูงด้วย

ขอบคุณข้อมูลจากเพจ ชุมพรจัดทัพรับมือโควิด ,  สยามรัฐ

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

วิจัยเผย “ยาฟ้าทะลายโจร” ฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้จริง! 

8 วิธีรับมือไวรัสโคโรน่า COVID-19 ฉบับพ่อแม่ที่มีลูกเล็กโดยเฉพาะ!

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ข้อความจากคุณหมอ ฝากถึงคนไทยทุกคน

“หมอชนะ” คือใคร แล้วเราจะชนะโควิดไปได้อย่างไร? จากความร่วมมือของกลุ่มคนไทยที่จะช่วยให้คนไทยทุกคนผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยกัน และปกป้องบุคลากรทางการแพทย์คัดกรองประวัติกลุ่มเสี่ยงได้รวดเร็วและปลอดภัย แอปหมอชนะ จะพาเราชนะ COVID-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมฟังก์ชั่นที่จะช่วย ให้คุณและคนรอบข้างใช้ชีวิตได้สบายใจมากขึ้น #โหลดแอปหมอชนะ #หมอชนะ

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.facebook.com/MorchanaApp/videos/230280724748468/

Tags

สัตว์เลี้ยงแสนรัก

ติดอยู่บ้านทั้งที เป็นช่วงเวลาดีๆ มากรูมมิ่งเจ้าตัวน้อยกันเถอะ

หลายคนคงมีสัตว์เลี้ยงแสนรักอยู่กับบ้าน ช่วงนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่คุณจะได้อยู่ใกล้ชิดเจ้าตูบ หรือเจ้าเหมียวแสนรักมากขึ้น โคโรน่าไวรัสนี่ก็มีเรื่องดี ให้คุณได้สานสัมพันธ์กับลูกรักของคุณได้มากขึ้น เพราะในยามปกติคุณต้องรีบตื่นเช้าออกไปทำงาน หรือไปเรียนหนังสือ กว่าจะกลับบ้านก็มืดค่ำด้วยความเหนื่อยล้า ไม่ได้มีโอกาสได้เล่นกันอย่างเต็มที่ ทั้งที่อยากกอด อยากหอมใจจะขาด

สัตว์เลี้ยงแสนรัก กับชุดกรูมมิ่งน่ารัก น่าใช้ 

JUST BUY เสื้อผ้าสุนัข สีฟ้า

JUST BUY เสื้อผ้าสุนัข สีฟ้า เพิ่มความน่ารักสดใสให้กับสัตว์เลี้ยงของคุณด้วยเสื้อผ้าสุนัขผลิตจากเนื้อผ้าคุณภาพดี เนื้อผ้านิ่ม สวมใส่สบาย ระบายอากาศดี ไม่อับชื้น

https://www.robinson.co.th/th/home-living/pet-supplies/dogs

 

DOGGYDOLLY ชุดกระโปรงสุนัข

DOGGYDOLLY ชุดกระโปรงสุนัข ลายเชอร์รี่ รุ่น D458 สีขาวเปลี่ยนสัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณให้อยู่ในชุดแฟชั่นสุดน่ารัก ด้วยดีไซน์การออกแบบที่ทันสมัย ตัดเย็บจากเนื้อผ้าคุณภาพดี แปลงโฉมสัตว์เลี้ยงของคุณให้ดูดีในทุกชุด

https://www.robinson.co.th/th/home-living/pet-supplies/dogs/clothing-and-accessories

 

DOGGYDOLLY ชุดเสื้อสุนัข

DOGGYDOLLY ชุดเสื้อสุนัข ต่อกางเกงยีนส์ รุ่น C207 สีขาว-ฟ้า เปลี่ยนสัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณให้อยู่ในชุดแฟชั่นสุดน่ารัก ด้วยดีไซน์การออกแบบที่ทันสมัย ตัดเย็บจากเนื้อผ้าคุณภาพดี แปลงโฉมสัตว์เลี้ยงของคุณให้ดูดีในทุกชุด

 

เบาะนอนสัตว์เลี้ยง

JUST BUY เบาะนอนสัตว์เลี้ยง สีน้ำเงิน ขนาด 21 x 27 x 10 ซมเพิ่มความสุขและความสบายให้กับสัตว์เลี้ยงของคุณด้วย เบาะนอนสัตว์เลี้ยงที่นอนแล้วเย็นผ้าไม่อมความร้อน ขนาดพอดีกับสุนัขและแมวขนาดเล็ก ผลิตจากเนื้อผ้าคุณภาพดี แข็งแรงทนทาน ใช้งานได้อย่างยาวนาน

https://www.robinson.co.th/th/home-living/pet-supplies

 

ผ้าเปียกสำหรับสัตว์เลี้ยง

ABSORB PLUS ผ้าเปียกสำหรับสัตว์เลี้ยง กลิ่นแป้งเด็กอ่อนโยน ผ้าเปียก หรือทิชชู่เปียกกลิ่นแป้งเด็ก หอมแบบอ่อนโยน ช่วยเช็ดทำความสะอาดสัตว์เลี้ยงของคุณแทนการอาบน้ำ ซึ่งจะช่วยทำให้สัตว์เลี้ยงของคุณรู้สึกผ่อนคลาย และสบายตัว โดยไม่ทำให้เกิดความระคายเคือง

https://www.robinson.co.th/th/home-living/pet-supplies/dogs/dog-clean-up-and-toilet

 

แผ่นรองฉี่สุนัข

FRESH PADS แผ่นรองฉี่สุนัข กลิ่นหญ้าฤดูใบไม้ผลิ ดูแลสุขภาพสุนัขตัวโปรดของคุณให้ถูกสุขลักษณะ ด้วยแผ่นรองซับ แผ่นรองฉี่สุนัข สะดวกสบายได้ทุกที่ หมดกังวลเรื่องเลอะเทอะ

https://www.robinson.co.th/th/home-living/pet-supplies/dogs/dog-clean-up-and-toilet

DOG PEE PADS แผ่นรองฉี่สุนัข

DOG PEE PADS แผ่นรองฉี่สุนัข แบบซักได้ ไซส์ S ขนาด 35 x 45 ซม. สีเทา ดูแลสุขภาพการขับถ่ายของสุนัขตัวโปรดของคุณให้ถูกสุขลักษณะ ด้วยแผ่นรองซับ แผ่นรองฉี่สุนัข แบบซักได้ ประหยัด ซักง่าย สะดวกสบาย ไร้แบคทีเรีย ไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ ป้องกันการซึมเปื้อนได้ 100% ใช้งานได้มากกว่า 1 ปี ทำความสะอาดได้ง่ายๆ เพียงฉีดน้ำใส่สิ่งสกปรกแบบแผ่นรองซับแล้วนำไปตากแดดให้แห้ง

https://www.robinson.co.th/th/home-living/pet-supplies

ช่วงเวลานี้ พอมีเวลาว่างอยู่ติดบ้าน ดูแลเอาใจใส่ หาของใช้น่ารักๆ ให้ลูกน้อย มากรูมมิ่ง แต่งเนื้อแต่งตัวสุดที่รักของให้คุณดูดี ให้ตูบน้อย เหมียวน้อยแฮปปี้ วิบวับ ซาบซ่าอย่างสุดๆ กันดีกว่าค่ะ

เรียนออนไลน์

4 ผลกระทบของการให้เด็ก เรียนออนไลน์ (ใช้สื่อ online)

หมอเด็กเตือน! ผลกระทบของการให้เด็ก เรียนออนไลน์ ไม่ควรใช้สื่อออนไลน์สอนลูกอนุบาล อาจทําให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกาย จิตใจและส่งผลต่อการเรียนรู้ระยะยาว

หมอเด็กเตือน! ผลกระทบของการ เรียนออนไลน์
(ใช้สื่อ online) ในเด็กและวัยรุ่น

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสโควิด 19 ทำให้มีคำสั่งปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ใน 28 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ตาก นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง นครนายก กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว สมุทรปราการ จันทบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง ชุมพร และระนอง  ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 4 มกราคม 2564 ถึงวันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม 2564 หรือจนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง

ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อต้นปี 2563 ช่วงโควิด 19 ระบาดระลอกแรก ก็ได้มีเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ของทุกสถานศึกษาทั่วประเทศไทย จากวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 ทั้งนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดการเรียนการสอนออนไลน์ทั้งครู และนักเรียน รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์การเรียนการสอนที่จะใช้รองรับการเรียนการสอนผ่านระบบดังกล่าว ซึ่งในเดือนพฤษภาคมจะเริ่มออนแอร์การเรียนการสอนออนไลน์ผ่านระบบทีวีดิจิทัล เพื่อให้เด็กปรับตัวกับการ เรียนออนไลน์ และทดลองสัญญาณในการออกอากาศ อีกทั้งกระทรวงศึกษาธิการเตรียมดำเนินการที่จะจัดซื้อแท็บเล็ตแจกนักเรียนอีกด้วย

เรียนออนไลน์

Must read >> หมอเผย 4 เหตุผลสำคัญ ทำไมต้อง เลื่อนเปิดเทอม เป็น 1 ก.ค.63

Must read >> แนะ!12 กิจกรรมให้ลูกทํา สุดเจ๋ง เมื่อต้องอยู่บ้านหนีโควิด19+ปิดเทอมยาว

ซึ่งสำหรับเรื่อง การเรียนการสอนในช่วงที่โควิด 19 ยังระบาด โดยทำให้เด็กๆ นักเรียนและนักศึกษา ต้อง เรียนออนไลน์ และใช้สื่อ online อินเตอร์เน็ต เทคโนดลยีต่างๆ เข้ามาร่วมด้วย … ทางราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย (รวทก.) และสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย (สกท.) จึงได้ออกมาประกาศ แนะนำถึงเรื่องการใช้สื่อ online ในเด็กและวัยรุ่น ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ว่า..

ได้เล็งเห็นว่าการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมในแต่ละวัน ผสมผสานกับการใช้ชีวิตร่วมกันในครอบครัว จะช่วยส่งเสริมความรัก เพิ่มคุณธรรม จริยธรรม และพัฒนาความสามารถด้านต่างๆ รวมถึงการเรียนรู้ด้านวิชาการให้มากขึ้น

เรียนออนไลน์

แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เด็กและวัยรุ่นต้องใช้ชีวิตในบ้านและมีโอกาสใช้สื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น จนอาจทำให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ที่สำคัญคืออาจจะส่งผลต่อการเรียนรู้ในระยะยาว ดังนั้นจึงมีข้อเสนอแนะการใช้สื่อออนไลน์ในเด็กและวัยรุ่น ดังนี้

1. ไม่สนับสนุนการแจก tablet ให้แก่เด็กทุกคนเพื่อใช้ในการเรียนการสอน โดยที่ระบบสนับสนุนยังไม่พร้อม

2. การเรียนการสอน online สําหรับเด็กนักเรียนทั้งหมด ไม่สามารถทดแทนการสอนตามปกติ แต่สามารถนํามาใช้ในสถานการณ์พิเศษชั่วคราวได้ ทั้งนี้ต้องคํานึงถึงความพร้อมของเด็กแต่ละวัย พ่อแม่ ความสามารถของครู และบริบทที่แตกต่างกัน

3. ไม่แนะนําการเรียนการสอนโดยใช้สื่อ online ในเด็กอนุบาล โดยขาดปฏิสัมพันธ์กับผู้สอน(พ่อแม่ครู)

4. การปล่อยให้เด็กและวัยรุ่นอยู่กับสื่อออนไลน์ นานกว่าที่ รวกท กําหนดไว้ (1 ชม. ในเด็กเล็ก 2 ชม. ในเด็กโต)อาจทําให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกาย จิตใจและส่งผลต่อการเรียนรู้ระยะยาว

Must read >> ลูกติดจอ ติดมือถือ แก้ได้ด้วยกฎ 3 ต้อง 3 ไม่

Must read >> แก้ปัญหาลูกติดมือถือ ง่ายๆ ด้วย คู่มือตารางเวลา จากกรมสุขภาพจิต

เรียนออนไลน์
ประกาศการ ใช้สื่อ online ในเด็กและวัยรุ่น ภายใต้สถานการณ์โควิด-19  จาก ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย

อย่างไรก็ตามทีมแม่ ABK มองเรื่องนี้ว่า หากเด็กๆ จำเป็นต้อง เรียนออนไลน์ ในช่วงสถานการณ์แบบนี้ คุณภาพของสื่อที่ใช้หน้าจอต่างๆ ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ คือ ถ้าพ่อแม่ให้เด็กดูสิ่งที่ดีมีประโยชน์ ใช้ติดต่อเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ใช้แอพส่งเสริมพัฒนาการ ใช้เรียนภาษา และอื่นๆซึ่งการใช้สื่อออนไลน์ในการเรียนการสอนก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีซะทีเดียว เพราะสุดท้ายสิ่งสำคัญคือขึ้นอยู่กับการรับมือ สร้างตารางกิจกรรมดีๆ ให้ลูกทำตลอดช่วงปิดเทอมยาวโดยมีเวลา “ไร้หน้าจอ” ที่สร้างสมดุลย์ ปรับตามบริบทของครอบครัวไปด้วยก็น่าจะเพียงพอแล้ว

อ่านต่อบทความอื่นๆ น่าสนใจ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย (รวกท)

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ยาฟ้าทะลายโจร

วิจัยเผย “ยาฟ้าทะลายโจร” ฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้จริง!

กระทรวงสาธารณสุข พบ ยายับยั้งเชื้อ covid 19 แล้ว จากผลวิจัยเผย! ยาฟ้าทะลายโจร สมุนไพรไทย ฆ่าไวรัสโควิด-19 ได้ ย้ำหากไม่มีอาการไม่ควรกินยาเพื่อป้องกัน

วิจัยเผย! ยาฟ้าทะลายโจร ฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้จริง! 

ก่อนหน้านี้ช่วงเดือน มี.ค. 63 ที่ผ่านมา ทางกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ออกมาแถลงข่าวเกี่ยวกับสารสกัด “ยาฟ้าทะลายโจร” ว่าสามารถยับยั้งการเติบโตของไวรัสในหลอดทดลองได้!! … ทำให้หลายคนสงสัยว่า ฟ้าทะลายโจร รักษาโควิด 19 ได้จริงหรือ? และในส่วนของคนที่เชื่อ ก็แห่ไปหาซื้อ ยาฟ้าทะลายโจร มากินป้องกันหวังเป็นยาเพื่อรักษาโรค COVID-19

Must read >> ฟ้าทะลายโจร ป้องกันโควิดได้หรือไม่?

ขณะที่ทางด้านรองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.นพมาศ สุนทรเจริญนนท์ ประธานวิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพรแห่งประเทศไทย และที่ปรึกษาสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ว่า ยาฟ้าทะลายโจร สามารถใช้ป้องกันหรือรักษาโรคที่เกิดจากเชื้อโควิด-19 แต่ฟ้าทะลายโจรมีข้อมูลที่สนับสนุนการใช้ป้องกันและรักษาอาการที่เกิดจากหวัดธรรมดา (common cold) เช่น อาการไอ เจ็บคอ มีไข้

ยาฟ้าทะลายโจร
ต้นฟ้าทะลายโจร

และประเด็นนี้เองจึงเป็นที่มาของการเริ่มต้นการศึกษาวิจัยเรื่องนี้ในห้องปฏิบัติการเพื่อหายาต้าน COVID-19 อย่างจริงจัง มาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคม จนถึงตอนนี้ก็ร่วม 2 เดือน >> ซึ่งล่าสุด นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกมากล่าวถึงความคืบหน้าการศึกษาวิจัยของ ยาฟ้าทะลายโจร ที่มีต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า…

เป็นที่ทราบกันดีว่า “ฟ้าทะลายโจร” มีฤทธิ์สำคัญ 4 อย่าง คือ

  • กระตุ้นภูมิคุ้มกัน
  • ต้านไวรัส
  • ต้านการอักเสบ
  • ลดไข้

ซึ่งมีงานวิจัยมานานแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อ 10 ปีก่อนที่มีโรคซาร์สระบาด จีนได้ศึกษาวิจัยว่าสามารถต้านไวรัสโคโรนาซาร์สได้ และทางจีนก็ได้พัฒนาฟ้าทะลายโจรเป็นยาฉีดร่วมการรักษาโรคโควิด-19

สำหรับประเทศไทยกรมแพทย์แผนไทยฯ ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ศึกษาฤทธิ์ของ ฟ้าทะลายโจร ในหลอดทดลองเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่าในหลอดทดลองได้ผลดีในการยับยั้งไวรัสโควิด แต่ต้องมาคำนวณว่าระดับของยาที่เหมาะสมควรเป็นเท่าไร

อ่านต่อ >> “ผลการทดลองของฟ้าทะลายโจร
ที่มีต่อเชื้อไวรัส โรคโควิด-19” คลิกหน้า
2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เสื้อผ้าเด็ก

เสื้อผ้าเด็ก แบบไหนไม่ควรซื้อให้ลูก

เสื้อผ้าเด็ก เป็นไอเท็มที่คุณพ่อคุณแม่ให้ความสำคัญ นอกจากต้องเลือกที่ดีไซน์สวยงาม ใส่แล้วใครเห็นต้องเอ่ยปากชมว่าน่ารัก น่ามองแล้ว ยังต้องเหมาะกับกิจกรรมในแต่ละวัน ไหนจะชุดลำลอง ชุดออกงาน ชุดแฟนซี ของเจ้าตัวน้อยมีเต็มตู้ไม่แพ้ผู้ใหญ่ แต่สิ่งหนึ่งอาจลืมนึกไปคือ ความปลอดภัยของลูกน้อย ที่อาจต้องเสี่ยงอันตรายจากเสื้อแค่ตัวเดียว!

 10 เสื้อผ้าเด็ก ควรเลี่ยง ซื้อแบบไหนถูกใจทั้งแม่และลูก

ต้องยอมรับว่า เสื้อผ้าเด็กที่ขายตามห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าออนไลน์มีแบบน่ารักๆให้เลือกมากมาย แนวเกาหลีคูลคูลแนวญี่ปุ่นหวานๆ หรือชุดเอลซ่า ชุดสไปแดอร์แมนเลียนแบบตัวการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ที่ลูกชอบ เห็นนายแบบ นางแบบตัวน้อยใส่แล้วน่ารักน่าชังอยากจะซื้อมาให้เจ้าตัวน้อยแปลงร่างเป็นแฟชั่นนิสต้า แต่งตัวชิคๆเหมือนเขาบ้าง

เสื้อผ้าเด็ก

แต่คุณแม่ทราบไหมว่า ภายใต้ความสวยงามของชุดเด็กแฝงไปด้วยอันตรายที่อาจทำร้ายลูกน้อยโดยไม่รู้ตัว ทั้งจากเนื้อผ้าบางชนิดซึ่งก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิวบอบบางของเด็ก และดีไซน์ของชุดที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าชุดต่อไปให้ลูก มารู้จักกับเสื้อผ้าเด็กอันตรายที่ไม่ควรซื้อกันก่อนดีกว่า

10 เสื้อผ้าเด็ก ชุดแบบนี้ไม่ควรซื้อให้ลูก

  1. ชุดขนาดพอดีตัว

ร่างกายของเด็กมักเปลี่ยนแปลงเร็วมาก หลายครั้งทำให้คุณแม่กะไม่ถูกว่าควรซื้อเผื่อขนาดไหนดี ถ้าซื้อใหญ่ไปก็ดูโคล่งไม่พอดี ชุดแฟนซีต้องใส่พอดีตัว หรือชุดที่ต้องการซื้อไม่มีขนาดพอให้ใส่สบาย จึงจำเป็นต้องเลือกขนาดพอดี แม้จะใส่ได้ ติดกระดุมได้ แต่ก็ทำให้ลูกรู้สึกอึดอัด หายใจลำบาก ไม่สบายตัว ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี โดยเฉพาะลูกเบบี๋ที่ยังพูดบอกกับคุณแม่ได้ อาจกระทบกับพฤติกรรม เช่น ร้องงอแงทั้งวัน หรือมือจับดึงเสื้อผ้าบ่อยๆ เป็นต้น

เสื้อผ้าเด็ก

      2.ชุดที่มีเนื้อผ้าหนาเกินไป หรือมีน้ำหนักมาก

ส่วนใหญ่มักเป็นชุดที่อาจไม่ได้ใส่ประจำ เช่น ชุดแฟนซีมีอุปกรณ์ตกแต่งเยอะๆ มีเครื่องหัวต้องใส่มงกุฎ ชฏา หรือเสื้อกันหนาวตัวโตซึ่งบุหนาพิเศษ เพื่อให้ความอบอุ่นได้ดี ถึงแม้จะเหมาะใส่ช่วงฤดูหนาว แต่บ้านเราไม่ใช่เมืองหนาว อากาศจึงไม่เย็นจัดเท่ากับประเทศทางโซนเหนือ แม้ใส่แล้วจะดูหล่อสวยมาก แต่ขนาดที่ใหญ่และหนา ทำให้ลูกต้องแบกน้ำหนักของเสื้อมาเกินไป นอกจากอึดอัดแล้ว ยังเคลื่อนตัวได้ไม่สะดวก หรือถ้าหนักมากอาจทำให้กล้ามเนื้อหลังและไหล่อักเสบได้

  1. ชุดเนื้อผ้าแข็ง

เสื้อผ้าเด็ก ทำจากเส้นใยสังเคราะห์ในปริมาณมาก ทำไห้เนื้อผ้าแข็งและยืดหยุ่นน้อย ชุดแบบนี้ไม่เหมาะกับเด็กๆที่เคลื่อนไหวร่างกายตลอดเวลา คลาย เดิน กระโดด ชุดแบบนี้อาจเสียดสีกับผิวจนเกิดเป็นแผล หรือถ้าเด็กดึงเสื้อแรงๆอาจทำให้เจ็บตัวได้

เสื้อผ้าเด็ก

     4.ชุดมีเข็มขัดหรือสายคาดเอว

โดยเฉพาะชุดกระโปรงของเด็กผู้หญิง ที่มักมีผ้าคาดเอว เชือกเส้นเล็กๆไว้ผูกโบว์ แต่การใส่ชุดแบบนี้สำหรับเด็กเล็กอาจไม่ปลอดภัย เพราะพันตัวหรือรัดคอตอนลูกเล่น ลูกนอนหลับได้ หากคุณแม่ปล่อยให้คาดสายตาอาจเป็นอันตรายที่คาดไม่ถึง

 

  1. ชุดที่ตกแต่งด้วยของประดับชิ้นเล็กๆ

เสื้อผ้าเด็กปักเลื่อม ดอกไม้ ลูกปัด หรือแม้แต่กระดุมเม็ดจิ๋ว ที่นำมาแต่งให้ชุดสวยงาม ส่วนนี้คุณแม่ต้องระวังให้ดี เพราะสีสัน ของเหล่านี้กระตุ้นเด็กให้อยากดึงมาอมเล่น หรือเผลอกลืนได้

อ่าน เทคนิคเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับวัยลูก หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ยาคุมยี่ห้อไหนดี

รีวิว 8 ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง

ยาคุมยี่ห้อไหนดี !!  ยังไม่พร้อมมีลูกตอนนี้ เศรษฐกิจฝืด โรคระบาดเกิดขึ้นมากมาย คิดหนักมากกลัวเลี้ยงลูกได้ไม่ดีพอ หากต้องการคุมกำเนิด จะเลือกกินยาคุมยี่ห้อไหนดี ให้เหมาะกับตัวเอง ตามมาดู รีวิวยาคุม ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมแนะวิธีใช้ เทียบข้อดี ข้อเสียของแต่ละยี่ห้อกัน

ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง

ยาคุม หรือ ยาเม็ดคุมกำเนิด (Birth Control Pill) คือ หนึ่งในวิธีการคุมกำเนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งเป็นยาที่ใช้กินเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์แบบชั่วคราว แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

  • ชนิดฮอร์โมนเดี่ยวที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone) เพียงอย่างเดียว
  • ชนิดฮอร์โมนรวม (combined pills) ซึ่งในแต่ละเม็ดมีฮอร์โมน 2 ชนิด คือฮอร์โมนกลุ่มเอสโตรเจน (estrogens) ผสมกับฮอร์โมนกลุ่มโพรเจสติน (progestins) โดยมีสัดส่วนแตกต่างกัน

ฮอร์โมนที่อยู่ในยาคุมมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการตั้งครรภ์ โดยอาศัยกลไกเพื่อออกฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ โดยจัดทำไว้เป็นแผงหลายชนิดแต่ละชนิดจะมีปริมาณตัวยาและจำนวนเม็ดไม่เท่ากัน เช่น 21 เม็ด และ 28 เม็ด คุณผู้หญิงที่ต้องการคุมกำเนิดด้วยการกินยาคุม ต้องกินยาต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพราะยาคุมบางตัวหากหยุดไปสามารถกลับมามีลูกได้อีก …ทั้งนี้หากเคยกินยาคุมมาก่อนแล้วต้องการเปลี่ยนยา แต่ไม่แน่ใจว่าฤทธิ์ของยาส่งผลกระทบต่อสุขภาพหรือไม่ ควรไปปรึกษาแพทย์ควบคู่กับการวางแผนครอบครัวในอนาคตด้วย

Must read >>ท้องไม่พร้อม ไม่สนุก!! รู้ยังวัยรุ่น ฝังยาคุม ฟรี

วิธีใช้ ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนเดี่ยวและฮอร์โมนรวม

ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนเดี่ยวและฮอร์โมนรวม จะมีวิธีใช้ที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • “ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนเดี่ยว” เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถใช้ยาคุมที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ เพราะเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความผิดปกติภายในมดลูก และเยื่อบุโพรงมดลูก

อย่างไรก็ตามการใช้ยาคุมกำเนิดประเภทนี้ มีผลข้างเคียงค่อนข้างต่ำ  ไม่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ หรือปวดหัว แต่ผู้ใช้อาจพบกับภาวะประจำเดือนขาดทั้งๆ ที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ได้

  • “ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม” เป็นยาคุมที่จะมีกลไกการออกฤทธิ์เลียนแบบการหลั่งฮอร์โมนของร่างกายมากที่สุด ปริมาณของฮอร์โมนทั้ง 2 ตัวที่อยู่ในยาคุมกำเนิด และมีของเม็ดยาอาจแตกต่างกันไปตามยี่ห้อ แต่วิธีการรับประทานยาจะเหมือนกัน คือต้องรับประทาน 1 เม็ดทุกๆ วัน

ทั้งนี้ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมอาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นกับผู้ใช้บ้าง เช่น คลื่นไส้ ปวดหัว น้ำหนักตัวขึ้น ท้องอืด เจ็บคัดเต้านม และที่สำคัญ ห้ามใช้ยาคุมกำเนิดชนิดนี้ในผู้ป่วยเกี่ยวกับลิ่มเลือดเด็ดขาด

Must read >> ยาคุมยี่ห้อไหนดี กินแล้วไม่อ้วน ไม่บวม หน้าใสไร้สิว เช็กเลย!

ยาคุมยี่ห้อไหนดี

ประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดแบบเม็ด

  • หากกินยาคุมกำเนิดแบบเม็ดอย่างสม่ำเสมอ และตรงเวลาตามฉลากการใช้ยา ยาคุมกำเนิดก็จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้สูงถึง 99.7 %
  • แต่หากกินยาไม่สม่ำเสมอ ลืมกินยาบ่อยๆ หรือใช้ไม่ถูกต้องตามคำแนะนำ โอกาสที่จะล้มเหลวในการป้องกันการตั้งครรภ์จะมีอยู่ประมาณ 9% แม้จะเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างต่ำ แต่ก็มีโอกาสที่คุณจะตั้งครรภ์ได้อยู่

อย่างไรก็ตาม ยาคุมในท้องตลาดก็มีอยู่หลายยี่ห้อให้เลือกซื้อ แต่จะเลือกซื้อ ยาคุมยี่ห้อไหนดี เลือกยาคุมแบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง ทีมแม่ ABK ได้รวบรวมยาคุมมาให้เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นให้ดูก่อน ใครที่ซื้อไม่เป็น เพิ่งจะลองซื้อมากินเป็นครั้งแรก ห้ามพลาด!! พร้อมแนะวิธีใช้ เทียบข้อดี ข้อเสียของแต่ละยี่ห้อ จะมียี่ห้อไหนบ้างตามมาดูกันเลย

ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว ยาคุมยี่ห้อไหนดี สำหรับแม่ให้นมลูก

การเลือกยาคุมยี่ห้อไหนดี แบบแรกที่แนะนำกันก่อนเลย คือยาคุมกำเนิดที่เหมาะสำหรับคุณแม่ให้นมลูก ซึ่งต้องการคุมกำเนิดไปด้วย หากรับประทานยาคุมประเภทฮอร์โมนรวม จะทำให้น้ำนมลูกไหลน้อยเกินไปและเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตันหลังคลอดได้

ดังนั้น จึงมียาคุมอีกประเภทหนึ่งซึ่งเหมาะกับคุณแม่ให้นมมากกว่า นั่นก็คือ “ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว” คือ เป็นยาคุมที่บรรจุฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังสามารถใช้ได้กับผู้ที่แพ้ยาคุมง่าย และผู้ที่กลัวมีปัญหาเรื่องฝ้าขึ้นใบหน้าด้วย

ยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยวที่มักพบเห็นกันบ่อยในท้องตลาด คือยี่ห้อ เซราเซ็ท (Cerazette) เอ็กซ์ลูตอน (Exluton) และเดลีตัน (Dailyton) รูปแบบการกินยาสังเกตจากสัญลักษณ์ด้านหลัง เม็ดยาจะเรียงลำดับตามลูกศรตามวันในสัปดาห์ สามารถเริ่มตามวันให้ตรงกับแผงยาได้เลย หรือเริ่มกินเมื่อประจำเดือนมาวันแรกเหมือนยาคุมทั่วไป

คู่มือ กินยาคุมกำเนิด อย่างไร ให้ปลอดภัย ไม่เสียสุขภาพ

ยาคุมประเภทฮอร์โมนรวมยอดนิยม

1. ยาซ (Yaz) หรือยาปรับฮอร์โมน ee20d

ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง
ยาคุมยาซหรือยาปรับฮอร์โมน ee20d

ยาคุมยาซ หรือ ยาปรับฮอร์โมน ee20d จะใช้สำหรับป้องกันการตั้งครรภ์ แต่ประโยชน์ของมันมีหลายอย่างมาก ข้อแรกคือ ไม่ทำให้เกิดอาการบวม อ้วน หรือน้ำหนักเพิ่มที่เกิดเนื่องจากการคั่งของน้ำในร่างกาย เพราะมีส่วนผสมของ ดรอสไพรีโนน ที่ช่วยลดเรื่องการบวมน้ำ และยังช่วยลดอาการปวดประจำเดือนและลดอาการเหวี่ยงวีนก่อนมีประจำเดือน  หรือ PMDD (Premenstrual Dysphoric Disorder) ที่สาว ๆ รู้จักกันดี รวมถึงยังช่วยลดสิวและรักษาสิวได้อีกด้วยนะคะ

ยาซเป็นยาคุมที่หาซื้อง่ายและหลายคนก็จะเลือกกินชนิดนี้กันก่อนนะคะ วิธีกินก็จะเริ่มภายใน 5 วันแรกของการมีประจำเดือน จึงไม่ยากที่จะเริ่มกินยาปรับฮอร์โมน  ee20d เพื่อคุมกำเนิดกันนนั่นเองค่ะ แต่ให้ดีที่สุด ควรเริ่มกินวันแรกขอวันที่มีประจำเดือนมาจะได้ไม่ต้องใช้วิธีคุมกำเนิดแบบอื่น เช่น ถุงยางอนามัยร่วมด้วย

โดยยาซ จะมีจำนวน 28 เม็ด มีเป็นเม็ดยา 24 เม็ดสีชมพูอ่อน ซึ่งมีตัวยา Drospirenone 3 มิลลิกรัม และ Ethinylestradiol 0.02 มิลลิกรัมเท่ากันทุกเม็ด และเม็ดยาสีขาวหรือเม็ดแป้งจำนวน 4 เม็ดที่ไม่มีตัวยา แต่ให้กินเพื่อกันลืมกินยา

2. ยาสมิน (Yasmin) หรือยาปรับฮอร์โมน ee30d

ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง
ยาคุมยาสมินหรือยาปรับฮอร์โมน ee30d

 

ยาคุมยาสมิน หรือยาปรับฮอร์โมน  ee30d เป็นยาคุมแบบ 21 เม็ด มีตัวยาดรอสไพริโนน 3 มิลลิกรัม และเอธินิล เอสตราไดออล 0.03 มิลลิกรัม โดยตัวยาที่มีความคล้ายคลึงกับฮอร์โมนธรรมชาติมาก และมีฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มากขึ้น กินแล้วไม่อ้วนหรือมีอาการบวมน้ำจากการกินยาคุม ซึ่งสาว ๆ สามารถเริ่มกินในวันแรกที่มาประจำเดือน และสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาได้ทั่วไป เป็นอีกหนึ่งชนิดของยาคุมที่หลายคนเลือกใช้ เพราะหาซื้อง่ายและเริ่มกินได้ง่ายอีกด้วย

คุมสมบัติของยาคุมยาสมิน หรือยาปรับฮอร์โมน ee30d จะช่วยคุมกำเนิดป้องกันการตั้งครรภ์ได้ทันทีตั้งแต่กินเม็ดแรก โดยไม่ต้องรอ 7 วัน นอกจากนี้ไม่ทำให้เกิดอาการบวม อ้วน หรือน้ำหนักเพิ่มที่เกิดเนื่องจากการคั่งของน้ำในร่างกาย ลดอาการปวดท้องประจำเดือน ลดการเกิดสิว ลดความมันของผิวและผมได้อีกด้วยค่ะ

3. ไดแอน-35 (Diane-35) หรือยาปรับฮอร์โมน ee35c

ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง
ยาคุมไดแอนหรือยาปรับฮอร์โมน ee35c

ไดแอน-35 หรือยาปรับฮอร์โมน ee35c เป็นยาคุมแบบ 21 เม็ด จะช่วยเรื่องการรักษาภาวะของฮอร์โมนเพศชายสูงกว่าปกติในผู้หญิงนะคะ จะมีอาการเช่น สิวขึ้นมากกว่าปกติ ผิวมันมาก อาการขนดกในผู้หญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ รวมถึงอาการภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (Polycystic Overy Syndrome) เนื่องจากมีไซโปเทอโรนอาซีเดต (Cyproterone acetate) ที่ช่วยยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนเพศชาย จึงสามารถลดการเกิดสิว ผิวมันและขนดกได้

ไดแอนเหมาะกับสาวๆ ที่มีปัญหาฮอร์โมนเพศชายสูงกว่าปกติ มีปัญหาเรื่องสิว ผิวมัน และขนดกค่ะ เพราะไดแอน-35 จะช่วยยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนเพศชายที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว ขนดกและผิวมัน เป็นที่นิยมสำหรับการรักษาสิวเนื่องจากฮอร์โมนเพศชายสูงมากเกินไป อีกทั้งยังสามารถคุมกำเนิดได้ด้วย

4. พรีม (PREME) และ บี-เลดี้ (B-Lady)

ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง
ยาคุมพรีม (PREME) และยาคุมบี-เลดี้ (ฺB-Lady)

เป็นยาคุมแบบ 21 เม็ด มีส่วนประกอบของยาเหมือนกับ Diane-35 ทุกอย่าง ดังนั้นจึงมีสรรพคุณที่ใกล้เคียงกันมาก แต่เพราะเป็นยาคุมที่มีระดับเอสโตรเจนสูง จึงอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงได้มากขึ้น เช่น คลื่นไส้อาเจียน เลือดออกกะปริดกะปรอย  **สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยรับประทานยาคุมมาก่อน ไม่แนะนำให้ใช้ยาตัวนี้

5. เมลลิแอน (Meliane)

ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง
ยาคุมเมลลิแอน(Meliane)

เป็นยาคุมแบบ 21 เม็ด มีตัวยาเจสโทดีน 0.075 มิลลิกรัมและยาเอธินิล เอสตราไดออล 0.02 มิลลิกรัม หากคุณผู้หญิงกำลังสงสัยว่าจะเลือกซื้อ ยาคุมยี่ห้อไหนดี เมลลิแอน เป็นอีกหนึ่งตัวที่สามารถซื้อกินได้ ด้วยปริมาณยาฮอร์โมนที่ไม่มากเกินไป ข้อดีของยาคุมยี่ห้อนี้จึงเกิดผลข้างเคียงน้อย เช่น อาการปวดหัว คลื่นไส้อาเจียน เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เคยกินยาคุมมาก่อน หรือผู้ที่มีอาการ PMS ก่อนมีรอบเดือน รวมทั้งช่วยลดอาการบวมน้ำได้

 

6. มินิดอซ (Minidoz)

 ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง
ยาคุมมินิดิซ (Minidoz)

เป็นยาคุมแบบ 28 เม็ด มีตัวยาเจสโทดีน 0.06 มิลลิกรัม และยาเอธินิล เอสตราไดออล 0.03 มิลลิกรัมยาคุมยี่ห้อนี้มีปริมาณฮอร์โมนยาค่อนข้างน้อย จึงช่วยลดอาการข้างเคียงต่างๆ ได้ดี อีกทั้งช่วยลดสิว ลดอาการปวดหัวไมเกรนได้ สำหรับคนที่ไม่เคยกินยาคุมมาก่อน สามารถเริ่มจากยายี่ห้อนี้ได้

 

7. โกวานา (Govana)

ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง

ยาคุมยี่ห้อนี้มีทั้งแบบ 21 เม็ด และ 28 เม็ด โกวานาแบบ 21 เม็ด มีตัวยาเจสโทดีน 0.075 mg. และยาเอธินิล เอสตราไดออล 0.03 mg.

โกวานา อีดี (Govana ED) เป็นตัวยาโกวานาแบบ 28 เม็ด โดย 21 เม็ดแรก เป็นตัวยาแบบเดียวกับโกวานาธรรมดา และมีเม็ดยาแป้งอีก 7 เม็ดสุดท้ายซึ่งขนาดใหญ่กว่าเพิ่มเข้ามา ซึ่งถือเป็นยาที่มีผลข้างเคียงน้อย ลดอาการปวดประจำเดือน ไม่ทำให้อ้วนบวมน้ำ และช่วยควบคุมสิว

 

8. ออยเลส (Oillezz)

ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง

ยาคุมยี่ห้อไหนดี ตัวสุดท้าย คือ ออยเลส ซึ่งใน 1 แผง จะมีเม็ดยาสีฟ้า 7 เม็ด และเม็ดยาสีขาวอีก 15 เม็ด โดยไม่ได้ต่างกันแค่สีแต่ปริมาณยาก็ต่างกันด้วย โดยเม็ดยาลำดับที่ 1 – 7 ซึ่งมีสีฟ้า จะประกอบด้วย Ethinylestradiol 0.040 มิลลิกรัม + Desogestrel 0.025 มิลลิกรัม เท่ากันทั้ง 7 เม็ด

ส่วนเม็ดยาลำดับที่ 8 – 22 ซึ่งมีสีขาว จะประกอบด้วย Ethinylestradiol 0.030 มิลลิกรัม + Desogestrel 0.125 มิลลิกรัม เท่ากันทั้ง 15 เม็ดเช่นกัน การกินจะเรียงลำดับจากเม็ดที่ 1 ไปหาเม็ดที่ 22

เป็นยาคุมกำเนิดยี่ห้อเดียวในประเทศไทยที่เป็นชนิดฮอร์โมน 2 ระดับ และเป็นยี่ห้อเดียวที่มีจำนวนเม็ดยา 22 เม็ดต่อแผงอีกด้วย ดังนั้น เมื่อใช้ยาหมดแล้ว จะเว้นว่าง 6 วันก่อนเริ่มแผงใหม่นะคะ ซึ่งก็คือ จะมีการใช้ออยเลซ 1 แผง ทุก ๆ 28 วัน

ออยเลซ ใช้โปรเจสตินที่มีชื่อว่า Desogestrel ซึ่งเป็นโปรเจสตินรุ่นใหม่เช่นกัน ข้อดีคือมีฤทธิ์ของฮอร์โมนเพศชายต่ำ ทำให้ไม่ค่อยพบปัญหาสิวและหน้ามัน แต่ไม่มีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเพศชาย ทำให้นำมาใช้กับสิวที่มีความรุนแรงในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง อย่างไรก็ตาม การใช้ออยเลซในแผงแรก ๆ อาจมีสิวเห่อขึ้นได้ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการปรับตัวของร่างกาย แต่ก็จะดีขึ้นเองในภายหลัง

วิธีเลือก ยาคุมยี่ห้อไหนดี แบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง

ยาคุมยี่ห้อไหนดี แบบเม็ดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ แบบฮอร์โมนรวม ซึ่งแต่ละตัวก็มีตัวยาที่แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นเราควรเลือกให้เหมาะกับจุดประสงค์ที่ต้องการ และเข้ากับร่างกายของคุณด้วยมากที่สุด โดยทั่วไปคุณหมอจะแนะนำให้เลือกใช้ยาคุมที่มี Ethinyl Estradiol ต่ำๆ ก่อน เช่น 0.02 มิลลิกรัม เพื่อลดอาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน อ้วนบวมน้ำ หรือเป็นฝ้า และยังสามารถกินติดต่อกันได้นานอย่างปลอดภัย

ทั้งนี้แม้จะเลือกได้แล้ว ว่าควรซื้อ ยาคุมยี่ห้อไหนดี แต่ตามหลักการแล้ว การคุมกำเนิดไม่มีวิธีใดที่สามารถป้องกันได้ 100% แต่การกินยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม คือวิธีที่ปลอดภัยจากการตั้งครรภ์ไม่พร้อมสูงที่สุด รองลงมาคือการฉีดยาคุม, การฝังคุมกำเนิดและการใช้ห่วงอนามัยชนิดมีฮอร์โมน

ไม่ว่าจะตัดสินใจเลือกใช้ยาคุมยี่ห้อใด ขอแนะนำว่าควรปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกรก่อนซื้อทุกครั้ง เพื่อให้ได้ยาคุมที่เหมาะสมกับตัวเองและเพื่อความปลอดภัย ลดอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น และการใช้ยาคุมที่เหมาะกับตัวเองยังช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพต่างๆที่เกิดจากฮอร์โมนด้วย บางคนอาจผิวสวยขึ้นได้ด้วยนะคะ

อ่านต่อความอื่นน่าสนใจ คลิก :


ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.honestdocs.cowww.honestdocs.co/oral-contraceptives-pillwww.siphhospital.comwww.siamhealth.netbiopharm.co.thwww.cosmenet.in.th

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

นักกล้าเรียน

แชร์เทคนิคดี! สอนลูกให้เป็น “นักกล้าเรียน” โดยพ่อเอก

ในช่วงที่เรา work from home และโรงเรียนลูกปิดเทอมยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ ผมบังเอิญเพิ่งไปเจอหนังสือเล่มหนึ่ง ที่น่าสนใจทีเดียว ชื่อ The Brave Learner เขียนโดยคุณ จูลี่ โบการ์ต แปลไทยโดย  คุณวารีรัตน์ อันวีระวัฒนา ในชื่อว่า นักกล้าเรียน ซึ่งเนื้อหาหลัก จะเป็นการให้แนวทางจากประสบการณ์ที่ทำ homeschool ให้ลูก แต่แม้ไม่ทำ homeschool หนังสือเล่มนี้ก็น่าสนใจมาก เพราะให้แนวทางในการที่จะทำอย่างไรให้การเรียนเป็นความสนุก แม้ปิดเทอมจะเป็นช่วงเวลาการพักผ่อนของลูก แต่เราก็คงไม่อยากให้ลูกหยุดเรียนรู้ ดังนั้นถ้าเรา ‘ทำการเล่นให้เป็นการเรียนรู้’ ไปด้วยได้คงดีไม่น้อย

ตอนที่น่าสนใจตอนหนึ่งคือ การเรียนรู้ที่ดีของเด็กไม่ใช่ ผ่านการพูดสอนปาวๆ หรือ การบังคับให้ทำการบ้าน นั่นไม่ใช่การเรียนแบบที่จะกระตุ้นให้เด็กใฝ่รู้ จริงอยู่เด็กบางคนอาจจะชอบเรียน พ่อแม่คุณครูให้ทำการบ้านหรือทำแบบฝึกหัดเยอะๆ ก็ไม่มีปัญหา แต่เด็กเรียนเก่งกับเด็กรักการเรียนรู้ต่างกัน เราเห็นเพื่อนร่วมรุ่นมากมายที่เรียนได้ที่หนึ่ง ที่สอง ที่สาม แต่ออกมาทำงาน เราเห็นเด็กกลางๆ ท้ายๆ มากมายที่ประสบความสำเร็จมากกว่า เพราะคนเรียนเก่ง แต่อาจจะไม่ใช่นักใฝ่หาความรู้ใหม่ๆ ที่การทำงานนั้น ชุดความรู้ในห้องเรียนอาจจะแทบไม่ได้ใช้เลย (เพราะบางทีการเป็นเด็กเรียนเก่ง ก็เป็นกำแพงชั้นดีในการที่จะกั้นเด็กเหล่านั้นจากความรู้ใหม่ๆ เป็นกำแพงที่กั้นจากการลงไปเริ่มต้นเป็นเด็กไม่รู้อะไรเลยในเรื่องใหม่ๆ เหมือนคนอื่นๆ ที่เข้ามาเรียนรู้งานใหม่ด้วยกัน)

สอนลูกให้เป็น “นักกล้าเรียน” ทำอย่างไร

วกกลับมาส่วนที่น่าสนใจในหนังสือ นักกล้าเรียน คือ เราจะให้เด็กเรียนรู้ โดยเอาความสนใจของเด็กเป็นที่ตั้ง แล้วให้เขาเรียนรู้วิชาต่างๆ สิ่งต่างๆ จากสิ่งที่เขาชอบ เช่น ปูนปั้นชอบเลโก้ เราก็วางแผนที่จะสอน ให้ความรู้เขา โดยผ่านเลโก้

คณิตศาสตร์ : ชิ้นส่วนเลโก้ใช้เป็นตัวสอนเลขอย่างดี ทั้ง บวก ลบ คูณ และ เศษส่วน หรือใช้สอนรูปทรงเรขาคณิตก็ได้

ประวัติศาสตร์ : ดูต้นกำเนิดว่า เลโก้เริ่มมาจากที่ไหนเมื่อไหร่ โดยใคร

ภาษาอังกฤษ : เลโก้มีสารพัด ทั้ง City, Technic, Friends และอื่นๆ ซึ่งสามารถต่อเป็นสารพัดรูปแบบซึ่งเราก็สอนให้เขารู้ศัพท์อังกฤษของสิ่งเหล่านั้น เช่นส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องบิน รถยนต์ เป็นต้น

ภาษาไทย : ให้เขาเล่นเลโก้โดยเล่าเป็นเรื่องราว และถ้าเขาเขียนได้ก็ให้เขียนเป็นเรื่องราวลงสมุด

ศิลปะ : ให้เขาวาดรูปเลโก้ที่ชอบ หรือ การต่อเลโก้ให้เป็นรูปร่างต่างๆ ก็เป็นการเรียนศิลปะและเสริมความคิดสร้างสรรค์อยู่แล้ว

วิทยาศาสตร์ : ใบพัด ล้อรถ เฟือง และ ส่วนต่างๆ ของเลโก้สามารถใช้สอนเรื่องการเคลื่อนที่ได้ ยิ่งถ้าสามารถต่อเลโก้เทคนิคจะยิ่งสอนได้เยอะ เช่น ตอนนี้ปูนปั้นเพิ่งต่อตัวที่มีระบบนิวเมติค เขาตื่นเต้นมากกับการที่ลูกสูบลมสามารถใช้บังคับ และพอเขาได้ยินเสียงลม เขาจะต่อยอดไปทันที่เหมือนประตูรถบัส เหมือนที่ประตูชินกันเซ็น ใช่มั้ยปะป๊า

ต่อเลโก้
ปูนปั้นตั้งใจต่อเลโก้สุดๆ

จะเห็นว่ามันอาจจะไม่ใช่การเรียนรู้เชิงทฤษฎี หรือ ครอบคลุมไปทั้งเนื้อหาวิชา แต่มันสร้างความกระหายอยากเรียนรู้ พอรู้จากการเล่น เขาอยากลองเอาไปต่อยอดเอง แล้วการเรียนรู้มันจะไม่จบอยู่ตรงนั้น และ การเรียนรู้มันจะไม่จำเป็นต้องเริ่มที่ผู้ใหญ่มาบอกมาสอนเขา

และจุดสำคัญอีกอย่างคือ ขอให้เราจดจ่อกับสิ่งที่เขาทำ มากกว่า คอยตำหนิแนะนำแก้ไข เช่น หากลูกกำลังเล่าเรื่อง แล้วลูกอาจจะใช้คำไม่ถูกต้องบ้าง ขอให้เราจดจ่อกับเรื่องราวแสนสนุกของลูก อย่าไปมัวแก้คำผิด ให้เขารู้ว่า การเล่าเรื่องของเขาน่าสนใจน่าสนุก หรือ ลูกเขียนไดอารี่หากเขียนสะกดผิดก็ขอให้เราตื่นเต้นไปกับเนื้อหา มากกว่าจะไปมัวแก้คำผิด เพราะอย่างแรกจะกระตุ้นให้เขาอยากเขียนอยากเล่า อย่างหลังจะทำให้เขาหยุดเขียน เพราะเขาจะรู้สึกว่า งานเขียนมันช่างยากเย็นและไม่สนุกเลย ปล่อยเขาสนุก ปล่อยเขาเรียนรู้ เพราะเมื่อเขาสนุกเขามีความสุขเขาจะค่อยๆ พัฒนาที่สิ่งที่เขาทำให้ดีขึ้นเอง และเขาจะหาวิธีเขียนคำให้ถูกต้องเอง โดยเราไม่ต้องไปคอยแก้ไข

มาสนุกไปกับลูกกันเถอะ

บทความน่าสนใจอื่นๆ

“ลูกทำผิด” เทคนิคสอนลูก แบบไม่ต้อง “ทำโทษ” โดย พ่อเอก

“ลูกช่างถาม” รับมืออย่างไร ไม่ขัดพัฒนาการลูก โดย พ่อเอก


>>แวะไปดู รอยยิ้มหวานฉ่ำ ที่มีแจกฟรีทุกวันได้ที่เฟซบุ๊ค

หมุนรอบลูก – พี่ปูนปั้น กับ น้องปั้นแป้ง นะครับ<<

ปูนปั้น ปั้นแป้ง พ่อเอก
ปูนปั้น ปั้นแป้ง พ่อเอก เพจหมุนรอบลูก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

Kirei

ผลิตภัณฑ์โฟมล้างมือและเจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ

“ไลอ้อนร่วมส่งกำลังใจ สู้ภัยโควิด-19” เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2563 บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ได้มอบผลิตภัณฑ์โฟมล้างมือ และเจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ ผลิตภัณฑ์ล้างจานไลปอนเอฟ และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดลุค รวมมูลค่า 1,034,940 บาท ให้กับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์ ในการดูแลสุขภาพและความสะอาดให้กับคนไทย โดยแพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย ได้ให้เกียรติเป็นผู้รับมอบ

คิเรอิคิเรอิ เจลล้างมือ และโฟมล้างมือ

เจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ

ทั้งนี้บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ “โฟมล้างมือ และเจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ” (Kirei Kirei Foaming Hand Soap / Kirei Kirei Waterless Hand Sanitizer Gel) ขอชี้แจงเรื่องการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของทางบริษัทฯ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของไวรัส Covid-19 ทำให้ผลิตภัณฑ์โฟมล้างมือ และเจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคในระดับสูง จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ที่มีผู้นำผลิตภัณฑ์ไปจัดจำหน่ายในราคาที่สูงกว่าที่ทางบริษัทฯ ได้ตั้งราคาจำหน่ายไว้ อีกทั้งยังมีสินค้าปลอมที่ทำเลียนแบบผลิตภัณฑ์ของคิเรอิคิเรอิ ดังนั้นทางแบรนด์ จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อให้ผู้บริโภครับทราบโดยทั่วกันดังนี้

โฟมล้างมือ และเจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ

  1. เจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ มีจำหน่าย 2 ขนาด ได้แก่แบบหลอด ขนาด 50 มล. และแบบขวด ขนาด 200 มล. โดย  เจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ สูตรใหม่ มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ 70% โดยปริมาตร  ซึ่งสามารถช่วยลดโอกาสการรับและแพร่กระจายเชื้อโรค
  2. ราคาขายของเจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ ขนาด 50 มล. คือ 40 บาท/หลอด และ ขนาด 200 มล. คือ 175 บาท/ขวด
  3. โฟมล้างมือคิเรอิคิเรอิ มีจำหน่าย 3 ขนาด ได้แก่ แบบขวด ขนาด 450 มล. แบบขวด ขนาด 250 มล. และแบบถุงเติม ขนาด 200 มล. โดยโฟมล้างมือคิเรอิคิเรอิ สามารถช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียได้ถึง 99%
  4. ราคาขายของโฟมล้างมือคิเรอิคิเรอิ ขนาด 450 มล. คือ 119 บาท/ขวด ขนาด 250 มล. คือ 75 บาท/ขวด และ ขนาด 200 มล. คือ 35 บาท/ถุง
  5. ช่องทางการขายอย่างเป็นทางการของโฟมล้างมือและเจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ มีดังนี้   
  • ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และร้านค้าทั่วไป

  • ช่องทางออนไลน์ ได้แก่ Lion Shop Online และ LINE Official Account “@LIONFAMILY”

 

อย่างไรก็ตามบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ขอร่วมรณรงค์ให้ประชาชนช่วยเหลือ แบ่งปัน และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน โดยการซื้อสินค้าเท่าที่จำเป็น และไม่นำผลิตภัณฑ์คิเรอิคิเรอิไปจำหน่ายเกินราคา ทั้งนี้ทางบริษัทฯ ยังคงเร่งดำเนินการผลิตสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค และทางบริษัทฯ ได้ตั้งใจและพยายามอย่างเต็มความสามารถ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

สู้ไปด้วยกัน! “นกเหยี่ยว Falcon” ผุดไอเดีย “Falcon Sharing Café” ร่วมสนับสนุนทีมแพทย์ สู้โควิด-19

กรุงเทพฯ – บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นม “นกเหยี่ยว Falcon” แบรนด์นมคุณภาพจากผู้ผลิตเดียวกับโฟร์โมสต์  ขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมฝ่าภัยวิกฤตโควิด-19 ผุดไอเดีย Falcon Sharing Café ขายเครื่องดื่มยอดฮิตผ่านช่องทางออนไลน์ มอบรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย ร่วมสมทบทุนซื้ออุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protection Equipment) ตั้งเป้าบริจาค 1 ล้านบาท มอบให้แก่โรงพยาบาลที่ขาดแคลน นอกจากนี้ยังร่วมมือกับพันธมิตรร้านชากาแฟ เริ่มเฟสแรก 18 ร้าน รอบโรงพยาบาล 13 แห่งที่กรุงเทพฯ ตรัง และปัตตานี แจกเครื่องดื่มฟรี!ให้กับบุคคลากรที่ทำงานในโรงพยาบาลทุกท่าน

“นกเหยี่ยว Falcon” ผลิตภัณฑ์นมสำหรับปรุงอาหาร เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ คู่แท้มืออาชีพของผู้ประกอบการทั่วประเทศ เปิดตัว Falcon Sharing Café สร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่มพิเศษสุดอร่อย จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเริ่มต้นที่กรุงเทพฯก่อนเป็นเฟสแรก มอบรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย ร่วมสมทบทุนซื้ออุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protection Equipment) ให้กับโรงพยาบาลที่ขาดแคลน ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัย N95 ถุงมือยาง แว่นตากันเชื้อในห้องปฏิบัติการ ชุดป้องกันสารเคมี เสื้อกาวน์ของแพทย์ และน้ำยาฆ่าเชื้อ งานนี้นอกจากผู้บริโภคจะได้เอร็ดอร่อยกับเครื่องดื่มที่ส่งถึงบ้านแล้ว ยังได้มีส่วนร่วมในการบริจาคกันแบบเต็มๆ เริ่มสั่งได้เลย เพียงเข้าไปที่ แอพพลิเคชั่น Lineman หรือ Grab กดค้นหา Falcon Sharing café จากนั้นเลือกสาขาที่ใกล้บ้าน และกดสั่งเครื่องดื่มพิเศษสุดอร่อยจากทาง “นกเหยี่ยว Falcon” ได้เลย Falcon Sharing café พร้อมให้บริการที่ช่องทาง Lineman วันที่ 20 เมษายนนี้ และ Grab วันที่ 29 เมษายนนี้เป็นต้นไป

นอกจากนี้ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับนักรบแนวหน้า นกเหยี่ยว Falcon ได้ร่วมมือกับพันธมิตรร้านชากาแฟแจกเครื่องดื่มฟรี! ให้กับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ การพยาบาล และผู้ปฎิบัติการในโรงพยาบาลทุกภาคส่วน เพียงแสดงบัตรพนักงานของโรงพยาบาล ณ.ร้านชากาแฟที่ร่วมรายการ Falcon Sharing Cafe  เริ่มตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันที่ 16 พ.ค. รอบโรงพยาบาล 13 แห่ง อันได้แก่ 

  1. โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
  2. โรงพยาบาลราชวิถี
  3. โรงพยาบาลรามาธิบดี
  4. โรงพยาบาลเลิดสิน
  5. โรงพยาบาลศิริราช
  6. โรงพยาบาลตำรวจ
  7. โรงพยาบาลกันตรัง จ.ตรัง
  8. โรงพยาบาลสิเกา จ.ตรัง
  9. โรงพยาบาลปะเหลียง จ.ตรัง
  10. โรงพยาบาลย่ายตาขาว จ.ตรัง
  11. โรงพยาบาลปัตตานี จ.ปัตตานี
  12. โรงพยาบาลหนองจิก จ.ปัตตานี
  13. โรงพยาบาลยะรัง จ.ปัตตานี

นกเหยี่ยว Falcon แบรนด์นมคุณภาพจากผู้ผลิตเดียวกับโฟร์โมสต์  ขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมด้วยช่วยกันให้คนไทยผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี

Tags

ลูกวัยกำลังโต

ลูกวัยกำลังโต ควรเสริมอาหารแบบไหน?

เพื่อการเติบโตและพร้อมเรียนรู้ของลูกวัยกำลังโต ควรเสริมอาหารแบบไหน มาฟังคำตอบจากนักกำหนดอาหารวิชาชีพกันค่ะ

อ่านข้อมูลโภชนาการเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3cl5yP6